The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อาภาชนัญ ขอนศักดิ์, 2020-12-27 04:09:25

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาฟิสิกส์ ม.4 เทอม 2

ฟิสิกส์ ว31202

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1

เรื่อง

งานและพลังงาน

แผนจดั การเรียนรู้ที่ 1

เร่ือง

งานและกาลงั

รายวชิ า ฟิ สิกส์พ้ืนฐานและเพิม่ เติม 2 แผนจดั การเรียนรู้ท่ี 1 ผลการเรียนท่ีคาดหวงั ท่ี 1
รหสั วชิ า ช้นั ม.4 สปั ดาห์ที่ 1 – 2 คาบที่ 3 – 8

เร่ือง งานและพลงั งาน หัวข้อเร่ือง งานและกาลงั

สาระสาคญั
งานในทางฟิ สิกส์ เป็นผลจากการออกแรงกระทาตอ่ วตั ถุแลว้ ทาใหว้ ตั ถุเคล่ือนที่ตามแนวแรงน้นั

ดงั น้นั ขนาดของงานท่ีไดจ้ ะหาไดจ้ ากผลคูณระหวา่ งแรงท่ีกระทากบั ระยะท่ีวตั ถุเคล่ือนที่ได(้ ระยะทางขนาน
กบั แรง ) และเป็นปริมาณสเกลาร์ มีหน่วยเป็ น นิวตนั .เมตร ( N.m )หรือ จูล ( J )

กาลงั คือ อตั ราการทางาน และเป็นปริมาณสเกลาร์ มีหน่วยเป็นวตั ต์ ( W )

ผลการเรียนทคี่ าดหวงั
สารวจตรวจสอบ อธิบาย และคานวณเกี่ยวกบั งานและกาลงั

เนือ้ หา 1. งาน
2. กาลงั

กระบวนจัดการเรียนรู้

1. ข้นั สร้างความสนใจ
1.1 นกั เรียนตอบขอ้ ซักถามของครูว่า “เหตุใดเด็กจึงตอ้ งร้องไห้ เมื่อยกวตั ถุที่ตอ้ งการไป

ไมไ่ ด้ ในแง่ของวชิ าฟิ สิกส์” ( ทิ้งช่วงใหน้ กั เรียนคิด )
1.2 นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายในแต่ละกลุ่ม พร้อมท้งั บนั ทึกความเห็นของกลุ่มในใบงาน 1.1

เฉพาะขอ้ 1 และขอ้ 2 (เปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนไดแ้ สดงความคิดเห็นโดยยงั ไม่เนน้ ถูกผดิ )
1.3 ตวั แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอความเห็นของกลุ่ม ( ของแต่ละคนในกลุ่มโดย

ตวั แทนของกลุ่ม และขอ้ สรุปของกลุ่ม )
1.4 นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายเก่ียวกบั เหตุที่เด็กตอ้ งร้องไห้ เม่ือยกวตั ถุที่ตอ้ งการไป

ไมไ่ ด้ ในแง่ของวชิ าฟิ สิกส์ แลว้ บนั ทึกลงในใบงาน 1.1
1.6 นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน จานวนขอ้ สอบ 10 ขอ้
1.7 แจง้ ใหน้ กั เรียนทราบวา่ จะไดศ้ ึกษาเกี่ยวกบั งาน และกาลงั

2. ข้นั สารวจและค้นหา
2.1นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับงาน จากใบความรู้ 1 พร้อมกับใบงาน 1.2 แล้วสรุป

สาระสาคญั บนั ทึกลงในสมุดจดบนั ทึกและตอบคาถาม
2.2 สุ่มนกั เรียน 1 กลุ่มนาเสนอผลการสืบคน้ ขอ้ มูล

3. ข้นั อธิบายและลงข้อสรุป
3.1 นกั เรียนนาขอ้ มลู จากข้นั การสืบคน้ ขอ้ มลู มาอภิปรายร่วมกบั ครู
3.2 ครูอธิบายเพิม่ เติมเกี่ยวกบั งาน เพอื่ ใหน้ กั เรียนสรุปสาระสาคญั ลงในสมุดจดบนั ทึก

4. ข้นั ขยายความรู้
4.1 นกั เรียนสนทนาซักถามครูและตอบคาถามวา่ “การท่ีเราจะรู้ว่า ใครจะมีกาลงั มากหรือ

นอ้ ย จะสงั เกตอยา่ งไร ” ( ทิ้งช่วงใหน้ กั เรียนคิด ) เพื่อนาไปสู่ เรื่อง กาลงั
4.2 นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปราย เก่ียวกบั กาลงั และตวั อยา่ งการหากาลงั จากใบความรู้ 1
4.3 นกั เรียนร่วมกนั สืบคน้ แกป้ ัญหา ในใบงาน 1.3
4.4 นกั เรียนทาแบบฝึกทกั ษะ 1

5. ข้นั ประเมิน
5.1 นกั เรียนเขียน Concept mapping เก่ียวกบั งาน และกาลงั ในใบกิจกรรม 1
5.2 นักเรียนนา Concept mapping อภิปรายแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ และประเมินผลงาน

ใหก้ บั เพ่ือน
5.3 นักเรียนท่ีเป็ นเจ้าของผลงาน Concept mapping ที่ได้รับการประเมินจากเพื่อนมา

อภิปรายเก่ียวกบั Concept ในงานน้นั โดยการสุ่มจากครู
5.4 นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน

ส่ือการเรียนการสอน / แหล่งเรียนรู้ จานวน สภาพการใช้สื่อ
1 ชุด ใชข้ ้นั สร้างความสนใจ
รายการส่ือ 1 ชุด ใชข้ ้นั สร้างความสนใจ
1. แบบทดสอบก่อนเรียน 1 ชุด ใชอ้ ธิบายและลงขอ้ สรุป ( ใชข้ ้นั ประเมิน )
2. ใบงาน 1.1 1 ชุด ใชอ้ ธิบายและลงขอ้ สรุป
3. แบบฝึกทกั ษะ 1 1 ชุด ใชส้ ารวจและคน้ หา
4. ใบความรู้ 1 1 ชุด ใชข้ ยายความรู้และลงขอ้ สรุป
5. ใบงาน 1.2 1 ชุด ใชข้ ้นั ประเมินและลงขอ้ สรุป
6. ใบงาน 1.3 1 ชุด ใชข้ ้นั ประเมิน
7. ใบกิจกรรม 1
8. แบบทดสอบหลงั เรียน

การวดั ผลและประเมนิ ผล เคร่ืองมือทใ่ี ช้ เกณฑ์ผ่าน
รายการวดั ผลและประเมินผล สงั เกตพฤติกรรมนกั เรียน
ตรวจใบงาน 1.1 – 1.3 -
1. การวดั ผลคุณธรรม จิตพิสยั ตรวจแบบฝึกทกั ษะ 1 -
2. การประเมินผลจากสภาพจริง ตรวจสมุดจด ร้อยละ 50 ข้ึนไป
ตรวจใบกิจกรรม 1 -
3. การวดั ผลหลงั เรียน แบบทดสอบรายจุดประสงคท์ ี่ 1 ระดบั 3 ข้ึนไป
ร้อยละ 50 ข้ึนไป

กจิ กรรมเสริมทกั ษะหรือซ่อมเสริม วธิ ีดาเนินกจิ กรรม
รายการ
1. ครูควบคุมดูแลใหอ้ ยใู่ นกรอบระหวา่ งเรียน
1. ปรับปรุง – แกไ้ ขขอ้ บกพร่องของผเู้ รียน 2. ครูคอยเสริมหรือแกไ้ ขเมื่อการอภิปรายของนกั เรียน
ไม่สมบูรณ์
2. ส่งเสริมความรู้ความสามารถของผเู้ รียน 3. ครูช้ีแจงขอ้ บกพร่องในการทากิจกรรม
4. ครูเฉลยขอ้ สงสยั ที่นกั เรียนทาไมไ่ ด้
5. สอนซ่อมเสริมนกั เรียนท่ีไม่ผา่ นประเมินหลงั เรียน
1. ใหน้ กั เรียนทาชิ้นงาน 1 ชิ้นงาน

รายวชิ าฟิ สิกส์พ้ืนฐานและเพม่ิ เติม 2 แบบบนั ทกึ ผลหลงั สอน ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 4
รหสั วชิ า ว 40202
เร่ือง งานและพลงั งาน ผลการเรียนทค่ี าดหวงั ท่ี 1 คาบที่ 3 – 8

หวั ข้อเร่ือง งานและกาลงั

1. ความเหมาะสมของแผนการสอน

รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ ขอ้ เสนอแนะ
4321

1. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

2. เน้ือหาสาระ

3. กิจกรรมการเรียนการสอน

4. ส่ือการสอน

5. การวดั ผลประเมินผล

6. ความสอดคลอ้ ง ( ขอ้ 1 – 5 )

( 4 = มากที่สุด , 3 = มาก , 2 = พอใช้ , 1 = ควรปรับปรุง )

2. ผลการสอน

………………………………………………………………………………………...

……………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………

3. ปัญหา / อุปสรรค

…………………………………………………………………………………………...………

……………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………….

4. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข

…………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………….………

……………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ…………………….………..ผสู้ อน
(……………………………..)
วนั ที่…....เดือน………………………..พ.ศ………….

ส่ือประกอบ
แผนจดั การเรียนรู้

รายวชิ า ฟิ สิกส์พ้นื ฐานและเพ่ิมเติม 2 แบบทดสอบ ผลการเรียนทคี่ าดหวงั ที่ 1
รหัสวชิ า ว 31201 ก่อนเรียน ประกอบแผนจัดการเรียนรู้ท่ี 1
ระดับช้ันมธั ยมศึกษาที่ 4 หลงั เรียน เวลา 15 นาที

ผลการเรียนทคี่ าดหวงั ท่ี 1 สารวจตรวจสอบ อธิบาย และคานวณเก่ียวกบั งานและกาลงั

ใหก้ าเครื่องหมาย  ลงใน  ใตต้ วั อกั ษร ก, ข, ค และ ง ท่ีเป็นคาตอบที่ถูกตอ้ งท่ีสุดเพียงคาตอบเดียว ลงใน
กระดาษคาตอบ
1. การเขน็ รถไปตามพ้ืนราบและการเขน็ รถข้ึนไปตามพ้นื เอียงดว้ ยอตั ราเร็วสม่าเสมอในระยะทางเท่ากนั

กรณีใดทางานมากกวา่ เพราะเหตุใด ถา้ ถือวา่ แรงเสียดทานท่ีกระทาต่อรถท้งั สองกรณี มีขนาดเทา่ กนั
ก. การเขน็ รถไปตามพ้นื ราบทางานมากกวา่ เพราะตอ้ งออกแรงนอ้ ยกวา่ การเขน็ รถไปตามพ้นื เอียง
ข. การเขน็ รถไปตามพ้นื เอียงทางานมากกวา่ เพราะตอ้ งออกแรงนอ้ ยกวา่ การเขน็ รถไปตามพ้นื ราบ
ค. การเขน็ รถไปตามพ้ืนเอียงทางานมากกวา่ เพราะตอ้ งออกแรงมากกวา่ การเขน็ รถไปตามพ้ืนราบ
ง. การเขน็ รถไปตามพ้ืนเอียงทางานเทา่ กนั เพราะตอ้ งออกแรงเทา่ กบั การเขน็ รถไปตามพ้นื ราบและไดร้ ะยะ

ทางเท่ากนั ดว้ ย

2. ชายคนหน่ึงหิ้วถงั น้าหนกั 100 นิวตนั เคลื่อนท่ีไปบนพ้นื ราบไดร้ ะยะทาง 20 เมตร จงหางานในการหิ้วถงั

น้ามีค่ากี่จลู

ก. 2000 ข. 120 ค. 5 ง. 0

3. ชายคนหน่ึงถือของมวล 10 กิโลกรัม นง่ั อยบู่ นรถบรรทุก ถา้ รถบรรทุกแล่นไปบนเนินสูงไดร้ ะยะทาง 50

เมตร โดยเนินสูงน้ีสูงจากระดบั เดิม 5 เมตร ชายคนน้ีทางานกี่จลู

ก. 5000 ข. 500 ค. 60 ง. 0

4. ชายคนหน่ึงดึงน้าหนกั 15 นิวตนั เคล่ือนที่บนพ้ืนเอียงที่มีแรงเสียดทาน B
3m
นอ้ ยมาก จาก A ไป B ดงั รูป จงหางานที่ทา 5m

ก. 0 จูล ข. 15 จูล A
4m
ค. 30 จูล ง. 45 จูล

5. จงหางานที่ใชใ้ นการลากกระสอบขา้ วสารมวล 100 กิโลกรัม ไปบนพ้ืนราบฝืดเป็นระยะทาง 20.0 เมตร

ดว้ ยอตั ราเร็วสม่าเสมอ ถา้ สัมประสิทธ์ิความเสียดทานระหวา่ งพ้ืนกบั กระสอบขา้ วสารเท่ากบั 0.05

ก. 200 จูล ข. 450 จลู ค. 750 จลู ง. 1,000 จลู

โจทย์ ใชต้ อบคาถามขอ้ 6 - 7

ชายคนหน่ึงใชเ้ ชือกลากกล่องไมม้ วล 11.0 กิโลกรัม ไปบนพ้ืนราบฝื ดดว้ ยอตั ราเร็วสม่าเสมอเป็นระยะทาง 1.0

กิโลเมตร โดยเชือกทามุม 37 องศากบั พ้นื ถา้ สมั ประสิทธ์ิความเสียดทาน ระหวา่ งพ้ืนกบั กล่องไมเ้ ท่ากบั 0.5

6. จงหา งานท่ีชายคนน้ีทา ค. 40 กิโลจลู ง. -40 กิโลจลู
ก. 20 กิโลจูล ข. -20 กิโลจลู

7. งานเน่ืองจากแรงเสียดทานระหวา่ งพ้ืนกบั กล่องไม้ ง. -40 กิโลจลู
ก. 20 กิโลจูล ข. -20 กิโลจลู ค. 40 กิโลจลู

8. นกั กายกรรมหนกั 600 นิวตนั ไตเ่ ชือกข้ึนสูง 5. 0 เมตร ในเวลา 20 วนิ าที เขาใชก้ าลงั ไปก่ีวตั ต์

ก. 150 ข. 300 ค. 3,000 ง. 6,000

9. นกั กายกรรมหนกั 400 นิวตนั ไตเ่ ชือกที่แขวนอยใู่ นแนวดิ่งข้ึนไปสูง 10.0 เมตร จากพ้ืนดิน จงหากาลงั

เฉลี่ยท่ีเขาใช้ ถา้ อตั ราเร็วเฉล่ียในการไต่เชือกของเขาเท่ากบั 0.5 เมตรตอ่ วนิ าที

ก. 200 วตั ต์ ข. 2,000 วตั ต์ ค. 400 วตั ต์ ง. 4,000 วตั ต์

10. เคร่ืองยนตเ์ รือลาหน่ึงใชแ้ รง 3x103 นิวตนั สามารถทาใหเ้ รือแล่นไดด้ ว้ ยอตั ราเร็วคงตวั 6.0 กิโลเมตรต่อ

ชว่ั โมง จงหากาลงั ของเรือน้ีเป็นกี่กิโลวตั ต์

ก. 3 ข. 5 ค. 15 ง. 18

รายวชิ าฟิ สิกส์พ้ืนฐานและเพม่ิ เติม 2 เฉลยแบบทดสอบ ผลการเรียนที่คาดหวงั ท่ี 1
รหสั วชิ า ว 31201 ก่อนเรียน ประกอบแผนจดั การเรียนรู้ท่ี 1
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 4 หลงั เรียน

เฉลยแบบทดสอบ คาตอบ
ก่อนเรียนและหลงั เรียน ค

ขอ้ ข
1 ง
2 ง
3 ค
4 ง
5 ก
6 ก
7 ข
8
9
10

รายวชิ า ฟิ สิกส์พ้นื ฐานและ แบบฝึ กทกั ษะ 1 ผลการเรียนทคี่ าดหวงั ที่ 1
เพ่ิมเติม 2
5 คะแนน ( P ) ใช้ประกอบแผนจัดการเรียนรู้ท่ี 1
รหสั วชิ า ว 31201 เร่ือง งานและกาลงั เวลา 5 นาที
ระดับช้ัน มัธยมศึกษาปี ท่ี 4

ช่ือ..........................................................………………….. ช้นั ม. 4 /......…. ……….เลขที่..........

1. แรงคงท่ี 6 N กระทาอยา่ งต่อเนื่องกบั วตั ถุ มวล 3 kg ท่ีอยนู่ ่ิงบนพ้นื ราบลื่นใหเ้ คลื่อนท่ี จงหางานท่ีแรงน้ี
กระทาในเวลา 2 วนิ าที

วธิ ีทา จาก W = F. S

แทนค่า W = (6)S (1)
หา S จาก F = ma
จาก S = ut + 1 at2 และ a
2

2. วตั ถุมวล 5 kg ถูกฉุดดว้ ยแรง 20 N ในทิศทามุม 60o กบั แนวระดบั วตั ถุเคล่ือนเป็นระยะ 7 เมตร จงหางาน

เนื่องจากแรงน้ี

วธิ ีทา จาก W = FScos

3. ชายคนหน่ึงหนกั 500 N ไตบ่ นั ไดสูง 5 m ในเวลา 25 วนิ าที จงหากาลงั ที่ชายคนน้ีใชใ้ นการไตบ่ นั ได
W
วธิ ีทา จาก P = t

หรือ P = FS
t

4. ลิฟตม์ ีมวล 25 kg ถูกยกข้ึนสูง 20 m ในเวลา 10 วนิ าที จงหากาลงั ของลิฟตเ์ ครื่องน้ี
W
วธิ ีทา จาก P = t

หรือ P = FS
t

รายวชิ า ฟิ สิกส์พนื้ ฐานและเพม่ิ เตมิ 2 ใบความรู้ 1 ผลการเรียนทคี่ าดหวงั ท่ี 1
รหสั วชิ า ว 31201 ระดบั ช้นั ม. 4 ใช้ประกอบแผนจัดการเรียนรู้ที่ 1

เร่ือง งานและกาลงั

งาน ( Work )
งาน หมายถึง ผลของการออกแรงกระทาต่อวตั ถุ แลว้ ทาใหว้ ตั ถุเคลื่อนท่ีตามแนวแรงมีหน่วยเป็นจูล(J)

จะได้ W = F. s

เม่ือ W = งานท่ีทาได้ มีหน่วยเป็นจูล ( J )

F = แรงที่กระทาต่อวตั ถุ มีหน่วยเป็นนิวตนั ( N )

S = ระยะทางท่ีวตั ถุเคล่ือนที่ได้ มีหน่วยเป็นเมตร ( m )

กรณีที่ 1 ทศิ ทางการเคลอื่ นที่
F
งงาานนททท่ี ี่ทาคาคอื ือ WW ==F.Fs.
S s

ทิศทางการเคลอื่ นที่ F

กรณีท่ี 2
S
งานท่ีทาคือ W = Fcos. S
W = FScos

กรณที ่ี 3 F ทศิ ทาทงกิศาทราเงคกลาอ่ื รนเคทลี่ อ่ื นที่

F งงาานนททท่ี ี่ทาคาคือือ WW ==0 F.
Ss

กรณที ่ี 4 F ทศิ ทางการเคลอื่ นที่

F งานงทานี่ททาท่ีคาือคือWW= มีค=่าตFิดล. บ
Ss

ตวั อย่าง จงหางานท่ีทาเน่ืองจากแรงต่อไปน้ี

1. ชายคนหน่ึงหิ้วถงั น้าหนกั 200 นิวตนั เคล่ือนที่ไปบนพ้ืนราบไดร้ ะยะทาง 10 เมตร จงหางานในการหิ้วถงั

น้า

วธิ ีทา งานในทางฟิ สิกส์น้นั วตั ถุตอ้ งเคล่ือนที่ตามแนวแรงท่ีกระทาตอ่ วตั ถุ จากรูปจะเห็นวา่ ถงั น้าจะอยนู่ ่ิง เม่ือ

ออกแรง ( F ) หิ้วถงั แต่ระยะทาง 10 เมตรเป็นผลจากแรงเดิน ดงั น้นั งานในการหิ้วถงั น้าจึงเป็นศูนย์ พิสูจน์
F
จากการคานวณ ไดด้ งั น้ี

จาก W = ( Fcos90 ) ( S )

= ( 200 )( 0 ) ( 10 ) 10 m
=0

2. ชายคนหน่ึงดึงวตั ถุหนกั 5 นิวตนั เคลื่อนที่บนพ้ืนเอียงที่มีแรงเสียดทานนอ้ ยมาก จาก R ถึง Q ดงั รูป จงหา
งานที่ทา
วธิ ีทา 1. นกั เรียนตอ้ งหาแรง ( F ) ที่ทาใหว้ ตั ถุเคล่ือนที่ไปตามพ้ืนเอียงมีค่าเท่าไร

2. แรงเสียดทานนอ้ ยมาก  f = 0
3. ระยะทางที่วตั ถุเคล่ือนที่ไดต้ ามแนวแรงคือ 5 เมตร

จาก W = F. S 3m F
W = F ( 5 ) …………………. ( 1 ) 4m

หา F ที่ทาใหว้ ตั ถุเคลื่อนท่ี
จะได้ F = mgsin ,( แรงซา้ ย = แรงขวา )
แทนค่า F ใน ( 1 )

W = ( mgsin ) ( 5 )
= ( 5 ) ( 3/5 ) ( 5 ) = 15 J

3. สมชายคนหน่ึงใชเ้ ชือกลากกล่องไมม้ วล 52 kg ไปบนพ้นื ราบฝืดดว้ ยอตั ราเร็วสม่าเสมอเป็นระยะทาง 1

km โดยเชือกทามุม 37 องศากบั พ้ืน ถา้ สมั ประสิทธ์ิความเสียดทานระหวา่ งพ้นื กบั กล่องไมเ้ ท่ากบั 0.4 ให้

g = 10 m/s2 จงหา Tsin37 T
ก. งานท่ีชายคนน้ีทา

ข. งานเน่ืองจากแรงเสียดทานระหวา่ งพ้ืนกบั กล่องไม้ Wf 37

วธิ ีทา Tcos37
ก. งานท่ีชายคนน้ีทาคือ ผลของแรง Tcos37
ดงั น้นั W = (Tcos37 ) ( S ) N  = 0.4
ข. งานเน่ืองจากแรงเสียดทานคือ ผลของแรง f 1 km

ดงั น้นั W = - f.s

 เราจะตอ้ งหาแรง Tcos37 และ f

เน่ืองจากกล่องไมเ้ คล่ือนที่ดว้ ยอตั ราเร็วสม่าเสมอ ดงั น้นั F = 0

จะได้ FX = 0 FY = 0
Tcos37 = f N+Tsin37 = W

Tcos37 = N N = W - Tsin37

 Tcos37 =  ( W – Tsin37 )
T ( 4/5 ) = ( 0.4 ) ( 520 – T ( 3/5 ) )
T = 200 N

 Tcos37 = ( 200 ) ( 4/5 ) = 160 N
จะได้ ก. งานที่ชายคนน้ีทา

W = ( Tcos37 ) ( 5 )
W = ( 160 ) ( 1 x 103 )
W = 1.6 x 105 J
ข. งานเนื่องจากแรงเสียดทาน
W = -f.S
W = - ( 160 )( 1 x 103 )
W = - 1.6 x 105 J

การหางานด้วยวธิ ีคานวณจากพนื้ ทใี่ ต้กราฟ
เนื่องจากงาน เป็นผลของแรงท่ีกระทาต่อวตั ถุแลว้ ทาใหว้ ตั ถุเคล่ือนที่ตามแนวแรง

W = F. S

ดงั น้นั งาน ( W ) จะข้ึนอยกู่ บั แรง ( F ) และ ระยะทาง ( S ) ที่วตั ถุเคลื่อนท่ีไดต้ ามแนวแรง
กราฟท่ีแสดงความสัมพนั ธ์ระหวา่ งแรง ( F ) และการขจดั ( S ) จะบอกใหท้ ราบขนาดของงานท่ี
ทาโดยพจิ ารณาจากพ้นื ที่ใตก้ ราฟดงั น้ี

1. เม่ือมีแรงขนาดคงตวั F (N)

งานท่ที า = พนื ้ ที่สเี่ หลย่ี มใต้กราฟ

S (m)

2. เม่ือแรงมีขนาดเพิ่มข้ึนอยา่ งคงตวั F (N)

งานท่ีทา = พนื ้ ท่สี ามเหลย่ี มใต้กราฟ

S (m)

3. แรงมีขนาดเปลี่ยนแปลงกบั เวลา งานที่ทา = F1S1+ F2S2+ F3S3+… FnSn
F (N) หรือ งานท่ีทา =
หรือ งานที่ทา = แรงเฉลี่ย x การกระจดั
S (m)

ตวั อย่าง จงหางานเนื่องจากความสมั พนั ธ์ระหวา่ งแรงกบั การกระจดั ดงั รูป
วธิ ีทา F (N)

10

(1) (2) (3) S (m)
60
0 5 25

งานท่ีทา = พ้นื ที่ใตก้ ราฟ งานที่ทา = พ.ท.ใตก้ ราฟ
= พ.ท. (1) + พ.ท. (2) + พ.ท. ( 3 ) = พ.ท.สี่เหล่ียมคางหมู
= ½( 5 )(10) + (20)(10) + ½(35)(10) = ½( ผลบวกของดา้ นคู่ขนาน)(สูง)
= 25 + 200 + 175 = ½( 60 +20 ) ( 10 )

งานท่ีทา = 400 จูล งานที่ทา = 400 จูล

กาลงั ( Power )

กาลงั คือ ปริมาณงานท่ีทาไดใ้ นหน่ึงหน่วยเวลา มีหน่วยเป็ น วตั ต์ ( Watt )

กาลงั  งานทท่ี าได่้
ชว่ งเวลาท่ี ่ใช้

P  W
t

เม่ือ P คือ กาลงั มีหน่วยเป็นวตั ต์ ( Watt )

W คือ งานท่ีทาได้ มีหน่วยเป็นจูล ( J )

t คือ ช่วงเวลาท่ีใช้ มีหน่วยเป็นวนิ าที ( s )

ในกรณีที่วตั ถุเคล่ือนท่ีดว้ ยความเร็วคงที่ เน่ืองจาก แรง F กาลงั ที่ใชค้ ือ

P  W  F.s
tt

P  F.v

เม่ือ P คือ กาลงั มีหน่วยเป็นวตั ต์ ( Watt )

F คือ แรงที่ทา มีหน่วยเป็นนิวตนั ( N )

v คือ ความเร็วเฉลี่ย มีหน่วยเป็นเมตรต่อวนิ าที ( m/s )

ตวั อยา่ ง นักกายกรรมหนัก 750 นิวตนั ไต่เชือกขนึ้ สูง 5 เมตร ในเวลา 25 วนิ าที กาลงั ทเ่ี ขาใช้เป็ นกว่ี ตั ต์
W
วธิ ีทา จาก P  t

เม่ือ W = F.s

= mg.s

= ( 750 )(5) = 3750 J

P  3750 = 150 Watt
25

ตัวอย่าง เครื่องยนต์ของเรือลาหน่ึงมีกาลัง 3 กิโลวตั ต์ สามารถทาให้เรือแล่นได้ด้วยอัตราเร็วคงตวั 9

กิโลเมตรต่อชวั่ โมง จงหาแรงจากเครื่องยนตท์ ่ีทาใหเ้ รือลาน้ีแล่น

วธิ ีทา จาก P  F.v

3x103 = F  9x10 3 
60x60

F =  3x103 x60x60 
9x10 3

F = 1200 N

รายวิชา ฟิ สิกส์พ้นื ฐานและ ใบงาน 1.1 ผลการเรียนทค่ี าดหวงั ที่ 1
เพ่ิมเติม 2
5 คะแนน ( A ) ใช้ประกอบแผนจัดการเรียนรู้ที่ 1
รหัสวชิ า ว 40202 เรื่อง งานและกาลงั เวลา 10 นาที
ระดับช้ัน มธั ยมศึกษาปี ที่ 4

ช่ือ…………………………………………………..……ช้นั ……………เลขที่………….

1. ใหน้ กั เรียนเขียนแสดงความคิดเห็นวา่ เหตุใดเดก็ จึงตอ้ งร้องไห้ เม่ือยกวตั ถุที่ตอ้ งการไปไม่ได้ ในแง่ของ
วชิ าฟิ สิกส์

……………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
2. ความคิดเห็นของกลุ่มเห็นวา่ วา่ เหตุใดเดก็ จึงตอ้ งร้องไห้ เม่ือยกวตั ถุท่ีตอ้ งการไปไม่ได้ ในแง่ของวชิ า

ฟิ สิกส์
…………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………

3. ความคิดเห็นที่นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายสรุป เห็นวา่ วา่ เหตุใดเดก็ จึงตอ้ งร้องไห้ เมื่อยกวตั ถุท่ี
ตอ้ งการไปไม่ได้ ในแง่ของวชิ าฟิ สิกส์

………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………

รายวชิ า ฟิ สิกส์พ้นื ฐานและ ใบงาน 1.2 ผลการเรียนทคี่ าดหวงั ท่ี 1
เพิ่มเติม 2
5 คะแนน ( P ) ใช้ประกอบแผนจัดการเรียนรู้ที่ 1
รหสั วชิ า ว 40202 เร่ือง งานและกาลงั เวลา 40 นาที
ระดบั ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ที่ 4

ช่ือ………………………………………………………ช้นั …………เลขท่ี……..กลุ่มท่ี…………

1. ให้นักเรียนสรุปสาระสาคญั ที่ได้จากการสืบค้น ข้อมูล และบนั ทึกลงในสมุด

1. งาน
2. กาลงั

2. ให้นักเรียนเตมิ คา หรือข้อความลงในช่องว่างให้ถูกต้อง

คาถาม
1. งานในทางฟิ สิกส์ หมายถึง…………………………………………………………………………………
2. งานหาไดจ้ าก………………………………………………………………………………………………
3. งานชนิดบวก

คือ……………………………………………………………………………………………
4. งานชนิดลบ คือ…………………………………………………………………………………………….
5. งานเป็นศนู ย์ คือ………………………………………………………………………………….…………
6. กาลงั หมายถึง………………………………………………………………………………………
7. กาลงั หาไดจ้ าก……………………………………………………………………………………………..
8. กาลงั มีหน่วยเป็น ………………………………………………………………………………………….
9. กาลงั เป็นปริมาณ…………………………………………………………………………………………
10. 1 กาลงั มา้

เท่ากบั ……………………………………………………………………………………………

4. แรงคงที่ 10 N กระทาอยา่ งตอ่ เน่ืองกบั วตั ถุ มวล 5 kg ที่อยนู่ ิ่งบนพ้ืนราบล่ืนใหเ้ คลื่อนท่ี จงหางานที่แรง

น้ีกระทาในเวลา 4 วนิ าที

วธิ ีทา จาก W = F. S

แทนคา่ W = ( 10 ) S 1 (1)
2
หา S จาก S = ( ….. )(……) + a ( …….)2

S = 2a (2)
จาก F = ma

(…… ) = ( …… ) a
a = ……….. m/s2
แทนค่า a ใน ( 2 ) และ แทน S ใน ( 1 )
จะได้ W = ( 10 ) ( ……. ) = ……….. จูล

5. วตั ถุมวล 5 kg ถูกฉุดดว้ ยแรง 15 N ในทิศทามุม 60o กบั แนวระดบั วตั ถุเคลื่อนเป็นระยะ 8 เมตร จงหางาน
เน่ืองจากแรงน้ี
วธิ ีทา จาก W = FScos

W = ( …….. ) ( ……… )cos 60
W = ……………….. จลู

6. ชายคนหน่ึงหนกั 450 N ไตบ่ นั ไดสูง 8 m ในเวลา 16 วนิ าที จงหากาลงั ที่ชายคนน้ีใชใ้ นการไตบ่ นั ได
W
วธิ ีทา จาก P = t

หรือ P = FS = ( .........)(.........) = …………. Watt
t (.......... )

7. ลิฟตม์ ีมวล 50 kg ถูกยกข้นึ สูง 30 m ในเวลา 25 วนิ าที จงหากาลงั ของลิฟตเ์ ครื่องน้ี
W
วธิ ีทา จาก P = t

หรือ P = FS = ( .........)(.........) = …………. Watt
t (.......... )

รายวิชา ฟิ สิกส์พ้นื ฐานและ ใบงาน 1.3 ผลการเรียนทค่ี าดหวงั ที่ 1
เพ่ิมเติม 2
5 คะแนน ( A ) ใช้ประกอบแผนจัดการเรียนรู้ที่ 1
รหสั วชิ า ว 40202 เร่ือง งานและกาลงั เวลา 10 นาที
ระดบั ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ท่ี 4

1. จงหางานท่ีใชใ้ นการลากกระสอบขา้ วสารมวล 100 กิโลกรัม ไปบนพ้ืนราบฝืดเป็นระยะทาง 20.0 เมตร
ดว้ ยอตั ราเร็วสม่าเสมอ ถา้ สมั ประสิทธ์ิความเสียดทานระหวา่ งพ้นื กบั กระสอบขา้ วสารเท่ากบั 0.05

2. ชายคนหน่ึงออกแรง 124 นิวตนั ลากเล่ือนไปบนพ้ืนราบโดยแนวแรงทามุม 37 องศากบั พ้นื จงหางาน
เน่ืองจากแรงน้ี เมื่อเล่ือนเคล่ือนท่ีไปตามพ้นื ราบเป็ นระยะทาง 0.50 กิโลเมตร cot 37 = 4/3
3. วตั ถุมวล 10 กิโลกรัม วางนิ่งอยบู่ นพ้ืนราบเมื่อถูกแรงกระทาเป็นเวลานาน 5 วนิ าที วตั ถุจะมีความเร็วเป็น
40 เมตรตอ่ วนิ าที จงหากาลงั ท่ีทาไดเ้ ป็นกี่วตั ต์
4. แรงคงที่ 10 N กระทาอยา่ งตอ่ เน่ืองกบั วตั ถุ มวล 5 kg ท่ีอยนู่ ิ่งบนพ้นื ราบล่ืนใหเ้ คลื่อนท่ี จงหางานที่แรงน้ี
กระทาในเวลา 4 วนิ าที
5. วตั ถุมวล 5 kg ถูกฉุดดว้ ยแรง 15 N ในทิศทามุม 60o กบั แนวระดบั วตั ถุเคลื่อนเป็นระยะ 8 เมตร จงหางาน
เนื่องจากแรงน้ี

จาก W = FScos
6. ชายคนหน่ึงหนกั 450 N ไตบ่ นั ไดสูง 8 m ในเวลา 16 วนิ าที จงหากาลงั ที่ชายคนน้ีใชใ้ นการไตบ่ นั ได

7. ลิฟตม์ ีมวล 50 kg ถูกยกข้ึนสูง 30 m ในเวลา 25 วนิ าที จงหากาลงั ของลิฟตเ์ คร่ืองน้ี

แผนจดั การเรียนรู้ท่ี 2

เร่ือง

พลงั งานกล

รายวชิ า ฟิ สิกส์พ้นื ฐานและเพ่ิมเติม 2 แผนจดั การเรียนรู้ท่ี 2 ผลการเรียนที่คาดหวงั ที่ 2
รหสั วชิ า ว 31201 ช้นั ม.4 สปั ดาห์ที่ 3 – 4 คาบที่ 9 - 16

เรื่อง งานและพลงั งาน หวั ข้อเรื่อง พลงั งานกล

สาระสาคัญ
พลงั งาน ความสามารถในการทางาน ท่ีจะทาให้วตั ถุน้ันเกิดการเปล่ียนแปลง เช่น พลังงานกล

พลงั งานแสง และพลงั งานนิวเคลียร์ เป็ นตน้ พลงั งานกลเป็ นพลงั งานที่เกิดจากผลของแรงทาให้พร้อมจะ
เปลี่ยนสภาพการเคล่ือนที่ หรือเปล่ียนสภาพการเคลื่อนท่ี มีอยู่ 2 ชนิด คือ พลงั งานจลน์ และพลงั งานศกั ย์
โดย พลงั งานจลน์ท่ีอยใู่ นวตั ถุท่ีกาลงั เคลื่อนที่ ข้ึนอยกู่ บั มวลและขนาดของความเร็วของวตั ถุ ส่วนพลงั งาน
ศกั ยจ์ ะสะสมอยใู่ นวตั ถุที่พร้อมจะเคลื่อนที่หรือพร้อมจะทางาน และแบ่งพลงั งานศกั ยไ์ ด้ 2 ชนิด คือพลงั งาน
ศกั ยโ์ นม้ ถ่วง และพลงั งานศกั ยย์ ดื หยนุ่

ผลการเรียนทค่ี าดหวงั
สารวจตรวจสอบ อภิปราย และคานวณเก่ียวกบั พลงั งาน ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งงานและพลงั งานจลน์

เนือ้ หา 1. พลงั งาน
2. พลงั งานจลน์
3. ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งงานและพลงั งานจลน์
4. พลงั งานศกั ย์

กระบวนจัดการเรียนรู้

1. ข้นั สร้างความสนใจ
1.1 นกั เรียนและครูร่วมกนั สนทนา เกี่ยวกบั เรื่องการเปล่ียนสภาพของวตั ถุ ในแง่ของการ

เปล่ียนรูปร่าง สี หรือ ตาแหน่ง เพื่อนาไปสู่ คาถาม เก่ียวกบั การเปลี่ยนรูปร่าง และ ตาแหน่งของวตั ถุ
1.2 นกั เรียนตอบขอ้ ซกั ถามของครูวา่ “เหตุใดจึงไม่จอดรถยนตใ์ ตต้ น้ มะพร้าว ในแง่ของวชิ า

ฟิ สิกส์” ( ทิ้งช่วงใหน้ กั เรียนคิด )
1.3 นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายในแต่ละกลุ่ม พร้อมท้งั บนั ทึกความเห็นของกลุ่มในใบงาน 2.1

เฉพาะขอ้ 1 และขอ้ 2 (เปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนไดแ้ สดงความคิดเห็นโดยยงั ไมเ่ นน้ ถูกผดิ )
1.4 ตวั แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอความเห็นของกลุ่ม ( ของแต่ละคนในกลุ่มโดย

ตวั แทนของกลุ่ม และขอ้ สรุปของกลุ่ม )
1.5 นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายเก่ียวกบั “เหตุใดจึงไม่จอดรถยนตใ์ ตต้ น้ มะพร้าว ในแง่

ของวชิ าฟิ สิกส์” แลว้ บนั ทึกลงในใบงาน 2.1
1.6 นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน จานวนขอ้ สอบ 10 ขอ้

1.7 แจง้ ใหน้ กั เรียนทราบวา่ จะไดศ้ ึกษาเก่ียวกบั พลงั งานกล พลงั งานจลน์ และพลงั งานศกั ย์

2. ข้นั สารวจและค้นหา
2.1 นกั เรียนสืบคน้ ขอ้ มูลเก่ียวกบั พลงั งานกล และพลงั งานจลน์ จากใบความรู้ 2 พร้อมกบั

ใบงาน 2.2 แลว้ สรุปสาระสาคญั บนั ทึกลงในสมุดจดบนั ทึกและตอบคาถาม
2.2 สุ่มนกั เรียน 1 กลุ่มเสนอผลการสืบคน้ ขอ้ มูล

3. ข้ันอธิบายและลงข้อสรุป
3.1 นกั เรียนนาขอ้ มลู จากข้นั การสืบคน้ ขอ้ มูล มาอภิปรายร่วมกบั ครู
3.2 ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกบั พลงั งานกล และพลงั งานจลน์ เพอ่ื ใหน้ กั เรียนสรุปสาระสาคญั

ลงในสมุดจดบนั ทึก

4. ข้ันขยายความรู้
4.1 นกั เรียนสนทนาซกั ถามครูและตอบคาถามวา่ “ เหตุใดเราจึงไม่ตอ้ งการที่จะอยใู่ นอาคาร

หรือ ใตต้ น้ มะพร้าวที่ลมกาลงั พดั แรง ” ( ทิง้ ช่วงใหน้ กั เรียนคิด ) เพือ่ นาไปสู่ เร่ือง พลงั งานศกั ย์
4.2 นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปราย เกี่ยวกบั พลงั งานศกั ย์ และ ตวั อยา่ งการหาขนาด

พลงั งานศกั ยโ์ นม้ ถ่วง และพลงั งานศกั ยย์ ดื หยนุ่ จากใบความรู้ 2
4.3 นกั เรียนร่วมกนั สืบคน้ แกป้ ัญหา ในใบงาน 2.3
4.4 นกั เรียนทาแบบฝึกทกั ษะ 2

5. ข้นั ประเมิน
5.1 นกั เรียนเขียน Concept mapping เกี่ยวกบั พลงั งานกล ในใบกิจกรรม 2
5.2 นักเรียนนา Concept mapping อภิปรายแลกเปลี่ยนกับเพ่ือนๆ และประเมินผลงาน

ใหก้ บั เพอ่ื น
5.3 นักเรียนที่เป็ นเจ้าของผลงาน Concept mapping ที่ได้รับการประเมินจากเพ่ือนมา

อภิปรายเกี่ยวกบั Concept ในงานน้นั โดยการสุ่มจากครู
5.4 นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน

สื่อการเรียนการสอน / แหล่งเรียนรู้ จานวน สภาพการใช้ส่ือ
1 ชุด ใชข้ ้นั สร้างความสนใจ
รายการสื่อ 1 ชุด ใชข้ ้นั สร้างความสนใจ
1. แบบทดสอบก่อนเรียน 1 ชุด ใชอ้ ธิบายและลงขอ้ สรุป ( ใชข้ ้นั ประเมิน )
2. ใบงาน 2.1 1 ชุด ใชอ้ ธิบายและลงขอ้ สรุป
3. แบบฝึกทกั ษะ 2 1 ชุด ใชส้ ารวจและคน้ หา
4. ใบความรู้ 2 1 ชุด ใชข้ ยายความรู้และลงขอ้ สรุป
5. ใบงาน 2.2 1 ชุด ใชข้ ้นั ประเมินและลงขอ้ สรุป
6. ใบงาน 2.3 1 ชุด ใชข้ ้นั ประเมิน
7. ใบกิจกรรม 2
8. แบบทดสอบหลงั เรียน

การวดั ผลและประเมนิ ผล เครื่องมอื ทใ่ี ช้ เกณฑ์ผ่าน
รายการวดั ผลและประเมินผล สงั เกตพฤติกรรมนกั เรียน
ตรวจใบงาน 2.1 – 2.3 -
1. การวดั ผลคุณธรรม จิตพิสยั ตรวจแบบฝึกทกั ษะ 2 -
2. การประเมินผลจากสภาพจริง ตรวจสมุดจด ร้อยละ 50 ข้ึนไป
ตรวจใบกิจกรรม 2 -
3. การวดั ผลหลงั เรียน แบบทดสอบรายจุดประสงคท์ ่ี 2 ระดบั 3 ข้ึนไป
ร้อยละ 50 ข้ึนไป

กจิ กรรมเสริมทกั ษะหรือซ่อมเสริม วธิ ีดาเนินกจิ กรรม
รายการ
1. ครูควบคุมดูแลใหอ้ ยใู่ นกรอบระหวา่ งเรียน
1. ปรับปรุง – แกไ้ ขขอ้ บกพร่องของผเู้ รียน 2. ครูคอยเสริมหรือแกไ้ ขเมื่อการอภิปรายของนกั เรียน
ไมส่ มบูรณ์
2. ส่งเสริมความรู้ความสามารถของผเู้ รียน 3. ครูช้ีแจงขอ้ บกพร่องในการทากิจกรรม
4. ครูเฉลยขอ้ สงสยั ท่ีนกั เรียนทาไมไ่ ด้
5. สอนซ่อมเสริมนกั เรียนท่ีไมผ่ า่ นประเมินหลงั เรียน
1. ใหน้ กั เรียนทาชิ้นงาน 1 ชิ้นงาน

รายวชิ าฟิสิกส์พ้นื ฐานและเพิม่ เติม 2 แบบบนั ทกึ ผลหลงั สอน ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 4

รหสั วชิ า ว31201 ผลการเรียนทคี่ าดหวงั ที่ 2 คาบท่ี 9 – 16

เร่ือง งานและพลงั งาน หวั ข้อเร่ือง พลงั งานกล

1. ความเหมาะสมของแผนการสอน

รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ ขอ้ เสนอแนะ
4321

7. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

8. เน้ือหาสาระ

9. กิจกรรมการเรียนการสอน

10. ส่ือการสอน

11. การวดั ผลประเมินผล

12. ความสอดคลอ้ ง ( ขอ้ 1 – 5 )

( 4 = มากที่สุด , 3 = มาก , 2 = พอใช้ , 1 = ควรปรับปรุง )

2. ผลการสอน

………………………………………………………………………………………...

……………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………

3. ปัญหา / อุปสรรค

…………………………………………………………………………………………...………

……………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………….

4. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข

…………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………….………

……………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………….………..ผสู้ อน
(……………………………..)
วนั ที่…....เดือน………………………..พ.ศ………….

ส่ือประกอบ
แผนจดั การเรียนรู้

รายวชิ า ฟิ สิกส์พนื้ ฐานและเพมิ่ เตมิ 2 แบบทดสอบ ผลการเรียนทคี่ าดหวงั ท่ี 2
รหัสวชิ า ว 31201 ( ก่อนเรียน – หลงั เรียน ) ประกอบแผนจัดการเรียนรู้ท่ี 2
ระดับช้ันมัธยมศึกษาท่ี 4 เวลา 15 นาที

ผลการเรียนทค่ี าดหวงั ที่ 2 สารวจตรวจสอบ อภิปราย และคานวณเก่ียวกบั พลงั งานกล ความสัมพนั ธ์
ระหวา่ งงานและพลงั งานจลน์
ใหก้ าเครื่องหมาย  ลงใน  ใตต้ วั อกั ษร ก, ข, ค และ ง ที่เป็นคาตอบที่ถูกตอ้ งท่ีสุดเพียงคาตอบเดียว ลงใน
กระดาษคาตอบ

1. นกั กายกรรมหนกั 500 นิวตนั ไต่เชือกที่แขวนอยใู่ นแนวด่ิงข้ึนไปสูง 10.0 เมตร จากพ้ืน จงหาพลงั งาน

จลนเ์ ฉลี่ยขณะท่ีเขากาลงั เคล่ือนท่ี ถา้ อตั ราเร็วเฉลี่ยในการไต่เท่ากบั 0.50 เมตรต่อวินาที

ก. 5 จลู ข. 6.25 จลู ค. 25.0 จูล ง. 72.5 จูล

2. จากขอ้ 1. จงหาพลงั งานศกั ยเ์ ม่ือเขาอยทู่ ี่จุดสูง 8 เมตร จากพ้นื ดิน

ก. 400 จลู ข. 500 จูล ค. 4,000 จูล ง. 5,000 จลู

3. อิเลก็ ตรอน 1 ตวั มีมวลประมาณ 9x10-31 กิโลกรัม จงหาจะตอ้ งใชอ้ ิเล็กตรอนก่ีตวั จึงจะมีพลงั งานจลน์

เป็น 9 จลู ซ่ึงเคลื่อนท่ีดว้ ยอตั ราเร็ว 2x108 เมตร/วนิ าที

ก. 1x1014 ข. 3x1014 ค. 5x1014 ง. 9x1014

4. ลูกปื นมวล 2.0 กรัม เคลื่อนที่ดว้ ยอตั ราเร็ว 200 เมตร/วนิ าที ไปกระทบเป้ าซ่ึงเป็นไม้ ลูกปื นจมลงไปใน

เน้ือไมล้ ึก 5.0 เซนติเมตร ลูกปื นมีพลงั งานจลนเ์ ปลี่ยนไปก่ีจูล

ก. 20 จลู ข. 40 จลู ค. 80 จลู ง. 100 จูล

5. ลูกปื นมวล 0.002 กิโลกรัม เคล่ือนที่ออกจากลากลอ้ งปื นซ่ึงยาว 0.80 เมตร ดว้ ยอตั ราเร็ว 400 เมตร/วนิ าที

จงหางานท่ีทาใหล้ ูกปื นหลุดออกจากลากลอ้ งเป็นกี่จูล

ก. 80 จลู ข. 160 จลู ค. 240 จูล ง. 320 จูล

6. เครื่องชง่ั สปริงแบง่ สเกลไวต้ ้งั แต่ 0 – 20 นิวตนั บนสเกลที่ยาว 0.10 เมตร จงหาพลงั งานศกั ยย์ ดื หยนุ่ ของ
สปริง ขณะท่ีเคร่ืองสปริงอ่านค่าแรงได้ 10 นิวตนั
ก. 1.00 จูล ข. 0.75 จลู ค. 0.50 จูล ง. 0.25 จลู

7. วตั ถุมวล 1.00 กิโลกรัม ติดอยกู่ บั ปลายขา้ งหน่ึงของสปริงดงั รูป เม่ือสปริงถูกกดเขา้ เป็ นระยะ 0.20 เมตร

จากตาแหน่งสมดุล แลว้ ถูกปล่อย จงหาอตั ราเร็วของวตั ถุขณะผา่ นตาแหน่งสมดุลของสปริง เมื่อคา่ คงตวั

ของสปริงเท่ากบั 400 นิวตนั ต่อเมตร ( พ้ืนลื่น )

ก. 4 m/s ข. 3 m/s

ค. 2 m/s ง. 1 m/s

ตาแหน่งสมดุล

8. กอ้ นหินมวล 40.0 กิโลกรัม ตกจากท่ีสูง 185 เมตร เหนือพ้นื ดิน จงหาพลงั งานศกั ยข์ องกอ้ นหิน เมื่อเวลา

ผา่ นไป 1 วนิ าที เป็นกี่จูล

ก. 4.6x104 ข. 6.8x104 ค. 7.2x104 ง. 9.6x104

9. จากขอ้ 8. เม่ือเวลาผา่ นไป 5 วนิ าที ขณะน้นั กอ้ นหินมีพลงั งานจลนเ์ ป็นก่ีจลู

ก. 5x103 ข. 5x104 ค. 5x105 ง. 5x106

10. วตั ถุมวล 2 กิโลกรัม วางอยบู่ นพ้ืนโตะ๊ ที่มีแรงเสียดทานนอ้ ยมาก ( ไม่คิดแรงเสียดทาน ) มีแรงลพั ธ์
กระทาตอ่ วตั ถุในแนวขนานกบั พ้นื โตะ๊ กราฟระหวา่ งความสมั พนั ธ์ระหวา่ งแรงกบั เวลาแสดงดงั รูป
พลงั งานจลนข์ องวตั ถุเมื่อสิ้นสุดวนิ าทีที่ 6 มีค่าเทา่ กบั ก่ีจลู

F (N )

8

0 2 4 6 t (s)

ก. 136 ข. 256 ค. 396 ง. 436

รายวชิ าฟิ สิกส์พ้ืนฐานและเพิ่มเติม 2 เฉลยแบบทดสอบ ผลการเรียนที่คาดหวงั ท่ี 2
รหสั วชิ า ว 40202 ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 4 ก่อนเรียน ประกอบแผนจดั การเรียนรู้ท่ี 2
หลงั เรียน

เฉลยแบบทดสอบ
ก่อนเรียนและหลงั เรียน
ขอ้ คาตอบ
1ข
2ค
3ค
4ค
5ข
6ง
7ก
8ค
9ข
10 ข

รายวชิ า ฟิ สิกส์พนื้ ฐานและเพมิ่ เตมิ 2 ใบความรู้ 2 จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ท่ี 2

รหสั วชิ า ว 40202 ระดบั ช้นั ม. 4 เร่ือง พลงั งาน ใช้ประกอบแผนจัดการเรียนรู้ท่ี 2

พลงั งาน ( Energy )
ในวชิ าฟิ สิกส์กาหนดวา่ พลงั งานเป็นสมบตั ิอยา่ งหน่ึงของระบบ ที่บ่งถึงขีดความสามารถในการ

ทางาน
พลงั งานมีหลายรูปแบบ เช่น พลงั งานกล พลงั งานเคมี พลงั งานแผร่ ังสี พลงั งานไฟฟ้ า พลงั งาน

นิวเคลียร์ เป็ นตน้
พลงั งานตา่ งๆจะมีความสัมพนั ธ์ระหวา่ งกนั
ในทางฟิ สิกส์จาแนกพลงั งานกลออกเป็น 2 ประเภท คือ พลงั งานจลน์ และ พลงั งานศกั ย์

พลงั งานจลน์ ( Kinetic Energy , Ek )

พลงั งานของวตั ถุที่กาลงั เคล่ือนท่ี เรียกวา่ พลงั งานจลน์ ( Ek )
1
Ek  2 mv 2

เม่ือ Ek = พลงั งานจลนข์ องวตั ถุ มีหน่วยเป็น จูล ( J )
m = มวลของวตั ถุ มีหน่วยเป็น กิโลกรัม ( kg )
v = ความเร็วของวตั ถุ มีหน่วยเป็น เมตรต่อวนิ าที ( m/s )

ตัวอย่าง ลูกปื นมวล 0.002 กิโลกรัม เคลื่อนท่ีออกจากลากลอ้ งปื นซ่ึงยาว 0.80 เมตร ดว้ ยอตั ราเร็ว 400 เมตร

ต่อวินาที จงหาพลงั งานจลน์ของลูกปื น

วธิ ีทา Ek  1 mv 2
2
Ek = ½ ( 0.002 )( 400 )2

Ek = 160 J

ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งงานและพลงั งานจลน์

ถา้ เราทาใหว้ ตั ถุท่ีกาลงั เคลื่อนที่อยนู่ ้นั ไปทางานอยา่ งหน่ึง ปริมาณงานท่ีทาไดท้ ้งั หมดจะเทา่ กบั
พลงั งานจลนข์ องวตั ถุน้นั เปล่ียนไป

W = Ek

เมื่อ W = ปริมาณงานที่ทา มีหน่วยเป็น จลู ( J )
มีหน่วยเป็น จูล ( J )
Ek = พลงั งานจลน์ที่เปล่ียนไป Ek2
Ek1 v

F

s

ตัวอย่าง รถยนตม์ วล 800 กิโลกรัม ขณะแล่นดว้ ยความเร็ว 72 กิโลเมตรต่อชวั่ โมง คนขบั ใชห้ า้ มลอ้ รถ

เคลื่อนที่ต่อไปอีก 10 เมตรจึงหยดุ น่ิง งานเน่ืองจากแรงตา้ นท่ีทาใหร้ ถหยดุ มีค่าเทา่ ใด

วธิ ีทา Ek2 W = Ek
Ek1  Ek = Ek2 - Ek1
Ek = 0 - ½ ( 800 ) ( 72x103/3600)2
F Ek = - 8x103 J
W = - 8x103 J
s

ตัวอย่าง ออกแรง 20.0 นิวตนั ดึงวตั ถุใหเ้ คล่ือนที่ดว้ ยความเร็วคงตวั บนพ้ืนท่ีมีแรงเสียดทานไดก้ ารกระจดั

3.0 เมตร จงหางานท่ีทาโดยแรงเสียดทาน

วธิ ีทา W = Ek
Ek = Ek2 - Ek1

Ek1 Ek2 Ek = 0 , ( Ek2 = Ek1 )
W = ( F – f )s
F
W = Fs – fs = WF – Wf
fs
 WF – Wf = 0 , ( W = Ek )
WF = Wf
Fs = Wf = (20)(3) = 60 J

พลงั งานศักย์ ( Potential Energy , Ep )
พลงั งานศักย์ซ่ึงเป็นพลงั งานประเภทหน่ึงของพลงั งานกลในทางฟิ สิกส์ คือ พลงั งานท่ีมีอย่ใู นวตั ถุอนั

เนื่องมาจากตาแหน่งของวตั ถุ เช่น

พลงั งานศักย์โน้มถ่วง คือพลงั งานของวตั ถุซ่ึงอยใู่ นที่สูง เกิดข้ึนเนื่องจากแรงโนม้ ถ่วงของโลกกระทา

ตอ่ วตั ถุน้นั F
จาก
W = F.s เมื่อ F = mg , s = h

W = mg.h

และ W = Ep mg h
 Ep = mgh

เมื่อ Epคือ พลงั งานศกั ยโ์ นม้ ถ่วง มีหน่วยเป็น จลู ( J )
m คือ มวลของวตั ถุ มีหน่วยเป็น กิโลกรัม ( kg )

g คือ ความเร่งเน่ืองจากแรงโนม้ ถ่วง มีหน่วยเป็น เมตรต่อวนิ าทียกกาลงั สอง ( m/s2 )

h คือ ความสูงของวตั ถุจากพ้นื มีหน่วยเป็น เมตร ( m )

ตัวอย่าง นกั กายกรรมหนกั 600 นิวตนั ไต่เชือกท่ีแขวนอยใู่ นแนวด่ิงข้ึนไปสูง 10 เมตร จากพ้นื ดิน จงหา
พลงั งานศกั ยโ์ นม้ ถ่วงเม่ือเขาอยทู่ ี่จุดสูง 10 เมตรจากพ้ืนดิน

วธิ ีทา Ep = mgh
Ep = ( 600 )( 10 )
Ep = 6x103 จูล

พลงั งานศักย์ยดื หย่นุ คือ พลงั งานศกั ยข์ องวตั ถุที่อยกู่ บั ระยะยดื หรือหด เนื่องจากแรงยืดหยนุ่ ของวตั ถุ

Fx x
F = kx

เมื่อ F คือ แรงดึงของวตั ถุ ( N ) F

k คือ คา่ นิจของสปริง ( N/m )

x คือ ระยะยดื หรือหดของวตั ถุ ( m )

จาก W = F. s , F = แรงเฉล่ีย

W  0  F .X
2
1
W  2 F.x

W  1 kx.x
2
1
W  2 k.x 2

ปริมาณงานที่ทาในการดึงหรือกดสปริงใหม้ ีระยะเปล่ียนไป x จะเท่ากบั 1 k.x 2 ปริมาณน้ีก็คือ พลงั งานศกั ย์
2
ในสปริง

EP  1 k.x 2
2

ตวั อย่าง สปริงอนั หน่ึง มีคา่ คงตวั สปริงเท่ากบั 150 นิวตนั ต่อเมตร จงหา
ก. แรงที่ใชด้ ึงสปริงขณะสปริงยดื ออกจากเดิม 0.25 เมตร
ข. พลงั งานศกั ยย์ ดื หยนุ่ เม่ือสปริงยดื ออกจากเดิม 0.25 เมตร

วธิ ีทา ก. จาก F = kx
ข. จาก
F = ( 150 )( 0.25 )

F = 37.5 N
1
EP  2 k.x 2

EP  1 (150)(0.25)2
2
EP = 4.6875 J

รายวชิ า ฟิ สิกส์พ้ืนฐานและ แบบฝึ กทกั ษะ 2 ผลการเรียนทคี่ าดหวงั ที่ 2
เพิ่มเติม 2
5 คะแนน ( P ) ใช้ประกอบแผนจัดการเรียนรู้ท่ี 2
รหสั วชิ า ว 40202 เร่ือง พลงั งานกล เวลา 5 นาที
ระดบั ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ท่ี 4

ชื่อ..........................................................………………….. ช้นั ม. 4 /....…. ……….เลขที่............….

คาชี้แจง จงเติมคาตอบลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง

1. ลูกปื นมวล 0.5 กิโลกรัม เคลื่อนออกจากลากลอ้ งปื นซ่ึงยาว 0.50 m ดว้ ยอตั ราเร็ว 30 m/s จงหา พลงั งานจลน์

ของลูกปื น

วธิ ีทา จาก Ek = 1 mv2
2

2. นกั กายกรรมหนกั 450 N ไตเ่ ชือกที่แขวนอยใู่ นแนวด่ิง ข้ึนไปสูง 15 m จากพ้ืนดิน จงหาพลงั งานศกั ยโ์ นม้

ถ่วงเม่ือเขาอยทู่ ี่จุดสูงสุด

วธิ ีทา จาก Ep = mgh

3. สปริงอนั หน่ึงเม่ือออกแรงดึง 20 N จะทาใหย้ ดื ออก 20 เซนติเมตร จงหาพลงั งานศกั ยย์ ดื หยนุ่ ของสปริง เมื่อ

สปริงยดื ออกมา 8 เซนติเมตร

วธิ ีทา จาก F= kx
Ep =
1 kx2
2

รายวชิ า ฟิ สิกส์พ้ืนฐานและ ใบงาน 2.1 จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ 2
เพ่ิมเติม 2
5 คะแนน ( A ) ใช้ประกอบแผนจัดการเรียนรู้ที่ 2
รหสั วชิ า ว 40202 เรื่อง พลงั งานกล เวลา 10 นาที
ระดับช้ัน มัธยมศึกษาปี ท่ี 4

ชื่อ…………………………………………………..……ช้นั ……………เลขท่ี………….

4. ใหน้ กั เรียนเลือกเขียนแสดงความคิดเห็นวา่ เหตุใดจึงไม่จอดรถยนตใ์ ตต้ น้ มะพร้าว ในแง่ของวชิ าฟิ สิกส์
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
5. ความคิดเห็นของกลุ่มเห็นวา่ เหตุใดจึงไม่จอดรถยนตใ์ ตต้ น้ มะพร้าว ในแง่ของวชิ าฟิ สิกส์
…………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………

6. ความคิดเห็นท่ีนกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายสรุป เห็นวา่ เหตุใดจึงไม่จอดรถยนตใ์ ตต้ น้ มะพร้าว ในแง่
ของวชิ าฟิ สิกส์

………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………

รายวิชา ฟิ สิกส์พ้นื ฐานและ ใบงาน 2.2 จุดประสงค์การเรียนรู้ท่ี 2
เพิ่มเติม 2
5 คะแนน ( P ) ใช้ประกอบแผนจัดการเรียนรู้ท่ี 2
รหัสวชิ า ว 40202 เรื่อง พลงั งานกล เวลา 40 นาที
ระดบั ช้ัน มัธยมศึกษาปี ท่ี 4

ชื่อ………………………………………………………ช้นั …………เลขที่……..กลุ่มท่ี…………

2. ให้นักเรียนเตมิ คา หรือข้อความลงในช่องว่างให้ถูกต้อง

1. เราจะทราบไดอ้ ยา่ งไรวา่ วตั ถุใดมีพลงั งาน
หรือไม่………………………………………………...……………………………………………………
……………………………………………………………………..

2. วตั ถุท่ีกาลงั เคล่ือนท่ีดว้ ยอตั ราเร็ว มีพลงั งานชนิด
ใด…………………………………………….……………

3. พลงั งานจลนจ์ ะมากหรือนอ้ ยข้ึนอยกู่ บั
อะไร…………………………………………………….…………...

4. งานของแรงลพั ธ์ที่กระทาต่อวตั ถุจะ
เทา่ กบั ………………………………………………………………….

5. พลงั งานจลน์ มีหน่วย
เป็ น……………………………………………………………………………………

6. พลงั งานศกั ยข์ องวตั ถุท่ีอยใู่ นท่ีสูง ซ่ึงเกิดจากแรงดึงดูดของโลก
เรียกวา่ ……………………………………

7. พลงั งานศกั ยโ์ นม้ ถ่วง วดั
จาก………………………………………………………………………………..

8. เมื่อวตั ถุตกลงโดยอิสระ พลงั งานศกั ยท์ ่ีลดลงจะ
เท่ากบั ……………………………………………………..

9. พลงั งานศกั ยท์ ี่เกี่ยวกบั การยดื หรือหดของสปริง เรียกวา่
……….………………….………………………...

10. สมการพลงั งานศกั ยท์ ี่เกี่ยวกบั การยดื หรือหดของสปริง คือ
…………………………………………………

11. ลูกปื นมวล 0.15 กิโลกรัม เคล่ือนออกจากลากลอ้ งปื นซ่ึงยาว 0.60 m ดว้ ยอตั ราเร็ว 20 m/s จงหา พลงั งาน
จลน์ของลูกปื น

12. นกั กายกรรมหนกั 650 N ไต่เชือกที่แขวนอยใู่ นแนวด่ิง ข้ึนไปสูง 10 m จากพ้นื ดิน จงหาพลงั งานศกั ยโ์ นม้
ถ่วงเมื่อเขาอยทู่ ี่จุดสูงสุด

13. สปริงอนั หน่ึงเมื่อออกแรงดึง 60 N จะทาใหย้ ดื ออก 15 เซนติเมตร จงหาพลงั งานศกั ยย์ ดื หยนุ่ ของสปริง เมื่อ
สปริงยดื ออกมา 10 เซนติเมตร

รายวชิ า ฟิ สิกส์พ้นื ฐานและ ใบงาน 2.3 จุดประสงค์การเรียนรู้ท่ี 2
เพ่ิมเติม 2
5 คะแนน ( A ) ใช้ประกอบแผนจัดการเรียนรู้ท่ี 2
รหสั วชิ า ว 40202 เร่ือง พลงั งานกล เวลา 10 นาที
ระดบั ช้ัน มัธยมศึกษาปี ที่ 4

ช่ือ………………………………………………………ช้นั …………เลขท่ี……..กลุ่มที่…………

11. ลูกปื นมวล 1.0 กรัม เคล่ือนที่ดว้ ยอตั ราเร็ว 250 เมตร/วนิ าที ไปกระทบเป้ าซ่ึงเป็นไม้ ลูกปื นจมลงไปใน
เน้ือไมล้ ึก 4.0 เซนติเมตร จงหาแรงเฉล่ียของลูกปื นที่กระทาต่อไมใ้ นการเคล่ือนท่ีเขา้ ไปในเน้ือไม้

12. ลูกปื นมวล 0.02 กิโลกรัม เคล่ือนที่ออกจากลากลอ้ งปื นซ่ึงยาว 0.75 เมตร ดว้ ยอตั ราเร็ว 400 เมตร/วนิ าที
จงหา แรงที่ดนั ใหล้ ูกปื นหลุดออกจากลากลอ้ งเป็นก่ีนิวตนั

แผนจัดการเรียนรู้ท่ี 3

เรื่อง

กฎอนุรักษ์พลงั งาน

รายวชิ า ฟิ สิกส์พ้นื ฐานและเพิม่ เติม 2 แผนจดั การเรียนรู้ท่ี 3 ผลการเรียนท่ีคาดหวงั ท่ี 3
รหสั วชิ า ว31201 ช้นั ม.4 สปั ดาห์ท่ี 5 คาบท่ี 17 - 20

เร่ือง งานและพลงั งาน หวั ข้อเร่ือง กฎอนุรักษ์พลงั งาน

สาระสาคัญ

“ พลงั งานในระบบ จะไมส่ ญู หาย แต่พลงั งานสามารถท่ีจะเปลีย่ นรูปได้ ดงั นนั้ พลงั งานของ
ระบบหนงึ่ จะมคี ่าคงท”ี่ เราเรียกหลกั การนีว้ ่า การอนรุ ักษ์พลงั งาน ดงั นนั้ ในเคร่ืองกลใดๆ ที่
นามาใช้งาน แล้วงานที่ได้ จากการทางานไปนนั้ ไมเ่ ท่าเดิม เป็นผลสบื เน่ืองมาจาก การเปลย่ี น
รูปไปเป็นพลงั งานรูปอื่น เมอื่ รวมพลงั งานนนั้ แล้วกจ็ ะเป็นไปตามกฎการอนรุ ักษ์พลงั งาน
ประสทิ ธิภาพของเครื่องกลจะมคี ่ามากหรือน้อยจงึ ขนึ ้ อยกู่ บั ว่า มกี ารสญู เสียไปเป็นพลงั งานใน
รูปอ่ืนมากน้อยตา่ งกนั อยา่ งไร ถ้าสญู เสยี ไปเป็นพลงั งานรูปอ่นื ท่ีเราไมต่ ้องการมาก แสดงวา่
ประสิทธิภาพของเครื่องกลก็จะต่า

ผลการเรียนทคี่ าดหวงั
สืบคน้ ขอ้ มูล ทดลอง และอธิบายเก่ียวกบั กฎการอนุรักษ์พลงั งาน และรวม ไปถึงกฎการอนุรักษ์

พลงั งานรูปอ่ืน

เนือ้ หา 1. กฎการอนุรักษพ์ ลงั งาน
2. เคร่ืองกลและประสิทธิภาพของเครื่องกล

กระบวนจัดการเรียนรู้
1. ข้นั สร้างความสนใจ
1.1 นกั เรียนและครูร่วมกนั สนทนา เกี่ยวกบั เรื่อง ตาแหน่งของวตั ถุที่จุดสูงสุดแลว้ ตกลง

มาถึงพ้ืน(ตาแหน่งต่าสุด) พลงั งานที่เก่ียวขอ้ งมีพลงั งานอะไร เพอื่ นาไปสู่คาถามที่วา่ “ทุกตาแหน่งของวตั ถุที่
มีการเคลื่อนท่ีพลงั งาน จะเปล่ียนแปลงอยา่ งไร”

1.2 นักเรียนตอบขอ้ ซักถามของครูว่า “ทุกตาแหน่งของวตั ถุที่มีการเคลื่อนที่พลงั งาน จะ
เปลี่ยนแปลงอยา่ งไร ” ( ทิ้งช่วงใหน้ กั เรียนคิด )

1.3 นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายในแต่ละกลุ่ม พร้อมท้งั บนั ทึกความเห็นของกลุ่มในใบงาน 3.1
เฉพาะขอ้ 1 และขอ้ 2 (เปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนไดแ้ สดงความคิดเห็นโดยยงั ไม่เนน้ ถูกผดิ )

1.4 ตวั แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอความเห็นของกลุ่ม ( ของแต่ละคนในกลุ่มโดย
ตวั แทนของกลุ่ม และขอ้ สรุปของกลุ่ม )

1.5 นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายเกี่ยวกบั “ทุกตาแหน่งของวตั ถุที่มีการเคลื่อนท่ีพลงั งาน
จะเปล่ียนแปลงอยา่ งไร” แลว้ บนั ทึกลงในใบงาน 3.1

1.6 นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน จานวนขอ้ สอบ 10 ขอ้
1.7 แจง้ ให้นักเรียนทราบว่า จะได้ศึกษาเก่ียวกับ กฎการอนุรักษ์พลงั งาน เครื่องกลและ
ประสิทธิภาพของเครื่องกล

2. ข้นั สารวจและค้นหา
2.1 นกั เรียนสืบคน้ ขอ้ มลู เกี่ยวกบั ศกั ยไ์ ฟฟ้ า จากใบความรู้ 3 พร้อมกบั ใบงาน 3.2 แลว้ สรุป

สาระสาคญั บนั ทึกลงในสมุดจดบนั ทึกและตอบคาถาม
2.2 สุ่มนกั เรียน 1 กลุ่มเสนอผลการสืบคน้ ขอ้ มลู

3. ข้นั อธิบายและลงข้อสรุป
3.1 นกั เรียนนาขอ้ มูลจากข้นั การสืบคน้ ขอ้ มูล มาอภิปรายร่วมกบั ครู
3.2 ครูอธิบายเพมิ่ เติมเก่ียวกบั กฎการอนุรักษพ์ ลงั งาน และการคานวณเพอ่ื ให้ นกั เรียนสรุป

สาระสาคญั ลงในสมุดจดบนั ทึก

4. ข้ันขยายความรู้
4.1 นกั เรียนสนทนาซกั ถามครูและตอบคาถามว่า “ เครื่องกลต่างๆที่เราใชเ้ พ่ืออานวยความ

สะดวก และผ่อนแรง น้ัน เป็ นไปตามกฎอนุรักษพ์ ลงั งาน หรือไม่อย่างไร ” ( ทิ้งช่วงให้นกั เรียนคิด ) เพ่ือ
นาไปสู่ เคร่ืองกล และประสิทธิภาพของเครื่องกล

4.2 นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปราย เกี่ยวกบั เครื่องกล และการคานวณหาประสิทธิภาพของ
เคร่ืองกล จากใบความรู้ 3

4.3 นกั เรียนร่วมกนั สืบคน้ แกป้ ัญหา ในใบงาน 3.3
4.4 นกั เรียนทาแบบฝึกทกั ษะ
5. ข้นั ประเมนิ
5.1 นักเรียนเขียน Concept mapping เกี่ยวกับ กฎการอนุรักษ์พลังงาน เคร่ืองกลและ
ประสิทธิภาพของเคร่ืองกล ในใบกิจกรรม 3
5.2 นักเรียนนา Concept mapping อภิปรายแลกเปลี่ยนกับเพ่ือนๆ และประเมินผลงาน
ใหก้ บั เพอ่ื น
5.3 นักเรียนที่เป็ นเจ้าของผลงาน Concept mapping ท่ีได้รับการประเมินจากเพ่ือนมา
อภิปรายเกี่ยวกบั Concept ในงานน้นั โดยการสุ่มจากครู
5.4 นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน

ส่ือการเรียนการสอน / แหล่งเรียนรู้ จานวน สภาพการใช้ส่ือ
1 ชุด ใชข้ ้นั สร้างความสนใจ
รายการสื่อ 1 ชุด ใชข้ ้นั สร้างความสนใจ
1. แบบทดสอบก่อนเรียน 1 ชุด ใชอ้ ธิบายและลงขอ้ สรุป ( ใชข้ ้นั ประเมิน )
2. ใบงาน 3.1 1 ชุด ใชอ้ ธิบายและลงขอ้ สรุป
3. แบบฝึกทกั ษะ 3 1 ชุด ใชส้ ารวจและคน้ หา
4. ใบความรู้ 3 1 ชุด ใชข้ ยายความรู้และลงขอ้ สรุป
5. ใบงาน 3.2 1 ชุด ใชข้ ้นั ประเมินและลงขอ้ สรุป
6. ใบงาน 3.3 1 ชุด ใชข้ ้นั ประเมิน
7. ใบกิจกรรม 3
8. แบบทดสอบหลงั เรียน

การวดั ผลและประเมนิ ผล เครื่องมอื ทใ่ี ช้ เกณฑ์ผ่าน
รายการวดั ผลและประเมินผล สงั เกตพฤติกรรมนกั เรียน
ตรวจใบงาน 3.1 – 3.3 -
1. การวดั ผลคุณธรรม จิตพิสยั ตรวจแบบฝึกทกั ษะ 3 -
2. การประเมินผลจากสภาพจริง ตรวจสมุดจด ร้อยละ 50 ข้ึนไป
ตรวจใบกิจกรรม 3 -
3. การวดั ผลหลงั เรียน แบบทดสอบรายจุดประสงคท์ ่ี 3 ระดบั 3 ข้ึนไป
ร้อยละ 50 ข้ึนไป

กจิ กรรมเสริมทกั ษะหรือซ่อมเสริม วธิ ีดาเนินกจิ กรรม
รายการ
1. ครูควบคุมดูแลใหอ้ ยใู่ นกรอบระหวา่ งเรียน
1. ปรับปรุง – แกไ้ ขขอ้ บกพร่องของผเู้ รียน 2. ครูคอยเสริมหรือแกไ้ ขเมื่อการอภิปรายของนกั เรียน
ไมส่ มบูรณ์
2. ส่งเสริมความรู้ความสามารถของผเู้ รียน 3. ครูช้ีแจงขอ้ บกพร่องในการทากิจกรรม
4. ครูเฉลยขอ้ สงสยั ท่ีนกั เรียนทาไมไ่ ด้
5. สอนซ่อมเสริมนกั เรียนท่ีไมผ่ า่ นประเมินหลงั เรียน
1. ใหน้ กั เรียนทาชิ้นงาน 1 ชิ้นงาน

รายวชิ าฟิสิกส์พ้นื ฐานและเพม่ิ เติม 2 แบบบนั ทกึ ผลหลงั สอน ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 4

รหสั วชิ า ว31201 ผลการเรียนทคี่ าดหวงั ท่ี 3 คาบที่ 17 - 20

เร่ือง งานและพลงั งาน หัวข้อเรื่อง กฎการอนุรักษ์พลงั งาน

1. ความเหมาะสมของแผนการสอน

รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ ขอ้ เสนอแนะ
4321

13. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

14. เน้ือหาสาระ

15. กิจกรรมการเรียนการสอน

16. สื่อการสอน

17. การวดั ผลประเมินผล

18. ความสอดคลอ้ ง ( ขอ้ 1 – 5 )

( 4 = มากท่ีสุด , 3 = มาก , 2 = พอใช้ , 1 = ควรปรับปรุง )

2. ผลการสอน

………………………………………………………………………………………...

……………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………

3. ปัญหา / อุปสรรค

…………………………………………………………………………………………...………

……………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………….

4. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข

…………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………….………

……………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ…………………….………..ผสู้ อน
(……………………………..)
วนั ท่ี…....เดือน………………………..พ.ศ………….

ส่ือประกอบ
แผนจดั การเรียนรู้

รายวชิ า ฟิ สิกส์พนื้ ฐานและ แบบทดสอบ ผลการเรียนทค่ี าดหวงั ท่ี 3
เพมิ่ เตมิ 2 ( ก่อนเรียน – หลงั เรียน ) ประกอบแผนจัดการเรียนรู้ท่ี 3
เวลา 15 นาที
รหสั วชิ า ว
ระดับช้ันมัธยมศึกษาที่ 4

ผลการเรียนทค่ี าดหวงั ที่ 3 สืบคน้ ขอ้ มลู ทดลอง และอธิบายเกี่ยวกบั กฎการอนุรักษพ์ ลงั งาน และรวม ไปถึง
กฎการอนุรักษพ์ ลงั งานรูปอ่ืน

ให้กาเคร่ืองหมาย  ลงใน  ใต้ตวั อกั ษร ก, ข, ค และ ง ท่ีเป็นคาตอบที่ถกู ต้องที่สดุ เพียงคาตอบ

เดียว ลงในกระดาษคาตอบ

โจทยใ์ ชต้ อบคาถามขอ้ 1 – 3 กอ้ นหินมวล 50.0กิโลกรัม ตกจากที่สูง 200 เมตรเหนือพ้ืนดิน

1. จงหาพลงั งานศกั ยข์ องกอ้ นหิน เม่ือเวลาผา่ นไป 4 วนิ าที

ก. 1.0x105 J ข. 2.0x104 J ค. 4.0x104 J ง. 6.0x104 J

2. จงหาพลงั งานจลน์ของกอ้ นหิน เมื่อเวลาผา่ นไป 4 วนิ าที

ก. 1.0x105 J ข. 2.0x104 J ค. 4.0x104 J ง. 6.0x104 J

3. จงหางานรวมของระบบ เม่ือเวลาผา่ นไป 4 วนิ าที

ก. 1.0x105 J ข. 2.0x104 J ค. 4.0x104 J ง. 6.0x104 J

4. ลูกกลมอนั หน่ึงตกลงกระทบพ้ืนตามแนวด่ิงจากจุด X ผ่าน Y ซ่ึง Y เป็ นจุดท่ี X

ระยะห่าจากตาแหน่ง X เท่ากบั 2/5ของระยะ X ถึงพ้ืน ถา้ ให้ Ep เป็ นพลงั งานศกั ย์ Y

โน้มถ่วงของวตั ถุที่ตาแหน่ง X และ Ek เป็ นพลงั งานจลน์ของวตั ถุที่ตาแหน่ง Y

เป็ นกี่เทา่ ของ Ep
2 3 3 5
ก. Ek = 3 Ep ข. Ek = 2 Ep ค. Ek = 5 Ep ง. Ek = 3 Ep

โจทย์ใช้ตอบคาถามข้อ 5 - 7 Y
โยนวตั ถุมวล 0.2 กิโลกรัม ข้ึนตามแนวด่ิง เม่ือข้ึนไปไดส้ ูงสุด 3 เมตร วตั ถุ Z

ตกกลบั มาที่เดิม ดงั รูป x , y และ z เป็นตาแหน่งตา่ งๆของวตั ถุขณะอยสู่ ูงจากพ้นื X
5. จงหาพลงั งานจลน์ท่ีตาแหน่ง Y และ Y เป็นจุดสูงสุดของการเคลื่อนที่
ก. 0 J ข. 2 J ค. 4 J ง. 6 J
6. จงหาพลงั งานรวมของระบบท่ีตาแหน่ง X
ก. 0 J ข. 2 J ค. 4 J ง. 6 J
7. จงหาพลงั งานศกั ยท์ ่ีตาแหน่ง Z เมื่อท่ีตาแหน่ง Z มีพลงั งานจลน์เทา่ กบั 2 จูล
ก. 0 J ข. 2 J ค. 4 J ง. 6 J

8. ประสิทธิภาพของรอก ดงั รูปมีค่าเทา่ ใด 50 N s
ก. 65 %
ข. 70% s/2
ค. 75 % 8 kg
ง. 80%

9. ประสิทธิภาพของพนื้ เอยี งมีค่าเท่าใด ถ้าใช้เป็ นเคร่ืองกลอนั หน่ึง 3N

ก. 33.33 %

ข. 66.67% 30 4N
ค. 75.00 %

ง. 80.00%

F= N
20 kg
10. ประสิทธิภาพของเครื่องกลดงั รูปมีค่าเท่าใด
ก. 33.33 % 0.5 m
ข. 66.67%
ค. 75.00 % 1 cm
ง. 80.00%

รายวชิ าฟิ สิกส์พ้นื ฐานและเพม่ิ เติม 2 เฉลยแบบทดสอบ ผลการเรียนท่ีคาดหวงั ท่ี 3
ว 40202 ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 4 ก่อนเรียน ประกอบแผนจดั การเรียนรู้ท่ี 3
หลงั เรียน

เฉลยแบบทดสอบ คาตอบ
ก่อนเรียนและหลงั เรียน ค

ขอ้ ง
1 ก
2 ก
3 ง
4 ค
5 ง
6 ข
7 ข
8
9
10


Click to View FlipBook Version