The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by khanti2, 2020-03-28 05:23:26

New Doc 03-25-2020 09.28.44

การประเมินผลรายวิชา

รายวิชานี้แบ่งเป็น 9 หน่วยการเรียนรู้ แยกได้เป็น 18 รายสัปดาห์ การวัดและประเมินผลรายวิชาจะ
ด าเนินการ ดังนี้

1. วิธีการด าเนินการรวบรวมข้อมูลเพื่อการประเมินผลแยกเป็น 3 ส่วน โดยแบ่งแยกคะแนนแต่ละ

ส่วนจากคะแนนเต็มทั้งรายวิชา 100 คะแนน ดังนี้
1.1 การทดสอบความรู้โดยใช้ใบงานประจ าแต่ละหน่วย 50 คะแนนหรือคิดเป็น 50 %

1.2 การสอบปลายภาค 30 คะแนนหรือคิดเป็น 30%
1.3 พิจารณาจากกิจนิสัย ความตั้งใจและการเข้าร่วมกิจกรรม 20 คะแนนหรือคิดเป็น 20 %


2. เกณฑ์ผ่านรายวิชา

ผู้ที่จะผ่านรายวิชานี้จะต้อง

2.1 คะแนนงานระหว่างภาคเรียนรวมกับคะแนนกิจนิสัยต้องไม่ต่ ากว่า 50 คะแนน
2.3 มีเวลาเข้าเรียนและเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่ต่ ากว่า 80% ของเวลาเรียนทั้งหมด



3. เกณฑ์ค่าระดับคะแนน
3.1 พิจารณาเกณฑ์ผ่านรายวิชาตามข้อ 2 ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะได้รับค่าระดับคะแนน 0

3.2 ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ข้อ 2 จะได้ค่าระดับคะแนนตามเกณฑ์ ดังนี้
คะแนน 80 - 100 ได้ 4

คะแนน 75 - 79 ได้ 3.5
คะแนน 70 - 74 ได้ 3

คะแนน 65 - 69 ได้ 2.5

คะแนน 60 - 64 ได้ 2
คะแนน 55 - 59 ได้ 1.5

คะแนน 50 - 54 ได้ 1
คะแนน 0 - 49 ได้ 0

แผนการสอนหน่วยที่ 1








ความปลอดภัยในงานเชื่อมและโลหะแผ่น

แผนการสอนหน่วยที่ 1


วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น รหัส 2100 - 1005 สัปดาห์ที่ 1

ชื่อหน่วย ความปลอดภัยในงานเชื่อมและโลหะแผ่น รายการที่สอน จ านวน 2 ชั่วโมง
ผู้สอน นายขันติ สุมังสะ


หัวข้อเรื่องและงาน
1. ความปลอดภัยในงานเชื่อมแก๊ส

2. ความปลอดภัยในงานเชื่อมไฟฟ้า
3. ความปลอดภัยในงานโลหะแผ่น


สมรรถนะรายวิชา
1. บอกกฎระเบียบความปลอดภัยได้ถูกต้อง
2. บอกวิธีการป้องกันอันตรายจากการเชื่อมและโลหะแผ่นได้ถูกต้อง

3. บอกประเภทของการเชื่อมโลหะได้

สาระส าคัญ

ในวงการอุตสาหกรรม งานเชื่อมเป็นขบวนการขึ้นรูปที่ส าคัญ และ ใช้กันอย่างกว้างขวาง โดยมี
หลักการ คือ การให้ความร้อนหรือแรงกดร่วมกันแก่บริเวณเชื่อมจนกระทั่งโลหะนั้นหลอมละลายประสานเป็น

เนื้อเดียวกัน โดยใช้เนื้อของโลหะที่จะน ามาต่อประสานกันโดยตรง หรือใช้ลวดเชื่อมเติม ลงในแนวเชื่อมก็ได้
และในการปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในขณะที่ท างานและจัดให้มีสภาพการท างานที่ดี เพียงเท่านี้

มิได้ช่วยให้เกิดอุบัติเหตุลดลงได้ เลย ถ้าหากไม่ได้เน้นถึงตัวผู้ปฏิบัติงานด้วย เพราะจากสถิติของบริษัทหลายๆ

แห่งจะแสดงให้เห็นว่าอันตรายที่เกิดขึ้นกับบุคคลนั้น ส่วนมากจะเกิดจากความประมาทและการละเลยที่จะ
ปฏิบัติตามกฎของความปลอดภัยของตัวผู้ปฏิบัติงานเอง ท าให้งานผลิตหยุด ชะงักแล้ว ยังจะต้องเสียค่า

รักษาพยาบาลเพิ่มอีกด้วยจึงจ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องป้องกันมิให้เกิดขึ้น

ล าดับขั้นการสอน

1. ขั้นน า (Motivation)

2. ขั้นสอน (Information)
3. ขั้นประกอบกิจกรรมการเรียน (Application)

4. ขั้นสรุปผล (Progress)



1. ขั้นน า (Motivation)
กิจกรรมของครู กิจกรรมของนักเรียน


ชี้แจงการเรียนในวิชางานเชื่อมและโลหะแผ่น ฟังการชี้แจงและซัก-ถาม ในรายละเอียดในการ
เบื้องต้นเกี่ยวกับเนื้อหาวิชาที่เรียนที่ต้องเรียนใน 1 วัดผลประเมินผลทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ซัก-ถาม
ภาคเรียน (18 สัปดาห์)ว่าประกอบไปด้วยหน่วย เกณฑ์การประเมินผล
เรียน ทั้งหมด 9 หน่วย คือ

1. ความปลอดภัยในงานเชื่อมและโลหะแผ่น
2. กระบวรการเชื่อม
3. ต าแหน่งงานเชื่อมและลักษณะรอยต่อ

4. งานเชื่อมแก๊ส
5. งานแล่นประสาน
6. งานเชื่อมไฟฟ้า
7. งานเชื่อมแก๊ส
8. ตะเข็บงานและงานบัดกรี

9. การเขียนแบบแผ่นคลี่
ในแต่ละหน่วยประกอบด้วยส่วนที่เป็นด้านความรู้
ทักษะ เจตคติและลักษณะอันพึงประสงค์ และการ

วัดผลในส่วนของการปฏิบัติ ชี้แจงเกณฑ์การวัด และ
ประเมินผล

2. ขั้นสอน (Information)
กิจกรรมของครู กิจกรรมของนักเรียน


อธิบายสาเหตุที่จะเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงาน - ฟังการอธิบาย

อธิบายอุบัติเหตุจากสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงาน - ถามและตอบ
อธิบายอุบัติเหตุจากเครื่องจักร เครื่องมืออุปกรณ์ - ตอบค าถามจากภาพ
อธิบายผลกระทบที่เกิดจากอุบัติเหตุหลักการรักษา
ความปลอดภัยในงานอุตสาหกรรม
อธิบายหลักการรักษาความปลอดภัยในงาน

อุตสาหกรรม


3. ขั้นประกอบกิจกรรมการเรียน (Application)

กิจกรรมของครู กิจกรรมของนักเรียน


ให้นักเรียนท าแบบทดสอบความรู้ นักเรียนท าแบบทดสอบความรู้






4. ขั้นสรุปผล (Progress)
กิจกรรมของครู กิจกรรมของนักเรียน


น าอภิปรายสรุปสาระส าคัญที่เรียนมา นักเรียนอภิปรายและสรุปร่วมกันครู

งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม
ก่อนเรียน

1. เช็คชื่อนักศึกษา
2. ตกลงกติกาในการเรียนวิชางานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น

3. เกณฑ์การให้คะแนน
ขณะเรียน

1. เข้าสู่บทเรียนโดยการถามตอบเกี่ยวกับความปลอดภัยในงานเชื่อม
2. บรรยายเนื้อหาและให้ศึกษา ค้นคว้า เนื้อหาที่จะต้องเรียน จากใบความรู้ที่แจกให้
3. อาจารย์และนักศึกษาช่วยกันสรุปเนื้อหา
หลังเรียน

1. ท าแบบฝึกหัด
2. เฉลยแบบฝึกหัด (เก็บคะแนน)


สื่อการเรียนการสอน

1. หนังสืองานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น
2. ใบแบบฝึกหัด
3. ใบความรู้


การประเมินผล
ก่อนเรียน

- ศึกษาใบความรู้และใบงานที่มอบหมายให้
ขณะเรียน
- สาธิต
- ถามตอบ

- ท าแบบฝึกหัด
หลังเรียน
- ตรวจความถูกต้องในการปฏิบัติงาน
- ตรวจงานเก็บคะแนน

วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่น รหัสวิชา

เบื้องต้น ใบความรู้ 2100 - 1005
เรื่อง ความปลอดภัยในงานเชื่อม สัปดาห์ที่ 1 แผ่นที่ 1

และโลหะแผ่น


หน่วยที่ 1

ความปลอดภัยในงานเชื่อมและโลหะแผ่น


ประวัติการเชื่อมโลหะ
ตามประวัติศาสตร์โลหะชนิดแรกที่มนุษย์น ามาใช้ก็ คือ ทองแดง เนื่องจากมีการขุดพบในอียิปต์ว่ามีการ
การเริ่มต้นอาร์ค การเชื่อมเดินแนว ต่อมุม ต่อตัวที ท่าราบ การเขียนแบบแผ่นคลี่ลงบนแผ่นงาน การท า
ตะเข็บ การบัดกรี การขึ้นรูปด้วยการพับ ตัด เคาะขึ้นขอบ การม้วนและ การประกอบเป็นชิ้นงาน โดยใช้

อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลถูกต้องตามหลักของความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
ใช้เครื่องมือเครื่องใช้ที่ท าด้วยทองแดงซึ่งมีอายุราว 4,000 ปี โดยมีการท าโลหะให้ติดกันด้วยการตีและการ
พับตะเข็บ ต่อมาในทศวรรษที่ 18 เริ่มมีการปฏิวัติอุตสาหกรรม แบบดั้งเดิมมาเป็นอุตสาหกรรมสมัยในปี

ค.ศ. 1801 เซอร์ ฮัมฟรี เดวี เป็นผู้ค้นพบว่าการอาร์คจะเกิดขึ้นระหว่างขั้วทั้งสองของวงจรไฟฟ้าต่อมาในปี
ค.ศ.1888 Slavianoff ชาวรัสเซีย ได้น ารวดเชื่อมเปลือยมาใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งงานเชื่อมยังมีปัญหา
มากมาย จนมาถึงปี ค.ศ. 1921 สโตร์เมนเจอร์
ชาวอังกฤษ ได้ผลิตลวดเชื่อมหุ้มฟลั๊กซ์ที่ใช้เชื่อมได้อย่างสมบรูณ์แบบและได้มีการพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน


ในด้านการเชื่อมแก๊สได้มีการพัฒนามาพร้อมกับการเชื่อมไฟฟ้า
กระบวนกรเชื่อมโลหะ

การเชื่อมโลหะ คือ กรรมวิธีการต่อโลหะให้ติดกัน โดยการให้ความร้อนหรือแรงกด หรือทั้งความ
ร้อนและแรงกดร่วมกันแก่บริเวณเชื่อมจนกระทั่ง
โลหะนั้นหลอมละลายประสานเป็นเนื้อเดียวกัน โดยใช้เนื้อของโลหะที่จะน ามาเชื่อมต่อประสานกันโดยตรง
หรือใช้ลวดเชื่อม เติมลงในแนวเชื่อมก็ได้ ความร้อนที่ให้แก่ชิ้นงานอาจได้จากพลังงานเคมี พลังงานไฟฟ้า

พลังงานกล พลังงานคลื่นเสียงหรือพลังงานแสงขึ้นอยู่กับวิธีการเชื่อมที่แตกต่างกันไป

การเชื่อมที่นิยมน ามาใช้กันมีดังนี้

1. การเชื่อมแบบหลอมละลาย เป็นการเชื่อมประสานโลหะให้ติดกันโดยการให้ความร้อนแก่ชิ้นงานจน
ชิ้นงานหลอมละลายประสานตัวติดเป็นชิ้นเดียวกัน ความร้อนอาจจะได้จากการอาร์คหรือกรเผาไหม้จาก
แก๊สเชื้อเพลิงกับออกซิเจน ความร้อนจากการอาร์คจะรวมถึงวิธีการ ซึ่งอิเล็กโทรดเกิดจากการอาร์คด้วย
ตัวเอง แล้วหลอมละลายเป็นแนวเชื่อมพร้อมเนื้อชิ้นงาน และรวมถึงวิธีที่อิเล็กโทรดท าให้เกิดการอาร์คเพียง
อย่างเดียวแล้วใช้ลวดเชื่อมเป็นตัวหลอมละลายเติมลงไปในแนวเชื่อม

2. การเชื่อมแบบใช้แรงกด เป็นการเชื่อมโดยใช้แรงกดดันเข้าช่วย โดยขณะที่ชิ้นงานได้รับความร้อน
เกือบหลอมละลาย หรืออยู่ในภาวะพลาสติก แล้วใช้แรงกดจนชิ้นงานประสานเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งได้แก่

การเชื่อมต่อเหล็กของช่างตีมีด การเชื่อมจุด การเชื่อมตะเข็บแบบต่อเกย

วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่น รหัสวิชา

เบื้องต้น ใบความรู้ 2100 - 1005
เรื่อง ความปลอดภัยในงานเชื่อม สัปดาห์ที่ 1 แผ่นที่ 2

และโลหะแผ่น


ความปลอดภัยในงานเชื่อมแก๊ส

- ถ้าเป็นการเชื่อมในห้องสิ่งที่ต้องค านึงถึงคือ ห้องนั้นมีการระบายอากาศพอเพียงหรือไม่ถ้ามีควันที่เกิด
จากการเชื่อมมีอากาศบริสุทธ์หรือการหายใจสะดวกหรือไม่ โดยทั่วไปของพื้นที่ของห้องที่เพียงพอต่อการ
ระบายอากาศจะมีพื้นที่ 10000 ลูกบาศก์ฟุต หรือ283 ลูกบาศก์เมตร ต่อช่างเชื่อม 1 คน ในขณะเดียวกันห้อง
นั้นต้องควบคุมความสูง 16 ฟุต หรือ 4.9 เมตร

- จ าเป็นต้องมีการระบายอากาศอยู่เสมอเมื่อท าการเชื่อมโลหะบางประเภท เช่น สังกะสี ตะกั่ว
เบริลเลียม แคดเมียม ปรอท ทองแดง หรือโลหะที่ท าการเชื่อมแล้วเกิดควันพิษ ซึ่งจะ
ท าให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้

- การเก็บรักษาท่อแก๊ส หรือการน าท่อแก๊สมาใช้งานควรใช้โซ่คล้องแล้วยึดติดกับผนังเพื่อไม่ให้ท่อล้ม
เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น
- การเก็บรักษาท่อแก๊สและการใช้งานควรห่างจากสารติดไฟไม่น้อยกว่า 25 ฟุต หรือ 7.6 เมตร

- การเก็บรักษาท่อแก็สและท่อออกซิเจนควรที่จะแยกออกจากกัน โดยมีก าแพงกั้นกลางมีความสูงอย่าง
น้อย 5 ฟุต หรือ 1.5 เมตร
- ห้องที่ใช้ท าการเก็บแก๊ส อะเซทิลีน ต้องมีช่องระบายอากาศและที่ประตูต้องมีค าเตือนห้ามน า

เชื้อเพลิงหรือไฟเข้าใกล้
- การเคลื่อนย้ายท่อแก๊สต้องสวมฝาครอบป้องกันวาล์วเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้วาล์วกระแทกจนแตกหรือ
บิ่น เมื่อขนส่งด้วยรถบรรทุกหรือรถเทลเลอร์
- กรณีที่ท่อแก๊สรั่ว ต้องรีบน าท่อแก๊สออกจากอาคารหรือพื้นที่ ที่ท างานไปใว้ในที่โล่งแจ้งที่อากาศ

ระบายได้ดี ในขณะเดียวกันควรน าป้ายบอกเตือนเพื่อไม่ให้ผู้อื่นสูบบุหรี่ หรือท าให้เกิดประกายไฟบริเวณที่แก๊ส
รั่วถ้าวางท่อแก๊สอะเซทิลีนในต าแหน่งแนวนอนนานๆ หรือน าท่อตั้งขึ้นแล้วใช้งานทันทีสารอะซิโตนจะเคลื่อน
ตัวออกมาจากท่อ สารอะซิโตนที่เคลื่อนตัวออกมาจากท่อจะท าให้เปลวไฟมีอุณหภูมิต่ ากว่าปกติและท าความ

เสียหายต่อมาตรวัดความดัน ( Regulator ) หรือบริเวณลิ้นเปิดปิด ( Valve ) ของกระบอกเชื่อม( Torch )
ถ้าการเคลื่อนย้ายจ าเป็นต้องวางท่อในลักษณะแนวนอน เมื่อจะใช้งานควรน าตั้งขึ้นและมีระยะเวลาเพื่อให้
สารอะซิโตนเข้าที่หรือจัดระเบียบตัวเองระยะเวลาหนึ่ง จึงจะใช้งานได้อย่างปลอดภัย
- ก่อนท าการเชื่อมต้องสังเกตพื้นที่เสียก่อนว่ามีถังแก๊สถังสี หรือกาน้ ามันอยู่ในบริเวณพื้นที่เชื่อมหรือไม่

เพราะถ้ามีประกายไฟอาจกระเด็นไปถูกท าให้น้ ามันหรือแก๊สลุกติดไฟได้
- ภายในโรงงานต้องมีอุปกรณ์ดับเพลิง สามารถที่จะหยิบได้ง่ายเมื่อเกิดเพลิงไหม้และควรติดตั้งไว้สูง
จากพื้นที่ประมาณ 1- 1.5 เมตร

- การใช้อุปกรณ์ดับเพลิงนั้นควรใช้สลักบริเวณไกล ใช้มือเหนี่ยวไกพร้อมทั้งพ้นน้ ายาดับเพลิงไปที่วัสดุที่
ก าลังลุกไหม้ ไม่ใช่พ่นไปที่เปลวไฟ
- ช่างเชื่อมที่จะท าการเชื่อมควรที่จะท าการพึงสังวรอยู่ตลอดเวลาว่าชุดปฏิบัติงานที่ท าการสวมใส่อยู่นั้น

จะต้องไม่เปื้อนน้ ามันเพราะถ้าเปื้อนน้ ามันจะมีโอกาสติดไฟมากกว่าชุดที่สะอาด

วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่น รหัสวิชา

เบื้องต้น ใบความรู้ 2100 - 1005
เรื่อง ความปลอดภัยในงานเชื่อม สัปดาห์ที่ 1 แผ่นที่ 3

และโลหะแผ่น

- อย่าท าการเชื่อมใกล้ถังแก๊ส เพราะความร้อนจากการเชื่อมจะท าให้แก๊สที่อยู่ภายในถังเกิดการ

ขยายตัว และอาจเกิดการระเบิดได้

- อย่าหยอกล้อกันขณะที่ท าการเชื่อม หรือน าเปลวไฟหรือน าเปลวไฟมาหยอกล้อกัน เพราะอาจเกิด
อันตรายได้เมื่อไม่สามารถควบคุมเปลวไฟได้

- อย่าน าแก๊สอะเซทิลีนไปใช้โดยที่ไม่มีมาตรวัดความดันและคอยตรวจสอบความดันขณะใช้งาน

- ควรใส่แว่นตากรองแสงขณะที่ท าการเชื่อมและไม่ควรใช้สายแก๊สพาดไหล่เพราะถ้ามีแก๊สรั่วอาจ

ถูกไฟไหม้ได้

- ไม่ควรมุดเข้าไปเชื่อมท่อที่มีพื้นที่แคบๆ เพราะจะหนีออกมาได้ช้า หรือออกมาไม่ได้เลยในกรณีที่

เกิดไฟไหม้

ความปลอดภัยในงานเชื่อมไฟฟ้า
ในงานเชื่อมไฟฟ้าเป็นงานเชื่อมที่ต้องมีความระมัดระวังอย่างมากเพราะว่าเป็นงานเชื่อมที่มีกระแสไฟฟ้า
เข้ามาเกี่ยวข้องกันด้วย จะท าให้เกิดเป็นอันตรายได้ถ้าผู้ที่ปฏิบัติงานขาดความระมัดระวังและไม่มีการศึกษา
เกี่ยวกับข้อมูลในการใช้เครื่องมาก่อนก่ออาจท าให้เกิดอันตรายขึ้นเช่นกัน

อันตรายที่เกิดจากการเชื่อมไฟฟ้า
การปฏิบัติงานเชื่อมผู้ปฏิบัติงานอาจได้รับอันตรายได้ผู้ที่ปฏิบัติงานจะต้องระมัดระวังไม่ให้อุบัติเหตุเกิดขึ้น
ฉะนั้นช่างเชื่อมจะต้องศึกษาและสังเกตวิธีการป้องกันจากผู้รู้ คู่มือ หรือหน่วยงานป้องกันอุบัติภัย ผู้ร่วมงาน
ในหน่วยงานจะต้องมีความจะต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันอุบัติเหตุ โดยจะต้องมีความพร้อมที่จะ

แก้ไขเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที และถ้าอุบัติเหตุขึ้นก็ต้องสามารถท าการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บได้
อันตรายที่เกิดจากกระแสไฟฟ้าท าให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเกิดอาการ ช๊อกและมีอันตรายถึงชีวิตได้รังสี
จากการอาร์คท าให้ผิวไหม้ได้ และท าให้มีการระคายเคืองต่อร่างกายและดวงตา เม็ดโลหะที่มีความร้อนท าให้
ผิวหนังพุพอง ละอองน้ าและควันไฟท าให้ไม่สบายเนื่องจากระบบหายใจเป็นหวัดและเป็นอันตรายจากแก๊สพิษ

ฉะนั้นผู้ที่ท างานเป็นช่างเชื่อม
โดยจะต้องศึกษาและท าความเข้าใจเกี่ยวกับข้อควรระวัง ตลอดจนค าแนะน าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการ
ปฏิบัติงานการใช้เครื่องเชื่อมรวมทั้งการใช้เครื่องมือประกอบอื่นๆ

วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่น รหัสวิชา

เบื้องต้น ใบความรู้ 2100 - 1005
เรื่อง ความปลอดภัยในงานเชื่อม สัปดาห์ที่ 1 แผ่นที่ 4

และโลหะแผ่น



ความปลอดภัยในงานโลหะแผ่น
- การเคลื่อนย้ายโลหะแผ่นบางจะต้องสวมถุงมือทุกครั้ง มิฉะนั้นขอบของโลหะแผ่นอาจบาดมือ
- การเคลื่อนย้ายโลหะแผ่นควรยกในแนวตั้ง เพราะถ้ายกในแนวนอนโลหะจะห้อยตัวลงและต้องใช้พื้นที่ใน
การเคลื่อนย้ายกว้าง

- ในการใช้เครื่องพับต้องแน่ใจว่าไม่มีผู้อยู่ในรัศมีการเคลื่อนไหวของชิ้นส่วนของเครื่องจักร
- ไม่ควรใช้กรรไกรมือตัดงานโลหะแผ่นที่มีความหนามาก เพราะการใช้แรงบีบจากมือมากจะท าให้ความ

ปลอดภัยลดลง
- ไม่ควรน าบรรทัดเหล็กไปใช้งัดอุปกรณ์อื่น เช่น กระป๋องสี

- ไม่ควรใช้เหล็กถ่ายแบบแทนเหล็กน าศูนย์
- ไม่ควรใช้กรรไกรตัดลวดหรือแผ่นโลหะที่แข็งเกินไป
- อย่าใช้กรรไกรเคาะ หรือตีแผ่นโลหะ ขณะตัดแล้วเกิดรอยเยิน ควรเปลี่ยนมาใช้ค้อนแทน
- เหล็กขีดทื่อไม่ควรเจียระไน เพราะความแข็งที่ชุบไว้จะหมดไป ควรลับให้แหลมคมดังเดิมด้วยหินลับ

- แผ่นโลหะจะมีรอยเยิน ครีบ และความคมอันเกิดจากการตัด ควรใช้ตะไปแต่งลบคม


สรุป
ในการปฏิบัติงานเชื่อมไฟฟ้าหรืองานเชื่อมแก๊สทุกครั้ง ผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีการตรวจเช็คอุปกรณ์ป้องกัน

อันตรายจากการเชื่อมทุกครั้ง ไม้ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ติดมากับตัวเครื่อง หรืออุปกรณ์ป้องกันความปลอดส่วน
บุคคลต่างๆ ที่จะต้องน ามาใช้ว่ามีอยู่ครบหรือไม่ และจะต้องท าการตรวจสอบสภาพของเครื่องเชื่อมทุกครั้งว่า
อยู่ในสภาพที่พร้อมที่จะใช้งานหรือไม่ ถ้ามีการช ารุดเกิดขึ้นก็ไม่ควรที่จะน ามาใช้งาน และควรน าไปซ่อมแซม

ทันที และควรปฏิบัติงานเชื่อมตามข้อปฏิบัติของครูผู้สอนอย่างเคร่งครัด และจะต้องมีการดูแลของผู้ควบคุม
การปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้

วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น จ านวน 20 นาที

เรื่อง ความปลอดภัยในงานเชื่อมและ แบบประเมินผลการเรียน
โลหะแผ่น แผ่นที่ 1


ค าสั่ง ตอนที่ 1 ให้นักเรียนจับคู่รูปภาพกับข้อความที่เหมาะสมดังต่อไปนี้

1.


ส่วนที่เคลื่อนไหวได้อาจท้าให้ได้รับบาดเจ็บ







2.


อย่าเชื่อมงานกลางสายฝนหรือบนพื้นที่นองน้้า

เพราะกระแสไฟฟ้าอาจลัดวงจรเป็นอันตราย

กับผู้เชื่อมได้

3.



ไม่ควรใช้กรรไกรตัดลวดหรือแผ่นโลหะที่แข็ง


เกินไป


4.





ควรใส่แว่นตากรองแสงขณะท้าการเชื่อม



5.





การเคลื่อนย้ายโลหะแผ่นบางจะต้องสวมถุงมือ


ทุกครั้ง

วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น จ านวน 20 นาที

เรื่อง ความปลอดภัยในงานเชื่อมและ แบบประเมินผลการเรียนรู้
โลหะแผ่น แผ่นที่ 2



ตอนที่ 2 ค าชี้แจง ท าเครื่องหมาย หน้าข้อความที่ถูกต้อง และเครื่องหมาย


_______ 1. เมื่อต้องการซ่อมเครื่องเชื่อมไฟฟ้า ควรให้เครื่องหยุดท างานก่อน
_______ 2. การท างานเชื่อมในห้องเล็กๆ ในถ้ า ในท่อ ในบ่อ หรือถัง ควรมีอากาศถ่ายเทได้ตลอดเวลา
_______ 3. ในการเปลี่ยนลวดใหม่ สามารถใช้มือเปล่าจับลวดใส่หัวจับได้เลย

_______ 4. ขณะท าการเชื่อมไฟฟ้า ผู้เชื่อมไม่จ าเป็นต้องถอดเครื่องประดับ เช่น แหวน นาฬิกา เป็นต้น ออก
_______ 5. การเชื่อมในสถานที่สูงๆ ควรใช้เข็มขัดนิรภัยช่วยทุกครั้ง
_______ 6. การเคลื่อนย้ายโลหะแผ่นบางไม่จ าเป็นต้องสวมถุงมือทุกครั้ง
_______ 7. ในการใช้เครื่องพับต้องแต่ใจว่าไม่มีผู้อื่นอยู่ในรัศมีการเคลื่อนไหวของชิ้นส่วนของเครื่องจักร
_______ 8. การตัดโลหะแผ่นที่มีความหนามากควรจะน ากรรไกรมือมาตัด เนื่องจากมีแรงบีบจากมือมาก

_______ 6. เหล็กถ่ายแบบสามารถท าหน้าที่แทนเหล็กน าศูนย์ได้
_______ 7. ขณะตัดโลหะแผ่นแล้วเกิดรอยเยิน ควรใช้ค้อนทุบหรือใช้กรรไกรเคาะก็ได้

วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น จ านวน 20 นาที
เฉลยแบบประเมินผลการเรียน
เรื่อง ความปลอดภัยในงานเชื่อม แผ่นที่ 1


ค าสั่ง ตอนที่ 3 ให้นักเรียนจับคู่รูปภาพกับข้อความที่เหมาะสมดังต่อไปนี้

1.




ส่วนที่เคลื่อนไหวได้อาจท้าให้ได้รับบาดเจ็บ





2.

อย่าเชื่อมงานกลางสายฝนหรือบนพื้นที่นองน้้า

เพราะกระแสไฟฟ้าอาจลัดวงจรเป็นอันตราย

กับผู้เชื่อมได้

3.


ไม่ควรใช้กรรไกรตัดลวดหรือแผ่นโลหะที่แข็ง


เกินไป



4.



ควรใส่แว่นตากรองแสงขณะท้าการเชื่อม




5.

การเคลื่อนย้ายโลหะแผ่นบางจะต้องสวมถุง


มือทุกครั้ง

วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น จ านวน 20 นาที
เฉลยแบบประเมิน
เรื่อง ความปลอดภัยในงานเชื่อม แผ่นที่ 2


ตอนที่ 2 ค าชี้แจง ท าเครื่องหมาย หน้าข้อความที่ถูกต้อง และเครื่องหมาย


1. เมื่อต้องการซ่อมเครื่องเชื่อมไฟฟ้า ควรให้เครื่องหยุดท างานก่อน

2. การท างานเชื่อมในห้องเล็กๆ ในถ้ า ในท่อ ในบ่อ หรือถัง ควรมีอากาศถ่ายเทได้ตลอดเวลา

3. ในการเปลี่ยนลวดใหม่ สามารถใช้มือเปล่าจับลวดใส่หัวจับได้เลย
4. ขณะท าการเชื่อมไฟฟ้า ผู้เชื่อมไม่จ าเป็นต้องถอดเครื่องประดับ เช่น แหวน นาฬิกา เป็นต้น ออก
5. การเชื่อมในสถานที่สูงๆ ควรใช้เข็มขัดนิรภัยช่วยทุกครั้ง

6. การเคลื่อนย้ายโลหะแผ่นบางไม่จ าเป็นต้องสวมถุงมือทุกครั้ง

7. ในการใช้เครื่องพับต้องแน่ใจว่าไม่มีผู้อื่นอยู่ในรัศมีการเคลื่อนไหวของชิ้นส่วนของเครื่องจักร
8. การตัดโลหะแผ่นที่มีความหนามากควรจะน ากรรไกรมือมาตัด เนื่องจากมีแรงบีบจากมือมาก
9. เหล็กถ่ายแบบสามารถท าหน้าที่แทนเหล็กน าศูนย์ได้

10. ขณะตัดโลหะแผ่นแล้วเกิดรอยเยิน ควรใช้ค้อนทุบหรือใช้กรรไกรเคาะก็ได้

กระบวนการเชื่อม
แผนการสอนหน่วยที่ 2

แผนการสอนหน่วยที่ 2


วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น รหัส 2100 – 1005 สัปดาห์ที่ 1

ชื่อหน่วย กระบวนการเชื่อม รายการที่สอน จ านวน 2 ชั่วโมง
ผู้สอน นายขันติ สุมังสะ


หัวข้อเรื่องและงาน
1. หลักการเชื่อมไฟฟ้าด้วยลวดหุ้มฟลักซ์

2. เครื่องเชื่อมตามลักษณะพื้นฐาน
3. เครื่องเชื่อมไฟฟ้า


สมรรถนะรายวิชา
1. บอกกรรมวิธีการเชื่อมไฟฟ้าและการเชื่อมแก๊สได้ถูกต้อง
2. อธิบายหลักการเชื่อมไฟฟ้าได้ถูกต้อง
3. อธิบายถึงหลักการเชื่อมแก๊สได้ถูกต้อง


สาระส าคัญ
การเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้ามีมานานแล้ว โดยใช้ส าหรับเชื่อมซ่อมแซมชิ้นส่วนโลหะที่ช ารุดหรือประกอบ

ชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน ซึ่งในระยะแรกนั้นคุณภาพแนวเชื่อมยังไม่ดีนัก ปัจจุบันเทคโนโลยีการเชื่อมได้ก้าวหน้าไป
มาก มีการปรับปรุงทั้งด้านกลวิธีการเชื่อมและคุณภาพของรอยเชื่อม นอกจากนั้นยังมีการคิดค้นขบวนการ
เชื่อมไฟฟ้าที่แปลกใหม่อีกมากมาย อาทิเช่น การเชื่อมแบบมิก การเชื่อมแบบทิก การเชื่อมแบบใต้ฟลักซ์ การ
เชื่อมแบบพลาสมา และอื่นๆ

ล าดับขั้นการสอน


1. ขั้นน า (Motivation)

2. ขั้นสอน (Information)
3. ขั้นประกอบกิจกรรมการเรียน (Application)

4. ขั้นสรุปผล (Progress)



1. ขั้นน า (Motivation)
กิจกรรมของครู กิจกรรมของนักเรียน

ขบวนการเชื่อมไฟฟ้าที่จะกล่าวถึงคือ การ ฟังการชี้แจงและซัก-ถาม ในรายละเอียดในการวัดผล

เชื่อมไฟฟ้าด้วยลวดเชื่อมมีสารพอกหุ้ม หรือเรียกว่า ประเมินผลทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ซัก-ถาม เกณฑ์การ
การเชื่อมด้วยธูปเชื่อม ซึ่งเป็นขบวนการเชื่อมที่ใช้กัน ประเมินผล
อย่างแพร่หลาย เนื่องจากต้นทุนต่ า งานที่เชื่อมด้วย
ขบวนการนี้ ได้แก่ ท่อส่งแก๊ส ท่อส่งน้ ามัน งาน

โครงสร้าง งานช่างกลเกษตร และอื่นๆ

2. ขั้นสอน (Information)
กิจกรรมของครู กิจกรรมของนักเรียน


อธิบายกระบานการเชื่อม - ฟังการอธิบาย

อธิบายหลักการเชื่อมด้วยลวดไฟฟ้าหุ้มฟลักซ์ - ถามและตอบ
อธิบายชนิดและประเภทของเครื่องเชื่อม - ตอบค าถามจากภาพ
อธิบายอุปกรณ์ในการเชื่อม
ความปลอดภัยในงานเชื่อมไฟฟ้า

อธิบายหลักการปฏิบัติในงานเชื่อมไฟฟ้า


3. ขั้นประกอบกิจกรรมการเรียน (Application)
กิจกรรมของครู กิจกรรมของนักเรียน


ให้นักเรียนท าแบบทดสอบความรู้ นักเรียนท าแบบทดสอบความรู้

ให้นักเรียนปฏิบัติงานตามงานใบงาน นักเรียนปฏิบัติงานตามงานใบงาน


4. ขั้นสรุปผล (Progress)
กิจกรรมของครู กิจกรรมของนักเรียน


น าอภิปรายสรุปสาระส าคัญที่เรียนมา นักเรียนอภิปรายและสรุปร่วมกันครู

งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม
ก่อนเรียน

1. เช็คชื่อนักศึกษา
2. ตกลงกติกาในการเรียนวิชางานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น
3. เกณฑ์การให้คะแนน
ขณะเรียน

1. เข้าสู่บทเรียนโดยการถามตอบเกี่ยวกับกระบวนการเชื่อม
2. บรรยายเนื้อหาและให้ศึกษา ค้นคว้า เนื้อหาที่จะต้องเรียน จากหนังสือ
3. อาจารย์และนักศึกษาช่วยกันสรุปเนื้อหา
หลังเรียน

1. ท าแบบฝึกหัด
2. เฉลยแบบฝึกหัด (เก็บคะแนน)

สื่อการเรียนการสอน

1. หนังสืองานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น
2. ใบแบบฝึกหัด
3. ใบความรู้

4. ใบงาน
การประเมินผล
ก่อนเรียน
- ศึกษาใบความรู้และใบงานที่มอบหมายให้
ขณะเรียน

- ถามตอบ
- ท าแบบฝึกหัด
หลังเรียน

- ตรวจความถูกต้องในการปฏิบัติงาน
- ตรวจงานเก็บคะแนน

รหัสวิชา
วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น ใบเนื้อหา
2100 - 1005

เรื่อง กระบวนการเชื่อม สัปดาห์ที่ 1 แผ่นที่ 1


หน่วยที่ 2
กระบวนการเชื่อม


หลักการเชื่อมไฟฟ้าด้วยลวดหุ้มฟลักซ์
หลักการเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ
การเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้ามีมานานแล้ว โดยใช้สาหรับเชื่อมซ่อมแซมชิ้นส่วนโลหะ ที่ช ารุดหรือประกอบ

ชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน ซึ่งในระยะแรกนั้นคุณภาพแนวเชื่อมยังไม่ดีนัก ปัจจุบันเทคโนโลยีการเชื่อมได้ก้าวหน้าไป
อีกมาก มีการปรับปรุงทั้งด้านกลวิธีการเชื่อม และคุณภาพของแนวเชื่อมนอกจากนั้นยังมีการคิดค้น
กระบวนการเชื่อมไฟฟ้าที่แปลกใหม่อีกมากมาย อาทิเช่น การเชื่อมแบบมิก (MIG) การเชื่อมแบบทิก(TIG) การ
เชื่อมแบบใต้ฟลักซ์ (SAW) การเชื่อมแบบพลาสม่า(PAW) และอื่น ๆกระบวนการเชื่อมไฟฟ้าด้วยลวดเชื่อม

หุ้มฟลักซ์ เป็นการเชื่อมด้วยการอาร์คชนิดหนึ่ง ซึ่งได้รับความร้อนจากการอาร์คของลวดเชื่อมกับชิ้นงาน
ในขณะเดี่ยวกันลวดเชื่อมจะถูกหลอมละลายลงในแนวเชื่อมด้วยกระบวนการเชื่อมไฟฟ้าด้วยลวดเชื่อมหุ้ม
ฟลักซ์สามารถน าไปเชื่อมโลหะทุกชนิดซึ่งมีความหนาตั้งแต่เบอร์ 16 แต่ถ้าความหนาเกิน 6 ม.ม จ าเป็นต้อง
บากหน้างาน

การเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ ด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ คือ กระบวนการต่อโลหะให้ติดกันโดยใช้ความร้อน ที่
เกิดจากการอาร์กระหว่างลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ (Electrode) กับชิ้นงาน ซึ่งความร้อนที่เกิดขึ้นที่ปลายลวดเชื่อม
มีอุณหภูมิประมาณ 5,000 – 6,000 องศาเซลเซียส เพื่อหลอมละลายโลหะให้ติดกัน โดยแกนของลวดเชื่อมท า

หน้าที่เป็นตัวนาไฟฟ้า และเป็นโลหะเติมลงในแนวเชื่อมส่วนฟลักซ์ที่หุ้มลวดเชื่อมจะได้รับความร้อนและหลอม
ละลายปกคลุมแนวเชื่อมเอาไว้ เพื่อป้องกันอากาศภายนอกเข้าท าปฏิกิริยากับแนวเชื่อม พร้อมทั้งช่วยลดอัตรา
การเย็นตัวของแนวเชื่อม เมื่อเย็นตัวฟลักซ์จะแข็ง และเปราะเหมือนแก้วเรียกว่า สแลค (slag)
กระบวนการเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้คือ การเชื่อม อาร์กโลหะด้วยมือด้วยลวดเชื่อม
หุ้มฟลักซ์ (SHIELDED METAL ARC WELDING) หรือที่เรียกว่าการเชื่อมด้วยธูปเชื่อม ซึ่งเป็นกระบวนการ

เชื่อมที่ใช้กันอย่างแพร่หลายเนื่องจากต้นทุนต่ า งานที่เชื่อมด้วยกระบวนการนี้ได้แก่ท่อส่งแก๊สท่อส่งน้ามัน งาน
โครงสร้าง งานช่างกลเกษตร และงานอื่น ๆ อีก


ข้อดีของการเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ
1. สามารถป้องกันการรั่วไหลของแก๊ส,น้ามัน ของเหลวและอากาศได้ดี
2. งานมีคุณภาพสูงคงทนและสวยงาม

3. โครงสร้างของงานที่ไม่ยุ่งยาก
4. ลดเสียงดังขณะทางาน
5. ลดขั้นตอนการทางาน
6. ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานและเตรียมการค่อนข้างต่ า

รหัสวิชา
วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น ใบเนื้อหา
2100 - 1005

เรื่อง กระบวนการเชื่อม สัปดาห์ที่ 1 แผ่นที่ 2


ข้อเสียของการเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ
1. ชิ้นส่วนของงานเชื่อมมีความไวต่อการเกิดความเค้นเฉพาะที่
2. การควบคุมคุณภาพจะต้องตรวจสอบทุกขั้นตอน

3. ทาให้เกิดความเค้นตกค้างอยู่ในวัสดุงานเชื่อม
4. ทาให้คุณสมบัติของโลหะงานเชื่อมเปลี่ยนแปลง
5. งานบิดตัวและหดตัว


เครื่องเชื่อมที่ใช้งานเชื่อมในปัจจุบันมีหลากหลายชนิด
ด้วยกัน แต่ละชนิดมีประสิทธิภาพในการใช้งานต่างกันดังนั้นผู้ใช้จ าเป็นต้องมีความรู้ทางด้านเทคนิคพอสมควร
จึงจะสามารถเลือกเครื่องเชื่อมได้ให้เหมาะสมกับงานมากที่สุด


ลักษณะของเครื่องเชื่อมทั่วไปมีดังนี้

1.กระแสไฟเชื่อมที่ใช้จะสูง แต่แรงเชื่อมไฟฟ้าจะต่ า
2.ขนาดของแรงคลื่นไฟฟ้าจะอยู่ระหว่าง 50-80 โวลต์
3.สามารถควบคุมขนาดของกระแสไฟเชื่อมได้


การแบ่งเครื่องเชื่อมตามลักษณะพื้นฐานแบ่งได้ 2 ชนิด
1.เครื่องเชื่อมชนิดแรงเคลื่อนคงที่
เป็นเครื่องเชื่อมที่ให้แรงเคลื่อนเรียบ ซึ่งแรงเคลื่อนไฟฟ้าจะ เปลี่ยนแปลงตามขนาดของกระแสไฟฟ้า
สามารถใช้เครื่องเชื่อมแบบอัตโนมัติและกึ่งอัตโนมัติและจะผลิตเฉพาะกระแสตรง

2.แรงเคลื่อนชนิดกระแสไฟคงที่
เครื่องเชื่อมชนิดนี้เหมาะส าหรับกระบวนการเชื่อมธรรมดาด้วยลวดเชื่อม หรือเรียกว่า การเชื่อมไฟฟ้า
การเชื่อมทิก ใช้ส าหรับการเชื่อมคาร์บอนอาร์คหรือการเซาะร่อง เครื่องเชื่อมชนิดนี้จะให้แรงเคลื่อนทางออก

สูงสุดขณะไม่มีโหลด หรือที่กระแสไฟไหลเป็นศูนย์

เครื่องเชื่อมไฟฟ้า

เครื่องเชื่อมไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่ส าคัญ ซึ่งมีหน้าที่เป็นก าเนิดพลังงาน โดยการผลิตกระแสไฟฟ้า และแรง
เคลื่อนที่มาไฟฟ้าคงที่ และเพียงพอที่จะท าการอาร์คให้ชิ้นงานหลอมละลายได้ เครื่องเชื่อมแบ่งตามลักษณะ
ของต้นก าลังผลิตกระแสไฟฟ้าออกมา ทั้งชนิดแรงเคลื่อนคงที่และกระแสคงที่ ซึ่งพิจารณาตามลักษณะของ
ก าลังการผลิตสามารถแบ่งได้ดังนี้

รหัสวิชา
วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น ใบเนื้อหา
2100 - 1005

เรื่อง กระบวนการเชื่อม สัปดาห์ที่ 1 แผ่นที่ 3


1.ชนิดหม้อแปลงไฟฟ้า
เป็นเครื่องที่มีหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นส่วนประกอบส าคัญนิยมใช้กันมากเนื่องจากราคาถูกเครื่องเชื่อมชนิด
นี้จะผลิตเฉพาะกระแสไฟสลับเท่านั้น


















รูปที่ 2.1 แสดงเครื่องเชื่อมกระแสสลับ


2.เครื่องเชื่อมชนิดผสมหม้อแปลง-เรียงกระแส
เป็นเครื่องแบบหม้อแปลงจะผลิตเฉพาะกระแสไฟสลับจึงเหมาะกับลวดเชื่อมบางชนิดเท่านั้น แต่ไม่
เหมาะกับลวดเชื่อมอีกหลายชนิด






















รูปที่ 2.2 แสดงเครื่องเชื่อมชนิดผสมหม้อแปลง-เรียงกระแส

2.1ชนิดกระแสตรงลวดเชื่อมต่อขั้วลบ วงจรเชื่อมแบบdcenนี้อิเล็กตรอนจะไหลจากขั้วลบของเครื่อง

เชื่อมและไหลข้ามไปยังปลายลวด
2.2ชนิดกระแสตรงลวดเชื่อมต่อขั้วบวกวงจรเชื่อมDCEPอิเล็กตรอนจะไหลจากขั้วลบของเครื่องเชื่อมไป
ยังชิ้นงานและไหลข้ามชิ้นงานไปยังปลายลวดเชื่อม

รหัสวิชา
วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น ใบเนื้อหา
2100 - 1005

เรื่อง กระบวนการเชื่อม สัปดาห์ที่ 1 แผ่นที่ 4


3.เครื่องเชื่อมแบบอินเวอร์เตอร์
เครื่องเชื่อมชนิดนี้จะมีขนาดเล็ก น้ าหนักเบา เหมาะส าหรับงานที่ต้องย้ายเคลื่อนที่บ่อยๆมีประสิทธิภาพ
ของพลังงานสูงเนื่องจากศูนย์เสียพลังงานน้อยมากหลักการท างานคือจะแปลงกระแสไฟฟ้ากระแสสลับให้เป็น

กระแสตรงเครื่องเชื่อมมีทั้งกระแสตรงและกระแสสลับ




















รูปที่ 2.3 แสดงเครื่องเชื่อมแบบอินเวอร์เตอร์


4.เครื่องเชื่อมชนิดเจเนอร์เรเตอร์
เป็นเครื่องเชื่อมที่ภายในประกอบด้วยมอเตอร์และเจเนอร์เรเตอร์ โดยการจ่ายไฟฟ้าให้กับมอเตอร์และ
เอามอเตอร์ไปปั่นเจเนอร์เรเตอร์ ให้ผลิตกระแสไฟฟ้าออกมาเพื่อใช้ในการเชื่อม ที่ใช้งานทั่วไปจะมีหลายหัว
จ่ายคือเชื่อมหลายจุดได้พร้อมกัน ส าหรับโรงงานทั่วไป นิยมใช้แบบที่ติดตั้งอยู่กับที่ และใช้เฉพาะไฟฟ้าเท่านั้น
ส่วนงานภาคสนามจะใช้แบบที่ใช้ได้ทั้งไฟฟ้าและเครื่องยนต์ (ใช้น้ ามันเป็นเชื้อเพลิง) เนื่องจากอาจอยู่ไกลจาก

แหล่งจ่ายไฟฟ้า มากเกินไป ที่พบเห็นกันทั่วไปคือเครื่องเชื่อมที่ใช้ในการสร้างถนน , สะพาน ฯลฯ

















รูปที่ 2.4 แสดงเครื่องเชื่อมชนิดเจเนอร์เรเตอร์

รหัสวิชา
วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น ใบเนื้อหา
2100 - 1005

เรื่อง กระบวนการเชื่อม สัปดาห์ที่ 1 แผ่นที่ 5


กระบวนการเชื่อมโลหะด้วยแก๊ส (Oxy-AcctyleneWelding; OAN)
เป็นกระบวนการเชื่อมโลหะด้วยความร้อนจากแก๊สเชื้อเพลิง จนเกิดเป็นบ่อหลอมละลายจากนั้นเติมลวด
เชื่อมเปลือย ลงในบ่อหลอมละลายให้เต็มต่อกันจนเป็นแนวเชื่อม โดยก๊าซที่น ามาใช้คือก๊าซอะเซทิลีน และก๊าซ

ออกซิเจนท าให้โลหะงานหลอมละลายติดกัน ในการหลอมละลายติดกันของโลหะนั้นจะเติมโลหะหรือให้โลหะ
หลอมละลายติดกันเองได้แก๊สที่ใช้ในการเชื่อมประกอบด้วยออกซิเจน (O2) และแก๊สอะเซทิลีน (C2 H2) หรือ
บางครั้งเรียกการเชื่อมนี้ว่า ออกซี-อะเซทิลีน (Oxyacetylene Welding: OAW) แก๊สเชื้อเพลิงที่สามารถใช้ใน
กระบวนการเชื่อมแก๊สนั้นมีหลายชนิด เช่น แก๊สอะเซทิลีน แก๊สโปรเพน แก๊สไฮโดรเจน เป็นต้น แก๊สอะเซทิลีน

นิยมน ามาใช้งานมาก เพราะว่าให้ปริมาณความร้อนสูงถึง 3,480 องศาเซลเซียส และลวดเชื่อมที่ใช้เติมมีความ
ยาว 90 มม. โต 1.6-9.5 มม. ซึ่งเป็นโลหะชนิดเดียวกันกับโลหะงานที่จะท าการเชื่อม ในการผสมระหว่าง
ออกซิเจน กับ แก๊สอะเซทิลีนในอัตราส่วนต่าง ๆ จะได้ชนิดของเปลวไฟเชื่อมแก๊สมี 3 ชนิด และเปลวไฟทั%ง
3 ชนิดนี้จะให้ความร้อนต่างกันคือ

1. เปลวคาร์บูไรซิง (Carburizing Flame ) ให้ความร้อนประมาณ 3,150 องศาเซลเซียส
2. เปลวกลาง (Neutral Flame )ให้ความร้อนประมาณ 3,315 องศาเซลเซียส
3. เปลวออกซิไดซิ_ง (Oxidizing Frame )ให้ความร้อนประมาณ 3,480 องศาเซลเซียส


วงจรกระบวนการเชื่อมแก๊สและเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้




























รูปที่ 2.5 แสดงลักษณะวงจรกระบวนการเชื่อมแก๊สและเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้

วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น จ านวน 20 นาที
แบบประเมินผลการเรียน
เรื่อง กระบวนการเชื่อม แผ่นที่ 1


ตอนที่ 1 ค าชี้แจง จงวงกลมค าตอบที่ถูกต้องที่สุด
1. การเชื่อมแก๊ส หมายถึงการเผาไหม้ของอะไร
ก. แก๊สไฮโดรเจนกับออกซิเจ ข. แก๊สบิวเทนกับออกซิเจน

ค. แก๊สอะเซทิลีนกับออกซิเจน ง. น ้ามันเบนซินกับออกซิเจน
2. การตรวจหารอยรั่วของอุปกรณ์เชื่อมแก๊สควรใช้อะไร
ก. น ้าสบู่ ข. น ้ามัน

ค. เปลวไฟ ง. จมูกดมกลิ่น
3. แก๊สอะเซทิลีนมีสูตรทางเคมีคือ?
ก. CO ข. C2H2
ค. CH2 ง. CO4
4. ถังบรรจุแก๊สอะเซทิลีนโดยทั่วไปจะทาสีอะไร

ก. เขียว ข. น ้าตาล
ค. แดง ง. เหลือง
5. กระบวนการเชื่อมใดที่ใช้เครื่องมือชนิดแรงเคลื่อนที่คงที่

ก. เชื่อมไฟฟาดวยลวดเชื่อมหุมฟลักซ ข. เชื่อมตัด
ค. ทิก ง. มิก
6. กระบวนการเชื่อมทิกใชเครื่องมือชนิดใด
ก. แรงเคลื่อนต่้า ข. แรงเคลื่อนคงที่

ค. กระแสไฟต่้า ง. กระแสไฟคงที่
7. กระบวนการเชื่อมทิกขณะวงจรเปด มีแรงเคลื่อนกี่โวลต
ก. 20 – 40 โวลต ข. 30 – 50 โวลต
ค. 60 – 80 โวลต ง. 70 – 90 โวลต

8. เครื่องเชื่อมชนิดใดที่มีน ้าหนักเคลื่อนยายสะดวก
ก. อินเวอรเตอร ข. หมอแปลง-เรียงกระแส
ค. หมอแปลงไฟฟา ง. เจนเนอเรเตอร
9. อุปกรณ์ที่ใช้ส้าหรับคีบลวดเชื่อมเรียกว่าอะไร

ก. คีมหนีบลวดเชื่อม ข. คีมปากร่อง
ค. หัวคีมลวดเชื่อม ง. หัวจับลวดเชื่อม
9. ชุดปองกันอันตรายไมควรท้าจากวัสดุชนิดใด

ก. ขนสัตว ข. หนัง
ค. ไนลอน ง. ผาฝาย
10. สายเชื่อมนิยมท้าจากโลหะชนิดใด
ก. ทองเหลือง ข. ทองแดง
ค. อะลูมิเนียม ง. สเตนเลส

วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น จ านวน 20 นาที
เฉลยแบบประเมินผลการเรียน
เรื่อง ความปลอดภัยในงานเชื่อม แผ่นที่ 1


ตอนที่ 1 ค าชี้แจง จงวงกลมค าตอบที่ถูกต้องที่สุด
1. การเชื่อมแก๊ส หมายถึงการเผาไหม้ของอะไร
ก. แก๊สไฮโดรเจนกับออกซิเจ ข. แก๊สบิวเทนกับออกซิเจน

ค. แก๊สอะเซทิลีนกับออกซิเจน ง. น ้ามันเบนซินกับออกซิเจน
2. การตรวจหารอยรั่วของอุปกรณ์เชื่อมแก๊สควรใช้อะไร
ก. น้ าสบู่ ข. น ้ามัน

ค. เปลวไฟ ง. จมูกดมกลิ่น
3. แก๊สอะเซทิลีนมีสูตรทางเคมีคือ?
ก. CO ข. C2H2
ค. CH2 ง. CO4
4. ถังบรรจุแก๊สอะเซทิลีนโดยทั่วไปจะทาสีอะไร

ก. เขียว ข. น ้าตาล
ค. แดง ง. เหลือง
5. กระบวนการเชื่อมใดที่ใช้เครื่องมือชนิดแรงเคลื่อนที่คงที่

ก. เชื่อมไฟฟาดวยลวดเชื่อมหุมฟลักซ ข. เชื่อมตัด
ค. ทิก ง. มิก
6. กระบวนการเชื่อมทิกใชเครื่องมือชนิดใด
ก. แรงเคลื่อนต่้า ข. แรงเคลื่อนคงที่

ค. กระแสไฟต่้า ง. กระแสไฟคงที่
7. กระบวนการเชื่อมทิกขณะวงจรเปด มีแรงเคลื่อนกี่โวลต
ก. 20 – 40 โวลต ข. 30 – 50 โวลต
ค. 60 – 80 โวลต ง. 70 – 90 โวลต

8. เครื่องเชื่อมชนิดใดที่มีน ้าหนักเคลื่อนยายสะดวก
ก. อินเวอรเตอร ข. หมอแปลง-เรียงกระแส
ค. หมอแปลงไฟฟา ง. เจนเนอเรเตอร
9. อุปกรณ์ที่ใช้ส้าหรับคีบลวดเชื่อมเรียกว่าอะไร

ก. คีมหนีบลวดเชื่อม ข. คีมปากร่อง
ค. หัวคีมลวดเชื่อม ง. หัวจับลวดเชื่อม
9. ชุดปองกันอันตรายไมควรท้าจากวัสดุชนิดใด

ก. ขนสัตว ข. หนัง
ค. ไนลอน ง. ผาฝาย
10. สายเชื่อมนิยมท้าจากโลหะชนิดใด
ก. ทองเหลือง ข. ทองแดง
ค. อะลูมิเนียม ง. สเตนเลส

แผนการสอนหน่วยที่ 3







ต าแหน่งงานเชื่อมและลักษณะรอยต่อ

แผนการสอนหน่วยที่ 3


วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น รหัส 2100 - 1005 สัปดาห์ที่ 2

ชื่อหน่วย ต าแหน่งงานเชื่อมและลักษณะรอยต่อ รายการที่สอน จ านวน 4 ชั่วโมง
ผู้สอน นายขันติ สุมังสะ


หัวข้อเรื่องและงาน
1. ท่าเชื่อม

2. รอยต่อและชนิดของรอยต่อ
3. การบากร่องรอยต่อ


สมรรถนะที่พึงประสงค์
1. บอกลักษณะต าแหน่งท่าเชื่อมได้ถูกต้อง

2. บอกชนิดรอยต่อที่ใช้ในงานเชื่อมได้ถูกต้อง
3. สามารถใช้รอยต่อกับงานเชื่อมได้ถูกต้อง


สาระส าคัญ
การที่จะได้งานเชื่อมที่มีคุณภาพนั้น จ าเป็นต้องอาศัยเทคนิคและองค์ประกอบต่างๆหลายอย่าง
โดยเฉพาะการเชื่อมที่ควบคุมด้วยมือ ช่างเชื่อมจะต้องมีการควบคุมแอ่งหลอมละลายเพื่อให้ได้แนวเชื่อมที่
สมบูรณ์ ส าหรับผู้ที่ฝึกหัดเชื่อมจะประสบความส าเร็จมากน้อยเพียงใดนั้น นอกจากมีคุณลักษณะเฉพาะบุคคล

แล้ว จะต้องมีการฝึกฝนพอสมควร เพื่อให้เกิดทักษะและความช านาญซึ่งการเชื่อมด้วยมือ แต่ละคนจะมี
เทคนิคพิเศษเฉพาะตัวแตกต่างกันไป ดังนั้นถ้าเพียงคิดว่าจะศึกษาจากต าราคู่มือ โดยไม่ได้ลงมือปฏิบัติแล้ว ก็
ไม่สามารถเป็นช่างเชื่อมที่มีฝีมือได้

ล าดับขั้นการสอน


1. ขั้นน า (Motivation)

2. ขั้นสอน (Information)
3. ขั้นประกอบกิจกรรมการเรียน (Application)

4. ขั้นสรุปผล (Progress)



1. ขั้นน า (Motivation)
กิจกรรมของครู กิจกรรมของนักเรียน

ครูถามนักเรียนว่าท่าเชื่อมคืออะไร และท่าเชื่อมที่ง่าย ฟังการชี้แจงและซัก-ถาม ในรายละเอียดในการวัดผล

ที่สุดคือท่าไหนและท่าไหนที่นักเรียนคิดว่าเชื่อมได้ง่าย ประเมินผลทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ซัก-ถาม เกณฑ์การ
ที่สุดและได้แนวเชื่อมที่มีการหลอมละลายได้สมบูรณ์ ประเมินผล
ที่สุด



2. ขั้นสอน (Information)
กิจกรรมของครู กิจกรรมของนักเรียน


อธิบายเรื่องท่าเชื่อมมีทั้งหมดกี่ท่า - ฟังการอธิบาย
อธิบายรอยต่อและชนิดของรอยต่อ - ถามและตอบ

อธิบายการบากร่องรอยต่อ - ตอบค าถามจากภาพ


3. ขั้นประกอบกิจกรรมการเรียน (Application)
กิจกรรมของครู กิจกรรมของนักเรียน


ให้นักเรียนท าแบบทดสอบความรู้ นักเรียนท าแบบทดสอบความรู้





4. ขั้นสรุปผล (Progress)
กิจกรรมของครู กิจกรรมของนักเรียน


น าอภิปรายสรุปสาระส าคัญที่เรียนมา นักเรียนอภิปรายและสรุปร่วมกันครู

งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม
ก่อนเรียน

1. เช็คชื่อนักศึกษา
ขณะเรียน
1. เข้าสู่บทเรียนโดยการถามตอบเกี่ยวกับต าแหน่งงานเชื่อมและลักษณะการต่อชิ้นงาน
2. บรรยายเนื้อหาและให้ศึกษา ค้นคว้า เนื้อหาที่จะต้องเรียน จากใบความรู้ที่แจกให้

3. อาจารย์และนักศึกษาช่วยกันสรุปเนื้อหา
หลังเรียน
1. ท าแบบฝึกหัด
2. เฉลยแบบฝึกหัด (เก็บคะแนน)


สื่อการเรียนการสอน
1. หนังสืองานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น
2. ใบแบบฝึกหัด

3. ใบความรู้
4. กระดานด า


การประเมินผล
ก่อนเรียน
- ศึกษาใบความรู้และใบงานที่มอบหมายให้
ขณะเรียน
- สาธิต

- ถามตอบ
- ท าแบบฝึกหัด
หลังเรียน

- ตรวจความถูกต้องในการปฏิบัติงาน
- ตรวจงานเก็บคะแนน

รหัสวิชา
วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น ใบเนื้อหา
2100 - 1005

เรื่อง ต าแหน่งงานเชื่อมและลักษณะ สัปดาห์ที่ 2 แผ่นที่ 1
รอยต่อ


หน่วยที่ 3

ต าแหน่งงานเชื่อมและลักษณะรอยต่อ


ท่าเชื่อม (Welding Position)
ท่าเชื่อมที่สามารถท าการเชื่อมได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นคือ การเชื่อมท่าราบ แต่สภาวะ
จริงในการปฏิบัติงาน ไม่สามารถเลือกท่าเชื่อมที่ถนัดได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพของงานที่ท าอยู่ ส าหรับที่เชื่อม

หรือต าแหน่งของการเชื่อม ทั้งเชื่อมแก๊สและการเชื่อมไฟฟ้านั้น พอจะแบ่งลักษณะได้ดังนี้
1. การเชื่อมท่าราบ ( Flat position welding )
เป็นท่าเชื่อมที่ง่าย เพราะสามารถควบคุมบ่อหลอมละลายได้ง่าย แรงดึงดูดของโลกไม่มีผลต่อน้ าโลหะ
เหลวมากนัก เนื่องจากบ่อหลอมละลายอยู่บนรอยต่อของชิ้นงาน











รูปที่ 3.1 แสดงการเชื่อมต าแหน่งท่าราบ


2. การเชื่อมท่าขนานนอน ( Horizontal position welding )
เป็นท่าที่เหมาะส าหรับผู้ที่ฝึกเชื่อมใหม่ ๆ ต่อจากการเชื่อมท่าราบ แรงดึงดูดของโลกจะท าให้น้ าโลหะ
ไหลย้อยลงมาด้านล่าง ซึ่งผู้ฝึกเชื่อมต้องควบคุมเป็นพิเศษ














รูปที่ 3.2 แสดงการเชื่อมต าแหน่งท่าตั้ง


3. การเชื่อมท่าตั้ง ( Vertical position welding )
การเชื่อมท่านี้รอยเชื่อมจะอยู่ในแนวดิ่ง ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ การเชื่อมจากล่างขึ้นบน และการ

เชื่อมจากบนลงล่าง

รหัสวิชา
วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น ใบเนื้อหา
2100 - 1005

เรื่อง เครื่องมือและอุปกรณ์ในงาน สัปดาห์ที่ 2 แผ่นที่ 2
เชื่อม













รูปที่ 3.3 แสดงการเชื่อมต าแหน่งท่าขนานนอน


4. การเชื่อมท่าเหนือศีรษะ( Overhead position welding )
เป็นการเชื่อมที่แนวเชื่อมอยู่ด้านล่างของรอยต่อ หัวเชื่อมจะอยู่ใต้ชิ้นงานที่ เป็นท่าเชื่อมที่ยากที่สุดน้ า
โลหะเชื่อมจะไหลย้อยลงมา ฉะนั้นผู้เชื่อมจะต้องมีการเตรียมตัวที่ดี และใส่อุปกรณ์ป้องกันอันรายทุกครั้ง













รูปที่ 3.4 แสดงการเชื่อมต าแหน่งท่าเหนือศีรษะ


รอยต่อและชนิดของรอยต่อ
รอยต่อ คือ การประสานหรืท าการต่อชิ้นส่วน สองชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน หรือมากกว่านั้น หรืออาจท าได้

ด้วยการยึดสกรู นัต หรือการเชื่อมก็ตาม พอที่จะสรุปชนิดของรอยต่อได้ดังนี้
1. รอยต่อชน ( Butt joint )
เป็นการน าเอาขอบงานทั้งสองชิ้น มาวางให้ขอบชนกัน ซึ่งจะมีการว่างเว้นระยะห่างของชิ้นงานหรือไม่
นั้นขึ้นอยู่กับความหนาของชิ้นงาน














รูปที่ 3.5 แสดงรอยต่อชน

รหัสวิชา
วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น ใบเนื้อหา
2100 - 1005

เรื่อง เครื่องมือและอุปกรณ์ในงาน สัปดาห์ที่ 2 แผ่นที่ 3
เชื่อม


2. รอยต่อเกย ( Lap joint )

ลักษณะของการต่อเป็นการน าชิ้นงานสองชิ้น มาซ้อนเกยกัน ซึ่งมีข้อดีก็คือไม่ต้องเสียเวลาในการ
เตรียมงานมาก การต่อเกยที่นั้นให้ชิ้นงานทั้งสองชิ้น วางซ้อนกันแนบสนิทตลอดแนวความยาว
















รูปที่ 3.6 แสดงรอยต่อเกย


3. รอยต่อขอบ ( Edge joint )
โดยทั่วไปใช้ส าหรับงานบาง ๆ การต่องานลักษณะนี้สามารถท าได้ง่ายรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย
ได้มาก











รูปที่ 3.7 แสดงรอยต่อขอ


4. รอยต่อมุม ( Corner joint )
การต่อมุมนี้มีลักษณะการต่อคล้าย ๆ การเชื่อมต่อตัวที แตกต่างกันที่การวางรอยต่อมุม นั้นวางตั้ง
ฉากกันบริเวณของขอบชิ้นงานทั้งสอง การเชื่อมสามารถท าได้ทั้งต่อมุมภายในและต่อมุมภายนอก












รูปที่ 3.8 แสดงรอยต่อมุม

รหัสวิชา
วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น ใบเนื้อหา
2100 - 1005

เรื่อง เครื่องมือและอุปกรณ์ในงาน สัปดาห์ที่ 2 แผ่นที่ 4
เชื่อม


5. รอยต่อตัวที ( T - joint )

การต่อชิ้นงานจะวางตั้งฉากกันบนความกว้างของงานอีกแผ่นหนึ่ง การต่อลักษณะนี้จะต้องมีการเติม

ลวดเพื่อให้งานมีความแข็งแรง นิยมใช้กันมากในการประกอบโครงสร้าง ภายในอาคาร












รูปที่ 3.9 แสดงรอยต่อตัวที

การบากรอยเชื่อม

ในการเชื่อมงาน แนวเชื่อมจะต้องมีความแข็งแรงเท่ากับ หรือมากกว่าชิ้นงานที่น ามาเชื่อม แนวเชื่อม
จะต้องมีการหลอมละลาย ตลอดความหนาของชิ้นงานถ้าชิ้นงานไม่หนามากก็สามารถท าการเชื่อมได้ทันที
แต่ถ้ามีความหนามากเกิน 3 ม.ม. ขึ้นไป จะต้องมีการบากร่องชิ้นงาน เพื่อให้เกิดการซึมลึก และได้เนื้อ

แนวเชื่อมมากพอที่จะให้เกิดความแข็งแรง ซึ่งการออกแบบการบากร่องนี้ จะท าการบากแบบใดแบบหนึ่ง
ขึ้นอยู่กับความหนาของชิ้นงานเป็นหลัก

วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น จ านวน 20 นาที
แบบประเมินผลการเรียน
เรื่อง ลักษณะรอยต่อและท่าเชื่อม แผ่นที่ 1


ค าสั่ง ตอนที่ 1 จงจับคู่รูปภาพกับลักษณะรอยต่อให้ถูกต้อง




1. ต่อตัวที (T-joint)





2. ต่อขอบ (Edge-joint)








3. ต่อเกย (Lap-joint)








4. ต่อมุม (Corner-joint)






5. ต่อชน (Butt-joint)

วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น จ านวน 20 นาที
แบบประเมินผลการเรียน
เรื่อง ลักษณะรอยต่อและท่าเชื่อม แผ่นที่ 2


ค าสั่ง ตอนที่ 2 จงน าตัวอักษรจากภาพใส่ลงหน้าข้อที่เห็นว่าถูกต้อง























............. 1. ต่อชนท่าขนานนอน (Horizontal Butt Joint)
............. 2. ต่อเกยท่าราบ (Flat Lap Joint)

............. 3. ต่อชนท่าราบ (Flat Butt Joint)
............. 4. ต่อขอบท่าตั้ง (Vertical Edge Joint)

............. 5. ต่อมุมท่าเหนือศีรษะ (Overhead Butt Joint)

............. 6. ต่อชนท่าตั้ง (Vertical Butt joint)
............. 7. ต่อตัวทีท่าตั้ง (Vertical T-joint)

............. 8. ต่อชนท่าเหนือศีรษะ (Overhead Butt Joint)

............. 9. ต่อขอบท่าราบ (Flat Lap Joint)
............. 10. ต่อเกยท่าขนานนอน (Horizontal Butt Joint)

วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น จ านวน 20 นาที

เรื่อง เครื่องมือและอุปกรณ์ในงาน เฉลยแบบประเมินผลการเรียน
เชื่อม แผ่นที่ 1


ค าสั่ง ตอนที่ 1 จงจับคู่รูปภาพกับลักษณะรอยต่อให้ถูกต้อง





1. ต่อตัวที (T-joint)




2. ต่อมุม (Corner-joint)








3. ต่อเกย (Lap-joint)








4. ต่อชน (Butt-joint)





5. ต่อขอบ (Edge-joint)

วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น จ านวน 20 นาที

เรื่อง เครื่องมือและอุปกรณ์ในงาน เฉลยแบบประเมินผลการเรียน
เชื่อม แผ่นที่ 2


ค าสั่ง ตอนที่ 2 จงน าตัวอักษรจากภาพใส่ลงหน้าข้อที่เห็นว่าถูกต้อง

























........G..... 1. ต่อชนท่าขนานนอน (Horizontal Butt Joint)

........H..... 2. ต่อเกยท่าราบ (Flat Lap Joint)

........I..... 3. ต่อชนท่าราบ (Flat Butt Joint)
........B..... 4. ต่อขอบท่าตั้ง (Vertical Edge Joint)

........A..... 5. ต่อมุมท่าเหนือศีรษะ (Overhead Butt Joint)

........E..... 6. ต่อชนท่าตั้ง (Vertical Butt joint)
........C..... 7. ต่อตัวทีท่าตั้ง (Vertical T-joint)

........D..... 8. ต่อชนท่าเหนือศีรษะ (Overhead Butt Joint)

........J..... 9. ต่อขอบท่าราบ (Flat Lap Joint)
........F..... 10. ต่อเกยท่าขนานนอน (Horizontal Butt Joint)

แผนการสอนหน่วยที่ 4








งานเชื่อมแก๊ส

แผนการสอนหน่วยที่ 4


วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น รหัส 2100 - 1005 สัปดาห์ที่ 3-4-5-6

ชื่อหน่วย งานเชื่อมแก๊ส รายการที่สอน จ านวน 16 ชั่วโมง
ผู้สอน นายขันติ สุมังสะ


หัวข้อเรื่องและงาน
1 เครื่องมือและอุปกรณ์ในการเชื่อมแก๊ส

2 เปลวไฟในการเชื่อมแก๊ส
3เทคนิคการเชื่อมแก๊ส
4 ปฏิบัติการปรับเปลวไฟในการเชื่อม

5 ปฏิบัติงานปรับเปลวไฟ
6 ปฏิบัติการงานเชื่อมแก๊สโดยไม่เติมลวดเชื่อมในต าแหน่งท่าราบ


สมรรถนะที่พึงประสงค์
1. อธิบายหลักการเชื่อมแก๊สได้ถูกต้อง
2. บอกเชื่อมเครื่องมือและอุปกรณ์เชื่อมแก๊สได้ถูกต้อง

3. ปฏิบัติงานเชื่อมแก๊สได้ถูกต้อง


สาระส าคัญ
งานเชื่อมโลหะด้วยแก๊ส จ าเป็นต้องใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ร่วมกันเพื่อให้ได้งานที่ดีมีความปลอดภัย

จะต้องใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆอย่างถูกต้อง ซึ่งจะท าให้ลดต้นทุนการผลิต ลดความสูญเสียและสามารถใช้
เครื่องมือและอุปกรณ์ได้ยาวนานยิ่งขึ้นซึ่งส าคัญที่สุดจะช่วยลดอุบัติเหตุอันอาจจะเกิดขึ้นจากการท างานจะมีผลต่อ
ชีวิตและทรัพย์สินการปฏิบัติงานเชื่อมแก๊สจ าเป็นต้องใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ท าไว้โดยเฉพาะเพื่อความปลอดภัย

และได้งานที่มีคุณภาพ ในการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ถูกต้อง

ล าดับขั้นการสอน


1. ขั้นน า (Motivation)

2. ขั้นสอน (Information)
3. ขั้นประกอบกิจกรรมการเรียน (Application)

4. ขั้นสรุปผล (Progress)



1. ขั้นน า (Motivation)
กิจกรรมของครู กิจกรรมของนักเรียน

ครูถามนักเรียนงานเชื่อมแก๊สเป็นแบบไหนแก๊สที่ใช้คือ ฟังการชี้แจงและซัก-ถาม ในรายละเอียดในการ

แก๊สประเภทไหนใช้แก๊สแบบอื่นแทนได้ไหม วัดผลประเมินผลทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ซัก-ถาม
เกณฑ์การประเมินผล




2. ขั้นสอน (Information)
กิจกรรมของครู กิจกรรมของนักเรียน


อธิบายเรื่องแก๊สที่ใช้ในการเชื่อม - ฟังการอธิบาย
อธิบายเรื่องเปลวไฟที่ใช้ในการเชื่อม - ถามและตอบ

อธิบายเรื่องการปรับเปลวไฟและการเปิดปิดแก๊สเชื่อม - ตอบค าถามจากภาพ


3. ขั้นประกอบกิจกรรมการเรียน (Application)
กิจกรรมของครู กิจกรรมของนักเรียน


ให้นักเรียนท าแบบทดสอบความรู้ นักเรียนท าแบบทดสอบความรู้
ให้นักเรียนปฏิบัติงานปรับเปลวไฟเพื่อทดสอบความรู้ นักเรียนปฏิบัติงานปรับเปลวไฟ

ให้นักเรียนปฏิบัติงานเชื่อมแก๊สโดยไม่เติมลวดเชื่อมใน นักเรียนปฏิบัติงานเชื่อมแก๊สโดยไม่เติมลวดเชื่อมใน
ต าแหน่งท่าราบ ต าแหน่งท่าราบ



4. ขั้นสรุปผล (Progress)
กิจกรรมของครู กิจกรรมของนักเรียน


น าอภิปรายสรุปสาระส าคัญที่เรียนมา นักเรียนอภิปรายและสรุปร่วมกันครู

งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม
ก่อนเรียน

1. เช็คชื่อนักศึกษา
ขณะเรียน
1. เข้าสู่บทเรียนโดยการถามตอบเกี่ยวกับงานเชื่อมแก๊ส
2. บรรยายเนื้อหาและให้ศึกษา ค้นคว้า เนื้อหาที่จะต้องเรียน จากใบความรู้ที่แจกให้

3. อาจารย์และนักศึกษาช่วยกันสรุปเนื้อหา
หลังเรียน
1. ท าแบบฝึกหัด
2. เฉลยแบบฝึกหัด

3. ปฏิบัติงานที่มอบหมาย (เก็บคะแนน)

สื่อการเรียนการสอน
1. หนังสืองานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น

2. ใบแบบฝึกหัด
3. ใบความรู้
4. กระดานด า


การประเมินผล
ก่อนเรียน
- ศึกษาใบความรู้และใบงานที่มอบหมายให้
ขณะเรียน

- สาธิต
- ถามตอบ
- ท าแบบฝึกหัด

หลังเรียน
- ตรวจความถูกต้องในการปฏิบัติงาน
- ตรวจงานเก็บคะแนน

รหัสวิชา
วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น ใบเนื้อหา
2100 - 1005

เรื่อง งานเชื่อมแก๊ส สัปดาห์ที่ 3-4-5-6 แผ่นที่ 1


หน่วยที่ 4
งานเชื่อมแก๊ส


4.1 การเชื่อมด้วยแก๊สออกซิเจน-อะเซทิลีน (Oxy-Acetylene Welding)
1) อะเซทิลีน

สมบัติทั่วไป
อะเซทิลีน เป็นแก๊สที่มีความไวไฟมาก ไม่มีสี มีกลิ่น (ฉุนคล้ายกระเทียม) น้้าหนักเบากว่าอากาศ จาก
คุณสมบัติที่สามารถละลายได้ในอะเซทิลีน (300:1 โดยปริมาตรที่ 175 PSI)ท้าให้สามารถบรรจุอะเซทิลีนโดย

อาศัย อะซิโตนได้ ดังนั้น ท่อบรรจุแก๊สอะเซทิลีน จึงบรรจุวัสดุซึมซับที่สามารถจับสารละลาย อะซิโตนไว้
ภายใน ซึ่งท้าให้ท่อแก๊สอะเซทิลีน ต่างจากท่อแก๊สทั่ว ไป


การน าไปใช้ประโยชน์
แก๊สอะเซทิลีน เป็นแก๊สเชื้อเพลิงที่ใช้ในการเชื่อมด้วยออกซิเจนอะเซทิลีน ใช้ในงานตัดการเผาชุบแห้ง
ในปัจจุบันการผลิตแก๊สอะเซทิลีน มี 2 วิธี คือ
1. การผลิตโดยการท้าปฏิกิริยาระหว่างแคลเซียมคาร์ไบด์กับน้้าสามารถได้โดยการปล่อย

แคลเซียมคาร์ไบด์ลงในน้้า และปล่อยน้้าลงบนแคลเซียมคาร์ไบด์ เป็นกรรมวิธีผลิตแบบดั้งเดิมแก๊สที่ได้จะมี
ความบริสุทธิ‡ค่อนข้างต่้า (ประมาณ 85-95% ตามคุณภาพของแคลเซียมคาร์ไบด์)ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

และสิ่งแวดล้อมเนืองจากเป็นวัตถุที่มีฤทธิ์‡ เป็นด่างสูง
2. การผลิตโดยอาศัยผลผลิตที่ได้จากกระบวนการแตกตัวทางเคมี จากโรงงานปิโตรเคมีซึ่งเป็นวิธีที่

ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน แก๊สอะเซทิลีนที่ได้จากการผลิตนี้ จะมีความบริสุทธิ์‡ สูงกว่ากระบวนการผลิตแบบเดิม
ท้าให้เปลวไฟมีอุณหภูมิสูงกว่า โดยประเทศไทยเริ่มผลิตได้เมื่อปี 2539โดยบริษัทระยองอะเซทิลีน


4.1.1 การผลิตแก๊สอะเซทิลีน
การผลิตแก๊สอะเซทิลีน ด้วยเครื่องก้าเนิดแก๊สอะเซทิลีน (Acetyline Generators) ซึ่งสามารถแบ่งเป็น

2 ประเภทได้ดังนี้คือ
1. แบบเติมแคลเซียมคาร์ไบด์ลงน้้า (Carbide to Water)
2. แบบเติมน้้าลงแคลเซียมคาร์ไบด์ (Water to Carbide)


เครื่องก าเนิดแก๊สอะเซทิลีนแบบเติมแคลเซียมคาร์ไบด์ลงน้ า
เครื่องผลิตแก๊สอะเซทิลีน ส่วนมากาจะใช้ในการผลิตแก๊สขนาดใหญ่ ส่วนบนของถังจะมีห้องบรรจุ
แคลเซียมคาร์ไบด์ และมีลิ้นปิด – เปิด ควบคมการปล่อยแคลเซียมคาร์ไบด์ลงน้้า แคลเซียมคาร์ไบด์จะท้า
ปฏิกิริยากับน้้าได้แก๊สอะเซทิลีนลอยขึ้นข้างบนผ่านตัว กับไฟกลับและมาตรวัดความดันแล้วถูกน้าออกไปใช้

งาน บริเวณก้นถึงคงเหลือแต่ปูนขาวผสมกับน้้า มีลักษณะคล้ายโคลน เมื่อน าออกมาเครื่องก าเนิดแบบนี้

โดยทั่วไปจะใช้ก้อนแคลเซียมคาร์ไบด์ที่มี ขนาดเล็กและขนาดเท่า ๆ กัน เพื่อการควบคุมการปล่อยลงน้ าจะกระท าได้ง่าย

รหัสวิชา
วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น ใบเนื้อหา
2100 - 1005

เรื่อง งานเชื่อมแก๊ส สัปดาห์ที่ 3-4-5-6 แผ่นที่ 2



























รูปที่ 4.1 แสดงถังผลิตแก๊สอะเซทิลีนแบบเติมแคลเซียมคาร์ไบด์ลงน้้า
ที่มา : นริศ ศรีเมฆ ,2545 หน้า 21


เครื่องก าเนิดแก๊สอะเซทิลีนแบบเติมน้ าลงแคลเซียมคาร์ไบด์
เครื่องก้าเนิดแก๊สอะเซทิลีนแบบนี้จะแตกต่างจากแบบเดิมแคลเซียมคาร์ไบด์ลงน้้าตรงที่ จะสลับที่กัน
ระหว่างน้้ากับแคลเซียมคาร์ไบด์ เครื่องก้าเนิดแก๊สอะเซทิลีนแบบเติมลงน้้าลงแคลเซียมคาร์ไบด์จะออกแบบถัง

ออก เป็น 2 ส่วน โดยถังบรรจุแคลเซียมคาร์ไบด์จะอยู่ด้านล่าง ส่วนถังบรรจุน้้าจะอยู่ด้านบนน้้าจากถังบรรจุ
นี้ นอกจากจะใช้เติมลงในถังแคลเซียมคาร์ไบด์แล้ว ยังใช้ท้าความสะอาดแก๊สอะเซทิลีนอีกด้วย เมื่อเกิด
แก๊สลอยตัวออกมาถังจะออกแบบให้ส่วนบนมีลักษณะโค้งลาดชันขึ้นไปข้าง บนคล้ายระฆัง ภายในถังจะ
ควบคุมการปล่อยน้้าลงถังแคลเซียมคาร์ไบด์โดยการใช้ลูกบอล ซึ่งบนลูกบอลจะ มีแท่งโลหะวางขวางอยู่แท่ง

เหล็กบนลูกบอลนี้จะถูกควบคุมด้วยความดันของแก๊ส ภายในถัง ถ้าแก๊สภายในถังมีน้อย ความกดดันภายใน
ถังจะมีน้อย แท่งเหล็กบนลูกบอลก็จะกดลูกบอลลง เปิดให้น้้าเข้าไปสู่ท่อถังแคลเซียมคาร์ไบด์ แต่ถ้าแก๊สมี
ปริมาณมากเกิดความดันภายในถังมาก ความดันนี้จะไปดันให้แท่งเหล็กบนลูกบอลลอยตัวขึ้นท้าให้ลิ้นปิดหยุด
การเติม น้้า ขั้นตอนี้เป็นขั้นตอนที่ส้าคัญผู้ปฏิบัติต้องคอยตรวจสอบอยู่เสมอเพราะถ้าหาก แท่งเหล็กบนลูก

บอล (Bar for Operating Valve) ซึ่งควบคุมการปล่อยน้้าเสียปล่อยให้น้้าเข้าถังแคลเซียมคาร์ไบด์มาก
เกินไปจะเป็นเหตุให้อุปกรณ์อื่นช้ารุดหรือถังระเบิดได้เมื่อ น้้าที่ปล่อยลงไปท้าปฏิกิริยากับแคลเซียมคาร์ไบด์จะ
เกิดแก๊สอะเซทิลีนรวมตัว กันผ่านไปตามท่อโค้งลงผ่านน้้า แก๊สสะอาดจะรวมตัวกันลอยขึ้นเก็บไว้ภายในถัง

ก่อนที่จะถูกปล่อยออกไปใช้งาน

รหัสวิชา
วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น ใบเนื้อหา
2100 - 1005

เรื่อง งานเชื่อมแก๊ส สัปดาห์ที่ 3-4-5-6 แผ่นที่ 3





























รูปที่ 4.2 แสดงเครื่องก้าเนิดแก๊สอะเซทิลีนแบบเติมน้้าลงแคลเซียมคาร์ไบด์
ที่มา : นริศ ศรีเมฆ ,2545 หน้า 22


4.1.2 แก๊สออกซิเจน

ออกซิเจนเป็นแก๊สชนิดหนึ่งมีสัญลักษณ์ทางเคมีคือ เป็นแก๊สที่มีความส้าคัญมากต่อการ

ด้ารงชีวิตของพืชและสัตว์ อากาศที่เราใช้หายใจทุกวันนี้มีออกซิเจนผสมอยู่ประมาณ 21% โดยปริมาตรมี
ไนโตรเจน78%อีก 1% เป็นคาร์บอนไดออกไซด์ ไฮโดรเจนและอื่น ๆ แก๊สออกซิเจนที่จะรวมตัวกับแก๊ส
อะเซทิลีนจะให้ค่าความร้อนสูงนั้นต้องเป็น ออกซิเจนบริสุทธิ์ ซึ่งมีสมบัติ ดังนี้

1. ไม่ติดไฟ แต่ช่วยให้ไฟติด
2. ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ในสภาพเป็นแก๊ส แต่ในสภาพของเหลวจะมีสีน้้าทะเลอ่อน
3. เป็นได้ทั้ง 3 สถานะ คือ ก๊าซ ของเหลว และของแข็ง

4. มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิ –183 และกลายเป็นของแข็งที่อุณหภูมิ -218
นอกจากนี้ออกซิเจนในอากาศแล้ว ยังมีออกซิเจนในน้้า ซึ่งมีสัญลักษณ์ทางเคมี O ซึ่งประกอบ ด้วย

ธาตุ 2 ธาตุ คือ ออกซิเจนและไฮโดรเจน ดังนั้นวิธีการผลิตออกซิเจนจึงมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี

1. การผลิตออกซิเจนจากอากาศ
2. การผลิตออกซิเจนจากน้้า

รหัสวิชา
วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น ใบเนื้อหา
2100 - 1005

เรื่อง งานเชื่อมแก๊ส สัปดาห์ที่ 3-4-5-6 แผ่นที่ 4


1. การผลิตแก๊สออกซิเจนจากอากาศ
การผลิตวิธีนี้จะน้าอากาศไปเก็บในถังเก็บ และขจัดสิ่งสกปรกออกก่อน จากนั้นลดอุณหภูมิให้
ต่้าลงจนถึงอุณหภูมิ -200 0C และเพิ่มความดันให้มากขึ้นด้วยอุณหภูมิและความดันระดับนี้ท้าให้อากาศ

แปรสภาพจากแก๊สเป็นของเหลวเรียกว่า “อากาศเหลว” ซึ่งมีทั้งออกซิเจนและไนโตรเจน แต่มีจุดเดือดที่
แตกต่างกันจากจุดเดือดที่แตกต่างกันนี้ท้าให้สามารถแยกไนโตรเจนออกจากออกซิเจนได้ โดยการเพิ่ม
อุณหภูมิให้สูงขึ้น และลดความดันลงในขณะเดียวกันก็เพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้น และลดความดันลงใน
ขณะเดียวกันก็เพิ่มอุณหภูมิอีกประมาณ -182 0C ออกซิเจนเหลวก็จะกลายเป็นแก๊สระเหยขึ้นมา เมื่อน้าไป

จัดเก็บจะมีความบริสุทธิ์ถึง 99%

2. การผลิตแก๊สออกซิเจนจากน้ า

การผลิตด้วยวิธีนี้ท้าได้โดยกรรมวิธีแยกน้้าด้วยไฟฟ้า ซึ่งใช้ไฟฟ้ากระแสตรง ซึ่งเหมาะส้าหรับการ
ทดลองในห้องปฏิบัติการเท่านั้น น้้าที่น้ามาใช้ในการแยกนี้จะเติมโซเดียมคลอไรด์ เพื่อให้ไฟฟ้าไหลผ่านได้
สะดวก โดยจะมีสายไฟต่อจากขั้วบวกและ ขั้วลบของเครื่องก้าเนิดไฟฟ้ากระแสตรง ไปจุ่มน้้าไว้ทั้งสองขั้ว น้า
ขวดสองใบเติมน้้าให้เต็ม โดยคว่้าไว้ที่ขั้วบวกและขั้วลบ เมื่อเปิดสวิตช์กระแสไฟจะไหลจากขั้วบวกผ่านน้้าไป

ยัง ขั้วลบ ขณะกระแสไฟไหลผ่านน้้าจะเริ่มท้าปฏิกิริยาเกิดฟองอากาศผุดขึ้นที่ปลายขั้วบวกและขั้วลบ โดย
แก๊สออกซิเจนจะเกิดขึ้นที่ขั้วบวกสังเกตได้จากปริมารของแก๊สที่มีเพียงครึ่งขวด ส่วนแก๊สไฮโดรเจนจะเกิดขึ้น
ที่ขั้วลบ โดยมีปริมาณของแก๊สเต็มขวด ซึ่งเป็นไปตามสูตรทางเคมีคือ O ประกอบด้วย แก๊สไฮโดรเจน

2 ส่วน และออกซิเจน 1 ส่วน ดังแสดงในรูป






























รูปที่ 4.3 แสดงการแยกแก๊สออกซิเจนจากน้ า


ที่มา : นริศ ศรีเมฆ ,2545 หน้า 24

รหัสวิชา
วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น ใบเนื้อหา
2100 - 1005

เรื่อง งานเชื่อมแก๊ส สัปดาห์ที่ 3-4-5-6 แผ่นที่ 5


4.2 ชุดเชื่อมแก๊สและขั้นตอนในการใช้ชุดเชื่อมแก๊ส
ชุดเชื่อมแก๊สแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
4.2.1 ชุดเชื่อมแก๊สประเภทยึดอยู่กับที่ ชุดเชื่อมแก๊สประเภทนี้ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในอาคารหรือ

โรงงาน ตัวท่อออกซิเจนและอะเซทิลีนจะคล้องด้วยโซ่และยึดติดกับผนังเพื่อป้องกันการดึงหรือกระแทกล้ม
ขณะปฏิบัติงาน เมื่อจะใช้งานต้องน้าชิ้นงานมาเชื่อมบริเวณนี้เท่านั้น ไม่สามารถเคลื่อนที่ไปเชื่อมบริเวณอื่นได้






















รูปที่ 4.4 แสดงชุดเชื่อมแก๊สที่สมบูรณ์ ( ที่มา : นริศ ศรีเมฆ ,2545 หน้า 53 )

4.2.2 ชุดเชื่อมแก๊สเคลื่อนที่ ในการปฏิบัติงานมิใช่ว่าจะอยู่ภายในโรงงานเสมอไป บ่อยครั้งต้อง

ท้างานนอกสถานที่ จ้าเป็นต้องเคลื่อนย้ายชุดเชื่อมแก๊ส ในการย้ายชุดเชื่อมแก๊สจะสร้างปัญหาให้กับ
ผู้ปฏิบัติงานมาก เนื่องจากชุดเชื่อมแก๊สประกอบด้วยอุปกรณ์หลายอย่าง และมีน้้าหนักมากถ้าหากเคลื่อนย้าย
ไม่ระมัดระวัง โอกาสที่อุปกรณ์เชื่อมแก๊สบางตัวจะเสียหายมีมากทีเดียว ซึ่งปัญหานี้จะลดน้อยลงหรือหมด
ปัญหาไป เมื่อผู้ปฏิบัติงานเชื่อมใช้ชุดเชื่อมแก๊สเป็นแบบชุดสนาม ซึ่งอุปกรณ์ทุกอย่างจะอยู่บนรถเข็น 2 ล้อ
























รูปที่ 4.5 แสดงชุดเชื่อมแก๊สเคลื่อนที่ ( ที่มา : นริศ ศรีเมฆ ,2545 หน้า 53)

รหัสวิชา
วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น ใบเนื้อหา
2100 - 1005

เรื่อง งานเชื่อมแก๊ส สัปดาห์ที่ 3-4-5-6 แผ่นที่ 6


4.3 เปลวไฟในงานเชื่อมแก๊ส
การเชื่อมแก๊สเป็นขบวนการเชื่อมที่ใช้กันมานาน ซึ่งในปัจจุบัน ก็ได้รับความนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย
โดยใช้ความร้อนที่ได้จากการเผาไหม้ส่วนผสมระหว่างออกซิเจนกับแก๊สอะเซทิลีนให้ความร้อนสูงถึง 6,000

เพียงพอที่จะท้าให้โลหะหลอมละลายได้ ซึ่งเปลวไฟที่ใช้ส้าหรับการเชื่อมได้ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- มีอุณหภูมิสูงพอที่จะหลอมละลายชิ้นงานได้
- มีปริมาณความร้อนเพียงพอเมื่อต้องการ

- ต้องไม่มีสิ่งสกปรกจากเปลวไฟ หรือน้าวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่งเข้ามารวมตัวกับเนื้อโลหะที่หลอมละลาย
- เปลวไฟต้องไม่เพิ่มธาตุคาร์บอนลงในเนื้อโหละ ซึ่งจะท้าให้คุณสมบัติของโลหัเปลี่ยนไป
- เปลวไฟต้องไม่เป็นอันตรายกับผู้ปฏิบัติงานในทางเคมี
เปลวไฟที่ใช้ในงานเชื่อมมี 3 แบบ ดังนี้

1) เปลวคาร์บูไรซิง (Carburizing Flame)
เป็นเปลวที่ได้จากการเผาไหม้ของแก๊สออกซิเจนและแก๊สอะเซทิลีนผสมกัน โดยมีปริมาณของแก๊ส
อะเซทิลีนมากกว่าแก๊สออกซิเจน เปลวชั้นนอก มีลักษณะเป็นเปลวยาวมีสีส้มล้อมรอบเปลวชั้นใน ซึ่งมีความ
ยาวครึ่งหนึ่งของเปลวชั้นนอก เปลวชั้นในจะมีลักษณะพลิ้วเหมือนขนนก ในระยะที่ห่างจากกรวยไฟประมาณ

3 มม. จะมีอุณหภูมิ 5,700 องศาฟาเรนไฮต์ ( 2,800 ) การเผาไหม้จะมีแก๊สอะเซทิลีนเหลืออยู่จ้านวน
หนึ่งจึงเหมาะส้าหรับเชื่อมงานที่ต้องการเติมคาร์บอนที่ผิวโลหะ หรือเชื่อมโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก ซึ่งต้องใช้อุณหภูมิ
ในการหลอมไม่สูงมากนัก เช่นอะลูมิเนียม แมกนีเซียม และใช้ในการบัดกรีแข็ง





















รูปที่ 4.6 แสดงลักษณะของเปลวคาร์บูไรซิง
ที่มา : http://www.supradit.com/contents/metal/Data/1/2.html

รหัสวิชา
วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น ใบเนื้อหา
2100 - 1005

เรื่อง งานเชื่อมแก๊ส สัปดาห์ที่ 3-4-5-6 แผ่นที่ 7
2) เปลวนิวทรัล (Neutral Flame)

เป็นเปลวที่ได้มาจากการผสมกันระหว่างแก๊สออกซิเจนกับอะเซทิลีนในอัตราส่วน 1:1 การเผาไหม้
สมบูรณ์ ประกอบด้วยเปลวไฟ 2 ชั้น ชั้นในเป็นกรวยปลายม ระยะห่างจากปลายกรวยประมาณ 3 มม. จะมี
อุณหภูมิประมาณ 6,000 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 3,150 องศาเซลเซียส (3,150 ) เมื่อน้าเปลวไฟนี้ไปเผา

โลหะที่เป็นเหล็กจะหลอมละลายเป็นบ่อน้้าโลหะคล้ายน้้าเชื่อม เมื่อเย็นลงจะได้แนวเชื่อมที่สะอาดมีความ
แข็งแรงเปลวไฟชนิดนี้จึงเหมาะส้าหรับการเชื่อมและตัดโลหะ โดยเฉพาะเหล็กเนื่องจากการเผาไหม้ที่สมบูรณ์
จึงไม่เกิดการเติมธาตุคาร์บอนลงในรอยเชื่อม




















รูปที่ 4.7 แสดงลักษณะของเปลวนิวทรัล
ที่มา : http://www.supradit.com/contents/metal/Data/1/2.html



























รูปที่ 4.8 แสดงโครงสร้างเปลวนิวทรัลของแก๊สออกซิเจนกับอะเซทิลีน


ที่มา : http://www.supradit.com/contents/metal/Data/1/2.html

รหัสวิชา
วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น ใบเนื้อหา
2100 - 1005

เรื่อง งานเชื่อมแก๊ส สัปดาห์ที่ 3-4-5-6 แผ่นที่ 8


3) เปลวออกซิไดซิง (Oxidizing Flame)
เป็นเปลวไฟที่ได้มาจากการผสมกันระหว่างแก๊สออกซิเจนกับแก๊สอะเซทิลีนโดยปรับให้ออกซิเจนมาก
กว่าอะเซทิลีน ลักษณะเปลวมี 2 ชั้น เปลวชั้นในเป็นรูปกรวยแหลมหดสั้น เปลวนี้มีอุณหภูมิสูงกว่าเปลว

อีก 2 ชนิด ที่กล่าวมาคือ มีอุณหภูมิประมาณ 6,300 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 3,480 องศาเซลเซียส เมื่อท้า
การเชื่อมจะเกิดประกายไฟหรือสะเก็ดไฟกระเด็นออกมาจากบ่อหลอมเหลว ท้าให้เกิดฟองอากาศไม่เหมาะสม
ที่จะน้าไปใช้เชื่อมเหล็ก เพราะการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์จะมีออกซิเจนหลงเหลืออยู่และจะถูกเติมลงในเนื้อ
เหล็ก ท้าให้แนวเชื่อมเปราะ แต่นิยมน้าไปใช้ในการตัดโลหะแผ่นบาง


















รูปที่ 4.9 ที่มา : แสดงลักษณะของเปลวออกซิไดซิง
http://www.supradit.com/contents/metal/Data/1/2.html
4.4 เทคนิคในการเชื่อมแก๊ส
เมื่อมีความประสงค์จะเชื่อมโลหะสองชิ้นให้ติดกัน ก่อนอื่นต้องเชื่อมยึด (Tack Weld) ที่ ขอบของงาน
ทั้งสองข้างให้งานทั้งสองชิ้นติดกันเสียก่อน แล้วจึงเริ่มเชื่อมจากทางขวาไปทางซ้ายด้วยเปลวนิวทรัล โดยให้หัว
ทิพเอนท้ามุมกับชิ้นงาน 45 องศา ส่วนลวดเชื่อมที่ใช้เติมลงในรอยต่อเพิ่มเนื้อโลหะก็เอียงท้ามุม 45 องศา

กับชิ้นงานเช่นกัน เมื่อขอบของงานเริ่มหลอมละลายจึงเติมลวดลงไป และเริ่มเดินหัวทิพไปทางซ้ายด้วย
ความเร็วสม่้าเสมอ แต่ผู้ปฎิบัติการเชื่อมต้องรักษาระยะห่างระหว่างปลายของปลายหัวทิพหรือ แกนกรวย

(Inner Cone) ให้ห่างจากบ่อหลอมละลายหรือชิ้นงาน ประมาณ 3 มิลลิเมตร( นิ้ว) ดังรูป













รูปที่ 4.10 แสดงทิศทางและมุมในการเชื่อมแก๊ส


ที่มา : นริศ ศรีเมฆ ,2545 หน้า 58

รหัสวิชา
วิชา งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น ใบเนื้อหา
2100 - 1005

เรื่อง งานเชื่อมแก๊ส สัปดาห์ที่ 3-4-5-6 แผ่นที่ 9


1. การเชื่อมจากขวาไปซ้าย (Fore Hand Welding)
การเชื่อมแบบนี้เหมาะส้าหรับการเชื่อมชิ้นงานที่มีความหนาไม่เกิน 3 มิลลิเมตร เพราะความร้อนที่
เกิดขึ้นกับชิ้นงานจะมีไม่มาก ท้าให้เชื่อมงานบางและโลหะอื่นที่ไม่ใช่เหล็กได้ง่าย โดยทิศทางของเปลวไฟจะ

เป็นทิศทางเดียวกับทิศทางการเชื่อมส้าหรับผู้เชื่อมที่ถนัดมือขวาจะเชื่อมจากขวาไปซ้ายสามารถท้าให้เกิด
ความแข็งแรงของแนวเชื่อมเพียงพอ เชื่อมได้รวดเร็วและควบคุมแนวเชื่อมได้ดี โดยไม่ต้องบากหน้างาน หัวทิพ
จะท้ามุมนาประมาณ 30 -45 องศา เปลวไฟพุ่งตรงไปตามรอยต่อในขณะท้าการเชื่อมจะมีการ ส่ายหัวทิพ
เพื่อให้มีการละลายลึกสมบูรณ์ ถ้าชิ้นงานหนาให้ส่ายกว้างและตั้งมุมหัวทิพมากขึ้น การเคลื่อนที่ของลวดเชื่อม

ต้องให้สัมพันธ์กับการส่ายหัวทิพด้วยเพื่อป้องกันงานทะลุ













รูปที่ 4.11 การเชื่อมจากขวาไปซ้าย (Fore Hand Welding)

ที่มา : นริศ ศรีเมฆ ,2545 หน้า 60
2. การเชื่อมจากซ้ายไปขวา (Back Hand Welding)
การเชื่อมแบบนี้เหมาะส้าหรับการเชื่อมชิ้นงานที่มีความหนาตั้งแต่ 3 มิลลิเมตรขึ้นไป เพราะความร้อน
จะเกิดขึ้นกับชิ้นงานมาก ลักษณะของเปลวไฟจะมีทิศทางตรงกันข้ามกับทิศทางการเชื่อม โดยลวดเชื่อมจะเติม

น้้าโลหะตามหลังเปลวไฟการเชื่อมจะเริ่มจากซ้ายไปขวา ซึ่งจะท้าให้ชิ้นงานได้รับความร้อนจากเปลวไฟได้เต็ม
ที่และมีการละลายลึกได้ดีขึ้น ต้าแหน่งและมุมของหัวทิพถ้ามุมนามากจะเกิดความร้อนที่ชิ้นงานมากถ้ามุมน้า
น้อยจะเกิดความร้อนที่รอยเชื่อมน้อย การส่ายหัวทิพและการเคลื่อนลวดเชื่อมต้องสัมพันธ์กัน นอกจากนี้การ
เชื่อมแบบนี้จะใช้กับชิ้นงานหนา ถ้าจะให้เกิดผลดีกับรอยเชื่อมจึงควรบากหน้างานด้วย
















รูปที่ 4.12 การเชื่อมจากซ้ายไปขวา (Back Hand Welding)


ที่มา : นริศ ศรีเมฆ ,2545 หน้า 61


Click to View FlipBook Version