The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tukky37, 2022-01-22 01:52:07

พืชอนุรักษ์ ตาม พ.ร.บ.พันธุ์พืช ปี 2560

cites64

B
วงศ์ BERBERIDACEA
E (เบอร์เบรดิ าซอี ี)


1. ชอื่ สามัญทวั่ ไป May-apple, Barberry family

2. ลกั ษณะทวั่ ไป

พืชล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นขึ้นเป็นกระจุก สูง 30 - 40 เซนติเมตร มีไหลอยู่
ใต้ดิน ใบเดี่ยว แบบนิ้วมือ มี 3-9 แฉก ขอบใบจักฟันเลื่อยถ่ี ขนาดกว้าง 20 – 40
เซนติเมตร ดอก ออกท่ีซอกใบใกล้ปลายยอด มี 1-8 ดอก สีขาว เหลือง หรือแดง

ขนาดประมาณ 2 – 6 เซนติเมตร กลีบดอก 6-9 กลบี ผล สด ขนาดยาว 2-5 เซนตเิ มตร
เมื่อแกเ่ ป็นสีแดง

3. การกระจายพันธ์

วงศ์ Berberidaceae มี 16-17 สกุล ประมาณ 740 ชนดิ สกุล Podophyllum
มีท้ังหมด 9 ชนิด ชอบขึ้นในเขตอบอุ่นถึงหนาว ส่วนใหญ่กระจายพันธุ์ในแถบทวีป
อเมรกิ าใต้ และแถบเทอื กเขาหิมาลยั พืชอนุรักษ์ในสกลุ น้ีไมม่ ีถน่ิ กำเนิดในประเทศไทย

4. สถานภาพพืชอนรุ กั ษแ์ ละกฎระเบยี บทางการค้า

พชื ในวงศ์ Berberidaceae ท่เี ป็นพชื อนรุ กั ษ์มี 1 ชนิด

พชื อนุรักษ์บญั ชี 1: -

พืชอนุรักษ์บัญชี 2: มี 1 ชนิด ได้แก่ Podophyllum hexandrum#2

กฎระเบียบทางการค้า ควบคุมทุกส่วนของพืชและสิ่งท่ีแยกหรือสกัดมาจากพืชดังกล่าว
ยกเวน้ เมลด็ เรณู และผลิตภณั ฑ์สำเรจ็ รูปทบี่ รรจหุ บี ห่อพร้อมจำหนา่ ยแบบปลกี

พชื อนรุ กั ษบ์ ัญชี 3: -

5. การใชป้ ระโยชน์

เป็นสมนุ ไพร มสี าร podophyllin และ podophyllotoxin ซงึ่ ยับยง้ั การแบ่งตัว
ของเซลล์มะเร็งหลายชนดิ


พชื อนรุ กั ษ์ 45

B
BERBERIDACEAE

ภาพจาก https://cdn3.cdnme.se/

ภาพจาก http://www.researchgate.net

Podophyllum hexandrum
พชื อนุรักษบ์ ัญชี 2

46 พชื อนรุ ักษ์

B
วงศ์ BROMELIACEAE
(บรอมเมลิเอซีอี)


1. ชอ่ื สามญั ทัว่ ไป Air plants, Bromelias หรือ สบั ปะรดสี

2. ลักษณะทวั่ ไป

พืชล้มลุก อายุปีเดียวหรือหลายปี ทนสภาพแห้งแล้ง บางชนิดเป็นพืชอิงอาศัย
ลำต้นเปน็ แกนสน้ั ๆ ใบเดยี่ ว เรียงเป็นกระจุกแบบกหุ ลาบซ้อน ขอบใบ มีหนามแหลมแบบ
ฟนั เล่ือย บางชนดิ มขี นละเอยี ดสขี าวปกคลุมทผ่ี วิ ใบ ช่อดอกแบบแยกแขนง ช่อกระจะ หรือ
ช่อเชิงลด ก้านช่อดอกยาว ไม่มีก้านดอกย่อย ใบประดับมักมีสีสด หรือคล้ายกลีบดอก

ผล เป็นผลเนื้อนุ่มและผลแห้งแตกตามแนวตะเข็บ ผลอัดกันแน่นจนกลายเป็นผลใหญ

ผลเดยี ว (คล้ายผลสับปะรด) เมลด็ ขนาดเลก็ มปี กี หรือมขี นออ่ นคลมุ

3. การกระจายพนั ธ์ุ

วงศ์ Bromeliaceae มี 52 สกลุ ประมาณ 3,320 ชนดิ เฉพาะสกุล Tillandsia
ท่ีเป็นพืชอนุรักษ์ มีประมาณ 730 ชนิด ส่วนใหญ่มีการกระจายพันธ์ุในแถบทวีป
อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และแอฟริกาตะวันตก พืชอนุรักษ์ในสกุลน้ีไม่มีถ่ินกำเนิดใน
ประเทศไทย

4. สถานภาพพืชอนรุ กั ษ์และกฎระเบยี บทางการค้า

พืชในวงศ์ Bromeliaceae ที่เป็นพชื อนรุ ักษ์มี 3 ชนดิ ใน สกุล Tillandsia

พืชอนรุ กั ษบ์ ัญชี 1: -


พชื อนุรกั ษ์บญั ชี 2: มี 3 ชนิด ได้แก่

- ชนิด Tillandsia harrisii#4, Tillandsia kammii#4, และ Tillandsia
xerographica#4 กฎระเบียบทางการค้า ควบคุมทุกส่วนของพืชไม่ว่าจะมีหรือไม่มีชีวิต
และส่วนที่แยกหรือสกัดมาจากพืชดังกล่าว ยกเว้น เมล็ด สปอร์ เรณู (รวมถึงกลุ่มเรณู)

ต้นอ่อนที่ได้จากการเพาะเล้ียงเนื้อเย่ือ ขนส่งในภาชนะท่ีปลอดเชื้อ และดอกท่ีได้มาจาก
การขยายพันธุเ์ ทยี ม

พชื อนุรกั ษ์บัญชี 3: -

5. การใช้ประโยชน์

ปลูกเป็นไม้ประดบั


พืชอนรุ ักษ์ 47

B
BROMELIACEAE

Tillandsia harrisii Tillandsia kammii
พชื อนุรกั ษ์บัญชี 2 พืชอนรุ ักษบ์ ญั ชี 2

Tillandsia xerographica
พชื อนุรกั ษ์บญั ชี 2

48 พชื อนรุ กั ษ์

C
วงศ์ CACTACEA
E (คัคตาซอี )ี


1. ชอ่ื สามญั ท่วั ไป Cactus (พหพู จน์ใชค้ ำว่า Cacti) หรอื กระบองเพชร


2. ลกั ษณะทวั่ ไป

พืชอวบน้ำ บางชนิดมีทั้งไม้ล้มลุก ไม้เล้ือย ไม้พุ่ม หรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก
อายุหลายปี ทนต่อสภาพแห้งแล้งได้ดี ลำต้น มีหลายรูปแบบ เป็นแท่งกลมแตกกิ่งก้าน
บางชนิดเป็นเหลี่ยมพู ผิวลำต้นสีเขียว และมักคอดก่ิวเป็นระยะๆ ใบ บางชนิดลดรูป
เป็นหนามหรือเป็นขน บางชนิดใบไม่เจริญเป็นแค่เกล็ด มีปุ่มหรือตุ่มหนาม (areosole)
รองรับหนามหรือขน หรือใบหลุดร่วงเร็ว มียางใส หรือเหนียว ดอกเด่ียว หรือดอกช่อ
สีสดใส เกิดเหนือหรือใกล้ตุ่มหนาม บางชนิดออกเป็นพวงเกิดที่ข้างลำต้น กลีบดอก
มีจำนวนมากเรียงเวียนเป็นวงหลายช้ัน บางชนิดมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผล เน้ือน่ิม ผิวมักเป็น
หนาม หรอื ขนแข็ง เมล็ดมจี ำนวนมาก เมลด็ ไมม่ ีอาหารสะสม


3. การกระจายพนั ธ์

วงศ์ Cactaceae มีประมาณ 176 สกุล ประมาณ 2,233 ชนิด มีถนิ่ กำเนดิ อยู่ใน
เขตทะเลทรายในอเมรกิ าและมกี ารแพรก่ ระจายพันธ์ไุ ปยังแหล่งอ่ืนๆ ด้วยวิธีการต่าง ๆ กนั
เช่น สกุล Rhipsalis แพร่พันธุ์ในทวีปแอฟริกาและอินเดีย โดยนกบางชนิด มีผู้นำไป
ปลูกเล้ียง เช่น ในยุโรปหรือเอเชีย ชนิดพืชอนุรักษ์ท่ีมีถ่ินกำเนิดในประเทศไทย เช่น เสมา
(Opuntia elatior) หนามเสมา (Opuntia humifusa)


4. สถานภาพพืชอนุรักษ์และกฎระเบียบทางการค้า

ทกุ ชนิดในวงศ์ Cactaceae เปน็ พชื อนุรักษ์

พืชอนุรักษ์บัญชี 1: มีทั้งควบคุมทั้งสกุล ควบคุมโดยระบุชนิด (species) และ
ควบคุมโดยระบุเปน็ ชนดิ พันธยุ์ อ่ ย (subspecies: ssp.) มี 17 สกุล 74 ชนดิ 2 ชนิดยอ่ ย
ได้แก


Ariocarpus spp. Melocactus glaucescens Sclerocactus cloverae

Astrophytum asterias Melocactus paucispinus Sclerocactus erectocentrus
Aztekium ritteri Obregonia denegrii Sclerocactus glaucus
Coryphantha werdermannii Pachycereus militaris Sclerocactus mariposensis

พชื อนุรักษ์ 49

C

Discocactus spp. Pediocactus bradyi Sclerocactus mesae-verdae
Echinocereus ferreirianus Pediocactus knowltonii Sclerocactus nyensis
ssp. lindsayi Pediocactus paradinei Sclerocactus papyracanthus
Echinocereus schmollii Pediocactus peeblesianus Sclerocactus pubispinus
Escobaria minima Pediocactus sileri Sclerocactus sileri
Escobaria sneedii Pelecyphora spp. Sclerocactus wetlandicus
Mammillaria pectinifera Sclerocactus blainei Sclerocactus wrightiae
Mammillaria solisioides Sclerocactus brevihamatus Strombocactus spp.
Melocactus conoideus ssp. tobuschii Turbinicarpus spp.
Melocactus deinacanthus Sclerocactus brevispinus Uebelmannia spp.

กฎระเบียบทางการคา้ ไม่มีขอ้ ยกเวน้ กลา่ วคอื ควบคุมทกุ สว่ นของพืชไม่ว่าจะมี
หรอื ไมม่ ีชีวิต และส่วนที่แยกหรอื สกัดมาจากพืชดังกลา่ ว

พชื อนรุ กั ษบ์ ัญชี 2: ได้แก่ ทกุ ชนิดในวงศ์ Cactaceae9 #4 นอกเหนือจากที่ระบุ
ไว้ในบัญชที ี่ 1

กระบองเพชรกลุ่มท่ีมีใบ 3 สกลุ ได้แก่ สกลุ Pereskia, สกุล Pereskiopsis และ
สกุล Quiabentia ไมจ่ ดั เป็นพชื อนุรกั ษ์

ตัวอย่างชนิดพืชอนุรักษ์ท่ีมีการทำการค้า เช่น แก้วมังกร ((Hylocereus
undatus) ควบคุมต้น แต่ไม่ควบคุมผล) , สกุล Ariocarpus, สกุล Opuntia,

สกลุ Gymnolcalycium, สกุล Rhipsalis, สกลุ Mammilaria ฯลฯ

กฎระเบียบทางการค้า ควบคมุ ทุกสว่ นของพชื ไมว่ ่าจะมีหรอื ไมม่ ีชวี ติ รวมถงึ สว่ น
ที่แยกหรอื สกัดมาจากพืชดงั กล่าว ยกเวน้

ก) เมล็ด สปอร์ และเรณู (รวมถึงกลุ่มเรณู) แต่ไม่รวมถึงเมล็ดพันธ์ุวงศ์คัคตาซีอ

ทสี่ ง่ ออกจากสหรัฐเม็กซโิ ก

ข) ต้นอ่อนหรือที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเย่ือในสภาพปลอดเชื้อ อยู่ในอาหาร
แข็งหรืออาหารเหลว และขนส่งในภาชนะที่ปลอดเช้ือ

ค) ไมต้ ัดดอกจากต้นท่ีไดม้ าจากการขยายพนั ธ์ุเทียม

ง) ผล-ส่วนของผล และสิ่งท่ีได้มาจากผลของชนิดนั้นจากต้นท่ีเกิดจาก

การขยายพนั ธโ์ุ ดยธรรมชาติ หรอื มาจากการขยายพนั ธเุ์ ทยี มของทกุ ชนดิ ในวงศ์ Cactaceae

จ) ลำตน้ ดอก ส่วนต่าง ๆ ที่แยกออกมาและส่ิงทไี่ ดม้ าจากชนิดพันธุ์ ทัง้ ท่ไี ด้มา

50 พชื อนุรกั ษ์

C

จากการขยายพันธุ์โดยธรรมชาติ หรือมาจากการขยายพันธุ์เทียมของพืชในสกุล Opuntia
สกุลยอ่ ย Opuntia และพืชในสกลุ Selenicereus

พืชลูกผสมและหรือพันธ์ุปลูก (cultivars) ของชนิดพืชดังต่อไปน้ีไม่ถือว่าเป็น

พชื อนรุ กั ษ์

ก) Hatiora x graeseri

ข) Schlumbergera x buckleyi

ค) Schlumbergera russelliana x Schlumbergera truncata

ง) Schlumbergera orssichiana x Schlumbergera truncata

จ) Schlumbergera opuntioides x Schlumbergera truncata

ฉ) ชนดิ Schlumbergera truncata พันธุ์ปลูก

ช) พืชในวงศ์คัคตาซีอี (Cactaceae) ทุกชนิดท่ีกลายพันธุ์มีลักษณะปราศจาก
คลอโรฟิลล์ (chlorophyll) หรือมีน้อยมากและได้ทำการต่อก่ิงบนต้นพันธ์ุ ดังต่อไปนี้ คือ
ต้นตอ Harrisia ‘Jusbertii’ หรือตน้ ตอ Hylocereus trigonus หรอื ต้นตอ Hylocereus
undatus ตัวอยา่ งเช่น Gymnocalycium mihanovichii หวั สีตา่ งๆ

ซ) ชนดิ Opuntia microdasys พนั ธุ์ปลูก

พืชอนรุ กั ษบ์ ญั ชี 3: -

5. การใช้ประโยชน์

นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ บางชนิดใช้ประโยชน์เป็นสมุนไพร เป็นอาหาร เช่น
ผลของ Hylocereus undatus ((แก้วมงั กร) ควบคุมตน้ แต่ไมค่ วบคุมผล) หรอื ใชก้ ่อสร้าง
บา้ นเรอื น เชน่ Cereus repandus ที่ลำต้นมีลักษณะเปน็ ไมเ้ น้ือแขง็





พืชอนุรักษ์ 51

C
CACTACEAE

Ariocarpus fissulatus Astrophytum asterias
พชื อนรุ กั ษบ์ ญั ชี 1 พชื อนุรกั ษ์บัญชี 1

Obregonia denegrii Uebelmannia pectinifera
พืชอนุรักษบ์ ัญชี 1 พชื อนุรักษ์บญั ชี 1

Astrophytum myriostigma Gymnocalycium mihanovichii
พืชอนรุ กั ษบ์ ญั ชี 2 พืชอนรุ กั ษ์บญั ชี 2

52 พชื อนุรักษ์

C

CACTACEAE

Epiphyllum anguliger Hatiora salicornioides
พืชอนรุ กั ษ์บัญชี 2 พชื อนุรักษ์บัญชี 2

Hylocereus undatus Pseudorhipsalis ramulosa
พืชอนุรักษ์บัญชี 2 พืชอนรุ กั ษ์บัญชี 2

ควบคุมต้น แต่ไม่ควบคุมผล

Rhipsalis trigona Opuntia microdasys
พืชอนุรักษบ์ ัญชี 2 พชื อนุรกั ษ์บัญชี 2

พืชอนุรักษ์ 53

C
วงศ์ CARYOCARACEA
E (คารโี อคาราซอี ี)


1. ชือ่ สามัญท่ัวไป Ajo

2. ลักษณะท่ัวไป

ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 50 เมตร ไม่ผลัดใบ ใบประกอบแบบนิ้วมืออวบน้ำ

มี 3 ใบย่อย เรียงแบบตรงกันข้าม โคนใบแหลม ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยักคล้าย
ฟันเลือ่ ย ดอก ชอ่ แบบกระจะ ออกทีป่ ลายยอด ไมม่ ใี บประดับ กา้ นเกสรเพศผู้ยาวโผล่พน้
กลบี ดอก ขยายพันธุโ์ ดยใชเ้ มลด็

3. การกระจายพนั ธุ์

วงศ์ Caryocaraceae มี 2 สกุล ประมาณ 26 ชนิด สกลุ Caryocar มีประมาณ
16 ชนิด กระจายพันธุ์ในแถบทวีปอเมริกาใต้ และทะเลคาริเบียน สำหรับชนิด
Caryocar costaricense กระจายพันธ์ุในประเทศโคลัมเบีย คอสตาริกา ปานามา และ
เวเนซเู อลา พืชอนุรักษ์ชนิดน้ไี ม่มีถ่นิ กำเนดิ ในประเทศไทย

4. สถานภาพพืชอนรุ ักษแ์ ละกฎระเบียบทางการค้า

พืชในวงศ์ Caryocaraceae ท่ีเปน็ พืชอนุรักษ์มี 1 ชนิด

พืชอนรุ ักษบ์ ัญชี 1: -

พืชอนรุ ักษ์บญั ชี 2: มี 1 ชนดิ ได้แก่ Caryocar costaricense#4 กฎระเบียบ
ทางการค้า ควบคุมทุกส่วนของพืชไม่ว่าจะมีหรือไม่มีชีวิต และส่วนที่แยกหรือสกัดมาจาก
พืชดังกล่าว ยกเว้น เมล็ด สปอร์ เรณู (รวมถึงกลุ่มเรณู) ต้นอ่อนที่ได้จากการเพาะเล้ียง
เนอื้ เย่อื ขนสง่ ในภาชนะทป่ี ลอดเช้ือ และดอกทไ่ี ดม้ าจากการขยายพนั ธเุ์ ทยี ม

พืชอนรุ กั ษ์บัญชี 3: -

5. การใชป้ ระโยชน์

ลำต้นใช้ในการกอ่ สรา้ ง เปลือกไมใ้ ช้ประโยชน์ทางด้านสมุนไพร





54 พชื อนรุ กั ษ์

C

CARYOCARACEAE

ภาพจาก http://www.picasawa.google.com ภาพจาก
https://puravidaycostarica.files.

wordpress.com/

Caryocar costaricense
พชื อนุรักษ์บญั ชี 2

พืชอนุรกั ษ์ 55

C
วงศ์ COMPOSITAE (
คอมโพซิเต)้ หรอื
ASTERACEAE (แอสเตราซีอ)ี


1. ช่อื สามัญทั่วไป Kuth หรอื วงศ์ดาวเรือง

2. ลกั ษณะทวั่ ไป

พชื ลม้ ลกุ อายหุ ลายปี สงู 1–3 เมตร ดอกมสี มี ว่ ง รากขนาดใหญ่ สเี ทาถงึ สนี ำ้ ตาลดำ
ลักษณะแข็ง รูปทรงกระสวย หรือรูปทรงกระบอก คล้ายกระดูก ยาว 5-10 เซนติเมตร
เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5-5 เซนตเิ มตร ผิวนอกสนี ำ้ ตาลอมเหลืองถงึ สีนำ้ ตาลอมเทา มีรอยยน่
ชัดเจน มรี อ่ งตามยาว ผวิ นอกมีรอ่ งไขวไ้ ปมาคล้ายร่างแห ดา้ นข้างมรี อยแผลเปน็ รากแขนง
ใบ รูปไข่ แผ่ขยายจนถึงโคนก้านใบ ขอบใบหยักฟันเล่ือย ไม่สม่ำเสมอ ปลายใบแหลม
ช่อดอก ออกทซี่ อกใบใกลป้ ลายยอด สีมว่ ง

3. การกระจายพันธ์ุ

วงศ์ Compositae เป็นวงศ์ไม้ดอกท่ีมีจำนวนชนิดมากท่ีสุด ประกอบด้วย
12 วงศ์ย่อย 1,600 สกุล ประมาณ 23,000 ชนิด มีการกระจายพันธุ์ท่ัวโลก
สกลุ Saussurea มีประมาณ 300 ชนิด สำหรับชนิด Saussurea costus กระจายพนั ธใ์ุ น
เทือกเขาหิมาลัยฝ่ังตะวันตก จนถึงปากีสถาน และอินเดีย ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล
2,600-4,000 เมตร และมีเพาะปลกู ในทวีปเอเชีย เช่น ประเทศอินเดีย เนปาล ภูฏาน และ
เวียดนาม พืชอนุรักษ์ชนิดน้ีไม่มีถ่ินกำเนิดในประเทศไทย ประเทศไทยมีการนำเข้า
ส่วนของรากมาเป็นส่วนผสมในยาหอม

Saussurea costus หรือที่มีชื่อพ้องว่า Saussurea lappa เคยถูกบรรจุไว้ใน
บัญชีแนบท้ายอนุสัญญาไซเตส บัญชีที่ 2 เมื่อ ค.ศ. 1975 และเล่ือนเป็นบัญชีที่ 1
ค.ศ. 1985

4. สถานภาพพชื อนุรักษ์และกฎระเบยี บทางการค้า

พชื ในวงศ์ Compositae ทเี่ ป็นพชื อนุรักษ์มี 1 ชนิด

พืชอนุรักษ์บัญชี 1: ได้แก่ Saussurea costus กฎระเบียบทางการค้า

ไม่มีข้อยกเว้น กล่าวคือ ควบคุมทุกส่วนของพืชไม่ว่าจะมีหรือไม่มีชีวิต รวมถึงส่วนท่ีแยก
หรอื สกดั มาจากพชื ดังกลา่ ว


พืชอนรุ กั ษบ์ ัญชี 2: -

พืชอนุรกั ษ์บัญชี 3: -


56 พืชอนุรักษ์

C

5. การใช้ประโยชน์

รากของ Saussurea costus มรี สหวานปนรสขม มคี วามหอม ใชเ้ ปน็ พชื สมนุ ไพร
มีฤทธ์ิฆ่าเชื้อโรค เป็นเครื่องเทศผสมอาหาร เครื่องด่ืม น้ำมันหอมระเหย ส่วนใหญ่จะมีใน
ประเทศจีน มีการเพาะปลูกและส่งออก โดยใช้ช่ือสามัญว่า costus หรือ kuth สำหรับ
ประเทศไทยเรียกวา่ โกฐกระดกู ใช้ผสมในยาหอม แก้ลม วิงเวียน หนา้ มดื และโรคโลหติ จาง
ดังนนั้ การสง่ ออกยาทีม่ สี ่วนผสมของโกฐกระดูกต้องขอหนงั สืออนุญาตไซเตส


COMPOSITAE

ภาพจาก ภาพจาก http://i2wp.com
http://iucnredlist-photos.s3.amazonaws.com

รากใต้ดินของ Saussurea costus ยาทีม่ ีส่วนผสมของราก Saussurea costus
Saussurea costus
พชื อนุรักษ์บญั ชี 1

พชื อนรุ กั ษ์ 57

C
วงศ์ CUCURBITACE
AE (คิวเคอร์บเิ ทซอี )ี


1. ชื่อสามญั ทั่วไป Melons, Gourds, Cucurbits หรอื วงศแ์ ตง

2. ลกั ษณะทวั่ ไป

ไม้เลื้อย ลำต้นส่วนโคนอวบอ้วน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20-30 เซนติเมตร

ผิวต้นหยาบและสาก บางคร้ังแตกเปน็ ร่อง มีขนออ่ นสขี าว ใบเดีย่ ว จกั ลึก 5 พู แบบน้ิวมือ
สีเขียวอมเทา ท่ีโคนก้านใบมีมือเกาะพันเป็นเกลียว ดอกแยกเพศ สีเขียวหรือเหลือง เกสร
เพศผู้มี 3-5 อัน รังไข่ติดใต้วงกลีบ พลาเซนตาตามแนวตะเข็บ ผล เป็นแบบมีเน้ือหลาย
เมล็ด

3. การกระจายพันธ
ุ์
วงศ์ Cucurbitaceae มี 134 สกุล ประมาณ 965 ชนิด สำหรับสกุล
Zygosicyos มี 2 ชนิด ได้แก่ Zygosicyos pubescens และ Zygosicyos tripartitus

ซึ่งเป็นชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่นของประเทศมาดากัสการ์ พืชอนุรักษ์ 2 ขนิดน้ีไม่มีถิ่นกำเนิดใน
ประเทศไทย

4. สถานภาพพืชอนรุ ักษแ์ ละกฎระเบยี บทางการค้า

พชื ในวงศ์ Cucurbitaceae ทเี่ ป็นพชื อนุรกั ษม์ ี 2 ชนิด ในสกุล Zygosicyos

พืชอนุรกั ษบ์ ญั ชี 1: -

พืชอนุรักษ์บัญชี 2: มี 2 ชนิด ได้แก่ Zygosicyos pubescens และ
Zygosicyos tripartitus กฎระเบียบทางการค้า ไมม่ ีข้อยกเว้น กลา่ วคอื ควบคมุ ทกุ สว่ น
ของพืชไม่วา่ จะมหี รือไม่มชี วี ติ และสว่ นที่แยกหรือสกดั มาจากพชื ดังกลา่ ว

พืชอนรุ กั ษบ์ ัญชี 3: -

5. การใช้ประโยชน์

นิยมปลูกเปน็ ไม้ประดบั ประเภทโชวโ์ ขด หรอื โชว์หวั (caudex)


58 พชื อนุรักษ์

C

CUCURBITACEAE

ภาพจาก http://public.fotki.com

Zygosicyos pubescens
พชื อนุรักษบ์ ญั ชี 2

ภาพจาก http://mir-cactusov.ucoz.ru

Zygosicyos tripartitus
พืชอนรุ กั ษ์บญั ชี 2

พืชอนุรักษ์ 59

C
วงศ์ CUPRESSACEA
E (คูเพรสซาซีอ)ี


1. ช่ือสามัญทั่วไป Alerce, Cypresses หรอื สนแผง

2. ลกั ษณะทว่ั ไป

ไม้ยืนต้น ไม่มีดอกแท้ (Gymnosperm) ไม่ผลัดใบ ลำต้นสูง 1-16 เมตร
เปลือกต้น สีเทา หรือน้ำตาลแดง ผิวเรียบ เปลือกแก่ล่อนเป็นสะเก็ดบาง ๆ ม้วนห้อยลง
ใบ ขนาดเลก็ เปน็ เกล็ดเรยี งซอ้ นกนั เป็นชน้ั ๆ ละ 4 กลบี ปลายเกล็ดเปน็ ติง่ แหลม ทอ้ งใบมี
ต่อมคราบขาวเป็นทาง อวัยวะสร้างเซลล์สืบพันธุ์เป็นแบบแยกเพศ บางชนิดอยู่บน

ตน้ เดยี วกนั บางชนดิ อยตู่ า่ งตน้ ผล รปู กลมรี ผลแกแ่ ยกเปน็ 6 เสย่ี ง เมลด็ มปี กี สนี ำ้ ตาลออ่ น
2 ปีก ขนาดไม่เท่ากัน

ชนิด Fitzroya cupressoides มีช่อื สามญั ภาษาสเปน เรียกว่า Alerce สำหรบั
ชือ่ สามัญภาษาองั กฤษ เรยี กวา่ Patagonian Cypress เป็นไม้สนขนาดใหญ่ มลี ำตน้ สงู ถึง
60 เมตร เส้นผา่ นศนู ย์กลางลำตน้ ยาวถึง 5 เมตร เนอื้ ไม้แข็ง สีแดงเข้ม ถึงสนี ้ำตาลแดง

ชนิด Pilgerodendron uviferum เป็นไม้สนขนาดใหญ่ ลำต้นสูงประมาณ
20 เมตร มีเสน้ ผ่านศูนยก์ ลางประมาณ 1.5 เมตร เนือ้ ไม้สเี หลอื งถึงสีแดง มีกลิน่ หอม

3. การกระจายพนั ธุ

วงศ์ Cupressaceae มี 7 วงศ์ย่อย มี 27-30 สกุล ประมาณ 130–140 ชนิด

มกี ารกระจายพันธุท์ ว่ั โลก ยกเวน้ ในทวีปแอนตาร์กติก ชนิด Fitzroya cupressoides และ
ชนดิ Pilgerodendron uviferum เป็นชนิดพนั ธ์ุทีม่ เี พยี งชนิดเดียวในสกลุ น้นั ทง้ั สองชนิด
เป็นไม้ยืนต้นท่ีมีอายุยืนโดยเฉพาะ F. cupressoides พบต้นท่ีมีอายุเกือบ 4,000 ปี และ
พบฟอสซิลของทั้งสองชนิดดังกล่าวมีอายุถึง 5,000 ปี พบแพร่กระจายพันธุ์ทางตะวันตก
ของประเทศชิลี และอาร์เจนตินา การกระจายพันธ์ุในทั้งสองประเทศไม่ได้เช่ือมต่อกันและ
มกี ารเจรญิ เติบโตชา้ เน้ือไม้แขง็ ซ่งึ เปน็ ที่ตอ้ งการในการทำการค้าไมซ้ งุ จงึ ทำให้ทง้ั สองชนิด
เส่ียงต่อการใกล้สญู พันธ์ุ พชื อนุรักษ์ 2 ชนิดนี้ ไมม่ ีถิ่นกำเนดิ ในประเทศไทย

4. สถานภาพพชื อนุรกั ษ์และกฎระเบยี บทางการค้า

พชื ในวงศ์ Cupressaceae ทเี่ ปน็ พชื อนรุ กั ษม์ ี 2 ชนิด ใน 2 สกุล

พืชอนุรักษ์บัญชี 1: มี 2 ชนิด ได้แก่ Fitzroya cupressoides และ
Pilgerodendron uviferum กฎระเบียบทางการค้า ไม่มีข้อยกเว้น กล่าวคือ


60 พชื อนุรักษ์

C

ควบคมุ ทกุ สว่ นของพืชไม่ว่าจะมีหรือไมม่ ีชวี ิต และสว่ นทแ่ี ยกหรือสกัดมาจากพืชดงั กล่าว

พืชอนุรกั ษ์บัญชี 2: -

พชื อนรุ ักษ์บญั ชี 3: -

5. การใชป้ ระโยชน์

ไม้ใชท้ ำเฟอรน์ เิ จอร์ และก่อสรา้ งบ้านเรอื น





CUPRESSACEAE

ภาพจาก http://c1.staticflickr.com

ภาพจาก http://farm3.staticflickr.com

Fitzroya cupressoides
พชื อนุรกั ษบ์ ัญชี 1

พืชอนรุ ักษ์ 61

C

ภาพจาก http://www.cantaria.cl

ภาพจาก
http://i61.photobucket.com

ภาพจาก
http://threatenedconifers.rbge.org.uk

Pilgerodendron uviferum
พืชอนุรกั ษบ์ ัญชี 1

62 พืชอนุรกั ษ์

C
วงศ์ CYATHEACEAE
(ซีอาเธอาซีอ)ี


1. ชือ่ สามัญท่ัวไป Tree-ferns หรอื เฟินต้น กดู ตน้

2. ลักษณะท่วั ไป

ไมย้ ืนตน้ ไม่มีดอกแท้ (Gymnosperm) ลำตน้ อาจสูงถงึ 20 เมตร ก้านใบและ
ยอดมีเกล็ดปกคลุม ใบขึ้นเป็นกระจุกแน่นตรงปลายยอด ใบ ประกอบแบบขนนกสองชั้น

มีขนาดใหญ่ เรียกว่า fronds อาจมีขนาดใหญ่ถึง 3–4 เมตร มีท้ังเกล็ดและขนปกคลุม

กลมุ่ ของอับสปอร์ (sori) รูปกลม เกดิ ใต้ใบ ใบออ่ นมว้ นงอ (circinate leaf) ภายในลำตน้
มเี สน้ ใยทำให้ลำตน้ เหนยี วแนน่ คงทน

3. การกระจายพันธุ์

วงศ์ Cyatheaceae มี 15 สกุล ประมาณ 514 ชนิด แต่ส่วนใหญ่มักพบ

ในเขตอบอุ่น สกลุ Cyathea มปี ระมาณ 320 ชนดิ เป็นเฟนิ ขนาดใหญ่กระจายพันธุ์ท่วั ไป
ในเขตรอ้ นและกึ่งรอ้ นทัว่ โลก พืชอนรุ กั ษ์ในสกุลนีม้ ีถิน่ กำเนดิ ในประเทศไทย

4. สถานภาพพืชอนรุ ักษ์และกฎระเบยี บทางการค้า

พืชในวงศ์ Cyatheaceae ทีเ่ ปน็ พชื อนุรกั ษม์ ี 1 สกลุ

พชื อนุรกั ษ์บัญชี 1: -

พืชอนรุ กั ษบ์ ัญชี 2: มี 1 สกลุ ได้แก่ ทุกชนิดในสกลุ Cyathea#4 เช่น Cyathea
australis, Cyathea cooper, และท่ีพบในประเทศไทย ไดแ้ ก่ กูดต้นดอยปุย (Cyathea
spinulosa) กูดต้นดอยอ่างขาง (Cyathea chinensis), เฟินหัวอ้ายเป็ด (Cyathea
contaminans), มหาสแดง (Cyathea gigantea), มหาสดำ (Cyathea podophylla)
ฯลฯ กฎระเบยี บทางการค้า ควบคุมทุกส่วนของพชื ไมว่ า่ จะมีหรือไมม่ ีชวี ิต และส่วนที่แยก
หรือสกัดมาจากพืชดังกล่าว ยกเว้น เมล็ด สปอร์ เรณู (รวมถึงกลุ่มเรณู) ต้นอ่อนท่ีได้จาก
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ขนสง่ ในภาชนะที่ปลอดเช้ือ และดอกท่ีไดม้ าจากการขยายพนั ธ์เุ ทยี ม

พืชอนุรกั ษบ์ ญั ชี 3: -

5. การใชป้ ระโยชน์

นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ลำต้นใช้เป็นวัสดุปลูก มีการทำการค้าในรูปแบบตัด
ลำต้นเป็นแผน่ เพอ่ื ทำเปน็ วัสดปุ ลกู ประเทศไทยมกี ารนำเขา้ มาจากประเทศอนิ โดนเี ซีย





พืชอนุรักษ์ 63

C
CYATHEACEAE

Cyathea chinensis Cyathea contaminans
พชื อนุรกั ษบ์ ญั ชี 2 พืชอนรุ กั ษ์บญั ชี 2

Cyathea gigantea Cyathea moluccana
พืชอนรุ ักษบ์ ญั ชี 2 พืชอนุรกั ษ์บัญชี 2

ใบอ่อนมว้ นงอ (circinate leaf) สปอรเ์ กดิ ท่หี ลังใบ

64 พืชอนุรกั ษ์

C
วงศ์ CYCADACEA
E (ซีคาดาซีอ)ี


1. ชือ่ สามญั ทว่ั ไป Cycads หรือ ปรง

2. ลกั ษณะทวั่ ไป

ไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้น เป็นพืชไม่มีดอกแท้ (Gymnosperm) อายุหลายปี
บางชนิดอาจยืนยาวกว่าร้อยปี เป็นพืชแยกเพศอยู่ต่างต้น ลำต้นลักษณะคล้ายต้นปาล์ม
สูงตง้ั แต่ 1-20 เมตร มักไม่แตกกอ บางชนิดแตกกง่ิ ก้านออกเปน็ สองแขนงเท่าๆ กัน ตน้ พืช
มีนำ้ ยางขน้ เหนียวสะสมภายใน ใบ ประกอบแบบขนนกขนาดใหญ่ ใบยอ่ ย รูปรี แคบ แขง็
ปลายแหลม ใบออ่ นมปี ลายใบมว้ นขด ส่วนขยายพันธ์ทุ ้งั เพศผู้ (male cone) และเพศเมีย
(female cone) เกิดอยู่บริเวณส่วนกลางยอดที่ปลายลำต้น หรือจากซอกใบใกล้ปลาย
ลำต้น ซ่ึงเป็นกลุ่มของใบเปล่ียนรูปเป็นส่วนขยายพันธ์ุเพศเมีย megasporophyll หรือ
เปล่ียนรูปเป็นส่วนขยายพันธุ์เพศผู้เรียงเวียนซ้อนทับกัน microsporophyll โคนของต้น
เพศผู้ (male cone) จะส่งกล่ินเหม็นเขียวคล้ายกล่ินสาบฝุ่น เพ่ือช่วยล่อแมลงให้มา

ผสมพันธุ์ ผล รปู ทรงคอ่ นขา้ งกลม เปลือกแข็ง ภายในมีเมลด็ เดยี ว

3. การกระจายพันธ์ุ

วงศ์ปรง (Cycadaceae) มีเพียงสกุลเดียวคือ Cycas มีประมาณ 92 ชนิด
มีการแพรก่ ระจายพันธ์ุในเขตบริเวณเสน้ ศูนย์สูตร ได้แก่ ประเทศในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
แถบตะวันออกของทวีปอาฟริกา รวมถึงประเทศมาดากัสการ์ และทางเหนือของทวีป
ออสเตรเลยี พชื อนุรกั ษใ์ นวงศห์ รอื สกลุ นี้มีถิน่ กำเนดิ ในประเทศไทย จำนวน 14 ชนิด

4. สถานภาพพชื อนุรักษ์และกฎระเบียบทางการคา้

พืชทกุ ชนิดในวงศป์ รง (Cycadaceae) ไดแ้ ก่ สกลุ Cycas จดั เป็นพชื อนรุ ักษ

พชื อนรุ กั ษบ์ ัญชี 1: มี 1 ชนิด ได้แก่ Cycas beddomei กฎระเบยี บทางการค้า
ไม่มีข้อยกเว้น กล่าวคือ ควบคุมทุกส่วนของพืชไม่ว่าจะมีหรือไม่มีชีวิต และส่วนที่แยกมา
จากพชื ดังกลา่ ว

พืชอนุรักษ์บญั ชี 2: ไดแ้ ก่ ทุกชนดิ ในสกุล Cycas #4 ยกเว้นชนดิ ท่อี ย่ใู น บญั ชี 1
เช่น ปรงญ่ีปุ่น หรือปรงจีน (Cycas revoluta) สำหรับปรงที่มีถ่ินกำเนิดในประเทศไทย
เช่น ปรงทะเล (Cycas edentata) ปรงไทย หรือ ปรงเหลี่ยม (Cycas siamensis)

พืชอนุรักษ์ 65

C

ปรงเขา (Cycas pectinata) มะพร้าวเตา่ (Cycas simplicipinna) ปรงเขาชะเมา (Cycas
chamaoensis) ฯลฯ

กฎระเบียบทางการค้า ควบคุมทุกส่วนของพืชไม่ว่าจะมีหรือไม่มีชีวิต และส่วนท่ี
แยกหรือสกัดมาจากพืชดังกล่าว ยกเว้น เมล็ด สปอร์ เรณู (รวมถึงกลุ่มเรณู) ต้นอ่อนท่ีได้
จากการเพาะเลี้ยงเน้ือเย่ือ ขนส่งในภาชนะท่ีปลอดเชื้อ และดอกท่ีได้มาจากการขยาย

พนั ธ์เุ ทยี ม

พชื อนรุ กั ษบ์ ญั ชี 3: -

5. การใช้ประโยชน์

นยิ มปลูกเปน็ ไม้ประดับ ใบออ่ น ลวกจม้ิ น้ำพริก แป้งจากผลใชท้ ำขนม





CYCADACEAE

ส่วนสบื พนั ธุเ์ พศผู้ สว่ นสืบพนั ธเ์ุ พศเมีย (Female cone)
(Male cone)

66 พืชอนรุ ักษ์

C

ภาพจาก http://www.iajpr.com Cycas clivicola
พชื อนุรักษ์บญั ชี 2
Cycas beddomei
พืชอนรุ ักษบ์ ญั ชี 1

Cycas elephantipes Cycas tansachana Cycas nongnoochiae
พืชอนรุ กั ษ์บญั ชี 2 พชื อนุรักษ์บัญชี 2 พืชอนุรักษ์บญั ชี 2

Cycas chamaoensis Cycas cairnsiana Cycas revoluta Cycas siamensis
พชื อนรุ ักษ์บญั ชี 2 พชื อนุรักษบ์ ญั ชี 2 พืชอนุรักษ์บญั ชี 2 พืชอนรุ กั ษบ์ ัญชี 2

พชื อนุรักษ์ 67

D
วงศ์ DICKSONIACEA
E (ดกิ โซนอิ าซอี ี)


1. ช่อื สามัญทว่ั ไป Tree–ferns หรือ ว่านลูกไก่ เฟนิ ตน้ ดกิ โซเนยี

2. ลกั ษณะทัว่ ไป

เป็นพืชในกลุ่มเฟิน ต้นที่ยังเล็กอยู่ลักษณะเป็นเหง้ามีเน้ือแข็งคล้ายไม้ ปกคลุม

ไปด้วยขนน่ิมยาวสีเหลืองทอง เมื่อต้นใหญ่ลำต้นต้ังตรง สูง 2-3 เมตร ไม่แตกกิ่ง
ใบประกอบแบบขนนกสามชนั้ กา้ นใบใหญ่ มีขนทีส่ ่วนโคน ใบมีขนาดใหญ่ยาวกวา่ 3 เมตร
ผิวใบด้านบนเป็นสีเขียวเข้ม ส่วนด้านล่างเป็นสีเทาคล้ายกับมีแป้งเคลือบอยู่ กลุ่มของ
อับสปอรจ์ ะเกิดที่ริมใบ มลี ักษณะกลมโตแต่ละรอยหยักของตวั ใบจะมอี ับสปอร์อยู่ประมาณ
2-12 กลมุ่ เยอ่ื คลุมอับสปอรเ์ ปน็ สีน้ำตาล

3. การกระจายพันธุ

วงศ์ Dicksoniaceae มี 7 สกุล ประมาณ 208 ชนิด สกุล Cibotium มี 8 ชนดิ
กระจายพันธุ์ในเขตอบอุ่นถึงเขตร้อน พืชอนุรักษ์ในสกุลนี้มี 1 ชนิด ได้แก่ ว่านลูกไก่ทอง
(Cibotium barometz) ท่ีมีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย สกุล Dicksonia มีประมาณ
103 ชนิด กระจายพันธุ์ในแถบทวีปอเมริกา ออสเตรเลีย ปาปัวนิวกินี ฟิลิปปินส์
อินโดนเี ซีย แตไ่ มม่ ใี นประเทศไทย

4. สถานภาพพืชอนรุ ักษ์และกฎระเบยี บทางการค้า

พืชในวงศ์ Dicksoniaceae ที่เป็นพชื อนุรกั ษ์มี 1 สกุล กบั 1 ชนดิ

พืชอนรุ กั ษ์บัญชี 1: -

พชื อนุรักษ์บญั ชี 2: ไดแ้ ก่

- ทุกชนิดในสกุล Dicksonia#4 (เฉพาะประชากรที่มีถ่ินกำเนิดในประเทศแถบ

ทวีปอเมริกาเท่านั้น) เชน่ D. antarctica, D. blumei, D. fibrosa ฯลฯ

- ชนิด Cibotium barometz#4 (ว่านลูกไก่ทอง ว่านไก่นอ้ ย หรือละอองไฟฟ้า)

กฎระเบยี บทางการค้า ควบคุมทกุ ส่วนของพืชไมว่ ่าจะมีหรอื ไม่มชี ีวิต และสว่ นที่
แยกหรือสกัดมาจากพืชดังกล่าว ยกเว้น เมล็ด สปอร์ เรณู (รวมถึงกลุ่มเรณู) ต้นอ่อนท่ีได้
จากการเพาะเลย้ี งเนอ้ื เยอ่ื ขนสง่ ในภาชนะทปี่ ลอดเชอื้ และดอกทไ่ี ดม้ าจากการขยายพนั ธเ์ุ ทยี ม

พชื อนรุ กั ษบ์ ญั ชี 3: -

5. การใช้ประโยชน์

Dicksonia นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ส่วนชนิด Cibotium barometz ใช้เป็น
ไม้ประดับและพืชสมุนไพร ขนสที องของเหง้าสามารถนำมาหา้ มเลือดได้


68 พืชอนรุ กั ษ์

D

DICKSONIACEAE

Cibotium barometz
พืชอนุรักษ์บญั ชี 2

ภาพจากhttp://www.hilltopnursery.com.au/ ภาพจาก http://doneganlandscaping.com

Dicksonia antractica Dicksonia antractica
พชื อนุรักษบ์ ัญชี 2 พืชอนุรกั ษ์บญั ชี 2

พืชอนรุ ักษ์ 69

D
วงศ์ DIDIEREACEA
E (ดดิ ิเอเรอาซอี )ี


1. ช่ือสามญั ท่ัวไป Alluaudias, Didiereas

2. ลักษณะทว่ั ไป

ไม้พุ่ม หรอื ไม้ยนื ตน้ สูง 2-20 เมตร อวบน้ำ ลำตน้ เปน็ แท่งกลม มีหนามแหลม
ออกเป็นคู่หรือมากกว่า ใบ รูปคล้ายหัวใจหรือรูปไข่ สีเขียวเข้ม ออกเป็นกระจุก บางชนิด

ใบลดรูปเป็นหนามคล้ายพวกกระบองเพชร ดอก ออกเป็นกระจุก สีเหลืองอมเขียว

ที่ซอกใบ เกสรเพศผสู้ ีชมพู

3. การกระจายพันธ์ุ

วงศ์ Didiereaceae มี 7 สกุล ประมาณ 22 ชนิด จัดเป็นพืชอนุรักษ์บัญชี 2
ท้ังหมด กระจายพันธ์ุทางตอนใต้และตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศมาดากัสการ์ พืชอนุรักษ์
ในวงศน์ ้ไี ม่มถี ิน่ กำเนดิ ในประเทศไทย

4. สถานภาพพชื อนรุ กั ษแ์ ละกฎระเบยี บทางการค้า

พืชในวงศ์ Didiereaceae ทุกชนดิ เปน็ พืชอนรุ ักษ์

พืชอนรุ กั ษ์บัญชี 1: -

พืชอนรุ กั ษ์บญั ชี 2: ไดแ้ ก่ ทุกชนดิ ในวงศ์ Didiereaceae#4 ไดแ้ ก

- สกุล Alluaudia spp. ไดแ้ ก่ A. ascendens, A. comosa เปน็ ต้น

- สกลุ Alluaudiopsis ไดแ้ ก่ A. fiherensis, A. marnieriana เปน็ ต้น

- สกุล Calyptrotheca ไดแ้ ก่ C. somalensis, C. taitensis เป็นตน้

- สกุล Ceraria ไดแ้ ก่ C. kaokoensis เป็นตน้

- สกลุ Decaria มี 1 ชนิด ได้แก่ D. madagascariensis เปน็ ต้น

- สกลุ Didierea ไดแ้ ก่ D. madagascariensis, D. trollii เปน็ ตน้

- สกลุ Portulacaria ไดแ้ ก่ P. afra, P. armiana เปน็ ต้น

กฎระเบียบทางการค้า ควบคุมทุกส่วนของพืชไม่ว่าจะมีหรือไม่มีชีวิต และส่วนที่
แยกหรือสกัดมาจากพืชดังกล่าว ยกเว้น เมล็ด สปอร์ เรณู (รวมถึงกลุ่มเรณู) ต้นอ่อนที่ได้
จากการเพาะเลย้ี งเนอ้ื เยอ่ื ขนสง่ ในภาชนะทปี่ ลอดเชอ้ื และดอกทไี่ ดม้ าจากการขยายพนั ธเุ์ ทยี ม

พชื อนรุ ักษ์บัญชี 3: -

5. การใช้ประโยชน์

นิยมปลูกเป็นไม้ประดบั


70 พชื อนรุ กั ษ์

D

DIDIEREACEAE

Alluaudia comosa Alluaudia montagnacii
พืชอนุรกั ษบ์ ัญชี 2 พชื อนุรกั ษ์บญั ชี 2

Alluaudia procera Decaryia madagascariensis
พืชอนุรักษ์บัญชี 2 พชื อนุรักษบ์ ัญชี 2

Didierea madagascariensis 71
พืชอนุรกั ษ์บญั ชี 2

พืชอนรุ กั ษ์

D
วงศ์ DIOSCOREACEA
E (ดิโอสโคเรอาซอี ี)


1. ชอื่ สามญั ทว่ั ไป Elephant’s foot, Kniss กลอย หรือมนั มือเสือ

2. ลกั ษณะท่ัวไป

ไม้เล้ือย ไม่มีมือเกาะ ลำต้นทุกส่วนมีขน มีรากเจริญเป็นหัวสะสมอาหารอยู่
ใตด้ นิ มรี ากอากาศ ใบเดยี่ ว เรยี งสลบั รปู ไข่ ขนาดยาว 5-11 เซนตเิ มตร กวา้ ง 4-10 เซนตเิ มตร
โคนใบเว้า ปลายใบแหลม เส้นใบขนานออกจากโคนใบ เส้นแขนงใบเรียงตัดตามขวาง

เสน้ ใบยอ่ ยแบบรา่ งแห ชอ่ ดอก แบบชอ่ เชงิ ลด ออกตามซอกใบ ยาวประมาณ 15 เซนตเิ มตร
ผล แห้งแตกมี 3 พู แต่ละช่องมี 2 เมล็ด

3. การกระจายพนั ธุ

วงศ์ Dioscoreaceae มปี ระมาณ 6 สกลุ ประมาณ 1,429 ชนดิ มกี ระจายพนั ธ์ุ
ท่ัวโลก สกุล Dioscorea มีประมาณ 613 ชนิด สำหรับชนิด Dioscorea deltoidea
กระจายพันธ์ุในแถบเอชียตะวันออก เทือกเขาหิมาลัยจากแคชเมียร์ถึงเนปาลและจีน
ท่ีระดับความสูงจากน้ำทะเลตั้งแต่ 450-3,000 เมตร พืชอนุรักษ์ชนิดน้ีไม่มีถ่ินกำเนิดใน
ประเทศไทย

4. สถานภาพพชื อนุรักษแ์ ละกฎระเบียบทางการคา้

พชื ในวงศ์ Dioscoreaceae ที่เปน็ พืชอนรุ ักษ์ มี 1 ชนิด

พชื อนุรักษ์บัญชี 1: -

พืชอนุรักษ์บัญชี 2: ได้แก่ Dioscorea deltoidea#4 กฎระเบียบทางการค้า
ควบคุมทุกส่วนของพืชไม่ว่าจะมีหรือไม่มีชีวิต และส่วนท่ีแยกหรือสกัดมาจากพืชดังกล่าว
ยกเว้น เมล็ด สปอร์ เรณู (รวมถึงกลุม่ เรณู) ต้นออ่ นท่ีได้จากการเพาะเลีย้ งเนอ้ื เยื่อ ขนส่งใน
ภาชนะท่ีปลอดเช้ือ และดอกทไ่ี ดม้ าจากการขยายพนั ธเุ์ ทยี ม

พชื อนรุ กั ษ์บญั ชี 3: -

5. การใช้ประโยชน์

เปน็ พืชสมุนไพร


72 พชื อนรุ กั ษ์

D

DIOSCOREACEAE

ภาพจาก http://www.researchgate.net/

Dioscorea deltoidea
พืชอนรุ กั ษ์บญั ชี 2

พืชอนุรักษ์ 73

D
วงศ์ DROSERACE
AE (โดรเซราซอี ี)


1. ชอ่ื สามญั ทวั่ ไป Venus’ flytrap หยาดน้ำคา้ ง หรือกาบหอยแครง


2. ลักษณะท่วั ไป

พืชล้มลุก อายุปีเดียว หรือหลายปี ข้ึนตามขอนไม้ผุอับช้ืนหรือที่ชื้นแฉะ ใบข้ึน
เป็นกระจุก แผ่ติดผิวดิน ใบเปล่ียนรูปร่างเป็นอวัยวะดักจับแมลงและมีการตอบโต้ต่อแรง
สัมผัสกระทบได้อย่างรวดเร็ว ผิวใบปกคลุมด้วยเซลล์ต่อมน้ำเมือกบางชนิด ขอบใบเป็น

ซ่ยี าวซ่งึ ประสานกันได้สนทิ ดอกเดี่ยวหรือดอกชอ่ ผลแหง้ เมลด็ มีขนาดเล็กจำนวนมาก


3. การกระจายพันธุ์

วงศ์ Droseraceae มี 3 สกุล ประมาณ 189 ชนิด มีเพยี งสกุล Dionaea ทจ่ี ัด
เป็นพืชอนุรักษ์ และสกุลนี้มีเพียงชนิดเดียว (monotypic genus) คือ Dionaea
muscipula กระจายพันธ์ใุ น ทวีปออสเตรเลยี แอฟริกา และอเมรกิ าใต้ พบกระจายท่ัวไป
ในที่ชนื้ แฉะ ดนิ กรด พชื อนุรกั ษ์ชนิดนไี้ ม่มถี นิ่ กำเนดิ ในประเทศไทย


4. สถานภาพพชื อนุรกั ษ์และกฎระเบียบทางการคา้

พชื ในวงศ์ Droseraceae ท่เี ป็นพืชอนุรกั ษ์ มี 1 ชนดิ

พชื อนรุ กั ษบ์ ัญชี 1: -

พืชอนุรักษ์บัญชี 2: ได้แก่ Dionaea muscipula#4 สกุลนี้มีเพียงชนิดเดียว

กฎระเบียบทางการค้า ควบคุมทุกส่วนของพืชไม่ว่าจะมีหรือไม่มีชีวิต และส่วนที่แยกหรือ
สกัดมาจากพืชดังกล่าว ยกเว้น เมล็ด สปอร์ เรณู (รวมถึงกลุ่มเรณู) ต้นอ่อนท่ีได้จาก
การเพาะเลย้ี งเนื้อเยอื่ ขนสง่ ในภาชนะทป่ี ลอดเช้อื และดอกที่ได้มาจากการขยายพนั ธ์เุ ทยี ม

พืชอนรุ ักษ์บญั ชี 3: -


5. การใชป้ ระโยชน์


นยิ มปลกู เป็นไมป้ ระดับ


74 พชื อนรุ กั ษ์

D

DROSERACEAE

ในสภาพธรรมชาติ

ในสภาพสง่ ออก
Dioneae muscipula

พชื อนุรกั ษบ์ ัญชี 2

พืชอนุรักษ์ 75

E
วงศ์ EBENACEA
E (เอเบนาซอี ี)


1. ชือ่ สามัญทั่วไป เรียกว่า Ebonies หรือในมาดากัสการเ์ รียก Malagasy ebony

2. ลักษณะท่ัวไป

ไม้พุ่ม หรือไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 10-30 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ลำต้น
เปลาตรง โคนต้นมักเป็นพพู อน ผวิ เปลือกเปน็ รอยแตกสะเกด็ เลก็ ๆ สดี ำ เปลอื กในสเี หลอื ง
กระพี้สีขาว ก่ิงอ่อนมีขนนุ่มขึ้นประปราย ใบเดี่ยว ขนาดเล็ก รูปไข่หรือรูปรี เรียงตัว

แบบสลบั ผวิ ใบเกลย้ี ง ใบออ่ นมขี นปกคลมุ ทง้ั สองดา้ น ชอ่ ดอก ออกตามซอกใบ ดอกแยกเพศ
ต่างต้น สีเหลือง ผล กลม ผวิ เกลี้ยง ผลอ่อนสเี ขียว ผลแกส่ ีดำ ผลแก่จดั จะแห้ง มกี ลบี เลย้ี ง
ตดิ บนผล 4 กลบี เมล็ด แบน สเี หลือง 4-5 เมลด็ ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมลด็

3. การกระจายพนั ธ์

วงศ์ Ebenaceae มี 3 สกุล ประมาณ 751 ชนิด สกุล Diospyros กระจายพันธ์ุ
ในทวีปแอฟริกา มีประมาณ 725 ชนิด พบแพร่กระจายพันธ์ุในประเทศมาดากัสการ์
ประมาณ 120-240 ชนิด ซ่งึ อยรู่ ะหว่างการทบทวนช่ือวทิ ยาศาสตร์ ในจำนวนนี้มี 84 ชนดิ
ท่ีช่ือวิทยาศาสตร์เป็นที่ยอมรับ แต่ประเทศมาดากัสการ์ขอขึ้นบัญชี จำนวน 83 ชนิด
ยกเว้นชนิด Diospyros ferrea เนื่องจากชนิดพันธุ์นี้ไม่ได้เป็นชนิดพันธ์ุเฉพาะถิ่นของ
ประเทศมาดากสั การ์ แต่มีการกระจายพนั ธท์ุ ว่ั โลกรวมถึงประเทศไทย

4. สถานภาพพืชอนรุ ักษแ์ ละกฎระเบียบทางการคา้

พืชในวงศ์ Ebenaceae ทีเ่ ป็นพืชอนรุ กั ษ์ มี 1 สกุล 83 ชนดิ

พืชอนุรกั ษ์บญั ชี 1: -

พืชอนุรักษ์บัญชี 2: ได้แก่ สกุล Diospyros spp. #5 เฉพาะประชากรท่ีมี

ถ่ินกำเนิดในประเทศมาดากัสการ์ จำนวน 83 ชนิด ยกเว้น ชนิด Diospyros ferrea
ตวั อยา่ งชนดิ พชื อนรุ กั ษ์ เชน่ D. aculeata, D. squamosa เปน็ ตน้ กฎระเบยี บทางการคา้
ควบคุมเฉพาะไม้ซงุ ไม้แปรรูป และแผน่ ไมบ้ าง

5. การใช้ประโยชน์

เน้ือไม้ใช้ในการก่อสร้าง บางชนิด ใบ ผล ใช้เป็นสีย้อมผ้าสีดำ ราก ลำต้น

เปลอื กตน้ แกน่ เปลือกผล เป็นยาสมุนไพร และบางชนิดเป็นไมป้ ระดับประเภทบอนไซ





76 พืชอนรุ ักษ์

E

EBENACEAE

ภาพจาก http://news.mongabay.com

ภาพจาก http://majikphil3.blogspot.com/ ภาพจาก http://www.cookwoods.com

Diospyros spp.
พืชอนุรักษ์บัญชี 2
จากประเทศมาดากัสการ์

พชื อนุรักษ์ 77

E
วงศ์ EUPHORBIACEA
E (ออยโฟบิอาซอี ี)


1. ช่อื สามญั ทว่ั ไป Spurges หรอื สลดั ได


2. ลักษณะทั่วไป

พืชล้มลุก ไม้เล้ือย ไม้พุ่ม และไม้ยืนต้น ทุกส่วนของพืชมีน้ำยางขาว บางชนิด
ลำตน้ มลี กั ษณะคล้ายแคคตสั ราก มที ั้งแบบรากฝอย รากอวบอ้วน หรือเปน็ หัว บางคร้ังพบ
ลำต้นและใบมีขนปกคลุม บางชนิดทนต่อความแห้งแล้งได้ดี ใบ เด่ียว หรือใบประกอบ
แบบต่างๆ เรียงแบบตรงข้าม เรียงสลับ หรือเรียงเป็นวงท่ีปลายยอดบางชนิดใบลดรูปเป็น
ใบเกล็ดหรือเป็นหนามเพื่อลดการคายน้ำ ช่อดอก มีหลายแบบ มีกลีบประดับสีสดใส
ดอกขนาดเลก็ แยกเพศอยูต่ ้นเดยี วกัน


3. การกระจายพันธ
์ุ
วงศ์ Euphorbiaceae มี 228 สกุล ประมาณ 6,547 ชนิด สกุล Euphorbia

มีประมาณ 2,046 ชนิด มีการกระจายพันธ์ุกว้างขวางทั่วโลก ยกเว้นทวีปแอนตาร์กติก
พืชอนุรักษ์ สกุล Euphorbia มีบางชนิดที่มีถ่ินกำเนิดในประเทศไทย เช่น สลัดไดป่า
(E. antiquorum) ส้มเช้า (E. nerrifolia) พญาไร้ใบ (E. tirucalli) และสลัดไดบ้าน
(E. trigona) เป็นต้น แต่ชนิดที่นิยมทำการค้ามักเป็นการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทย
เพือ่ การส่งออก


4. สถานภาพพชื อนุรักษแ์ ละกฎระเบียบทางการคา้

พชื ในวงศ์ Euphorbiaceae ท่เี ป็นพืชอนรุ ักษ์ มี 1 สกุล คอื Euphorbia

พืชอนุรกั ษ์บัญชี 1: มี 10 ชนิด ได้แก่


Euphorbia ambovombensis Euphorbia cylindrifolia Euphorbia moratii

Euphorbia capsaintemariensis Euphorbia decaryi Euphorbia parvicyathophora

Euphorbia cremersii Euphorbia francoisii Euphorbia quartziticola

Euphorbia tulearensis

กฎระเบยี บทางการคา้ ไมม่ ขี ้อยกเวน้ กลา่ วคือ ควบคุมทกุ สว่ นของพชื ไม่วา่ จะมี
หรอื ไม่มชี ีวติ และสว่ นทีแ่ ยกหรอื สกดั มาจากพชื ดังกล่าว

พชื อนุรักษ์บัญชี 2: ได้แก่ สกุล Euphorbia #4 ทม่ี ลี ักษณะอวบนำ้ ยกเว้นชนิด
E. misera และชนิดท่ีอยู่ในบัญชี 1 ตัวอย่างพืชในสกุล Euphorbia ท่ีมีการค้า เช่น


78 พชื อนรุ ักษ์

E

โป๊ยเซียน (E. milli), กำแพงเมืองจีน (E. lactea) ส้มเช้า (E. neriifolia), E. horrida,
E. obesa, E. piscidermis ฯลฯ กฎระเบยี บทางการคา้ ควบคุมทกุ ส่วนของพืชไม่วา่ จะมี
หรอื ไม่มชี ีวติ และส่วนทแี่ ยกหรอื สกดั มาจากพืชดังกลา่ ว

ยกเวน้ สกลุ Euphorbia บญั ชี 2 ทไ่ี ม่อยภู่ ายใตก้ ารควบคุมของอนสุ ญั ญาไซเตส
ได้แก

- เมลด็ สปอร์ เรณู (รวมถงึ กลุม่ เรณ)ู

- ตน้ ออ่ นทไี่ ด้จากการเพาะเลยี้ งเนือ้ เย่ือและขนส่งในภาชนะทป่ี ลอดเชอื้

- ดอกที่ได้มาจากการขยายพันธุเ์ ทียม

- ต้นท่ีไดจ้ ากการขยายพันธุ์เทยี มของชนดิ Euphorbia trigona

- ต้นท่ีได้จากการขยายพันธ์ุเทียมของชนิด Euphorbia lactea หรือหยก

ท่ีมีลักษณะหยักเป็นคล่ืนหรือรูปพัดหรือมีสีผิดไปอันเนื่องมาจากการกลายพันธ์ุและต่อ

อยบู่ นกิ่งพันธุ์ของ Euphorbia neriifolia หรอื สม้ เช้าที่ได้มาจากการขยายพันธุเ์ ทียม

- ตน้ โปย๊ เซยี นลกู ผสม Euphorbia ‘Milii” ที่ได้มาจากการขยายพนั ธ์เุ ทยี ม และ
มกี ารค้ามากกว่า 100 ตน้ ขึน้ ไป

- ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปของชนิด Euphorbia antisyphilitica ที่บรรจุภาชนะ
พร้อมจำหนา่ ยแบบปลกี

5. การใช้ประโยชน์

นยิ มปลกู เป็นไม้ประดับ แต่มี Euphorbia บางชนิดทใ่ี ชป้ ระโยชน์โดยนำสารสกัด
มาทำเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง ท่ีใช้ช่ือการค้าว่า Candelilla Wax ซึ่งเป็นสารสกัดท่ี

ได้จาก Euphorbia  antisyphilitica ซ่ึงถ้าสารสกัดนั้นมีการค้าในรูปแบบสารบริสุทธิ์จะ
ต้องมีหนังสืออนุญาตไซเตส แต่ถ้าสารสกัดดังกล่าวนำไปผสมในเคร่ืองสำอาง เช่น ลิปสติก
หรือครีมบำรงุ ผิวท่ีบรรจุในภาชนะพรอ้ มจำหน่ายแบบปลีก ไมต่ อ้ งใชห้ นงั สอื อนุญาตไซเตส





พืชอนุรกั ษ์ 79

E
EUPHORBIACEAE


Euphorbia ambovombensis Euphorbia capsaintemariensis
พืชอนุรักษบ์ ญั ชี 1 พืชอนรุ กั ษบ์ ญั ชี 1

Euphorbia cremersii Euphorbia cylindrifolia
พืชอนุรกั ษ์บญั ชี 1 พืชอนรุ กั ษบ์ ญั ชี 1

Euphorbia decaryi Euphorbia francoisii Euphorbia moratii
พืชอนรุ ักษบ์ ัญชี 1 พืชอนุรกั ษบ์ ญั ชี 1 พชื อนรุ ักษ์บัญชี 1

80 พชื อนุรกั ษ์

E

EUPHORBIACEAE


Euphorbia tulearensis Euphorbia guillauminiana Euphorbia turbiniformis
พืชอนรุ ักษบ์ ัญชี 1 พชื อนรุ กั ษบ์ ญั ชี 2 พชื อนุรกั ษบ์ ัญชี 2

Euphorbia milii Euphorbia neriifolia Euphorbia gymnocalyciodes
พืชอนรุ ักษบ์ ญั ชี 2 พชื อนรุ ักษ์บญั ชี 2 พืชอนุรักษ์บัญชี 2

Candelilla Wax 81
สารสกัดจาก Euphorbia antisyphilitica

พืชอนุรักษบ์ ญั ชี 2

พืชอนรุ กั ษ์

F
วงศ์ FAGACEA
E (ฟากาซีอ)ี


1. ช่ือสามญั ทวั่ ไป Beeches , Oke

2. ลักษณะทวั่ ไป

ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 30 เมตร เป็นไม้ผลัดใบ ใบเป็นรูป
ไข่กลับ ขอบใบหยัก ใบสีเขียวเข้มจะซีดลงเม่ือถึงฤดูใบไม้ร่วง ดอกสมบูรณ์เพศ ออกดอก
ชว่ งเดือนพฤษภาคม – มถิ ุนายน เมล็ดสกุ เดือนตลุ าคม – พฤศจิกายน

3. การกระจายพันธุ์

วงศ์ Fagaceae มี 9 สกุล ประมาณ 1,101 ชนิด สกุล Quercus มีประมาณ
633 ชนดิ มี 1 ชนิดทีเ่ ป็นพชื อนรุ กั ษ์ คอื Quercus mongolica กระจายพันธใุ์ นธรรมชาติ
ในประเทศญ่ีปุน่ จีน เกาหลใี ต้ มองโกเลยี ไซบเี รยี และรัสเซีย

4. สถานภาพพืชอนุรกั ษแ์ ละกฎระเบียบทางการคา้

พืชในวงศ์ Fagaceae ท่เี ปน็ พืชอนุรักษ์มี 1 ชนดิ

พชื อนรุ กั ษ์บญั ชี 1: -

พืชอนรุ กั ษบ์ ัญชี 2: -

พืชอนรุ กั ษบ์ ญั ชี 3: ไดแ้ ก่ Quercus mongolica#5 ชื่อสามัญ คอื Mongolian
Oak โดยประเทศรัสเซียเป็นผู้ร้องขอให้บรรจุไว้ในบัญชี ถ้าชนิดพืชดังกล่าวมาจากประเทศ
รัสเซียจะต้องมีหนังสืออนุญาตส่งออก (CITES Export Permit) แต่ถ้าพืชชนิดนี้มาจาก
ประเทศอ่ืนจะต้องมีหนังสือรับรอง (Certificate) ว่ามีถ่ินกำเนิดมาจากประเทศท่ีไม่ได้ระบุ
ไว้ในบญั ชี 3 กฎระเบยี บทางการค้า ควบคมุ ไมซ้ ุง ไมแ้ ปรรูป และแผ่นไมบ้ าง

5. การใช้ประโยชน์

เน้อื ไม้ใช้ทำเฟอรน์ ิเจอร์


82 พืชอนรุ ักษ์

F

FAGACEAE

ภาพจาก https://landscapeplants.oregonstate.edu.

ภาพจาก https://iwww.alibaba.com
ภาพจาก https://davesgarden.com

Quercus mongolica
พชื อนรุ ักษบ์ ญั ชี 3
จากประเทศรัสเซีย

พืชอนุรักษ์ 83

F
วงศ์ FOUQUIERIACE
AE (ฟคู ูอรี อิ าซีอี)


1. ชอื่ สามญั ทว่ั ไป Ocotillos


2. ลกั ษณะทั่วไป

ไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้น เป็นพืชที่ข้ึนในเขตทะเลทราย บางชนิดมีลักษณะอวบน้ำ
ลำต้นส่วนโคนมักอวบอ้วน บางชนิดต้นสูงได้ถึง 20 เมตร ใบ มีขนาดเล็ก หูใบมักลดรูป
เป็นหนาม ใบเรียงสลับเป็นแนว ขอบใบเรียบ ดอกสมบูรณ์เพศ สีครีม กลีบดอก 5 กลีบ
ผลเป็นผลแห้ง เมลด็ อดั อยแู่ น่นในผล เมลด็ มแี ผน่ บาง ๆ คล้ายปีก และหลุดร่วงลงภายหลัง
พชื อนุรักษ์วงศน์ ี้มลี ักษณะคลา้ ยกบั วงศ์ Didiereaceae


3. การกระจายพันธุ์

วงศ์ Fouquieriaceae มี 2 สกลุ 12 ชนิด สกุล Fouquieria มจี ำนวน 11 ชนิด
กระจายพันธุ์เฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา และเม็กซิโก พืชอนุรักษ์สกุลน้ีไม่มีถิ่นกำเนิดใน
ประเทศไทย


4. สถานภาพพชื อนุรกั ษแ์ ละกฎระเบยี บทางการคา้

พืชในวงศ์ Fouquieriaceae ทเี่ ปน็ พืชอนุรกั ษ์ มี 1 สกลุ 3 ชนดิ

พืชอนุรักษ์บัญชี 1: มี 2 ชนิด ได้แก่ Fouquieria fasciculate และ
Fouquieria purpusii กฎระเบียบทางการคา้ ไมม่ ีข้อยกเว้น กล่าวคอื ควบคุมทุกส่วน
ของพืชไมว่ า่ จะมหี รือไมม่ ชี วี ิต และสว่ นท่แี ยกหรอื สกัดมาจากพชื ดังกล่าว

พืชอนุรักษ์บัญชี 2: ได้แก่ ชนิด Fouquieria columnaris #4 กฎระเบียบ
ทางการค้า ควบคุมทุกส่วนของพืชไม่ว่าจะมีหรือไม่มีชีวิต และส่วนที่แยกหรือสกัดมาจาก
พืชดังกล่าว ยกเว้น เมล็ด สปอร์ เรณู (รวมถึงกลุ่มเรณู) ต้นอ่อนท่ีได้จากการเพาะเลี้ยง
เน้ือเย่ือ ขนส่งในภาชนะทปี่ ลอดเชอ้ื และดอกท่ไี ด้มาจากการขยายพนั ธุ์เทียม


5. การใช้ประโยชน์


นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ


84 พืชอนรุ ักษ์

F

FOUQUIERIACEAE

Fouquieria fasciculata ภาพจาก https://www.bihrman.com/
พืชอนรุ กั ษ์บัญชี 1
Fouquieria purpusii
พชื อนุรักษ์บญั ชี 1

ภาพจาก http://www.xericworld.com/

Fouquieria columnaris
พชื อนรุ กั ษ์บญั ชี 2

พชื อนุรกั ษ์ 85

G
วงศ์ GNETACEA
E (เนทาซีอี)


1. ชื่อสามัญท่วั ไป Gnetums หรอื มะเม่อื ย

2. ลักษณะทวั่ ไป

ไม้เลื้อยเนื้อแข็ง กิ่งเป็นข้อต่อกัน บริเวณข้อโป่งพอง ใบ เดี่ยว ติดแบบตรงกัน
ข้าม รูปรี เส้นใบเป็นแบบขนนก ก้านใบสั้น ไม่มีหูใบ ส่วนสืบพันธ์ุเพศผู้และเพศเมีย

เรียกว่า strobili เกิดเป็นกระจุกท่ีส่วนปลายของลำต้นหรือซอกใบ ช่อดอก ตัวผู้มีลักษณะ
รวมกันเป็นหลอด ก้านช่อยาวเป็นข้อ ๆ ตามข้อมีดอกตัวผู้เรียงอยู่โดยรอบ ดอกหนึ่ง ๆ

มกี าบรอง 2 อนั ซงึ่ เชอ่ื มตดิ กนั เปน็ ขอบคลา้ ยกลบี ดอก มี sporangia อนั เดยี วตอนปลายชอ่
ดอกตัวเมยี ก้านชอ่ ดอกยาวเปน็ ขอ้ รอบ ๆ ขอ้ มีเมลด็ รูปไขเ่ รยี งอยู่ เมลด็ มเี ยื่อล้อม 3 ชนั้
ชนั้ นอกลักษณะคลา้ ยกลบี ดอก สองชน้ั ในเปน็ เปลอื กหุ้มเมล็ด เปลอื กชั้นในสุดงอกยาวเปน็
ทอ่ เกสรตวั เมยี ผลมเี มล็ดเดี่ยวแข็ง รูปกลมร

3. การกระจายพนั ธ์ุ

วงศ์ Gnetaceae มเี พยี งสกลุ เดยี วคอื Gnetum มปี ระมาณ 41 ชนดิ กระจายพนั ธ์ุ
ในเขตคาบสมุทรอินโดมาเลย์ ฝ่ังตะวันตกของทวีปแอฟริกา หมู่เกาะฟิจิ และ แถบทาง
เหนือของทวีปแอฟริกาใต้ สำหรับชนิด Gnetum montanum กระจายพันธุ์

ในประเทศภฏู าน จนี อินเดยี ลาว เมียนมาร์ เนปาล ไทย และเวียดนาม พืชอนุรักษส์ กุลนี้

ไม่มีถิน่ กำเนิดในประเทศไทย

4. สถานภาพพืชอนุรกั ษ์และกฎระเบยี บทางการค้า

พชื ในวงศ์ Gnetaceae ทเ่ี ป็นพชื อนุรกั ษ์ มี 1 ชนดิ

พชื อนุรกั ษ์บัญชี 1: -

พืชอนุรักษ์บัญชี 2: -

พืชอนุรักษ์บัญชี 3: ได้แก่ มะเม่ือย Gnetum montanum#1 โดยประเทศ
เนปาลที่เป็นผู้ร้องขอให้บรรจุไว้ในบัญชี 3 ถ้าชนิดพันธ์ุดังกล่าวส่งออกจากประเทศเนปาล
จะต้องมีหนังสืออนุญาตส่งออก (CITES Export permit) แต่ถ้าพืชชนิดนี้มาจากประเทศ
อื่นจะต้องมีหนังสือรับรอง (Certificate) ว่ามีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศท่ีไม่ได้ระบุไว้ใน
บญั ชี 3


86 พชื อนรุ กั ษ์

G

กฎระเบียบทางการค้า ควบคุมทุกส่วนของพืชอนุรักษ์ และส่วนท่ีแยกหรือสกัด
มาจากพืชอนรุ กั ษด์ ังกลา่ ว ยกเวน้ เมล็ด สปอร์ และเรณู (รวมถึงกลมุ่ เรณ)ู ต้นอ่อนหรือทไี่ ด้
จากการเพาะเล้ียงเนื้อเย่ือ ขนส่งในภาชนะท่ีปลอดเช้ือ ดอกจากต้นท่ีได้มาจากการขยาย
พันธเ์ุ ทยี ม

5. การใชป้ ระโยชน์

เส้นใยจากเปลือกไม้ใช้ทำกระสอบ หรือแหจับปลา ส่วนเมล็ดให้น้ำมันหรือนำมา
รับประทาน หรอื ใช้ทำไวน์ ใบใชก้ ินเปน็ ผกั


GNETACEAE

ภาพจาก http://phytoimages.siu.edu/

ภาพจาก http://wellgrowhorti.com/ ภาพจาก https://toptropicals.com/

ใบและชอ่ ดอก ผล

Gnetum montanum
พืชอนรุ กั ษ์บญั ชี 3
จากประเทศเนปาล

พชื อนุรกั ษ์ 87

J
วงศ์ JUGLANDACEA
E (จกุ ลนั ดาซอี )ี


1. ชือ่ สามัญทวั่ ไป Gavilan

2. ลกั ษณะท่ัวไป

ไมย้ นื ตน้ ขนาดใหญ่ สงู ไดถ้ งึ 35 เมตร ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ มี 4-8 ใบยอ่ ย
ปลายใบแหลม เรียงแบบตรงกันข้าม มีต่อมท่ีให้กล่ินหอม ช่อดอก มีขนาดเล็ก ดอกแยก
เพศอยู่ต้นเดียวกัน ผล สดมีเปลือกแข็ง มีปีก 3 ปีก เกิดจากใบประดับ ท่ีเจริญขึ้นเป็นปีก
เมล็ดเดยี ว

3. การกระจายพนั ธ
์ุ
วงศ์ Juglandaceae มี 12 สกุล ประมาณ 89 ชนิด สกุล Oreomunnea

มี 3 ชนิด กระจายพนั ธุท์ างตอนใต้ของประเทศเม็กซโิ ก ปานามา และคอสตาริกา ทีร่ ะดบั
ความสงู จากน้ำทะเล 500-1,500 เมตร พืชอนุรักษว์ งศน์ ีไ้ มม่ ีถ่ินกำเนดิ ในประเทศไทย

4. สถานภาพพชื อนรุ ักษ์และกฎระเบยี บทางการคา้

พชื ในวงศ์ Juglandaceae ที่เปน็ พชื อนรุ ักษ์ มี 1 ชนดิ

พชื อนรุ ักษ์บัญชี 1: -

พชื อนรุ กั ษบ์ ญั ชี 2: ไดแ้ ก่ Oreomunnea pterocarpa#4 กฎระเบยี บทางการคา้
ควบคุมทุกส่วนของพืชไม่ว่าจะมีหรือไม่มีชีวิต และส่วนที่แยกหรือสกัดมาจากพืชดังกล่าว
ยกเว้น เมล็ด สปอร์ เรณู (รวมถึงกลุ่มเรณู) ต้นอ่อนท่ีได้จากการเพาะเลี้ยงเน้ือเยื่อ ขนส่ง

ในภาชนะทปี่ ลอดเชื้อ และดอกทไ่ี ด้มาจากการขยายพันธเุ์ ทยี ม

พืชอนุรักษบ์ ญั ชี 3: -

5. การใช้ประโยชน์

เนอ้ื ไมใ้ ช้ทำเฟอรน์ เิ จอร์หรือสง่ิ ก่อสร้าง


88 พืชอนรุ ักษ์

J

JUGLANDACEAE


ภาพจาก http://www.atta2.inbio.ac.cr

ภาพจาก http://tropical.theferns.info/ 89

Oreomunnea pterocarpa
พืชอนรุ ักษ์บัญชี 2

พชื อนรุ กั ษ์

L
วงศ์ LAURACEA
E (เลาราซอี ี)


1. ช่ือสามญั ทว่ั ไป Laurels

2. ลกั ษณะท่วั ไป

ไม้ยืนต้น เปลือกของต้นไม้ในวงศ์น้ีมักมีเมือกเหนียว และมีกลิ่นหอม  ใบเด่ียว 
ออกเวียนสลับรอบก่ิงเป็นกระจุกที่ปลายก่ิง  เรียงสลับหรืออยู่ตรงข้ามกันเป็นคู ่ ดอก

มที งั้ ดอกสมบรู ณเ์ พศและดอกแยกเพศ ขนาดเลก็   มกั เกดิ เปน็ ชอ่ หรอื เปน็ กระจกุ   ตามงา่ มใบ

และปลายก่ิง กลีบรองดอกและกลีบดอกมีลักษณะและขนาดใกล้เคียงกัน  รวมเรียกว่า
กลบี รวมม ี 4, 6 หรือ 9 กลบี เรยี งเป็น 2-3 ชนั้  ส่วนโคนของกลบี มกั เชื่อมติดกัน เกสรเพศผู้
มีมาก และเรยี งอยูก่ ันเปน็ ชัน้ ๆ ผลสด มี 1 เมลด็  กลบี เล้ยี งมักจะพัฒนาตอ่ ไปเป็นฝาปดิ ขวั้
ผลหรอื หุม้ ผลอยู่ภายใน 

3. การกระจายพันธุ์

วงศ์ Lauraceae มีประมาณ 68  สกุล  ประมาณ 2,978  ชนิด สกุล Aniba
มีประมาณ 48 ชนิด สำหรับชนิด Aniba rosaeodora กระจายพันธุ์ในอเมริกาใต้
เขตป่าอเมซอน พืชอนุรกั ษ์ชนดิ นไ้ี มม่ ถี ิน่ กำเนดิ ในประเทศไทย

4. สถานภาพพืชอนรุ ักษแ์ ละกฎระเบยี บทางการคา้

พชื ในวงศ์ Lauraceae ที่เปน็ พืชอนรุ ักษ์ มี 1 ชนดิ

พืชอนรุ ักษ์บญั ชี 1: -

พืชอนุรักษ์บัญชี 2: ได้แก่ ชนิด Aniba rosaeodora#12 มีชื่อสามัญว่า
Breazilian rosewood กฎระเบียบทางการคา้ ควบคมุ เฉพาะไม้ซงุ ไม้แปรรปู แผ่นไมบ้ าง
ไมอ้ ดั และ สารสกดั แตไ่ ม่ครอบคลุมถึงผลิตภณั ฑ์สำเรจ็ รูปทมี่ สี ว่ นผสมของสารสกดั รวมถึง
สารแตง่ กล่ินจากพชื ดังกล่าว

พืชอนรุ กั ษบ์ ญั ชี 3: -

5. การใช้ประโยชน

มีการตัดออกจากป่าเป็นท่อนซุงขนส่งทางแม่น้ำ เพ่ือเข้าโรงงาน สกัดเป็นน้ำมัน
หอมระเหย





90 พืชอนุรกั ษ์

L

LAURACEAE

ภาพจาก http://www.olesessenciais.org ภาพจาก http://angelorum.co

ภาพจาก http://www.worldronmusic.com ภาพจาก http://www.herbana.si

ไมค่ วบคมุ
ผลิตภัณฑส์ ำเร็จรูปทีม่ สี ่วนผสมของสารสกัด

Aniba rosaeodora
พชื อนุรกั ษบ์ ัญชี 2




พชื อนุรักษ์ 91

L
วงศ์ LEGUMINOSAE
(เลคกมู ิโนซ)ี หรือ

FABACEAE (ฟาบาซอี ี)


1. ชื่อสามัญทั่วไป Afrormosia, Cristobal, Siamese Rosewood, Sandalwood,
Bubinga wood หรือไม้พะยูง

2. ลักษณะทว่ั ไป

พืชในวงศน์ ีม้ ตี งั้ แต่ไมพ้ มุ่ จนถึงไม้ยืนต้น ทีอ่ าจสงู ถงึ  25 เมตร หรอื ไม้พ่มุ ผลดั ใบ
ลำต้นเปลาตรง เปลือกสีเทา เรียบ บางชนิดเปลือกล่อนเป็นแผ่นบาง ๆ  บางชนิดโคนต้น
อวบอ้วนเหมาะสำหรับทำบอนไซ ใบ เด่ียว หรือใบประกอบแบบขนนก ติดเรียงสลับ
รูปรีแกมรูปไข่ ติดเรียงสลับ ใบบางเหนียวคล้ายแผ่นหนัง  โคนใบมน ปลายใบแหลม
ดอก ชอ่ ออกตามปลายกิ่งหรืองา่ มใบใกลย้ อด ดอกยอ่ ยทรงรปู ดอกถ่ัว กลีบฐานดอกเชื่อม
ติดกันเป็นรูปถ้วยตื้น ๆ ขอบหยักเป็น 5 แฉก กลีบคลุม มีลักษณะคล้ายโล่ กลีบปีกสอง
กลบี รูปขอบขนาน สว่ นกลีบกระโดงจะเชอื่ มตดิ กนั เกสรผูม้ ี 10 อนั ผล เป็นฝกั ผิวเกลยี้ ง
แบน และบอบบาง รูปขอบขนาน ตรงบริเวณท่ีหุ้มเมล็ดมองเห็นเส้นแขนงไม่ชัดเจน เมล็ด
รูปไต สีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลเข้ม ผิวค่อนข้างมัน เมล็ดจะเรียงตามยาวของฝัก ใน 1 ฝักจะมี
เมลด็ จำนวน 1-4 เมลด็

3. การกระจายพนั ธ์

วงศ์ Leguminosae มี 3 วงศ์ย่อย 650 สกุล ประมาณ 18,000 ชนิด

กระจายพนั ธุ์อยู่ท่วั โลก พืชอนุรักษว์ งศ์นมี้ ถี ิ่นกำเนิดในประเทศไทยประมาณ 38 ชนิด เช่น
Dalbergia cochinchinensis (พะยูง), Dalbergia errans (ประดู่ลาย) Dalbergia
oliveri (ชงิ ชนั ) ฯลฯ ชนิดทม่ี ปี ัญหาการลักลอบออกจากป่าธรรมชาติเป็นจำนวนมาก ได้แก่
พะยูง (Dalbergia cochinchinensis) กระจายพันธ์ุใน ลาว กัมพูชา เวียดนาม สำหรับ
ประเทศไทยพบกระจายพันธ์ุในป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้ง ภาคตะวันออก และ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ทีร่ ะดบั ความสงู จากน้ำทะเลตั้งแต่ 100-300 เมตร

4. สถานภาพพืชอนุรกั ษ์และกฎระเบยี บทางการคา้

พืชในวงศ์ Leguminosae จัดเปน็ พชื อนุรกั ษ์ทงั้ 3 บัญชี ไดแ้ ก่

พืชอนุรักษ์บัญชี 1: ได้แก่ Dalbergia nigra กฎระเบียบทางการค้า
ไมม่ ขี อ้ ยกเวน้ กล่าวคอื ควบคุมทุกสว่ นของพชื และสว่ นทแ่ี ยกหรอื สกดั มาจากพืชดงั กลา่ ว

92 พืชอนรุ ักษ์

L

ไม่ว่าจะมีหรอื ไมม่ ชี ีวติ ผลิตภณั ฑไ์ ม้ที่ทำจากชนิดนี้ มักใชเ้ ป็นส่วนประกอบของเครื่องดนตรี
เช่น กีต้าร์ เปียโน ซึ่งต้องมีหนังสืออนุญาตประกอบในการนำเข้าและส่งออกเครื่องดนตร

ดงั กลา่ วดว้ ย

พืชอนรุ ักษ์บัญชี 2: มี 9 ชนดิ กับ 1 สกุล ได้แก่

- ชนิด Caesalpinia echinata #10 กฎระเบียบทางการค้า ควบคุมเฉพาะ

ไม้ซุง ไม้ที่เลื่อยแล้ว ไม้แผ่นอัด รวมถึงชิ้นไม้ท่ียังไม่ได้ประกอบเพ่ือใช้ในการทำคันชัก
สำหรบั เคร่ืองดนตรีประเภทเครอื่ งสาย

- สกลุ Dalbergia spp. #15 มกี ฎระเบียบทางการค้า หลายรปู แบบ ดังนี้

1. ควบคุมทุกส่วนของพืช และรวมถึงส่ิงท่ีแยกมาจากพืชดังกล่าว ยกเว้น ใบ
ดอก เรณู ผล และเมล็ด

2. การส่งออกที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า น้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม
ตอ่ การจัดส่ง 1 คร้ัง

3. สว่ นของพชื และสงิ่ ทแี่ ยกมาจากสว่ นดงั กลา่ วของ Dalbergia cochinchinensis
ใชค้ ำอธบิ ายแนบท้าย #4 สว่ นของพชื

4. สง่ิ ทแ่ี ยกมาจากสว่ นดงั กลา่ วของพชื สกลุ Dalbergia ทม่ี ถี นิ่ กำเนดิ และสง่ ออก
จากประเทศเม็กซโิ ก ใช้คำอธบิ ายแนบท้าย #6

- ชนดิ Guibourtia demeusei #15, Guibourtia pellegriniana#15 Guibourtia
tessmannii#15 ชือ่ สามญั ของไม้ทีท่ ำการค้าเรยี ก Bubinga กฎระเบยี บทางการค้า ควบคุม
ทกุ ส่วนของพืช และรวมถึงส่งิ ท่ีแยกมาจากพืชดังกล่าว ยกเวน้ ใบ ดอก เรณู ผล และเมล็ด,
การสง่ ออกทีไ่ ม่มวี ตั ถปุ ระสงค์เพ่อื การค้าน้ำหนกั ไม่เกนิ 10 กโิ ลกรัมต่อการจัดสง่ 1 คร้ัง

- ชนิด Pericopsis elata#5 ชอื่ สามญั ของไมท้ ี่ทำการคา้ เรยี ก Afrormosia หรือ
อะโฟโมเซีย กฎระเบียบทางการค้า ควบคมุ เฉพาะ ไมซ้ ุง ไม้ทเ่ี ลื่อยแล้ว และไมแ้ ผ่นบาง

- ชนิด Platymiscium pleiostachyum #4 กฎระเบียบทางการค้า ควบคุม

ทุกส่วนของพืชไม่ว่าจะมีหรือไม่มีชีวิต และส่วนที่แยกหรือสกัดมาจากพืชดังกล่าว ยกเว้น
เมล็ด สปอร์ เรณู (รวมถงึ กล่มุ เรณ)ู ตน้ อ่อนท่ไี ด้จากการเพาะเลย้ี งเนอ้ื เย่ือ ขนส่งในภาชนะ
ท่ปี ลอดเช้อื และดอกท่ีไดม้ าจากการขยายพันธ์เุ ทยี ม

- ชนิด Pterocarpus erinaceus กฎระเบียบทางการค้า ไม่มีข้อยกเว้น

กล่าวคือ ควบคุมทุกส่วนของพืช และส่วนท่ีแยกหรือสกัดมาจากพืชดังกล่าวไม่ว่าจะมีหรือ
ไมม่ ีชีวติ


พืชอนุรักษ์ 93

L

- ชนิด Pterocarpus santalinus #7 ชื่อสามัญของไม้ที่ทำการค้าเรียก
Sandalwood กฎระเบียบทางการค้า ควบคุมเฉพาะ ไม้ซุง ช้นิ ไมส้ ับ ผง และ สารสกัด

- ชนิด Senna meridionalis กฎระเบียบทางการค้า ไมม่ ีขอ้ ยกเวน้ กลา่ วคือ
ควบคุมทุกส่วนของพชื ไม่ว่าจะมหี รือไมม่ ีชวี ติ และส่วนที่แยกหรอื สกัดมาจากพชื ดังกล่าว

พชื อนุรักษบ์ ัญชี 3: มี 1 ชนดิ ไดแ้ ก่

- ชนิด Dipteryx panamensis ประเทศคอสตาริกา และนิคารากัว ที่เป็น

ผู้ร้องขอให้บรรจุไว้ในบัญชี 3 ถ้าชนิดพันธุ์ดังกล่าวส่งออกจากประเทศคอสตาริกา และ

นคิ ารากัว จะต้องมหี นังสอื อนุญาตส่งออก (CITES Export permit) แต่ถ้าพืชชนดิ นี้มาจาก
ประเทศอื่นจะต้องมีหนังสือรับรอง (Certificate) ว่ามีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศที่ไม่ได้ระบุ
ไว้ในบัญชี 3

กฎระเบียบทางการค้า ไม่มขี อ้ ยกเวน้ กลา่ วคอื ควบคมุ ทุกส่วนของพชื ไม่ว่าจะมี
หรอื ไม่มชี ีวิต และสว่ นท่แี ยกหรอื สกัดมาจากพชื ดังกล่าว

5. การใช้ประโยชน์

สว่ นใหญ่เนอื้ ไม้ใชท้ ำเฟอรน์ ิเจอร์ สว่ นประกอบของเครอื่ งดนตรี เช่น กตี าร์ กลอง
หรือคันชักสำหรับดนตรีประเภทเคร่ืองสาย สำหรับ Pterocarpus santalinus
ใช้ประโยชน์เป็นสมุนไพรโดยนำมาบด จะได้เป็นผงสีแดง ดังน้ัน ผงท่ีได้จากไม้ชนิดน้ีหรือ
ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากไม้หอมชนิดน้ี จะต้องมีหนังสืออนุญาตไซเตสในการนำเข้า

ส่งออก สำหรบั Senna meridionalis เป็นไมป้ ระดบั ประเภทบอนไซ





94 พชื อนุรักษ์


Click to View FlipBook Version