The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการเรียนการสอน รายวิชา ศิลปะไทย สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี และผู้สนใจทั่วไป

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jirada praebaisri, 2021-04-22 10:15:53

ศิลปะไทย

เอกสารประกอบการเรียนการสอน รายวิชา ศิลปะไทย สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี และผู้สนใจทั่วไป

Keywords: ศิลปะไทย

155

14.3.2 องคป์ ระกอบอาคาร หมายถึง ส฽วนของอาคารทป่ี ระกอบหรือประดับตกแตง฽ ขน้ึ ดว฾ ยองคป์ ระกอบ
ย฽อยต฽างๆ เพอื่ ให฾อาคารสามารถคงอยู฽ได฾อยา฽ งมน่ั คงแขง็ แรง ทั้งมคี วามประณตี งดงาม และสือ่ แสดงออกถงึ
ความหมายหรอื คติในทางพทุ ธปรัชญาได฾อยา฽ งสมบรู ณ์ องค์ประกอบอาคารจําแนกออกไดเ฾ ปน็ 2 ลักษณะ คอื

14.3.2.1 องค์ประกอบโครงสร฾าง หมายถึง ชิ้นส฽วนของวัสดุต฽างๆ ท่ีนํามาต฽อ หรือยึดโยง หรือ
ประกอบรวมกันขึ้นเป็นโครงร฽างของอาคาร ตามกรรมวิธีหรือกระบวนการก฽อสร฾างที่เป็นระบบ ภายใต฾กฎเกณฑ์
และระเบียบแบบแผนทางการช฽างของกล฽ุมชนหรือสังคมน้ันๆ ซึ่งโครงสร฾างของอาคารในงานสถาปัตยกรรมไทย
จะมีองค์ประกอบสาํ คญั อยู฽ 3 สว฽ น ได฾แก฽

1) องค์ประกอบโครงสร฾างส฽วนฐาน ได฾แก฽ องค์ประกอบของโคร งสร฾างของอาคารที่
ประกอบกนั ขึ้นเป็นส฽วนฐานอาคาร เพ่ือทําหน฾าทร่ี ับน้ําหนกั ทถ่ี ฽ายจากสว฽ นบนท่ีอยเู฽ หนอื พื้นเรือนข้ึนไป ก฽อนถ฽ายลง
ส฽ดู ิน อาคารทางศาสนาของไทยนั้น นิยมใชอ฾ ฐิ หรอื ศิลาแลงกอ฽ เป็นแผงตันแลว฾ ประดับตกแต฽งให฾เป็นฐานท่ีมีรูปแบบ
ชนดิ ตา฽ งๆตามคติสัญลกั ษณ์ เชน฽ ฐานบัว ฐานสิงห์ ฯลฯ องคป์ ระกอบท่สี าํ คัญสว฽ นน้ี คือ พืน้ ฐานราก

2) องคป์ ระกอบโครงสรา฾ งส฽วนเรือน ได฾แก฽ องคป์ ระกอบของโครงสร฾างอาคารที่ประกอบ
กันขึ้นเป็นตัวเรือน เพื่อทําหน฾าท่ียึดต฽อเป็นผืนผนังสําหรับห฽อหุ฾มอาคาร รวมทั้งรับน้ําหนักที่ถ฽ายลงมาจากส฽วน
หลังคา ก฽อนถ฽ายผา฽ นลงไปส฽สู ว฽ นฐานเรือนตอ฽ ไป องค์ประกอบทสี่ าํ คญั สว฽ นนี้ คือ เสา ผนัง ประตู-หน฾าต฽าง

3) องคป์ ระกอบโครงสร฾างส฽วนหลังคา ได฾แก฽ องค์ประกอบต฽างๆของโครงสร฾างอาคารที
อย฽ูเหนือส฽วนเรือนขึ้นไป ประกอบเข฾ากันเป็นโครงหลังคา เพื่อทําหน฾าท่ีปกคลุมพื้นท่ีว฽างส฽วนล฽างลงม า
องค์ประกอบท่ีสาํ คัญในส฽วนนี้ คือ ขอื่ แป จันทนั อกไก฽ ดง้ั เต฾า คันทวย

14.3.2.2 องค์ประกอบตกแต฽ง หมายถึง ส฽วนประกอบต฽างๆท่ีทําข้ึนเพ่ือเสริมแต฽งให฾อาคาร มี
ความสวยงามยิ่งข้ึน สามารถแยกย฽อยออกไดเ฾ ปน็ 2 ลักษณะ คือ

1) องค์ประกอบตกแตง฽ จริง หมายถึง การประดบั ตกแต฽งทท่ี าํ ขนึ้ บนสว฽ นตา฽ งๆของอาคาร
ที่ไม฽ใช฽เป็นองค์ประกอบโครงสร฾างหลักโดยตรง แต฽เป็นการประดับแต฽งให฾อาคารน้ันๆ มีความสมบูรณ์ท้ังในเชิง
ความงามและความหมายยงิ่ ขึ้น เช฽น จติ รกรรมฝาผนงั ช฽อฟูา หางหงส์ บวั หวั เสา ฯลฯ องค์ประกอบประเภทนี้หาก
ไมค฽ าํ นึงถงึ ความต฾องการในเชิงคตคิ วามเชอื่ อาจจะมีหรือไม฽กไ็ ด฾ เพราะไม฽มีผลสาํ คญั ต฽อความแขง็ แรงของอาคาร

2) องค์ประกอบตกแต฽งเสริม หมายถึง การประดับตกแต฽งท่ีทําเสริมข้ึนบนส฽วนของ
องค์ประกอบท่ีเปน็ โครงสร฾างสําคญั ของอาคารนั้นๆ เชน฽ คนั ทวย ตัวลํายอง เชิงชาย ฯลฯ ท้ังนี้เพื่อให฾องค์ประกอบ
ยอ฽ ยเหลา฽ น้นั นอกจากจะมีความประณตี งดงามขน้ึ แลว฾ ยังแฝงความหมายทเี่ ป็นเชิงสัญลักษณ์อีกด฾วย เช฽น คันทวย
ท่ีแกะสลักเป็นรูปนาคหรือมกร เสาท่ีทําส฽วนปลายเสาเป็นรูปบัว อย฽างที่เรียกว฽า บัวหัวเสา ฯลฯ องค์ประกอบ
เหล฽านจ้ี ึงทาํ หนา฾ ท่ี 2 บทบาทในเวลาเดียวกันคือ เป็นทงั้ องคป์ ระกอบทางโครงสร฾าง และ องคป์ ระกอบตกแตง฽

14.4 อธบิ ายองคป์ ระกอบในงานสถาปัตยกรรมไทย
สถาปัตยกรรมไทยมีรปู แบบที่แตกต฽างกนั ไปตามหนา฾ ที่ใช฾สอย โดยมีองคป์ ระกอบ ดังนี้

ตารางที่ 14.1 อธิบายองค์ประกอบพระอโุ บสถ

ลาดบั องคป์ ระกอบ รายละเอยี ด

1 เคร่ืองลาํ ยอง ชื่อเรียกองค์ประกอบรวมชุดหนึ่งที่ใช฾ประดับปิดท฾ายขอบหลังคาด฾านสกัดของอาคาร

ประกอบดว฾ ยช฽อฟูา ใบระกา ตวั ลาํ ยอง และหางหงส์

156

ตารางที่ 14.1(ต฽อ) อธบิ ายองคป์ ระกอบพระอโุ บสถ

ลาดบั องค์ประกอบ รายละเอียด
2 ชอ฽ ฟาู ส฽วนปลายสดุ ของสันหลังคาทง้ั 2ดา฾ นของอาคารในงานสถาปตั ยกรรมไทย ประเภทอาคารทางศาสนา
และอาคารท่ีเก่ียวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมีสัณฐาน เป็นรูปลักษณะคล฾ายสัตว์ปีก
3 ตวั ลํายอง จาํ พวกนก คือมีจะงอยปากตรงส฽วนกลาง สว฽ นปลายทําเปน็ รปู เรียวโคง฾ ปลายสะบัด

4 ใบระกา ชื่อเรียกส฽วนขององค์ประกอบสําคัญของเคร่ืองลํายอง ที่เป็นตัวยึดช฽อฟูา ใบระกา หางหงส์ โดย
5 หางหงส์ พาดอย฽ูบนหลัง “แป” ทําหน฾าที่ปิดเคร่ืองมุงหลังคาด฾านสกัด เพ่ือกันไม฽ให฾ลมตีเคร่ืองมุงเปิด
6 ตนี ผี คล฾าย “ปูานลม” ของเรือนไทยภาคกลาง
7 เชงิ กลอน
8 สะพานหนู ส฽วนท่ีมลี กั ษณะเป็นครบี เรยี วโค฾งแหลมอย฽างปลายมีด กลางครีบด฾านหน฾าถาก เป็นสันนูน วางเรียง
9 อกไก฽ ประดับตกแต฽งอยู฽ระหวา฽ งชอ฽ ฟาู และหางหงส์บนขอบสันบ฽าด฾ า น บ น ตลอดแนวของตัวลํายอง

10 แปลาน ใชป฾ ระดับส฽วนปลายดา฾ นล฽างของเครื่องลาํ ยอง โดยนงั่ อยบ฽ู นบ฽าระหว฽างแปหัวเสากับเชิงกลอน นยิ ม
11 แปงวง ทาํ เปน็ รูปนาคเสย้ี ว โครงรูปนาค 3 เศยี รซ฾อนกัน
12 แปหัวเสา สว฽ นตรงโคนของ“หางหงส์” ทท่ี าํ คลา฾ ยสลกั เดือยสําหรบั สอดลงปดิ ชอ฽ งว฽างระหวา฽ ง “เชงิ กลอน” กับ
13 แปปลายเตา฾ “แปปลายเต฾า”
14 เชิงแป
15 บราลี องค์ประกอบของโครงสร฾างส฽วนท่ียึดติดกับปลาย “เต฾า” ทําหน฾าท่ีปิดปลาย “กลอน” เพื่อ
16 ผีเส้ือ ไมใ฽ ห฾ “กลอน” ผุ
29 พลสงิ ห์
30 ฐานอาคาร องค์ประกอบที่เป็นไม฾หรือปูนชิ้นเล็กๆวางทับเหนือ “เชิงกลอน” ทําหน฾าท่ีสอดรับปลายกระเบ้ือง
แผน฽ สุดท฾ายของชายคา
องคป์ ระกอบทางโครงสรา฾ งหลงั คา ทีท่ าํ หน฾าที่เปน็ “แป” ตัวหน่งึ ซ่ึงใช฾รว฽ มกันของระนาบหลังคาทั้ง
2 ขา฾ ง ตงั้ อยท฽ู ี่สว฽ นปลายสุดของโครงสร฾างหลงั คา ทําเปน็ ไมท฾ ีม่ ีรูปตัดเปน็ รูป 4 เหลย่ี มขนมเปียก ปูน
น่งั อยบู฽ นปลาย “ดั้ง”
ชื่อเรยี กองคป์ ระกอบของโครงสรา฾ งหลังคา ท่มี หี นา฾ ตัดไม฾เป็นรปู 4เหลย่ี ม

ช่ือเรยี ก “แปลาน” ตัวทใ่ี ห฾หางของนาคลํายองที่เปน็ แบบนาคสะด฾ุงยึดเกยี่ วคล฾องไว฾

ช่อื เรยี ก“แป” ของโครงสร฾างหลงั คาตัวทีอ่ ย฽ตู รงสว฽ นปลายเสาหรอื ปลายผนังอาคาร ทําหนา฾ ที่ เปน็
บ฽าให฾ “ขอ่ื เอก” หรือ “ขือ่ เฉลยี ง” ยดึ

ชอ่ื เรียกแปลานตวั สดุ ทา฾ ยทวี่ างอยู฽บนปลายเตา฾ เพื่อรบั ปลายกลอนของปกี ชายคาตับลา฽ งสดุ

องค์ประกอบโครงสรา฾ งหลงั คา ท่ยี ึดติดกับเสาหรอื “ตก฿ุ ตา” อย฽ใู ตแ฾ นวเดียวกบั “แปหัวเสา” โดยทาํ
เปน็ แผน฽ ไม฾มีบ฽าท่เี ชิง ทาํ หนา฾ ทรี่ บั ปลายกลอนของตบั หลังคาชนั้ ซอ฾ น
องค์ประกอบตกแตง฽ ชนิดหน่ึง ซ่งึ มลี ักษณะเป็นแทง฽ ทรงกลมกลึงเปน็ รปู เรยี วแหลม ประดับเรียงเป็น
แนวตลอดบนสนั หลังคาอาคาร

ชื่อเรยี กปนู ปน้ั ส฽วนทใ่ี ชอ฾ ดุ ตอนมุมของผืนหลงั คา บรเิ วณทีบ่ รรจบกันระหว฽าง “ปนู ปนั้ หลบสนั
หลงั คา” และ “ปูนหลบหลังเคร่ืองลํายอง” ดว฾ ยเหตทุ ปี่ ้ันเปน็ รปู คล฾ายปีกผีเสอื้

สว฽ นประกอบที่ทาํ เปน็ ขอบพนักเตี้ยๆขนาบ2ขา฾ งของบันไดทางข้ึนลงอาคาร ส฽วนใหญ฽นยิ มกอ฽ ทบึ
องคป์ ระกอบสําคญั ทางโครงสร฾างสว฽ นฐานเรอื น ทําหน฾าทีร่ บั นํา้ หนักของอาคารทง้ั หมด นิยม
ตกแต฽งเป็นรปู แบบต฽างๆ เชน฽ ฐานปทั ม์ ฐานบวั ถลา หรือ ฐานสงิ ห์ เปน็ ต฾น

(ทีม่ า : สมคิด จิระทศั นกุล. 2554: 264-267)

157

ภาพท่ี 14.10 องค์ประกอบพระอุโบสถ
(ที่มา : สมคิด จิระทศั นกุล. 2554: 263)

158

15
2
16

28
27

29
30

ภาพที่ 14.11 องคป์ ระกอบพระอุโบสถ
(ทีม่ า : สมคิด จริ ะทศั นกุล. 2554: 263)

159

ตารางท่ี 14.2 อธบิ ายองคป์ ระกอบเจดีย์

ลาดับ องคป์ ระกอบ รายละเอยี ด
1 ลกู แกว฾
2 ปลี องค์ประกอบสว฽ นทต่ี ้งั อยบ฽ู นปลายยอดสุดของพระเจดยี ์ นิยมทําเป็นรปู ทรงกลมเกลยี้ ง บางแห฽งทํา
เปน็ รูปคล฾ายหยดนาํ้ ซึ่งเรยี กวา฽ “หยดนา้ํ ค฾าง”
3 บวั กลุ฽ม
4 ปลอ฾ งไฉน องคป์ ระกอบของยอดพระเจดียส์ ว฽ นที่ทาํ เปน็ รูปกรวยกลมเกล้ยี งคล฾ายปลกี ลว฾ ย ต฽อจากส฽วนของ
5 กา฾ นฉัตร ปล฾องไฉนข้ึนไป บางแห฽งยดื ปลีใหย฾ าวแล฾วคนั่ ด฾วย “บวั ลูกแกว฾ ” ตอนกลาง ทําให฾ปลีถูกแยกเป็น 2
6 เสาหาน สว฽ น ซง่ึ จะเรยี กส฽วนล฽างว฽า “ปลตี ฾น” และส฽วนบนว฽า “ปลยี อด”

7 บลั ลงั ก์ ชือ่ เรียกองคป์ ระกอบชดุ หนึ่งทําเปน็ รปู “บวั โถ” ตอ฽ ซอ฾ นใหม฾ ีขนาดลดหล่นั ขึน้ ไปอย฽าง“บัวลกู แก฾ว”
8 องค์ระฆัง สาํ หรับใชเ฾ ป็นสว฽ นของ“ปลอ฾ งไฉน” ในเจดีย์ย฽อเหล่ียม

9 บวั คอเสอื้ ชื่อเรียกส฽วนปลายทเี่ ป็นยอดแหลมของพระเจดยี ์ ซงึ่ ทําเป็นบวั ลกู แก฾วค่นั เป็นข฾อๆ ใหญเ฽ ลก็ ลดหลัน่
10 บวั ปากระฆัง ลงตลอดแท฽ง ตรงเชิงฐานรบั ด฾วย “บวั ถลา” ก฽อนวางเทนิ บน “ก฾านฉัตร”
11 บัวโถ องค์ประกอบทางโครงสรา฾ งของพระเจดีย์ ท่ที ําเป็นรปู ทรงกระบอกกลม ทาํ หนา฾ ท่เี ทนิ รบั ปลอ฾ งไฉน
12 มาลยั เถา ให฾ตง้ั ฉาก
13 ชดุ ฐานสงิ ห์
14 ฐานปัทม์ องค์ประกอบอย฽างหน่ึงที่ทาํ หน฾าทช่ี ว฽ ยเสรมิ “กา฾ นฉัตร” ในการรบั นํ้าหนักของ “ปลอ฾ งไฉน” และ
“ปลี” นยิ มทาํ เปน็ รปู ทรงกระบอกกลมหรือแปดเหลีย่ มขนาดเล็ก แตส฽ ูงเท฽ากบั ก฾านฉัตร วางล฾อม
15 ฐานเขียง กา฾ นฉัตรในตําแหน฽งของทิศประจาํ ทั้ง 8

ทําเป็นรูป “ฐานปทั ม์” 4 เหล่ียม หรอื 4 เหลยี่ มย฽อมมุ หรอื กลม หรือ 8เหลยี่ ม วางเทนิ เหนอื หลงั
องค์ระฆงั เพอ่ื ตั้งรบั “กา฾ นฉัตร” และ “เสาหาน”

องคป์ ระกอบส฽วนทสี่ าํ คญั ทีส่ ุดของพระเจดยี ์ในฐานะตวั เรือนของอาคาร ที่ทาํ เปน็ รปู ทรงกลมปาก
ผายคลา฾ ยระฆงั คว่าํ ปากลง ในงานสถาปัตยกรรมไทยองคร์ ะฆังนีม้ ที ั้งแบบทรงกลม ทรง 8
เหล่ียม และทรง 4 เหลย่ี มย฽อมุมตามคตนิ ยิ มของแต฽ละยุคสมัยทีแ่ ตกตา฽ งกนั

องค์ประกอบตกแต฽งท่ที ําเปน็ รูปกระจงั ปนั้ ทบั ลงบนส฽วนของสนั บ฽“องคร์ ะฆัง”ในเจดยี ย์ ฽อเหล่ยี ม

ชื่อเรยี กสว฽ นประกอบทท่ี าํ เปน็ รูปบัวคว่ําบวั หงาย บางแห฽งปนั้ ปูนประดับเปน็ รูปกลีบบวั

ชื่อเรียกองคป์ ระกอบสําคัญท่ีเปน็ ลักษณะเฉพาะของเจดยี ์ย฽อเหลีย่ ม ทที่ ําเป็นรูปบัวมีกลบี ขนาดใหญ฽
ดอกเดยี วเทินรับองคร์ ะฆงั แทน“บัวปากระฆัง”ในเจดยี ท์ รงกลม บ฾างเรยี กว฽า “บัวกลมุ฽ ”

ชื่อเรยี กองค์ประกอบที่ทาํ เปน็ ชั้นของ “บัว” หรอื “ลกู แกว฾ ”คล฾ายพวงมาลยั ซอ฾ นต฽อกันขนึ้ ไป 3 ชนั้
ใตบ฾ วั ปากระฆงั

ช่ือเรยี กฐานเทา฾ สงิ ห์ ซอ฾ นกัน 3 ชน้ั ใช฾เปน็ ชดุ ของ“มาลยั เถา” สาํ หรับเจดยี ์ยอ฽ เหลยี่ ม

องคป์ ระกอบสาํ คญั ทางโครงสรา฾ งของพระเจดยี ท์ ่ีทาํ หนา฾ ทร่ี บั นา้ํ หนักอาคารทง้ั องค์ หรอื ใชเ฾ สรมิ องค์
พระเจดีย์ให฾ดูสงู ขึน้ เหตทุ ี่เรยี กว฽า “ฐานปัทม์” เนือ่ งเพราะฐานชนิดนกี้ ฽อรปู ด฾วยลักษณะของฐานบัว
ชุด“บวั ควา่ํ ”และ“บัวหงาย” (ปัทมห์ มายถึง ดอกบวั )

ชื่อเรยี กฐานหนา฾ กระดานเกล้ยี งๆ ช้นั ลา฽ งสุดขององคพ์ ระเจดีย์ ซงึ่ แต฽ละองคแ์ ตล฽ ะรปู แบบอาจจะมี
ฐานเขียงได฾ตั้งแต฽1-5 ช้นั ซอ฾ นลดหลั่นกนั ข้ึนไปแล฾วแต฽จะกาํ หนด

(ทม่ี า : สมคิด จิระทัศนกลุ . 2554: 270-271)

160

ภาพท่ี 14.12 องคป์ ระกอบเจดีย์กลม
(ที่มา : สมคิด จิระทศั นกลุ . 2554: 268)

161

ภาพที่ 14.13 องค์ประกอบเจดยี ์เหลี่ยม
(ท่ีมา : สมคิด จิระทัศนกลุ . 2554: 269)

162

ตารางที่ 14.3 อธิบายองคป์ ระกอบพระปรางค์

ลาดับ องค์ประกอบ รายละเอยี ด
1 นภศูล
2 บวั กลุม฽ ส฽วนยอดปลายสดุ ของพระปรางค์ ทําด฾วยโลหะหล฽อเปน็ รปู ส่ีแฉกคล฾ายปลายดาบ ต฽อซ฾อนกัน 2-3
3 ชัน้ รดั ประคด ชั้น ระหว฽างกลางแทรกด฾วยแกนคล฾ายปลายหอก มชี อ่ื เรียกหลายอยา฽ ง เช฽น “ลําภุขัน” “ฝักเพกา”
4 กลีบขนุน แต฽ในเชงิ ความหมายแลว฾ นา฽ จะหมายถึง “ตรศี ลู ” อาวธุ ประจํากายของพระอศิ วร

5 บัณแถลง องคป์ ระกอบของอาคารที่อยู฽บนยอดสดุ ของพระปรางค์ นิยมทาํ เปน็ รปู กลีบบัวแย฾ม ตั้งรับ“นภศูล”
บางตาํ ราเรียกว฽า “จอมโมฬี” ซง่ึ แปลว฽ายอดสูงสดุ
6 ชัน้ อัสดง
7 เรือนธาตุ ชอ่ื เรยี กช้ันของยอดพระปรางคม์ ลี ักษณะโคง฾ เข฾า คล฾ายเอวพระภิกษทุ ่คี อดเขา฾ อันเนื่องมาจากการน฽ุง
8 ซุ฾มจระนาํ สบงทรี่ ัดดว฾ ยสายรดั ประคดจึงเรยี กว฽า “ชน้ั รดั ประคด” ที่จริงแลว฾ การคอดเข฾าขององคป์ ระกอบสว฽ น
9 ชดุ ฐานสงิ ห์ นี้ เกิดขน้ึ จากการใช฾“บวั เชิงบาตร” ซง่ึ มีสว฽ นของคอฐานทําเป็นรูปโค฾งเว฾าเขา฾ ไป
10 ฐานปัทม์
11 ฐานเขียง ตกแต฽งประดับแทรกเข฾าไปใต฾ช้ันรัดประคด ตรงตําแหน฽งมุมที่ย฽อของแต฽ละชั้น จึงทําเป็นรูปหัก
ฉากครึ่งเสี้ยว ถ฾าเป็นงานปรางค์ปราสาทอย฽างขอมมักนิยมปั้นปูนหรือแกะสลักเป็นรูปเทพต฽างๆ
ประจําทศิ แต฽ในงานอย฽างไทยนิยมทําเปน็ กลีบเกล้ยี งๆหรอื อาจปนั้ ปูนเปน็ ลายประดับเล็กน฾อย การ
ทํากลบี ขนุนเพ่อื ใชเ฾ ป็นตวั สรา฾ งกรอบโครงรปู ของยอดพระปรางค์ใหด฾ บู รรจบเป็นทรงเรียวโคง฾

ทาํ เป็นรูปหน฾าจ่ัวขนาดเล็กประดับอยู฽ระหว฽างกลางของกลีบขนุนคู฽ในของช้ันรัดประคดแต฽ละชั้น
ของพระปรางค์ ในงานสถาปัตยกรรมไทยนิยมทําเป็นกลีบรูปโค฾งแหลมเรียบๆไม฽นิยมทําลวดลาย
ประดบั หรอื อาจประดบั แตน฽ ฾อย ซ่ึงตามคติเดิมของงานสถาปัตยกรรมขอมนั้น บัณแถลงใช฾เป็นเชิง
สญั ลกั ษณแ์ ทนความหมายของเทพวิมาน ตามคติจกั รวาล

ช่อื เรียกชั้นของเรือนยอดพระปรางค์สว฽ นที่ตงั้ อยเู฽ หนือเรือนธาตุนิยมทําเป็น “บัวเชิงบาตร” เพื่อให฾
เกิดสว฽ นเว฾าของคอฐาน สาํ หรบั ใช฾ประดับรูปประตมิ ากรรมต฽างๆ เช฽น เทวดาครฑุ เป็นต฾น

ส฽วนท่ีเป็นตัวเรือนประธานของพระปรางค์ใช฾ลักษณะของ ฐานปัทม์มายืดหน฾ากระดานให฾
สูงข้ึนกว฽าส฽วนอ่ืนทั้งหมด นิยมทําเป็นห฾องกลวงภายใน เพื่อใช฾ประดิษฐานพระพุทธรูปหรือพระ
สถปู จําลองทบ่ี รรจพุ ระบรมสารรี กิ ธาตุ เรอื นธาตนุ เ้ี รียกได฾อกี ชือ่ หนึ่งว฽า “ครรภธาตุ”

ชื่อเรียกซุ฾มคูหา ทําขึ้นประกอบองค์พระปรางค์หรือพระเจดีย์บริเวณนอกอาคารส฽วนที่เป็น
เรือนธาตุ เพือ่ ประดษิ ฐานพระพทุ ธรปู นิยมทําทั้ง 4 ด฾าน เรียกอีกช่ือหนึ่งว฽า “ซ฾ุมทิศ” แต฽ถ฾าพระ
ปรางค์มที างเขา฾ ออก ซม฾ุ จระนาํ ดา฾ นที่ใชเ฾ ปน็ ทางเขา฾ ออกจะทาํ หน฾าที่เปน็ ซม฾ุ ประตคู ูหาทางเขา฾ แทน

ทาํ เปน็ ฐานสงิ ห์ 3 ช้ัน เทนิ เหนือ ฐานปทั ม์เพื่อรับองค์เรอื นธาตุ เป็นกลวิธเี อาแบบอยา฽ งชดุ มาลัยเถา
ของพระเจดีย์มาปรับใช฾กับพระปรางค์ เพ่ือเป็นการยืดองค์ปรางค์ให฾สูงข้ึน บางแห฽งถ฾าไม฽ทําฐาน
สิงหน์ ยิ มทําเปน็ ฐานบัวเชงิ บาตรซอ฾ นเปน็ ชั้นๆ แล฾วทํารูปประตมิ ากรรม เชน฽ ยักษห์ รอื เทวดาแบก

องค์ประกอบสําคัญที่ถือเป็นฐานอาคารท่ีแท฾จริง เพราะเป็นฐานที่ใช฾ต้ังรับองค์เรือนธาตุ
อาคาร นิยมทําเปน็ ฐาน4เหลี่ยมยอ฽ มมุ รปู บัวควํา่ บวั หงาย

องค์ประกอบของโครงสร฾างเรือนส฽วนที่เป็นฐานชั้นล฽างสุด ที่ทําเป็นฐาน 4 เหลี่ยม
หน฾ากระดานเกล้ียงๆ ซอ฾ นกันเป็นช้ันๆ ลดหลั่นขึ้นไป

(ทีม่ า : สมคิด จิระทศั นกุล. 2554: 273-274)

163

ภาพท่ี 14.14 องค์ประกอบพระปรางค์
(ท่ีมา : สมคิด จิระทัศนกลุ . 2554: 272)

164

14.4 สรปุ
สถาปตั ยกรรมของไทยมกี ารกอ฽ รปู ขึ้นมาหลายลักษณะตามหน฾าทีใ่ ช฾สอยและตามยุคสมัย ซ่ึงในแต฽ละพื้นท่ี

อาจมีรูปแบบที่ต฽างกันออกไปตามอิทธิพลที่ได฾รับ รวมถึงเหตุปัจจัยในการก฽อสร฾าง หากแต฽เค฾าโครงและ
องคป์ ระกอบของสถาปตั ยกรรม กย็ งั แสดงใหเ฾ ห็นถึงลักษณะเฉพาะของสถาปัตยกรรมไทย ดังน้ัน จึงจําเป็นต฾อง
ทําความเขา฾ ใจในเค฾าโครงโดยรวม และองค์ประกอบต฽างๆในงานสถาปัตยกรรมไทย เพื่อให฾เกิดความเข฾าใจและ
สามารถแยกแยะรายละเอียดต฽างๆทม่ี ปี รากฎตามแตล฽ ะยคุ สมัย

กิจกรรมท่ี 14.1
1. จงอธิบายประเภทของสถาปตั ยกรรมไทย
2. จงอธบิ ายรปู แบบของสถาปัตยกรรมไทยประเภทเจดยี ์
3. จงอธบิ ายองค์ประกอบในงานสถาปัตยกรรมไทย

กจิ กรรมที่ 14.2
ใหน฾ กั ศึกษานํารูปแบบสถาปตั ยกรรมไทยมาประยกุ ต์ใชใ฾ นการออกแบบซมุ฾ ต้ังพระพทุ ธรปู /พระธาตุ
วสั ดอุ ปุ กรณ์
1. กระดาษชานอ฾อย
2. ดินสอดํา (ดนิ สอ HB)
3. สีโปสเตอร์สีต฽างๆ
4. มีดคตั เตอร์
5. กาว
6. ไม฾บรรทัด
7. ภาพลายไทยและสถาปตั ยกรรมไทยตน฾ แบบ
วิธกี ารปฏบิ ตั ิงาน
1. กําหนดรูปแบบ ลวดลาย และขนาดสัดส฽วน โดยขนาดความสูงอยู฽ในช฽วง 30-50 เซนติเมตร และฐานขนาดอย฽ู

ในช฽วง 20-30 เซนติเมตร
2. ตดั ประกอบโครงสรา฾ งซุม฾ ตามรูปแบบและขนาดท่ีกาํ หนด และลงสีโครงสร฾าง
3. เขียนลวดลายลงในกระดาษตามขนาดท่ีกําหนด และลงสี
4. ประกอบลวดลายลงบนโครงสร฾างซุม฾ ตามรูปแบบทกี่ าํ หนด

165

ภาพตวั อยา่ งกจิ กรรม 14.2

ภาพท่ี 14.15 ผลงานซม฾ุ ต้งั พระพทุ ธรูป/พระธาตุ
(ท่มี า : ผลงานของนกั ศกึ ษาสาขาวิชาศิลปประยกุ ตแ์ ละการออกแบบผลติ ภัณฑ์ ชัน้ ปที ่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2554)

166

เอกสารอา้ งองิ

จริ ดา แพรใบศรี. 2553. ศิลปกรรมเมรุปราสาทมอญ: กรณศี กึ ษาวัดจนั ทน์กะพอ฾ อาํ เภอสามโคก จังหวดั นนทบรุ ี
กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกล฾าพระนครเหนอื .

มลู นธิ ิวกิ มิ เี ดีย .2558.สถาปัตยกรรมไทย.29 ตุลาคม 2558.https://th.wikipedia.org/wiki.
สายหมอกและก฾อนเมฆ(นามสมมต)ิ .2554.วัดพระศรีรัตนศาสดารามตอนที่ ๑. 29 ตุลาคม 2558.http://www.bloggang.

com/mainblog.php?id=morkmek&month=21-07-2011&group=3&gblog=93.
สมคดิ จริ ะทศั นกลุ . 2554. ร฾ูเรือ่ ง วดั วิหาร โบสถ์ เจดยี ์ พุทธสถาปัตยกรรมไทย.กรุงเทพฯ : 2554.
______________. 2533.“พระอุโบสถและพระวหิ ารในสมัยพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล฾าเจ฾าอยู฽หัว” วิทยานิพนธ์

ปริญญาศลิ ปศาสตรม์ หาบณั ฑติ ภาควชิ าศลิ ปสถาปัตยกรรม มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร.
หม฽อมสําเพง็ (นามสมมต)ิ .2555.รวมรูปพระเมรุมาศ พระเมร.ุ 4 พฤศจกิ ายน 2558. www.

http://board.postjung.com/660635.html
อรศิริ ปาณินทร์. 2541. สรรค์สร฾างอย฽างไทย ผลงานสร฾างสรรค์สถาปัตยกรรมไทยฝีมือ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์

มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร.์
peter(นามสมมติ).2555.แบ็คแพ็ค Flight of the Gibbon,ย่ีเปฺงสันทราย,วัดเจดียห์ ลวงวรวหิ าร,วัดพระสิงห์

.4 พฤศจกิ ายน 2558.http://www.hflight.net/forums/topic/9298-cr-peter.
Gerry Gantt (นามสมมติ).2550.วัดราชนดั ดารามวรวหิ าร.4 พฤศจกิ ายน 2558.http://www.gerryganttphotography.

com/dthb0322.html.

167

แผนการสอนบทท่ี 15

เนือ้ หา
1. ลายไทยกับการออกแบบ
2. หลกั การออกแบบผลิตภัณฑ์
3. หลกั การใช฾ศิลปะลายไทยในงานออกแบบ
4. รปู แบบการนําศิลปะลายไทยมาประยกุ ตใ์ ช฾ในการออกแบบผลิตภณั ฑ์

วตั ถปุ ระสงค์การเรียนรู้
1. เพอื่ ให฾นกั ศกึ ษามคี วามร฾ูความเข฾าใจเกี่ยวกับการนําลายไทยประยกุ ต์ใช฾ในการออกแบบผลติ ภัณฑ์
2. เพอ่ื ให฾นักศึกษาสามารถนาํ ศิลปะลายไทยประยกุ ตใ์ ช฾ในการออกแบบผลิตภัณฑ์

กิจกรรมการเรียนการสอน
1. ศึกษาเอกสารประกอบการสอน เรื่อง การประยุกตง์ านศิลปะไทยในการออกแบบผลิตภัณฑ์
2. บรรยายนําและสรปุ โดยผู฾สอน
3. ผส฾ู อนแบง฽ กลุ฽มนกั ศกึ ษาใหศ฾ ึกษารูปแบบของการนาํ ศลิ ปะลายไทยไปใช฾ในการออกแบบ
4. อภิปรายซกั ถามเกี่ยวกับการนําศิลปะลายไทยไปใช฾ในการออกแบบผลติ ภณั ฑ์
5. นักศึกษาทํากิจกรรมท฾ายบท
6. ผส฾ู อนวิจารณ์ผลงานของนักศกึ ษา

สอื่ การเรียนการสอน
1. เอกสารประกอบการสอน เรือ่ ง การประยุกตง์ านศิลปะไทยในการออกแบบผลิตภัณฑ์
2. โปรแกรมสําหรบั แสดงภาพประกอบคําอธิบายเพอ่ื การนาํ เสนองาน (Power Point)
3. ภาพตัวอย฽างผลงานการนาํ ลายไทยประยกุ ต์ใชใ฾ นการออกแบบ

การวัดผลและประเมินผล
1. สงั เกตจากพฤตกิ รรมความสนใจในระหวา฽ งเรยี น
2. สังเกตจากการมสี ฽วนร฽วมในชัน้ เรียน
3. ประเมินจากกิจกรรมที่ 15.1 ภาคทฤษฎี และกิจกรรมที่ 15.2 ภาคปฏิบตั ิ

169

บทท่ี 15
การประยุกต์งานศลิ ปะไทยในการออกแบบผลิตภัณฑ์

ความนา
ลวดลายไทยมีปรากฏให฾พบเห็นได฾โดยเฉพาะในงานสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม และงาน

เคร่ืองใชต฾ ฽างๆในสมยั โบราณ ซ่ึงมีลักษณะเด฽นเฉพาะตัวท้ังลวดลาย สีสัน ลักษณะของลวดลายและภาพไทยแม฾
จะมแี บบแผนและกฎเกณฑ์ในการปฏิบัติหรอื นํามาใช฾ แตก฽ ็เป็นเพยี งเพ่ือการสอนการถ฽ายทอดวิชาเท฽านั้น ซ่ึงหาก
ได฾ศึกษาและฝึกฝนจนชํานาญแล฾ว ก็สามารถพลิกแพลงวิธีการเขียนเพื่อนําไปประยุกต์ใช฾กับงานอื่นๆได฾ตาม
ความคิดสร฾างสรรคไ์ ด฾

เนื้อหาประจาบท
15.1 ลายไทยกบั การออกแบบ

ในอดีตลวดลายและภาพไทยใช฾สําหรับประดับตกแต฽งเฉพาะในวัดและปราสาทราชวังเท฽านั้น แต฽ใน
ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการได฾ให฾ความสําคัญ โดยบรรจุวิชาศิลปะไทยไว฾ในหลักสูตรการเรียนการสอน เพ่ือให฾
ผู฾เรียนได฾เกิดความซาบซ้ึง ตระหนักในคุณค฽าและการอนุรักษ์ อีกท้ังยังสามารถนําไปประกอบอาชีพได฾ ทั้งน้ี
ลวดลายและภาพไทยท่นี ําไปใชส฾ ร฾างสรรค์ มกั ข้ึนอยก฽ู ับรสนยิ มของผูส฾ ร฾างและรสนิยมของคนในสังคม อาจแยกได฾
2 ลักษณะ คือ ลักษณะที่ยึดรูปแบบเดิม และลักษณะท่ีสอดแทรกแนวคิดของตนเอง ผสมผสานกับรูปแบบเดิม
เกิดเปน็ ศลิ ปะแนวใหม฽ แต฽ยงั คงเอกลกั ษณ์ของศิลปะไทยอยู฽ ซงึ่ ลวดลายและภาพไทยท่ีนําไปใช฾กับงานศิลปะอ่ืนๆ
แยกได฾ 2 ประเภท (ศภุ สนิ สารพนั ธ์. 2545: 140-176) ไดแ฾ ก฽

15.1.1 ประเภทงานวิจติ รศลิ ป฼ คอื ศลิ ปะทสี่ ร฾างข้นึ เพ่ือสนองความต฾องการทางด฾านจิตใจและอารมณ์เป็น
สาํ คัญ ได฾แก฽ งานจติ รกรรม งานประตมิ ากรรม งานสถาปตั ยกรรม

ภาพที่ 15.1 ประเภทงานวิจิตรศลิ ป฼
(ทีม่ า : ภาพถ฽ายโดย จริ ดา แพรใบศรี. 2555)

170

15.1.2 ประเภทงานประยุกต์ศิลป฼ คือ การสร฾างสรรค์ศิลปะที่นํามาใช฾ในชีวิตประจําวัน เน฾นศิลปะท่ีมี
ความงามและประโยชนใ์ ช฾สอย อาจสร฾างขึน้ ด฾วยมือหรือเคร่ืองจักรกล กรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์ สามารถแบ฽งได฾
2 ประเภท ดังนี้

15.1.2.1 งานพาณิชศิลป฼ เป็นงานท่ีมุ฽งเน฾นไปในทางสร฾างสรรค์เพ่ือการค฾าขาย เช฽น การ
ออกแบบส่ิงพิมพ์ การออกแบบโฆษณา การออกแบบเครื่องหมายการค฾า การพิมพ์ลายเส้ือผ฾า การออกแบบ
ธนบัตรไทย

15.1.2.2 งานหัตถกรรม เช฽น งานเครื่องปัน้ ดินเผา งานผา฾ ทอและเย็บปักถักร฾อย งานประดับมุก
งานแกะสลกั งานสลกั หยวก งานหนังตะลงุ และหนังใหญ฽ งานเขยี นลายลดนํา้ ปิดทอง งานเคร่ืองเงิน เคร่ืองทอง
งานเคร่ืองถม งานทําหัวโขน

ภาพที่ 15.2 งานพาณิชศลิ ป฼ ประเภทงานประยุกตศ์ ลิ ป฼
(ทีม่ า : http://thailogolover.blogspot.com)

171

ภาพที่ 15.3 งานหตั ถกรรม ประเภทงานประยกุ ต์ศลิ ป฼
(ท่มี า : http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~boonnart/thaiware.html)

172

15.2 หลกั การออกแบบผลติ ภัณฑ์

การออกแบบให฾ได฾ผลติ ภณั ฑ์ท่เี หมาะสม มีหลักการอย฽ู 3 ประการ(อรพินท์ พานทอง. 2531: 98)คือ
1) ประโยชนใ์ ชส฾ อย (Function)

2) วสั ดุและกรรมวธิ กี ารผลิต (Materials and Processes)
3) ลักษณะภายนอก (Appearance)

หลกั การท้ังสามข฾างตน฾ มีความสําคัญและมคี วามสัมพันธร์ ะหวา฽ งกนั และกัน ผลติ ภัณฑ์บางประเภทตอ฾ ง
คดิ ถึงและให฾ความสําคัญกบั หนา฾ ที่ใช฾สอย ในขณะทผ่ี ลิตภัณฑบ์ างประเภทไมจ฽ าํ เปน็ ต฾องคาํ นึงถงึ หน฾าท่ใี ช฾สอยเลย
ทั้งนี้ขึน้ อยก฽ู ับประเภทของผลิตภณั ฑ์นนั้ ๆ ผลติ ภัณฑส์ าํ หรบั ใช฾สอย (Functional Product) เช฽น ภาชนะบรรจุ

อาหาร การออกแบต฾องใหค฾ วามสําคญั ด฾านประโยชนใ์ ช฾สอยมากว฽าอย฽างอืน่ ในทางกลับกนั การออกแบบผลิตภัณฑ์
ทใี่ ชต฾ กแตง฽ หรือของแจก เปน็ ผลิตภัณฑท์ ่ีไมเ฽ นน฾ หน฾าทใ่ี ช฾สอย(Non-function Product) อาจต฾องให฾ความสําคญั

กบั ลักษณะภายนอก(appearance)ก฽อนหลกั การอื่นกไ็ ด฾ แต฽ที่สาํ คญั จะต฾องนํามาคิดประกอบอยู฽เสมอ คือ วัสดุ
และกรรมวิธกี ารผลิตทเี่ ป็นไปได฾

การพฒั นาผลิตภณั ฑ์ ควรมีการวิจยั เพ่อื ศึกษาหาข฾อมูลทีม่ ผี ลต฽อการครองตลาดไดเ฾ ปน็ ระยะเวลานาน

โดยนําขอ฾ มูลทไ่ี ด฾รบั มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให฾ทนั สมัย รปู แบบการพฒั นาอาจทาํ ไดห฾ ลายวธิ ี(ศักดช์ิ ัย เกยี รตินาคินทร์.
2537: 118-119) เชน฽

1) การเลยี นแบบผลติ ภณั ฑเ์ ดิม(Imitation)หมายถึง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม฽ออกสู฽ตลาด โดย
การเลียนแบบผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอย฽ูในท฾องตลาดและได฾รับความนิยมอย฽ูก฽อนแล฾ว ผลิตภัณฑ์ท่ีพัฒนาน้ีจะมีความ
คล฾ายคลงึ กบั ผลิตภัณฑ์ทไ่ี ดร฾ ับความนยิ มอยู฽

2) การปรบั ปรงุ ผลติ ภณั ฑ(์ Adaptation)หมายถึง การพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์เดิมท่ีวางขายอยู฽
ในท฾องตลาดให฾มีคุณภาพดีข้ึน เพ่ิมความสวยงามมากข้ึน อาจเป็นการนําวัสดุอื่นมาประกอบด฾วย เพื่อเสริมให฾

ผลติ ภัณฑส์ วยงามขน้ึ
3) การประดิษฐ์ใหม฽(Innovation)หมายถึง การประดิษฐ์คิดค฾นรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม฽ แล฾วนํา

ออกส฽ูตลาดเปน็ ครั้งแรก โดยไมเ฽ คยมีผลิตภณั ฑล์ กั ษณะน้ีมาก฽อน เพือ่ เป็นการแบ฽งสว฽ นตลาด เปิดโอกาสให฾ผ฾ูซ้ือมี

โอกาสเลือกผลิตภัณฑ์ใหม฽ ผลิตภัณฑ์ประเภทน้ีต฾องการคิดสร฾างสรรค์อย฽างดี จากฐานข฾อมูลท่ีศึกษาถึงรสนิ ยม
และความตอ฾ งการของผู฾ใช฾ จึงสามารถผลิตข้นึ เพอ่ื สนองความต฾องการผู฾ใช฾ได฾อยา฽ งถูกต฾อง

จงึ สรปุ ไดว฾ า฽ การออกแบบและพฒั นาทีด่ ไี ด฾ ต฾องอาศัยหลกั การออกแบบประกอบกนั ตามความเหมาะสม เพ่ือให฾
เกดิ รูปแบบผลิตภัณฑ์ท่ใี หป฾ ระโยชนส์ งู สุด สอดคล฾องกับขบวนการผลิต และคงคา฽ ความงามทีห่ ลากหลาย เพอ่ื
สนองความต฾องการของผ฾ใู ชม฾ ากย่งิ ข้ึน

15.3 หลกั การใช้ศลิ ปะลายไทยในงานออกแบบ

สง่ิ ทีต่ อ฾ งคํานึงถงึ ในการนําศิลปะลายไทยมาใชใ฾ นงานออกแบบ เพอื่ ให฾ผลงานท่ีสรา฾ งสรรค์สามารถ

ตอบสนองความตอ฾ งการในยคุ สมยั ปัจจบุ ัน มหี ลกั การที่สาํ คญั 3 ประการ(พีนาลิน สาริยา. 2549: 54-61) ได฾แก฽

173

15.3.1 ลกั ษณะพ้นื ท่ี
15.3.1.1 มติ ิของพ้ืนที่ ในการออกแบบเพ่ือนํางานศิลปะลายไทยไปใช฾นั้น สิ่งท่ีต฾องต฾องคํานึงถึง

คอื มิตขิ องพนื้ ที่ที่จะใหม฾ ีลวดลายไทยปรากฏ โดยขึ้นอยู฽กับจุดม฽ุงหมายของส่ิงท่ีกําลังถูกออกแบบ ซ่ึงลวดลายไทย
สามารถนําไปพลกิ แพลงใชง฾ านไดห฾ ลากหลายดงั เชน฽ งานในอดีตท่ีถูกสรา฾ งขึ้น ซ่งึ มมี ติ ิของพ้นื ท่ี ดังนี้

1) พนื้ ทีส่ องมิติ พ้นื ทใ่ี นแนวระนาบ เช฽น ลวดลายผา฾ สิ่งพมิ พ์ เปน็ ตน฾
2) พ้ืนที่สามมิติพื้นท่ีท่ีมีมิติความลึกความกว฾าง เช฽น เครื่องใช฾ เคร่ืองตกแต฽งบ฾าน
เครอ่ื งประดับ เปน็ ตน฾
15.3.1.2 รปู แบบพืน้ ท่ี องค์ประกอบท่สี ําคญั ในการนําลวดลายไทยไปใชไ฾ ด฾อย฽างสวยงาม ประกอบ
อย฽ใู นพ้ืนทอี่ ยา฽ งเหมาะสม คอื รปู แบบของพนื้ ทีท่ คี่ วรมีความสมั พันธก์ บั ลักษณะลวดลาย โดยท่ัวไปลักษณะรูปแบบ
พ้นื ท่ีมี ดังน้ี
1) พื้นที่ธรรมชาติ หมายถึง รูปแบบจากรูปร฽างธรรมชาติ ได฾แก฽ พืช คน สัตว์ ซ่ึงมี
รปู แบบท่มี คี วามซบั ซอ฾ นตามแตล฽ ะชนดิ ของรูปร฽างรปู ทรง
2) พ้ืนที่เรขาคณิต หมายถึง รูปแบบจากรูปร฽างเรขาคณิต เช฽น สีเหลี่ยม วงกลม วงรี
ห฾าเหลี่ยม หกเหลี่ยม แปดเหล่ยี ม สามเหลี่ยม เป็นต฾น ซึ่งเป็นรูปแบบท่ีเรียบง฽าย มีทิศทางการจัดวางลวดลายท่ี
มองเหน็ ชัดเจน
3) พ้ืนท่ีส่ิงของเครื่องใช฾ หมายถึง รูปแบบจากรูปร฽างสิ่งของเครื่องใช฾ที่มนุษย์สร฾างข้ึน
เช฽น กระเปา฻ แก฾วนาํ้ เป็นต฾น ซ่งึ มีรปู แบบทแ่ี ตกต฽างกันตามหนา฾ ทีใ่ ช฾สอย
4) พนื้ ทอ่ี สิ ระ หมายถึง รูปแบบจากรูปร฽างที่ไม฽ซ้ํากับรูปแบบใด เช฽น งานประติมากรรม
ภาพวาด เป็นต฾น ซ่งึ เปน็ พนื้ ที่ท่ีค฽อนข฾างทา฾ ทาย
15.3.2 ลกั ษณะของลวดลาย
15.3.2.1 ลายขนาดจิว๋ (Tiny) หมายถงึ ลายทม่ี ีขนาดเล็กมาก ตัวลายไม฽มีความละเอียดหรือเด฽นชัด
เชน฽ อาจเหน็ เพียงรูปร฽างแตไ฽ ม฽มีรายละเอียด มีไว฾สาํ หรับเป็นสว฽ นประกอบ
15.3.2.2 ลายขนาดเล็ก(Small) หมายถึง ลายที่มีขนาดเล็ก ตัวลายไม฽มีความละเอียดหรือเด฽นชัด
เช฽น อาจเห็นรปู ร฽างทีม่ รี ายละเอียดเพียงเล็กน฾อย มไี ว฾สําหรับเปน็ สว฽ นประกอบ
15.3.2.3 ลายขนาดกลาง(Medium) หมายถึง ลายที่มีขนาดกลาง ที่มีความละเอียดมากกว฽าลาย
ขนาดเล็ก เช฽น มลี ายเส฾นทีล่ ะเอยี ด มีการใชส฾ ีท่ีจํานวนมากขน้ึ เปน็ ต฾น มีไวส฾ ําหรบั เป็นส฽วนประกอบ
15.3.2.4 ลายขนาดใหญ฽(Large) หมายถึง ลายที่มีขนาดใหญ฽ ท่ีมีความละเอียดและโดดเด฽น เช฽น
การใชเ฾ ส฾นท่ลี ะเอยี ด การใช฾สีทหี่ ลากหลาย เป็นต฾น มไี วส฾ าํ หรับเปน็ ลายหลกั

ภาพที่ 15.4 ลายขนาด฽างๆ
(ท่ีมา : จริ ดา แพรใบศรี)

174

15.3.3 ลกั ษณะการจัดวางลาย
15.3.3.1 การวางลวดลายหลัก หมายถึง การกําหนดให฾มีลวดลายหลักที่เน฾นให฾เห็นถึงความโดด

เด฽นมากกว฽าลวดลายอื่นๆ เช฽น การเน฾นลายตรงมุมโดยใช฾ลายท่ีมีขนาดใหญ฽ หรือใช฾รูปลายท่ีแตกต฽างจากส฽วนอื่น
เป็นต฾น

15.3.3.2 การวางลวดลายรอง หมายถงึ การกําหนดให฾มีลวดลายเสรมิ เพ่ือให฾ลวดลายหลักโดดเด฽น
ข้ึน เช฽น ตําแหน฽งการวางลาย ขนาดของตัวลาย รูปแบบของตัวลายที่แตกต฽างหรือมีรายละเอียดน฾อยกว฽า
ลวดลายหลกั เปน็ ตน฾

ภาพที่ 15.5 การจดั วางลาย
(ทมี่ า : จิรดา แพรใบศรี)

15.3.4 เทคนิคการใช฾ศิลปะลายไทยในงานออกแบบ
15.3.4.1 การเลือกใช฾ลายท่ีมีโครงสร฾างของรูปลายสัมพันธ์กับลักษณะของพ้ืนที่ออกแบบ เช฽น กลุ฽ม

ลายหนา฾ กระดานเหมาะสําหรับจดั วางพื้นท่ีแนวยาว ลายพม฽ุ หนา฾ ขบมีขอ฾ จาํ กดั ในการวางทศิ ทางของตวั ลาย เป็นตน฾
15.3.4.2 การตัดทอนรายละเอียดของตัวลาย เพื่อให฾ดูเรียบง฽าย เช฽น ลดการใช฾บาก ลดการสอดไส฾

ลาย ลดการสะบดั ปลายของตวั ลาย เลือกใช฾บางสว฽ นของตัวลาย เป็นต฾น
15.3.4.3 การตัดต฽อตัวลาย เพื่อให฾เกิดรูปลายใหม฽ เช฽น การนําลายกระหนกสามตัวมาเรียงต฽อกับ

รปู ทรงเรขาคณิตในทศิ ทางแตกต฽างกนั การตัดต฽อลายสลับกับการใช฾ส่ิงอ่ืนที่แตกต฽าง เช฽น สี วัสดุ ลวดลาย เป็น
ตน฾

15.3.5 เทคนิคการใช฾สีในงานออกแบบศลิ ปะลายไทย
15.3.5.1 การเลือกใช฾คู฽สี คือ การเลือกใช฾คู฽สี กล฽ุมสีท่ีเหมาะสมกับลักษณะงาน เช฽น ขนาดชิ้นงาน

ขนาดตัวลาย ความละเอียดของลาย เป็นตน฾
15.3.5.2 การใช฾ปริมาณสี คือ การกําหนดปริมาณของค฽ูสี หรือกลุ฽มสีท่ีเลือกใช฾ในปริมาณท่ีเหมาะสม

กับลักษณะงาน เชน฽ โครงสโี ดยรวมของชนิ้ งาน สีเนน฾ จุดเด฽น เป็นต฾น

175

15.3.5.3 การกระจายสี คือ การเลือกใช฾คู฽สีและปริมาณสีโดยจัดวางให฾เหมาะสมกับลักษณะงาเช฽น
ขนาดชิ้นงาน ขนาดตัวลาย ความละเอยี ดของลาย เปน็ ต฾น เพื่อให฾ดูกลมกลืนหรือเพ่อื สรา฾ งจดุ เด฽น

15.3.5.4 การใช฾สีในการตัดเส฾น คือ การเลือกใช฾สีในการตัดเส฾น โดยขึ้นอย฽ูกับกลุ฽มสีที่นํามาใช฾และ
ขนาดของเสน฾ หรอื การเลือกทจ่ี ะไม฽ตดั เส฾น หรือการเวน฾ ช฽องว฽าง

ภาพที่ 15.6 การใชส฾ ีในการตัดเสน฾
(ทม่ี า : จิรดา แพรใบศรี)

15.4 รูปแบบการนาศลิ ปะลายไทยมาประยกุ ต์ใช้ในการออกแบบผลติ ภณั ฑ์
ลายไทยสามารถนาํ ประยกุ ต์ใช฾ไดห฾ ลากหลายทงั้ ในงาน 2 มิติ และงาน 3 มติ ิ โดยเฉพาะในการนํามาใชใ฾ น

งานออกแบบผลิตภัณฑ์ทีย่ ุคปัจจุบัน ทม่ี ีความหลากหลาย ดงั รูปแบบตัวอย฽าง ดังน้ี

ภาพท่ี 15.7 รูปแบบการนําศิลปะลายไทยมาประยุกตใ์ ชใ฾ นการออกแบบผลิตภัณฑ์
(ที่มา : ภาพถา฽ ยโดย จริ ดา แพรใบศรี. 2554)

176

ภาพท่ี 15.8 รปู แบบการนาํ ศิลปะลายไทยมาประยุกตใ์ ชใ฾ นการออกแบบผลิตภัณฑ์
(ที่มา : https://www.facebook.com/media/set)

15.5 สรุป
งานศิลปะไทยนอกจากจะใช฾ประดับตกแต฽งในงานสถาปัตยกรรมประเภทวัดและวัง หรือในงานจิตรกรรม

งานหตั ถกรรม ในปัจจบุ ันยังสามารถพบเห็นการนําลวดลายและภาพในงานศิลปะไทยไปใช฾ในงานสร฾างสรรค์ต฽างๆ
เช฽น งานตกแต฽งอาคารสถานท่ี งานโฆษณา ฯลฯ ส฽วนรูปแบบน้ันก็มักจะเป็นไปตามของผู฾คนในสังคมท้ังผู฾สร฾าง
งานและผูใ฾ ชง฾ าน โดยการนาํ งานศิลปะไทยไปใช฾ประยกุ ต์ให฾สอดคล฾องเหมาะสม
กจิ กรรมที่ 15.1

1. จงอธบิ ายประเภทของการนํางานศิลปะไทยไปประยุกตใ์ ช฾
2. จงอธิบายหลักการออกแบบผลิตภณั ฑ์
3. จงอธิบายการนาํ ลายไทยมาประยุกตใ์ ช฾ในการออกแบบผลิตภัณฑ์
กิจกรรมท่ี 15.2
ใหน฾ กั ศกึ ษาเลอื กใชล฾ ายไทยมาออกแบบผลิตภัณฑ์ ขนาดไม฽เกนิ 15x15x15 เซนติเมตร
วัสดอุ ุปกรณ์
1. กระดาษ,ผา฾ ,ไม,฾ โลหะ ฯลฯ
2. ดนิ สอดํา (ดนิ สอ HB)
3. สโี ปสเตอร์สตี า฽ งๆ

177

4. ไม฾บรรทัด
5. มดี คตั เตอร์
6. กาว
7. ภาพลายไทยต฾นแบบ
8. อุปกรณต์ กแตง฽ อ่นื ๆ
วธิ ีการปฏบิ ตั งิ าน
1. วาดโครงร฽างลายลงบนวัสดุ
2. ลงสีและตัดเส฾น พร฾อมประดับตกแตง฽ ให฾สวยงาม

ภาพตวั อยา่ งกิจกรรม 15.2

ภาพที่ 15.9 ผลงานผลติ ภัณฑจ์ ากลวดลายไทย
(ทีม่ า : ผลงานของนักศกึ ษาสาขาวิชาศิลปประยกุ ตแ์ ละการออกแบบผลติ ภัณฑ์ ชั้นปีท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2554)

178

เอกสารอ้างอิง

บญุ นาท ลายสนทิ เสรกี ลุ . 2548. คูแ฽ ผน฽ ดินไทย.23 ตุลาคม 2558. http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~
boonart/thaiware.html.

ประชาชาติธุรกจิ ออนไลน์. 2555."ลายไทย"ไมล฽ า฾ สมยั ลวดลายวรรณคดีในงานออกแบบสนิ ค฾าแฟช่ัน.23 ตลุ าคม
2558. http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1337341485

ไพโรจน์ พิทยเมธี. 2558. ThaiArt4VisCom : ผลงานนกั ศึกษา 2558(ครงั้ ที่ 1).23 ตลุ าคม 2558.https://www.
facebook.com/media/set

ศกั ดช์ิ ัย เกยี รตินาคินทร.์ 2537. การออกแบบเคร่ืองปั้นดนิ เผา.อุบลราชธานี : วิทยาลยั ครอู ุบลราชธานี
ศุภสิน สารพันธ.์ 2545. ศลิ ปะไทย.กรุงเทพฯ : โอเดยี นสโตร.์
อรพนิ ท์ พานทอง. 2531. ความร฾ูท่วั ไปเก่ียวกับเครื่องปั้นดนิ เผา.กรุงเทพฯ : จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั
pskhun (นามสมมต)ิ .2558.Thai Logo Lover .23 ตุลาคม 2558.http://thailogolover.blogspot.com

179

บรรณานกุ รม

คณะชา฽ ง. 2538. ภาพลายไทย. กรุงเทพฯ: คอมม฽า ดีไซน์ แอนด์ พริ้นท์ จํากัด.
จิรดา แพรใบศรี. 2553. การศึกษาลวดลายเครื่องป้ันดินเผาเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัย

เทคโนโลยีพระจอมเกลา฾ พระนครเหนือ.
_____________. 2553. ศิลปกรรมเมรปุ ราสาทมอญ:กรณศี กึ ษาวัดจันทน์กะพ฾อ อําเภอสามโคก จังหวัดนนทบุรี

กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกลา฾ พระนครเหนอื .
จดิ -ตระ-ธาน(ี นามสมมติ). 2557. วาดเล฽นๆกบั จิด-ตระ-ธานี. 25 ตลุ าคม2558.http://www.jitdrathanee.com/

Learning/khru/D06.htm.
จีรพันธ์ สมประสงค์. 2533. ศป 351 ประวตั ศิ ิลปะ. กรงุ เทพฯ: โอเดยี นสโตร.์
ช฽วง สเลลานนท์. 2494. ศิลปไทย.งานพระราชทานเพลงิ ศพ พระยาประเสริฐศภุ กิจ วันท่ี 4 มีนาคม 2494 ณ เมรุ

วัดเทพศิรนิ ทราวาส กรุงเทพฯ
เชดิ ชัย เพชราพันธ์. 2529. ลายไทย. กรุงเทพฯ: สาํ นกั พิมพโ์ อเดียนสโตร์.
ถาวร สายสบื . 2546. การประกอบภาพ.พษิ ณุโลก : ภาควชิ าเทคโนโลยีและส่ือสารการศกึ ษา คณะศึกษาศาสตร์

มหาวิทยาลันเนศวร.
เดินทอดนอ฽ งเที่ยวตลาดนํ้า ดูหนังใหญ฽ ชมจิตรกรรมฝาผนังราชบรุ ี.25 ตุลาคม 2558.http://www.paiduaykan.

com/travel/ratchaburi.
ตองเจ็ด(นามสมมติ). 2554. เรือพระราชพธิ ี.24 ตลุ าคม 2558.http://topicstock.pantip.com/camera/

topicstock/2011/10/O11195446/O11195446.html.
ทวีศักด์ิ หว฽างจันทร์. 2555. ศิลปะการแทงหยวกกล฾วย.22 ตุลาคม 2558. http://www.stou.ac.th/study/

sumrit/7-58/page2-7-58.html
ทีนวาไรต(้ี นามสมมติ). 2557 .ช่อื เรียกโทนสไี ทย ทีห่ ลายคนอาจไมร฽ ู฾. 25 ตลุ าคม 2558.http://teen.mthai.com/

variety/73233.html.
นิทรรศการพลังแผ฽นดิน อัศจรรย์งานศิลป฼แผ฽นดินสยาม. 2558. ศิลปะและเครื่องทองประจําชาติ. 4 พฤศจิกายน

2558.https://th-th.facebook.com/Signnagas/posts/848407275276169:0.
นักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ร฽มเกลา฾ 606(นามสมมต)ิ .2555.ประเภทของลายไทยพน้ื ฐาน.25 ตลุ าคม 2558.http://

introductiontothai606.myreadyweb.com/article/topic-25177.html.
บุญนาท ลายสนทิ เสรีกลุ . 2548. ค฽แู ผ฽นดนิ ไทย. 23 ตลุ าคม 2558. http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~

boonnart /thaiware.html.
ปฏิพัทธ์ ดาระดาษ. 2539.ลายไทย ภาพไทย เล฽ม ๒. กรงุ เทพฯ: ศูนย์หนังสือจฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .

_______________. 2538. ลายไทย ภาพไทย. กรุงเทพฯ: ศูนย์หนงั สือจฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั .
ประชาชาตธิ ุรกิจออนไลน์. 2555. "ลายไทย"ไมล฽ า฾ สมยั ลวดลายวรรณคดใี นงานออกแบบสนิ คา฾ แฟช่นั . 23 ตุลาคม

2558.http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1337341485
ประวัติ พระมหาพชิ ัยราชรถ และเวชยันตราชรถ. 30 ตุลาคม 2558.http://www.neutron.rmutphysics.com/

180

teachingglossary/index.php?option=com_content&task=view&id=5134&Itemid=17
ประวัตศิ าสตรส์ โุ ขทัย.25 ตุลาคม 2558.https://sites.google.com/site/prawatisassukhothay/khil-pa.
ประเสรฐิ สองสี. 2558. แผนจัดการเรยี นรูว฾ ฃิ าศลิ ปะพ้นื ฐาน สาระหลกั ที่ 1 (ทัศนศิลปส฼ ร฾างสรรค์). 24 ตลุ าคม

2558.http://www.kalasinpit.ac.th/elearning/kroosert/data/page_knowlege_5.html.
พระครูเกษมทศั นคณุ . 2552. จติ รกรรมฝาผนงั ฝีมือนกั ศึกษาศิลปากร ฝากไวด฾ ว฾ ยศรัทธา.25 ตุลาคม

2558.http:// www.oknation.net/blog/kondee007/2009/08/09/entry-1.
พระเทวาภินิมมติ . 2546. สมดุ ตําราลายไทย. กรงุ เทพฯ: องคก์ ารคา฾ ของคุรุสภา.
_____________. 2486. สมดุ ตําราลายไทย. กรุงเทพฯ: สาํ นกั พมิ พ์นครเขษมบุค฿ สโตร.์
พิทกั ษ์ สายัณห.์ ม.ป.ป. ศิลปะประจําชาติลายไทย. กรงุ เทพฯ: สาํ นกั พมิ พ์อักษรวัฒนา.
เพียงแคเ฽ หงา(นามสมมติ). 2550. วัดสมั แสนรัก. 1 พฤศจกิ ายน 2558. http://www.bloggang.com/mainblog.

php?id=derek&month=09-05-2007&group=6&gblog=18.
ไพโรจน์ พทิ ยเมธี. 2558. ThaiArt4VisCom : ผลงานนักศกึ ษา 2558 (ครัง้ ที่ 1).23 ตลุ าคม 2558.https://www.

facebook.com/media/set
โพธ์ิ ใจออ฽ นนอ฾ ม. 2550. คมู฽ อื ลายไทย. กรุงเทพฯ : ศนู ยห์ นังสอื จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .
มานะ ทองสอดแสง. 2527. ศกึ ษาศิลปะลายไทย. กรงุ เทพฯ: รวมสาส์น(1977).
มลู นธิ วิ ิกมิ ีเดยี .2558. สถาปัตยกรรมไทย. 29 ตลุ าคม 2558.https://th.wikipedia.org/wiki.
ร฾านหนงั สือไข฽มุกด์. 2544.ประณีตศิลป฼ไทย ในพพิ ิธภณั ฑสถานแห฽งชาติ พระนคร -order 002011 .4 พฤศจิกายน

2558.http://kaimookbook.tarad.com/product.detail_666139_th_4424170.
วิจติ ร ศภุ โยธนิ . 2515. คม฽ู ือลายไทยและแบบดดั เหล็ก. กรงุ เทพฯ : แพรพ฽ ิทยา.
วิสูตร โพธิเ์ งนิ . 2553. การพฒั นาระบบการจัดการความรู฾ศิลปะไทยเพื่อส฽งเสรมิ ความคดิ สร฾างสรรค์ในการ

ออกแบบของนักศึกษาศิลปะ.วิทยานิพนธ์หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาอุดมศึกษา คณะครุ
ศาสตร์. กรงุ เทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
วุฒิชยั พรมมะลา. 2546. ลายไทยเพอื่ การออกแบบ. กรุงเทพฯ : วาดศลิ ป.฼
ศิริพงศ์ พะยอมแย฾ม. 2525. ศลิ ปกรรมไทยพ้ืนฐาน ประกอบการศึกษาวชิ าศลิ ปะวิจกั ษณ์ ประวตั ศิ าสตร์ศลิ ปะ.
กรุงเทพฯ: โอ เอส พริ้นตงิ้ เฮา฾ ส์ จํากดั .
ศิริวฒั น์ นารีเลศิ . 2543. ววิ ฒั นาการของงานศิลปะไทย. 26 พฤษภาคม 2557 .http://www.baanjomyut.com/
library_2/extension-3/evolution_of_thai_art/03.html.
ศภุ สนิ สารพนั ธ.์ 2545. ศลิ ปะไทยกรุงเทพฯ: โอเดยี นสโตร์.
ศนู ยส์ ารสนเทศหมอ฽ นไหมและประชาสมั พันธ์ กรมหมอ฽ นไหม.ผ฾าทอนาหม่นื ศรี. 29 ตุลาคม 2558. http://www.
qsds.go.th/silkcotton/k_23.php.
เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล. 2551เส฾นสายลายไทย ชุด หตั ถศิลปะภณั ฑ์(เคร่อื งสงู ). กรุงเทพฯ: เศรษฐศลิ ป.฼
___________________. 2547. ลายไทยฉบับนกั ศกึ ษา. กรงุ เทพฯ: เศรษฐศิลป฼.
___________________. 2544. เทคนคิ การเขียนสกี นก. กรุงเทพฯ: องคก์ ารคา฾ ครุ สุ ภา.
สมคิด จิระทศั นกลุ . 2554. รเู฾ รอื่ ง วดั วิหาร โบสถ์ เจดีย์ พุทธสถาปตั ยกรรมไทย. กรุงเทพฯ: มวิ เซยี มเพรส.

181

_________________ .2533. พระอุโบสถและพระวหิ ารในสมยั พระบาทสมเด็จพระจอมเกล฾าเจ฾าอย฽หู ัว. วทิ ยานิพนธ์
ปรญิ ญาศลิ ปศาสตร์มหาบัณฑติ ภาควิชาศลิ ปสถาปัตยกรรม. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลัยศิลปากร.

สมชาติ มณโี ชติ. 2529. จติ รกรรมไทย. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
สอนสุพรรณ.รัก. 2550.“กํามะลอ” ของไม฽จริง สิ่งไม฽แท฾. 25 ตุลาคม 2558. http://www.oknation.net/

blog/phaen/2007/08/28/entry-2
สอนสุพรรณ(นามสมมติ).2553.การเขียนลายเกราะเพชร(ลายเฉลวฮ฽อ). 24 ตลุ าคม2558.http://www.oknation.

net/blog/phaen/2010/12/15/entry-1
สารานุกรมไทยสําหรับเยาวชน. ลักษณะพดั ยศตามลําดบั ชั้นสมณศักดิ์. 25 ตุลาคม2558.http://kanchanapisek

.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=32&chap=1&page=t32-1-infodetail07.html.
สารานุกรมไทยสําหรบั เยาวชนฯ / เลม฽ ท่ี ๓๑ / เรื่องท่ี ๓ วรรณคดที อ฾ งถน่ิ .1 พฤศจิกายน 2558.http://

saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book=31&chap=3&page=picture_detail31_3.html.
สายหมอกและกอ฾ นเมฆ(นามสมมติ). 2554. วดั พระศรรี ัตนศาสดารามตอนท่ี ๑. 29 ตุลาคม 2558. http://www.

bloggang.com/mainblog.php?id=morkmek&month=21-07-2011&group=3&gblog=93.
สวุ ฒั น์ แสนขัติยรตั น.์ 2549. กลวิธกี ารเขียนภาพจิตรกรรมไทย. กรุงเทพฯ: วาดศิลป.฼
สุรศักด์ิ ชวยานันท์. 2553. พาไปย฾อนอดตี อันงดงามของวดั ศรชี ุมแหง฽ สโุ ขทัย เมอื งแหง฽ มรดกโลก. 1 พฤศจิกายน

2558.http://www.oknation.net/blog/surasakc/2010/10/07/entry-1.
_______________. 2553. วดั นางพญา ศรสี ชั นาลยั งดงามวจิ ติ รดว฾ ยลายปนู ปั้นฝมี อื ช้ันครู ถ฽ายทอดและพฒั นาส฽ู

ทองโบราณศรสี ัชนาลัย. 25 ตลุ าคม2558. http://www.oknation.net/blog/surasakc/2010/10/20
/entry-2.
สํานักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห฽งชาติ กรมศิลปากร. 2544. ประณีตศิลป฼ไทย. พิมพ์คร้ังท่ี 2.
กรงุ เทพฯ: รุง฽ ศลิ ปก฼ ารพิมพ.์
หม฽อมสาํ เพง็ (นามสมมต)ิ . 2555. รวมรปู พระเมรมุ าศ พระเมรุ. 4 พฤศจกิ ายน 2558. www. http://board.
postjung.com/660635.html
อาภรณ์ อินฟูาแสง. 2530. ศลิ ปลายไทย ฉบบั นกั ศึกษา. กรุงเทพฯ: เสรมิ วทิ ย์บรรณาคาร.
อรพินท์ พานทอง. 2531. ความรท฾ู ่ัวไปเกี่ยวกับเครื่องปนั้ ดนิ เผา.กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อรศิริ ปาณินทร์. 2541. สรรค์สร฾างอย฽างไทย ผลงานสร฾างสรรค์สถาปัตยกรรมไทยฝีมือ.กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร.์ หน฾า 53-70
Jean1966(นามสมมติ). 2552. เอกศิลปะในสมัยปฐมบรมราชจักรีวงศ.์ 24 ตุลาคม 2558.http://www.reurnthai.
com/index.php?topic.
Gerry Gantt (นามสมมต)ิ . 2550.วัดราชนัดดารามวรวิหาร.4 พฤศจิกายน 2558.http://www.gerryganttphoto
graphy.com/dthb0322.html.
peter(นามสมมติ). 2555. แบ็คแพ็ค Flight of the Gibbon,ยเี่ ปงฺ สนั ทราย,วัดเจดยี ์หลวงวรวหิ าร,วดั พระสิงห์
.4 พฤศจกิ ายน 2558.http://www.hflight.net/forums/topic/9298-cr-peter.
pskhun (นามสมมต)ิ . 2558. Thai Logo Lover. 23 ตลุ าคม2558.http://thailogolover.blogspot.com
rmuttchannel(นามสมมต)ิ . 2556. วดั กษตั ราธิราช. 29 ตุลาคม2558.https://watkasattra.wordpress.com/

182

author/rmuttchannel/page/3/.
Sukee Yakee(นามสมมต)ิ . 2556. ลายไทยเบือ้ งตน฾ . 22 ตลุ าคม 2558. http://53011124003.blogspot.com/

2013/05/blog-post_20.html.
Supawan(นามสมมติ). 2555. จารึกวัดโพธิ์ มรดกความทรงจําแห฽งโลก : ศิลปกรรมทรงคุณค฽า ค฽ูสังคมไทย.25

ตลุ าคม 2558.http://www.oknation.net/blog/supawan/2012/06/01/entry-2.
TaWan(นามสมมติ). 2550. หัวเสาบัวแวง. 1 พฤศจิกายน 2558. http://thaimisc.pukpik.com/

freewebboard/php/vreply.php?user=islove111&topic=17650&page=36.
THEMEXPOSE(นามสมมติ). 2558. สโุ ขไกด┊์ 2┊กาํ แพงเพชร รอยตอ฽ ระหว฽างสุโขทัยกับอยุธยา. 1 พฤศจกิ ายน

2558.http://monkeynumber4.blogspot.com/2014/03/sukhotai-guide-02-kumpheang-phet-
01.html.


Click to View FlipBook Version