The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tukky37, 2022-01-22 01:52:07

พืชอนุรักษ์ ตาม พ.ร.บ.พันธุ์พืช ปี 2560

cites64

พืชอนุรกั ษ์ตามพระราชบัญญัตพิ ันธ์ุพืช พ.ศ. 2518

ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560





ISBN : 978-974-436-894-2

ทป่ี รึกษา : นายอนนั ต์ อกั ษรศรี


นางสาวดวงเดือน ศรีโพทา

คณะผ้จู ดั ทำ : นางยอดหญงิ สอนสภุ าพ


นางสาวสมุ าลี ทองดอนแอ

ลิขสทิ ธข์ิ องกรมวชิ าการเกษตร


า้ มคดั ลอกขอ้ ความ หรือสว่ นใดสว่ นหนึง่ ของหนงั สอื ไปเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต

ผจู้ ดั พิมพ์ : กล่มุ วจิ ยั อนุสญั ญาไซเตสดา้ นพชื สำนักคุ้มครองพันธพุ์ ืช

กรมวิชาการเกษตร

ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตจุ ักร กรงุ เทพมหานคร 10900


โทร 0-2940-5687 โทรสาร 0-2940-5687


ิมพ์ครัง้ ท่ี 1 : มีนาคม 2560


ำนวน : 1,000 เล่ม

พมิ พท์ ่ี : ชุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จำกดั


145, 147 ถนนเล่ียงเมอื งนนทบรุ ี ต.ตลาดขวญั อ.เมอื ง จ.นนทบุรี 11000

โทร 0-2525-4807-9 โทรสาร 0-2525-4855

คำนำ


พตทSก(ราพใอ่ีpCกำระมกแอชืธeอIลบหัทรลเอTลเนอิกบcพนดุ่มาปผตนุกส้นขะEiนุสาชดุ้สว่ืeอดาิญ็นูาดซน้ึสุSรัญ3รุบจิีมันsญมชใไา)ญใัพจกัพหัยปัญอเหอพญกพปญoพำนัษญโอ้กรบอ้บพขรญืดีแชาfธอื่จ์านะาหายะอหฯืชนยุ์ฯัตะเWใรวสุร่ารล(งปนสอมกCกติพปา่งัญาพางัมiน็นกำดแาาoมlอ้แชฏันกชืชdีจญรนาปยวล้nุรงีปลบาธิบบอำรนยไักvัะรากระรุ์พFัญนดกัันตญซeกะไำกษปะตคaซืชำร้วิงุรnเึ่โญางฎสร์ญuุ้รขกมบัยเานักรกtะตหิทวรัตn้iบาั(นชคอคัษoหตรฉชสะจมธิพaนาภ้นnมริ์ลพบุมเดสิภสดารันใ์บเญุอาวาaับสั่า้งนแนูหะอยาoยธยิชียงnนอมาพหลทถบ่ือก้nธุ์พใชพบาdตอพัยึว์ุี่งตงับพชนกืชกัจในIสกาจ่2แชื้อnพนืนFชาิดาางพา)าลธtนlพิรนรกดปกมสeกแoุ์ืะชพพนุเสพอปกัพา.รrำญัปลเrกใศืnชำัญ.พระaธนงรนื.ชศัจะษป.เaศคาบิเ:ะขิ่มักญบอจน.ทtนตรจว2ก.ดาC้iคศุบoนัญศำะ2ึาเรบง5อกีIมุ้ักจ2nผันTุเรสไ5ไไ1ชคบรทซ้ายคaดั่5ซดากEง่ม38มีแุมหกศlเภรอนS้่ึม้ง1ษ5จีกตวนกอับนภอช)าTพั8อาดฉ์ชิสบางพกา้rชานเรกพบืบชaทาปดพรทคทนคดิดแลกdรอัหบค้าแ็นำนัีอเี่้าิ้ดา้าสะุ่กาeมกนน้าลปหมกธนพนยพรรัต้ไวีย่ะุรพุ์พฎารนiุสาเอคืชขnืิมชวจวันกกับยืหชชืชัญัวในงเ์ปขัใียกำษษภนปบพขมานสEุส้อญผ่อาาเ์แมบnตาาอรญัื่ิบอปมัญรแงา่นยารุdงลรรัญงทนเัญน็เลญไุสทกญู้แปปaะต“ซกุพชหะพชัnิญหัตลอจ่ีลซริาเมพหีพแชืนีแตg.นะิฉนะร่ีายไญศโืนอนeชืซช่วนทสืบกวอุเ้ีในด.rนทบว่ยาอตหปเับขักผบัeแยตดยไรุง2รศทนอ้่ากdษู้ทซนซป
ากสังัง5
ไ้งาุับร่ึงะ้านนี้าเลษท6
ยัตกยนใั้นง์0ยนสษ”


สารบญั
C O N T E N T S



บทที่ 1 ความเปน็ มาของอนุสญั ญาไซเตส หน้า


1

บทท่ี 2 พืชในบญั ชแี นบท้ายอนสุ ัญญาไซเตส

6

บทที่ 3 ชอ่ื วทิ ยาศาสตรข์ องพชื อนุรกั ษ์

10

บทท่ี 4 ชนิดพืชอนรุ ักษ์ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ ์

14

บทท่ี 5 การตรวจสอบชนิดพชื ในบญั ชแี นบทา้ ยอนสุ ญั ญาไซเตส
และกฎระเบยี บทางการคา้
22



วงศ์ AGAVACEAE 29

วงศ์ AMARYLLIDACEAE 31

วงศ์ ANACARDIACEAE 33

วงศ์ APOCYNACEAE 35

วงศ์ ARALIACEAE 39

วงศ์ ARAUCARIACEAE 41

วงศ์ ASPARAGACEAE 43

วงศ์ BERBERIDACEAE 45

วงศ์ BROMELIACEAE 47

วงศ์ CACTACEAE 49

วงศ์ CARYOCARACEAE หน้า

วงศ์ COMPOSITAE 54

วงศ์ CUCURBITACEAE 56

วงศ์ CUPRESSACEAE 58

วงศ์ CYATHEACEAE 60

วงศ์ CYCADACEAE 63

วงศ์ DICKSONIACEAE 65

วงศ์ DIDIEREACEAE 68

วงศ์ DIOSCOREACEAE 70

วงศ์ DROSERACEAE 72

วงศ์ EBENACEAE 74

วงศ์ EUPHORBIACEAE 76

วงศ์ FAGACEAE 78

วงศ์ FOUQUIERIACEAE 82

วงศ์ GNETACEAE 84

วงศ์ JUGLANDACEAE 86

วงศ์ LAURACEAE 88

วงศ์ LEGUMINOSAE 90

วงศ์ LILIACEAE 92

วงศ์ MAGNOLIACEAE 98

วงศ์ MALVACEAE 101

วงศ์ MELIACEAE 103

วงศ์ NEPENTHACEAE 105

วงศ์ OLEACEAE 109

วงศ์ ORCHIDACEAE 113

วงศ์ OROBANCHACEAE 115

120

วงศ์ PALMAE หนา้

วงศ์ PAPAVERACEAE 122

วงศ์ PASSIFLORACEAE 126

วงศ์ PEDALIACEAE 128

วงศ์ PINACEAE 130

วงศ์ PODOCARPACEAE 132

วงศ์ PORTULACEAE 134

วงศ์ PRIMULACEAE 136

วงศ์ RANUNCULACEAE 139

วงศ์ ROSACEAE 141

วงศ์ RUBIACEAE 143

วงศ์ SANTALACEAE 145

วงศ์ SARRACENIACEAE 147

วงศ์ SCROPHULARIACEAE 149

วงศ์ STANGERIACEAE 151

วงศ์ TAXACEAE 153

วงศ์ THYMELAEACEAE 155

วงศ์ TROCHODENDRACEAE 157

วงศ์ VALERIANACEAE 161

วงศ์ VITACEAE 163

วงศ์ WELWITSCHIACEAE 165

วงศ์ ZAMIACEAE 167

วงศ์ ZINGIBERACEAE 169

วงศ์ ZYGOPHYLLACEAE 173


176

บรรณานกุ รม
179

บทที่


1
ความเปน็ มาของอนุสัญญาไซเตส


CITES คอื อะไร

อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าท่ีใกล้สูญพันธ์ุ
(The Convention on International Trade in Endangered Species of Wild
Fauna and Flora) หรือเรียกย่อว่า อนุสัญญาไซเตส (CITES) หรือบางคร้ังเรียกว่า
อนุสัญญาวอชิงตนั (Washington Convention) ตามช่อื สถานทท่ี ีล่ งนามรับรองอนสุ ญั ญา
ฉบับนี้ ณ กรงุ วอชิงตัน ดี ซี ประเทศสหรัฐอเมรกิ า

อนุสัญญาไซเตสเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่เก่ียวกับการอนุรักษ์ทรัพยากร
สัตวป์ ่าและพชื ป่าในโลก ควบคไู่ ปกับการใชป้ ระโยชนท์ างการคา้ ซง่ึ ชนดิ พันธุเ์ หลา่ นน้ั



ความเปน็ มาของอนสุ ัญญาไซเตส

ในปี ค.ศ.1960 สหภาพระหว่างประเทศเพ่ือการอนุรักษ์ธรรมชาติและ
ทรัพยากรธรรมชาติ (The International Union for Conservation of Nature and
Natural Resources : IUCN) ได้เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ให้ความสำคัญต่อการนำเข้า
สัตว์ป่า โดยกำหนดมาตรการภายในประเทศอย่างรัดกุม ภายหลังจากน้ันอีก 3 ปี IUCN

ได้ผ่านข้อมติเก่ียวกับการส่งออกและนำเข้าสัตว์ป่าต่างๆ ท่ีมีชื่อว่า "An International
Convention on Export Transit of Rare or Threatened Wildlife Species of Their
Skins and Trophies" ต่อมาในปี ค.ศ. 1964 ได้นำมตดิ งั กล่าวมายกรา่ งเปน็ ขึน้ กฎหมาย
และในปี ค.ศ. 1972 ในการประชุมขององค์การสหประชาชาติ ณ กรุงสตอคโฮล์ม เก่ียวกับ
เร่ืองสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ (The United Nation Stockholm Conference on

The Human Environment) ไดม้ กี ารรบั รองรา่ งอนสุ ญั ญาระหวา่ งประเทศซงึ่ เกย่ี วกบั การคา้
สัตว์ป่าและพืชป่าท่ีใกล้จะสูญพันธุ์ โดยสมาชิก 88 ประเทศ ให้การรับรอง หลังจากน้ัน
ในวนั ท่ี 3 มีนาคม ค.ศ. 1973 ประเทศต่างๆ จำนวน 21 ประเทศ ไดล้ งนามรบั รองอย่าง
เป็นทางการต่ออนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่
ใกล้สูญพันธ์ุ หรืออนุสัญญาไซเตส (The Convention on International Trade in
Endangered Species of Wild Fauna and Flora : CITES) ณ กรุงวอชิงตันดีซี

พชื อนรุ กั ษ์ 1

ประเทศสหรัฐอเมริกา อนุสัญญาฉบับน้ีมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1975

หลังจากการให้สัตยาบันสารของประเทศต่างๆ รวม 10 ประเทศ สำนักงานเลขาธิการของ
อนสุ ญั ญาฯ ปจั จบุ ันตงั้ อยู่ ณ กรงุ เจนวี า สมาพนั ธรัฐสวสิ ซง่ึ ไดร้ ับการสนับสนุนและก่อตั้ง
โดยโครงการส่ิงแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Environment
Program: UNEP) ปจั จุบันอนสุ ัญญาไซเตสมปี ระเทศสมาชิก 183 ประเทศ (มีนาคม 2560)
ประเทศไทย เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ อย่างสมบูรณ์ เม่ือวันท่ี 21 มกราคม 2526

ด้วยเหตุผลท่ีว่าอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่า

ทใ่ี กลส้ ญู พนั ธ์ุ จะเออ้ื อำนวยใหป้ ระเทศไทยสามารถควบคมุ การลกั ลอบสง่ สตั วป์ า่ และพชื ปา่
ที่กำลังจะสูญพันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้การนำเข้า ส่งออก และนำผ่านแดน

ได้รับความสะดวกมากข้ึน อีกทั้งเพื่อความร่วมมือกับประเทศภาคีอ่ืน ๆ ในการอนุรักษ์
ทรพั ยากรสตั ว์ป่าและพืชปา่ มใิ ห้สูญพนั ธ์ุ

เพ่ือใหก้ ารควบคมุ การทำการคา้ ระหวา่ งประเทศซึ่งชนิดพันธุท์ ีใ่ กลส้ ูญพนั ธเุ์ ป็นไป
อย่างมีประสิทธิภาพชนิดสัตว์และพืชในอนุสัญญาฯ จึงได้ถูกจัดแบ่งเป็น 3 กลุ่ม
(3 บัญช)ี ดังน้ี

บัญชีแนบท้ายท่ี 1 หมายถึง ชนิดพันธุ์ท่ีใกล้สูญพันธ์ุอย่างย่ิง ดังน้ัน จึงห้าม
ทำการค้าชนิดพืชและสัตว์ท่ีได้มาจากป่าโดยเด็ดขาด (ยกเว้นเพ่ือการศึกษาวิจัย หรือได้มา
จากการขยายพันธุเทียม หรือจากการเพาะพันธุ์ในคอก) การนำเข้าและส่งออกซ่ึงชนิดพันธ์ุ
ในบัญชีน้ีจะต้องคำนึงถึงความอยู่รอดและผลกระทบต่อจำนวนประชากรในธรรมชาติ
เป็นสำคัญ การส่งออกจะต้องได้รับอนุญาตให้นำเข้าจากประเทศผู้นำเข้าเสียก่อน

จึงสามารถสง่ ออกได้ ตวั อย่างเช่น กล้วยไมส้ กุลรองเท้านารี เอื้องปากนกแก้ว เป็นตน้

บัญชีแนบท้ายที่ 2 หมายถึง ชนิดพันธ์ุท่ีเหลืออยู่ค่อนข้างน้อยแต่ยังไม่ใกล้
สูญพันธ์ุ แต่ถ้าไม่มีการควบคุมการค้าอาจจะทำให้ใกล้สูญพันธ์ุจนจัดให้อยู่ในบัญชีที่ 1 ได้
ดังนั้น สามารถทำการค้าชนิดท่ีได้มาจากป่าได้ แต่ต้องไม่ละเมิดกฎหมายภายในประเทศ
และการออกหนังสืออนุญาตชนิดที่ได้มาจากป่าต้องมีการวิเคราะห์ว่าการส่งออกไม่เส่ียงต่อ
การใกล้สูญพันธ์ุของชนิดนั้นในธรรมชาติ ตัวอย่าง เช่น กล้วยไม้ทุกชนิด (นอกเหนือจาก
บัญชที ี่ 1) หมอ้ ข้าวหม้อแกงลิง กฤษณา กระบองเพชร พะยูง แก้วเจ้าจอม ปรง เปน็ ตน้

บัญชีแนบท้ายที่ 3 หมายถึง ชนิดพันธุ์ท่ีประเทศภาคีใดภาคีหนึ่งร้องขอให

สำนกั เลขาธกิ ารไซเตสบรรจไุ วใ้ นบญั ชี เพอื่ ใหป้ ระเทศภาคสี มาชกิ อนื่ ชว่ ยเหลอื ในการควบคมุ
การค้าซ่ึงชนิดพันธ์ุนั้น การขอข้ึนบัญชีแนบท้ายที่ 3 ประเทศท่ีร้องขอจะต้องมีกฎหมาย
ภายในทคี่ วบคุมการใช้ประโยชนข์ องชนิดพนั ธน์ุ นั้ กอ่ น


2 พืชอนุรกั ษ์

บทบัญญตั ขิ องอนุสัญญาไซเตสกับหนา้ ทขี่ องประเทศภาคีสมาชกิ

อนุสัญญาไซเตสมีบทบัญญัติทั้งส้ิน 25 มาตรา เพื่อให้การควบคุมการค้าระหว่าง
ประเทศเป็นไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยมมี าตราทเ่ี กย่ี วข้องทีร่ ะบใุ หป้ ระเทศสมาชิกจะต้อง
ดำเนนิ การ ดงั น้ี

1. ต้องมีกฎหมายภายในประเทศ ที่สามารถควบคุมการนำเข้า ส่งออก และ
นำผา่ นชนดิ พนั ธุพ์ ืชและสัตว์ท่ีกำหนดไว้ในบัญชีอนสุ ัญญา ฯ โดยกฎหมายดังกล่าวจะต้องมี
บทลงโทษสำหรบั ผู้กระทำผิด

2. ต้องมีการจัดต้ังหน่วยงานที่เรียกว่าฝ่ายปฏิบัติการ (Management
Authority) มีหน้าท่ีติดต่อประสานงานกับสำนักเลขาธิการไซเตสและประเทศภาคีอ่ืน ๆ
ในเรื่องการดำเนินงานให้เป็นไปตามระเบียบ และ ข้อกำหนดท่ีกำหนดไว้ในอนุสัญญา ฯ

ซ่ึงโดยส่วนใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการจะมีหน้าท่ีกำกับ ดูแล การนำเข้า ส่งออก และนำผ่าน

ชนดิ พนั ธพ์ุ ชื และสตั วท์ อี่ ยใู่ นบญั ชขี องอนสุ ญั ญา ฯ และจดั ตงั้ หนว่ ยงานทเ่ี รยี กวา่ ฝา่ ยวชิ าการ
(Scientific Authority) เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำแนะนำฝ่ายปฏิบัติการในการออกหนังสือ
อนุญาตไซเตส (CITES Permit)

3. ต้องมีการจัดต้ังหน่วยงานที่เรียกว่า Check point เพื่อตรวจสอบการนำเข้า
ส่งออก และนำผ่านชนิดพชื และสัตวท์ อี่ ยู่ในบญั ชีของอนสุ ญั ญา ฯ

4. ต้องมีการจัดทำรายงานประจำปีการออกหนังสืออนุญาตไซเตสท่ีม

รายละเอียดในเรื่องชนิด จำนวนเลขที่หนังสืออนุญาต ประเทศท่ีส่งออกหรือนำเข้า และ
วัตถุประสงค์การส่งออก ส่งไปยังสำนักเลขาธิการไซเตสภายในวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี
นอกจากนี้ทุก 2 ปี ต้องจัดทำรายงานการดำเนินงานทางด้านอนุสัญญาไซเตสภายใน
ประเทศสง่ พรอ้ มรายงานประจำปดี ้วย

การดำเนินงานเพ่ือให้เป็นไปตามบทบัญญัติของอนุสัญญาไซเตสในประเทศไทย
เพื่อให้ครอบคลุมถึงพันธกรณีท่ีได้ให้สัตยาบันไว้ ทางด้านกฎหมายประเทศไทยได้บัญญัติ
กฎหมายภายในข้ึนมาจำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
พ.ศ. 2535 เป็นกฎหมายรองรับการดำเนินงานให้เป็นไปตามอนุสัญญาไซเตสทาง
ด้านสัตว์ป่า (Wild Fauna) ซึ่งกรมป่าไม้ (เดิม) ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นกรมอุทยานแห่งชาติ
สัตว์ป่าและพันธ์ุพืช สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เป็นหน่วยงาน
ปฏิบัติงานรองรับทางด้านสัตว์ป่า (wildlife species) และกรมประมง สังกัดกระทรวง
เกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานปฏิบัติงานรองรับทางด้านสัตว์น้ำ (marine species)
และพระราชบญั ญตั พิ นั ธพุ์ ชื พ.ศ. 2518 แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั พิ นั ธพุ์ ชื (ฉบบั ที่ 2)

พืชอนุรกั ษ์ 3

พ.ศ. 2535 เป็นกฎหมายรองรับทางด้านพืชป่า (Wild Flora) ซ่ึงกรมวิชาการเกษตร
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานปฏิบัติงาน และได้มอบหมายภาระกิจนี้ให้
สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช โดยมีกลุ่มวิจัยอนุสัญญาไซเตสด้านพืช เป็นหน่วยงานท่ีรับผิดชอบ
โดยตรง นอกจากน้ียังได้กำหนดหน้าที่ มอบหมายภาระกิจน้ีให้สำนักควบคุมพืชและ
วัสดุการเกษตร โดยมีด่านตรวจพืชและวัสดุการเกษตรท่ัวประเทศ กำกับดูแลในเร่ือง
การนำเข้า ส่งออก และนำผ่านพืชอนุรักษ์และซากของพืชอนุรักษ์ตามพระราชบัญญัติ
พันธุพ์ ชื พ.ศ. 2518 แกไ้ ขเพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญตั พิ ันธุ์พชื (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2535 หรือ
ทำหน้าหน้าท่ีเป็น check point โดยใช้ระบบหนังสืออนุญาต (CITES permits)
ในการควบคมุ การคา้ ระหวา่ งประเทศ

พระราชบัญญัติพันธ์ุพืช (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2535 เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราช
บัญญัติพันธุพ์ ชื พ.ศ. 2518 ในส่วนที่เก่ียวขอ้ งกับอนุสัญญาไซเตส เพอ่ื เป็นการสง่ เสรมิ ใหม้ ี
การเพาะเลี้ยงและขยายพันธ์ุพืชป่านอกเหนือจากธรรมชาติให้สอดคล้องกับอนุสัญญาฯ
และได้เพ่มิ เติมสาระสำคัญใหค้ รอบคลุมการปฏบิ ตั ิตามพนั ธกิจในอนุสญั ญาไซเตส ดงั นี้

1. เพิ่มเติมคำนิยาม "พืชอนุรักษ์" โดยให้หมายถึง พืชในบัญชีแนบท้าย
อนุสัญญาไซเตส ซ่ึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศกำหนดใน
ราชกจิ จานเุ บกษา และกำหนดความหมายของการขยายพันธเุ์ ทียม (มาตรา 3)

2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดให้พืชในบัญชีแนบท้าย
อนุสัญญาไซเตสเป็น “พืชอนุรักษ์” เพ่ือกำกับดูแลการค้าพืชอนุรักษ์ระหว่างประเทศ
ตามมาตรา 29 ตรี

3. การนำเข้า ส่งออก นำผ่านพืชอนุรักษ์และซากของพืชอนุรักษ์จะต้องได้รับ
อนญุ าตจากอธิบดีกรมวิชาการเกษตร (มาตรา 29 ตรี)

4. กำหนดให้มีการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเล้ียงพืชอนุรักษ์เพื่อการค้า
(มาตรา 29 จตั วา)

5. กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจส่งกลับพืชอนุรักษ์ที่เข้ามาไม่ถูกต้อง
ตามกฎหมาย (มาตรา 39 ตรี)

6. กำหนดบทลงโทษสำหรบั ผฝู้ า่ ฝนื หรือไม่ปฏิบัตติ ามกฎหมาย (มาตรา 61 ทว)ิ


4 พืชอนรุ กั ษ์

รายชื่อพืชในบัญชีแนบท้ายฯ มีการแก้ไขเปล่ียนแปลงตามที่ประเทศสมาชิก

เหน็ ชอบในการประชมุ สมยั สามญั ภาคอี นสุ ญั ญาไซเตส ทจ่ี ดั ประชมุ ทกุ 3 ปี ตวั อยา่ ง พชื อนรุ กั ษ์
ในบญั ชแี นบท้ายอนสุ ัญญาฯ เชน่

1. พืชอนุรักษ์บญั ชีที่ 1 เชน่ กลว้ ยไมส้ กลุ รองเท้านารีทุกชนิด (Paphiopedilum
spp.)

2. พืชอนุรักษ์บัญชีที่ 2 เช่น พืชสกุลหม้อข้าวหม้อแกงลิงทุกชนิด (Nepenthes
spp.) พะยูง (Dalbergia cochinchinensis) พืชสกลุ กฤษณาทกุ ชนิด (Aquilaria spp.)

3. พืชอนรุ กั ษบ์ ัญชที ่ี 3 เชน่ ตน้ มะเมื่อย (Gnetum montanum) จากประเทศ
เนปาล หรือต้นมณฑาดอย (Magnolia liliifera var. obovata) ที่มีถิ่นกำเนิดใน
ประเทศไทย แต่ประเทศเนปาลร้องขอให้ประเทศภาคีอนุสัญญาไซเตสอ่ืนช่วย

ในการควบคุม และกำกับดูแลการค้า

ดังน้ัน เพ่ือให้การปฏิบัติงานตามอนุสัญญาไซเตสมีประสิทธิภาพ พนักงาน

เจ้าหน้าท่ีตรวจพืชหรือผู้ปฏิบัติงานท่ีเกี่ยวข้อง จำเป็นต้องมีความรู้ในการจำแนกชนิดพืช
เบ้อื งต้น และกฎระเบียบในการควบคุมการค้าพชื อนรุ กั ษ์ สำนักคุ้มครองพันธุ์พชื เล็งเหน็ ถึง
ความสำคัญของการเพ่ิมศักยภาพด้านความรู้และทักษะในการตรวจสอบและจำแนกชนิด
พืชอนุรักษ์สำหรับการปฏิบัติงานให้กับพนักงานเจ้าหน้าท่ีที่เก่ียวข้อง จึงได้จัดทำคู่มือ
ก า ร จ ำ แ น ก ช นิ ด พื ช อ นุ รั ก ษ์ ป ร ะ ก อ บ ป ร ะ ก า ศ ก ร ะ ท ร ว ง เ ก ษ ต ร แ ล ะ ส ห ก ร ณ์

เรอื่ ง พืชอนุรกั ษ์ ตามพระราชบญั ญัตพิ ันธ์พุ ชื พ.ศ. 2518 พ.ศ. 2560


พืชอนุรักษ์ 5

บทที่


2
พชื ในบัญชีแนบท้ายอนสุ ญั ญาไซเตส


ปัจจุบันมีพืชป่า และสัตว์ป่าท่ีถูกควบคุมโดยอนุสัญญาไซเตสเพ่ือไม่ให้สูญพันธ์ุ
เน่อื งจากการคา้ ระหว่างประเทศประมาณ 35,600 ชนดิ เป็นพชื ปา่ ประมาณ 30,000 ชนิด
และสัตว์ป่าประมาณ 5,600 ชนิด โดยชนิดของพืชและสัตว์เหล่านี้ที่อยู่ภายใต้การควบคุม
ของอนุสัญญาไซเตส ได้แบ่งออกเป็น 3 บัญชี ข้ึนอยู่กับว่าชนิดใดมีความเส่ียงต่อ
การใกลส้ ญู พันธุ์อันเนื่องมาจากการคา้ มากน้อยเพยี งไร และเพื่อความสะดวกในการกำหนด
มาตรการในการควบคุมการค้าระหว่างประเทศ การกำหนดชนิดในบัญชีแนบท้าย
อนุสัญญาฯ มีทั้งกำหนดระดับชนิด (Species), สกุล (Genera) เช่น สกุล Cycas
(Cycas spp.) และวงศ์ (Family) เช่น วงศ์กล้วยไม้ (Orchidaceae) และกระบองเพชร
(Cactaceae) หรือกำหนดเฉพาะประชากรในบางภูมิศาสตร์ เช่น Panax ginseng
(โสมเกาหลี) ควบคุมการค้าเฉพาะประชากรท่ีมีถ่ินกำเนิดในประเทศรัสเซียเท่าน้ัน
ชนิดพืชในบัญชแี นบท้ายอนสุ ัญญาไซเตส มดี ังนี

- บัญชีแนบท้ายท่ี 1 มีพืชจำนวน 305 ชนิด (species) และ 5 ชนิดย่อย
(subspecies)

- บัญชีแนบท้ายท่ี 2 มีพืชจำนวน 29,873 ชนิด รวมจำนวนประชากรตาม
แหลง่ ภูมศิ าสตร์ 162 กลมุ่ ประชากร (population)

- บัญชีแนบท้ายที่ 3 มีพืชจำนวน 13 ชนดิ (species) และ 1 พนั ธ์ุ (variety)

ในการควบคมุ การคา้ ของชนดิ พชื ในบญั ชขี องอนสุ ญั ญา หรอื ทเ่ี รยี กวา่ ตวั อยา่ งชนดิ
(Specimen) มีท้ังการควบคุมทุกส่วนของพืช รวมถึงสารสกัดที่ได้มาจากพืชชนิดน้ัน

หรือควบคุมบางส่วนของพืช การกำหนดการควบคุมดังกล่าว เรียกว่าเป็นคำอธิบาย

แนบท้าย หรือ annotation โดยส่วนใหญ่ชนิดพืชในบัญชีแนบท้ายท่ี 2 จะมีคำอธิบาย

แนบท้ายที่ระบุว่า อนุสัญญาไซเตสจะควบคุมหรือยกเว้นทางการค้าส่วนใดส่วนหน่ึงของพืช
เนือ่ งมาจากพชื มีการใชป้ ระโยชน์ทห่ี ลากหลาย

โดยส่วนใหญ่ชนิดพืชในบัญชีแนบท้ายที่ 1 อนุสัญญาไซเตสจะควบคุมการค้า
ทุกส่วนของพืชรวมถึงส่วนที่แยกออกจากพืช หรือสารสกัด หรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัด
จากพืชดังกล่าว ยกเว้นพืชในวงศ์กล้วยไม้ท่ีไม่ควบคุมต้นอ่อนหรือต้นกล้าท่ีได้จาก
การเพาะเลี้ยงเนื้อเย่ือ และมีการขนส่งในสภาพปลอดเช้ือ หรือที่เรียกว่าไม้ในขวด

6 พืชอนุรกั ษ์

สำหรับพืชในบัญชีแนบท้ายท่ี 2 ท่ีมีคำอธิบายแนบท้าย หรือ annotation จะกำหนดไว้
เปน็ ตัวเลขยกลอย หรอื สญั ลกั ษณ์ # (hash) ตามดว้ ยตัวเลข กำกบั ไว้หลังชอ่ื วงศ์ ชอ่ื สกลุ
หรือชื่อวิทยาศาสตร์ สำหรับรายช่ือพืชในบัญชีแนบท้ายอนุสัญญาไซเตส สามารถ

ดาวน์โหลดไดท้ เ่ี ว็บไซต์ http://www.cites.org/eng/app/appendices.php

เอกสารวิชาการในเล่มน้ี นอกจากจะอธิบายลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของวงศ์
สกุล หรือชนิดของพืชในบัญชีแนบท้ายอนุสัญญาไซเตสแล้ว ยังอธิบายถึงข้อควบคุมหรือ

ข้อยกเว้นในการควบคุมการคา้ ของชนิดพืชในบัญชีตามคำอธิบายแนบทา้ ยอกี ดว้ ย




ตวั อย่างการใช้บญั ชแี นบทา้ ยอนสุ ญั ญาไซเตส (CITES Appendices)


Appendices

I
II
III

FLORA (PLANTS)

AGAVACEAE Agaves

Agave parviflora
Agave victoriae-reginae #4



Nolina interrata

Yucca queretaroensis

LEGUMINOSAE (Fabaceae) Aformosia, cristobal, palisander, rosewood,
sandalwood

Dalbergia nigra
Caesalpinia echinata #10


Dalbergia spp. #15 (except

for the species listed in

Appendix I)





Guibourtia demeusei #15
Dipteryx panamensis

etc.
(Costa Rica, Nicaragua)


พชื อนุรักษ์ 7

Appendices
III

I
II

ORCHIDACEAE Orchids


(For all of the following ORCHIDACEAE spp. 10 #4

Appendix I species, (Except the species
seedilng or tissue included in Appendix I)

cultures obtained in
vitro, in solid or liquid
media, and transported
in the provisions of the
Convention only if the
specimens meet the
definition of ‘artificially
propagated’ agree by
the Conference of the
Parties)

Aerangis ellisii

Dendrobium cruentum

etc.


หมายเหต

ตัวเลขยกลอยหรือสัญลักษณ์ # (hash) ตามด้วยตัวเลขที่กำกับไว้หลังชื่อวงศ์
ช่อื สกุล หรอื ชื่อวทิ ยาศาสตร์ จะอยู่ดา้ นล่างของทุกหน้าในบญั ชแี นบท้าย เช่น



# 10 Logs, sawn wood and veneer sheets, including unfinished wood articles

used for the fabrication of bows for stringed musical instruments.

หมายถงึ ไม้ซงุ ไมแ้ ปรรปู แผน่ ไม้บาง รวมถงึ ช้ินไมท้ ่ียงั ไมไ่ ดป้ ระกอบเพ่ือใช้ในการทำ

คนั ชักสำหรับเคร่ืองดนตรปี ระเภทเครอื่ งสาย




8 พชื อนุรกั ษ์

# 15 All parts and derivatives are included, except:

a) Leaves, flowers, pollen, fruits, and seeds;

b) Non-commercial exports of a maximum total weight of 10 kg. per

shipment;

c) Parts and derivatives of Dalbergia cochinchinensis, which are covered

by Annotation # 4;

d) Parts and derivatives of Dalbergia spp. originating and exported from

Mexico, which are covered by Annotation # 6.

หมายถึง การควบคุมทุกส่วนของชนิดพืช และรวมถึงสิ่งท่ีแยกมาจากพืชดังกล่าว

ยกเวน้

ก) ใบ ดอก เรณู ผล และเมล็ด

ข) การส่งออกที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า น้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม ต่อการส่ง


1 ครง้ั

ค) ส่วนของพืช และสิ่งท่ีแยกมาจากพืชดังกล่าวของ Dalbergia cochinchinensis

ใช้คำอธิบายแนบทา้ ย # 4

ง) ส่วนของพืช และสิ่งที่แยกมาจากพืชดังกล่าวของพชื สกุล Dalbergia ท่มี ถี ิ่นกำเนิด

และส่งออกจากสหรัฐเมก็ ซโิ ก ใชค้ ำอธิบายแนบทา้ ย # 6



หมายเหตุ ในกรณีท่ีต้องการคำแปลภาษาไทยสามารถสืบค้นได้จากประกาศกระทรวง
เกษตรและสหกรณ์ เรื่องพชื อนุรักษ์ ซงึ่ ปรากฏในบทที่ 4


พชื อนรุ กั ษ์ 9

บทท่ี


3
ชื่อวทิ ยาศาสตรข์ องพ
ืชอนรุ ักษ์


การต้ังช่ือพืชเป็นสิ่งสำคัญประการหนึ่งในการศึกษาทางอนุกรมวิธานพืชที่ศึกษา
เก่ียวกับหลักเกณฑ์ กฎ และข้อบังคับ ซ่ึงพืชแต่ละชนิดมีช่ือสามัญ (common name)
หรือชอื่ ทอ้ งถน่ิ (local name) หรอื ชื่อพ้ืนเมือง (vernacular name) หลายชอื่ แตกต่างกนั
ทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ เพ่ือให้เกิดความเข้าใจตรงกันนักวิทยาศาสตร์จึงต้องใช้ช่ือที่เป็น
สากลในการจัดจำแนกสิ่งมีชีวิต เรียกว่า ช่ือวิทยาศาสตร์ (scientific name) โดยการ
จำแนกตามหลักอนุกรมวิธาน (classification based on taxonomic principle)
สำหรับการจำแนกและตั้งช่ือพืชจะมีการใช้กฎเกณฑ์เดียวกันเป็นสากล เพื่อให้สามารถ

สื่อสารกันได้เข้าใจทุกประเทศทั่วโลก แต่เดิมน้ันใช้หลักเกณฑ์ที่เรียกว่า Artificial system
เป็นการจำแนกโดยการพิจารณาความคล้ายคลึงของลักษณะภายนอกหรือลักษณะทั่วไปท่ี
สามารถสังเกตเห็นได้แล้วนำมาจัดเป็นกลุ่ม ๆ ชนิดพรรณท่ีมีความใกล้เคียงกัน
เม่ือองค์ความรู้สมัยใหม่ทางด้านชีวโมเลกุลมีเพิ่มมากขึ้น นักอนุกรมวิธานจึงได้ให

ความสำคัญกับหลักเกณฑ์การจำแนกแบบ Phylogenetic system ประกอบใน
การจำแนกพืชโดยอาศัยความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการของพืชสายสัมพันธ์ทางพันธุกรรม
ของพืช ระบบน้ีจึงเป็นระบบที่สะท้อนให้เห็นถึงการจัดหมวดหมู่ของสิ่งมีชีวิตท่ีเป็นไปได้
มากท่ีสุด ชื่อวิทยาศาสตร์เป็นชื่อที่ต้ังข้ึนตามหลักเกณฑ์การตั้งชื่อและเป็นที่ยอมรับของ
นานาชาตทิ ัว่ โลก



ชอ่ื พชื ทใ่ี ช้อ้างอิงในปจั จุบนั มดี งั น้

1. ชื่อสามัญ (Common name) เป็นชื่อท่ีเรียกกันทั่วไป โดยกำหนดตาม
ลักษณะของต้นไมน้ ั้น ๆ ตามท่มี องเห็น หรือเรยี กตามถ่ินกำเนิดทคี่ ้นพบ ประโยชนท์ ไ่ี ด้รับ
จากตน้ ไม้ หรอื เรยี กตามชอ่ื ผคู้ ้นพบพืชนั้นเปน็ คนแรกก็ได้ ซ่งึ พืชสองชนิดอาจจะมชี อื่ สามญั
ชื่อเดียวกันก็ได้ ทำให้เกิดความสับสนได้ง่าย เช่น ลิ้นมังกร (Habinaria rhodocheila)
อยู่ในวงศ์ Orchidaceae เปน็ กลว้ ยไม้ดินชนดิ หนึ่ง ใบรูปรีแกมรปู ขอบขนาน ดอกมีหลายสี
เช่น สีเหลอื ง เหลืองอมสม้ แสดอมแดง หรือชมพู กบั ลิ้นมังกร (Sansevieria trifasciata)
อยใู่ นวงศ์ Dracaenaceae กเ็ ปน็ พชื อีกชนิดหนง่ึ ลำตน้ เปน็ หัว หรอื เหง้าอยใู่ นดิน ลกั ษณะ
ลำตน้ เป็นขอ้ ๆ ใบเกดิ จากหวั ท่โี ผลอ่ อกมาพน้ ดินเป็นกอ ลักษณะใบยาวปลายแหลม


10 พชื อนุรกั ษ์

2. ช่ือวิทยาศาสตร์ (Scientific name) เป็นช่ืออ้างอิงที่ใช้กันเป็นสากล และ
มีกฎเกณฑ์ในการต้ังชื่อโดยเฉพาะ โดยกำหนดให้ส่ิงมีชีวิตมีชื่อประกอบด้วยคำ 2 คำ
คำแรกเป็นช่ือสกุล (Generic name หรือ genus) คำหลังเป็นคำระบุชนิด (Specific
epithet) แล้วนำคำท้ังสองมาเขียนเรียงกนั เรียกระบบการตงั้ ชอื่ แบบนวี้ ่า การตง้ั ชอ่ื คู่ หรอื
แบบทวินาม (Binomial nomenclature) ช่ือวิทยาศาสตร์จะเป็นช่ือเฉพาะของพืช
แต่ละชนิดและมีชือ่ ท่ีถกู ต้องเพยี งชอ่ื เดยี วเท่านั้น

3. ชอ่ื พอ้ ง (Synonym) เปน็ ชื่อวิทยาศาสตรท์ ่ถี กู ต้งั ข้ึนมาซำ้ ซ้อนกับช่ือทเี่ คยตัง้
มาแล้ว หรือเป็นช่ือที่ต้ังมาก่อนแล้วแต่ไม่ถูกต้องตามหลักการต้ังช่ือ ซึ่งพืช 1 ชนิดอาจมี
ชอื่ พอ้ ง 1 ชอื่ หรือมากกวา่ 1 ชื่อก็ได้ ทัง้ น้ีมาจากการทมี่ นี กั อนกุ รมวธิ านอยทู่ ั่วโลก ซงึ่ อาจ
ทำการศึกษาพืชชนิดเดียวกัน แต่อยู่ต่างสถานท่ี ต่างภูมิภาคกัน โดยขาดการติดต่อส่ือสาร
ถึงกัน หรืออาจศึกษาข้อมูลจากเอกสารไม่เพียงพอจึงเข้าใจว่าเป็นชนิดใหม่แล้วต้ังช่ือขึ้นมา
โดยไม่ทราบว่าพืชชนิดน้ีมีผู้ค้นพบและต้ังชื่อไว้ก่อนแล้ว เช่น กล้วยไม้เอื้องผึ้ง
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dendrobium lindleyi Steud. และมีชื่อพ้องว่า Dendrobium
aggregatum Roxb. เป็นต้น

นอกจากช่ืออ้างอิงท่กี ลา่ วข้างต้นยงั มีชอื่ เรียกชนดิ อืน่ ๆ ที่นิยมใชใ้ นปจั จุบนั เช่น

- ชื่อทางการค้า (Commercial name) เป็นชื่อเรียกท่ีตั้งข้ึนเพื่อประโยชน

ในการติดต่อซ้ือ-ขาย และเพอื่ ความเข้าใจตรงกันของผซู้ ้ือ-ขาย

- ชอ่ื ประจำทอ้ งถิน่ (Local name) เป็นชอื่ เรยี กทต่ี ัง้ ขน้ึ ตามแตล่ ะท้องทนี่ ้ันๆ



หลักเกณฑ์การตั้งชื่อวิทยาศาสตรแ์ ละการเขยี นชื่อวทิ ยาศาสตร

1. ชื่อวิทยาศาสตร์ต้องเป็นภาษาละติน เนื่องจากภาษาละตินเป็นต้นกำเนิดของ
หลายภาษาในประเทศแถบยุโรปเป็นส่วนใหญ่ และภาษาละตินถือเป็นภาษาท่ีตายแล้ว
กล่าวคอื จะไม่เกิดการเปลย่ี นแปลงอกี ในภายหลงั

2. การตั้งช่ือวิทยาศาสตร์ถือตามระบบการตั้งชื่อแบบทวินาม คือประกอบด้วย
คำ 2 คำเสมอ คำแรกเปน็ ช่ือสกุล (Genus) อกั ษรตวั แรกของสกุล ให้ใชอ้ ักษรตวั พิมพ์ใหญ่
สว่ นคำหลังเปน็ คำระบชุ นิด (Species) ขึน้ ตน้ ด้วยอกั ษรตวั พมิ พเ์ ล็ก

3. การเขียนช่อื วิทยาศาสตรต์ ้องให้มลี ักษณะแตกต่างจากอักษรอ่นื โดยอาจเขียน
เปน็ ตวั เอนหรอื ขดี เสน้ ใตช้ ่ือทั้งสอง โดยเสน้ ทขี่ ีดต้องไมต่ ดิ กัน


พชื อนุรักษ์ 11

4. ผู้ตงั้ ชือ่ วทิ ยาศาสตร์ใหเ้ ขยี นไวข้ ้างหลัง โดยนำด้วยอักษรตัวใหญ่ ไมต่ ้องเขียน
ด้วยตัวเอนหรือขีดเส้นใต้ โดยปกติอาจจะเขียนเป็นชื่อเต็มหรือช่ือย่อก็ได้ เช่น Linn.
เปน็ ชอ่ื ยอ่ ของ Linnaeus เป็นต้น ซงึ่ ในบางครั้งชือ่ ผตู้ งั้ อาจจะมีมากกว่า 1 ชื่อก็ได้

โดยทั่วไปแล้วทางอนุกรมวิธาน “ชนิด” หรือ species ถือว่าเป็นลำดับเล็กสุด
แต่ทั้งน้ีเน่ืองจากว่า พืชนั้นมีความหลากหลายทางพันธุกรรมมาก อาจจะด้วยจากการ

ปรับตัวเฉพาะกลุ่มตามถ่ินกำเนิดท่ีมีสภาพแวดล้อมต่างกัน หรือจากผลทางสายวิวัฒนาการ
เช่น การกลายพันธ์ุ แต่ก็ยังมีลักษณะร่วม ท่ีทำให้ไม่เพียงพอที่จะจำแนกเป็นอีกชนิด
ก็อาจแบ่งเป็นหน่วยอนุกรมวิธานต่ำกว่าชนิด (Infraspecific taxa) อย่างเช่นเป็น
“ชนดิ ยอ่ ย” (subspecies เขียนยอ่ วา่ ssp.) เช่น Sarracenia rubra ssp. alabamensis
และหากในลำดบั ชนิดยอ่ ยนนั้ ๆ ก็ยังมีลักษณะยอ่ ยท่กี ำ้ กึง่ และโดดเด่นพอ รวมท้งั มีจำนวน
ประชากรในธรรมชาติ ทส่ี ามารถแยกย่อยไดอ้ กี กอ็ าจแยกเปน็ “พันธ์ุ ” (variety เขียนยอ่
วา่ var.) เชน่ Pachypodium baronii var. windsorii, Paphiopedilum hirsutissimum
var. esquirolei และถ้าเกิดในประชากรนั้น ยังมีลักษณะบางอย่างท่ีต่างออกไป เช่น
กลว้ ยไมช้ นิดช้างกระ แต่มีดอกสีขาว แทนทดี่ อกจะมีจุดประสชี มพู ก็อาจระบุเป็น “แบบ”
(form เขียนย่อว่า f.) เช่น Rhynchostylis gigantea f. alba ช่ือที่กล่าวมาข้างต้นนั้น
เป็นการพิจารณาตามการจัดจำแนกพืชท่ีเกิดข้ึนและมีอยู่ตามรรมชาติเท่าน้ันหากเป็น
ลกั ษณะที่เกดิ ขึน้ จากการปลูกเล้ียง หรอื การคดั เลือกสายพนั ธ์ (clone) โดยฝมี อื มนษุ ย์ กจ็ ะ
ระบุด้วย “พันธ์ปุ ลกู ” (cultivar เขยี นย่อว่า cv. หรอื นยิ มเขียนไวร้ ะหว่างเครอื่ งหมาย ‘...’)
เช่น Rhynchostylis gigantia ‘Prem’s Peach’ = ช้างแดง (พันธุ์ปลูก) นอกจากน้

ยังอาจมีการใช้ แบบ หรือ form เขียนนำหน้า การระบุลักษณะพิเศษที่เกิดข้ึนจาก

การกลายพันธ์ุ หรือพิการ ผิดเพี้ยน จากการเพาะเล้ียงขึ้นมา เช่น ไม้ด่าง (variegata)

ไมห้ งอน (cristata) ไม้มอนส์ (monstrosus) เปน็ ตน้

จากบทบัญญัติของอนุสัญญาฯ ได้กำหนดให้ตัวอย่างชนิดพันธุ์พืชลูกผสม
(Hybrids) ที่ได้จากพอ่ และแม่พันธ์ทุ ี่อยูใ่ นบัญชีแนบทา้ ยฯ ให้ปฏบิ ตั เิ สมือนว่าเป็นชนิดพันธ์ุ
ในบัญชีแนบท้ายฯ แต่จากประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่ือง พืชอนุรักษ์
จะกำหนดเฉพาะตัวอย่างชนิดพชื ในบัญชีแนบท้ายอนุสญั ญาฯ เปน็ พืชอนุรกั ษ์ สว่ นตัวอย่าง
ชนิดพืชลูกผสมท่ีได้มาจากพ่อหรือแม่พันธุ์ท่ีอยู่ในบัญชีแนบท้ายฯ ไม่ได้กำหนดไว้ใน
ประกาศกระทรวงฯ เรื่อง พืชอนุรักษ์ แต่ได้นิยามคำว่า พืชลูกผสมในท่ีนี้ ให้หมายถึง
“พืชซ่ึงเกิดจากการผสมพันธุ์ต่างชนิดกัน โดยมีพ่อและแม่พันธ์ุเป็นพืชอนุรักษ์บัญชีท่ี 2

12 พชื อนรุ กั ษ์

หรือพืชซ่ึงมีบรรพบุรุษเป็นพืชตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซ่ึงชนิดพืชป่า
และสัตว์ป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์” การออกหนังสืออนุญาตส่งออกตามอนุสัญญาไซเตสเป็น
ลักษณะการออกหนังสือรับรอง (Other Certificate) แทนการออกหนังสืออนุญาตไซเตส
(CITES Permit) ชนดิ พชื ลกู ผสมในบญั ชแี นบทา้ ยอนุสญั ญาไซเตสในปัจจบุ นั เช่น กล้วยไม้
ลกู ผสม (Orchid hybrids), หม้อข้าวหมอ้ แกงลงิ ลกู ผสม (Nepenthes hybrids) เปน็ ตน้

เอกสารวิชาการเล่มนี้ จะระบุเฉพาะช่ือพืชอนุรักษ์ ตามประกาศกระทรวงเกษตร
และสหกรณ์ เป็นช่ือวิทยาศาสตร์ ในวงศ์ใดท่ีมีช่ือสามัญ (common name) ก็จะเขียน
กำกับเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ ยังมีรูปภาพท่ีมีการส่งออกหรือนำเข้า
ประกอบเพอื่ ใหผ้ ใู้ ช้สามารถใช้เป็นค่มู ือในการตรวจจำแนกชนดิ พืชอนุรักษ์ได้


พืชอนุรักษ์ 13

บทที่
ชนดิ พชื อนรุ ักษ



4
ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ


พืชอนุรักษ์ หมายถึง พืชชนิดท่ีกำหนดไว้ในบัญชีแนบท้ายอนุสัญญาว่าด้วย

การค้าระหว่างประเทศซ่ึงชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าท่ีใกล้จะสูญพันธุ์ซึ่งรัฐมนตรีประกาศ
กำหนดในราชกิจจานุเบกษา การกำหนดชนิดพืชไว้ในบัญชีแนบท้ายอนุสัญญาฯ

จะมีการเปลี่ยนแปลงทุกคร้ังหลังการประชุมสมัยสามัญประเทศภาคีอนุสัญญาไซเตส
(Conference of the Parties หรือ CoP) โดยประเทศสมาชิกจะย่ืนข้อเสนอเพื่อขอ
เปลี่ยนแปลงบัญชีแนบท้ายอนุสัญญาฯ รวมถึงขอแก้ไขกฎระเบียบทางการค้าในส่วนของ
พืชป่า โดยมีหลักการว่าการเสนอชนิดพันธุ์ใดเข้าบรรจุในบัญชีแนบท้ายอนุสัญญาฯ
หมายความว่าชนิดพันธ์ุน้ันต้องมีการค้าระหว่างประเทศและต้องการให้ประเทศภาคีช่วย
ควบคุม ดูแลไม่ให้มีการค้ามากเกินกำลังผลิตตามธรรมชาติจนนำไปสู่ภาวะเสี่ยงต่อ

การใกล้สูญพันธุ์ หน้าที่ที่สำคัญอย่างหน่ึงของประเทศภาคีอนุสัญญา คือ การช่วยประเทศ
ภาคีอื่นๆ อนุรักษ์ชนิดพืชและสัตว์ รวมถึงการอนุรักษ์ ชนิดพืชและสัตว์ของประเทศของ

ตัวเองด้วย หากประเทศภาคีมีความเห็นหรือมีข้อมูลว่าชนิดพืชหรือสัตว์ชนิดใดมีการค้า
ระหว่างประเทศมากจนมคี วามเส่ียงตอ่ การใกลส้ ญู พนั ธ์ไุ ด้กเ็ สนอให้ชนดิ น้ันๆ บรรจใุ นบัญชี
แนบท้ายอนสุ ญั ญาฯ

ในการประชุมสมัยสามัญประเทศภาคีอนุสัญญาไซเตสจะมีประเทศสมาชิก
ยื่นข้อเสนอ (proposal) เพื่อขอเปลี่ยนแปลงชนิดพันธ์ุในบัญชีแนบท้ายอนุสัญญาฯ หรือ

ข้อเสนอแก้ไขกฎระเบียบทางการค้าพืช เพ่ือให้ที่ประชุมมีการพิจารณาลงมติ เมื่อที่ประชุม
มีมติเห็นชอบให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขบัญชีแนบท้าย ฯ และกฎระเบียบทางการค้าของ
ชนดิ พืชแลว้ สำนักเลขาธิการไซเตสก็จะมปี ระกาศแจ้งเวียน (Notification) ใหป้ ระเทศภาคี
สมาชิกทราบ โดยจะมีผลบังคับใช้ภายใน 90 วันหลังจากการประชุมภาคีอนุสัญญาฯ
เสรจ็ สิ้น

สำหรับประเทศไทยได้ดำเนินการศึกษารวบรวมผลของการเปล่ียนแปลงชนิดพืช
และกฎระเบียบข้อควบคุมหรือข้อยกเว้นในการควบคุมทางการค้าของแต่ละชนิด นำมาจัด
ทำเป็นร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง พืชอนุรักษ์ จากนั้นจึงนำเสนอให

เจ้าหน้าที่วิชาการพืชอนุรักษ์ให้ความคิดเห็น และเสนอให้คณะอนุกรรมการพืชอนุรักษ


14 พชื อนุรักษ์

เห็นชอบก่อนส่งให้คณะกรรมการพันธุ์พืช ให้ข้อเสนอแนะ เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
เกษตรและสหกรณ์ลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป



การอา่ นประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรอ่ื ง พืชอนุรักษ

ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่ือง พืชอนุรักษ์ ได้ประกาศกำหนด
ชนิดพชื อนุรักษ์ เปน็ 3 บญั ชี รายละเอยี ดในประกาศกระทรวง ฯ ประกอบด้วย 3 คอลมั น์
โดยคอลัมน์แรกจะเป็นลำดับท่ี คอลัมน์ท่ี 2 คือ ช่ือวงศ์ (Family) ภาษาอังกฤษพร้อม

คำอา่ นภาษาไทย และคอลัมนท์ ี่ 3 คอื ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ (Scientific name) ของพืชอนุรักษ์
พร้อมคำอ่านภาษาไทย การประกาศกำหนดพืชอนุรักษ์เร่ิมจากระดับวงศ์ (Family)
สกุล (Genera) ชนิด (Species) ชนิดย่อย (Subspecies) และกลุ่มประชากรใน

บางภูมิศาสตร์ (Population) และระบุกฎระเบียบทางการค้าเป็นเลขยกลอยหรือ
เครอื่ งหมาย # แลว้ ตามด้วยตัวเลขกำกบั ไวท้ ้ายชอ่ื พชื สำหรับชนดิ พันธ์ุในบัญชที ี่ 3 จะระบุ
ประเทศท่เี ปน็ ถน่ิ กำเนิดทข่ี อบรรจุชนิดพันธุ์นั้น ๆ ไว้ในบญั ชี ตามตัวอย่าง ดงั นี้




ตัวอยา่ งพชื อนุรักษบ์ ญั ชีท่ี 1


ลำดบั ชอื่ วงศ์ ชนิดพชื อนรุ กั ษบ์ ญั ชีที่ 1
ท่ี (ช่ือสามญั ) ช่ือวทิ ยาศาสตร์

1 วงศ์อะกาวาซีอี ชือ่ วงศ์ Agave parviflora อะกาเว พารว์ ิฟลอรา
AGAVACEAE (Little princess agave) ช่ือสามัญ
6 วงศค์ ัคตาซอี ี กำหนดให้ท้งั สกุล Ariocarpus spp. อารโิ อคาร์ปสุ สปีชสี ์
CACTACEAE เป็นพืชอนุรกั ษ์ (พืชในสกลุ อาริโอคาร์ปุส ทกุ ชนิด)

97 วงศซ์ ารร์ ักเซนอิ าซอี ี Sarracenia rubra ssp. alabamensis
SARRACENIACEAE (Alabama pitcer plant)
ซาร์รกั เซนอิ า รบู รา ซับสปชี สี ์ อะลาบาเมนซิส
กำหนดให้ (ซาร์รกั เซนอิ า รบู รา ชนิดยอ่ ย อะลาบาเมนซสิ )
ชนดิ พันธุย์ อ่ ยน้ีเปน็ พชื อนุรกั ษ์






พชื อนรุ กั ษ์ 15

ตวั อยา่ งพืชอนรุ ักษ์บญั ชที ี่ 2


ลำดบั ชือ่ วงศ์ กฎระเบยี บ ชนดิ พืชอนุรักษ์บญั ชที ่ี 2
ที่ ทางการค้า (ชื่อสามัญ)

9 วงศอ์ ะโพซีนาซีอี ชอ่ื วงศH(์Hooooddiaiass)pp. #9 โฮดอิ า สปีชสี ์ ทกุ ชนิด)
APOCYNACEAE (พืชในสกลุ โฮดิอา
กำหนดให้พชื ทกุ ชนดิ ช่ือสามญั
ในสกลุ นเี้ ปน็ พชื อนุรักษ์
10 Pachypodium spp. #4 พาคโี พดิอุม สปชี ีส์
(Elephant Trunks) (พชื ในสกลุ พาคีโพดอิ ุม ทกุ ชนิด)
(ยกเว้น ชนิดทีร่ ะบไุ ว้แลว้ ในบญั ชพี ืชอนรุ ักษบ์ ัญชที ี่ 1)
11 กำหนดให้พชื ชนดิ น้ี Rauvofia serpentina #2 รอโวลเฟยี เซอรเ์ พนทนิ า
เป็นพืชอนุรักษ์ (Serpentine) (ระยอ่ ม)

27 วงศด์ ิดิเอเรอาซีอี (DพIDืชIใEนRสEกAลุ CดEิดAิเEอเsรpอpาซ. อี#ี4ทกุ ชนดิดิด)ิเอใเรนกอำวหงาศนซ์นดีอเี้ใปี หส็น้พปพืชีชืชทีสอุกน์ชุรนกั ิดษ์
DIDIEREACEAE Diospyros spp. #5 ดโิ อสพโี รส สปีชีส์

30 วงศ์เอเบนาซีอี
EBENACEAE (พชื ในสกุลดโิ อสพโี รส ทุกชนดิ )
(เฉพาะประชากรทม่ี ถี น่ิ กำเนดิ ในสาธารณรฐั มาดากสั การ์
กำหนดเฉพาะประชากร
ในบางภูมศิ ่าสตร์เป็นพืชอนุรกั ษ์ เท่านนั้ )




ตวั อยา่ งพืชอนรุ ักษ์บัญชที ่ี 3


สำหรบั พชื อนรุ กั ษบ์ ญั ชี 3 จะเพม่ิ คอลมั นส์ ำหรบั ประเทศทขี่ อบรรจชุ นดิ ดงั กลา่ วไวใ้ นบญั ชี 3


ลำดับ ชื่อวงศ์ ชนดิ พชื อนุรกั ษ์บญั ชีที่ 3 แหลง่ กำเนดิ
ท่ี (ชอ่ื สามญั ) สหพันธรัฐรสั เซยี
1 วงศฟ์ ากาซีอี
FAGACEAE Quercus mongolica #5
เคอรค์ สุ มอนโกลิคา

ประเทศที่ขอบรรจชุ นดิ นี้
ไวใ้ นบญั ชี 3

16 พืชอนุรักษ์

การอ่านประกาศฯ นอกจากตรวจสอบบัญชีของชนดิ พืชแล้ว หากเปน็ พืชอนุรักษ์
ท่ีอยูใ่ นบัญชที ี่ 2 และ 3 ยงั ตอ้ งคำนงึ ถงึ กฎระเบยี บทางการคา้ ตามคำอธิบายแนบท้าย หรอื
annotation ที่กำหนดไว้ในตัวเลขยกลอย หรือเคร่ืองหมาย # แล้วตามด้วยตัวเลขกำกับ
อยู่ท้ายชือ่ วทิ ยาศาสตร์ ช่ือสกลุ หรือชื่อวงศ์ รายละเอียดดังกล่าวจะอธิบายไวต้ อนท้ายของ
ประกาศฯ ดงั น
ี้


คำอธิบายแนบทา้ ย หรือ annotation

เคร่ืองหมาย # ตามด้วยตัวเลขที่กำกับอยู่ท้ายชื่อชนิด หรือหน่วยอนุกรมวิธานที่
สูงกว่าในบัญชีพืชอนรุ กั ษ์บญั ชที ่ี 2 และบัญชที ี่ 3 หมายถงึ สว่ นของชนิดหรอื ทแ่ี ยกออกมา
จากชนิดดังกล่าว มีข้อยกเว้นพิเศษซ่ึงไม่ถือว่าเป็นพืชอนุรักษ์ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช
พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพม่ิ เตมิ ดังต่อไปน
้ี
# 1 หมายถึง ทุกสว่ นของพืช และสิ่งที่แยกมาจากพชื ดงั กลา่ ว ยกเว้น

ก) เมลด็ สปอร์ และเรณู (รวมถงึ กลุ่มเรณู)

ข) ต้นกล้าหรือเน้ือเยื่อท่ีได้จากการเพาะเล้ียงในสภาพปลอดเชื้อ อยู่ใน
อาหารแขง็ หรืออาหารเหลว ทข่ี นส่งในภาชนะปลอดเชอื้

ค) ไมต้ ัดดอกจากตน้ ที่ไดม้ าจากการขยายพันธุ์เทยี ม และ

ง) ฝัก ส่วนของฝัก และสิ่งที่แยกมาจากฝักกล้วยไม้ในสกุล Vanilla

(วานลิ ลา) จากต้นทไี่ ด้มาจากการขยายพนั ธ์ุเทยี ม

# 2 หมายถึง ทุกส่วนของพชื และสง่ิ ที่แยกมาจากพืชดังกลา่ ว ยกเว้น

ก) เมล็ด และเรณู และ

ข) ผลิตภัณฑ์สำเรจ็ รปู บรรจุหบี ห่อทพี่ ร้อมจำหนา่ ยแบบปลีก

# 3 หมายถงึ ราก รากท่ีฝานเปน็ ช้ิน และส่วนของราก ไม่รวม ส่วนของพืช หรอื
ส่ิงท่ีแยกมาจากพืชดังกล่าวท่ีผ่านกรรมวิธี เช่น ผง เม็ดยา สารสกัด ยาบำรุง ชา และ
ขนมหวาน

# 4 หมายถึง ทกุ ส่วนของพชื และสิ่งท่ีแยกมาจากพืชดงั กล่าว ยกเวน้

ก) เมล็ด (รวมถึงฝักของพืชวงศ์ออร์คิดาซีอี (กล้วยไม้)) สปอร์ และเรณู
(รวมถึงกลุ่มเรณู) ข้อยกเว้นน้ีไม่รวมถึง เมล็ดพันธุ์พืชวงศ์คัคตาซีอี (กระบองเพชร)

ที่ส่งออกจากสหรัฐเม็กซิโก และเมล็ดของ Beccariophoenix madagascariensis

(เบคคาริโอโฟนิกซ์ มาดากสั คารเิ อนซสิ ) และ Dypsis decaryi (ดิพซสิ เดคาริอิ) ทีส่ ง่ ออก
จากสาธารณรฐั มาดากสั การ


พืชอนุรกั ษ์ 17

ข) ต้นกล้าหรือเนื้อเยื่อที่ได้จากการเพาะเลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อ

อยู่ในอาหารแขง็ หรืออาหารเหลว ท่ีขนสง่ ในภาชนะปลอดเชือ้

ค) ไม้ตัดดอกจากตน้ ทีไ่ ด้มาจากการขยายพันธเุ์ ทยี ม

ง) ผล ส่วนของผล และสิ่งที่แยกมาจากผล ของพืชสกุล Vanilla

(วานิลลา) วงศ์ ORCHIDACEAE (ออร์คิดาซีอี) และพืชวงศ์ CACTACEAE (คัคตาซีอี)

ทงั้ จากต้นท่ีเกดิ จากการขยายพันธ์โุ ดยธรรมชาติหรือมาจากการขยายพนั ธเุ์ ทียม

จ) ลำตน้ ดอก ส่วนของพชื และสง่ิ ทแ่ี ยกมาจากส่วนของพืชนนั้ ของพชื ใน
สกุล Opuntia (โอปนุ ทอิ า) สกลุ ย่อย Opuntia (โอปนุ ทอิ า) และพืชสกลุ Selenicereus
(เซเลนิเซเรอุส) วงศ์ CACTACEAE (คัคตาซีอี) ทั้งจากต้นที่เกิดจากการขยายพันธ์ุโดย
ธรรมชาติ หรอื มาจากการขยายพันธ์เุ ทียม

ฉ) ผลิตภัณฑ์สำเรจ็ รูปของ Euphorbia antisyphilitica (ยโู ฟบิอา อนั ทิซี
ฟลิ ิทคิ า) บรรจุหีบห่อ ทพ่ี รอ้ มจำหนา่ ยแบบปลกี

# 5 หมายถึง ไมซ้ ุง ไม้แปรรปู และแผ่นไม้บาง

# 6 หมายถงึ ไม้ซุง ไมแ้ ปรรูป แผ่นไม้บาง และไม้อัด

# 7 หมายถึง ไม้ซงุ ชน้ิ ไม้ ผง และ สารสกัด

# 8 หมายถึง ทกุ ส่วน บางส่วน และผงที่ไดจ้ ากสว่ นทอี่ ยู่ใต้ดนิ (เชน่ ราก, เหง้า)

# 9 หมายถึง ทุกส่วนของพชื และสง่ิ ที่แยกมาจากพืชดงั กลา่ ว ยกเว้น ทม่ี ฉี ลาก
ข้อความ ดังตอ่ ไปน้ี “วตั ถดุ ิบไดม้ าจาก Hoodia spp. (โฮดิอา สปีชสี )์ ทผี่ า่ นการควบคุม
ตลอดกระบวนการเก็บเก่ียวและกระบวนการผลิตภายใต้ข้อตกลงของฝ่ายปฏิบัติการ
อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธ์ุสัตว์ป่าและพืชป่าท่ีใกล้สูญพันธ์ุของ
ประเทศดังต่อไปน้ี [ข้อตกลงสาธารณรฐั บอตสวานา ที่ BW/xxxxxx] [ขอ้ ตกลงสาธารณรัฐ
นามิเบีย ที่ NA/xxxxxx] [ขอ้ ตกลงสาธารณรฐั อาฟรกิ าใต้ ที่ ZA/xxxxxx]”

# 10 หมายถงึ ไม้ซงุ ไม้แปรรปู แผน่ ไม้บาง รวมถงึ ชิน้ ไม้ท่ียงั ไม่ได้ประกอบเพื่อ
ใชใ้ นการทำคันชกั สำหรับเครอ่ื งดนตรปี ระเภทเครื่องสาย

# 11 หมายถึง ไม้ซุง ไม้แปรรูป แผ่นไม้บาง ไม้อัด ผง และสารสกัด
แต่ไม่ครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปท่ีมีส่วนผสมของสารสกัด รวมถึงสารแต่งกล่ินจาก

พืชดังกล่าว

# 12 หมายถึง ไม้ซุง ไม้แปรรูป แผ่นไม้บาง ไม้อัด และสารสกัด แต่ไม่
ครอบคลมุ ถงึ ผลติ ภณั ฑส์ ำเรจ็ รปู ทม่ี สี ว่ นผสมของสารสกดั รวมถงึ สารแตง่ กลนิ่ จากพชื ดงั กลา่ ว


18 พืชอนรุ กั ษ์

# 13 หมายถึง เฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อในเมล็ด (kernel) ประกอบด้วย
เอ็นโดสเปิร์ม (endosperm) เน้ือของผลสด (pulp) หรือเน้ือผลแห้ง (copra) และสิ่งท่ี
แยกมาจากส่วนดงั กล่าว

# 14 หมายถึง ทกุ สว่ นของพืช และสิ่งที่แยกมาจากพืชดังกล่าว ยกเว้น

ก) เมลด็ และเรณ

ข) ต้นกล้าหรือเนื้อเย่ือที่ได้จากการเพาะเล้ียงในสภาพปลอดเช้ือ

อยใู่ นอาหารแขง็ หรอื อาหารเหลว ท่ขี นส่งในภาชนะปลอดเชอ้ื

ค) ผล

ง) ใบ

จ) ผงไม้กฤษณาที่กล่ันแล้ว รวมถึงผงไม้กฤษณาที่กลั่นแล้วและนำไปขึ้น
รูปเปน็ รูปทรงต่างๆ และ

ฉ) ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปบรรจุหีบห่อท่ีพร้อมจำหน่ายแบบปลีก ข้อยกเว้นนี้
ไม่รวมถงึ ชิ้นไม้ ลกู ปัด ลกู ประคำ และสงิ่ แกะสลกั

# 15 หมายถงึ ทุกสว่ นของพืช และรวมถงึ สิ่งที่แยกมาจากพชื ดังกล่าว ยกเวน้

ก) ใบ ดอก เรณู ผล และเมลด็

ข) การส่งออกที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพ่ือการค้า น้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม
ต่อการสง่ 1 คร้ัง

ค) ส่วนของพืช และส่ิงที่แยกมาจากพืชดังกล่าวของ Dalbergia
cochinchinensis ใชค้ ำอธิบายแนบทา้ ย # 4

ง) ส่วนของพืช และสิ่งที่แยกมาจากพืชดังกล่าวของพืชสกุล Dalbergia

ท่ีมีถิ่นกำเนดิ และสง่ ออกจากสหรัฐเมก็ ซิโก ใช้คำอธิบายแนบทา้ ย # 6

# 16 หมายถึง เมล็ด ผล นำ้ มนั และต้นทมี่ ีชวี ติ

ตัวเลขที่ยกลอยขึ้นท่ีกำกับอยู่ท้ายชื่อชนิดหรือลำดับอนุกรมวิธานที่สูงกว่า
มีความหมายดังตอ่ ไปน
ี้
CACTACEAE spp.9 หมายถึง พืชลูกผสม (hybrids) และ/หรือ
พันธ์ุปลูก (cultivars) ท่ีได้มาจากการขยายพันธุ์เทียม ดังต่อไปน้ี ไม่ถือว่าเป็น
พืชอนุรักษ์ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 ซึ่งได้แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติ
พนั ธุ์พืช (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2535


พืชอนุรกั ษ์ 19

ก) Hatiora x graeseri (ฮาทโิ อรา ครอส กราอเี ซรี)

ข) Schlumbergera x buckleyi (ชลมั เบอรเ์ จรา ครอส บุคเลย์ไอ)

ค) Schlumbergera russelliana x Schlumbergera truncata

(ชลัมเบอรเ์ จรา รสั เซลลอิ านา ครอส ชลัมเบอร์เจรา ทรัณคาตา)


ง) Schlumbergera orssichiana x Schlumbergera truncata

(ชลัมเบอร์เจรา ออรส์ ซชิ อิ านา ครอส ชลมั เบอร์เจรา ทรัณคาตา)

จ) Schlumbergera opuntioides x Schlumbergera truncata

(ชลมั เบอร์เจรา โอปุนทโิ ออเิ ดส ครอส ชลัมเบอรเ์ จรา ทรณั คาตา)


ฉ) ชนดิ Schlumbergera truncata (ชลัมเบอรเ์ จรา ทรณั คาตา) ทีเ่ ป็น
พันธุป์ ลกู


ช) พืชในวงศ์คัคตาซีอี (CACTACEAE) ทุกชนิดที่กลายพันธ์ุมีลักษณะ

ปราศจากคลอโรฟิลล์ (chlorophyll) หรือมีคลอโรฟิลล์น้อยมาก และได้ทำการต่อก่ิง

บนต้นพันธ์ุ ดังต่อไปนี้ คือ ต้นตอ Harrisia ‘Jusbertii’ (แฮร์ริซิอา จัสเบอร์ทิไอ) หรือ
ตน้ ตอ Hylocereus trigonus (ไฮโลเซเรอสุ ไทรโกนสุ ) หรอื ต้นตอ Hylocereus undatus

(ไฮโลเซเรอสุ อุนดาทสุ )


ซ) ชนิด Opuntia microdasys (โอปุนทิอา ไมโครดาซสิ ) ที่เปน็ พนั ธป์ุ ลูก

Cyclamen spp.11 หมายถึง Cyclamen persicum พันธุ์ปลูก

(cultivar) ท่ีได้มาจากการขยายพันธ์ุเทียม ไม่ถือว่าเป็นพืชอนุรักษ์ตามพระราชบัญญัต

พนั ธุ์พชื พ.ศ. 2518 ซง่ึ ไดแ้ กไ้ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญตั พิ นั ธุพ์ ชื (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2535
อย่างไรก็ตามข้อยกเว้นน้ีไม่รวมถึง พืชดังกล่าวซึ่งทำการค้าในรูปของหัวที่อยู่ในระยะพักตัว
(dormant tuber)

Taxus cuspidata 12 หมายถึง Taxus cuspidata ลูกผสม (hybrid)

และพันธุ์ปลูก (cultivar) ที่ได้มาจากการขยายพันธุ์เทียม ซึ่งปลูกในกระถางหรือภาชนะ
ปลูกขนาดเล็ก โดยการค้าแต่ละครั้งให้มีฉลากหรือเอกสารที่แสดงช่ือของหน่วย

อนุกรมวิธาน (taxon or taxa) และข้อความที่ระบุว่า ‘มาจากการขยายพันธุ์เทียม’

ไม่ถือว่าเป็นพืชอนุรักษ์ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 ซ่ึงได้แก้ไขเพิ่มเติมโดย

พระราชบัญญัติพนั ธ์ุพชื (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2535




20 พืชอนุรกั ษ์

เอกสารวิชาการเล่มน้ี ได้จัดทำคำบรรยายลักษณะประจำวงศ์ (Family) ของ

พืชอนุรักษ์ ซึ่งมีจำนวนท้ังส้ิน 60 วงศ์ และระบุชนิดพืชอนุรักษ์ที่อยู่ในวงศ์ดังกล่าว

พร้อมทั้งอธิบายข้อควบคุมหรือข้อยกเว้นการควบคุมทางการค้าของพืชอนุรักษ์แต่ละชนิด
เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ใช้เป็นคู่มือในตรวจจำแนกชนิด ประกอบการควบคุม กำกับดูแล

การนำเข้า สง่ ออก นำผ่าน พชื อนุรักษแ์ ละซากของพชื อนุรกั ษ์




พชื อนุรักษ์ 21

บทท่ี
การตรวจสอบชนดิ พ
ืชในบัญชแี นบทา้ ย

5
อนสุ ัญญาไซเตส และกฎระเบียบทางการคา้


ปัจจุบันอนุสัญญาไซเตสได้ประกาศรายชื่อพืชที่ข้ึนไว้ในบัญชีแนบท้าย
อนสุ ญั ญาไซเตสทงั้ 3 บญั ชี ไวป้ ระมาณกวา่ 30,000 ชนดิ ซงึ่ เปน็ การยากทจี่ ะจดจำไดห้ มด
นอกจากการตรวจสอบชนิดพืชในบัญชีแนบท้ายฯ โดยการดาวน์โหลดบัญชีแนบท้ายฯ

จากเว็บไซต์ของสำนักเลขาธิการ ไซเตส http://www.cites.org/eng/app/
appendices.php แล้ว แต่เพ่ือสะดวกต่อการค้นหารายช่ือพืชโดยใช้ชื่อวิทยาศาสตร์หรือ

ช่ือสามัญรวมถึงกฎระเบียบทางการค้าของพืชชนิดน้ัน ๆ อย่างละเอียด สำนักเลขาธิการ

ไซเตสได้จัดทำช่องทางในการสืบค้นเพื่อตรวจสอบชนิดพืชในบัญชีแนบท้ายอนุสัญญาไซเตส
และกฎระเบยี บทางการคา้ 2 ชอ่ งทาง ดังนี้

1. http://checklist.cites.org/#/en เป็นฐานข้อมูลชนิดพืชในบัญช

แนบท้ายฯ และกฎระเบียบในการควบคุมการค้า แต่ต้องรู้ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องของพืช
จึงจะสามารถทำการคน้ หาได

2. http://speciesplus.net/ เป็นฐานข้อมูลท่ีสามารถค้นได้ทั้งช่ือพืชและ

ช่อื สามญั

การสืบค้นเพ่ือตรวจสอบชนิดพืชในบัญชีแนบท้ายฯ และกฎระเบียบทางการค้า
จาก http://checklist.cites.org/#/en มขี ัน้ ตอน ดังน
้ี



เข้าเว็บไซต์ http://cites.org

คลกิ เลือก


Implementation

จากน้นั คลิกเลือก

Checklist of CITES species


22 พชื อนุรักษ์

เขา้ ส่หู นา้ เพจ


checklist.cites.org/#/en








กรอกชื่อวิทยาศาสตร์ หรือ
ช่ือสกุลของพืชท่ีต้องการ
ตรวจสอบ เชน่

Dendrobium lindleyi

(เอือ้ งผ้ึง)



ข้ อ มู ล จ ะ ป ร า ก ฏ ว่ า พื ช

ชนดิ นน้ั อยใู่ นบญั ชแี นบทา้ ยฯ ใด
และมีถิ่นกำเนิดในประเทศ
อะไร เช่น Dendrobium
lindleyi บรรจุอยู่ในบัญชี
แนบท้ายฯที่ 2 มีถิ่นกำเนิด
ใ น ป ร ะ เ ท ศ บั ง ก ล า เ ท ศ ,

ภูฏาน, จีน, อินเดีย, ลาว,
โดมนิ กิ นั , พมา่ ฯลฯ


พืชอนุรกั ษ์ 23

คลิกที่ APPXS และคลิกเลือกบัญชีแนบท้ายทป่ี รากฏ เชน่ คลกิ เลือกที่ II เพอ่ื คน้ หาว่า

พชื ชนดิ นน้ั มีกฎระเบยี บทางการคา้ อะไร เช่น Dendrobium lindleyi บรรจอุ ยู่ในบัญชี
แนบท้ายฯ ที่ 2 มีกฎระเบยี บทางการค้า # 4 หมายถึง ควบคมุ ทุกส่วนของพชื ไม่ว่าจะมี
หรือไม่มชี วี ิตและส่วนทแ่ี ยกหรอื สกัดมาจากพืชดงั กล่าว

ยกเว้น เมลด็ สปอร์ เรณู (รวมถงึ กลุ่มเรณ)ู ตน้ อ่อนหรือทไี่ ดจ้ ากการเพาะเลีย้ งเนอื้ เย่อื
ขนสง่ ในภาชนะทป่ี ลอดเชอื้ ไมต้ ดั ดอกจากตน้ ทไ่ี ดม้ าจากการขยายพนั ธเุ์ ทยี ม ฝกั สว่ นของฝกั
และสง่ิ ทไี่ ดม้ าจากฝกั ของตน้ ทไ่ี ดม้ าจากการขยายพนั ธเ์ุ ทยี มของกลว้ ยไมส้ กลุ Vanilla (วานลิ ลา)


24 พืชอนรุ ักษ์

การสืบค้นเพ่ือตรวจสอบชนิดพืชในบัญชีแนบท้ายฯ และกฎระเบียบทางการค้า
จาก http://speciesplus.net/ มีข้ันตอน ดังน
้ี



เข้าเวบ็ ไซด์
http://speciesplus.net

กรอกชื่อวิทยาศาสตร์ หรือ
ช่ือสกุลของพืชท่ีต้องการ
ตรวจสอบ เช่น Dalbergia
cochinchinensis (พะยูง)


หน้าเพจจะปรากฏข้อมูลท่ีเก่ียว
กับชนิดพืชท่ีเราต้องการตรวจ
สอบ ดงั น้

- Legal (กฎหมาย) มขี ้อมลู ยอ่ ย

ไดแ้ ก่ CITES Listing/Ouotars/

Suspension/EU Listing/

EU Decisions

- Names (ชอื่ ) ไดแ้ ก่ Scientific

and Common names

(ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ และชอ่ื สามญั )

- Distribution

(แหลง่ กระจายพนั ธ์ุ)

- References (หลกั ฐานอา้ งองิ )

- Documents

(เอกสารท่ีเก่ียวขอ้ ง)


พืชอนรุ กั ษ์ 25

CITES listing จะปรากฏขอ้ มลู Legal (กฎหมาย) ทเ่ี กย่ี วกบั ชนดิ พชื ทต่ี อ้ งการตรวจสอบ ดงั นี้

- Appendix หมายถงึ พชื ชนดิ นนั้ บรรจอุ ยใู่ นบญั ชแี นบทา้ ยใดของอนสุ ญั ญาไซเตส

- Country หมายถงึ ประเทศทร่ี อ้ งขอใหพ้ ชื ชนดิ นนั้ บรรจอุ ยใู่ นบญั ชแี นบทา้ ยอนสุ ญั ญาไซเตส
หรอื ประเทศใดบา้ งทมี่ กี ฎระเบยี บขอ้ บงั คบั พเิ ศษ

- Date หมายถงึ วนั ทม่ี ผี ลบงั คบั ใช้

- Notes หมายถงึ หมายเหตุ ในทน่ี ี้ คอื คำอธบิ ายแนบทา้ ย หรอื กฎระเบยี บทางการคา้

เชน่ Dalbergia cochinchinensis บรรจอุ ยใู่ นบญั ชแี นบทา้ ยฯท่ี 2 การประชมุ สมยั สามญั ฯ
ครง้ั ที่ 17 (CoP17) กำหนดกฎระเบยี บทางการคา้ คอื # 15 ซง่ึ ครอบคลมุ ทงั้ พชื สกลุ
Dalbergia ทุกชนิด ยกเว้น ชนิดที่ระบุไว้ในบัญชีแนบท้ายที่ 1 ซ่ึงมีผลบังคับใช้ตั้งแต่

วนั ที่ 2 มกราคม 2560

หากปรากฎ II R อยภู่ ายใตข้ อ้ ความ CITES Listing ซง่ึ R ในทนี่ ้ี คอื Reservations หมายถงึ
การขอสงวนสทิ ธพ์ิ ชื ชนดิ นนั้ ๆ ของแตล่ ะประเทศ หมายความวา่ ประเทศทขี่ อสงวนสทิ ธมิ์ ี
ฐานะเสมอื นมใิ ชป่ ระเทศภาคอี นสุ ญั ญา ฯ สำหรบั พชื ชนดิ นนั้ ๆ ดงั นน้ั การสง่ ออกชนดิ พชื จาก
ประเทศทขี่ อสงวนสทิ ธจ์ิ งึ สามรถออกหนงั สอื รบั รอง (Certificate) ทเี่ ทยี บเทา่ กบั หนงั สอื อนญุ าต
(Permit) ได้ เชน่ ประเทศอนิ เดยี และประเทศอนิ โดนเี ซยี ขอสงวนสทิ ธพิ์ ชื ในสกลุ Dalbergia




26 พืชอนรุ ักษ์

Quotas หมายถงึ การกำหนดจำนวน กฎระเบียบทางการค้าท่ีเก่ียวข้องกับ
ของพืชชนดิ นนั้ ๆ ทีส่ ามารถสง่ ออก Dalbergia cochinchinensis คือ

จากแตล่ ะประเทศได้
# 15 หมายถงึ ควบคุมทุกสว่ นของพืช
Suspensions หมายถงึ การถกู ระงบั และรวมถึงสิ่งที่แยกมาจากพืชดังกล่าว
การค้าพืชชนิดนัน้ ๆ ซึง่ จะประกอบ ยกเว้น

ดว้ ยข้อมลู ดังน
ี้ - ใบ ดอก เรณู ผล และเมล็ด

Date หมายถงึ วันทีม่ ผี ลบังคับ
- การส่งออกที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อ
Country หมายถงึ ประเทศทถ่ี กู ระงบั การค้า น้ำหนักไมเ่ กนิ 10 กิโลกรัมตอ่
การคา้
การส่ง 1 ครั้ง

Notification หมายถงึ ประกาศทบี่ งั คบั ใช
้ - ส่วนของพืช และสิ่งทีแ่ ยกมาจากพืช
Notes หมายถงึ หมายเหต
ุ ดงั กลา่ วของ Dalbergia cochinchinensis
ตวั อยา่ ง เชน่ วนั ท่ี 23 กนั ยายน 2559 ใช้คำอธิบายแนบทา้ ย # 4

ประเทศลาวถกู ระงบั การคา้ Dalbergia - ส่วนของพชื และสิ่งที่แยกมาจากพืช
cochinchinensis ยกเว้นผลติ ภัณฑ์ ดังกล่าวของพชื สกลุ Dalbergia ทม่ี ี
สำเรจ็ รปู ไมแ้ กะสลกั และเฟอรน์ เิ จอร์ ถิ่ น ก ำ เ นิ ด แ ล ะ ส่ ง อ อ ก จ า ก ส ห รั ฐ
ตามขอ้ คดิ เหน็ คณะกรรมาธกิ ารอนสุ ญั ญา เมก็ ซโิ ก ใช้คำอธบิ ายแนบท้าย # 6

ไซเตส ตามประกาศอนสุ ญั ญาไซเตสที่
2017/012
พืชอนุรกั ษ์ 27

EU Wildlife Trade Regulations

เปน็ กฎระเบยี บการควบคมุ การคา้ ชนดิ พชื ปา่ และสตั วป์ า่ ทใ่ี กลส้ ญู พนั ธขุ์ องกลมุ่ ประเทศสหภาพ
ยโุ รป ประกอบดว้ ยขอ้ มลู

EU Listing

- Annex หมายถงึ ระบวุ า่ พชื ชนดิ นนั้ อยบู่ ญั ชแี นบทา้ ยใดของ EU Wildlife Trade Regulations

- Country หมายถงึ ประเทศทร่ี อ้ งขอใหพ้ ชื ชนดิ นนั้ บรรจอุ ยใู่ นบญั ชแี นบทา้ ยอนสุ ญั ญาไซเตส
หรอื ประเทศใดบา้ งทม่ี กี ฎระเบยี บขอ้ บงั คบั พเิ ศษ

- Date หมายถงึ วนั ทมี่ ผี ลบงั คบั ใช้

- Notes หมายถงึ หมายเหตุ คอื คำอธบิ ายแนบทา้ ย หรอื กฎระเบยี บทางการคา้

- Legal Notice หมายถงึ ประกาศทบ่ี งั คบั ใช้

เชน่ Dalbergia cochinchinensis บรรจอุ ยใู่ นบญั ชแี นบทา้ ย B ของกฎระเบยี บการควบคมุ

การค้าชนิดพืชป่าและสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป มีผลบังคับตั้งแต่

วนั ท่ี 4 กมุ ภาพนั ธ์ 2560 โดยมกี ฎระเบยี บทางการคา้ ตามประกาศของ EU Wildlife Trade
Regulations ที่ 2017/160 กำหนดกฎระเบยี บทางการคา้ คอื # 15 ซง่ึ ครอบคลมุ ทงั้ พชื สกลุ
Dalbergia ทกุ ชนดิ ยกเวน้ ชนดิ ทร่ี ะบไุ วใ้ นบญั ชแี นบทา้ ย A

EU DECISION

หมายถงึ ขอ้ ตดั สนิ ใจของกลมุ่ ประเทศสหภาพยโุ รปตอ่ พชื ชนดิ นน้ั ๆ


28 พชื อนุรักษ์

A
วงศ์ AGAVACEAE
(อะกาวาซอี ี)




1. ช่ือสามัญท่วั ไป Agaves หรือ ศรนารายณ์, จนั ทน์ผา

2. ลกั ษณะทว่ั ไป

พืชอวบน้ำ หรือก่ึงอวบน้ำ พืชล้มลุกปีเดียว บางชนิดมีอายุหลายปี ทนแล้ง
ลักษณะเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก อาจมีหรือไม่มีลำต้น ใบเรียงเป็นกระจุกแบบ
กุหลาบซ้อนที่ส่วนปลายยอดของลำต้น เส้นใบขนาน ขอบใบเรียบหรือมีหนาม ปลายใบ
มีหนามแหลมแข็ง ช่อดอก ขนาดใหญ่ เกิดที่ปลายยอด เป็นแบบช่อแยกแขนง ช่อกระจะ
หรือช่อเชิงลด ดอก มีทั้งแบบแยกเพศและสมบูรณ์เพศ ผล แห้งแตกกลางพู เนื้อนุ่ม
เมลด็ ขนาดเล็ก สีดำ

3. การกระจายพนั ธุ์

วงศ์ Agavaceae มี 18 สกุล ประมาณ 550 - 600 ชนิด มี 3 สกุลที่เป็น

พืชอนุรกั ษ์ ไดแ้ ก่ สกลุ Agave มีประมาณ 166 ชนิด สกลุ Nolina มีประมาณ 28 ชนิด
สกลุ Yucca มปี ระมาณ 49 ชนดิ สว่ นใหญก่ ระจายพนั ธใุ์ นเขตรอ้ นกงึ่ รอ้ น ในพน้ื ทท่ี ะเลทราย
และเขตอบอุ่นของโลก พืชอนุรักษส์ กลุ นีไ้ ม่มีถนิ่ กำเนดิ ในประเทศไทย

4. สถานภาพพืชอนุรักษแ์ ละกฎระเบยี บทางการคา้

พืชในวงศ์ Agavaceae ทเี่ ป็นพชื อนุรักษม์ ี 4 ชนดิ (ใน 3 สกุล)

พืชอนรุ ักษ์บัญชี 1: มี 1 ชนิด ไดแ้ ก่ Agave parviflora กฎระเบยี บทางการค้า
ไม่มขี ้อยกเวน้ กล่าวคือ ควบคมุ ทุกส่วนของพชื ไม่วา่ จะมีหรอื ไม่มีชีวิต และสว่ นที่แยกหรอื
สกดั มาจากพชื ดังกลา่ ว

พืชอนุรักษ์บัญชี 2: มี 3 ชนิด ได้แก่

- ชนดิ Agave victoriae reginae#4 กฎระเบียบทางการคา้ ควบคุมทกุ สว่ นของ
พืชไม่ว่าจะมีหรือไม่มีชีวิต และส่วนท่ีแยกหรือสกัดมาจากพืชดังกล่าว ยกเว้น เมล็ด สปอร์
เรณู (รวมถึงกลุ่มเรณู) ต้นอ่อนที่ได้จากการเพาะเล้ียงเน้ือเยื่อ ขนส่งในภาชนะที่ปลอดเชื้อ
และดอกท่ีได้มาจากการขยายพันธ์เุ ทยี ม

- ชนดิ Nolina interrata และ Yucca queretaroensis กฎระเบยี บทางการคา้
ไม่มีข้อยกเว้น กล่าวคือ ควบคุมทุกส่วนของพืชไม่ว่าจะมีหรือไม่มีชีวิต รวมถึงส่วนท่ีแยก
หรือสกัดมาจากพชื ดงั กลา่ ว


พืชอนรุ กั ษ์ 29

A

พชื อนรุ กั ษ์บัญชี 3: -



5. การใชป้ ระโยชน์

นยิ มปลูกเป็นไม้ประดับ เป็นพืชใหเ้ ส้นใย และพืชสมุนไพร





AGAVACEAE

Agave parviflora Agave victoriae-reginae
พชื อนุรักษ์บัญชี 1 พืชอนรุ ักษ์บัญชี 2

ภาพจาก http://www.palomar.edu/ ภาพจาก http://smg.photobucket.com

Nolina interrata Yucca queretaroensis
พืชอนรุ กั ษบ์ ัญชี 2 พชื อนุรกั ษ์บญั ชี 2

30 พืชอนรุ ักษ์

A
วงศ์ AMARYLLIDACE
AE (อะมารลิ ลดิ าซอี ี)


1. ชอ่ื สามญั ทัว่ ไป Snowdrop, Sternbergias หรือ พลับพลงึ

2. ลกั ษณะทวั่ ไป

พืชล้มลุก อายุหลายปี อวบน้ำ ลำต้นใต้ดินมีกาบใบหุ้มเป็นหัวคล้ายหัวหอม

ใบ เดี่ยว รูปหอกแกม รูปขอบขนาน เรียงสลับถี่รอบต้น เนื้อใบหนานุ่ม ขอบใบเรียบ

โคนกาบใบแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น ดอกออกเป็นช่อแบบซ่ีร่มที่กลางต้น ก้านช่อดอกยาว

มีกลบี ประดับเป็นเยื่อบางหุม้ ไวข้ ณะดอกตมู ดอกสมบูรณเ์ พศ ผล เป็นแบบแหง้

3. การกระจายพันธุ์

วงศ์ Amaryllidaceae มี 80 สกุล ประมาณ 2,258 ชนิด มี 2 สกุล ที่เป็น

พืชอนุรักษ์ ได้แก่ สกุล Galanthus มีประมาณ 21 ชนิด และสกุล Sternbergia

มีประมาณ 8 ชนิด แพร่กระจายพันธุ์ในเขตร้อนและก่ึงร้อน แถบอเมริกาใต้ แอฟริกาใต้
และเมดิเตอรเ์ รเนยี น พชื อนรุ ักษใ์ นสกลุ น้ีไม่มถี ิ่นกำเนิดในประเทศไทย

4. สถานภาพพชื อนุรักษ์และกฎระเบยี บทางการค้า

พืชในวงศ์ Amaryllidaceae ท่เี ปน็ พชื อนรุ ักษ์ มี 2 สกุล

พืชอนรุ กั ษบ์ ัญชี 1: -

พชื อนรุ ักษบ์ ญั ชี 2: มี 2 สกลุ ได้แก่

- ทุกชนิดในสกุล Galanthus spp.#4 เช่น Galanthus elwesii, Galanthus
fosteri, Galanthus ikariae, Galanthus nivalis ฯลฯ

- ทุกชนิดในสกุล Sternbergia spp.#4 เช่น Sternbergia candida,
Sternbergia clusiana ฯลฯ

กฎระเบียบทางการค้า ควบคุมทุกส่วนของพืชไม่ว่าจะมีหรือไม่มีชีวิต และส่วนท่ีแยกหรือ
สกัดมาจากพืชดังกล่าว ยกเว้น เมล็ด สปอร์ เรณู (รวมถึงกลุ่มเรณู) ต้นอ่อนที่ได้จาก

การเพาะเล้ยี งเนอื้ เยื่อ ขนส่งในภาชนะทป่ี ลอดเชอื้ และดอกทไ่ี ดม้ าจากการขยายพันธุ์เทยี ม

พืชอนุรักษบ์ ัญชี 3: -

5. การใช้ประโยชน์

นิยมปลูกเป็นไมด้ อกประดบั


พืชอนรุ ักษ์ 31

A
AMARYLLIDACEAE

ภาพจาก http://www.shieldsgardens.com ภาพจาก http://soccorsoverde.files.wordpress.com

Galanthus elwesii Galanthus nivalis
พชื อนรุ กั ษบ์ ญั ชี 2 พืชอนรุ ักษ์บัญชี 2

ภาพจาก http://www.alpinegardensociety.net ภาพจาก http://wildflowersofskopeos.org.uk

Sternbergia candida Sternbergia lutea
พชื อนุรักษบ์ ญั ชี 2 พืชอนุรักษบ์ ญั ชี 2

ภาพจาก http://www.quirkbock.com ภาพจาก http://hortuscamden.com

Galanthus sp. Sternbergia sp.
พชื อนรุ กั ษ์บญั ชี 2 พืชอนุรกั ษบ์ ญั ชี 2

ลักษณะหวั และลำต้น

32 พชื อนุรกั ษ์

A
วงศ์ ANACARDIACEA
E (อะนาคาดิอาซอี ี)


1. ช่ือสามญั ทว่ั ไป Cashews หรอื มะม่วงหิมพานต

2. ลกั ษณะทัว่ ไป

ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก หรือไม้พุ่ม ผลัดใบ ลำต้นโป่งพอง ผิวต้นเป็นปุ่มปม สีเงิน
แตกกิ่งจำนวนมาก ก่ิงมีขนาดเล็ก ซิกแซก เน้ือไม้แข็ง ราก มักโป่งพอง ใบ เดี่ยว หรือ

ใบประกอบ ขนาดเล็ก ติดเวียนสลับ ขอบใบเรียบ เส้นใบแบบขนนก มีน้ำยางใส เม่ือถูก
อากาศกลายเป็นสีดำหรือสีน้ำตาล ดอก ออกเป็นช่อแตกแขนงที่ปลายยอด มีขนาดเล็ก

สแี ดง ผล แบบเมล็ดเดี่ยวแขง็

3. การกระจายพนั ธ์ุ

วงศ์ Anacardiaceae มี 77 สกลุ ประมาณ 701 ชนดิ แพรก่ ระจายพนั ธใุ์ นเขตรอ้ น
ทั่วไป มีเพียงสกุลเดียวที่เป็นพืชอนุรักษ์ คือ สกุล Operculicarya มีประมาณ 6 ชนิด

เป็นชนิดพันธ์ุเฉพาะถิ่นของประเทศมาดากัสการ์ พืชอนุรักษ์ในสกุลน้ีไม่มีถิ่นกำเนิด

ในประเทศไทย

4. สถานภาพพืชอนุรักษแ์ ละกฎระเบยี บทางการคา้

พืชในวงศ์ Anacardiaceae ทีเ่ ปน็ พชื อนุรกั ษ์มี 3 ชนิด ในสกุล Operculicarya


พืชอนรุ กั ษ์บญั ชี 1: -

พชื อนรุ กั ษบ์ ญั ชี 2: มี 3 ชนิด ใน 1 สกุล ได้แก่ ชนิด Operculicarya decaryi,
Operculicarya hyphaenoides และ Operculicarya pachypus กฎระเบยี บทางการคา้
ไม่มีข้อยกเว้น กล่าวคือ ควบคุมทุกส่วนของพืชไม่ว่าจะมีหรือไม่มีชีวิต รวมถึงส่วนท่ีแยก
หรอื สกัดมาจากพชื ดงั กล่าว

พชื อนุรักษ์บัญชี 3: -

5. การใชป้ ระโยชน์

นยิ มปลกู เป็นไมป้ ระดับประเภทโชวโ์ ขด หรือโชวห์ ัว (caudex)





พชื อนรุ ักษ์ 33

A
ANACARDIACEAE

Operculicarya decaryi
พืชอนรุ ักษบ์ ัญชี 2

ภาพจาก http://www.bihrmann.com/ ภาพจาก http://farm9.static.flickr.com
caudiciforms/FOTO
Operculicarya pachypus
Operculicarya hyphaenoides พืชอนุรักษบ์ ัญชี 2
พชื อนรุ ักษบ์ ัญชี 2



34 พืชอนรุ กั ษ์

A
วงศ์ APOCYNACEA
E (อะโพซนี าซอี ี)


1. ชือ่ สามัญทวั่ ไป Elephant trunks, Hoodias หรอื ลนั่ ทม ยี่โถ

2. ลกั ษณะท่ัวไป

ไม้ยืนต้น และไม้พุ่ม บางชนิดอวบน้ำ ลักษณะคล้ายกระบองเพชร ใบเด่ียว
เรียงแบบตรงกันข้าม หรือเรียงเป็นวงรอบข้อของลำต้น ขอบใบเรียบ บางชนิด ใบลดรูป
คล้ายหนาม ช่อดอก เกดิ ที่ปลายยอด หรอื ซอกใบ กลีบดอก โคนกลีบเช่ือมติดกนั เป็นหลอด
ส่วนปลายแผ่แยกเป็นกลีบ ภายในคอหลอดมีขนอ่อนปกคลุม ขณะดอกตูมกลีบดอกจะ
บิดเวียน ผล เป็นแบบแห้งแตก เมล็ดมีจำนวนมาก แบน แข็ง มีขนอ่อนติดที่ผิวของเมล็ด
เมล็ดมีอาหารสะสม ลกั ษณะเด่นของพชื วงศ์นี้ คือ ทกุ สว่ นของต้นพชื มีนำ้ ยางใส

3. การกระจายพนั ธ์ุ

วงศ์ Apocynaceae มี 424 สกลุ ประมาณ 1,500 ชนดิ พชื ในวงศน์ ้ีมี 3 สกุล

ทอ่ี ยูใ่ นบัญชีพืชอนรุ กั ษ์ ได้แก่ สกลุ Hoodia มปี ระมาณ 25 ชนดิ สกุล Pachypodium

มปี ระมาณ 20 ชนดิ และสกุล Rauvolfia มปี ระมาณ 80 ชนดิ แพร่กระจายพนั ธทุ์ ่วั โลก
สว่ นใหญ่พบในเขตรอ้ นช้ืน หรือก่งึ ร้อนช้ืน บางชนดิ อยใู่ นเขตร้อนแห้ง พืชอนรุ กั ษใ์ นสกลุ น้ี
มี 1 ชนิด ได้แก่ ระยอ่ ม (Rauvolfia serpentina) ท่มี ีถิ่นกำเนดิ ในประเทศไทย

4. สถานภาพพืชอนรุ ักษ์และกฎระเบียบทางการค้า

พืชในวงศ์ Apocynaceae ทเี่ ป็นพืชอนุรกั ษ์มี 3 สกลุ ไดแ้ ก่

พืชอนุรักษ์บัญชี 1: มี 3 ชนิด ใน 1 สกุล ได้แก่ Pachypodium
ambongense, Pachypodium baronii และ Pachypodium decaryi

กฎระเบียบทางการค้า ไม่มีข้อยกเว้น กล่าวคือ ควบคุมทุกส่วนของพืชและส่วนที่แยก

มาจากพชื ดงั กลา่ ว ไมว่ ่าจะมหี รือไมม่ ีชวี ติ

พืชอนุรกั ษ์บัญชี 2: มี 2 สกุล กับ 1 ชนิด ไดแ้ ก

- ทุกชนิดในสกุล Hoodia #9 เช่น Hoodia gordonii, Hoodia ruschii ฯลฯ

กฎระเบยี บทางการค้า ควบคมุ ทกุ ส่วนของพชื และสงิ่ ทแ่ี ยกมาจากพืชดังกล่าว ยกเวน้ ท่ีมี
ฉลากขอ้ ความ ดังตอ่ ไปนี้ “ผลิตจาก Hoodia spp. (ฮเู ดยี สปชี สี )์ ท่ผี า่ นการควบคมุ ตลอด
กระบวนการเก็บเก่ียวและกระบวนการผลิตภายใต้ข้อตกลงของฝ่ายปฏิบัติการอนุสัญญาว่า
ด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธ์ุสัตว์ป่าและพืชป่าท่ีใกล้สูญพันธุ์ของประเทศ


พืชอนุรักษ์ 35

A

ดงั ตอ่ ไปนี้ [ข้อตกลงสาธารณรัฐบอตสวานา ท่ี BW/xxxxxx] [ขอ้ ตกลงสาธารณรฐั นามเิ บีย
ท่ี NA/xxxxxx] [ข้อตกลงสาธารณรัฐอาฟริกาใต้ ที่ ZA/xxxxxx]”

- ทุกชนิดในสกุล Pachypodium #4 ยกเว้นชนิดที่อยู่ในบัญชีที่ 1 เช่น
Pachypodium lamerei, Pachypodium rosulatum ฯลฯ กฎระเบียบทางการค้า
ควบคุมทุกส่วนของพืชไม่ว่าจะมีหรือไม่มีชีวิต และส่วนที่แยกหรือสกัดมาจากพืชดังกล่าว
ยกเวน้ เมล็ด สปอร์ เรณู (รวมถงึ กลุ่มเรณู) ตน้ อ่อนทไ่ี ดจ้ ากการเพาะเลีย้ งเนอื้ เย่ือ ขนสง่ ใน
ภาชนะทป่ี ลอดเช้ือ และดอกท่ีไดม้ าจากการขยายพันธุ์เทยี ม

- ชนิด Rauvolfia serpentina#2 (ระย่อม) กฎระเบียบทางการค้า ควบคุม

ทุกสว่ นของพืชและสงิ่ ท่แี ยกหรือสกดั มาจากพืชดงั กล่าว ยกเว้น เมล็ด เรณู และผลิตภัณฑ์
สำเร็จรปู ที่บรรจหุ ีบห่อพร้อมจำหน่ายแบบปลีก

พชื อนุรกั ษบ์ ญั ชี 3: -

5. การใช้ประโยชน์

- สารสกัดจาก Hoodia gordonii ใช้เป็นส่วนผสมของยาลดความอ้วน

มกี ารสง่ ออกและนำเขา้ ในรปู แบบยาลดความอว้ นทใ่ี ชช้ อื่ P57 Hoodia ซง่ึ การนำเขา้ สง่ ออก
ยาลดความอว้ นดังกลา่ วจะตอ้ งมหี นงั สืออนญุ าตไซเตส

- ระย่อม Rauvolfia serpentina ใชป้ ระโยชนเ์ ป็นสมุนไพร ลดความดันโลหิตสูง
มีการส่งออกในรูปแบบของ รากระย่อม และสกุล Pachypodium spp. ปลูกเป็น

ไม้ประดับ


36 พชื อนรุ กั ษ์

A

APOCYNACEAE

ภาพจาก http://palkowitschia.czr ภาพจาก http://www.bihrmann.com

Pachypodium ambongense Pachypodium decaryi
พืชอนรุ ักษ์บัญชี 1 พชื อนุรักษบ์ ัญชี 1

Pachypodium baronii Pachypodium lealii
พชื อนรุ ักษ์บญั ชี 1 พืชอนรุ ักษ์บัญชี 2

Pachypodium namaquanum Pachypodium rosulatum
พืชอนรุ ักษบ์ ญั ชี 2 พชื อนุรกั ษ์บญั ชี 2

พชื อนุรกั ษ์ 37

A

Hoodia husabensis ภาพจาก http://www.bihrmann.com
พืชอนุรักษ์บญั ชี 2
สารสกดั จาก Hoodia gordonii
พชื อนุรกั ษบ์ ญั ชี 2

ระยอ่ ม Rauvolfia serpentina
พชื อนุรกั ษ์บญั ชี 2

38 พชื อนรุ ักษ์

A
วงศ์ ARALIACEAE
(อะราลิอาซีอ)ี


1. ช่อื สามญั ท่วั ไป Ginseng หรอื โสม

2. ลักษณะทว่ั ไป

พืชล้มลุก ไม้พุ่ม รากอวบอ้วน บางชนิดมีลักษณะเหมือนคน ยาวประมาณ
30 เซนติเมตร ใบประกอบแบบน้ิวมือ เรียงแบบเวียนสลับ ช่อดอก แบบซ่ีร่ม ดอก
โคนกลีบเล้ียงเช่ือมติดกับรังไข่ ปลายกลีบเป็นซ่ีเล็กๆ กลีบดอกแยกจากกัน หลุดร่วงง่าย
มจี านฐานดอกขนาดใหญ่ ผล มเี นื้อหลายเมลด็ หรอื เมล็ดแขง็ เมลด็ เดยี ว

3. การกระจายพันธุ์

วงศ์ Araliaceae ท่ัวโลกมี 40 สกุล ประมาณ 1,533 ชนิด ส่วนใหญ่มัก
กระจายพันธ์ุในเขตร้อนชื้นโดยเฉพาะในเขตคาบสมุทรอินโด หรือทวีปอเมริกา

มีพบกระจายพันธ์ุในเขตหนาวบ้างเล็กน้อย สกุล Panax มีท้ังหมด 12 ชนิด สำหรับชนิด
Panax ginseng (โสมเกาหลี) กระจายพันธ์ุในทวีปเอเชีย ส่วนชนิด Panax
quinquefolius (โสมอเมริกา) มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งพบมีการค้าในแถบ
สหรฐั อเมรกิ าและแคนาดา เท่านนั้ พืชอนรุ ักษ์ 2 ชนดิ นี้ ไมม่ ีถ่ินกำเนิดในประเทศไทย

4. สถานภาพพชื อนรุ ักษ์และกฎระเบยี บทางการคา้

พชื ในวงศ์ Araliaceae ท่เี ป็นพืชอนรุ กั ษม์ ี 2 ชนิด ใน สกลุ Panax

พชื อนรุ กั ษบ์ ัญชี 1: -

พืชอนุรกั ษบ์ ญั ชี 2: มี 2 ชนิด ใน 1 สกลุ ไดแ้ ก่ โสมเกาหลี Panax ginseng#3
(ควบคุมเฉพาะโสมที่มีถิ่นกำเนิดในสหพันธรัฐรัสเซียเท่าน้ัน) และ โสมอเมริกา Panax
quinquefolius#3

กฎระเบียบทางการค้า โสมเกาหลีจะควบคุมเฉพาะโสมท่ีมีการส่งออกจาก
ประเทศรัสเซีย ส่วนโสมอเมริกาควบคุมการทำการค้าจากทุกประเทศ กล่าวคือ ควบคุม

ทุกส่วนของราก และรากที่ฝานเปน็ ชิ้น ต้องมีหนงั สอื อนุญาตไซเตส แตใ่ นสว่ นทเี่ ป็นตน้ และ
สว่ นของรากท่ีผา่ นกรรมวธิ ี เชน่ ผง เมด็ ยา สารสกัด ยาบำรุง ชา และขนมหวาน ไม่ต้องมี
หนังสืออนุญาตไซเตส

พชื อนรุ ักษ์บัญชี 3: -

5. การใชป้ ระโยชน์

เป็นพชื สมุนไพร


พืชอนรุ กั ษ์ 39

A ARALIACEAE

ไม่ควบคมุ การคา้ ควบคมุ การคา้

ภาพจาก http://3.bp.blogspot.com

ภาพจาก https://c8.alamy.com/

โสมเกาหลี Panax ginseng
พชื อนุรักษบ์ ัญชี 2
จากประเทศรสั เซยี

ไมค่ วบคุมการค้า ควบคมุ การค้า

ภาพจาก http://livingafield.com ภาพจาก http://www.goldenneedleonline.com

โสมอเมริกา Panax quinquefolius
พืชอนรุ ักษบ์ ญั ชี 2

40 พืชอนุรกั ษ์

A
วงศ์ ARAUCARIACEA
E (อาเราคาริอาซิอี)


1. ช่ือสามัญทัว่ ไป Monkey-puzzle tree หรอื สนฉัตร

2. ลกั ษณะทัว่ ไป

ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายสน กิ่งก้านแตกออกจากลำต้นเท่าๆ กัน

ทกุ ดา้ น ทำใหท้ รงต้นมีลกั ษณะสวยงาม ใบ แหลมคมเหมอื นเขม็ เรยี งแบบเวยี น ดอก มีทั้ง
แยกเพศอยตู่ า่ งตน้ และแยกเพศอยตู่ น้ เดยี วกนั อวยั วะสรา้ งเซลลส์ บื พนั ธเุ์ พศผู้ (male cone)
มีลักษณะเป็นทรงกระบอกแข็ง อวัยวะสร้างเซลล์สืบพันธ์ุเพศเมีย (female cone)

รูปเกือบกลมถึงรูปรี ตั้งตรง เป็นพืชเมล็ดเปลือย (Gymnosperm) ที่มีความทนทานมาก
ขยายพนั ธโุ์ ดยการเพาะเมล็ดและปักชำ

3. การกระจายพนั ธ์ุ

วงศ์ Arucariaceae มี 4 สกุล ประมาณ 39 ชนิด แพร่กระจายพันธ์ุในแถบ
ซีกโลกใต้ เช่น ทวีปแอฟริกา อเมริกาใต้ และออสเตรเลีย สกุล Araucaria มีประมาณ
19 ชนิด สำหรับชนิด Araucaria araucana เป็นชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่นของประเทศ
อารเ์ จนตนิ า และชลิ ี พชื อนรุ ักษช์ นดิ นไ้ี ม่มีถ่นิ กำเนดิ ในประเทศไทย

4. สถานภาพพชื อนุรักษ์และกฎระเบยี บทางการค้า

พืชในวงศ์ Arucariaceae ท่ีเป็นพชื อนรุ ักษม์ ี 1 ชนิด

พืชอนุรักษ์บัญชี 1: ได้แก่ Araucaria araucana กฎระเบียบทางการค้า

ไม่มีข้อยกเว้น กล่าวคือ ควบคุมทุกส่วนของพืชไม่ว่าจะมีหรือไม่มีชีวิต รวมถึงส่วนท่ีแยก
หรือสกดั มาจากพืชดังกลา่ ว

พืชอนุรกั ษ์บัญชี 2: -

พชื อนรุ ักษ์บญั ชี 3: -

5. การใช้ประโยชน์

เนื้อไมส้ วยงามใชท้ ำเฟอร์นิเจอร์ หรอื ปลูกเปน็ ไมป้ ระดับ


พืชอนุรักษ์ 41

A
ARAUCARIACEAE

ภาพจาก http://static.shoplightspeed.com

ภาพจาก www.chileflora.com
ภาพจาก http://s-media-cache-ako.pinimg.com

ภาพจาก http://www.fransbrown.co.uk/ ภาพจาก http://www.turning-wood.com/

ลกั ษณะเนอื้ ไม้ของ Araucaria araucana ชามทท่ี ำจากไม้ Araucaria araucana

Araucaria araucana
พืชอนุรกั ษ์บัญชี 1

42 พืชอนุรักษ์

A
วงศ์ ASPARAGACEA
E (อสั พารากาซอี )ี


1. ชื่อสามัญทวั่ ไป Ponytail Palms หรือ แสห้ างม้า


2. ลักษณะท่วั ไป

ไม้ยืนต้น สูง 3-5 เมตร ลำต้นตั้งตรง โคนต้นกลมโตมีโขดขยายตัวเห็นได้ชัด
เปลือกลำต้นค่อนข้างเรียบ สีน้ำตาลเทา มีร่องแตกตามยาวของลำต้น ใบเป็นใบเล้ียงเดี่ยว
ออกสลับซ้อนกันรอบลำต้น ใบเป็นรูปแถบยาวปลายใบเรียวโค้งงอลงใบสามารถยาวได้ถึง

1 เมตร ใบที่ปลายยอดแผ่กระจายคลา้ ยนำ้ พุ โคนใบมกี าบหุม้


3. การกระจายพนั ธ์ุ

วงศ์ Asparagaceae มี 128 สกุล ประมาณ 2,929 ชนิด มี 1 สกุลที่เป็น

พืชอนรุ กั ษ์ ไดแ้ ก่ สกลุ Beaucarnea มี 9 ชนิด กระจายพันธุ์ในธรรมชาติจากทางตอนใต้
ของประเทศเม็กซิโกไปถึงฮอนดูรัส นิการากัว และอเมริกากลาง ประชากรของพืชสกุลน้ีมี
ขนาดเล็ก อยู่ในพื้นที่จำกัด อัตราการเจริญเติบโตช้ามาก พืชอนุรักษ์สกุลนี้ไม่มีถิ่นกำเนิด
ในประเทศไทย


4. สถานภาพพชื อนรุ กั ษ์และกฎระเบียบทางการค้า

พชื ในวงศ์ Asparagaceae ทีเ่ ป็นพชื อนรุ กั ษม์ ี 1 สกุล

พชื อนุรักษบ์ ัญชี 1: -

พืชอนุรักษ์บัญชี 2: ได้แก่ ทุกชนิดในสกุล Beaucarnea สำหรับชนิดท่ีนิยม
ทำการค้า ไดแ้ ก่ Beaucarnea recurvata (เดมิ ช่ือ Nolina recurvate) Beaucarnea 
compacta, Beaucarnea  guatemalensis, กฎระเบียบทางการค้า ไม่มีข้อยกเว้น
กล่าวคือ ควบคุมทุกส่วนของพืชไม่ว่าจะมีหรือไม่มีชีวิต และส่วนท่ีแยกหรือสกัดมาจาก

พชื ดังกล่าว

พืชอนุรกั ษ์บัญชี 3: -


5. การใชป้ ระโยชน์


นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ


พชื อนุรกั ษ์ 43

ASPARAGACEAE

ภาพจาก https://www.xericworld.com ภาพจาก https://forum.gardenweb.com

Beaucarnea compacta Beaucarnea guatemalensis
พชื อนุรักษบ์ ญั ชี 2 พชื อนุรักษบ์ ญั ชี 2

ภาพจาก https://www.chinesebonsaigarden.com

Beaucarnea recurvata ภาพจาก https://www.planten-kopen.com
พชื อนรุ ักษบ์ ัญชี 2

44 พืชอนุรกั ษ์


Click to View FlipBook Version