เอกสารประกอบการสอน
วิชา : หลักการโฆษณาและประชาสัมพันธ
รหัสวชิ า : 02-406-023-101
อาจารย ดร.อัญชลี บุบผามาลา คณะวิทยาศาสตรแ ละศิลปศาสตร
หลักสตู รเทคโนโลยกี ารสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
ภาพจาก : https://altadigital.com/blog/advertising-stats
บทที่ 1
¤ÇÒÁËÁÒ¢ͧ¡ÒÃâ¦É³ÒáÅСÒûÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ì
¤ÇÒÁËÁÒ¢ͧ¡ÒÃâ¦É³Ò
การโฆษณา ตรงกบั ภาษาอังกฤษวา Advertising
เสรี วงษม ณฑา ไดใ หความหมายไวว า การโฆษณา คอื กจิ กรรมส่อื สารมวลชนที่เกดิ ข้นึ เพอ่ื จูงใจใหผูบริโภค
มีพฤติกรรมอันเอื้ออำนวยตอความเจริญของธุรกิจ การขายสินคาบริการ โดยอาศัยจากเหตุผลซึ่งมีทั้งกลยุทธจริง
และเหตผุ ลสมมตุ ิ ผา นทางสอ่ื โฆษณา ที่ตอ งรักษาเวลาและเนอื้ ทมี่ ีการระบุบอกผูโ ฆษณาอยางชัดแจง
สมาคมการตลาดแหงสหรัฐอเมรกิ า หรือเรียกยอ ๆ วา AMA ซึ่งยอมาจากAmerican Marketing Association ให
ความหมายไวว า การโฆษณา คือรูปแบบของการเสนอใด ๆ ที่ตอ งชำระเงินและมไิ ดเปน ไปในรูปสวนตัว การเสนอนี้
เปนการสงเสรมิ เผยแพร ความคดิ เห็น สนิ คาหรอื บรกิ ารตาง ๆ โดยผูอุปถัมภทร่ี ะบุไว
1
สรุป การโฆษณา หมายถึง การเสนอขาวสาร หรอื แจง ขาวสารใหบุคคลท่ีเปนกลุมเปา หมายทราบเก่ียวกับ
สินคา บริการ โดยเจาของสินคา หรือผูอุปถัมภท ี่เปดเผยตัวเอง
อยางชัดแจง เปนการนำเสนอขอ มูลขาวสารทีไ่ มไ ดใชบุคคลเขา
ไปติดตอโดยตรงแตจะสื่อสารผานสื่อที่เรียกวาสื่อโฆษณาซึ่งมี
การจา ยเงินเปนคาใชสอ่ื
¤ÇÒÁÊÓ¤Ñޢͧ¡ÒÃâ¦É³Ò
การโฆษณา ถือวา เปนสว นหนงึ่ ของการสงเสริมการขาย
เพราะวา การดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับสนิ คาอุปโภคและบริโภคใน ภาพจาก : https://www.marketingdonut.co.uk/media-advertising/media-
ปจจุบันนั้นมี advertising-strategy/advertising-strategy-faqs
การแขงขันกันมากมาย ใชกลยุทธทุกรูปแบบเพื่อเพิ่มยอดขาย
นอกจากนี้การโฆษณายังมีบทบาทสำคัญทางดานเศรษฐกิจและ
สงั คม ทำใหเกิดการหมุนเวียน และกระจายสินคาในตลาดธุรกจิ การ
โฆษณาที่มีงบประมาณสูง กอใหเกิดงานอาชีพตา ง ๆ ทางดานการ
โฆษณาเพิม่ มากขนึ้
ในดา นการตลาดโฆษณามคี วามสำคญั ในการ
ภาพจาก : 1. สรางความเขาใจในคุณสมบัติของสินคาและบริการให
https://www.brandbuffet.in.th/2016/05/8- สาธารณะชนไดร บั รูในวงกวาง
fundamental-truths-pr/
2. สรา งแรงกระตนุ ใหเ กดิ ความตองการ หรือตองการนำไป
ทดลองและปฏบิ ัตติ าม
3. สรางความเชื่อมั่นและไววางในในตัวสินคาและบริการ หรือมั่นใจภูมิใจในองคกร เปนการตอกย้ำความ
ทรงจำของผบู รโิ ภคหรือบุคคลกลมุ เปาหมาย
4. สรางแรงจูงใจใหเกดิ ความสนใจที่จะซอื้ สินคาและบรกิ าร หรือนำไปเปนแบบอยา งในการดำเนนิ ชวี ติ
2
¤ÇÒÁËÁÒ¢ͧ¡ÒûÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ì
“ประชาสัมพันธ” มาจากคำวา “ประชา” ซึ่งหมายถึงประชาชน ผสมกับ
คำวา “สัมพันธ” ซึ่งหมายถึง เก่ียวขอ ง ผูกพนั ซึง่ กันและกัน ตรงกบั ภาษาองั กฤษ
วา “Public Relations” (“Public” หมายถึง ประชาชนหรือกลมุ ชน สวน
“Relations”หมายถงึ ความเกี่ยวของกัน )
ดังนั้น ประชาสัมพันธ จึงมีความหมายตรงกัน ทั้งภาษาไทยและ
ภาษาอังกฤษ วา เปนการสรางความผูกพันใหมีขึ้น ระหวางสถาบันที่ทำ
ประชาสัมพนั ธกบั กลมุ ชนหรอื ประชาชนทเี่ ก่ยี วของ
มผี ูใ หความหมายของคำ “การประชาสัมพันธ” ไวม ากมายในสมยั โบราณยุคที่กรกี
โรมันและจีน กำลงั เจริญรุง เรือง ก็มี ภาพจาก : www.freepik.com
ผทู ำหนา ทีป่ ระชาสมั พนั ธ ท้ัง ๆ ทย่ี ังไม
รจู ักคำวา“ประชาสัมพนั ธ” ในยุคนนั้ เปนการทำประชาสัมพนั ธแ บบทาง
เดยี ว คือ สรางความผูกพนั ใหผทู ่อี ยใู นระดบั ตำ่ ตอ ผูทีอ่ ยใู นระดบั สูง เชน
การสรา งความภักดี เกรงขามและความผูกพันใหประชาชนมีตอกษัตริย
เจาผูครองนครหรือหัวหนา เผา
ตอมานักวชิ าการสมัยใหมก ำหนดลักษณะหนา ท่ีของการ
ภาพจาก : https://publicrelationssydney.com.au/blogging/ ประชาสมั พันธ ไววา ประชาสมั พนั ธเปน ขบวนการ 2 ทาง คอื เปน การ
สรา งความผูกพนั ใหช ุมชนท่เี ก่ียวขอ งมตี อ หนว ยงาน และหนวยงานเองก็ตอ งประพฤตปิ ฏบิ ัตใิ นส่งิ ท่ีชุมชนยอมรบั
โดยมีการสำรวจประชามติ สำรวจความตอ งการของชมุ ชน รวมทง้ั สำรวจดวู า ชมุ ชนยอมรับสิ่งท่ีหนว ยงานนนั้ ๆ ทำ
ไปมากนอ ยแคไ หน
สรุป การประชาสัมพันธ หมายถึง การเสริมสรางความสัมพันธและความเขาใจอันดีระหวางหนวยงาน
องคการ สถาบัน กับกลุมชนที่เกี่ยวของเพื่อหวังผลในความรวมมือและ สนับสนุนจากประชาชนรวมทั้งมีสวนชวย
เสริมสรางภาพลักษณท ด่ี ีใหแกหนวยงาน องคการ และสถาบนั ทำใหป ระชาชนเกิดความนยิ ม เล่อื มใส ศรัทธา
งานประชาสัมพันธ เปนงานสื่อสัมพันธที่มีความสำคัญ และเปนงานที่มีขอบเขตกวางขวางมีระบบงานที่
สลับซบั ซอ น แตงานประชาสัมพนั ธจะชว ยเสริมสรางลกั ษณะความเปนผูนำขององคก ารและบุคคล ท้งั ยังชวยใหเกิด
ความเขา ใจ ความรว มมือจากพนักงานภายใน และจากประชาชนภายนอกดวย นับวา งานประชาสมั พันธมีคุณคาตอ
สถาบนั ตา ง ๆ เปนอยา งยงิ่ ซ่ึงพอจะสรปุ ความสำคญั ของการประชาสัมพันธไ ด ดงั น้ี
3
¤ÇÒÁÊÓ¤Ñޢͧ¡ÒûÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ì
1. สงเสริมภาพลกั ษณและสรางคานยิ มของหนวยงานใหดขี ึ้น (การสรางความรูส กึ ประทบั ใจที่บุคคลหลาย ๆ
กลมุ มตี อ หนว ยงานนั้น โดยการสรา งความสัมพันธอ ันดกี ับกลุมชนเหลานี้ เผยแพรช้ีแจงขาวสารใหประชาชนเห็นคุณ
งามความดี เกดิ ความเลือ่ มใสและสรา งความผูกพนั ทางใจ)
2. ปกปองรักษาชื่อเสียงของหนวยงาน (มีการพัฒนาปรับปรุงหนวยงานรวมทัง้ สินคาและบริการตา ง ๆ ให
ตรงกับความตอ งการของกลมุ เปา หมายอยูเสมอ)
3. สรางความเขา ใจทถ่ี กู ตอ ง และสรางสัมพันธภาพทีด่ รี ะหวางฝายบริหารกับบุคคลท่ีเกี่ยวของ (ดวยการให
ขาวสารขอ เท็จจริงอยตู ลอดเวลา ยอมทำใหเกดิ ความรว มมือรว มใจในหนว ยงานนน้ั ๆ มากยิง่ ข้ึน)
4. ชวยการขายและการตลาด (การประชาสัมพันธเปนการสรางคานิยมและความเขาใจอันดีใหเกิดกับ
หนว ยงาน เม่ือประชาชนเกิดความรูสึกที่ดีตอหนว ยงานแลว ก็เปด ใจพรอ มทจ่ี ะรบั ฟงขาวสาร การโฆษณาสินคาหรือ
บริการตาง ๆ ซ่งึ เปน แรงกระตุน ใหเ กิดความตองการอยากได และตดั สนิ ใจซอ้ื ในที่สุด)
¤ÇÒÁᵡµèÒ§¢Í§¡ÒÃâ¦É³ÒáÅСÒûÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ì
ภาพจาก : https://www.g2.com/articles/pr
4
¡ÒûÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ì ¡ÒÃâ¦É³Ò
- มุงสรา งชอ่ื เสียง เกยี รตคิ ุณและภาพพจน ท่ีดีของ - มงุ ทำการโฆษณาเพอื่ ขายสนิ คาหรือบริการใหไ ด
บรษิ ัท เชน ใชคำขวัญวา “บรกิ ารในทกุ ระดบั มากท่สี ุด
ประทับใจ” หรอื “สะดวกซ้อื ประหยดั ทำให
ผูบรโิ ภคมีเจตคติและความสัมพันธอันดกี ับบริษัท - เปนการหวังผลช่วั คราว โดยทำการโฆษณาทกุ
รปู แบบเพ่ือการขายสนิ คา หรอื บรกิ ารใหไดปรมิ าณ
- เปน การหวังผลยืนนานโดยสรางผลดไี วด วยการให มากท่ีสดุ
ความรู ความคดิ เห็น ช้ีแจงทุกอยาง บอกกลาวหรอื
สรา งส่งิ ประทับใจในสิ่งท่ีเปนประโยชนตอ - เปน การหวังผลในดานกาํ ไรแตเ พียงอยางเดียวจงึ
สาธารณชน เชน สรา งสนามเดก็ เลน ศาลาพกั รอ น ดำเนนิ การโฆษณาดวยกลวธิ ที ุกรูปแบบเพ่อื ใหขาย
ซ่งึ จะกอ ใหเ กดิ ความประทบั ใจแกป ระชาชนทีล่ ะ สนิ คาน้นั ไดแ มจะเปนการกลาวเกินความเปน จริง
นอ ย ๆ และประทับใจมากข้นึ ในภายหนา ซง่ึ จะ หรอื บอกความจริงเพียงแคคร่งึ เดยี ว
เปนผลดีในการประชาสัมพนั ธอ ยา งย่งิ
- เปน กระบวนการทำงานทางเดียว (One- way-
- ใชความจริงเขา สู หามใชความเทจ็ เพราะหวัง process) คือ ทำการตดิ ตอ ไปยงั ลูกคาประชาชน
ความนยิ ม เล่ือมใส ศรทั ธา และเพิ่มยอดขายสนิ คา ทางเดยี ว เพอื่ มงุ ประโยชนของตนฝายเดยี ว โดยไม
หรือบริการในทางออ ม การใชค วามจริงน้ันเปน ส่ิงท่ี คำนึงถึงผลรา ยทอ่ี าจเกดิ ขึ้นกับประชาชนท่ี
สำคญั ที่สุด ซง่ึ จะตอ งใชใ หถูกหลกั ถูกวธิ ี เพราะ รเู ทาไมถึงการณ เชน การโฆษณายาฆาแมลง ซง่ึ มี
ความจริงเปน สิ่งไมต าย สารพิษเจอื ปนอยู แตผูข ายไมพดู ถึงเลย
- เปนกระบวนการทำงานสองทาง (Two way- ภาพจาก : https://www.unboxbkk.com/what-is-native-
process) คือ เมอ่ื เผยแพรออกไปแลวยงั รบั ฟง
ความคิดเหน็ จากลูกคาประชาชนกลับมาดวย เปน
การทำงานโดยมงุ ประโยชนข องกนั และกัน ทำให
ประชาชนเกิดความรูสึกมั่นคง ปลอดภัยในบริการ
ทีห่ นวยงานนน้ั ๆ ใหแกสังคมสว นรวมและเกิด
ความรูสึกทด่ี ีตอหนวยงานนั้น
5
¤Ó·Õèãªéã¡Åéà¤Õ§áÅÐà¡ÕèÂÇ¢éͧ¡Ñº¡ÒÃâ¦É³Ò
การสงเสริมการจำหนา ย (Sales Promotion)
หมายถึงกิจกรรมตาง ๆ ทางการตลาดที่นอกเหนือ จากการขายโดยการใช
พนักงาน เปน การเผยแพรซ ง่ึ กระตนุ การซ้ือของผูบริโภค และกระตุน ใหเกิดสัมฤทธ์ิผล
แกต ัวแทนจำหนา ย เชน การจดั แสดงสนิ คาตา ง ๆ เปน ตน
การโฆษณาชวนเช่ือ (Propaganda)
หมายถึง การติดตอ สอื่ สารทีพ่ ยายามสรางอิทธิพลเหนือความคิดเห็นและการ
กระทำของผูอ ื่น โดยไมคำนงึ ถงึ ความเปน จรงิ ในเน้อื หาของขาวสารท่ีโฆษณา มักใชเปน
เครื่องมือในการชักจูงใจ โนมนาวใจดวยกลวิธีตาง ๆ ใหหลงเชื่อและเห็นดีเห็นงามไป ภาพจาก : https://sixtrid.fr/produit/livre-audio-
ดวย การโฆษณาชวนเชื่อมักนำมาใชในดานการเมือง ศาสนา การกุศล และสถาบัน propaganda-edward-bernays/
บริการสังคมตาง ๆ เพื่อชักจูงความคิดและการกระทำใหเปนประโยชนต อ ฝายโฆษณาชวนเชื่อ การโฆษณาชวนเชอ่ื
อาศัยความรวดเร็ว เพื่อกอใหเกิดอารมณความหวาดกลัว อคติ และความเปนศตั รขู ึน้ ในหมูป ระชาชน อาจมีการใช
เพลงปลกุ ใจใหเกิดการรวมกลมุ รวมหมู
การโฆษณาระดับชาติ (National Advertising)
หมายถึง การโฆษณาของผูผลิตสินคา และบริการตาง ๆ ไปยัง
กลุมผูบ ริโภค เพื่อใหซ ือ้ สินคาของบริษัทตน การโฆษณาแบบน้ีจะทำ
อยา งกวา งขวางทวั่ ประเทศ
ภาพจาก : https://hbr.org/2020/01/advertising-makes-us-unhappy
การโฆษณาระดบั การคา ปลกี (Retail Advertising)
หมายถึง การโฆษณาของผูขายปลีก รานคาปลีก เชน
หา งสรรพสนิ คา ตา ง ๆ โดยโฆษณาไปยังกลมุ ผบู ริโภค เพือ่ ใหม าซ้ือสินคา
และ บริการทร่ี า นคาตน การโฆษณาชนดิ นอี้ ยใู นวงจํากัด อาจจะโฆษณา
ภายในเขตหรอื ทอ งถน่ิ ของตน
ภาพจาก : https://www.punpro.com/p/gourmet-market-
6
การโฆษณาทางการคา (Trade Advertising)
หมายถึง การโฆษณาที่มีจุดมุงหมาย โฆษณาสินคาไปยังผูคา
ปลีกและผคู าสง ซงึ่ จะซือ้ สินคา หรอื บรกิ ารไปขายตอ (Resale)
การโฆษณาในวงการวิชาชีพ (Professional Advertising)
หมายถึง การโฆษณาสินคาของผูผลิตและตัวแทนจำหนาย ซึ่ง
เปนผูเชี่ยวชาญในวิชาชีพน้ัน ๆ สามารถแนะนำหรือระบุความตองการ
ของสินคาหรือผลิตภัณฑใหสอดคลองกับผูซื้อได เชน เครื่องมือทันตก
รรม ยารักษาโรค วัสดุกอสราง ฯลฯ การโฆษณาสินคาแบบนี้มุงสู
กลุม เปา หมายท่เี ปน บคุ คลในวงการวชิ าชพี ไดแก แพทย วิศวกร เปนตน
การโฆษณายอ ยแยกประเภท (Classified Advertising)
หมายถึง การโฆษณาที่ใชเนื้อที่นอย เปนขอความสั้น ๆ มักจะ
พบในหนังสือพิมพ เชน โฆษณาขายบานและที่ดิน หรือโฆษณา ขาย
รถยนตที่ใชแลว เปนตน
การโฆษณาทีส่ งโดยตรงถึงผูร บั (Direct Advertising)
หมายถึง การจัดพิมพเอกสาร โฆษณาในรูปแบบตาง ๆ และสง
ถงึ ผรู ับโดยตรง หรอื อาจจดั สง พนักงานขายหรอื พนกั งานเดนิ ตลาดไปถึง
ตัวลกู คา หรอื ผูสนใจโดยตรง
การโฆษณา ณ แหลง ซ้ือ (Point-Of-Purchase
Advertising :POP)
หมายถึง การโฆษณาที่ใชเทคนิคและรูปแบบตาง ๆ กนั เชน ใช
วัสดุแขวน หรือหอยตามหนารานในราน เพื่อชักชวนใหซื้อสินคา ณ ท่ี
นั้น
ภาพจาก : https://www.rosedisplays.com/blog/general/point-of-purchase-displays/
7
¤Ó·Õèãªéã¡Åéà¤Õ§áÅÐà¡ÕèÂÇ¢éͧ¡Ñº¡ÒûÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ì
คำท่ีใชใกลเ คยี งและมีความหมายเก่ยี วขอ งกบั การประชาสมั พนั ธ ไดแ ก คำตอไปนี้
การสารนิเทศ (Information) หมายถึง การใหบริการขาวสารหรือขอมูลตาง ๆ ที่เปนประโยชนแก
ประชาชน เพื่อสรางความรูความเขาใจแกผูที่มาติดตอองคการของรัฐจะมีหนวยงาน ดังกลาว โดยจัดตั้งเปน
“ศูนยบริการขาวสาร” (Information Service Center) หรือบางแหงเรียกวา “ศูนยสารนิเทศ” (Information
Center)
การเผยแพร (Publicity)
หมายถงึ การกระจายขา วสารตาง ๆ ของ
หนวยงานไปสปู ระชาชนตามหลักวิชาการ
ประชาสัมพันธถือวา การเผยแพรเ ปน เพียง
สว นหนง่ึ ของงานประชาสัมพนั ธเ ทาน้นั
มิใชง านประชาสัมพันธทัง้ หมด
การประกาศ (Announcement)
หมายถึง การบอกกลา ว การแพรกระจาย
ขาวสารตาง ๆ ใหแกประชาชนหรอื ภาพจาก : https://www.optimizacion-online.com/public-relations/
ผูเกีย่ วขอ งทราบ โดยจัดทำข้นึ เปนครัง้ คราวตามความจำเปน ในแตละกรณี เชน การประกาศรบั สมคั รงาน ประกาศ
ของทางราชการ การประกาศนิยมใชข อ ความสนั้ ๆ กะทดั รัด และงายแกการเขา ใจ
การประชุมแถลงขาว (News Conference) หมายถึง การใหขาวเรื่องใดเรื่องหนึ่งแกผูสนใจ หรือ
ผูเกีย่ วของ หรอื สือ่ มวลชนเพื่อนำไปเผยแพรแกประชาชน เชน การแถลงขาวของกระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ
หรอื การแถลงขา วการประชุมคณะรฐั มนตรี เปนตน
การแถลงขา วนี้อาจมีการใหซักถามเพ่ิมเติมได หรือใหส มั ภาษณประกอบดวย นอกจากน้ี การแถลงขาว ยัง
ใชเ ปนเครอื่ งมอื ในการประชาสมั พนั ธซ งึ่ หนวยงานจัดขึ้น เพื่อแถลงขา วสำคัญแกส ื่อมวลชน
หนวยติดตอ สอบถาม (Enquiry) หมายถึง งานสวนยอยสวนหนึ่งของหนวยงานประชาสัมพันธ ซึ่งมี
เจา หนา ที่คอยตอบขอ ซักถามตาง ๆ แกประชาชนผูม าติดตอ กบั หนวยงาน องคก าร สถาบัน ซ่ึงตามหนว ยงานตา ง ๆ
8
จะมีหนวยติดตอสอบถาม ประจำอยูหนาสำนักงาน เมื่อประชา
ชนไปติดตอสอบถาม หนวยติดตอสอบถามก็จะตองตอบขอ
ซักถามของผูมาติดตอ หนวยงานนี้มีบทบาทสำคัญในการสราง
ความประทับใจ หรือเจตคติที่ดีตอองคการใหเปนไปในทางบวก
หรือทางลบได
ภาพจาก : https://killervisualstrategies.com/blog/public-relations- ขาวแจก (Press Release or News Release)
visual-communication.html หมายถึง เอกสารขาวที่องคการ หรอื หนว ยงานตาง ๆ จดั ทำข้นึ
เพอื่ จดั สงใหแ กหนังสือพมิ พห รอื สือ่ มวลชนอื่น ๆ นำไปเผยแพรส ปู ระชาชน เพ่อื ใหป ระชาชนเกดิ ความรูความเขา ใจ
ในหนวยงาน ขาวแจก มักเปนขาวเกีย่ วกับนโยบายโครงการ หรอื กจิ กรรมดำเนินงานรวมท้ังความเคลื่อนไหวตา ง ๆ
และผลการปฏิบัตงิ านขององคการนัน้ ๆ
การจดั พาส่ือมวลชนชมกจิ การ (Press Visit or Press Tour) หมายถึง การจัดพานักขาว และสื่อมวลชน
เขาชมกิจการ เพ่อื นำขาวสารและเรือ่ งราวที่พบเหน็ ไปเสนอขาวสูประชาชน การจัดพาชมกจิ การน้ี อาจเปนการเยี่ยม
ชมบริษัท โรงงาน สถานท่ีราชการ กจิ การของหนวยงาน เปน ตน
การจัดเหตุการณพ ิเศษเพื่อการประชาสัมพันธ (Special Event) หมายถึง กิจกรรมทีส่ ำคัญอยางยิ่ง ซึ่ง
หนวยงาน องคการ สถาบัน ใชเปนเครื่องมือในการประชาสัมพันธ โดยจัดเปนเหตุการณพิเศษ หรือกิจกรรมพิเศษ
เพือ่ ใหค วามรคู วามเขาใจและสรา งความสัมพนั ธอ นั ดีกบั ประชาชน เชน การจดั นิทรรศการตาง ๆ งานวันครบรอบป
การจัดวันและสัปดาหพิเศษในโอกาสตางๆ การจัดเหตุการณพิเศษเพื่อการประชาสัมพันธ เปนการเปดโอกาสให
ประชาชนมสี ว นรวมในงานอยางแทจริง
พนักงานตอนรับ (Receptionist) หมายถึง บุคลากรที่ทำหนาที่ใหการตอ นรบั ผูทีม่ าติดตอ หรือมาเยี่ยม
เยยี นหนว ยงาน อาจทำหนาทีพ่ ดู คยุ ทกั ทายเล็ก ๆ นอย ๆ กบั ผมู าตดิ ตอ เทา นัน้
Ẻ½Ö¡ËÑ´
1. จงอธบิ ายความหมายและความสำคญั ของการโฆษณาและการประชาสัมพนั ธ
2. จงเปรียบเทียบความแตกตางระหวาง การโฆษณาและการประชาสมั พนั ธใหช ดั เจน
3. จงยกตัวอยางขอความการโฆษณาสนิ คา 3 ตวั อยาง
4. จงยกตัวอยางขอความการประชาสัมพันธหนวยงาน 3 ตัวอยาง
5. จงอธิบายวา การประชาสมั พนั ธก ับการโฆษณาชวนเช่ือ มีสว นคลายคลึงกนั และแตกตางกนั อยา งไร
---------------------------------------------
9
ภาพจาก : https://www.brighttv.co.th/
บทที่ 2
»ÃÐÇѵÔáÅÐÇÔÇѲ¹Ò¡Òâͧ¡ÒÃâ¦É³Ò
»ÃÐÇѵԢͧ¡ÒÃâ¦É³Ò
การโฆษณานั้นมีมานานแลวนับเปนพันป ตามหลักฐานที่คนพบโดยนักโบราณคดีพบวา โฆษณาเกิดขึ้นใน
ยุคโบราณและยุคกลาง สมัยอาณาจักรของชาวกรีกโรมันและฟนิเชี่ยนกำลังรุงเรอื ง ไดมีการใชผูปาวประกาศ และ
พอคาเรประกาศคาขายทาสและสัตวใชงานตาง ๆ การใชคนปาวประกาศถือไดวาเปนรูปแบบชนิดแรกของการ
โฆษณา
¡ÒÃâ¦É³Ò¡è͹¡ÒûÃдÔɰìÊÔè§¾ÔÁ¾ì
สมัยกอนการประดิษฐสิ่งพิมพสื่อที่ใชในขณะนั้น ไดแก ผูปาวประกาศ แผนปาย และยี่หอเครื่องหมาย
การคา
10
1. ผูปาวประกาศ (Criers)เปน การโฆษณาโดยใชเ สยี งของผปู า วประกาศ เชน การปาวประกาศขายทาส ววั
ควาย มา และการปาวประกาศเมือ่ เรือบรรทุกสนิ คาแลนเขาเทยี บทา เปนตน ผูป า วประกาศมกั จะมีเสียงไพเราะนา
ฟง บางครั้งกใ็ ชนกั ดนตรีแสดงควบคูไปดวยหรืออาจจะมีการใชเขาสัตว เชน เขาวัว หรือเขาควายเปาเพ่ือเรยี กรอ ง
ความสนใจใหคนมาซื้อสินคา การโฆษณา โดยผูปาวประกาศนี้ใชกนั มาหลายสมัย บางสมัยจะตองไดรับอนุญาตให
เปนพนักงานปาวประกาศจากรฐั บาล
2. แผนปา ย (Sign) เปนการโฆษณาชนิดหน่งึ เกดิ ข้นึ ภายหลงั การโฆษณาโดยปา วประกาศ แผน ปา ยในสมัย
แรก ๆ ทำดวยหนิ หรือดนิ เผา มักจะทำเปน รูปสัญลกั ษณตา ง ๆ เชน รปู แพะ ใชเ ปนสัญลกั ษณของรานขายนม รูปลา
ลากโม เปนสัญลกั ษณของรา นขายแปง เปน ตน
แผนปาย ในสมัยแรก ๆ จะแกะสลกั ไวต ามผนงั กำแพงขา งประตูเขา เพ่ือโฆษณาใหทราบวารานนนั้ ขายอะไร
สมยั ตอมาแผนปายถกู แขวนไวต ามทส่ี งู ๆ หนา อาคาร หรอื เหนอื ทางเดิน หรือย่ืนออกไปในถนน เพอื่ ใหผูเดนิ ไปมาได
เหน็ ชัดเจนขนึ้
3. ยหี่ อ เครอ่ื งหมายการคา (Brand and Trademark) เกิดข้ึนในสมยั ยคุ กลาง เนื่องจากมกี ารคาขายกับ
เมืองตางๆทอี่ ยูไกลออกไปจงึ จำเปน ตอ งทำเครอ่ื งหมายเพ่อื ใหทราบวาใครเปนผผู ลติ
¡ÒÃâ¦É³Òã¹»ÃÐà·ÈÍѧ¡ÄÉ
ในระหวา งคริสตศ ตวรรษท่ี 15 การโฆษณาในประเทศอังกฤษไมไดแ ตกตา งไปจากการโฆษณายคุ โบราณและ
ยคุ กลางมากนักยงั มกี ารใชผูปาวประกาศและใชแ ผน ปา ย เชนเดมิ
ตอมาในตอนปลายศตวรรษที่ 15 ไดมีขอความโฆษณาที่เขียนดวยมือเกิดขึ้น มีลักษณะเปนแผนประกาศ
(Announcement)มักจะติดแปะไวต ามประตโู บสถ และในชวงเดียวกันนี้ไดมีการพิมพใบปลิวเปนภาษาอังกฤษขน้ึ
โดยนายวลิ เล่ียม แคกซต นั (William Caxton) เพ่ือทำการโฆษณาขาย หนังสอื ทีเ่ ขาพิมพข ้นึ ชอ่ื Salisburi Pye เปน
หนังสือเกี่ยวกับกฎปฏิบัติของพระสงฆในเทศกาลอีสเตอร ใบปลิวของแคกซตัน ถือไดวาเปนโฆษณาภาษาอังกฤษ
ฉบับแรก
หนังสอื พมิ พภาษาอังกฤษฉบบั แรกเกดิ ขึ้นในป ภาพจาก : https://www.bbc.com/news/uk-scotland-tayside-
ค.ศ. 1629 ช่อื Weekly news หลังจากน้นั อกี 8 ป จงึ central-52397014
มีการโฆษณาทางหนังสือพิมพเปนครั้งแรก ขอความ
โฆษณาเปนลักษณะของการประกาศ มากกวาจะเปน
การโฆษณาชักชวนเชนปจ จุบนั
11
การโฆษณาในประเทศองั กฤษเปนไปอยางชา ๆ และเกือบหยุดชะงักลงเม่อื รัฐบาลองั กฤษ ไดออกกฎหมาย
เก็บภาษีจากหนังสือพิมพและจากการโฆษณาในป ค.ศ. 1712 การเก็บภาษีนี้ รัฐบาลใชเปนเครื่องมือการปดปาก
หนังสือพิมพ เพราะวิพากษวิจารณรัฐบาลกันมาก หนังสือพิมพหลายฉบับตองปดตัวเอง ครั้นกลางศตวรรษที่ 19
หนงั สือพมิ พแ ละการโฆษณาทางหนังสอื พิมพไดฟนตวั ขึน้ อีกครั้งหนึง่ เม่ือรัฐบาลอังกฤษยกเลิกภาษดี ังกลา ว
¡ÒÃâ¦É³Òã¹ÊËÃѰÍàÁÃÔ¡Ò
ในระยะเริ่มแรกการโฆษณาใน
สหรัฐอเมริกาไมกาวหนาเทาที่ควร อาจเปน
เพราะตกเปนอาณานิคมของอังกฤษอยูหลายป
หนังสือพมิ พฉบับแรกของสหรัฐ มีชื่อวา Boston
Newsletter ไดรับการจัดพิมพข้ึนเมื่อวันที่ 24
เมษายน 1704 โดยมขี อ ความโฆษณา ปรากฏอยู
ดว ยมีลักษณะเปน การประกาศ เชน การประกาศ
ใหรางวัลแกผูที่จับทาสซึ่งหลบหนีไป
กลบั คนื มา เปน ตน ภาพจาก : https://www.readex.com/blog/published-authority-boston-news-letter-1704-1776
25 ปต อ มาการโฆษณาเจริญขึ้นอยางรวดเร็วภายใตการนำของเบนจามนิ แฟรงคลนิ (Benjamin Franklin)
ซ่งึ ไดช ่ือวา เปนบิดาแหงการโฆษณาของอเมริกา เขาเปน เจาของหนังสือพิมพ Pennsylvania Gazette และสนบั สนนุ
การโฆษณามาโดยตลอด เขาเปนผูท่ีเดนิ ทางไปประเทศอังกฤษเพื่อเสนอตอสภาสามัญใหยกเลิกภาษีการโฆษณาใน
อเมริกา เปน ผลสำเร็จเมอ่ื เดอื นมีนาคม 1766
ค.ศ. 1861 - 1865 เกิดสงครามกลางเมืองในสหรัฐอเมริกา การโฆษณามีบทบาทเพิ่มมากขึ้น โดยใชการ
โฆษณาเปนเครื่องมือในการเกณฑคนเขารับราชการทหารในกองทัพ การประมูลเพื่อสรางอาวุธสงคราม การออก
พันธบัตรรัฐบาลเพอื่ ระดมเงนิ กูจากประชาชน
เมื่อสงครามกลางเมืองสิ้นสุดลง มีปจจัยตาง ๆ เกิดขึ้นมาก เชน การขยายตัวของประชากร การขยาย
เสนทางคมนาคม การขยายอุตสาหกรรมไปทางตะวนั ตก และขยายตลาดการคาไปยังเมืองทห่ี างไกล สิง่ เหลาน้ีทำให
กจิ การโฆษณากา วหนา ตามไปดวย
ตนศตวรรษที่ 20 เปนระยะที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงแนวความคิดดานการโฆษณาไปจากเดิมที่มุงประกาศ
เรื่องราวตาง ๆ โดยหันมาใชวิธีการและเทคนิคเพื่อชักชวนใหคนเกิดความเชื่อถือ และคลอยตาม มีการวิจัยตลาด
12
การวิเคราะหลูกคา และการประเมินผลการโฆษณา นอกจากนี้ ยังมีการตั้งบริษัทตัวแทนขึ้นทำหนาที่รับจางทำ
โฆษณาใน
หนว ยธุรกิจตา ง ๆ โดยทบี่ ริษัทหางรานไมตองยุงยากกับการทำโฆษณาเอง บรษิ ัทนีเ้ ปนของ N.W. Ayer ซ่ึง
มกี ารจางนกั เขียน ชางศลิ ป และฝายสรางสรรคต าง ๆ เตรียมพรอมไวใ นบรษิ ทั สำหรบั บรกิ าร ใหแ กลูกคาท่ีมาวาจาง
ทำโฆษณา ทำใหเกิดธุรกิจบริษทั ตัวแทนสมัยใหมข ึน้ เปนตนกำเนิดของบริษัท ตัวแทนโฆษณาตาง ๆ และกลายเปน
ธรุ กจิ การโฆษณาทีเ่ รารูจักกนั ดใี นปจ จุบัน
¡ÒÃâ¦É³Òã¹»ÃÐà·Èä·Â
หลักฐานการโฆษณาทางสื่อมวลชนครั้งแรกของไทย
เรมิ่ มขี ้นึ ในสมัยรชั กาลที่ 3 คอื หนงั สอื พมิ พภาษาไทยรายปกษ
ชื่อ “หนังสือจดหมายเหตุ มีชื่อภาษาอังกฤษวา The
Bangkok Recorder ออกโดยหมอสอนศาสนาชาวอเมริกัน
ชื่อ ดร.แดน บีช แบรดลี่ย (Dr. Dan Beach Bradley) หรือท่ี
คนไทยเรียกวา หมอบรัดเลย ออกครั้งแรกเมื่อวันที่ 4
กรกฎาคม 2387 อันเปนวันชาติอเมริกัน แตออกไดเพียงป
เดียวก็ตองเลกิ เพราะขายไมดี
ภาพจาก : https://twitter.com/bangkokrecorder ตอมาเมื่อวนั ท่ี 12 มีนาคม พ.ศ. 2407 ตรงกับรัชสมัย
ของรัชกาลที่ 4 หมอบรัดเลย ไดอ อกหนงั สือบางกอกรีคอรเดอร
อีกครั้งหนึ่ง เปลี่ยนจากรายปกษเปนรายเดือน ประกอบดวยขาว
การเมอื ง การคา บทความ รายงานเหตกุ ารณตาง ๆ ทัง้ ภายในประเทศ
และตางประเทศที่สำคัญ คือมีการหารายไดจากการโฆษณาใน
หนงั สือพิมพดว ย
ผูโฆษณาในหนังสือพิมพบางกอกรีคอรเดอร ไดแก อูบางกอก
ดอ ค (Bangkok Dock) ซ่งึ เปนอรู ับซอ มเรือทีต่ ้งั ขน้ึ ใหม
หนังสอื พมิ พรายวันฉบับแรกของไทย คือ สยาม เดลี แอดเวอร
ไทเซอร (Siam Daily Advertiser) ประกอบดวย ประกาศและโฆษณา
เชน ประกาศอตั ราคา โฆษณา โฆษณาขายเนอื้ สัตว โฆษณาโรงแรม การ
ภาพจาก : https://cklanpratoom.wordpress.com/2019/02/19/
13
ทอ งเทยี่ วทางเรอื โฆษณาโรงพิมพ โฆษณาเวลาทำพธิ ที างคริสตศาสนา (Missa) เปนตน
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว มีหนังสือพิมพรายวันภาษาอังกฤษเกิดขึ้นอีก 3
ฉบบั คือ (Bangkok Times) สยามฟรีเพรส (Siam Free Press) และสยามออฟเซอรเ วอร (Siam Observer) แตละ
ฉบับมกี ารลงโฆษณาทั้งสนิ้
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา เจาอยูหัว กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ซึ่งดำรงตำแหนงผู
บัญชาการกรมรถไฟหลวงแหงกรุงสยามในขณะนั้น ทรงตั้งแผนกโฆษณาของกรมรถไฟพรอมทั้งวางแผนการ
ปฏบิ ตั งิ านโฆษณาไวเปนอยา งดี โดยทรงนำเอาแบบอยา งการโฆษณากจิ การรถไฟในประเทศองั กฤษมาใชใ นเมืองไทย
เปน ครั้งแรก ทรงไดร ับการยกยอ งวาเปน “พระบดิ าแหงวงการโฆษณาไทย”
พ.ศ. 2476 พระเจาบรมวงศเธอกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงตั้งบริษัทสยาม แอดเวอรไทซิ่ง (Siam
Advertising Co.) ขึ้น ทรงจางชาวตางประเทศเปนผูจัดการ นับวาเปนบริษัท โฆษณาแหงแรกของประเทศไทย
ลูกคา ชาวไทยทใ่ี ชบ ริการโฆษณาของบริษัทน้เี ปนครัง้ แรก ไดแ ก หา งนายเลิศ
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว พระเจาบรมวงศเธอกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธนิ
ทรงดำรงตำแหนงเสนาบดกี ระทรวงพาณิชยและคมนาคม ไดรับโอนงานคลังออมสินมาจากกระทรวงพระคลังมหา
สมบัติ จึงทรงรเิ ร่ิมจดั ทำ “ทริฟท แคมเพน” (Thrift Campaign) คือการรณรงคโฆษณาใหประชาชนรูจกั ประหยัด
ทรัพย ชกั ชวนใหเกบ็ หอมรอมรบิ ฝาก ธนาคารออมสนิ เพอื่ สรา งฐานะและอนาคต
พ.ศ. 2489 ซง่ึ เปน ปท ่พี ระบาทสมเด็จพระเจา อยหู ัวภูมพิ ลอ
ดุลยเดช เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ สงครามโลกครั้งที่ 2 ไดสงบลง
แลว เศรษฐกิจเริ่มฟนตัว มีสินคาใหม ๆ จากตางประเทศ เขามา
จำหนายในประเทศไทย โดยมีตัวแทนจำหนาย บริษัทการคาจาก
ตางประเทศก็ทยอยเขามาขอเปดดำเนินกิจการในเมืองไทย สินคา
บางประเภทที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม เชน ยาสีฟน เปลี่ยน
จากผงเปน ครีมบรรจหุ ลอดเปน ตน ลักษณะเชน นีท้ ำใหก ารโฆษณามี
บทบาทสำคญั มากยงิ่ ขึ้น
ภาพจาก : ตั้งแต พ.ศ. 2498 เปนตนมา เปนชวงที่เริ่มมีการ
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sod เปลี่ยนแปลงรูปแบบของการโฆษณา โดยใชสื่อวิทยุโทรทัศนและ
naisoi&month=21-09-2009&group=17&gblog=261 วิทยุกระจายเสียงเปนสื่อสำคัญ รองลงมาคือ หนังสือพิมพ
วทิ ยุกระจายเสยี ง ในชวงน้นั ใชระบบ เอ เอ็ม ไดรบั ความนิยมจาก
14
ผูฟงมาก สปอตวิทยุในสมัยนั้นจึง มิไดกำหนดความยาว จะมีเพลงประกอบบางก็เพียงเฉพาะตอนตนกอนจะเร่ิม
ประกาศกับชว งหลงั ประกาศจบแลวเทาน้ัน สว นในเร่อื งการควบคมุ การโฆษณา ยงั ไมม กี ารจัดเปนคณะเจาหนาที่เขา
มารับผดิ ชอบเหมือนปจ จบุ นั
ภาพจาก https://www.youtube.com/watch?v=jH1-jXalEbk
Ẻ½Ö¡ËÑ´
1. ส่ือท่ีใชใ นการโฆษณากอนการประดษิ ฐส่ิงพมิ พ คืออะไร อธิบาย
2. การโฆษณาของสหรฐั อเมริกากา วหนากวา ประเทศองั กฤษ เพราะอะไร
3. “พระบดิ าแหงวงการโฆษณาไทย” คือใคร จงกลา วถึงผลงานที่สำคญั ๆ ของทาน
---------------------------------------------
15
ภาพจาก https://guardian.ng/opinion/between-public-relations-and-propaganda/
บทที่ 3
»ÃÐÇѵÔáÅÐÇÔÇѲ¹Ò¡Òâͧ¡ÒûÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ì
»ÃÐÇѵԢͧ¡ÒûÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ì
มนษุ ยเราเรมิ่ รูจักใชก ารประชาสัมพนั ธมานานแลว ต้ังแตย ุคโบราณท่ีมนุษยย ังอาจอาศัยอยูตามถ้ำ ใชหนัง
สัตวนุงหม แลวเริ่มรูจักอยูรวมกันเปนหมูเหลา มีการติดตอสมั พันธกันในหมูข องตน เดิมมนุษยหาเล้ียงชพี ดวยการ
เล้ียงสัตว และลาสัตวเ ปนอาหาร โดยอพยพโยกยายไปเรอื่ ย ๆ จนกระท่ังเริม่ รจู ักสรา งบา นเรือน รูจักวธิ ีการทำไรทำ
นา การอยรู วมกนั เปน หมเู หลา เชนนี้ จงึ ทำใหเกดิ หัวหนา หมู หรอื ผูนำซึง่ เปนผูมีอำนาจในการปกครองสงู สุด มนุษย
จึงเริ่มรูจ ักใชการประชาสัมพนั ธระหวางหัวหนา กบั ผูอ ยูใตปกครองมาตั้งแตยุคนัน้ การประชาสัมพันธในยุคน้กี ็เปน
วิธีการท่ีจะสรางความเขา ใจอันดี และสรางความสามคั คีกลมเกลียวในหมูของตน การประชาสัมพนั ธของหวั หนาใน
ยุคโบราณนี้ ใชใ นการชีแ้ จง บอกกลาว โนมนา วจติ ใจและสรา งความสามัคคกี ลมเกลียวกันข้ึนในหมเู หลาเดยี วกัน
16
à¤Ã×èͧÁ×Í·Õèãªé㹡ÒÃÊ×èÍÊÒÃÂØ¤àÃÔèÁáá¹Ñé¹à»ç¹áºº§èÒ æ áÅÐä´é¾Ñ²¹Ò¢Öé¹ÁÒ
µÒÁÅӴѺ
ภาพจาก : https://tanawitproject.home.blog/2019/01/13/
- การใชสัญญาณ - การส่ือสารดว ยภาพเขยี นตามผนงั ถ้ำ ภาพแกะสลัก
- ควนั ไฟ เสียงกลอง ตีเกราะเคาะไม การเปาเขาควาย ตามผนงั ถ้ำ
- การแสดงอากปั กรยิ าทา ทาง โบกมือ พยักหนา - การสอ่ื สารดวยการเขียนบันทึก เรม่ิ ใชเมอ่ื มนษุ ยคดิ
ประดิษฐตวั อักษรได
¡ÒûÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ìã¹ÂؤàÃÔèÁµé¹
การประชาสมั พันธใ นยคุ เรม่ิ ตนน้ี มักเปน เรอื่ งที่หัวหนา หรอื ผูน ำพยายามทำสงิ่ ตา ง ๆ เพอื่ สรา งเสรมิ
เกียรติยศ ชือ่ เสยี ง ใหกับตนเอง เพื่อสถาปนาตนเองเปน เจา ผูครองนครหรอื เปนกษัตรยิ ต อไป เชน ในอาณาจักรสเุ ม
เรียน บาบิโลเนยี อัสซเี รยี น และเปอรเ ซยี ใชวิธกี ารประชาสัมพันธดวยการสรา งวรรณคดเี ก่ียวกบั การรบ การขยาย
อาณาเขต เพือ่ เปนการจูงใจประชาชน การสรา งศิลปกรรม เชน ปร ามดิ ศิลาจารึก รูป แกะสลกั อนุสาวรีย
นอกจากนยี้ งั มวี รรณกรรมประเภทบทเพลง บทรอยกรอง เพือ่ ใชป ลกุ ใจทหาร และประชาชนใหต อ สูกับศตั รู
ศลิ ปกรรม และวรรณกรรมเหลานี้สรา งข้นึ เพือ่ ประกาศความยิ่งใหญห วั หนา หรอื กษัตรยิ แ ทบท้ังสิ้น
17
ÇÔ¸Õ¡Ò÷ÕèËÑÇ˹éÒãªéµÔ´µèÍÊ×èÍÊÒáѺ¼ÙéÍÂÙèãµé¡Òû¡¤ÃͧÁÕ 3 ÇÔ¸Õ ¤×Í
1. การชี้แจงบอกกลา วใหท ราบ
2. การโนม นา วชักจงู ใจ
3. การสรางความสามัคคีกลมเกลียวกนั
เมื่อมนุษยมีความเจริญมากขึ้น ก็รูจักการขีดเขียนภาพเพือ่ สื่อความหมายและประชาสัมพันธจากหลักฐาน
ทางประวัติศาสตรที่คนพบตามทวีปตาง ๆ ทั้งในทวีปยุโรป เอเชีย และแอฟริกา เชน ภาพเขียนสีบนผนังถ้ำ ภาพ
เหลา น้ีจะสื่อความหมายถึงสภาพความเปน อยู การดำรงชวี ติ และกจิ กรรมตา ง ๆ ของมนษุ ยในยุคน้ัน
สำหรบั การสื่อความหมายดวยการเขียนและบันทึกนนั้ ชาวอียปิ ตเปนผูคิดขึน้ เปนอารยธรรมแถบลุมแมน้ำ
ไนล เริ่มแรกจากการเขียนภาพกอน แลวคอย ๆ พัฒนาขึ้นเปนอักษรภาพ โดยนำเอาตนปาปรุส (Papyrus) มาทำ
เปน กระดาษ การรจู ักใชอ กั ษรบันทกึ เหตุการณของชาวอยี ปิ ต ทำใหมนุษยรุนหลังไดทราบเรือ่ งราวประวัตศิ าสตรข อง
บรรพบุรษุ และยงั เปนการริเรม่ิ แนวทางใหม นษุ ยย ุคหลงั นำมาปรบั ปรงุ ใหด ยี ่งิ ข้ึน
นอกจากนี้มนุษยใ นแถบเมโสโปเตเมีย คือพวกสุเมเรียนรูจกั การเขียนหนังสือโดยใชลิ้มโลหะตอกลงบนดนิ
เปย ก แลวนำไปฝง แดดใหแหง การเขียนหนงั สอื แบบนี้เราเรยี กวาอกั ษรล้มิ หรอื อักษรควิ นฟิ อรม
ภาพจาก : https://goterrestrial.com/2020/11/johann-gutenberg/ วิวัฒนาการดานการประดิษฐคิดคนเกี่ยวกับ
การพิมพหนังสือที่เปนประโยชนตองาน
ประชาสมั พันธค ือ จอหน กูเตนเบอรก (John
Gutenberg) ชาว เย อ ร ม ั น ไ ดปร ะดิษฐ
เครื่องพิมพ ขึ้นเปนครั้งแรกในป ค.ศ. 1454
- 1455 เพื่อเผยแพรศาสนา การคิด
เครื่องพิมพขึ้นไดน ี้ ทำใหการประชาสัมพนั ธ
เจริญกาวหนามาก สามารถเผยแพรขาวสาร
ตางๆสูประชาชนไดอยางกวา งขวาง
18
¡ÒûÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ìã¹»ÃÐà·ÈÍѧ¡ÄÉ
การประชาสัมพันธใ นประเทศอังกฤษนัน้ เร่ิมขน้ึ
จากชาวสก็อตแลนดผหู น่งึ ชอ่ื โทมัส เจ ลปิ ตัน (Thomas
J. Lipton) เปน เจาของโรงงานทำเนยที่มีชอื่ เสยี งแหง หน่งึ
เขาเดินทางกลับจากสหรัฐอเมรกิ า เม่อื ค.ศ. 1881 พรอ ม
กบั นำวธิ กี ารโฆษณากจิ การของตนมาเผยแพรทีเ่ มือง
คลาสโกลว ประเทศองั กฤษ เพอื่ ใหห นังสือพมิ พล งขา ว
นับเปน ขา วการประชาสัมพันธครงั้ แรกในประเทศอังกฤษ
เมื่อสงครามโลกคร้ังที่ 1 เกิดขึ้นในป ค.ศ. 1914
กระทรวง ทบวง กรมตาง ๆ ไดขยายงานดานโฆษณา
เผยแพรมากขึ้น กระทรวงที่มีภาระหนาที่เกี่ยวกับการ
ใหบริการประชาชนไดจัดตั้งแผนกประชาสัมพันธขึ้น
โดยเฉพาะและมีเจาหนาท่ีประชาสัมพันธรับผิดชอบ เชน
กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ เปนตน ภาพจาก : https://www.firstversions.com/2015/06/lipton.html
หนาทีข่ องแผนกประชาสัมพันธก็คอื การใหข า วสารรายละเอยี ดของขาวแกหนังสือพมิ พ ควบคุมและจัดพมิ พเอกสาร
เผยแพรทกุ ชนิด เปดแผนกตดิ ตอ สอบถาม ตลอดจนคอยประสานความสมั พันธอ นั ดีกบั กระทรวงอนื่ ๆ
ระหวางสงครามโลกครั้งที่ 2 อังกฤษไดตั้ง
กระทรวงโฆษณาการขึ้น เพื่อวางแผนทำสงคราม
จิตวิทยาทั้งในและนอกประเทศ แตละเขตมี
สำนักงานประจำภาคถึงสิบเขตดวยกัน ดานการ
ประชาสัมพนั ธตา งประเทศน้ัน กระทรวงโฆษณาการ
ภาพจาก : https://www.bbc.co.uk/programmes/ ดำเนินงานโดยตรง โดยควบคุมสถานี วิทยุ บี.บี.ซี.
แ ล ะ ด า น ก า ร ว า ง แ ผ น ป ร ะ ช า ส ั ม พ ั น ธ ท้ั ง
ภายในประเทศและตางประเทศ รวมทั้งผลิตสื่อในการปฏิบัติการเพื่อการประชาสัมพันธ เชน ขาวสาร บทความ
หนังสือพิมพ เอกสาร โปสเตอร ภาพถาย ภาพยนตร หนังสือคูมือ วารสารขาว ตลอดจนจัดนิทรรศการเผยแพร
ขาวสารของประเทศ ไดร ะดมกำลังเพ่ืองานประชาสัมพนั ธอ ยา งเต็มท่ี เมื่อสงครามโลกคร้งั ที่ 2 เสร็จสนิ้ แลว กระทรวง
โฆษณาการไดถกู ยุบไป เปลี่ยนเปนสำนักขาวสารกลาง มีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปนผูรับผิดชอบงาน
ประชาสัมพนั ธของรฐั บาล
19
ในปจจุบันสถาบันเอกชนหลายแหงของอังกฤษ ไดใหความสนใจและสงเสริมงานประชาสัมพันธมาก ไดมี
การจดั ต้งั สถาบนั การประชาสัมพนั ธขึน้ ในป ค.ศ. 1998 เพ่ือเปนสมาคมนกั วิชาชีพประชาสมั พนั ธ โดยมีจุดประสงค
เพือ่ สง เสรมิ และรกั ษามาตรฐานของวิชาชีพนี้ เมื่อเรยี นจบหลักสูตรจะไดร บั ประกาศนยี บตั รของสถาบัน
¡ÒûÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ìã¹ÊËÃѰÍàÁÃÔ¡Ò
ววิ ฒั นาการของการประชาสมั พนั ธใน
สหรัฐอเมริกา ไดสรางความเจริญ
และเปนแบบอยางแกประเทศอื่น ๆ
ในสมัยตอมาอยางมากมาย เพราะ
ชาวอเมรกิ าในสมยั ยคุ บกุ เบิกน้นั ตาง
อพยพมาจากหลายประเทศเพื่อไป
จับจองที่ดินตั้งถิ่นฐานใหม ที่สำคัญ
ภาพจาก : https://www.forbes.com/lists/best-pr-agencies/#6ff63a5b476d คือชาว Puritan จากประเทศอังกฤษ
กลุมชนเหลาน้อี พยพมาเพื่อแสวงหาเสรภี าพในการนับถอื ศาสนา บางกลุม กไ็ ปหางานทำ บางกลุม ก็ไปตั้งหลักแหลง
ทำมาหากิน โดยตั้งเปนอาณานิคมใหม ถึง 13 แหง แตอยูในครอบครองของอังกฤษ สวนการปกครองภายในเกอื บ
เปน อสิ ระ คือมรี ฐั บาลปกครองตนเอง กษตั ริยอ ังกฤษเปน ผแู ตง ตง้ั ผูสำเร็จราชการแทนและตง้ั สมาชกิ สภาการเมืองใน
ดานเศรษฐกจิ นั้นถูกองั กฤษควบคุมอยางเต็มที่
วิลเลียม เพนน (William Penn) เปนคนแรกที่นำชางพิมพไ ปจากเกาะองั กฤษและดำเนินงานพิมพหนังสอื
เผยแพรมีการตั้งสำนกั งานหนังสือพิมพ ชาวอเมริกันที่เมืองแมสซาชูเซตส แตถูกอังกฤษเก็บภาษีอากรเขมงวดมาก
เพราะเพ่ิงเสร็จสงคราม 7 ปก บั ประเทศฝรงั่ เศส ชาวอเมริกนั จงึ ตอตา นทง้ั ทางตรงและทางออ ม เชน ไมย อมตดิ อากร
แสตมป และคัดคานทางหนังสือพิมพอ ยางรนุ แรง อังกฤษจึงใชนโยบายใหม โดยหามทำการอตุ สาหกรรมใด ๆ เปน
การปด ประตูการคา กับตางประเทศ กำหนดใหส นิ คา ขาเขาจากประเทศ องั กฤษเขา ประเทศได และต้ังกำแพงภาษีไว
สงู มาก ชาวอเมริกันทนไมไ ดจ งึ เรยี กรองประชามติ ดว ยวธิ ีการตาง ๆ เมื่อไมไ ดร ับความสนใจจงึ รวมตวั กันตอตานขึ้น
อังกฤษจึงลมเลิกการที่จะตั้งกำแพงภาษี เวนไวแตใบชาซึ่งนำมาทำเปนเครื่องดื่มของชาวยุโรป เมื่อเดือนธันวาคม
ค.ศ. 1773 เร่อื งที่เกดิ ข้ึนคือ เรอื ใบชาของอังกฤษ 3 ลำ จอดอยูท ที่ าเมอื ง บอสตนั พวกตอ ตานชาวอเมรกิ ันไดปลอม
ตัวลงไปขนใบชาทิง้ น้ำ เมือ่ รัฐบาลองั กฤษทราบก็ส่ังการทุกอยา งเพอื่ ตัดเสรีภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจ
ชาวอเมริกนั ไดเ รียกรองประชามติ เคร่ืองมือส่ือสารท่ีมีอยูเผยแพรชกั ชวนใหป ระชาชนสนับสนุนผูแทนของ
รัฐตา ง ๆ แบบระวัง กนั ท่เี มืองฟล าเดลเฟยและจดั ตั้งหนวยอาสาสมคั รเขาเปนทหาร องั กฤษตอตา นโดยใชกฎหมาย
20
จํากัดเสรีภาพของหนังสือพิมพ เก็บภาษหนังสือพิมพรายฉบับ ตลอดจนเซ็นเซอร ในที่สุดอังกฤษ ก็สงกองทหารมา
เพือ่ กวาดลา งขบวนการตอตา นตางฝายตางปะทะกนั เมอ่ื วนั ที่ 19 เมษายน ค.ศ. 1775 ขบวนการคัดคา นซ่งึ เปนชาว
องั กฤษสว นมาก มิไดคดิ จะแยกตัวมาแตแ รก ยนื่ ถวายฎกี า ขอความเปนธรรมจากพระเจายอรจท่ี 3 แตก ลับไมไดรับ
ความเห็นอกเห็นใจจากประมุขของอังกฤษ มิหนำซ้ำยังวาจางทหารเยอรมันจำนวนหนึ่งหมื่นหาพันคนเขาไป
ปราบปราม จึงทำใหเ กิดสงครามอิสรภาพขึ้น ฉะน้ันชาวอเมรกิ ันจึงประชมุ กันที่เมอื งฟลาเดลเฟย อีกคร้ังหนึ่งและได
ประกาศอิสรภาพเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1776 สงครามในครั้งนั้นชาวอเมริกันมไิ ดเ ตรียมการใด ๆ ไวลวงหนา
ขาดท้งั กำลงั ทหาร อาวธุ และการเงิน จึงทำใหขบวนการกอู ิสรภาพของอเมริกาตองทำงานประชาสัมพันธอยางมาก
ทั้งในและนอกประเทศ โดยมีเบนจามนิ แฟรงคลิน (Benjamin Franklin) เปน ผูด ำเนินงานอยางมีประสิทธิภาพ จน
ฝรั่งเศสไดยื่นมือเขามาชวยเหลือทั้งกำลังเงินและอาวุธ ตลอดจนกำลังพลที่อาสาสมัครไปรบสงครามกูอิสรภาพได
สิน้ สุดลงเมอื่ เดือน กนั ยายน ค.ศ. 1783 โดยอังกฤษยอมรบั อธิปไตยของสหรฐั อเมรกิ า
¡ÒûÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ìÊÁÑÂãËÁè
ประมาณป ค.ศ. 1865- 1900 วงการธุรกิจเอกชนไดถูกกลาวหาวาดำเนนิ กจิ การเพือ่ แสวงหาผลประโยชน
ใหนายทุนแตเพียงอยางเดียว มีการใชวิธีการโฆษณาแฝงในรูปเนื้อหาของขาวและบทความตาง ๆ ไมไดนึกถึง
ประโยชนและความตอ งการของประชาชนเลย ฝายนายทนุ ไดวา จางนักหนังสือพิมพไปทำงานดานการเขียนขาวแจก
สงไปลงตามหนังสือพิมพตาง ๆ เปนขาวที่เขียนขึ้นโดยปราศจากความจริง เพื่อเผยแพรความดีของบริษัทตน นัก
ประชาสัมพันธผูมีความสำนึกในหนาที่ของตน ไดสงขาวไปลงหนงั สือพิมพเปดเผยความหลอกลวงของบริษัทหลาย
แหงท่เี อารัดเอาเปรียบประชาชนทำใหประชาชนเริ่มสนใจการประชาสมั พันธม ากย่งิ ขน้ึ
ปลายป ค.ศ. 1900 บรรดาพอ คานายทุน และนักธุรกจิ ตาง ๆ เริม่ ตระหนกั วาสมัยการปด หูปดตาประชาชน
ควรจะผา นไปไดแลว การดำเนินงานขององคกรใด ๆ ก็ตามหากจะใหการปฏบิ ตั งิ านมีประสิทธภิ าพ จะตอ งไดรับการ
สนับสนนุ จากประชาชน การทจ่ี ะใหประชาชนสนบั สนุน ก็จะตองใหข า วสารอยา งแทจริงและตรงไปตรงมา
21
ผูที่ไดรับการยกยองวาเปนบิดาของการประชาสัมพันธ
สมัยใหมคือ ไอวี เลดเบตเตอร ลี (Ivy Ledbetter Lee) หรือที่เรียก
สั้น ๆ วา ไอวีลี เขาเปนบุตรของนายกเทศมนตรีเมืองจอรเจีย สำเร็จ
ก า ร ศ ึ ก ษ า ท า ง ด า น ว า ร ส า ร ศ า ส ต ร จ า ก ม ห า ว ิ ท ย า ล ั ย พ ร ิ น ส ตั น
สหรัฐอเมริกา เมื่อเรียนจบ ไดเขาทำงานเปนผูส ื่อขาวหนงั สือพมิ พใน
กรุงนิวยอรคถึง 5 ป ค.ศ. 1904 ไดเขาดำรงตำแหนงหัวหนาฝาย
โฆษณาการแหงชาติ ระหวางการรณรงคเลือกตั้งประธานาธิบดี และ
ไดร ับตำแหนง สูงในพรรคเดโมแครต
ค.ศ. 1906 ไอวีลี ประสบความสำเร็จในการทำงานอีกคร้ัง ภาพจาก :
หนึ่ง เมื่อคนงานอุตสาหกรรมเหมืองถานหินนัดหยุดงาน มีการ https://www.pinterest.com/pin/12588975205440/
ประทว งเรยี กรอ งความเปนธรรมอยางรนุ แรง ไอวลี ี ซ่ึงขณะนั้น ไดต้ัง
สำนักงานเพื่อรับจา งการวางแผนและดำเนินการประชาสัมพันธใหแก
สถาบันทั่วไป ไดทำหนาที่ไกลเกลี่ย โดยทำความเขาใจกับกรรมกร
ผานทางผูนำของกรรมกร ทำใหเหตุการณสงบลงดวยดี
ไอวีลี มีความเชื่อมั่นวา การปกปดไมยอมเปดเผยความจริงเกี่ยวกับหนวยงานใหประชาชน ทราบนั้นเปน
ความคิดที่ผิดหนาที่ของนักประชาสัมพันธก็คือ คอยแนะนำมิใหหนวยงานองคกร หรือบุคคล กระทำตนขัดกับ
ประชามติ และถาหากหนวยงาน องคกร หรือบุคคลสามารถปรับ ตัวเองใหเขากับประชาชนได เรื่องยุง ยากก็จะไม
เกิดขน้ึ
ตอ มา ไอวีลีไดป ระกาศเผยแพรกิจการสำนักงานประชาสัมพันธของเขาและไดเปน ผเู ริ่มเสนอบรกิ าร เอกสาร
ขาวแจก (Press Releases) ไปใหหนังสือพิมพเปนคนแรก เขาไดประกาศหลักการไวในจดหมายที่มีไปถึง
บรรณาธิการหนังสือพมิ พตาง ๆ เปนครงั้ แรกวา
“...สำนักงานของเรา ไมใชสำนักงานสื่อขาวที่มีกิจการลับ งานทุกอยางจะดำเนินการอยางเปดเผย และ
ตรงไปตรงมาเรามีจุดประสงคที่จะเผยแพรข าวสาร ไมใชสำนักงานรับจางทำการโฆษณา ถาหากเห็นวา ขาวของเรา
เหลา นีเ้ ปน การประกาศโฆษณา ก็อยา ไดใชทุกเร่ืองของเรา รายละเอยี ดเพมิ่ เติมเรายนิ ดสี ง ใหทนั ทแี ละยินดีท่ีจะชวย
ชแี้ จงรายละเอียดของเร่อื งราวที่เปนความจรงิ เสมอ กลาวโดยยอ แผนงานของเราเปดเผยทุกอยา ง ไมว า จะเปนความ
เกีย่ วพนั กบั ธรุ กจิ หรือประชาชนทัว่ ไป เพื่อท่ีจะสนบั สนนุ สถาบนั หนงั สอื พิมพแ ละประชาชนใหมีการเสนอขาวสารที่
เกีย่ วกับเร่อื งราวอนั ทรงคณุ คาและนา สนใจสำหรบั ประชาชน...”
22
¡ÒûÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ìã¹»ÃÐà·Èä·Â
ชนชาติไทย เมื่อหลายพันปกอนพุทธศักราช มีถิ่นกำเนิดอยูในอาณาจักรไทยมุงหรือไทยเมือง มีชื่อทาง
ราชการวา “อา ยลาว” อยูใ นดินแดนลมุ แมน ้ำเหลือง แผคลมุ มาจดแมน ้ำยั่งซ้ือ มีความเจรญิ ทงั้ ในดานการปกครอง
และการทำมาหากิน แตมีจำนวนพลเมืองนอย ตอมาไดถูกชนชาติจีนรุกราน จึงตองทิ้งอาณาจักรเกา ถอยรนลงมา
ทางใต มาตง้ั มัน่ อยูในคาบสมุทรอนิ โดจนี
ในสมยั กรงุ สุโขทัย พอขุนศรีอนิ ทราทติ ยเปนกษตั รยิ มีการปกครองแบบประชาธิปไตย ความสมั พันธร ะหวาง
กษัตริยกับประชาชนเปนไปอยางใกลชิด เปนโอกาสใหประชาชนมารองทุกขดวยการสั่นกระดึงหนาประตูวัง
เครื่องมือที่ใชในการประชาสัมพันธ คือ การปาวประกาศ ประชุมราษฎร สรางศิลปกรรมตาง ๆ เชน วัดวาอาราม
ปราสาทราชวัง วรรณกรรมทางศาสนา บทรอ ยกรอง มกี ารประดิษฐอ ักษรไทย และสรา งหลกั ศิลาจารกึ ขนึ้
สมัยกรุงศรีอยุธยา มีการเผยแพรวิชาการดวยการเขียนหนังสือลงในสมุดขอย หรือบนใบลาน มีการตรา
กฎหมายออกใช มีวรรณกรรมสรรเสริญพระบรมเดชานุภาพของพระมหากษัตริย และวีรกรรมของชนชาติไทย มี
ประเพณีการตกี ลองรองฎกี า ประเพณเี ทศกาลตา ง ๆ ตลอดจนการสรา งวดั วาอาราม และศิลปกรรมตางๆ
ภาพจาก : https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/1048485/
23
สมัยกรุงธนบุรี เปนชวงที่มีการศึกสงครามมาก แตสมเด็จพระเจาตากสินมหาราชก็ยังทรงใชวิธีการ
ประชาสมั พนั ธด ว ยการเสดจ็ ออกเยีย่ มเยอื นทุกขส ขุ ของราษฎรอยูเสมอ
สมัยกรุงรัตนโกสนิ ทร เปนสมัยทีไ่ ทยไดรับเทคโนโลยตี าง ๆ จากตะวันตก ทำใหเกิดสื่อการประชาสัมพันธ
สมัยใหมขึ้น เชน หมอบรัดเลย นำระบบการพิมพเขามาและจัดตั้งโรงพิมพข้ึน ในสมัยสมเด็จพระนั่งเกลา เจา อยหู ัว
ทรงวา จา งใหพมิ พป ระกาศพระบรมราชโองการหา มสูบ ฝน เพ่ือเผยแพรส ปู ระชาชน สมยั รชั กาลที่ 4 สมเด็จพระจอม
เกลา เจา อยหู ัว โปรดใหต ั้งโรงพิมพห ลวงข้ึน เพือ่ พมิ พป ระกาศตา ง ๆ ของทางราชการ และตอ มาไดพ ิมพหนังสือราช
กิจจานเุ บกษา ซง่ึ เปน วารสารการประชาสมั พนั ธของทางราชการฉบับแรก และยังคงออกมาจนถึงทกุ วนั นี้ ใน ชวงป
พ.ศ. 2408 เริ่มมีการแจงความโฆษณาสินคาและธุรกิจใหแกรานคา โดยทำเปนโฆษณา ยอยลงในหนังสือพิมพเปน
ครง้ั แรก และมีการเสนอขา วประกาศของทางราชการ นบั เปนครั้งแรก ที่แจกขา วทางราชการใหห นังสือพิมพ
ในรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา เจา อยูหัว ทรงปรบั ปรุงหนังสอื ราชกจิ จานุเบกษา ใหออกเปน
รายสัปดาห และมีขาวเกี่ยวกับราชสำนัก กฎหมาย และเรื่องราวสำคัญของทางราชการ ตอมาไดมีบาทหลวงชาว
ฝรั่งเศสนำวิชาการถายภาพมาสูประเทศไทยและสอนใหขาราชการไทยไดเรียนรู ทำใหเกิดชางภาพคนแรกของไทย
ข้นึ คอื พระยากระสาปนกจิ โกศล
พ.ศ. 2447 - 2448 มกี ารนำภาพยนตรมาฉายในประเทศไทยเปนครงั้ แรกนับเปนส่อื ประชาสัมพนั ธท่ีเกิดข้ึน
ใหมอ กี ชนดิ หนึง่
ในสมัยรัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว มีหนังสือพิมพรายวันไมนอยกวา 20 ฉบับ
รวมท้งั ภาษาจนี 2 ฉบับ และอังกฤษ 1 ฉบับ บางฉบับกเ็ ปนปากเปน เสียงใหแกร ัฐบาลประเทศของตนอยางเปดเผย
แสดงความคิดเห็นทางการเมืองอยางรุนแรง ทั้งนี้เพราะ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว ทรงเปนนัก
ประชาธิปไตย ไมถือพระองค ทรงใหสทิ ธเิ สรีแกหนังสือพมิ พในการลงขา วตำหนิติเตยี นการบรหิ ารของรัฐบาล ทั้งยัง
ทรงเขียนโตตอบกับหนงั สอื พิมพน ัน้ ๆ ดว ยพระองคเ อง พระนามที่ทรงใชใ นการเขียนบทความ คือ “อัศวพาห”ุ และ
ทรงบัญญัติคำวา “บรรณาธกิ าร” ข้ึนใช
ระหวางป พ.ศ. 2456-2466 มีหนงั สอื พิมพรายวันท่ีนา สนใจ ดงั น้ี
1) “จนี โนสยามวารศพั ท” ของนายเซียวฮุดเล็ง ศรบี ญุ เรือง
2) “หนงั สือพิมพไทย” ของพระคลงั ขางที่ มี “อัศวพาหุ” เปนหวั หนา
3) “กรุงเทพฯเดลเิ มล” ของบริษทั สยามฟรเี ปรส
4) “บางกอกไทมส” ของบริษทั บางกอกไทมส
24
5) “สยามออบเซอรเ วอร” ของพระยาสงิ หลสาครและญาติ
6) “สยามสรรพกจิ ” ของนายเลา อูเซย่ี ง ตอมาคือ “ตงฮ่วั มนิ ปอ ”
7) “สยามราษฎร” ของนายศุกรี วสวุ ตั
8) “ยามาโมโต” ของนาย เอ มิยากาวา
9) “บางกอกการเมอื ง” ของนายหอม นิลรตั น
10) “เกราะเหล็ก” ของนายเสม สุมานันทน
11) “วายาโม” นายสถติ ย เสมานิล เปน บรรณาธกิ าร
ในสมัยรัชกาลที่ 7 ตั้งแต พ.ศ. 2468 เปนตนมา มีหนังสือพิมพออกมามากมายราว 120 ฉบับ
พระบาทสมเด็จพระปกเกลา เจาอยูห วั จงึ โปรดเกลา ฯ ใหต ราพระราชบัญญัติสมุดเอกสาร หนงั สอื พมิ พใ หม เมือ่ พ.ศ.
2470 เพ่อื ควบคมุ หนังสือพิมพ และเพอ่ื ใหห นังสอื พิมพเปนทน่ี ยิ มของสังคมท่วั ไป ตอ มาเม่ือมีการเปล่ียนแปลงการ
ปกครองเปนระบอบประชาธิปไตยใน พ.ศ. 2475 การยึดหนังสอื พิมพ และการตรวจขา ว (Censor) กเ็ ริ่มมีขนึ้
ในสมัยรชั กาลที่ 8 หนงั สือพิมพร ายวัน รายสปั ดาห และอน่ื ๆ เกิดข้นึ อกี หลายฉบบั สว นใหญห นักไปในดา น
การเมอื ง เมื่อเกดิ สงครามโลกครงั้ ท่ี 2 หนังสอื พมิ พก ็หยุดชะงักและเลิกลมเปนอันมาก เพราะขาดแคลนกระดาษ เม่อื
สงครามสงบลงหนังสือพิมพกเ็ ร่ิมฟน ตัวข้นึ อีก
ในสมัยรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต เปนหัวหนาคณะปฏวิ ัติเมื่อเดือนตลุ าคม 2501 ไดออก
กฎหมายควบคุมหนังสอื พิมพ 7 ฉบบั คอื
1) พระราชบัญญตั ิการพิมพ พ.ศ. 2484
2) ประมวลกฎหมายอาญา
3) พระราชบัญญัติกฎอัยการศกึ
4) ประกาศคณะปฏิวตั ิ ฉบับท่ี 17
5) พระราชบญั ญตั ิวาดว ยการบรหิ ารราชการในสถานการณฉุกเฉิน พ.ศ. 2494
6) ประมวลกฎหมายวิธพี ิจารณาความแพง
7) พระราชบัญญตั พิ ิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2495
25
ภาพจาก : ˹ѧÊ×;ÔÁ¾ì㹻Ѩ¨ØºÑ¹
https://www.thairath.co.th/newspaper
หนงั สือพมิ พในปจจุบันสวนใหญเปน ของเอกชน ดำเนนิ การในรูป
การคาเพื่อหวังผลกำไรมากกวาอยางอืน่ เพราะอุปกรณการพิมพมีราคา
แพง การแขงขัน ระหวางหนังสือพิมพกันเองกม็ ีมากขึ้น โดยเฉพาะอยาง
ยิง่ ในการเพ่ิมจำนวนจำหนายไดข ยายออกไปมากข้นึ ท้ังในกรุงเทพฯ และ
ตางจังหวัดอาจกลาวไดวา หนังสือพิมพมีบทบาทสำคัญในการ
ประชาสัมพันธ คือทำหนาที่เผยแพรขาวสารของทางราชการและ
หนวยงานเอกชนไปสูประชาชน และในขณะเดียวกันก็ทำหนาที่นำความ
คิดเห็นจากประชาชนกลบั มาสรู ฐั บาล หรอื หนวยงานท่ีเกีย่ วขอ งทำใหเกิด
การสื่อสารสองทาง สรางความเขาใจอันดีซึ่งกันและกัน นอกจากน้ี
หนังสือพิมพยังมีบทบาทสำคัญในการสรางประชามติและอิทธิพลในทาง
การเมืองดว ย
¤ÇÒÁà»ç¹ÁҢͧ¡ÃÁ»ÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ì
ถงึ แมวา แตล ะหนวยงานจะมีแผนกประชาสมั พันธข องตน
รฐั บาลกย็ งั จดั ตง้ั กรมประชาสมั พันธขึน้ ทำหนา ทีเ่ ปน
สื่อกลางในการเสรมิ สรา งความเขา ใจอันดีระหวางรฐั บาล
กับประชาชน โดยวธิ กี ารใหข า วสาร ความรู ขอเท็จจรงิ
และรับฟง ความคิดเห็นของประชาชนเพอื่ เสนอรัฐบาลและ
หนว ยงานท่ีเกย่ี วของ นอกจากนย้ี งั ทำหนา ที่โนมนา ว ชกั จูง
ประชาชน เพ่อื กอใหเ กดิ ความรว มมอื แกร ฐั บาลและหนวย
ราชการตา ง ๆ ตามแนวทางท่ถี ูกตองตามระบอบ
ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริยเ ปน ประมขุ
ภาพจาก : https://www.dailynews.co.th/article/697810/
26
ภาพจาก : https://www.prd.go.th/th/content/page/index/id/1
¤ÇÒÁà»ç¹ÁҢͧ¡ÃÁ»ÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ì
3 พฤษภาคม 2476 ตั้งเปน กองการโฆษณา ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญตั ิจัดตั้งกระทรวงและ กรม ฐานเปน
กรมอสิ ระ ขึน้ ตรงตอคณะรัฐมนตรี
9 ธันวาคม 2476 เปลี่ยนชื่อเปน สำนักงานโฆษณาการ มีฐานะเปนกรมหัวหนาสำนักงาน เทียบเทาอธิบดี
แบงสวนราชการเปน 3 กอง คือ สำนักงานเลขานุการ กองเผยแพรความรู และกองหนังสือพิมพ ทำหนาที่หลัก 3
ประการ คือ ใหขาวใหความรูแกประชาชน และปองกันแกไขความเขาใจผิดเกี่ยวกับรัฐบาลและประเทศไทยโดย
สวนรวม
31 มีนาคม 2481 โอนกิจการดานชางและทะเบียนวิทยุจากกรมไปรษณียโทรเลขมา ขึ้นกับสำนักงาน
โฆษณาการ มีการตั้งโฆษณาการเขตข้ึนเปนเขตแรกท่ีจงั หวดั หนองคาย และท่ีจังหวัดพระตะบองเปนเขตที่สอง
5 กรกฎาคม 2483 เปล่ยี นชอ่ื เปนกรมโฆษณาการ และมกี ารตั้งกองการตา งประเทศเพ่ิมข้ึน เพ่อื ติดตอและ
โฆษณาเผยแพรขาวสารตอชาวตา งประเทศ
4 สงิ หาคม 2490 โอนสำนักงานสง เสริมการทองเท่ียว จากกระทรวงคมนาคมมาข้ึน กับกรมโฆษณาการ
27
8 มีนาคม 2495 เปลี่ยนชื่อเปน กรมประชาสัมพันธ เพื่อใหเหมาะสมกับภาระหนาที่ในฐานะแหลงกลาง
เผยแพรนโยบายและผลงานของรัฐบาล รวมทั้งเผยแพรขาวสารการเมือง ศีลธรรม และวัฒนธรรม ความรู ความ
บันเทงิ ตลอดจนเปน สือ่ กลางสรา งความสมั พนั ธอันดีระหวา งรฐั บาลกบั ประชาชนดวย
พ.ศ. 2497 ตั้งสำนักงานแถลงขาวไทยในตางประเทศขึ้นที่ลอนดอน และวอชิงตัน และไดตั้งกอง
ประชาสมั พันธภ าคขน้ึ ท่สี ุราษฎรธ านีเปนแหง แรก ทำหนา ทเี่ ปนหนวยงานสาขาของกรมประชาสัมพนั ธโดยเฉพาะ
1 มกราคม 2503 โอนสำนักงานทองเทยี่ วไปรวมกบั องคก ารสงเสริมการทอ งเที่ยวแหงประเทศไทย ซง่ึ จดั ตง้ั
ขึ้นใหม และเพิ่มหนวยงานระดับกอง คือ กองสำรวจประชามติ เพื่อคอยสำรวจ และรับฟงความคิดเห็นของ
ประชาชน
พ.ศ. 2503 ไดมีการจัดตั้งกองประชาสัมพันธเขตขึ้น ที่จังหวัดขอนแกน ลำปางและสงขลา เพื่อเปน
หนวยงานสาขาของกรมประชาสัมพนั ธในภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ภาคเหนอื และภาคใต ตอนลา งเพ่ิมเตมิ จากเขตสุ
ราษฎรธ านี
20 ตุลาคม 2504 ตั้งโรงเรียนการประชาสมั พันธข น้ึ ในสังกัดกรมประชาสมั พนั ธเพ่ือเผยแพรวิชาความรูและ
สง เสรมิ ความเขาใจเกีย่ วกับวชิ าการประชาสัมพนั ธ และการตดิ ตอ ส่อื สาร
20 ตุลาคม 2505 ไดม ีการปรับปรุงและแบงสว นราชการใหม คือ มีหนว ยงานระดบั กอง 13 หนวยงาน
พ.ศ. 2513 ตง้ั สำนกั งานแถลงขา วไทยข้ึนที่พนมเปญ ประเทศเขมร ปจ จุบันยกเลกิ ไปแลว
21 สิงหาคม 2518 มีพระราชกฤษฎีกาแบงสวนราชการบริหารสวนกลาง และราชการสวนภูมิภาคกรม
ประชาสมั พนั ธใ หม โดยมีหนว ยงานระดับกอง 15 หนวยงาน
มถิ ุนายน 2521 ตงั้ สำนักงานแถลงขา วไทยทก่ี วั ลาลมั เปอร ประเทศมาเลเซยี
1 มกราคม 2523 ตั้งสำนกั งานแถลงขา วไทยท่ีเจดดาห ประเทศซาอุดิอาระเบยี
28
ภาพจาก : https://th.yamaha.com/th/news_events/2018/0605_40_3fm.html
ÇÔ·ÂØ¡ÃШÒÂàÊÕ§
วิทยุ เปนคำมาจากภาษาสันสกฤต (วิทยุต) ไทยใชค ำนี้มากวา 50 ปแ ลว ประชาชนทั่วไปตา งยอมรับวา วิทยุ
เปนเครื่องมือสื่อมวลชนอยางหนึ่งซึ่งมีประโยชน และสำคัญมากทั้งในภาวะปกติ ฉุกเฉิน และสงคราม เพราะ
วิทยุกระจายเสียงสามารถเสนอขาวสารการเมือง ความรูตาง ๆ ใหประชาชนทราบอยา งรวดเร็ว กวางขวาง และใน
ระยะทางไกล ๆ ทง้ั ในประเทศและนอกประเทศกับเปนเครอ่ื งมือที่สำคญั อยา งหนง่ึ ในการตอบโตก ารกลา วราย ปา ยสี
จากศตั รู และตอ ตา นการโฆษณาชวนเชอ่ื ของฝายตรงขา ม
การใชว ทิ ยุเพื่อสงกระจายเสยี งนั้น กรมไปรษณียโ ทรเลข ซงึ่ ในขณะนั้นสังกัดกระทรวงพาณชิ ยแ ละคมนาคม
เริ่มทดลองสงกระจายเสียงตัง้ แตวันที่ 31 พฤษภาคม 2471 และเปนที่ยอมรับกันทั่วไปวา ในกระบวนการโฆษณา
ประชาสมั พนั ธน ้ัน วิทยุกระจายเสียงนบั วา มบี ทบาทสำคัญที่สุดอยางหนง่ึ เพราะเปน สื่อท่อี ยูใ กลแ ละเขา ถงึ ประชาชน
ไดด ี สะดวก รวดเรว็ ราคาถูก ในดานการลงทนุ เมอ่ื เทยี บกับประโยชนท่ไี ดรบั ก็นับวาเปนการลงทุนที่ถูกกวาส่ืออื่น
ใดในกระบวนการประชาสัมพันธตอมหาชน วิทยุกระจายเสียงเปนแหลงใหขาวสารที่รวดเร็วกับสถานการณและ
เหตุการณ ใหความรู สารคดี วัฒนธรรม ศีลธรรม ศาสนา และการบันเทิงตาง ๆ เปนการเพิ่มพูน ความรู ความ
สนกุ สนานรื่นเริง และชวยผอนคลายอารมณไ ด
29
วิทยุกระจายเสียง เปนสื่อเชื่อมโยง ความสัมพันธระหวางชาติและระหวางบุคคลไดเปนอยางดีทำใหการ
ประสานงานระหวางรฐั บาล กบั ประชาชนเปนไปดวยดี เพ่อื ใหห นว ยดำเนนิ การน้ีโดยเฉพาะ รฐั บาลจงึ ไดโอนกิจการ
ของกองวทิ ยุกระจายเสียงทงั้ หมด จากกรมไปรษณียโทรเลขมาอยกู ับกรมโฆษณาการ เมื่อ พ.ศ. 2481 และเรียกชื่อ
ใหมวา “สถานีวิทยุกระจายเสียงแหงประเทศไทย เปนสถานีวิทยุแหงชาติ โดยมีกรมประชาสัมพันธ สำนัก
นายกรฐั มนตรีเปน ผดู ำเนนิ งาน จนกระท่งั ปจจุบัน
ภาพจาก : https://www.youtube.com/watch?v=1RzWGrmU3cY
ÇÔ·ÂØâ·Ã·Ñȹì
ประเทศไทยเริ่มตั้งสถานีวิทยุโทรทัศน สงรายการออกอากาศเปนประจำมาตั้งแตวนั ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.
2498 สถานีแรกคือ ไทยทีวีชอง 4 (HST-TV) ของบริษัท ไทยโทรทัศนจํากัด ตั้งอยูที่ตำบลบางขนุ พรหม กรุงเทพฯ
สวนสถานีที่ 2 คือ ททบ.ชอง 7 (HSA-TV)หรือสถานีโทรทัศนกองทัพบก ตั้งอยูที่ตำบลสนามเปา กรุงเทพฯ เปด
ดำเนนิ การเม่อื วนั ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2501 ทงั้ สองสถานีใชระบบ 525 เสน
เจา ของและผูดำเนินงานสถานไี ทยทวี ีชอง 4 คือ บริษัทไทยโทรทัศนจ ํากดั เปนบรษิ ัทรัฐวิสาหกิจ จัดตั้งขึ้น
ตามกฎหมายเม่ือวันที่ 31 มกราคม 2497 ผูถือหุนของบรษิ ัทในขณะนัน้ คือ กรมประชาสัมพันธ กระทรวงการคลงั
30
โรงงานยาสูบ สำนกั งานสลากกนิ แบงของรฐั บาล กองทพั บก กองทพั เรอื กองทพั อากาศ กรมตำรวจ และกรมโรงงาน
อุตสาหกรรม
สวนสถานี ททบ. ชอง 7 หรือสถานีโทรทัศนกองทัพบกนั้น ดำเนินการโดยเจา หนา ทีช่ ั้นผูใหญของกรมการ
ทหารสอ่ื สาร
ตอมารัฐบาลไดตระหนักถึงคุณคาของวิทยุโทรทัศนซึ่งเปนสื่อมวลชนที่สำคัญยิ่งในการเผยแพร
ประชาสมั พนั ธข า วสาร ความรู ความบันเทงิ ใหแ กประชาชน ดงั นั้น ในป พ.ศ. 2504 รฐั บาลจงึ ไดอนมุ ตั ิงบประมาณ
ใหแ กก รมประชาสมั พนั ธ จัดตั้งสถานวี ทิ ยุโทรทศั นสว นภูมภิ าคขึ้นอกี 3 แหง คอื
1. ภาคเหนือ ทอ่ี ำเภอเมือง จังหวดั ลำปาง (ชอง 8)
2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ทอี่ ำเภอเมอื ง จังหวดั ขอนแกน (ชอง 5)
3. ภาคใต ที่อำเภอหาดใหญ จังหวัดสงขลา (ชอง 10) สถานีโทรทัศนในสวนภูมภิ าคทั้ง 3 แหงนี้ เปนของ
ราชการ สังกดั กรมประชาสัมพนั ธ
ในป พ.ศ. 2508 รฐั บาลไดอ นุมตั ิใหบริษัทไทยโทรทัศนจํากัด จดั ตง้ั เครอ่ื งสง ระบบ 625 เสน ข้ึนอีกระบบ
หนึ่ง โดยใชงบประมาณของบริษัทวิทยโุ ทรทัศนไทยในปจจบุ ันนี้กาวหนาไปมากมีการสงระบบสีทุกชอง คือ ชอง 3
ชอ ง 9 ชอง 5 ชอง 7 และลา สุด คอื ชอ ง 11 นับไดวา วทิ ยโุ ทรทัศนเปน ส่ือมวลชนอีกประเภทหนึ่งท่ีมีบทบาทสำคัญ
ในสังคม
Ẻ½Ö¡ËÑ´
1. จงอธบิ ายวธิ ีการประชาสมั พนั ธในยคุ เรมิ่ ตน
2. การประชาสมั พันธของสหรฐั อเมรกิ ากาวหนา กวา ประเทศองั กฤษ เพราะเหตุใด อธบิ าย
3. ไอวดี ี ไดรบั การยกยอ งวาเปนบิดาของการประชาสมั พนั ธส มัยใหม เพราะอะไร อธิบาย
4. รฐั บาลไทยไดจ ัดต้งั กองการโฆษณาการขน้ึ ดว ยวตั ถปุ ระสงคอ ะไร อธิบาย
---------------------------------------------
31
ภาพจาก : https://www.businessknowhow.com/marketing/how-to-
บทที่ 4
ͧ¤ì»ÃСͺ¢Í§¡ÒÃâ¦É³Ò
“การโฆษณาเปนงานท่มี คี วามสำคญั ตอระบบเศรษฐกจิ การพาณิชยเพราะการโฆษณาจะเปน สิ่งกระตนุ ให
เกดิ การซอื้ ขาย โดยการเสนอสารเก่ยี วกบั ตัวสนิ คาดวยเทคนิควธิ ีการตาง ๆ ใหป ระชาชนเกดิ ความสนใจและชนื่ ชอบ
ในผลติ ภัณฑนนั้ ”
ͧ¤ì»ÃСͺ¢Í§¡ÒÃâ¦É³Ò
- ผโู ฆษณา (Advertiser) - ส่ือโฆษณา (Advertising Media)
- สิง่ โฆษณา (Advertisement) - กลุมผบู ริโภคเปา หมาย (Buyer)
32
ผูโฆษณา (Advertiser) หมายถึง องคกรที่เสยี คาใชจาย เกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ หรือความคิดตางๆ ที่จะทำ
การโฆษณาเพ่อื สงเสริมการขายผลิตภณั ฑของตน หรอื เพอื่ วัตถุประสงคอน่ื ๆ
ผโู ฆษณาจึงเปน จดุ เริ่มตน ของสารโฆษณาตา ง ๆ ท่ีจะสง ไปยงั กลุม ผบู ริโภคเปาหมาย เพื่อใหเขาเหลา นั้นรูจัก
จดจำ เกิดความสนใจ และซื้อสินคาใชสารโฆษณาทุกชิ้นจะตอ งเปดเผยผูโฆษณาดวยเราสามารถแบงประเภทของผู
โฆษณาไดเปน 3 ประเภท คอื
1. ผูโฆษณาขายสง คือ ผูโฆษณาที่เปนเจาของสินคา หรือเปนผูผลิตสินคาตองการและหวังผลทางดาน
โฆษณาชื่อสินคาและคุณภาพของสินคาทผี่ ลิตขน้ึ ใหเ ปนทร่ี ูจ ักแพรหลาย ผขู ายปลกี วาจะมีความมัน่ ใจเลอื กขายสินคา
ของตน เพราะผูผลติ ไดชว ยโฆษณาใหแ ลวอยา งกวา งขวางทวั่ ประเทศ
ตวั อยางของผโู ฆษณาขายสง ไดแ ก
- บริษทั เชลล เอสโซ คาลเท็กซ ซึ่งเปน เจา ของสินคา
ประเภทน้ำมันเช้อื เพลิง
- บริษัทยนู ลิ เี วอรเ ปน เจา ของสินคาประเภทเคร่ือง
อุปโภค บรโิ ภค
- บรษิ ทั บญุ รอดบรวิ เวอรี่ เปนเจาของสนิ คาประเภท
เคร่อื งดม่ื
ภาพจาก : https://www.matichon.co.th/economy/auto/news_410522
2. ผูโฆษณาขายปลีก คือ ตัวแทนจำหนาย หรือผูขายปลีก
หรือรา นคาปลกี ตา ง ๆ ท่ีทำการโฆษณาเพอ่ื ใหลูกคามาซอื้ สนิ คาในหาง
รานของตน ผโู ฆษณาขายปลีกรายใหญ ๆ
ตัวอยางของผูโฆษณาขายปลีก ไดแก หางสรรพสินคา
ซุปเปอรมาเกต และตัวแทนจำหนาย เปนตน ผูโฆษณาขายปลีกจะมี
กลมุ เปา หมาย อยูใ นชุมชนทีห่ า งรา นของตนตง้ั อยู
3. ผูโฆษณาแนวความคิด คอื ผูโฆษณาท่ีทำการโฆษณาชนิด
ทีเ่ รยี กวา “การโฆษณา ประชาสัมพนั ธ” เปนการโฆษณาทเ่ี นนหนักใน
การสรา งภาพพจนขององคกรผูโฆษณาใหเปนที่ยอมรบั และศรัทธาซึ่ง
จะสงผลทางออ มในการจำหนา ยสินคาหรือบริการตอไป ภาพจาก : https://th-offer.com/gourmet-market-promotion/flyer-15472-0
33
ภาพจาก : https://www.marketingoops.com/media-ads/traditional/tvc/scg-
ตัวอยา งของผูโฆษณาแนวความคิด ไดแ ก
- โฆษณาชุด พลงั ปญ ญาของ SCG
- โฆษณาเรื่องพระคณุ ครู ของ 7-Eleven
- โฆษณาชุดNever Try Never Know ของ กฟผ.
¡ÒÃâ¦É³Ò»ÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ìáºè§ÍÍ¡à»ç¹ 3 ÃٻẺ ¤×Í
1. การโฆษณาเพอื่ ขอความสนับสนุน เปนการโฆษณาชกั ชวนใหประชาชนสนับสนุนเห็นดว ย ใหค วามรวมมือ
กับองคกรในความคิด เรื่องราวที่โฆษณาที่เกี่ยวของกับสวนรวม เชน การโฆษณาใหประชาชนไปเสียภาษี
ไปใชส ิทธเิ ลอื กต้งั เปน ตน
34
2. การโฆษณาตัวสถาบัน เปนการเผยแพรขาวสารเกี่ยวกับนโยบายหรือกิจกรรมขององคการ เพื่อสราง
ภาพพจนท ด่ี ีใหเ กิดขึน้ กบั สถาบนั โดยใหประชาชนทราบถึงผลงานและ บทบาทของสถาบนั ที่มีตอ สังคม เชน
โฆษณาประชาสมั พนั ธของการปโตรเลียม การบนิ ไทย กรมศุลกากร เปนตน
3. การโฆษณาสงเสริมสังคม เปนการโฆษณาประชาสัมพันธที่มุงเนนจะใหความคิด อันเปนประโยชนตอ
สวนรวม เพื่อใหคนในสังคม อยูรวมกันอยางมีความสุข และมีความเปนอยูที่ดีขึ้น เชน โฆษณารกั เมืองไทย
เปน ตน
ÊÔè§â¦É³Ò (Advertisement)
คอื แบบโฆษณาท่ีทำสำเร็จรูปแลว หรือสง่ิ ทเี่ รา
เห็นอยูบนหนา หนงั สือพมิ พ นติ ยสาร หรอื ทางโทรทศั น
หรอื ท่ีเราไดยินทางวทิ ยุกระจายเสียง
สงิ่ โฆษณา เปน สาร(message)ท่สี ง จากผูโฆษณาไป
ยงั กลุมเปาหมาย ผโู ฆษณาจะเผยแพรขอ เท็จจรงิ เกยี่ วกับ
ผลติ ภัณฑ เพือ่ ดึงดูดความสนใจของกลมุ เปา หมาย สงิ่
โฆษณาท่มี ีประสิทธิภาพ คือ โฆษณาที่มีแนวคิดในการเสนอ
สารทีด่ ี สามารถสรา งความเขาใจและฝง แนน อยูใ นความทรง
จำของลูกคา หรอื กลุมเปาหมาย
ลักษณะของสิ่งโฆษณาที่ดมี ดี ังน้ี
1) ดึงดดู ความสนใจ
2) กระตนุ ความอยากรอู ยากเห็น
3) มีขอ เสนอทเ่ี ดน ชดั
4) สนองความตองการของผบู ริโภค
5) เรงเราใหซอื้ หรือใช
ภาพจาก : https://www.pinterest.com/pin/457256168395845616/palungpanya/
35
Ê×èÍâ¦É³Ò (Advertising Media) ภาพจาก : https://www.shop-ping99.top/ProductDetail.aspx?iid
การโฆษณาเปนการติดตอสื่อสารอยางหนึ่งที่เขาถงึ
คนจำนวนมากโดยผานสื่อตาง ๆ สื่อโฆษณานั้นนอกจาก
หนังสือพิมพ สื่อกระจายเสียงและแพรภาพ แลวยังหมายถงึ
สื่ออื่น ๆ ที่เปนตัวกลางนำสารโฆษณาไปยังกลุมผูบริโภค
เปาหมาย ไดแก โปสเตอร หรือแผนปายที่ติดอยูขางรถ
โดยสารประจำทางมมถนนตรงสี่แยก ปายรถประจำทาง ธง
ราวทแี่ ขวนอยู ในหางสรรพสนิ คา เสือ้ ยืด พวงกญุ แจ ฯลฯ
¡ÅØèÁ¼ÙéºÃÔâÀ¤à»éÒËÁÒ (Buyer)
คือ ผูซื้อสินคาเพื่อวัตถุประสงคอยางใดอยางหนึ่ง ผู
ซื้ออาจจะไมใชผูใชสินคานั้น ๆ ดังนั้น กลุมผูบริโภค
เปาหมาย จึงรวมถึงผูใชสินคาดวย ผูบริโภคเปาหมายมี
ความสำคัญตอระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพราะจะ
เปนแหลงระบายสินคาที่ผลิตออกมา ถาผูบริโภคไม
พอใจในสินคาและไมซื้อสินคาใช ระบบเศรษฐกิจยอม
หยุดชะงักในการผลิตสินคาจึงตองดูความตองการและ
ภาพจาก : https://www.bestlearningonline.com/go-shopping-vs-just-browsing/ ความพอใจของผูบริโภคเปน หลัก
การแบงกลุมผูบริโภคเปาหมาย ทำใหนักการ
ตลาดและผูโฆษณามองเห็นกลุมลูกคาของตนไดชดั เจนขึ้น โดยทั่วไปจะแบงกลุมผูบริโภคเปาหมายเปน 3 ลักษณะ
คอื
1. กลุม ผบู รโิ ภคเปา หมายตามลักษณะทางเศรษฐกิจสังคม
2. กลมุ ผบู รโิ ภคเปา หมายตามลกั ษณะทางดานจติ วิทยาและสังคม
3. กลมุ ผูบ ริโภคเปาหมายตามลักษณะการใชผ ลิตภัณฑ
36
1. กลมุ ผูบริโภคเปาหมายตามลกั ษณะเศรษฐกิจสังคม
เปนการแบงกลุมผูบริโภคตามลักษณะภูมิหลัง ไดแก อายุ เพศ รายได การศึกษา อาชีพ สถานภาพทาง
ครอบครวั ซ่ึงจะทำใหง ายตอการศกึ ษาถงึ ลักษณะการใชสินคา ของแตล ะกลุม ไดช ดั เจนขึ้น
ภาพจาก : https://www.quora.com/How-can-I-rise-into-the-upper-class-coming-from-a-lower-middle-class-family
2. กลุมผบู รโิ ภคเปาหมายตามลักษณะทางดานจิตวทิ ยาและสงั คม
เปน การแบง กลุมผูบ ริโภคตามฐานะทางสงั คมและเศรษฐกิจ ตงั้ แตกลมุ ท่ีรวยท่ีสดุ จนถงึ กลุม ทีจ่ นท่ีสดุ ดังน้ี
(A) กลมุ คนทีร่ วยทสี่ ุด (Upper Class) อคั รมหาเศรษฐตี าง ๆ คนกลุมนจ้ี ะบริโภคสินคาราคาแพง
จากตา งประเทศ ชอบความหรหู รา ฟมุ เฟอ ย เพราะมกี ำลงั ซ้ือสินคา สูงมาก
(B) กลุมคนที่มีฐานะดี (Upper Middle Class) กลุมผูมีอันจะกินสามารถซื้อสินคา ฟุมเฟอยได
บาง กลมุ น้สี รางตัวจากความสามารถของตน
37
(C) กลุมคนที่มีฐานะปานกลาง (Lower Middle Class) กลุมที่พอมีพอกิน เลี้ยงครอบครัวได ไม
เปนหนี้สิน สามารถมีกำลังซื้อเครื่องอำนวยความสุขไดพอสมควร คนกลุมนี้จะมีความพอใจซื้อสินคาในระดับปาน
กลาง และ ใหความสำคญั ในเรื่องความคมุ คา ของเงินท่ีจะใชซอ้ื สินคานน้ั
(D) กลุมที่มีรายไดนอยถงึ ปานกลาง (Upper Lower) กลุมที่มีขนาดคอ นขางใหญในประเทศไทย
คนกลุมน้ีถา ขยนั ขนั แข็งทำงานพิเศษ ก็จะมเี งินเหลือเกบ็ บา ง สามารถซ้ือสินคาคณุ ภาพปานกลางถงึ ต่ำ
(E) กลุมที่มรี ายไดนอ ยมาก (Lower-Lower) กลุมที่มีรายไดนอยมากและไมแนนอน สินคาที่ขาย
ใหค นกลุม น้ีจะเนน ที่มีปริมาณและราคาถกู เปนหลกั
3. กลุมผบู รโิ ภคเปา หมายตามลกั ษณะการ
ใชผลิตภัณฑ
เปนการแบง กลุมผูบริโภคตามสัดสวนปริมาณ
การใชสินคา ระดับความพอใจ เปนลูกคาประจำ
เปนลูกคาใหม ถาสินคาของเรามีผูใชนอยมาก ก็
จะตองทำการรณรงคโฆษณาใหมาใชสินคาอยางมาก
และถาเมื่อสินคาจำหนายไดมาก ก็จะตองทำการ
โฆษณาอยางตอเนื่อง เพื่อใหสินคานั้นครองตลาด
ตอไป
ภาพจาก : https://productnation.co/%B8%A7/ ……กลุมผบู ริโภคมีความสำคัญในดานการ
วางแผนสื่อโฆษณา เพราะกลุมผูบริโภคจะเปน เคร่ืองใหผูโฆษณาตัดสินใจวา ควรจะเลอื กใชสือ่ ใด เพอ่ื ใหเ ขาถึง
กลุมเปาหมายที่ตองการ สื่อประเภทใดจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด การเลือกชวงเวลาใหเ หมาะสมในการเสนอ
สารผา นสือ่ ตา งๆ เพื่อใหต รงกบั กลมุ เปา หมายของสนิ คา น้ันๆ….
Ẻ½Ö¡ËÑ´
1. จงอธบิ ายความหมายของผโู ฆษณาขายสง ผูโฆษณาขายปลกี และผโู ฆษณาแนวความคดิ พรอ มกับ
ยกตวั อยางประกอบ
2. สิ่งโฆษณาที่ดีจะตอ งมลี กั ษณะอยางไร อธบิ าย
3. การแบง กลมุ ผูบ ริโภคเปา หมายทางการโฆษณาแบงอยา งไร อธบิ าย
---------------------------------------------
38
ภาพจาก : https://www.youtube.com/watch?v=yMf_FruqzlQ
บทที่ 5
¡Ãкǹ¡Òâͧ¡ÒÃâ¦É³Ò
¡ÒÃàµÃÕÂÁ¢éÍÁÙÅà¾×èÍ¡ÒÃâ¦É³Ò
กอนท่จี ะเรมิ่ วางแผนงานโฆษณา เจา ของผลิตภัณฑจะตอ งเตรยี มรายละเอียดเก่ียวกับผลิตภัณฑ ดงั ตอ ไปนี้
1. ตรา ยี่หอ สัญลักษณ ของผลิตภัณฑ ถาเปนสิ่งที่ผูบริโภครูจ ักและยอมรบั ในคณุ ภาพของผลิตภัณฑแลว
โอกาสทจี่ ะประสบผลสำเรจ็ ในการโฆษณายอมมมี าก
2. รายละเอียดเก่ียวกบั สวนผสมของผลติ ภัณฑ เชน วตั ถุดบิ ที่นำมาใชในการผลิต กรรมวธิ ใี นการผลิต อายุ
การใชงาน วธิ กี ารเก็บรกั ษา และคุณภาพของผลติ ภัณฑน ้นั ๆ
3. ขอมูลเกี่ยวกับผูบริโภคเปาหมาย เปนสวนสำคัญที่จะทำใหนักสรางสรรคงานโฆษณา เลือกภาษาที่
เหมาะสมกบั ผูบ ริโภคแตล ะกลมุ ได
4. ชองทางการจำหนาย เปนสวนหนึ่งที่จะทำใหนักโฆษณาทราบถึงนโยบายหรือกลยุทธในการกระจาย
สนิ คา และนำไปวางแผนการใชสอ่ื โฆษณาใหเ หมาะสมกบั ชอ งทางการจำหนายของลูกคาตอ ไป
39
5. เวลาในการวางตลาด สิ่งเหลานี้จะมีประโยชนในการวางแผนงานโฆษณา ตลอดจนเลือกใชสื่อแตละ
ประเภทไดอยา งถกู ตอ ง
6.กลยุทธทางการตลาด จำเปนตองใหนักโฆษณาทราบ เพื่อที่จะไดวางแผนการโฆษณาใหสอดคลองกัน
นอกเหนอื จากการโฆษณาแลว จะมีกลยุทธอน่ื ๆ อกี เชน การใชพ นักงานหนว ยสง เสรมิ การขายไปแนะนำตามบาน
การจัดแสดงสินคา การทำประชาสัมพันธ การจดั กจิ กรรมรว มกบั หนว ยงานอนื่ ๆ เปน ตน
7. งบประมาณการโฆษณา จะเปนตัวกำหนดวาแผนงานโฆษณาจะออกมาในรูปแบบใด ควรมีสิ่งโฆษณาก่ี
ช้ิน และจะเลอื กใชส อ่ื ประเภทใดจงึ จะเหมาะสม
¡ÒÃÇҧἹóç¤ì¡ÒÃâ¦É³Ò
การรณรงคทางการโฆษณา หมายถึง
ความพยายามในการโฆษณา ซึ่งไดมีการ
วางแผนและดำเนินการภายในระยะเวลา
ที่กำหนด อาจจะเปนเดือน หรือเปนป ก็
ได
ภาวะการแขงขันทางการตลาดในปจจบุ นั
ทวีความรุนแรงมากขึ้น สินคาชนิด
เดียวกันมีการผลิตออกมาจำหนายหลาย
ภาพจาก : https://www.getsomethinggreat.com/ikeas-advertising-campaign- ยี่หอ หลายตรา ดวยเหตุนี้ การสงเสริม
promoting-sleep-tomorrow-starts-tonight/ การตลาดโดยการโฆษณาจึงจำเปนอยาง
ยิ่งที่จะตองมีการวางแผนและใชกลยุทธอยา งละเอียดรอบคอบ เพื่อที่จะสงขา วสารเกี่ยวกับสนิ คาและบริการ ไปยงั
ผูบริโภคกลุมเปาหมายไดอยางทั่วถึงและมีประสทิ ธิภาพ การวางแผนและการเลือกใชก ลยุทธที่เหมาะสมนี้ เรียกวา
การวางแผนรณรงคทางการโฆษณา (Advertising Campaign)
40
ภาพจาก : https://www.brandbuffet.in.th/2017/08/kantar-worldpanel-brand-footprint-report/
¡ÒÃÇÔà¤ÃÒÐËìÊÔ¹¤éÒ ¢éÍÁÙÅ·ÕèºÃÔÉÑ·â¦É³Ò¨ÐµéͧÈÖ¡ÉÒà¡ÕèÂǡѺÊÔ¹¤éÒ·Õè¨Ð·Ó
¡ÒÃâ¦É³Ò มดี ังนี้
1. คณุ สมบัตทิ างกายภาพ (Physical Attributes) คือการศกึ ษาทางดานสว นผสม องคประกอบ วา สนิ คา ทำ
ดว ยอะไร และส่งิ ทีเ่ ปน สว นผสมหรือองคประกอบเหลานี้มีคุณสมบัติทางกายภาพ ชวี ภาพอยางไร เชน ทนนำ้ ทนไฟ
กลิ่น สี ขนาด ฯลฯ และคุณสมบัติดังกลาวนั้น ทำใหสินคาที่เรากำลังจะโฆษณา ไดเปรียบ เสียเปรียบ คูแขงขัน
อยา งไร
2. รปู พรรณสณั ฐาน (Shape) สนิ คา ของเรามีรปู รางอยา งไร ไดเ ปรียบเสยี เปรียบคูแขง ขัน อยางไร
41
3. หนวยของการจำหนา ย (Unit of Sales) สินคาของเรานั้น จำหนายอยางไร เปนขวด เปนถุง เปนกลอง
เปนกรัม เปนออนซ เปนซีซี ฯลฯ และหนวยการจำหนายนี้ เหมือนหรือตางจากคูแขงขันอยางไร กอใหเกิดความ
ไดเ ปรียบเสยี เปรยี บ อยา งไร
4. ขนาดการจำหนาย (Size) สินคาของเรามีกี่ขนาด เพียงพอตอความตอ งการของผูบริโภคหรอื ไม เทากับ
มากกวา หรือ นอยกวาจำนวนขนาดของคูแขงขันหรือไม ขนาดใดมีปญหา ขนาดใดที่เราขายดี เปนขนาดเดียวกบั
ขนาดทข่ี ายดีของคแู ขง ขนั หรอื ไม
5. ประโยชนใ ชสอย (Uses) สินคาของเรานนั้ มีประโยชนใชส อยมากกวาหนึง่ หรือไม อะไรเปน ประโยชนใช
สอยที่สำคัญ และคแู ขงขนั ของเรามีประโยชนใ ชสอยเหมือนกับเรา หรือตางจากเรา ทต่ี า งกนั นน้ั เขาดีกวาหรือดอย
กวา เราอยางไร
6. หบี หอ (Packaging) ในการดหู บี หอนน้ั ตอ งดใู หครบถว นทกุ ดาน เชน ทางดา นสนุ ทรีย สนิ คาของเราสวย
กวาคูแขงขันหรือไม เดนกวาคูแขงขันหรือไม ในแงของความสะดวกสบายในการจัดวาง การเก็บรักษา การเปดใช
การหอหุม การจับถอื ฯลฯ ประโยชนทางดานใชสอย เชน กลองเอาไปทำอะไร ขวดเอาไปทำอะไร ในการดหู ีบหอ นัน้
ในสายตาของผูบริโภคจะมอง สนิ คาเราเปน อะไร หบี หอของเรา เครอื่ งหมายการคาของเรา หรอื สัญลักษณอื่น ๆ ที่
จะบอกความเปน ตวั เรามีอยทู กุ ดานของกลองของหีบหอ เพยี งพอท่เี ราจะถูกวางดานใดกไ็ ด หรอื ไม
7. ราคา (Price) ราคาสินคาของเรานัน้ ไดเ ปรียบ เสยี เปรียบ คูแขงขันอยา งไร ผบู ริโภคยอมรับราคาสินคา
ของเราหรอื ไม
8. ยีห่ อ (Brand Name) ชื่อสินคาของเราน้ัน บอกความเปน ตวั เองชัดเจนหรือไม พูดงา ย จำงา ย สะดุดหู นา
ฟง ไดเ ปรียบ เสียเปรยี บ คแู ขง ขนั อยา งไร
9. เครื่องหมายการคา (Trade Mark Logo) สินคาโดยทั่วไป มักจะมีเครื่องหมายการคา เปนสัญลักษณ
ประจำตวั เครอ่ื งหมายการคานี้ ถา หากศกึ ษาใหดีอาจจะมีประโยชนใ นการสรา งสรรคช้ินงานโฆษณาได
10. วัฏจักรวงจรชีวติ ของสินคา (Product Life Cycle) การทำโฆษณาทุกครัง้ เจาของสินคาจะตองแจง ให
ทราบวา สินคาของตัวเองอยูในชวงใด ชวงแนะนำ ชวงแขง ขัน ชว งติดตลาด ชวงอมิ่ ตวั หรอื ชว งเสือ่ ม เพราะการทำ
โฆษณาในแตล ะชวงนนั้ ตา งกนั
42
- ในขณะที่เปนชวงแนะนำ เราเนนใหผูบริโภค รูจักหนาตาของสินคาและจำชื่อสินคาได การเอยชื่อสินคา
บอยๆ และการโชวสินคา บอ ยครง้ั ในการโฆษณาเปน ส่งิ จำเปนในชวงน้ี
- เมื่อสินคาเขาสูสภาวะการแขงขัน มีคูแขงมาก การสรางความแตกตางของสินคาที่ชัดแจง เปนสิ่งจำเปน
เพอ่ื ใหเหตุผลแกผ บู ริโภควา ทำไมจึงตองใชส ินคา ย่ีหอ น้ัน แทนทจ่ี ะใชย่ีหออ่นื
- เมื่อสินคาติดตลาดแลว ไมมีความจำเปนท่ี
จะตอ งโฆษณาอะไรมาก นอกจากเปน การเตอื น
ความทรงจำของผูบรโิ ภคเทา นน้ั
- เมื่อสินคาอยูในชวงอิ่มตัว การโฆษณาก็จะไม
ชวยอะไรมากนัก เพราะคนที่ใชก็ไดใ ชแลว คน
ท่ีไมใ ช กค็ งไมค ิดจะใช การสรา งลูกคาใหมอาจ
เปนไปไดยาก การรักษาลูกคาเกาจึงเปนเรื่อง
สำคญั
- หากสินคาตกอยูในชวงเสื่อม ก็จำเปนจะตอง
ปรับปรุงสินคาใหม และนำเขา สูชวงแนะนำอีก ภาพจาก : https://pixabay.com/th/illustrations/
¡ÒÃÇÔà¤ÃÒÐËì¡ÅØèÁà»éÒËÁÒÂ
กลุมเปาหมายในสังคมมีความหลากหลายและแตละกลุมมีความตองการ และคานิยมที่แตกตา งกันออกไป
และความแตกตางสงผลใหสินคาท่ีเขาตอ งการจะตองมีจุดดี จดุ เดน แตกตางกันออกไป ขอความท่เี ราสื่อสารออกไป
ใหแกค นตา งกลมุ น้นั จำเปน ตอ งมีลักษณะที่แตกตา งกนั
ในการวิเคราะหกลุมเปาหมายนั้น ถาจะ
กำหนดอยางงา ย ๆ กค็ ือ
- การศกึ ษาทะเบียนภูมหิ ลัง (Demographics)
- ลักษณะทางจิตวทิ ยา (Psychographics)
ของลูกคาเพราะจะเปนตัวกำหนดการเลือก
กลุมเปาหมายของนักการตลาด
ภาพจาก : https://blog.ourgreenfish.com/th/target-audience-
43
ภาพจาก : https://acsicorp.com/blogs/psychographics-and-thrilling-personas-for-
¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒ·ÐàºÕ¹ÀÁÙ ËÔ Åѧ Åѡɳзҧ¨µÔ ÇÔ·ÂÒ
(Demographics) (Psychographics)
ไดแก เพศ อายุ การศึกษา รายได ฐานะทางการ ประกอบดวย ความตองการ แรงจูงใจ บุคลิกภาพ เจต
สมรส ขนาดของครอบครัว ถิ่นฐานที่อยู และอาชีพ คติ คา นยิ ม การเรียนรู การรบั รู อทิ ธิพลของกลุมสังคม
เปนตน ตลอดจนอิทธิพลของวัฒนธรรม ในการทำโฆษณา เรา
การที่เรารูวาผูบริโภคกลุมเปาหมายของเรา จะตองเขา ใจวา กลมุ เปาหมายของเรา มีความตองการ
เปนใคร หญิงหรือชาย หนุมหรือแก เรียนสูงเรียนต่ำ อะไรในชีวิต ซึ่งสินคาของเราสามารถไปตอบสนองเขา
อำนาจซื้อมากหรือนอย โสดหรือแตงงานแลว ได
ครอบครัวเล็กหรือครอบครัวใหญ อยูภาคใด สวนใด
ความเจริญของทองถิ่นมากนอยเพียงใด จะทำใหเรา
พอที่จะเขาใจถึงความตองการ แรงจูงใจ เจตคติ และ
คานิยมของเขาได สิ่งเหลานี้จะทำใหเราสามารถ
เจาะลึกเขาไปจูงใจใหเขาพอใจสินคาและบริการของ
เราได
44
ภาพจาก : https://es.dreamstime.com/gr%C3%A1fico-del-mercado-de-valores-financiero-sobre-
¡ÒÃÇÔà¤ÃÒÐËìµÅÒ´
ตลาดในทน่ี ห้ี มายถงึ กลุมประชากรที่รวมตัวกันเปน กลุมเปาหมายของเรา ประเด็นในการวิเคราะหต ลาดน้ัน
มอี ยมู ากมาย ดังน้ี
1. การแขงขัน จะตอ งเขา ใจสภาพของการแขง ขันวา ในตลาดทเ่ี รากำลังจะลงแขงขนั ในประเด็น
- มยี ่ีหอตาง ๆ ลงแขง ขนั แลวกยี่ ่หี อ
- ยีห่ อใดเปน ผนู ำ
- สวนการครองตลาดน้ันแตละยีห่ อเปนอยา งไร
- สภาพการแขงขันเปน อยางไร
- การโฆษณาของคแู ขง ขนั มีจุดเดนอยางไรในสายตาของผูบ รโิ ภค
- ขอ อา งน้ัน มกี ารสนบั สนุนดวยเหตผุ ลอนั ใด
กิจกรรมสง เสรมิ การขายในสนามท่เี ราจะลงแขง ขันน้ัน เขามกี ารสง เสริมการขายกับรานคา อยางไร มีการลด
การแจก การแถม การใหเครดิต ระบบวิธีการวางขายทำอยางไร สว นการสงเสริมการขายกับผบู รโิ ภค อาจจะออกมา
ในรปู ของการชิงโชค แจก แถม ลดราคา หรือวธิ กี ารอ่นื ๆ
45
2. องคประกอบของตลาด บริษทั โฆษณาจะตอ งดวู า
- ตลาดทีเ่ ขาจะลงน้ันประกอบดวยใครบาง
- ผหู ญิงหรอื ผชู าย ฝา ยใดมากนอยกวา กนั
- แตละชวงอายุมีกี่เปอรเ ซ็นต
- รายไดต าง ๆ
- ตลาดในกรงุ เทพฯ ตลาดในตา งจังหวดั
- เขตเมือง เขตชนบท แตล ะสว นเปน ก่ีเปอรเ ซ็นตข องตลาด
ภาพจาก : https://stepstraining.co/strategy/benefits-of-neuromarketing- ความรูความเขาใจในเรื่องเหลานี้ จะทำใหบริษัทโฆษณา
for-business สามารถวางยุทธวิธีการใชสื่อ และการสรางสรรคไดอยางมี
ประสิทธิภาพและเหมาะสมกับกลุมเปาหมายแตละกลุมท่ี
รวมตัวขนึ้ มาเปนตลาดของเรา
3. แนวโนมของตลาด นอกจากจะมองตลาดในอดีตแลว บริษัทโฆษณาจะตองมองตลาดในอนาคตดว ยวา
จะมกี ารเปลย่ี นแปลงอยางไร
- การโยกยายของประชากร
- การเจรญิ เตบิ โตของเมอื ง
- การพัฒนาธรุ กจิ บางประเภทที่เก่ยี วของ
- การเปลย่ี นแปลงรายไดข องประชากร
- การเปล่ยี นแปลงทางการเมอื ง ภาพจาก : https://www.salesforce.com/ca/blog/2016/12/intro-to-growth-marketing.html
- การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกจิ ทมี่ ีผลกระทบตอ การลงทนุ และอำนาจ การซ้อื ของผูบรโิ ภค
46
- การเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรม ตลอดจนคานิยม และรูปแบบชีวิตของผูบริโภคขอมูลดังกลาวนี้มี
ความสำคญั ทั้งสิน้ บรษิ ัทโฆษณาจะมองขามไมไ ด
ภาพจาก : https://www.moneywecan.com/consumer-behavior/
4. พฤติกรรมการซื้อและพฤติกรรมการใช ในการวเิ คราะหสภาพตลาดนั้น จะตองรูว า ผูบริโภคมรี ูปแบบ
การซอ้ื สินคา อยา งไร
- ซอ้ื ที่ไหน - ซื้อคร้งั ละเทาไร
- ใครเปน คนซอ้ื - อะไรคือปจ จัยในการตัดสนิ ใจซ้ือ
- ซื้อเมอื่ ไหร - ระบบการเงนิ ในการซ้อื เปนอยา งไร
เมื่อไดทราบรปู แบบในการซอื้ สนิ คา แลว บรษิ ัทโฆษณาก็จะไดส รา งเนอ้ื หาของโฆษณาใหสอดคลอ งกับความ
เปน จรงิ กระตุนการซือ้ สนิ คาใหต รงจุด และพดู คุยใหถกู คนวา ควรจะพดู กับสามีหรือภรรยา หรือ ท้ังสองคน หรือจะ
พูดกับแมบ า น หรอื ลูก ๆ เปนตน
47
ภาพจาก : https://www.seo-winner.com/opportunities_with_business_strategy
¡ÒÃÇÒ§á¼¹´éÒ¹ÂØ·¸ÇÔ¸Õ
ประกอบดว ยแผนงานตลาด แผนงานสรางสรรค แผนงานส่อื โฆษณา
1. แผนงานตลาด แผนงานตลาดจะตองประกอบดวยวตั ถุประสงควา การโฆษณาคร้งั นี้ ตอ งการใหเ กดิ อะไร
ขึ้น เชน ตองการใหยอดขายเพิ่มขึ้น 10 เปอรเซ็นต ตองการเพิ่มสวนครอง ตลาดจาก 12 เปอรเซ็นต เปน 15
เปอรเซ็นต ตองการสรางความเปนผูนำทางการตลาด ตองการเพิ่มกeไรจาก 19 เปอรเซ็นต เปน 22 เปอรเซ็นต
ตองการใหถงึ จุดคุมทุนภายใน 2 ป วตั ถุประสงคท างการตลาดทต่ี งั้ ข้ึนมา ควรมีลกั ษณะดงั นี้
1) เปนไปตามความเปนจรงิ ไมฝ นเฟองจนเกนิ ไป
2) ยืดหยนุ ไดบ า ง
3) เขยี นไวใ หชดั เจน
48
2. แผนงานสรา งสรรค การสรา งสรรคโ ฆษณาเร่มิ ตนดวยการวางวตั ถุประสงคซ ่งึ ไดมาจากแผนงานตลาดวา
เราตอ งการไดโ ฆษณาไปทำอะไร
- สรางช่อื ใหเ ปนทจ่ี ดจำ - สรางบคุ ลิกใหส ินคา
- ใหค นยอมรบั สนิ คา - สรางจินตภาพใหแ กผ ผู ลติ
- ยกระดับจินตภาพของสินคา - สรา งความเปนผนู ำใหส ินคาและบรษิ ัทผผู ลติ
- แสดงคณุ ภาพทเ่ี หนอื กวา - สรางการยอมรบั สินคาในตัวแทนจำหนา ย
- ช้ีประเด็นจดุ เดนทีเ่ หนอื คแู ขง - เนน ความกาวหนาและพฒั นาการของบรษิ ทั
- ใหผ ูบรโิ ภคเขาใจคณุ สมบัติของสนิ คา - ตอกยำ้ ความภักดีในยห่ี อ
- กระตนุ ใหเกิดการเปลีย่ นแปลงวถิ ีชวี ิต - ใหเกดิ การทดลองใชส นิ คา
ภาพจาก : https://www.theadbuzz.com/article-marketing-must-haves-marketing-ideas-
49