155
14.3.2 องคป์ ระกอบอาคาร หมายถึง สวนของอาคารทป่ี ระกอบหรือประดับตกแตง ขน้ึ ดว ยองคป์ ระกอบ
ยอยตางๆ เพอื่ ใหอาคารสามารถคงอยูไดอยา งมน่ั คงแขง็ แรง ทั้งมคี วามประณตี งดงาม และสือ่ แสดงออกถงึ
ความหมายหรอื คติในทางพทุ ธปรัชญาไดอยา งสมบรู ณ์ องค์ประกอบอาคารจําแนกออกไดเ ปน็ 2 ลักษณะ คอื
14.3.2.1 องค์ประกอบโครงสราง หมายถึง ชิ้นสวนของวัสดุตางๆ ท่ีนํามาตอ หรือยึดโยง หรือ
ประกอบรวมกันขึ้นเป็นโครงรางของอาคาร ตามกรรมวิธีหรือกระบวนการกอสรางที่เป็นระบบ ภายใตกฎเกณฑ์
และระเบียบแบบแผนทางการชางของกลุมชนหรือสังคมน้ันๆ ซึ่งโครงสรางของอาคารในงานสถาปัตยกรรมไทย
จะมีองค์ประกอบสาํ คญั อยู 3 สว น ไดแก
1) องค์ประกอบโครงสรางสวนฐาน ไดแก องค์ประกอบของโคร งสรางของอาคารที่
ประกอบกนั ขึ้นเป็นสวนฐานอาคาร เพ่ือทําหนาทร่ี ับน้ําหนกั ทถ่ี ายจากสว นบนท่ีอยเู หนอื พื้นเรือนข้ึนไป กอนถายลง
สดู ิน อาคารทางศาสนาของไทยนั้น นิยมใชอ ฐิ หรอื ศิลาแลงกอ เป็นแผงตันแลว ประดับตกแตงใหเป็นฐานท่ีมีรูปแบบ
ชนดิ ตา งๆตามคติสัญลกั ษณ์ เชน ฐานบัว ฐานสิงห์ ฯลฯ องคป์ ระกอบท่สี าํ คัญสว นน้ี คือ พืน้ ฐานราก
2) องคป์ ระกอบโครงสรา งสวนเรือน ไดแก องคป์ ระกอบของโครงสรางอาคารที่ประกอบ
กันขึ้นเป็นตัวเรือน เพื่อทําหนาท่ียึดตอเป็นผืนผนังสําหรับหอหุมอาคาร รวมทั้งรับน้ําหนักที่ถายลงมาจากสวน
หลังคา กอนถายผา นลงไปสสู ว นฐานเรือนตอ ไป องค์ประกอบทสี่ าํ คญั สว นนี้ คือ เสา ผนัง ประตู-หนาตาง
3) องคป์ ระกอบโครงสรางสวนหลังคา ไดแก องค์ประกอบตางๆของโครงสรางอาคารที
อยูเหนือสวนเรือนขึ้นไป ประกอบเขากันเป็นโครงหลังคา เพื่อทําหนาท่ีปกคลุมพื้นท่ีวางสวนลางลงม า
องค์ประกอบท่ีสาํ คัญในสวนนี้ คือ ขอื่ แป จันทนั อกไก ดง้ั เตา คันทวย
14.3.2.2 องค์ประกอบตกแตง หมายถึง สวนประกอบตางๆท่ีทําข้ึนเพ่ือเสริมแตงใหอาคาร มี
ความสวยงามยิ่งข้ึน สามารถแยกยอยออกไดเ ปน็ 2 ลักษณะ คือ
1) องค์ประกอบตกแตง จริง หมายถึง การประดบั ตกแตงทท่ี าํ ขนึ้ บนสว นตา งๆของอาคาร
ที่ไมใชเป็นองค์ประกอบโครงสรางหลักโดยตรง แตเป็นการประดับแตงใหอาคารน้ันๆ มีความสมบูรณ์ท้ังในเชิง
ความงามและความหมายยงิ่ ขึ้น เชน จติ รกรรมฝาผนงั ชอฟูา หางหงส์ บวั หวั เสา ฯลฯ องค์ประกอบประเภทนี้หาก
ไมค าํ นึงถงึ ความตองการในเชิงคตคิ วามเชอื่ อาจจะมีหรือไมกไ็ ด เพราะไมมีผลสาํ คญั ตอความแขง็ แรงของอาคาร
2) องค์ประกอบตกแตงเสริม หมายถึง การประดับตกแตงท่ีทําเสริมข้ึนบนสวนของ
องค์ประกอบท่ีเปน็ โครงสรางสําคญั ของอาคารนั้นๆ เชน คนั ทวย ตัวลํายอง เชิงชาย ฯลฯ ท้ังนี้เพื่อใหองค์ประกอบ
ยอ ยเหลา น้นั นอกจากจะมีความประณตี งดงามขน้ึ แลว ยังแฝงความหมายทเี่ ป็นเชิงสัญลักษณ์อีกดวย เชน คันทวย
ท่ีแกะสลักเป็นรูปนาคหรือมกร เสาท่ีทําสวนปลายเสาเป็นรูปบัว อยางที่เรียกวา บัวหัวเสา ฯลฯ องค์ประกอบ
เหลานจ้ี ึงทาํ หนา ท่ี 2 บทบาทในเวลาเดียวกันคือ เป็นทงั้ องคป์ ระกอบทางโครงสราง และ องคป์ ระกอบตกแตง
14.4 อธบิ ายองคป์ ระกอบในงานสถาปัตยกรรมไทย
สถาปัตยกรรมไทยมีรปู แบบที่แตกตางกนั ไปตามหนา ที่ใชสอย โดยมีองคป์ ระกอบ ดังนี้
ตารางที่ 14.1 อธิบายองค์ประกอบพระอโุ บสถ
ลาดบั องคป์ ระกอบ รายละเอยี ด
1 เคร่ืองลาํ ยอง ชื่อเรียกองค์ประกอบรวมชุดหนึ่งที่ใชประดับปิดทายขอบหลังคาดานสกัดของอาคาร
ประกอบดว ยชอฟูา ใบระกา ตวั ลาํ ยอง และหางหงส์
156
ตารางที่ 14.1(ตอ) อธบิ ายองคป์ ระกอบพระอโุ บสถ
ลาดบั องค์ประกอบ รายละเอียด
2 ชอ ฟาู สวนปลายสดุ ของสันหลังคาทง้ั 2ดา นของอาคารในงานสถาปตั ยกรรมไทย ประเภทอาคารทางศาสนา
และอาคารท่ีเก่ียวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมีสัณฐาน เป็นรูปลักษณะคลายสัตว์ปีก
3 ตวั ลํายอง จาํ พวกนก คือมีจะงอยปากตรงสวนกลาง สว นปลายทําเปน็ รปู เรียวโคง ปลายสะบัด
4 ใบระกา ชื่อเรียกสวนขององค์ประกอบสําคัญของเคร่ืองลํายอง ที่เป็นตัวยึดชอฟูา ใบระกา หางหงส์ โดย
5 หางหงส์ พาดอยูบนหลัง “แป” ทําหนาที่ปิดเคร่ืองมุงหลังคาดานสกัด เพ่ือกันไมใหลมตีเคร่ืองมุงเปิด
6 ตนี ผี คลาย “ปูานลม” ของเรือนไทยภาคกลาง
7 เชงิ กลอน
8 สะพานหนู สวนท่ีมลี กั ษณะเป็นครบี เรยี วโคงแหลมอยางปลายมีด กลางครีบดานหนาถาก เป็นสันนูน วางเรียง
9 อกไก ประดับตกแตงอยูระหวา งชอ ฟาู และหางหงส์บนขอบสันบาด า น บ น ตลอดแนวของตัวลํายอง
10 แปลาน ใชป ระดับสวนปลายดา นลางของเครื่องลาํ ยอง โดยนงั่ อยบู นบาระหวางแปหัวเสากับเชิงกลอน นยิ ม
11 แปงวง ทาํ เปน็ รูปนาคเสย้ี ว โครงรูปนาค 3 เศยี รซอนกัน
12 แปหัวเสา สว นตรงโคนของ“หางหงส์” ทท่ี าํ คลา ยสลกั เดือยสําหรบั สอดลงปดิ ชอ งวางระหวา ง “เชงิ กลอน” กับ
13 แปปลายเตา “แปปลายเตา”
14 เชิงแป
15 บราลี องค์ประกอบของโครงสรางสวนท่ียึดติดกับปลาย “เตา” ทําหนาท่ีปิดปลาย “กลอน” เพื่อ
16 ผีเส้ือ ไมใ ห “กลอน” ผุ
29 พลสงิ ห์
30 ฐานอาคาร องค์ประกอบที่เป็นไมหรือปูนชิ้นเล็กๆวางทับเหนือ “เชิงกลอน” ทําหนาท่ีสอดรับปลายกระเบ้ือง
แผน สุดทายของชายคา
องคป์ ระกอบทางโครงสรา งหลงั คา ทีท่ าํ หนาที่เปน็ “แป” ตัวหน่งึ ซ่ึงใชรว มกันของระนาบหลังคาทั้ง
2 ขา ง ตงั้ อยทู ี่สว นปลายสุดของโครงสรางหลงั คา ทําเปน็ ไมท ีม่ ีรูปตัดเปน็ รูป 4 เหลย่ี มขนมเปียก ปูน
น่งั อยบู นปลาย “ดั้ง”
ชื่อเรยี กองคป์ ระกอบของโครงสรา งหลังคา ท่มี หี นา ตัดไมเป็นรปู 4เหลย่ี ม
ช่ือเรยี ก “แปลาน” ตัวทใ่ี หหางของนาคลํายองที่เปน็ แบบนาคสะดุงยึดเกยี่ วคลองไว
ช่อื เรยี ก“แป” ของโครงสรางหลงั คาตัวทีอ่ ยตู รงสว นปลายเสาหรอื ปลายผนังอาคาร ทําหนา ที่ เปน็
บาให “ขอ่ื เอก” หรือ “ขือ่ เฉลยี ง” ยดึ
ชอ่ื เรียกแปลานตวั สดุ ทา ยทวี่ างอยูบนปลายเตา เพื่อรบั ปลายกลอนของปกี ชายคาตับลา งสดุ
องค์ประกอบโครงสรา งหลงั คา ท่ยี ึดติดกับเสาหรอื “ตก฿ุ ตา” อยใู ตแ นวเดียวกบั “แปหัวเสา” โดยทาํ
เปน็ แผน ไมมีบาท่เี ชิง ทาํ หนา ทรี่ บั ปลายกลอนของตบั หลังคาชนั้ ซอ น
องค์ประกอบตกแตง ชนิดหน่ึง ซ่งึ มลี ักษณะเป็นแทง ทรงกลมกลึงเปน็ รปู เรยี วแหลม ประดับเรียงเป็น
แนวตลอดบนสนั หลังคาอาคาร
ชื่อเรยี กปนู ปน้ั สวนทใ่ี ชอ ดุ ตอนมุมของผืนหลงั คา บรเิ วณทีบ่ รรจบกันระหวาง “ปนู ปนั้ หลบสนั
หลงั คา” และ “ปูนหลบหลังเคร่ืองลํายอง” ดว ยเหตทุ ปี่ ้ันเปน็ รปู คลายปีกผีเสอื้
สว นประกอบที่ทาํ เปน็ ขอบพนักเตี้ยๆขนาบ2ขา งของบันไดทางข้ึนลงอาคาร สวนใหญนยิ มกอ ทบึ
องคป์ ระกอบสําคญั ทางโครงสรางสว นฐานเรอื น ทําหนาทีร่ บั นํา้ หนักของอาคารทง้ั หมด นิยม
ตกแตงเป็นรปู แบบตางๆ เชน ฐานปทั ม์ ฐานบวั ถลา หรือ ฐานสงิ ห์ เปน็ ตน
(ทีม่ า : สมคิด จิระทศั นกุล. 2554: 264-267)
157
ภาพท่ี 14.10 องค์ประกอบพระอุโบสถ
(ที่มา : สมคิด จิระทศั นกุล. 2554: 263)
158
15
2
16
28
27
29
30
ภาพที่ 14.11 องคป์ ระกอบพระอุโบสถ
(ทีม่ า : สมคิด จริ ะทศั นกุล. 2554: 263)
159
ตารางท่ี 14.2 อธบิ ายองคป์ ระกอบเจดีย์
ลาดับ องคป์ ระกอบ รายละเอยี ด
1 ลกู แกว
2 ปลี องค์ประกอบสว นทต่ี ้งั อยบู นปลายยอดสุดของพระเจดยี ์ นิยมทําเป็นรปู ทรงกลมเกลยี้ ง บางแหงทํา
เปน็ รูปคลายหยดนาํ้ ซึ่งเรยี กวา “หยดนา้ํ คาง”
3 บวั กลุม
4 ปลอ งไฉน องคป์ ระกอบของยอดพระเจดียส์ ว นที่ทาํ เปน็ รูปกรวยกลมเกล้ยี งคลายปลกี ลว ย ตอจากสวนของ
5 กา นฉัตร ปลองไฉนข้ึนไป บางแหงยดื ปลีใหย าวแลวคนั่ ดวย “บวั ลูกแกว ” ตอนกลาง ทําใหปลีถูกแยกเป็น 2
6 เสาหาน สว น ซง่ึ จะเรยี กสวนลางวา “ปลตี น” และสวนบนวา “ปลยี อด”
7 บลั ลงั ก์ ชือ่ เรียกองคป์ ระกอบชดุ หนึ่งทําเปน็ รปู “บวั โถ” ตอ ซอ นใหม ีขนาดลดหล่นั ขึน้ ไปอยาง“บัวลกู แกว”
8 องค์ระฆัง สาํ หรับใชเ ป็นสว นของ“ปลอ งไฉน” ในเจดีย์ยอเหล่ียม
9 บวั คอเสอื้ ชื่อเรียกสวนปลายทเี่ ป็นยอดแหลมของพระเจดยี ์ ซงึ่ ทําเป็นบวั ลกู แกวค่นั เป็นขอๆ ใหญเ ลก็ ลดหลัน่
10 บวั ปากระฆัง ลงตลอดแทง ตรงเชิงฐานรบั ดวย “บวั ถลา” กอนวางเทนิ บน “กานฉัตร”
11 บัวโถ องค์ประกอบทางโครงสรา งของพระเจดีย์ ท่ที ําเป็นรปู ทรงกระบอกกลม ทาํ หนา ท่เี ทนิ รบั ปลอ งไฉน
12 มาลยั เถา ใหตง้ั ฉาก
13 ชดุ ฐานสงิ ห์
14 ฐานปัทม์ องค์ประกอบอยางหน่ึงที่ทาํ หนาทช่ี ว ยเสรมิ “กา นฉัตร” ในการรบั นํ้าหนักของ “ปลอ งไฉน” และ
“ปลี” นยิ มทาํ เปน็ รปู ทรงกระบอกกลมหรือแปดเหลีย่ มขนาดเล็ก แตส ูงเทากบั กานฉัตร วางลอม
15 ฐานเขียง กา นฉัตรในตําแหนงของทิศประจาํ ทั้ง 8
ทําเป็นรูป “ฐานปทั ม์” 4 เหล่ียม หรอื 4 เหลยี่ มยอมมุ หรอื กลม หรือ 8เหลยี่ ม วางเทนิ เหนอื หลงั
องค์ระฆงั เพอ่ื ตั้งรบั “กา นฉัตร” และ “เสาหาน”
องคป์ ระกอบสวนทสี่ าํ คญั ทีส่ ุดของพระเจดยี ์ในฐานะตวั เรือนของอาคาร ที่ทาํ เปน็ รปู ทรงกลมปาก
ผายคลา ยระฆงั คว่าํ ปากลง ในงานสถาปัตยกรรมไทยองคร์ ะฆังนีม้ ที ั้งแบบทรงกลม ทรง 8
เหล่ียม และทรง 4 เหลย่ี มยอมุมตามคตนิ ยิ มของแตละยุคสมัยทีแ่ ตกตา งกนั
องค์ประกอบตกแตงท่ที ําเปน็ รูปกระจงั ปนั้ ทบั ลงบนสวนของสนั บ“องคร์ ะฆัง”ในเจดยี ย์ อเหล่ยี ม
ชื่อเรยี กสว นประกอบทท่ี าํ เปน็ รูปบัวคว่ําบวั หงาย บางแหงปนั้ ปูนประดับเปน็ รูปกลีบบวั
ชื่อเรียกองคป์ ระกอบสําคัญท่ีเปน็ ลักษณะเฉพาะของเจดยี ์ยอเหลีย่ ม ทที่ ําเป็นรูปบัวมีกลบี ขนาดใหญ
ดอกเดยี วเทินรับองคร์ ะฆงั แทน“บัวปากระฆัง”ในเจดยี ท์ รงกลม บางเรยี กวา “บัวกลมุ ”
ชื่อเรยี กองค์ประกอบที่ทาํ เปน็ ชั้นของ “บัว” หรอื “ลกู แกว ”คลายพวงมาลยั ซอ นตอกันขนึ้ ไป 3 ชนั้
ใตบ วั ปากระฆงั
ช่ือเรยี กฐานเทา สงิ ห์ ซอ นกัน 3 ชน้ั ใชเปน็ ชดุ ของ“มาลยั เถา” สาํ หรับเจดยี ์ยอ เหลยี่ ม
องคป์ ระกอบสาํ คญั ทางโครงสรา งของพระเจดยี ท์ ่ีทาํ หนา ทร่ี บั นา้ํ หนักอาคารทง้ั องค์ หรอื ใชเ สรมิ องค์
พระเจดีย์ใหดูสงู ขึน้ เหตทุ ี่เรยี กวา “ฐานปัทม์” เนือ่ งเพราะฐานชนิดนกี้ อรปู ดวยลักษณะของฐานบัว
ชุด“บวั ควา่ํ ”และ“บัวหงาย” (ปัทมห์ มายถึง ดอกบวั )
ชื่อเรยี กฐานหนา กระดานเกล้ยี งๆ ช้นั ลา งสุดขององคพ์ ระเจดีย์ ซงึ่ แตละองคแ์ ตล ะรปู แบบอาจจะมี
ฐานเขียงไดตั้งแต1-5 ช้นั ซอ นลดหลั่นกนั ข้ึนไปแลวแตจะกาํ หนด
(ทม่ี า : สมคิด จิระทัศนกลุ . 2554: 270-271)
160
ภาพท่ี 14.12 องคป์ ระกอบเจดีย์กลม
(ที่มา : สมคิด จิระทศั นกลุ . 2554: 268)
161
ภาพที่ 14.13 องค์ประกอบเจดยี ์เหลี่ยม
(ท่ีมา : สมคิด จิระทัศนกลุ . 2554: 269)
162
ตารางที่ 14.3 อธิบายองคป์ ระกอบพระปรางค์
ลาดับ องค์ประกอบ รายละเอยี ด
1 นภศูล
2 บวั กลุม สวนยอดปลายสดุ ของพระปรางค์ ทําดวยโลหะหลอเปน็ รปู ส่ีแฉกคลายปลายดาบ ตอซอนกัน 2-3
3 ชัน้ รดั ประคด ชั้น ระหวางกลางแทรกดวยแกนคลายปลายหอก มชี อ่ื เรียกหลายอยา ง เชน “ลําภุขัน” “ฝักเพกา”
4 กลีบขนุน แตในเชงิ ความหมายแลว นา จะหมายถึง “ตรศี ลู ” อาวธุ ประจํากายของพระอศิ วร
5 บัณแถลง องคป์ ระกอบของอาคารที่อยูบนยอดสดุ ของพระปรางค์ นิยมทาํ เปน็ รปู กลีบบัวแยม ตั้งรับ“นภศูล”
บางตาํ ราเรียกวา “จอมโมฬี” ซง่ึ แปลวายอดสูงสดุ
6 ชัน้ อัสดง
7 เรือนธาตุ ชอ่ื เรยี กช้ันของยอดพระปรางคม์ ลี ักษณะโคง เขา คลายเอวพระภิกษทุ ่คี อดเขา อันเนื่องมาจากการนุง
8 ซุมจระนาํ สบงทรี่ ัดดว ยสายรดั ประคดจึงเรยี กวา “ชน้ั รดั ประคด” ที่จริงแลว การคอดเขาขององคป์ ระกอบสว น
9 ชดุ ฐานสงิ ห์ นี้ เกิดขน้ึ จากการใช“บวั เชิงบาตร” ซง่ึ มีสว นของคอฐานทําเป็นรูปโคงเวาเขา ไป
10 ฐานปัทม์
11 ฐานเขียง ตกแตงประดับแทรกเขาไปใตช้ันรัดประคด ตรงตําแหนงมุมที่ยอของแตละชั้น จึงทําเป็นรูปหัก
ฉากครึ่งเสี้ยว ถาเป็นงานปรางค์ปราสาทอยางขอมมักนิยมปั้นปูนหรือแกะสลักเป็นรูปเทพตางๆ
ประจําทศิ แตในงานอยางไทยนิยมทําเปน็ กลีบเกล้ยี งๆหรอื อาจปนั้ ปูนเปน็ ลายประดับเล็กนอย การ
ทํากลบี ขนุนเพ่อื ใชเ ป็นตวั สรา งกรอบโครงรปู ของยอดพระปรางค์ใหด บู รรจบเป็นทรงเรียวโคง
ทาํ เป็นรูปหนาจ่ัวขนาดเล็กประดับอยูระหวางกลางของกลีบขนุนคูในของช้ันรัดประคดแตละชั้น
ของพระปรางค์ ในงานสถาปัตยกรรมไทยนิยมทําเป็นกลีบรูปโคงแหลมเรียบๆไมนิยมทําลวดลาย
ประดบั หรอื อาจประดบั แตน อย ซ่ึงตามคติเดิมของงานสถาปัตยกรรมขอมนั้น บัณแถลงใชเป็นเชิง
สญั ลกั ษณแ์ ทนความหมายของเทพวิมาน ตามคติจกั รวาล
ช่อื เรียกชั้นของเรือนยอดพระปรางค์สว นที่ตงั้ อยเู หนือเรือนธาตุนิยมทําเป็น “บัวเชิงบาตร” เพื่อให
เกิดสว นเวาของคอฐาน สาํ หรบั ใชประดับรูปประตมิ ากรรมตางๆ เชน เทวดาครฑุ เป็นตน
สวนท่ีเป็นตัวเรือนประธานของพระปรางค์ใชลักษณะของ ฐานปัทม์มายืดหนากระดานให
สูงข้ึนกวาสวนอ่ืนทั้งหมด นิยมทําเป็นหองกลวงภายใน เพื่อใชประดิษฐานพระพุทธรูปหรือพระ
สถปู จําลองทบ่ี รรจพุ ระบรมสารรี กิ ธาตุ เรอื นธาตนุ เ้ี รียกไดอกี ชือ่ หนึ่งวา “ครรภธาตุ”
ชื่อเรียกซุมคูหา ทําขึ้นประกอบองค์พระปรางค์หรือพระเจดีย์บริเวณนอกอาคารสวนที่เป็น
เรือนธาตุ เพือ่ ประดษิ ฐานพระพทุ ธรปู นิยมทําทั้ง 4 ดาน เรียกอีกช่ือหนึ่งวา “ซุมทิศ” แตถาพระ
ปรางค์มที างเขา ออก ซมุ จระนาํ ดา นที่ใชเ ปน็ ทางเขา ออกจะทาํ หนาที่เปน็ ซมุ ประตคู ูหาทางเขา แทน
ทาํ เปน็ ฐานสงิ ห์ 3 ช้ัน เทนิ เหนือ ฐานปทั ม์เพื่อรับองค์เรอื นธาตุ เป็นกลวิธเี อาแบบอยา งชดุ มาลัยเถา
ของพระเจดีย์มาปรับใชกับพระปรางค์ เพ่ือเป็นการยืดองค์ปรางค์ใหสูงข้ึน บางแหงถาไมทําฐาน
สิงหน์ ยิ มทําเปน็ ฐานบัวเชงิ บาตรซอ นเปน็ ชั้นๆ แลวทํารูปประตมิ ากรรม เชน ยักษห์ รอื เทวดาแบก
องค์ประกอบสําคัญที่ถือเป็นฐานอาคารท่ีแทจริง เพราะเป็นฐานที่ใชต้ังรับองค์เรือนธาตุ
อาคาร นิยมทําเปน็ ฐาน4เหลี่ยมยอ มมุ รปู บัวควํา่ บวั หงาย
องค์ประกอบของโครงสรางเรือนสวนที่เป็นฐานชั้นลางสุด ที่ทําเป็นฐาน 4 เหลี่ยม
หนากระดานเกล้ียงๆ ซอ นกันเป็นช้ันๆ ลดหลั่นขึ้นไป
(ทีม่ า : สมคิด จิระทศั นกุล. 2554: 273-274)
163
ภาพท่ี 14.14 องค์ประกอบพระปรางค์
(ท่ีมา : สมคิด จิระทัศนกลุ . 2554: 272)
164
14.4 สรปุ
สถาปตั ยกรรมของไทยมกี ารกอ รปู ขึ้นมาหลายลักษณะตามหนาทีใ่ ชสอยและตามยุคสมัย ซ่ึงในแตละพื้นท่ี
อาจมีรูปแบบที่ตางกันออกไปตามอิทธิพลที่ไดรับ รวมถึงเหตุปัจจัยในการกอสราง หากแตเคาโครงและ
องคป์ ระกอบของสถาปตั ยกรรม กย็ งั แสดงใหเ ห็นถึงลักษณะเฉพาะของสถาปัตยกรรมไทย ดังน้ัน จึงจําเป็นตอง
ทําความเขา ใจในเคาโครงโดยรวม และองค์ประกอบตางๆในงานสถาปัตยกรรมไทย เพื่อใหเกิดความเขาใจและ
สามารถแยกแยะรายละเอียดตางๆทม่ี ปี รากฎตามแตล ะยคุ สมัย
กิจกรรมท่ี 14.1
1. จงอธิบายประเภทของสถาปตั ยกรรมไทย
2. จงอธบิ ายรปู แบบของสถาปัตยกรรมไทยประเภทเจดยี ์
3. จงอธบิ ายองค์ประกอบในงานสถาปัตยกรรมไทย
กจิ กรรมที่ 14.2
ใหน กั ศึกษานํารูปแบบสถาปตั ยกรรมไทยมาประยกุ ต์ใชใ นการออกแบบซมุ ต้ังพระพทุ ธรปู /พระธาตุ
วสั ดอุ ปุ กรณ์
1. กระดาษชานออย
2. ดินสอดํา (ดนิ สอ HB)
3. สีโปสเตอร์สีตางๆ
4. มีดคตั เตอร์
5. กาว
6. ไมบรรทัด
7. ภาพลายไทยและสถาปตั ยกรรมไทยตน แบบ
วิธกี ารปฏบิ ตั ิงาน
1. กําหนดรูปแบบ ลวดลาย และขนาดสัดสวน โดยขนาดความสูงอยูในชวง 30-50 เซนติเมตร และฐานขนาดอยู
ในชวง 20-30 เซนติเมตร
2. ตดั ประกอบโครงสรา งซุม ตามรูปแบบและขนาดท่ีกาํ หนด และลงสีโครงสราง
3. เขียนลวดลายลงในกระดาษตามขนาดท่ีกําหนด และลงสี
4. ประกอบลวดลายลงบนโครงสรางซุม ตามรูปแบบทกี่ าํ หนด
165
ภาพตวั อยา่ งกจิ กรรม 14.2
ภาพท่ี 14.15 ผลงานซมุ ต้งั พระพทุ ธรูป/พระธาตุ
(ท่มี า : ผลงานของนกั ศกึ ษาสาขาวิชาศิลปประยกุ ตแ์ ละการออกแบบผลติ ภัณฑ์ ชัน้ ปที ่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2554)
166
เอกสารอา้ งองิ
จริ ดา แพรใบศรี. 2553. ศิลปกรรมเมรุปราสาทมอญ: กรณศี กึ ษาวัดจนั ทน์กะพอ อาํ เภอสามโคก จังหวดั นนทบรุ ี
กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกลาพระนครเหนอื .
มลู นธิ ิวกิ มิ เี ดีย .2558.สถาปัตยกรรมไทย.29 ตุลาคม 2558.https://th.wikipedia.org/wiki.
สายหมอกและกอนเมฆ(นามสมมต)ิ .2554.วัดพระศรีรัตนศาสดารามตอนที่ ๑. 29 ตุลาคม 2558.http://www.bloggang.
com/mainblog.php?id=morkmek&month=21-07-2011&group=3&gblog=93.
สมคดิ จริ ะทศั นกลุ . 2554. รูเรือ่ ง วดั วิหาร โบสถ์ เจดยี ์ พุทธสถาปัตยกรรมไทย.กรุงเทพฯ : 2554.
______________. 2533.“พระอุโบสถและพระวหิ ารในสมัยพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจาอยูหัว” วิทยานิพนธ์
ปริญญาศลิ ปศาสตรม์ หาบณั ฑติ ภาควชิ าศลิ ปสถาปัตยกรรม มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร.
หมอมสําเพง็ (นามสมมต)ิ .2555.รวมรูปพระเมรุมาศ พระเมร.ุ 4 พฤศจกิ ายน 2558. www.
http://board.postjung.com/660635.html
อรศิริ ปาณินทร์. 2541. สรรค์สรางอยางไทย ผลงานสรางสรรค์สถาปัตยกรรมไทยฝีมือ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร.์
peter(นามสมมติ).2555.แบ็คแพ็ค Flight of the Gibbon,ย่ีเปฺงสันทราย,วัดเจดียห์ ลวงวรวหิ าร,วัดพระสิงห์
.4 พฤศจกิ ายน 2558.http://www.hflight.net/forums/topic/9298-cr-peter.
Gerry Gantt (นามสมมติ).2550.วัดราชนดั ดารามวรวหิ าร.4 พฤศจกิ ายน 2558.http://www.gerryganttphotography.
com/dthb0322.html.
167
แผนการสอนบทท่ี 15
เนือ้ หา
1. ลายไทยกับการออกแบบ
2. หลกั การออกแบบผลิตภัณฑ์
3. หลกั การใชศิลปะลายไทยในงานออกแบบ
4. รปู แบบการนําศิลปะลายไทยมาประยกุ ตใ์ ชในการออกแบบผลิตภณั ฑ์
วตั ถปุ ระสงค์การเรียนรู้
1. เพอื่ ใหนกั ศกึ ษามคี วามรูความเขาใจเกี่ยวกับการนําลายไทยประยกุ ต์ใชในการออกแบบผลติ ภัณฑ์
2. เพอ่ื ใหนักศึกษาสามารถนาํ ศิลปะลายไทยประยกุ ตใ์ ชในการออกแบบผลิตภัณฑ์
กิจกรรมการเรียนการสอน
1. ศึกษาเอกสารประกอบการสอน เรื่อง การประยุกตง์ านศิลปะไทยในการออกแบบผลิตภัณฑ์
2. บรรยายนําและสรปุ โดยผูสอน
3. ผสู อนแบง กลุมนกั ศกึ ษาใหศ ึกษารูปแบบของการนาํ ศลิ ปะลายไทยไปใชในการออกแบบ
4. อภิปรายซกั ถามเกี่ยวกับการนําศิลปะลายไทยไปใชในการออกแบบผลติ ภณั ฑ์
5. นักศึกษาทํากิจกรรมทายบท
6. ผสู อนวิจารณ์ผลงานของนักศกึ ษา
สอื่ การเรียนการสอน
1. เอกสารประกอบการสอน เรือ่ ง การประยุกตง์ านศิลปะไทยในการออกแบบผลิตภัณฑ์
2. โปรแกรมสําหรบั แสดงภาพประกอบคําอธิบายเพอ่ื การนาํ เสนองาน (Power Point)
3. ภาพตัวอยางผลงานการนาํ ลายไทยประยกุ ต์ใชใ นการออกแบบ
การวัดผลและประเมินผล
1. สงั เกตจากพฤตกิ รรมความสนใจในระหวา งเรยี น
2. สังเกตจากการมสี วนรวมในชัน้ เรียน
3. ประเมินจากกิจกรรมที่ 15.1 ภาคทฤษฎี และกิจกรรมที่ 15.2 ภาคปฏิบตั ิ
169
บทท่ี 15
การประยุกต์งานศลิ ปะไทยในการออกแบบผลิตภัณฑ์
ความนา
ลวดลายไทยมีปรากฏใหพบเห็นไดโดยเฉพาะในงานสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม และงาน
เคร่ืองใชต างๆในสมยั โบราณ ซ่ึงมีลักษณะเดนเฉพาะตัวท้ังลวดลาย สีสัน ลักษณะของลวดลายและภาพไทยแม
จะมแี บบแผนและกฎเกณฑ์ในการปฏิบัติหรอื นํามาใช แตก ็เป็นเพยี งเพ่ือการสอนการถายทอดวิชาเทานั้น ซ่ึงหาก
ไดศึกษาและฝึกฝนจนชํานาญแลว ก็สามารถพลิกแพลงวิธีการเขียนเพื่อนําไปประยุกต์ใชกับงานอื่นๆไดตาม
ความคิดสรางสรรคไ์ ด
เนื้อหาประจาบท
15.1 ลายไทยกบั การออกแบบ
ในอดีตลวดลายและภาพไทยใชสําหรับประดับตกแตงเฉพาะในวัดและปราสาทราชวังเทานั้น แตใน
ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการไดใหความสําคัญ โดยบรรจุวิชาศิลปะไทยไวในหลักสูตรการเรียนการสอน เพ่ือให
ผูเรียนไดเกิดความซาบซ้ึง ตระหนักในคุณคาและการอนุรักษ์ อีกท้ังยังสามารถนําไปประกอบอาชีพได ทั้งน้ี
ลวดลายและภาพไทยท่นี ําไปใชส รางสรรค์ มกั ข้ึนอยกู ับรสนยิ มของผูส รางและรสนิยมของคนในสังคม อาจแยกได
2 ลักษณะ คือ ลักษณะที่ยึดรูปแบบเดิม และลักษณะท่ีสอดแทรกแนวคิดของตนเอง ผสมผสานกับรูปแบบเดิม
เกิดเปน็ ศลิ ปะแนวใหม แตยงั คงเอกลกั ษณ์ของศิลปะไทยอยู ซงึ่ ลวดลายและภาพไทยท่ีนําไปใชกับงานศิลปะอ่ืนๆ
แยกได 2 ประเภท (ศภุ สนิ สารพนั ธ์. 2545: 140-176) ไดแ ก
15.1.1 ประเภทงานวิจติ รศลิ ป คอื ศลิ ปะทสี่ รางข้นึ เพ่ือสนองความตองการทางดานจิตใจและอารมณ์เป็น
สาํ คัญ ไดแก งานจติ รกรรม งานประตมิ ากรรม งานสถาปตั ยกรรม
ภาพที่ 15.1 ประเภทงานวิจิตรศลิ ป
(ทีม่ า : ภาพถายโดย จริ ดา แพรใบศรี. 2555)
170
15.1.2 ประเภทงานประยุกต์ศิลป คือ การสรางสรรค์ศิลปะที่นํามาใชในชีวิตประจําวัน เนนศิลปะท่ีมี
ความงามและประโยชนใ์ ชสอย อาจสรางขึน้ ดวยมือหรือเคร่ืองจักรกล กรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์ สามารถแบงได
2 ประเภท ดังนี้
15.1.2.1 งานพาณิชศิลป เป็นงานท่ีมุงเนนไปในทางสรางสรรค์เพ่ือการคาขาย เชน การ
ออกแบบส่ิงพิมพ์ การออกแบบโฆษณา การออกแบบเครื่องหมายการคา การพิมพ์ลายเส้ือผา การออกแบบ
ธนบัตรไทย
15.1.2.2 งานหัตถกรรม เชน งานเครื่องปัน้ ดินเผา งานผา ทอและเย็บปักถักรอย งานประดับมุก
งานแกะสลกั งานสลกั หยวก งานหนังตะลงุ และหนังใหญ งานเขยี นลายลดนํา้ ปิดทอง งานเคร่ืองเงิน เคร่ืองทอง
งานเคร่ืองถม งานทําหัวโขน
ภาพที่ 15.2 งานพาณิชศลิ ป ประเภทงานประยุกตศ์ ลิ ป
(ทีม่ า : http://thailogolover.blogspot.com)
171
ภาพที่ 15.3 งานหตั ถกรรม ประเภทงานประยกุ ต์ศลิ ป
(ท่มี า : http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~boonnart/thaiware.html)
172
15.2 หลกั การออกแบบผลติ ภัณฑ์
การออกแบบใหไดผลติ ภณั ฑ์ท่เี หมาะสม มีหลักการอยู 3 ประการ(อรพินท์ พานทอง. 2531: 98)คือ
1) ประโยชนใ์ ชส อย (Function)
2) วสั ดุและกรรมวธิ กี ารผลิต (Materials and Processes)
3) ลักษณะภายนอก (Appearance)
หลกั การท้ังสามขางตน มีความสําคัญและมคี วามสัมพันธร์ ะหวา งกนั และกัน ผลติ ภัณฑ์บางประเภทตอ ง
คดิ ถึงและใหความสําคัญกบั หนา ที่ใชสอย ในขณะทผ่ี ลิตภัณฑบ์ างประเภทไมจ าํ เปน็ ตองคาํ นึงถงึ หนาท่ใี ชสอยเลย
ทั้งนี้ขึน้ อยกู ับประเภทของผลิตภณั ฑ์นนั้ ๆ ผลติ ภัณฑส์ าํ หรบั ใชสอย (Functional Product) เชน ภาชนะบรรจุ
อาหาร การออกแบตองใหค วามสําคญั ดานประโยชนใ์ ชสอยมากวาอยางอืน่ ในทางกลับกนั การออกแบบผลิตภัณฑ์
ทใี่ ชต กแตง หรือของแจก เปน็ ผลิตภัณฑท์ ่ีไมเ นน หนาทใ่ี ชสอย(Non-function Product) อาจตองใหความสําคญั
กบั ลักษณะภายนอก(appearance)กอนหลกั การอื่นกไ็ ด แตที่สาํ คญั จะตองนํามาคิดประกอบอยูเสมอ คือ วัสดุ
และกรรมวิธกี ารผลิตทเี่ ป็นไปได
การพฒั นาผลิตภณั ฑ์ ควรมีการวิจยั เพ่อื ศึกษาหาขอมูลทีม่ ผี ลตอการครองตลาดไดเ ปน็ ระยะเวลานาน
โดยนําขอ มูลทไ่ี ดรบั มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหทนั สมัย รปู แบบการพฒั นาอาจทาํ ไดห ลายวธิ ี(ศักดช์ิ ัย เกยี รตินาคินทร์.
2537: 118-119) เชน
1) การเลยี นแบบผลติ ภณั ฑเ์ ดิม(Imitation)หมายถึง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหมออกสูตลาด โดย
การเลียนแบบผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยูในทองตลาดและไดรับความนิยมอยูกอนแลว ผลิตภัณฑ์ท่ีพัฒนาน้ีจะมีความ
คลายคลงึ กบั ผลิตภัณฑ์ทไ่ี ดร ับความนยิ มอยู
2) การปรบั ปรงุ ผลติ ภณั ฑ(์ Adaptation)หมายถึง การพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์เดิมท่ีวางขายอยู
ในทองตลาดใหมีคุณภาพดีข้ึน เพ่ิมความสวยงามมากข้ึน อาจเป็นการนําวัสดุอื่นมาประกอบดวย เพื่อเสริมให
ผลติ ภัณฑส์ วยงามขน้ึ
3) การประดิษฐ์ใหม(Innovation)หมายถึง การประดิษฐ์คิดคนรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม แลวนํา
ออกสูตลาดเปน็ ครั้งแรก โดยไมเ คยมีผลิตภณั ฑล์ กั ษณะน้ีมากอน เพือ่ เป็นการแบงสว นตลาด เปิดโอกาสใหผูซ้ือมี
โอกาสเลือกผลิตภัณฑ์ใหม ผลิตภัณฑ์ประเภทน้ีตองการคิดสรางสรรค์อยางดี จากฐานขอมูลท่ีศึกษาถึงรสนิ ยม
และความตอ งการของผูใช จึงสามารถผลิตข้นึ เพอ่ื สนองความตองการผูใชไดอยา งถูกตอง
จงึ สรปุ ไดว า การออกแบบและพฒั นาทีด่ ไี ด ตองอาศัยหลกั การออกแบบประกอบกนั ตามความเหมาะสม เพ่ือให
เกดิ รูปแบบผลิตภัณฑ์ท่ใี หป ระโยชนส์ งู สุด สอดคลองกับขบวนการผลิต และคงคา ความงามทีห่ ลากหลาย เพอ่ื
สนองความตองการของผใู ชม ากย่งิ ข้ึน
15.3 หลกั การใช้ศลิ ปะลายไทยในงานออกแบบ
สง่ิ ทีต่ อ งคํานึงถงึ ในการนําศิลปะลายไทยมาใชใ นงานออกแบบ เพอื่ ใหผลงานท่ีสรา งสรรค์สามารถ
ตอบสนองความตอ งการในยคุ สมยั ปัจจบุ ัน มหี ลกั การที่สาํ คญั 3 ประการ(พีนาลิน สาริยา. 2549: 54-61) ไดแก
173
15.3.1 ลกั ษณะพ้นื ท่ี
15.3.1.1 มติ ิของพ้ืนที่ ในการออกแบบเพ่ือนํางานศิลปะลายไทยไปใชนั้น สิ่งท่ีตองตองคํานึงถึง
คอื มิตขิ องพนื้ ที่ที่จะใหม ีลวดลายไทยปรากฏ โดยขึ้นอยูกับจุดมุงหมายของส่ิงท่ีกําลังถูกออกแบบ ซ่ึงลวดลายไทย
สามารถนําไปพลกิ แพลงใชง านไดห ลากหลายดงั เชน งานในอดีตท่ีถูกสรา งขึ้น ซ่งึ มมี ติ ิของพ้นื ท่ี ดังนี้
1) พนื้ ทีส่ องมิติ พ้นื ทใ่ี นแนวระนาบ เชน ลวดลายผา สิ่งพมิ พ์ เปน็ ตน
2) พ้ืนที่สามมิติพื้นท่ีท่ีมีมิติความลึกความกวาง เชน เครื่องใช เคร่ืองตกแตงบาน
เครอ่ื งประดับ เปน็ ตน
15.3.1.2 รปู แบบพืน้ ท่ี องค์ประกอบท่สี ําคญั ในการนําลวดลายไทยไปใชไ ดอยางสวยงาม ประกอบ
อยใู นพ้ืนทอี่ ยา งเหมาะสม คอื รปู แบบของพนื้ ทีท่ คี่ วรมีความสมั พันธก์ บั ลักษณะลวดลาย โดยท่ัวไปลักษณะรูปแบบ
พ้นื ท่ีมี ดังน้ี
1) พื้นที่ธรรมชาติ หมายถึง รูปแบบจากรูปรางธรรมชาติ ไดแก พืช คน สัตว์ ซ่ึงมี
รปู แบบท่มี คี วามซบั ซอ นตามแตล ะชนดิ ของรูปรางรปู ทรง
2) พ้ืนที่เรขาคณิต หมายถึง รูปแบบจากรูปรางเรขาคณิต เชน สีเหลี่ยม วงกลม วงรี
หาเหลี่ยม หกเหลี่ยม แปดเหล่ยี ม สามเหลี่ยม เป็นตน ซึ่งเป็นรูปแบบท่ีเรียบงาย มีทิศทางการจัดวางลวดลายท่ี
มองเหน็ ชัดเจน
3) พ้ืนท่ีส่ิงของเครื่องใช หมายถึง รูปแบบจากรูปรางสิ่งของเครื่องใชที่มนุษย์สรางข้ึน
เชน กระเปา แกวนาํ้ เป็นตน ซ่งึ มีรปู แบบทแ่ี ตกตางกันตามหนา ทีใ่ ชสอย
4) พนื้ ทอ่ี สิ ระ หมายถึง รูปแบบจากรูปรางที่ไมซ้ํากับรูปแบบใด เชน งานประติมากรรม
ภาพวาด เป็นตน ซ่งึ เปน็ พนื้ ที่ท่ีคอนขางทา ทาย
15.3.2 ลกั ษณะของลวดลาย
15.3.2.1 ลายขนาดจิว๋ (Tiny) หมายถงึ ลายทม่ี ีขนาดเล็กมาก ตัวลายไมมีความละเอียดหรือเดนชัด
เชน อาจเหน็ เพียงรูปรางแตไ มมีรายละเอียด มีไวสาํ หรับเป็นสว นประกอบ
15.3.2.2 ลายขนาดเล็ก(Small) หมายถึง ลายที่มีขนาดเล็ก ตัวลายไมมีความละเอียดหรือเดนชัด
เชน อาจเห็นรปู รางทีม่ รี ายละเอียดเพียงเล็กนอย มไี วสําหรับเปน็ สว นประกอบ
15.3.2.3 ลายขนาดกลาง(Medium) หมายถึง ลายที่มีขนาดกลาง ที่มีความละเอียดมากกวาลาย
ขนาดเล็ก เชน มลี ายเสนทีล่ ะเอยี ด มีการใชส ีท่ีจํานวนมากขน้ึ เปน็ ตน มีไวส ําหรบั เป็นสวนประกอบ
15.3.2.4 ลายขนาดใหญ(Large) หมายถึง ลายที่มีขนาดใหญ ท่ีมีความละเอียดและโดดเดน เชน
การใชเ สนท่ลี ะเอยี ด การใชสีทหี่ ลากหลาย เป็นตน มไี วส าํ หรับเปน็ ลายหลกั
ภาพที่ 15.4 ลายขนาดางๆ
(ท่ีมา : จริ ดา แพรใบศรี)
174
15.3.3 ลกั ษณะการจัดวางลาย
15.3.3.1 การวางลวดลายหลัก หมายถึง การกําหนดใหมีลวดลายหลักที่เนนใหเห็นถึงความโดด
เดนมากกวาลวดลายอื่นๆ เชน การเนนลายตรงมุมโดยใชลายท่ีมีขนาดใหญ หรือใชรูปลายท่ีแตกตางจากสวนอื่น
เป็นตน
15.3.3.2 การวางลวดลายรอง หมายถงึ การกําหนดใหมีลวดลายเสรมิ เพ่ือใหลวดลายหลักโดดเดน
ข้ึน เชน ตําแหนงการวางลาย ขนาดของตัวลาย รูปแบบของตัวลายที่แตกตางหรือมีรายละเอียดนอยกวา
ลวดลายหลกั เปน็ ตน
ภาพที่ 15.5 การจดั วางลาย
(ทมี่ า : จิรดา แพรใบศรี)
15.3.4 เทคนิคการใชศิลปะลายไทยในงานออกแบบ
15.3.4.1 การเลือกใชลายท่ีมีโครงสรางของรูปลายสัมพันธ์กับลักษณะของพ้ืนที่ออกแบบ เชน กลุม
ลายหนา กระดานเหมาะสําหรับจดั วางพื้นท่ีแนวยาว ลายพมุ หนา ขบมีขอ จาํ กดั ในการวางทศิ ทางของตวั ลาย เป็นตน
15.3.4.2 การตัดทอนรายละเอียดของตัวลาย เพื่อใหดูเรียบงาย เชน ลดการใชบาก ลดการสอดไส
ลาย ลดการสะบดั ปลายของตวั ลาย เลือกใชบางสว นของตัวลาย เป็นตน
15.3.4.3 การตัดตอตัวลาย เพื่อใหเกิดรูปลายใหม เชน การนําลายกระหนกสามตัวมาเรียงตอกับ
รปู ทรงเรขาคณิตในทศิ ทางแตกตางกนั การตัดตอลายสลับกับการใชส่ิงอ่ืนที่แตกตาง เชน สี วัสดุ ลวดลาย เป็น
ตน
15.3.5 เทคนิคการใชสีในงานออกแบบศลิ ปะลายไทย
15.3.5.1 การเลือกใชคูสี คือ การเลือกใชคูสี กลุมสีท่ีเหมาะสมกับลักษณะงาน เชน ขนาดชิ้นงาน
ขนาดตัวลาย ความละเอียดของลาย เป็นตน
15.3.5.2 การใชปริมาณสี คือ การกําหนดปริมาณของคูสี หรือกลุมสีท่ีเลือกใชในปริมาณท่ีเหมาะสม
กับลักษณะงาน เชน โครงสโี ดยรวมของชนิ้ งาน สีเนน จุดเดน เป็นตน
175
15.3.5.3 การกระจายสี คือ การเลือกใชคูสีและปริมาณสีโดยจัดวางใหเหมาะสมกับลักษณะงาเชน
ขนาดชิ้นงาน ขนาดตัวลาย ความละเอยี ดของลาย เปน็ ตน เพื่อใหดูกลมกลืนหรือเพ่อื สรา งจดุ เดน
15.3.5.4 การใชสีในการตัดเสน คือ การเลือกใชสีในการตัดเสน โดยขึ้นอยูกับกลุมสีที่นํามาใชและ
ขนาดของเสน หรอื การเลือกทจ่ี ะไมตดั เสน หรือการเวน ชองวาง
ภาพที่ 15.6 การใชส ีในการตัดเสน
(ทม่ี า : จิรดา แพรใบศรี)
15.4 รูปแบบการนาศลิ ปะลายไทยมาประยกุ ต์ใช้ในการออกแบบผลติ ภณั ฑ์
ลายไทยสามารถนาํ ประยกุ ต์ใชไดห ลากหลายทงั้ ในงาน 2 มิติ และงาน 3 มติ ิ โดยเฉพาะในการนํามาใชใ น
งานออกแบบผลิตภัณฑ์ทีย่ ุคปัจจุบัน ทม่ี ีความหลากหลาย ดงั รูปแบบตัวอยาง ดังน้ี
ภาพท่ี 15.7 รูปแบบการนําศิลปะลายไทยมาประยุกตใ์ ชใ นการออกแบบผลิตภัณฑ์
(ที่มา : ภาพถา ยโดย จริ ดา แพรใบศรี. 2554)
176
ภาพท่ี 15.8 รปู แบบการนาํ ศิลปะลายไทยมาประยุกตใ์ ชใ นการออกแบบผลิตภัณฑ์
(ที่มา : https://www.facebook.com/media/set)
15.5 สรุป
งานศิลปะไทยนอกจากจะใชประดับตกแตงในงานสถาปัตยกรรมประเภทวัดและวัง หรือในงานจิตรกรรม
งานหตั ถกรรม ในปัจจบุ ันยังสามารถพบเห็นการนําลวดลายและภาพในงานศิลปะไทยไปใชในงานสรางสรรค์ตางๆ
เชน งานตกแตงอาคารสถานท่ี งานโฆษณา ฯลฯ สวนรูปแบบน้ันก็มักจะเป็นไปตามของผูคนในสังคมท้ังผูสราง
งานและผูใ ชง าน โดยการนาํ งานศิลปะไทยไปใชประยกุ ต์ใหสอดคลองเหมาะสม
กจิ กรรมที่ 15.1
1. จงอธบิ ายประเภทของการนํางานศิลปะไทยไปประยุกตใ์ ช
2. จงอธิบายหลักการออกแบบผลิตภณั ฑ์
3. จงอธิบายการนาํ ลายไทยมาประยุกตใ์ ชในการออกแบบผลิตภัณฑ์
กิจกรรมท่ี 15.2
ใหน กั ศกึ ษาเลอื กใชล ายไทยมาออกแบบผลิตภัณฑ์ ขนาดไมเกนิ 15x15x15 เซนติเมตร
วัสดอุ ุปกรณ์
1. กระดาษ,ผา ,ไม, โลหะ ฯลฯ
2. ดนิ สอดํา (ดนิ สอ HB)
3. สโี ปสเตอร์สตี า งๆ
177
4. ไมบรรทัด
5. มดี คตั เตอร์
6. กาว
7. ภาพลายไทยตนแบบ
8. อุปกรณต์ กแตง อ่นื ๆ
วธิ ีการปฏบิ ตั งิ าน
1. วาดโครงรางลายลงบนวัสดุ
2. ลงสีและตัดเสน พรอมประดับตกแตง ใหสวยงาม
ภาพตวั อยา่ งกิจกรรม 15.2
ภาพที่ 15.9 ผลงานผลติ ภัณฑจ์ ากลวดลายไทย
(ทีม่ า : ผลงานของนักศกึ ษาสาขาวิชาศิลปประยกุ ตแ์ ละการออกแบบผลติ ภัณฑ์ ชั้นปีท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2554)
178
เอกสารอ้างอิง
บญุ นาท ลายสนทิ เสรกี ลุ . 2548. คูแ ผน ดินไทย.23 ตุลาคม 2558. http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~
boonart/thaiware.html.
ประชาชาติธุรกจิ ออนไลน์. 2555."ลายไทย"ไมล า สมยั ลวดลายวรรณคดีในงานออกแบบสนิ คาแฟช่ัน.23 ตลุ าคม
2558. http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1337341485
ไพโรจน์ พิทยเมธี. 2558. ThaiArt4VisCom : ผลงานนกั ศึกษา 2558(ครงั้ ที่ 1).23 ตลุ าคม 2558.https://www.
facebook.com/media/set
ศกั ดช์ิ ัย เกยี รตินาคินทร.์ 2537. การออกแบบเคร่ืองปั้นดนิ เผา.อุบลราชธานี : วิทยาลยั ครอู ุบลราชธานี
ศุภสิน สารพันธ.์ 2545. ศลิ ปะไทย.กรุงเทพฯ : โอเดยี นสโตร.์
อรพนิ ท์ พานทอง. 2531. ความรูท่วั ไปเก่ียวกับเครื่องปั้นดนิ เผา.กรุงเทพฯ : จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั
pskhun (นามสมมต)ิ .2558.Thai Logo Lover .23 ตุลาคม 2558.http://thailogolover.blogspot.com
179
บรรณานกุ รม
คณะชา ง. 2538. ภาพลายไทย. กรุงเทพฯ: คอมมา ดีไซน์ แอนด์ พริ้นท์ จํากัด.
จิรดา แพรใบศรี. 2553. การศึกษาลวดลายเครื่องป้ันดินเผาเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีพระจอมเกลา พระนครเหนือ.
_____________. 2553. ศิลปกรรมเมรปุ ราสาทมอญ:กรณศี กึ ษาวัดจันทน์กะพอ อําเภอสามโคก จังหวัดนนทบุรี
กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกลา พระนครเหนอื .
จดิ -ตระ-ธาน(ี นามสมมติ). 2557. วาดเลนๆกบั จิด-ตระ-ธานี. 25 ตลุ าคม2558.http://www.jitdrathanee.com/
Learning/khru/D06.htm.
จีรพันธ์ สมประสงค์. 2533. ศป 351 ประวตั ศิ ิลปะ. กรงุ เทพฯ: โอเดยี นสโตร.์
ชวง สเลลานนท์. 2494. ศิลปไทย.งานพระราชทานเพลงิ ศพ พระยาประเสริฐศภุ กิจ วันท่ี 4 มีนาคม 2494 ณ เมรุ
วัดเทพศิรนิ ทราวาส กรุงเทพฯ
เชดิ ชัย เพชราพันธ์. 2529. ลายไทย. กรุงเทพฯ: สาํ นกั พิมพโ์ อเดียนสโตร์.
ถาวร สายสบื . 2546. การประกอบภาพ.พษิ ณุโลก : ภาควชิ าเทคโนโลยีและส่ือสารการศกึ ษา คณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลันเนศวร.
เดินทอดนอ งเที่ยวตลาดนํ้า ดูหนังใหญ ชมจิตรกรรมฝาผนังราชบรุ ี.25 ตุลาคม 2558.http://www.paiduaykan.
com/travel/ratchaburi.
ตองเจ็ด(นามสมมติ). 2554. เรือพระราชพธิ ี.24 ตลุ าคม 2558.http://topicstock.pantip.com/camera/
topicstock/2011/10/O11195446/O11195446.html.
ทวีศักด์ิ หวางจันทร์. 2555. ศิลปะการแทงหยวกกลวย.22 ตุลาคม 2558. http://www.stou.ac.th/study/
sumrit/7-58/page2-7-58.html
ทีนวาไรต(้ี นามสมมติ). 2557 .ช่อื เรียกโทนสไี ทย ทีห่ ลายคนอาจไมร ู. 25 ตลุ าคม 2558.http://teen.mthai.com/
variety/73233.html.
นิทรรศการพลังแผนดิน อัศจรรย์งานศิลปแผนดินสยาม. 2558. ศิลปะและเครื่องทองประจําชาติ. 4 พฤศจิกายน
2558.https://th-th.facebook.com/Signnagas/posts/848407275276169:0.
นักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์รมเกลา 606(นามสมมต)ิ .2555.ประเภทของลายไทยพน้ื ฐาน.25 ตลุ าคม 2558.http://
introductiontothai606.myreadyweb.com/article/topic-25177.html.
บุญนาท ลายสนทิ เสรีกลุ . 2548. คแู ผนดนิ ไทย. 23 ตลุ าคม 2558. http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~
boonnart /thaiware.html.
ปฏิพัทธ์ ดาระดาษ. 2539.ลายไทย ภาพไทย เลม ๒. กรงุ เทพฯ: ศูนย์หนังสือจฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .
_______________. 2538. ลายไทย ภาพไทย. กรุงเทพฯ: ศูนย์หนงั สือจฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั .
ประชาชาตธิ ุรกิจออนไลน์. 2555. "ลายไทย"ไมล า สมยั ลวดลายวรรณคดใี นงานออกแบบสนิ คา แฟช่นั . 23 ตุลาคม
2558.http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1337341485
ประวัติ พระมหาพชิ ัยราชรถ และเวชยันตราชรถ. 30 ตุลาคม 2558.http://www.neutron.rmutphysics.com/
180
teachingglossary/index.php?option=com_content&task=view&id=5134&Itemid=17
ประวัตศิ าสตรส์ โุ ขทัย.25 ตุลาคม 2558.https://sites.google.com/site/prawatisassukhothay/khil-pa.
ประเสรฐิ สองสี. 2558. แผนจัดการเรยี นรูว ฃิ าศลิ ปะพ้นื ฐาน สาระหลกั ที่ 1 (ทัศนศิลปส รางสรรค์). 24 ตลุ าคม
2558.http://www.kalasinpit.ac.th/elearning/kroosert/data/page_knowlege_5.html.
พระครูเกษมทศั นคณุ . 2552. จติ รกรรมฝาผนงั ฝีมือนกั ศึกษาศิลปากร ฝากไวด ว ยศรัทธา.25 ตุลาคม
2558.http:// www.oknation.net/blog/kondee007/2009/08/09/entry-1.
พระเทวาภินิมมติ . 2546. สมดุ ตําราลายไทย. กรงุ เทพฯ: องคก์ ารคา ของคุรุสภา.
_____________. 2486. สมดุ ตําราลายไทย. กรุงเทพฯ: สาํ นกั พมิ พ์นครเขษมบุค฿ สโตร.์
พิทกั ษ์ สายัณห.์ ม.ป.ป. ศิลปะประจําชาติลายไทย. กรงุ เทพฯ: สาํ นกั พมิ พ์อักษรวัฒนา.
เพียงแคเ หงา(นามสมมติ). 2550. วัดสมั แสนรัก. 1 พฤศจกิ ายน 2558. http://www.bloggang.com/mainblog.
php?id=derek&month=09-05-2007&group=6&gblog=18.
ไพโรจน์ พทิ ยเมธี. 2558. ThaiArt4VisCom : ผลงานนักศกึ ษา 2558 (ครัง้ ที่ 1).23 ตลุ าคม 2558.https://www.
facebook.com/media/set
โพธ์ิ ใจออ นนอ ม. 2550. คมู อื ลายไทย. กรุงเทพฯ : ศนู ยห์ นังสอื จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .
มานะ ทองสอดแสง. 2527. ศกึ ษาศิลปะลายไทย. กรงุ เทพฯ: รวมสาส์น(1977).
มลู นธิ วิ ิกมิ ีเดยี .2558. สถาปัตยกรรมไทย. 29 ตลุ าคม 2558.https://th.wikipedia.org/wiki.
รานหนงั สือไขมุกด์. 2544.ประณีตศิลปไทย ในพพิ ิธภณั ฑสถานแหงชาติ พระนคร -order 002011 .4 พฤศจิกายน
2558.http://kaimookbook.tarad.com/product.detail_666139_th_4424170.
วิจติ ร ศภุ โยธนิ . 2515. คมู ือลายไทยและแบบดดั เหล็ก. กรงุ เทพฯ : แพรพ ิทยา.
วิสูตร โพธิเ์ งนิ . 2553. การพฒั นาระบบการจัดการความรูศิลปะไทยเพื่อสงเสรมิ ความคดิ สรางสรรค์ในการ
ออกแบบของนักศึกษาศิลปะ.วิทยานิพนธ์หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาอุดมศึกษา คณะครุ
ศาสตร์. กรงุ เทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
วุฒิชยั พรมมะลา. 2546. ลายไทยเพอื่ การออกแบบ. กรุงเทพฯ : วาดศลิ ป.
ศิริพงศ์ พะยอมแยม. 2525. ศลิ ปกรรมไทยพ้ืนฐาน ประกอบการศึกษาวชิ าศลิ ปะวิจกั ษณ์ ประวตั ศิ าสตร์ศลิ ปะ.
กรุงเทพฯ: โอ เอส พริ้นตงิ้ เฮา ส์ จํากดั .
ศิริวฒั น์ นารีเลศิ . 2543. ววิ ฒั นาการของงานศิลปะไทย. 26 พฤษภาคม 2557 .http://www.baanjomyut.com/
library_2/extension-3/evolution_of_thai_art/03.html.
ศภุ สนิ สารพนั ธ.์ 2545. ศลิ ปะไทยกรุงเทพฯ: โอเดยี นสโตร์.
ศนู ยส์ ารสนเทศหมอ นไหมและประชาสมั พันธ์ กรมหมอ นไหม.ผาทอนาหม่นื ศรี. 29 ตุลาคม 2558. http://www.
qsds.go.th/silkcotton/k_23.php.
เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล. 2551เสนสายลายไทย ชุด หตั ถศิลปะภณั ฑ์(เคร่อื งสงู ). กรุงเทพฯ: เศรษฐศลิ ป.
___________________. 2547. ลายไทยฉบับนกั ศกึ ษา. กรงุ เทพฯ: เศรษฐศิลป.
___________________. 2544. เทคนคิ การเขียนสกี นก. กรุงเทพฯ: องคก์ ารคา ครุ สุ ภา.
สมคิด จิระทศั นกลุ . 2554. รเู รอื่ ง วดั วิหาร โบสถ์ เจดีย์ พุทธสถาปตั ยกรรมไทย. กรุงเทพฯ: มวิ เซยี มเพรส.
181
_________________ .2533. พระอุโบสถและพระวหิ ารในสมยั พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยหู ัว. วทิ ยานิพนธ์
ปรญิ ญาศลิ ปศาสตร์มหาบัณฑติ ภาควิชาศลิ ปสถาปัตยกรรม. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลัยศิลปากร.
สมชาติ มณโี ชติ. 2529. จติ รกรรมไทย. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
สอนสุพรรณ.รัก. 2550.“กํามะลอ” ของไมจริง สิ่งไมแท. 25 ตุลาคม 2558. http://www.oknation.net/
blog/phaen/2007/08/28/entry-2
สอนสุพรรณ(นามสมมติ).2553.การเขียนลายเกราะเพชร(ลายเฉลวฮอ). 24 ตลุ าคม2558.http://www.oknation.
net/blog/phaen/2010/12/15/entry-1
สารานุกรมไทยสําหรับเยาวชน. ลักษณะพดั ยศตามลําดบั ชั้นสมณศักดิ์. 25 ตุลาคม2558.http://kanchanapisek
.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=32&chap=1&page=t32-1-infodetail07.html.
สารานุกรมไทยสําหรบั เยาวชนฯ / เลม ท่ี ๓๑ / เรื่องท่ี ๓ วรรณคดที อ งถน่ิ .1 พฤศจิกายน 2558.http://
saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book=31&chap=3&page=picture_detail31_3.html.
สายหมอกและกอ นเมฆ(นามสมมติ). 2554. วดั พระศรรี ัตนศาสดารามตอนท่ี ๑. 29 ตุลาคม 2558. http://www.
bloggang.com/mainblog.php?id=morkmek&month=21-07-2011&group=3&gblog=93.
สวุ ฒั น์ แสนขัติยรตั น.์ 2549. กลวิธกี ารเขียนภาพจิตรกรรมไทย. กรุงเทพฯ: วาดศิลป.
สุรศักด์ิ ชวยานันท์. 2553. พาไปยอนอดตี อันงดงามของวดั ศรชี ุมแหง สโุ ขทัย เมอื งแหง มรดกโลก. 1 พฤศจิกายน
2558.http://www.oknation.net/blog/surasakc/2010/10/07/entry-1.
_______________. 2553. วดั นางพญา ศรสี ชั นาลยั งดงามวจิ ติ รดว ยลายปนู ปั้นฝมี อื ช้ันครู ถายทอดและพฒั นาสู
ทองโบราณศรสี ัชนาลัย. 25 ตลุ าคม2558. http://www.oknation.net/blog/surasakc/2010/10/20
/entry-2.
สํานักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแหงชาติ กรมศิลปากร. 2544. ประณีตศิลปไทย. พิมพ์คร้ังท่ี 2.
กรงุ เทพฯ: รุง ศลิ ปก ารพิมพ.์
หมอมสาํ เพง็ (นามสมมต)ิ . 2555. รวมรปู พระเมรมุ าศ พระเมรุ. 4 พฤศจกิ ายน 2558. www. http://board.
postjung.com/660635.html
อาภรณ์ อินฟูาแสง. 2530. ศลิ ปลายไทย ฉบบั นกั ศึกษา. กรุงเทพฯ: เสรมิ วทิ ย์บรรณาคาร.
อรพินท์ พานทอง. 2531. ความรทู ่ัวไปเกี่ยวกับเครื่องปนั้ ดนิ เผา.กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อรศิริ ปาณินทร์. 2541. สรรค์สรางอยางไทย ผลงานสรางสรรค์สถาปัตยกรรมไทยฝีมือ.กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร.์ หนา 53-70
Jean1966(นามสมมติ). 2552. เอกศิลปะในสมัยปฐมบรมราชจักรีวงศ.์ 24 ตุลาคม 2558.http://www.reurnthai.
com/index.php?topic.
Gerry Gantt (นามสมมต)ิ . 2550.วัดราชนัดดารามวรวิหาร.4 พฤศจิกายน 2558.http://www.gerryganttphoto
graphy.com/dthb0322.html.
peter(นามสมมติ). 2555. แบ็คแพ็ค Flight of the Gibbon,ยเี่ ปงฺ สนั ทราย,วัดเจดยี ์หลวงวรวหิ าร,วดั พระสิงห์
.4 พฤศจกิ ายน 2558.http://www.hflight.net/forums/topic/9298-cr-peter.
pskhun (นามสมมต)ิ . 2558. Thai Logo Lover. 23 ตลุ าคม2558.http://thailogolover.blogspot.com
rmuttchannel(นามสมมต)ิ . 2556. วดั กษตั ราธิราช. 29 ตุลาคม2558.https://watkasattra.wordpress.com/
182
author/rmuttchannel/page/3/.
Sukee Yakee(นามสมมต)ิ . 2556. ลายไทยเบือ้ งตน . 22 ตลุ าคม 2558. http://53011124003.blogspot.com/
2013/05/blog-post_20.html.
Supawan(นามสมมติ). 2555. จารึกวัดโพธิ์ มรดกความทรงจําแหงโลก : ศิลปกรรมทรงคุณคา คูสังคมไทย.25
ตลุ าคม 2558.http://www.oknation.net/blog/supawan/2012/06/01/entry-2.
TaWan(นามสมมติ). 2550. หัวเสาบัวแวง. 1 พฤศจิกายน 2558. http://thaimisc.pukpik.com/
freewebboard/php/vreply.php?user=islove111&topic=17650&page=36.
THEMEXPOSE(นามสมมติ). 2558. สโุ ขไกด┊์ 2┊กาํ แพงเพชร รอยตอ ระหวางสุโขทัยกับอยุธยา. 1 พฤศจกิ ายน
2558.http://monkeynumber4.blogspot.com/2014/03/sukhotai-guide-02-kumpheang-phet-
01.html.