The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนบัญชีเบื้องต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jubjang872, 2023-06-29 23:01:34

แผนบัญชีเบื้องต้น

แผนบัญชีเบื้องต้น

Keywords: การบัญชีเบื้องต้น

39 แบบประเมินกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ คำชี้แจง ให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง โดย กำหนดน้ำหนักคะแนน ดังนี้5 = ดีมาก, 4 = ดี, 3 = พอใช้, 2 = ควรปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้ รายการประเมิน พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 5 4 3 2 1 1.การมีมนุษยสัมพันธ์ แสดงกริยาท่าทางสุภาพต่อผู้อื่น รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 2.ความมีวินัย ตรงต่อเวลาในการทำงาน ประพฤติตนถูกต้องตามศีลธรรมอันดีงาม 3.ความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จตามกำหนด ปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ 4.ความซื่อสัตย์สุจริต ไม่นำผลงานผู้อื่นมาแอบอ้างเป็นของตนเอง พูดในสิ่งที่เป็นความจริง 5.ความสนใจใฝ่รู้ ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง แสวงหาประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ 6.ความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล กล้าทักท้วงในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม 1.กระบวนการคิดที่ใช้คือ……….…………………………………….………………………… 2.สิ่งที่ควรปรับปรุง คือ……….…………………………………….…………………………… ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพ 28-30 คะแนน= ดีมาก 15-19 คะแนน= ควรปรับปรุง 25-27 คะแนน= ดี 0-14 คะแนน= ใช้ไม่ได้ 20-24 คะแนน= พอใช้ หมายเหตุ อ้างอิงคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา สำนักงาน มาตรฐานการอาชีวศึกษา คณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ


40 แบบประเมินค่านิยม 12 ประการ คำชี้แจง ให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง โดย กำหนดน้ำหนักคะแนน ดังนี้4 = ดีมาก, 3 = ดี, 2 = ปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้ รายการค่านิยม พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 1.มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ใน สิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม 3.กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ 4.ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทางตรงและทางอ้อม 5.รักษาวัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย อันงดงาม 6.มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน 7.เข้าใจ เรียนรู้ การเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขที่ถูกต้อง 8.มีระเบียบวินัยเคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักเคารพผู้ใหญ่ 9.มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติ ตามพระราช ดำรัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว 10.รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราช ดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่าย จำหน่าย และขยายกิจการเมื่อมี ความพร้อมโดยมีภูมิคุ้มกันที่ดี 11.มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือ กิเลส มีความละอายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา 12.คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมและต่อชาติมากกว่าผลประโยชน์ ของตนเอง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพ 28-30 คะแนน = ดีมาก 25-27 คะแนน = ดี 20-24 คะแนน = ปรับปรุง 0-19 คะแนน = ปรับปรุง หมายเหตุ อ้างอิงค่านิยม 12 ประการ: คณะรักษาความสงบแห่งชาติ: กระทรวงศึกษาธิการ


41 บันทึกหลังการสอน ข้อสรุปหลังการสอน .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. ปัญหาที่พบ .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. แนวทางแก้ปัญหา .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................


42 แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่4 หน่วยที่4 รหัสวิชา 30200-0001 การบัญชีเบื้องต้น (2-2-3) สอนครั้งที่4 (13-16) ชื่อหน่วย/เรื่อง การวิเคราะห์รายการค้า จำนวนชั่วโมง 4 ช.ม. แนวคิด การวิเคราะห์รายการค้าถือเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรบัญชี ถ้าวิเคราะห์รายการค้าผิด ก็จะทำให้ขั้นตอนต่างๆ ใน ลำดับถัดไปผิดไปด้วย ดังนั้นหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นแล้ว ก็จะทำให้ผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชีนั้นตัดสินใจผิดพลาดไป ด้วย จึงควรให้ความสนใจและทำความเข้าใจให้ถูกต้อง โดยก่อนจะทำการวิเคราะห์ต้องตรวจสอบรายการค้าทุกรายการ ที่เกิดขึ้นให้รอบคอบ จึงวิเคราะห์ตามหลักในการวิเคราะห์รายการค้าต่อไป ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1.บอกประเภทของธุรกิจ และรูปแบบการดำเนินธุรกิจได้ 2.อธิบายรายการค้าได้ 3.วิเคราะห์รายการค้าตามหลักการบัญชีทั่วไปได้ 4.มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา สำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเรื่อง 4.1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 4.2 ความมีวินัย 4.3 ความรับผิดชอบ 4.4 ความซื่อสัตย์สุจริต 4.5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 4.6 การประหยัด 4.7 ความสนใจใฝ่รู้ 4.8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน 4.9 ความรักสามัคคี 4.10 ความกตัญญูกตเวที สมรรถนะรายวิชา 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการ และวิธีการบัญชีสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบริการ 2.ปฏิบัติงานบัญชีสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบริการตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป


43 สาระการเรียนรู้ 1.ประเภทของธุรกิจ และรูปแบบการดำเนินธุรกิจ 2.รายการค้า 3.หลักการวิเคราะห์รายการค้า ภาพรวม (Big Idea) กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.ครูสนทนากับผู้เรียนว่ารูปแบบของกิจการค้าแต่ละประเภทจะแตกต่างกันออกไปตามสภาพการลงทุน ลักษณะการจัดตั้ง การดำเนินงาน และความสำคัญทางเศรษฐกิจ แบ่งได้ดังนี้ กิจการเจ้าของคนเดียว (Single Proprietorship) ห้างหุ้นส่วน (Partnership) บริษัทจำกัด (Corporation or Limited Company) 2.ผู้เรียนทำแบบประเมินผลก่อนเรียน โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที แล้วให้สลับกันตรวจ ขั้นสอน 3.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบใช้โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Material of Instruction Method)


44 เป็นวิธีสอนที่นำอุปกรณ์โสตทัศน์วัสดุมาช่วยพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน โสตทัศน์วัสดุดังกล่าว ได้แก่Power Point เพื่อประกอบการอธิบายประเภทธุรกิจ และรูปแบบการดำเนินธุรกิจโดยทั่วไปสามารถแบ่งธุรกิจที่มุ่งแสวงหากำไร ดังนี้ 1) ธุรกิจบริการ (Service Businesses) เช่น ร้านเสริมสวย ร้านซ่อมรถยนต์ ร้านซักรีดเสื้อผ้า หอพัก โรง ภาพยนตร์ คลินิก โรงแรม เป็นต้น 2) ธุรกิจซื้อขายสินค้า (Merchandising Businesses) หรือธุรกิจพาณิชยกรรม เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวก ซื้อ ซุปเปอร์มาร์เกต บริษัทขายรถยนต์ เป็นต้น 3) ธุรกิจอุตสาหกรรม (Manufacturing Businesses) หรือธุรกิจผลิตสินค้า เช่น โรงงานผลิตรถยนต์โรงงานทอ ผ้า เป็นต้น 4.ครูบอกรูปแบบของการดำเนินธุรกิจ ธุรกิจที่กล่าวมาข้างต้น สามารถเลือกดำเนินธุรกิจ ได้ดังนี้ 1) กิจการเจ้าของคนเดียว ((Single Proprietorship) 2) กิจการห้างหุ้นส่วน (Partnership) หุ้นส่วนมี2 ประเภท คือ 2.1 ห้างหุ้นส่วนสามัญ (Ordinary Partnership) 2.2 ห้างหุ้นส่วนจำกัด (Limited Partnership) 3) บริษัทจำกัด (Corporation or Limited Company) มี 2 ประเภท คือ 3.1 บริษัทเอกชนจำกัด (Private Company Limited) 3.2 บริษัทมหาชนจำกัด (Public Company Limited) 5.ผู้เรียนบอกประเภทธุรกิจ และรูปแบบธุรกิจตามโจทย์ที่ครูกำหนดให้ 6.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิคการสอนแบบ Discussion Method คือ แบบอภิปราย โดยรายการค้า (Business Transaction Or Accounting transaction) หมายถึง รายการที่ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน หรือโอนเงินหรือสิ่งที่มีค่า เป็นตัวเงินระหว่างกิจการกับบุคคลอื่น ซึ่งจะมีจำนวนมากและแตกต่างกันไปตามลักษณะของกิจการ เช่น กิจการเจ้าของ คนเดียว ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด และตามประเภทธุรกิจ เช่น ธุรกิจบริการ ธุรกิจซื้อ-ขายสินค้า หรือธุรกิจผลิตสินค้า รายการค้าเป็นรายการที่กิจการนำมาบันทึกบัญชีเพื่อเป็นข้อมูลในการจัดทำงบการเงินต่างๆซึ่งทางการบัญชี เรียกว่ารายการทางบัญชีเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการโอนหรือการแลกเปลี่ยนระหว่างหน่วยของบัญชีหรือบุคคลที่มีผล ต่อสินทรัพย์หนี้สินและส่วนของเจ้าของ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นและลดลง จะทำให้ยอดทั้งสองในสมการ บัญชีนั้นมีความสมดุลกันทั้งสองด้าน 7.ครูบอกประเภทของรายการค้า รายการค้าจำแนกออกเป็น 2 ประเภท คือ รายการค้าภายนอก และรายการ ค้าภายใน ดังนี้ 1) รายการค้าภายนอก เป็นรายการแลกเปลี่ยนระหว่างร้านค้าหนึ่งกับอีกร้านค้าหนึ่ง เช่น 1.1 การซื้อสินทรัพย์ต่างๆ เป็นเงินสด และเงินเชื่อ 1.2 ซื้อสินค้าเป็นเงินสด และเงินเชื่อ 1.3 ขายสินค้าเป็นเงินสด และเงินเชื่อ 1.4 การรับชำระหนี้จากลูกหนี้ 1.6 การกู้ยืมเงิน 1.7 การจ่ายชำระหนี้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ย 1.8 การจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ 1.9 การรับรายได้ต่างๆ


45 1.5 การจ่ายชำระหนี้เจ้าหนี้ 2) รายการค้าภายใน เป็นรายการที่เกิดขึ้นภายในกิจการ ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก แต่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ (ทุน) ดังนี้ 2.1 การนำเงินสด หรือสินทรัพย์อื่นมาลงทุน 2.2 การถอนเงินสด หรือสินค้าไปใช้ส่วนตัว ใบสำคัญรับชำระเงินลงทุน ของ ร้านกีรติผจญบริการซักรีด วันที่ 15 มกราคม 2558 ใบสำคัญฉบับนี้ออกให้เพื่อแสดงว่าร้านกีรติผจญบริการซักรีด ได้รับเงิน จำนวน 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) จากนางสวยสม สง่าดี เพื่อชำระเป็นส่วนเงินลงทุนในการจัดตั้งร้านกีรติผจญ บริการซักรีด ไว้เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2558 ลงชื่อ………………………………………… (นางเพ็ญศรี เลิศเกียรติวิทยา) ผู้จัดการร้าน 8.ผู้เรียนยกตัวอย่างรายการที่ไม่ใช่รายการค้า (Non-Business Transaction) ส่วนการดำเนินงานที่ไม่ก่อให้เกิด การโอนเงินหรือสิ่งของที่มีค่าเป็นตัวเงิน เช่น การจัดร้านให้สวยงามเพื่อดึงดูดใจลูกค้า การเชิญชวนลูกค้าไปชมสินค้า และการต้อนรับลูกค้า เป็นต้น รายการเหล่านี้ถือว่าไม่ใช่รายการค้า ดังนั้นจึงไม่มีการนำมาบันทึกในสมุดบัญชีของ กิจการ


46 9.ผู้เรียนยกตัวอย่างรายการค้า (Business Transaction) และรายการที่ไม่ใช่รายการค้า (Non-Business Transaction) โดยแสดงเป็นเอกสารประกอบ มาคนละ 2 รายการ 10.ครูอธิบายและแสดงการสาธิตหลักการวิเคราะห์รายการค้า โดยการวิเคราะห์รายการค้า (Business transaction analysis) คือ การวิเคราะห์รายการค้าที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจในแต่ละวัน ว่าจะมีผลกระทบต่อ สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ รายได้ และค่าใช้จ่ายอย่างไร และผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นจะแสดงให้เห็นถึง ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของกิจการได้ซึ่งการวิเคราะห์รายการค้านั้น เป็นจุดเริ่มต้นของวงจรบัญชี เป็นขั้น แรกของการจัดทำบัญชี ซึ่งสำคัญมาก เพราะหากวิเคราะห์รายการค้าผิด ก็จะทำให้ขั้นตอนต่อๆ ไปผิดไปด้วย เช่น การ บันทึกบัญชีในสมุดรายวัน การผ่านบัญชีไปสมุดบัญชีแยกประเภท ตลอดจนถึงการจัดทำงบการเงินก็ผิดไปด้วย หากมี ความผิดพลาดแล้วจะทำให้ผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชีนั้นตัดสินใจผิดพลาดด้วย ดังนั้นถึงแม้ว่าการวิเคราะห์รายการค้าจะ เป็นเพียงขั้นเริ่มต้นของการทำบัญชี แต่ก็ควรให้ความสนใจและทำความเข้าใจให้ถูกต้อง โดยก่อนที่จะวิเคราะห์รายการ ค้านั้น จะต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับรายการค้าให้มากที่สุด ซึ่งมีหลักดังนี้ 1) วิเคราะห์รายการค้าที่เกิดขึ้นว่าทำให้สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของกิจการเปลี่ยนแปลง โดยการ เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไรบ้าง 2) รายการค้าที่เกิดขึ้นเมื่อวิเคราะห์แล้ว การเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของนั้น จะต้องทำให้สมการบัญชีเป็นจริงเสมอ กล่าวคือ เมื่อวิเคราะห์รายการค้าแล้ว สินทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลง จะต้องเท่ากับ หนี้สินที่เปลี่ยนแปลงบวกด้วยส่วนของเจ้าของที่เปลี่ยนแปลงเสมอ 11.ครูอธิบายหลักการบัญชี (Accounting Principles) หมายถึง แนวทางที่แนะนำให้นักบัญชีใช้ยึดถือหลัก ปฏิบัติในการรวบรวม จดบันทึก จำแนก สรุปผล และรายงานเหตุการณ์เกี่ยวกับการเงิน โดยหลักการบัญชีที่รับรอง ทั่วไป หมายถึง แนวทางที่ได้รับการรับรองและยอมรับเป็นส่วนใหญ่จากผู้มีอำนาจหน้าที่ในวิชาชีพการบัญชี เพื่อให้นัก บัญชีใช้ยึดถือเป็นหลักปฏิบัติในการรวบรวม จดบันทึก จำแนก สรุปผล และจัดทำงบการเงินอย่างมีหลักเกณฑ์มี มาตรฐานกระกระทำขึ้นอย่างสม่ำเสมอและเข้าใจได้ง่าย หลักในการวิเคราะห์รายการค้าขั้นต้น มีดังนี้ 1.สินทรัพย์เพิ่ม (+) ส่วนของเจ้าของเพิ่ม (+) 2.สินทรัพย์ลด (-) ส่วนของเจ้าของลด (-) 3.สินทรัพย์อย่างหนึ่งเพิ่ม (+)สินทรัพย์อีกอย่างหนึ่งลด (-) 4.สินทรัพย์เพิ่ม (+) หนี้สินเพิ่ม (+)


47 5.สินทรัพย์ลด (-) หนี้สินลด (-) 12.ผู้เรียนวิเคราะห์รายการค้าของร้านแพตเสริมสวยของเดือนมกราคม 25X8 โดยใส่เครื่องหมาย ดังนี้ ว.ด.ป. รายการค้า สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของ เจ้าของ 25X8 เพิ่ม ลด เพิ่ม ลด เพิ่ม ลด ม.ค. 1 นางสาวแพตนำเงินสดมาลงทุน 2 นำเงินสดไปฝากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง 3 จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าโทรศัพท์ 4 ซื้ออุปกรณ์เสริมสวยเป็นเงินสด 5 ซื้ออุปกรณ์เสริมสวยเป็นเงินเชื่อ 6 ได้รับเงินค่าบริการเสริมสวย 7 จ่ายค่าเช่าร้านเสริมสวย 8 ให้บริการเสริมสวยแก่ผู้เข้าประกวดนางสาวไร่ส้ม ยังไม่ได้รับเงิน 9 จ่ายชำระหนี้ค่าอุปกรณ์วันที่ 5 มกราคม 10 รับชำระหนี้จากกองประกวดวันที่ 8 มกราคม 11 กู้เงินจากธนาคารและนำเข้าบัญชีของร้าน 12 นางสาวแพตเบิกเงินของกิจการไปใช้ส่วนตัว 13 จ่ายเงินเดือนลูกจ้างในร้าน 13.ผู้เรียนวิเคราะห์การเพิ่มหรือลดของรายการค้าสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ ดังนี้ รายการค้า สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ 1.นำเงินสดมาลงทุนในกิจการ 200,000 บาท +200,000 +200,000 2.กู้เงินจากธนาคาร 20,000 บาท +20,000 +20,000 3.ซื้อเครื่องตกแต่งเป็นเงินเชื่อ 6,000 บาท +6,000 +6,000 4.รับรายได้ค่าบริการ 3,000 บาท +3,000 +3,000 5.จ่ายค่าพาหนะ 1,000 บาท -1,000 -1,000 6.ส่งบิลเก็บเงินจากลูกหนี้ค่าซ่อมรถยนต์3,600 บาท +3,600 +3,600 7.ซื้อวัสดุสำนักงานเป็นเงินเชื่อ 4,000 บาท +4,000 +4,000 8.จ่ายชำระหนี้ให้เจ้าหนี้3,000 บาท -3,000 -3,000 9.จ่ายค่าเบี้ยประกันร้าน 9,000 บาท -9,000 -9,000 10.ถอนเงินสดในร้านไปใช้ส่วนตัว 2,000 บาท -2,000 -2,000 รวม 221,600 27,000 194,600 14.ผู้เรียนวิเคราะห์รายการค้าของร้านชายขอบบริการ ดังต่อไปนี้ รายการค้า การวิเคราะห์รายการค้า 1.นายชายนำเงินสดมาลงทุนในร้านเป็นเงินสด +สินทรัพย์เพิ่ม +ส่วนของเจ้าของเพิ่ม 2.นายชายกู้เงินจากธนาคารมาลงทุนในกิจการ +สินทรัพย์เพิ่ม +หนี้สินเพิ่ม 3.ซื้ออุปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องใช้เป็นเงินเชื่อ +สินทรัพย์เพิ่ม +หนี้สินเพิ่ม 4.รับรายได้ค่าบริการเสริมสวย +สินทรัพย์เพิ่ม +ส่วนของเจ้าของเพิ่ม 5.ลูกค้ารายหนึ่งค้างชำระค่าบริการเสริมสวย +สินทรัพย์เพิ่ม +ส่วนของเจ้าของเพิ่ม 6.ส่งบิลเก็บเงินจากลูกหนี้ที่ค้างชำระ +สินทรัพย์เพิ่ม +ส่วนของเจ้าของเพิ่ม 7.ซื้อวัสดุสำนักงานเป็นเงินเชื่อ +สินทรัพย์เพิ่ม +หนี้สินเพิ่ม


48 8.จ่ายชำระหนี้ที่ค้างในวันที่ 3 +สินทรัพย์ลด +หนี้สินลด 9.จ่ายค่าเช่าร้านเป็นเงินสด +สินทรัพย์ลด +ส่วนของเจ้าของลด 10.จ่ายเงินเดือนให้พนักงานในร้าน +สินทรัพย์ลด +ส่วนของเจ้าของลด 15.เปิดโอกาสให้ผู้เรียนซักถามข้อสงสัย และแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันภายในชั้นเรียน 16.ครูแนะนำผู้เรียนให้บันทึกรายรับ-รายจ่าย โดยกล่าวถึงเศรษฐกิจพอเพียงกับการแก้ไขปัญหาความ ยากจนภาคปฏิบัติ เป็นการลงมือปฏิบัติเพื่อนำพาตัวเองสู่เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งก็คือการอยู่อย่างพึ่งตนเองในระดับ ครัวเรือน จะต้องมีความพร้อมที่จะอยู่อย่างพึ่งตนเองด้วยการ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้เพื่อให้เกิดการออม การพึ่งตนเองจะต้องอาศัยการจดบันทึกหรือเรียกว่า “จดเป็น พึ่งตนเองได้” การจดบันทึกนั้นเริ่มตั้งแต่การทำบัญชี รายรับ-รายจ่ายของครัวเรือน ได้มาเท่าไรจดไว้จ่ายไปเท่าไรก็จดไว้ในแต่ละวันก็นำสมุดบัญชีรายรับ-รายจ่าย ที่จดไว้มา เปิดดูว่า วันนี้ได้เงินมาเท่าไร และจ่ายค่าอะไรบ้าง มีค่าอะไรบ้างที่ไม่มีความจำเป็นต้องจ่าย คิดทบทวนให้รอบคอบ แล้ว ก็ตัดรายการที่จ่ายไปโดยไม่จำเป็นทิ้งไป เช่น ค่าเหล้า ค่าบุหรี่ เป็นต้น 17.ผู้เรียนทำกิจกรรมใบงาน ขั้นสรุปและการประยุกต์ 19.ครูสรุปเนื้อหาทั้งหมดโดยอภิปรายสั้น ๆ และให้นักเรียนบอกรายการค้าและรายการใดที่ไม่ใช่รายการค้า เพื่อให้มีความรู้ และเข้าใจในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันต่อไปได้ 20.ผู้เรียนทำแบบฝึกปฏิบัติ และกิจกรรมที่กำหนดไว้รวมทั้งแบบประเมินผลการเรียนรู้ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิชาการบัญชีเบื้องต้น (30200-0001) 2. มาตรฐานการบัญชี 3. ใบความรู้ 4. อินเทอร์เน็ต 5. Power Point หลักฐาน 1.บันทึกการสอนของสถานศึกษา 2.ผลงานของผู้เรียน 3.แผนจัดการเรียนรู้ การวัดผลและการประเมินผล วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ตรวจใบงาน 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน/หลังเรียน


49 4. ตรวจแบบประเมินผลการฝึกปฏิบัติ 5. ประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคัญ และส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ 6 ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 7 สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 8 การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน) 4. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน 5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน/หลังเรียน 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคัญ และส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ 8. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและผู้เรียนร่วมกัน ประเมิน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขึ้นไป) 3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป) 4. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50% 5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ เกณฑ์ผ่าน 50% 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน/หลังเรียนมีเกณฑ์ผ่าน 50% 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคัญและส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ผ่าน 50% 8 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจริง กิจกรรมเสนอแนะ 1. ทำใบงานและแบบประเมินผลการเรียนรู้ 2. บันทึกการรับ-จ่าย


50 การบูรณาการ 1) กลุ่มวิชาภาษาไทย ได้แก่ ทักษะการฟัง ทักษะการอ่าน ทักษะการเขียนและทักษะการพูด 2) ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3) คุณธรรมจริยธรรม และศีลธรรม 4) หน้าที่พลเมืองดี 5) อื่น ๆ การวิเคราะห์ รายการค้า กลุ่มวิชาภาษาไทย การบูรณาการ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หนา้ที่พลเมือง กลุ่มวิชาการขายและคอมพิวเตอร์ กลุ่มวิชาคณิตศาตร์ กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ กลุ่มวิชากฏหมาย กลุ่มวิชาภาษาอังกฤษ


51 คำชี้แจง : ให้บันทึกบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตามความเป็นจริง 1. จากการลงบันทึกมีเงินเหลือเก็บหรือไม่……………เพราะเหตุใด………………..………….……… 2. จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีรายจ่ายมากกว่ารายรับ………………………..…………….………………….…


52 แบบประเมินกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ คำชี้แจง ให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง โดย กำหนดน้ำหนักคะแนน ดังนี้5 = ดีมาก, 4 = ดี, 3 = พอใช้, 2 = ควรปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้ รายการประเมิน พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 5 4 3 2 1 1.การมีมนุษยสัมพันธ์ แสดงกริยาท่าทางสุภาพต่อผู้อื่น รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 2.ความมีวินัย ตรงต่อเวลาในการทำงาน ประพฤติตนถูกต้องตามศีลธรรมอันดีงาม 3.ความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จตามกำหนด ปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ 4.ความซื่อสัตย์สุจริต ไม่นำผลงานผู้อื่นมาแอบอ้างเป็นของตนเอง พูดในสิ่งที่เป็นความจริง 5.ความสนใจใฝ่รู้ ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง แสวงหาประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ 6.ความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล กล้าทักท้วงในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม 1.กระบวนการคิดที่ใช้คือ……….…………………………………….………………………… 2.สิ่งที่ควรปรับปรุง คือ……….…………………………………….…………………………… ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพ 28-30 คะแนน= ดีมาก 15-19 คะแนน= ควรปรับปรุง 25-27 คะแนน= ดี 0-14 คะแนน= ใช้ไม่ได้ 20-24 คะแนน= พอใช้ หมายเหตุ อ้างอิงคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา สำนักงาน มาตรฐานการอาชีวศึกษา คณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ


53 แบบประเมินค่านิยม 12 ประการ คำชี้แจง ให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง โดย กำหนดน้ำหนักคะแนน ดังนี้4 = ดีมาก, 3 = ดี, 2 = ปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้ รายการค่านิยม พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 1.มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ใน สิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม 3.กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ 4.ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทางตรงและทางอ้อม 5.รักษาวัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย อันงดงาม 6.มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน 7.เข้าใจ เรียนรู้ การเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ถูกต้อง 8.มีระเบียบวินัยเคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักเคารพผู้ใหญ่ 9.มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติ ตามพระราช ดำรัสของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว 10.รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอ กินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่าย จำหน่าย และขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม โดยมีภูมิคุ้มกันที่ดี 11.มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือ กิเลส มีความละอายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา 12.คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมและต่อชาติมากกว่าผลประโยชน์ของ ตนเอง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพ 28-30 คะแนน = ดีมาก 25-27 คะแนน = ดี 20-24 คะแนน = ปรับปรุง 0-19 คะแนน = ปรับปรุง หมายเหตุ อ้างอิงค่านิยม 12 ประการ: คณะรักษาความสงบแห่งชาติ: กระทรวงศึกษาธิการ


54 บันทึกหลังการสอน ข้อสรุปหลังการสอน .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. ปัญหาที่พบ .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. แนวทางแก้ปัญหา .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................


55 แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่5 หน่วยที่4 รหัสวิชา 30200-0001 การบัญชีเบื้องต้น (2-2-3) สอนครั้งที่5 (17-20) ชื่อหน่วย/เรื่อง การวิเคราะห์รายการค้า จำนวนชั่วโมง 4 ช.ม. แนวคิด การวิเคราะห์รายการค้าถือเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรบัญชี ถ้าวิเคราะห์รายการค้าผิด ก็จะทำให้ขั้นตอนต่างๆ ใน ลำดับถัดไปผิดไปด้วย ดังนั้นหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นแล้ว ก็จะทำให้ผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชีนั้นตัดสินใจผิดพลาดไป ด้วย จึงควรให้ความสนใจและทำความเข้าใจให้ถูกต้อง โดยก่อนจะทำการวิเคราะห์ต้องตรวจสอบรายการค้าทุกรายการ ที่เกิดขึ้นให้รอบคอบ จึงวิเคราะห์ตามหลักในการวิเคราะห์รายการค้าต่อไป ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 4.วิเคราะห์ผลกระทบของรายการค้าต่อสมการบัญชีและงบแสดงฐานะการเงินได้ 5.วิเคราะห์รายการค้าตามหลักการบัญชีคู่ได้ 6.มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเรื่อง 6.1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 6.2 ความมีวินัย 6.3 ความรับผิดชอบ 6.4 ความซื่อสัตย์สุจริต 6.5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 6.6 การประหยัด 6.7 ความสนใจใฝ่รู้ 6.8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน 6.9 ความรักสามัคคี 6.10 ความกตัญญูกตเวที สมรรถนะรายวิชา 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการ และวิธีการบัญชีสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบริการ 2.ปฏิบัติงานบัญชีสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบริการตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป


56 สาระการเรียนรู้ 4.ผลกระทบของรายการค้าต่อสมการบัญชีและงบแสดงฐานะการเงิน 5.การวิเคราะห์รายการค้าตามหลักการบัญชีคู่ ภาพรวม (Big Idea) กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.ครูกล่าวว่าการวิเคราะห์รายการค้าเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรบัญชี เป็นขั้นแรกของการจัดทำบัญชี ซึ่งสำคัญ มาก เพราะหากวิเคราะห์รายการค้าผิด ก็จะทำให้ขั้นตอนต่อๆ ไปผิดไปด้วย เช่น การบันทึกบัญชีในสมุดรายวัน การผ่าน บัญชีไปสมุดบัญชีแยกประเภท ตลอดจนถึงการจัดทำงบการเงินก็ผิดไปด้วย หากมีความผิดพลาดแล้วจะทำให้ผู้ใช้ข้อมูล ทางการบัญชีนั้นตัดสินใจผิดพลาดด้วย ดังนั้นถึงแม้ว่าการวิเคราะห์รายการค้าจะเป็นเพียงขั้นเริ่มต้นของการทำบัญชี แต่ ก็ควรให้ความสนใจและทำความเข้าใจให้ถูกต้อง โดยก่อนที่จะวิเคราะห์รายการค้านั้น จะต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับ รายการค้าให้มากที่สุด 2.ครูทบทวนรายการบัญชีสินทรัพย์ หนี้สินและส่วนของเจ้าของ เพื่อเชื่อมโยงสู่การวิเคราะห์รายการค้า 3.ครูกล่าวเพิ่มเติมว่าเมื่อมีรายกาค้าเกิดขึ้นก็ย่อมจะมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสมการบัญชีหมวดใด หมวดหนึ่งซึ่งจะทำให้สินทรัพย์เท่ากับหนี้สิน และส่วนของเจ้าของเสมอ ส่วนหมวดรายได้และหมวดค่าใช้จ่ายนั้นเมื่อ วิเคราะห์แล้วจะทำให้ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้นในกรณีที่มีผลกำไร และจะทำให้ส่วนของเจ้าของลดลงในกรณีที่มีผล ขาดทุน โดยวิเคราะห์รายการค้าแต่ละรายการจะมีผลกระทบต่อบัญชี5 หมวด คือ สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ รายได้และค่าใช้จ่าย ซึ่งรายได้และค่าใช้จ่ายนั้นจะกระทบต่อบัญชีส่วนของเจ้าของดังนี้ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ ❖กิจการมีรายได้เกิดขึ้น ย่อมจะมีผลทำให้ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้นในบัญชีกำไรสุทธิ ❖กิจการมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ย่อมจะมีผลทำให้ส่วนของเจ้าของลดลงในบัญชีกำไรสุทธิ


57 ขั้นสอน 4.ครูและผู้เรียนวิเคราะห์ผลกระทบของรายการค้าต่อสมการบัญชีและงบแสดงฐานะการเงิน ผลกระทบของรายการค้าต่อสมการบัญชีและงบแสดงฐานะการเงิน มีดังต่อไปนี้ รายการค้าที่11 ม.ค.นางรัดเกล้านำเงินสดมาลงทุนในร้าน 120,000 บาท การวิเคราะห์รายการค้า เป็นดังนี้ สินทรัพย์เพิ่ม (+) ส่วนของเจ้าของเพิ่ม (+) เงินสด 120,000 บาท ทุน-นางรัดเกล้า 120,000 บาท ผลกระทบต่อสมการบัญชี สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ เงินสด +120,000 ทุน-รัดเกล้า +120,000 การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน ร้านรัดเกล้าบริการ งบแสดงฐานะการเงิน วันที่ 1 มกราคม 25X8 สินทรัพย์ บาท สต. หนี้สินและส่วนของเจ้าของ บาท สต. สินทรัพย์หมุนเวียน ส่วนของเจ้าของ เงินสด 120,000 - ทุน-นางรัดเกล้า 120,000 - 120,000 - 120,000 - รายการค้าที่ 22 ม.ค.จ่ายเงินซื้ออุปกรณ์เสริมสวย 80,000 บาท สินทรัพย์เพิ่ม (+) สินทรัพย์ลด (-) อุปกรณ์ 80,000 บาท เงินสด 80,000 บาท ผลกระทบต่อสมการบัญชี สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ อุปกรณ์ +80,000 เงินสด -80,000 ร้านรัดเกล้าบริการ งบแสดงฐานะการเงิน วันที่ 2 มกราคม 25X8 สินทรัพย์ บาท สต. หนี้สินและส่วนของเจ้าของ บาท สต. สินทรัพย์หมุนเวียน ส่วนของเจ้าของ เงินสด (120,000-80,000) 40,000 - ทุน-นางรัดเกล้า 120,000 - สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน อุปกรณ์ 80,000 - 120,000 - 120,000 -


58 รายการค้าที่ 33 ม.ค.ซื้อเครื่องตกแต่งเป็นเงินเชื่อจากร้านปิ่นจำนวน 5,000 บาท การวิเคราะห์รายการค้า เป็นดังนี้ สินทรัพย์เพิ่ม (+) หนี้สินเพิ่ม (+) เครื่องตกแต่ง 5,000 บาท เจ้าหนี้การค้า-ร้านปิ่น 5,000 บาท ผลกระทบต่อสมการบัญชี สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ เครื่องตกแต่ง +5,000 เจ้าหนี้การค้า-ร้านปิ่น +5,000 ร้านรัดเกล้าบริการ งบแสดงฐานะการเงิน วันที่ 3 มกราคม 25X8 สินทรัพย์ บาท สต. หนี้สินและส่วนของเจ้าของ บาท สต. สินทรัพย์หมุนเวียน หนี้สินหมุนเวียน เงินสด (120,000-80,000) 40,000 - เจ้าหนี้การค้า-ร้านปิ่น 5,000 - สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ส่วนของเจ้าของ อุปกรณ์ 80,000 - ทุน-นางรัดเกล้า 120,000 - เครื่องตกแต่ง 5,000 - 125,000 - 125,000 - รายการค้าที่ 45 ม.ค.ให้บริการเสริมสวยแก่กองประกวดนางงามชาวสวน 4,000 บาท ยังไม่ได้รับเงิน สินทรัพย์เพิ่ม (+) ส่วนของเจ้าของเพิ่ม (+) ลูกหนี้การค้า-นางงามฯ4,000 บาท ทุน-นางรัดเกล้า 4,000 บาท ผลกระทบต่อสมการบัญชี สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ ลูกหนี้การค้า-นางงาม +4,000 ทุน-นางรัดเกล้า + 4,000 ร้านรัดเกล้าบริการ งบแสดงฐานะการเงิน วันที่ 5 มกราคม 25X8 สินทรัพย์ บาท สต. หนี้สินและส่วนของเจ้าของ บาท สต. สินทรัพย์หมุนเวียน หนี้สินหมุนเวียน เงินสด (120,000-80,000) 40,000 - เจ้าหนี้การค้า-ร้านปิ่น 5,000 - ลูกหนี้การค้า-นางงามฯ 4,000 - ส่วนของเจ้าของ สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ทุน-นางรัดเกล้า 124,000 - อุปกรณ์ 80,000 - เครื่องตกแต่ง 5,000 - 129,000 - 129,000 -


59 *ทุน-นายสายน้ำ 120,000+4,000=124,00 รายการค้าที่ 510 จ่ายเงินชำระหนี้ให้ร้านปิ่น 3,000 บาท การวิเคราะห์รายการค้า เป็นดังนี้ สินทรัพย์ลด (-) หนี้สินลด (-) เงินสด 3,000 บาท เจ้าหนี้การค้า-ร้านปิ่น 3,000 บาท ผลกระทบต่อสมการบัญชี สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ เงินสด - 3,000 เจ้าหนี้การค้า-ร้านปิ่น - 3,000 การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน ร้านรัดเกล้าบริการ งบแสดงฐานะการเงิน วันที่ 10 มกราคม 25X8 สินทรัพย์ บาท สต. หนี้สินและส่วนของเจ้าของ บาท สต. สินทรัพย์หมุนเวียน หนี้สินหมุนเวียน เงินสด (40,000-3,000) 37,000 - เจ้าหนี้การค้า-ร้านปิ่น 2,000 - ลูกหนี้การค้า-นางงามฯ 4,000 - ส่วนของเจ้าของ สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ทุน-นางรัดเกล้า 124,000 - อุปกรณ์ 80,000 - เครื่องตกแต่ง 5,000 - 126,000 - 126,000 - *เจ้าหนี้การค้า-ร้านปิ่น 5,000+3,000=2,000 รายการค้าที่ 615 กู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ 120,000 บาท ระยะเวลาครบกำหนด 2 ปี การวิเคราะห์รายการค้า เป็นดังนี้ สินทรัพย์เพิ่ม (+) หนี้สินเพิ่ม (+) เงินสด 120,000 บาท เงินกู้-ธนาคารพาณิชย์ 120,000 บาท ผลกระทบต่อสมการบัญชี สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ เงินสด + 120,000 เงินกู้-ธนาคารพาณิชย์120,000 บาท


60 การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน ร้านรัดเกล้าบริการ งบแสดงฐานะการเงิน วันที่ 15 มกราคม 25X8 สินทรัพย์ บาท สต. หนี้สินและส่วนของเจ้าของ บาท สต. สินทรัพย์หมุนเวียน หนี้สินหมุนเวียน เงินสด (37,000+120,000) 157,000 - เจ้าหนี้การค้า-ร้านปิ่น 2,000 - ลูกหนี้การค้า-นางงามฯ 4,000 - หนี้สินไม่หมุนเวียน สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เงินกู้-ธนาคารพาณิชย์ 120,000 - อุปกรณ์ 80,000 - ส่วนของเจ้าของ เครื่องตกแต่ง 5,000 - ทุน-นางรัดเกล้า 124,000 - 246,000 - 246,000 - รายการค้าที่ 718 นางรัดเกล้านำเงินของกิจการไปใช้ส่วนตัว 10,000 บาท การวิเคราะห์รายการค้า เป็นดังนี้ สินทรัพย์ลด (-) ส่วนของเจ้าของ (-) เงินสด 10,000 บาท ถอนใช้ส่วนตัว 10,000 บาท ผลกระทบต่อสมการบัญชี สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ เงินสด + 100,000 ถอนใช้ส่วนตัว – 10,000 การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน ร้านรัดเกล้าบริการ งบแสดงฐานะการเงิน วันที่ 18 มกราคม 25X8 สินทรัพย์ บาท สต. หนี้สินและส่วนของเจ้าของ บาท สต. สินทรัพย์หมุนเวียน หนี้สินหมุนเวียน เงินสด (157,000+10,000) 147,000 - เจ้าหนี้การค้า-ร้านปิ่น 2,000 - ลูกหนี้การค้า-นางงามฯ 4,000 - หนี้สินไม่หมุนเวียน สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เงินกู้-ธนาคารพาณิชย์ 120,000 - อุปกรณ์ 80,000 - ส่วนของเจ้าของ เครื่องตกแต่ง 5,000 - ทุน-นางรัดเกล้า 114,000 - 236,000 - 236,000 - **124,000-10,000=114,000


61 รายการค้าที่ 825 รับชำระหนี้จากตัวแทนนางงามชาวงามชาวสวน 4,000 บาท การวิเคราะห์รายการค้า เป็นดังนี้ สินทรัพย์ลด (+) สินทรัพย์ลด (-) เงินสด 4,000 บาท ลูกหนี้-นางงามฯ 4,000 บาท ผลกระทบต่อสมการบัญชี สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ เงินสด + 4,000 ลูกหนี้-นางงามฯ -4,000 การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน ร้านรัดเกล้าบริการ งบแสดงฐานะการเงิน วันที่ 25 มกราคม 25X8 สินทรัพย์ บาท สต. หนี้สินและส่วนของเจ้าของ บาท สต. สินทรัพย์หมุนเวียน หนี้สินหมุนเวียน เงินสด (147,000+4,000) 151,000 - เจ้าหนี้การค้า-ร้านปิ่น 2,000 - ลูกหนี้การค้า-นางงามฯ - หนี้สินไม่หมุนเวียน สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เงินกู้-ธนาคารพาณิชย์ 120,000 - อุปกรณ์ 80,000 - ส่วนของเจ้าของ เครื่องตกแต่ง 5,000 - ทุน-นางรัดเกล้า 114,000 - 236,000 - 236,000 - **ลูกหนี้-นางงามฯ (4,000-4,000=0) รายการค้าที่ 930 รับเงินจากลูกค้าค่าบริการทำผม 5 คน เป็นเงินจำนวน 25,000 บาท การวิเคราะห์รายการค้า เป็นดังนี้ สินทรัพย์ลด (+) ส่วนของเจ้าของเพิ่ม (+) เงินสด 25,000 บาท ทุน-นางรัดเกล้า 25,000 บาท ผลกระทบต่อสมการบัญชี สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ เงินสด + 25,000 ทุน-นางรัดเกล้า + 25,000


62 การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน ร้านรัดเกล้าบริการ งบแสดงฐานะการเงิน วันที่ 30 มกราคม 25X8 สินทรัพย์ บาท สต. หนี้สินและส่วนของเจ้าของ บาท สต. สินทรัพย์หมุนเวียน หนี้สินหมุนเวียน เงินสด (151,000+25,000) 176,000 - เจ้าหนี้การค้า-ร้านปิ่น 2,000 - ลูกหนี้การค้า-นางงามฯ - หนี้สินไม่หมุนเวียน สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เงินกู้-ธนาคารพาณิชย์ 120,000 - อุปกรณ์ 80,000 - ส่วนของเจ้าของ เครื่องตกแต่ง 5,000 - ทุน-นางรัดเกล้า 139,000 - 261,000 - 261,000 - **ทุน-นางรัดเกล้า (114,000+25,000=139,000) รายการค้าที่ 10 31 จ่ายเงินเดือนพนักงานในร้าน 15,000 บาท การวิเคราะห์รายการค้า เป็นดังนี้ สินทรัพย์ลด (-) ส่วนของเจ้าของเพิ่ม (-) เงินสด 15,000 บาท ทุน-นางรัดเกล้า 15,000 บาท ผลกระทบต่อสมการบัญชี สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ เงินสด + 15,000 ทุน-นางรัดเกล้า + 15,000 การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน ร้านรัดเกล้าบริการ งบแสดงฐานะการเงิน วันที่ 31 มกราคม 25X8 สินทรัพย์ บาท สต. หนี้สินและส่วนของเจ้าของ บาท สต. สินทรัพย์หมุนเวียน หนี้สินหมุนเวียน เงินสด (176,000+15,000) 161,000 - เจ้าหนี้การค้า-ร้านปิ่น 2,000 - ลูกหนี้การค้า-นางงามฯ - หนี้สินไม่หมุนเวียน สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เงินกู้-ธนาคารพาณิชย์ 120,000 - อุปกรณ์ 80,000 - ส่วนของเจ้าของ เครื่องตกแต่ง 5,000 - ทุน-นางรัดเกล้า 124,000 - 246,000 - 246,000 - **ทุน-นางรัดเกล้า (139,000-15,000=124,000) 5.ผู้เรียนฝึกทักษะการวิเคราะห์รายการค้า ตามโจทย์ที่กำหนดให้แต่ละรายการ


63 6.ครูและผู้เรียนสาธิตการวิเคราะห์รายการค้าตามหลักการบัญชีคู่ โดยหลักการบัญชีคู่ (Double-Entry) เป็นหลักการบัญชีที่ได้รับการยอมรับและใช้กันทั่วไป ในปัจจุบัน ซึ่งก็คือ รายการค้าทุกรายการที่เกิดขึ้น เมื่อวิเคราะห์ แล้วก็จะนำไปบันทึกบัญชี 2 ด้านเสมอ คือด้านเดบิตและด้านเครดิตในจำนวนที่เท่ากัน ปกติรายการค้าทุกรายการจะบันทึกโดยเดบิตบัญชีหนึ่งและเครดิตอีกบัญชีหนึ่งในจำนวนเงินที่เท่ากันเรียกว่า บัญชีนั้นได้ดุลกัน (Single Journal Entry) แต่อาจจะมีบางรายการต้องบันทึกบัญชีโดยเดบิตหรือเครดิตหลายบัญชีก็ได้ แต่จำนวนเงินรวมด้านเดบิตและด้านเครดิตจะต้องเท่ากันตามหลักการบัญชีคู่เรียกว่าการรวมรายการ (Compound Journal Entry) ด้านเดบิต (Debit) หรือ Dr. หมายถึง ด้านเครดิต (Credit) หรือ Cr. หมายถึง 1.จำนวนเงินที่แสดงทางด้านซ้ายของบัญชี 2.การลงรายการด้านซ้ายของบัญชีหรือการผ่านบัญชีที่ทำให้ สินทรัพย์หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 3.การลงรายการด้านซ้ายของบัญชีหรือการผ่านบัญชีที่ทำให้หนี้สิน รายการเงินทุนหรือรายได้ลดลง 1.จำนวนเงินที่แสดงทางด้านขวาของบัญชี 2.การลงรายการด้านขวาของบัญชีหรือการผ่านบัญชีที่ทำให้สินทรัพย์ หรือค่าใช้จ่ายลดลง 3.การลงรายการด้านขวาของบัญชีหรือการผ่านบัญชีที่ทำให้หนี้สิน รายการเงินทุนหรือรายได้เพิ่มขึ้น 7.ครูและผู้เรียวิเคราะห์ และแสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการบันทึกบัญชีตามหลักการบัญชีคู่ การบันทึกบัญชีตามระบบบัญชีคู่ มีหลักดังนี้ 1) การบันทึกบัญชีหมวดสินทรัพย์รายการค้าใดที่วิเคราะห์แล้วจะบันทึกไว้ดังนี้ ❖สินทรัพย์เพิ่มขึ้น ให้บันทึกบัญชีสินทรัพย์ด้านเดบิต (Dr.) ❖สินทรัพย์ลดลง ให้บันทึกบัญชีสินทรัพย์ด้านเครดิต (Cr.) เดบิต สินทรัพย์ เครดิต บันทึกสินทรัพย์เพิ่ม (+) บันทึกสินทรัพย์ลด (-) 2) การบันทึกบัญชีหมวดหนี้สิน รายการค้าใดที่วิเคราะห์แล้วจะบันทึกไว้ดังนี้ ❖หนี้สินเพิ่มขึ้น ให้บันทึกบัญชีหนี้สินด้านเครดิต (Cr.) ❖หนี้สินลดลง ให้บันทึกบัญชีหนี้สินด้านเดบิต (Dr.) เดบิต หนี้สิน เครดิต บันทึกหนี้สินลด (-) บันทึกหนี้สินเพิ่ม (+) 3) การบันทึกบัญชีหมวดส่วนของเจ้าของ (ทุน) รายการค้าใดที่วิเคราะห์แล้วจะบันทึกดังนี้ ❖ส่วนของเจ้าของ (ทุน) เพิ่มขึ้น ให้บันทึกที่บัญชีส่วนของเจ้าของด้านเครดิต (Cr.) ❖ส่วนของเจ้าของ (ทุน) ลดลง ให้บันทึกที่บัญชีส่วนของเจ้าของด้านเดบิต (Dr.) เดบิต ส่วนของเจ้าของ เครดิต บันทึกส่วนของเจ้าของ (ทุน) ลด (-) บันทึกส่วนของเจ้าของ (ทุน) เพิ่ม (+) 4) การบันทึกบัญชีหมวดรายได้จากการวิเคราะห์สมการบัญชี ถ้าบัญชีรายได้เพิ่มขึ้นจะมีผลทำให้ส่วนของ เจ้าของเพิ่มขึ้น หลักการวิเคราะห์ยึดตามหลักหมวดบัญชีส่วนของเจ้าของ ดังนี้ ❖ถ้ารายได้เพิ่มขึ้นจะทำให้ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น ให้บันทึกบัญชีส่วนของเจ้าของด้านเครดิต ❖ถ้ารายได้ลดลงจะทำให้ส่วนของเจ้าของลดลง ให้บันทึกบัญชีส่วนของเจ้าของด้านเดบิต


64 เดบิต ส่วนของเจ้าของ เครดิต บันทึกส่วนของเจ้าของ (ทุน) ลด (-) บันทึกส่วนของเจ้าของ (ทุน) เพิ่ม (+) 5) การบันทึกบัญชีหมวดค่าใช้จ่าย จากการวิเคราะห์สมการบัญชี ถ้าบัญชีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จะมีผลทำให้ส่วน ของเจ้าของลดลง หลักการวิเคราะห์ยึดตามหลักหมวดบัญชีส่วนของเจ้าของ ดังนี้ ❖ถ้าค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจะทำให้ส่วนของเจ้าของลดลงให้บันทึกบัญชีส่วนของเจ้าของด้านเดบิต ❖ถ้าค่าใช้จ่ายลดลงจะทำให้ส่วนของเจ้าของลดลงให้บันทึกบัญชีส่วนของเจ้าของด้านเครดิต เดบิต ส่วนของเจ้าของ เครดิต บันทึกส่วนของเจ้าของ (ทุน) ลด (-) บันทึกส่วนของเจ้าของ (ทุน) เพิ่ม (+) 8.ครูอธิบายการตั้งชื่อบัญชีจากการวิเคราะห์รายการค้า 1) บัญชีสินทรัพย์ ให้นำชื่อของสินทรัพย์นั้นๆ มาตั้งเป็นชื่อบัญชี เช่น เงินสด ลูกหนี้การค้า อุปกรณ์ เครื่อง ตกแต่ง เป็นต้น 2) บัญชีหนี้สิน ให้นำชื่อของหนี้สินนั้นๆ มาตั้งเป็นชื่อบัญชี เช่น เจ้าหนี้การค้า เงินกู้ เป็นต้น 3) บัญชีส่วนของเจ้าของ (ทุน) ให้นำชื่อส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของมาตั้งเป็นชื่อบัญชี เช่น บัญชีทุน... ใช้ส่วนตัว รายได้ค่าบริการ เงินเดือน เป็นต้น สามารถแยกลักษณะการบันทึกบัญชีประเภทส่วนของเจ้าของได้ดังนี้ 3.1 ลักษณะของบัญชีทุน จะถูกบันทึกทางด้านเครดิตเมื่อมีการลงทุนครั้งแรก, ลงทุนเพิ่ม และจะถูกบันทึกด้าน เดบิตเมื่อมีการถอนทุน 3.2 ลักษณะของบัญชีถอนใช้ส่วนตัว จะถูกบันทึกด้านเดบิตเพราะทำให้ส่วนของเจ้าของลดลง 3.3 ลักษณะของบัญชีรายได้ จะถูกบันทึกเครดิตเมื่อมีรายได้เกิดขึ้นเพราะทำให้ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 3.4 ลักษณะบัญชีค่าใช้จ่าย จะถูกบันทึกเดบิตเมื่อมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นเพราะทำให้ส่วนของเจ้าของลดลง 9.ครูอธิบายการจัดทำเอกสารประกอบการบันทึกบัญชีโดยผู้ทำบัญชี (Bookkeeper) เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ซึ่งก่อนจะจัดทำบัญชีนั้นผู้ทำบัญชีต้องตรวจสอบเอกสารประกอบการบันทึกบัญชีให้ถูก โดยเอกสารประกอบการบันทึก บัญชีมีดังนี้ 1) ใบสำคัญที่ใช้ในการบันทึกบัญชีในสมุดขั้นต้น ได้แก่ สมุดรายวันทั่วไปและสมุดรายวันเฉพาะ ใบสำคัญที่จัดทำ ขึ้นนั้นจะต้องกำหนดเลขที่เรียงลำดับใบสำคัญ เพื่อสะดวกในการตรวจสอบ อ้างอิงในการบันทึกบัญชี ซึ่งใบสำคัญ เหล่านั้นจะเป็นการสรุปรายการ จำนวนเงิน และมีเอกสารหลักฐานการรับ-จ่ายเงินแนบประกอบด้วย เช่น ใบสำคัญรับ ใบสำคัญจ่าย เป็นต้น 2) เอกสารหลักฐานทางการค้า เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษีใบขอซื้อ ใบสั่งซื้อ ใบแจ้งหนี้ เป็นต้น 3) เอกสารหลักฐานทางการเงิน เช่น เช็ค ใบแจ้งยอดธนาคาร ใบฝากเงิน ใบถอนเงิน สมุดคู่ฝาก ใบสำคัญเงินสด ย่อย เป็นต้น


65 10.ผู้เรียนสรุปการวิเคราะห์สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ ดังนี้ รายการค้า สรุปการวิเคราะห์ ด้านเดบิต ด้านเครดิต 1.นำหนุ่มเงินสดมาลงทุน 10,000 บาท เงินสด 10,000 ทุน-หนุ่ม 10,000 2.ซื้ออุปกรณ์ 8,000 บาท อุปกรณ์ 8,000 เงินสด 8,000 3.ซื้อเครื่องตกแต่เงินเชื่อจากร้านปั่น 5,000 บาท เครื่องตกแต่ง 5,000 เจ้าหนี้การค้า-ปั่น 5,000 4.ตัดผมให้ลูกค้ายังไม่ได้รับเงิน 3,000 บาท ลูกหนี้การค้า 3,000 รายได้ค่าบริการ 3,000 5.ชำระหนี้ให้ร้านปั่น 5,000 บาท เจ้าหนี้การค้า-ปั่น 5,000 เงินสด 5,000 6.กู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ 30,000 บาท เงินสด 30,000 เงินกู้-ธ.พาณิชย์ 30,000 7.ยอดนำเงินของกิจการไปใช้ส่วนตัว 5,000 บาท ถอนใช้ส่วนตัว 5,000 เงินสด 5,000 8.รับชำระหนี้จากลูกค้า 3,000 บาท เงินสด 3,000 ลูกหนี้การค้า 3,000 9.รับเงินจากลูกค้าค่าเสริมสวย 2,000 บาท เงินสด 2,000 รายได้ค่าบริการ 2,000 10.จ่ายเงินเดือน 5,000 บาท เงินเดือน 5,000 เงินสด 5,000 11.ผู้เรียนวิเคราะห์การเพิ่มหรือลดของสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ ดังนี้ ว.ด.ป. รายการค้า สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ 2558 เพิ่ม ลด เพิ่ม ลด เพิ่ม ลด ม.ค. 1 โด่งนำเงินสดมาลงทุน เงินสด ทุน-โด่ง 2 นำเงินสดไปฝากธนาคาร เงินฝากธนาคาร เงินสด 4 ซื้ออุปกรณ์เสริมสวย อุปกรณ์ เงินสด 5 ซื้อเครื่องตกแต่งร้านเงินเชื่อ เครื่องตกแต่ง เจ้าหนี้ 6 ได้รับเงินค่าบริการเสริมสวย เงินสด รายได้ค่าบริการ 7 จ่ายค่าเช่าร้าน เงินสด ค่าเช่า 8 ให้บริการเสริมสวยแก่ลูกค้า ยังไม่ได้รับเงิน ลูกหนี้ รายได้ค่าบริการ 9 จ่ายชำระหนี้เมื่อวันที่ 5 เงินสด เจ้าหนี้ 10 รับชำระหนี้เมื่อวันที่ 8 เงินสด ลูกหนี้ 11 กู้เงินธนาคารฝากเข้าบัญชี เงินฝากธนาคาร เงินกู้ 12 โด่งเบิกเงินไปใช้ส่วนตัว เงินฝากฯ ถอนใช้ฯ 13 จ่ายเงินเดือนพนักงาน เงินสด เงินเดือน


66 12.ผู้เรียนวิเคราะห์รายการค้าของร้านแดนไดนาโมประจำเดือนมีนาคม ตามตารางดังนี้ รายการค้า ผลการวิเคราะห์ การบันทึกบัญชี A L OE เดบิต เครดิต จำนวนเงิน เพิ่ม ลด เพิ่ม ลด เพิ่ม ลด 1 แดนนำเงินสดมาลงทุน 80,000 บาท 2 จ่ายค่าเช่าร้าน 5,000 บาท 3 ซื้อเครื่องตกแต่งเงินเชื่อ 12,000 บาท 4 รับเงินค่าบริการลูกค้า 15,000 บาท 15 ส่งบิลเก็บเงินจากลูกค้า 8,000 บาท 20 จ่ายชำระหนี้ให้เจ้าหนี้7,000 บาท 27 รับชำระหนี้จากลูกหนี้ 8,000 บาท 29 แดนถอนเงินใช้ส่วนตัว 4,000 บาท 30 จ่ายค่าแรงงานลูกจ้าง 6,000 บาท 13.ครูปลูกฝังให้ผู้เรียนประพฤติตนตามระเบียบกฎเกณฑ์ของสังคม มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของ ตนเอง และการอยู่ร่วมกันของทุกคนย่อมมีความสัมพันธ์กัน ซึ่งต้องนำกฎระเบียบและหลักคุณธรรมตามศาสนาที่ตนนับ ถือมาปรับใช้ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการอยู่ร่วมกันทำให้สังคมมีความสุข ดังนั้นผู้เรียนต้องร่วมกันทำ ประโยชน์เพื่อสังคมส่วนรวม เช่น การเปิด-ปิดไฟ ภายในห้องเรียน ห้องน้ำ เป็นต้น ขั้นสรุปและการประยุกต์ 14.ผู้เรียนสรุปรายการค้า หมายถึง รายการที่ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนหรือโอนเงินหรือสิ่งที่มีค่าเป็นตัวเงิน ระหว่างกิจการกับบุคคลอื่น ซึ่งลักษณะของรายการค้าจะแตกต่างตามลักษณะของกิจการค้าเช่น เจ้าของคนเดียว ห้าง หุ้นส่วน หรือบริษัทจำกัด ซึ่งจะมีหลักในการวิเคราะห์รายการค้า ดังนี้ 1) สินทรัพย์เพิ่ม (+) ส่วนของเจ้าของเพิ่ม (+) 2) สินทรัพย์ลด (-) ส่วนของเจ้าของลด (-) 3) สินทรัพย์อย่างหนึ่งเพิ่ม (+) สินทรัพย์อีกอย่างหนึ่งลด (-) 4) สินทรัพย์เพิ่ม (+) หนี้สินเพิ่ม (+) 5) สินทรัพย์ลด (-) หนี้สินลด (-) 12.ผู้เรียนการวิเคราะห์รายการค้าตามหลักการบัญชีคู่ มีหลักการบันทึกบัญชีดังนี้ 1) บัญชีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นให้บันทึกด้านเดบิต (Dr.) และลดลงให้บันทึกด้านเครดิต (Cr.) 2) บัญชีหนี้สินเพิ่มขึ้นให้บันทึกด้านเครดิต (Cr.) และลดลงให้บันทึกด้านเดบิต (Dr.) 3) บัญชีส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้นให้บันทึกด้านเครดิต (Cr.)และลดลงให้บันทึกด้านเดบิต (Dr.) 15.ผู้เรียนทำแบบฝึกทักษะเพื่อฝึกทักษะความรู้และความเข้าในการหลักเกณฑ์และขั้นตอนในการการบันทึก บัญชีเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ต่อไป 16.ผู้เรียนทำแบบประเมินผลการเรียนรู้


67 17.ผู้เรียนทำกิจกรรมใบงาน 18.ผู้เรียนทำแบบประเมินผลหลังเรียนหน่วยที่3 สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิชาการบัญชีเบื้องต้น (30200-0001) 2. มาตรฐานการบัญชี 3. ใบความรู้ 4. อินเทอร์เน็ต, Power Point หลักฐาน 1.บันทึกการสอนของสถานศึกษา 2.ผลงานของผู้เรียน 3.แผนจัดการเรียนรู้ การวัดผลและการประเมินผล วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ตรวจใบงาน 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน/หลังเรียน 4. ตรวจแบบประเมินผลการฝึกปฏิบัติ 5. ประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคัญ และส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ 6 ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 7 สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 8 การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน) 4. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน 5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน/หลังเรียน 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคัญ และส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ 8. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและผู้เรียนร่วมกัน ประเมิน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง


68 2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขึ้นไป) 3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป) 4. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50% 5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ เกณฑ์ผ่าน 50% 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน/หลังเรียนมีเกณฑ์ผ่าน 50% 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคัญและส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ผ่าน 50% 8 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจริง กิจกรรมเสนอแนะ 1. ทำใบงานและแบบประเมินผลการเรียนรู้ 2. บันทึกการรับ-จ่าย 3. กิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคัญ และส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ การบูรณาการ 1) กลุ่มวิชาภาษาไทย ได้แก่ ทักษะการฟัง ทักษะการอ่าน ทักษะการเขียนและทักษะการพูด 2) ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3) คุณธรรมจริยธรรม และศีลธรรม 4) หน้าที่พลเมืองดี 5) อื่น ๆ การวิเคราะห์รายการค้า กลุ่มวิชาภาษาไทย ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การบูรณาการ หนา้ที่พลเมือง กลุ่มวิชาการขายและคอมพิวเตอร์ กลุ่มวิชาคณิตศาตร์ กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ กลุ่มวิชากฏหมาย กลุ่มวิชาภาษาอังกฤษ


69 คำชี้แจง : ให้บันทึกบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตามความเป็นจริง 1. จากการลงบันทึกมีเงินเหลือเก็บหรือไม่……………เพราะเหตุใด………………..………….……… 2. จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีรายจ่ายมากกว่ารายรับ………………………..…………….………………….…


70 แบบประเมินกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ คำชี้แจง ให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง โดย กำหนดน้ำหนักคะแนน ดังนี้5 = ดีมาก, 4 = ดี, 3 = พอใช้, 2 = ควรปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้ รายการประเมิน พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 5 4 3 2 1 1.การมีมนุษยสัมพันธ์ แสดงกริยาท่าทางสุภาพต่อผู้อื่น รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 2.ความมีวินัย ตรงต่อเวลาในการทำงาน ประพฤติตนถูกต้องตามศีลธรรมอันดีงาม 3.ความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จตามกำหนด ปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ 4.ความซื่อสัตย์สุจริต ไม่นำผลงานผู้อื่นมาแอบอ้างเป็นของตนเอง พูดในสิ่งที่เป็นความจริง 5.ความสนใจใฝ่รู้ ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง แสวงหาประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ 6.ความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล กล้าทักท้วงในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม 1.กระบวนการคิดที่ใช้คือ……….…………………………………….………………………… 2.สิ่งที่ควรปรับปรุง คือ……….…………………………………….…………………………… ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพ 28-30 คะแนน= ดีมาก 15-19 คะแนน= ควรปรับปรุง 25-27 คะแนน= ดี 0-14 คะแนน= ใช้ไม่ได้ 20-24 คะแนน= พอใช้ หมายเหตุ อ้างอิงคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา สำนักงาน มาตรฐานการอาชีวศึกษา คณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ


71 แบบประเมินค่านิยม 12 ประการ คำชี้แจง ให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง โดย กำหนดน้ำหนักคะแนน ดังนี้4 = ดีมาก, 3 = ดี, 2 = ปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้ รายการค่านิยม พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 1.มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ใน สิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม 3.กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ 4.ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทางตรงและทางอ้อม 5.รักษาวัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย อันงดงาม 6.มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน 7.เข้าใจ เรียนรู้ การเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขที่ถูกต้อง 8.มีระเบียบวินัยเคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักเคารพผู้ใหญ่ 9.มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติ ตามพระราช ดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 10.รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราช ดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยาม จำเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่าย จำหน่าย และขยาย กิจการเมื่อมีความพร้อมโดยมีภูมิคุ้มกันที่ดี 11.มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ หรือกิเลส มีความละอายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา 12.คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมและต่อชาติมากกว่า ผลประโยชน์ของตนเอง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพ 28-30 คะแนน = ดีมาก 25-27 คะแนน = ดี 20-24 คะแนน = ปรับปรุง 0-19 คะแนน = ปรับปรุง หมายเหตุ อ้างอิงค่านิยม 12 ประการ: คณะรักษาความสงบแห่งชาติ: กระทรวงศึกษาธิการ


72 บันทึกหลังการสอน ข้อสรุปหลังการสอน .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. ปัญหาที่พบ .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. แนวทางแก้ปัญหา .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................


73 แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่6 หน่วยที่5 รหัสวิชา 30200-0001 การบัญชีเบื้องต้น (2-2-3) สอนครั้งที่6 (21-24) ชื่อหน่วย/เรื่อง การบันทึกรายการค้าตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป ของธุรกิจบริการเจ้าของคนเดียวในสมุดรายวันทั่วไป จำนวนชั่วโมง 4 ช.ม. แนวคิด สมุดรายวันทั่วไปเป็นสมุดขั้นต้นที่ใช้บันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้นทันที ซึ่งจะบันทึกเรียงตามลำดับวันที่ก่อนหลัง ของการเกิดรายการค้าขึ้น การบันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้นนั้นจะบันทึกโดย เดบิตบัญชีหนึ่ง และเครดิตอีกบัญชีหนึ่งไว้ด้วยกัน พร้อมทั้งอธิบายรายการค้าที่เกิดขึ้นโดยย่อ นอกจากนี้สมุดรายวัน ทั่วไปยังสามารถตรวจสอบรายการค้าย้อนหลังได้ช่วยเป็นแหล่งอ้างอิงข้อมูลที่ผ่านรายการไปบันทึกบัญชีในสมุดบัญชี แยกประเภท ซึ่งตรวจสอบความถูกต้องของการบันทึกบัญชีแยกประเภทได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1.อธิบายความหมาย และประโยชน์ของสมุดรายวันทั่วไปได้ 2.บอกประเภทของสมุดบัญชีได้ 3.อธิบายรูปแบบของสมุดรายวันทั่วไปได้ 4.จัดทำผังบัญชีได้ 5.มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา สำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเรื่อง 5.1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 5.2 ความมีวินัย 5.3 ความรับผิดชอบ 5.4 ความซื่อสัตย์สุจริต 5.5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 5.6 การประหยัด 5.7 ความสนใจใฝ่รู้ 5.8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน 5.9 ความรักสามัคคี 5.10 ความกตัญญูกตเวที


74 สมรรถนะรายวิชา 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการ และวิธีการบัญชีสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบริการ 2.ปฏิบัติงานบัญชีสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบริการตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป สาระการเรียนรู้ 1 ความหมาย และประโยชน์ของสมุดรายวันทั่วไป 2 ประเภทของสมุดบัญชี 3 รูปแบบของสมุดรายวันทั่วไป ภาพรวม (Big Idea) กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.ครูเล่าให้ผู้เรียนฟังว่าสมุดรายวันขั้นต้น (Book of Original Entry) หรือ สมุดรายวัน (Journal) หมายถึง สมุดบัญชีที่จะใช้จดบันทึกรายการค้าต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นขั้นแรก โดยการจดบันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้นนั้น จะจดบันทึก โดยเรียงตามลำดับก่อนหลังของการเกิดรายการค้า 2.ผู้เรียนเล่าถึงการบันทึกบัญชีส่วนตัว เปรียบเทียบการบันทึกรายการค้าในสมุดรายวันทั่วไป 3.ผู้เรียนยกตัวอย่างสมุดรายวันขั้นต้น ขั้นสอน 4.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบการจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) และเล่า


75 อธิบายแสดงสาธิตโดยที่ผู้เรียนเป็นผู้ฟัง และเปิดโอกาสให้ซักถามปัญหาได้บ้างในตอนท้ายของการบรรยาย เพื่อนำไป ปฏิบัติใช้ในธุรกิจปัจจุบันความหมาย และประโยชน์ของสมุดรายวันทั่วไป โดยสมุดรายวันทั่วไป (General journal) หมายถึง สมุดขั้นต้นที่ใช้บันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้นทันที โดยจะบันทึกเรียงตามลำดับวันที่ก่อนหลังของการ เกิดรายการค้าขึ้น การบันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้นนั้นจะบันทึกโดยเดบิตบัญชีหนึ่ง และเครดิตอีกบัญชีหนึ่งไว้ด้วยกัน พร้อมทั้งอธิบายรายการค้าที่เกิดขึ้นโดยสรุป เมื่อบันทึกรายการค้าในสมุดรายวันทั่วไปแล้ว ก็จะผ่านรายการไปยังบัญชีแยกประเภททั่วไปที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้อง อ้างอิงหน้าบัญชีของสมุดรายวันทั่วไปในสมุดบัญชีแยกประเภท โดยใช้อักษรย่อว่า “รว” แทนสมุดรายวันทั่วไป และ อ้างอิงเลขที่บัญชีแยกประเภทในสมุดรายวันทั่วไปด้วย 5.ครูบอกประโยชน์ของสมุดรายวันทั่วไปมีประโยชน์ดังต่อไปนี้ 1) ช่วยบันทึกรายการค้าต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทุกรายการโดยเรียงลำดับวันที่ก่อนหลังที่เกิดรายการนั้นๆ ซึ่งสามารถ ตรวจสอบรายการค้าย้อนหลังได้ 2) ช่วยเป็นแหล่งอ้างอิงข้อมูลที่ผ่านรายการไปบันทึกบัญชีในสมุดบัญชีแยกประเภท ซึ่งสามารถตรวจสอบความ ถูกต้องของการบันทึกบัญชีแยกประเภทได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น 3) ช่วยค้นหาข้อผิดพลาดที่เกิดจากการบันทึกรายการผิดบัญชีได้เร็วขึ้น เนื่องจากมีการอธิบายลักษณะของ รายการค้าที่บันทึกบัญชีไว้ ทำให้ตรวจสอบได้ว่าบันทึกบัญชีถูกต้องตามประเภทบัญชีที่ควรจะบันทึกหรือไม่ 6.ครูบอกประเภทของสมุดบัญชีซึ่งสมุดบัญชีที่ใช้ในการบันทึกบัญชี แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ 1) สมุดรายวัน (Journal) แบ่งได้2 ประเภท ได้แก่ 1.1 สมุดรายวันทั่วไป (General Journal) คือ สมุดบัญชีขั้นต้นหรือสมุดรายวันที่ใช้จดบันทึกรายการค้าที่ เกิดขึ้นทันทีทุกรายการ ถ้ากิจการนั้นไม่มีสมุดรายวันเฉพาะ ถ้ากิจการมีการใช้สมุดรายวันเฉพาะ สมุดรายวันทั่วไปก็จะมี ไว้เพื่อบันทึกรายการค้าอื่นที่เกิดขึ้นและไม่สามารถนำไปบันทึกในสมุดรายวันเฉพาะเล่มใดเล่มหนึ่งได้ 1.2 สมุดรายวันเฉพาะ (Special Journal) คือ สมุดรายวันหรือสมุดบัญชีขั้นต้นที่ใช้ บันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้นเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น 1.2.1 สมุดรายวันรับเงิน (Cash Received Journal) เป็นสมุดรายวันที่ใช้บันทึกรายการค้าที่เกี่ยวกับการรับเงิน เท่านั้น เช่น การรับรายได้ การรับชำระหนี้ เป็นต้น 1.2.1 สมุดรายวันจ่ายเงิน (Cash Payment Journal) เป็นสมุดรายวันที่ใช้บันทึกรายการค้าที่เกี่ยวกับการ จ่ายเงินเท่านั้น เช่น จ่ายค่าใช้จ่าย ซื้อสินทรัพย์ จ่ายเงินชำระหนี้ เป็นต้น 1.2.3 สมุดรายวันซื้อ (Purchases Journal) เป็นสมุดรายวันที่ใช้บันทึกรายการค้าที่เกี่ยวกับการซื้อสินค้าเป็น เงินเชื่อเท่านั้น 1.2.4 สมุดรายวันขาย (Sales Journal) เป็นสมุดรายวันที่ใช้บันทึกรายค้าที่เกี่ยวกับการขายสินค้าเป็นเงินเชื่อ เท่านั้น 1.2.5 สมุดรายวันส่งคืนสินค้า (Purchases Returns and Allowance Journal) เป็นสมุดรายวันที่ใช้บันทึก รายการค้าที่เกี่ยวกับการส่งคืนสินค้าที่ซื้อมาเป็นเงินเชื่อเท่านั้น


76 1.2.6 สมุดรายวันรับคืนสินค้า (Sales Returns and Allowance Journal) เป็นสมุดรายวันที่ใช้บันทึกรายการค้าที่ เกี่ยวกับการรับคืนสินค้าที่ขายไปเป็นเงินเชื่อเท่านั้น 2) สมุดบัญชีแยกประเภท (Ledger) แบ่งออได้ 2 ประเภท ได้แก่ 2.1 สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป (General ledger) เป็นสมุดที่รวมบัญชีแยกประเภททุกบัญชี เช่น บัญชีแยก ประเภทเงินสด สินค้า เจ้าหนี้ เป็นต้น 2.2 สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย (Subsidiary ledger) เป็นบัญชีแยกประเภทสำหรับบันทึกรายการเคลื่อนไหว ของลูกหนี้ หรือเจ้าหนี้แต่ละราย 7.ครูอธิบายรูปแบบของสมุดรายวันทั่วไป โดยสมุดรายวันทั่วไปมีหลายรูปแบบหรือแบบฟอร์ม แล้วแต่ กิจการจะเลือกใช้ให้เหมาะสมกับกิจการของตนเองขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะการดำเนินกิจการนั้นๆ รูปแบบที่นิยม ทั่วไป และนำมาใช้กันในปัจจุบัน คือ รูปแบบมาตรฐาน (Standard Form) ซึ่งมีลักษณะและส่วนประกอบดังนี้ สมุดรายวันทั่วไป หน้า.. วัน เดือน ปี รายการ เลขที่ บัญชี เดบิต เครดิต บาท สต. บาท สต. 8.ครูบอกส่วนประกอบของสมุดรายวันทั่วไป มีดังนี้ เขียนคำว่า “สมุดรายวันทั่วไป (General Journal)” อยู่ตรงกึ่งกลางหัวกระดาษ เพื่อที่จะบอกว่าแบบฟอร์ม ที่จัดทำนี้คือสมุดรายวันทั่วไป เขียนเลขที่หน้า (Page) ของสมุดรายวันทั่วไปให้อยู่ตรงมุมบนด้านขวามือของกระดาษ เพื่อบอกว่าสมุด รายวันทั่วไปที่บันทึกอยู่ขณะนี้เป็นหน้าที่เท่าไหร่ เป็นช่องวัน เดือน ปี ซึ่งเป็นช่องที่แสดงวันที่ (Date) ของรายการค้าที่เกิดขึ้น โดยจะต้องเรียงลำดับวันที่ ก่อนหลังของรายการค้าที่เกิดขึ้น ในการบันทึกรายการในช่องวันที่นั้น ให้บันทึก ปี พ.ศ.ก่อนโดยบันทึกไว้ตรงกลาง ต่อมาบันทึกเดือนโดยบันทึกไว้ด้านหน้า แล้วจึงบันทึกวันที่ หากวันต่อไปของรายการค้าที่จะต้องบันทึกบัญชีเป็นปี เดียวกัน เดือนเดียวกันก็ไม่จำเป็นต้องบันทึกใหม่อีก เป็นช่องรายการ (Account Names and Explanation) ใช้บันทึกชื่อบัญชีที่เดบิตให้เขียนชิดซ้าย พร้อมทั้ง บันทึกจำนวนเงินในช่องเดบิต ส่วนบัญชีที่เครดิตให้เขียนเยื้องมาทางขวาเล็กน้อย พร้อมทั้งบันทึกจำนวนเงินในช่อง เครดิต จากนั้นให้เขียนคำอธิบายรายการค้าที่เกิดขึ้นในบรรทัดถัดมาโดยสรุป โดยการเขียนคำอธิบายรายการให้เขียนชิด ซ้ายติดกับเส้นทางด้านซ้ายของช่อง สุดท้ายให้ขีดเส้นใต้เพื่อแสดงการสิ้นสุดการบันทึกรายการค้านั้นๆ ในการขีดเส้นใต้ นี้ให้ขีดเส้นใต้เฉพาะช่องรายการเท่านั้น หากรายการค้าใดที่มีบัญชีที่จะต้องบันทึกด้านเดบิตมากกว่า 1 บัญชีให้บันทึก บัญชีทางด้านเดบิตให้หมดเสียก่อน ต่อจากนั้นให้บันทึกบัญชีที่จะต้องบันทึกทางด้านเครดิต โดยเยื้องมาทางด้านขวามือ เล็กน้อยประมาณ 1-1.5 นิ้ว เป็นช่องเลขที่บัญชี (Account No.) ใช้บันทึกเลขที่บัญชีแยกประเภทเมื่อทำการผ่านรายการจาก


77 สมุดรายวันทั่วไปไปยังบัญชีแยกประเภทที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยบันทึกไว้ในช่องรายการทั้งทางด้านเดบิตและเครดิต ซึ่ง เรื่องเลขที่บัญชีนี้จะได้อธิบายให้ละเอียดในหัวข้อถัดไป เป็นช่องเดบิต (Debit) ใช้บันทึกจำนวนเงินที่บันทึกบัญชีแต่ละบัญชีทางด้านเดบิต โดยแบ่งเป็น 2 ช่องย่อย คือ ช่องบาท และช่องสตางค์ เป็นช่องเครดิต (Credit) ใช้บันทึกจำนวนเงินที่บันทึกบัญชีแต่ละบัญชีทางด้านเครดิต โดยแบ่งเป็น 2 ช่อง ย่อย คือ ช่องบาท และช่องสตางค์ 9.ครูอธิบายและแสดงการเขียนผังบัญชีโดยผังบัญชี (Chart of account) คือ ผังที่แสดงรายชื่อบัญชี แยกประเภทของแต่ละกิจการทุกบัญชี โดยจัดเรียงตามหมวดหมู่บัญชี ได้แก่ หมวดสินทรัพย์ หมวดหนี้สิน หมวดส่วน ของเจ้าของ หมวดรายได้และหมวดค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งกำหนดเลขที่บัญชีของแต่ละบัญชี 10.ครูและผู้เรียนกำหนดเลขที่บัญชี หรือ “ผังบัญชี”จะกำหนดอย่างมีระบบตามมาตรฐานโดยทั่วไปแล้ว โดยเลขที่ บัญชีจะถูกกำหนดตามหมวดบัญชี ซึ่งแบ่งออก 5 หมวด ดังนี้ หมวดที่ 1 หมวดสินทรัพย์ รหัสบัญชี คือ 1 หมวดที่ 2 หมวดหนี้สิน รหัสบัญชี คือ 2 หมวดที่ 3 หมวดส่วนของเจ้าของ (ทุน) รหัสบัญชี คือ 3 หมวดที่ 4 หมวดรายได้ รหัสบัญชี คือ 4 หมวดที่ 5 หมวดค่าใช้จ่าย รหัสบัญชี คือ 5 หากเป็นบัญชีหมวดสินทรัพย์ เช่น เงินสด ลูกหนี้การค้า ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เลขที่บัญชีก็จะขึ้นต้นด้วย เลข 1 ถ้าเป็นบัญชีหมวดหนี้สิน เช่น เจ้าหนี้การค้า เงินกู้ระยะยาว หุ้นกู้ เลขที่บัญชีก็จะขึ้นต้นด้วยเลข 2 หรือหากเป็น บัญชีหมวดส่วนของเจ้าของ เช่น ทุน ถอนใช้ส่วนตัว เลขที่บัญชีก็จะขึ้นต้นด้วยเลข 3 หากเป็นบัญชีหมวดรายได้ เช่น รายได้ค่าเช่า ดอกเบี้ยรับ รายได้อื่นๆ เลขที่บัญชีก็จะขึ้นต้นด้วยเลข 4 และบัญชีหมวดค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเช่า เงินเดือน เลขที่บัญชีก็จะขึ้นต้นด้วยเลข 5 การกำหนดให้มีเลขที่บัญชีมากกว่า 2 หลัก เช่น 1.หมวดสินทรัพย์ เลขที่ 100-199 2.หมวดหนี้สิน เลขที่ 200 - 299 3.หมวดส่วนของเจ้าของ เลขที่ 300 - 399 4.หมวดรายได้ เลขที่ 400 - 499 5.หมวดค่าใช้จ่าย เลขที่ 500 – 500 ส่วนหลักหลังของเลขที่บัญชีในแต่ละหมวดนั้นก็จะถูกกำหนดด้วยหลักเกณฑ์ที่แตกต่างกันไป โดยหมวดสินทรัพย์นั้น หลักหลังของเลขที่บัญชีจะเรียงตามสภาพคล่องของสินทรัพย์ โดยเรียงจากสภาพคล่องมากไปหาสภาพคล่องน้อย เช่น เลขที่ บัญชีเงินสดจะมาก่อนเลขที่บัญชีลูกหนี้การค้า เป็นต้น สำหรับหมวดหนี้สินก็จะเรียงตามสภาพคล่องของหนี้สิน เช่น เลขที่ บัญชีเจ้าหนี้จะมาก่อนเลขที่บัญชีของเงินกู้ระยะยาว เป็นต้น สำหรับหมวดส่วนของเจ้าของ หลักหลังของเลขที่บัญชีจะเรียง ตามการเกิดขึ้นก่อนหลัง เช่น การที่นำสินทรัพย์มาลงทุนทำให้เกิดบัญชีทุน ก่อนที่เจ้าของกิจการจะถอนเงินออกไปใช้ จึงทำ ให้เลขที่บัญชีของบัญชีทุน มาก่อนเลขที่บัญชีถอนใช้ส่วนตัว ส่วนหมวดรายได้และหมวดค่าใช้จ่าย หลักหลังของเลขที่บัญชีจะ เรียงความสำคัญของรายได้และค่าใช้จ่าย 11.ผู้เรียนตัวอย่างการกำหนดเลขที่บัญชีหรือผังบัญชี (Chart of Account)


78 หมวดบัญชี ชื่อบัญชี เลขที่บัญชี หมวดที่ สินทรัพย์ เงินสด 101 ลูกหนี้การค้า 102 สินค้าคงเหลือ 103 วัสดุสำนักงาน 104 ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ฯลฯ 105 หมวดที่ หนี้สิน เจ้าหนี้การค้า 201 เงินเบิกเกินบัญชี 202 ตั๋วเงินจ่าย 203 เงินกู้ระยาว ฯลฯ 204 หมวดที่ ส่วนของเจ้าของ ทุน-เจ้าของกิจการ 301 กำไรขาดทุน 302 ถอนใช้ส่วนตัว ฯลฯ 303 หมวดที่ รายได้ รายได้ค่าบริการ 401 รายได้อื่นๆ ฯลฯ 402 หมวดที่ ค่าใช้จ่าย ต้นทุนขาย 501 ค่าเช่า 502 เงินเดือน 503 ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ฯลฯ 504 หมายเหตุ ในช่องเลขที่บัญชีเลขตัวหน้า หมายถึง หมวดบัญชี เลขตัวหลัง หมายถึง ลำดับที่บัญชีแยกประเภทแต่ละหมวด 12.ครูปลูกฝังให้ผู้เรียนประพฤติตนตามระเบียบกฎเกณฑ์ของสังคม มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของ ตนเอง และการอยู่ร่วมกันของทุกคนย่อมมีความสัมพันธ์กัน ซึ่งต้องนำกฎระเบียบและหลักคุณธรรมตามศาสนาที่ตนนับ ถือมาปรับใช้ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการอยู่ร่วมกันทำให้สังคมมีความสุข ดังนั้นผู้เรียนต้องร่วมกันทำ ประโยชน์เพื่อสังคมส่วนรวม เช่น การเปิด-ปิดไฟ ภายในห้องเรียน ห้องน้ำ เป็นต้น 13.ผู้เรียนทำกิจกรรมใบงาน และแบบประเมินผล ขั้นสรุปและการประยุกต์ 14.ผู้เรียนสรุปโดยออกมาบันทึกรายการในสมุดรายวันทั่วไปบางรายการหน้าชั้นเรียน 15.ผู้เรียนทำแบบฝึกทักษะเพื่อฝึกทักษะความรู้และความเข้าในการหลักเกณฑ์และขั้นตอนในการ บันทึกบัญชีเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ต่อไป สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิชาการบัญชีเบื้องต้น (30200-0001) 2. ใบความรู้ 3. มาตรฐานการบัญชี


79 4. อินเทอร์เน็ต, Poewer Point หลักฐาน 1.บันทึกการสอนของสถานศึกษา 2.ผลงานของผู้เรียน 3.แผนจัดการเรียนรู้ การวัดผลและการประเมินผล วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ตรวจใบงาน 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน/หลังเรียน 4. ตรวจแบบประเมินผลการฝึกปฏิบัติ 5. ประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคัญ และส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ 6 ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 7 สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 8 การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน) 4. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน 5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน/หลังเรียน 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคัญ และส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ 8. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและผู้เรียนร่วมกัน ประเมิน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขึ้นไป) 3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป) 4. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50% 5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ เกณฑ์ผ่าน 50% 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน/หลังเรียนมีเกณฑ์ผ่าน 50% 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคัญและส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ผ่าน 50%


80 8 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจริง กิจกรรมเสนอแนะ 1. ทำใบงานและแบบประเมินผลการเรียนรู้ 2. บันทึกการรับ-จ่าย 3. ควรทำแบบฝึกปฏิบัติเพิ่มเติม การบูรณาการ 1) กลุ่มวิชาภาษาไทย ได้แก่ ทักษะการฟัง ทักษะการอ่าน ทักษะการเขียนและทักษะการพูด 2) ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3) คุณธรรมจริยธรรม และศีลธรรม 4) หน้าที่พลเมืองดี 5) อื่น ๆ การบันทึกรายการค้าตาม หลักการบัญชีที่รับรอง ทั ่วไปของธุรกิจบริการ เจ้าของคนเดียวในสมุด รายวันทั ่วไป กลุ่มวิชาภาษาไทย การบูรณาการ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หนา้ที่พลเพมือง กลุ่มวิชาการขายและคอมพิวเตอร์ กลุ่มวิชาคณิตศาตร์ กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ กลุ่มวิชากฏหมาย กลุ่มวิชาภาษาอังกฤษ


81 คำชี้แจง : ให้บันทึกบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตามความเป็นจริง 1. จากการลงบันทึกมีเงินเหลือเก็บหรือไม่……………เพราะเหตุใด………………..………….……… 2. จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีรายจ่ายมากกว่ารายรับ………………………..…………….………………….…


82 แบบประเมินกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ คำชี้แจง ให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง โดย กำหนดน้ำหนักคะแนน ดังนี้5 = ดีมาก, 4 = ดี, 3 = พอใช้, 2 = ควรปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้ รายการประเมิน พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 5 4 3 2 1 1.การมีมนุษยสัมพันธ์ แสดงกริยาท่าทางสุภาพต่อผู้อื่น รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 2.ความมีวินัย ตรงต่อเวลาในการทำงาน ประพฤติตนถูกต้องตามศีลธรรมอันดีงาม 3.ความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จตามกำหนด ปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ 4.ความซื่อสัตย์สุจริต ไม่นำผลงานผู้อื่นมาแอบอ้างเป็นของตนเอง พูดในสิ่งที่เป็นความจริง 5.ความสนใจใฝ่รู้ ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง แสวงหาประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ 6.ความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล กล้าทักท้วงในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม 1.กระบวนการคิดที่ใช้คือ……….…………………………………….………………………… 2.สิ่งที่ควรปรับปรุง คือ……….…………………………………….…………………………… ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพ 28-30 คะแนน= ดีมาก 15-19 คะแนน= ควรปรับปรุง 25-27 คะแนน= ดี 0-14 คะแนน= ใช้ไม่ได้ 20-24 คะแนน= พอใช้ หมายเหตุ อ้างอิงคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา สำนักงาน มาตรฐานการอาชีวศึกษา คณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ


83 แบบประเมินค่านิยม 12 ประการ คำชี้แจง ให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง โดย กำหนดน้ำหนักคะแนน ดังนี้4 = ดีมาก, 3 = ดี, 2 = ปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้ รายการค่านิยม พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 1.มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ใน สิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม 3.กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ 4.ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทางตรงและทางอ้อม 5.รักษาวัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย อันงดงาม 6.มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน 7.เข้าใจ เรียนรู้ การเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขที่ถูกต้อง 8.มีระเบียบวินัยเคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักเคารพผู้ใหญ่ 9.มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติ ตามพระราช ดำรัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว 10.รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราช ดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่าย จำหน่าย และขยายกิจการเมื่อมีความ พร้อมโดยมีภูมิคุ้มกันที่ดี 11.มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือ กิเลส มีความละอายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา 12.คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมและต่อชาติมากกว่าผลประโยชน์ ของตนเอง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพ 28-30 คะแนน = ดีมาก 25-27 คะแนน = ดี 20-24 คะแนน = ปรับปรุง 0-19 คะแนน = ปรับปรุง หมายเหตุ อ้างอิงค่านิยม 12 ประการ: คณะรักษาความสงบแห่งชาติ: กระทรวงศึกษาธิการ


84 บันทึกหลังการสอน ข้อสรุปหลังการสอน .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. ปัญหาที่พบ .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. แนวทางแก้ปัญหา .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................


85 แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่7 หน่วยที่5 รหัสวิชา 30200-0001 การบัญชีเบื้องต้น (2-2-3) สอนครั้งที่7 (25-28) ชื่อหน่วย/เรื่อง การบันทึกรายการค้าตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปของ ธุรกิจบริการเจ้าของคนเดียวในสมุดรายวันทั่วไป จำนวนชั่วโมง 4 ช.ม. แนวคิด สมุดรายวันทั่วไปเป็นสมุดขั้นต้นที่ใช้บันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้นทันที ซึ่งจะบันทึกเรียงตามลำดับวันที่ก่อนหลัง ของการเกิดรายการค้าขึ้น การบันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้นนั้นจะบันทึกโดยเดบิตบัญชีหนึ่ง และเครดิตอีกบัญชีหนึ่งไว้ ด้วยกัน พร้อมทั้งอธิบายรายการค้าที่เกิดขึ้นโดยย่อ นอกจากนี้สมุดรายวันทั่วไปยังสามารถตรวจสอบรายการค้า ย้อนหลังได้ช่วยเป็นแหล่งอ้างอิงข้อมูลที่ผ่านรายการไปบันทึกบัญชีในสมุดบัญชีแยกประเภท ซึ่งตรวจสอบความถูกต้อง ของการบันทึกบัญชีแยกประเภทได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 5.บันทึกรายการค้าในสมุดรายวันทั่วไปตามหลักการบัญชีได้ 6.มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา สำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเรื่อง 6.1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 6.2 ความมีวินัย 6.3 ความรับผิดชอบ 6.4 ความซื่อสัตย์สุจริต 6.5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 6.6 การประหยัด 6.7 ความสนใจใฝ่รู้ 6.8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน 6.9 ความรักสามัคคี 6.10 ความกตัญญูกตเวที สมรรถนะรายวิชา 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการ และวิธีการบัญชีสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบริการ 2.ปฏิบัติงานบัญชีสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบริการตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป สาระการเรียนรู้ 5.หลักการบันทึกรายการค้าในสมุดรายวันทั่วไป


86 กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.ครูทบทวนสมุดรายวันทั่วไป เพื่อเป็นพื้นฐานในการบันทึกบัญชีต่อในสับดาห์นี้โดยตั้งคำถามให้ ผู้เรียนตอบและสุ่มผู้เรียนออกมาอภิปรายการวิเคราะห์รายการเพื่อนำไปบันทึกรายการในสมุดรายวันทั่วไป 2.ครูแนะนำรูปแบบการเรียนการสอน และสุ่มผู้เรียนบางคนวิเคราะห์รายการค้าและนำไปบันทึกรายการใน สมุดรายวันทั่วไป ร่วมกับผู้เรียนคนอื่น ๆ หน้าชั้นเรียน ขั้นสอน 3.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิคการสอนแบบการจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) โดยใช้ Power Point เป็นสื่ออธิบายและสาธิตหลักการบันทึกรายการค้าในสมุดรายวันทั่วไป 4.ครูและผู้เรียนแสดงการบันทึกรายการในสมุดรายวันทั่วไปตามหลักการบันทึกบัญชีคู่ (Double-entry bookkeeping) เป็นหลักการบัญชีที่สมบูรณ์แบบ และใช้กันโดยทั่วไปในปัจจุบัน รวมถึงเป็นหลักการบัญชีที่ใช้ในการศึกษาวิชา บัญชีต่างๆ ซึ่งเป็นการบันทึกบัญชีของรายการค้าทุกรายการที่เกิดขึ้น เมื่อทำการวิเคราะห์แล้วจะต้องนำไปบันทึกบัญชี 2 ด้านเสมอคือด้านเดบิต กับด้านเครดิต 1) ด้านเดบิต (Debit) จะใช้ตัวย่อว่า Dr. คือ ด้านซ้ายของสมการบัญชี ดังนั้นด้านเดบิตจึงเป็นด้านที่ใช้บันทึก รายการบัญชีที่ทำให้ด้านซ้ายของสมการบัญชีเพิ่มขึ้นหรือรายการบัญชีที่ทำให้ด้านขวาของสมการบัญชีลดลง คือ การ เพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ การลดลงของหนี้สิน และการลดลงของส่วนของเจ้าของ 2) ด้านเครดิต (Credit) จะใช้ตัวย่อว่า Cr. คือ ด้านขวาของสมการบัญชี ดังนั้นด้านเครดิตจึงเป็นด้านที่ใช้บันทึก รายการบัญชีที่ทำให้ด้านขวาของสมการบัญชีเพิ่มขึ้นหรือรายการบัญชีที่ทำให้ด้านซ้ายของสมการบัญชีลดลง คือการ ลดลงของสินทรัพย์ การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน และการเพิ่มขึ้นของส่วนของเจ้าของ


87 สรุปหลักการบันทึกบัญชีตามหลักการบัญชีคู่ ด้านเดบิต (Debit) ด้านเครดิต (Credit) 1.สินทรัพย์เพิ่มขึ้น 1.สินทรัพย์ลดลง 2.หนี้สินลดลง 2.หนี้สินเพิ่มขึ้น 3.ส่วนของเจ้าของลดลง -รายได้ลดลง -ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 3.ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น -รายได้เพิ่มขึ้น -ค่าใช้จ่ายลดลง 5.ครูแสดงความรู้เกี่ยวกับการบันทึกบัญชีตามหลักการบัญชีคู่ในสมุดรายวันทั่วไป โดยรายการค้าที่จะบันทึก บัญชีในสมุดรายวันทั่วไป แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1) รายการเปิดบัญชี (Opening Entry) 2) รายการปกติของกิจการ (Journal Entry) 6.ครูและผู้เรียนสาธิตการบันทึกรายการเปิดบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป โดยรายการเปิดบัญชี (Opening Entry) หมายถึง รายการแรกของการบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป ซึ่งอาจจะเกิดจากมีการลงทุนครั้งแรก หรือเมื่อมีการเริ่ม รอบระยะเวลาบัญชีใหม่ 1.1 การลงทุนครั้งแรก มี 3 กรณี ดังนี้ กรณีที่ การนำเงินสดมาลงทุนเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างที่ นายบุรีเปิดกิจการ “อู่ซ่อมรถยนต์บุรีบริการ” เริ่มกิจการเมื่อ 1 มกราคม 25X8 และนำเงินสดมาลงทุนในกิจการจำนวน 200,000 บาท การบันทึกบัญชีเป็นดังนี้ สมุดรายวันทั่วไป หน้า 1 พ.ศ.25X8 รายการ เลขที่ บัญชี เดบิต เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. บาท สต. ม.ค. 1 เงินสด 101 200,000 - ทุน-นายบุรี 301 200,000 - นายบุรีนำเงินสดมาลงทุน กรณีที่ การนำเงินสด และสินทรัพย์อื่นมาลงทุน ตัวอย่างที่ นางแพรวเปิดกิจการร้านเสริมสวย “แพรวซาลอน” เมื่อ 1 มกราคม 25X8 โดยนำเงินสด 500,000 บาท อาคาร ที่ดินและอุปกรณ์ 300,000 บาท มาลงทุน การบันทึกบัญชีเป็นดังนี้ สมุดรายวันทั่วไป หน้า 1 พ.ศ.25X8 รายการ เลขที่ บัญชี เดบิต เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. บาท สต. ม.ค. 1 เงินสด 101 500,000 - อาคาร ที่ดิน และอุปกรณ์ 102 300,000 -


88 ทุน-นางแพรว 301 800,000 - นางแพรวนำเงินสดและสินทรัพย์อื่นมาลงทุน กรณีที่ การนำเงินสด สินทรัพย์อื่น และหนี้สินมาลงทุน ตัวอย่างที่ นางสาวลูกศรเปิดร้านสปาเพื่อสุขภาพชื่อ “ลูกศรสปา” ในวันที่ 1 มกราคม 25X8 ได้นำเงินสด จำนวน 150,000 บาท วัสดุสำนักงานจำนวน 20,000 บาท อาคาร ที่ดิน และอุปกรณ์ 800,000 บาท และเจ้าหนี้การค้า 120,000 บาท มาลงทุน การบันทึกบัญชีเป็นดังนี้ สมุดรายวันทั่วไป หน้า 1 พ.ศ.25X8 รายการ เลขที่ บัญชี เดบิต เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. บาท สต. ม.ค. 1 เงินสด 101 150,000 - วัสดุสำนักงาน 102 20,000 - อาคาร ที่ดิน และอุปกรณ์ 103 800000 เจ้าหนี้การค้า 201 120,000 - ทุน-ลูกศร (970,000-120,000) 301 850,000 - ลูกศรนำเงินสด สินทรัพย์อื่นและหนี้สินมาลงทุน หมายเหตุ กรณีที่ 2, 3 1.การบันทึกบัญชีเป็นลักษณะการบันทึกบัญชีที่มีรายการด้านเดบิตหรือด้านเครดิตมากกว่า 1 รายการ เรียกว่าการบันทึกรายการ แบบรวม (Compound Journal) 2.ให้เขียนบันทึกบัญชีเงินสดและสินทรัพย์อื่นก่อนแล้วจึงเขียนบันทึกบัญชีทุน 7.ผู้เรียนสรุปการบันทึกรายการค้าลงในสมุดรายวันทั่วไป ตามกรณีดังต่อไปนี้ กรณีที่ นำเงินสดมาลงทุนในกิจการเพียงอย่างเดียว: นางสาวลิซ่าสร้างอพาทเม้นต์ให้เช่าห้องพักในวันที่ 1 มีนาคม 25X8 โดยนำเงินสดมาลงทุนในกิจการจำนวน 10 ล้านบาท กรณีที่ นำเงินสดและสินทรัพย์อื่นมาลงทุน: วันที่ 1 มิถุนายน 25X8 นายถิ่นไทเปิดร้านตัดผม ได้นำเงินสด 200,000 บาท วัสดุสำนักงาน 24,000 บาท อาคาร ที่ดิน และอุปกรณ์500,000 บาท มาลงทุน กรณีที่ นำเงินสด สินทรัพย์อื่นและหนี้สินมาลงทุน วันที่ 1 มกราคม 25X8 นางสาวเพลงเปิดร้านเสริมสวย “เพลงบิวตี้ซาลอน” โดยนำเงินสด 300,000 บาท ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ 800,000 บาท เจ้าหนี้การค้า 70,000 บาท เงินกู้ยืม 1 ปี จำนวน 60,000 บาท มาลงทุน 1.2 เริ่มรอบระยะเวลาบัญชีใหม่ (งวดบัญชีใหม่) การบันทึกรายการในสมุดรายวันทั่วไปจะบันทึกเหมือนกรณี การลงทุนครั้งแรก คือต้องบันทึกในสมุดรายวันทั่วไปแบบรวม โดยเขียนเงินสด สินทรัพย์อื่นให้หมดก่อน แล้วจึงเขียน หนี้สินให้หมด (ถ้ามี) ตามด้วยทุนเป็นลำดับสุดท้าย และเขียนคำอธิบายรายการว่าบันทึกสินทรัพย์ หนี้สินและทุนที่มีอยู่ ณ วันเปิดบัญชีการบันทึกรายการเปิดบัญชี เมื่อเริ่มรอบระยะเวลาบัญชีใหม่นี้ อาจจะใช้สมุดรายวันทั่วไปและบัญชีแยก ประเภทเล่มเดิม เพื่อบันทึกรายการต่อไป หรือจะใช้สมุดเล่มใหม่ก็ได้แล้วแต่กิจการ


Click to View FlipBook Version