3. แผนงานสอ่ื โฆษณา บริษัทโฆษณาจะตองทำใหลูกคาประจกั ษชัดแจง วา แผนส่ือโฆษณาทีว่ างไวน ้นั เปน
ยุทธวธิ ีที่ดีทสี่ ุดท่ีจะสนับสนุนแผนงานตลาดทว่ี างไวห ัวใจของการซ้ือสอื่ โฆษณา คือการแจงขาวสารทางการตลาดให
ถงึ ผบู รโิ ภคอยา งมีประสทิ ธิภาพ ซึง่ หมายถงึ การท่ีเราจะเลอื กใชสอื่ อะไร ในเวลาใด เพื่อท่ีจะนำขาวสารของสินคา ไป
เสนอแกผบู รโิ ภคใหไดมากท่สี ุด เหมาะสมทีส่ ุด ตามงบประมาณทกี่ ำหนดให จึงมจี ดุ หมายข้ันพื้นฐานดงั นี้
1) ซือ้ สอื่ ใหเ ขาถงึ ไดม ากท่ีสดุ ตามความเหมาะสม
2) ดวยความถี่สูงสดุ ที่เหมาะสม
3) ดว ยการสูญเปลาทนี่ อ ยท่ีสดุ
4) ในงบประมาณทกี่ ำหนดให
สื่อโฆษณาเปนสื่อที่นำขาวสารทางการ
ตลาดเกย่ี วกับสินคาและบรกิ ารไปยังกลุมเปาหมาย
ทางการตลาด สื่อมวลชน หนังสือพิมพ วิทยุ
โทรทศั น และนิตยสาร ถอื ไดว า เปนสอื่ ทีเ่ หมาะสมท่ี
จะใชเปนพาหนะนำขาวสารไปสูคนหมูมาก ทั้งน้ี
เพราะ
1) เขา ถงึ ผบู ริโภคไดจ ำนวนมาก
ภาพจาก : https://www.searchenginejournal.com/native-advertising-ppc- 2) ราคาในการเขา ถึงเฉลย่ี ตอ หัวต่ำ
marketers/358472/
3) เนื้อหาของสื่อ จะเปนแนวทางใหเราเลือกกลุมเปาหมายที่จะเขาถึงไดอยางมีประสิทธิภาพ เพราะเรา
ทราบวา ผบู รโิ ภคลกั ษณะใด ชอบเนือ้ หาของสอื่ ลักษณะใด
4) ผูบริโภคแตละกลุมนั้น เราอาจเขาถึงไดดวยความที่ตางกัน ตามความสำคัญของแตละกลุม และตาม
แนวทางยุทธวิธีทางการตลาดของเรา และเรายังทราบอีกดวยวา ผูบริโภคบางกลุมมีความภักดีกับสื่อบางประเภท
เชน อา นประจำ ดปู ระจำ ฟง ประจำ ทำใหเราสามารถตอกย้ำความภักดใี นย่หี อ ไดเปนอยา งดี
ในการวางแผนซอื้ ส่ือโฆษณานัน้ เราควรตระหนกั วา สอ่ื โฆษณาทกุ ประเภทมขี อจาํ กดั ของตวั เองอยู เชน
1) ผูบรโิ ภคมิไดใ ชส่อื มวลชนดว ยเจตนาท่จี ะดโู ฆษณา ดังนนั้ การดงึ ดูดใหคนท่ใี ชส ื่อดู หรือฟง โฆษณา จึงเปน
เรอ่ื งที่ยากและละเอยี ดออนมาก
50
2) สอื่ แตละชนดิ มจี นิ ตภาพของตัวมันเองวา เหมาะสมทีจ่ ะใชกบั อะไร เชน
- หนงั สอื พิมพ อาจจะเปน ปฏิทินประจำวัน ไมใ ชส่งิ ทจี่ ะเก็บสะสม
- นิตยสาร มีสีสันที่จูงใจไดดี คนชอบเก็บเอาไวดูนาน ๆ แตอาจจะขาดความเรงดวนไมทัน
เหตุการณใ นบางครง้ั
3) โทรทศั น คอื สื่อที่มีทงั้ ภาพและเสียงตลอดจนการเคลื่อนไหว ยอมไดเปรยี บส่อื อืน่ ๆ ในการจงใจไดอยาง
ครบถวน แตกเ็ ปนสอื่ ทเ่ี คลื่อนยา ยยาก มกั จะใชไดใ นเนื้อทอ่ี ันจำกดั
4) ส่อื ท่ีมีสาระเน้ือหา อาจจะดงึ ดูดความสนใจคนดู คนอาน คนฟง ไดบางประเภทเทานน้ั
5) ผูบรโิ ภคมักจะมองวา โฆษณาท่แี ทรกเขาไปในสอ่ื นัน้ เปน สงิ่ ที่นา รำคาญมากกวา เปนทน่ี า สนใจ เพราะทำ
ใหข าดความตอ เนื่อง
นอกจากสื่อมวลชนเหลานั้นแลว ยังมีสื่อโฆษณาประเภทอื่น ๆ อีกเชน ปายขางถนน (Bill Board) ใบปด
(Poster) ใบปลวิ (Leaflet) แผนพับ (Folder) หนังสือเลมเล็ก (Brochure) ภาพรายการรูปแบบ (Catalogue) แผน
ติด (Sticker) ของขวัญตดิ ขอความ โฆษณา (Merchandise) ปายหลังรถเมล (Busback) ปา ยขางรถเมล (Busside)
ขอความขา งรถ (Transit) ปายแขวน (Mobile) แผนปา ย (Banner) ปายจอดรถเมล (Busshelter) เปนตน
ภาพจาก : https://www.reviewjournal.com/news/politics-and-government/nevada/unsure-about-the-covid-vaccine-a-new-ad-
campaign-might-convince-you-2320180/
51
ÇÔ¸Õ¡ÒáÓ˹´§º»ÃÐÁÒ³
1) กำหนดเอาเองโดยไมมีกฎเกณฑ
เปน วธิ กี ารกำหนดงบประมาณโดยผูบริหารที่ไมมี
ความรูทางดานการโฆษณามากนัก เปนผูบริหาร
ที่คิดแตเพียงวา ควรมีการโฆษณาบาง เพื่อให
ผูบรโิ ภคทราบวาตนยงั อยูในตลาด
ภาพจาก : https://opec.go.th/financialreport/ 2) กำหนดจากเงนิ ทนุ ท่ีมีอยู โดยผูบริหารถือ
วามีเงินทุนที่เหลืออยูจำนวนเทานั้น เมื่อแยก
ประเภทคา ใชจายทุกอยางแลวจะสามารถจัดสรร
มาใชเปนงบประมาณการโฆษณาไดมากที่สุด
เทาไร
3) คิดเปนเปอรเซ็นตจากยอดขายในอดีต เชน กำหนดไววา งบประมาณการโฆษณาควรจะเปน 5
เปอรเซ็นตจากยอดขาย และใชยอดขายของปท ่ีแลว เปน ยอดประมาณการ วิธีการนี้ เปน วธิ กี ารทมี่ หี ลกั การดี แตก็มี
ขอ เสียทวี่ า การใชย อดขายในอดีตน้นั ไมไ ดคำนงึ ถึงแนวโนม หรอื สถานการณท างการตลาดในปจจุบัน ซึ่งอาจเปนผล
ใหย อดขายเพิ่มขึน้ หรือลดลงอยางมากมายได ทำใหส ดั สวนของงบประมาณกับยอดขายผดิ พลาดไป
4) คดิ เปนเปอรเ ซ็นตของยอดขายท่คี าดวา จะได วธิ ีการน้ีเปน การมองสถานการณท างการตลาดในอนาคต
และคาดคะเนยอดขายที่ควรจะทำใหไดเสียกอน จึงกำหนดงบประมาณการโฆษณา เปนเปอรเซ็นตจากยอดขายท่ี
คาดคะเนไว แตอยางไรกต็ าม วิธกี ารน้ีควรมีการทบทวนงบประมาณทก่ี ำหนดไวท กุ ๆ สามเดอื น เพ่ือใหเหมาะสมกับ
การเปล่ยี นแปลงทางการตลาดทีอ่ าจคลาดเคลื่อนไปจากที่คาดคะเนไว
5) กำหนดตามวัตถุประสงคและงานที่จะทำ เนื่องจากการกำหนดวัตถุประสงคทางการตลาดในแตละป
อาจแตกตางกันออกไป ยกตัวอยาง เชน ยาสีฟนคอลเกต กำหนดวัตถุประสงค เพื่อใหเด็กในวันนี้ที่จะเติบโตเปน
ผูใหญในวันหนา รูจัก ยอมรับ และจดจำยี่หอยาสีฟนคอลเกตได จึงไดกำหนดแผนงานโฆษณา โดยจัดทำเปน
โครงการ ชื่อ “โครงการเรารักโรงเรียนของเรา) โดยใชวิธีสง เจาหนา ทีไ่ ปแนะนำวิธกี ารแปรงฟนที่ถูกตองใหนักเรียน
ตามโรงเรยี นตา ง ๆ ทัว่ ประเทศ พรอ มกับแจกยาสฟี นและแปรงสฟี น ตวั อยา งใหแกเ ด็กนกั เรยี นทกุ คน งานโครงการน้ี
ใชงบประมาณเปนจำนวนมาก ซ่งึ ไมอาจเทียบกับยอดขายไดเ ลย แตบริษทั ฯ ถอื วา โครงการดงั กลาว เปนการลงทุน
เพ่อื ใหไ ดผลระยะยาว เม่อื เด็กเหลาน้ีเติบโตเปนผูใ หญจะตองซือ้ สนิ คาดวยตนเอง เขาอาจจดจำตราย่ีหอคอลเกตได
แมน ยำ และอาจฝง อยใู นใจของเขา
52
ภาพจาก : https://www.marketingweek.com/getting-to-the-business-case-for-advertising/
á¹Ç¤Ô´ºÒ§»ÃСÒÃà¡ÕèÂǡѺ¡ÒÃãªéÊ×èÍâ¦É³Ò
1) คาใชจายตอพัน (Cost per Thousand) เปน คาใชจายที่เกิดขึ้นเม่ือเขาถึงสงิ่ 1,000 ส่ิง ไมวาจะเปน
ครัวเรือน ชาย หญิง เด็ก ฯลฯ ยกตัวอยางเชน ถาสปอตโฆษณาในรายการโทรทัศน เรื่องหนึ่งคิดเปนมูลคาครั้งละ
30,000 บาท โฆษณาสปอตนสี้ ามารถเขา ไปถงึ 300,000 ครวั เรือน คา ใชจายตอ หนง่ึ ครวั เรอื นเปน เงนิ 10 บาท
2) ความสามารถในการเขา ถึง (Reach) ถา หากการโฆษณาครัง้ หน่ึงเขา ถึงคนดจู ำนวน แปดสิบบา น แสดง
วา การใชส ื่อโฆษณาครงั้ นัน้ มคี วามสามารถในการเขา ถึง 80 เปอรเ ซ็นต
3) ความถี่ (Frequency) คอื จำนวนคร้ังที่บานหนึง่ หรอื บุคคลหน่ึงเหน็ หรือไดฟง ขอ ความหนึ่งโดยเฉล่ีย
ยกตวั อยา งเชน ออกโฆษณาได 10 คร้ัง มีบา นท่ีเห็นโฆษณาของเราเพยี ง 4 บา น แสดงวา มีความถี่เทา กบั 2.5
4) การแจกจายความถี่ (Frequency Distribution) เปนการวิเคราะหอัตราเฉลี่ยของความถี่ วาจริง ๆ
แลว โฆษณาควรจะไปถึงประชาชนเทา ใด
53
¡ÒûÃÐàÁÔ¹¼Å¡ÒÃâ¦É³Ò
รายการ การประเมนิ ผลกอนการโฆษณา การประเมินผลหลงั การโฆษณา
1. วิจยั ตลาด
2. เหตุจูงใจในโฆษณา เปนการแยกแยะกลุมลูกคา เปา หมายทจ่ี ะ วัดผลสำเรจ็ ของการโฆษณาวาสามารถ
3. วจิ ยั ขา วสาร หรือ
ขอ ความโฆษณา ใหงานโฆษณามุงตรงไปยงั กลุม นี้ เขาถงึ กลมุ เปาหมายที่กำหนดไวหรือไม
4. วจิ ัยส่ือโฆษณา
เพือ่ คน หาสาเหตุในการตดั สนิ ใจซื้อของ วัดผลของการจูงใจในโฆษณาวาสามารถ
5. วจิ ัยเหตุผลทัว่ ๆ ไป
กลุมลูกคา เปาหมาย เพื่อนำมาใชใ นการ ทำใหเ กิดการตัดสินใจซอ้ื หรือไม
เขียนขอ ความโฆษณา วัดผลจากขาวสาร หรือขอ ความโฆษณา
เพอ่ื คนหาวิธีที่จะสรางขาวสารหรือขอ ความ วา ผูรบั เขา ใจตรงตามทีผ่ ูสงขาวสารคิด
โฆษณาทีส่ ามารถสอื่ สารไดดที ี่สดุ ไวหรอื ไม
วัดผลการใชส ่ือโฆษณาที่แตกตา งกนั วา
คนหาสื่อโฆษณาแบบตาง ๆ ที่สามารถ สามารถเขาถงึ กลุมเปาหมาย และ
เขาถงึ กลมุ ลูกคาเปาหมายมากท่สี ดุ ส่ือสารขอความโฆษณาไดดีมากนอ ย
และสามารถนำขอ ความขา วสารโฆษณาไป เพียงใด
ถงึ กลุมเปา หมายไดอ ยางมีประสทิ ธภิ าพ ประเมินผลดูความเหมาะสมของชน้ิ
เปน การวิจยั หาเหตุผลทจ่ี ะทำใหง าน งานโฆษณาวา ควรจะใชชนิ้ งานโฆษณา
โฆษณามีคุณภาพ น้ีตอไป หรือควรจะเปลย่ี น และควรจะ
ใชเงินมากนอยเพยี งใด
Ẻ½Ö¡ËÑ´
1. จงอธิบายวากอ นทจ่ี ะเร่มิ วางแผนงานโฆษณา เจาของผลิตภณั ฑจ ะตอ งเตรียมรายละเอียดเก่ยี วกับ
ผลิตภัณฑไวใ หพ รอม เพราะอะไร
2. จงอธิบายวิธีการวิเคราะหสนิ คา วเิ คราะหกลุม เปา หมาย และวิเคราะหตลาด
3. จงบอกข้นั ตอนการวางแผนรณรงคก ารโฆษณาใหค รบทกุ ข้ันตอน
4. การประเมินผลการใชสอื่ กอนการโฆษณา และการประเมนิ ผลการใชส่อื หลงั การโฆษณา มีความจำเปน
หรือไม อธิบายใหชัดเจน
---------------------------------------------
54
ภาพจาก : https://press.farm/how-to-create-pr-strategy-for-startups/
บทที่ 6
ͧ¤ì»ÃСͺ¢Í§¡ÒûÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ì
ͧ¤ì»ÃСͺ¢Í§¡ÒûÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ì
หากพิจารณาในแงข องกระบวนการการตดิ ตอ สื่อสาร แลวอาจแบง ไดเ ปน 4 องคประกอบ คือ
1. องคก ารและสถาบัน
2. ขาวสารในการประชาสัมพนั ธ
3. เครือ่ งมอื ส่อื สารเพอื่ การประชาสมั พนั ธ
4. กลมุ ประชาชนเปา หมายในการประชาสมั พันธ
55
1. ͧ¤ì¡ÃáÅÐʶҺѹ
องคกรและสถาบนั หมายถงึ กิจการทีบ่ ุคคลหรอื คณะบุคคลไดจ ัดทำขน้ึ โดยประสงคท่ีจะดำเนนิ การใด ๆ ใน
สังคมใหลุลวงไปตามความปรารถนาของบุคคลหรือ คณะบุคคลนั้นในการดำเนินงานดังกลาว ถาหากองคกรและ
สถาบันรูจักนำเอาวิธีการประชาสัมพันธ เขาไปใชอยางมีประสิทธิภาพ ก็ยอมเปนที่คาดหวังไดวาจะชวยใหการ
ดำเนนิ งานของหนวยงานนัน้ ๆ มีความราบรื่น สรางสัมพนั ธภาพทด่ี แี กท ุกฝา ยท่เี กี่ยวของ
หลกั การพน้ื ฐานของการประชาสัมพันธทีม่ ีประสิทธิภาพก็คือ การท่ีองคกรและสถาบันจะตองมีนโยบายท่ีดี
ในการดำเนินงาน คำนึงถึงผลประโยชนของประชาชนมีการบอกกลาวเผยแพร ชี้แจง นโยบายการดำเนินงานของ
หนวยใหป ระชาชนทราบ เพอื่ ใหประชาชนเขาใจและสนบั สนนุ หนวยงานน้ัน ๆ โดยมหี ลักการดังนี้
1) การบอกกลาวหรือชี้แจงเผยแพรใหทราบ ไดแก การบอกกลาวใหประชาชนทราบถึงนโยบาย
วตั ถปุ ระสงค การดำเนนิ งาน ผลงาน และกิจกรรมตา ง ๆ ใหป ระชาชนทราบทำใหอ งคก ารเปน ท่ีรจู กั เล่ือมใส ศรัทธา
ของประชาชน
ภาพจาก : https://blog.hubspot.com/marketing/public-relations-definition
56
2) การปอ งกนั และแกไขความเขา ใจผดิ
✓การปองกันความเขาใจผิด นักประชาสัมพันธต อง
พยายามคนหาถึงสาเหตุที่อาจจะเกิดความเขา ใจผิดในตัว
องคการได เพื่อจะไดหาลูทางปองกันไวกอน นัก
ประชาสัมพันธควรยึดหลักที่วา “ปองกันความเขาใจผดิ ท่ี
จะเกดิ ขนึ้ ไวกอ น ดกี วาจะตอ งคอยตามแกไขในภายหลงั
✓การแกไขความเขาใจผิด เมื่อมีความเขาใจผิด
เกิดขึ้น จะตองรีบดำเนินการแกไขโดยดวนและทันตอ
ภาพจาก : https://www.nst.com.my/lifestyle/sunday- เหตุการณ มิฉะนั้นอาจจะเปนผลเสียหาย
กระทบกระเทือนตอองคก ารไดความเขาใจผิด ที่มกั เกิดขน้ึ เสมอในหมูป ระชาชนก็คอื ความเขา ใจผิดท่ีไดยินไดฟงมา
จากกลุมบุคคลสนทนาหรอื คุยกันหรอื ขาวลอื ตาง ๆ รวมท้ังเรอื่ งราวประเภท “เขาเลาวา” “เขาพดู กันวา “เขาลอื กัน
วา” เปนตน
การแกไขความเขาใจผดิ มีอยู 2 วิธี คอื
✓การแกไ ขความเขาใจผดิ ทางตรง คือการออกคำแถลง แถลงการณห รอื ประกาศชแ้ี จงแกความเขาใจผิด
น้ันไปยงั กลุมประชาชน เพื่อใหประชาชนทราบและเขา ใจอยางถูกตอง
✓ การแกไขความเขาใจผิดทางออม การแกไ ขชนิดนี้มิใชการออกประกาศช้ีแจง หรือแถลงการณเหมือน
วิธีแรก แตใชการกระทำใหประชาชนไดเห็นประจักษแกตนเอง เพื่อลบลางความเขาใจผิดนั้นเสีย โดยการเชิญ
สอ่ื มวลชน หรอื ตัวแทนกลุมประชาชนทเ่ี ขาใจผิดไปในตัว
2. ¢èÒÇÊÒûÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ì
ขาวสารประชาสัมพันธ คือ เนื้อหาสาระ เรื่องราว ภาพจาก : https://www.facebook.com/RMUTI.PR/photos/a.44925807/
สัญลักษณ รูปภาพ เครื่องหมาย ฯลฯ ที่สามารถส่ือ
ความหมายเขาใจกันได เชน คณะกรรมการการเลือกต้ัง
เผยแพรประชาสัมพันธขาวสารตาง ๆ ทั้งทาง
วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน แผนปลิว ปายประกาศ
ฯลฯ เพื่อประชาสัมพันธเชิญชวนประชาชนไปใชสิทธิ
ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชกิ สภาผแู ทน ราษฎร เปนตน
57
ชแรมม (Schram 1973 : 13) กลา วถึงการตดิ ตอสื่อสารทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพ โดยเนน ถงึ ลักษณะของขา วสาร 4
ประการ คือ
1) ขาวสารจะตองดึงดูดความสนใจแกผูรับสาร
2) ขาวสารนน้ั จะตองเขา ใจตรงกนั ระหวา งผสู งสารและผูรับสาร
3) ขา วสารนนั้ จะตองกระตุนหรอื เรา ความสนใจของผรู ับสาร
4) ขาวสารนั้นจะตองแนะนำวิธีการทจ่ี ะตอบสนองความพอใจสอดคลอ งกบั สถานการณ กลุมทผ่ี ูรับ
สารเก่ียวขอ ง เพ่ือเขาเหลาน้ันสามารถตอบสนองตามทีเ่ ราปรารถนาได
3. à¤Ã×èͧÁ×ÍÊ×èÍÊÒÃà¾×èÍ¡ÒûÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ì
สื่อที่ใชในการประชาสัมพันธ อาจจะเปนสื่อที่องคการ
จัดทำขึ้นเอง เชน หนังสือคูมือวารสารภายในหนวยงาน จดหมาย
เวียน เปนตน หรืออาจเปนสื่อที่จัดทำโดยบุคคลอื่น เชน
สื่อมวลชนตาง ๆ (Mass Media) ไดแก หนังสือพิมพ
วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน เปนตน การที่จะเผยแพร
ขาวสารผานสื่อมวลชน ผูเผยแพรควรมีความรู ความเขาใจ
เก่ียวกบั สื่อมวลชนบา ง ดังนี้ ภาพจาก : https://pa.media/training/pr-
1) ควรมีความรูจักคุนเคยกับเจาหนาที่ของ communications/introduction-to-pr/
สื่อมวลชนเปน อยา งดี เพ่ือความสะดวกในการติดตอ งาน
2) ควรทราบถึงขอบเขตและขอจํากัดของสื่อแตละชนิด เพื่อใชเปนเครื่องประกอบการตัดสินใจในการ
เลือกใชส อื่ ทเี่ หมาะสมกับขาวสารท่ีตอ งการใหเผยแพร
3) ควรทราบวา จะใชส ่อื ชนดิ ใดจงึ จะใหผ ลดที ี่สุด
58
4) มกี ารเตรยี มการเปนอยา งดใี นการเผยแพร เชน เอกสารขา วตองสมบูรณ ขา วทพ่ี มิ พเ ผยแพรตอ งเปนขาว
สำคัญ เขียนดวยภาษาที่อานเขาใจงาย จะใชส อ่ื มวลชนชนิดหน่ึงหรอื หลายชนิดประกอบกัน นอกจากนต้ี องพจิ ารณา
ถงึ งบประมาณท่ีไดร บั ดวย
ภาพจาก : https://www.businessknowhow.com/marketing/prmarketing.htm
สอื่ (Media) ท่ใี ชเ ปนเครื่องมอื ในการประชาสมั พนั ธ แบงไดดังนี้
1. สื่อที่เปนสิ่งพิมพ (Printed Media) ไดแก หนังสือพิมพ (Newspaper) นิตยสาร (Magazines) วารสาร
(Periodicals) และส่งิ พิมพอ ่นื ๆ เชน หนังสอื คูมือ จดหมายขา ว แผน ปลวิ แผนพบั ปา ยประกาศ เปน ตน
2. การติดตอโดยวาจา (Oral Communication) คือการใชคำพูดเปนสื่อ เชน การอภิปราย การบรรยาย
การประชมุ การประกาศขาว การสัมภาษณ เปน ตน
3. โสตทศั นูปกรณ (Audio-Visual Media) ไดแก วทิ ยกุ ระจายเสียง วทิ ยุโทรทศั น ภาพยนตร ภาพนง่ิ ตา ง ๆ
เปน ตน
4. การโฆษณาของสถาบัน (Institutional Advertising)
5. กิจกรรมพิเศษ (Special Events)
59
4. ¡ÅØÁè »ÃЪҪ¹à»éÒËÁÒÂ㹡ÒûÃЪÒÊÁÑ ¾Ñ¹¸ì
ในการดำเนินงานประชาสัมพันธนั้น อาจแบงกลุมประชาชน
ออกเปน 2 ประเภท คือ กลุมประชาชนภายใน (Internal Publics) และ
กลุม ประชาชนภายนอก (External Publics)
1. กลุมประชาชนภายใน คือ กลุมบุคคลที่เปนพนักงานหรือ
เจาหนาที่ที่ทำงานในองคการมีความเกี่ยวของผูกพันกับองคการอยาง
ใกลชิด หากความสัมพันธของกลุมประชาชนภายในเปนไปดวยดี กิจการ ภาพจาก : https://blog.hubspot.com/marketing/pr-agency
ขององคการนั้นก็ยอมประสบความสำเร็จ เปนการเพิ่มพูนประสิทธิภาพ
การบรหิ ารใหดยี ง่ิ ข้ึน และยงั สง ผลผกู พันไปถงึ การประชาสมั พนั ธภ ายนอกองคการดวย
2. กลุมประชาชนภายนอก คือกลมุ บคุ คลทอ่ี ยูภ ายนอกองคก าร แบงออกไดเ ปน 3 กลมุ คอื
- กลุมประชาชนที่เกี่ยวของกับองคการโดยตรง เชน กลุมผูถือหุน กลุมนักวิชาการ กลุมผูบริโภค กลุม
สื่อมวลชน เปน ตน
- กลุมประชาชนในทองถิ่น หรือชุมชนใกลเคียง ซึ่งเปรียบเสมือนเพื่อนบาน องคการจำเปนตองสราง
ความสมั พันธอันดีกบั กลมุ ชนเหลา นี้ เพ่อื ประโยชนในการดำเนินงานขององคการ
- กลุมประชาชนทั่วไป คือ กลุมประชาชนอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากที่กลาวแลวขางตน แมจะไมมีสวน
เกี่ยวของ หรือผูกพันกับองคการมากนัก แตองคการก็จำเปนตองสรางสัมพันธภาพที่ดีไว เพราะประชาชนเหลานี้
อาจจะใหความรว มมือสนับสนนุ แกอ งคการไดในทางออ ม
Ẻ½Ö¡ËÑ´
1. จงอธบิ ายวาองคการและสถาบันมบี ทบาทในการดำเนินงานประชาสมั พันธอ ยา งไร
2. จงอธิบายวาในการดำเนินงานประชาสมั พนั ธ นกั ประชาสมั พันธจ ะตองมคี วามรคู วามเขาใจ เกี่ยวกบั
เคร่อื งมอื สื่อสารเพือ่ การประชาสมั พนั ธอ ยางไร
3.จงอธิบายวา กลุมประชาชนเปาหมาย มีความสำคญั ตอการประชาสัมพนั ธอ ยา งไร
---------------------------------------------
60
ภาพจาก : https://everything-pr.com/hire-pr-agency/
บทที่ 7
¡Ãкǹ¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹»ÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ì
ในการดำเนนิ งานประชาสมั พันธ ไมวา จะเปน หนว ยงานของรฐั บาลหรอื เอกชน ตา งก็มหี ลกั ในการดำเนนิ งาน
เชนเดยี วกัน จะแตกตางกันอยบู า งในวัตถปุ ระสงคและลักษณะงาน ถา เปนหนว ยราชการ งานประชาสมั พันธก ็จะเปน
ระบบงานที่จะตองทำตอเนื่องกันตลอด ในลักษณะของการใหบริการดานขาวสาร ขอมูลแกประชาชนทั่วไป การ
ดำเนนิ งานก็ตอ งทำอยางมีระเบียบแบบแผนตามกฎขอบงั คับของทางราชการท่วี างไว โดยจะตอ งทำเปนลายลักษณ
อักษร มหี ลักฐานอา งองิ ได
การดำเนินงานประชาสัมพันธจะทำอยางมีขั้นตอน โดยจะเริ่มจากการวิจัยคนควาหาขอมูล นำขอมูลมา
วางแผน เมือ่ วางแผนแลวก็ดำเนินการตามแผนโดยเผยแพรขา วสารและติดตามประเมนิ ผลเพื่อปรับปรงุ งานข้ันตอ ไป
เมื่อกลาวถึงกระบวนการดำเนินงานประชาสัมพันธแลว สกอตต เอ็ม คัทลิป และ แอเลน เอช เซนเตอร
(Scott and Center 1978 : 91.94) เปน ผมู ีอิทธิพลตอ ความคิดของนกั วิชาการและนกั ประชาสัมพันธม ากที่สุด โดย
ที่เขาท้งั สองไดแบง กระบวนการดำเนนิ งานประชาสัมพนั ธ ออกเปน 4 ขัน้ ตอน คือ
61
- การวิจัย การรับฟง เปนขั้นตอนแรกของการดำเนินงานประชาสมั พนั ธ ซึ่งเปนการหาขอมูล ขอเท็จจรงิ
เก่ียวกบั ปญหาทห่ี นวยงานกำลังประสบอยู นับเปนจุดเรม่ิ ตนของการดำเนนิ งานประชาสมั พนั ธ
- การวางแผน- การตัดสินใจ เปนขั้นตอนการวางแผนและการตัดสินใจวาจะใชกิจกรรม และกลยุทธ
ทางการประชาสมั พนั ธอ ยางไรในการดำเนินงานหรือแกไขปญหาที่หนวยงานกำลังประสบอยู
- การส่ือสาร เปน การปฏิบัติตามแผนท่ไี ดวางไวใ นขนั้ ตอนที่ 2 โดยใชเ ครือ่ งมือ เทคนคิ และกลยุทธในการ
ส่ือสาร เผยแพรข า วสารทเ่ี ตรียมไว
- การประเมนิ ผล เปนข้ันตอนสุดทา ยของการดำเนินงานประชาสัมพนั ธ โดยมุงที่จะงานประชาสัมพันธท่ีได
ปฏิบัตไิ ปแลว น้นั ใหผ ลดมี ากนอยเพียงใด
¡ÒÃÇԨѠ¡ÒÃÃѺ¿Ñ§
การวจิ ัยและรับฟง ความคิดเห็น มีความสำคัญและจำเปน อยางย่งิ สำหรบั งานประชาสมั พนั ธ การดำเนินงาน
ประชาสัมพันธขององคกรทุกประเภท ยอมตองยึดถือเอาประชามติหรือความคิดเห็นและความตองการของ
ประชาชนเปนพ้ืนฐาน องคก รบางแหงดำเนินงานประชาสัมพนั ธไ ปโดยไมทราบถงึ ประชามติท่ีแทจริงของ ประชาชน
รวมทั้งไมทราบถึงเทคนิคและวิธีการในการติดตอสื่อสารอยางมีประสิทธิภาพ ตลอดจนไมสนใจถึงผลกระทบของ
สภาพสังคมปจจุบัน ทั้งทางดานการเมืองและสภาพเศรษฐกิจสังคม ที่สามารถเปลี่ยนแปลงประชามติหรือความ
คิดเหน็ ของประชาชน การดำเนนิ การประชาสมั พันธขององคก รสถาบนั น้ันยอมประสบความลม เหลว
62
การดำเนินงานประชาสมั พนั ธข อง
องคกรใดๆ เพอ่ื ทีจ่ ะสรา งความสมั พนั ธและความ
เขาใจอนั ดีของประชาชน ยอ มจะตอ งมีการวจิ ยั
หรือรับฟงความคิดเห็นของประชาชนเสยี กอ น
เพอ่ื รบั ทราบความรสู ึกนกึ คิดและความตอ งการ
ของประชาชนอยางแนชัด และสามารถนำมา
ประกอบการวางแผนหรอื วางโครงการ
ประชาสัมพันธไ ดอยา งเหมาะสม และเพื่อสอ่ื สาร
ภาพจาก : https://www.researcherthailand.co.th/6%E0%B9%80/ และประชาสัมพนั ธสปู ระชาชนอยางมี
ประสิทธภิ าพ
การศึกษา คน ควาหาขอ มูลขอเท็จจรงิ ตางๆ เปนงานวิจยั และรบั ฟงความคดิ เห็น และเปน ขั้นตอนของการ
ดำเนินการประชาสมั พันธข้ันแรก อาจเปนการคนควา รวบรวมเอกสาร ขาวสาร หนงั สือพมิ พ วารสารตางๆ ท่ีอาจ
เปน ประโยชนห รอื เกย่ี วขอ งตอสถาบนั หรอื รวบรวมขอมลู จาก
สภาพแวดลอ ม หรือปฏกิ รยิ าท่ีประชาชนผูเก่ยี วของตอ องคกร ดว ย
การตรวจสอบบทความหรอื ขา วในหนา หนงั สอื พิมพ นิตยสาร
วารสาร ทข่ี าวนัน้ มสี ว นเกีย่ วของแลวเกบ็ รวบรวมไวใ ชประโยชน
ตอ ไป หรอื อาจใชว ธิ พี บปะพดู คยุ กับประชาชนที่เปนผนู ำความ
คิดเห็น หรอื ผนู ำทางดา นประชามติ และการฟง ความคดิ เห็นจาก
บทความหรอื บทวจิ ารณทางวทิ ยุกระจายเสยี งหรือ โทรทศั น
รวมทง้ั ตรวจสอบดูจากบทบรรณาธิการ บทวจิ ารณใ นหนังสือพมิ พ
หรอื บทความตางๆ ทีเ่ ปดโอกาสใหป ระชาชนถามคำถามและแสดง ภาพจาก : http://www.impressionconsult.com/web/articles/824-article-
ความคิดเหน็ ตลอดจนอาจศึกษารวบรวมการแสดงความคดิ เหน็ customer-02052014.html
ตา งๆ ท่ีมตี อ องคก รอยา งไมเปน ทางการ
การวิจยั รบั ฟงความคิดเห็นอยางเปน ทางการน้ัน อาจใชว ิธีการสำรวจวิจยั ประชามติจากกลุมประชาชนอยาง
เปนทางการดวยวิธีใช แบบสอบถาม ซึ่งวิธีดังกลาวเปนวิธคี อนขางยุงยากสลับซับซอน และตองอาศัยหลักวิชาการ
ดานการวิจัยทางสังคมศาสตรและสถิติเขารวมดวย อยางไรก็ตามวิธีนี้มีแนวโนม ที่จะทำใหไดขอ มูลที่ใกลเ คียงความ
เปน จรงิ มากท่ีสดุ แมจ ะสนิ้ เปลอื งเวลาและงบประมาณคอ นขางสงู ก็ตาม
63
ภาพจาก : https://www.goodmove-th.com/15611733/ ¡ÒÃÇÒ§á¼¹
การวางแผน คอื ขั้นตอนหน่ึงในการ
บรหิ ารงานใหลุลว งตามวตั ถุประสงคและนโยบายท่ี
ไดก ำหนดไว แผนเปน เรื่องการใชค วามรูในทาง
วิทยาการและวิจารณญาณวนิ จิ ฉัยเหตกุ ารณใน
อนาคต แลว กำหนดวธิ กี ารโดยถูกตองและมเี หตผุ ล
เพือ่ ใหการดำเนนิ การตามแผนเปนไปอยางสมบูรณ
และมปี ระสทิ ธิภาพทีส่ ุด ในการดำเนินการ
ประชาสมั พนั ธน นั้ การวางแผนเปนงานขนั้ ตอนที่ตอ
จากการสำรวจวจิ ยั คน ควา หาขอ มูล โดยมีหลกั ใน
การวางแผนการประชาสัมพันธด ังนี้
- การกำหนดวัตถุประสงค - การกำหนดชวงระยะเวลา
- การกำหนดกลุมเปาหมาย - การกำหนดสือ่ และเทคนคิ ตา งๆ
- การกำหนดแนวหวั เรอื่ ง - การกำหนดงบประมาณ
¡ÒÃÊ×èÍÊÒà ภาพจาก : https://sites.google.com/site/thaicommunication83/bth-thi-
1-kar-suxsar
เมื่อมีการวางแผนเรียบรอยแลว งานขั้นตอไปคือการ
ติดตอสื่อสารหรือการปฏิบัติการสื่อสาร ซึ่งเปนการปฏิบัติการ
สื่อสารประชาสมั พันธใหก ับประชาชนท่ีเกยี่ วของ โดยดำเนินงาน
ตามแผนหรอื วตั ถุประสงคท ีว่ างไว รวมทงั้ การเลือกวิธีการส่ือสาร
และแสดงเครื่องมือสื่อสารตางๆ เขามาชวยดำเนินการใหได
ประสทิ ธิภาพสูงสดุ อนั จะทำใหก ารติดตอ ส่ือสารจากองคก รไปยัง
กลุมประชาชนทั้งภายนอกและภายในเปนไปไดอยางรวดเร็ว
ประหยดั สะดวก เหมาะสมกับสถานการณ จึงจะไดผ ลตอบสนอง
ท่นี า พอใจ
64
ภาพจาก : https://enrd.ec.europa.eu/evaluation/back-basics/key-evaluation-observations-and-challenges_en
¡ÒûÃÐàÁÔ¹¼Å
การประเมินผล หมายถึง การประเมนิ กระบวนการดำเนนิ งานประชาสัมพันธ ซ่งึ จะทำใหท ราบวาไดดำเนิน
ไปตามแผนท่ีวางไวห รอื ไม มปี ญหาอปุ สรรคอะไรเกดิ ขึน้ บา ง จดุ มงุ หมายของการประเมนิ เพือ่ เปน การพัฒนาแผนการ
ประชาสมั พนั ธใ หมปี ระสิทธภิ าพมากขึ้นในอนาคต
ความสำคญั ของการประเมนิ ผลงานประชาสมั พันธ
1) การประเมินสามารถบอกอดีตของงานประชาสัมพันธ วางานทไ่ี ดดำเนนิ มานัน้ บรรลเุ ปาหมายท่ี
วางไวม ากนอยเพยี งไร มีปญหาอุปสรรคในการทำงานอยา งไร
2) การประเมินสามารถบอกถงึ สถานภาพในปจ จุบันวา เปนเชน ไร ในสายตาของกลมุ เปาหมาย มี
คูแขง มากนอ ยเพยี งใด
3) การประเมิน สามารถใหขอมลู ทีเ่ ปนประโยชนในการคาดการณใ นอนาคต ทำใหผูบริหาร
สามารถกำหนดเปา หมาย หรือวตั ถปุ ระสงคที่เหมาะสมตอ ไป
4) การประเมนิ สามารถสรางความเช่ือถอื และพสิ ูจนค วามเปนมอื อาชพี แกนักประชาสมั พนั ธไ ด
65
ประเภทของการประเมนิ ผลงานประชาสัมพนั ธ
การประเมินผลงานประชาสมั พันธโดยยดึ เวลาเปน หลัก มี 4 ประเภท คือ
1) การประเมนิ ผลกอนดำเนินการประชาสัมพนั ธ
2) การประเมนิ ผลระหวา งดำเนินการประชาสมั พันธ
3) การประเมนิ ผลเม่อื สิน้ สดุ การดำเนนิ การประชาสัมพันธ
4) การประเมินผลงานประชาสมั พันธประจำทกุ ป
การประเมินผลงาน
ประชาสัมพันธ มใิ ชแตม งุ ที่จะตรวจสอบ
ดผู ลลพั ธหรอื ผลกระทบ อันเน่อื งมาจาก
งานประชาสัมพันธไดบ รรลวุ ัตถุประสงค
ทีว่ างไวม ากนอยเพยี งใดเทาน้นั แต
บางครง้ั กจ็ ะตองประเมินดว ยวา เราได
ดำเนินงานประชาสัมพนั ธไ ปตามแผนท่ี
ภาพจาก : https://www.itcilo.org/fr/courses/monitoring-and-evaluation-certification-programme- วางไวมากนอ ยเพียงไร เพราะ แผนการ
online ประชาสัมพันธมีคุณคา แกก ารทำงานของ
นักประชาสัมพันธมาก กลาวคอื ในแผนตาง ๆ นัน้ มกี ารเตรียมงานอยางรอบคอบ และกำหนดกจิ กรรมตา ง ๆ
กอ นหลัง ไวอ ยา งเหมาะสม หากการดำเนนิ งานเปนไปตามแผนทก่ี ำหนด การทำงานก็นา จะมีประสิทธิภาพมาก และ
คาดวาจะ สงผลตรงตามวตั ถปุ ระสงคท ่ีต้งั ไว แตหากผลทไี่ ดรบั ผิดแผกออกไปก็นา ทจ่ี ะตรวจดูจากแผนวา
ขอผิดพลาดอยทู ใ่ี ด จะไดแ กไ ขปรบั ปรงุ ใหด ขี น้ึ ในโอกาสตอ ไป
Ẻ½Ö¡ËÑ´
1. จงอธิบายถงึ วธิ กี ารจัดเกบ็ ขอมูลเพอ่ื การประชาสมั พนั ธ
2. จงอธบิ ายขนั้ ตอนการดำเนินงานประชาสัมพันธ
3. จงอธิบายวาทำไมจึงตอ งมกี ารประเมินผลงานประชาสมั พนั ธ
---------------------------------------------
66
ภาพจาก : https://cidiss.co/hot-issues/omnibus-law-and-laws-in-indonesia/
บทที่ 8
¢éͺѧ¤ÑºáÅШÃÃÂÒºÃó㹡ÒÃâ¦É³ÒáÅÐ
ì
¢éͺѧ¤ÑºáÅШÃÃÂÒºÃó㹡ÒÃâ¦É³ÒáÅлÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ì
งานทางดานการโฆษณาและประชาสัมพันธเปนอาชีพที่ไดรับความสนใจจากบุคคลที่อยูในวัยหนุมสาว
บุคคลทปี่ ระกอบวิชาชีพนี้จะถูกเรยี กวา “นักโฆษณา” และ “นกั ประชาสัมพันธ” ซึง่ ทงั้ สองอาชพี นม้ี หี นาที่คลาย ๆ
กัน คือเปนผูมีหนาทีใ่ นการสือ่ สาร โดยสรางสรรคเ นื้อหาขาวสาร เพื่อสงตอ ไปยังกลุมผูรับสารที่เปนเปา หมาย โดย
อาจแตกตาง กันท่ีผลลัพธของการสื่อสารคอื นกั โฆษณาหวงั ผลใหเ กิดการซือ้ สินคา
แตนักประชาสัมพันธหวังผลระยะยาวโดยตองการสรางความสัมพันธอันดีระหวางสถาบัน องคการ หรือ
หนวยงาน กับกลุมประชาชนโดยใชวธิ กี ารตา ง ๆ หากมองภาระหนาที่ของทั้งนักโฆษณาและนักประชาสัมพันธแลว
พบวาในการปฏิบตั งิ านดานการโฆษณาและประชาสมั พันธ กค็ อื ผทู ท่ี ำหนาที่ ในการติดตอสื่อสารนั่นเอง ซึ่งเปนท้ังผู
67
สง สาร คดิ เนอื้ หาของสารหรือกำหนดประเดน็ รวม ทง้ั พิจารณาตัดสนิ ใจในการเลอื กชองทางในการสง สารเพื่อใหสาร
หรือขาวสารทสี่ งไปนัน้ ได รบั ความสนใจ หรอื กอ ใหเกิดความเขาใจบรรลุยังเปา หมายทก่ี ำหนดไว
ดังนั้นนักโฆษณาและนักประชาสัมพันธที่ดี นอกจากคำนึงถึงเปาหมายของการสื่อสารขององคการตัวเอง
แลว ยงั ตองใสใ จถึงผลกระทบท่ีจะเกิดข้ึนอันเนอื่ งมาจากการส่ือสารนัน้ ๆ ดว ย โดยตองใหความสำคัญกับขอบังคับ
ตาง ๆ ซึ่งรวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวของ ตลอดจนตระหนักในจรรยาบรรณแหง วิชาชีพดวย เพื่อใหถูกตองเปนไปตาม
กฎเกณฑท ี่กำหนดไวแ ละเพ่อื ใหเกิดความเปนธรรมและมีระเบยี บเรยี บรอยในสังคม
ภาพจาก : https://smsmkt.com/sms%26%E0%B8%9E-%E0%B8%A3-%E0%B8%9A-
① ¡®ËÁÒÂáÅШÃÃÂÒºÃó¢Í§¡ÒÃâ¦É³Ò
ถึงแมวาในการดำเนินงานดานการสื่อสารโฆษณาและประชาสัมพันธ จะมีเปาหมาย เพื่อผลกำไรและ
ผลประโยชนอ่ืนๆ ขององคการ สถาบัน หรือของบริษัท แตการสรางสรรคงาน ดานการสื่อสารนัน้ ๆ จำเปนตองอยู
ภายใตขอบังคับ กฎเกณฑ และกฎหมายที่ถูกกำหนดไว รวมทั้งยังตองคำนึงถึงความรับผิดชอบที่มีตอสังคมดวย
เพราะผลกระทบทีเ่ กิดข้นึ อนั เนอ่ื ง มาจากการสอื่ สารงานโฆษณา อาจนำมาซ่งึ การเปลีย่ นแปลงในดานตางๆ ในสงั คม
เชน การเปลย่ี นแปลงพฤติกรรม ทศั นคติ แนวคดิ และอน่ื ๆ อกี มากมาย
68
ดังนั้นการโฆษณาซึ่งเปน รปู แบบหนึง่ ของการติดตอส่ือสารที่ไดรบั การยอมรับวามี อิทธิพลตอผูร ับสารเปน
อยางมาก การสรา งสรรคเน้ือหา ขา วสารตา งๆ ทีม่ ากบั การโฆษณานั้น ตอ งพิถพี ิถันเอาใจใส โดยตองอยูภายใตของ
กฎเกณฑ ขอ บงั คบั และจริยธรรมของนักโฆษณาน้ันๆ ดวย
ภาพจาก : https://www.marketingoops.com/reports/media-stat/personal-data-law-advertiser-must-
1.1 ¡®ËÁÒÂà¡ÕèÂǡѺ¡ÒÃâ¦É³Ò
การโฆษณานบั ไดวาเปน ธรุ กิจการส่อื สารประเภทหนึ่งที่เขามามีอิทธิพลในสภาพ การตลาดท่มี กี ารแขงขันใน
เชิงธรุ กจิ กันสูง ทัง้ นสี้ บื เนือ่ งมาจากสภาพการแขง ขันที่รุนแรง ของโลกในยุคปจจบุ ัน บริษัทธุรกิจตางๆ พยายามหา
ชองทางในการสื่อสารสินคา บริการ ไปยังผูบริโภคท่ีเปนกลุมเปา หมาย เพื่อนำไปสูการจูงใจใหค ลอยตาม และเกิด
พฤติกรรม การซื้อตามมาในที่สุด ดังนั้นผูโฆษณาซึ่งครอบคลุมถึงเจาของสินคา บริการ และรวมถึงนักโฆษณาควร
ตระหนกั ถึงผลกระทบในเชงิ ลบทอี่ าจเกดิ ข้ึนจากการสรา งสรรคง านโฆษณา
ไมควรมุงที่การขายสินคา บริการ เปนหลักสำคัญเพียงอยางเดียว ไมอาจมองขา มถึงผลกระทบในเชิงลบที่
เกดิ ขึน้ จากการโฆษณาท่ีมีตอสงั คมและผูบรโิ ภค ซ่ึงในปจจบุ ันไดมีกฎหมายท่ีใชสำหรับการควบคมุ การโฆษณา เพื่อ
ปอ งกนั ผลเสียท่อี าจเกิดขนึ้ สำหรบั กฎหมายทน่ี กั โฆษณาหรอื ผูท ่ีประกอบวิชาชพี ดา นการส่ือสารมวลชนควรรูม ดี งั น้ี
69
1) พระราชบัญญัติอาหารและยา เนื้อหาสาระของกฎหมายเกี่ยวกับโฆษณาที่อยู ในความรับผิดชอบของ
สำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา มีดังน้ี
มาตรา 40 หามมิใหผูใดโฆษณาคุณประโยชน คุณภาพ
หรือสรรพคุณของอาหาร อันเปนเท็จ หรือเปนการ
หลอกลวงใหเ กิดความหลงเชอ่ื โดยไมส มควร
ภาพจาก : https://accot.or.th/lawfa1-3-64/learning/ มาตรา 41 ผูใดประสงคจะโฆษณาคุณประโยชน
คุณภาพหรือสรรพคุณของอาหาร ทางวทิ ยุกระจายเสียง
วิทยุโทรทัศน การฉายภาพ ภาพยนตร หรือทาง
หนงั สอื พมิ พหรือ ส่งิ พมิ พอน่ื หรือวิธีอ่ืนใด เพ่อื ประโยชน
ในทางการคา ตองนำเสียงภาพ ภาพยนตร หรือ ความ
โฆษณาดังกลาวนั้นใหอนุญาตตรวจพิจารณากอน เมื่อ
ไดรับอนุญาตแลวจงึ จะโฆษณาได
มาตรา 42 เพื่อพิทักษประโยชนและความปลอดภัยของผูบริโภคใหผูอนุญาตมี อำนาจสิ่งเปน หนงั สอื อยางใดอยาง
หน่งึ ดงั นี้
1) ใหผูผลิตผูนำเขาหรือผูจำหนายอาหาร หรือผูทำการโฆษณาระงบั การโฆษณา ภาพการทีเ่ ห็นวาเปน การ
โฆษณาโดยฝาฝน มาตรา 41
2) ใหผูผลิต ผูนำเขาหรือผูจำหนายอาหาร หรือผูทำการโฆษณาอาหารระงับ การผลิต การนำเขา การ
จำหนาย หรือการโฆษณาอาหารทำท่ีคณะกรรมการเห็นวาอาหาร ดงั กลาวไมมคี ุณประโยชน คณุ ภาพ หรอื สรรพคุณ
ตามที่โฆษณา
นอกจากนี้แลว สาระสำคัญใน พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 ไดกำหนดโทษเกี่ยวกบั การโฆษณาอาหารไว หา
ผูใดฝาฝน ไมป ฏิบัติตามตอ งรบั โทษดงั น้ี
1) ผูใดโฆษณาอาหารโดยฝา ฝน มาตรา 40 ตอ งระวางโทษจำคุกไมเกินสามป หรอื ปรบั ไมเ กินสามหมื่นบาท
หรือทัง้ จำทงั้ ปรบั (มาตรา 70)
2) ผใู ดฝา ฝนมาตรา 41 ตองระวางโทษปรับไมเกินหา พันบาท (มาตรา 71)
70
3) ผใู ดฝา ฝนคำส่งั ของผูอนญุ าตซ่ึงส่งั ตามมาตรา 42 ตอ งระวางโทษจำคุกไมเกินสองป หรอื ปรับไมเกินสอง
หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และใหปรับเปนรายวันอีกวันละไมนอยกวาหารอยบาท แตไมเกินหนึ่งพันบาท
ตลอดเวลาที่ไมป ฏิบัตติ ามคำสง่ั ดังกลา ว (มาตรา 72)
สำหรบั หลักเกณฑที่นักโฆษณาใชในการพิจารณาคำขอโฆษณาอาหารทางวิทยุ กระจายเสียง วิทยุโทรทัศน
การฉายภาพภาพยนตร หรือทางหนังสือพิมพ หรือสงิ่ พิมพอ น่ื หรอื ดวยวิธอี ืน่ ใด เพือ่ ประโยชนท างการคา ซ่ึงสิริพร
จิตรักษธรรม (2550) ไดสรปุ ไวใ นหนงั สือกฎหมายและจรยิ ธรรมสอื่ สารมวลชน มดี ังน้ี
1. หลักเกณฑทั่วไป หลักเกณฑตอไปนี้ใช
เปนแนวทางในการพิจารณาคำขอโฆษณาที่เกี่ยวกับ
อาหารทกุ ชนิด ยกตัวอยา งดงั น้ี
1.1 การโฆษณาอาหาร จะตองแสดงช่ือ
อาหารเปนภาษาไทย ตามใบสำคัญขึ้นทะเบยี นตำรับ
อาหาร หรือใบสำคัญการใชฉลากอาหารอยางนอ ย 1
ครั้ง แสดงเลขที่ใบอนุญาตโฆษณาในสื่อที่ไดรับ
อนุญาต สวนผลิตภัณฑอาหารที่ตองแจงคำเตือนให
แสดง คำเตือนในทุกสื่อที่โฆษณาอยางชัดเจนวา
“โปรดอา นคำเตือนบนฉลากทุกครงั้ ”
1.2 การโฆษณาคุณประโยชน คุณภาพ หรือ ภาพจาก : https://www.thumbsup.in.th/oryor-adver-tips
สรรพคณุ ของอาหาร ใหแ สดง คุณประโยชน คุณภาพของอาหารทง้ั ตำรับ และจะอนุญาตใหโฆษณาโดยการแจกแจง
คุณประโยชนของสารอาหารแตละชนิดที่เปนสวนประกอบของผลิตภัณฑนั้นได ก็ตอเมื่อสามารถพิสูจนไดวามี
คณุ ประโยชนเ หลา นี้จรงิ และสอดคลอ งกับฉลากที่ไดรบั อนญุ าต
1.3 การแสดงขอความกลา วอางทางโภชนาการ รวมทั้งการโฆษณาอาหารทีใ่ ชขอมูลทางโภชนาการในการ
สงเสรมิ การขาย ใหปฏิบตั ติ ามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ (ฉบับที่ 182) พ.ศ. 2541 เร่อื งฉลากโภชนาการ
1.4 การแสดงขอ ความกลาวอางทางโภชนาการ รวมทง้ั การโฆษณาอาหารที่ใช ขอมูลทางโภชนาการในการ
สงเสรมิ การขาย ใหปฏบิ ัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ (ฉบบั ที่ 182) พ.ศ. 2541 เร่อื งฉลากโภชนาการ
1.5 การโฆษณาจะตอ งไมทำใหผูบริโภคสำคัญผิดในแหลง ผลิตอาหาร เชน ถา เปน อาหารที่ผลิตในประเทศ
ไทย แตใชรูปแบบการโฆษณาของตางประเทศตองใชขอความ โฆษณาวา “แบบ...” หรือ “ตำรับ...” ไดแก แบบ
ญปี่ นุ ตำรับอเมริกัน
71
1.6 หามโฆษณาโดยวิธีเลี่ยงใหเปนการโฆษณาชื่อสถานประกอบการ ซึ่งมีชื่อ พองหรือชื่อเดียวกับชื่อตรา
ของผลิตภณั ฑ
1.7 การนำเคร่ืองหมายตา ง ๆ มา
ประกอบการโฆษณา เชน เคร่ืองหมายมาตร
ฐานผลิตภัณฑอตุ สาหกรรม เคร่อื งหมายกรม
วิทยาศาสตรบริการ เครอ่ื งหมายเชลลช วนชมิ
หรอื เครื่องหมายฮาลาล จะตอ งมหี นังสอื รับรอง
จากองคกรน้ันๆ วา อนุญาตใหใชเคร่ืองหมาย
ดังกลา ว
1.8 แนวการโฆษณาจะตองไมเปนการ ภาพจาก : https://www.youtube.com/watch?v=qZoMajyOu-s
เปรียบเทียบทับถมกับผลติ ภัณฑข องผอู น่ื ยกเวน
การเปรียบเทียบกับผลิตภณั ฑข องตนเอง
1.9 การโฆษณาที่มีการอางอิงผลงานวิจัย การวิจัยนั้นตองเปนที่นาเชื่อถือ และ ตองระบุรายละเอียดของ
ผลงานวิจัยไวดวย รวมทั้งสถานที่ที่ทำการวิจัย ผูวิจัย ผลงานวิจัย และตองมีการเผยแพรในระดับสากล เชน มีการ
ตพี มิ พในวารสารระดบั ชาติ
1.10 หามนำบุคคลทางการแพทยและสาธารณสุข นักวิชาการดา นอาหาร นักโภชนาการ และนักศึกษามา
แนะนำ หรือรับรอง หรอื เปน ผูแสดงแบบในการโฆษณา
1.11 การใชภ าษาในการโฆษณา จะตองถูกตองตามหลักภาษาไทย การใช
กบั ศัพทภาษาตางประเทศตอ งเปน คำทีใ่ ชเปน เวลานานจนเปน ท่ียอมรบั
1.12 การใชคำวา “สด” ในการโฆษณาคุณประโยชนของอาหาร ใหใช
สำหรับอาหารที่เปนผลิตผลตามธรรมชาติ เชน พืชผักและผลไม และอาหารที่มี
ระยะเวลาในการจำหนายไมเกิน 3 วันนับจากวันที่ผลิต เชน นมพรอมดื่มผาน
กรรมวิธพี าสเจอไรส ขนมปง
ภาพจาก : 1.13 การใชคำวา “ใหม” จะอนุญาตใหใชเมื่อผลิตภัณฑไดขึ้นทะเบียน
https://www.facebook.com/FarmhouseThai/posts ตำรับ อาหารหรือไดรับอนุญาตใหใชฉลากอาหารเปนเวลาไมเกิน 1 ป โดยจะ
อนญุ าตใหใ ชคำวา “ใหม” ในความหมายนี้เปนเวลา 1 ป
72
1.14 การโฆษณาอาหารโดยใชคำวา “ออรแกนกิ ” ประกอบชอ่ื อาหารใชได สำหรบั อาหารทีเ่ พาะปลูกหรือมี
การเลี้ยง (พืชและสตั ว) ตามคำแนะนำของกรรมาธกิ าร มาตรฐานอาหารระหวา งประเทศ (Codex) โดยมีกระทรวง
เกษตรและสหกรณออกหนังสือรับรอง ซึ่งมีการประสานกับองคกรระหวางประเทศ คือ IFOAM (International
Federation of Organic Agriculture Movements) เปนผดู ูแล
1.15 ใหโฆษณาโดยใชคำวา “ธรรมชาติ” ไดสำหรับผลิตภัณฑอาหารที่มีอยู ตามธรรมชาติ เปนผลิตภัณฑ
อาหารที่ไมผานกรรมวิธีการแปรรูป หรือผานกรรมวิธีงาย ๆ ที่ไมมีการเตมิ วัตถุเจือปนอาหาร สี กลิ่น วิตามิน และ
เกลือแร
1.16 การโฆษณาโดยใชคำวา “บำรุงรางกาย” หลังคำที่มีความหมายทำนองเดียว กันจะตองมีปริมาณ
โปรตีน วิตามิน A B1 B2 แคลเซียม และเหล็ก อยางละไมนอยกวารอยละ 10 ของสารอาหารที่แนะนำใหบริโภค
สำหรับคนไทยที่มีอายุตง้ั แต 6 ปขึ้นไป
1.17 การโฆษณาแถมพก เสี่ยงโชค ชิงรางวัล ตองตรงตามเงื่อนไขของสำนัก งานตำรวจแหงชาติ ตาม
พระราชบญั ญตั ิการพนนั ชิงโชค
2. หลักเกณฑเฉพาะ หลกั เกณฑท ีใ่ ชเปนแนวทางในการพจิ ารณาคำขอโฆษณา อาหารท่ีเกย่ี วกับผลิตภัณฑ
เฉพาะอยางยิ่ง ซึ่งจะตองปฏิบัติตามหลักเกณฑทั่วไป และตองปฏิบัติตามหลักเกณฑเฉพาะอยางน้ีดวย โดยจะขอ
ยกตวั อยางพอสังเขปดังตอ ไปน้ี
2.1 อาหารสำหรับทารกและเดก็ เล็ก และผลติ ภัณฑท ่ีเก่ยี วขอ งมรี ายละเอียด ดงั นี้
ภาพจาก : https://news.thaipbs.or.th/content/265728 (1) หามโฆษณาอาหารสำหรับ
ท า ร ก แ ล ะ เ ด ็ ก เ ล ็ ก แ ล ะ ผ ล ิ ต ภ ั ณ ฑ ที่
เกี่ยวของ ที่ใชเลี้ยงทารกและเด็กเล็ก
ภาชนะบรรจุ ขวดนม หัวนมยาง หัวนม
หลอก และอุปกรณที่ใช หรือมีความมุง
หมายที่จะใชกับสิ่งดังกลาวผาน
สื่อมวลชน หรือการจัดนิทรรศการแก
ประชาชน ยกเวนการโฆษณาสำหรับ
ทารกและเด็กเล็ก และผลิตภัณฑที่
เกี่ยวขอ งทางวารสารทางการแพทย
73
(2) การใหขอ มูลเกย่ี วกบั อาหารสำหรบั ทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ ทีเ่ กยี่ วของ ทางสง่ิ พมิ พหรือส่ืออ่ืน
ๆ ผปู ระกอบการใหไดเ ฉพาะแกบคุ ลากรทางการแพทย และสาธารณสุข
(3) การใหข อมูลอาหารสูตรพิเศษ เชน อาหารท่มี ีจุดมุงหมายสำหรับเลย้ี งทารกหรือเด็กเลก็ ซึ่งมีระบบการ
ยอยอาหารผิดปกติ หรือมีการดูดซึมอาหารผิดปกติหรือแพ อาหารบางชนิด ผูประกอบการใหไดเฉพาะแพทย
พยาบาล และนกั โภชนาการเทาน้นั ซ่งึ ขอมูลตามขอ (2) และ (3) ตองเกย่ี วของกบั ผลิตภัณฑของตนเองถูกตอง เปน
จริง และทันสมัย อยูบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตรไมแสดงวาผลิตภัณฑใ ดก็ตามดีกวา เทาเทียม หรือคลายกบั นมแม
ไมช กั จูงใหเ ล้ียงลูกดว ยอาหารสำหรับทารกและเด็กเลก็ และผลิตภัณฑที่ เกยี่ วของหรือโนม นาวไมใหเลี้ยงลูกดวยนม
แม และตองปฏิบัติตามหลักเกณฑในขอ 2.1.10 ของเกณฑทั่วไปและตองแสดงเครื่องหมายการไดรับอนุญาตจาก
สำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยาดวย
2.2 สำหรับการโฆษณาอาหารเสริมสำหรบั ทารกและเด็กเล็ก จะตองปฏบิ ตั ิดังตอ ไปนี้
(1) ตองมีขอความที่แสดงถึงการสงเสริมการ
เลี้ยงลูกดวยนมแมคือ “นมแม เปนอาหารที่ดีที่สุด”
และ“อยาใชเลี้ยงทารกต่ำกวา 6 เดือน” ซึ่งขอความนี้
จะตองปรากฏ ชัดในการโฆษณาทุกสื่อ หากเปนการ
โฆษณาที่มีทั้งภาพและเสียง ก็ใหปรากฏขอความนี้ใน
สวนภาพและสว นเสียง
(2) แนวการโฆษณาและการนำภาพเด็กมา
ประกอบการโฆษณาจะตองไมสื่อความหมายทำให
เขาใจวาอาหารเสริมดังกลาวใชไ ดสำหรับทารกอายุนอย
กวา 6 เดือน
(3) การโฆษณาจะตองไมทำใหเขา ใจวาอาหาร
เสริมสำหรับทารกและ เด็กเล็กนี้มีคุณคาครบถวน
เพียงพอตอความตองการของทารกและเด็กเลก็
(4) ควรแสดงวิธีปรุงวิธีใชอาหารอยางชัดเจน ภาพจาก : https://www.facebook.com/watch/?v=741783583237457
และเนน เร่อื งความสะอาด
74
2.3 อาหารประเภทนม การโฆษณานมผงธรรมดาหรือนมผงปรงุ แตงจะตอ งปฏบิ ตั ดิ ังนี้
(1) ผแู สดงตองมอี ายุเกิน 3 ปและการพดู ตอ งใหอ อกเสยี งอยางชดั เจน
(2) จะแสดงรปู ภาพของสว นผสมนนั้ ไดตอเมื่อสวนผสมนนั้ มปี ริมาณไมนอ ยกวา รอ ยละ 10 ของสวนประกอบ
(3) การโฆษณานมขนขาดมันเนยไมหวาน นมขนขาดมันเนยคืนรูปไมหวานนมผงพรองมนั เนย และนมผง
ขาดมนั เนย ใหแ สดงคำเตอื นวา “อยา ใชเ ลยี้ งทารก”
(4) การโฆษณานมขน หวาน นมขนคนื รูป นมขนขาดมันเนยหวาน นมขน - มันเนยคืนรูปหวาน และนมขน
แปลงไขมันหวาน ตองแสดงคำเตอื นวา “อยาใชเ ลีย้ งทารกตำ่ กวา 1 ป”
2.4 เครอ่ื งด่มื เกลือแร การโฆษณาเคร่อื งด่ืมเกลือแร จะตองปฏิบัติดงั นี้
(1) ใหแสดงคุณประโยชนเฉพาะที่เกี่ยวของกับการสูญเสียเหงื่อจากการ ออกกำลังกาย
เทานน้ั
(2) ตอ งแสดงคำเตือน “เด็กและทารกไมค วรรับประทาน รับประทาน วนั ละไมเ กนิ 1 ลิตร
หรือ... จำนวนหนวยบรรจ”ุ (ปรมิ าตรสทุ ธิรวมกนั แลวไมเกิน 1 ลติ ร)
2.5 อาหารสำหรับผูทต่ี องการควบคุมน้ำหนัก ตองปฏิบตั ิดังนี้
(1) สำหรับวัตถใุ หค วามหวานแทนน้ำตาลที่ใหร สหวานจัดตองแสดงคำ เตือนวา
“ใชใ นการควบคุมน้ำหนกั สำหรบั ผใู หญเทา นั้น”
(2) สำหรับอาหารควบคุมนำ้ หนกั ชนิดอืน่ ตอ งแสดงคำเตอื นวา “รบั ประทานอาหารน้ี
โดยมิไดอ ยูภ ายใตก ารดแู ลของแพทยผูเชีย่ วชาญดานโภชนาบำบัดอาจ เกิดอนั ตราย” หากโฆษณา
ทางสื่อสิ่งพิมพ คำเตือนดังกลาวตองมีลักษณะตัวอักษรและสี ของตัวอักษรแตกตางจากตัวอักษร
โฆษณาอื่นๆ เพื่อใหเห็นชัดเจน และขอความที่จะโฆษณา ตองถูกตองเปน จริงบนพืน้ ฐาน
ทางวิทยาศาสตร และหากจะโฆษณาผลของการใชผลิตภัณฑ ตองมีขอมูลทางวิชาการมา ภาพจาก :
สนับสนุน และตองเปนขอมูลที่ไดตีพิมพในวารสารทางการแพทย หรือวารสารอื่นท่ี https://www.tcp.com/news/2562/10oct/sp
นาเชื่อถอื ไดมาประกอบการพิจารณาดวย
onsor-by-tcp-group-launches-sponsor-
75
ภาพจาก : https://www.thairath.co.th/business/economics/1561930
¾.Ã.º. ÂÒ ¾.È. 2510 (á¡éä¢à¾ÔèÁàµÔÁ ¾.È. 2522, 2528)
มาตรา 88 การโฆษณายาจะตอง
1) ไมเปน การโออ วดสรรพคณุ ยาหรอื วัตถอุ นั เปนสวนประกอบของยา หรอื วตั ถอุ นั เปน สวนประกอบยาวา
สามารถบำบดั บรรเทา รักษา หรอื ปอ งกันโรค หรือความเจ็บปว ยไดอ ยางศักดส์ิ ิทธ์ิหรอื หายขาด หรอื ใชถอ ยคำอนื่ ใด
ทีม่ คี วามหมายทำนองเดยี วกนั
2) ไมแสดงคณุ ภาพยาอนั เปนเท็จหรือเกนิ ความจรงิ
3) ไมท ำใหเขาใจวาวตั ถใุ ดเปนตัวยาหรอื เปน สวนประกอบของยา ซ่งึ ความจริงไมม ี วัตถุหรอื สว นประกอบ
นั้นในยา หรือมีแตไมเทา ทีท่ ำใหเ ขาใจ
4) ไมทำใหเขาใจวา เปนยาทำใหแทงลกู หรือยาขบั ระดอู ยางแรง
5) ไมทำใหเขาใจวาเปน ยาบำรงุ กามหรือยาคมุ กำเนิด
76
6) ไมแ สดงสรรพคุณยาอนั ตรายหรอื ยาควบคมุ พเิ ศษ
7) ไมม ีการรบั รองหรือยกยอ งสรรพคุณยาโดยบุคคลอนื่
8) ไมแสดงสรรพคุณยาวาสามารถบำบัด บรรเทา รักษา
หรือปองกันโรคเบาหวาน มะเร็ง อมั พาต วณั โรค โรคเร้อื น โรคหรอื
อาการของโรคสมอง หัวใจ ปอด ตับ มา ม ไต
มาตรา 88 ทวิการโฆษณาทางวทิ ยุกระจายเสียง เคร่อื งขยายเสยี ง ภาพจาก : https://www.cokrill10-d.com/revive-heart/
วทิ ยุโทรทศั น ทางฉายภาพหรอื ภาพยนตร หรอื ทางส่งิ พมิ พ
จะตอ ง
1) ไดรบั อนุมตั ขิ อความหรอื ภาพทใ่ี ชในการโฆษณาจากผู
อนุญาต
2) ปฏิบัตติ ามเงื่อนไขท่ีผูอ นญุ าตกำหนด
มาตรา 89 หามมใิ หโ ฆษณาขายยาโดยไมสภุ าพ หรอื โดยการรอ งรำทำเพลง หรือ แสดงความทุกขทรมานของผูปวย
มาตรา 90 หา มมิใหโฆษณาขายยาโดยวธิ แี ถมพกหรอื ออกสลาก
มาตรา 90 ทวิ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยามีอำนาจสั่งเปน หนังสือระงบั การโฆษณาขายยาทีเ่ ห็นวาเปน
การโฆษณาโดยฝา ฝนพระราชบัญญตั ินไี้ ด
มาตรา 124 ผูใดโฆษณาขายยาโดยฝาฝนมาตรา 88 มาตรา 88 ทวิ มาตรา 89 หรอื มาตรา 90 ตอ งระวางโทษปรับ
ไมเ กนิ หนึง่ แสนบาท
มาตรา 124 ทวิ ผูใ ดฝา ฝนคำสงั่ ใหระงับการโฆษณาขายยา ของเลขาธิการ คณะกรรมการอาหารและยา ซ่งึ สั่งตาม
มาตรา 90 ทวิ ตองระวางโทษจำคุกไมเกินสามเดือน หรือปรับไมเ กินหาพันบาท หรอื ทง้ั จำทัง้ ปรับ และใหปรบั เปน
รายวันอีก วันละหารอ ยบาท จนกวา จะปฏบิ ัตติ ามคำสงั่ ดงั กลา ว
77
ภาพจาก : https://www.pinterest.com/pin/765260161657871320/
¾.Ã.º. à¤Ã×èͧÊÓÍÒ§ ¾.È. 2535
การโฆษณาเครือ่ งสำอางอยูภายใตบทบญั ญัติเครอื่ งสำอาง พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัตคิ ุมครองผบู รโิ ภค
พ.ศ. 2522 โดยมีการเนนใหผูป ระกอบธุรกิจตระหนักถึงบทบาท หนาที่ ความรับผิดชอบในการใหขอมูลขาวสารที่
ถูกตองแกสาธารณชนภายในกรอบกำหนดตามกฎหมาย สรปุ ไดด ังน้ี
1. ผูประกอบธุรกิจสามารถโฆษณาเครื่องสำอางผานสื่อตางๆ ไดโดยมิตองมายืนขออนุญาตกับสำนักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา แตจะตองปฏิบัติตามกรอบกำหนดของ กฎหมาย และพรอมที่จะแสดงหลักฐานเพื่อ
พสิ ูจนวา ขอความทีโ่ ฆษณานน้ั เปนความจรงิ
78
2. ขอกำหนดตามกฎหมายในการโฆษณา
เคร่ืองสำอาง ไดแก
2.1 ตองไมใชขอความที่ไมเปนธรรม
ตอผูบริโภค หรือใชขอความที่อาจกอให เกิด
ผลเสียตอสังคมเปนสวนรวม ทั้งนี้ไมวา
ขอความดังกลา วนั้นจะเปนขอความท่ีเกีย่ วกับ
แหลงกำเนิด สุขภาพ คุณภาพ หรือลักษณะ
ของสินคาหรือบริการ ตลอดจนการสงมอบ
การจัดหา หรือการใชสินคาหรือบริการ โดย
ตอ งไมใ ชขอ ความดังตอ ไปนี้
1) ขอความท่เี ปน เท็จหรอื เกนิ จริง
2) ขอความที่จะกอใหเกิดความเขาใจผิดใน
สาระสำคัญเกี่ยวกับสินคา บริการ ไมวาจะ
กระทำโดยใชหรืออางอิงรายงานทางวิชาการ
สถติ ิ หรือส่งิ ใดสิ่งหนึ่งอนั ไมเปนความจริงหรือ
ภาพจาก : https://www.facebook.com/fanchaladsue/photos/%E0%B8%AA/ เกินความจริงหรอื ไมก ต็ าม
3) ขอ ความที่เปน การสนับสนนุ โดยตรงหรอื โดยออ ม ใหม ีการกระทำผิด กฎหมายหรือศีลธรรม หรือนำไปสู
ความเสอื่ มเสียวฒั นธรรมของชาติ
4) ขอความท่ีจะทำใหเ กิดความแตกแยก หรือเสอื่ มเสยี ความสามคั คใี นหมปู ระชาชน
2.2 การโฆษณาจะตอ งไมก ระทำดว ยวธิ กี ารอันอาจเปนอันตรายตอสุขภาพ รางกายหรือจิตใจ หรืออันอาจ
กอ ใหเ กดิ ความรำคาญแกผูบรโิ ภค ทง้ั นต้ี ามที่กำหนดในกฎ กระทรวง
2.3 การโฆษณาเครื่องสำอางที่มีขอความเกี่ยวกับการแถมพกหรือรางวัลดวย การเสี่ยงโชค จะตองแสดง
หลักเกณฑ วิธกี าร และเง่ือนไขของรายการในการโฆษณาใหครบ ถวนตามทีร่ ะบไุ วใ นกฎกระทรวง
บทกำหนดโทษของพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535 อยูภายใตพระราชบัญญัติคุมครองผูบริโภค
พ.ศ. 2522 ซ่งึ มีบทกำหนดโทษเกี่ยวกับการโฆษณา สรปุ ไดด ังน้ี (สิรพิ ร จิตรักษธรรม, 2550 : 184-185)
79
1. ผใู ดโดยเจตนากอใหเกิดความเขาใจผดิ ในแหลงกำเนดิ สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรอื สาระสำคญั ประการ
อื่นเกี่ยวกับสินคาหรือบริการ ไมวาจะเปนของตนเองหรือ ผูอื่นโฆษณาหรือใชฉลากที่มีขอความอันเปนเท็จ หรือ
ขอ ความทีร่ หู รือควรรูอยูแลววาอาจกอใหเกดิ ความเขาใจผดิ เชน วานน้ั ตองระวางโทษจำคุกไมเกิน 6 เดอื น หรือปรับ
ไมเ กิน หา หม่ืนบาท หรือทั้งจำท้ังปรบั ถา ผกู ระทำผิดมีกกี่ ารกระทำผิดซำ้ อีกภายในหกเดือน นบั แตว นั กระทำผิดครั้ง
กอ น ผกู ระทำตอ งระวางโทษจำคุกไมเกนิ หนึง่ ป หรือปรบั ไมเกนิ หนง่ึ แสนบาท หรอื ทงั้ จำท้ังปรับ
2. ผูใ ดโฆษณาโดยใชข อ ความตอไปนี้
ตอ งระวางโทษปรับไมเกนิ สามหมืน่ บาท
2.1 ขอความที่เปนการสนับสนุน
โดยตรงหรือโดยออมใหมีการกระทำผิด
กฎหมาย ศีลธรรม หรือนำไปสูค วามเสื่อมเสีย
ในวัฒนธรรมของชาติ
2.2 ขอความที่จะทำใหเกิดความ ภาพจาก : https://zenbiotech.co.th/1688
แตกแยก หรือเสื่อมเสียความสามัคคีในหมู
ประชาชน
2.3 การโฆษณากระทำดว ยวธิ กี ารอันอาจเปน อันตรายตอสุขภาพรางกาย หรอื จิตใจ หรอื อาจกอใหเกิดความ
รำคาญแกผบู ริโภค
3. กรณีทคี่ ณะกรรมการวาดว ยการโฆษณาออกคำสั่งใหป ฏิบัติ ดังตอไปนี้
3.1 ใหแ กไขขอ ความหรือวิธีการในการโฆษณา
3.2 หามการใชขอความบางอยา งท่ีปรากฏในการโฆษณา
3.3 หา มการโฆษณา หรอื หา มใชวิธีการนัน้ ในการโฆษณา
3.4 ใหโฆษณาเพื่อแกความเขาใจผิดของผูบริโภคที่อาจเกิดขึ้นแลวตาม หลักเกณฑ และวิธีการท่ี
คณะกรรมการวาดวยโฆษณาเกินกำหนด หากผูใดไมปฏิบัติตามคำสั่งขางตน ตองระวางโทษจำคุกไมเกินหกเดือน
หรอื ปรบั ไมเกนิ หา หม่นื บาท หรอื ทั้งจำทงั้ ปรับ
80
ภาพจาก : https://www.matichon.co.th/economy/news_2305040
¾.Ã.º. à¤Ã×èͧÁ×Íá¾·Âì ¾.È. 2531
กฎหมายกำหนดวา การโฆษณาเคร่อื งมือแพทยเพ่อื ประโยชนใ นทางการคา แมการโฆษณาดังกลา วจะไมไดมี
เจตนาเพื่อขายเครื่องมือแพทยน ัน้ แตเปนการโฆษณาที่มุง หวังในทางการคา ผูโฆษณาจึงตองศึกษาเก่ียวกับขอหา ม
และระเบยี บปฏิบัติ ดงั นี้
1. หามมิใหผูใดโฆษณาคณุ ประโยชน คุณภาพ ปริมาณ มาตรฐานหรือแหลง กำเนิดของเคร่ืองมือแพทยอัน
เปนเท็จหรอื เปนการหลอกลวง (มาตรา 41) หากฝา ฝน ตองระวาง โทษจำคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเ กินสองหมื่น
หา พนั บาทหรือทงั้ จำทง้ั ปรับ
2. การโฆษณาเครื่องมือแพทยเพื่อประโยชนในทางการคา ตองไดรับความเห็นชอบในขอความ เสียง หรือ
ภาพที่จะใชโฆษณาจากผูอนญุ าตและตองปฏิบัติตามเงือ่ นไขที่ผูอนุญาต กำหนด (มาตรา 42) หากฝาฝนตองระวาง
โทษปรับไมเกินหน่ึงหมืน่ บาท
3. ผูอนุญาตมอี ำนาจส่ังเปนหนังสือใหระงับการโฆษณาเครือ่ งมอื แพทยที่เห็นวา เปนการโฆษณาโดยฝาฝน
หรือไมป ฏบิ ัติตามพระราชบญั ญตั ิเครอ่ื งมอื แพทย พ.ศ. 2531 (มาตรา 43) หากฝาฝน ตองระวางโทษจำคุกไมเ กินหนึ่ง
ป หรือปรับไมเกินหาหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับเปนรายวันอีกวันละหนึ่งพันบาทจนกวาจะปฏิบัติให
ถูกตอง
81
ภาพจาก : http://www.jsppharma.com/FDA/%E08/
¾.Ã.º. Çѵ¶ØÍѹµÃÒ ¾.È. 2535
การควบคุมการโฆษณาวัตถุอนั ตรายน้ีพระราชบัญญตั ิวัตถุอนั ตราย พ.ศ. 2535 มิได กำหนดไวเ ฉพาะ แตให
เปนไปตามกฎหมายวาดวยการคุมครองผบู ริโภค ดังบัญญัตไิ วใ นมาตรา 51 วา การควบคมุ การโฆษณาวัตถุอันตราย
ใหเปนไปตามกฎหมายวาดวยการคุมครองผู บริโภค และเพื่อประโยชนในการควบคุมการโฆษณาใหถือวาวัตถุ
อันตรายทีม่ ีการกำหนดฉลาก ตามมาตรา 20 (1)เปนสนิ คาที่มกี ารควบคมุ ฉลาก โดยคณะกรรมการควบคุมฉลากตาม
กฎหมายดงั กลาวโดยอนโุ ลม
82
วตั ถอุ ันตราย หมายความวา วัตถดุ ังตอ ไปนี้
1. วัตถุระเบิดได
2. วตั ถไุ วไฟ
3. วตั ถอุ อกซไิ ดสแ ละวตั ถุเปอรออกไซด
4. วัตถุมพี ิษ
5. วัตถุท่ีทำใหเ กิดโรค
6. วัตถุกมั มันตรังสี
7. วตั ถุทก่ี อใหเกดิ การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม
8. วัตถกุ ดั กรอน
9. วัตถุทีท่ ำใหเ กิดระคายเคือง
10. วัตถุอยางอื่นไมวาจะเปนเคมีภัณฑ หรือสิ่งอื่นใด ท่ี ภาพจาก : https://mpasafety.co.th/product/shiping-signs/
อาจทำใหเกิดอันตรายตอบุคคล สัตว พืช ทรัพย หรือสิ่งแวดลอม
(มาตรา 4)
2. พระราชบญั ญตั กิ ารคุมครองผูบริโภค ความจำเปนของรัฐในการออกกฎหมาย เพือ่ คุมครองสิทธิผูบริโภค
หากมองจากสภาพทางเศรษฐกจิ คงจะเปนผลสืบเนื่องจากระบบเศรษฐกิจเสรี ซึ่งเปดโอกาสใหบริษัทธุรกิจแขงขัน
ในทางการคาโดยรัฐไมเขาไปยงุ เก่ียว จนกระทงั่ เกดิ การผูกขาดโดยระบบทุนและกำไรในการผลติ ตอ มามีการใชงาน
โฆษณาเพอื่ ชวยขายสินคา และบริการ การโฆษณาถูกนำมาใชอ ยางตอ เนื่อง รัฐไดเลง็ เห็นปญหาและความเสียเปรียบ
ทีจ่ ะเกิดข้ึนกบั ผบู ริโภค
ในการตดั สนิ ใจท่ีจะเชอื่ สินคาหรอื บริการ รฐั มหี นาทต่ี องรบั ผิดชอบอยางใดอยางหนึง่ เพ่ือคมุ ครองสิทธิของ
ผูบริโภคไวจึงไดตรากฎหมายขึ้น และดำเนินการโดยฝายปกครอง เพื่อคุมครองสิทธิและเขาไปดำเนินคดีที่สิทธิ
ผบู รโิ ภคถูกละเมดิ เพราะการโฆษณาไดฝ า ฝน ขอหา ม หรือไมปฏบิ ัติตามกฎหมาย อยางไรก็ดีแมจะมีกฎหมายบัญญัติ
เร่ืองใดไวโดยเฉพาะแลว ก็อาจใชพระราชบญั ญัติคุมครองผูบริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งแกไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบัญญัติ
คมุ ครองผูบรโิ ภค (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2541 บังคับไดในกรณีดังนี้
83
1) ในกรณีที่มีความจำเปนเพื่อประโยชนแกผูบริโภคเปนสวนรวม หากปรากฏวาเจาหนาที่ผูมีอำนาจตาม
กฎหมายยงั ไมดำเนินการ หรอื ดำเนนิ การไมครบตามขน้ั ตอน และมิไดออกคำส่งั เก่ียวกับการคุม ครองผูบริโภค เสนอ
เรอ่ื งใหนายกรฐั มนตรีพิจารณาออกคำส่งั ไว
2) ในกรณีตามขอที่ (1) ถามีความจำเปนเรงดวนอันมิอาจปลอยใหเนิ่นชา ตอไปได คณะกรรมการวาดวย
การโฆษณา หรือคณะกรรมการคมุ ครองผูบริโภคเสนอเรื่องใหน ายกรัฐมนตรพี ิจารณาออกคำสงั่ ตามความในหมวดนี้
ไดโ ดยไมตองมหี นงั สือแจง หรอื รอใหค รบกำหนดเกา สบิ วันตามเง่อื นไขในขอ ท่ี (1)
การคุมครองผูบริโภคดานการโฆษณานั้น เปนการใหความคุมครองสิทธิของ ผูบริโภคในประการที่ 1 ตาม
มาตรา 4 แหงพระราชบัญญัติคุมครองผูบริโภค พ.ศ. 2522 คือ สิทธิที่จะไดรับขาวสารรวมทัง้ คำพรรณนาทีถ่ กู ตอ ง
และเพยี งพอเกี่ยวกับสินคาหรือบริการ โดยมอี งคกรท่ีเรียกวา คณะกรรมการวา ดว ยการโฆษณา เปนคณะกรรมการ
เฉพาะเร่ืองท่ี เปน ผรู ับผิดชอบ ควบคุม ดแู ล และคุมครองผูบรโิ ภคในดานนี้ ในทางปฏบิ ัตคิ ณะกรรมการ วา ดวยการ
โฆษณาไดแ ตงตงั้ คณะอนุกรรมการตดิ ตาม สอดสอ งและวนิ จิ ฉยั การโฆษณาข้ึน
เพื่อพจิ ารณาขอเท็จจรงิ และขอกฎหมายในเบอ้ื งตน คณะกรรมการวาดวยการโฆษณา เปนคณะกรรมการ
เฉพาะเรื่องแตงตั้งขึ้นตามมาตรา 14 แหงพระราชบัญญัติคุมครองผูบริโภค พ.ศ. 2522 ประกอบดวยกรรมการ
ผทู รงคุณวฒุ ิ ในเรอื่ งทเ่ี กี่ยวของมีจำนวนไมนอยกวา 7 คน แตไ มเ กนิ 13 คน กรรมการดงั กลา วอยูในตำแหนงคราว
ละ 2 ป กรรมการทพี่ นตำแหนงอาจไดรับการแตง ต้งั อกี ได ในการดำเนนิ งานของคณะกรรมการวา ดว ยการโฆษณา มี
ลกั ษณะของการทำงานแยกเปน 2 ลกั ษณะ คอื
(1) ในดานบรหิ ารไดแกก ารวนิ ิจฉัยและออกคำสงั่
(2) ในดา นกฎหมายไดแ กการยกรา งกฎกระทรวง
คณะกรรมการวาดวยการโฆษณา เปน องคกรบริหารทีจ่ ะวางกรอบการโฆษณา ใหอยใู นขอบเขตท่ีกฎหมาย
บัญญัติ สวนคณะกรรมการคุม ครองผบู ริโภค เปนองคก รกลาง ทต่ี รวจสอบการดำเนนิ งานของคณะกรรมการวาดวย
การโฆษณา
คณะกรรมการวาดวยการโฆษณา มอี ำนาจหนาทด่ี ำเนนิ การคมุ ครองผูบรโิ ภค ตามมาตรา 22 ถึงมาตรา 29
แหงพระราชบัญญตั ิคมุ ครองผูบรโิ ภค พ.ศ. 2522 เฉพาะ เร่ืองที่ยงั มไิ ดมบี ญั ญตั ไิ วใ นกฎหมายอ่นื ดังนี้
1. ในกรณีที่ผูประกอบธุรกิจโฆษณา โดยใชขอความที่ไมเปนธรรมตอผูบริโภค หรือใชขอความที่อาจ
กอใหเ กิดผลเสียตอสังคมเปนสวนรวม
84
1.1) ถา ขอ ความดงั กลาว เปนขอ ความท่ีเปนเท็จหรอื เกินจริง หรอื เปน ขอความที่จะกอใหเกิดความเขาใจผิด
ในสาระสำคญั เกยี่ วกบั สินคา หรือบรกิ าร คณะกรรมการวาดว ยการโฆษณามีอำนาจออกคำสัง่ ใหผกู ระทำการโฆษณา
แกไขขอความหรือวิธีการในการโฆษณา หามการใชขอความบางอยางที่ปรากฏในการโฆษณา หามการโฆษณาหรือ
หามใชวธิ กี ารนนั้ ในการโฆษณา หรือใหโฆษณาเพอ่ื แกไ ขความเขา ใจผดิ ของผบู ริโภคที่อาจเกดิ ขน้ึ แลว ตามหลักเกณฑ
และวธิ กี ารท่คี ณะกรรมการวาดวยการโฆษณากำหนด
1.2) ถา ขอความดังกลาวเปน ขอความท่ีเปนการสนบั สนนุ โดยตรงหรือ โดยออ มใหม ีการกระทำผิดกฎหมาย
หรือศีลธรรม หรือนำไปสูความเสื่อมเสียในวัฒนธรรมของชาติ หรือเปนขอความที่จะทำใหเกิดความแตกแยก หรือ
เสื่อมเสียความสามัคคีในหมู ประชาชน หรือเปนขอความอยางอ่ืน ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง คณะกรรมการวา
ดวย การโฆษณามีอำนาจออกคำสั่งในทำนองเดียวกับ 1.1) หรือเสนอความเห็นเพื่อใหคณะกรรมการคุมครอง
ผูบ ริโภคดำเนินคดีกับผูกระทำการโฆษณาดงั กลาว
2. ในกรณผี ปู ระกอบธรุ กิจโฆษณา ใชวิธีการอันอาจเปน อันตรายตอสุขภาพ รา งกายหรือจิตใจ หรืออันอาจ
กอใหเ กดิ ความรำคาญแกผูบรโิ ภคตามท่ีกำหนดในกฎกระทรวงคณะกรรมการวาดวยการโฆษณา มอี ำนาจออกคำสั่ง
ในทำนองเดียวกับ ขอ 1. หรือเสนอ ความเห็นเพื่อใหคณะกรรมการคุมครองผูบริโภคดำเนินคดีกับผูกระทำการ
โฆษณาได
3. ในกรณีที่คณะกรรมการวาดวยการโฆษณา เห็นวา สินคาใดอาจเปนอันตรายแกผูบริโภค และ
คณะกรรมการวาดวยฉลากไดกำหนดใหสินคานั้นเปนสินคาที่ควบคุมฉลาก ใหคณะกรรมการวาดวยการโฆษณามี
อำนาจออกคำสั่งกำหนดใหการโฆษณานั้น ตองกระทำไปพรอมกับคำแนะนำ หรือคำเตือนเกี่ยวกับวิธีใช หรือ
อันตรายตามเงื่อนไขใหแตกตางกัน สำหรับการโฆษณาที่ใชสื่อโฆษณาตางกันก็ได จำกัดการใชสื่อโฆษณาสำหรับ
สนิ คาน้ัน
หามการโฆษณาสินคานั้นในการออกคำสั่งจำกัดการใชสื่อโฆษณาและหามโฆษณาสินคานั้น ใหนำมาใช
บังคับแกการโฆษณา ที่คณะกรรมการวาดวยการโฆษณาเห็นวาการใชประโยชนของสินคานั้น ขัดตอนโยบายทาง
สังคมศีลธรรมหรอื วฒั นธรรมของชาตดิ ว ย
4. ในกรณที ่ีคณะกรรมการวาดวยการโฆษณาเหน็ สินคาหรอื บริการใด ผูบ ริการจำเปน ตอ งทราบขอเท็จจริง
เกี่ยวกับสภาพฐานะ และรายละเอียดอยางอื่นเกี่ยวกับผูประกอบธุรกิจ คณะกรรมการวาดวยการโฆษณามีอำนาจ
กำหนดใหก ารโฆษณาสินคาหรือบริการนั้นตองใหข อเท็จจรงิ ดังกลาวตามท่ีคณะกรรมการวา ดวยการโฆษณากำหนด
ได
85
5. ในกรณีที่คณะกรรมการวาดวยการโฆษณาเหน็ วาขอ ความในการโฆษณาโดยทางส่ือโฆษณาใดสมควรแจง
ใหผูบริโภคทราบวาขอความนั้นเปนขอความที่มีความมุงหมายเพื่อการโฆษณาคณะกรรมการวาดวยการโฆษณามี
อำนาจกำหนดใหการโฆษณาโดยทางสื่อโฆษณานั้นตองมีถอยคำชีแ้ จงกำกบั ใหประชาชนทราบวา ขอความดังกลาว
เปนการโฆษณาได และคณะกรรมการวาดว ยการโฆษณาจะกำหนดเงอื่ นไขอยา งใด ใหตอ งปฏบิ ตั ิดวยกไ็ ด
6. ผูประกอบธุรกิจผูใดสงสัยวาการโฆษณาของตนจะเปนการฝาฝน หรือไมเปนไปตามพระราชบัญญัติ
คมุ ครองผบู ริโภค พ.ศ. 2522 ผปู ระกอบธรุ กิจนนั้ อาจขอใหคณะกรรมการวาดวยการโฆษณาที่พิจารณาใหความเห็น
ในเรื่องนน้ั กอนทำการโฆษณาได ในกรณีน้ี คณะกรรมการวาดว ยการโฆษณาจะตอ งใหความเห็นและแจงใหผูรองขอ
ทราบภายใน 30 วัน นบั แตว นั ท่คี ณะกรรมการวาดว ยการโฆษณาไดรับคำขอ ถา ไมแ จงภายในระยะเวลาดังกลาวถือ
วาคณะกรรมการวาดว ยการโฆษณาใหค วามเห็นชอบดว ย
การใหความเหน็ ของคณะกรรมการวาดวยการโฆษณา ไมถ ือวา เปน การตดั อำนาจของคณะกรรมการวาดวย
การโฆษณาที่พิจารณาวินิจฉัยใหมเปนอยางอื่น เมื่อมีเหตุอันสมควรและการใดที่ผูประกอบธุรกิจไดกระทำไปตาม
ความเหน็ ของคณะกรรมการวาดว ยการโฆษณามิถอื วา การกระทำน้ันเปนความผิดทางอาญา
7. คณะกรรมการวาดวยการโฆษณา มีอำนาจที่จะแตงตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา หรือปฏิบัติการ
ตามท่ีคณะกรรมการมอบหมาย นอกจากน้ี คณะกรรมการวา ดวย การโฆษณายังมอี ำนาจท่จี ะสงั่ ใหบุคคลหน่ึงบุคคล
ใดสงเอกสาร หรือขอมูลเก่ยี วกบั เร่ืองทมี่ ีผูรองทุกข หรือเรื่องทเ่ี กี่ยวกบั การคุม ครองสิทธขิ องผูบริโภคมาพิจารณาได
ในการน้ีจะเรยี ก บคุ คลท่เี กย่ี วขอ งมาช้แี จงดวยกไ็ ด
8. ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการวาดวยการโฆษณา ตองใหโอกาสแกผูถูก
กลาวหา หรือสงสัยวาการกระทำอันเปนการละเมิดสิทธิของผูบริโภค เพื่อชี้แจงขอเท็จจริง และแสดงความคิดเห็น
ตามสมควรเวนแตในกรณีที่จำเปนและเรงดวน การกำหนดหรือออกคำสั่งในเรื่องใดตามพระราชบัญญัตินี้ ให
คณะกรรมการวา ดว ยการโฆษณาคำนงึ ถึงความเสียหายทอี่ าจเกิดขน้ึ แกทั้งผบู รโิ ภค และผปู ระกอบธรุ กจิ และในกรณี
ทีเ่ ห็นสมควรคณะกรรมการวาดวยการโฆษณาจะกำหนดเงื่อนไข หรอื วิธีการชั่วคราวในการบังคับใหเปนไปตามการ
กำหนดหรือการออกคำสง่ั นน้ั กไ็ ด
9. ในกรณีท่ีคณะกรรมการวาดว ยการโฆษณา มเี หตุอันควรสงสัยวา ขอ ความใดที่ ใชในการโฆษณาเปนเท็จ
หรือเกนิ ความจริงตามมาตรา 22 วรรคสอง (1) แหงพระราชบัญญตั ิคุมครองผูบรโิ ภค พ.ศ. 2522 คณะกรรมการวา
ดวยการโฆษณา มีอำนาจออกคำสงั่ ให ผกู ระทำการโฆษณาพิสูจนเ พ่อื แสดงความจริงไดใ นกรณีท่ีผูก ระทำการโฆษณา
อางรายงาน ทางวิชาการ ผลการวิจัย สถิติ การรับรองของสถาบันหรือบุคคลอื่นใด หรือยืนยันขอเท็จจริง อันใด
อนั หนงึ่ ในการโฆษณา ถาผกู ระทำการโฆษณาไมสามารถพิสูจนไดว า ขอ ความที่ใชใน การโฆษณาเปน ความจริงตามที่
86
กลาวอาง คณะกรรมการวาดวยการโฆษณามีอำนาจออก คำสั่งตามขอ 1.1 ได และใหถือวาผูกระทำการโฆษณา รู
หรอื ควรไดรู ขอความน้นั เปน ความเทจ็
10. นอกจากอำนาจหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้แลว คณะกรรมการวาดวยการโฆษณา ยังมีอำนาจออก
คำสง่ั เกี่ยวกบั การคมุ ครองผูบรโิ ภค ในเม่อื ไมม กี ฎหมายบญั ญตั ิ โดยเฉพาะเปนอยา งอื่น
อำนาจหนาที่โดยทั่วไปของคณะกรรมการวาดวย
การโฆษณา จำแนกไดเปน 3 ประเภท คือ
1. หนาที่โดยทั่วไปในการควบคุมดูแลการ
โฆษณาสินคาหรือบริการที่ยังมิไดถูกดาบคมการ
ภาพจาก : http://www.dg-net.org/en/home โฆษณาโดยกฎหมายอื่น โดยกฎหมายไดกำหนด
มาตรฐานของขอความที่จะใช 9 การโฆษณาไวใน
มาตรา 22 และกำหนดมาตรฐานเก่ียวกบั วธิ กี ารทีใ่ ชใ นการโฆษณาไว ในมาตรา 23
2. หนาที่ในการปอ งกันหรือระงับยับยั้งความเสียหาย หรืออันตรายอันจะเกดิ ขึ้นแกผูบริโภค เนื่องจากการ
โฆษณาสินคาบางประเภท เปนการลวงหนาโดยกำหนดเงือ่ นไข เกี่ยวกับการโฆษณาสินคาหรือบรกิ ารนั้น หรือหาม
การโฆษณา หรือจำกัดการใชสื่อโฆษณา สนิ คา หรอื บรกิ ารอันเปน หนา ที่ ซึ่งกำหนดตามมาตรา 24 มาตรา 25 มาตรา
26
3. หนาที่ในการตรวจขอความโฆษณาทีผ่ ูประกอบธรุ กิจ ขอใหพิจารณาใหความเห็นกอนทำการโฆษณาอนั
เปน หนาทที่ ่กี ำหนดตามมาตรา 29
มาตรา 22 พ.ร.บ. คุมครองผูบริโภค พ.ศ. 2522 บัญญัติวาขอความโฆษณา (ซึ่ง หมายถึงการโฆษณาใน
สื่อสารมวลชนทุกชนิดรวมตลอดถึงดวยวิธีใดๆ ที่ทำใหบุคคลทั่วไป สามารถเขาใจความหมายได) วาจะตองไมเปน
ขอ ความที่
1. เปนเท็จหรือเกนิ ความจริง
2. กอใหเกิดความเขาใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินคาหรือบริการ ไมวาจะใชการ อางอิงรายงานทาง
วชิ าการ สถิตหิ รอื ส่ิงใดส่งิ หนึ่งอนั ไมเ ปน ความจริงหรือไมก ็ตาม
3. สนับสนุนโดยตรงหรือโดยออมใหมีการกระทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรม หรือนำ ไปสูความเสื่อมเสียใน
วัฒนธรรมของชาติ
87
4. จะทำใหเ กดิ ความแตกแยกหรอื เส่อื มเสียความสามัคคีในหมปู ระชาชน ขอ ความ อยา งอนื่ ตามทก่ี ำหนดใน
กฎกระทรวงดงั น้นั การโฆษณาจะตองไมใ ชข อ ความทไี่ มเ ปนธรรม ตอผบู ริโภค และขอ ความทีอ่ าจกอใหเกิดผลเสียตอ
สังคมเปนสว นรวม
ภาพจาก : https://www.tiba.or.th/%E0%B8%9B%E0%B8%9A-
¾ÃÐÃÒªºÑÞÞѵԤØéÁ¤Ãͧ¼ÙéºÃÔâÀ¤ (©ºÑº·Õè 2) ¾.È. 2541
มาตรา 3 ใหยกเลิกบทนิยามคำวา “ผูบ รโิ ภค” ในมาตรา 3 แหงพระราชบญั ญัติ คุมครองผบู รโิ ภค พ.ศ. 2522 และ
ใหใ ชค วามตอไปนีแ้ ทน
“ผูบริโภค” หมายความวา ผูซื้อหรือผูไดรับบริการจากผูประกอบธุรกิจ หรือผูซึ่งไดรับการเสนอหรือการ
ชกั ชวนจากผปู ระกอบธรุ กิจ เพอื่ ใหซ้ือสินคา หรอื รบั บริการ และ หมายความรวมถึงผใู ชส นิ คา หรอื ผูไดร บั บริการจาก
ผปู ระกอบธรุ กิจโดยชอบ แมมไิ ดเ ปน ผูเสียคา ตอบแทนกต็ าม”
มาตรา 14 ใหยกเลิกความใน มาตรา 47 และ มาตรา 48 แหง พระราชบัญญัติคุมครองผูบรโิ ภค พ.ศ. 2522 และให
ใชค วามตอไปนแ้ี ทน
88
มาตรา 47 ผูใ ดโดยเจตนากอใหเกิดความเขาใจผิดในแหลง กำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรอื สาระสำคญั ประการ
อน่ื อันเกยี่ วกับสินคาหรอื บริการ ไมวาจะเปน ของตนเอง หรือผอู ่นื โฆษณาหรือใชฉลากท่ีมีขอความอันเปนเท็จหรือ
ขอความทีร่ ูห รอื ควรรอู ยูแลว วา อาจกอ ใหเกดิ ความเขา ใจผดิ เชน วานน้ั ตอ งระวางโทษจำคุกไมเ กินหกเดอื น หรือปรบั
ไมเกิน หาหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถาผูกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งกระทำผิดซ้ำอีก ผูกระทำตองระวางโทษ
จำคกุ ไมเ กนิ หน่ึงปห รอื ปรับไมเกนิ หนงึ่ แสนบาทหรือทั้งจำทงั้ ปรับ
มาตรา 48 ผูใดโฆษณาโดยใชข อ ความตามมาตรา 22 (3) หรอื (4) หรือขอ ความ ตามทกี่ ำหนดในกฎกระทรวงที่ออก
ตามมาตรา 22 (5) หรือฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา 23 มาตรา 24 มาตรา 25 หรือ มาตรา 26 ตองระวางโทษ
จำคกุ ไมเ กินสามเดอื น หรอื ปรับไมเ กินสามหม่นื บาท หรือทง้ั จำท้ังปรบั
นอกจากนี้ยังมีการควบคุมดานฉลาก ขาวสารที่ปรากฏในฉลากที่ติดไปกับผลิตภัณฑ มี พ.ร.บ.คุมครอง
ผบู ริโภค พ.ศ. 2522 ซ่งึ มีสาระทส่ี ำคญั ของการควบคุม คอื
1) กำหนดหรือระบุชนิดสินคาที่อยูภายใตการควบคุมฉลาก ซึ่ง
ไดแก
1.1 สินคาที่อาจกอใหเกิดอันตรายแกสุขภาพ
รางกายหรอื จติ ใจ เนอ่ื งจากใชหรอื โดยสภาพของสนิ คา
1.2 สินคาที่ประชาชนใชเปนประจำ ซึ่งการกำหนด ภาพจาก : https://hasee20.com/%E0%B8%89
ฉลากจะเปน ประโยชนแก ผูบริโภค ในการทจี่ ะไดทราบขอเท็จจริงใน
สาระสำคญั เก่ียวกบั สินคาน้ัน
2) กำหนดลกั ษณะเนอ้ื หาของฉลากของสนิ คาทค่ี วบคมุ ฉลาก
2.1 ตอ งใชข อ ความตรงตอ ความจรงิ หรือไมม ีขอ ความทอ่ี าจกอใหเกิดความ เขา ใจผดิ ในสาระสำคัญ
ของสินคา
2.2 ตองระบุขอ ความอนั จำเปน ซงึ่ หากมไิ ดก ลา วเชน นั้นจะทำใหผูบริโภคเขา ใจ ผิดในสาระสำคัญ
เกย่ี วกับสินคาทีอ่ ยูภายใตการควบคมุ ฉลาก ไดแ ก ยาฆาแมลง เปนตน
3) กฎหมายควบคุมเกยี่ วกับการเผยแพรข อมูลขา วสารประกอบดว ย
1) พระราชบัญญัติการพิมพ พ.ศ. 2484 ใหเจาพนักงานการพิมพ (สำนักงานตำรวจแหงชาติ) มีอำนาจใน
การตรวจสอบสิ่งพิมพ หากโฆษณาเขาขายขัดตอความ สงบเรียบรอย หรือศีลธรรมอันดี เจาพนักงานการพิมพมี
89
อำนาจในการออกหนังสือเตือน ในกรณีที่อาจแกไขได หากไมแกไขสามารถสั่งถอนใบอนุญาตผูพิมพ ผูโฆษณา
บรรณาธกิ าร หรือเจา ของหนงั สือพิมพ
2) พระราชบัญญัติภาพยนตร พ.ศ. 2473 และคำสั่งหรือประกาศที่ออกตาม พระราชบัญญัติในสวนที่
เก่ยี วกบั การโฆษณาภาพยนตร
4) ขอ ปฏิบัตติ ามกฎหมายทเ่ี กยี่ วขอ งกบั การโฆษณา
1) หามใชขอความที่เปนการไมเปนธรรมตอผูบริโภค หรืออาจ
กอ ใหเกิดผลเสยี ตอ สังคมสว นรว ม
2) หามทำการโฆษณาดว ยวิธกี ารอนั อาจเปน อนั ตรายตอสุขภาพ
รา งกายหรอื จติ ใจหรอื เกดิ ความรำคาญแกผ ูบริโภค
3) หา มโฆษณาสนิ คาบางประเภท เชน ยาเสพตดิ อาวุธ
สงคราม การพนัน วัตถุลามก นมผง และผลิตภัณฑที่เกี่ยวของ
ในการใหนมผงแกทารก เชน ขวดนม หัวนม บริการของผู
ประกอบโรคศลิ ป ทนายความ ผูส อบบัญชี
ภาพจาก : 4) ใหมีการพิจารณาตรวจชิ้นโฆษณาสินคาบางประเภทกอน
https://www.masterad.com/news/insight/122 ออกโฆษณา เชน ยารักษาโรค อาหารเปนตน
5) ขอความโฆษณาตอ งเปนภาษาทสี่ ุภาพ
ËÅѡࡳ±ì¡ÒÃâ¦É³Ò¢Í§¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒáԨ¡ÒÃÇÔ·ÂØ¡ÃШÒÂàÊÕ§áÅÐÇÔ·ÂØ
â·Ã·ÑȹìáËè§ªÒµÔ (¡¡ª.)
1) ตองไมขัดกับความสงบเรียบรอยหรือศีลธรรมอนั ดีหรือไมกอใหเกิดการ แตกแยก ความสามัคคีระหวาง
คนในชาติ หรือกระทบกระเทอื นตอ สัมพันธไ มตรีระหวางไทยกบั ตางประเทศ
2) ตองไมหยาบคายหรอื เปนการดูหมน่ิ เหยยี ดหยาม หรอื ทับถมบคุ คลอน่ื หรือสนิ คา และบรกิ ารอน่ื
3) ตองไมเ ปน ขอความสองแงสองงา ม
4) ตองไมอวดอางสรรพคณุ อันเปนเทจ็ หรอื เกินความจำเปน
5) ตองไมก อใหเกิดความรสู ึกหวาดเสยี วหรอื ตกใจ
90
6) น้ำเสยี งท่ีใชก ารพูดโฆษณาหรอื เสยี งท่ใี ชป ระกอบตอ งสุภาพ
7) หา มโฆษณาอาวุธสงคราม
8) หามอางชอื่ บคุ คลหรือสิ่งซึ่งเปน ที่เคารพสักการะประชาชนเพื่อประโยชนใ นการโฆษณา
9) การโฆษณาสินคา พเิ ศษ (ยา อาหาร) ตอ งของอนญุ าตจาก อย.
10) หา มการโฆษณาสินคาซ่งึ เปนวตั ถุออกฤทธิต์ อ จติ และประสาทหรอื ยาเสพตดิ ใหโทษ
11) การโฆษณาสุราหา มระหวาง 15.00 - 22.00 น.
12) การโฆษณาโรงพยาบาลสถานพยาบาลตองไมเปนไปในทางโออวดหรือเชิงชักชวนใหผูปวยมา
รกั ษาพยาบาล
13) การบอกมลู คา “เพยี ง” “แค” “เทานนั้ ” “กวา 10 ลา นบาท” “กวา 10 ลาน กวาบาท”
14) ถาอางวาเปนสินคานำเขา ควรมีหลักฐาน บทลงโทษ ตักเตือน ระงับออกอากาศ ถอนใบอนุญาตปด
สถานี
1.2 ¨ÃÃÂÒºÃó¢Í§¡ÒÃâ¦É³Ò
ก า ร โ ฆ ษ ณ า จึง เป น
เครื่องมือที่สำคัญที่ถูกนำมาใช
ในการสื่อสารเกี่ยวกับสินคา
บริการ เพื่อจูงใจใหเกิดการ
ตัดสินใจซื้อในที่สุด ผูโฆษณาซ่งึ
อาจเปนเจาของสินคา บริการ
หรือบริษัทตัวแทนโฆษณาใน
ฐานะที่เปนผูสรางสรรคชิ้นงาน
โ ฆ ษ ณ า ค ว ร ต ร ะ ห น ั ก ถึ ง
ผลกระทบท่ีอาจเกิดขึน้ ท่ีมาจาก
ภาพจาก : https://www.creativeboom.com/tips/how-to-step-up-from-freelancing-creative/ การสื่อสารในงานโฆษณา ที่มี
ตอสังคมหรอื ดา นอื่นๆ ดว ย การสรา งสรรคโฆษณาจงึ ตองอยูภายใตข องกฎหมาย และนำเสนอในส่ิงที่เปนจริงเสมอ
อีกท้งั ตอ งคำนึงถึงความรับผดิ ชอบท่มี ีตอสงั คม และทสี่ ำคญั โฆษณาน้นั ตองไมข ดั แยง กบั ศีลธรรมอนั ดี และระเบียบ
สังคม
91
สมาคมโฆษณาธุรกิจแหงประเทศไทยไดกำหนดจรรยาบรรณแหงวิชาชพี ของ ผูประกอบการโฆษณาสำนักงาน
โฆษณาและผูโ ฆษณา ดงั นี้
1. ประกอบวิชาชีพดวยความซื่อสัตย
สุจรติ ตามหลกั ปฏิบตั แิ ละวชิ าการ และอยู
2. ไมกระทำการใดๆ อันอาจนำมาซ่ึง
ความเส่อื มเสยี เกยี รตศิ ักดแิ์ หงวชิ าชีพ
3. มีความรับผิดชอบตอสังคม ยึดถือใน
จริยธรรมและวฒั นธรรมอนั ดงี าม
4. ไมควรกระทำการโฆษณาอันเปนการ ภาพจาก : https://positioningmag.com/1304269
ดูหมิ่นศาสนาหรือความเชื่อ หรือสิ่งอัน เปนท่ี
เคารพสกั การะของบคุ คลท่วั ไป
5. ไมควรกระทำการโฆษณาอันทำใหเกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับ สินคา บริการ การแสดง
หรอื อน่ื ๆ หรอื โออวดสรรพคณุ จนเกดิ ความจรงิ ทำใหผูเหน็ หรอื ผฟู ง เกดิ ความสำคัญผิด
6. ไมควรกระทำการโฆษณาโดยการโจมตหี รือเปรยี บเทียบสนิ คา บริการ การแสดงหรอื อน่ื ๆ ของผูอ ่ืนอยา ง
ไมย ุตธิ รรม โดยใชวิธีเปรียบเทียบใดๆ อนั ทำใหผ ูเห็นหรอื ผูฟ งเกดิ ความสำคัญผดิ
7. ไมควรกระทำการโฆษณาโดยใชเ สยี งทเ่ี ปน การกอกวนความรูสกึ ใหกับผฟู ง
8. ไมค วรกระทำการโฆษณาโดยทำใหเ กดิ ความกลัวโดยไมมีเหตุอนั สมควร
9. ไมค วรกระทำการโฆษณาโดยใชความเช่ือเก่ยี วกบั ไสยศาสตรห รือโชคลางมาเปน ขอจูงใจ
10. ไมควรกระทำการโฆษณาโดยการเลียนแบบเครื่องหมายการคา คำขวัญหรือ ขอความสำคัญจากการ
โฆษณาของผูอ่ืนทำใหผ พู บเห็น หรือไดย นิ เกดิ ความเขาใจผิด หรอื ไขวเขว เกยี่ วกับสินคา บริการ หรือการเสนอของ
ผูอ นื่
11. ไมควรกระทำการโฆษณาอันเปน การสนับสนุนหรือกอ ใหเกิดการกระทำอนั ผดิ กฎหมายหรือผดิ ศลี ธรรม
12. ไมควรกระทำการโฆษณาโดยใชศัพทสถิติผลจากวิจัยหรืออางอิงรายงานทาง วิทยาศาสตรในทางที่ไม
สมควร หรอื ทำใหเกดิ ความเขาใจผิดโดยท่ีสินคา นน้ั ไมม คี ณุ สมบตั ิ ตามท่อี าง
92
13. ไมควรกระทำการโฆษณาอันกอใหเ กดิ การเหยยี ดหยามกนั เกย่ี วกบั ชาตคิ วามเช่อื หรือศาสนา
14. ไมควรกระทำการโฆษณาโดยอางอิงตัวบุคคล หรือสถาบันโดยที่ตัวบุคคลหรือ สถานนั้นไมมีตัวตนอยู
จรงิ และไมไ ดใ ชสินคาบรกิ าร หรอื ชมการแสดงน้ันจริง
15. ไมควรกระทำการโฆษณาอันอาจมีผลเปน อนั ตรายตอ เด็ก หรอื ผูเยาวถ ึงการท่ีชอบบุคคลดังกลาว มาใช
เปนเคร่อื งมอื ในการจงู ใจโดยไมสมควร
16. การโฆษณาโดยการอางอิงบุคคลในวิชาชีพอืน่ ๆ ที่มีการควบคมุ ตามพระราชบัญญัติตางๆ ตองเปนไป
ตามมารยาทแหง วชิ าชพี น้ัน
นอกจากน้ีแลว สกนธ ภู
งามดี (2547 : 115 - 117) ได
กลาวถึงหนาท่คี วามรบั ผดิ ชอบของ
ธุรกจิ การโฆษณาท่ีมีตอ ผบู รโิ ภค
และจริยธรรมในการโฆษณาสนิ คา
บริการ ดงั น้ี
1. หนาที่ความรับผิดชอบ
ภาพจาก : https://positioningmag.com/1304269 ของธุรกิจการโฆษณาที่ ม ี ต อ
ผูบริโภค เนื่องจากการ สรางสรรค
สื่อโฆษณาเปนกลไกสำคัญทางธุรกิจที่ชวยสงเสริมการขยายตัวทางตลาดของสินคาและการบริการ ดังนั้นการด
ดำเนนิ ธุรกจิ การโฆษณาดงั กลา วจงึ เปนที่ตองการของบริษัท ผผู ลิตสินคาและบริการตาง ๆ
2. จริยธรรมในการโฆษณาสินคาและบริการ หนาที่ของบริษทั ผูสรางสรรคสื่อผล งานโฆษณาเปรียบไดก บั
หนาที่ของนักประชาสัมพันธ ท่ตี องใหข อ มูลเกย่ี วกับคุณลักษณะ ของสนิ คาและบริการ คณุ ภาพ วิธกี ารใช ประโยชน
ราคา สถานที่วางขาย สถานที่ของผูผลิต และเครื่องหมายรับรองคุณภาพสินคาหรือบริการ ทั้งนี้ในการโฆษณา
ประชาสัมพันธน้ัน มีขอ กำหนดที่เรียกไดว าเปน จรยิ ธรรมท่ีบรษิ ัท ผสู รางสรรคผลงานที่ตองดำเนนิ การตาม ดงั น้ี
1) การใชภาษาทไ่ี มกอ ใหเ กดิ ความสบั สนหรอื ภาพเทคนคิ ท่ีไมส รา งภาพลวงตา ใหแ กผบู รโิ ภค
2) การส่ือสารขอมลู ทไี่ มกลาวโจมตีคแู ขง
3) การส่อื สารขอ มูลไมควรใชเ ลห เ หล่ยี มเชิงจิตวิทยา
4) ไมค วรจางบริษัทวิจัยมาทำวจิ ัยเพ่อื สนับสนนุ ผลงานโฆษณาของตน
93
5) ไมส อ่ื สารขอมูลทบ่ี ิดเบือนขอเท็จจรงิ
˹éÒ·ÕèáÅШÃÃÂÒºÃó¢Í§¹Ñ¡»ÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ì
การปฏบิ ัติงานดานการประชาสมั พนั ธตาม
หนว ยงานตาง ๆ นัน้ มีนกั ประชาสัมพันธ เปนผทู ่ี
รบั ผิดชอบในการดำเนนิ งาน โดยงานทางดา นการ
ประชาสมั พันธตอ งทำใหป ระชาชน รูจกั และเขา ใจ
องคก าร แตในขณะเดียวกันก็ตอ งทำการศึกษากลุม
ประชาชนท่เี กี่ยวของวามที ัศนคติ หรอื เขาใจใน
สถานการณของหนว ยงาน
นอกจากนี้แลวผูประกอบวิชาชีพทางดาน
การประชาสัมพนั ธจำเปน ตองเปนผูม ีจรรยาบรรณ ภาพจาก : https://www.thebalancesmb.com/what-is-public-
แหงวิชาชีพดวย เพราะจรรยาบรรณ หมายถึง relations-and-how-do-you-do-it-2295982
กฎเกณฑแหงขอบังคับปฏิบัติ ที่ควบคุมบุคคลหรือผูประกอบวิชาชีพหนึ่ง อาจกำหนดขึ้นเปนมาตรฐานแหง
พฤติกรรมวาจะตองปฏิบัติอยางไรบางในการดำเนินการประกอบวิชาชีพนั้น ๆ ดงั น้ันจรรยาบรรณจงึ เปน ส่ิงจำเปน
สำหรับทุกอาชีพ ไมเ ฉพาะแตวชิ าชีพทางดานการประชาสมั พนั ธเ ทา นน้ั
② º·ºÒ·áÅÐ˹éÒ·Õè¢Í§¹Ñ¡»ÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ì
นกั ประชาสมั พนั ธจะตองสามารถ
ปฏบิ ัติงานในดา นตาง ๆ ตามที่สมาคมการ
ประชาสมั พนั ธแ หงสหรัฐอเมริกา (PRSA) ได
จำแนกไวไดครบทกุ ๆ งานแลว ซง่ึ ในหวั ขอ นจี้ ะ
สรุป ถึงหนาที่หลกั ทส่ี ำคญั ๆ ที่นักประชาสัมพนั ธ
ตองปฏบิ ัตไิ ดดงั นค้ี อื (วิรัช ลภริ ัตนกลุ , 2540 :
453)
ภาพจาก : https://www.thebalancecareers.com/become-a-publicist-2316059 1) ทำหนาท่ีเปน ผรู ับฟง ความคิดเหน็
(Listener)
94
2) ทำหนา ทเี่ ปน ผูใหคำแนะนำปรึกษา (Counselor)
3) ทำหนาท่เี ปน ผูติดตอสื่อสาร (Communicator)
4) ทำหนาท่เี ปน ผูประเมินผล (Evaluator)
นอกจากน้แี ลว ในหนว ยงานตา งๆ ทม่ี ีโครงสรา งแตกตา งกันนักประชาสัมพนั ธมักจงึ ถกู จัด แบงเปน หลาย
ระดบั ตามงานทีร่ บั ผิดชอบอยู
1) บทบาทหนาท่ีของนักประชาสัมพันธระดบั บรหิ าร หมายถึง ผูที่ทำหนาท่ีใน การกำหนดนโยบาย การ
วางแผน การกำหนดกลยุทธ ดา นการประชาสมั พนั ธและการ บรหิ ารจัดการดานอน่ื ๆ ของหนวยงานประชาสัมพันธ
ใหเ ปน ไปตามแผนและนโยบายนักประชาสมั พนั ธร ะดับบรหิ ารควรไดม สี ว นรวมในการกำหนดนโยบายการดำเนินงาน
ขององคก าร สถาบัน เพอ่ื นำนโยบายของหนวยงานไปกำหนดนโยบายและแผนงาน ประชาสัมพันธใหสอดคลองกับ
นโยบายหลักขององคการ สถาบัน
ภาพจาก : https://warwick.ac.uk/fac/soc/economics/research/centres/cage/events/28-09-17-the_role_of_lobbying_in_political_decision_making/
นักประชาสัมพนั ธร ะดับบริหารจงึ มบี ทบาทที่สำคัญ 2 ประการ คอื (สมควร กวียะ, 2533 : 45)
1. การตดั สินใจเชงิ นโยบาย (Political Decision - Making) คือ การประกาศนโยบายการประชาสัมพันธให
ชดั เจนโดยใหสอดคลองกับนโยบายการดำเนนิ งานของ สถาบัน องคก าร และตอ งตัดสนิ ใจในดานการบริหารภายใน
หนวยงานประชาสัมพันธใหก ารดำเนนิ งานเกิดประสิทธภิ าพสงู สุด
2. การตัดสินใจเชิงเทคนิค (Technical Decision - Making) คือ การตัด สินใจที่จะสรางกรอบในการ
ดำเนนิ งานเพอื่ ตัดสินใจเกี่ยวกับรายละเอียดของรปู แบบ กลยุทธและวธิ กี าร ตลอดจนเวลา และระยะเวลาที่จะใชใน
การดำเนนิ งาน รวมไปถึงการตัด สินใจเก่ียวกับโครงสรางและการจดั โครงสรา งขององคก ร ตดั สนิ ใจเชิงเทคนคิ นี้ ควร
จะตอ งมีนักประชาสมั พันธระดับปฏิบัตกิ ารเขามารวมดว ย เพราะอาจชว ยเสนอแนะและชี้นำชองทางของความเขาใจ
95
โดยใชเ ทคนิคและทักษะในการปฏิบัตงิ านดานการประชาสัมพนั ธ ทำใหก ารกำหนดรายละเอียดของแผนเปนไปอยาง
มปี ระสทิ ธิภาพ
2) บทบาทหนาที่ของนักประชาสัมพันธ
ระดับปฏบิ ัติการ นกั ประชาสัมพนั ธร ะดับ ปฏิบัติการมี
หนาที่หลักในการกำหนดกลวิธี โครงการตางๆ เทคนิค
และศิลปะของการ ประชาสัมพันธรวมทั้งการลงมือ
ปฏิบัติงานนั้นๆ ดวย การปฏิบัติงานตามแผนงาน
ประชาสัมพันธ ซึ่งเปนไปตามขั้นตอนและกลยุทธที่ได
กำหนดไว ดังนั้นนักประชาสัมพันธระดับปฏิบัติการจงึ
ตอ งเปนผูท ่ีมีความชำนาญและมีทักษะแหงวิชาชพี เพื่อ
ภาพจาก : https://digitalschoolofmarketing.co.za/blog/what-does-a- ปรับปรุงวิธีการประชา สัมพันธใหเหมาะสมและ
digital-public-relations-officer-do/ สอดคลองกับสถานการณใ นขณะนน้ั
นักประชาสมั พันธร ะดับปฏบิ ตั ิการ จะตองมบี ทบาทหนาทีร่ วมกนั ในการปฏบิ ตั งิ านสามารถสรุปไดดงั นี้
1. งานเก่ียวกบั กลวิธี (Tactical Works)
2. งานเกี่ยวกบั การจดั ทำและดำเนนิ งานตามโครงการ หรอื แผนปฏิบตั กิ าร
3. งานผลติ และวางแผนผลิตส่อื สงิ่ พิมพ
4. งานสอ่ื มวลชนสมั พันธ
3) บทบาทหนาที่ของนักประชาสัมพันธ
ระดับธรุ การ นกั ประชาสัมพนั ธร ะดบั ธุรการมีหนาท่ีใน
ดานสารบรรณ จัดเกบ็ และบริการ ขอมูลตดิ ตอตอนรับ
ทั่วไป รวมทั้งการจัดสงหรือแจกจำหนายขาวสารที่นัก
ประชาสัมพันธระดับปฏิบัติการธุรการไดผลิตขึ้น เชน
ขาวแจก แผนพับ จุลสาร วารสาร เปนตน นัก
ประชาสัมพันธระดับธุรการอาจกลาวไดวา เปนนัก
ประชาสัมพันธระดับปฏิบัติการไดเชนกันเพียงแต ภาพจาก : https://www.affimer.org/public-relations-agency-for-
บทบาทหนาที่ คือ ใหการสนับสนุนการทำงานของนกั business-brand-growth/
ประชาสมั พันธร ะดบั สงู กวา ดวยการใหบ ริการดานตาง ๆ คือ
96
1. งานสารบรรณ โดยจดั พิมพงานตา ง ๆ เชน แผนงาน โครงการ ขาว การเขยี น จดหมายโตตอบ เปนตน
2. งานจัดเก็บและปอนขอมูลใหกบั ฝายตางๆ ภายในหนวยงาน เพื่อใหการ ปฏิบัติงานเปนไปอยางมีระบบ
และมีแบบแผนที่ดี
3. งานตดิ ตอ และตอนรับท่วั ไป
จากบทบาทหนาที่ดังกลาวนักประชาสัมพันธระดับธุรการจึงตองเปนผูที่มีความรูความสามารถดานวิชา
เลขานุการ และบรกิ ารส่อื สารขอ มูล ใหแกนักประชาสัมพันธร ะดับตางๆ ไดอ ยา งเหมาะสมและทันตอเหตุการณตาม
หลักการบริหารประชาสัมพันธ นักประชาสัมพันธแ ตละระดับจึงมีบทบาทหนาที่ที่แตกตางกันไป แตอยางไรก็ตาม
ตามสภาพความเปน จรงิ นักประชาสมั พันธระดับตา ง ๆ อาจตองทำงานหลายอยา งควบคูก ันไป เพื่อใหก ารดำเนนิ งาน
เกดิ ประโยชนสงู สดุ ตอ สถาบันองคการ
③ ¨ÃÃÂÒºÃó¢Í§¹Ñ¡»ÃЪÒÊÑÁ¾Ñ¹¸ì
การประชาสัมพันธเขาไปมี
บทบาทในสถาบัน องคการ ทั้ง
เอกชนและรัฐบาล ดังนั้นอาชีพนัก
ประชาสัมพันธจึงไดรับความสนใจ
จากผูคนเปนจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งท่ี
เปนนักประชาสัมพันธอาชีพจริงๆ
และ นักประชาสัมพันธที่แอบอาง
เอาคำนี้ไปใชเพื่อสรางความนิยม
เชื่อถือ แลวนำเอาอาชีพการ
ภาพจาก : https://mthai.com/women/59108.html ประชาสัมพันธไปใชในทางที่เสื่อม
เสียไมเหมาะสมและขาดความ
รับผิดชอบตอสังคมดวย เหตุนี้เองจึงไดมีการกำหนดจริยธรรมหรือจรรยาบรรณแหงวิชาชีพประชาสัมพันธข้ึน
จรรยาบรรณของนกั ประชาสัมพันธ มี 14 ขอ โดยมสี าระสำคัญ ดงั นี้ (วิรัช ลภิรัตนกลุ , 2542 : 196 197)
1) สมาชิกจกั ตอ งปฏิบตั ิตนอยา งยุติธรรมกับลูกคา หรอื นายจางของตน ทัง้ ในอดีต และปจ จบุ นั รวมท้ังปฏิบัติ
ตนอยา งยุติธรรมกบั เพอ่ื นรว มอาชีพและประชาชนท่วั ไปดว ย
2) สมาชกิ จกั ตองปฏิบตั งิ านในวชิ าชพี ของตนใหสอดคลอ งกับผลประโยชนของ ประชาชนสว นรวม
97
3) สมาชิกจักตองยึดมั่นใน
สัจจะความเปนจริง และความถูกตอง
รวมท้งั มาตรฐาน แหง รสนยิ มทดี่ อี นั เปน
ทีย่ อมรบั กนั โดยทั่วไป
4) สมาชิกจกั ตอ งไมท ำตนเปน
ผฝู ก ใฝในฝายใดฝายหนง่ึ ท่ีมี
ผลประโยชนแ ขงขนั หรอื ผลประโยชน
ขัดกันอยูโ ดยมไิ ดร ับคำยนิ ยอมจาก
คกู รณที เ่ี ก่ียวของ นอกจากน้สี มาชกิ ยัง
มิจงึ บงั ควรนำตนเองเขา ไปอยูในฐานะ ภาพจาก : https://mthai.com/women/59108.html
หาประโยชนใ สต นหรือใชตำแหนง หนาท่ี กระทำการอันเปน การขัดกบั หนา ทที่ ่ตี นมอี ยกู ับลูกคาผูอ น่ื โดยมิไดช ้ีแจง
ขอเทจ็ จรงิ ทง้ั หลายอนั เก่ียวกบั ผลประโยชนของตนใหแ กผทู ่ีเกี่ยวของทัง้ หลายทราบ
5) สมาชิกจักตองประพฤติและปฏบิ ัติแตสงิ่
ทจ่ี ะสรา งหรอื ธำรงไวซง่ึ ความม่นั ใจ ใหแกลูกคาหรือ
นายจา งของตนท้งั ในอดตี และปจจบุ ัน และจกั ตอ งไม
รับรางวัลหรือรับจาง ทำงาน ซึ่งอาจมีผลทำใหตอง
เปดเผยหรือนำเอาความลับดังกลาวมาเปดเผย จน
เปนเหตุใหเกิดความเสียหาย หรือเกิดอคติแกลูกคา
หรือนายจา งของตน
ภาพจาก : https://mthai.com/women/59108.html 6) สมาชิกจักตองละเวนไมเขารวมในการ
ปฏิบัติใดๆ ซึ่งมีแนวโนมไปในทางทุจริต ตอบูรณ
ภาพ และชองทางแหงการตดิ ตอสื่อสาร หรือการดำเนนิ งานของรัฐบาล
7) สมาชิกจักตองไมจงใจที่จะเผยแพรขาวสารที่ผิดพลาด หรือชี้แนะใหเกิดความ เขาใจผิดขึ้นและสมาชิก
จะตอ งระมัดระวังดวยการหลกี เลย่ี งมิใหมกี ารเผยแพรขา วสารที่ ผิดพลาดไปจากความเปนจริง หรอื ขา วสารท่ีชวนให
เกดิ การเขาใจผิดกันน้ัน
8) สมาชิกจักตองพรอ มเสมอทีจ่ ะระบุ และเผยแพรชื่อของลูกคา หรือนายจางของตนที่เปน ผูรบั ผิดชอบใน
การจดั หาขา วสารนั้นๆ ใหด ว ย
98
9) สมาชิกจักไมใ ชบคุ คลหรือองคการทต่ี นฝกใฝมาปฏิบัติงานเปน ตัวแทนในกจิ การ ใดกิจการหน่งึ ท่ีตนไดต ัง้
วัตถปุ ระสงคไ วเปน การแนนอนแลว หรอื ปฏิบัตปิ ระหนึ่งวา จะดำเนนิ การโดยอิสระไมฝ กใฝฝ ายหน่ึง แตโดยแทจริง
แลว กลบั แสวงหาผลประโยชนส ว นตวั หรือ ประโยชนอ ันไมเปด เผยของตนหรอื ของลกู คา หรอื นายจางของตน
ภาพจาก : https://laptrinhx.com/public-relations-pr-officer-job-description-1851391640/
10) สมาชิกจักไมกระทำการใดๆ อันเปน การจงใจท่ีจะทำใหชื่อเสียงหรอื การปฏบิ ัติงานของสมาชิกผูอ่ืนเกิด
ความเส่ือมเสียมัวหมอง แตถ า หากปรากฏวาสมาชิกมีหลกั ฐานวา สมาชกิ ผอู ื่นเปนผกู ระทำผดิ กฎหมายหรอื ปฏิบัติขัด
ตอจรรยาบรรณ หรือมีการกระทำอัน ไมชอบธรรม ซึ่งหมายรวมถึงการประพฤติละเมิดจรรยาบรรณนี้ สมาชิกมี
หนา ที่จะตอ งแจง หรอื รายงานใหเ จา หนาท่ขี องสมาคมทราบใหดำเนนิ การตามสมควรตอไดตามที่ไดก ำหนด ไวใ นกฎ
ขอบงั คบั ของสมาคม มาตราท่ี 13
11) สมาชิกผูไดร ับเชิญใหมาเปน สักขพี ยานในการปฏิบตั ิใหเ ปนไปตามกฎเกณฑขอบังคับของจรรยาบรรณนี้
จะตองมาปรากฏตวั ตามคำเชญิ ยกเวนในกรณีที่มีเหตผุ ลเพยี งพอ จึงจะอนญุ าตใหขาดจากการมาเปน พยานได
12) ในการจดั เสนอบริการแกลกู จางหรือนายจา ง สมาชิกจกั ตอ งไมร ับคาตอบแทน หรือคานายหนาอื่นๆ ที่
เกีย่ วกบั บริการนั้นจากบคุ คลอ่นื ได นอกจากลูกคา หรือนายจา งของตนเทานนั้ เวนแตล ูกคาหรือนายจางจะยินยอมให
ทำเชน น้นั ได
13) สมาชิกจักตองไมใหคำรับรองถึงผลสำเร็จที่หวังบางประการแกลูกคาของตน ซึ่งสมาชิกไมสามารถจะ
ปฏิบัติใหเ ปนไปตามนนั้ ได
99