The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การสร้างชุดการสอนแนะแนวอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thana_leo max, 2019-10-15 01:57:52

การสร้างชุดการสอนแนะแนวอาชีพนักเรียนชั้น ม.3

การสร้างชุดการสอนแนะแนวอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม

Keywords: ชุดการสอน

92

ใบความรปู ระกอบการสอนกจิ กรรมแนะแนวอาชพี

เรอื่ ง การสาํ รวจบุคลิกภาพ ภาคเรียนท่ี 2 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 3

**********************************************************************************

ใบความรู เรือ่ ง การสํารวจบุคลกิ ภาพ

บุคลกิ ภาพประเภท Realistic ( R ) บุคลิกภาพประเภทเอาจริงเอาจัง

ลักษณะนสิ ยั
เก็บตัว ไมชอบสงั คม เปด เผย จรงิ จงั มุงมนั่ ไมคอ ยมอี ารมณส ุนทรยี  อดทน จติ ใจมัน่ คงซ่อื สตั ย ไม
ชอบเปน จุดสนใจ มีลกั ษณะความเปนชาย ประหยัด มธั ยัสถ ไมชอบคดิ มาก มคี วามพยายาม

อาชีพทีส่ อดคลองกับบุคลิกภาพ
เปน อาชพี ในกลุมชาง เชน วิศวกรเคร่ืองกล วศิ วกรเหมอื งแร วิศวกรโยธา พนกั งานปา ไม ชา งเทคนิค
อุตสาหกรรม ชา งเคร่อื งยนต ชางไฟฟา ชางซอ มเคร่ืองบนิ ครูอตุ สาหกรรมศลิ ปชา งไม ชา งตดั เสื้อผา นกั
เดนิ เรือ ผชู วยทนั ตแพทย ฯลฯ

บคุ ลกิ ภาพประเภท Investigative ( I ) บุคลิกภาพประเภทใชความคดิ เชิงวชิ าการ

ลกั ษณะนิสัย
ชอบวิเคราะห อยากรูอยากเห็น มีความอดทน ชอบไตรต รองหาเหตุผลชางสังเกต อดทน ระมดั ระวงั
ตัว เชอื่ ม่ันในความคดิ ของตนเอง ไมช อบพ่ึงพา ไมเชื่ออะไรงายๆ ชอบทาํ งานทสี่ ลบั ซบั ซอน ชอบการทดลอง

อาชีพท่ีสอดคลองกับบุคลิกภาพ
เปนอาชพี ในกลุมวิทยาศาสตร และนักวชิ าการตา งๆ เชน แพทย เภสชั กร นักเคมี นักวิทยาศาสตร
นกั เศรษฐศาสตร นักจติ วิทยา นักดาราศาสตร นักวจิ ัย จติ แพทย สตั วแพทย นักธรณีวทิ ยา นกั คณติ ศาสตร
นักวิทยาศาสตรการแพทย นกั นิเวศนวิทยา นกั วิเคราะหระบบคอมพิวเตอร นักฟส ิกส นักอุตุนยิ มวิทยา ฯลฯ

บคุ ลิกภาพประเภท Artistic ( A ) บคุ ลกิ ภาพประเภทศิลปะ

ลักษณะนสิ ัย
ชอบอสิ ระ มีความคิดริเริ่มสรา งสรรค มีอารมณออ นไหว มคี วามเปนตัวของตัวเองมกั จะทาํ ส่ิงตา งๆ
ตามท่ีใจปรารถนา มีอารมณส ุนทรีย ชางคดิ รกั สวยงาม ชางจนิ ตนาการ ไมชอบอยูในกฎระเบยี บ ไมช อบ
เลียนแบบ ชอบคดิ หรอื ทํากจิ กรรมตา งๆ ตามลําพัง ชอบแสดงออกอยางเปด เผย

93

อาชีพทส่ี อดคลองกับบุคลกิ ภาพ
ผกู ํากับการแสดง ผสู ื่อขาว นกั ดนตรี นกั แสดง ประชาสัมพันธ จติ รกร สถาปนิก นักโฆษณา นักเขียน
นักจัดรายการวทิ ยุ มณั ฑนากร นกั แตงเพลง นกั ถายภาพ นกั แปล นักหนงั สอื พิมพ ครูสอนการละคร ครูสอน
นาฎศิลป นักออกแบบแฟช่นั ฯลฯ

บคุ ลิกภาพประเภท Social ( S ) บุคลิกภาพประเภทชอบการคบหาสมาคม

ลักษณะนสิ ัย
มคี วามเปนมติ ร ชอบชวยเหลือผูอ่นื ชอบใหความรหู รือแนะนําผอู ืน่ ชอบเขาสังคม มีมนุษยสัมพนั ธ
เหน็ อกเหน็ ใจผูอน่ื ชอบอยกู ับคนหมูมาก

อาชีพทสี่ อดคลองกับบุคลิกภาพ
นกั สงั คมสงเคราะห นักแนะแนว ครู – อาจารย นกั รัฐศาสตร พัฒนากร พยาบาล เจา หนา ทฝ่ี า ย
บคุ คล มัคคุเทศก นักประชาสมั พนั ธ พนักงานโรงแรม นกั ปกครอง ลามบรรณารักษ นกั จัดรายการ ฯลฯ

บคุ ลกิ ภาพประเภท Enterprising ( E ) บุคลกิ ภาพประเภทกลาคิดกลาทํา

ลักษณะนสิ ัย
มคี วามเปน ผูนํา มคี วามคิดริเร่ิม มีความเช่ือมั่นในตนเองสูง กลาโตแยงกลา คดิ กลาทํา กระตือรือรน
ชอบเสี่ยง ชอบผจญภยั มคี วามเปน อสิ ระ ชอบแสวงหาประสบการณใหมๆ มองการณไกล ชอบใชอํานาจ ชอบ
มอี ิทธิพลเหนือผอู น่ื คลองแคลว ชอบเปน จดุ เดน ชอบความสะดวกสบาย

อาชีพทีส่ อดคลองกับบุคลกิ ภาพ
นายธนาคาร นักธรุ กิจ ผูพ ิพากษา ทนายความ นกั การเมือง ผูบ ริหาร ผูขายประกนั ฯลฯ

บุคลิกภาพประเภท Conventional ( C ) บุคลิกภาพประเภทยดึ ระเบยี บแบบแผน

ลกั ษณะนสิ ยั
มคี วามรับผดิ ชอบ พากเพยี ร อดทน ชอบทําตามกฎระเบียบชอบเก็บความรสู ึก เปนผตู ามทดี่ ี เจา
ระเบียบ ไมช อบคิดอะไรท่ีซับซอ นละเอยี ดถี่ถวน ชอบงานในสาํ นกั งาน

อาชีพที่สอดคลองกับบุคลิกภาพ
เลขานุการ นกั บัญชี เจา หนาที่คอมพิวเตอร เจาหนาท่ีธุรการ เสมยี น พนกั งานตรวจสอบบัญชี
พนักงานโตตอบจดหมาย นักวิเคราะหสถติ ิ พนกั งานควบคุมสนิ คา ในสตอก พนักงานพสิ ูจนอกั ษร พนักงานใน
สาํ นักงาน พนักงานขาย เจาหนา ทฝี่ ายบุคคล ฯลฯ

94

บรรณานุกรม
ศิรลิ ักษณ วัฒนศิริ. (2545). การสรางชดุ การสอนกิจกรรมแนะแนวดานอาชพี สําหรบั นกั เรียนชั้นมัธยมศึกษา

ปท ี่ 3 โรงเรยี นปญญาวรคณุ กรุงเทพมหานคร. ปริญญานิพนธ กศ.ม. (จิตวิทยาการแนะแนว).
กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. อดั สาํ เนา.
บรรเทิง ชลชวยชพี . (2543). กจิ กรรมแนะแนว ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 3. กรุงเทพฯ : อกั ษรเจรญิ ทัศน.

95

แบบประเมินความพึงพอใจตอ การใชชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปท ่ี 3

ช่อื เร่ือง การสํารวจบุคลกิ ภาพ ชอ่ื กจิ กรรม บุคลิกภาพบอกอาชีพ

คําช้ีแจง ใหนักเรยี นทาํ เครอื่ งหมาย / ลงในชองวางทางขวามือที่ตรงกบั ระดับความพงึ พอใจของนักเรียน

ระดบั 5 หมายถึง พอใจในระดบั มากที่สดุ

ระดับ 4 หมายถึง พอใจในระดบั มาก

ระดับ 3 หมายถึง พอใจในระดับปานกลาง

ระดบั 2 หมายถึง พอใจในระดบั นอย

ระดบั 1 หมายถึง พอใจในระดบั นอ ยที่สดุ

ระกับความพึงพอใจ

ขอ การสอนโดยใชช ดุ การสอนแนะแนวอาชีพ มาก มาก ปาน นอ ย นอย

ที่ ของนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 3 ทีส่ ุด กลาง ทสี่ ดุ

1 หลงั ทํากิจกรรมนักเรียนมีความรูความเขา ใจเกย่ี วกับแนวทาง
ทีท่ าํ ใหนักเรยี นประสบความสาํ เร็จ

2 เน้ือหาในกิจกรรมสอดคลอ งกับจดุ ประสงคท ่ีมุงพัฒนา
นักเรียนใหมีวิธีการเรียนน้ันจะนําไปสูความสําเร็จ

3 เนื้อหาในกิจกรรมการเรยี นเหมาะสมกบั การพฒั นานักเรยี น
ใหมแี นวทางในการปฏิบัติตนทน่ี ําไปสูความสําเร็จ

4 เวลาที่ใชเหมะสมกับกิจกรรมการเรียนและเน้ือหา
5 กิจกรรมเปด โอกาสใหน ักเรยี นไดมีสวนรวมในการแสดงออก

และกลาแสดงความคิดเห็น
6 กจิ กรรม บุคลิกภาพบอกอาชพี มุง ปลกู ฝง ใหนักเรียนประพฤติ

ปฏบิ ตั ิตนเปนผูท ปี่ ระสบความสําเร็จในชีวติ
ขอความในใบความรู ใบงาน อานงาย คําสัง่ ชัดเจน และเขาใจ
7 งา ย
8 สื่อตางๆที่ใชในกิจกรรมมีความนาสนใจ และมีความหลากหลาย
9 ใบงานที่ใหนักเรียนทาํ ไมย ากเกินไป และสามารถทาํ ไดทันเวลา
การวดั และการประเมนิ ผลเปนการวดั จากกากระทาํ ของนักเรียน
10 อยา งแทจริง
11 นักเรียนมสี วนรวมในกิจกรรมอยา งท่ัวถึง
12 นกั เรียนสามารถนําความรูท่ีไดรบั ไปใชป ระโยชนไ ด

96

ชดุ การสอนแนะแนวอาชีพ สาํ หรบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 3
ภาคเรียนท่ี 2 ปก ารศึกษา 2561
ชดุ ท่ี 3
เร่ือง ขอ มูลเกี่ยวกับอาชีพ

ชอื่ เร่ือง ขอ มลู เกี่ยวกบั อาชพี

ช่อื กจิ กรรม คุยเฟองเรื่องอาชีพ

เทคนคิ 1. เกมการศึกษา 2. การอภปิ ราย

เวลา 1 ชั่วโมง

จุดประสงค

1. เพื่อใหน ักเรียนบอกความหมายของอาชีพได

2. เพื่อใหน ักเรียนบอกประเภทของอาชีพได

3. เพื่อใหนักเรียนบอกประโยชนข องการประกอบอาชพี ได

สว นประกอบในชดุ การสอน

1. คาํ ชแ้ี จง

1.1 การเตรยี มตัวของครู

1.2 การจัดกิจกรรม “คุยเฟองเร่ืองอาชพี ”

1.3 บทบาทของครู

1.4 สื่อการเรียนรู

2. คูมอื ครู

2.1 สาระสาํ คญั

2.2 จดุ ประสงค

2.3 สาระการเรียนรู

2.4 กระบวนการจัดกิจกรรม

2.5 การวัดและการประเมนิ ผลงาน

2.6 แหลง ความรู

2.7 สอ่ื การเรยี นรู

3. คูมือนกั เรยี น

ข้นั ตอนการดําเนนิ กิจกรรม “คุยเฟองเรอื่ งอาชีพ”

4. สือ่ และอุปกรณการสอน

4.1 ใบงาน เรื่อง คยุ เฟองเร่ืองอาชีพ

4.2 ใบความรู เรื่อง ขอมลู เก่ียวกับอาชพี

97

4.3 ฉลากปริศนาอาชีพ จาํ นวน 20 ขอ
4.4 ตาราง O , X
4.5 แบบประเมินชดุ การสอนแนะแนว จากกิจกรรมคยุ เฟองเรื่องอาชพี

คาํ ช้แี จง

1. การเตรียมตัวของครู
1.1 กอนสอนครูตองอานและทาํ ความเขาใจคาํ ชีแ้ จงในการใชช ุดการสอน คมู ือครู และคูมอื นกั เรียน
1.2 ครูตองเตรียมสอ่ื การเรยี นการสอนใหพรอ มและปฏบิ ตั ิตามคมู ือ โดยยึดคมู ือครูเปนหลักในการ

ดาํ เนนิ การสอน

2. การจัดกจิ กรรม
ชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาดานการศึกษาและอาชีพ เรอื่ ง ขอมูลเกีย่ วกับอาชพี โดยใช

กิจกรรม คยุ เฟองเรอื่ งอาชีพ

3. บทบาทของครู
3.1 ครูชี้แจงการเรียนดวยชุดการสอนแนะแนวอาชพี เรื่อง ขอ มูลเกยี่ วกบั อาชีพ โดยใชกิจกรรม คุย

เฟอ งเรื่องอาชีพ
3.2 ดําเนินการสอนแนะแนวอาชีพ เรือ่ ง ขอมลู เก่ยี วกบั อาชพี โดยใชกิจกรรม คยุ เฟอ งเรื่องอาชีพ

ตามลําดับดงั น้ี
3.2.1 ครูใหน ักเรียนเลน เกม “ปริศนาหาอาชีพ” โดยแบง นักเรียนออกเปน 2 กลุม คือกลุม

O และกลุม X ใหตัวแทนท้งั 2 กลมุ เปา ยิงฉบุ กนั ฝา ยใดชนะไดจับฉลากเลอื กปรศิ นาหาอาชีพกอ น
โดยมีกติกาในการเลน ดงั นี้

- ถา กลมุ ใดตอบถูกไดใสส ญั ลกั ษณป ระจํากลุมกอนในตาราง O , X แตถา ตอบผดิ ฝา ยตรง
ขา มจะไดเลือกใสส ญั ลกั ษณป ระจํากลุม แทน เชน ถากลมุ X ไดเ ลือกปริศนาหาอาชีพกอนแลวตอบถกู
กลุม X กม็ สี ิทธ์ิเลอื กใสสัญลกั ษณ X ในตาราง O , X กอ น แตถาตอบผดิ กลมุ O กส็ ามารถเลือกใส
สญั ลกั ษณ O ในตาราง O , X ได

- ถา กลมุ ใดสามารถทาํ สญั ลักษณของกลุมตนไดตามแนวตง้ั แนวนอนหรือแนวทแยงมมุ กอน
กลมุ นัน้ เปน ฝายชนะ

3.2.2 ครูสนทนาซักถามนักเรียนดงั ตอไปน้ี
- นกั เรยี นไดอ ะไรจากการเลน เกมปริศนาหาอาชีพ
- คําวา “อาชพี ” หมายถึงอะไร

98

3.2.3 ครูและนกั เรียนรวมกนั สรุปความหมายของคําวา “อาชีพ” อกี ครง้ั
3.2.4 ครูใหน ักเรยี นทุกคนในหองออกมาเขียนช่ืออาชีพตา งๆ บนกระดานโดยไมใหซ ํ้ากัน
3.2.5 ครูสรุปใหนักเรียนฟง วา อาชีพในสงั คมไทยน้นั มีมากมายหลายอาชีพ แตใ นกิจกรรมน้ี
เราแบงประเภทอาชพี ออกเปน 2 ประเภทใหญๆ คอื อาชีพรับจา งและอาชีพอิสระ
3.2.6 ครูใหนักเรยี นรว มกันแสดงความคดิ เหน็ ความแตกตางระหวางอาชพี อิสระกับอาชีพ
รบั จาง
3.2.7 ครูใหนักเรียนดูรายชื่ออาชพี บนกระดาน แลว บอกวาอาชีพใดเปน อาชีพรับจา งและ
อาชีพใดเปน อาชีพอสิ ระ
3.2.8 ครูใหน ักเรยี นชว ยกันแสดงความคิดเหน็ ถึงประโยชนของการประกอบอาชีพ
3.2.9 ครูใหนักเรียนทาํ ใบงาน เรื่อง คุยเฟองเร่ืองอาชีพ
3.2.10 ครใู หนักเรยี นชว ยกนั สรปุ ขอคดิ ที่ไดรับจากการทํากจิ กรรม คยุ เฟองเรือ่ งอาชีพ
3.2.11 ครูแจกใบความรู เร่ือง ขอ มลู เกย่ี วกบั อาชพี ใหนกั เรยี นไปศกึ ษา
3.2.12 ครูใหนกั เรียนทําแบบประเมนิ ชดุ การสอนกิจกรรมแนะแนวอาชีพของนักเรยี นช้นั
มัธยมศกึ ษาปท ี่ 3 จากกิจกรรม คยุ เฟอ งเรื่องอาชีพ

4. สอ่ื การเรียนรู
4.1 ใบงาน เรื่อง คุยเฟองเร่ืองอาชพี
4.2 ใบความรู เรอื่ ง ขอ มูลเกี่ยวกบั อาชพี
4.3 ปรศิ นาหาอาชีพ จํานวน 20 ขอ
4.4 ตาราง O , X
4.5 แบบประเมินชดุ การสอนแนะแนวอาชพี เรอื่ ง คุยเฟองเร่ืองอาชพี

99

คมู ือครู

สาํ หรบั การสอนกิจกรรมแนะแนว ในชุดการสอนแนะแนวอาชีพ เร่ือง ขอ มูลเกี่ยวกบั อาชีพ โดยใช
กิจกรรม คุยเฟองเรอื่ งอาชีพ ใชเ วลาเรียน 1 คาบ เทากบั เวลา 1 ช่ัวโมง ครูควรศึกษาเพื่อเตรียมการสอน ดังนี้

1. สาระสําคัญ
การมีอาชพี เปน สิง่ สําคัญในการดาํ รงชีวิต เม่ือนกั เรียนเติบโตขน้ึ จะตองมีการประกอบอาชีพ เพอ่ื หา

รายไดมาเล้ียงตนเองและครอบครัว การท่ีนกั เรยี นไดรคู วามหมายของอาชีพ การแบงประเภทของอาชพี และ
ตระหนกั ถึงประโยชนข องการประกอบอาชีพ เปน สิ่งสําคัญในการวางพื้นฐานสาํ หรับการประกอบอาชีพใน
อนาคต

2. จุดประสงค
1. เพ่ือใหนักเรียนบอกความหมายของอาชีพได
2. เพื่อใหนักเรียนบอกประเภทของอาชีพได
3. เพื่อใหนักเรยี นบอกประโยชนข องการประกอบอาชีพได

3. สาระการเรียนรู
อาชพี หมายถึง ชนดิ ของงานทบี่ คุ คลกระทําเพ่ือหารายไดม าใชจา ยในการดํารงชีวิตทงั้ ของตนเองและ

ผูท่ีเราตองรับผิดชอบ อาชีพตางๆ ในสงั คมไทยน้ันมีอยูมากมายหลายประเภท แตถา จัดประเภทแลว อาจแบง
ไดเปน 2 ประเภทใหญๆ คอื

1. อาชพี รบั จา ง หมายถึง อาชีพท่ีหารายไดโดยไดรบั เงนิ คา ตอบแทนจากนายจา งอาจจะเปน รายวัน
รายสปั ดาห หรือรายเดือน แลว แตจะตกลงกัน และผทู ป่ี ระกอบอาชีพรบั จางตองประพฤติตนหรอื ปฏิบตั งิ านใน
ขอบเขตที่นายจา งกําหนด เชน ขาราชการ ลกู จางในบริษทั หางรา น โรงงานอตุ สาหกรรม หรือลูกจางสาํ หรบั
ทาํ การเกษตรตา งๆ

2. อาชีพอสิ ระ หมายถึง อาชีพท่ีหารายไดเองโดยไมมีนายจาง หรือไมอยูในฐานะลกู จาง เชน การ
ประกอบธุรกิจสวนตัว คาขาย ชา งทาํ ผม ชางตดั เยบ็ เสอื้ ผา เปนตน

4. กระบวนการจดั กจิ กรรม
4.1 ข้นั นําเขาสกู จิ กรรม
4.1.1 ครูใหน ักเรียนเลนเกม “ปริศนาหาอาชพี ” โดยแบงนักเรยี นออกเปน 2 กลมุ คือกลุม
O และกลมุ X ใหตัวแทนท้งั 2 กลมุ เปายงิ ฉุบกนั ฝา ยใดชนะไดจบั ฉลากเลือกปริศนาหาอาชพี กอ น
โดยมีกตกิ าในการเลน ดังน้ี
- ถา กลุมใดตอบถูกไดใสส ญั ลักษณป ระจํากลุมกอนในตาราง O , X แตถาตอบผิดฝายตรง
ขา มจะไดเลือกใสสัญลักษณป ระจํากลมุ แทน เชน ถา กลมุ X ไดเ ลือกปริศนาหาอาชีพกอนแลวตอบถูก

100

กลุม X ก็มสี ิทธิ์เลอื กใสสญั ลกั ษณ X ในตาราง O , X กอ น แตถา ตอบผดิ กลมุ O กส็ ามารถเลือกใส
สัญลักษณ O ในตาราง O , X ได

- ถา กลุม ใดสามารถทําสญั ลักษณข องกลุมตนไดตามแนวตงั้ แนวนอนหรือแนวทแยงมุมกอน
กลุมนน้ั เปน ฝายชนะ

4.1.2 ครสู นทนาซักถามนักเรียนดังตอไปน้ี
- นกั เรยี นไดอะไรจากการเลนเกมปริศนาหาอาชีพ
- คําวา “อาชพี ” หมายถึงอะไร
4.1.3 ครูและนักเรยี นรวมกนั สรปุ ความหมายของคําวา “อาชพี ” อีกคร้งั
4.2 ขั้นกจิ กรรม
4.2.1 ครูใหน ักเรยี นทุกคนในหองออกมาเขยี นช่ืออาชีพตา งๆ บนกระดานโดยไมใหซ ํ้ากัน
4.2.2 ครูสรุปใหนักเรยี นฟง วา อาชพี ในสังคมไทยนนั้ มีมากมายหลายอาชพี แตใ นกิจกรรมนี้
เราแบงประเภทอาชพี ออกเปน 2 ประเภทใหญๆ คอื อาชพี รบั จางและอาชีพอสิ ระ
4.2.3 ครูใหนักเรยี นรว มกนั แสดงความคิดเหน็ ความแตกตางระหวางอาชพี อิสระกับอาชีพ
รับจาง
4.2.4 ครูใหนักเรียนดูรายชื่ออาชีพบนกระดาน แลว บอกวาอาชีพใดเปน อาชีพรับจา งและ
อาชพี ใดเปน อาชีพอิสระ
4.2.5 ครูใหน ักเรยี นชว ยกนั แสดงความคิดเห็นถึงประโยชนของการประกอบอาชีพ
4.2.6 ครูใหน ักเรียนทาํ ใบงาน เรอ่ื ง คยุ เฟองเร่ืองอาชพี
4.3 ข้ันสรุปกิจกรรม
4.3.1 ครูใหนักเรียนชว ยกนั สรปุ ขอคิดท่ีไดรับจากการทํากิจกรรม คุยเฟองเร่ืองอาชีพ
4.3.2 ครูแจกใบความรู เรื่อง ขอ มลู เกยี่ วกบั อาชีพ ใหนกั เรยี นไปศึกษา
4.4 ข้ันประเมินชุดการสอน
ครูใหนกั เรยี นทําแบบประเมินชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี 3
จากกิจกรรม คยุ เฟองเรื่องอาชีพ

5. การวดั และการประเมินผลงาน
5.1 สังเกตจากการทํากิจกรรมกลมุ
5.2 สงั เกตจากการตอบคาํ ถาม
5.3 ตรวจผลจากใบงาน เรื่อง คยุ เฟองเรือ่ งอาชีพ
5.4 สงั เกตจากการอภปิ รายสรปุ ถึงขอคดิ ที่ไดรับจากการทํากจิ กรรม คุยเฟองเร่ืองอาชีพ

101

6. แหลง ความรู
6.1 หอ งแนะแนว
6.2 หอ งสมุด
6.3 Internet

7. สอ่ื การเรียนรู
7.1 ใบงาน เร่ือง คุยเฟองเร่ืองอาชพี
7.2 ใบความรู เร่ือง ขอมลู เกี่ยวกบั อาชพี
7.3 ปรศิ นาหาอาชีพ จํานวน 20 ขอ
7.4 ตาราง O , X
7.5 แบบประเมนิ ชดุ การสอนแนะแนว เรื่อง คุยเฟองเรื่องอาชีพ

คูมอื นักเรียน

การเรยี นกิจกรรมแนะแนว โดยใชชดุ การสอนแนะแนวอาชีพ เรื่อง ขอ มูลเก่ยี วกบั อาชพี โดยใช
กิจกรรม คยุ เฟองเรอ่ื งอาชีพ ใชเ วลาเรียนทา กบั 1 ช่ัวโมง นักเรยี นควรปฏบิ ัติ ดังนี้

1. ใหนักเรียนเลนเกม “ปริศนาหาอาชีพ” โดยแบงนักเรยี นออกเปน 2 กลมุ คือกลมุ O และ กลมุ X
ใหตัวแทนทัง้ 2 กลุมเปา ยงิ ฉุบกนั ฝายใดชนะไดจบั ฉลากเลือกปรศิ นาหาอาชีพกอน โดยมกี ติกาในการเลน ดังนี้

- ถา กลมุ ใดตอบถูกไดใสสัญลกั ษณป ระจํากลุมกอนในตาราง O , X แตถาตอบผดิ ฝายตรง
ขามจะไดเลือกใสสญั ลักษณประจํากลมุ แทน เชน ถากลมุ X ไดเ ลือกปริศนาหาอาชีพกอนแลวตอบถกู
กลมุ X ก็มสี ิทธ์ิ เลือกใสสญั ลักษณ X ในตาราง O , X กอน แตถ าตอบผิดกลุม O ก็สามารถเลือกใส
สัญลกั ษณ O ในตาราง O , X ได

- ถา กลุมใดสามารถทาํ สญั ลักษณของกลุมตนไดตามแนวต้ัง แนวนอนหรือแนวทแยงมมุ กอน
กลมุ นัน้ เปน ฝา ยชนะ
2. ใหนกั เรยี นสนทนาและตอบคาํ ถามของครูเก่ียวกบั ความหมายของคาํ วาอาชีพ
3. ใหน ักเรยี นทกุ คนในหองออกมาเขยี นชอ่ื อาชพี ตางๆ บนกระดานโดยไมใหซ้าํ กัน
4. ใหนกั เรยี นรวมกนั แสดงความคดิ เหน็ ความแตกตางระหวา งอาชพี อิสระกับอาชีพรับจาง
5. ใหน ักเรียนดูรายชอ่ื อาชีพบนกระดาน แลว บอกวา อาชีพใดเปนอาชพี รับจา งและอาชีพใดเปน อาชพี
อสิ ระ
6. ใหน กั เรียนชวยกันแสดงความคิดเห็นถึงประโยชนข องการประกอบอาชีพ
7. ใหน กั เรยี นทําใบงาน เร่ือง คุยเฟองเร่ืองอาชีพ
8. ใหนักเรยี นชวยกันสรุปขอคดิ ทไี่ ดรับจากการทาํ กิจกรรม คุยเฟอ งเร่ืองอาชีพ
9. ใหน กั เรยี นนําใบความรู เรอื่ ง ขอ มูลเกย่ี วกับอาชีพ ไปศึกษา
10. ใหน ักเรียนทําแบบประเมินชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนกั เรียนชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 3 จาก
กิจกรรม คยุ เฟองเรอ่ื งอาชีพ

102

ชือ่ – นามสกุล …………………………..…………………………ช้นั ………...…….เลขที่…………
ใบงานประกอบการสอนกิจกรรมแนะแนวอาชีพ

เร่ือง ขอ มูลเก่ยี วกับอาชีพ ภาคเรยี นท่ี 2 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 3
**********************************************************************************

ใบงาน เร่อื ง คุยเฟองเร่ืองอาชีพ

คําช้ีแจง ใหน ักเรยี นตอบคาํ ถามตอไปนี้

1. อาชีพ หมายถึง …………………………………………………………………………………..………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
2. อาชพี แบงไดเปน 2 ประเภทใหญๆ คือ
2.1 ………………………………………………………..หมายถงึ ……………………………..………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………..
2.2 ………………………………………………………..หมายถงึ ………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………...
3. ใหนักเรยี นยกตัวอยางอาชีพรบั จางมา 10 ขอ

1. ………………………………………………. 2. ………………………………………………..
3. ………………………………………………. 4. ………………………………………………..
5. ………………………………………………. 6. ………………………………………………..
7. ………………………………………………. 8. ………………………………………………..
9. ………………………………………………. 10. ………………………………………………
4. ใหนกั เรียนยกตัวอยา งอาชีพอสิ ระมา 10 ขอ
1. ………………………………………………. 2. ………………………………………………..
3. ………………………………………………. 4. ………………………………………………..
5. ………………………………………………. 6. ………………………………………………..
7. ……………………………………………… .8. ………………………………………………..
9. ………………………………………………. 10. ………………………………………………
5. ใหนกั เรียนบอกประโยชนข องการประกอบอาชพี มา 5 ขอ
1. ……………………………………………………………………………………………………
2. ……………………………………………………………………………………………………
3. ……………………………………………………………………………………………………
4. ……………………………………………………………………………………………………
5. ……………………………………………………………………………………………………

103

ชื่อ – นามสกุล …………………………..…………………………ชนั้ ………...…….เลขที่…………
ใบความรูประกอบการสอนกิจกรรมแนะแนวอาชีพ

เรื่อง ขอมูลเกี่ยวกับอาชีพ ภาคเรยี นท่ี 2 ช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 3
**********************************************************************************

ใบความรู เรื่อง ขอ มลู เก่ียวกับอาชีพ

อาชีพ หมายถึง ชนิดของงานท่ีบคุ คลกระทําเพ่ือหารายไดมาใชจา ยในการดํารงชีวิตท้งั ของตนเองและ

ผทู ่เี ราตองรับผดิ ชอบ อาชีพตางๆ ในสังคมไทยนั้นมอี ยูมากมายหลายประเภท แตถาจัดประเภทแลว อาจแบง

ไดเปน 2 ประเภทใหญๆ คือ

1. อาชีพรับจาง หมายถงึ อาชีพใดกต็ ามทผ่ี ูประกอบอาชีพไมไดเปน เจาของกจิ การเองแตทาํ งาน

ภายใตระบบ หรอื ขอกําหนดของหนวยงานที่ตนสงั กัดอยู เชน การเปนขาราชการพนกั งานหางรา น ฯลฯ อาชพี

ประเภทนี้เปนอาชีพท่ีคนท่ัวไปในอดีตและปจจบุ นั นยิ มยดึ ถือเปนการประกอบอาชีพ ท้งั ท่อี าชพี รบั จา งเปน

อาชพี ที่มีขอบเขตจาํ กดั และอยูในกฎเกณฑมากกวาอาชีพอิสระ ทงั้ น้ผี รู บั จา งรบั จางทาํ งานจากผูประกอบการ

หรอื นายจางดา นการผลิตและบริการก็ได

2. อาชีพอสิ ระ หมายถึง อาชีพใดก็ตามท่ีผูประกอบอาชพี เปนเจาของกิจการเอง เปนนายตนเอง ท้ังน้ี

กจิ การอาจจะใหญหรือเล็กขึ้นอยกู ับกําลังความสามารถและทุนทรัพย อาชีพอสิ ระ จาํ แนกเปน

2.1 อาชีพผผู ลิต ไดแก การท่ผี ูด าํ เนนิ กิจการไดผ ลติ ชิ้นงานออกมาเพอ่ื จาํ หนาย เชน ชา งประดิษฐ

เจา ของโรงงานตุก ตา เจา ของโรงงานเคร่ืองปน ดนิ เผา เกษตรกร ฯลฯ

2.2 อาชีพผูบริการ ไดแ ก การทีผ่ ูดําเนินกิจการไดอาํ นวยความสะดวกหรือ ใหบ ริการแกผบู รโิ ภค เชน

ชา งซอ มวิทยุโทรทัศน พอ คา แมค า ชางรบั จัดและดูแลสวน ชางตัดผมชา งเสรมิ สวย ฯลฯ

ความแตกตางระหวางอาชีพอสิ ระกับอาชีพรับจา ง

อาชีพอิสระ อาชีพรบั จาง

1. ความมัน่ คงขึ้นอยูกบั ความสามารถ 1. ความมั่นคงสูง

2. ไมมีสวสั ดิการ 2. มสี วสั ดิการ

3. ไมจํากดั รายได 3. รายไดจํากัด

4. ไมจ ํากดั ความกาวหนา 4. ความกาวหนาจาํ กดั

5. เปน อสิ ระไมมีเง่ือนไข 5. มีเง่ือนไขไมเปนอิสระ

6. สามารถสรางงานดวยตนเอง 6. ไมสามารถสรางงานดวยตนเองได

ประโยชนของการประกอบอาชีพ
1. ประโยชนตอ ตนเอง
- ทําใหมีรายไดมาใชจายในการดาํ รงชีวิต
- ทําใหไดคน พบและพฒั นาความสามารถของตนเอง

104

- การไดป ระกอบอาชีพทต่ี นเองพึงพอใจทาํ ใหมคี วามสขุ ในการทํางาน
- การประกอบอาชีพทําใหตนเองรูสึกมีคณุ คา ฯลฯ
2. ประโยชนต อครอบครวั
- ทาํ ใหมีรายไดมาใชจายในครอบครวั
- ทําใหครอบครวั มีความสุข
- ชวยใหครอบครัวมีความมัน่ คงยงิ่ ขึน้ ฯลฯ
3. ประโยชนตอประเทศชาติ
- ทาํ ใหเศรษฐกิจของประเทศดีขนึ้
- ลดปญ หาอาชญากรรม
- ชว ยใหประเทศพัฒนา ฯลฯ

บรรณานุกรม
ประสิทธ์ิ คําภูแสน. (2542). อาชพี อสิ ระ. กรงุ เทพฯ : สํานักพมิ พบรรณกิจ.

105

ฉลาก “ปรศิ นาหาอาชีพ”
1. จะเปน…................................ตองเสียงดังพูดฟงชัด หรือถนดั ชีแ้ จงแถลงไข
2. จะเปน ….............................…ตอ งมีธรรมประจําใจ ตองไมรงั เกยี จโรคทุกขโ ศกคน
3. จะเปน….............................…ตอ งเมตตาประชาราษฎร ไมขข้ี ลาดปราบเหลา รายไดท ุกหน
4. จะเปน …............................…ทรหดตองอดทน ตอ งพลีตนเพ่ือปกปอ งคุม ครองไทย
5. จะเปน …............................…ผูป ราชญเปร่ือง ตอ งเกง เร่ืองเคมแี ละสแี สง
6. จะเปน…............................…ตอ งชอบงานการแสดง รูจักแสรง แสดงทา ไดนาชม
7. จะเปน …............................…ชอบคิดคา ตอ งสรรหาบริการดีที่เหมาะสม
8. จะเปน…...........................…งานโรคภยั ไมต อ งกลัว คนดีช่ัวไมรังเกียจนึกเกลยี ดชัง
9. จะเปน ...........................……เร่ืองดีดสตี ีเปา ตองเขา ใจ
10. จะเปน….........................…ที่ชํานาญ ตองเกง ดา นขดุ คนจนรูด ี
11. จะเปน….........................…ตอ งถนดั เร่ืองจดั ยา ตอ งรคู ายาที่แทแกโรคภยั
12. จะเปน ….........................…ท่ฝี นเฟอง ตอ งปราชญเ ปรื่องเรื่องชวี ิตคิดสรรหา
13. จะเปน….........................…ตองกลาตายผจญภัยในไพรสนฑ
14. จะเปน….........................…ตองไมบ น วาคนนี้เหมน็ ขฟ้ี น
15. จะเปน ….........................…ท่ีดีตองเกงกาจเรื่องตวั เลข ไมโ ยกเยกยึดความซ่ือตรงเปนทมี่ ั่น
16. จะเปน….........................…อยา เหอ ยศ ตองทรหดไมขยาดหวาดกลวั ผี
17. จะเปน….........................…งานตอ งดี ทง้ั เรว็ ร่ปี รนนิบตั ิผจู ดั การ
18. จะเปน ….........................…ผสู ันทัด ตอ งเจนจดั สมั พนั ธประชาอยาเมนิ หมาง
19. จะเปน …........................…ตองปราดเปรียวดวยเรยี่ วแรง แขง็ แกรงอุตสาหะมานะดี
20. จะเปน…….......................ตอ งเสนอเร่ืองราวไดทกุ วันทันสมยั ขา วนอ ยใหญเสนอพลันไดท ันกาล

เฉลย “ปริศนาหาอาชีพ”

อาชีพท่ี 1 คือ ครู , อาจารย อาชีพที่ 11 คือ เภสัชกร

อาชีพที่ 2 คือ หมอ อาชีพท่ี 12 คือ นักประพนั ธ

อาชีพที่ 3 คอื ตาํ รวจ อาชพี ท่ี 13 คือ เจาหนาท่ปี า ไม

อาชพี ท่ี 4 คือ ทหาร อาชพี ที่ 14 คือ ทนั ตแพทย

อาชีพที่ 5 คอื นกั วิทยาศาสตร อาชพี ที่ 15 คอื นักบัญชี

อาชพี ที่ 6 คือ ดารา อาชีพท่ี 16 คือ สัปเหรอ

อาชพี ท่ี 7 คอื พอคา , นกั ธุรกจิ อาชีพท่ี 17 คือ เลขานุการ

อาชีพท่ี 8 คอื พยาบาล อาชพี ท่ี 18 คอื นกั ประชาสมั พนั ธ

อาชพี ท่ี 9 คือ นักดนตรี อาชีพที่ 19 คือ กรรมกร

อาชพี ท่ี 10 คือ นกั โบราณคดี อาชพี ที่ 20 คอื นกั ขาว

106

แบบประเมินความพึงพอใจตอการใชชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปท ่ี 3

ช่ือเร่ือง ขอมลู เกี่ยวกับอาชีพ ชื่อกิจกรรม คุยเฟองเร่ืองอาชีพ

คําชี้แจง ใหน ักเรียนทําเครื่องหมาย / ลงในชองวา งทางขวามอื ท่ีตรงกับระดบั ความพึงพอใจของนกั เรยี น

ระดับ 5 หมายถึง พอใจในระดับมากท่ีสุด

ระดบั 4 หมายถึง พอใจในระดบั มาก

ระดบั 3 หมายถึง พอใจในระดับปานกลาง

ระดับ 2 หมายถึง พอใจในระดับนอย

ระดับ 1 หมายถึง พอใจในระดับนอยที่สดุ

ระกับความพึงพอใจ

ขอ การสอนโดยใชชุดการสอนแนะแนวอาชีพ มาก มาก ปาน นอย นอ ย

ที่ ของนกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปที่ 3 ทสี่ ุด กลาง ท่ีสุด

1 หลงั ทํากิจกรรมนักเรียนมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับแนวทาง
ทีท่ ําใหนกั เรียนประสบความสาํ เร็จ

2 เนื้อหาในกิจกรรมสอดคลอ งกับจุดประสงคท ี่มุงพัฒนา
นกั เรียนใหมีวิธีการเรียนนั้นจะนําไปสูความสาํ เร็จ

3 เนื้อหาในกิจกรรมการเรยี นเหมาะสมกบั การพฒั นานกั เรยี น
ใหมแี นวทางในการปฏิบตั ติ นที่นําไปสูความสําเร็จ

4 เวลาท่ีใชเหมะสมกบั กิจกรรมการเรยี นและเน้ือหา
5 กจิ กรรมเปด โอกาสใหน ักเรยี นไดม สี วนรวมในการแสดงออก

และกลาแสดงความคิดเห็น
6 กิจกรรมคยุ เฟองเร่ืองอาชพี มุงปลกู ฝง ใหนกั เรยี นประพฤติ

ปฏบิ ัติตนเปน ผทู ป่ี ระสบความสาํ เร็จในชีวติ
ขอความในใบความรู ใบงาน อา นงาย คาํ ส่งั ชัดเจน และเขาใจ
7 งา ย
8 สอื่ ตางๆที่ใชในกิจกรรมมคี วามนา สนใจ และมีความหลากหลาย
9 ใบงานที่ใหนักเรียนทําไมยากเกนิ ไป และสามารถทําไดทันเวลา
การวดั และการประเมนิ ผลเปนการวัดจากกากระทาํ ของนักเรียน
10 อยา งแทจ ริง
11 นกั เรยี นมีสว นรวมในกิจกรรมอยา งท่ัวถึง
12 นกั เรยี นสามารถนาํ ความรูท่ีไดรับไปใชประโยชนได

107

107

ชดุ การสอนแนะแนวอาชีพ สําหรบั ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3
ภาคเรียนท่ี 2 ปก ารศึกษา 2561
ชดุ ท่ี 4

ชือ่ เรอื่ ง แนวทางการศึกษาตอ เมอ่ื จบชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3

เรือ่ ง แนวทางการศกึ ษาตอเม่อื จบชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 3
ชอ่ื กิจกรรม ทางเดินแหง ฝน
เทคนคิ อภปิ รายกลุม
เวลา 1 ชั่วโมง

จดุ ประสงค
1. เพื่อใหน ักเรยี นบอกแนวทางการศึกษาตอเม่ือจบช้นั มัธยมศึกษาปท ่ี 3 ได
2. เพื่อใหนักเรียนวางแผนการศึกษาตอของตนเองได

สว นประกอบในชดุ การสอน
1. คําชี้แจง
1.1 การเตรยี มตัวของครู
1.2 การจัดกิจกรรม “ทางเดินแหงฝน”
1.3 บทบาทของครู
1.4 ส่อื การเรียนรู
2. คูมอื ครู
2.1 สาระสําคญั
2.2 จุดประสงค
2.3 สาระการเรียนรู
2.4 กระบวนการจัดกิจกรรม
2.5 การวัดและการประเมนิ ผลงาน
2.6 แหลงความรู
2.7 ส่ือการเรยี นรู
3. คูมือนักเรียน
ขัน้ ตอนการดาํ เนินกิจกรรม “ทางเดินแหงฝน ”
4. สือ่ และอุปกรณการสอน
4.1 ใบงาน เรื่อง จะไปทางไหนดี
4.2 ใบความรู เร่ือง แนวทางการศกึ ษาตอเม่ือจบชว งช้นั ท่ี 3
4.3 แบบประเมินชดุ การสอนกจิ กรรมแนะแนว จากกิจกรรม ทางเดนิ แหงฝน

108

คําชี้แจง

1. การเตรียมตัวของครู

1.1 กอ นสอนครูตองอา นและทําความเขาใจคําช้ีแจงในการใชช ดุ การสอน คูม ือครู และคูมอื นักเรยี น
1.2 ครูตองเตรยี มสือ่ การเรียนการสอนใหพรอมและปฏบิ ัติตามคมู ือ โดยยึดคูมือครูเปน หลักในการ
ดาํ เนนิ การสอน

2. การจัดกิจกรรม

ชดุ การสอนแนะแนวอาชีพ เร่ือง แนวทางการศึกษาตอเมื่อจบช้นั มัธยมศึกษาปที่ 3 โดยใชกจิ กรรม
ทางเดนิ แหง ฝน

3. บทบาทของครู

3.1 ครชู ้ีแจงการเรียนดวยชุดการสอนแนะแนวอาชีพเรื่อง แนวทางการศกึ ษาตอ เม่อื จบช้ัน
มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 3 โดยใชก ิจกรรม ทางเดินแหง ฝน

3.2 ดําเนนิ การสอนแนะแนวอาชพี เรอ่ื ง แนวทางการศึกษาตอ เมื่อจบช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 3 โดยใช
กจิ กรรม ทางเดนิ แหงฝน ตามลาํ ดบั ดังนี้

3.2.1 ครสู ุมถามนักเรียนวา นักเรยี นมคี วามสนใจในอาชีพอะไรบา ง และเพราะเหตุใดจึงสนใจ
อาชพี นี้

3.2.2 ครูจดคาํ ตอบของนกั เรียนลงบนกระดาน
3.2.3 ครูใหน ักเรียนชวยกันวิเคราะหวาแตล ะอาชีพบนกระดานนั้นควรศึกษาตอทางดา นใด
3.2.4 ครูใหนักเรยี นศึกษาใบความรู เรื่อง แนวทางการศึกษาตอเมอื่ จบช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 3
3.2.5 ครูใหน ักเรยี นทาํ ใบงาน เรื่อง ทางเดนิ แหงฝน เปนเวลา 10 นาที
3.2.6 ครสู ุมเรยี กนกั เรียนใหรายงานผลการทําใบงาน เรอ่ื งทางเดินแหง ฝน ใหเพ่ือนฟง
3.2.7 ครูใหนักเรียนแบง กลมุ ตามสายการเรยี นทนี่ ักเรียนเลอื ก พรอมทั้งใหนักเรยี นแตละ
กลมุ ชวยกนั บอกขอดขี องสายการเรยี นทีต่ นเองเลอื ก
3.2.8 ครูใหน ักเรยี นชวยกันสรปุ ขอคิดที่ไดจากการทาํ กิจกรรม ทางเดินแหง ฝน
3.2.9 ครูใหนักเรยี นทาํ แบบประเมินชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาดา นการศึกษา
และอาชพี ของนกั เรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 3 จากกิจกรรม ทางเดนิ แหง ฝน

4. สอ่ื การเรียนรู

4.1 ใบงาน เรื่อง ทางเดนิ แหงฝน
4.2 ใบความรู เร่อื ง แนวทางการศกึ ษาตอเม่ือจบชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 3
4.3 แบบประเมนิ ชุดการสอนกจิ กรรมแนะแนว จากกิจกรรม ทางเดินแหง ฝน

109

คมู ือครู

สาํ หรบั การสอนแนะแนว ในชดุ การสอนแนะแนวอาชีพ เร่อื ง แนวทางการศึกษาตอเมือ่ จบช้ัน
มธั ยมศึกษาปท ี่ 3 โดยใชก ิจกรรม ทางเดนิ แหงฝน ใชเวลาเรยี น 1 คาบ เทากบั เวลา 1 ช่ัวโมง ครคู วรศึกษาเพ่ือ
เตรยี มการสอน ดงั น้ี

1. สาระสาํ คัญ

กอนท่ีจะตดั สนิ ใจในการวางแผนชีวติ ดา นการศึกษาตอนั้น นกั เรยี นควรมโี ลกทศั นอนั กวา งไกล นน่ั คอื
ตองรูจกั โลกกวางทางการศึกษา ซึง่ ครอบคลมุ วชิ าการหรือวทิ ยาการมากมายหลายระดบั และหลายประเภท
ตง้ั แตระดับตํ่าสดุ ถงึ ในระดับสูงสดุ ทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียนและในขณะเดียวกนั วทิ ยาการ
ตา งๆ ดังกลา วนี้ก็เปนหนทางทจ่ี ะนาํ ไปสูโลกกวางทางอาชีพซงึ่ มีอยูมากมายหลายชนิด ฉะนนั้ การทราบขอมลู
หรอื ขอสนเทศตา งๆ ในโลกวางดังกลา วนี้จะชวยใหน กั เรยี นสามารถนํามาใชประกอบในการพิจารณาตดั สนิ ใจ
เลือกทางศกึ ษาและอาชีพในอนาคตของตน เพื่อใหส อดคลองกบั สติปญญา ความถนัด ความสามารถและ
บคุ ลิกภาพของตนตอไป

2. จุดประสงค

1. เพ่ือใหนักเรียนบอกแนวทางการศึกษาตอเมื่อจบช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี 3 ได
2. เพ่ือใหน ักเรยี นวางแผนการศึกษาตอของตนเองได

3. สาระการเรียนรู

นักเรยี นท่ีกาํ ลงั จะสาํ เร็จการศึกษาในระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที่ 3 แนวทางการศกึ ษาตอท่นี กั เรยี นควร
ทราบ ไดแก การศึกษาตอในระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ซง่ึ มที ง้ั สายสามัญและสายอาชีพ และการศึกษาตอ
ในสถาบันการศกึ ษาอ่ืนๆ เพื่อเปนแนวทางใหนกั เรยี นในการตดั สนิ ใจเลือกศกึ ษาตอ

4. กระบวนการจัดกิจกรรม

4.1 ขนั้ นาํ เขา สกู ิจกรรม
4.1.1 ครูสมุ ถามนักเรียนวา นักเรียนมีความสนใจในอาชีพอะไรบา ง และเพราะเหตุใดจงึ สนใจ

อาชพี น้ี
4.1.2 ครูจดคําตอบของนักเรียนลงบนกระดาน

4.2 ขน้ั กิจกรรม
4.2.1 ครูใหนักเรียนชวยกนั วิเคราะหวา แตล ะอาชีพบนกระดานน้ันควรศกึ ษาตอทางดา นใด
4.2.2 ครูใหน ักเรียนศึกษาใบความรู เร่ือง แนวทางการศึกษาตอเมอื่ จบช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 3

110

4.2.3 ครูใหนักเรยี นทําใบงาน เร่ือง ทางเดนิ แหงฝน
4.2.4 ครูสมุ เรยี กนักเรยี นใหร ายงานผลการทาํ ใบงาน เร่อื ง ทางเดินแหง ฝน ใหเ พื่อนฟง
4.2.5 ครูใหน ักเรยี นแบง กลมุ ตามสายการเรยี นทีน่ ักเรียนเลือก พรอมท้งั ใหนักเรียนแตล ะ
กลุมชว ยกนั บอกขอดีของสายการเรยี นทต่ี นเองเลือก
4.3 ขนั้ สรปุ กิจกรรม
4.3.1 ครูใหนักเรียนชวยกันสรปุ ขอคิดและประโยชนท่ีไดรับจากการทํากิจกรรม ทางเดินแหง
ฝน
4.4 ขนั้ ประเมินชดุ การสอน
ครูใหนักเรียนทําแบบประเมินชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 3
จากกิจกรรม ทางเดินแหงฝน

5. การวัดและการประเมินผลงาน

5.1 สังเกตจากการตอบคําถาม
5.2 สงั เกตจากการใหความรวมมือในการทํากิจกรรมกลุม
5.3 ตรวจผลจากใบงาน เร่ือง ทางเดินแหงฝน
5.4 สงั เกตจากการอภปิ รายสรุปถึงขอคดิ ท่ีไดรับจากการทาํ กิจกรรม ทางเดินแหงฝน

6. แหลงความรู

6.1 หองแนะแนว
6.2 หอ งสมดุ
6.3 Internet

7. ส่อื การเรียนรู

7.1 ใบงาน เรื่อง ทางเดินแหง ฝน
7.2 ใบความรู เรื่อง แนวทางการศกึ ษาตอเมื่อจบชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 3
7.3 แบบประเมนิ ชุดการสอนแนะแนวอาชีพ จากกิจกรรม ทางเดนิ แหงฝน

คูมอื นักเรียน

การเรียนกิจกรรมแนะแนว โดยใชช ดุ การสอนแนะแนวอาชีพ เรื่อง แนวทางการศกึ ษาตอเมอ่ื จบชนั้
มัธยมศกึ ษาปท ี่ 3 โดยใชกิจกรรม ทางเดินแหง ฝน ใชเวลาเรียน 1 คาบ เทากบั 1 ชว่ั โมง นักเรยี นควรปฏิบตั ิ
ดงั นี้

111

1. ใหนกั เรียนตอบคาํ ถามครูเกย่ี วกบั อาชีพที่นักเรยี นสนใจ
2. ใหนักเรียนชวยกันวิเคราะหวา แตล ะอาชีพบนกระดานน้ัน ควรศึกษาตอทางดานใด
3. ใหน ักเรยี นศกึ ษาใบความรู เร่ือง แนวทางการศกึ ษาตอเมอ่ื จบช้นั มัธยมศึกษาปที่ 3
4. ใหน กั เรียนทําใบงาน เร่ือง ทางเดินแหงฝน เปน เวลา 10 นาที
5. ใหน กั เรียนรายงานผลการทําใบงาน เร่ือง ทางเดนิ แหง ฝน ใหเพอื่ นฟง
6. ใหน ักเรียนแบง กลุม ตามสายการเรยี นที่นักเรียนเลือกพรอมทั้งใหนกั เรยี นแตล ะกลุมชว ยกนั บอก
ขอ ดีของสายการเรียนทตี่ นเองเลือก
7. ใหน กั เรยี นชวยกันสรุปขอคดิ และประโยชนท่ีไดรับจากการทํากิจกรรม ทางเดินแหง ฝน
8. ใหน กั เรยี นทาํ แบบประเมนิ ชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวอาชพี ของนักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปท ่ี 3
จากกิจกรรม ทางเดนิ แหง ฝน

112

ชือ่ – นามสกลุ …………………………..…………………………ช้ัน………...…….เลขท่ี…………

ใบงานประกอบการสอนกิจกรรมแนะแนวอาชีพ

เร่ือง แนวทางการศึกษาตอเมอ่ื จบช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 ช้ันมธั ยมศึกษาปท ่ี 3

**********************************************************************************

ใบงานประกอบกิจกรรม ทางเดินแหง ฝน

คําชี้แจง ใหน ักเรยี นตอบคําถามตอไปนี้ ตามความเปน จริง เพือ่ ประโยชนในการวางแผนการศกึ ษาตอของ
นักเรียน

1. อาชพี ทีน่ ักเรยี นสนใจ คอื …………………………………………………….…………………………………………………...
2. เพราะเหตุใดจึงสนใจอาชีพน้ี …………………………………………………………………………………….………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………..…………...
3. สายการเรียนที่ตอ งศกึ ษาตอ คือ……………………………………………………………………………..…………………..
4. สถานทท่ี ีต่ อ งการศึกษาตอเม่ือจบชั้น ม. 3 คือ ( ระบุชอ่ื โรงเรียน ) …………………………………..…………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..…...
5. ความตัง้ ใจเกี่ยวกับการศึกษาขั้นสงู สดุ คือ ……………………………………………………………….………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………..…………...
6. อุปสรรคทอี่ าจจะเกิดขึน้ คือ ………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………..…………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
7. แนวทางแกไขอุปสรรค คือ ………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

113

ชอื่ – นามสกลุ …………………………..…………………………ช้ัน………...…….เลขท่ี…………

ใบความรูประกอบการสอนกิจกรรมแนะแนวอาชีพ

เรื่อง แนวทางการศึกษาตอเม่อื จบช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 3

**********************************************************************************

โลกกวางทางการศึกษาเมอ่ื จบชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3

1. ศกึ ษาตอชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญ (ม.4 – ม.6)
หลกั สูตร 3 ป ในโรงเรียนมัธยมศึกษาท่ัวประเทศกวา 3,000 แหง ซ่งึ สงั กัดอยูในหนวยงานตางๆ เชน
- สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน (โรงเรยี นรัฐบาล)
- สาํ นักงานคณะกรรมการการอดุ มศึกษา (โรงเรยี นสาธติ )
- สํานกั บริหารงานคณะกรรมการสง เสริมการศกึ ษาเอกชน (โรงเรียนเอกชน)
- โรงเรยี นท่ีมีสถานภาพเปนองคก รมหาชน ภายใตการกาํ กับดูแลของรัฐมนตรีวา การ
กระทรวงศึกษาธิการ

2. การศกึ ษาตอสายอาชีวศึกษา
หลกั สตู รประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ (ปวช. 3 ป) ในสถาบนั การอาชวี ศึกษา สังกดั สาํ นักงาน
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา, โรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน สถาบนั เทคโนโลยีพระจอมเกลาพระนครเหนือ
และวิทยาลัยชางศิลป

3. ศกึ ษาตอ ดานทหาร - ตาํ รวจ
ไดแก โรงเรยี นเตรยี มทหาร โรงเรียนจา อากาศ โรงเรียนดุริยางคท หารเรือโรงเรยี นดุรยิ างคท หารบก
โรงเรยี นดุรยิ างคท หารอากาศ โรงเรียนชา งกรมอูท หารเรือ และโรงเรียนชา งฝมือทหาร

4. ศึกษาตอดา นอื่นๆ
- วิทยาลยั นาฏศลิ ป
- โรงเรยี นชางการไฟฟาสว นภูมภิ าค
- วทิ ยาลัยในวังหญงิ
- วิทยาลยั ในวังชาย
- ศนู ยฝ กพาณชิ ยนาวี กระทรวงคมนาคม
- โรงเรยี นราชาพาณิชยนาวี
- โรงเรียนนาวกิ วาณิชย
- ฯลฯ

114

แบบประเมินความพงึ พอใจตอการใชชุดการสอนแนะแนวอาชพี ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท ี่ 3

ชอ่ื เร่ือง แนวทางการศกึ ษาตอเมอ่ื จบช้ันมัธยมศึกษาปที่ 3 ชื่อกิจกรรม ทางเดินแหง ฝน

คําชี้แจง ใหน ักเรยี นทําเคร่ืองหมาย / ลงในชองวา งทางขวามือที่ตรงกบั ระดับความพงึ พอใจของนกั เรยี น

ระดบั 5 หมายถึง พอใจในระดับมากทส่ี ดุ

ระดบั 4 หมายถึง พอใจในระดับมาก

ระดับ 3 หมายถึง พอใจในระดับปานกลาง

ระดับ 2 หมายถึง พอใจในระดบั นอย

ระดับ 1 หมายถึง พอใจในระดบั นอยทสี่ ุด

ระกับความพึงพอใจ

ขอ การสอนโดยใชชุดการสอนแนะแนวอาชีพ มาก มาก ปาน นอ ย นอย

ที่ ของนกั เรียนชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 3 ทส่ี ดุ กลาง ที่สดุ

1 หลงั ทาํ กิจกรรมนักเรียนมีความรูความเขา ใจเก่ียวกบั แนวทาง
ท่ที าํ ใหนกั เรยี นประสบความสาํ เร็จ

2 เน้ือหาในกิจกรรมสอดคลอ งกับจุดประสงคท ี่มุงพฒั นา
นักเรียนใหมีวิธีการเรยี นน้ันจะนําไปสูความสําเร็จ

3 เน้ือหาในกิจกรรมการเรียนเหมาะสมกับการพัฒนานกั เรียน
ใหมีแนวทางในการปฏบิ ตั ิตนท่ีนําไปสูความสําเร็จ

4 เวลาที่ใชเหมะสมกับกิจกรรมการเรยี นและเน้ือหา
5 กจิ กรรมเปด โอกาสใหนักเรยี นไดมีสวนรวมในการแสดงออก

และกลา แสดงความคิดเหน็
6 กจิ กรรม ทางเดนิ แหง ฝน มงุ ปลูกฝงใหนักเรยี นประพฤติ

ปฏิบัตติ นเปน ผทู ี่ประสบความสาํ เร็จในชีวิต
ขอ ความในใบความรู ใบงาน อานงา ย คาํ สัง่ ชดั เจน และเขาใจ
7 งา ย
8 สื่อตา งๆที่ใชในกิจกรรมมีความนาสนใจ และมีความหลากหลาย
9 ใบงานที่ใหนักเรียนทําไมยากเกินไป และสามารถทาํ ไดทันเวลา
การวัดและการประเมินผลเปนการวดั จากกากระทําของนักเรยี น
10 อยา งแทจริง
11 นักเรยี นมสี วนรวมในกิจกรรมอยา งทั่วถึง
12 นักเรยี นสามารถนาํ ความรทู ่ีไดร ับไปใชป ระโยชนไ ด

115

ชุดการสอนแนะแนวอาชีพ สําหรบั ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 3
ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2561
ชุดที่ 5
ชอื่ เรือ่ ง การศึกษาตอสายอาชพี

เรอ่ื ง การศกึ ษาตอ สายอาชีพ
ช่อื กิจกรรม เรียนสายอาชีพไวใชเลย
เทคนคิ 1 .อภิปรายกลุม 2. กรณีตวั อยาง
เวลา 1 ชัว่ โมง
จุดประสงค

1. เพ่ือใหน ักเรียนบอกแนวทางการศึกษาตอสายอาชีพได
2. เพ่ือใหนักเรยี นบอกสาขาการศึกษาในสายอาชีพได
3. เพื่อใหน ักเรยี นเลือกเรียนสาขาวิชาการศึกษาในสายอาชีพไดเหมาะสมกบั ตนเอง
สว นประกอบในชุดการสอน
1. คําชี้แจง

1.1 การเตรยี มตัวของครู
1.2 การจัดกิจกรรม “เรียนสายอาชพี ไวใชเลย”
1.3 บทบาทของครู
1.4 ส่อื การเรยี นรู
2. คูมอื ครู
2.1 สาระสาํ คญั
2.2 จุดประสงค
2.3 สาระการเรยี นรู
2.4 กระบวนการจัดกิจกรรม
2.5 การวัดและการประเมนิ ผลงาน
2.6 แหลงความรู
2.7 ส่ือการเรยี นรู
3. คูมือนักเรียน
ข้นั ตอนการดําเนนิ กิจกรรม “เรียนสายอาชีพไวใชเลย”
4. ส่อื และอุปกรณก ารสอน
4.1 ใบงาน เรื่อง เรยี นสายอาชพี ไวไชเลย
4.2 ใบความรู เร่อื ง การศึกษาตอสายอาชีพ

116

4.3 กรณีตัวอยา ง เรื่อง ทางเลือกของต๊ิก
4.4 แบบประเมนิ ชุดการสอนแนะแนว จากกิจกรรม เรยี นสายอาชีพไวใชเลย

คาํ ชแ้ี จง

1. การเตรียมตัวของครู

1.1 กอนสอนครตู องอา นและทําความเขาใจคําชแี้ จงในการใชช ดุ การสอน คมู ือครู และคูมอื นักเรยี น
1.2 ครตู องเตรียมสอ่ื การเรียนการสอนใหพรอ มและปฏบิ ตั ิตามคมู ือ โดยยึดคูมือครูเปน หลักในการ
ดาํ เนินการสอน

2. การจัดกิจกรรม

ชุดการสอนแนะแนวอาชีพ เรื่อง การศึกษาตอ สายอาชีพ โดยใชกจิ กรรม เรยี นสายอาชีพไวใชเลย

3. บทบาทของครู

3.1 ครูช้ีแจงการเรยี นดวยชุดการสอนแนะแนวอาชีพ เรอ่ื ง การศกึ ษาตอสายอาชีพ โดยใชก จิ กรรม
เรยี นสายอาชีพไวใชเลย

3.2 ดําเนินการสอนกิจกรรมแนะแนวเพ่ือพัฒนาดา นอาชพี เรื่อง การศกึ ษาตอสายอาชีพ โดยใช
กิจกรรม เรียนสายอาชีพไวใชเลย ตามลําดบั ดงั น้ี

3.2.1 ครูเลา กรณีตัวอยาง เร่ือง ทางเลือกของติก๊ ใหน ักเรียนฟง
3.2.2 ครสู นทนาซักถามนกั เรียนเก่ยี วกบั กรณตี วั อยาง ทางเลือกของติ๊ก
3.2.3 ครูสนทนากบั นักเรยี นเกยี่ วกับประเภทสาขาวิชาที่เปดสอนในสายอาชพี วามีอะไรบาง
และแตละประเภทประกอบดวยสาขาวชิ าใดบา ง พรอ มทงั้ ใหนักเรียนยกตัวอยางอาชีพในแตล ะ
สาขาวชิ า
3.2.4 ครูใหนักเรียนแบงกลมุ ตามประเภทสาขาวิชาทน่ี กั เรียนสนใจ กลมุ ละ 4 คน
3.2.5 ครูใหนักเรยี นแตละกลุมชวยกันระดมความคิดเกี่ยวกบั การศึกษาในสายอาชีพ โดยทาํ
ลงในใบงาน เร่ือง เรยี นสายอาชพี ไวไ มไรคา
3.2.6 ครูใหน ักเรยี นสง ตวั แทนกลุมออกมารายงานหนา หองเรียน
3.2.7 ครูเปด โอกาสใหนักเรยี นไดซ กั ถามเกย่ี วกบั การเลือกเรยี นสายอาชพี
3.2.8 ครูใหน ักเรยี นชว ยกนั สรปุ ขอคิดและประโยชนที่ไดรับจากการทํากิจกรรมเรยี นสาย
อาชีพไวไมไรค า
3.2.9 ครแู จกใบความรู เรื่อง การศกึ ษาตอสายอาชีพ ใหนักเรียนไปศึกษา
3.2.10 ครูใหนักเรียนทําแบบประเมินชุดการสอนแนะแนวอาชีพเพื่อพฒั นาดานอาชีพของ
นักเรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 3 จากกจิ กรรม เรียนสายอาชพี ไวใชเลย

117

4. ส่อื การเรียนรู

4.1 ใบงาน เร่ือง เรียนสายอาชีพไวใชเลย
4.2 ใบความรู เรือ่ ง การศึกษาตอ สายอาชพี
4.3 กรณีตัวอยาง เรื่อง ทางเลือกของต๊ิก
4.4 แบบประเมนิ ชุดการสอนแนะแนวอาชีพ จากกิจกรรรม เรียนสายอาชีพใชเ ลย

คมู อื ครู

สาํ หรับการสอนแนะแนว ในชดุ การสอนแนะแนวอาชพี เรือ่ ง การศึกษาตอสายอาชีพ โดยใชกิจกรรม
เรยี นสายอาชีพไวใชเลย ใชเวลาเรยี น 1 คาบ เทากับเวลา 1 ชั่วโมง ครคู วรศึกษาเพอ่ื เตรยี มการสอน ดังน้ี

1. สาระสําคญั

จุดหมายและหลักการสําคัญของการศกึ ษาตอ สายอาชีพ คือ การมงุ ใหผูเรยี นไดรับการฝกฝน อบรม
เพ่ือใหมีความรู ทักษะ และประสบการณทงั้ ดา นทฤษฎแี ละปฏิบัติ มีระเบียบวนิ ยั มีเจตคติทด่ี ี มีคุณธรรม มี
คา นยิ มทด่ี ีงาม มีความสามารถในการประกอบอาชพี ไดจ รงิ ทงั้ สามารถพฒั นาตน และพฒั นางานให
เจริญกาวหนา ตอไปไดด ว ย

2. จุดประสงค

1. เพื่อใหน ักเรยี นบอกแนวทางการศึกษาตอสายอาชพี ได
2. เพ่ือใหน ักเรยี นบอกสาขาการศึกษาในสายอาชีพได
3. เพ่ือใหน ักเรยี นเลือกเรียนสาขาการศกึ ษาในสายอาชีพไดเหมาะสมกับตนเอง

3. สาระการเรียนรู

การจัดหลักสูตรสายอาชีพ มีจุดประสงค คอื เพื่อเปด โอกาสใหผูเรยี นไดเลือกเรียนและฝกฝนทักษะ
ตามสตปิ ญญา ความสามารถ ความถนัด และความสนใจของตนเอง ดว ยเหตุน้ีหลกั สูตรสายอาชพี จึง
ประกอบดวยสาขาวิชาตา งๆ มากมาย ซึ่งสรปุ ได 5 ประเภท คือ

1. ประเภทวิชาชา งอุตสาหกรรม
2. ประเภทวชิ าศลิ ปกรรม
3. ประเภทวิชาคหกรรม
4. ประเภทวิชาพาณิชยกรรม
5. ประเภทวิชาเกษตรกรรม

118

ทั้ง 5 ประเภทสาขาวชิ า เปดสอนในสถาบันการศึกษาของรัฐในสังกัดกรมอาชีวศกึ ษาและสถาบัน
เอกชน ซ่ึงตอ งใชเวลาในการศกึ ษา 3 ป จงึ จะไดวุฒปิ ระกาศนียบตั รวชิ าชีพ (ปวช.)และถาศกึ ษาตอ อกี 2 ป จะ
ไดว ุฒปิ ระกาศนยี บัตรวชิ าชีพชั้นสงู (ปวส.)

4. กระบวนการจัดกิจกรรม

4.1 ขั้นนําเขาสูกจิ กรรม
4.1.1 ครูเลา กรณีตัวอยาง เรื่อง ทางเลือกของตก๊ิ ใหนักเรียนฟง
4.1.2 ครสู นทนาซักถามนักเรียน ดังนี้
- จากกรณีตัวอยา ง ถา นักเรียนเปนติ๊ก นกั เรียนจะตัดสินใจอยา งไรเพราะเหตุใด
- ประเภทวชิ าคหกรรมจดั อยูในการศกึ ษาสายสามญั หรือสายอาชพี

4.2 ขั้นกิจกรรม
4.2.1 ครสู นทนากับนักเรยี นเก่ยี วกับประเภทสาขาวิชาที่เปดสอนในสายอาชพี วามีอะไรบาง

และแตล ะประเภทประกอบดวยสาขาวิชาใดบา ง พรอมทง้ั ใหน กั เรยี นยกตัวอยา งอาชีพในแตละ
สาขาวิชา

4.2.2 ครูใหนักเรียนแบงกลมุ ตามประเภทสาขาวชิ าท่ีนกั เรียนสนใจ กลุมละ 4 คน
4.2.3 ครูใหน ักเรียนแตล ะกลุมชว ยกันระดมความคิดเกย่ี วกบั การศึกษาในสายอาชีพ โดยทํา
ลงในใบงาน เร่อื ง เรยี นสายอาชีพไวไมไรค า
4.2.4 ครูใหน ักเรียนสง ตัวแทนกลุมออกมารายงานหนาหองเรียน
4.2.5 ครูเปดโอกาสใหนักเรียนไดซักถามเกยี่ วกับการเลอื กเรียนสายอาชีพ
4.3 ขัน้ สรุปกจิ กรรม
4.3.1 ครูใหน ักเรียนชวยกนั สรุปขอคิดและประโยชนท ี่ไดรับจากการทํากิจกรรมเรยี นสาย
อาชพี ไวไมไรคา
4.3.2 ครแู จกใบความรู เรื่อง การศึกษาตอสายอาชีพ ใหนักเรียนไปศึกษา
4.4 ขั้นประเมินชดุ การสอน
ครูใหนักเรียนทาํ แบบประเมินชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 3
จากกิจกรรม เรยี นสายอาชพี ไวใชเลย

5. การวัดและการประเมินผลงาน

5.1 สงั เกตจากการตอบคาํ ถาม
5.2 สงั เกตจากการใหค วามรวมมือในการทํากิจกรรมกลมุ
5.3 ตรวจผลจากใบงาน เร่ือง เรยี นสายอาชีพไวใชเลย
5.4 สงั เกตจากการอภปิ รายสรุปถึงขอคิดและประโยชนท ่ีไดรบั จากการทํากิจกรรมเรียนสายอาชพี ไว
ใชเลย

119

6. แหลงความรู

6.1 หองแนะแนว
6.2 หอ งสมุด
6.3 Internet

7. สือ่ การเรียนรู

7.1 ใบงาน เร่ือง เรยี นสายอาชพี ไวใชเลย
7.2 ใบความรู เรอ่ื ง การศึกษาตอสายอาชีพ
7.3 กรณตี ัวอยา ง เรื่อง ทางเลือกของต๊ิก
7.4 แบบประเมินชุดการสอนแนะแนวอาชีพ จากกิจกรรม เรียนสายอาชีพไวใ ชเลย

คูมอื นักเรียน

การเรียนกิจกรรมแนะแนว โดยใชช ดุ การสอนกิจกรรมแนะแนวอาชีพ เรื่อง การศึกษาตอสายอาชพี
โดยใชก ิจกรรม เรียนสายอาชีพไวใชเลย ใชเ วลาเรยี น 1 คาบ เทากับ 1 ช่ัวโมง นกั เรียนควรปฏิบัติ ดังน้ี

1. ใหนกั เรยี นตอบคําถามของครเู กย่ี วกับกรณีตัวอยา ง เรื่อง ทางเลือกของต๊กิ
2. ใหนกั เรียนสนทนากับครูเก่ียวกบั ประเภทสาขาวิชาท่ีเปดสอนในสายอาชีพวามีอะไรบาง และแตละ
ประเภทประกอบดวยสาขาวิชาใดบา ง พรอมทง้ั ใหน กั เรยี นยกตวั อยางอาชีพในแตล ะสาขาวิชา
3. ใหนักเรยี นแบงกลุมตามประเภทสาขาวชิ าทน่ี ักเรียนสนใจ กลุมละ 4 คน
4. ใหนักเรียนแตล ะกลมุ ชวยกันระดมความคิดเกีย่ วกบั การศกึ ษาในสายอาชีพ โดยทาํ ลงในใบงาน
เร่ือง เรยี นสายอาชีพไวใชเลย
5. ใหน กั เรียนแตละกลุมสง ตัวแทนออกมารายงานหนา หองเรียน
6. ใหน ักเรยี นชวยกนั สรปุ ขอคิดและประโยชนท่ีไดรับจากการทํากิจกรรม เรียนสายอาชีพไวใชเลย
7. ใหนักเรียนนําใบความรู เรื่อง การศกึ ษาตอ สายอาชีพ ไปศึกษา
8. ใหน กั เรยี นทําแบบประเมนิ ชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวอาชีพของนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปท ่ี 3
จากกิจกรรม เรยี นสายอาชีพไวใชเลย

120

กรณีตัวอยา ง เรื่อง ทางเลอื กของติก๊

ตกิ๊ กาํ ลังศกึ ษาอยูช้นั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 3 เธอมีผลการเรยี นปานกลาง เธอเปนเด็กเรยี บรอ ยชอบ
ทําอาหารและทําขนม ซงึ่ ฝมือการทาํ ขนมของต๊ิกเปน ทย่ี อมรบั ในบรรดาเพื่อนๆ และครทู ี่สอนวชิ าคหกรรมได
แนะนําต๊ิกวา เธอนาจะเรียนทางดานคหกรรม เพราะมีความถนัดทางดานโภชนาการและตัวเธอเองก็ชอบ
ทาํ อาหาร เธอเคยไดร ับรางวลั ชนะเลิศจากการประกวดทาํ อาหารในงานแสดงศลิ ปะหตั ถกรรม ดงั น้ันเธอจึงมี
ความตัง้ ใจที่จะศึกษาตอในระดบั ปวช. ทางดา นอาหารและโภชนาการ และเธอกม็ ีความต้ังใจวาในอนาคตเธอ
อยากจะมีรานอาหารเปนของตนเอง เนอ่ื งจากครอบครัวของเธอมีฐานะอยูในระดับปานกลาง บดิ ามารดาของ
เธอประกอบอาชพี รับราชการท้งั คูจึงมีความตองการท่ีจะใหเธอศกึ ษาตอในระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
แลว เรยี นหมอเพ่ือเธอจะไดม ีอาชีพที่มัน่ คงในอนาคต แตต ๊ิกเบือ่ การเรียนทางดานวชิ าการมาก และเธอก็รดู วย
วาเธอไมมีความถนดั และความสนใจที่จะเรียนในระดับมธั ยมศึกษาตอนปลายสายวิทย – คณิตเลย ตอนนต้ี ก๊ิ มี
ความทกุ ขมากเพราะไมรูวาจะตดั สินใจอยางไรดี ถาเธอเลือกเรียนตามใจบิดามารดา เธอก็เกรงวาจะเรยี นไดไม
ดีและเรียนไมจบ แตถา เธอเลือกเรียนตามความสนใจและความถนดั ของตัวเธอเองเธอก็ไมร ูวา จะบอกกับบิดา
มารดาอยางไรดี เพราะไมอยากทําใหทานผดิ หวงั

จากกรณีตัวอยา ง ถานักเรียนเปนตกิ๊ นักเรยี นจะตดั สินใจอยางไร และเพราะเหตุใดจึงตัดสินใจ
เชนนั้น……………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………..……………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………..……
………………………………………………………………………………………………………………………………………..……
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

รายชื่อสมาชิกกลุม 121
1. …………………………………….
3. ……………………………………. ชน้ั ม. ........./............
2. ……………………………………….
4. ……………………………………….

ใบงานประกอบชุดการสอนแนะแนวอาชพี

เร่อื ง การศึกษาตอสายอาชีพ ภาคเรยี นท่ี 2 ช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี 3

**********************************************************************************

ใบงาน เร่ือง เรยี นสายอาชพี ไวใชเลย

คําชี้แจง ใหน กั เรียนเติมคําลงในชองวางใหส มบูรณ และตอบคาํ ถามตอ ไปน้ี

1.

2. ประเภทสาขาวิชา……………………………………………………………………………………………………………………...
สาขาวิชาท่ีเปดสอน ไดแ ก ……………………………………………………………………..……………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………..……………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………..……………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………..…………………….

3. คุณสมบัติของผทู ่ีจะศึกษาประเภทสาขาวชิ า…………………………………………………………………………………
ไดแก …………………………………………………………………………………………………………………………………….……..
……………………………………………………………………………………………………………………………………..……………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

4. โรงเรยี นท่ีเปดสอนสาขาวิชานี้ ทน่ี กั เรียนรูจัก
1. …………………………………………………………………………………………………………………………..…………………….
2. ………………………………………………………………………………………………………………………...……………………….
3. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

122

ช่ือ – นามสกุล …………………………..…………………………ชน้ั ………...…….เลขท่ี…………

ใบความรูประกอบชุดการสอนแนะแนวอาชีพ

เร่ือง การศึกษาตอสายอาชีพ ภาคเรยี นท่ี 2 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3

**********************************************************************************

ใบความรู เรือ่ ง การศึกษาตอ สายอาชีพ

โลกกวางทางการศกึ ษาสายอาชีพ

ม. 3 ปวช. ( 3 ป ) ปวส. ( 2 ป ) ปริญญาตรตี อเนื่อง 2

ม. 6 ปริญญาตรี 4 ป

สาขาการศกึ ษาในสายอาชีพ
เปนทางเลอื กอีกสายหนง่ึ สําหรับนักเรียนท่ีประสงคจะศึกษาตอ ในดา นวิชาชีพโดยตรง ใชเวลาศึกษา

ตามหลักสตู รประกาศนยี บตั รวิชาชพี (ปวช.) 3 ป เพอื่ จบออกมาประกอบอาชพี เปน ชางฝม อื ระดบั กลาง
เหมาะสาํ หรบั นกั เรยี นท่ชี อบเรียนดานวชิ าชพี หรอื ตองการประกอบอาชีพไดเร็วและเม่ือจบการศึกษาในระดบั
ปวช. แลวกส็ ามารถศึกษาตอในระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้นั สงู (ปวส.) 2 ป หรือระดับปริญญาตรี 4 ปก ็ได
โดยมีประเภทวิชาที่เปด สอนท้ังในระดับ ปวช.และ ปวส. ที่พอสรปุ ไดดงั นี้

1. ประเภทวิชาชางอุตสาหกรรม เปน การจัดประเภทวชิ าที่มุง ใหน ักเรียนนกั ศึกษามที ักษะวชิ าชพี
ดา นอุตสาหกรรม ซง่ึ แยกออกเปนแผนกหรือสาขาตางๆ ไดแก ชางกอ สราง ชางยนต ชางกลโรงงาน ชา งเชื่อม
โลหะ ชางไฟฟา ชางอิเล็กทรอนกิ ส ชา งเขยี นแบบ ชา งไมครุภณั ฑการพมิ พ ชา งสาํ รวจ เคมีสงิ่ ทอ เทคโนโลยี
สง่ิ ทอ ชา งเทคนิคสถาปตยกรรม ชา งซอมบาํ รุงการถา ยภาพและภาพยนตร ชา งตอ เรือ

2. ประเภทวิชาศิลปกรรม เปนประเภทวิชาที่มุงฝก อบรมใหผ ูเรยี นมีความรูความสามารถและทักษะ
วชิ าชีพดา นฝม ือ ทําใหเกดิ ความสุนทรียภาพในการสรา งสรรคงานดานฝม ือและศลิ ปะ ซึ่งแยกออกเปนแผนก
หรือสาขาตา งๆ ไดแ ก ดุริยางคศลิ ปไ ทยและสากล ศลิ ปประยกุ ตน าฏศลิ ปไทย – สากล ศลิ ปหัตถกรรม
ผลติ ภณั ฑเครื่องหนัง วิจิตรศิลป จติ รกรรมลายรดนํ้าประติมากรรม เครื่องเคลือบดนิ เผา สถาปตยกรรม

3. ประเภทวิชาคหกรรม วชิ าท่วี า ดวยศิลปะที่เก่ียวกับงานบา น ไดแ ก การเย็บปก ถักรอย การตัดเย็บ
เสื้อผา การประกอบอาหาร และการตกแตงบาน ซงึ่ แยกออกเปนแผนกหรือสาขาตา งๆ ไดแก ผา และเครื่อง
แตงกาย อาหารและโภชนาการ คหกรรมธุรกิจ อตุ สาหกรรมเส้ือผา การออกแบบแฟชั่น ดอกไมป ระดิษฐ

123

4. ประเภทวิชาบริหารธุรกิจ เปนการจัดประเภทวิชาดา นการคาขาย ธุรกิจ รวมทงั้ การประกอบการ
อน่ื ๆ ในเชิงธุรกิจและบรกิ าร ซง่ึ แยกออกเปนแผนกหรือสาขาตางๆ ไดแกการบญั ชี การตลาด การขาย
เลขานกุ าร คอมพิวเตอร การประชาสมั พันธ อตุ สาหกรรมการทองเทีย่ ว การธนาคาร ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจ
การเงนิ และการจดั การ ภาษาตางประเทศ

5. ประเภทวิชาเกษตรกรรม เปน ประเภทวชิ าดานการเพาะปลกู เล้ยี งสตั ว การประมง ปา ไม และ
วิชาอ่ืนท่ีเกย่ี วกบั การเกษตรและผลิตผลทางการเกษตร ซึง่ แยกออกเปนแผนกหรือสาขาตา งๆ ไดแ ก สัตว
ศาสตร พชื ศาสตร เทคโนโลยีอาหาร การจดั การธุรกิจเกษตร เทคโนโลยีการยาง การประมง เทคโนโลยีภมู ิ
ทศั น
คุณสมบตั ิของผูทจ่ี ะศึกษาสาขาวิชาตา งๆ มีดงั น้ี

1. ประเภทวิชาชางอุตสาหกรรม ควรเปน ผทู ่สี นใจและชอบทาํ งานเกีย่ วกบั เคร่ืองมือเครื่องจกั ร
ตรงไปตรงมา ไหวพรบิ ดี ไมรังเกยี จความสกปรก มีความรับผิดชอบ มบี คุ ลิกภาพไมข ดั ตออาชีพชา ง เชน ตา
บอดสี มคี วามรูทางดานคณติ ศาสตรและวิทยาศาสตรดี

2. ประเภทวิชาศิลปกรรม ควรเปนผูท่ชี อบงานศลิ ปะ มแี ววศิลปน มีอารมณสนุ ทรียรกั ธรรมชาตแิ ละ
ความอิสระ มคี วามคิดริเร่ิมสรางสรรค มโี ลกทศั นส วนตวั

3. ประเภทวิชาคหกรรม ควรเปน ผทู ีช่ ่ืนชอบความสวยงาม ชอบประดษิ ฐส ิ่งของตางๆ มีความอดทน
มคี วามคิดรเิ ริ่มสรางสรรคในการประดษิ ฐง าน รักความสะอาด

4. ประเภทวิชาบริหารธุรกิจ ควรเปน ผูท ่ีมคี วามสนใจทาํ งานเก่ยี วกบั ตัวเลข มีความสนใจภาษา มี
ความละเอยี ดรอบคอบ เปนผูฟง ทีด่ ี ความจาํ ดี ทําตามระเบียบแบบแผน มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีมนษุ ยสัมพนั ธท่ี
ดี ตรงตอเวลา

5. ประเภทวิชาเกษตรกรรม ควรเปน ผทู ่ีมนี ิสัยรักธรรมชาติ ชอบการเพาะปลูกการเลี้ยงสัตว ชอบ
ความอิสระ อดทน ตรงตอเวลา รอบคอบ ชอบคนควาทดลองเกย่ี วกับงานทางเกษตร สขุ ภาพแข็งแรง ไม
รงั เกียจความสกปรก

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
บรรณานุกรม

บรรเทิง ชลชวยชีพ. (2533). กจิ กรรมแนะแนว ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 3. กรงุ เทพฯ : อกั ษรเจรญิ ทัศน.
ปรยี าพร วงศอ นุตรโรจน. (2542). การจดั และการบริหารอาชีวศกึ ษา. กรงุ เทพฯ : พมิ พท่ี พมิ พดี จาํ กัด.

124

แบบประเมินความพึงพอใจที่มีตอการใชช ดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 3

ช่ือเรื่อง การศึกษาตอ สายอาชีพ ชอื่ กิจกรรม เรียนสายอาชีพไวใ ชเลย

คําช้ีแจง ใหน ักเรียนทาํ เคร่ืองหมาย / ลงในชองวางทางขวามือทตี่ รงกบั ระดบั ความพึงพอใจของนักเรยี น

ระดบั 5 หมายถึง พอใจในระดบั มากที่สดุ

ระดับ 4 หมายถึง พอใจในระดับมาก

ระดับ 3 หมายถึง พอใจในระดบั ปานกลาง

ระดับ 2 หมายถึง พอใจในระดับนอย

ระดับ 1 หมายถึง พอใจในระดับนอ ยทสี่ ุด

ระกับความพึงพอใจ

ขอ การสอนโดยใชช ดุ การสอนแนะแนวอาชีพ มาก มาก ปาน นอย นอย

ท่ี ของนกั เรยี นช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 3 ท่สี ดุ กลาง ที่สดุ

1 หลงั ทาํ กิจกรรมนักเรียนมีความรูความเขาใจเกีย่ วกับแนวทาง
ทีท่ าํ ใหนกั เรียนประสบความสําเร็จ

2 เน้ือหาในกิจกรรมสอดคลองกับจดุ ประสงคที่มุงพฒั นา
นักเรียนใหมีวิธีการเรยี นนั้นจะนาํ ไปสูความสําเร็จ

3 เน้ือหาในกิจกรรมการเรียนเหมาะสมกบั การพัฒนานักเรียน
ใหมแี นวทางในการปฏบิ ตั ติ นท่นี ําไปสคู วามสาํ เร็จ

4 เวลาที่ใชเหมะสมกับกิจกรรมการเรยี นและเนื้อหา
5 กจิ กรรมเปดโอกาสใหนักเรยี นไดมีสวนรวมในการแสดงออก

และกลาแสดงความคิดเหน็
6 กิจกรรมเรียนสายอาชพี ไวใชเลย มงุ ปลกู ฝงใหน ักเรียนประพฤติ

ปฏบิ ตั ติ นเปน ผูท ่ีประสบความสําเร็จในชวี ิต
ขอ ความในใบความรู ใบงาน อา นงา ย คําส่งั ชดั เจน และเขาใจ
7 งาย
8 สือ่ ตางๆท่ีใชในกิจกรรมมคี วามนา สนใจ และมีความหลากหลาย
9 ใบงานท่ีใหนักเรยี นทําไมยากเกินไป และสามารถทาํ ไดทันเวลา
การวัดและการประเมนิ ผลเปนการวัดจากกากระทาํ ของนักเรียน
10 อยางแทจ ริง
11 นกั เรยี นมีสว นรวมในกิจกรรมอยา งท่ัวถึง
12 นักเรียนสามารถนาํ ความรทู ี่ไดรบั ไปใชประโยชนไ ด

125

ชดุ การสอนแนะแนวอาชีพ สําหรบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 3
ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2561
ชุดที่ 6
ช่ือเร่ือง สถาบนั การศึกษาอืน่ ๆ

เรอื่ ง สถาบันการศึกษาอ่นื ๆ
ชื่อกิจกรรม สถานศึกษานา สนใจ
เทคนิค อภิปรายกลมุ
เวลา 1 ช่วั โมง
จดุ ประสงค

1. เพื่อใหนักเรยี นระบุแนวทางการศึกษาตอสถานศึกษาอนื่ ๆ ที่นอกเหนือจากการเรียนสาย
สามัญและสายอาชีพได

2. เพื่อใหนักเรียนบอกระเบยี บการ คณุ สมบัตกิ ารรบั สมัครของสถานศกึ ษาท่ีรับนักเรยี นที่จบ
ชวงช้นั ท่ี 3 เขา ศึกษาตอได

สว นประกอบในชุดการสอน
1. คําช้ีแจง
1.1 การเตรยี มตัวของครู
1.2 การจัดกิจกรรม “สถานศึกษานา สนใจ”
1.3 บทบาทของครู
1.4 ส่ือการเรียนรู
2. คูมอื ครู
2.1 สาระสําคญั
2.2 จดุ ประสงค
2.3 สาระการเรียนรู
2.4 กระบวนการจดั กิจกรรม
2.5 การวดั และการประเมินผลงาน
2.6 แหลงความรู
2.7 สื่อการเรยี นรู
3. คูมอื นักเรยี น
ขัน้ ตอนการดาํ เนนิ กิจกรรม “สถานศึกษานาสนใจ”

126

4. ส่อื และอปุ กรณก ารสอน
4.1 ใบงาน เร่ือง สถานศกึ ษานาสนใจ
4.2 ใบความรู เรอ่ื ง สถาบันการศึกษาอ่นื ๆ
4.3 แบบประเมินชดุ การสอนกจิ กรรมแนะแนว จากกิจกรรมสถานศึกษานาสนใจ

คําช้ีแจง

1. การเตรียมตัวของครู

1.1 กอนสอนครตู องอานและทาํ ความเขาใจคาํ ชี้แจงในการใชช ุดการสอน คูมือครู และคูมอื นักเรยี น
1.2 ครูตองเตรยี มส่อื การเรยี นการสอนใหพรอ มและปฏิบตั ิตามคมู ือ โดยยึดคูมือครูเปน หลักในการ
ดําเนินการสอน

2. การจัดกจิ กรรม

ชุดการสอนแนะแนวอาชีพ เร่ือง สถาบนั การศกึ ษาอน่ื ๆ โดยใชกิจกรรม สถานศกึ ษานาสนใจ

3. บทบาทของครู

3.1 ครชู ้ีแจงการเรียนดวยชดุ การสอนแนะแนวอาชีพเรื่อง สถาบันการศึกษาอืน่ ๆ โดยใชกจิ กรรม
สถานศกึ ษานาสนใจ

3.2 ดําเนนิ การสอนแนะแนวอาชีพ เร่ือง สถาบนั การศกึ ษาอน่ื ๆ โดยใชก ิจกรรม สถานศึกษานาสนใจ
ตามลําดบั ดังน้ี

3.2.1 ครูสนทนาซักถามนกั เรียน ใครคิดวา เมื่อเรยี นจบชว งช้นั ท่ี 3 แลว จะไปเรยี น
สถานศึกษาอน่ื ทน่ี อกเหนือจากการเรียนสายสามัญและสายอาชีพบาง

3.2.2 ครูถามนักเรียนทตี่ องการเรยี นสถานศกึ ษาอ่ืนๆ วา จะเรยี นสถาบันใดเพราะเหตุใด
3.2.3 ครแู จกใบความรู เร่ือง สถาบนั การศึกษาอนื่ ๆ ใหนักเรยี นศึกษา
3.2.4 ครูแจกใบงาน เรื่อง สถานศึกษานาสนใจ ใหน กั เรยี นทาํ เปน เวลา 10 นาที
3.2.5 ครสู มุ เรยี กนักเรยี นใหร ายงานผลการทาํ ใบงาน เรอ่ื ง สถานศกึ ษานาสนใจใหเพอื่ นฟง
3.2.6 ครูใหนักเรยี นแบง กลุม ตามสถานศึกษาท่ีนกั เรยี นสนใจ พรอ มใหส มาชิกทุกคนในกลมุ
ชวยกนั ระดมความคดิ วาสถานศึกษาท่นี ักเรยี นสนใจดีอยางไร และเม่อื สําเร็จการศึกษาแลว จะมี
โอกาสไดรบั ความกาวหนา มากนอยแคไหน
3.2.7 ครูใหน ักเรียนชว ยกันสรปุ ขอคิดและประโยชนท่ีไดรับจากการทํากิจกรรมสถานศึกษา
นา สนใจ
3.2.8 ครูใหน ักเรียนทําแบบประเมินชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวอาชีพของนักเรยี นช้ัน
มัธยมศกึ ษาปท ่ี 3 จากกิจกรรม สถานศึกษานาสนใจ

127

4. ส่อื การเรียนรู

4.1 ใบงาน เรื่อง สถานศกึ ษานาสนใจ
4.2 ใบความรู เรือ่ ง สถาบันการศึกษาอื่นๆ
4.3 แบบประเมนิ ชดุ การสอนแนะแนวอาชพี จากกิจกรรม สถานศกึ ษานา สนใจ

คมู ือครู

สําหรับการสอนกแนะแนว ในชุดการสอนแนะแนวอาชีพ เร่ือง สถาบันการศึกษาอน่ื ๆ โดยใชก ิจกรรม
สถานศึกษานาสนใจ ใชเวลาเรียน 1 คาบ เทากับเวลา 1 ชัว่ โมง ครูควรศึกษาเพ่อื เตรยี มการสอน ดังนี้

1. สาระสาํ คญั

นอกเหนือจากการเรยี นในสายสามัญและสายอาชพี แลว ยังมีสถานศึกษาอ่ืนๆ ทีน่ า สนใจทเี่ ปดรับ
นกั เรียนท่ีจบชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 3 เขาศึกษาตอ ดังน้ันนักเรียนจะตองพิจารณาวา สถานศกึ ษาเหลา น้ัน
สอดคลอ งกับความถนดั ความสามารถ และความสนใจของตนเองหรือไม

2. จุดประสงค

1. เพื่อใหน ักเรียนระบุแนวทางการศึกษาสถานศึกษาอน่ื ๆ ท่ีนอกเหนือจากการเรียนสายสามัญและ
สายอาชีพได

2. เพ่ือใหนักเรยี นบอกระเบยี บการ คุณสมบัตกิ ารรบั สมัครของสถานศกึ ษาทร่ี ับนักเรยี นที่จบชัน้
มธั ยมศึกษาปท ่ี 3 เขาศึกษาตอได

3. สาระการเรียนรู

นอกเหนือจากการเรียนในสายสามญั และสายอาชพี แลว ยังมีสถานศึกษาอืน่ ๆ ทีเ่ ปดรับนกั เรียนที่จบ

ชว งช้นั ท่ี 3 เขาศึกษาตอ ดงั นี้

1. โรงเรยี นเตรยี มทหาร 7. โรงเรียนชางกรมอูทหารเรือ

2. โรงเรยี นดุรยิ างคทหารเรือ 8. วิทยาลัยนาฏศลิ ป

3. โรงเรยี นดรุ ยิ างคทหารอากาศ 9. โรงเรยี นชา งการไฟฟาสว นภูมิภาค

4. โรงเรยี นดุรยิ างคทหารบก 10. วทิ ยาลยั ในวงั หญงิ

5. โรงเรียนจาอากาศ 11. วิทยาลัยในวงั ชาย

6. โรงเรียนชางฝมอื ทหาร

4. กระบวนการจัดกิจกรรม

4.1 ขน้ั นําเขาสูกิจกรรม

128

4.1.1 ครสู นทนาซักถามนักเรียน ใครคิดวา เม่ือเรียนจบช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 แลว จะไปเรียน
สถานศึกษาอ่ืน ท่นี อกเหนอื จากการเรยี นสายสามัญและสายอาชีพบาง

4.1.2 ครูถามนกั เรียนท่ีตองการเรยี นสถานศึกษาอ่ืนๆ วาจะเรียนสถาบนั ใดเพราะเหตุใด
4.2 ขั้นกจิ กรรม

4.2.1 ครูแจกใบความรู เรื่อง สถาบนั การศึกษาอืน่ ๆ ใหน ักเรยี นศึกษา
4.2.2 ครูแจกใบงาน เร่ือง สถานศึกษานา สนใจ ใหน กั เรยี นทาํ เปนเวลา 10 นาที
4.2.3 ครูสุมเรยี กนักเรียนใหร ายงานผลการทําใบงาน เรอื่ ง สถานศกึ ษานา สนใจใหเพือ่ นฟง
4.2.4 ครูใหนักเรียนแบงกลุม ตามสถานศึกษาท่นี ักเรยี นสนใจ พรอ มท้ังใหส มาชิกทกุ คนใน
กลมุ ชวยกันระดมความคิดวาสถานศึกษาทนี่ ักเรยี นสนใจดีอยา งไร และเมื่อสําเร็จการศกึ ษาแลวจะมี
โอกาสไดรบั ความกาวหนา มากนอ ยแคไ หน
4.3 ขั้นสรปุ กจิ กรรม
4.3.1 ครูใหนักเรียนชวยกันสรปุ ขอคิดและประโยชนที่ไดรับจากการทํากิจกรรมสถานศึกษา
นาสนใจ
4.4 ขน้ั ประเมินชดุ การสอน
ครูใหนักเรียนทาํ แบบประเมนิ ชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3
จากกิจกรรม สถานศึกษานา สนใจ

5. การวัดและการประเมินผลงาน

5.1 สงั เกตจากการตอบคําถาม
5.2 สงั เกตจากการใหความรวมมอื ในการทํากิจกรรมกลุม
5.3 ตรวจผลจากใบงาน เร่ือง สถานศึกษานาสนใจ
5.4 สงั เกตจากการอภิปรายสรปุ ถึงขอคิดและประโยชนที่ไดรบั จากการทํากิจกรรมสถานศึกษา
นา สนใจ

6. แหลงความรู

6.1 หอ งแนะแนว
6.2 หองสมุด
6.3 Internet

7. สื่อการเรียนรู

7.1 ใบงาน เร่ือง สถานศกึ ษานา สนใจ
7.2 ใบความรู เรอื่ ง สถาบันการศึกษาอื่นๆ
7.3 แบบประเมนิ ชดุ การสอนแนะแนว จากกิจกรรม สถานศึกษานาสนใจ

129

คูม ือนักเรียน

การเรยี นกิจกรรมแนะแนว โดยใชช ุดการสอนกิจกรรมแนะแนวอาชีพ เรื่อง สถาบนั การศึกษาอื่นๆ
โดยใชก ิจกรรม สถานศึกษานาสนใจ ใชเวลาเรียน 1 คาบ เทากับ 1 ชวั่ โมง นักเรียนควรปฏิบตั ิ ดงั นี้

1. ใหน กั เรียนตอบคาํ ถามครูเก่ียวกบั สถานศึกษาอ่นื ๆ ท่นี กั เรยี นสนใจ นอกเหนือจากการศกึ ษาสาย
สามญั และสายอาชีพ

2. ใหน ักเรยี นศกึ ษาใบความรู เร่ือง สถาบันการศึกษาอ่ืนๆ
3. ใหนกั เรยี นทําใบงาน เร่ือง สถานศึกษานาสนใจ เปน เวลา 10 นาที
4. ใหน ักเรียนรายงานผลการทาํ ใบงาน เรื่อง สถานศึกษานาสนใจ ใหเพ่อื นฟง
5. ใหน ักเรียนแบงกลุมตามสถานศึกษาท่ีนกั เรยี นสนใจ พรอมทั้งใหส มาชกิ ทกุ คนในกลุมชว ยกนั ระดม
ความคดิ วาสถานศกึ ษาทน่ี กั เรียนสนใจดีอยา งไร และเมื่อสาํ เร็จการศกึ ษาแลวจะมีโอกาสไดรับความกา วหนา
มากนอยแคไหน
6. ใหนกั เรยี นชวยกันสรุปขอคดิ และประโยชนท ่ีไดรับจากการทาํ กิจกรรม สถานศกึ ษานาสนใจ
7. ใหนกั เรยี นทาํ แบบประเมนิ ชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปท่ี 3 จาก
กิจกรรม สถานศกึ ษานาสนใจ

130

ชื่อ – นามสกลุ …………………………..…………………………ช้นั ………...…….เลขที่…………

ใบงานประกอบการสอนแนะแนวอาชีพ

เรือ่ ง สถาบันการศึกษาอื่นๆ ภาคเรียนที่ 2 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3

**********************************************************************************

ใบงาน เร่ือง สถานศกึ ษานาสนใจ

คําชี้แจง ใหนักเรียนตอบคําถามตอไปน้ี ตามความเปน จริง เพอื่ ประโยชนในการวางแผนการศกึ ษาตอของ

นกั เรียน

1. สถาบนั ทีน่ ักเรียนสนใจ คือ ……………………………………………………………………………………………….……………...
เพราะเหตุใดจึงสนใจ…………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………....………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………
2. ท่ตี ้ัง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………
3. หลักสตู ร …………………………………………………………………………………………………………………..……………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………...
4. สาขาวชิ าท่นี ักเรยี นสนใจ คือ………………………………………………………………………………………………….………..
5. คุณสมบัติของผทู ่ีจะเขาศกึ ษา คือ ………………………………………………………………………………………..…………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….……………
……………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………
6. วชิ าทสี่ อบ ……………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….……………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
7. วุฒทิ ไ่ี ดรบั เมือ่ สําเร็จการศึกษา …………………………………………………………………………………………..……………
8. แนวทางการประกอบอาชีพ……………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………….………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...

131

ช่อื – นามสกลุ …………………………..…………………………ชน้ั ………...…….เลขท่ี…………

ใบความรปู ระกอบชุดการสอนแนะแนวอาชีพ

เรอ่ื ง สถาบันการศึกษาอื่นๆ ภาคเรยี นท่ี 2 ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 3

**********************************************************************************

ใบความรู เรื่อง สถาบันการศึกษาอื่นๆ

นอกเหนือจากการเรยี นในสายสามญั และสายอาชีพแลว ยังมีสถานศึกษาอน่ื ๆที่รับนักเรียนท่จี บจาก
ชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี 3 เขา ศกึ ษาตอ ดงั นี้

1. โรงเรยี นเตรยี มทหาร
2. โรงเรียนดรุ ิยางคทหารเรอื ทหารอากาศ และทหารบก
3. โรงเรยี นจา อากาศ
4. โรงเรยี นชา งฝมอื ทหาร
5. โรงเรยี นชางกรมอูทหารเรือ
6. วิทยาลยั นาฏศลิ ป
7. โรงเรยี นชางการไฟฟาสวนภมู ิภาค
8. วทิ ยาลัยในวงั หญงิ
9. วิทยาลัยในวังชาย ฯลฯ

โรงเรียนเตรียมทหาร

ที่ตัง้ 9 หมู 10 ตําบลศรีกะอาง อาํ เภอบานนา จงั หวดั นครนายก หลักสตู ร นกั เรยี นเตรียมทหาร 3 ป
เปน หลักสตู รทจ่ี ัดใหนกั เรยี นเตรยี มทหารศึกษาตอเนื่องจาก ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 3 ตออีก 3 ชั้นป เปนหลกั สูตร
แนวเดยี วกบั หลักสตู รมธั ยมศึกษาตอนปลายโดยเนน กลมุ วิชาซง่ึ จะเปน พื้นฐานความรูในการศกึ ษาตอสาขาวิชา
วทิ ยาศาสตร วิศวกรรมศาสตรแ ละรฐั ศาสตร ในโรงเรยี นนายรอยพระจลุ จอมเกลา โรงเรียนนายเรือ โรงเรยี น
นายเรืออากาศโรงเรียนนายรอยตํารวจ และสถาบันระดบั อุดมศึกษาทั่วไป เปนหลักสตู รที่มงุ สง เสรมิ
สมรรถภาพและลักษณะผูน ําทางทหารและตาํ รวจ เนนการผสมผสานระหวางความรกู ับการปฏบิ ตั ิใหเหมาะสม
กบั ภารกิจหนาที่สอดคลอ งกบั สภาวะเศรษฐกิจ สงั คม และการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมี
พระมหากษัตรยิ เปนประมุข เปนหลักสตู รที่มุงปลูกฝง คณุ ธรรม ความสามัคคี และความกลา ทางจริยธรรม โดย
เนนการประพฤติปฏบิ ตั ิเปนสําคัญ
คุณสมบัติ

1. รับผจู บชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 อายุไมต า่ํ กวา 14 ปบ ริบูรณ และไมเกนิ 17 ปบรบิ ูรณ
2. เปน ชายโสด มีสัญชาติไทย และบิดามารดาตองมสี ัญชาติไทยโดยกาํ เนดิ
3. มอี วัยวะ รูปรา ง ลักษณะทาทางเหมาะสมกับการเปน ทหาร - ตาํ รวจ

132

4. ไมเปนผทู ี่อยูในระหวางตกเปน จําเลยในคดีอาญา หรือไมเคยตอ งคาํ พิพากษาของศาลวาไดทาํ
ผิดในคดอี าญา

5. เปน ผทู มี่ ีความประพฤติดี ไมบกพรองในศลี ธรรม และไมเปนผูเ สพยาเสพตดิ
การสอบคดั ลอื ก แบง เปน 2 รอบ คือ

1. รอบแรก เปนการสอบภาควชิ าการ ไดแ ก คณติ ศาสตร ( 250 คะแนน) วิทยาศาสตร (250
คะแนน) ภาษาอังกฤษ (100 คะแนน) ภาษาไทยและสังคม (100 คะแนน)

2. รอบสอง จะคัดเลอื กผูสอบภาควิชาการทีไ่ ดคะแนนสงู ไวจํานวนหนงึ่ เพ่ือเขาสอบพลศึกษาสอบ
สมั ภาษณ และตรวจรา งกาย
ประโยชนของนกั เรยี นเตรียมทหาร จะไดรบั เบี้ยเลี้ยงเปนคาอาหารวนั ละ 50 บาท พรอมท้ังไดรับแจกตํารา
เรยี น และไดเงินเดือน ดงั นี้ ชนั้ ปท่ี 1 รออนุมตั ิอยู ช้นั ปท ี่ 2 ไดร ับเงินเดือนเดอื นละ 2,070 บาท ช้นั ปท ่ี 3
ไดรบั เงนิ เดือน เดือนละ 2,190 บาท การเขาศกึ ษา โรงเรยี นเตรยี มทหารมิไดเปนผูดาํ เนินการในการสอบ
คัดเลอื กนักเรียนเตรยี มทหารเอง โรงเรียนนายรอยพระจุลจอมเกลา โรงเรยี นนายเรือ โรงเรยี นนายเรืออากาศ
และโรงเรียนนายรอ ยตํารวจจะเปน ผดู ําเนนิ การสอบคัดเลือกและกาํ หนดจาํ นวนรบั นักเรียนเตรียมทหารใน
สวนของกองทัพบก กองทพั เรือ กองทัพอากาศ และสํานกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ในแตล ะปแลว สงมา
เรียนรวมกันท่โี รงเรียนเตรยี มทหารเปนเวลา 3 ป เม่ือสําเร็จการศกึ ษา จากโรงเรียนเตรียมทหาร (หลักสูตร 3
ป) แลว นกั เรยี นเตรยี มทหารจะตอ งแยกยายกันไปศึกษาท่ีโรงเรยี นนายรอยทหาร – ตํารวจ ตามเหลา ท่ีได
เลอื กไวต ั้งแตต น

โรงเรียนจา อากาศ

ที่ต้ัง 171/1 หมู 10 ถนนพหลโยธิน แขวงสกี ัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ. โทรศัพท 0-2534-3758
หลกั สูตร ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพโรงเรยี นจา อากาศ พ.ศ. 2539 ระยะเวลาในการศกึ ษา 3 ป ใน
เหลา ทหารชา งอากาศ เหลา ทหารสื่อสาร และเหลา ทหารสรรพาวุธ

คุณสมบัติ
1. รบั ผจู บชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 3 หรือเทียบเทา มผี ลการเรยี นเฉลยี่ ไมต ่ํากวา 2.00
2. อายไุ มต ่ํากวา 14 ป และไมเ กนิ 18 ป
3. เปนชายโสด มีสญั ชาติไทย บิดา มารดามสี ัญชาตไิ ทยโดยกําเนิด
4. รูปรา งเหมาะสมกบั การเปนทหาร อวยั วะ ตลอดจนลักษณะทา ทางบคุ ลิกภาพเหมาะสมแกก ารเปน

ทหารและไมเปนโรคที่กาํ หนดไวในกฎกระทรวง
วิชาทีส่ อบ

1. ภาควิชาการ สอบวชิ าคณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย
2. ตรวจรา งกายทางการแพทย สอบสมั ภาษณ และสอบพลศกึ ษา
3. สอบความถนดั ทางทหาร

133

ขณะเปน นักเรียน จะไดรับจายเคร่ืองแบบ เครอ่ื งใชต า งๆ ตามทท่ี างราชการกาํ หนด ไมต องเสียคาบาํ รุง
การศึกษา ไดรบั เงินเดือนขณะเปนนักเรียนจา อากาศ ช้ันปท ี่ 1 เดือนละ 2,010 บาท ชัน้ ปท ่ี 2 เดอื นละ 2,260
บาท ช้นั ปท ่ี 3 เดือนละ 2,380 บาท ไดรับเบ้ียเลย้ี งวันละ 50 บาท ตลอดหลักสตู ร ไดรับบริการตางๆ เชน การ
รกั ษาพยาบาล หองสมุด เครื่องกีฬา
เม่ือสําเรจ็ การศกึ ษา จะไดรับการบรรจุเขารบั ราชการในกองทัพอากาศ แตง ตัง้ ยศเปน จาอากาศตรี รบั
เงนิ เดือนตามอตั ราท่ที างราชการกําหนด สามารถสอบคดั เลือกเขาเปนนักเรียนทนุ เขาศึกษาตอในสถานศึกษา
ท่ที างราชการกําหนด และเมื่อคุณสมบัตคิ รบถว นตามที่ทางราชการกาํ หนดสามารถสอบเล่ือนเปนนายทหาร
ช้นั สญั ญาบัตร

โรงเรียนดุริยางคทหารเรือ

ท่ตี ง้ั กองดุริยางคท หารเรือ ฐานทัพเรือกรงุ เทพ ถนนอสิ รภาพ เขตบางกอกนอย กรุงเทพฯ
โทรศัพท 0-2411-4547 หรือ 0-2475-5292
หลกั สตู รท่ีเปด สอน ดุรยิ างคทหารเรือ 6 ป
การจดั การศกึ ษา โรงเรยี นดุริยางคทหารเรือ เปน สถาบนั การศึกษาทผี่ ลติ นายทหารชัน้ ประทวน
พรรคพิเศษ เหลาทหารดุรยิ างคใหแกกองทัพเรือ โดยนกั เรียนดุริยางคทหารเรือ จะตองเรียนวชิ า
หลกั ๆ ไดแ ก วชิ าดุรยิ างค วิชาทหารท่ีจําเปน แกการเปนทหารเรือ และวิชาสามญั ตามหลักสูตร
ชัน้ มธั ยมศึกษาสายอาชวี ะ
คุณสมบัติ

1. เปน ชาย – หญิงโสด อายุ 12 – 15 ป สงู ไมน อยกวา 138 ซม.และวายนาํ้ เปน
2. จบชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 6 – ชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 3 หรือเทียบเทา และไดรบั อนุญาตจากบดิ ามารดา
หรือผปู กครองแลว
3. มีสัญชาตไิ ทย และบิดามารดา มีสัญชาตไิ ทยโดยกําเนิด
4. มรี ูปรางเหมาะสมกบั การเปนทหาร รางกายสมบูรณแข็งแรง อวยั วะตา งๆ ไมขัดตอการเปน นัก
ดนตรี
5. ถามีความสามารถพิเศษทางดนตรี จะไดรบั การพิจารณาเปน พิเศษ
วิชาท่สี อบ
1. ภาควชิ าการ สอบวิชาคณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร สังคมศึกษา ภาษาไทย
2. ภาคความเหมาะสม จะทาํ การสอบเม่ือสอบผานภาควิชาการแลว ประกอบดวยการสอบสัมภาษณ
ปญ หาเชาว – ดนตรีทั่วไป ทว งทวี าจา พลศกึ ษา (วง่ิ ทน , วายนํ้า) และตรวจโรค
สิทธิทไ่ี ดรับระหวางศึกษา กองทัพเรือจะออกคาใชจา ยในการศกึ ษา คาอาหาร คา เคร่อื งแบบและเคร่อื งใช
ประจาํ ตัวบางอยางให รวมท้งั จะไดร ับเบย้ี เล้ยี งและเงนิ เดอื นตามทที่ างราชการกําหนด
เม่ือสําเรจ็ การศึกษา จะไดรับประกาศนียบัตรเทยี บเทาวุฒปิ ระกาศนียบัตรวชิ าชพี สาขาวชิ าการดนตรี และ
ไดรบั การบรรจุเขา รับราชการทหารและแตงต้งั ยศเปนจาตรี














Click to View FlipBook Version