The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ส่วนที่ 1หลักสูตรประถมศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nalineeotklan, 2022-09-18 01:10:09

ส่วนที่ 1หลักสูตรประถมศึกษา

ส่วนที่ 1หลักสูตรประถมศึกษา

หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลลุมพุก(วนั ครู 2503) 1

1. สว่ นนำ

หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลลมุ พุก(วนั ครู 2503) 2

1.1 ความนำ

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตามคำส่ังกระทรวงศึกษาธิการท่ี
สพฐ. 1239/2560 ลงวันท่ี 7 สิงหาคม 2560 และคำส่ังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ที่
30/2561 ลงวันท่ี 5 มกราคม 2561 ให้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) และคำส่ังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ัน
พ้ืนฐาน ที่ 921/2561 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2561 เรื่อง ยกเลิกมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด สาระที่ 2
การออกแบบและเทคโนโลยี ลาระที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงาน
อาชีพและเทคโนโลยี และเปล่ียนชื่อกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยมีคำสั่งให้โรงเรียนดำเนินการใช้หลักสูตรใน
ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 และ 4 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ปีการศึกษา 2561 ให้ใช้ในชั้น
ประถมศึกษาปีท่ี 1 2 และ 4 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 2 และ 4 5 ปีการศึกษา 2562 และในปีการศึกษา 2563
ให้ใช้ในทกุ ระดับช้ันเรียน ให้ถือว่าเป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศ โดยกำหนดจุดหมาย และมาตรฐานการ
เรียนรเู้ ปน็ เป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี นมพี ัฒนาการเต็มตามศักยภาพ มีคณุ ภาพและ
มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายของสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาข้นั พน้ื ฐาน

โรงเรียนอนุบาลลุมพุก(วันครู2503) จึงได้ทำการปรับปรุงหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนอนุบาลลุมพุก
(วันครู 2503) พุทธศักราช 2561 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ในกลุ่มสาระ
การเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ
วัฒนธรรม และกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์และเป็นกรอบในการวางแผนและ
พัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้มี
กระบวนการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการกำหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด โครงสร้างเวลาเรียน ตลอดจนเกณฑ์การวัด
ประเมินผลให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถกำหนดทิศทางในการ
จัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนในแต่ละระดบั ตามความพร้อมและจดุ เน้น โดยมกี รอบแกนกลางเป็นแนวทาง

หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลลมุ พกุ (วนั ครู 2503) 3

ท่ีชัดเจนเพ่ือตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 มีความพร้อมในการก้าวสู่สังคมคุณภาพ มีความรู้อย่างแท้จริง
และมีทกั ษะในศตวรรษที่ 21

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดที่กำหนดไว้ในเอกสารนี้ ช่วยทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในทุกระดับ
เห็นผลคาดหวังท่ตี อ้ งการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรยี นท่ีชัดเจนตลอดแนว ซ่ึงจะสามารถช่วยให้หน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องในระดับท้องถิ่นและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรได้อย่างมั่นใจ ทำให้การจัดทำหลักสูตรใน
ระดับสถานศึกษามีคุณภาพและมีความเป็นเอกภาพย่ิงข้ึน อีกท้ังยังช่วยให้เกิดความชัดเจนเรื่องการวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ และช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา ดังน้ันในการพัฒนาหลกั สูตรในทุก
ระดับตั้งแต่ระดับชาติจนกระทั่งถึงสถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดท่ี
กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมท้ังเป็นกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาทุกรูปแบบ
และครอบคลุมผู้เรยี นทุกกลมุ่ เป้าหมายในระดบั การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน การจัดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานจะ
ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่คาดหวังได้ ทุกฝา่ ย ที่เก่ียวข้องท้ังระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคล
ต้องร่วมรับผิดชอบ โดยร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง ในการวางแผน ดำเนินการ ส่งเสริม
สนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนาเยาวชนของชาติไปสู่คุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้
ท่กี ำหนดไว้

หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลลมุ พุก(วันครู 2503) เป็นหลักสตู รสถานศึกษาที่ได้พฒั นาข้ึนเพอื่ พัฒนา
ผเู้ รยี นในระดับปฐมวยั และประถมศกึ ษา

1. พฒั นาสถานศึกษาใหเ้ ปน็ แหล่งเรียนรู้ที่มปี ระสทิ ธภิ าพและมีความนา่ สนใจต่อการเรยี นรู้
2. พัฒนาระบบบริหารจดั การใหม้ ีประสทิ ธิภาพและเนน้ การมสี ่วนร่วม
3. พัฒนาการใช้หลกั สูตรปฐมวยั พทุ ธศกั ราช 2560 และหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ัน
พื้นฐานพุทธศักราช 2551 ใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพ
4. พฒั นาการจดั การเรยี นการสอนใหม้ ปี ระสิทธภิ าพและประสทิ ธผิ ล
5. สง่ เสริมสนบั สนนุ การสร้างความสัมพนั ธ์อันดกี ับชมุ ชน องคก์ รและหน่วยงานอื่นๆ
6. พัฒนาและสนบั สนุนการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร ในการจัดการเรยี นการ
สอนทม่ี คี ุณภาพและเกิดประสทิ ธิภาพ
7. พัฒนาระบบการประกนั คุณภาพภายในเพื่อรองรบั การประเมนิ คุณภาพภายนอก
8. สง่ เสริมและพัฒนามาตรฐานโรงเรียนในฝนั (โรงเรียนดีใกล้บา้ น) โรงเรียนต้นแบบการจัด
การศึกษาปฐมวัย และโรงเรียนอนบุ าลประจำเขตพื้นที่การศกึ ษา

1.2 วิสยั ทัศนข์ องโรงเรียนอนุบาลลมุ พกุ (วนั ครู 2503)

โรงเรียนอนบุ าลลมุ พุก(วนั ครู ๒๕๐๓) มคี ุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ กา้ วหน้าดา้ น
นวตั กรรมและเทคโนโลยี ผู้เรยี นเป็นคนดี คนเก่ง มีจติ สาธารณะ สภาพแวดล้อมดี ดำรงตนตามหลกั ปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพยี ง

หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลลุมพกุ (วนั ครู 2503) 4

หลักการของหลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลลมุ พกุ (วันครู 2503)

หลกั สูตรโรงเรียนอนุบาลลุมพุก(วนั ครู 2503) ระดบั ประถมศกึ ษา มีหลักการทีส่ ำคัญดังน้ี
1. เปน็ หลักสูตรการศกึ ษาเพอื่ ความเปน็ เอกภาพของชาติ มีจดุ มุ่งหมายและมาตรฐานการเรยี นรู้ เปน็
เป้าหมายสำหรบั พฒั นาเด็กและเยาวชนให้มคี วามรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพืน้ ฐานของความเปน็ ไทย
ควบคกู่ บั ความเปน็ สากล
2. เปน็ หลกั สตู รการศกึ ษาเพือ่ ปวงชน ทปี่ ระชาชนทุกคนมีโอกาสไดร้ บั การศกึ ษาอย่างเสมอภาคและมี
คณุ ภาพ
3. เป็นหลักสตู รการศกึ ษาที่สนองการกระจายอำนาจ ให้สังคมมีสว่ นร่วมในการจัดการศึกษาให้
สอดคล้องกบั สภาพและความตอ้ งการของท้องถิน่
4. เปน็ หลกั สูตรการศกึ ษาที่มีโครงสร้างยดื หยุ่นทัง้ ด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและการจัดการเรยี นรู้
5. เปน็ หลกั สตู รการศกึ ษาทีเ่ นน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคญั
6. เปน็ หลกั สตู รการศกึ ษาสำหรบั การศกึ ษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทกุ
กลุ่มเปา้ หมาย สามารถเทียบโอนผลการเรยี นรู้ และประสบการณ์

จุดมุ่งหมายของหลกั สูตรโรงเรียนอนุบาลลมุ พกุ (วนั ครู2503)
หลักสตู รโรงเรยี นอนบุ าลลมุ พุก(วันครู 2503) ม่งุ พัฒนาผู้เรียนใหเ้ ป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มี

ศกั ยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็นจดุ หมาย เพื่อใหเ้ กดิ กบั ผู้เรียนเม่ือจบการศกึ ษาข้นั
พ้ืนฐาน ดงั นี้

1. มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านยิ มที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มวี ินัยและปฏบิ ัติตนตาม
หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาทต่ี นนับถอื ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

2. มคี วามรูอ้ นั เป็นสากลและมีความสามารถในการสอื่ สาร การคดิ การแกป้ ญั หา การใชเ้ ทคโนโลยี
และมีทักษะชวี ิต

3. มีสขุ ภาพกายและสุขภาพจิตท่ดี ี มสี ุขนสิ ยั และรักการออกกำลังกาย
4. มีความรกั ชาติ มีจิตสำนึกในความเปน็ พลเมอื งไทยและพลโลก ยดึ ม่นั ในวิถีชวี ติ และการปกครอง
ตามระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมุข
5. มจี ิตสำนกึ ในการอนุรกั ษว์ ัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนรุ ักษแ์ ละพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจติ
สาธารณะทมี่ ุ่งมัน่ ทำประโยชนแ์ ละสรา้ งสง่ิ ทด่ี ีงามในสงั คม และอย่รู ่วมกนั ในสังคมอยา่ งมคี วามสุข

คำขวัญ
ความรูด้ ี มคี ณุ ธรรม กจิ กรรมเด่น เปน็ โรงเรียนของชุมชน

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลลมุ พกุ (วนั ครู 2503) 5

อตั ลักษณ์
มารยาทดี มีความสภุ าพ

เอกลักษณ์
ความรดู้ ี มีคุณธรรม

1.3 สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น

ในการพัฒนาผเู้ รียนตามหลักสูตรโรงเรยี นอนุบาลลุมพุก(วันครู 2503) มงุ่ เนน้ พัฒนาผเู้ รียนให้มี
คณุ ภาพตามมาตรฐานท่กี ำหนด ซง่ึ จะช่วยใหผ้ เู้ รยี นเกดิ สมรรถนะสำคัญและคณุ ลักษณะ อันพึงประสงค์ ดังนี้

สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
หลักสตู รโรงเรยี นอนบุ าลลมุ พุก(วนั ครู 2503) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน 2551 มงุ่
ใหผ้ ู้เรียนเกดิ สมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ดงั นี้
1. ความสามารถในการส่อื สาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มวี ัฒนธรรมใน การใชภ้ าษา
ถา่ ยทอดความคดิ ความรู้ความเข้าใจ ความรูส้ ึก และทศั นะของตนเองเพอื่ แลกเปลย่ี นข้อมูลขา่ วสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสงั คม รวมท้ัง การเจรจาต่อรองเพ่ือขจัดและลด
ปญั หาความขัดแย้งตา่ ง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารดว้ ยหลกั เหตผุ ลและความถูกต้อง ตลอดจนการ
เลือกใชว้ ิธกี ารสื่อสาร ท่ีมีประสทิ ธภิ าพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบท่มี ีต่อตนเองและสงั คม
2. ความสามารถในการคดิ เปน็ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคดิ สงั เคราะห์ การคิดอย่าง
สรา้ งสรรค์ การคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพอ่ื นำไปส่กู ารสร้างองค์ความรูห้ รือสารสนเทศ
เพอ่ื การตดั สินใจเก่ียวกับตนเองและสังคมได้อยา่ งเหมาะสม
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ท่ีเผชญิ ได้
อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพืน้ ฐานของหลกั เหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เขา้ ใจความสมั พันธแ์ ละการ
เปลย่ี นแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรมู้ าใชใ้ นการป้องกันและแกไ้ ข
ปัญหา และมีการตดั สนิ ใจที่มีประสทิ ธภิ าพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบทีเ่ กดิ ข้ึนต่อตนเอง สังคมและสงิ่ แวดล้อม
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใชใ้ นการ
ดำเนินชวี ิตประจำวนั การเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง การเรียนรู้อย่างตอ่ เน่ือง การทำงาน และการอยูร่ ่วมกนั ในสังคม
ดว้ ยการสร้างเสริมความสัมพันธอ์ ันดรี ะหวา่ งบุคคล การจัดการปญั หาและความขัดแย้งตา่ ง ๆ อย่างเหมาะสม
การปรบั ตวั ให้ทันกับการเปลย่ี นแปลงของสังคมและสภาพแวดลอ้ ม และการร้จู กั หลีกเลย่ี งพฤติกรรมไม่พึง
ประสงคท์ ่ีส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมี
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสงั คม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การ
แกป้ ญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ถูกตอ้ ง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม

หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลลุมพุก(วนั ครู 2503) 6

1.4 คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

หลกั สูตรโรงเรยี นอนบุ าลลุมพุก(วันครู 2503) มงุ่ พัฒนาผู้เรียนใหม้ ีคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ เพื่อให้
สามารถอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ืน่ ในสังคมได้อยา่ งมีความสขุ ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้

1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
2. ซ่ือสตั ย์สุจรติ
3. มีวินัย
4. ใฝเ่ รยี นรู้
5. อย่อู ย่างพอเพียง
6. มุ่งมั่นในการทำงาน
7. รักความเป็นไทย
8. มจี ิตสาธารณะ

1.5 มาตรฐานการเรียนรู้

การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุล ต้องคำนึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปัญญา หลักสูตร
โรงเรยี นอนบุ าลลมุ พกุ (วนั ครู 2503) จึงกำหนดใหผ้ ู้เรยี นเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ดังน้ี

1. ภาษาไทย
2. คณติ ศาสตร์
3. วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
5. สุขศึกษาและพลศึกษา
6. ศิลปะ
7. การงานอาชีพ
8. ภาษาตา่ งประเทศ

ในแตล่ ะกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ได้กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้เปน็ เป้าหมายสำคญั ของการพัฒนา
คณุ ภาพผู้เรียน มาตรฐานการเรียนรรู้ ะบุสง่ิ ที่ผเู้ รยี นพึงรู้ ปฏบิ ัตไิ ด้ มคี ณุ ธรรมจริยธรรม และค่านยิ มท่พี ึง
ประสงค์เมื่อจบการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน นอกจากน้นั มาตรฐานการเรียนรู้ยงั เปน็ กลไกสำคัญในการขับเคล่อื น
พฒั นาการศึกษาท้ังระบบ เพราะมาตรฐานการเรียนรู้จะสะทอ้ นให้ทราบวา่ ตอ้ งการอะไร จะสอนอย่างไร และ
ประเมินอยา่ งไร รวมท้งั เปน็ เครอ่ื งมือในการตรวจสอบเพ่อื การประกันคุณภาพการศึกษาโดยใช้ระบบการ
ประเมินคุณภาพภายในและการประเมนิ คุณภาพภายนอก ซ่งึ รวมถึงการทดสอบระดบั เขตพื้นท่ีการศกึ ษา และ
การทดสอบระดับชาติ ระบบการตรวจสอบเพื่อประกนั คุณภาพดังกล่าวเป็นส่ิงสำคัญท่ีช่วยสะทอ้ นภาพการจัด
การศกึ ษาว่าสามารถพฒั นาผู้เรียนใหม้ คี ุณภาพตามทม่ี าตรฐานการเรียนร้กู ำหนดเพียงใด

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลลุมพุก(วนั ครู 2503) 7

หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลลุมพุก(วันครู 2503) กำหนดมาตรฐานการเรยี นรู้ใน 8 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
จำนวน 67 มาตรฐาน ดงั น้ี

ภาษาไทย
สาระท่ี 1 การอา่ น
มาตรฐาน ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคิดเพ่ือนำไปใชต้ ดั สินใจ

แก้ปญั หาในการดำเนินชวี ติ และมนี สิ ยั รกั การอา่ น
สาระท่ี 2 การเขยี น
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี น

เร่อื งราวในรปู แบบตา่ งๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน
การศกึ ษาคน้ คว้าอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
สาระที่ 3 การฟงั การดู และการพดู
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมวี ิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคดิ
ความร้สู ึกในโอกาสตา่ งๆ อย่างมวี จิ ารณญาณ และสร้างสรรค์
สาระที่ 4 หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและ
พลงั ของภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
สาระที่ 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่าง
เห็นคุณค่าและนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ จริง

คณติ ศาสตร์
สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน ผลที่

เกดิ ขน้ึ จากการดำเนินการ สมบตั ิของการดำเนินการ และนำไปใช้
มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจและวิเคราะห์แบบรปู ความสัมพันธ์ ฟงั กช์ นั ลำดับและอนกุ รม และนำไปใช้
มาตรฐาน ค 1.3 ใช้นิพจน์ สมการ และอสมการ อธิบายความสมั พนั ธ์ หรอื ชว่ ยแก้ปญั หาท่กี ำหนดให้
สาระท่ี 2 การวัดและเรขาคณิต
มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพ้ืนฐานเกยี่ วกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสง่ิ ท่ีตอ้ งการวัดและนำไปใช้
มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวเิ คราะห์รูปเรขาคณิต สมบตั ขิ องรปู เรขาคณติ ความสัมพันธ์ระหวา่ งรูปเรขาคณติ

และทฤษฏบี ททางเรขาคณิต และนำไปใช้
สาระที่ 3 สถติ แิ ละความน่าจะเป็น
มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถติ ิ และใช้ความรู้ทางสถิตใิ นการแกป้ ญั หา
มาตรฐาน ค 3.2 เขา้ ใจหลักการนบั เบ้อื งตน้ ความน่าจะเป็น และนำไปใช้

หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลลุมพุก(วนั ครู 2503) 8

สาระท่ี 4 แคลคูลสั
มาตรฐาน ค 4.1 เข้าใจลิมติ และความต่อเนื่องของฟังกช์ ัน และปริพันธ์ของฟงั กช์ ัน และนำไปใช้

วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สาระท่ี 1 วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความสมั พนั ธร์ ะหว่างสิ่งไมม่ ีชีวิตกบั สิง่ มีชวี ติ และ

ความสมั พันธ์ระหวา่ งส่ิงมีชวี ิตกบั ส่งิ มชี วี ิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลงั งาน การ
เปลี่ยนแปลงแทนท่ีในระบบนเิ วศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบทมี่ ตี อ่
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อมแนวทางในการอนุรกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติและการแก้ไข
ปัญหาสิง่ แวดลอ้ ม รวมทัง้ นำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบตั ิของสงิ่ มีชีวิต หน่วยพนื้ ฐานของส่ิงมีชีวติ การลำเลยี งสารเขา้
และออกจากเซลล์ ความสมั พนั ธข์ องโครงสร้าง และหนา้ ท่ขี องระบบตา่ ง ๆ ของสตั วแ์ ละ
มนษุ ย์ทที่ ำงานสัมพันธก์ นั ความสมั พันธข์ องโครงสรา้ ง และหนา้ ท่ีของอวัยวะต่าง ๆ ของ
พชื ทีท่ ำงานสัมพันธ์กนั รวมท้งั นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรม
สารพนั ธกุ รรม การเปล่ียนแปลงทางพนั ธกุ รรมทีม่ ีผลตอ่ สงิ่ มีชวี ติ ความหลากหลายทาง
ชีวภาพและววิ ฒั นาการของสงิ่ มชี ีวติ รวมท้งั นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
สาระที่ 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เขา้ ใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพนั ธร์ ะหว่างสมบัติของสสารกับ
โครงสร้างและแรงยดึ เหนย่ี วระหว่างอนภุ าค หลกั และธรรมชาติของการเปล่ียนแปลงสถานะ
ของสสาร การเกดิ สารละลาย และการเกิดปฏกิ ิริยาเคมี
มาตรฐาน ว 2.2 เขา้ ใจธรรมชาติของแรงในชีวติ ประจำวนั ผลของแรงทีก่ ระทำตอ่ วตั ถุ ลักษณะการเคล่ือนท่ี
แบบตา่ ง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลีย่ นแปลงและการถ่ายโอนพลงั งานปฏิสมั พนั ธ์ระหว่าง
สสารและพลังงาน พลังงานในชวี ติ ประจำวัน ธรรมชาติของคลนื่ ปรากฏการณท์ ี่เก่ยี วขอ้ ง
กบั เสียง แสง และคล่นื แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ รวมทงั้ นำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
สาระท่ี 3 วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.1 เขา้ ใจองคป์ ระกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ และววิ ัฒนาการของเอกภพกาแลก็ ซี ดาวฤกษ์
และระบบสุริยะ รวมทัง้ ปฏสิ ัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่สง่ ผลตอ่ ส่งิ มชี วี ติ และการประยุกตใ์ ช้
เทคโนโลยีอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสมั พนั ธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลย่ี นแปลง ภายในโลก
และบนผิวโลก ธรณพี บิ ตั ภิ ยั กระบวนการเปล่ยี นแปลงลมฟ้าอากาศและภมู ิอากาศโลก

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลลุมพกุ (วนั ครู 2503) 9

รวมทั้งผลตอ่ สิง่ มีชีวิตและสิ่งแวดลอ้ ม
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลกั ของเทคโนโลยเี พอ่ื การดำรงชีวิตในสงั คมทีม่ ีการเปลย่ี นแปลงอยา่ งรวดเร็ว

ใช้ความรู้และทักษะทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตรอ์ น่ื ๆ เพอ่ื แก้ปญั หาหรอื
พฒั นางานอย่างมคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม เลือกใช้
เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคำนงึ ถึงผลกระทบตอ่ ชีวิต สังคม และสง่ิ แวดลอ้ ม
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคดิ เชิงคำนวณในการแก้ปัญหาท่พี บในชวี ติ จรงิ อย่างเปน็
ข้นั ตอนและเปน็ ระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารในการเรยี นรกู้ ารทำงาน และ
การแก้ปัญหาไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ รเู้ ท่าทัน และมีจริยธรรม

สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
สาระท่ี 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
มาตรฐาน ส 1.1 รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตน

นบั ถือและศาสนาอ่ืน มีศรัทธาท่ถี ูกต้อง ยดึ ม่ัน และปฏิบตั ิตามหลกั ธรรม เพ่ืออยูร่ ่วมกันอยา่ ง
สันติสุข
มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจ ตระหนกั และปฏิบตั ติ นเปน็ ศาสนิกชนท่ดี ี และธำรงรักษาพระพทุ ธศาสนาหรือ
ศาสนาที่ตนนบั ถือ
สาระท่ี 2 หน้าท่พี ลเมอื ง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวติ ในสังคม
มาตรฐาน ส 2.1 เขา้ ใจและปฏบิ ัติตนตามหนา้ ที่ของการเปน็ พลเมืองดี มีค่านิยมทดี่ ีงามและธำรงรักษา
ประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมไทย และ สงั คมโลกอย่างสันติสขุ
มาตรฐาน ส 2.2 เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบนั ยึดม่ัน ศรัทธา และธำรงรักษาไว้ซึ่ง
การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข
สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส 3.1 เขา้ ใจและสามารถบริหารจดั การทรัพยากรในการผลติ และการบรโิ ภค การใช้ทรพั ยากรที่มี
อยู่จำกัดได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพและคุ้มค่า รวมทง้ั เข้าใจหลกั การของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เพ่ือ
การดำรงชีวิตอย่างมดี ลุ ยภาพ
มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบ และสถาบนั ทางเศรษฐกจิ ต่าง ๆ ความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกจิ และความจำเป็น
ของการรว่ มมือกันทางเศรษฐกจิ ในสังคมโลก
สาระท่ี 4 ประวัติศาสตร์
มาตรฐาน ส 4.1 เขา้ ใจความหมาย ความสำคญั ของเวลาและยคุ สมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้
วิธกี ารทางประวตั ศิ าสตรม์ าวเิ คราะหเ์ หตุการณต์ ่างๆ อย่างเปน็ ระบบ
มาตรฐาน ส 4.2 เข้าใจพฒั นาการของมนุษยชาตจิ ากอดีตจนถึงปจั จบุ ัน ในด้านความสัมพนั ธ์และการ
เปล่ียนแปลงของเหตุการณอ์ ย่างตอ่ เนื่อง ตระหนักถงึ ความสำคัญและสามารถวเิ คราะห์

หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลลมุ พุก(วนั ครู 2503) 10

ผลกระทบทีเ่ กิดข้นึ
มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาตไิ ทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจและ

ธำรงความเปน็ ไทย
สาระที่ 5 ภูมศิ าสตร์
มาตรฐาน ส 5.1 เขา้ ใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพสง่ิ ซ่งึ มผี ลต่อกนั ใช้แผนที่

และเคร่อื งมอื ทางภูมิศาสตรใ์ นการคน้ หา วิเคราะห์ และสรปุ ข้อมูลตามกระบวนการ ทาง
ภูมศิ าสตร์ ตลอดจนใช้ภูมิสารสนเทศอย่ำงมปี ระสิทธิภาพ
มาตรฐาน ส 5.2 เขา้ ใจปฏสิ มั พันธ์ระหว่างมนุษยก์ ับสิง่ แวดล้อมทางกายภาพทก่ี ่อให้เกดิ การสร้างสรรค์ วิถกี าร
ดำเนินชวี ติ มีจติ สำนึกและมสี ่วนร่วมในการจดั การทรัพยากร และสิ่งแวดลอ้ ม เพื่อการ
พัฒนาทย่ี ่งั ยนื

สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
สาระท่ี 1 การเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย์
มาตรฐาน พ 1.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องการเจรญิ เติบโตและพัฒนาการของมนษุ ย์
สาระท่ี 2 ชีวติ และครอบครัว
มาตรฐาน พ 2.1 เข้าใจและเหน็ คณุ คา่ ตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดำเนนิ ชีวิต
สาระท่ี 3 การเคลือ่ นไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ 3.1 เขา้ ใจ มีทกั ษะในการเคล่ือนไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา
มาตรฐาน พ 3.2 รกั การออกกำลังกาย การเลน่ เกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั เิ ปน็ ประจำอย่างสมำ่ เสมอ มี

วินยั เคารพสทิ ธิ กฎ กตกิ า มนี ำ้ ใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแขง่ ขนั และชน่ื ชมใน
สนุ ทรียภาพของการกีฬา
สาระที่ 4 การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรค
มาตรฐาน พ 4.1 เหน็ คุณคา่ และมีทักษะในการสร้างเสริมสขุ ภาพ การดำรงสุขภาพ
การปอ้ งกันโรคและการสร้างเสรมิ สมรรถภาพเพอ่ื สุขภาพ
สาระที่ 5 ความปลอดภัยในชวี ิต
มาตรฐาน พ 5.1 ปอ้ งกนั และหลีกเลีย่ งปจั จยั เสย่ี ง พฤติกรรมเสยี่ งต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ
การใช้ยาสารเสพติด และความรุนแรง

ศลิ ปะ
สาระท่ี 1 ทศั นศิลป์
มาตรฐาน ศ 1.1 สรา้ งสรรค์งานทัศนศิลปต์ ามจนิ ตนาการ และความคดิ สร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์ วจิ ารณ์

คณุ คา่ งานทศั นศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรสู้ ึก ความคดิ ตอ่ งานศิลปะอย่างอิสระ ชน่ื ชม และ
ประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลลุมพกุ (วนั ครู 2503) 11

มาตรฐาน ศ 1.2 เข้าใจความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งทัศนศิลป์ ประวตั ศิ าสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คณุ ค่างานทัศนศลิ ป์
ที่เป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาท้องถิ่นภูมิปัญญาไทยและสากล

สาระท่ี 2 ดนตรี
มาตรฐาน ศ 2.1 เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรอี ยา่ งสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษว์ จิ ารณค์ ุณคา่ ดนตรี

ถา่ ยทอดความร้สู ึก ความคดิ ต่อดนตรีอย่างอิสระ ช่นื ชม และประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจำวนั
มาตรฐาน ศ 2.2 เขา้ ใจความสัมพันธร์ ะหว่างดนตรี ประวตั ศิ าสตร์ และวฒั นธรรม เหน็ คุณคา่ ของดนตรีทเ่ี ป็น

มรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถิน่ ภมู ิปญั ญาไทยและสากล
สาระที่ 3 นาฏศลิ ป์
มาตรฐาน ศ 3.1 เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศลิ ปอ์ ยา่ งสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณคา่

นาฏศลิ ป์ ถ่ายทอดความร้สู กึ ความคิดอยา่ งอสิ ระ ชนื่ ชม และประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวัน
มาตรฐาน ศ 3.2 เข้าใจความสัมพันธร์ ะหวา่ งนาฏศลิ ป์ ประวัตศิ าสตรแ์ ละวฒั นธรรม เหน็ คณุ คา่ ของนาฏศลิ ปท์ ่ี

เปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล

การงานอาชพี
สาระที่ 1 การดำรงชวี ิตและครอบครวั
มาตรฐาน ง 1.1 เขา้ ใจการทำงาน มคี วามคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะการ

จัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทกั ษะการทำงานร่วมกนั และทักษะการแสวงหา
ความรู้ มคี ณุ ธรรม และลักษณะนสิ ัยในการทำงาน มีจิตสำนกึ ในการใช้พลังงาน ทรัพยากร
และสิ่งแวดล้อมเพื่อการดำรงชวี ิตและครอบครวั
สาระที่ 2 การอาชีพ
มาตรฐาน ง 2.1 เขา้ ใจ มีทักษะทจ่ี ำเปน็ มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใชเ้ ทคโนโลยี เพือ่
พฒั นาอาชีพ มีคณุ ธรรม และมเี จตคติทด่ี ตี ่ออาชีพ

ภาษาตา่ งประเทศ
สาระท่ี 1 ภาษาเพ่ือการสอื่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเร่ืองที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคดิ เห็นอย่างมเี หตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นข้อมลู ข่าวสาร แสดงความรู้สกึ และความ

คิดเหน็ อย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเรื่องตา่ งๆโดยการพดู และ

การเขยี น
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสัมพันธ์ระหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้อยา่ ง

เหมาะสมกบั กาลเทศะ

หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลลมุ พุก(วนั ครู 2503) 12

มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของ
เจ้าของภาษากับภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใช้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม

สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธก์ บั กลมุ่ สาระการเรียนรูอ้ ่ืน
มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรกู้ ับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน และเปน็ พ้นื ฐานในการ

พัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทศั นข์ องตน
สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพนั ธ์กับชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในสถานการณต์ ่างๆ ทั้งในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสังคม
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเปน็ เคร่ืองมือพ้ืนฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชพี

และการแลกเปลยี่ นเรียนรู้กับสังคมโลก

การจดั การศกึ ษาระดับประถมศึกษา

โรงเรียนอนุบาลลมุ พกุ (วันครู 2503) จัดการศกึ ษาระดับปฐมวัยและประถมศึกษา (ช้ันประถมศกึ ษาปี
ที่ 1 – 6) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เพ่ือมุ่งเน้นทักษะพ้ืนฐานด้านการอ่าน การเขียน การคิด
คำนวณ ทักษะการคิดพื้นฐาน การติดต่อสื่อสาร กระบวนการเรียนรู้ทางสังคม และพื้นฐานความเป็นมนุษย์
การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างสมบูรณ์และสมดุลท้ังในด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และวัฒนธรรม
โดยเน้นจัดการเรียนรูแ้ บบบูรณาการระดับชน้ั ปฐมวยั และประถมศึกษา (ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 1 – 6) ให้จัดเวลา
เรยี นเปน็ รายปี

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลลมุ พกุ (วนั ครู 2503) 13

2. โครงสร้างหลักสตู รสถานศกึ ษา

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลลมุ พกุ (วนั ครู 2503) 14

โครงสร้างหลกั สตู รชนั้ ปี ระดับประถมศกึ ษา ประกอบด้วย

2.1 โครงสรา้ งเวลาเรียน

เป็นโครงสรา้ งท่แี สดงรายละเอียดในภาพรวม เวลาเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กล่มุ สาระทเ่ี ปน็
เวลาเรียนพนื้ ฐาน เวลาเรียนเพ่มิ เติม และเวลาในการจดั กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น จำแนกแตล่ ะช้ันปี
โครงสร้างเวลาเรยี นโรงเรยี นอนุบาลลุมพุก(วันครู 2503) ระดบั ระถมศกึ ษา

ระดบั ประถมศกึ ษา ช่วั โมง / ปี

กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ กิจกรรม ระดับประถมศึกษาตอนตน้ ระดบั ประถมศกึ ษาตอนปลาย

1. ภาษาไทย ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6
2. คณติ ศาสตร์ 200 200 200 160 160 160
3. วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 160 160 160 160 160 160
120 120 120 120 120 120

4. สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 40 40 40 80 80 80
- ประวัตศิ าสตร์ 40 40 40 40 40 40
5. สขุ ศึกษา พลศึกษา 40 40 40 80 80 80

หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลลุมพุก(วนั ครู 2503) 15

6. ศิลปะ 40 40 40 80 80 80
7. การงานอาชพี 40 40 40 40 40 40
8. ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)* 160 160 160 80 80 80
840 840 840 840 840 840
รวมเวลาเรยี น (พื้นฐาน)
รายวิชาเพ่ิมเติม 40 40 40 40 40 40
การป้องกนั การทจุ ริต 1 40 40 40
คณติ ศาสตร์เพ่มิ เตมิ 80 80 80 40 40 40
(120) (120) (120) (120) (120) (120)
รวมเวลาเรยี น (เพม่ิ เติม) 40 40 40 40 40 40
9. กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น
1. กจิ กรรมแนะแนว 40 40 40 40 40 40
2. กิจกรรมนกั เรียน 30 30 30 30 30 30
10 10 10 10 10 10
- ลูกเสือ – ยุวกาชาด
- ชุมนุม 1,040 1,040 1,040 1,000 1,000 1,000
3. กิจกรรมเพ่อื สงั คมและ สาธารณประโยชน์

รวมเวลาเรียน
รวมเวลาเรยี นทง้ั หมด

* หมายเหตุ : 1. กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี นจัดเปน็ กจิ กรรม “ลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลารู้” บงั คบั ตามหลักสูตร
ประกอบด้วยกจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียนและกจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์

2. รายวชิ าหน้าทพี่ ลเมอื ง จดั การเรยี นการสอนบูรณาการไวใ้ นกลุ่มสาระการเรียนร้สู ังคมศึกษา
ศาสนาและวฒั นธรรม

3. การจดั การเรียนการสอนภาษาองั กฤษในระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 1-3 ใหค้ รบ 200 ช่วั โมง
เปิดเป็นวิชาภาษาอังกฤษหลัก 160 ช่ัวโมง และจัดเพ่ิมอีก 40 ช่ัวโมงในกิจกรรมชุมนุม โดยเปิดเป็นกิจกรรม
ชมุ นุมภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร

2.2 โครงสร้างหลักสตู รช้นั ปี

เป็นโครงสรา้ งที่แสดงรายละเอียดวิชาเรียนพนื้ ฐาน รายวชิ าเพม่ิ เติมกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน
และกจิ กรรมทักษะการดำรงชวี ิต โครงสร้างหลกั สตู ร ระดับประถมศึกษา ในแต่ละช้นั ปี มี ดังนี้

หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลลมุ พุก(วนั ครู 2503) 16

โครงสรา้ งหลักสตู รชนั้ ปี โรงเรียนอนุบาลลุมพกุ (วนั ครู 2503)
ระดับชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 1

รายวิชา / กจิ กรรม เวลาเรียน (ชม. / ปี)

รายวิชาพืน้ ฐาน (840)

ท11101 ภาษาไทย 200
ค11101 คณิตศาสตร์ 160

ว11101 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 120
ส11101 สงั คมศกึ ษา 40

ส11102 ประวัติศาสตร์ 40

หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลลุมพกุ (วนั ครู 2503) 17

พ11101 สุขศึกษาและพลศึกษา 40
40
ศ11101 ศลิ ปะ 40
160
ง11101 การงานอาชีพ
40
อ11101 ภาษาอังกฤษ
40
รายวชิ าเพิม่ เติม 40

ส11201 การปอ้ งกันการทุจรติ 1 (120)

ค11201 คณติ ศาสตรเ์ พิ่มเตมิ 1 40
40
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น 30
10
1. กิจกรรมแนะแนว
1,040
2. ลกู เสอื / เนตรนารี

3. กิจกรรมชมรม ชุมนุม

4. กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์

รวมเวลาเรยี นทงั้ หมด

* กิจกรรมชุมนุมจัดเปน็ กจิ กรรมบงั คับเลอื ก คือ กิจกรรมชุมนุมภาษาอังกฤษเพ่ือการสอื่ สาร จำนวน 40
ชว่ั โมง

โครงสร้างหลักสตู รชนั้ ปี โรงเรยี นอนุบาลลุมพกุ (วนั ครู 2503)
ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2

รายวิชา / กิจกรรม เวลาเรียน (ชม. / ปี)

รายวชิ าพนื้ ฐาน (840)

ท12101 ภาษาไทย 200

ค12101 คณิตศาสตร์ 160
ว12101 วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 120

ส12101 สังคมศึกษา 40

หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลลมุ พุก(วนั ครู 2503) 18

ส12102 ประวตั ศิ าสตร์ 40
40
พ12101 สุขศึกษาและพลศึกษา 40
40
ศ12101 ศลิ ปะ 160
รายวชิ าเพ่มิ เติม
ง12101 การงานอาชีพ 40

อ12101 ภาษาอังกฤษ 40

รายวิชาเพมิ่ เติม (120)

ส12201 การป้องกันการทุจริต 2 40

ค11201 คณติ ศาสตรเ์ พ่ิมเตมิ 1 40

กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น 30
10
1. กิจกรรมแนะแนว 1,040

2. ลกู เสือ / เนตรนารี

3. กิจกรรมชมรม ชมุ นุม

4. กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์

รวมเวลาเรียนทั้งหมด

* กิจกรรมชมุ นุมจัดเปน็ กจิ กรรมบงั คบั เลอื ก คือ กจิ กรรมชุมนมุ ภาษาอังกฤษเพ่ือการสอื่ สาร จำนวน 40
ชวั่ โมง

โครงสร้างหลกั สูตรชั้นปี โรงเรียนอนบุ าลลุมพกุ (วนั ครู 2503)
ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3

รายวชิ า / กจิ กรรม เวลาเรียน (ชม. / ปี)

รายวชิ าพน้ื ฐาน (840)

ท13101 ภาษาไทย 200
ค13101 คณติ ศาสตร์
160

ว13101 วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 120

หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลลมุ พกุ (วนั ครู 2503) 19

ส13101 สงั คมศึกษา 40
40
ส13102 ประวตั ิศาสตร์ 40
40
พ13101 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 40
160
ศ13101 ศลิ ปะ 40
40
ง13101 การงานอาชีพ
40
อ13101 ภาษาองั กฤษ
(120)
รายวิชาเพิ่มเติม
40
ส13201 การปอ้ งกนั การทจุ รติ 3
40
ค11201 คณิตศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ 1
30
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน 10
1,040
1. กิจกรรมแนะแนว

2. ลูกเสอื / เนตรนารี

3. กจิ กรรมชมรม ชมุ นมุ /

4. กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์

รวมเวลาเรียนทง้ั หมด

* กจิ กรรมชมุ นมุ จดั เป็นกจิ กรรมบังคบั เลอื ก คือ กจิ กรรมชมุ นุมภาษาองั กฤษเพื่อการสอ่ื สาร จำนวน 40
ช่ัวโมง

โครงสร้างหลกั สูตรช้ันปี โรงเรยี นอนบุ าลลุมพุก(วนั ครู 2503)

ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4

รายวิชา / กิจกรรม เวลาเรยี น (ชม. / ปี)

รายวิชาพื้นฐาน (840)

ท14101 ภาษาไทย 160

ค14101 คณิตศาสตร์ 160

หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลลมุ พุก(วนั ครู 2503) 20

ว14101 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 120
80
ส14101 สังคมศึกษา 40
80
ส14102 ประวตั ิศาสตร์ 80
40
พ14101 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 80

ศ14101 ศิลปะ (40)
40
ง14101 การงานอาชีพ (120)

อ14101 ภาษาอังกฤษ 40
40
รายวิชาเพิ่มเติม
30
ส14201 การป้องกนั การทจุ รติ 4 10
1,000
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน

1. กจิ กรรมแนะแนว

2. ลูกเสือ / เนตรนารี

3. กิจกรรมชมรม ชมุ นุม

4. กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์

รวมเวลาเรยี นทัง้ หมด

* กจิ กรรมชุมนุมจัดเป็นกิจกรรมบังคับเลอื ก คือ กจิ กรรมชมุ นุมภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร จำนวน 40
ชัว่ โมง

โครงสรา้ งหลกั สตู รชั้นปี โรงเรียนอนบุ าลลุมพกุ (วันครู 2503)

ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

รายวชิ า / กิจกรรม เวลาเรยี น (ชม. / ปี)

รายวชิ าพื้นฐาน (840)

หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลลมุ พุก(วนั ครู 2503) 21

ท15101 ภาษาไทย 160
160
ค15101 คณิตศาสตร์ 120
80
ว15101 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 40
80
ส15101 สงั คมศึกษา 80
40
ส15102 ประวัติศาสตร์ 80
(40)
พ15101 สขุ ศึกษาและพลศึกษา 40
(120)
ศ15101 ศลิ ปะ
40
ง15101 การงานอาชีพ
40
อ15101 ภาษาอังกฤษ
30
รายวิชาเพิ่มเติม 10
1,000
ส15201 การปอ้ งกันการทจุ ริต 5

กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น

1. กจิ กรรมแนะแนว

2. ลูกเสือ / เนตรนารี

3. กจิ กรรมชมรม ชุมนมุ

4. กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์

รวมเวลาเรียนทัง้ หมด

* กจิ กรรมชุมนมุ จัดเป็นกิจกรรมบังคบั เลอื ก คือ กจิ กรรมชุมนุมภาษาอังกฤษเพ่ือการสอ่ื สาร จำนวน 40
ชั่วโมง
* กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์บูรณาการในชั่วโมงกจิ กรรมชมุ นมุ

โครงสรา้ งหลักสูตรชัน้ ปี โ
รงเรียนอนบุ าลลุมพกุ (วันครู 2503)

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลลมุ พกุ (วนั ครู 2503) 22

ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6

รายวิชา / กจิ กรรม เวลาเรยี น (ชม. / ปี)
(840)
รายวชิ าพื้นฐาน 160
160
ท16101 ภาษาไทย 120
80
ค16101 คณิตศาสตร์ 40
80
ว16101 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 80
40
ส16101 สงั คมศึกษา 80
(40)
ส16102 ประวัติศาสตร์ 40
(120)
พ16101 สุขศึกษาและพลศึกษา
40
ศ16101 ศิลปะ
40
ง16101 การงานอาชพี
30
อ16101 ภาษาองั กฤษ 10
1,000
รายวชิ าเพม่ิ เติม

ส16201 การป้องกันการทจุ รติ 6

กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น

1. กจิ กรรมแนะแนว

2. ลกู เสอื / เนตรนารี

3. กจิ กรรมชมรม ชุมนมุ

4. กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์

รวมเวลาเรียนทัง้ หมด

* กิจกรรมชุมนมุ จัดเปน็ กิจกรรมบงั คับเลอื ก คือ กจิ กรรมชมุ นมุ ภาษาองั กฤษเพ่ือการสอ่ื สาร จำนวน 40
ช่ัวโมง
* กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์บรู ณาการในชว่ั โมงกจิ กรรมชุมนมุ

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลลมุ พุก(วนั ครู 2503) 23

3. คำอธิบายรายวิชา

คำอธิบายรายวิชา ประกอบด้วย รหัสวิชา ช่ือรายวิชา กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ชัน้ ปี จำนวนเวลา
เรยี นท่ีสอนตลอดปี การเขียนคำอธบิ ายรายวชิ า เขียนเป็นความเรยี ง องค์ประกอบของคำอธบิ ายรายวชิ า
ประกอบไปดว้ ยองค์ความรู้ ทักษะ กระบวนการ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์เป็นภาพรวมทีต่ ้องการใหเ้ กิดกบั
ผู้เรียนและสะท้อนตวั ชีว้ ดั หรอื ผลการเรียนรู้ของรายวิชาน้นั ๆ ซึ่งจำแนกตามรายวชิ าพื้นฐานและเพ่ิมเติม ดังน้ี

รายวิชาพน้ื ฐานและเพมิ่ เตมิ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ระดบั ประถมศึกษา

รายวชิ าพื้นฐาน จำนวน 200 ชั่วโมง
ท11101 ภาษาไทย จำนวน 200 ชว่ั โมง
ท12101 ภาษาไทย จำนวน 200 ช่วั โมง
ท13101 ภาษาไทย จำนวน 160 ชวั่ โมง
ท14101 ภาษาไทย จำนวน 160 ช่ัวโมง
ท15101 ภาษาไทย จำนวน 160 ชว่ั โมง
ท16101 ภาษาไทย

รายวชิ าเพมิ่ เติม
-

หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลลมุ พกุ (วนั ครู 2503) 24

รหัสวชิ า ท11101 คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
เวลา 200 ช่ัวโมง/ปี

ศึกษาหลักการอ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความส้ันๆ การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ
การอ่านหนงั สอื ตามความสนใจ การอ่านเครื่องหมายสัญลกั ษณ์ บอกความหมายของคำ ข้อความทอ่ี ่าน และ
เครื่องหมายสัญลักษณ์สำคัญที่มักพบเห็นในชีวิตประจำวัน การตอบคำถาม เล่าเรื่องย่อ และคาดคะเน
เหตุการณ์จากเรื่องท่ีอ่าน หลักการคัดลายมือตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย การเขียนส่ือสารด้วยคำและ
ประโยคง่าย ๆ การฟังและปฏิบัติการตามคำแนะนำ คำสั่งงา่ ยๆ การจับใจความส่ิงท่ีฟัง การพูดแสดงความ
คิดเห็น ความรู้สึกจากเร่ืองที่ฟังและดู การพูดส่ือสารในชีวิตประจำวันหลักการอ่านและเขียนพยัญชนะ สระ
และวรรณยุกต์ เลขไทย การสะกดคำ การอ่านและเขียนคำที่มีตัวสะกดตรงตามมาตรา และไม่ตรงตาม
มาตรา การผันคำ การบอกความหมายของคำ การแต่งประโยค การต่อคำคล้องจอง การบอกข้อคิดท่ีได้
จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรม ร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก การท่องจำบทอาขยานและบทร้อย
กรองตามความสนใจ

โดยใช้กระบวนการ อ่าน เขียน ฟัง ดู และ พูด เพ่ือให้สามารถอ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และ
ข้อความสั้นๆ อ่านจับใจความจากส่ือต่างๆ อ่านหนังสือตามความสนใจ อ่านเครื่องหมายสัญลักษณ์ บอก
ความหมายของคำ ข้อความท่ีอ่าน และเครื่องหมายสัญลักษณ์สำคัญท่ีมักพบเห็นในชีวิตประจำวัน ตอบ
คำถาม เล่าเร่ืองย่อ และคาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องท่ีอ่าน คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดตามรูปแบบการ
เขียนตัวอักษรไทย เขียนส่ือสารด้วยคำและประโยคง่ายๆ ฟังและปฏิบัติการตามคำแนะนำ คำส่ังง่ายๆ จับ
ใจความส่ิงที่ฟัง พูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึกจากเรื่องท่ีฟังและดู พูดสื่อสารในชีวิตประจำวัน บอกและ
เขียนพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ เลขไทย การสะกดคำ อ่านและเขียนคำที่มีตัวสะกดตรงตามมาตรา
และไม่ตรงตามมาตรา ผันคำ บอกความหมายของคำ แต่งประโยค ต่อคำคล้องจองบอกข้อคิดท่ีได้จากการ
อา่ นหรือการฟังวรรณกรรม ร้อยแกว้ และร้อยกรองสำหรับเดก็ ท่องจำบทอาขยานและบทร้อยกรองตามความ
สนใจ

มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพูด มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน
รักความเป็นไทย

หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลลุมพุก(วนั ครู 2503) 25

ตัวชว้ี ัด
ท 1.1 ป. 1/1 ป. 1/2 ป. 1/3 ป. 1/4 ป. 1/5 ป. 1/6 ป. 1/7 ป. 1/8 ,
ท 2.1 ป .1/1 ป. 1/2 ป. 1/3 ,
ท 3.1 ป. 1/1 ป. 1/2 ป. 1/3 ป. 1/4 ป. 1/5
ท 4.1 ป. 1/1 ป. 1/2 ป. 1/3 ป. 1/4 , ท 5.1 ป. 1/1 ป. 1/2
รวม 22 ตัวช้ีวัด

รหัสวิชา ท 12101 คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 2 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
เวลา 200 ช่วั โมง/ปี

ศึกษาการอ่านออกเสียง การบอกความหมายของคำ คำคล้องจอง ข้อความ บทร้อยกรองต่างๆ
การอ่านหนังสือตามความสนใจ การอ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ คัดลายมือตัว
บรรจงเต็มบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย เขียนเร่ืองส้ันเก่ียวกับประสบการณ์ และตาม
จนิ ตนาการ ฟัง ปฏบิ ตั ิตามคำแนะนำ คำสัง่ ที่ซบั ซ้อน การจับใจความ พดู แสดงความคิดเห็น ความรู้สึกจาก
เร่ืองท่ีฟังและดู พูดส่ือสารในชีวิตประจำวัน บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ เลขไทย สะกดคำ
แจกลูก อ่านเป็นคำ อ่านและเขียนมาตราตัวสะกดตรงตามมาตรา และไม่ตรงตามมาตรา ผันอักษรกลาง
อกั ษรสูง อักษรต่ำ คำทมี่ ีตัวการันต์ คำท่ีมพี ยัญชนะควบกลำ้ คำท่มี ีอักษรนำ คำที่มีความหมายตรงข้าม คำ
ที่มี รร แต่งประโยค การเรียบเรียงประโยคเป็นข้อความส้ันๆ บอกลักษณะคำคล้องจอง เลือกใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ภาษาถิ่น ระบุข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมสำหรับเด็ก ร้องบทร้องเล่นสำหรับ
เดก็ ในทอ้ งถิ่น และบทร้องเล่นในการละเลน่ ของเดก็ ไทย ท่องจำบทอาขยานตามท่ีกำหนดและบทร้อยกรองทม่ี ี
คุณค่าตามความสนใจเพื่อให้สามารถการอ่านออกเสียง บอกความหมายของคำ คำคล้องจอง ข้อความ บท
รอ้ ยกรองต่างๆ อา่ นหนังสือตามความสนใจ การอา่ นข้อเขียนเชิงอธบิ าย การอ่านจบั ใจความจากส่ือต่างๆคัด
ลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดตามรปู แบบการเขียนตัวอักษรไทย เขียนเรื่องส้ันเกีย่ วกับประสบการณ์ และตาม
จินตนาการ

ฟัง ปฏบิ ัติตามคำแนะนำ คำส่งั ทซี่ ับซ้อน การจบั ใจความ พูดแสดงความคิดเหน็ ความรู้สึกจากเรอ่ื ง
ที่ฟังและดู พูดสื่อสารในชีวิตประจำวัน บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ เลขไทย สะกดคำ แจก
ลูก อ่านเป็นคำ อ่านและเขียนมาตราตัวสะกดตรงตามมาตรา และไม่ตรงตามมาตรา ผนั อักษรกลาง อักษรสูง

หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลลมุ พุก(วนั ครู 2503) 26

อักษรต่ำ คำท่ีมีตัวการันต์ คำท่ีมีพยัญชนะควบกล้ำ คำท่ีมีอักษรนำ คำที่มีความหมายตรงข้าม คำท่ีมี รร
การแต่งประโยค การเรียบเรียงประโยคเป็นข้อความส้ันๆ บอกลักษณะคำคล้องจอง เลือกใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ภาษาถิ่น ระบุข้อคิดท่ีได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมสำหรับเด็ก รอ้ งบทร้องเล่นสำหรับ
เด็กในท้องถิ่น และบทร้องเลน่ ในการละเล่นของเด็กไทย ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทรอ้ ยกรองท่ีมี
คณุ คา่ ตามความสนใจ

มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟงั การดู และการพูด มีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
รักความเปน็ ไทย มวี ินยั รกั การอ่าน

ตัวชวี้ ดั
ท 1.1 ป. 2/1 ป. 2/2 ป. 2/3 ป. 2/4 ป. 2/5 ป.2/6 ป. 2/7 ป. 2/8 ,
ท 2.1 ป. 2/1 ป. 2/2 ป. 2/3 ป. 2/4 ,
ท 3.1 ป. 2/1 ป. 2/2 ป. 2/3 ป. 2/4 ป. 2/5 ป.2/6 ป. 2/7 ,
ท 4.1 ป. 2/1 ป. 2/2 ป. 2/3 ป. 2/4 ป. 2/5 ,
ท 5.1 ป. 2/1 ป. 2/2 ป. 2/3
รวม 27 ตัวชี้วดั

คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

รหสั วิชา ท 13101 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 3 เวลา 200 ชว่ั โมง/ปี

อ่านออกเสียง บอกความหมายของคำ คำคล้องจอง ข้อความ บทร้อยกรอง อ่านคำท่ีมีตัวการันต์

คำท่ีมี รร คำท่ีมีพยญั ชนะ และสระไม่ออกเสียง คำพอ้ ง คำพเิ ศษ การจบั ใจความจากสอื่ อ่านนิทาน เรื่อง
สั้น บทเพลง บทร้อยกรอง ข่าวและเหตุการณ์ชีวิตประจำวันในท้องถ่ิน ในชุมชน เลือกหนังสือตามความ

สนใจ อ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคำส่ัง หรือข้อแนะนำ อ่านข้อมูลจากแผนภาพ แผนที่ และ

แผนภมู ิ มีมารยาทในการอ่าน คัดลายมือด้วยตัวบรรจงเตม็ บรรทัด เขยี นบรรยายเกยี่ วกบั สิง่ ใดส่งิ หนึง่ เขยี น

บันทึกประจำวัน เขียนจดหมายลาครู เขียนเรื่องตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน เขียนสะกดคำ

บอกความหมายของคำ การผันอักษรกลาง อักษรสูง อักษรต่ำ คำที่มีพยัญชนะควบกล้ำ คำท่ีมีอักษรนำ

คำท่ีประวิสรรชนีย์ ชนิดและหน้าท่ีของคำในประโยค การแต่งคำคล้องจอง คำขวัญ การใช้ภาษาไทย

มาตรฐานและภาษาถ่ิน ข้อคิดที่ได้จากการอ่านวรรณคดี และวรรณกรรมพ้ืนบ้าน รู้จักเพลงพื้นบ้าน เพลง

กล่อมเดก็ แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั วรรณคดี ทอ่ งบทอาขยานตามท่ีกำหนดและความสนใจ

อ่านได้คล่องและเร็วบอกความหมายของคำ อ่านคำคล้องจองและบทร้อยกรอง อ่านจับใจความ

สำคัญ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจ อ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย คัดลายมือตัวบรรจงตามรูปแบบ เขียน

หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลลุมพกุ (วนั ครู 2503) 27

บรรยายลักษณะของคน สัตว์ ส่ิงของ เขียนบันทึกประจำวัน เขียนจดหมายลาครู เขียนเร่ืองตาม
จินตนาการ มีมารยาทในการเขียน เลา่ รายละเอยี ดเกี่ยวกบั เร่อื งท่ีฟังและดู จบั ใจความสำคญั จากการฟังและ
การดู ตั้งคำถาม ตอบคำถาม จากเร่ืองที่ฟังและดู พูดและแสดงความคิดเห็นเล่ารายละเอียด จับใจความ
สำคญั ต้ังคำถามและตอบคำถามแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟงั และดู มีมารยาทในการฟัง ดูและพูด บอก
ชนิดและหน้าท่ีของคำในประโยค แตง่ ประโยค แต่งคำคลอ้ งจอง ใชภ้ าษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่น แสดง
ความคิดเหน็ เกีย่ วกับวรรณคดีทอ่ี ่าน ท่องบทอาขยาน บทรอ้ ยกรอง ตามท่ีกำหนด

โดยใช้กระบวนการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และการเขียน ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
และสามารถนำไปใช้ในชวี ติ ประจำวัน

ตวั ชวี้ ดั
ท 1.1 ป3/1,ป3/2,ป3/3,ป3/4,ป3/5,ป3/6,ป3/7,ป3/8,ป3/9
ท 2.1 ป3/1,ป3/2,ป3/3,ป3/4,ป3/5,ป3/6
ท 3.1 ป3/1,ป3/2,ป3/3,ป3/4,ป3/5,ป3/6
ท4.1 ป3/1,ป3/2,ป3/3,ป3/4,ป3/5,ป3/6
ท5.1 ป3/1,ป3/2,ป3/3,ป3/4
รวม 31 ตัวช้ีวัด

รหสั วชิ า ท 14101 คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี4 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
เวลา 160 ชั่วโมง/ปี

ศึกษา อธิบาย และฝกึ ปฏิบตั ิ การอา่ นออกเสียง การบอกความหมายของบทร้อยแก้ว บทร้อย
กรอง การอ่านบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะ การอ่านจับใจความสำคัญจากสื่อ การอ่านหนังสือตามความ
สนใจ การคัดลายมือ การเขียนส่ือสาร การเขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิด การเขียนย่อความ
การเขียนจดหมาย การเขียนบันทกึ การเขยี นรายงาน การเขยี นเรือ่ งตามจติ นาการ การจำแนกข้อเท็จจริงและ
ข้อคิดเห็น การพูดสรุปความ การพดู แสดงความรูค้ วามคิดเห็น การต้ังคำถามและตอบคำถาม การรายงาน การ

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลลมุ พุก(วนั ครู 2503) 28

สะกดคำและบอกความหมายของคำ ชนิดของคำการใช้พจนานุกรม การแต่งประโยค แต่งบทร้อยกรองและ
คำขวัญ ความหมายของสำนวน การเปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถ่ิน วรรณคดีและวรรณกรรม
เพลงพนื้ บา้ น บทอาขยาน

โดยใช้ทักษะกระบวนการ ฝึกปฏิบัติการอ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพูดเพ่ือให้เกิดความรู้
ความเข้าใจ ความสามารถและมมี ารยาทในการการอ่าน การเขยี น การฟัง การดู และการพดู

รกั ความเป็นไทยและเหน็ คุณค่าของภาษาไทย วรรณกรรมไทย วรรณคดีไทย ใช้และอนุรักษ์ภาษาไทย
ได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม

ตัวชวี้ ดั
ท 1.1. ป 4/1,ป 4/2,ป 4/3 ,ป 4/4,ป 4/5 ,ป 4/6,ป 4/7, ป. 4/8
ท 2.1. ป 4/1,ป 4/2,ป 4/3 ,ป 4/4,ป 4/5 ,ป 4/6,ป 4/7, ป. 4/8
ท 3.1. ป 4/1,ป 4/2,ป 4/3 ,ป 4/4,ป 4/5 ,ป 4/6
ท 4.1. ป 4/1,ป 4/2,ป 4/3 ,ป 4/4,ป 4/5 ,ป 4/6,ป 4/7
ท 5.1. ป 4/1,ป 4/2,ป 4/3 ,ป 4/4
รวม 33 ตัวชี้วัด

รหัสวชิ า ท 15101 คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
เวลา 160 ชว่ั โมง / ปี

หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลลมุ พุก(วนั ครู 2503) 29

ฝึกปฏิบัติตนให้ถูกต้องในการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคำ
ประโยค ข้อความที่เป็นการบรรยาย พรรณนา และความหมายโดยนัยจากเร่ืองที่อ่าน แยกข้อเท็จจริงและ
ข้อคิดเห็นจับใจความสำคัญของเร่ืองที่อ่าน เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต มีมารยาทและมีนิสัยรักการอ่าน
และเห็นคณุ ค่าสิ่งที่อา่ น

มีทักษะในการคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช้ถ้อยคำชัดเจน
เหมาะสม ใช้แผนภาพโครงเร่ือง และแผนภาพความคิด เพื่อใช้พัฒนางานเขียน เขียนย่อความ จดหมายถึง
ผู้ปกครองและญาติ กรอกแบบรายการต่างๆ เขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นได้ตรงตามเจตนา เขียน
เรือ่ งตามจินตนาการ และมีมารยาทในการเขยี น

พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็น และความรู้สึก จากเรื่องที่ฟังและดู ต้ังคำถามและตอบคำถามเชิง
เหตุผลจากเร่ืองที่ฟังและดู วิเคราะห์ความน่าเช่ือถือจากการฟัง การดู และการสนทนา รวมท้ังมีมารยาทใน
การฟัง ดู และพดู

บอกหน้าท่ีและชนิดของคำในประโยค จำแนกส่วนประกอบของประโยค เปรียบเทียบภาษาไทย
มาตรฐานกับภาษาถิ่น และภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ใช้คำราชาศัพท์ คำสุภาพ สำนวน ได้อย่าง
เหมาะสม แตง่ บทรอ้ ยกรองประเภทกาพย์ยานี 11

เข้าใจและเห็นคุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่าน เล่านิทานพ้ืนบ้านนิทานคติธรรม เพลงพ้ืนบ้าน
นำข้อคิดเห็นจากเร่ืองที่อ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง และท่องจำบทอาขยานตามความสนใจ และตามท่ี
กำหนดได้

ตัวช้วี ดั
ท 1.1 ป.5/1,ป.5/2,ป.5/3,ป.5/4,ป.5/5,ป.5/6,ป.5/7,ป.5/8
ท 2.1 ป.5/1,ป.5/2,ป.5/3,ป.5/4,ป.5/5,ป.5/6,ป.5/7,ป.5/8,ป.5/9
ท.3/1 ป.5/1,ป.5/2,ป.5/3,ป.5/4,ป.5/5
ท 4.1 ป.5/1,ป.5/2,ป.5/3,ป.5/4,ป.5/5,ป.5/6,ป.5/7
ท 5.1 ป.5/1,ป.5/2,ป.5/3,ป.5/4
รวม 33 ตัวชี้วดั

หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลลมุ พกุ (วนั ครู 2503) 30

รหสั วิชา ท 16101 คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
เวลา 160 ชัว่ โมง / ปี

ฝึกปฏิบัติตนให้ถูกต้องในการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรอง เป็นทำนองเสนาะ อธิบาย
ความหมายของคำ ประโยค ข้อความท่ีเป็นโวหาร การเปรยี บเทียบ การจับใจความสำคัญ แยกข้อเท็จจริงและ
ขอ้ คดิ เห็น และนำความรู้ ความคิดจากเร่ืองทอ่ี ่าน ไปตัดสินใจแก้ปญั หาในการดำเนินชวี ิต มีมารยาทและมีนสิ ัย
รกั การอา่ น และเหน็ คุณคา่ สง่ิ ท่ีอ่าน

มีทักษะในการคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนส่ือสารโดยใช้ถ้อยคำชัดเจน
เหมาะสม ใช้แผนภาพโครงเรื่อง และแผนภาพความคิด เพื่อพัฒนางานเขียน เขียนเรียงความ ย่อความ
จดหมายส่วนตัว กรอกแบบรายการต่างๆ เขียนเรื่องตามจินตนาการ อย่างสร้างสรรค์และมีมารยาทในการ
เขยี น

พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจในจุดประสงค์ของเร่ืองที่ฟังและดู ตั้งคำถามตอบคำถาม จากเรื่องท่ีฟัง
และดู รวมท้ังประเมินความน่าเช่ือถือจากการฟังและดูส่ือโฆษณาอย่างมีเหตุผล พูดตามลำดับข้ันตอนการ
ปฏิบตั งิ าน พูดโน้มน้าวอยา่ งมีเหตผุ ลและน่าเชอื่ ถือ รวมทง้ั มีมารยาทในการฟัง ดู และพดู

วิเคราะห์หน้าที่และชนิดของคำในประโยค สำนวนเป็นคำพังเพยและสุภาษิต คำภาษาถิ่นและ
ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ใช้คำราชาศัพท์ คำสุภาพ ได้อย่างเหมาะสม ระบุลักษณะของประโยค แต่ง
บทรอ้ ยกรองประเภทกลอนสภุ าพ

เข้าใจและเห็นคุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน เล่านิทานพื้นบ้านของท้องถ่ินตนเองและนิทาน
พ้ืนบ้านท้องถิ่นอ่ืน นิทานคติธรรม เพลงพื้นบ้าน นำข้อคิดเห็นจากเร่ืองที่อ่านไปประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจำวนั และทอ่ งจำบทอาขยาน บทร้อยกรองตามทีก่ ำหนดได้

ตัวชวี้ ดั
ท 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8,ป.6/9
ท 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8,ป.6/9
ท.3/1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
ท 4.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
ท 5.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4
รวม 34 ตัวช้ีวดั

หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลลมุ พกุ (วนั ครู 2503) 31

รายวิชาพ้นื ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ระดบั ประถมศกึ ษา

รายวิชาพน้ื ฐาน จำนวน 160 ชั่วโมง
ค11101 คณิตศาสตร์ จำนวน 160 ชั่วโมง
ค12101 คณิตศาสตร์ จำนวน 160 ชั่วโมง
ค13101 คณิตศาสตร์ จำนวน 160 ชั่วโมง
ค14101 คณติ ศาสตร์ จำนวน 160 ชว่ั โมง
ค15101 คณิตศาสตร์ จำนวน 160 ชั่วโมง
ค16101 คณิตศาสตร์

รายวิชาเพิ่มเติม จำนวน 40 ชัว่ โมง
ค11201 คณติ ศาสตร์เพิม่ เตมิ 1 จำนวน 40 ชวั่ โมง
ค12201 คณติ ศาสตร์เพม่ิ เติม2 จำนวน 40 ช่วั โมง
ค13201 คณิตศาสตร์เพิ่มเตมิ 3

หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลลุมพกุ (วนั ครู 2503) 32

ค 11101 คณติ ศาสตร์ คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์
เวลา 160 ชั่วโมง/ปี

ศึกษาจำนวนนับ 1 ถงึ 100 บอกจำนวนของส่งิ ของตา่ งๆแสดงส่ิงต่างๆตามที่กำหนด การอ่านและการ
เขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย แสดงจำนวนนับไม่เกิน 100 และ 0 เปรียบเทียบจำนวนนับไม่เกิน 100
และ 0 โดยใช้เคร่ืองหมาย = ≠ > < เรียงลำดับจำนวนนับไม่เกิน 100 และ 0 ตั้งแต่ 3ถึง 5จำนวน การบวก
การลบจำนวนนับไม่เกิน 100 และ 0 การหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและ
ประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบของจำนวนนับไม่เกิน 100 และ 0 และโจทย์ปัญหาจำนวนนับ 1 ถึง 100 และ
0 การแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวกและโจทย์ปัญหาการลบของจำนวนนับไม่เกิน 100 และ 0
แบบรูป การระบุจำนวนท่ีหายไปในแบบรปู ของจำนวนที่เพิม่ ข้ึนหรือลดลงทีละ 1 และทีละ 10 และการระบุรูป
ท่ีหายไปในแบบรูปซ้ำของรูปเรขาคณิตและรูปอ่ืนๆที่สมาชิกในแต่ละชุดท่ีซ้ำมี 2 รูป การวัดความยาวโดยใช้
หน่วยที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน การวัดความยาวเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร การเปรียบเทียบความยาวเป็น
เซนติเมตร เป็นเมตร การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบเก่ียวกับความยาวที่มีหน่วยเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร
น้ำหนัก การวัดน้ำหนักโดยใช้หน่วยท่ีไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน การวัดน้ำหนักเป็นกิโลกรัม เป็นขีด การ
เปรียบเทียบน้ำหนักเป็นกิโลกรัม เป็นขีด การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบเกี่ยวกับน้ำหนักที่มีหน่วยเป็น
กิโลกรัม เป็นขีด รูปเรขาคณิตสองมิติและรูปเรขาคณิตสามมิติ การจำแนกรูปสามเหล่ียม รูปส่ีเหลี่ยม วงกลม
วงรี ทรงส่ีเหล่ียมมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอกและกรวย การนำเสนอข้อมูล การอ่านแผนภูมิรูปภาพ การใช้
ข้อมลู จากแผนภูมิรูปภาพในการหาคำตอบของโจทยป์ ัญหา เมอื่ กำหนดรปู 1 รูป แทน 1 หน่วย

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลลุมพุก(วนั ครู 2503) 33

โดยการจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ท่ีใกล้ตัวผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทักษะ โดยการ
ปฎิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้
เหตุผล การส่ือสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะและ
กระบวนการที่ได้ไปใชใ้ นการเรยี นรู้สง่ิ ต่างๆและใชใ้ นชวี ิตประจำวนั อย่างสร้างสรรค์

เพ่ือให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ สามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ ระเบียบ
รอบคอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มจี ิตวิญญาณ มีความคิดริเร่ิมสรา้ งสรรคแ์ ละมีความเช่ือมน่ั ในตนเอง

รหัสตวั ชี้วัด ค 1.1 ป1/3 ค 1.1 ป1/4 ค 1.1 ป1/5
ค 1.1 ป1/1 ค 1.1 ป1/2 ค 2.1 ป1/2
ค 1.2 ป1/1 ค 2.1 ป1/1
ค 2.2 ป1/1 ค 3.1 ป1/1
รวมทัง้ หมด 10 ตัวชว้ี ัด

ค 12101 คณติ ศาสตร์ คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 2 กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
เวลา 160 ชว่ั โมง/ปี

ศึกษาจำนวนนับไม่เกิน 1,000 และ 0 การบอกจำนวนของสิ่งของต่างๆ แสดงสิ่งต่างๆตามจำนวนท่ี
กำหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย ตัวหนังสือแสดงจำนวนนับไม่เกิน 1,000 และ 0 การ
เปรียบเทียบจำนวนนับไม่เกิน 1,000 และ 0 โดยใช้เคร่ืองหมาย = ≠ > < การเรียงลำดับจำนวนนับไม่เกิน
1,000 และ 0 ต้ังแต่ 3 ถึง 5 จำนวนจากสถานการณ์ต่างๆ การบวก การลบ จำนวนนับไม่เกิน 1,000 และ 0
การหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและประโยคสญั ลักษณแ์ สดงการลบของจำนวน
นับไม่เกิน 1,000 และ 0 การคูณ จำนวนนับไม่เกิน 1,000 และ 0 การหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยค
สัญลักษณ์แสดงการคูณของจำนวน 1 หลักกับจำนวนไม่เกิน 2 หลัก การหารจำนวนนับไม่เกิน 1,000 และ 0
การหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการหารที่ตัวต้ังไม่เกิน 2 หลัก ตัวหาร 1 หลัก โดยที่
ผลลัพธ์มี 1 หลัก ทั้งหารลงตัวและหารไม่ลงตัว การหาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนของจำนวนนับ ไม่
เกนิ 1,000 และ 0 โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารจำนวนนับไม่เกนิ 1,000 และ 0 การแสดงวธิ ี

หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลลมุ พกุ (วนั ครู 2503) 34

หาคำตอบของโจทยป์ ัญหา 2 ขั้นตอนของจำนวนนับไม่เกิน 1,000 และ 0 เวลา การบอกเวลาเป็นนาฬิกาและ
นาที (ช่วง 5 นาที) การบอกระยะเวลาเป็นช่ัวโมง เป็นนาที การเปรียบเทียบเวลาเป็นช่ัวโมง เป็นนาที การ
อ่านปฎทิ นิ โจทยป์ ญั หาเวลา การแสดงวิธหี าคำตอบของโจทย์ปญั หาเกีย่ วกบั เวลาที่มหี น่วยเดี่ยวและเปน็ หน่วย
เดียวกัน ความยาว การวัดความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร การคาดคะเนความยาวเป็นเมตร การ
เปรียบเทียบความยาวโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างเมตรกับเซนติเมตร การแกโ้ จทยป์ ัญหาเกีย่ วกับความยาวที่มี
หน่วยเป็นเมตรและเซนติเมตร การวดั น้ำหนักเป็นกิโลกรมั และกรัม กิโลกรัมและขีด การคาดคะเนน้ำหนักเป็น
กิโลกรัม การเปรียบเทียบน้ำหนักโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมกับขีด การแก้โจทย์
ปัญหาเกยี่ วกบั นำ้ หนกั ทีม่ หี น่วยเป็นกิโลกรมั และกรมั กิโลกรัมและขีด ปริมาตรและความจุ การวดั ปริมาตรและ
ความจุโดยใช้หน่วยท่ีไม่ใช่หนว่ ยมาตรฐาน การวดั ปรมิ าตรและความจุเป็นช้อนชา ช้อนโต๊ะ ถ้วยตวง ลิตร การ
เปรียบเทียบปริมาตรและความจุเป็นช้อนชา ช้อนโต๊ะ ถ้วยตวง ลิตร การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรและ
ความจุที่มีหน่วยเป็นช้อนโต๊ะ ถ้วยตวง ลิตร โจทย์ปัญหาการบวก การลบน้ำหนัก การแสดงวิธีหาคำตอบของ
โจทย์ปญั หาการบวก การลบเกี่ยวกับน้ำหนักท่ีมีหน่วยเป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรมั และขดี รูปเรขาคณิตสอง
มิติ การจำแนกและบอกลักษณะของรูปหลายเหลี่ยมและวงกลม การนำเสนอข้อมูล การอ่านแผนภูมิรูปภาพ
การใชข้ ้อมลู จากแผนภมู ริ ปู ภาพในการหาคำตอบของโจทยป์ ัญหาเมอ่ื กำหนดรูป 1 รปู แทน 1 หนว่ ย

โดยการจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัวผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทักษะ โดยการ
ปฎิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้
เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะและ
กระบวนการทไ่ี ดไ้ ปใช้ในการเรียนรสู้ ่ิงตา่ งๆและใช้ในชวี ิตประจำวนั อย่างสรา้ งสรรค์

เพ่ือให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ สามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ ระเบียบ
รอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มีจิตวญิ ญาณ มีความคิดรเิ ร่มิ สรา้ งสรรค์และมีความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง

รหัสตวั ชวี้ ัด ค 1.1 ป.2/2 ค 1.1 ป.2/3 ค 1.1 ป.2/4 ค 1.1 ป.2/5 ค 2.1 ป2/6
ค 1.1 ป.2/1 ค 1.1 ป.2/7 ค 1.1 ป.2/8 ค 2.1 ป2/4 ค 2.1 ป2/5
ค 1.1 ป.2/6 ค 2.1 ป2/2 ค 2.1 ป2/3
ค 2.1 ป2/1
ค 2.2 ป2/1 16 ตวั ชว้ี ัด
ค 3.1 ป2/1
รวมท้งั หมด

หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลลมุ พุก(วนั ครู 2503) 35

ค 13101 คณิตศาสตร์ คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 3 กลุม่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
เวลา 160 ช่ัวโมง/ปี

หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลลุมพกุ (วนั ครู 2503) 36

ศึกษา จำนวนนับไม่เกิน100,000 และ 0 การอ่านและเขียน ตัวเลขฮินดูอารบิกตัวเลขไทย
และตัวหนังสือ แสดงจำนวนนับไม่เกิน 100,000 และ 0 การเปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนนับไม่เกิน
100,000 จากสถานการณ์ต่างๆ เศษส่วน การบอก อ่านและเขียนเศษส่วนแสดงปริมาณต่างๆและแสดงสิ่ง
ต่างๆตามเศษส่วนที่กำหนด เปรียบเทียบเศษส่วนท่ีมีตัวเศษเท่ากันโดยท่ีตัวเศษน้อยกว่าหรือเท่ากับตัวส่วน
การบวก การลบ จำนวนนับไม่เกิน 100,000 และ 0 การหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดง
การบวกและประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบของจำนวนนับไม่เกิน 100,000 และ 0 การคูณ การหาค่าของตัว
ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์ แสดงการคณู ของจำนวน1 หลัก กับจำนวนไม่เกิน 4 หลกั และจำนวน 2 หลัก
กับจำนวน 2 หลัก การหาผลลัพธ์โจทย์ปัญหาการคูณ การหาร การหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยค
สัญลักษณ์แสดงการหารท่ีมีตัวตั้งไม่เกิน 4 หลัก ตัวหาร 1 หลัก การหาผลลัพธ์โจทย์ปัญหาการหาร การบวก
ลบ คูณ หารระคน การหาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนของจำนวนนับไม่เกิน 100,000 และ 0 การแก้
โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน การแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหา 2 ข้ันตอน ของจำนวนนับไม่
เกนิ 100,000 และ 0 การบวก การลบเศษสว่ น การหาผลบวกของเศษสว่ นท่ีมตี ัวสว่ นเทา่ กันและผลบวกไมเ่ กิน
1 และหาผลลบของเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากัน การแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวกเศษส่วนท่ีมีตัว
สว่ นเท่ากันและผลบวกไม่เกิน 1 และโจทย์ปัญหาการลบเศษสว่ นที่มีตัวส่วนเท่ากัน การระบุจำนวนที่หายไปใน
รูปแบบของจำนวนที่เพ่ิมขึ้นหรือลดลงทีละเท่าๆกัน การแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเงิน การ
แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยป์ ญั หาเก่ยี วกับเวลา และระยะเวลา การเลือกเคร่ืองมือวัดความยาวที่เหมาะสม วัด
และบอกความยาวของสิ่งต่างๆเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร เมตรและเซนติเมตร การคาดคะเนความยาวเป็น
เมตรและเป็นเซนติเมตร การเปรียบเทียบความยาวระหว่างเซนติเมตรกับมิลลิเมตร เมตรกับเซนติเมตร
กิโลเมตรกับเมตร จากสถานการณ์ต่างๆ การแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวที่มีหน่วย
เป็นเซนติเมตรและมิลลิมิตร เมตรและเซนติเมตร กิโลเมตรและเมตร การเลือกเครื่องชั่งท่ีเหมาะสม วัดและ
บอกน้ำหนักเป็นกิโลกรัมและขีด กิโลกรัมและกรัม การคาดคะเนน้ำหนักเป็นกิโลกรัมและขีด การเปรียบเทียบ
นำ้ หนักระหว่างกิโลกรัมกับกรมั เมตริกตันกบั กิโลกรมั จากสถานการณ์ต่างๆ การแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์
ปัญหาเก่ียวกับน้ำหนักที่มีหน่วยเป็นกิโลกรัมกับกรัม เมตริกตันกับกิโลกรัม การเลือกเครื่องมือตวงที่เหมาะสม
วัดและเปรียบเทียบปริมาตร ความจุเป็นลิตรและมิลลิลิตร การคาดคะเนปริมาตรและความจุเป็นลิตร การ
แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับปริมาตรและความจุที่มีหน่วยเป็นลิตรและมิลลิลิตร รูปเรขาคณิต
สองมิติ การระบุรูปเรขาคณิตสองมิติที่มีแกนสมมาตรและจำนวนแกนสมมาตร การเก็บรวบรวมข้อมูลและการ
นำเสนอข้อมูล การเขียนแผนภูมิรูปภาพ และใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา
การเขียนตารางทางเดียวจากข้อมูลที่เป็นจำนวนนับ และใช้ข้อมูลจากตารางทางเดียวในการหาคำตอบของ
โจทยป์ ัญหา

โดยการจัดประสบการณ์หรือสรา้ งสถานการณ์ท่ีใกล้ตวั ผ้เู รียนไดศ้ ึกษา ค้นคว้า ฝกึ ทักษะ โดยการ
ปฎบิ ตั ิจรงิ ทดลอง สรุป รายงาน เพือ่ พฒั นาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแกป้ ญั หา การให้
เหตุผล การส่อื สาร การสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคดิ ทกั ษะและ
กระบวนการทไี่ ด้ไปใช้ในการเรียนรสู้ ง่ิ ต่างๆและใชใ้ นชีวิตประจำวันอย่างสรา้ งสรรค์

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลลุมพกุ (วนั ครู 2503) 37

เพื่อใหเ้ หน็ คุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ สามารถทำงานไดอ้ ย่างเปน็ ระบบ ระเบยี บ
รอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ มจี ติ วญิ ญาณ มีความคิดริเริ่มสรา้ งสรรค์และมีความเชื่อม่ันในตนเอง

รหัสตวั ชีว้ ดั ค 1.1 ป.3/3 ค 1.1 ป.3/4 ค 1.1 ป.3/5
ค 1.1 ป.3/1 ค 1.1 ป.3/2 ค 1.1 ป.3/8 ค 1.1 ป.3/9 ค 1.1 ป.3/10
ค 1.1 ป.3/6 ค 1.1 ป.3/7
ค 1.1 ป.3/11 ค 2.1 ป.3/3 ค 2.1 ป.3/4 ค 2.1 ป.3/5 ค 2.1 ป.3/6
ค 1.2 ป.3/1 ค 2.1 ป.3/9 ค 2.1 ป.3/10 ค 2.1 ป.3/11 ค 2.1 ป.3/12
ค 2.1 ป.3/1 ค 2.1 ป.3/2
ค 2.1 ป.3/7 ค 2.1 ป.3/8
ค 2.1 ป.3/13
ค 2.2 ป.3/1
ค 3.1 ป.3/1 ค 3.1 ป.3/2
รวมทั้งหมด 28 ตัวชี้วัด

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลลมุ พุก(วนั ครู 2503) 38

ค 14101 คณิตศาสตร์ คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 4 กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
เวลา 160 ชวั่ โมง/ปี

ศึกษา จำนวนนับที่มากกว่า 100,000 และ 0 การอ่าน การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และ
ตัวหนงั สอื แสดงจำนวน การหาค่าประจำหลักและค่าของเลขโดดในแต่ละหลกั การเขยี นตวั เลขแสดงจำนวน
ในรูปกระจาย การเปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวน การหาค่าประมาณของจำนวนนับและการใช้
เครือ่ งหมาย ≈ การบอก อา่ นและเขียนเศษสว่ น จำนวนคละ แสดงจำนวนปรมิ าณต่างๆและแสดงสง่ิ ตา่ งๆตาม
ทศนิยมที่กำหนด การหาเศษส่วนแท้ เศษเกิน การเปรียบเทียบเรยี งลำดับเศษสว่ นและจำนวนคละท่ีตัวส่วนตัว
หน่ึงเป็นพหุคูณของอีกตัวหนึ่ง การอ่านและเขียนทศนิยมไม่เกิน 3 ตำแหน่งแสดงปริมาณส่ิงของต่างๆตาม
ทศนิยมที่กำหนด การเปรียบเทียบและเรียงลำดับทศนิยมไม่เกิน 3 ตำแหน่งจากสถานการณ์ต่างๆ การ
ประมาณผลลพั ธ์ของการบวก การลบ การคูณ การหาร การบวกและการลบ การคูณและการหาร การบวก ลบ
คูณ หารระคนการแก้โจทย์ปัญหาและการสรา้ งโจทยป์ ัญหา พรอ้ มทั้งหาคำตอบ การบวก การลบเศษส่วนและ
จำนวนคละการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและโจทย์ปัญหาการลบเศษส่วนและจำนวนคละ การหาค่าของตัวไม่
ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบของจำนนนับที่มากกว่า
100,000 และ 0 การหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจำนวนหลายหลัก 2
จำนวน ท่ีมีผลคูณไม่เกิน 6 หลักและประโยคสัญลักษณ์แสดงการหารที่ตัวตั้งไม่เกิน 6 หลัก ตัวหารไม่เกิน 2
หลัก การบวก การลบทศนิยม การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบทศนิยมไม่เกิน 2 ขั้นตอน การหาผลลัพธ์
การบวก ลบ คูณ หารระคนของจำนวนนับ และ 0 การหาแบบรูปของจำนวนที่เกิดจากการคูณ การหารด้วย
จำนวนเดียวกนั การบอกระยะเวลาเป็นวนิ าที นาที ชั่วโมง วนั สปั ดาห์ เดอื น ปี การเปรยี บเทียบระยะเวลาโดย
ใช้ความสัมพันธร์ ะหว่างหนว่ ยเวลา การอา่ นตารางเวลา การแก้โจทยป์ ัญหาเกีย่ วเวลา การวดั ขนาดของมุมโดย
ใช้โพแทรกเตอร์การสร้างมุมเมื่อกำหนดขนาดของมุม การหาความยาวรอบรูปของรูปส่ีเหลี่ยมมุมฉาก การหา
พื้นท่ีของรูปส่ีเหลี่ยมมุมฉาก การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูป และพื้นท่ีของรูปส่ีเหลี่ยมมุมฉาก
การจำแนกชนิดของมุม บอกชื่อมุม ส่วนประกอบของมุมและเขียนสัญลักษณ์แสดงมุม การอ่านและการเขียน
แผนภูมิแท่ง (ไม่รวมการยน่ ระยะ) การอา่ นตารางสองทาง (two-way table)

โดยการจดั ประสบการณห์ รือสร้างสถานการณ์ท่ีใกล้ตัวผ้เู รียนได้ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทกั ษะ โดยการปฎบิ ัติ
จริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล

หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลลุมพกุ (วนั ครู 2503) 39

การส่ือสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะและ
กระบวนการทีไ่ ดไ้ ปใชใ้ นการเรียนร้สู ิง่ ต่างๆและใชใ้ นชีวิตประจำวันอย่างสรา้ งสรรค์

เพื่อให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ สามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ ระเบียบ
รอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ มีจิตวิญญาณ มีความคดิ รเิ ริม่ สรา้ งสรรคแ์ ละมคี วามเช่อื มั่นในตนเอง

รหสั ตัวชี้วัด
ค 1.1 ป.4/1 ค 1.1 ป.4/2 ค 1.1 ป.4/3 ค 1.1 ป.4/4 ค 1.1 ป.4/5 ค 1.1 ป.4/6
ค 1.1 ป.4/7 ค 1.1 ป.4/8 ค 1.1 ป.4/9 ค 1.1 ป.4/10 ค 1.1 ป.4/11 ค 1.1 ป.4/12
ค 1.1 ป.4/13 ค 1.1 ป.4/14 ค 1.1 ป.4/15 ค 1.1 ป.4/16
ค 2.1 ป.4/1 ค 2.1 ป.4/2 ค 2.1 ป.4/3
ค 2.2 ป.4/1 ค 2.2 ป.4/2
ค 3.1 ป.4/1
รวมท้ังหมด 22 ตัวชวี้ ดั

หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลลุมพุก(วนั ครู 2503) 40

ค 15101 คณิตศาสตร์ คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 5 กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
เวลา 160 ชั่วโมง/ปี

ศึกษา ทศนิยม การเขียนเศษส่วนท่ีมีตัวส่วนเป็นตัวประกอบของ 10 หรือ 100 หรือ 1,000 ในรูป
ทศนิยม การหาความสมั พันธ์ระหวา่ งเศษส่วนและทศนยิ ม การหาคา่ ประมาณของทศนิยมไม่เกิน 3 ตำแหน่ง ที่
เป็นจำนวนเต็ม ทศนิยม 1 ตำแหน่งและ 2 ตำแหน่ง การใช้เครื่องหมาย ≈ จำนวนนับและ 0 การบวก การลบ
การคูณ และการหาร การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้บัญญัติไตรยางศ์ เศษส่วน และการบวก การลบ การคูณ การ
หารเศษส่วน การเปรียบเทียบเศษส่วนและจำนวนคละ การบวก การลบของเศษส่วนและจำนวนคละการคูณ
การหารของเศษส่วนและจำนวนคละ การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจำนวนคละ การแก้โจทย์
ปัญหาเศษส่วนและจำนวนคละ การคูณ การหารทศนิยม การประมาณผลลัพธ์ของการบวก การลบ การคูณ
ทศนิยม การหารทศนิยม การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับทศนิยม ร้อยละหรือเปอร์เซ็นต์ การอ่านและการเขียน
ร้อยละหรือเปอร์เซ็นต์ การแก้โจทย์ปัญหาร้อยละ ความยาว การหาความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยความยาว
เซนติเมตรกับมิลลิเมตร เมตรกับเซนติเมตร กิโลเมตรกับเมตร โดยใช้ความรู้เรื่องทศนิยม การแก้โจทย์ปัญหา
เก่ียวกับความยาวโดยใช้ความรูเ้ รื่องการเปลี่ยนหน่วยและทศนิยม น้ำหนัก การหาความสัมพันธ์ระหว่างหน่วย
น้ำหนักกิโลกรมั กับกรัม โดยใช้ความรู้เรื่องทศนิยม การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับน้ำหนัก โดยใช้ความรเู้ ร่ืองการ

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลลุมพกุ (วนั ครู 2503) 41

เปลย่ี นหน่วยและทศนิยม ปริมาตรและความจุ การหาปริมาตรของทรงส่ีเหล่ียมมุมฉากและความจขุ องภาชนะ
ทรงสเี่ หลีย่ มมมุ ฉาก การหาความสัมพันธ์ระหวา่ งมิลลิลติ ร ลิตร ลกู บาศก์เซนตเิ มตร และลูกบาศกเ์ มตร การแก้
โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรของทรงสเ่ี หล่ียมมุมฉากและความจุของภาชนะทรงสเ่ี หลยี่ มมุมฉาก รูปเรขาคณิต
สองมิติ การหาความยาวรอบรูปของรูปสี่เหล่ียม การหาพื้นท่ีของรูปส่ีเหลี่ยมด้านขนานและรูปส่ีเหล่ียมขนม
เปียกปูน การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรูปของรูปสเ่ี หล่ียมและพ้ืนที่ของรูปส่ีเหลี่ยมด้านขนานและ
รูปสี่เหล่ียมขนมเปียกปูน การสร้างเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงให้ขนานกับเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงท่ี
กำหนดให้ การจำแนกรูปส่ีเหลี่ยมโดยพิจารณาจากสมบัติของรูป การสร้างรูปส่ีเหลี่ยมชนิดต่างๆเม่ือกำหนด
ความยาวของด้านและขนาดของมุมหรอื เม่ือกำหนดความยาวของเส้นทแยงมุม ชนิดและสมบัติของรูปสเี่ หลี่ยม
การสร้างรูปส่ีเหลี่ยม การบอกลักษณะและส่วนต่างๆของปริซึม การอ่านและการเขียนแผนภูมิแท่งการอ่าน
กราฟเส้น การใช้ข้อมูลจากกราฟเส้นในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา การเขียนแผนภูมิแท่งจากข้อมูลที่เป็น
จำนวนนับ

โดยการจัดประสบการณห์ รอื สร้างสถานการณ์ท่ใี กลต้ วั ผเู้ รียนไดศ้ ึกษา คน้ ควา้ ฝึกทกั ษะ โดยการปฎบิ ัติ
จรงิ ทดลอง สรปุ รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแกป้ ัญหา การใหเ้ หตุผล
การส่อื สาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ดา้ นความรู้ ความคดิ ทักษะและ
กระบวนการท่ีได้ไปใชใ้ นการเรยี นรสู้ ่ิงตา่ งๆและใช้ในชีวติ ประจำวันอยา่ งสร้างสรรค์

เพ่ือใหเ้ หน็ คณุ คา่ และมีเจตคติทดี่ ีตอ่ วิชาคณิตศาสตร์ สามารถทำงานได้อย่างเปน็ ระบบ ระเบียบ
รอบคอบ มคี วามรับผดิ ชอบ มีจติ วิญญาณ มีความคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์และมีความเช่อื มนั่ ในตนเอง
รหัสตัวช้วี ัด
ค 1.1 ป.5/1 ค 1.1 ป.5/2 ค 1.1 ป.5/3 ค 1.1 ป.5/4 ค 1.1 ป.5/5 ค 1.1 ป.5/6
ค 1.1 ป.5/7 ค 1.1 ป.5/8 ค 1.1 ป.5/9
ค 2.1 ป.5/1 ค 2.1 ป.5/2 ค 2.1 ป.5/3 ค 2.1 ป.5/4
ค 2.2 ป.5/1 ค 2.2 ป.5/2 ค 2.2 ป.5/3 ค 2.2 ป.5/4
ค 3.1 ป.5/1 ค 3.1 ป.5/2
รวมทัง้ หมด 19 ตวั ชวี้ ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลลมุ พุก(วนั ครู 2503) 42

ค 16101 คณิตศาสตร์ คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
เวลา 160 ชวั่ โมง/ปี

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลลมุ พุก(วนั ครู 2503) 43

ศกึ ษา เศษสว่ น การเปรยี บเทียบ การเรยี งลำดับเศษสว่ นและจำนวนคละโดยใชค้ วามรู้เร่ือง ค.ร.น.
การเขยี นอตั ราส่วนแสดงการเปรยี บเทยี บปริมาณ 2 ปรมิ าณจากข้อความหรือสถานการณ์ โดยทป่ี รมิ าณแต่ละ
ปริมาณเป็นจำนวนนับ การหาอตั ราส่วนทีเ่ ท่ากบั อัตราสว่ นท่กี ำหนดให้ การหาตวั ประกอบ จำนวนเฉพาะ
ตวั ประกอบเฉพาะ การแยกตัวประกอบ การหาห.ร.ม. และ ค.ร.น. การแกโ้ จทยป์ ญั หาเก่ียวกับ ห.ร.ม. และ
ค.ร.น. การหาผลลัพธข์ องการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษสว่ นและจำนวนคละ การบวก การลบเศษสว่ น
และจำนวนคละโดยใช้ความรู้เรอ่ื ง ค.ร.น. การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ นและจำนวนคละ การแก้
โจทย์ปญั หาเศษส่วนและจำนวนคละ ทศนยิ ม การบวก การลบ การคูณ การหาร การหาความสัมพันธ์ระหว่าง
เศษสว่ นและทศนยิ ม การหารทศนิยม การแก้โจทย์ปญั หาเกีย่ วกับทศนิยม (รวมการแลกเงินตา่ งประเทศ)
อัตราสว่ นและร้อยละ การแกโ้ จทย์ปัญหาอตั ราสว่ นและมาตรฐานส่วน การแก้โจทยป์ ญั หาร้อยละ การ
แกป้ ัญหาเกีย่ วกับแบบรูป ปริมาตรและความจุ การหาปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติท่ปี ระกอบด้วยทรง
สเ่ี หลย่ี มมมุ ฉาก การแกโ้ จทย์ปัญหาเก่ียวกบั ปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติทปี่ ระกอบด้วยทรงสีเ่ หลีย่ มมุม
ฉาก รปู เรขาคณติ สองมิติ การหาความยาวรอบรู้และพื้นท่ีของรปู สามเหล่ยี ม มุมภายในของรปู หลายเหล่ยี ม
ความยาวรอบรปู และพนื้ ทีข่ องรูปหลายเหลี่ยม การแกโ้ จทยป์ ัญหาเก่ียวกบั ความยาวรอบรปู และพืน้ ท่ขี องรปู
หลายเหลีย่ ม ความยาวรอบรูปและพืน้ ท่ีของวงกลม การแก้โจทยป์ ญั หาเกย่ี วกบั ความยาวรอบรูปและพ้นื ท่ขี อง
รปู วงกลม ชนิดและสมบัติของรูปสามเหล่ยี ม การสร้างรูปสามเหลยี่ ม การสรา้ งสว่ นตา่ งๆของวงกลม การบอก
ลักษณะของรูปเรขาคณติ สามมิตชิ นิดตา่ งๆ การระบุรปู เรขาคณิตสามมิติทปี่ ระกอบจากรูปคล่ี และระบรุ ปู คล่ี
ของรปู เรขาคณิตสามมติ ิ การอา่ นแผนภูมิรปู วงกลม การใช้ข้อมลู แผนภมู ิรปู วงกลมในการหาคำตอบของโจทย์
ปญั หา

โดยการจัดประสบการณ์หรือสรา้ งสถานการณ์ทีใ่ กลต้ ัวผู้เรียนได้ศึกษา คน้ คว้า ฝกึ ทักษะ โดยการปฎบิ ตั ิ
จรงิ ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพฒั นาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล
การสื่อสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ดา้ นความรู้ ความคิด ทักษะและ
กระบวนการทไี่ ด้ไปใช้ในการเรยี นรสู้ ง่ิ ตา่ งๆและใชใ้ นชีวิตประจำวนั อยา่ งสรา้ งสรรค์

เพอ่ื ให้เหน็ คุณคา่ และมีเจตคติท่ีดตี ่อวชิ าคณิตศาสตร์ สามารถทำงานไดอ้ ย่างเป็นระบบ ระเบยี บ
รอบคอบ มคี วามรบั ผิดชอบ มีจติ วญิ ญาณ มีความคิดรเิ ริ่มสรา้ งสรรคแ์ ละมีความเช่อื ม่ันในตนเอง

รหัสตวั ช้วี ัด ค 1.1 ป.6/2 ค 1.1 ป./3 ค 1.1 ป.6/4 ค 1.1 ป.6/5 ค 1.1 ป.6/6
ค 1.1 ป.6/1 ค 1.1 ป.6/8 ค 1.1 ป.6/9 ค 1.1 ป.6/10 ค 1.1 ป.6/11 ค 1.1 ป.6/12
ค 1.1 ป.6/7
ค 1.2 ป.6/1 ค 2.1 ป.6/2 ค 2.1 ป.6/3 ค 2.2 ป.6/4
ค 2.1 ป.6/1 ค 2.2 ป.6/2 ค 2.2 ป.6/3
ค 2.2 ป.6/1
ค 3.1 ป.6/1

หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลลมุ พุก(วนั ครู 2503) 44

รวมทั้งหมด 21 ตัวช้วี ดั

ค11201 คณิตศาสตร์เพ่ิมเตมิ

รายวิชาเพมิ่ เตมิ กลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 เวลา 40 ชว่ั โมง

ศึกษา ฝึกทักษะการคิดคำนวณและฝึกแก้ปัญหา หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดง
การบวก การลบ การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ ของจำนวนนับไม่เกิน 1,000 และ 0 ความยาวและ
นำ้ หนัก สร้างโจทย์ปัญหาพร้อมทัง้ แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบ ของจำนวนนบั ไม่เกิน
1,000 และ 0

มีความรคู้ วามเขา้ ใจ มที ักษะในการคดิ คำนวณ การแก้ปญั หา การใหเ้ หตผุ ล การส่อื สาร
สอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์ และสามารถนำไปใช้ในการเรยี นรูส้ ิ่งต่างๆ และใชใ้ นชวี ิตประจำวนั อยา่ ง
สร้างสรรค์ มีระเบียบ มีความรบั ผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ และมคี วามเชื่อมัน่ ในตนเอง สามารถทำงานอยา่ งเป็น
ระบบ รวมทัง้ เหน็ คุณคา่ และมเี จตคติท่ดี ีตอ่ คณิตศาสตร์

ผลการเรยี นรู้
1. สร้างโจทย์ปัญหาจากเหตุการณใ์ นชีวปิ ระจำวนั พร้อมท้งั แสดงวิธหี าคำตอบ
2. หาตวั ไมท่ ราบค่าในประโยคสญั ลกั ษณ์แสดงการบวก การลบ
3. มีทกั ษะในการคดิ คำนวณและการแกป้ ญั หา โดยใชว้ ธิ ีการทีห่ ลากหลายในการแก้ปัญหา ใหเ้ หตุผล

ประกอบการตัดสนิ ใจและสรุปผลได้อย่างเหมาะสม

หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลลมุ พกุ (วนั ครู 2503) 45

ค122202 คณิตศาสตรเ์ พ่มิ เติม 2

รายวชิ าเพมิ่ เติม กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง

ศึกษาฝกึ ทักษะการคดิ คำนวณ และฝึกการแกป้ ัญหาในสาระต่อไปนี้
เขียนและอ่านตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงปริมาณของสงิ่ ของหรือจำนวนนับท่ี
ไม่เกินหนึ่งพันและศูนย์ เปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนนับไม่เกินหนึ่งหม่ืนและศูนย์ บวก ลบ คูณ หาร
และบวก ลบ คณู หารระคนของจำนวนนบั ไม่เกินหนง่ึ หมืน่ และศนู ย์
วเิ คราะหแ์ ละหาคำตอบของโจทย์ปัญหาและโจทย์ปัญหาระคนของจำนวนนับไม่เกินหนึง่ พันและศูนย์
พร้อมทั้งตระหนกั ถงึ ความสมเหตุสมผลของคำตอบ
พรอ้ มทั้งตระหนกั ถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบ

ผลการเรียนรู้
1. เขียนและอ่านตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงปริมาณจำนวนนับท่ีไม่เกินหนึ่งหม่ืน

และศูนย์จากสถานการณท์ ่ีเก่ยี วกบั ชวี ติ ประจำวัน
2. บวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ คูณ หารระคนของจำนวนนับไม่เกินหน่ึงหมื่นและศูนย์พร้อมท้ัง

ตระหนักถงึ ความสมเหตสุ มผลของคำตอบ
3. เปรยี บเทียบและเรียงลำดบั จำนวนนับไม่เกนิ หนงึ่ หมนื่ และศูนย์
4. สร้างโจทยป์ ัญหาระคนจากเหตกุ ารณใ์ นชีวติ ประจำวันพรอ้ มทั้งวิเคราะห์แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์

ปญั หา

หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลลุมพุก(วนั ครู 2503) 46

ค13201 คณติ ศาสตร์เพิ่มเติม 3

รายวิชาเพิม่ เติม กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 3 เวลา 40 ชว่ั โมง

ศกึ ษาฝกึ ทักษะการคิดคำนวณ และฝกึ การแกป้ ัญหาในสาระตอ่ ไปน้ี
เขียนและอ่านตัวเลขฮินดูอารบกิ ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงปริมาณของสิ่งของหรือจำนวนนับท่ี
ไม่เกินหน่ึงล้านและศูนย์ เปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนนับไม่เกินหน่ึงล้านและศูนย์ บวก ลบ คูณ หาร
และบวก ลบ คณู หารระคนของจำนวนนบั ไม่เกนิ หนง่ึ แสนและศนู ย์
วเิ คราะห์และแสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ัญหา และโจทยป์ ญั หาระคนของจำนวนนบั ไมเ่ กินหน่งึ แสน
และศนู ยพ์ ร้อมทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบ และสรา้ งโจทย์ได้
พร้อมท้ังตระหนกั ถึงความสมเหตสุ มผลของคำตอบ

ผลการเรยี นรู้
1. เขยี นและอ่านตัวเลขฮนิ ดูอารบกิ ตัวเลขไทย และตัวหนงั สือแสดงปริมาณจำนวนนบั ที่ไม่เกนิ หนึง่ ล้าน

และศูนย์จากสถานการณ์ท่ีเก่ียวกบั ชวี ิตประจำวัน
2. บวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ คูณ หารระคนของจำนวนนบั ไมเ่ กนิ หนึง่ แสนและศูนยพ์ รอ้ มทงั้

ตระหนักถึงความสมเหตสุ มผลของคำตอบ

หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลลุมพกุ (วนั ครู 2503) 47

3. เปรยี บเทียบและเรียงลำดับจำนวนนับไมเ่ กินหน่งึ ล้านและศนู ย์
4. สร้างโจทยป์ ญั หาระคนจากเหตกุ ารณใ์ นชวี ติ ประจำวันพร้อมทัง้ วิเคราะหแ์ สดงวิธีหาคำตอบของโจทย์
ปญั หา

รายวิชาพื้นฐานและเพ่ิมเตมิ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพื้นฐาน จำนวน 120 ชว่ั โมง
ว11101วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 120 ชั่วโมง
ว12101วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 120 ชั่วโมง
ว13101วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 120 ชว่ั โมง
ว14101วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 120 ชว่ั โมง
ว15101วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 120 ชว่ั โมง
ว16101วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวิชาเพิ่มเติม

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลลุมพุก(วนั ครู 2503) 48
-

คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน

ว 11101 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 1 เวลา 120 ชว่ั โมง/ปี

ศึกษาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เก่ียวกับชื่อพืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณต่าง ๆ การดำรงชีวิตของ
สัตวใ์ นบริเวณท่ีอาศยั อยู่ หน้าที่ของสว่ นต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์ สัตว์ และพชื การทำหน้าที่รว่ มกันของสว่ น
ต่าง ๆ ของรา่ งกายมนุษย์ในการทำกจิ กรรมต่าง ๆ ความสำคัญของส่วนต่าง ๆ ของรา่ งกายตนเอง โดยการดแู ล
ส่วนต่าง ๆ สมบัติที่สังเกตได้ของวัสดุท่ีใช้ทำวัตถุ ซึ่งทำจากวัสดุชนิดเดียวหรือหลายชนิดประกอบกัน ชนิด
ของวัสดุและจดั กลุ่มวัสดุ เสียงและทิศทางการเคลื่อนท่ีของเสียง ตามสมบัติได้ถูกต้อง ให้ปลอดภัย และรักษา

หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลลุมพุก(วนั ครู 2503) 49

ความสะอาด ดาวท่ีปรากฏบนท้องฟ้าในเวลากลางวัน และกลางคืนจากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ สาเหตุท่ีมองไม่
เหน็ ดาวส่วนใหญ่ ในเวลากลางวนั จากหลักฐานเชิงประจักษ์ ลักษณะภายนอกของหิน จากลักษณะเฉพาะตัว
ท่ีสังเกตได้ การแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้การลองผิดลองถูกโดยใช้การลองผิดลองถูก การเปรียบเทียบ
ขั้นตอนการทำงานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้
ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ ใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จัดเก็บ เรียกใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
อย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกัน ดูแลรักษาอุปกรณ์เบ้ืองต้น ใช้งานอย่าง
เหมาะสม

โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบค้นข้อมูล การสำรวจตรวจสอบ เพื่อฝึกทักษะ
สงั เกต วดั สืบคน้ วิเคราะห์ อธิบาย ทดลอง บรรยาย และรายงานผล

เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างเหมาะสม มีความคิด
รวบยอด เกิดความสามารถในการคิด ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิตและความสามารถในการใช้เทคโนโลยี มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม
และคา่ นยิ มท่พี งึ ประสงค์
รหสั ตัวชี้วดั
ว 1.1 ป.1/1-ป.1/2
ว 1.2 ป.1/1-ป.1/2
ว 2.1 ป.1/1-ป.1/2
ว 2.3 ป.1/1
ว 3.1 ป.1/1-ป.1/2
ว 3.2 ป.1/1
ว 4.2 ป.1/1-ป.1/5

รวมท้ังหมด 15 ตัวช้ีวัด

หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลลมุ พุก(วนั ครู 2503) 50

คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน

ว 12101 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี2 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 2 เวลา 120 ชว่ั โมง/ปี

ศึกษาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เกีย่ วกบั พืชตอ้ งการแสงและนำ้ เพื่อการเจริญเตบิ โต พืชตอ้ งไดร้ ับน้ำ
และแสงเพ่ือการเจรญิ เติบโต โดยดูแลพชื ใหไ้ ด้รับสิ่งดงั กล่าวอยา่ งเหมาะสม วัฏจกั รชีวิตของพชื ดอก
สิ่งมีชีวิตและส่ิงไม่มีชีวิต สมบัติการดูดซับน้ำของวัสดุ การนำสมบัติ การดูดซับน้ำของวัสดุไปประยุกต์ใช้ใน
การทำวัตถุในชีวิตประจำวนั วสั ดทุ ่ีเกดิ จากการนำวสั ดุมาผสมกัน สมบัติทีส่ ังเกตได้ของวัสดุ เพื่อนำมาทำเป็น
วตั ถุในการใชง้ าน และวสั ดุท่ีใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ ประโยชน์ของการนำวัสดทุ ่ีใช้แล้ว กลบั มาใช้ใหม่ โดยการ
นำวัสดุที่ใช้แล้วกลับมา ใช้ใหม่ การเคลื่อนที่ของแสงจากแหล่งกำเนิดแสง และอธิบายการมองเห็นวัตถุ การ
มองเห็นโดยเสนอแนะแนวทางการป้องกันอันตรายจากการมองวัตถุท่ีอยู่ในบริเวณที่มีแสงสว่าง ดนิ และชนิด
ของดินโดยใช้ลักษณะเน้ือดินและการจับตัวเป็นเกณฑ์ ประโยชน์จากดิน จากข้อมูลประโยชน์จากดิน การ
ทำงานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความ เขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้
ซอฟต์แวร์หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม ใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จัดหมวดหมู่ ค้นหา
จัดเก็บ เรียกใช้ข้อมูล ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์
ร่วมกัน ดูแลรักษาอปุ กรณเ์ บือ้ งต้น ใชง้ านอยา่ งเหมาะสม

โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบค้นข้อมูล การสำรวจตรวจสอบ เพื่อฝึกทักษะ
สงั เกต อธิบาย ทดลอง จำแนกและเปรยี บเทียบ

เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างเหมาะสม มีความคิดรวบ
ยอด เกิดความสามารถในการคิด ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการแก้ปัญหา ทักษะ
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตและความสามารถในการใช้เทคโนโลยี มจี ิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม
และคา่ นิยมทพ่ี ึงประสงค์

รหสั ตัวชี้วัด
ว 1.2 ป.2/1-ป.1/3
ว 1.3 ป.2/1
ว 2.1 ป.2/1-ป.2/4
ว 2.3 ป.2/1-ป.2/2
ว 3.2 ป.2/1-ป.2/2
ว 4.2 ป.2/1-ป.2/4

รวมทั้งหมด 16 ตัวช้ีวัด


Click to View FlipBook Version