The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ลูกเสือสามัญ ป4-6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Suadee Thawisak, 2022-06-11 02:45:49

ลูกเสือสามัญ ป4-6

ลูกเสือสามัญ ป4-6

12. เปน็ พชื ที่สามารถสงํ ออกทาํ รายไดใ๎ หก๎ บั ประเทศ เชํน กระวาน ขม้นิ ชัน กระชาย
13. เปน็ การอนุรกั ษม๑ รดกไทยใหป๎ ระชาชนในแตํละทอ๎ งถน่ิ ร๎ูจกั ชวํ ยตนเองในการนาํ พืชสมุนไพรใน

ทอ๎ งถน่ิ ของตนมาใชใ๎ หเ๎ กิดประโยชนต๑ ามแบบแผนโบราณ
14. ทําใหค๎ นเหน็ คณุ คําและกลบั มาดาํ เนินชวี ิตใกลช๎ ิดธรรมชาตยิ ่ิงขน้ึ
15. ทาํ ให๎เกดิ ความภมู ิใจในวฒั นธรรม และคณุ คาํ ของความเปน็ ไทย

แผนการจดั กจิ กรรมลูกเสอื สามญั ลูกเสือโท ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5

คู่มือส่งเสริมและพฒั นากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 135
ค่มู อื สง่ เสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสือทกั ษะชีวิตในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสือสามญั หลกั สตู รลูกเสือโท
128 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5

แผนการจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั ลกู เสือโท ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 5

หนว่ ยที่ 6 งานอดิเรกและเรื่องท่ีสนใจ เวลา 1 ชัว่ โมง
แผนการจัดกจิ กรรมที่ 21 งานอตดามิเรคกวามสนใจ

1. จุดประสงค์การเรียนรู้
ลกู เสือสามารถนาํ เสนองานอดเิ รกทไ่ี ดป๎ ฏิบตั ิ

2. เนอ้ื หา
2.1 การทํางานอดิเรกตามความสนใจ
2.2 การนําเสนองานอดเิ รก

3. ส่ือการเรยี นรู้
3.1 แผนภมู เิ พลง
3.2 การนาํ เสนอผลงานงานอดิเรกของลกู เสือเปน็ หมูํ
3.3 เรือ่ งส้นั ท่ีเปน็ ประโยชน๑

4. กจิ กรรม
1) พิธีเปิดประชุมกอง (ชกั ธงขนึ้ สวดมนต๑ สงบนงิ่ ตรวจ แยก)
2) เพลง หรือ เกม
3) กิจกรรมตามจดุ ประสงค๑การเรยี นร๎ู
1) ลกู เสอื จดั นทิ รรศการงานอดเิ รก
2) ผก๎ู าํ กับลกู เสอื ใหล๎ กู เสือนาํ เสนอนทิ รรศการงานอดเิ รกท่ไี ด๎ปฏบิ ตั เิ ปน็ ระบบหมํู
4) ผ๎ูกาํ กับลกู เสอื เลําเรอ่ื งส้ันทีเ่ ปน็ ประโยชน๑
5) พธิ ปี ิดประชุมกอง (นัดหมาย ตรวจเครื่องแบบ ชกั ธงลง แยก)

5. การประเมนิ ผล
5.1 สังเกตการทาํ งาน
5.2 ตรวจสอบผลงานทีท่ ําสาํ เร็จ

6. องค์ประกอบทกั ษะชีวิตสาคญั ท่เี กิดจากกจิ กรรม
คือ ความคิดวเิ คราะห๑ ความคดิ สร๎างสรรค๑ เข๎าใจตนเองและเหน็ ใจผู๎อนื่ รบั ผดิ ชอบตํอสงั คม

7. คณุ ธรรม
7.1 ความพอเพยี ง
7.2 รบั ผิดชอบ

136 คู่มือคสูม่ ง่ เอื สสรง่มิ เแสลระิมพแัฒลนะาพกฒัจิ กนรรามกลิจูกกเสรอืรมทกัลษูกะเชสวีอื ติ ทใักนสษถะาชนีวศติ ึกใษนาสปถราะนเภศทกึ ลษกู าเสลือสูกาเมสชัญอื ้นั โปทหรละกัชถสน้ัมตู ศปรกึ รลษะกู าถเปสมือีทศโี่ ท5กึ ษาปีท1ี่259

ภาคผนวกประกอบแผนการจัดกจิ กรรมท่ี 21

เพลง

ลกู เสือปลูกปา่

ฉนั พอใจหนกั หนา สมเจตนาที่ไดม๎ ารํวมงาน
พวงมาลนี นั้ มีสเี สรมิ พนั ธ๑ุ (ซาํ้ ) คนดีนนั้ โลกนยิ ม
ชมพฤกษาโขดเขา
ชมดอกไมใ๎ นพนา ความรอ๎ นเราํ ด๎วยการปลกู ปูา
เราทงั้ หลายๆ ชวํ ยบรรเทา เราทกุ คนยดึ ม่ันสร๎างสรรค๑ชาติไทย
เราลูกเสอื สามญั อนรุ กั ษป๑ าู กนั

ปูานเ้ี ขาวาํ มวี หิ ค ปา่ นีม้ วี หิ ค
มาชํวยกนั ๆชมไพร
ปาู นีเ้ ขาวาํ มีความสุข หมนูํ กนบั รอ๎ ยพัน
มากา๎ วเดินๆชมไพร นะเพอื่ นเอยให๎เพลิดเพลนิ
สนกุ ดังเช้ือเชญิ
นะเพอื่ นเอย วไิ ลตา

เรอ่ื งสนั้ ท่ีเป็นประโยชน์

หมาจ้งิ จอกกับหนา้ กาก

หมาจ้งิ จอกตัวหนึง่ ลอบเขา๎ ไปหาอาหารในบา๎ นของนกั เลนํ ละคร เห็นหน๎ากากอันหน่ึงวางอยูํใน
ทส่ี ูง ซงึ่ หากไมพํ ิจารณาให๎ดกี ็จะดเู หมอื นมคี นกาํ ลังจอ๎ งมองลงมา ตอนแรกหมาจงิ้ จอกตกใจเกอื บจะโจน

หนี แตรํ ้งั สตไิ ว๎ได๎ มนั ปนี ขน้ึ ไปดใู กลๆ๎ จึงรู๎วาํ เป็นเพียงหนา๎ กากทม่ี นุษยใ๑ ช๎สวมใสํตอนเลํนละคร
หมาจ้ิงจอกรําพึงกับตนเองวํา “หน๎ากากอันนี้มองดูภายนอกชํวงสวยสงํางามนําเกรงขาม

เหลือเกิน แตํนําเสยี ดายท่ภี ายในนัน้ กลวงและวาํ งเปลาํ ”

เรื่องนส้ี อนให้ร้วู ่า เราจะดูคนแตํเพียงเปลือกนอกไมไํ ด๎ ควรพิจารณาถึงเนอ้ื ในหรอื สํวนประกอบ
อนื่ ๆ ดว๎ ย เชนํ บางคนดูภายนอกแสนดีแตจํ ติ ใจกลบั สกปรกเลวทราม บางคน
ตอํ หน๎าแสดงทําทีรกั ใครํช่ืนชมแตํลับหลังกบั นินทาวําร๎าย บางคนดูทาํ ทางเปน็
ผร๎ู อบรแู๎ ตคํ วามจริงไรส๎ มอง

คมู่ อื ส่งเสริมและพัฒนากจิ กรรมลกู เสือทักษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลกู เสอื โท ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 137
คูม่ ือสง่ เสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสอื ทักษะชีวิตในสถานศึกษา ประเภทลกู เสอื สามญั หลกั สตู รลกู เสอื โท
130 ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5

แบบสอบถาม เรอ่ื งการเลน่ เกม ช้นั ป.4 - ป.6
คาํ อธบิ าย : วงกลมรอบหัวขอ๎ ทีต่ รงกับความเหน็ ของตนเอง

1. เคยเลนํ เกมจากสอ่ื อิเลค็ ทรอนกิ สป๑ ระเภทใดบ๎าง (เลอื กตอบไดห๎ ลายขอ๎ ตามความเปน็ จรงิ )

ก. ไมเํ คยเลนํ เกม ข. เกมกด

ค. เกมวีดีโอ ง. เกมคอมพิวเตอร๑

จ. เกมออนไลน๑ ฉ. อื่นๆ ........................................(ระบ)ุ

2. เลํนเกมชํวงเวลาใดบ๎าง (เลอื กตอบไดห๎ ลายข๎อตามความเปน็ จรงิ )

ก. กอํ นมาโรงเรียน ข. เวลาเรยี น

ค. ชวํ งเยน็ หลงั เลกิ เรยี น ง. กลางคนื

จ. วนั หยดุ ฉ. อื่นๆ........................................(ระบุ)

3. เวลาเฉลีย่ ท่ใี ชใ๎ นการเลนํ เกมแตํละครั้ง

ก. น๎อยกวาํ 1 ชั่วโมง ข. 1 ชวั่ โมง ถงึ 3 ช่ัวโมง

ค. มากกวํา 3 ชวั่ โมง แตไํ มํถึง 5 ช่วั โมง ง. มากกวํา 5 ช่ัวโมงขนึ้ ไป

4. จํานวนเงนิ ทใี่ ช๎ในการเลนํ เกมแตํละครั้ง

ก. น๎อยกวํา 10 บาท ข. 10 บาท ถึง 30 บาท

ค. มากกวาํ 30 บาท แตไํ มถํ ึง 50 บาท ง. มากกวํา 50 บาทข้ึนไป

จ. อนื่ ๆ ระบ.ุ .......................

5. เหตุผลที่ชอบเลนํ เกม (เลือกตอบได๎หลายขอ๎ ตามความเป็นจริง)

ก. สนุก เพลิดเพลิน ข. อยากเอาชนะ

ค. จะไดเ๎ ข๎ากับเพอ่ื นได๎ ง. ชอบตรงความตืน่ เตน๎ หวาดเสยี ว

จ. เหงาไมรํ ๎จู ะทาํ อะไร ฉ. อน่ื ๆ ระบ.ุ ..................................

6. เกมทเ่ี คยเลํนมเี รอื่ งเกย่ี วกับอะไรบา๎ ง (เลอื กตอบไดห๎ ลายข๎อตามความเป็นจรงิ )

ก. ตํอส๎ู เอาชนะ ข. บ๏ลู า๎ งผลาญ ดว๎ ยอาวุธนานาชนดิ
ค. แขงํ ขนั ประลองความเรว็ ง. ผจญภัย ตน่ื เตน๎ หวาดเสยี ว

จ. อื่นๆ ระบ.ุ .......................................................................................................

7. เคยมกี ารกระทาํ ใดบา๎ งในขอ๎ ตอํ ไปนี้ (เลอื กตอบได๎หลายขอ๎ ตามความเปน็ จริง)

ก. เลนํ เกมเพลนิ จนลมื กินขา๎ ว ข. นอนดึกเพราะเลํนเกมตดิ พนั

ค. เลํนเกมจนลมื ทาํ การบ๎าน ง. เลํนเกมตนื่ เต๎นหวาดเสยี วจนเกบ็ ไปฝนั

จ. อนื่ ๆ ระบ.ุ .........................................................................................................

8. นกั เรียนคิดวาํ ตนเองติดเกมหรือไมํ เพราะอะไร

ก. ตดิ ข. ไมตํ ดิ

เหตุผล.................................................................................................................

............................................................................................................................

138 คมู่ ือส่งเสริมและพัฒนากจิ กรรมลูกเสือทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ลูกเสือโท ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5

คู่มอื ส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลกู เสือทกั ษะชวี ติ ในสถานศึกษา ประเภทลกู เสอื สามญั หลักสตู รลูกเสอื โท 131
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5

แบบรายงานผลการสารวจ

ผลการสาํ รวจนกั เรียนชนั้ .....................จํานวนทงั้ หมด.....................คน

1. เคยเลํนเกมจากสอื่ อิเลค็ ทรอนิกส๑ประเภทใด

ก. ไมํเคยเลํนเกมเลย .............คน ข. เคยเลํนเกมกด.............................คน

ค. เคยเลนํ เกมวดี ีโอ.................คน ง. เคยเลํนเกมคอมพิวเตอร๑..............คน

จ. เคยเลนํ เกมออนไลน๑............คน ฉ. อ่นื ๆ ระบุ............................จํานวน..............คน

2. เลํนเกมชํวงเวลาใดบ๎าง

ก. กํอนมาโรงเรยี น.......... คน ข. เวลาเรียน.........คน

ค. ชํวงเยน็ หลงั เลกิ เรยี น.........คน ง. กลางคนื .........คน

จ. วนั หยดุ .........คน ฉ. อื่นๆ ระบุ.............................จาํ นวน............คน

3. เวลาเฉล่ียทใี่ ชใ๎ นการเลนํ เกมแตํละคร้ัง

ก. น๎อยกวํา 1 ช่ัวโมง..........คน ข. 1 ชัว่ โมง ถงึ 3 ช่ัวโมง..........คน

ค. มากกวํา 3 ชั่วโมงแตํไมํถงึ 5 ชัว่ โมง..คน ง. มากกวาํ 5 ช่ัวโมงข้ึนไป.............คน

4. จาํ นวนเงินทใ่ี ช๎ในการเลนํ เกมแตลํ ะครัง้

ก. น๎อยกวาํ 10 บาท..........คน ข. 10 บาท ถงึ 30 บาท..............คน

ค. มากกวํา 30 บาท แตํไมํถึง 50 บาท...คน ง. มากกวํา 50 บาทขึ้นไป..........คน

จ. อนื่ ๆ ระบุ................. จํานวน..............คน

5. เหตุผลที่ชอบเลนํ เกม

ก. สนุก เพลิดเพลนิ .....................คน ข. อยากเอาชนะ.....................คน

ค. จะไดเ๎ ข๎ากับเพ่อื นได.๎ ...............คน ง. ชอบตรงความตื่นเตน๎ หวาดเสียว........คน

จ. เหงาไมรํ จ๎ู ะทาํ อะไร......................คน ฉ. อื่นๆ ระบุ ...................จาํ นวน.

6. เกมที่เคยเลํนมเี รอ่ื งเกี่ยวกบั อะไรบา๎ ง
ก. ตํอสู๎ เอาชนะ......................คน ข. บูล๏ ๎างผลาญ ด๎วยอาวธุ นานาชนดิ ........คน

ค. แขํงขนั ประลองความเรว็ ................คน ง. ผจญภัย ต่นื เต๎น หวาดเสยี ว..............คน

จ. อืน่ ๆ ระบุ...............จาํ นวน.............คน

7. เคยมกี ารกระทาํ ใดบ๎างในขอ๎ ตอํ ไปนี้

ก. เลํนเกมเพลนิ จนลมื กนิ ขา๎ ว..........คน

ข. นอนดกึ เพราะเลํนเกมตดิ พนั .............คน

ค. เลนํ เกมจนลืมทําการบา๎ น.........คน

ง. เลํนเกมตนื่ เตน๎ หวาดเสียว จนเกบ็ ไปฝัน..............คน

จ. อ่ืนๆ ระบ.ุ ..........................................................................จํานวน.............คน

8. คดิ วําตนเองตดิ เกม.............คน ไมํตดิ เกม....................คน

1ค3มู่ 2ือส่งเสคชรมู่้ันมิ ือปแสรล่งะะเถสพมรฒัศมิ ึกแนษลาาะกปพจิีทัฒก่ี น5รารกมจิ ลกกูรรเมสลือูกทเสักอื ษทะกั ชษีวะติ ชใีวนิตสในถสาถนาศนึกศึกษษาา ลปกูระเสเภือทโลทกู เชสือนั้ สปารมะญั ถมหศลักึกสษตู ารปลทีูกเี่ ส5อื โท 139

9. เหตผุ ลของคนทีบ่ อกวาํ ตดิ เกม ไดแ๎ กํ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
10. เหตุผลของคนทีบ่ อกวาํ ไมตํ ดิ เกม ไดแ๎ กํ
...........................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................

140 คมู่ อื ส่งเสริมและพฒั นากจิ กรรมลกู เสือทักษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลูกเสือโท ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5

คู่มอื ส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลูกเสอื ทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ประเภทลูกเสอื สามญั หลักสตู รลกู เสือโท 133
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5

แผนการจัดกิจกรรมลูกเสอื สามญั ลกู เสอื โท ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5

หน่วยที่ 7 คาณุ ปธฏริญรมาณจแริลยะธกรฎรมของลกู เสอื
แผนการจดั กิจกรรมที่ 22 การปฏิบตั ติ ามคาปฏญิ าณและกฎของลกู เสือ เวลา 2 ชัว่ โมง

1. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ลูกเสอื สามารถปฏิบตั ติ ามคาํ ปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื ได๎

2. เนื้อหา
คาํ ปฏิญาณและกฎของลกู เสือ

3. สือ่ การเรยี นรู้
3.1 แผนภมู เิ พลง เกม
3.2 ใบความรู๎ เร่อื งคําปฏิญาณและกฎของลกู เสอื
3.3 เร่ืองส้นั ที่เปน็ ประโยชน๑

4. กิจกรรม
4.1 กจิ กรรมครงั้ ท่ี 1
1) พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชกั ธงขึน้ สวดมนต๑ สงบนิ่ง ตรวจ แยก)
2) เพลง หรอื เกม
3) กจิ กรรมตามจดุ ประสงค๑การเรียนรู๎
(1) ผกู๎ ํากับลูกเสอื ใหล๎ กู เสอื ทบทวนคําปฏิญาณและกฎของลกู เสอื

(2) มอบหมายงานให๎ลูกเสือแตํละหมูํรํวมกันคิดการแสดงบทบาทสมมุติ หมูํละ 1 เร่ือง
ที่แสดงออกถึงวิถีชีวิตประจําวัน ที่สอดคล๎องกับคําปฏิญาณและกฎของลูกเสือ ข๎อใด
ขอ๎ หนงึ่ หรือหลายข๎อ โดยสํงตัวแทนแสดงบทบาทสมมุติ หลังแสดงบทบาทสมมุติ จน
ให๎ลูกเสือหมูํอ่ืนทายวําสอดคล๎องกับกฎของลูกเสือข๎อใด แล๎วจึงเฉลยพร๎อมอธิบาย
เพ่ิมเตมิ

(3) ผก๎ู ํากบั ลกู เสอื และลกู เสือรํวมกันสรปุ การปฏิบตั ติ ามคําปฏิญาณและกฎของลกู เสอื

4) ผ๎กู าํ กบั ลกู เสอื เลําเร่อื งส้นั ทเี่ ปน็ ประโยชน๑
5) พิธีปดิ ประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจเครื่องแบบ ชักธงลง เลิก)

4.2 กิจกรรมครั้งที่ 2

1) พิธเี ปิดประชมุ กอง (ชกั ธงขน้ึ สวดมนต๑ สงบน่ิง ตรวจ แยก)
2) เพลง หรอื เกม
3) กิจกรรมตามจดุ ประสงคก๑ ารเรยี นร๎ู

คู่มอื ส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 141
คูม่ อื ส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลกู เสือทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสือสามัญ หลกั สูตรลกู เสือโท
134 ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5

(1) ให๎ลูกเสือแตํละหมูํท่ียังไมํได๎แสดง สํงตัวแทนแสดงบทบาทสมมุติ หลังแสดง
บทบาทสมมตุ จิ บ ใหล๎ ูกเสือหมํูอน่ื ทายวําสอดคล๎องกบั กฎของลกู เสือข๎อใด แล๎วหมํู
ทแ่ี สดงจึงเฉลย พรอ๎ มอธิบายเพ่ิมเติม จนครบทุกหมูํ
(2) ผก๎ู ํากับลูกเสอื อธบิ ายสรปุ ขอ๎ คิด
4) ผกู๎ ํากับลกู เสอื เลาํ เรื่องส้นั ทเ่ี ป็นประโยชน๑
5) พธิ ีปิดประชุมกอง (นัดหมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลิก)

5. การประเมินผล
5.1 สงั เกตการทาํ งานระบบหมํู การทาํ หนา๎ ทผี่ น๎ู ําและสมาชกิ ทด่ี ขี องกลมํุ
5.2 ตรวจสอบ ความเข๎าใจเร่ืองคําปฏิญาณและกฎลกู เสือทบ่ี ูรณาการกับชีวิตจริง

6. คุณธรรม
6.1 รบั ผดิ ชอบ
6.2 อดุ มการณ๑คุณธรรม

ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กจิ กรรมท่ี 22
เพลง

กฎของลูกเสอื
กฎท่ีหนง่ึ พึงจําใหด๎ ี ลูกเสือต๎องมเี กียรตเิ ช่ือถือได๎
กฎที่สอง นน้ั รองลงไป ตอ๎ งจงภกั ดีในผ๎มู พี ระคณุ
กฎทส่ี าม นน้ั บาํ เพ็ญบญุ ชวํ ยเหลือเกอ้ื กูล เพือ่ ประโยชนเ๑ รื่อยไป

นะเธอ อยําลมื อยาํ ลมื นะ นะ นะเธอ อยาํ ลมื อยาํ ลืม
กฎทสี่ ี่ อันนี้นาํ คิด ลกู เสอื เปน็ มิตรกบั ท่วั ไป
กฎทีห่ ๎า ทาํ นวาํ เอาไว๎ มารยาทน้นั ไซร๎ กราบไหว๎งาม ๆ
กฎท่ีหก นรกไมตํ าม ลกู เสือมคี วามกรุณาสัตวม๑ นั

นะเธอ อยําลมื อยาํ ลืม นะ นะ นะเธอ อยาํ ลืม อยาํ ลืม
กฎที่เจด็ จงเชอื่ จงฟงั ในคาํ สง่ั โดยดุษฎี
กฎท่ีแปด ยิม้ ๆ ไวซ๎ ี ลกู เสอื ตอ๎ งมนี ํ้าอดน้ําทน
กฎที่เกา๎ ออมไวห๎ น๎ามล ถึงคราวอบั จน เงินทองมากมี
กฎที่สบิ ประพฤติจงดี ทง้ั กายวจี มโนพรอ๎ มกัน

142 คมู่ ือส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลกู เสือทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5

คมู่ อื สง่ เสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวิตในสถานศึกษา ประเภทลกู เสือสามญั หลกั สูตรลกู เสือโท 135
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5

เกม

หาคู่
วิธีเลํน ให๎ลูกเสือยืนเป็นวงกลม วงซ๎อนกัน โดยยืนหันหน๎าเข๎าหากัน แล๎วจําไว๎วําคูํของตน
คือใคร ให๎วงกลมทั้งสองทําขวาหัน แล๎วเดินสวนกันในวงกลมตามเพลง (เปิดวิทยุหรือ ให๎ลูกเสือ
ร๎องเพลงงํายๆ ตามที่ผ๎ูกาํ กับกําหนด) เมื่อผู๎กาํ กับเปูานกหวีด ให๎ลูกเสือหาคูํของตนเองเมื่อเจอแล๎ว
ให๎จับมือน่งั ลง คํูท่ีหาคํูช๎าทีส่ ุด จะต๎องออกจากการแขงํ ขัน เสร็จแล๎วเร่ิมต๎นใหมํ คูํท่ีเหลือเป็นคํูสุดท๎าย
จะเป็นผู๎ชนะ

เรอ่ื งสน้ั ทเ่ี ป็นประโยชน์

ลูกชายทัง้ เกา้
เศรษฐีคนหนงึ่ มีลกู ชายเก๎าคน ครั้นแกํเฒําก็ร๎จู ักเปน็ หวํ งทรพั ย๑สินของตนเองและอนาคตของลูกๆ
วันหนึ่งเศรษฐีได๎เรียกลูกท้ังเก๎ามาพบแล๎วบอกวํา พํอจะทดสอบวําใครเหมาะสมท่ีจะเป็นผู๎ดูแลสมบัติ
หลังจากท่ีพํอได๎ตายแล๎ว เศรษฐีกําเมล็ดถ่ัวไว๎แล๎วพูดกับลูกวํา เจ๎าจงนําเมล็ดถ่ัวฝักยาวไปปลูกและ
บาํ รุงรักษาใหด๎ ที ่สี ดุ หากเมลด็ ถ่ัวของผ๎ใู ดงอกงามใหฝ๎ ักอวบอว๎ นสมบรู ณ๑ พํอจะตัดสินให๎ผู๎น้ันเป็นผู๎ดูแล
ทรพั ย๑สมบตั ิของพํอตอํ ไป แล๎วลูกชายทงั้ เกา๎ ก็รบั ถั่วไปคนละเมด็ แลว๎ ย๎ายไปปลกู ทีท่ างของตน
คร้นั ไดเ๎ วลาถวั่ ออกฝัก ก็อวบอ๎วนสมบรูณ๑เหมอื นๆ กนั ทกุ คน มีแตํลูกชายคนสุดท๎ายเทํานั้นท่ี
ไมํได๎นําฝักถ่ัวของตนเองมาให๎พํอดู เศรษฐีสงสัยจึงถามวํา เจ๎าสุทธิไหนลํะถ่ัวท่ีเป็นผลผลิตของ
เจ๎าเศรษฐถี าม เจา๎ สุทธคิ กุ เขําลงข๎างพํอ ผมเอาเมล็ดถ่ัวที่พํอให๎ไปปลูกดูแลรักษาอยํางดี แตํเทําไรก็
ไมยํ อมแตกหนํอข้ึนเปน็ ตน๎ แทนทเ่ี ศรษฐีจะตําหนิ กลับหวั เราะ ฮาํ ฮาํ ุ. ดมี ากลกู เอย๐ เจ๎าเป็นคนดี
มคี วามชื่อสตั ย๑ สวํ นพท่ี ัง้ แปดคนล๎วนแยพํ อๆ กัน
พูดจบเศรษฐีก็เอ้ือมมือลูบหัวสุทธิลูกชายคนสุดท๎อง แล๎วประกาศความจริงให๎ลูกที่ดี มีความ
ซอ่ื สตั ย๑มารบั ภาระรักษาสมบัติสบื ทอดตํอไป ซ่ึงที่จริงแล๎วเมล็ดถ่ัวท่ีเศรษฐีให๎ลูกๆ ไปปลูกน้ัน ถูกนําไป
คว่ั จนสกุ กอํ นแล๎ว จะปลูกขึ้นได๎อยํางไร ดงั น้ันลกู ทงั้ แปดของเศรษฐีก็พากันตบตาผู๎เป็นพํอ ด๎วยการนํา
เมล็ดถ่วั พันธด๑ ีๆ มาปลูก มีแตํสุทธิลูกชายคนเล็กของเศรษฐีเทําน้ัน ดั้งน้ันเขาจึงได๎รับการแตํงต้ังให๎
เป็นผู๎ดแู ลมรดกตั้งแตนํ ้ันมา

เรื่องนี้สอนใหร้ วู้ า่ ความซื่อสัตยส๑ ุจริตเปน็ คณุ สมบตั ทิ ส่ี ําคญั ทส่ี ดุ สาํ หรบั คนท่ีจะทาํ งานเพอื่ สวํ นรวม

ความโลภและความริษยา
กาลคร้ังหนึ่ง นานมาแล๎ว มีชายสองคนซ่ึงเป็นเพ่ือนบ๎านกัน วันหนึ่งได๎ชวนกันไปเฝฺาเทพจูปี
เตอรห๑ รอื ซีอสุ ผเู๎ ป็นราชาแหงํ เทพเจ๎าท้ังปวง เทพจปู เี ตอร๑รูว๎ าํ ชายคนแรกนัน้ เป็นคนท่มี ีแตคํ วามโลภ
สํวนชายอกี คนหนึ่งในใจของเขามแี ตคํ วามริษยา เพอื่ เป็นการสั่งสอนและลงโทษ เทพจปู ีเตอร๑จึง
อนุญาตใหท๎ ้ังชายสองนึกขอพรในใจได๎ตามปรารถนาแตํมขี อ๎ แม๎วําทํานจะบันดาลให๎อีกคนหนึ่งได๎รับพร

คูม่ ือส่งเสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสอื ทักษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลกู เสือโท ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 143
คมู่ ือสง่ เสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสือทักษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสือสามญั หลกั สตู รลกู เสอื โท
136 ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5

เป็นสองเทาํ ของผท๎ู ีข่ อ “ข๎าตอ๎ งการเพชรนิลจนิ ดาและทองคําเต็มหอ๎ ง”ชายผม๎ู คี วามโลภนกึ ขอพรเป็นคน
แรก แตํแล๎วเขาก็ต๎องเสียใจเพราะเพิ่งนึกได๎วําเพื่อนของตนจะต๎องได๎เพชรนิลจินดาถึงสองห๎องแม๎จะ
สมปรารถนาชายผู๎มีความโลภก็หาความสุขใจมิได๎แม๎แตํน๎อย สํวนชายอีกคนหนึ่งไมํร๎ูวําบัดนี้ตนเอง
กลายเป็นมหาเศรษฐีไปโดยบังเอญิ เพราะความโลภของเพื่อนบ๎านเขาคิดแตํวําไมํอยากให๎เพ่ือนของตน
เสวยสุขกับพรทไี่ ดร๎ บั จากเทพเจ๎าจงึ ขอพรให๎ตวั เองตาบอดขา๎ งหนงึ่ เพื่อให๎ชายผม๎ู ีความโลภตาบอดสองขา๎ ง

เรือ่ งนส้ี อนให้รู้วา่ ความโลภและความรษิ ยา เป็นหนทางไปสํคู วามวิบัติ

ใบความรู้

คาปฏญิ าณและกฎลกู เสือสามัญ

คาปฏิญาณลูกเสือสามัญ 3 ขอ๎ ด๎วยเกียรตขิ องขา๎ ขา๎ ขอสญั ญาวาํ
ข๎อ 1 ข๎าจะจงรกั ภักดตี อํ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย๑

(ความหมาย – ลกู เสือจะต๎องมีความศรทั ธา เชือ่ มนั่ ในชาติ ศาสนาและพระมหากษัตรยิ ข๑ อง
ตน เคารพเทดิ ทนู ท้ัง 3 สถาบนั ด๎วยความซอ่ื สตั ย)๑

ข๎อ 2 ขา๎ จะชวํ ยเหลือผ๎อู นื่ ทุกเมอื่
(ความหมาย – ลูกเสอื จะตอ๎ งประพฤติปฏิบตั ิตนใหเ๎ ปน็ ประโยชนต๑ ํอผ๎อู น่ื ในทุกโอกาสทกุ สถานการณ๑
เทาํ ทจ่ี ะทาํ ได๎ โดยเรม่ิ ต้ังแตํครอบครัวจนถึงสังคมภายนอก)

ขอ๎ 3 ขา๎ จะปฏบิ ตั ิตามกฎของลูกเสือ
(ความหมาย - ลูกเสือต๎องปฏิบัติตนตามกฎ 10 ข๎อ ของลูกเสือซึ่งเป็นหลักยึดเหน่ียวให๎ลูกเสือ
ปฏิบัติแตํส่ิงดีงาม)

กฎของลูกเสอื มี 10 ข้อ ดังนี้คอื
1. ลกู เสือมเี กียรตเิ ช่อื ถอื ได๎
2. ลูกเสอื มคี วามจงรกั ภกั ดีตอํ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย๑ และซอ่ื ตรงตํอผมู๎ พี ระคณุ
3. ลกู เสอื มหี นา๎ ทีก่ ระทําตนให๎เปน็ ประโยชน๑และชวํ ยเหลือผอ๎ู น่ื

4. ลกู เสอื เปน็ มติ รของคนทกุ คนและเปน็ พน่ี ๎องกบั ลูกเสืออน่ื ทัว่ โลก
5. ลูกเสือเปน็ ผ๎ูสภุ าพเรยี บรอ๎ ย
6. ลูกเสือมคี วามเมตตากรุณาตอํ สัตว๑
7. ลกู เสือเช่อื ฟังคาํ ส่ังของบดิ า มารดา และผบ๎ู ังคบั บญั ชาดว๎ ยความเคารพ
8. ลกู เสอื มิใจรําเริงและไมํยอํ ท๎อตอํ ความยากลําบาก
9. ลกู เสือเป็นผ๎มู ธั ยสั ถ๑

10. ลกู เสอื ประพฤตชิ อบดว๎ ยกาย วาจา ใจ

144 ค่มู ือส่งเสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสือทักษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5

คมู่ อื สง่ เสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ติ ในสถานศึกษา ประเภทลูกเสือสามญั หลกั สตู รลูกเสอื โท 137
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ขอ๎ 1. “ลูกเสือมเี กียรตเิ ช่อื ถอื ได๎” คือ เปน็ ผมู๎ เี กยี รตเิ ป็นที่ไว๎วางใจของผ๎อู น่ื เชือ่ ถือได๎ เม่ือกลําวสิง่
ใดออกไปแลว๎ ต๎องรกั ษาสัจจะ ปฏิบัตเิ หมือนปากพูดเสมอ เม่ือได๎รับมอบหมายส่ิงใดต๎องทําส่ิงนั้นให๎เสร็จ
เรียบรอ๎ ยดว๎ ยความตั้งใจจริงจนเต็มความสามารถ ตามสติกําลงั ไมํเพกิ เฉยหลกี เลี่ยง

ข๎อ 2. “ลูกเสือมีความจงรักภักดีตํอชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย๑ และซื่อตรงตํอผ๎ูมีพระคุณ”

หมายความวํา จะต๎องมีความจงรักภักดีตํอประเทศชาติของตน ศาสนา พระมหากษัตริย๑ ด๎วยใจจริง
ประพฤตติ นเปน็ พลเมอื งดี ปฏิบตั ติ ามกฎหมาย ระเบียบแบบแผน ประเพณี และมีความซื่อตรงตอํ พํอแมํ
ครู อาจารย๑ ผบู๎ ังคบั บญั ชาและผู๎มีพระคณุ

ข๎อ 3. “ลูกเสือมีหน๎าที่กระทําตนให๎เป็นประโยชน๑และชํวยเหลือผ๎ูอื่น” หมายความวํา จะต๎อง
พยายามทําประโยชนแ๑ กํผอ๎ู น่ื เตรยี มพรอ๎ มเสมอทีจ่ ะชวํ ยชวี ติ ผอ๎ู ่ืนให๎รอดพ๎นจากอนั ตราย

ขอ๎ 4. “ลูกเสือเป็นมิตรของคนทุกคนและเป็นพี่น๎องกับลูกเสืออ่ืนท่ัวโลก” หมายถึง ลูกเสือจะต๎อง
เปน็ ผ๎ูโอบอ๎อมอารีแกํคนทวั่ ไปโดยไมํเลือกชาตหิ รือชั้นวรรณะโดยถอื วาํ เป็นพนี่ อ๎ งกันทวั่ โลก

ข๎อ 5. “ลูกเสือเป็นผ๎ูสุภาพเรียบร๎อย” หมายความวํา เป็นผู๎มีกิริยาวาจาสุภาพแกํบุคคลท่ัวไป
โดยเฉพาะเด็กและคนชรา

ข๎อ 6. “ลกู เสอื มีความเมตตากรุณาตํอสตั ว๑” หมายถึง เป็นผม๎ู ีจิตใจเมตตา กรุณา ไมํฆํา ไมํทรมาน
สัตว๑ เมื่อปูวยต๎องดูแลรักษา ถ๎าเป็นสัตว๑ท่ีใช๎งานก็พยายามใช๎แคํพอสมควร และให๎สัตว๑น้ันได๎รับความ

สบายพอสมควร
ข๎อ 7. “ลูกเสือเช่ือฟงั คาํ สง่ั ของบิดา มารดา และผบู๎ ังคับบัญชาดว๎ ยความเคารพ” หมายความวํา

ลูกเสอื จะต๎องเป็นผูป๎ ฏิบัตติ ามคาํ สัง่ โดยไมํลังเลใจ กระทาํ ด๎วยความเต็มใจเขม๎ แข็ง
ข๎อ 8. “ลกู เสอื มีใจราํ เรงิ และไมํยํอทอ๎ ตอํ ความยากลําบาก” หมายถงึ เป็นผ๎มู คี วามย้มิ แย๎มแจํมใส

ไมบํ ํน ไมํยอํ ท๎อตอํ ความยากลาํ บาก แมจ๎ ะพบอุปสรรค๑กต็ อ๎ งฟนั ฝาู และอดทน
ขอ๎ 9. “ลูกเสอื เป็นผม๎ู ธั ยสั ถ๑” หมายความวาํ ลกู เสอื จะตอ๎ งเปน็ ผรู๎ ๎จู ักประหยัด รู๎จักเก็บหอมรอม

ริบ ใช๎จํายอยํางประหยัด ไมํปลํอยเวลาให๎เสียไปโดยเปลําประโยชน๑ และรู๎จักรักษาทรัพย๑ส่ิงของทั้งของ
ตนเองและผูอ๎ ่นื

ข๎อ 10. “ลูกเสอื ประพฤติชอบดว๎ ยกาย วาจา ใจ” หมายความวาํ ลูกเสือจะตอ๎ งประพฤตติ นดีงาม
วาจาเรียบร๎อย มีจติ ใจสะอาด มคี วามสะอาดตอํ บาปและเกรงกลัวตํอความชัว่ มีสตเิ หนยี่ วรง้ั ไมยํ อมกระทําสง่ิ ผิด

คมู่ ือส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ทักษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลกู เสือโท ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5 145

138 คมู่ อื สง่ เสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวติ ในสถานศึกษา ประเภทลกู เสอื สามญั หลกั สูตรลกู เสือโท
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5

แผนการจัดกจิ กรรมลกู เสอื สามัญ ลูกเสอื โท ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5
หนว่ ยที่ 6 คาณุ ปธฏรญิ รมาณจแรลิยะธกรฎรมของลกู เสอื

แผนการจัดกจิ กรรมที่ 23 เพ่ิมพนู ประสบการณ์ มุง่ ม่ันส่คู วามสาเรจ็ เวลา 1 ชัว่ โมง

1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ลกูกเเสสอื ือสสาามมาารรถถววางาแงแผผนนกการาสรอสบอวบชิวาิชพาพเิ ศเิ ษศลษกู ลเูกสเอื สสือาสมาญั มไัญดไ้ ด๎

2. เนอ้ื หา
วชิ าพิเศษลกู เสือสามัญ

3. สือ่ การเรยี นรู้
3.1 แผนภมู เิ พลง
3.2 แผนภมู ิการสอบวชิ าพิเศษลกู เสอื สามญั
3.3 เรือ่ งส้นั ท่ีเปน็ ประโยชน๑

4. กิจกรรม
4.1 พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชักธงขนึ้ สวดมนต๑ สงบนงิ่ ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรอื เกม
4.3 กจิ กรรมตามจุดประสงคก๑ ารเรียนรู๎
1) ผ๎กู าํ กบั ลกู เสอื อธบิ ายถึงความสาํ คญั ของการสอบวชิ าพเิ ศษทล่ี กู เสอื สามญั ทุกคนได๎สอบ
เพ่อื เพมิ่ พนู ทักษะทางลกู เสอื
2) ลกู เสือศึกษาจากหลักสูตรวิชาพิเศษลกู เสือสามญั แล๎วใหล๎ ูกเสอื ไปฝึกปฏบิ ัติในวิชาทจ่ี ะสอบ
3) ให๎ลูกเสอื วางแผนการสอบวิชาพิเศษตามที่ตนสนใจ โดยนัดหมายการสอบกบั ผกู๎ ํากบั ลกู เสอื
4.4 ผ๎กู ํากบั ลูกเสอื เลาํ สน้ั เร่อื งที่เปน็ ประโยชน๑
4.5 พิธีปิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชักธงลง เลิก)

5. การประเมินผล
5.1 ทดสอบตามเกณฑว๑ ิชาพิเศษลูกเสอื สามญั
5.2 ข๎อเสนอแนะ ใหเ๎ วลาลกู เสอื ไปฝกึ อบ เวลา 1 สัปดาห๑ แลว๎ จงึ นดั หมายการทดสอบ

6. คณุ ธรรม
6.1 ความพอเพยี ง
6.2 ซือ่ สัตยส๑ จุ ริต
6.3 รบั ผดิ ชอบ
6.4 ความกตญั ๒ู
6.5 อุดมการณ์คณุ ธรรม

146 คู่มือส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวิตในสถานศึกษา ลกู เสอื โท ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5

คู่มอื ส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสอื สามัญ หลักสูตรลกู เสอื โท 139
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5

ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กิจกรรมท่ี 23

เพลง

บรกิ าร

บรกิ าร บริการ งานที่พวกเราทาํ เป็นประจํา เราทําไปไมํเคยคดิ รวนเร เฮ๎ (สรอ๎ ย) (ซา้ํ )

เกบ็ กวาดเราทาํ ทกุ สงิ่ ไมเํ คยคดิ ทจ่ี ะเบอ่ื
เพราะเรานี่เปน็ ลูกเสือ ชํวยเหลอื หนา๎ ทบ่ี รกิ าร (สร๎อย)
เก็บกวาดเราทาํ ทุกอยําง สะอาดทุกทางท่ีผาํ น
หนา๎ ที่ทกุ ๆ สถาน เราน้นั บริการทั่วไป (สรอ๎ ย)

เร่ืองส้ันทเ่ี ปน็ ประโยชน์

อันนินทากาเล

ฝกึ ให๎ตนเองเขา๎ ใจเรอ่ื งของการนนิ ทา หมายความวํา เราเกิดมาก็ต๎องรู๎ตัววํา เราต๎องถูกนินทา
แนนํ อน ดงั นั้นเมอ่ื ถกู นนิ ทาขอใหร๎ ู๎วาํ เรามาถกู ทางแลว๎ แปลวาํ เรายงั มตี วั ตนอยํูบนโลก คนท่ีชอบเต๎น
โมโหโกรธกับคํานินทาก็คือคนไมํร๎ูเทําทันโลก แม๎แตํคนเป็นพํอแมํก็ยังนินทาลูก ลูกก็นินทาพํอ แมํ
นับประสาอะไรกับคนอ่นื

ถ๎าเราห๎ามตนเองไมใํ ห๎ นินทาคนอื่นไดเ๎ มอื่ ไหรํ คอํ ยมาคดิ วําเราไมํถูกนนิ ทา

เร่ืองนสี้ อนให้รู้วา่ ไมมํ ใี ครทไ่ี มถํ ูกนนิ ทา

148 คู่มอื ส่งเสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลูกเสอื โท ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5

140 คูม่ อื ส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลกู เสอื ทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสือสามัญ หลกั สูตรลกู เสอื โท
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ใบความรู้

วชิ าพเิ ศษลูกเสือสามัญ

ลูกเสอื สามญั อาจสอบวชิ าพิเศษลูกเสอื สามัญได๎ตามหลกั สูตรทก่ี ําหนดไว๎ วิชาพิเศษเหลําน้ี
มํุงหมายให๎ลูกเสือได๎แสดงออกทางทักษะ และความสนใจของตนเอง เพื่อให๎ได๎มีสํวนในการปฏิบัติ

กจิ กรรมรวํ มกับลกู เสืออ่นื ๆ ด๎วย วชิ าพเิ ศษลูกเสอื สามญั มดี ังตอํ ไปน้ี

1. นกั จักสาน 19. นักผจญภยั ในปูา 37. นักเคร่อื งบนิ เลก็
2. ชาํ งไม๎ 20. นักสํารวจ 38. นักสะสม
3. ชํางหนัง 21. มัคคุเทศก๑ 39. บรรณารักษ๑
4. ชาวนา 22. ชํางเขียน 40. นักกรีฑา
5. ชาวสวน 23. นักสญั ญาณ 41. นักขีม่ ๎า

6. ชาวไรํ 24. นักบกุ เบกิ 42. มวยไทยเบ้อื งตน๎
7. นกั เลยี้ งสตั ว๑เลก็ 25. นกั ธรรมชาตศิ ึกษา 43. มวยสากลเบอื้ งตน๎
8. นกั จกั รยาน 2 ลอ๎ 26. ชาํ งเบด็ เตล็ด 44. กระบก่ี ระบองเบ้ืองตน๎
9. นกั วํายนาํ้ 27. ผบู๎ ริบาลคนไข๎ 45. นกั ยิงปืนเบื้องตน๎
10. ผช๎ู วํ ยคนดับเพลิง 28. นกั จับปลา 46. นกั อนุรกั ษเ๑ บ้อื งต๎น

11. ผช๎ู วํ ยผ๎ปู ระสบภัย 29. ผ๎ูชวํ ยต๎นเดนํ 47. การหามิตร
12. ผใ๎ู หก๎ ารปฐมพยาบาล 30. นกั พายเรอื 48. มารยาทในสงั คม
13. นกั สังเกตและจาํ 31. นายท๎ายเรอื บด 49. นเิ วศวทิ ยา
14. การพราง 32. นักกรรเชียงเรอื 50. การพัฒนาชมุ ชน
15. ชาวคําย 33. นกั แลนํ เรือใบ 51. การใชพ๎ ลังงานทดแทน
16. ผ๎ปู ระกอบอาหารในคาํ ย 34. นักดาราศาสตรเ๑ บ้ืองตน๎ 52. ลกู เสอื โทพระมงกุฎเกลา๎ ฯ

17. ลําม 35. นกั อุตุนิยมวิทยาเบอื้ งตน๎ 53. ลกู เสอื เอกพระมงกุฎเกลา๎ ฯ
18. นักดนตรี 36. ยามอากาศเบ้อื งต๎น 54. สายยงยศ

คูม่ ือส่งเสรมิ แคลมู่ ือะพส่งฒั เสนรมิากแลจิ ะกพรฒั รมนลากูกจิ เกสรือรทมลักูกษเสะชือทีวิตกั ษในะชสวี ถติ าในนสศถกึ าษนาศกึ ลษกู าเปสรอื ะโเทภทชลน้ัูกเปสรอื ะสถามมัญศกึ หษลากั ปสูตีทรี่ ล5กู เสือโท 114491
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5

แผนการจัดกิจกรรมลกู เสอื สามญั ลกู เสอื โท ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
หน่วยท่ี 7 คคณุ าปธฏริญรมาณจรแิยลธะรกรฎมของลูกเสือ
แผนการจัดกจิ กรรมท่ี 24 การแสดงออกทางอารมณ์อยา่ งเหมาะสม เวลา 2 ช่วั โมง

1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ลกู เสือสามัญสามารถแสดงออกทางอารมณไ๑ ดอ๎ ยํางเหมาะสมตามวยั

2. เนอื้ หา
การแสดงออกทางอารมณอ๑ ยาํ งเหมาะสม

3. สื่อการเรยี นรู้
3.1 แผนภมู เิ พลง
3.2 ใบความรู๎ เรอื่ ง การแสดงออกทางอารมณ๑อยาํ งเหมาะสม
3.3 เรื่องส้นั ทีเ่ ป็นประโยชน๑

4. กิจกรรม
4.1 กิจกรรมคร้งั ที่ 1
1) พิธเี ปิดประชมุ กอง (ชักธงขน้ึ สวดมนต๑ สงบนิ่ง ตรวจ แยก)
2) เพลง หรอื เกม
3) กจิ กรรมตามจดุ ประสงคก๑ ารเรียนร๎ู
(1) ผู๎กํากับลูกเสือนําสนทนาถึงการแสดงออกทางอารมณ๑ ท่ีมักกํอให๎เกิดปัญหาตามมา
เชํน การทะเลาะวิวาท การทําร๎ายรํางกาย การโกรธเคือง ซึ่งทําให๎เสียสัมพันธภาพ
เปน็ ตน๎
(2) ผู๎กํากับลูกเสือแจกใบความร๎ู เร่ืองการแสดงออกทางอารมณ๑อยํางเหมาะสม และ
มอบหมายให๎หมูํลูกเสือเตรียมการแสดงบทบาทสมมุติ หมํูละ 1 สถานการณ๑
ท่ีกําหนดให๎ (เชํน เสียใจ ดีใจ โกรธ ต่ืนเต๎น ตกใจ ผิดหวัง) โดยทําเป็น 2 รอบ
เพ่อื นําเสนอในกองลูกเสือครัง้ ตํอไป
รอบท่ี 1 เป็นการแสดงออกทางอารมณ๑ไมเํ หมาะสม
รอบที่ 2 ปรับใหเ๎ ปน็ การแสดงออกทางอารมณอ๑ ยาํ งเหมาะสม ในสถานการณ๑เดิม
4) ผู๎กํากับลูกเสอื เลําเร่ืองสนั้ ที่เป็นประโยชน๑
5) พิธปี ดิ ประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชักธงลง เลกิ

150 คมู่ ือส่งเสริมและพฒั นากิจกรรมลกู เสือทกั ษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลกู เสอื โท ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5

142 คู่มือสง่ เสรมิ และพัฒนากิจกรรมลกู เสือทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสือสามญั หลักสูตรลกู เสอื โท
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5

4.2 กิจกรรมครั้งที่ 2
1) พธิ เี ปดิ ประชมุ กอง (ชักธง สวดมนต๑ สงบน่งิ ตรวจ แยก)
2) เพลง หรอื เกม
3) กจิ กรรมตามจดุ ประสงคก๑ ารเรยี นร๎ู
(1) ลูกเสือแสดงบทบาทสมมตุ ทิ ีละหมูํ หมลํู ะ 2 รอบ หลังการแสดงของแตํละหมูํ
ผ๎กู าํ กบั ลูกเสอื ให๎ตวั แทนหมูํได๎สรุปวําในรอบที่ 2 น้นั มคี วามแตกตาํ งจากรอบแรก
อยํางไรจนครบทกุ หมูํ
(2) ผกู๎ าํ กับและลูกเสอื รวํ มกันสรุปขอ๎ คดิ ทไ่ี ด๎ และการนาํ ไปใช๎ในชวี ิตประจาํ วัน
4) ผู๎กํากับลูกเสอื เลาํ เรอื่ งส้นั ที่เปน็ ประโยชน๑
5) พิธปี ดิ ประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลิก)

5. การประเมนิ ผล
สังเกต การมีสํวนรํวมในการทํากิจกรรม การแสดงออกในบทบาทสมมุติ และการแสดงความ

คดิ เหน็ ในหมูแํ ละในกองลกู เสอื

6. องค์ประกอบทักษะชวี ติ สาคญั ท่ีเกดิ จากกจิ กรรม
การจัดการกับอารมณ๑ การสรา๎ งสมั พนั ธภาพและการสอื่ สาร

7. คุณธรรม
7.1 ความพอเพยี ง
7.2 ซื่อสัตยส๑ จุ ริต
7.3 รับผดิ ชอบ
7.4 ความกตัญ๒ู
7.5 อุดมการณ๑คุณธรรม

เพลง ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กจิ กรรมที่ 24

ตะละบุม่ บุมบมุ๋

ตะละบมํุ บมุ บุ๐ม โอแ๎ มํเนื้อนมํุ บวั บาน

พค่ี อยคะนงึ คดิ ถงึ เธอมานาน โอ๎แมตํ าหวานอยาํ ทาํ ใหฉ๎ ันยนื งง

(ดอกเอย๐ ุุุุุุุุุเจ๎าดอกุุุ.

คู่มือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสือทักษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5 151
คู่มือสง่ เสริมและพฒั นากิจกรรมลกู เสือทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสอื สามัญ หลกั สูตรลูกเสือโท 143
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5

หอมหอมเอย
หอม หอม เอย หอมเอยเจ๎าดอกไมเ๎ อย สดุ เฉลยทรามเชยของพ่ี
หอมเอย หอมดอก หอมดอกอะไรดี ขอเชญิ น๎องพีม่ าลองทายดู

(ดอกเอย๐ ุุุุุุุ..เจา๎ ดอกุุุุุ)

ใบความรู้ วธิ จี ดั การกบั อารมณ์

อารมณท๑ เี่ ป็นทุกข๑โดยเฉพาะอยํางย่งิ ความโกรธ นอ๎ ยใจ ผดิ หวัง มกั กํอพฤติกรรมทเี่ ป็นปัญหา
เชนํ การทะเลาะวิวาท ทาํ ร๎ายผูอ๎ นื่ การประชดชีวติ ด๎วยการทําร๎ายตนเอง ใชย๎ าเสพตดิ ฯลฯ

แนวทางจัดการอารมณ์ในเวลาปกติ
1. ฝกึ การรับรอู๎ ารมณ๑ เพือ่ รเ๎ู ทําทันอารมณ๑ตนเอง เชํน การถามความรู๎สึกตนเองในขณะมีการ

เปล่ียนแปลงทางอารมณ๑ เป็นการเฝฺามองตนเองเม่อื ถูกกระตุน๎ ดว๎ ยสง่ิ เรา๎ และจดบันทึกอารมณ๑ในแตํละวัน
เมือ่ ชาํ นาญแลว๎ จงึ เปลี่ยนมาฝกึ บอกตนเองในใจอยูํเสมอ

2. รบั รว๎ู าํ อารมณ๑เปล่ยี นแปลงได๎ตลอดเวลา เกิดขน้ึ แล๎วกด็ บั ไป ดังนั้นควรยอมใหอ๎ ารมณน๑ นั้ ๆ

เปลย่ี นแปลงไปตามธรรมชาติ ไมยํ ดึ ตดิ หรือดงึ กลบั มาเป็นอารมณ๑ใหมํ
3. ใสขํ อ๎ มลู ทางบวกให๎ตนเอง แทนการสะสมขยะความโกรธไวใ๎ นใจ
4. ฝกึ ยบั ยั้งตนเองอยเูํ สมอ ๆ และช่นื ชมตนเองเม่อื ทาํ ไดส๎ าํ เร็จ
5. หลกี เลี่ยงการคบเพอื่ นเจา๎ อารมณ๑ เพราะจะทาํ ใหเ๎ คยชนิ แล๎วทาํ ตาม
6. หมน่ั สะสมความสขุ ปีตจิ ากการชํวยเหลอื ผอ๎ู ่นื และทาํ ให๎อารมณอ๑ ํอนโยน

แนวทางควบคุมอารมณเ์ มอ่ื เกดิ อารมณ์ทางลบ 4 ข้นั ตอน
1. สาํ รวจอารมณ๑ขณะน้ันวาํ กําลงั มีอารมณ๑เชํนไร
2. คาดการณ๑ถึงผลดแี ละผลเสยี ของการแสดงพฤติกรรมตามอารมณ๑ท่ีเกิดขนึ้
3. ควบคุมอารมณ๑ดว๎ ยวิธีการที่เหมาะสมกับตนเอง เชํน ทําสมาธิ, นับเลขในใจ 1, 2, 3, 4 ุ,

ออกจากเหตกุ ารณช๑ ัว่ คราว ฯลฯ
4. สํารวจอารมณ๑อกี ครง้ั หนง่ึ และแสดงความชนื่ ชมตนเองเมือ่ ทาํ ไดส๎ าํ เร็จ

การควบคมุ อารมณโ์ กรธ

ในแตํละขณะคนเราจะมีอารมณ๑ได๎แบบเดียว ดังนั้นถ๎าเรานําอารมณ๑ที่สงบมาแทนท่ีอารมณ๑
โกรธได๎ ความโกรธกจ็ ะเบาบางลงข้ันตอนการควบคมุ อารมณ๑โกรธ มี 3 ขัน้ ตอน คือ

1. ตัง้ สติและควบคมุ อารมณ๑โกรธ โดยเลอื กวิธใี ดวธิ หี นึ่งทีท่ าํ ไดง๎ าํ ย ๆ ไดแ๎ กหํ ายใจเข๎าออกยาว ๆ
มีวิธีฝกึ ดังน้ี

1) สดู ลมหายใจเข๎าลึกๆ ชา๎ ๆ พร๎อมกับนบั 1 – 2 – 3 – 4 ในใจ

152 คู่มอื สง่ เสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 5

144 คู่มือสง่ เสรมิ และพัฒนากิจกรรมลูกเสือทักษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสอื สามัญ หลกั สูตรลกู เสือโท
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5

2) กลนั้ หายใจ 1 วนิ าที
3) คอํ ยๆ หายใจออกยาวๆ ช๎าๆ พรอ๎ มกับนับ 1 – 2 – 3 – 4 ในใจ

- นบั เลขเบรกอารมณ๑ โดยนบั เลขในใจช๎า ๆ 1.....2......3.......4......5.....6.........
- หายใจเขา๎ ทางจมกู หายใจออกทางปากช๎าๆ
2. บอกความรูส๎ ึก และความตอ๎ งการ กบั คํูกรณี ดว๎ ยทาํ ทสี งบ ไมํก๎าวร๎าว เชํน กรณีโกรธเพราะ
ถูกเพ่ือนแกลง๎
- เราไมสํ นุกด๎วยเลย เลกิ แกล๎งเราไดไ๎ หม
- เราไมํชอบการเลํนแรงๆ แบบนี้ เปลี่ยนวิธเี ลํนไดไ๎ หม
3. ถา๎ ยังไมไํ ด๎ผลควรหาทางออกจากเหตุการณ๑ เชํน
- เราไมํเลํนแลว๎ นะ (แลว๎ เดินออกจากเหตุการณ)๑

เรอ่ื งสั้นท่ีเปน็ ประโยชน์

ลาอยากร้องเพลง

ลาได๎ยนิ เสยี งจักจ่ันซึ่งมักจะสงํ เสยี งรอ๎ งเพลงอยาํ งไพเราะตลอดเวลา ลาจึงถามจกั จน่ั วํา
“เพ่อื นเอย๐ เจา๎ กนิ อะไรหรือ จงึ มเี สียงที่ไพเราะนัก”จักจั่นย้ิมแล๎วตอบวํา“อ๐อ อาหารของข๎าก็คือ
น้าํ คา๎ งไงลํะ” ลาจงึ เขา๎ ใจวําเพราะจกั จัน่ กินแตํนํ้าค๎างอยํางเดียวจงึ ไดม๎ เี สยี งไพเราะ ดังนั้นถ๎าตนลองกิน
นาํ้ คา๎ งบา๎ งก็คงจะรอ๎ งเพลงไดไ๎ พเราะอยาํ งจกั จั่น ต้ังแตวํ นั นนั้ ลาก็กินแตํนํ้าค๎างไมํกินหญ๎าท่ีเป็นอาหาร
ของตน ไมํช๎าไมนํ านนกั ลากซ็ บู ผอมตายไปเพราะความหวิ โหย

เร่อื งนี้สอนให้รู้วา่ สิ่งทีด่ ที ี่สดุ สําหรับผ๎อู ่นื อาจเป็นสงิ่ ทแ่ี ยทํ ส่ี ดุ สาํ หรับเรา

สุนขั กับเงา

สนุ ขั ตัวหน่ึงขโมยเนอ้ื มาจากตลาด คาบว่งิ ข๎ามสะพานมา ขณะอยํูบนสะพานมันเหลือบเห็นเงา
ของตวั เองในนา้ํ ก็เข๎าใจวําเป็นสุนขั อกี ตัวหนึ่งซึ่งคาบเน้ือช้ินใหญํกวํามา มันจึงอ๎าปากหมายจะงับแยํง
ช้นิ เนื้อจากสุนขั ท่ีมองเหน็ ในน้าํ เน้อื ในปากของมันจงึ ตกนาํ้ จมหายไป สุนัขตัวน้ีเลยสูญเสียทั้งเน้ือท่ีตน
ขโมยมาและเนือ้ ที่ตนคิดอยากจะได๎

เร่อื งน้ีสอนใหร้ ู้ว่า ผมู๎ ีความโลภและโงเํ ขลา นอกจากจะพลาดหวังในส่งิ ที่ตนตอ๎ งการ ยงั อาจสญู เสยี
สงิ่ ท่ีตนมอี ยูํแลว๎ อกี ด๎วย

คมู่ อื ส่งเสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสอื ทักษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 5 153
ค่มู ือสง่ เสริมและพัฒนากิจกรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสือสามญั หลกั สตู รลกู เสือโท 145
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 5

แผนการจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั ลูกเสือโท ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5
หน่วยท่ี 7 คาณุ ปธฏริญรามณจแรลิยะธกรฎรขมองลูกเสือ
แผนการจดั กจิ กรรมที่ 25 คนดีในอุดมคติ เวลา 1 ช่ัวโมง

1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ลกู เสือสามารถบอกคุณสมบตั ขิ อง “คนดี” ตามอดุ มคติของลกู เสอื

2. เน้ือหา
คุณสมบัติคนดใี นอดุ มคตขิ องลูกเสอื

3. สื่อการเรยี นรู้
3.1 แผนภมู ิเพลง
3.2 ใบความรู๎ เร่อื ง คณุ สมบัติ คนดี ในอดุ มคตขิ องลกู เสือ
3.3 เรือ่ งสนั้ ทีเ่ ปน็ ประโยชน๑

4. กิจกรรม
4.1 พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชกั ธงขน้ึ สวดมนต๑ สงบน่งิ ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรือเกม
4.3 กจิ กรรมตามจุดประสงคก๑ ารเรยี นร๎ู
1) ลูกเสอื นง่ั ลอ๎ มวงตามหมูํ ใหส๎ มาชกิ แตํละคนผลดั กนั เลําถงึ “คนดี” ทตี่ นเองรจ๎ู กั ใน
3 ประเดน็ คอื

(1) บุคคลนน้ั มคี วามดอี ยํางไร
(2) ลกู เสือร๎ูไดอ๎ ยาํ งไรวําเขาเปน็ คนดี
(3) สรุปถึงคณุ สมบตั ทิ ี่คดิ วาํ ดที สี่ ดุ ของบุคคลนน้ั
2) ผ๎ูกาํ กับลูกเสอื แจกใบงานให๎ลกู เสอื ศกึ ษาและสงํ ตัวแทนนําเสนอในประเดน็ ตอํ ไปน้ี
(1) ลกู เสือคดิ วาํ การเป็น “คนดี” นน้ั เปน็ ประโยชน๑ตอํ ตนเอง และผู๎อื่นอยํางไร
(2) การเปน็ “คนดี” จะทาํ ให๎ “ลูกเสือเป็นผมู๎ ีเกยี รติ เชื่อถือได๎” ดงั นนั้ ลูกเสือคดิ วํา

จะสรา๎ งคณุ สมบัติของคนดใี ห๎เกดิ ขึ้นในตวั ของลกู เสอื ใหม๎ ากท่สี ุดอยํางไร
(3) ผู๎กาํ กบั ลกู เสือรวํ มการสรุปคนดีในอุดมคติ
4.4 ผก๎ู าํ กับลูกเสอื เลําเรอื่ งสั้นที่เป็นประโยชน๑
4.5 พิธีปดิ ประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลิก)

154 คมู่ ือสง่ เสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสอื ทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5

146 คมู่ ือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสอื สามัญ หลกั สตู รลูกเสอื โท
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5

5. การประเมนิ ผล
สงั เกต การมีสวํ นรวํ มในการทาํ กจิ กรรม และการแสดงความคดิ เหน็ ในหมูํและในกองลกู เสอื

6. องค์ประกอบทกั ษะชวี ติ สาคัญที่เกดิ จากกจิ กรรม
คอื ความคิดวิเคราะห๑ ความคดิ สร๎างสรรค๑ และเขา๎ ใจผอู๎ นื่

7. คณุ ธรรม
7.1 ความพอเพียง
7.2 ซื่อสตั ย๑สจุ รติ
7.3 รบั ผดิ ชอบ
7.4 ความกตญั ๒ู
7.5 อุดมการณค๑ ณุ ธรรม

ภาคผนวกประกอบแผนการจัดกิจกรรมท่ี 25
เพลง

หนึ่งในรอ้ ย

พราวแพรว อันดวงแกว๎ แวววาม สดสีงามหลายหลากมากนามนิยม
นิลกาฬ มกุ ดา บุษรา ขําคม นาํ ชมวาํ งามเหมาะสมดี
เพชรน้าํ หนง่ึ งามซ้งึ พึงเป็นยอดมณี ผอํ งแผ๎วสดสี
เพชรดมี หี นึ่งในร๎อยดวง ความดคี นเรานดี่ ีใด
ดนี า้ํ ใจทใ่ี ห๎แกคํ นทง้ั ปวง อภัย รูแ๎ ตใํ ห๎ไปไมํหวง
เจ็บทรวงหนํวงใจให๎รู๎ทน ร๎ูกลนื กลาํ้ เลิศลํ้า ความเปน็ ยอดคน

ชนื่ ชอบตอบผล รอ๎ ยคนมหี น่งึ เทาํ น้นั เอย

เรือ่ งทเี่ ป็นประโยชน์ สนุ ัขผู้ซ่ือสัตย์

บา๎ นหลงั หนง่ึ เล้ยี งสุนัขไว๎เฝฺาบ๎าน สุนัขตัวนั้นซ่ือสัตย๑มาก ยามกลางคืนขณะที่มันนอนหลับ

หากได๎ยินเสียงผิดปกติ มันจะลุกข้ึนมาเหําหอน เตือนภัยแกํเจ๎าของบ๎านเสมอ คืนหน่ึงมันได๎ยินเสียง
ฝีเทา๎ คนยํา่ ใบไม๎ดงั กรอบแกรบ ใกลร๎ ั้วบ๎าน แม๎จะไมเํ ห็นวาํ เปน็ ใครมันก็สํงเสียงเหําไว๎กํอนเจ๎าหัวขโมย
จึงโยนเน้ือชุบยาเบื่อชิ้นหนึ่งเข๎ามาในร้ัว สุนัขเฝฺาบ๎านเดินเข๎าไปดมๆ ดู แตํไมํกินมันยังคงเหําตํอไป
จนกระทง่ั เจ๎าของบ๎านออกมาดู แล๎วก็ชวํ ยกนั จบั โจรไดใ๎ นทสี่ ดุ

เรอ่ื งนส้ี อนใหร้ วู้ า่ อามสิ สนิ บนนัน้ ซอื้ ความซอื่ สัตยไ๑ มํได๎

คมู่ ือส่งเสริมและพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวิตในสถานศึกษา ลกู เสือโท ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 5 155
คู่มือส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวิตในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสอื สามญั หลักสูตรลูกเสือโท 147
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5

แผนการจดั กจิ กรรมลูกเสือสามัญ ลูกเสือโท ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 5
หน่วยท่ี 7 คาณุ ปธฏริญรามณจแรลิยะธกรฎรขมองลกู เสอื
แผนการจัดกจิ กรรมที่ 26 ส่ิงดๆี ของฉัน เวลา 1 ชัว่ โมง

1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ลกู เสอื สามารถเขา๎ ใจและเหน็ คุณคําตนเอง

2. เนือ้ หา
ลูกเสือคุณคําตนเอง

3. ส่อื การเรยี นรู้

3.1 แผนภูมเิ พลง
3.2 กระดาษชาร๑ท
3.3 ปากกาเคมี
3.4 เรอื่ งสน้ั ที่เป็นประโยชน๑

4. กิจกรรม
4.1 พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชักธงขึน้ สวดมนต๑ สงบนิง่ ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรอื เกม
4.3 กจิ กรรมตามจุดประสงค๑การเรียนร๎ู
1) ลูกเสือน่ังล๎อมวงทํากิจกรรมในหมํู ผู๎กํากับแจกกระดาษชาร๑ทและปากกาเคมี แตํละคน

พูดถึงความถนดั ของตนเอง หรอื ส่งิ ท่ตี นเองทาํ ไดด๎ ี และสามารถให๎ความชํวยเหลือเพื่อน ๆ
งานของหมลูํ ูกเสอื และกองลูกเสอื ได๎ นายหมมํู อบให๎สมาชิกคนหนึ่งเป็นคนเขียนรวบรวม
จดบันทกึ ความถนัดของสมาชกิ ของแตลํ ะคน
2) ผ๎กู าํ กับลูกเสอื เรยี กรวมกองแล๎วให๎นายหมรํู วบรวมวํา ในกองลูกเสือมีทรัพยากรบุคคล
ท่ีจะพฒั นางานของกองลกู เสอื ในเรื่องอะไรไดบ๎ ๎าง
3) ผู๎กํากบั นําอภิปรายในกองลกู เสอื ในประเดน็ ตอํ ไปนี้

- การทลี่ กู เสือไดร๎ ๎ูถงึ ความถนัด และความสามารถของตนเองน้ัน มีประโยชนต๑ อํ ตนเอง
และผู๎อน่ื อยาํ งไร ( รส๎ู กึ ภมู ิใจและเหน็ คณุ คาํ ตนเอง มีกําลงั ใจทจ่ี ะไดส๎ งํ เสรมิ และ
พฒั นาความสามารถของตนเองให๎ดียงิ่ ๆ ขนึ้ และสามารถใหค๎ วามชวํ ยเหลือแกเํ พอ่ื น
และงานของสํวนรวมได)๎
4.4 ผู๎กาํ กับเลาํ เรอ่ื งสั้นที่เป็นประโยชน๑
4.5 พธิ ีปดิ ประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจเคร่ืองแบบ ชักธงลง เลกิ )

156 ค่มู อื ส่งเสริมและพฒั นากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชีวติ ในสถานศึกษา ลกู เสือโท ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 5

148 คมู่ อื ส่งเสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสอื ทกั ษะชวี ิตในสถานศึกษา ประเภทลูกเสอื สามญั หลกั สตู รลกู เสือโท
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5

5. การประเมินผล
สังเกต การมสี ํวนรวํ มในการทาํ กจิ กรรม และการแสดงความคดิ เหน็ ในหมแูํ ละในกองลกู เสอื

6. องคป์ ระกอบทักษะชวี ิตสาคญั ท่ีเกิดจากกจิ กรรม
คอื เขา๎ ใจและเหน็ คุณคาํ ตนเอง

7. คณุ ธรรม
7.1 ความพอเพียง
7.2 ซอื่ สตั ย๑สจุ รติ
7.3 รับผิดชอบ
7.4 ความกตัญ๒ู
7.5 อุดมการณ๑คุณธรรม

ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กิจกรรมที่ 25

เพลง เพอ่ื ความยืนยงสามัคคี
เพือ่ ความสามคั คีมีรํวมกัน
จับมือ
เปรยี บดังเปลวเพลิงร๎อนไฟนน่ั
จบั มือกนั ไว๎ใหม๎ ัน่ คง จบั มอื ยมิ้ ใหก๎ นั เปน็ สงิ่ ดี
รกั กันปรองดองเหมือนนอ๎ งพี่
โกรธกนั มนั รา๎ ยเป็นส่ิงเลว
เผาใจ ใหม๎ ีความไหวหว่นั

เร่อื งสนั้ ท่เี ปน็ ประโยชน์

วธิ เี สริมสร้างคณุ ค่าตนเอง
การเหน็ คุณคาํ ตนเอง หมายถงึ การรับรถ๎ู ึงคุณคําหรือความสามารถที่มอี ยํใู นตนเอง บนพนื้ ฐาน
ท่สี มดุลระหวาํ งความตอ๎ งการผลสําเรจ็ กบั ความมเี กยี รติและความซอ่ื สตั ย๑
กรมสขุ ภาพจติ แนะนาวิธเี สรมิ สรา้ งคณุ ค่าของตนเอง ดังน้ี
1. พิจารณาจดุ ยนื และส่งิ สาํ คัญของชวี ติ ตนเองวําคอื อะไร

คู่มอื ส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลูกเสอื ทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 157
คมู่ ือส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลกู เสือทกั ษะชีวติ ในสถานศึกษา ประเภทลูกเสือสามัญ หลกั สตู รลูกเสอื โท 149
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5

2. จัดเวลาในการพฒั นาจิตใจและความเชอ่ื ม่ันตนเองดว๎ ยวิธีตาํ ง ๆ เชนํ การน่งั สมาธิ การอาํ น
หนังสอื ทเ่ี สรมิ สรา๎ งความเชอ่ื มน่ั จดคําขวัญท่ีประทับใจ จดบนั ทกึ สงิ่ ทดี่ ี ๆ และผลงานของตนเองท่ีชื่นชอบ
หรือประสบผลสาํ เรจ็ (ตัวอยาํ ง : ซื่อสตั ย๑ คดิ ริเรมิ่ มุํงม่นั เอ้อื อาทร เรยี นดี ได๎รางวัล ฯลฯ) เป็นตน๎

3. เลกิ บํนสิง่ ที่ไมดํ ขี องตนเอง ไมดํ ูถกู ตวั เองหรอื มองวาํ ตัวเองไรค๎ วามสามารถ การตอกยํ้าจุด
ดอ๎ ยจะทาํ ใหข๎ าดพลงั และความเช่อื ม่นั ในตนเอง

4. ไมํเปรยี บเทียบตัวเองกับผอ๎ู ืน่ เพราะทุกคนแตกตํางกัน และยอมรับวําไมํมใี ครสมบรู ณ๑ 100%
5. คบกบั คนทมี่ องโลกในแงํดี มีความเช่อื มนั่ และเห็นคณุ คาํ ตนเอง เพราะเพ่ือนจะคอยกระตุ๎นให๎
เรามคี วามมัน่ ใจและความมุํงมนั่ มากขน้ึ รวมทงั้ มองปัญหาวาํ มีทางออกและมองโลกในแงํดี
6. หาตน๎ แบบ เพอ่ื เปน็ แนวทางการดําเนนิ ชวี ติ ของตนเอง ตัง้ เปาฺ หมายทจี่ ะเป็นไปได๎และมุํงมั่น
สคํู วามสาํ เร็จ
7. หาผ๎ูชํวยเหลอื ดา๎ นทักษะและทัศนคติ ในการดาํ รงชีวิตหรอื การงาน ถา๎ หากมีคนชมหรอื
กลําวโทษใหก๎ ลาํ วคําวาํ ขอบคุณทเ่ี ขาชวํ ยบอกให๎เราร๎ู

เรอ่ื งนส้ี อนใหร้ ูว้ า่ คนทกุ คนยํอมมคี ณุ คาํ ในตนเอง

158 คูม่ ือสง่ เสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสือทักษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5

150 คมู่ ือสง่ เสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสือทักษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสือสามญั หลกั สตู รลูกเสือโท
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5

แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสือสามญั ลกู เสอื โท ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 5
หน่วยท่ี 7 คาณุ ปธฏรญิ รมาณจแรลิยะธกรฎรมของลกู เสอื

แผนการจัดกจิ กรรมที่ 27 มารยาททางสงั คม เวลา 1 ชัว่ โมง

1. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
เพอ่ื ใหล๎ กู เสอื สามารถปฏิบตั ิตนถงึ มารยาททดี่ ีในสงั คมไดอ๎ ยํางเหมาะสม

2. เนอ้ื หา

การปฏบิ ัติตนเป็นผ๎มู มี ารยาทดใี นสังคม

3. สื่อการเรียนรู้
3.1 แผนภมู เิ พลง

3.2 แผนภมู ริ ูปภาพแสดง มารยาททด่ี ใี นสงั คม

3.3 เรอ่ื งสัน้ ทีเ่ ป็นประโยชน๑

4. กจิ กรรม
4.1 พิธเี ปดิ ประชุมกอง (ชกั ธงขน้ึ สวดมนต๑ สงบน่ิง ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรือเกม
4.3 กจิ กรรมตามจุดประสงค๑การเรยี นรู๎
1) ผู๎กาํ กับลูกเสอื กําหนดบทบาทสมมุตกิ ารจดั งานรน่ื เริง ในกองลูกเสือ ดังน้ี
- แบํงลูกเสือเปน็ 2 กลํมุ
กลุํมท่ี 1 แสดงบทบาทเป็นผูต๎ ๎อนรบั แขก ผู๎บริการอาหารนาํ้ ด่มื พิธกี รในงานรนื่ เริง
กลํุมท่ี 2 แสดงเป็นสุภาพบรุ ุษ และสภุ าพสตรี ทมี่ ารํวมงานรื่นเริงจากนนั้ ใหล๎ กู เสือ
ทั้งสองกลํมุ สลับกนั แสดงบทบาทสมมตุ ิ
2) ผูก๎ ํากับลกู เสอื สงั เกต ประเมนิ ผลการปฏบิ ัติมารยาทในสงั คม และใหข๎ อ๎ เสนอแนะ
เพ่ือการปรบั ปรงุ ในเร่อื งตํอไปนี้
- การพดู จาต๎อนรับ การใหเ๎ กยี รติ และทกั ทาย
- มารยาทและการแสดงออกทส่ี ุภาพเรยี บรอ๎ ยท้งั ตอํ เพศเดียวกัน และเพศตรงกนั ข๎าม
- การแสดงบทบาททถ่ี ูกกาลเทศะ ในบทบาทตาํ ง ๆ เชํน พิธกี ร บรกิ ร เจ๎าหนา๎ ท่ี ตอ๎ นรับ
3) ลกู เสอื ทงั้ สองกลุํม รําวงในเพลงงามแสงเดอื น
4) ผู๎กาํ กบั ลกู เสอื นาํ เสนอแผนภูมิ รวํ มกนั นําอภปิ ราย สรุปข๎อคิดทไี่ ดแ๎ ละการนาํ ไปใช๎
4.4 ผก๎ู าํ กบั เลําเร่อื งสนั้ ท่ีเปน็ ประโยชน๑
4.5 พธิ ปี ิดประชุมกอง (นัดหมาย ตรวจเคร่อื งแบบ ชักธงลง เลิก)

คมู่ อื ส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสอื ทักษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลกู เสือโท ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 5 159
ค่มู ือสง่ เสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสือทักษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสอื สามัญ หลักสตู รลกู เสอื โท 151
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 5

5. การประเมินผล
สังเกตการมสี ํวนรํวมในการทํากิจกรรม การแสดงออก และการแสดงความเห็นในหมํแู ละในกองลูกเสือ

6. องคป์ ระกอบทกั ษะชีวิตสาคัญท่ีเกดิ จากกจิ กรรม
ความคดิ วเิ คราะห๑ ความคดิ สรา๎ งสรรค๑ การสรา๎ งสัมพันธภาพและการสอ่ื สาร

7. คุณธรรม
7.1 ความพอเพยี ง
7.2 ซื่อสตั ยส๑ จุ รติ
7.3 รับผิดชอบ
7.4 ความกตัญ๒ู
7.5 อุดมการณ๑คุณธรรม

ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กจิ กรรมที่ 27

เพลง

งามแสงเดือน

งามแสงเดอื นมาเยอื นสอํ งหลา๎ งามใบหนา๎ เมอื่ อยวํู งราํ ( 2 เท่ยี ว )
เราเลํนเพ่อื สนกุ เปล้อื งทุกขม๑ ิวายระกาํ
ขอให๎เลนํ ฟฺอนรํา เพ่ือสามัคคีเอย.

เรอ่ื งส้นั ทีเ่ ป็นประโยชน์

มารยาททางสงั คม

มารยาท หรือ มรรยาท หมายถึง กิริยาวาจาที่ถือวําสุภาพเรียบร๎อย ถูกกาลเทศะ สํวนคําวํา
มารยาทในสังคม จะหมายถึง กรอบหรือระเบียบแบบแผนที่ควรประพฤติหรือควรละเว๎นในสํวนที่
เก่ียวกบั ผ๎ูอื่น รวมทั้งชุมชนหรือคนหมํูมาก โดยเหตุท่ีมนุษย๑เราไมํสามารถอยํูลําพังคนเดียวในโลกได๎
ต๎องเกี่ยวข๎องสัมพันธ๑กับผ๎ูอื่นไมํมากก็น๎อย ด๎วยเหตุน้ี จึงต๎องมีกฎกติกากําหนดแบบแผนในการอยูํ
รํวมกนั ซึ่งทุกชาติทกุ ประเทศตํางก็มีแบบอยํางทางวัฒนธรรมท่ีเรียกกันวํา มารยาททางสังคมน้ีท้ังส้ิน

เพียงแตํรายละเอียดอาจจะแตกตํางกันบ๎าง อยํางไรก็ดี ด๎วยความก๎าวหน๎าทางเทคโนโลยีปัจจุบัน

160 คูม่ ือสง่ เสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสือทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ลูกเสอื โท ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5

152 คมู่ อื ส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวติ ในสถานศึกษา ประเภทลกู เสอื สามัญ หลักสูตรลูกเสอื โท
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5

อาจทําให๎คนสมัยน้ีหันไปพึ่งพาเคร่ืองอํานวยความสะดวกตํางๆ และมีปฏิสัมพันธ๑กับคนอ่ืนน๎อยลง
อันเป็นเหตใุ หล๎ ะเลยหรือเพกิ เฉยตํอมารยาททพี่ งึ มีตอํ กนั แตํสิ่งเหลํานี้ กย็ งั จาํ เปน็ ตํอการอยรูํ วํ มกนั ใน
ทุกสงั คม ดงั นน้ั กลํุมประชาสมั พันธ๑ สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแหงํ ชาติ กระทรวงวัฒนธรรม
จึงขอนําสิ่งละอันพันละน๎อยเกี่ยวกับมารยาททางสังคมมาเสนอ เพื่อเป็นเกร็ดความรู๎ และประโยชน๑
ในทางปฏิบัติ ดงั ตอํ ไปน้ี

- การกลําวคําวํา “ขอบคณุ ” เม่ือผ๎ูอื่นให๎ส่ิงของ /บริการ หรือเอื้อเฟ้ือทําส่ิงตํางๆให๎ไมํวําจะโดย
หน๎าท่ีของเขาหรือไมํก็ตาม เชํน บริกรเปิดประตูให๎ คนลุกให๎นั่งหรือชํวยถือของให๎เราในรถประจําทาง
คนชํวยกดลิฟทร๑ อเรา หรอื ชํวยหยบิ ของท่ีเราหยิบไมํถงึ ให๎ เป็นต๎น โดยปกติจะใช๎คําวํา “ขอบคุณ” กับผ๎ูที่
อาวุโสกวาํ และใช๎คาํ วาํ “ขอบใจ” กบั ผอ๎ู ายนุ อ๎ ยกวําเรา แตปํ ัจจุบันมกั ใช๎รวมๆกนั ไป

- เอํยคาํ วํา “ขอโทษ” เมื่อต๎องรบกวน /ขัดจงั หวะผอู๎ น่ื เชํน เขากําลงั พูดกันอยํู และต๎องการถาม
ธุระดวํ น กก็ ลาํ วขอโทษผ๎ูรํวมสนทนาอกี คน แตํควรเป็นเร่ืองดํวนจริงๆ หรือกลําวเม่ือทําผิดพลาด /ทําผิด
หรือทาํ สงิ่ ใดไมถํ ูก ไมเํ หมาะสมโดยไมํตงั้ ใจ เชํน เดนิ ไปชนผอ๎ู ื่น หยบิ ของขา๎ มตัวหรอื ศีรษะผอ๎ู ่ืน เป็นตน๎

สาํ หรับคนไทย เมือ่ เอํยคาํ วาํ “ขอบคุณ” หรือ “ขอโทษ” ตอํ ผูท๎ ีอ่ าวุโสกวํา เชนํ พํอแมํ ครอู าจารย๑
ผูใ๎ หญํ มักจะยกมือไหว๎พรอ๎ มกนั ไปดว๎ ย เชนํ กลําวขอบคุณพร๎อมยกมอื ไหว๎พอํ แมํทีท่ าํ นซอื้ ของให๎ เป็นต๎น

เร่อื งนสี้ อนให้รวู้ า่ บคุ คลท่มี มี ารยาทสงั คมดียอํ มเป็นทชี่ น่ื ชมแกสํ งั คม

คู่มือส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ิตในสถานศึกษา ลกู เสือโท ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 5 161
ค่มู อื สง่ เสริมและพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ทักษะชวี ติ ในสถานศึกษา ประเภทลูกเสอื สามญั หลักสตู รลูกเสือโท 153
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5

แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื สามญั ลูกเสือโท ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
หน่วยที่ 7 คาณุ ปธฏริญรามณจแรลิยะธกรฎรขมองลูกเสอื
แผนการจดั กิจกรรมที่ 28 คิดเชงิ บวก เวลา 1 ชวั่ โมง

1. จุดประสงค์การเรียนรู้
ลูกเสอื สามารถคดิ เชงิ บวกในสถานการณท๑ างลบได๎

2. เนื้อหา

การทลี่ ูกเสอื มีความสามารถในการคดิ เชิงบวก จะชํวยสร๎างให๎มีมุมมองท่ีดีท้ังกับตนเองและผ๎ูอื่น
เปน็ คนมองโลกในแงํดีมีความคิดท่ีดีงามซึ่งสิ่งเหลํานี้จะทําให๎ลูกเสือมีพลังใจในการสร๎างสรรค๑สิ่งที่ดีงาม
เพอ่ื สังคมตํอไป

3. ส่ือการเรียนรู้

3.1 แผนภูมเิ พลง
3.2 แก๎วใสใสํน้าํ สี 2 ใบ (แก๎วขนาดเทาํ กันและใชน๎ ํา้ สแี ทนนา้ํ หวาน)
3.3 เร่อื งสั้นท่ีเปน็ ประโยชน๑

4. กิจกรรม
1) พิธเี ปดิ ประชมุ กอง (ชักธงขึ้น สวดมนต๑ สงบนง่ิ ตรวจ แยก)
2) เพลง หรอื เกม
3) กิจกรรมตามจดุ ประสงค๑การเรยี นร๎ู

1) ผกู๎ ํากับลูกเสอื ขออาสาสมคั ร 2 คน ซ๎อมและแสดงบทบาทสมมุติคนละ 1 รอบ

รอบแรก ลกู เสอื คนท่ี 1 ถอื แก๎วนา้ํ หวานเดนิ มา แลว๎ สะดุดกอ๎ นหินลม๎ ลง น้ําหวานหก
เหลอื อยคูํ รงึ่ แกว๎ เม่ือลุกขึ้นได๎ก็ร๎องไห๎ เสียใจ แล๎วพูดวํา “แยํจัง! นํ้าหวาน
หกหายไปตัง้ คร่ึงแกว๎ ”

รอบท่ีสอง ลกู เสอื คนท่ี 2 ถือแกว๎ น้ําหวานเดนิ มา แล๎วสะดดุ ก๎อนหนิ ล๎มลง น้ําหวานหก
เหลืออยํูคร่ึงแก๎ว เมื่อลุกข้ึนได๎ก็ยิ้มและทําทําดีใจ แล๎วพูดวํา “โชคดีจัง!

นํ้าหวานยงั เหลืออยูอํ กี ตัง้ คร่งึ แกว๎ ”
2) ผก๎ู าํ กับลูกเสอื ต้ังคาํ ถาม “ลูกเสือคิดวาํ คนไหนจะมีความสุขกวํากนั ” และลูกเสอื อยาก

เป็นเหมือนคนไหน เพราะเหตใุ ด”
3) ผกู๎ าํ กบั ลกู เสอื สรปุ ความหมายและประโยชนข๑ องการคดิ เชงิ บวก
4) ผ๎กู ํากับลูกเสอื มอบหมายใหห๎ มํลู ูกเสอื รํวมกันคิดเชงิ บวกในสถานการณ๑ “ถกู ครตู ําหนิ”

แล๎วสงํ ตวั แทนรายงานในกองลูกเสอื

162 คมู่ อื สง่ เสริมและพฒั นากจิ กรรมลูกเสอื ทกั ษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ลูกเสอื โท ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

154 คูม่ อื สง่ เสริมและพฒั นากจิ กรรมลกู เสือทักษะชีวิตในสถานศึกษา ประเภทลูกเสือสามัญ หลกั สตู รลูกเสอื โท
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5

5) ตัวแทนแตลํ ะหมํรู ายงาน
6) ผู๎กาํ กบั ลกู เสอื ชวนคดิ วาํ ลูกเสอื ได๎ขอ๎ คดิ อะไรบา๎ ง และจะนาํ ไปใชใ๎ นชีวติ ประจําวนั อยํางไร
4) ผู๎กํากับลกู เสอื เลาํ เรอื่ งส้ันท่ีเปน็ ประโยชน๑
5) พธิ ปี ิดประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลกิ )

5. การประเมนิ ผล
สงั เกตการมีสวํ นรวํ มในการทาํ กจิ กรรม และการแสดงความคิดเหน็ ในหมํูและในกองลกู เสือ

6. องค์ประกอบทักษะชวี ิตสาคัญที่เกิดจากกิจกรรม
ความคดิ วเิ คราะห๑ ความคดิ สร๎างสรรค๑ และเข๎าใจตนเอง

7. คุณธรรม
7.1 ความพอเพียง
7.2 ซื่อสัตยส๑ จุ ริต
7.3 รบั ผิดชอบ
7.4 ความกตัญ๒ู
7.5 อุดมการณ๑คุณธรรม

ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กจิ กรรมที่ 28

เพลง

เรามาสนุกกัน
มาเถิดเรามา มารํวมร๎องเพลงกนั พวกเราท้ังนน้ั ลุกขนึ้ พลันทนั ที
แลว๎ เรามาหันหนา๎ มาหากัน ยกมือไหวก๎ นั แล๎วตบมือสามที (เอา๎ 1..2..3)
เสรจ็ พลนั แล๎วกห็ ันกลับมา สนกุ หนกั หนา แลว๎ สํายเอว 5 ที (เอา๎ 1..2ุ3..4..5)

เร่อื งส้ันทีเ่ ป็นประโยชน์

หมบู่ า้ นทารองเท้า
หมํูบา๎ นแหงํ หนง่ึ เป็นหมํูบา๎ นท่ีทุกครอบครัว และทุกคนในแตํละครอบครัวเป็นชํางผลิตรองเท๎า
เม่ือรองเท๎าเริ่มขายไมํได๎ แตํละครอบครัวจึงสงํ ตวั แทนออกไปสาํ รวจหมบูํ ๎านท่ีอยํูหํางไกล เพ่ือหาท่ีขาย
รองเท๎า แตํตัวแทนเหลําน้ันตอ๎ งประหลาดใจมากท่ีหมํูบ๎านเหลําน้ันไมมํ ีใครสวมรองเทา๎ แม๎แตคํ นเดียว

ค่มู ือส่งเสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 163
คู่มอื ส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชวี ิตในสถานศึกษา ประเภทลกู เสือสามัญ หลกั สูตรลูกเสือโท 155
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ตัวแทนหมํบู ๎านทํารองเท๎ากลับมาด๎วยความผดิ หวัง ตาํ งบอกกบั ครอบครวั ของตนวํา “เราคงตอ๎ ง
อดตายแนํ ๆ เพราะคนในหมบํู ๎านไกล ๆ ไมมํ ีใครใสรํ องเทา๎ เลย สวํ นหมํบู ๎านใกล๎ ๆ ก็มรี องเทา๎ ใสํกนั หมดแล๎ว
รองเทา๎ ท่เี ราชวํ ยกันทําคงไมํมีประโยชนอ๑ กี แล๎ว เกบ็ ไวก๎ ไ็ รค๎ าํ เราเอารองเท๎าไปทง้ิ กนั ดีกวํา..”

ในขณะที่ทุกคนกําลังจะนํารองเท๎าไปท้ิง เด็กชายคนหนึ่งถามขึ้นวํา “ทําไมจึงจะทิ้งรองเท๎า
ทง้ั หมดละํ ครบั ” ทุกคนกต็ อบเป็นเสยี งเดยี วกนั วาํ “เกบ็ ไว๎ก็ขายไมํได๎ หมํูบ๎านใกล๎ ๆ ก็มีรองเท๎าใสํแล๎ว
ทอ่ี ยํไู กล ๆ ก็ไมมํ ใี ครใสรํ องเท๎า”

เด็กชายจึงขอร๎องให๎พาไปท่ีหมํูบ๎านหํางไกล และก็เห็นอยํางท่ีคนอื่นๆเลําให๎ฟังจริงๆ แตํเขา
กลบั คิดตาํ งจากคนอืน่ ๆ และพูดกับทุกคนวํา “เราลองคิดดูดี ๆ นะ ถ๎าเราสามารถแนะนําให๎ทุกคนใน
หมบํู า๎ นเหลํานรี้ ู๎จกั รองเทา๎ และหันมาใสรํ องเท๎า เราก็จะสามารถขายรองเท๎าไดเ๎ ปน็ จาํ นวนมากเลย”

ทุกคนรูส๎ ึกเหมอื นเห็นแสงสวาํ งในท่ีมืด ตาํ งพยายามทําทุกวิถีทางให๎ทุกคนในหมูํบ๎านเหลําน้ัน
ได๎รูจ๎ ักรองเทา๎ พวกเขาทดลองใสํรองเท๎าจนพอใจ เห็นประโยชน๑ของมนั และชวนกนั ซือ้ รองเท๎า

จากนั้นไมํนานคนในหมูํบ๎านชาํ งทํารองเทา๎ ก็ขายรองเท๎ามรี ายได๎ และอยูํดกี ินดกี ันทกุ ครวั เรือน

เรอ่ื งนี้สอนให้รวู้ ่า คาํ วําเปน็ ไปไมไํ ด๎ ทาํ ใหไ๎ มลํ งมือทาํ อะไรจงึ ไมมํ คี วามสาํ เร็จเกดิ ขึ้น แตํการคิดวํา
ปัญหามที างออก เรื่องท่ีไมดํ มี กั มีสง่ิ ดีแฝงอยูํ เชนํ เดียวกบั เดก็ ชายในหมํบู ๎านชํางทํา
รองเท๎า จะมีผลให๎ประสบความสาํ เรจ็ ได๎

164 คู่มือส่งเสริมและพฒั นากจิ กรรมลูกเสอื ทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ลกู เสอื โท ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5

156 คู่มือส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทักษะชวี ิตในสถานศึกษา ประเภทลูกเสือสามัญ หลักสูตรลูกเสือโท
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5

แผนการจัดกิจกรรมลูกเสอื สามัญ ลูกเสือโท ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5
หน่วยท่ี 7 คณาุ ปธฏรญิ รมาณจแริลยะธกรฎรมของลกู เสอื
แผนการจัดกิจกรรมท่ี 29 ทกั ษะการเตอื น เวลา 1 ชัว่ โมง

1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
เพ่อื ให๎ลกู เสอื สามารถเตอื นเพอ่ื นดว๎ ยความหวํ งใยได๎

2. เนื้อหา
ทกั ษะการสื่อสารเพ่ือเตอื นเพอื่ น

3. ส่ือการเรยี นรู้

3.1 แผนภูมิเพลง
3.2 ใบความร๎ู
3.3 เรื่องส้ันทเี่ ป็นประโยชน๑

4. กิจกรรม
1) พธิ ีเปิดประชุมกอง (ชักธงขึ้น สวดมนต๑ สงบนง่ิ ตรวจ แยก)
2) เพลง หรอื เกม
3) กจิ กรรมตามจดุ ประสงค๑การเรียนรู๎
1) ผกู๎ าํ กบั ลกู เสือนาํ สนทนาดว๎ ยคาํ ถาม “ลูกเสือคิดวาํ พฤตกิ รรมของเพือ่ นทลี่ ูกเสือเปน็ หวํ ง
อยากให๎เขาปรบั ปรุงเพื่อประโยชน๑ตอํ ตัวเขาเอง มอี ะไรบา๎ ง”

2) ผก๎ู าํ กับลกู เสือรวบรวม (เชนํ ขาดเรียนบํอย ไมสํ งํ การบา๎ น เลํนเกมมากจนเสยี
การเรยี น แตงํ กายไมเํ รียบรอ๎ ย พดู จาไมํสภุ าพ ชอบเลํนหวาดเสยี วเสี่ยงอันตราย
ลองสบู บหุ รี่ ฯลฯ )

3) ให๎ลูกเสือจับคูํที่นั่งใกล๎กัน ลองคิดประโยคเตอื นเพอื่ น กรณเี พอื่ นขาดเรยี นบํอย คํลู ะ 1 ประโยค
4) ผ๎กู าํ กบั ลูกเสือสมํุ ถาม 1 – 2 คูํ และใหก๎ องลูกเสอื ประเมินวํา ถ๎าเพอ่ื นเตอื นแบบนี้จะ

รสู๎ ึกอยาํ งไร และจะเชื่อเพอ่ื นไหม

5) ผู๎กาํ กับลกู เสอื แจกใบความร๎ู บรรยายขนั้ ตอนการส่อื สารเพอื่ เตอื นเพอื่ น พร๎อม
ยกตวั อยาํ ง และมอบหมายใหห๎ มลํู กู เสอื รวํ มกนั คดิ ประโยคเตอื นเพอื่ น หมูลํ ะ 1
สถานการณ๑ ทไ่ี มํซา้ํ กัน ตามทีร่ วบรวมได๎ในขอ๎ 2) และนาํ เสนอเปน็ บทบาทสมมุติใน
กองลกู เสือ

6) ตัวแทนหมูลํ กู เสอื แสดงบทบาทสมมุตทิ ลี ะหมูํ ผูก๎ าํ กับลกู เสอื และลูกเสอื หมอํู ่นื รวํ มกัน

ประเมนิ ความถกู ต๎องตามขน้ั ตอนการสอื่ สาร
7) ผ๎กู าํ กบั ลกู เสอื และลกู เสอื รวํ มกนั สรปุ ขอ๎ คิดทไี่ ด๎

คมู่ ือส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวิตในสถานศึกษา ลกู เสือโท ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 165
คมู่ อื สง่ เสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสือทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ประเภทลูกเสอื สามญั หลักสตู รลกู เสอื โท 157
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5

4) ผูก๎ ํากบั ลูกเสอื เลาํ เรอ่ื งส้ันท่ีเปน็ ประโยชน๑
5) พิธีปดิ ประชมุ กอง (นัดหมาย ตรวจเครื่องแบบ ชกั ธงลง เลิก)

5. การประเมนิ ผลสังเกต
การมสี วํ นรํวมในการทํากจิ กรรม และการฝึกปฏิบตั ิตามขนั้ ตอนการสอื่ สารทีถ่ กู ต๎อง

6. องคป์ ระกอบทักษะชีวิตสาคัญท่เี กิดจากกจิ กรรม
ความคดิ วิเคราะห๑ ความคดิ สร๎างสรรค๑ การสรา๎ งสัมพนั ธภาพและการสอื่ สาร

7. คณุ ธรรม
7.1 ความพอเพยี ง
7.2 ซ่ือสตั ย๑สจุ ริต
7.3 รับผิดชอบ
7.4 ความกตญั ๒ู
7.5 อุดมการณค๑ ุณธรรม

ภาคผนวกประกอบแผนการจัดกิจกรรมที่ 29

เพลง

ประกอบทา่ ทาง มาสนุกกนั หนา

มาสนกุ กันหนา มาสญั ญารํวมผูกพนั ( ทาราแรก็ แท็ก แทก็ )
มาสนกุ กับฉัน เราลูกเสอื เชอ้ื เผําไทย ( ทาราแรก็ แทก็ แทก็ )
แผํนดินถ่ินน้ี ทง้ั กลางเหนอื ใต๎อิสาน
สามัคคเี ราอยูํรํวมกนั ไมมํ เี ส่ือมคลาย ( ทาราแร็ก แทก็ แทก็ )

ทา่ ประกอบ - ยนื
1. ชํวงเนอื้ เพลงให๎ตบมอื ตามจงั หวะ
2. ชํวงสรอ๎ ยให๎ทําทําสํายสะโพกตามจงั หวะโดยแขนงอ มอื กาํ แลว๎ เหวี่ยงแขนขึ้นลงตาม

จงั หวะเพลง

166 คูม่ อื ส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลูกเสอื ทักษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 5

158 ค่มู ือสง่ เสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสือสามัญ หลักสตู รลูกเสอื โท
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 5

เรอื่ งส้ันทเ่ี ปน็ ประโยชน์ พดู ดเี ป็นศรแี กต่ น

ชายหวั ลา๎ นคนหนงึ่ มกั จะโมโหไมพํ อใจอยาํ งมากถา๎ ใครพูดถงึ เรอ่ื งหวั ลา๎ นของแก แตํถ๎าใครชม
แกวําผมชาํ งดกดําเป็นมัน แกจะถูกใจเป็นอยํางมาก จะขออะไรก็ให๎หมด

ชายคนหนึ่ง อยากจะซื้อวัวคูํงามของตาหัวล๎านมาใช๎งาน จึงเจรจาขอซ้ือวัววํา “นี่ เจ๎าหัวล๎าน
ววั คํนู ้แี กจะขายเทําไหรํ ฉันจะสรู๎ าคาไมํอน้ั เลยนะ” ตาหัวลา๎ นได๎ฟงั กโ็ มโหขึ้นมาทันที ตะโกนกลับไปวํา
"ไมํขายโว๎ย รีบออกไปจากบา๎ นกูเดีย๋ วนเี้ ลย"

มชี ายหนุมํ อกี คนหนง่ึ รอจนเหตุการณส๑ งบจึงเข๎าไปเจรจาบา๎ ง "พํอผมดกปรกไหลํ หน๎าไล๎เฉลิมทอง

ววั ของพอํ ท้ังสอง พํอจะขายเทาํ ไหร"ํ ตาหัวล๎านไดฟ๎ ัง ก็ถูกอกถูกใจ ตอบกลบั ไปวํา "ลูกเอย๐ ววั ท้งั สองนี้
พํอยกให๎เจ๎า" ชายหนํุมจึงได๎วัวกลับบ๎านโดยไมํเสียเงิน ชายคนแรกท่ีไปขอซ้ือวัวพอรู๎วําเขาได๎วัวมา
อยาํ งไรกอ็ ิจฉา จึงใสคํ วามใหล๎ ูกสาวของตาหวั ลา๎ นฟงั วํา ชายหนุมํ ท่ีได๎ววั ไปนั้นลับหลังกลับพูดจาเยาะ
เย๎ยเรอื่ งหัวล๎านให๎ผ๎ูอน่ื ฟงั

เม่ือได๎ฟังความจากลูกสาว ตาหัวล๎านโกรธมาก รีบถือปฏักไปหาชายหนํุมทันที พอพบกัน
ชายหนมุํ กถ็ ามวาํ "พอํ ผมดกปรกบํา พํอจะรบี เดินทางไปไหนกัน" ตาหวั ล๎านไดย๎ ินก็ใจอํอนจึงมอบปฏกั

ใหก๎ บั ชายหนุมํ ไปใช๎ตอ๎ นววั อีกอันหนึง่
กลบั ถึงบา๎ นลูกสาวรูเ๎ รอ่ื ง จึงขอใหพ๎ อํ ไปทวงวัวคนื มาใหไ๎ ด๎ มิฉะนน้ั นางจะฆําตัวตาย ตาหัวล๎าน

เลยชวนลูกสาวไปด๎วยเผ่อื จะไดไ๎ มใํ จอํอนอกี เมอ่ื ไปถงึ ชายหนุํมก็ถามวํา “พํอผมดกปรกหน๎า วันนี้พํอ
จะพากนั ไปไหน” ตาหัวลา๎ นได๎ฟังกเ็ อยํ ด๎วยความเอ็นดูวํา "ลูกเอ๐ยลูกแก๎ว พํอนะแกํแล๎ว เลยพาลูกสาว
มาให๎เจ๎า" ชายหนํมุ กเ็ ลยไดแ๎ ตงํ งานกับลูกสาวตาหัวล๎านอยูดํ ๎วยกนั อยาํ งมคี วามสขุ

เรอ่ื งน้ีสอนใหร้ วู้ า่ พูดดเี ปน็ ศรีแกํตน

คู่มือส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสือทักษะชีวิตในสถานศึกษา ลกู เสือโท ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 167
คมู่ ือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสือสามญั หลกั สูตรลกู เสือโท 159
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 5

ใบความรู้

ทักษะการสอื่ สารเพื่อเตอื นเพ่อื น

เม่ือเพื่อนมีพฤติกรรมที่นําเป็นหํวง เชํน หนีเรียนจนเรียนไมํทัน ไมํอํานหนังสือจนจะสอบตก

ไมํสํงการบ๎านจนครูไมํให๎คะแนน หรือริท่ีจะลองสูบบุหรี่ ด่ืมสุรา เป็นต๎น ลูกเสือควรชํวยเหลือผู๎อื่น
ทุกเมื่อและเป็นมิตรกับทกุ คน หน๎าท่ีหนง่ึ ของมติ รท่ีดีหรือมิตรแท๎ คือการชํวยเพ่ือนไมํให๎มีพฤติกรรมท่ี
อาจเกิดผลเสยี ตามมา การเตอื นเพ่ือนดว๎ ยความหํวงใย จึงเป็นวิธีการสื่อสารท่ีลูกเสือควรเรียนรู๎ และ
นําไปใชเ๎ พอ่ื ชวํ ยเหลือเพ่อื นจากพฤติกรรมเสีย่ งตําง ๆ

ขั้นตอนการสอื่ สารเพือ่ เตือนเพอื่ นประกอบด๎วย 3 ข้นั ตอน ดังน้ี

สถานการณ์ : เตอื นเพ่อื นให้ส่งการบา้ น

ขน้ั ตอน ตัวอย่างประโยคคาพูด

1. บอกความรู๎สกึ หวํ งใยตํอปญั หา เราเป็นหํวงจงั นายไมํสงํ การบ๎านหลายหนแลว๎ คะแนนเยอะ

ดว๎ ย

2. บอกความตอ๎ งการให๎แกไ๎ ขหรอื อยากให๎นายเอาใจใสํเรอื่ งการบ๎านหนอํ ย

ปรบั ปรงุ

3. ถามความเหน็ เปน็ การแสดงถึงความ ได๎ไหม

เป็นมิตร /การให๎เกยี รตคิ สูํ นทนา

168 คู่มอื ส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลกู เสือทักษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลูกเสอื โท ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 5

160 คู่มอื ส่งเสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลกู เสือทกั ษะชีวิตในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสอื สามญั หลักสูตรลูกเสอื โท
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5

แผนการจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั ลกู เสือโท ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5
หนว่ ยท่ี 7 คาณุ ปธฏริญรมาณจแริลยะธกรฎรมของลกู เสือ
แผนการจดั กจิ กรรมท่ี 30 เศรษฐกิจพอเพียงระดบั ชมุ ชนและครอบครวั เวลา 2 ชัว่ โมง

1. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
เพ่ือให๎ลูกเสือมีความรู๎ความเข๎าใจในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนํามา

ประยกุ ต๑ใช๎ในชวี ติ ประจําวัน ครอบครวั และชุมชนได๎

2. เนือ้ หา
การประยุกตใ๑ ชห๎ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในระดบั ครอบครัว และชมุ ชน

3. สอ่ื การเรยี นรู้

3.1 แผนภมู เิ พลง เศรษฐกจิ พอเพยี ง
3.2 ใบงาน
3.3 ใบความร๎ู
3.4 กระดาษชาร๑ท
3.5 ปากกาเคมี
3.6 เรื่องสนั้ ทีเ่ ปน็ ประโยชน๑

4. กิจกรรม
4.1 กิจกรรมคร้ังที่ 1
1) พิธเี ปดิ ประชุมกอง (ชกั ธงข้นึ สวดมนต๑ สงบน่ิง ตรวจ แยก)
2) เพลง หรอื เกม
3) กจิ กรรมตามจดุ ประสงคก๑ ารเรียนรู๎
(1) ผูก๎ ํากบั ลูกเสอื แจกใบความรู๎ เรอ่ื ง “เศรษฐกจิ พอเพียง” ให๎ลกู เสอื แตํละหมูศํ ึกษา
รวํ มกนั ในเรอื่ งของ สามหวํ งสองเงอ่ื นไข
(2) วางแผนจดั ทาํ โครงการประยุกต๑ใชห๎ ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หมลูํ ะ 1กจิ กรรม

(3) ผก๎ู ํากบั ลูกเสือเดนิ ดตู ามหมํลู กู เสอื ใหข๎ ๎อมลู และคําแนะนํา
4) ผกู๎ าํ กบั ลูกเสอื เลําเรอ่ื งสัน้ ทีเ่ ป็นประโยชน๑
5) พธิ ีปดิ ประชมุ กอง (นัดหมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลกิ )

4.2 กิจกรรมครงั้ ที่ 2
1) พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชักธงขน้ึ สวดมนต๑ สงบน่ิง ตรวจ แยก)

2) เพลง หรือเกม
3) กิจกรรมตามจดุ ประสงค๑การเรยี นรู๎

คู่มือส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสอื ทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5 169
คู่มอื ส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลูกเสอื ทักษะชีวิตในสถานศึกษา ประเภทลูกเสอื สามัญ หลกั สตู รลูกเสือโท 161
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5

(1) ลกู เสอื แตํละหมูํ นําเสนอโครงการของตนเอง ผกู๎ าํ กบั ลกู เสอื และลกู เสอื หมูํอื่น
รํวมกันซกั ถามเพือ่ ความเข๎าใจ จนครบทกุ หมูํ

(2) ผ๎กู าํ กับลูกเสอื นําอภิปราย สรุปข๎อคิดทไี่ ด๎ และขอให๎ลกู เสอื แตลํ ะหมํู รํวมกนั
วางแผน แบงํ งานและจัดผ๎รู ับผิดชอบ ในการปฏบิ ตั ิตามโครงการ โดยดาํ เนนิ การ
นอกเวลา และจดั ทาํ รายงานสํงผูก๎ ํากบั ลกู เสอื ตามระยะเวลาที่เหมาะสม

(3) ผก๎ู าํ กับลกู เสอื เดินดูตามหมลํู กู เสือ ใหค๎ ําแนะนาํ ปรกึ ษา
4) ผ๎กู ํากับลกู เสอื เลาํ เร่อื งสั้นที่เป็นประโยชน๑
5) พธิ ปี ดิ ประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเคร่ืองแบบ ชักธงลง เลกิ )

5. การประเมินผล
สังเกต การใสํใจในการทาํ กิจกรรม การแสดงความคดิ เห็นในหมแูํ ละในกองลูกเสือ และประเมิน

การปฏบิ ตั จิ ริง

6. คณุ ธรรม
6.1 ความพอเพียง
6.2 ซื่อสตั ย๑สจุ รติ
6.3 รบั ผดิ ชอบ
6.4 ความกตญั ๒ู
6.5 อดุ มการณค๑ ุณธรรม

ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กจิ กรรมที่ 30

เพลงเศรษฐกจิ พอเพียง
คาํ ร๎อง กติ ตพิ งษ๑ จุโลทก ทาํ นองปไู ขํไกหํ ลง ดนตรี ไพรัช แดงเพช็ ร/เตา๐ ธนัชพร ขบั ร๎อง

เศรษฐกจิ พอเพยี ง ในหลวงทาํ นทรงประทาน เปน็ ทกี่ ลาํ วขานเลอื่ งลอื ไปทัว่ โลกา พอกนิ พอใช๎
สขุ ใจเหลอื จะคณา สามหํวงคอื สัญญา พัฒนาชาตไิ ทยมงั่ มี (สร๎อย...พอเพียงๆๆๆๆๆๆๆ)

หํวงหนึง่ พอประมาณ หวํ งสองนัน้ คอื มีเหตผุ ล กอํ นจาํ ยกลวั จน เจียมใจยามเราไมํมี
สรา๎ งภูมคิ ม๎ุ กนั หํวงสามนน้ั พาสขุ ขี อยูํในความพอดี เพราะเรามสี ามหวํ งค๎มุ กัน
(สรอ๎ ย...พอเพยี งๆๆๆๆๆๆๆ)

170 คูม่ อื สง่ เสริมและพัฒนากิจกรรมลกู เสอื ทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ลกู เสอื โท ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5

162 คมู่ ือส่งเสริมและพฒั นากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสอื สามญั หลักสูตรลูกเสอื โท
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5

เพลง

แห่พวงมาลยั
โอ๎เจ๎าพวงมาลัย เจา้ จะลอเยจไา๎ ปจคะลอ้ งยใไคปรคกลนั อ๎ แงนใ่(คซร้ำ� ก)นั แนํ(ซา้ํ )

จะรักใครชอบใครใหจ๎ ริงแท๎ เอาใหแ้๎แนน่สสํ กักรราายย
อยํามัวลอยตามลมใหเ๎ ขาดมดอม สน้ิ กลน่ินหหออมมแแลลว้ ๎วหหนน่าํายย(ซ(ซ้ำ� ํ้า))
ยามนน้ั เจ๎าจะอายเขาไมอํ ยากชม เหยยี บเจเา้หจยมียทบง้ิ เไจปา๎ จมทง้ิ ไป

อยากเปน็ หงส๑เหริ หาว อยากเปน็ ดาวเลศิ ลอยวไิ ล(ซาํ้ )

อยูํท่ีบ๎านไมชํ อบใจ หนีมาอยคํู าํ ยสบายเลย

เอ๐ยโอละหนาํ ย โอละหนาํ ยหนํอยเอยุุุุ

พวงมาลัยเจา้ เอ๋ย

พวงมาลัยเจ๎าเอย๐ กํอนเคยได๎สวมคอ
เดีย๋ วนีซ้ ิหนอ ฉันมารอมาลยั
มาลยั ลอยวน ลอยวนอยูบํ นนํา้ ใส(ซ้ํา) จะสวมคอใครนะพวงมาลยั เจา๎ เอย

เรื่องส้นั ที่เปน็ ประโยชน์

ของใชพ้ อเพียงแหง่ “สมเด็จพระเทพฯ"

ภาพพระจรยิ วตั รท่ีพสกนกิ รชาวไทยเหน็ จนชนิ ตา ยามท่ีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยาม
บรมราชกุมารี เสด็จไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจยังสถานที่ตํางๆ ทั้งในและตํางประเทศน้ัน พระองค๑
มักจะบันทึกทุกเรื่องราวลงในสมุดบันทึกสํวนพระองค๑ จนได๎รับการยกยํองให๎เป็น “เจ้าฟ้านัก
สะสม” องคต๑ น๎ แบบทีท่ รงสะสมทกุ เรือ่ งราวและประสบการณท๑ ไ่ี ดพ๎ บเจอลงในสมดุ บันทึกสํวนพระองค๑

คมู่ ือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสือทักษะชีวิตในสถานศึกษา ลกู เสือโท ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 171

คมู่ ือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสอื ทกั ษะชวี ติ ในสถานศึกษา ประเภทลูกเสอื สามัญ หลักสตู รลกู เสือโท 163
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 5

ในงานสัปดาห๑สากลแหํงการเขียนจดหมาย “ครบรอบ 50 ปี การจัดงานรณรงค์ให้คนไทย
เหน็ คุณคา่ ของการเขียนจดหมายด้วยลายมือ” ไปรษณีย๑ไทย ได๎อัญเชิญสิ่งสะสมสํวนพระองค๑ของ
สมเด็จพระเทพฯ มาจัดแสดงนิทรรศการ ประกอบด๎วย สมุดบันทึกสํวนพระองค๑ ไปรษณียบัตรสํวน
พระองค๑ท่ีทรงสํงมาจากหลายประเทศทั่วโลก รวมไปถึงจดหมายจากพสกนิกรท่ีเลําเร่ืองราวตํางๆ
ทลู เกล๎าฯ ถวายแดพํ ระองค๑

ที่สาํ คัญสิ่งพิเศษที่จะหาชมไมํได๎ ก็คือเครื่องเขียนท่ีสมเด็จพระเทพฯ ทรงใช๎ในการจดบันทึก
เร่ืองราวตํางๆ โดยเฉพาะอยํางย่งิ พระองคท๑ รงเป็นแบบอยาํ งทีด่ ีในการดําเนินตามรอยพระราชจริยวัตร
แหํงองคพ๑ ระบาทสมเดจ็ พระเจา๎ อยํูหัว ในเรื่องของความพอเพยี งได๎อยาํ งงดงาม ดังจะเห็นได๎จากดินสอ
สํวนพระองคท๑ ่ที รงใช๎นั้นเหลือเพยี งแทงํ ส้ันๆ เกือบตดิ กบั แทํงยางลบ หรือทรงใช๎กระดาษตํอแทํงดินสอ
ให๎มดี า๎ มยาวขึ้นเพอ่ื ทพี่ ระองค๑จะทรงใช๎เขียนได๎อีก ซึ่งนอกจากจะเป็นตัวอยํางแหํงความพอเพียงแล๎ว
ยังทรงเป็นตวั อยํางในการลดภาวะโลกรอ๎ นโดยการลดการตัดไมท๎ าํ ลายปูาเพอ่ื มาทําดนิ สอไดอ๎ กี ด๎วย

เรือ่ งนสี้ อนให้รู้วา่ การใชส๎ ิง่ ของอยํางพอเพยี ง ชํวยอนรุ ักษส๑ ง่ิ แวดล๎อมได๎

เขาทาดินสอกันอยา่ งไร

บริษัทผลิตดินสอเริ่มกรรมวิธีทําดินสอ โดยนําไม๎สน (cedar) มาตัดเป็นแผํนบาง ๆ กว๎างยาว
ประมาณ 2¾ นิ้ว คูณ 7¼ น้ิว และหนาไมํเกิน ¼ นิ้ว แล๎วนําไม๎แผํนไปเข๎าเคร่ืองเซาะรํองตามความ
ยาวไม๎ แผนํ หนึง่ เซาะไดป๎ ระมาณส่ีถึงเก๎ารอํ ง ขึน้ อยกํู บั ขนาดของดินสอท่ีจะทํา

จากนน้ั นําไส๎ดนิ สอ ความยาว 7 นิ้ว วางลงไปในแตํละรํอง ไสด๎ ินสอนที้ าํ จากกราไฟต๑ ดินเหนียว
และนํ้าเลก็ น๎อย จํมุ ในขีผ้ ง้ึ เพอื่ เพ่ิมความแขง็ แกรํงทนทาน
ขั้นตอนตอํ ไป คอื นําไม๎ขนาดเทํากันอีกแผํน ที่เซาะรํองแล๎วมาประกบทับลงไป โดยยึดติดกันด๎วยกาว
อุตสาหกรรมคุณภาพสูง จะได๎แผํนไม๎ที่มีไส๎ดินสอเรียงแถวเป็นไส๎ในอยูํตรงกลางจากนั้นใช๎เครื่องตัด
ตดั แผนํ ไมอ๎ อกมาเป็นดนิ สอจํานวนเทาํ กบั ไส๎

ข้ันตอนสุดท๎ายคือทาสี และนํายางลบมาติดกาว เข๎ากับก๎นดินสอ เป็นอันเสร็จกระบวนการ
ตามสถิติบอกวาํ บริษัทผลิตดนิ สอแหํงหน่ึงในอเมรกิ า ทําดินสอได๎ 576,000 แทงํ ในเวลาเพยี ง 8 ชวั่ โมง

ทีม่ า 108 ซองคาํ ถาม

เรื่องนี้สอนใหร้ ู้ว่า เราควรใชว๎ สั ดทุ ีท่ าํ จากธรรมชาตอิ ยาํ งประหยดั จะชวํ ยใหเ๎ ราไดอ๎ นุรักษธ๑ รรมชาติ
ไดด๎ ๎วย

172 คมู่ ือสง่ เสริมและพัฒนากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลกู เสอื โท ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5

164 คู่มอื สง่ เสริมและพัฒนากจิ กรรมลูกเสือทกั ษะชีวติ ในสถานศึกษา ประเภทลกู เสือสามญั หลกั สตู รลูกเสือโท
ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5

ใบงาน

ให๎ลูกเสือแตํละหมูํรํวมกันศึกษาใบความรู๎ เร่ือง “เศรษฐกิจพอเพียง” และวางแผนรํวมกันเพื่อ
จัดทําโครงการประยุกต๑ใช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในระดับครอบครัวและชุมชน หมํูละ 1 โครงการ
และนาํ เสนอโครงการในกองลูกเสอื ครง้ั ตํอไป ตามหัวขอ๎ ตอํ ไปน้ี

1. ช่ือโครงการ
2. เหตุผลท่ีจัดทําโครงการนี้
3. วตั ถปุ ระสงคข๑ องโครงการ
4. วิธดี าํ เนนิ การเปน็ ขนั้ ตอน การแบํงงานและผูร๎ บั ผิดชอบ
5. ระยะเวลาในการดาํ เนินโครงการ
6. งบประมาณและทรพั ยากรทต่ี อ๎ งใช๎
7. ผลประโยชนท๑ คี่ าดวาํ จะไดร๎ บั
8. ช่ือหมูํลูกเสือผู๎รับผดิ ชอบ โครงการ

ใบความรู้

เศรษฐกจิ พอเพยี ง

เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดํารงอยํูและปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ
ตงั้ แตํระดับครอบครัว ระดับชมุ ชน จนถงึ ระดบั รฐั

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได๎รับการเชิดชูสูงสุดจากองค๑การสหประชาชาติ โดยเลขาธิการ
องค๑การสหประชาชาติได๎ทูลเกล๎าฯถวายรางวัล แกํพระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยํูหัวฯ เม่ือ 26 พฤษภาคม
2549 และยกยํองวําเป็นปรัชญาที่มีประโยชน๑ตํอประเทศไทยและนานาประเทศ โดยองค๑การ
สหประชาชาตไิ ด๎สนับสนนุ ให๎ประเทศสมาชกิ 166 ประเทศ ได๎ยดึ เป็นแนวทางสํูการพัฒนาประเทศแบบ
ย่งั ยนื ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง มีหลักพิจารณาอยูํ 5 สํวน ดังนี้

1. กรอบแนวคดิ เปน็ ปรชั ญาที่ชี้แนะแนวทางการดํารงอยํูและการปฏบิ ัติตนในทางทีค่ วรจะเปน็
โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย ซ่ึงสามารถนํามาประยุกต๑ใช๎ได๎ตลอดเวลา และเป็น
การมองโลกเชิงระบบท่ีมีการเปลย่ี นแปลงอยูํตลอดเวลา มุํงเนน๎ การรอดพน๎ จากภยั และวิกฤต เพื่อความ
ม่ันคง และความยั่งยืนของการพฒั นา

2. คณุ ลักษณะ สามารถประยกุ ตใ๑ ช๎กับการปฏบิ ัติตนได๎ในทุกระดับ โดยเน๎นการปฏิบัติบนทาง

สายกลาง และการพัฒนาอยํางเป็นขนั้ ตอน เป็นปรัชญาท่ีสามารถเรม่ิ ไดต๎ งั้ แตกํ ารสร๎างภมู คิ ม๎ุ กนั ในตนเอง

ขยายไปยังครอบครัว หมํูบ๎าน และสเํู ศรษฐกจิ ในวงกว๎างขึ้นในที่สดุ

3. คานยิ าม ความพอเพยี งจะต๎องประกอบด๎วย 3 คุณลักษณะ พร๎อม ๆ กนั ดังนี้

คมู่ ือส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลกู เสือทักษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5 173
คมู่ ือสง่ เสริมและพฒั นากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสอื สามญั หลักสูตรลูกเสอื โท 165
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 5

3.1 ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไมํน๎อยเกินไป และไมํมากเกินไปโดย
ไมํเบยี ดเบียนตนเอง และผอู๎ นื่ เชํน การผลติ และการบริโภคทอี่ ยํใู นระดบั พอประมาณ

3.2 ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเก่ียวกับระดับของความพอเพียงน้ัน จะต๎อง
เป็นไปอยํางมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เก่ียวข๎องตลอดจนคํานึงถึงผลที่คาดวําจะเกิดขึ้น
จากการกระทํานน้ั ๆ อยาํ งรอบคอบ

3.3 การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให๎พร๎อมรับผลกระทบ และการ
เปล่ยี นแปลงด๎านตาํ งๆ ท่จี ะเกิดขนึ้ โดยคํานึงถงึ ความเป็นไปได๎ของสถานการณ๑ ตํางๆ ที่คาดวําจะเกิดข้ึนใน
อนาคตทัง้ ใกล๎ และไกล

4. เงื่อนไข การตัดสินใจและการดําเนินกิจกรรมตํางๆ ให๎อยูํในระดับพอเพียงน้ัน ต๎องอาศัย
ท้งั ความร๎ู และคุณธรรมเป็นพืน้ ฐาน กลําวคือ

1) เงอ่ื นไขความรู้ ประกอบด๎วย ความรอบรู๎เก่ียวกับวิชาการตําง ๆ ที่เกี่ยวข๎องอยํางรอบ
ดา๎ น ความรอบคอบที่จะนําความรู๎เหลํานั้นมาพิจารณาให๎เช่ือมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และ
ความระมัดระวังในข้นั ปฏิบัติ

2) เงอ่ื นไขคุณธรรม ทจ่ี ะต๎องเสรมิ สรา๎ งประกอบด๎วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความ
ซอ่ื สตั ยส๑ จุ ริต และมีความอดทน มีความเพยี ร ใช๎สตปิ ญั ญาในการดําเนินชีวิต

5. แนวทางปฏบิ ตั ิ / ผลทีค่ าดว่าจะได้รับ คือการพฒั นาทสี่ มดลุ และยัง่ ยนื พร๎อมทีจ่ ะรับมือตอํ
การเปล่ียนแปลงในทุกด๎าน ทัง้ ดา๎ นเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดลอ๎ ม ความร๎ู และเทคโนโลยี ความพอเพียง
ในระดบั ครอบครัว ชมุ ชน และสังคม

ความพอเพียงในระดับครอบครัว คือ การที่สมาชิกในครอบครัวมีความเป็นอยูํในลักษณะท่ี
พ่งึ พาตนเองได๎อยํางมีความสุขทั้งทางกายและทางใจ สามารถดําเนินชีวิตได๎โดยไมํเบียดเบียนตนเอง
และผ๎อู ื่น รวมทัง้ สามารถหาปจั จัย 4 มาเล้ยี งตนเองได๎โดยทย่ี งั มเี หลอื เปน็ สํวนออมของครอบครัวด๎วย

ความพอเพียงในระดับชุมชน เกิดขึ้นจากการที่สมาชิกจากแตํละครอบครัวในชุมชนมีความ
พอเพียงในระดับครอบครัวกํอนที่จะรู๎จักรวมกลํุมกันทําประโยชน๑เพ่ือสํวนรวม เชํน บริหารจัดการปัจจัย
ตํางๆ เชํน ทรัพยากร ภูมิปัญญา หรือศักยภาพของสมาชิกในท๎องถ่ิน ท่ีมีอยํูให๎สามารถนําไปใช๎ดําเนิน
ชวี ิตได๎อยาํ งถูกตอ๎ งและสมดลุ เพ่ือให๎เกิดความเปน็ อยํทู พ่ี อเพียงของชุมชนโดยรวมในท่สี ุด

ความพอเพียงในระดับสังคม เกิดขึ้นจากการรวมกลุํมของชุมชนหลายๆแหํงท่ีมีความพอเพียง
มารํวมกันแลกเปลี่ยนความรู๎ สืบทอดภูมิปัญญาและรํวมกันพัฒนาตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
เพ่ือสรา๎ งเปน็ เครอื ขาํ ยเช่ือมโยงระหวํางชมุ ชนใหเ๎ กดิ เปน็ สงั คมแหํงความพอเพยี งในท่ีสุด

ตวั อยา่ งกจิ กรรมในชมุ ชนทส่ี อดคลอ้ งกบั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
การเกษตร ทีไ่ ม่ทาลายส่ิงแวดลอ้ มแต่ใชท้ รพั ยากรท่มี ใี นชมุ ชนอย่างคุม้ ค่า เชํน กจิ กรรม

การทาํ ปุ๋ยชีวภาพ การปลกู ผกั และข๎าวท่ีปลอดสารพษิ การทาํ สวนสมนุ ไพรของชมุ ชน การคิดค๎นสาร

174 คู่มือส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ลูกเสอื โท ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5

166 คูม่ ือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชวี ิตในสถานศึกษา ประเภทลูกเสอื สามญั หลักสูตรลูกเสือโท
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5

ไลํแมลงสมนุ ไพร การทาํ ถํานชวี ภาพ การรวมกลุํมขยายพันธ๑ุปลา การแปรรูปผลผลิตและการทาํ
การเกษตรผสมผสาน เป็นต๎น

การรวมกลุ่มเพื่อทากิจกรรมที่เกิดจากความรักและความเอ้ืออาทรของสมาชิกในชุมชน
เชํน กิจกรรมตํอต๎านยาเสพติด การนมัสการพระให๎มาชํวยสอนจริยธรรมและศีลธรรมในโรงเรียนของ
ชมุ ชน กิจกรรมการเรียนร๎ูรํวมกัน ผํานศูนย๑การเรียนร๎ูหรือโรงเรียนเกษตรกรในหมํูบ๎าน การทํากิจกรรม
ตํางๆภายในวดั จดั ตัง้ ร๎านคา๎ ของชมุ ชน การจัดทําแผนแมํบทชุมชน การจัดตั้งกลุํมออมทรัพย๑ การจัดตั้ง
กองทุนสวัสดิการ การรวมกลุํมอนุรักษ๑ทรัพยากรธรรมชาติ ส่ิงแวดล๎อม และกิจกรรมการผลิตของกลุํม
ตาํ งๆ เชนํ การรวมกลํมุ ทําขนมของแมํบา๎ น หรือรวมกลํุมเพื่อปลูกพืชผักสวนครัว นอกจากน้ีชุมชนยังได๎
ต้ังกองทุนข๎าวสารรํวมกับชุมชนอ่ืนๆในตํางภูมิภาค เพื่อค๎าขายหรือผลิตระหวํางกัน รวมท้ังเพ่ือการ
เรยี นร๎แู ละแลกเปลี่ยนประสบการณ๑ และขยายผลการพัฒนาไปยังเครอื ขํายชุมชนอน่ื ๆ ดว๎ ย

กิจกรรมท่ีส่งเสริมคุณธรรม จิตสานึกท้องถ่ิน ส่งเสริมวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของ
เศรษฐกิจพอเพียง เชํน ปลูกฝังความเอื้ออาทรตํอกัน ทําบัญชีอยํางโปรํงใสและสุจริต พัฒนาครูใน
ชุมชนให๎มีคุณภาพและมีจิตผูกพันกับท๎องถิ่น สํงเสริมให๎สมาชิกในชุมชนพ่ึงตนเองกํอนที่จะพึ่งหรือ
ขอความชํวยเหลือจากคนอื่น

ประการทส่ี าคัญของเศรษฐกิจพอเพียง

1. พอมพี อกนิ ปลกู พชื สวนครัวไวก๎ นิ เองบา๎ ง ปลูกไมผ๎ ลไว๎หลังบ๎าน 2-3 ต๎น พอที่จะมีไว๎กินเอง
ในครัวเรอื น เหลอื จงึ ขายไป

2. พออยํูพอใช๎ ทําให๎บ๎านนําอยูํ ปราศจากสารเคมี กล่ินเหม็น ใช๎แตํของท่ีเป็นธรรมชาติ
(ใช๎จุลินทรีย๑ผสมนํ้าถูพื้นบ๎านจะสะอาดกวําใช๎นํ้ายาเคมี) รายจํายลดลง สุขภาพจะดีขึ้น (ประหยัด
คาํ รกั ษาพยาบาล)

3. พออกพอใจ เราต๎องรู๎จักพอ ร๎จู กั ประมาณตน ไมใํ ครํอยากใครํมเี ชํนผ๎ูอื่น เพราะเราจะหลงติด
กบั วัตถุ ปญั ญาจะไมเํ กดิ

"การจะเป็นเสือนั้นมันไมํสําคัญ สําคัญอยูํที่เราพออยํูพอกิน และมีเศรษฐกิจการเป็นอยํูแบบ
พอมพี อกนิ แบบพอมีพอกนิ หมายความวาํ อุ๎มชตู ัวเองได๎ ใหม๎ พี อเพยี งกบั ตวั เอง"

คมู่ อื ส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5 175
ค่มู อื ส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสือทกั ษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสอื สามัญ หลกั สูตรลูกเสือโท 167
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5

แผนการจดั กจิ กรรมลูกเสือสามัญ ลูกเสือโท ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
หน่วยท่ี 8 ระเบียบแถว

แผนการจดั กิจกรรมท่ี 31 ทบทวนระเบยี บแถว เวลา 2 ช่วั โมง

1. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
เพอื่ ให๎ลกู เสือปฏบิ ตั ติ นตามคาํ สัง่ การจดั ระเบยี บแถวและสัญญาณมอื

2. เนือ้ หา
การฝึกระเบียบแถวทนี่ ําไปสกูํ ารสวนสนาม

3. สอื่ การเรยี นรู้
3.1 แผนภูมิเพลง

3.2 ใบความร๎ู / แผนภูมิรปู ภาพระเบียบ
3.3 อปุ กรณ๑ในการฝกึ ระเบยี บแถว
3.4 เร่ืองส้ันทเ่ี ป็นประโยชน๑

4. กิจกรรม
4.1 กิจกรรมครั้งท่ี 1

1) พิธีเปดิ ประชุมกอง (ชกั ธงขึ้น สวดมนต๑ สงบนิ่ง ตรวจ แยก)
2) เพลง หรอื เกม
3) กิจกรรมตามจดุ ประสงคก๑ ารเรียนร๎ู

(1) ผกู๎ ํากับลูกเสอื ทบทวนระเบียบแถว ทาํ ถอดหมวก - สวมหมวก
ทําแบกอาวุธ - เรยี บอาวธุ สญั ญาณมอื และ สัญญาณนกหวดี

(2) แบงํ หมูํลกู เสอื ฝกึ ปฏิบัติระเบยี บแถวจนคลอํ ง
(3) ผ๎กู าํ กับลกู เสอื และลูกเสอื รวํ มกันอภปิ รายสรุปถงึ การปฏบิ ตั ิกิจกรรม
4) ผู๎กาํ กบั ลูกเสอื เลําเรอื่ งสน้ั ที่เปน็ ประโยชน๑
5) พิธีปิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอื่ งแบบ ชกั ธงลง เลิก)

4.2 กจิ กรรมครงั้ ที่ 2

1) พธิ เี ปดิ ประชุมกอง (ชักธงข้ึน สวดมนต๑ สงบน่ิง ตรวจ แยก)
2) เพลง หรอื เกม
3) กจิ กรรมตามจดุ ประสงคก๑ ารเรียนร๎ู

(1) ผ๎กู ํากบั ลูกเสอื จดั แถวกองลกู เสอื ตามรูปขบวนการสวนสนาม
(2) กองลกู เสอื ฝกึ ปฏบิ ตั กิ ารสวนสนาม

176 คู่มือส่งเสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5

168 คมู่ ือสง่ เสริมและพฒั นากจิ กรรมลูกเสอื ทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสอื สามัญ หลกั สตู รลูกเสอื โท
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5

(3) ผก๎ู าํ กับลกู เสอื และลกู เสอื รํวมกันอภิปรายสรปุ ถงึ การปฏบิ ัตกิ จิ กรรม
4) ผ๎กู าํ กบั ลกู เสอื เลําเร่ืองสนั้ ท่เี ปน็ ประโยชน๑
5) พิธปี ดิ ประชมุ กอง (นัดหมาย ตรวจเครื่องแบบ ชักธงลง เลกิ )
5. การประเมินผล
ทดสอบในการปฏิบตั จิ รงิ

6. คุณธรรม
6.1 ความพอเพยี ง
6.2 ซอ่ื สัตยส๑ จุ รติ
6.3 รบั ผดิ ชอบ
6.4 ความกตญั ๒ู
6.5 อดุ มการณค๑ ุณธรรม

ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กจิ กรรมที่ 31

เพลง วนั นย้ี นิ ดี ท่ีเราได๎มาพบกนั
ปลดเปลอื้ งความทกุ ข๑ ให๎มนั สนิ้ ไป
วันนี้ยนิ ดี
ชํวยกันคิดทาํ ใหก๎ ารลูกเสือเจรญิ
วันน้ยี ินดี ที่เราได๎มาพบกนั
ยินดี ยนิ ดี ยนิ ดี มาเถดิ มา เรามารวํ มสนกุ
มาเถดิ มา เรามารวํ มจติ

ลกู เสอื บาเพ็ญตน

เรามาบาํ เพ็ญตนใหค๎ นได๎เหน็ วาํ พวกเราเป็นลูกเสือไทย ลกู เสอื ไทยทีด่ ี
จะอยไูํ หนนาํ้ ใจมไี มตรี มเี มตตาปรานที ุกคน

สรา๎ งศรัทธารกั ไว๎ในใจตน เพื่อมุงํ ผลชาตไิ ทยพฒั นา

ในหมู่ลูกเสอื

ในหมํูลกู เสอื เมือ่ เข๎ามารวํ มอยูํ ตาํ งคนตํางรกู๎ ันดีวาํ หนา๎ ทีท่ ุกอยําง

ตอ๎ งชํวยกนั ทาํ ทําไมเํ ว๎นวําง งานทุกอยาํ ง งานทกุ อยาํ ง จะเสร็จโดยงํายดาย

ค่มู อื ส่งเสริมและพัฒนากจิ กรรมลกู เสอื ทักษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5 177
คมู่ อื ส่งเสริมและพัฒนากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชีวิตในสถานศึกษา ประเภทลกู เสอื สามัญ หลักสตู รลูกเสือโท 169
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5

เร่อื งสั้นท่ีเปน็ ประโยชน์

แมห่ มูและหมาป่า

หมาปูาตัวหน่ึงได๎ขําววําแมํหมูปูาออกลูกคอกใหญํจึงแวะไปเยี่ยม ครั้นเห็นลูกหมูปูาอวบอ๎วน
นาํ กนิ กค็ ิดหาอบุ ายลวงให๎แมํหมไู ปทอ่ี ื่น มันจะได๎จบั ลกู หมูกินไดส๎ ะดวก หมาปูาจงึ เริม่ เกล้ยี กลํอมแมํหมูวาํ

“เจ๎าเพง่ิ ออกลกู ใหมๆํ ควรออกไปสดู อากาศบรสิ ุทธแ์ิ ละหาอาหารดๆี กินให๎อิ่มหนําสําราญเพื่อจะ
ได๎มีนาํ้ นมให๎ลกู ของเจา๎ อยาํ งเพยี งพอ สวํ นลูกๆทน่ี าํ รกั ของเจ๎าท้ังหมดไมตํ อ๎ งเปน็ หํวงหรอก ข๎าจะชํวยดแู ล
ให๎เอง”

แตํแมํหมูปูาร๎ูทันจึงตอบวํา “ขอบใจมาก แตํเจ๎าคงไมํต๎องเหน็ดเหน่ือยวุํนวายมากขนาดน้ันหรอก
ขอเพียงแตํเจ๎าออกไปพ๎นจากที่อยูํของข๎า ก็นับวําเป็นการชํวยเหลืออยํางดีที่สุด และข๎าก็คงจะอด
ขอบใจเจ๎าไมํได๎แนํ”

เรอ่ื งนส้ี อนใหร้ ูว้ ่า อยําประมาทไว๎ใจอะไรงาํ ย ๆ ต๎องคดิ ใหร๎ อบคอบเสมอ

ราชสหี ก์ บั วัวส่ตี ัว

วัวสี่ตวั เป็นเพ่ือนรักกัน ท้ัง 4 ตัวไมํกลัวราชสีห๑ผู๎เป็นเจ๎าปูา เพราะเมื่อใดที่ราชสีห๑จะจูํโจมเข๎า
สังหาร วัวทั้งส่ีตัวจะรีบหันหลังชนกัน หันหัวซ่ึงมีเขาอันแหลมคมออกเผชิญหน๎ากับเจ๎าปูา ไมํเปิด
ชํองวาํ งใหร๎ าชสหี ก๑ ระโจนเขา๎ เลนํ งานได๎ไมํวําจะมาจากทศิ ทางใด

ราชสีหจ๑ งึ เริ่มยแุ หยวํ ัวทีละตวั ใหแ๎ ตกคอกนั ตาํ งถกเถยี งกนั วาํ ตนเองมเี ขาอนั แข็งแกรงํ กวําจึงทาํ
ให๎ราชสีห๑จูํโจมไมํได๎ ในที่สุดวัวท้ัง 4 ตัวก็หมางใจกันแยกกันออกหากินไมํรวมกลุํมเ หมือนแตํกํอน
เปน็ เหตุใหถ๎ กู ราชสหี จ๑ บั กินเปน็ อาหารทลี ะตวั จนหมด

เรื่องนีส้ อนใหร้ ู้ว่า เม่อื ความขาดสามัคคเี กิดขนึ้ ในหมํคู ณะใด หมคํู ณะนน้ั ยอํ มพบกบั ภัยพิบตั ิ

178 คมู่ ือส่งเสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5

170 คู่มือสง่ เสรมิ และพัฒนากิจกรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ติ ในสถานศึกษา ประเภทลูกเสอื สามัญ หลกั สูตรลกู เสือโท
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5

ใบความรู้

ระเบียบแถว

การปฏบิ ตั ิตามสัญญาณมอื สญั ญาณมอื ลูกเสือสากล และสญั ญาณนกหวดี
สัญญาณมือ

ใช๎แทนคําบอกขณะท่ีอยํูหํางไกลจากลูกเสือ หรือไมํสามารถใช๎คําบอกให๎ลูกเสือได๎ยินทั่วถึง
หรอื ในกรณที ีต่ ๎องการความสงบเงียบ
1. เตรยี ม คอย ฟังคาสง่ั หรอื หยุด เหยยี ดแขนขวาข้ึนตรงเหนอื ศรี ษะ มือแบหนั ฝาู มือไปข๎างหนา๎ ห๎านิ้วชิดกัน

การปฏิบตั ิ : ลูกเสอื นง่ิ คอยฟังคําสงั่ โดยหันหนา๎ ไปทางผู๎บงั คบั บัญชา ถา๎ อยใูํ นแถวให๎ยืนทาํ ตรง
2. รวม หรือกลบั มา เหยียดแขนขวา แบมือแลว๎ หมนุ เปน็ วงกลมเหนือศรี ษะจากซ๎ายไปขวา

การปฏิบตั ิ : ลูกเสือรวมกองรีบมาเขา๎ แถวรวมกัน
3. จดั แถวหนา้ กระดาน เหยียดแขนท้ังสองไปด๎านข๎างเสมอแนวไหลํ ฝูามือแบไปด๎านหน๎า

การปฏบิ ัติ : ลูกเสือจัดแถวหน๎ากระดานหนั หนา๎ เขา๎ หาผ๎ใู ห๎สัญญาณ
4. จดั แถวตอน เหยียดแขนท้งั สองไปขา๎ งหนา๎ เสมอแนวไหลํ แขนขนานหันฝูามอื แบเขา๎ หากนั

การปฏบิ ตั ิ : ลกู เสอื เข๎าแถวตอน หันหนา๎ ไปหาผูใ๎ หส๎ ญั ญาณ
5. เคลอื่ นทไ่ี ปยงั ทศิ ทางท่ีตอ้ งการ หันหนา๎ ไปยังทิศทางทตี่ อ๎ งการ ชูแขนขวาขึ้นเหนือศีรษะ ฝูามือแบ

ไปขา๎ งหนา๎ น้วิ ชิดกนั แล๎วลดแขนลงขา๎ งหน๎าเสมอแนวไหลํ
การปฏบิ ัติ : ลูกเสอื วงิ่ ไปยงั ทศิ ทางท่มี อื ผใ๎ู ห๎สญั ญาณชี้ไป
6. นอนลง หรือเข้าที่กาบัง แขนขวาเหยียดตรงไปข๎างหน๎าเสมอแนวไหลํ ฝูามือแบคว่ําลงน้ิวชิดกัน

พรอ๎ มกับลดแขนลงขา๎ งหน๎า แล๎วยกข้นึ กลับท่เี ดิม ทาํ ซ้ําหลาย ๆ คร้งั
การปฏิบัติ : ลูกเสือรีบนอนหรอื เขา๎ ทก่ี าํ บังทันที
7. เร่งจังหวะ หรอื เรว็ ขนึ้ งอศอกขวาให๎มอื มากาํ อยเูํ สมอบํา แลว๎ ชขู นึ้ เหนือศรี ษะ ลดลง ชูขน้ึ หลาย ๆ คร้งั
การปฏบิ ัติ : ลกู เสอื รีบวิง่ หรอื เรํงจงั หวะสงิ่ ที่ทาํ อยูํให๎เรว็ ขน้ึ
หมายเหตุ เมื่อจะใชส๎ ญั ญาณ 2 – 7 ใหใ๎ ช๎สญั ญาณ 1 นาํ กอํ นทกุ ครงั้

การใชส้ ญั ญาณมือในการเรยี กแถวของลูกเสอื สากล

1. ท่าพักตามระเบียบ ขณะทลี่ กู เสอื อยใํู นแถว ผู๎เรียกแถวทําสัญญาณมือเปน็ 2
จังหวะ

จงั หวะท่ี 1 กํามือขวา งอขอ๎ ศอกใหม๎ อื ทก่ี าํ อยปูํ ระมาณหัวเขม็
ขัด หนั ฝูามอื ทก่ี าํ เข๎าหาหัวเข็มขดั

จังหวะท่ี 2 สลัดมือท่ีกําและหน๎าแขนออกไปทางขวา เป็นมุม 180 องศา ประมาณแนว
เดยี วกบั เข็มขัดเป็นสัญญาณใหล๎ กู เสือ “พัก” ตามระเบียบ

คูม่ อื ส่งเสริมและพฒั นากจิ กรรมลกู เสอื ทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5 179
คมู่ ือสง่ เสริมและพฒั นากจิ กรรมลูกเสอื ทักษะชวี ิตในสถานศึกษา ประเภทลูกเสอื สามัญ หลักสูตรลูกเสอื โท 171
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5

2. ท่าตรง ขณะลกู เสอื กาํ ลงั พกั ตามระเบียบ ผูเ๎ รียกแถวจะทาํ สญั ญาณมอื เป็น 2
จังหวะดงั น้ี

จังหวะท่ี 1 กํามือขวา แขนเหยียดตรงไปทางขวา ให๎มือกําอยูํในระดับเดียวกับ
เข็มขัด (เหมอื นกับการสลดั แขนสงั่ “พกั ” ในจังหวะท่ี 2)

จังหวะที่ 2 กระตุกหน๎าแขนเข๎าหาตัว ให๎มือท่ีกํากลับมาอยํูตรงหัวเข็มขัด
(เหมอื นจงั หวะท่ี 1 ของสญั ญาณสั่ง พกั ”) เมือ่ เห็นสัญญาณน้ี ให๎ลูกเสือชักเท๎าซ๎ายมาชิด
เทา๎ ขวา ลดแขนท่ไี ขว๎หลงั มาอยใํู นทําตรง

3. แถวหน้ากระดานแถวเด่ยี ว

ผ๎เู รียกแถวอยใํู นทาํ ตรงเหยยี ดแขนทั้งสองไปดา๎ นขา๎ งเสมอแนวไหลํ มือแบ หนั ฝูามอื ไปขา๎ งหน๎า
นว้ิ มือเรยี งชิดตดิ กัน

ลูกเสือเข๎าแถวหน๎ากระดานแถวเด่ยี ว หนั หน๎าเข๎าหาผูเ๎ รียก นายหมํูยืนทางซ๎ายมือของผ๎ูเรียก
กะใหผ๎ ๎ูเรียกอยกํู ่งึ กลางแถวและหํางจากแถวประมาณ 6 ก๎าว ลูกหมํูยืนตํอกันไปทางซ๎ายมือของนายหมูํ

จนถึงคนสดุ ท๎ายคอื รองนายหมูํ
การจัดระยะเคยี งแบบปดิ ระยะ (1 ชวํ งศอก) ให๎ลูกเสอื ยกมอื ซ๎ายเทา๎ สะโพก นวิ้ เหยยี ดชดิ ตดิ กนั อยํู

ประมาณแนวตะเข็บกางเกง แขนขวาแนบลําตัวและจดปลายศอกซ๎ายของคนท่ีอยูํด๎านขวา จัดแถวให๎ตรง
โดยสะบัดหน๎าแลขวาให๎เห็นหน๎าอกคนท่ี 4 นับจากตัวลูกเสือเอง เมื่อผ๎ูเรียกตรวจแถวส่ังวํา “นิ่ง”
ใหล๎ ดมอื ลงพร๎อมกับสะบัดหนา๎ มาอยใํู นทําตรงและนง่ิ

การจัดระยะเคียงแบบเปิดระยะ (1 ชํวงแขน) ให๎ทุกคน (เว๎นคนท๎ายแถว) ยกแขนซ๎ายข้ึนเสมอไหลํ
เหยียดแขนตรงออกไปทางข๎าง ควํ่าฝูามือลง น้ิวชิดติดกัน ให๎ปลายนิ้วซ๎ายจดไหลํขวาของคนตํอไป
จัดแถวให๎ตรงโดยนายหมูํยืนแลตรงเป็นหลัก ลูกหมํูสะบัดหน๎าแลขวาให๎เห็นหน๎าอกคนที่ 4 เมื่อได๎ยิน
คาํ สงั่ วํา “นงิ่ ” จึงลดมอื ลง สะบดั หน๎ากลบั มาอยใํู นทาํ ตรงและนง่ิ

4. แถวตอนเรยี งหนึ่ง (กรณีมีหลายหมํจู ะเรยี กวาํ “แถวตอนหมูํ”)
ผ๎ูเรียกแถวอยํูในทําตรงเหยียดแขนทั้งสองไปข๎างหน๎าเสมอแนวไหลํ มือแบหันฝูามือเข๎าหากัน นิ้ว

เรียงชิดติดกันลูกเสือเข๎าแถวตอนเรียงหน่ึงโดยนายหมูํยืนตรงเป็นหลักข๎างหน๎าผ๎ูเรียก กะให๎หํางจาก

180 คู่มือส่งเสริมและพฒั นากิจกรรมลกู เสอื ทักษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลกู เสือโท ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 5

172 คูม่ ือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสือทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ประเภทลูกเสอื สามญั หลกั สตู รลูกเสือโท
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5

ผู๎เรียกประมาณ 6 ก๎าว ลูกหมํูเข๎าแถวตํอหลังนายหมํูตํอ ๆ กันไปจัดแถวให๎ตรงคอคนหน๎า ระยะตํอ
ระหวํางบุคคล 1 ชํวงแขน และปดิ ท๎ายดว๎ ยรองนายหมูํ

5. แถวตอนหมู่
แถวตอนเรียงหน่ึงหลายหมูํเรยี กวํา “แถวตอนหม”ูํ สมมุติวํามี 5 หมํู ให๎หมํูท่อี ยูํตรงกลางคือหมูํท่ี 3

6. แถวหน้ากระดานหมู่ ปิดระยะ

ผ๎เู รียกแถวยนื ในทาํ ตรง กาํ มอื ทั้ง 2 ขา๎ ง เหยียดแขนตรงไปข๎างหน๎าขนานกบั พื้น งอข๎อศอกขึ้น
เปน็ มมุ ฉาก หันหนา๎ มือเขา๎ หากนั

ลูกเสือหมูํแรกเข๎าแถวตรงหนา๎ ผู๎เรียก อยูํหํางจากผ๎ูเรียกประมาณ 6 ก๎าว นายหมูอํ ยํูทางซา๎ ยมอื
ของผเู๎ รียก กะให๎กึ่งกลางของหมํูอยํูตรงหน๎าผู๎เรียก ลูกหมูํยืนตํอ ๆ ไปทางซ๎ายของนายหมํู เว๎นระยะ
เคยี ง 1 ชํวงศอก หมํูอนื่ ๆ เขา๎ แถวหน๎ากระดานข๎างหลงั หมูแํ รก ซอ๎ น ๆ กนั ไปตามลําดับ เว๎นระยะตํอ
ระหวาํ งหมปํู ระมาณ 1 ชวํ งแขน

การจัดแถว เมื่อผู๎สั่งวํา “จัดแถว” ให๎ทุกคน (ยกเว๎นคนสุดท๎าย) ยกมือซ๎ายข้ึนเท๎าสะโพก

น้ิวเหยียดชิดกัน นิ้วกลางอยํูในแนวตะเข็บกางเกง แขนขวาแนบลําตัว จัดแถวให๎ตรงโดยนา ยหมํู
ยืนแลตรงเปน็ หลัก ลกู หมสํู ะบัดหน๎าแลขวาให๎เหน็ หน๎าอกคนที่ 4

คู่มือส่งเสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลกู เสือทักษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลกู เสือโท ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 5 181
คู่มือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสือทักษะชวี ติ ในสถานศึกษา ประเภทลูกเสอื สามัญ หลักสูตรลกู เสือโท 173
ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5

การตรวจแถว ผ๎เู รียกแถวตรวจการจัดแถวแล๎ว จงึ สัง่ “น่ิง” ลูกเสือทุกคนลดแขนลงพร๎อมสะบัด
หนา๎ กลบั มาอยใํู นทาํ ตรงและนงิ่
7. แถวหนา้ กระดานหมู่ เปิดระยะ

ผ๎เู รยี กยืนในทําตรง กํามือทั้ง 2 ข๎าง งอข๎อศอกเป็นมุมฉาก แขนทํอนบนแบะออกจนเป็นแนว
เดยี วกับไหลํ หันหนา๎ มอื ไปขา๎ งหน๎า ใหล๎ ูกเสอื เข๎าแถวเชํนเดียวกับแถวหน๎ากระดานหมปูํ ิดระยะ แตํเว๎น
ระยะตอํ ระหวํางหมขูํ ยายออกไปทางด๎านหลัง หาํ งกนั หมูลํ ะประมาณ 3 ชวํ งแขน หรอื 3 กา๎ ว

การจัดแถว และตรวจแถว ใหป๎ ฏิบัตเิ ชํนเดียวกบั แถวหน๎ากระดานหมํปู ดิ ระยะ
8. แถวรูปคร่ึงวงกลม

ผ๎เู รยี กแถวยนื ในทาํ ตรง แบมือทั้ง 2 ข๎าง แขนเหยียดตรงด๎านหน๎าและลงขา๎ งลาํ ง คว่ําฝูามือเขาหาตัว
ขอ๎ มือขวาไขวท๎ ับข๎อมอื ซา๎ ย แลว๎ โบกผํานลาํ ตวั ช๎า ๆ เป็นรปู คร่ึงวงกลม 3 ครั้ง

นายหมลํู กู เสือหมูํแรกยืนอยใํู นแนวเดยี วกบั ผ๎ูเรยี กทางดา๎ นซ๎าย หาํ งจากผ๎เู รียกพอสมควร
ลกู หมํยู ืนตํอ ๆ กนั ไปทางซา๎ ยมอื ของนายหมํู เว๎นระยะเคยี ง 1 ชํวงศอก (มือเท๎าสะโพก) สะบัดหน๎าไป
ทางขวารอคําส่งั “นิง่ ”

182 คูม่ อื ส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลกู เสือทักษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลูกเสือโท ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 5

174 ค่มู ือสง่ เสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสือทักษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสอื สามัญ หลักสูตรลกู เสอื โท
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5

หมํูที่ 2 และหมูํอ่ืน ๆ เข๎าแถวตํอจากด๎านซ๎ายของหมูํแรก ตามลําดับ เว๎นระยะระหวํางหมํู
1 ชวํ งศอก รองนายหมํูสดุ ท๎าย จะยืนตรงด๎านขวาของผูเ๎ รียก ในแนวเดียวกนั กบั นายหมํู หมํแู รก

การจัดแถว ยกมือซา๎ ยขนึ้ ทาบสะโพก สะบดั หน๎าไปทางขวา (ยกเว๎นนายหมูํ หมูแํ รก) จดั แถวให๎
เป็นรปู คร่ึงวงกลม

การตรวจแถว ผ๎ูเรียกแถวตรวจการจัดแถวแล๎ว จึงส่ัง “นิ่ง” ลูกเสือทุกคนลดแขนลงพร๎อมกับ
สะบัดหนา๎ กลบั มาอยูํในทาํ ตรง

9. แถวรปู วงกลม มี 2 แบบ

การเรียกแถวแบบผเู้ รยี กยนื อย่ทู ่จี ุดศูนยก์ ลาง
ผ๎เู รียกแถวยืนในทาํ ตรง แขนทงั้ 2 เหยียดตรงลงข๎างลําง มือแบคว่ําฝูามือเข๎าหาตัว ข๎อมือขวา

ไขวท๎ ับขอ๎ มอื ซา๎ ย แล๎วโบกผํานลาํ ตวั ประสานกันจากดา๎ นหน๎าจดด๎านหลัง 3 คร้ัง
ลูกเสือหมูํแรกยืนด๎านซ๎ายมือของผู๎เรียก สํวนหมูํตํอ ๆ ไปอยํูทางด๎านซ๎ายของหมํูที่อยูํกํอน

ตามลาํ ดบั จนรองนายหมขํู องหมสํู ุดท๎ายไปจดกบั นายหมูขํ องหมแํู รก ถือผ๎ูเรียกเปน็ ศูนยก๑ ลาง
การจัดแถว ลูกเสือยกมือซ๎ายข้ึนเท๎าสะโพก สะบัดหน๎าไปทางขวา (ยกเว๎นนายหมํู หมํูแรก)

จัดแถวให๎เปน็ รปู วงกลม
การตรวจแถว ผู๎เรียกแถวตรวจการจัดแถวแล๎ว จึงสั่ง “นิ่ง” ลูกเสือทุกคนลดแขนลงพร๎อมกับ

สะบัดหนา๎ กลับมาอยํใู นทาํ ตรง และน่งิ

การเรยี กแถวแบบผ้เู รยี กอยู่ที่เสน้ รอบวง

ค่มู ือส่งเสรมิ แคลมู่ อืะพสง่ ฒั เสนริมากแลจิ ะกพรฒั รมนลากกู จิ เกสรอื รทมลกั ูกษเสะชือทวี ติกั ษในะชสวี ถิตาในนสศถึกาษนาศกึ ลษกู าเปสรือะโเทภทชล้นักู เปสรอื ะสถามมัญศึกหษลาักปสูตีทร่ี ล5ูกเสือโท 118735
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5

การเรียกแถวแบบผเู้ รียกอย่ทู ี่เส้นรอบวง

ผู๎เรียกแถวยืนในทําตรง กํามือขวา เหยียดแขนขวาตรงไปข๎างหน๎า ยกข้ึนบน และเลยไปข๎างหลัง
หมนุ กลบั มาดา๎ นหน๎า ทาํ 3 ครัง้

ลูกเสือหมํูแรกยนื ชดิ ด๎านซ๎ายมือของผเ๎ู รยี ก หมูํที่ 2 และหมํตู อํ ๆ ไปอยทํู างซ๎ายมอื ของหมทํู อี่ ยํู
กํอนตามลาํ ดับ จนรองนายหมขูํ องหมสํู ุดท๎ายไปจดขวามอื ของผเ๎ู รยี กใหผ๎ ๎เู รียกอยใูํ นเส๎นรอบวง

การจดั แถวและการตรวจแถว กระทาํ เชนํ เดียวกบั แบบแรก

สญั ญาณนกหวีด
1. หวีดยาว 1 ครั้ง ( -------) ถา๎ เคลอื่ นท่ี ให๎หยดุ ถา๎ หยดุ อยูํ เตือน เตรยี มตวั หรอื คอยฟงั คาํ สงั่
2. หวีดยาว ๆ 2 ครั้ง (-------- ------- ) เดินตอํ ไป เคลอ่ื นทตี่ อํ ไป ทาํ งานตอํ ไป
3. หวีดสั้น 1 คร้ัง และยาว 1 คร้งั สลบั กนั ไป (--- -------- --- --------- ) เกดิ เหตุ
4. หวีด สั้น 3 ครัง้ ยาว 1 ครัง้ สลบั กันไป ( --- --- --- --------- --- --- --- -------) เรียกนาย

หมูมํ ารับคาํ สั่ง
5. หวดี สั้นตดิ ตอํ กันหลาย ๆ คร้ัง (--- --- --- --- ---) ประชมุ รวม

หมายเหตุ เม่ือจะใช๎สัญญาณ 2 – 5 ใหใ๎ ชส๎ ญั ญาณ 1 นาํ กอํ นทกุ ครง้ั

ระเบียบแถวเบ้อื งต้น
1. ทา่ เคารพ

117864 คมู่ อื สง่ เคสู่มริมอื แสล่งะเพสฒัรมิ นแากลิจะกพรัฒรมนลาูกกเสิจอื กทรักรษมะลชูกีวิตเสในือสทถกั าษนศะชึกษีวติา ใปนรสะเถภาทนลศูกเึกสษือสาาลมกูัญเสหือลโกั ทสูตชรัน้ลกูปเรสะอื ถโทมศกึ ษาปที ่ี 5
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5

ระเบยี บแถวเบอื้ งต้น
1. ท่าเคารพ

1.1 วนั ทยหตั ถ์ เปน็ ทําแสดงการเคารพเมอื่ ยลํู าํ พังนอกแถวของลกู เสอื ทุกประเภท โดยปฏิบัติตํอจากทําตรง
แบํงออกเปน็ การฝึกขน้ั ต๎น และเม่ือมผี ู๎รบั การเคารพ

1) การฝึกข้ันตน้
คาบอก "วันทยหัตถ"๑ และ “มือลง”
การปฏิบัติ
ยกมอื ขวาข้ึนโดยเรว็ และแขง็ แรง จดั นวิ้ แบบเดียวกับทํารหัสของลูกเสือ ปลายน้ิวช้ีแตะขอบลําง
ของหมวกคอํ นไปข๎างหน๎าเล็กน๎อยในแนวหางตาขวา (ถ๎าไมํสวมหมวกให๎ปลายนิ้วชี้แตะท่ีหางตาขวา)
เหยยี ดมือตามแนวแขนขวาทํอนลําง แขนขวาทํอนบนย่ืนไปทางข๎างประมาณแนวไหลํ น้ิวเหยียดตรง
เรียงชิดติดกัน ข๎อมือไมํหัก และเปิดฝูามือขึ้นประมาณ 30 องศา ถ๎าอยูํในที่แคบให๎ลดศอกลงได๎ตาม
ความเหมาะสม แตํรํางกายสํวนอ่ืนต๎องไมเํ สยี ลักษณะทาํ ตรง
เมอื่ ได๎ยนิ คาํ บอกวาํ “มอื ลง” ให๎ลดมอื ขวาลงอยใูํ นทาํ ตรงโดยเร็วและแขง็ แรง
2) เมือ่ มีผู้รบั การเคารพ
คาบอก "ทางขวา (ทางซา๎ ย, ตรงหน๎า) – วนั ทยหตั ถ"๑
การปฏบิ ัติ
สะบดั หน๎าไปยังผู๎รับการเคารพ พร๎อมกบั ยกมอื ขวาทําวันทยหัตถ๑กํอนถึงผู๎รบั การเคารพ 3 ก๎าว
ตามองจับไปทผ่ี ๎ูรับการเคารพ และหนั หน๎าตาม จนกวาํ ผ๎รู ับการเคารพจะผาํ นพ๎นไปแล๎ว 2 ก๎าว จากนั้น
สะบัดหนา๎ กลับพรอ๎ มกับลดมอื ลง
ถา๎ ผูร๎ ับการเคารพไมไํ ด๎เคลื่อนท่ีผาํ น ให๎สะบัดหนา๎ กลับพรอ๎ มกับลดมอื ลงตามคาํ บอกวํา “มือลง”
ถ๎าผูร๎ บั การเคารพอยตูํ รงหนา๎ ก็ปฏบิ ัตไิ ด๎โดยไมตํ อ๎ งสะบัดหน๎า

1.2 การแสดงความเคารพท่าถือไม้พลองหรือไมพ้ ลอง
คาบอก “วันทยา – วุธ” และ “เรียบ – อาวธุ ”

การปฏิบัติ
เมื่อไดย๎ นิ คําสง่ั วาํ “วันทยา – วุธ” ใหล๎ กู เสอื ปฏบิ ัติ ดังนี้
1) อยใูํ นทาํ ตรง มอื ขวาถือไม๎พลอง ให๎โคนพลองอยูํประมาณโคนน้ิวก๎อยเท๎าขวา ปลายพลอง
อยํใู นรํองไหลแํ นบชิดตดิ กบั ลําตัว ยกแขนซา๎ ยขนึ้ มาเสมอแนวไหลํ ศอกงอไปข๎างหน๎าให๎ตั้งฉากกับลําตัว
ฝาู มือแบควํ่า รวบนิว้ หัวแมมํ ือกบั นว้ิ กอ๎ ยจรดกนั นวิ้ ช้ี น้วิ กลาง นิว้ นางเหยียดชิดติดกัน ใหข๎ ๎อแรกปลาย
นิว้ ชแี้ ตะไม๎พลองไว๎
2) เม่อื ไดย๎ นิ คาํ ส่ัง “เรยี บ – อาวธุ ” ให๎ลดแขนซา๎ ยลงมาอยูทํ ีเ่ ดมิ โดยเร็ว
3) ถา๎ ผรู๎ ับการเคารพมาทางขวา(ซ๎าย หรือตรงหน๎า) อาจใช๎คําบอก “ขวา (ซ๎าย หรือตรงหน๎า)
ระวัง - วนั ทยา - วธุ ” ให๎ลูกเสือทาํ วันทยาวุธ พร๎อมกับหันหน๎าไปยังผ๎ูรับการเคารพ ตาแลจับผู๎รับการ
เคารพ หันศีรษะตามจนผู๎รับการเคารพผํานหน๎าลูกเสือไปแล๎ว 2 ก๎าว จึงหันกลับมาอยูํในทําตรง

เม่อื ผ๎ูรับการเคารพผํานพ๎นแถว ให๎ผ๎คู วบคุมแถวบอกเลิกทาํ ความเคารพ

คู่มอื ส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทักษะชวี ิตในสถานศึกษา ประเภทลูกเสอื สามัญ หลักสูตรลูกเสือโท 177
คมู่ ือส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ชัน้ ประถมชศนั้ กึปรษะาถปมทีศกึี่ 5ษาปีที่ 5 185


Click to View FlipBook Version