แผนการจัดกจิ กรรมลกู เสือสามญั ลูกเสอื โท ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 5
หน่วยที่ 2 การรูจ้ กั ดูแลตนเอง
แผ3น4การจัดกจิ คก่มู รือรสม่งทเส่ีร4ิมแลอะพาฒัหนาารกปิจลกอรรดมภลัยูกเสือทักษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ชัน้ ปเวระลถามศึก1ษาชปวั่ ที โ่ี ม5 ง
1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ลกู เสอื สามารถบอกอนั ตรายเกย่ี วกับสารพษิ ในอาหารท่ีเกิดจากการใช๎นาํ้ มนั ทอดซา้ํ ได๎
2. เนื้อหา
ผลกระทบตํอสขุ ภาพของผ๎รู ับประทานอาหารทท่ี อดจากนํา้ มนั ทอดซาํ้
3. สื่อการเรยี นรู้
3.1 แผนภมู ิเพลง เกม
3.2 ใบความรู๎ เรือ่ ง อนั ตรายจากอาหารท่ีใชน๎ าํ้ มันทอดซาํ้ , เรอื่ ง สารพิษในอาหาร
3.3 ตัวอยาํ งของนาํ้ มันท่ใี ชแ๎ ล๎ว และ ท่ยี ังไมไํ ดใ๎ ช๎
3.4 เรื่องส้ันทเ่ี ป็นประโยชน๑
4. กจิ กรรม
4.1 พิธเี ปดิ ประชมุ กอง (ชกั ธงขน้ึ สวดมนต๑ สงบน่ิง ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรือเกม
4.3 กจิ กรรมตามจุดประสงคก๑ ารเรียนร๎ู
1) ผ๎กู าํ กับลกู เสอื นาํ สนทนา เกย่ี วกบั อาหารทอดน้าํ มนั และแจกใบความรู๎
เร่อื ง “อนั ตรายจากอาหารท่ใี ช๎น้ํามนั ทอดซาํ้ ” ใหล๎ ูกเสอื แตํละหมไํู ด๎ศกึ ษา
2) มอบหมายใหห๎ มํลู ูกเสอื วางแผนออกสาํ รวจตามบา๎ น ตามหาบเรํ แผงลอย
รา๎ นขายอาหารทีข่ ายของทอด (เชํน กล๎วยแขก มันทอด ไกํทอด ปาทอํ งโก๐ แมลงทอด
ขนมทองพลุ เฟรนซฟ๑ รายส๑ ลกู ชนิ้ ทอด ไสก๎ รอกทอด ฯลฯ) หมํูละ 1 แหงํ วํานํ้ามนั ท่ี
ใชท๎ อดของแตํละรา๎ นมลี กั ษณะอยํางไรบา๎ ง และสํงตวั แทนรายงานในกองลกู เสอื ดงั น้ี
(1) ได๎ขอ๎ คดิ อะไรจากการทาํ กจิ กรรม
(2) จะนาํ ไปใชใ๎ นชีวิตประจําวันอยาํ งไร
3) ผู๎กํากับลกู เสอื และลกู เสอื ชวํ ยกนั สรปุ
4.4 ผูก๎ าํ กบั ลูกเสอื เลาํ เรอื่ งส้นั ท่เี ปน็ ประโยชน๑
4.5 พิธปี ดิ ประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครื่องแบบ ชกั ธงลง เลกิ )
5. การประเมินผล
สังเกตความตงั้ ใจในการทาํ กจิ กรรม การมสี ํวนรวํ มคดิ วเิ คราะหแ๑ ละนําเสนอผลงาน
6. องค์ประกอบทกั ษะชีวติ สาคัญท่เี กดิ จากกจิ กรรม
คอืคูม่ กือสา่งรเสครดิ ิมวแิเลคะพราฒั ะนหาก๑ คจิ กวรารมลคูกิดเสสือรท๎าักงษสะรชรีวคิตใ๑แนลสถะาตนรศะกึ หษนา ักปรระู๎ถเภงึ ทอลนั ูกตเสรอื าสยามจญั ากหนลักา้ํ สมูตนั รลทกู อเสดอื ซโทาํ้
28
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5
3) ผ๎กู ํากับลูกเสอื และลกู เสอื ชวํ ยกนั สรปุ 35
4.4 ผ๎กู ํากบั ลูกเสอื เลําเรอ่ื งสัน้ ที่เปน็ ประโยชน๑
4.5 พิธปี ิดประชุมกอง (นัดหมาย ตรวจเคร่ืองแบบ ชกั ธงลง เลกิ )
5. การประเมินผล
สงั เกตความตัง้ ใจในการทาํ กจิ กรรม การมสี วํ นรวํ มคดิ วเิ คราะหแ๑ ละนาํ เสนอผลงาน
6. องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ สาคัญท่เี กิดจากกจิ กรรม
คือ การคดิ วิเคราะห๑ ความคิดสรา๎ งสรรคแ๑ ละตระหนกั รู๎ถึงอนั ตรายจากนาํ้ มันทอดซาํ้
7. คุณธรรรม
คูม่ ือส่งเ7ส.ร1มิ คแลวะาพมัฒพนอาเพกิจียกงรรมลูกเสอื ทักษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5
7.2 ความซื่อสัตย๑สจุ รติ
7.3 ความรับผดิ ชอบ
ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กิจกรรมท่ี 4
เพลง
อาหารดี
อาหารดี มีประโยชน๑ คือ ผกั สด เนือ้ หมู ปู ปลา
เป็ด ไกํ ไขํ นม ผลไม๎ นานา
ลว๎ นมคี ณุ คาํ ตอํ รํางกายของเรา (ซ้าํ )
เกม
หนูกบั แมว
วิธเี ลน่ ให๎กองลกู เสอื ยืนจบั มือกนั เป็นวงกลมไว๎ เลอื กลกู เสือ 2 คน คนหนึ่งเป็นแมวอยํูในวงกลม อีก
คนหน่งึ เป็นหนูอยูํนอกวงกลม เรม่ิ เลนํ โดยแมวต๎องพยายามออกจากวงกลมใหไ๎ ด๎เพือ่ จบั หนู ลกู เสือท่ที ํา
วงกลมตอ๎ งพยายามเกาะมือกันไวใ๎ ห๎แนนํ และปฺองกนั ไมํให๎แมวออกมา เมื่อแมวสามารถออกจาก
วงกลมและจับหนไู ด๎ ก็เปล่ียนลกู เสือทเี่ ปน็ แมวและหนูใหมํ
คู่มอื สง่ เสริมและพัฒนากจิ กรรมลกู เสอื ทักษใะบชีวคิตใวนาสถมานรศู้ ึกษา ประเภทลกู เสือสามญั หลักสตู รลูกเสอื โท 29
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5
อันตรายจากนา้ มนั ทอดซ้า
ใบความรู้
อนั ตรายจากน้�ำมนั ทอดซำ้�
นํ้ามันทอดซ้ํา คือ นํ้ามันที่ใช๎ทอดอาหารตํอเน่ืองหลายครั้ง หากไปดูตามตลาดท่ีขายของทอด
เชํน ปาทํองโก๐ ไกํทอด กล๎วยแขก แมลงทอด ฯลฯ จะเห็นวํานา้ํ มันที่ใช๎ทอดซาํ้ มีสีดํา บางทีอาหารที่
ซื้อมาก็มีคราบนาํ้ มันสีดาํ เปื้อนอยูํ สาํ นักงานคณะกรรมการอาหารและยาได๎สาํ รวจตัวอยํางนํ้ามันที่ใช๎
ทอดจากร๎านแผงลอยรถเข็น ร๎านอาหารจานดํวน และโรงงานอุตสาหกรรมบะหมี่กึ่งสําเร็จรูป พบมี
นํา้ มันทอดซํ้าท่ีเสื่อมคุณภาพและอาจเป็นอันตรายตํอสุขภาพถึงร๎อยละ 13 น้าํ มันสวํ นใหญํจะเกิดการ
เสื่อมสภาพได๎ จากการที่ได๎รับความร๎อนสูงมากๆ การเก็บไว๎นานๆ มีความช้ืนสูง ถูกแสงแดด มีสาร
ปนเป้อื น และเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมีกบั ออกซเิ จน จะมีผลทาํ ให๎ไขมันน้ันมีสีดํา เหม็นหืน จุดเกิดควันตํ่า มีฟอง
และเหนยี วหนดื ขนึ้ หากนํ้ามนั นัน้ มีกรดไขมนั ไมอํ ิม่ ตวั สูงมากเทาํ ใด กจ็ ะเสือ่ มสภาพเร็วขึ้นเทาํ นั้น
ผลกระทบต่อสุขภาพของนา้ มนั ทอดซา้
น้าํ มันทผ่ี าํ นการทอดอาหารซ้าํ หลายครัง้ จะมีคุณคาํ ทางโภชนาการลดลง จากการทดลองให๎หนกู นิ
จะพบวําทาํ ใหก๎ ารเจรญิ เตบิ โตลดลง ตับและไตมีขนาดใหญํเพราะไขมันไปสะสม นอกจากนี้ยังมีโอกาส
เกิดอนุมูลอิสระในเลือดมากข้ึน ทําให๎เสี่ยงตํอการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือดได๎ไอระเหย
จากน้ํามันทอดอาหาร เมื่อสูดดมเป็นระยะเวลานาน ก็อาจมีอันตรายตํอสุขภาพได๎ เพราะมีการพบ
ความสมั พันธร๑ ะหวาํ งโรคมะเร็งปอด กับการสูดไอระเหยจากการผัดหรือทอดอาหารของผ๎ูหญิงจีนและ
ไต๎หวันท่ไี มไํ ดส๎ ูบบุหร่ี และพบวาํ มสี ารกํอกลายพนั ธุ๑ในไอระเหยของนํา้ มนั ทอดอาหาร ทั้งยังเป็นสารท่ี
กํอให๎เกิดเน้ืองอกในตับและปอด และกํอมะเร็งเม็ดเลือดขาวในหนูทดลอง นอกจากนี้ยังพ บกลุํมสาร
กํอมะเร็งในนา้ํ มันทอดซาํ้ อีกหลายชนิด ตัวอยํางเชํน สาร Malonedehyde (MDA) ทาํ ให๎เกิดมะเร็ง
ผิวหนังในหนูทดลอง การเจริญเติบโตผิดปกติ ลําไส๎ทํางานผิดปกติ ตับและไตโต โลหิตจาง วิตามิน
อีในเลือดและตับของหนูทดลองลดลง สาร 4-hydroxy-2-noenol (HNE) มีพิษตํอเซล และกํอให๎เกิด
การกลายพันธ๑ุได๎เชํนกัน
ขอ้ แนะนาในการเลือกซ้ืออาหารบรโิ ภค
ควรหลีกเลี่ยงไมํซ้ืออาหารทอดจากร๎านค๎าท่ีใช๎นํ้ามันมีกล่ินเหม็นหืน เหนียวสีดําคลํ้า ฟองมาก
เหมน็ ไหม๎ เวลาทอดมคี วนั ขึน้ มากแสดงวําน้ํามันใชม๎ านานทําให๎นํ้ามันเกิดควันที่อุณหภูมิต่ําลง อาหาร
อมนา้ํ มนั และหลังการบริโภคเกิดการระคายคอ
ขอ้ แนะนาในการใชน้ ้ามันทอดอาหาร
1. ในครวั เรือนไมคํ วรใช๎นํา้ มันทอดอาหารซํ้าเกนิ 2 คร้ัง
2. หากจําเป็นต๎องใช๎นํ้ามันซ้ําให๎เทนํ้ามันเกําท้ิงหน่ึงในสามและเติมน้ํามันใหมํกํอนเร่ิมการทอด
อาหารครงั้ ตํอไป แตถํ ๎าน้าํ มันทอดอาหารมกี ลน่ิ เหม็นหืน เหนยี วขน๎ สีดํา ฟองมาก เป็นควันงํายและเหม็น
ไหม๎ ควรทง้ิ ไป
ค3ู่ม0อื ส่งเสชคร่มูัน้มิ อืปแสรล่งะะเถสพมรัฒศมิ กึ แนษลาาะกปพจิีทฒั กี่ น5รารกมจิ ลกูกรรเมสลอื ูกทเสักือษทะักชษีวะติ ชใวี นติ สในถสาถนาศนกึศกึษษาา ประเภทลกู เสือสามญั หลักสูตรลูกเสือโท 37
ลกู เสอื โท ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5
3. ไมทํ อดอาหารไฟแรงเกินไป อุณหภมู ทิ เี่ หมาะสมของน้าํ มนั ประมาณ 160 – 180 องศา
เซลเซียส
4. ซับนํ้าสวํ นทีเ่ กนิ บริเวณผวิ หนา๎ อาหารดบิ กอํ นทอด เพือ่ ชะลอการเสอ่ื มสลายตัวของนา้ํ มนั
5. หม่ันกรองกากอาหารท้ิงระหวาํ งและหลังการทอดอาหาร
6. เปล่ียนน้ํามันทอดอาหารบํอยขึ้น หากทอดอาหารประเภทเน้ือที่มีสํวนผสมของเกลือหรือ
เครอื่ งปรุงรสในปริมาณมาก
7. ปิดแก๏สทันทหี ลังทอดอาหารเสร็จ หากอยํูระหวํางชวํ งพกั การทอด ควรลดไฟลงเพอ่ื ชะลอการ
เสื่อมตัวของนํ้ามนั ทอดอาหาร
8. หลกี เลี่ยงการใชก๎ ระทะเหล็ก ทองแดง หรอื ทองเหลือง ในการทอดอาหาร เพราะจะไปเรํงการ
เสอื่ มสลายของนํา้ มนั ทอดอาหาร
9. เก็บน้าํ มันที่ผาํ นการทอดอาหารไว๎ในภาชนะสแตนเลส หรือแก๎วปิดฝาสนิท เก็บในท่ีเย็นและ
ไมโํ ดนแสงสวําง
10. ล๎างทําความสะอาดกระทะหรือเคร่ืองทอดอาหารทุกวัน นํ้ามันเกํามีอนุมูลอิสระของกรด
ไขมันอยูมํ าก จะไปเรงํ สารเสอื่ มสภาพของนํ้ามันทอดอาหารใหมทํ ี่เตมิ ลงไป
11. บริเวณทอดอาหารควรติดเครอ่ื งดดู ควันและมกี ารระบายอากาศที่ดี
(ท่ีมา : ศนู ย๑ปฏิบตั กิ ารความปลอดภยั ดา๎ นอาหาร กระทรวงสาธารณสขุ )
สารพิษในอาหาร
สารปรุงแตง่ อาหาร
สารปรุงแตํงอาหาร หมายถึง สารปรุงรสและวตั ถเุ จือปนในอาหารทน่ี าํ มาใช๎เพอื่ ปรงุ แตงํ
สี กล่นิ รส และคุณสมบตั ิอน่ื ๆ ของอาหาร มอี ยูํ 3 ประเภท
1. ประเภทท่ไี ม่เป็นอันตรายแก่ร่างกาย ไดแ๎ กํ
1.1 สตี ําง ๆ ทีใ่ ช๎ผสมอาหาร ซง่ึ เป็นสธี รรมชาติ ไดแ๎ กํ
สีเขียว จากใบเตยหอม พรกิ เขียว
สเี หลอื ง จากขมน้ิ ออ๎ ย ขมิน้ ชนั ลูกตาลยี ไขแํ ดง ฟกั ทอง ดอกคาํ ฝอย เมลด็ คาํ แสด
สแี ดง จากดอกกระเจี๊ยบ มะเขอื เทศ พริกแดง ถว่ั แดง ครง่ั
สีนา้ํ เงิน จากดอกอัญชัน
สีดาํ จากกากมะพร๎าวเผา ถัว่ ดํา ดอกดนิ
สนี ้ําตาล จากน้ําตาลเค่ียวไหม๎ หรือ คาราเมล
1.2 สารเคมบี างประเภท ได๎แกํ
1.2.1 สารเคมปี ระเภทใหร๎ สหวาน เชํน น้าํ ตาลทราย กลโู คส แบะแซ
1.2.2 สารเคมีบางประเภทให๎รสเปร้ยี วในอาหารเชนํ กรดอะซีตกิ (กรดนา้ํ ส๎ม)
กรดซิตริก (กรดมะนาว)
38 ค่มู ือสง่ เสริมและพัฒนากิจกรรมลกู เสือทักษะชีวิตในสถานศึกษา ลูกเสือโท ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
คมู่ ือส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลกู เสอื ทักษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสือสามัญ หลักสตู รลูกเสอื โท 31
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
1.2.3 สารเคมที เี่ ป็นสารแตงํ กลนิ่ เชํน นาํ้ นมแมว หรือหัวน้ําหอมจากผลไมต๎ าํ ง ๆ
1.2.3 สารเคมที เ่ี ปน็ สารแตงํ กลน่ิ เชนํ นาํ้ นมแมว หรอื หวั นํ้าหอมจากผลไม๎ตําง ๆ
2. ประเภททีอ่ าจเกิดอนั ตรายหากใช้เกินขอบเขต
2.2ป.1ระสเีผภสทมทอี่ าหจเากรดิ ไอดัน้จตากรกายารหสางั กเคใชรา้เะกหนิ ๑สขาอรเบคเมขีตแม๎กฎหมายกําหนดใหใ๎ ชส๎ สี งั เคราะห๑ สําหรับ
ผสมอาหา2ร.1ไดส๎ แีผตสํหมาอกาใชห๎ใานรปไรดมิ ้จาาณกมกาากรแสลงั เะคบรอํ ายะกหอ็๑สาจรกเคํอมใหี แเ๎ กมิดก๎ อฎันหตมราายยกตาํ ํอหสนขุ ดภใาหพใ๎ ชผส๎บู ีสรงัโิ ภเคครไาดะ๎หป๑ รสิมาํ าหณรบัสี
ผทส่อี มนอุญาาหตาใรหไ๎ใดช๎ ผ๎แตสมํหใานกอใชาห๎ในาปรปริมระาเณภมทาเคกรแ่อื ลงะดบ่มื อํ ยไกอศ็อากจรกีมํอลใหูกกเ๎ กวิดาอดนั แตลระาขยนตมอํ หสวุขาภนาพมผดี บ๎ูังนรโิ้ี ภคได๎ ปริมาณสี
ทีอ่ นญุ าตใหใ๎ ชผ๎ สมในอาหารประเภทเครื่องดื่ม ไอศกรีม ลูกกวาด และขนมหวาน มีดังน้ี
2.1.1 สีทีใ่ ชไ๎ ดป๎ รมิ าณไมํเกนิ 70 มิลลกิ รัมตอํ อาหารในลกั ษณะทีใ่ ชบ๎ รโิ ภค 1 กโิ ลกรัม
2.1.1 สแีทดใ่ี ชงไ๎ ดไดป๎ แ๎ริมกําณเอไโมซเํ รกบู ินนี 7เ0ออมรลิโทลริกซรินมั ตอํ อาหารในลักษณะทใี่ ช๎บรโิ ภค 1 กิโลกรัม
สแีเหดลงอื งไดไแ๎ ดก๎แํ กเํอโตซารูบต๑ ีนราซเอนี อรซิโันทเรซซ็ตินเย็ลโลว๑ เอฟ็ ซี เอฟ็
สเี ขหยีลวอื งไดได๎แแ๎กกํ ํฟตาาสรต๑ต๑ รการซนี นี เซอนัฟ็ เซซต็ ี เยเอล็ ฟ็ โลว๑ เอ็ฟ ซี เอฟ็
สนีเขาํ้ ยี เงวนิ ไดได๎แ๎แกกํ ํฟอาินสดตโิ๑ กกครานี รม๑ เีนอห็ฟรือซอี นิ เดอิโฟ็ กตนิ
2.1.2 สีนทํา้ ใ่ี เชง๎ไนิ ด๎ปไรดมิ แ๎ ากณํ ไอมินํเดกิโนกค5า0ร๑มมีนลิ หลรกิ ือรอัมนิ ตดอํ ิโอกาตหนิ ารในลกั ษณะท่ใี ชบ๎ รโิ ภค 1 กโิ ลกรมั
2.1.2 สสแี ที ด่ีใงช๎ไดได๎ป๎แรกมิ ําณปอไงมโเํ ซกิน4 5อ0ารม๑ ลิ ลิกรัมตอํ อาหารในลกั ษณะทใี่ ช๎บรโิ ภค 1 กโิ ลกรัม
สนีแดาํ้ เงงนิ ไดไ๎แดกแ๎ ํ กปํ อบงรโลิซเล4ียนอบาลรู ๑ เอ็ฟ ซี เอ็ฟ
2.2 ผงชรู ส สเีนปาํ้น็ เสงาินรปไรดุง๎แกตํงรบสรอิลาเลหยีานร บมลีชู ่ือเทอา็ฟงเคซมี ีวเํอาฟ็ โมโนโซเดียมกลูตาเมท ผลิตจากแปฺง
มันสําปะหล2ัง.2หผรงือชจูรากสกาเปกน็ าํ้สตาราปลรงุลแักตษํงณรสะอขาอหงาผรงชมูรีชส่ือแททา๎จงะเคเปม็นีวเํากโลม็ดโหนรโือซผเดลียึกมสกีขลาวูตขาุํนเมทปลผาลยิตทจั้งา2กแขป๎าฺง
โมตันแสลาํ ะปมะันหลตังรหงกรลือาจงาคกอกดาเกลนก็ าํ้ คตลาา๎ ลยกลรักะดษกูณไะมขํมอคีงผวงาชมูรวสาวแแทบ๎จบะเสปะ็นทเ๎อกนลแ็ดสหงรือมผีรลสึกชสาีขตาิควลข๎าํุนยเปนล้ือาตย๎มท้ังปร2ิมขา๎าณง
ทโตใ่ี แชล๎คะวมรันใช๎เตพรียงงกเลา็กงนค๎ออยดเถล๎า็กบครลิโา๎ ภยคกมระาดกกูเกไินมไํมปคี อวาาจมมวีอาาวกแาบรบแสพะ๎ผทง๎อชนูรแสสไดง๎ คมวีรรสใชา๎ผตงิคชลูรส๎ายปเรนะ้ือมตาณ๎ม ป1ร/5ิม0า0ณ-
ท1/่ใี8ช0๎ค0วสรํวใชนเ๎ ขพอียงงอเลา็หกนาร๎อหยรถือ๎ปาบระรมิโภาคณม1ากชเ๎อกนิ ชไปาตอํอาจอมาหีอากราร1แ0พ๎ผถง๎วชยูรสตไวดง๎ แคลวะรไใชม๎ผํคงวชรูใรชส๎ผปงรชะมูรสาณใน1อ/5า0ห0าร-
ท1/า8ร0ก0แสลํวะหนญของิ งมอคี ารหรภาร๑ หรือประมาณ 1 ช๎อนชาตํออาหาร 10 ถ๎วยตวง และไมํควรใช๎ผงชูรส ในอาหาร
ทารกและห2ญ.3ิงมสีคารรรเภค๑มที ่ใี ชก้ ันเสียกันบูด เปน็ สารประกอบทางเคมีหรือของผสมของสารประกอบท่ีใช๎
เตมิ ลงในอา2ห.3าสราเรพเ่ือคชมะทีลอีใ่ ชก้กานั รเนสยีําเกสันียหบรูดือยเปดื ็นอสาายรุกปารระเกอ็บบอทาหางาเรคมโดีหยรือจะขไอปงยผับสยมั้งขกอางรสเาจรปิญรเะตกิบอโบตทขี่อใชง๎
เจตุลมิ ินลทงรใียน๑แอลาหะสาํวรนเพปรื่อะชกะอลบอขกอางรเอนนาํ เไสซียมห๑ รือซยึ่งดื ทอําาใยหุก๎กาารรเเกจบ็ รอิญาเหตาิบรโตโขดอยงจจะุลไินปทยับรีย๑ห้ังกยาุดรชเะจงรักิญหเตรือิบตโตายขไอดง๎
จนุลอินกทจารกียน๑แ้ยีลงัะมสํวผี นลตปอํระกการอแบบขํงอเซงเลอลน๑ยไบั ซยม้ัง๑ กาซร่ึงสทงั เําคใรหา๎กะาหรข๑ เอจรงโิญปเรตติบีนโตทขําอใงหจ๎ขุลบินวทนรกียา๑หรยแุดบชํงเะซงัลกลห๑หรือยตุดาชยะไงดัก๎
จนาํอนกวจนาจกลุนินย้ี ทงั มรยีผ๑จละตไอํ มกเํ พาร่ิมแขบนึ้ งํ เกซาลรลใ๑ยชับว๎ ัตย้ังถกกุ าันรเสสังียเไคมรจําะําหเปข๑ ็นอกงโ็ไปมรํคตวีนรใทชํ๎กาใรหณ๎ขีทบ่ีจวํานเปกา็นรตแ๎อบงํงใเชซ๎คลวลร๑หเลยือุดกชวะัตงัถกุ
จกาํันนเสวนียจทลุ ี่ปนิ ลทอรดยี ภ๑จัยะไแมลํเะพใ่มิชข๎ใน้ึ ปกราิมราใชณ๎วทัตี่กถฎุกหนั เมสาียยไกมําจหําเนปด็นกร็วไมํคทวั้งรตใ๎อชง๎กเรลณือกีทใ่ีจชํา๎ใเหป๎เ็นหตม๎อางะใสชม๎คกวรับเชลนือกิดวขัตอถงุ
กอาันหเสารียที่ปลอดภัยและใช๎ในปริมาณท่ีกฎหมายกําหนด รวมทั้งต๎องเลือกใช๎ให๎เหมาะสมกับชนิดของ
อาหาร
3. ประเภทเปน็ พิษไมป่ ลอดภยั เป็นอนั ตรายตอ่ ชวี ติ ได้
3. ปปรัจะจเุบภันทไเปด๎น็มีกพาิษรไใมชป่๎สาลรอเดคมภีตยั ําเงปน็ๆอปนั รตุงแราตยํงตอาอ่ หชาีวรติ เพได่ือ้ ให๎อาหารนํารับประทานเก็บได๎นาน
รวมทงั้ ราคปาัถจจกู ุบแันลไะดจ๎มากี กาารรใชต๎รสวาจรสเคอมบีตขําองหๆนํวปยรงุ าแนตขํงอองารหฐั าพรบเพวํา่ือมใีกหา๎อราใหชา๎สรานรํเาครมับีทปี่กระฎทหามนาเยกห็บ๎าไมดใ๎นชา๎ใน
รกวามรปทรงั้ งุรแาคตาํงถในูกอแาลหะาจราซก่ึงกทาํารใตหร๎เวกจิดสออันบตขรอางยหแนกวํ ํผยู๎บงารนิโภขคอถงรึงัฐชพีวบิตวไดําม๎ เีกชาํนรใบชอ๎สแารรกเคซม๑ สีทาี่กรฎฟหอมกาขยาหว๎าสมาใรชเ๎ใรนํง
กเนา้อืรแปดรุงแแตลํงะในสอาราโหพาลราซร่ึงท๑ ทใี่ ําชใเ๎ หค๎เลกอื ิดบอเัสน๎นตกราว๐ ยแเตกยี๋ ํผว๎ูบใหริโ๎เภปคน็ ถมึงันชเงีวาิตดไนู ดาํ๎ เกชินํนเปบน็อแตร๎นกซ๑ สารฟอกขาว สารเรํง
เนอื้ แดง และ สารโพลาร๑ทใ่ี ช๎เคลอื บเส๎นก๐วยเตีย๋ วใหเ๎ ปน็ มนั เงาดูนํากนิ เปน็ ตน๎
ค่มู ือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสอื ทักษะชีวิตในสถานศึกษา ลกู เสือโท ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5 39
39
คู่มือส่งเสริมและพัฒนากจิ กรรมลูกเสือทกั ษะชวี ิตในสถานศึกษา ลกู เสอื โท ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
คมู่ ือส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชีวิตในสถานศึกษา ประเภทลกู เสอื สามญั หลกั สตู รลูกเสอื โท
32 ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5
เรื่องส้นั ทเ่ี ป็นประโยชน์
อาหารทเี่ พม่ิ ความเส่ียงตอ่ โรคไต
คนทั่วไปไมํเคยรู๎วําตนเองได๎รับเกลือโซเดียมเกินกวําท่ีรํางกายต๎องการ ซึ่งไมํควรเกินวันละ
2,400 มลิ ลกิ รมั (เทํากับเกลอื แกง 1 ช๎อนชาหรอื นํา้ ปลา 4 ช๎อนชา)
จากผลสาํ รวจของกรมอนามัยรํวมกบั สถาบันโภชนาการศมาหสาตวรทิม๑ ยหาาลวยั ทิ มยหาดิลลยั มระหบิดุวลา่ คระนบไทวุ าํยคนไทย
สํวนใหญํไดร๎ ับเกลือโซเดียมถึง 2 เทาํ ของปรมิ าณที่แนะนาํ ตํอวนั ซึ่งทําใหเ๎ พม่ิ ความเสย่ี งตํอของการ
เปน็ โรคความดนั โลหติ สงู และในระยะยาวก็จะกลายเป็นโรคไตเรอื้ รังได๎
ปจั จุบนั ประชากรไทยที่มอี ายตุ ง้ั แตํ 18 ปีข้ึนไป ปูวยเป็นโรคความดันโลหิตสูงเกือบ 20% หรือ
ประมาณ 8 ล๎านคน และปวู ยเป็นโรคไตเร้ือรังประมาณ 17% หรือประมาณ 7 ล๎านคน ส่ิงท่ีนํากังวลคือ
ผ๎ูปวู ยโรคไตเรอื้ รังจาํ นวนมากไมํทราบวําตนปวู ยเป็นโรคน้ี
อาหารท่มี เี กลือโซเดียมสูงมาก ได๎แกํ ของหมักดอง นํ้าพริก ปลาร๎า ส๎มตํา บะหม่ีกึ่งสําเร็จรูป
ปลาเคม็ เน้ือเค็ม แหนม ไส๎กรอก มันฝร่ังอบกรอบปรุงรส ขนมถุง ขนมขบเคี้ยว สาหรํายปรุงรส ฯลฯ
นอกจากนี้ยังมีอาหารจานเดียวยอดนิยมหลายชนิด เชํน ก๐วยเตี๋ยวนํ้า(1,500-3,000 มิลลิกรัมตํอชาม)
ข๎าวจานเดียว เชํน ขขา้ ๎าววกกระเพราไก่ํ ขา๎ วหน๎าเปด็ ข๎าวหมกไกํ ข๎าวคลุกกะปิ ขา๎ วหมูแดง ข๎าวขาหมู
ขา๎ วราดไขํพะโล๎ (1,000 มิลลิกรมั ตอํ จาน) เปน็ ตน๎ และหากมีการใสํผงชูรส และสารกันบูด ซงึ่ ไมมํ รี สเคม็
แตํมีเกลือโซเดียมสูงเชํนกัน หรือเติมน้�๎าำํ ปลาเพ่ิมเข๎าไปอีก ก็จะสํงผลให๎รํางกายได๎รับโซเดียมในปริมาณ
สูงขึ้นไปอีก ดังน้ันทุกคนจึงไมํควรมองข๎ามปัญหาน้ี และมาเริ่มต๎นหลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณเกลือ
โซเดยี มสงู ตงั้ แตํเดยี๋ วนี้
ทม่ี า www.thaihealth.or.th
เร่อื งนี้สอนใหร้ ู้ว่า ไมคํ วรมองข๎ามปญั หาท่ีเหน็ เปน็ เร่อื งเล็ก ๆ ใกลต๎ วั จนเคยชิน เพราะมันอาจเป็น
ปญั หาใหญใํ นอนาคตได๎
40 คู่มอื ส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลกู เสอื ทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
คู่มือส่งเสริมและพัฒนากจิ กรรมลกู เสือทกั ษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสอื สามญั หลกั สตู รลกู เสือโท 33
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสือสามัญ ลูกเสอื โท ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5
หน่วยท่ี 2 การรจู้ ักดูแลตนเอง
แผนการจดั กจิ กรรมที่ 5 การชว่ ยเหลือตัวเองจากอุทกภยั เวลา 1 ชัว่ โมง
1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ลกู เสอื สามารถบอกสาเหตุจากการเกดิ อบุ ตั ภิ ัยทางน้ํา และวิธปี อฺ งกัน
2. เนอ้ื หา
อุบัติภยั ทางนํ้ามกั เกดิ จากความประมาท ไมํระมัดระวงั และไมมํ ที กั ษะในการปอฺ งกนั ตนเอง
3. สอ่ื การเรียนรู้
3.1 แผนภมู ิเพลง
3.2 ตัวอยาํ งอปุ กรณท๑ ช่ี วํ ยลอยตัวในนํ้า
3.3 ใบความรู๎ เรอ่ื ง การปอฺ งกนั อุบตั ภิ ัยทางนา้ํ
3.4 เรือ่ งสน้ั ท่ีเป็นประโยชน๑
4. กจิ กรรม
1) พิธเี ปดิ ประชมุ กอง (ชกั ธงขน้ึ สวดมนต๑ สงบนง่ิ ตรวจ แยก)
2) เพลง หรอื เกม
3) กิจกรรมตามจดุ ประสงคก๑ ารเรียนรู๎
1) ผู๎กํากบั ลกู เสอื ให๎ความร๎เู ร่อื งการเอาชีวิตรอดในน้ําดว๎ ยวธิ ีการลอยตัวในน้ําแบบตํางๆ และ
การร๎จู กั นําอปุ กรณ๑ตาํ งๆ ที่อยํกู ับตวั เรามาใช๎เป็นชูชีพ เชํน ขวดนํ้าด่ืมพลาสติก หมอนลม
ลกู มะพรา๎ ว เป็นต๎น
2) กองลูกเสอื ศึกษาการใช๎อปุ กรณท๑ สี่ ามารถใช๎เป็นชูชีพในการเอาชีวิตรอดในนา้ํ
3) ผู๎กํากับลูกเสือสรุปกิจกรรม และแนะนําให๎ลูกเสือทุกคนควรฝึกการวํายนํ้าให๎คลํอง เพ่ือ
ชํวยเหลือตนเองได๎ในคราวจําเป็น และยังเป็นวิธีการออกกําลังกายท่ีชํวยให๎รํางกาย
แข็งแรง นอกจากนยี้ งั สามารถสมคั รเข๎ารับการทดสอบการวํายน้ํา เพ่ือรับเคร่ืองหมายวิชา
พเิ ศษของลูกเสือสามัญได๎อีกด๎วย
4) ผูก๎ ํากับลูกเสอื เลาํ เร่ืองสน้ั ที่เป็นประโยชน๑
5) พิธีปดิ ประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชักธงลง เลกิ )
5. การประเมินผล
สงั เกต การใสํใจในการศกึ ษาการเขา๎ รวํ มกจิ กรรม
ค่มู อื ส่งเสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสอื ทักษะชวี ิตในสถานศึกษา ลกู เสือโท ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 41
คู่มือส่งเสริมและพฒั นากจิ กรรมลูกเสือทักษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสือสามัญ หลกั สตู รลกู เสอื โท
34 ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5
6. คุณธรรม
6.1 รบั ผดิ ชอบ
6.2 อดุ มการณ๑คณุ ธรรม
ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กิจกรรมท่ี 5
เพลง
มาสนกุ กนั หนา
มาสนกุ กนั หนามาสัญญารวํ มผกู พนั ธ๑ ทะระแร๏ก แทรก๏ แทรก๏
มาสนกุ กับฉนั เราลกู เสอื เช้ือชาตเิ ผําไทย ทะระแร๏ก แทร๏ก แทรก๏
แผนํ ดนิ ถ่ินนี้ทงั้ กลางเหนือใตร๎ วมทง้ั อสิ าน สามัคคเี ราอยูํรวํ มกนั
ไมมํ เี สือ่ มคลาย ทะระแรก๏ แทรก๏ แทร๏ก
42 คมู่ อื สง่ เสริมและพัฒนากจิ กรรมลูกเสือทกั ษะชีวติ ในสถานศึกษา ลกู เสอื โท ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 5
คู่มือสง่ เสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ประเภทลูกเสอื สามัญ หลักสตู รลกู เสอื โท 35
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5
ใบความรู้
การปอ้ งกนั อบุ ตั ิภยั ทางนา้
การจมน้าํ เป็นสาเหตุสําคญั ของการเสียชีวติ ในเดก็ พบวําเด็กอายุต่ํากวํา 15 ปีท่ัวโลก เสียชีวิต
จากการจมนาํ้ ถึง ปีละ 230,000 คน และเด็กท่ีเสียชีวิตสํวนใหญํ วํายนํ้าไมํเป็น และบางคนแม๎วํายน้ําเป็น
แตกํ ลบั ไมสํ ามารถวํายนํ้าเพือ่ เอาชวี ิตรอดได๎เม่ือยามคับขนั
ในปี 2552 ชํวงปดิ เทอมตง้ั แตํเดือนมีนาคม – พฤษภาคม มเี ด็กไทยจมนํ้าเสียชีวิตเกือบ 500 ราย
(เฉล่ียวันละ 6 ราย) ชํวงเวลาที่เกิดเหตุสูงสุดคือชํวงเท่ียงถึงหกโมงเย็น จากการสํารวจเด็กไทยอายุ
ต่าํ กวาํ 15 ปี จํานวนกวาํ 13 ลา๎ นคน ในรอบ 5 ปี (พ.ศ. 2548 - 2552) พบวําเด็กไทย 100 คน จะวํายนํ้าเป็น
เพียง 17 คน โดยเด็กสํวนใหญํเรียนวาํ ยน้ําเมือ่ อายุ 9 ปีข้นึ ไป
กระทรวงสาธารณสขุ จงึ กาํ หนดใหว๎ ันเสาร๑แรกของเดือนมีนาคม เป็นวันรณรงค๑ปฺองกันเด็กจมนํ้า
ของประเทศไทย เร่ิมตงั้ แตปํ ี 2553 เปน็ ตน๎ ไป โดยมงํุ หวังใหเ๎ ดก็ อายุ 6 ปี ต๎องสามารถวํายน้ําเพื่อเอาชีวิต
รอดได๎ โดยตั้งเปฺาหมายภายใน 10 ปีข๎างหน๎า เด็กไทยที่อายุครบ 7 ปีจะสามารถวํายนํ้าเป็นทุกคน
เพื่อลดการเสียชีวิตของเด็กจากการจมน้ําปีละ 100 คนเป็นอยํางน๎อย การเรียนวํายนํ้าจึงเป็นวัคซีน
ปอฺ งกันการเสยี ชวี ติ จากการจมนํา้ ได๎ดีท่ีสดุ แตกํ ารวํายนาํ้ เป็นกับการวํายนํ้าเพื่อเอาชีวิตรอดน้ันแตกตํางกัน
ดงั น้ี
การวํายน้ําเพ่ือการแขํงขัน (Competition swimming) คือ การวํายนํ้า 4 ทํามาตรฐาน คือ
ทาํ ฟรสี ไตล๑ ทํากบ ทํากรรเชยี ง ทําผีเส้ือ ซ่ึงเป็นหลักสูตรท่ีใช๎สอนวํายน้ํามาต้ังแตํ 40-50 ปีท่ีแล๎ว แตํคน
ที่สามารถวาํ ยนา้ํ เป็นทง้ั 4 ทํามาตรฐาน บางคนเอาตัวรอดในน้ําไมํได๎ แม๎จะวํายนาํ้ เปน็ กช็ วํ ยคนตกนาํ้ ไมเํ ป็น
ถูกคนตกนํ้ากอดจมน้ําตายไปด๎วยก็เยอะ ไมํร๎ูจักวิธีท่ีจะดูแลปฺองกันอุบัติภัยทางน้ําเม่ือต๎องทํากิจกรรม
ทางนํา้ หรือเดนิ ทางทอํ งเท่ยี ว ซง่ึ ลว๎ นเปน็ สาเหตุของการเสียชีวิตจากอุบัติภัยทางนํ้า (ทั้งคนที่วํายน้ําเป็น
และไมํเปน็ )
การวํายน้ําเพื่อเอาชีวิตรอด (Survival swimming) จะไมํเน๎นการสอนทําวํายน้ํา 4 ทํามาตรฐาน
แตจํ ะเนน๎ วธิ ีการเอาชีวติ รอดในนาํ้ กอํ น ได๎แกํ การลอยตัวทําตํางๆทั้งแบบนอนหงาย นอนคว่ํา ลูกหมาตกน้ํา
สร๎างความคุ๎นเคยกับน้ํา ทักษะการหายใจสําหรับการวํายน้ํา (Bobbing หรือ Proper Breathing)
การเคลื่อนท่ีไปในนํา้ ดว๎ ยการเดิน การลอยตัวเคล่ือนท่ีการเคลอื่ นท่ีไปในนํ้าด๎วยทําคว่ําตัวและทําหงายตัว
(ทําเตะเท๎าคว่ํา ทําเตะเท๎าหงาย)
การวํายน้าํ เพ่ือเอาชีวิตรอด ไมใํ ชํการเรยี นวาํ ยนํ้าเพยี งอยํางเดยี ว แตเํ พ่ือความปลอดภยั ทางนํ้า
จะตอ๎ งมคี วามรเ๎ู ก่ยี วกับเร่อื งตํางๆดงั นี้
1. ความร๎ูพน้ื ฐานเก่ียวกับความปลอดภัยทางนํ้า (Water Safety Knowledge) ได๎แกํเร่ืองทั่วๆไป
เก่ยี วกบั ภัยอันตรายทางนาํ้ ทม่ี ี และที่อาจเกิดข้ึนได๎ภายในบ๎านพัก (จมนํ้าในถังสี กะละมังซักผ๎า โอํงน้ํา)
รอบ ๆ บริเวณบ๎าน (แอํงนํ้าใต๎ถุนบ๎าน) แหลํงนํ้าเส่ียงในชุมชน (ฝาทํอระบายนํ้าชํารุด ไมํได๎ปิด ขุดบํอ
เพ่ือทําการกํอสร๎าง คันคอนกรีตขอบรางระบายน้ําในชุมชน) จนถึงอันตรายทางนํ้าจากการเดินทางและ
คู่มอื ส่งเสริมและพัฒนากจิ กรรมลูกเสือทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 43
คู่มือสง่ เสริมและพัฒนากจิ กรรมลกู เสอื ทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ประเภทลูกเสอื สามญั หลักสตู รลกู เสือโท
36 ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5
ทํองเท่ยี ว รวมท้ังการทํากิจกรรมทางน้ําตํางๆ (การเลํนเรือใบ ตกปลา พายเรือ ดํานํ้า) เปฺาหมายเพ่ือให๎
ทกุ คนร๎ูวาํ ภัยอนั ตรายทางน้าํ น้นั อยูทํ ีไ่ หน ตรงไหน จุดใดเป็นจุดเสีย่ ง จะได๎เตรยี มการปฺองกันไว๎กํอน
2. การเอาชวี ติ รอดจากอบุ ัติภัยทางนํา้ (Self-Rescue) ทกั ษะแรก ก็คือ วํายนํ้าให๎เป็น จะเคล่ือนท่ี
ไปในนาํ้ ดว๎ ยทําอะไรกไ็ ด๎ ทกั ษะการวํายนาํ้ มาตรฐานมี 4 ทํา คือ ฟรีสไตล๑ กบ กรรเชียง ผีเสื้อ ทักษะที่ 2
คือ การวํายนํ้าเพ่ือเอาชีวิตรอด คือสุดยอดวิชา ท่ีจะทําให๎คนเราไมํจมน้ําตาย ได๎แกํ ทักษะการลอยตัว
แบบตาํ งๆ และการรู๎จักนําอุปกรณ๑ตํางๆ ที่อยํูกับตัวเรามาเป็นชูชีพ เชํน รองเท๎าแตะฟองนํ้า ขวดนํ้าด่ืม
พลาสตกิ เปน็ ต๎น
3. การให๎ความชํวยเหลือผู๎ประสบภัยทางนํ้า (Water Rescue) คือ การชํวยคนตกนํ้าหรือคน
จมนํ้า ด๎วยวิธีท่ีถูกต๎องและปลอดภัย สําหรับทุกคน ทุกระดับอายุ ต้ังแตํเด็กเล็กๆ คนวํายน้ําไมํเป็นไป
จนถึงผู๎ใหญํท่ีวํายน้ําเกํงๆ ให๎ร๎ูจักวิธีการชํวยผ๎ูประสบภัยทางน้ํา ซ่ึงได๎แกํ การร๎องเรียกให๎คนอื่นหรือ
ผ๎ูใหญํชํวย การชํวยด๎วยการโยนอุปกรณ๑ การชํวยด๎วยการย่ืนอุปกรณ๑ การลงน้ําวํายนํ้าออกไปชํวย
ผู๎ประสบภัย เราชํวยอยํางไรจงึ จะรอดและปลอดภัยทงั้ 2 ฝาู ย
4. การปฐมพยาบาล การก๎ูชีพด๎วยการผายปอดและนวดหัวใจ ( Cardio-Pulmonary
Resuscitation) จะกลําวถงึ ทฤษฎแี ละฝึกปฏบิ ัตใิ หร๎ ๎ูและเข๎าใจเหตุและผลวํา ทําไมการผายปอดจึงสามารถ
ชํวยเพม่ิ โอกาสการรอดชีวิตใหแ๎ กํผู๎ประสบภัย
มนุษย๑ไมํสามารถดํารงชีวิตอยูํได๎ถ๎าขาดนํ้า ดังนั้นจงอยําให๎น้ําเป็นฆาตกรครําชีวิตมนุษย๑ มา
ชวํ ยกนั สรา๎ งวัคซนี ปฺองกนั ภัยในชวํ งปิดเทอม ดว๎ ยการเรียนหลกั สูตรการวํายนํ้าเพ่อื เอาชีวิตรอดกันเถอะ
ท่มี า http://www.gotoknow.org/ask/coladisak/10294
เรื่องสั้นทีเ่ ป็นประโยชน์
นกั ดูดาว
ชายคนหนึ่งมีความสนใจในเร่ืองของดวงดาวเป็นอยํางมาก เขาศึกษาโหราศาสตร๑และเรียนร๎ู
อทิ ธิพลของดวงดาวจนแตกฉาน ในคือวันหนึ่งเขาออกไปเฝฺาสังเกตวิถีการโคจรของดวงดาวตั้งแตํหัวคํ่า
จนดึก
เขาเดนิ แหงนหนา๎ มองท๎องฟาฺ เท๎าก็เดินไปเรื่อย ๆ โดยไมํทันระวังตัว เขาพลัดตกลงในหนองน้ํา
ข๎างทาง เขาตะโกนรอ๎ งขอความชวํ ยเหลือจนเสยี งแหบแห๎ง กวาํ จะมีคนผาํ นมาชํวยดึงเขาขนึ้ จากหนองนํา้
เร่ืองน้สี อนใหร้ ้วู ่า ต๎องรู๎จกั ตนเองและการดาํ เนนิ ชวี ติ ของตนเองกํอน จึงจะไปร๎ูของผอ๎ู น่ื
44 คู่มอื ส่งเสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวิตในสถานศึกษา ลูกเสือโท ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5
คมู่ ือสง่ เสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ิตในสถานศึกษา ประเภทลูกเสือสามญั หลกั สูตรลูกเสือโท 37
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5
แผนการจดั กิจกรรมลูกเสอื สามัญ ลกู เสือโท ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5
หนว่ ยท่ี 3 การชว่ ยเหลือผอู้ น่ื เวลา 1 ชัว่ โมง
แผนการจัดกจิ กรรมที่ 6 วธิ ปี ฏบิ ตั เิ มื่อเกิดบาดแผล
1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.1 สามารถปฏบิ ตั กิ ารปฐมพยาบาลเบ้ืองตน๎ เมอ่ื มีบาดแผลที่เกดิ จากแมลงหรือสัตวม๑ ีพิษกดั
ตอํ ยได๎
1.2 สามารถปฏบิ ตั กิ ารปฐมพยาบาลเบ้อื งต๎น เมือ่ ถกู ไฟไหม๎ นํา้ รอ๎ นลวก และเปน็ ลมแดดได๎
2. เนอื้ หา
2.1 การปฐมพยาบาลเมือ่ ถกู แมลงหรอื สตั ว๑มพี ษิ กดั ตอํ ย
2.2 การปฐมพยาบาลเม่อื ถกู ไฟไหม๎ นํ้ารอ๎ นลวก เปน็ ลมแดด
3. ส่ือการเรยี นรู้
3.1 แผนภูมเิ พลง
3.2 ภาพแมลงและสตั ว๑ทม่ี พี ษิ
3.3 ใบความร๎ูเรอื่ งการปฐมพยาบาล
3.4 ยาทใี่ ช๎ในการปฐมพยาบาลเบ้ืองต๎น ยาดม ยาหมํอง ยาสฟี นั นาํ้ ปูนใส บวั หมิ ะ ฯลฯ
3.5 เร่อื งสัน้ ทเ่ี ปน็ ประโยชน๑
4. กิจกรรม
4.1 พธิ ีเปดิ ประชมุ กอง (ชักธงขน้ึ สวดมนต๑ สงบน่ิง ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรอื เกม
4.3 กิจกรรมตามจดุ ประสงคก๑ ารเรียนร๎ู
- ลูกเสือเรยี นรู๎จากกจิ กรรมฐานสาธิตดงั น้ี
ฐานที่ 1 วิธีปฐมพยาบาลเมอื่ ถูกแมลงมพี ิษกดั ตํอย
ฐานท่ี 2 วธิ ีปฐมพยาบาลเมอื่ ถูกงูและสนุ ขั กดั
ฐานที่ 3 วธิ ีปฐมพยาบาลเมอ่ื ถกู ไฟไหม๎ นํ้าร๎อนลวก
ฐานท่ี 4 วิธีปฐมพยาบาลคนเป็นลมแดด
4.4 ผกู๎ าํ กับลกู เสอื เลําเรอื่ งส้ันท่ีเป็นประโยชน๑
4.5 พธิ ปี ิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครื่องแบบ ชักธงลง เลกิ )
5. การประเมนิ ผล
สังเกต และตรวจสอบการปฏิบตั ปิ ฐมพยาบาลในแตํละฐานกิจกรรม และครบทุกฐานกิจกรรม
คมู่ อื ส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลูกเสือทักษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 45
38 คมู่ ือส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลกู เสอื ทักษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสือสามัญ หลกั สูตรลกู เสือโท
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
6. คุณธรรม
6.1 ความพอเพียง
6.2 รับผิดชอบ
6.3 อุดมการณ๑คณุ ธรรม
ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กจิ กรรมท่ี 6
เพลง
ปฐมพยาบาล
นกั ปฐมพยาบาล งานของเราเบ้ืองตน๎
คือคดิ จะชํวยคน ท่ีปวู ยกะทนั หนั
หากใจหยดุ เตน๎ ก็นวดเฟนฺ และผายปอดพลัน
เลอื ดออกมากนน้ั เรว็ ไวหา๎ มไวก๎ อํ น
จับนอนตะแคง เครือ่ งแตํงกายนน้ั ชวํ ยคลายผํอน
ซบเซาเฝาฺ นอน ห๎ามให๎ยาให๎อาหาร
ให๎ความอุนํ พอ และรีบตามหมอจดั การ
เราต๎องชํวยพยาบาล กํอนนาํ สงํ หมอ
เรือ่ งสัน้ ท่เี ปน็ ประโยชน์
ผูก้ ากับลกู เสอื แปลความจากคาประพันธ์
พฤกษภกาสร อกี กญุ ชรอนั ปลดปลง
โททนต๑เสนํงคง สาํ คัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสนิ้ ทง้ั อนิ ทรีย๑
สถติ ทิ ั่วแตชํ ่ัวดี ประดบั ไวใ๎ นโลกา
บรรดาสตั วเ๑ ม่อื ตายแลว๎ ยังท้ิงหนังและเขาไวเ๎ ปน็ ประโยชน๑ สํวนมนษุ ยเ๑ มอื่ ตายแลว๎ ไมมํ อี ะไรท่ี
จะเกิดประโยชน๑แกชํ นรุํนหลัง นอกจากคุณความดที ่ไี ดก๎ ระทาํ เม่ือยังมชี ีวติ อยูเํ ทาํ นน้ั
เรอื่ งนีส้ อนใหร้ ้วู ่า ความดไี มมํ สี ูญหาย
46 คู่มือสง่ เสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ลูกเสือโท ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
คูม่ ือสง่ เสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสือทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสือสามัญ หลักสูตรลูกเสอื โท 39
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
ใบความรู้
การปฐมพยาบาลเมอื่ เกดิ บาดแผลจากสัตว์ แมลง และไฟไหมน้ า้ ร้อนลวก
การปฐมพยาบาลเมื่อแมลงหรอื สตั ว์มพี ษิ กดั ต่อย
1. แมลงทมี่ เี หลก็ ใน
แมลงหลายชนดิ มีเหลก็ ใน เชนํ ผึ้ง ตํอ แตน เป็นตน๎ เมื่อตอํ ยแล๎วมักจะทง้ิ เหล็กในไว๎ภายใน
เหล็กในจะมีพิษ พิษของแมลงพวกนี้มักมีฤทธิ์ที่เป็นกรด บริเวณท่ีถูกตํอยจะบวมแดง คัน และปวด
อาการปวดจะมากหรือนอ๎ ยข้ึนอยํูกับส่งิ ตํอไปนี้
(1) บรเิ วณท่ีถูกตํอย ถา๎ ถูกตอํ ยอวยั วะทสี่ ําคัญ เชนํ หนา๎ หรือคอ จะทําให๎คอบวม หายใจไมํออก
แตํถ๎าถูกตอํ ยบริเวณแขน ขา อาการเจบ็ ปวดก็จะไมมํ ากนกั
(2) จํานวนแมลงท่ีตํอยหรือจํานวนคร้ังท่ีถูกตํอย ถ๎าถูกแมลงเพียงตัวเดียวตํอยแหํงเดียว
ก็มักจะมีอาการน๎อยมาก แตํถ๎าถูกแมลงท้ังฝูงรุมตํอย จะมอี าการเจ็บปวดมากจนหมดสติ บางครงั้ อาจถงึ
เสยี ชีวติ ได๎
(3) สภาพราํ งกายของแตลํ ะบุคคล คนที่มภี ูมแิ พเ๎ ม่อื ได๎รับสารพิษของแมลงท่ีตอํ ยจะมีอาการ
รุนแรงมากกวาํ คนปกติ บางครงั้ ถ๎าแกไ๎ ขไมํทันอาจถึงตายได๎
วิธีปฐมพยาบาล
1. พยายามเอาเหลก็ ในออกใหห๎ มด โดยใชว๎ ตั ถุท่ีมรี ู เชํน ลกู กุญแจ กดลงไปตรงรอยท่ีถูกตํอย
เหลก็ ในจะโผลขํ น้ึ มาใหค๎ ีบออกได๎
2. ใช๎ผา๎ ชุบนาํ้ ยาที่มีฤทธิ์เปน็ ดาํ งอํอนๆ เชนํ นํ้าแอมโมเนีย นาํ้ โซดาไบคาร๑บอเนต นํ้าปูนใส
ทาบริเวณแผลให๎ท่วั เพ่อื ฆาํ ฤทธก์ิ รดท่ตี กคา๎ งอยใํู นแผล
3. อาจใชน๎ ้ําแข็งประคบบริเวณทีถ่ กู ตํอยถ๎าแผลบวมมาก
4. ถา๎ มีอาการปวดใหร๎ บี รับประทานยาแก๎ปวด ถ๎าคันหรือผิวหนังมีผ่นื ขน้ึ ให๎รบั ประทานยาแกแ๎ พ๎
5. ถา๎ อาการไมทํ เุ ลาลง ควรไปพบแพทย๑
2. แมงป่อง หรือตะขาบ
ผ๎ูที่ถูกแมงปูองตํอย หรือถูกตะขาบกัด จะมีอาการเจ็บปวดมากกวําถูกแมลงชนิดอื่นตํอย
เพราะแมงปอู งและตะขาบมีพิษมากกวําบางคนที่แพ๎สัตว๑ประเภทน้ีอาจมีอาการปวดและบวมมาก มีไข๎สูง
คลน่ื ไส๎ อาเจยี น บางคนมอี าการเกร็งของกลา๎ มเนือ้ และชักด๎วย
วิธปี ฐมพยาบาล
1. ใช๎สายรัดหรือขนั ชะเนาะเหนือบริเวณบาดแผล เพอ่ื ปอฺ งกนั ไมํใหพ๎ ิษแพรกํ ระจายออกไป
2. พยายามทําให๎เลอื ดไหลออกจากบาดแผลใหม๎ ากทส่ี ุด อาจทําได๎หลายวิธี เชํน เอามือบีบ
เอาวัตถทุ ม่ี รี กู ดให๎แผลอยูํตรงรูพอดี เลอื ดจะไดพ๎ าเอาพิษออกมาด๎วย
3. ใชแ๎ อมโมเนียหอม หรือทงิ เจอร๑ไอโอดนี 2.5% ทาบรเิ วณแผลใหท๎ ่ัว
คูม่ ือส่งเสริมและพฒั นากิจกรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ิตในสถานศึกษา ลกู เสือโท ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5 47
คูม่ อื สง่ เสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสือทักษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสือสามญั หลักสูตรลกู เสือโท
40 ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5
4. ถา๎ มีอาการบวมอักเสบและปวดมาก ใช๎ก๎อนน้ําแข็งประคบบริเวณแผล เพื่อชํวยบรรเทา
ความปวด และอาจใหร๎ บั ประทานยาแก๎ปวดดว๎ ย
5. ถ๎าอาการยังไมทํ เุ ลา ต๎องรบี นําสงํ แพทย๑
3. แมงกะพรุนไฟ
แมงกะพรุนไพเป็นสัตว๑ทะเลชนิดหนึ่ง ซึ่งมีสารพิษอยูํท่ีหนวดของมัน แมงกะพรุนไฟ
มสี นี ํา้ ตาล เมอ่ื คนไปสมั ผสั ตวั แมงกะพรุนไฟ มนั จะปลอํ ยพษิ ออกมาถกู ผิวหนัง ทําใหร๎ ูส๎ ึกปวดแสบปวด
ร๎อนมาก ผิวหนังจะเป็นผื่นไหม๎ บวมพองและแตกออก แผลจะหายช๎า ถ๎าถูกพิษมากๆ จะมีอาการ
รุนแรงถงึ กับเปน็ ลมหมดสติ และอาจถงึ ตายได๎
วิธปี ฐมพยาบาล
1. ใช๎ผา๎ เช็ดตวั หรือทรายขดั ถบู ริเวณทถ่ี กู พษิ แมงกะพรนุ ไฟ เพอ่ื เอาพษิ ท่ีค๎างอยอูํ อกหรือใช๎
ผกั บ๎ุงทะเลซ่งึ หางํายและมอี ยํูในบริเวณชายทะเล โดยนํามาลา๎ งใหส๎ ะอาดตาํ ปดิ บริเวณแผลไว๎
2. ใช๎นา้ํ ยาทม่ี ฤี ทธิเ์ ปน็ ดําง เชํน นาํ้ แอมโมเนีย หรือน้ําปูนใส ชุบสําลีปิดบริเวณผิวหนังสํวน
น้ันนานๆ เพ่ือฆาํ ฤทธิ์กรดจากพษิ ของแมงกะพรนุ ไฟ
3. ใหร๎ ับประทานยาแกป๎ วด
4. ถ๎าอาการยังไมํทเุ ลา ให๎รบี นาํ สงํ แพทย๑โดยเร็ว
4. สุนขั บา้
โรคพิษสุนขั บา๎ เกดิ จากเชอื้ ไวรสั ชนิดหน่ึง ซ่ึงสามารถติดตํอและแพรํกระจายไปยังสัตว๑ท่ีเล้ียง
ลูกด๎วยนมตํางๆ ได๎หลายชนิด เชํน สุนัข ค๎างคาว ลิง แมว หมู วัว ควาย ม๎า แกะ แพะ หนู ฯลฯ
แตํเน่อื งจากโรคนี้สํวนใหญํมักจะเป็นกับสุนัขมากกวําสัตว๑อื่น ดังนั้น จึงเรียกโรคน้ีวํา โรคพิษสุนัขบ้า
เม่อื สตั ว๑ทีเ่ ป็นโรคน้ีไปกดั หรือขํวนสัตว๑ใด เชื้อไวรสั ทีอ่ ยใูํ นน้าํ ลายของสัตวน๑ นั้ กจ็ ะเข๎าสํูรํางกายของสัตว๑
ท่ถี ูกกดั หรือขวํ น แล๎วทาํ ให๎เปน็ โรคพิษสุนัขบา๎ หรือสัตวท๑ ่ีเปน็ โรค
48 คู่มือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสือทักษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลกู เสอื โท ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
คู่มอื ส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลกู เสอื ทักษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสอื สามัญ หลกั สูตรลูกเสอื โท 41
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 5
แผนการจัดกจิ กรรมลูกเสอื สามญั ลูกเสือโท ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
หน่วยท่ี 3 การชว่ ยเหลอื ผอู้ ่ืน
แผนการจดั กิจกรรมท่ี 7 ชุมชนของฉนั เวลา 1 ชวั่ โม
1. จุดประสงค์การเรียนรู้
1.1 บอกช่ือสถานท่ีสําคัญในชุมชนของตนเองได๎
1.2 แนะนําทางไปยังสถานทสี่ ําคญั ในชมุ ชนของตนเองได๎
2. เนื้อหา
สถานทส่ี ําคญั ในชมุ ชนของตนเองทล่ี ูกเสอื อยูํอาศัย
3. ส่อื การเรยี นรู้
3.1 แผนภมู เิ พลง
3.2 แผนทสี่ ถานท่ใี นชมุ ชน / ตําบล / อาํ เภอ
3.3 ใบกิจกรรม
3.4 เรอื่ งสนั้ ท่ีเป็นประโยชน๑
4. กิจกรรม
4.1 พธิ เี ปดิ ประชุมกอง (ชักธงขนึ้ สวดมนต๑ สงบนิง่ ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรือ เกม
4.3 กิจกรรมตามจุดประสงคก๑ ารเรยี นร๎ู
1) ผ๎ูกาํ กบั ลูกเสือนาํ สนทนาถงึ สถานที่สําคัญ อาทิ แหลํงทํองเท่ียว โรงพยาบาล สถานีตํารวจ
สถานท่ีราชการตาํ ง ๆ ตลาด โรงเรียน ร๎านอาหาร วดั คลินกิ เปน็ ตน๎
2) ผก๎ู าํ กับลูกเสือหรือลูกเสือรุํนพี่นําลูกเสือไปสํารวจสถานที่สําคัญในชุมชน สังเกตท่ีต้ัง
ระยะทางและเส๎นทางการเดินทางไปสถานท่ีนั้น หรือนําเสนอด๎วยภาพเคล่ือนไหว
(VDO) สถานท่ีสาํ คญั ประกอบการบรรยายกไ็ ด๎ จะชํวยลดเวลาเรียนร๎ูลงและลกู เสอื เรียนรไ๎ู ด๎เรว็
3) หมํูลกู เสอื รํวมกันจดั ทาํ แผนผัง/แผนท่ี ท่ีตั้งของสถานท่ีสําคัญโดยผ๎ูกํากับชํวยเพ่ิมเติม
สถานทีท่ ีล่ กู เสอื ไมํไดร๎ ะบใุ นแผนท่ใี ห๎ครบถว๎ นตามความจําเป็นและเหมาะสม
4) ลูกเสือนํากลับไปเขียนเป็นแผนท่ีในยามวํางให๎สวยงาม ถูกต๎องตามทิศ ถนนและ
เสน๎ ทาง เพ่ือสะดวกสําหรับผ๎ูมาขอรับความชํวยเหลือสอบถามสถานท่ี นําไปติดไว๎ใน
สถานที่ที่เหมาะสม
4.4 ผู๎กาํ กบั ลูกเสอื เลาํ เร่ืองส้ันท่เี ป็นประโยชน๑
4.5 พิธปี ดิ ประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจเคร่อื งแบบ ชักธงลง เลิก)
คู่มือส่งเสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสือทักษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5 49
ค่มู ือสง่ เสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชีวิตในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสอื สามัญ หลักสตู รลกู เสอื โท
42 ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5
5. การประเมนิ ผล
5.1 สังเกต
5.2 ตรวจสอบผลงาน “แผนท่ี” ท่ีลูกเสอื จดั ทาํ ขึ้น
6. คณุ ธรรม
6.1 ความพอเพียง
6.2 ซอื่ สตั ยส๑ จุ รติ
6.3 รับผดิ ชอบ
6.4 ความกตญั ๒ู
6.5 อดุ มการณค๑ ุณธรรม
ภาคผนวกประกอบแผนการจัดกจิ กรรมที่ 7
เพลง
เดนิ วนหาทิศ
เดนิ เอย๐ เดนิ วนสคี่ นส่ีทิศ ขอถามสกั นดิ เธออยํทู ิศอะไร
ทกุ คนโปรดไดเ๎ ขา๎ ใจ ใครอยูํทิศอะไรกจ็ งบอกมา
หนึ่งสมพรเธออยํทู ิศเหนือ
สามตะวันออกสมใจจาํ ไว๎ สองบุญเหลอื เธออยํทู ศิ ใต๎
สีบ่ ุญใหอ๎ ยทํู ศิ ตะวนั ตกเอย
เกม
ว่งิ หาทศิ
วิธีการเล่น
1. เขียนวงกลมพืน้ ที่รัศมีประมาณ 3 เมตร แล๎วลากเส๎นรัศมี 8 ทิศ
2. ให๎ลกู เสอื ยนื อยํูตรงปลายเส๎นที่ลากรศั มีเส๎นละ 1 จุด รวม 8 จุด และให๎ลูกเสือยืนตรงกลาง
จุดศนู ยก๑ ลางวงกลมอีก 1 จดุ
3. เร่ิมเลํนโดยผ๎ูกํากับลูกเสือเอํยช่ือทิศ ครั้งละ 3 ทิศ เชํน ทิศเหนือ ทิศใต๎ ทิศตะวันตก
เม่อื ผเ๎ู ลํนไดฟ๎ งั จบ ผเ๎ู ลํนตอ๎ งวิ่งสลบั ทไี่ ปยงั จดุ อื่น และผท๎ู ี่ยนื อยํูจดุ ศูนย๑กลางจะต๎องว่ิงไป
อยํูแทนท่ีคนอ่นื ใหไ๎ ดท๎ ี่จุดใดจุดหน่ึง
50 คมู่ ือสง่ เสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสือทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5
คู่มอื สง่ เสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสือสามัญ หลักสูตรลกู เสอื โท 43
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5
4. ผู๎ท่ีไมํมีจุดที่ยืนทั้ง 8 ทิศ จะเป็นผ๎ูออกจากการแขํงขันแล๎วให๎สมาชิกที่อยํูนอกวงมาอยูํ
ประจําท่ีเลนํ แทน หมนุ เวยี นไปเรอื่ ยๆ จนม่ันใจวาํ ลูกเสือจาํ ตาํ แหนํงทศิ ตามที่ผ๎กู าํ กบั เอยํ
ทัง้ 8 ทิศไดอ๎ ยาํ งถูกต๎อง
เรือ่ งส้นั ท่ีเป็นประโยชน์
อย่าลมื ขอบคุณ
อยาํ ลืมขอบคณุ คนสองคนทเี่ ขา๎ มาในชวี ิตของเรา
คนท่ี 1 คนดีดีทีช่ วํ ยใหเ๎ รามคี วามเชอื่ มันในตัวเอง
ชวํ ยใหเ๎ ราชมํุ ชนื่ ดว๎ ยคาํ ชมของเขา
คนท่ี 2 คนแยํๆ ที่ชวํ ยใหเ๎ ราเขม๎ แขง็ ขน้ึ จิตใจมนั่ คง
ร๎ูวาํ ตวั เองยังต๎องพฒั นาตอํ ไป
เรอ่ื งน้ีสอนให้รวู้ า่ จงขอบคุณคนท่ีชน่ื ชมเรา เหน็ คณุ คาํ ของตวั เรา และยงิ่ ตอ๎ งขอบคุณบุคคลที่ตติ งิ เรา
เพอ่ื ให๎เราไดพ๎ จิ ารณาตัวเอง และรู๎สง่ิ บกพรอํ งของตวั เอง นําไปพฒั นาตัวเองตอํ ไป
คมู่ อื ส่งเสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสือทักษะชวี ิตในสถานศึกษา ลกู เสอื โท ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 51
ค่มู ือสง่ เสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวิตในสถานศึกษา ประเภทลูกเสอื สามญั หลักสตู รลูกเสอื โท
44 ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5
ใบกิจกรรมแบบบนั ทึกกิจกรรม (สาหรับลูกเสอื )
ก. ในท้องถ่ินของข้าพเจ้ามีสถานทท่ี ี่สาคญั ดงั น้ี
1. ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ.ุุุุุุุุุ
2. ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ.ุุุุุุุุุ
3. ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ.ุุุุุุุุุ
4. ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ.ุุุุุุุุุ
5. ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ.ุุุุุุุุุ
6. ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ.ุุุุุุุุุ
7. ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ.ุุุุุุุุุ
8. ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ.ุุุุุุุุุ
9. ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ.ุุุุุุุุุ
10. ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ.ุุุุุุุุุ
ข. ข้าพเจ้าไดอ้ อกไปสารวจในสถานท่ีจริงแลว้ ผลจากการสารวจดังนี้
ท่ี สถานทที่ ่ีไปสารวจ มีความสาคญั อยา่ งไร
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
52 ค่มู ือส่งเสริมและพัฒนากจิ กรรมลูกเสือทักษะชีวิตในสถานศึกษา ลูกเสือโท ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 5
คมู่ ือส่งเสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสอื ทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสอื สามัญ หลักสตู รลกู เสอื โท 45
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 5
ใบความรู้
การสารวจและการเยอื นสถานท่ใี กลเ้ คียง
สงิ่ แวดล๎อมมีความสําคัญตอํ การดาํ รงชีวิตของมนุษย๑ ดังน้ันการอาศัยอยูํในแตํละท๎องถ่ิน ลูกเสือ
จําเป็นต๎องร๎ูจักท๎องถ่ินของตนเอง และสังเกตเห็นคุณคําของสิ่งเหลําน้ันได๎ โดยเฉพาะอยํางย่ิงสถานที่
สําคัญตํางๆ ซ่ึงจะใช๎บริการลูกเสือจําเป็นต๎องรู๎จักการสํารวจและการเยือนสถานท่ีเหลํานั้น เพื่อจะได๎ใช๎
บรกิ ารนั้นไดถ๎ ูกต๎องและสามารถแนะนําผ๎อู น่ื ใหใ๎ ช๎บริการได๎ด๎วย
สถานท่ที ่ีควรสารวจ
1. สถานทีป่ ระกอบพิธที างศาสนา เชํน วดั โบสถ๑ มสั ยดิ ศาลเจา๎ ศาสนสถานตาํ งๆ
2. สถานที่ราชการ เชํน โรงเรียน สถานีตํารวจ โรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพตําบล โรงพยาบาล
สถานีดับเพลิง การประปา การไฟฟฺา ไปรษณีย๑ โทรศัพท๑ สถานีรถไฟ เทศบาล อําเภอ ศาล
เรือนจํา ศาลากลาง
3. สถานที่ทส่ี าํ คญั ตาํ งๆ เชํน สถานทส่ี ําคญั ทางประวตั ิศาสตร๑ โบราณสถาน สถานทที่ อํ งเทย่ี ว
4. สถานที่บริการอน่ื ๆ เชํน ทาํ เรอื สถานที่จอดรถโดยสาร ทําอากาศยาน ศูนยบ๑ รกิ ารจกั รยาน
ศนู ย๑วายุภกั ด์ิ ศนู ยน๑ เรนทร
5. ท่ีพกั อาศยั บคุ คลสําคญั ของท๎องถ่นิ เชนํ บ๎านพักกาํ นนั ผูใ๎ หญํบ๎าน ประธานชุมชน อสม.
อพปร. บา๎ นพักแพทยป๑ ระจาํ ตาํ บล บ๎านพกั นายอําเภอ จวนผ๎ูวําราชการจงั หวดั
การขอความช่วยเหลือ
1. เหตุดํวนหรือเหตุร๎ายแรง เชํน การทําร๎ายรํางกาย ปล๎นทรัพย๑ อุบัติเหตุควรแจ๎งให๎เจ๎าหน๎าท่ี
ผ๎รู ับผดิ ชอบทีใ่ กล๎ท่ีสุดทราบ เชํน กํานนั ผ๎ใู หญบํ า๎ น ตํารวจ ทหาร โทร 191, 199
2. เมอ่ื มเี หตุการณเ๑ กย่ี วกบั อบุ ัตเิ หตุ เชํน ไฟไหม๎ ควรแจ๎งเทศบาล สุขาภิบาล หรือสถานีดับเพลิง
โทร 191, 199
3. ถ๎ามีความจําเป็นต๎องใช๎รถพยาบาลในการนําผู๎บาดเจ็บสํงโรงพยาบาลควรแจ๎งโรงพยาบาล
โรงพยาบาลสงํ เสรมิ สุขภาพตาํ บล หรอื ขอความชวํ ยเหลือจากบคุ คลใกล๎เคียง โทรตรง 1669 เป็น
รถกู๎ชพี ของโรงพยาบาลทุกแหงํ
คู่มือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสือทักษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 53
ค่มู ือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสือทกั ษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสือสามญั หลักสูตรลกู เสือโท
46 ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 5
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสือสามญั ลกู เสอื โท ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
หน่วยท่ี 3 การชว่ ยเหลือผอู้ ่นื
แผนการจัดกิจกรรมที่ 8 การบรกิ ารและช่วยเหลอื ผูอ้ ่นื เวลา 1 ช่วั โมง
1. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ลกู เสือปฏบิ ัติตามคาํ ปฏญิ าณของลูกเสอื ขอ๎ 2 และกฎของลูกเสือข๎อ 3 ได๎
2. เนื้อหา
กิจกรรมท่ีลกู เสอื สามารถปฏบิ ัติกิจกรรมตามคาํ ปฏิญาณของลกู เสอื ขอ๎ 2 และกฎของลกู เสอื ขอ๎ 3
ไดอ๎ ยาํ งเหมาะสม
3. สื่อการเรยี นรู้
3.1 แผนภมู เิ พลง
3.2 ใบความร๎ู
3.3 เร่อื งส้ันท่เี ปน็ ประโยชน๑
4. กจิ กรรม
4.1 พิธีเปดิ ประชมุ กอง (ชักธงขน้ึ สวดมนต๑ สงบนง่ิ ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรอื เกม
4.3 กิจกรรมตามจุดประสงค๑การเรียนรู๎
1) ผกู๎ าํ กบั ลูกเสือให๎ความร๎ูเร่ืองกิจกรรมท่ีลูกเสือสามารถปฏิบัติกิจกรรมตามคําปฏิญาณ
ของลกู เสือขอ๎ 2และกฎของลูกเสอื ขอ๎ 3ได๎อยาํ งเหมาะสม
2) ลูกเสือรวํ มกนั วางแผนทาํ กิจกรรมบาํ เพญ็ ประโยชนใ๑ นโรงเรยี นและชุมชนของลกู เสอื ”
เชํน
- จูงนอ๎ งเข๎าหอ๎ งเรยี น
- ชวํ ยดสู าธารณะสมบตั ใิ นโรงเรียน
- รณรงคใ๑ นเรือ่ งสิ่งแวดลอ๎ ม ความสะอาด ในบริเวณโรงเรยี น และชุมชน
- การบริการชํวยเหลอื ครู อาจารย๑ในการจัดกิจกรรมวันสําคญั หรือบรกิ ารอืน่ ๆ
3) ผูก๎ ํากับให๎ลกู เสือสรุปแผนงานบริการของลูกเสอื
4.4 ผู๎กํากับลกู เสอื เลําเร่ืองส้นั ที่เปน็ ประโยชน๑
4.5 พิธปี ิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเคร่ืองแบบ ชกั ธงลง เลกิ )
5. การประเมนิ ผล
54 คู่มอื ส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ทักษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลกู เสือโท ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5
ค่มู ือส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลูกเสือทักษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสือสามัญ หลักสตู รลกู เสือโท 47
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 5
5. การประเมินผล
สงั เกตและเฝาฺ ดกู ารเปน็ นกั บริการและการมีจิตอาสา ตลอดกิจกรรม
6. คุณธรรม
6.1 ความพอเพยี ง
6.2 ซ่อื สัตยส๑ จุ ริต
6.3 ความกตญั ๒ู
6.4 รบั ผดิ ชอบ
6.5 อุดมการณค๑ ณุ ธรรม
ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กจิ กรรมที่ 8
เพลง
บรกิ าร
บรกิ าร บรกิ าร งานทพ่ี วกเราทาํ เป็นประจาํ เราทําไปไมเํ คยคิดรวนเร เฮ๎ (สรอ๎ ย) (ซ้ํา)
เก็บ กวาดเราทําทกุ สิ่ง ไมํเคยคดิ ที่จะเบื่อ
เพราะเรานี่เป็นลกู เสือ ชํวยเหลือหนา๎ ท่บี ริการ (สรอ๎ ย)
เกบ็ กวาดเราทํา ทกุ อยาํ ง สะอาดทกุ ทางท่ีผาํ น
หน๎าทที่ กุ ๆ สถาน เรานน้ั บรกิ ารท่ัวไป (สรอ๎ ย)
เรอื่ งสั้นทเ่ี ปน็ ประโยชน์
ลาใจดา
พอํ ค๎าคนหนง่ึ นําสมั ภาระบรรทกุ เกวียน แลว๎ ให๎ววั กับลาชวํ ยกันลากไปยังอกี หมบํู า๎ นหนง่ึ แม๎จะ
เทยี มแอกคกูํ ันแลว๎ แตํลาน้ันก็ไมคํ ํอยยอมออกแรงลากนัก วัวใชแ๎ รงอยฝูํ าู ยเดียวจนเหนื่อยหอบ และเอํย
ปากขอให๎ลาชํวยออกแรงลากเกวียนบา๎ ง แตํลาก็แกล๎งบํนวําตนชํวยออกแรงเต็มท่ีอยูํแล๎ว วัวออกแรง
ลากเกวยี นอนั หนกั อง้ึ ตามลาํ พังจนขาหัก และหมดแรงขาดใจตายในท่ีสดุ พํอคา๎ จึงแลํเอาเนื้อววั บรรทุก
เกวียนให๎ลาลากตํอไป ในขณะทเ่ี กวียนก็มีนํ้าหนักบรรทุกมากกวําเดิมอีกหลายเทํา ในท่ีสุดลาก็หมด
แรงขณะที่กาํ ลงั ขาดใจตาย นกฝูงหน่ึงที่บินตามมาจิกกินเน้ือวัวก็เอํยกับลาวํา “ถ๎าออกแรงชํวยวัวลาก
เกวยี นต้ังแตํแรก ก็คงไมํตอ๎ งมาตายกลางปูาอยาํ งน้ี”
เรื่องน้สี อนให้รวู้ ่า ผู๎ท่ีไมชํ ํวยเหลือเกอื้ กูล คดิ แตํจะเอาเปรียบผูอ๎ ่นื ยอํ มไดภ๎ ัยแกํตนในท่สี ดุ
ค4่มู8อื ส่งเสชครูม่นั้มิ อืปแสรลง่ะะเถสพมรัฒศิมึกแนษลาาะกปพิจีทัฒก่ี น5รารกมจิ ลกูกรรเมสลือูกทเสักือษทะักชษวี ะิตชใวี นิตสในถสาถนาศนกึศกึษษาา ลปกูระเสเภือทโลทูกเชสือ้นั สปารมะัญถมหศลักึกสษูตารปลีทูกเี่ ส5ือโท 55
ใบความรู้
หลักการใหบ้ ริการ
การรํวมกิจกรรมกลางแจ๎ง จําเป็นอยํางยิ่งที่ลูกเสือ – เนตรนารีสามัญควรร๎ูจักการให๎บริการ
แกผํ ๎อู ่นื โดยยดึ หลกั การตอํ ไปน้ี
1. เตรยี มตวั ให๎พร๎อม รกั ษาสุขภาพอนามยั ใหด๎ ี เพ่อื จะไดม๎ แี รงกายในการชวํ ยเหลอื ผูอ๎ น่ื
2. เตรียมใจให๎พรอ๎ ม เตม็ ใจทจ่ี ะปฏิบัติงานด๎วยนํา้ ใจ
3. ต๎องพรอ๎ มที่จะเสียสละเวลา ความสขุ สวํ นตัว และสงิ่ อื่นๆ
4. ตอ๎ งมกี ารเตรียมตวั หรือวางแผนเป็นอยํางดี
5. ต๎องมีใจเปน็ ธรรม ไมํลําเอียง ใหบ๎ รกิ ารอยํางยตุ ิธรรม ไมเํ ลือกที่รักมักทีช่ งั ไมํเกยี่ งงาน หรือ
เลอื กปฏิบัติแตงํ านเบา หลกี เลยี่ งไมทํ าํ งานหนัก
คณุ สมบตั ขิ องผบู้ ริการท่ดี ี
บพี ี ไดเ๎ ขียนสาสน๑ ซง่ึ เช่ือวาํ เปน็ สาสน๑ฉบับสดุ ทา๎ ย กํอนทีท่ าํ นจะถงึ แกอํ นิจกรรมมใี จความ ดังนี้
1. จงทําตวั ของเธอให๎มี สขุ ภาพดี มคี วามแขง็ แรงในขณะที่เป็นเด็ก
2. จงพอใจในสิง่ ท่เี ธอมอี ยํู และจงทําสง่ิ นั้นใหด๎ ีทสี่ ุด
3. จงมองโลกในแงํดีและสดใส แทนทจี่ ะมองในแงรํ า๎ ย
4. หนทางอันแทจ๎ ริงท่จี ะพบความสขุ คอื การให๎ความสขุ แกผํ ู๎อน่ื
5. จงพยายามสร๎างสงิ่ ท่ีดกี วาํ ส่งิ ทีเ่ คยพบเห็น
6. “จงเตรยี มความพรอ๎ ม” ตามแนวทางทกี่ ลําวมาแลว๎
7. จงยึดมัน่ ในคาํ ปฏญิ าณของลกู เสอื อยเํู สมอ
การให้บริการผ้อู ่ืนหากจะให้เกดิ ผลดีลูกเสือจะตอ้ งวางแผนกอ่ นปฏบิ ัตงิ านตามหวั ขอ้ ต่อไปนี้
1. กําหนดช่ือแผนงานที่จะให๎บริการแกํผู๎อื่นในเร่ืองใดก็ให๎ต้ังช่ือแผนงานให๎ตรง สามารถ
ส่ือความหมายได๎ชัดเจน เชํน แผนงานทําความสะอาดสนามเด็กเลํน แผนงานปลูกต๎นไม๎ริมถนนใน
หมํูบ๎าน
2. กําหนดวัตถุประสงค๑ จะตอ๎ งรํวมกันกําหนดวตั ถปุ ระสงคใ๑ นการปฏบิ ตั ิงานใหช๎ ดั เจนวําทาํ เพอ่ื
อะไร เชํน เพื่อใหส๎ นามเด็กเลํนสะอาด เพอ่ื ใหถ๎ นนในหมบํู ๎านมีความรมํ รื่น
3. กําหนดกิจกรรมทจี่ ะปฏิบตั ิ จะตอ๎ งรํวมกนั กําหนดวาํ จะต๎องทํากิจกรรมอะไรบ๎าง ทําอยํางไร
แบงํ หนา๎ ท่ีรับผิดชอบวําใครจะเปน็ คนทําอะไร จะทาํ เป็นรายบคุ คลหรือเปน็ กลุมํ
4. กาํ หนดสถานทท่ี าํ งาน จะต๎องระบุใหช๎ ดั เจนวาํ จะปฏิบตั งิ านทไ่ี หน เชนํ หน๎าโรงเรยี น
56 คมู่ อื สง่ เสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ทกั ษะชวี ิตในสถานศึกษา ลกู เสือโท ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5
คมู่ อื ส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวติ ในสถานศึกษา ประเภทลกู เสอื สามัญ หลกั สูตรลกู เสือโท 49
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 5
5. กําหนดระยะเวลา จะต๎องกําหนดวัน เดือน ปี และเวลา ที่จะปฏิบัติงานไว๎ให๎ชัดเจน เชํน
วันอาสาฬหบชู า วันเฉลมิ พระชนมพรรษา เวลา 9.00 – 15.00 น. เดือนสิงหาคม ทุกวันเวลา 7.00 – 8.00 น.
และ เวลา 15.30 – 16.00 น.
6. กาํ หนดวสั ดุอปุ กรณแ๑ ละเคร่ืองมอื หากการปฏิบัติงานนน้ั จําเปน็ ตอ๎ งใช๎เครื่องมอื วัสดุอปุ กรณ๑
ก็ใหร๎ ะบุไว๎ใหช๎ ดั เจนวาํ มีอะไรบ๎าง ใครจะเป็นผูจ๎ ดั หา
7. กาํ หนดผร๎ู ับผิดชอบ จะตอ๎ งกาํ หนดวําใครจะเป็นผู๎ปฏบิ ตั ิงานมีกี่คน
8. รายงานผล จะต๎องมีการประเมินผลเม่ือปฏิบัติงานเสร็จแล๎ว และต๎องรายงานให๎ผ๎ูกํากับ
ลกู เสือทราบด๎วย
ค่มู อื ส่งเสริมและพฒั นากจิ กรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวิตในสถานศึกษา ลกู เสือโท ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 5 57
คู่มอื ส่งเสริมและพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวิตในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสอื สามญั หลักสูตรลูกเสือโท
50 ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5
แผนการจัดกจิ กรรมลกู เสอื สามญั ลูกเสือโท ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5
หนว่ ยท่ี 3 การชว่ ยเหลือผู้อ่ืน
แผนการจดั กิจกรรมท่ี 9 นาทวี กิ ฤต เวลา 1 ชว่ั โมง
1. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ลกู เสอื สามารถมที กั ษะการคดิ วิเคราะห๑ และแกไ๎ ขปญั หาในนาทีวกิ ฤติได๎
2. เนอ้ื หา
การคดิ วเิ คราะห๑และแกไ๎ ขปญั หาในนาทีวกิ ฤติ
3. ส่ือการเรยี นรู้
3.1 แผนภมู ิเพลง
3.2 ใบงาน
3.3 ใบความร๎ู เรอื่ ง เรื่อง ชาวรมิ แมนํ าํ้ โก-ลก ทําอยาํ งไร เม่ือนาํ้ ทํวมบา๎ น
3.4 เร่ืองส้ันที่เป็นประโยชน๑
4. กิจกรรม
4.1 พธิ ีเปดิ ประชมุ กอง (ชกั ธงข้นึ สวดมนต๑ สงบน่ิง ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรอื เกม
4.3 กิจกรรมตามจุดประสงคก๑ ารเรยี นรู๎
1) ผ๎กู าํ กับลกู เสอื กาํ หนดประเดน็ กรณศี ึกษาเรอื่ ง “น้ําทํวมบา๎ นในเวลากลางคืน”
2) ผูก๎ าํ กบั ลกู เสือแจกใบงานให๎ลกู เสือแตลํ ะหมรูํ ํวมกนั คิดวเิ คราะห๑ และแกไ๎ ขปัญหาตาม
ประเดน็ ในใบงาน และสงํ ตัวแทนรายงานในกองลกู เสือ
3) สมุํ ให๎ลกู เสอื นําเสนอผลการวิเคราะหแ๑ ละแกไ๎ ขปัญหาหมูลํ ะ 1 ประเด็น
4) ผ๎ูกํากับลูกเสือนําอภิปราย ให๎ลูกเสือหมํูอื่นเพ่ิมเติม และรํวมกันสรุป แนวทางการ
แก๎ปญั หาในสถานการณ๑ “นาํ้ ทํวมบ๎านในเวลากลางคืน” จดั ทาํ เป็นโปสเตอร๑ติดบอร๑ดให๎
เพือ่ น ๆ ไดศ๎ กึ ษาเพือ่ สามารถนาํ ไปปฏบิ ัตไิ ด๎
4.4 ผ๎กู ํากบั ลกู เสอื เลําเรอ่ื งส้นั ทเ่ี ป็นประโยชน๑
4.5 พธิ ีปดิ ประชมุ กอง (นัดหมาย ตรวจเครือ่ งแบบ ชักธงลง เลกิ )
5. การประเมินผล
58 คมู่ ือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสือทักษะชีวิตในสถานศึกษา ลูกเสอื โท ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 5
คู่มอื สง่ เสริมและพัฒนากจิ กรรมลกู เสือทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสือสามญั หลักสตู รลกู เสอื โท 51
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
5. การประเมินผล
สังเกต การแสดงออก และการมสี ํวนรวํ มวเิ คราะห๑ และแก๎ไขปัญหาในกลมุํ
6. องค์ประกอบทักษะชวี ิตสาคญั ท่เี กดิ จากกจิ กรรม
คอื การคดิ วเิ คราะห๑ การตดั สนิ ใจและการแก๎ไขปัญหา
7. คณุ ธรรม
7.1 ซอ่ื สัตย๑สจุ รติ
7.2 ความกตญั ๒ู
7.3 รบั ผดิ ชอบ
7.4 อดุ มการณ๑คณุ ธรรม
ภาคผนวกประกอบแผนการจัดกิจกรรมที่ 9
เพลง
รว่ มใจ
(สรอ๎ ย) รํวมใจเราพรอ๎ มใจ รวํ มใจเราพรอ๎ มใจ รํวมใจเราพร๎อมใจ
(สรอ๎ ย)
งานนอ๎ ยใหญํรวํ มใจกันทํา พวกเราลกู เสอื ไทย
ตํางพร๎อมใจสามคั คี นาํ้ ใจของเรากล๎าผจญ
บากบนั่ อดทน หมนั่ ทาํ ความดี
ผูกมิตรและมไี มตรี เหมือนดง่ั นอ๎ งพรี่ ับความชน่ื บาน
รํวมใจเราพรอ๎ มใจุุุุุุุุุ
พวกเราลูกเสอื ไทย บกุ ปาู ไปลุยนาํ้ นอง
แม๎เราจะฝาู ภยั พาล แตํจิต
เบกิ บาน เพราะความปรองดอง
ชมฟาฺ และนา้ํ ลาํ คลอง เสยี งคกึ คะนอง ร๎องเพลงเพลนิ ใจ
เรอื่ งสนั้ ทีเ่ ป็นประโยชน์
เต่ากับอินทรี
กาลครั้งหนงึ่ นานมาแลว๎ มีเตําตัวหนงึ่ รส๎ู กึ เบ่อื หนํายในถนิ่ ทอ่ี ยูํเดมิ ของตน มนั ประกาศแกํสัตว๑ปีก
ท้ังหลายวําหากผู๎ใดสามารถพาไปอยูํในสถานท่ีอุดมสมบูรณ๑จะมอบทองคําท่ีเก็บสะสมไว๎ให๎เป็นรางวัล
นกอินทรีตัวหนึ่งเห็นชํองทางท่จี ะไดก๎ นิ เนอื้ เตําจงึ รับอาสาโดยใช๎กรงเล็บจับขอบกระดองพาบนิ ขน้ึ ไปบนเวหา
แลว๎ ปลํอยใหเ๎ ตาํ ตกลงมากระแทกหนิ จนกระดองแตก นกอินทรจี งึ บินลงมากนิ เนือ้ เตําอยํางเอร็ดอรํอย
ค5ูม่2อื ส่งเสคชรมู่น้ัิมือปแสรลง่ะะเถสพมรฒัศิมึกแนษลาาะกปพจิีทฒั ก่ี น5รารกมจิ ลกกูรรเมสลอื ูกทเสักือษทะักชษีวะติ ชใีวนิตสในถสาถนาศนึกศึกษษาา ลปกูระเสเภอื ทโลทูกเชสอื้นั สปารมะัญถมหศลักกึ สษตู ารปลีทูกเี่ ส5ือโท 59
เรอ่ื งนส้ี อนใหร้ ู้วา่ ผู๎ใดไวว๎ างใจเปิดโอกาสใหศ๎ ัตรูผู๎นน้ั ยํอมพบกับความพินาศ
ใบงาน
ใหห๎ มํูลกู เสอื รํวมกนั คดิ วิเคราะหแ๑ ละแกไ๎ ขปัญหาตามประเด็นตอํ ไปนี้ เขียนขอ๎ สรุปท่ีไดล๎ งในใบงาน
และสํงตวั แทนในกองลกู เสอื
สถานการณ์ : ฝนตกหนกั เปน็ เวลานาน และเกดิ น้ําทํวมบา๎ นในเวลากลางคืน
1. เม่อื นํา้ กาํ ลงั ทวํ มบ๎านลูกเสอื คดิ วาํ เร่ืองเรงํ ดวํ นทค่ี วรต๎องจดั การทนั ทมี อี ะไรบา๎ ง ใหเ๎ ขยี น
เรียงลาํ ดบั ความเรงํ ดวํ นและความสาํ คญั ตงั้ แตมํ ากไปนอ๎ ย
1.1 .......................................................................................................................................
1.2 .......................................................................................................................................
1.3 .......................................................................................................................................
1.4 .......................................................................................................................................
1.5 .......................................................................................................................................
2. ในกรณีทมี่ ีคนปูวย เดก็ เล็ก หรอื คนชรา อยดํู ๎วยจะดําเนนิ การชวํ ยเหลอื อยํางไร
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
60 คู่มอื สง่ เสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5
คู่มือส่งเสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชวี ิตในสถานศึกษา ประเภทลูกเสอื สามญั หลกั สตู รลูกเสือโท 53
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 5
ใบความรู้
ชาวริมแม่น้า โก-ลก ทาอยา่ งไร ? เมอ่ื นา้ ท่วมบา้ น
ในฤดฝู น ส่ิงทีช่ าวรมิ ฝ่งั แมนํ ํ้าสุไหงโก-ลกกงั วลอยาํ งมาก คือระดับน้าํ ในแมนํ ้าํ สุไหงโก-ลก ซ่ึง
เพ่ิมสูงขน้ึ จนเอํอลน๎ ตลง่ิ เนอื่ งจากปริมาณน้าํ ฝนบวกกบั ปริมาณน้ําจาก อ.แว๎ง อ.สุคริ ิน และจากประเทศ
มาเลเซียไหลเข๎ามาสมทบ ชาวริมฝ่ังแมํนํ้าสุไหงโก-ลกท่ีอาศัยอยูํในพื้นท่ีราบลํุม ต๎องคอยติดตาม
สถานการณน๑ ้ําทวํ มและการพยากรณอ๑ ากาศอยํางใกล๎ชิด เพ่ือเตรียมความพร๎อมรับมือกับปัญหานํ้าทํวม
ทีต่ อ๎ งประสบอยํางหลกี เลีย่ งไมํได๎ แตสํ ง่ิ หนงึ่ ท่ีพ่นี ๎องชาวริมฝ่ังแมํน้ําสุไหงโก-ลก ถือปฏิบัติ ยามท่ีเกิด
นาํ้ ทํวมฉบั พลันและนํ้าทํวมขังคือ การรวบรวมสติสัมปชัญญะให้ม่ันคง ชาวริมฝ่ังแมํนํ้าสุไหงโก-ลก
มีลาํ ดับความสําคญั ในการถอื ปฏบิ ตั ิเมื่อเกดิ นํา้ ทวํ มดงั น้ี
อยํางแรกสุด คือ สํารวจวํา บ้านท่ีอยู่ ยังอยู่ได้หรือไม่ ? หากพบวําอยู่ไม่ได้ รีบอพยพใหมํ
ทนั ที โดยยา๎ ยไปยังศูนย๑ชวํ ยเหลือผอ๎ู พยพท่ไี ดจ๎ ัดไว๎ และปฏบิ ัติดงั นี้
1. ควบคมุ สตใิ ห๎มน่ั คง รวบรวมคนในบา๎ นให๎อยูํครบ ดแู ลผูส๎ งู อายุ คนพกิ ารและเดก็
2. เก็บสิ่งของสาํ คญั ๆ และจาํ เปน็ ตดิ ตัวไปด๎วยเทํานน้ั เชนํ ยาประจําตัว บัตรประชาชน แวํนตา
โทรศัพท๑มือถอื ทรัพย๑สินมคี ํา สมดุ เงินฝาก เสอื้ ผา๎ เทาํ ทีจ่ าํ เปน็ เป็นตน๎
3. เกบ็ ของสาํ คัญที่เหลอื ใสํกุญแจ ปดิ บา๎ นใหเ๎ รียบร๎อยปลอดภัย เก็บสง่ิ ของในบ๎านขึ้นทสี่ งู ตาม
ใหร๎ วดเรว็ ตามระยะเวลาทม่ี ี
4. ปิดนาํ้ แก๏ส ไฟฟาฺ ถอดปล๊ักอุปกรณไ๑ ฟฟฺาทุกชนดิ ไมํจับเครอ่ื งใชไ๎ ฟฟฺาในขณะตวั เปียกหรือ
เท๎าแชอํ ยใํู นนํ้า
5. ในการอพยพออกจากบา๎ นจะใช๎ไม๎เทา๎ ในการนําทาง เพ่อื ใหแ๎ นํใจวําไมํมีหลุมบํอ ในขณะเดียวกัน
หากกระแสนํา้ ไหลเชี่ยว จะใชเ๎ รือหรือรอใหม๎ ีคนมาชวํ ยในการอพยพ
6. ย๎ายรถขึน้ ไปไวท๎ ส่ี งู ไมํขบั รถหากระดบั น้ําสงู เกินสองเมตร เพราะน้ําอาจพัดตัวรถให๎ลอยไป
ตามกระแสน้ําได๎
7. คอยติดตาม สถานการณ๑น้ําทํวมอยํางตํอเน่ือง และย๎ายกลับเข๎าบ๎านเมื่อสถานการณ๑เข๎าสํู
ภาวะปกตแิ ละปลอดภัยแล๎ว
แตหํ ากพบวาํ ยังอยู่ได้ กจ็ ะถือปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
1. เคลือ่ นยา๎ ยสง่ิ ของทอ่ี ยูตํ าํ่ ขึ้นไว๎ทส่ี ูง หรอื เกบ็ ในภาชนะทก่ี นั นาํ้ ได๎
2. สํารวจนาํ้ ประปา นา้ํ ดื่ม ไฟฟาฺ ห๎องสขุ า วํายังใช๎ไดห๎ รอื ไม?ํ
3. การตัดไฟฟฺา ถอดปล๊ักอุปกรณ๑ไฟฟฺาทุกชนิด เพ่ือปฺองกันกระแสไฟฟฺากระจายไปตามน้ําไมํ
จับเคร่อื งใชไ๎ ฟฟาฺ ในขณะตวั เปียกหรือเทา๎ แชอํ ยํูในนาํ้
4. ตดิ ตามสถานการณ๑นํ้าทํวมในทกุ ชํองทางอยูเํ สมอ
ค่มู ือส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลกู เสือทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 61
54 ค่มู ือสง่ เสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสือสามญั หลกั สูตรลกู เสอื โท
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5
5. ตดิ ตํอขอความชวํ ยเหลอื ในส่งิ ทข่ี าดแคลน
6. แจ๎งสถานทีท่ าํ งานหากไมสํ ามารถออกไปทาํ งานได๎
7. จัดหาน้ําไว๎อปุ โภคบริโภคไวใ๎ หเ๎ พยี งพอ โดยประมาณ 2,000 ซซี ี ตํอคนตอํ วัน
8. หากมีผท๎ู ีป่ ระสบปัญหาสุขภาพในบ๎าน รีบขอความชํวยเหลือเม่ือต๎องการไปพบแพทย๑เป็น
การเรํงดวํ น
9. เตรียมอาหารท่ีสามารถเก็บได๎นาน ไมํเนําเสีย ไมํต๎องแชํต๎ูเย็น ไมํต๎องปรุงสุกกํอน เป็น
อาหารพร๎อมทาน ผลไม๎ ผัก นมกลํอง น้ําผลไม๎กลํอง อาหารกระป๋อง เตรียมท่ีเปิดกระป๋อง
(หากไมํเป็นชนิดมี ฝากระป๋องเปิดได๎เอง) อยําเลือกอาหารที่กินแล๎วกระหายนํ้ามาก เชํน
อาหารขนมที่มีรสเค็มจัด ควรเลือกอาหารทใี่ หพ๎ ลงั งานสงู ถ๎ามีเด็กเล็กและผู๎สูงอายุ ให๎เตรียม
อาหารสาํ หรับเดก็ และผู๎สูงอายุด๎วย
10.เตเรตยี รมียไมฟไฉฟาฉยายถ่าถนําไนฟไฉฟาฉยายตะตเะกเียกงียงไมไม้ข๎ดขี ีดไฟไฟเพเพ่อื ่ือสส่อํองสงสวว่าํางงใในนยยาามมฉฉุกุกเเฉฉินิน หหาากกเกิดไม่ํมี
ไฟฟาฺ ใช๎
11. ดูแลสุขอนามัย ปฺองกันการเจ็บปูวย หากไมํมีน้ําล๎างมือ ควรใช๎แอลกอฮอล๑เช็ดกํอนทาน
อาหาร
12. หากสุขาใช๎ไมไํ ด๎ ทําสุขาเคล่ือนทช่ี ว่ั คราวหรือใชพ๎ ลาสติกถงุ ดาํ หากติดอยํนู าน
13. เม่อื มบี าดแผล เกดิ จากอบุ ัติเหตุควรทาํ แผลฆําเชอื้ ทนั ที
14. เม่อื สถานการณน๑ ํา้ ทวํ มสํงผลกระทบตํอรํางกายและจิตใจ ให๎ทํากิจกรรม พูดคุยให๎กําลังใจ
ออกกําลงั กาย เพื่อผํอนคลายความเครียด
15. หากไมจํ าํ เปน็ ห๎ามสมั ผัสนา้ํ ทวํ มขัง เพราะอาจปนเปื้อนสิ่งทีเ่ ป็นอนั ตราย สารเคมี หรือเกิด
ไฟฟาฺ ร่ัว เพอ่ื ความปลอดภยั หากตอ๎ งประสบภัย
เคล็ดลับดี ๆ ท่ีพี่น๎องชาวริมฝั่งแมํนํ้าอ.สุไหงโก-ลก ถือปฏิบัติกันตลอดมาเม่ือประสบภัยนํ้าทํวม
ทําให๎ความสญู เสียน๎อยลงกวาํ ปีทผ่ี าํ น ๆ มาลงเรอื่ ย ๆ สามารถใชเ๎ ป็นแนวทางในการปฏิบัติหากทํานต๎อง
ประสบปัญหาน้ําทํวม เพ่ือความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย๑สินของทํานและครอบครัว ขอขอบคุณข๎อมูล
จาก พี่นอ๎ งรมิ ฝัง่ แมํนํ้าสุไหงโก-ลก ทําโรงเล่ือย ทาํ ประปา
บทความโดย ซาลนี ี เจ๏ะอาแซ
62 คู่มือสง่ เสริมและพฒั นากิจกรรมลกู เสือทักษะชีวิตในสถานศึกษา ลกู เสือโท ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 5
คมู่ อื สง่ เสริมและพฒั นากิจกรรมลกู เสอื ทักษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสือสามญั หลกั สตู รลกู เสือโท 55
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 5
แผนการจัดกิจกรรมลกู เสือสามัญ ลูกเสือโท ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5
หน่วยท่ี 3 การช่วยเหลือผอู้ ่ืน
แผนการจดั กจิ กรรมท่ี 10 Nothing but net “ไม่เอาอะไรนอกจากมุ้ง” เวลา 1 ชั่วโมง
1. จุดประสงค์การเรียนรู้
สร๎างจิตสํานกึ ในการดูแลตนเองและผ๎อู ืน่ ให๎ปลอดภยั จากโรคภัยไขเ๎ จ็บ
2. เน้อื หา
การบริการ และชํวยเหลอื ผอู๎ ื่น
3. สื่อการเรียนรู้
3.1 แผนภมู เิ พลง
3.2 กรณศี กึ ษาเรื่อง Nothing but net “ไมเ่ อาอะไรนอกจากมุง้ ”
3.3 เรอ่ื งส้นั ทีเ่ ป็นประโยชน๑
4. กิจกรรม
4.1 พธิ เี ปดิ ประชุมกอง (ชักธงขน้ึ สวดมนต๑ สงบนิ่ง ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรือเกม
4.3 ผ๎ูกาํ กบั ลูกเสอื ถามลกู เสือวาํ ใครเคยชวํ ยเหลอื ผูอ๎ ่ืนบา๎ ง/ชํวยแล๎วรส๎ู กึ อยาํ งไร
4.4 ผู๎กํากับลูกเสอื มอบหมายใหล๎ กู เสอื แตลํ ะหมศํู กึ ษากรณีศึกษาเรื่อง Nothing but net
“ไมเ่ อาอะไรนอกจากมุ้ง” และอภปิ รายตามประเดน็ ตํอไปนี้
1) ลกู เสือรสู๎ ึกอยํางไรตอํ แคตเธอรีน
2) ลกู เสอื คดิ วาํ อะไรเป็นแรงจูงใจทาํ ให๎แคตเธอรีนชวํ ยเด็กแอฟรกิ าใหป๎ ลอดภยั จาก
การปูวยและตายจากไขม๎ าลาเรยี
3) การบริการชํวยเหลอื ผ๎ูอืน่ เป็นผลดีตํอตนเองและผอ๎ู ื่นอยํางไร (ทําให๎เราภูมใิ จและ
ผู๎อน่ื ได๎รบั ความชํวยเหลอื )
4) ให๎ลูกเสอื คดิ แผนงานในการบริการ/ชวํ ยเหลอื ผอู๎ ่นื
4.5 ผ๎กู าํ กบั ลูกเสอื ใหล๎ กู เสอื สรุปแผนงานบรกิ ารของลกู เสอื ที่เกีย่ วกบั การปอฺ งกนั โรคภยั ไข๎เจบ็
4.6 ผ๎กู าํ กับลกู เสอื เลาํ เรอื่ งสนั้ ท่ีเป็นประโยชน๑
4.7 พิธีปิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครือ่ งแบบ ชกั ธงลง เลกิ )
5. การประเมนิ ผล
5.1 สงั เกตการคดิ การวางแผน
5.2 สงั เกตกระบวนการจิตอาสา ตลอดกจิ กรรม
คูม่ อื ส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลกู เสือทกั ษะชีวิตในสถานศึกษา ลกู เสือโท ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 63
6. องค์ประกอบทักษะชีวติ สาคัญท่เี กดิ จากกิจกรรม
คือ ความคิดวิเคราะห๑ ความคิดสร๎างสรรค๑ ความเห็นใจผ๎ูอื่น ความภาคภูมิใจในตนเองและ
คว5า6มรบั ผคชดิ ู่ม้นั ชือปอสรง่ะบเถสตมรศอํิมกึ แสษลังาะคปพมทีฒั ี่ น5ากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสือสามญั หลักสูตรลูกเสือโท
7. คุณธรรม
5.2 สังเกตกระบวนการจิตอาสา ตลอดกจิ กรรม
6. องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ สาคญั ท่ีเกิดจากกจิ กรรม
คือ ความคิดวิเคราะห๑ ความคิดสร๎างสรรค๑ ความเห็นใจผู๎อ่ืน ความภาคภูมิใจในตนเองและ
ความรบั ผิดชอบตํอสังคม
7. คณุ ธรรม
7.1 ซื่อสัตยส๑ จุ ริต
7.2 ควาามมกกตตญั ญั ญ๒ู ู
7.3 รบั ผิดชอบ
7.4 อดุ มการณ๑คณุ ธรรม
ภาคผนวกประกอบแผนการจัดกิจกรรมที่ 10
เพลง
เรามารกั กัน
เรามารักกนั รํวมผูกพันสามัคคี
ปรองดองเหมือนดังนอ๎ งพ่ี ปรองดองเหมอื นดังนอ๎ งพ่ี
สามคั คกี ลมเกลียวสรา๎ งสรรค๑ สามัคคกี ลมเกลียวสรา๎ งสรรค๑
รักชาติ ศาสน๑ กษัตริย๑ เปน็ คุณสมบัตขิ องชนชาวไทย
พวกเราเปน็ ลูกเสอื ไทย พวกเราเปน็ ลกู เสอื ไทย
ต๎องมนี าํ้ ใจบําเพ็ญตนเอย ตอ๎ งมีนา้ํ ใจบําเพ็ญตนเอย
64 คมู่ ือส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสือทักษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลูกเสือโท ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
คมู่ ือส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ทกั ษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสอื สามญั หลักสูตรลูกเสอื โท 57
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
กรณีศกึ ษา Nothing but net “ไมเ่ อาอะไรนอกจากมุ้ง”
เดก็ น๎อยอายุแคํ 5 ขวบ ดสู ารคดขี องทวีปแอฟริกา บอกวํา... เฉลย่ี 30 วินาที กจ็ ะมเี ด็กคนหน่ึง
ตายเพราะโรคมาลาเรีย เธอขดตัวอยูํบนโซฟา แล๎วก็เริ่มนับนิ้ว 1-2-3-4..... ตอนเธอนับถึง 30 ก็สีหน๎า
ตกใจ ตะโกนบอกแมํวาํ “แมํ ๆ เด็กแอฟรกิ าตายไปแล๎ว 1 คน เราต๎องทาํ อะไรสักอยําง” แมํเธอก็เข๎าหา
ข๎อมูลในอินเตอร๑เน็ต แล๎วบอกแคตเธอรีนวํา “มาลาเรียเป็นโรคที่นํากลัว เด็ก ๆ เมื่อเป็นโรคน้ี มักจะ
เสยี ชีวิต”
“แล๎วทาํ ไมถงึ เป็นมาลาเรีย”
“มาลาเรียติดตอํ โดยยงุ แอฟรกิ ามยี งุ เยอะมาก”
“แล๎วทาํ ไงดี”
“ตอนน้มี ีมง๎ุ ท่แี ชนํ ้าํ ยากนั ยงุ เมอื่ มสี ง่ิ นี้ กจ็ ะปอฺ งกันคนไมํโดนยงุ กัด”
“แล๎วทําไมพวกเขาไมใํ ชมํ ๎ุงแบบนลี้ ะ”
“มุ๎งน้ีแพงเกนิ ไปสําหรับพวกเขา ๆ ไมมํ ปี ัญญาซื้อ”
“ไมไํ ด๎ เราต๎องทาํ อะไรแลว๎ ”
ผาํ นไปหลายวัน แมไํ ดร๎ บั โทรศัพทจ๑ ากครทู ี่ รร. อนุบาล บอกวาํ แคตเธอรนี ไมํได๎จาํ ยคาํ ขนมแมํ
ถามแคตเธอรนี เงินไปไหน
“ถ๎าหนูอยูํ รร. ไมกํ นิ ขนมปกติ ไมกํ นิ จกุ จกิ ไมซํ ้อื ต๏ุกตาบาร๑บ้ี อยาํ งนพี้ อจะซอ้ื ม๎ุงได๎ไหมคะ”
แมํพาแคตเธอรนี ไปหา๎ ง ใชเ๎ งนิ 10 เหรียญ ซื้อมุ๎งใหญํ ๆ อันหน่ึง พอสําหรับเด็ก 4 คน แล๎วก็
โทรหาองคก๑ รการกุศลทีท่ ํางานในแอฟริกา วําจะสํงมุ๎งไปได๎ยังไง และก็บังเอิญเจอหนํวยงานหนึ่งที่ชื่อ
Nothing but net “ไมํเอาอะไรนอกจากมุ๎ง” หนํวยงานน้ี จะสํงม๎ุงไปให๎เด็กแอฟริกาโดยเฉพาะ แคตเธอรีน
จงึ จดั การสํงม๎งุ ไปใหห๎ นํวยงานนี้ด๎วยมอื ของตัวเอง
ผํานไป 1 สัปดาห๑เธอได๎รับจดหมายขอบคุณจากหนํวยงานนี้ ใน จม. บอกวําเธอเป็นผู๎บริจาคที่
อายนุ อ๎ ยทส่ี ดุ และบอกอีกวาํ ถา๎ บริจาคครบ 10 อัน จะได๎รับใบประกาศเกียรติคุณ แคตเธอรีนขอให๎แมํไป
เปดิ ท๎ายขายของกบั เธอ เอาหนังสือเกํา ของเลํน เสอ้ื ผ๎าเกาํ มาขาย ๆ ได๎เงนิ จะได๎เอาไปบริจาค แตขํ ายไมดํ ี
เลย เธอคดิ วาํ “ตอนหนบู รจิ าคมุ๎ง เขายังให๎ใบประกาศเกียรติคุณ ง้ันคนอื่นซื้อของหนู ให๎เงินหนู งั้นเขาก็
ตอ๎ งไดร๎ บั เหมือนกนั เนอะ” แล๎วเธอกเ็ รม่ิ ลงมือทาํ ใบประกาศเกยี รติคุณ แมํชํวยเธอซื้อวัสดุ พํอชวํ ยจดั ห๎อง
น๎องชายชวํ ยวาดรูปหัวใจแหงํ รัก ใบประกาศเกยี รติคุณทกุ ใบมลี ายมอื ทีเ่ ขียนโดยตัวเธอเองวํา “ในนามของ
คณุ เราไดซ๎ อื้ มง๎ุ 1 อนั สํงไปแอฟริกา” แนนํ อน มีลายเซน็ เธอดว๎ ย แคํบริจาค 10 เหรียญ ซ้อื มุ๎ง 1 อัน ก็จะ
ไดใ๎ บประกาศเกยี รตคิ ุณ
เพอ่ื นบา๎ นเหน็ ใบประกาศเกยี รติคณุ ของเธอ ร๎ูสึกวําไร๎เดียงสาอยํางนํารักมากและก็ซาบซ้ึง แคํ
ไมนํ าน ใบประกาศเกียรตคิ ุณก็ถกู แจกออกไป 10 ใบ เธอก็สํงเงินไปที่หนํวยงาน “ไมํเอาอะไรนอกจาก
ค่มู ือส่งเสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลกู เสอื ทักษะชีวิตในสถานศึกษา ลกู เสอื โท ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 65
58 คู่มือส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสอื ทักษะชวี ิตในสถานศึกษา ประเภทลกู เสือสามญั หลักสตู รลกู เสือโท
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5
มงุ๎ ” หนํวยงานก็สํงใบประกาศเกยี รตคิ ณุ และตง้ั เธอเป็น “ทูตแหํงม๎ุง” คนท่ีหนํวยงานบอกแคตเธอรีนวํา
ม๎งุ ทีเ่ ธอบรจิ าคถกู สงํ ไปยังหมูํบา๎ นหนึ่งในประเทศกานํา ในหมํูบ๎านมี 550 คน “โอ๎ พระเจ๎า แล๎ว 10 อัน
พอใช๎ที่ไหน”เพื่อนบ๎านนอกจากซ้ือม๎ุงจากแคตเธอรีนยังชํวยเธอทําใบประกาศเกียรติคุณ กลายเป็น
ทมี งานแคตเธอรีนบาทหลวงในชุมชนกเ็ ชิญเธอไปพดู ในโบสถ๑ พดู แคํ 3 นาที ก็ได๎เงินบริจาคมา 800 เหรียญ
ทาํ ใหเ๎ ธอมกี ําลงั ใจเพมิ่ ขึ้นมาก เดินทางไปพูดที่โบสถอ๑ นื่ ตอนเธออายคุ รบ 6 ขวบ ได๎รับเงินบริจาคแล๎ว
6,316 เหรยี ญ
“ไมเํ อาอะไรนอกจากมง๎ุ ” เอาเรื่องของเธอลงในเวป วันหนึ่งเธอเห็นเบคแฮมปรากฏตัวทาง TV
ชํวยทําประชาสมั พนั ธก๑ ารกศุ ลให๎ “ไมเํ อาอะไรนอกจากม๎ุง” เธอรีบเขยี นจดหมายขอบคุณไปให๎เขา และ
แนนํ อน เธอไดส๎ ํงใบประกาศเกยี รตคิ ุณไปให๎เขาด๎วย 1 ใบ จากน้ันเบคแฮมเอาใบประกาศเกียรติคุณนี้
ขนึ้ เวปสํวนตวั เรอื่ งจึงแพรกํ ระจายออกไปอกี
6 ส.ค. 2007 เธอได๎รับจดหมายจากหมํูบ๎านที่รับมุ๎ง เด็กในหมูํบ๎านเขียนวํา“ขอบคุณมุ๎งของเธอ
เราเหน็ รูปเธอ เรารูส๎ ึกวําเธอสวยมาก” แคตเธอรนี ดใี จมาก ทําใหม๎ ีกําลงั ใจเพม่ิ อีก เธอและทีมงานลงมือทํา
ใบประกาศเกียรติคุณ 100 ใบ สํงให๎มหาเศรษฐีท่ีติดอันดับในนิตยสาร ฟร๏อบ ในนั้นมีอยํูใบหน่ึงเขียนวํา
“คุณบิลเกตทเ่ี คารพ ไมมํ ีมุ๎ง เด็กแอฟริกาจะตายเพราะมาลาเรยี พวกเขาตอ๎ งการเงิน แตํเงนิ อยูํทีค่ ณุ ....”
5 พ.ย.2007 มลู นธิ บิ ลิ เกตประกาศบริจาคเงิน 3 ล๎านเหรีญให๎ “ไมํเอาอะไรนอกจากม๎ุง” บิลเกต
บอกวาํ “ผมไดร๎ บั ใบประกาศเกียรติคุณพร๎อมจดหมายฉบับหนึ่ง บอกวํา เงินที่ซ้ือม๎ุงให๎เด็กแอฟริกาอยํูท่ี
ผม ถา๎ ผมไมเํ อาเงินออกมา ไมํได๎แนํ”
ปี 2008..... มูลนิธิบิลเกตออกเงินถํายทําสารคดี “เด็กชํวยเด็ก” แคตเธอรีนจึงได๎เหยียบแผํนดิน
แอฟรกิ า ตอนเธอเห็นพวกเดก็ ๆ เขียนชอื่ เธอไว๎บนม๎ุง พวกเขาเรียกมงุ๎ ชํวยชีวิตนว้ี าํ "ม๎ุงแคตเธอรนี "
Katherine Commale
66 คมู่ อื ส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลกู เสอื โท ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
คูม่ ือสง่ เสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวิตในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสือสามัญ หลักสูตรลูกเสอื โท 59
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
เร่อื งสน้ั ที่เป็นประโยชน์ คนต่อเทียน
กาลครงั้ หนึง่ นานมาแลว๎ มีหมํบู า๎ นเลก็ ๆ แหงํ หน่ึงต้ังอยใํู นปูาลึกทีห่ าํ งไกลจากความเจริญ ผู๎คน
ในหมบํู า๎ นลว๎ นแล๎วแตเํ ป็นคนยากจนและมีชีวิตท่ีลําบาก หนําซ้ํา...หลังพระอาทิตย๑ตกดิน ชาวบ๎านทุกคน
กแ็ ทบจะไมํกลา๎ ออกจากเรอื นพัก เพราะรอบ ๆ หมูํบ๎านเปน็ ปาู ทบึ ที่แม๎แตแํ สงจนั ทร๑กย็ งั ยากทีจ่ ะสอํ งลงมาได๎
ทาํ ให๎สตั ว๑รา๎ ยตาํ ง ๆ มักแฝงตัวอยูํในความมืดแล๎วหาโอกาสทําร๎ายชาวบ๎านหรือนักเดินทางที่บังเอิญผําน
ไปผํานมาอยเูํ สมอๆ
วนั หนงึ่ ชายชราซึ่งเป็นคนเกาํ แกขํ องหมบูํ ๎านรู๎สกึ เป็นหวํ งลกู ๆ หลาน ๆ และผ๎ูคนท่ีอาจโดนสัตว๑
ปูาทํารา๎ ยไมวํ นั ใดก็วันหนง่ึ ชายชราจึงปรึกษากับภรรยาที่มีอายุไลเํ ล่ียกันเพ่ือหาวิธีปฺองกันอันตรายให๎แกํ
ทกุ ๆ คน หลังจากทีส่ องตายายปรึกษาหารือกันอยํูหลายวัน ในที่สุด ท้ังคํูก็ตัดสินใจนําเงินท่ีต้ังใจเก็บไว๎
ใช๎ในบ้ันปลายชีวิตไปซื้อเทียนไขจํานวนหนึ่งหมื่นเลํม แล๎วทําการจุดเทียน พร๎อมกับนํามันไปติดต้ังบน
ก๎อนหินทง้ั ในตัวหมํูบา๎ นและในราวปาู จนหมบํู า๎ นและปูาที่เคยมดื สนทิ ในยามคาํ่ คืนกลบั สวํางไสวด๎วยแสงเทียน
ดงู ามตานาํ พิศวง
แสงเทียนท่ีงดงามทําให๎ผู๎คนจากท่ัวทุกสารทิศอยากร๎ูวําแสงสวํางกลางปูามีที่มาอยํางไร
ชาวเมืองทีอ่ ยํหู ํางไกลบางคนเข๎าใจวํา ผู๎ท่ีนําเทียนมาติดต้ังในปูาอาจเป็นคนของพระราชาผ๎ูครองแคว๎น,
บางคนเดาวําอาจเป็นความเมตตาของเศรษฐีใจบุญที่มีเงินมหาศาล, บางคนคิดไปวําอาจเป็นฝีมือของ
เทวดาท่ีแอบมาชํวยเหลือมนุษย๑ เมื่อความสงสัยทวีมากข้ึนเรื่อย ๆ ชาวเมืองทั้งหลายจึงพากันเข๎าไปใน
ปาู เพ่ือหาคาํ ตอบ
เมื่อชาวเมืองท้ังหลายพากันเข๎ามาในปูา พวกเขาก็เห็นชายชรากับภรรยาคํอย ๆ เดินจุดเทียน
ไปทีละเลํม ๆ จนครบท้ังหน่งึ หม่นื เลํมอยํางไมํยํอท๎อตํอความเหน็ดเหนื่อย หลังจากน้นั ชาวเมืองกต็ าม
สองตายายกลับไปที่เรือนพัก ซ่ึงเพียงแคํเห็นสภาพของเรือนพัก ทุกคนก็ร๎ูในทันทีวํา ผ๎ูเฒําทั้งสองไมํ
นําจะเป็นคนที่มีเงินทองเหลือกินเหลือใช๎แตํอยํางใดเลย
ชาวเมืองทั้งหลายจึงสงสัยวํา ชายชรากับภรรยาได๎อะไรจากการจุดเทียนไปทั่วท้ังปูา (หรือมีคน
จ๎างวานใหท๎ ําเชํนน)ี้ แตํเม่อื ชาวเมอื งไดฟ๎ ังคําตอบของผู๎เฒาํ ทัง้ สอง ชาวเมอื งก็ถึงกับพูดไมํออก เพราะท้ัง
คํตู อบวํา ส่งิ ท่ีได๎จากการจดุ เทยี นมีเพยี งอยํางเดยี ว นน่ั คอื “ความสุขใจที่ได๎ชวํ ยเหลอื ผอู๎ ่นื ”
จริง ๆ แล๎ว สองตายายผ๎ูคุ๎นเคยกับการใช๎ชีวิตในปูาไมํจําเป็นต๎องอาศัยแสงสวํางในยามคํ่าคืน
เลยแตํเพยี งเพราะผ๎ูเฒาํ ทัง้ สองอยากปฺองกนั ภยั ใหล๎ ูก ๆ หลาน ๆ ในหมูํบ๎านของตัวเองและผ๎ูคนทั้งหลาย
ท่ีอาจจําเป็นต๎องเดินทางผํานปูาในยามคํ่าคืน ชายชราและภรรยาจึงเสียสละเงินสํวนตัวก๎อนสุดท๎ายและ
เรี่ยวแรงที่มที าํ การจุดเทยี นหนงึ่ หมื่นเลมํ ทกุ วนั เพื่อให๎ทกุ ๆ คนปลอดภัยจากสัตว๑รา๎ ยในปูา
ความต้ังใจดีของสองตายายจุดประกายให๎ทุก ๆ คนนึกอยากทําความดีเพื่อผ๎ูอื่นบ๎าง ชาวเมือง
คูม่ ือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสอื ทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 67
60 คมู่ ือส่งเสริมและพัฒนากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสอื สามัญ หลกั สตู รลกู เสอื โท
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
เลยแตํเพยี งเพราะผูเ๎ ฒาํ ท้ังสองอยากปฺองกนั ภัยใหล๎ ูก ๆ หลาน ๆ ในหมูํบ๎านของตัวเองและผ๎ูคนท้ังหลาย
ท่อี าจจําเป็นต๎องเดินทางผํานปูาในยามคํ่าคืน ชายชราและภรรยาจึงเสียสละเงินสํวนตัวก๎อนสุดท๎ายและ
เร่ยี วแรงทีม่ ีทาํ การจุดเทียนหน่งึ หมน่ื เลํมทกุ วันเพื่อให๎ทกุ ๆ คนปลอดภัยจากสัตวร๑ ๎ายในปาู
ความต้ังใจดีของสองตายายจุดประกายให๎ทุก ๆ คนนึกอยากทําความดีเพื่อผ๎ูอื่นบ๎าง ชาวเมือง
ทั้งหลายจึงผลัดกนั นําเทียนเลํมใหมํมาแทนเทียนหน่ึงหม่ืนเลํมของชายชราและภรรยาที่คํอย ๆ ส้ันลงทุกวัน ๆ
รวคมูม่ ทอื สั้ง่งพเสวรกมิ เขแลายะพงั ัฒบรนจิ าากคจิ เกงรินรทมลอูกงแเสลอื ะทแักบษํงะปชันีวิตขใา๎ นวสขถอางนใศหึก๎แษกาชํ าลวกู บเส๎าอื นโใทนปชัน้าู ปทรี่มะฐีถามนศะกึ ยษาากปจีทน่ี 5กวาํ อกี ด๎วย67
สวํ นชาวบา๎ นในปาู นนั้ พวกเขากน็ ําอํางใสนํ ํ้าดม่ื มาตั้งไว๎ท่ีหน๎าบ๎าน, ทําเพิงน่ังพักให๎คนท่ีเหนื่อยอํอน
จากการเดินทางได๎ใช๎หลบแดด, ติดปฺายและกระดิ่งที่ประตูให๎คนท่ีต๎องการความชํวยเหลือเรียกหาได๎ทุก
เวลา, จัดขนมผดั ขนมต๎มและผลไม๎วางไว๎ให๎นักเดินทางได๎ใช๎รองท๎อง และพยายามเสนอตัวชํวยเหลือคน
ทกุ คนตามกาํ ลังท่มี อี ยูํ
ความดที ี่ผ๎ูสงู อายุท้ังสองไดก๎ ระทาํ ลงไปเปรียบเหมือนการเริ่มต๎นจุดเทียนให๎แสงสวํางแกํสังคมท่ี
มืดมดิ แมใ๎ นตอนแรกแสงอาจยงั น๎อย แตเํ ม่อื ผค๎ู นเห็นดเี ห็นงามกับการทาํ ความดแี ละพร๎อมใจกันตํอเทียน
แหํงความดีด๎วย ทุกหนทกุ แหํงจงึ เตม็ เปย่ี มไปด๎วยความดงี ามและความสขุ สองตายายดีใจมากที่ได๎เห็น
คนทุกคนชํวยเหลือเกือ้ กูลกัน สํวนผ๎ูคนทั้งหลายนั้น เมื่อพวกเขาเล็งเห็นถึงจิตใจอันดีงามของ ผ๎ูเฒําทั้ง
สอง ทุกคนจึงชํวยกันดูแลชายชราและภรรยาผ๎ูเป็นบุคคลต๎นแบบให๎มีความสุขสืบมา...ตลอด ชั่วชีวิต
ของทําน
เรอื่ งน้ีสอนให้รวู้ า่ การใหม๎ ีความสขุ มากกวําการรับ
68 คู่มอื สค่งมู่ เสือรสิม่งแเลสะรพมิ ัฒแนลาะกพิจัฒกรนรามกลจิกู เกสรอื รทมกั ลษูกะชเสวี อืิตใทนักสษถาะนชศวี ึกิตษใานสปถระาเนภทศลกึ กู ษเสาือลสกูามเชสัญัน้ ือปโหทรละักถชสม้ันตู ศรปึกลษรูกะาเถปสือมีทโ่ีศท5กึ ษาปีท6่ี15
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสือสามญั ลกู เสอื โท ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5
หนว่ ยท่ี 4 การเดนิ ทางไปยังสถานท่ีตา่ ง ๆ
แผนการจดั กจิ กรรมท่ี 11 ทิศ และการใชเ้ ขม็ ทิศ เวลา 1 ชว่ั โมง
1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.1 บอกชื่อทศิ ทัง้ 8 ไดถ๎ กู ตอ๎ ง
1.2 สามารถใชเ๎ ขม็ ทิศแบบประเภทซิลวาไดอ๎ ยํางถกู ต๎อง
2. เนื้อหา
ทศิ และการใชเ๎ ข็มทศิ
3. ส่อื การเรยี นรู้
3.1 แผนภูมทิ ศิ ท้งั 8 ทิศ
3.2 เขม็ ทศิ (แบบประเภทซิลวา)
3.3 แผนภมู ิเพลงทศิ ทง้ั 8 ทศิ
3.4 เร่ืองส้นั ทเี่ ป็นประโยชน๑
4. กิจกรรม
4.1 พิธเี ปดิ ประชมุ กอง (ชักธงขึ้น สวดมนต๑ สงบนงิ่ ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรอื เกม
4.3 กจิ กรรมตามจุดประสงค๑การเรยี นร๎ู
1) ผูก๎ าํ กบั ลูกเสอื เตรียมฐานสาธติ ใหล๎ กู เสือฝึกปฏิบัติโดยผู๎กํากบั อธบิ ายประกอบการสาธติ ดงั น้ี
ฐานที่ 1 การใชเ๎ ขม็ ทิศ
ฐานที่ 2 การหาทิศโดยอาศัยธรรมชาติ
ฐานที่ 3 ฐานรวม ทดสอบการใช๎เขม็ ทิศ
2) ผูก๎ าํ กบั ลกู เสอื สรุปลูกเสอื จดบันทกึ ความเขา๎ ใจ
4.4 ผ๎กู าํ กบั เลําเร่อื งสัน้ ทเ่ี ปน็ ประโยชน๑
4.5 พธิ ีปิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครือ่ งแบบ ชกั ธงลง เลิก)
5. การประเมินผล
คมู่ อื ส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลกู เสือโท ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5 69
62 ค่มู ือสง่ เสริมและพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสือสามญั หลกั สตู รลูกเสือโท
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
5. การประเมินผล
5.1 สงั เกต
5.2 ทดสอบการหาทศิ ทางโดยใชแ๎ ผนท่ีและเขม็ ทิศ
6. คุณธรรม
6.1 ซอ่ื สัตยส๑ จุ รติ
6.2 รับผดิ ชอบ
6.3 ความกตญั ๒ู
6.4 อดุ มการณ๑คุณธรรม
ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กจิ กรรมท่ี 11
เพลง
ทศิ
ทศิ ทง้ั แปดทศิ ขอใหค๎ ดิ จาํ ใหเ๎ คยชิน
อุดรตรงข๎ามทักษิณ บรู พาประจิมจาํ ไว๎
อสี านตรงหรดี ทํองอกี ทจี าํ ให๎ข้นึ ใจ
พายัพนน้ั อยํตู รงไหน ตรงข๎ามไปคืออาคเนย๑
เรื่องสั้นท่เี ปน็ ประโยชน์
แสงอาทิตย์
นายแดงเป็นคนหาของปูาอยูํในหมบูํ ๎านสมบูรณ๑ ทุกวันเขาจะออกหาของปูาโดยเดินลึกเข๎าไป
ในปูาเรอื่ ย ๆ ตามทิศทางทไ่ี มซํ ้ํากัน และนําของปูาท่ีไดไ๎ ปขายในหมบํู า๎ น
บาํ ยวันหน่งึ ขณะทน่ี ายแดงกาํ ลังหาของปูาอยํูนั้น ได๎เกิดลมพายุรุนแรง ท๎องฟฺามืดคร้ึม ทําให๎
นายแดงไมํสามารถหาทิศกลับบ๎าน เพราะมืดมากมองไมํเห็น นายแดงจําได๎แตํหมูํบ๎านอยูํทางทิศ
ตะวันออกของปาู เทาํ นนั้ นายแดงคดิ อยํใู นใจวําตอนบํายต๎นไมใ๎ หญดํ ๎านทีถ่ กู แสงแดดต๎องหันเข๎าหาทิศ
ตะวันตกสวํ นดา๎ นตรงขา๎ มน้นั จะเปน็ ทศิ ตะวนั ออก เมือ่ คิดได๎ดังน้ันเขาจึงรีบใช๎มือสัมผัสรอบ ๆ ต๎นไม๎
เพ่ือหาด๎านท่ีอุํน ๆ เม่ือหาพบแล๎วเขาจึงตัดสินใจเดินทางไปด๎านตรงกันข๎ามกับด๎านท่ีอํุนของต๎นไม๎
ไปเร่อื ย ๆ ไมนํ านเขาก็เดนิ ถึงหมํบู ๎านอยาํ งปลอดภัย
70 คู่มือคส่มู ง่ เือสสร่งมิ เแสลระิมพแฒั ลนะาพกฒัจิ กนรรามกลิจูกกเสรอืรมทกัลษูกะเชสีวอื ติ ทใกันสษถะาชนวี ศิตึกใษนาสปถราะนเภศทกึ ลษกู าเสลอื สกู าเมสชัญอื น้ั โปทหรละักชถส้นัมูตศปรึกรลษะกู าถเปสมือที ศโ่ี ท5ึกษาปีท6่ี 53
เรื่องนี้สอนใหว้ ่า การรจ๎ู กั สังเกตส่งิ แวดล๎อม ยอํ มมีประโยชน๑ตํอตนเองและนาํ ไปใชใ๎ นชวี ิตประจําวันได๎
การหาทิศโดยอาศยั ธรรมชาติ
ในกรณีที่ลูกเสือไมํมีเข็มทิศ อาจหาทิศโดยการสังเกตจากสิ่งที่มีอยูํตามธรรมชาติ หรือ
สิง่ แวดลอ๎ มทเ่ี ปน็ จดุ เดํนสังเกตไดง๎ าํ ย ดังน้ี
1. สงั เกตทิศทางลม โดยวิธงี ําย ๆ เชนํ โยนหญ๎าแห๎ง หรือฝุูนข้ึนไปบนอากาศ เมื่อคิดวําอาจ
เดินหลงทางกใ็ ห๎ตรวจสอบทศิ ทางลมอกี ครัง้ หนง่ึ
2. สงั เกตเถาวัลย์ โดยธรรมชาติยอดเถาวัลย๑จะพันต๎นไม๎ไปทางทิศตะวันออก เพ่ือหันเข๎ารับ
แสงอาทิตย๑ เม่ือทราบทิศตะวันออกก็สามารถหาทิศอ่ืน ๆ ได๎ โดนยืนกางแขนหันหน๎าไปทางทิศ
ตะวันออก ซา๎ ยมอื คอื ทศิ เหนอื ขวามือคือทิศใต๎ และข๎างหลงั คอื ทศิ ตะวนั ตก
3. สงั เกตความอุ่นของต้นไม้ หลังอาทติ ย๑ลบั ขอบฟฺาหาทิศโดยใช๎แกม๎ แนบกบั ต๎นไม๎ใหญํ ด๎าน
ที่อุํนกวําแสดงวําเป็นทิศตะวันตก เน่ืองจากเพ่ิงได๎รับแสงแดดมาไมํนานนัก เม่ือทราบทิศตะวันตกก็
สามารถหาทศิ อื่น ๆ ได๎ โดยการยืนกางแขนหันหลงั ชนตน๎ ไมข๎ า๎ งท่อี ุํน ด๎านหน๎าจะเป็นทิศตะวันตก ทิศ
เหนอื อยูํขวา ทศิ ใตอ๎ ยํูซ๎าย และด๎านหลังเปน็ ทศิ ตะวันออก
4. สังเกตดวงอาทติ ย์ ใน 1 ปีดวงอาทติ ย๑ขึ้นตรงทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกพอดีอยูํ
2 วนั คอื 21 มีนาคม และ 22 กนั ยายน ระหวําง 22 มีนาคมถึง 21 กันยายน จะขึ้นและตกเฉียงไปทาง
ทิศเหนือ และเฉยี งเหนอื มากท่ีสดุ (23.5 องศา) ในวันที่ 21 มิถุนายน สํวนระหวําง 23 กันยายนถึง 20
มีนาคม จะขน้ึ และตกเฉียงไปทางทิศใต๎ เฉยี งมากที่สดุ (23.5 องศา) ในวันที่ 21 ธนั วาคม
ฤดูหนาว สงั เกตดวงอาทติ ยจ๑ ากเวลาดังน้ี
6.00 น. ทศิ ตะวันออกคอํ นไปทางทศิ ใตเ๎ ลก็ นอ๎ ย 9.00 น. ทิศตะวันออกเฉยี งใต๎
12.00 น. ทศิ ใต๎ 15.00 น. ทิศตะวันตกเฉยี งใต๎
18.00 น. ทศิ ตะวันตก
ฤดูรอ้ น สังเกตดวงอาทิตยจ๑ ากเวลาดงั น้ี 9.00 น. ทิศตะวันออกเฉยี งเหนอื
6.00 น. ทศิ ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
12.00 น. ทศิ เหนอื 15.00 น. ทศิ ตะวันตกเฉยี งเหนือ
18.00 น. ทิศตะวันตก
5. สังเกตดวงจนั ทร์ มขี ๎อสังเกตดงั น้ี
วนั ขา้ งขึน้ ดวงจันทรจ๑ ะสวํางไมํเตม็ ที่ และขนึ้ กอํ นดวงอาทิตย๑ลับขอบฟฺา หันด๎านสวํางไปทาง
ทศิ ตะวนั ตก และหนั ด๎านแหวงํ ไปทางทศิ ตะวันออก
วันขน้ึ 15 คา่ ดวงจนั ทรส๑ วํางเตม็ ดวงเป็นวงกลมสุกใส ข้นึ กอํ นดวงอาทติ ย๑ลับขอบฟฺาเล็กน๎อย
วันขา้ งแรม ดวงจนั ทร๑จะสวํางไมเํ ต็มท่ี และขึ้นหลังจากดวงอาทิตย๑ลับขอบฟฺาไปแล๎ว หันด๎าน
สวํางไปทางทศิ ตะวันออก และหนั ด๎านแหวงํ ไปทางทิศตะวันตก
คู่มือส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสือทักษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลกู เสือโท ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 71
64 คมู่ อื สง่ เสริมและพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสือสามญั หลกั สตู รลกู เสอื โท
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 5
6. สังเกตดาว สังเกตจากดาวฤกษซ๑ ่ึงขึน้ ประจําที่ ได๎แกํ
1) ดาวเหนือ ขนึ้ ตรงทศิ เหนอื เสมอ มีแสงสวาํ งมองเห็นดว๎ ยตาเปลาํ ไดง๎ ําย
2) กลุม่ ดาวเตา่ หรอื กลมุ่ ดาวพราน ประกอบด๎วยดาวฤกษ๑ 7 ดวงเรียงกัน เห็นในชํวงหัวค่ํา
ตั้งแตํเดือนธันวาคมเป็นต๎นไป ขึ้นทางทิศตะวันออก ชํวงหัวค่ําจะอยูํตรงศีรษะพอดี และตกทางทิศ
ตะวันตกในเดอื นเมษายน
3) กล่มุ ดาวจระเข้หรือดาวหมีใหญ่ ดาวฤกษ๑ 7 ดวง เรียงตัวคล๎ายกระบวยตักน้ํา ข้ึนประจํา
บนท๎องฟฺาทางทิศเหนือ มองเห็นได๎ด๎วยตาเปลํา ชํวงหัวคํ่าเดือนกุมภาพันธุ๑จะเห็นข้ึนทางทิศ
ตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อข้ึนสูงสุดแล๎วจะอยูํทางทิศเหนือประมาณ 45 องศาในเวลาเท่ียงคืน และตก
ลับขอบฟาฺ ทางทศิ ตะวันตกเฉยี งเหนือในเวลาใกลส๎ วําง
4) กล่มุ ดาวแมงปอ่ ง เรียงตัวคล๎ายแมงปูอง ข้ึนทางทิศตะวันออกเฉียงใต๎ โดยเอาหัวขึ้นกํอน
และตกลับขอบฟาฺ ทางทศิ ตะวันตกเฉยี งใต๎โดยเอาข๎างลง ขนึ้ เวลาใกล๎สวาํ งชํวงต๎นเดือนกุมภาพันธ๑ และ
ข้ึนตอนหัวคํ่าในเดือนพฤษภาคม
5) กลุ่มดาวค้างคาวหรือกลุ่มดาวแคสสิโอเปีย กลํุมดาวฤกษ๑ 5 ดวง เห็นเป็นรูปตัว M
ในขณะข้นึ ทางทิศตะวนั ออกเฉยี งเหนอื และเห็นเป็นรปู W ในขณะตกทางทศิ ตะวนั ตกเฉยี งเหนือ
เรื่องส้นั ทเ่ี ป็นประโยชน์ ความอดทน
นกั ลําสตั ว๑ผู๎ยิง่ ใหญคํ นหนงึ่ เปน็ ชาวแอฟริกาใต๎ ช่ือ เอฟ ซี เซลล๑ (F.C Selous) ให๎ตัวอยํางอนั ดี
ในเร่ืองของความอดทนแบบลกู เสอื ในเม่อื เขาไปลาํ สตั วท๑ บี่ ารอดเซแลนด๑ (Barotseland) ทางตอนเหนือ
ของแมนํ าํ้ ซมั เบซี (Zambesi) เมือ่ หลายปมี าแล๎ว ในตอนเทีย่ งคืนวันหน่ึง คํายของเขาได๎ถูกโจมตีอยําง
ทันทที ันใด โดยคนพน้ื เมอื งฝาู ยศตั รซู ึง่ เข๎ามายงิ ในระยะใกล๎และบกุ เขา๎ มา
เขาและคนพ้นื เมืองซงึ่ มีจาํ นวนแตกตาํ งกันตํางหนีกระจัดกระจายหลบไปในความมืด และซํอน
ตวั อยูใํ นกอหญา๎ สงู เซลูส๑ได๎ปืนยาวกระบอกหน่งึ และลกู ปนื บ๎างเล็กน๎อย เขาหลบอยํูอยาํ งปลอดภัยในกอหญ๎า
แตเํ ขาหาพรรคพวกของเขาไมพํ บ และเมื่อเห็นวําข๎าศึกได๎ยึดคํายของเขาไว๎เรียบร๎อยแล๎วท้ังยังมีความ
มดื อยขํู า๎ งหนา๎ เข๎าอีก สองสามช่วั โมงพอจะหนเี อาตวั รอด เราจึงเร่ิมออกเดินทางไปทางทิศใต๎ โดยกลํุม
ดาววําว (The Southers Cross) เป็นท่ีหมาย เขาหมอบคลานผํานยามของฝูายข๎าศึก แล๎ววํายนํ้าข๎าม
แมํนา้ํ และในทสี่ ดุ กห็ นีออกมาได๎ โยมีเครอ่ื งแตงํ ตวั แตํเพยี งเส้อื เชิ้ต กางเกงขาสนั้ และรองเทา๎ สองสาม
วันตํอมาทง้ั กลางวันและกลางคืน เขามํงุ เดนิ ไปทางทิศใต๎ และต๎องหลบซอํ นคนพ้ืนเมอื งฝาู ยขา๎ ศกึ บํอยๆ
เขาได๎ยงิ กวางเป็นอาหาร
72 คู่มอื สง่ เสริมและพัฒนากิจกรรมลกู เสอื ทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5
คู่มอื สง่ เสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสือทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสือสามัญ หลกั สูตรลกู เสอื โท 65
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5
คืนวันหน่ึงเขาได๎เขา๎ ไปในหมํูบ๎านซ่ึงคิดวําเป็นมิตร แตํแล๎วปืนของเขาก็ถูกลักขโมยไป เขาจึง
ต๎องกลับเปน็ ผ๎ูหลบหนอี ีกครง้ั หนึง่ โดยไมมํ อี าวุธสําหรับปอฺ งกนั ตนเอง หรือยงิ สตั วเ๑ ปน็ อาหาร อยํางไรก็
ดี เขาไมํใชคํ นทยี่ อมแพ๎ในเม่อื โอกาสแหํงชวี ิตเหลืออยูํ จึงไดพ๎ ยายามเดนิ ตอํ ไป จนกระท่งั ในทีส่ ดุ ไดไ๎ ป
ถึงสสุ านที่แหํงหนึ่ง ณ ท่นี นั่ เขาไดพ๎ บพรรคพวกของเขาบางคนซง่ึ หลบหนมี าไดเ๎ ชํนกัน หลังจากนั้นก็
รอนแรมตอํ มาจนถึงทอ๎ งถิ่นทเ่ี ป็นมติ รด๎วยความปลอดภัย แตํคนพวกน้ีคงต๎องประสบความยากลําบาก
อยํางมหันต๑ สามสัปดาห๑ได๎ผํานพ๎นไปนับตั้งแตํถูกโจมตี และสํวนใหญํเซลูส๑ต๎องอยูํคนเดียว ถูกไลํ
ติดตาม อดอาหาร หนาวอยํางสาหสั ในตอนกลางคนื และร๎อนเหง่อื หยดในตอนกลางวัน
ไมํมีคนใดท่ีจะผํานความยากลําบากอยํางนี้มาได๎ เว๎นเสียแตํวําจะมีความอดทนเป็นพิเศษ
แตเํ ซลสู เ๑ ป็นคนท่ีไดบ๎ าํ รงุ ตนเองให๎แข็งแรงมาต้ังแตํเด็ก ด๎วยการรักษาตัวและออกกําลังกาย และเขาก็
ต้ังใจบากบั่นอยํูตลอดเวลา
เรอื่ งนสี้ อนใหร้ ้วู ่า ถา๎ ทํานต๎องการผาํ นพน๎ การผจญภยั เชนํ นีด้ ๎วยความปลอดภยั ในเมื่อทาํ นเป็น
ลูกเสือเตรยี มเป็นผใู๎ หญแํ ละมิใชดํ แี ตํปาก ทาํ นจะตอ๎ งฝกึ อบรมตนเองใหแ๎ ขง็ แรง
มีอนามัยดีและคลอํ งแคลวํ วํองไว ต้ังแตํเด็ก
ค6ู่ม6อื ส่งเสชครมู่้ันมิ ือปแสรลง่ะะเถสพมรฒัศมิ กึ แนษลาาะกปพิจีทฒั ก่ี น5รารกมจิ ลกูกรรเมสลือกู ทเสักอื ษทะักชษีวะิตชใีวนิตสในถสาถนาศนกึศกึษษาา ลปกูระเสเภอื ทโลทกู เชสอืน้ั สปารมะญั ถมหศลกักึ สษูตารปลทีกู เี่ ส5ือโท 73
ใบความรู้
เข็มทิศ
เป็นเคร่ืองมือท่ีใช๎ในการหาทิศ ทําข้ึนจากแมํเหล็กแทํงเล็ก ๆ ติดกับแกนให๎หมุนไปโดยรอบ
อยาํ งอสิ ระ โดยอาศัยคุณสมบัตขิ องแมํเหล็กท่วี าํ เมอ่ื แขวนให๎หมนุ อยํางอิสระแล๎วปลายข๎างหนึ่งจะช้ีไป
ทางทิศเหนือเสมอ บนหนา๎ ปดั ของเข็มทศิ จะมีเครอ่ื งหมายแสดงทศิ และเลขบอกองศาของทิศตาํ ง ๆ
ชนิดของเข็มทิศ
เขม็ ทิศมหี ลายชนดิ เชํน
- เข็มทศิ ตลับ เปน็ เขม็ ทิศแมเํ หลก็ เลก็ ๆ หาแนวทิศเหนอื ไดอ๎ ยํางเดยี ว
- เข็มทศิ แบบเลนซาติก ฝาตลับมชี อํ งเล็ง ขงึ เสน๎ ลวดไว๎ตรงกลางเพื่อชํวยในการเล็งทห่ี มาย
- เข็มทิศขอ๎ มือ
- เข็มทิศซิลวา (Silva) เป็นเข็มทิศท่นี ิยมใช๎ในวงการลูกเสอื
เขม็ ทศิ ซิลวา (Silva)
เป็นเขม็ ทิศทีท่ ําในประเทศสวเี ดน มีไม๎โปรแทรกเตอร๑รวมอยดํู ว๎ ยกนั นยิ มใชก๎ นั ทวั่ โลก1
เนื่องจากใช๎ทาํ แผนท่แี ละหาทิศไดด๎ ี นอกจากใช๎งาํ ยแลว๎ ยงั พกพาสะดวกและราคาถกู ดว๎ ย
ส่วนประกอบของเข็มทิศซิลวา
1. แผํนฐานเปน็ ตวั วัตถุโปรํงใส
2. ท่ขี อบมีมาตราสวํ นเปน็ นิ้วและ/หรือเซนตเิ มตร
3. มีลกู ศรช้ีทิศทางที่จะไป
74 ค่มู อื ส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชีวติ ในสถานศึกษา ลูกเสอื โท ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 5
คู่มือส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสอื ทักษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสือสามญั หลกั สูตรลูกเสอื โท 67
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5
4. เลนส๑ขยาย
5. ตลับเขม็ ทิศเป็นวงกลมหมุนได๎ บนกรอบหนา๎ ปดั ของตลับเขม็ ทิศแบงํ ออกเปน็ 360 องศา
6. ปลายเขม็ ทิศเป็นแมเํ หลก็ สีแดง ซงึ่ จะชไ้ี ปทางทศิ เหนือเสมอ
7. ขดี ตําแหนงํ สําหรับตงั้ มมุ และอํานคํามมุ อยบํู นหน๎าปดั ตรงโคนลูกศรชท้ี ิศทาง
วธิ ีใชเ้ ขม็ ทศิ ซิลวา
ควรใช๎เขม็ ทิศหาํ งจากสง่ิ ที่เปน็ เหล็กหรอื วงจรไฟฟฺา ระยะปลอดภยั โดยประมาณมดี ังน้ี
หมวกเหลก็ 1 หลา โทรศัพท๑,ลวดหนาม 10 หลา รถยนต๑ 20 หลา สายไฟฟฺาแรงสงู 60 หลา
การหาทศิ
วางเขม็ ทศิ ในแนวระนาบ ปลายเข็มทิศข๎างหน่ึงจะช้ีไปทางทิศเหนือ คํอย ๆ หมุนหน๎าปัดของ
เข็มทศิ ให๎ตําแหนงํ ตวั เลขหรืออักษรที่บอกทิศเหนือบนหน๎าปัดตรงกับปลายเหนือของเข็มทิศ เมื่อปรับ
เขม็ ตรงกับทศิ เหนอื แล๎ว จะสามารถอาํ นทศิ ตํางๆไดอ๎ ยาํ งถกู ต๎องจากหน๎าปัดเขม็ ทศิ
ลูกเสือสามารถนําเข็มทิศไปใช๎ในกิจกรรมตํางๆได๎ เชํน การเดินทางไกล การสํารวจปูา
การผจญภยั การสํารวจและการเยือนสถานที่ เปน็ ตน๎ เมอ่ื เรม่ิ ออกเดนิ ทางลูกเสือควรหาทิศที่จะมุํงหน๎า
ไปให๎ทราบกอํ นวําเปน็ ทิศใด เม่ือเกดิ หลงทิศหรอื หลงทางจะสามารถหาทิศทางตําง ๆ จากเขม็ ทิศได๎
กรณีบอกมุมอะซมิ ุทมาให้และต้องการรวู้ า่ จะต้องเดินทางไปในทิศทางใด
สมมุตวิ ํามุมอะซมิ ทุ 60 องศา
1) วางเขม็ ทิศในแนวระดับให๎เขม็ แมํเหลก็ หมุนไปมาไดอ๎ ิสระ
2) หมนุ กรอบหน๎าปัดของตลบั เข็มทศิ ให๎เลข 60 อยูํตรงขีดตาํ แหนํงตัง้ มุม
3) หันตัวเข็มทิศท้ังฐานไปจนกวําเข็มแมํเหล็กสีแดงภายในตลับเข็มทิศชี้ตรงกับอักษร N
บนกรอบหน๎าปดั ทับสนิทกบั เคร่ืองหมายหัวลูกศรที่พมิ พ๑ไว๎
4) เมอ่ื ลกู ศรช้ที ิศทางช้ไี ปทิศใด ให๎เดินไปตามทศิ ทางนั้น โดยเล็งหาจุดเดํนท่ีอยูํในแนวลูกศรช้ี
ทศิ ทางเปน็ หลัก แลว๎ เดินตรงไปยังส่งิ นัน้
กรณที จี่ ะหาค่าของมุมอะซมิ ทุ จากตาบลทีเ่ รายนื อยู่ ไปยงั ตาบลท่เี ราจะเดนิ ทางไป
1) วางเขม็ ทิศในแนวระดับใหเ๎ ข็มแมเํ หล็กหมนุ ไปมาไดอ๎ สิ ระ
2) หนั ลูกศรช้ีทศิ ทางไปยงั จุดหรอื ตาํ แหนํงทเ่ี ราจะเดินทางไป
คูม่ ือส่งเสริมและพัฒนากจิ กรรมลกู เสือทกั ษะชวี ิตในสถานศึกษา ลกู เสือโท ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 75
คมู่ ือส่งเสริมและพัฒนากจิ กรรมลูกเสือทักษะชีวิตในสถานศึกษา ประเภทลกู เสือสามัญ หลักสตู รลกู เสือโท
68 ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5
3) หมุนกรอบหน๎าปัดเข็มทิศไปจนกวําอักษร N บนกรอบหน๎าปัด อยูํตรงปลายเข็มแมํเหล็กสี
แดงในตลบั เข็มทิศ
4) ตวั เลขบนกรอบหน๎าปัดจะอยูํตรงขีดตําแหนงํ สาํ หรบั ต้ังมมุ และอํานคาํ มุม คือคําของมุมที่เรา
ต๎องการทราบ
การใชเ้ ข็มทศิ หาพิกัดตาแหนง่ ในแผนท่ี
กํอนอนื่ จะตอ๎ งร๎วู าํ ตนเองอยํู ณ ท่ีใดของแผนที่ โดยใช๎เข็มทิศชํวยในการวางแผนท่ีให๎ถูกทิศทาง
หรอื วางแผนท่ใี หข๎ นานกับเส๎นทางหรือถนนพ้นื ท่ีจริงการวางขนานกับเส๎นทางต๎องระวังไมํให๎กลับทางทิศ
เหนือ – ใต๎ โดยตรวจสอบสิง่ อื่นบนแผนทีป่ ระกอบอยํางนอ๎ ย 2 แหํง
วางเ ข็มทิ ศบน แผน ท่ีให๎ เคร่ื องหม ายศรชี้ทิ ศเห นือ ท างแนวทิศเหนื อใน แผน ท่ีจา กน้ัน ก็หมุ น
กระดาษแผนท่ี (อยําให๎เข็มทิศเคล่ือน) ไปจนเข็มแดงศรชี้ทิศเหนือแล๎วจึงกดเข็มทิศติดกับแผนท่ีแล๎ว
หมนุ แปนฺ บอกองศาใหต๎ รงทิศ
จากนนั้ ให๎มองหาทห่ี มายจริงบนภมู ิประเทศกบั บนแผนทีส่ ัก 2 แหํงเชํนบนภูมปิ ระเทศ A และ a
บนแผนที่กับ B บนภมู ิประเทศและ b บนแผนที่ใช๎บรรทัดลากเส๎นจาก A a และ B b และตํอเส๎นให๎ตัด
กันจะไดต๎ าํ แหนงํ c บนแผนท่ีคือทท่ี เี่ รายืนอยํู
76 คูม่ อื ส่งเสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสือทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
คู่มือสง่ เสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสอื สามญั หลกั สตู รลกู เสือโท 69
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ขนั้ ตํอไปจะหาตาํ แหนํงใดๆบนแผนที่วาํ ของจรงิ บนภูมปิ ระเทศอยทูํ ีใ่ ดกห็ าไดจ๎ ากแผนที่และตง้ั
มมุ เขม็ ทศิ ไปไดต๎ ลอดจนสามารถจะทราบระยะทางจรงิ บนภมู ปิ ระเทศไดโ๎ ดยเทียบมาตราสํวนบนแผนที่
ข้อควรระวงั ในการใชเ้ ข็มทศิ
1. จับถือด๎วยความระมดั ระวังเพราะหนา๎ ปัดและเขม็ ทศิ บอบบางออํ นไหวงําย
2. อยําใหต๎ ก แรงกระเทอื นอาจทาํ ใหเ๎ สยี หายได๎
3. ไมํควรอาํ นเขม็ ทิศใกลส๎ ่ิงทเ่ี ป็นแมํเหลก็ หรอื วงจรไฟฟฺา
4. อยาํ ใหเ๎ ขม็ ทศิ เปียกนํ้าจนขึ้นสนมิ
5. อยาํ ให๎ใกล๎ความรอ๎ นเพราะเขม็ ทิศจะบิดงอ
คมู่ ือส่งเสริมและพัฒนากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 77
คมู่ ือสง่ เสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสอื ทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ประเภทลกู เสือสามัญ หลักสตู รลูกเสอื โท
70 ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
แผนการจัดกิจกรรมลูกเสือสามัญ ลกู เสอื โท ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
หน่วยท่ี 4 การเดนิ ทางไปยังสถานที่ตา่ ง ๆ
แผนการจดั กจิ กรรมที่ 12 แผนท่ี เวลา 1 ช่ัวโมง
1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1.1 บอกเครอ่ื งหมายตาํ งๆ ในแผนทไี่ ด๎
1.2 สามารถใช๎มาตราสวํ นในการเขยี นแผนทไี่ ด๎
1.3 บอกเส๎นทางระยะส้นั ๆ ทก่ี าํ หนดใหต๎ ามแผนท่ี
2. เนอ้ื หา
2.1 แผนท่ชี นดิ ตาํ งๆ
2.2 ระยะทางในแผนท่ี/มาตราสํวนของแผนที่
2.3 การอํานแผนท่ี
3. สอ่ื การเรียนรู้
3.1 แผนภูมเิ พลง-เกม
3.2 แผนํ ภาพแผนที่
3.3 ไมบ๎ รรทัด สายวัด
3.4 ใบความรู๎เรือ่ งแผนที่
3.5 เรื่องสั้นท่ีเป็นประโยชน๑
4. กิจกรรม
1) พิธีเปิด (ชักธงข้ึน สวดมนต๑ สงบนง่ิ ตรวจ แยก)
2) เพลง หรือเกม
3) กิจกรรมตามจดุ ประสงคก๑ ารเรียนร๎ู
1) ผู๎กาํ กับลกู เสอื ให๎ลกู เสือเรียนรู๎ตามฐาน โดยมีผ๎ูกาํ กบั ลูกเสอื และลูกเสือรํนุ พเี่ ป็นวทิ ยากรดงั น้ี
ฐานท่ี 1 ความร๎เู รอื่ งแผนท่ี
ฐานท่ี 2 การอาํ นแผนที่
78 คูม่ ือสง่ เสรมิ และพัฒนากิจกรรมลูกเสือทักษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
ค่มู อื ส่งเสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสอื ทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ประเภทลกู เสือสามญั หลักสตู รลูกเสอื โท 71
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
ฐานที่ 3 การวัดระยะทาง/มาตราสํวนของแผนท่ี
ฐานท่ี 4 การหาทิศในแผนที่
2) ลูกเสอื กลับมารวมกอง ผู๎กาํ กบั ลกู เสอื มอบหมายให๎ลูกเสอื จดั ทาํ แผนท่หี มํูบ๎านทตี่ นเอง
อาศัยอยํูโดยใหแ๎ สดงเครอ่ื งหมาย สญั ลกั ษณแ๑ ละสีในแผนที่ดว๎ ย
4) ผ๎ูกํากบั ลูกเสอื เลําเร่อื งส้ันที่เป็นประโยชน๑
5) พธิ ีปดิ ประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจเครื่องแบบ ชักธงลง เลิก)
5. การประเมินผล
5.1 สังเกตการมสี ํวนรํวมในกิจกรรมและการปฏิบตั ิ
5.2 สอบถามความเขา๎ ใจในเรอื่ งการใชแ๎ ผนที่และการอาํ นแผนท่ี
6. คณุ ธรรม
6.1 ความพอเพยี ง
6.2 ซือ่ สตั ยส๑ จุ ริต
6.3 รับผดิ ชอบ
6.4 ความกตัญ๒ู
6.5 อดุ มการณ๑คณุ ธรรม
ภาคผนวกประกอบแผนการจัดกิจกรรมท่ี 12
เพลง
เดนิ วน
เดินเอยเดินวน สี่คนสคี่ น
ขอถามสกั นดิ อยูํทิศอะไร
ทิศเหนือหรอื ทศิ ใต๎ ทศิ ไหนบอกมา
เกม
ทศิ ทัง้ ส่ี
1. ผกู๎ ํากับลูกเสอื กําหนดทิศใหส๎ ีท่ ศิ คือ ทศิ เหนอื ทศิ ใต๎ ทศิ ตะวนั ออก และทิศตะวันตก
2. การเลนํ
2.1 ให๎ลูกเสือมายนื รวมกันตามสบาย จะหนั หน๎าหนั หลังไปทางทศิ ใดกไ็ ด๎
2.2 ช้ีแจงกตกิ า
คมู่ ือส่งเสริมและพฒั นากจิ กรรมลกู เสือทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 5 79
คมู่ ือสง่ เสริมและพฒั นากิจกรรมลกู เสือทักษะชวี ติ ในสถานศึกษา ประเภทลูกเสือสามญั หลกั สูตรลกู เสอื โท
72 ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5
- เมื่อผู๎กํากบั ลูกเสอื บอกทิศ โดยคําพดู สน้ั ๆ วาํ เหนอื ใต๎ ออก ตก ลกู เสอื ทกุ คน
จะต๎องหันหนา๎ ไปทางทิศนน้ั ทนั ที
กตกิ า ใครหนั หนา๎ ผิดทิศ คนนน้ั ออกจากการเลํน ผูก๎ ํากับลกู เสือจะเริ่มบอกทิศตอํ ไป และ
ใหผ๎ ู๎ทห่ี นั หนา๎ ไมถํ ูกทิศตามช่อื ทิศจะตอ๎ งออกจากการเลนํ จนกวําจะเหลอื ลูกเสอื คนสุดทา๎ ย ผน๎ู ั้นคือผู๎
ชนะ
ใบความรู้
แผนท่ี
แผนที่ คือ ส่งิ แสดงรายละเอยี ดของภูมิประเทศบนพน้ื ผวิ โลก ทั้งทีม่ อี ยูตํ ามธรรมชาติและที่มนุษย๑
สร๎างขึ้น โดยจําลองไวบ๎ นวตั ถพุ ้ืนระนาบมาตราสํวน ซึง่ รายละเอียดเหลําน้ี แสดงด๎วยเสน๎ สี และสญั ลักษณ๑
ตาํ งๆ เชนํ
สนี า้ํ เงนิ แกํ แสดงถึง ทะเล มหาสมทุ รท่ลี กึ มาก
สฟี ฺาออํ น แสดงถงึ เขตนาํ้ ต้ืน หรอื ไหลทํ วีป
สีเขียว แสดงถงึ ท่รี าบระดบั ตาํ่
สเี หลือง แสดงถงึ ท่ีราบระดับสงู
สีแสด แสดงถึง ภเู ขาท่ีสงู ปานกลาง
สีแดง แสดงถึง ภเู ขาทสี่ งู มาก
สีน้ําตาล แสดงถงึ ยอดเขาทีส่ งู มากๆ
สขี าว แสดงถงึ ยอดเขาทส่ี ูงจนมหี ิมะปกคลุม
ประเทศไทย เรม่ิ ทาํ แผนทใี่ นสมัยรชั กาลที่ 4 พ.ศ. 2418
การปรับปรุงแผนท่ีของไทย เรมิ่ ใน พ.ศ.2491 โดยความชํวยเหลอื จากรฐั บาลสหรัฐ สํงหนํวยทํา
แผนทีท่ างอากาศมาทําการสํารวจและจดั ทําแผนท่ี มาตราสวํ น 1 ตอํ 50,000 (2 ซ.ม. ตอํ กม.) และกรม
แผนที่ทหารได๎ดาํ เนนิ การตํอมาจนปัจจบุ นั
ชนิดของแผนท่ี
แผนทโ่ี ดยทวั่ ไป แบํงออกเปน็ 3 ชนดิ
- แผนทแี่ บนราบ แสดงพน้ื ผวิ โลกความสงู ตาํ่ ใช๎แสดงตําแหนงํ ระยะทาง และเส๎นทาง
- แผนท่ีภูมปิ ระเทศ แสดงพ้ืนผวิ โลกในทางราบ ไมํแสดงความสงู ตาํ่ ละเอียดกวาํ และใช๎
ประโยชน๑ไดม๎ ากกวาํ แผนทแ่ี บนราบ
- แผนทภ่ี าพถําย ทาํ ข้ึนจากภาพถาํ ยทางอากาศ มีความละเอยี ดและความถกู ตอ๎ งมากกวาํ แผน
ทีช่ นิดอืน่ มาก สามารถมองเห็นสิง่ ตาํ งๆ ตามธรรมชาติ และสิ่งทม่ี นุษย๑สร๎างข้ึนอยํางชัดเจน
นอกจากนย้ี งั แบงํ ชนดิ ของแผนทต่ี ามลักษณะการใช๎งาน ตวั อยําง เชํน
- แผนทีท่ ั่วไป เชนํ แผนท่โี ลก แผนที่ประเทศตําง ๆ
- แผนที่ทรวดทรงหรือแผนทนี่ นู แสดงความสงู ตาํ่ ของภมู ปิ ระเทศ
80 คมู่ ือสง่ เสริมและพฒั นากจิ กรรมลกู เสือทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 5
คู่มอื สง่ เสริมและพฒั นากจิ กรรมลกู เสือทักษะชวี ิตในสถานศึกษา ประเภทลูกเสือสามญั หลกั สูตรลกู เสือโท 73
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5
- แผนทที่ หาร เป็นแผนทย่ี ุทธศาสตร๑ ยทุ ธวิธี
- แผนท่ีเดินอากาศ ใชส๎ ําหรบั การบิน เพื่อบอกตาํ แหนงํ และทศิ ทางของเครอ่ื งบนิ
- แผนทเี่ ดนิ เรือ ใชใ๎ นการเดินเรอื แสดงสันดอน ความลกึ แนวปะการัง
- แผนทป่ี ระวัติศาสตร๑ แสดงอาณาเขตยคุ และสมัยตาํ ง ๆ
- แผนทก่ี ารขนสงํ แสดงการคมนาคมทางบก เรือ อากาศ
ฯลฯ
สีทีใ่ ช้ในแผนท่ี
สดี า ใช๎แทนรายละเอียดท่ีเกดิ จากแรงงานมนุษย๑ ยกเวน๎ ถนน
สแี ดง ใช๎แทนรายละเอยี ดที่เป็นถนน
สนี ้าเงนิ ใชแ๎ ทนรายละเอยี ดทเ่ี ป็นนาํ้ หรือทางนาํ้ เชนํ ทะเล แมํนา้ํ บึง ฯลฯ
สเี ขียว ใช๎แทนรายละเอยี ดที่เป็นปาู ไม๎ และบรเิ วณท่ที าํ การเพาะปลกู
สีน้าตาล ใชแ๎ ทนลกั ษณะทรวดทรงความสงู
เสน้ ความสูงในแผนที่
บริเวณภเู ขา จะมเี สน๎ สนี ้าํ ตาลเปน็ วงรอบภูเขาเปน็ วงๆ แตลํ ะวงน้ันจะหาํ งไมํเทาํ กัน บางวงใกลช๎ ดิ
กัน บางวงหาํ งกัน เปน็ เส๎นแสดงความสูงจากระดับน้ําทะเลปานกลาง (วัดที่เกาะหลัก จ.ประจวบคีรีขันธ๑)
เราจะทราบวาํ ภเู ขานี้สงู เทาํ ใด ลักษณะชนั หรือลาดได๎จากเส๎นน้ี โดยระยะแตํละวงนั้นสูงตํางกัน 500 ฟุต
ถ๎าวงอยํชู ิดกันกจ็ ะชนั วงหํางกนั กจ็ ะลาด
การอา่ นแผนที่
วางแผนท่ีในแนวราบ บนพื้นที่ได๎ระดับ ทิศเหนือของแผนที่ช้ีไปทางทิศเหนือ จัดให๎แนวตําง ๆ
ในแผนท่ีขนานกบั แนวที่เป็นจริงในภูมิประเทศทกุ แนว
โดยท่ัวไปแผนท่ีจะบอกท่ีต้ังของส่ิงตําง ๆ ระบบท่ีใช๎ในการหาท่ีตั้งของส่ิงตําง ๆ ที่นิยมใช๎กันมี
2 ระบบ คอื ระบบพกิ ัดภมู ิศาสตร๑ และระบบพกิ ดั ตาราง
คมู่ อื ส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสอื ทักษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 81
คู่มือส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสอื ทักษะชีวิตในสถานศึกษา ประเภทลกู เสอื สามญั หลกั สตู รลูกเสอื โท
74 ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5
1. ระบบพกิ ัดภูมิศาสตร์
ใชค๎ ําละติจดู หรอื เส๎นรุ๎ง และลองติจูดหรือเสน๎ แวง เปน็ ตัวกาํ หนดท่ีตั้งของสิง่ ตาํ ง ๆ
ละติจูด เป็นเส๎นท่ีขีดรอบโลกตามแนวนอนขนานกัน โดยมีเส๎นศูนย๑สูตร (อิเควเตอร๑) เป็นเส๎น
กําหนดเขตแบํงโลกเป็นซีกโลกเหนือและซีกโลกใต๎ เส๎นละติจูดที่อยูํเหนือและใต๎เส๎นศูนย๑สูตรเรียกวํา
ละติจูดเหนือและละติจูดใต๎ มีจํานวนซีกโลกละ 90 เส๎น มีหนํวยเป็นองศา ที่ขอบแผนที่จะมีเลขกํากับวํา
10, 20, 30 เราก็ทราบวาํ 10 องศา, 20 องศา, 30 องศา
ลองติจูด เป็นเสน๎ ที่ลากจากจากขวั้ โลกเหนอื มายงั ขว้ั โลกใต๎ โดยเรม่ิ จากเสน๎ ท่ีลากผํานเมืองกรีนิช
ประเทศอังกฤษ เป็นเส๎นลองติจูดที่ 0 องศา ถ๎าวัดไปทางขวามือจะเป็นซีกโลกตะวันออก มี 180 เส๎น
ถา๎ วดั ไปทางซา๎ ยมอื จะเป็นซีกโลกตะวันตก มี 180 เส๎น มหี นวํ ยเป็นองศาเชํนกนั
ในแผนท่ี จะมีตัวเลขกาํ กับที่ขอบบน เชํน 20 , 30 , 40 , 50 เราก็ทราบวาํ 20 องศา, 30 องศา
, 40 องศา และก็ทราบวาํ บริเวณนัน้ อยํซู กี โลกตะวันออกหรือตะวันตก
2. ระบบพกิ ดั ตาราง
อาศัยเสน๎ ตรง 2 ชุด เป็นตัวกาํ หนดท่ีต้ังของส่ิงตําง ๆ เส๎นคูํขนานในแนวต้ังเรียกวํา เส๎นพิกัด
ตั้ง เส๎นคูํขนานในแนวนอนเรียกวํา เส๎นพิกัดราบหรือนอน เส๎นคูํขนานทั้ง 2 ชุดจะตัดกันเป็นรูป
สี่เหลี่ยมจัตุรัสเรียกวํา พิกัดกริด ระหวํางเส๎นคูํขนานแตํละคูํทั้งแนวตั้ง และแนวนอนยังแบํงยํอย
ออกเป็น 10 ชํองเทํา ๆ กัน
ระบบนีจ้ ะมีในแผนทที่ ี่ละเอยี ดมาก คือ มาตราสํวน 1 ตํอ 50,000 ข้นึ ไป (1 ซ.ม.ตํอครง่ึ กม.)
ตวั อยา่ งการหาพิกดั จดุ A ในระบบตาราง
(1) ดตู ารางสี่เหลีย่ มจตรุ สั ท่ลี อ๎ มรอบจดุ A
(2) อาํ นเสน๎ พิกดั ในแนวนอน โดยอาํ นตวั เลขทกี่ าํ กับเสน๎ แนวนอนจากซ๎ายไปขวาทผี่ าํ นจุด A
(3) อํานเสน๎ พิกดั ในแนวตัง้ โดยอํานตัวเลขทกี่ าํ กับเสน๎ แนวนอนจากลํางขน้ึ บนทีผ่ าํ นจุด A
82 คูม่ ือส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสอื ทักษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลกู เสือโท ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
คมู่ อื สง่ เสริมและพฒั นากจิ กรรมลกู เสือทักษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสือสามญั หลักสูตรลูกเสือโท 75
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5
(4) นําเลขชดุ ท่อี าํ นได๎ในขอ๎ (2) และ (3) มาเรยี งตํอกันตามลาํ ดับ ตัวเลขนี้จะเปน็ พิกดั ของจดุ A
จุด A = 937604
จุด B = 920585
จดุ C = ุุุุ..
จุด X = ุุุุ.
จุด Y = ุุุุ.
จากตารางนี้ตําแหนํงของจุด A จะอยูํที่เส๎น 93.7 ตัดกับเส๎น 60.4 จึงเขียนและอํานเป็น
937604 เรียงกัน โดยไมํเขียนและไมํอํานวําจุด ตําแหนํงจุด B ก็เชํนเดียวกันอยูํที่เส๎น 92 พอดีก็คือ
92.0 ตัดกับเส๎นที่ 58.5 ก็อําน 920585
ระยะทางในแผนท่ี
เปน็ มาตราสํวนที่ยอํ ขนาดลง คอื อัตราสํวนระหวาํ งระยะทางในแผนท่กี บั ระยะทางในภมู ิประเทศ
เชํน 1: 50,000 หมายความวํา 1 หนํวยของระยะในแผนทเ่ี ทาํ กบั 50,000 หนวํ ยของระยะในภมู ปิ ระเทศ
(ตอ๎ งเปน็ หนวํ ยเดยี วกัน ตวั อยาํ ง: 1 เซนติเมตรในแผนทเ่ี ทํากบั ระยะทาง 500 เมตรในพน้ื ท)่ี
การหาทิศในแผนท่ี
ปกติหัวกระดาษแผนทจี่ ะเปน็ ทิศเหนอื มีลูกศรชอี้ ยํู วางแผนทใี่ ห๎หวั ลูกศรในแผนท่ชี ้ไี ปทางทิศ
เหนือตามเขม็ ทิศ
คู่มอื ส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลูกเสอื ทักษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 83
คมู่ ือส่งเสริมและพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ทักษะชวี ติ ในสถานศึกษา ประเภทลกู เสอื สามัญ หลกั สูตรลกู เสอื โท
76 ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5
เรอื่ งสน้ั ท่เี ป็นประโยชน์ ลูกสาวกับพ่อ
พอํ คนหน่ึงไปเย่ียมลกู สาวคนโตที่แตํงงานกับชาวสวน “ลูกสาวสบายดหี รอื ไมํ ต๎องการอะไรหรอื
เปลํา” พอํ ถามอยาํ งหํวงใย ลกู สาวคนโตจงึ ตอบวาํ “สบายดีจ๎ะพอํ ลกู ไมเํ ลยตอ๎ งการอะไรอกี นอกจาก
อยากให๎ฝนตกมามากๆ พชื ผลในสวนจะไดง๎ อกงามดี”
ตํอมาพอํ กไ็ ปเย่ียมลูกสาวคนเลก็ ท่เี ปน็ ภรรยาของชํางป้นั หม๎อ พอํ ก็ถามเชนํ เดยี วกับท่ถี ามลกู
สาวคนโต “ลูกสาวสบายดหี รอื ไมํ ต๎องการอะไรหรือเปลาํ ” ลูกสาวท่เี ปน็ ภรรยาชาํ งปน้ั หมอ๎ กต็ อบวาํ
“สบายดจี ๎ะพอํ ลกู ตอ๎ งการเพียงอยํางเดียวคอื ไมใํ ห๎ฝนตก ตอ๎ งการมแี ดดจา๎ ๆ หมอ๎ ดนิ ท่ตี ากไว๎ก็จะแหง๎
เร็วจะ๎ พอํ ”
เรื่องนสี้ อนให้ร้วู ่า คนเรามกั ตอ๎ งการแตํสิ่งทีเ่ ป็นผลประโยชนก๑ บั ตนเองเปน็ อนั ดบั แรก ทิศทางการ
แสวงหาความตอ๎ งการจึงมคี วามแตกตํางกนั แตํหากมที ิศทาง เปาฺ หมายดงั เข็มทศิ ก็
จะนาํ พาไปสูํเปาฺ หมายชีวิตได๎อยาํ งมน่ั คง
84 คูม่ อื สง่ เสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชีวติ ในสถานศึกษา ลูกเสอื โท ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5
คู่มือส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลูกเสอื ทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสอื สามญั หลกั สตู รลูกเสอื โท 77
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5