The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ม.ปลาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nongnarko, 2022-05-27 04:14:27

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ม.ปลาย

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ม.ปลาย

การวิเคราะห์ตารางการจัดการเรยี นรู้ วชิ า ภาษาอังกฤษเพ

ระดับมัธยมศึก

มาตรฐานการเรยี นร้รู ะดับ

มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจตคตเิ กีย่ วกบั ภาษาท่าทาง การฟงั พดู อ่าน เขียน
ถกู ต้องตามหลักภาษาวฒั นธรรม และกาลเทศะของเจา้ ของภาษา

หวั เรื่อง ตัวชีว้ ัด เน้อื หา

Cultural Difference 1. ปฏบิ ตั ิตนตาม 2. ความเชือ่ และขนบธรรมเนียม ประเพณี

มารยาท ของ เจา้ ของภาษา ความเปน็ มาของความ

วฒั นธรรมและ เช่ือ ขนบธรรมเนียมและประเพณีต่าง ๆ ใน

ประเพณีต่าง ๆ สังคมของเจ้าของภาษา การทํากจิ กรรมตาม

ได้อย่างถกู ต้อง ความเชื่อ ขนบธรรมเนยี มและประเพณีต่าง ๆ

2. เปรยี บเทียบ ในด้านบทเพลง การแต่งกาย อาหาร

ความแตกตา่ ง เคร่ืองด่ืมและการประกอบพธิ ีกรรมที่

ระหวา่ ง เกย่ี วข้อง ไดแ้ ก่ วนั ครสิ ต์มาส

วัฒนธรรมองั กฤษ 3. การเปรียบเทยี บโครงสรา้ งภาษาไทยกบั

กบั วฒั นธรรมไทย ภาษาอังกฤษเปรยี บเทียบลักษณะคําที่มาของ

คาํ ความหมายและการประยุกตค์ ําใน

ภาษาองั กฤษใช้ในภาษาไทยและคําใน

ภาษาไทย ท่นี ําไปในภาษาอังกฤษ

๓๔

พอ่ื ชวี ิตและสังคม รหสั พต 31001 จานวน ๕ หน่วยกิต
กษาตอนปลาย

น ภาษาต่างประเทศ ดว้ ยประโยคทีซ่ ับซ้อนมากขน้ึ ในชวี ิตประจําวัน และงานอาชีพของตน

วเิ คราะหเ์ นอ้ื หา จานวน รปู ผลการจัดการเรยี นรู้
ชว่ั โมง ตนเอง
งา่ ย ปาน ยาก พบ เขา้ อบรม โครงงาน
กลาง 3 กลมุ่ ค่าย



2

การวเิ คราะหต์ ารางการจัดการเรียนรู้ วชิ า ภาษาอังกฤษเพ

ระดับมัธยมศึก

มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ

มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจตคตเิ กี่ยวกบั ภาษาท่าทาง การฟงั พูด อ่าน เขียน
ถกู ต้องตามหลักภาษาวัฒนธรรม และกาลเทศะของเจ้าของภาษา

หวั เร่อื ง ตัวช้วี ัด เนือ้ หา

Cultural Difference 1. ปฏบิ ตั ิตนตาม 3. เปรียบเทียบ สาํ นวน คาํ พังเพย
มารยาท วัฒนธรรมและ สภุ าษติ บทกลอนภาษาไทยและ
ประเพณตี า่ ง ๆ ได้อยา่ ง ภาษาองั กฤษ
ถกู ต้อง 3.1 คาํ และสํานวนที่ไดร้ บั อิทธพิ ลจาก
2. เปรียบเทยี บความ
แตกต่างระหวา่ ง ศาสนา เช่น
วฒั นธรรมองั กฤษกับ - Oh, god! = คุณพระชว่ ย
วฒั นธรรมไทย 3.2 คาํ พังเพย สุภาษิตท่ีมกั จะใช้ใน
ชวี ติ ประจาํ วัน เช่น
- It’s a piece of cake.

= ปลอกกล้วยเข้าปาก

๓๕

พอื่ ชีวิตและสงั คม รหัส พต 31001 จานวน ๕ หนว่ ยกิต
กษาตอนปลาย

น ภาษาตา่ งประเทศ ดว้ ยประโยคที่ซับซ้อนมากขน้ึ ในชวี ิตประจําวัน และงานอาชีพของตน

วเิ คราะห์เนือ้ หา จานวน รปู ผลการจดั การเรียนรู้

ง่าย ปาน ยาก ช่ัวโมง ตนเอง พบ เขา้ อบรม โครงงาน

กลาง กลมุ่ คา่ ย

2
2

การวเิ คราะหต์ ารางการจดั การเรียนรู้ วิชา ภาษาอังกฤษเพ

ระดับมัธยมศึก

มาตรฐานการเรยี นรูร้ ะดับ

มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจตคตเิ ก่ียวกบั ภาษาท่าทาง การฟัง พูด อ่าน เขยี น
ถกู ต้องตามหลักภาษาวฒั นธรรม และกาลเทศะของเจ้าของภาษา

หัวเรอ่ื ง ตวั ชวี้ ัด เนอื้ หา

News & 1. เขา้ ใจและใช้ประโยคที่ 1. เสยี ง คําศัพท์ วลี สํานวน ที่ มกั ใช้
News Headline
ซบั ซ้อนใน สถานการณ์ บอ่ ย ๆ ในขา่ ว

ตา่ ง ๆ 2. องค์ประกอบของขา่ วประกอบดว้ ย

2. ใช้ Tenses ท่ียุ่งยาก Headline, Sub headline, Lead

และซบั ซ้อน และ Detail

3. ศึกษาค้นคว้าความรู้ 3. ประเภทของข่าวเชน่ ขา่ วการเมือง

และข้อมลู จากส่ือ ขา่ วการศึกษา ข่าวกีฬา ขา่ วสังคม

หนงั สอื พมิ พ์ ขา่ วเศรษฐกิจ เปน็ ตน้

4. แลกเปลย่ี นขอ้ มลู 4. โครงสร้างของการเขยี นพาดหวั ขา่ ว

ข่าวสารความรอู้ ย่างเป็น (News Headline) ไดแ้ ก่

ทางการ 4.1 ข่าวและพาดหวั ขา่ ว

5. สืบคน้ ขอ้ มลู ในด้าน 4.2 การถามและตอบคําถามจากข่าว

ต่าง ๆ จาก Internet ด้วยคําถามท่ี เป็น Wh-Question

และ Yes/No Question

๓๖

พอ่ื ชวี ติ และสังคม รหัส พต 31001 จานวน ๕ หน่วยกติ
กษาตอนปลาย

น ภาษาต่างประเทศ ดว้ ยประโยคที่ซบั ซอ้ นมากข้นึ ในชวี ติ ประจําวัน และงานอาชีพของตน

วิเคราะห์เนือ้ หา จานวน รูปผลการจดั การเรียนรู้
ชว่ั โมง ตนเอง
ง่าย ปาน ยาก พบ เข้า อบรม โครงงาน
กลาง กลมุ่ ค่าย
 1

2

1

1
2


การวเิ คราะหต์ ารางการจดั การเรยี นรู้ วชิ า ภาษาอังกฤษเพ

ระดับมธั ยมศึก

มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ

มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคตเิ กยี่ วกับ ภาษาท่าทาง การฟัง พดู อ่าน เขยี น
ถูกต้องตามหลักภาษาวฒั นธรรม และกาลเทศะของเจ้าของภาษา

หวั เรื่อง ตัวชีว้ ัด เนื้อหา

News & 1. เข้าใจและใชป้ ระโยคท่ี 4.3 การถามและแสดงความคิดเหน็ วา่

News Headline ซับซ้อนใน สถานการณ์ เหน็ ด้วยหรือไมเ่ ห็นดว้ ย เช่น

ต่าง ๆ - Do you agree with

2. ใช้ Tenses ทย่ี ่งุ ยาก this....................?

และซับซ้อน - What do you think

3. ศึกษาค้นควา้ ความรู้และ about..................

ข้อมลู จากสอ่ื หนังสือพิมพ์ 4.4 Website ของหนังสือพิมพ์ The

4. แลกเปลีย่ นข้อมูล Nation หรอื Bangkok Post เพือ่ ศึกษา

ขา่ วสารความรู้อย่างเปน็ ข่าวประเภทตา่ ง ๆ ท่ีสนใจแลว้ วิเคราะห

ทางการ โครงสรา้ งของพาดหวั ขา่ วนน้ั ๆ หรอื

5. สืบคน้ ข้อมลู ในด้านต่าง บอกประเภทของข่าวนนั้ ๆ

ๆ จาก Internet

๓๗

พอ่ื ชีวิตและสังคม รหสั พต 31001 จานวน ๕ หน่วยกิต
กษาตอนปลาย

น ภาษาต่างประเทศ ด้วยประโยคท่ีซับซ้อนมากขน้ึ ในชวี ิตประจําวัน และงานอาชีพของตน

วเิ คราะห์เน้ือหา จานวน รปู ผลการจัดการเรียนรู้
ชั่วโมง ตนเอง
ง่าย ปาน ยาก พบ เข้า อบรม โครงงาน
กลาง กลมุ่ ค่าย
 3

 2


ห์

การวเิ คราะห์ตารางการจัดการเรยี นรู้ วชิ า ภาษาองั กฤษเพ

ระดับมัธยมศกึ

มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดบั

มคี วามรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคตเิ กีย่ วกับ ภาษาทา่ ทาง การฟัง พดู อ
ของตน ถกู ต้องตามหลักภาษาวัฒนธรรม และกาลเทศะของเจา้ ของภาษา

หวั เรื่อง ตวั ชี้วดั เนือ้ หา

Self -Sufficiency 1. ศึกษาค้นควา้ ความรู้และ 7. บทความเกย่ี วกับเศรษฐกิจ

Economy ขอ้ มลู จากส่อื ตา่ ง ๆ พอเพยี งจากหนงั สือ หนงั สือพมิ พ์

2. สบื ค้นขอ้ มลู ในด้านต่าง ๆ หรอื Website ที่เกยี่ วข้อง

จาก Internet 8. คําศัพท์ วลี สาํ นวน ที่เก่ียวข้อง

3. เขา้ ใจและใชป้ ระโยค กบั เศรษฐกิจพอเพยี ง เชน่

ซบั ซ้อนใน moral , moderation,

สถานการณ์ต่าง ๆ knowledge, savingเป็นต้น

4. การแลกเปลี่ยนขอ้ มลู 9. โครงสรา้ ง Conditional

ข่าวสารความรู้ sentence (If -clause)

10.โครงสร้าง Imperative

5. การนาํ เสนอการนาํ เศรษฐกิจ

พอเพียงมาใชใ้ นรูปแบบตา่ ง ๆ เช่น

การตดิ คําขวัญ การสัมภาษณ์

6. การเลน่ เกม Cross word

๓๘

พอื่ ชีวติ และสังคม รหัส พต 31001 จานวน ๕ หน่วยกติ
กษาตอนปลาย

อ่าน เขยี น ภาษาตา่ งประเทศ ด้วยประโยคที่ซับซอ้ นมากขนึ้ ในชีวติ ประจําวนั และงานอาชีพ

วิเคราะหเ์ น้ือหา จานวน รปู ผลการจัดการเรียนรู้
ช่ัวโมง ตนเอง
งา่ ย ปาน ยาก พบ เขา้ อบรม โครงงาน
กลาง กลมุ่ คา่ ย
 2

2

2
2
2

2

การวิเคราะห์ตารางการจดั การเรียนรู้ วิชา ภาษาอังกฤษเพ

ระดับมัธยมศึก

มาตรฐานการเรยี นรู้ระดับ

มคี วามรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคตเิ กี่ยวกบั ภาษาทา่ ทาง การฟงั พดู อ
การวิเคราะหต์ ารางการจัดการเรยี นรู้ วิชา ภาษาองั กฤษเพ

หัวเร่ือง ตวั ช้ีวดั เนื้อหา

Have you 1. ศึกษาค้นควา้ ความรแู้ ละขอ้ มลู จากสือ่ 1. แบบสอบถาม (Questionnaire)
exercised ตา่ งๆ เกยี่ วกับการดูแลสุขภาพจากหนังสอื หรือ
today? 2. สบื ค้นขอ้ มลู ในด้านต่าง ๆ จาก Website เกย่ี วขอ้ ง
Internet 2. การอา่ นออกเสียง คาศัพท์ สานวน วลี
3. เขา้ ใจและใช้ประโยคซบั ซอ้ นใน ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เชน่ aerobics,
สถานการณต์ ่าง ๆ once, relaxed, health, healthy, firm,
4. ใช้ Tense ทีย่ ุง่ ยากและซับซ้อน have a headache เป็นต้น
5. แลกเปลี่ยนขอ้ มลู ข่าวสารความรู้ ทัง้ 3. ประโยคที่เขยี นด้วย Modal Verb เชน่
อยา่ งเปน็ ทางการและไมเ่ ป็นทางการ should, must, ought to, had better,
will เป็นต้น
4. Present PerfectTense
5. การสารวจแบบสอบถามเกีย่ วกบั สขุ ภาพ
บุคคลใกล้ชิด

๓๙

พอ่ื ชวี ิตและสงั คม รหสั พต 31001 จานวน ๕ หน่วยกิต
กษาตอนปลาย

อ่าน เขยี น ภาษาตา่ งประเทศ ดว้ ยประโยคทซ่ี ับซอ้ นมากขนึ้ ในชวี ิตประจําวัน และงานอาชีพ
พือ่ ชวี ติ และสังคม รหัส พต 31001 จานวน ๕ หน่วยกติ

วิเคราะห์เนอื้ หา จานวน รปู ผลการจัดการเรยี นรู้
ง่าย ปาน ยาก
ช่ัวโมง ตนเอง พบกลมุ่ เขา้ คา่ ย อบรม โครงงาน
กลาง
 2

2
3


3
2

ระดับมัธยมศกึ

มาตรฐานการเรยี นรู้ระดับ

มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจตคตเิ กีย่ วกับ ภาษาท่าทาง การฟงั พูด อ่าน เขียน
ถกู ต้องตามหลักภาษาวัฒนธรรม และกาลเทศะของเจา้ ของภาษา

หวั เรอ่ื ง ตัวชี้วัด เนอ้ื หา

Shall we 1. ศกึ ษาคน้ ควา้ ความรู้และข้อมลู 4. บทความเกี่ยวกับการประหยัด
save the จากสือ่ ตา่ งๆ พลงั งาน (Energy Saving) จาก
energy? 2. สบื คน้ ขอ้ มลู ในดา้ นต่าง ๆ จาก หนงั สือ หนังสอื พิมพ์ หรือ Website
Internet ทีเ่ กี่ยวข้อง
3. เข้าใจและใช้ประโยคซับซอ้ นใน 5. เสียง คาํ ศัพท์ วลี สํานวนท่เี กยี่ วขอ้ ง
สถานการณต์ ่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง กบั การประหยัดพลงั งาน เช่น reuse,
4. ใช้ Tense ทย่ี ุง่ ยากและซบั ซ้อนได้ recycle, plug in, unplug, turn on,
อย่างถกู ต้อง turn off, reduce เป็นต้น
5. แลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสารความรู้ 6. โครงสร้าง เรอื่ ง Imperative +
ทง้ั อย่างเปน็ ทางการและไมเ่ ปน็
ทางการ V1_________.

Don’t + V1 +

...........................

๔๐

กษาตอนปลาย

น ภาษาตา่ งประเทศ ดว้ ยประโยคทีซ่ บั ซอ้ นมากขึ้นในชวี ติ ประจําวนั และงานอาชีพของตน

วเิ คราะห์เนือ้ หา จานวน รูปผลการจัดการเรยี นรู้
ชว่ั โมง ตนเอง
งา่ ย ปาน ยาก พบ เข้า อบรม โครงงาน
กลาง กลมุ่ ค่าย

12

การวิเคราะห์ตารางการจดั การเรียนรู้ วชิ า ภาษาองั กฤษเพ

ระดับมัธยมศึก

มาตรฐานการเรยี นรู้ระดบั

มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจตคตเิ กยี่ วกับ ภาษาทา่ ทาง การฟัง พูด อ่าน เขยี น
ถูกต้องตามหลักภาษาวัฒนธรรม และกาลเทศะของเจ้าของภาษา

หวั เร่ือง ตัวชว้ี ัด เนื้อหา

What have I done? 1. ศกึ ษาคน้ ควา้ ความรู้ 1. บทสนทนาเก่ยี วกบั การไปตดั เสือ้

และขอ้ มูลจากส่อื ต่างๆ 2. การอ่านออกเสยี ง คาํ ศัพท์ วลี

2. อา่ นออกเสียง สาํ นวน ท่ีเก่ยี วขอ้ งกับการไปตัดเส้อื

คําศพั ท์ วลี สาํ นวน ได้ เชน่ measure, sleeves, seam,

อยา่ งถกู ต้อง shorten เป็นตน้

3. เขา้ ใจและใชป้ ระโยค 3. โครงสร้าง have something

ซับซ้อนในสถานการณ์ done

ต่าง ๆ 4. โครงสร้าง Reported Speech

4.. ใช้ Tense ท่ยี งุ่ ยาก 5. การเลา่ เร่อื ง (สถานการณ์)

และซบั ซอ้ น

5.. แลกเปลยี่ นขอ้ มูล

ข่าวสารความรู้

๔๑

พอ่ื ชวี ติ และสังคม รหัส พต 31001 จานวน ๕ หน่วยกติ
กษาตอนปลาย

น ภาษาต่างประเทศ ดว้ ยประโยคทซ่ี บั ซอ้ นมากข้นึ ในชวี ิตประจําวัน และงานอาชีพของตน

วิเคราะห์เนือ้ หา จานวน รูปผลการจดั การเรียนรู้
ชว่ั โมง ตนเอง
ง่าย ปาน ยาก พบ เข้า อบรม โครงงาน
กลาง กลมุ่ ค่าย
 2

2

3

3

2


การวเิ คราะหต์ ารางการจัดการเรยี นรู้ วชิ า ภาษาอังกฤษเพ

ระดับมัธยมศึก

มาตรฐานการเรยี นรู้ระดับ

มคี วามรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคตเิ กย่ี วกับ ภาษาทา่ ทาง การฟงั พดู อ
ของตน ถกู ต้องตามหลักภาษาวฒั นธรรม และกาลเทศะของเจ้าของภาษา

หัวเร่ือง ตวั ชวี้ ดั เนื้อหา

What is your 1. การสบื คน้ ข้อมูลด้านตา่ ง ๆ 1. การขอมี e-mail
e-mail address? จาก Internet และรับส่ง e- 2. การเปดิ /ปิด e-mail
mail 3. ภาษา e-mail
2. ศึกษาค้นคว้าความรแู้ ละ 4. บทอา่ นแนะนาํ ตนเองที่พิมพม์ าจาก
ข้อมูลจากสอื่ ตา่ ง ๆ e-mail
3. เขา้ ใจและใช้ประโยค 5. การสร้างประโยคคาํ ถามจาก
ซับซ้อนในสถานการณต์ า่ ง ๆ คาํ ตอบที่ให้มา
4. แลกเปลีย่ นขอ้ มลู ข่าวสาร 6. การถามและการตอบข้อมูลการ
ความรู้ ทง้ั อย่างเป็นทางการ เปรียบเทียบ
และไมเ่ ปน็ ทางการ 7. การเขียนแนะนําตนเองถงึ Pen
pal โดยส่งทาง e-mail

๔๒

พือ่ ชีวิตและสงั คม รหัส พต 31001 จานวน ๕ หนว่ ยกติ
กษาตอนปลาย

อ่าน เขยี น ภาษาตา่ งประเทศ ด้วยประโยคที่ซบั ซ้อนมากข้ึนในชวี ิตประจําวัน และงานอาชีพ

วิเคราะหเ์ น้ือหา จานวน รูปผลการจัดการเรียนรู้

ง่าย ปาน ยาก ชว่ั โมง ตนเอง พบ เข้า อบรม โครงงาน

กลาง กลมุ่ คา่ ย

2
2

ก 1
1

1

1
2

การวเิ คราะหต์ ารางการจดั การเรยี นรู้ วิชา ภาษาองั กฤษเพ

ระดับมธั ยมศึก

มาตรฐานการเรยี นรู้ระดับ

มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติเกย่ี วกบั ภาษาทา่ ทาง การฟงั พูด อ

ของตน ถกู ต้องตามหลกั ภาษาวฒั นธรรม และกาลเทศะของเจา้ ของภาษา

วเิ ค

หวั เร่ือง ตวั ชี้วดั เนื้อหา ง่าย

Natural 1. ศึกษา คน้ ควา้ 1. บทอ่านเกยี่ ว Earthquake, Tornado
Disaster ความรู้ และข้อมูลจาก หรอื Flood จากหนังสือพมิ พ์ หรอื
สอ่ื ต่างๆ Website ของหนังสือพิมพ์ The Nation
2. สืบคน้ ขอ้ มลู ในดา้ น หรือ Bangkok Post
ตา่ ง ๆ จาก Internet 2. คาํ ศพั ท์ วลี สาํ นวนท่เี กย่ี วข้อง
3. เข้าใจและใช้ 3. Past Simple Tense, Past
ประโยคทซี่ บั ซ้อนใน Continuous Tenseและ Past Perfect
สถานการณ์ต่าง ๆ ได้ Tense.
อยา่ งถูกต้อง 4. Compound Sentence และ
4. การใช้ Tense ที่ Complex Sentence
ยงุ่ ยากและซบั ซ้อน 5. การถามและการตอบคําถามจากบท
5. แลกเปลีย่ นข้อมลู อ่าน
ขา่ วสารความรู้ ทงั้ เป็น 6. การแสดงบทบาทสมมุติ (Role Play)
ทางการและ เป็นผู้สื่อข่าว นาํ เสนอข่าวทีเ่ ก่ียวกบั
ไม่เป็นทางการ Natural Disaster

๔๓

พือ่ ชวี ิตและสังคม รหัส พต 31001 จานวน ๕ หน่วยกิต
กษาตอนปลาย

อ่าน เขียน ภาษาต่างประเทศ ดว้ ยประโยคท่ีซบั ซอ้ นมากขึ้นในชวี ติ ประจําวนั และงานอาชีพ

คราะหเ์ น้ือหา จานวน รปู ผลการจัดการเรียนรู้
ชัว่ โมง ตนเอง
ปาน ยาก พบ เข้า อบรม โครงงาน
กลาง กลมุ่ ค่าย
 2

2
2

2


1

1

การวิเคราะห์ตารางการจัดการเรียนรู้ วชิ า ภาษาองั กฤษเพ

ระดับมธั ยมศกึ

มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ

มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจตคติเกีย่ วกบั ภาษาทา่ ทาง การฟงั พดู อ่าน เขียน
ถูกต้องตามหลักภาษาวฒั นธรรม และกาลเทศะของเจา้ ของภาษา

หวั เร่อื ง ตัวช้วี ัด เน้อื หา

Let’s Travel 1. ศกึ ษาคน้ คว้าความรแู้ ละ 1. ตารางเวลาของ Bus, Train,

ข้อมูลจากส่อื ต่างๆ Airplane, Boat หรือ Subway จาก

2. สบื คน้ ข้อมลู ในด้านต่าง ๆ สอื่ ต่าง ๆ เช่น แผน่ พับ หนงั สือพิมพ์

จาก Internet และรับสง่ E-mail หรอื Website ทีเ่ กยี่ วข้อง

3. เข้าใจและใชป้ ระโยคท่ี 2. Asking & giving Information

ซบั ซอ้ นในสถานการณต์ า่ ง ๆ 3. การบอกทิศทาง (Direction)เช่น

4. ใช้ Tense ทย่ี ุ่งยากและ - Keep walking to..........................

ซับซ้อนได้ 4. Past Simple Tense และ Past

5. แลกเปลย่ี นข้อมูลข่าวสาร Simple Tense

ความรู้ 5. 5. การเขียนเล่าเรอ่ื งหรอื ประสบการณ์ใน

การท่องเทยี่ ว

6. การวางแผนการเดินทางท่องเทยี่ ง

๔๔

พ่ือชีวิตและสังคม รหัส พต 31001 จานวน ๕ หนว่ ยกติ
กษาตอนปลาย

น ภาษาตา่ งประเทศ ดว้ ยประโยคท่ซี ับซ้อนมากขน้ึ ในชีวิตประจําวัน และงานอาชีพของตน

วิเคราะห์เน้อื หา จานวน รปู ผลการจดั การเรยี นรู้
งา่ ย ปาน ยาก ชัว่ โมง ตนเอง
พบ เขา้ อบรม โครงงาน
กลาง กลมุ่ คา่ ย
1

1
1

1


1
1

การวิเคราะหต์ ารางการจัดการเรียนรู้ วิชา ภาษาอังกฤษเพ

ระดับมัธยมศกึ

มาตรฐานการเรียนร้รู ะดับ

มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจตคตเิ กยี่ วกบั ภาษาท่าทาง การฟงั พดู อ่าน เขยี น

ถูกต้องตามหลักภาษาวฒั นธรรม และกาลเทศะของเจ้าของภาษา

วิเค

หัวเร่อื ง ตัวชวี้ ัด เน้ือหา งา่ ย

The Weather 1. ศกึ ษาค้นคว้าความรู้ 1. บทอา่ น การพยากรณ์อากาศ
และข้อมลู จากสื่อตา่ งๆ (Weather Forecast) ทง้ั ในประเทศ
เช่น หนงั สอื พิมพ์ และตา่ งประเทศ
ภาษาองั กฤษและ 2. การถาม-ตอบ คําถามจากบทอ่าน
Website การพยากรณ์อากาศ
2. แลกเปลยี่ นข้อมูล 3. การถามและการขอข้อมลู (Asking &
ข่าวสารความรู้ท้งั อย่าง Giving Information)
เปน็ ทางการและไมเ่ ป็น
ทางการ เสยี ง คาํ ศพั ท์ วลี สํานวนท่มี ักใช้
3. เขา้ ใจและใชป้ ระโยค บ่อยๆ ในข่าวพยากรณ์อากาศ
ที่ซับซอ้ นในสถานการณ์ เชน่ shower, windy, heavy,
ต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง 4. Parts of Speech การทําคํานาม
4. สบื ค้นขอ้ มลู ในดา้ น Noun ใหเ้ ปน็ Adjective
ต่าง ๆ จาก Internet 5. Website ทีเ่ กย่ี วกับการพยากรณ์
อากาศ Role play เป็นผู้ประกาศข่าว
การพยากรณ์อากาศ

๔๕

พือ่ ชวี ติ และสงั คม รหัส พต 31001 จานวน ๕ หนว่ ยกิต
กษาตอนปลาย

น ภาษาต่างประเทศ ด้วยประโยคทซ่ี บั ซอ้ นมากขน้ึ ในชวี ิตประจําวนั และงานอาชีพของตน

คราะห์เน้ือหา จานวน รปู ผลการจดั การเรียนรู้
ชัว่ โมง ตนเอง
ปาน ยาก พบ เขา้ อบรม โครงงาน
กลาง กลมุ่ คา่ ย
 1

1
1

1

2

การวิเคราะหต์ ารางการจดั การเรยี นรู้ วิชา ภาษาองั กฤษเพ

ระดับมัธยมศกึ

มาตรฐานการเรยี นร้รู ะดบั

มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคตเิ กยี่ วกับ ภาษาท่าทาง การฟงั พูด อ่าน เขียน
ถูกต้องตามหลักภาษาวฒั นธรรม และกาลเทศะของเจา้ ของภาษา

หัวเรื่อง ตัวช้ีวดั เน้ือหา

Global 1. ศึกษาค้นควา้ ความรแู้ ละข้อมูล 1. บทความเกี่ยวกับภาวะโลกรอ้ น
Warming
จากสื่อต่าง ๆ (Global Warming) สาเหตุของภาวะ

2. สืบคน้ ขอ้ มลู ในดา้ นต่างๆ จาก โลกร้อนหรือผลกระทบของภาวะโลก

Internet รอ้ นจากหนังสือหรือหนังสือพิมพห์ รือ

3. เขา้ ใจและใชป้ ระโยคซับซ้อนใน Website ทีเ่ กยี่ วข้อง

สถานการณต์ ่าง ๆ 2. การอ่านออกเสียงคาํ ศัพท์ วลี

4. ใช้ Tense ท่ยี ุ่งยากและซับซ้อน สาํ นวน ที่เก่ยี วข้อง เชน่

5. แลกเปลยี่ นข้อมลู ขา่ วสารความรู้ temperature, increase, melt,

ท้ังอยา่ งเปน็ ทางการและไม่เป็น burn, earth, hot เปน็ ตน้

ทางการ 3. โครงสร้าง Passive Voice

Subj + V to be + V3
4. บทสนทนาที่เก่ียวกบั การป้องกัน

หรอื ลดภาวะโลกร้อน

5. Mind map แสดงเหตผุ ลและ

ผลกระทบของภาวะโลกร้อน

๔๖

พอ่ื ชวี ติ และสงั คม รหัส พต 31001 จานวน ๕ หนว่ ยกติ
กษาตอนปลาย

น ภาษาตา่ งประเทศ ดว้ ยประโยคทซ่ี บั ซ้อนมากข้นึ ในชีวิตประจําวัน และงานอาชีพของตน

วิเคราะห์เน้อื หา จานวน รูปผลการจดั การเรียนรู้
ช่วั โมง ตนเอง
ง่าย ปาน ยาก พบ เข้า อบรม โครงงาน
กลาง 2 กลมุ่ ค่าย



2

2


2


2


การวเิ คราะห์ตารางการจดั การเรียนรู้ วชิ า ภาษาองั กฤษเ

ระดับมัธยมศกึ

มาตรฐานการเรยี นรู้ระดับ

มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคตเิ กย่ี วกบั ภาษาท่าทาง การฟงั พดู อ
ของตน ถกู ต้องตามหลักภาษาวัฒนธรรม และกาลเทศะของเจ้าของภาษา

หวั เรื่อง ตัวชว้ี ดั เนอื้ หา

Urgently Wanted 1. ศกึ ษาค้นควา้ ความรู้ 1. โฆษณาตาํ แหน่งงาน (Job

และข้อมูลจากส่ือตา่ ง ๆ Advertisement)จากหนังสือ

2. สบื ค้นข้อมลู ในด้าน หนังสือพมิ พ์ หรือ Website

ตา่ งๆ จาก Internet เกยี่ วขอ้ ง

และ รับส่ง e-mail 2. คาํ ศัพท์ สาํ นวนวลีโครงสร้างที่

3. เข้าใจและใชป้ ระโยค เกีย่ วข้อง เชน่ qualification,

ซบั ซ้อนในสถานการณ์ salary, graduation, age, photo,

ตา่ ง ๆ apple เปน็ ตน้

4. การแลกเปล่ยี นขอ้ มูล 3. การเขยี นประวัติ (Resume)

ขา่ วสารความรู้ ทั้งอย่าง เพื่อสมัครงานการส่ง e-mail สมัคร

เปน็ ทางการ งาน

และไม่เป็นทางการ

๔๗

เพื่อชวี ติ และสังคม รหสั พต31001 จานวน ๕ หน่วยกิต
กษาตอนปลาย

อ่าน เขยี น ภาษาตา่ งประเทศ ดว้ ยประโยคท่ีซบั ซอ้ นมากขน้ึ ในชีวิตประจําวัน และงานอาชีพ

วิเคราะห์เนอื้ หา จานวน รูปผลการจัดการเรยี นรู้
ชว่ั โมง ตนเอง
งา่ ย ปาน ยาก พบ เขา้ อบรม โครงงาน
กลาง กลมุ่ ค่าย
 4

4

4

การวเิ คราะห์ตารางการจดั การเรยี นรู้ วิชา ภาษาองั กฤษเพ

ระดบั มัธยมศกึ

มาตรฐานการเรยี นรู้ระดับ

มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจตคติเก่ียวกบั ภาษาทา่ ทาง การฟงั พูด อ
ของตน ถูกต้องตามหลักภาษาวัฒนธรรม และกาลเทศะของเจ้าของภาษา

หวั เรอ่ื ง ตัวชวี้ ัด เนือ้ หา

ภาษาอังกฤษ 1. ใชค้ ําศัพทเ์ กยี่ วกบั การ 1. คําศัพท์เกี่ยวกับการใหบ้ ริการนวด

สาํ หรับ ใหบ้ รกิ ารนวดแผนไทยได้ถกู ต้อง แผนไทย เช่น massage, relax etc.

พนักงาน 2. ใช้สํานวนภาษาในการเชิญชวน 2. สาํ นวนภาษาการกลา่ วเชิญชวน

นวดแผนไทย นดั หมายลูกค้า และการใหข้ ้อมูล ลกู คา้ การนัดหมายลกู ค้า การให้

เกยี่ วกบั การนวดแผนไทย ขอ้ มลู เกย่ี วกบั การบริการนวดแผน

ไทย เชน่

Come this way to the

massage room. Please

straight out your foot.

Please check your

belongings before you

leave.

Would you like to return for

another massage later?

๔๘

พือ่ ชีวิตและสงั คม รหสั พต 31001 จานวน ๕ หนว่ ยกติ
กษาตอนปลาย

อ่าน เขยี น ภาษาต่างประเทศ ดว้ ยประโยคท่ีซับซอ้ นมากขน้ึ ในชีวิตประจําวัน และงานอาชีพ

วเิ คราะห์เนอ้ื หา จานวน รปู ผลการจัดการเรยี นรู้
ชว่ั โมง ตนเอง
ง่าย ปาน ยาก พบ เข้า อบรม โครงงาน
กลาง กลมุ่ คา่ ย
 6

6

การวเิ คราะหต์ ารางการจดั การเรยี นรู้ วชิ า ภาษาอังกฤษเพ

ระดบั มธั ยมศกึ

มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดบั

มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจตคติเกี่ยวกับ ภาษาท่าทาง การฟัง พูด อ
ของตน ถกู ต้องตามหลกั ภาษาวฒั นธรรม และกาลเทศะของเจ้าของภาษา

หัวเรื่อง ตัวชว้ี ดั เนือ้ หา

ภาษาองั กฤษ 1. ผ้เู รยี นสามารถใช้ถ้อยคํา 1. การโต้ตอบและชักชวนลกู คา้
สําหรับ
พนักงานขาย สํานวน และประโยคตอบโตใ้ นการ เข้าชมร้านขายของทรี่ ะลึก

บอกข้อมูล ความประสงค์ในการซื้อ 2. การฝึกสนทนาในสถานการณท์ ี่

สินคา้ ได้ ในสถานการณ์ดงั นี้ กาํ หนดและการฝึกเรียงลําดับ

1.1 การทักทาย เชิญชวนลกู ค้า ประโยค

1.2 เจรจาซ้อื ขายและต่อรองราคา 3. การต่อรองราคาสินค้าในรา้ นคา้

สนิ คา้ ได้ 4. การฝึกเรียงลาํ ดบั บทสนทนา

1.3 โตต้ อบในการซือ้ ขายตวั๋ 5. การจองต๋ัวรถโดยสาร รถไฟ

โดยสาร บอกจดุ หมายปลายทาง เครอ่ื งบนิ

สําหรับ รถโดยสาร รถไฟ และ 6. การฝกึ เรยี งลาํ ดับบทสนทนา

เครือ่ งบนิ ได้ 7. แบบทดสอบท้ายบท

1.4 มคี วามรูค้ วามเข้าใจและ

สามารถนาํ ความรเู้ กยี่ วกบั การ

เจรจาซ้อื ขายไปใชไ้ ด้ทุก

สถานการณ์

๔๙

พื่อชวี ิตและสังคม รหสั พต 31001 จานวน ๕ หน่วยกิต
กษาตอนปลาย

อ่าน เขียน ภาษาตา่ งประเทศ ดว้ ยประโยคทซี่ บั ซ้อนมากขึ้นในชวี ิตประจําวนั และงานอาชีพ

วเิ คราะห์เนื้อหา จานวน รูปผลการจดั การเรียนรู้
ชั่วโมง ตนเอง
งา่ ย ปาน ยาก พบ เขา้ อบรม โครงงาน
กลาง กลมุ่ คา่ ย
 2

2

2
2
1


 2
 1

50

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 (แผนการพบกลุ่ม)

กลุ่มสาระความรู้พื้นฐาน รายวชิ า ภาษาอังกฤษเพอ่ื ชีวติ และสังคม พต 31001 ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

แผนการจดั การเรียนร้เู รอื่ งที่ 1 การปฐมนิเทศนกั ศึกษา เวลา 4 ชว่ั โมง

สอนวันที่ ………เดือน ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรยี นที่ ......... ปกี ารศกึ ษา ................

มาตรฐานการเรยี นรู้ระดบั

ความร้เู กย่ี วกบั การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน

ตวั ชวี้ ดั

1. มีความรแู้ ละเข้าใจการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551

2. มคี วามรู้ความเข้าใจเกีย่ วกับวธิ เี รียน กศน. รูปแบบการเรยี นรู้ ตลอดจนการทํากิจกรรม กศน.

3. นกั ศึกษาสามารถปฏบิ ัติตนในการเรียน กศน. ได้

สาระการเรยี นรู้

1. โครงสร้างหลกั สตู ร

2. กิจกรรมพฒั นาคุณภาพชวี ิต (กพช.)

3. เกณฑ์การจบหลักสูตร

4. การจดั การเรยี นการสอน

คณุ ธรรม

1. เพื่อการพัฒนาการทํางาน

3. เพือ่ การพฒั นาการอยู่รว่ มกนั ในสงั คม

กระบวนการจัดการเรยี นรู้

ครูผูส้ อนใหค้ วามรู้ ความขา้ ใจโครงสร้างหลักสูตร กจิ กรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) เกณฑ์การจบ

หลักสตู ร การจดั การเรยี นการสอนการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551

ส่อื การเรยี นการสอน

- ตารางการพบกล่มุ

- คู่มือนักศึกษา

การวัดและประเมนิ ผล

- การเข้ารว่ มกิจกรรมของผู้เรียน

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา

พจิ ารณาแล้ว..........................................................................................................................................
......................................................................................................... ......................................................

ลงชอ่ื .....................................................
(นางสาวปรารถนา ชีโพธ์ิ)

ผูอ้ ํานวยการ กศน. อาํ เภอบางระจัน
วนั ท่ี ........... เดือน ................. พ.ศ. ...........

51

บนั ทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้

กจิ กรรมการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สภาพปญั หาท่ีพบ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
วิธีแก้ปัญหา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………

ลงชือ่ .........................................ครูผู้สอน
(..............................................)
ครู............................................

วันท.ี่ .........เดอื น..........................พ.ศ. ..................
ข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศึกษา
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงชอื่ ..........................................................
(นางสาวปรารถนา ชโี พธ์ิ)

ผ้อู ํานวยการ กศน. อาํ เภอบางระจนั
วันที่ ............ เดอื น ...................... พ.ศ. ..............

52

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 (แผนการพบกลุ่ม)

กลุ่มสาระความร้พู ้ืนฐาน รายวชิ า ภาษาองั กฤษเพอื่ ชีวติ และสังคม พต 31001 ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

แผนการจดั การเรียนรู้เร่ืองท่ี 2 Everyday English เวลา 12 ชว่ั โมง

สอนวนั ที่ ………เดอื น ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรียนที่ ............. ปีการศกึ ษา ...................

มาตรฐานการเรียนรู้

มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจตคติเก่ยี วกบั ภาษาทา่ ทาง การฟงั พดู อ่าน เขียน

ภาษาตา่ งประเทศ ดว้ ยประโยคทซี่ ับซ้อนมากขึ้นในชีวติ ประจําวนั และงานอาชีพของตน ถกู ต้องตามหลักภาษา

วฒั นธรรม และกาลเทศะของเจ้าของภาษา

ตวั ชว้ี ัด

ตคี วามหมายจากนาํ้ เสยี งของผู้อน่ื และรจู้ ักใช้น้าํ เสียงในการแสดงความรู้สึกระหว่างการสนทนา ได้แก่

ดีใจ เสียใจ พงึ พอใจ ไมพ่ ึงพอใจ ซาบซง้ึ ผดิ หวัง ปรารถนาดี ชื่นชมและเหน็ ใจ

สาระสาคญั

นา้ํ เสียงสําเนยี งเป็นการแสดงออกถงึ ความรูส้ ึกในการสนทนาผูเ้ รยี นต้องเรยี นรถู้ ึงการออกเสยี งต้นคํา

ท้ายคําการออกเสียงหนักเบาการออกเสยี งสูงตํ่าการออกเสียงเชื่อมโยงการใช้สํานวนแสดงความดีใจพอใจไม่

พอใจแสดงความปรารถนาดแี สดงความต้องการความชว่ ยเหลือรวมทัง้ การตอบรับปฏิเสธตามโอกาสและ

สถานที่ต่างๆซง่ึ ผูเ้ รยี นตอ้ งฝึกออกเสยี งใหถ้ ูกต้องตามเจ้าของภาษาเพอ่ื การสนทนาจะไม่ผดิ พลาด

จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. ผเู้ รียนออกเสยี งพยัญชนะคําการออกเสียงเช่อื มโยงการออกเสยี งหนกั เบาสูงต่ําได้

2. ผเู้ รียนใชน้ ้าํ เสียงในการแสดงความรสู้ กึ และตคี วามหมายจากน้ําเสยี งของผู้พูดได้

3. ผู้เรยี นสามารถพูดแสดงความปรารถนาในโอกาสต่างๆได้

สาระการเรียนรู้

การออกเสยี งพยญั ชนะคําการใชน้ ้าํ เสียงในภาษาอังกฤษการพดู แสดงความร้สู ึกและความปรารถนา

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. ใฝ่รใู้ ฝ่เรยี นศกึ ษาใบความรู้ จากแบบเรียน

2. มวี ินัย ทํางานตามทีค่ รูมอบหมายได้ทันเวลา

3. ขยนั มงุ่ ม่ันในการทํางานทําใบงาน ทาํ กจิ กรรมกลุ่ม

4. มคี วามสามัคคี มีน้ําใจ มคี วามรับผิดชอบ ชว่ ยเหลอื กันทํากจิ กรรมกลุ่ม

ชิ้นงาน/ภาระงาน

1. ใบงาน

2. รายงาน

กระบวนการจดั การเรียนรู้

ขั้นนาเข้าส่บู ทเรยี น

- ครพู ดู ถึงความจําเปน็ ของภาษาองั กฤษทมี่ ีในชวี ิตประจาํ วนั

ขนั้ สอน

- ครูให้ผู้เรียนศึกษาใบความรู้และรว่ มกนั อภิปรายเนอื้ หา

- ครมู อบหมายให้ผูเ้ รียนฝกึ ปฏิบัติดว้ ยการทาํ แบบฝกึ หัด

ขน้ั สรุป

ครูผู้สอนสรุปเนอื้ หาและเติมเต็มองค์ความรู้พร้อมมอบหมายงานให้ไปศกึ ษาดว้ ยตนเอง

เพ่ิมเติมและให้ผู้เรียนทํารายงานสง่ ในช่ัวโมงถัดไป

สื่อการเรยี นการสอน

1. ใบความรู้

2. หนงั สือแบบเรยี น

53

3. ใบงาน
การวดั ผลประเมนิ ผล

วิธกี ารวดั
1. สังเกตพฤติกรรมระหวา่ งการเรยี นรแู้ ละกระบวนการกลุ่ม
2. วัดความรจู้ ากการทาํ กจิ กรรมในใบงาน
เครือ่ งมือ
1. ใบงาน
เกณฑก์ ารวัดผลประเมินผล
1. ผเู้ รยี นมีผลคะแนนในการทดสอบไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 50
2. การมสี ่วนรว่ มในกจิ กรรมกลุ่ม
แหล่งการเรียนรู้/สบื ค้นขอ้ มูลเพม่ิ เติม
1. ห้องสมุดประชาชน
2. กศน.ตําบล
3. internet

54

บันทึกหลังการจัดการเรยี นรู้

กจิ กรรมการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สภาพปญั หาท่ีพบ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
วิธีแก้ปัญหา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………

ลงชอื่ .........................................ครูผู้สอน
(..............................................)
ครู............................................

วนั ท่.ี .........เดือน..........................พ.ศ. ..................
ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................. .................................
.................................................................................................. ............................................................................

ลงช่ือ..........................................................
(นางสาวปรารถนา ชโี พธิ์)

ผ้อู าํ นวยการ กศน. อาํ เภอบางระจัน
วันท่ี ............ เดอื น ...................... พ.ศ. ..............

55

ใบความรู้
การออกเสียงพยญั ชนะคา
เรื่องที่ 1 การออกเสยี งพยญั ชนะs z c h sh
a) การออกเสียง sz
การออกเสยี ง s และ z ในการออกเสยี ง s ท่เี ป็นพยญั ชนะตน้ คําจะออกเสียงเหมือนตวั สระทีก่ ารออก
เสียงตวั z จะออกเสียงเหมือน ซ แตจ่ ะตอ้ งออกเสยี งก้องมีการส่นั ของเสียง (Voice sound) โดยใชล้ นิ้ แตะที่
โคนฟนั และออกเสียงสอดแทรกออกมาดว้ ยเสยี งผึ้งบิน
b) การออกเสยี งsh ch
คําในภาษาองั กฤษทีค่ นไทยมีปัญหาในการออกเสยี งคาํ หนึ่งคอื คําทีม่ ีเสยี ง sh เช่น She, English และ
Shoes เปน็ ต้นโดยสว่ นใหญม่ ักจะออกเสียงเป็นเสียงตัว ช ชา้ งซ่งึ มคี วามใกลเ้ คยี งกบั เสยี ง ch มากกวา่ จะไม่
เปน็ ปัญหาถา้ หากวา่ คําน้นั มีคําเดียวในภาษาองั กฤษแต่ความจริงไม่ได้เปน็ เชน่ นั้นเพราะว่าคําในภาษาอังกฤษท่ี
ออกเสยี งเหมือนกันแตต่ า่ งกันที่เสยี ง sh และ ch มีอยูห่ ลายคาํ
ใบงานที่ 1หาความหมายของศพั ทแ์ ละฝึกออกเสียง

คา ความหมาย คา ความหมาย

Signal Zip

Silk Zinc

Skin Zebra

Slice Zero

Smooth Zigzag
Souvenir Zodiac
Special Zone
Standard Zoo

Steak Zoom
Suitcase Zeal

56

ใบงานที่ 2 หาความหมายของศพั ท์และฝกึ ออกเสียง
ใหน้ ักศึกษาหาความหมายของคําต่อไปนี้โดยใชพ้ จนานุกรมถา้ สามารถเขา้ ถึงอินเทอรเ์ น็ตไดล้ องเขา้ ไป

คน้ หาคาํ ทเี่ วบ็ ไซดท์ ่ีใหบ้ รกิ าร dictionary เชน่ www.merriam-webster.cm และฟงั การออกเสยี งของคํา
เป็นค่ๆู และสังเกตความแตกต่างพร้อมท้ังลองพดู ตามไปด้วย

คา ความหมาย คา ความหมาย
Ship Chip
Shin Chin

Cash Catch

Mash Match

Cash Catch

Shoe Chew

Shop Chop

Share Chair

ลองคดิ ดู
ถ้าหากต้องการพูดวา่ My shin hurts. แตอ่ อกเสยี งผดิ เป็น My chin hurts. ผู้ฟงั จะเข้าใจตรงกบั ทผ่ี ู้

พดู ต้องการหรือไม่การส่ือสารคร้ังน้ันประสบผลสําเร็จหรอื ไม่
การออกเสียง sh และ ch

เสียง sh ออกเสียงคลา้ ย ช ชา้ งแต่ต้องหอ่ ปากและพ่นลมตลอดค่อนข้างยาว
เสยี ง ch ออกเสยี งคล้าย ช ช้างมากกว่าเสยี ง sh มีการกักลมในปากกอ่ นออกเสยี งและเสียงพน่ ลมไมย่ าว
เหมอื นเสียง sh
ข้อสงั เกต

บางครงั้ เสยี ง sh หรือ ch อาจปรากฏในคาํ ศัพท์อน่ื ที่ไม่ปรากฏรูปพยญั ชนะ sh หรือ ch แตอ่ อกเสียง
เชน่ เดยี วกัน
ตวั อย่าง

ออกเสียง sh ออกเสียง ch
Mission (มชิ ชั่น) Nature (เนเชอร์)
Ocean (โอเชี่ยน) Measure (เมเชอร์)
Tissue (ทชิ ช)ู

57

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 3 (แผนการพบกลุ่ม)

กลมุ่ สาระความร้พู ื้นฐาน รายวชิ า ภาษาอังกฤษเพอ่ื ชีวิตและสังคม พต31001 ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

แผนการจัดการเรยี นรู้เร่ืองที่ 3 What should you do ? เวลา 12 ชัว่ โมง

สอนวนั ที่ ……….……เดือน …………………..พ.ศ. .......... ภาคเรยี นที่................. ปีการศึกษา .............

มาตรฐานการเรียนรู้

มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจตคติเก่ยี วกับ ภาษาทา่ ทาง การฟงั พดู อ่าน เขียน

ภาษาตา่ งประเทศ ดว้ ยประโยคทซี่ บั ซ้อนมากขึน้ ในชีวิตประจําวนั และงานอาชีพของตน ถกู ต้องตามหลักภาษา

วฒั นธรรม และกาลเทศะของเจา้ ของภาษา

ตัวช้ีวดั

อ่านและทาํ ตามคําแนะนําในการใช้คู่มือ ป้าย คาํ แนะนาํ วธิ กี ารปรงุ ขอ้ ควรระวงั และ ปา้ ยประกาศ

สาระสาคญั

การหาความหมายการค้นหาคําศัพทแ์ ละการออกเสียงการวเิ คราะห์การสงั เกตคําท่ีรากศัพทจ์ าก

พจนานกุ รมคําศัพท์ (Dictionary) การอา่ นการป้ายประกาศสญั ลักษณ์คําแนะนาํ คําเตือนต่างๆ

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. ผเู้ รยี นสามารถค้นหาความหมายคาํ ศัพท์จากพจนานกุ รมคําศัพท์ (Dictionary)ได้

2. ผเู้ รยี นสามารถวิเคราะหค์ ําศพั ทจ์ ากรากศัพทไ์ ด้

3. ผูเ้ รียนสามารถเขา้ ใจความหมายของป้ายประกาศสัญลักษณ์คําแนะนําและตาํ เตือนได้

สาระการเรยี นรู้

การใชพ้ จนานุกรมรากศพั ท์อุปสรรคปัจจยั สญั ลกั ษณแ์ ละป้ายประกาศ สลากยาและคูม่ ือการใช้

อปุ กรณ์

คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

1. ใฝร่ ู้ใฝ่เรียนศกึ ษาใบความรู้ จากแบบเรยี น

2. มีวนิ ยั ทาํ งานตามที่ครูมอบหมายไดท้ นั เวลา

3. ขยนั มงุ่ มั่นในการทาํ งานทาํ ใบงาน ทาํ กจิ กรรมกล่มุ

4. มคี วามสามัคคี มีน้าใจ มีความรบั ผิดชอบ ช่วยเหลอื กันทาํ กจิ กรรมกลมุ่

ชนิ้ งาน/ภาระงาน

1. ใบงาน

2. รายงาน

กระบวนการจัดการเรยี นรู้

ข้นั นาเข้าสบู่ ทเรยี น

- ครูพูดถงึ ปา้ ยสัญลักษณ์ภาษาองั กฤษที่พบเหน็ ในชวี ติ ประจําวนั

ข้ันสอน

- ครอู ธิบายเนื้อหาในหนังสือแบบเรียน

- ผูเ้ รียนศกึ ษาใบความรู้

- ครูมอบหมายให้ผเู้ รยี นฝกึ ปฏิบัติด้วยการทาํ แบบฝึกหัด

ข้ันสรุป
ครูผสู้ อนสรปุ เนอ้ื หาและเติมเต็มองค์ความรู้พร้อมมอบหมายงานใหไ้ ปศึกษาดว้ ยตนเองเพม่ิ เติม
สอื่ การเรียนการสอน

1. ใบความรู้
2. หนงั สือแบบเรียน
3. ตวั อยา่ งปา้ ย

58

4. ใบงาน
การวัดผลประเมนิ ผล

วิธีการวัด
1. สังเกตพฤติกรรมระหวา่ งการเรียนรแู้ ละกระบวนการกลุ่ม
2. วัดความรู้จากการทาํ กจิ กรรมในใบงาน

เคร่ืองมือ
1. ใบงาน

เกณฑ์การวัดผลประเมนิ ผล
1. ผเู้ รียนมผี ลคะแนนในการทดสอบไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 50
2. การมสี ่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม

แหล่งการเรียนร/ู้ สบื ค้นข้อมูลเพมิ่ เติม
1. หอ้ งสมุดประชาชน
2. กศน.ตําบล
3. internet

59

บนั ทึกหลังการจดั การเรยี นรู้

กจิ กรรมการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สภาพปญั หาท่ีพบ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
วิธีแก้ปัญหา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………

ลงชอื่ .........................................ครูผสู้ อน
(..............................................)
คร.ู ...........................................

วันท่.ี .........เดอื น..........................พ.ศ. ..................
ข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงชื่อ..........................................................
(นางสาวปรารถนา ชโี พธ์ิ)

ผูอ้ ํานวยการ กศน. อําเภอบางระจนั
วนั ที่ ............ เดอื น ...................... พ.ศ. ..............

60

ใบความรู้
เร่อื งท่ี 1 การใชพ้ จนานกุ รม (Dictionary)
พจนานกุ รมเป็นหนังสือทีจ่ ะช่วยใหผ้ ู้เรียนทราบความหมายของคําศัพทช์ ่วยผู้เรยี นในการตรวจสอบ
ตัวสะกดของคําศัพทภ์ าษาอังกฤษที่ไม่แน่ใจและพจนานุกรมยังแสดงการอ่านคาํ ที่ถกู ต้องดว้ ยดังนนั้ ผู้ที่เรียน
ภาษาอังกฤษทกุ คนควรฝึกการใช้พจนานกุ รมให้คลอ่ งเพ่ือการศกึ ษาคาํ ศัพท์ต่างๆให้เข้าใจคาํ ทบี่ รรจุอยู่ใน
พจนานกุ รมจะเรยี งตามลําดบั ตัวอกั ษรหากเปน็ พจนานกุ รมองั กฤษ – ไทยจะเรยี งคําจาก A – Z ถา้ เป็น
พจนานกุ รมไทย – องั กฤษจะเรียงคําศัพท์ตั้งแต่ ก – ฮ ผ้เู รยี นต้องทราบและจําได้ว่าตวั อักษรใดมาก่อนหรอื
หลงั ตวั อกั ษรอน่ื เพ่ือทจ่ี ะคน้ หาความหมายของศพั ทไ์ ดส้ ะดวกและรวดเร็วขึ้น
การหาความหมายของคาศัพท์ (Finding the meaning of the words)
1. เปดิ หาความหมายโดยเปิดเรยี งตามลาดับตัวอักษร A – Z
2. ผ้เู รียนอาจไมพ่ บรปู ของคาศพั ท์เหมอื นดังที่ปรากฏในหนังสอื ทกี่ ําลงั อ่านเพราะคาํ นั้นอาจอยู่ในรูป
ตา่ งๆเช่นเตมิ –ing -ed -s หรืออยู่ในการเปรยี บเทยี บข้ันกวา่ –er หรือขัน้ สงู สุด –est เป็นต้นดังน้ันผู้เรียน
จะตอ้ งเปดิ หาจากคําศัพทห์ ลักจงึ จะพบความหมายของคําศพั ท์ท่ีตอ้ งการ
ตวั อยา่ ง
watched มาจากคําว่า watch
funniest มาจากคําว่า funny
3. คาศัพท์หน่ึงคาอาจทาหน้าท่ีได้หลายอย่าง เชน่ kick เปน็ ได้ทัง้ คํากริยาและคํานามและใน
พจนานกุ รมบางเลม่ จะมตี ัวอยา่ งประโยคใหด้ ว้ ย
ตวั อย่าง
kick (คิค) vt. เตะ, ถบี , ตกี ลับ, เตะฟุตบอล -vi เตะ, ถบี , ตอ่ ต้าน, ตีกลบั –n. การเตะ, การเตะลูก
ออกนอกเสน้ , การไล่ออกจากงาน
king (คิง) n. กษัตรยิ ์, พระเจ้าแผน่ ดนิ , พระราชา, ประมุข –vt. ทาํ ให้เปน็ กษัตริย์ –adj. ที่สาํ คัญที่
เปน็ หลกั (-s. ruler, sovereign, monarch) –ex. The lion is the king of the jungle.
ผเู้ รยี นตอ้ งเข้าใจโครงสรา้ งของประโยคทีต่ ้องการค้นหาความหมายของคําศัพท์ดว้ ยจึงจะสามารถเลือกแปลได้
ถกู ต้องพจนานุกรมบางเลม่ จะใหค้ ําท่ีมีความหมายเหมอื นใกล้เคยี งกันหรือตรงขา้ มกนั ให้ด้วยเชน่ ตวั ยอ่ S. ใน
ท่นี คี้ อื synonym แปลว่าคาํ ที่มีความหมายเหมือนกัน
4. การให้ความหมายของคาศัพท์ในพจนานุกรม
คาํ ศัพท์หนึง่ คําอาจจะมีความหมายหลายอย่างพจนานุกรมจะให้ความหมายท้ังหมดและเรียง
ความหมายที่ใชค้ ้นโดยทัว่ ไปก่อนและตามความหมายทใี่ ชโ้ ดยเรยี งลงไป
ตวั อยา่ ง
alike / อะไลค / adj, adv. เหมือนกัน, คลา้ ยกนั , อยา่ งเดียวกนั
- alikeness n. –ex. These things are alike. They (both) behaved alike.
นอกจากน้นั จะสงั เกตเห็นวา่ พจนานุกรมยังให้ขอ้ มลู เกย่ี วกบั การอ่านและการเนน้ คํา (stress) โดยเฉพาะคาํ ที่
ทําหน้าทไ่ี ด้หลายอยา่ งและเขียนเหมอื นกนั แตอ่ ่านต่างกันเช่นคําวา่ present เปน็ ได้ทัง้ คําคณุ ศัพท์คาํ นามและ
คาํ กรยิ าจะมีการออกเสียงหนักเบาตา่ งกนั ได้สงั เกตการใช้เครอื่ งหมาย ′ บนเสยี งอา่ น

ตวั อย่าง
present (เพรซ′เซนิ ท) adj. มอี ยู่, ปรากฏอยู่, ปัจจุบนั , เดย๋ี วน้ี –n. เวลาปจั จบุ นั , ขณะนี้, ของขวัญ
present (พรเี ซนท′ ) vt. เสนอ, ให้, ยนื , มอง, แสดงใหเ้ ห็น, แนะนาํ , นําตวั (-s. introduce) –ex.

Mary presented her friend to the teacher.

61

ใหผ้ ู้เรยี นสังเกตการณ์ออกเสียงหนกั เบา (stress) ของคาํ ศัพทห์ ากเปน็ คาํ นามและคุณศัพท์จะลงเสยี ง
หนกั ท่ีพยางค์หน้าแต่หากเป็นคํากริยาจะลงเสยี งหนกั ที่พยางค์หลงั หากออกเสียงผิดก็จะทําให้ความหมาย
เปลี่ยนไปดว้ ย

5. พจนานุกรมบางเล่มจะอธิบายถึงโครงสร้างการใช้คําศัพท์คํานัน้ ด้วยและหากเป็นคํากรยิ าก็จะแสดง
ให้เหน็ ถึงการเขยี นในรปู ชอ่ ง 2 และชอ่ ง 3 ดว้ ย
ตวั อย่าง

give / giv / verbs (pt gave; pp given)
1. [T] give sb sth; give sth to sb ใหส้ ง่ิ ทผ่ี ู้นน้ั ต้องการ:
I gave Jackic a book for her birthday. * Give me that book
a minute – I just want to check something. *I gave my bag to my friend to look after.
ตวั อย่าง
Sit / sit / verb (pt, pp sat) 1. [I] นัง่ : We sat in the garden all afternoon.
Idioms sit on the fence เหยยี บเรอื สองแคม
ขอ้ สังเกต
• คําที่อยใู่ นเคร่อื งหมาย / / เป็นคาํ อา่ นของคําศัพท์ขา้ งหน้าซึ่งในพจนานุกรมบางฉบับจะมเี สยี งอ่าน
เทียบเคียงให้ศกึ ษาหากเป็นภาษาไทยคาํ อา่ นจะอยู่ใน ( )
• คํายอ่ ในเครื่องหมาย [ ]
[ I ] = กรยิ าท่ีไมต่ อ้ งมีกรรมมารับ (intransitive verb)
[ T ] = กรยิ าท่ตี อ้ งมกี รรมมารบั (transitive verb)

ใบงาน 1 62

1. Sort the following words alphabetically as in a dictionary. democracy
law
bill meaning extra glass responsibility

carport glad egg media

early soil boy gloom

1 6 11
2 7 12
3 8 13
4 9 14
5 10 15

ใบงาน 2
2. Write the meaning of the underlined words.

There are some people who seem to be more creative than others. This is because
they enjoy and value creativity. As a result they spend more time trying to be
creative.They build up confidence in their creative abilities. Doing this makes them more
creative. It is a positivefeedback system. Some people seem more curiousthan others.
Some people seem to enjoy creativity and new ideas more than others.

1. ………………………………………………………………………………….………………………………………………….
2. ……………………………………………………………….……..……………………………………………………………..
3. ……………………………………………………………….………………………………………………………………………
4. …………………………………………………………….…………………………………………………………………………
5. ………………………………………………………….……………………………………………………………………………
6. ………………….…………………………………….…..…………………………………………………………………………
7. ………………………………………………………..……..………………………………………………………………………
8. ……………….……………..……………………..……..………………………………………………………………………

63

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 4 (แผนการพบกลุ่ม)

กลุ่มสาระความร้พู ืน้ ฐาน รายวิชา ภาษาองั กฤษเพื่อชีวติ และสังคม พต 31001 ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

แผนการจดั การเรยี นรู้เรอ่ื งที่ 4 Hello, could you tell me..........? เวลา 12 ช่วั โมง

สอนวนั ที่ ………เดือน ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563

มาตรฐานการเรยี นรู้

มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคตเิ ก่ียวกบั ภาษาทา่ ทาง การฟงั พดู อ่าน เขียน

ภาษาตา่ งประเทศ ดว้ ยประโยคท่ีซบั ซ้อนมากขนึ้ ในชวี ิตประจาํ วัน และงานอาชีพของตน ถูกต้องตามหลักภาษา

วัฒนธรรม และกาลเทศะของเจา้ ของภาษา

ตัวชว้ี ดั

ตดิ ตอ่ สอื่ สารทางโทรศัพท์ไดค้ ลอ่ งแคลว่

สาระสาคญั

ปัจจบุ ันการตดิ ต่อส่ือสารทางโทรศพั ท์มกี ารใช้กันอย่างกวา้ งขวางดังนั้นมารยาทการใช้โทรศพั ท์ในการ

ติดตอ่ กับเพื่อนญาติหรือสอบถามข้อมลู จาํ เป็นต้องใช้สาํ นวนภาษาทเี่ หมาะสมถูกต้องจะประสบความสําเรจ็

ตามเป้าหมายของการส่อื สารในเรือ่ งที่ตอ้ งการ

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. ใช้สํานวนภาษาทเี่ หมาะสมในการพูดโตต้ อบทางโทรศัพท์กับเพื่อนญาติพีน่ ้องและผู้คุ้นเคยได้

2. ใชโ้ ทรศัพท์ในการสอบถามข้อมลู ตา่ งๆได้

3. ใช้โทรศัพท์ในการสอบถามหรือใหข้ ้อมูลที่เกี่ยวกับงานอาชีพได้

สาระการเรียนรู้

1. การติดต่อทางโทรศัพท์กับผู้ทค่ี ุน้ เคยรู้จกั วิธีการพดู โตต้ อบทางโทรศัพท์กับเพ่ือนญาติ พ่ีนอ้ งและผทู้ ่ี

คุ้นเคยในเรื่องต่าง ๆ โดยใช้สํานวนและภาษาท่เี หมาะสม

2. การตดิ ต่อทางโทรศพั ทเ์ พ่ือสอบถามข้อมลู ตา่ ง ๆการใช้สาํ นวนภาษาทใี่ ช้พูดทางโทรศพั ท์เพื่อ

สอบถามขอ้ มูลต่าง ๆ ทีต่ ้องการทราบโดยใช้ รูปประโยคขอรอ้ ง /ขอรอ้ งอย่างสภุ าพ (request, polite,

request) ประโยค direct/ indirect speech ประโยคคาํ ถามลักษณะตา่ ง ๆประโยคแสดงความคดิ เห็นและการ

ขอบคุณเช่น การสอบถามเสน้ ทางการเดนิ ทางไปที่ตา่ ง ๆ สอบถามตารางรถไฟ เคร่อื งบนิ สอบถามข้อมลู ด้าน

การคุ้มครองผบู้ รโิ ภค/ สุขภาพอนามยั /พยากรณ์อากาศ เป็นตน้

3. การตดิ ต่อทางโทรศพั ท์เพื่อการประกอบอาชีพวธิ ีการพูดโต้ตอบทางโทรศพั ท์ เพื่อถามใหข้ ้อมูล

เกีย่ วกับการประกอบอาชีพ โดยใช้สํานวนและภาษาท่เี หมาะสมในการสอบถามข้อมลู เกี่ยวการสมัครงาน การ

ซอ้ื -ขายสินคา้ การใหข้ ้อมูลเก่ียวกบั คณุ ภาพและราคาของสินคา้ การสง่ เสรมิ การขาย การต่อรองราคา การรับ

และสง่ ของตัวอย่างประโยคท่ีใช้

คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ใฝ่ร้ใู ฝ่เรยี น ศึกษาใบความรู้ จากแบบเรยี น

2. มวี ินัย ทาํ งานตามท่คี รูมอบหมายไดท้ ันเวลา

3. ขยนั ม่งุ ม่นั ในการทํางานทําใบงาน ทํากิจกรรมกลุ่ม

4. มีความสามัคคี มนี ํ้าใจ มคี วามรบั ผดิ ชอบ ชว่ ยเหลือกนั ทํากิจกรรมกล่มุ

ช้นิ งาน/ภาระงาน
1. ใบงาน
2. รายงาน

กระบวนการจดั การเรียนรู้
ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรยี น
- ครพู ูดถงึ ความจําเป็นในการสนทนาโต้ตอบทางโทรศพั ทใ์ นชวี ติ ประจาํ วัน

64

ขัน้ สอน
-ครูและผูเ้ รยี นร่วมกนั อภิปรายเนือ้ หาในหนังสือแบบเรยี น
- ผ้เู รยี นศึกษาใบความรู้
- ครมู อบหมายใหผ้ ูเ้ รียนฝึกปฏบิ ัติด้วยการทาํ แบบฝกึ หัด

ขั้นสรปุ
ครผู ้สู อนสรปุ เน้ือหาและเติมเต็มองค์ความรู้พรอ้ มมอบหมายงานใหไ้ ปศกึ ษาด้วยตนเอง

เพมิ่ เติม
ส่อื การเรยี นการสอน

1. ใบความรู้
2. หนังสือแบบเรยี น
3. ใบงาน
การวดั ผลประเมนิ ผล
วิธกี ารวดั
1. สังเกตพฤติกรรมระหว่างการเรยี นรู้และกระบวนการกลุ่ม
2. วัดความรู้จากการทาํ กจิ กรรมในใบงาน
เครือ่ งมือ
1. ใบงาน
เกณฑก์ ารวดั ผลประเมนิ ผล
1. ผเู้ รียนมผี ลคะแนนในการทดสอบไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ 50
2. การมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลมุ่
แหล่งการเรยี นร้/ู สืบคน้ ข้อมูลเพ่มิ เตมิ
1. หอ้ งสมดุ ประชาชน
2. กศน.ตาํ บล
3. internet

65

บันทึกหลังการจัดการเรยี นรู้

กจิ กรรมการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สภาพปญั หาที่พบ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
วธิ ีแก้ปญั หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………

ลงช่อื .........................................ครูผ้สู อน
(..............................................)
ครู............................................

วันท.่ี .........เดือน..........................พ.ศ. ..................
ขอ้ เสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงชือ่ ..........................................................
(นางสาวปรารถนา ชโี พธ์ิ)

ผ้อู ํานวยการ กศน. อาํ เภอบางระจัน
วนั ท่ี ............ เดือน ...................... พ.ศ. .............

66

ใบความรู้

การติดต่อโทรศพั ทก์ ับผ้คู นุ้ เคย

ในการโทรศัพท์มีทัง้ สถานการณ์ท่ีโทรไปหาผูท้ ่ีคุ้นเคยติดตอ่ ธุระส่วนตวั และสถานการณ์ที่เป็นทางการ

เชน่ การติดต่อการงานเชน่ การติดต่อธุรกิจการจองห้องพัก/ตว๋ั โดยสารภาษาทใ่ี ชใ้ นสถานการณ์ทไ่ี มเ่ ปน็ ทางการ

ย่อมแตกตา่ งจากสถานการณ์ทีเ่ ปน็ ทางการ

การโทรศัพทถ์ ึงผทู้ ่ีคุ้นเคย : จะใช้ภาษาแบบกันเองทไี่ ม่เปน็ ทางการหรอื ภาษาท่ีเป็นกันเอง

(informal) ในการโต้ตอบระหว่างผเู้ รยี กเข้า (caller) กับผู้รบั สาย (receptionist)

ตัวอยา่ งประโยค คาอธิบายภาษา

Hello. Introduction:

Good morning 02 2819090 ใชส้ าํ หรบั ผรู้ ับ (receptionist)

Can I speak to Jane, please? Asking for sentence

May I speak to Jane, please? ผเู้ รียกสาย (caller) ใชข้ อพดู กบั ผู้พดู ปลายทาง

Is Jane home?

Is Jane there?

O.K. ใช้เมอ่ื ผูท้ ผี่ ูเ้ รียกต้องการจะพูดด้วยอยู่

Just a moment, please.

He/she is out. When someone is not available: ใช้เมื่อผทู้ ่ี

Sorry, he/she’s not here right now. ผูเ้ รยี กตอ้ งการพูดดว้ ยหากตน้ ทางไมอ่ ยู่

May I ask who’s call up, please? ใช้เมอ่ื ถามช่อื ผเู้ รียกตน้ ทาง

It’s Jane. ใช้เมอ่ื ผูท้ ่ตี น้ ทาง (Caller ) ตอ้ งการพูดด้วยรับสาย

Jane is speaking. เอง

Would you like to leave a message? ใช้เมือ่ ผรู้ บั สาย(receptionist)เสนอวา่ ต้องการฝาก

ข้อความหรือไม่

Could I leave a message? ใช้เมอ่ื ผเู้ รียกเขา้ ต้องการฝากข้อความไว้

Please tell Jane that Susan called. ใช้เมื่อต้องการฝากข้อความให้โทรออก

Please tell Jane to call me at 3 p.m. today

Please tell Jane to call me at 02 –

2822222

Is Steve there?
ศึกษาบทสนทนาทางโทรศัพท์ต่อไปนี้ซึง่ เปน็ การสนทนาระหวา่ ง Jane และ Greg สถานที่คือบ้านของ

John เมื่อมีเสียงโทรศัพทด์ ังขึ้น John ไปรับสายพบวา่ มีผ้โู ทรมาหา Steve ซงึ่ ขณะนนั้ ไม่อยบู่ า้ นจะกลับมา
ประมาณตอนเย็นประมาณ 5 โมงคร่ึงดงั น้ัน John จงึ ถามช่อื คนโทรศัพทแ์ ละจะบอก Steve ใหท้ ราบวา่ Greg
โทรมาหา

Rrrrrrrr……
John : Hello.
Greg : Hello. Is Steve there?
John : I’m sorry. He’s not here right now.
Greg : What time will he be back?
John : Around five thirty.
Greg : This afternoon?

67

John : Yes. May I ask who’s calling?
Greg : This is his friend, Greg.
John : Okay. I’ll tell him you called.
Greg : Thanks.
สานวนท่ีนา่ สนใจ
I’m sorry. He’s not here right now.
การบอกว่าผู้ท่ีต้องการพดู ดว้ ยไม่อยู่แทนทจ่ี ะบอกเฉยๆวา่ He’s not here right now. เราควรพดู คาํ วา่ I’m
sorry. เริ่มตน้ ด้วยทําใหฟ้ ังดูดีขึน้ ไมห่ ้วนและแสดงความร้สู ึกเหน็ ใจผู้พดู ท่ตี อ้ งผดิ หวงั ไม่พบคนท่ีตอ้ งการพูดดว้ ย
Around five thirty.
คําวา่ around เป็นการกะโดยประมาณอาจจะใช้คาํ วา่ about แทนกไ็ ด้แตค่ ําวา่ around คอ่ นขา้ งเปน็ ภาษา
พดู
May I ask who’s calling?
ถ้าต้องการถามชือ่ คนโทรนีเ่ ป็นคําพูดที่ควรใชน้ อกจากน้ีอาจจะถามอีกอยา่ งวา่
May I tell him/her who’s calling? ก็ไดเ้ ป็นการถามโดยออ้ มๆว่าจะใหบ้ อกว่าใครโทรมา

May I tell him/her who’s calling?
Can I
Could I (สภุ าพมาก)

This is his friend, Greg.
การบอกชอ่ื แทนทีจ่ ะบอกช่ือเฉยๆวา่ This is Greg. กม็ ีคํามาขยายวา่ เป็นเพื่อนอยา่ งน้ีดูดีกวา่ บอกช่ือเฉยๆ


Click to View FlipBook Version