ก.แผนการจัดการเรียนรู้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงชั้นสูง พุทธศักราช 2567ประเภทวิชาอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศกลุ่มอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัลรหัสวิชา 31910-2016 วิชาโปรแกรมกราฟิกสำหรับผลิตสื่อดิจิทัล(Graphic for Digital Media)จัดทำโดยนำงสาวสุภริตา โคตรภูเวียงวิทยาลัยเทคนิคสันกำแพงสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
คำนำแผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอน วิชาโปรแกรมกราฟิกสาหรับผลิตสื่อดิจิทัลรหัสวิชา 31910-2016 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2567 ประเภทวิชาอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ กลุ่มอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการเนื้ อหาภายในเล่ มประกอบด้ วยแผนการจั ดการเรี ยนรู้ เพื่ อใช้ ในการจั ดการศึ กษาด้ านวิ ชาชี พระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และเพื่อยกระดับการศึกษาวิชาชีพของผู้เรียนให้สูงขึ้น สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ เป็นไปตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ มาตรฐานการศึกษาของชาติ กรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และมาตรฐานอาชีพตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ นอกจากนี้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ มีการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญที่อ้างอิงมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) รหัส 03402 อาชีพนักสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ ระดับ 5 รหัส 50206 อาชีพนัก Concept/Visual Artist ระดับ 5สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา โดยมีผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับรายวิชาคือ โปรแกรมกราฟิกสาหรับผลิตสื่อดิจิทัลโดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 8 หน่วยการเรียนรู้ ประกอบด้วย1. ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกราฟิก2. วิธีและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ3. หลักสำคัญในการออกแบบสื่อดิจิทัล4. รูปแบบของภาพ Infographic5. การสร้างภาพ Infographic ด้วยโปรแกรม Microsoft PowerPoint6. การผลิตสื่อดิจิทัลแบนเนอร์ด้วยโปรแกรม Adobe Photoshop7. การผลิตสื่อดิจิทัลป้ายโฆษณาด้วยโปรแกรม Adobe Photoshop8. การผลิตสื่อดิจิทัลด้วย Canvaทั้งนี้ข้าพเจ้าได้พัฒนาหลักสูตรรายวิชา โปรแกรมกราฟิกสาหรับผลิตสื่อดิจิทัล หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ชื่อหน่วย รูปแบบของภาพ Infographic โดยได้มีการเพิ่มเติมเนื้อหาในเรื่อง กระบวนการออกแบบอินโฟกราฟิกผ่านรูปภาพสัญลักษณ์ในรูปแบบอินโฟกราฟิกเคลื่อนไหว สามารถเข้าใจได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วผ่านสื่อทีมีการออกแบบและจัดองค์ประกอบที่สวยงาม น่าสนใจ เพื่อเน้นผู้เรียนเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะสร้างสื่อดิจิทัล ทำให้กระบวนการจัดการเรียนรู้ตอบสนองกับผลลัพธ์การเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้นข้าพเจ้า หวังเป็นอย่างยิ่งว่า แผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้ จะมีประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอนในรายวิชา โปรแกรมมนำเสนอ เพื่อยึดเป็นแนวทางในการเรียนการสอนให้สมบูรณ์ที่สุดต่อไปนำงสาวสุภริตา โคตรภูเวียง24 ตุลำคม 2568
ขสารบัญหน้าคำนำ กสารบัญ ขลักษณะรายวิชา งมาตรฐานอาชีพ จตารางวิเคราะห์หน่วยการเรียนรู้ ฐตารางวิเคราะห์พฤติกรรมการเรียนรู้ ธ หน่วยที่ 1 งานที่1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกราฟิก 1แผนการจัดการเรียนรู้ 1ใบความรู้ 5แบบทดสอบ 11ใบงาน 13หน่วยที่ 2 งานที่ 2 วิธีและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ 15แผนการจัดการเรียนรู้ 15ใบความรู้ 19แบบทดสอบ 25ใบงาน 29หน่วยที่ 3 งานที่ 3 หลักสำคัญในการออกแบบสื่อดิจิทัล 31แผนการจัดการเรียนรู้ 31ใบความรู้ 35แบบทดสอบ 44ใบงาน 46ใบงานภาคปฏิบัติ 46หน่วยที่ 4 งานที่ 4 รูปแบบของภาพ Infographic 47แผนการจัดการเรียนรู้ 47ใบความรู้ 51แบบทดสอบ 60ใบงาน 63ใบงานภาคปฏิบัติ 64หน่วยที่ 5 งานที่ 5 การสร้างภาพ Infographic ด้วยโปรแกรม Microsoft PowerPoint 65แผนการจัดการเรียนรู้ 65
คสารบัญ(ต่อ)ใบความรู้ 69แบบทดสอบ 84ใบงาน 86ใบงานภาคปฏิบัติ 87หน่วยที่ 6 งานที่ 6 การผลิตสื่อดิจิทัลแบนเนอร์ด้วยโปรแกรม Adobe Photoshop 88 แผนการจัดการเรียนรู้ 88ใบความรู้ 93แบบทดสอบ 106ใบงาน 108ใบงานภาคปฏิบัติ 109หน่วยที่ 7 งานที่ 7 การผลิตสื่อดิจิทัลป้ายโฆษณาด้วยโปรแกรม Adobe Photoshop 110 แผนการจัดการเรียนรู้ 110ใบความรู้ 114แบบทดสอบ 130ใบงาน 132ใบงานภาคปฏิบัติ 133หน่วยที่ 8 งานที่ 8 การผลิตสื่อดิจิทัลด้วย Canva 134 แผนการจัดการเรียนรู้ 134ใบความรู้ 138แบบทดสอบ 161ใบงาน 163ใบงานภาคปฏิบัติ 164บรรณานุกรม 165
งลักษณะรายวิชาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2567 ประเภทวิชาอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ กลุ่มอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัลรหัส 31910-2016 ชื่อวิชา โปรแกรมกราฟิกสาหรับผลิตสื่อดิจิทัล (Presentation Program) ทฤษฎี 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ ปฏิบัติ 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ จานวน 3 หน่วยกิตอ้างอิงมาตรฐานมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)รหัส 03402 อาชีพนักสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ ระดับ 5รหัส 50206 อาชีพนัก Concept/Visual Artist ระดับ 5ผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับรายวิชาผลิตสื่อดิจิทัลสาหรับงานธุรกิจตามหลักการ ด้วยความละเอียด รอบคอบจุดประสงค์รายวิชา เพื่อให้1. รู้และเข้าใจเกี่ยวกับหลักการผลิตสื่อดิจิทัล และสื่ออินโฟกราฟิก2. มีทักษะในการใช้โปรแกรมกราฟิกสาหรับผลิตสื่อดิจิทัลและสื่ออินโฟกราฟิก3. มีความสามารถประยุกต์ใช้โปรแกรมกราฟิกสาหรับผลิตสื่อดิจิทัลสาหรับงานธุรกิจ4. มีเจตคติและกิจนิสัยที่ดีในการปฏิบัติงานด้วยความละเอียด รอบคอบสมรรถนะรายวิชา1. ประมวลความรู้เกี่ยวกับการผลิตสื่อดิจิทัล และสื่ออินโฟกราฟิกตามหลักการ2. ผลิตสื่อดิจิทัลและสื่ออินโฟกราฟิกตามหลักการ3. ประยุกต์ใช้โปรแกรมกราฟิกสาหรับผลิตสื่อดิจิทัลสาหรับงานธุรกิจคำอธิบายรายวิชาศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับหลักการผลิตสื่อดิจิทัล หลักการของอินโฟกราฟิก ( Infographic)คุณลักษณะของอินโฟกราฟิกการออกแบบและการผลิตสื่อดิจิทัล การใช้โปรแกรมกราฟิกสาหรับผลิตสื่อดิจิทัล เทคนิคการออกแบบ อินโฟกราฟิก วิธีและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ ประยุกต์ใช้โปรแกรมกราฟิกสาหรับผลิตสื่อดิจิทัลสาหรับงานธุรกิจให้เหมาะสมกับงานธุรกิจ
จมาตรฐานอาชีพหน่วยงานรับรองมาตรฐานอาชีพ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)มาตรฐานอาชีพ สาขาวิชาชีพอุตสาหกรรมดิจิทัล สาขาวิชาชีพธุรกิจโฆษณาและประชาสัมพันธ์ สาขาประชาสัมพันธ์อาชีพนักสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ ระดับ 5หน่วยสมรรถนะ สมรรถนะย่อย เกณฑ์การปฏิบัติงานวิธีประเมินรหัส คำอธิบาย รหัส คำอธิบาย03301 ออกแบบแนวคิดสร้างสรรค์งาน03301.01 ศึกษารายละเอียดของงาน 1. ระบุรายละเอียดขององค์กรได้2. ระบุรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ได้3. ระบุกลุ่มเป้าหมายของการประชาสัมพันธ์ได้การสัมภาษณ์ข้อสอบข้อเขียน03301.02 หารือสมาชิกในทีมเพื่อออกแบบแนวคิดที่สร้างสรรค์1. สรุปประเด็นการหารือได้2. นำเสนอแนวคิดได้3. สามารถสื่อสารกับทีมได้การสัมภาษณ์ข้อสอบข้อเขียน03301.03 ออกแบบ Theme & Conceptที่เหมาะสมกับการนำเสนอ Key Message1. กำหนดแนวคิดหลัก2. ออกแบบ Mood &Tone3. ออกแบบวิธีการเล่าเรื่องการสัมภาษณ์ข้อสอบข้อเขียน03302 จัดทำโครงร่างการผลิตสื่อ03302.01 เข้าใจวัตถุประสงค์การสื่อสาร1. สามารถกำหนดวัตถุประสงค์การสื่อสารได้2. สามารถกำหนดช่องทางในการสื่อสารได้3. สามารถระบุแนวทางที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ได้การสัมภาษณ์ข้อสอบข้อเขียน
ฉมาตรฐานอาชีพหน่วยงานรับรองมาตรฐานอาชีพ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)มาตรฐานอาชีพ สาขาวิชาชีพอุตสาหกรรมดิจิทัล สาขาวิชาชีพธุรกิจโฆษณาและประชาสัมพันธ์ สาขาประชาสัมพันธ์อาชีพนักสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ ระดับ 5หน่วยสมรรถนะ สมรรถนะย่อย เกณฑ์การปฏิบัติงานวิธีประเมินรหัส คำอธิบาย รหัส คำอธิบาย03302 จัดทำโครงร่างการผลิตสื่อ03302.02 เข้าใจกลุ่มเป้าหมายการสื่อสาร1. สามารถระบุกลุ่มเป้าหมายได้2. สามารถพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายได้3. สามารถเลือกช่องทางให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้การสัมภาษณ์ข้อสอบข้อเขียนการสังเกตการณ์ ณ สถานที่ปฏิบัติงาน03302.03 กำหนดแนวคิดในการสื่อสาร1.สามารถกำหนดประเด็นหลักในการสื่อสารที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้2. สามารถกำหนดแนวคิดต้องนำไปใช้กับสื่อได้หลำกหลำย3. สามารถนำไปใช้ได้จริง แปลกใหม่ ไม่ซ้ำการสัมภาษณ์ข้อสอบข้อเขียนการสังเกตการณ์ ณ สถานที่ปฏิบัติงาน03302.04 ออกแบบเนื้อหา 1. กำหนดลีลำและการนำเสนอ (Mood & Tone) ได้2. ออกแบบ Key Element องค์ประกอบต่างๆได้(การใช้ภาษา ภาพ เสียง และประสบการณ์)การสัมภาษณ์ข้อสอบข้อเขียนการสังเกตการณ์ ณ สถานที่ปฏิบัติงาน03302.05 นำเสนอโครงร่าง 1. จัดเตรียมการนำเสนอได้2. จัดทำตัวอย่างโครงร่างสื่อที่จะผลิตได้3. สามารถกำหนดงบประมาณ ระยะเวลา และบุคคลำกรการสัมภาษณ์ข้อสอบข้อเขียนการสังเกตการณ์ ณ สถานที่ปฏิบัติงาน
ชมาตรฐานอาชีพหน่วยงานรับรองมาตรฐานอาชีพ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)มาตรฐานอาชีพ สาขาวิชาชีพอุตสาหกรรมดิจิทัล สาขาวิชาชีพธุรกิจโฆษณาและประชาสัมพันธ์ สาขาประชาสัมพันธ์อาชีพนักสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ ระดับ 5หน่วยสมรรถนะ สมรรถนะย่อย เกณฑ์การปฏิบัติงานวิธีประเมินรหัส คำอธิบาย รหัส คำอธิบาย03402 ควบคุมการผลิตสื่อ03402.01 ตรวจสอบขั้นตอนของกระบวนการผลิต1. สามารถเข้าใจกระบวนการผลิตอย่างถูกต้อง2. ติดตามขั้นตอนของกระบวนการผลิตได้3. สามารถควบคุมการผลิตให้ดาเนินการได้จานวนตามแผนที่กำหนดไว้อย่างถูกต้องครบถ้วน4. สามารถบันทึกการตรวจสอบและผลการผลิตได้อย่างถูกต้อง5. สามารถรายงานผลการตรวจสอบและผลการผลิตได้อย่างถูกต้องการสัมภาษณ์ข้อสอบข้อเขียน03402.02 ให้คำแนะนำ 1.สามารถบอกถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายได้อย่างถูกต้อง2. สามารถชี้แนะเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องการสัมภาษณ์ข้อสอบข้อเขียน03404 ตรวจสอบสื่อก่อนการเผยแพร่03404.01 ตรวจสอบคุณภาพของสื่อ1.สามารถตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาและการใช้ภาษาให้มีความถูกต้องได้2.สามารถตรวจสอบความถูกต้องขององค์ประกอบโดยรวมของสื่อได้ (โทนสี เสียง ภาพ ขนำดตัวหนังสือ)3. สามารถตรวจสอบสื่อว่าอยู่ในกรอบระยะเวลาที่กำหนดได้การสัมภาษณ์ข้อสอบข้อเขียน
ซมาตรฐานอาชีพหน่วยงานรับรองมาตรฐานอาชีพ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)มาตรฐานอาชีพ สาขาวิชาชีพอุตสาหกรรมดิจิทัล สาขาวิชาชีพธุรกิจโฆษณาและประชาสัมพันธ์ สาขาประชาสัมพันธ์อาชีพนักสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ ระดับ 5หน่วยสมรรถนะ สมรรถนะย่อย เกณฑ์การปฏิบัติงานวิธีประเมินรหัส คำอธิบาย รหัส คำอธิบาย03404 ตรวจสอบสื่อก่อนการเผยแพร่03404.01 ตรวจสอบคุณภาพของสื่อ4. สามารถตรวจสอบด้านจริยธรรม ความเหมาะสมได้การสัมภาษณ์ข้อสอบข้อเขียน03404.02 ให้คำแนะนำ 1. สามารถแนะนำการใช้ภาษาให้มีความถูกต้องได้2.สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับองค์ประกอบโดยรวมของสื่อได้(โทนสี เสียง ภาพ ขนำดตัวหนังสือ)3. สามารถแนะนำด้านจริยธรรม ความเหมาะสมได้การสัมภาษณ์ข้อสอบข้อเขียน
ฌตารางวิเคราะห์หน่วยการเรียนรู้ผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับรายวิชา โปรแกรมกราฟิกสาหรับผลิตสื่อดิจิทัลงานหลัก งานย่อย สมรรถนะย่อย(มาตรฐานอาชีพ)ความรู้ในการปฏิบัติงานทักษะในการปฏิบัติงานงานหลัก 1งานสร้างสรรค์ ออกแบบ1.1 ออกแบบแนวคิดสร้างสรรค์งาน-ศึกษารายละเอียดของงาน-หารือสมาชิกในทีมเพื่อออกแบบแนวคิดที่สร้างสรรค์-ออกแบบ Theme & Conceptที่เหมาะสมกับการนำเสนอ Key Message1. ความรู้เกี่ยวกับออกแบบวิธีการเล่าเรื่อง2 ความรู้การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์3. ความรู้เกี่ยวกับออกแบบ Theme & Concept1.ทักษะความคิดสร้างสรรค์2.ทักษะการถ่ายทอดแนวคิด1.2 จัดทำโครงร่างการผลิตสื่อ-เข้าใจวัตถุประสงค์การสื่อสาร-เข้าใจกลุ่มเป้าหมายการสื่อสาร-กำหนดแนวคิดในการสื่อสาร-ออกแบบเนื้อหา-นำเสนอโครงร่าง1. มีความรู้เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการจัดทำโครงร่างการผลิตสื่อ2. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายของการจัดทำโครงร่างการผลิตสื่อ3. มีความรู้ในการกำหนดแนวคิดในการสื่อสาร4. มีความรู้เกี่ยวกับออกแบบเนื้อหา1. ทักษะการออกแบบโครงร่าง2. ทักษะด้านการนำเสนอ
ญตารางวิเคราะห์หน่วยการเรียนรู้ผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับรายวิชา โปรแกรมกราฟิกสาหรับผลิตสื่อดิจิทัลงานหลัก งานย่อย สมรรถนะย่อย(มาตรฐานอาชีพ)ความรู้ในการปฏิบัติงานทักษะในการปฏิบัติงานงานหลัก 2ผลิตสื่อ1.1 ควบคุมการผลิตสื่อ-ตรวจสอบขั้นตอนของกระบวนการผลิต-ให้คำแนะนำ1. มีความรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิตอย่างถูกต้อง2. มีความรู้เกี่ยวกับการรายงานผลการตรวจสอบและผลการผลิต1. ทักษะการตรวจเช็ค2. ทักษะการบันทึกผล1.2 ตรวจสอบสื่อก่อนการเผยแพร่-ตรวจสอบคุณภาพของสื่อ-ให้คำแนะนำ1.ความรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบสื่อให้ได้คุณภาพ2. ความรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบองค์ประกอบโดยรวมของสื่อได้ (โทนสี เสียง ภาพ ขนำดตัวหนังสือ)1. ทักษะการตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาและภาษา2. ทักษะการตรวจสอบสื่อให้อยู่ในระยะเวลาที่กำหนด
ฎตารางวิเคราะห์พฤติกรรมการเรียนรู้ รหัส 31910 – 2016 วิชา โปรแกรมกราฟิกสาหรับผลิตสื่อดิจิทัลทฤษฎี 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ ปฏิบัติ 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ จานวน 72 หน่วยกิต หน่วยการเรียนรู้ความสามารถที่คาดหวังรวมจานวนชั่วโมงท/ปพุทธิพิสัย ทักษะพิสัยจิตพิสัยประยุกต์ใช้ความรู้ ความเข้าใจ การนำไปใช้ การวิเคราะห์ การประเมินค่า การสร้างสรรค์1. ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกราฟิก 2 2 2 2 - - 5 2 - 20 42.วิธีและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ 2 2 2 2 - - 5 2 - 18 43.หลักสำคัญในการออกแบบสื่อดิจิทัล 2 2 2 2 - - 5 2 - 49 84.รูปแบบของภาพ Infographic2 2 2 2 - - 5 2 - 49 85.การสร้างภาพ Infographic ด้วยโปรแกรม Micrososof PowerPoint2 2 5 - - 10 20 3 - 21 126.การผลิตนสื่อดิจิทัลแบนเนอร์ด้วยโปรแกรม Adobe Photoshop2 2 5 - - 10 20 3 - 30 127.การผลิตสื่อดิจิทัลป้ายโฆษณาด้วยโปรแกรม Adobe Photoshop2 2 5 - - 10 20 3 - 33 128.การผลิตสื่อดิจิทัลด้วย Canva2 2 5 - 10 20 3 - 12รวม 16 16 28 8 0 40 100 20 0 220 72ประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับรายวิชา 100 72รวมทั้งรายวิชา 100 72
ฏตารางวิเคราะห์พฤติกรรมการเรียนรู้ รหัส 31910 – 2016 วิชา โปรแกรมกราฟิกสาหรับผลิตสื่อดิจิทัลทฤษฎี 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ ปฏิบัติ 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ จานวน 72 หน่วยกิต หน่วยที่ หน่วยการเรียนรู้ เวลาเรียน (ชม.)ทฤษฎี ปฏิบัติ รวม1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกราฟิก 2 2 42 วิธีและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ 2 2 43 หลักสำคัญในการออกแบบสื่อดิจิทัล 4 4 84 รูปแบบของภาพ Infographic 4 4 85 การสร้างภาพ Infographic ด้วยโปรแกรม Micrososof PowerPoint 6 6 126 การผลิตนสื่อดิจิทัลแบนเนอร์ด้วยโปรแกรม Adobe Photoshop 6 6 127 การผลิตสื่อดิจิทัลป้ายโฆษณาด้วยโปรแกรม Adobe Photoshop 6 6 128 การผลิตสื่อดิจิทัลด้วย Canva 6 6 12ประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับรายวิชา 36 36 72รวม 36 36 72การประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับรายวิชา : หลักสูตร ปวช. สัปดาห์ที่ 18, หลักสูตร ปวส. สัปดาห์ที่ 15
11. ผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหน่วยการเรียนนักเรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับความหมาย ความสำคัญ และประเภทของกราฟิก ตลอดจนสามารถอธิบายลักษณะและความแตกต่างระหว่างกราฟิกแบบแรสเตอร์และเวกเตอร์ได้อย่างถูกต้อง ผู้เรียนจะได้ฝึกใช้เครื่องมือพื้นฐานในโปรแกรมกราฟิกเพื่อสร้างผลงานเบื้องต้น โดยคำนึงถึงหลักการออกแบบและองค์ประกอบศิลป์ พร้อมทั้งแสดงความคิดสร้างสรรค์และความรับผิดชอบในการใช้สื่อกราฟิกอย่างเหมาะสม เคารพลิขสิทธิ์ และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ2. อ้างอิงมาตรฐาน/เชื่อมโยงกลุ่มอาชีพ2.1 มาตรฐานอาชีพ งานสร้างสรรค์ ออกแบบ สมรรถนะย่อย ออกแบบแนวคิดสร้างสรรค์งาน 1) เกณฑ์การปฏิบัติงาน (ก) ความต้องการด้านทักษะ1.ทักษะความคิดสร้างสรรค์2.ทักษะการถ่ายทอดแนวคิด(ข) ความต้องการด้านความรู้1. ความรู้เกี่ยวกับออกแบบวิธีการเล่าเรื่อง2 ความรู้การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์3. ความรู้เกี่ยวกับออกแบบ Theme & Concept2) วิธีการประเมิน 2.1 แบบทดสอบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก 2.2 แบบทดสอบภาคปฏิบัติ 3) หลักฐานการปฏิบัติงาน (Performance Evidence)4) หลักฐานความรู้ (Knowledge Evidence)2.2 บูรณาการกลุ่มอาชีพ นักสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ ระดับ 53. สมรรถนะประจาหน่วยมีความรู้ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างสรรค์และปรับแต่งภาพกราฟิกอย่างเหมาะสม เข้าใจหลักการออกแบบและองค์ประกอบของกราฟิก สามารถสื่อสารแนวคิดผ่านภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบผลงาน และปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ เคารพลิขสิทธิ์ของผู้อื่น รวมทั้งทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีจิตสานึกในวิชาชีพแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 1รหัสวิชา 31910-2016 ชื่อวิชา โปรแกรมกราฟิกสาหรับผลิตสื่อดิจิทัล สอนครั้งที่ 1ชื่อหน่วยการเรียนรู้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกราฟิก ทฤษฎี 2 ชม. ปฏิบัติ 2 ชม. ชื่อเรื่อง/งาน ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกราฟิก
24. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 4.1 ด้านความรู้1. อธิบายความหมาย ความสำคัญ และประเภทของกราฟิกได้อย่างถูกต้อง2. อธิบายความแตกต่างระหว่างภาพกราฟิกแบบแรสเตอร์และเวกเตอร์ได้3. มีความเข้าใจหลักการออกแบบกราฟิกและองค์ประกอบศิลป์ เช่น เส้น สี รูปร่าง พื้นผิว และการจัดวางองค์ประกอบภาพ 4. รู้จักเครื่องมือและคำสั่งพื้นฐานในโปรแกรมกราฟิกที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงาน4.2 ด้านทักษะ1. สามารถใช้โปรแกรมกราฟิกพื้นฐานในการสร้าง ปรับแต่ง และบันทึกภาพได้อย่างถูกต้อง2. สามารถวิเคราะห์และออกแบบงานกราฟิกให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และผู้รับสาร3. สามารถประยุกต์ใช้หลักการออกแบบและองค์ประกอบศิลป์ในการสร้างงานกราฟิก4. สามารถแก้ไข ปรับปรุง หรือดัดแปลงภาพกราฟิกได้อย่างเหมาะสมกับการใช้งาน4.3 ด้านคุณสมบัติอันพึงประสงค์1. มีความคิดสร้างสรรค์และกล้าแสดงออกทางการออกแบบ2. มีความรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมายและตรงต่อเวลา3. เคารพลิขสิทธิ์ของผู้อื่น ใช้สื่อและภาพกราฟิกอย่างมีจรรยาบรรณ4. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสร้างสรรค์5. มีจิตสานึกในความเป็นระเบียบและใส่ใจคุณภาพของผลงาน5. สาระการเรียนรู้5.1 ความหมายและความสำคัญของกราฟิกในการสื่อสารและงานออกแบบ5.2 ประเภทของกราฟิก• กราฟิกแบบแรสเตอร์ (Raster Graphic)• กราฟิกแบบเวกเตอร์ (Vector Graphic)5.3 องค์ประกอบศิลป์ที่ใช้ในการออกแบบกราฟิก• เส้น สี รูปร่าง พื้นผิว รูปทรง พื้นที่ว่าง และการจัดวางองค์ประกอบ5.4 หลักการออกแบบกราฟิกที่ดี• ความสมดุล การเน้นจุดสำคัญ ความกลมกลืน ความแตกต่าง และเอกภาพ5.5 รูปแบบไฟล์กราฟิกและการนำไปใช้งาน (เช่น JPG, PNG, GIF, SVG, AI, PSD)5.6 เครื่องมือพื้นฐานในโปรแกรมกราฟิก (เช่น Photoshop, Illustrator หรือ Canva)5.7 ขั้นตอนการสร้างและบันทึกผลงานกราฟิกอย่างเหมาะสม5.8 การใช้สื่อกราฟิกอย่างมีจรรยาบรรณและการเคารพลิขสิทธิ์ผู้อื่น5.9 การประยุกต์ใช้ความรู้พื้นฐานด้านกราฟิกในการออกแบบงานจริง
36. กิจกรรมการเรียนรู้ 6.1 ขั้นตอนการนำเข้าสู่บทเรียนสิ่งที่ครูปฏิบัติ สิ่งที่ผู้เรียนปฏิบัติ เอกสาร/สื่อ/แหล่งเรียนรู้ที่ใช้- ครูทักทำยนักเรียน ทำความรู้จัก บอกจุดประสงค์ของบทเรียน อธิบายเกี่ยวกับเนื้อหา การวางแผนการเรียนโครงสร้างเนื้อหาบทเรียน กิจกรรม งาน ภารกิจ- รับฟังข้อมูล - แผนการจัดการเรียนรู้- สนทนำกับนักเรียนเกี่ยวกับความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกราฟิก- นักเรียนช่วยกันบอกถึงการความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกราฟิก- เอกสารบรรยาย, อินเตอร์เน็ต 6.2 ขั้นตอนการใช้ความรู้/การฝึก การปฏิบัติสิ่งที่ครูปฏิบัติ สิ่งที่ผู้เรียนปฏิบัติ เอกสาร/สื่อ/แหล่งเรียนรู้ที่ใช้1.กำหนดกฎระเบียบ - รับฟัง เอกสารประกอบการบรรยาย2.ให้คำแนะนำ คำอธิบายและผลป้อนกลับแก่นักเรียน-ซักถามโต้ตอบกับครูแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างอิสระ3.ดูแลและให้คำปรึกษานักเรียน4. มอบหมายงาน - ทำแบบทดสอบ- ทำใบงานที่มอบหมาย- แบบทดสอบ- ใบงาน 6.3 ขั้นตอนการสรุปสิ่งที่ครูปฏิบัติ สิ่งที่ผู้เรียนปฏิบัติ เอกสาร/สื่อ/แหล่งเรียนรู้ที่ใช้1.ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปการความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกราฟิกฟังและซักถามข้อสงสัยต่างๆ 1.ผลจากการเรียนรู้2.ผลทดสอบความรู้3.ผลสาเร็จของใบงาน7. สื่อและแหล่งการเรียนรู้7.1 แผนการจัดการเรียนรู้7.2 ใบความรู้7.3 สื่อการเรียนการสอน เช่น Power Point วิดิโอความรู้7.4 ห้องสมุด,อินเตอร์เน็ต
48. หลักฐานการเรียนรู้8.1 หลักฐานความรู้ - แบบทดสอบ - ใบงาน8.2 หลักฐานการปฏิบัติงาน - ใบงานภาคปฏิบัติ9. การวัดและประเมินผล9.1 เกณฑ์การปฏิบัติงาน- ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด- แบบทดสอบจานวน 20 ข้อ 20 คะแนน- ใบงานมีคะแนนเต็ม 10 คะแนน 9.2 วิธีการประเมิน - การสาธิตการปฏิบัติงาน - แฟ้มสะสมผลงาน9.3 เครื่องมือประเมิน - แบบทดสอบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก - แบบทดสอบภาคปฏิบัติ10. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้10.1 ข้อสรุปหลักการจัดการเรียนรู้................................................................................................ ..................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................ ...........................................10.2 ปัญหาที่พบ............................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ...........................................10.3 แนวทางแก้ปัญหา............................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ...........................................
5ใบความรู้ หน่วยที่ 1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกราฟิก1.1 ความหมายของกราฟิก กราฟิก (Graphic) มักเขียนผิดเป็น กราฟิกส์ กราฟฟิกส์ กราฟฟิก คำว่า “กราฟิก” มาจากภาษา กรีก ซึ่งหมายถึง การวาดเขียน (Graphikos) และการเขียน (Graphein) ต่อมามีผู้ให้ความหมายของคำว่า “กราฟิก” ไว้หลำยประการซึ่งสรุปได้ดังนี้ กราฟิก หมายถึง ศิลปะแขนงหนึ่งซึ่งใช้สื่อความหมายด้วยเส้น สัญลักษณ์ รูปวาด ภาพถ่าย กราฟ แผนภูมิ การ์ตูน ฯลฯ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายข้อมูลได้ถูกต้องตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ ความหมายของคอมพิวเตอร์กราฟิกคอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดการ ยกตัวอย่างเช่น การทำ Image Retouching ภาพคนแก่ให้มีวัยที่เด็กขึ้น การสร้างภาพตามจินตนำการและการใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายได้ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการและน่าสนใจยิ่งขึ้นด้วยกราฟ แผนภูมิ แผนภาพ เป็นต้นภาพกราฟิก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ภาพกราฟิกแบบ 2 มิติ และแบบ 3 มิติ ภาพกราฟิกแบบ 2 มิติ เป็นภาพที่พบเห็นโดยทั่วไป เช่น ภาพถ่าย รูปวาด ภาพ ลำยเส้น สัญลักษณ์กราฟ รวมถึงการ์ตูนต่าง ๆ ในโทรทัศน์ ยกตัวอย่างเช่น การ์ตูนเรื่องพิภพยมราช ชินจัง และ โดเรมอน เป็นต้น ซึ่งการ์ตูนจะเป็นภาพกราฟิกเคลื่อนไหว (Animation) โดยจะมีกระบวนการสร้างที่ซับซ้อนกว่า ภาพวาดปกติภาพกราฟิกแบบ 3 มิติ เป็นภาพกราฟิกที่ใช้โปรแกรมสร้างภาพ 3 มิติโดยเฉพาะ เช่น โปรแกรม 3 Ds max โปรแกรม Maya เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ได้ภาพมีสีและแสงเงาเหมือนจริง เหมาะกับงานด้านสถาปัตย์และการออกแบบต่าง ๆ รวมถึงการสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูนหรือโฆษณาสินค้าต่าง ๆ เช่น การ์ตูน เรื่อง Nemo The Bug และปังปอนด์แอนิเมชัน เป็นต้น1.2 หลักการทำงานและการแสดงผลของภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกภาพที่เกิดบนจอคอมพิวเตอร์ เกิดจากการทำงานของโหมดสีRGB ซึ่งประกอบด้วยสีแดง (Red) สีเขียว (Green) และสีน้ำเงิน (Blue) โดยใช้หลักการยิงประจุไฟฟ้าให้เกิดการเปล่งแสงของสีทั้ง 3 สีมาผสมกันทำให้เกิดเป็นจุดสีสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) ซึ่งมาจากคำว่า Picture กับ Element โดยพิกเซลจะมีหลำกหลำยสี เมื่อนำมาวางต่อกันจะเกิดเป็นรูปภาพ ซึ่งภาพที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์มี 2 ประเภท คือ แบบ Raster และแบบ Vectorห น 1.2.1 หลักการของกราฟิกแบบ Rasterหลักการของภาพกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หลำกหลำยสี ซึ่งเรียกจุดสีเหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซล (Pixel) ในการสร้างภาพกราฟิก แบบ Raster จะต้องกำหนดจานวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจานวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนำดใหญ่ขึ้นจะทำให้แฟ้มภาพมีขนำดใหญ่ ดังนั้นการกำหนดพิกเซลจึงควรกำหนดให้เหมาะกับงานที่
6สร้างคือ ถ้าต้องการใช้งานทั่ว ๆ ไปจะกำหนดจานวนพิกเซลประมาณ 100-150 ppi (Pixel/inch) “จานวน พิกเซลต่อ 1 ตารางนิ้ว” ถ้าเป็นงานที่ต้องการความละเอียดน้อยและแฟ้มภาพมีขนำดเล็ก เช่น ภาพสาหรับใช้กับ เว็บไซต์จะกำหนดจานวนพิกเซลประมาณ 72 ppi และถ้าเป็นแบบงานพิมพ์ เช่น นิตยสาร โปสเตอร์ขนำด ใหญ่ จะกำหนดจานวนพิกเซลประมาณ 300-350 เป็นต้น ข้อดีของภาพกราฟิกแบบ Raster คือ สามารถแก้ไข ปรับแต่งสี ตกแต่งภาพได้ง่ายและสวยงาม ซึ่งโปรแกรมที่นิยมใช ้สร้างภ าพกราฟิ กแ บบ Raster คือ Adobe PhotoShop, Adobe PhotoShop CS, Paint เป็นต้นรูปที่ 1.1 ภาพกราฟิกแบบ Raster ที่ขยายใหญ่ขึ้น1.2.2 หลักการของกราฟิกแบบ Vectorหลักการของกราฟิกแบบ Vector เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทาง คณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ ซึ่งภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน โดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มมีขนำดเล็กกว่า แบบ Raster ภาพกราฟิกแบบ Vector นิยมใช้เพื่องานสถาปัตย์ตกแต่งภายในและการออกแบบต่าง ๆ เช่น การ ออกแบบอาคาร การออกแบบรถยนต์ การสร้างโลโก้ การสร้างการ์ตูน เป็นต้น ซึ่งโปรแกรมที่นิยมใช้สร้างภาพ แบบ Vector คือ โปรแกรม Illustrator, CoreDraw, AutoCAD, 3Ds max เป็นต้น แต่อุปกรณ์ที่ใช้แสดงผล ภาพ เช่น จอคอมพิวเตอร์จะเป็นการแสดงผลภาพเป็นแบบ Rasterรูปที่ 1.2 ภาพกราฟิกแบบ Vector ที่ขยายใหญ่ขึ้นห น
71.3 ความแตกต่างของกราฟิกแบบ 2 มิติภาพกราฟิก 2 มิติแบบ Raster และ แบบ Vector มีความแตกต่างกันดังนี้ภาพกราฟิกแบบ Raster ภาพกราฟิกแบบ Vector1. ภาพกราฟิกเกิดจากจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หลำกหลำย สี (Pixels) มาเรียงต่อกันจนกลำยเป็นรูปภาพ1. ภาพเกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์หรือการคำนวณ โดยองค์ประกอบของ ภาพมีอิสระต่อกัน2. การขยายภาพกราฟิกให้มีขนำดใหญ่ขึ้น จะทำให้ความละเอียดของภาพลดลง ทำให้มองเห็นภาพเป็น จุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ2. การขยายภาพกราฟิกให้มีขนำดใหญ่ขึ้น ภาพยังคง ความละเอียดคมชัดเหมือนเดิม3. การตกแต่งและแก้ไขภาพ สามารถทำได้ง่ายและ สวยงาม เช่น การ Retouching ภาพคนแก่ให้หนุ่ม ขึ้น การปรับสีผิวกายให้ขาวเนียนขึ้น เป็นต้น3. เหมาะกับงานออกแบบต่าง ๆ เช่น งานสถาปัตย์ออกแบบโลโก้เป็นต้น4. การประมวลผลภาพสามารถทำได้รวดเร็ว 4. การประมวลผลภาพจะใช้เวลานำน เนื่องจากใช้คำสั่งในการทำงานมาก1.3.1 แฟ้มภาพกราฟิกแบบ Raster และคุณลักษณะของแฟ้มภาพกราฟิกนำมสกุลที่ใช้เก็บแฟ้มภาพกราฟิกแบบ Raster มีหลำยนำมสกุล เช่น .BMP, .DIB, .JPG, .JPEG, .JPE, .GIF, .TIFF, .TIF, .PCX, .MSP, .PCD, .FPX, .IMG, .MAC, .MSP และ .TGA เป็นต้น ซึ่งลักษณะของแฟ้ม ภาพจะแตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่นนำมสกุลที่ใช้เก็บ ลักษณะงาน ตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สร้าง.JPG, .JPEG, .JPE ใช้สาหรับรูปภาพทั่วไปงานเว็บเพจ และงานที่มีความจากัดด้านพื้นที่หน่วยความจาโปรแกรม PhotoShop,PaintShopPro, Illstratior.GIF.TIFF, .TIF เหมาะสาหรับงานด้านนิตยสาร เพราะมีความละเอียดของภาพสูง.BMP, .DIB ไฟล์มาตรฐานของระบบปฏิบัติการวินโดว์ โปรแกรม PaintShopPro, Paint
8.PCX เป็นไฟล์ดั้งเดิมของโปรแกรมแก้ไขภาพ แบบบิตแมป ไม่มีโมเดลเกรย์สเกล ใช้กับภาพทั่วไปโปรแกรม CorelDraw, Illustrator, Paintbrush1.3.2 แฟ้มภาพกราฟิกแบบ Vector และคุณลักษณะของแฟ้มภาพกราฟิกนำมสกุลที่ใช้เก็บแฟ้มภาพกราฟิกแบบ Vector มีหลำยนำมสกุลเช่น .EPS, .WMF, .CDR, .AI, .CGM, .DRW, .PLT, .DXF, .PIC และ .PGL เป็นต้น ซึ่งลักษณะของแฟ้มภาพจะแตกต่างกันไป เช่นนำมสกุลที่ใช้เก็บ ลักษณะงาน ตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สร้าง.AI ใช้สาหรับงานที่ต้องการความละเอียดของภาพมาก เช่น การสร้างการ์ตูน การสร้างโลโก เป็นต้นโปรแกรม Illustrator.EPS.WMF ไฟล์มาตรฐานของโปรแกรม Microsoft Officeโปรแกรม CorelDraw1.4 คอมพิวเตอร์กราฟิกกับการประยุกต์ใช้ในงานด้านต่าง ๆในยุคปัจจุบันมีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้การสื่อสารมีสีสันและชีวิตชีวา มากขึ้น โดยการใช้ภาพกราฟิกมาประยุกต์ร่วมกับงานด้านต่าง ๆ เพื่อให้งานดูสวยงามและดึงดูดใจให้น่าใช้งา น มากยิ่งขึ้น ซึ่งแบ่งงานด้านภาพกราฟิกออกได้ดังนี้1. คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านการออกแบบ (Computer–Aided Design)คอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทกับงานด้านการออกแบบในสาขาต่าง ๆ เป็นจานวนมาก เช่น งานด้านสถาปัตย์ออกแบบภายใน บ้าน การออกแบบรถยนต์การออกแบบเครื่องจักรกลรวมถึงการออกแบบวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งโปรแกรมที่ใช้จะเป็นโปรแกรม 3 มิติ เพราะสามารถกำหนดสีและแสงเงาได้เหมือนจริงที่สุด อีกทั้งสามารถดูมุมมองด้านต่าง ๆ ได้ทุกมุมมองห น
92. คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานบันเทิง (Entertainment) คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานบันเทิง โดยเฉพาะงานด้านมัลติมีเดีย ได้รับความแพร่หลำย ในวงการบันเทิงเป็นอย่างมาก เช่น การโฆษณาสินค้าทางโทรทัศน์รายการข่าว ละคร เกมออนไลน์การสร้างภาพการ์ตูน การสร้างภาพเคลื่อนไหว การสร้างภาพวิดีโอ การสร้างฉากภาพยนตร์เป็นต้น3. คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านการนำเสนอ (Presentation) การนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ เป็นการสื่อความหมายให้ผู้รับสารเข้าใจในสิ่งที่ผู้สื่อต้องการ และการสื่อสารที่ดีจาเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ภาพเข้ามาช่วยเพื่อเพิ่มความเข้าใจให้กับผู้รับสาร เช่น การสรุปยอดขายสินค้าในแต่ละปีด้วยกราฟ หรือการอธิบายระบบการ ทำงานของบริษัทด้วยแผนภูมิ เป็นต้น
104. คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านเว็บเพจ (Web Site) ธุรกิจรับสร้างเว็บเพจให้กับบริษัทหรือ หน่วยงานต่าง ๆ ได้นำคอมพิวเตอร์กราฟิกเข้ามาช่วยในการสร้างเว็บเพจเพื่อให้เว็บเพจที่สร้างมีความสวยงามน่า ใช้งานยิ่งขึ้น5. คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านการศึกษาและฝึกอบรม (Education and Training) คอมพิวเตอร์กราฟิกเข้ามามีบทบาทกับวงการศึกษา และวงการฝึกอบรมอย่างแพร่หลำย ทำให้เกิดเครื่องมือ สาหรับช่วยสอนต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งเกิดสื่ออิเล็กทรอนิกส์ช่วยสอนในรูปแบบ ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษา เช่น คอมพิวเตอร์ช่วยสอนในลักษณะมัลติมีเดีย การเรียนการสอนบนเว็บ (e-Learning)ส่วนการนำ คอมพิวเตอร์กราฟิกในงานด้านการฝึกอบรม เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ในการฝึกอบรมที่เรียกว่า eTraining ปัจจุบันมีการพัฒนาเว็บไซต์สาหรับฝึกอบรมของสถาบันฝึกอบรมหลำยแห่ง ตัวอย่างคอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านการศึกษา
11รายวิชา โปรแกรมกราฟิกสาหรับผลิตสื่อดิจิทัล รหัสวิชา 31910-2016แบบทดสอบหน่วยที่ 1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกราฟิกคำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว จานวน 20 ข้อ 20 คะแนน1. “กราฟิก” หมายถึงข้อใด 7. หน่วยวัดความละเอียดของภาพคือข้อใดก. งานศิลปะที่ใช้เฉพาะภาพถ่าย ก. RGBข. การสื่อความหมายด้วยตัวอักษรเท่านั้น ข. CMYKค. การสื่อสารด้วยภาพ ตัวอักษร และสัญลักษณ์ ค. DPIง. การตกแต่งภาพให้สวยงาม ง. MB2. จุดประสงค์หลักของงานกราฟิกคืออะไร 8. สีในระบบ RGB เหมาะสาหรับสื่อประเภทใดก. เพื่อความสวยงามเท่านั้น ก. งานพิมพ์ข. เพื่อสื่อสารและถ่ายทอดข้อมูลให้เข้าใจง่าย ข. เว็บไซต์และจอภาพค. เพื่อประดับตกแต่งเอกสาร ค. ป้ายโฆษณาง. เพื่อเพิ่มสีสันให้กับงานออกแบบ ง. หนังสือ3. องค์ประกอบพื้นฐานของงานกราฟิก ได้แก่ข้อใด 9. สีในระบบ CMYK ใช้ในงานใดก. สี รูปร่าง ข้อความ ก. งานแสดงผลบนหน้าจอข. เส้น รูปร่าง สี และข้อความ ข. งานพิมพ์ค. ภาพถ่าย ตัวอักษร ข้อความ ค. งานวิดีโอง. แสง เงา และโทนสี ง. งานอินเทอร์เน็ต4. โปรแกรมใดเหมาะสาหรับการสร้างภาพกราฟิกแบบเวกเตอร์ 10. โปรแกรมใดใช้ในการตกแต่งภาพถ่ายได้ดีที่สุดก. Adobe Photoshop ก. Adobe Illustratorข. Adobe Illustrator ข. CorelDRAWค. Canva ค. Adobe Photoshopง. Microsoft Word ง. Microsoft PowerPoint5. กราฟิกแบบ Bitmap มีลักษณะอย่างไร 11. การจัดองค์ประกอบภาพให้สมดุลเรียกว่าอะไรก. สร้างจากเส้นและจุดที่คำนวณทางคณิตศาสตร์ ก. Balanceข. สร้างจากพิกเซลขนำดเล็กจานวนมาก ข. Rhythmค. ไม่สามารถปรับขนำดได้ ค. Contrastง. ไม่มีสี ง. Unity6. กราฟิกแบบใดขยายขนำดโดยไม่แตก 12. หลักการออกแบบใดที่ช่วยให้งานโดดเด่น ก. Bitmap ก. Harmonyข. Pixel Art ข. Emphasis
12ค. Vector ค. Proportionง. Photo Graphic ง. Repetition13. เครื่องมือที่ใช้ในการวาดเส้นโค้งในโปรแกรม 14. ภาพกราฟิกที่ใช้ในเว็บไซต์ควรมีคุณสมบัติอย่างไรIllustrator คือข้อใด ก. ความละเอียดสูงมากก. Line Tool ข. ขนำดไฟล์ใหญ่เพื่อความคมชัดข. Pen Tool ค. ขนำดไฟล์เล็ก โหลดเร็วค. Shape Tool ง. มีสี CMYK เท่านั้นง. Brush Tool15. ไฟล์กราฟิกนำมสกุล .JPG และ .PNG จัดอยู่ในประเภทใด 16. ข้อใดคือการใช้กราฟิกอย่างมีจรรยาบรรณก. Bitmap ก. นำภาพผู้อื่นมาใช้โดยไม่ขออนุญาตข. Vector ข. ดัดแปลงภาพต้นฉบับโดยไม่ให้เครดิตค. Animation ค. ออกแบบภาพใหม่ด้วยตนเองง. 3D Graphic ง. ดาวน์โหลดภาพจากอินเทอร์เน็ตมาใช้ทันที17. หลักการเลือกสีที่เหมาะสมในการออกแบบคืออะไร 18. ตัวอักษรในงานกราฟิกมีบทบาทอย่างไรก. ใช้สีฉูดฉาดหลำยสีในภาพเดียว ก. ใช้ตกแต่งอย่างเดียวข. ใช้สีให้ตรงกับอารมณ์และจุดประสงค์ของงาน ข. ใช้เพื่อสื่อสารและสร้างเอกลักษณ์ของงานค. ใช้สีตามที่ตนเองชอบ ค. ใช้แทนภาพทั้งหมดง. ใช้สีเดียวทุกส่วนของงาน ง. ไม่มีผลต่อความสวยงามของงาน19. การเลือกแบบอักษร (Font) ควรพิจารณาจากข้อใด 20. ข้อใดไม่ใช่ประเภทของกราฟิกก. ความชอบส่วนตัว ก. กราฟิกแบบ 2 มิติข. ความเหมาะสมกับเนื้อหาและกลุ่มเป้าหมาย ข. กราฟิกแบบ 3 มิติค. ความซับซ้อนของฟอนต์ ค. กราฟิกแบบเสียงง. ความแปลกใหม่ ง. กราฟิกแบบเคลื่อนไหว
13ใบงานหน่วยที่ 1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกราฟิกคำชี้แจง ตอนที่ 1 ให้นักเรียนศึกษาบทเรียนและเขียนคำตอบลงในช่องว่างให้ถูกต้อง1. กราฟิก หมายถึง ........................................................................................................................................... 2. คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง ....................................................................................................................... 3. ชนิดของภาพกราฟิกหรือหลักการทำงานของภาพกราฟิกแบ่งออกเป็นกี่รูปแบบ อะไรบ้าง3.1 ภาพกราฟิกแบบราสเตอร์(Raster) หมายถึง..............................................................................................3.2 ภาพกราฟิกแบบราสเตอร์(Raster) มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า……………………..………………………………………….3.3 ภาพกราฟิกแบบเวคเตอร์(Vector) หมายถึง................................................................................................. 4. ภาพกราฟิก แบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง จงอธิบาย …………………………………………………………………………..........................................................................................5. จงอธิบายความแตกต่างระหว่างกราฟิก 2 มิติแบบราสเตอร์และแบบเวคเตอร์ภาพกราฟิก 2 มิติแบบราสเตอร์ ภาพกราฟิก 2 มิติแบบเวคเตอร์1. 1.2. 2.3. 3.6. จงบอกคำสั่งการทำงานของคีย์ลัด (Shortcut Key) ต่อไปนี้6.1 Ctrl + Q ……………………………………………………………………..…………………………………................................. 6.2 Ctrl + N ……………………………………………………………………..………………………………….................................. 6.3 Ctrl + O ……………………………………………………………………..…………………………………................................. 6.4 Ctrl + W ……………………………………………………………………..………………………………….................................6.5 Ctrl + S ……………………………………………………………………..………………………………….................................. 6.6 Ctrl + P ……………………………………………………………………..………………………………….................................. 6.7 Ctrl + Z ……………………………………………………………………..………………………………….................................6.8 Ctrl + X ……………………………………………………………………..………………………………….................................. 6.9 Ctrl + C ……………………………………………………………………..………………………………….................................6.10 Ctrl + Q ……………………………………………………………………..…………………………………..............................6.11 Ctrl + V ……………………………………………………………………..…………………………………...............................6.12 Ctrl + T ……………………………………………………………………..…………………………………...............................
146.13 Ctrl + A ……………………………………………………………………..…………………………………...............................6.14 Ctrl + D ……………………………………………………………………..…………………………………................................ 6.15 Ctrl + E ……………………………………………………………………..…………………………………................................ตอนที่ 2 ให้นักเรียนอธิบายรูปแบบของไฟล์ภาพกราฟิก ที่นิยมใช้โดยทั่วไป1.1 JPEG หรือ JPG.......................................................................................................................... ... .......... 1.2 GIF................................................................................................................ ................................... ....... 1.3 PNG................................................................................................................ ..... ................................... 1.4 BMP...................................................................................................................... .................................. 1.5 TIF หรือ TIFF........................................................................................................ ................ ................. 1.6 PSD (Photoshop Document) ...........................................................................................................2. ให้นักเรียนบอกความจุดเด่นและจุดด้อยของแต่ละไฟล์นำมสกุลไฟล์ภาพ จุดเด่น จุดด้อยJPGGIFPNGBMPTIFFPSD3. การค้นหาภาพบนอินเตอร์เน็ตมีขั้นตอนอย่างไร อธิบายเป็นข้อ ๆ พอสังเขป............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. ........................................................................................................................................................... 4. ให้นักเรียนเขียนชื่อนำมสกุลภาพ ที่เหมาะสมกับชิ้นงานกราฟิก4.1 ป้ายไวนิล สื่อ สิ่งพิมพ์…………………………………………………………………………………………….........……… 4.2 ภาพการ์ตูนเคลื่อนไหว ……………………………………………………………………………………………………........ 4.3 ภาพที่ถ่ายจากกล้องโทรศัพท์…………………………………………………………………………………………........... 4.4 ภาพนิ่งพื้นหลังโปร่งใส ……………………………………………………………………………………………….…..........
151. ผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหน่วยการเรียนนักเรียนมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความหมาย ความสำคัญ และขั้นตอนของกระบวนการคิดสร้างสรรค์ สามารถนำแนวคิดและกระบวนการดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบผลงานได้อย่างเหมาะสม มีความคิดริเริ่ม กล้าแสดงออกทางความคิด และเปิดรับความคิดเห็นของผู้อื่นเพื่อพัฒนาผลงานให้มีคุณภาพและความสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น2. อ้างอิงมาตรฐาน/เชื่อมโยงกลุ่มอาชีพ2.1 มาตรฐานอาชีพ งานสร้างสรรค์ ออกแบบ สมรรถนะย่อย ออกแบบแนวคิดสร้างสรรค์งาน 1) เกณฑ์การปฏิบัติงาน (ก) ความต้องการด้านทักษะ1.ทักษะความคิดสร้างสรรค์2.ทักษะการถ่ายทอดแนวคิด(ข) ความต้องการด้านความรู้1. ความรู้เกี่ยวกับออกแบบวิธีการเล่าเรื่อง2 ความรู้การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์3. ความรู้เกี่ยวกับออกแบบ Theme & Concept2) วิธีการประเมิน 2.1 แบบทดสอบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก 2.2 แบบทดสอบภาคปฏิบัติ 3) หลักฐานการปฏิบัติงาน (Performance Evidence)4) หลักฐานความรู้ (Knowledge Evidence)2.2 บูรณาการกลุ่มอาชีพ นักสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ ระดับ 53. สมรรถนะประจาหน่วยมีทักษะในการคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์ผลงานออกแบบอย่างมีระบบ สามารถประยุกต์ใช้กระบวนการคิดสร้างสรรค์เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนางานออกแบบให้มีความเหมาะสมและโดดเด่น พร้อมทั้งมีทัศนคติที่เปิดกว้าง กล้าแสดงออกทางความคิด และร่วมมือกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ในการพัฒนาผลงานแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 2รหัสวิชา 31910-2016 ชื่อวิชา โปรแกรมกราฟิกสาหรับผลิตสื่อดิจิทัล สอนครั้งที่ 2ชื่อหน่วยการเรียนรู้วิธีและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบทฤษฎี 2 ชม. ปฏิบัติ 2 ชม. ชื่อเรื่อง/งาน วิธีและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ
164. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 4.1 ด้านความรู้1. อธิบายความหมายและความสำคัญของการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบได้2. บอกขั้นตอนของกระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบได้อย่างถูกต้อง3. เข้าใจหลักการและแนวคิดของการใช้กระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาผลงาน4.2 ด้านทักษะ1. ใช้กระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการวางแผนและออกแบบชิ้นงานได้2. วิเคราะห์ปัญหาและหาวิธีการออกแบบที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างเหมาะสม3. สื่อสารและนำเสนอแนวคิดออกแบบของตนเองได้อย่างชัดเจนและมีเหตุผล4.3 ด้านคุณสมบัติอันพึงประสงค์1. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และกล้าแสดงออกทางความคิดอย่างเหมาะสม2. เปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นและปรับปรุงผลงานตามคำแนะนำได้3. มีความรับผิดชอบในการทำงานร่วมกับผู้อื่น และทำงานอย่างมีระเบียบและตั้งใจ5. สาระการเรียนรู้5.1 ความหมายของการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ5.2 ลักษณะของผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์5.3 วิธีการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์5.4 กระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ (Creative Design Process)5.5 การประยุกต์ใช้กระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบจริง6. กิจกรรมการเรียนรู้ 6.1 ขั้นตอนการนำเข้าสู่บทเรียนสิ่งที่ครูปฏิบัติ สิ่งที่ผู้เรียนปฏิบัติ เอกสาร/สื่อ/แหล่งเรียนรู้ที่ใช้- ครูทักทำยนักเรียน ทำความรู้จัก บอกจุดประสงค์ของบทเรียน อธิบายเกี่ยวกับเนื้อหา การวางแผนการเรียนโครงสร้างเนื้อหาบทเรียน กิจกรรม งาน ภารกิจ- รับฟังข้อมูล - แผนการจัดการเรียนรู้- สนทนำกับนักเรียนเกี่ยวกับวิธีและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ- นักเรียนช่วยกันบอกถึงวิธีและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ- เอกสารบรรยาย, อินเตอร์เน็ต
176.2 ขั้นตอนการใช้ความรู้/การฝึก การปฏิบัติสิ่งที่ครูปฏิบัติ สิ่งที่ผู้เรียนปฏิบัติ เอกสาร/สื่อ/แหล่งเรียนรู้ที่ใช้1.กำหนดกฎระเบียบ - รับฟัง เอกสารประกอบการบรรยาย2.ให้คำแนะนำ คำอธิบายและผลป้อนกลับแก่นักเรียน-ซักถามโต้ตอบกับครูแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างอิสระ3.ดูแลและให้คำปรึกษานักเรียน4. มอบหมายงาน - ทำแบบทดสอบ- ทำใบงานที่มอบหมาย- แบบทดสอบ- ใบงาน 6.3 ขั้นตอนการสรุปสิ่งที่ครูปฏิบัติ สิ่งที่ผู้เรียนปฏิบัติ เอกสาร/สื่อ/แหล่งเรียนรู้ที่ใช้1.ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปวิธีและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบฟังและซักถามข้อสงสัยต่างๆ 1.ผลจากการเรียนรู้2.ผลทดสอบความรู้3.ผลสาเร็จของใบงาน7. สื่อและแหล่งการเรียนรู้7.1 แผนการจัดการเรียนรู้7.2 ใบความรู้7.3 สื่อการเรียนการสอน เช่น Power Point,วิดิโอ7.4 ห้องสมุด,อินเตอร์เน็ต8. หลักฐานการเรียนรู้8.1 หลักฐานความรู้ - แบบทดสอบ - ใบงาน8.2 หลักฐานการปฏิบัติงาน - ใบงานภาคปฏิบัติ9. การวัดและประเมินผล9.1 เกณฑ์การปฏิบัติงาน- ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด- แบบทดสอบจานวน 20 ข้อ 20 คะแนน- ใบงานมีคะแนนเต็ม 10 คะแนน 9.2 วิธีการประเมิน - การสาธิตการปฏิบัติงาน
18 - แฟ้มสะสมผลงาน9.3 เครื่องมือประเมิน - แบบทดสอบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก - แบบทดสอบภาคปฏิบัติ10. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้10.1 ข้อสรุปหลักการจัดการเรียนรู้............................................................................................................................. ...................................................................................................................................................................................................10.2 ปัญหาที่พบ............................................................................................................................. ................................................................................................................................................................ ...................................10.3 แนวทางแก้ปัญหา............................................................................................................................................................................................................................................................................................. ...................................
19ใบความรู้ หน่วยที่ 2 วิธีและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบความหมายของความคิดสร้างสรรค์ความคิดสร้างสรรค์ เป็นความสามารถทางสมองที่คิดในลักยณะอเนกนัย (Divergent Thinking) ปรุงแต่งผสมผสานกันให้เกิดสิ่งใหม่ รวมทั้งการประดิษฐ์คิดคันทฤษฎีหลักการได้สาเร็จ ความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นได้นี้มิใช่เพียงแต่คิดในสิ่งที่เป็นไปได้หรือสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ความคิดจินตนำการก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะก่อให้เกิดความแปลกใหม่ แต่ต้องควบคู่กันไปกับความพยายามที่จะสร้างความคิดฝันหรือจินตนำการให้เป็นไปได้ จึงทำให้เกิดผลผลิตที่ยังประโยชน์ต่อสังคมองค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ1.ความสามารถ (Abiliy) ในการจินตนำการหรือสร้างสรรค์สั่งใหม่ ๆ อาจเริ่มจากการสร้างสรรค์ความคิดใหม่จากการผสมผลำน (Combining หรือ Synthesizing) mรเปลี่ยนแปลง (Changing) หรือการนำกลับมาใช้ใหม่ (Reapplying)2.ทัศนคติ (Attitude) คือ การยอมรับการเปลี่ยนแปลงและสิ่งใหม่ พร้อมที่จะเล่นกับความคิดที่หลำกหลำยและความเป็นไปได้ (Probability มีความคิดที่ยืดหยุ่นชอบเห็นสิ่งที่ดีขึ้นและพร้อมที่จะปรับปรุงอยู่เสมอ3.กระบวนการ (Proccss) ผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์จะทำงานหนักเพื่อพัฒนาความคิดและแนวทางแก้ปัญหาของตนให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยวิธีการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นก่อยไปหรือปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์ขึ้นตามลำดับ ความคิดสร้างสรรค์ที่เยี่ยมขอดไม่เคยปรากฏว่าเกิดจากการคิดเพียงครั้งเดียวหรือจากกิจกรรมสั้นๆ ผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์รู้ดีว่า การปรับปรุงให้ดีขึ้นสามารถทำได้เสมอลักษณะของผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์บุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์มักมีลักษณะที่หลำกหลำยและสามารถแบ่งออกเป็นด้านต่าง ๆ ได้ดังนี้ด้านกระบวนการคิด• คิดคล่อง (Fluency): สามารถคิดหาคำตอบหรือแนวทางแก้ไขปัญหาได้หลำกหลำยและรวดเร็ว• คิดยืดหยุ่น (Flexibility): สามารถคิดหาวิธีการแก้ปัญหาที่แตกต่างกันออกไปได้หลำยประเภท ไม่ยึดติดอยู่กับวิธีเดิม• คิดริเริ่ม (Originality): สามารถสร้างสรรค์ความคิดที่แปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร• คิดละเอียดลออ (Elaboration): สามารถนำเสนอแนวคิดได้อย่างสมบูรณ์ มีรายละเอียดที่ครบถ้วนด้านบุคลิกภาพและทัศนคติ• ช่างสังเกตและสงสัยใคร่รู้: มีความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องต่าง ๆ รอบตัว และมองเห็นรายละเอียดที่คนอื่นอาจมองข้าม• กล้าเสี่ยง: ไม่กลัวความล้มเหลว และพร้อมที่จะทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด• เปิดกว้างทางความคิด: ยอมรับแนวคิดใหม่ ๆ และพร้อมที่จะเรียนรู้จากข้อมูลที่หลำกหลำย
20• จินตนำการสูง: มีความคิดที่สร้างสรรค์และไม่ยึดติดกับความเป็นจริงมากจนเกินไป สามารถสร้างโลกในอุดมคติของตัวเองได้• รักการเรียนรู้: มีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาทักษะและความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ• ทำงานด้วยความรัก: ทำในสิ่งที่สนใจและรักด้วยความหลงใหล ไม่ใช่แค่เพราะผลตอบแทน• มีภาวะผู้นำ: สามารถจูงใจผู้อื่นให้เห็นคุณค่าของความคิดสร้างสรรค์และนำไปสู่การปฏิบัติได้• เชื่อมั่นในตนเอง: มีความเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองและไม่ต้องการการยอมรับจากคนรอบข้างตลอดเวลาด้านการลงมือปฏิบัติ• เน้นการลงมือทำ: ไม่เพียงแต่คิด แต่ยังลงมือปฏิบัติเพื่อเปลี่ยนความคิดให้เป็นจริง• มองหาโอกาส: สามารถมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ ที่ซ่อนอยู่ในปัญหาหรือสถานการณ์ต่าง ๆ• ไม่หยุดพัฒนา: ไม่พอใจกับผลงานที่สาเร็จแล้ว แต่จะมองหาวิธีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นไปอีก• ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริม: มักจะได้รับแรงบันดาลใจและท้าทำยจากคนอื่น ๆ ที่ทำงานในโครงการที่คล้ายคลึงกัน7 ลักษณะของคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดย อ.ศศิมา สุขสว่าง1.Problem awareness:ความสามารถในการตระหนักถึงปัญหาในการะบวนการทำงานปกติ และสามารถระบุปัญหา (รวมถึงปัญหาในอนำคต)ได้คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ จะมีการทบทวน ตรวจสอบ กระบวนการทำงาน และกิจกรรมของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ และมักจะคิดหาแนวทางใหม่ๆในการคิดว่า จะทำงานด้วยวิธีอื่นๆอะไรได้บ้าง หรือจะปรับปรุงอะไรได้บ้าง เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ หรือในทางธุรกิจ ก็มักจะมีคำถามเสมอว่า เราจะทำอย่างไร หากลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย ไม่ต้องการสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ของเราอีกต่อไป ซึ่งก่อให้เกิดการคิดสร้างสรรค์พัฒนาวิธีการใหม่ๆออกมาสม่ำเสมอ2.Self-motivation:แรงจูงใจจากตนเอง คนที่มีความคิดสร้างสรรค์จะสนุกสานกับการทำงานและแก้ปัญหา การเจอสิ่งใหม่ๆ ปัญหาใหม่ๆ ความท้าทำยใหม่ๆ จะกระตุ้นให้เลือดสูบฉีดแรง คิดถึงวิธีการแก้ไขปัญหาที่น่าตื่นเต้น มากกว่างานรูทีน ที่เหมือนเดิมทุกๆวัน3.Flexible thinking:การคิดแบบยืดหยุ่น: ความสามารถในการใช้ความคิดในรูปแบบต่างๆ และผสมผสานความคิดเข้าด้วยกัน ไม่ติดอยู่ในกรอบเดิมๆ เพราะปัญหาที่แตกต่างกันไป ไม่สามารถใช้วิธีการแก้ไขปัญหาแบบเดิมๆได้ คนที่มีความคิดสร้างสรรค์จะมีการคิดนอกกรอบ คิดยืดหยุ่น ซึ่งจะใช้การคิดหลำยๆด้านมาประกอบกัน เพื่อแก้ปัญหาให้เหมาะกับสถานการณ์นั้นๆ4.Stubbornness:ความดื้อร้น ต้องบอกว่า คนที่มีความคิดสร้างสรรค์มักจะมีความดื้อ หรือเรียกว่า ฮึด ทึก ทน และมีพลังงานสูงในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน ซึ่งปัญหาที่ซับซ้อน ไม่สามารถแก้ไขได้ในเวลาอันสั้น วิธีแก้ไขต้องใช้
21ความอดทนและพลังงานจานวนมาก หรือการคิดสร้างสรรค์พัฒนานวัตกรรมต่างๆ ต้องใช้ความพยายาม และไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ5.Expertise:ความเชี่ยวชาญ คนที่มีความคิดสร้างสรรค์จะต้องมีความรู้บางด้านที่เชี่ยวชาญและเพียงพอที่จะเจาะลึกปัญหาได้แม้จะต้องใช้รายละเอียดจานวนมาก เช่น ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาประสบการณ์เฉพาะสายงาน และความรู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาหรับปัญหาที่ซับซ้อน เพราะการพัฒนานวัตกรรมนั้น ไม่สามารถฉายเดี่ยวได้ ต้องมีการทำงานเป็นทีม หรือข้ามทีม เพื่อให้ได้หลำกหลำยไอเดีย6.Judgment:ความสามารถในการตัดสินใจ เพื่อระบุวิธีแก้ปัญหาที่ดีและใช้แนวทางสร้างสรรค์เชิงบวกเพื่อการพัฒนาต่อไป7.Train your creativity:การฝึกฝนความคิดสร้างสรรค์ของคุณ เก๋ไปแบ่งปันและเเลกเปลี่ยนหลักสูตรความคิดสร้างสรรค์พัฒนานวัตกรรมหลำยองค์กรมากใน 6-7 ปีที่ผ่านมา พบว่า คนส่วนใหญ่มีความคิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าไม่รู้ว่าตัวเองมี หรือไม่มีกระบวนการดึงความคิดสร้างสรรค์หรือกระตุ้นความคิดออกมา พอได้เครื่องมือ เทคนิค วิธีการ สามารถออกแบบความคิดสร้างสรรค์มาใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานและนวัตกรรมในองค์กรได้มากขึ้น ดังนั้นการพัฒนาตัวเอง และการใช้เครื่องมือในการคิดสร้างสรรค์ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้เราสามารถคิดสร้างสรรค์ได้ดีขึ้นวิธีการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ1.วิวัฒนาการ (Evolution) เป็นวิธีการปรับปรุงให้ดีขึ้นด้วยวิธีการแบบสะสมทีละขั้นตอน ความคิดใหม่เกิดจากความคิดหลำกหลำย แบวทางแก้ปัญหาใหม่ๆ เกิดจากแนวทางเกาที่ปรับปรุงให้ตีขึ้น
222.การผสมผสาน (Synthesis) เป็นการผสมผลำนหรือสังเคราะห์แนวคิดที่ 1 กับ 2 เป็นแนวคิดที่ 3 ซึ่งกลำยเป็นความคิดใหม่3.การปฏิวัติ (Revolution) ในบางครั้งความคิดใหม่เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก4.ปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่ (Reapication) ปรับมุมมองเรื่องเก่า ด้วยมุมมองใหม่หรือมองแบบนอกกรอบ5.ปรับเปลี่ยนทิศทาง (Changing direction) เป็นการปรับเปลี่ยนทิศทางการมองปัญหาด้วยวิธีการที่หลำกหลำยยิ่งขึ้นวิธีการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบที่นิยมใช้คือ การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) ซึ่งมี 5 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การทำความเข้าใจผู้ใช้ (Empathize) การระบุปัญหาที่ชัดเจน (Define) การระดมความคิด (Ideate) การสร้างต้นแบบ (Prototype) และการทดสอบ (Test). วิธีนี้เน้นการทำความเข้าใจปัญหาและความต้องการของผู้ใช้เพื่อหาโซลูชันใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์และตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริงเพื่อสร้างสรรค์งานออกแบบที่ดี ควรใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) ที่เน้นความเข้าใจผู้ใช้งานเป็นหลัก ซึ่งประกอบด้วยหลำยเทคนิคที่ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์5 ขั้นตอนหลักของการคิดเชิงออกแบบ• Empathize (ทำความเข้าใจผู้ใช้):ศึกษาและทำความเข้าใจความต้องการ ความรู้สึก และปัญหาของผู้ใช้กลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้งที่สุด ผ่านการสังเกต การสัมภาษณ์ และการวิจัย• Define (ระบุปัญหา):นำข้อมูลที่ได้จากการทำความเข้าใจผู้ใช้มาวิเคราะห์เพื่อระบุปัญหาที่แท้จริงและกำหนดขอบเขตของปัญหาให้ชัดเจน เพื่อให้มีทิศทางในการแก้ไข.• Ideate (ระดมความคิด):ระดมความคิดสร้างสรรค์ออกมาให้ได้มากที่สุด โดยไม่จากัดกรอบความคิด เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่หลำกหลำยและสร้างสรรค์. เทคนิคอย่างการใช้คำสุ่มหรือภาพสุ่มสามารถช่วยกระตุ้นไอเดียใหม่ๆ ได้• Prototype (สร้างต้นแบบ):สร้างแบบจาลองหรือต้นแบบของโซลูชันที่คิดขึ้น เพื่อให้สามารถนำไปทดสอบและเรียนรู้ได้จริง.• Test (ทดสอบ):นำต้นแบบไปทดสอบกับผู้ใช้จริง เพื่อเก็บรวบรวมผลตอบรับ (Feedback) และนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น กระบวนการนี้สามารถทำซ้ำได้จนกว่าจะพัฒนาโซลูชันที่เหมาะสมที่สุดขั้นตอนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ1. ทำความเข้าใจและเข้าถึงผู้ใช้งาน (Empathize)• สังเกตพฤติกรรม: ศึกษาว่ากลุ่มเป้าหมายใช้ชีวิตหรือมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ รอบตัวอย่างไร
23• สัมภาษณ์ผู้ใช้งาน: พูดคุยกับผู้ใช้งานโดยตรงเพื่อทำความเข้าใจความต้องการ ปัญหา และแรงจูงใจที่ซ่อนอยู่• วางตัวเป็นผู้ใช้งาน: ทดลองเป็นผู้ใช้งานด้วยตัวเอง เพื่อให้เข้าใจประสบการณ์และความรู้สึกของพวกเขาอย่างลึกซึ้ง2. กำหนดปัญหาให้ชัดเจน (Define)• วิเคราะห์ข้อมูล: นำข้อมูลที่รวบรวมจากขั้นตอนแรกมาวิเคราะห์ เพื่อหาแก่นแท้ของปัญหาที่ต้องแก้ไข• ระบุความต้องการ: กำหนดเป้าหมายหรือความต้องการที่ชัดเจนของผู้ใช้งาน เพื่อเป็นโจทย์ในการออกแบบ3. ระดมความคิด (Ideate)• Brainstorming: การระดมสมองแบบไม่จากัดความคิด เพื่อให้ได้ไอเดียจานวนมากที่สุดo ส่งเสริมไอเดียที่แตกต่างและแหวกแนวo ชะลอการตัดสินหรือวิพากษ์วิจารณ์ไอเดียในระหว่างการระดมสมอง• Mind Mapping: สร้างแผนที่ความคิดเพื่อจัดระเบียบและเชื่อมโยงไอเดียที่เกี่ยวข้อง• SCAMPER: ใช้คำถามเพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ด้วยการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่o Substitute: แทนที่ส่วนประกอบใดส่วนประกอบหนึ่งได้หรือไม่o Combine: รวมสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกันได้หรือไม่o Adapt: ดัดแปลงให้เหมาะสมกับสถานการณ์อื่นได้หรือไม่o Modify: ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือขยายส่วนใดส่วนหนึ่งได้หรือไม่o Put to another use: นำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบอื่นได้หรือไม่o Eliminate: ตัดส่วนที่ไม่จาเป็นออกได้หรือไม่o Reverse/Rearrange: พลิกกลับ หรือจัดลำดับใหม่ได้หรือไม่• การคิดนอกกรอบ (Lateral Thinking): คิดหาทางแก้ปัญหาด้วยวิธีที่แปลกใหม่และไม่ได้มาจากตรรกะปกติ4. สร้างต้นแบบ (Prototype)• เปลี่ยนไอเดียให้เป็นรูปธรรม: ลงมือสร้างโมเดลหรือต้นแบบอย่างรวดเร็ว เพื่อทดสอบแนวคิด• ร่างภาพ (Sketching): เริ่มต้นจากการวาดภาพร่างแนวคิดเบื้องต้น• สร้างแบบจาลอง (Mockup): พัฒนาภาพร่างให้เป็นภาพจาลองที่ซับซ้อนขึ้น• Storyboard: สร้างเรื่องราวเป็นฉากๆ เพื่อทำความเข้าใจเส้นทางการใช้งานของผู้ใช้งาน5. ทดสอบและปรับปรุง (Test)• รับฟังความคิดเห็น: นำต้นแบบไปให้ผู้ใช้งานจริงทดลองใช้ และรวบรวมคำติชม• เปิดรับความล้มเหลว: มองความล้มเหลวในการทดสอบเป็นโอกาสในการเรียนรู้และปรับปรุง
24• ปรับแก้และพัฒนา: นำผลตอบรับมาปรับปรุงแก้ไขต้นแบบ เพื่อให้ได้โซลูชันที่ดีที่สุดเทคนิคเสริมเพื่อเพิ่มความคิดสร้างสรรค์• ออกไปค้นหาแรงบันดาลใจ: ไปยังสถานที่ใหม่ๆ อ่านหนังสือ ดูหนัง หรือสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัว• ร่วมมือกับผู้อื่น: ทำงานร่วมกับนักออกแบบหรือผู้เชี่ยวชาญจากสาขาอื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง• พักผ่อนให้เพียงพอ: การพักสมองเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ได้• ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง: ทักษะการคิดสร้างสรรค์พัฒนาได้จากการฝึกฝนและทำซ้ำบ่อยๆกระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ (Creative Design Process)1. ทำงานในช่วงเวลาที่มีประสิทธิผลสูงสุดในแต่ละวันเลือกช่วงเวลาที่สมองปลอดโปร่งและมีสมาธิที่สุด เช่น ตอนเช้าหรือกลำงคืน แล้วใช้เวลานั้นทำงานสร้างสรรค์ เพราะจะช่วยให้คิดไอเดียใหม่ ๆ ได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น2. ร่างแนวคิดก่อนก่อนเริ่มออกแบบ ควรสเก็ตช์หรือร่างแนวคิดคร่าว ๆ เพื่อจัดระเบียบความคิดและวางโครงร่างของผลงาน การร่างแนวคิดช่วยให้มองเห็นภาพรวมและสามารถปรับแก้ได้ก่อนลงมือจริง3. ทำงานในโครงการออกแบบส่วนบุคคลเองการสร้างผลงานส่วนตัวช่วยเปิดโอกาสให้ได้ทดลองสิ่งใหม่ ๆ โดยไม่ถูกจากัดจากความต้องการของลูกค้าหรือโจทย์งาน ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจมากขึ้น4. ใช้สื่อและโปรแกรมที่หลำกหลำยการลองใช้เครื่องมือหรือเทคนิคที่หลำกหลำย เช่น โปรแกรมออกแบบต่าง ๆ หรือวัสดุจริง จะช่วยขยายมุมมองและค้นพบวิธีใหม่ ๆ ในการนำเสนอผลงาน5. รับงานที่ท้าทำยมากขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะการเผชิญโจทย์ที่ยากหรือซับซ้อนกว่าปกติ จะช่วยผลักดันให้ผู้เรียนพัฒนาความสามารถ และเรียนรู้การแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์อย่างมืออาชีพ6. บันทึกเนื้อหาที่สร้างสรรค์ควรเก็บบันทึกไอเดีย สเก็ตช์ หรือแรงบันดาลใจไว้ในสมุดจดหรือแอปดิจิทัล เพื่อไม่ให้สูญหาย และสามารถนำกลับมาใช้พัฒนาผลงานในอนำคตได้7. มองหารูปแบบที่สร้างแรงบันดาลใจบนสื่อดิจิทัลค้นหาแนวคิดจากเว็บไซต์ แพลตฟอร์มออกแบบ หรือโซเชียลมีเดีย เช่น Pinterest, Behance หรือ Dribbble เพื่อกระตุ้นความคิดและเห็นแนวทางการออกแบบที่หลำกหลำย8. เรียนรู้ประวัติศาสตร์ศิลปะและการออกแบบการศึกษาผลงานและแนวคิดของศิลปินหรือนักออกแบบในอดีต ช่วยให้เข้าใจที่มาของสไตล์และเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในผลงานร่วมสมัยได้9. ศึกษาต่อเพื่อรับแนวคิดใหม่ ๆ
25การเรียนรู้เพิ่มเติม เช่น เข้าร่วมเวิร์กช็อป คอร์สออนไลน์ หรือฟังสัมมนำ ช่วยเปิดมุมมองใหม่และทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวคิดกับผู้อื่น10. ทำจิตใจให้ว่างเพื่อกาจัดสิ่งรบกวนการพักสมอง ทำสมาธิ หรือเดินเล่นช่วยให้สมองปลอดโปร่ง เมื่อจิตใจสงบ ความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น11. ใช้เวลานอกบ้านมากขึ้นการออกไปสัมผัสธรรมชาติหรือสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ช่วยให้ได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัว เช่น สี แสง หรือรูปทรงในธรรมชาติ12. เปิดเพลงในขณะที่ทำงานเสียงเพลงสามารถช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลำย ทำให้เกิดสมาธิและกระตุ้นอารมณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานได้ดียิ่งขึ้นการประยุกต์ใช้กระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบจริงกระบวนการในการคิดสร้างสรรค์นั้นมี 4 ขั้นตอน ดังนี้ค่ะขั้นตอนที่ 1 การเตรียมตัว Preparationขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่เก็บข้อมูล สะสมข่าวสาร ค้นหาไอเดีย เช่น อ่านหนังสือ/นิตยาสาร/หนังสือพิมพ์, การคุยกับคนเก่ง/ผู้เชี่ยวชาญ/กลุ่มเป้าหมาย/คนที่รู้ปัญหา/, การท่องอินเตอร์เนต/เข้า Social media ต่างๆ,การระดมสมอง/การรวมกลุ่มกันคิด แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เป็นต้นขั้นตอนที่ 2 การบ่มเพาะ Incubationเป็นช่วงที่ไอเดียที่หลำกหลำยนั้น จะต้องมาบ่มเพาะ เพื่อให้ได้ไอเดียที่ดีและนำไปใช้ได้ เหมือนแม่ไก่ออกไข่มาค่ะ ช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงที่แม่ไก่กาลังฟักไข่ออกมา ก่อนจะออกไปเป็นลูกไก่. ถ้าไข่ไม่ผ่านการฟัก ก็จะไม่สามารถออกมาเป็นลูกไก่ได้ เหมือนไอเดียที่ได้ ถ้าไม่นำมาบ่มเพาะ ช่วงนี้ไอเดยที่มีเยอะแยะมากมาย จะปั่นป่วนอยู่ในหัว ไม่ต้องกังวลนะคะ ลองหาพื้นที่สงบๆเงียบๆบ่อยๆเพื่อตกผลึกความคิด อีกครั้งนะคะขั้นตอนที่ 3 Idea Insight ข้อมูลเชิงลึกหลังจากเตรียมการและบ่มเพาะมาระยะหนึ่ง ข่าวดีคือช่วงนี้เป็นที่ไอเดียของเราสุกได้ที่ ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนคิดสร้างสรรค์ที่เรียกว่า ขั้นตอนการเข้าใจ. ซึ่งเราจะมีโมเมนท์ที่เรียกว่า อะฮ้า AHA moment หรือ ยูเรก้า Eureka moment คือดีใจได้ไอเดียที่จะนำไปใช้ได้จริงๆเสียทีขั้นตอนที่ 4 การประเมินไอเดีย Evaluationเป็นส่วนที่สำคัญมาก เพราะว่า บางครั้งเรามีหลำยไอเดียมาก แต่ขั้นตอนนี้จะเป็นการเลือกไอเดียที่ผ่านการวิเคราะห์ สังเคราะห์ sense มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด บางทีที่เราเห็นบางคนเก่งในการคิดสร้างสรรค์ เพราะเขาเก่งในขั้นตอนนี้ คือการประเมินไอเดีย ที่เหมาะสม และสามารถแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างสร้างสรรค์ในเวลาที่รวดเร็วค่ะ ซึ่งในขั้นตอนนี้จะต้องวิจารณ์ และไตร่ตรองไอเดียได้อย่างมีเหตุผลด้วยค่ะ
265. ขั้นตอนการปรับใช้ Elaborationขั้นตอนนี้คือขั้นตอนการนำไอเดียมาลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งขั้นตอนนี้จะเรียกว่าเป็นนวัตกรรมก็ได้ค่ะ. ซึ่งส่วนใหญ่ คนมักจะหยุดกันที่ขั้นตอนที่ 4 คือคิดสร้างสรรค์ได้ไอเดียดีๆเสร็จแล้ว แต่ขาดขั้นตอนการลงมือทำให้เกิดขึ้นจริงในขั้นตอนที่ 5 นี้ซึ่งเป็นขั้นตอนที่หนัก และค่อนข้างใช้เวลา
27รายวิชา โปรแกรมกราฟิกสาหรับผลิตสื่อดิจิทัล รหัสวิชา 31910-2016แบบทดสอบหน่วยที่ 2 วิธีและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบคำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว จานวน 20 ข้อ 20 คะแนน1. การทำงานในช่วงเวลาที่มีประสิทธิผลสูงสุดในแต่ละวันช่วยให้เกิดผลดีอย่างไรก. ลดจานวนงานที่ต้องทำ ข. เพิ่มความสามารถในการจาค. เพิ่มสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ ง. ทำให้พักผ่อนได้มากขึ้น2. เหตุใดการร่างแนวคิดก่อนออกแบบจึงสำคัญก. เพื่อให้ผลงานสวยงาม ข. เพื่อจัดระเบียบความคิดและปรับแก้ก่อนลงมือจริงค. เพื่อให้มีเวลาพักสมอง ง. เพื่อเลียนแบบผลงานผู้อื่นได้ง่าย3. การทำโครงการออกแบบส่วนบุคคลช่วยให้นักออกแบบได้ประโยชน์ใดมากที่สุดก. ได้ผลกาไรทางการเงิน ข. ได้ทดลองและพัฒนาแนวคิดใหม่ ๆค. ได้รับคำสั่งจากลูกค้าโดยตรง ง. ลดเวลาการทำงานลง4. การใช้สื่อและโปรแกรมที่หลำกหลำยมีประโยชน์ต่อผู้ออกแบบอย่างไรก. ทำให้ใช้เครื่องมือได้เร็วขึ้น ข. ช่วยขยายมุมมองและสร้างเทคนิคใหม่ ๆค. ช่วยลดต้นทุนการออกแบบ ง. ทำให้งานซ้ำแบบเดิม5. ข้อใด “ไม่ใช่” ตัวอย่างของการใช้กระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบก. วาดภาพจากแรงบันดาลใจธรรมชาติ ข. ทำตามแบบคนอื่นโดยไม่ปรับเปลี่ยนค. ทดลองใช้เทคนิคใหม่ในการระบายสี ง. สเก็ตช์หลำยแบบเพื่อเลือกแนวคิดที่เหมาะสม6. การรับงานที่ท้าทำยมากขึ้นช่วยพัฒนาอะไรในตัวผู้ออกแบบก. ความอดทนและความคิดสร้างสรรค์ ข. รายได้ที่มั่นคงค. การทำงานซ้ำแบบเดิม ง. ความสามารถในการคัดลอกผลงาน7. การบันทึกเนื้อหาหรือไอเดียที่สร้างสรรค์ไว้มีประโยชน์อย่างไรก. ช่วยเก็บแรงบันดาลใจไว้ใช้ในอนำคต ข. ทำให้ลืมง่ายขึ้นค. ใช้แทนการออกแบบจริงได้ ง. ลดคุณค่าของผลงาน8. สื่อใดต่อไปนี้ “เหมาะสม” สาหรับค้นหาแรงบันดาลใจทางการออกแบบก. เว็บไซต์ Pinterest ข. เว็บข่าวทั่วไปค. เว็บขายของออนไลน์ ง. โปรแกรมแชต9. การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ศิลปะและการออกแบบช่วยให้ผู้ออกแบบได้อะไรก. ทราบราคาวัสดุ ข. เข้าใจรากฐานแนวคิดและสามารถประยุกต์ใช้ได้ค. สามารถเลียนแบบงานเก่าได้ ง. ทำให้งานออกแบบมีสีสันมากขึ้น10. การศึกษาต่อหรือเข้าร่วมอบรมด้านศิลปะและการออกแบบมีเป้าหมายเพื่ออะไรก. เพิ่มจานวนผลงานเท่านั้น ข. รับแนวคิดใหม่และแลกเปลี่ยนกับผู้อื่นค. ทำให้ใช้คอมพิวเตอร์เก่งขึ้น ง. ทำงานได้เร็วขึ้น
2811. การทำจิตใจให้ว่างช่วยในการคิดสร้างสรรค์อย่างไรก. ทำให้เกิดความคิดใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น ข. ทำให้ลืมสิ่งที่เรียนรู้ค. ช่วยให้พักผ่อนได้นำนขึ้น ง. ทำให้ไม่อยากทำงาน12. การใช้เวลานอกบ้านมากขึ้นช่วยให้ผู้ออกแบบได้อะไรก. ได้พักผ่อนและได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัว ข. ลดความสามารถในการคิดค. เสียเวลาในการทำงาน ง. ทำให้อยากเปลี่ยนอาชีพ13. การเปิดเพลงขณะทำงานมีผลอย่างไรต่อความคิดสร้างสรรค์ก. ทำให้ขาดสมาธิ ข. ช่วยสร้างบรรยากาศและกระตุ้นอารมณ์ในการออกแบบค. ทำให้งานเสร็จช้าลง ง. ไม่เกิดผลใด ๆ14. ข้อใด “เป็นตัวอย่างที่ดี” ของการฝึกคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบก. นำแบบจากอินเทอร์เน็ตมาคัดลอก ข. ทดลองใช้โปรแกรมใหม่เพื่อสร้างผลงานค. ทำตามคำสั่งโดยไม่คิด ง. ใช้แบบเดิมทุกครั้ง15. การสร้างสมุดรวมแรงบันดาลใจ (Inspiration Book) มีจุดประสงค์เพื่ออะไรก. ใช้สาหรับตกแต่งโต๊ะทำงาน ข. บันทึกภาพ ไอเดีย หรือผลงานที่สร้างแรงบันดาลใจค. ใช้เป็นสมุดบัญชีค่าใช้จ่าย ง. ใช้ในการส่งงานเท่านั้น16. การกาจัดสิ่งรบกวนระหว่างทำงานช่วยให้เกิดผลอย่างไรก. ทำให้ทำงานได้เร็วขึ้นแต่ไม่สร้างสรรค์ ข. เพิ่มสมาธิและความต่อเนื่องของความคิดค. ลดแรงจูงใจในการออกแบบ ง. ทำให้งานน่าเบื่อ17. การลองออกแบบในสาขาอื่นที่ไม่คุ้นเคยช่วยให้เกิดผลใดก. ลดความมั่นใจในตนเอง ข. เพิ่มประสบการณ์และเปิดมุมมองใหม่ค. ทำให้เสียเวลาเรียนรู้ ง. ไม่มีประโยชน์ต่อการพัฒนา18. ข้อใดเป็น “แหล่งแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ” ที่นักออกแบบมักใช้ก. ภูเขา ใบไม้ ดอกไม้ ข. โฆษณาทางโทรทัศน์ค. เกมออนไลน์ ง. โปรแกรมตัดต่อเสียง19. การทำงานร่วมกับผู้อื่นในการออกแบบมีข้อดีข้อใดก. ทำให้งานซ้ำซ้อน ข. เพิ่มมุมมองและแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ค. ทำให้เกิดความขัดแย้งเสมอ ง. ลดแรงจูงใจในการสร้างผลงาน20. หากนักออกแบบรู้สึกตันทางความคิด ควรทำสิ่งใดต่อไปนี้ก. ฝืนทำงานต่อจนจบ ข. พักสมอง เดินเล่น หรือฟังเพลงค. ลบผลงานทั้งหมด ง. หยุดออกแบบถาวร
29ใบงานหน่วยที่ 2 วิธีและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบคำชี้แจง ตอนที่ 1 ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้โดยใช้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ 1. อธิบายความหมายของคำว่า “การคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ”ตอบ: การคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบหมายถึงกระบวนการใช้จินตนำการและความคิดใหม่ ๆ เพื่อสร้างแนวทางหรือผลงานที่แปลกใหม่ มีเอกลักษณ์ และตอบโจทย์การใช้งานอย่างเหมาะสม2. ขั้นตอนใดสำคัญที่สุดในกระบวนการคิดสร้างสรรค์ และเพราะเหตุใดตอบ: ขั้นตอนการระดมความคิด (Brainstorming) สำคัญที่สุด เพราะเป็นช่วงที่เปิดโอกาสให้ความคิดหลำกหลำยเกิดขึ้น โดยไม่จากัดทำให้สามารถนำไปพัฒนาแนวคิดที่ดีที่สุดต่อยอดได้3. ยกตัวอย่างการใช้กระบวนการคิดสร้างสรรค์ในชีวิตประจาวันตอบ: เช่น การออกแบบของขวัญวันเกิดให้เพื่อนโดยใช้วัสดุเหลือใช้มาปรับแต่งให้สวยงามและมีความหมายเฉพาะตัว ถือเป็นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบสิ่งใหม่จากของที่มีอยู่แล้ว4. เพราะเหตุใดการวิเคราะห์ปัญหาก่อนออกแบบจึงมีความสำคัญตอบ: เพราะการวิเคราะห์ปัญหาช่วยให้เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้ทำให้การออกแบบตรงจุด แก้ปัญหาได้จริง และลดความผิดพลำดในการสร้างผลงาน5. นักออกแบบควรมีคุณลักษณะอย่างไรเพื่อให้เกิดการคิดสร้างสรรค์ที่มีประสิทธิภาพตอบ: นักออกแบบควรมีความเปิดกว้างทางความคิด กล้าคิด กล้าทำ มีความเพียร และมีจินตนำการรวมถึงยอมรับความคิดเห็นจากผู้อื่นเพื่อนำมาปรับปรุงผลงานให้ดียิ่งขึ้น
30ตอนที่ 2 ให้นักเรียนศึกษาเรื่อง “วิธีและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ” จากใบความรู้หรือการเรียนในชั้นเรียนแล้วจัดทำ แผนผังความคิด (Mind Map) แสดงความสัมพันธ์ของแนวคิดสำคัญและขั้นตอนการคิดสร้างสรรค์พร้อมสรุปแนวคิดจาก Mind Map โดยสามารถวาดในกระดาษหรือใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการสร้างได้
31แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 3รหัสวิชา 31910-2016 ชื่อวิชา โปรแกรมกราฟิกสาหรับผลิตสื่อดิจิทัล สอนครั้งที่ 3 - 4ชื่อหน่วยการเรียนรู้หลักสำคัญในการออกแบบสื่อดิจิทัล ทฤษฎี 4 ชม. ปฏิบัติ 4 ชม. ชื่อเรื่อง/งาน หลักสำคัญในการออกแบบสื่อดิจิทัล1. ผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหน่วยการเรียนนักเรียนเข้าใจหลักการและแนวคิดพื้นฐานของการออกแบบสื่อดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นทั้งด้านความรู้ ความเข้าใจ และการประยุกต์ใช้ เช่น การเลือกใช้สี ตัวอักษร รูปภาพ เสียง และองค์ประกอบต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของสื่อ รวมถึงการออกแบบให้ดึงดูดความสนใจและสื่อสารข้อมูลได้อย่างชัดเจน และบอกหลักการออกแบบสื่อดิจิทัลได้อย่างถูกต้อง วิเคราะห์จุดเด่นและจุดบกพร่องของสื่อต่าง ๆ ได้ รวมถึงสามารถสร้างสื่อดิจิทัลต้นแบบโดยคำนึงถึงผู้ใช้และเป้าหมายการสื่อสาร ผลลัพธ์ที่ได้สะท้อนว่านักเรียน มีความสามารถทั้งด้านการคิดวิเคราะห์เชิงสร้างสรรค์ และมีทักษะการใช้เครื่องมือดิจิทัลอย่างเหมาะสม นำไปสู่การพัฒนาสมรรถนะการออกแบบสื่อในชีวิตจริง2. อ้างอิงมาตรฐาน/เชื่อมโยงกลุ่มอาชีพ2.1 มาตรฐานอาชีพ งานสร้างสรรค์ ออกแบบ สมรรถนะย่อย จัดทำโครงร่างการผลิตสื่อ1) เกณฑ์การปฏิบัติงาน (ก) ความต้องการด้านทักษะ1. ทักษะการออกแบบโครงร่าง2. ทักษะด้านการนำเสนอ(ข) ความต้องการด้านความรู้1. มีความรู้เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการจัดทำโครงร่างการผลิตสื่อ2. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายของการจัดทำโครงร่างการผลิตสื่อ3. มีความรู้ในการกำหนดแนวคิดในการสื่อสาร4. มีความรู้เกี่ยวกับออกแบบเนื้อหา2) วิธีการประเมิน 2.1 แบบทดสอบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก 2.2 แบบทดสอบภาคปฏิบัติ 3) หลักฐานการปฏิบัติงาน (Performance Evidence)4) หลักฐานความรู้ (Knowledge Evidence)2.2 บูรณาการกลุ่มอาชีพ นักสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ ระดับ 53. สมรรถนะประจาหน่วย3.1 แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักสำคัญในการออกแบบสื่อดิจิทัล
323.2 แสดงความรู้เกี่ยวกับความรู้ฟื้นฐานเกี่ยวกับสื่อดิจิทัล3.3 ใช้โปรแกรมกราฟิกสาหรับผลิตสื่อดิจิทัลให้เหมาะสมกับงานธุรกิจ4. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 4.1 ด้านความรู้1. อธิบายความหมายและความสำคัญของการออกแบบสื่อดิจิทัลได้อย่างถูกต้อง2. บอกหลักการออกแบบสื่อดิจิทัล เช่น ความเหมาะสม ความชัดเจน ความสวยงาม และความเข้าใจง่ายได้3. จำแนกองค์ประกอบของการออกแบบสื่อดิจิทัล เช่น สี ตัวอักษร ภาพ เสียง และการจัดวางได้ถูกต้องดิจิทัล4.2 ด้านทักษะ1. วิเคราะห์และประเมินสื่อดิจิทัลจากหลักการออกแบบได้อย่างเหมาะสม2. นำหลักการออกแบบสื่อดิจิทัลไปใช้ในการสร้างชิ้นงานหรือต้นแบบสื่ออย่างมีประสิทธิภาพ3. ปรับปรุงและพัฒนาชิ้นงานสื่อดิจิทัลให้มีความน่าสนใจและสื่อสารได้ตรงวัตถุประสงค์4.3 ด้านคุณสมบัติอันพึงประสงค์1. ความรับผิดชอบและมีระเบียบในการออกแบบและจัดทำสื่อดิจิทัล2. ความคิดสร้างสรรค์และกล้าแสดงออกทางการออกแบบอย่างเหมาะสม3. ความมีจริยธรรมในการใช้สื่อดิจิทัล โดยไม่ละเมิดลิขสิทธิ์และคำนึงถึงผู้รับสาร5. สาระการเรียนรู้5.1 ความหมายของสื่อดิจิทัล5.2 ประเภทซองการออกแบบสื่อดิจิทัล5.3 องค์ประกอบของสื่อดิจิทัล5.4 เทคนิคการออกแบบภาพกราฟิก5.5 กฎสามส่วน5.6 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสี6. กิจกรรมการเรียนรู้ 6.1 ขั้นตอนการนำเข้าสู่บทเรียนสิ่งที่ครูปฏิบัติ สิ่งที่ผู้เรียนปฏิบัติ เอกสาร/สื่อ/แหล่งเรียนรู้ที่ใช้- ครูทักทำยนักเรียน ทำความรู้จัก บอกจุดประสงค์ของบทเรียน อธิบายเกี่ยวกับเนื้อหา การวางแผนการเรียนโครงสร้างเนื้อหาบทเรียน - รับฟังข้อมูล - แผนการจัดการเรียนรู้
33กิจกรรม งาน ภารกิจ- สนทนำกับนักเรียนเกี่ยวกับหลักสำคัญในการออกแบบสื่อดิจิทัล- นักเรียนช่วยกันบอกถึงหลักสำคัญในการออกแบบสื่อดิจิทัล- เอกสารบรรยาย, อินเตอร์เน็ต 6.2 ขั้นตอนการใช้ความรู้/การฝึก การปฏิบัติสิ่งที่ครูปฏิบัติ สิ่งที่ผู้เรียนปฏิบัติ เอกสาร/สื่อ/แหล่งเรียนรู้ที่ใช้1.กำหนดกฎระเบียบ - รับฟัง เอกสารประกอบการบรรยาย2.ให้คำแนะนำ คำอธิบายและผลป้อนกลับแก่นักเรียน-ซักถามโต้ตอบกับครูแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างอิสระ3.ดูแลและให้คำปรึกษานักเรียน4. มอบหมายงาน - ทำแบบทดสอบ- ทำใบงานที่มอบหมาย- แบบทดสอบ- ใบงาน 6.3 ขั้นตอนการสรุปสิ่งที่ครูปฏิบัติ สิ่งที่ผู้เรียนปฏิบัติ เอกสาร/สื่อ/แหล่งเรียนรู้ที่ใช้1.ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปหลักสำคัญในการออกแบบสื่อดิจิทัลฟังและซักถามข้อสงสัยต่างๆ 1.ผลจากการเรียนรู้2.ผลทดสอบความรู้3.ผลสาเร็จของใบงาน7. สื่อและแหล่งการเรียนรู้7.1 แผนการจัดการเรียนรู้7.2 ใบความรู้7.3 สื่อการเรียนการสอน เช่น Power Point,วิดิโอ7.4 ห้องสมุด,อินเตอร์เน็ต8. หลักฐานการเรียนรู้8.1 หลักฐานความรู้ - แบบทดสอบ - ใบงาน8.2 หลักฐานการปฏิบัติงาน - ใบงานภาคปฏิบัติ9. การวัดและประเมินผล9.1 เกณฑ์การปฏิบัติงาน
34- ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด- แบบทดสอบจานวน 20 ข้อ 20 คะแนน- ใบงานมีคะแนนเต็ม 10 คะแนน 9.2 วิธีการประเมิน - การสาธิตการปฏิบัติงาน - แฟ้มสะสมผลงาน9.3 เครื่องมือประเมิน - แบบทดสอบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก - แบบทดสอบภาคปฏิบัติ10. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้10.1 ข้อสรุปหลักการจัดการเรียนรู้......................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ...................................10.2 ปัญหาที่พบ............................................................................................................................. ...................................................................................................................................................................................................10.3 แนวทางแก้ปัญหา............................................................................................................................. ................................................................................................................................................................ ...................................
35ใบความรู้หน่วยที่ 3 หลักสำคัญในการออกแบบสื่อดิจิทัล1.ความหมายของสื่อดิจิหัลสื่อดิจิทัล (Digtal Media) หมายถึง สื่อที่มีการนำเอาเอาข้อความ กราก ภาพเคลื่อนไหว เสียง และวิตีโอ มาแปลงสภาพและเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน โดยอาศัยเหคโนโลยีความเจริญก้าวหน้าทางด้านคอมฟิวเตอร์ เพื่อประโยชน์ในการใช้งาน2. ประเภทของการออกแบบสื่อดิจิทัลก ารอ อ ก แ บ บ สื่ อ ดิ จิ หั ล (Digital Media Design) เป็ น ห นึ่ งใน ก าร สื่ อ ส ารแ บ บ Visual Communication Art:ซึ่งเป็นศิลปะที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารหางการมองเห็น (Visual Communication) เพราะเป็นการสื่อสารไปยังผู้รับสารด้วยภาพเป็นสำคัญ (Visual mage) แม้บางองค์ประกอบจะมีการสื่อสารทางเสียงมาประกอบก็ตาม แต่สื่อหลักก็ยังเป็นการสื่อสารตัวยภาพ โดยเสียงเป็นตัวเสริมให้ภาพนั้นสมบูรณ์ขึ้น ทั้งนี้ เพราะการรับรู้ของมนุษย์รับรู้จากจักษุประสาทมากที่สุด คือ รับรู้ทางตา 83\" และหู 11 ซึ่งสามารถแบ่งประเภทของการออกแบบสื่อดิทั้สใต้ ดังนี้2.1 Communication Arts คือ ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะโนการสื่อสาร โดยให้ความสำคัญกัญกับการสื่อสารจากองค์ประกอบของการสื่อสาร กล่าวคือ ผู้ส่งสาร สาร สื่อ และผู้รับสาร ซึ่งผู้ส่งสารอาจเป็นตัวบุคคล องค์กร หรือบริษัทก็ได้ ข่าวสารจะต้องเป็นเนื้อหาสาระที่ผู้ส่งสารต้องการกระจายให้ประชาชนได้รับทราบ สื่อหรือหรือช่องทางเป็นการหาวิธีการกระจายช่าวสารต่าง ๆไปสู่กลุ่มเป้าหมายให้ได้มากและกว้างโกลตามวัตถุประสงค์ของผู้ส่ง และผู้รับสารหรือกลุ่มเป้าหมายจะต้องสามารถรับข่าวสารนั้นได้ โดยผู้ส่งสารจะต้องหาวิธีการทำให้ข่าวสารที่ส่งไปถึงถึงผู้รับสารได้มากที่สุด2.2 Visual Communication คือ การสื่อสารด้วยการมองเห็น เป็นการสื่อสารที่มุ่งให้ความคิดความเข้าใจของผู้อื่นเหมือนกับความคิดความเข้าใจของตนเอง หรือทำอย่างไรจึงจะทำให้ผู้อื่นได้มีความรู้สึกนึกนึกคิดเหมือนกันเพราะธรรมชาติมนุษย์ได้รับข่าวสารอย่างเดียวกันมา แต่จะมีความเข้าใจและความรู้สึกนึกคิดแต่กต่างกันออกไป การสื่อสารที่ดีต้องมีการวางแผนโดยสิ่งที่ ทรนa! Communication เห็นนั้นได้สื่อสารผ่านภาพ (Image) เครื่องหมาย(Signs) ตัวพิมพ์ (Typography) ภาพวาด (Drawing) อenแบบกราฟิก (Graphic Design) ภาพประnอน (llustration)สี (Color) และหรัพยากร อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Resources) เป็นตัน2.3 Digital Media Design หรือการออกแบบสื่e Fจิทัล หมายถึง การสร้างสรรค์ผลงานในเชิงนิเทศศิลป์เพื่อสื่อสารสิ่งต่าง ๆ ให้กับผู้รับสาร โดยใช้สื่อระบบดิจิทัลโมกระบนการออกแบบและการสื่อสาร การออกแบแแบด้วยสื่อดิจิทัลแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ2.3.1 ผลงานการออกแบบสิ่งพิมพ์ด้วยสื่อดิอิจิทัล เช่น หนังสือ นิตยสาร วารสาร ภาพโฆษณาเครื่องหมายการค้าตราสัญลักษณ์ บรรจุภัณฑ์ เป็นต้น2.3.2 ผลงานการออกแบบเพื่อนำไปใช้สื่อดิจิทัลโดยตรง เช่น เว็บเพจ (Web Page) แบนเนอร์(Banner) แอนิเมชัน (Animation) จดหมายข่าวอิเล็กหรอนิกส์ (E-Newsietter) บล็อก (Blog) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์(E-Book) ภาพพื้นหลัง (Wallpaper) วิคโอ (Vdeo) เป็นต้น
363. องค์ประกอบของสื่อดิจิทัลองค์ประกอบของสื่อดิจิทัล ประกอบตัวยพื้นฐาน 5 ชนิด ได้แก่3.1 ข้อความ (Text) เป็นส่วนที่เกี่ยวกับเนื้อหาของมัลติมีเดีย ใช้แสดงรายละเอียด หรือเนื้อหาของเรื่องที่นำเสนอ ถือว่าเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของมัลติมีเดีย ระบบมัลติมีเดียที่นำเสนอผ่านจอภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ รูปแบบและสีของตัวอักษรให้เลือกจานวนมากตามความต้องการแล้วยังสามารถกาหน การปฏิสัมพันธ์ในระหว่างการนำเสนอได้อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันมีหลำยรูปแบบ ได้แก่ 3.1.1 ข้อความที่ได้จากการพิมพ์ เป็นข้อความปกติที่พบใต้ทั่วไป ได้จากการพิมพ์ด้วยโปรแกรมประมาลผลผา (Word Processor) เข่u NotePad Tex: Editor Microsoft Word โดยตัวอักษรแต่ละตัวเก็บในรหัสเช่น ASCI เป็นต้น 3.1.2 ข้อความจากการสแถน เป็นข้อความในลักษณะภาพ (mage) ได้จากการนำเอกสารที่พิมพ์ไว้แล้ว(เอกสารตันฉบับ) มาสแกษด้วยเครื่องสแกนเนอร์ (5canner) ซึ่งจะได้ผลออกมาเป็นภาพ 1 ภาพ ปัจจุบันสามารถแปลงข้อความภาพเป็นข้อความปกติได้ โดยอาศัยโปรแกรม OCR ข้อความอิเล็กหรอนิกส์ เป็นข้อความที่พัฒนาให้อยู่ในรูปของสื่อที่ใช้ประมวลผลได้3.1.3 ข้อความโฮเปอร์เท็กซ์ (Hyper Text) เป็นรูปแบบของข้อความที่ได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบันโดยเฉพาะการเผยแพร่เอกสารในรูปของเอกสารเว็บ เนื่องจากสามารถใช้เทศนิคการลิงก์หรือเชื่อมข้อความไปยังข้อความหรือจุดอื่น ๆ ได้3.2 เสียง (Audio) ถูกจัดเก็บอยู่ในรูปของสัญญาณดิจิทัลซึ่งสามารถเล่นซ้ำกลับไปกลับมาได้ โดยใช้ไปรแกรมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสาหรับทางางานด้านเสียง หากในงานมัลติมีเสียมีการโข้เสียงที่เราใจและสอดคล้องกับเนื้อหาในการนำเสนอจะช่วยให้ระบบบมัลติมีเดียนั้นเกิดความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างความน่าสนใจและน่าติดตามในเรื่องราวต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ เนื่องจากเสียงมีอิทธิพลต่อยู่ใช้มากกว่าข้อความหรือภาพนิ่ง ดังนั้น เสียงจึงเป็นองค์ประกอบที่จาเป็นสาหรับมัลติมีเดียซึ่งสามารถนำเข้าเสียงผ่านทางไมโครโฟน แผ่นซีดี ดีวิดี และวิทยุ เป็นต้นต้น3.3 ภาพนิ่ง (Still Image) เป็นภาพที่ไม่มีการเคลื่อนไหว เช่น ภาพถ่าย ภาพวาด และภาพลำยเส้น เป็นต้นภาพนิ่งนับว่ามีบทบาทล่อระบบงานมัลติมีเตียมากกว่าข้อความหรือตัวอักษร เนื่องจากภาพจะให้ผลในเชิงการเรียนรู้หรือรับรู้ด้วยการมองเห็นได้ดีกว่า นอกจากนี้ ยังฮามารถถ่ายทอดความหมายได้ลึกซึ้งมากกว่าข้อความหรือตัวอักษร ซึ่งข้อความหรือตัวอักษรจะมีข้อจากัดทางด้านความแต่กต่างของแต่ละภาษา แต่ภาพนั้นสามารถสื่อความหมายได้กับทุกชนชาติ ภาพนิ่งมักจะแสดงอยู่บนสื่อชนิดต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์หรือวารสารวิชาการ เป็นต้น3.4 ภาพเคลื่อนไหว (Animation) ภาพาราฟิกที่มีการเคลื่อนไหวเพื่อแสดงขั้นตอนหรือปรากฏการณ์ต่าง ๆที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น การเคลื่อนที่ของลูกสูบของเครื่องยนต์ เป็นดัน ทั้งนี้ เพื่อสร้างสรรค์จินตนำการให้เกิดแรงจูงใจจากผู้ชม การผลิตภาพเคลื่อนไหวจะต้องโข้โปรแกรมที่มีคุณสมบัติเฉพาะทางซึ่งอาจมีปัญหาเกิดขึ้นอยู่บ้างเกี่ยวกับขนำดของไสต์ที่ต้องไช้พื้นที่ในการจัดเก็บมากกว่าภาพนิ่งหลำยเท่า
373.5 วิดีโอ (Video) เป็นองค์ประกอบของมัลดิมีเตียที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากวิติโตโอในระบบดิจิทัลสามารถนำเสนอข้อความหรือรูปภาพ (ภาพนิ่งหนึ่งหรือภาพเคลื่อนไหว ประกอบกับเสียงได้สมบูรณ์มากกว่าองค์ประกอบๆ อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักของการใช้วิธีโอในระบบมัสติมีเดีย คือ การสิ้นเปลืองทรัพยากรหน่วยความจาเป็นจานวนมาก เนื่องจากการนำเสนอวิดีโอด้วยเวลาที่เกิดขึ้นจริง (Real-Time) จะต้องประกอบด้วยจานวนภาพไม่ต่ำกว่า 30 ภาพต่อรินำที (Frame/Second) ถ้าหากหากการประมวลผลภาพดังกล่าวไม่ใต้ผ่านกระบวนการบีบอัดขนำดของสัญญาณมาก่อน การนำเสนอภาพเพียง 1 นำที อาจองใช้หน่วยความจามากกว่า 100 IMB ไฟล์มีขนำดใหญ่เกินขนำดและมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ด้อยลง4. เทคนิคการออกแบบภาพกราฟิกงานออกแบบภาพกราฟิก (Design Graphic) เป็นงานที่มีความละเอียดในส่วนต่าง ๆ เป็นการถ่ายทอดศิลปะเครื่องมือการทำงานที่รียกว่าคมาพิวเตอร์ ซึ่งสามารถเห็นงานกราฟิกจานวนมากทั่วโลก ทั้งกราสื่อสิ่งพิมพ์ กราฟิกรูปแบบของภาพเคลื่อนไหว กราฟิกในส่วนของเว็บโชค์ แบนเมอร์ โบรชัวว์ต่าง ๆ แต่งานกราฟิกที่มีคุณค่า สื่อความหมายนั้นต้องมีคุณสมบัติใดบ้าง ความสายงามของชิ้นงานเป็นส่วนสำคัญ จึงต้องมีเทคนิคในการออกแบบกราฟิก ดังนี้4.1 กลุ่มเป้าหมาย (Goal)การจัดทำกราฟิกขึ้นแต่ละชิ้น ต้องมีการวางแผนถึงกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้รับสาร ว่าจะเป็นกลุ่มคนประเภทใดอายุเท่าใด และมีความสนใจในเรื่องไหน จึงจะสามารถเข้าใจในสิ่งที่สื่อสารออกไปผ่านรูปภาพ หรือตัวหนังสือได้4.2 สัญลักษณ์ในการสื่อความหมาย (Symbols)สัญลักษณ์ คือ การใช้วัตถุ สิ่งของ สัตว์ต่าง ๆ รส ภาพ เข้ามาเป็นตัวแปรในการสื่อความหมายในชิ้นงานนั้นเป็นการเพิ่มลูกเล่นชวนให้คนดูคิดตาม มีส่วนร่วมไปกับชั้นงาน เป็นทักษะที่สำคัญที่นักกราฟิกจาเป็นต้องมีเหมือนเป็นการมีชั้นเชิงในการออกแบบที่โดดเด่นกว่าบุคคลอื่น4.3 ลักษณะการใช้สี (Color)การใช้สีในการออกแบบงานกราฟิก นักออกแบบกราพิกควรรู้ความหมายเกี่ยวกับสีโนวรรณะต่าง ๆ ก่อนแล้วนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับงาน เพื่อให้งานชิ้นนั้นสื่อความหมายโด้อย่างชัดเจน การใช้สีในงานแต่ละงาน ไม่ควรเกิน 3-5เฉดสี เพื่อเป็นการคุมโทนสีและมีทิศทางไปในแบบเดียวกัน ไม่ใช้สีมากจนเกินไป แต่ทั้งนี้การใช้สีขึ้นอยู่กับรูปแบบของงาน เช่น ต้องการแบบคัลเลอร์ฟูล (Colorfu!) การใช้สิจะต้องมีหลำกหลำย สีฉูดฉาด สีบนงานจะต้องดูสตใส4.4 การใช้ตัวอักษร (Text)การใช้ตัวอักษรในงานกราฟิกเป็นส่วนที่สื่อความหมายอย่างตรงตัวมากที่สุด ผู้อ่านจะต้องเข้าใจโดยง่ายซ้อนการใช้ฟอนต์ตัวหนังสือเช่นเดียวกันควรเลือท่อนให้เข้ากับลักษณะงาน เช่น งานราชการ งานกึ่งานตามไลฟ์สไตล์ขององค์กรต่าง ๆ4.5 ลักษณะการจัดวางโครงร่าง (Layout)