การเรยี นรขู้ องผเู้ รยี นทกุ คนจากสถานศกึ ษาทเ่ี ขา้ รว่ มโครงการ “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลาร”ู้ โดยคา่ ยทไี่ ดร้ บั ความสนใจ
มากท่สี ดุ 5 อนั ดบั คอื ค่ายศลิ ปะ คา่ ยจิตอาสาเพื่อพ่อ คา่ ยคณุ ธรรม คา่ ยทักษะชวี ิต และค่ายภาษาต่างประเทศ
3. จัดกิจกรรมเพ่ิมเวลารู้เชื่อมโยงกับตัวช้ีวัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 5 กลุ่มสาระ
การเรียนรู้ ได้แก่ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
และภาษาอังกฤษ
4. จัดตารางเรียนตามนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลารู”้ ในรูปแบบ Active Learning เช่อื มโยงสอดคล้อง
กับมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด กลุ่มสาระการเรยี นรู้
2) การลดปรมิ าณการบา้ น
นายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ได้
แสดงความห่วงใยกรณีท่ีมีครูส่วนหน่ึงให้การบ้านผู้เรียนเป็น
จ�ำนวนมาก และได้มอบให้กระทรวงศึกษาธิการหาแนวทาง
ลดการบ้าน ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
จึงได้ก�ำหนดแนวปฏิบัติการลดการบ้านของผู้เรียน เพื่อให้
สถานศกึ ษาสามารถนำ� ไปสกู่ ารปฏบิ ตั อิ ยา่ งเปน็ รปู ธรรม โดย
ก�ำหนดให้ครูแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้วางแผนการให้
การบ้านแบบบูรณาการร่วมกัน การบ้าน 1 ชิ้น สามารถ
เป็นกิจกรรม/เคร่ืองมือในการวัดและประเมินผลร่วมกันของ
หลายกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้ ค�ำนึงถึงความเหมาะสมกับวัย
ของผูเ้ รยี น ทง้ั จำ� นวนกล่มุ สาระการเรยี นรู้ ปรมิ าณของการบา้ น ระยะเวลาการส่งการบา้ น ความประหยดั และคมุ้ คา่
รวมทงั้ เครอื่ งมอื และอปุ กรณท์ ตี่ อ้ งใชใ้ นการทำ� การบา้ น และกำ� หนดกรอบเพอ่ื ใชเ้ ปน็ แนวทางในการดำ� เนนิ การ ไดแ้ ก่
1) ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 1-3 ใหท้ ำ� การบา้ นประมาณ 30 นาที ไมเ่ กนิ 1 ชวั่ โมง 2) ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4-6 ใหท้ ำ� การบา้ น
ประมาณ 1 ช่ัวโมง ไม่เกิน 1 ชว่ั โมง 30 นาที และ 3) ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 1-6 ใหท้ ำ� การบ้านไม่เกนิ 2 ชัว่ โมง
ผลการดำ� เนนิ งาน
1. สถานศึกษามีการด�ำเนินการวางแผนการจัด
กจิ กรรมการเรยี นรใู้ หค้ รอบคลมุ ถงึ การมอบการบา้ นใหผ้ เู้ รยี น
โดยเฉพาะครูท่ีสอนระดับช้ันเดียวกัน ต้องมีการวางแผน
รว่ มกนั จ�ำนวน 14,163 แหง่ คดิ เปน็ ร้อยละ 42.61
2. สถานศกึ ษามกี ารดำ� เนนิ การใหค้ รแู ตล่ ะกลมุ่ สาระ
การเรียนรู้ วางแผนการให้การบ้านแบบบูรณาการร่วมกัน
การบา้ น 1 ชนิ้ สามารถเปน็ กจิ กรรม/เครอื่ งมอื ในการวดั และ
ประเมนิ ผลรว่ มกนั ของหลายกลมุ่ สาระ การเรยี นรไู้ ด้ จำ� นวน
11,675 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 35.12 และด�ำเนินการโดยวิธีอ่ืนๆ เช่น บูรณาการในกลุ่มสาระการเรียนรู้เดียวกัน
และบรู ณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ เปน็ ต้น จ�ำนวน 1,492 แหง่ คิดเปน็ รอ้ ยละ 4.49
42 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
3) การลดการเรยี นพิเศษเสริมจากการเรียนในห้องเรียนปกติ
นายกรฐั มนตรี (พลเอก ประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา) ไดใ้ หค้ วามสำ� คญั กบั
การลดความเหล่อื มล้�ำทางการศกึ ษา ผู้เรยี นทุกคนสามารถเขา้ ถงึ เน้อื หา
สาระและแหลง่ เรยี นรทู้ ม่ี คี ณุ ภาพ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ผเู้ รยี นทกี่ ำ� ลงั เตรยี ม
สอบเขา้ มหาวทิ ยาลยั หรอื ผเู้ รยี นทตี่ อ้ งการเรยี นรเู้ พม่ิ เตมิ จากแหลง่ เรยี นรู้
ต่างๆ ภายนอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการได้ขอความร่วมมือไปยัง
ติวเตอร์และสถาบันกวดวิชาต่างๆ เพื่อสร้างบทเรียน ท่ีเหมาะสมกับ
การทดสอบ O-NET แลว้ พฒั นาแพลตฟอรม์ ใหส้ ามารถเขา้ ถงึ ไดง้ า่ ย ใชง้ าน
ไดง้ า่ ยในรปู แบบทผี่ เู้ รยี นสามารถใชง้ านไดง้ า่ ย ผา่ นเวบ็ ไซต์ www.tuifree.
com และแอปพลิเคชันท่ีเปิดให้ใช้งานได้ฟรีทั่วประเทศ เพื่อลดภาระ
คา่ ใชจ้ า่ ยของผปู้ กครองในการสง่ บตุ รหลานเขา้ ไปเรยี นในสถาบนั กวดวชิ า
ผลการด�ำเนนิ งาน
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานร่วมกับส�ำนักงาน
เขตพ้ืนท่ีการศึกษา ได้ด�ำเนินการสร้างความเข้าใจแก่สถานศึกษา
ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ติวฟรี (http://www.tewfree.com) ไปยัง
สถานศกึ ษาผ่านการประชุมผบู้ ริหารสถานศกึ ษา การจัดทำ� หนงั สือนำ� ส่ง
ไปยงั สถานศกึ ษาและชอ่ งทางออนไลนต์ า่ งๆเชน่ เวบ็ ไซตห์ ลกั ของสำ� นกั งาน
เขตพ้นื ทก่ี ารศึกษา แอปพลิเคชนั ไลน์ (Line) และเฟซบกุ๊ (Facebook)
เพ่ือส่งต่อให้สถานศึกษาน�ำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง
นอกจากนี้ยังพบว่า สถานศึกษาในสังกัดส่วนใหญ่ได้ประชาสัมพันธ์ให้
เขา้ ถงึ เวบ็ ไซตต์ วิ ฟรใี หแ้ กค่ รผู สู้ อน มกี ารวางแผน การสำ� รวจความตอ้ งการ
ของผเู้ รยี นในการเรยี นเสรมิ นอกหอ้ งเรยี น พรอ้ มมอบหมายใหค้ รปู ระจำ� ชน้ั
และครูแนะแนวเชิญชวนให้ผู้เรียนและผู้ปกครองรู้จักเว็บไซต์ติวฟรี
(http://www.tewfree.com)
จดุ เนน้ ท่ี 2 การประเมินผลคณุ ภาพการศกึ ษาทม่ี ีมาตรฐานเปน็ ที่ยอมรบั
การประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานถือเป็นกระบวนการตรวจสอบการจัดการศึกษาและการเพ่ิม
ประสิทธิภาพสถานศึกษา เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสถานศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัดจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ
ได้มาตรฐานตามที่ก�ำหนด ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่หลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพื้นฐานก�ำหนด และยังเป็นองค์ประกอบ/ตัวช้ีวัดท่ีส�ำคัญตามมาตรฐานการประกันคุณภาพ
การศึกษา ซึ่งความส�ำคัญของการประกันคุณภาพจะเห็นได้จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช
2542 มาตรา 47 ก�ำหนดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษา เพ่ือพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา
ในทุกระดับ และมาตรา 48 ให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษา
ภายในสถานศึกษา และให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหน่ึงของกระบวนการบริหารการศึกษา
ที่ต้องด�ำเนินการอย่างต่อเน่ือง โดยมีการจัดท�ำรายงานประจ�ำปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานที่เก่ียวข้อง
รายงานประจาํ ปี 2561 ส�ำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ 43
และเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อน�ำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา และเพื่อรองรับการประกัน
คุณภาพภายนอก หลักการส�ำคัญประการหน่ึงของการประกันคุณภาพการศึกษาก็คือ การแสดงความรับผิดชอบ
(Accountability)
ผลการด�ำเนนิ งาน
1. ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานด�ำเนินการเกี่ยวกับการประเมินผลคุณภาพการศึกษา
ท่ีมีมาตรฐานเป็นท่ียอมรับ โดยจัดท�ำคลังเคร่ืองมือที่มีมาตรฐานระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น และ
มรี ายงานผลการประเมินดว้ ยข้อสอบมาตรฐานกลาง ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2, 4-5 และช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1-2
โดยบุคลากรในส�ำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาและสถานศึกษาสามารถใช้เคร่ืองมือท่ีมีคุณภาพและได้มาตรฐาน
ตามหลกั สตู รในการประเมนิ และนำ� ผลการประเมนิ มาใชใ้ นการนเิ ทศ ตดิ ตาม และสนบั สนนุ กระบวนการจดั การเรยี น
การสอนของสถานศึกษาให้บรรลุมาตรฐาน ตัวช้ีวัดส�ำคัญในหลักสูตร รวมถึงมีคลังข้อสอบท่ีมีประสิทธิภาพ
และใช้วัดความสามารถของผเู้ รียนไดอ้ ยา่ งหลากหลาย ตรงตามตวั ชว้ี ัดและสอดคลอ้ งกับสภาพจรงิ มากที่สุด
2. สถานศึกษาตระหนักและมีการจัด
เตรียมเวลาและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้โดยใช้เครื่องมือการวัดและประเมินผล
มากขึ้น มีการวัดและประเมินผลผู้เรียนด้วย
เคร่ืองมือท่ีมีคุณภาพและได้มาตรฐาน ตาม
แนวปฏิบัติในการยกระดับคุณภาพผู้เรียนระดับ
การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน ในเรอ่ื งแนวปฏบิ ตั ใิ นการใช้
ข้อสอบกลางในการสอบปลายปีของผู้เรียน
ปกี ารศกึ ษา 2560 มแี ละพฒั นาเครอื่ งมอื ขอ้ สอบ
ท่ีมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน สามารถใช้ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างหลากหลาย
ตรงตามตัวช้ีวัด สะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างแท้จริง และสอดคล้องกับสภาพจริงมากที่สุด
มีการด�ำเนินการจัดสอบที่มีมาตรฐานกลางในการด�ำเนินการวัดผลประเมินผลของสถานศึกษาทุกแห่ง และมีระบบ
โปรแกรม SchoolMIS ใช้ในสถานศกึ ษาทกุ แห่ง จัดท�ำสารสนเทศเกีย่ วกับการวัดและประเมินผล เอกสารหลกั ฐาน
การศกึ ษาเปน็ ปจั จบุ นั
3. ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการวัดและประเมินผลในระดับ
ชน้ั เรยี นในทกุ ชนั้ เรยี น ไดร้ บั การพฒั นาและมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในการสรา้ งเครอื่ งมอื วดั และประเมนิ ผลทห่ี ลากหลาย
และนำ� ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพผูเ้ รยี น
4. ผู้เรียนมีความพร้อมในการประเมินผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน การทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียน
ระดบั ชาติ (NT) และการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาตขิ นั้ พน้ื ฐาน (O-NET) และการทดสอบจากขอ้ สอบมาตรฐาน
กลาง มีผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนทส่ี ูงขนึ้ และมีการคดิ วเิ คราะห์ คดิ สร้างสรรค์ คณุ ลักษณะและสมรรถนะเปน็ ไปตาม
หลักสตู ร
44 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
3. ด้านยทุ ธศาสตร์
ยุทธศาสตร์ที่ 1 ดา้ นการจัดการศกึ ษาเพ่อื ความมนั่ คง
กระทรวงศึกษาธิการก�ำหนดยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเพ่ือ
ความมั่นคงของชาติ โดยมีกลยุทธ์ คือ จัดการศึกษาเพ่ือเสริมสร้าง
ความมั่นคงสถาบันหลักของชาติ ยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาส
การเขา้ ถงึ การศกึ ษาและการสรา้ งอาชพี รวมถงึ การสรา้ งภมู คิ มุ้ กนั และพฒั นา
ทักษะชีวิตเพ่ือเสริมสร้างความม่ันคงของบุคคลชุมชนและสังคม โดยมี
เป้าหมายเพ่ือให้คนทุกช่วงวัยมีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดม่ัน
การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ และ
คนทกุ ชว่ งวยั ในเขตพฒั นาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพืน้ ท่ี
พเิ ศษไดร้ บั การศกึ ษาและเรยี นรอู้ ยา่ งมคี ณุ ภาพและไดร้ บั การศกึ ษา การดแู ล
และการปอ้ งกนั จากภัยคุกคามในชวี ิตรูปแบบใหม่ สำ� นักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานเปน็ หนว่ ยงานทร่ี บั ผดิ ชอบดา้ นการจดั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
มีความตระหนักและเห็นความส�ำคัญในการจัดการศึกษาเพื่อความม่ันคง
จึงได้จัดท�ำโครงการต่างๆ เพื่อน�ำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี
ผลการด�ำเนินงานทโ่ี ดดเด่นดังน้ี
1. ด้านการเสริมสร้างความม่ันคงของสถาบันหลัก และการปกครอง
ในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมขุ
โครงการพฒั นาการศกึ ษาในเขตพฒั นาพเิ ศษเฉพาะกจิ จงั หวดั ชายแดน
ภาคใต้
ความเปน็ มา
จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่ง
ผลกระทบต่อสภาพสงั คม เศรษฐกจิ และการเมืองของประเทศ รัฐบาลจงึ ได้
ดำ� เนนิ การประกาศใหจ้ งั หวดั ชายแดนภาคใต้ ประกอบดว้ ย จงั หวดั นราธวิ าส
จังหวดั ยะลา จังหวัดสตลู จงั หวดั ปัตตานี และ 4 อ�ำเภอของจังหวดั สงขลา
รายงานประจําปี 2561 สำ� นกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ 45
(อ�ำเภอจะนะ อ�ำเภอนาทวี อ�ำเภอสะบ้าย้อย และ
อ�ำเภอเทพา) เป็นพ้ืนที่พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัด
ชายแดนภาคใต้ และรัฐบาลก�ำหนดนโยบายการรักษา
ความมั่นคงของรัฐและการต่างประเทศ เพ่ือเร่งแก้ไข
ปัญหาการใช้ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ตามแนวทางยทุ ธศาสตรพ์ ระราชทาน“เขา้ ใจเขา้ ถงึ พฒั นา”
สำ� นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน กระทรวง
ศึกษาธิการ มีความตระหนักและเห็นความส�ำคัญ
จงึ ไดก้ ำ� หนดแนวทางการพฒั นาการศกึ ษาในพนื้ ทจี่ งั หวดั
ชายแดนภาคใตข้ นึ้ อยา่ งเปน็ รปู ธรรม ตามแผนปฏบิ ตั กิ าร
ประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 แผนงานพ้ืนฐาน
ดา้ นความมนั่ คง โครงการพนื้ ฐานเพอื่ การพฒั นาการศกึ ษา
ในเขตพฒั นาพเิ ศษเฉพาะกจิ จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ และ
แผนงานบูรณาการขับเคล่ือนการแก้ไขปัญหาจังหวัด
ชายแดนภาคใต้
ผลการด�ำเนินงาน
1. จ้างเหมาพนักงานรักษาความปลอดภัย
ในสถานศกึ ษา เพ่อื ดูแล รกั ษา ความปลอดภยั และเปน็
การสร้างขวัญและก�ำลังแก่ครูและสถานศึกษาในจงั หวดั
ชายแดนภาคใตท้ ุกแห่ง
2. พัฒนาสถานศึกษาที่มีศักยภาพในจังหวัด
ชายแดนภาคใตใ้ หม้ คี วามพรอ้ มในการจดั การศกึ ษา โดย
จดั สรรงบลงทุน รายการค่าทดี่ นิ และสิง่ กอ่ สรา้ ง จำ� นวน
73 แหง่ ปรบั ปรุงซอ่ มแซมอาคารเรยี น จ�ำนวน 428 แหง่
3. พัฒนาบ้านพักครู โดยจัดสรรงบประมาณ
งบลงทนุ รายการคา่ ทด่ี นิ และสงิ่ กอ่ สรา้ ง ทดแทนทชี่ ำ� รดุ
ทรดุ โทรม จ�ำนวน 1 แหง่ และปรบั ปรงุ ซอ่ มแซมบา้ นพักครู จำ� นวน 5 แห่ง
4. ส่งเสริมการจัดการเรยี นการสอนอสิ ลามศึกษาในสถานศึกษาของรฐั ในจงั หวัดชายแดนภาคใต้
5. เสรมิ สรา้ งศกั ยภาพผเู้ รยี นเพอ่ื ศกึ ษาตอ่ ระดบั อดุ มศกึ ษา (รนิ นำ้� ใจสนู่ อ้ งชาวใต)้ โดยจดั กจิ กรรมเสรมิ สรา้ ง
ศกั ยภาพผเู้ รยี น
6. จัดการแขง่ ขันกฬี านกั เรยี นชายแดนภาคใต้
แนวทางการพฒั นา
สง่ เสรมิ สนบั สนนุ การดำ� เนนิ งานตามโครงการอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง โดยเนน้ การมสี ว่ นรว่ มกบั ทกุ ภาคสว่ นทเี่ กยี่ วขอ้ ง
รวมถงึ การเบกิ จา่ ยงบประมาณ การตดิ ตาม ตรวจสอบการดำ� เนนิ การ และพฒั นากระบวนการทำ� งานใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ
ตอ่ ไป
46 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
2. ด้านการปลูกฝังผู้เรียนด้านคุณธรรม จริยธรรม
และค่านยิ มทพ่ี งึ ประสงค์
2.1 โครงการพัฒนาหลักสูตร กระบวนการ
เรียนการสอน การวัดประเมินผล กิจกรรมหลักส่งเสริม
คุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
และคา่ นิยมของชาติ (โรงเรยี นคณุ ธรรม สพฐ.)
ความเป็นมา
โ ค ร ง ก า ร โ ร ง เ รี ย น คุ ณ ธ ร ร ม เ ป ็ น โ ค ร ง ก า ร
เพอ่ื สบื สานศาสตร์พระราชา และเดนิ ตามรอยเบอ้ื งพระ
ยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช บรมนาถบพติ ร เรอ่ื งเอกลกั ษณข์ องชนชาตไิ ทย
เช่น การออ่ นนอ้ มถอ่ มตน การเป็นสภุ าพชน ความขยัน
หม่ันเพียร การซ่ือสัตย์สุจริต ซ่ึงเป็นคุณงามความดี
ของคนไทยท่ีบรรพชนไทยได้ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมา
รวมท้ังน้อมน�ำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
มาใช้เพ่ือมุ่งให้เกิดภูมิคุ้มกัน และมีการบริหารจัดการ
ความเส่ียงอย่างเหมาะสมให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน
และสนองพระบรมราโชบายดา้ นการศกึ ษาของพระบาท
สมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพ่ือสร้างเครือข่าย
ความรว่ มมอื ระหวา่ งกระทรวงศกึ ษาธกิ าร และหนว่ ยงาน
ต่างๆ ในการถ่ายทอดประสบการณ์องค์ความรู้ และ
พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ให้ผู้เรียน ครู บุคลากรทาง
การศึกษาและผู้บริหาร เพ่ือสร้างวัฒนธรรมคุณธรรม
ในสงั คมไทยอยา่ งแท้จริงสบื ไป
ผลการดำ� เนินงาน
1. โครงการสร้างคนดีให้บ้านเมือง (พัฒนาผู้เรียน) มีครูวิทยากรโครงงานคุณธรรมครบทุกสถานศึกษา โดย
รอ้ ยละ 35 ขยายผลโครงงานระดบั หอ้ งเรยี น และสำ� นกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาทกุ เขตพนื้ ทจี่ ดั คา่ ยยวุ ชนคนคณุ ธรรม
2. โครงการเสรมิ สรา้ งคณุ ธรรมแกผ่ บู้ รหิ าร ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษา พบวา่ มคี รุ ชุ นคนคณุ ธรรม ผบู้ รหิ าร
สถานศึกษา จ�ำนวน 90 คน ครู 270 คน มีนวัตกรรมด้านการบริหาร 90 ช้ินงาน ผลงานด้านการสอน จ�ำนวน
270 ผลงาน มีสปอตโฆษณาส่งเสริมคุณธรรมระดับประเทศ 18 เรื่อง และมีวิทยากรแกนน�ำเขตคุณธรรม
จำ� นวน 50 คน
3. โครงการสรา้ งความเข้มแขง็ ให้โรงเรยี นคุณธรรม โดยกำ� กับ นเิ ทศ ตดิ ตามอย่างทว่ั ถึงทกุ พ้ืนที่ วจิ ัยส่งเสริม
คุณธรรม สพฐ. 4 เรอื่ ง เขตคุณธรรม (องค์กรคุณธรรม) ตน้ แบบ จ�ำนวน 25 เขต
4. ส�ำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐานมีระบบฐานขอ้ มลู โครงการโรงเรยี นคณุ ธรรม ของสำ� นกั งาน
เขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาทั้ง 225 เขต
รายงานประจาํ ปี 2561 ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร 47
ศาสตรพ์ ระราชา ในหลวงรชั กาลที่ 9
พระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรชั กาลที่ 10
ยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 ดา้ นความมั่นคง
ยทุ ธศาสตรก์ ระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ยุทธศาสตร์ที่ 1 หลักสตู ร และกระบวนการเรียนรู้
5. ส� ำ นั ก ง า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ร ศึ ก ษ า สพฐ.
ข้ันพ้ืนฐานมีเครือข่ายด้านคุณธรรมท่ีเข้มแข็ง และมีเวที
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านคุณธรรม ส�ำนักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษา จ�ำนวน 225 เขต และสถานศึกษาในสังกัด
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานทุกแห่ง
ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา จ�ำนวน
400,000 คน ผู้เรียน จ�ำนวน 6,979,015 คน ได้รับ
การพฒั นาคุณธรรม จริยธรรมตามคุณธรรมอตั ลักษณ์
แนวทางการพฒั นา
น�ำผลการวิจัยการด�ำเนินโครงการโรงเรียน
คุณธรรม สพฐ. นวตั กรรม โมเดล ทไ่ี ดจ้ ากการทดลอง
นำ� รอ่ ง วจิ ยั นำ� สกู่ ารปฏิบตั อิ ยา่ งเปน็ ระบบ และพฒั นา
ต่อยอดอย่างต่อเนอ่ื ง
สพท. นกั เรยี น EMS
การขับเคลื่อน Express Moral Service
โครงการโรงเรยี นคณุ ธรรม สพฐ. มุ่งเน้นการ
ขบั เคลอื่ นโครงการตามแนวทางของมลู นธิ ิยวุ สถริ คณุ RT
ซึง่ มที า่ นองคมนตรี นายแพทย์เกษม วัฒนชยั
Roving Team
เปน็ ประธานกรรมการ
48 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
2.2 โครงการเสริมสรา้ งคุณธรรมจริยธรรมและธรรมาภิบาลในสถานศกึ ษา “ปอ้ งกันการทจุ ริต”
ความเปน็ มา
ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริต ก�ำหนดวิสัยทัศน์ว่า “ประเทศไทยใสสะอาด
ไทยท้งั ชาติต้านทุจริต (Zero tolerance & Clean Thailand)” มพี นั ธกจิ ในการสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต
ยกระดบั ธรรมาภบิ าลในการบรหิ ารจดั การทกุ ภาคสว่ นแบบบรู ณาการ และปฏริ ปู กระบวนการปอ้ งกนั และปราบปราม
การทุจริตทั้งระบบให้มีมาตรฐานสากล โดยมีเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ คือ ประเทศไทยได้รับการประเมินดัชนี
การรบั รกู้ ารทจุ ริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 50 โดยมีวัตถปุ ระสงคเ์ พ่ือสรา้ ง
สงั คมทีม่ ีพฤตกิ รรมรว่ มตา้ นการทุจริตในวงกวา้ ง และมีปจั จยั ความสำ� เร็จในการบรรลุวตั ถปุ ระสงค์ คอื ทุกภาคสว่ น
รว่ มสง่ เสรมิ การกลอ่ มเกลาทางสังคมและส่งเสริมการเรียนรูใ้ นทุกชว่ งวยั ตั้งแต่ปฐมวัย
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ในฐานะหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบงานการจัดการศึกษา
ขั้นพ้ืนฐานให้กับเยาวชนส่วนใหญ่ของประเทศ มีความตระหนักและเห็นความส�ำคัญของการเตรียมการด้าน
การปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ ในสถานศกึ ษา โดยดำ� เนนิ โครงการเสรมิ สรา้ งคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และธรรมาภบิ าล
ในสถานศึกษา “ป้องกันการทุจริต” (โครงการโรงเรียนสุจริต) เพ่ือวางรากฐานการปลูกจิตส�ำนึก ซึ่งเป็นกลไก
ในการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ ริตของประเทศชาติ
ผลการด�ำเนินงาน
1. ส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จ�ำนวน 255 เขต มีการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของส�ำนักงาน
เขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาแบบออนไลน์ (ITA online) และมผี ลการประเมินเฉลีย่ ร้อยละ 85.12
2. สถานศึกษาในสังกัดส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานใสสะอาดปราศจากคอร์รัปชัน จ�ำนวน
225 แหง่
3. ส�ำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษา จ�ำนวน 225 เขต มีการจดั ทำ� รายงานวเิ คราะห์ความเส่ียงในการปฏบิ ตั งิ าน
ท่ีอาจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนของหน่วยงานและมีแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของส�ำนักงาน
เขตพน้ื ทีก่ ารศึกษา
4. ผ้บู ริหารสถานศกึ ษา จ�ำนวน 80 คน ไดร้ ับการอบรมหลกั สตู รจติ วิทยาความมนั่ คง เพอ่ื ใหเ้ กดิ องคค์ วามรู้
ที่ส�ำคัญเก่ียวกับหลักธรรมาภิบาล หลักการบริหารและองค์ความรู้ท่ีจ�ำเป็นต่อการปฏิบัติงานในหน้าท่ีเชื่อมโยง
กับคุณลักษณะ 5 ประการของโรงเรียนสุจริต (ทักษะกระบวนการคิด มีวินัย ซื่อสัตย์สุจริต อยู่อย่างพอเพียง
จิตสาธารณะ) มุ่งเนน้ การพฒั นาบคุ ลกิ ภาพ และความมีวนิ ัย
แนวทางการพัฒนา
1. สร้างองค์ความรู้กับผู้รับผิดชอบโครงการโรงเรียนสุจริต และถอดบทเรียน เพื่อน�ำมาใช้เป็นแนวปฏิบัติ
ที่เปน็ เลศิ ในการด�ำเนนิ โครงการ
2. ขยายผลการน�ำหลักสตู รตา้ นทุจริต โดยให้สถานศกึ ษานำ� ไปบูรณาการจดั การเรียนการสอนมากขนึ้
3. พฒั นานวตั กรรมการประเมนิ คณุ ธรรมและความโปรง่ ใสในการดำ� เนนิ งานของสำ� นกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา
และสถานศึกษา (ITA Online) เพ่ือสร้างกลไกและกระบวนการป้องกันการทุจริตให้มีความเข้มแข็งและเท่าทัน
ตอ่ สถานการณก์ ารทจุ ริต
รายงานประจาํ ปี 2561 สำ� นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ 49
2.3 โครงการสภานักเรยี น
ความเป็นมา
การพฒั นาผเู้ รยี นใหม้ คี ณุ ภาพตามหลกั สตู ร รวมถงึ
การพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะสมรรถนะในการเรียนรู้
ท่ีสอดคล้องและเหมาะสมกับการเปล่ียนแปลงนั้น
มีการพัฒนาผู้เรียนหลากหลายรูปแบบเพ่ือให้ผู้เรียน
ได้เรียนรู้ร่วมกันมากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นการส่งเสริมให้
ผู้เรียนกล้าคิด กล้าแสดงออกและมีส่วนร่วมในการจัด
การศกึ ษา สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
เห็นความส�ำคัญในการมีส่วนร่วมของผู้เรียน จึงจัดให้มี
โครงการสภานักเรียน ประจ�ำปี 2561
ผลการดำ� เนินงาน
1. สถานศึกษาที่เข้าร่วมสัมมนาสภานักเรียน
ระดับประเทศ จ�ำนวน 75 แห่ง ประกอบด้วย ผู้เรียน
จ�ำนวน 75 คน และครูจำ� นวน 75 คน ไดร้ บั การส่งเสรมิ
และพัฒนาผ่านกิจกรรมสภานักเรียน เพ่ือการเรียนรู้
การด�ำรงชีวิตในสังคมตามหลักการกระจายอ�ำนาจ
การมสี ว่ นรว่ มการยอมรบั เคารพสทิ ธผิ อู้ นื่ รหู้ นา้ ท่ีโดยเนน้
ผู้เรียนเป็นส�ำคัญ และความตระหนักและส่งเสริม
ความเป็นไทยให้ผู้เรียนส�ำนึกในความเป็นชาติไทย และ
ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง และยงั เข้าใจถงึ
คา่ นยิ มรว่ มสากล เรอ่ื งหลกั การประชาธปิ ไตย การเคารพ
สทิ ธิมนษุ ยชน และคา่ นิยมเกยี่ วกบั สันติภาพ
2. ผลการแข่งขันโรงเรียนต้นแบบสภานักเรียน
มีสถานศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ท่ี
กำ� หนดไว้ จำ� นวน 42 แหง่ และผา่ นการแขง่ ขนั ตามเกณฑ์
จ�ำนวน 18 แหง่
2.4 โครงการลกู เสอื
ความเป็นมา
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
มีนโยบายในการพัฒนากิจการลูกเสือให้เป็นรูปธรรม
มากย่ิงขึ้น เน้นให้เกิดผลสัมฤทธิ์ท่ีดีต่องานลูกเสือ
ซงึ่ จะเปน็ ประโยชนต์ อ่ การพฒั นาผเู้ รยี นทสี่ ง่ ผลทางดา้ น
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของเยาวชนไทยในอนาคต
อีกท้ังพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551 ได้ก�ำหนด
50 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
บทบาท หน้าท่ีของส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาท่ีต้องให้การส่งเสริม สนับสนุนกิจการลูกเสือและเป็นหน่วยงาน
ทต่ี อ้ งจดั กจิ กรรมลกู เสอื ในวนั สำ� คญั ตา่ งๆ เชน่ วนั มหาธรี ราชเจา้ วนั สถาปนาลกู เสอื แหง่ ชาติ ตลอดจนการจดั กจิ กรรม
ให้แก่ลูกเสือ น�ำทักษะชีวิตมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่สาธารณชน และปลูกฝังจิตส�ำนึกในความจงรักภักดีต่อชาติ
ศาสนาและพระมหากษัตริย์ตลอดจนเสริมสร้างเด็กและเยาวชนให้มีคุณธรรม จริยธรรม มีความรับผิดชอบ และ
ชว่ ยสรา้ งสรรคส์ งั คมใหเ้ กดิ ความสามคั คแี ละความเจรญิ กา้ วหนา้ ทงั้ นเี้ พอ่ื ความสงบสขุ และความมน่ั คงของประเทศชาติ
ผลการด�ำเนนิ งาน
1. ผู้บริหารในส่วนกลาง ส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาและสถานศึกษา ได้ระดมความคิดเห็น แลกเปลี่ยน
ประสบการณ์ในการจัดกจิ กรรมลูกเสือ และวิธีการพฒั นากิจการลกู เสอื ในสถานศกึ ษา
2. ผอู้ ำ� นวยการฝกึ อบรมวชิ าผกู้ ำ� กบั ลกู เสอื ขนั้ ความรเู้ บอ้ื งตน้ (B.T.C.) และขนั้ ความรชู้ นั้ สงู (A.T.C.) ทำ� หนา้ ท่ี
วิทยากรให้การฝึกอบรมได้ทกุ ระดบั อย่างมีประสิทธิภาพและประสทิ ธิผล
3. ผกู้ ำ� กบั ลกู เสอื มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในระบบ วธิ กี ารหลกั สตู รลกู เสอื ตา้ นภยั ยาเสพตดิ สามารถนำ� ไปถา่ ยทอด
ให้กับผู้บังคับบัญชาลูกเสือในสถานศึกษา และร่วมกันวางแผนการอบรมลูกเสือ หลักสูตรลูกเสือต้านภัยยาเสพติด
และลูกเสือนำ� ไปใชป้ ระโยชนใ์ นการด�ำรงชวี ิตอยา่ งมคี ณุ ภาพ
4. ลกู เสอื เนตรนารี มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในเรื่องวิชาการจราจร รวมถงึ มที กั ษะการใชส้ ัญญาณมอื สญั ญาณ
นกหวีดในการปฏิบัติหน้าท่ีอ�ำนวยความปลอดภัยด้านการจราจรน�ำไปใช้ในชีวิตประจ�ำวันได้อย่างมีความสุขและ
ปลอดภัย และเป็นการฟื้นฟูกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี จราจรในการสถานศึกษา สามารถเป็นก�ำลังหลักช่วยเหลือ
ทางราชการได้
แนวทางการพฒั นา
1. แลกเปลย่ี นความรแู้ ละประสบการณ์ จากโรงเรยี นต้นแบบลกู เสือ
2. คดั เลือกโรงเรยี นต้นแบบลกู เสือของ สพฐ. เพื่อยกยอ่ งเชดิ ชเู กียรติ
รายงานประจาํ ปี 2561 สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร 51
3. ด้านการพฒั นาการจดั การศกึ ษาสถานศกึ ษาในเขตพื้นทพ่ี เิ ศษใหเ้ หมาะสมตามบรบิ ทของพื้นท่ี
โครงการพัฒนารปู แบบการจดั การศกึ ษาในเขตพัฒนาพเิ ศษในเขตชายแดนภาคใต้
ความเป็นมา
สืบเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบท่ีเกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้ังแต่ พ.ศ. 2547 จนถึงปัจจุบัน
สง่ ผลกระทบต่อสภาพทางสงั คม เศรษฐกจิ และการเมืองของประเทศ รฐั บาลจึงได้ก�ำหนดเป็นนโยบายสำ� คญั ขอ้ 2
การรักษาความมั่นคงของรัฐและการต่างประเทศ ข้อ 2.2 เร่งแก้ไขปัญหาการใช้ ความรุนแรงในจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ ตามแนวทางยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพ่ือด�ำเนินการแก้ไขปัญหาในพ้ืนท่ีจังหวัด
ชายแดนภาคใต้ทุกมิติ ซ่ึงเป็นเร่ืองที่มีลักษณะพิเศษและมีความละเอียดอ่อน โดยสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ
ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ยทุ ธศาสตร์ดา้ นความมั่นคง ข้อ 3 ป้องกันและแก้ไขความไม่สงบในจังหวดั ชายแดน
ภาคใต้เน้นเสริมสร้างกระบวนการสันติสุขและแนวทางสันติวิธี ขจัดความขัดแย้ง ลดความรุนแรง และแผนพัฒนา
เศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 12 ยทุ ธศาสตร์ท่ี 5 การเสรมิ สรา้ งความมัน่ คงแห่งชาติเพ่ือการพฒั นาประเทศ
สคู่ วามมงั่ คง่ั ย่ังยืน ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน ได้ตระหนักถงึ ความสำ� คัญดงั กล่าว จึงไดก้ ำ� หนด
แนวทางการพฒั นาการศกึ ษาในพน้ื ทจ่ี งั หวดั ชายแดนภาคใตข้ นึ้ อยา่ งเปน็ รปู ธรรม รวมทง้ั จดั ทำ� โครงการ กจิ กรรมตา่ งๆ
โดยด�ำเนินการในลักษณะบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานกระทรวงศึกษาธิการในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้
และหน่วยราชการอ่นื ตลอดจนภาคประชาสงั คมอยา่ งเป็นรปู ธรรม
ผลการดำ� เนนิ งาน
1. โครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัด
ชายแดนใต้
ด�ำเนินการโดยใช้กีฬาเป็นสื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา
เพ่ือค้นหาความสามารถตัวตนที่แท้จริงด้านกีฬาพร้อมกับพัฒนา
ศักยภาพของเยาวชน เพ่ือสนับสนุนความสนใจและความสามารถ
ด้านกีฬาของเด็กและเยาวชนให้สามารถควบคู่กับการศึกษาต่อไป
เพื่อตอบสนองทางเลือกในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ
และเป็นแบบอย่างของผู้เรียนที่มีวินัย ใช้ความรู้ความสามารถ
พยายามและต้ังใจพัฒนาศักยภาพของตนเองทั้งด้านการเรียน
และกีฬาเพ่ือกลับมาช่วยเหลือสังคมเป็นก�ำลังส�ำคัญของประเทศ
ปจั จุบนั มีสถานศึกษาในโครงการทง้ั หมด 12 แห่ง ไดแ้ ก่ โรงเรียน
เฉลมิ พระเกยี รตสิ มเดจ็ พระศรนี ครนิ ทร์ ยะลา จงั หวดั ยะลา โรงเรยี น
รอื เสาะชนปู ถมั ภ์ จงั หวดั นราธวิ าส โรงเรยี นมธั ยมสไุ หงปาดี จงั หวดั
นราธวิ าส โรงเรยี นโพธ์คิ รี รี าชศกึ ษา จงั หวัดปัตตานี โรงเรยี นนาทวี
วทิ ยาคม จงั หวดั สงขลา โรงเรยี นละงพู ทิ ยาคม จงั หวดั สตลู โรงเรยี น
เบตง “วรี ะราษฎร์ประสาน” จังหวัดยะลา โรงเรียนสวุ รรณไพบลู ย์
จังหวัดปัตตานี โรงเรียนบันนังสตาวิทยา จังหวัดยะลา โรงเรียน
ร่มเกล้า จังหวัดนราธิวาส โรงเรียนสวนพระยาวิทยา จังหวัด
นราธวิ าส และโรงเรยี นทงุ่ ยางแดงพทิ ยาคม จงั หวดั ปตั ตานี มผี เู้ รยี น
52 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
ในโครงการ จำ� นวน 1,436 คน ศึกษาอยูใ่ นระดับชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 1, 4, 5 และ 6 และกำ� ลังเข้าศึกษาตอ่ ในสถาบัน
การศกึ ษาของสำ� นกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษาและมหาวทิ ยาลยั ตา่ งๆ ทวั่ ประเทศ โดยเยาวชนเหลา่ นร้ี ฐั บาล
ไดส้ นับสนนุ ทุนการศึกษาในระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปลี ะ 40,000 บาท และในระดับปรญิ ญาตรีปีละ 55,000 บาท
2. โรงเรยี นประชารฐั จังหวดั ชายแดนภาคใต้
นายกรัฐมนตรีได้มีข้อส่ังการให้กระทรวงศึกษาธิการจัดท�ำโครงการ
ที่เปน็ ลักษณะโรงเรยี นประจ�ำโดยไมม่ คี า่ ใช้จา่ ย มที พี่ กั มอี าหารฟรี เพ่ือเปิด
โอกาสให้ครอบครัวผู้มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ที่อยู่ในทะเบียน
ผู้มีรายได้น้อยให้ได้รับสวัสดิการของรัฐและโอกาสทางการศึกษามากยิ่งขึ้น
และปีการศึกษา 2561 ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
ได้ด�ำเนินการจัดต้ังโรงเรียนพักนอน ภายใต้โครงการ “โรงเรียนประชารัฐ
จังหวัดชายแดนภาคใต้” เพื่อรองรับความต้องการของผู้เรียนท่ีครอบครัว
มรี ายไดน้ อ้ ยไมเ่ กนิ 30,000 บาทตอ่ ปี ในลกั ษณะโรงเรยี นประจำ� ใหค้ รอบคลมุ
พน้ื ทจี่ งั หวดั ชายแดนภาคใต้ คอื จงั หวดั ปตั ตานี จงั หวดั ยะลา จงั หวดั นราธวิ าส
และจงั หวัดสงขลาใน 4 อำ� เภอ (ประกอบดว้ ยอ�ำเภอจะนะ นาทวี เทพา และ
สะบา้ ยอ้ ย) รวมถงึ ผเู้ รยี นทถี่ กู ทอดทงิ้ ไมม่ ผี อู้ ปุ การะ และผเู้ รยี นทไี่ ดร้ บั ผลกระทบ
จากเหตุการณ์ความไม่สงบ โดยโครงการโรงเรียนประชารัฐจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ กำ� หนดให้ 1 อ�ำเภอใหม้ ีโรงเรยี นประจำ� ระดบั ประถมศกึ ษาจำ� นวน
1 โรงเรียน และระดับมธั ยมศึกษาจ�ำนวน 1 โรงเรยี น รวมทง้ั สน้ิ 64 โรงเรียน
โดยเดก็ กลมุ่ น้ีจะได้รับการดแู ลทัง้ เรอื่ งของทพ่ี ักนอน ความปลอดภยั อาหาร
ครบ 3 มอื้ อปุ กรณ์ทใ่ี ชพ้ ักอาศยั -ใช้ประกอบอาหาร ตลอดจนอุปกรณ์อ่ืนๆ
ตามความจ�ำเป็นพ้ืนฐานของวัยเรียน ขณะเดียวกัน โรงเรียนจะจัดครูคอย
ดแู ลสอนทง้ั ดา้ นวชิ าการ ทกั ษะชวี ติ และสง่ เสรมิ ใหฝ้ กึ อาชพี ตามแนวทางของ
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งดว้ ย
3. งานชมุ นมุ ลกู เสอื จงั หวัดชายแดนภาคใต้ คร้ังที่ 13
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานร่วมกับหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องได้จัดงานชุมนุมลูกเสือจังหวัด
ชายแดนภาคใต้ ครงั้ ท่ี 13 ณ สนามกฬี ากลาง จงั หวดั ปตั ตานี ภายใตค้ ำ� ขวญั “ลกู เสอื รวมพลงั ทำ� ความดี รรู้ กั สามคั คี
เทดิ ทูนสถาบนั เชือ่ มสัมพนั ธส์ ู่อาเซยี น” โดยมีนายกรฐั มนตรี (พลเอก ประยทุ ธ์ จันทรโ์ อชา) ให้เกยี รตเิ ดนิ ทางมา
เปน็ ประธานในพธิ ี นบั เปน็ ครงั้ แรกของจงั หวดั ปตั ตานที ไี่ ดเ้ ปน็ เจา้ ภาพจดั งานชมุ นมุ ลกู เสอื ทร่ี วมลกู เสอื จาก 5 จงั หวดั
ภาคใต้ (นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา และสตูล) ลูกเสือจากประเทศเพื่อนบ้าน และลูกเสือจากภูมิภาคต่างๆ
รายงานประจาํ ปี 2561 ส�ำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร 53
มากกว่า 4,000 คน โดยมีการบูรณาการงานรว่ มกันของทกุ หน่วยงาน
ไม่เฉพาะหน่วยงานการศึกษาหรือกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น ได้รับ
ความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นหรือกระทรวงต่างๆ อีกด้วย จังหวัด
ชายแดนภาคใต้เป็นพ้ืนท่ีมีอัตลักษณ์และบริบทไม่เหมือนภาคอื่น
นับเป็นโอกาสดีท่ีประเทศไทยได้มีโอกาสเผยแพร่วัฒนธรรมและ
อัตลักษณ์ของพนี่ อ้ งจงั หวดั ชายแดนภาคใต้สูส่ าธารณชน
4. การเรยี นการสอนภาษาไทยจังหวดั ชายแดนภาคใต้
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ได้บูรณาการ
การท�ำงานร่วมกับศูนย์พัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทยจังหวัด
ชายแดนภาคใต้ กระทรวงศึกษาธิการ (ส่วนหน้า) ในการแก้ไขปัญหา
การเรียนการสอนภาษาไทยของสถานศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
เพื่อมุ่งให้ “ผู้เรียนมีทักษะการพูด-ฟัง-อ่าน-เขียนท่ีดีข้ึน ใช้ใน
การแสวงหาความรวู้ ิชาอนื่ ๆ ที่มปี ระสิทธิภาพ เพือ่ ใหเ้ ด็กใช้ภาษาไทย
ในชนั้ เรยี นและสอ่ื สารในชวี ติ ประจำ� วนั ไดอ้ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง” ซงึ่ ในระยะแรก
มุ่งเนน้ ไปท่ีการแก้ไขปญั หาส�ำหรับผู้เรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 1 ตอ่ มา
ได้ขยายผลครอบคลุมถึงผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 โดยเน้นพัฒนา
ผู้เรียนให้มที กั ษะภาษาไทยครบทั้ง 4 ดา้ น คอื การพูด การฟัง การอา่ น และการเขียน รวมทั้งแยกแยะปัญหาต่างๆ
ใหช้ ดั เจน ใหส้ ถานศกึ ษาดำ� เนนิ การตดิ ตามผเู้ รยี นเปน็ รายบคุ คล โดยการนำ� แนวทางการจดั การเรยี นการสอนภาษาไทย
แบบ Active Learning ลงสู่สถานศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนภาษาไทย
มีคุณภาพท่ยี ง่ั ยนื ต่อไป
แนวทางการพัฒนา
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องควรเร่งด�ำเนินการเพื่อให้บรรลุผล
ตามยุทธศาสตร์การศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (พ.ศ. 2560-2579) ของกระทรวง
ศกึ ษาธกิ าร 6 ยทุ ธศาสตร์ ไดแ้ ก่ การศึกษาเพ่อื เสรมิ สรา้ งความม่นั คง การผลติ และพฒั นาก�ำลงั คนให้มสี มรรถนะ
ในการแขง่ ขนั การพัฒนาศกั ยภาพคนทกุ ช่วงวยั และการสร้างสังคมแหง่ การเรยี นรู้ การสรา้ งโอกาสความเสมอภาค
และเทา่ เทยี มกนั ทางการศกึ ษา การศกึ ษาเพอ่ื เสรมิ สรา้ งคณุ ภาพชวี ติ ทเี่ ปน็ มติ รกบั สงิ่ แวดลอ้ ม และการพฒั นาระบบ
การบรหิ ารจดั การศกึ ษา
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 2 ด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และส่งเสรมิ การจัดการศึกษาเพ่ือสร้างขีดความสามารถ
ในการแข่งขนั
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานเห็นความส�ำคัญในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และส่งเสริม
การจดั การศกึ ษาเพอื่ สรา้ งขดี ความสามารถในการแข่งขนั เพอ่ื พัฒนาผเู้ รียนให้มีความร้คู วามสามารถ มศี กั ยภาพใน
การเรยี นรสู้ อดคลอ้ งกบั การเปลยี่ นแปลงในอนาคต จงึ จดั ใหม้ โี ครงการ กจิ กรรมตา่ งๆ ทเี่ กย่ี วขอ้ ง ทงั้ ดา้ นวชิ าการ ทกั ษะ
ชวี ิต และทกั ษะอาชีพ เพ่ือขับเคล่ือนสู่การปฏิบตั ิอยา่ งเปน็ รูปธรรมโดยมีโครงการ กจิ กรรม และผลการดำ� เนินงาน
ทีโ่ ดดเดน่ ดงั น้ี
54 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
1. ดา้ นการเสรมิ สรา้ งความเขม้ แขง็ ในการพฒั นาผเู้ รยี นอยา่ งมคี ณุ ภาพดว้ ยการปรบั หลกั สตู รการวดั และประเมนิ ผล
ที่เหมาะสม
1.1 โครงการพฒั นาและส่งเสรมิ การใชห้ ลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน
ความเป็นมา
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 เปน็ หลักสูตรอิงมาตรฐาน (Standards-Based
Curriculum) มีมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เป็นตัวก�ำหนดคุณภาพผู้เรียนระดับ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาจะต้องน�ำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานไปใช้เป็นกรอบและแนวทาง
ในการจดั ทำ� หลกั สตู รสถานศกึ ษาและจดั การเรยี นการสอน เพอื่ พฒั นาเดก็ และเยาวชนไทยทกุ คน ในระดบั การศกึ ษา
ขั้นพ้ืนฐานให้มีคุณภาพด้านความรู้ คุณธรรมจริยธรรม และทักษะที่จ�ำเป็นส�ำหรับการด�ำรงชีวิตในสังคมท่ีมี
ความเป็นพลวัต และแสวงหาความรู้เพ่อื พฒั นาตนเองอย่างตอ่ เน่อื งตลอดชีวติ
ดงั นนั้ สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานจงึ ดำ� เนนิ การปรบั หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน
ให้มีความเป็นพลวัตและทันกับการเปลี่ยนแปลง และส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาและหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง
น�ำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานไปใช้เป็นกรอบและแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
เพอ่ื พฒั นาเดก็ และเยาวชนใหเ้ ปน็ มนษุ ยท์ สี่ มบรู ณใ์ นศตวรรษที่ 21 และสอดคลอ้ งกบั นโยบายรฐั บาลในการขบั เคลอ่ื น
ประเทศไทยใหเ้ ปน็ Thailand 4.0 ตามแผนยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี
ผลการด�ำเนินงาน
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ด�ำเนินการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 ในกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และสาระภมู ศิ าสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
ข้ึนใหม่เพ่ือทดแทนมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดเดิม รวมท้ังได้ด�ำเนินการสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่บุคลากร
ในสงั กดั ดว้ ยวธิ กี ารทหี่ ลากหลาย ไดแ้ ก่ การประชมุ ทางไกล (Conference) สรา้ งความเขา้ ใจแกบ่ คุ ลากรในสำ� นกั งาน
เขตพนื้ ทีก่ ารศึกษา และสถานศกึ ษาในสังกัด ในการน�ำมาตรฐานการเรยี นร้แู ละตัวชีว้ ัด (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
สู่การปฏิบัติ เพ่ือน�ำไปใช้เป็นกรอบในการวางแผนและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา และจัดการเรียนการสอน
เพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นมคี วามรคู้ วามสามารถ มที กั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 และทกั ษะทจี่ ำ� เปน็ สำ� หรบั การดำ� รงชวี ติ การศกึ ษาตอ่
การประกอบอาชีพ รวมท้ังมีเจตคติที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยมที่ดี มีคุณภาพและมาตรฐานทัดเทียม
นานาประเทศ ส่งผลให้ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานทุกคนได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานการเรียนรู้และ
ตัวชี้วัดของหลักสูตร
แนวทางการพัฒนา
1. พฒั นาหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานทงั้ ระบบ
2. การสร้างความเข้าใจในการใช้และการบริหารจดั การหลักสตู รดว้ ยวธิ กี ารที่หลากหลาย
3. การจดั ทำ� เอกสารประกอบหลกั สตู ร และแนวทางการนำ� หลกั สูตรสู่การปฏบิ ตั ิ
4. ศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพ่ือวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประมวลผลข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
รายงานประจาํ ปี 2561 ส�ำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ 55
1.2 โครงการเดก็ ไทยพูดอังกฤษได้ (English For All ประชารฐั )
ความเปน็ มา
ในระยะ 2 -3 ปที ผ่ี า่ นมานี้ ไดม้ รี ายงานผลการศกึ ษา
วิจัยถึงระดับความรู้ภาษาอังกฤษของเด็กไทย จาก
การรายงานดชั นคี วามสามารถดา้ นภาษาองั กฤษ (English
Proficiency Index) ของสถาบนั สอนภาษา Education
First (EF) ซงึ่ เปน็ สถาบนั สอนภาษาชนั้ นำ� ของโลก ปรากฏวา่
ความสามารถดา้ นภาษาของประเทศไทยอยใู่ นอนั ดบั ท่ี 42
จาก 44 ประเทศ ประเด็นปัญหาในเรอ่ื งน้ี ได้มีการวิพากษ์
วิจารณ์กันมากมายและหลากหลายระดับ ถึงมูลเหตุ
ของปัญหา แนวทางและวิธีการแก้ไข การปรับปรุงและ
พัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของประเทศไทย และมีความพยายามจัดการศึกษาเพ่ือยกระดับผลสัมฤทธ์ิ
ทางการศึกษา และส่งเสรมิ การจัดการเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ด้วย
วิธีการต่างๆ อย่างสม่�ำเสมอและต่อเนื่อง ประกอบกับนโยบายการยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษาของไทย
ตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความส�ำคัญและจ�ำเป็นเร่งด่วน ดังนั้น เพื่อยกระดับทักษะการใช้ภาษาอังกฤษและ
เปดิ โอกาสใหผ้ เู้ รยี นทขี่ าดโอกาสไดเ้ รยี นกบั ครชู าวตา่ งชาติ และลดความเหลอื่ มลำ้� ทางการศกึ ษา สำ� นกั งานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน จงึ ก�ำหนดใหด้ ำ� เนนิ การโครงการ English For all ประชารัฐ ในโรงเรยี นประถมศึกษาในระดบั
ช้นั อนบุ าลปีท่ี 1 ถงึ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 3
ผลการดำ� เนินงาน
1. การด�ำเนินงานโครงการเด็กไทยพูดอังกฤษได้
(English for All) เป็นการลดความเหลื่อมล้�ำและสร้าง
โอกาสทางการศกึ ษากบั ผเู้ รยี นในสถานศกึ ษาทด่ี อ้ ยโอกาส
ซ่ึงชุมชนรู้สึกประทับใจท่ีเด็กในชนบทได้มีโอกาสเรียนกับ
ครตู ่างชาติ
2. ผู้เรียนเกิดทักษะในการเรียนรู้และใช้ภาษา
อังกฤษ โดยสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมาก
ท่ีสุดในระดับช้ันอนุบาล ที่เด็กมีความแตกต่างตรงท่ีมี
ความกล้าคดิ กล้าพดู และกล้าสื่อสารกับชาวตา่ งชาติ รวมถึงกบั ครไู ทยด้วย
3. ครูผู้สอนในรายวิชาอื่นๆ เกิดความตระหนักในการใช้ภาษาอังกฤษ และได้มีการปรับการเรียนเปลี่ยน
การสอนมาเป็นการจัดการเรียนรู้ในแนว Active learning มากย่ิงข้ึน โดยครูชาวไทยเกิดความกระตือรือร้น
ในการเรยี นร้แู ละใช้ภาษาองั กฤษในหอ้ งเรียนเพ่ิมมากข้ึน
4. ผู้ปกครองและชุมชนมีทัศนคติที่ดี และเห็นความก้าวหน้าในการฝึกและพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษ
ของผเู้ รยี น เช่น การสนทนาค�ำง่ายๆ ประโยคพื้นฐานกับผ้ปู กครองท่ีบ้าน เปน็ ต้น
5. ครูชาวต่างชาติที่ไม่ใช่ Native Speaker มีความยืดหยุ่นในการร่วมกันท�ำงานกับครูไทยเป็นอย่างดี
มีความเสียสละ รว่ มกจิ กรรมนอกเวลางานอยา่ งมีความเต็มใจ ทำ� ให้บรรยากาศการร่วมงานกับครไู ทยเป็นไปดว้ ยดี
56 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
แนวทางการพฒั นา
ด�ำเนินการขยายผลการด�ำเนินงานตามโครงการโดยเพิ่ม
จ�ำนวนสถานศึกษาท่ีเข้าร่วมโครงการให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคเพ่ือ
เด็กไทยพูดอังกฤษได้ (English for all) โดยเน้นการจัดการเรียน
การสอนภาษาองั กฤษ เรม่ิ ต้นต้งั แต่ระดบั ช้ันอนุบาลปที ี่ 1 อนบุ าล
ปที ี่ 2 และประถมศกึ ษาปที ่ี 1
1.3 โครงการประเมินการอ่านออกและประเมินคุณภาพ
ผูเ้ รยี นดว้ ยข้อสอบมาตรฐานกลางของผ้เู รยี นตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
ความเปน็ มา
ก า ร ป ร ะ เ มิ น คุ ณ ภ า พ ก า ร ศึ ก ษ า ขั้ น พื้ น ฐ า น
ปกี ารศกึ ษา 2561 เปน็ การประเมนิ เพอ่ื พฒั นาการปรบั ปรงุ
การเรยี นการสอนของครู ซง่ึ ถอื เปน็ กระบวนการตรวจสอบ
การขบั เคลอื่ นนโยบายการศกึ ษาและการเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพ
สถานศกึ ษา สรา้ งความมนั่ ใจวา่ สถานศกึ ษาและหนว่ ยงาน
ต้นสังกัดจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพได้มาตรฐาน
ตามทก่ี ำ� หนด ผเู้ รยี นมคี วามรคู้ วามสามารถและคณุ ลกั ษณะ
อนั พงึ ประสงคต์ ามทห่ี ลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน
ก�ำหนด แสดงถึงความรับผิดชอบ (Accountability)
ของส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน เขตพ้ืนท่ีการศึกษา สถานศึกษา และหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง
เพอื่ ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ทจ่ี ะเปน็ ตวั บง่ ชถี้ งึ ผลสำ� เรจ็ ในการจดั การศกึ ษา กำ� หนดนโยบายและสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหส้ ถานศกึ ษา
พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาอย่างต่อเนอ่ื ง
ผลการด�ำเนนิ งาน
1. ส�ำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาทุกเขตได้รับข้อสอบมาตรฐานกลาง เพ่ือน�ำไปประเมินผู้เรียนในระดับ
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 2, 4-5 และชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1-2 ทัว่ ประเทศ ปกี ารศึกษา 2560
2. สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานไดส้ รา้ งและพฒั นาเครอ่ื งมอื มาตรฐานกลางระดบั ชนั้ ประถม
ศกึ ษาและระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ เพอื่ จัดท�ำคลงั ขอ้ สอบดงั น้ี
2.1 เคร่ืองมอื วดั ความสามารถด้านการอา่ น ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 1 จำ� นวน 3 ชุด
2.2 เคร่ืองมือวัดความสามารถด้านภาษา ด้านค�ำนวณ และด้านเหตุผล ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3
พร้อมจัดท�ำเกณฑก์ ารประเมิน ดา้ นละ 3 ชดุ
2.3 เครอื่ งมอื มาตรฐานวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นกลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์
และภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 2 กล่มุ สาระ การเรียนรลู้ ะ 3 ฉบับ
2.4 เครอ่ื งมอื มาตรฐานวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ)
ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 3 จำ� นวน 3 ฉบับ
รายงานประจําปี 2561 สำ� นักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร 57
2.5 เครอ่ื งมอื มาตรฐานวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นกลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์
และภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 กลุ่มสาระการเรียนรลู้ ะ 3 ฉบบั
2.6 เครอ่ื งมอื มาตรฐานวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นกลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์
และภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรูล้ ะ 3 ฉบับ
2.7 เครอ่ื งมอื มาตรฐานวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นกลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์
และภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6 กลุม่ สาระการเรยี นรลู้ ะ 3 ฉบบั
2.8 เครอื่ งมอื มาตรฐานวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นกลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์
และภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ละ 3 ฉบบั
2.9 เครอ่ื งมอื มาตรฐานวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นกลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์
และภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 กลมุ่ สาระการเรียนร้ลู ะ 3 ฉบับ
2.10 เครอื่ งมอื มาตรฐานวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นกลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์
และภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ละ 3 ฉบับ
แนวทางการพัฒนา
1. พัฒนาปรับปรุงและจัดท�ำแบบทดสอบวัดความสามารถด้านการอ่าน ระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1
ปีการศึกษา 2561
2. พัฒนาปรับปรุงและจัดท�ำแบบทดสอบวัดความสามารถด้านภาษา ด้านค�ำนวณ และด้านเหตุผล ระดับ
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 3 เพ่ือใชใ้ นการทดสอบความสามารถขัน้ พ้นื ฐานระดบั ชาตผิ เู้ รียน ระดบั ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 3
ปกี ารศกึ ษา 2561
3. สร้างและพัฒนาเครื่องมือมาตรฐานวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา
ตอนตน้ เพอื่ จดั ทำ� เป็นคลงั ข้อสอบใหบ้ รกิ ารแก่สำ� นักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษา สถานศึกษา และหน่วยงานที่เกีย่ วขอ้ ง
1.4 โครงการพัฒนาระบบและกลไกการบริหารจัดการคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเพ่ือการประกัน
คุณภาพการศกึ ษา
ความเป็นมา
ตามท่ีกฎกระทรวงฯ ก�ำหนดให้ระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา เป็นส่วนหนึ่งของการบริหาร
จดั การคณุ ภาพและมาตรฐานการศกึ ษา เพ่ือให้ผ้เู รียน ครู ผูบ้ ริหารสถานศึกษา สถานศึกษาและผ้มู สี ว่ นได้ส่วนเสีย
มีความมั่นใจเก่ียวกับการจัดการเรียนการสอนท่ีมีคุณภาพที่ได้มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาตามท่ีก�ำหนดไว้
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเห็นความส�ำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยการน�ำระบบ
ประกันคุณภาพภายในสถานศึกษามาใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกัน
ในการบรหิ ารจดั การคณุ ภาพและมาตรฐานการศกึ ษา และเพมิ่ ขดี ความสามารถใหแ้ กบ่ คุ ลากรทร่ี บั ผดิ ชอบงานประกนั
คณุ ภาพใหส้ ามารถปฏบิ ตั งิ านใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพและบรรลผุ ลตามทไี่ ดร้ บั มอบหมาย จงึ กำ� หนดใหส้ ถานศกึ ษาทกุ แหง่
นำ� ระบบประกันคณุ ภาพภายในสถานศกึ ษามาใช้เปน็ สว่ นหนึง่ ในกระบวนการพัฒนาการศึกษา
ผลการดำ� เนินงาน
1. สรา้ งความเขม้ แขง็ และบรู ณาการความรว่ มมอื เพอื่ เรยี นรรู้ ว่ มกนั พฒั นาระบบและกลไกการบรหิ ารจดั การ
คุณภาพและมาตรฐานการศกึ ษา
58 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
2. การเพิ่มขีดความสามารถและทักษะท่ีจ�ำเป็นเพื่อพัฒนาระบบและกลไกการบริหารจัดการคุณภาพ
และมาตรฐานการศึกษาให้แก่ทีมที่ปรึกษา IQA ประจ�ำภูมิภาค ท่ีเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการจากหน่วยงาน
สว่ นกลาง เขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา และผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาทบ่ี รหิ ารจดั การสถานศกึ ษาประสบความสำ� เรจ็ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง
จ�ำนวน 40 คน
3. ประสานแผนการบรู ณาการความรว่ มมอื เพอ่ื เรยี นรรู้ ว่ มกนั พฒั นาระบบและกลไกการบรหิ ารจดั การคณุ ภาพ
และมาตรฐานการศึกษาระดับเขตพ้ืนที่การศึกษาและสถานศึกษา ระหว่างหน่วยงานจากส่วนกลาง ส�ำนักงาน
เขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษา 40 เขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษากลมุ่ เปา้ หมาย และเครอื ขา่ ยสถานศกึ ษา 200 เครอื ขา่ ย พรอ้ มทง้ั ทปี่ รกึ ษา
IQA ประจำ� ภูมิภาค
4. การส่งเสริมสนับสนุนการด�ำเนินงานของคณะท�ำงานเครือข่ายความร่วมมือช่วยเหลือและก�ำกับติดตาม
การบริหารจัดการคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาระดับเขตพ้ืนที่การศึกษา โดยจัดสรรงบประมาณสนับสนุน
การดำ� เนินงานของคณะกรรมการเครอื ข่าย
5. การเสริมสร้างความเข้มแข็งระบบการบูรณาการความร่วมมือระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษาและระดับ
สถานศึกษาโดยจัดสรรงบประมาณสนับสนุน เพ่ือจัดกิจกรรมแลกเปล่ียนเรียนรู้ให้แก่สถานศึกษาภายในสังกัดและ
ภายในเครือขา่ ยสถานศึกษา 200 เครอื ขา่ ย
6. การพัฒนาระบบบริหารจัดการคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเชิงบูรณาการในลักษณะออนไลน์ของ
หน่วยงานทุกระดับ
7. สง่ เสรมิ สนบั สนนุ การใชป้ ระโยชนน์ วตั กรรมดา้ นการประกนั คณุ ภาพภายในสถานศกึ ษาสกู่ ารพฒั นาคณุ ภาพ
และมาตรฐานการศึกษา
แนวทางการพฒั นา
ส่งเสริม สนับสนุน ในสถานศึกษาน�ำระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาไปปรับใช้ให้มีความเหมาะสม
กับสภาพและบรบิ ทของพนื้ ท่ีและสามารถสะท้อนผลการศกึ ษาได้สอดคล้องกบั สภาพจรงิ มากย่งิ ขนึ้
1.5 โครงการทดสอบความสามารถพ้ืนฐานของผเู้ รยี นระดับชาติ (National Test : NT)
ความเป็นมา
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
โดยสำ� นกั ทดสอบทางการศกึ ษา เปน็ หนว่ ยงานทรี่ บั ผดิ ชอบ
การประเมินผู้เรียนระดับชาติ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 3
จากการสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนมาเป็นการสอบ
วดั สมรรถนะสำ� คญั ของผเู้ รยี นคอื ความสามารถดา้ นภาษา
(Literacy) ความสามารถด้านค�ำนวณ (Numeracy)
และความสามารถด้านเหตุผล (Reasoning Abilities)
โดยส�ำนักต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ด�ำเนินการพัฒนาและ
สนับสนุนส่งเสริมใหค้ รใู นสถานศกึ ษาทกุ แห่งพัฒนาการ
จัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคต่างๆ เพ่ือให้ผู้เรียนในทุกระดับชั้นสามารถอ่านออกเขียนได้ตามความสามารถของผู้เรียน
ที่จบในแตล่ ะชัน้ ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เรยี นที่จบชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 1 ตอ้ งอา่ นออกเขยี นได้ ซ่ึงปกี ารศึกษา 2560
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานได้ด�ำเนินการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ
รายงานประจําปี 2561 ส�ำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ 59
(National Test : NT) ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 3 และการประเมินความสามารถดา้ นการอ่านของนกั เรยี นชนั้ ประถม
ศึกษาปีที่ 1 ทกุ สังกดั
ผลการดำ� เนินงาน
ผลการทดสอบความสามารถพนื้ ฐานของผู้เรยี นระดับชาติ (National Test : NT) และผลการประเมนิ ความ
สามารถด้านการอ่านของผเู้ รยี น ปีการศกึ ษา 2560
เปรยี บเทยี บผลการทดสอบความสามารถพน้ื ฐานของผเู้ รยี นระดบั ชาติ (NT) ปกี ารศกึ ษา 2559 กบั ปกี ารศกึ ษา
2560 ของส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน
ชั้น ปกี ารศกึ ษา ด้านภาษา ด้านคำ�นวณ ด้านเหตุผล รวมทั้ง 3 ด้าน
2559 50.29 37.35 52.62 46.75
ป.3 2560 51.94 38.38 44.98 45.10
ผลตา่ ง 1.65 1.03 -7.64 -1.65
สรปุ ผล เพ่มิ ขึ้น เพิ่มขึ้น ลดลง ลดลง
การเปรียบเทยี บผลการทดสอบความสามารถพ้นื ฐานของผเู้ รยี นระดับชาติ (NT) ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
ระหว่างปกี ารศึกษา 2559 - 2560 ของสำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน
ระดับชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 3
60 ดา้ นคำ�นวณ ดา้ นเหตผุ ล รวมทง้ั 3 ดา้ น
50
40
30
20
10
0
ด้านภาษา
2559 2560
แนวทางการพัฒนา
น�ำผลการทดสอบไปวางแผนและพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาในภาพรวมของประเทศตอ่ ไป
60 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
2. ด้านการพัฒนาคณุ ภาพกระบวนการเรยี นรู้
2.1 โครงการการส่งเสริมนสิ ยั รกั การอา่ นและพฒั นาแหล่งเรียนรู้
ความเป็นมา
ประเทศไทยได้ประกาศวิสัยทัศน์ เพ่ือก�ำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศของรัฐบาล “มั่นคง ม่ังคั่ง ย่ังยืน”
เพ่ือพัฒนาทั้งด้านเสถียรภาพ ความสงบสุข เศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ด้านการใช้จ่าย จัดหางบประมาณเพ่ือพัฒนา
ประเทศไทยใหม้ ากขนึ้ รฐั บาลมนี โยบายดา้ นการศกึ ษา โดยสง่ เสรมิ การเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ และสรา้ งความรแู้ ละทกั ษะ
ใหม่ทส่ี ามารถประกอบอาชพี ได้อย่างหลากหลายรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ส� ำ นั ก ง า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ร ศึ ก ษ า
ขั้นพื้นฐาน ส่งเสริมการอ่านส�ำหรับประชากรใน
วัยเรียนระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน และพัฒนา
ห้องสมุดให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ส่งเสริม
สนับสนุนการจัดการเรียนการสอนตามกลุ่มสาระ
การเรียนรู้ การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง และ
มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้
ตลอดชีวิต ใช้การอ่านในการพัฒนาตนเอง
เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ การแก้ไขปัญหา
และเป็นพลเมืองท่ีมีความรับผิดชอบต่อสังคม
จงึ นำ� เอาแนวนโยบายมาเปน็ แนวทางในการจดั ทำ�
โครงการสง่ เสริมนิสัยรักการอ่าน
ผลการดำ� เนินงาน
1. สถานศกึ ษาในสงั กดั ทม่ี กี ารจดั กจิ กรรม
สง่ เสรมิ การอา่ น และพฒั นาหอ้ งสมดุ ตามแนวทาง
การดำ� เนนิ งานสง่ เสรมิ นสิ ยั รกั การอา่ นและพฒั นา
ห้องสมุดโรงเรียนของส�ำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาข้นั พน้ื ฐาน คิดเป็นร้อยละ 94.70 และ
86.07 ตามลำ� ดบั รวมทงั้ มีการจดั หอ้ งสมุดมีชวี ติ
ตามแนวทางการด�ำเนินงานท่ีก�ำหนด คิดเป็น
ร้อยละ 60.18 ของสถานศึกษาท่ีเขา้ ร่วมโครงการ
2. ผู้เรียนในสังกัดท่ีอ่านหนังสือ (ไม่รวม
หนังสือเรียน) เป็นไปตามเกณฑ์ที่ส�ำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานก�ำหนด
คิดเป็นรอ้ ยละ 81.21
รายงานประจําปี 2561 ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร 61
3. สำ� นกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาสว่ นใหญด่ ำ� เนนิ การโดยการสรา้ งการรบั รกู้ ารขบั เคลอื่ นการดำ� เนนิ โครงการ/
กจิ กรรม สง่ เสรมิ นสิ ยั รกั การอา่ นและการพฒั นาหอ้ งสมดุ มชี วี ติ แหลง่ การเรยี นรแู้ กผ่ บู้ รหิ ารสถานศกึ ษาในการประชมุ
ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด มีการส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาใช้กิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการพัฒนา
ห้องสมุดในการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องเป็นไปตามแนวทางการด�ำเนินงานที่ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขน้ั พน้ื ฐานกำ� หนด รวมทงั้ สง่ เสรมิ ใหส้ ถานศกึ ษามกี ารบรู ณาการกจิ กรรมสง่ เสรมิ นสิ ยั รกั การอา่ นในการจดั การเรยี น
การสอนภาษาไทยและทกุ กลุ่มสาระการเรียนรู้ เพ่อื แกป้ ญั หาการอ่านไม่ออก เขียนไมไ่ ด้ และพัฒนาทักษะการอา่ น
ของผู้เรียนเพื่อน�ำไปสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยมีตัวอย่างกิจกรรมท่ีสถานศึกษาในสังกัดส่วนใหญ่
ดำ� เนนิ การภายใตค้ วามพรอ้ มและบรบิ ทของสถานศกึ ษา เชน่ การเลา่ นทิ าน การประกวดเขยี นเรยี งความ การโตว้ าที
พ่ีชวนน้องอา่ น คลินกิ หมอภาษา หนุ่ มือสอื่ ภาษา ตะกร้าหนงั สือ เปน็ ตน้
แนวทางการพัฒนา
1. สง่ เสรมิ นสิ ยั รักการอ่านโดยจดั โครงการ/กจิ กรรมท่ีเก่ยี วข้องกับการเรียนรู้
2. พัฒนาหอ้ งสมดุ ให้เออ้ื ตอ่ การเปน็ แหล่งเรียนรู้ ง่ายต่อการสบื คน้ และครอบคลมุ
3. สนับสนุนส่ือการเรียนรู้ทั้งที่เป็นเอกสารและสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพ่ือให้ผู้เรียนสามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้
ได้มากข้ึน
2.2 โครงการแนะแนวเพื่อการศึกษาตอ่ และการมีงานทำ�
ความเป็นมา
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานมีนโยบายพัฒนาและเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชนใน
การเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพในการแขง่ ขนั โดยการพฒั นาผเู้ รยี นใหม้ คี วามรดู้ า้ นวชิ าการและทกั ษะอาชพี ผา่ นกระบวนการ
แนะแนวอาชีพและการศึกษาต่อ การจัดการเรียนการสอนและการเสริมทักษะห้องเรียนอาชีพการสร้างเสริม
ประสบการณ์อาชีพที่หลากหลายสอดคล้องกับความสนใจ ความถนัด ความชอบอาชีพของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียน
คน้ พบตนเองและสามารถกำ� หนดเปา้ หมายในการศกึ ษาตอ่ หรอื การประกอบอาชพี ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม เปน็ การเตรยี ม
ความพร้อมเข้าสโู่ ลกอาชพี และสามารถสรา้ งอาชพี ให้สอดคลอ้ งกับบรบิ ทในเขตพื้นท่จี ังหวัดของตนเองได้
62 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
ผลการดำ� เนินงาน
1. ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานมีแนวทางการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพ่ิมเติม การท�ำธุรกิจ
ออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ส�ำหรับผู้เรียน (Student E-Commerce) เพ่ือเผยแพร่แก่ส�ำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
สถานศึกษา และหนว่ ยงานท่ีเกี่ยวข้องกบั การจัดการศึกษา
2. มฐี านขอ้ มลู ศนู ยแ์ นะแนว ประกอบดว้ ยผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาและครแู นะแนวทร่ี บั ผดิ ชอบ ทง้ั โรงเรยี นประถม
ศึกษาและโรงเรียนมัธยมศกึ ษา เปน็ การขยายเครอื ข่ายครอบคลมุ ระดบั จงั หวดั ระดับภาค และระดบั ประเทศ
3. ส�ำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐานมนี วตั กรรมการแนะแนวอาชพี เพ่ือเป็นรปู แบบใหเ้ ขตพื้นที่
และสถานศึกษาน�ำไปเปน็ แนวทางเพือ่ พฒั นาและตอ่ ยอด
4. ผเู้ รยี นในสงั กดั รบั รเู้ สน้ ทางการประกอบอาชพี ในอนาคตผา่ นคลงั บทเรยี นเสรมิ ทกั ษะอาชพี (OBEC Career
Counseling Center) ทพ่ี ฒั นาโดยสำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน เพอื่ การคน้ พบตนเอง พฒั นาทกั ษะ
เพม่ิ ขีดความสามารถในการเขา้ สูเ่ สน้ ทางอาชพี ของผเู้ รียน
5. ผู้บริหารสถานศึกษา ครูแนะแนว และผู้เรียนในสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการเกิดการแลกเปล่ียนเรียนรู้
โดยการเขา้ ร่วมกิจกรรมในงานมหกรรม “ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรปู ประเทศ”
แนวทางการพฒั นา
1. สนับสนุนให้ส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ศูนย์แนะแนว สถานศึกษา ผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และ
สถานประกอบการ รว่ มมอื กนั เพื่อขบั เคล่อื นงานแนะแนวในเรื่องการศึกษาตอ่ และการมีงานทำ�
2. สนบั สนนุ งบประมาณในการดำ� เนนิ งานแกส่ ำ� นกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษา และศนู ยแ์ นะแนวประจำ� สำ� นกั งาน
เขตพืน้ ท่ีการศกึ ษา
3. นำ� นวตั กรรมทีไ่ ด้รับการคดั เลอื กมาเป็นต้นแบบในการพัฒนางานแนะแนวอาชีพ
2.3 โครงการพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นการสอนภาษาไทยใหน้ กั เรยี นอา่ นออกเขยี นได้ อา่ นคลอ่ งเขยี นคลอ่ ง
ความเปน็ มา
ภาษาไทยในฐานะภาษาประจำ� ชาติ ทคี่ นไทยทกุ คนตอ้ งรว่ มกนั อนรุ กั ษแ์ ละใชภ้ าษาไทยอยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม
คนไทยทุกคนต้องเรียนรู้เพ่ือการด�ำรงตนในสังคมและความเข้มแข็งของการเรียนรู้อ่ืนๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
ในขณะที่ ผลสัมฤทธ์ิการเรียนวิชาภาษาไทยของผู้เรียนส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับต่�ำกว่าเกณฑ์ มีผู้เรียนจ�ำนวนหน่ึง
ยงั อา่ นเขยี นไมไ่ ดต้ ามเกณฑม์ าตรฐานของหลกั สตู ร ประกอบกบั รฐั บาลมนี โยบายดา้ นการศกึ ษาและเรยี นรู้ โดยสรา้ ง
คณุ ภาพของคนไทยใหส้ ามารถเรยี นรู้ พฒั นาตนไดเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพ ประกอบอาชพี และดำ� รงชวี ติ โดยมคี วามใฝร่ แู้ ละ
ทักษะท่ีเหมาะสม ดังนั้นการพัฒนาการเรียนการสอน
ภาษาไทยในฐานะภาษาชาติ ต้องมุ่งให้เด็กและเยาวชน
ไทยรู้และเข้าใจการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องเหมาะสม
สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาตนเอง และ
การดำ� รงตนในสงั คมอยา่ งปกตสิ ขุ สำ� นกั งานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ
การเรียนการสอนภาษาไทยในสถานศึกษาทุกแห่ง
รายงานประจาํ ปี 2561 สำ� นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร 63
เพ่ือใหผ้ ้เู รยี นทกุ ระดบั ชน้ั อา่ นออกเขียนได้ อา่ นคล่อง เขยี นคล่อง สามารถใชภ้ าษาเพอื่ การส่อื สารได้อย่างเหมาะสม
ตามชว่ งวยั และยกระดบั ผลการทดสอบความสามารถพนื้ ฐานของผเู้ รยี นระดบั ชาติ (National Test : NT) ดา้ นภาษา
และการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาตขิ น้ั พนื้ ฐาน (Ordinary National Educational Test : O-NET) วชิ าภาษาไทย
ใหเ้ พม่ิ ขนึ้
ผลการด�ำเนินงาน
1. จัดท�ำเครื่องมือวัดและประเมินผลการฟัง
และการพูดของผู้เรียนในเขตพัฒนาเฉพาะกิจจังหวัด
ชายแดนภาคใต้
2. การประเมินผลความสามารถในการอ่านและ
การเขียนของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 และ
การรู้เรื่องการอ่าน (Reading Literacy) ตามแนวทาง
การประเมินผลผู้เรียนร่วมกับนานาชาติ PISA และ
การฟังและการพูดของผู้เรียนในเขตพัฒนาเฉพาะกิจ
จงั หวัดชายแดนภาคใต้
3. เผยแพร่หนังสือเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียน
การสอนภาษาไทย ไดแ้ ก่ บรรทัดฐานภาษาไทย เล่ม 5
ให้แก่สถานศึกษาทุกแห่ง และส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ี
การศกึ ษาทกุ เขต
4. พัฒนาทักษะการฟังและพูดภาษาไทย
เพอ่ื การสอ่ื สารสำ� หรบั ผใู้ หญบ่ นพน้ื ทส่ี งู ในพนื้ ทโ่ี ครงการ
พระราชดำ� ริ สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธิราชเจา้ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ในพ้ืนทชี่ ายแดน
ชายขอบภาคเหนือ
5. จัดทำ� โครงการรกั ษภ์ าษาไทย เนื่องในสปั ดาหว์ ันภาษาไทยแหง่ ชาติ
6. ครผู สู้ อนภาษาไทยโรงเรยี นในตำ� รวจตระเวนชายแดน และครผู เู้ สนอในสงั กดั สำ� นกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษา
ใน 4 ภมู ภิ าค ได้รับความรู้ ความเข้าใจ และเกิดทักษะในการจดั กจิ กรรมการเรียนร้เู พื่อพัฒนาการอ่านและการเขยี น
ภาษาไทยแก่ผู้เรยี นผ่านกิจกรรมการเรยี นร้เู ชิงรุก (Active Learning)
2.4 โครงการพฒั นานักเรยี นผมู้ ีความสามารถพเิ ศษดา้ นทัศนศิลป์ ดา้ นดนตรี และด้านนาฏศลิ ป์
ความเป็นมา
การจัดการศึกษาส�ำหรับผู้เรียนท่ีมีความสามารถพิเศษเป็นบทบาทหน้าที่ท่ีภาครัฐบาลให้ความส�ำคัญและ
ด�ำเนินการมาอย่างต่อเน่ือง โดยจัดการศึกษาส�ำหรับผู้มีความสามารถพิเศษที่ค�ำนึงถึงความสามารถของบุคคล
ทส่ี อดคลอ้ งกบั ความสนใจและความถนัดของผู้เรยี น โดยคำ� นงึ ถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล และได้ระบไุ ว้ชดั เจน
ในพระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแห่งชาติ พทุ ธศักราช 2542 และท่ีแกไ้ ขเพิ่มเติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2545 มาตรา 10
(วรรค 4) การจัดการศึกษาส�ำหรับบุคคลท่ีมีความสามารถพิเศษ ต้องจัดด้วยรูปแบบที่เหมาะสม โดยค�ำนึงถึง
ความสามารถของบคุ คลนั้น
64 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานตระหนักและเห็นความส�ำคัญจึงจัดท�ำโครงการพัฒนาผู้เรียน
ทม่ี คี วามสามารถพเิ ศษดา้ นทศั นศลิ ป์ ดา้ นดนตรี และดา้ นนาฏศลิ ป์ เพอ่ื เปน็ การตอบสนอง การพฒั นากำ� ลงั คนของชาติ
และยังถือเป็นส่วนหน่ึงของการจัดการศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรม อันจะเป็นการพัฒนาเยาวชนของชาติให้มี
ความสมบรู ณท์ ง้ั ด้านร่างกาย สตปิ ญั ญาและอารมณ์ และเป็นพลเมอื งท่มี ีคณุ ภาพตอ่ ไป
ผลการดำ� เนินงาน
ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษที่ผ่านการคัดเลือกสาขาทัศนศิลป์ จ�ำนวน 23 คน สาขาดนตรีไทย จ�ำนวน
14 คน สาขาดนตรีสากล จ�ำนวน 44 คน สาขานาฏศลิ ป์ จ�ำนวน 40 คน และผู้เรียนในโครงการห้องเรยี นดนตรี
จ�ำนวน 30 คน ได้รบั การพัฒนาทักษะจากผทู้ รงคณุ วุฒิในแต่ละสาขา ในการจัดกจิ กรรมดังกล่าวยังพบว่า ครู ผู้เรยี น
และวิทยากรมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรม เพราะเป็นการส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้เรียนท่ีมีความสามารถพิเศษ
ไดแ้ สดงออกตรงกับความสามารถอย่างแท้จริง
แนวทางการพฒั นา
1. ประชาสัมพนั ธ์ให้ผ้เู รียนทมี่ คี วามสามารถพเิ ศษในสถานศกึ ษาทราบอยา่ งทว่ั ถึง
2. ส่งเสรมิ สนับสนุน ใหผ้ ้เู รยี นทม่ี ีความสามารถพเิ ศษไดแ้ สดงออกมากขึ้น
3. สง่ เสรมิ ใหส้ ถานศกึ ษาทม่ี คี วามพรอ้ มเปดิ การเรยี นการสอนลกั ษณะหอ้ งเรยี นดนตรเี พอ่ื เตรยี มผเู้ รยี นเขา้ สู่
ระดับอดุ มศกึ ษา
2.5 โครงการพัฒนาการจดั การเรียนร้อู ิสลามศึกษา
ความเปน็ มา
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ก�ำหนดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ศาสนา ศีลธรรม
จริยธรรม ในสาระที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพ่ือให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้
อิสลามศึกษาให้แก่ผู้เรียนท่ีนับถือศาสนาอิสลามน�ำไปใช้เป็นแนวทางในชีวิตประจ�ำวัน และได้ประกาศใช้หลักสูตร
อิสลามศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (หลักสูตรอิสลามศึกษาแบบเข้ม)
ตามนโยบายจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการและอัตลักษณ์ของชุมชน ในการจัดการศึกษาวิชาสามัญ
ควบคศู่ าสนา เมอ่ื ผเู้ รยี นจบหลกั สตู รจะไดร้ บั วฒุ กิ ารศกึ ษาทง้ั ดา้ นสามญั และศาสนา ดงั นนั้ สำ� นกั งานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐานจึงไดด้ �ำเนนิ โครงการพัฒนาการจดั การเรยี นรู้อิสลามศึกษา
รายงานประจาํ ปี 2561 สำ� นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ 65
ผลการด�ำเนนิ งาน
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานมีข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูลระยะที่ 3 ของการวิจัย
คำ� พน้ื ฐานภาษาอาหรบั สำ� หรบั ผเู้ รยี นอสิ ลามศกึ ษา ระดบั อสิ ลามศกึ ษาตอนตน้ (อบิ ตดิ าอยี ะฮ)ฺ และไดร้ บั การสอบทาน
ยืนยันค�ำพ้ืนฐานภาษามลายูส�ำหรับผู้เรียนอิสลามศึกษาที่ได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญ รวมท้ัง
มขี อ้ มลู สารสนเทศจากการตดิ ตามและประเมนิ ผลการจดั การเรยี นรอู้ สิ ลามศกึ ษาในสถานศกึ ษาทจี่ ดั การเรยี นการสอน
วชิ าสามัญควบคศู่ าสนา (อิสลามศึกษาแบบเข้ม) เพ่อื ใช้ในการวางแผนพัฒนาคุณภาพผเู้ รียน
แนวทางการพัฒนา
1. วิจัยค�ำพน้ื ฐานภาษาอาหรับสำ� หรับผ้เู รียนอสิ ลามศกึ ษาระดับอิสลามศกึ ษาตอนต้น
2. ตดิ ตามและประเมนิ ผลการจดั การเรยี นรอู้ สิ ลามศกึ ษาในสถานศกึ ษาทว่ี ดั การเรยี นการสอนวชิ าสามญั ควบคู่
ศาสนา (อิสลามศกึ ษาแบบเข้ม)
2.6 โครงการเรง่ รดั พัฒนาคณุ ภาพผเู้ รยี นสกู่ ารยกระดับผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นคณติ ศาสตร์
ความเป็นมา
จากผลการประเมินด้านคณิตศาสตร์ของผู้เรียนในสังกัดส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพบว่า
ยังมีผลการประเมินอยู่ในระดับต�่ำกว่ามาตรฐาน ดังน้ันเพ่ือพัฒนาเยาวชนไทยให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีความรู้
และทกั ษะทจี่ ำ� เปน็ ตอ่ การดำ� รงชวี ติ ในโลกอนาคตอยา่ งมคี วามสขุ มคี วามสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ แกป้ ญั หา และ
ตดั สนิ ใจไดโ้ ดยใชเ้ หตผุ ล สามารถแสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเองไดอ้ ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง รเู้ ทา่ ทนั สงั คมทเี่ ปลยี่ นแปลงอยา่ งไมห่ ยดุ นงิ่
66 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
และสามารถแขง่ ขนั ไดบ้ นเวทโี ลก สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานจงึ ไดเ้ รง่ รดั พฒั นาความสามารถดา้ น
คณิตศาสตร์แกผ่ ูเ้ รยี น โดยเน้นกระบวนการแก้ปัญหา และพัฒนากระบวนการเรียนการสอนเพอ่ื เตรยี มพรอ้ มผูเ้ รียน
ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งและเพ่ิมศักยภาพความสามารถและทักษะแห่งอนาคตของ
ผเู้ รยี นส่คู วามทดั เทียมนานาชาติ
ผลการด�ำเนินงาน
สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานไดด้ ำ� เนนิ การเผยแพรแ่ ละอบรมออนไลน์ เทคนคิ การคดิ เลขเรว็
แบบอินเดีย (เวทคณิต) ท่ีได้รับการปรับปรุงและพัฒนา ที่มีเน้ือหาครบถ้วนถูกต้องสมบูรณ์ ส�ำหรับผู้เรียนระดับ
ประถมศึกษาและมธั ยมศกึ ษา
แนวทางการพัฒนา
ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียนคิดเลขได้เร็ว ถูกต้องตามหลักคณิตศาสตร์ พัฒนาผู้เรียนให้มีความคิดสร้างสรรค์
คดิ อยา่ งมเี หตผุ ล คดิ เปน็ ระบบ มแี บบแผน สามารถวเิ คราะหป์ ญั หาและแกป้ ญั หาไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง เหมาะสม มที กั ษะ
กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ มเี จตคตทิ ด่ี ตี อ่ คณติ ศาสตร์ และสามารถเชอื่ มโยงเนอ้ื หาหรอื หลกั การทางคณติ ศาสตร์
กบั ชวี ติ ประจำ� วันได้
2.7 โครงการพฒั นาการจดั การเรยี นรทู้ งั้ ระบบสกู่ ารยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นและการเตรยี มผเู้ รยี น
ให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21
ความเปน็ มา
สภาพของสงั คมและของโลกทเี่ ปลย่ี นแปลงไปอยา่ งรวดเรว็ กระบวนการจดั การเรยี นรตู้ อ้ งเปลยี่ นไป การเตรยี ม
ผเู้ รียนให้มีความรู้ มีทกั ษะ (Skills) ด้านต่างๆ ท่ีสอดคล้องและเหมาะสมจงึ เปน็ สงิ่ จำ� เปน็ ดังนนั้ การจดั การเรยี นรู้
การพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 การเตรียมครูและผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถ และทักษะท่ีส�ำคัญจึงเป็น
สง่ิ สำ� คญั สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานซง่ึ เปน็ หนว่ ยงานทร่ี บั ผดิ ชอบดา้ นคณุ ภาพการศกึ ษาโดยตรง
จึงได้จัดท�ำโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ท้ังระบบสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และการเตรียมผู้เรียน
ใหม้ ีความรู้และสมรรถนะท่ีสอดคลอ้ งกบั ศตวรรษท่ี 21
รายงานประจําปี 2561 สำ� นักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร 67
ผลการดำ� เนนิ งาน
สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานมวี ดี ทิ ศั น์
“การพัฒนาศักยภาพทางด้านคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษา
ปีท่ี 1 ถึงช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3” เพื่อเผยแพร่แก่ส�ำนักงาน
เขตพ้ืนที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัด น�ำไปใช้เป็น
แนวทางในการพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น
แนวทางการพัฒนา
สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหค้ รผู สู้ อนและผเู้ รยี นไดน้ ำ� สอื่ วดี ทิ ศั นท์ เี่ ปน็ เนอ้ื หาทย่ี ากและซบั ซอ้ นสำ� หรบั ผเู้ รยี นไปเปน็
แนวทางในการจดั การเรียนการสอน
2.8 โครงการพฒั นารปู แบบการปลกู ฝงั คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผเู้ รยี นดว้ ยกระบวนการจดั การเรยี นรู้
แบบบูรณาการเพ่อื พฒั นาสผู่ ูเ้ รยี นในศตวรรษท่ี 21
ความเป็นมา
การศึกษาคือเคร่ืองมือส�ำคัญที่สุดในการสร้างศักยภาพของชาติ ซึ่งคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและ
การพฒั นาทรพั ยากรมนษุ ย์ สภาปฏริ ปู แหง่ ชาติ ไดศ้ กึ ษาหาแนวทางการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการศกึ ษา สภาขบั เคลอ่ื น
การปฏริ ปู ประเทศ ไดพ้ จิ ารณาเพอ่ื กำ� หนดประเดน็ ขบั เคลอื่ นดา้ นการศกึ ษารว่ มกบั จดุ เนน้ การปฏริ ปู ตามยทุ ธศาสตร์
การปฏริ ปู ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 6 ดา้ น ประกอบกบั เปา้ หมายตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช
2560 มาตรา 54 เพอ่ื ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสดุ ต่อการปฏิรปู การศกึ ษาของชาติ โดยมีความมงุ่ หมายเพอื่ สรา้ งคนไทย
ให้มีวินัยเด่น เป็นงาน ชาญวิชา มีความเป็นพลเมืองดี มีวินัย มีความรู้ และทักษะท่ีจะประกอบสัมมาชีพได้ และ
มคี วามสามารถเชย่ี วชาญตามความถนดั ทจ่ี ะพฒั นาศกั ยภาพของ
ประเทศให้สามารถแข่งขันและเป็นผู้น�ำไประดับนานาชาติ
บนพ้นื ฐานของระบบเศรษฐกิจฐานความรูไ้ ด้
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานจึงได้
ด�ำเนินโครงการพัฒนารูปแบบการปลูกฝังคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ของผู้เรียนด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ
บูรณาการ เพ่ือพัฒนาสู่การประกอบอาชีพ และเพ่ือพัฒนา
ครูให้สามารถปลูกฝังเยาวชนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์
สอดคล้องกับการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ
ต่อไป
ผลการด�ำเนนิ งาน
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานได้สร้าง
ความเข้าใจในการใช้งบประมาณและการฝึกวิทยากรแกนน�ำ
เพ่ือขยายผลโครงการปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ
ผู้เรียนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
2560 ดว้ ยการจดั การเรยี นรแู้ บบบรู ณาการเพอ่ื พฒั นาสผู่ เู้ รยี น
68 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
ในศตวรรษท่ี 21 โดยพฒั นารปู แบบการปลกู ฝงั คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ของผู้เรยี นโรงเรียนแมข่ า่ ยจ�ำนวน 10 โรง
และโรงเรียนเครือข่าย และครูได้รับการพัฒนาให้เป็นวิทยากรแกนน�ำของโรงเรียนแม่ข่ายระดับประถมศึกษาและ
โรงเรยี นเครอื ขา่ ยระดบั มธั ยมศกึ ษา พรอ้ มทงั้ สง่ เสรมิ ใหส้ ถานศกึ ษามผี ลผลติ 1 โรงเรยี น 1 อาชพี และผเู้ รยี นมคี วามคดิ
สร้างสรรค์ในการพฒั นานวัตกรรมท่สี ง่ ผลต่อการประกอบอาชพี
2.9 สง่ เสริม สนับสนนุ พฒั นาการเรยี นการสอนปฐมวยั
ความเป็นมา
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานเป็น
หนว่ ยงานหนง่ึ ทร่ี บั ผดิ ชอบการจดั การศกึ ษาปฐมวยั มหี นา้ ทสี่ ง่ เสรมิ
สนับสนุน และพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัย โดยมุ่งส่งเสริม
สนบั สนนุ และพฒั นาสถานศกึ ษา ครแู ละศกึ ษานเิ ทศกท์ รี่ บั ผดิ ชอบ
การจัดการศึกษาปฐมวัยให้มีความเข้มแข็ง เพ่ือน�ำมาพัฒนา
เดก็ ปฐมวยั ใหม้ พี ฒั นาการทางดา้ นรา่ งกาย อารมณ-์ จติ ใจ สงั คม
และสตปิ ญั ญาได้เต็มตามศกั ยภาพ
ผลการดำ� เนนิ งาน
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานได้สร้างวิทยากร แกนน�ำ LN และ LT โดยกลุ่มเป้าหมาย
ในการพัฒนา คอื ศึกษานิเทศก์และครแู กนน�ำ เพอ่ื ทดแทนวิทยากรแกนนำ� ท่ีเกษียณอายุประจ�ำปกี ารศกึ ษา 2561
ส่งผลให้ผู้เข้ารับการพัฒนามีความรู้ความเข้าใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ส�ำหรับเด็กปฐมวัยได้อย่าง
มีประสทิ ธภิ าพ และนำ� ไปขยายผลสคู่ รปู ฐมวัยทเ่ี ขา้ ร่วมโครงการ
2.10 โครงการบ้านนกั วิทยาศาสตรน์ อ้ ยประเทศไทย
ความเป็นมา
มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถาบันส่งเสริมการสอน
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส�ำนกั งานพัฒนาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยแี ห่งชาติ องค์การพพิ ิธภณั ฑว์ ทิ ยาศาสตร์
แห่งชาติ กลุ่มบริษัท บี.กริม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และบริษัทนานมีบุ๊คส์ จ�ำกัด ได้ริเริ่มโครงการ
รายงานประจาํ ปี 2561 ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร 69
บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย เพ่ือปลูกฝังนิสัย
รักวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กปฐมวัย ซ่ึงเป็นโครงการที่มูลนิธิฯ
รว่ มมอื กบั มลู นธิ ิ Haus der kleinen Forscher ประเทศเยอรมนี
ในการจัดการเรียนรู้ให้แก่สถานศึกษาอนุบาลกว่า 15,100
แหง่ ผ่านผ้นู �ำเครอื ขา่ ยทอ้ งถน่ิ (Local Network) 220 กล่มุ
โดยเริ่มต้นจากครูในโรงเรียนเครือข่ายเข้ารับการอบรม
กระบวนการสอนวิทยาศาสตร์ส�ำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อให้
สามารถจัดการเรียนรู้ให้เด็กรู้จักคิด ต้ังค�ำถาม ส่ือสารความรู้
วิทยาศาสตรท์ ไ่ี ด้เรียนและทำ� งานเปน็ กลมุ่ ปจั จุบันโครงการบ้านนกั วิทยาศาสตร์น้อยได้ดำ� เนินโครงการมาเป็นเวลา
7 ปี พบว่า การจดั การเรียนรู้ตามแนวทางบ้านนักวทิ ยาศาสตร์นอ้ ย สามารถช่วยสง่ เสรมิ กระบวนการคดิ ให้กับเดก็
ได้เป็นอย่างดี และผลการด�ำเนินงานของโครงการปรากฏผลส�ำเร็จตามวัตถุประสงค์ทุกประการ และได้รับ
การสนับสนนุ จากองคก์ รทัง้ ภาครฐั และเอกชนเป็นอย่างดี
นอกจากน้ี การเรียนร้ตู ามแนวทางของโครงการบา้ นนักวทิ ยาศาสตรน์ อ้ ยยงั เป็นการสร้างกระบวนการเรยี นรู้
ร่วมกัน (Co-construction) การเรียนร้กู ระบวนการคดิ (Metacognition) และการเรยี นรูผ้ ่านโครงงาน (Project
approach) ซ่ึงจะสามารถช่วยส่งเสริมกระบวนการคิดให้กับผู้เรียนและพัฒนาคุณภาพการศึกษาในระดับประถม
ศกึ ษาไดด้ ี ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐานจึง
ได้ประสานความร่วมมือไปยังโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์
น้อยประเทศไทย และศูนย์พัฒนาโรงเรียนวิทยาศาสตร์
สพฐ. เพ่ือเป็นเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการในการน�ำ
กิจกรรมบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับประถมศึกษา
มาบูรณาการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนระดับประถมศึกษา
ท่ีสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระ
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
เพ่ือปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียน
ได้ฝกึ ปฏิบตั อิ ยา่ งจรงิ จงั
ผลการดำ� เนินงาน
1. สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานไดพ้ ฒั นาวทิ ยากรแกนนำ� เครอื ขา่ ยทอ้ งถน่ิ และครผู มู้ บี ทบาท
เป็นวิทยากรเครือข่ายท้องถ่ินบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ทดแทนวิทยากรแกนน�ำเครือข่ายท้องถิ่นและ
ครูผู้มีบทบาทเป็นวิทยากรเครือข่ายท้องถิ่นท่ีเกษียณ เพื่อเป็น
พีเ่ ลย้ี งในการจัดอบรมทางไกลเฉพาะด้านแก่สถานศกึ ษาทกุ รุ่น
ทีเ่ ข้ารว่ มโครงการ
2. ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
ได้พัฒนาหลักสูตรและส่ือชุดฝึกอบรมทางไกล และขยาย
สถานศกึ ษาเขา้ รว่ มโครงการบา้ นนกั วทิ ยาศาสตรน์ อ้ ย ประเทศไทย
รุน่ 8 จำ� นวน 2,000 แห่ง จ�ำแนกเปน็ สถานศกึ ษาท่วั ไป จ�ำนวน
1,000 แหง่ และโรงเรียนขนาดเล็ก จ�ำนวน 1,000 แห่ง
70 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
2.11 การจัดการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการศึกษาเพ่ือสมรรถนะผู้เรียน
ในศตวรรษที่ 21
ความเปน็ มา
การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา จ�ำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนการจัดการเรียนรู้เพ่ือให้เหมาะสม
กับสภาพของสงั คมที่เปลีย่ นแปลงไปอยา่ งรวดเร็ว ซึ่งการจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ต้องมที ักษะ (Skills) ดงั น้นั
การเตรยี มครูและผ้เู รียนใหม้ คี วามรู้ความสามารถ และทักษะทีส่ �ำคัญสำ� หรบั ศตวรรษท่ี 21 จงึ เปน็ สง่ิ ส�ำคัญจำ� เป็น
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานจ�ำเป็นต้องมี
การเตรยี มผเู้ รยี น และสรา้ งกระบวนการเรยี นรเู้ พอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมที กั ษะ
การเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 จากการปฏบิ ตั จิ รงิ รวมถงึ การสรา้ งสภาพ
แวดลอ้ มทเี่ ออ้ื ตอ่ การเรยี นรู้ (Supportive Learning Environment)
เพื่อให้พลเมืองสามารถแสวงหาความรู้และเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
อย่างตอ่ เนอื่ งตลอดชวี ติ
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานจัดให้
มกี ารพฒั นาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ผา่ นกจิ กรรมการประกวดและแขง่ ขนั ไดแ้ ก่ การประกวดผลงานสงิ่ ประดษิ ฐ์
การแขง่ ขนั หนุ่ ยนต์ และวทิ ยาศาสตรอ์ ากาศยาน (นกั บนิ นอ้ ย สพฐ.) เพอ่ื พฒั นาศกั ยภาพเดก็ และเยาวชนใหม้ สี มรรถนะ
ผเู้ รยี นตรงตามทกั ษะของคนในศตวรรษท่ี 21 มงุ่ ใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รยี นรู้
ผา่ นการลงมอื ทำ� เปน็ การเรยี นผา่ นการปฏบิ ตั ิ (Active Learning)
ผลการดำ� เนนิ งาน
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานได้ส่งเสริม
สนับสนุนผู้เรียนในระดับต่างๆ ให้เข้าร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์
นานาชาติ โดยมีการคัดเลือกและเตรียมความพร้อมผู้เรียนท่ีจะ
เข้ารว่ มการแขง่ ขัน เช่น การแขง่ ขันหนุ่ ยนตน์ านาชาติในรายการ
International Robotic Olympiad 2018 การแข่งขันหุ่นยนตน์ านาชาตใิ นรายการ Robotic Challenge China
2018 การแขง่ ขนั ห่นุ ยนตเ์ ดนิ ตามเสน้ (Line Tracing Robot 2018) ณ มหาวทิ ยาลัยศรปี ทุม การประกวดผลงาน
ส่งิ ประดิษฐใ์ นระดบั นานาชาติในงาน International Exhibition for Young Inventors 2018 เป็นตน้
แนวทางการพฒั นา
1. พัฒนาบุคลากรและสร้างความตระหนักด้านการน�ำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อพัฒนา
สมรรถนะผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21 รวมถึงส่งเสริมการจัดกิจกรรมกระตนุ้ ความสนใจและเยาวชนอยา่ งตอ่ เนื่อง
2. พัฒนาเน้ือหาการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี
และวิธีการสอนเทคโนโลยีของครูและบุคลากร
ทางการศกึ ษา รว่ มกบั ระดบั อดุ มศกึ ษาและอาชวี ศกึ ษา
3. พัฒนาระบบการจัดการความรู้และ
การถ่ายทอดความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
รวมถึงการสร้างเครือข่ายและการน�ำนวัตกรรมมาใช้
ในการจัดการเรยี นการสอน
รายงานประจําปี 2561 สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ 71
2.12 การพฒั นาผเู้ รียนผมู้ ีความสามารถพิเศษ
ความเปน็ มา
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานเห็นความส�ำคัญในการพัฒนาผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ
จึงก�ำหนดให้มีโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ ได้แก่ 1) โครงการห้องเรียน
พิเศษวิทยาศาสตร์ ซ่ึงเป็นความร่วมมือระหว่าง ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (สพฐ.) สำ� นักงาน
คณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ส�ำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสถาบัน
ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เพ่ือขยายฐานการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษ
ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ โดยใช้หลักสูตรการเรียนการสอนพิเศษแตกต่างจากเด็กปกติทั่วไป
ซ่ึงมีการพัฒนาและส่งเสริมกิจกรรมทางวิชาการเพ่ิมพิเศษ เช่น การเข้าค่ายวิทยาศาสตร์ ทัศนศึกษา ฝึกงานกับ
นกั วจิ ยั ทำ� โครงงานวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี พรอ้ มทง้ั ไดร้ บั การสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหไ้ ปนำ� เสนอผลงาน
ทางวชิ าการในระดบั จังหวัด ระดับภาคและระดับประเทศ 2) โครงการศนู ยโ์ รงเรยี นขยายผล สอวน. โดยสำ� นกั งาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์
ในพระอุปถมั ภส์ มเดจ็ พระเจา้ พ่ีนางเธอ เจ้าฟา้ กัลยาณวิ ัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (สอวน.) และสถาบนั
ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อน�ำกระบวนการพัฒนานักเรียนไทย
ใหป้ ระสบผลสำ� เรจ็ ในการแขง่ ขนั โอลมิ ปกิ วชิ าการมาขยายผลแกค่ รู เพอ่ื พฒั นามาตรฐานการศกึ ษาวทิ ยาศาสตรแ์ ละ
คณิตศาสตร์ให้ได้ระดับมาตรฐานสากล ตามพระราชด�ำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน
ราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี องค์ประธานมลู นิธิ สอวน.
ผลการด�ำเนินงาน
การพฒั นาผเู้ รยี นทม่ี คี วามสามารถพเิ ศษ ซงึ่ เรมิ่ มาตง้ั แตป่ กี ารศกึ ษา 2555 มผี ลการดำ� เนนิ งานเปน็ ทน่ี า่ พอใจ
มาก และบรรลุเป้าหมายตามแผนงานโครงการ ผู้เรียนท่ีเข้ารับการอบรมสามารถผ่านเกณฑ์การอบรมเป็นผู้แทน
ระดบั ชาตไิ ดท้ กุ ปี ผลการดำ� เนนิ งานดงั กลา่ ว มคี วามเชอื่ มนั่ วา่ ครใู นโรงเรยี นมธั ยมศกึ ษา สงั กดั สำ� นกั งานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน สามารถพัฒนาการจดั การเรียนการสอนทมี่ ีคุณภาพใกล้เคียงมาตรฐานสากล
แนวทางการพฒั นา
1. จัดอบรมครูและผู้เรียนโดยใช้หลักสูตรโอลิมปิกวิชาการเพื่อพัฒนาครูและผู้เรียนให้มีมาตรฐานเทียบเท่า
ระดบั สากล
72 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
2. การพัฒนาผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษด้าน
ต่างๆ เป็นโครงการที่ได้รับความสนใจจากผู้เรียนและ
ผู้ปกครอง รวมถึงการด�ำเนินงานตามโครงการ
เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษท่ี 21
ท่ีมุ่งเน้นพัฒนาพลเมืองโดยเฉพาะสาขาที่ขาดแคลน
คือ วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ตามยุทธศาสตร์
การแข่งขันของประเทศตามนโยบายของรัฐบาล ดังนั้น
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานควร
มีการด�ำเนินงานที่ครอบคลุมและต่อเน่ือง รวมถึง
การพฒั นารปู แบบการจดั การเรยี นการสอนทสี่ อดคลอ้ งกบั
การเรยี นรแู้ ละการเปลย่ี นแปลง
3. ดา้ นการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขนั
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานตระหนักและเห็นความส�ำคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้
ความสามารถ รวมถงึ การเตรยี มความพร้อมของผูเ้ รียนให้มีขีดความสามารถในการแขง่ ขัน จงึ กำ� หนดให้มีโครงการ/
กิจกรรมทเ่ี ก่ียวขอ้ งเพือ่ พัฒนาผู้เรียน ดงั น้ี
3.1 พฒั นากระบวนการจดั การเรียนรู้ด้านวทิ ยาศาสตร์ (สะเตม็ ศึกษา)
ความเป็นมา
สะเต็มศึกษา (STEM Education) คือ รูปแบบการจดั การเรียนรู้ท่ีม่งุ บรู ณาการวชิ า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
วศิ วกรรมศาสตร์ และคณติ ศาสตร์ เขา้ ดว้ ยกนั เพอ่ื พฒั นาเยาวชนไทยใหม้ คี วามรู้ และทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ โดยใช้
วทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ วศิ วกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี ในการแกไ้ ขปญั หาในชวี ติ ประจำ� วนั เนอื่ งจากในศตวรรษ
ท่ี 21 ทกุ คนจะต้องเรยี นรู้ตลอดชวี ิต คอื การเรียนรู้ 3R x 7C 3R คือ Reading (อ่านออก) (W) Riting (เขียนได้)
และ (A) Rithmetic (คดิ เลขเป็น) 7C ได้แก่ 1) Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะดา้ นการคดิ
อย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา) 2) Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรค์
และนวัตกรรม) 3) Cross-cultural Understanding (ทักษะด้านความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม
และความแตกต่างทางกระบวนทัศน)์ 4) Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะด้านความร่วมมือ
รายงานประจาํ ปี 2561 สำ� นักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร 73
การท�ำงานเป็นทีม และภาวะผู้น�ำ) 5) Communications, Information, and Media Literacy (ทักษะด้าน
การสอ่ื สารสารสนเทศ และรเู้ ทา่ ทนั สอื่ ) 6) Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยี
สารสนเทศ) 7) Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้)
จากการศึกษาและงานวจิ ัยพบวา่ ประเทศทปี่ ระชากรมีระดับพื้นฐานความรู้ STEM อยู่ในระดับสูง จะสง่ ผล
ให้ประเทศนั้นมีความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ดังน้ัน การพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ จงึ เปน็ รากฐานท่มี คี วามจ�ำเปน็ และส�ำคัญในการพัฒนาเศรษฐกจิ และ
สังคมของประเทศ
ผลการดำ� เนินงาน
1. อบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครูผู้สอนโครงการสื่อการสอนโปรแกรมม่ิงในโรงเรียน (Coding at School
powered by KidBright) จำ� นวน 8 ร่นุ ทง้ั หมด 900 คน
2. จัดสรรงบประมาณสนับสนุนให้กับโรงเรียน
ยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนแก่นนคร
วทิ ยาลัย จงั หวัดขอนแกน่ เพอ่ื จัดงาน STEM Festival
2018
3. ผู้บริหารและครูผู้สอน วิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ และศึกษานิเทศก์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
จำ� นวน 225 เขต ไดร้ บั การพฒั นาความรูแ้ ละความสามารถในการจัดการเรยี นรสู้ ะเต็มศกึ ษา (STEM Education)
สามารถผลติ ส่ือการเรยี นร้ทู ี่ใชใ้ นกจิ กรรมดา้ นการจดั การเรียนรสู้ ะเต็มศกึ ษา
แนวทางการพฒั นา
ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาให้ครอบคลุมและทั่วถึงและด�ำเนินการอย่างต่อเน่ือง
รวมถึงการส่งเสริมสนับสนุนสื่อการเรยี นการสอนและการจัดทำ� สื่อเพ่ือพฒั นาการเรียนรู้
3.2 โครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้สู่สากล : กิจกรรมพัฒนาความสามารถทางวิชาการผู้เรียนผ่าน
กระบวนการแข่งขนั ทางวิชาการระดบั นานาชาติ
ความเป็นมา
การศกึ ษาเปน็ พนื้ ฐานของการพฒั นาสงั คมมนษุ ย์
ประกอบกบั แตล่ ะสงั คมมคี วามแตกตา่ งและหลากหลาย
ทางวัฒนธรรม ซ่ึงการศึกษาในยุคโลกาภิวัตน์จ�ำเป็น
ต้องมีการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาหลากหลาย
รูปแบบ เชน่ เครือข่ายแลกเปลย่ี นเรียนรทู้ ้งั ภายในและ
ต่างประเทศ เพ่ือการพัฒนาคุณภาพสู่มาตรฐานสากล
ก ร ะ บ ว น ก า ร ศึ ก ษ า จึ ง เ ป ็ น ก ร ะ บ ว น ก า ร ส ่ ง เ ส ริ ม
ความรว่ มมอื ทางปญั ญาผา่ นเครอื ขา่ ยโครงการความรว่ มมอื
74 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
ต่างๆ ซ่ึงก่อให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างนานาประเทศในการพัฒนาจิตส�ำนึกยอมรับในความแตกต่างระหว่าง
วัฒนธรรม ดงั นั้น การจดั การเรยี นรู้ผ่านหลักสูตรและการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งชาญฉลาด เพือ่ เปดิ โลกทัศน์
ใหมๆ่ ใหแ้ ก่ผู้เรยี นจึงเป็นส่ิงจ�ำเปน็ ในยคุ ปจั จุบัน ในขณะทีส่ �ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ได้รับเชิญ
จากกระทรวงและหน่วยงานทางการศึกษาต่างประเทศ ในการคัดเลือกนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันทางวิชาการ
ระดบั นานาชาติ (โอลมิ ปกิ วชิ าการ) ดา้ นคณติ ศาสตรแ์ ละวทิ ยาศาสตร์ สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน
จึงได้ด�ำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้สู่สากลโดยบูรณาการกิจกรรมกระบวนการแข่งขันทางวิชาการ
ระดบั นานาชาตกิ ับการพัฒนาประสทิ ธภิ าพการเรยี นรูด้ ้านคณติ ศาสตรแ์ ละวิทยาศาสตร์ เปน็ การส่งเสรมิ วัฒนธรรม
การเรียนรู้ของผู้เรียน โดยใช้เวทีแข่งขันทางวิชาการท้ังในประเทศและต่างประเทศ เป็นแรงจูงใจและส่ือกลางสร้าง
แรงขับเคลื่อนในการพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนอย่างต่อเน่ือง ด้วยการพัฒนาเน้ือหาสาระคณิตศาสตร์และ
วิทยาศาสตร์ให้มีความทันสมัย และพัฒนาประสิทธิภาพครูผู้สอนสู่ความเป็นเลิศเพ่ือยกระดับคุณภาพสู่มาตรฐาน
สากลและยกระดับความสามารถของผู้เรียนให้กา้ วไกลสเู่ วทีโลก
ผลการดำ� เนินงาน
1. สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
น�ำทีมผู้แทนนักเรียนไทยไปแข่งขันทางวิชาการ ระดับ
นานาชาติ ประจ�ำปี พ.ศ. 2561 ดังน้ี
1.1 การแขง่ ขนั คณติ ศาสตรโ์ ลก ระดบั ประถม
ศกึ ษา : Po Leung Kuk Primary Mathematics World
Contest : PMWC 2018 ณ เขตปกครองพเิ ศษฮอ่ งกง
มปี ระเทศเขา้ รว่ มการแขง่ ขนั จำ� นวน 15 ประเทศ 40 ทมี
160 คน คอื ประเทศ จนี ไตห้ วนั ไทย บลั แกเรยี ฟลิ ปิ ปนิ ส์
มาเลเซยี มาเก๊า มองโกเลีย สหรฐั อเมรกิ า ออสเตรเลยี
อนิ โดนเี ซยี แอฟรกิ าใต้ สงิ คโปร์ เวียดนาม และฮ่องกง
โดยส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานส่ง
ผ้เู รียนเขา้ รว่ มแขง่ ขนั 16 คน (สำ� นกั งานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานคัดเลือกจ�ำนวน 3 ทมี 12 คน / ทีม
อสิ ระ (โรงเรียนอนุบาลสุธธี ร จงั หวดั นครปฐม) ประเทศ
เจา้ ภาพเชิญโดยตรง 1 ทีม จ�ำนวน 4 คน)
1.2 การแข่งขันคณิตศาสตร์ระหว่างประเทศ
ประจ�ำปี พ.ศ. 2561 (International Mathematics
Competition : BIMC 2018) ณ สาธารณรฐั บัลแกเรีย มีประเทศท่เี ขา้ รว่ มการแข่งขนั จ�ำนวน 29 ประเทศ 568 คน
(ระดบั ประถมศกึ ษา 71 ทมี จ�ำนวน 283 คน และระดบั มัธยมศึกษา 73 ทีม จำ� นวน 285 คน) คือ ออสเตรเลีย
บลั แกเรยี จนี กานา แคนาดา ฮ่องกง อหิ ร่าน อนิ เดยี อนิ โดนีเซีย คาซคั สถาน ลาว มองโกเลีย มาเกา๊ เมก็ ซิโก เนปาล
ฟิลิปปินส์ โรมาเนีย เลบานอน ศรีลังกา แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ ไซปรัส มาเลเซีย ทาจิกิสถาน ไต้หวัน เวียดนาม
อชุ เบกิสถาน เนเธอร์แลนด์ และไทย
1.3 การแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิก เอเชีย ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ 4 และระดับมัธยมศึกษา
ตอนปลายปีท่ี 5 : SOUTHEAST ASIAN MATHEMATICAL OLYMPIAD 2018 (SMO 2018) ณ เมืองจ้ินเจียง
รายงานประจาํ ปี 2561 สำ� นกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ 75
สาธารณรฐั ประชาชนจนี มปี ระเทศเขา้ ร่วมการแข่งขันจำ� นวน 5 ประเทศ รวมนักเรียน 1,226 คน คือ ประเทศจนี
(23 มณฑล) ฟลิ ิปปนิ ส์ มาเลเซยี อินโดนเี ซยี และไทย โดยมีนกั เรียนไทยเขา้ ร่วมแขง่ ขันระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ปที ่ี 4 จ�ำนวน 3 ทมี รวม 12 คน และระดับมัธยมศึกษาตอนปลายปที ี่ 5 จำ� นวน 9 คน รวมทั้งสิน้ 18 คน
1.4 การแขง่ ขนั คณติ ศาสตรแ์ ละวทิ ยาศาสตรโ์ อลมิ ปกิ ระหวา่ งประเทศ ระดบั ประถมศกึ ษา : International
Mathematics and Science Olympiad for Primary School 2018 (IMSO 2018) ณ สาธารณรฐั ประชาชนจนี
2. ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานด�ำเนินการอบรมเสริมประสบการณ์การเรียนรู้คณิตศาสตร์
และวิทยาศาสตร์ ระดบั ประถมศกึ ษา เพอ่ื ให้ผู้เข้าร่วมแข่งขนั มีความพร้อมในการแข่งขนั
แนวทางการพัฒนา
กจิ กรรมพฒั นาความสามารถทางวิชาการผู้เรยี นผา่ นกระบวนการแข่งขนั ทางวิชาการระดบั นานาชาติ
1. ดำ� เนนิ การจดั อบรมคา่ ยเสรมิ ประสบการณก์ ารเรยี นรคู้ ณติ ศาสตรร์ ะดบั ประถมศกึ ษาและระดบั มธั ยมศกึ ษา
วทิ ยาศาสตรร์ ะดบั ประถมศกึ ษา และเตรยี มความพรอ้ มกอ่ นเดนิ ทางไปแขง่ ขนั ทางวชิ าการ ระดบั นานาชาติ (โอลมิ ปกิ
วชิ าการ)
2. น�ำทีมตวั แทนนกั เรียนไทยไปแข่งขันทางวิชาการระดับนานาชาติ (โอลิมปิกวิชาการ)
3. ด�ำเนินการรวบรวมข้อมูลจากการแข่งขันทางวิชาการ เพื่อใช้ในการพัฒนากลุ่มนักเรียนท่ีไม่ได้รับ
การคดั เลอื กในรอบสาม โดยสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหส้ ำ� นกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาจดั กจิ กรรมพฒั นาอบรมเขม้ ทางวชิ าการ
และสรา้ งเจตคตใิ ห้นกั เรยี นเหน็ ความส�ำคัญและสนใจในการเปน็ นักวิทยาศาสตรแ์ ละนักคณติ ศาสตร์
4. วิจัยประเมินความสามารถผู้เรียนด้านคณิตศาสตร์ระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐานเทียบเคียงผู้เรียนระดับ
นานาชาติ
5. ต่อยอดพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้สู่ความเป็นเลิศ และพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีเน้น
ทักษะกระบวนการคิด
3.3 ยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอนและการประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน เพื่อยกระดับ
คณุ ภาพการศึกษาไทยโดยใช้องค์ความรูจ้ ากการเขา้ ร่วมโครงการ PISA
ความเป็นมา
ผลการประเมินนกั เรยี นระดับนานาชาติ (Programme for International Student Assessment : PISA)
เปน็ เครอ่ื งมอื ชว้ี ดั คณุ ภาพดา้ นการศกึ ษาของประเทศและสะทอ้ นใหเ้ หน็ ภาพรวมของการจดั การศกึ ษา ซงึ่ สง่ ผลกระทบ
ต่อการพัฒนาประเทศในภาพรวม โดยเฉพาะก�ำลังคน
(Human Capital) เป็นต้นทุนท่ีส�ำคัญและเช่ือมโยงไป
สู่ศักยภาพของการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศ
น้ันๆ ซึ่งประเทศไทยได้เข้าร่วมโครงการ PISA
อยา่ งตอ่ เนอื่ ง และผลการประเมนิ จากการเขา้ รว่ มโครงการ
PISA สะท้อนตรงกันว่ากระบวนการจัดกิจกรรม
การเรียนการสอนรวมถึงเคร่ืองมือ/ข้อสอบและวิธีการ
ที่ใช้ในการวัดและประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนของ
ประเทศไทยยงั มจี ดุ ออ่ นไมส่ ะทอ้ นกระบวนการแกป้ ญั หา
76 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
ตลอดจนทักษะที่จ�ำเป็นในการน�ำไปใช้ในการด�ำรงชีวิต จึงจ�ำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข อีกทั้งกระบวนการ/
เครื่องมือท่ีใช้ในการประเมินของ PISA จะมีการปรับเปลี่ยนไปในแต่ละคร้ัง ท้ังในด้านกรอบเน้ือหาท่ีเป็นกรอบ
การประเมนิ และวธิ กี ารประเมนิ ทใ่ี ชเ้ ครอื่ งคอมพวิ เตอรเ์ ปน็ เครอ่ื งมอื จงึ ตอ้ งพฒั นาเดก็ ไทยใหม้ ศี กั ยภาพและพรอ้ มรบั
การประเมนิ ได้อย่างทดั เทียมนานาชาตคิ รงั้ ตอ่ ไป
ผลการดำ� เนินงาน
1. ผู้บริหารระดับเขตพ้ืนที่การศึกษา จ�ำนวน
84 คน และผู้บริหารระดับสถานศกึ ษา จ�ำนวน 83 คน
มีความรู้ความเข้าใจโครงการประเมินผลผู้เรียนระดับ
นานาชาติ และเห็นความส�ำคัญของผลการสอบ PISA
ทม่ี ตี อ่ ภาพลักษณะของประเทศ และเตรียมความพรอ้ ม
ของผู้เรยี นรบั การประเมนิ PISA 2018
2. ศกึ ษานเิ ทศกผ์ รู้ บั ผดิ ชอบทงั้ 225 เขต มคี วามรู้
ความเขา้ ใจโครงการประเมนิ ผลนกั เรยี นระดบั นานาชาติ
และการนิเทศติดตามกระตุ้นให้สถานศึกษาด�ำเนินงาน
เตรยี มความพรอ้ มของผเู้ รยี นรบั การประเมนิ PISA 2018
อย่างตอ่ เนอ่ื ง
3. ครผู สู้ อนระดบั มธั ยมศกึ ษาจำ� นวน459คนในสถานศกึ ษาสงั กดั สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
มีความรู้ความเข้าใจโครงการประเมินผลผู้เรียนระดับนานาชาติ และใช้ความรู้เป็นแนวทางในการพัฒนาผู้เรียน
ด้วยความม่นั ใจ
4. พฒั นาแบบฝกึ ทกั ษะการแกป้ ญั หาตามแนวทางการประเมนิ ของ PISA สำ� หรบั สถานศกึ ษาทเ่ี ปดิ สอนระดบั
มธั ยมศึกษาทุกแห่ง นำ� ไปใช้เป็นสือ่ พัฒนาศักยภาพผู้เรียนตามแนวทางการประเมนิ ของ PISA
แนวทางการพฒั นา
1. พัฒนา ปรับปรุงระบบออนไลน์ข้อสอบ
วัดสมรรถนะของผู้เรียนให้สอดคล้องกับแนวทาง
การประเมนิ ผลผูเ้ รยี นระดบั นานาชาติ PISA 2021
2. พัฒนาและสร้างเครื่องมือตามแนวทางทาง
การประเมิน PISA 2021
3. พัฒนาและส่งเสริมศักยภาพครูผู้สอนด้าน
การสร้างเคร่ืองมือตามแนวทางทางการประเมิน PISA
2021
4. พัฒนาและส่งเสริมศักยภาพครูผู้สอนด้านการจัดการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาศักยภาพผู้เรียนตามแนวทาง
การประเมนิ PISA 2021
รายงานประจาํ ปี 2561 สำ� นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร 77
3.4 โครงการพัฒนาประเทศไทยเปน็ ศนู ย์กลางการศกึ ษาในภมู ิภาค (Education Hub)
ความเปน็ มา
การท่ีประเทศไทยจะพัฒนาตนเองให้เป็น
ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของอาเซียนนั้น จะต้องให้
ความส�ำคัญกับการพัฒนาคนให้มีคุณภาพด้วยการจัด
การศกึ ษา โดยการเตรยี มพฒั นาหลกั สตู รการศกึ ษา ควบคู่
กับการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถ่ินเพื่อพัฒนาศักยภาพ
การแข่งขันในอาเซียนและประชาคมโลก มุ่งเน้นพัฒนา
ครูและบุคลากรทางการศึกษา เสริมระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศที่เอ้ือต่อการศึกษา โดยการศึกษาจะต้อง
พัฒนาใน 3 ส่วน คอื 1) หลกั สตู รการศกึ ษาของไทย ตอ้ ง
พฒั นาใหส้ อดคลอ้ งกบั เออซี แี ละบรบิ ทของโลกทเี่ ปลย่ี นแปลงไป เนน้ การจดั การเรยี นการสอนทใี่ ชภ้ าษาองั กฤษและ
ภาษาต่างประเทศโดยเฉพาะภาษาเพ่อื นบ้านในประชาคมอาเซียน 2) บคุ ลากรทางการศกึ ษา คือครู อาจารย์ ผู้ให้
ความรู้ ตอ้ งเปน็ ครมู ืออาชพี มคี วามหลากหลายเชื้อชาติ เพื่อทจ่ี ะสามารถถ่ายทอดองคค์ วามรู้ ภาษา และวัฒนธรรม
ของแต่ละประเทศให้เยาวชนไทยได้ซึมซับ 3) สถานศึกษาต้องยกระดับพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ การจัด
การเรียนการสอน เพ่ือสร้างคนให้มีคุณภาพสามารถอยู่ในสังคมอาเซียนและสังคมโลกได้อย่างมีความสุข รวมถึง
สามารถรองรับนักเรียนต่างชาติจากประเทศเพอ่ื นบา้ น และทต่ี ดิ ตามผ้ปู กครองทเี่ ขา้ มาท�ำงานในประเทศไทย
ผลการดำ� เนินงาน
1. ผู้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อปฐมนิเทศการด�ำเนินกิจกรรมความร่วมมือแลกเปล่ียนทางวิชาการ
(MOU) ระหว่างครูออสเตรเลีย-ไทย ณ ประเทศไทย จ�ำนวน 60 คน มีความรู้ ความเข้าใจ และมีความพร้อม
ในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมทง้ั ในดา้ นความรทู้ ว่ั ไป ระบบการศกึ ษา และวฒั นธรรมของประเทศไทย และผเู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรม
ได้รว่ มกันก�ำหนดกรอบการศกึ ษาดูงาน การฝกึ ปฏบิ ตั ใิ นโรงเรียนประเทศไทย
2. คณะกรรมการบริหารงานโครงการพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาค (Education
Hub) ไดร้ บั ทราบปัญหา อุปสรรค ของสถานศกึ ษาในโครงการเพ่ือนำ� ไปสกู่ ารปรับปรงุ แก้ไข แนวทางในการพฒั นา
สถานศึกษาในโครงการพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาค (Education Hub) ให้มีมาตรฐาน
ในระดับนานาชาติ รวมถึงแนวทางในการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนด้านภาษาอังกฤษและภาษาอาเซียน และแนวทาง
ในการพัฒนาเครอื ข่ายความร่วมมือทัง้ ในและตา่ งประเทศ
แนวทางการพฒั นา
1. พัฒนาการด�ำเนินงานโครงการตามโปรแกรม
(โปรแกรมนานาชาติ โปรแกรมพหภุ าษา และโปรแกรม
วิทยาศาสตร-์ คณติ ศาสตรส์ องภาษา) ไมแ่ บ่งตามรุ่นท่ี 1
รนุ่ ที่ 2 หรอื รุ่นที่ 3 เพื่อยกระดบั การพัฒนาด้านตา่ งๆ
ของแต่ละโปรแกรมไปพร้อมกนั
78 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
2. เน้นการพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรให้มีแนวคิดในการบริหารจัดการ การจัดการเรียนการสอน
การจัดกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน และการพฒั นาหลักสตู รใหม้ คี วามเปน็ นานาชาตมิ ากข้ึน
3. พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ เพ่ือเป็นทางเลือกให้สถานศึกษาในโครงการได้มีเครือข่าย
ทางวชิ าการเพิม่ มากขึน้ และสามารถเลือกไดต้ รงกบั ความตอ้ งการของสถานศกึ ษา ผปู้ กครอง และผู้เรยี น
4. ด้านการส่งเสริมสนบั สนนุ การทำ� วจิ ัย และนำ� ผลการวิจยั ไปใชพ้ ฒั นาคุณภาพการจดั การศึกษา
ความเปน็ มา
สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานมหี นา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบจดั การศกึ ษาระดบั พนื้ ฐานตง้ั แตป่ ฐมวยั จนถงึ
มัธยมศึกษาตอนปลาย และส่งเสริมการจดั การศกึ ษาให้เดก็ และเยาวชนไดร้ บั โอกาสเข้าถึงการศึกษาอยา่ งมีคุณภาพ
โดยมีส�ำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษาเป็นศูนย์กลางการวิจัย รวมทั้งมีหน้าท่ีหลักในการพัฒนารูปแบบและ
นวตั กรรมในการจดั การศกึ ษา และดำ� เนนิ การนำ� รอ่ งนำ� นวตั กรรมสกู่ ารปฏบิ ตั ิ โดยใชก้ ารวจิ ยั เปน็ ฐาน และตระหนกั
ถงึ ความสำ� คัญของการวิจยั เพือ่ ขบั เคลื่อนคุณภาพการจดั การศกึ ษา เนน้ กระบวนการวจิ ัยเพอ่ื สรา้ งการเปลยี่ นแปลง
หอ้ งเรยี นและสถานศกึ ษาโดยเนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำ� คญั โดยสง่ เสรมิ ใหส้ ำ� นกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาและเครอื ขา่ ยโรงเรยี น
พฒั นาการจดั การศกึ ษาโดยใชว้ จิ ยั เปน็ ฐาน รวมทงั้ นำ� ผลการวจิ ยั ทสี่ ำ� เรจ็ แลว้ มาจดั ระบบสารสนเทศงานวจิ ยั เพอ่ื ให้
บคุ ลากรมีการแลกเปลย่ี นเรยี นรู้งานวจิ ัยและแบ่งปันกระบวนการพฒั นาและแก้ปัญหาการศกึ ษาของเดก็ ไทย
ผลการดำ� เนนิ งาน
1. ไดก้ รอบการวจิ ยั ตามแผนงานวจิ ยั และพฒั นานวตั กรรมของสำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
2. จดั สรรงบประมาณสนบั สนนุ การวจิ ยั แกส่ ถานศกึ ษากลมุ่ เปา้ หมาย โครงการวจิ ยั ตามแผนงานงานวจิ ยั และ
พัฒนานวัตกรรม สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน ปงี บประมาณ พ.ศ. 2561 จ�ำนวน 4 โครงการ
3. จัดสรรงบประมาณสนบั สนนุ ทนุ วิจัยแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา โครงการวจิ ยั และพัฒนานวัตกรรม
แลกเปา้ ส�ำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน จำ� นวน 99 ทุน
4. ร่วมลงพ้ืนท่ีเพ่ือศึกษาวิจัยระหว่างนักวิจัย ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนักวิจัย
สำ� นักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษา ณ สถานศึกษากลุ่มเปา้ หมายโครงการวจิ ยั ตามแผนงานงานวจิ ยั และพฒั นานวัตกรรม
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน ปงี บประมาณ พ.ศ. 2561
5. ผลจากการสังเคราะห์นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เพื่อผู้เรียนมีคุณลักษณะและทักษะของนักประดิษฐ์
คดิ เป็นร้อยละ 70
6. นักวิจัยของส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ได้รับทุนวิจัยได้รับการพัฒนาความสามารถ
ดา้ นการวจิ ยั ทสี่ อดคลอ้ งกบั นโยบาย สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน ปงี บประมาณ พ.ศ. 2561 จำ� นวน
99 โครงการ
7. ไดผ้ ลงานวจิ ยั เขา้ รว่ มแสดงภาคนทิ รรศการในงาน “มหกรรมงานวจิ ยั แหง่ ชาติ 2561 (Thailand Research
Expo 2018)” จำ� นวน 100 เรื่อง
จากผลการด�ำเนินงานตามแผนงานวิจัยพัฒนานวัตกรรมท�ำให้ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
ได้ความรู้ใหม่ นวัตกรรมและสารสนเทศจากผลงานวิจัยตามแนวทางส่งเสริมการวิจัยของส�ำนักงานคณะกรรมการ
รายงานประจาํ ปี 2561 สำ� นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร 79
การศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน ทำ� ใหค้ รูและบคุ ลากรทางการศึกษาในสถานศกึ ษา และส�ำนักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาสามารถ
พฒั นาคณุ ภาพสถานศกึ ษาและคณุ ภาพการเรยี นรู้ โดยใชก้ ระบวนการวจิ ยั ปฏบิ ตั กิ ารอยา่ งมสี ว่ นรว่ ม รวมทง้ั แกป้ ญั หา
ได้ตรงตามความตอ้ งการของสำ� นักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษา ระบบเครอื ข่ายพฒั นางานวิจัยและเพิ่มขดี ความสามารถ
ของสำ� นกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาในการยกระดบั องคค์ วามรู้โดยใช้การวิจยั เปน็ ฐาน
แนวทางการพฒั นา
1. ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพในการท�ำวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมให้กับบุคลากรในสังกัดทกุ ระดบั
ของสำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
2. สง่ เสรมิ สนับสนุนทุนวจิ ยั แก่ครูและบุคลากรทางการศกึ ษา ให้ครอบคลมุ ทกุ สำ� นักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษา
3. ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเครือข่ายนักวิจัยในพ้ืนท่ีให้สามารถใช้การวิจัยเป็นฐานในการพัฒนาคุณภาพ
การจัดการศึกษาของสถานศกึ ษา และส�ำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษา
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 3 ดา้ นการส่งเสริม พัฒนาครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานให้ความส�ำคัญกับการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
เนื่องจากครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นผู้มีความส�ำคัญในการขับเคล่ือนคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะการจัด
กจิ กรรมการเรยี นการสอน และการสง่ เสรมิ สนบั สนนุ การจดั การศกึ ษาเพอื่ พฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น ใหม้ คี วามรู้ มที กั ษะ
สมรรถนะ และคณุ ลกั ษณะตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน และทักษะทจี่ �ำเปน็ ในศตวรรษท่ี 21 จงึ ได้
จดั ทำ� โครงการกจิ กรรมเพอื่ พฒั นาดว้ ยรปู แบบและวธิ กี ารทหี่ ลากหลาย ใหค้ รแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา มศี กั ยภาพ
ในการขับเคล่ือนยกระดับคุณภาพการศึกษา รวมถึงส่งเสริม สนับสนุนผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์
ให้ได้รับการพัฒนาสมรรถนะทุกๆ ด้าน เพื่อให้การบริหารงานและปฏิบัติงาน มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
โดยมีผลการด�ำเนินงานโดดเดน่ ดงั นี้
1. ด้านพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้สามารถจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพในรูปแบบที่หลากหลาย
ได้แก่
1.1 โครงการพฒั นาครรู ปู แบบครบวงจรของสำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน ปงี บประมาณ
พ.ศ. 2561
ความเป็นมา
รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร นพ.ธรี ะเกยี รติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวว่า คุณภาพการศึกษาเกิดขึ้นได้
ทหี่ อ้ งเรยี น ตอ้ งพฒั นาครู ตอ้ งลดความเหลอ่ื มลำ้� ทางการศกึ ษา ครทู กุ คนตอ้ งไดร้ บั การพฒั นาตามทค่ี รเู ลอื กอยา่ งถกู ตอ้ ง
ตามบรบิ ทของสถานศกึ ษา เพอ่ื นำ� ไปสกู่ ารพฒั นาผเู้ รยี น ซงึ่ ปงี บประมาณ พ.ศ. 2561 สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษา
ขัน้ พื้นฐาน ไดด้ ำ� เนนิ การโครงการพฒั นาครูรปู แบบครบวงจรหรือคูปองครูต่อเน่อื งมาจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2560
โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในการพัฒนาครูทั่วประเทศพร้อมกันแบบตรงถึงครูมุ่งไป
ที่ห้องเรยี น ส่งถงึ ผู้เรียน และต่อยอดความรโู้ ดยมผี อู้ ำ� นวยการโรงเรยี นสรา้ งกลุ่มครทู เี่ ขม้ แขง็ ดว้ ยกระบวนการ PLC
(Professional Learning Community) โดยสำ� นักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน สนับสนนุ งบประมาณ
ให้กับครูทุกคนไม่เกิน 10,000 บาท/คน/ปีงบประมาณ ในรูปของการ shopping ความรู้ และเบิกค่าใช้จ่าย
ตามจรงิ ผา่ นระบบ E-Government ซงึ่ แบง่ การขบั เคลอ่ื นออกเปน็ 3 สว่ น คอื 1) สว่ นพน้ื ท่ี : บรู ณาการจากหอ้ งเรยี น
80 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
ผ่านครู ผู้อ�ำนวยการโรงเรียน และส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา 2) ส่วนกลาง : บริหารโครงการโดยส�ำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับส�ำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(ก.ค.ศ.) และส�ำนักงานเลขาธิการคุรสุ ภา (สถาบนั ครุ ุพฒั นา) และ 3) สว่ นสนบั สนนุ : หน่วยพฒั นาครูจากหน่วยงาน
ภายนอก ทงั้ รฐั บาล เอกชน มูลนิธิ สถาบนั การศึกษา ทีม่ คี วามพร้อมและมีมาตรฐานในการพัฒนาครู มีผ้เู ชีย่ วชาญ
ท่ีหลากหลายและวทิ ยากรระดบั ประเทศ ร่วมกนั ขบั เคล่อื นตดิ ตามผลการพฒั นาครไู ปถึงหอ้ งเรียน
ผลการดำ� เนนิ งาน
1. การดำ� เนนิ โครงการพฒั นาครูรปู แบบครบวงจร ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2561 มีครูทลี่ งทะเบียนในระบบ
จำ� นวน 355,954 คน มคี รทู ลี่ งทะเบยี นเลอื กหลกั สตู รสำ� เรจ็ จำ� นวน 279,230 คน จาก 1,207 หลกั สตู ร สง่ ผลสผู่ เู้ รยี น
จำ� นวนประมาณ 5,575,080 คน
2. หลกั สตู รที่ไดร้ บั ความพงึ พอใจสงู สุดจากครูท่ีเขา้ รับการอบรม 3 ล�ำดบั แรก คือ ค่ายครูมอื อาชพี Active
learning เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยระดับประถมศึกษา การอบรม
เชงิ ปฏบิ ตั กิ าร 21st Century Skills เทคนคิ การสอน ทกั ษะการเคลอ่ื นไหว เบอ้ื งตน้ ระดบั การจดั การศกึ ษา และการจดั
กิจกรรมสง่ เสรมิ การเรยี นร้บู รู ณาการตามแนวจติ ศึกษา (Mind Learning) ส�ำหรบั ครปู ระถมศกึ ษา
แนวทางการพัฒนา
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน มีบทบาทหน้าท่ีในการรับหลักสูตรท่ีผ่านการรับรอง
จากสถาบันคุรุพัฒนามาประเมินความเหมาะสมใน 2 ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการและด้านความเหมาะสม
ของค่าลงทะเบียนหลักสูตรอบรม อีกท้ังด�ำเนินการจัดท�ำระบบลงทะเบียนหลักสูตรผ่านเว็บไซต์ http://training.
obec.go.th หลังจากน้ันจึงด�ำเนินการประเมินและติดตาม
ผลการดำ� เนนิ งานของโครงการ ทงั้ ในรปู แบบการตง้ั คณะกรรมการ
ติดตามผลจากส่วนกลางและการติดตามผลโดยส�ำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษา ประกอบกับข้าราชการครูประเมิน
ความพงึ พอใจหลักสูตรผา่ นระบบลงทะเบียน และมีการติดตาม
ผลการน�ำส่ิงท่ีได้รับจากการอบรมไปใช้ในการจัดการเรียนรู้
โดยผูอ้ ำ� นวยการโรงเรยี น
1.2 The Leader in Me (ผ้นู ำ� ในตัวฉนั )
ความเป็นมา
หลักสูตร “ผู้น�ำในตัวฉัน” มุ่งเน้นการพัฒนาภาวะผู้น�ำ
ให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อสร้าง
บคุ ลากรใหม้ คี ณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยมรี ปู แบบการพฒั นา
จากภายในสู่ภายนอก ด้วยการสร้างทัศนคติแบบโปรแอคทีฟ
ซึ่งการด�ำเนินงานตามโครงการมีวัตถุประสงค์ (1) เพ่ือเสริม
สรา้ งวสิ ยั ทศั นใ์ หก้ บั ครใู นการขบั เคลอ่ื นโรงเรยี นแหง่ ผนู้ ำ� เขา้ ใจ
ความส�ำคัญและความต้องการของการสร้างทักษะชีวิตที่จ�ำเป็น
(2) การสร้างกรอบความคิดในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเน่ือง
และนำ� ทกั ษะความรู้ และเครอ่ื งมอื มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นกระบวนการ
รายงานประจาํ ปี 2561 สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร 81
PLC (3) เพื่อพัฒนาศักยภาพครูให้มีประสิทธิผล และเพ่ิมพูน
ทักษะทัศนคติท่ีดี มีคุณธรรม จริยธรรม และประพฤติปฏิบัติ
ตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพครู เป็นท่ียอมรับของสังคม
และ (4) เพ่อื ใหค้ รูสามารถน�ำทักษะการใช้เครื่องมอื ในหลักสตู ร
“ผู้น�ำในตัวฉัน” มาใช้ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะชีวิต
ที่จำ� เป็นในศตวรรษที่ 21
ผลการด�ำเนนิ งาน
ผู้บริหารสถานศึกษาและครูท่ีเข้ารับการอบรมจ�ำนวน 290 คน จ�ำแนกเป็น ผู้อ�ำนวยการสถานศึกษา
จ�ำนวน 27 คน และครูจำ� นวน 263 คน มคี วามรคู้ วามเข้าใจเก่ียวกับหลกั การของ 7 อุปนสิ ยั ได้แก่ 1) ต้องเปน็
ฝ่ายเริ่มต้นท�ำก่อน 2) เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ 3) ท�ำสิ่งท่ีส�ำคัญก่อน 4) คิดแบบชนะ - ชนะ 5) เข้าใจผู้อ่ืน
ก่อนแล้วจึงให้เขาเข้าใจเรา 6) ผนึกพลังประสานความต่าง และ 7) ลับเลื่อยให้คมอยู่เสมอ และสามารถปรับ
ทัศนคติท่ีดีต่อการจัดการเรียนการสอน ซ่ึงเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน สร้างภาวะผู้น�ำให้เกิดขึ้น มีความรับผิดชอบ
รู้จักหน้าท่ี และเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีในตนเอง ท�ำให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูท่ีผ่านการอบรมมีความรู้
ความสามารถ มีทัศนคติที่ดี มีเป้าหมายในการท�ำงาน เพ่ือพัฒนาผู้เรียนให้มีทัศนคติที่ดี มีระเบียบวินัยและทักษะ
ชีวิตทจี่ ำ� เป็นในศตวรรษท่ี 21
แนวทางการพฒั นา
สนบั สนุนให้สถานศึกษาน�ำหลักการของ 7 อุปนสิ ัยไปใช้
ในการพฒั นาข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาเปน็ หลัก
เพื่อสร้างบุคลากรให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ จนเกิดเป็น
ผลลพั ธท์ ยี่ ง่ั ยนื โดยการพฒั นาจากภายในสภู่ ายนอก ใชก้ ารสรา้ ง
ทัศนคติแบบโปรแอคทีฟ เพ่ือสร้างพฤติกรรมที่มีประสิทธิผล
ให้กับครู ด้วยหลักการที่ท�ำให้ครูตระหนักถึงอุปสรรคและ
ข้อจ�ำกัดที่ขวางกั้นความส�ำเร็จ โดยมุ่งไปยังการสร้างรากฐาน
ความมีประสทิ ธิผล เพือ่ ใหค้ รูเกดิ ความเขา้ ใจในการใช้เคร่ืองมอื
ผู้น�ำลงไปสู่รายวิชาต่างๆ ซึ่งจะเป็นตัวผลักดันให้สถานศึกษาสามารถบรรลุเป้าหมายท่ีก�ำหนดไว้ และเป็นส่วนหน่ึง
ของการเรียนรู้แบบ PLC
1.3 โครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยยึดถือภารกิจและพ้ืนท่ีปฏิบัติงานเป็นฐาน
ดว้ ยระบบ TEPE Online
ความเปน็ มา
การพัฒนาครูและบคุ ลากรทางการศึกษาโดยยึดถือภารกจิ และพ้นื ท่กี ารปฏิบตั ิงานเป็นฐาน (Teachers and
Educational Personnel Enhancement by Holding Responsibilities and Functional Areas as Majors :
TEPE) เป็นการพัฒนาผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีการส่ือสารผ่านระบบเครือข่าย
อนิ เทอรเ์ นต็ เนน้ การพฒั นา โดยการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง (Self-Learning) สามารถเขา้ ถงึ องคค์ วามรตู้ า่ งๆ ไดท้ กุ สถานท่ี
ทกุ เวลา (Any Where Any Time) สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของตนเองและหนว่ ยงาน
82 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
ผลการดำ� เนินงาน
ส� ำ นั ก ง า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ร ศึ ก ษ า ข้ั น พ้ื น ฐ า น
เปิดหลักสูตรท่ีเช่ือมโยงกับความก้าวหน้าตามวิทยฐานะ
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. ก�ำหนด โดยมีผู้เข้ารับ
การพัฒนาทัง้ สิน้ จ�ำนวน 7,273 คน จ�ำแนกเป็นหลักสูตร ดงั นี้
1. หลักสูตรเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม
ครูผู้ช่วย ก่อนแต่งต้ังให้ด�ำรงต�ำแหน่งครู ผู้เข้ารับการพัฒนา
จำ� นวน 5,819 คน ผ่านการพัฒนา จ�ำนวน 3,218 คน
2. หลักสูตรพัฒนาข้าราชครูและบุคลากรทางการศึกษา
ก่อนแต่งต้ังให้มีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะช�ำนาญการพิเศษ
ผู้เขา้ รับการพัฒนา จ�ำนวน 1,066 คน ผ่านการพัฒนา จ�ำนวน
647 คน
3. หลักสูตรพัฒนาข้าราชครูและบุคลากรทางการศึกษา
ก่อนแต่งตั้งให้มีและเลื่อนเป็น วิทยฐานะเชี่ยวชาญ ผู้เข้ารับ
การพัฒนา จำ� นวน 388 คน ผา่ นการพัฒนา จ�ำนวน 124 คน
แนวทางการพัฒนา
เน้นการพัฒนาโดยใช้ระบบเครอื ข่ายอนิ เทอร์เน็ต ซึ่งบรู ณาการวธิ ีการพฒั นาเพือ่ ยกระดับคณุ ภาพการศึกษา
ในศตวรรษที่ 21 โดยใช้กระบวนการเรยี นรดู้ ้วยตนเองไดท้ ุกคน ทุกสถานทท่ี กุ เวลา ครไู ม่ทิ้งหอ้ งเรยี น ใช้สถานศึกษา
เป็นฐานในการพฒั นาประสบการณว์ ชิ าชีพ และผลการพัฒนาเชือ่ มโยงความก้าวหน้าตามมาตรฐานวทิ ยฐานะ
1.4 โครงการพัฒนาการนเิ ทศ
ความเป็นมา
จากการติดตามผลการด�ำเนินงานท่ีส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา พบว่า ส่วนหนึ่งขาด
ความเข้าใจในการพัฒนาหลักสูตร และไม่สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เป็นไปตามนโยบายสำ� นักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน และยทุ ธศาสตรข์ องกระทรวงศกึ ษาธกิ าร รวมถงึ ศกึ ษานเิ ทศก์ ยงั ขาดองคค์ วามรู้
ด้านการพัฒนาหลักสูตรซ่ึงไม่สามารถน�ำพาครูในสถานศึกษา พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา และการจัดท�ำหน่วย
และแผนการเรียนรู้ ดังน้ัน ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานจึงได้จัดท�ำโครงการพัฒนาการนิเทศ
เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและตามนโยบายของส�ำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน โดยมีกจิ กรรมย่อย 3 ส่วน
คือ ส่วนท่ี 1 การจัดท�ำแผนยุทธศาสตร์ หน่วยศึกษานิเทศก์
ว า ง ก ร อ บ ใ น ก า ร ด� ำ เ นิ น ง า น ก า ร นิ เ ท ศ แ บ บ บู ร ณ า ก า ร
เพ่ือยกระดับคุณภาพการศึกษา พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ
ศึกษานิเทศก์ เพ่ือการบริหารจัดการคุณภาพการนิเทศ จัดท�ำ
คมู่ อื แนวทางการนเิ ทศและสรา้ งเครอื่ งมอื นเิ ทศตดิ ตามการนเิ ทศ
รายงานประจําปี 2561 ส�ำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร 83
แบบบูรณาการเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและ
ตามนโยบายสว่ นที่2การชแ้ี จงศกึ ษานเิ ทศกท์ วั่ ประเทศ
ดว้ ยระบบ Conference ประชมุ ปฏบิ ตั กิ ารผอู้ ำ� นวยการ
กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา
และประธานเครือข่ายการนิเทศการศึกษา และนิเทศ
ติดตามยกระดับคุณภาพการศึกษาและตามนโยบาย
ส� ำ นั ก ง า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ร ศึ ก ษ า ขั้ น พื้ น ฐ า น
ส่วนท่ี 3 สรุปผลการติดตามการนเิ ทศแบบบูรณาการ
เพ่ือยกระดับคุณภาพการศึกษาและตามนโยบาย
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานและ
จัดทำ� สรุปรายงานประจำ� ปีหน่วยศึกษานเิ ทศก์
ผลการดำ� เนนิ งาน
สถานศึกษาสามารถจัดท�ำและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาได้อย่างถูกต้องสอดคล้องกับหลักสูตรปฐมวัย
ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560
แนวทางการพฒั นา
ควรพัฒนาศึกษานิเทศก์ให้มีความรู้ความเข้าใจเร่ืองการพัฒนาหลักสูตร และกระบวนการเรียนการสอน
ตามนโยบายและยทุ ธ์ศาสตรฯ์ เพื่อให้สามารถนเิ ทศ ชีแ้ นะ ใหค้ �ำปรกึ ษา และประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา ไดอ้ ย่าง
มคี ณุ ภาพให้เท่าทนั บรบิ ทท่ีเปล่ยี นแปลง
1.5 โครงการพัฒนาครแู กนน�ำภาษาอังกฤษในระดับภมู ิภาค (Boot Camp)
ความเปน็ มา
การพัฒนาการศกึ ษา คือ การพัฒนาผู้เรียนใหเ้ ป็นบุคคลที่มคี ุณภาพด้วยกระบวนการเรียนรู้ เพอื่ ความเจรญิ
งอกงามของบคุ คลและสงั คม โดยถา่ ยทอดความรู้ การฝกึ การอบรม การสบื สานทางวฒั นธรรม การสรา้ งสรรคจ์ รรโลง
ความกา้ วหนา้ ทางวชิ าการ การสรา้ งองคค์ วามรอู้ นั เกดิ จากการจดั สภาพแวดลอ้ มสงั คมการเรยี นรู้ และปจั จยั เกอื้ หนนุ
ใหบ้ คุ คลเรยี นรอู้ ยา่ งตอ่ เนอื่ งตลอดชวี ติ การทจ่ี ะพฒั นาผเู้ รยี นใหม้ คี ณุ ภาพตามวตั ถปุ ระสงคด์ งั กลา่ วตอ้ งอาศยั ครผู สู้ อน
ทม่ี ที กั ษะในการจดั การเรยี นรู้ มเี จตคตติ อ่ วชิ าชพี ครทู ด่ี ี มแี รงจงู ใจใฝส่ มั ฤทธสิ์ งู เพอื่ สรา้ งนวตั กรรมการบรหิ ารจดั การ
ชั้นเรียนแนวใหม่ในการพัฒนาผู้เรียน กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติ
และเตม็ ศกั ยภาพ โดยเฉพาะการพฒั นาการจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษ เพราะเปน็ ภาษากลางของการสอื่ สาร
ท่ัวโลก ดังนั้น การอบรมครูภาษาอังกฤษระดับภูมิภาคเน้นการพัฒนาครูให้ปรับวิธีเรียน เปล่ียนวิธีสอน ครูที่ผ่าน
การอบรม สามารถจดั การเรยี นรทู้ ำ� ใหผ้ เู้ รยี นมผี ลการเรยี นภาษาองั กฤษสงู ขน้ึ และสามารถใชภ้ าษาองั กฤษในการศกึ ษา
ค้นควา้ หาความรู้ และกา้ วสูก่ ารเปน็ พลเมอื งอาเซียนและพลเมอื งโลก
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานจึงก�ำหนดรูปแบบการพัฒนาครูด้านการเรียนการสอนภาษา
องั กฤษ โดยจดั ตงั้ ศนู ยก์ ารอบรมครภู าษาองั กฤษระดบั ภมู ภิ าค (Boot Camp) จำ� นวน 15 ศนู ย์ และจดั อบรมครผู สู้ อน
ภาษาอังกฤษ ศูนยล์ ะ 10 รุน่ รุ่นละ 75 คน กลุ่มเป้าหมายคอื ครทู ี่ผ่านการสอบ CEFR และครูผสู้ อนภาษาอังกฤษ
ที่ไม่มีผลสอบ CEFR แต่มีความสนใจในการพัฒนาศักยภาพการสอนของตนเอง เพื่อยกระดับความสามารถ
84 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
ทางด้านภาษาอังกฤษและเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษตามแนวทาง Communicative Approach อย่างเข้มข้น
จากวิทยากรชาวต่างชาติผู้เช่ียวชาญด้านการเรียนการสอนภาษาอังกฤษท่ีมีคุณภาพมาตรฐานสากล และครูผู้สอน
ที่ผา่ นการอบรมสามารถน�ำความรู้ประสบการณจ์ ากการพฒั นาไปใช้จริงในการสอนภาษาอังกฤษตอ่ ไป
ผลการดำ� เนนิ งาน
1. ครผู สู้ อนภาษาองั กฤษผเู้ ขา้ รบั การอบรมเพอื่ พฒั นา
ศักยภาพการจดั การเรียนการสอน จ�ำนวน 10,215 คน
2. ครูผู้สอนภาษาอังกฤษมีการเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมการสอน โดยใช้รูปแบบ Communicative
Approach และเพ่ิมปริมาณการใช้ภาษาอังกฤษในการจัด
การเรยี นการสอนมากขน้ึ สง่ ผลใหผ้ เู้ รยี นสนใจและมเี จตคตทิ ด่ี ี
ในการเรียนภาษาอังกฤษ ผู้เรยี นมีทักษะการใช้ภาษาองั กฤษ
เพื่อการส่อื สาร
3. ครูผู้สอนภาษาอังกฤษท่ีผ่านการอบรมตาม
โครงการพัฒนาครูแกนน�ำภาษาอังกฤษในระดับภูมิภาค
ไดร้ บั การนิเทศ ติดตาม การจดั การเรียนการสอนในช้นั เรียน
4. วิทยากรแกนน�ำ (MT) จ�ำนวน 43 คน สามารถ
พัฒนาศักยภาพการเป็นวิทยากรและปฏิบัติงานประจ�ำศูนย์
อบรมครภู าษาอังกฤษในระดบั ภมู ิภาค (Boot Camp)
แนวทางการพัฒนา
1. จดั อบรมใหก้ บั ครผู สู้ อนภาษาองั กฤษ ทย่ี งั ไมไ่ ดร้ บั
การอบรมโดยด�ำเนินการช่วงปิดภาคเรียนพร้อมกับจัดท�ำ
หลักสตู รอบรมครผู ูส้ อนภาษาอังกฤษ (ระยะสั้น 5 - 7 วัน)
2. อบรม ทักษะการนิเทศการจัดการเรียนการสอน
วชิ าภาษาองั กฤษ กับศกึ ษานเิ ทศก์
3. ส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันหรือ
ชุมชนแหง่ การเรียนรู้
4. จัดท�ำข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับเทคนิคการสอน
ภาษาองั กฤษสำ� หรบั ครผู สู้ อนภาษาองั กฤษ และศกึ ษานเิ ทศก์
5. นิเทศ ติดตามครูที่ผ่านการพัฒนาตามโครงการพัฒนาครูแกนน�ำภาษาอังกฤษในระดับภูมิภาค (Boot
Camp)
รายงานประจําปี 2561 ส�ำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ 85
2. ด้านพัฒนาระบบการบริหารงานบคุ คลให้มีประสทิ ธภิ าพ โดยเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกีย่ วขอ้ ง ดงั น้ี
การสรา้ งแรงจงู ใจใหค้ รแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษามขี วญั และกำ� ลงั ใจในการทำ� งานโครงการครผู ทู้ รงคณุ คา่
แหง่ แผน่ ดนิ
ความเปน็ มา
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เป็นหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาบุคคลท่ีมี
สว่ นส�ำคญั อย่างยงิ่ ในการพัฒนาผเู้ รยี นใหม้ ีคณุ ภาพ คือ
ครผู สู้ อน ซง่ึ ในแตล่ ะปงี บประมาณมคี รทู เ่ี กษยี ณราชการ
แตย่ ังมคี วามรอบรู้ มคี วามสามารถมเี ทคนิคการสอนท่ีดี
และมีจิตวิญญาณความเป็นครูที่ดี รวมถึงประสบการณ์
ในการสอน ฉะนน้ั การนำ� เอาครทู สี่ อนเกง่ สอนดี ทเ่ี กษยี ณ
อายรุ าชการไปแล้วกลับมาสอน จงึ เป็นการเสริมสร้างประสิทธิภาพและประสทิ ธิผลในการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา
เป็นการประหยัดงบประมาณและลดระยะเวลาในการพัฒนาครู และเพ่ือสอดรับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ
ในการจัดท�ำโครงการครผู ทู้ รงคุณค่าแห่งแผ่นดิน โดยสรรหาครดู ี ครเู กง่ ท่ีมผี ลการสอนในเชงิ ประจักษม์ ีจติ วิญญาณ
ความเปน็ ครูสงู ท่ีเกษียณอายรุ าชการไปแล้วมาท�ำการสอนตอ่ ไปในสถานศกึ ษา ในสาขาวชิ าท่ีจำ� เปน็ และขาดแคลน
เพ่ือเป็นการใช้ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าภายในข้อจ�ำกัดของงบประมาณและระยะเวลาให้เกิดสัมฤทธิผลอย่างเป็น
รปู ธรรม
ผลการด�ำเนนิ งาน
ปงี บประมาณ พ.ศ. 2561 สำ� นกั งานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน จดั สรรอตั รากำ� ลังให้ส�ำนกั งานเขต
พ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาท้ัง 225
เขต จ�ำนวน 5,198 อัตรา รวมงบประมาณ จ�ำนวน
443,700,000.00 บาท จากการด�ำเนินงานส่งผลให้
สถานศึกษามีครูผู้สอนตรงตามกลุ่มสาระการเรียนรู้และ
มีครูท่ีมีประสบการณ์สามารถจัดการเรียนการสอนได้
ต่อเนือ่ ง
แนวทางการพัฒนา
1. จัดสรรอตั ราก�ำลังให้มีความสมดุลกบั การพัฒนาบคุ ลากรใหม่
2. กำ� กับ ตดิ ตาม ประเมินผลการด�ำเนนิ งาน เพ่อื นำ� ไปสูก่ ารพฒั นาอย่างต่อเนอ่ื ง
3. สนับสนนุ ครเู กษียณทยี่ งั มศี ักยภาพและความพรอ้ มในการปฏบิ ัติหน้าท่ี
86 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 4 ดา้ นโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทยี ม การเขา้ ถงึ บรกิ ารทางการศึกษา
การขับเคลื่อนการด�ำเนินงานตามยุทธศาสตร์เพ่ือให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงบริการทางการศึกษา ด้านโอกาส
ความเสมอภาค และความเทา่ เทยี ม ปงี บประมาณ พ.ศ. 2561 เนน้ การเพม่ิ โอกาสการเขา้ ถงึ การศกึ ษาอยา่ งมคี ณุ ภาพ
และการลดความเหล่ือมล้�ำทางการศึกษา ซ่ึงเป็นหน้าท่ีของรัฐต้องด�ำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษา
อยา่ งเทา่ เทยี มกนั รวมทง้ั ไดร้ บั การสง่ เสรมิ สนบั สนนุ จดั หาสอ่ื วสั ดอุ ปุ กรณ์ ครภุ ณั ฑ์ เทคโนโลยี สงิ่ อำ� นวยความสะดวก
และการบริการตา่ งๆ ให้ทวั่ ถงึ ทกุ ระดบั ชัน้ เช่น การจัดการเรียนร้ตู ลอดชวี ิต การพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาเรียนรวม
การจัดการศึกษาเพ่ือการมีงานท�ำ การจัดการศึกษาส�ำหรับเด็กด้อยโอกาสที่ไม่อยู่ในทะเบียนราษฎร์ ตลอดจน
การจดั สรรครภุ ณั ฑ์ เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นทกุ คนมคี วามพรอ้ มทจี่ ะไดร้ บั การศกึ ษาทมี่ คี ณุ ภาพตามมาตรฐาน ครแู ละบคุ ลากร
ทางการศกึ ษาพฒั นาการเรยี นรใู้ หเ้ กดิ คณุ ภาพแกผ่ เู้ รยี นไดอ้ ยา่ งเตม็ ศกั ยภาพ โดยมโี ครงการและกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
ดังนี้
1. ดา้ นการเพิม่ โอกาสการเข้าถึงการศึกษาอยา่ งมีคุณภาพ
1.1 โครงการขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างท่ัวถึงและ
มคี ุณภาพ/กิจกรรมการสนบั สนนุ คา่ ใชจ้ า่ ยในการจดั การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน
ความเป็นมา
รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช 2560 หมวด 5
หน้าทข่ี องรฐั ดา้ นการศึกษา มาตรา 54 รัฐต้องด�ำเนนิ การให้เด็กทกุ คน
ได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษา
ภาคบังคับอย่างมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รัฐต้องด�ำเนินการ
ให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษา
ตามความถนดั ของตน ประกอบกบั มาตรา 14 บญั ญตั วิ า่ บคุ คล ครอบครวั
ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา
สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น สนับสนุนหรือจัดการศึกษา
ขั้นพ้ืนฐานมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ตามควรแก่กรณี ดังต่อไปนี้
1) การสนบั สนนุ จากรฐั ใหม้ คี วามรคู้ วามสามารถในการอบรมเลยี้ งดบู คุ คล
ซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบ 2) เงินอุดหนุนจากรัฐส�ำหรับการจัด
การศึกษาข้นั พน้ื ฐานตามท่กี ฎหมายกำ� หนด และ 3) การลดหย่อนหรือ
ยกเว้นภาษีส�ำหรับค่าใช้จ่ายการศึกษาตามท่ีกฎหมายก�ำหนด ซ่ึงส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน
ได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐานอย่างเสมอภาคและเป็นธรรมในรายการพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน
ได้แก่ ค่าจดั การเรยี นการสอน คา่ หนังสือเรยี น คา่ อปุ กรณก์ ารเรยี น ค่าเครอื่ งแบบนักเรยี น และค่ากิจกรรมพฒั นา
คุณภาพผู้เรียน ให้ผู้เรียนทุกคนมีความพร้อมที่จะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานโดยการบริหารจัดการ
อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ผลการด�ำเนินงาน
เชิงปริมาณ
ผเู้ รยี นไดร้ บั การสนบั สนนุ คา่ ใชจ้ า่ ยในการจดั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานปกี ารศกึ ษา2561จำ� นวนทง้ั สนิ้ 6,945,488 คน
จ�ำแนกตามระดบั ช้ัน ดังน้ี
รายงานประจาํ ปี 2561 สำ� นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร 87
1. ระดบั กอ่ นประถมศกึ ษา 898,998 คน
2. ระดับประถมศกึ ษา 3,220,408 คน
3. ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น 1,765,130 คน
4. ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย 1,039,923 คน
5. ระดับ ปวช. (สถานประกอบการ)
6. นักเรยี นในศนู ยก์ ารศึกษาพิเศษ 7,973 คน
13,056 คน
เมอ่ื พจิ ารณาตามประเภทของสถานศกึ ษา พบวา่ มีผ้เู รยี นทไี่ ด้รับการสนับสนนุ ค่าใช้จา่ ยในการจดั การศึกษา
ข้นั พน้ื ฐาน ดงั น้ี
1. โรงเรียนปกติ (จ�ำนวน 30,306 แหง่ ) 6,863,376 คน
2. โรงเรียนศกึ ษาสงเคราะห์ (จำ� นวน 51 แห่ง) 44,521 คน
3. โรงเรยี นการศึกษาพเิ ศษ (จ�ำนวน 48 แหง่ ) 15,957 คน
4. ศูนย์การศึกษาพิเศษ (จำ� นวน 77 ศูนย์) 13,056 คน
5. การจัดการศึกษาข้ันพ้นื ฐานโดยครอบครัว/สถานประกอบการ 8,578 คน
(จดั โดยครอบครัว จำ� นวน 605 คน จดั โดยสถานประกอบการ จำ� นวน 7,973 คน)
เชงิ คณุ ภาพ
ผู้เรียนมีสื่อ อุปกรณ์การเรียนและได้เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนา
คุณภาพผู้เรียนอย่างทั่วถึง ส่งผลให้ผู้เรียนมีการเรียนรู้ท่ีดี สามารถ
ลดภาระของผู้ปกครองได้ในระดับหนง่ึ ประกอบกับการมสี ว่ นร่วมจาก
ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ
ประชาชนท่ัวไป มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา การปฏิรูปการศึกษา
และการเรยี นรมู้ ากยงิ่ ขึน้
แนวทางการพฒั นา
1. ตรวจสอบขอ้ มลู ใหม้ คี วามถกู ตอ้ ง และมแี นวทางการดำ� เนนิ งาน
ทีช่ ดั เจน
2. จัดสรรงบประมาณให้มีความสอดคล้องกับช่วงเวลาและ
ความตอ้ งการ
3. ปรับการเบิกจ่ายงบประมาณให้มีความเหมาะสม สะดวก
และไมย่ ่งุ ยาก
1.2 โครงการสง่ เสรมิ ใหน้ กั เรียนท�ำงานหารายได้ช่วงปิดภาคเรยี นฤดรู ้อน ปี 2561
ความเปน็ มา
รัฐบาลมีนโยบายปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้โดยให้ความส�ำคัญทั้งการศึกษาในระบบและการศึกษา
ทางเลอื กไปพรอ้ มกัน โดยใหอ้ งคก์ รภาคประชาสงั คม ภาคเอกชน องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินและประชาชนทั่วไป
มีโอกาสร่วมจัดการศึกษาท่ีมีคุณภาพและท่ัวถึง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนท่ัวไปรวมท้ังผู้เรียนท่ียากจน ด้อยโอกาส
และพิการ ท่ีมีอายุต้ังแต่ 15 ปีขึ้นไป ได้มีโอกาสท�ำงานที่เหมาะสมในหน่วยงานราชการช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน
ให้ผู้เรียนรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ฝึกวินัย ความรับผิดชอบและการตรงต่อเวลา เสริมสร้างให้ผู้เรียนและ
88 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
ครอบครัวมีความเข้มแข็ง เตรียมพร้อมเข้าสู่การศึกษาระดับสูงและโลกของการท�ำงาน ส�ำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐานได้จัดโครงการส่งเสริมให้ผู้เรียนทำ� งานหารายได้ในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนมาตั้งแต่ปี 2547
ตอ่ เนอื่ งมาจนถงึ ปจั จบุ นั เปน็ ประจำ� ทกุ ปี สรา้ งความพงึ พอใจใหแ้ กน่ กั เรยี น ผปู้ กครองและหนว่ ยงานตา่ งๆ ทเ่ี ขา้ รว่ ม
โครงการเป็นอย่างยง่ิ
ผลการด�ำเนินงาน
สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานไดด้ ำ� เนนิ การจา้ งผเู้ รยี นทำ� งานในชว่ งปดิ ภาคเรยี นจำ� นวนทงั้ สน้ิ
250 คน โดยท�ำงานในหน่วยงานภาครัฐ จ�ำนวน 15 หน่วยงาน ซ่ึงผู้เรียนท่ีเข้าร่วมโครงการ รวมถึงผู้ปกครอง
มคี วามพึงพอใจตอ่ การดำ� เนนิ งานตามโครงการในระดับมากทส่ี ุด
แนวทางการพัฒนา
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานจะมีการประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนทราบเก่ียวกับการจ้างงาน
และประสานกบั หนว่ ยงานท่ตี อ้ งการรบั นกั เรยี นเขา้ ท�ำงานใหร้ วดเร็วและครอบคลุมนักเรยี นทุกกลมุ่ เพ่อื ใหม้ รี ายได้
และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชนร์ ะหวา่ งปดิ ภาคเรยี น และเปน็ การเพ่ิมทักษะในการท�ำงานอกี ด้วย
1.3 โครงการจัดหาเงินอุดหนุนส่ือ สิ่งอ�ำนวยความสะดวกและบริการ รวมทั้งความช่วยเหลือในศูนย์
การศึกษาพิเศษ บญั ชี ข. ค. (คูปอง) กฎกระทรวงฯ
ความเปน็ มา
พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ (ฉบับท่ี 2)
พ.ศ. 2545 มาตรา 10 วรรคสอง ก�ำหนดว่า “การจัดการศึกษาส�ำหรับบุคคลที่มี
ความบกพรอ่ งทางร่างกาย จติ ใจ สตปิ ัญญา อารมณ์ สงั คม การสอ่ื สารและการเรยี นรู้
หรอื มรี า่ งกายพกิ าร หรอื ทพุ พลภาพ หรอื บคุ คลซง่ึ ไมส่ ามารถพงึ่ ตนเองได้ หรอื ไมม่ ผี ดู้ แู ล
หรือด้อยโอกาส ตอ้ งจัดใหบ้ คุ คลดังกล่าวมสี ิทธแิ ละโอกาสไดร้ บั การศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน
เปน็ พเิ ศษ โดยใหจ้ ดั ตงั้ แตแ่ รกเกดิ หรอื พบความพกิ ารโดยไมเ่ สยี คา่ ใชจ้ า่ ย และใหบ้ คุ คล
ดังกล่าวมีสิทธิได้รับสิ่งอ�ำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใด
ทางการศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก�ำหนด ในกฎกระทรวง” และพระราช
บญั ญตั กิ ารจดั การศกึ ษาสำ� หรบั คนพกิ าร พ.ศ. 2551 มาตรา 5 (1) บญั ญตั วิ า่ “คนพกิ าร
มีสิทธิได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการจนตลอดชีวิตพร้อมท้ังได้รับเทคโนโลยี
สงิ่ อำ� นวยความสะดวก สอ่ื บริการและความช่วยเหลอื อื่นใดทางการศกึ ษา” นอกจากน้ี กระทรวงศึกษาธกิ ารยงั ได้
ออกกฎกระทรวงก�ำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้คนพิการมีสิทธิได้รับส่ิงอ�ำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และ
ความชว่ ยเหลอื อ่ืนใดทางการศกึ ษา พ.ศ. 2550 โดยมีบัญชี ก. ข. และ ค. แนบทา้ ยกฎกระทรวง
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ได้รับงบประมาณอุดหนุนสื่อและส่ิงอ�ำนวยความสะดวก
(บัญชี ข. ค.) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 จ�ำนวน 200,000,000 บาท (สองรอ้ ยล้านบาทถว้ น) เพ่ือจดั สรรให้กับ
ศูนย์การศึกษาพิเศษทุกแห่ง ส�ำหรับด�ำเนินการบริหารจัดการอุดหนุนให้กับคนพิการท่ีท�ำแผนการจัดการศึกษา
เฉพาะบคุ คล (IEP) ผา่ นระบบการใหบ้ รกิ ารสงิ่ อำ� นวยความสะดวก สอื่ บรกิ าร และความชว่ ยเหลอื ทางการศกึ ษาสำ� หรบั
คนพกิ าร ไดแ้ ก่ กลมุ่ เดก็ พกิ ารทยี่ งั ขาดโอกาสเขา้ สกู่ ารศกึ ษาในระบบ (เดก็ พกิ ารทย่ี งั ตอ้ งอยบู่ า้ น) กลมุ่ นกั เรยี นพกิ าร
ทเี่ รยี นในสถานศกึ ษา สงั กดั สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน และกลมุ่ เดก็ เจบ็ ปว่ ยเรอื้ รงั ในโรงพยาบาล
รายงานประจําปี 2561 ส�ำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร 89
ผลการด�ำเนินงาน
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดสรร
เงนิ อุดหนุนสื่อและสิง่ อำ� นวยความสะดวก (บญั ชี ข. ค.) คร้งั ท่ี 1 จ�ำนวน
122,060,000 บาท (หน่ึงร้อยยี่สิบสองล้านหกหม่ืนบาทถ้วน) เพื่อให้
สามารถน�ำงบประมาณไปบริหารจัดการในเบ้ืองต้น และการจัดสรร
ในคร้ังที่ 2 จ�ำนวน 77,940,000 บาท (เจ็ดสิบเจ็ดล้านเก้าแสนส่ีหมื่น
บาทถ้วน) ใช้ส�ำหรับบริหารจัดการอุดหนุนให้กับคนพิการท่ีท�ำ
แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) ท่ีอยู่ในสถานศึกษา สังกัด
สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานในรปู แบบคปู อง(บญั ชีข.ค.)
เพอ่ื ขอรบั หรอื ซอ้ื สงิ่ อำ� นวยความสะดวก สอื่ บรกิ าร และความชว่ ยเหลอื
อื่นใดทางการศึกษาโดยให้จัดต้ังแต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดย
ไมเ่ สยี ค่าใชจ้ า่ ย
แนวทางการพัฒนา
1. จัดระบบบริการ กระบวนการเสริมความรู้ในการพัฒนาและฟื้นฟูเด็กพิการแต่ละฐาน เพ่ือให้มีความรู้
ความเข้าใจ ในกระบวนการฟ้ืนฟเู ด็กพิการ และสามารถปฏบิ ตั ิกบั บตุ รของตนเองไดจ้ ริง
2. ด�ำเนนิ การอบรมตามโครงการปรับบ้านเป็นหอ้ งเรียน เปลย่ี นพ่อแม่เปน็ ครู
3. ลงพ้ืนท่ีการเย่ียมบ้านครอบครัวเด็กพิการท่ีรับบริการในโครงการฯ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายฟื้นฟูศักยภาพ
เด็กพิการ เพือ่ ติดตามพัฒนาของเดก็ และใหค้ วามรู้/แนะนำ� วิธกี ารดูแลเดก็
1.4 โครงการพัฒนาคณุ ภาพการจดั การศึกษาเรยี นรวม
ความเปน็ มา
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานเห็นความส�ำคัญใน
การสรา้ งความเขม้ แขง็ ใหแ้ กส่ ำ� นกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาและสถานศกึ ษา
ที่จัดการเรียนรวม โดยการพัฒนาครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง การจัด
ระบบการคดั กรองและการดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี นในสถานศกึ ษาทจี่ ดั การ
เรยี นรวม เพอื่ ใหส้ ามารถบรกิ ารนกั เรยี นพกิ ารทเี่ ขา้ เรยี นไดอ้ ยา่ งมคี ณุ ภาพ
เพอื่ สรา้ งโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลอ่ื มลำ�้ ทางการศกึ ษา
ใหเ้ ปน็ รปู ธรรม และการทำ� งานรว่ มกนั ของทกุ ภาคสว่ น ประกอบดว้ ย ครู
ผปู้ กครอง องคก์ รสว่ นทอ้ งถน่ิ สำ� นกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษา
มัธยมศึกษา และศูนย์การศึกษาพิเศษ เป็นเครือข่ายพัฒนาท่ียั่งยืน
โดยครอบคลมุ ผเู้ รยี นในสถานศกึ ษาทจี่ ดั การเรยี นรวม 22,625 แหง่ ผเู้ รยี น
จ�ำนวน 390,247 คน โดยมีกิจกรรมทเ่ี กี่ยวข้อง จำ� นวน 3 กิจกรรม ไดแ้ ก่
กจิ กรรมที่ 1 สรา้ งความเขม้ แขง็ ในการจดั การศกึ ษาสำ� หรบั นกั เรยี นพกิ าร
เรียนรวม กิจกรรมที่ 2 สนับสนุนให้มีการวิจัยทางการศึกษาพิเศษ
เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาเรียนรวมให้มีคุณภาพ และกิจกรรมที่ 3 นิเทศ ก�ำกับ ติดตามและประเมินผล
การดำ� เนินงาน
90 Annual Report 2018 Office of the Basic Education Commission
ผลการดำ� เนินงาน
1. นกั เรยี นพกิ ารในวยั เรยี นทกุ คน ไดร้ บั สทิ ธแิ ละโอกาสทางการศกึ ษาอยา่ งทว่ั ถงึ และมคี ณุ ภาพ ตามมาตรฐาน
ท่กี ำ� หนด
2. ครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาในสถานศกึ ษาทจี่ ดั การเรยี นรวมทกุ แหง่ ไดร้ บั การพฒั นาอยา่ งทว่ั ถงึ ในรปู แบบ
ท่ีเหมาะสมและหลากหลายวธิ กี าร
3. สถานศกึ ษาทจ่ี ดั การเรยี นรวมทกุ แหง่ มกี ารคดั กรองและดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี นอยา่ งเปน็ ระบบ และสามารถ
จดั การศึกษาให้กับผู้เรียนที่มคี วามตอ้ งการจำ� เป็นพเิ ศษทางการศึกษาในรูปแบบท่ีเหมาะสม
4. ส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีความเข้มแข็ง สามารถขับเคล่ือนนโยบายการจัดการเรียนรวม ได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ
แนวทางการพัฒนา
1. สง่ เสรมิ สนบั สนุนใหน้ กั เรยี นพิการในวยั เรยี นทกุ คนได้รับโอกาสทางการศกึ ษาอยา่ งทว่ั ถงึ และ มคี ุณภาพ
2. ช้ีแจงสร้างความเข้าใจเก่ียวกับการใช้แบบคัดกรองตามความพิการทางการศึกษา ตามประกาศ
คณะกรรมการพิจารณาให้คนพกิ ารได้รับสทิ ธิช่วยเหลอื ทางการศึกษาแกค่ รูหรอื ผู้ท่เี กีย่ วขอ้ ง
3. พฒั นาระบบการคัดกรองและการดูแลช่วยเหลือนกั เรยี นพิการให้มปี ระสิทธภิ าพมากยิง่ ขน้ึ
1.5 โครงการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นด้วยเทคโนโลยีทางไกล
ผา่ นดาวเทยี ม DLTV
ความเป็นมา
การจดั การเรยี นการสอนดว้ ยเทคโนโลยที างไกลผา่ นสถานโี ทรทศั น์
การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (Distance Learning Television :
DLTV) เปน็ การขยายโอกาสการเข้าถึงบริการการศกึ ษาท่ีมคี ณุ ภาพ เพือ่
ใหผ้ ู้เรียนทกุ กลมุ่ ทุกพ้ืนท่ี และทุกระดบั การศกึ ษา เข้าถงึ การศึกษาท่ีมี
คุณภาพเท่าเทียมกัน สร้างโอกาสในการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา
และเป็นนวัตกรรมการจัดการศึกษา ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐานเห็นความส�ำคัญในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และโอกาส
ในการเขา้ ถึงการเรยี นรู้ ซึ่งสอดคลอ้ งกับจ�ำนวนโรงเรียนขนาดเลก็ ทีม่ ปี ริมาณเพม่ิ มากข้นึ และสภาพปญั หาเก่ียวกบั
ขาดแคลนครู ครูไม่ครบช้ัน ครูสอนไม่ตรงวิชาเอก ทรัพยากร และงบประมาณที่ได้รับไม่เพียงพอ ต่อการบริหาร
จัดการศึกษา ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานจึงได้จัดท�ำหน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้
รายช่ัวโมง และส่ือใบงาน พร้อมท้ังการวัดและประเมินผล ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ส�ำหรับวิชาภาคบังคับ
ในรปู แบบดิจิทลั (Digital File) ของระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ ตลอดปีการศกึ ษา 2561 เพือ่ เผยแพร่เปน็ สื่อทางไกล
แกค่ รูผสู้ อนในระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ ท่วั ประเทศ โดยมกี ลุ่มเป้าหมาย
คือ โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก จ�ำนวน 1,098 โรง และโรงเรียน
ขยายโอกาส จ�ำนวน 7,044 โรง
ผลการดำ� เนินงาน
โรงเรียนวังไกลกังวลมีหน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้
รายช่ัวโมง และส่ือใบงาน พร้อมทั้งการวัดและประเมินผลประกอบ
รายงานประจาํ ปี 2561 สำ� นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร 91