The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pang Natthiyaa, 2022-07-27 01:34:10

รายงานสรุปผู้บริหาร

แบบ สผ.1
ขผลกระทบส่ิงแวดล้อมและมาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบส่งิ แวดลอ้ ม
นเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง

มาตรการป้องกนั แก้ไข และลดผลกระทบส่ิงแวดล้อม มาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดล้อม

ระยะกอ่ สรา้ ง ระยะก่อสร้าง
- ใช้หลักการอนุรักษ์ดินและน้ำเพ่ือลดผลกระทบจากการเปิด - ไม่มีมาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดลอ้ ม
พืน้ ที่และการชะล้างพงั ทลายของดนิ
- การตัดต้นไม้ออกจากพื้นท่ีโครงการท่ีระดับเก็บกักและตัด
เฉพาะทจ่ี ำเป็นเพอื่ ลดผลกระทบดา้ นการชะล้างพังทลายของดิน

ระยะดำเนินการ ระยะดำเนินการ
- กรมชลประทานประสานงานขอความร่วมมือ กรมป่าไม้ และ - ไม่มีมาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบสง่ิ แวดล้อม
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธพุ์ ืช ในการปลกู ป่าทดแทน
ป่าท่ีสูญเสียไปจากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ รวมทั้งจัดเตรียม
มาตรการติดตามตรวจสอบการฟ้ืนตวั ของป่าไมท้ ีป่ ลกู ทดแทน

า 25-34

แบบรายการแสดงผลกระทบสงิ่ แวดล้อมที่สำคญั มาตรการปอ้ งกนั และแกไ้ ข
โครงการอ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะก่ัวอนั

ปจั จยั ดา้ น ผลกระทบตอ่ สงิ่ แวดล้อมทสี่ ำคัญ
สิ่งแวดลอ้ ม

4. คณุ ค่าต่อคุณภาพชีวิต
4.1 สภาพเศรษฐกจิ กรณีไมม่ ีโครงการ
และสงั คม - สภาพเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนในพื้นที่ศึกษาส่วนใหญ่เป็นสังคมเกษตรกรรม ทำสวน
ยางพาราและไม้ผลผสมภูมิลำเนาส่วนใหญ่เกิดในพ้ืนท่ี มีความพอใจในชุมชนของตน และไม่
คิดย้ายไปอยู่ท่ีอื่น ปัญหาในด้านการประกอบอาชีพ ได้แก่ ปัญหาด้านราคาผลผลิตตกต่ำ
ดา้ นการขาดแคลนแหล่งน้ำในการเพาะปลูก ด้านท่ีทำกินมีน้อยหรอื ไม่เพียงพอต่อการทำกิน
ด้านภัยแล้งซ้ำซากทุกปี ด้านน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี ส่วนปัญหาทางสังคม/คุณภาพชีวิต ได้แก่
ปัญหาหน้ีสิน เม่ือพิจารณาอนาคตกรณีที่ไม่มีการพัฒนาโครงการฯ คาดว่าวิถีชวี ิตและความ
เป็นอยขู่ องครัวเรือนจะไมแ่ ตกต่างไปจากสภาพปัจจุบัน แต่อาจประสบปัญหาจากสภาวะการ
ขาดแคลนนำ้ เพอื่ การอปุ โภคบริโภคและเพ่ือการเกษตรเพมิ่ มากขน้ึ
กรณมี ีโครงการ
ระยะก่อสรา้ ง ร
- ระหวา่ งการกอ่ สร้างน้ัน จะทำให้ลกั ษณะสงั คม สุขภาพอนามัย เศรษฐกิจ และความคิดเห็น -
มีการเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการเตรียมพื้นที่ของโครงการ ผู้ท่ีอยู่อาศัยและมีพื้นท่ีทำกิน ก
ในบริเวณพื้นที่ก่อสร้างของโครงการ ต้องมีการย้ายที่อาศัยออกไปอยู่ที่อ่ืนฉะนั้นจึงเป็นการ ท
เปลี่ยนแปลงทั้งหน้าที่และองค์ประกอบอาชพี รายได้ รายจ่าย และความคิดเห็น ซึ่งประเมิน ก
วา่ มผี ลกระทบในทางลบระดบั มาก (-4) -
- การก่อสร้างโครงสร้างหลัก ถึงแม้ผ้ทู ี่อยู่ในพ้ืนที่อา่ ง หรือว่าหัวงานของโครงการย้ายออกไป บ
แล้ว แต่ก็ยังต้องมีการปรับตัวต่อท่ีอยู่ใหม่ และ/หรือท่ีทำกินใหม่อย่างมากไม่ว่าจะเป็นใน -
การดำเนินชีวิต การประกอบอาชพี โดยเฉพาะการเพาะปลูกพืชท่เี ป็นไม้ผล ไมย้ ืนตน้ ตา่ งๆ ท่ี ก
ต้องใช้เวลาในการเติบโตกว่าจะได้ผลผลิตจึงมีผลกระทบทางลบต่อองค์ประกอบในการ ด
ดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ ฉะนั้นเลยมผี ลกระทบทางลบระดับปานกลาง (-3) -
- สำหรับผู้ท่ีอยู่ใกล้เคียงโครงการ และในเส้นทางการก่อสร้าง จะได้รับผลกระทบจากการ ก
ลำเลียงวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ท่ีจำเป็นแก่การก่อสร้างโครงการ รวมถึงการลำเลียงมูลดิน และ ผ
ต้นไม้ต่างๆ ที่ถูกตัดออกไปเพ่ือการก่อสร้างโครงการ จึงได้รับผลกระทบทางลบ ต่อการ -
สัญจรไปมา ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความสงบสขุ ที่เคยมีอยู่เดิม การฟุ้งกระจาย ต
ของฝุ่นละออง และเสียงดังจากการทำงานของเครื่องจักรต่างๆ จึงมีผลกระทบทางลบต่อ แ
สุขภาพอนามัยและการประกอบอาชีพท่ีได้รับความลำบาก หรือไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จึงมี
ผลกระทบทางลบในระดบั น้อย (-2)

ระยะดำเนินการ ร
- ภายหลังการก่อสร้างมีผลกระทบต่อลักษณะทางสังคม สุขภาพอนามัย เศรษฐกิจ และ -
ความคดิ เห็นกลา่ วคือเมอ่ื โครงการกอ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ จะชว่ ยทำใหม้ ีนำ้ ใช้ในการทำการเกษตร ต
อย่างไม่ขาดแคลน สามารถเพาะปลูกพืชผลต่างๆ ได้ตลอดท้ังปี อีกทั้งยังเป็นแหล่ง อ
ท่องเท่ียวเพิ่มขึ้นอีกแห่งหนึ่ง ประกอบกับเป็นการส่งเสริมให้ราษฎรในบริเวณใกล้เคียงมี -
อาชีพทเ่ี กยี่ วเนือ่ งจากโครงการอา่ งเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะก่วั อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อาจ ก

หนา้

แบบ สผ.1
ขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบสงิ่ แวดล้อม
นเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ

มาตรการป้องกนั แกไ้ ข และลดผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม มาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดล้อม

ระยะก่อสรา้ ง ระยะกอ่ สรา้ ง
- ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจในข้ันตอนการเตรียมการ - กรมชลประทานดำเนินการสำรวจความคิดเห็นและ
ก่อสร้าง โดยเฉพาะผู้ท่ีได้รับผลกระทบที่สูญเสียท่ีดินและ ผลกระทบท่ีเกิดข้ึนจากการก่อสร้างกับกลุ่มผู้นำชุมชน
ทรัพยส์ ิน พรอ้ มจ่ายคา่ ชดเชยอยา่ งเป็นธรรมใหแ้ ล้วเสรจ็ กอ่ นการ ป ระช าชน ผู้ ได้ รั บ ผ ล ก ระ ท บ แ ล ะป ระช าช น ใน พื้ น ท่ี
กอ่ สร้าง ชลประทาน จำนวน 370 ตัวอย่าง เพ่ือนำมาปรับปรุง
- จ้างแรงงานท้องถิ่น เพื่อกระจายรายได้สู่หมู่บ้านหรือชุมชน กิ จ ก รรม ก า รก่ อ ส ร้ า งโค รงก า รให้ เกิ ด ผ ล ก ระ ท บ ต่ อ
บรเิ วณโดยรอบโครงการ ประชาชนในท้องถิ่นให้น้อยท่ีสุด โดยดำเนินการต่อเน่ือง
- ประสานงานกบั ผู้นำชุมชนเพอื่ ใหเ้ กิดการมีส่วนร่วมกับชมุ ชนใน ตลอดระยะกอ่ สรา้ งโครงการ (ปีที่ 2-5)
การแก้ไขปัญหาและเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการ
ดำเนนิ งานโครงการตามมาตรการด้านสิง่ แวดล้อมทีไ่ ดเ้ สนอไว้
- จัดต้ังส่วนงานรับข้อคิดเห็นและปัญหาท่ีเกิดขึ้นในระหว่างการ
ก่อสร้าง เพื่อปรับปรุงการดำเนินการก่อสร้างโครงการให้เกิด
ผลกระทบน้อยท่สี ุดและสอดคลอ้ งกับปญั หาทีเ่ กิดกบั ชมุ ชน
- ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการดำเนินกิจกรรมต่างๆ
ตามข้ันตอนการก่อสร้างโครงการ เพ่ือเป็นการสร้างความเข้าใจ
และลดขอ้ วิตกกังวลของประชาชน

ระยะดำเนินการ ระยะดำเนินการ
- เผยแพร่ข้อมูลการดำเนินงานโครงการและผลการติดตาม - กรมชลประทานดำเนินการสำรวจการเปล่ียนแปลงสภาพ
ตรวจสอบทางดา้ นส่งิ แวดล้อมใหป้ ระชาชนไดร้ บั ทราบเปน็ ระยะๆ เศรษฐกิจและสังคม กับกลุ่มผู้นำชุมชน และประชาชนใน
อยา่ งตอ่ เนื่อง พ้ืนท่ีชลประทานจำนวน 370 ตัวอย่าง โดยดำเนินการ
- จัดให้มีส่วนงานรับข้อคิดเห็นหรือข้อร้องเรียนต่างๆที่เก่ียวข้อง ติดตามตรวจสอบปีเว้นปีในช่วง 3 ปีแรก (ปีที่ 5 7 และ 9)
กบั โครงการ รวมทัง้ จดั ให้มตี รู้ ับขอ้ คิดเหน็ ที่โครงการหรือทท่ี ำการ หลงั จากนั้นให้ดำเนนิ การทุก 5 ปี

า 26-34

แบบรายการแสดงผลกระทบสงิ่ แวดล้อมทส่ี ำคัญ มาตรการปอ้ งกนั และแก้ไข
โครงการอ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกว่ั อัน

ปัจจัยดา้ น ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทส่ี ำคญั
สิง่ แวดลอ้ ม
4.1 สภาพเศรษฐกจิ มรี ายได้เพ่ิมข้ึน เช่น จากการจัดแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ตลอดจนการค้าขายของต่างๆ ผ
และสังคม (ต่อ) ในบริเวณอ่างเก็บน้ำด้วย ซ่ึงจะก่อให้เกิดการสร้างงานที่ต่อเน่ืองได้ ในภาพรวมของช่วง พ
ระยะเวลาการดำเนินการของโครงการ หรือภายหลังการก่อสร้างจะมีผลกระทบต่อสภาพ ร
4.2 การชดเชยทด่ี ิน สงั คมเศรษฐกิจ สุขภาพอนามัย และความคดิ เห็นในทางบวกในระดับปานกลาง (+3) -
และทรพั ยส์ ิน กรณไี มม่ โี ครงการ แ
- เป็นพ้ืนที่ทำกินของราษฎร ซ่ึงพ้ืนที่ส่วนใหญ่ราษฎรปลกู พืชผลและไม้ยนื ต้นส่วนใหญ่ ก
เป็นยางพาราพนั ธุด์ ี ลองกอง สะตอ มังคุด ทุเรียนพันธุด์ ี จำปาดะ เนียง เทียม ขนุนพันธุ์ดี -
เงาะพันธ์ุดี เ
กรณีมีโครงการ -
ระยะก่อสร้าง ต
- การพฒั นาโครงการจึงทำให้มผี ลกระทบตอ่ ที่ดนิ ทำกิน และทรัพย์สนิ ของราษฎรทีจ่ ะตอ้ ง ไ
ถูกเวนคืน และจ่ายค่าชดเชย หรือค่าขนย้ายท่ีดินและทรัพย์สิน โดยมีผู้ได้รับผลกระทบ 2
ทั้งหมดในบริเวณพื้นที่หัวงาน และพ้ืนที่อ่างเก็บน้ำ จำนวน 79 ราย ท่ีดินทำกิน จำนวน -
106 แปลง และสามารถสรุปการประเมินมูลค่าชดเชย ค่าขนย้าย (ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์) ก
คา่ ทดแทน หรอื ค่าร้ือยา้ ยทรพั ย์สนิ ไดด้ งั นี้ แ
1. ท่ดี ิน : มีท่ีดินที่ได้รบั ผลกระทบท้ังส้ิน จำนวน 407 ไร่ 1 งาน 67 ตารางวา และประเมิน ร
เป็นค่าชดเชย หรอื ค่าขนยา้ ยที่ดิน ทงั้ หมด ประมาณ 18,680,000.30 บาท -
2. สิ่งปลูกสร้าง : มีส่ิงปลูกสร้างท่ีได้รับผลกระทบจำนวน 32 (หลัง, แปลง) คิดเป็นมูลค่า
ค่าทดแทน หรือคา่ รื้อย้ายส่ิงปลูกสรา้ ง ประมาณ 11,375,221.09 บาท
3. พืชผลและไม้ยืนต้น : พ้ืนท่ีที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ราษฎรปลูกพืชผลและ
ไม้ยืนต้น เป็นยางพาราพันธ์ุดี ลองกอง สะตอ มังคุด ทุเรียนพันธ์ุดี จำปาดะ เนียง เทียม
ขนุนพันธ์ุดี เงาะพันธุ์ดี และ สละ เป็นต้น ซ่ึงไม้ผลและไม้ยืนต้นที่ได้รับผลกระทบรวม
ท้ังหมด จำนวน 33,674 (ต้น, กอ) คิดเป็นมูลค่าชดเชย หรือค่าร้ือย้ายพืชผลและไม้ยืนต้น
รวม ประมาณ 108,689,828 บาท
- รวมเป็นมูลค่าการชดเชย การทดแทนท่ีดินและทรัพย์สินท้ังสิ้น 138,745,049.39
บาท หรือประมาณ 138.75 ลา้ นบาท ดงั น้ัน ก่อนท่ีจะดำเนนิ การก่อสร้างองคป์ ระกอบ
โครงการและอาคารประกอบจะต้องมกี ารแจ้งและประชาสมั พนั ธใ์ ห้เจา้ ของพื้นทท่ี ่ีไดร้ ับ
ผลกระทบจากการสูญเสียที่ดินและทรัพย์สินทราบล่วงหน้า พร้อมทั้งจ่ายค่าชดเชย
ค่าทดแทน หรือค่าร้ือย้ายที่ดินและทรัพย์สินในราคาท่ีเหมาะสมและยุติธรรม จึงเป็น
ผลกระทบในระดบั ปานกลาง (-3)
ระยะดำเนินการ
- ไมม่ ีผลกระทบ (0)

หนา้

แบบ สผ.1
ขผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มและมาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดล้อม
นเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ

มาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบส่งิ แวดลอ้ ม มาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดล้อม
ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อรับข้อมูลความคิดเห็นสำหรับนำไปปรับปรุงและ
พฒั นาการดำเนินโครงการ

ระยะก่อสรา้ ง ระยะกอ่ สรา้ ง
- ประชาสมั พนั ธเ์ พ่อื ช้ีแจง้ สรา้ งความข้าใจใหก้ บั ผไู้ ด้รับผลกระทบ - ไมม่ ีมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบส่งิ แวดลอ้ ม
และดำเนินการจ่ายค่าชดเชยที่ดินและทรัพย์สินให้แล้วเสร็จก่อน
การกอ่ สรา้ ง
- ประชาสัมพนั ธ์ให้ประชาชนได้ทราบว่าโครงการอ่างเก็บน้ำบ้าน
เหมอื งตะกัว่ เป็นโครงการทม่ี ีลกั ษณะอย่างไร เม่อื ใดจงึ แล้วเสรจ็
- กรมชลประทานมีหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินคา่ ทดแทนทรัพยส์ ิน
ตามมติคณะรฐั มนตรี เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2532 (กรณีที่ดินที่
ไม่มีเอกสารสิทธิ์) และมติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันท่ี 22 เมษายน
2539 โดยไม่มีการจัดหาที่ดนิ ทำกินใหใ้ หม่
- กรมชลประทานจะต้องรีบดำเนินการแต่งต้ังคณะกรรมการ
กำหนดค่าชดเชยที่ดินและทรัพย์สินเพื่อทำหน้าท่ีในการตัดสินใจ
และกำหนดราคาคา่ ชดเชยท่ีเปน็ ธรรม

ระยะดำเนินการ ระยะดำเนินการ
- ไมม่ มี าตรการปอ้ งกนั แก้ไข และลดผลกระทบสง่ิ แวดล้อม - ไมม่ ีมาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบสงิ่ แวดล้อม

า 27-34

แบบรายการแสดงผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มทีส่ ำคัญ มาตรการปอ้ งกันและแกไ้ ข
โครงการอ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกัว่ อนั

ปจั จยั ดา้ น ผลกระทบต่อส่งิ แวดลอ้ มที่สำคัญ
สิง่ แวดล้อม
4.3 สุขภาพอนามัย กรณไี มม่ ีโครงการ
และการบริการ การประเมนิ ผลกระทบด้านการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข
สาธารณสุข - จังหวัดพัทลุงมีสถานบริการสาธารณสุขท้ังของรัฐและเอกชน ครอบคลุมทุกอำเภอ มี
โรงพยาบาลพัทลุงซ่ึงเป็นโรงพยาบาลท่ัวไปขนาด 450 เตียง ระดับตติยภูมิ ในระดับ
อำเภอมีโรงพยาบาลชุมชน ขนาดใหญ่ 30 เตียง ได้แก่ โรงพยาบาลป่าบอนและ ร
โรงพยาบาลตะโหมด -
การประเมินผลกระทบดา้ นการเจบ็ ป่วยจากสารกำจัดศัตรูพืช เ
- จากข้อมูลอัตราป่วยจากพาสารกำจัดศัตรูพืชในพื้นที่ศึกษาพบวา่ แนวโน้มผู้ป่วยลดลง โ
อย่างมากในปี 2562 คือ มีอัตราป่วยเป็น 0 ต่อประชากรแสนคน เกษตรกรในพืน้ ทไ่ี ดร้ ับ -
การดูแลและคดั กรองความเสยี่ งอย่างตอ่ เน่อื งจากสถานบรกิ ารสาธารณสขุ ในพ้นื ที่ โ
โรคทีม่ ยี งุ เป็นพาหะนำโรค ใ
- โรคที่มียุงเป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ ได้แก่ โรคมาลาเรีย ไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และโรค -
เท้าช้าง จากสถานการณ์โรคติดต่อที่มียุงเป็นพาหะในพื้นที่ พบว่าไข้เลือดออก เป็นโรคที่ ใ
พบอตั ราการป่วยสูง และมแี นวโนม้ สูงขึน้ เรอ่ื ยๆ อำเภอตะโหมด เป็นอำเภอทีพ่ บอัตราป่วย -
ดว้ ยโรคไข้เลอื ดออกสงู ที่สุดในจงั หวดั พัทลุง โรคมาลาเรยี โ
กรณมี โี ครงการ แ
ระยะก่อสรา้ ง ร
การประเมินผลกระทบด้านการบริการทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ -
- ใช้ระยะเวลาก่อสร้างรวม 4 ปี มีคนงานเข้ามาดำเนินการก่อสร้างประมาณ 200 คน -
ซึ่งการทีค่ นเข้ามาเพ่ิมในพ้ืนท่ี อาจเกิดอบุ ัติเหตุหรือการเจ็บป่วยและจำเปน็ ต้องเข้ามา แ
ใช้บริการหน่วยงานด้านสาธารณสุข อาจมีผลกระทบต่อการเข้าใช้บริการของคนใน -
พ้ืนที่ เช่น ต้องใช้เวลาในการรอรบั บริการเพิ่มมากขึ้น ประชาชนในพ้ืนท่ีโครงการและ ป
บุคลากรดา้ นสาธารณสุขในพ้ืนท่ี จึงเป็นผลกระทบในระดบั นอ้ ย (-2) -
การประเมินผลกระทบด้านสภาวะทางโภชนาการ -
- ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ทำให้ประชาชนในพ้ืนที่มีรายได้เพิ่มมากข้ึน จากการ
ขายผลผลิตทางการเกษตร ทำให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น และมีภาวะโภชนาการท่ีดีข้ึน
จึงเปน็ ผลกระทบในระดับน้อย (+2)
การประเมินผลกระทบดา้ นการเจ็บป่วยจากสารกำจดั ศัตรูพชื
- ไมม่ ผี ลกระทบ
โรคทมี่ ยี งุ เปน็ พาหะนำโรค

หน้า

แบบ สผ.1
ขผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิง่ แวดล้อม
นเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ

มาตรการปอ้ งกนั แก้ไข และลดผลกระทบสิง่ แวดลอ้ ม มาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดลอ้ ม

ระยะก่อสร้าง
- ควรจัดให้มีหน่วยปฐมพยาบาลและเวชภัณฑ์พ้ืนฐานอย่าง
เพียงพอภายในพ้ืนท่ีกอ่ สร้าง รวมทั้งจดั ให้มีรถสำหรบั นำผปู้ ่วยส่ง
โรงพยาบาลไดท้ นั ทกี รณีฉุกเฉนิ หรือเกิดอบุ ัติเหตุ ระยะก่อสรา้ ง
- ให้มกี ารตรวจสุขภาพคนงานก่อนเข้าทำงาน เพ่ือป้องกันการนำ
โรคติดต่อเข้ามาแพร่ระบาดในบริเวณบ้านพักคนงานและชุมชน การประเมนิ ผลกระทบด้านการบริการทางการแพทย์และ
ใกลเ้ คียง สาธารณสุข
- ให้ความรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยแก่คนงาน และ - พน้ื ที่ ชมุ ชนท่ีอยใู่ กลพ้ ้ืนท่ีก่อสรา้ ง โดยจัดทำรายงานการ
ใหม้ กี ารควบคมุ ดูแลการปฏบิ ตั งิ านอยา่ งใกล้ชดิ ปฏบิ ตั งิ าน ทุก 1 เดือน ทกุ 6 เดอื น
- ประสานงานกับโรงพยาบาลจังหวัดพัทลุง โรงพยาบาลป่าบอน - ควรจัดให้มีหน่วยปฐมพยาบาลและเวชภัณฑ์พ้ืนฐาน
โรงพยาบาลตะโหมด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองธง อย่างเพียงพอภายในพื้นท่ีก่อสร้าง รวมท้ังจัดให้มีรถ
และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพรุนายขาวเพ่ือเตรียมการ สำหรับนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลได้ทันทีกรณีฉุกเฉินหรือ
รองรบั การใช้บริการทางการแพทยจ์ ากคนงานก่อสร้าง เกิดอุบัติเหตุ
- พิจารณารบั คนในพนื้ ท่ีเขา้ ทำงานใหม้ ากทส่ี ุด - ประสานงานกับโรงพยาบาลอำเภอป่ าบอน และ
- ควรมีการจัดเตรียมพ้ืนที่ก่อสร้าง และกำหนดขอบเขตให้ชัดเจน โรงพ ยาบาลส่ งเสริ มสุ ขภ าพ ตำบ ลที่ อยู่ ใกล้ เคี ยงเพื่ อ
และควบคมุ การก่อสรา้ งใหด้ ำเนินการในพ้ืนท่ีท่ีกำหนด
- งดการก่อสร้างในเวลากลางคืน โดยเฉพาะในพ้ืนที่ใกล้ชุมชน เพ่ือ เตรียมการรองรับการใช้บริการทางการแพทย์จากคนงาน
ป้องกันเสียงรบกวนในเวลาพักผ่อนของประชาชนในพ้ืนท่ี กอ่ สร้าง
- ฉดี พรมน้ำบริเวณพน้ื ท่กี ่อสรา้ ง ทม่ี กี ิจกรรมก่อใหเ้ กดิ ฝนุ่ ละออง โรคท่ีมยี ุงเป็นพาหะนำโรค
- ควบคุมกำกับใหร้ ถขนส่งวสั ดุอุปกรณ์ก่อสรา้ ง และยานพาหนะอื่นๆ

า 28-34

แบบรายการแสดงผลกระทบสง่ิ แวดล้อมทส่ี ำคญั มาตรการป้องกันและแกไ้ ข
โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะก่ัวอนั

ปัจจยั ดา้ น ผลกระทบต่อส่งิ แวดล้อมทส่ี ำคัญ
สิง่ แวดลอ้ ม
4.3 สขุ ภาพอนามัย - มีคนงานก่อสรา้ งเข้ามาในพ้ืนที่ มีการก่อสร้างบ้านพกั คนงาน ซึง่ หากมีภาชนะเก็บกัก ท
และการบรกิ าร นำ้ ขยะ จะมีโอกาสในการแพร่กระจายยุงพาหะนำโรค โดยเฉพาะโรคไข้เลอื ดออกและ ป
สาธารณสุข (ตอ่ ) ชิคุนกุนยาในพ้ืนท่ีได้ จึงเป็นผลกระทบในระดับปานกลาง (-3) สำหรับโรคมาลาเรีย -
จะมีความเสี่ยงต่ำกว่า เนื่องจากไม่พบยุงพาหะ และไม่พบโรคมาลาเรียในพื้นที่ กลุ่ม แ
เสี่ยง ได้แก่ คนงานก่อสร้าง ประชาชนในพ้ืนท่ี จงึ เป็นผลกระทบในระดับนอ้ ย (-2) -

-


-




-

-







-




-


หนา้

แบบ สผ.1
ขผลกระทบส่ิงแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดลอ้ ม
นเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ

มาตรการปอ้ งกัน แกไ้ ข และลดผลกระทบส่ิงแวดล้อม มาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดล้อม

ที่เก่ียวข้อง ใช้ความเร็วตามที่กำหนด มีการใช้ผ้าใบคลุมรถขนส่งเพื่อ - พ้นื ที่ก่อสร้างบ้านพกั คนงาน
ปอ้ งกนั ฝุ่น - กำหนดให้ผู้รับเหมามีมาตรการป้องกันยุงกัดให้กับ
- จัดให้การประชาสัมพันธ์โครงการเพ่ือสร้างความเข้าใจต่อโครงการ คนงาน โดยการให้ความรู้ คำแนะนำถึงวิธีการป้องกัน
และลดความกงั วลของประชาชนในพื้นท่ี ตนเองจากยุงกัด เช่น สวมเสอ้ื ผา้ ปกปิดร่างกายให้มิดชิด
- ติดตามประเด็นข้อห่วงกังวลของประชาชนในพ้ืนท่ี และจัดให้มีผู้ นอนในมงุ้ การใชย้ าทากันยงุ ยาจุดกันยุง
ประสานงานเพอื่ แก้ไขปัญหา และขอ้ ร้องเรียนต่างๆ
- จัดให้มีการตรวจติดตามและคัดกรองด้านปัญหาสุขภาพจิตและ - ให้ความรู้ในการป้องกันยุงกัด และจัดหายากันยุง
ความเครียด และให้คำปรึกษาแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก ให้กบั เจ้าหนา้ ท/่ี พนกั งานทเ่ี ข้าไปทำงานในพืน้ ที่
โครงการ
- กำหนดให้ผ้รู ับเหมามมี าตรการป้องกันยุงกัดให้กับคนงานโดยการให้
ความรู้ คำแนะนำถึงวิธีการป้องกันตนเองจากยุงกัด เช่น สวมเส้ือผ้า
ปกปิดร่างกายให้มิดชิด นอนในมุ้ง การใช้ยาทากันยุง ยาจุดกันยุง
และวิธีกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เช่น ปิดฝาภาชนะใส่น้ำ ป้องกันน้ำ
ขงั เปน็ ตน้
- ให้ความรู้ในการป้องกันยุงกัด และจัดหายากันยุงให้กับเจ้าหน้าท่ี/
พนักงานทีเ่ ขา้ ไปทำงานในพืน้ ท่ี
- จัดให้มีบ้านพักคนงานให้พอเพียงกับจำนวนคนงาน และสถานที่
ก่อสร้างบ้านพักควรอยู่ห่างจากแหล่งน้ำไม่น้อยกว่า 100 เมตร
และจัดหาสาธารณูปโภคท่ีถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลให้เพียงพอ
เช่น น้ำสะอาดสำหรับด่ืม ห้องน้ำและห้องส้วม ในอัตรา 1 ห้อง/
คนงาน 15 คน ให้มีระบบกำจดั น้ำเสยี และสิง่ ปฏิกูลภายในบรเิ วณท่ี
พักคนงาน และห้ามไม่ให้มีการระบายของเสียออกสู่แหล่งน้ำ
สาธารณะ เพื่อป้องกันการระบาดของโรคอุจจาระร่วงและโรคติดเช้ือ
ระบบทางเดนิ อาหาร
- ให้ความรู้แก่คนงานในพ้ืนท่ีด้านสขุ อนามยั ไดแ้ ก่ ให้ความรู้เรอ่ื งการ
บริโภคอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ และปรุงให้สุกใหม่ๆ เน้นย้ำเรื่อง
การล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนประกอบอาหาร และก่อนบริโภค
อาหาร การสวมใส่รองเท้าขณะทำงาน เพ่ือป้องกันโรคพยาธทิ ่ีติดต่อ
ทางดิน โรคเลปโตสไปโรซิส เปน็ ตน้
- กำหนดให้ผู้รับเหมาก่อสร้างคัดกรองและตรวจสุขภาพคนงาน
กอ่ สร้าง

า 29-34

แบบรายการแสดงผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มทสี่ ำคัญ มาตรการป้องกนั และแกไ้ ข
โครงการอ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกั่วอัน

ปัจจยั ดา้ น ผลกระทบตอ่ สงิ่ แวดล้อมทีส่ ำคญั
สิง่ แวดลอ้ ม
4.3 สขุ ภาพอนามยั ระยะดำเนนิ การ ร
และการบรกิ าร การประเมินผลกระทบดา้ นการบริการทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ก
สาธารณสขุ (ต่อ) - เป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพ่ิมเติมสำหรับการเพาะปลูกในพ้ืนที่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสวนผลไม้ ส
อาจทำให้เกิดการจ้างงานด้านเกษตรเพิ่มข้ึน มีคนต่างถ่ินเข้ามาในพื้นที่เพ่ิมมากข้ึน เ
จึงเปน็ ผลกระทบในระดบั นอ้ ยทสี่ ดุ (-1) -
การประเมนิ ผลกระทบด้านสภาวะทางโภชนาการ ร
- ภาวะโภชนาการของประชาชนและเดก็ ในพ้นื ท่ี การพฒั นาแหล่งเกบ็ กักนำ้ และ ระบบ เ
ชลประทาน จะทำให้การเพาะปลูกดีขึ้น และเศรษฐกิจดีข้นึ แหลง่ น้ำทเี่ พมิ่ ขึ้นอาจสง่ ผล อ
ต่อการเพ่ิมแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ทำให้มีแหล่งอาหารเพิ่มมากข้ึนจึงเป็น โ
ผลกระทบในระดับปานกลาง (+3) เ
การประเมนิ ผลกระทบดา้ นการเจ็บป่วยจากสารกำจัดศตั รพู ชื ใ
- มีโอกาสที่ประชาชนจะสามารถทำเกษตรกรรมได้มากขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงต่อการ เ
เจบ็ ปว่ ยจากสารกำจดั ศตั รพู ชื มากขน้ึ กลุม่ เสี่ยง คือ ผู้ประกอบอาชพี เกษตรกรรม เดก็ ป
และผู้สูงอายุ ซึ่งอาจมีความไวรับต่อสารพิษมากกว่าคนปกติ รวมถึงผู้บริโภคพืชผักท่ี อ
อาจมีการปนเป้อื นสารกำจัดศัตรพู ืช จงึ เป็นผลกระทบในระดบั น้อย (-2) แ
โรคทม่ี ียุงเปน็ พาหะนำโรค -
- มีการเก็บกักน้ำและเพ่ิมพื้นท่ีชลประทาน ทำให้ประชาชนมีโอกาสจะเก็บน้ำเพ่ือ ค
อุปโภคบรโิ ภคในครัวเรอื นมากขึน้ อาจทำให้เกิดเป็นแหล่งเพาะพันธ์ุยุงและยุงมีจำนวน โ
เพ่ิมมากข้ึน ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคติดต่อท่ีมียุงเป็นพาหะในพ้ืนท่ีเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะ -
อย่างยิ่งโรคไข้เลือดออกและชิคุนกุนยาซึ่งเป็นโรคท่ีพบในพ้ืนที่อยู่เดิม กลุ่มเส่ียงได้แก่ ป
ประชาชนในพนื้ ที่ จงึ เปน็ ผลกระทบในระดับปานกลาง (-3) -





-

-


หนา้

แบบ สผ.1
ขผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มและมาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบสิง่ แวดล้อม
นเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ

มาตรการป้องกนั แก้ไข และลดผลกระทบส่ิงแวดล้อม มาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดล้อม

ระยะดำเนินการ ระยะดำเนินการ
กรมชลประทานประสานงานกับหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องทั้ง การประเมนิ ผลกระทบดา้ นสภาวะทางโภชนาการ
สาธารณสุขจังหวัด กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร - พืน้ ท่ีรับประโยชน์จากโครงการ ติดตามทุก 1 ปี
เป็นต้น ในการดำเนินการตามมาตรการดงั ต่อไปน้ี - ส่งเสริมด้านการเกษตร และให้ความรู้แก่เกษตรกรใน
- สนับสนุนให้มีโครงการส่งเสริมสุขภาพ ให้ความรู้ในการเลือก พ้ืนท่ี เป็นการเพ่ิมผลผลิตและความหลากหลายของ
รับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ เพื่อลดความเส่ียงในการ พืชผักในพ้ืนที่สำหรับให้ประชาชนได้เลือกบริโภคและ
เกิดภาวะน้ำหนักเกิน และการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค เปน็ การเพิ่มรายได้ใหก้ บั ผู้ทำอาชีพเกษตรกร
อาหาร ซึ่งมีอัตราป่วยสูงในพ้ืนท่ี เช่น โรคความดันโลหิตสูง และ - จัดให้มีโครงการส่งเสริมสุขภาพ ให้ความรู้ในการเลือก
โรคเบาหวาน แม้โรคดังกล่าวมิไดเ้ ป็นผลกระทบจากโครงการ แต่ รับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ เพ่ือลดความ
เป็นการช่วยเสริมผลกระทบด้านบวกของโครงการซึ่งคาดวา่ จะทำ เส่ียงในการเกิดภาวะน้ำหนักเกิน และการเกิดโรคท่ี
ให้มีแหล่งอาหารท่ีหลากหลายจากการทำการเกษตรมากข้ึน เก่ยี วขอ้ งกบั การบรโิ ภคอาหาร
เศรษฐกิจดีข้ึน ทำให้เพิ่มทางเลือกในการรับประทานอาหารที่มี การประเมินผลกระทบด้านการเจ็บป่วยจากสารกำจัด
ประโยชน์ได้มากข้ึน และให้ความรู้และสนับสนุนการรับประทาน ศัตรูพชื
อาหารที่ปรุงสุก เพ่ือเป็นการป้องกันโรคติดต่อ เช่น อุจจาระร่วง - พ้ืนท่ีรบั ประโยชน์จากโครงการ ติดตามทุก 1 ปี
และโรคพยาธิ - เผยแพร่ความรเู้ ก่ียวกับความเป็นพษิ ของสารเคมกี ำจัด
- จัดให้มีการตรวจติดตามและคัดกรองด้านปัญหาสุขภาพจิตและ ศตั รูพืชแต่ละชนดิ เน่ืองจากมีความเป็นพิษต่างกัน และ
ความเครียดและให้คำปรึกษาแก่ประชาชนท่ีได้รับผลกระทบจาก มพี ิษทั้งแบบเฉียบพลันและพิษเร้ือรัง เพ่ือให้ผใู้ ช้ตระหนัก
โครงการ ถงึ อนั ตรายและระมดั ระวังในการใชม้ ากขึ้น
- ตดิ ตามประเดน็ ข้อห่วงกังวลของประชาชนในพื้นท่ี และจดั ให้มีผู้ - สนับสนุนโครงการปลูกพืชโดยหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี
ประสานงานเพ่อื แก้ไขปัญหา และข้อรอ้ งเรียนตา่ งๆ และให้ความรแู้ กป่ ระชาชนในพน้ื ทใ่ี นการทำเกษตรอนิ ทรีย์
- สนับสนุนการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับความเป็นพิษของสารเคมี - ให้ความรู้และส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วน
กำจัดศัตรูพืชแต่ละชนิด ที่เกษตรกรในพื้นท่ีนิยมใช้ เนื่องจากมี บคุ คล เพ่ือลดโอกาสรับสมั ผสั กับสารกำจดั ศตั รูพืช
ความเป็นพิษต่างกัน และมีพิษทั้งแบบเฉียบพลันและพิษเร้ือรัง โรคท่มี ียงุ เปน็ พาหะนำโรค
เพื่อให้ผู้ใช้ตระหนักถึงอันตรายและระมัดระวังในการใช้มากข้ึน โรคทม่ี ยี งุ เปน็ พาหะนำโรค
เพื่อเป็นการลดผลกระทบจากการได้รับสารเคมีเน่ืองจากการทำ - พื้นที่รับประโยชน์จากโครงการ ติดตามทุก 1 ปี
การเกษตรทเี่ พ่มิ ขนึ้ - เผยแพร่ความรู้ ประชาสัมพันธ์ เพ่ือกระตุ้นให้ประชาชน
- สนับสนุนโครงการปลูกพืชโดยหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี และให้ มีพฤติกรรมสุขภาพในการป้องกันยุงกัด โดยเฉพาะ
ความรู้แก่ประชาชนในพืน้ ท่ีในการทำเกษตรอินทรีย์ ประชาชนที่มอี าชีพหรือการดำเนินชีวิตท่ีเสยี่ งต่อการถูกยุง
- ให้ความรู้และส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เพื่อลด พาหะกัดได้งา่ ย เช่น นอนในมุ้ง สวมเส้ือแขนยาว กางเกง
โอกาสรับสมั ผสั กบั สารกำจัดศัตรพู ชื ขายาว ใช้ยาทากันยงุ และใช้ยาจุดกนั ยุง

า 30-34

แบบรายการแสดงผลกระทบสงิ่ แวดล้อมท่สี ำคัญ มาตรการป้องกนั และแกไ้ ข
โครงการอา่ งเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกว่ั อนั

ปจั จัยดา้ น ผลกระทบตอ่ สิง่ แวดล้อมทีส่ ำคัญ
ส่งิ แวดล้อม
4.3 สุขภาพอนามยั -
และการบรกิ าร พ
สาธารณสุข (ต่อ) อ

4.4 การทอ่ งเทยี่ ว ย
กฬี าแหล่งนันทนาการ -
และสนุ ทรยี ภาพ -


-


-
-


-





-


กรณไี ม่มโี ครงการ
- แหล่งท่องเท่ียวที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณพื้นท่ีโครงการ ได้แก่ อำเภอป่าบอน และอำเภอตะ
โหมด จังหวัดพัทลุง พบว่า น้ำตกลาดเตย น้ำตกโตนสะตอ และ ภูบรรทัด เป็นแหล่ง
ทอ่ งเที่ยวในพื้นที่ท่ีสำคัญ รูปแบบการพักผ่อนหย่อนใจและแหล่งท่องเที่ยวเดิมโดยรอบส่วน
ใหญ่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ มากที่สุด รองลงมาเป็นแหล่งท่องเท่ียวตาม
ธรรมชาติ ตามลำดับ กจิ กรรมการพักผ่อนหยอ่ นใจเป็นของชาวไทยเป็นหลกั

หน้า

แบบ สผ.1
ขผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มและมาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบส่งิ แวดล้อม
นเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ

มาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดล้อม

- เผยแพร่ความรู้ ประชาสัมพันธ์ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนมี - การจดั ให้มีโครงการกำจดั ยุงและลกู นำ้ ยุงลายในบ้าน
พฤติกรรมสุขภาพในการป้องกันยุงกัด โดยเฉพาะประชาชนที่มี
อาชพี หรือการดำเนนิ ชวี ิตท่เี สย่ี งต่อการถูกยุงพาหะกัดได้ง่าย เช่น
นอนในมุ้ง สวมเส้อื แขนยาว กางเกงขายาว ใช้ยาทากันยุง และใช้
ยาจุดกนั ยงุ
- การจดั ใหม้ โี ครงการกำจัดยุงและลกู นำ้ ยุงลายในบ้าน
- ควรมีการรณรงค์ให้ความรู้เร่ืองการบริโภคอาหารอย่างถูก
สุขลักษณะและปรุงให้สุกใหม่ๆ เน้นย้ำเรื่องการล้างมือให้สะอาด
ทุกครัง้ กอ่ นประกอบอาหาร และกอ่ นบรโิ ภคอาหาร
- ส่งเสริมการสุขาภิบาลและสุขอนามัยในครัวเรือน เช่น การล้าง
มือ การจัดเก็บและทำความสะอาดภาชนะเก็บน้ำดื่ม การกำจัด
ขยะ น้ำเสีย การใช้ส้วม อย่างถกู ต้องตามหลกั สุขอนามัย
- ตดิ ตามคณุ ภาพน้ำเพื่อการอปุ โภคบริโภคของประชาชนในพน้ื ที่
- ให้ความรูแ้ ละรณรงค์ให้ประชาชนในพน้ื ท่ีบริโภคอาหารท่ีปรงุ สกุ
งดทานอาหารสุกๆ ดิบๆ เพ่ือป้องกันการเกิดโรคพยาธิ และ
แนะนำให้ขบั ถา่ ยในสว้ มเพื่อป้องกนั การแพร่กระจายของไขพ่ ยาธิ
- ใหส้ ุขศึกษาแก่ประชาชนถงึ วธิ ีการติดต่อของโรคเลปโตสไปโรซิส
หรือโรคฉี่หนู ซึ่งพบเชื้อดังกล่าวได้ในแหล่งน้ำขัง โดยหลีกเล่ียง
กิจกรรม เช่น การว่ายน้ำ แช่หรือลยุ ในน้ำท่ีอาจปนเปื้อนเช้ือจาก
ปสั สาวะของสัตว์นำโรค หรือถ้าจำเป็นควรสวมรองเท้าบู๊ต หากมี
แหล่งน้ำขงั ท่ีอาจมีการปนเปอื้ นเช้ือ ควรล้างระบายนำ้ ที่ปนเป้ือน
ออกไปและควบคุมกำจดั หนูซ่ึงเป็นพาหะนำโรคในบริเวณท่ีอยูอ่ าศัย
- ให้ความรู้ด้านสาเหตุการเกิดโรคและวิธีการป้องกันโรคเมลิออย
โดสิส เชน่ ดื่มนำ้ สะอาด และสวมรองเท้าบตู๊ ขณะทำงาน

า 31-34

แบบรายการแสดงผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มทส่ี ำคัญ มาตรการปอ้ งกันและแกไ้ ข
โครงการอา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกว่ั อนั

ปัจจยั ดา้ น ผลกระทบตอ่ ส่ิงแวดล้อมที่สำคัญ
ส่งิ แวดลอ้ ม
4.4 การทอ่ งเทยี่ ว กรณีมีโครงการ ร
กฬี าแหล่งนันทนาการ ระยะก่อสรา้ ง -
และสุนทรยี ภาพ - กิจกรรมการก่อสร้างอาจจะส่งผลกระทบต่อแหล่งท่องเที่ยวและการท่องเท่ียวบ้างบางแห่ง ผ
(ต่อ) ท่ีอยู่ ในเส้นทางคมนาคมเดียวกันกับโครงการท่ีจะต้องใช้ในการขนส่งวัสดุก่อสร้าง เช่น ใ
น้ำตกโตนสะตอ แต่ผลกระทบจะเกิดขึ้นในระดับน้อยมาก (-1) เน่ืองจากปริมาณการขนส่ง เ
ของโครงการมีไม่มากนัก และเป็นผลกระทบชว่ั คราว ในระยะก่อสรา้ งโครงการ ใ



-




ระยะดำเนนิ การ ร
ด้านการท่องเที่ยว บริเวณพ้ืนท่ีหัวงาน อ่างเก็บน้ำอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสงวน -
แห่งชาติป่าเทือกเขาบรรทัด แปลงท่ี 1 ตอนที่ 3 และเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด ป
ลักษณะพ้ืนท่ีทำให้มีศักยภาพเป็นแหล่งท่องเท่ียวพักผ่อนหย่อนใจและเส้นทางสำรวจ อ
ธรรมชาตทิ ี่โครงการสามารถพัฒนาให้เปน็ แหลง่ ท่องเที่ยวในระดบั ทอ้ งถนิ่ ได้ 1 แหง่ คือ -
นำ้ ตกโตนสะตอ แ
ด้านสุนทรียภาพ พ้ืนท่ีบริเวณโครงการและพื้นท่ีข้างเคียง เป็นพื้นท่ีที่ยังคงความเป็น -
ธรรมชาติสูง ทำให้เกิดพ้ืนท่ีน้ำเพ่ิมในบริเวณพ้ืนท่ีราบเชิงเขา ทำให้เกิดความสวยงาม ล
ของทัศนียภาพ ทั้งน้ีควรปรบั ปรุงภูมิทัศน์โดยรอบอ่างเก็บน้ำและบริเวณพื้นท่ีหัวเขื่อน ส
เพ่ือลดผลกระทบทางสายตาและปรับให้สภาพหัวเข่ือนของโครงการให้กลมกลืนกับ
สภาพธรรมชาติโดยรอบมากข้ึน จึงคาดว่าผลกระทบด้านบวกต่อการท่องเที่ยวและ
สุนทรียภาพในระดับปานกลาง (+3)

หนา้

แบบ สผ.1
ขผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มและมาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบส่งิ แวดลอ้ ม
นเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ

มาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบส่ิงแวดลอ้ ม มาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดล้อม

ระยะกอ่ สร้าง ระยะก่อสร้าง
- การก่อสร้างใดๆ ย่อมเปลี่ยนทัศนียภาพเดิม แต่ไม่น่าจะมี - ไมม่ มี าตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดล้อม
ผลกระทบทางลบมากนัก เพราะไม่ใช่การก่อสร้างขนาดใหญ่ ไม่
ใช้อุปกรณ์เครื่องมือขนาดใหญ่ ไม่น่าจะเกิดมีความส่ันสะเทือน
เสียง ฝุ่น เศษดิน ในระดับที่เป็นปัญหา เพราะพ้ืนที่ก่อสร้างส่วน
ใหญ่อยู่ในพ้ืนท่ีธรรมชาติและเกษตรกรรม จะมีช่วงท่ีผ่านใกล้
ชุมชนหรอื ใกล้บ้านเรือนซ่ึงอาจป้องกันเปน็ บางตำแหน่ง โดยการ
กัน้ ร้ัวแสดงบริเวณกอ่ สรา้ งท่ีชัดเจน รดน้ำถนนเพ่อื ลดฝุ่น เป็นต้น
โดยเฉพาะในหนา้ แล้ง
- รักษาสภาพเดิมของพ้ืนท่ีโดยการเก็บรักษาต้นไม้ท่ีมีอยู่เดิมให้
มากท่ีสุด และต้องปลูกต้นไม้ใหม่เพื่อทดแทนหรือฟ้ืนฟูสภาพ
ธรรมชาติและเพื่อความร่มร่ืน ซ่ึงจะช่วยทำให้พ้ืนที่บริเวณ
โครงการมีทัศนียภาพที่สวยงาม

ระยะดำเนินการ ระยะดำเนนิ การ
- หลังการกอ่ สรา้ ง กรมชลประทานรว่ มกับกรมอทุ ยานแห่งชาติ สัตว์ - ไมม่ ีมาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบส่งิ แวดล้อม
ป่า และพันธุ์พืช เปิดดำเนินการมีการจัดเส้นทางท่องเที่ยวเชิง
อนุรักษร์ ิมขอบอ่างเก็บน้ำเพอื่ เข้าถึงน้ำตกโตนสะตอ
- จัดแต่งสภาพภูมิทัศน์บริเวณโครงการให้มีความสวยงามเพื่อเป็น
แหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชุมชนบริเวณใกลเ้ คยี ง
- ประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือราษฎรท่ีอาศัยอยู่บริเวณริม
ลำน้ำให้ช่วยกันดูแลรักษาสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศของ
สถานท่ี

า 32-34

แบบรายการแสดงผลกระทบสง่ิ แวดล้อมท่ีสำคญั มาตรการป้องกนั และแก้ไข
โครงการอา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะก่วั อนั

ปัจจยั ดา้ น ผลกระทบตอ่ ส่ิงแวดล้อมทสี่ ำคัญ
สง่ิ แวดลอ้ ม กรณีไม่มโี ครงการ
4.5 แหลง่ โบราณคดี - พบหลักฐานทางโบราณคดีในพื้นที่น้ำท่วม หรืออ่างเก็บน้ำ โดยพบเครื่องมือหิน
และประวตั ศิ าสตร์ กะเทาะ และเคร่ืองมือสะเก็ดหินตามแนวลำคลองเหมืองตะกั่ว ในขณะท่ีพ้ืนที่รับ
ประโยชนไ์ มพ่ บหลกั ฐานทางโบราณคดีจากการเดนิ สำรวจ

กรณมี โี ครงการ ร
ระยะก่อสรา้ ง -
- ในพื้นท่ีอ่างเกบ็ น้ำ พบเคร่ืองมือหิน และเครอ่ื งมอื สะเก็ดหินกระจัดกระจายท่ัวไปตาม พ
แนวลำคลองเหมืองตะกั่ว ดังน้ัน จึงประเมินได้ว่า กิจกรรมการก่อสร้างต่างๆ จะส่งผล -
กระทบต่อหลักฐานทางโบราณคดใี นระดับมาก (-4) ห


-




ระยะดำเนนิ การ ร
- เมื่อโครงการกอ่ สรา้ งแล้วเสรจ็ หลกั ฐานทางโบราณคดเี หลา่ น้จี ะอย่ใู ต้อ่างเกบ็ น้ำ จึง ห
ประเมินได้วา่ หลักฐานทางโบราณคดีจะไดร้ บั ผลกระทบในระดับมาก (-4) พ






1


หน้า

แบบ สผ.1
ขผลกระทบส่ิงแวดล้อมและมาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบสิง่ แวดล้อม
นเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง

มาตรการป้องกนั แกไ้ ข และลดผลกระทบสง่ิ แวดล้อม มาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดล้อม

ระยะกอ่ สรา้ ง ระยะกอ่ สรา้ ง
- สำรวจเพื่อทำผงั อย่างละเอยี ดทั้งแหล่งโบราณคดใี นพ้ืนที่หัวงาน - ไม่มมี าตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบส่งิ แวดลอ้ ม
พน้ื ทอ่ี ่างเก็บนำ้ พ้ืนทีร่ บั ประโยชน์
- กำหนดเป็นโครงการขุดค้นทางโบราณคดี เพ่ือศึกษาและเก็บกู้
หลักฐานทางโบราณคดี โดยสำนักศิลปากรท่ี 11 สงขลา กรม
ศิลปากร เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการ กรมชลประทาน
สนบั สนนุ งบประมาณ
- นำหลักฐานทางโบราณคดีบางประเภทท่ีได้จากการดำเนินงาน
จัดแสดงเป็นนิทรรศการย่อย โดยจัดแสดงในห้องสมุดของ
โรงเรียนในพ้ืนที่ เพ่ือเป็นการเผยแพร่ความรู้ด้านโบราณคดีใน
ท้องถิ่นแก่เยาวชนและผู้ทส่ี นใจ

ระยะดำเนนิ การ ระยะดำเนินการ
หากมีการพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจาก - ไม่มีมาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบสงิ่ แวดล้อม
พระราชดำริ อาจจะส่งผลกระทบต่อหลักฐานทางโบราณคดีที่
สำรวจพบในพื้นท่ีอ่างเก็บน้ำ ได้แก่ เคร่ืองมือหิน ขณะเดียวกัน
การพัฒนาโครงการก็มีความสำคัญต่อท้องถ่ิน เนือ่ งจากปัญหาภัย
แล้งทวีความรุนแรงขึ้น ดังน้ัน หากมีการดำเนินการก่อสร้าง
โครงการ เพ่ือเป็นการศึกษาข้อมูล และเก็บกู้หลักฐานทาง
โบราณคดีในพื้นที่ จึงควรปฏิบัติตามมาตรการก่อนการก่อสร้าง
ตามโครงการ ดงั น้ี
1. สำรวจเพ่ือทำผังอย่างละเอียดทั้งแหล่งโบราณคดีในพื้นท่ีหัว
งาน พื้นท่ีอ่างเกบ็ นำ้ พืน้ ทรี่ บั ประโยชน์

า 33-34

แบบรายการแสดงผลกระทบสง่ิ แวดล้อมทสี่ ำคญั มาตรการปอ้ งกนั และแกไ้ ข
โครงการอา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกั่วอัน

ปจั จัยดา้ น ผลกระทบต่อสง่ิ แวดลอ้ มท่ีสำคัญ
สิง่ แวดลอ้ ม
4.5 แหลง่ โบราณคดี 2
และประวตั ิศาสตร์ ห
(ต่อ) เ






หน้า

แบบ สผ.1
ขผลกระทบส่งิ แวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบส่งิ แวดลอ้ ม
นเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ

มาตรการป้องกนั แก้ไข และลดผลกระทบส่งิ แวดลอ้ ม มาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม
2. กำหนดเป็นโครงการขุดค้นทางโบราณคดี เพื่อศึกษาและเก็บกู้
หลักฐานทางโบราณคดี โดยสำนักศิลปากรท่ี 11 สงขลา กรมศิลปากร
เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการ กรมชลประทานสนับสนุน
งบประมาณ
ท้ังน้ี อาจนำหลักฐานทางโบราณคดีบางประเภทท่ีได้จากการ
ดำเนนิ งานอาจนำมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการยอ่ ย โดยจัดแสดงใน
ห้องสมุดของโรงเรียนในพ้ืนท่ี เพ่ือเป็นการเผยแพร่ความรู้ด้าน
โบราณคดใี นทอ้ งถิ่นแกเ่ ยาวชนและผู้ท่สี นใจ

า 34-34

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกัว่ สารบัญ
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง

รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งตน้ (IEE)
รายงานสรปุ ผบู้ ริหาร

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกวั่
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ

สารบัญ

แบบ สผ.1 หนา้
สารบัญ
สารบญั ตาราง i
สารบญั รูป ii
ii
1. ความเปน็ มาของโครงการ เหตุผลและความจำเป็นในการดำเนนิ โครงการ
1.1 ความเปน็ มาของโครงการ 1
1.2 เหตุผลและความจำเปน็ ของการดำเนนิ โครงการ 2

2. วตั ถปุ ระสงค์ของโครงการ 2

3. เหตผุ ลความจำเป็นในการจัดทำรายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบือ้ งต้น 2

4. ที่ต้ังและลักษณะโครงการ 3
4.1 ทีต่ ั้งโครงการ 3
4.2 ลกั ษณะของโครงการ 5
4.3 พนื้ ที่รับประโยชนข์ องโครงการ 7

5. การประมาณราคาคา่ ก่อสร้างและแผนงานก่อสร้างโครงการ 7

6. การวิเคราะหค์ วามเหมาะสมทางเศรษฐศาสตร์ 13

7. สรุปผลกระทบการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม 13
7.1 คำนำ 14
7.2 ผลการศึกษาสภาพทรัพยากรสงิ่ แวดล้อมในปจั จบุ นั 46
7.3 การประเมนิ ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม 85
7.4 มาตรการป้องกนั และแกไ้ ขผลกระทบสิง่ แวดล้อม 103
7.5 มาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบส่งิ แวดล้อม
128
8. สรปุ ผลการดำเนินงานประชาสมั พนั ธ์ มวลชนสมั พันธ์ และการมสี ่วนรว่ ม
รายงานสรุปผบู้ ริหาร
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด -i-
บรษิ ัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกัว่ สารบัญ
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ

สารบญั ตาราง

หน้า

ตารางที่ 4.2-1 รายละเอียดพื้นท่ีชลประทานและขนาดความจุท่อส่งนำ้ 6

ตารางท่ี 4.2-2 ขนาดความจทุ ่อสง่ นำ้ (ดา้ นอุปโภค-บริโภค) 6

ตารางที่ 5-1 สรุปราคาก่อสร้างโดยประมาณของโครงการอ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกั่ว 7

ตารางที่ 6-1 สรปุ ผลการวิเคราะหท์ างเศรษฐศาสตร์ของโครงการ 13

ตารางท่ี 7.1-1 ประเด็นการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองต้น (IEE) 13

ตารางท่ี 7.2.1-1 พ้ืนท่แี หลง่ แร่ในจังหวัดพัทลุง 18

ตารางที่ 7.2.1-2 ผลศึกษาการเปล่ยี นแปลงระดบั ศูนย์ทเ่ี ขื่อน ปริมาตรความจุ พื้นท่ีผิวนำ้ ทรี่ ะดับเกบ็ กักปกติ

หลงั จากระยะเวลาเกบ็ กักนำ้ ในอ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะก่วั 19

ตารางท่ี 7.2.1-3 พื้นทีโ่ ครงการอ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะก่ัวอนั เนอ่ื งมาพระราชดำริ อยู่ในเขตพน้ื ทอี่ นรุ ักษ์ 23

ตารางที่ 7.2.1-4 ความหนานแนน่ ของไม้ใหญ่ ลูกไม้ กลา้ ไม้ และปริมาตรไม้ใหญใ่ นแต่ละพ้ืนทศี่ ึกษา

โครงการอ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกวั่ อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ 28

ตารางที่ 7.2.3-1 สรุปผลการวิเคราะหส์ มดลุ นำ้ กรณีไมม่ ีโครงการ 31

ตารางที่ 7.2.3-2 สรปุ ผลการวิเคราะหส์ มดลุ น้ำ กรณีมโี ครงการ 31

ตารางที่ 7.2.3-3 แสดงการใชป้ ะโยชน์ท่ดี ินแตล่ ะชนดิ ในบริเวณพน้ื ทอ่ี า่ งเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะก่วั พนื้ ที่หัวงาน

พน้ื ทีถ่ นนเข้าหัวงาน และพืน้ ทรี่ ับน้ำอา่ งเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วและพ้ืนทถ่ี นนเขา้ หวั งาน 35

ตารางที่ 7.2.3-3 จำนวนและชนดิ โรงงานอุตสาหกรรมในบริเวณใกล้เคียงพน้ื ท่ีอา่ งเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว 41

ตารางท่ี 7.3.3-1 ลกั ษณะ ทิศทาง และระดับของผลกระทบสิง่ แวดล้อมต่อทรพั ยากรป่าไม้ โครงการอา่ งเกบ็ นำ้

บ้านเหมืองตะกั่วอนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ 62

ตารางท่ี 7.3.3-2 พน้ื ทป่ี ่าไมท้ ่ใี ช้ในการดำเนินโครงการ ปริมาตรไม้ และความหนาแน่นของไมท้ ี่สญู เสยี จากการ

ดำเนินการโครงการอา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ 67

ตารางท่ี 7.5.4-1 แผนการติดตามตรวจสอบผลกระทบตอ่ สุขภาพระยะก่อสรา้ ง 112

ตารางที่ 7.5.4-2 แผนการติดตามตรวจสอบผลกระทบต่อสุขภาพระยะดำเนินการ 114

ตารางที่ 7.5.5-1 ดชั นคี ุณภาพน้ำท่ีตรวจสอบและวธิ กี ารวิเคราะห์ 118

ตารางท่ี 7.5.5-2 กจิ กรรมและระยะเวลาดำเนนิ งานแผนการติดตามตรวจสอบคุณภาพนำ้ ผวิ ดนิ 119

ตารางท่ี 7.5.5-3 งบประมาณการดำเนินงานแผนการติดตามตรวจสอบคณุ ภาพน้ำผิวดิน 119

ตารางที่ 7.5.5-4 กิจกรรมและระยะเวลาดำเนนิ งานแผนตดิ ตามตรวจสอบนิเวศวทิ ยาทางนำ้ และทรัพยากรประมง 121

ตารางที่ 7.5.5-5 งบประมาณการดำเนนิ งานแผนติดตามตรวจสอบนิเวศวิทยาทางน้ำและทรัพยากรประมง 121

ตารางที่ 7.5.5-6 กิจกรรมและระยะเวลาดำเนนิ งานแผนการปลูกป่าทดแทน 123

ตารางท่ี 7.5.5-7 งบประมาณการดำเนินงานแผนการปลูกปา่ ทดแทน 123

ตารางที่ 7.5.5-8 กิจกรรมและระยะเวลาดำเนินงานแผนการกอ่ สร้างหนว่ ยพทิ ักษ์เขตรักษาพนั ธ์ุสตั ว์ป่า เพ่ือการ 124

อนรุ กั ษ์ป่าไม้และสัตว์ป่า

ตารางท่ี 7.5.5-9 งบประมาณการดำเนนิ งานแผนการก่อสรา้ งหนว่ ยพทิ กั ษ์เขตรักษาพนั ธ์สุ ัตวป์ ่าฯ เพ่ือการอนุรักษ์ 124

ป่าไม้และสัตวป์ ่า

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั -ii- รายงานสรปุ ผูบ้ ริหาร
บรษิ ัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว สารบญั
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ

สารบัญตาราง (ต่อ)

หนา้

ตารางท่ี 7.5.5-10 กิจกรรมและระยะเวลาดำเนินงานแผนการกอ่ สรา้ งถนนส่งเสรมิ การทอ่ งเที่ยวเชงิ นิเวศนน์ ้ำตก 126

โตนสะตอและเพื่อตรวจตราเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

ตารางที่ 7.5.5-11 งบประมาณการดำเนนิ งานแผนการก่อสรา้ งถนนส่งเสริมการท่องเทย่ี วเชงิ นิเวศนน์ ำ้ ตกโตนสะตอ 126

และเพ่ือตรวจตราเขตรักษาพันธุ์สัตวป์ า่

ตารางที่ 7.5.5-12 กิจกรรมและระยะเวลาดำเนนิ งานแผนการอพยพและเคล่อื นยา้ ยสัตว์ปา่ 127

ตารางที่ 7.5.5-13 งบประมาณดำเนินงานแผนการอพยพและเคล่ือนย้ายสตั ว์ป่า 127

ตารางท่ี 8-1 กจิ กรรมการมสี ว่ นร่วมของประชาชนและการประชาสมั พนั ธ์โครงการ 129

ตารางท่ี 8-2 สรุปความคิดเห็นการดำเนินโครงการ ท้งั 3 เวที 130

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด -iii- รายงานสรปุ ผูบ้ ริหาร
บรษิ ัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะก่ัว สารบญั
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ

สารบญั รูป

หน้า

รูปท่ี 4.1-1 ท่ตี ง้ั โครงการและองค์ประกอบโครงการ 4
รูปที่ 4.2-1
รปู ที่ 4.2-2 แผนท่แี สดงขอบเขตอา่ งเก็บนำ้ และที่ตงั้ เข่ือน 8
รูปที่ 4.2-3
รูปท่ี 4.2-4 ผงั บริเวณหัวงานเข่ือนและอาคารประกอบ 9
รูปที่ 4.2-5
รูปท่ี 7.2.1-1 รปู ตัดขวางเข่ือนดนิ 10
รปู ที่ 7.2.1-2
รูปที่ 7.2.3-1 แปลนและรปู ตดั ตามแนวศูนย์กลางอาคารทางระบายน้ำลน้ 11
รปู ที่ 7.2.3-2
รูปท่ี 7.2.3-3 แปลนและรปู ตดั ตามแนวศูนย์กลางอาคารท่อสง่ น้ำ 12
รปู ที่ 7.2.3-5
รูปที่ 7.2.3-6 แผนที่ศกั ยภาพแหล่งแร่ จงั หวัดพัทลุง 18
รปู ท่ี 7.5.5-1
รปู ที่ 7.5.5-2 แสดงพื้นทีเ่ ขตรกั ษาพนั ธ์สุ ตั ว์ปา่ เขาบรรทดั และปา่ สงวนแหง่ ชาตปิ า่ เทือกเขาบรรทดั แปลงที่ 1 ตอนที่ 3 24
รูปท่ี 8-1
รปู ท่ี 8-2 กราฟผลการวิเคราะหส์ มดลุ นำ้ กรณไี มม่ ีโครงการ 32

กราฟผลการวิเคราะห์สมดลุ นำ้ กรณีมโี ครงการ 32

แสดงการใช้ประโยชน์ที่ดนิ ในบรเิ วณพ้นื ท่รี ับนำ้ อา่ งเกบ็ นำ้ และพนื้ ทีห่ วั งานโครงการ ปี พ.ศ.2550 32

แสดงการใช้ประโยชนท์ ่ีดนิ ในบริเวณพื้นทร่ี ับน้ำ อา่ งเกบ็ น้ำ และพน้ื ที่หัวงานโครงการ ปี พ.ศ.2561 38

แสดงการใช้ประโยชนท์ ่ดี นิ ในบริเวณพ้ืนทร่ี ับประโยชนโ์ ครงการ ปี พ.ศ.2561 39

สถานีเกบ็ ตัวอย่างน้ำผวิ ดิน และนเิ วศวิทยาทางนำ้ 117

ถนนส่งเสรมิ การท่องเทยี่ วเชงิ นิเวศนน์ ้ำตกโตนสะตอ และเพื่อตรวจตราเขตรักษาพันธสุ์ ตั ว์ปา่ 125

ความคดิ เหน็ การดำเนนิ โครงการ ทัง้ 3 เวที 130

สรปุ ความคดิ เห็นการดำเนนิ โครงการ ทั้ง 3 เวที 131

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั -iv- รายงานสรุปผบู้ รหิ าร
บรษิ ทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกั่ว รายงานฉบบั สุดทา้ ยการวิเคราะห์
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง ผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองตน้ (IEE)

รายงานวเิ คราะหผ์ ลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้
รายงานสรปุ สำหรบั ผู้บริหาร

1 ความเป็นมาของโครงการ เหตุผลและความจำเป็นในการดำเนนิ โครงการ
1.1 ความเปน็ มาของโครงการ

ตามที่นายโสภณ กสิวงศ์ ประธานสภาราษฎรจงั หวดั พัทลุงไดม้ ีหนังสือถึง ฯพณฯ รัฐมนตรวี ่าการกระทรวง
เกษตรและสหกรณ์ เม่ือวันท่ี 27 กันยายน 2533 แจ้งว่าได้มีการตัดไม้ทำลายป่าบริเวณเทือกเขาบรรทัด ซ่ึงเป็น
ป่าต้นน้ำลำธารของจังหวัดพัทลุง ทำให้เกิดผลกระทบตามมาคือ ในฤดูแล้งน้ำในลำคลองต่าง ๆ จะมีปริมาณน้อย
จนไมส่ ามารถนำไปใช้น้ำเพอื่ การอปุ โภคบรโิ ภคและการเกษตรได้ นายโสภณ กสวิ งศ์ ได้เสนอแนวทางแกไ้ ขโดยขอให้
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สนับสนุนงบประมาณเพ่ือสร้างอ่างเก็บน้ำให้พอเพียงแก่พ้ืนท่ีการเกษตรน้ัน สำนักงาน
เลขานุการรัฐมนตรกี ระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีหนังสือถึงกรมชลประทาน เมื่อวันท่ี 26 ตุลาคม 2533 เพื่อให้
ทำการศกึ ษารายละเอียดความเปน็ ไปไดข้ องโครงการอา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกั่ว อำเภอปา่ บอน จงั หวัดพทั ลงุ

ต่อมาราษฎรจาก 9 หมู่บ้าน ในเขตตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ได้ประชุมปรึกษาเพื่อหา
แนวทางแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างยั่งยืน มีความเห็นร่วมกันว่าควรสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว ซ่ึงจะ
ส่งผลให้มีน้ำเพ่อื การเกษตรและส่งน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ครอบคลมุ พื้นทีท่ ัง้ 9 หมู่บ้าน ของตำบลหนองธงอย่าง
เพียงพอ โดยราษฎรแตล่ ะหม่บู ้านได้ลงนามสนบั สนุนในการสร้างอา่ งเก็บน้ำและมตทิ ีป่ ระชุมสภาองค์การบรหิ ารสว่ น
ตำบลหนองธงสนับสนุนให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว เพ่ือสนองความต้องการของราษฎรโดยรวมนายก
องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลหนองธงพร้อมดว้ ยผนู้ ำท้องถ่ินไดท้ ูลเกลา้ ขอพระราชทานสร้างอา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกั่ว
ผา่ นทางราชเลขาธิการสำนักพระราชวงั เม่อื วันที่ 8 กนั ยายน 2546

ต่อมาสำนักราชเลขาธิการได้มีหนังสือท่ี รล 0005.5/19189 ลงวันท่ี 8 ธันวาคม 2548 ได้ขอให้สำนักงาน
คณะกรรมการพิเศษเพ่ือประสานงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ พิจารณาเรอื่ งองค์การบริหารส่วนตำบล
หนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ขอพระราชทานพระมหากรุณาในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว
บริเวณหมูท่ ี่ 1 ตำบลหนองธง เพื่อชว่ ยเหลือราษฎรตำบลหนองธง จำนวน 9 หมู่บ้าน ซ่งึ ประสบความเดือดรอ้ นจาก
การขาดแคลนน้ำสำหรับทำการเกษตร อุปโภค-บริโภค และขอให้ทรงรับไวเ้ ปน็ โครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ
สำนักงาน กปร. ให้ความเห็นสมควรช่วยเหลือระยะสั้น โดยการปรับปรุงฝายท่ีมีอยู่เดิมและวางท่อส่งน้ำมายังพื้นที่
ตำบลหนองธง ส่วนระยะยาวสมควรช่วยเหลือ โดยการก่อสรา้ งอ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกั่ว หมู่ที่ 1 ตำบลหนองธง
อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง พร้อมระบบส่งน้ำ และอาคารประกอบ ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่า
ละอองธลุ ีพระบาทแล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวพร้อมทั้งระบบสง่ น้ำและ
อาคารประกอบไวเ้ ปน็ โครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ

สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน ได้ศึกษาและพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำ
เพ่ือการเกษตรและอุปโภคบริโภค ของราษฎรในพื้นท่ีตำบลหนองธงและใกล้เคยี ง เห็นว่ามีแนวทางสามารถดำเนินการ
ได้ จึงได้จัดทำรายงานวางโครงการแล้วเสร็จปี พ.ศ.2552 จากผลการศึกษาพบว่าบริเวณท่ีเหมาะสมสำหรับการ
ก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลหนองธง ท่ีระดับ
น้ำนองสูงสุด +111.650 เมตร (รทก.) ในบริเวณพื้นที่อ่างเก็บน้ำ จะมีพื้นท่ีน้ำท่วมประมาณ 351.6 ไร่ ตรวจสอบ

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานสรปุ สำหรับผบู้ รหิ าร
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
1

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งต้น อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว รายงานฉบับสดุ ท้ายการวเิ คราะห์
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง ผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น (IEE)

ข้อมูลจากหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง พบว่ามีพ้ืนที่บางส่วนอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งมีสภาพเป็นป่าอนุรักษ์ตาม
กฎหมายอยู่ในอำนาจหน้าท่ี ดูแลรับผิดชอบของสำนักบริหารพื้นท่ีอนุรักษ์ท่ี 6 สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช และอยู่ในเขตพ้ืนที่ปา่ สงวนแห่งชาตปิ ่าเทือกเขาบรรทัดแปลงที่ 1 ตอน 3 ตามผลการจำแนกเขตการใช้
ประโยชน์ทรัพยากรและที่ดินป่าไมใ้ นพื้นทป่ี ่าสงวนแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันท่ี 10 และ 17 มีนาคม 2535
ด้วยผลกระทบต่อพื้นท่ีดังกล่าว โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จะต้องดำเนินการ
ศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องต้น (IEE) ตอ่ ไป

1.2 เหตุผลและความจำเปน็ ของการดำเนนิ โครงการ
พ้ืนที่ตำบลหนองธงและบรเิ วณใกล้เคียงซ่ึงเป็นพื้นที่ด้านท้ายน้ำของ โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อม

เบ้ืองต้น อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะก่ัวอันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง ปัจจุบันมีการแก้ไขปญั หาเพ่ือลดการ
ขาดแคลนน้ำเพ่ือการอุปโภคบริโภคด้วยระบบประปาภูเขา ซ่ึงสามารถคลี่คลายปัญหาได้ในระดับนึง แต่ยังมีปัญหา
ความขาดแคลนน้ำท่ีจะส่งน้ำเพื่อสนองความต้องการด้านอุปโภค - บริโภคได้อย่างทั่วถึงท้ังตำบล อีกทั้งพื้นท่ีส่วน
ใหญ่ของตำบลหนองธงมีปัญหาอุปสรรคในการนำน้ำจากฝายขนาดเล็กทั้ง 2 แห่งในพ้ืนท่ี และอ่างเก็บน้ำป่าบอน
บริเวณไกล้เคียงมาใช้ได้เนื่องจาก พื้นท่ีเกษตรกรรมส่วนใหญ่อยู่ในท่ีดอน ไม่สามารถส่งน้ำด้วยแรงโน้มถ่วงโลกจาก
แหล่งน้ำดังกล่าวได้ ปัจจุบันในฤดูฝนท่ีฝนท้ิงช่วงและในฤดูแล้งน้ำในคลองเหมืองตะก่ัวมีปริมาณน้อยเน่ืองจากขาด
แหล่งเกบ็ กักน้ำทำให้ปญั หาการขาดแคลนน้ำอยู่เป็นประจำ ประกอบกับในปัจจุบันพืชผลไม้ยืนต้นที่เกษตรนิยมปลูก
เช่นยางพารา ปาลม์ น้ำมนั มรี าคาตกต่ำ ทำใหม้ ีเกษตรกรบางส่วนเรมิ่ ปรบั เปลี่ยนระบบการปลกู พชื เปน็ ไมผ้ ลชนิดอ่ืน
ทใ่ี ห้ผลตอบแทนสูง เชน่ สละ มงั คุด โดยไม้ผลดงั กล่าวมีความต้องการน้ำค่อนขา้ งสูง ทำให้มีปัญหาการขาดแคลนน้ำใน
พื้นท่ีมากขนึ้

การศึกษาสภาพปญั หาและความจำเปน็ ในการพัฒนาโครงการ จงึ มีความจำเป็นอยา่ งยง่ิ ท่ีควรพัฒนาแหล่ง
เก็บกักน้ำเป็นเคร่ืองมือที่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำในพื้นท่ี เพ่ือช่วยเหลือความต้องการด้าน
อปุ โภค - บริโภค และด้านเกษตรกรรม ในพ้นื ทีต่ ำบลหนองธงและตำบลข้างเคียง

2 วัตถุประสงคข์ องโครงการ
1) เพื่อเป็นแหล่งนำ้ สำหรบั อุปโภค-บรโิ ภค ของราษฎรในเขตตำบลหนองธงและตำบลใกลเ้ คยี ง
2) เพื่อใหเ้ ป็นแหลง่ เกบ็ กกั น้ำต้นทนุ ไว้ใช้ในการเพาะปลกู ใหก้ บั พ้ืนท่ีชลประทานของโครงการ
3) เพอื่ ยกฐานะความเป็นอยู่ของราษฎร ในเขตพื้นท่ีทไ่ี ดร้ บั ประโยชน์จากโครงการใหด้ ีขนึ้ โดยให้การสนับสนุน

แหล่งน้ำ ซง่ึ เป็นปัจจยั พื้นฐานของผลผลติ ทางด้านเกษตร อุตสาหกรรมเสริมการทอ่ งเทย่ี วเชิงนเิ วศน้ำตกโตนสะตอ

3 เหตุผลความจำเปน็ ในการจดั ทำรายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบือ้ งต้น
จากผลการศกึ ษา โดยกรมชลประทาน พบว่าบริเวณทเี่ หมาะสมสำหรับการกอ่ สรา้ งโครงการอ่างเก็บนำ้ บา้ น

เหมืองตะก่วั อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ ต้ังอยู่หมูท่ ่ี 1 ตำบลหนองธง เมือ่ มีการเก็กกักน้ำท่ีระดับ +110 ม.รทก.จะ
มีผลกระทบต่อพ้ืนที่ ป่าอนุรักษ์เพ่ิมเติม (C) พ้ืนท่ีประมาณ 9.9 ไร่ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ประมาณ
162.5 ไร่ กรมชลประทานได้ดำเนินการจัดทำรายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) เพื่อประเมินผลกระทบ
จากการพัฒนาโครงการต่อทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม พร้อมท้ังจัดทำมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบ
สง่ิ แวดลอ้ มและมาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดล้อมเพื่อนำไปประกอบการขอใช้พ้ืนที่ปา่ สงวนแห่งชาติ
ป่าเทือกเขาบรรทัด และขอเพกิ ถอนพนื้ ท่ีเขตรักษาพันธ์สุ ัตวป์ ่าเขาบรรทัดตอ่ ไป

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานสรปุ สำหรับผู้บริหาร
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
2

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้อื งต้น อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะก่วั รายงานฉบบั สดุ ทา้ ยการวเิ คราะห์
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ (IEE)

4 ท่ีตง้ั และลกั ษณะโครงการ

4.1 ท่ีตัง้ โครงการ
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

จังหวัดพัทลุง หัวงานตั้งอยู่บ้านเหมืองตะก่ัว หมู่ 1 ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง 618,472E
785,885N พกิ ดั ตามแผนที่มาตราสว่ น 1: 50,000 พกิ ดั 47N ระวางหมายเลข 5023 III ที่ต้งั โครงการแสดงดงั รูปท่ี 4.1-1

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานสรุปสำหรับผูบ้ ริหาร
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
3

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกว่ั รายงานฉบับสดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ ผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบื้องต้น (IEE)

รปู ท่ี 4.1-1 ทีต่ ้งั โครงการและองคป์ ระกอบโครงการ

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานสรุปสำหรับผู้บริหาร
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
4

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะก่ัว รายงานฉบบั สุดทา้ ยการวิเคราะห์
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องต้น (IEE)

4.2 ลักษณะของโครงการ

โครงการอา่ งเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกว่ั อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง จดั เป็นโครงการชลประทาน
ขนาดกลาง ประกอบด้วย หัวงานเข่ือน อ่างเก็บน้ำ ระบบส่งน้ำชลประทาน และพ้ืนที่รับประโยชน์ พร้อมปรับปรุง

ฝายเดิม ดงั รปู ที่ 4.1-1 โดยมรี ายละเอียดดงั น้ี
1) ที่ต้ังหัวงาน

- ท่ตี ั้ง บ้านเหมอื งตะกัว่ หมทู่ ี่ 1 ตำบลหนองธง อำเภอปา่ บอน จังหวดั พัทลงุ
พกิ ัด 618,472E 795,885N

2) อทุ กวทิ ยา แผนท่ชี ุด L7018 โซน 47N ระวาง 5023 III

- พื้นทีร่ บั นำ้ ฝน 20.27 ตารางกิโลเมตร
- ปรมิ าณฝนรายปีเฉล่ีย 2,384.1 มิลลิเมตร

- ปรมิ าณนำ้ ไหลลงอ่างเก็บน้ำรายปีเฉล่ีย 34.68 ลา้ นลูกบาศกเ์ มตร
- ปริมาณนำ้ หลากสูงสุด รอบ 500 ปี 228.05 ลกู บาศก์เมตร/วนิ าที

3) อ่างเกบ็ น้ำ เมตร (รทก.)
- ระดับนำ้ สูงสดุ +111.65

- ระดบั น้ำเก็บกัก +110.00 เมตร (รทก.)
- ระดับน้ำต่ำสุด +75.00 เมตร (รทก.)

- ระดบั ทอ้ งนำ้ ประมาณ +65.00 เมตร (รทก.)
- ความจุอ่างเก็บน้ำท่ีระดบั น้ำสงู สุด 11.13 ลา้ นลกู บาศกเ์ มตร

- ความจุอ่างเก็บนำ้ ที่ระดับนำ้ เก็บกกั 10.14 ล้านลูกบาศกเ์ มตร
- ความจอุ ่างเก็บน้ำที่ระดบั น้ำตำ่ สดุ 0.20 ลา้ นลกู บาศก์เมตร

- พ้นื ท่ผี วิ น้ำทีร่ ะดบั น้ำสูงสดุ 351.60 ไร่
- พื้นท่ผี วิ นำ้ ทีร่ ะดบั น้ำเก็บกัก 343.75 ไร่

- พื้นที่ผิวน้ำทร่ี ะดับนำ้ ตำ่ สุด 31.25 ไร่
4) เขื่อนเก็บกักน้ำ

- ชนิด เขอ่ื นดินถมชนดิ แบ่งสว่ น
(Zoned Earthfill Dam)

- ระดบั สนั เข่ือน +114.00 เมตร (รทก.)
- ความกวา้ งสนั เขือ่ น 10.00 เมตร

- ความยาวสันเข่ือน 474 เมตร
- ความสงู เขอ่ื น 48.00 เมตร

- ลาดเขอ่ื นดิน ดา้ นเหนือนำ้ 1:3.5
ดา้ นท้ายนำ้ 1:2.5

5) อาคารประกอบเข่ือนเกบ็ กักน้ำ
- อาคารทางระบายน้ำลน้

ที่ตั้ง ฝง่ั ซา้ ยของตัวเขอื่ น
ชนดิ Overflow Spillway

ลกั ษณะสนั ฝาย Uncontrolled Ogee Crest
(Double Side Channel Spillway)

ระดับสันฝาย +110.00 เมตร (รทก.)
ความยาวสนั ฝาย 54.30 เมตร

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานสรุปสำหรบั ผู้บรหิ าร
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
5

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกว่ั รายงานฉบบั สดุ ท้ายการวเิ คราะห์
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง ผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องตน้ (IEE)

อตั ราการระบายสงู สดุ (รอบ 500 ปี) 198.31 ลูกบาศกเ์ มตร/วนิ าที
อัตราการระบายสูงสดุ ผา่ นอาคารระบายน้ำลน้ 222.14 ลกู บาศก์เมตร/วนิ าที

- อาคารท่อส่งน้ำ (อาคารระบายน้ำลงลำน้ำเดมิ )
ทต่ี ัง้ ฝัง่ ขวาของตัวเขื่อน

ชนิดทอ่ ท่อเหล็กห้มุ ด้วยคอนกรตี
ขนาดเสน้ ผ่าศนู ย์กลางทอ่ 1.20 เมตร

อัตราการระบายสงู สดุ 12.81 ลูกบาศก์เมตร/วินาที
6) พนื้ ทช่ี ลประทาน

- ระบบสง่ นำ้ ชลประทาน ชนิด ทอ่ ส่งน้ำชลประทาน
- ท่อสง่ นำ้ ชลประทาน

ความยาวท่อสง่ น้ำรวมทงั้ หมด 37.20 กิโลเมตร
- พืน้ ที่ชลประทาน ฤดฝู น 11,600 ไร่

ฤดแู ลง้ 2,600 ไร่
รายละเอียดพ้ืนที่ชลประทานและขนาดท่อส่งน้ำ แสดงดังตารางท่ี 4.2-1

7) ผูไ้ ด้รบั ประโยชน์จากโครงการ (ด้านอุปโภค-บริโภค) 10 หม่บู า้ น
จำนวน 2,298 ครวั เรือน

รายละเอยี ดขนาดท่อสง่ น้ำ แสดงดงั ตารางท่ี 4.2-2
8) พนื้ ท่รี ับประโยชน์ท้ายน้ำจากการปรบั ปรุงฝายทดน้ำเดมิ และปล่อยน้ำเพือ่ รกั ษาระบบนิเวศ

ฝายทดน้ำคลองท่ายงู 440 ไร่
ฝายทดน้ำคลองบ้านใหม่ 2,850 ไร่

รปู ที่ 4.2-1 ถึงรปู ที่ 4.2-5 แสดงแบบเขื่อนเบือ้ งต้นขององค์ประกอบบรเิ วณหัวงานเขือ่ นและอาคารประกอบ

ตารางที่ 4.2-1 รายละเอียดพน้ื ท่ชี ลประทานและขนาดความจุท่อส่งน้ำ

ทอ่ ส่งนำ้ พนื ทร่ี ับประโยชน์ พนื ทช่ี ลประทำน ปรมิ ำณนำ้ ทต่ี ้องส่ง ควำมยำวทอ่ ส่งนำ้ ขนำดทอ่ ทจ่ี ดุ เรมิ่ ต้น

ทอ่ สง่ น้ำสำยใหญ่ (MP) (ไร)่ (ไร)่ (ลบ.ม./วนิ ำท)ี (ม.) ทอ่ ส่งนำ้ (ม.)
1R-MP
2R-MP 7,495 5,332 2.300 12,990 1.20
3R-MP
1R-3R-MP 592 413 0.080 1,423 0.30
2R-3R-MP
1,193 833 0.170 2,895 0.40
รวมทงั หมด
3,357 2,343 1.000 3,169 0.90

2,294 1,601 0.320 2,764 0.60

1,544 1,078 0.220 2,392 0.50

16,475 11,600 25,633

ตารางท่ี 4.2-2 ขนาดความจุทอ่ ส่งนำ้ (ด้านอุปโภค-บรโิ ภค)

ทอ่ ส่งนำ้ ปริมาณน้ำที่ตอ้ งสง่ ความยาวทอ่ ส่งน้ำ ขนาดท่อท่จี ุดเร่มิ ต้น
(ลบ.ม./วนิ าท)ี (ม.) ทอ่ สง่ น้ำ (ม.)
ทอ่ ส่งนำ้ PVC (1) 0.020 5,610 0.20
ท่อสง่ นำ้ PVC (2) 0.020 5,960 0.20

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานสรปุ สำหรับผู้บรหิ าร
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
6

โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกัว่ รายงานฉบบั สุดทา้ ยการวเิ คราะห์
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ ผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้ืองต้น (IEE)

4.3 พนื้ ทร่ี บั ประโยชนข์ องโครงการ
พ้ืนท่ีรับประโยชน์ของโครงการรวมพื้นที่ 16,475 ไร่ มีพ้ืนท่ีเกษตรกรรมซ่ึงอยู่ในพ้ืนที่ชลประทาน 11,600 ไร่

ในเขต 7 หมู่บา้ น ได้แก่ บ้านเหมืองตะก่ัว บ้านหนองธง บา้ นทุ่งลานช้าง บ้านหลักสิบ บ้านเขาจนั ทร์ บ้านสายกลาง
ในเขตตำบลหนองธง และ บ้านหนองเลน ในเขตตำบลคลองใหญ่ โดยได้วางแผนท่อส่งน้ำเพื่อการอุปโภค - บริโภค
ครอบคลุมหมู่บ้านส่วนทเ่ี หลอื อีก 3 หมู่บ้าน ท้ังตำบลรวมทั้งสิ้น 10 หมู่บ้าน 2,298 ครวั เรือน โดยยังได้มีการระบายน้ำ
ลงลำน้ำเดิมผ่านอาคารท่อส่งน้ำ เพ่ือรักษาระบบนิเวศด้านท้ายน้ำและสนองต่อความต้องการน้ำของพื้นที่
เกษตรกรรมเดิมในพ้นื ที่ แก่ฝายคลองท่ายูง 440 ไร่ และฝายคลองบ้านใหม่ 2,850 ไรแ่ ละน้ำส่วนทเ่ี หลือไหลไปดา้ น
ทา้ ยน้ำเพ่อื รักษานิเวศด้านท้ายน้ำอยา่ งพอเพียง

5. การประมาณราคาค่ากอ่ สรา้ งและแผนงานก่อสร้างโครงการ
โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง พร้อมระบบส่งน้ำ มีค่า

ลงทุนโครงการรวมประมาณ 858.62 ล้านบาท (รวมค่าเผื่อขาด ภาษี และค่าบริหารโครงการ ) โดยมีค่าดำเนินการ
ดา้ นจัดหาท่ีดินและผลอาสิน 138.75 ล้านบาท รวมเป็นเงินท้ังสิ้น 997.36 ล้านบาท มีกำหนดการดำเนินการทั้งสิ้น
5 ปี โดยในปที ่ี 1 เป็นการเตรียมงานเบื้องตน้ และจ่ายค่าชดเชย จากนน้ั ดำเนนิ การก่อสร้างเข่ือนและอาคารประกอบ
ในปีท่ี 2 ถึงปีที่ 4 โดยงานระบบส่งน้ำและปรับปรุงฝายน้ำล้นเดิม 2 แห่งกำหนดให้ดำเนินการในปีท่ี 3 ถึงปีท่ี 5
หลงั จากก่อสร้างโครงการเสรจ็ มีค่าบำรงุ รกั ษาโครงการปีละ 25.76 ล้านบาท รายละเอยี ดแสดงดังตารางที่ 5-1

ตารางที่ 5-1 สรุปราคาก่อสร้างโดยประมาณของโครงการอา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกว่ั

รายการ ปีที่ 1 ปที ี่ 2 ปที ี่ 3 ปีที่ 4 ปีท่ี 5 รวม

1 คา่ กอ่ สรา้ ง

1.1 คา่ เตรยี มงานเบื้องตน้ 20.04 20.04

1.2 งานทำนบดนิ และอาคารประกอบ 110.45 220.90 220.90 552.25

1.3 งานระบบสง่ น้ำชลประทาน 40.00 50.00 55.00 145.00

รวม 20.04 110.45 260.90 270.90 55.00 717.30

2 คา่ เผ่ือเหลือเผื่อขาด (ร้อยละ 10 ) 2.00 11.05 26.09 27.09 5.50 71.73

3 คา่ บรหิ ารโครงการและควบคมุ งานก่อสร้าง ( รอ้ ยละ 1.75 ) 2.28 5.37 5.58 1.13 14.36

4 ภาษี ( รอ้ ยละ 7 ) 1.54 8.50 20.09 20.86 4.24 55.23

5 รวมทงั้ หมด 23.59 132.28 312.45 324.43 65.87 858.62

6 งานดำเนินการด้านทด่ี นิ

6.1 คา่ ขนย้ายทดี่ ินและคา่ ทดแทนพืชผลแลพไมย้ ืนต้น 127.37 127.37

6.2 คา่ ร้ือย้ายสง่ิ ปลูกสรา้ งเอกชน 11.38 11.38

รวม 138.75 138.75

7 รวมทั้งหมด 162.34 132.28 312.45 324.43 65.87 997.36

8 คา่ ดำเนินการและบำรงุ รักษา (O & M Cost) 25.76

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานสรุปสำหรบั ผ้บู รหิ าร
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
7

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกั่ว
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง

รปู ที่ 4.2-1 แผนที่แสดงขอ

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด

รายงานฉบับสุดท้ายการวิเคราะห์
ผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้ (IEE)

อบเขตอ่างเกบ็ น้ำและทต่ี ั้งเข่ือน รายงานสรปุ สำหรับผู้บริหาร
8

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกั่ว
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง

รปู ที่ 4.2-2 ผงั บริเวณหวั

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด

รายงานฉบับสุดท้ายการวิเคราะห์
ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอื้ งต้น (IEE)

วงานเข่อื นและอาคารประกอบ รายงานสรปุ สำหรับผบู้ รหิ าร
9

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะก่วั
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง

รปู ที่ 4.2-3 ร

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั

รายงานฉบับสุดทา้ ยการวเิ คราะห์
ผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งตน้ (IEE)

รูปตัดขวางเขือ่ นดิน รายงานสรุปสำหรบั ผบู้ รหิ าร
10

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกั่ว
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง

รปู ท่ี 4.2-4 แปลนและรูปตดั ตาม

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด

รายงานฉบบั สุดทา้ ยการวิเคราะห์
ผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งต้น (IEE)

มแนวศนู ยก์ ลางอาคารทางระบายนำ้ ล้น รายงานสรปุ สำหรับผ้บู ริหาร
11

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้อื งต้น อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกั่ว
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง

รปู ท่ี 4.2-5 แปลนและรูปตดั ต

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด

รายงานฉบับสุดท้ายการวิเคราะห์
ผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอื้ งต้น (IEE)

ตามแนวศูนยก์ ลางอาคารท่อส่งนำ้ รายงานสรปุ สำหรบั ผบู้ รหิ าร
12

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกัว่ รายงานฉบบั สดุ ท้ายการวิเคราะห์
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง ผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบื้องต้น (IEE)

6. การวิเคราะห์ความเหมาะสมทางเศรษฐศาสตร์
จากการวเิ คราะห์ความเหมาะสมทางเศรษฐกิจ โดยใช้ข้อกำหนดดังกล่าว พบว่า โครงการมีความเหมาะสม

ทางเศรษฐกิจเม่ือพิจารณาที่อัตราคิดลดร้อยละ 6.94 มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value: NPV.) 533.46
ล้านบาท อัตราส่วนระหว่างผลประโยชน์และต้นทุน (Benefit Cost Ratio: B/C Ratio) เท่ากับ 1.58 และอัตรา
ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของโครงการ (Economic Internal Rate of Return : EIRR) เท่ากับร้อยละ 10.67
(ตารางที่ 6-1)

ตารางที่ 6-1 สรุปผลการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการ

ตวั ชีวัด เกณฑก์ ำรตดั สนิ ใจ ผลกำรวิเครำะหโ์ ครงกำร
10.67
1. ผลตอบแทนทำงเศรษฐศำสตร์ (EIRR,%)* EIRR 533.46
1.58
2. มลู คำ่ ปัจจุบันสทุ ธิ (NPV ลำ้ นบำท)* NPV>0

3. อตั รำสว่ นผลตอบแทนตอ่ คำ่ ใชจ้ ่ำย (B/C Ratio) B/C>1

หมำยเหต*ุ วเิ ครำะห์ทีอ่ ัตรำคดิ ลด รอ้ ยละ 6.94

7. สรุปผลการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม

7.1 คำนำ

การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเนื่องมาจาก

พระราชดำริ ดำเนินการตามแนวทางการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม

(สผ.) ซ่ึงแบ่งหัวข้อในการศึกษาเป็น 4 ด้าน ประกอบด้วย ทรัพยากรกายภาพ ทรัพยากรชีวภาพ คุณค่าการใช้

ประโยชน์ของมนษุ ย์ และคุณค่าต่อคณุ ภาพชวี ติ โดยมปี ระเด็นในการศึกษาแตล่ ะด้านดังรายละเอียดในตารางที่ 7.1-1

ตารางที่ 7.1-1 ประเดน็ การศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น (IEE)

ทรัพยากรสิง่ แวดล้อม

ทรัพยากรกายภาพ ทรพั ยากรชวี ภาพ คณุ คา่ การใช้ประโยชน์ คณุ คา่ ตอ่ คุณภาพชวี ติ
ของมนษุ ย์

1.สภาพภูมิประเทศ 1.นิเวศวทิ ยาทางน้ำ 1.การชลประทานและเกษตรกรรม 1.สภาพเศรษฐกจิ และสงั คม

2.ลกั ษณะภูมอิ ากาศ 2.ทรัพยากรปา่ ไม้ 2.การใช้นำ้ 2.การชดเชยที่ดินและทรัพย์สนิ

3.ทรัพยากรดิน 3.ทรัพยากรสัตว์ปา่ 3.การระบายน้ำและการบรรเทา 3.สุขภาพอนามยั และการบริการ

น้ำทว่ ม สาธารณสุข

4 .ธร ณี วิท ย า แ ล ะ ก าร เกิ ด 4.การประมงและการ 4.การท่องเที่ยว กีฬา แหล่ง

แผ่นดินไหว เพาะเล้ยี งสตั ว์น้ำ นันทนาการ และสนุ ทรียภาพ

5.วัสดุทีใ่ ช้ในการกอ่ สรา้ งเขอ่ื น 5.การใชป้ ระโยชน์ทด่ี นิ 5 .แ ห ล่ ง โ บ ร า ณ ค ดี แ ล ะ

ประวตั ศิ าสตร์

6.เหลืองแร่ 6.การใชป้ ระโยชนท์ รัพยากรธรณวี ิทยา

7.การตกตะกอนและการกัดเซาะ 7.อตุ สาหกรรม

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานสรุปสำหรบั ผู้บริหาร
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
13

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะก่วั รายงานฉบับสุดท้ายการวิเคราะห์
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ ผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น (IEE)

ตารางท่ี 7.1-1 ประเดน็ การศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น (IEE) (ต่อ)

ทรัพยากรสง่ิ แวดล้อม

ทรพั ยากรกายภาพ ทรัพยากรชีวภาพ คุณคา่ การใชป้ ระโยชน์ คุณคา่ ต่อคุณภาพชีวิต
ของมนษุ ย์
8.อุทกวิทยาและคุณภาพน้ำผวิ ดิน
9.อุทกธรณวี ิทยาและคณุ ภาพน้ำใต้ดนิ 8.พลังงานและไฟฟา้
10.พ้ืนทีช่ มุ่ น้ำ
11.พื้นทส่ี ำคัญทางธรณวี ิทยาและภูมิทัศน์ 9.การคมนาคมขนส่ง

10.การจัดการนำ้ เสีย สิง่ ปฏิกูลและขยะมูลฝอย

11.การจดั การลมุ่ น้ำ

ในการศึกษาได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูล สำรวจ และเก็บข้อมูลในภาคสนาม โดยสรุปผลการศึกษาสภาพ
ทรัพยากรส่ิงแวดลอ้ มในปจั จุบนั ผลการประเมินผลกระทบสงิ่ แวดล้อม และมาตรการปอ้ งกนั แก้ไขและลดผลกระทบ
รวมถึงมาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบในประเดน็ ท่ีสำคัญ ดังนี้

7.2 ผลการศกึ ษาสภาพทรพั ยากรสง่ิ แวดล้อมในปัจจุบัน

ประเด็นดา้ นสิ่งแวดล้อมทสี่ ำคญั สรปุ ได้ดงั น้ี

7.2.1 ทรพั ยากรกายภาพ

1) สภาพภมู ปิ ระเทศ

สภาพภูมิประเทศของพ้ืนท่ีโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัด
พทั ลุง สภาพพื้นที่มีลักษณะเป็นภูเขาทางด้านตะวนั ตก ประกอบด้วย เทือกเขาบรรทัด มีระดบั สงู จากระดับน้ำทะเล
ปานกลาง ประมาณ 60 – 800 เมตร (รทก.) หัวงานโครงการตั้งอยู่ท่ี บ้านเหมืองตะก่ัว หมู่ท่ี 1 ตำบลหนองธง
อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง พิกัดตามแผนที่มาตราส่วน 1: 50,000 โซน 47N พิกัด 618,472E 795,885N ระวาง
หมายเลข 5023 III พ้ืนท่ีรับน้ำฝนของอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว 20.27 ตารางกิโลเมตร และจากตำแหน่งที่ต้ัง
โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวไปยังพื้นที่ด้านท้ายน้ำ มีลักษณะพ้ืนที่เป็นท่ีราบสูงสลับที่ดอนมีความสูงจาก
ระดับน้ำทะเลปานกลางเฉลี่ย 40 - 80 เมตร (รทก.) ลักษณะความลาดชัน จากพื้นท่ีต้นน้ำของโครงการทางทิศ
ตะวันตกและลาดเทลงมาสู่ทะเลหลวงทางทศิ ตะวนั ออก ลักษณะภูมิประเทศของโครงการ

2) ลักษณะภมู ิอากาศ

สภาพภูมิอากาศโดยท่ัวไปอยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมที่พัดประจำเป็นฤดูกาล 2 ชนิดคือ ฤดูร้อน
และฤดูฝน โดยฤดูร้อนเร่ิมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน ซ่ึงเป็นช่วงเปล่ียนฤดูมรสุมหลังจากสิ้นฤดูมรสุม
ตะวันออกเฉียงเหนือแลว้ อากาศจะเริ่มร้อนต้ังแต่ตน้ เดอื นกุมภาพันธ์และร้อนจดั ในเดอื นเมษายน ส่วนฤดูหนาวของ
ประเทศไทย จะมีลมจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือซึง่ เป็นลมท่มี ีความเยน็ และแหง้ จากประเทศจีน พัดปกคลุมประเทศ
ไทย ทำให้ภาคต่างๆ ทางตอนบนของประเทศตั้งแตภ่ าคกลางข้ึนไป มีอากาศหนาวเย็นและแหง้ แล้งทว่ั ไป แต่ภาคใต้
ต้งั แต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไปรวมถึงจงั หวดั พัทลุงกลับมีฝนตกชุก เพราะลมมรสุมนี้พัดผ่านอา่ วไทย และพาเอา
ไอน้ำและความชุม่ ชื้นไปตกเปน็ ฝน อากาศจึงไม่หนาวเยน็ เหมอื นภาคอนื่ ๆ ที่อยตู่ อนบนของประเทศ แต่อาจมอี ากาศ
เยน็ เปน็ ครัง้ คราว ลมมรสุมอีกชนิดหน่ึงคือลมมรสมุ ตะวันตกเฉยี งใต้ ซงึ่ พดั ผ่านมหาสมุทรอนิ เดีย ได้พาเอาไอนำ้ และ
ความช่มุ ชนื้ มาสู่ประเทศไทย แต่เนื่องจากเทอื กเขาตะนาวศรซี ่ึงอยทู่ างด้านตะวันตกกนั กระแสลมไว้ ทำให้ภาคใต้ฝ่ัง
ตะวันออกและจังหวัดพัทลุงมีฝนน้อยกว่าภาคใต้ฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นด้านรับลม ทิศทางและช่วงเวลาการเกิดของลม
มรสุมและพายุจรทพี่ ดั เขา้ ส่ปู ระเทศไทย

ฤดูกาลของจังหวัดพัทลงุ แบง่ ออกเป็น 2 ฤดูกาลดังนี้

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานสรปุ สำหรับผู้บริหาร
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
14

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะก่ัว รายงานฉบบั สดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ ผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองตน้ (IEE)

ฤดูฝน : เร่ิมต้ังแต่เดือนพฤษภาคมไปส้ินสุดเดือนธันวาคม รวมระยะเวลาประมาณ 8
เดือน ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดพาฝนเข้าสู่พ้ืนที่ และในช่วงระหว่าง
เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม ฝนที่ตกในพ้ืนที่เกิดจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและลมพายุจรที่พัดผ่านเป็น
ประจำ ทำใหม้ ฝี นสงู สุดในชว่ งเดอื นพฤศจิกายนของทกุ ปี

ฤดูร้อน : เรมิ่ ตั้งแตเ่ ดือนมกราคมถงึ เดือนเมษายน อุณหภูมิเฉล่ียในช่วงนี้ไม่ได้สูงกว่าฤดู
ฝนมากนัก เพียงแตม่ ปี รมิ าณฝนตกน้อย

3) ทรัพยากรดิน : กลุ่มชดุ ดินบริเวณพ้ืนท่ีโครงการ ซึ่งสรปุ ได้ดังน้ี

กลุ่มชุดดินในบริเวณพ้ืนที่ศึกษาท้ังหมดของโครงการ พบว่ามีอยู่รวมทั้งหมด 12 กลุ่มชุดดิน โดยแบ่ง
ออกเป็น 2 กลุ่ม

(ก) กลุ่มชุดดินในพ้ืนที่ลุ่ม : จำนวน 1 กลุ่มชุดดิน ประกอบด้วย กลุ่มชุดดินท่ี 6 เป็นกลุ่มชดุ ดินในพ้ืนท่ีลุ่ม
โดยธรรมชาติใช้ประโยชนเ์ พ่ือการปลกู ข้าว (นาปี) ในช่วงฤดฝู นและในช่วงฤดแู ล้งถ้ามนี ำ้ ใช้ประโยชนใ์ นการปลูกข้าว
(นาปรงั ) หรอื ปลกู พชื ไร่ หรอื ปลกู พืชผกั สวนครัวทีม่ ีอายุเกบ็ เก่ยี วสนั้ ลักษณะของกลุ่มชุดดินดงั กล่าวเป็นพื้นท่ีนาดอน

(ข) กลมุ่ ชดุ ดินในพืน้ ทีด่ อน : จำนวน 11 กลุม่ ชุดดนิ ประกอบดว้ ย กลุ่มชุดดนิ ที่ 26C กลุ่มชุดดินท่ี 32
กลุ่มชุดดินท่ี 32B กลุ่มชุดดินที่ 34 กลุ่มชุดดินท่ี 34B กลุ่มชุดดินท่ี 34C กลุ่มชุดดินที่ 39B กลุ่มชุดดินท่ี 45B
กลมุ่ ชดุ ดนิ ท่ี 45C และกลุ่มชดุ ดนิ ท่ี 51C และกล่มุ ชดุ ดนิ ที่ 62 กลมุ่ ชุดดนิ ในพนื้ ที่ดอน โดยธรรมชาตใิ ชป้ ระโยชนเ์ พื่อ
การปลูกพืชไรห่ รือไมผ้ ล หรือไม้ยนื ต้น หรอื พืชผักสวนครวั

(1) พ้นื ทร่ี บั นำ้ (พนื้ ท่ี 12,670.9 ไร่)
ผลการศึกษาดา้ นทรัพยากรดนิ ในบริเวณพนื้ ท่รี บั น้ำ พบว่ามีดินชนิดต่างๆ แพร่กระจายอยู่ 2 กลุ่ม

ชุดดิน ที่เป็นกลุ่มชุดดินในพ้ืนที่ดอน โดยเกือบท้ังหมดเป็นกลุ่มชุดดินที่ 62 (พ้ืนที่ร้อยละ 99.93 ของพ้ืนที่รับน้ำ)
พืน้ ทสี่ ่วนที่เหลืออกี เพียงเล็กน้อย เป็นกลุ่มชุดดนิ ท่ี 32B (พืน้ ที่ร้อยละ 0.07)

(2) พ้นื ที่อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะก่ัว (พนื้ ที่ 351.6 ไร)่
ผลการศึกษาด้านทรัพยากรดินในบริเวณพ้ืนท่ีอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว พบว่ามีดินชนิดต่างๆ

แพร่กระจายอยู่ 2 กลุ่มชุดดิน ท่ีเป็นกลุ่มชุดดินในพ้ืนท่ีดอน โดยเกือบทั้งหมดเป็นกลุ่มชุดดินที่ 62 (พ้ืนที่ร้อยละ 97.54
ของพน้ื ทีอ่ า่ งเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะก่วั ) พื้นทสี่ ่วนท่เี หลอื อีกเพยี งเลก็ น้อย เป็นกลุ่มชดุ ดนิ ที่ 32B (พ้นื ท่ีรอ้ ยละ 2.46)

(3) พน้ื ท่หี วั งาน พืน้ ที่ 114.9 ไร)่
ผลการศึกษาด้านทรัพยากรดินในบริเวณพื้นที่หัวงาน พบว่ามีดินชนิดต่างๆ แพร่กระจายอยู่ 3

กลุ่มดิน ที่เปน็ กล่มุ ชดุ ดินในพ้ืนทด่ี อน โดยพื้นทส่ี ่วนใหญป่ ระมาณ 2 ส่วน ใน 3 สว่ น เป็นกลุ่มชดุ ดนิ ที่ 62 (พนื้ ที่ร้อย
ละ 65.24 ของพน้ื ท่หี ัวงาน) พ้ืนท่ีสว่ นทเี่ หลอื อีกประมาณ 1 ส่วน ใน 3 สว่ น ประกอบด้วยเป็นกลุ่มชุดดนิ ที่ 26C
(พื้นท่รี ้อยละ 18.54) และกลุ่มชุดดินที่ 32B (พนื้ ที่รอ้ ยละ 16.23)

(4) พน้ื ท่ถี นนเข้าหัวงาน (พ้ืนท่ี 2.1 ไร)่
ผลการศึกษาด้านทรพั ยากรดินในบรเิ วณพื้นท่ีถนนเข้าหัวงาน ท่มี ีพ้ืนที่เพียงเลก็ น้อยมาก พบว่ามี

ดินอยู่ 3 กลุ่มชุดดิน ที่เป็นกลุ่มชุดดินในพื้นที่ดอน โดยเป็นกลุ่มชุดดินท่ี 62 (พ้ืนท่ีร้อยละ 63.92 ของพ้ืนท่ีถนนเข้า
หวั งาน) กลุ่มชดุ ดินท่ี 26C (พื้นทรี่ อ้ ยละ 35.83) และกล่มุ ชดุ ดินที่ 34B (พนื้ ท่รี อ้ ยละ 0.25)

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานสรปุ สำหรับผู้บริหาร
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
15

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกว่ั รายงานฉบับสดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ ผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองตน้ (IEE)

(5) พืน้ ทีร่ บั ประโยชน์ (พืน้ ที่16,475 ไร่)
ผลการศึกษาด้านทรัพยากรดินในบริเวณพ้ืนที่รับประโยชน์ของโครงการ พบว่า มีดินชนิดต่าง ๆ

แพร่กระจายอยูร่ วมทั้งหมด 12 กลุ่มชดุ ดนิ โดยแบง่ ออกได้เป็น 2 กล่มุ หลัก กลมุ่ หน่ึงเป็นกลุ่มชดุ ดนิ ในพ้ืนที่ลุ่ม โดย
มีพื้นท่ีประมาณ 1 ส่วน ใน 5 ส่วน ของพ้ืนท่ีรับประโยชน์ ประกอบด้วย 1 กลุ่มชุดดิน (พื้นที่รวมกันคิดเป็นร้อยละ
20.40 ของพ้ืนที่รับประโยชน์) และอีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มชุดดินในพื้นที่ดอน โดยมีพ้ืนท่ีประมาณเกือบ 4 ส่วนใน 5 ส่วน
ของพื้นท่ีรับประโยชน์ ประกอบด้วย 11 กลุ่มชุดดิน (พ้ืนที่รวมกันคิดเป็นร้อยละ 78.78 ของพ้ืนท่ีรับประโยชน์) พ้ืนท่ี
ส่วนทีเ่ หลืออีกเพียงเล็กน้อย ได้แก่ พ้ืนที่เบ็ดเตล็ด (พ้ืนท่ีร้อยละ 0.50 ของพื้นท่ีรบั ประโยชน์) และพ้ืนท่ีแหลง่ น้ำ (พื้นที่
รอ้ ยละ 0.32 ของพน้ื ทร่ี บั ประโยชน์)

4) ธรณวี ิทยาและการเกดิ แผ่นดินไหว

(1) สภาพธรณีวทิ ยาอ่างเก็บนำ้

สำหรับการศึกษาธรณีวิทยาแผ่นดินไหวในพื้นท่ีโครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น
อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง ได้ศึกษารอยเลื่อนท่ีอยู่ใกล้พื้นท่ีหัวงานสรุป
จากแผนท่ีรอยเลื่อนมีพลังในประเทศไทย ของกรมทรัพยากรธรณี ปี พ.ศ.2562 พบว่าบริเวณที่ตั้งโครงการอ่างเก็บน้ำ
บา้ นเหมืองตะก่ัวอันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง ในรศั มี 150 กิโลเมตร ไม่มีรอยเล่อื นทอ่ี ยู่ในขอบเขต

ถึงแม้จะไม่พบกลุ่มรอยเล่ือนที่มีพลังอยู่ใกล้ที่ตั้งหวั งานอ่างเก็บน้ำของโครงการ และไม่มีสถิติการ
เกิดแผ่นดินไหวที่มีศูนย์กลางอยู่บรเิ วณพื้นที่ศึกษา แต่เพอื่ การปลอดภัยกบั ตัวเข่อื น ในการออกแบบเขื่อนจงึ กำหนด
ใชค้ า่ อัตราเรง่ สงู สดุ ของพ้นื ดิน (Peak Ground Acceleration, PGA) เทา่ กบั 0.05 g

5) วัสดทุ ใ่ี ช้ในการสร้างเขื่อน

(1) แหล่งดินถม

จากการท บท วน รายงานผลการสำรวจปฐพีกลศาสตร์ที่ กรมช ลป ระทาน ได้ดำเนิน การไว้ แล้ว

เม่ือปี พ.ศ.2550 เพ่ือสำรวจหาแหล่งบ่อยืมดิน (Borrow Area) โดยทำการสำรวจดินในบริเวณพื้นที่อ่างเก็บน้ำบ่อยืม

ดินแปลง A อยู่ในบริเวณอ่างเก็บน้ำ ห่างจากศูนย์กลางเขื่อนหลักไปทางด้านเหนือน้ำเป็นระยะทางประมาณ 380

เมตร คิดเป็นพ้ืนท่ี 159 ไร่ ได้ปริมาณดินรวม 1,296,619.3 ลกู บาศก์เมตร จำแนกชนิดดินออกเปน็ 4 กล่มุ ดังน้ี

ดนิ เหนียวปนตะกอน (CL) ปรมิ าณ 115,000 ลกู บาศกเ์ มตร

ทรายปนดนิ เหนียว (SC) ปริมาณ 648,619.7 ลูกบาศกเ์ มตร

ทรายปนตะกอนความเหนยี วตำ่ ถงึ สงู (SM) ปรมิ าณ 204017.7 ลกู บาศกเ์ มตร

ทรายปนตะกอนไมม่ ีความเหนียว (SM) ปริมาณ 252,844.9 ลูกบาศกเ์ มตร

Top Soil ปรมิ าณ 76,137 ลูกบาศก์เมตร

จากผลการสำรวจพบกลุ่มดินรวม 4 กลุ่ม คือ CL, SC, MH, SM และ SM (non-plastic)
มีปริมาณรวมทั้งส้ิน 1,296,619.3 ลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้อยกว่าความต้องการ (ความต้องการดินถมอัดแน่น
ประมาณ 1,400,000 ลูกบาศก์เมตร) แยกเป็นกลุ่มดินทบึ น้ำ 2 กลุ่ม (CL, SC) มีปริมาณ 763,619.7 ลูกบาศก์เมตร
กลุ่มดินก่ึงทึบน้ำ 2 กลุ่ม (MH, SM) มีปริมาณ 204,017.7 ลูกบาศก์เมตร กลุ่มดินไม่ทึบน้ำ (SM non-plastic) มี
ปริมาณ 252,844.9 ลูกบาศก์เมตร และ Top Soil มีปริมาณ 76,137 ลูกบาศก์เมตร ปริมาณดินท่เี หมาะสมในการก่อสร้าง

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานสรุปสำหรบั ผบู้ ริหาร
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
16

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องตน้ อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกว่ั รายงานฉบบั สดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง ผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องต้น (IEE)

(CL, SC, MH, SM และ SM (non-plastic)) รวม 967,637.4 ลูกบาศกเ์ มตร หรอื คิดเป็น 0.7 เท่าของความต้องการใชง้ าน
โดยเกณฑ์ที่ใช้โดยทั่วไปของกรมชลประทานปรมิ าณดินที่ได้จากการสำรวจแหล่งวัสดุกอ่ สรา้ งต้อง

มากกวา่ ปริมาณดินทต่ี ้องการสำหรับการกอ่ สร้าง 2.0 ถึง 2.5 เท่า สำหรับการศึกษาในข้ันตอนศึกษาความเหมาะสม
และ 1.5 ถงึ 2.0 เทา่ สำหรับการศึกษาในขนั้ ตอนออกแบบรายละเอยี ด

สำหรบั ปรมิ าณดินที่จะนำมาใชใ้ นการกอ่ สร้างเฉพาะบ่อยืมดินแปลง A เฉพาะบรเิ วณพื้นที่ภายใน
อ่างเก็บน้ำที่ยังไม่เพียงพอต่อการใช้งานและมีคุณสมบัติทางด้านวิศวกรรมที่เหมาะสมตามข้อกำหนดของ
กรมชลประทาน จำเป็นต้องจัดหาปริมาณดินเพ่ิม 1.1 ล้านลูกบาศก์เมตร ในการศึกษาครั้งนี้ ได้สำรวจแหล่งดิน
บริเวณใกล้เคียงกับพ้ืนท่ีโครงการ โดยในขั้นตอนการก่อสร้าง กรมชลประทานจะมอบหมายให้ทางผู้ดำเนินการ
ก่อสร้าง ทดสอบความเหมาะสมทางวิศวกรรมของแหล่งดนิ ข้างเคียงอกี คร้ัง

(2)แหลง่ วสั ดุก่อสรา้ งประเภทโรงโมห่ นิ บ่อทราย โรงผลิตคอนกรตี และบ่อลกู รัง
จากการรวบรวมข้อมูลแหล่งวัสดุก่อสร้าง ประเภทโรงโม่หิน บ่อทราย โรงผลิตคอนกรีตและบ่อ

ลกู รัง ของกรมทางหลวงชนบท กรมอุตสาหกรรมพ้ืนฐานและการเหมอื งแร่ บริเวณพื้นที่ศึกษาโครงการและใกล้เคียง
(สำรวจเม่ือวันท่ี 26 กรกฎาคม พ.ศ.2562) พบแหล่งวัสดุก่อสร้างประเภทโรงโม่หิน 2 แหล่ง บ่อทราย 2 แห่ง โรง
ผลิตคอนกรตี 3 แห่ง และบ่อลูกรัง 4 แหลง่ ท้ังหมด 11 แหลง่

6) ทรัพยากรธรณี
จังหวัดพัทลุงมีแหล่งทรัพยากรแร่ที่สำคัญทางเศรษฐกิจ 2 ชนิด คือ แร่ตะก่ัว และหินปูน (หินปูนเพ่ือ

อุตสาหกรรมก่อสร้าง หินปูนเพ่ืออุตสาหกรรมอ่ืนๆ และหินปูนที่จำแนกประเภทไม่ได้) นอกจากน้ียังมีทรัพยากรอีก
ชนิดหนึ่ง คอื ทรายก่อสร้าง โดยแหล่งแร่ดังกล่าว มีประทานบัตรทำเหมอื งแร่ท่ียังไมส่ ิ้นอายุและเปิดการอยู่ทัง้ สิ้น 2
แปลง (หินปูนเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง 2 แปลง) คำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ 4 แปลง (โดโมไมต์ 1 แปลงและ
หินปูนเพื่ออุตสาหกรรม 3 แปลง) เมื่อคิดในเชิงพ้ืนที่แล้ว พื้นท่ีแหล่งแร่ในจังหวัดมีเนื้อท่ีทั้งหมด 110.88 ตารางกิโลเมตร
หรือคิดเป็น 3.24% ของเน้อื ที่จงั หวัด แสดงดงั ตารางที่ 7.2.1-1

จากการตรวจสอบ แผนท่ีแหล่งแร่ศักยภาพ (รูปที่ 7.2.1-1) พบว่าแหล่งแร่ตะกั่วซ่ึงตั้งอยู่ทางทิศเหนือ
ของโครงการประมาณ 35 กโิ ลเมตร และต้ังอยคู่ นละลุ่มน้ำยอ่ ยกบั พืน้ ทโ่ี ครงการ

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานสรปุ สำหรับผบู้ ริหาร
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
17

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะก่วั รายงานฉบบั สุดทา้ ยการวิเคราะห์
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง ผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบื้องต้น (IEE)

ตารางที่ 7.2.1-1 พน้ื ท่ีแหลง่ แรใ่ นจังหวัดพัทลุง ปริมาณสำรอง
(ล้านเมตรกิ ตนั )
ชนดิ แร่ เนือ้ ทแี่ หล่งแร่
(ไร่) 28,430
415
หินปูนเพอื่ อุตสาหกรรมก่อสรา้ ง 57,806 3,917
2
หนิ ปนู เพอื่ อุตสาหกรรมอน่ื ๆ 1,413 32,764

หนิ ปนู ท่จี ำแนกไมไ่ ด้ 7,781

ตะกว่ั 2,300

รวม 69,300

อ่างเกบ็ นำ้ เหมืองตะกว่ั อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ

รูปท่ี 7.2.1-1 แผนที่ศักยภาพแหล่งแร่ จังหวัดพัทลุง

7) การตกตะกอนและการกดั เซาะ

(1)การวิเคราะหป์ ริมาณตะกอน
การวเิ คราะห์ปรมิ าณตะกอน พบวา่ สถานวี ัดปรมิ าณตะกอนแขวนลอย มีชว่ งพสิ ัยของขนาดพน้ื ทร่ี ับน้ำฝน

ท้ัง 11 สถานี แยกเป็นสถานีของกรมชลประทาน 9 สถานี และกรมทรัพยากรน้ำ 2 สถานี อยู่ระหว่าง 18.1 – 1,546.8
ตารางกโิ ลเมตร และมีช่วงพสิ ัยของคา่ ปริมาณตะกอนแขวนลอยรายปเี ฉล่ียตอ่ หน่วยพื้นที่อยรู่ ะหว่าง 36.17 – 258.06 ตัน/
ตารางกโิ ลเมตร

(2)การประเมินปรมิ าณตะกอนที่ไหลผา่ นจุดทตี่ ้ังอ่างเก็บนำ้
จากความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณตะกอนแขวนลอยรายปีเฉล่ียและพ้ืนท่ีรับน้ำฝน สามารถคำนวณ

ปริมาณตะกอนแขวนลอยรายปีเฉล่ียสำหรับพื้นที่รับน้ำฝนของอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเน่ืองมาจาก
พระราชดำริ โดยกำหนดให้ปริมาณตะกอนทอ้ งน้ำมคี า่ ประมาณรอ้ ยละ 30 ของปริมาณตะกอนแขวนลอย ได้ผลการ
คำนวณปริมาณตะกอนทคี่ าดว่าจะไหลเข้าสู่อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกัว่ อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ ดังนี้

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานสรปุ สำหรับผ้บู ริหาร
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
18

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกว่ั รายงานฉบบั สุดท้ายการวิเคราะห์
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ ผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบื้องต้น (IEE)

อา่ งเกบ็ น้ำ ปรมิ าณตะกอนรายปีเฉล่ีย (ตนั )
อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกวั่ อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ
ตะกอนแขวนลอย ตะกอนท้องน้ำ ตะกอนรวม
4,913.6
3,779.7 1,133.9

(3)การเปล่ยี นแปลงระดบั ศูนยท์ อ้ งนำ้ และอายใุ ช้งานอ่างเก็บนำ้
การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงระดับศูนย์ใหม่ท่ีตัวเข่อื น และการเปล่ียนแปลงโค้งปริมาตรความจุ -

พื้นที่ผิวน้ำ - ระดับน้ำของอ่างเก็บน้ำ โดยใช้วิธี Area Increment Method และใช้ปริมาตรตะกอนท่ีตกสะสมใน
อ่างเกบ็ น้ำท่ีคำนวณจากสมการถดถอย โดยผลการศกึ ษาการเปลยี่ นแปลงระดับศูนยท์ ่ีตัวเขื่อน และการเปล่ียนแปลง
ปริมาตรความจแุ ละพ้ืนท่ผี ิวนำ้ ทรี่ ะดบั เก็บกักปกติหลังจากระยะเวลาเก็บกกั น้ำในอ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกว่ั ปีต่างๆ
ที่กำหนดไดแ้ สดงดังตารางที่ 7.2.1-2

ตารางที่ 7.2.1-2 ผลศึกษาการเปล่ียนแปลงระดับศูนย์ท่ีเข่ือน ปริมาตรความจุ พื้นท่ีผิวน้ำท่ีระดับเก็บกักปกติ
หลงั จากระยะเวลาเกบ็ กกั น้ำในอ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกั่ว

รำยกำร หน่วย ระยะเวลำเก็บกักของอ่ำงเก็บนำ้ , ปี
1. ปริมำตรตะกอนท่ีตกสะสมในอ่ำง ลำ้ น ลบ.ม. 20 25 50 75 100 150 200
0.090 0.112 0.221 0.328 0.435 0.646 0.855

2. ระดับศูนยใ์ หม่ทต่ี ัวเขอ่ื น ม.รทก. 65.97 66.22 67.46 68.75 70.02 70.53 71.04

3. กำรเปลยี่ นแปลงที่ระดับเก็บกักปกติ

3.1 ปริมำตรควำมจุหลงั กำรใชง้ ำน ลำ้ น ลบ.ม. 10.320 10.298 10.189 10.082 9.975 9.764 9.555
ปริมำตรควำมจุลดลง ลำ้ น ลบ.ม. 0.090 0.112 0.221 0.328 0.435 0.646 0.855
ร้อยละของกำรลดลง
0.869 1.081 2.125 3.155 4.177 6.202 8.209

3.2 พนื ท่ีผวิ น้ำหลงั กำรใชง้ ำน ตร.กม. 0.548 0.548 0.545 0.542 0.540 0.535 0.530
พนื ท่ผี วิ นำ้ ลดลง ตร.กม. 0.0019 0.0024 0.0049 0.0075 0.0102 0.0153 0.0204
ร้อยละของกำรลดลง
0.354 0.442 0.893 1.365 1.860 2.774 3.702

หหมมำายยเเหหตตุ :ุ :รรปปรพระะระะดดิมร้นื ัับบดดำมิ ทตศเบับัาก่ีผรูนตเศ็บคิวกยรูนกวน็บ์เคดำักย้ำกมวิมป์เทจดักาก(่ีุรทมมิปทตะี่รจ้อิกะด(ทุงทตดับนร่ีิอ้ับำ้เะกเงเกดดน็บ็บิมบั ำ้กก)เเักกัดกทปปบ็มิีต่ ักวก)กเตตักทขิอ่ืิป่ีตนกวั เตขิ ่อื น +1611++1500+161...0400050010....05104050มมลำ้..รรนททเตลเมมลกก้าาตตบ..นรรร.าลมง.ูกรรกททบิโลกกาศเ..มกต์เมรตร

พนื ทีผ่ วิ นำ้ ที่ระดับเก็บกักปกติ 0.55 ตร.กม.

จากผลการศึกษาปรมิ าตรตะกอนท่ีตกจมในอ่างเก็บน้ำและการเปลี่ยนแปลงระดับศูนย์ (ท้องน้ำ) ที่ตัว
เข่ือนของอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ พบว่าที่อายุการใช้งานเขื่อน 100 ปี ระดับศูนย์
เขอื่ นจะเปลีย่ นแปลงจากระดับ +65.00 เมตร (รทก.) เปน็ +70.02 เมตร (รทก.ซ่ึงมีการเปล่ียนแปลงในระดบั ที่น้อย
ดังนั้นในการกำหนดระดับน้ำต่ำสุดสำหรับอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ไว้ที่ระดับ
+75.00 เมตร (รทก.) จงึ เพยี งพอที่จะรองรบั ปริมาณตะกอนท่จี ะไหลลงอา่ งเก็บน้ำในอนาคต

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานสรุปสำหรบั ผูบ้ ริหาร
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
19

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องต้น อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกั่ว รายงานฉบับสุดทา้ ยการวิเคราะห์
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ ผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ (IEE)

8) อทุ กวทิ ยาและคุณภาพน้ำผิวดนิ
(1) ปรมิ าณน้ำฝน จากการวิเคราะห์ค่าเฉล่ียปริมาณฝนรายเดือนและรายปีของพ้ืนท่รี ับนำ้ ฝนของอ่าง

เก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ พบว่าพื้นที่อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจาก
พระราชดำริ มปี ริมาณฝนรายปีเฉลี่ย 2,384.1 มลิ ลิเมตร เป็นปรมิ าณฝนในช่วงฤดูฝน (พ.ค.- ธ.ค.) 1,845.6 มิลลเิ มตร คิด
เป็นร้อยละ 77.4 ของปริมาณฝนท้ังปี และปริมาณฝนในช่วงฤดูแล้ง (ม.ค.- เม.ย.) 538.5 มิลลิเมตร คิดเป็นร้อยละ
22.6 ของปรมิ าณฝนทั้งปีและสรปุ ปรมิ าณน้ำฝนรายเดอื นและรายปีเฉลยี่ ไดด้ ังน้ี

ปริมาณน้ำฝนรายเดือนเฉลี่ย (มิลลิเมตร) ปริมาณนำ้ ฝนรายปเี ฉลยี่ (มิลลิเมตร)

เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. ฤดูฝน ฤดูแล้ง รายปี

154.7 154.2 111.5 87.3 119.5 148.7 262.4 505.8 456.1 175.4 69.2 139.3 1,845.6 538.5 2,384.1

(2)ปรมิ าณน้ำท่า การวเิ คราะห์ปรมิ าณนำ้ ท่าของลุม่ นำ้ ย่อยรายเดือนและรายปเี ฉล่ียจากขอ้ มูลปริมาณ

น้ำท่า ได้ทำการเลือกสถานีดัชนีหรือสถานีตัวแทน ได้แก่ สถานีคลองบางแก้วที่บ้านควนอินนอโม (X.109) และ

คำนวณคา่ แฟคเตอรป์ รับคา่ ซ่ึงคำนวณจากอัตราสว่ นพื้นทรี่ บั น้ำฝนระหวา่ งพนื้ ท่ีลมุ่ นำ้ ย่อยและพื้นท่ีลุ่มนำ้ ของสถานี

ดชั นี หรือคำนวณจากสมการถดถอยความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งปรมิ าณน้ำท่ารายปีเฉลี่ยและพื้นทร่ี ับนำ้ ฝน และอาจมีการ

ปรับค่าเพ่ิมเติมตามความเหมาะสม โดยพิจารณาจากค่าปริมาณน้ำท่ารายปีเฉล่ียต่อพื้นท่ีรับน้ำฝน จากน้ันทำการ

คำนวณปริมาณน้ำท่ารายเดือนของลุ่มน้ำย่อยจากปริมาณน้ำท่าของสถานีดัชนีด้วยการคูณด้วยแฟคเตอร์ปรับค่าท่ี

คำนวณได้ ผลการคำนวณปริมาณน้ำท่ารายเดอื นเฉลี่ยช่วงปี 2532-2561 และรายปเี ฉล่ีย สำหรับพ้ืนท่ีรับนำ้ ฝนของ

อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะก่ัวอนั เนื่องมาจากพระราชดำริ สรุปได้ดังน้ี

ปริมาณน้ำท่าเฉลย่ี รายเดอื น, ลา้ นลกู บาศก์เมตร รายปเี ฉลยี่

เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. (ล้านลกู บาศก์เมตร)

1.38 1.25 0.93 0.91 0.89 0.97 1.59 7.06 10.30 5.92 1.83 1.65 34.68

(3) คุณภาพน้ำทั้ง 4 สถานีจากการตรวจวัดในช่วงฤดูแล้งพบว่า คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี
จัดอยู่ในแหล่งน้ำประเภทที่ 3 และประเภทท่ี 4 มีค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) ค่อนข้างสูงมีค่าเท่ากับ
4.3-8.2 มิลลิกรัม/ลิตร ค่าความสกปรกในรูป (BOD) มีค่าต่ำอยู่ที่ < 2.0-2.1 มิลลิกรัม/ลิตร คุณภาพน้ำทางด้าน
ชีวภาพ ด้านโลหะหนัก และสารปราบศัตรพู ืช มีคา่ อยู่ในเกณฑม์ าตรฐานคณุ ภาพนำ้ ผวิ ดนิ ในฤดฝู นคุณภาพน้ำอยใู่ น
เกณฑด์ ี จัดอย่ใู นแหล่งน้ำประเภทที่ 3 มีค่าออกซเิ จนละลายนำ้ (DO) คอ่ นข้างสงู มีค่าเท่ากับ 6.9-8.3 มิลลิกรมั /ลติ ร
ค่าความสกปรกในรูป (BOD) มีค่าต่ำอยู่ที่ < 2.0 มิลลกิ รัม/ลิตร คุณภาพนำ้ ทางด้านชีวภาพ ด้านโลหะหนัก และสาร
ปราบศัตรูพืช มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์คุณภาพน้ำเพ่ือการคุ้มครอง
ทรพั ยากรสัตวน์ ้ำจืดเอกสารวิชาการตามสถาบันประมงน้ำจืดแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 75/2530 คุณภาพน้ำโดยรวม
อยู่ในเกณฑ์ท่ีเหมาะสมตอ่ การดำรงชวี ติ ของสัตว์น้ำ โดยแหลง่ น้ำมคี วามเหมาะสมต่อการใช้ประโยชนเ์ พ่ือการอุปโภค
และบริโภค โดยต้องผ่านการฆ่าเชื้อโรคตามปกติ และผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำเป็นพิเศษ และมีความ
เหมาะสมสำหรบั เป็นนำ้ ชลประทานท่ใี ชใ้ นการเพาะปลกู เหมาะสำหรับการปลูกพชื เกือบทกุ ชนดิ

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานสรุปสำหรบั ผู้บริหาร
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
20

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกั่ว รายงานฉบบั สดุ ท้ายการวิเคราะห์
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง ผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองต้น (IEE)

9) อทุ กธรณีวิทยาและคณุ ภาพนำ้ ใต้ดนิ

(1) บริเวณพ้ืนท่ีต้ังเข่ือนและบริเวณพ้ืนท่ีอ่างเก็บน้ำเป็นชั้นหินให้น้ำ หินแกรนิต (Gr) สำหรับบริเวณ
พ้ืนท่ีรับประโยชน์ จะมีช้ันหินให้น้ำ 5 ชนิดคือชั้นหินให้น้ำตะกอนตะพักลำน้ำ (Qht) ช้ันหนิ ใหน้ ้ำตะกอนเศษหินเชิงเขา
(Qcl) ชน้ั หินใหน้ ้ำตะกอนก่ึงหินแปรยุคคารบ์ อนิเฟอรสั (CMS) ช้นั หนิ ใหน้ ้ำหินแปรอายไุ ซลูเรยี น-ดโี วเนยี น (SDMM)
และชน้ั หินให้นำ้ หินแกรนติ (Gr)

(2) สรุปคุณภาพน้ำใต้ดินท้ัง 3 สถานี ในฤดูแล้ง พบวา่ คุณภาพนำ้ ด้านกายภาพ ภาพรวมคา่ คุณภาพ
น้ำอยู่ในเกณฑ์กำหนดที่เหมาะสมของมาตรฐานนำ้ บาดาลทใ่ี ช้ในการบรโิ ภค ยกเวน้ ปริมาณโลหะหนกั สารหนู ตะกั่ว
ปรอท แคดเมียม และซิลิเนียม รวมทั้งแบคทีเรียอีโคไล ในน้ำบาดาลที่ยังอยู่ในเกณฑ์อนุโลมสูงสุดตามมาตรฐาน
น้ำบาดาลที่ใช้ในการบริโภค ในฤดูฝน พบว่า คุณภาพน้ำด้านกายภาพ ภาพรวมค่าคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์กำหนด
ที่เหมาะสมของมาตรฐานน้ำบาดาลท่ีใช้ในการบริโภค ปริมาณโลหะหนัก สารหนู ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม และซิลิ
เนียม ในน้ำบาดาลที่ยังอยู่ในเกณฑ์อนุโลมสูงสุดตามมาตรฐานน้ำบาดาลที่ใช้ในการบริโภคและเมื่อเปรียบเทียบ
มาตรฐานน้ำใต้ดินท่ีใช้บริโภค ทุกค่าคุณภาพน้ำใต้ดินยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2551 ยกเว้น แบคทีเรียอีโคไล ที่ตรวจพบในสถานีท่ี 1 ของฤดูฝน ซ่ึง
สามารถใชเ้ พ่อื การบริโภคได้โดยต้องผ่านการฆ่าเช้ือโรคทั่วไปกอ่ น

10) พนื้ ทชี่ ุ่มนำ้

พื้นท่ีชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในบริเวณพ้ืนที่ศึกษาของโครงการและบริเวณใกล้เคียง จากการรวบรวม
ขอ้ มูลพื้นท่ีชุ่มน้ำจากเอกสารทางวิชาการท่ีเกี่ยวข้อง ได้แก่ ทะเบียนพื้นท่ีชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและ
ระดั บ ชาติ ของป ระเท ศไท ย ต าม ม ติค ณ ะรัฐม น ต รี เมื่อวัน ท่ี 3 พ ฤศจิกายน พ .ศ.2552 เว็บ ไซต์
http://wetland.onep.go.th/index.html (สืบค้นวันท่ี 26 กรกฎาคม 2562) ซึ่งเปน็ เวบ็ ไซต์ของสำนักงานนโยบาย
และแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม ท่ีมกี ารปรบั ปรุงระบบฐานขอ้ มลู ด้านพื้นท่ชี ่มุ นำ้ อย่างสม่ำเสมอ ร่วมกับ
การตรวจสอบจากฐานข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ และได้ส่งหนังสือตรวจสอบพื้นท่ีชุ่มน้ำไปยังสำนักงาน
นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมเพอ่ื ตรวจสอบพนื้ ทโี่ ครงการ ผลจากการตรวจสอบสามารถสรุป
ได้ว่าพ้ืนที่โครงการไม่ได้อยู่ในพ้ืนท่ีชุ่มน้ำท่ีมีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือพ้ืนท่ีชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับ
นานาชาตแิ ละระดับชาติ แตพ่ บว่ามพี นื้ ท่ชี ุ่มน้ำระดับทอ้ งถิ่น

11) พ้ืนท่สี ำคญั ทางธรณีวทิ ยาและภูมิทัศน์

แหล่งอันควรอนุรักษ์ทางธรณีวิทยา หมายถึงแหล่งธรรมชาติที่เกิดจากกระบวนการเปล่ียนแปลงทาง
ธรณีวิทยาของเปลอื กโลก และเป็นแหลง่ ท่มี ีคณุ ค่าทางดา้ นวิชาการทางธรณีวทิ ยา สามารถจำแนกได้เป็น 7 ประเภท
ได้แก่ 1. แหล่งลำดับช้ันหินแบบฉบับ 2. แหล่งซากดึกดำบรรพ์ 3. แหล่งน้ำพุร้อน 4. แหล่งธรณีสัณฐาน 5. แหล่ง
ธรณีวิทยาโครงสร้าง 6. แหล่งหินแบบฉบับ และ 7.แหล่งแร่แบบฉบับ(กรมทรัพยากรธรณี, 2549) จากการทบทวน
ขอ้ มลู ทุติยภูมจิ ากรายงานธรณวี ทิ ยา จังหวดั พัทลงุ ปี พ.ศ.2550 พบว่า จังหวดั พัทลุงมีแหลง่ ธรรมชาติทางธรณีวิทยา
รวมทง้ั สน้ิ 8 แหล่ง ประกอบด้วย แหล่งน้ำพรุ ้อน 1 แหล่ง และแหล่งธรณสี ณั ฐาน 7 แหล่ง

จากการตรวจสอบข้อมูลทุติยภูมิและการตรวจสอบภาคสนาม พบว่าบริเวณพ้ืนที่อ่างเก็บน้ำบ้าน
เหมอื งตะกวั่ อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ ไมม่ ีพนื้ ท่สี ำคัญทางธรณีวทิ ยา

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานสรปุ สำหรบั ผบู้ ริหาร
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
21

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกั่ว รายงานฉบับสุดท้ายการวิเคราะห์
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง ผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองตน้ (IEE)

7.2.2 ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ

1) นเิ วศวทิ ยาทางน้ำ

พบว่า ฤดูแล้ง ดัชนีความหลากหลายของชนิดแพลงก์ตอนพืช 1.94 - 2.79 มีจำนวน 12 - 33 ชนิด
โดยมีปริมาณความหนาแน่นแพลงก์ตอนพืช 2,206 - 17,355 ยูนิตต่อลิตร ดัชนีความหลากหลายของชนิดแพลงก์
ต อ น สั ต ว์ 1 .0 8 - 2 .0 7 มี จ ำน ว น 4 - 1 9 ช นิ ด โด ย มี ป ริม าณ ค วาม ห น าแ น่ น แ พ ล งก์ ต อ น สั ต ว์
144 - 1,017 ตัวต่อลิตร ดัชนีความหลากหลายของสัตว์หน้าดิน 0.64 - 1.04 มีจำนวน 2 - 9 ชนิด โดยมีปริมาณ
ความหนาแน่นสัตว์หน้าดิน 45 - 89 ตัวต่อตารางเมตร พบปลารวมท้ังสิ้น 5 วงศ์ 8 ชนิด มีจำนวนปลาทั้งหมด
19 - 31 ตัว เม่ือพิจารณาระดับชนิดพบว่า ชนิดท่ีมีจำนวนสมาชิกมากท่ีสุดคือ ชนิดปลาซิว วงศ์ Cyprinidae
รองลงมา ชนดิ ปลาซิวควายแถบดำ และชนดิ ปลาซวิ หางกรรไกร ตามลำดับ มีดัชนีความหลากหลายเท่ากบั 1.535 - 1.672

ฤดูฝน ดัชนีความหลากหลายของชนิดแพลงก์ตอนพืช 1.44 - 2.61 มีจำนวน 14 - 48 ชนิด
โดยมีปริมาณความหนาแน่นแพลงก์ตอนพืช 4,404 - 7,404 ยูนิตต่อลิตร ดัชนีความหลากหลายของชนิดแพลงก์ตอน
สัตว์ 0.95 - 2.03 มีจำนวน 1 - 9 ชนิด โดยมีปริมาณความหนาแน่นแพลงก์ตอนสัตว์ 24 - 180 ตัวต่อลิตร ดัชนีความ
หลากหลายของสัตว์หน้าดิน 0.69 - 1.04 มีจำนวน 2 - 3 ชนิด โดยมีปริมาณความหนาแน่นสัตว์หน้าดิน 30 – 60
ตวั ต่อตารางเมตร พบปลารวมท้ังสิ้น 7 วงศ์ 7 ชนดิ มีจำนวนปลาทั้งหมด 43 - 346 ตัว ชนิดท่ีมีจำนวนสมาชิกมาก
ท่ีสุดคือ ชนิดปลาซิวใบไผ่ วงศ์ Cyprinidae รองลงมา ชนิดปลาซิวควายแถบดำ และชนิดปลาแปบและชนิดปลาแป้นแก้ว
ตามลำดับ มีดชั นคี วามหลากหลายเทา่ กับ 0.874 - 1.170

2) ทรพั ยากรป่าไม้
(1) ข้อมลู ทตุ ยิ ภมู ิ
เขตรกั ษาพันธุ์สัตว์ปา่ เขาบรรทัด
ตั้งอยู่ในเทือกเขาบรรทัดซึ่งเป็นเทือกเขาที่วางตัวในแนวเหนือ-ใต้ และแบ่งระหว่างภาคใต้ฝั่ง

ตะวันออกและภาคใต้ฝ่ังตะวันตก แบ่งเป็นจังหวัดพัทลุง และจังหวัดตรังเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ครอบคลุมพื้นท่ี
บางส่วนของ 4 จังหวัด ได้แก่ จงั หวัดพัทลงุ จังหวัดตรัง จงั หวดั สตูล และจงั หวัดสงขลา พนื้ ที่ประมาณ 791,847 ไร่
หรือ 1,266.9 ตารางกิโลเมตร มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ระหว่าง 100-1,350 เมตร และความสูงชัน
อยรู่ ะหวา่ ง 250-300 ภูเขาบรเิ วณเขตรกั ษาพันธุ์สตั ว์ปา่ เขาบรรทดั นอกจากจะเป็นทีอ่ ยูอ่ าศัยของสตั ว์ป่าจำนวนมาก
และยังเป็นแหล่งต้นน้ำทะเลสาบสงขลา ซ่ึงอยู่ทางด้านทางทิศตะวันออกของเทือกเขาน้ี ได้แก่ คลองนาท่อม
คลองหัวมร คลองท่ามะเด่ือ คลองป่าบอน คลองพรุพ้อ และคลองรัตภูมิ ซ่ึงคลองเหล่าน้ีจะเป็นท่ีรวมของลำน้ำเล็ก
อีกจำนวนหลายสายที่ไหลลงสทู่ ะเลสาบสงขลา ทางด้านตะวนั ตก นัน้ กเ็ ช่นเดียวกนั ยงั มี ลำนำ้ อีกหลายสาย ท่ีต้นน้ำ
เกิดจากภูเขาในเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด และไหลลงสู่ทะเลอันดามัน ได้แก่ แม่น้ำตรัง แม่น้ำปะเหลียน
คลองลพิ งั และคลองละงู

เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด มีสภาพป่าที่แตกต่างกัน 2 ลักษณะ คือ ป่าดิบช้ืนและป่าเขา
หินปูน ซ่ึงเป็นป่าที่ไม่ผลัดใบ-ป่าดงดิบชื้น เป็นป่าท่ีขึ้นปกคลุมพ้ืนท่ีส่วนใหญ่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พบตั้งแต่
บริเวณลำห้วยขึ้นไปจนถึงยอดเขา มีพรรณไม้ขนาดต่าง ๆ ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น เรือนยอดปกคลุมมากกว่า 80%

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานสรุปสำหรับผบู้ ริหาร
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
22


Click to View FlipBook Version