โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกวั่ รายงานฉบบั สดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น (IEE)
บริเวณพื้นท่ีป่าปกคลุมด้วยอินทรีย์วัตถุ ซ่ึงเป็นซากของใบไม้กิ่งไม้เป็นจำนวนมาก-ป่าเขาหินปูน เป็นป่าที่ข้ึนอยู่
เฉพาะตามภเู ขาท่เี ปน็ เขาหินปนู เทา่ นัน้
ในเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด พบว่า ป่าเขาหินปูนบริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าโตนเต๊ะ และ
บรเิ วณถำ้ เจ็ดคต ใกลห้ น่วยพิทักษ์ป่าคีรีวง สภาพปา่ เป็นปา่ แคระแกร็น ไม้ท่ขี ึ้นอยู่มีขนาดเล็ก เนอ่ื งจากมซี บั หนา้ ดิน
น้อยมากชนิดพรรณไม้บรเิ วณท่ขี ึ้นถึงนนั้ เป็นเนินเขาเตีย้ ๆ ไม่สูงชัน มชี น้ั หน้าดนิ คอ่ นข้างหนาและตดิ อยกู่ บั ปา่ ดบิ ชืน้
ท้ังน้ที ีป่ รกึ ษาไดด้ ำเนินการตรวจสอบพื้นทโี่ ครงการทีซ่ ้อนทับอยู่ในพ้ืนทอ่ี นรุ ักษ์ตามกฎหมายตา่ งๆ
พบว่า ทรัพยากรป่าไม้อำเภอป่าบอนมีพ้ืนที่ป่าไม้ท่ีสำคัญ ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด และป่าสงวน
แหง่ ชาตปิ า่ เทือกเขาบรรทัด แปลงที่ 1 ตอนที่ 3 แสดงดงั ตารางที่ 7.2.1-3 และรูปที่ 7.2.1-2
ตารางที่ 7.2.1-3 พน้ื ทโ่ี ครงการอ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกว่ั อนั เน่ืองมาพระราชดำริ อยู่ในเขตพืน้ ท่อี นรุ กั ษ์
องค์กระกอบ พ้นื ท่ี เขตรกั ษาพันธุส์ ัตว์ปา่ ป่าสงวนแหง่ ชาติป่าเทือกเขาบรรทดั (ไร่) ป่าถาวร
โครงการ (ไร)่ เขาบรรทดั (ไร่) (ไร่)
พน้ื ท่ปี า่ พน้ื ทปี่ ่าอนรุ กั ษ์
-
เศรษฐกจิ (E) เพมิ่ เติม (C) 12.0
อา่ งเกบ็ น้ำ 351.6 162.5 179.2 9.9* -
12.0
หวั งาน 114.9 7.7 95.2 -
ถนนเขา้ หัวงาน 2.1 - 2.1 -
รวม 468.6 170.2 276.5 9.9
หมายเหตุ : * พ้นื ที่ป่าอนุรักษเ์ พ่มิ เติม (C) 6.0 ไร่ และ ซอ้ นทับกบั เขตรักษาพนั ธ์ุสัตวป์ ่า 3.9 ไร่
ทมี่ า : กลมุ่ บริษทั ทปี่ รึกษา, 2563
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานสรปุ สำหรบั ผ้บู ริหาร
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
23
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั รายงานฉบบั สดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้ (IEE)
ูรปที่ 7.2.1-2 แสดงพื้น ่ทีเขต ัรกษา ัพน ์ธุสัต ์วป่าเขาบรรทัดและป่าสงวนแห่งชาติป่าเ ืทอกเขาบรรทัด แปลงท่ี 1 ตอนท่ี 3
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานสรุปสำหรบั ผู้บริหาร
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
24
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกว่ั รายงานฉบบั สดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ ผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองต้น (IEE)
(2) ผลการสำรวจภาคสนาม
การสำรวจในภาคสนาม และวเิ คราะหข์ ้อมลู ในสภาพปจั จบุ ัน ปี พ.ศ. 2563
1) ลักษณะสงั คมพืช
พื้นที่อ่างเก็บน้ำและหัวงานโครงการได้ทำการสำรวจสังคมพืชโดยใช้วิธีการวางแปลงสำรวจ
แบบส่ีเหลี่ยมขนาด 40x40 เมตร จำนวน 20 จุดสำรวจ คิดเป็นพื้นที่ 20 ไร่ จากพ้ืนท่ีทั้งหมด 468.6 ไร่ (รูปท่ี 3.2.2-5)
พบสังคมพืชส่วนใหญ่เป็นป่าดิบชื้นกระจายตัวต้ังแต่ริมห้วยเหมืองตะก่ัว จนถึงสันเขา เบญจพรรณ ท่ีระดับความสูง
ต้ังแต่ 50-300 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง พนื้ ท่ีฝัง่ ซ้ายของคลองเหมืองตะก่ัวพบสังคมพืชเกษตรกรรมมากกว่า
รอ้ ยละ 80 ของพื้นท่ีดำเนินการโครงการกระจายอยู่โดยรอบพื้นท่ีหัวงาน พ้ืนที่น้ำท่วมบางส่วน โดยพบสวนยางพารา
บางสวนท้ิงร้าง สวนผสม และสวนผลไม้ โดยท้ังหมดพบรอ่ งรอยการใช้ประโยชน์ของชมุ ชน ยกเว้นในพ้นื ทป่ี า่ ดบิ ช้นื ใน
เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด ซ่ึงอยู่ฝั่งขวาของคลองเหมืองตะก่ัวพบสังคมพืชพบร่องรอยการทำเกษตรบางส่วน โดย
สามารถอธิบายสังคมพืชในแตล่ ะองค์ประกอบของโครงการได้ดังนี้
พื้นที่อ่างเก็บน้ำได้ทำการสำรวจสังคมพืชโดยใช้วิธีการวางแปลงสำรวจแบบส่ีเหล่ียมจำนวน 6 จุด
สำรวจ คดิ เป็นพื้นที่ 6 ไร่ พบวา่ ในพ้ืนที่น้ำทว่ มพบสังคมพืชป่าดิบช้ืนบริเวณฝัง่ ขวาของคลองเหมืองตะกั่ว และบริเวณที่น้ำ
ท่วมสูงสุดตอนบนของพื้นท่ีอ่างเก็บน้ำ มีสภาพโครงสร้างป่าดิบชื้นพบร่องรอยการทำเกษตรกรรม ส่วนพ้ืนท่ีด้านซ้าย
ของคลองเหมืองตะกั่ว พบสังคมพืชสวนยางพาราร้างมีการฟ้ืนตัวโดยพบพันธุ์ไม้เบิกนำปะปนกับสวนยางพาราร้าง
โดยพันธ์ุไม้ท่ีสำรวจพบ เช่น เข็มป่า (Aidia parvifolia (King & Gamble) K. M. Wong) เฉียงพร้านางแอ (Carallia
brachiata (Lour.) Merr.) เชียด (Cinnamomum iners Reinw. ex Blume) เต่าร้าง (Caryota kiriwongensis Hodel
ex Hodel) เต้าหลวง (Macaranga gigantea (Rchb. f. & Zoll.) Müll. Arg.) เนียน (Popowia pisocarpa (Blume)
Endl.) เม่าเหล็ก (Diospyros racemosa Roxb.) เลือดแรด (Atuna latifrons (Kosterm.) Prance & F. White) เลือด
ควายใบใหญ่ (Knema furfuracea (Hook. f. & Thomson) Warb.) เหมือดคน (Helicia robusta (Roxb.) R. Br. ex
Blume) แซะ (Callerya atropurpurea (Wall.) Schot) แดงเขา (Syzygium attenuatum (Miq.) Merr. & L. M. Perry
subsp. circumscissum (Gagnep.)) แต้ ว (Cratoxylum maingayi Dyer) โพ ท ะเล (Hura crepitans L.) โพ บ าย
(Balakata baccata (Roxb.) Esser) ไข่เขียว (Parashorea stellata Kurz) ไทร (Ficus annulata Blume) ไทรใหญ่
(Ficus consociata Blume) ไฟสามกอง (Melicope lunu-ankenda (Gaertn.) T. G. Hartley) กรวย (Horsfieldia irya
(Gaertn.) Warb.) กรวยป่า (Endocomia canarioides (King) W. J. de Wilde) กระท้อน (Millettia leucantha Kurz
var. buteoides (Gagnep.) P. K. Lôc) ก ฤ ษ ณ า (Aquilaria crassna Pierre ex Lecomte) ก่ อ แ ป้ น (Quercus
quangtriensis Hickel & A. Camus) ก่อหนาม (Castanopsis acuminatissima (Blume) A. DC.) กะทังป่า (Litsea
costata Boerl.) ขนุนนก (Palaquium obovatum (Griff.) Engl.) ข่อยหนาม (Streblus ilicifolius (S. Vidal) Corner)
คำเครือ (Byttneria pilosa Roxb.) จัน ทร์ (Ocimum gratissimum L. var. macrophyllum Briq.) จิกเขา
(Barringtonia pendula (Griff.) Kurz) จิกน้ำ (Agrostistachys gaudichaudii Baill. ex Müll. Arg.)ชวด (Calophyllum
macrocarpum Hook. f.) ช ะม วง (Garcinia cowa Roxb. ex Choisy) ต ะ เคี ย น ท อง(Hopea odorata Roxb.)
ต้ิว (Lagerstroemia venusta Wall. ex C. B. Clarke) ตีนเป็ด (Alstonia scholaris (L.) R. Br.) ทะโล้ (Schima
wallichii (DC.) Korth.) ทุเรียน (Durio zibethinus L.) และต้นระกัง หรือไคร้น้ำ (Homonoia riparia Lour.)
เป็นต้น
พื้นที่หัวงานและอาคารประกอบได้ทำการสำรวจสังคมพืชโดยใช้วิธีการวางแปลงสำรวจแบบ
ส่ีเหลี่ยม จำนวน 3 จดุ สำรวจ คิดเป็นพื้นท่ี 3 ไร่ พื้นทสี่ ว่ นใหญอ่ ยู่นอกพนื้ ทเ่ี ขตรักษาพันธสุ์ ัตว์ป่าเขาบรรทัด โดยอยู่
ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่เอกชน ลักษณะสังคมพืชเป็นป่าดิบแล้งท่ีมีร่องรอยการใช้ประโยชน์ของมนุษย์
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานสรปุ สำหรับผู้บริหาร
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
25
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกวั่ รายงานฉบบั สุดทา้ ยการวิเคราะห์
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง ผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องตน้ (IEE)
โดยพบพันธ์ุไม้ป่าดิบช้ืนเดิมสลับแทรกตัวกับสวนผลไม้ สวนสมรม และสวนยางพาราร้าง โดยพบพันธ์ุไม้ใหญ่
อยู่ใกล้แนวริมน้ำโดยพันธ์ุไม้ที่สำรวจพบ เช่น เข็มป่า (Aidia parvifolia (King & Gamble) K. M. Wong) เชียด
(Cinnamomum iners Reinw. ex Blume) เต่าร้าง (Caryota kiriwongensis Hodel ex Hodel) เนียง (Archidendron
jiringa (Jack) I. C. Nielsen) เลือดควาย (Knema furfuracea (Hook. f. & Thomson) Warb.) แดงเขา (Syzygium
attenuatum (Miq.) Merr. & L. M. Perry subsp. circumscissum (Gagnep.)) แต้ว (Cratoxylum maingayi Dyer) โพบาย
(Balakata baccata (Roxb.) Esser) ไทร (Ficus annulata Blume) กระพี้ (Dalbergia assamica Benth.) ก่อหมู
(Castanopsis costata (Blume) A. DC.) ขนุน (Artocarpus heterophyllus Lam.) ขนุนป่า (Artocarpus chama
Buch.-Ham.) ค้ อนหมา (Acronychia pedunculata (L.) Miq.) ตะเคี ยนทอง (Hopea odorata Roxb.) พลั บพลา
(Microcos paniculata L.) มะเดื่อชุมพร (Ficus auriculata Lour.) มะไฟ (Baccaurea brevipes Hook. f.) มะหาด
(Artocarpus lacucha Roxb. ex Buch.-Ham.) ยอป่า (Morinda coreia Buch.-Ham.) ลองกอง (Lansium parasiticum
(Osbeck) K. C. Sahni & Bennet) สะเดา (Azadirachta indica A. Juss.) หงอนไก่ (Celosia argentea L.) หลุมพอ
(Intsia palembanica Miq.) หว้า (Syzygium zimmermannii (Warb. ex Craib) Merr. & L. M. Perry) และต้นระกัง
หรือไครน้ ำ้ (Homonoia riparia Lour.) เปน็ ต้น
พ้ืนท่ีถนนเข้าหัวงานจากการศึกษาสภาพสังคมพืชบริเวณสองข้างทางเป็นสวนยางพาราผสมสวน
ผลไม้ ถนนเดิมเป็นถนนลาดยาง ซึง่ พรรณไม้เด่นท่ีพบในพื้นที่โดยรอบของถนน เช่น เนียง (Archidendron jiringa
(Jack) I. C. Nielsen) แซะ (Callerya atropurpurea (Wall.) Schot) โพบาย (Balakata baccata (Roxb.)
Esser) ไทร (Ficus annulata Blume) กระท่อมหมู (Mitragyna diversifolia (Wall. ex G. Don) Havil.) กะทัง
(Litsea grandis (Nees) Hook. f.) ข้ีหนอน (Uraria crinita (L.) Desv. ex DC.) ปอ (Corchorus capsularis L.)
ยอป่า (Morinda coreia Buch.-Ham.) สะเดาเทียม (Azadirachta excelsa (Jack) Jacobs) สะตอ (Parkia speciosa
Hassk.) เปน็ ตน้
พื้นท่รี ับประโยชน์จากการศึกษาสภาพสังคมพืชโดยทำการสังคมพชื โดยอธิบายลักษณะทว่ั ไปที่พบ
โดยบริเวณทส่ี ำรวจเป็นสวนยางพารา ที่อยู่อาศัยของชุมชน โครงการปลกุ ป่าของโรงเรยี นบา้ นคลองใหญ่ ซึง่ พรรณไม้
เด่นท่ีพบในพ้ืนท่ีโดยรอบพื้นท่ีรับประโยชน์ได้แก่ ตีนนก (Terminalia calamansanay (Blanco) Rolfe) สาเก
(Artocarpus altilis (Parkinson ex F. A. Zorn) Fosberg) มะเม่าเขา (Antidesma laurifolium Airy Shaw) หว้า
(Syzygium zimmermannii (Warb. ex Craib) Merr. & L. M. Perry) กระท้ อน (Millettia leucantha Kurz var.
buteoides (Gagnep.) P. K. Lôc) ขนุน (Artocarpus heterophyllus Lam.) เชียด (Cinnamomum iners Reinw.
ex Blume) ข่อย (Streblus ilicifolius (S. Vidal) Corner) อินทนิล (Lagerstroemia ovalifolia Teijsm. & Binn.)
ตะเคียนทอง (Hopea odorata Roxb.) ทุเรียน (Durio zibethinus L.) ยางนา (Dipterocarpus alatus Roxb.
ex G. Don) ยางพารา (Hevea brasiliensis (Kunth) Müll. Arg.) สะเดาเทียม (Azadirachta excelsa (Jack) Jacobs)
สะตอ (Parkia speciosa Hassk.) เปน็ ต้น
พื้นทใี่ กล้เคียง (reference site) รอบบริเวณอ่างเก็บน้ำ พบว่า สังคมพืชโดยรอบอ่างเก็บน้ำ
เป็นป่าดิบชื้นประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์อีก 20 เปอร์เซ็นต์เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งพรรณไม้เด่นท่ีพบใน
พ้ืนที่โดยรอบของอ่างเก็บน้ำได้แก่ เข็มป่า (Aidia parvifolia (King & Gamble) K. M. Wong) เขลง
(Dialium cochinchinense Pierre) เทพทาโร (Ceropegia arnottiana Wight) เทียนพัทลุง (Impatiens
peltata Hook. f.) เลือดแรด (Atuna latifrons (Kosterm.) Prance & F. White) เลือดควายใบใหญ่
(Knema furfuracea (Hook. f. & Thomson) Warb.) เลื อ ด ม้ า (Knema globularia (Lam.) Warb.)
เหย่ือจง (Impatiens kerriae Craib) แซะ (Callerya atropurpurea (Wall.) Schot) แดงเขา (Syzygium
attenuatum (Miq.) Merr. & L. M. Perry subsp. circumscissum (Gagnep.)) โพบาย (Balakata baccata
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานสรุปสำหรบั ผ้บู ริหาร
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
26
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะก่ัว รายงานฉบับสดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง ผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองต้น (IEE)
(Roxb.) Esser) ไข่เขียว (Parashorea stellata Kurz) ไทร (Ficus annulata Blume) ไมก้ ล้วย (Ryparosa wrayi
King) ไหลเผือก (Eurycoma longifolia Jack) ก่อขน (Lithocarpus lindleyanus (Wall. ex A. DC.) A. Camus)
ก่อหมู (Castanopsis costata (Blume) A. DC.) กะออก (Artocarpus elasticus Reinw. ex Blume) กัญชง
(Cannabis sativa L.) กาแฟป่ า (Coffea madurensis Teijsm. & Binn. ex Koord.) คอแลน (Baccaurea
bracteata Müll. Arg.) ค้างคาว (Aglaia edulis (Roxb.) Wall.) งาช้าง (Kibatalia laurifolia (Ridl.) Woodson)
จันทร์เทศ (Myristica fragrans Houtt.) จิกเขา (Barringtonia pendula (Griff.) Kurz) ตะเคียนทราย (Hopea
pierrei Hance) ตีนเปด็ (Alstonia scholaris (L.) R. Br.) ทะโล้ (Schima wallichii (DC.) Korth.) นากบดุ (Mesua
nervosa Planch. & Triana) ปลายมน (Davallia heterophylla H. Sm.) พระเจ้าห้าพระองค์ (Dracontomelon
dao (Blanco) Merr. & Rolfe) มะเม่าเขา (Antidesma laurifolium Airy Shaw) มะขามแป (Archidendron
clypearia (Jack) I. C. Nielsen) มันหมู (Dioscorea prazeri Prain & Burkill) รักเขา (Gluta laccifera (Pierre)
Ding Hou) สะเดา (Azadirachta indica A. Juss.) สะตอ (Parkia speciosa Hassk.) สาวดำ (Diospyros bejaudii
Lecomte) หลุมพอ (Intsia palembanica Miq.) อบเชย (Cinnamomum iners Reinw. ex Blume) อวบดำ
(Chionanthus ramiflorus Roxb.) เปน็ ตน้
2) ความหนาแนน่ และปรมิ าตรไม้
(2.1) พ้นื ทอ่ี ่างเกบ็ น้ำ
การวิเคราะห์สังคมพืชในพ้ืนที่อ่างเก็บน้ำ พบว่าในพ้ืนท่ีน้ำท่วมพบสังคมพืชป่าดิบ
ชื้นบริเวณฝั่งขวาของลำห้วยเหมืองตะกั่ว มีสภาพโครงสร้างป่าดิบช้ืนพบสังคมพืชเกษตรกรรมบางส่วน ส่วนพ้ืนท่ี
ด้านซ้ายของลำห้วยเหมืองตะกั่ว พบสังคมพืชสวนยางพาราร้างมีการฟื้นตัวโดยพบพันธ์ุไม้เบิกนำปะปนกับสวน
ยางพาราร้าง ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู ชนิดไม้ ความหนาแน่นของไม้ใหญ่ ลกู ไม้ กล้าไม้ และไม้ไผ่ และปริมาตรไม้ในพื้นท่ี
อ่างเก็บน้ำสำรวจพบชนิดกล้าไม้ไม่น้อยกว่า 53 ชนิด โดยมีความหนาแน่นเฉล่ีย 485 ต้นต่อไร่ ชนิดไม้หนุ่มไม่น้อยกว่า
68 ชนิด โดยมีความหนาแน่นเฉล่ีย 74.13 ต้นต่อไร่ และชนิดไม้ใหญ่ ไม่น้อยกว่า 118 ชนิด โดยมีความหนาแน่น
เฉล่ียรวม 82.34 ต้นต่อไร่ แบ่งตามขนาดความโตได้ 3 ระดับ ได้แก่ ขนาดความโต 10-30 เซนติเมตร มีความหนาแน่น
เฉล่ีย 67.17 ต้นต่อไร่ ขนาดความโต 30-60 เซนติเมตร มีความหนาแน่นเฉลี่ย 14.50 ต้นต่อไร่ และขนาดความโต
มากกว่า 60 เซนติเมตร ความหนาแน่นเฉลี่ย 0.67 ต้นต่อไร่ ส่วนการวิเคราะห์ปริมาตรไม้ พบว่า มีปริมาตรไม้เฉล่ียรวม
62.05 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ โดยส่วนใหญ่อยู่ในช้ันคุณภาพไม้ (TQ) ท่ี 1.2 เฉลี่ย40.47 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ แสดงดัง
ตารางที่ 7.2.1-4 และแสดงดงั ตารางท่ี 7.2.1-5
(2.2) พื้นท่ีหัวงานและอาคารประกอบ
การวิเคราะห์สังคมพืชในพ้ืนที่หัวงาน และอาคารประกอบ พบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่
อยู่นอกพ้ืนท่ีเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด โดยอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และพ้ืนที่เอกชน ลักษณะสังคมพืช
เป็นป่าดิบแล้งที่มีร่องรอยการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ โดยพบพันธ์ุไม้ป่าดิบชื้นเดิมสลับแทรกตัวกับสวนผลไม้
สวนผสม และสวนยางพาราร้าง โดยพบพันธุ์ไม้ใหญ่อยู่ใกล้แนวรมิ น้ำ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลชนดิ ไม้ ความหนาแน่น
ของไมใ้ หญ่ ลกู ไม้ กล้าไม้ และไม้ไผ่ และปริมาตรไมใ้ นพื้นทพ่ี บกล้าไมไ้ ม่น้อยกว่า 28 ชนดิ โดยมีความหนาแนน่ เฉลีย่
891 ต้นต่อไร่ ชนิดไม้หนุ่มไม่น้อยกว่า 20 ชนิด โดยมีความหนาแน่นเฉลี่ย 71.47 ต้นต่อไร่ และชนิดไม้ใหญ่
(ไม้กระยาเลย) ไม่น้อยกวา่ 32 ชนิด โดยมีความหนาแน่นเฉลี่ยรวม 68 ต้นต่อไร่ แบ่งตามขนาดความโตได้ 3 ระดับ
ได้แก่ ขนาดความโต 10-30 เซนติเมตร มีความหนาแน่นเฉล่ีย 60.33 ต้นต่อไร่ ขนาดความโต 30-60 เซนติเมตร
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานสรุปสำหรับผู้บริหาร
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
27
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั รายงานฉบับสุดท้ายการวิเคราะห์
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง ผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องต้น (IEE)
มีความหนาแน่นเฉลี่ย 5.67 ต้นต่อไร่ และขนาดความโตมากกว่า 60 เซนติเมตร ความหนาแน่นเฉลี่ย 2.0 ต้นต่อไร่
ส่วนการวิเคราะห์ปรมิ าตรไม้ พบว่า มีปรมิ าตรไม้เฉลยี่ รวม 30.1 ลกู บาศก์เมตรตอ่ ไร่ โดยส่วนใหญ่อย่ใู นช้ันคณุ ภาพ
ไม้ (TQ) ท่ี 1.2 เฉลย่ี 20.42 ลูกบาศกเ์ มตรต่อไร่ แสดงดังตารางที่ 3.2.2-9 และแสดงดงั ตารางท่ี 3.2.2-10
ตารางท่ี 7.2.1-4 ความหนานแนน่ ของไมใ้ หญ่ ลูกไม้ กล้าไม้ และปรมิ าตรไม้ใหญ่ในแตล่ ะพืน้ ทศี่ กึ ษา
โครงการอ่างเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ
ไมใ้ หญ่ ลกู ไม้ กลา้ ไม้
ความหนาแนน่ (ต้นต่อไร)่
พืน้ ท่ี ประเภทป่า ชนิด ขนาดความโต : เซนตเิ มตร ชนิด ความ ชนิด ความ
10-30 30-60 > 60 รวม หนาแนน่ หนาแนน่
อ่างเก็บน้ำ ปา่ ดิบชื้นริมหว้ ย ผสมสวน
หวั งาน ยางพารา และสวนผลไม้ 118 67.17 14.50 0.67 82.34 (ตน้ ต่อไร)่ (ตน้ ตอ่ ไร่)
ใกล้เคียง ปา่ ดบิ ชน้ื รมิ ห้วย ผสมสวน
ยางพารา และสวนผลไม้ 68 74.13 53 485
ป่าดิบชนื้
32 60.33 5.67 2.00 68 20 71.47 28 891
57 83 16 0 99 26 61.87 20 560
ตารางท่ี 7.2.1-5 ปรมิ าตรไม้เฉลีย่ จำแนกตามชน้ั คณุ ภาพไมใ้ นแต่ละพนื้ ท่ศี ึกษา โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ
พื้นที่ ประเภทปา่ ปรมิ าตรไม้ TQ 3 รวม
ปริมาตรไมเ้ ฉลีย่ (ลกู บาศกเ์ มตรต่อไร่) 62.05
TQ 1.1 TQ 1.2 TQ 1.3 TQ 2
อ่างเก็บนำ้ ปา่ ดิบช้ืนรมิ ห้วย ผสม - 40.47 - 21.58 0
หัวงาน สวนยางพารา และสวนผลไม้
ใกล้เคียง ปา่ ดิบช้ืนรมิ หว้ ย ผสมสวน - 20.42 - 9.68 0 30.10
ยางพารา และสวนผลไม้ - 35.46 - 25.49 0 60.95
ปา่ ดบิ ช้นื
3) ทรัพยากรสัตวป์ า่
สำรวจบรเิ วณพ้ืนทข่ี องโครงการ บรเิ วณพ้ืนท่ีเกษตรทอ่ี ยขู่ ้างเคียงโครงการ และบริเวณพน้ื ทป่ี ่าอนรุ ักษ์
(บริเวณพ้ืนท่ีของเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด) ที่อยู่ข้างเคียงโครงการฯ พบสัตว์ป่าท้ังสิ้น 180 ชนิด
ประกอบดว้ ย สัตวส์ ะเทนิ น้ำสะเทินบก 17 ชนิด สตั ว์เล้อื ยคลาน 19 ชนิด นก 131 ชนดิ และสตั ว์เลย้ี งลกู ด้วยนม 13
ชนิด สถานภาพการอนุรักษ์ สัตว์เลื้อยคลาน พบเพียงอยู่ในสถานภาพคุ้มครองตามพระราชบัญญัติฯ ปี 2535 อาทิ
เช่น ก้ิงก่าแก้วเหนือ กิ้งก่าแก้วใต้ ก้ิงก่าหัวแดง และกิ้งก่าบินคอแดง สำหรับกลุ่มนก 2562 พบ 1 ชนิดที่ถูกจัดตาม
เกณฑ์ใกล้ถูกคุกคาม (NT) ของสำนักงานนโยบาย และแผนฯ ปี 2560 คอื นกกก หรือนกกาฮงั แต่เกณฑข์ อง IUCN
2019 นั้นถูกจัดอย่ใู นเกณฑ์มีแนวโน้มใกลส้ ูญพันธุ์ (VU) กลุ่มสัตว์เล้ียงลูกดว้ ยนม เป็นกลุ่มท่ีถูกคกุ คามมากชนิดที่สุด
อาทิเช่น ชะนีมือขาว และค้างแว่นถิ่นใต้ ที่ถูกจัดให้อยู่ในเกณฑ์ใกล้สูญพันธ์ุ (EN) ของ IUCN 2019 แต่สำนักงาน
นโยบาย และแผนฯ ปี 2560 นั้นจัดอยใู่ นเกณฑม์ แี นวโน้มใกล้สูญพนั ธุ์ (VU)
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานสรุปสำหรับผ้บู ริหาร
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
28
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกัว่ รายงานฉบับสุดทา้ ยการวิเคราะห์
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง ผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น (IEE)
7.2.3 คณุ ค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์
1) การชลประทานและเกษตรกรรม
(1) การชลประทาน
ระบบชลประทานท่เี หมาะสมกับพน้ื ที่รับประโยชนข์ องโครงการคอื ระบบท่อสง่ นำ้ โดยไดว้ างท่อสง่
น้ำเพื่อส่งน้ำให้พ้ืนที่รับประโยชน์ 16,475 ไร่ ความยาวประมาณ 37.20 กิโลเมตร คิดเป็นพื้นท่ีชลประทาน 11,600 ไร่
ซง่ึ อยู่ในเขต 7 หม่บู ้าน ได้แก่ บา้ นเหมืองตะก่วั บ้านหนองธง บ้านทุ่งลานชา้ ง บ้านหลักสิบ บ้านเขาจันทร์ บา้ นสาย
กลาง ในเขตตำบลหนองธง และ บ้านหนองเลน ในเขตตำบลคลองใหญ่ โดยได้วางแผนท่อส่งน้ำเพื่อการอุปโภค -
บริโภคครอบคลุมหมู่บ้านส่วนที่เหลืออีก 3 หมู่บ้าน ทั้งตำบลรวมท้ังสิ้น 10 หมู่บ้าน 2,298 ครัวเรือน โดยยังได้มีการ
ปล่อยน้ำลงลำน้ำเดิมผ่านอาคารท่อส่งน้ำ เพ่ือรักษาระบบนิเวศด้านท้ายน้ำและสนองต่อความต้องการน้ำของพื้นที่
เกษตรกรรมเดมิ ในพ้นื ที่ แก่ฝายคลองท่ายูง 440 ไร่ และฝายคลองบ้านใหม่ 2,850 ไร่ และนำ้ ส่วนทีเ่ หลอื ไหลไปด้าน
ท้ายน้ำเพ่ือรกั ษานเิ วศด้านท้ายนำ้ อยา่ งพอเพยี ง
(2) เกษตรกรรม
1. กรณีปัจจบุ ัน/อนาคตไม่มโี ครงการฯ
การดำเนินการสัมภาษณ์ตัวแทนเกษตรกรด้วยแบบสอบถามด้านเศรษฐกิจสังคม ในฤดู
ฝน มีการปลูกข้าวในพื้นที่ลุ่มริมลำน้ำเพียงเล็กน้อย ไม้ยืนต้นที่เกษตรกรปลูกตลอดปี ได้แก่ยางพารา และปาล์ม
น้ำมัน ปจั จบุ ันเรม่ิ มกี ารปรับเปลีย่ นปลกู ไม้ผลจำพวกสละ มังคดุ ทุเรียน แทนไมย้ ืนต้นเนื่องจากราคายาง และปาล์ม
นำ้ มนั มีราคาตกตำ่ รายละเอียดระบบพืชแตล่ ะชนดิ ของพ้ืนท่ีชลประทาน 11,600 ไร่ มีดังน้ี
- กลุ่มไม้ยืนต้น : มีพ้ืนท่ีมากท่ีสุดในพื้นท่ีชลประทานโดยมีจำนวน 10,365 ไร่ หรือคิด
เปน็ ร้อยละ 89 ของพื้นทีชลประทาน โดยมีการปลกู ยางพาราจำนวน 10,245 ไร่ (ร้อยละ 88.3) พน้ื ที่ส่วนที่เหลอื อีก
ไมม่ ากนกั เป็นพ้ืนท่ีปลูกปาล์มน้ำมันจำนวน 120 ไร่ (พ้นื ทร่ี ้อยละ 1.03)
- กลุ่มไม้ผล : มพี ื้นที่คอ่ นข้างน้อยในพื้นท่ีชลประทาน โดยมจี ำนวน 534 ไร่ คิดเป็นร้อย
ละ 4.6 ของพื้นท่ีชลประทาน พ้ืนท่ีส่วนใหญ่หรือเกือบท้ังหมดเกษตรกรเริ่มนิยมลูกไม้ผลผสมสละ คิดเป็นพ้ืนท่ีร้อย
ละ 4.53 พื้นท่ีส่วนท่ีเหลืออีกเพียงเล็กน้อย ประกอบด้วยพ้ืนที่ปลูกลางสาด ลองกอง (พ้ืนที่ร้อยละ 0.02) และพื้นที่ปลูก
กล้วย (พ้ืนที่รอ้ ยละ 0.02)
- กลุ่มพ้ืนท่ีนา : พื้นที่นาในปัจจุบันของพื้นที่ชลประทานมีค่อนข้างน้อยเน่ืองจากพ้ืนท่ี
ส่วนใหญ่เป็นทด่ี อนโดยมีจำนวน 55 ไร่ คดิ เป็นรอ้ ยละ 0.47 ของพน้ื ท่ชี ลประทาน
- กลุ่มพืชไร่ : มีพื้นที่เพียงเล็กน้อยมาก ในพื้นท่ีชลประทานโดยมีจำนวนเพียง 8 ไร่ คิด
เปน็ รอ้ ยละ 0.07 ของพื้นท่ชี ลประทาน พืชไร่ที่ปลูกไดแ้ ก่ ขา้ วโพดเล้ียงสตั ว์ สปั ปะรด
พื้นท่ีชลประทานในกรณีปัจจุบันหรือกรณีอนาคตไม่มีโครงการ มีประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์
พ้นื ทีก่ ารเกษตร (Cropping Intensity : CI) เทา่ กบั 94.5 %
2. กรณอี นาคตเม่อื มโี ครงการ
สภาพการผลิตทางการเกษตรในพน้ื ท่ชี ลประทาน 11,600 ไร่ เมอื่ มีการพัฒนาแหล่งน้ำใน
อนาคตกรณีมีโครงการ จะทำให้มีปริมาณน้ำต้นทุนท่ีสามารถนำไปพัฒนาด้านการเกษตรและด้านอ่ืนๆ ได้เพียงพอ
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานสรุปสำหรับผู้บริหาร
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
29
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกั่ว รายงานฉบับสดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง ผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองต้น (IEE)
หลังจากมีโครงการพ้ืนท่ีนาร้างจะสามารถปรับเปลี่ยนมาเป็นนาข้าวได้อย่างเดิม โดยจากผลการศึกษาด้านการใช้
ประโยชน์ท่ีดิน พ้ืนที่ลุ่มริมลำน้ำสาขาด้านทิศเหนือของพ้ืนท่ีชลประทานมีความเหมาะสมด้านดินที่จะปรับเปลี่ยน
ระบบนาข้าว ส่วนพื้นทด่ี อนสว่ นใหญม่ คี วามเหมาะสมในการปลูกไมผ้ ล-ไม้ยนื ตน้ และพืชไร่ ระบบพืชกรณีมโี ครงการ
รายละเอยี ดมีดงั นี้
- กลุ่มไม้ยืนต้น : ได้เสนอปรับเปล่ียนลดพื้นท่ีปลูกไม้ยืนต้นเป็นไม้ผล โดยเสนอให้ลด
พื้นท่ีปลูกยางพาราเหลอื จำนวน 4,980 ไร่ (ร้อยละ 42.9) และเพิ่มพืน้ ที่ปลูกปาลม์ นำ้ มันจำนวน 1,000 ไร่ (พ้ืนท่รี ้อยละ
8.6) เน่ืองจากหากมนี ้ำพอเพียงจะเสรมิ ใหผ้ ลผลติ ปาล์มมีอตั ราสูงขนึ้ กวา่ ทเ่ี ป็นในกรณปี จั จุบนั
- กลุ่มไม้ผล : เน่ืองจากสภาวะราคายางในปัจจุบันตกต่ำและคาดว่าจะมีปัญหาดังกล่าว
ต่อเน่ืองปัจจุบันเกษตรกรได้ปรับเปลี่ยนปลูกไม้ผลจำพวก สละ และอ่ืนๆ กรณีมีโครงการจะทำให้มีแหล่งน้ำต้นทุน
พอเพียงต่อการปลูกไม้ผลประเภทต่างๆ ได้เพ่ิมขึ้น จึงเสนอให้ลดพ้ืนท่ีปลูกยางพารา ปลูกไม้ผลจำพวกสละเพ่ิมเติม
3,520 ไร่ (รอ้ ยละ 30.4) และลางสาดและลองกอง 500 ไร่ (รอ้ ยละ 4.3)
- กลุ่มพื้นที่นา : จากผลการศึกษาด้านดินพื้นที่ลุ่มริมน้ำด้านทิศเหนือของพื้นท่ีชลประทาน
มคี วามเหมาะสมในการปลูกขา้ ว เมือ่ มีการพัฒนาโครงการจะมีแหล่งน้ำพอเพียงสำหรับการปลูกข้าวได้ประมาณ 600 ไร่
โดยสามารถปรบั เปล่ียนพื้นทีน่ าร้างในอดตี ใหป้ ลูกข้าวพนั ธ์พืน้ เมือง 300 ไร่ และพนั ธ์สง่ เสริมทผี่ ลตอบแทนสูงอกี 300 ไร่
- กลมุ่ พืชไร่ : ผลการศึกษาด้านดินได้แนะนำพ้ืนท่ีดอนสว่ นใหญ่มีความเหมาะสมในการปลูก
พชื ไร่ โดยไดเ้ สนอปลูกพืชไร่ผสม ได้แก่ สับปะรดและข้าวโพด คดิ เป็นพ้ืนท่ี 300 ไร่ (รอ้ ยละ 2.6)
พ้ืนที่ชลประทานในกรณีอนาคตมีโครงการ จะมีประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์พื้นที่การเกษตร
เพมิ่ ขึน้ (Cropping Intensity : CI) เทา่ กบั ร้อยละ 122.4
2) การใช้นำ้
กรณปี ัจจุบนั กอ่ นมโี ครงการ
จากวเิ คราะห์สมดลุ น้ำสถานการณ์ปัจจุบนั มีปริมาณน้ำท่าไหลเขา้ รายปีเฉล่ีย 34.7 ล้านลูกบาศกเ์ มตรตอ่ ปี
โดยส่งนำ้ ในพ้นื ทร่ี ับประโยชน์โครงการ 16,475 ไร่ เปน็ พ้นื ทช่ี ลประทาน 11,600 ไร่ ซง่ึ มีความตอ้ งการการใชน้ ำ้ รวม
ทุกกิจกรรม 16.3 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ผลจากการวิเคราะห์ประเมินได้ว่า มีปริมาณน้ำขาดแคลนเฉลี่ย ในช่วง
เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน และช่วงธันวาคมถึงมีนาคม โดยมีปรมิ าณขาดแคลนเฉลี่ยอยู่ที่ 3.51 ล้านลูกบาศก์เมตร
ตอ่ ปี ซ่งึ คดิ เป็นร้อยละจากความตอ้ งการการใช้น้ำท้งั หมด คิดเปน็ ร้อยละ 21.55 (ตารางท่ี 7.2.3-1)
กรณีมโี ครงการ
จากวิเคราะห์สมดุลน้ำสถานการณ์ในอนาคตกรณีท่ีมีการพัฒนาอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว อัน
เนื่องมาจากพระราชดำริ มีปริมาณน้ำท่าปล่อยจากอ่างเฉล่ีย 22.56 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี โดยส่งน้ำในพื้นท่ีรับ
ประโยชน์โครงการ 16,475 ไร่ เป็นพ้ืนที่ชลประทาน ฤดูฝน 11,600 ไร่ ฤดูแล้ง 2,600 ไร่ ซ่ึงมีความต้องการใช้น้ำ
รวมทุกกจิ กรรม 23.53 ล้านลกู บาศก์เมตร/ปี ผลจากการวิเคราะหป์ ระเมินได้ว่า มีปริมาณนำ้ ขาดแคลนเฉลี่ย ในชว่ ง
เดือนเมษายนถึงเดือนตุลาคม และช่วงมกราคมถึงมีนาคม โดยมีปริมาณขาดแคลนเฉลี่ยอยู่ท่ี 0.96 ล้านลูกบาศก์
เมตร/ปี ซง่ึ คดิ เป็นร้อยละจากความต้องการการใช้น้ำทัง้ หมด คิดเป็นร้อยละ 4.10 (ตารางท่ี 7.2.3-2)
สรุปผลการวิเคราะห์สมดุลน้ำ โดยแยกรายตำบลดังนี้ ตำบลหนองธง และตำบลคลองใหญ่ ท้ังกรณี
กอ่ นมโี ครงการและมโี ครงการ ดังแสดงในรูปที่ 7.2.3-1 และรูปที่ 7.2.3-2
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานสรปุ สำหรับผบู้ ริหาร
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
30
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด ตารางท่ี 7.2.3-1 สรุปผลการวิเคราะหส์ มดุลน้ำ กรณไี ม่มโี ครงการ
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
ปริมำณน้ำ/ควำมตอ้ งกำรน้ำ ปริมำณน้ำรำยเดอื น (ลำ้ น ลบ.ม.) รวม โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั
เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. ลำ้ น ลบ.ม อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ
อปุ โภคบริโภค 0.024 0.025 0.024 0.025 0.025 0.024 0.025 0.024 0.025 0.025 0.023 0.025 0.294
เกษตร 0.244 0.647 2.161 2.275 1.589 0.512 0.000 0.000 0.000 0.000 1.238 0.000 8.667
ปศสุ ัตว์ 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.016
ทอ่ งเทยี่ ว 0.018 0.019 0.018 0.019 0.019 0.018 0.019 0.018 0.019 0.019 0.017 0.019 0.221
รักษำระบบนิเวศน์ 0.25 0.20 0.22 0.16 0.32 0.22 0.30 1.87 1.63 0.90 0.63 0.38 7.079
0.533 0.887 2.423 2.484 1.956 0.775 0.347 1.913 1.676 0.947 1.905 0.429 16.276
รวม
ทมี่ า : บรษิ ัทที่ปรึกษา
รายงานสรุปสำหรบั ผู้บริหาร ตารางที่ 7.2.3-2 สรปุ ผลการวเิ คราะห์สมดุลน้ำ กรณีมีโครงการ
31 ปริมำณน้ำ/ควำมตอ้ งกำรน้ำ ปริมำณน้ำรำยเดอื น (ลำ้ น ลบ.ม.) รวม รายงานฉบบั สดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. ลำ้ น ลบ.ม ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้ (IEE)
อปุ โภคบริโภค 0.024 0.025 0.024 0.025 0.025 0.024 0.025 0.024 0.025 0.025 0.023 0.025
เกษตร 1.011 1.458 2.944 3.015 2.352 1.328 0.638 0.000 0.000 0.622 1.748 0.801 0.294
ปศสุ ตั ว์ 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 15.917
ท่องเทย่ี ว 0.018 0.019 0.018 0.019 0.019 0.018 0.019 0.018 0.019 0.019 0.017 0.019 0.016
รักษำระบบนิเวศน์ 0.25 0.20 0.22 0.16 0.32 0.22 0.30 1.87 1.63 0.90 0.63 0.38 0.221
1.301 1.699 3.205 3.224 2.718 1.591 0.985 1.913 1.676 1.569 2.415 1.230 7.079
รวม 23.527
ที่มา : บรษิ ัทท่ปี รกึ ษา
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะก่ัว รายงานฉบับสดุ ท้ายการวิเคราะห์
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ ผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องตน้ (IEE)
ท่ีมา : บริษัทที่ปรกึ ษา
รูปที่ 7.2.3-1 กราฟผลการวเิ คราะหส์ มดุลน้ำ กรณีไม่มีโครงการ
ท่มี า : บริษทั ท่ปี รกึ ษา
รูปที่ 7.2.3-2 กราฟผลการวิเคราะห์สมดุลนำ้ กรณมี โี ครงการ
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานสรปุ สำหรบั ผู้บริหาร
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
32
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะก่ัว รายงานฉบบั สุดทา้ ยการวิเคราะห์
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ ผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองต้น (IEE)
3) การระบายน้ำและการบรรเทาน้ำทว่ ม
(1) สภาพปัญหาด้านอุทกภยั
ขอ้ มลู พน้ื ที่นำ้ ทว่ มปี พ.ศ.2553 ของ GISTDA ซ่ึงแสดงพื้นที่เหตกุ ารณ์น้ำท่วมบริเวณจังหวดั พัทลุง
บริเวณพ้ืนที่โครงการจากการตรวจสอบสภาพปัญหาน้ำท่วมโดยภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลังดังกล่าวพบว่าพ้ืนที่
โครงการมีปัญหาน้ำท่วมในระดับน้อย แต่ในพ้ืนท่ีท้ายน้ำซึ่งเป็นพ้ืนท่ีลุ่มพบมีปัญหาน้ำท่วมเนื่องจากน้ำล้นตลิ่งอยู่
คอ่ นข้างมาก
(2)มาตรการหลักในการบรรเทาอทุ กภัย
อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ มีความจุที่ระดับเก็บกัก 10.14 ล้าน
ลูกบาศก์เมตร มีระดับน้ำเก็บกัก +111.65 เมตร (รทก.) จากผลการศึกษาด้านอุทกวิทยา ได้วิเคราะห์ศักยภาพการ
ลดลงของปริมาณนำ้ หลากที่ไหลออกจากอาคาคารระบายน้ำลน้ โดยเมื่อมอี ่างเก็บน้ำปริมาตรเก็กกักของตัวอ่างเก็บ
น้ำจะสามารถช่วยเก็บกักและชะลอน้ำหลากให้ไหลล้นไปพ้ืนที่ท้ายน้ำได้น้อยลง โดยผลการวิเคราะห์พบว่าที่รอบปี
การการซำ้ 2-10 ปี ซ่ึงเป็นรอบปีการเกิดซ้ำที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่วั อัน
เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จะสามารถลดปรมิ าณน้ำหลากซง่ึ ไหลไปพ้นื ที่น้ำท่วมซ้ำซากท้ายโครงการไดล้ ดลงประมาณ
ร้อยละ 19.2 ถึงรอ้ ยละ 22.1 ซึง่ จะสามารถบรรเทาปัญหาน้ำทว่ มในพ้นื ท่ีทา้ ยน้ำไดใ้ นระดบั ปานกลาง
4) การประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์นำ้
(1)ข้อมูลทตุ ิยภมู ิ
จากการทบทวนข้อมูลการทำประมง ของสำนักงานประมงจังหวัดพัทลุง พ.ศ.2562 พบวา่ อำเภอป่าบอน
มกี ารทำประมงแบบฟาร์มท่ีเพาะเล้ียงสัตว์น้ำจืดรวมเน้ือท่ีท้ังหมด 422 ไร่ โดยแยกประเภทการเล้ียง ได้แก่ ประเภทบ่อ
ทั้งหมด 365.33 บ่อ ประเภทนา 0.15 ไร่ ประเภทร่องสวน 22.55 ไร่ และประเภทกะชัง 0.96 ไร่ ผลผลผลิตการ
เลีย้ งสัตวน์ ำ้ จืดรวมทั้งหมด 222 กโิ ลกรมั อำเภอตะโหมด มีการทำประมงแบบฟาร์มท่ีเพาะเลี้ยงสัตว์นำ้ จืดรวมเนื้อท่ี
ทัง้ หมด 399 ไร่ โดยแยกประเภทการเลี้ยง ไดแ้ ก่ ประเภทบ่อ ทั้งหมด 283.21 บ่อ ประเภทร่องสวน 35.51 ไร่ และ
ประเภทกะชงั 1.52 ไร่ ผลผลผลิตการเลี้ยงสตั วน์ ำ้ จืดรวมท้ังหมด 300.20 กโิ ลกรมั
(2) ผลการสำรวจภาคสนาม
จากการสอบถามประชาชนและผู้นำชุมชนในบริเวณพ้ืนที่โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ พบว่า ไมม่ ีการเพาะเลี้ยงสัตวน์ ำ้ ในเชงิ พาณิชย์ ในพืน้ ท่ีศึกษาของโครงการ เน่ืองจากไมม่ ี
ปรมิ าตรน้ำมากพอทจ่ี ะใช้ในการดำเนนิ กิจกรรมเพาะเล้ยี งสัตวน์ ้ำ
5) การใชป้ ระโยชน์ท่ีดนิ
การศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ท่ีดินบริเวณพื้นท่ีศึกษาโครงการ จะใช้เกณฑ์การจำแนกประเภทการใช้
ประโยชน์ท่ีดิน ที่กำหนดโดยกรมพัฒนาท่ีดิน ที่ได้จำแนกออกเป็น 5 ประเภท ประกอบด้วย พ้ืนที่เกษตรกรรม พื้นท่ีป่าไม้
พนื้ ทช่ี ุมชนและสิง่ ปลูกสร้าง พน้ื ทีเ่ บด็ เตลด็ และพื้นทนี่ ้ำ
ประเภทที่ 1 ; พ้ืนท่ีเกษตรกรรม : การใช้ประโยชน์ท่ีดินในพื้นท่ีเกษตรกรรมในบริเวณพื้นที่ศึกษาโครงการ
แบง่ ออกเป็นกลุ่มพืชและสัตว์ชนิดต่างๆ ประกอบดว้ ยพื้นท่ีนา พชื ไร่ ไม้ยนื ต้น ไม้ผล ทุ่งหญา้ เลี้ยงสัตว์และโรงเรอื นเลย้ี ง
สตั ว์ ซึง่ ในแตล่ ะกลมุ่ ชนิดของการใช้ประโยชน์ทดี่ นิ ยังแบง่ เป็นพืชและสัตว์ชนดิ ต่างๆ ดงั นี้
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานสรุปสำหรบั ผูบ้ ริหาร
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
33
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องต้น อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะก่วั รายงานฉบับสดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง ผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น (IEE)
กลุ่มพื้นที่นา ประกอบด้วย ส่วนท่ีเป็นนาร้างและนาข้าว
กลุ่มพืชไร่ ประกอบด้วย ส่วนที่เป็นไร้ร้างและสับปะรด
กลุ่มไม้ยืนต้น ประกอบด้วย ส่วนที่เป็นยางพารา ปาล์มน้ำมันและไม้ยืนต้นร้าง/เสื่อมโทรม
(ปัจจุบันมีบางส่วนปลูกสละ)
กลุ่มไม้ผล ประกอบด้วย ส่วนท่ีเป็นไม้ผลผสม กล้วย มะพร้าวและมะนาว
กลุ่มทุ่งหญ้าเล้ียงสัตว์และโรงเรือนเล้ียงสัตว์ ประกอบด้วย ส่วนที่เป็นโรงเรือนเล้ียงสัตว์ปีกและทุ่งหญ้า
เลีย้ งสตั ว์
ประเภทท่ี 2 ; พ้นื ท่ี ป่าไม้ : การใชป้ ระโยชนท์ ด่ี นิ ในพน้ื ทปี่ า่ ไม้ในบรเิ วณพื้นท่ศี ึกษาโครงการ เปน็ กลุ่ม
ป่าไม่ผลัดใบ ประกอบดว้ ยปา่ เพียงชนดิ เดียวคือปา่ ไม่ผลัดใบสมบรู ณ์
ประเภทที่ 3 ; พื้นที่ ชุมชนและส่ิงปลูก : การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นท่ีชุมชนและส่ิงปลูกสร้างใน
บริเวณพื้นท่ีศึกษาโครงการ แบ่งออกเป็นกลุ่มสถานที่ชนิดต่างๆ ได้ 4 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มหมู่บ้าน มีเพียงชนิดเดียว
(ไดแ้ ก่ หมู่บา้ นบนพื้นที่ราบ/ไมผ้ ลผสม) กลุ่มสถานที่ราชการและสถาบนั ต่างๆ กลุ่มสถานีคมนาคม มีเพียงชนิดเดียว
(ไดแ้ ก่ ถนน) และกลุ่มพน้ื ที่อุตสาหกรรม (ไดแ้ ก่ ลานตากและแหล่งรบั ซอื้ ทางการเกษตร)
ประเภทที่ 4 ; พื้นทเ่ี บ็ดเตลด็ : การใช้ประโยชน์ท่ีดินในพ้ืนทีเ่ บ็ดเตล็ด ในบริเวณพื้นท่ศี ึกษาโครงการ
แบ่งออกเป็นกลุ่มพื้นท่ีชนิดต่างๆ ประกอบด้วย กลุ่มทุ่งหญ้าและไม้ละเมาะ แบ่งย่อยออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ ส่วนที่
เป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติ และส่วนที่เป็นทุ่งหญ้าสลับไม้พุ่ม/ไม้ละเมาะ กลุ่มพื้นที่ลุ่ม (ได้แก่ พื้นที่ลุ่ม) และกลุ่มพ้ืนที่
เบ็ดเตลด็ อื่น ๆ (ได้แกพ่ นื้ ท่ถี ม)
ประเภทท่ี 5 ; พ้ืนที่น้ำ : การใช้ประโยชน์ที่ดินในพ้ืนที่น้ำ ในบริเวณพื้นท่ีศึกษาโครงการ แบ่งออกเป็นกลุ่ม
ของแหล่งน้ำชนิดตา่ งๆ 2 กล่มุ ไดแ้ ก่ กลุ่มของแหลง่ นำ้ ธรรมชาติ ประกอบด้วยแหล่งนำ้ 2 ชนิดคอื สว่ นทีเ่ ปน็ แม่นำ้ ลำหว้ ย
ลำคลอง และส่วนที่เป็นหนองบึงทะเลสาบ และกลุ่มของแหล่งน้ำที่สร้างขึ้นประกอบด้วยแหล่งน้ำ 2 ชนิด ได้แก่
อา่ งเกบ็ นำ้ และบ่อน้ำในไร่นา
ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ท่ีดินในบริเวณพ้ืนที่ศึกษาโครงการ จะแบ่งแยกกล่าวละเอียด
ออกเปน็ พ้ืนท่แี ตล่ ะส่วน โดยองคป์ ระกอบของพน้ื ที่ศึกษาโครงการ ประกอบด้วย 5 ส่วน ดังน้ี
(1) พ้ืนที่อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั (พ้ืนที่ 351.6 ไร)่
(2) พืน้ ทีห่ ัวงาน (พ้นื ที่ 114.9 ไร่)
(3) พื้นทถ่ี นนเข้าหวั งาน (พ้นื ที่ 2.1 ไร)่
(4) พื้นทร่ี บั ประโยชน์ (พืน้ ท่ี 16,475 ไร่)
(5) พื้นท่รี บั น้ำอา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกั่ว (พื้นที่ 12,670.94 ไร)่
ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทต่างๆ 5 ประเภท ในพื้นที่แต่ละส่วนของโครงการ
โดยจากการใช้ข้อมลู ในปี พ.ศ.2550 (อดีต) และขอ้ มูลของปีงบ พ.ศ.2561 รวมท้ังการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์
ที่ดิน โดยการเปรยี บเทียบข้อมูลปี พ.ศ.2550 ขอ้ มูลปงี บ พ.ศ.2561 และข้อมลู ปี พ.ศ. 2562
การใชป้ ะโยชนท์ ีด่ ินแต่ละชนดิ ในบริเวณพ้ืนทีอ่ า่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะก่วั อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พน้ื ที่หัวงาน
พื้นทถี่ นนเขา้ หวั งาน และพื้นที่รับน้ำอา่ งเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่วั แสดงดงั ตารางที่ 7.2.3-3 และรปู ที่ 7.2.3-3 ถึง รปู
ที่ 7.2.3-6
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานสรุปสำหรับผบู้ ริหาร
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
34
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกว่ั รายงานฉบับสุดทา้ ยการวิเคราะห์
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง ผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องตน้ (IEE)
ตารางท่ี 7.2.3-3 แสดงการใช้ปะโยชน์ที่ดนิ แต่ละชนิด ในบรเิ วณพ้ืนทอ่ี ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว พื้นท่ีหัวงาน
พื้นท่ถี นนเข้าหวั งาน และพนื้ ท่รี บั นำ้ อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกว่ั และพ้ืนทีถ่ นนเขา้ หวั งาน
ชนดิ กำรใช้ประโยชน์ทดี่ นิ พนื ทขี่ องข้อมูล ปี พ.ศ.2550 พนื ทขี่ องข้อมูลปี พ.ศ.2561 พนื ทข่ี องข้อมูลปี พ.ศ.2562* พนื ทท่ี เ่ี ปลย่ี นแปลง
พนื ทเี่ พม่ิ ขึน (+) พนื ทลี่ ดลง (-)
ไร่ ร้อยละ ไร่ ร้อยละ ไร่ ร้อยละ ไร่ ร้อยละ ไร่ ร้อยละ
พนื ทอ่ี ำ่ งเกบ็ นำ้ บำ้ นเหมืองตะกวั่ :
ไมย้ ืนตน้ ผสม 17.54 4.99 0 0 0 0 17.54 100.00
ยำงพำรำ 166.14 47.25 201.7 57.37 201.7(162.4) 46.19 38.3 18.90
ไมผ้ ลผสม 44.37 12.62 37.07 10.54 37.07(29.79) 10.54 7.28 19.60
ป่ำดบิ ชนื ** 123.55 35.14 112.83 32.09 112.8(153.1) 43.54 40.3 35.00
รวม 351.6 100 351.6 100 351.6 100
พนื ทห่ี ัวงำน :
ยำงพำรำ 57.49 50.02 57.49 50.02 57.49(46.2) 50.02 11.29 19.60
ไมผ้ ลผสม 36.12 31.42 36.12 31.42 36.12(29.0) 31.42 7.12 19.70
ทงุ่ หญ้ำสลับไมพ้ มุ่ /ไมล้ ะเมำะ 21.34 18.56 21.34 18.56 21.34(17.1) 18.56 4.24 19.80
ป่ำดบิ ชืน** (28.2) 43.54 28.2 100.00
รวม 114.95 100 114.95 100 114.95 100
พนื ทถ่ี นนเข้ำหวั งำน :
ยำงพำรำ 1.4 66.7 1.4 66.7 1.4 66.7
ถนน 0.7 33.3 0.7 33.3 0.7 33.3
รวม 2.1 100 2.1 100 2.1 100
พนื ทร่ี ับน้ำอำ่ งเกบ็ นำ้ บำ้ นเหมืองตะกว่ั :
ไมย้ ืนตน้ ผสม 95.26 0.75 0 0 0 0 95.26 100.00
ยำงพำรำ 402.95 3.18 661.75 5.22 661.75 5.22 258.8 64.20
ไมผ้ ลผสม 44.53 0.35 37.22 0.29 37.22 0.29 7.31 16.41
ป่ำไมผ่ ลดั ใบสมบูรณ์ 12,128.20 95.72 11,971.96 94.48 11,971.96 94.48 156.24 1.23
รวม 12,670.94 100 12,670.93 100.00 12,670.93 100.00 258.8 64.20 258.81 117.64
หมายเหตุ : 1. พน้ื ที่คิดเป็นรอ้ ยละของพน้ื ท่ีรวมของพนื้ ที่แต่ละสว่ น
2. พ้ืนท่ีทีเ่ ปล่ยี นแปลงทั้งในสว่ นของพนื้ ท่เี พ่ิมขน้ึ (+) หรอื พนื้ ทล่ี ดลง (-) เป็นการเปรียบเทียบของข้อมลู ปี พ.ศ.2550
กับขอ้ มูลปี พ.ศ.2561 ว่าในปี พ.ศ.2561 มกี ารใช้ประโยชน์ทดี่ นิ แตล่ ะชนดิ เปน็ พื้นที่เพม่ิ ขึ้นหรือลดลงจากปี พ.ศ.2550
3. * วเิ คราะห์จากบริษทั ท่ีปรึกษา
4. ** ป่าดบิ ชน้ื พบรอ่ งรอยเกษตรกรรมบางส่วนปรับปรุงขอ้ มลู จากการรวบรวมข้อมูลและสำรวจภาคสนามใน พ.ศ.2562 เพิ่มเติม
ผลการศึกษาพบพน้ื ท่อี า่ งเก็บน้ำเปน็ พ้นื ท่ปี า่ ดิบชิ้นแทรกสลับกบั ร่องรอยการทำเกษตกรรม
5. พ้ืนทีย่ างพารา 201.7(162.4) ตัวเลขในวงเลบ็ หมายถึงพ้ืนท่ยี างพาราสทุ ธทิ ห่ี ักลบพนื้ ท่ีป่าไมแ้ ลว้ (พ้นื ที่ปา่ ไม้ ร้อยละ 19.6)
6. พ้ืนท่ีป่าดิบช้ืนพบร่องรอยเกษตรกรรม 112.8(153.1) ตัวเลขในวงเล็บ หมายถึงป่าไม้ท่ีแทรกตัวในพื้นท่ีเกษตรกรรม โดยมี
สัดส่วนพ้ืนทีป่ า่ ไมป้ ระมาณร้อยละ 19.6 ในเขตพืน้ ที่ป่าไม้ และ รอ้ ยละ 90 ในเขตพื้นท่รี ักษาพันธส์ ตั ว์ปา่
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานสรุปสำหรับผ้บู ริหาร
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
35
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั รายงานฉบบั สดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้ (IEE)
รูปที่ 7.2.3-3 แสดงการใช้ประโยชน์ ่ีทดินในบ ิรเวณ ้พืนที่ ัรบ ้นำ ่อางเ ็กบ ้นำ และ ้พืน ่ทีหัวงานโครงการ ปี พ.ศ.2550
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานสรุปสำหรบั ผู้บริหาร
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
36
โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะก่ัว รายงานฉบับสุดทา้ ยการวิเคราะห์
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง ผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้ (IEE)
รูปที่ 7.2.3-4 แสดงการใช้ประโยชน์ทดี่ ินในบริเวณพื้นท่ีรบั ประโยชน์โครงการ ปี พ.ศ.2550
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานสรปุ สำหรับผบู้ ริหาร
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
37
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั รายงานฉบบั สดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้ (IEE)
ูรปที่ 7.2.3-5 แสดงการใช้ประโยชน์ ่ทีดินในบ ิรเวณ ้พืนที่ ัรบ ้นำ ่อางเก็บ ้นำ และ ้พืน ่ทีหัวงานโครงการ ีป พ.ศ.2561
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานสรุปสำหรบั ผู้บริหาร
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
38
โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะก่ัว รายงานฉบับสุดทา้ ยการวิเคราะห์
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง ผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้ (IEE)
รูปที่ 7.2.3-6 แสดงการใช้ประโยชน์ทดี่ ินในบริเวณพื้นท่ีรบั ประโยชน์โครงการ ปี พ.ศ.2561
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานสรปุ สำหรับผบู้ ริหาร
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
39
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะก่ัว รายงานฉบับสดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง ผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น (IEE)
6) การใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรณี
จากการศึกษาทบทวนลักษณะทางธรณีวิทยาบริเวณพื้นท่ีอ่างก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเนื่องมาจาก
พระราชดำริ พบวา่ ประกอบด้วยกล่มุ หินแกรนิต (Trgr) ซ่ึงสว่ นใหญเ่ ป็นหนิ ไบโอไทต์แกรนิต ทัวมารีนแกรนิต แกรโน
ไดโอไรต์ ไบโอไทต์มัสโคไวต์แกรนิต และมัสโคไวต์ทัวมารีนแกรนิต โดยผลการดำเนินการตรวจสอบข้อมูลแหล่งแร่
พ้ืนท่ีประทานบัตรแร่ หรือการประกอบกิจการตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560 บริเวณพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำ
บา้ นเหมืองตะก่วั อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จากกรมอุตสาหกรรมพ้ืนฐานและการเหมืองแร่ (2562) พบวา่ ในพ้ืนที่
โครงการไม่พบข้อมลู แหล่งแร่ พื้นทป่ี ระทานบัตรแร่ หรอื การประกอบกิจการ ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560 แต่
อย่างใดอย่างไรกต็ าม จากการสำรวจแหล่งดินถมตัวเข่ือนบริเวณอ่างเก็บน้ำ พบว่ากลุ่มดินที่สามารถนำมาใช้งานได้
นนั้ อย่ใู นบอ่ ยืมดินแปลง A เฉพาะบริเวณพนื้ ที่ภายในอา่ งเก็บนำ้ ประกอบดว้ ย 2 กลุ่มคือ1.กลุ่มดินทบึ นำ้ พบดินอยู่ 2
ชนิด คือ ดินเหนียวปนตะกอน (CL) มีปริมาณรวมท้ังสิ้น 115,000 ลูกบาศก์เมตร และทรายปนดินเหนียว (SC) มี
ปรมิ าณรวมทงั้ สน้ิ 648,619.7 ลกู บาศกเ์ มตร 2. กลุม่ ดินก่ึงทึบน้ำ พบอยู่ 1 ชนิด คือ ทรายปนตะกอน (SM) มีปริมาณ
รวมท้ังสิ้น 204,017.7 ลูกบาศก์เมตร จะเห็นได้ว่าปริมาณดินท่ีสามารถใช้งานได้มีปริมาณรวมทั้งส้ิน 967,637.4
ลูกบาศก์เมตร ซึ่งหากนำมาเปรียบเทียบกับปริมาณดินท่ีจะนำมาถมตัวเข่ือน ซึ่งต้องใช้ปริมาณดินท้ังส้ินประมาณ
1,400,000 ลูกบาศก์เมตร จะเห็นได้ว่าปริมาณดินท่ีหามาได้น้อยกว่าปริมาณดินที่ต้องการหรือคิดเป็น 0.7 เท่าของ
ความต้องการใช้งาน จำเปน็ ต้องจัดหาปรมิ าณดนิ เพม่ิ 1.1 ลา้ น ลกู บาศกเ์ มตร ซ่งึ อยู่ในส่วนรบั ผิดชอบของผู้รบั จา้ ง ที่
กรมชลประทานได้อนุมัติให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้นอ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมือง
ตะก่วั อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง ในการจดั หาที่ดินสว่ นท่ีเหลอื
7) อุตสาหกรรม
(1) จำนวนและชนิดของโรงงานอตุ สาหกรรมในพนื้ ที่โครงการ
จากการรวบรวมข้อมูลทำเนียบโรงงานอุตสาหกรรมรายตำบลจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม
กระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ.2562 พบว่าในเขตพื้นท่ีโครงการซึ่งครอบคลุม อำเภอป่าบอน มีโรงงานทั้งหมด 33 โรง
คนงาน 1,010 คน และจำนวนเงนิ ลงทนุ ในภาคอุตสาหกรรม 2,245 ลา้ นบาท โดยประเภทกิจการมีหลายประเภทแต่
ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมการเกษตร ซ่ึงมีที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมกระจายไปตามเขตพ้ืนท่ีอำเภอ และตำบล
ต่างๆ มดี งั นี้
อำเภอป่าบอน โรงงานในเขตอำเภอป่าบอนส่วนใหญ่เป็นโรงงานสีข้าว แปรรูปยาง ดูดทราย ขุด
ตักดิน การฆ่าสัตว์ คอนกรีตผสมเสร็จ ผลิตไฟฟ้า ฯลฯ ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในตำบลป่าบอน มีจำนวน 18 โรง มีคนงาน
777 คน จำนวนเงินทุน 1,729.37 ล้านบาท รองลงมาเป็นตำบลหนองธง มี 5 โรง คนงาน 167 คน จำนวนเงินทุน
449.6 ล้านบาท ตำบลวังใหม่ 4 โรง มีคนงาน 26 คน จำนวนเงินทุน 25 ล้านบาท ตำบลโคกทราย 4 โรง มีคนงาน
27 จำนวนเงินทุน 22.95 ล้านบาท และตำบลทุ่งนารี 2 โรง มีคนงาน 13 คน จำนวนเงินทุน 17.9 ล้านบาท
ตามลำดับ
(2) จำนวนและชนิดของโรงงานอตุ สาหกรรมบริเวณใกลเ้ คยี งพน้ื ท่ีอ่างเกบ็ น้ำ
จากการศึกษาข้อมูลจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพัทลุง พ.ศ.2562 พบว่าบริเวณใกล้เคียง
พนื้ ที่อ่างเก็บน้ำในเขตตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน มีโรงงานทง้ั หมด 5 โรง คนงาน 167 คน และจำนวนเงินลงทุน
449.6 ลา้ นบาท ดังตารางที่ 7.2.3-3
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานสรปุ สำหรบั ผูบ้ ริหาร
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
40
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะก่ัว รายงานฉบบั สดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE)
ตารางที่ 7.2.3-3 จำนวนและชนิดโรงงานอุตสาหกรรมในบริเวณใกล้เคียงพ้ืนท่ีอา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกวั่
อ้ำเภอ ตำ้ บล ชื่อโรงงำน ประกอบกจิ กำร เงินทุน (ลำ้ นบำท) คนงำน
แปรรูปไมย้ ำงพำรำเพอื่ จ้ำหน่ำย 1.5 28
ป่ำบอน หนองธง บริษทั สินอ้ำไพพำรำวดู้ จ้ำกัด ผลติ ไมอ้ ดั เป็นเชอื เพลิงอดั แทง่ จำกเศษไมย้ ำงพำรำ เช่น ขีเลอ่ื ย 20 5
กำรถนอมเนือไม้ หรือกำรอบไม้ 7.6 22
บริษทั พพี รี ับเบอร์ โปรดกั จ้ำกัด ผลิตน้ำยำงข้น และท้ำยำงสกมิ เครฟ 382 102
ผลติ ยำงอัดกอ้ น 38.5 10
-
บริษัท เซำท์แลนดล์ ำเท็กซ์ (พทั ลงุ ) จ้ำกัด
ชมุ นุมสหกรณก์ องทนุ สวนยำงจังหวัดพทั ลุง จ้ำกดั
ทีม่ า : กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม, 2562
8) พลงั งานและไฟฟา้
(1) โครงสร้างพืน้ ฐานดา้ นพลังงาน
จังหวัดพัทลุงมีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ประกอบด้วยผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (Very
Small Power Producer VSPP) จำนวน 2 แห่ง กำลังการผลิตติดต้ัง 10.86 เมกะวัตต์ ปริมาณที่ผลิตได้จริง
73,575.24 เมกะวัตต์-ชั่วโมง มีโรงไฟฟ้าชีวมวล 1 แห่ง กำลังการผลิตติดตั้ง 920 เมกะวัตต์ ปริมาณที่ผลิตได้จริง
69,379.20 เมกะวัตต์-ช่ัวโมง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ1 แห่ง กำลังการผลิตติดตั้ง 0.86 เมกะวัตต์ ปริมาณท่ีผลิตได้จริง
4,196.04 เมกะวัตต์-ช่ัวโมง โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 1 แห่ง กำลังการผลิตติดตั้ง 600 เมกะวัตต์ ปริมาณท่ีผลิตได้
จริง 9,855.00 เมกะวัตต์-ชั่วโมง มีสถานยี ่อยของการไฟฟ้าฝ่ายผลติ แห่งประเทศไทย 1 แห่ง ศักยภาพระบบส่งไฟฟ้า
105.6 เมกะวัตต์ จำนวนสถานีบริการน้ำมัน 242 แห่ง และสถานบี ริการก๊าซ (LPG) 12 แหง่
(2) ปริมาณการใช้พลังงาน
1. ปริมาณการใช้พลังานเชิงพาณิชย์ มีการใช้พลังงานไฟฟ้าในพ้ืนที่จังหวัดพัทลุง ปี พ.ศ.2562
489,860,897.00 เมกะวัตต์-ช่ัวโมง /ปี น้ำมันเบนซิน 33,627,391.19 ลิตร/วัน น้ำมันดีเซล 52,432,612.18 ลิตร/
วนั และ LPG 17,754,468.00 กโิ ลกรัม/วนั
2. ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าสูงสุด ณ สิ้นปี 2562 เท่ากับ 70 เมกะวัตต์ ส่วนปริมาณการใช้
พลังงานไฟฟ้า ณ ส้ันปี 2562 มีปริมาณรวม 489,860,897.00 เมกะวตั ต์-ชวั่ โมง /ปี โดยมปี ริมาณการใชร้ ายสาขา
และเม่ือพิจารณาข้อมูลจำนวนผู้ใช้ไฟฟ้า ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดพัทลุง พบว่าปี พ.ศ.
2560 มีผู้ใช้ไฟฟ้า 178,186 ราย มีการจำหน่ายกระแสไฟฟ้ารวม 39,018,004 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง โดยหน่วยงานท่ีมี
การจำนวนไฟฟ้ามากท่ีสดุ คือท่ีอยู่อาศัย 19,223,384 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง รองลงมาเป็นสถานธุรกจิ และอุตสาหกรรม
17,624,687 กิโลวัตต์ต่อช่ัวโมง สถานราชการและสาธารณะ 1,978,184 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง และอ่ืนๆ 191,749
กโิ ลวตั ต์ต่อชว่ั โมง สำหรับพืน้ ท่ีอำเภอป่าบอน ซ่งึ เปน็ พ้นื ทีศ่ กึ ษาโครงการอ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกวั่ อันเนอ่ื งมาจาก
พระราชดำริ พบว่า มผี ู้ใช้ไฟฟ้า 11,924 ราย มีการจำหน่ายกระแสไฟฟ้ารวม 2,800,454 กโิ ลวัตตต์ อ่ ชวั่ โมง
9) การคมนาคมขนสง่
จังหวัดพัทลุง มีการคมนาคมสะดวกเพราะตั้งอยู่กึ่งกลางของภาคใต้ (กึ่งกลางระหว่าง
จังหวัดชุมพร-นราธิวาส) เป็นศูนย์รวมของการคมนาคมทางบก จากภาคใต้ตอนบน (ฝ่ังอ่าวไทย) และภาคตะวันตก
(ฝ่ังอนั ดามัน) ลงสู่ภาคใต้ตอนลา่ ง โดยใช้เสน้ ทางเพชรเกษม (หมายเลข 4)
1. การขนส่งทางบก เปน็ การคมนาคมขนสง่ ท่ีสะดวกที่สุด
ก. การเดินทางโดยรถยนต์ มีทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอำเภอป่าพะยอม ควนขนุน
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานสรุปสำหรับผู้บริหาร
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
41
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะก่วั รายงานฉบับสดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ ผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องต้น (IEE)
เมืองพัทลุง เขาชัยสน บางแก้ว ตะโหมด ป่าบอน และทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านอำเภอเมืองพัทลุง ศรีนครินทร์
เขาชัยสน บางแก้ว ตะโหมด และปา่ บอน นอกจากนยี้ ังมีถนนหรอื ทางหลวงที่อยู่ในความรบั ผิดชอบของหนว่ ยงานอ่ืนๆ
ข. การเดินทางโดยรถไฟ มีรถไฟสายใต้ผ่านท้องที่อำเภอควนขนุน เมืองพัทลุง เขาชัยสน
บางแก้ว ป่าบอน และอำเภอปากพะยูน มีสถานีรับส่งผู้โดยสารและสินค้า 9 สถานี ได้แก่ สถานีแหลมโตนด
ปากคลอง พัทลุง บา้ นต้นโดน เขาชัยสน บางแก้ว ควนเคี่ยม หารเทา และสถานีโคกทราย
2. การขนส่งทางน้ำ มีการเดินทางเพียงสายเดียว คือ เส้นทางระหว่างจังหวัดพัทลุงกับ
อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา มีท่าเทียบเรือท่ีสำคัญเพียงแห่งเดียว คือ ท่าเทียบเรือปากพะยูน อำเภอปากพะยูน
จังหวดั พัทลุง
3. การคมนาคมทางอากาศ จังหวัดพัทลุงไม่มีสนามบินพาณิชย์ของตนเอง การเดินทางทางอากาศ
อาศัยสนามบินพาณชิ ย์ตรัง สนามบินพาณิชยห์ าดใหญ่ และสนามบนิ พาณชิ ยน์ ครศรีธรรมราช
4. ระบบโครงข่ายคมนาคมและขนส่งครอบคลุมพื้นท่ีโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว
และพื้นที่รับประโยชน์ของโครงการ พบว่าเป็นระบบคมนาคมขนส่งท่ีมีสภาพดีและสามารถติดต่อเช่ือมโยงกันได้
อย่างสะดวกและรวดเร็ว
5. การสำรวจเส้นทางเข้าสู่พ้ืนท่ีหัวงาน การเดินทางเข้าสู่หัวงานสามารถเดินทางได้สะดวกโดย
รถยนต์ โดยเริ่มจากตัวเมืองพัทลุงมุ่งหน้าไปทางทิศใต้บนถนนหมายเลข 4 เป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร
จากนั้นเล้ียวขวาเข้าสู่ถนนหมายเลข 4122 มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตกเป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตรจากนั้น
เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงชนบทหมายเลข 1029 มุ่งหน้าทางทิศใต้เป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร จากน้ันเลี้ยวขวา
เขา้ ส่ทู างลาดยางส่นู ้ำตกโตนสะตอ ประมาณ 500 เมตร และเดนิ เท้าอีกประมาณ 200 เมตรจะถงึ ท่ีตั้งหัวงานโครงการ
6. ข้อมูลปริมาณการจราจร จากการรวบรวมข้อมูลปริมาณจราจรต่อวันตลอดปี (AADT)
บนทางหลวงสายหลักทางหลวงหมายเลข 4 บรเิ วณพ้นื ที่ศึกษาและบริเวณใกลเ้ คยี ง ปี 2561 พบวา่ ชนิดรถทีม่ ีการวิ่ง
บนถนนทางหลวงหมายเลข 4 มากที่สุด คือ รถยนต์นั่ง (ไม่เกิน 7 คน) รองลงมารถบรรทุกขนาดเล็ก (4 ล้อ)
รถยนตน์ ั่ง (เกิน 7 คน) และรถจักรยานยนต์ ตามลำดับ
10) การจดั การนำ้ เสีย ส่งิ ปฏิกูล และขยะมูลฝอย
(1)การจดั การน้ำเสยี ชมุ ชน จังหวัดพทั ลุง ยงั ไมม่ ีระบบำบัดน้ำเสยี รวมชมุ ชน แต่มรี ะบบบำบัดนำ้ เสยี
นำรอ่ งท่ีเทศบาลเมืองพัทลุง ขนาด 50 ลูกบาศกเ์ มตร/วนั และกรมควบคุมมลพิษได้สรา้ งต้นแบบระบบการจดั การนำ้
เสยี จากอตุ สาหกรรมครวั เรอื นการยอ้ มกระจูด ณ เทศบาลตำบลทะเลนอ้ ยและเทศบาลตำบลพนางตงุ จำนวน 4 แห่ง
เมอ่ื ปี 2551
(2)อตั ราการผลติ ปรมิ าณขยะมูลฝอย โดยปริมาณขยะมลู ฝอยทีเ่ กิดขนึ้ คำนวณโดย
ปรมิ าณขยะทเี่ กิดข้นึ = อัตราการเกดิ ขยะมูลฝอย x จำนวนประชากรตามทะเบยี นราษฎรป์ ี พ.ศ.
โดยอัตราการเกิดขยะมูลฝอย ยึดหลักเกณฑ์ของกรมควบคมุ มลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ
และสงิ่ แวดล้อม ดังนี้
- เทศบาลนคร = 1.89 กิโลกรมั /คน/วนั - เทศบาลเมอื ง = 1.15 กโิ ลกรมั /คน/วัน
- เทศบาลตำบล = 1.02 กโิ ลกรัม/คน/วัน - องค์การบริหารส่วนตำบล = 0.91 กิโลกรัม/คน/วัน
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานสรปุ สำหรบั ผ้บู ริหาร
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
42
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกั่ว รายงานฉบบั สุดทา้ ยการวิเคราะห์
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ ผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น (IEE)
เมือ่ คำนวณปรมิ าณขยะมลู ฝอยทเ่ี กิดขน้ึ ในพ้ืนที่จังหวัดพัทลุง พบว่า ในพ้ืนท่ีจงั หวดั พัทลุง ปี พ.ศ.
2561 มีจำนวนประชากร 525,044 คน มีปริมาณขยะทเ่ี กิดขนึ้ 516.51 ตนั /วนั
(3) การเก็บขนและการคัดแยกนำไปใช้ประโยชน์ จังหวัดพัทลุงมีขอบเขตการปกครองแบ่งเป็น
องคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ินจำนวน 73 แหง่ พบว่าองค์การบริหารส่วนท้องถ่ินท่ีมีบริการเก็บขนขยะ จำนวน 49 แห่ง
และไม่มีบริการเกบ็ ขนขยะ จำนวน 24 แหง่ โดยองคก์ ารปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริการเกบ็ ขนขยะมปี รมิ าณขยะ
ท่เี กิดขึ้นในพื้นท่ีให้บริการ 350.06 ตัน/วัน ปริมาณขยะที่มีการคัดแยกและถูกนำไปใช้ประโยชน์ตั้งแต่ต้นทาง (ก่อน
เก็บขน) 184.76 ตัน/วัน หรือคิดเป็นร้อยละ 52.78 ของปริมาณขยะที่เกิดขึ้น ทำให้มีปริมาณขยะท่ีขนไปกำจัด
165.30 ตัน/วัน หรือคิดเป็นร้อยละ 47.22 ของปรมิ าณขยะท่ีเกดิ ขึ้น โดยปริมาณขยะที่ขนไปกำจัดแล้วมีการคดั แยก
และถูกนำไปใชป้ ระโยชน์ (คัดแยกท่ี Site) 7.60 ตัน/วัน หรือคิดเป็นร้อยละ 4.60 ของปริมาณขยะที่ขนไปกำจัด ทำ
ใหม้ ปี รมิ าณขยะท่ขี นไปกำจดั ใน Site ทัง้ หมด 157.70 ตนั /วัน หรอื คดิ เป็นร้อยละ 95.40 ของปรมิ าณขยะท่ีขนไปกำจดั
(4) สถานที่กำจัดยะมูลฝอย ในพ้ืนที่จังหวัดพัทลุงมีสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย จำนวน 22 แห่ง
แบ่งเป็นสถานท่ีกำจัดขยะมูลฝอยท่ีถูกหลักสุขาภิบาลท่ีถูก 1 แห่ง คือ ระบบกำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลเมือง
พัทลุง ซึง่ เป็นระบบฝงั กลบอย่างถกู หลกั สุขาภบิ าล และสถานท่ีกำจดั ขยะมลู ฝอยท่ีไม่ถกู หลักสขุ าภิบาล จำนวน 21 แห่ง
11) การจัดการลุ่มนำ้
พื้นท่ีอ่างเก็บนำ้ มีพื้นที่ทั้งหมด 351.6 ไร่ อยู่ในพ้ืนที่ชั้นคณุ ภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 2 ประมาณ 0.01 ไร่ พ้ืนท่ี
ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 3 ประมาณ 154.7 ไร่ และพื้นท่ีช้ันคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 4 ประมาณ 196.79 ไร่ ตามลำดับ
พื้นที่หัวงานมีพื้นที่ทั้งหมด 114.9 ไร่ อยูใ่ นพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 3 ประมาณ 23.61 ไร่ และพ้ืนท่ีชั้นคณุ ภาพลุ่มน้ำ
ชั้นท่ี 4 ประมาณ 91.29 ไร่ ถนนเข้าหัวงาน มีพื้นที่ทัง้ หมด 2.1 ไร่ อยู่ในพ้นื ที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำช้ันท่ี 4 ประมาณ 2.1 ไร่
สว่ นพ้นื ทร่ี ับประโยชน์มพี ื้นท่ีท้ังหมด 16,475 ไร่ อยูใ่ นพ้ืนท่ชี ั้นคุณภาพลุ่มน้ำชนั้ ท่ี 5 ท้งั หมด
7.2.4 คุณค่าต่อคุณภาพชีวติ
1) เศรษฐกจิ และสงั คม
พ้ืนท่ีศึกษาของโครงการ มีท้ังหมด 11 หมู่บ้าน ประกอบด้วย พื้นที่ 9 หมู่บ้านในตำบลหนองธง และ 2
หมู่บ้าน (หมู่ที่ 5 และ 10) ในตำบลคลองใหญ่ มีจำนวนหลังคาเรือนท้ังส้ิน 3,480 หลังคาเรือน จากการสำรวจสอบถาม
ประชากรในพ้ืนท่โี ครงการ พบว่า อาชีพหลักของครัวเรือนส่วนใหญ่ คือ อาชีพเกษตรกรรม (ร้อยละ 82) ส่วนท่ีเหลือ
ประกอบอาชีพอื่นๆ ได้แก่ รับจ้างทั่วไป ค้าขาย และรับราชการ โดยพืชเศรษฐกิจที่ประชาชนส่วนใหญ่ปลูก ได้แก่
ยางพารา และสละ และปัญหาที่สำคัญในการประกอบอาชีพทางการเกษตร คือ น้ำไม่เพียงพอทำการเกษตรในฤดู
แลง้ สำหรบั รายได้ของครวั เรือนประมาณ 10,001 – 15,000 บาท/ครวั เรือน/เดือน
จากการสอบถามความคิดเห็นของครัวเรอื นที่มีต่อโครงการอ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะก่ัวอันเน่ืองมาจาก
พระราชดำริ พบว่า ครัวเรือนส่วนใหญ่ ร้อยละ 89.7 ทราบข้อมูลข่าวสารเก่ียวกับโครงการศึกษาผลกระทบ
ส่งิ แวดลอ้ มเบอื้ งต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่วั อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง และครัวเรือนท้งั หมดเห็น
ด้วยกับแนวทางในการพัฒนาโครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอัน
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานสรปุ สำหรับผบู้ ริหาร
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
43
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกั่ว รายงานฉบับสุดทา้ ยการวิเคราะห์
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบื้องตน้ (IEE)
เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง เนื่องจากเกษตรกร และประชาชนในพื้นท่ีจะได้มีแหล่งน้ำในการเกษตรและ
ใชอ้ ุปโภคในครัวเรอื นอย่างทว่ั ถึง และเพียงพอในทกุ ฤดูกาล
2) การชดเชยทด่ี ินและทรพั ยส์ นิ
ราษฎรจะสูญเสยี ท่ดี ินทำกินและทรัพย์สนิ จำนวน 79 รายแปลงท่ีดินทำกนิ จำนวน 106 แปลง และคดิ
เป็นพื้นที่ดินที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 407 ไร่ 1 งาน 67 ตารางวา ส่ิงปลูกสร้าง จำนวน 32 (หลัง, แปลง) และ
สูญเสียพืชผลและไม้ยืนต้น จำนวน 33,674 (ต้น, กอ) รวมเป็น ค่าขนย้ายท่ีดิน (ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์) และค่า
ทดแทน หรอื คา่ รอ้ื ย้ายทรพั ย์สนิ รวมทั้งหมดประมาณ 138.75 ลา้ นบาท
3) สขุ ภาพอนามยั และการบริการสาธารณสขุ
(1) ด้านการสาธารณสุข สาเหตุของการปว่ ยของประชาชนในอำเภอปา่ บอน พบว่า โรคท่ีมีผู้ป่วยมาก
ที่สุด คือ โรคระบบไหลเวียนเลือด รองลงมา ได้แก่ โรคเก่ียวกับต่อมไร้ท่อ โภชนาการ และเมตะบอลิซัม และโรค
ระบบหายใจ ส่วนโรคที่ต้องเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา มีผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงมากท่ีสุด รองลงมา คือ โรคไข้เดงกี่
และโรคไขไ้ ม่ทราบสาเหตุ
(2) การเจาะเลือดตรวจหาปริมาณเอ็นไซม์โคลีนเอสเตอเรส (Cholinesterase) เพื่อบ่งชี้ภาวะ
เส่ียงจากการใช้สารเคมีปราบศัตรูพืชกลุ่มออกาโนฟอสเฟตและคาร์บาเมต พบว่า อยู่ในระดับปกติ คิดเป็นร้อยละ
25.0 มีระดับ Cholinesterase อยู่ในระดับปลอดภัย คิดเป็นร้อยละ 67.9 มีความเสี่ยง จำนวน 3 ราย คิดเป็นร้อย
ละ 5.4 และไม่ปลอดภยั คดิ เป็นร้อยละ 1.8
(3) การสำรวจด้านภาวะโภชนาการ ส่วนใหญ่มีภาวะโภชนาการจัดอยู่ในภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน
โดยจัดระดับเป็น อ้วนระดับ 2 มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 35.7 รองลงมาคือ อ้วนระดับ 1 และ อ้วนระดับ 3 คิดเป็น
ร้อยละ 21.4 และ 16.1 ตามลำดับ ท้ังนยี้ ังพบประชากรตัวอย่างทมี่ ีภาวะโภชนาการระดับปกติ คิดเป็นร้อยละ 19.6
และยังพบคนที่มนี ้ำหนักน้อยกวา่ เกณฑ์มาตรฐาน คดิ เป็นรอ้ ยละ 7.1
(4) การสำรวจด้านพาหะนำโรค
1. การสำรวจหอยท่ีเป็นพาหะนำโรคพยาธิใบไม้ต่างๆ โดยเฉพาะโรคพยาธิใบไม้เลือด โรค
พยาธิใบไม้ตับ โรคพยาธิใบไม้ลำไส้ โรคพยาธิใบไม้ปอด ได้แก่ หอย Neotricula aperta หอย Bithynia (D.)
siamensis, B. (D.) funiculate, B. (D.) s. goniomphalos และอ่ืนๆ เช่น หอยคัน หอยโข่ง หอยเชอร่ี หอยเจดีย์
เปน็ ต้น มาตรวจหาเชื้อพยาธิในห้องปฏิบัติการ โดยคัดแยกตามสถานีและจำแนกตวั อย่าง โดยใช้วธิ ีการเก็บแบบจบั เวลา
(Count per unit of Time)
2. การสำรวจปลาประเภทCyprinoid ท่ีเป็นพาหะก่ึงกลางของโรคพยาธิใบไม้ในตับ โดยใช้วิธี
ทอดแห และวางตาข่ายดักในแหล่งน้ำ รวมถึงการตรวจหาตัวอ่อนพยาธิจากครีบคอและกล้ามเน้ือปลา โดยคัดแยก
ตามสถานีและจำแนกชนิดตัวอยา่ ง
3. การสำรวจหนูพาหะนำโรค โดยวิธีการดักด้วยกรงดักหนู บริเวณป่าละเมาะ ทุ่งนา และ
สถานที่ใกลเ้ คยี งลำน้ำ เพอื่ นำมาตรวจหาพยาธิ
4. การสำรวจยุง ได้แก่ ค้นหาตัวเต็มวัยของยุง โดยเฉพาะยุงก้นปล่อง (Anopheles sp.) ที่กัด
คนโดยสำรวจในช่วงเวลาหัวค่ำและกลางคืน (18.00-20.00 น.) ทั้งภายในบา้ นและนอกบา้ นพัก เพอื่ ดูพาหะหลักในพื้นที่
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานสรปุ สำหรับผู้บริหาร
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
44
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกวั่ รายงานฉบับสดุ ท้ายการวิเคราะห์
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ ผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น (IEE)
4) การท่องเท่ียว กฬี า แหล่งนันทนาการ และสุนทรียภาพ
มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งและมีสถานที่ที่เป็นธรรมชาติ ใกล้สถานที่โครงการในเขตรักษาพันธุ์สัตว์
ป่าเขาบรรทัด มีแหลง่ ทอ่ งเท่ียวเชิงนิเวศวิทยา เช่น นำ้ ตกลานหมอ่ มจุ้ย มีเสน้ ทางเดินศึกษาธรรมชาติ และน้ำตกโตน
สะตอ เป็นน้ำตกที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติท่ีสวยงาม น้ำตกลาดเตย และภูบรรทัด จัดเป็นสถานท่ีพักผ่อนหย่อนใจ
และท่องเท่ียวของประชาชนทั่วไป
5) แหลง่ โบราณคดีและประวตั ศิ าสตร์
ผลการสำรวจ ท้ังพื้นท่ีหัวงาน อ่างเก็บน้ำ และพ้ืนที่รับประโยชน์ รวมท้ังหมดจำนวน 27 จุด พบว่า
พื้นที่หัวงาน และบริเวณสันเขื่อน ตลอดจนพื้นท่ีรับประโยชน์ไม่พบหลักฐานทางโบราณคดี จากการเดินสำรวจ แต่
บริเวณพื้นที่อา่ งเก็บน้ำ จากการเดินสำรวจรวม 8 จุด พบหลักฐานทางโบราณคดีตามแนวลำคลองเหมืองตะกั่ว และ
แนวลำน้ำขนาดเล็กในพ้ืนท่ี โบราณวัตถุที่พบ ได้แก่ เครื่องมือหินกะเทาะ และเครื่องมือสะเก็ดหิน ทำจากหินกรวด
แม่น้ำ เครื่องมือหินดังกล่าว พบท่ัวไปในแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ยุคหินกลางถึงยุคหินใหม่ในเขต
ภาคใต้ และภูมิภาคอื่นของประเทศไทย
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานสรปุ สำหรบั ผูบ้ ริหาร
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
45
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกัว่ รายงานฉบบั สดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ (IEE)
7.3 การประเมนิ ผลกระทบส่งิ แวดลอ้ ม
7.3.1 เกณฑก์ ารประเมนิ ผลกระทบ
การประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมท่ีคาดว่าจะเกิดขึ้นเนื่องจากการพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยได้พิจารณาผลการศึกษาเก่ียวกับรายละเอียดโครงการท่ีได้จากกาศึกษา
ความเหมาะสมของการพัฒนาโครงการ ประกอบกับการพิจารณาข้อมูลสภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ในปจั จุบนั จากการสำรวจ เก็บตัวอย่าง สอบถามในภาคสนาม เพ่ือเปน็ ขอ้ มลู ประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อม
การประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมของโครงการ ได้พิจารณาการประเมินผลกระทบตามกรอบแนวทาง
การจัดทำรางานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ของสำนักงานนโยบายและ
แผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (มกราคม, 2559) ซง่ึ มีหลักเกณฑโ์ ดยรวมทนี่ ำมาใช้ในการศึกษาโครงการ มีดงั นี้
1) การประเมินผลกระทบได้ดำเนินการทั้งในเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ และการบรรยาย โดยประเมิน
ในเชงิ คุณภาพให้มากที่สดุ เทา่ ทขี่ อ้ มลู จะเอือ้ อำนวย ทงั้ กรณีทมี่ ีโครงการและไม่มโี ครงการ
2) การประเมินผลกระทบสำหรับทรัพยากรส่ิงแวดล้อมครอบคลุมทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทั้ง 4 ประเภท
ได้แก่ ทรัพยากรทางกายภาพ ทรัพยากรทางชวี ภาพ คณุ ค่าการใช้ประโยชนข์ องมนุษย์ และคณุ ภาพชีวติ และกำหนด
มาตรการปอ้ งกันแก้ไขผลกระทบและมาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดลอ้ ม
3) การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมท่รี ะบุให้ทราบถึงประเภททรัพยากรท่ีไม่อาจฟื้นฟูใหก้ ลับคนื สภาพ
มาเหมอื นเดมิ ได้และการกำหนดปริมาณหรือจำกัดขอบเขตการใช้ทรัพยากรประเภทดังกลา่ วไว้ดว้ ย
1) ทิศทางผลกระทบ
ทิศทางผลกระทบพิจารณาจากความสัมพันธ์ระหว่างสภาพทรัพยากรสิ่งแวดล้อมกับแนวทางการ
พัฒนาโครงการซ่ึงสามารถพจิ ารณาในลกั ษณะของผลกระทบได้ 3 กรณี คือ
1) กรณีไม่มีผลกระทบ หมายถึง กิจกรรมท่ีจะดำเนินการหรือผลกระทบการพัฒนาโครงการไม่
เก่ียวข้องหรือผลกระทบต่อทรัพยากรส่ิงแวดล้อมในพ้ืนท่ีโครงการและบริเวณใกล้เคียงหรือเป็นผลกระทบในกรณีท่ีไม่มี
โครงการ
2) กรณีมีผลกระทบทางบวก หมายถึง กิจกรรมที่จะดำเนินการหรือผลจากการพัฒนาโครงการก่อให้เกิด
ผลดีหรือเป็นประโยชน์ต่อสภาพทรัพยากรสิ่งแวดล้อมในพ้ืนที่โครงการและบริเวณใกล้เคียง ซ่ึงจัดเป็นผลกระทบใน
กรณี ที่มโี ครงการเกดิ ขึ้น
3) กรณมี ีผลกระทบทางลบ หมายถึง กิจกรรมทจ่ี ะดำเนินการหรอื ผลจากการพฒั นาโครงการก่อใหเ้ กิดผล
เสยี หายตอ่ สภาพทรพั ยากรสงิ่ แวดลอ้ มในพน้ื ที่โครงการและบรเิ วณใกล้เคียง ซ่ึงจัดเป็นผลระทบในกรณที ี่มโี ครงการเกดิ ข้ึน
2) ระดับผลกระทบ
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมท้ังในช่วงระยะก่อนสร้างและระยะดำเนินการ โดยมีวิธีการประเมินผล
กระทบส่ิงแวดล้อมของโครงการ ใช้แนวทางการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการพัฒนา
แหล่งน้ำ ของสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2559 โดยพิจารณาผลกระทบต่อ
ส่ิงแวดล้อมและคุณค่าท่ีมีต่อมนุษย์ ท้ังผลกระทบด้านบวก และ/หรือด้านลบจากการพัฒนาโครงการ ทิศทางและ
ระดับของผลกระทบส่ิงแวดล้อมจำแนกเป็น 12 ระดับ คือ มากที่สุด (±5) มาก (±4) ปานกลาง (±3) น้อย (±2) น้อย
ที่สุด (±1) ไม่มผี ลกระทบ (0) และไม่มีประเมนิ (na)
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานสรุปสำหรบั ผ้บู ริหาร
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
46
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกัว่ รายงานฉบับสดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง ผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องตน้ (IEE)
เกณฑก์ ารประเมนิ ระดับและทศิ ทางผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม มดี ังนี้
1) มากที่สุด (±5) หมายถึง มีความเปล่ียนแปลงเกิดขึ้นต่อทรัพยากรส่ิงแวดล้อมอย่างส้ินเชิง ทั้งด้าน
โครงสร้างและลักษณะตามธรรมชาติ (Function) และจำเป็นต้องมีมาตรการในการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ
ส่ิงแวดลอ้ ม และมาตรการตดิ ตามตรวจสอบในรูปของแผนปฏิบัติการท่ชี ัดเจน
2) มาก (±4) หมายถึง มีความเปลีย่ นแปลงเกิดขนึ้ ต่อทรัพยากรสิ่งแวดล้อมอยา่ งชัดเจนในดา้ นโครงสรา้ ง
และลักษณะตามธรรมชาติ (Function) และจำเป็นต้องมีมาตรการในการป้องกันและแก้ไขผลกระทบส่ิงแวดล้อม
และมาตรการติดตามตรวจสอบในรปู ของแผนปฏบิ ัติการท่ีชัดเจน
3) ปานกลาง (±3) หมายถึง มีความเปลี่ยนแปลงเกิดข้ึนต่อทรัพยากรส่ิงแวดล้อมในด้านโครงสร้างหรือ
ลักษณะตามธรรมชาติ (Function) และจำเป็นต้องมีมาตรการในการป้องกันและแก้ไขผลกระทบส่ิงแวดล้อม และ
มาตรการติดตามตรวจสอบ
4) น้อย (±2) หมายถึง มีความเปล่ียนแปลงเกิดขึ้นตอ่ ทรพั ยากรสิ่งแวดล้อมน้อย ธรรมชาติสามารถฟื้นฟู
ตวั เองได้ในช่วงเวลาส้นั
5) น้อยท่ีสุด (±1) หมายถึง มีความเปล่ียนแปลงเกิดขึ้นต่อทรัพยากรสิ่งแวดล้อมน้อยมากจนเกือบไม่มี
การเปลยี่ นแปลง ธรรมชาตสิ ามารถฟ้นื ฟตู ัวเองไดใ้ นชว่ งเวลาสั้นมาก
6) ไมม่ ผี ลกระทบ (0) หมายถึง ไม่กอ่ ใหเ้ กดิ การเปลี่ยนแปลงใดๆ ต่อทรัพยากรส่ิงแวดล้อม
7) ไมม่ ปี ระเมิน (na) หมายถึง ไมม่ ีการดำเนินการประเมินระดบั ผลกระทบส่ิงแวดล้อม
3) สรุปประเดน็ ส่งิ แวดลอ้ มท่สี ำคญั
ในการพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน
จังหวดั พัทลงุ มพี ้นื ทีท่ ้ังหมด 468.6 ไร่ ประกอบดว้ ย
1) พื้นที่อ่างเก็บน้ำ ที่ระดับเก็บกักสูงสุด +111.65 เมตร (รทก.) ความจุ 11.13 ล้านลูกบาศก์เมตร
มีพื้นที่ทั้งหมด 351.6 ไร่ อยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด 162.5 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่า
เทือกเขาบรรทัด แปลงที่ 1 ตอนที่ 3 ท้ังหมด 189.1 ไร่ แยกเป็นพื้นท่ีป่าอนุรักษ์เพิ่มเติม (โซน C) 9.9 ไร่ พื้นท่ีป่า
เศรษฐกจิ (โซน E) 179.2 ไร่
2) พื้นที่หัวงานและองค์ประกอบโครงการ มีพื้นที่ทั้งหมด 114.9 ไร่ อยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
เขาบรรทัด 7.7 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขาบรรทัด แปลงท่ี 1 ตอนท่ี 3 พ้ืนที่ป่าเศรษฐกิจ (โซน E) 95.2 ไร่
และพื้นที่ป่าไม้ถาวร 12.0 ไร่
3) ถนนเข้าหวั งาน มพี ื้นที่ท้ังหมด 2.1 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติปา่ เทือกเขาบรรทัด แปลงที่ 1 ตอนที่ 3
พื้นท่ีป่าเศรษฐกิจ (โซน E) 2.1 ไร่
4) พ้ืนที่รบั ประโยชน์ของโครงการ มีพื้นที่ทั้งหมด 16,475 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน
และตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง
จากการพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ มีประเด็นผลกระทบ
ส่ิงแวดลอ้ มท่สี ำคญั ในระยะก่อสร้างและระยะดำเนินการ ดังนี้
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานสรปุ สำหรับผู้บริหาร
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
47
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะก่ัว รายงานฉบับสดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ ผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองตน้ (IEE)
7.3.2 ทรพั ยากรส่ิงแวดลอ้ มทางกายภาพ
1) สภาพภูมปิ ระเทศ
(1) กรณไี ม่มีโครงการ
พื้นท่ีหัวงานและอาคารประกอบ โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจาก
พระราชดำริ พื้นท่ีรับน้ำด้านเหนือน้ำของอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ อยู่ในเขต ตำบล
หนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน พื้นท่ีมีความลาดเทจากทิศ
ตะวันตกไปทางทศิ ตะวันออก โดยมคี วามสงู ประมาณ +60.00 เมตร (รทก.) ถึง +800.00 เมตร (รทก.) กรณีไม่มีการ
พัฒนาโครงการสภาพภูมิประเทศในพื้นท่รี บั ประโยชน์เดิมจะมีสภาพเช่นเดียวกับปัจจุบนั จึงคาดว่าไม่มีผลกระทบ (0)
(2) กรณมี ีโครงการ
1. ระยะกอ่ สร้าง
พื้นที่หัวงานและอาคารประกอบ โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเน่ืองมาจาก
พระราชดำริ กิจกรรมระยะก่อสร้างบริเวณพ้ืนที่หัวงานและอาคารประกอบได้แก่ การเตรียมพ้ืนที่ แผ้วถาง ปรับพื้นที่
กองเศษวัสดุ ก่อสร้างท่ีพักคนงาน การก่อสร้างอาคารและองค์ประกอบต่างๆ ของเข่ือน เป็นต้น โดยหลักแล้วเป็น
การก่อสร้างเขื่อนปิดก้ันลำน้ำ ชนิดเขื่อนดินถมบดอัดแน่น (Zone Type) มีความยาวสันเขื่อนประมาณ 474.00
เมตร ความกว้างของเข่ือน 10.00 เมตร และความสูง 48.00 เมตร นอกจากนั้นแล้ว บริเวณหัวงานยังมกี ารกอ่ สร้าง
อาคารและองค์ประกอบอื่นๆ ซ่ึงจากการประมาณการดินที่ใช้ในการก่อสร้างประมาณ 1.4 ล้านลูกบาศก์เมตร
กิจกรรมต่างๆ เหล่าน้ีย่อมส่งผลกระทบต่อการเปล่ียนแปลงของลักษณะภูมิประเทศเดิมที่เป็นเนินเขากลายเป็นหัว
งานและอาคารประกอบของเข่ือน ซง่ึ บริเวณที่ก่อสร้างหัวงานและอาคารประกอบทั้งหมดดงั กล่าวดำเนินการอยู่ภายใน
บรเิ วณพน้ื ที่ ประเมนิ ผลกระทบทางลบในระดับปานกลาง (-3)
2. ระยะดำเนินการ
พ้ืนท่ีหัวงานและอาคารประกอบ โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเน่ืองมาจาก
พระราชดำริ ตวั เขื่อนปิดชอ่ งเขาจะมีความสูงจากท้องนำ้ เดมิ จนถึงสันเข่ือน มลี กั ษณะเป็นเขอ่ื นแบบ ดินถมชนิดแบ่ง
ส่วน (Zone Type) จึงทำให้สภาพภูมิประเทศเปล่ียนแปลงจากเทือกเขาที่มีสภาพธรรมชาติของพ้ืนที่ป่าไม้ปกคลุม
และพื้นท่ีเกษตรกรรมประเภทไม้ยืนต้น (ยางพารา) และไม้ผลผสมมาเป็นพื้นที่อ่างเก็บน้ำท่ีมีโครงสร้างของตัวเขื่อน
และอาคารประกอบ ซ่ึงบริเวณหัวงานจะมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม ส่งผลให้เกิดความโดดเด่นรวมท้ังภูมิ
ประเทศในพ้ืนที่อา่ งเกบ็ น้ำจะกลายเป็นผืนน้ำ ซึ่งกล่าวได้ว่าการพฒั นาอ่างเก็บน้ำ จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงสภาพ
ภูมปิ ระเทศใหม่เป็นผนื น้ำที่สวยงาม จึงเป็นผลกระทบทางบวกต่อสภาพภูมิประเทศในระดบั ปานกลาง (+3)
2) ลักษณะภูมอิ ากาศ
(1) กรณีไมม่ โี ครงการ
กรณีไมม่ ีพัฒนาโครงการ สภาพภมู อิ ากาศและอุตุนิยมของพ้ืนที่โครงการจะยงั คงเปลี่ยนแปลงไป
ตามสภาพภมู ิอากาศและอุตุนิยมวิทยาของภูมิภาค จึงไม่มีผลกระทบ (0) กล่าวคอื การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมอิ ากาศ
เกดิ จากอทิ ธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉยี งเหนือ โดยฤดูแล้งอยู่ในช่วงเดือนมกราคม
ถงึ เดือนเมษายน โดยแล้งสดุ ในเดือนเมษายน สำหรับฤดูฝนยงั คงอยู่ในช่วงเดอื นพฤษภาคม ถึง เดือนธนั วาคม และมี
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานสรปุ สำหรบั ผบู้ ริหาร
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
48
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบื้องต้น อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกวั่ รายงานฉบับสุดทา้ ยการวิเคราะห์
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ ผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองต้น (IEE)
ฝนตกชุกในเดือนพฤศจิกายน มีปริมาณน้ำฝนรายปีเฉล่ีย 2,384.1 มิลลิเมตร ปริมาณน้ำฝนรายเดือนเฉลี่ยแปรผัน
ระหว่าง 69.2 ถึง 505.8 มิลลิเมตร โดยเดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนที่มีปริมาณฝนรายเดือนเฉล่ียน้อยสุดและเดือน
พฤศจิกายน มีปริมาณฝนรายเดือนเฉลี่ยมากที่สุดคิดเป็นปริมาณฝนท่ีตกในช่วงฤดูฝนเท่ากับ 1,845.6 มิลลิเมตร
และฤดแู ล้งเท่ากับ 538.5 มลิ ลเิ มตร
(2) กรณีมีโครงการ
1. ระยะกอ่ สรา้ ง
กรณีมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ กิจกรรมการ
ก่อสร้างอยู่ในพ้ืนที่หัวงาน ซ่ึงมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับพ้ืนท่ีท้ังภูมิภาคที่ได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ จึงไม่มีอิทธิพลต่อการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่จะมีผลกระทบก่อให้เกิดการฟุ้ง
กระจายของฝนุ่ ละอองเพียงช่วงส้ันๆ บริเวณที่มีการก่อสร้างเท่าน้ัน ซึ่งมีชุมชนท่ีอยู่ใกล้พ้ืนท่ีก่อสร้างคือบ้านเหมืองตะก่ัว
อาจได้รับผลกระทบด้านฝุ่นละอองจากกิจกรรมการก่อสร้างโครงการ ซ่ึงจากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณ
พื้นท่ีบ้านเหมืองตะกั่ว บรเิ วณท่ีทำการเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด พบว่าปัจจุบันมีคุณภาพอากาศอยใู่ นเกณฑ์
มาตรฐาน อยา่ งไรก็ตามคุณภาพอากาศในชว่ งเวลาอื่นๆ อาจมีคา่ แตกต่างจากชว่ งท่ีตรวจวดั ได้ เนือ่ งจากสาเหตหุ ลายประการ
เช่น ปริมาณการจราจร ความเร็วและทิศทางลม สภาพภูมอิ ากาศ และกิจกรรมของชุมชนทีอ่ ยใู่ กลเ้ คยี งแตกต่างกัน เป็นต้น
ดังน้ันในระหว่างการก่อสร้างโครงการควรมีการกำหนดมาตรการเพื่อลดผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ เช่น การฉีดพรมน้ำ
บริเวณเส้นทางการขนส่งวัสดุอุปกรณ์ และบริเวณพ้ืนท่ีก่อสร้างที่อาจมีฝุ่นฟุ้งกระจาย และกำหนดให้มีการตรวจวัด
คุณภาพอากาศบริเวณใกล้เคียงเป็นระยะๆ เพ่ือเฝ้าระวังผลกระทบท่ีอาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมการก่อสร้างของ
โครงการ สรุปผลประเมินได้ว่าในระยะก่อสร้างโครงการจะมีผบกระทบในด้านฝุ่นละอองจากการก่อสร้างต่อชุมชน
ในระดบั น้อย (-2) แต่จะไม่มีผลกระทบตอ่ สภาพภูมอิ ากาศในภาพรวม
2. ระยะดำเนนิ การ
ผลกระทบโดยรวมของโครงการต่อสภาพภูมอิ ากาศ ในบริเวณพ้ืนท่ีโครงการเป็นผลกระทบ
ด้านบวก ได้แก่ การเพ่ิมความชมุ่ ช้ืนให้กับพ้ืนท่ีโดยรอบ ท้ังจากการระเหยของน้ำในอ่างเก็บนำ้ และจากการคายน้ำ
ของพชื ในพ้นื ที่บรเิ วณรอบอา่ งเกบ็ นำ้ ผลกระทบน้ีจะเกดิ ข้นึ อย่างถาวรและเปน็ ผลกระทบในระดับน้อยที่สุด (+1)
3) ทรพั ยากรดิน
(1) กรณีไม่มโี ครงการ
- ทรัพยากรดินในบริเวณพื้นที่อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ (พื้นที่
351.6 ไร่) สว่ นใหญ่หรือเกอื บทั้งหมดเปน็ กลุ่มชดุ ดินท่ี 62 (พ้นื ท่ีร้อยละ 97.65) ซ่ึงเป็นดนิ ที่ไม่เหมาะสมสำหรบั การ
ปลูกพชื ควรปล่อยไว้ให้เป็นปา่ ตามธรรมชาติ
- พื้นที่หัวงาน (พ้ืนท่ี 114.95 ไร่) พบว่าพ้ืนท่ีประมาณ 2 ส่วนใน 3 ส่วน เป็นกลุ่มชุดดินที่ 62 (พื้นท่ี
ร้อยละ 65.23) พ้ืนท่ีส่วนที่เหลืออีกประมาณ 1 ส่วนใน 3 ส่วน ประกอบด้วย กลุ่มชุดดินท่ี 26C และ 32B (พื้นท่ี
รวมกนั คิดเปน็ รอ้ ยละ 34.77)
- พืน้ ทถ่ี นนเขา้ หัวงาน (พื้นท่ี 2.1 ไร)่ ดินเกือบทัง้ หมดเปน็ กลุ่มชดุ ดนิ ท่ี 62 (พ้ืนท่ีร้อยละ 63.90) และ
กลุ่มชดุ ดินท่ี 26C (พนื้ ท่ีรอ้ ยละ 35.83) และกลุ่มชุดดินที่ 34B (พืน้ ท่ีร้อยละ 0.25)
- พ้นื ที่รบั ประโยชน์ของโครงการ (พนื้ ที่ 16,475 ไร่) พบว่าดินเป็นกลุ่มชดุ ดนิ ในพ้ืนท่ีลุ่ม 1 กลุ่มชุดดิน
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานสรุปสำหรบั ผ้บู ริหาร
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
49
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องต้น อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะก่ัว รายงานฉบับสุดทา้ ยการวิเคราะห์
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE)
(มเี น้ือรวมกนั คิดเป็นร้อยละ 20.40) พืน้ ท่ีส่วนท่เี หลือเป็นกล่มุ ชดุ ดนิ ในพ้ืนที่ดอน รวมท้งั หมด 12 กล่มุ ชุดดนิ (มีพ้ืนท่ี
รวมกันคิดเป็นร้อยละ 78.78) ซ่ึงดินท้ังหมดจากการเก็บตัวอย่างมาวิเคราะห์พบว่า จัดเป็นดินท่ีมีความอุดมสมบูรณ์
อยใู่ นระดับตำ่
ในระยะยาวก็มีผลทำให้ดินท่ีมีความอุดมสมบูรณ์ลดต่ำลงไปอีก โดยเฉพาะถ้าขาดมาตรการปรับปรุง
บำรุงดนิ และขาดการใชป้ ุย๋ จึงทำใหเ้ ป็นผลกระทบ ทางลบในระดบั นอ้ ย (-2)
(2) กรณีมโี ครงการ
1. ระยะก่อสร้าง
- พ้ืนท่ีอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และพ้ืนท่ีหัวงาน
การกอ่ สรา้ งในพื้นที่อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกว่ั อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ และพื้นที่หวั งาน จะทำให้สูญเสียทรัพยากรดิน
อย่างถาวร เนื่องจากต้องมกี ารขุดเปิดหน้าดิน และขุดดินบางส่วนออกไป แต่ดินในพื้นท่ีดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นดินท่ีมี
สมบัติบางประการไม่ค่อยเหมาะสมต่อการปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่นเป็นดินท่ีมีสภาพความลาดชันสูง (โดยเฉพาะกลุ่ม
ชุดดินที่ 62 มคี วามลาดชัดมากกวา่ 35%) และดินท่ีมีสภาพความลาดชันค่อนขา้ งสงู (กลุ่มชุดดนิ ท่ี 26C มคี วามลาด
ชัน 5-12%) นอกจากน้ันยังเป็นดินท่ีมีความอุดมสมบูรณ์อยู่ในระดับต่ำและมีปฏิกิริยาเป็นกรดจัดถึงเป็นกรดรุนแรงมาก
และดำเนินการก่อสร้างเฉพาะในพื้นท่ีก่อสรา้ งที่กำหนดเท่านนั้ จงึ เปน็ ผลกระทบทางลบท่ีอยใู่ นระดับน้อยทส่ี ดุ (-1)
- พื้นที่ถนนเข้าหัวงานการก่อสร้างพ้ืนที่ถนนเข้าหัวงานและปรับปรุงเส้นทางเพื่อใช้เดิน
ทางเข้าสู่หัวงานคิดเป็นพ้ืนที่ก่อสร้าง 2.1 ไร่ กิจกรรมในการกอ่ สร้างจะต้องมีการขุดเปิดหน้าดินและขุดดินบางส่วน
ออกไป แต่ดินในพื้นท่ีดังกล่าวเป็นดินท่ีมีสมบัติบางประการไม่ค่อยเหมาะสมต่อการปลูกพืชและดำเนินการก่อสร้าง
เฉพาะในพ้ืนที่กอ่ สร้างทก่ี ำหนดเทา่ นน้ั ซึ่งเป็นพ้ืนท่ีไมม่ าก ดังน้ันผลกระทบท่ีเกิดข้ึนจึงเป็นผลกระทบทางลบที่อยู่ใน
ระดบั น้อยท่สี ดุ (-1)
- พื้นท่ีรบั ประโยชน์ การพัฒนาโครงการจะมกี ารวางระบบท่อส่งน้ำ ซง่ึ จะมกี ารขุดเปิดหน้า
ดินและการถมดินเพ่ือการก่อสร้างทำให้ดินบางส่วนมีการถูกเคล่ือนย้ายออกไป กิจกรรมดังกล่าวจะทำให้มีการ
สญู เสียทรัพยากรดนิ และพืชท่ปี ลูกอยู่บางส่วน คิดเป็นพื้นท่ีดำเนินการของระบบทอ่ ส่งน้ำ (37.20 กิโลเมตร) อย่างไร
กต็ ามผลกระทบที่เกิดขนึ้ ดงั กล่าวสามารถจัดการให้อยใู่ นเฉพาะพ้ืนที่จำกดั และดินในบริเวณดงั กล่าวเป็นดินที่มีความ
อดุ มสมบรู ณ์ตำ่ และมีสภาพความเป็นกรดจดั จึงเป็นผลกระทบทางลบในระดับน้อยที่สุด (-1)
2. ระยะดำเนนิ การ
- พื้นท่ีอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ และพ้ืนที่หัวงาน
การก่อสรา้ งอา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกั่วอนั เนื่องมาจากพระราชดำริ และการก่อสรา้ งพืน้ ทห่ี ัวงาน จะทำใหม้ ีการสูญเสียดิน
และการใช้ประโยชนท์ ่ีดินในทางการเกษตร เนื่องจากดนิ ในพ้นื ที่อ่างเก็บนำ้ บางส่วนท่ีมีการขุดเปิดนำดินออกไปและ
ดนิ บางส่วนที่เหลืออยู่จะจมอยู่ในน้ำเป็นการถาวร ในส่วนของพื้นที่หัวงานจะถูกเปล่ียนเป็นส่ิงก่อสร้างประกอบด้วย
เข่ือนและอาคารต่างๆ โดยมีการขุดเปิดหน้าดินออกไปและมีการปรับสภาพพื้นท่ี ไม่สามารถฟ้ืนฟูสภาพได้ ดังน้ัน
พ้ืนที่ท้ัง 2 สว่ นดังกลา่ วนจ้ี ะได้รบั ผลกระทบทางลบในระดบั มากท่ีสุด (-5)
- พ้ืนท่ีถนนเข้าหัวงาน การก่อสร้างถนนเข้าหัวงานเป็นพื้นท่ีประมาณ 2.1 ไร่ โดยพ้ืนท่ี
ดงั กล่าวได้ถกู เปล่ยี นถนนใหก้ ว้างขึน้ จากถนนเดมิ จึงเปน็ ผลกระทบทางลบในระดับปานกลาง (-3)
- พ้ืนท่ีรบั ประโยชน์ การพัฒนาโครงการจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการใช้ที่ดินและทรพั ยากร
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานสรุปสำหรับผูบ้ ริหาร
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
50
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกว่ั รายงานฉบับสุดท้ายการวิเคราะห์
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น (IEE)
ดินในพ้ืนท่ีรับประโยชน์ ซึ่งการมีระบบชลประทานที่มีน้ำใช้ประโยชน์ในการเกษตรจะช่วยทำให้มีการใช้ทรัพยากรดิน
เข้มข้นมากข้ึน ท้ังในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง เน่ืองจากสามารถเพาะปลูกพืชได้ตลอดท้ังปีและพืชให้ผลผลิตมากข้ึน ซ่ึงเป็น
การเพ่ิมศักยภาพในการผลติ ของดิน จงึ เป็นผลกระทบทางบวกในระดับมาก (+4) ในทางตรงกันขา้ มถ้าหากมกี ารปลูก
พืชอย่างต่อเนื่อง และขาดการบำรุงรักษาดินที่ดีพอรวมท้ังการใช้ปุ๋ยหรือใช้ปุ๋ยอย่างไม่ถูกต้อง ก็มีผลทำให้ดินอาจมี
ปัญหาเก่ียวกับ การขาดแคลนและหรือความไม่สมดุลของธาตุอาหารชนิดต่างๆ ในดินเกิดข้ึนได้ ท้ังน้ีผลกระทบ
ดังกล่าวสามารถป้องกันและแก้ไขได้โดยวิเคราะห์สมบัติบางประการของดินท่ีเก่ียวข้องกบั ความอุดมสมบูรณ์ของดิน
และเลือกวิธีการปรับปรุงบำรุงดินให้ถูกวิธีและใช้ปุ๋ยท่ีเหมาะสม ผลกระทบในเร่ืองดังกล่าวที่มีต่อทรัพยากรดิน
จงึ เปน็ ผลกระทบทางลบในระดับนอ้ ย (-2)
4) ธรณวี ิทยาและการเกิดแผ่นดินไหว
(1) กรณไี มม่ ีโครงการ
สำหรับการศึกษาธรณีวิทยาแผ่นดินไหวในพ้ืนท่ีโครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม
เบื้องต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง ได้ศึกษารอยเล่ือนท่ีอยู่ใกล้พ้ืนที่หัว
งานสรปุ จากแผนที่รอยเล่ือนมีพลังในประเทศไทย ของกรมทรัพยากรธรณี ปี พ.ศ.2562 พบว่าบริเวณที่ต้งั โครงการ
อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะก่ัว อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง ในรศั มี 150 กโิ ลเมตร ไม่มีรอยเล่อื นที่อยู่ใน
ขอบเขต
ถึงแม้จะไม่พบกลุ่มรอยเลื่อนที่มีพลังอยู่ใกล้ที่ตั้งหัวงานอ่างเก็บน้ำของโครงการ และไม่มีสถิติการเกิด
แผน่ ดินไหวทีม่ ศี นู ยก์ ลางอย่บู ริเวณพื้นทีศ่ กึ ษา แตเ่ พอ่ื การปลอดภยั กบั ตัวเข่อื น ในการออกแบบเขอ่ื นจงึ กำหนดใช้ค่า
อัตราเรง่ สงู สดุ ของพนื้ ดนิ (Peak Ground Acceleration, PGA) เทา่ กบั 0.05 g จงึ ไม่มีผลกระทบทางด้านธรณวี ิทยา
และการเกิดแผ่นดินไหว (0)
(2) กรณมี ีโครงการ
1. ระยะก่อสร้าง
โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เบื้องต้นจากผลการเจาะ
สำรวจพบวา่ ตัวรองรับด้วยหินอัคนีจำพวกหินแกรนิต และต้ังอยู่ในบริเวณพื้นที่ซึง่ มีสภาพภูมปิ ระเทศแบบเนินเขาสูง
จงึ ทำให้มีลักษณะของพน้ื ที่ส่วนใหญ่ลาดชนั จากการเดินสำรวจภาคสนามบรเิ วณจุดซึ่งเปน็ ที่ตงั้ ของฐานยนั ทัง้ สองฝ่ัง
พบว่าเป็นช้ันดินหนา ระดับหน้าหินอยู่ในระดับลึก แต่เน่ืองจากชนิดของช้ันดินท่ีพบส่วนใหญ่มีการยึดเกาะตัวกันอยู่ใน
เกณฑ์ที่คอ่ นขา้ งดีและชัน้ หินฐานรากมคี วามแขง็ แรง และพจิ ารณาทิศทางการวางตวั ของแนวรอยแตก พบวา่ ไมอ่ ยู่
ในแนวที่จะเกิดการเล่ือนไถลของมวลดิน/หิน ไม่น่าท่ีจะเกิดปัญหาเก่ียวกับความมั่นคงของลาดไหล่เขา และปัญหา
การลื่นไถลของชั้นดินและช้ันหินฐานรากทั้งในขณะดำเนินการก่อสร้างหรือภายหลังเริ่มทำการกักเก็บน้ำ ทำให้ผล
กระทบอยใู่ นระดบั น้อย (-2)
2. ระยะดำเนินการ
1. ผลกระทบต่อความม่ันคงของอ่างเก็บน้ำ พิจารณาจากสภาพธรณีวิทยาบริเวณพ้ืนท่ีหัว
งานและอา่ งเก็บนำ้ สว่ นใหญร่ องรบั ดว้ ยหินอัคนีจำพวกหินแกรนิต และการรว่ั ซึมของน้ำในชัน้ หินฐานรากบางชว่ งอยู่
ในเกณฑ์ต่ำมากถึงปานกลาง ประกอบกับท่ีตั้งโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อยู่ห่างจากกลุ่มรอยเลื่อนระนองไม่เกิน 285 กิโลเมตร และกลุ่มรอยเล่ือนคลองมะรุ่ยไม่เกิน 190 กิโลเมตร ซ่ึง
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานสรุปสำหรบั ผบู้ ริหาร
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
51
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องต้น อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะกั่ว รายงานฉบับสุดท้ายการวิเคราะห์
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ ผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ (IEE)
ผลกระทบดังกล่าวได้มีการพิจารณาแก้ไขในช่วงก่อสร้างโครงการโดยการปรับปรุงฐานรากโดยการอัดฉีดน้ำปูน
(Cement Grouting) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงในการรับน้ำหนักของตัวเข่ือนและลดการรั่วซึมได้ จึงมีผลกระทบด้าน
ความมั่นคงของอ่างเก็บน้ำในระดับนอ้ ย (-2)
2. ผลกระทบด้านแผ่นดินไหว การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศ
ไทยพบว่าสภาพแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ทั้งหมดมีศูนย์กลางอยู่ภายนอกประเทศท้ังส้ิน ได้แก่ บริเวณตอนใต้ของ
สาธารณรัฐประชาชนจีน สปป.ลาว สหภาพเมียนมาร์ และตอนเหนอื ของเกาะสุมาตราในทะเลอนั ดามัน สว่ นประเทศ
ไทยจัดว่าค่อนข้างปลอดแผ่นดินไหวขนาดรุนแรง นอกจากน้ีบริเวณพ้ืนท่ีโครงการไม่มีรอยเลื่อนมีพลังพาดผ่าน
บรเิ วณพื้นที่โครงการและพ้ืนท่ีใกล้เคยี ง สำหรับรอยเลือ่ นทมี่ ีพลงั (Active Fault) ทต่ี งั้ อยูใ่ กล้พ้นื ที่โครงการมากท่สี ุด
2 กลุ่มรอยเลื่อน ได้แก่ กลุ่มรอยเลื่อนระนองไม่เกิน 285 กิโลเมตร และกลุ่มรอยเล่ือนคลองมะรุยไม่เกิน 190
กโิ ลเมตร หากพิจารณาสถติ ขิ อ้ มูลการเกดิ แผ่นดินไหวท่ีมีผลกระทบต่อประเทศไทยของกรมอุตนุ ิยมวิทยา พนื้ ทศี่ กึ ษา
โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จัดอยู่ในเขตแผ่นดินไหวมีระดับรุนแรง I-III เมอร์คัลลี
(คนธรรมดาจะไม่ร้สู ึก แตเ่ ครื่องวัดสามารถจับได้) มีความเส่ียงต่อการไดร้ ับความเสยี หายในระดับน้อย ดังนั้นเพื่อให้
โครงการสามารถดำเนินการได้โดยไม่ให้มีผลกระทบต่อการเกิดการพังทลายหรือความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวจึง
จำเป็นต้องพิจารณาถึงการออกแบบก่อสร้างให้มีความเหมาะสมกับสภาพการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่โครงการฯ
จึงประเมนิ ว่ามีผลกระทบในระดับนอ้ ย (-2)
5) วัสดุท่ใี ช้ในการสรา้ งเขื่อน
(1) กรณไี ม่มีโครงการ
วสั ดุที่ใช้ในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ประกอบด้วย ดิน ซ่ึงใช้ในบริเวณในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ สำหรับ
วัสดุประเภทปูนซีเมนต์ หิน ทราย เป็นวัสดุท่ีจัดหามาจากนอกพื้นที่โครงการ ดังน้ัน เมื่อไม่มีโครงการจึงไม่มีการ
นำเขา้ มาและใช้ประโยชน์ จึงไม่มีผลกระทบตอ่ พนื้ ทโี่ ครงการแตอ่ ยา่ งใด (0)
(2) กรณมี โี ครงการ
1. ระยะก่อสร้าง
จากผลการสำรวจพบกลุ่มดินรวม 4 กลุ่ม คือ CL, SC, MH, SM และ SM (non-plastic)
มีปริมาณรวมท้ังส้ิน 1,296,619.3 ลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้อยกว่าความต้องการ (ความต้องการดินถมอัดแน่น
ประมาณ 1,400,000 ลูกบาศก์เมตร) แยกเป็นกลุ่มดนิ ทึบน้ำ 2 กลุ่ม (CL, SC) มีปริมาณ 763,619.7 ลูกบาศก์เมตร
กลุ่มดินกึ่งทึบน้ำ 2 กลุ่ม (MH, SM) มีปริมาณ 204,017.7 ลูกบาศก์เมตร กลุ่มดินไม่ทึบน้ำ (SM non-plastic) มี
ปริมาณ 252,844.9 ลูกบาศก์เมตร และ Top Soil มีปริมาณ 76,137 ลูกบาศก์เมตร ปริมาณดินท่ีเหมาะสมในการ
ก่อสรา้ ง (CL, SC, MH, SM และ SM (non-plastic)) รวม 967,637.4 ลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 0.7 เท่าของความ
ต้องการใช้งาน จึงเป็นผลกระทบทางบวกจากการนำทรัพยากรทีม่ ีอยู่มาใชป้ ระโยชน์ (+3)
2. ระยะดำเนนิ การ
กิจกรรมในช่วงดำเนินงานโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อาจต้องดำเนินการซอ่ มแซม หรือบำรุงโครงสร้างตา่ งๆ ของโครงการ ซ่ึงจำเป็นตอ้ งใช้วัสดุก่อสร้างต่างๆ แตเ่ น่ืองจาก
เป็นงานท่ีใช้วัสดุก่อสร้างน้อยมาก เมื่อเทียบกับการใช้วัสดุก่อสร้างภาพรวมของพื้นที่จังหวัดพัทลุง จึงถือว่าการ
ดำเนนิ งานในระยะการดำเนินโครงการไม่ส่งผลกระทบตอ่ แหลง่ วัสดกุ ่อสร้าง (0)
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานสรุปสำหรับผู้บริหาร
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
52
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกวั่ รายงานฉบบั สดุ ท้ายการวิเคราะห์
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ ผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องตน้ (IEE)
6) ทรัพยากรธรณี
(1) กรณีไมม่ ีโครงการ
จากการศึกษาทบทวนลักษณะทางธรณีวทิ ยาแหล่งแร่บรเิ วณพน้ื ที่โครงการอ่างเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะกั่ว
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พบว่าชนิดของช้ันหินฐานรากจากการศึกษาแผนท่ีธรณีวิทยาประเทศไทยเบื้องต้นคาดว่า
น่าจะวางตัวรองรับด้วยชุด Trgr ที่มีอายุอยู่ในช่วงยุคไทรแอสซิก ประกอบด้วยหินไบโอไทต์-มัสโคไวต์แกรนิต เน้ือปาน
กลางถึงหยาบ พบกระจายตัวเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนทางด้านตะวันตกของจังหวัดพัทลุง วางตัวทอดยาวในทิศทาง
ตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ จากผลการเดินสำรวจในภาคสนามและจากผลการเจาะสำรวจสอดคล้องกับแผนที่
ธรณีวิทยา โดยพบว่าบริเวณพ้ืนที่โครงการรองรับด้วยหินอัคนี จำพวกหินแกรนิต โดยในพื้นท่ีศึกษาโครงการอ่างเก็บน้ำ
บ้านเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจากพระราชดำริไม่พบข้อมูลแหล่งแร่ พ้ืนที่ประทานบัตรแร่ หรือการประกอบกิจการตาม
พระราชบัญญตั ิแร่ พ.ศ. 2560 แต่อย่างใด
(2) กรณมี ีโครงการ
1. ระยะก่อสร้าง
เน่ืองจากบริเวณพ้ืนที่หัวงานและอ่างเก็บน้ำของโครงการไม่มีแหล่งแร่ท่ีมีศักยภาพและไม่มีทำ
เหมืองแร่ จึงไม่มีผลกระทบต่อแหล่งแร่และการทำเหมืองแร่ (0)
2. ระยะดำเนนิ งาน
หลังจากก่อสร้างโครงการแลว้ เสร็จ ไม่มผี ลกระทบตอ่ แหลง่ แร่และการทำเหมืองแร่ (0)
7) การตกตะกอนและการกดั เซาะ
(1) กรณีไมม่ ีโครงการ
จากข้อมูลปริมาณตะกอนแขวนลอย ของสถานีวัดตะกอนต่างๆ ในบริเวณพ้ืนที่ศึกษาจำนวน 11
สถานี แยกเป็นสถานีของกรมชลประทาน 9 สถานี และกรมทรัพยากรน้ำ 2 สถานี โดยมีช่วงพิสัยของขนาดพ้ืนท่ีรับ
น้ำฝนอยู่ระหว่าง 18.1 – 1,546.8 ตารางกิโลเมตร และมีช่วงพิสัยของค่าปริมาณตะกอนแขวนลอยรายปีเฉล่ียต่อ
หน่วยพ้ืนที่อยรู่ ะหวา่ ง 36.17 – 258.06 ตนั /ตารางกโิ ลเมตร จึงไม่มีผลกระทบตอ่ การตกตะกอนและการกัดเซาะ (0)
(2) กรณีมโี ครงการ
1. ระยะก่อสร้าง
กิจกรรมการก่อสร้าง เช่น การปรับพื้นที่ให้มีสภาพเป็นที่โล่ง ไม่มีส่ิงปกคลุม การขุดลอก
หน้าดิน การถมและบดอดั ดนิ จะก่อใหเ้ กดิ การชะลา้ งพังทลายของดินและพัดพาลงสแู่ หล่งน้ำ ทำให้แหลง่ น้ำขนุ่ และ
หากมีการทับถมของตะกอนดินจะสง่ ผลให้ลำน้ำตื้นเขนิ ได้ อยา่ งไรกต็ ามผลกระทบดังกล่าวจะเกิดในช่วงการก่อสรา้ ง
โครงการเท่าน้ัน ดงั นั้นจึงมีผลกระทบด้านการตกตะกอนในระดบั นอ้ ย (-2)
2. ระยะดำเนนิ การ
หลังจากมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สามารถ
ประเมินตะกอนรวมรายปีเฉลี่ยท่ีไหลลงอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ เท่ากับ 4,913.6 ตัน/ปี
จงึ มีผลกระทบด้านการตกตะกอนในระดับน้อยที่สุด (-1)
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานสรุปสำหรับผู้บริหาร
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
53
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั รายงานฉบับสุดทา้ ยการวิเคราะห์
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ ผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบื้องตน้ (IEE)
8) อทุ กวิทยาและคณุ ภาพนำ้ ผิวดนิ
(1) อุทกวิทยา
1. กรณีไมม่ โี ครงการ
ผลการคำนวณปริมาณน้ำท่าของคลองเหมืองตะกั่ว พบว่ามีปริมาณน้ำท่ารายปีเฉล่ีย
ประมาณ 34.68 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำท่าส่วนใหญ่เกิดในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึง เดือน
ธันวาคมของปีถัดไป ประมาณ 23.28 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 67 ของปริมาณน้ำท่าท้ังปี ส่วนในช่วง
ฤดูแล้งระหว่างเดือนมกราคม จนถึง เดือนเมษายน เป็นช่วงท่ีมีปริมาณน้ำท่าเกิดขึ้นน้อย ประมาณ 11.30 ล้าน
ลูกบาศก์เมตรตอ่ ปี หรอื คดิ เป็นรอ้ ยละ 33 ของปริมาณน้ำทา่ ท้ังปี (0)
2. กรณีมีโครงการ
- ระยะกอ่ สรา้ ง
ระยะกอ่ สรา้ งหัวงานเขื่อน ไมม่ ีผลกระทบตอ่ ปรมิ าณน้ำทีไ่ หลในลำนำ้ แตอ่ ยา่ งใด เนื่องจากมีการ
ดำเนนิ การผนั นำ้ ระหวา่ งการก่อสร้าง ยังไมม่ ีการเก็บกักนำ้ ผลกระทบดังกล่าวในทางลบระดับน้อย (-2)
- ระยะดำเนนิ การ
ภายหลงั การก่อสร้างโครงการแลว้ เสรจ็ และทำการเก็บกกั นำ้ ปริมาณน้ำท่าท่ไี หลเขา้ สู่อา่ ง
จะถูกเก็บกักไว้ ซ่ึงจะเป็นผลดีต่อการใช้ประโยชน์ และช่วยบรรเทาอุทกภัยแก่พ้ืนที่ท้ายเขื่อนได้ส่วนหนึ่ง
การดำเนินการจะช่วยให้ราษฎรมนี ้ำใช้ในด้านอุปโภค-บริโภค การทำเกษตรกรรม ปศุสตั ว์ และช่วยให้ราษฎรมีน้ำใช้
ในดา้ นระบบนิเวศทางด้านทา้ ยน้ำอกี ด้วย จึงเป็นผลกระทบทางบวกในระดบั มาก (+4)
(2) คุณภาพนำ้ ผวิ ดิน
1. กรณไี ม่มโี ครงการ
ใน อ น า ค ต ห า ก ไม่ มี ก า ร พั ฒ น า โค ร ง ก า รอ่ า ง เก็ บ น้ ำ บ้ า น เห มื อ ง ต ะ กั่ ว อั น เนื่ อ ง ม า จ า ก
พระราชดำริ คาดว่าจะไมม่ ีผลกระทบ (0) ต่อคุณภาพน้ำ คุณภาพน้ำจะไม่เปลย่ี นแปลงไปจากปัจจุบัน เนอื่ งจากการ
ใช้ประโยชน์ท่ีดินยังมีลักษณะเช่นเดียวกับปัจจุบัน คือ ไม่มีชุมชนหนาแน่น และไม่มีสถานประกอบการซ่ึงเป็น
แหลง่ กำเนดิ นำ้ เสียท่จี ะปล่อยระบายน้ำเสียลงแหลง่ นำ้ ในบริเวณพื้นที่โครงการ โดยสภาพทั่วไปโดยเฉพาะพนื้ ทท่ี ่ีจะ
สรา้ งเป็นอา่ งเก็บน้ำเป็นสภาพปา่ และพื้นท่ีเกษตรกรรมส่วนใหญ่
2. กรณมี โี ครงการ
- ระยะกอ่ สรา้ ง
ในช่วงก่อสร้างโครงการ กิจกรรมการก่อสร้าง เช่น การขุดดิน การถมดินสร้างฐานเขื่อน
การแผ้วถางไม้ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ การเปิดหน้าดิน อาคารสำนักงาน อาคารท่อส่งน้ำ เป็นต้น การกองดิน และ
การเปิดหน้าดินนั้นจะทำให้มีโอกาสเกิดการปนเปื้อนจากการชะล้างของตะกอนลงสู่คลองเหมืองตะก่ัว โดยเฉพาะ
ในช่วงฤดูฝนท่ีมีน้ำหลาก (Runoff) ผ่านพื้นที่ก่อสร้าง ส่งผลทำให้คุณภาพน้ำขุ่นและเกิดตะกอนเพ่ิมข้ึน อย่างไรก็ตาม
โครงการได้จัดให้มมี าตรการลดผลกระทบต่อคุณภาพน้ำด้านความขุ่นในคลองเหมืองตะกว่ั ในฤดูฝนผลกระทบจึงอยู่
ในระดับปานกลาง ส่วนในฤดูแล้งคาดว่าจะอยู่ในระดับปานกลาง เน่ืองจากประชาชนส่วนใหญ่ใช้น้ำอุปโภคและ
บริโภคในครัวเรือนจากน้ำประปาหมู่บ้านซึ่งส่วนมากจากคลองเหมืองตะกั่ว โดยบางส่วนใช้น้ำบริโภคจากการซ้ือน้ำ
ถังบรรจขุ วด และบางส่วนใชน้ ำ้ บาดาล อย่างไรก็ตามในการก่อสรา้ งต้องระวงั ไม่ให้น้ำมนั จากเครื่องจักรปนเปื้อนลงสู่
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานสรุปสำหรับผบู้ ริหาร
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
54
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกวั่ รายงานฉบับสดุ ท้ายการวิเคราะห์
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง ผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องต้น (IEE)
แหล่งน้ำ ดังนน้ั ผลกระทบด้านความขุ่นท่อี าจจะเพ่ิมขึ้นในคลองเหมอื งตะกั่ว จงึ ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อการใช้น้ำใน
ชุมชนในระดับปานกลาง (-3)
9) อทุ กธรณวี ทิ ยาและคณุ ภาพนำ้ ใต้ดนิ
(1) กรณไี มม่ โี ครงการ
ปจั จุบนั บริเวณพน้ื ทโ่ี ครงการอา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะก่วั อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ บรเิ วณพื้น
ที่ต้งั เข่อื นและบริเวณพื้นท่ีอ่างเกบ็ น้ำเป็นชั้นหินใหน้ ้ำหินแกรนติ (Gr) ซง่ึ จะไม่มีการพัฒนาในช้ันหินให้นำ้ น้ี เนอ่ื งจาก
เป็นท่ีภูเขาสูง สำหรับบริเวณพ้ืนท่ีรับประโยชน์ จะมีชั้นหินให้น้ำ 5 ชนิดคือช้ันหินให้น้ำตะกอนตะพักลำน้ำ (Qht)
ช้ันหินให้น้ำตะกอนเศษหินเชิงเขา (Qcl) ชั้นหินให้น้ำตะกอนกึ่งหินแปรยุคคาร์บอนิเฟอรัส (CMS) ชั้นหินให้น้ำหิน
แปรอายุไซลเู รียน-ดีโวเนยี น (SDMM) และช้ันหินให้นำ้ หนิ แกรนติ (Gr) ซง่ึ ส่วนใหญ่ให้คุณภาพน้ำดี ปรมิ าณการให้น้ำ
อยู่ในเกณฑ์ 2 – 10 ลูกบาศก์เมตร/ช่ัวโมง สำหรับคุณภาพน้ำใต้ดินจากการเก็บตัวอย่าง 3 สถานี บริเวณระบบ
ประปาบ้านเหมืองตะกั่ว ระบบประปาบ้านทุ่งหนักยอ และระบบประปาโรงเรียนบ้านคลองใหญ่ มีค่าเป็นไปตาม
เกณฑ์อนุโลมสูงสุดตามมาตรฐานน้ำบาดาลท่ีใช้ในการบริโภคตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม พ.ศ.2551 ดังน้นั หากไม่มีการพฒั นาโครงการ อตั ราการให้น้ำและคุณภาพน้ำใต้ดินบรเิ วณพื้นที่โครงการ
ยังคงเหมือนเดิม และไมม่ ีกจิ กรรมท่จี ะก่อให้เกิดผลกระทบตอ่ คุณภาพน้ำใต้ดนิ (0)
(2) กรณมี โี ครงการ
1. ระยะก่อสรา้ ง
ในชว่ งกอ่ สร้างโครงการ กิจกรรมการกอ่ สรา้ งอาคารสำนักงาน อาคารท่อส่งนำ้ กอ่ สร้างท่อส่งน้ำและ
ปรับปรุงฝาย ท่อลอดถนน โดยกิจกรรมต่างๆ เหล่าน้ีจะมีการขุดและเปิดหน้าดินในบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง ซ่ึงกิจกรรม
ดังกล่าวนนั้ อยู่ในระดับตื้นไม่ถึงระดับน้ำใต้ดิน จงึ ไม่กดี ขวางทศิ ทางการไหลของน้ำใต้ดนิ ไม่มีการนำน้ำใต้ดนิ มาใช้ในพ้ืนท่ี
โครงการ และไม่มีการปนเป้ือนจากกิจกรรมการก่อสร้างดังกล่าวที่จะไปรบกวนคุณภาพน้ำใต้ดิน ดังน้ันกิจกรรมในระยะ
ก่อสรา้ งจงึ ไม่กอ่ ใหเ้ กิดผลกระทบต่อคุณภาพน้ำใตด้ นิ (0)
ช่วงการก่อสร้างจะมีคนงานก่อสร้างเข้ามาในพื้นท่ีโครงการ ต้องมีการจัดการด้านสุขาภิบาล
ส่งิ แวดล้อม ได้แก่ การจดั การน้ำเสีย การจัดการขยะมูลฝอย แคมป์คนงาน เพื่อไม่ให้ไหลไปปนเปื้อนและซึมลงไปยัง
น้ำใต้ดินได้ แคมป์คนงานก่อสร้างจะอยู่ห่างจากแหล่งน้ำธรรมชาติและบ่อน้ำใต้ดินไม่น้อยกว่า 50 เมตร ดังน้ัน
กจิ กรรมในระยะกอ่ สร้างจงึ ไมก่ ่อให้เกดิ ผลกระทบต่อคุณภาพนำ้ ใตด้ ิน (0)
2. ระยะดำเนินการ
ในระยะดำเนินการน้ำใต้ดินในบริเวณพื้นท่ีโครงการ เป็นน้ำใต้ดินแบบไร้แรงดัน ได้รับน้ำจากผิว
ดนิ โดยตรง การสรา้ งอา่ งเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกวั่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จะทำให้ระดับน้ำใต้ดินเพ่ิมข้ึน ปริมาณน้ำ
ใต้ดินท่ีเพิ่มขึ้นทำให้น้ำในพื้นที่ป่าไม้และพื้นท่ีเกษตรที่อยู่รอบอ่างเก็บน้ำมีความชุ่มช่ืนเพ่ิมขึ้น ประกอบกับคุณภาพ
น้ำใต้ดินอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีค่าเป็นไปตามเกณฑ์อนุโลมสูงสุดตามมาตรฐานน้ำบาดาลที่ใช้ในการบริโภคตามประกาศ
กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม พ.ศ.2551 ดังนั้นคาดว่าการดำเนินโครงการจะส่งผลกระทบด้านบวก
ต่อปรมิ าณและคุณภาพนำ้ ใตด้ ินในระดบั มาก (+3)
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานสรปุ สำหรบั ผูบ้ ริหาร
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
55
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกว่ั รายงานฉบบั สุดท้ายการวิเคราะห์
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ ผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องต้น (IEE)
10) พืน้ ที่ชมุ่ นำ้
(1) กรณไี ม่มโี ครงการ
การศกึ ษาทบทวนและตรวจสอบข้อมลู พื้นท่ีจงั หวัดพัทลุงมีพื้นท่ีชุ่มน้ำระดับนานาชาติ จำนวน 2
แห่ง ได้แก่ พ้ืนท่ีช่มุ น้ำในเขตห้ามล่าสตั วป์ ่าทะเลน้อยและพื้นทีช่ ุ่มน้ำในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบ นอกจากน้ียังมี
พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศจำนวน 1 แห่ง คือ พื้นท่ีชุ่มน้ำพรุควนข้ีเสียน พ้ืนท่ีชุ่มน้ำระดับท้องถิ่น
ในจังหวัดพัทลงุ มจี ำนวน 304 แห่ง จำแนกเปน็ พื้นทช่ี ุ่มน้ำประเภททะเล/ชายฝ่งั /แหลง่ ปะการัง/หญ้าทะเล จำนวน 9 แห่ง
คลอง/ห้วย แม่น้ำ/ลำธาร จำนวน 213 แห่ง บึง/ทะเลสาบ จำนวน 74 แห่ง และหนองน้ำ/ท่ีลุม่ แฉะ จำนวน 8 แห่ง
สำหรับพื้นท่ีโครงการอ่างก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ไม่ได้อยู่พ้ืนท่ีชุ่มน้ำท่ีมีความสำคัญ
ระหว่างประเทศ หรือพ้ืนท่ีชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ แต่พบว่ามีพื้นที่ชุ่มน้ำระดับท้องถิ่น
ได้แก่ คลองใหญ่ ห้วยใหญ่ คลองลำ คลองลำนุ้ย คลองเต่าคลองวัดนาโอ่ คลองนาท่อม คลองลำเจียก คลองท่าแค
คลองนยุ้ คลองบา้ นแร่ และคลองทา่ โพธิ์ เป็นต้น กรณีไม่มีโครงการ คลองเหมืองตะก่วั และคลองต่างๆ ที่อยู่ใกลเ้ คยี ง
จะมีการเปล่ยี นแปลงไปตามสภาพแวดล้อมและการใช้ประโยชน์ในพื้นท่ี จงึ ไม่มผี ลกระทบเกิดขึน้ (0)
(2) กรณมี โี ครงการ
1. ระยะก่อสรา้ ง
พื้นทกี่ ่อสรา้ งหัวงานเขอ่ื นและอาคารประกอบของโครงการ มีการก่อสร้างเพื่อปิดกนั้ คลองเหมืองตะก่วั
ซ่ึงถือเป็นพ้ืนที่ชุ่มน้ำท่ีมีความสำคัญระดับท้องถิ่น จึงอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพน้ำและส่ิงมีชีวิตทางน้ำ
จากตะกอนความขุ่นท่ีเกิดจากกิจกรรมการก่อสร้างได้ เนื่องจากกิจกรรมการก่อสร้างท่ีเก่ียวข้องกับลำน้ำ เช่น
การขุด/การถมในทางน้ำจะกำหนดแผนงานในช่วงฤดูแล้งเป็นหลัก รวมทั้งมีมาตรการในการดักตะกอนเพื่อลด
ผลกระทบด้านการเพมิ่ ความข่นุ ในลำนำ้ และการใช้น้ำทางด้านทา้ ยน้ำ จึงเปน็ ผลกระทบในระดับน้อย (-2)
2. ระยะดำเนนิ การ
การเปล่ียนแปลงระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ เนื่องจากการดำเนินการโครงการเป็นการก่อสร้าง
อ่างเก็บน้ำ ซง่ึ พ้ืนที่อา่ งเก็บน้ำตามคำจำกัดความแลว้ ถอื วา่ เป็นพ้นื ที่ชุ่มน้ำประเภทหนึ่ง แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
เป็นการเปลี่ยนแปลงจากพ้ืนที่ชุ่มน้ำตามสภาพธรรมชาติท่ีเป็นระบบน้ำไหลและมีน้ำตลอดปีไปเป็นระบบของอ่างเก็บน้ำ
ซง่ึ มสี ภาพท่ีแตกต่างจากธรรมชาตถิ งึ แม้ว่าจะเปน็ การเพ่ิมพื้นที่ชุ่มน้ำซงึ่ จะทำให้สงิ่ มชี ีวติ ตา่ งๆ ท่ีใช้ประโยชน์จากแหลง่ น้ำ
ใด้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น แต่ระบบนิเวศจะเปล่ียนแปลงสภาพไปจากธรรมชาติดั้งเดิม ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลง (ขนาด
ลักษณะ และนิเวศวิทยา) พื้นท่ีชุ่มน้ำย่อมส่งผลต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตบางชนิด รวมทั้งทำให้ระบบนิเวศ
บางระบบที่เกี่ยวข้องเกิดการเปล่ียนแปลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อมีแหล่งน้ำเพ่ิมขึ้น ระบบนิเวศมีการ
เปล่ียนแปลง และมีการปรับตัวของสิ่งมีชีวติ เพื่อให้สามารถอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ในพื้นท่ีน้ันต่อไปได้สำหรับอ่าง
เกบ็ น้ำเหมืองตะกั่วอันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จะช่วยสร้างประโยชน์ในดา้ นนิเวศวิทยา เช่น เป็นพ้ืนที่ใช้ประโยชน์
ของสัตว์ป่ารวมถึงนกน้ำชนิดต่างๆ เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค เป็นแหล่งควบคุมและรักษาความสมดุลของระบบ
นิเวศในการบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและความแห้งแล้ง รวมถึงสนับสนุนการเกษตรกรรมในพ้ืนที่ตอนล่าง เป็นต้น
ดังน้ันในการประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการจึงประเมินได้ว่าเป็นผลกระทบทางบวกระดับปาน
กลาง (+3)
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานสรปุ สำหรับผบู้ ริหาร
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
56
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกั่ว รายงานฉบบั สุดท้ายการวิเคราะห์
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้ (IEE)
11) พ้ืนทสี่ ำคญั ทางธรณวี ิทยาและภูมิทัศน์
(1) กรณไี มม่ โี ครงการ
จากการตรวจสอบข้อมูลทุติยภูมิและการตรวจสอบภาคสนาม พบวา่ บริเวณพื้นที่หัวงานและอ่างเก็บ
นำ้ บ้านเหมอื งตะกั่วอันเน่อื งมาจากพระราชดำริ ไม่ปรากฏว่ามพี ้ืนที่สำคัญทางธรณวี ิทยา
(2) กรณีมีโครงการ
1. ระยะก่อสร้าง
เนือ่ งจากการก่อสร้างหัวงานอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกวั่ จะดำเนินการในพน้ื ทห่ี ัวงานบริเวณรอ่ ง
นำ้ ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่สำคญั ทางธรณีวิทยาและภูมิทัศน์ (0) สำหรับพนื้ ที่ไดร้ ับประโยชน์พื้นท่ีโครงการ
ปรากฏว่าไม่มีพ้ืนท่ีสำคัญทางธรณีวิทยา แต่อย่างไรก็ตามการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจาก
พระราชดำริ เพื่อส่งน้ำใหพ้ ื้นท่ีชลประทานพื้นท่ีโครงการจะส่งน้ำตามท่อสง่ น้ำซ่ึงจะฝัง่ ใตถ้ นนเขตทางไมเ่ กิน 2 เมตร
ดังน้นั จึงไมม่ ผี ลกระทบตอ่ พื้นท่สี ำคัญทางธรณวี ิทยาและภูมทิ ศั น์
2. ระยะดำเนนิ การ
การดำเนนิ การโครงการไมม่ ีผลกระทบต่อพน้ื ทส่ี ำคัญทางธรณวี ทิ ยาและภมู ทิ ัศน์ (0)
7.3.3 ทรพั ยากรสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ
1) นิเวศวทิ ยาทางน้ำ
(1) กรณีไมม่ โี ครงการ
จากข้อมลู การสำรวจภาคสนาม พบวา่ พนื้ ท่ีโครงการโดยรวมมคี วามหลากหลายของชนิดแพลงก์
ตอนค่อนข้างหลากหลายท้ังแพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ตอนสัตว์ โดยค่าเฉล่ียของชนิดต่อสถานีในช่วงฤดูแล้งที่ค่า
ดัชนีความหลากหลาย สัตว์หน้าดินโดยรวมจะมีความหลากชนิดค่อนข้างต่ำ ในขณะท่ีพบปลาชนิดของปลาไม่
หลากหลาย เปน็ ปลาท่ีพบโดยทั่วไป เชน่ ปลาซิวใบไผ่ ปลาหนามหลัง ปลาจาด ปลาซวิ และปลาค้อลายเสอื เปน็ ต้น
สภาพโดยรวมของพ้ืนท่โี ครงการคือ มีนำ้ ในลำน้ำตลอดทั้งปี อยา่ งไรกต็ ามไมม่ ผี ลกระทบต่อทางด้านนิเวศวทิ ยาทางนำ้ (0)
(2) กรณมี ีโครงการ
1. ระยะกอ่ สรา้ ง
• ผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพในน้ำ
ในช่วงการก่อสรา้ ง กิจกรรมการก่อสร้างต่างๆ เพ่ือสร้างอ่างเก็บน้ำหรือสร้างระบบ
ท่อส่งน้ำ จะมีการเปิดหน้าดิน ซ่ึงจะเปิดโอกาสให้มีการชะล้างตะกอนดินลงในลำน้ำหลักหากมีฝนตกระหว่างการ
ก่อสร้าง หากไม่มีการป้องกันหรือเตรยี มการให้พร้อม หากฝนตกหนักมากก็จะทำให้มีตะกอนดินเป็นจำนวนมากถูก
ชะลา้ งลงแหลง่ น้ำ ซ่ึงจะกอ่ ให้เกิดผลกระทบต่อแพลงกต์ อนคอื ตะกอน ตะกอนจะไปบดบังแสงอาทติ ย์ไม่ให้สอ่ งลงไป
ยงั พื้นท้องน้ำได้ และจะไปขัดขวางกระบวนการสังเคราะห์แสงของแพลงก์ตอนพืช ซ่ึงจะทำให้แพลงก์ตอนสัตว์ท่ีกิน
แพลงก์ตอนพืชลดจำนวนลง และในท่ีสุดก็จะทำให้ความหลากหลายของแพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ตอนสัตว์ลดลง
เช่นเดียวกับสัตว์หน้าดิน หากมีรับตะกอนดินสะสมในแหล่งน้ำมาก ก็จะส่งผลกระทบต่อระบบการหายใจแล้ว สัตว์
หน้าดินในกลุ่มท่ีมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงระดับความขุ่นของน้ำเช่น ตัวอ่อนของแมลงปอน้ำตก และหอยทราย จะ
ตายลงได้หากได้รับผลกระทบเป็นระยะเวลานาน ซ่ึงจะส่งผลใหค้ วามหลากหลายของสัตวห์ น้าดนิ ที่มอี ยู่ต่ำแล้วลดลง
ไปมากกว่าเดิม ผลกระทบของตะกอนดินท่ีมีต่อปลาคือ ทำให้อัตราการฟักออกเป็นตัวของไข่ปลาหลายชนิดลดลง
นอกจากนตี้ ะกอนดนิ ยงั ไปขัดขวางการแลกเปลยี่ นแกส๊ ของเหงอื ก ทำให้อตั ราการเตบิ โตลดลง ซึง่ หากมตี ะกอนดนิ ใน
แหล่งน้ำเป็นเวลานานย่อมส่งผลทำให้ความหลากหลายของชนิดปลาลดลงในท่ีสุด โดยปลาที่จะตอบสนองต่อการ
เพ่ิมขึน้ ของตะกอนดินเรว็ ท่ีสุด ได้แก่ กลุ่มปลา ปลาซิวชนิดต่างๆ หากไม่มีมาตรการดูแลจัดการที่เหมาะสม ตะกอน
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานสรุปสำหรบั ผ้บู ริหาร
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
57
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกวั่ รายงานฉบบั สุดท้ายการวิเคราะห์
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง ผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้ (IEE)
ดินที่ถูกชะล้างลงแหล่งน้ำจะก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อความหลากชนิดของส่ิงมีชีวิตในน้ำ รวมไปถึงผลผลิต
ของสตั ว์น้ำในระดบั ปานกลาง (-3) ซึง่ แนวทางแก้ไข คือการสรา้ งบ่อดกั ตะกอน และการคลุมพ้ืนดนิ ทถ่ี ูกเปิดหน้าออก
ด้วยผ้าใบ และอาจมีมาตรการในการติดตามตรวจสอบองค์ประกอบสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศน้ำจืด อย่างต่อเนื่องตลอด
ระยะเวลากอ่ สรา้ ง
• ผลกระทบต่อแหล่งอาหารธรรมชาติของสตั ว์น้ำ เช่น แพลงก์ตอน และสัตวห์ น้าดิน
ผลกระทบในระยะกอ่ สรา้ งตอ่ อาหารธรรมชาติของสัตว์น้ำ สว่ นมากเกิดจากการเกิด
ดนิ ตะกอนท่ีถูกชะลา้ งลงสู่แหลง่ น้ำ ซึ่งได้กล่าวถึงผลกระทบแล้วในหัวข้อท่ีข้างต้น สว่ นในระยะดำเนินการ โครงการ
จะก่อให้เกิดผลกระทบด้านบวกต่อแหล่งอาหารธรรมชาติมากกว่าผลกระทบด้านลบ ท้ังน้ีเนื่องจากในระยะดำเนินการ
จะมีน้ำจืดหล่อเล้ียงในระบบนิเวศที่มากข้ึน จึงทำให้ส่ิงมีชีวิตหลายกลุม่ เช่น สาหร่ายในกลุ่มไดอะตอมโรติเฟอร์น้ำจืด
ไรน้ำโคพีพอด และไรแดง เพ่ิมจำนวนได้มากขึ้น สิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะมีผลทำให้แหล่งน้ำมีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขนึ้ ดังน้ัน
ผลกระทบของโครงการในระยะกอ่ สรา้ งที่มตี ่อแหลง่ อาหารธรรมชาตขิ องสตั วน์ ้ำนำ้ จึงอยู่ในระดับน้อย (-2)
• ผลกระทบของสัตว์น้ำที่ใกลส้ ูญพนั ธ์ุ
เน่ืองจากโครงการไม่พบสัตว์น้ำที่อยู่ในสถานภาพถูกคุกคาม ดังนั้นโครงการจึงไม่
ก่อใหเ้ กดิ ผลกระทบต่อสัตวน์ ้ำใกลส้ ญู พนั ธุ์
• ผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงระบบนิเวศ
ระหว่างการก่อสร้างกจิ กรรมจะส่งผลกระทบต่อการเปล่ียนแปลงระบบนิเวศทางน้ำน้อย
มาก ส่วนมากระบบนิเวศยังมีการดำเนินไปเหมือนกับก่อนการก่อสร้างดังนั้น ในช่วงการก่อสร้างผลกระทบต่อการ
เปลย่ี นแปลงระบบนเิ วศจึงมีนอ้ ย (-2)
2. ระยะดำเนนิ การ
• ผลกระทบตอ่ ความหลากหลายทางชีวภาพในนำ้
การเกิดอ่างเก็บน้ำขนาดกลางขึ้นมาในพื้นท่ี จะทำให้ระบบนิเวศเหนืออ่างเก็บน้ำ
เปลี่ยนจากระบบนิเวศนำ้ ไหลท่ีมนี ำ้ มากในชว่ งฤดูฝน ไปเป็นระบบนิเวศนำ้ นิ่งท่ีมนี ำ้ ตลอดทง้ั ปี จะเป็นการสรา้ งความ
อุดมสมบูรณ์และผลิตโดยรวมของแหล่งน้ำเพ่ิมมากข้ึน เร่ิมจากการเพ่ิมปริมาณของแพลงก์ตอนพืช จนทำให้ระบบ
นเิ วศคลา้ ยกับช่วงฤดฝู นกล่าวคือการมีชนิดที่มาก แต่ความหนาแน่นจะไม่สูงมากนักเนื่องจากถูกแพลงก์ตอนสัตว์กิน
เปน็ อาหาร การมีอาหารทีอ่ ดุ มสมบรู ณก์ ็จะทำให้สตั ว์หน้าดนิ ในกลุ่มกุง้ ปู รวมไปถึงสัตว์ในกลุ่มปลาเพิ่มจำนวนอย่าง
มากขึ้นตามลำดับที่อยู่ในห่วงโซ่อาหาร ดงั น้ัน การอ่างเกบ็ น้ำจะก่อให้เกิดผลกระทบด้านบวกกับทรัพยากรสิ่งมีชีวิตใน
นำ้ ในด้านของการรักษาความหลากชนดิ (+1)
• ผลกระทบตอ่ แหลง่ อาหารธรรมชาติของสตั ว์น้ำ เช่นแพลงกต์ อน และสตั วห์ น้าดนิ
การเก็บน้ำจะทำให้เกิดแหล่งน้ำท่ีมีการคงตัวหลายจุด ซ่ึงการมีน้ำมากจะทำให้
ระบบนเิ วศทางนำ้ มีความคงตัว และมีโอกาสทส่ี ่ิงมีชีวิตจะเพิม่ จำนวน โดยเฉพาะอย่างย่ิงในพื้นทเ่ี หนืออ่างเก็บนำ้ จะ
ทำหน้าที่ในการดักตะกอนอินทรีย์ให้ตกลงเนื่องจากการชะลอความเร็วของกระแสน้ำ ตะกอนเหล่านี้เป็นอาหารท่ีดี
ของไสเ้ ดือนน้ำ ตัวออ่ นร้ินน้ำจดื และตัวอ่อนหนอนปลอกนำ้ ซ่ึงส่งิ มชี วี ิตเหลา่ นน้ี า่ จะเป็นกลมุ่ ที่เพม่ิ ขึน้ ในระบบนิเวศ
น้ำจืดที่อยู่ในอ่างเก็บน้ำ ซึ่งจะทำให้ผลผลิตโดยรวมของสัตว์น้ำเพ่ิมมากข้ึน กระแสน้ำที่ไม่ไหลแรงยังส่งผลให้กลุ่ม
หอยกาบเดยี วหลายชนิดเตบิ โตได้ดี และหอยหลายชนิดยังใชเ้ ป็นอาหารของมนุษย์ไดเ้ ช่น หอยขม และหอยทราย ซ่ึง
จะทำใหม้ ีอาหารตามธรรมชาตเิ พิม่ มากข้นึ (+1)
• ผลกระทบของสัตว์น้ำที่ใกล้สญู พันธุ์
เน่ืองจากโครงการไม่พบสัตว์น้ำท่ีอยู่ในสถานภาพถูกคุกคาม ข้อมูลจากการ
สมั ภาษณป์ ระชาชนในพน้ื ท่พี บมกี ารจบั ปลาพลวงในแก่งลำธาร เมอื่ มกี ารพัฒนาโครงการ สภาพลำธาร ดา้ นเหนอื น้ำ
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานสรุปสำหรบั ผบู้ ริหาร
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
58
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกัว่ รายงานฉบับสุดทา้ ยการวิเคราะห์
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง ผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องตน้ (IEE)
ของอ่างเก็บน้ำ บริเวณน้ำตกโตนสะตอ และด้านเหนือน้ำขึ้นไปยังมีแก่งลำธาร และน้ำไหลปกติ ซ่ึงปลาดังกล่าวยัง
สามารถดำรงชีวติ อยูไ่ ด้ ดังน้ันโครงการในระยะดำเนนิ การ ผลกระทบต่อการเปลยี่ นแปลงระบบนิเวศจงึ มีน้อย (-2)
• ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงระบบนเิ วศ
กิจกรรมการดำเนินงานของโครงการ จะก่อให้เกิดระบบนิเวศทางน้ำที่มีน้ำตลอดท้ังปี
จงึ สรา้ งความอดุ มสมบูรณ์ให้แหล่งน้ำได้ ดังน้ันการดำเนินงานของโครงการจงึ มผี ลกระทบด้านบวกต่อระบบนิเวศทางน้ำ
กลา่ วคือจะทำใหร้ ะบบนิเวศมีความคงตัวเพม่ิ มากขึ้น ซึง่ จะเป็นผลกระทบดา้ นบวกในระดับน้อยท่ีสุด (+1)
2) ทรัพยากรปา่ ไม้
1) กรณีไม่มีโครงการ
สถานภาพของทรัพยากรป่าไม้ในบริเวณพื้นท่ีโครงการ และพ้ืนที่ใกล้เคียง จากผลการ วเิ คราะห์ขอ้ มูล
ในดา้ นต่างๆ พบวา่ องคป์ ระกอบและการทำหนา้ ที่ของป่า มีการเปลี่ยนแปลงไปจากสภาพธรรมชาติระดับปานกลาง
แต่มีความเสี่ยงในการทจี่ ะไดร้ ับผลกระทบจากกิจกรรมต่างๆ จากชุมชนโดยรอบพื้นทไ่ี ด้ ดงั น้นั จึงประเมินสถานภาพ
ของทรัพยากรป่าไม้โดยรวมอยู่ในระดับสมดุล (Nature stage) ซึ่งแสดงถึงการที่องค์ประกอบของป่าทั้งในด้านชนิด
ปรมิ าณ สดั ส่วน และการกระจาย มีการเปล่ียนแปลงไปจากสภาพธรรมชาตใิ นบางที่บางแห่งซ่ึงส่งผลถึงการทำหนา้ ที่
ของปา่ แต่ใชร้ ะยะเวลาไมน่ านในการฟน้ื ฟูสภาพป่าใหก้ ลับคนื สภาพเดมิ
จากการศึกษา พบว่าพ้ืนที่ป่าไม้ในบริเวณท่ีดำเนินการโครงการเป็นป่าที่ได้รับการดูแลในระดับที่
ค่อนข้างดี ถึงแม้ว่าจะถูกทำลายไปบ้างในอดีต แต่สภาพในปัจจุบันท่ีเป็นอยู่มีลักษณะท่ีกำลังฟ้ืนตัวและพัฒนาให้มี
ความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น แต่เป็นไปอย่างช้าเพราะสภาพของปัจจัยส่ิงแวดล้อมของพ้ืนที่ ประกอบกับมีปัจจัยทางด้านลบ
ท่ีสำคัญคือ การบุกรุกพ้ืนท่ีปลูกสวนยางพารา สวนผลไม้ และสวนผสม ท่ีเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำเป็นสิ่งท่ีทำให้การ
พัฒนาเกิดข้ึนได้ในระดับที่จำกัด สังคมพืชในพื้นที่ดำเนินการสร้างแนวหัวงานอ่างเก็บน้ำ และอาคารประกอบถูก
รบกวนจากชุมชนท่ีอยู่ใกล้เคียง จากการสำรวจพ้ืนที่ป่าท่ีจะดำเนินการพบว่ามีร่อยรอยของการดำเนินกิจกรรมการ
อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ในพื้นท่ีดังกล่าวอยู่อย่างต่อเน่ือง เช่น ทางเดินสำรวจลาดตระเวนเชิงคุณภาพของเจ้าหน้าที่
เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด จากลักษณะสภาพทั่วไปของป่าในบริเวณนี้สามารถสรุปได้ว่า หากไม่มีการดำเนิน
โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว สงั คมพืชในบรเิ วณที่คาดว่าจะดำเนนิ การก่อสรา้ งอ่างเกบ็ น้ำจะพัฒนา
ให้มีความอุดมสมบูรณ์ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่การพัฒนาสภาพของสังคมพืชจะเกิดได้ไม่เร็วมากนักเนื่องจากปัจจัยแวดล้อม
ที่เป็นกิจกรรมการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรของมนุษย์เป็นตัวกำหนด ผลกระทบต่อทรพั ยากรป่าไม้ตอ่ กิจกรรมดังกลา่ ว
มผี ลกระทบในระดบั น้อย (-2)
2) กรณีมีโครงการ
2.1)การประเมนิ สถานภาพ
การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล เพ่ือประเมินสถานภาพของทรัพยากรป่าไม้ในบริเวณโครงการ และ
พื้นที่ใกล้เคียง พิจารณาท้ังจากปัจจัยภายในของป่า ซ่ึงประเมินจากลักษณะทางนิเวศวิทยาป่าไม้ ได้แก่ ความหนาแน่น
ปริมาตรไม้ องค์ประกอบ และการทำหน้าท่ีของป่า คุณค่าทางนิเวศวิทยาของป่า เป็นต้น และปัจจัยภายนอก ซ่ึงเป็น
ปจั จัยที่เกอื้ หนนุ หรอื ขดั ขวางการอำนวยผลประโยชน์ของป่าไม้ ซ่งึ ส่วนใหญ่เป็นกจิ กรรมท่ีเกิดจากมนุษย์ เช่น การบุกรุก
พนื้ ทป่ี า่ การป้องกันรกั ษาปา่ เป็นต้นโดยมรี ายละเอยี ด สำหรับการประเมนิ สถานภาพของทรัพยากรป่าไม้ ดงั น้ี
ก. ดัชนีในการประเมนิ สถานภาพกำหนดดชั นที ีใ่ ชใ้ นการประเมินสถานภาพ ดังนี้
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานสรุปสำหรบั ผูบ้ ริหาร
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
59
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะกัว่ รายงานฉบบั สดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ ผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น (IEE)
• ดชั นหี ลกั เปน็ ดชั นีทใี่ ช้ชี้เฉพาะเจาะจงถงึ สภาพของการเป็นป่าธรรมชาติ (Virgin forest)
ทีไ่ มม่ ีการบกุ รุกหรอื มีกิจกรรมของมนุษย์ เปน็ ดัชนีที่แสดงถงึ ลกั ษณะนิเวศวิทยาของป่าแต่ละชนิด โดยพิจารณาจาก
- ปริมาตรไม้ แสดงถึงปรมิ าตรไม้ที่อยู่ในพื้นท่ีป่า ถ้ามีปริมาตรมากควรจะมีความสมบูรณ์
มากจึงเป็นดัชนีท่ีสำคัญอันหนึ่งของการประเมินสถานภาพ แต่ท้ังนี้แตกต่างไปตามชนิดป่า และสิ่งแวดล้อมในแต่ละแห่ง
- การปกคลุมของพื้นที่ป่า มีพื้นท่ีปกคลุมพื้นท่ีในสัดส่วนท่ีไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อ
สิง่ แวดล้อมซ่งึ ตามหลักการจะต้องมีพื้นที่ป่าปกคลมุ ไม่น้อยกว่า 70 เปอร์เซน็ ต์ของพื้นที่ หรอื อย่างนอ้ ยท่ีสุดต้องไมต่ ่ำกว่า
1 ใน 3 ของพื้นที่
- ความหนาแน่นของไม้ใหญ่ แสดงถึงจำนวนไม้ใหญ่ที่มีอยู่ในพื้นที่ เป็นตัวช้ีสภาพ
โครงสรา้ งปา่ ถา้ มคี วามหนาแนน่ มากกจ็ ะเป็นปา่ ทส่ี มบรู ณ์
- ความหนาแน่นลูกไม้ และกล้าไม้ แสดงถงึ ไม้ชั้นรองของปา่ ว่ามคี วามสมบรู ณ์เพียงใด
ถา้ มีมากแสดงวา่ ระบบนเิ วศปา่ ยงั สมบรู ณ์ เน่ืองจากมลี ูกไม้ และกล้าไม้มาก ทำให้เกิดการทดแทนตามธรรมชาติ และ
ความหนาแน่นของกล้าไม้ยงั แสดงถึงความสามารถในการสบื ตอ่ พนั ธต์ุ ามธรรมชาติ
• ดัชนีเสริม เป็นดัชนีท่ีใช้ช้ีวัดสภาพโดยรวมของทรัพยากรป่าไม้ โดยอาศัยปัจจัยอ่ืนๆ
ท่ีส่งผลต่อทรัพยากรปา่ ไม้ โดยพิจารณาจาก
- การใช้ประโยชน์ท่ีดิน และพ้ืนที่ป่าปกคลุม โดยใช้ข้อมูลการศึกษาด้านการใช้
ประโยชนท์ ดี่ นิ ในพนื้ ท่ีลุ่มน้ำจากภาพถ่ายทางอากาศ หรอื ภาพถ่ายดาวเทียม
- สถานภาพการจัดการ และการอนุรักษ์ แสดงการจัดการพื้นท่ีเพื่อจะคงไว้ซ่ึง
สถานภาพทางธรรมชาติ และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ซ่ึงถ้าพ้ืนที่ใดมีการจัดการ และการอนุรักษ์อย่างมีประสิทธิภาพ
กจ็ ะเปน็ พ้ืนท่ีทม่ี คี วามอุดมสมบูรณ์
- กิจกรรมของมนุษย์ และชุมชน ท่ีก่อให้เกิดปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อทรพั ยากรป่าไม้
เช่น การนำทรัพยากรป่าไม้มาใช้ประโยชน์ เปน็ ต้น
ข. เกณฑก์ ารประเมนิ สถานภาพ กำหนดเกณฑ์สถานภาพทรัพยากรป่าไมเ้ ป็น 4 สถานภาพซ่งึ แต่ละ
สถานภาพมลี ักษณะ ดังน้ี
• สมดุลธรรมชาติ (Nature) : ทรัพยากรป่าไม้ไม่ถูกรบกวนจากปัจจัย ต่างๆ มีองค์ประกอบ
หลากหลายมปี รมิ าณ และชนดิ ในอัตราส่วนท่ีเหมาะสมและทำหน้าทีไ่ ด้ปกติตามธรรมชาติ
• เตือนภัย (Warning) : โครงสร้าง และองค์ประกอบบางส่วนของทรัพยากรป่าไม้ถูกรบกวน
ทำให้การทำหน้าท่ีของป่าไมส่ มบูรณ์แตส่ ามารถกลบั ตัวฟื้นสสู่ ภาพเดมิ ไดใ้ นเวลาไม่นาน
• เสี่ยงภัย (Risky) : มีการรบกวนโครงสร้างและองค์ประกอบของทรัพยากรป่าไม้ทำให้
บางส่วนมีจำนวนลดลงและมชี นดิ อน่ื เขา้ มาทดแทนหรอื มบี างอย่างมีจำนวนมากเกนิ ไปทำให้การทำงานเปลี่ยนไปจาก
เดมิ ตอ้ งใชเ้ วลานานมากกว่าจะกลับคนื สสู่ ภาพเดมิ
• วิกฤต (Crisis) : ทรัพยากรป่าไม้ถูกรบกวนทำให้โครงสร้าง และองค์ประกอบบางชนิด
เหลือน้อยหรือสูญพันธุ์ไปจากระบบหรือไม่ทำหน้าท่ีทำให้การทำงานไม่ครบวงจรหรือมีประสิทธิภาพลด ลง
แต่สามารถฟ้ืนกลบั คนื สสู่ ภาพธรรมชาติไดแ้ ตต่ อ้ งใชเ้ ทคโนโลยเี ขา้ ช่วย และใช้เวลานานมากจึงจะกลบั คนื สสู่ ภาพเดิมได้
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานสรปุ สำหรับผูบ้ ริหาร
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
60
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกว่ั รายงานฉบับสดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง ผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องต้น (IEE)
ค. สถานภาพของทรัพยากรป่าไม้เม่ือพิจารณาจากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า ส่วนใหญ่พื้นท่ีฝ่ัง
ซ้ายของลำน้ำเป็นพ้ืนที่เกษตรกรรมส่วนใหญ่ โดยในพ้ืนท่ีบางส่วนพื้นที่ฝั่งขวาของคลองตะก่ัวมีสภาพเป็นป่าตาม
ธรรมชาติพบร่องรอยการทำเกษตรกรรมแม้ว่าในบางพื้นท่ีจะถูกบุกรุกเพ่ือใช้ประโยชน์ แต่ก็ไม่ส่งผลถึงการ
เปล่ียนแปลงระบบนเิ วศของพน้ื ที่ จากการศกึ ษาลักษณะทางนิเวศวิทยาป่าไม้โดยพจิ ารณาจากดชั นีตา่ ง ๆ ที่ใชใ้ นการ
ประเมนิ สถานภาพ พบวา่ สภาพป่ายังมสี ภาพความอดุ มสมบรู ณส์ ูง ต้นไมม้ คี วามหนาแน่น รวมทั้งปรมิ าตรไมส้ งู และ
เม่ือพิจารณาคณุ คา่ ด้านนเิ วศวทิ ยาตา่ ง ๆ ท้ังองค์ประกอบ และหนา้ ท่ีของป่า ประเมนิ ได้วา่ มีคุณค่าทางนิเวศวทิ ยาใน
ระดับสูง สว่ นการประเมินปัจจยั ภายนอกท่ีมผี ลกระทบตอ่ พ้ืนท่ีปา่ พบวา่ มีการใชป้ ระโยชน์จากพ้นื ทป่ี า่ บางส่วนโดย
การปลูกยางพาราและผลไม้แทรกในพื้นที่ป่าดิบชื้นธรรมชาติแต่เป็นส่วนน้อย ดังนั้น เม่ือพิจารณาสถานภาพของ
ทรพั ยากรป่าไม้โดยรวมทั้งในบริเวณพื้นที่โครงการ และพื้นที่ใกล้เคียง ประเมินสถานภาพของทรัพยากรป่าไม้อยู่ใน
ระดับเตือนภัย (Warning Stage) ซึ่งหมายถึง ภาวะของระบบป่าไม้ในพ้ืนที่ดำเนินการโครงการมีภัยหรือลักษณะ
การเปล่ยี นแปลงองค์ประกอบในบางที่บางแห่ง และเกดิ ขน้ึ ในช่วงเวลาสั้นลักษณะการเกิดขน้ึ อาจมสี ่วนทำใหเ้ กิดการ
เปล่ียนแปลงชนิด และปริมาณน้อยลง สัดส่วน และการกระจายไม่สม่ำเสมอในลักษณะช่ัวคราว เนื่องจากเกิดใน
ช่วงเวลาอันส้ันถ้าหยุดรบกวน ระบบจะสามารถฟ้ืนคืนสภาพธรรมชาติเดิมได้ในเวลาไม่นานนัก เปรียบเสมือนการ
เตือนภัยตอ่ สภาพสังคมพชื
2.2) ผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อทรัพยากรป่าไม้
ก. สถานภาพของทรพั ยากรป่าไม้
สถานภาพของทรพั ยากรปา่ ไม้ในบริเวณพื้นที่โครงการ และพน้ื ท่ใี กล้เคียงจากผลการวเิ คราะห์
ขอ้ มูลในด้านตา่ ง ๆ พบว่า องค์ประกอบ และการทำหน้าที่ของป่ายังทำหน้าท่ไี ด้เป็นปกตติ ามธรรมชาติ ดังนั้นจึงประเมิน
สถานภาพของทรัพยากรป่าไม้โดยอยู่ในระดับเตือนภัย (Warning Stage) ซึ่งแสดงถึงภาวะของระบบป่าไม้ในพ้ืนท่ี
ดำเนินการโครงการมีภัยหรือลักษณะการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบในบางท่ีบางแห่ง และเกิดข้ึนในช่วงเวลาสั้นถ้าหยุด
รบกวน ระบบจะสามารถฟน้ื คนื สภาพธรรมชาติเดิมไดใ้ นเวลาไม่นานนกั
ข. การพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม
• การประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมต่อทรัพยากรป่าไม้ในบริเวณพ้ืนท่ีโครงการ พิจารณา
ประเมนิ ผลกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อมท่ีอาจเกดิ ข้ึนจากการดำเนินโครงการทั้งในช่วงระหว่างการกอ่ สร้าง และ
ภายหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ (ตารางที่ 7.3.3-1) โดยตามแผนการดำเนินงานของโครงการท่ีจะทำการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ
เมื่อพิจารณาจากข้อมูลแปลงสำรวจในพ้ืนท่ีฝั่งขวาของคลองเหมืองตะกั่วในเขตพ้ืนที่อ่างเก็บน้ำจำนวน 3 แปลง ท่ีตรวจ
พบร่องรอยการทำเกษตรกรรม ร้อยละ 80-90 และพื้นที่ฝ่ังซ้ายของคลองเหมืองตะก่ัวในเขตพื้นที่อ่างเก็บน้ำ
ซึ่งพิจารณาร่วมกันกับผลสำรวจด้านป่าไม้ จำนวน 6 แปลง การสำรวจด้านชดเชยที่ดินของจำนวนความหนาแน่น
ไม้ผลต่างๆในพ้ืนท่ี ร่วมกับแผนท่ีการใช้ท่ีดินในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ ซ่ึงพิจารณาทบทวนในการศึกษานี้พบว่ามีพ้ืนที่ป่า
หลงเหลอื อย่เู พยี งรอ้ ยละ 19.6 โดยสรปุ มีพืน้ ท่ปี า่ ไมท้ ี่ตอ้ งสญู เสียท้งั สน้ิ 181.3 ไร่
ดังนั้น จึงได้ประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อทรัพยากรป่าไม้จากการดำเนินการของ
โครงการระหว่างการก่อสรา้ ง โดยมีรายละเอียดผลการประเมิน ดงั น้ี
- การสูญเสียที่ดินป่าไม้ และพ้ืนท่ีป่าไม้การดำเนินโครงการต้องมีการเปิดพ้ืนท่ี และ
ปรบั สภาพพื้นที่เพอ่ื การกอ่ สรา้ งต่างๆ ซง่ึ บางสว่ นอาจมีสภาพป่า/ต้นไม้ หลงเหลอื อยู่ ซง่ึ มีผลตอ่ การสูญเสยี พื้นที่ป่า/ตน้ ไม้
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานสรุปสำหรบั ผบู้ ริหาร
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
61
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกัว่ รายงานฉบบั สุดทา้ ยการวิเคราะห์
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง ผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น (IEE)
โดยเฉพาะบริเวณท่ีจะก่อสร้างหัวงานอ่างเก็บน้ำ อาคารประกอบโครงการ และแนวถนนเข้าพื้นที่หัวงาน ส่วนพื้นท่ี
น้ำท่วมสูญเสียพ้ืนที่ป่าไม้บางส่วนที่อยู่ในแนวเขตการกักเก็บน้ำของอ่างเก็บน้ำ ดังนั้น ประเมินเป็นผลกระทบที่
เกิดขน้ึ ตอ่ ทรัพยากรปา่ ไมจ้ ากการดำเนนิ การโครงการมผี ลกระทบดา้ นลบระดบั มาก (-4)
ตารางที่ 7.3.3-1 ลักษณะ ทิศทาง และระดับของผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อทรพั ยากรป่าไม้ โครงการอ่างเก็บน้ำ
บ้านเหมืองตะก่ัวอันเน่อื งมาจากพระราชดำริ
ลักษณะของผลกระทบสงิ่ แวดล้อม ผลกระทบ ทิศทาง ระดับ
(ปรมิ าณ/ลกั ษณะ) ผลกระทบ ผลกระทบ
1. การสูญเสยี ทด่ี นิ และพื้นทปี่ ่าไม้ (ไร่)
2. การสูญเสยี ต้นไม้ 181.3 ลบ มาก
2.1 ไมใ้ หญ่ (ต้น) 14,524 ลบ มาก
2.2 ลกู ไม้ (ต้น) 13,936 ลบ มาก
2.3 กลา้ ไม้ (ตน้ ) 115,148 ลบ มาก
2.4 ปรมิ าตรไม้ 10,350 ลบ มาก
3. ไม้ทสี่ ามารถแปรรปู ได้ (Sawn timber)
3.1 ปริมาณการสญู เสีย (ลกู บาศก์เมตร) 10,350 ลบ มาก
6,772 ลบ มาก
TQ1 3,577
TQ2 53,566,827 ลบ มาก
3.2 มลู คา่ ไมส้ ุทธิ (บาท) 35,362,680 ลบ มาก
TQ1 18,204,147
TQ2
3.3 มลู ค่าไมส้ ทุ ธิ (บาท) 53,566,827 ลบ มาก
1) มูลคา่ ไมใ้ หญ่ (บาท) 139,363 ลบ มาก
2) มลู คา่ ลูกไม้ (บาท) 179,630 ลบ มาก
3) มูลค่ากล้าไม้ (บาท)
3.4 ความเพิ่มพนู รายปี (ลูกบาศก์เมตร) 176.81 ลบ มาก
TQ1 91.02 ลบ มาก
TQ2 2,678,341
3.5 มลู ค่าเพิ่มรายปี (บาท) 1,768,134 ลบ มาก
TQ1 910,207 ลบ มาก
TQ2 4,351,200,000 ลบ มาก
4. การสญู เสยี ผลผลติ ข้นั ปฐมภูมิ (กโิ ลแคลลอรี /ป)ี ลบ มาก
5. การเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศวทิ ยาป่าไม้ - ลบ มาก
6. ความหลากหลายทางชีวภาพ - ลบ มาก
7. การสญู เสยี แหล่งอาหาร และถน่ิ ท่ีอยอู่ าศัยของสัตวป์ า่ -
8. สญู เสียมลู ค่าของระบบนเิ วศวทิ ยาปา่ ไม้ (บาท)
8.1 การสูญเสียประโยชน์ของพนื้ ที่ป่า 45,076 ลบ มาก
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานสรปุ สำหรับผบู้ ริหาร
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
62
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะก่วั รายงานฉบับสดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ ผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองตน้ (IEE)
ตารางที่ 7.3.3-1 ลักษณะ ทิศทาง และระดับของผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อทรพั ยากรป่าไม้ โครงการอ่างเก็บน้ำ
บ้านเหมืองตะกัว่ อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ (ต่อ)
ลักษณะของผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม ผลกระทบ ทิศทาง ระดบั
ผลกระทบ ผลกระทบ
8.2 มูลค่าด้านการทอ่ งเท่ียว (ปริมาณ/ลกั ษณะ)
8.3 มูลค่าของคาร์บอนทถี่ กู ปลดปล่อย ลบ มาก
8.4 มูลคา่ การสญู เสียดนิ จากการชะลา้ งพังทลาย 4,508 ลบ มาก
8.5 มูลคา่ ของป่าไม้เมื่อไม่มกี ารใช้ประโยชน์ 901,511 ลบ มาก
9. คณุ คา่ ทางนิเวศวทิ ยา ลบ มาก
9.1 การสญู เสยี พนื้ ทที่ ่ีเป็นแหล่งพันธุกรรม 902 ลบ มาก
9.2 การสูญเสียพ้ืนที่ที่เปน็ แหล่งต้นน้ำลำธาร 9,015 ลบ มาก
9.3 การสญู เสียพน้ื ทท่ี ีช่ ่วยควบคุมสภาวะอากาศ ลบ มาก
- ลบ มาก
เฉลี่ย 901,511 ลบ มาก
450,755
901,511
-
- การสูญเสียต้นไม้ และปริมาตรไม้ต้นทุนของป่า พื้นที่อ่างเก็บน้ำและหัวงาน
จากข้อมูลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ท่ีดินปัจจุบัน (พ.ศ. 2563) สภาพการใช้ประโยชน์ท่ีดินบางส่วนเป็นพื้นท่ีป่าไม้
เมื่อมีการเปิดพ้ืนท่ีเพ่ือการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำท่ีต้องตัดฟันต้นไม้เพ่ือเปิดพื้นที่เพ่ือก่อสร้างกิจกรรมหลายอย่าง
ซงึ่ ส่งผลต่อการสญู เสียพ้ืนที่ป่าอย่างถาวร มีการก่อสร้างถนนเพื่อใช้เป็นทางขนส่งวสั ดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ซึ่งทำให้เกิด
การสูญเสียต้นไม้ขนาดต่าง ๆ และสูญเสียเนื้อไม้ออกจากพ้ืนท่ี ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลความหนาแน่น และ
ปริมาตรไม้ในป่า สามารถประเมินการสูญเสียต้นไม้ในพ้ืนที่ดำเนินการ โดยจะมีการสูญเสียต้นไม้ใหญ่ไม่น้อยกว่า
14,524 ต้น ลูกไม้ ไม่น้อยกว่า 13,936 ต้น กล้าไม้ ไม่น้อยกว่า 115,148 ต้น ส่วนการสูญเสียปริมาตรไม้ มีไม่น้อยกว่า
10,350 ลูกบาศก์เมตร ท้ังน้ี ค่าที่วิเคราะห์ได้มีค่าสูงเนื่องจากสภาพของป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพบร่องรอย
เกษตรกรรมบางส่วน ดงั นนั้ ปริมาณการสญู เสียต้นไม้ และปรมิ าตรไม้ต้นทนุ ออกจากพื้นท่โี ครงการจึงถือวา่ มปี รมิ าณ
ในระดับมาก ดงั นน้ั ประเมินเปน็ ผลกระทบด้านลบระดับมาก (-4)
- การเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศวิทยาป่าไม้ จากการดำเนินกิจกรรมของโครงการ
หากกรมชลประทานดำเนินการตามมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้นทุกมาตรการ แล้วน้ัน
จะทำให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ดำเนินการโครงการน้อยท่ีสุด อย่างไรก็ตาม จากสภาพการเปล่ียนแปลงท่ีเกิดขึ้น
ในช่วงระหว่างการก่อสร้างอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าไม้ และระบบนิเวศท่ีเกี่ยวข้องได้ โดยแม้ว่า
ภายหลังการดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ สภาพทรัพยากรต่าง ๆ ก็จะปรับตัวเข้าสู่สภาพที่ใกล้เคียงสมดุลธรรมชาติ
แต่ก็ต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานพอสมควรซึ่งแสดงให้เห็นว่า การเปล่ียนแปลงดังกล่าวน้ีเป็นการเปล่ียนแปลงที่แตกต่าง
จากสภาพเดิมมาก ดังนั้น ประเมนิ เปน็ ผลกระทบดา้ นลบระดบั มาก (-4)
- ผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพเน่ืองจากสภาพป่าที่ยังคงสภาพสมบูรณ์
บางพ้ืนที่โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งขวาคลองเหมืองตะกั่วมีสภาพการใช้ประโยชน์ท่ีดินส่วนใหญ่เป็นพ้ืนที่ป่าไม้พบร่องรอย
เกษตรกรรมบางสว่ น การดำเนินกิจกรรมของโครงการอาจส่งผลถึงความหลากหลายทางชวี ภาพของพนื้ ท่ีได้ ซ่ึงอาจมี
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานสรุปสำหรับผ้บู ริหาร
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
63
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะก่วั รายงานฉบับสุดทา้ ยการวิเคราะห์
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ (IEE)
ผลถึงการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ แต่จากการวิเคราะห์ข้อมูลผลการศึกษา พบว่า ค่าดัชนีความ
หลากหลายมคี ่าไม่สูงมากโดยมีค่าอยู่ในระดับปานกลาง ดงั นนั้ ประเมินเปน็ ผลกระทบด้านลบระดับปานกลาง (-3)
- การสญู เสยี แหล่งอาหาร และถนิ่ ทอ่ี ยอู่ าศยั ของสตั ว์ปา่ พื้นท่ปี ่าถอื วา่ เปน็ ระบบนิเวศ
ที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต เป็นแหล่งสำหรับเพาะพันธุ์ ขยายพันธ์ุ และเล้ียงดูลูกอ่อนของสัตว์ป่าหลาย
ชนิด สำหรับพื้นท่ีโครงการถึงแม้ว่าจะยังคงสภาพเป็นป่าธรรมชาติ แต่เน่ืองจากข้อจำกัดจากปัจจัยหลาย ๆ ปัจจัย
เช่น ลักษณะทางกายภาพของพ้ืนท่ี รวมทั้งกิจกรรมบางอย่างที่รบกวนการดำเนินชีวิตของสัตว์ป่าจากการเดินทาง
สัญจรในบริเวณใกล้เคียง เป็นต้น จึงทำให้พบสัตว์เข้ามาใช้ประโยชน์ในพ้ืนที่ไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ป่าขนาดเล็ก
ท่ีสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมท่ีเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างดี ดังนั้น ถือว่าเป็นผลกระทบด้านลบระดับ
ปานกลาง (-3)
- การสูญเสยี มลู คา่ ของระบบนิเวศวิทยาปา่ ไม้การประเมินมูลคา่ ของระบบนเิ วศวิทยา
ปา่ ไมเ้ ป็นเรื่องยุ่งยาก และสลับซับซ้อน เน่ืองจากในป่ามีองค์ประกอบหลายอย่างซ่ึงมีหน้าท่ีแตกต่างกันไป และอาจ
เป็นมูลค่าทางตรง หรือทางอ้อมต่อระบบป่าไม้ หรือระบบนิเวศอ่ืนๆ โดยปัจจุบัน มีความพยายามในการประเมิน
มลู ค่าของระบบนิเวศป่าไม้ โดยพิจารณาจากมูลค่าของส่ิงมีชีวิตต่างๆ ท่ีอยู่ในระบบนิเวศซ่ึงอาจไม่ใช่มูลค่าที่แท้จริง
เนื่องจากในระบบมีทั้งองค์ประกอบที่มีชีวิต และไม่มีชีวิตอาศัยอยู่ร่วมกัน และแต่ละอย่างมีมูลค่าแตกต่างกันไป
บางอย่างสามารถประเมินค่าได้แต่บางอย่างไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ การศึกษาน้ีจึงได้วิเคราะห์มูลค่าของระบบ
นิเวศวิทยาป่าไม้ เพอ่ื คำนวณออกมาเป็นมลู คา่ ของพื้นทปี่ ่า โดยมรี ายละเอยี ดในการประเมิน ดงั นี้
ก) มูลค่าของเนื้อไม้ เน่ืองจากในการดำเนินโครงการจะต้องเปิดพื้นที่เพื่อก่อสร้าง
อ่างเกบ็ น้ำ มีพื้นท่ี 468.6 ไร่ (พื้นท่ีป่าไม้ 183.1 ไร่) ดังนน้ั ในการประเมินมูลค่าของเน้ือไม้จงึ พิจารณาจากปรมิ าตร
ไม้สุทธิซ่ึงประเมินจากปริมาตรไม้เฉลี่ยในพ้ืนที่ศึกษา และมูลค่าไม้ท่ีทำการซื้อขายในพื้นท่ีภาคใต้ ซึ่งเป็นราคา
ประเมินจากราคาตลาด โดยมรี ายละเอยี ด ดังนี้
(ก) ปริมาตรไม้สุทธิ พื้นท่ีป่าไม้ 181.3 ไร่ มี จากการวิเคราะห์ข้อมูลด้าน
ปริมาตรไม้ในบรเิ วณพ้ืนที่โครงการ ซึ่งพบว่า มีปริมาตรไม้เฉล่ียในพื้นที่น้ำท่วม 62.05 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ พ้ืนท่ีหัว
งานอา่ งเกบ็ น้ำ 30.1 ลูกบาศกเ์ มตรต่อไร่ และพื้นท่ีใกลเ้ คียง 60.95 ลูกบาศกเ์ มตรต่อไร่ ดังนน้ั สามารถประเมินเป็น
ปริมาตรไมส้ ุทธทิ ัง้ ส้ิน 10,350 ลกู บาศกเ์ มตร โดยเป็นปริมาตรไม้ ทสี่ ามารถแปรรูปได้ (TQ 1.1, TQ 1.2 และ TQ 2)
(ข) ราคาไม้ จากการสอบถามข้อมูลราคาไม้ท่ีมีการซ้ือขายกันในท้องท่ีภาคใต้
ในพื้นท่ีจังหวัดพัทลุง จากผู้ประกอบการค้าไม้ (ราคาตลาด) พบว่า มูลค่าของไม้ขึ้นอยู่กับขนาด และชนิดไม้ โดยไม้
กลุ่มไม้สกั และไม้วงศ์ยาง (Dipterocapaceae) หรือไม้เนื้อแข็งชนิดอ่ืน ๆ เมื่อนำมาแปรรูปจะมมี ูลค่าสงู กว่าไม้ชนิด
อ่ืนๆ โดยมีราคาต้ังแต่ประมาณ 5,000 บาทต่อลูกบาศก์เมตร ข้ึนไป ส่วนไม้ชนิดอื่นๆ จะมีมูลค่าต่ำกว่า และที่เป็นไม้ฟืน
หรือไม้ใชส้ อยจะมีมูลค่าค่อนข้างตำ่ และเป็นการใช้ประโยชน์เพ่ือการยังชีพ โดยมรี าคาลกู บาศก์เมตรต้ังแต่ประมาณ
1,000 บาท ดังน้ัน ในการประเมินมูลค่าไม้ในพื้นท่ีโครงการ ใช้ค่าเฉล่ียที่ราคา 5,000 บาทต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนไม้ฟืน
(ชั้นคณุ ภาพไม้ช้ัน 1.3 และชั้น 3) ใชค้ ่าเฉล่ยี ทีร่ าคา 500 บาทต่อลูกบาศก์เมตร
(ค) มูลค่าของเนื้อไม้ จากการประเมินมูลค่าของเน้ือไม้ท่ีจะถูกตัดฟันออกจาก
พ้ืนท่ีโครงการ พบว่า มีมูลค่าไม้จากการประเมินในพ้ืนท่ีดำเนินการโครงการรวมเท่ากับ 53,566,827 บาท โดยแยก
เป็นพ้ืนท่ีนำ้ ทว่ ม เทา่ กบั 35,362,680 บาท ในพนื้ ท่ีหัวงานอ่างเก็บน้ำ เท่ากบั 18,204,147 บาท
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานสรปุ สำหรบั ผบู้ ริหาร
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
64
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกัว่ รายงานฉบบั สุดทา้ ยการวิเคราะห์
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ ผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองตน้ (IEE)
ข) มูลค่าของลูกไม้ กล้าไม้ และไมไ้ ผ่ การประเมนิ มูลค่าของระบบนิเวศวิทยาป่าไม้
ในส่วนของลูกไม้ และกล้าไม้ ซ่ึงจะเจริญเติบโตเป็นไม้ใหญ่ทำให้มีการสืบพันธ์ุตามธรรมชาติในพ้ืนท่ีป่าน้ันถือเป็น
มูลค่าของระบบนิเวศอย่างหน่ึง รวมทั้งมูลค่าของไม้ไผ่ซึ่งเป็นพืชท่ีมีประโยชน์ต่อมนุษย์ท้ังในด้านการก่อสร้าง
แหล่งอาหาร และการใช้สอยต่างๆ จึงถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศป่าไม้ ซึ่งการประเมินมูลค่าการสูญเสีย
ลูกไม้ กล้าไม้ และไม้ไผ่ คำนวณจากจำนวนของลูกไม้ กล้าไม้ และไม้ไผ่ท้ังหมดในพ้ืนที่โครงการคูณกับราคาเฉลี่ย
ของลูกไม้ กล้าไม้ และไม้ไผ่ โดยลูกไม้ให้ราคาต้นละ 10 บาท กล้าไม้ราคาต้นละ 1.56 บาท ซ่ึงจากการประเมิน
พบว่า พื้นท่ีโครงการมีการสูญเสียลูกไม้ และกล้าไม้ ไม่น้อยกว่า 13,936 และ 115,148 ต้น คิดเป็นมูลค่าของลูกไม้
และกล้าไม้ ได้ 139,363 และ 179,630 บาท ตามลำดับ รวมมูลค่าลูกไม้ กล้าไม้ ทั้งหมด 318,993 บาท เม่ือนำไป
รวมกบั มลู คา่ เน้ือไม้ (ไมแ้ ปรรูป และไมฟ้ ืน) ท่ีสญู เสียไปทำให้มมี ลู คา่ ของไม้ในป่ารวมทงั้ หมด 53,885,820 บาท
- การสูญเสยี มูลคา่ ไม้จากปรมิ าตรไม้ที่เพิม่ พูนขึน้ ในแต่ละปี (Annual increment)
(ก) ความเพิ่มพูนรายปี เม่ือไม่มีการดำเนินโครงการ ปริมาตรไม้จะเพ่ิมพูน
ข้ึนจากการเจริญเติบโตของไม้ในป่าแต่ละปี ซ่ึง Openshaw และ Backer (1972) ได้ทำการศึกษาความเพิ่มพูนรายปี
ของป่าชนิดต่างๆ สอดคล้องกับการศึกษาของ Luis and Osvaldo (2001) Blanchez (2010) สำนักวิชาการป่าไม้
และศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ (2541) และ สันติ (2552) และสรุปความเพ่ิมพูนรายปีเฉล่ียของป่าแต่ละชนิดใน
ประเทศไทย ดงั น้ี
ชนดิ ป่า อัตราความเพ่ิมพูนรายปี
ป่าเตง็ รงั ร้อยละ 1.5 ของปริมาตรไมด้ ้งั เดิม (stock)
ปา่ เบญจพรรณ รอ้ ยละ 2.0 ของปรมิ าตรไม้ด้ังเดมิ (stock)
ป่าดบิ รอ้ ยละ 2.5 ของปริมาตรไม้ดั้งเดิม (stock)
ท้ังน้ีสำหรับการวิเคราะห์ความเพม่ิ พูนรายปีของไมใ้ นพื้นทด่ี ำเนินโครงการ
ซึ่งเป็นป่าดิบชื้น ดังนั้นจึงพิจารณาใช้อัตราความเพิ่มพูนรายปีเฉล่ียในอัตราร้อยละ 2.5 ใน ของปริมาตรไม้ด้ังเดิม (stock)
ข) มูลคา่ เพิม่ รายปี เปน็ การคำนวณในกรณีท่ไี ม่มีการพัฒนาโครงการ โดย
ปล่อยให้ป่าเจริญเติบโตตามธรรมชาติ สามารถคำนวณได้จากปริมาตรไม้ท่ีเพิ่มข้ึน (ความเพ่ิมพูนรายปี = 2.5 เปอร์เซ็นต์)
โดยมีความเพ่ิมพูนรายปีเท่ากับ 267.83 ลูกบาศก์เมตร ในพื้นท่ีน้ำท่วมเท่ากับ 176.81 ลูกบาศก์เมตร และในพ้ืนท่ี
หัวงานเท่ากับ 91.02 ลกู บาศกเ์ มตร กับมูลคา่ ไมส้ ุทธิของไม้ประเภทตา่ งๆ ประเมินไดว้ ่า มีมลู ค่าเพ่ิมรายปที ั้งหมด 2,678,341
บาทตอ่ ปี โดยในพนื้ ทีน่ ำ้ ท่วมคิดเป็นมูลค่า 2,375,584 บาท และพ้ืนท่ีหัวงานอ่างเก็บนำ้ คดิ เป็นมลู ค่า 302,757 บาท
- การสญู เสยี ผลผลติ ขน้ั ปฐมภูมิ
โครงการพัฒนาท่ีส่งผลให้ระบบนิเวศป่าไม้มีการเปล่ียนแปลงสภาพไป
อย่างถาวร โดยเฉพาะเมื่อต้นไม้ หรือพืชสีเขียวต่างๆ ซึ่งเป็นผู้ผลิตในระบบนิเวศท่ีต้องถูกทำลายลงอย่างหลีกเลี่ยง
ไม่ได้ จึงทำให้ผลผลิตข้ันปฐมภูมิของป่าสูญเสียไป โดย Odum (1971) ประเมินว่า ผลผลิตข้ันปฐมภูมิของป่าในเขต
Tropical มีประมาณ 10,000-20,000 กิโลแคลลอรีต่อตารางเมตรต่อปี ซึ่งกิจกรรมของโครงการ ต้องทำให้สูญเสีย
พน้ื ที่ป่าไม้ไม่นอ้ ยกวา่ 181.3 ไร่ ดังน้ัน จึงมีการสูญเสียผลผลิตขั้นปฐมภูมิไมน่ ้อยกว่า 1.12 x 108 กิโลแคลลอรตี ่อปี
โดยคิดที่ปริมาณเฉลี่ย 15,000 กิโลแคลรี่ต่อตารางเมตรต่อปี ในพ้ืนที่ที่ใช้ประโยชน์เพ่ือดำเนินโครงการทั้งหมด
181.3 ไร่ โดยแบ่งเป็น 2 พื้นที่ ได้แก่ พ้ืนท่ีน้ำท่วม มีพ้ืนที่เท่ากับ 153.1 ไร่ และพื้นท่ีหัวงานอ่างเก็บน้ำ 28.2 ไร่
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานสรุปสำหรบั ผู้บริหาร
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
65
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะก่ัว รายงานฉบบั สดุ ท้ายการวิเคราะห์
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น (IEE)
จึงมีการสูญเสียผลผลิตขั้นปฐมภูมิไม่น้อยกว่า 4,351,200,000 กิโลแคลลอรี ซ่ึงเม่ือผลผลิตข้ันปฐมภูมิรวมในรูป
พลังงานสญู เสยี ไปย่อมส่งผลให้ห่วงโซ่อาหาร และกระบวนการถา่ ยทอดพลังงานในระบบนิเวศป่าไม้เปลี่ยนแปลงตาม
ไปด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การสญู เสียผลผลิตขั้นปฐมภูมิน้ียังไม่สามารถคิดคำนวณออกมาเป็นมูลค่าได้ เนื่องจากไม่มี
การศกึ ษาทีส่ ามารถใชใ้ นการอ้างอิงได้
- การสูญเสียมลู คา่ ของป่า (Non-extractive values)
ก) การสูญเสียประโยชน์ของพื้นที่ป่า Pearce (1998) สรุปไว้ว่า มูลค่า
ที่เกิดจากการสูญเสียพ้ืนที่ป่าคิดรวมมูลค่าทั้งหมดที่เกิดข้ึนเมื่อสูญเสียพ้ืนท่ีป่าไป เช่น มูลค่าของพืชสมุนไพร
พืชอาหาร ของป่า เป็นต้น โดยมีมูลค่าเฉล่ีย 50 ดอลลาร์ต่อเฮกแตร์ สำหรับป่าในเขต Tropical ดังนั้น เม่ือมีการ
ดำเนินโครงการในพื้นท่ีป่า 181.3 ไร่ หรือ 29.01 เฮกแตร์ จึงมีการสูญเสียประโยชน์ของพื้นที่ป่าไม่น้อยกว่า 45,076 บาท
(คิดที่อัตรา 1 ดอลลาร์ เทา่ กบั 31.078 บาท)
ข) มูลคา่ ด้านการทอ่ งเท่ียว Pearce (1998) สรปุ ไวว้ ่า มูลค่าการสูญเสีย
พ้ืนที่ป่าสำหรับการท่องเที่ยว มีมูลค่าเฉลี่ยในอัตราระหว่าง 5-10 ดอลลาร์ต่อเฮกแตร์ สำหรับป่าในเขต Tropical
ดังน้ัน เม่ือมีการดำเนินโครงการในพื้นที่ป่า 29.01 เฮกแตร์ จึงมีการสูญเสียไม่น้อยกว่า 4,508 บาท (คิดที่อัตรา
5 ดอลลารต์ อ่ เฮกแตร์ และ 1 ดอลลาร์ เทา่ กบั 31.078 บาท)
ค) มูลค่าคาร์บอนที่ถูกปลดปล่อยออกมา Pearce (1998) สรุปไว้ว่า
มูลค่าคารบ์ อนท่ีเกดิ จากการสูญเสียพื้นท่ปี ่าไม้ มีมูลค่าเฉลี่ยในอัตราระหว่าง 600-4000 ดอลลารต์ ่อเฮกแตร์ สำหรับ
ป่าในเขต Tropical ดังนั้น เมื่อมีการดำเนินโครงการในพ้ืนที่ป่า 29.01 เฮกแตร์ จึงมีการสูญเสียไม่น้อยกว่า 901,511 บาท
(คดิ ที่อัตรา 600 ดอลลาร์ต่อเฮกแตร์ และ 1 ดอลลาร์ เทา่ กบั 31.078 บาท)
ง) มูลค่าการสญู เสียดินจากการชะลา้ งพังทลาย Pearce (1998) สรุปไว้
ว่า มูลค่าการสูญเสียดินจากการชะล้างพังทลายเม่ือไม่มีป่าปกคลุม มีมูลค่าเฉลี่ยในอัตรา 30 ดอลลาร์ต่อเฮกแตร์
สำหรับป่าในเขต Tropical ดังนั้น เม่ือมีการดำเนินโครงการในพ้ืนที่ป่า 29.01 เฮกแตร์ จึงมีการสูญเสียไม่น้อยกว่า
902 บาท (คดิ ทอ่ี ตั รา 1 ดอลลาร์ เทา่ กบั 31.078 บาท)
จ) มูลค่าของป่าไม้เมื่อไม่มีการใช้ประโยชน์ Pearce (1998) สรุปไว้ว่า
มูลค่าของป่าเมื่อไม่มีการใช้ประโยชน์หรือการอนุรักษ์พ้ืนท่ีป่าให้คงสภาพไว้นั้น ทำให้ได้มูลค่าของป่าเพ่ิมขึ้น
จากผลผลิตต่าง ๆ โดยมีมูลค่าเฉลี่ยอัตราระหว่าง 2-27 ดอลลาร์ต่อเฮกแตร์ สำหรับป่าในเขต Tropical ดังนั้น
เม่ือมกี ารดำเนินโครงการในพ้นื ที่ป่า 29.01 เฮกแตร์ จงึ สญู เสียมูลค่าของพ้ืนท่ีป่าไมน่ ้อยกว่า 9,015 บาท (คิดที่อัตรา
10 ดอลลาร์ต่อเฮกแตร์ และ 1 ดอลลาร์ เท่ากับ 31.078 บาท)
(1) ระยะก่อสร้าง
ก) ผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าไม้ (ทางตรง)
- การสูญเสียที่ดินป่าไม้ และพื้นที่ป่า การดำเนินโครงการต้องมีการเปิดพ้ืนท่ี และปรับ
สภาพพื้นทเ่ี พื่อการก่อสร้างโครงสร้างตา่ งๆ โดยผลกระทบในบริเวณองค์ประกอบต่างๆ ของการดำเนนิ การโครงการ
พบว่า พ้ืนท่ีน้ำท่วมจะสูญเสียพื้นท่ีป่าไม้มากที่สุด รองลงมาได้แก่พ้ืนท่ีหัวงานอ่างเก็บน้ำ ซึ่งจะทำให้สูญเสียพ้ืนที่ป่าไม้
เพิ่มมากขึ้น โดยสภาพส่วนใหญ่ยังเป็นสภาพป่ามีต้นไม้ข้ึนอยู่ตลอดแนว ซึ่งการดำเนินการก่อสร้างทุกกิจกรรมของ
โครงการมีผลต่อการสูญเสียพ้ืนที่ป่า/ต้นไม้ โดยเฉพาะในพ้ืนท่ีก่อสร้างกลุ่มอาคารต่างๆ ประกอบด้วยอาคารระบายน้ำ
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานสรปุ สำหรบั ผูบ้ ริหาร
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
66
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกั่ว รายงานฉบบั สุดท้ายการวิเคราะห์
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง ผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบื้องต้น (IEE)
ลงสู่ลำน้ำเดิม และอาคารระบายน้ำล้น ทั้งน้ีเนื่องจากสภาพป่ายังค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ จากการประเมินจากแบบการ
ก่อสร้าง พบว่า มีพ้ืนที่ท่ีต้องถูกเปิดออกเพ่ือการก่อสร้างประมาณ 468.6 ไร่ (พ้ืนที่ป่า 181.3 ไร่) ดังรายละเอียดใน
ตารางที่ 7.3.3-2 ดังน้ัน การดำเนนิ โครงการจึงก่อใหเ้ กิดผลกระทบทางลบต่อทรัพยากรปา่ ไม้ระดับมาก (-4)
ตารางที่ 7.3.3-2 พ้ืนที่ป่าไม้ที่ใช้ในการดำเนินโครงการ ปริมาตรไม้ และความหนาแน่นของไม้ที่สูญเสียจากการ
ดำเนนิ การโครงการอา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกวั่ อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ
องค์ประกอบโครงการ พ้นื ท่ีท่ีใช้ ปริมาณไม้ ความหนาแน่นเฉลย่ี ไมใ้ หญ่ จำนวนไม้ใหญ่
(ไร)่ ลกู บาศก์เมตรตอ่ ไร่ ลูกบาศก์เมตร (ต้น/ไร) (ตน้ )
พื้นทอ่ี ่างเก็บนำ้ 82.34 12,608
พน้ื ท่หี วั งานและอาคารประกอบ 153.14 62.05 9,502
28.17 30.10 848 68 1,916
รวม 181.3 14,524
10,350
- การสูญเสียต้นไม้ เมื่อมีการเปิดพ้ืนที่ป่าส่งผลให้พ้ืนที่ป่าบางส่วนในบริเวณที่ก่อสร้าง
พื้นท่ีน้ำท่วม พื้นท่สี ันอ่างเก็บน้ำและอาคารประกอบ รวมทั้งพื้นท่ีถนนเขา้ หัวงานเพ่ือใชใ้ นการขนสง่ อุปกรณ์กอ่ สรา้ ง
ต้องสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ไป ทำให้เกิดการสูญเสียต้นไม้ และเน้ือไม้ออกจากพ้ืนท่ีป่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลความหนาแน่น
และปริมาตรไม้ในป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ดังน้ัน เมื่อพิจารณาปริมาณการสูญเสียต้นไม้ และปริมาตรไม้
ออกจากพ้ืนทีโ่ ครงการจึงมีปริมาณคอ่ นขา้ งสูง 10,350 ลูกบาศกเ์ มตร ถอื เปน็ ผลกระทบดา้ นลบระดับมาก (-4)
- การเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศวิทยาป่าไม้ เน่ืองจากต้องมีการเปิดพื้นท่ี และก่อสร้าง
กิจกรรมหลายอย่างซ่ึงส่งผลต่อการสูญเสียพื้นที่ป่าอย่างถาวร เม่ือพื้นที่ป่าเปลีย่ นแปลงเพ่ิมมากข้ึนย่อมมีผลกระทบ
ต่อเนื่องถึงสภาพแวดล้อมอื่นๆ ที่เก่ียวข้อง รวมทั้งสภาพนิเวศของพ้ืนที่ดังกล่าว และพื้นที่ใกล้เคียงบางอย่างท่ี
เปล่ียนแปลงไปด้วย ซ่ึงอาจส่งผลกระทบต่อพ้ืนที่ป่าไม้ท่ียังหลงเหลืออยู่จากกิจกรรมอื่นๆ ที่เกิดข้ึนตามมา ดังน้ัน
ถอื เป็นผลกระทบด้านลบระดับมาก (-4)
ข) ผลกระทบต่อระบบนิเวศ (ทางออ้ ม)
- ผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ เน่ืองจากสภาพพ้ืนที่โครงการฝั่งขวาของ
คลองเหมืองตะกั่วเป็นพ้ืนที่เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด เป็นพ้ืนท่ีป่าดิบชื้นธรรมชาติ มีส่วนน้อยมีส่วนน้อยที่พบ
พ้ืนท่สี วนยางพาราแทรกในป่า โดยจากการสำรวจพบชนดิ ไม้ท่ีมคี วามหลากหลายทางชีวภาพในระดับปานกลาง ดังนั้น
ถอื เป็นผลกระทบดา้ นลบระดับมาก (-4) ส่วนพืน้ ท่ีฝั่งซ้ายของคลองเหมืองตะกั่วในเขตอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่เปน็ พ้ืนท่ี
ปา่ ดิบชื้นผสมกบั พ้นื ่ีสวนยางพาราและไมผ้ ลผสมจงึ มผี ลกระทบในระดับปานกลาง (-3)
- การสูญเสียแหล่งอาหาร และถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า พ้ืนที่ป่าถือว่าเป็นระบบนิเวศท่ี
สำคัญต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตของสัตว์ป่าหลายชนิดซึ่งเป็นอาหารสำหรับมนุษย์ รวมท้ังสัตว์ป่าบ างชนิดที่
สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวได้ แต่จากสภาพพื้นที่และอยู่ใกล้แหล่งชุมชน จึงไม่พบสัตว์เข้ามาใช้
ประโยชนใ์ นพน้ื ท่ี ดังนัน้ ถือเป็นผลกระทบดา้ นลบระดับปานกลาง (-3)
ผลกระทบของการดำเนินโครงการในช่วงระหว่างการก่อสร้างส่งผลกระทบด้านลบต่อระบบ
นิเวศป่าไม้ ทั้งในด้านองค์ประกอบของป่าเปลี่ยนแปลงไป เชน่ สูญเสียที่ดิน และพื้นท่ีป่าไม้ สูญเสียต้นไม้ และปริมาตรไม้
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานสรุปสำหรับผู้บริหาร
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
67
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกัว่ รายงานฉบบั สดุ ท้ายการวิเคราะห์
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง ผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองต้น (IEE)
การเปล่ียนแปลงระบบนิเวศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นต้น รวมท้ังด้านการทำหน้าที่ของป่า
โดยเฉพาะการสูญเสียแหล่งอาหาร และถิ่นท่ีอยอู่ าศยั ของสัตว์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เมื่อพจิ ารณาโดยรวมแล้ว พบว่า
ผลกระทบท่ีเกดิ ขน้ึ รนุ แรงตอ่ ระบบนิเวศวิทยาป่าไม้ เนื่องจากระบบนิเวศของพื้นท่ีปา่ ในบริเวณพื้นทโี่ ครงการในบรเิ วณ
พ้ืนท่ีก่อสรา้ งหวั งานอ่างเก็บน้ำ เปน็ ป่าดบิ ชน้ื โดยพบพ้ืนท่ีสวนยางพารา และไม้ผลผสมในบางส่วนของพื้นที่ ส่วนพืน้ ท่ี
ถนนเขา้ หัวงานส่วนใหญ่เป็นพ้ืนที่เกษตรกรรมและพ้ืนที่ฝ่ังขวาของคลองเหมืองตะก่ัว เป็นป่าดิบช้ืนธรรมชาติมบี ่งส่วน
ปลูกยางพาราแทรกในพื้นที่แต่พบส่วนน้อย โดยผลกระทบท่ีเกิดข้ึนโดยตรงต่อทรัพยากรป่าไม้เมื่อพิจารณา
ประกอบกับผลกระทบแล้ว อาจทำให้ระดับผลกระทบมีความรุนแรงข้ึน รวมท้ังการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจาก
การดำเนินโครงการน้ันเป็นการเปล่ียนแปลงพื้นที่ป่าที่มีการสูญเสียพ้ืนท่ีอย่างถาวร ดังน้ัน เมื่อพิจารณาผลกระทบ
โดยรวมของโครงการจึงประเมินเป็นผลกระทบด้านลบระดบั มาก (-4)
(2) ระยะดำเนนิ การ
ภายหลังการก่อสร้างแลว้ เสร็จ และเร่ิมมีการดำเนินงานของโครงการทง้ั ในพื้นท่ีน้ำทว่ มและหัวงาน
เป็นบรเิ วณที่ระบบนิเวศบางส่วนมกี ารเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวรคือมีน้ำท่วมขงั และมีโครงสร้างถาวรเกิดขึ้นรวมท้ัง
มกี ารเปลี่ยนแปลงพ้ืนที่ป่าไม้ พืชพรรณในพื้นที่ดำเนินการดังกล่าว แม้ว่าพ้ืนที่ป่ายังคงสภาพอยู่ รวมทั้งกิจกรรมอื่น
ของโครงการสว่ นใหญ่กไ็ มไ่ ด้ใชป้ ระโยชนจ์ ากพน้ื ท่ีปา่ โดยตรง ดงั น้นั เมอ่ื พิจารณาผลกระทบในภาพรวมตอ่ ทรัพยากร
ป่าไม้ จึงประเมินได้ว่า ภายหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ ถือว่าไม่มีผลกระทบ (0) ต่อทรัพยากรป่าไม้ อย่างไรก็ตาม
เพ่ือเป็นการลดความรุนแรงของผลกระทบ รวมท้ังการรกั ษาระบบนิเวศของพนื้ ท่ี และปรับปรุงสภาพพ้ืนที่ จึงควรมี
การดำเนินการเพือ่ รักษาสภาพแวดล้อมของพน้ื ทโ่ี ครงการ เช่น การกำหนดขอบเขตพื้นท่ีโครงการต้องมีความชัดเจน
หรือหากมีการพิจารณาดำเนินโครงการก็ไม่ควรใช้พ้ืนที่ขยายเพ่ิมมากข้ึนกว่าความจำเป็น แต่หากมีการใช้พ้ืนท่ีป่า
เกดิ ขึน้ จะตอ้ งมมี าตรการแกไ้ ขโดยให้มีการปลูกปา่ ทดแทน 3 เท่าของพืน้ ที่ป่าที่สูญเสยี ไป เทา่ กับ 545 ไร่
3) ทรัพยากรสัตวป์ า่
(1) กรณีไมม่ โี ครงการ
บริเวณพื้นที่ของโครงการ บรเิ วณพน้ื ท่ีเกษตรทีอ่ ยูข่ ้างเคียงโครงการ และบริเวณพ้ืนท่ีปา่ อนรุ ักษ์
(บรเิ วณพน้ื ท่ีของเขตรักษาพันธ์ุสตั ว์ป่าเขาบรรทัด) ท่ีอยู่ข้างเคียงโครงการ สำรวจพบสตั ว์ป่ากลุ่มมีกระดูกสันหลงั 4
กลุ่มคือ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibia) สัตว์เล้ือยคลาน (Reptilia) นก (Aves) และสัตว์เล้ียงลูกด้วยนม
(Mammalia) ทงั้ ส้ิน 180 ชนิด
(2) กรณมี โี ครงการ
1. ระยะก่อสรา้ ง
กิจกรรมการก่อสร้าง การขุดเปิดหน้าดิน การปรับพ้ืนที่ การถมดินสร้างฐานเข่ือน จะส่งผล
กระทบตอ่ ทรัพยากรสตั ว์ป่าประมาณ 148 ชนิด ไม่ได้รบั ผลกระทบ 32 ชนิด โดยลักษณะของผลกระทบท่ีจะเกิดข้ึน
คอื การสูญเสียพ้ืนท่ีหากินและพื้นท่พี ักผ่อน การรบกวนการดำรงชวี ิตตามปกติของสัตวป์ ่า และการสูญเสียพ้ืนทีผ่ สม
พันธแุ์ ละวางไข่ นอกจากน้สี ัตว์ป่าอาจถูกล่าโดยคนงานก่อสร้างของโครงการ จึงมีผลกระทบด้านลบในระดับนอ้ ยท่ีสุด (-1)
2. ระยะดำเนนิ การ
แม้ไม่มีการรบกวนจากกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดจากการก่อสร้าง รวมท้ังทำให้สูญเสียพ้ืนท่ีป่า และ
พื้นที่ธรรมชาตอิ นื่ ๆ แต่กไ็ มม่ ากพอทีจ่ ะสง่ ผลกระทบตอ่ การดำเนินกจิ กรรมต่างๆ ที่ใช้ในการดำรงชวี ิตประจำวันของสตั วป์ ่า
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานสรุปสำหรับผูบ้ ริหาร
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
68
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะก่ัว รายงานฉบับสดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ ผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องต้น (IEE)
สัตว์ป่าก็จะสามารถปรับตัวเพ่ือดำเนินชีวิตได้อย่างปกติเหมือนก่อนการก่อสร้าง ซึ่งในระยะดำเนินการน้ี อาจจะส่งผล
กระทบต่อสัตว์ปา่ ทั้งส้ิน 18 ชนิด มจี ำนวนชนิดที่ไม่ได้รบั ผลกระทบทั้งส้ิน 162 ชนดิ จึงมีผลกระทบดา้ นบวกในระดับมาก
ทีส่ ุด (+5)
7.3.4 คณุ ค่าการใช้ประโยชนข์ องมนษุ ย์
1) ระบบชลประทานและเกษตรกรรม
(1) กรณีไม่มโี ครงการ
สภาพการทำการเกษตรในปัจจุบันของพ้ืนท่ีโครงการ ส่วนใหญ่เป็นการทำเกษตรที่อาศัยน้ำฝน
จากธรรมชาติเป็นหลัก ยกเว้นบริเวณท่ีอยู่ในเขตพ้ืนท่ีชลประทานเดิมของฝายต่างๆ ท่ีอยู่ในลำน้ำจะใช้น้ำจากลำน้ำ
เพ่ิมเติมจากน้ำฝน โดยมีประสิทธิภาพการใชท้ ่ีดิน (Cropping Intensity) ร้อยละ 94.5 ทั้งนี้บริเวณต้นน้ำไม่มีแหล่ง
เก็บกักน้ำต้นทุน ทำให้มีปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกเป็นประจำ ส่งผลกระทบต่อการประกอบ
อาชีพของเกษตรกร
(2) กรณีมีโครงการ
1. ระยะกอ่ สร้าง
การก่อสร้างเข่ือนและอาคารประกอบจะทำใหส้ ูญเสียพื้นท่ีป่าไม้และพน้ื ที่การเกษตรในพ้ืนท่ีหัว
งานโครงการ และพน้ื ท่อี ่างเก็บน้ำ 468.6 ไร่ จำแนกเป็น พืน้ ที่ไมย้ ืนต้น (สวนยางพารา) 261.19 ไร่ พื้นที่ไมผ้ ล (ไม้ผลผสม)
73.19 ไร่ และพืน้ ท่ปี า่ ไม้ 181.3 ไร่ สง่ ผลกระทบต่อเกษตรกรท่ีต้องสูญเสียที่ทำกินในพ้นื ทอี่ า่ งเก็บนำ้ ไปอยา่ งถาวร
2. ระยะดำเนนิ การ
การพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จะเกิดผลกระทบเชิง
บวกและเชงิ ลบต่อการเกษตร ดังน้ี
2.1ประสิทธิภาพการใช้ที่ดินทางการเกษตรและผลผลิตเพ่ิมสูงขึ้น เนื่องจากมีปริมาณน้ำ
เพียงพอกับการเพาะปลูกท้ังฤดูฝนและฤดูแล้ง โดยพื้นท่ีชลประทานที่จะได้รับน้ำฤดูฝน 11,600 ไร่ และฤดูแล้ง
2,600 ไร่ ทำให้มคี า่ Cropping Intensity (CI) เพิม่ ข้ึนจากรอ้ ยละ 94.5 เปน็ รอ้ ยละ 122.4
2.2เป็นการเสริมความมั่นคงและลดความเสีย่ งในการทำการเกษตรในฤดูฝน โดยเฉพาะช่วง
ท่ีฝนทิ้งชว่ ง ซ่ึงเป็นการประกันความแน่นอนของเกษตรกรที่จะมีนำ้ เพื่อการเพาะปลูกอย่างน้อย 1 คร้งั ในฤดูฝน และ
ลดโอกาสเส่ียงในการทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง ระบบการปลูกพืชท่ีได้เสนอแนะไว้ในกรณีมีโครงการจะทำให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงระบบการเกษตรที่เพาะปลูกพืชเชิงเด่ียว มาเป็นระบบการเกษตรที่หลากหลายหรือผสมผสานมาก
ขนึ้ กลา่ วคือ มกี ารปลูกข้าวนาปี ขา้ วนาปรงั พืชไร่อายุสน้ั หลังนา พืชผัก พืชสวน และไมผ้ ล/ไม้ยืนต้น ทำให้มกี ารใช้
ทรัพยากรท่ีมีอยอู่ ย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสดุ ซ่ึงจะช่วยลดความเส่ียงต่อราคาพืชผลตกต่ำหรือไม่แน่นอน
ในบางปี ลดภาวะการขาดทุน ช่วยเพม่ิ พูนรายได้ต่อปีของครวั เรอื นเกษตรกร และยงั เปน็ การกระจายแรงงานใหม้ งี าน
ทำตลอดปี ลดปัญหาการเคลือ่ นยา้ ยแรงงานในท้องถิ่น คาดว่าเปน็ ผลกระทบทางบวกระดบั มาก (+4)
2.3พัฒนา/ส่งเสรมิ ระบบการผลติ ใหเ้ ข้มข้นข้นึ เพอื่ เพ่ิมผลผลติ จำเป็นต้องใช้ปัจจัยการผลติ
ต่างๆ เช่น เคร่ืองจักร ปุ๋ย และสารเคมีเพ่ิมขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงข้ึน ซ่ึงเกษตรกรท้องถิ่นอาจต้องกู้ยืมเงิน
จากแหล่งเงินทุนต่างๆ มาใช้จ่ายจนทำให้เกิดภาวะหนี้สิน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ ได้มุ่งเนน้ ให้เกษตรกรใช้ปัจจัยการผลิตทม่ี ีในท้องถ่ิน เชน่ ส่งเสริมการใช้ป๋ยุ อนิ ทรีย์ และ
น้ำหนกั ชวี ภาพลดการใช้สารเคมี เป็นต้น จงึ คาดวา่ จะมผี ลกระทบดา้ นน้ใี นระดับนอ้ ย (-2)
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานสรุปสำหรบั ผู้บริหาร
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
69
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกวั่ รายงานฉบบั สุดทา้ ยการวิเคราะห์
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ ผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบื้องตน้ (IEE)
2) การใช้นำ้
(1) กรณีไมม่ ีโครงการ
ความต้องการใช้น้ำเพ่ือกิจกรรมต่างๆ บริเวณพื้นท่ีโครงการ ในอนาคตกรณีไม่มีโครงการ
คาดว่าอาจจะทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำเพ่ิมมากขึ้นได้ เนื่องจากการขยายตัวของพ้ืนท่ีชุมชนและการเกษตร มี
ความต้องการใช้น้ำมากข้ึนแต่แหล่งเก็บกักน้ำในพื้นท่ีมีน้อยไม่เพียงพอต่อความ ต้องการ
(2) กรณมี ีโครงการ
1. ระยะก่อสร้าง
กิจกรรมการกอ่ สร้าง ท้ังบริเวณพ้ืนที่หัวงานและพ้ืนท่รี ับประโยชน์ จะมสี ่วนทเ่ี กย่ี วข้อง
กบั การเปดิ หน้าดิน ถมดนิ และขนย้ายวสั ดุ ซ่งึ อาจจะทำใหม้ ผี ลกระทบตอ่ ความขุน่ ของนำ้ ในลำน้ำได้บ้าง และจะสง่ ผลกระทบ
ต่อการใช้นำ้ ของราษฎรในพ้ืนท่ีท้ายนำ้ แต่จะเกดิ ข้ึนในชว่ งสั้นๆ ระหว่างการก่อสรา้ ง จึงเปน็ ผลกระทบในระดับน้อย (-2)
2. ระยะดำเนินการ
เมื่ออ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ เปิดดำเนินการจะทำให้มี
ปรมิ าณน้ำเกบ็ กกั ไว้ 10.14 ลา้ นลกู บาศก์เมตร ก่อให้เกดิ ผลประโยชน์โดยตรงต่อการใช้น้ำกิจกรรมตา่ งๆ ในพ้ืนท่ีดา้ น
ท้ายน้ำ โดยสามารถส่งน้ำให้กับพ้ืนท่ีชลประทานและราษฎรทำการเกษตรได้มากขึ้น ส่งผลให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น
นอกจากนน้ั และยังเกิดประโยชน์ทางอ้อมต่อชุมชนด้านท้ายอ่างเก็บน้ำ โดยสามารถนำนำ้ ไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรม
ต่างๆ ได้ดว้ ย ทัง้ นี้ผลประโยชน์ทเี่ กดิ ขนึ้ เป็นผละกระทบดา้ นบวกในระดับมาก (+4)
3) การระบายนำ้ และการบรรเทาน้ำท่วม
(1) กรณีไม่มีโครงการ
สำหรับการเกิดน้ำท่วมในพ้ืนที่จังหวัดพัทลุง ในปัจจุบันประสบปัญหาอุทกภัยช่วงระหว่าง
เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคมเกอื บทุกปี หากมีปริมาณฝนตกหนักเกิน 100 มิลลเิ มตรต่อวนั นานตดิ ต่อกนั 2 วัน
ขนึ้ ไป หรอื คิดเป็นปริมาณน้ำหลากรอบ 10 ปี กจ็ ะเกิดอุทกภัยข้ึน โดยเร่ิมต้ังแต่เกิดน้ำป่าจะไหลลงสู่ตอนกลางและ
ตอนล่างริมทะเลสาบสงขลา เกิดน้ำท่วมขังต่อไปในพ้ืนที่ลุ่มน้ำ ส่วนทางตอนล่างของลุ่มน้ำจะมีอิทธิผลของ
ระดับนำ้ ทะเลเข้ามาเก่ยี วข้องด้วย
(2) กรณีมีโครงการ
1. ระยะก่อสร้าง
ในช่วงระยะเวลาก่อสร้างจะต้องมกี ารก่อสร้างเข่ือนก้ันลำนำ้ มีมาตรการผนั นำ้ ชัว่ คราว
ทำให้ตอ้ งมีการเปลีย่ นแปลงทิศทางการไหลของน้ำบรเิ วณหัวงานเข่ือน จงึ ประเมินให้มีผลกระทบระดับน้อยทส่ี ุด (-1)
2. ระยะดำเนนิ การ
ผลกระทบต่อสภาพน้ำท่วมด้านท้ายน้ำ การมีอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอัน
เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จะชว่ ยบรรเทาภาวะน้ำท่วมในพนื้ ทีโ่ ครงการได้บางสว่ น เน่ืองจากปรมิ าณนำ้ ส่วนหนง่ึ จะถูกเก็บกกั
ไว้ในอ่างเกบ็ น้ำ ทำให้ปรมิ าณน้ำทีจ่ ะไหลในลำน้ำด้านทา้ ยอ่างเกบ็ น้ำลดน้อยลง จงึ ประเมินผลกระทบในระดับน้อย (+2)
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานสรุปสำหรับผ้บู ริหาร
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
70
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกวั่ รายงานฉบบั สดุ ทา้ ยการวิเคราะห์
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง ผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องตน้ (IEE)
4) การประมงและการเพาะเลีย้ งสตั วน์ ำ้
(1) กรณีไมม่ ีโครงการ
สภาพเดิมก่อนมีการดำเนินงานของโครงการ ไม่พบว่ามีการเพาะเล้ียงสัตว์น้ำในเชิงพาณิชย์
ในพ้ืนท่ีศึกษา เน่ืองจากไมม่ ีปรมิ าตรน้ำมากพอทจ่ี ะใชใ้ นการดำเนนิ กิจกรรมเพาะเลีย้ งสัตว์น้ำ ดังน้ันหากไม่มีโครงการ
การพัฒนาด้านการเพาะเลย้ี งสตั วน์ ำ้ เพื่อเปน็ อาชีพเสริมใหก้ บั ประชาชนท่ีอาศยั ในเขตโครงการจึงเกดิ ข้ึนได้ยาก
(2) กรณมี ีโครงการ
1. ระยะก่อสรา้ ง
ในระหว่างการก่อสร้าง อาจมีตะกอนดิน สารเคมีท่ีใช้ในการขุดเจาะรวมถึงน้ำมันเคร่ือง
ตกลงยังแหล่งน้ำได้ อย่างไรก็ตามเน่ืองจากไม่มีกิจกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ดังน้ันโครงการจึงไม่มีผลกระทบต่อการ
เพาะเล้ียงสัตว์น้ำ พบว่าในพ้ืนที่โครงการไม่มีการประมงเพื่อการยังชีพ โดยจะเป็นการหาปลาเพื่อมาบริโภคในครัวเรือน
อย่างไรก็ตามเน่ืองจากการก่อสร้างต้องมีการนำแรงงานเขา้ มาในพ้ืนที่เป็นจำนวนมาก ซ่ึงแรงงานก่อสร้างที่เข้ามาอาจจะมี
การจับปลาเพ่ือบริโภคได้ จึงควรมีมาตรการป้องกันผลกระทบนี้ โดยการห้ามแรงงานก่อสร้างหาปลาในพ้ืนท่ี การห้ามจับ
ปลายังเป็นผลดีในการสงวนรักษาพ่อแม่พันธ์ุปลาเพื่อให้แพร่พันธ์ุในอ่างเก็บน้ำที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อันจะทำให้อ่างเก็บ
น้ำสามารถก่อใหเ้ กดิ ผลผลิตทางการประมงได้รวดเรว็ ข้ึน (0)
2.ระยะดำเนนิ การ
การดำเนนิ งานของโครงการจะก่อให้เกดิ ผลกระทบทางดา้ นบวกตอ่ การเพาะเลยี้ งสัตวน์ ้ำและ
การประมง กล่าวคือ ทำใหม้ นี ้ำมากพอที่จะทำการเพาะเลี้ยวสัตว์น้ำได้ รวมไปถงึ การมีแหลง่ น้ำเพื่อการประมงเพ่ิมมาก
ขน้ึ ดังนั้นในระยะดำเนนิ งานของโครงการจงึ สง่ ผลกระทบดว้ ยบวกระดับสูงต่อการประมง และการเพาะเล้ียงสตั ว์นำ้ (+2)
5) การใช้ประโยชน์ท่ีดิน
(1) กรณไี มม่ โี ครงการ
ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ท่ีดินในบริเวณพื้นท่ีศึกษาโครงการ จะแบ่งแยกกล่าว
ละเอยี ดออกเปน็ พืน้ ที่แตล่ ะส่วน โดยองคป์ ระกอบของพื้นทศ่ี กึ ษาโครงการ ประกอบดว้ ย 5 ส่วน ดังนี้
(1) พน้ื ทอ่ี า่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะกว่ั (พ้ืนที่ 351.6 ไร่)
(2) พื้นที่หัวงาน (พืน้ ท่ี 114.9 ไร)่
(3) พ้ืนที่ถนนเข้าหัวงาน (พ้นื ที่ 2.1 ไร่)
(4) พืน้ ทีร่ บั ประโยชน์ (พ้นื ท่ี 16,475 ไร่)
(5) พน้ื ที่รับนำ้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะก่ัว (พืน้ ที่ 12,670.94 ไร)่
ผลการศึกษาด้านการใชป้ ระโยชนท์ ่ีดินประเภทต่างๆ 5 ประเภท ในพ้นื ทแ่ี ตล่ ะส่วนของ
โครงการ โดยจากการใช้ข้อมูลในปี พ.ศ.2550 (อดีต) และข้อมูลของปีงบ พ.ศ.2561 รวมท้ังการเปลี่ยนแปลงการใช้
ประโยชน์ทดี่ ินโดยการเปรยี บเทยี บข้อมลู ปี พ.ศ.2550 กบั ขอ้ มูลปงี บ พ.ศ.2561
รวมทั้งการเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ท่ีดินชนิดต่างๆ (เปรียบเทียบข้อมูลปี พ.ศ.2550
กับข้อมูล ปี พ.ศ.2562) รายละเอียดแสดงการใช้ประโยชน์ที่ดินแต่ละชนิด ในบริเวณพ้ืนที่อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอัน
เน่อื งมาจากพระราชดำริ พืน้ ทห่ี วั งาน และพ้นื ทีถ่ นนเข้าหัวงาน ดงั นี้
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานสรปุ สำหรับผูบ้ ริหาร
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
71
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกวั่ รายงานฉบบั สดุ ท้ายการวิเคราะห์
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง ผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้ (IEE)
ชนดิ กำรใช้ประโยชน์ทด่ี นิ พนื ทข่ี องข้อมูล ปี พ.ศ.2550 พนื ทข่ี องข้อมูลปี พ.ศ.2561 พนื ทขี่ องข้อมูลปี พ.ศ.2562* พนื ทที่ เี่ ปลย่ี นแปลง
พนื ทเี่ พมิ่ ขึน (+) พนื ทล่ี ดลง (-)
ไร่ ร้อยละ ไร่ ร้อยละ ไร่ ร้อยละ ไร่ ร้อยละ ไร่ ร้อยละ
พนื ทอ่ี ำ่ งเกบ็ นำ้ บำ้ นเหมืองตะกว่ั :
ไมย้ ืนตน้ ผสม 17.54 4.99 0 0 0 0 17.54 100.00
ยำงพำรำ 166.14 47.25 201.7 57.37 201.7(162.4) 46.19 38.3 18.90
ไมผ้ ลผสม 44.37 12.62 37.07 10.54 37.07(29.79) 10.54 7.28 19.60
ป่ำดบิ ชืน** 123.55 35.14 112.83 32.09 112.8(153.1) 43.54 40.3 35.00
รวม 351.6 100 351.6 100 351.6 100
พนื ทหี่ วั งำน :
ยำงพำรำ 57.49 50.02 57.49 50.02 57.49(46.2) 50.02 11.29 19.60
ไมผ้ ลผสม 36.12 31.42 36.12 31.42 36.12(29.0) 31.42 7.12 19.70
ทงุ่ หญ้ำสลับไมพ้ มุ่ /ไมล้ ะเมำะ 21.34 18.56 21.34 18.56 21.34(17.1) 18.56 4.24 19.80
ป่ำดบิ ชนื ** (28.2) 43.54 28.2 100.00
รวม 114.95 100 114.95 100 114.95 100
พนื ทถ่ี นนเข้ำหัวงำน :
ยำงพำรำ 1.4 66.7 1.4 66.7 1.4 66.7
ถนน 0.7 33.3 0.7 33.3 0.7 33.3
รวม 2.1 100 2.1 100 2.1 100
พนื ทรี่ ับน้ำอำ่ งเกบ็ นำ้ บำ้ นเหมืองตะกวั่ :
ไมย้ ืนตน้ ผสม 95.26 0.75 0 0 0 0 95.26 100.00
ยำงพำรำ 402.95 3.18 661.75 5.22 661.75 5.22 258.8 64.20
ไมผ้ ลผสม 44.53 0.35 37.22 0.29 37.22 0.29 7.31 16.41
ป่ำไมผ่ ลดั ใบสมบูรณ์ 12,128.20 95.72 11,971.96 94.48 11,971.96 94.48 156.24 1.23
รวม 12,670.94 100 12,670.93 100.00 12,670.93 100.00 258.8 64.20 258.81 117.64
หมายเหตุ : 1. พ้ืนทีค่ ิดเป็นรอ้ ยละของพน้ื ทรี่ วมของพนื้ ทแ่ี ตล่ ะสว่ น
2. พนื้ ท่ีทเี่ ปล่ยี นแปลงทั้งในส่วนของพื้นที่เพิ่มขึ้น (+) หรอื พ้ืนทล่ี ดลง (-) เป็นการเปรียบเทียบของข้อมูล ปี พ.ศ.2550
กับขอ้ มลู ปี พ.ศ.2561 วา่ ในปี พ.ศ.2561 มกี ารใช้ประโยชน์ทดี่ นิ แตล่ ะชนิดเปน็ พน้ื ท่เี พิม่ ข้ึนหรือลดลงจากปี พ.ศ.2550
3. * วิเคราะห์จากบริษัททป่ี รึกษา
4. ** ป่าดิบชนื้ พบรอ่ งรอยเกษตรกรรมบางส่วนปรบั ปรงุ ขอ้ มลู จากการรวบรวมขอ้ มูลและสำรวจภาคสนามใน พ.ศ.2562 เพ่ิมเติม
ผลการศกึ ษาพบพ้ืนที่อา่ งเก็บนำ้ เป็นพื้นท่ีป่าดิบชน้ิ แทรกสลับกับรอ่ งรอยการทำเกษตกรรม
5. พน้ื ทยี่ างพารา 201.7(162.4) ตวั เลขในวงเล็บ หมายถึงพน้ื ที่ยางพาราสุทธทิ หี่ ักลบพน้ื ทป่ี ่าไม้แลว้ (พ้ืนท่ีปา่ ไม้ ร้อยละ 19.6)
6. พื้นที่ป่าดิบช้ืนพบร่องรอยเกษตรกรรม 112.8(153.1) ตัวเลขในวงเล็บ หมายถึงป่าไม้ท่ีแทรกตัวในพื้นท่ีเกษตรกรรม โดยมี
สัดส่วนพ้นื ที่ปา่ ไม้ประมาณรอ้ ยละ 19.6 ในเขตพน้ื ทป่ี ่าไม้ และ ร้อยละ 90 ในเขตพ้นื ทร่ี กั ษาพนั ธ์สัตวป์ า่
(2) กรณีทีม่ ีโครงการ
1. ระยะก่อสร้าง
- พ้ืนที่อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พ้ืนที่หัวงานและพื้นที่
ถนนเข้าหัวงานกิจกรรมการกอ่ สร้างอ่างเก็บน้ำ หัวงานเขื่อนรวมทั้งอาคารประกอบต่างๆ และถนนเข้าหัวงาน มีผล
ต่อการเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทำให้มีการสูญเสียพ้ืนท่ีป่าไม้และพ้ืนท่ีเกษตรกรรม ซ่ึงเป็นพื้นที่หลักของ
พ้ืนท่ี 3 ส่วนดังกล่าวไปอย่างถาวร ผลกระทบดังกล่าวเป็นผลกระทบท่ีหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังน้ันในการก่อสร้างจะต้อง
ดำเนินการให้อยู่ในขอบเขตที่กำหนดไว้ เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นท่ีโดยรอบท่ีอาจสูญเสียไปด้วยนอกจากนี้ ในส่วน
ของพื้นที่เกษตรกรรมท่ีต้องสญู เสียไปด้วยนั้น จะตอ้ งมีการพูดคุยตกลงโดยได้รบั ความยินยอมจากเจ้าของท่ีดนิ และ
จ่ายค่าชดเชยท่ีดินท่ีเหมาะสม ก่อนที่จะดำเนินการก่อสร้างโครงการ ผลกระทบดังกล่าวจึงมีผลกระทบทางลบใน
ระดบั นอ้ ย (-2)
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานสรุปสำหรับผู้บริหาร
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
72