ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 1ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้
แพทย์หญิงจินตนา ค าภักดีผู้อ านวยการส านักงานป้องกันควบคุมโรคที่10 จังหวัดอุบลราชธานีปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 นับเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความมุ่งมั่นของส านักงานป้องกันควบคุมโรคที่10 จังหวัดอุบลราชธานีในการขับเคลื่อนภารกิจด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค รวมถึงการจัดการภัยสุขภาพ เพื่อคุ้มครองประชาชนในเขตสุขภาพที่10 ให้มีความปลอดภัยด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบริบทความท้าทายที่ซับซ้อน ทั้งจากโรคติดต่อ โรคไม่ติดต่อ ภัยสุขภาพจากสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความเสี่ยงจากการเคลื่อนย้ายประชากรข้ามพรมแดน ผลการด าเนินงานตลอดปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความทุ่มเทของบุคลากรทุกกลุ่มงาน และความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของเครือข่ายในพื้นที่ที่สามารถขับเคลื่อนภารกิจส าคัญให้บรรลุเป้าหมายตามที่ก าหนด อย่างไรก็ตาม บทเรียนจากการด าเนินงานได้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสถานการณ์สุขภาพในระดับเขตมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากขึ้นการบริหารจัดการในระยะต่อไปจึงต้องยกระดับสู่การมุ่งเน้นผลลัพธ์เชิงระบบ และการตัดสินใจบนฐานข้อมูล อย่างเป็นรูปธรรมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งอยู่ระหว่างการด าเนินงานตามแผนและโครงการที่ได้ก าหนดไว้แล้ว หน่วยงานฯ จะใช้ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสในการสะสมข้อมูล ทบทวนบทเรียน และเสริมสร้างความพร้อมเชิงระบบ โดยไม่กระทบต่อการขับเคลื่อนภารกิจตามกรอบที่ได้รับอนุมัติทั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การจัดท าแผนปฏิบัติราชการและค าของบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งจะเป็นจังหวะส าคัญของการยกระดับการบริหารจัดการเชิงผลลัพธ์การบูรณาการข้อมูลระดับเขต และการด าเนินงานข้ามกลุ่มภารกิจอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้นรายงานประจ าปีฉบับนี้จึงมิได้เป็นเพียงภาพสะท้อนผลการด าเนินงานของปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เท่านั้น แต่ยังเป็นฐานรากเชิงวิเคราะห์ที่สนับสนุนการก าหนดทิศทางการพัฒนาองค์กรในระยะต่อไป ขอขอบคุณบุคลากรทุกท่านและเครือข่ายทุกภาคส่วนทไี่ด้ร่วมแรงร่วมใจในการปฏิบัติงานตลอดปีที่ผ่านมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รายงานฉบับนี้จะเป็นทั้งเครื่องสะท้อนความก้าวหน้า และเป็นเข็มทิศส าคัญสู่การพัฒนาองค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืนค ากล่าวผู้อ านวยการ
บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary)1. ภาพรวมผลการด าเนินงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ส านักงานป้องกันควบคุมโรคที่10 จังหวัดอุบลราชธานีได้ด าเนินภารกิจด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค ครอบคลุมโรคติดต่อ โรคไม่ติดต่อ โรคอุบัติใหม่ และการเตรียมความพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ของ กรมควบคุมโรค และนโยบายระดับเขตสุขภาพ โดยบูรณาการความร่วมมือกับส านักงานสาธารณสุขจังหวัด หน่วยบริการสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายในพื้นที่อย่างใกล้ชิดผลการด าเนินงานโดยรวมบรรลุเป้าหมายตามตัวชี้วัดที่ก าหนด ทั้งในด้านความครอบคลุมของการเฝ้าระวังโรค การสอบสวนควบคุมโรค การคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อและการสื่อสารความเสี่ยงต่อประชาชน อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในมิติเชิงระบบ พบว่าบริบทเฉพาะของเขตสุขภาพที่ 10 ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดน มีการเคลื่อนย้ายประชากรสูง และมีแนวโน้มภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก าลังกดดันให้รูปแบบการบริหารจัดการที่มุ่งเน้นผลผลิต (Output-Oriented Management) ไม่เพียงพอต่อการรับมือความท้าทายในระยะยาว องค์กรจึงจ าเป็นต้องพัฒนาไปสู่การบริหารจัดการที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ด้านสุขภาพ (Outcome-Based Management) และการตัดสินใจบนฐานข้อมูลเชิงวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ2. มุมมองเชิงยุทธศาสตร์: จากการสรุปผล สู่การก าหนดทิศทาง 2.1 ประเด็นความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ระดับเขต(1) ภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้การคัดกรองและติดตามกลุ่มเสี่ยงมีความครอบคลุมในระดับที่น่าพอใจ แต่ผลลัพธ์ด้านการควบคุมโรคในระยะยาวยังไม่สะท้อนการลดภาระโรคอย่างมีนัยส าคัญ ความเสี่ยงเชิงระบบอยู่ที่การใช้ทรัพยากรจ านวนมากกับการจัดการผู้ป่วย มากกว่าการลงทุนเชิงป้องกันในระดับประชากร(2) ความเปราะบางจากบริบทชายแดนและการเคลื่อนย้ายประชากร ลักษณะพื้นที่ที่มีจุดผ่านแดนและแรงงานเคลื่อนย้ายจ านวนมาก เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคติดต่อข้ามพรมแดนและโรคอุบัติใหม่ ระบบเฝ้าระวังจึงจ าเป็นต้องพัฒนาไปสู่แนวทางเชิงคาดการณ์ (Predictive and Proactive Approach) มากกว่าการตอบสนองภายหลังเกิดเหตุ(3) ข้อจ ากัดด้านการบูรณาการข้อมูลเพื่อการตัดสินใจเชิงบริหาร ข้อมูลสถานการณ์โรคและผลการด าเนินงานกระจายอยู่ในหลายระบบและหลายกลุ่มภารกิจ ส่งผลให้การสังเคราะห์ภาพรวมระดับเขตเพื่อก าหนดยุทธศาสตร์ยังไม่เต็มศักยภาพ การตัดสินใจจ านวนมากยังอาศัยข้อมูลย้อนหลัง มากกว่าการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์และการจัดล าดับความส าคัญตามความเสี่ยง
2.2 จุดแข็งเชิงระบบขององค์กร(1) โครงสร้างการท างานแบบ Cluster ที่เอื้อต่อการบูรณาการภารกิจ และสามารถต่อยอดสู่การด าเนินงานข้ามกลุ่ม (Cross-Cluster) ได้อย่างเป็นรูปธรรม(2) ศักยภาพบุคลากรด้านวิชาการ การวิเคราะห์สถานการณ์ และการสอบสวนควบคุมโรค ซึ่งเป็นทุนส าคัญของการพัฒนาระบบบริหารจัดการเชิงข้อมูล(3) เครือข่ายความร่วมมือในระดับจังหวัดและพื้นที่ที่เข้มแข็ง ซึ่งสนับสนุนการขับเคลื่อนมาตรการเชิงนโยบายสู่การปฏิบัติจริง 2.3 ช่องว่างเชิงโครงสร้างที่ควรได้รับการพัฒนา(1) กรอบตัวชี้วัดส่วนใหญ่ยังเน้นผลผลิตมากกว่าผลลัพธ์ด้านสุขภาพในระยะยาว(2) ขาดระบบสารสนเทศเชิงบริหารระดับเขตที่บูรณาการและรองรับการวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์แบบองค์รวม(3) การด าเนินงานข้ามกลุ่มภารกิจยังไม่ถูกออกแบบเป็นกลไกเชิงโครงสร้างเพื่อสร้างผลลัพธ์ระดับระบบเมื่อพิจารณาร่วมกัน พบว่าความท้าทายส าคัญขององค์กรไม่ได้อยู่ที่ขีดความสามารถเชิงวิชาการ หากแต่อยู่ที่การปรับโครงสร้างระบบข้อมูล ตัวชี้วัด และกลไกบูรณาการให้รองรับการบริหารจัดการเชิงผลลัพธ์อย่างแท้จริง การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวมิใช่เพียงการปรับปรุงกระบวนการท างาน หากแต่เป็นการปรับกรอบแนวคิดการบริหารจัดการขององค์กรทั้งระบบเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความเสี่ยงเชิงพื้นที่ได้อย่างแม่นย าและยั่งยืน 2.4 สัญญาณแนวโน้มส าคัญสู่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569(1) ภาระโรคเรื้อรังที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อโครงสร้างการใช้ทรัพยากรด้านสาธารณสุขอย่างมีนัยส าคัญ(2) ความเสี่ยงจากบริบทชายแดนต้องการระบบเฝ้าระวังที่มีความไวและตอบสนองรวดเร็วมากขึ้น(3) ความคาดหวังจากระดับส่วนกลางต่อการรายงานผลลัพธ์เชิง Outcome จะเป็นแรงกดดันส าคัญต่อการพัฒนาระบบตัวชี้วัดและการบริหารจัดการระดับเขต(4) การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลจะเป็นปัจจัยก าหนดประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือขององค์กรในระยะต่อไป3. กรอบทิศทางเชิงยุทธศาสตร์จากบทเรียนและข้อค้นพบดังกล่าว ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จึงถูกก าหนดบทบาทเป็น “ช่วงเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์” (Strategic Transition Year) ที่มุ่งวางรากฐานการบริหารจัดการเชิงระบบ โดยเน้นการพัฒนากลไกข้อมูล ตัวชี้วัดเชิงผลลัพธ์และกระบวนการบูรณาการข้ามกลุ่มภารกิจ เพื่อยกระดับคุณภาพการตัดสินใจเชิงนโยบาย ทั้งนี้โดยไม่กระทบต่อการด าเนินงานตามแผนที่ได้รับอนุมัติแล้ว
รายงานประจ าปีพ.ศ. 2568 ฉบับนี้จึงมิได้ท าหน้าที่เพียงสรุปผลการด าเนินงานที่ผ่านมาหากแต่เป็นฐานข้อมูลเชิงวิเคราะห์ (Strategic Foundation) ส าหรับการจัดท าแผนปฏิบัติราชการและค าของบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนองค์กรสู่การบริหารจัดการที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven) และมุ่งเน้นผลลัพธ์ ด้านสุขภาพของประชาชนอย่างเป็นระบบและยั่งยืนปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 นับเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความมุ่งมั่นของส านักงานป้องกันควบคุมโรคที่10 จังหวัดอุบลราชธานีในการขับเคลื่อนภารกิจด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค รวมถึงการจัดการภัยสุขภาพ เพื่อคุ้มครองประชาชนในเขตสุขภาพที่10 ให้มีความปลอดภัยด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบริบทความท้าทายที่ซับซ้อน ทั้งจากโรคติดต่อ โรคไม่ติดต่อ ภัยสุขภาพจากสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความเสี่ยงจากการเคลื่อนย้ายประชากรข้ามพรมแดน ผลการด าเนินงานตลอดปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความทุ่มเทของบุคลากรทุกกลุ่มงาน และความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของเครือข่ายในพื้นที่ที่สามารถขับเคลื่อนภารกิจส าคัญให้บรรลุเป้าหมายตามที่ก าหนด อย่างไรก็ตาม บทเรียนจากการด าเนินงานได้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สถานการณ์สุขภาพในระดับเขตมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากขึ้นการบริหารจัดการในระยะต่อไปจึงต้องยกระดับสู่การมุ่งเน้นผลลัพธ์เชิงระบบ และการตัดสินใจ บนฐานข้อมูลอย่างเป็นรูปธรรมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งอยู่ระหว่างการด าเนินงานตามแผนและโครงการที่ได้ก าหนดไว้แล้ว หน่วยงานฯ จะใช้ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสในการสะสมข้อมูล ทบทวนบทเรียน และเสริมสร้างความพร้อมเชิงระบบ โดยไม่กระทบต่อการขับเคลื่อนภารกิจตามกรอบที่ได้รับอนุมัติทั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การจัดท าแผนปฏิบัติราชการและค าของบประมาณ ในปีงบประมาณพ.ศ. 2570 ซึ่งจะเป็นจังหวะส าคัญของการยกระดับการบริหารจัดการเชิงผลลัพธ์การบูรณาการข้อมูลระดับเขต และการด าเนินงานข้ามกลุ่มภารกิจอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้นรายงานประจ าปีฉบับนี้จึงมิได้เป็นเพียงภาพสะท้อนผลการด าเนินงานของปีงบประมาณพ.ศ. 2568 เท่านั้น แต่ยังเป็นฐานรากเชิงวิเคราะห์ที่สนับสนุนการก าหนดทิศทางการพัฒนาองค์กรในระยะต่อไป ขอขอบคุณบุคลากรทุกท่านและเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมแรงร่วมใจในการปฏิบัติงานตลอดปีที่ผ่านมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รายงานฉบับนี้จะเป็นทั้งเครื่องสะท้อนความก้าวหน้า และเป็นเข็มทิศส าคัญสู่การพัฒนาองค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืนแพทย์หญิงจินตนา ค าภักดีผู้อ านวยการส านักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10จังหวัดอุบลราชธานี
สคร.10 อุบลราชธานี: ภาพรวมเชิงยุทธศาสตร์ระดับ Cluster (ปี 2568 → ทิศทาง 2569 สู่แผนปฏิบัติราชการ ปี 2570)Cluster บทบาทเชิงยุทธศาสตร์ Risk / Pressure PointStructural Gap ประเด็นเตรียมการเชิงยุทธศาสตร์CD ควบคุมโรคติดต่อส าคัญ (TB, HIV, Dengue, Emerging Diseases) และเสริมความมั่นคงสุขภาพชายแดนกลุ่มเปราะบาง/แรงงานเคลื่อนย้าย, TB & HIV ยังควบคุมไม่เต็มที่ข้อมูลข้ามจังหวัด/ข้ามแดนไม่เชื่อมโยงเต็มระบบOutcome KPI ด้านรักษาหายและลด Lost to Follow-up + เชื่อม DashboardNATI สร้างภูมิคุ้มกันโรคและเตรียมพร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่ช่องว่างวัคซีนในพื้นที่ห่างไกล/ประชากรเคลื่อนย้ายระบบติดตามรายบุคคลและ RiskCommunication ยังไม่เข้มแข็งDashboard ความครอบคลุมวัคซีน + กลไกสอื่สารความเสี่ยงเชิงรุกSALT ลดปัจจัยเสี่ยง NCD โดยเฉพาะโซเดียม/ความดันโลหิตสูงพฤติกรรมสุขภาพเปลี่ยนช้า, ภาระโรคเรื้อรังสูงยังไม่มี Outcome KPI เชิงพฤติกรรมที่ชัดเจนก าหนด KPI ด้านการควบคุมความดัน + บูรณาการข้อมูลกับปฐมภูมิEnvOccป้องกันผลกระทบสุขภาพจากสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัยความเสี่ยงสารเคมี/มลพิษในพื้นที่เกษตรอุตสาหกรรมข้อมูลสิ่งแวดล้อมสุขภาพ ยังไม่เชื่อมโยงพัฒนาระบบข้อมูลบูรณาการ + ตัวชี้วัดผลกระทบสุขภาพเชิงระบบ สนับสนุนยุทธศาสตร์ ข้อมูล และการจัดสรรทรัพยากรระดับเขตการตัดสินใจยังอิงรายงานกิจกรรมมากกว่าผลลัพธ์ไม่มี Health Intelligence Dashboard รวมศูนย์จัดตั้ง Dashboard ระดับเขต + Outcome KPI ทุก Clusterจากการวิเคราะห์ภาพรวมเชิงยุทธศาสตร์ของทั้ง 5 Cluster พบความท้าทายร่วมด้านการเชื่อมโยงข้อมูล (Data Integration Gap) ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการวิเคราะห์สถานการณ์และการตัดสินใจเชิงนโยบาย ประกอบกับบริบทความเสี่ยงของเขตสุขภาพที่ 10 จากพื้นที่ชายแดน การเคลื่อนย้ายประชากร และภาระโรคไม่ติดต่อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงจ าเป็นต้องเตรียมยกระดับการบริหารจัดการสู่การมุ่งเน้นผลลัพธ์และการใช้ข้อมูล เชิงวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ โดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จะมีบทบาทส าคัญในฐานะ ช่วงเสริมสร้างกลไกข้อมูล ตัวชี้วัด และกระบวนการบูรณาการ เพื่อรองรับการออกแบบแผนปฏิบัติราชการและค าของบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้สามารถตอบสนองต่อความเสี่ยงเชิงพื้นที่ได้อย่างแม่นย าและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
กรอบการเชื่อมโยงผลการด าเนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สู่การจัดท าแผนปีงบประมาณ พ.ศ. 25701. หลักการปรับกรอบการตีความเชิงเวลา รายงานประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ฉบับนี้มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติราชการปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งได้รับการอนุมัติและอยู่ระหว่างการด าเนินงานแล้วหากแต่ท าหน้าที่เป็นฐานข้อมูลเชิงวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนการจัดท าแผนปฏิบัติราชการและ ค าของบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ดังนั้น การระบุทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ในเอกสารฉบับนี้จึงมีนัยส าคัญในฐานะ“กรอบเตรียมการ” มากกว่าการปรับแผนปัจจุบัน โดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จะมีบทบาทส าคัญในฐานะช่วงเสริมสร้างความพร้อมเชิงระบบ เพื่อรองรับการยกระดับเชิงโครงสร้างในปีงบประมาณ พ.ศ. 25702. ประเดน็ยุทธศาสตร์หลักเพื่อใช้ก าหนดทิศทางการจัดท าแผนปีงบประมาณพ.ศ. 2570จากการวิเคราะห์ภาพรวมเชิงยุทธศาสตร์ขององค์กร สามารถสังเคราะห์ประเด็นส าคัญเพื่อใช้ก าหนดทิศทางการจัดท าแผนปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ดังนี้1. การพัฒนาระบบข้อมูลและ Health Intelligence ระดับเขต มุ่งเสริมสร้างกลไกบูรณาการข้อมูลข้ามกลุ่มภารกิจ พัฒนาระบบรายงานเชิงวิเคราะห์ และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์บนฐานข้อมูลแบบองค์รวม2. การยกระดับกรอบตัวชี้วัดจาก Output สู่ Outcome ทบทวนและก าหนดตัวชี้วัดเชิงผลลัพธ์ที่สะท้อนผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชนในระยะยาว โดยเชื่อมโยงกับบริบทความเสี่ยงเฉพาะของเขตสุขภาพ3. การออกแบบกลไกการด าเนินงานข้ามกลุ่มภารกิจ (Cross-Cluster Integration) พัฒนาแนวทางบูรณาการประเด็นยุทธศาสตร์ส าคัญ เช่น บริบทชายแดนและภาระโรคไม่ติดต่อ เพื่อสร้างผลลัพธ์ระดับระบบอย่างเป็นรูปธรรมประเด็นทั้งสามประการนี้จะเป็นกรอบอ้างอิงหลักส าหรับการจัดท าแผนปฏิบัติราชการและค าของบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ. 25703. แนวทางการเชื่อมโยงทรัพยากรสู่ยุทธศาสตร์ข้อค้นพบจากรายงานประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จะถูกใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดสรรทรัพยากรและการจัดล าดับความส าคัญของโครงการในค าของบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมุ่งเน้น• ความคุ้มค่าเชิงผลลัพธ์ (Value for Outcome)• ความสอดคลอ้งกับความเสี่ยงเชิงพื้นที่• การลงทุนเชิงป้องกันและลดภาระโรคในระยะยาว
ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวมิได้กระทบต่อกรอบงบประมาณและแผนการด าเนินงานที่ได้รับอนุมัติในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 แต่เป็นการเตรียมการเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดสรรทรัพยากรในรอบปีถัดไป4. Roadmap การเตรียมการเชิงระบบ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อรองรับการจัดท าแผนปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 อย่างมีคุณภาพ ปีงบประมาณพ.ศ. 2569 จึงก าหนดบทบาทเป็นช่วงเตรียมการเชิงระบบ โดยมีกรอบการด าเนินงานส าคัญ ดังนี้• ไตรมาสที่1 : ทบทวนกรอบตัวชี้วัดเชิงผลลัพธ์ของแต่ละ Cluster• ไตรมาสที่2 : สังเคราะห์ข้อมูลข้าม Cluster เพื่อจัดท าแผนที่ความเสี่ยงและล าดับความส าคัญระดับเขต• ไตรมาสที่3 : พัฒนากรอบ Outcome KPI และแนวทางบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ส าหรับใช้ในแผนปี 2570• ไตรมาสที่4 : จัดท าข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์และค าของบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ. 2570แนวทางดังกล่าวเป็นกิจกรรมเตรียมการเชิงระบบ เพื่อสนับสนุนการยกระดับการวางแผนในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยด าเนินควบคู่ไปกับแผนปฏิบัติราชการที่ได้รับอนุมัติแล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังคือ การได้มาซึ่งกรอบ Outcome KPI ระดับเขต แผนบูรณาการข้ามกลุ่มภารกิจ และข้อเสนอค าของบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ที่สอดคล้องกับล าดับความส าคัญเชิงความเสี่ยงของพื้นที่5. Strategic Transition Statementปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จึงมีบทบาทส าคัญในฐานะ“ช่วงเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์”(Strategic Transition Year) ที่มุ่งเสริมสร้างกลไกข้อมูล ตัวชี้วัด และกระบวนการบูรณาการ เพื่อรองรับการยกระดับเชิงโครงสร้างในแผนปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยด าเนินควบคู่ไปกับแผนปฏิบัติราชการที่ได้รับอนุมัติแล้ว
แผนภาพที่ 1 กรอบการเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์สู่การบริหารจัดการเชิงผลลัพธ์
ค ำน ำรายงานประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ของส านักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานีจัดท าขึ้นเพื่อรวบรวมและน าเสนอผลการด าเนินงานด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และภัยสุขภาพ ในพื้นที่รับผิดชอบ 5 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อ านาจเจริญ และมุกดาหาร โดยมุ่งด าเนินงานตามภารกิจของกรมควบคุมโรค ภายใต้นโยบายกระทรวงสาธารณสุข และแนวคิด “ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้” เพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชนให้ปลอดภัยจากโรคและภัยสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ ส านักงานฯ ได้ด าเนินงาน ตามยุทธศาสตร์และนโยบายส าคัญ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคให้มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนการด าเนินงาน ด้านวิชาการ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การสื่อสารความเสี่ยง และการด าเนินโครงการส าคัญ รวมถึงโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด าริรายงานฉบับนี้ประกอบด้วยข้อมูลสถานการณ์สุขภาพ ผลการด าเนินงานที่ส าคัญความส าเร็จ ปัญหาอุปสรรค และประเด็นท้าทาย เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการบริหารจัดการ การวางแผนพัฒนา และการก าหนดทิศทางการด าเนินงานในอนาคต รวมทั้งเป็นแหล่งข้อมูลส าหรับผู้บริหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้สนใจส านักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี ขอขอบคุณหน่วยงาน และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการด าเนินงานด้วยดีเสมอมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพประชาชนให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไปคณะผู้จัดท ำกุมภาพันธ์ 2569
2.1 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำ ริฯการเฝ้าระวังและควบคุมโรคในเรือรืนจำ (โครงการราชทัณฑ์ป นสุขฯ)โรคหนอนพยาธิในนักเรียรีนโรงเรียรีนโครงการพระราชดำ ริฯริ (กพด.)โรคไข้มาลาเรียรีการเร่งร่รัดรักำ จัดไข้มาลาเรียรี ในพ ืนที ศตม. 10.2 มุกดาหารการสนับสนุนการสร้าร้งพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้าโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งร็ท่อน้ำ ดีการเร่งร่รัดรัค้นหา สนับสนุน ติดตามการดาํเนินงานป องกันควบคุมโรคเร อืนTABLEOFCONTENTSโครงสร้าร้งผู้บริหริารวิสัยทัศน์ และ พันธกิจข้อมูลเขตพื้นที่รับรัผิดชอบข้อมูลบุคลากรผลการเบิกจ่ายงบประมาณประจำ ปี 2568456121315สารบัญสำ นักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี151720252830332.2 ผลการดําเนินงานตามแผนงานภายใต้ตัวชี วัดคํารับรองงานคำ รับรัรองการปฏิบัติราชการหน่วยงานการพัฒนาและสนับสนุนงานวิจัย นวัตกรรม และผลิตภัณฑ์การใช้ประโยชน์ข้อมูลเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่น PM2.5งานป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อ (NCDs)การป้องกันการเสียชีวิตจากการจมน้ำการพัฒนาสมรรถนะช่องทางเข้าออกประเทศ (IHR-JEE)แผนงานควบคุมวัณโรคการเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายโอนภารกิจสู่ รพ.สต. สังกัด อบจ.การขับเคลื่อนการดำ เนินงานสื่อสารความเสี่ยงตามมาตรฐาน (IHR-JEE)การพัฒนาคุณภาพระบบบริหริารจัดการภาครัฐรั (PMQA 4.0)การขับเคลื่อนหน่วยงานสู่การเป็นรัฐรับาลดิจิทัลการส่งเสริมริคุณธรรม จรยิธรรม และความโปรง่ ใส (ITA)35354145495355586062666971
TABLEOFCONTENTS2.3 ผลการดำ เนินนิงานตามตัวชี้วัชี้ดวัสำ คัญ กรมควบคมุโรค 74(SDA, HL, ACT)สารบัญสำ นักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี76808385การดำ เนินงานด้านการป้องกันและควบคุมโรคไวรัสรัตับอักเสบ บีและ ซีการขับเคลื่อนแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health)การขับเคลื่อนมาตรการควบคุมบุหรี่ไรี่ ฟฟ้าการขยายผลการมีธนาคารที่นั่งนิรภัยสำ หรับรัเด็ก (Car Seat Bank)2.4 ผลการดําเนนิงานตามจุดเนน้อธบิดีกรมควบคมุโรค 762.5 ผลลพัธก์ารดําเนนิงานการลดโรคและภัยสขุภาพ 5 CLUSTER 86รางวัลวัที่ได้รับรั (ระดับจงัหวดั /เขต/ประเทศ/นานาชาติ)กิจกรรมส่งส่เสริมริความรักรัความผูกผูพันพัหน่วน่ยงาน97103
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 3ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 4ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้
วิสัยทัศน์ประชาชนเขตสุขภาพที่ 10 ได้รับการป้องกัน ควบคุมโรค และภัยสุขภาพระดับมาตรฐานสากลภายในปี2570พันธกิจ1. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคและภัยที่คุกคามสุขภาพ ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่2.สนับสนุนการพัฒนามาตรฐานเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และรูปแบบการด าเนินงาน เฝ้าระวังป้องกัน และควบคุมโรคและภัยที่คุกคามสุขภาพในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ3. ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค และภัยที่คุกคามสุขภาพ ให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และประชาชนในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ4. ประสานและสนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคและภัยที่คุกคามสุขภาพในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ5.สนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคและภัยที่คุกคามสุขภาพ บริเวณชายแดนเพื่อการป้องกันโรคระหว่างประเทศ6. เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคและภัยที่คุกคามสุขภาพในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ7.ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่น ที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 6ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้ข้อมูลเขตพื้นที่รับผิดชอบส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่10 อุบลรำชธำนีมีจังหวัดรับผิดชอบ 5 จังหวัดได้แก่ อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, ยโสธร, อ านาจเจริญ และมุกดาหาร มีพื้นที่รวม 36,276.72ตารางกิโลเมตร มีขนาดพื้นที่มากเป็นล าดับ 7 (จาก 13 เขตสุขภาพ) ประชากรรวมประมาณ 4.6 ล้านคน มากเป็นล าดับที่ 10 (จาก 13 เขตสุขภาพ) จังหวัดที่มีพื้นที่มากที่สุด คือ จังหวัดอุบลราชธานีพื้นที่ 15,774 ตารางกิโลเมตร และน้อยที่สุดคือ จังหวัดอ านาจเจริญ 3,161.20 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้แก่จังหวัดอุบลราชธานี, อ านาจเจริญ และมุกดาหาร เป็นระยะทางยาวประมาณ 405 กิโลเมตร อาณาเขตราชอาณาจักรกัมพู ชา ได้แก่จังหวัดอุบลราชธานีและศรีสะเกษ ระยะทางยาวประมาณ 250 กิโลเมตร รวมระยะทางตลอดแนวชายแดนที่ติดต่อกับ 2 ประเทศทั้งสิ้น 655 กิโลเมตรรูปภำพที่1 จังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบของส านักงานป้องกันควบคุมโรคที่10 อุบลราชธานี
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 7ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้ข้อมูลทั่วไป เขตสุขภำพที่10ลักษณะภูมิประเทศเขตสุขภาพที่ 10 เป็นที่ราบสูงมีแม่น ้าโขงไหลผ่านด้านทิศตะวันออกของเขตพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร อ านาจเจริญ และอุบลราชธานีมีเทือกเขาสลับซับซ้อนที่ส าคัญบริเวณพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างคือเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งกั้นอาณาเขตตลอดแนวกับราชอาณาจักรกัมพูชาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวกำรปกครองเขตสุขภาพที่10 ประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่จังหวัดอุบลราชธานีศรีสะเกษยโสธร อ านาจเจริญ และมุกดาหาร โดยจังหวัดมุกดาหารตั้งอยู่ในกลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อ านาจเจริญ ตั้งอยู่ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง แบ่งการปกครองออกเป็น 70 อ าเภอ ท้องถิ่นเทศบาลต าบล 83 ต าบล 611 ต าบล 7,386 หมู่บ้าน 1,331,542 หลังคาเรือน 156 เทศบาล 908 ชุมชน 492 อบต. มีพื้นที่36,276.72 ตารางกิโลเมตร ความหนาแน่นของประชากร 124 คนต่อตารางกิโลเมตร (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2568) ที่มา : กรมการปกครองรูปภำพที่2 พื้นที่ติดต่อชายแดน เขตสขุภาพที่10
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 8ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้รูปภำพที่3 ลักษณะข้อมูลโครงสร้างประชากร กลุ่มวยัเขตสุขภาพที่10 เปรียบเทยีบ ระหว่างปี 2556-2566รูปภำพที่4 โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไปจากกลมุ่วยัท างานเปน็ผู้สูงอายุเขตสขุภาพที่ 10
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 9ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้จ ำนวนประชำกรแยกรำยจังหวัดเขตสุขภาพที่ 10 มีประชากรรวมทั้งสิ้น 4,546,999 คน (ข้อมูล ตุลาคม 2568ที่มากรมการปกครอง) จ าแนกเป็นเพศชาย จ านวน 2,260,633 คน และเพศหญิง จ านวน 2,286,366 คน โดยจังหวัดที่มีประชากรมากที่สุดได้แก่จังหวัดอุบลราชธานีจังหวัดศรีสะเกษจังหวัดยโสธร จังหวัดอ านาจเจริญ และจังหวัดมุกดาหาร ตามล าดับข้อมูลทรัพยำกรด้ำนสำธำรณสุข เขตสุขภำพที่10เขตสุขภาพที่10 มีสถานบริการนอกสังกัดของส านักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงอื่นโดยตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีจ านวน 6 แห่ง ดังตารางตำรำงที่1 สถานบริการของรัฐ นอกสังกัดส านักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขและสังกัดกระทรวงกลาโหม ในเขตสุขภาพที่10ที่มำ : ส านักงานสาธารณสุขจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 10 ข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2567927,620714,626259,931 183,973 174,483938,042722,905263,250 186,838 175,3311,865,6621,437,531523,181370,811 349,8140500,0001,000,0001,500,0002,000,000อุบลรำชธำนี ศรีสะเกษ ยโสธร อ ำนำจเจริญ มุกดำหำรจ ำนวนประชำกรเขตสุขภำพที่ 10 ปี 2568ชำย หญิง
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 10ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้ตำรำงที่2 ศนูย์วชิาการสาธารณสขุในสังกัดกระทรวงสาธารณสขุที่ตั้งในพื้นที่เขตสุขภาพที่10ที่มำ : ศูนย์วชิาการ ในเขตสขุภาพที่10 หมายเหตุ: ข้อมูล ณ วันที่1 ตุลาคม 2567 220
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 11ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้รูปภำพที่5 สาเหตุการตายกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรงัที่สา คัญ ปีพศ. 2553–2567 เขตสุขภาพที่ 10รูปภำพที่6 สาเหตุการตายกลุ่มโรคไม่ติดต่อ ปีพศ. 2553–2567 เขตสุขภาพที่10
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 12ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้ข้าราชการ59%ลูกจ้างประจ า13%พนักงานราชการ14%พนักงานกระทรวงสาธารณสุข6%ลูกจ้างชั่วคราว8%กลุ่มงานข้าราชการ ลูกจา้งประจา พนกังานราชการพนกังานกระทรวงสาธารณสุขลูกจา้งชั่วคราวจา้งเหมาลูกจา้งชั่วคราวโครงการรวมผู้อา นวยการส านกังาน 1 - - - - - 1ที่ปรึกษาส านกังานปอ้งกนัควบคุมโรคที่10 จงัหวัดอบุลราชธานี 1 - - - - - 1รองผู้อา นวยการส านกังาน 2 - - - - - 2กลุ่มบริหารทั่วไป 17 4 7 6 6 - 40กลุ่มพฒันาองค์กร 6 - 1 - - - 7กลุ่มยทุธศาสตร์แผนงานและเครือข่าย 7 - 4 - - - 11กลุ่มพฒันานวัตกรรมและวิจยั 7 - 1 - - - 8กลุ่มสื่อสารความเสี่ยงโรคและภัยสุขภาพ 4 - 5 1 - - 10กลุ่มหอ้งปฏิบตัิการทางการแพทยด์ ้านควบคุมโรค 13 - 2 4 2 - 21กลุ่มระบาดวิทยาและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข 12 - 2 1 - - 15กลุ่มโรคติดต่อ 11 1 - - 1 - 13 - ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศทา่เทยีบเรือเทศบาลมุกดาหาร จงัหวัด 2 - - - - - 2 - ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศสะพานมิตรภาพ 2 จงัหวัดมุกดาหาร 3 1 - - - - 4 - ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศช่องเม็กจงัหวัดอบุลราชธานี 2 2 - - - - 4 - ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศช่องสะง า จงัหวัดศรีสะเกษ 1 - - 1 - - 2 - ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศทา่อากาศยานอบุลราชธานี 1 - - - - - 1กลุ่มโรคไม่ติดต่อ 11 - - - - - 11กลุ่มโรคติดต่อเรื้อรัง 11 - - - - 1 12กลุ่มโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม 7 - - 1 - - 8ศูนยค์วบคุมโรคติดต่อนา โดยแมลงที่10.1 จงัหวัดอบุลราชธานี 5 17 3 - 4 2 31ศูนยค์วบคุมโรคติดต่อนา โดยแมลงที่10.2 จงัหวัดมุกดาหาร 4 5 2 - 2 - 13ศูนยก์ฎหมาย 2 - 4 - - - 6นคิมอา นาจเจริญ 1 - - - - - 1รวม 131 30 31 14 15 3 224ข้อมูลบุคลำกรส านักงานป้องกันควบคุมโรคที่10 จังหวัดอุบลราชธานีมีอัตราก าลังทั้งหมด 224อัตรา จ าแนกประเภทบุคลากรของรัฐ ดังนี้ข้าราชการ 131 อัตรา ลูกจ้างประจ า 30 อัตรา พนักงานราชการ 31 อัตรา พนักงานกระทรวงสาธารณสุข 18 อัตรา ลูกจ้างอื่นๆ 18 อัตรา (ณ วันที่30 กันยายน 2568)รูปแผนภูมิที่3 ร้อยละของบุคลากรจ าแนกประเภทตามบุคลากรรัฐ
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 13ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 14ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 15ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้ 2.1 โครงกำรอันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริฯ2.1.1 กำรสนับสนุนกำรเฝ้ำระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคที่ส ำคัญในเรือนจ ำ ภำยใต้โครงกำรรำชทัณฑ์ ปันสุขท ำควำมดี เพื่อชำติ ศำสน์ กษัตริย์ที่มำและควำมส ำคัญ รายงานผลการวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพที่สำคัญ พบว่า จากข้อมูลสถิติผู้ต้องขังราชทัณฑ์ ทั่วประเทศของกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม (ณ วันที่ 1 กันยายน 2568) มีผู้ต้องขังจำนวน 300,326 คนแบ่งเป็น ผู้ชาย 262,767 คน ผู้หญิง 37,559 คน โดยในเขตสุขภาพที่ 10 รับผิดชอบ 7 เรือนจำ ได้แก่ เรือนจำกลางอุบลราชธานีผู้ต้องขังราชทัณฑ์ จำนวน 5,493 คน เรือนจำจังหวัดยโสธร 1,496 คน เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ 2,307 คน เรือนจำจังหวัดอำนาจเจริญ 1,801 คน เรือนจำชั่วคราวโคกจักจั่น 57 คน เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร 1,780 คน และเรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ 146 คน ส่งผลให้ความเป็นอยู่ภายในเรือนจำเกิดความแออัด จึงทำให้เกิดโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคติดต่อที่มีโอกาสที่จะแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว และมีอาการรุนแรงมากขึ้น เช่น วัณโรค โรคผิวหนัง โรคอุจจาระร่วง เป็นต้น จากปัญหาจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำที่มีจำนวนมาก พื้นที่สภาพแวดล้อมในเรือนจำมีไม่เพียงพอต่อการรองรับจำนวนผู้ต้องขัง ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของผู้ต้องขัง ความเป็นอยู่อย่างแออัด ทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้ง่ายกรมควบคุมโรค ได้ให้ความสำคัญปัญหาสุขภาพผู้ต้องขัง น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงตระหนักถึงปัญหาที่ผู้ต้องขังส่วนใหญ่ประสบปัญหาด้านสุขภาพ เนื่องจากขาดแคลนเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จึงการขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรมป้องกัน ควบคุมโรคติดต่อสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน รวมทั้งศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน ให้สามารถเข้าถึงการบริการป้องกันควบคุมโรคสำคัญได้ตามมาตรฐาน เพื่อลดการแพร่กระจายของโรคเป้ำหมำยกำรด ำเนินงำน1. ร้อยละของผู้ต้องขังได้รับการคัดกรองวัณโรค (X-Ray)แรกรับร้อยละ100รายเก่าร้อยละ90 ปล่อยตัวร้อยละ502. ร้อยละของผู้ต้องขังแรกรับ ได้รับการคัดกรองเอชไอวี ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบซีร้อยละ 653. กรณีที่มีการระบาดของโรคติดต่อในเรือนจำต้องมีการสอบสวนโรค ร้อยละ 100ผลด ำเนินงำน1.ร้อยละวัณโรค แรกรับ ≥95 รายเก่า≥90 ของผู้ต้องขังได้รับการคัดกรองวัณโรค (X-Ray)ดำเนินการคัดกรองผู้ต้องขังรายใหม่จำนวน 8,237 ราย ได้รับการคัดกรอง CXR 8,237 ราย คิดเป็น 100%ผ่านค่าเป้าหมาย CXR_ABNORMAL 239 ราย CXR ผิดปกติ 2.9% TB ที่ขึ้นทะเบียน 35 ราย คิดเป็น TB ที่ขึ้นทะเบียนทั้งหมด 0.42% ผู้ต้องขังรายเก่าจำนวน 10,331 ราย ได้รับการคัดกรอง CXR 10,093 ราย
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 16ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้ผลด ำเนินงำนคิดเป็นร้อยละ 97.70 ผ่านค่าเป้าหมาย CXR_ABNORMAL 322 ราย CXR ผิดปกติ 3.12% TB ที่ขึ้นทะเบียน 56 ราย คิดเป็น TB ที่ขึ้นทะเบียนทั้งหมด 0.55%2. ร้อยละ ≥65 ของผู้ต้องขังแรกรับ ได้รับการคัดกรองเอชไอวี ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบ ซี ได้รับการคัดกรองผู้ต้องขังรายใหม่ เขตสุขภาพที่ 10 รวมทั้งสิ้น 10,286 ราย ได้รับการคัดกรอง HIV 5,861 ราย พบเชื้อ 45 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.8 การคัดกรองทั้งหมดในเขตสุขภาพที่ 10 คิดเป็นร้อยละ 57 ได้รับ การคัดกรอง SY 6,584 ราย พบเชื้อ 89 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.4 การคัดกรองทั้งหมดในเขต 10 คิดเป็นร้อยละ 64 ได้รับการคัดกรอง HCV 6,470 ราย พบเชื้อ 33 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.5 การคัดกรองทั้งหมดในเขตสุขภาพที่ 10 คิดเป็นร้อยละ 62.9 ผู้ต้องขังที่มีผลการคัดกรองผิดปกติจะได้รับการตรวจยืนยัน และ เข้าสู่ระบบการรักษาทุกราย3. กรณีที่มีการระบาดของโรคติดต่อในเรือนจำต้องมีการสอบสวนโรค มี 6 เหตุการณ์ ได้ดำเนินการสอบสวนโรคได้ทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 100ประเด็นท้ำทำย การสื่อสารและประสานงานข้อมูลด้านสุขภาพระหว่างเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่กับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์อาจมีปัญหา ทำให้การตอบสนองต่อการระบาดล่าช้า การปกปิดอาการปัจจัยควำมส ำเร็จ1. มีภาคีเครือข่ายทั้ง รพ.รัฐ รพ.เอกชน เข้าร่วมดำเนินการ ส่งผลให้ยอดการคัดกรองของเขตสุขภาพที่ 10 ได้บรรลุค่าเป้าหมายที่กำหนด2. การได้รับการสนับสนุนด้านนโยบาย งบประมาณ และการบริหารงานบุคคลจากผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารในพื้นที่ ช่วยให้การขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันการณ์รูปภำพกิจกรรม
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 17ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้2.1.2 โรคหนอนพยำธิในนักเรียนโรงเรียนโครงกำรพระรำชด ำริฯ (กพด.)ที่มำและควำมส ำคัญกรมควบคุมโรคเป็นหน่วยงานสนองงานโครงการตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตามแผนงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน ในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ภายใต้ตัวชี้วัดสุขภาพอนามัยของนักเรียนและเยาวชน โดยดำเนินโครงการควบคุมโรคหนอนพยาธิในนักเรียนและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตั้งแต่ปี 2545 โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหา การติดเชื้อโรคหนอนพยาธิในนักเรียนและเยาวชน ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญาและเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ ด้วยการสนับสนุนเครือข่ายในระดับปฏิบัติการ (รพ.สต./รพช.) ให้มีการตรวจค้นหาโรคหนอนพยาธิและการให้ยาเพื่อบำบัดรักษา ร่วมกับการพัฒนากระบวนการเรียนรู้และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ การจัดการสิ่งแวดล้อมโดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการพัฒนาสุขภาพนักเรียนอย่างต่อเนื่องเขตสุขภาพที่ 10 ปีงบประมาณ 2560 - 2567 พบอัตราการติดโรคหนอนพยาธิลดลงจากร้อยละ 2.82 เหลือร้อยละ 0.70 ในปีงบประมาณ 2568 เป้าหมาย 5 จังหวัด 33 โรงเรียน อัตราความครอบคลุมการตรวจอุจจาระในโรงเรียน ร้อยละ 100 (33 โรงเรียน) ครอบคลุมการตรวจอุจจาระในนักเรียน ร้อยละ 98.82 (4,278 คน) พบอัตราการติดหนอนพยาธิในนักเรียนเท่ากับร้อยละ 0.44 (19 คน) (ข้อมูลจากฐานข้อมูล Helminth ณ วันที่ 1 กันยายน 2568) จากข้อมูลผลการดำเนินงาน พบว่า ผลการคัดกรองโรคหนอนพยาธิในนักเรียนบางพื้นที่มีการติดเชื้อหนอนพยาธิสูงกว่าค่าเป้าหมายเป้ำหมำยกำรด ำเนินงำน • อัตราการติดเชื้อหนอนพยาธิในนักเรียนและเยาวชนฯ ต่ำกว่าร้อยละ 1 ผลกำรด ำเนินงำน กิจกรรมที่ 1 ประชุมราชการการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเรื่องโรคหนอนพยาธิในครู/นักเรียน/ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสูง 5 แห่ง โดยการกำหนด/ระบุ พื้นที่เสี่ยงสูงของการติดเชื้อหนอนพยาธิในนักเรียน โรงเรียน กพด. ตามเกณฑ์ : โรงเรียน กพด.ที่ยังพบการติดเชื้อหนอนพยาธิ/ติดเชื้อสูง/ติดเชื้อซ้ำ และ/หรือ เป็นโรงเรียนที่มีความพร้อมในการดำเนินกิจกรรม รายละเอียดดังนี้ 1) วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ณ ศกร.ตชด.ใต้ร่มพระบารมีฯ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร 2) วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ณ รร.ตชด.การท่าอากาศยานฯ อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร 3) วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568 ณ สสช.บ้านโหง่นขาม อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี 4) วันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568 ณ สสช.บ้านดงนา อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี 5) วันที่ 17 มีนาคม 2568 ณ รร.ตชด.บ้านท่าแสนคูณ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 18ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้ผลกำรด ำเนินงำนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเรื่องโรคหนอนพยาธิในครู/นักเรียนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสูงให้มีความรู้และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการป้องกันควบคุมโรคหนอนพยาธิที่ถูกต้องได้ และพัฒนาความร่วมมือโดยภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาโรคหนอนพยาธิอย่างเป็นรูปธรรม กิจกรรมประกอบด้วย (1) การให้ความรู้เรื่องโรคหนอนพยาธิ และแนวทางการป้องกันควบคุมโรคหนอนพยาธิ (2) การสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพฯ (การเข้าถึง การเข้าใจ การไต่ถามการตัดสินใจ และการนำไปใช้) และ (3) การสื่อสารประชาสัมพันธ์ในการป้องกันควบคุมโรคหนอนพยาธิในโรงเรียนและชุมชน กิจกรรมที่ 2 ติดตามผลการดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคหนอนพยาธิ 1) ลงพื้นที่ติดตามเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคหนอนพยาธิในโรงเรียนโครงการพระราชดำริฯ ปีงบประมาณ 2568 ประเด็นการติดตาม ได้แก่ (1) การเก็บอุจจาระส่งตรวจคัดกรองโรคหนอนพยาธิ (2) การรายงานผลการตรวจคัดกรองโรคหนอนพยาธิ ในระบบ Helminth (3) การดำเนินงานการจัดการเรียนการสอนโรคหนอนพยาธิ (4) กิจกรรมให้สุขศึกษาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและประเมินความรู้ฯ และ (5) ปัญหาอุปสรรค/ข้อเสนอแนะ รวมทั้งได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไป รายละเอียดดังนี้▪ วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ณ รร.ตชด.บ้านตาเอ็ม อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี ▪ วันที่ 18 มิถุนายน 2568 ณ ศกร.ตชด.บ้านภูดานกอย อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ และรร.ตชด.บ้านป่าก่อ อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ ▪ วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ณ รร.กันทรลักษ์ธรรมวิทย์ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ▪ วันที่ 4-5 สิงหาคม 2568 ณ รร.ตชด.การท่าอากาศยานฯ อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร และ ศกร.ตชด.ใต้ร่มพระบารมี อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร 2) การติดตามรายงานผลการดำเนินงาน• หนังสือราชการ• ระบบออนไลน์ (ฐานข้อมูล Helminth)โดยมีเป้าหมายหลักคือ (1) นักเรียนทุกคนได้รับการตรวจพยาธิ อย่างน้อย 1 ครั้งต่อปีการศึกษา และให้การรักษา 100% (2) ปี 2568 อัตราการติดเชื้อโรคหนอนพยาธิในนักเรียน ต่ำกว่าร้อยละ 1 และ (3) โรงเรียนได้รับการพัฒนาศักยภาพและดำเนินกิจกรรมในการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคหนอนพยาธิ จากเป้าหมายการดำเนินงานปีงบประมาณ 2568 พบอัตราการติดโรคหนอนพยาธิในนักเรียนฯ ร้อยละ 0.44
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 19ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้ประเด็นท้ำทำย1) การวางแผน/ประสาน การดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงาน ไปในทิศทางเดียวกัน 2) การปรับแนวทาง/กิจกรรม ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับนโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่กระทบต่อแนวทางการดำเนินงานตามโครงการพระราชดำริฯปัจจัยควำมส ำเร็จ1) ผู้บริหารให้ความสำคัญในการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคหนอนพยาธิ2) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญและให้ความร่วมมือ ในการดำเนินงานเป็นอย่างดี3) งบประมาณเพียงพอภำพกิจกรรมกิจกรรมกำรสร้ำงเสริมควำมรอบรู้ด้ำนสุขภำพเรื่องโรคหนอนพยำธิในครู/นักเรียน/ประชำชนกิจกรรมกำรติดตำมเยี่ยมเสริมพลังกำรด ำเนินงำนป้องกันควบคุมโรคหนอนพยำธิในโรงเรียนโครงกำรพระรำชด ำริฯ
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 20ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้2.1.3.1 โรคไข้มำลำเรียที่มำและควำมส ำคัญสถานการณ์โรคไข้มาลาเรียในประเทศไทยจากข้อมูลโปรแกรมมาลาเรียออนไลน์ พบว่าจำนวนผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรียมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2566–2568พบผู้ป่วย 16,538 ราย 15,378 ราย และ 12,188ราย ตามลำดับ ซึ่งในปีงบประมาณ 2568 จำนวนผู้ป่วยลดลงร้อยละ 20.74 เมื่อเทียบกับปี 2567 ผู้ป่วยส่วนใหญ่ในปี 2568 เป็นชาวต่างชาติร้อยละ 50.71 สัดส่วนเพศชายต่อหญิงเท่ากับ 2:1 กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือ 25–44 ปี (ร้อยละ 31.73) รองลงมาคือ 15–24 ปี (ร้อยละ 25.75) มากกว่า 45 ปี(ร้อยละ 20.86) และ 5–14 ปี (ร้อยละ 17.56) อาชีพที่พบมากที่สุด ได้แก่ รับจ้าง (ร้อยละ 40.55) ทำสวน (ร้อยละ 27.35) และเด็ก/นักเรียน (ร้อยละ 22.95) ชนิดเชื้อส่วนใหญ่เป็น Plasmodium vivax(ร้อยละ 92.54) และ Plasmodium falciparum (ร้อยละ 6.37) รายงานผู้เสียชีวิต 3 ราย จังหวัดที่พบผู้ป่วยสูงสุด ได้แก่ ตาก กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ แม่ฮ่องสอน ราชบุรี และชุมพร สถานการณ์โรคไข้มาลาเรียในเขตสุขภาพที่ 10 จากข้อมูลจำนวนผู้ป่วยเขตสุขภาพที่ 10 ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2555- 2568 พบว่าจำนวนผู้ป่วย มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา ในปีงบประมาณ 2568 (ข้อมูลตั้งแต่ 1 ต.ค 2567-30ก.ย 2568) พบผู้ป่วย7 ราย (ลดลงจากปี 2567) โดยพบผู้ป่วยทั้งหมดอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานีจำนวน 6ราย ศรีสะเกษ จำนวน1 ราย พบเชื้อ Plasmodium vivax ร้อยละ 85 ในจำนวนนี้เป็นผู้ติดเชื้อ ในพื้นที่ 2 ราย ติดเชื้อจากต่างจังหวัด3 ราย และติดเชื้อจากต่างประเทศ 2ราย อาชีพส่วนใหญ่คือทำสวน 3 รายรองลงมาได้แก่ ทหาร 2ราย รับจ้าง 1 ราย และเกษตรกร 1 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือ15–24 ปี 2 ราย25–44 ปี 4 ราย และอายุ45ปีขึ้นไป 1 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต มีแหล่งแพร่เชื้อ 1 แห่ง (เท่ากับปี 2567)สำหรับจังหวัด มุกดาหาร อำนาจเจริญ และยโสธร ไม่มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรีย และได้รับการประเมิน ผ่านเกณฑ์เป็นจังหวัดปลอดโรคไข้มาลาเรียที่มำ : ระบบมำลำเรียออนไลน์ วันที่ 8 ต.ค. 68 https://malaria.ddc.moph.go.th/malariaR10/home.phpจ ำนวนผู้ป่วยเขตสุขภำพที่ 10 ปีงบประมำณ 2555-2568
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 21ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้เป้ำหมำยกำรด ำเนินงำนตารางที่ 1 เป้าหมายการดำเนินงานปี 2568ลำดับ เป้าหมายการดำเนินงาน จำนวน หน่วยนับ1 ผลการดำเนินงานตามมาตรการ 1-3-7 ทันตามระยะเวลาที่กำหนด 2 จังหวัด2 อำเภอเป้าหมายได้รับการรับรองเป็นอำเภอปลอดโรคไข้มาลาเรีย 4 อำเภอ3 นักเรียนกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ทัศนคติ และการป้องกันตนเองในระดับดี80 ร้อยละผลด ำเนินงำนที่ส ำคัญ 1. ผลกำรด ำเนินงำนตำมมำตรกำร 1-3-7ติดตามผลการดำเนินงานจากโปรแกรมมาลาเรียออนไลน์ ข้อมูล ณ วันที่ 24 กันยายน 2568 เขตสุขภาพที่ 10 พบผู้ป่วย 7 ราย มาตรการ 1 รายงานทันเวลา และมาตรการ 3 สอบสวนทันเวลา ดำเนินงานได้ ร้อยละ 67 ร้อยละ และร้อยละ 83 ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย ส่วนมาตรการ 7ดำเนินการตอบโต้ทันเวลา ดำเนินงานได้ร้อยละ 100 ผ่านตามเป้าหมาย รายละเอียดดังตารางที่ 2ตารางที่ 2 ผลการดำเนินงานตามมาตรการ 1-3-7จังหวัด มาตรการ หมายเหตุมาตรการ 1(เป้าหมาย 90%)มาตรการ 3(เป้าหมาย 90%)มาตรการ 7(เป้าหมาย 90%)อุบลราชธานี 67 83 100ศรีสะเกษ 100 100 - ติดเชื้อจากต่างพื้นที่ยโสธร - - - ไม่พบผู้ป่วยมุกดาหาร - - - ไม่พบผู้ป่วยอำนาจเจริญ - - - ไม่พบผู้ป่วยรวม 71 86 1002. ผลกำรด ำเนินงำนประเมินอ ำเภอปลอดโรคไข้มำลำเรียการดำเนินงานประเมินอำเภอปลอดโรคไข้มาลาเรีย มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการกำจัด โรคไข้มาลาเรียให้หมดไปจากพื้นที่ และติดตามความก้าวหน้าของมาตรการควบคุมโรคในระดับอำเภอ โดยดำเนินการในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโพธิ์ไทร และอำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี อำเภอปรางค์กู่ และอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานควบคุมโรคในระดับพื้นที่ ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อสม. และผู้นำชุมชน ผลการดำเนินงานทั้ง 4 อำเภอ ผ่านเกณฑ์การประเมินและได้รับใบประกาศเกียรติคุณ “อำเภอปลอดโรคไข้มาลาเรีย”
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 22ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้ผลด ำเนินงำนที่ส ำคัญ 3. ส่งเสริมควำมรู้เรื่องโรคไข้มำลำเรีย และเจำะเลือดโลหิตเพื่อค้นหำเชื้อโรคมำลำเรีย ในสถำนศึกษำโครงกำรพัฒนำเด็กและเยำวชนในถิ่นทุรกันดำร ตำมโครงกำรพระรำชด ำริฯ ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงสูง (A1,A2)จากข้อมูลระบบมาลาเรียออนไลน์ปีงบประมาณ 2568 เขตสุขภาพที่ 10 มีจำนวนโรงเรียนในโครงการพระราชดำริฯ ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง (A1, A2) จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนแก่งศรีโคตร อำเภอสิรินธรจังหวัดอุบลราชธานี (พื้นที่ A2) ดำเนินกิจกรรม จำนวน 2 รอบ ดังนี้รอบที่ 1 วันที่ 20 ธันวาคม 2567 มีนักเรียนป.4-6 จำนวน 29 คน ขาดเรียน 1 คน ( N=28 คน) รอบที่ 2 วันที่ 13 มิถุนายน 2568 มีนักเรียนป.4-6 จำนวน 27 คน ขาดเรียน 5 คน ( N=22 คน) • ผลการเจาะโลหิตหาเชื้อมาลาเรียในนักเรียนทั้ง 2 รอบ ไม่พบนักเรียนติดเชื้อมาลาเรีย• จากผลการประเมิน KAP หลังจากการให้ความรู้เรื่องโรคไข้มาลาเรีย พบว่านักเรียน มีระดับความรู้ ระดับการรับรู้ และพฤติกรรมการป้องกันตนเองฯ ในระดับสูง (ร้อยละ 80 ขึ้นไป) รายละเอียดดังตารางที่ 3 ตารางที่ 3 ผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดประเด็นท้ำทำย การดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคไข้มาลาเรียในปัจจุบันมีความท้าทายจากการสนับสนุนงบประมาณจากแหล่งทุนระหว่างประเทศลดลง ส่งผลให้การดำเนินงานต้องอาศัยความร่วมมือจากเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น แม้ว่าสถานการณ์โรคไข้มาลาเรียโดยรวมมีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงมีความจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันการกลับมาแพร่เชื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในจังหวัด ที่ได้รับการประเมินให้เป็นอำเภอปลอดโรคไข้มาลาเรียแล้ว ควรมีการจัดทำและบูรณาการแผนป้องกันการกลับมาแพร่เชื้อซ้ำในระดับจังหวัด ให้มีความยั่งยืนควบคู่กับการดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และตอบโต้โรคไข้มาลาเรียในพื้นที่ที่ยังคงมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค นอกจากนี้ สถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งยังมีการตรึงกำลังในพื้นที่แนวชายแดนซึ่งเป็นแหล่งที่อาจพบยุงพาหะนำเชื้อได้เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรค จึงจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังและบูรณาการ การดำเนินงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 23ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้ปัจจัยควำมส ำเร็จความสำเร็จของการดำเนินงานเกิดจากความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยบริการสาธารณสุข และภาคประชาชน ที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนและขับเคลื่อนกิจกรรมเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคไข้มาลาเรียให้เป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพรูปภำพกิจกรรมภำพกิจกรรมตอบโต้แหล่งแพร่เชื้อมำลำเรีย กรณีพบเชื้อที่ หมู่ 3 บ.แก่งศรีโคตรต.โนนก่อ อ.สิรินธร จ.อุบลรำชธำนีภำพกิจกรรมประเมินอ ำเภอปลอดโรคไข้มำลำเรียปีงบประมำณ 2569
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 24ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้รูปภำพกิจกรรมภำพกิจกรรมให้ควำมรู้เรื่องโรคไข้มำลำเรีย และเจำะเลือดโลหิตเพื่อค้นหำเชื้อโรคมำลำเรีย ในสถำนศึกษำโครงกำรพัฒนำเด็กและเยำวชนในถิ่นทุรกนัดำร ตำมพระรำชด ำริฯที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงสูง (A1,A2) ปีงบประมำณ 2569
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 25ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้2.1.3.2 กำรเร่งรัดก ำจัดไข้มำลำเรีย ในพื้นที่ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อน ำโดยแมลงที่ 10.2 จังหวัดมุกดำหำรที่มำและควำมส ำคัญโรคไข้มาลาเรียเป็นโรคที่เป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย พบการระบาดยาวนานต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ในปี2568 มีจุดมุ่งหมายที่จะดำเนินการควบคุมและยับยั้งการแพร่เชื้อมาลาเรียตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการกำจัดไข้มาลาเรียได้ตรงตามเป้าหมายที่สอดคล้องกับสถานการณ์โรคไข้มาลาเรียในระดับพื้นที่ เน้นการบริหารจัดการเวชภัณฑ์ยาและไม่ใช่ยา การค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก เร่งรัดให้เกิดการรายงาน สอบสอนโรค และตอบโต้ต่อสถานการณ์ของโรคทั้งในพื้นที่แพร่เชื้อ และพื้นที่ที่กลับมาแพร่เชื้อใหม่จากสถานการณ์โรคไข้มาลาเรียในเขตพื้นที่รับผิดชอบศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงที่ 10.2 จังหวัดมุกดาหาร มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องทั้ง 3 จังหวัด โดยในปีพ.ศ.2567 ยังไม่พบผู้ป่วย ทำให้ยังเป็นพื้นที่ปลอดโรคไข้มาลาเรีย ซึ่งในปีพ.ศ. 2566 จังหวัดมุกดาหาร พบผู้ป่วย จำนวน 1 ราย จากการสอบสวนโรค ผู้ป่วยไม่ได้ติดเชื้อในพื้นที่มีอาชีพเป็นทหารประจำการที่จังหวัดยะลา และติดเชื้อ มาจากจังหวัดยะลา จากการดำเนินงานที่ผ่านมา ยังพบปัญหาในเรื่องของบริบทพื้นที่ในการดำเนินงานเปลี่ยนแปลง ด้านสิ่งแวดล้อม หลายพื้นที่เริ่มเข้าสู่ชุมชนเมือง การรับรู้ส่วนใหญ่จะรู้จักโรคไข้เลือดออกมากกว่า โรคไข้มาลาเรีย และโรคไข้มาลาเรียยังเป็นโรคที่ต้องเร่งรัดกำจัดตามพันธะสัญญากับนานาชาติคือไม่ให้ มีแหล่งแพร่เชื้อในประเทศไทย ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานเร่งรัดกำจัดไข้มาลาเรียเป็นไปตามเป้าหมายของประเทศ จึงจำเป็นต้องมีการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ พัฒนาศักยภาพบุคลากร และดำเนินงาน เฝ้าระวังโรคป้องกันควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับไข้มาลาเรีย ในพื้นที่ และตอบโต้เหตุการณ์ตามมาตรการ 1-3-7 และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเครือข่าย ตำบลเสี่ยงในการสอบสวนควบคุมโรคไข้มาลาเรีย เมื่อมีโรคไข้มาลาเรียเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อเตรียม ความพร้อมในการป้องกันการกลับมาแพร่เชื้อใหม่โรคไข้มาลาเรียเป้ำหมำยกำรด ำเนินงำน1) ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับบริการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมไข้มาลาเรีย จำนวน 300 ราย2) หน่วยงานเครือข่ายในพื้นที่ตำบลเสี่ยงโรคไข้มาลาเรียได้รับการพัฒนาศักยภาพในการสอบสวนควบคุมโรคไข้มาลาเรีย จำนวน 3 จังหวัด3) ทุกอำเภอในพื้นที่รับผิดชอบ 3 จังหวัด ไม่มีการแพร่เชื้อมาลาเรียภายในปี 2568จำนวน 23 อำเภอ
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 26ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้ผลกำรด ำเนินงำน1) ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับบริการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมไข้มาลาเรีย ครอบคลุมประชากร จำนวน 4,868 ราย 2) หน่วยงานเครือข่ายในพื้นที่ตำบลเสี่ยงโรคไข้มาลาเรียได้รับการพัฒนาศักยภาพในการสอบสวน ควบคุมโรคไข้มาลาเรีย จำนวน 13 คน3) ทุกอำเภอในพื้นที่รับผิดชอบ 3 จังหวัดไม่มีการแพร่เชื้อมาลาเรียภายในปี2568 จำนวน 23 อำเภอ4) กิจกรรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับไข้มาลาเรียในพื้นที่ และตอบโต้เหตุการณ์ - ลงพื้นที่ดำเนินการเจาะโลหิตค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก เพื่อป้องกันการกลับมาแพร่เชื้อใหม่ (POR)ด้วยชุดตรวจเร็ว (Rapid diagnostic tests: RDTs) - เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์วันมาลาเรียโลก (World malaria day 2025) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการกำจัดโรคไข้มาลาเรีย โดยมีการจัดกิจกรรมให้สุขศึกษาสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้กับประชาชน - ชุบมุ้งสารเคมีชนิดออกฤทธิ์ยาวนาน เพื่อป้องกันการกลับมาแพร่เชื้อใหม่5) กิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเครือข่ายตำบลเสี่ยงในการสอบสวน ควบคุมไข้มาลาเรีย ผลการประเมินความรู้ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข พบว่า มีความรู้อยู่ในระดับปานกลางคะแนนเฉลี่ย 14.3 และหลังการอบรม พบว่า มีความรู้อยู่ในระดับสูง คะแนนเฉลี่ย 20 และผลการประเมิน ความพึงพอใจ พบว่า ผู้เข้าร่วมอบรมมีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุดประเด็นท้ำทำยงบประมาณในการดำเนินงานไม่เพียงพอต่อการดำเนินงานในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมไข้มาลาเรียปัจจัยควำมส ำเร็จมีการบูรณาการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานเครือข่ายในการดำเนินงานด้านการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมไข้มาลาเรียรูปภำพกิจกรรม
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 27ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้รูปภำพกิจกรรมกิจกรรมที่ 1 เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับไข้มาลาเรียในพื้นที่ และตอบโต้เหตุการณ์กิจกรรมที่ 2 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเครือข่ายตำบลเสี่ยงในการสอบสวนควบคุมไข้มาลาเรีย
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 28ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้2.1.4 กำรสนับสนุนกำรสร้ำงพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้ำและเฝ้ำระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่อระหว่ำงสัตว์และคน ภำยใต้แนวคิดสุขภำพหนึ่งเดียวที่มำและควำมส ำคัญทญ สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในคนเขตสุขภาพที่ 10 ปี พ.ศ. 2568 มีผู้ป่วยเสียชีวิต 1ราย ที่ อ.เบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ สถานการณ์ในสัตว์ (30 กันยายน 2568) พบสัตว์ติดเชื้อสะสมร้อยละ 10.2 (46/451 ตัว) มากสุดที่ จังหวัดมุกดาหาร (19.15) รองลงมา จังหวัดยโสธร (12.90) จังหวัดอุบลราชธานี (9.57) จังหวัดอำนาจเจริญ (8.11) และ จังหวัดศรีสะเกษ (7.87) ตามลำดับ ชนิดสัตว์ส่วนใหญ่เป็นสุนัข (78.26) โค (15.22) และแมว (6.52) เป็นสัตว์ที่มีเจ้าของ (53.9) ไม่มีเจ้าของ (35.9) ไม่ทราบประวัติ (10.3) ไม่ทราบประวัติการฉีดวัคซีน (61.5) ไม่ได้รับวัคซีน (28.2) และฉีดวัคซีนแล้วพบเชื้อ (10.3) มีเหตุการณ์ คนและสัตว์ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จำนวนทั้งสิ้น 41 เหตุการณ์ ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงสะสม ทั้งสิ้น 440 ราย ทุกรายได้รับวัคซีนครบชุดร้อยละ 100 โดยแบ่งเป็น เพศชาย 216 ราย (49.1) หญิง 224 ราย (50.9) ฉีดวัคซีน ID 227 ราย (51.6) IM 120 ราย (27.3) ฉีดกระตุ้น 93 ราย (21.1) เขตสุขภาพที่ 10 ยังมีระดับความรู้ของประชาชนที่จุดเกิดโรคต่ำกว่าร้อยละ 80 การสื่อสารความเสี่ยงเข้าไม่ถึงประชาชนที่ห่างไกล ขาดแรงกระตุ้นให้ภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างพื้นที่ปลอดโรคฯ สัตว์ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้ายังมีแนวโน้มสูงขึ้น อปท. บางแห่งจัดหาวัคซีนในสัตว์ไม่เพียงพอ การจัดการสัตว์ในที่สาธารณะยังไม่เป็นระบบ การเข้าถึงบริการทำหมันฉีดวัคซีนสัตว์ยังไม่ครอบคลุม และหลายจังหวัดไม่มีศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด เป้ำหมำยกำรด ำเนินงำน▪ ไม่พบผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าร้อยละ 100 ของผู้สัมผัสโรคได้รับวัคซีนตามแนวทาง เวชปฏิบัติ▪ ร้อยละ 80 ของอำเภอผ่านเกณฑ์ปลอดโรคฯด้านสาธารณสุขและเกณฑ์มาตรการในคน การสร้างพื้นที่ปลอดโรคฯ และ 1 เขต/10 อำเภอใหม่ สามารถประกาศรับรองให้เป็นพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้าผลกำรด ำเนินงำนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย, ผู้สัมผัสโรคได้รับวัคซีนครบร้อยละ 100, ร้อยละ 84.29 ของอำเภอ (59/70)ผ่านเกณฑ์ปลอดโรคฯด้านสาธารณสุขและเกณฑ์มาตรการในคนการสร้างพื้นที่ปลอดโรคฯ และประกาศเป็นพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า 1 อำเภอใหม่ ได้แก่ อ.พนา จังหวัดอำนาจเจริญ รักษาสถานภาพพื้นที่ ปลอดโรคฯอำเภอเดิม 7 แห่ง ได้แก่ จังหวัดศรีสะเกษ 4 อำเภอ (อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ, อ.เมืองจันทร์, อ.บึงบูรพ์, อ.ภูสิงห์) จังหวัดมุกดาหาร 3 อำเภอ (อ.หนองสูง, อ.ดงหลวง, อ.หว้านใหญ่)
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 29ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้ประเด็นท้ำทำย1. ความครอบคลุมวัคซีนในสัตว์น้อยกว่าร้อยละ 80 ในบางอำเภอ 2. ประชาชนยังขาดการมีส่วนร่วมในการสร้างพื้นที่ปลอดโรคฯ3. ระดับความรู้ของประชาชนที่จุดเกิดโรคต่ำกว่าร้อยละ 80 4. การสื่อสารความเสี่ยงเข้าไม่ถึงประชาชนที่ห่างไกล 5. สัตว์ติดเชื้อมีแนวโน้มสูงขึ้น 6. การจัดการสัตว์ในที่สาธารณะยังไม่เป็นระบบ 7. การเข้าถึงบริการทำหมันฉีดวัคซีนสัตว์ยังไม่ครอบคลุม 8.หลายจังหวัดไม่มีศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดปัจจัยควำมส ำเร็จความร่วมมือของภาคีเครือข่าย One Health เขตสุขภาพที่ 10 เครื่องมือและเกณฑ์มาตรฐานการดำเนินงานที่ชัดเจนรูปภำพกิจกรรม
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 30ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้2.1.5 โรคพยำธิใบไม้ตบัและมะเรง็ท่อน้ ำดีที่มำและควำมส ำคัญทญ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้กรมควบคุมโรค เป็นหน่วยประสานขับเคลื่อน แผนงานยุทธศาสตร์ทศวรรษกำจัดปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ผ่านโครงการรณรงค์กำจัดปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีเพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมทั้งถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559-2568เป้ำหมำยกำรด ำเนินงำนปีงบประมาณ 2568 เป้าหมาย 73,097 คัดกรองได้ 74,521 ราย คิดเป็นร้อยละ 101.95 ติดเชื้อ 1,687 ราย คิดเป็น ร้อยละ 2.26 เป้าหมายในการอัลตร้าซาวด์มะเร็งท่อน้ำดี 44,511 ราย คัดกรองไป 54,542 ราย คิดเป็นร้อยละ 122.54 พบเป็นมะเร็งท่อน้ำดี 33 ราย สำหรับบ่อบำบัดสิ่งปฏิกูล มีเปิดใช้จำนวน 44 อำเภอ อยู่ระหว่างก่อสร้าง 2 อำเภอ และมีแผนก่อสร้าง 24 อำเภอ (ข้อมูล ณ 31 ส.ค. 2568)ผลกำรด ำเนินงำน1. จัดประชุมราชการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างเสริมทักษะความรอบรู้ด้านสุขภาพโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในพื้นที่อำเภอเสี่ยงสูง 3 อำเภอ ดังนี้- วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดู่ทุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร - วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบากเรือ อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร - วันที่ 1 เมษายน 2568 ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งไชย อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ2. ร่วมสนับสนุนวิทยากรในการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรพนักงาน จุลทัศนากรใหม่ จังหวัด ศรีสะเกษ ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 2 – 4 เมษายน 2568 ณ ห้องประชุมอาคารส่งเสริมสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ กลุ่มเป้าหมายเป็นเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานระดับอำเภอ จำนวน 60คน3. ร่วมเยี่ยมเสริมพลัง สนับสนุนการขับเคลื่อนงาน พชอ. และระบบสุขภาพปฐมภูมิ ประเด็นโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ปีงบประมาณ2568 รอบที่ 1 - วันที่ 8 เมษายน 2568 ณ สสอ.ขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ - วันที่ 9 เมษายน 2568 อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี (ผ่านระบบ Zoom Meeting)- วันที่ 11 เมษายน 2568 อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร (ผ่านระบบ Zoom Meeting)
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 31ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้ด ำเนินงำนผลกำรด ำเนินงำน (ต่อ)4. ร่วมตรวจประเมินรางวัลคุณภาพแห่งชาติ การป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ โดยกลไก พชอ. ปี 2568 ประเด็นโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 25685. ร่วมสนับสนุนวิทยากรในการอบรมเพิ่มศักยภาพครู และแกนนำนักเรียนในการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ เรื่อง โรคพยาธิใบไม้ตับโรคมะเร็งท่อน้ำดี ณ ห้องประชุมบุษราคัม โรงแรมเจ พี เอ็มเมอรัลด์ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร กลุ่มเป้าหมาย 120 คน เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 25686. ร่วมตรวจราชการและนิเทศงานร่วมกับเขตบริการสุขภาพ งานกรณีปกติ รอบที่ 1 และรอบที่ 2 ปีงบประมาณ 2568 ประเด็นที่ 9 เรื่อง โรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ในพื้นที่ 5 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 10ประเด็นท้ำทำย1. ประชาชนยังนิยมบริโภคปลาน้ำจืดเกล็ดขาวแบบสุกๆดิบ ทำให้พบการติดเชื้อซ้ำ หรือ ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับสูง ในบางพื้นที่2. การคัดกรองกลุ่มเสี่ยงยังไม่ครอบคลุมประชากรทั้งหมดในพื้นที่3. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมายในการควบคุมกำกับการจัดการสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะตลอดจนการจัดหาสถานที่บำบัดสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ ปัจจัยควำมส ำเร็จ1. เพิ่มความเข้มข้นในการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ ที่ติดเชื้อสูง2. คัดกรองให้ครอบคลุมประชากรกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดในพื้นที่ โดยเน้นในประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงที่อายุ 40 ปีขึ้นไป และจัดทำทะเบียน เพื่อติดตามผลการตรวจอัลตร้าซาวด์3. ส่งเสริมให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้ประกอบการเอกชนเพื่อให้เกิดการจัดการสิ่งปฏิกูลที่มีประสิทธิภาพรูปภำพกิจกรรมจัดกิจกรรมสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพโรคพยาธิใบไม้ตับฯ กลุ่มแกนนำชุมชนในพื้นที่อำเภอเสี่ยงพัฒนาศักยภาพนักจุลทัศนากร ในการตรวจวินิจฉัยไข่พยาธิฯจังหวัดศรีสะเกษ
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 32ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้รูปภำพกิจกรรม (ต่อ)นิเทศติดตามการดำเนินงานตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคพยาธิใบไม้ตับฯในพื้นที่เสี่ยงวิทยากรในการอบรมเพิ่มศักยภาพครู และแกนนำนักเรียนในการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ เรื่อง โรคพยาธิใบไม้ตับโรคมะเร็งท่อน้ำดี
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 33ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้2.1.6 กำรเร่งรัดค้นหำ สนับสนุน ติดตำมกำรด ำเนินงำนป้องกันควบคุมโรคเรื้อนในพื้นที่เป้ำหมำย ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนีที่มำและควำมส ำคัญทญ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี มีภารกิจด้านการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ รวมทั้งเป็นหน่วยงานสนับสนุนทางด้านวิชาการให้แก่เครือข่ายและประชาชนในพื้นที่ จากการดำเนินงานที่ผ่านมายังพบผู้ป่วยโรคติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัญหาสำคัญอย่างโรคเรื้อน หากไม่รีบรักษาจะทำให้เกิดความพิการของมือ เท้า และตา ซึ่งในปีงบประมาณ 2568 มีพื้นที่เป้าหมายที่มีข้อบ่งชี้ทางระบาดวิทยาของโรคเรื้อน 9 อำเภอ ใน 2 จังหวัด ได้แก่ อำเภอกุดข้าวปุ้น อำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอโพธิ์ไทร อำเภอนาจะหลวย อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ อำเภอกันทรลักษ์ อำเภอกันทรารมย์ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายพื้นที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี ที่ตั้งไว้ในปี 2568 คือ ให้ตรวจผู้สัมผัสโรคร่วมบ้านในพื้นที่ที่มีข้อบ่งชี้ทางระบาดวิทยา ร้อยละ 85 และค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ให้พบไม่ต่ำกว่า 10 คนเป้ำหมำยกำรด ำเนินงำนตรวจผู้สัมผัสโรคร่วมบ้านในพื้นที่ที่มีข้อบ่งชี้ทางระบาดวิทยา ร้อยละ 85 และค้นหาผู้ป่วย โรคเรื้อนรายใหม่ให้พบไม่ต่ำกว่า 10 คนผลกำรด ำเนินงำนสรุปผลการดำเนินงานการตรวจคัดกรองผู้สัมผัสโรคเรื้อน ในพื้นที่อำเภอที่มีข้อบ่งชี้ทางระบาดวิทยาปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 พื้นที่ สคร.10 จังหวัดอุบลราชธานีได้ดำเนินตามค่าเป้าหมายจำนวนที่สัมผัสโรคร่วมบ้านในพื้นที่ที่มีข้อบ่งชี้ทางระบาดวิทยา จำนวน 142 ราย ได้รับการตรวจคัดกรอง 142 ราย ร้อยละ 100 ดังตารางจังหวัด อำเภอเป้าหมาย เป้าหมายจำนวนที่สัมผัสโรคร่วมบ้าน (ราย)จำนวนที่สัมผัสโรคร่วมบ้านได้รับการตรวจคัดกรอง (ราย)จ.อุบลราชธานี อ.นาจะหลวย 3 3อ.พิบูลมังสาหาร 18 18อ.กุดข้าวปุ้น 20 20อ.โพธิ์ไทร 6 6อ.สำโรง 24 24จ.ศรีสะเกษ อ.กันทรารมย์ 21 21อ.กันทรลักษ์ 23 23อ.อุทุมพรพิสัย 20 20อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ 7 7รวมทั้งสิน 142 142
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 34ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้ประเด็นท้ำทำย1. การโอนถ่ายภารกิจของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด ส่งผลให้การของบประมาณการดำเนินงานไม่ได้เหมือนปีที่ผ่านมา2. มีการเปลี่ยนแปลงเจ้าหน้าที่บ่อย ส่งผลให้การให้เจ้าหน้าที่ขาดความรู้ในการคัดกรองโรคเรื้อน3. งบประมาณในการดำเนินงานในพื้นที่ลดน้อยลง ปัจจัยควำมส ำเร็จ1. การวางแผนงานร่วมกับผู้รับผิดชอบงานโรคเรื้อนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และร่วมกันดำเนินงานไปพร้อมๆกัน2. สร้างเครื่องมือในการคัดกรองโรคเรื้อนที่ตรงความต้องการของผู้ใช้คืออาสาสมัครสาธารณสุข โดยใช้หลักการ Desing Thinking 3. พัฒนารูปแบบการคัดกรองโรคเรื้อนเพื่อให้สามารถดำเนินงานในพื้นที่ได้ชัดเจนและพื้นที่สามารถนำไปปรับใช้โดยดำเนินงานคัดกรองโรคเรื้อนร่วมกับกิจกรรมงานอื่นในพื้นที่4. สร้างความรู้ที่ส่งถึงได้ง่าย ใช้งบประมาณน้อยและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเช่น โปรแกรม E-leaning คลิปความรู้ในการคัดกรองโรคเรื้อนสำหรับอาสาสมัครสาธารณสุข Sport เสียงตามสาย 5. สร้างความรู้ที่ส่งถึงง่าย ใช้จ่ายงบประมาณน้อยและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจริง เช่น ไฟล์เสียง และเผยแพร่คลิปความรู้การคัดกรองโรคเรื้อนใน YOUTUBE6. ประสานงานเป็นทางการกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัด ในพื้นที่ในช่วงถ่ายโอนภารกิจใหม่ๆเพื่อให้เห็นความสำคัญและสนับสนุนให้มีกิจกรรมการคัดกรองโรคเรื้อนอย่างต่อเนื่อง รูปภำพกิจกรรม
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 35ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้2.2 ผลกำรด ำเนินงำนตำมแผนงำนภำยใต้ตัวชี้วัดค ำรับรอง 2.2.1 งำนค ำรับรองกำรปฏิบัติรำชกำรหน่วยงำนที่มำและควำมส ำคัญตามที่ กรมควบคุมโรค ได้กำหนดให้หน่วยงานดำเนินการจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการหน่วยงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 13 ตัวชี้วัด ใน 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1.Functional Base 2.Agenda Base 3.Area Base 4.Innovation Base และ 5.Potential Base ซึ่งมีคะแนนถ่วงน้ำหนักเต็ม 5 โดยให้หน่วยงานสร้างพร้อมรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการ ในระบบ Estimates SMs รอบ 6 และ 12 เดือน หน่วยงานได้มีการพัฒนาระบบการกำกับ ติดตาม ปรับปรุง ให้ผลการปฏิบัติงานบรรลุผลตามเป้าหมายตัวชี้วัดคำรับรองฯ แต่ยังมีหลายตัวชี้วัดที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานไม่ได้ตามเป้าหมาย เพื่อให้การดำเนินงานให้ได้ตามเป้าหมาย หน่วยงานจะต้องพัฒนาระบบการกำกับติดตามประเมินผลอย่างจริงจัง โดยการลงนามคำรับรองการปฏิบัติราชการหน่วยงาน (MOU) ร่วมวางแผนขับเคลื่อนการดำเนินงานกับกลุ่มที่รับผิดชอบตัวชี้วัด ประชุมติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงาน โดยคณะกรรมการติดตามความก้าวหน้าและประเมินผลตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการหน่วยงาน รวมทั้งกำกับติดตามผลการดำเนินงานในการประชุมคณะกรรมการบริหารหน่วยงานเป้ำหมำยกำรด ำเนินงำน1. มีผลการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการหน่วยงาน ติดลำดับ 1 ใน 3 ของระดับ สคร.2. มีผลสำเร็จของการดำเนินงานตามตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการหน่วยงานบรรลุเป้าหมาย(ได้คะแนนเต็ม 5)ผลกำรด ำเนินงำนหน่วยงานมีระบบการติดตามผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการ ที่มีประสิทธิภาพคือ 1. จัดทำคำสั่งคณะกรรมการติดตามความก้าวหน้าและประเมินผลตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการหน่วยงาน2. จัดทำรายละเอียดตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการของหน่วยงาน (Template) /จัดทำเครื่องมือในการติดตามประเมินผลตัวชี้วัด (Check Sheet)3. ประชุมถ่ายทอดค่าเป้าหมายตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการระดับหน่วยงานสู่บุคคล ด้วยการ OS Matrix ระหว่างกลุ่ม/ศูนย์เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 ณ ห้องประชุมร่วมคิดร่วมทำ
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 36ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้ผลกำรด ำเนินงำน (ต่อ)4. จัดพิธีลงนามคำรับรองการปฏิบัติราชการหน่วยงาน (MOU) ระหว่างผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ และหัวหน้ากลุ่ม/ศูนย์เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2567 ณ ห้องประชุมร่วมคิดร่วมทำ5. ประเมินความเสี่ยงการดำเนินงานตัวชี้วัดคำรับรองฯ และรายงานผลการประเมินความเสี่ยงในการประชุมคณะกรรมการบริหารหน่วยงาน เพื่อติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานให้ได้ตามเป้าหมาย6. ติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานตัวชี้วัดคำรับรองฯ กับผู้จัดเก็บข้อมูลตัวชี้วัดทุกเดือน ทุกไตรมาส7. ประชุมติดตามผลการดำเนินงานตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการหน่วยงาน รอบ 6 เดือน เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์2568 ณ ห้องประชุมร่วมคิดร่วมทำ8. ติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานตัวชี้วัดคำรับรองฯ ผ่านระบบ Estimate SMs และ สรุปรายงานผล รอบ 6 เดือน เสนอผู้บริหารรับทราบ 9. ประชุมติดตามผลการดำเนินงานตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการหน่วยงาน รอบ 12 เดือนเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องประชุมร่วมคิดร่วมทำ 10. ติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานตัวชี้วัดคำรับรองฯ ผ่านระบบ Estimate SMs และสรุปรายงานผล รอบ 12 เดือน เสนอผู้บริหารรับทราบ สรุปผลการประเมินคำรับรองการปฏิบัติราชการหน ่วยงาน คะแนนถ่วงน้ำหนักที่ได้ 4.8237 (คะแนนเต็ม 5) โดยสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย 6 ตัวชี้วัด และต่ำกว่าเป้าหมาย 7 ตัวชี้วัด ซึ่งมีผลสำเร็จของการดำเนินงานตามตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการหน่วยงานบรรลุเป้าหมาย ร้อยละ 46.15 (เป้าหมายร้อยละ 80) รายละเอียดดังตารางที่ 1 และ 2ตารางที ่ 1 ผลการประเมินตนเองตามคำรับรองการปฏิบัติราชการหน ่วยงาน รอบ 12 เดือน (ตามองค์ประกอบ)องค์ประกอบ จำนวนตัวชี้วัดคะแนนเต็ม คะแนนถ่วงน้ำหนัก(ประเมินตนเอง)คะแนน(ประเมินตนเอง)1. Functional Base 2 20.00 1.0000 20.002. Agenda Base 4 20.00 0.9535 19.073. Area Base 3 20.00 0.9845 19.694. Innovation Base 2 20.00 0.9750 19.505. Potential Base 2 20.00 0.9107 18.21รวม 13 100.00 4.8237 96.47
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 37ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้ตารางที่ 2 ผลการประเมินตนเองตามคำรับรองการปฏิบัติราชการหน่วยงาน รอบ 12เดือน (รายตัวชี้วัด)ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ หน่วยวัดน้ำหนัก(ร้อยละ)เกณฑ์การให้คะแนน ผลการดำเนินงาน1 2 3 4 5 ผลการดำเนินงานค่าคะแนนที่ได้คะแนนถ่วงน้ำหนักองค์ประกอบที่ 1 Functional Base 20 5.0 1.01.1.1 ระดับความสำเร็จของการจัดทำแผนปฏิบัติการเฉพาะโรคหรือ ภัยสุขภาพระดับ 10 0.5 1.5 2.5 3.5 5 5 5 0.50001.2.1 ระดับความสำเร็จของการดำเนินงานวิจัยระดับ 10 1 2.5 3 4.5 5 5 5 0.5000องค์ประกอบที่ 2 Agenda Base 20 4.7675 0.95352.1 ระดับความสำเร็จของการใช้ประโยชน์ข้อมูลสู่การดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5)ระดับ 5 1 2.5 3.3 4 5 5 4.9500 0.24752.2 ระดับความสำเร็จของการดำเนินงานตรวจติดตามยืนยันวินิจฉัยกลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวาน และ/หรือโรคความดันโลหิตสูงระดับ 5 0.9 1.9 2.5 3.5 5 5 4.12 0.20602.3 ระดับความสำเร็จของการสร้างทีมผู้ก่อการดีป้องกัน การจมน้ำ (MERIT MAKER)ระดับ 5 1 2.5 3.3 4.3 5 5 5 0.25002.4 ระดับความสำเร็จของช่องทางเข้าออกที่ถูกกำหนด มีสมรรถนะตามแนวทางกฎอนามัยระหว่างประเทศ พ.ศ. 2548 (IHR JEE)ระดับ 5 0.3 1.5 2.5 3.5 5 5 5 0.2500องค์ประกอบที่ 3 Area Base 20 4.9225 0.98503.1 ระดับความสำเร็จของความครอบคลุมการขึ้นทะเบียนของผู้ป่วยวัณโรครายใหม่และกลับเป็นซ้ำระดับ 5 1 2 2.5 3.5 5 5 4.7900 0.2395
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 38ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ หน่วยวัดน้ำหนัก(ร้อยละ)เกณฑ์การให้คะแนน ผลการดำเนินงาน1 2 3 4 5 ผลการดำเนินงานค่าคะแนนที่ได้คะแนนถ่วงน้ำหนัก3.2 ระดับความสำเร็จของ การสนับสนุนการถ่ายโอนภารกิจการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพสู่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)ระดับ 10 1 2 2.5 3.5 5 5 5 0.50003.3 ระดับความสำเร็จของการขับเคลื่อนการดำเนินงานสื่อสาร ความเสี่ยงด้านการป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพระดับหน่วยงานตามมาตรฐาน (IHR–JEE) ระดับ 5 0.5 1.5 2.5 3 5 5 4.9000 0.24500องค์ประกอบที่ 4 Innovation Base 20 4.8750 1.00004.1 ระดับความสำเร็จของหน่วยงาน ที่ดำเนินการบริหารจัดการภาครัฐเข้าสู่ระบบราชการ 4.0 ได้ตามเกณฑ์ที่ กรมควบคุมโรคกำหนดระดับ 10 0.5 2 2.5 3 5 5 4.7500 0.47504.2 ระดับความสำเร็จของหน่วยงาน ในการเตรียมความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลตามเกณฑ์ที่กรมควบคุมโรคกำหนดระดับ 10 1.25 2 2.5 3 5 5 5 0.5000องค์ประกอบที่ 5 Potential Base 20 4.5534 0.91075.1 ร้อยละของการเบิกจ่ายเงินงบประมาณร้อยละ10 ≤31≤41≤76≤88334878903550809237528294≥39≥54≥84≥9656.79%71.37%87.70%97.11%4.7000 0.47005.2 ระดับความสำเร็จในการขับเคลื่อนคุณธรรมและความโปร่งใส ของหน่วยงานในสังกัดกรมควบคุมโรคระดับ 10 0.2 1.5 2.5 4 5 5 4.4067 0.4407100 ค่าคะแนนที่ได้ 4.8237
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 39ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้ประเด็นท้ำทำย1. ส่วนกลางถ่ายทอดตัวชี้วัดคำรับรองให้หน่วยงานรับทราบ หลังจากของบประมาณประจำปี ทำให้บางตัวชี้วัดไม่มีงบประมาณในการดำเนินงาน จึงต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรม เช่น การประชุมผ่าน Zoom, การประชุมบูรณาการการดำเนินงานกับงานอื่นๆ เป็นต้น2. การถ่ายโอน รพ.สต. ไปสังกัด อบจ. ทำให้การขับเคลื่อนนโยบายและการกำกับติดตามผลงานเป็นไปได้ยาก เช่น การคัดกรองและการตรวจติดตามเพื่อวินิจฉัย HT บางพื้นที่ต่ำกว่าเป้าหมาย3. การกำหนดผลลัพธ์ค่าเป้าหมายของตัวชี้วัด ค่อนข้างสูง4. ระบบฐานข้อมูลที่ยังไม่สามารถเชื่อมโยงระหว่างกระทรวงได้5. ระยะเวลาและงบประมาณที่จำกัดปัจจัยควำมส ำเร็จ1. ผู้บริหารให้ความสำคัญ โดยกำหนดเป็น MOU ระหว่างผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ และหัวหน้ากลุ่ม/ศูนย์2. มีคณะกรรมการตรวจประเมินผลตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการของหน่วยงาน รอบ 6 เดือน และ 12 เดือน ก่อนรายงานความก้าวหน้าในระบบ Estimate SM และมีการติดตาม ผลการดำเนินงานทุกเดือน3. กำหนดหลักเกณฑ์ในการควบคุมคุณภาพ ให้รายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานก่อนระยะเวลาที่กรมกำหนด4. บุคลากรทุกระดับให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้ได้ตามเป้าหมายของตัวชี้วัดรูปภำพกิจกรรมพิธีลงนามคำรับรองการปฏิบัติราชการหน่วยงาน (MOU) ระหว่างผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ และหัวหน้ากลุ่มงาน เมื่อวันที่ 25ธันวาคม 2567 ณ ห้องประชุมร่วมคิดร่วมทำ ชั้น 5 สคร.10 อบ.
ส ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลรำชธำนี| 40ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้รูปภำพกิจกรรม (ต่อ)ประชุมติดตามผลการดำเนินงานตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการหน่วยงาน รอบ 6 เดือน ปีงบประมาณ 2568เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ห้องประชุมร่วมคิดร่วมทำ ชั้น 5 สคร.10 อบ.ประชุมติดตามผลการดำเนินงานตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการหน่วยงาน รอบ 12 เดือน ปีงบประมาณ 2568เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องประชุมร่วมคิดร่วมทำ ชั้น 5สคร.10 อบ.