144
รายละเอียดคาํ อธบิ ายรายวิชา สค 21001 สงั คมศึกษา จาํ นวน 3 หนว ยกติ
ระดับมัธยมศึกษาตอนตน
มาตรฐานการเรยี นรูระดับ
มคี วามรู ความเขา ใจ ตระหนกั เก่ยี วกับภูมศิ าสตร ประวตั ศิ าสตร เศรษฐศาสตรการเมือง
การปกครอง ในทวปี เอเชีย และนาํ มาปรับใชในการดําเนินชีวติ เพ่อื ความมน่ั คงของชาติ
จํานวน
ท่ี หัวเรือ่ ง ตวั ช้ีวัด เนื้อหา (ชวั่ โมง)
1 ภูมิศาสตรก ายภาพทวปี 1. มีความรู ความเขาใจ ลกั ษณะ 1. ลักษณะทางภมู ิศาสตร 20
เอเชีย ภมู ิศาสตรกายภาพของประเทศตา งๆ กายภาพของประเทศตางๆ
ในทวีปเอเชยี ในทวปี เอเชยี
- ท่ตี ้งั อาณาเขตของประเทศ
ตางๆ ในทวีปเอเชีย
- ภูมปิ ระเทศของประเทศ
ตางๆ ในทวปี เอเชีย
- ภมู อิ ากาศของประเทศ
ตางๆ ในทวีปเอเชยี
2. มีความรู ความเขา ใจ การ 2.1 หลักการเปล่ียนแปลง 20
เปลี่ยนแปลงสภาพภมู ิศาสตร สภาพภมู ศิ าสตรกายภาพ
กายภาพที่สงผลกระทบตอ วิถีชวี ติ 2.2 กรณตี ัวอยา งการ
ความเปนอยูของประชากรไทย และ เปล่ยี นแปลงสภาพ
ประเทศตางๆ ในทวีปเอเชยี ภูมศิ าสตรก ายภาพทส่ี งผล
กระทบตอวถิ ชี วี ิตความ
เปนอยขู องประชากรไทย
และทวีปเอเซีย
3. มีทักษะในการใชเครื่องมือทาง 3. วธิ ีใชเ ครื่องมือทาง
ภูมิศาสตร เชน แผนท่ี ลกู โลก ภมู ศิ าสตร แผนท่ี ลูกโลก
Website ดาวเทยี ม GIS GPRS ฯลฯ Website ดาวเทียม GIS
GPRS ฯลฯ
4. มคี วามรู ความเขาใจ เกย่ี วกับ 4. สภาพภมู ิศาสตรกายภาพ
ความสมั พนั ธของสภาพภมู ิศาสตร ของไทยท่ีสง ผลตอ
กายภาพที่มีตอการเกดิ ทรพั ยากรตางๆ และ
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ ม ส่งิ แวดลอ มตางๆคือ สภาพ
ในทวปี เอเชีย ปาไม ดิน หิน แร แมน ้าํ
ภเู ขา ลําคลอง หนอง บงึ
ทะเล ชายฝง สัตวปา สตั ว
ทะเล สัตวน าํ้ จืด เปลือก
หอย แนวปะการงั และอน่ื ๆ
สงผลตอทรพั ยากร และ
หลักสูตรสถานศกึ ษา หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
145
ที่ หัวเรือ่ ง ตัวชี้วดั เนอื้ หา จาํ นวน
(ชว่ั โมง)
สง่ิ แวดลอมตางๆ คือ สภาพ
ปา ไม ดนิ หิน แร ภูเขา
แมน ้าํ ลําคลอง หนอง บงึ
ทะเล ชายฝง สัตวปา สัตว
ทะเล สตั วน้าํ จืด เปลือก
หอย แนวปะการัง และอ่ืนๆ
5. สามารถนําความรูเกีย่ วกบั 5.1 ความสําคญั ในการ
ทรพั ยากรธรรมชาติของประเทศไทย ดาํ รงชีวิต ใหสอดคลองกบั
และทวปี เอเชยี มาปรับใชใ นการ สภาพทรพั ยากรในประเทศ
ดํารงชีวติ และความม่ันคงของชาติ ไทย และประเทศตางๆใน
ทวปี เอเชยี
5.2 กรณีตวั อยางการ
ปรับตวั ในการดํารงชวี ิตที่
สอดคลองกบั สภาพ
ทรัพยากรในประเทศไทย
และประเทศตางๆในทวปี
เอเชยี
2 ประวตั ิศาสตรทวปี เอเซยี 1. อธิบายความเปน มาของ 1. ประวตั ิศาสตรสังเขปของ 20
ประวัติศาสตรประเทศในทวีปเอเชีย ประเทศในทวีปเอเชยี 10
- จีน
- อินเดีย
- เขมร
- ลาว
- มาเลเซยี
- พมา
- อินโดนีเซีย
- ฟล ปิ ปนส
- ญี่ปนุ ฯลฯ
22.นําเหตกุ ารณในประวตั ิศาสตรมา 2. เหตกุ ารณส าํ คัญทาง
วิเคราะหใหเ หน็ ความเปล่ยี นแปลงที่ ประวตั ิศาสตรท เี่ กิดข้ึนใน
เกดิ ขนึ้ กับประเทศไทย และประเทศ ประเทศไทยและประเทศใน
ในทวปี เอเชยี ทวปี เอเชีย
- ยคุ ลาอาณานิคม
- ยคุ สงครามเย็น ฯลฯ
หลักสตู รสถานศกึ ษา หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
146
ที่ หวั เรื่อง ตวั ชวี้ ัด เน้อื หา จํานวน
3 เศรษฐศาสตร (ชั่วโมง)
1. เขาใจความหมาย ความสาํ คญั 1.1 ความหมาย
ของเศรษฐศาสตรแ ละระบบ ความสําคัญ ของ 15
เศรษฐกิจ เศรษฐศาสตรมหภาคและ
เศรษฐศาสตร จุลภาค
1.2 ระบบเศรษฐกจิ ใน
ประเทศไทย
2.เขา ใจหลกั การและวธิ กี ารตัดสินใจ 2.หลกั การและวิธีการ
เลือกใชทรัพยากรเพ่ือการผลิตสินคา เลือกใชทรัพยากรเพ่ือการ
และบรกิ าร ผลติ
3.เลือกวธิ กี ารที่มปี ระสทิ ธภิ าพมาใช 3.คุณธรรมในการผลติ
ในการผลิตสนิ คาและบรกิ ารอยา งมี
คุณธรรม
4.รูและเขา ใจการใชก ฎหมาย 4. กฎหมาย และขอมลู การ
คมุ ครองผบู รโิ ภค คมุ ครองผบู รโิ ภค
5.บอกแหลง ขอมูลการคุมครอง 5.1 หนว ยงานทีใ่ หค วาม
ผบู รโิ ภคและกฎหมายคุม ครอง คมุ ครองผูบรโิ ภค
ผูบรโิ ภค 5.2 การพทิ ักษสทิ ธิ และ
ผลประโยชนของผบู รโิ ภค
6.1ตระหนักบทบาทและความสําคญั 6.1 ความสาํ คญั ของกลุม
ของการรวมกลุมทางเศรษฐกิจใน ทางเศรษฐกจิ ในทวีปเอเชีย
ทวปี เอเซยี
6.2รแู ละเขาใจบทบาทความสาํ คญั 6.2 กลมุ ทางเศรษฐกิจตา งๆ
ของการรวมกลมุ ประชาคมเศรษฐกิจ ในทวปี เอเซยี
อาเซียน 6.3ประชาคมเศรษฐกิจ
อาเซียน
-ความเปนมา
-ความสําคญั
-กฎบตั รอาเซียน
-ความรวมมือดา นเศรษฐกจิ
-ประโยชนแ ละผลกระทบ
ตอประเทศไทย
7.วิเคราะหความสัมพันธทาง 7.1 สภาพเศรษฐกิจของ
เศรษฐกจิ ของประเทศไทยกับ ประเทศไทยและประเทศ
ประเทศตา งๆในทวปี เอเชีย ตา งๆในทวปี เอเชยี
7.2 ระบบเศรษฐกจิ ของ
ประเทศตางๆในทวปี เอเชยี
หลกั สูตรสถานศึกษา หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
147
ท่ี หวั เร่ือง ตัวชว้ี ัด เนอื้ หา จาํ นวน
(ชวั่ โมง)
8. ลักษณะ ประเภท
สนิ คาเขา และสนิ คา
ออก ของประเทศตา ง
ในทวปี เอเชีย
4 การเมือง การปกครอง 1. รูแ ละเขา ใจระบอบการเมืองการ 1. การปกครอง ระบอบ 20
ปกครองตางๆ ที่ใชอยูใ นปจ จุบัน ประชาธิปไตย และอน่ื ๆ
2. วเิ คราะหความแตกตาง ของ 2. เปรยี บเทยี บรปู แบบ
รปู แบบการปกครองระบอบ การเมืองการปกครอง
ประชาธิปไตย และระบอบอน่ื ๆ ระบอบประชาธิปไตย และ
รวมทง้ั ตระหนักในคุณคาของการ ระบอบอน่ื ๆ ของประเทศ
ปกครองระบอบประชาธิปไตย ตา งๆ ในทวปี เอเชีย
หลกั สูตรสถานศกึ ษา หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
148
คําอธิบายรายวิชา สค 21002 ศาสนาและหนาทพ่ี ลเมือง จาํ นวน 2 หนว ยกติ
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน
มาตรฐานการเรียนรรู ะดับ
1. มคี วามรู ความเขาใจ เหน็ คุณคาและสบื ทอดศาสนา วัฒนธรรม ประเพณีของ ประเทศในทวีปเอเชีย
2. มีความรู ความเขาใจดาํ เนินชีวติ ตามวิถปี ระชาธปิ ไตย กฎระเบียบของประเทศเพอ่ื นบาน
ศกึ ษาและฝกทกั ษะเก่ียวกับเร่ืองดงั ตอไปนี้
1. ประวัติความเปน มาของศาสนาในประเทศไทย และประเทศในทวปี เอเชยี
2. หลักธรรมสาํ คัญ ของการปฏิบัตติ นใหอยรู วมกนั อยา งสันตสิ ขุ
3. การบรหิ ารจติ ตามหลกั ศาสนา
4. การปฏิบตั ติ นเปน คนดีตามหลกั คําสอนของแตละศาสนา (พทุ ธ คริสต อิสลาม)
5. วัฒนธรรม ประเพณีที่สาํ คญั ของประเทศไทยและทวีปเอเชีย
6. การอนรุ กั ษ สืบสาน วฒั นธรรม ประเพณีและคานยิ ม จรยิ ธรรมทางสังคม ที่พงึ ประสงคของสงั คมไทย
7. โครงสรางและสาระสําคัญของรฐั ธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ทเี่ กี่ยวขอ งกบั สิทธิเสรภี าพ
หนา ท่ขี องประชาชน
8. การปฏริ ูปการเมอื งและจดุ เดนของรัฐธรรมนญู ทเ่ี กี่ยวของกบั สิทธเิ สรภี าพหนาที่ของประชาชน
9. หลกั การอยูรว มกนั ตามวิถที างประชาธิปไตยบนพืน้ ฐานของคณุ ธรรมจริยธรรม
10. สถานการณแ ละ การมีสวนรวมทางการเมืองการปกครองในสงั คมไทย
11. สทิ ธมิ นษุ ยชนพนื้ ฐาน
การจดั ประสบการณการเรียนรู
จัดใหมีการคน ควาหาความรู จากส่ือเอกสาร ตํารา ส่อื อิเล็กทรอนิกส ภูมิปญ ญา สถาบันทางศาสนา
การฝก ปฏบิ ตั ิ การทําโครงงาน การจัดกลมุ อภปิ รายแลกเปล่ยี นเรียนรู การวเิ คราะห สถานการณจําลอง การ
สรปุ ผลการเรยี นรู และนําเสนอในรปู แบบตางๆ
การวัดและประเมินผล
ประเมนิ จากการทดสอบ การสงั เกต การประเมนิ การมีสว นรว มในการทาํ กจิ กรรมและการตรวจผลงาน ฯลฯ
หลักสตู รสถานศึกษา หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
149
รายละเอยี ดคําอธบิ ายรายวิชา สค 21002 ศาสนาและหนาท่พี ลเมอื ง จาํ นวน 2 หนวยกิต
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน
มาตรฐานการเรียนรูระดับ
1. มคี วามรู ความเขาใจ เห็นคุณคาและสืบทอดศาสนา วัฒนธรรม ประเพณีของประเทศทวีปในเอเชีย
2. มีความรู ความเขาใจดําเนินชีวติ ตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย กฎระเบียบของประเทศเพอ่ื นบาน
ท่ี หวั เรื่อง ตัวชี้วดั เน้อื หา จํานวน
1. ศาสนา วฒั นธรรม 1. มีความรู ความเขา ใจ 1. ความเปน มาของศาสนาใน (ชว่ั โมง)
เกยี่ วกับความเปน มาของ ประเทศไทย
ประเพณี ศาสนาตา งๆ ในประเทศไทย 20
และประเทศในทวีปเอเชีย - พุทธ
2. นาํ หลกั ธรรมสาํ คัญๆ ใน - คริสต
ศาสนาของตน มาประพฤติ - อิสลาม
ปฏบิ ัตใิ หส ามารถอยรู วมกัน - ฮินดู
กับศาสนาอื่นไดอยางสันติสุข 2. ความเปนมาของศาสนาในทวีป
3.เหน็ ประโยชนในการนาํ เอเชีย
หลกั ธรรมคําสอนในศาสนาที่ - พทุ ธ
ตนนับถอื มาประพฤติปฏบิ ัติ - คริสต
ตน เพื่อใหเปนคนดีในสงั คม - อสิ ลาม
- ฮนิ ดู
4. นําขอ ปฏบิ ตั ิของบุคคล 3. หลกั ธรรมในแตล ะศาสนาทท่ี าํ
ตวั อยา งทใี่ ชห ลกั ธรรมทาง ใหอยูรว มกบั ศาสนาอนื่ ไดอยางมี
ศาสนามาปฏิบัติใน ความสุข
ชีวิตประจาํ วนั มาใชใ ห - ศาสนาพุทธ คือ
เหมาะสมกบั วถิ ีชวี ติ ของ พรหมวหิ าร4
ตนเอง ฆราวาสธรรม ฯลฯ
- ศาสนาคริสต
- ศาสนาอสิ ลาม
- ศาสนาฮนิ ดู
4.1 หลกั ธรรมในแตล ะศาสนาทที่ ํา
ใหผ นู าํ มาประพฤตปิ ฏิบัติเปน คนดี
ในศาสนาพุทธคอื เบญจศีล เบญจ
ธรรม พรหมวหิ ารธรรมท่ีทําใหงาม
ศาสนาครสิ ต
ศาสนาอิสลาม
ศาสนาฮนิ ดู
4.2กรณีตวั อยางบคุ คลตวั อยา งใน
แตล ะศาสนา
หลักสูตรสถานศึกษา หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
150
ที่ หัวเร่อื ง ตัวชว้ี ดั เน้อื หา จาํ นวน
2 หนา ท่ีพลเมือง (ชั่วโมง)
5. มคี วามรู ความเขาใจใน 5. วัฒนธรรมประเพณใี นประเทศ
วัฒนธรรมประเพณีของ ไทยและประเทศในเอเชีย
ประเทศไทยและประเทศใน - ภาษา
เอเชยี - การแตงกาย
- อาหาร
-ประเพณี
-ฯลฯ
6. ตระหนกั ถึงความสําคัญ ใน 6. การอนรุ กั ษ และสืบสาน
วฒั นธรรมประเพณีของ วฒั นธรรมประเพณี ของประเทศ
ประเทศไทยและประเทศใน ไทย และประเทศในเอเชยี (กรณี
เอเชีย ตวั อยาง)
7. การประพฤติปฏบิ ัตติ น เพ่ือการ
7. มสี ว นรว มในการปฏิบัติตน อนรุ ักษ และสบื สาน วัฒนธรรม
ตามวฒั นธรรมประเพณี ของ ประเพณีของประเทศไทยและ
สังคมไทย ประเทศในเอเชีย
8. ประพฤติตนตามคานิยม 8. คานยิ มท่พี ึงประสงคข อง
จรยิ ธรรมทีพ่ งึ ประสงคข อง ประเทศไทยและประเทศตางๆใน
สงั คมไทย เอเชยี
1. รแู ละเขาใจความสําคญั 1.1 ความเปน มา หลกั การ 20
ของรัฐธรรมนญู แหง เจตนารมณข องรฐั ธรรมนญู 20
ราชอาณาจักรไทย 1.2 โครงสราง และสาระสําคัญของ
รัฐธรรมนูญ
1. 3 การปฏริ ปู การเมือง และ
จุดเดนของรฐั ธรรมนูญท่เี กย่ี วกบั
สทิ ธิเสรภี าพหนา ทขี่ องประชาชน
2. หลกั การอยรู ว มกนั ตามวิถีทาง
2. รแู ละเขา ใจหลักคุณธรรม ประชาธปิ ไตยบนพนื้ ฐานของ
จริยธรรมของการอยูรว มกนั คุณธรรมจรยิ ธรรม
3. มสี วนรว มทางการเมืองการ 3. สถานการณ และการมีสว นรว ม
ปกครองตามระบอบ ทางการเมอื งการปกครองตาม
ประชาธิปไตยอนั มี ระบอบประชาธปิ ไตยอันมี
พระมหากษัตรยิ เ ปน ประมุข พระมหากษัตรยิ เ ปนประมขุ
4. รแู ละเขาใจหลกั สทิ ธิ
มนุษยชน 4. หลักสิทธมิ นษุ ยชน
หลักสตู รสถานศึกษา หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
151
ท่ี หัวเร่อื ง ตวั ชี้วัด เนื้อหา จํานวน
(ชวั่ โมง)
5. การมีสวนรวมในการ 5. การมสี ว นรวมในการคุมครอง
คุมครองปกปองตนเอง และ ตนเอง และผูอน่ื ตามหลักสทิ ธิ
ผูอน่ื ตามหลกั สทิ ธิมนุษยชน มนษุ ยชน
6.ตระหนักถึงประโยชนข อง 6. ประโยชนข องการมสี ว นรวมใน
การมีสวนรวมในการคุมครอง การคมุ ครองฯ (ยกตวั อยา ง)
ปกปองตนเอง และผูอนื่ ตาม
หลักสิทธิมนษุ ยชน
หลักสตู รสถานศกึ ษา หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
152
คําอธิบายรายวชิ า สค 21003 จํานวน 1 หนวยกติ
การพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม
ระดับมัธยมศึกษาตอนตน
มาตรฐานการเรยี นรูร ะดับ
มคี วามรู ความเขาใจ หลกั การพัฒนาชมุ ชน สงั คม สามารถวิเคราะห ขอมูลและกําหนดแนวทางการ
พฒั นาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สงั คม ใหส อดคลองกับสภาพการเปล่ียนแปลงของเหตุการณปจ จบุ นั
ศึกษาและฝก ทกั ษะเก่ยี วกบั เรอื่ งดังตอไปน้ี
1. ความหมาย ความสาํ คญั ของขอมลู ประโยชนข องขอมูลตนเอง ชุมชน สังคม
2. เทคนิคและวิธกี ารจดั เกบ็ ขอมลู เชน การจัดเวทีประชาคม การสาํ รวจขอ มลู การประชาพจิ ารณโ ดย
ใชแบบสอบถาม การสบื คนขอมูลจากแหลง ตา งๆฯลฯ
3. การวิเคราะหข อมูลเพอ่ื การจัดทําแผนพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม
4. การจดั ทาํ แผนพัฒนาตนเอง ชุมชน สงั คมและการนําไปใชในชวี ิตประจําวนั
การจดั ประสบการณเรียนรู
จัดใหผูเรียนฝกทักษะจากการปฏิบัติจริงการเก็บขอมูล การวิเคราะหขอมูล การจัดทําแผนพัฒนา
ตนเองชุมชน สงั คม โดยการเขารวมสงั เกตการณใ นสถานการณจ รงิ หรอื จากการสรา งสถานการณจ ําลอง จดั ทํา
เวทปี ระชาคมและการศกึ ษาดงู าน เปรยี บเทยี บการจดั ทําแผนพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม ระหวางกลุม ระหวาง
ชมุ ชน
การวดั และประเมนิ ผล
ประเมินจากผลงานและการมีสว นรว มในการจดั ทําแผนพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สังคม
หลกั สตู รสถานศกึ ษา หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
153
รายละเอยี ดคาํ อธบิ ายรายวิชา สค 21003 จาํ นวน 1 หนว ยกิต
การพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน
มาตรฐานการเรียนรรู ะดับ
มคี วามรู ความเขาใจ หลักการพัฒนาชมุ ชน สังคม สามารถวิเคราะห ขอมูลและกําหนดแนวทางการ
พฒั นาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สงั คม ใหส อดคลองกบั สภาพการเปลยี่ นแปลงของเหตุการณป จ จบุ นั
ท่ี หวั เร่อื ง ตัวชีว้ ัด เนอ้ื หา จํานวน
(ชว่ั โมง)
1 พัฒนาชุมชน สังคม 1.มคี วามรู ความเขาใจ 1.หลกั การพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สังคม 20
หลกั การพัฒนา ชมุ ชน
สงั คม
2.มคี วามรู ความเขา ใจ 2.ความหมายความสําคัญประโยชนข อง
และเหน็ ความสาํ คัญ ขอ มูลดา น
ของขอ มูลตนเอง -ภมู ศิ าสตร
ครอบครัว ชมุ ชน สงั คม -ประวตั ศิ าสตร
-เศรษฐศาสตร
-การเมือง
-การปกครอง
-ศาสนา วฒั นธรรม ประเพณี
-หนาทีพ่ ลเมือง
-ทรพั ยากร สงิ่ แวดลอม
-สาธารณสขุ
-การศึกษา
3.วเิ คราะหแ ละอธบิ าย 3วธิ กี ารจัดเก็บ วเิ คราะหขอ มูลดวย
ขอมูล วิธกี ารทห่ี ลากหลายและเผยแพรขอมูล
4.เกดิ ความตระหนกั 4.การมีสว นรวมในการวางแผนพัฒนา
และมสี วนรวมในการ ตนเอง ครอบครวั ชุมชน สงั คม
จดั ทําแผนพฒั นาตน
ชมุ ชน สงั คม
5.กําหนดแนวทางการ 5.1เทคนคิ การมีสว นรว มในการจัดทํา
พฒั นาตนเองครอบครัว แผน เชน
ชมุ ชน สังคม -การจัดทาํ เวทีประชาคม
-การประชมุ กลุมยอย
-การสัมมนา
-การสาํ รวจประชามติ
-การประชาพิจารณ ฯลฯ
หลกั สตู รสถานศึกษา หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
154
5.2 การจดั ทาํ แผน
- ทศิ ทาง นโยบาย
- โครงการ
- ผรู ับผดิ ชอบโครงการ
- จัดลําดับความสาํ คญั
ฯลฯ
5.3 การเผยแพร สูการปฏบิ ัติ
- การเขยี นรายงาน
-การเขยี นโครงการ
ฯลฯ
6. นําศักยภาพ ของ 6.การพัฒนาอาชีพในชุมชนและสังคม
ประเทศไทยใน 5 ดา น -อาเซยี นกบั การพัฒนาอาชีพ
มาเชือ่ มโยงสงู านอาชพี - จุดเดน ของประเทศไทยในการผลักดนั
เศรษฐกจิ สรา งสรรค
- ศกั ยภาพประเทศไทยกบั การพฒั นา
อาชีพ
หลกั สตู รสถานศึกษา หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
155
รายวชิ าเลอื กบงั คับ
สาระการพัฒนาสงั คม
วิชาการเงินเพื่อชีวิต 2
หลักสูตรสถานศกึ ษา หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
156
คําอธิบายรายวิชา สค22016 การเงนิ เพอ่ื ชีวิต 2 จํานวน 3 หนว ยกิต
ระดับมัธยมศึกษาตอนตน
มาตรฐานการเรียนรรู ะดบั
มีความรู ความเขาใจ ตระหนักเกี่ยวกับภูมิศาสตร ประวัติศาสตร เศรษฐศาสตร การเมือง
การปกครองในทวีปเอเชีย และนํามาปรบั ใชใ นจาํ การดาํ เนินชวี ติ เพือ่ ความม่นั คงของชาติ
ศึกษาและฝกทักษะเกย่ี วกับเร่ืองดังตอไปนี้
1. วาดว ยเร่ืองของเงิน
ความหมายและประโยชน ประเภทของเงิน เงินฝากและการประกันภัย การชําระเงิน
ทางอเิ ลก็ ทรอนิกส โครงสรา งระบบสถาบนั การเงินของประเทศไทย
2. การวางแผนทางการเงนิ
การรูจ กั ฐานะการเงินของตนเอง บนั ทกึ รายรบั -รายจาย เปา หมายการเงินในชวี ติ การออม
3. สนิ เชือ่
ความหมายของสินเชื่อ ลักษณะของสินเช่ือรายยอย ประเภทและการคํานวณดอกเบี้ยเงินกูวิธีการ
ปองกนั ปญหาหน้ี เครดติ บูโร วธิ กี ารแกไ ขปญ หาหน้ี หนว ยงานทใ่ี หคาํ ปรกึ ษาเรื่องวธิ ีแกไ ขปญหาหน้ี
4. สิทธแิ ละหนาทขี่ องผใู ชบ ริการทางการเงนิ
สิทธิของผูใชบริการทางการเงิน 4 ประการ หนาที่ของผูใชบริการทางการเงิน 5 ประการ รูจักศูนย
คุม ครองผูใชบริการทางการเงิน (ศคง.) และหนวยงานท่ีรับท่ีรับเร่ืองรองเรียนอ่ืน ๆ การเขยี นหนังสือรองเรียน
และขั้นตอนท่เี กยี่ วของ
5. ภัยทางการเงิน
ลักษณะ การปอ งกันตนเอง และการแกป ญ หาภัยทางการเงนิ
การจัดประสบการณการเรียนรู
1. จดั กลุมอภิปรายในเนื้อหาทเี่ กี่ยวของ
2. ศึกษาจากเอกสารและสื่อทุกประเภทท่ีเกี่ยวของ เว็บไซตข องธนาคารแหง ประเทศไทย และเว็บไซต
ของ ศคง.
3. จัดทําโครงการนิทรรศการฐานการเรียนรู
4. เชญิ วทิ ยากรผรู ูมาใหความรูเก่ยี วกับการกอ หนอ้ี ยา งเหมาะสม และการวางแผนการเงินในชีวติ
การวัดและประเมินผล
1. สงั เกตพฤติกรรมระหวา งการเรียนรู
2. วัดความรูจากการทํากิจกรรมใบงาน
3. การวดั ผลสมั ฤทธ์ปิ ลายภาค
หลักสูตรสถานศกึ ษา หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
157
คําอธิบายรายวิชา สค22016 การเงินเพือ่ ชีวติ 2 จาํ นวน 3 หนว ยกติ
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน
มาตรฐานการเรยี นรูระดบั
มีความรู ความเขา ใจ ตระหนักเกีย่ วกับภมู ิศาสตร ประวัติศาสตร เศรษฐศาสตร การเมอื ง
การปกครองในทวีปเอเชีย และนาํ มาปรับใชในการดาํ เนินชวี ิต เพอ่ื ความมนั่ คงของชาติ
ท่ี หัวเร่ือง ตัวชีว้ ัด เน้ือหา จํานวน
ชวั่ โมง
1. วาดว ยเรือ่ งของเงนิ 1. อธิบายความหมาย และ 1. ความหมายและประโยชน 24
1.1 ความหมายและ ประโยชนของเงนิ ของเงิน
ประโยชน 2. บอกความหมายและความ 2. ความหมาย ความแตกตาง
แตกตางของการใหเงนิ และ ของการใหเ งนิ และการใหย มื เงิน
การใหยืมเงิน
1.2 ประเภทของเงิน 1.บอกประเภทและลักษณะ 1. เงินไทย
ของเงนิ ไทย - ธนบตั ร
2. อธิบายวิธกี ารตรวจสอบ - เหรียญกษาปณ
ธนบัตร
3. บอกสกุลเงนิ ของประเทศ 2. เงินตราตา งประเทศ
ในทวปี เอเชยี - สกุลเงินของประเทศในทวีป
4. คํานวณอตั ราแลกเปลี่ยน เอเชยี
เงินตราตา งประเทศ - อตั ราการแลกเปล่ียน และ
5. บอกชอ งทางการ วิธกี ารคํานวณอัตราแลกเปลีย่ น
แลกเปลย่ี นเงนิ ตรา เงินตราตางประเทศ
ตางประเทศ - ชอ งทางการแลกเปลีย่ น
เงินตราตา งประเทศ
1.3 เงินฝาก และการ 1. บอกลักษณะบัญชีเงนิ ฝาก 1. ประเภท ลักษณะ ประโยชน
ประกันภยั แตล ะประเภท ขอจาํ กัด ของการฝากเงนิ
2. บอกประโยชนแ ละ - บญั ชเี งนิ ฝากออมทรัพย
ขอ จํากัดการฝากเงินประเภท - บัญชีเงนิ ฝากประจํา
ตา ง ๆ - บญั ชเี งนิ ฝากประจํา
รายเดือนปลอดภาษี
- สลากออมทรัพย/สลากออม
สนิ
2. ความหมายและวธิ กี าร
คํานวณดอกเบย้ี เงินฝาก
3. บอกความหมายของ 3. การคุมครองเงินฝาก
ดอกเบ้ยี เงินฝาก
หลักสูตรสถานศึกษา หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
158
ท่ี หวั เรอ่ื ง ตวั ช้ีวัด เนื้อหา จาํ นวน
ช่วั โมง
4. คํานวณดอกเบยี้ เงนิ ฝาก 4. การประกนั ภยั
อยา งงา ย 35
5. บอกความหมายของการ
คุม ครองเงนิ ฝาก
6. บอกประเภทของเงนิ ฝากที่
ไดร บั การคมุ ครอง
7. อธบิ ายความหมายและ
ประโยชนของการประกันภัย
8. บอกประเภท และลักษณะ
การประกนั ภัยแตละประเภท
1.4 การชาํ ระเงินทาง 1. บอกความหมาย และ 1. ความหมาย และประโยชน
อเิ ล็กทรอนิกส ประโยชนของการชําระเงิน ของการชาํ ระเงนิ ทาง
ทางอิเล็กทรอนิกส อิเล็กทรอนิกส
2. บอกลักษณะของบตั ร 2. ลกั ษณะของบัตร ATM
ATM บัตรเดบติ บัตรเครดติ บตั รเดบิต บตั รเครดิต
3. เปรยี บเทยี บความแตกตาง
บตั ร ATM บตั รเดบิต บตั ร
เครดิต
1.5 โครงสรางระบบ 1. บอกโครงสรา งระบบ 1. โครงสรา งระบบสถาบัน
สถาบันการเงนิ ของ สถาบนั การเงินของประเทศ การเงินของประเทศไทย
ประเทศไทย ไทย 2. สถาบันการเงินและ
2. บอกประเภทของสถาบนั หนว ยงานอื่นภายใตก ารกาํ กับ
การเงนิ และหนวยงานอน่ื ของธนาคารแหง ประเทศไทย
ภายใตการกํากับของธนาคาร - ประเภท
แหง ประเทศไทย - บทบาทหนา ท่ี
3. อธบิ ายบทบาทหนาท่ีของ
สถาบนั การเงนิ และหนว ยงาน
อ่นื ภายใตก ารกํากับของ
ธนาคารแหงประเทศไทย
2. การวางแผนการเงนิ 1. อธบิ ายหลกั การประเมนิ 1. หลกั การประเมนิ ฐานะทาง
2.1 การรจู ักฐานะ ฐานะการเงิน การเงนิ ของตนเองโดยคาํ นวณ
การเงินของตนเอง 2. คํานวณฐานะการเงินของ จาํ นวนและอัตราสว นดงั นี้
ตนเอง - ความมงั่ ค่ังสทุ ธิ
- อัตราสวนภาระหนี้สินตอ
รายได (ตอเดอื น)
- จํานวนเงนิ ออมเผ่ือฉุกเฉนิ
หลักสูตรสถานศกึ ษา หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
159
ที่ หัวเรอ่ื ง ตัวช้วี ัด เน้อื หา จาํ นวน
ชัว่ โมง
- อตั ราสวนเงนิ ออมตอ รายได
(ตอ เดือน)
3. อธิบายลกั ษณะของการมี 2. การมสี ุขภาพการเงินท่ีดี
สขุ ภาพการเงินทด่ี ี - ความหมาย
4. ประเมนิ สุขภาพการเงิน - ลกั ษณะการมสี ุขภาพการเงิน
ของตนเอง ทดี่ ี ไดแ ก
- มีภาระชําระหน้ีไมเกนิ 1 ใน
3 ของรายไดต อเดือน
- ออมอยางนอย 1 ใน 4 ของ
รายไดต อเดือน
2.2 บันทึกรายรับ - 1. บอกความแตกตางของ - มเี งินออมเผอื่ ฉุกเฉิน
รายจาย “ความจําเปน ” และ “ความ ประมาณ 6 เทาของรายจาย
2.3 เปาหมายการเงนิ ตอ งการ” จาํ เปนตอ เดือน
ในชีวิต 2. จัดลําดบั ความสาํ คญั ของ 1. ความหมายของความจําเปน
รายจาย และความตองการ
3. บอกลกั ษณะของการ 2. การจดั ลําดบั ความสําคัญของ
บันทกึ รายรบั -รายจาย รายจาย
4. บอกประโยชนข องการ 3. ลักษณะและประโยชนของ
บันทึกรายรบั -รายจา ย บนั ทึกรายรับ-รายจาย
5. จดบันทึกรายรบั -รายจาย
1. บอกประโยชนข องการมี 4. วิธบี นั ทึกรายรบั -รายจาย
เปา หมายการเงินในชีวติ 1. ประโยชนของการมี
2. บอกเปาหมายการเงนิ ท่ี เปาหมายการเงนิ ในชีวติ
ควรมีในชวี ิต 2. เปาหมายการเงินทีค่ วรมีใน
3. อธบิ ายวิธกี ารตง้ั เปาหมาย ชีวิต
การเงินตามหลัก SMART 3. ประเภทของเปา หมาย
4. วางแผนการเงนิ ตาม การเงิน
เปาหมายที่ตั้งไว - ระยะสน้ั (ไมเกนิ 1 ป)
- ระยะกลาง (1 – 3 ป)
- ระยะยาว (มากกวา 3 ป)
4. วธิ กี ารต้งั เปาหมายการเงนิ
ตามหลกั SMART
หลักสตู รสถานศึกษา หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551
160
ที่ หัวเรื่อง ตวั ชวี้ ดั เน้ือหา จํานวน
2.4 การออม ชัว่ โมง
5. การวางแผนการเงินให
3. สนิ เช่อื เปนไปตามเปาหมายที่ตง้ั ไว 36
1. อธบิ ายความหมาย และ 1. ความหมาย และประโยชน
ประโยชนของการออม ของการออม
2. ตง้ั เปาหมายการออม 2. เปาหมายการออม
3. บอกหลักการออมใหสําเร็จ 3. หลกั การออมใหส าํ เรจ็
4. อธิบายบทบาทหนาทแ่ี ละ 4. ความรเู บอ้ื งตน เกย่ี วกับ
หลักการของกองทุนการออม กองทนุ การออมแหง ชาติ
แหง ชาติ (กอช.) (กอช.)
1. บอกความหมายของ “หน้ี 1. การประเมินความเหมาะสม
ด”ี และ “หนีพ้ ึงระวัง” กอนตัดสนิ ใจกอ หน้ี
2. ลักษณะของสินเช่อื รายยอย
2. บอกลักษณะของสินเช่ือ และการคํานวณดอกเบีย้
รายยอ ย
3. บอกประเภทดอกเบย้ี เงนิ กู
4. คํานวณดอกเบย้ี เงินกู
5. บอกความหมาย และ
บทบาทหนา ท่ีของเครดิตบโู ร
6. บอกวิธีการตรวจสอบ 3. เครดิตบูโร
ขอมูลเครดติ ของตนเอง
7. บอกวธิ กี ารปอ งกันปญหา 4. วิธีการปอ งกนั ปญ หาหนี้
หน้ี 5. วิธกี ารแกไ ขปญหาหน้ี
8. บอกวธิ ีการแกไขปญหาหนี้ 6. หนว ยงานท่ีใหคาํ ปรกึ ษา
9. บอกหนวยงานทใี่ ห เกี่ยวกับการแกไขปญ หาหนี้
คาํ ปรกึ ษาเรือ่ งวิธีแกไขปญหา
หน้ี
4. สทิ ธิและหนาที่ของ 1. บอกสทิ ธิของผูใชบริการ 1. สิทธิของผใู ชบ ริการทาง 10
ผูใชบ ริการทางการเงนิ ทางการเงิน การเงนิ
- ไดรับขอ มลู ทีถ่ ูกตอง
- เลอื กใชผ ลิตภัณฑแ ละบรกิ าร
ไดอ ยา งอสิ ระ
- รองเรียนเพื่อความเปน ธรรม
- ไดร ับการพจิ ารณาคาชดเชย
หากเกดิ ความเสยี หาย
หลักสูตรสถานศึกษา หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
161
ที่ หัวเรื่อง ตวั ชว้ี ดั เนอ้ื หา จาํ นวน
5. ภัยทางการเงนิ 2. บอกหนาที่ของผูใชบรกิ าร 2. หนาทีข่ องผใู ชบริการทาง ช่วั โมง
ทางการเงนิ การเงิน
- วางแผนการเงิน
- ติดตามขอมลู ขา วสารทาง
การเงนิ อยางสมํ่าเสมอ
- เขาใจรายละเอยี ด และ
เปรียบเทียบขอมลู กอนเลอื กใช
- ตรวจทานความถูกตองของ
ธุรกรรมทางการเงินทุกครั้ง
- เมอื่ เปนหน้ตี องชาํ ระหนี้
3. บอกบทบาทหนา ที่ของ 3. บทบาทศูนยค ุมครอง 15
ศูนยคุม ครองผูใชบริการ ผูใชบ ริการทางการเงิน (ศคง.)
ทางการเงนิ (ศคง.) และ และหนวยงานท่รี บั เรื่อง
หนว ยงานทรี่ บั เรื่องรองเรียน รอ งเรยี นอืน่ ๆ
อืน่ ๆ 4. ขัน้ ตอนการรองเรียนและ
4. บอกขั้นตอนการรองเรยี น การเขียนหนงั สือรองเรยี น
5. บอกหลักการเขยี นหนงั สือ 1. ประเภท ลักษณะ การ
รองเรียน ปอ งกนั ตนเอง และการแกไข
1. บอกประเภทและลักษณะ ปญหาของภัยทางการเงนิ
ของภัยทางการเงิน - หนน้ี อกระบบ
2. บอกวธิ กี ารปอ งกนั ตนเอง - แชรล กู โซ
จากภยั ทางการเงนิ - ภยั ใกลตัว เชน การหลอกลวง
3. บอกวธิ กี ารแกปญหาทเ่ี กดิ ใหจ า ยเบีย้ ประกันงวดสดุ ทาย
จากภยั ทางการเงิน ตกทอง / ล็อตเตอร่ีปลอม
- แกงคอลเซน็ เตอร
- ภยั ออนไลน (ที่ไมใ ชธนาคาร
ออนไลน) เชน ภยั ท่มี าทางสื่อ
สังคมออนไลน
หลกั สูตรสถานศกึ ษา หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
162
รายวิชาเลอื กเสรี
สาระการพฒั นาสงั คม
สค 22020 การปองกนั การทจุ รติ
ระดับมัธยมศึกษาตอนตน
หลกั สตู รสถานศึกษา หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
163
คําอธิบายรายวิชา สค22022 การปอ งกันการทจุ รติ จาํ นวน 2 หนว ยกิต
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน
มาตรฐานการเรยี นรรู ะดบั
1. มคี วามรู ความเขาใจ ดําเนินชีวติ ตามวิถีประชาธปิ ไตย กฎระเบียบของประเทศเพ่อื นบาน
2. มคี วามรู ความเขาใจหลกั การพฒั นาชุมชน สังคม สามารถวเิ คราะหขอมูล และกาํ หนด
แนวทางการพฒั นาตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน สงั คม ใหสอดคลอ งกับสภาพการเปล่ียนแปลงของเหตุการณ
ปจจบุ นั
ศึกษาและฝกทักษะเก่ียวกบั เรือ่ งดังตอไปนี้
1. การคดิ แยกแยะระหวา งผลประโยชนสว นตนกับผลประโยชนส ว นรวม
2. ความละอายและความไมท นตอการทุจริต
3. STRONG / จติ พอเพียงตานการทจุ รติ
4. พลเมอื งกับความรับผิดชอบตอ สังคม
การจดั ประสบการณก ารเรียนรู
1. จดั ใหมีการศึกษาจากสื่อการเรียนรู
2. จดั ใหม กี ารศึกษารวบรวมขอมูลโดยวิธีการตาง ๆ เชน การศกึ ษาดูงาน การเกบ็ ขอมูล จัดกลมุ
อภปิ ราย เสนอแนวคิด ทางเลือก
3. จดั กิจกรรมการศกึ ษาจากสภาพจรงิ การแลกเปลี่ยนเรยี นรู การอภปิ ราย การวเิ คราะห สรุปผล
การเรียนรู และนําเสนอในรูปแบบทีห่ ลากหลาย
การวัดและประเมินผล
ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรม การมีสวนรว มในการทํากจิ กรรม การบันทึก และแบบทดสอบ
หลกั สูตรสถานศกึ ษา หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551
164
รายละเอียดคาํ อธบิ ายรายวิชา สค22022 การปองกนั การทจุ รติ จํานวน 2 หนว ยกิต
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน
มาตรฐานการเรียนรูร ะดับ
1. มคี วามรู ความเขา ใจ ดําเนินชีวิตตามวถิ ีประชาธิปไตย กฎระเบยี บของประเทศเพ่ือนบาน
2. มีความรู ความเขาใจหลักการพัฒนาชมุ ชน สังคม สามารถวเิ คราะหขอมลู และกําหนดแนวทางการ
พัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม ใหส อดคลองกับสภาพการเปลี่ยนแปลงของเหตกุ ารณปจจบุ นั
จํานวน
ท่ี หวั เรอื่ ง ตวั ชวี้ ดั เนอ้ื หา (ชัว่ โมง)
1 การคดิ แยกแยะระหวาง การคิดแยกแยะระหวางผลประโยชน 24
ผลประโยชนสวนตนกบั สว นตนกบั ผลประโยชนสว นรวม
ผลประโยชนส ว นรวม 1. บอกความสาํ คญั ของการคิด 1. การคดิ แยกแยะ
แยกแยะระหวา งผลประโยชนสว น - ความหมาย ความสําคญั ของการ
ตนและผลประโยชนสว นรวม คิดแยกแยะ
- ความหมายความสาํ คัญของ
ผลประโยชนส วนตนกบั
ผลประโยชนส ว นรวม
2.1 บอกความหมายความสําคญั ของ 2. หลักการคดิ เปน
หลักการคดิ เปน - ความหมาย ความสําคัญของ
2.2 นําหลกั การคดิ เปน มาใช หลักการคดิ เปน
ในการปองกันการทุจริต
3.1 มีความรคู วามเขาใจเกี่ยวกบั 3. ความแตกตางระหวา งจริยธรรม
ผลประโยชนส วนตนและ และการทจุ รติ
ผลประโยชนส ว นรวม - ความหมายของการทจุ ริต
3.2 วเิ คราะหก ารคดิ แยกแยะระหวาง - ประเภทของการทุจริต
ผลประโยชนสว นตนกบั - ความหมาย ความสําคญั
ผลประโยชนส วนรวม ของจริยธรรม
- วิเคราะหค วามแตกตางระหวา ง
จรยิ ธรรมและการทจุ ริต
4. ตระหนกั และเห็นความสาํ คัญของ 4. ความหมายของประโยชนสวนตน
การมีสวนรวมในการปองกนั การ และประโยชนสวนรวม (ชมุ ชน
ทจุ รติ สังคม) และการขัดกนั ระหวาง
ผลประโยชนส วนตนและ
ผลประโยชนส ว นรวม (ชุมชน
สงั คม)
5. ความหมายและรูปแบบของ
ผลประโยชนทับซอ น (ชมุ ชน สงั คม)
หลกั สตู รสถานศกึ ษา หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
165
ที่ หัวเรอ่ื ง ตัวชีว้ ดั เน้อื หา จาํ นวน
ความละอายและความไมทนตอ การ (ชวั่ โมง)
2 ความละอายและความไมทน ทจุ รติ
ตอการทุจรติ 1. ความหมายความสําคญั และ การ 16
1. มคี วามรู ความเขาใจตอการไมทน
และละอายตอการทุจรติ ในการทาํ ปฏิบัติตนในการทําการบาน /
การบา น / ชิ้นงาน การทําเวร / ชิ้นงาน การทาํ เวร / การทาํ
การทาํ ความสะอาด ความสะอาด การสอบ
การสอบ การแตง กาย การแตง กาย การเลือกตัง้
การเลือกต้งั 2. การรวมกลมุ เพื่อสรางสรรคป อ งกนั
2. อธบิ ายวิธีการปฏบิ ัตติ นในการทํา การทจุ ริต
การบาน / ช้นิ งาน การทําเวร / 2.1 วิธกี ารรวมกลมุ
การทําความสะอาด การสอบ
การแตง กาย การเลือกตงั้ เพ่ือสรา งสรรคป องกัน
3. ปฏิบตั ติ นเปน ผไู มทนและ ละอาย การทุจรติ
ตอการทจุ ริตทุกรูปแบบ 2.2 ตัวอยางการรวมกลมุ
4. มจี ติ สํานึกและตระหนกั ใน ความ เพ่อื สรา งสรรคและปองกนั การ
ละอายและไมท นตอ ทุจริต
การทุจริต
3 STRONG / จิตพอเพยี งตาน STRONG / จิตพอเพยี งตานการทุจรติ 20
การทุจรติ 1. เขา ใจ และบอกความหมายของ 1. ความหมายและองคประกอบของ
STRONG (จติ พอเพยี งตาน
การทจุ รติ ) STRONG
2. อธบิ ายความหมายของความ 2. การนําหลักการของจติ พอเพียงตา น
พอเพยี ง ความโปรง ใส
ความตนื่ รู จิตพอเพยี งตานทุจริต การทจุ รติ มาใชในเร่ือง
มุงไปขา งหนา ความเอ้ืออาทร 2.1 ความพอเพียง
3. วิเคราะหหลักการของจติ พอเพยี ง 2.2 ความโปรงใส
ตานทุจรติ 2.3 ความต่ืนรู
4. นาํ หลกั การของจิตพอเพยี งตาน 2.4 ความรู
ทจุ ริตไปใชในการดําเนินชีวติ 2.5 จติ พอเพียงตอตา นทุจริต
2.6 มุงไปขางหนา
2.7 ความเอื้ออาทร
หลักสูตรสถานศึกษา หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
166
ท่ี หัวเรอื่ ง ตวั ชี้วัด เนื้อหา จํานวน
4 พลเมอื งกบั ความรบั ผดิ ชอบ (ชว่ั โมง)
พลเมอื งกับความรบั ผิดชอบตอสงั คม
ตอสังคม 1.1 เขาใจและประพฤตติ นเกี่ยวกบั 1. การเคารพสิทธิหนาท่ีตอ ตนเองและ 20
สทิ ธิหนาที่และเสรีภาพตาม ผูอ นื่ ทมี่ ีตอประเทศชาติ
รัฐธรรมนญู ปจจบุ นั ของพลเมืองดี 1.1 ความหมายของสทิ ธิหนา ทตี่ อ
1.2 อธบิ ายบทบาทหนาท่ีของเยาวชน ตนเองและผูอื่นที่มีตอ
ในการเปนพลเมืองดี ประเทศชาติ
1.3 อธิบายความเปนพลเมืองตามวิถี 1.2 ความสําคัญของการเคารพ
ประชาธิปไตย สทิ ธหิ นาทีต่ อตนเองและผอู ื่น
1.4 ปฏิบตั ติ นเปนพลเมืองดีตามระบอก
ประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตรยิ
ทรงเปนประมุข
1.5 ปฏิบตั ิหนาท่ที ไ่ี ดรบั มอบหมาย
ดวยความซอื่ สัตยส ุจริต
2.1 เขา ใจเก่ยี วกบั ระเบยี บ กฎ กตกิ า 2. ระเบยี บ กฎ กติกา กฎหมาย กบั
กฎหมาย และปฏิบตั ติ นเปน การเปน พลเมืองทด่ี ีมีสวนรว มใน
พลเมอื งดี มีสวนรวมในการ การปอ งกนั และปราบปราม การ
ปอ งกนั และปราบปรามการทุจริต ทจุ ริต
2.2 มสี ว นรว มในการปอ งกันและ 2.1 ความหมายความสําคญั ของ
ปราบปรามการทุจริตคอรปั ชั่น ระเบยี บ กฎ กติกา และ
2.3 มีความรับผดิ ชอบในการปฏิบตั ิ กฎหมายกบั การเปนพลเมืองที่
หนา ทีท่ ไี่ ดรับมอบหมายดวยความ ดี
ซอ่ื สัตยส จุ รติ 2.2 กฎหมายท่เี กยี่ วของกับ
การเปน พลเมืองท่ดี ี
มสี วนรวมในการปองกนั และ
ปราบปรามการทจุ ริต
3.1 รแู ละเขา ใจเกยี่ วกบั ความ 3. ความรบั ผิดชอบตอตนเองและผอู ืน่
รับผดิ ชอบเกยี่ วกับตนเองและผอู ื่น 3.1 ความหมายของคาํ วา
3.2 ประพฤตปิ ฏบิ ัติตนเปนแบบอยา ง รับผดิ ชอบ
ท่ดี ี ทง้ั รบั ผิดชอบตอตนเองและ 3.2 แนวทางการประยุกต
ผูอ น่ื ความรบั ผดิ ชอบมาใช
3.3 มีความรับผิดชอบในการปฏบิ ตั ิ ในการดําเนนิ ชวี ติ
หนา ท่ที ไ่ี ดรับมอบหมายดว ยความ
ซื่อสัตยสจุ ริต
หลกั สตู รสถานศึกษา หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
167
ที่ หัวเรื่อง ตัวช้ีวดั เนอื้ หา จํานวน
(ชวั่ โมง)
4.1 รู เขาใจ บอกความหมายของ 4. ความเปน พลเมือง
ความเปนพลเมือง 4.1 ความหมายของคําวา
4.2 ประพฤตปิ ฏิบัตติ นตามหลักความ ความเปนพลเมือง
เปน พลเมืองในการดําเนนิ ชีวติ 4.2 แนวทางการประยุกต
4.3 มคี วามรับผิดชอบในการปฏบิ ตั ิ ความเปน พลเมืองมาใช
หนา ท่ที ไี่ ดรบั มอบหมายดวยความ ในการดําเนินชวี ิต
ซ่ือสตั ยสจุ ริต
5.1 รู เขาใจ บอกความหมายของ 5. ความเปนพลโลก
ความเปนพลโลก 5.1 ความหมายของคําวา
5.2 ประพฤตปิ ฏบิ ัติตนตามหลักความ ความเปนพลโลก
เปนพลโลกในการดําเนนิ ชวี ติ 5.2 แนวทางการประยกุ ต ความ
5.3 มีความรบั ผิดชอบในการปฏบิ ัติ เปน พลโลกมาใชในการดาํ เนิน
หนาทท่ี ีไ่ ดร บั มอบหมายดวยความ ชีวติ
ซ่อื สัตยส ุจริต
หลักสตู รสถานศกึ ษา หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
168
คาํ อธบิ ายรายวิชา สค0200035
คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการใชส่อื สงั คมออนไลน จํานวน 2 หนว ยกติ
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน
มาตรฐานที่ 5.2 มีความรู ความเขาใจ เหน็ คุณคา และสบื ทอดศาสนา วฒั นธรรม ประเพณี
เพือ่ การอยรู วมกนั อยางสนั ตสิ ุข
ศกึ ษาและฝกทกั ษะเก่ียวกบั เรื่องดังตอไปนี้
1. การส่อื สารในยุคดิจิทลั
ความหมาย องคประกอบ และวัตถุประสงคของการส่ือสาร ความหมาย และรูปแบบของการส่ือสารในยุค
ดิจิทัล เครือขายสังคมออนไลน (Social Network ) มารยาทการส่ือสารในยุคดิจิทัล แนวโนมส่ือดิจิทัล และ
กรณีศึกษา : การใชป ระโยชนก ารสอ่ื สารในยุคดิจทิ ลั
2. คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใชส่ือสงั คมออนไลน
ความหมายและความสําคัญของคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณในการใชสื่อสังคม ออนไลน ความสาํ คัญ
การรูเทาทันส่ือ ความรับผิดชอบในการใชสื่อสังคมออนไลน กฎหมายเก่ียวกับการใชส่ือสังคมออนไลน ความ
แตกตางระหวางคุณธรรมจริยธรรมและกฎหมายเกีย่ วกบั การใชสอื่ สงั คมออนไลน และกรณศี ึกษา : การละเมิด
คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการใชส อื่ สังคมออนไลน
การจัดการประสบการเรียนรู
บรรยายสรุป กําหนดประเด็นศึกษาคนควารวมกัน ศึกษาคนควาดวยตนเอง พบกลุม อภิปรายผล
การศึกษาคนควา สรุปผลการเรียนรูที่ไดรวมกัน ฝกปฏิบัติวิเคราะหกรณีศึกษา จัดทารายงานผลการวิเคราะห
กรณีศึกษาสงครูผูสอน นาเสนอผลการวิเคราะหกรณีศึกษา และบันทึกผลการเรียนรูท่ีไดลงในเอกสารการ
เรยี นรดู ว ยตนเอง (กรต.)
การวดั และประเมินผล
ประเมินความกาวหนา ขณะจัดประสบการณการเรียนรูดวยวิธีการสังเกต ซักถาม การตอบคาถาม
การตรวจรายงานผลการวิเคราะหกรณีศึกษา และตรวจเอกสารการเรียนรูดวยตนเอง (กรต.) และประเมินผล
รวมหลงั จดั ประสบการณก ารเรียนรเู สร็จสิน้ ดว ยวิธกี ารใหตอบแบบทดสอบวดั ความรู
หลกั สตู รสถานศึกษา หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
169
รายละเอียดคาอธบิ ายรายวิชา สค0200035 คุณธรรมและจริยธรรมในการใชส ่อื สังคมออนไลน
จาํ นวน 2 หนว ยกติ
ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน
มาตรฐานท่ี 5.2 มคี วามรู ความเขาใจ เหน็ คุณคา และสบื ทอดศาสนา วฒั นธรรม ประเพณี
เพอ่ื การอยูรวมกันอยางสันตสิ ุข
ที่ หวั เรือ่ ง ตวั ช้ีวัด เน้ือหา จาํ นวน
(ชวั่ โมง)
1 การสอ่ื สารในยุค 1. บอกความหมาย องคป ระกอบ 1. ความหมายองคป ระกอบ 35
ดจิ ทิ ลั และวัตถปุ ระสงคของการสอ่ื สาร และวัตถุประสงคของการ
ได สื่อสาร
2. บอกความหมายและรปู แบบ 2. ความหมายและรปู แบบ
ของการสือ่ สารในยุคดิจิทัลได ของการสอื่ สารในยุคดิจทิ ัล
3. บอกความหมายและ 3. เครือขายสงั คมออนไลน
ความสําคญั ของเครอื ขา ยตอ (Social Network)
สงั คมออนไลนได 3.1 ความหมายและ
4. ตระหนักถงึ ความสําคญั ของ ความสําคญั ของเครอื ขา ย
เครอื ขายสังคมออนไลน สงั คมออนไลน
5. ระบุประเภทของเครอื ขา ย 3.2 ประเภทของเครือขา ย
สงั คมออนไลนทนี่ ยิ มใชใน สงั คมออนไลนทน่ี ยิ มใชใน
ปจ จุบัน เชน FACEBOOK ปจจุบนั
INSTARGRAM TWITTER 3.3 ประโยชนแ ละขอจากดั
เปนตน ของเครอื ขายสงั คมออนไลน
6. บอกประโยชนแ ละขอจากัด 4. มารยาทการส่ือสารในยุค
ของเครอื ขา ยสงั คมออนไลนได ดิจิทลั
7. ตระหนกั ถงึ ประโยชนและขอ 5. แนวโนม สอ่ื ดจิ ทิ ลั ใน
จากัดของเครือขายสังคม อนาคต
ออนไลนแ ละสามารถปรับใชได 6. กรณีศึกษา: การใช
อยา งเหมาะสม ประโยชนก ารส่อื สารในยุค
8. มมี ารยาทและการส่ือสารใน ดจิ ิทลั
ยคุ ดิจิทัลและประยุกตใ ชได
9.วเิ คราะหแ ละอธิบายแนวโนม
สอ่ื ดิจทิ ลั ในอนาคตได
10. วิเคราะหกรณศี กึ ษา: การใช
ประโยชนก ารสือ่ สารในยคุ ดิจทิ ลั
ได
หลกั สตู รสถานศึกษา หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
170
ท่ี หวั เรือ่ ง ตวั ช้ีวัด เนือ้ หา จาํ นวน
(ช่วั โมง)
2 คุณธรรมและ 1. บอกความหมายและอธิบาย 1. ความหมายและ 45
จรยิ ธรรมในการใช ความสาํ คัญของคุณธรรมและ ความสําคญั ของคณุ ธรรมและ
สอ่ื สงั คมออนไลน จริยธรรมได จริยธรรม
2. ตระหนักถงึ ความสําคัญของ 1.1 ความหมายของคณุ ธรรม
คณุ ธรรมและจริยธรรม และจรยิ ธรรม
3. บอกจรรยาบรรณในการใชสื่อ 1.2 ความสาํ คัญของคุณธรรม
สังคมออนไลน และอธบิ าย และจรยิ ธรรม
ความสาํ คัญได 2. จรรยาบรรณในการใชส ่อื
4. ตระหนักถงึ ความสําคัญของ สงั คมออนไลนและ
จรรยาบรรณในการใชส ่อื สังคม ความสําคญั
ออนไลน 3. การรเู ทาทันสอื่
5. อธบิ ายแนวคิด ความสําคัญ 3.1 แนวคิดการรูเทาทนั สอื่
องคป ระกอบของการรูเทา ทนั ส่อื 3.2 ความสําคัญของการรเู ทา
และเลือกใชส ื่อไดอยางเหมาะสม ทนั ส่อื
6. ตระหนักและเห็นความสาํ คญั 3.3 องคประกอบของการ
ของการรูเทา ทนั สอ่ื รเู ทาทันสอ่ื
7. ยกตัวอยางการแสดงออกถึง 3.4 แนวทางการปฏบิ ตั ิให
ความรับผิดชอบในการใชส ื่อ รูเทาทันสื่อ
สงั คมออนไลนได 3.5 ขอควรระวงั ในการใชส ื่อ
8. ตระหนักถงึ ความรบั ผดิ ชอบใน 4. ความรบั ผดิ ชอบในการใช
การใชสือ่ สังคมออนไลน สอ่ื สังคมออนไลน
9. บอกสาระสาํ คญั ของกฎหมาย 4.1 ตอ ตนเอง
เก่ียวกับการส่ือสงั คมออนไลนได 4.2 ตอ บคุ คลอนื่
10. วเิ คราะหขอแตกตา งระหวา ง 4.3 ตอ สงั คม
คณุ ธรรม จริยธรรมและกฎหมาย 5. กฎหมายเก่ยี วกับการใชส ่อื
เกยี่ วกบั การใชส ่อื สังคมออนไลน สงั คมออนไลน
ในสถานการณท ี่กําหนดได 6. ขอ แตกตางระหวาง
11. วิเคราะหกรณีศกึ ษา: การ คณุ ธรรม จริยธรรมและ
ละเมิดคุณธรรมและจรยิ ธรรมใน กฎหมายเก่ียวกบั การใชส ่ือ
การใชสอ่ื สังคมออนไลนท่ศี กึ ษา สงั คมออนไลน
ได 7. กรณศี กึ ษา: การละเมิด
12. ตระหนักถึงผลกระทบของ คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการ
การละเมิดคุณธรรมและ ใชสื่อสงั คมออนไลน
จริยธรรมในการใชส ือ่ สงั คม
ออนไลน
หลักสูตรสถานศกึ ษา หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
171
คาํ อธบิ ายรายวิชา สค0200036 รทู ันขาวและขา วปลอม (Fake News) จํานวน 2 หนว ยกิต
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน
มาตรฐานที่ 5.4 มีความรู ความเขา ใจ เห็นความสาํ คัญของหลักการพฒั นา และสามารถพฒั นาตนเอง
ครอบครวั ชมุ ชน/สังคม
ศึกษาและฝก ทักษะเกีย่ วกบั เร่ืองดังตอ ไปนี้
1. ขาวและขา วปลอม (Fake News)
ความรเู บอ้ื งตน เกี่ยวกับขาว ขาวปลอม (Fake News) กระบวนการเกดิ ขา วปลอม (Fake News)
ความแตกตางระหวางขา วจริงและขาวปลอม (Fake News) ผลกระทบของขาวปลอม (Fake News) และการ
ตรวจสอบกอ นการแชร
2. การรเู ทาทนั ขาว
การรเู ทา ทนั ขาวปลอม (Fake News) และการรับมือกับขา วปลอม (Fake News)
3. บทลงโทษการนาเขา ขอมลู อนั เปนเทจ็ ในโลกสงั คมออนไลน
บทลงโทษการนาเขาขอมูลอนั เปน เท็จในโลกสงั คมออนไลน และกรณีศกึ ษา : การรู เทาทันขาวปลอม
(Fake News)
การจดั ประสบการณก ารเรยี นรู
บรรยายสรปุ กาํ หนดประเดน็ ศึกษาคน ควา รวมกัน ศึกษาคน ควา ดว ยตนเอง พบกลุม อภปิ รายผล
การศึกษาคนควา สรุปผลการเรยี นรูท ่ีไดร วมกัน ฝก ปฏบิ ัตวิ เิ คราะหกรณีศึกษา จดั ทารายงานผลการวเิ คราะห
กรณีศึกษาสง ครูผสู อน นาเสนอผลการวเิ คราะหกรณีศกึ ษา และบันทกึ ผลการเรยี นรูที่ไดลงในเอกสารการ
เรียนรดู วยตนเอง (กรต.)
การวดั และประเมินผล
ประเมนิ ความกาวหนาขณะจัดประสบการณก ารเรยี นรดู ว ยวิธีการสงั เกต ซักถาม การตอบคาถาม
การตรวจรายงานผลการวเิ คราะหกรณีศกึ ษา และตรวจเอกสารการเรยี นรดู วยตนเอง (กรต.) และประเมินผล
รวม หลังจดั ประสบการณการเรียนรเู สร็จสน้ิ ดว ยวธิ ีการใหตอบแบบทดสอบ วดั ความรู
หลักสตู รสถานศกึ ษา หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
172
รายละเอียดคาํ อธิบายรายวิชา สค0200036
รทู ันขา วและขาวปลอม (Fake News) จาํ นวน 2 หนวยกติ
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน
มาตรฐานที่ 5.4 มีความรู ความเขา ใจ เหน็ ความสาํ คญั ของหลักการพัฒนา และสามารถพฒั นาตนเอง
ครอบครัว ชุมชน/สงั คม
ที่ หวั เร่อื ง ตวั ช้ีวดั เน้ือหา จาํ นวน
1 ขา วและ (ช่วั โมง)
1. บอกความหมาย ความสําคัญ 1. ความรูเ บื้องตนเกย่ี วกับ 30
ขาวปลอม คณุ ลกั ษณะ องคประกอบ และ ขา ว
(Fake News) ประเภทของขา วได 1.1 ความหมาย ความสําคญั
2. ตระหนักถึงความสําคัญของ ของขา ว
ขาว 1.2 คุณลกั ษณะของขา ว
3. บอกความหมาย ลักษณะและ 1.3 องคประกอบของขา ว
ประเภทของขาวปลอม (Fake 1.4 ประเภทของขา ว
News) ได 2. ขาวปลอม (Fake News)
4. อธิบายกระบวนการเกิดขา ว 2.1 ความหมายของขาว
ปลอม (Fake News) ในรูปแบบ ปลอม (Fake News)
ตา ง ๆ ได 2.2 ลักษณะของขาวปลอม
5. สามารถเปรยี บเทยี บความ (Fake News)
แตกตา งระหวาง ขา วจริงกบั ขาว 2.3 ประเภทของขา วปลอม
ปลอม (Fake News) ได (Fake News)
6. บอกผลกระทบของ ขาวปลอม 3. กระบวนการเกิดขาวปลอม
(Fake News) (Fake News)
7. ตระหนักถึงผลกระทบ 4. ความแตกตางระหวางขาว
ทเ่ี กดิ ขึน้ จากขาวปลอม (Fake จรงิ และขา วปลอม (Fake
News) ทเี่ กิดขน้ึ News)
ในปจจบุ ัน 4.1 ลกั ษณะขาวจริงและ ขาว
8. สามารถวิเคราะหขาว ท่ี ปลอม (Fake News)
เกิดข้ึนไดว า เปน ขา วจริงหรอื ขาว 4.2 วิธีสังเกตขาวจรงิ และ
ปลอม (Fake News) ขาวปลอม (Fake News) ใน
โลกออนไลน
5. ผลกระทบของขาวปลอม
(Fake News)
6. การตรวจสอบกอนการแชร
หลกั สูตรสถานศกึ ษา หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
173
ที่ หัวเรื่อง ตัวชี้วัด เนื้อหา จาํ นวน
(ช่ัวโมง)
2 การรูเทา ทันขาว 1. บอกความหมายของการรเู ทา 1. การรูเทา ทันขาวปลอม 20
ทนั ขา วได (Fake News)
2. วิเคราะหว ัตถุประสงคการ 1.1 ความหมายของการ รูเทา
สรางขาวปลอม ทนั ขา ว
(Fake News) ได 1.2 วัตถปุ ระสงคของการ
3. วิเคราะหสาเหตุของการเช่ือ สรา งขาวปลอม (Fake
ขา วปลอม (Fake News) News)
รูปแบบตา ง ๆ ทีเ่ กดิ ขึ้นใน 1.3 สาเหตุของการเชือ่ ขาว
ปจจุบันและ คดิ สรางสรรค ปลอม (Fake News)
แนวทาง การปองกนั ตนเองให 1.4 การสรางทกั ษะรเู ทา ทัน
รเู ทา ทนั ขาวปลอม (Fake News) ขา ว
ได 2. การรบั มือกับขาวปลอม
4. อธิบายลักษณะและรูปแบบ (Fake News)
ของเนื้อหาขา วปลอม (Fake 2.1 ลกั ษณะและรูปแบบ
News) ได เนือ้ หาของขา วปลอม (Fake
5. สามารถจัดการรบั มือกับขาว News)
ปลอม(Fake News) ได 2.2 การจดั การขาวปลอม
(Fake News)
3 บทลงโทษการ 1. อธบิ ายบทลงโทษ ทเี่ กิดข้ึน 1. บทลงโทษการนาเขาขอมลู 30
นําเขาขอมลู จากการนาเขา ขอมลู อนั เปน เท็จ อันเปน เท็จในโลกสังคม
อนั เปน เทจ็ ในโลก ในสังคมออนไลนใ นแตละกรณีได ออนไลน
สงั คมออนไลน 2. วิเคราะหก รณีศกึ ษา : การ 1.1 การนาเขา ขอมูลบิดเบอื น
รเู ทา ทนั ขาวปลอม (Fake News) หลอกลวง
ได 1.2 การนาเขา ขอมลู อันเปน
3. เขาใจการรบั มือกับ ขาวปลอม ความผดิ เกีย่ วกับความมนั่ คง
(Fake News) หรือการกอการรา ย
ทเ่ี กิดขน้ึ และตระหนกั ถงึ ปญหาที่ 1.3 การนาเขา ภาพตดั ตอ
เกดิ ข้นึ ในสังคม 1.4 การใหความรว มมอื
จากขา วปลอม (Fake News) ที่ ยินยอม รเู ห็นเปนใจในการนา
เกิดข้ึน ในปจ จบุ นั เขาขอมลู อนั เปนเท็จ
1.5 การทาลายขอมูลเทจ็
2. กรณีศกึ ษา : การรเู ทาทนั
ขาวปลอม (Fake News)
หลกั สตู รสถานศึกษา หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551
174
คาํ อธิบายรายวิชา สค 0200037
อาชญากรรมบนโลกออนไลน จํานวน 2 หนว ยกิต
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน
มาตรฐานที่ 5.3 ปฏิบตั ติ นเปน พลเมอื งดตี ามวถิ ีประชาธปิ ไตย มีจิตสาธารณะ เพื่อความสงบสุขของสงั คม
ศกึ ษาและฝกทกั ษะเก่ียวกบั เรอ่ื งดังตอไปน้ี
1. อาชญากรรมออนไลน
ความหมาย ประเภทของอาชญากรรมออนไลน อาชญากรรมไซเบอร (Hacker) สาเหตุของปญหา
อาชญากรรมออนไลน และแนวทางการปองกัน วิธีการเจาะหรือทาลายระบบคอมพิวเตอร และการปองกัน
บทลงโทษการกระทาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร พ.ศ.2560 การละเมดิ ทรัพยสนิ ทางปญ ญา และรูปแบบ
การเกดิ การคกุ คามทางเพศออนไลน (Cyber Sexual Harassment)
2. การปองกนั ตนเองจากอาชญากรรมบนโลกออนไลน
การปอ งกันอาชญากรรมออนไลน ความแตกตางของสือ่ ออนไลนที่จรงิ และปลอม และวธิ ีการปอ งกนั
การถูกหลอกจากชอ งทางตา ง ๆ บนโลกออนไลน
3. กรณีศกึ ษา: อาชญากรรมบนโลกออนไลน
ศกึ ษาวเิ คราะหก รณศี กึ ษา : อาชญากรรมบนโลกออนไลน
การจัดประสบการณก ารเรยี นรู
บรรยายสรุป กําหนดประเด็นศึกษาคนควารวมกัน ศึกษาคนควาดวยตนเอง พบกลุม อภิปรายผล
การศึกษาคนควา สรุปผลการเรียนรูท่ีไดรวมกัน ฝกปฏิบัติวิเคราะหกรณีศึกษา จัดทารายงานผลการวิเคราะห
กรณีศึกษาสงครูผูสอน นาเสนอผลการวิเคราะหกรณีศึกษา และบันทึกผลการเรียนรูท่ีไดลงในเอกสารการ
เรียนรดู วยตนเอง (กรต.)
การวัดและประเมนิ ผล
ประเมินความกาวหนา ขณะจัดประสบการณการเรียนรูดวยวิธีการ สังเกต ซักถาม การตอบคําถาม
ตรวจรายงานผลการวิเคราะหกรณีศึกษา และตรวจเอกสารเอกสารการเรียนรูดวยตนเอง (กรต.) และ
ประเมินผลรวมหลังจัดประสบการณการเรียนรูเสร็จสน้ิ ดวยวิธกี ารใหตอบแบบทดสอบวัดความรู
หลักสูตรสถานศกึ ษา หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
175
รายละเอยี ดคําอธบิ ายรายวิชา สค0200037
อาชญากรรมบนโลกออนไลน จาํ นวน 2 หนว ยกติ
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน
มาตรฐานท่ี 5.3 ปฏิบัตติ นเปนพลเมอื งดตี ามวถิ ีประชาธิปไตย มีจติ สาธารณะ เพอ่ื ความสงบสุข
ของสงั คม
ที่ หัวเร่อื ง ตวั ชวี้ ัด เนอื้ หา จํานวน
(ชวั่ โมง)
1 อาชญากรรม 1. บอกความหมายของ 1. ความหมายของอาชญากรรม 35
ออนไลน อาชญากรรมออนไลนได ออนไลน
2. ระบปุ ระเภทตา ง ๆ ของ 2. ประเภทของอาชญากรรม
อาชญากรรมออนไลนได ออนไลน
3. บอกความหมายและ 3. อาชญากรรมไซเบอร (Hacker)
ประเภทแรงจูงใจของ 3.1 ความหมายของอาชญากรรม
อาชญากรรมไซเบอร ไซเบอร (Hacker)
(Hacker) ในรปู แบบตา ง ๆ 3.2 ประเภทแรงจูงใจของ
ได และบอกวธิ ีการปองกัน อาชญากรรมไซเบอร (Hacker)
การโจรกรรมขอมลู จาก 3.3 วิธีปอ งกันการโจรกรรมขอมูล
อาชญากรรมไซเบอร จากอาชญากรรมไซเบอร
(Hacker) (Hacker)
4. อธิบายสาเหตขุ องปญ หา
อาชญากรรมออนไลนได 4. สาเหตุของปญหาอาชญากรรม
และบอกแนวทางการปองกัน ออนไลน
จากอาชญากรรมออนไลนไ ด และแนวทางการปองกนั
5. อธบิ ายวธิ กี ารทางานของ
ระบบคอมพวิ เตอร วิธีการ 5. วธิ ีการเจาะหรือทาลายระบบ
เจาะหรอื ทาํ ลายระบบ คอมพิวเตอรและการปองกนั
คอมพวิ เตอรของ 5.1 วธิ ีการทาํ งานของระบบ
อาชญากรรมออนไลน และ คอมพิวเตอร
วิธีการปอ งกนั จาก 5.2 วธิ กี ารเจาะหรอื ทําลายระบบ
อาชญากรรมออนไลนได คอมพิวเตอรของอาชญากรรม
ออนไลน
5.3 วิธกี ารปองกนั การเจาะหรือ
ทาํ ลายระบบคอมพิวเตอรของ
อาชญากรรมออนไลน
หลักสูตรสถานศกึ ษา หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
176
ที่ หวั เรื่อง ตัวช้วี ดั เนอื้ หา จํานวน
(ชวั่ โมง)
6. บอกบทลงโทษการกระทํา 6. บทลงโทษการกระทาํ ความผิด
ความผิดตาม พ.ร.บ. ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร พ.ศ.
คอมพวิ เตอร พ.ศ.2560 ได 2560
6.1 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร พ.ศ.
2560
6.2 บทลงโทษจากการกระทา
ความผดิ
7. บอกความหมาย ลักษณะ 7. การละเมดิ ทรัพยสนิ ทางปญญา
รูปแบบของการละเมิด 7.1 ความหมายการละเมดิ
ทรพั ยส นิ ทางปญญา การ ทรพั ยสินทางปญญา
ละเมดิ ทรัพยส ินทางปญญา 7.2 ลกั ษณะการละเมดิ ทรัพยสนิ
บนเครือขายออนไลนท้ังใน ทางปญญา
ประเทศไทยและตา งประเทศ 7.3 รูปแบบการละเมิดทรัพยสนิ
และบทลงโทษการละเมิด ทางปญญา
ทรัพยส นิ ทางปญญาบน 7.4 การละเมดิ ทรพั ยส ินทาง
เครอื ขายออนไลนได ปญญาบนเครือขา ยออนไลนใน
ประเทศไทย
7.5 การละเมิดทรัพยสินทาง
ปญ ญาบนเครือขายออนไลนใ น
ตา งประเทศ
7.6 บทลงโทษการละเมิด
ทรพั ยสินทางปญญาบนเครอื ขาย
ออนไลน
8. อธบิ ายรปู แบบการเกิด 8. รปู แบบการเกดิ การคุกคามทาง
การคกุ คามทางเพศออนไลน เพศออนไลน (Cyber Sexual
(Cyber Sexual Harassment)
Harassment) และ 8.1 ความหมายการคุกคามทาง
ผลกระทบทีเ่ กิดจากการ เพศออนไลน (Cyber Sexual
คุกคามทางเพศออนไลนได Harassment)
(Cyber Sexual 8.2 รปู แบบการเกิดการคกุ คาม
Harassment) ทางเพศออนไลน (Cyber Sexual
9. ตระหนักถงึ ผลกระทบท่ี Harassment)
เกิดการคกุ คามทางเพศ 8.3 ผลกระทบที่เกดิ จากการ
ออนไลน (Cyber Sexual คุกคามทางเพศออนไลน (Cyber
Harassment) Sexual Harassment)
หลักสตู รสถานศึกษา หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
177
ท่ี หัวเรอื่ ง ตัวช้ีวดั เน้ือหา จํานวน
(ช่ัวโมง)
2 การปอ งกนั ตนเอง 1. อธบิ ายวธิ กี ารปองกนั 1. การปองกันอาชญากรรม 30
จากอาชญากรรม อาชญากรรมออนไลน ขนั้ ตอนใน ออนไลน
บนโลกออนไลน การบรหิ ารจดั การในระบบ 1.1 วธิ ีการปอ งกนั
สารสนเทศอยา งมปี ระสิทธิภาพ อาชญากรรมออนไลน
และการปองกนั อาชญากร 1.2 ขน้ั ตอนในการบริหาร
ออนไลนไ ด จดั การในระบบสารสนเทศ
อยางมปี ระสทิ ธภิ าพ
1.3 การปองกันอาชญากร
ออนไลน
2. วิเคราะหค วามแตกตางของสอ่ื 2. ความแตกตา งของสอ่ื
ออนไลนท ีจ่ รงิ และปลอมได ออนไลนท ีจ่ ริงและปลอม
2.1 การรูเทาทันส่ือบนโลก
ออนไลน
2.2 วธิ ีการการสงั เกตความ
แตกตางของส่ือท่ีจริงและ
ปลอม
3. อธิบายวธิ ีการปองกนั ตนเอง 3. วิธีการปองกนั การถูก
จากการถูกหลอกจากชองทาง หลอกจากชองทาง ตา ง ๆ บน
ตา ง ๆ บนโลกออนไลนไ ด โลกออนไลน
3.1 วธิ ีซอ้ื -ขายผานชองทาง
ออนไลนอ ยา งปลอดภัย
3.2 วิธีการทาธรุ กรรม
ออนไลนอ ยางปลอดภัย
3.3 วธิ กี ารใชอีเมลอยา ง
ปลอดภัย
3.4 วิธีการจดั การ Cyber
Bully
3.5 วธิ ีการจดั การ Scammer
3.6 วธิ ีการปอ งกนั ตนเองจาก
การคกุ คามทางเพศออนไลน
(Cyber Sexual
Harassment)
3 กรณศี ึกษา : 1. วเิ คราะหก ารเกิดอาชญากรรม 1. กรณศี ึกษา : อาชญากรรม 15
อาชญากรรมบน บนโลกออนไลนตาง ๆ ได และ บนโลกออนไลน
โลกออนไลน ตระหนกั ถึงผลที่เกดิ ขนึ้ จากการ
เกิดอาชญากรรมบนโลกออนไลน
หลกั สูตรสถานศึกษา หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
178
คาํ อธิบายรายวิชา สค0200038 กฎหมายท่คี วรรูคโู ลกออนไลน
จํานวน 2 หนว ยกติ
ระดับ มัธยมศึกษาตอนตน
มาตรฐานท่ี 5.3 ปฏบิ ตั ิตนเปนพลเมอื งดีตามวิถีประชาธปิ ไตย มีจติ สาธารณะ เพือ่ ความสงบสุข ของสงั คม
ศกึ ษาและฝก ทักษะเกยี่ วกบั เรื่องดงั ตอ ไปน้ี
1. พ.ร.บ. คอมพวิ เตอร
ขอควรรู พ.ร.บ. คอมพิวเตอร การกระทาความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร และโทษที่ไดรับ
ภยั คุกคามทางโลกออนไลน และกรณศี กึ ษา : การทําผดิ กฎหมายตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร
2. ลิขสิทธ์ใิ นโลกออนไลนท ่ีควรรู
ลิขสิทธิ์และเร่ืองที่ควรรู ประโยชนของลิขสิทธ์ิ ข้ันตอนการแจงขอมูลลิขสิทธิ์ ประเภทของการละเมิด
ลิขสิทธิ์ บทกําหนดโทษจากการละเมิดลิขสิทธิ์ ขอควรรูหากถูกละเมิดลิขสิทธ์ิ และกรณีศึกษา: การละเมิด
ลขิ สทิ ธ์ใิ นโลกออนไลน
3. การหมนิ่ ประมาทในโลกออนไลน
ความหมายของการหม่ินประมาท พ.ร.บ. คอมพิวเตอรและกฎหมายที่เกี่ยวกับ การหม่ินประมาท
ออนไลน ข้นั ตอนการดาเนินการเม่ือถูกหม่ินประมาทออนไลน บทลงโทษของ การหม่ินประมาทออนไลน และ
กรณีศึกษา : การหม่ินประมาททางออนไลน
การจดั ประสบการณก ารเรียนรู
บรรยายสรุป กําหนดประเด็นศึกษาคนควารวมกัน ศึกษาคนควาดวยตนเอง พบกลุมอภิปรายผล
การศึกษาคนควา สรุปผลการเรียนรูที่ไดรวมกัน ฝกปฏิบัติวิเคราะหกรณีศึกษา จัดทารายงานผลการวิเคราะห
กรณีศึกษาสงครูผูสอน นาเสนอผลการวิเคราะหกรณีศึกษา และบันทึกผลการเรียนรูที่ไดลงในเอกสารการ
เรียนรดู วยตนเอง (กรต.)
การวัดและประเมนิ ผล
ประเมนิ ความกาวหนา ขณะจดั ประสบการณก ารเรียนรูดว ยวิธีการสังเกต ซักถาม การตอบคาํ ถาม การ
ตรวจรายงานผลการวิเคราะหกรณีศึกษา และตรวจเอกสารการเรียนรูดวยตนเอง (กรต.) และประเมินผลรวม
หลังจัดประสบการณการเรยี นรูเสรจ็ สนิ้ ดว ยวิธกี ารใหต อบแบบทดสอบ วดั ความรู
หลกั สตู รสถานศกึ ษา หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
179
รายละเอยี ดคาํ อธบิ ายรายวิชา สค0200038 กฎหมายที่ควรรคู โู ลกออนไลน
จาํ นวน 2 หนว ยกิต
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน
มาตรฐานท่ี 5.3 ปฏบิ ัติตนเปนพลเมืองดีตามวถิ ีประชาธิปไตย มีจิตสาธารณะ เพอ่ื ความสงบสขุ ของสังคม
ท่ี หัวเรอ่ื ง ตัวชี้วัด เน้อื หา จาํ นวน
1 พ.ร.บ. (ช่ัวโมง)
1. บอกความหมาย และอธิบาย 1. ขอควรรู พ.ร.บ.
คอมพิวเตอร ความสาํ คัญของ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร 30
คอมพวิ เตอรได 1.1 ความหมายของ พ.ร.บ. 25
2 ลขิ สิทธ์ิในโลก 2. ตระหนกั ถงึ ความสาํ คญั ของ คอมพิวเตอร
ออนไลนท คี่ วรรู พ.ร.บ. คอมพวิ เตอร 1.2 ความสําคญั ของ พ.ร.บ.
3. อธิบายสาระสาํ คัญ ของ คอมพิวเตอร
พ.ร.บ.คอมพิวเตอร แตละฉบับได 1.3 สาระสําคญั ของ พ.ร.บ.
4. อธบิ ายการกระทาความผิด คอมพวิ เตอร
เกี่ยวกบั พ.รบ.คอมพิวเตอร 2. การกระทําความผิด
รปู แบบ ตา ง ๆ และโทษทีจ่ ะ เก่ยี วกบั พ.ร.บ. คอมพิวเตอร
ไดร บั ได และโทษที่ไดร บั
5. ตระหนกั ถึงโทษท่ีจะไดรบั จาก 3. ภัยคกุ คามทางโลก
การกระทาความผดิ เก่ยี วกบั ออนไลน
พ.ร.บ. คอมพิวเตอร 4. กรณศี ึกษา : การทาผดิ
6. สามารถยกตัวอยางของภยั กฎหมายตาม พ.ร.บ.
คุกคามทาง โลกออนไลนไ ด คอมพวิ เตอร
7. ตระหนักถงึ ภัยคุกคามทางโลก
ออนไลน
8. วเิ คราะหก รณีศึกษา :การทา
ผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.
คอมพิวเตอรทก่ี าํ หนดใหศกึ ษาได
9. ตระหนักถึงผลกระทบของการ
ทาผดิ กฎหมาย ตาม พ.ร.บ.
คอมพิวเตอร
1. อธิบายความหมายของลิขสทิ ธิ์ 1. ลิขสทิ ธิแ์ ละเร่ืองทีค่ วรรู
การไดมา ซึง่ ลิขสิทธ์ิ หลักเกณฑ 1.1 ความหมายของลิขสทิ ธิ์
ในการพิจารณางานลิขสิทธ์ิ งาน 1.2 การไดมาซ่ึงลิขสทิ ธิ์
อันมลี ิขสทิ ธิ์และไมมีลิขสทิ ธ์ิ 1.3 หลกั เกณฑในการ
ประเภทของงานอนั มลี ขิ สิทธิ์ ผู พิจารณางานลิขสทิ ธ์ิ
ถือครองลิขสทิ ธ์ิ การคุม ครอง 1.4 งานอนั มีลิขสิทธ์ิและไมม ี
ลิขสทิ ธิ์
หลกั สูตรสถานศึกษา หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
180
ท่ี หวั เรอื่ ง ตวั ชว้ี ดั เน้อื หา จํานวน
(ชัว่ โมง)
ลขิ สิทธิ์ และอายุของการ 1.5 ประเภทของงานอนั มี
คมุ ครองลิขสิทธไิ์ ด ลขิ สิทธ์ิ
1.6 ผูถอื ครองลขิ สิทธ์ิ
1.7 การคมุ ครองลิขสทิ ธิ์และ
อายกุ ารคุมครองลขิ สิทธิ์
2. ประโยชนข องลิขสทิ ธิ์
3. ขนั้ ตอนการแจง ขอมลู
2. บอกประโยชนของลขิ สทิ ธิไ์ ด ลิขสทิ ธิ์
3. ตระหนักถึงประโยชนข อง 4. ประเภทของการละเมิด
ลขิ สิทธ์ิ ลขิ สิทธ์ิ
4. อธบิ ายขั้นตอน การแจง ขอมลู 4.1 การละเมิดลิขสทิ ธิ์
ลิขสิทธิไ์ ด โดยตรง
5. บอกความแตกตางของการ 4.2 การละเมดิ ลิขสทิ ธิ์โดย
ละเมดิ ลขิ สิทธิ์ โดยตรงและการ ออ ม
ละเมิดลขิ สทิ ธโ์ิ ดยออมได 5. บทกําหนดโทษจากการ
6. บอกบทกาํ หนดโทษจากการ ละเมดิ ลิขสทิ ธิ์
ละเมดิ ลขิ สทิ ธิ์ได 6. ขอควรรหู ากถูกละเมิด
7. บอกวธิ ีการปฏิบตั ติ น หากถูก ลขิ สทิ ธ์ิ
ละเมดิ ลิขสทิ ธิ์ทางโลกออนไลนไ ด 7. กรณศี กึ ษา: การละเมดิ
8. วิเคราะหกรณีศึกษา : การ ลิขสทิ ธใิ์ นโลกออนไลน
ละเมดิ ลขิ สิทธิ์ในโลกออนไลนได
9. ตระหนกั ถงึ ผลกระทบท่ี
เกิดขึน้ จากการละเมิดลขิ สิทธิ์ใน
โลกออนไลน
3 การหม่นิ ประมาท 1. อธิบายความหมายของการ 1. ความหมายของการหมิ่น 25
ในโลกออนไลน หม่ินประมาทได ประมาท
2. อธบิ ายสาระสาํ คญั ของ พ.ร.บ. 2. พ.ร.บ. คอมพิวเตอร และ
คอมพวิ เตอร และกฎหมายที่ กฎหมายทเี่ กย่ี วกับการหมน่ิ
เกี่ยวกบั การหมิน่ ประมาท ประมาทออนไลน
ออนไลนได
3. ตระหนกั ถึงความสําคัญของ 3. ขนั้ ตอนการดาเนนิ การ
พ.ร.บ. คอมพิวเตอรแ ละ เมอื่ ถูกหมน่ิ ประมาทออนไลน
กฎหมายทเ่ี กีย่ วกบั การหมิ่น
ประมาทออนไลน
หลักสูตรสถานศึกษา หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
181
ท่ี หัวเรอื่ ง ตัวชวี้ ัด เนื้อหา จาํ นวน
(ช่ัวโมง)
4. สามารถบอกข้นั ตอนการ 4. บทลงโทษของการหม่นิ
ปฏิบตั ติ นใน การดาเนนิ การ เมอื่ ประมาทออนไลน
ถูกหมน่ิ ประมาทออนไลนได 5. กรณศี กึ ษา : การหมนิ่
5. วเิ คราะหโทษของการหมิ่น ประมาททางออนไลน
ประมาทออนไลนได
6. วเิ คราะหกรณีศึกษา : การ
หม่ินประมาททางออนไลนที่
กําหนดใหศึกษาได
7. ตระหนักถงึ ผลกระทบท่ี
เกดิ ข้นึ จากการฝาฝน พ.ร.บ.
คอมพิวเตอร และกฎหมายท่ี
เกย่ี วกบั การหมิ่นประมาท
ออนไลน
หลักสตู รสถานศกึ ษา หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
182
หลักสูตรสถานศกึ ษา หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
183
หลักสูตรสถานศกึ ษา หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
184
วิธีการจดั การเรยี นรู
การศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขนั้ พื้นฐานมีวิธีการจัดการเรียนรูท่หี ลากหลาย ไดแก
1. การเรียนรูดวยตนเอง เปนวิธีการจัดการเรียนรูที่ผูเรียนกําหนดแผนการเรียนรูของตนเอง ตาม
รายวิชาท่ีลงทะเบียนเรียน โดยมีครูเปนท่ีปรึกษาและใหคําแนะนําในการการศึกษาหาความรูดวยตนเอง ภูมิ
ปญญา ผูรู และสอ่ื ตาง ๆ
2. การเรียนรูแบบพบกลุม เปนวิธีการจัดการเรียนรูที่กําหนดใหผูเรียนมาพบกันโดยมีครูเปน
ผูดาํ เนนิ การ ใหเกดิ กระบวนการกลมุ เพอ่ื ใหมกี ารอภปิ รายแลกเปลีย่ นเรียนรู และหาขอสรุปรว มกนั
3. การเรียนรูแบบทางไกล เปนวธิ ีการจัดการเรยี นรูจ ากส่ือตางๆ โดยที่ผูเรียนและครูจะสื่อสารกันทาง
สือ่ อิเล็กทรอนิกสเปนสวนใหญ หรอื ถามีความจําเปนอาจพบกันเปนคร้งั คราว
4. การเรียนรูแบบช้ันเรียน เปนวิธีการจัดการเรียนรูที่สถานศึกษากําหนดรายวิชา เวลาเรียน และ
สถานท่ี ทช่ี ดั เจน ซึ่งวธิ ีการจัดการเรียนรเู หมาะสาํ หรบั ผเู รยี นทมี่ เี วลามาเขาชั้นเรยี น
5. การเรียนรูตามอัธยาศัย เปนวิธีการจัดการเรียนรูที่ผูเรียนสามารถเรียนรูไดตามความตองการ และ
ความสนใจ จากส่ือเอกสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส หรือจากการฝกปฏิบัตติ ามแหลงเรียนรูตางๆ แลวนําความรูและ
ประสบการณม าเทยี บโอนเขาสูหลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
6. การเรียนรูจากการทําโครงงาน เปนวิธีการจัดการเรียนรูที่ผูเรียนกําหนดเรื่องโดยสมัครใจ ตาม
ความสนใจ ความตองการ หรอื สภาพปญหา ท่ีจะนําไปสูการศึกษาคนควา ทดลอง ลงมือปฏบิ ัติจรงิ และมีการ
สรุปผลการดําเนินการตามโครงการ โดยมีครูเปนผูใหคําปรึกษา แนะนํา อํานวยความสะดวก ในการเรียนรู
และกระตุนเสรมิ แรงใหเ กิดการเรียนรู
7. การเรียนรูรูปแบบอ่ืน ๆ สถานศึกษาสามารถออกแบบวิธีการจัดการเรียนรูในรูปแบบ อ่ืน ๆ ไดตาม
ความตองการของผูเรยี น
วธิ ีการจัดการเรียนรดู ังกลาวขางตน สถานศึกษาและผูเรียนรวมกันกําหนดวิธเี รียนโดยเลอื กเรียนวธิ ีใด
วิธีหน่ึง หรือหลายวิธีท่ีไดขึ้นอยูกับความยากงายของเน้ือหา และสอดคลองกับวิถี ชีวิต และการทํางานของ
ผูเรียน โดยขณะเดียวกันสถานศึกษาสามารถจัดใหมีการสอนเสริมไดทุกวิธีเรียน เพ่ือเติมเต็มความรูใหบรรลุ
มาตรฐานการเรยี นรู
การจดั กระบวนการเรียนรู
การจัดกระบวนการเรียนรูตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 มุงพัฒนาผูเรียนสูความเปนคน “คิดเปน” โดยเนนพัฒนาทักษะการแสวงหาความรู ประยุกตใชความรู
และสรางองคความรูสาํ หรับตนเอง และชุมชน สังคม จึงกําหนดรปู แบบการจัดกระบวนการเรียนรู กศน. หรือ
ONIE MODEL ซ่ึงเปนกระบวนการจัดการเรียนรูท่ีจัดขึ้นอยางเปนระบบตามปรัชญา “คิดเปน” ประกอบดวย
4 ขนั้ ตอน ดังน้ี
1. ขั้นกาํ หนดสภาพ ปญหา ความตองการในการเรียนรู (O: Orientation)
2. ขัน้ แสวงหาขอ มลู และจดั การเรียนรู (N: New ways of learning)
3. ขัน้ ปฏบิ ตั แิ ละนาํ ไปประยุกตใ ช (I: Implementation)
4. ข้ันประเมนิ ผลการเรียนรู (E: Evaluation)
หลกั สตู รสถานศึกษา หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
185
ขน้ั ที่ 1 กําหนดสภาพ ปญ หา ความตอ งการในการเรยี นรู (O: Orientation)
เปนการเรียนรูจากสภาพ ปญหา หรือความตองการของผูเรียน และชุมชน สังคม โดยใหเช่ือมโยงกับ
ประสบการณเดมิ และสอดคลอ งกบั มาตรฐานการเรยี นรขู องหลกั สูตร
ขน้ั ตอนการเรียนรู
1. ครูและผูเรียนรวมกันกําหนดสภาพ ปญหา ความตองการในการเรียนรู ซึ่งอาจจะไดมาจาก
สถานการณในขณะนัน้ หรือเปน เรื่องทเ่ี กิดขึ้นในชวี ิตจริง หรอื เปนประเด็นที่กาํ ลงั ขดั แยง และกําลังอยูใน ความ
สนใจของชุมชน ซึ่งจะชวยกระตุนใหผูเรียนกระตือรือรนที่คิดจะหาทางออกของปญหา หรือความ ตองการนั้น
ๆ
2. ทําความเขาใจกับสภาพ ปญหา ความตองการในส่ิงที่ตองการเรียนรู โดยดึงความรูและ
ประสบการณเดิมของผูเรียน เนนการมีสวนรวม มีการแลกเปล่ียนเรียนรูสะทอนความคิดและอภิปราย โดยให
เชื่อมโยงกับความรใู หม
3. วางแผนการเรียนรูที่เหมาะสม โดยกิจกรรมการเรียนรูท่ีกําหนดสามารถเห็นแนวทางในการคนพบ
ความรูหรอื คําตอบไดดวยตนเอง
ข้นั ที่ 2 ขัน้ แสวงหาขอ มูลและจดั การเรยี นรู (N: New ways of learning)
การแสวงหาขอมูลและจัดการเรียนรู โดยศกึ ษา คน ควาหาความรู และรวบรวมขอ มูลของตนเอง ขอมูล
ของชุมชน สังคม และขอมูลทางวิชาการ จากสื่อและแหลงความรูท่ีหลากหลายมีการระดมความคิดเห็น
วเิ คราะห สงั เคราะหขอมูล และสรุปเปน ความรู
ขั้นตอนการเรยี นรู
1. ผูเรียนแสวงหาความรูตามแผนการเรียนรูที่กําหนดไว โดยการเรียนรูดวยตนเอง การเรียนรูผาน
ประสบการณ กระบวนการกลมุ ศกึ ษาจากผรู ู ภมู ิปญ ญา และวธิ อี ื่น ๆ ทเ่ี หมาะสม
2. ครูและผูเรียนรวมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู และสรุปความรูเบื้องตน โดยใชคําถามปลายเปดในการ
ชวนคิด ชวนคุย เปนเครื่องมือ ดวยกระบวนการการระดมสมอง สะทอนความคดิ และอภิปราย ซึ่งจะไดความรู
ใหม ๆ เพอ่ื ใชปฏิบัติและนําไปประยุกตใ ช
3. ผูเรียนนําความรูท่ีไดไปตรวจสอบความถูกตอง เพื่อประเมินความเปนไปไดโดยวิธีตางๆ เชน การ
ทดลอง การทดสอบ การตรวจสอบกบั ผูรู
ข้นั ที่ 3 การปฏบิ ัตแิ ละนําไปประยกุ ตใ ช (I: Implementation)
นําความรูท่ีไดไปปฏิบัติ และประยุกตใชใหสอดคลองกับสถานการณ เหมาะสมกับวัฒนธรรม และ
สังคม ข้ันตอนการเรียนรู 1. ผูเรียนนําความรูไปปฏิบัติใหสอดคลองกับวิถีชีวิตโดยสังเกตปรากฏการณ จด
บันทึกผลการนําไปใช 2. ปฏบิ ัติการแกไขขอบกพรอ ง สรุป จดั ทาํ รายงานและรวบรวมไวในแฟมสะสมงาน
ขั้นท่ี 4 การประเมนิ ผลการเรยี นรู (E: Evaluation)
ประเมนิ ทบทวน แกไขขอบกพรอ ง ผลจากการนําความรูไปประยุกตใชแ ลว สรุปเปนความรใู หม พรอม
กบั เผยแพรผลงาน
หลักสตู รสถานศึกษา หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
186
ขน้ั ตอนการเรียนรู
1. ครู และผูเรียนนําแฟมสะสมงาน และผลงานที่ไดจากการปฏิบัติมา สรุปเปนองคความรู ใชเปน
สารสนเทศ เพ่ือนําเสนอตอสาธารณชน โดยประเมินคุณภาพการเรียนรู ไดแก ประเมินผลการเรียนรู
กระบวนการปฏบิ ตั งิ าน แหลง เรยี นรู และสารสนเทศท่นี าํ มาใช
2. ครู และผเู รยี นรว มกันสรางเกณฑก ารประเมนิ คุณภาพการเรยี นรู
3. ครู ผูเรียน และผูเกีย่ วของรวมกนั ประเมนิ พัฒนาการเรียนรูใหเปนไปตามเกณฑคณุ ภาพการเรยี นรู
ทั้ง 4 ขั้นตอนดังกลาวขางตน เปนวงจรของกระบวนการเรียนรู ตามปรัชญาคิดเปน ซึ่งสถานศึกษา
สามารถนําหลักการ การจัดกระบวนการเรียนรูท้ัง 4 ข้ันตอน ใชเปนหลักในการจัดแผนการเรียนรูโดยปรับใช
ข้ันตอนการเรียนรูไดอยางเหมาะสมตามสภาพของรายวิชา หรอื เง่อื นไขอ่ืน ๆ ตามความตองการของผูเรยี น
สื่อการเรยี นรู
ในการจัดการเรียนรูเนนใหผูเรียนแสวงหาความรูไดดวยตนเอง โดยการใชส่ือการเรียนรูท่ีหลากหลาย
ไดแ ก สอ่ื สง่ิ พิมพ สอ่ื อิเลก็ ทรอนิกส ส่อื บุคคล ภมู ิปญญา แหลงเรยี นรทู มี่ อี ยใู นทอ งถิน่ ชมุ ชน และ แหลง เรยี นรู
อื่นๆ ผูเรียน ครู สามารถพัฒนาการเรียนรูขึ้นเอง หรือนําส่ือตางๆ ท่ีมีอยูใกลตัว และขอมูล สารสนเทศที่
เก่ียวของมาใชในการเรียนรู โดยใชวิจารณญาณในการเลือกใชสื่อตางๆ ซึ่งจะชว ยสงเสริม ใหการเรียนรูเปนไป
อยางมีคณุ คา นาสนใจ ชวนคิด ชวนตดิ ตาม เขาใจงาย เปน การกระตุนใหผ ูเรียนรูจัก แสวงหาความรู เกิดการ
เรียนรูอยางกวางขวาง ลึกซ้ึงและตอ เน่อื งตลอดเวลา
การเทียบโอน
สถานศึกษาตองจัดใหมีการเทียบโอนผลการเรียนหรือเทียบโอนความรูประสบการณของผูเรียน ให
เปนสวนหนึ่งของผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
โดยสถานศึกษาตองจัดทําระเบียบหรือแนวปฏิบัติการเทียบโอนใหสอดคลองกับ แนวทางการเทียบโอน ที่
สํานกั งาน กศน. กําหนด
การวัดผลและประเมินผลการเรียน
การวัดผลและประเมินผลการเรียน เปนกระบวนการที่ใหไดมาซึ่งขอมูลสารสนเทศท่ีแสดงถึงการ
พัฒนา ความกาวหนา ความสําเร็จ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผูเรียน และขอมูลท่ีจะเปนประโยชนตอการ
สง เสริมใหผ เู รียนเกิดการพัฒนา และเรยี นรไู ดเ ต็มศกั ยภาพ เกดิ ทกั ษะกระบวนการและคานิยมทพ่ี งึ ประสงค ซึ่ง
สถานศึกษาในฐานะเปนผูรับผิดชอบการจัดการศกึ ษา จะตองจัดทําระเบียบ และแนวทางปฏิบัติในการวัด และ
ประเมินผลการเรียนของสถานศึกษา เพ่ือใหบุคลากรที่เกี่ยวของทุกฝายถือปฏิบัติรวมกัน และเปนไปใน
มาตรฐานเดียวกัน
1. การวัดและประเมินผลรายวิชา เปนการประเมินผลการเรียนรายวิชา สถานศึกษาตองดําเนินการ
ควบคูไปกับการจัดกิจกรรมการเรียนรูของผูเรียน เพื่อใหทราบวาผูเรียนมีความกาวหนาท้ังดานความรู ทักษะ
กระบวนการ คุณธรรม และคานิยมอันพึงประสงค อันเปนผลเนื่องมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนรูเพียงใด
และ ตองมีการประเมินผลรวมเพื่อทราบวาผูเรียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู
หรือไม อยางไร ดงั นั้น การวัดและประเมินผลจึงตองใชเคร่อื งมอื และวิธกี ารที่หลากหลายใหสอดคลองกับสาระ
และ มาตรฐานการเรียนรูและผลการเรียนรูท คี่ าดหวัง
หลกั สตู รสถานศกึ ษา หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
187
2. การประเมินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต เปนการประเมินสิ่งท่ีผูเรียนปฏิบัติเพื่อการพัฒนาตนเอง
ครอบครัว ชุมชน สังคม โดยพิจารณาท้ังเวลาการเขารวมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลจากการปฏิบัติ
กิจกรรมของผูเรียน ตามเกณฑทีส่ ถานศึกษากําหนด
3. การประเมินคุณธรรม เปนการประเมินสิ่งท่ีตองการปลูกฝงในตัวผูเรียนโดยประเมินจากกิจกรรม
การเรยี นรูทง้ั ดานการพฒั นาตน การพัฒนางาน การอยรู วมกนั ในสังคมอยางมคี วามสุข การพัฒนาคุณภาพชีวิต
การเขารวมกิจกรรม การเรียนรูในรายวิชาตาง ๆ และกิจกรรมในลักษณะอ่ืน ๆ ที่สถานศึกษาจัดขึ้นเพื่อเสริม
สรา งคณุ ธรรมใหเกิดขนึ้ กบั ผูเ รียน
4. การประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ สถานศึกษาตองจัดใหผูเรียนเขารับการท่ี
สํานักงาน กศน. กําหนด การประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติมีวัตถุประสงคเพ่ือทราบผล การ
เรียนของผูเรียนสําหรับนําไปใชในการวางแผนปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษานอกระบบตอไป การ
ประเมนิ ดงั กลาว ไมม ีผลตอการไดห รอื ตกของผูเ รยี น
การจบหลักสูตร
ผูจ บการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ใน แต
ละระดับการศึกษา ตองผานเกณฑการจบหลักสตู ร ดังน้ี
1. ผา นการประเมนิ และไดรับการตัดสินผลการเรยี นตามเกณฑที่สถานศึกษากาํ หนดท้ัง 5 สาระ การ
เรียนรู และไดจาํ นวนหนวยกิตท่กี ําหนดตามโครงสรา งหลักสูตร
2. ผา นกระบวนการประเมนิ กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวติ ไมนอ ยกวา 100 ชว่ั โมง
3. ผา นกระบวนการประเมนิ คุณธรรม
4. เขา รบั การประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดบั ชาติ
เอกสารหลักฐานการศกึ ษา
เอกสารหลกั ฐานการศึกษาใหเปนไปตามทีก่ ระทรวงศึกษาธิการกาํ หนด สถานศกึ ษาทุกแหงตอ งใช
เอกสารหลกั ฐานการศึกษาเหมอื นกันเพื่อประโยชนใ นการส่ือความเขา ใจทตี่ รงกนั และการสง ตอ ไดแ ก
1. ระเบียนแสดงผลการเรียน
2. หลักฐานแสดงวฒุ ิการศกึ ษา (ประกาศนยี บัตร)
3. แบบรายงานผสู ําเร็จการศึกษา
เอกสารหลักฐานการศึกษาอ่นื ๆ สถานศกึ ษาตองพิจารณาจัดทํา เพ่ือใชประกอบการจัดการศกึ ษาตาม
หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ตามท่ีเหน็ สมควร เชน แบบ
ประเมินผลกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชวี ติ
หลกั สูตรสถานศกึ ษา หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
188
ท่ปี รกึ ษา ผลอนรุ กั ษวงศ คณะผจู ัดทํา
วงศเขยี ว
นายสบุ นิ รองผูอํานวยการสาํ นกั งาน กศน.จงั หวดั ตราด รกั ษาการ
นายสมชาย ในตําแหนง ผูอํานวยการสํานกั งาน กศน.จงั หวัดตราด
ครู รกั ษาการในตําแหนงผอู ํานวยการ กศน.อําเภอ
คณะทาํ งาน แหลมงอบ
ครผู ชู วย
นายกิตติกร ภารไสว ครอู าสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน
นางรกั สกุล สภุ าภา ครู กศน.ตาํ บล
นางอไุ รวรรณ อุทยั ครู กศน.ตําบล
น.ส.สกุ ญั ญา แสงศรี ครู กศน.ตาํ บล
น.ส.ชนากานต บัวบาน ครู กศน.ตาํ บล
น.ส.อศั มาภรณ เจรญิ นาน บรรณารักษ
น.ส.สุพรรณี บุญเพียน ครผู ชู วย
ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน
บรรณาธิการ ภารไสว ครู รักษาการในตาํ แหนงผอู ํานวยการ กศน.อําเภอ
สภุ าภา แหลมงอบ
นายกติ ติกร ครผู ชู วย
นางรกั สกลุ
ออกแบบปก
นายสมชาย วงศเขียว
จัดทาํ รปู เลม
นายกิตติกร ภารไสว
หลกั สูตรสถานศกึ ษา หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
หลกั สูตรสถานศกึ ษา หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551