68
ใบงาน
1. Is Steve there?
นาคาและสานวนในบทสนทนามาเติมลงในช่องว่างตอ่ ไปน้ี
Use the words or phrases in the dialogue to fill in the blanks.
John : Hello.
Greg : Hello. Is Suzan there?
John : I’m sorry, She’s not …………(1)……….. right now.
Greg : What time will ……….(2)………?
John : Around six thirty.
Greg : This afternoon?
John : Yes. May I ask ………..(3)……….?
Greg : This is her friend, Greg.
John : Okay. I’ll tell her you ……….(4)………. .
Greg : Thanks.
2. Fill in the blanks
John : Hello.
Greg : Hello. ……….(1)..…..….?
John : ……..….(2)…….…. He’s not here right now.
Greg : ……..….(3)……….. will he be back?
John : Around ………(4)………..
Greg : This afternoon?
John : Yes. May I ask …………(5)………….?
Greg : This is ……………(6)………………..
John : Okay. I’ll tell him ………(7)…………
Greg : Thanks.
69
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 5 (แผนการพบกลุ่ม)
กล่มุ สาระความรูพ้ ืน้ ฐาน รายวชิ า ภาษาองั กฤษเพอ่ื ชีวิตและสังคม พต31001 ชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย
แผนการจดั การเรยี นรเู้ รื่องท่ี 5 Cultural Difference เวลา 6 ชวั่ โมง
สอนวันที่ ………เดอื น ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรียนท่ี …...... ปกี ารศกึ ษา ……….
มาตรฐานการเรียนรู้
มคี วามรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคตเิ กยี่ วกับ ภาษาทา่ ทาง การฟงั พูด อ่าน เขยี น
ภาษาต่างประเทศ ด้วยประโยคท่ซี ับซ้อนมากขน้ึ ในชีวิตประจําวนั และงานอาชีพของตน ถูกต้องตามหลักภาษา
วัฒนธรรม และกาลเทศะของเจ้าของภาษา
ตวั ช้ีวัด
1. ปฏบิ ตั ติ นตามมารยาทวัฒนธรรมและประเพณีต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง
2. เปรียบเทยี บความแตกตา่ งระหวา่ งวัฒนธรรมอังกฤษกับวฒั นธรรมไทย
สาระสาคัญ
การเข้าใจวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาเปน็ เรื่องจาํ เปน็ สําหรับสภาวะในปจั จบุ นั ของยุคโลกาภวิ ตั นท์ ่มี ี
การตดิ ต่อสื่อสารอย่างสะดวกและรวดเร็วนักศกึ ษาจาํ เป็นต้องศึกษาคาํ ศัพท์สาํ นวนโครงสรา้ งภาษาและ
วัฒนธรรมทีถ่ กู ตอ้ งและเหมาะสมกับเจ้าของภาษาและสามารถแสดงความคดิ เห็นต่อวฒั นธรรมความเป็นอยู่
ของเจ้าของภาษาได้
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เข้าใจความแตกตา่ งทางวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
2. ใชค้ าํ ศัพทแ์ ละโครงสร้างภาษาทถี่ ูกต้องเหมาะสมกบั วัฒนธรรมของเจ้าของภาษาได้
3. เปรียบเทยี บสาํ นวนไทยกับภาษาอังกฤษได้
สาระการเรียนรู้
1. การตดิ ต่อทางโทรศพั ท์กบั ผู้ที่คุ้นเคยรจู้ ักวธิ กี ารพูดโต้ตอบทางโทรศัพทก์ ับเพื่อนญาติ พ่นี ้องและผทู้ ี่
คนุ้ เคยในเร่ืองต่าง ๆ โดยใชส้ ํานวนและภาษาทเี่ หมาะสม
2. การตดิ ต่อทางโทรศัพทเ์ พื่อสอบถามข้อมลู ตา่ ง ๆการใช้สํานวนภาษาทใ่ี ช้พดู ทางโทรศพั ท์เพื่อ
สอบถามข้อมูลต่าง ๆ ที่ต้องการทราบโดยใช้ รปู ประโยคขอร้อง /ขอรอ้ งอย่างสุภาพ (request, polite,
request) ประโยค direct/ indirect speech ประโยคคําถามลกั ษณะตา่ ง ๆประโยคแสดงความคดิ เห็นและการ
ขอบคุณ เช่น การสอบถามเส้นทางการเดินทางไปที่ตา่ ง ๆ สอบถามตารางรถไฟ เคร่ืองบิน สอบถามขอ้ มลู ด้าน
การคุม้ ครองผู้บริโภค/ สขุ ภาพอนามัย/พยากรณ์อากาศ เป็นต้น
3. การตดิ ต่อทางโทรศพั ทเ์ พื่อการประกอบอาชีพวิธกี ารพูดโตต้ อบทางโทรศัพท์ เพื่อถามให้ข้อมลู
เก่ยี วกับการประกอบอาชพี โดยใช้สํานวนและภาษาที่เหมาะสมในการสอบถามข้อมลู เกี่ยวการสมคั รงาน การ
ซอ้ื -ขายสินคา้ การให้ข้อมลู เก่ียวกับคณุ ภาพและราคาของสินค้า การส่งเสรมิ การขาย การต่อรองราคา การรบั
และส่งของตัวอย่างประโยคที่ใช้
70
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. ใฝร่ ู้ใฝเ่ รยี น ศกึ ษาใบความรู้ จากแบบเรียน
2. มีวนิ ยั ทํางานตามที่ครูมอบหมายไดท้ นั เวลา
3. ขยนั มุ่งมัน่ ในการทํางานทําใบงาน ทํากจิ กรรมกลมุ่
4. มคี วามสามัคคี มนี ํ้าใจ มีความรบั ผดิ ชอบ ช่วยเหลือกันทาํ กจิ กรรมกล่มุ
ชนิ้ งาน/ภาระงาน
1. ใบงาน
2. รายงาน
กระบวนการจดั การเรียนรู้
ข้นั นาเขา้ สูบ่ ทเรยี น
- ครพู ดู ถึงความจําเป็นในการสนทนาโต้ตอบทางโทรศพั ท์ในชีวิตประจาํ วัน
ขน้ั สอน
-ครูและผเู้ รยี นร่วมกันอภิปรายเนือ้ หาในหนงั สือแบบเรียน
- ผเู้ รียนศึกษาใบความรู้
- ครูมอบหมายให้ผ้เู รยี นฝึกปฏิบัติดว้ ยการทาํ แบบฝกึ หดั
ข้นั สรปุ
ครผู ูส้ อนสรุปเน้อื หาและเติมเตม็ องค์ความรู้พรอ้ มมอบหมายงานให้ไปศกึ ษาด้วยตนเอง
เพิ่มเติม
ส่อื การเรียนการสอน
1. ใบความรู้
2. หนงั สอื แบบเรยี น
3. ใบงาน
การวัดผลประเมนิ ผล
วิธกี ารวัด
1. สงั เกตพฤติกรรมระหว่างการเรยี นรู้และกระบวนการกลุ่ม
2. วัดความรู้จากการทาํ กจิ กรรมในใบงาน
เครือ่ งมือ
1. ใบงาน
เกณฑก์ ารวดั ผลประเมินผล
1. ผู้เรยี นมีผลคะแนนในการทดสอบไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 50
2. การมีส่วนร่วมในกจิ กรรมกลุ่ม
แหล่งการเรยี นร/ู้ สบื ค้นขอ้ มูลเพ่ิมเตมิ
1. หอ้ งสมุดประชาชน
2. กศน.ตําบล
3. internet
71
บันทกึ หลังการจัดการเรยี นรู้
กจิ กรรมการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สภาพปญั หาท่ีพบ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
วิธีแก้ปัญหา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………
ลงชอ่ื .........................................ครผู ้สู อน
(..............................................)
ครู............................................
วันท่.ี .........เดือน..........................พ.ศ. ..................
ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ..........................................................
(นางสาวปรารถนา ชโี พธิ์)
ผ้อู ํานวยการ กศน. อําเภอบางระจนั
วันที่ ............ เดือน ...................... พ.ศ. ..............
72
ใบงาน
1. การใชภ้ าษาในการสอื่ สารไดเ้ หมาะสมตามมารยาททางสงั คมและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
การใชน้ ํา้ เสยี งและภาษาท่าทางได้อย่างเหมาะสมกับบุคคลสถานท่แี ละโอกาสเชน่ การสัมผสั มอื การโบกมอื การ
แสดงสหี น้าการแสดงความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆการแตง่ กายการรบั ประทานอาหารการร่วมงานเลี้ยงและ
กจิ กรรมทางสังคม เช่น Blow a kiss. การส่งจบู
Give me a big hug กอดฉันแน่นๆชาวตะวันตกมกั จะกอดกนั ในตอนเช้ากอ่ นออกไปทํางานกอด
เมื่อพบเจอหนา้ กันจากลาแสดงความยนิ ดใี นวนั เกิดวันทไี่ ด้เลอ่ื นตาํ แหนง่ วนั แตง่ งานและอนื่ ๆกอดเมื่อต้องการ
ใหก้ ําลงั ใจ (อาจจะมตี บหลงั เบาๆดว้ ย)
http://www.gtoknow.org/blog/english101/271915
Check hand การทกั ทายนับเป็นก้าวแรกของการเปิดประตูสูก่ ารสร้างสมั พันธอ์ นั ดีเมื่อเราตอ้ งปฏิสัมพันธก์ บั
ชาวตา่ งชาตกิ ารทักทายตามวัฒนธรรมของเขาจะสร้างความประทบั ใจไดเ้ ปน็ อยา่ งดีเช่นการทกั ทายดว้ ยการจบั
มือการจบั มอื โดยมารยาททวั่ ไปใหใ้ ชม้ อื ขวาจับมอื ขวาของอีกฝ่ายแลว้ เขย่าขึน้ ลงเบาๆเพียง 1 - 2 ครัง้ ด้วยสี
หนา้ ยมิ้ แย้ม
http://www.taa.or.th/index.php?components=articles&id_articles_main=13
การแนะนําตนเองเช่น May I introduce myself? Let me introduce myself,………………..
การแสดงความยนิ ดีเช่น Congratulations on ………………………….
การแสดงความเสียใจเชน่ I’m sorry for ……………………………..
การขอความช่วยเหลือเชน่ Would you please ………..…… Can you help me……..………..
2. ความเชอื่ ขนบธรรมเนยี มประเพณีของเจา้ ของภาษา
ผูเ้ รยี นจะไดเ้ รยี นร้ถู ึงเรื่องราวตา่ งๆที่เก่ียวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างวฒั นธรรมและภาษาขอให้
ผ้เู รยี นตั้งใจศกึ ษาและทําความเขา้ ใจอย่างละเอียดและทาํ กิจกรรมตามท่กี าํ หนด
“Cultural Diffences”
Travelling to all corners of the word gets easier and easier. We live in a global community,
we should learn their cultural differences. Here are some tips for travelers :
- In Spain : Woman always kiss on both cheeks. (สตรมี ักจะจูบแก้มกนั ท้ัง 2 ข้าง)
- Chinese children : children never call adults by their first name.
(เดก็ จะไม่เรียกผ้ใู หญโ่ ดยใชช้ ื่อแรกของผใู้ หญ่))
- in Canada and the U.S.A. : You do not arrive early if you’re invited to
someone’s house. (ไม่ไปงานท่ไี ดร้ ับเชิญกอ่ นเวลา)
In Indonesia : You never point to anything with your feet. (ไม่ใชเ้ ทา้ ช้ีสง่ิ ตา่ งๆ )
- The Korean do not pass something to another person or superior with only one hand.
(ไม่สง่ สิ่งของใหผ้ ้อู ืน่ หรือผูท้ เ่ี หนอื กวา่ ดว้ ยมือข้างเดียว)
- Muslim Countries : Don’t eat with your left hand.
(ไมร่ บั ประทานอาหารดว้ ยมือซา้ ย)
- In France : You should not sit down in a café until you have shaken hands with
everyone you you know . (ไม่น่ังจนกวา่ จะได้ทาํ การทักทายกนั ก่อน)
- In Thailand : you should not touch anyone on the head, except a child.
(ไม่สัมผสั ศีรษะผ้อู ืน่ ยกเวน้ เดก็ )
- The Japanese people do not emphasize eye contact.
(ชาวญ่ปี นุ่ ไม่ให้ความสําคัญกบั การสือ่ สารทางสายตา)
73
คาศพั ท์ทคี่ วรรู้ (Word Studies)
คาศพั ท์ หนา้ ทข่ี องคา ความหมาย
difference n. ความแตกต่าง
country
culture n. ประเทศ
travelling
invite n. วฒั นธรรม
arrive
touch n. การเดินทาง
kiss
cheek v. เช้ือเชญิ
superior
except v. มาถึง
v. แตะ. สัมผัส
v. จบู
n. แกม้
n. ผู้ที่อาวุโสกว่า
v. นอกเหนือจาก, ยกเวน้
74
ใบงาน
1. จงโยงเส้นจบั ค่คู าํ ศัพท์กบั ความหมายให้ถูกต้อง
difference การเดนิ ทาง
country ผู้ท่ีอาวโุ สกวา่
culture เชอ้ื เชญิ
travelling ประเทศ
invite จบู
arrive วัฒนธรรม
touch แก้ม
kiss แตะ. สัมผสั
cheek ความแตกต่าง
superior มาถึง
75
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 6 (แผนการเรยี นร้ดู ้วยตนเอง)
กลมุ่ สาระความร้พู น้ื ฐาน รายวชิ า ภาษาอังกฤษเพอ่ื ชวี ติ และสังคม พต 31001 ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
แผนการจัดการเรยี นรเู้ รื่องที่ 6 Cultural Difference เวลา 6 ชว่ั โมง
สอนวันท่ี ………เดอื น ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรยี นที่ …... ปีการศึกษา ……….
มาตรฐานการเรียนรู้
มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคตเิ กี่ยวกบั ภาษาทา่ ทาง การฟัง พูด อ่าน เขียน
ภาษาต่างประเทศ ด้วยประโยคท่ซี ับซ้อนมากข้ึนในชีวติ ประจําวัน และงานอาชีพของตน ถกู ต้องตามหลักภาษา
วฒั นธรรม และกาลเทศะของเจ้าของภาษา
ตัวช้ีวัด
1. ปฏิบัติตนตามมารยาทวัฒนธรรมและประเพณตี ่าง ๆ ไดอ้ ย่างถูกต้อง
2. เปรียบเทยี บความแตกต่างระหวา่ งวัฒนธรรมอังกฤษกบั วัฒนธรรมไทย
สาระสาคัญ
การเขา้ ใจวฒั นธรรมของเจ้าของภาษาเป็นเร่ืองจําเปน็ สาํ หรับสภาวะในปัจจุบนั ของยุคโลกาภวิ ัตน์ที่มี
การติดต่อส่อื สารอย่างสะดวกและรวดเรว็ นักศึกษาจาํ เป็นต้องศึกษาคาํ ศัพท์สาํ นวนโครงสรา้ งภาษาและ
วฒั นธรรมทีถ่ ูกต้องและเหมาะสมกับเจา้ ของภาษาและสามารถแสดงความคดิ เหน็ ต่อวัฒนธรรมความเปน็ อยู่
ของเจา้ ของภาษาได้
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. เข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
2. ใชค้ าํ ศัพท์และโครงสร้างภาษาทีถ่ ูกต้องเหมาะสมกบั วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษาได้
3. เปรียบเทียบสาํ นวนไทยกับภาษาองั กฤษได้
สาระการเรียนรู้
1. การตดิ ต่อทางโทรศพั ทก์ ับผู้ทค่ี ้นุ เคยรู้จกั วธิ กี ารพูดโต้ตอบทางโทรศัพทก์ ับเพื่อนญาติ พี่น้องและผ้ทู ี่
คุน้ เคยในเรื่องตา่ ง ๆ โดยใชส้ ํานวนและภาษาท่เี หมาะสม
2. การติดต่อทางโทรศพั ทเ์ พื่อสอบถามข้อมูลต่าง ๆการใช้สาํ นวนภาษาท่ใี ชพ้ ูดทางโทรศัพท์เพ่ือ
สอบถามขอ้ มูลต่าง ๆ ท่ตี ้องการทราบโดยใช้ รปู ประโยคขอร้อง /ขอร้องอย่างสภุ าพ (request, polite,
request) ประโยค direct/ indirect speech ประโยคคาํ ถามลักษณะต่าง ๆประโยคแสดงความคิดเหน็ และการ
ขอบคุณ เช่น การสอบถามเส้นทางการเดนิ ทางไปทีต่ า่ ง ๆ สอบถามตารางรถไฟ เคร่ืองบิน สอบถามขอ้ มลู ด้าน
การคมุ้ ครองผ้บู ริโภค/ สุขภาพอนามยั /พยากรณ์อากาศ เป็นตน้
3. การตดิ ต่อทางโทรศัพทเ์ พ่ือการประกอบอาชีพวธิ ีการพูดโต้ตอบทางโทรศัพท์ เพ่ือถามใหข้ ้อมูล
เกย่ี วกับการประกอบอาชีพ โดยใช้สํานวนและภาษาทเ่ี หมาะสมในการสอบถามข้อมลู เกย่ี วการสมคั รงาน การ
ซอ้ื -ขายสนิ ค้า การใหข้ ้อมูลเก่ียวกับคณุ ภาพและราคาของสินค้า การสง่ เสริมการขาย การตอ่ รองราคา การรับ
และสง่ ของตวั อย่างประโยคที่ใช้
76
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ใฝร่ ูใ้ ฝเ่ รยี น ศึกษาใบความรู้ จากแบบเรียน
2. มวี ินัย ทํางานตามที่ครูมอบหมายไดท้ นั เวลา
3. ขยัน ม่งุ มนั่ ในการทํางานทาํ ใบงาน ทาํ กจิ กรรมกลมุ่
4. มีความสามัคคี มีนา้ ใจ มีความรบั ผิดชอบ ช่วยเหลือกนั ทาํ กจิ กรรมกลมุ่
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
1. ใบงาน
2. รายงาน
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
- ครใู หน้ ักศกึ ษาศึกษาข้อมลู ดว้ ยตนเอง
- ผ้เู รยี นศกึ ษาใบความรู้
- ผู้เรยี นฝกึ ปฏบิ ัตดิ ้วยการทาแบบฝึกหัด
- ครผู สู้ อนใหน้ กั ศึกษาสง่ งานตามกาหนด
ส่อื การเรยี นการสอน
1. ใบความรู้
2. หนังสอื แบบเรยี น
3. ใบงาน
การวัดผลประเมินผล
วิธีการวดั
1. สังเกตพฤติกรรมระหว่างการเรียนรแู้ ละกระบวนการกลุ่ม
2. วัดความรจู้ ากการทากิจกรรมในใบงาน
เครือ่ งมือ
1. ใบงาน
เกณฑ์การวดั ผลประเมนิ ผล
1. ผู้เรียนมีผลคะแนนในการทดสอบไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 50
2. การมสี ว่ นรว่ มในกิจกรรมกลุ่ม
แหลง่ การเรียนร้/ู สืบค้นข้อมูลเพ่ิมเติม
1. ห้องสมดุ ประชาชน
2. กศน.ตาบล
3. internet
77
บนั ทกึ หลังการจัดการเรยี นรู้
กิจกรรมการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สภาพปัญหาที่พบ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
วิธแี ก้ปัญหา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………
ลงช่ือ.........................................ครผู สู้ อน
(..............................................)
คร.ู ...........................................
วนั ที.่ .........เดอื น..........................พ.ศ. ..................
ขอ้ เสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................. .................................
.................................................................................................. ............................................................................
ลงชื่อ..........................................................
(นางสาวปรารถนา ชโี พธ์ิ)
ผู้อาํ นวยการ กศน. อาํ เภอบางระจัน
วนั ที่ ............ เดือน ...................... พ.ศ. .............
78
ใบความรู้
Thai culture can be divided into several aspects : beliefs, traditions, social values, and
religious, etc. There are five regions in Thailand, each region has its unique culture such as a
local language, customs, folk songs, or the way of living. Among those differences, kindness is
the characteristic of Thais. The following are some ways to show Thai cultures to foreigners :
Tradition : There are many traditional events showing Thai way of living. For
example, on Songkran Festival, people pay their respect to the elders by pouring water on
their hands, splash water at one another, make merit at the temple, or clean their houses.
Religions : Buddhists go to the temple for making merit or meditation and praying. In
the past, children enjoyed playing games taken place at the temple such as “jam jee mah
kheo poe”
Architecture : Classical Thai architecture can be found in monastic monuments such
as pagodas and temples.
Painting : Classical Thai painting reflecting the stories of Buddhism, Thai customs, and
traditions is shown in Buddhist temples and palaces. It is very artful.
Handicrafts : There are several handicrafts such as pottery, mutmi silk, and wood
carving, ect.
Thai literature : Thai literature reflects the beliefs of Buddhism such as the spirit
after death depending on his action in the past.
Thai songs, music and dance : Each region in Thailand has its own typical songs,
music and dance.
Occupation : Most of all Thais are connected with agriculture. The equipments used
for their occupation are sickle or cart, etc.
Tourism : There are many attractive places in Thailand. For example, Khon Kaen
is famous for the local product mutmi silk or Chiangmai is well known for distinctive
festival and handicrafts such as parasol and wood carving, etc.
Food : Thai use only fork and spoon but not knife. Thai eat rice with dishes. Thai
food is very spicy because chilly is used in a number of Thai dishes such as curry and even
soups.
Clothing : Dress neatly on a visit to a religious place.
79
คาศพั ท์ ศพั ท์ทคี่ วรรู้ (Word Studies) ความหมาย
Thai culture วัฒนธรรมไทย
divide หนา้ ท่ขี องคา แบง่ แยก
foreigner adj. ชาวตา่ งชาติ
aspect v. หน้าตา
belief n. เชอ่ื ถือไวว้ างใจ
tradition n. ธรรมเนยี มประเพณี
social n. วงสังคม
religious n. เครง่ ครัดในศาสนา
unique adv. เป็นเอกลักษณเ์ ฉพาะตวั
local adv. ทอ้ งถิน่
custom adj. ประเพณี
folk song n. เพลงพ้นื เมอื ง
way of living n. วถิ ีชีวิต
differences n. ความแตกต่าง
kindness n. ความกรุณา
characteristic n. คณุ ลกั ษณะ
tradition n. ธรรมเนยี มนิยม
respect n. นับถอื
elder n. ผสู้ งู อายุ
pouring n. รดนา้
splash n. ทาน้าเปยี ก
v.
v.
80
ใบงาน
1. เมือ่ อา่ นข้อความขา้ งต้นจบแลว้ ใหต้ อบคาถามต่อไปนี้
After you have studied the passage answer these questions.
1. What would people do on Songkran festival?
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
2. Where can we find classical Thai architecture?
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
3. Which province is famous for the local product mutmi silk?
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
4. What is the religion of Thai people?
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
5. What is the main occupation of Thai people?
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
81
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 7 (แผนการพบกลุ่ม)
กลมุ่ สาระความรู้พ้นื ฐาน รายวชิ า ภาษาองั กฤษเพอ่ื ชวี ติ และสังคม พต31001 ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
แผนการจัดการเรยี นร้เู รื่องที่ 7News & News Headline เวลา 6 ชว่ั โมง
สอนวันที่ ………เดือน ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรยี นท่ี …... ปกี ารศึกษา ……….
มาตรฐานการเรียนรู้
มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคตเิ ก่ียวกบั ภาษาท่าทาง การฟัง พูด อ่าน เขียน
ภาษาต่างประเทศ ดว้ ยประโยคท่ีซับซ้อนมากขึน้ ในชีวติ ประจาํ วัน และงานอาชีพของตน ถูกต้องตามหลักภาษา
วฒั นธรรม และกาลเทศะของเจา้ ของภาษา
ตัวชีว้ ดั
1. เข้าใจและใช้ประโยคท่ีซบั ซ้อนใน สถานการณต์ า่ ง ๆ
2. ใช้ Tenses ทีย่ ุ่งยากและซับซ้อน
3. ศกึ ษาค้นควา้ ความรแู้ ละข้อมูลจากสื่อหนงั สอื พมิ พ์
4. แลกเปล่ยี นขอ้ มูลขา่ วสารความรู้อยา่ งเปน็ ทางการ
5. สบื ค้นข้อมูลในด้านต่าง ๆ จาก Internet
สาระสาคญั
การรับรขู้ ้อมูลขา่ วสารดว้ ยการรจู้ ักประเภทองค์ประกอบและโครงสรา้ งของขา่ วเขา้ ใจการใชค้ าํ วลี
สํานวนท่ีมักพบในข่าวรวมท้งั ประโยคทซ่ี บั ซ้อนในสถานการณต์ ่างๆ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. เขา้ ใจและใช้ประโยคทซี่ บั ซ้อนในสถานการณ์ต่างๆได้
2. ใช้ Tense ที่ยุง่ ยากซับซ้อนได้
3. รจู้ ักศกึ ษาค้นควา้ และหาข้อมลู จากหนงั สือพิมพ์
4. แลกเปล่ยี นข้อมลู ขา่ วสารความรู้อย่างเป็นทางการ
5. สบื ค้นข้อมลู ในด้านต่างๆจาก Internet
สาระการเรียนรู้
ดนิ ฟ้าอากาศเป็นธรรมชาตทิ ่ีเกดิ ข้ึนในชวี ิตประจาํ วันที่ทุกคนต้องเรยี นร้คู ําศพั ท์สาํ นวนภาษาอังกฤษท่ี
เกี่ยวกบั การพยากรณอ์ ากาศ (Weather Forecast) การสอบถามข้อมูลเกยี่ วกับดนิ ฟ้าอากาศ (Asking and
Giving Information) ทั้งในและตา่ งประเทศ
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. ใฝ่รู้ใฝเ่ รียนศกึ ษาใบความรู้ จากแบบเรียน
2. มวี ินัย ทาํ งานตามที่ครมู อบหมายได้ทันเวลา
3. ขยัน มุ่งมนั่ ในการทาํ งานทาํ ใบงาน ทาํ กจิ กรรมกลมุ่
4. มีความสามัคคี มนี า้ ใจ มีความรบั ผิดชอบ ช่วยเหลอื กนั ทาํ กิจกรรมกลุ่ม
ชิน้ งาน/ภาระงาน
1. ใบงาน
2. รายงาน
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรียน
- ครูพูดถึงองค์ประกอบของขา่ ว
ข้นั สอน
- ครแู ละผู้เรียนร่วมกันอภปิ รายเน้ือหาในหนังสือแบบเรยี น
82
- ผู้เรียนศึกษาใบความรู้
- ครมู อบหมายใหผ้ ู้เรยี นฝกึ ปฏิบัติด้วยการทําแบบฝกึ หดั
ข้ันสรปุ
ครูผูส้ อนสรุปเนอ้ื หาและเตมิ เต็มองค์ความรู้พรอ้ มมอบหมายงานให้ไปศกึ ษาด้วยตนเอง
เพ่ิมเติม
ส่ือการเรียนการสอน
1. ใบความรู้
2. หนังสอื แบบเรยี น
3. ใบงาน
การวัดผลประเมนิ ผล
วิธีการวดั
1. สงั เกตพฤติกรรมระหวา่ งการเรียนรู้และกระบวนการกลุ่ม
2. วดั ความร้จู ากการทาํ กจิ กรรมในใบงาน
เครอ่ื งมอื
1. ใบงาน
เกณฑก์ ารวัดผลประเมินผล
1. ผู้เรยี นมผี ลคะแนนในการทดสอบไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ 50
2. การมสี ่วนร่วมในกจิ กรรมกลมุ่
แหล่งการเรยี นรู้/สบื คน้ ข้อมูลเพม่ิ เติม
1. หอ้ งสมดุ ประชาชน
2. กศน.ตาํ บล
3. internet
83
บนั ทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้
กจิ กรรมการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สภาพปญั หาท่ีพบ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
วิธีแก้ปัญหา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………
ลงชอ่ื .........................................ครูผสู้ อน
(..............................................)
คร.ู ...........................................
วันท.่ี .........เดอื น..........................พ.ศ. ..................
ข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศึกษา
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชื่อ..........................................................
(นางสาวปรารถนา ชโี พธิ์)
ผู้อาํ นวยการ กศน. อําเภอบางระจัน
วนั ท่ี ............ เดือน ...................... พ.ศ. ..............
84
ใบความรู้
บทอา่ นการพยากรณ์อากาศในประเทศและตา่ งประเทศ
ตัวอยา่ ง การพยากรณ์อากาศในประเทศ
Northern Part Scattered thundershowers mostly in Chiang Mai, Chiang Rai, Phayao, Nan,
Phrae, Uttaradit and Phetchabun.
Minimum temperature 23-25 °C. Maximum temperature 32-33 °C.
Variable wind 10-30 km/hr.
Northeastern Part Scattered thundershowers and isolated heavy rain in Nong Khai, Bueng Kan,
Udon Thani, Sakon Nakhon and Nakhon Phanom.
Minimum temperature 23-24 °C. Maximum temperature 29-33 °C.
Southwesterly winds 15-30 km/hr.
Central Part Scattered thundershowers mostly in Nakhon Sawan, Uthai Thani, Lop Buri,
Saraburi and Phra Nakhon Si Ayutthaya.
Minimum temperature 24-25 °C. Maximum temperature 33-34 °C.
Southwesterly winds 15-30 km/hr.
Eastern Part Scattered thundershowers mostly in Nakhon Nayok, Chon Buri, Rayong,
Chanthaburi and Trat.
Minimum temperature 24-26 °C. Maximum temperature 32-34 °C.
Southwesterly winds 15-35 km/hr.
Wave height 1-2 meters.
Southern Part Widely scattered thundershowers mostly in Phetchaburi, Surat Thani,
(East Coast) Nakhon Si Thammarat, Pattani, Yala and Narathiwat.
Minimum temperature 24-26 °C. Maximum temperature 32-34 °C.
Southwesterly winds 15-30 km/hr. Wave height about 1 meter.
Southern Part Scattered thundershowers mostly in Ranong, Phang-nga, Phuket and Satun.
(West Coast) Minimum temperature 23-25 °C. Maximum temperature 32-34 °C.
Southwesterly winds 15-35 km/hr. Wave height 1-2 meters.
Metropolitan Scattered thundershowers mostly in afternoon to evening.
Minimum temperature 25-26 °C. Maximum temperature 32-34 °C.
Southwesterly winds 15-30 km/hr.
85
ตวั อย่าง พยากรณอ์ ากาศในตา่ งประเทศ
Tokyo 17 September 2011
Current conditions as of 1:29 PM JST
Mostly Cloudy/Windy
Feels Like: 35 °C
Barometer: 982.05 mb and steady
Humidity: 62 %
Visibility: 9.99 km
Dewpoint: 23 °C
Wind: S 40.23 km/h
UV Index: 3
UV Description: Moderate
Sunrise: 5:23 AM
Sunset: 5:45 PM
High 31° Low 24°
High: 30° Low: 24°
TODAY TOMORROW MON TUE WED 10 DAY
Scattered Tstorms
Isolated Mostly Cloudy Scattered Scattered
High: 24°
Tstorms/Wind Tstorms Tstorms Low: 22°
High: 30° High: 32° High: 31° High: 25°
Low: 24° Low: 24° Low: 23° Low: 22°
London, Greater London Saturday 17 Sep 2011
Saturday 17 Sep 2011
Bright at times through the day, but with further showers forecast. These showers will be
heavy at times, and perhaps thundery, especially during the afternoon. Brisk southwesterly
winds.
• Max. Day (°C°F)
19 66°F
Sunrise 06:38
• Min. Sat Night (°C°F)
10 50°F
Sunset 19:10
86
Hour Weather Temp. (°C°F) Wind Direction Humidity Pressure Visibility
and Speed
(mphkm/h)
07:00 Sunny 14 South 86%
weather Intervals 57°F Westerly9 1007mb
14km/h Good
http://mens.bbc.co.uk/weather/forecast
Words Study about Weather Forecast (คาํ ศัพท์ที่ควรรเู้ ก่ียวกับการพยากรณอ์ ากาศ)
1. Weather Factors องค์ประกอบของกาลอากาศ
1.1 Rain = ฝน
1.1.1 Feather of rain (ลกั ษณะของฝน)
- rain, rain shower, shower = ฝนทต่ี กลงมาเป็นช่วงๆ
- thundershower = ฝนฟ้าคะนอง
- thunderstorm = พายฝุ นฟ้าคะนอง
1.1.2 Area of raining (พื้นท่ีฝนตก)
- scattered (adj.) = กระจัดกระจาย
- widespread (adj.) = แผเ่ ป็นวงกวา้ ง
- isolated (adj.) = กระจายไปทว่ั ทกุ พ้นื ท่ี
1.2 Wind = ลม
1.2.1 light/breezy = ลมพัดเอ่อื ยๆ
1.2.2 windy = ลมแรง
1.2.3 dusty = ลมกรรโชก
1.2.4 gale = ลมพายุ
1.3 Sky = ท้องฟ้า
1.3.1 clear = แจม่ ใส
1.3.2 sunny = แดดจา้
1.3.3 dusty = ลมกรรโชก
1.3.4 partly cloudy = มีเมฆเปน็ บางสว่ น
2. Weather condition = สภาพดนิ ฟ้าอากาศ
- frost/frosty = นํ้าค้างแขง็
- snow/snowy = หมิ ะมีหิมะตก
- icy = หนาวจดั มหี ิมะจบั ท่ัวไป
- misty = มหี มอกบางๆไมห่ นานกั
- fog/foggy = หมอกหนา/มีหมอกลงจัด
3. Temperature = อุณหภมู ิ
- minimum (min) = ตํ่าสุด
- maximum (max) = สงู สดุ
4. Humidity = ความช้ืน (คิดเปน็ ร้อยละ %)
- relative humidity = ความชน้ื สัมพัทธ์
87
- average humidity = ความชนื้ เฉล่ีย
5. Tide : a.m./p.m. : เวลานา้ํ ขึ้นหรอื ลง = low (ตาํ่ ) or high (สูง)
6. Sea : ทะเล
- smooth = สงบ
- moderate = มคี ลนื่ ปานกลาง
- slight = มคี ลื่นเลก็ น้อย
- rough = มคี ลน่ื จัด
- low/high pressure = ความกดต่ํา/สูง
- average = normal = ปกติ
- standard = มาตรฐาน
- Celsius = หน่วยวดั อุณหภมู สิ ากล (องศา °C)
88
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 (แผนการพบกลุ่ม)
กลุ่มสาระความรพู้ ื้นฐาน รายวชิ า ภาษาองั กฤษเพ่อื ชวี ิตและสังคม พต31001 ช้ันมธั ยมศึกษาตอนปลาย
แผนการจัดการเรยี นรู้เรอื่ งที่ 8 Self -Sufficiency Economy เวลา 12 ชว่ั โมง
สอนวนั ท่ี ………เดือน ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรียนท่ี …... ปกี ารศึกษา ……….
มาตรฐานการเรยี นรู้
มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติเก่ยี วกับ ภาษาทา่ ทาง การฟัง พดู อ่าน เขียน
ภาษาต่างประเทศ ด้วยประโยคท่ซี ับซ้อนมากข้ึนในชีวิตประจาํ วัน และงานอาชีพของตน ถูกต้องตามหลักภาษา
วัฒนธรรม และกาลเทศะของเจา้ ของภาษา
ตวั ชวี้ ดั
1. ศึกษาค้นควา้ ความรู้และข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ
2. สบื ค้นขอ้ มูลในดา้ นต่าง ๆ จาก Internet
3. เข้าใจและใชป้ ระโยคซับซ้อนในสถานการณ์ตา่ ง ๆ
4. การแลกเปลยี่ นข้อมูลข่าวสารความรู้
สาระสาคญั
การศกึ ษาคน้ คว้าความรู้และข้อมลู จากสื่อต่าง ๆการสบื ค้นข้อมูลในด้านต่าง ๆ จาก Internet
เข้าใจและใช้ประโยคซบั ซอ้ นในสถานการณ์ต่าง ๆและการแลกเปลยี่ นข้อมลู ขา่ วสารความรู้
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. ผู้เรียนรคู้ าํ ศัพทส์ ํานวนเรอ่ื ง Self – sufficiency Economy
2. ผเู้ รียนสามารถอ่านถึงความเข้าใจเรื่องภาษาขา่ วหรอื บทความเกยี่ วกับ
Self – sufficiency Economy
3. ผเู้ รยี นสามารถใชภ้ าษาเพ่ือสือ่ สารถึงความเขา้ ใจเกี่ยวกับ Self – sufficiency Economy
สาระการเรียนรู้
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งเปน็ เร่อื งท่ีไดร้ ับการยอมรับจากสากลอย่างแพรห่ ลายนักศึกษาควรและ
สามารถประยุกตใ์ ช้เรียนรแู้ นวคดิ คาํ ศัพทส์ ํานวนและสืบค้นขอ้ มลู ภาษาองั กฤษเพื่อส่ือสารและนําไปใช้เกยี่ วกบั
Self – sufficiency Economy
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ใฝ่ร้ใู ฝ่เรียน ศึกษาใบความรู้ จากแบบเรียน
2. มีวนิ ยั ทาํ งานตามที่ครูมอบหมายได้ทันเวลา
3. ขยนั มุ่งม่นั ในการทํางานทาํ ใบงาน ทํากิจกรรมกลมุ่
4. มคี วามสามัคคี มีน้าใจ มีความรบั ผดิ ชอบ ชว่ ยเหลอื กนั ทาํ กจิ กรรมกล่มุ
ชิน้ งาน/ภาระงาน
1. ใบงาน
2. รายงาน
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้ันนาเข้าสบู่ ทเรียน
- ครพู ดู ถงึ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ขั้นสอน
- ครูและผูเ้ รียนรว่ มกันอภิปรายเน้ือหาในหนังสือแบบเรยี น
- ผู้เรยี นศกึ ษาใบความรู้
89
- ครมู อบหมายให้ผูเ้ รียนฝึกปฏิบัตดิ ว้ ยการทําแบบฝึกหดั
ขน้ั สรุป
ครูผู้สอนสรปุ เนอ้ื หาและเตมิ เตม็ องค์ความรู้พรอ้ มมอบหมายงานใหไ้ ปศึกษาดว้ ยตนเอง
เพ่ิมเติม
ส่ือการเรยี นการสอน
1. ใบความรู้
2. หนังสอื แบบเรยี น
3. ใบงาน
การวัดผลประเมนิ ผล
วิธีการวัด
1. สงั เกตพฤติกรรมระหวา่ งการเรยี นรแู้ ละกระบวนการกลุ่ม
2. วดั ความรจู้ ากการทาํ กจิ กรรมในใบงาน
เคร่อื งมือ
1. ใบงาน
เกณฑก์ ารวัดผลประเมนิ ผล
1. ผเู้ รียนมีผลคะแนนในการทดสอบไม่นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 50
2. การมีสว่ นร่วมในกิจกรรมกลุม่
แหล่งการเรียนรู้/สืบคน้ ขอ้ มูลเพมิ่ เตมิ
1. หอ้ งสมดุ ประชาชน
2. กศน.ตาํ บล
3. internet
90
บนั ทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้
กจิ กรรมการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สภาพปญั หาท่ีพบ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
วิธีแก้ปัญหา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………
ลงช่ือ.........................................ครูผู้สอน
(..............................................)
ครู............................................
วนั ท่ี..........เดอื น..........................พ.ศ. ..................
ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา
............................................................................................................................................. .................................
.................................................................................................. ............................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงช่อื ..........................................................
(นางสาวปรารถนา ชโี พธ์ิ)
ผู้อาํ นวยการ กศน. อาํ เภอบางระจนั
วนั ที่ ............ เดือน ...................... พ.ศ. ..............
91
ใบความรู้
1. บทความเกี่ยวกับ Self sufficiency จากหนังสือหนงั สือพิมพห์ รือ website
SELF SUFFICIENCY ECONOMY IN THAILAND
The Concept
His Majesty King Bhumibol Adulyadej developed the philosophy of the Sufficiency
Economy to lead his people to a balances way of life and to be the main sustainable
development theory for the country. The theory is based upon a Middle Path between
society at the local level and the market in the global context. By highlighting a balanced
approach, the philosophy allows the nation to modernize without resisting globalization,
buy provides a means to counteract negative outcomes from rapid economic and cultural
transitions. The Sufficiency Economy became critical during the economic crisis in 1997, in
which Thailand needed to maintain stability to persist on self reliance and develop
important policies to recover. By creating a self – supporting economy, Thai citizens will have
what they need to survive but not excess, which would turn into waste.
The Principle of Self Reliance
His Majesty has recommended a secure balance in the five following aspects to achieve the
principle of self – reliance:
• State of Mind : One should be strong, self – reliant, compassionate and flexible.
Besides, one should possess a good conscience and place public interests as a higher priority
than one’s own.
• Social Affairs : People should help one another, strengthen the community,
maintain unity and develop a learning process that stems from a stable foundation.
• Natural Resource and Environmental Management : The country’s resources need
to be used efficiently and carefully to create sustainable benefits and to develop the
nation’s stability progressively.
. Technology : Technological development should be used appropriately while
encouraging new development to come from the villagers’ local wisdom.
• Economic Affairs : One needs to increase earnings, reduce expenses, and pursue a
decent life.
The Self Sufficiency Economy theory has led to diverse interpretations by many
different groups. However, His Majesty has rejected extreme perspectives on his ideology,
stating the self – sufficiency does not require families to grow food and make clothes for
themselves. But, each village should have some quantity of sufficiency. For instance, if
agricultural production exceeds the amount needed for the village they should sell the
remaining amount to a nearby village, close in distance, to avoid unnecessary transportation
costs.
92
2.คาศัพท์วลสี านวนเกี่ยวกับ Self sufficiency Economy
คาศัพท์ ประเภท คาแปล
Economy n. เศรษฐกิจ
พอเพยี ง
Sufficiency n. ปรชั ญา
ยั่งยืน
philosophy n. การพัฒนา
ทฤษฎี
sustainable adj. ทางสายกลาง
วกิ ฤต
development n. พงึ่ พาตนเอง
สาํ คญั
theory n. ทําให้สาํ เรจ็
ทรัพยากร
Middle Path n. ลักษณะ
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
crisis n. อดุ มการณ์
เหมาะสม
self-reliance n.
important adj.
achieve v.
resource n.
aspects n.
local wisdom n.
ideology n.
appropriately adv.
3. โครงสรา้ ง Conditional Sentence (Ifclause)
หลักไวยากรณ์ (Grammar focus)
Conditional Sentences ประโยคเงื่อนไข)
Conditional Sentences หรอื If Clause คือประโยคเง่ือนไขหรอื ประโยคสมมตวิ า่ หากมพี ฤติกรรมน้ี
เกดิ ขึ้นจะมีพฤติกรรมหนึง่ ตามมาแบง่ เปน็ 3 ชนดิ คอื
1. สมมติในสงิ่ ท่ีเปน็ จริงเสมอ
2. สมมติในสิ่งท่ีเปน็ จรงิ หรือไมจ่ ริงกไ็ ด้
3. สมมติในส่งิ ท่ีตรงข้ามกับความเป็นจรงิ
93
ตวั อย่าง
เรื่องที่สมมติ If Clause Main Clause
ประโยคทเ่ี ป็นจรงิ เสมอ Present Simple Future Simple or Present Simple
(Possible Condition)
If the sun rises, it will be a daytime.
ประโยคท่เี ป็นไปไม่ได้หรือขดั แยง้ กับ Past Simple Future Simple in the Past
ความเป็นจริงในปัจจบุ ัน (Unreal (would, should, V1)
Present)
If he studied hard, he would succeed in his exam.
ประโยคตรงขา้ มกบั ความจรงิ ในอดตี Past Perfect Future Perfect
(Unreal Past) (would, should, V. to have + V3)
If she had gone there, she would have been killed
94
ใบงาน
1. Fill in the blank to search for the following words.
ใหผ้ ู้เรยี นลองคน้ คําศัพท์ที่เกยี่ วเนอื่ งกับเศรษฐกิจพอเพยี งและหาความหมายโดยใช้พจนานุกรมและเตมิ ตาราง
คําศัพท์ใหส้ มบูรณ์
คาศัพท์ ประเภทคา คาแปล
economic
sufficient
reliance
balance
earnings
protect
2. Choose the best given words.
เลอื กใช้คาให้เหมาะสม
King Bhumiphol wishes to _________(propose, protect) Thailand against changes
by developing the philosophy of ___________(sufficiency/sufficient). His Majesty has
recommended a ____________(resource, balance) in five aspects for our self – reliance.
3. Complete the sentences with the correct form of the verb.
1. If you (come) __________to class late, (say)___________I’m sorry to the teacher.
2. Nina (get)____________ an “A” if she (study)______________hard.
3. If it (not rain)_____________,some plants (die)______________.
4. If I (be) ___________you, I (take) _____________some aspirin.
5. If I (have) ___________enough money, I (travel)_________around the world.
95
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 9 (แผนการพบกลุ่ม)
กลมุ่ สาระความรพู้ นื้ ฐาน รายวิชา ภาษาองั กฤษเพือ่ ชีวติ และสังคม พต31001 ชนั้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย
แผนการจัดการเรยี นรู้เรอ่ื งท่ี 9 Have you Exercised Today? เวลา 12 ชั่วโมง
สอนวนั ท่ี ………เดือน ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรยี นท่ี …... ปกี ารศกึ ษา ……….
มาตรฐานการเรียนรู้
มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจตคตเิ ก่ียวกับ ภาษาทา่ ทาง การฟงั พูด อ่าน เขยี น
ภาษาต่างประเทศ ด้วยประโยคที่ซับซ้อนมากข้ึนในชวี ิตประจาวัน และงานอาชีพของตน ถูกต้องตามหลักภาษา
วัฒนธรรม และกาลเทศะของเจ้าของภาษา
ตวั ชี้วดั
1. ศกึ ษาค้นคว้าความรู้และข้อมลู จากส่ือตา่ งๆ
2. สืบค้นขอ้ มลู ในด้านต่าง ๆ จาก Internet
3. เขา้ ใจและใชป้ ระโยคซบั ซ้อนในสถานการณต์ ่าง ๆ
4. ใช้ Tense ที่ยงุ่ ยากและซับซ้อน
5. แลกเปลี่ยนข้อมูลขา่ วสารความรู้ ทั้งอยา่ งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ
สาระสาคัญ
การศึกษาคน้ ควา้ ความรู้และข้อมลู จากสื่อต่างๆสืบคน้ ข้อมลู ในดา้ นตา่ ง ๆ จาก Internet
เข้าใจและใชป้ ระโยคซบั ซอ้ นในสถานการณต์ ่าง ๆ ใช้ Tense ท่ยี ่งุ ยากและซบั ซ้อน แลกเปลี่ยนข้อมลู ข่าวสาร
ความรู้ ทัง้ อย่างเป็นทางการและไมเ่ ป็นทางการ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. ผเู้ รยี นมคี วามรูค้ วามเขา้ ใจเก่ยี วกบั การออกกําลังกายเบ้ืองต้นได้
2. ผเู้ รยี นสามารถอ่านออกเสียงคําศัพท์สํานวนวลีทเ่ี กยี่ วข้องกับบทความการออกกาํ ลงั กายได้
3. ผูเ้ รียนสามารถใช้ประโยคท่เี ขียนดว้ ยกริยาช่วย (Modal verbs)
เชน่ will, should, must ought to, had better ได้
4. ผู้เรียนมีความเข้าใจและสามารถใช้ประโยครปู Present Perfect Tense ได้
5. ผู้เรียนสามารถนาํ เสนอข้อมูลจากแบบสาํ รวจการออกกําลังกายในรปู กราฟหรือแผนภมู ไิ ด้ผู้เรยี น
สามารถพูดตดิ ต่อสื่อสารทางโทรศพั ท์ได้
สาระการเรยี นรู้
การศกึ ษาข้อมลู ค้นคว้าความรจู้ ากส่ือเกีย่ วกับการออกกาํ ลังกายแบบสอบถามเบื้องต้นเกี่ยวกับ
พฤติกรรมประจําวนั ท่แี สดงถึงความตระหนักในการออกกาํ ลังกายสาระเนื้อหาประกอบด้วยคาํ ศัพทท์ เ่ี กยี่ วข้อง
กบั การออกกําลังกายในรูปประโยคที่ซับซ้อน
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ใฝ่รู้ใฝ่เรียนศึกษาใบความรู้ จากแบบเรยี น
2. มวี ินัย ทางานตามทค่ี รมู อบหมายไดท้ นั เวลา
3. ขยนั มงุ่ มนั่ ในการทางานทาใบงาน ทากิจกรรมกลุ่ม
4. มีความสามคั คี มนี า้ ใจ มีความรบั ผิดชอบ ชว่ ยเหลือกนั ทากิจกรรมกลุม่
ชนิ้ งาน/ภาระงาน
1. ใบงาน
96
2. รายงาน
กระบวนการจดั การเรียนรู้
ข้นั นาเขา้ สบู่ ทเรียน
- ครพู ดู ถึงการออกกาลงั กายในแต่ละวนั ของนักศกึ ษาและให้นกั ศึกษาอธิบายการออกกาลงั
กายท่ถี ูกวิธี
ขั้นสอน
- ครูและผเู้ รยี นร่วมกนั อภปิ รายเนื้อหาในหนังสือแบบเรยี น
- ผ้เู รียนศกึ ษาใบความรู้
- ครมู อบหมายให้ผู้เรียนฝกึ ปฏิบตั ดิ ้วยการทาแบบฝึกหดั
ขน้ั สรปุ
ครูผสู้ อนสรุปเน้อื หาและเตมิ เต็มองคค์ วามรู้พร้อมมอบหมายงานใหไ้ ปศกึ ษาดว้ ยตนเอง
เพิ่มเติม
ส่ือการเรียนการสอน
1. ใบความรู้
2. หนังสือแบบเรยี น
3. ใบงาน
การวัดผลประเมนิ ผล
วิธีการวดั
1. สังเกตพฤติกรรมระหวา่ งการเรยี นรแู้ ละกระบวนการกลุ่ม
2. วัดความรู้จากการทากิจกรรมในใบงาน
เคร่ืองมือ
1. ใบงาน
เกณฑก์ ารวดั ผลประเมนิ ผล
1. ผ้เู รียนมีผลคะแนนในการทดสอบไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 50
2. การมสี ว่ นรว่ มในกิจกรรมกลมุ่
แหลง่ การเรยี นร้/ู สบื คน้ ขอ้ มูลเพิ่มเติม
1. หอ้ งสมุดประชาชน
2. กศน.ตาบล
3. internet
97
บนั ทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้
กจิ กรรมการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สภาพปญั หาท่ีพบ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
วิธีแก้ปัญหา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………
ลงชอ่ื .........................................ครูผสู้ อน
(..............................................)
คร.ู ...........................................
วันท.่ี .........เดอื น..........................พ.ศ. ..................
ข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศึกษา
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชื่อ..........................................................
(นางสาวปรารถนา ชโี พธิ์)
ผู้อาํ นวยการ กศน. อําเภอบางระจัน
วนั ท่ี ............ เดือน ...................... พ.ศ. ..............
98
ใบความรู้
แบบสอบถามเกย่ี วกับการดูแลสขุ ภาพจากหนังสือหรอื website
ผ้เู รียนอา่ นเน้อื หาการดแู ลสขุ ภาพจาก Web site แลว้ ตอบแบบสอบถามว่ามคี วามเขา้ ใจเกีย่ วกบั เรอ่ื ง
ท่ีอ่านเพยี งใด
Fitness
Fitness is defined as a state of being healthy, which the body for the physical necessities of
daily life. To be more precise, fitness provides strength, flexibility and stamina for the
proper functioning of the body. It is a total solution for a perfect, fine-tuned life. The five
main components of fitness are aerobic endurance, muscular strength, muscular
endurance, and flexibility and body composition. The right kind of physical and mental
exercises and proper intake of nutritious food are the factors that contribute to fitness. A
well-balanced diet not only makes one fit, but provides all necessary nutrients for the body.
ental fitness, essential for the psychological well-being of a person, is also a key factor in
sustaining a healthy state.
Source : http://Fitness-on the web.com
Word studies ศพั ท์ควรรู้
Vocabularies ศพั ท์ หน้าทคี่ า Meaning ความหมาย
fitness n สภาพสมบรู ณ์จากการออกกาลังกาย
prepares v เตรยี ม
flexibility n ความยืดหยุน่
components n องค์ประกอบ
endurance n ความอดทน
muscular n กล้ามเนอ้ื
strength n ความแข็งแรง
nutritious adj. ซึ่งบารุงเลีย้ งบารงุ กาลัง
contribute v สนับสนนุ ชว่ ยเหลือ
mental adj. เก่ียวกับจติ ใจ
Vocabularies(ศพั ท์) หน้าทคี่ า Meaning(ความหมาย)
sustaining v รักษาไว้ สนบั สนุน
stamina n ความแขง็ แรง สุขภาพ
99
ใบงาน
Choose the best answer.
เลือกตอบข้อทีถ่ กู ท่ีสุด
1. Fitness is defined as ………………………….
a. a state of being healthy b. a state of healthy food
c. a state of mental fitness d. a state of nutritious food
2. How many main components con are consisted in a good fitness?
a. 2 b. 3 c. 4 d. 5
3. One of the main components of fitness is……..
a. diet b. exercise c. aerobic endurance d. sleeping
4. The factors that contribute to fitness are ………………..
a. mental exercise
b. physical exercise
c. mental and physical exercises
d. The right kind of physical and mental exercises and nutritious food.
5. …………………. is essential for the psychological well-being of a person.
a. Mental fitness b. Healthy food c. Good exercise d. Muscular strength
100
ใบความ
คาศพั ทส์ านวนวลที เี่ กย่ี วข้องกบั บทความการออกกาลังกาย
Have you Exercised Today?
For how long have you had your exercise? Appropriate exercises are good for both
health and diet, but tough exercise are good for both health and diet, but tough exercises
can be bad for both. There are reasons why you feel it tough, and you won’t feel tough if it
is good for you.
We recommend light exercises that would be refreshment, something you won’t run
out of breath with and something that doesn’t seem it would ever burn any calories. In fact
easy exercises that seem they wouldn’t burn any calories, like swinging your hands, may
contribute to losing weight. There are three key things the body needs to be doing
constantly. They are taking in oxygen, pushing out poison (through the skin, liver and lymph)
and pumping fresh life force energy. Whatever exercise you like such as yoga, weight training,
boxing aerobic exercise or some other sports ; take it outside into the fresh air if possible or
at least open the window. Also, take a look around and see what combination of activities
best suit your location. But like many good things, exercise can also be risky especially when
you do exercise too hard for a long time. Moreover, if you have any health conditions that
could increase you risk of injury, you must check in with your doctor and get cleared for
exercise before you start.
Before starting your exercise, make sure about these things :
• Wear shoes that fit well and are capable for providing the right kind of support for
your activities and body type.
• Wear appropriate exercise clothing. Fabrics that absorb sweat; loose – fitting, light
weight cotton is also fine.
During the exercise, you should stop exercising right away if you:
• Have pain or pressure in the left or middle part of your chest, or in the left side of
your neck, left shoulder or left arm.
• Feel dizzy or sick.
• Break out in a cold sweat
• Have muscle cramps
• Feel sharp pain in your joints, feet, ankles, or bones
• Notice that your heart starts racing or beating irregularly
The most important is to know your limits and your needs when you do your
exercise. Stop forcing yourself to do exercises you hate, and do what makes you feel
peaceful, clear and joyful!
101
คาศพั ทท์ ี่ควรทราบ (Word studies)
คาศพั ทส์ านวน หน้าทข่ี องคา ความหมาย
ออกกาลังกาย
have/do an exercise v. เหนอื่ ยมาก
สขุ ภาพ
run out of breath v. การลดน้าหนักดว้ ยการควบคุมอาหาร
ความสดชน่ื
health n. หน่วยวดั ปริมาณอาหารโดยถือเกณฑ์ความร้อน
ทีใ่ ห้แกร่ า่ งกาย
diet n. ลดน้าหนัก
ยาพษิ , สิง่ ทเ่ี ป็นอนั ตราย
refreshment n. พลงั งาน
โยคะ
calorie (s) n. การฝกึ ยกนา้ หนัก
มวย
lose weight v. การออกกาลงั กายแบบแอโรบคิ
กิจกรรม
poison n. การบาดเจบ็
เหงอ่ื
energy n. หลวม
yoga n.
weight training n.
boxing n.
aerobic exercise n.
activity n.
injury n.
sweat n.
loose – fitting adj.
n.
คาศัพท์สานวน หน้าท่ขี องคา ความหมาย
pressure adj. การกด
dizzy n. เวียนศรี ษะหนา้ มือ
muscle cramp n. เป็นตะคริวท่ีกล้ามเนื้อ
joint n. ขอ้ ต่อ
ankle ข้อเท้าตาตุ่ม
102
ใบงาน
Answer the questions from the passage.
ตอบคาถามจากเรื่องทีอ่ ่าน
1. What kind of exercise that is not good for health and diet?
______________________________________________________________
2. How can you lose your weight without doing hard exercise?
______________________________________________________________
3. What are important keys for your healthy body?
______________________________________________________________
4. Why somebody should check with the doctor before having exercise?
_____________________________________________________________
5. What kind of clothes should you wear when having the exercise?
____________________________________________________________
6. Give one reason that you should stop doing your exercise immediately.
_____________________________________
103
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 10 (แผนการพบกลุ่ม)
กลุม่ สาระความรูพ้ ้นื ฐาน รายวิชา ภาษาองั กฤษเพ่ือชวี ิตและสังคม พต31001 ชัน้ มัธยมศึกษาตอนปลาย
แผนการจดั การเรยี นรู้เรอ่ื งที่ 10 Shall we save the energy? เวลา 12 ชั่วโมง
สอนวันที่ ………เดือน………………..พ.ศ. .......... ภาคเรยี นท่ี …...ปกี ารศึกษา ……….
มาตรฐานการเรยี นรู้
มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจตคติเกย่ี วกบั ภาษาทา่ ทาง การฟงั พูด อ่าน เขียน
ภาษาตา่ งประเทศ ดว้ ยประโยคที่ซบั ซ้อนมากข้ึนในชีวติ ประจาํ วัน และงานอาชีพของตน ถกู ต้องตามหลักภาษา
วฒั นธรรม และกาลเทศะของเจ้าของภาษา
ตวั ช้วี ดั
1. ศกึ ษาคน้ ควา้ ความรแู้ ละข้อมลู จากสื่อ ต่างๆ
2. สืบค้นข้อมลู ในดา้ นต่าง ๆ จาก Internet
3. เข้าใจและใช้ประโยคซับซ้อนในสถานการณต์ ่าง ๆ ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
4. ใช้ Tense ที่ย่งุ ยากและซับซ้อนไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
5. แลกเปลยี่ นข้อมูลขา่ วสารความร้ทู งั้ อยา่ งเปน็ ทางการและไมเ่ ป็นทางการ
สาระสาคญั
การศกึ ษาค้นควา้ ความรู้และข้อมูลจากส่ือ ต่างๆสืบคน้ ข้อมูลในด้านต่าง ๆ จาก Internet
เขา้ ใจและใชป้ ระโยคซบั ซอ้ นในสถานการณต์ า่ ง ๆ ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง ใช้ Tense ที่ยงุ่ ยากและซับซ้อนไดอ้ ย่างถกู ต้อง
สามารถแลกเปล่ียนขอ้ มูลขา่ วสารความรูท้ งั้ อย่างเปน็ ทางการและไม่เป็นทางการ
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. ผ้เู รยี นรู้จักคาํ ศัพท์สํานวนเกย่ี วกับการประหยดั พลงั งาน
2. ผเู้ รียนสามารถอ่านบทความเก่ียวกับการประหยดั พลงั งานและแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั การ
ประหยัดพลงั งาน
สาระการเรียนรู้
บทความเกย่ี วกบั การประหยัดพลงั งานจากหนงั สือหนังสือพมิ พ์หรือ
website ท่เี กีย่ วข้องเสียงคําศัพทว์ ลสี าํ นวนทเี่ กี่ยวข้องกับการประหยัดพลงั งานโครงสร้าง Imperative + V1
(Don’t + V………..)
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ใฝ่ร้ใู ฝ่เรยี นศกึ ษาใบความรู้ จากแบบเรียน
2. มวี นิ ัย ทาํ งานตามที่ครูมอบหมายไดท้ ันเวลา
3. ขยัน มุง่ มัน่ ในการทาํ งานทาํ ใบงาน ทาํ กิจกรรมกลมุ่
4. มีความสามัคคี มีนา้ ใจ มีความรบั ผิดชอบ ช่วยเหลือกนั ทาํ กิจกรรมกลมุ่
ช้นิ งาน/ภาระงาน
1. ใบงาน
2. รายงาน
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ ส่บู ทเรยี น
- ครูพดู ถงึ การประหยัดพลังงานและใหน้ กั ศึกษาอธบิ ายการประหยัดพลงั งานมาพอเข้าใจ
ขัน้ สอน
104
- ครูและผเู้ รยี นรว่ มกันอภปิ รายเนอ้ื หาในหนงั สือแบบเรยี น
- ผเู้ รยี นศกึ ษาใบความรู้
- ครูมอบหมายใหผ้ เู้ รยี นฝึกปฏิบตั ิด้วยการทําแบบฝึกหดั
ขัน้ สรปุ
ครูผูส้ อนสรปุ เนอ้ื หาและเติมเตม็ องค์ความรู้พร้อมมอบหมายงานใหไ้ ปศึกษาด้วยตนเอง
เพ่มิ เติม
สื่อการเรียนการสอน
1. ใบความรู้
2. หนังสือแบบเรยี น
3. ใบงาน
การวดั ผลประเมินผล
วธิ ีการวดั
1. สังเกตพฤติกรรมระหวา่ งการเรียนร้แู ละกระบวนการกลุ่ม
2. วดั ความรู้จากการทาํ กิจกรรมในใบงาน
เครื่องมือ
1. ใบงาน
เกณฑ์การวดั ผลประเมนิ ผล
1. ผู้เรยี นมีผลคะแนนในการทดสอบไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
2. การมีสว่ นร่วมในกจิ กรรมกลมุ่
แหล่งการเรียนรู้/สืบคน้ ขอ้ มูลเพิม่ เตมิ
1. หอ้ งสมุดประชาชน
2. กศน.ตาํ บล
3. internet
105
บันทึกหลังการจดั การเรียนรู้
กิจกรรมการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สภาพปญั หาที่พบ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
วิธแี ก้ปัญหา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………
ลงชือ่ .........................................ครูผู้สอน
(..............................................)
ครู............................................
วนั ท.่ี .........เดือน..........................พ.ศ. ..................
ข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอ่ื ..........................................................
(นางสาวปรารถนา ชโี พธิ์)
ผอู้ าํ นวยการ กศน. อาํ เภอบางระจัน
วันที่ ............ เดอื น ...................... พ.ศ. ..............
106
ใบความรู้
บทความเก่ียวกับการประหยัดพลังงานจากหนงั สอื หนังสือพมิ พ์
หรอื website ท่ีเก่ียวข้อง
Top Tips for Energy Saving
Here are some simple ways you can stop wasting energy and money now.
1. Always turn off the lights when you leave a room.
2. Don't leave appliances on standby and remember not to leave laptops and mobile
phones on charge unnecessarily.
3. If possible, fill up the washing machine, or dishwasher: one full load uses less energy
than two half loads.
4. Close your curtains at dusk to stop heat escaping through the windows and check for
draughts around windows and doors.
5. Only boil as much water as you need (but remember to cover the elements if you're
using an electric kettle).
6. Turn your air - condition in your room temperature at 25°C for saving the energy and
money.
Words studies ศพั ทน์ า่ รู้
Vocabularies Types of words Meaning
คาศพั ท์ ประเภทของคา ความหมาย
appliance n. เครอ่ื งใช้ไฟฟ้า
laptop n. คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ
mobile phone n. โทรศัพท์มอื ถือ
unnecessarily adv. ไม่จาํ เปน็
washing machine n. เครอ่ื งซักผา้
dishwasher n. เครือ่ งล้างจาน
energy n. พลงั งาน
107
ใบงาน
Complete the following sentences with appropriate word/words.
Bulbs waste power change save enough flush
1. There is never enough energy to _____(1)______.
2. How many ways can you think of to _____(2)_____ energy around your house?
3. Where possible, use _____(3)_____ fluorescent light _____(4)_____. They are funny –
looking blubs which produce the same amount of light by using ¼ of the electricity.
4. Many countries learned to save their ____(5)_____ by turning lights and machines off
when not being used.
5. We use about five gallons to seven gallons of water every time to _____(6)______ the
toilet.
6. In order to keep enough energy for everyone we must ____(7)_____ the ways we use
energy today
108
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 11 (แผนการพบกลุ่ม)
กลุ่มสาระความรู้พนื้ ฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษเพอื่ ชีวติ และสังคม พต31001 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
แผนการจัดการเรียนร้เู ร่ืองที่ 11 What have I done? เวลา 12 ชั่วโมง
สอนวันท่ี ……….เดือน ……………..…..พ.ศ. ............. ภาคเรยี นท่ี ……... ปีการศกึ ษา …………
มาตรฐานการเรยี นรู้
มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจตคตเิ กีย่ วกับ ภาษาทา่ ทาง การฟงั พูด อ่าน เขียน
ภาษาต่างประเทศ ดว้ ยประโยคทซ่ี ับซ้อนมากขนึ้ ในชีวติ ประจําวนั และงานอาชีพของตน ถูกต้องตามหลักภาษา
วฒั นธรรม และกาลเทศะของเจ้าของภาษา
ตัวชี้วดั
1. ศกึ ษาค้นคว้าความรู้และขอ้ มูลจากสอื่ ตา่ งๆ
2. อ่านออกเสยี งคาํ ศพั ท์ วลี สํานวน ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
3. เข้าใจและใช้ประโยคซบั ซ้อนในสถานการณต์ ่าง ๆ
4.. ใช้ Tense ทีย่ ุ่งยากและซับซ้อน
5.. แลกเปลย่ี นขอ้ มลู ข่าวสารความรู้
สาระสาคัญ
การศึกษาค้นควา้ ความรู้และข้อมลู จากสอ่ื ต่างๆการอ่านออกเสียงคาํ ศัพท์ วลี สํานวน ได้อยา่ งถกู ต้อง
เข้าใจและใช้ประโยคซับซ้อนในสถานการณ์ต่าง ๆใช้ Tense ท่ยี ุ่งยากและซับซอ้ นและแลกเปล่ียนข้อมลู ข่าวสารความรู้
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. ผู้เรยี นมีความรู้และมีความสามารถในการศึกษาค้นคว้าหาความร้แู ละขอ้ มูลจากส่ือตา่ งๆ
2. ผเู้ รียนสามารถอ่านออกเสียงคําศัพท์วลสี ํานวนไดอ้ ย่างถูกต้อง
3. ผู้เรียนมีความร้แู ละเขา้ ใจสามารถใช้ประโยคซบั ซ้อนในสถานการณต์ ่างๆไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
4. ผู้เรียนมีความร้แู ละสามารถใช้ Tense ทย่ี ่งุ ยากและซบั ซอ้ นได้
5. ผูเ้ รยี นมคี วามรูแ้ ละสามารถแลกเปลี่ยนข้อมลู ข่าวสารความร้ไู ด้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
สาระการเรยี นรู้
ผเู้ รยี นมที กั ษะการสนทนาเก่ยี วกับการไปตัดเสื้อมีความรแู้ ละสามารถอ่านออกเสียงคาํ ศัพท์วลสี าํ นวน
ทเ่ี ก่ยี วข้องกบั การไปตัดเสอื้ เช่น measure, sleeves, seam, shorten และมคี วามความเข้าใจในโครงสร้าง
have something done, Reported Speech รวมทั้งสามารถเลา่ เรือ่ งในสถานการณ์ทก่ี าํ หนดให้ได้
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ใฝร่ ู้ใฝ่เรยี น ศกึ ษาใบความรู้ จากแบบเรียน
2. มีวนิ ัย ทํางานตามท่ีครมู อบหมายได้ทันเวลา
3. ขยัน ม่งุ มน่ั ในการทํางานทาํ ใบงาน ทาํ กิจกรรมกลมุ่
4. มีความสามคั คี มนี า้ ใจ มีความรบั ผิดชอบ ช่วยเหลือกันทํากจิ กรรมกลมุ่
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
1. ใบงาน
2. รายงาน
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
- ครพู ดู ถึงคําศัพท์เก่ยี วกับรา้ นเส้อื ผา้ และใหน้ ักศึกษาบอกคําศัพทท์ ่ีตนเองทราบพร้อมบอก
ความหมาย
109
ขั้นสอน
- ครูและผเู้ รยี นรว่ มกันอภปิ รายเนอ้ื หาในหนงั สือแบบเรยี น
- ผเู้ รยี นศกึ ษาใบความรู้
- ครูมอบหมายใหผ้ เู้ รยี นฝึกปฏิบตั ิด้วยการทําแบบฝึกหดั
ขนั้ สรุป
ครูผูส้ อนสรปุ เนอ้ื หาและเติมเตม็ องค์ความรู้พร้อมมอบหมายงานใหไ้ ปศึกษาด้วยตนเอง
เพ่ิมเติม
ส่อื การเรียนการสอน
1. ใบความรู้
2. หนังสือแบบเรยี น
3. ใบงาน
การวัดผลประเมนิ ผล
วิธกี ารวัด
1. สังเกตพฤติกรรมระหวา่ งการเรียนร้แู ละกระบวนการกลุ่ม
2. วดั ความรู้จากการทาํ กิจกรรมในใบงาน
เครือ่ งมือ
1. ใบงาน
เกณฑ์การวดั ผลประเมนิ ผล
1. ผู้เรียนมผี ลคะแนนในการทดสอบไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
2. การมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมกลมุ่
แหล่งการเรยี นรู้/สบื คน้ ขอ้ มูลเพิม่ เตมิ
1. ห้องสมุดประชาชน
2. กศน.ตําบล
3. internet
110
บันทกึ หลังการจัดการเรียนรู้
กิจกรรมการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สภาพปญั หาที่พบ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
วิธแี ก้ปัญหา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………
ลงชอื่ .........................................ครผู ูส้ อน
(..............................................)
คร.ู ...........................................
วันท่ี..........เดอื น..........................พ.ศ. ..................
ข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศึกษา
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชื่อ..........................................................
(นางสาวปรารถนา ชโี พธิ์)
ผ้อู าํ นวยการ กศน. อาํ เภอบางระจัน
วนั ที่ ............ เดอื น ...................... พ.ศ. ..............
111
ใบความรู้
What have I done?
เรื่องบทสนทนาเกย่ี วกับการไปตัดเสื้อ
ทร่ี า้ นตดั เส้ือผ้า (At the Tailor's)
Dressmaker : Hello. May I help you ?
Client : Yes, I would like to have a dress made.
Dressmaker : Of course, Madame. Have you got any design in your mind?
Client : Yes, a dark green dress with a white lace around the collar and at the hem of
skirt.
Dressmaker : Now, let's take a measurement, please.
Client : O.K.
Dressmaker : How long of dress would you like?
Client : I like it in shorten above my knees.
Dressmaker : And how would you like your sleeves?
Client : I like them long and seam at the edge.
Dressmaker : I will make it as you like. When will you like to get this dress?
Client : Next Sunday, please.
Dressmaker : Yes, I will try. It will be ready at that day.
Client : Thank you.
http://monolurf.exteen.com/20081120/entry
112
ใบงาน
คาสัง่ 1. ให้นกั ศึกษาจบั คู่กับเพ่ือนฝึกพูดบทสนทนาทร่ี ้านตดั เสื้อผา้ ( At the Tailor's )
2.เตมิ บทสนทนาให้สมบรู ณ์โดยใชค้ าศัพทท์ ่ีกาหนดให้
above get in long like make please seam When would
Dressmaker : How………….. of dress would you…………….?
Client : I like it……. shorten……………. my knees.
Dressmaker : And how…………… you like your sleeves?
Client : I like them long and………….. at the edge.
Dressmaker : I will………… it as you like. ……..will you like to…….. this dress?
Client : Next Sunday,……………..
คาสง่ั 3. จงเรียงลาดบั บทสนทนาโดยใส่ตัวเลขหนา้ ประโยคใหถ้ กู ตอ้ ง
คาตอบ คาตอบ
Yes, I would like to have a dress
made.
Of course, Madame. Have you got
any design in your mind?
O.K.
Hello. May I help you ?
Yes, a dark green dress with a white
lace around the collar and at the
hem of skirt.
Let's take a measurement, please.
113
ใบงาน
2. Match the following sentences จบั คปู่ ระโยคต่อไปนี้
_____ 1 _____ 1. Don’t leave lights on when no one A. Use the broom instead of a hose to
is in the room. If you are going to be out of clean off the driveway or deck.
the room for more than five minutes ……… B. Turn off the light.
_____ 2. You should use less hot water. C. Buy rechargeable and a recharger.
Water heaters account for nearly ¼ of your D. Take shorter showers.
home energy use.
_____ 3. If you have only a small lawn, think
about getting a manual push mower. It
doesn’t use energy except your own.
Pushing the mover spins the rotating wheels
which spins the cutter. What a good
exercise.
_____ 4. Batteries that are thrown away
produce heavy metals. These metals are
toxic and can be harmful to human and
wildlife.
114
ใบงาน
3. จงจบั คู่บทสนทนาใหต้ รงกับความหมายโดยนาตัวเลขมาใสห่ นา้ ข้อใหถ้ กู ต้อง
คาตอบ ประโยค ความหมาย
Yes, I would like to have a dress 1.ขอเชญิ วดั ตัวได้เลยค่ะ
made. 2.คุณต้องการแขนเสือ้ อยา่ งไร
Have you got any design in your
mind? 3.ค่ะฉันต้องการจะตัดชุดคะ่
Now, let's take a measurement,
please. 4.ชดุ จะเสร็จในวันทีก่ าหนดค่ะ
And how would you like your
sleeves? 5.คุณมแี บบหรือยังคะ
It will be ready at that day.
4. ใหน้ กั ศกึ ษาเขียนประโยคตอ่ ไปน้เี ป็นภาษาอังกฤษ
1. คุณมีแบบเสื้อหรอื ยังคะ
………………………………………………………………….……………………………………………………………………………
2. คุณชอบกระโปรงยาวแค่ไหนคะ
……………………………………………………………………………………………………………………….………………………
3. ฉันชอบกระโปรงยาวคลมุ เข่า
…………………………………………………………………………………………………………….…………………………………
4. ฉันชอบแขนเสอื้ สัน้
…………………………………………………………………………………………………….…………………………..……………
5. เสอ้ื มลี ูกไม้ทีป่ กด้วย
……………………………………………………………………………………………..………………………………………………
115
ใบความรู้
1. การอ่านออกเสยี งคาศัพทว์ ลีสานวนทีเ่ กี่ยวข้องกับการไปตดั เสือ้
คาศพั ท์ (Vocabulary ) คาแปล
collar ปก
design ออกแบบ
dressmaker / tailor ช่างตดั เสอื้
dressmaking's shop /tailor's shop ร้านตดั เส้อื
lace ผ้าลูกไม้
long ยาว
measurement การวดั ตัว
Peterpan's collar ปกคอบวั
Sleeves แขนเสอ้ื
Seam ตะเขบ็
Shorten สั้น
Sew เย็บ
สานวนท่ีควรทราบ (Word Studies) ความหมาย
สานวน ฉนั ต้องการจะตัดชุดค่ะ
ฉันตอ้ งการจะตัดเสื้อค่ะ
I would like to have a dress made. ฉันต้องการจะตัดกระโปรงคะ่
I would like to have a blouse made. คณุ ต้องการกระโปรงยาวแคไ่ หนคะ
I would like to have a skirt made. คณุ ชอบแบบไหนคะ
How long of skirt would you like? ขอเชญิ วัดตัวค่ะ
How would you like it? แบบไทยๆค่ะ
take a measurement ยาวคลุมเข่า
Thai style, please. เสื้อแขนสน้ั
cover my knees. เสื้อผา้ สาหรับผ้หู ญงิ
short- sleeved shirt
clothing for women
116
ใบงาน
คาสัง่ 1. ใหน้ ักศึกษาจบั คกู่ บั เพอ่ื นฝกึ อา่ นออกเสยี งคาศัพท์ต่อไปน้ี
คาศพั ท์ (Vocabulary ) ความหมาย
collar ปก
design ออกแบบ
dressmaker / tailor ช่างตดั เสือ้
dressmaking's shop / tailor's shop รา้ นตดั เส้ือ
lace ผา้ ลกู ไม้
long ยาว
measurement การวดั ตัว
Peterpan's collar ปกคอบวั
sleeves แขนเสื้อ
seam ตะเขบ็
shorten สั้น
sew เยบ็
ใบงาน
คาส่งั 2. จงจบั ค่คู าศัพท์โดยนาหมายเลขหนา้ คาแปลมาใส่หนา้ คาศัพทใ์ ห้ถกู ต้อง
คาตอบ คาศัพท์ (Vocabulary ) คาแปล
collar 1 ยาว
design 2 ผ้าลกู ไม้
dressmaker / tailor 3 การวดั ตวั
dressmaking's shop /tailor's shop 4 แขนเส้ือ
lace 5 ปกคอบัว
long 6 ปก
measurement 7 ออกแบบ
Peterpan's collar 8 รา้ นตัดเส้อื
sleeves 9 เยบ็
seam 10 ตะเขบ็
shorten 11 ชา่ งตัดเสือ้
sew 12 ส้ัน
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 12 (แผนการพบกลมุ่ ) 117
กลมุ่ สาระความร้พู ้นื ฐาน รายวิชา ภาษาอังกฤษเพอื่ ชวี ิตและสังคม พต31001 ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
แผนการจัดการเรยี นร้เู ร่ืองท่ี 12 What is your e – mail Address? เวลา 10 ช่ัวโมง
สอนวันท่ี ………เดอื น ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรียนท่ี …... ปีการศึกษา ……….
มาตรฐานการเรียนรู้
มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจตคตเิ กี่ยวกับ ภาษาท่าทาง การฟัง พดู อ่าน เขียน
ภาษาตา่ งประเทศ ดว้ ยประโยคที่ซบั ซ้อนมากขึน้ ในชีวิตประจาํ วนั และงานอาชีพของตน ถกู ต้องตามหลัก
ภาษาวฒั นธรรม และกาลเทศะของเจา้ ของภาษา
ตัวชว้ี ดั
1. ศกึ ษา คน้ คว้าความรู้ และขอ้ มลู จากส่อื ตา่ งๆ
2. สบื คน้ ข้อมูลในดา้ นต่าง ๆ จาก Internet
3. เข้าใจและใชป้ ระโยคท่ีซบั ซอ้ นในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ อย่างถูกต้อง
4. การใช้ Tense ทย่ี งุ่ ยากและซบั ซ้อน
5. แลกเปลย่ี นข้อมูลขา่ วสารความรู้ ทัง้ เป็นทางการและไม่เปน็ ทางการ
สาระสาคัญ
สาระเกี่ยวกับการใชส้ ือ่ ทางอเิ ล็กทรอนิกสค์ อมพิวเตอรแ์ ละเครอื ข่าย E – mail การสมัครการโตต้ อบ
พูดคยุ ทาง e – mail ภาษาและศพั ท์ที่ใชใ้ นอเี มล์
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. การสบื คน้ ข้อมลู และการรับส่งจดหมายด้วย e – mail และ Internet
2. ศึกษาคน้ คว้าความรแู้ ละข้อมูลทางสื่อต่างๆ
3. เขา้ ใจและใช้ประโยคซับซ้อนในสถานการณ์ตา่ งๆ
4. แลกเปล่ยี นข้อมูลข่าวสารท้งั อยา่ งเปน็ ทางการและไมเ่ ป็นทางการ
สาระการเรยี นรู้
ผ้เู รยี นมคี วามรคู้ วามสามารถและทกั ษะในการขอมี e – mail การเปิด/ปิด e – mail ภาษา e –
mail สามารถเขยี นบทอา่ นแนะนาํ ตนเองที่พิมพ์มาจาก e – mail ไดก้ ารสร้างประโยคคําถามจากคําตอบท่ีให้
มีการถามและการตอบข้อมูลการเปรยี บเทียบและการเขียนแนะนําตนเองถึง PenPal โดยส่งทาง e – mail
ได้อย่างถกู ต้อง
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ใฝร่ ู้ใฝ่เรียน ศึกษาใบความรู้ จากแบบเรยี น
2. มีวินยั ทํางานตามที่ครูมอบหมายได้ทันเวลา
3. ขยัน มงุ่ มัน่ ในการทํางานทําใบงาน ทํากจิ กรรมกล่มุ
4. มีความสามคั คี มนี า้ ใจ มีความรบั ผดิ ชอบ ช่วยเหลอื กันทํากจิ กรรมกลุ่ม
ช้ินงาน/ภาระงาน
1. ใบงาน
2. รายงาน
กระบวนการจดั การเรียนรู้
ขัน้ นาเข้าสูบ่ ทเรยี น