The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การสร้างชุดการสอนแนะแนวอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thana_leo max, 2019-10-15 01:57:52

การสร้างชุดการสอนแนะแนวอาชีพนักเรียนชั้น ม.3

การสร้างชุดการสอนแนะแนวอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม

Keywords: ชุดการสอน

42

บทที่ 3

วิธีดําเนินการวิจยั

รายงานการวิจัยการพัฒนาชดุ การสอนแนะแนวอาชีพสําหรบั นกั เรียนช้นั มัธยมศึกษาปที่ 3
โรงเรยี นโนนเจริญพทิ ยาคม ประกอบดวยขน้ั ตอน 5 ขน้ั ตอน ผูวิจัยนําเสนอขั้นตอนการดาํ เนนิ งาน
ดังตอไปน้ี

1. ประชากรและกลุมเปาหมาย
2. เครื่องมือท่ีใชในการศึกษาคนควา
3. การสรางและการตรวจสอบเครอ่ื งมอื
4. เกบ็ รวบรวมขอมูล
5. การวิเคราะหขอมูล

1. ประชากรและกลมุ เปาหมาย
ประชากร / กลุมเปาหมาย
ประชากรและกลุมเปาหมายทใี่ ชในการศึกษาคนควาครั้งนี้ เปนนักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 3

ประจําปการศึกษา 2561 โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม จังหวัดบุรีรัมย จาํ นวน 102 คน
ระยะเวลา
ผูวิจยั ดําเนินการทดลอง โดยใชชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปท ี่ 3 จาํ นวน

8 คร้ัง ครง้ั ละ 60 นาที เปน เวลา 8 วัน กบั นักเรยี นช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนโนนเจรญิ พทิ ยาคม โดย
ผูว จิ ยั เปน ผดู ําเนนิ การทดลองดวยตนเอง และการทดลองเริ่มตั้งแตเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ส้นิ สดุ
ภายในเดือนมกราคม พ.ศ. 2562

2. เคร่อื งมือที่ใชในการทดลอง
เครื่องมอื ท่ีใชในการศึกษาคนควาครง้ั นี้ ประกอบดวย
1. ชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนโนนเจรญิ พิทยาคม
2. แบบประเมินความพงึ พอใจตอชุดการสอนแนวอาชีพของนักเรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 3

โรงเรยี นโนนเจริญพิทยาคม

3. การสรางและการตรวจสอบเครื่องมอื
วธิ ีดาํ เนนิ การสรางเครอื่ งมือ
1. การสรางชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3

43

ในการวิจัยครั้งนี้ ผูวิจัยไดส รา งชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนักเรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 3 โรงเรียน
โนนเจริญพิทยาคม โดยมีข้นั ตอนดังนี้

ขั้นตอนท่ี 1 ศึกษาหลกั การ ทฤษฏีการเลือกอาชพี ของฮอลแลนด และงานวิจัยท่ีเก่ียวของกบั ชดุ การ
สอนแนะแนวอาชีพ โดยพิจารณาความรูพื้นฐาน ความสนใจ เพื่อจดั เนอื้ หาและกิจกรรมใหเหมาะสม

ขนั้ ตอนท่ี 2 กําหนดหัวขอเรื่องชุดการสอนท่ีจะพัฒนาใหครอบคลุมการจัดกิจกรรมแนะแนวชพี ของ
นักเรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรยี นโนนเจริญพทิ ยาคม ภาคเรยี นที่ 2 ซงึ่ มหี ัวขอ ชดุ การสอนดงั นี้

ชนั้ มัธยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2
1. การสํารวจทกั ษะทางอาชีพ (กิจกรรม ทักษะของฉนั ) (1 ชัว่ โมง)
2. การสาํ รวจทักษะทางอาชีพ (กิจกรรม บคุ ลกิ ภาพบอกอาชีพ) (1 ชว่ั โมง)
3. ขอ มลู เกย่ี วกับอาชีพ (กจิ กรรม คยุ เฟองเรอ่ื งอาชีพ) (1 ชัว่ โมง)
4. แนวทางการศึกษาตอเมื่อจบชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 3 (กิจกรรม ทางเดนิ แหงฝน ) (1 ชว่ั โมง)
5. การศกึ ษาตอสายอาชพี (กิจกรรม เรียนสายอาชีพไวใชเลย) (1 ช่วั โมง)
6. สถาบนั การศึกษาอ่ืนๆ (กจิ กรรม สถานศึกษานา สนใจ) (1 ช่ัวโมง)
7. โลกกวา งทางอาชีพ (กจิ กรรม อาชีพกบั อาเซียน) (1 ชั่วโมง)
8. โลกกวา งทางอาชีพ (กจิ กรรม อาชีพใหมม าแรง) (1 ชั่วโมง)

ขั้นตอนท่ี 3 สรา งชดุ การสอนแนะแนวอาชพี ของนกั เรียนชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนโนนเจริญ
พิทยาคม ใหสอดคลอ งกับจุดมุง หมายของการวิจัย และนิยามศพั ทเฉพาะ ประกอบดวยคาํ ช้แี จงการใชช ดุ การ
สอน คมู ือครู คูม ือนักเรียน โดยยดึ แนวคิดและทฤษฎีการเลือกอาชพี ของฮอลแลนด โดยในแตล ะชดุ การสอนมี
หัวขอตา งๆ ดังนี้

1. ช่ือเรอ่ื ง
2. สาระสําคัญ
3. จดุ ประสงค
4. สาระการเรยี นรู
5. กระบวนการจัดกิจกรรม
6. การวดั และการประเมนิ ผล
7. แหลง การเรียนรู
8. สื่อการเรยี นรู
ขั้นตอนที่ 4 นาํ ชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนักเรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนโนนเจริญ
พิทยาคม ทส่ี รา งขึ้นไปใหผูเชี่ยวชาญ จํานวน 5 ทาน ตรวจสอบเพ่ือหาความเทีย่ งตรงใหสอดคลองกบั นิยาม
ศพั ทเฉพาะ จุดมงุ หมาย และเนื้อหาดานอาชพี ผเู ชย่ี วชาญเสนอแนะดังน้ี (1) เพมิ่ วตั ถุประสงคข องการวจิ ยั
(2) แกไขขอความจากชดุ กิจกรรม เปนชุดการสอน (3) แกไขขอความจากแบบประเมนิ ความคดิ เห็นเปนแบบ
ประเมนิ ความพึงพอใจ ผวู ิจยั ไดน าํ ไปปรับปรุงแกไขตามขอเสนอแนะของผเู ช่ียวชาญ แลวนําเสนอให
ผเู ช่ยี วชาญตรวจสอบอีกครง้ั

44

ขั้นตอนท่ี 5 นาํ ชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนักเรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 3 โรงเรียนโนนเจรญิ
พิทยาคมที่ปรับปรุงแกไขแลวตามขอเสนอแนะของผูเชย่ี วชาญไปทดลองใชกับนกั เรียนชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 3 ที่
ไมใชกลุมเปาหมาย ผลจากการทดลองใชก ับนักเรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่ 3 ท่ีไมใชกลมุ เปาหมาย ผลการทดลอง
นกั เรียนมคี วามพงึ พอใจ สามารถบอกอาชีพท่ตี นเองสนใจได และสามารถวางแผนการศึกษาไปสงู อาชพี ท่ี
ตนเองสนใจได

ขั้นตอนท่ี 6 นําชดุ การสอนทท่ี ดลองใชแลวมาปรบั ปรงุ แกไ ข และนาํ ไปใชก ับกลุมเปาหมาย
การดําเนินการทดลอง

ในการวิจยั ครั้งนี้ ผวู จิ ัยไดด ําเนินการทดลองตามขั้นตอนดงั นี้
ข้นั ตอนที่ 1 เลือกกลุมเปา หมาย บันทกึ แจงขออนญุ าตผบู ริหารโรงเรยี นเพ่ือนัดหมายกาํ หนดวัน

และเวลาในการทดลองใชช ุดการสอนแนะแนวอาชีพของนกั เรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 3 ที่เปน กลมุ เปา หมาย
ขนั้ ตอนท่ี 2 เตรียมชดุ การสอน ใบงาน ใบความรู แบบฝกหดั สอ่ื การเรียนรู แบบประเมินชดุ การ

สอนแนะแนวอาชพี ของนักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนโนนเจรญิ พิทยาคม และวางแผนการดําเนนิ งาน
ลวงหนา

ขน้ั ตอนที่ 3 ปฐมนิเทศนักเรยี นท่ีเปน กลมุ เปา หมาย โดยจดั กจิ กรรมกลุมสมั พันธกับนักเรียนเพ่ือ
ช้แี จงจุดประสงค เนือ้ หา กระบวนการจัดกิจกรรม การปฏิบัติตนของนักเรียน วนั และเวลาในการเรยี นกิจกรรม

ขัน้ ตอนท่ี 4 ผูว ิจยั นําชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนักเรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนโนน
เจริญพิทยาคม ที่ไดปรับปรงุ แกไ ขตามขอเสนอแนะของผูเช่ียวชาญ และปรบั ปรงุ แกไขจากการนําไปทดลองใช
กับนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปท ่ี 3 มาดําเนนิ การทดลองใชกบั นกั เรียนที่เปน กลุมเปา หมาย โดยใชช ุดการสอน
แนะแนวอาชีพของนักเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 3 โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม จาํ นวน 8 คร้ัง ๆ ละ 60 นาที
เปน เวลา 8 สปั ดาห โดยดาํ เนินการทดลองควบคูไปกบั การเรียนการสอนในภาคปกติ ผูวิจัยจะเร่มิ การทดลอง
ตง้ั แตเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ส้นิ สุดในเดือน มกราคม 2562 สาํ หรับกระบวนการใชช ดุ การสอนแนะ
แนวอาชพี ของนักเรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 3 โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม มี 4 ข้นั ตอน ดงั นี้

1. ขน้ั นําเขา สูบทเรียน ผวู จิ ยั สนทนากับนกั เรยี นเกยี่ วกับขอมลู ดา นการศกึ ษาและอาชีพ
2. ขน้ั กิจกรรม ผวู จิ ัยชแ้ี จงใหนักเรียนทํากิจกรรมตางๆ ตามขนั้ ตอนและกฎกติกาที่ไดร ะบไุ วใน
แตล ะกิจกรรม
3. ขั้นสรปุ กิจกรรม ผูวจิ ัยและนกั เรยี นรวมกันสรุปถงึ ประโยชน ความคิดรวบยอด และหลกั การ
สาํ คัญทไ่ี ดรับจากการทาํ กิจกรรมแนะแนว
4. ขนั้ ประเมนิ ชดุ การสอนกจิ กรรม ผวู ิจัยใหนักเรยี นทําแบบประเมนิ ชดุ การสอนแนะแนวอาชีพ
เพ่อื จะไดทราบวานกั เรยี นมีความพอใจกับการใชชุดการสอนแนะแนวอาชีพ อยูในระดบั ใด
2. แบบประเมินความพึงพอใจท่ีมีตอ ชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 3
โรงเรียนโนนเจริญพทิ ยาคม
ในการวิจยั ครั้งนี้ ผูว ิจยั ไดส รางแบบประเมินความพงึ พอใจทมี่ ีตอชุดการสอนแนะแนวอาชีพของ
นกั เรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 3 โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม โดยมขี นั้ ตอนดงั นี้

45

ขัน้ ตอนท่ี 1 ผวู ิจัยศกึ ษาเอกสารและงานวิจัยที่เกยี่ วของกับการพัฒนาดา นอาชีพ เพอ่ื เปน แนวทาง
ในการสรางแบบประเมนิ ความพงึ พอใจท่มี ีตอการใชช ุดการสอนแนะแนวอาชีพสาํ หรับนักเรยี นชัน้ มัธยมศึกษา
ปท ี่ 3 โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม เปนแบบมาตรประมาณคา 5 ระดับ

ข้ันตอนท่ี 2 ผูวจิ ยั สรา งแบบประเมินความพึงพอใจท่ีมีตอชดุ การสอนแนะแนวอาชพี ของนกั เรยี น
ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนโนนเจรญิ พิทยาคม จํานวน 8 ชดุ แตล ะชดุ มี 12 ขอ โดยยึดหลักการในการ
ประเมนิ คุณภาพส่ือการเรียนรู ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 ของและยึด
เนื้อหาในชุดการสอน ไดแก เร่ืองที่จะพฒั นา ตวั บง ช้ีกิจกรรมพัฒนาผูเรียน สาระสําคัญ สาระการเรียนรกู ารวัด
และการประเมินผล สื่อการเรียนรู และขน้ั ตอนการสอนแนะแนวอาชีพของนกั เรยี นช้ันมัธยมศึกษาปที่ 3 ในแต
ละกิจกรรม

ข้นั ตอนท่ี 3 ผูวิจยั นําแบบประเมนิ ความพึงพอใจท่ีมีตอ ชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนกั เรียนช้นั
มัธยมศึกษาปท ี่ 3 โรงเรียนโนนเจรญิ พิทยาคม ท่สี รางข้นึ จาํ นวน 8 ชุด แตล ะชุดมี 12 ขอ ไปหาความเทย่ี งตรง
เชิงประจักษ โดยนาํ ไปใหผูเชย่ี วชาญ จํานวน 5 ทาน ตรวจสอบขอ คาํ ถามทีส่ รา งขึน้ ท้งั ดา นเนื้อหาและภาษาที่
ใชใหส อดคลองกับเน้ือหาในชุดการสอน ไดแก เร่ืองท่ีจะพัฒนา นิยามศัพทเฉพาะ จดุ ประสงค สาระสาํ คัญ
สาระการเรียนรู กระบวนการจัดกจิ กรรมการวดั และการประเมนิ ผล สื่อการเรียนรู หลงั จากผเู ช่ยี วชาญ
ตรวจสอบเรยี บรอยแลว นาํ ไปปรับปรงุ แกไขตามขอเสนอแนะของผูเชยี่ วชาญ

ขัน้ ตอนท่ี 4 ผวู ิจยั นําแบบประเมนิ ความพงึ พอใจทม่ี ีตอชุดการสอนแนะแนวอาชพี ของนักเรียนชนั้
มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3 โรงเรียนโนนเจรญิ พทิ ยาคม ที่ปรบั ปรงุ แกไ ขแลวตามขอเสนอแนะของผูเช่ยี วชาญไปทดลอง
กบั นักเรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปที่ 3 ท่ไี มใชกลุมเปาหมาย ผลจากการทดลองใชกบั นกั เรยี นช้ันมัธยมศึกษาปที่ 3 ท่ี
ไมใชกลุมเปาหมาย ผลการทดลอง นกั เรียนสามารถตอบแบบสอบถามท่ีเชอ่ื โยงกับชดุ การสอนได

ขน้ั ตอนท่ี 5 นาํ แบบประเมินความพงึ พอใจท่มี ีตอ ชุดการสอนท่ที ดลองใชแลวมาปรับปรงุ และ
นาํ ไปใชกับกลุม เปาหมาย

ลักษณะของแบบประเมนิ ความพึงพอใจท่ีมีตอชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนกั เรียนชั้น
มัธยมศึกษาปท ี่ 3

แบบประเมนิ ความพงึ พอใจทม่ี ีตอชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 3
โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม เปนขอ ความเกย่ี วกับเรื่องทจ่ี ะพฒั นา จุดประสงค สาระสาํ คัญ สาระการเรียนรู
การวดั และการประเมนิ ผล สอื่ การเรียนรู และกระบวนการจดั กิจกรรมแนะแนวอาชีพของนกั เรียนช้ัน
มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3 ในชุดการสอน มีจาํ นวน 8 ชดุ แตละชดุ มี 12 ขอ ใหนักเรียนทาํ แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ
ทม่ี ตี อ ชุดการสอนแนะแนวอาชพี ของนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนโนนเจรญิ พทิ ยาคม ในแตละชดุ
การสอน

46

ตาราง 1 แสดงตวั อยา งแบบประเมนิ ความความพงึ พอใจท่ีมตี อชดุ การสอนแนะแนวอาชีพ

ตัวอยาง แบบประเมินความพึงพอใจทีม่ ตี อ ชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนักเรยี นช้ัน

มธั ยมศึกษาปท ี่ 3

ชุดการสอนแนะแนวอาชีพ ของนกั เรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3

ช่ือเรื่อง การสํารวจตวั เอง ชอ่ื กจิ กรรม ทกั ษะของฉัน

คําชี้แจง ใหน กั เรียนทําเครื่องหมาย / ลงในชองวางทางขวามือทต่ี รงกับระดับความพึงพอใจของนักเรียน

ระดบั 5 หมายถงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ดุ

ระดับ 4 หมายถึง พอใจในระดับมาก

ระดับ 3 หมายถงึ พอใจในระดับปานกลาง

ระดบั 2 หมายถึง พอใจในระดบั นอ ย

ระดับ 1 หมายถึง พอใจในระดับนอ ยท่ีสุด

ระกับความพึงพอใจ

ขอ การสอนโดยใชช ดุ การสอนแนะแนวอาชีพ มาก มาก ปาน นอ ย นอย

ท่ี ของนกั เรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 3 ทส่ี ุด กลาง ที่สดุ

1 หลังทาํ กจิ กรรมนักเรยี นมีความรูความเขา ใจเกีย่ วกับแนวทาง
ท่ีทาํ ใหนักเรยี นประสบความสําเร็จ

2 เน้ือหาในกิจกรรมสอดคลองกับจดุ ประสงคท ี่มุง พัฒนา
นักเรยี นใหมีวธิ ีการเรียนนนั้ จะนาํ ไปสูความสาํ เร็จ

3 เนื้อหาในกิจกรรมการเรียนเหมาะสมกบั การพฒั นานักเรยี น
ใหมแี นวทางในการปฏิบัติตนที่นําไปสคู วามสาํ เร็จ

4 เวลาท่ีใชเหมะสมกับกิจกรรมการเรยี นและเนื้อหา
5 กิจกรรมเปดโอกาสใหนักเรยี นไดม ีสวนรวมในการแสดงออก

และกลา แสดงความคิดเห็น
6 กจิ กรรม ทักษะของฉนั มุงปลกู ฝง ใหน กั เรียนประพฤติ

ปฏบิ ตั ติ นเปน ผูทปี่ ระสบความสาํ เร็จในชีวติ
7 ขอความในใบความรู ใบงาน อานงาย คําสงั่ ชัดเจน และเขาใจงา ย
8 ส่อื ตา งๆที่ใชในกิจกรรมมีความนา สนใจ และมีความหลากหลาย
9 ใบงานท่ีใหน ักเรียนทําไมย ากเกนิ ไป และสามารถทาํ ไดทนั เวลา

การวัดและการประเมินผลเปนการวดั จากกากระทําของนักเรยี นอยาง
10 แทจริง
11 นกั เรียนมีสวนรว มในกิจกรรมอยา งท่ัวถึง
12 นกั เรยี นสามารถนาํ ความรทู ี่ไดร ับไปใชป ระโยชนได

47

เกณฑก ารแปลผล
เกณฑการแปลผลแบบประเมินความพงึ พอใจท่มี ีตอ ชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียนชัน้
มัธยมศกึ ษาปท ี่ 3 มีดังน้ี (จตุพร ปก เคระกา. 2544 : 32 – 33)
คา เฉลี่ย 4.51 – 5.00 หมายถงึ พอใจกับชดุ การสอนแนะแนวอาชพี ของ

นกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 3 ในระดับมากทสี่ ดุ
คาเฉลยี่ 3.51 – 4.50 หมายถงึ พอใจกับชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของ

นกั เรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 3 ในระดบั มาก
คา เฉลยี่ 2.51 – 3.50 หมายถงึ พอใจกบั ชุดการสอนแนะแนวอาชพี ของ

นกั เรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 3 ในระดับปานกลาง
คา เฉลีย่ 1.51 – 2.50 หมายถงึ พอใจกับชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของ

นักเรยี นช้นั มัธยมศึกษาปที่ 3 ในระดบั นอยพอใจ
คาเฉลี่ย 1.00 – 1.50 หมายถึง พอใจกบั ชุดการสอนแนะแนวอาชีพของ

นักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 3 ในระดับนอยทีส่ ดุ

4. การเกบ็ รวบรวมขอ มูล
รวบรวมขอมูลจากแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปท ่ี 3 โรงเรยี นโนนเจริญ

พิทยาคม ที่มตี อการใชช ดุ การสอนแนะแนวอาชพี หลังจากหมดชั่วโมงการสอน ระหวางเดอื น พฤศจิกายน
พ.ศ. 2561 สิน้ สดุ ในเดือน มกราคม 2562 จากกลมุ ตัวอยางทั้งหมด 102คน ในแตละชุดการสอนแนะแนว
อาชพี เพื่อนํามาประมวลผลและวิเคราะหขอมลู มีขน้ั ตอนดังน้ี

1. หลงั จากนกั เรียนใชช ุดการสอนและตอบแบบประเมนิ ความพึงพอใจทม่ี ีตอชุดการสอนแนะแนว
อาชีพชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่ 3

2. เก็บรวบรวมขอมลู แบบประเมนิ ความพึงพอใจท่มี ีตอชดุ การสอนแนะแนวอาชพี ชนั้ มัธยมศกึ ษา
ปท ี่ 3

3. นําขอมลู มาประมวลผล และดาํ เนินการวิเคราะหข อมูลทางสถิติ เพือ่ หาคา เฉล่ยี และสว น
เบ่ียงเบนมาตรฐาน

5. การจัดกระทําขอมูลและการวิเคราะหขอมูล
ในการวิจัยคร้ังน้ี ผูวิจยั ไดจัดกระทาํ และวิเคราะหข อมลู ดงั น้ี
1. วิเคราะหค วามพงึ พอใจของนกั เรยี นทีม่ ตี อชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียน

ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนโนนเจรญิ พิทยาคม โดยใชคาเฉลี่ย และคาความเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
2. สถิติท่ีใชในการวิเคราะหขอมลู
2.1 รอยละ (Percentage) โดยใชสูตร (บญุ ชม ศรีสะอาด. 2545 : 104)

48

สตู ร P  f 100
N

เมื่อ P แทน รอยละ

F แทน ความถที่ ี่ตองการแปลงใหเปน รอยละ

N แทน จํานวนความถที่ งั้ หมด

2.2 คา เฉลี่ย (Mean) โดยใชสูตร (สมนึก ภทั ทิยธนี. 2546 : 237)

สตู ร _  X
X N

เม่ือ X แทน คา เฉลย่ี

X แทน ผลรวมของคะแนนท้ังหมดในกลุม

N แทน จาํ นวนคนทั้งหมด

2.3 สวนเบีย่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใชสตู ร (บุญชม ศรีสะอาด. 2545 : 106)

สูตร S.D.  NX2  X2
NN 1

เม่ือ S.D. แทน สว นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน

X แทน ผลรวมทงั้ หมดของคะแนน
X2 แทน ผลรวมของคะแนนยกกําลังสองทงั้ หมด
N แทน จํานวนสมาชิกในกลุมนั้น

49

บทที่ 4

ผลการวิเคราะหขอมูล

สัญลักษณท่ีใชในการวเิ คราะหข อมูล
ในการวิเคราะหแ ละการแปลผลการวิเคราะหข อมลู จากการศึกษาคนควาคร้ังนี้ ผูวิจัยกําหนด

สญั ลักษณที่ใชแ ทนความหมาย ดงั ตอไปน้ี
ΣX แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด
n แทน จาํ นวนนักเรียนที่เปนกลุม ตวั อยาง
แทน คา คะแนนเฉลีย่
S.D. แทน คา ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ΣX2 แทน ผลรวมของคะแนนแตละตวั ยกกาํ ลังสอง
(ΣX)2 แทน ผลรวมของคะแนนท้งั หมดยกกําลงั สอง

การวิเคราะหขอ มูล

ในการศึกษาคน ควา ผูวจิ ยั ไดทาํ การวิเคราะหขอมูล ดังน้ี
1. วิเคราะหหาประสทิ ธิภาพของชดุ การสอนแนะแนวอาชพี ของนักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 3
ตามเกณฑ 80/80 โดยใชสูตรการหาคา E1 / E2
2. วเิ คราะหความพึงพอใจของนักเรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 3 ทีม่ ตี อ การเรยี นรูดวยชดุ การสอนแนะ
แนวอาชพี โดยใชส ถิติพืน้ ฐาน

ผลการวิเคราะหขอ มูล

ในการศึกษาคน ควา ครั้งนี้ ผวู ิจยั ไดเ สนอผลการวิเคราะหข อมลู ดงั น้ี
1. วิเคราะหคะแนนจากการทําแบบฝกใบงานของนักเรียนที่มตี อ ชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวอาชพี
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 3 โดยใชคาเฉล่ยี และคาความเบยี่ งเบนมาตรฐาน ดังแสดง ในตาราง 2 และ 3

50

ตาราง 2 คะแนนเฉลยี่ คาสว นเบยี่ งเบนมาตรฐาน และรอยละของคะแนนทีไ่ ดจากการทํา
แบบฝกในชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนกั เรยี นช้นั มัธยมศึกษาปที่ 3

ชุดท่ี คะแนนทไ่ี ด (n=102)

1 ทกั ษะของฉนั คะแนนเต็ม คะแนนรวม X S.D. รอ ยละ
2 บคุ ลิกภาพบอกอาชีพ 15 1325 12.99 0.88 86.60
3 คยุ เฟองเร่อื งอาชพี 10 86.80
4 ทางเดนิ แหงฝน 20 882 8.65 0.82 84.15
5 เรยี นสายอาชีพไวใชเลย 14 81.21
6 สถานศึกษานาสนใจ 20 1716 16.83 0.85 84.35
7 อาชีพในอาเซยี น 10 83.80
8 อาชีพใหมมาแรง 20 1160 11.37 1.15 82.80
10 85.50
รวม 1721 16.87 0.86
84.40
855 8.38 0.85

1689 16.56 0.74

872 8.55 0.87

119 10220 100.2 0.88

จากตาราง 2 พบวา ผลการเรียนรูระหวา งเรียนจากการการทําชดุ การสอนแนะแนวอาชพี ของ
นักเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 3 ทั้ง 8 ชุด มีคะแนนเฉลยี่ รวม เทา กบั 100.20 จากคะแนนเต็ม 119
คะแนน คา สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เทา กับ 0.88 คะแนนเฉลย่ี คดิ เปน รอ ยละ 84.40 แสดงวาชุดการสอน
แนะแนวอาชีพของนักเรียนชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 มปี ระสทิ ธิภาพดา นกระบวนการ (E1) เทากบั 84.40

ตาราง 3 แสดงคาเฉลี่ย คาความเบยี่ งเบนมาตรฐาน และระดบั ความพงึ พอใจของนักเรยี นทมี่ ตี อชดุ การสอน
แนะแนวอาชพี ของนักเรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 3

ขอ รายการชดุ กิจกรรม S.D. รอยละ
1 ทักษะของฉนั 4.01 0.78 80.2
2 บุคลกิ ภาพบอกอาชพี 4.16 0.79 83.2
3 คุยเฟองเรอื่ งอาชีพ 4.17 0.75 83.4
4 ทางเดนิ แหง ฝน 4.18 0.73 83.6
5 เรยี นสายอาชีพไวใชเลย 4.16 0.78 83.2
6 สถานศกึ ษานา สนใจ 4.16 0.76 83.2
7 อาชพี ในอาเซยี น 4.21 0.70 84.2
8 อาชีพใหมมาแรง 4.27 0.69 85.4

รวม 4.17 0.75 83.40

51

จากตาราง 3 พบวา นกั เรยี นมีความพึงพอใจเกย่ี วกบั การใชชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 3 รวมทกุ ชุดแสดงวา มคี ะแนนเฉล่ีย 4.17 คิดเปน รอ ยละ 83.40 แสดงวาประสทิ ธิภาพ
ดานผลลัพธ (E2) เทากับ 83.40 นกั เรยี นพงึ พอใจกบั การใชช ุดการสอนแนะแนวอาชีพของนกั เรียนช้นั
มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3 อยูในระดับมาก และเม่อื พิจารณาเปนรายกิจกรรม ผลการวิจยั พบวา นกั เรียนพึงพอใจกบั
การใชช ุดการสอนแนะแนวอาชีพ กจิ กรรมทักษะของฉัน กิจกรรมบคุ ลกิ ภาพบอกอาชพี กิจกรรมคยุ เฟองเร่ือง
อาชพี กิจกรรมทางเดนิ แหงฝน กิจกรรมเรยี นสายอาชพี ไวใชเลย กิจกรรมสถานศึกษานาสนใจ กิจกรรมอาชีพ
ในอาเซยี น และกิจกรรมอาชพี ใหมม าแรง อยูในระดบั มาก

ตาราง 4 ประสทิ ธิภาพของชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนักเรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 3

ประสิทธิภาพ คะแนนเต็ม X S.D. รอ ยละ
ประสทิ ธิภาพดา นกระบวนการ (E1) 119 0.88 84.40
ประสทิ ธิภาพดานผลลพั ธ (E2) 5 100.2 0.75 83.40

4.17

จากตาราง 3 พบวา นักเรียนมีคะแนนเฉล่ียจากการทาํ ชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนกั เรยี น
ชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 3 มปี ระสิทธิภาพของผลลัพธ (E1/E2) เทากบั 84.40 / 83.40 ซึ่งสงู กวาเกณฑท ่ีตั้งไว

2. วิเคราะหความพงึ พอใจของนกั เรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 3 ทมี่ ตี อการเรียนรูด วยชุดการสอนแนะ
แนวอาชีพ โดยใชส ถิติพืน้ ฐาน

ตาราง 5 ผลการวิเคราะหความพึงพอใจของนกั เรยี นทีม่ ีตอชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนกั เรียนชัน้
มัธยมศกึ ษาปท ่ี 3 รวมทุกขอ และจาํ แนกรายขอ

ขอ รายการกิจกรรม ระดบั ความ
S.D. พึงพอใจ

1 หลังทํากิจกรรมนักเรยี นมีความรูความเขาใจเก่ียวกับแนวทางทีท่ าํ ให 4.29 0.67 มาก
นกั เรียนประสบความสาํ เร็จ 4.17 0.71 มาก
4.18 0.72 มาก
2 เนื้อหาในกิจกรรมสอดคลอ งกับจดุ ประสงคท ่ีมงุ พัฒนานักเรียนใหมี 4.02 0.74 มาก
วิธกี ารเรียนน้นั จะนําไปสูความสําเร็จ

3 เนื้อหาในกิจกรรมการเรียนเหมาะสมกับการพัฒนานักเรียน
ใหม แี นวทางในการปฏิบัตติ นท่นี าํ ไปสคู วามสําเร็จ

4 เวลาที่ใชเหมะสมกบั กิจกรรมการเรียนและเนื้อหา

52

5 กิจกรรมเปด โอกาสใหน ักเรยี นไดม สี วนรวมในการแสดงออก 4.08 0.80 มาก
และกลาแสดงความคิดเห็น
4.19 0.77 มาก
6 กิจกรรมการเรยี น มุงปลกู ฝง ใหน กั เรยี นประพฤตปิ ฏิบัติตนเปน
ผทู ปี ระสบความสาํ เร็จในชีวติ 4.21 0.77 มาก
4.04 0.80 มาก
7 ขอ ความในใบความรู ใบงาน อานงา ย คําสง่ั ชดั เจน และเขาใจงาย 4.11 0.75 มาก
8 สื่อตา งๆที่ใชในกิจกรรมมคี วามนาสนใจ และมีความหลากหลาย
9 ใบงานที่ใหนักเรยี นทาํ ไมยากเกินไป และสามารถทําไดทนั เวลา 4.19 0.75 มาก
4.21 0.75 มาก
การวดั และการประเมินผลเปนการวดั จากกากระทาํ ของนักเรียน 4.31 0.76 มาก
10 อยางแทจริง
11 นักเรียนมสี ว นรวมในกิจกรรมอยางทั่วถึง 4.15 0.75 มาก
12 นักเรียนสามารถนําความรทู ี่ไดรบั ไปใชป ระโยชนไ ด

รวม

จากตาราง 4 พบวา นักเรยี นมคี วามพึงพอใจตอชดุ การสอนแนะแนวอาชพี ของนักเรยี นชัน้
มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3 มีคะแนนเฉลี่ย เทา กบั 4.15 ความพงึ พอใจอยูในระกบั อยูในระดับมาก แสดงวา นักเรยี นเหน็
ดว ยกบั การใชช ุดการสอนแนะแนวเพื่ออาชพี ของนักเรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3 รวมทุกขอ อยใู นระดับมาก
และเมื่อพิจารณาเปน รายขอ ผลการวิจัยพบวา นักเรียนเห็นดวยกับทกุ ขอ ไดแ ก หลังทํากิจกรรมนกั เรยี นมี
ความรูความเขาใจเก่ียวกบั แนวทางทที่ าํ ใหนักเรยี นประสบความสาํ เร็จ เน้ือหาในกิจกรรมสอดคลอ งกับ
จดุ ประสงคท ี่มุงพฒั นานกั เรียนใหมีวิธกี ารเรยี นนั้นจะนําไปสคู วามสาํ เร็จ เนื้อหาในกิจกรรมการเรยี น
เหมาะสมกบั การพัฒนานกั เรียนใหมีแนวทางในการปฏบิ ตั ิตนทีน่ ําไปสูค วามสาํ เรจ็ เวลาที่ใชเ หมะสมกับ
กจิ กรรมการเรียนและเนื้อหา กิจกรรมเปดโอกาสใหนักเรยี นไดม สี วนรวมในการแสดงออกและกลา แสดงความ
คดิ เห็น กิจกรรมการเรียน มุงปลกู ฝง ใหนักเรยี นประพฤติปฏบิ ัตติ นเปนผทู ปี ระสบความสาํ เร็จในชีวิต
ขอ ความในใบความรู ใบงาน อา นงาย คําส่งั ชัดเจน และเขาใจงาย สื่อตา งๆท่ีใชในกิจกรรมมีความนาสนใจ
และมคี วามหลากหลาย ใบงานท่ีใหน กั เรยี นทาํ ไมย ากเกินไป และสามารถทําไดทันเวลา การวดั และการ
ประเมนิ ผลเปน การวดั จากกากระทาํ ของนักเรยี นอยา งแทจรงิ นกั เรียนมสี ว นรวมในกิจกรรมอยางท่ัวถึง
และนักเรยี นสามารถนาํ ความรูท่ีไดรับไปใชประโยชนได การวัดผลและการประเมินผลวาเปน การวัดจากการ
กระทาํ ของนักเรียนอยา งแทจรงิ และการท่ีนักเรียนสามารถนําความรูท ่ไี ดรบั ไปใชประโยชนได อยูในระดับมาก

53

บทที่ 5

สรุปผล อภิปรายผลและขอเสนอแนะ

การวิจยั คร้ังน้ี เปน การศกึ ษาการสรา งชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนกั เรยี นช้ันมัธยมศึกษาปที่ 3
โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม ผูวิจัยไดลําดับข้ันตอนของการวิจยั สรุปผล อภิปรายผล และขอ เสนอแนะ ดงั นี้

วตั ถุประสงคข องการวิจัย
ในการวิจยั คร้ังนีผ้ ูวิจยั ไดตง้ั วัตถปุ ระสงคไวด ังนี้
1. เพื่อสรางชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปที่ 3
2. เพื่อประเมนิ ความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีตอชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนักเรยี นชน้ั
มัธยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรยี นโนนเจรญิ พทิ ยาคม

ความสําคัญของการวิจัย
ผลของการวิจัยในครัง้ นี้ ทาํ ใหไดช ดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนกั เรียนชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรยี น

โนนเจริญพิทยาคม เพื่อเปน แนวทางใหกับครูแนะแนวในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามชดุ การสอน
แนะแนวอาชพี ช้นั มัธยมศึกษาปท ี่ 3 ไดอยา งมีประสทิ ธภิ าพ และกอใหเกดิ ประโยชนตอนักเรยี นมากท่ีสดุ

ขอบเขตของการวิจัย
ในการวิจัยครั้งนี้มขี อบเขตของการวิจัย ดังน้ี
ประชากรและกลุมเปาหมายท่ใี ชใ นการวจิ ยั
ประชากรท่ีใชในการวิจยั คร้ังนี้ เปน นักเรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 ประจําปการศึกษา 2561

โรงเรียนโนนเจริญพทิ ยาคม อําเภอบา นกรวด จังหวัดบุรีรัมย จํานวน 102 คน
กลุมตัวอยา งที่ใชในการวจิ ัย
ประชาการและกลมุ ตัวอยา งเปนกลุมเดียวกนั
ระยะเวลาทใ่ี ชใ นการดําเนนิ การทดลอง
ผูวิจยั ดาํ เนนิ การทดลอง โดยใชชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 3

จํานวน 8 คร้งั ครั้งละ 60 นาที เปนเวลา 8 วนั โดยชัน้ มัธยมศึกษาปท่ี3 หองท่ี 1 ทําการทดลองในวนั อังคาร
เวลา 9.15 – 10.15 นาฬกิ า ช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 3 หอ งที่ 2 ทําการทดลองในวันอังคาร เวลา 8.15 - 9.15
นาฬิกา และช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 3 หองท่ี 3 ทาํ การทดลองในวันพุธ เวลา 13.00 – 14.00 นาฬกิ า โดยผวู ิจยั
เปนผูดําเนินการทดลอง ชวงเวลาของการทดลองอยูระหวาง เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ถงึ เดือนมกราคม
พ.ศ. 2562

54

สมมตุ ฐิ านในการวจิ ยั
นักเรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนโนนเจรญิ พทิ ยาคม มีความพงึ พอใจกบั การใชชุดการสอนแนะ

แนวอาชีพของนักเรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 3 โรงเรียนโนนเจริญพทิ ยาคม อยูในระดบั มาก หลังจากไดรบั การใช
ชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม

เคร่ืองมอื ท่ใี ชใ นการวจิ ัย
1. ชดุ การสอนแนะแนวอาชพี ของนักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 3 โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม
2. แบบประเมินความพึงพอใจของชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 โรงเรยี น

โนนเจรญิ พิทยาคม

การดําเนินการทดลอง
ในการวิจัยคร้งั นี้ ผูวิจยั และคณะ ไดดําเนนิ การทดลอง ดังนี้
1. ผวู ิจัยและคณะ นําชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนกั เรียนชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรยี นโนนเจริญ

พิทยาคม มาดาํ เนนิ การทดลองใชก บั นักเรียนท่ีเปน กลมุ ตัวอยา ง โดยใชช ดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนกั เรียน
ช้ันมัธยมศึกษาปที่ 3 โรงเรยี นโนนเจริญพิทยาคม จาํ นวน 8 ครงั้ คร้ังละ 60 นาที เปนเวลา 8 วัน โดยชน้ั -
มธั ยมศกึ ษาปท ี่3 หองที่ 1 ทาํ การทดลองในวนั อังคาร เวลา 9.15 – 10.15 นาฬิกา ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 3
หองท่ี 2 ทําการทดลองในวันองั คาร เวลา 8.15 - 9.15 นาฬิกา และชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 3 หองที่ 3 ทําการ
ทดลองในวันพธุ เวลา 13.00 – 14.00 นาฬิกา โดยผูวิจยั และคณะ เปนผดู ําเนินการทดลอง ชว งเวลาของการ
ทดลองอยูระหวาง เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ถงึ เดอื นมกราคม พ.ศ. 2562 ข้ันตอนในการใชชดุ การสอน
แนะแนวอาชพี ของนักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 โรงเรียนโนนเจรญิ พิทยาคม มี 4 ขน้ั ตอน ดังนี้

1. ข้นั นาํ เขา สูกิจกรรม ผูวิจัยสนทนากับนกั เรยี นเก่ียวกับขอมลู ดา นการศึกษาและอาชพี
2. ขั้นกิจกรรม ผูวิจยั ช้ีแจงใหน ักเรียนทาํ กิจกรรมตา งๆ ตามข้นั ตอนและกฎกติกาที่ไดระบไุ วในแต
ละกิจกรรม
3. ข้นั สรุปกจิ กรรม ผูวิจัยและนักเรียนรวมกันสรุปถึงประโยชน ความคดิ รวบยอด และหลักการ
สําคญั ที่ไดรับจากการทํากิจกรรมแนะแนว
4. ขั้นประเมินชดุ การสอนกจิ กรรม ผูว ิจยั ใหนักเรียนทาํ แบบประเมนิ ชุดการสอนกิจกรรมแนะแนว
เพ่อื จะไดทราบวานักเรียนพอใจกบั การใชช ดุ การสอนกิจกรรมแนะแนวอยูในระดับใด
2. นําคะแนนท่ีไดจากแบบประเมนิ ชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนักเรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 3
โรงเรยี นโนนเจริญพทิ ยาคม มาวิเคราะหต ามวิธที างสถติ ิตอไป

การวิเคราะหขอมูล
1. วเิ คราะหค วามคิดเห็นของนักเรียนท่มี ีตอชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี

3 โรงเรยี นโนนเจริญพิทยาคม โดยใชคาเฉลย่ี และคา ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน

55

ผลการวเิ คราะหขอมูล
ในการวิจัยคร้ังนี้ ผวู ิจยั ไดส รปุ ผลการวิจัยไดดงั น้ี
1. วิเคราะหความพึงพอใจของนกั เรยี นที่มตี อชดุ การสอนแนะแนวอาชพี ของนกั เรียนชน้ั มัธยมศึกษาป

ที่ 3 โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม รวมทกุ กิจกรรม และจาํ แนกรายกิจกรรม โดยใช คาเฉลีย่ และคาความ
เบีย่ งเบนมาตรฐาน พบวา นกั เรียนมีความพึงพอใจเกี่ยวกับชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนกั เรยี นช้ัน
มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 3 โรงเรยี นโนนเจรญิ พทิ ยาคม รวมทุกกิจกรรม อยูในระดบั มาก แสดงวา นกั เรยี นเหน็ ดวยกบั
การใชชดุ การสอนแนะแนวอาชพี ของนักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนโนนเจรญิ พิทยาคม อยูในระดับ
มาก และเมอ่ื พิจารณาเปนรายกิจกรรม ผลการวิจยั พบวา นกั เรียนมคี วามพงึ พอใจเกีย่ วกับชุดการสอนแนะ
แนวอาชีพของนักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปท ี่ 3 โรงเรยี นโนนเจรญิ พทิ ยาคม รวมทกุ กิจกรรม อยูในระดบั มาก
แสดงวานักเรยี นเห็นดวยกับการใชช ดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนกั เรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรยี นโนน
เจริญพทิ ยาคม อยูในระดับมาก และเมอื่ พจิ ารณาเปนรายกิจกรรม ผลการวิจยั พบวา นกั เรียนเห็นดวยกับการ
ใชช ุดการสอนแนะแนวอาชีพ กจิ กรรมทักษะของฉนั กิจกรรมบุคลิกภาพบอกอาชีพ กิจกรรมคยุ เฟองเรื่อง
อาชีพ กิจกรรมทางเดินแหงฝน กจิ กรรมเรยี นสายอาชีพไวใชเ ลย กิจกรรมสถานศึกษานาสนใจ กิจกรมอาชพี ใน
อาเซยี น และกิจกรรมอาชีพใหมมาแรง อยูในระดับมาก และเม่อื พิจารณาเปน รายขอ ผลการวิจัยพบวา
นกั เรียนมคี วามพึงพอใจเก่ยี วกับชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนโนน
เจริญพิทยาคม รวมทุกขอ อยูในระดบั มาก แสดงวา นกั เรียนเห็นดวยกบั การใชช ดุ การสอนแนะแนวเพื่ออาชีพ
ของนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม รวมทุกขอ อยูในระดบั มาก และเมื่อพิจารณา
เปน รายขอ ผลการวิจยั พบวานกั เรียนเห็นดว ยกับทุกขอ ไดแก หลังทํากิจกรรมนักเรยี นมีความรูความเขาใจ
เก่ียวกับแนวทางทที่ ําใหน ักเรียนประสบความสาํ เร็จ เน้อื หาในกิจกรรมสอดคลองกับจุดประสงคท ่ีมุง พัฒนา
นักเรียนใหมวี ิธีการเรยี นนน้ั จะนําไปสูความสาํ เร็จ เน้ือหาในกจิ กรรมการเรยี นเหมาะสมกบั การพัฒนานกั เรยี น
ใหมีแนวทางในการปฏบิ ัตติ นท่ีนาํ ไปสูความสาํ เร็จ เวลาท่ีใชเหมะสมกับกิจกรรมการเรยี นและเนอื้ หา
กิจกรรมเปด โอกาสใหน ักเรียนไดม สี วนรวมในการแสดงออกและกลา แสดงความคิดเห็น กิจกรรมการเรียน มงุ
ปลูกฝงใหนักเรียนประพฤตปิ ฏิบัตติ นเปนผูท ีประสบความสําเร็จในชีวิต ขอความในใบความรู ใบงาน อา นงาย
คําสัง่ ชดั เจน และเขาใจงาย สื่อตา งๆท่ีใชในกิจกรรมมีความนาสนใจ และมีความหลากหลาย ใบงานท่ีให
นักเรียนทําไมย ากเกินไป และสามารถทําไดทนั เวลา การวัดและการประเมินผลเปนการวัดจากกากระทาํ ของ
นักเรียนอยา งแทจริง นักเรยี นมสี ว นรวมในกิจกรรมอยางท่ัวถึง และนกั เรียนสามารถนาํ ความรูท่ไี ดรบั ไปใช
ประโยชนได การวดั ผลและการประเมินผลวาเปน การวัดจากการกระทาํ ของนักเรียนอยา งแทจริง และการท่ี
นกั เรยี นสามารถนําความรทู ่ีไดร บั ไปใชป ระโยชนได อยูในระดบั มาก

การอภิปรายผล
1. จากการวิเคราะหช ุดการสอนแนะแนวอาชพี ของนกั เรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปท ่ี 3 ผวู ิจัยและคณะได

ศึกษาทฤษฎีการเลอื กอาชีพของฮอลแลนด และศึกษาหลกั การและงานวิจัยที่เกย่ี วของกับชดุ การสอนแนะแนว
อาชพี แลวนํามากาํ หนดหัวขอเรือ่ งที่จะพัฒนาเพ่ือใหช ดุ การสอนมีเน้อื หาท่คี รอบคลุมสําหรับการจัดกิจกรรม
การเรียนการสอนแนะแนวอาชีพของนักเรยี นช้นั มัธยมศึกษาปท ่ี 3 โดยชุดการสอน มีเนื้อหาสอดคลอ งกับ

56

จุดประสงคข องการวิจัย ประกอบดวยคําชแ้ี จงการใชชุดการสอน คูมือครู คูมือนักเรียน โดยยึดแนวคิดทฤษฎี
การเลือกอาชีพของฮอลแลนด เสนอใหผ ูเชีย่ วชาญจาํ นวน 5 ทาน ตรวจสอบหาความเท่ียงตรง จนไดชดุ การ
สอนทม่ี คี ุณภาพสามารถนาํ มาใชได

2. จากการวิเคราะหค วามพงึ พอใจของนกั เรยี นท่ีมตี อชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนกั เรียนชัน้
มธั ยมศึกษาปท ี่ 3 โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม ท่ีไดจากการทําแบบประเมนิ ความพึงพอใจท่ีมีตอ ชุดการสอน
แนะแนวอาชพี ของนักเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 3 โรงเรียนโนนเจริญพทิ ยาคม โดยหาคา เฉล่ยี และคาความ
เบ่ยี งเบนมาตรฐาน รวมทกุ กิจกรรม พบวา คาเฉลยี่ เทา กบั 4.17 และคา ความเบยี่ งเบนมาตรฐานเทา กับ 0.75
ซึ่งอยูในระดบั มาก แสดงวา นกั เรียนพึงพอใจเปน อยางมากวาหลงั รว มกิจกรรมการใชช ดุ การสอนแนะแนว
อาชพี ของนักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปท ี่ 3 โรงเรยี นโนนเจริญพทิ ยาคม นักเรยี นสามรถบอกความสนใจในอาชีพท่ี
ตนเองได สามารถกําหนดเสนทางการศกึ ษาตอเพ่ือใหต นเองประสบความสาํ เร็จในอาชพี ทีส่ นใจได ทง้ั น้ี
เนื่องมาจากกิจกรรมในชุดการสอนสอดคลองกบั จุดประสงคแ ละเนื้อหา โดยเปด โอกาสใหนกั เรยี นไดม ีสวนรวม
ในกิจกรรมการเรยี นดวยตนเอง มอี สิ ระในการแสดงความคดิ เหน็ มบี รรยากาศในการเรียนการสอนแบบเปน
กันเองและยอมรบั ซง่ึ กนั และกนั เกดิ การใฝรูและใหความรวมมือในการทํากิจกรรม และกิจกรรมท่ีจดั ข้ึนเปน
เร่ืองที่ใกลตัวนักเรียน นักเรียนสามารถนําไปพฒั นาปรบั ปรุงตนเอง และนาํ ไปใชในชวี ิตประจําวนั และใน
อนาคตได ซงึ่ สอดคลองกบั มาลี จฑุ า (2544 : 116) กลาววา ควรจัดการเรียนการสอนใหน กั เรยี นไดมีสวนรวม
ในการคิด คือ เปด โอกาสใหนักเรียนไดพดู และแสดงความคดิ เห็น เพ่ือสง เสริมการคดิ เปน ทาํ เปน และ
แกปญหาเปน อกี ท้ังในการจัดกจิ กรรมผูวจิ ยั ไดใชเทคนิคท่ีหลากหลายไดแ ก การอภปิ รายกลุม การอภิปราย
แบบซกั ถามทัง้ ชัน้ กรณตี ัวอยาง กรณีศึกษา บทบาทสมมติ เกมการศกึ ษา ซง่ึ ทําใหนกั เรียนมีความสนใจในการ
ทาํ กิจกรรมเปน อยางดี โดยเฉพาะเทคนิคเกมการศึกษานักเรยี นใหความสนใจมากที่สุด เพราะเปนกิจกรรมที่มี
ความสนกุ สนาน มีบรรยากาศในการรว มกิจกรรมแบบเปน กันเอง ทาํ ใหเกดิ ความสนทิ สนมคุน เคย และได
ปฏิบตั ิกิจกรรมอยางเตม็ ท่ที ุกคนซึ่งสอดคลอ งกับ จาํ เนียร โชตชิ ว ง (2527 : 12) ไดเสนอแนะวา ชดุ การแนะ
แนวสามารถใชเทคนิคการสอนตา งๆ มาประกอบการเรยี นการสอน เพ่ือใหผ ูเรียนเกิดความสนกุ กระตนุ ให
ผูเรยี นเกิดการเรียนรู เขาใจตนเอง เขา ใจผูอืน่ ตลอดจนปลูกฝง นิสยั เจตคติ ความคดิ ริเร่ิมสรางสรรคตา งๆ ไป
ดวย ดงั นั้นจงึ ทําใหนักเรียนพอใจกบั การใชชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี 3 ทกุ
กิจกรรมอยใู นระดบั มาก ซ่ึงสอดคลองกบั สรรเสริญ หุน แสน (2547 : 136 – 137) ไดศ กึ ษาการสรา งชดุ การ
สอนกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาความสามารถทางสังคมของนกั เรยี นชว งชั้นที่ 4 โรงเรยี นวดั ทรงธรรม จงั หวัด
สมุทรปราการ จํานวน 17 ชุด โดยใชส ตู รการหาคาเฉล่ยี และคาความเบย่ี งเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบวา
นักเรียนเหน็ ดว ยกับการใชชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวเพ่ือพฒั นาความสามารถทางสังคมของนักเรยี นชวงชน้ั
ที่ 4 รวมทุกกิจกรรมอยูในระดบั มากจากการศกึ ษาคนควาครั้งน้ี แสดงใหเห็นวาชุดการสอนแนะแนวอาชีพของ
นักเรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 3 สามารถพฒั นากระบวนการเรียนรูในดานการศึกษาและอาชีพไดมากขึ้นและเปน
สง่ิ ทกี่ ระตนุ ใหนักเรียนคดิ เปน ทําเปน และแกป ญ หาเปน และมกี ารเตรียมความพรอมในการศกึ ษาตอและ
ประกอบอาชีพในอนาคตตอไป

57

ขอเสนอแนะ
1. ขอ เสนอแนะทว่ั ไป
1.1 ในการใชชดุ การสอนแนะแนวอาชพี ของนักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 3 โรงเรียนโนนเจริญพทิ ยาคม

ผสู อนควรศึกษาคําช้ีแจง คมู ือครู คมู อื นักเรียน วิธีใชส อื่ และอุปกรณการสอนอีกทง้ั ควรจดั เตรยี มสื่อ อปุ กรณ
ใบงาน ใบความรู จัดสถานท่ีและเตรยี มตัวใหพ รอมกอ นสอนทุกครัง้

1.2 ในการใชชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียนชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 3 โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม
ผสู อนสามารถปรับเปล่ียนเน้ือหา สือ่ และอปุ กรณในการสอน ใหเหมาะสมกับ สถานที่ เวลา และสภาพของ
ผเู รียน

1.3 ในการใชชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 3 โรงเรียนโนนเจรญิ พิทยาคม
ผูสอนควรดูแลนักเรียนอยา งใกลช ดิ ทกุ กลมุ เพ่ือกระตุนใหนกั เรยี นกลา แสดงออก กลา แสดงความคิดเหน็ และ
แลกเปลยี่ นประสบการณก ับเพ่ือนกลมุ อ่นื ๆ ไดอยา งเหมาะสม

1.4 ในการใชชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 3 โรงเรยี นโนนเจริญพทิ ยาคม
ผูสอนควรใหนักเรียนชว ยกันสรุปถึงประโยชนข องแตละกิจกรรม เพื่อทนี่ ักเรยี น สามารถนาํ ไปปรับใชใน
ชวี ิตประจําวนั ได

2. ขอเสนอแนะในการวจิ ัยคร้ังตอ ไป
2.1 ควรสรางชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียนช้ันอ่ืนๆ เพ่มิ เติม ใหม ีเทคนคิ กระตุนการเรยี นรูที่
หลากหลาย แปลกใหม ทนั สมยั เหมาะสมกับความสนใจของผูเรยี น
2.2 ควรจัดทาํ ใบงานและใบความรูใหมคี วามนาสนใจมากขึ้น โดยอาจใชรปู ภาพตา งๆ มาเปน
สวนประกอบของใบงานและใบความรู เพ่ือนักเรยี นจะไดไมรสู กึ เบ่ือหนายที่จะตองปฏิบตั ิตามคําชแ้ี จงในใบ
งานและการศกึ ษาเน้ือหาในใบความรู
2.3 ในการใชชุดการสอนแนะแนวอาชพี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 3 ผสู อนควรมีการตดิ ตาม
ประเมินผล เพ่ือนําขอมลู มาพัฒนาปรับปรุงในการวิจัยคร้ังตอไป
2.4 การหาประสิทธิภาพของชดุ การสอนกิจกรรมแนะแนว และควรมแี บบฝกหัดกอนเรยี นและหลงั
เรยี นใหน ักเรยี นทํา เพื่อจะไดทราบวา หลังจากเรียนกิจกรรมแนะแนวแตละกิจกรรมไปแลว นกั เรียนจะมกี าร
พฒั นาดา นการศึกษาและอาชีพเพม่ิ ข้นึ มากนอยเพียงใด

58

บรรณานุกรม

59

บรรณานุกรม

กรมวิชาการ, กระทรวงศึกษาธิการ. (2537). คูมอื การจดั กิจกรรมแนะแนว เลม 1 : การจัดกิจกรรม
คาบแนะแนวตามหลักสูตรมธั ยมศึกษา. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพการศาสนา.

กรรณิการ จนั ทรแกว. (2538). ความพึงพอใจของประชาชนตอ ระบบและกระบวนการใหบริการของ
กรุงเทพมหานคร : ศกึ ษาเฉพาะกรณสี ํานักงานเขตประเวศ. คนควา อสิ ระ พัฒนบริหารศาสตร
มหาบณั ฑติ สาขาวชิ าพฒั นาสังคม, คณะพัฒนาสังคม สถาบันบัณฑติ พัฒนบริหารศาสตร.

กลั ธมิ า เหลืองอราม, นิธิวดี เหลืองออน และปญญา มนั่ บํารุง. (2545). ความพงึ พอใจของลกู คา

ตอการใหบริการ ณ จุดรบั ฝาก - ถอนของธนาคารพาณชิ ยไ ทย ในเขตกรุงเทพมหานคร. การศึกษา

คน ควาอิสระการจัดการมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าการตลาด, วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหดิ ล.

-----------. (2542). พระราชบญั ญตั กิ ารศึกษาแหง ชาติ พุทธศักราช 2542. กรุงเทพฯ :โรงพมิ พ
คุรุสภาลาดพรา ว.

กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2552). หลักสตู แกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551. กรงุ เทพฯ :
โรงพิมพช ุมนุมสหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย.

กลั ญา กรธี าธร. (2545). การสรา งชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวการศึกษาตอสาํ หรับนกั เรียน
ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 3 โรงเรียนคงคาราม จังหวัดเพชรบรุ ี. สารนิพนธ กศ.ม. (จติ วิทยา
การแนะแนว). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ. ถา ยเอกสาร.

คมเพชร ฉัตรศุภสกลุ . (2521). การแนะแนวเบ้ืองตน . กรงุ เทพฯ: ภาควชิ าการแนะแนวและ
จิตวทิ ยาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมิตร.

จตุพร ปก เคระกา. (2544). ความคดิ เหน็ เกยี่ วกับการใชระบบเครือขายอนิ เตอรเนต็ ในการเรียนการสอนของ
นักเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลายโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย. วิทยานิพนธป ริญญาการศกึ ษา
มหาบัณฑิต. สาขาวชิ าการตลาด บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ ประสานมิตร.

จําเนยี ร โชติชวง. (2527). การฝก ภาคปฏบิ ัติทางการแนะแนวและใหคําปรึกษา. กรุงเทพฯ :
สาํ นกั พิมพรงุ ศลิ ปก ารพิมพ.

เจียรนยั ทรงชัยกลุ . (2533). การจดั งานแนะแนวของสถานศกึ ษาเพื่อสง เสริมพฒั นาการทาง
อาชีพของนักเรยี น. ในเอกสารการสอนชุดวชิ าหลักและระบบงานแนะแนวในสถานศึกษา
เลม 2 หนวยท่ี 10. นนทบรุ ี : สาขาวิชาศึกษาศาสตร มหาวทิ ยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธิราช.

เจียรนัย ทรงชัยกลุ และ จิตรตรี เนตรหนิ . (2545). แนวคิดในการพฒั นากิจกรรมแนะแนวใน
ประมวลสาระชดุ วชิ าการพัฒนาเครื่องมอื และกจิ กรรมแนะแนวหนวยท่ี 9 – 5. หนา
140 – 142. นนทบรุ ี : สาขาวิชาศึกษาศาสตร มหาวทิ ยาลัยสุโขทยั ธรรมาธิราช.

ฉลองชัย สขุ วัฒนบูรณ. (2538). การเลือกและการใชส่อื การสอน. กรงุ เทพฯ : คณะศกึ ษาศาสตร
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.

ชัยยงค พรหมวงศ. (2523). การประเมินผลส่ือการสอน. เอกสารการสอนชุดวิชาสื่อการสอนระดับ
มัธยมศกึ ษา หนว ยที่ 11 – 15. กรุงเทพฯ : โรงพิมพส ามเจริญพานชิ .

60

ธีรศักดิ์ ลิขิตวฒั นเศรษฐ. (2545). การหาประสิทธิภาพของสอื่ บางประเภท : ครูสบายเม่ือใชสอ่ื .
หนวยศึกษานิเทศก กรมสามัญศกึ ษา เขตการศกึ ษา 5. ถา ยเอกสาร.

นพพร พานชิ สขุ . (2522). คมู ือการฝกสอน (ED 413). กรุงเทพฯ : คณะศึกษาศาสตร
มหาวทิ ยาลัยรามคําแหง.

นวลศิริ เปาโลหิต. (2530). พัฒนาการทางอาชีพ. พมิ พครัง้ ที่ 2. กรุงเทพฯ : โรงพิมพแสงจันทร.
บญุ ชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจยั เบ้อื งตน . พมิ พค รัง้ ท่ี 7. กรงุ เทพฯ : สุวีริยาสารน.
บุญเกอ้ื ควรหาเวช. (2529). นวัตกรรมการศึกษา. กรุงเทพฯ : ภาควิชาเทคโนโลยีทางการศึกษา

มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ บางเขน.
เปร่ือง กุมุท. (2518). ชุดการสอน. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ
ประดินนั ท อปุ รนยั . (2545). แนวคดิ เกย่ี วกับกิจกรรมและเครื่องมือแนะแนวในเอกสารการสอน

ชดุ วชิ า กิจกรรมและเคร่ืองมอื แนะแนว หนวยที่ 1 – 8 หนา 1 – 39. นนทบุรี :
มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช.
ประภาพร สขุ พูล. (2544). การพฒั นาแผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูกลุมการงานพื้นฐานอาชพี .
กศม. มหาสารคาม. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ปราการ กองแกว. (2546). การเปรยี บเทียบความพึงพอใจของผบู ริโภคทมี่ ีตอปจจัยสวนประสม
ทางการตลาดตอผูผลติ สขุ ภณั ฑร ายใหญ : กรณีศึกษาเฉพาะในเขตกรงุ เทพมหานคร
วทิ ยานิพนธบริหารธุรกจิ มหาบัณฑติ สาขาวชิ าบริหารธุรกิจ, บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธิราช.
พนม ล้ิมอารีย. (2533). การแนะแนวเบ้อื งตน . กรุงเทพฯ : โรงพิมพโอเดยี นสโตร.
พรเพชร โคตรสิงห. (2542). ประสบการณวิชาชีพการแนะแนว. นนทบุรี : มหาวิทยาลยั
สโุ ขทัยธรรมาธิราช.
พล แสงสวาง. (2529). อาชพี ศึกษาและแนะแนวอาชพี . ปต ตานี : โครงการผลติ ตํารา
มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร วทิ ยาเขตปต ตานี.
ภษู ติ สายก้ิมซวน. (2550). ความพึงพอใจของประชาชนตําบลเจะบลิ ังท่ีมีตอการใหบ ริการประปาหมูบาน
ขององคการบริหารสวนตําบลเจะบิลงั อําเภอเมือง จังหวดั สตูล. การศึกษาอิสระรัฐประศาสนศาสตร
มหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการปกครองทองถ่นิ , วิทยาลยั การปกครองทองถิน่ มหาวิทยาลยั ขอนแกน.
มาลัยพร บุตรด.ี (2557). ผลการใชก ิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาการวางแผนอาชีพของนักเรยี นช้นั มัธยม
ศึกษาปที่ 4 โรงเรียนอัสสมั ชัญธนบุร.ี วทิ ยานิพนธ ศกึ ษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนศึกษา
มหาวิทยาลยั ศิลปากร.
มาลี จุฑา. (2544). การประยุกตจิตวิทยาเพื่อการเรียนรู. กรงุ เทพฯ : ทพิ ยวสิ ทุ ธิ์.
รังสรรค ฤทธ์ิผาด. (2550). ความพงึ พอใจของประชาชนตอการจัดการมลู ฝอยของเทศบาล ตาํ บลแสงสวาง
อําเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี. การคน ควาอสิ ระวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหาร
จัดการสิง่ แวดลอ ม, บณั ฑิตวิทยาลัย มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม.

61

รววี รรณ ชนิ ตระกลู . (2537). หลักการแนะแนว. กรุงเทพฯ : ภาพพิมพ.
วรวิทย หงวนศิริ. (2540). ความพงึ พอใจของลูกคาตอ การใหบรกิ ารหลงั การขายรถยนต : ศกึ ษาเฉพาะกรณี

ศูนยบ ริการเบนซน วมนิ ทร(สขุ าภิบาล1). ภาคนิพนธการจัดการและการพฒั นาสงั คมมหาบัณฑิต
สาขาวชิ าการจัดการและการพัฒนาสังคม, คณะพัฒนาสังคม สถาบนั บัณฑติ พฒั นบริหารศาสตร.
วัชรี ทรัพยม ี. (2531). การแนะแนวในโรงเรียน. พิมพครัง้ ที่ 3. กรุงเทพฯ : โรงพิมพไทยวัฒนาพานิช.
วัลภา ชายหาด. (2532). ความพึงพอใจของประชาชนที่มตี อบริการสาธารณะดานการรักษา ความสะอาดของ

กรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชิ ารัฐประศาสนศาสตร, บณั ฑติ

วทิ ยาลัย จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลัย.

วิชยั วงษใหญ. (2525). พัฒนาหลักสตู รและการสอน – มติ ิใหม. พมิ พครงั้ ที่ 3. กรุงเทพฯ :
โรงพิมพโอเดียนสโตร.

วิเชียร สคุ ันธี. (2537). การศึกษาประสทิ ธิภาพของชดุ การสอนเขียนยอ ความ ชน้ั ประถมศึกษา
ปท่ี 4. ปริญญานพิ นธ กศ.ม. (การประถมศึกษา). กรุงเทพฯ : บณั ฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ. ถายเอกสาร.

วิรุฬ พรรณเทว.ี (2542). ความพงึ พอใจของประชาชนตอการใหบ ริการของหนวยงาน กระทรวงมหาดไทยใน

อาํ เภอเมือง จังหวดั แมฮ อ งสอน. วทิ ยานิพนธศ ึกษาศาสตร มหาบัณฑติ สาขาวิชาบริหารการศึกษา,

บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั เชยี งใหม.

ศิริลักษณ วัฒนศิริ. (2545). การสรางชดุ การสอนกิจกรรมแนะแนวดา นอาชพี สาํ หรบั นกั เรียนชั้น
มธั ยมศึกษาปท ่ี 3 โรงเรยี นปญ ญาวรคณุ กรงุ เทพมหานคร. ปริญญานิพนธ กศ.ม.
(จติ วิทยาการแนะแนว). กรงุ เทพฯ : บัณฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ.
ถายเอกสาร.

ศิริพงศ พฤทธิพันธุ และพยตั วุฒิรงค. (2547). ปจจยั ท่ีสง ผลตอ ความพึงพอใจของลกู คา ทีม่ ตี อ

คอนกรีตผสมเสร็จซีแพค. จุฬาลงกรณวารสาร, 16 (62), หนา 54 -79. 70

สมร ทองดี (2533). การแนะแนวกับการพฒั นาสุขภาพอนามยั . กรุงเทพฯ : โรงพิมพ
มหาวทิ ยาลยั สุโขทัยธรรมาธิราช.

สมร ทองดี และ ปราณี รามสูตร. (2545). แนวคดิ ในการพัฒนากิจกรรมแนะแนว ในประมวล
สาระชดุ วชิ าการพฒั นาเคร่อื งมอื และกิจกรรมแนะแนว หนว ยที่ 9 – 15. นนทบุรี : โรงพิมพ
มหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธิราช.

สมร ทองดี และวารุณี บญุ ประกอบ. (2545). แนวคิดในการพฒั นากิจกรรมแนะแนว ในประมวล
สาระชุดวิชาการพฒั นาเครือ่ งมือและกิจกรรมแนะแนว หนว ยท่ี 9 – 15. นนทบุรี : โรงพิมพ
มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธิราช.

สมจติ ร เพชรผา. (2544). การพัฒนาชุดการสอนเพื่อสงเสริมความสามารถในการแกป ญหาในการ
แกป ญ หาคณิตศาสตร แบบฮิวริคสติก เร่ือง สมการและอสมการเชิงเสน ตัวแปร ระดบั ชัน้
มัธยมศกึ ษาปที่ 3. ปริญญานิพนธ กศ.ม. (การมัธยมศึกษา). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวทิ ยาลัย
มหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถา ยเอกสาร.

62

สมนึก ภัททยิ ธนี. (2546). การวัดผลการศึกษา. พิมพครั้งที่ 4. กาฬสนิ ธุ : ประสานการพิมพ.
สรรเสริญ หนุ แสน. (2547). การสรางชดุ การสอนกิจกรรมแนะแนวเพ่ือพัฒนาความสามารถทาง

สงั คมของนักเรยี นชวงชั้นท่ี 4. ปรญิ ญานิพนธ กศ.ม. (จติ วิทยาการแนะแนว). กรุงเทพฯ :
บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ. ถายเอกสาร.
สาโรช ไสยสมบัต.ิ (2534). ความพึงพอใจในการท างานของครูอาจารยโรงเรยี นมัธยมศึกษาสังกัด
กรมสามญั ศกึ ษา จังหวัดรอยเอด็ . วทิ ยานพิ นธการศึกษามหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการบรหิ าร การศึกษา,
บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ มหาสารคาม.
สกุ ัลยา พรหมเอ้ือ. (2550). การสรา งชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนากา นการศึกษาและอาชพี
ของนักเรยี นชว งชัน้ ท่ี 3. สารนิพนธ กศ.ม. (จติ วิทยาการแนะแนว) กรุงเทพฯ : บณั ฑิตวิทยาลยั
มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ.
สทุ ธชิ าติ อาํ มาตยหิน. (2543). ความพึงพอใจของเกษตรกรในการบรกิ ารตลาดกลางการคา ผลติ ผลเกษตร
ประจําตาํ บลในจงั หวดั อดุ รธานี. วทิ ยานพิ นธเกษตรศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวิชาสงเสรมิ การเกษตร,
บัณฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยขอนแกน .
สุรยิ ะ วิรยิ ะสวสั ด์.ิ (2530). พฤติกรรมการใหบ ริการของเจาหนาท่ีองคการราชการกับปจจยั สภาพแวดลอม
ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสนิ ธุ. วิทยานพิ นธรัฐศาสตรม หาบัณฑิต สาขาวชิ าบริหารรัฐกิจ, บัณฑิต
วิทยาลยั มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร.
สวุ ดี เมอื งสุข. (2546). การพัฒนาชดุ การสอนทักษะการฟง – พูด สําหรับนกั เรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษา
ปท ี่ 2. ปรญิ ญานิพนธ กศ.ม. (เทคโนโลยกี ารศึกษา). กรุงเทพฯ : บณั ฑติ วิทยาลัย
มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ. ถายเอกสาร.
สุวทิ ย มูลคํา. (2549). การเขียนแผนการจดั การเรียนรูที่เนนการคิด.กรุงเทพฯ.
ลําลี รักสทุ ธิ. (2546). คมู ือการเขียนแผนกาจดั กาเรยี นรูตามเกณฑใหมของ กค. กรุงเทพฯ : พัฒนศึกษา
สําเนา ขจรศิลป. (2538). มิติใหมข องกิจการนักศกึ ษา 1 – 2. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพมหาวิทยาลยั
เกษมบัณฑิต.
เสาวนยี  สิกขาบัณฑติ . (2528). เทคโนโลยีทางการศึกษา. กรงุ เทพฯ : ภาควชิ าครศุ าสตร
เทคโนโลยี คณะครุศาสตรอุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลา
พระนครเหนือ.
โสมาวดี โอภาโส. (2542). การศึกษาผลการใชชุดการสอน วิชาภาษาอังกฤษเสริมทักษะ
ชั้นมัธยมศึกษาปท ่ี 2. ปริญญานิพนธ กศ.ม. (เทคโนโลยีการศึกษา). กรงุ เทพฯ :
บัณฑิตวทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ. ถายเอกสาร.
อรอนงค ธัญญะวนั . (2539). การแนะแนว. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพโอเดยี นสโตร.
อุษา เจรญิ ไวย. (2531). การแนะแนวอาชพี . เลย : ภาควชิ าจิตวิทยาและการแนะแนว
คณะวชิ าครุศาสตร สหวิทยาลยั อีสานเหนือ วิทยาลัยครูเลย.

63

Aday, L. A. & Anderson, R. (1975). Acess to Medical Care. Ann Arbor, Michigan: Health

Administration Press.

Ashby, Sir Eric. (1972). The Fourth Revelations Instructional Technology in Higher
Edocation. New York : McGraw – Hill.

Davis, K. (1967). Human Relation at Work: The Dynamic of Organizational Behavior.

New York: McGraw - Hill.

Duan, J.E. (1973). Individualized Instructional Programs and Materials. New Jersey :
Englewood Cliffs Company.

Durgin, Rodney Wayne. (1974, November). “A Model of Managing Career Guidance
Program in Secondary of Ohio”, Dissertation Abstracts International. 35 (5) :
2674 – A.

Gibson, Robert L. (1980, July). Teacher Opinion of High School Guidance Program.
The Personal And Guidance Journal. 44 : 416 – 422.

Guilford, J. P. (1954). Psychometric Methods. New York: McGraw-Hill.
Ginzberg, Eli. (1951). “Occupational Choices” An Aproach to a General Theory.

New York : Columbia University Press.
Good, Carter Victor. (1973). Module on O – A. Florida : Florida Department of

Education.
Holland, John L. (1973). Making Vocational Choice : A Theory o Career. New jersey

Prentice Hall.
Kemp and Dayton. (1985). Physical Education : Foundation. New York : Rinchart and

Winston, Inc.
Kepfer, Philip and Miriam. (1972). Introduction to Learning Package, Learning Package

In American Education. Pp. 3 – 10. New Jersey : Educational Technology
Publications Englewood Cliffs.
Linton, Ralph. (1945). The Cultural Background of Personality. United States of America:
Appleton-Century-Crofts, Educational Devision, Meredith Corporation, p. 77
Maslow, A. H. (1970). Motivation and Personality. New York : Harper & Row.
Miller Carroll H. (1976). Foundation of Guidance. New York : Harper and Row Publisher.
Murray, Henry H. (1938). Explorations in Personality. New York : Oxford University Press.
Myers, E. George. (1941). Principles and Techniques of Vocational Guidance.
New York : McGrew – Hill Co., 377p.
Parasuman, A., Zeithamal, V. & Berry, L. L. (1994). Aconceptual Model of Service Quality and

Its Implications for Future Research. Journal of Marketing, 49, pp. 41 - 50.

64

Shelly, D. F. (1995). Tackling family member compensation. American Printer, 215, p. 2.
Super, D.E. and J.B. Martin. (1953). Occupational Psychology. London : Tawistack

Publication, Ltd.
Vroom, V. H. (1990). Manage people not personnel: Motivation and performance appraisal.

Boston: Harvard Business School Press.
Youngue, Toddy. ; & Burton. (1981). The Effect of Didactic Classroom Instruction

Versus Field Exposure on Career Maturity. Journal of Vocation Behavior.

ภาคผนวก

ภาคผนวก ก

ชุดการสอนแนะแนวอาชีพสําหรับนกั เรยี นชั้นมัธยมศึกษาปท ี่ 3
โรงเรยี นโนนเจรญิ พทิ ยาคม

ธนา สาํ รวมจิตร และคณะ

งานวจิ ัยน้ีไดร ับทุนอุดหนุนการวิจัย
จากสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ในโครงการวิจัยและพัฒนานวตั กรรมแลกเปา สพฐ. ปงบประมาณ 2561

68

ชุดการสอนแนะแนวอาชีพ สาํ หรบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 3
ภาคเรียนท่ี 2 ปการศึกษา 2561
ชดุ ท่ี 1
เรื่อง การสํารวจทักษะทางอาชพี

ช่อื เรื่อง การสํารวจทักษะทางอาชีพ
ช่อื กิจกรรม ทักษะของฉัน
เทคนคิ 1. กรณีตวั อยา ง
2. การอภิปราย
เวลา 1 ชั่วโมง

จุดประสงค
1. เพื่อใหนักเรียนรูจักสํารวจทกั ษะของตนเองจากกิจกรรมที่ชอบ
2. เพ่ือใหนักเรียนมแี นวทางในการตัดสินใจเลือกอาชีพไดอยางถกู ตอง

สวนประกอบในชุดการสอน
1. คาํ ช้แี จง
1.1 การเตรียมตัวของครู
1.2 การจัดกิจกรรม “ทักษะของฉนั ”
1.3 บทบาทของครู
1.4 สอื่ การเรียนรู
2. คมู ือครู
2.1 สาระสาํ คญั
2.2 จดุ ประสงค
2.3 สาระการเรยี นรู
2.4 กระบวนการจัดกิจกรรม
2.5 การวัดและการประเมนิ ผลงาน
2.6 แหลงความรู
2.7 ส่ือการเรยี นรู
3. คูมือนกั เรียน
3.1 ขนั้ ตอนการดําเนนิ กิจกรรม “ทักษะของฉนั ”
4. ส่อื และอปุ กรณการสอน

69

4.1 ใบงาน เร่ือง แบบสํารวจทกั ษะของฉัน
4.2 กรณีตัวอยาง เรื่อง สองพ่ีนอ ง
4.3 แบบประเมินชดุ การสอนกจิ กรรมแนะแนว จากกิจกรรมทกั ษะของฉนั

คาํ ชี้แจง

1. การเตรียมตัวของครู

1.1 กอ นสอนครูตองอานและทาํ ความเขาใจคําชแ้ี จงในการใชชุดการสอน คมู ือครู และคูมือนักเรียน
1.2 ครตู องเตรยี มสื่อการเรียนการสอนใหพรอมและปฏิบตั ิตามคมู ือ โดยยดึ คูมือครูเปนหลักในการ
ดาํ เนินการสอน

2. การจัดกิจกรรม

ชุดการสอนแนะแนวอาชีพ เร่ือง การสํารวจทักษะทางอาชีพ โดยใชกจิ กรรม ทกั ษะของฉนั

3. บทบาทของครู

3.1 ครูชแ้ี จงการเรียนดวยชุดการสอนแนะแนวอาชีพเรื่อง การสํารวจทักษะทางอาชีพ โดยใชกจิ กรรม
ทกั ษะของฉัน

3.2 ดําเนนิ การสอนแนะแนวอาชีพ เรอ่ื ง การสาํ รวจทักษะทางอาชีพ โดยใชกิจกรรม ทกั ษะของฉนั
ตามลาํ ดบั ดงั น้ี

3.2.1 ครูเลากรณตี ัวอยาง เร่ือง สองพี่นอง ใหนักเรียนฟง พรอมทัง้ สนทนาซักถามเกี่ยวกบั กรตัวอยา ง
ที่ไดฟง

3.2.2 ครูใหนักเรยี นชว ยกนั สรปุ ขอคิดที่ไดจากกรณีตัวอยา ง เร่ือง สองพนี่ อง
3.2.3 ครูและนักเรียนรวมกนั อธิบายความหมายของคําวา ทกั ษะ
3.2.4 ครูใหน ักเรียนแตล ะคนบอกทักษะหรือความสามารถของตนเองมาคนละ 1 อยาง
3.2.5 ครูใหนักเรียนทาํ แบบสํารวจทกั ษะของฉัน
3.2.6 ครสู ุม เรยี กนกั เรียนใหออกมาสรุปความคดิ ตามหัวขอใน แบบสํารวจทักษะของฉนั ดังนี้

- ทกั ษะสาํ คญั ๆ ทน่ี ักเรยี นมีพื้นฐานอยู มีอะไรบาง
- อาชพี ท่ีนักเรยี นถนดั มากท่สี ุด 3 อันดบั
- การวางแผนเพื่อไปสูอาชพี ที่นกั เรียนมีความถนดั ควรทาํ อยา งไร
3.2.7 ครูใหนักเรียนชวยกนั สรปุ ขอคิดและประโยชนท ี่ไดรับจากการทํากิจกรรมทักษะของฉนั
3.2.8 ครูใหน ักเรียนทําแบบประเมินชดุ การสอนกิจกรรมแนะแนวอาชีพของนกั เรียนชวงช้ันที่ 3 จาก
กิจกรรม ทกั ษะของฉัน

70

4. สอื่ การเรียนรู

4.1 ใบงาน เร่ือง แบบสํารวจทกั ษะของฉนั
4.2 กรณีตัวอยา ง เรื่อง สองพ่ีนอ ง
4.3 แบบประเมินชุดการสอนแนะแนวอาชพี จากกิจกรรม ทกั ษะของฉนั

คมู ือครู

สําหรับการสอนกิจกรรมแนะแนว ในชุดการสอนแนะแนวอาชพี เร่ือง การสํารวจทักษะทางอาชพี
โดยใชกิจกรรม ทกั ษะของฉัน ใชเวลาเรียน 1 คาบ เทากับเวลา 1 ช่วั โมง ครูควรศกึ ษาเพ่ือเตรียมการสอน
ดงั นี้

1. สาระสําคญั

การทีน่ กั เรียนจะตดั สนิ ใจเลือกการศึกษาตอ หรือเลือกประกอบอาชีพน้นั จาํ เปน อยา งย่ิงท่ีนกั เรียน
จะตองทราบถึงทักษะพ้ืนฐานของตนเองในดา นตางๆ เพ่ือชว ยใหนักเรยี นเดินทางไปสูเปา หมายในอาชีพของ
ตนเองไดอ ยา งถกู ตองและประสบความสาํ เร็จ

2. จุดประสงค

1. เพื่อใหน ักเรยี นรูจักสาํ รวจทักษะของตนเองจากกิจกรรมที่ชอบ
2. เพื่อใหนักเรียนมแี นวทางในการตัดสนิ ใจเลือกอาชีพไดอยางถกู ตอง

3. สาระการเรียนรู

ทกั ษะ หมายถึง ความสามารถ หรือความมฝี มือ หรือความคลองแคลว ในการทาํ ส่งิ ใดส่งิ หนึง่ ซึ่งเปน
องคประกอบทีส่ ําคญั ย่ิงในการทาํ งานหรอื การประกอบอาชีพอยา งใดอยา งหนึ่งตามปกติคนเรายอมมีทกั ษะ
หรอื ความสามารถในระดับทแ่ี ตกตา งกัน ทั้งนีข้ ้ึนอยกู บั การเรียนรูการฝกอบรม และการมีประสบการณในการ
ทําสิ่งน้ันๆ ดวยความขยันหมั่นเพยี ร และมานะอดทนอยา งตอ เน่ือง ดวยเหตนุ ้ีการตั้งเปา หมายอาชพี ในอนาคต
ก็ดี หรือการตดั สินใจเลอื กทางศึกษาตอ หรือการประกอบอาชพี ในอนาคตก็ดี ถานักเรียนไดพิจารณาถงึ ทกั ษะ
พื้นฐานของตนในดา นตา งๆ บางแลว ก็จะชวยใหการเดินทางไปสูเปา หมายอาชพี เปนไปดวยดี และประสบ
ความสําเร็จในที่สดุ

4. กระบวนการจัดกิจกรรม

4.1 ขั้นนําเขา สูกจิ กรรม

71

4.1.1 ครูเลา กรณีตัวอยาง เรื่อง สองพ่นี อง ใหนักเรียนฟง พรอมท้งั สนทนาซกั ถาม ดงั น้ี
- จากกรณตี ัวอยาง เร่อื ง สองพ่ีนอง นกั เรียนคดิ วาใครจะประสบความสําเร็จในชีวิต

มากกวากนั เพราะเหตุใด
- ถา นักเรยี นเปน นพณัฐ นักเรียนจะตัดสินใจอยางไร เพราะเหตุใด
- การเลือกทําสงิ่ ใดสิง่ หน่งึ ที่ตนเองไมม ที ักษะหรือความถนัด จะเกดิ ผลเสยี อยา งไร
- การเลือกทําสง่ิ ใดสงิ่ หนึ่งในส่ิงทีต่ นเองมีทกั ษะหรือมีความถนดั จะเกิดผลดีอยางไร

4.1.2 ครูใหนักเรียนชวยกันสรปุ ขอคิดทีไ่ ดจ ากกรณตี ัวอยาง เร่ือง สองพนี่ อ ง

4.2 ขนั้ กิจกรรม
4.2.1 ครูและนักเรียนรวมกันอธบิ ายความหมายของคาํ วา ทักษะ
4.2.2 ครูใหนักเรยี นแตล ะคนบอกทักษะหรือความสามารถของตนเองมาคนละ 1 อยา ง
4.2.3 ครูใหน ักเรยี นทําแบบสํารวจทกั ษะของฉัน
4.2.4 ครสู มุ เรยี กนักเรียนใหอ อกมาสรุปความคดิ ตามหัวขอในแบบสาํ รวจทักษะของฉนั ดังนี้
- ทกั ษะสําคัญๆ ที่นกั เรยี นมีพื้นฐานอยู มอี ะไรบาง
- อาชพี ท่ีนักเรยี นถนดั มากทีส่ ุด 3 อนั ดบั
- การวางแผนเพ่ือไปสูอาชีพท่ีนกั เรยี นมีความถนดั ควรทาํ อยางไร

4.3 ขัน้ สรุปกจิ กรรม
4.3.1 ครูใหน ักเรยี นชว ยกนั สรุปขอคิดและประโยชนท ่ีไดรับจากการทํากิจกรรมทักษะของฉัน

4.4 ขนั้ ประเมินชดุ การสอน
ครูใหนกั เรยี นทําแบบประเมินชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนกั เรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 3

จากกิจกรรม ทักษะของฉนั

5. การวัดและการประเมินผลงาน

5.1 สังเกตจากการตอบคําถาม
5.2 ตรวจผลจากใบงาน เรื่อง แบบสํารวจทักษะของฉัน
5.3 สงั เกตจากการอภิปรายสรปุ ถึงขอคดิ และประโยชนท ี่ไดรับจากการทํากิจกรรมทกั ษะของฉัน

6. แหลงความรู

6.1 หองแนะแนว
6.2 หอ งสมุด
6.3 Internet

72

7. สอื่ การเรียนรู

7.1 ใบงาน เรื่อง แบบสาํ รวจทกั ษะของฉนั
7.2 กรณตี ัวอยา ง เรื่อง สองพ่ีนอง
7.3 แบบประเมินชุดการสอนกิจกรรมแนะแนว จากกิจกรรม ทกั ษะของฉัน

คมู อื นักเรียน

การเรียนกิจกรรมแนะแนว โดยใชชุดการสอนแนะแนวอาชีพ เรื่อง การสาํ รวจทักษะทางอาชพี โดยใช
กิจกรรม ทกั ษะของฉนั ใชเวลาเรยี น 1 คาบเทากบั 1 ชว่ั โมง นกั เรียนควรปฏิบตั ิ ดังน้ี

1. ใหนักเรียนตอบคําถามครูเกีย่ วกับกรณีตัวอยาง เรื่อง สองพ่ีนอ ง
2. ใหนกั เรยี นชวยกันสรุปขอคิดท่ไี ดจ ากกรณตี ัวอยา ง เร่ือง สองพีน่ อง
3. ใหน ักเรียนรวมกนั อธบิ ายความหมายของคําวา ทักษะ
4. ใหน กั เรียนบอกทักษะหรือความสามารถของตนเองมาคนละ 1 อยาง
5. ใหน ักเรียนทาํ แบบสํารวจทักษะของฉนั
6. ใหนักเรยี นออกมาสรุปความคิดตามหัวขอใน แบบสํารวจทกั ษะของฉนั
7. ใหนกั เรียนชวยกันสรุปขอคิดและประโยชนท ี่ไดรบั จากการทาํ กิจกรรม ทักษะของฉัน
8. ใหนักเรยี นทําแบบประเมนิ ชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนกั เรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 3 จาก
กิจกรรม ทกั ษะของฉัน

73

กรณีตัวอยา ง เรื่อง สองพี่นอง

นพณัฐ และ นพนนท เปน พ่นี องฝาแฝดกนั ทงั้ สองคนกําลงั ศึกษาอยูชน้ั มัธยมศึกษาปท ่ี 3 ทัง้ สองคนมี
ผลการเรยี นอยูในระดับทด่ี ีมาก นพณัฐอยากเปน สัตวแพทย เขาจึงใชเ วลาหลังเลกิ เรียนไปเปนผูช วยสัตวแพทย
โดยไดคา ตอบแทนช่ัวโมงละ 100 บาท และในอนาคตเขาฝนวา จะตองมคี ลนิ ิกสัตวแพทยเปน ของตนเอง สว น
นพนนท นั้นอยากเปน ไกดน าํ เที่ยว เพราะเขาชอบวชิ าภาษาองั กฤษ และเรียนไดเกรด 4 ในวชิ าน้มี าโดยตลอด
วนั หน่ึงครูแนะแนวไดนาํ แบบสาํ รวจทกั ษะทางอาชีพมาใหนักเรียนทํา ผลของการทําแบบสาํ รวจทักษะทาง
อาชีพของนพณัฐและนพนนท นน้ั ตรงกบั อาชีพที่ทั้งสองคนสนใจพอดี ดงั นั้นนพณฐั จึงมีความตง้ั ใจวาจะเลือก
เรียนสายวิทย – คณติ ในชว งชัน้ ที่ 3 (ระดับมัธยมศกึ ษาปที่ 4 – 6) สว นนพนนท นนั้ จะเลอื กเรียนในสายศิลป
– ภาษา เพราะการเปนไกดน ําเทีย่ วน้นั จะตอ งเกงภาษา แตพ อ แมข องทั้งสองคนมีอาชีพคาขาย และมีกิจการอู
ซอ มรถจึงอยากใหล กู ทั้งสองสืบทอดกิจการของตนเองตอไป จงึ ขอใหลูกเรยี นสายอาชพี โดยขอใหนพณัฐเรยี น
ตอทางดา นชา งยนต สว นนพนนท นัน้ ใหเรยี นทางดา นพาณิชยกรรม นพณัฐยอมทาํ ตามที่พอแมขอรองท้ังๆ ที่
เขาไมมีความถนัดทางดานนี้เลย สวนนพนนท นนั้ เขาคดิ วา ถาเธอฝนใจเรียนในสง่ิ ท่ตี นเองไมม ีความถนดั แลว
จะทาํ ใหเรียนไมจบและไมป ระสบความสาํ เร็จในอาชพี เทาทีค่ วร ดังนั้นเขาจงึ ยืนยนั ท่ีจะเรียนในสิง่ ที่ตนเองมี
ความสามารถและความถนดั ตอไป วันเวลาผานไป นพณัฐมีผลการเรยี นท่แี ยล งเร่ือยๆ ซง่ึ ตรงขา มกับนพนนท
ท่มี ีผลการเรยี นท่ีดีมาก และสามารถสอบเขา เรยี นตอในคณะอักษรศาสตรตามที่ตนเองต้ังใจไวได และเม่ือเรยี น
จบเขากส็ ามารถสอบเปนไกดฺนําเที่ยวได สว นนพณัฐน้ันเม่ือเรยี นจบเขาก็มาดูแลกิจการอูซอมรถแทนบดิ า แต
เขาก็ทําไดไมดนี ัก จึงทําใหล ูกคา ทอ่ี ลู ดลงเร่ือยๆ จนตองปดกจิ การไปในทสี่ ดุ

คาํ ถาม

1. จากกรณตี ัวอยาง เร่ือง สองพน่ี อ ง นักเรยี นคิดวาใครจะประสบความสาํ เร็จในชีวติ มากกวา กนั
เพราะเหตุใด

2. ถา นกั เรียนเปน นพณัฐ นักเรยี นจะตัดสนิ ใจอยางไร เพราะเหตุใด
3. การเลือกทําสิ่งใดสิง่ หนึ่งท่ีตนเองไมมีทักษะหรือความถนัด จะเกิดผลเสียอยางไร
4. การเลือกทําสิ่งใดสิ่งหนงึ่ ในส่งิ ทีต่ นเองมีทักษะหรือมีความถนัด จะเกดิ ผลดีอยา งไร

74

ชื่อ – นามสกุล …………………………..…………………………ชน้ั ………...…….เลขที่…………

ใบงานประกอบการสอนแนะแนวอาชพี

เรื่อง การสาํ รวจทักษะทางอาชพี ภาคเรียนท่ี 2 ชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ 3

**********************************************************************************

ใบงานประกอบกิจกรรม แบบสาํ รวจทักษะของฉัน

คําช้ีแจง ใหนกั เรียนทําแบบสาํ รวจทักษะของฉนั ซ่งึ มี 6 ประเภท หรือ 6 ชุด โดยการพิจารณาดูวา นักเรียนมี

ทกั ษะแตละขออยูในระดับใด จากมากไปหานอย คอื 3-2-1-0 โดยใสเ คร่ืองหมาย ( / ) ลงในชองระดับคะแนน

ท่ีใหไ ว เม่ือทาํ เสร็จแตละชดุ ใหรวมคะแนนไวในแตล ะชอง และรวมคะแนนทั้ง 4 ชอ งไวในตอนทายทุกชุดดวย

ทกั ษะชุดท่ี 1

ขอ ขอ มูลเท่ยี วกับทักษะ ระดับคะแนน
3210

1 เตรียมสวนผสม กอสราง รวบรวมวัสดุ จดั ต้ังเครื่องมือ

2 ยก แบก ลาก ตงั้ หรือเคลื่อนยายวัสดุและสิ่งของตา งๆ

3 ถักทอ ทําใหเปนรูปรา ง ปน สาน เกย่ี วกับการใชเคร่ืองมอื เชน เครอื่ งทอผา

4 ดแู ลงานที่ตองใชเครื่องมือขนาดใหญ เชน เครื่องจักร เครื่องยนต

5 ดูแลรกั ษาเครื่องมอื เครื่องยนตใ หคงสภาพดี แก ซอ มเครื่องมืองายๆ ได

6 สามารถเคลือ่ นไหวรา งกาย และกลา มเนื้อไดอยางคลองแคลว

7 เลนกีฬา กรีฑา แขงขันกีฬาและกรีฑาประเภทตางๆ ได

8 ปลกู ตนไม ทาํ สวน ตกแตง บริเวณดวยตน ไม ทาํ สนามหญาไดส วยงาม

9 เลีย้ งสัตวตางๆ ทาํ ฟารม ทาํ สวน ทาํ ไร ทาํ นาได

รวมคะแนนแตล ะชอ ง

รวมคะแนนท้งั 4 ชอง

คําช้ีแจง ทักษะชุดที่ 1 เปน ขอ มูลเกี่ยวกบั ทักษะทางชาง ไดแก อาชพี ประเภทชา งทุกชนดิ นักเทคนิค วิศวกร
นักสาํ รวจ ชา งไฟฟา นกั สง เสริมการเกษตร ครูอุตสาหกรรม โฟรแมน ผูควบคุมงานกอสรา ง ฯลฯ
ขอคิดเห็นของนกั เรียน ทักษะชดุ ที่ 1 ตรงกับทกั ษะพ้นื ฐานของนกั เรยี นหรือไมเพียงใด และนักเรียนมีความ
สนใจในอาชพี ใดหรือไม เพราะเหตุใด
………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………..…
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

75

ทกั ษะชดุ ท่ี 2

ขอ ขอ มูลเท่ียวกบั ทกั ษะ ระดับคะแนน
3210

1 วิเคราะห ตรวจสอบ จําแนกออกเปน สว นๆ คน หาความสัมพนั ธของเหตแุ ละผล

2 สงั เกต สํารวจอยางรอบคอบ เขาใจรายละเอยี ดและสวนประกอบของเครื่องมือ

3 รวบรวมขอ มูลเพ่ือวเิ คราะห หาทางปอ งกันปญ หา

4 รวบรวม จดั เปน กลุม เสนอรายงาน ดําเนนิ การ รายงานจากขอมลู ทไ่ี ด

5 ศกึ ษาและสังเกตโครงสรางการทาํ งาน เปรียบเทยี บลักษณะของบคุ คลและสิ่งของ

6 ประเมินผลโดยการวัดและตัดสินใจเอง ทกั ษะในการทดสอบ

7 มคี วามเปนระเบียบ ทาํ ตามกฎเกณฑ ขอบังคับ

นาํ เอาขอมูลที่วิจยั แลวมารวบรวม คนพบกฎและขอมลู ใหมๆ แปลความหมายสงิ่

8 วิจัยได

9 สํารวจ ตรวจ วิจยั คนควาเพ่ือกอใหเกิดความรูใหมๆ ทางวิทยาศาสตร

รวมคะแนนแตละชอง

รวมคะแนนทั้ง 4 ชอ ง

คําชี้แจง ทกั ษะชดุ ที่ 2 เปน ขอมูลเกยี่ วกับทักษะทางการสํารวจ คน ควา วิเคราะห ไดแ ก อาชีพประเภทนกั
ลงทนุ นกั คณิตศาสตร นักเศรษฐศาสตร นักการตลาด นกั สถติ ิ แพทย พยาบาล เภสัชกร ทันตแพทย นกั วิจัย
นักชวี วิทยา นกั เทคนคิ การแพทย นกั คอมพิวเตอร นักจติ วิทยา นักเคมี นกั บนิ นกั รังสีเทคนคิ นกั
กายภาพบําบัด ฯลฯ

ขอ คิดเห็นของนกั เรียน ทกั ษะชดุ ที่ 2 ตรงกบั ทกั ษะพนื้ ฐานของนกั เรยี นหรือไมเพยี งใด และนกั เรียนมีความ
สนใจในอาชีพใดหรอื ไม เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………

76

ทักษะชดุ ที่ 3

ขอ ขอ มูลเท่ยี วกบั ทกั ษะ ระดับคะแนน
3210

1 มีความคดิ ริเรม่ิ สรางสรรค นําเอาความคิดใหมๆ มาใช มีจินตนาการ

ประดิษฐ ทดลองวิธีใหมๆ จัดโครงการใหมๆ แสดงความคิดริเรม่ิ และนํามา

2 ปฏบิ ัติ

3 ปรบั ปรุง เปล่ียนแปลง นําความคดิ ทางนามธรรมมาทาํ ใหเปน รูปรา งข้ึน

4 นาํ เอาความคดิ ใหมๆ มาใช รูถึงความสัมพันธของวัตถุและมติ ติ างๆ

5 ชกั จูงใหเกิดความรสู ึกโดยไมใชคาํ พดู แสดงออกโดยใชส ัญลกั ษณหรือทาทาง

6 ออกแบบเคร่ืองใช เคร่ืองแตงกาย ใชส ีตา งๆ วาด ถายภาพ

7 ประดิษฐส ิ่งของหรอื วัตถุออกแสดง ปน แกะสลัก และตกแตง

8 เรียบเรียงถอยคําใหส ละสลวย คลองจอง เรียบเรียงเสยี งประสาน

9 เลน ดนตรี ฟงแลวรูวา จังหวะดี ไมด ี มีหัวทางดนตรี

รวมคะแนนแตละชอง

รวมคะแนนท้งั 4 ชอง

คําชี้แจง ทักษะชุดท่ี 3 เปน ขอ มลู เกย่ี วกบั ทกั ษะทางศิลปะ ไดแ ก อาชีพประเภทศลิ ปะทุกชนดิ
นักภาษาศาสตร หรอื อักษรศาสตร ครู-อาจารย นักปรัชญา นกั ประพนั ธ นักโฆษณา นกั ขาว นกั แสดง
สถาปนกิ จติ รกร ปฏมิ ากร นักดนตรี นักแตงเพลง นักประชาสัมพนั ธ ชา งภาพ นักหนงั สือพิมพ ฯลฯ

ขอ คดิ เห็นของนกั เรียน ทกั ษะชดุ ที่ 3 ตรงกับทกั ษะพ้นื ฐานของนกั เรียนหรอื ไมเพยี งใด และนักเรยี นมีความ
สนใจในอาชพี ใดหรือไม เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………….……………………………………………………………….
………………………………………………………………………………….………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………….…………………………………………………………………….

77

ทักษะชดุ ที่ 4

ขอ ขอ มูลเที่ยวกบั ทกั ษะ ระดับคะแนน
3210

1 กระตุนใหคนรูจักตนเอง ใหค ําแนะนาํ ผูอ่นื เขาใจผูอื่น และชว ยเหลือผูอ ่ืน

2 แลกเปลย่ี นความคิด ใหความรูแกชมุ ชน ทํางานรวมกับผูอื่นไดเปนอยางดี

3 สอนและฝก อบรมผูอื่น อธิบายใหเขาใจและถา ยทอดความรู

4 สั่งงาน ควบคุมดแู ลกลุมใหดาํ เนนิ ไปตามเปา หมาย

5 ทาํ ใหผูอ่ืนสนกุ สนาน ใหความบันเทงิ ทําใหเกดิ บรรยากาศตลกขบขนั

6 โนม นาวจิตใจผูอ่ืน นาํ เสนอขอมลู หรือเปน ผูใหขาว

สอ่ื สาร พูดคยุ เกีย่ วของกบั ผูอนื่ ทางคําพูด ใหคําแนะนํา เปรียบเทียบ แปล

7 ขอ มูล

8 ชวยเหลือ รับใชผ ูอื่น ปฏิบัติตอผอู ืน่ ดวยความยุตธิ รรม ฟง ผอู นื่ ดวยความเขาใจ

จดั การดแู ลรักษาบา น ครอบครัว เอาใจใสต อกิจกรรมตางๆ ทั้งในบา นและใน

9 สังคม

รวมคะแนนแตล ะชอง

รวมคะแนนทง้ั 4 ชอ ง

คําชี้แจง ทกั ษะชดุ ท่ี 4 เปน ขอมูลเกย่ี วกบั ทักษะทางดา นสงั คม ไดแก อาชีพประเภทครู นักสังคมสงเคราะห
พยาบาล นักจิตวิทยา นกั แนะแนว พัฒนากร พธิ กี ร นักจดั รายการวิทยุ และโทรทัศน ชา งเสริมสวย
บรรณารักษ ทนายความ นกั ประชาสัมพันธ ฯลฯ

ขอคิดเห็นของนกั เรียน ทกั ษะชดุ ที่ 4 ตรงกับทกั ษะพน้ื ฐานของนกั เรยี นหรือไมเพยี งใด และนกั เรียนมีความ
สนใจในอาชีพใดหรือไม เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………

78

ทักษะชุดท่ี 5

ขอ ขอมูลเที่ยวกบั ทักษะ ระดับคะแนน
3210

สงเสรมิ ตอรอง ประนปี ระนอมดานความคิดหลากหลาย พดู ใหค นเช่ือฟง แลว

1 คลอ ยตาม

สรางความไวว างใจเพื่อใหเกิดความเปน อนั หน่ึงอันเดียวกัน ทาํ งานเพ่ือประสาน

2 ความขดั แยง

ใหค วามบันเทงิ แกผอู ่ืนดวยความสามารถพิเศษของตน เชน เลนดนตรี พูดตอหนา

3 ชมุ ชน

4 มอี ิทธพิ ลเหนือผูอ่นื ในดา นความคิดเห็น สามารถยตุ ิขอโตแยง ได

ตัดสินใจแกป ญ หาในภาวะตงึ เครยี ด กลาปลดคนงาน และยุตโิ ครงการเม่ือถึงคราว

5 จาํ เปน

6 ตอเติม วางแผนโครงการ ประเมินผลจดุ มงุ หมาย และสรางผลผลติ ใหแ กกลมุ

ควบคุมดแู ลบุคคลใหท าํ งานในกลมุ สามารถจดั การดา นบุคลากร กระบวนการ

7 ทาํ งานและพัสดุ

8 รวมมือทาํ กิจกรรม แตง ตั้งบุคคลและจัดแบงหนา ที่ จดั กาํ หนดการตางๆ

มน่ั ใจตนเอง กระตือรอื รนในการสรางสัมพันธกบั ผูอนื่ และอยากทํางานใหกาวหนา

9 ยง่ิ ขน้ึ

รวมคะแนนแตละชอ ง

รวมคะแนนทง้ั 4 ชอง

คําช้ีแจง ทักษะชุดท่ี 5 เปน ขอมูลเก่ยี วกับทกั ษะทางดา นธุรกิจหรอื การจดั การ ไดแ ก อาชีพประเภทธุรกิจ
การคา เชน นกั บริหารธุรกิจ ผูจ ัดการ พนักงานธนาคาร นักบญั ชี พนกั งานขายเจาหนา ท่ฝี า ยบคุ คล เจาหนาท่ี
การตลาด ฯลฯ

ขอคิดเหน็ ของนกั เรียน ทักษะชุดท่ี 5 ตรงกับทักษะพ้ืนฐานของนกั เรียนหรอื ไมเพียงใด และนกั เรยี นมีความ
สนใจในอาชีพใดหรือไม เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

79

ทกั ษะชดุ ท่ี 6

ขอ ขอ มูลเที่ยวกับทกั ษะ ระดับคะแนน
3210

1 ทํางานตามคาํ ส่งั หรือคาํ ช้แี จงไดดี นาํ กฎเกณฑมาใชในการทํางานไดอยา งเครง ครดั

2 ทาํ หนาทธี่ ุรการไดเรยี บรอ ย เชน พมิ พดีด ถา ยเอกสาร จัดจําแนกหมวดหมู

3 กําหนดตารางเวลาในการทาํ งาน รบั ผิดชอบงานหลากหลายในเวลาเดียวกนั

รอบคอบและละเอยี ดถี่ถว นกับส่ิงปลีกยอย ทาํ งานไดอยา งมีประสิทธิภาพแมอ ยูใน

4 ภาวะกดดนั

5 รวบรวมใชขอ มูลที่มีอยู รวู ิธีกรอกขอ มูล และสรา งระบบรวบรวมขอมลู

จดจาํ ไดแมน ยําโดยเฉพาะดา นตัวเลข สถิติ สามารถในการนับ คํานวณและทํางานกับ

6 ตวั เลขจํานวนมากๆ

7 บนั ทึกรายการรบั จา ยอยา งถูกตอ ง วางแผนการจดั การคาใชจ ายของโครงการได

8 มหี นา ทีล่ งรายการเกย่ี วกับคาใชจาย สามารถวิเคราะหงบประมาณตา งๆ

สามารถใหเหตผุ ลและแกป ญหา เขา ใจเกย่ี วกับตวั เลข และการจัดการกบั ตวั เลขใน

9 รปู แบบตางๆ

รวมคะแนนแตล ะชอง

รวมคะแนนทั้ง 4 ชอ ง

คําชี้แจง ทกั ษะชดุ ที่ 6 เปนขอมูลเก่ยี วกบั ทักษะทางดานการควบคมุ ดแู ลรักษาและการปฏบิ ตั งิ านประจาํ ตาม
หนา ท่ีท่ไี ดรับมอบหมาย ไดแ ก อาชพี ประเภทผคู วบคุมเครื่องจักร ผูช ว ยเลขานุการพนกั งานสมุหบ ัญชี
พนกั งานพิมพด ีด เจา หนา ท่ีธุรการ พนกั งานรบั โทรศัพท พนกั งานเก็บรวบรวมขอมูล ผชู ว ยงานวิจยั ฯลฯ

ขอคิดเห็นของนักเรียน ทักษะชดุ ท่ี 6 ตรงกับทกั ษะพืน้ ฐานของนกั เรียนหรอื ไมเพยี งใด และนักเรียนมีความ
สนใจในอาชพี ใดหรอื ไม เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………

80

เมื่อทําแบบสาํ รวจเสร็จท้ัง 6 ชดุ แลว ใหนักเรยี นพิจารณาดูวา ชดุ ใดไดคะแนนสงู สดุ เปน 3
อนั ดบั แรก

อนั ดับ 1 ทักษะชดุ ท่ี……………….ได…………………….……คะแนน
อนั ดับ 2 ทักษะชดุ ที่……………….ได……………………….…คะแนน
อนั ดับ 3 ทักษะชุดท่ี……………….ได……………………….…คะแนน

สรุปความคดิ เห็นของนกั เรียน

1. ทกั ษะสําคัญๆ ที่นกั เรียนมีพืน้ ฐานอยู ไดแก
1. ……………………………………………………………………………………………………
2. ……………………………………………………………………………………………………
3. ……………………………………………………………………………………………………
4. ……………………………………………………………………………………………………
5. ……………………………………………………………………………………………………
6. ……………………………………………………………………………………………………

2. อาชีพที่นักเรียนสนใจมากท่สี ุด 3 อนั ดับ คือ
1. ……………………………………………………………………………………………………
2. ……………………………………………………………………………………………………
3. ……………………………………………………………………………………………………

3. นกั เรยี นคิดวางแผนท่ีจะปฏิบัตติ นเพ่ือไปสูอาชีพทนี่ ักเรียนสนใจ ดังตอ ไปนี้
1. ……………………………………………………………………………………………………
2. ……………………………………………………………………………………………………
3. ……………………………………………………………………………………………………
4. ……………………………………………………………………………………………………
5. ……………………………………………………………………………………………………

81

แบบประเมินความพงึ พอใจตอการใชชดุ การสอนแนะแนวอาชีพ ของนักเรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 3

ช่ือเรื่อง การสํารวจทักษะทางอาชีพ ช่อื กิจกรรม ทักษะของฉัน

คําช้ีแจง ใหนักเรียนทําเครื่องหมาย / ลงในชองวางทางขวามือท่ีตรงกบั ระดบั ความคิดเหน็ ของนักเรียน

ระดับ 5 หมายถึง พอใจในระดับมากทส่ี ดุ

ระดบั 4 หมายถงึ พอใจในระดับมาก

ระดับ 3 หมายถงึ พอใจในระดับปานกลาง

ระดบั 2 หมายถงึ พอใจในระดับนอย

ระดับ 1 หมายถงึ พอใจในระดับนอยที่สดุ

ระกับความพึงพอใจ

ขอ การสอนโดยใชช ดุ การสอนแนะแนวอาชีพ มาก มาก ปาน นอย นอ ย

ท่ี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 3 ท่ีสดุ กลาง ทสี่ ดุ

1 หลงั ทํากิจกรรมนักเรียนมีความรูความเขาใจเกีย่ วกบั แนวทาง
ทที่ ําใหน ักเรยี นประสบความสาํ เร็จ

2 เน้ือหาในกิจกรรมสอดคลองกับจุดประสงคท่ีมุงพฒั นา
นักเรยี นใหมีวธิ ีการเรียนน้ันจะนําไปสูความสาํ เร็จ

3 เนื้อหาในกิจกรรมการเรียนเหมาะสมกบั การพฒั นานักเรียน
ใหมแี นวทางในการปฏิบัตติ นทนี่ ําไปสูความสาํ เร็จ

4 เวลาที่ใชเหมะสมกบั กิจกรรมการเรยี นและเน้ือหา
5 กิจกรรมเปดโอกาสใหน ักเรียนไดมสี วนรวมในการแสดงออก

และกลาแสดงความคิดเห็น
6 กจิ กรรม ทักษะของฉนั มุงปลูกฝงใหนักเรยี นประพฤติ

ปฏิบัตติ นเปน ผทู ่ีประสบความสาํ เร็จในชวี ติ
ขอความในใบความรู ใบงาน อานงา ย คําส่ังชัดเจน และเขาใจ
7 งาย
8 สื่อตางๆท่ีใชในกิจกรรมมีความนาสนใจ และมีความหลากหลาย
9 ใบงานที่ใหน ักเรียนทาํ ไมย ากเกนิ ไป และสามารถทําไดทนั เวลา
การวัดและการประเมนิ ผลเปนการวดั จากกากระทําของนักเรียน
10 อยา งแทจริง
11 นักเรียนมีสว นรวมในกิจกรรมอยางทั่วถึง
12 นักเรียนสามารถนําความรทู ี่ไดรบั ไปใชป ระโยชนไ ด




















Click to View FlipBook Version