1
2
บทสรุปผลรายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา
ผ้จู ดั ทา : ชอื่ -สกุล (ผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำ) นายจนิ ดา กรองทอง
เบอรโ์ ทรศัพท์ 082 – 6014424 E-mail [email protected]
ข้อมูลพ้นื ฐาน : ที่อยู่ โรงเรียนลำดวนพทิ ยำคม สงั กดั สำนักงำนเขตพน้ื ที่กำรศึกษำมัธยมศึกษำ เขต 32
เบอร์โทรศัพท์ 044 – 119977 E-mail [email protected]
มจี ำนวนนักเรยี น 396 คน จำนวนครูและบคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำ 29 คน
จดั กำรศกึ ษำในระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษำปีท่ี 1-6
1. ผลการประเมินมาตรฐานการศึกษา อย่ใู นระดบั คุณภาพ ดีเลิศ
2. วิธีการพฒั นา/กระบวนการ ข้อมลู หลกั ฐาน เอกสารเชงิ ประจกั ษ์ ที่สนับสนนุ ผลการประเมนิ ตนเอง
โรงเรยี นลำดวนพทิ ยำคมได้มีกำรดำเนินกำรปรับปรงุ พัฒนำหลักสูตรสถำนศึกษำให้สอดคล้องกับ
สภำพบรบิ ทของโรงเรียน ผู้เรยี นและชุมชน โดยโครงสร้ำงหลักสตู รมีรำยวชิ ำเพิม่ เติม วิชำเลือก กจิ กรรมส่งเสริม
อำชีพ 1 นักเรยี น 1 อำชีพ และกจิ กรรมพัฒนำผูเ้ รียนท่หี ลำกหลำย ใหผ้ ้เู รยี นเลอื กไดเ้ รียนตำมควำมสนใจสอดคล้อง
กับหลกั สูตรแกนกลำงกำรศกึ ษำขนั้ พื้นฐำน พทุ ธศักรำช 2551 (ปรับปรุง 2560) ท่ีเนน้ กำรศึกษำ
เพอ่ื กำรมงี ำนทำตำมทักษะกำรเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 มีกระบวนกำรประเมินและพัฒนำผูเ้ รยี นดว้ ยวิธีกำรท่ี
หลำกหลำย สง่ เสรมิ ให้ครจู ัดกำรเรียนรใู้ ห้เป็นไปตำมศักยภำพของผเู้ รยี น เนน้ ใหน้ กั เรียนได้คิดวิเครำะห์ และลงมอื
ปฏบิ ัตจิ รงิ โดยใชก้ ระบวนกำรกล่มุ กระบวนกำรคิดวิเครำะห์ ลงมือปฏิบตั ิกิจกรรมเอง ส่งเสริมให้ครจู ดั กำรเรยี นกำร
สอนโดยบูรณำกำรสำระกำรเรยี นร้งู ำนสวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรียน โรงเรียนเศรษฐกจิ พอเพียง โรงเรียนวถิ พี ทุ ธ เปน็
ต้น มกี ำรจัดทำโครงกำรของ 8 กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมกำรเรยี นรขู้ องนักเรียนให้นักเรยี นเรยี นรู้ผำ่ นกำรจัด
กิจกรรมท้ังในหอ้ งเรียนและนอกห้องเรยี น เชน่ กจิ กรรมส่งเสรมิ รกั กำรอำ่ น กจิ กรรมสัปดำห์ห้องสมดุ กิจกรรมสอน
เสรมิ นักเรยี นอำ่ นไม่ออกเขียนไมไ่ ด้ กิจกรรมแขง่ ขนั โซดูกุ กจิ กรรมแข่งขนั ตอบปัญหำคณติ ศำสตร์ กจิ กรรมแข่งขัน
เอแมท กิจกรรมโครงงำนวทิ ยำศำสตร์ กิจกรรมโครงงำนคณิตศำสตร์ กจิ กรรมโครงงำนอำชพี กจิ กรรมค่ำยวิชำกำร
“ STEAM CAMP” กิจกรรมค่ำยวิทย์สำนศิปล์ โครงกำรค่ำย ENGLISH CAMP กิจกรรมวันคริสตม์ ำส โครงกำรยก
ผลสมั ฤทธ์ทิ ำงกำรเรียน ทีเ่ ชิญวิทยำกรจำกภำยนอกมำติวให้กบั นักเรยี นช้นั มธั ยมศึกษำปีที่ 3 และนักเรียนชั้น
มัธยมศกึ ษำปีท่ี 6 เพ่อื เสริมประสบกำรณ์และเปลย่ี นบรรยำกำศเกย่ี วกบั กำรเรยี นกำรสอนและเตรียมพร้อมสำหรบั
กำรสอบโอเน็ต มีกจิ กรรมกำรเรียนรบู้ รู ณำกำรงำนสวนพฤกษศำสตร์ และจดั กิจกรรมค่ำยงำนสวนพฤกษศำสตร์
โรงเรยี นโดยมภี ูมิปญั ญำท้องถ่ินมำใหค้ วำมรู้เก่ียวกบั กำรกำรทำขนมเทียน ข้ำวต้มดำ่ ง กำรทำบำยศรีตน้ และบำยศรี
ถำด ท่ีมีอยูใ่ นท้องถ่ินและเกย่ี วข้องกบั ประเพณีวัฒนธรรมท้องถ่ิน จัดกิจกรรมเพ่อื สง่ เสริมคุณลกั ษณะและคำ่ นิยม
เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมีพฤตกิ รรมทเ่ี หมำะสมตำมบริบทขององค์กรและชมุ ชน เชน่ กำรจัดโครงกำรกฬี ำสีภำยในโรงเรยี นเพอ่ื
สรำ้ งควำมสำมัคคี กจิ กรรมระบบดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรียนเพ่ือซอ่ มเสรมิ พฤตกิ รรมท่ีไมเ่ หมำะสม กิจกรรมเปล่ียนแปลง
พฤติกรรมโดยใช้กิจกรรมลูกเสอื กจิ กรรมวนั สำคัญทำงศำสนำร่วมกบั ชมุ ชน กำรรณรงคโ์ รงเรยี นปลอดบหุ รี่ เป็นต้น
นอกจำกพฤติกรรมท่ีต้องสง่ เสริมเพ่ือใหผ้ ้เู รยี นมลี ักษณะอันพงึ ประสงค์ตำมที่คำดหวังแล้วน้ันอกี สิ่งหนึง่ ท่ีสำคัญคือ
3
กำรสงั คม ส่งเสริมในกำรเรยี นรูแ้ ละอนุรักษว์ ฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ โดยกำรให้ผู้เรียนเขำ้ รว่ มกิจกรรมในท้องถ่นิ เชน่ กำรนำ
วัฒนธรรมท้องถิน่ ดนตรีกนั ตรึม มำจัดแสดงในงำนพธิ กี ำรต่ำง ๆ ของโรงเรยี น กำรส่งเสริมให้นกั เรียนเข้ำรว่ มประเพณี
ในทอ้ งถน่ิ มีกำรส่งเสรมิ กำรให้ควำมรูด้ ้ำนอำชีพ กำรเปิดเวทใี ห้นักเรียนได้แสดงออกผ่ำนกิจกรรมพฒั นำผเู้ รยี น กำร
เรยี นรคู้ วำมแตกตำ่ งของสังคมผ่ำนกำรบูรณำกำรในวิชำสงั คมศึกษำ จดั กจิ กรรมสง่ เสริมสขุ ภำวะทง้ั ทำงกำยและ
จติ ใจให้กบั ผู้เรยี น เชน่ กำรจัดกิจกรรมรำยวชิ ำแนะแนว กำรจดั กิจกรรมกฬี ำสภี ำยใน กำรส่งเสริมสขุ ภำพจติ จำกกำร
อบรมค่ำยธรรม เพื่อใหผ้ ้เู รยี นเปน็ ผูท้ ่มี ีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ยอมรับและอยู่รว่ มกันบนควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคล
เข้ำใจผ้อู ื่น ไมม่ ีควำมขัดแยง้ กับผู้อ่ืน สำมำรถอยรู่ ว่ มกนั กบั คนอ่ืนอย่ำงมีควำมสขุ
โรงเรียนลำดวนพิทยำคม มกี ำรประชมุ เพื่อ ทบทวน และเพ่ือกำหนดเป้ำหมำย วสิ ัยทัศน์ พันธกิจ กลยทุ ธใ์ นกำร
จัดทำแผนพฒั นำคณุ ภำพกำรศกึ ษำและแผนปฏบิ ัติกำรประจำปี ไว้อยำ่ งชัดเจน สอดคล้องกับกำรบรบิ ทของ
สถำนศึกษำ ควำมต้องกำรของชุมชน ทอ้ งถ่นิ และบริหำรจดั กำรคณุ ภำพของสถำนศกึ ษำอยำ่ งเปน็ ระบบ โดยแบง่
โครงสรำ้ งกำรบริหำร ออกเป็น 4 ฝ่ำย แบ่งหนำ้ ท่คี วำมรับผิดชอบอย่ำงชดั เจน บุคลำกรและผูท้ เี่ ก่ยี วข้องทุกฝำ่ ยมี
ส่วนรว่ มในกำรวำงแผน ปรับปรงุ และพฒั นำ และร่วมรับผิดชอบตอ่ ผลกำรจดั กำรศึกษำ มีกำรประชุมติดตำมงำนใน
แต่ละฝำ่ ย ประชมุ หวั หนำ้ ฝ่ำย ประชมุ หัวหนำ้ กลุม่ สำระกำรเรยี นรู้ และประชุมกล่มุ สำระกำรเรียนรู้ มีกำรนเิ ทศ
ตดิ ตำม อย่ำงตอ่ เน่ือง เพอื่ วิเครำะหส์ ภำพปัญหำและควำมต้องกำร มกี ำรวำงแผนพัฒนำคณุ ภำพกำรจดั กำรศกึ ษำโดย
นำแผนไปปฏิบตั ิ ติดตำม ตรวจสอบ ประเมนิ ผล และปรบั ปรงุ เพือ่ พัฒนำงำนอยำ่ งต่อเนื่อง เพ่ือใหโ้ รงเรยี นสำมำรถ
พฒั นำได้อยำ่ งมปี ระสิทธิภำพ มกี ำรระดมทรัพยำกร มีกำรระดมทรัพยำกร เพื่อกำรพฒั นำคณุ ภำพ กำรศึกษำจำก
ผู้ปกครองนักเรยี น ชมุ ชน ชมรมศิษย์เกำ่ สมำคมผูป้ กครองและครโู รงเรยี นลำดวนพทิ ยำคม ได้รับควำมร่วมมือย่ำงดี
ย่ิงจำกทุกภำคส่วน สง่ เสริม สนบั สนุน สง่ ผลใหผ้ เู้ รียนไดเ้ ลือกเรียนตำมทตี่ นเองถนดั และสนใจ มคี วำมสุขในกำรเรยี น
ส่งเสริม ใหบ้ ุคลำกรเข้ำรับกำรอบรมโครงกำรพฒั นำครูแบบครบวงจร ครบทุกคน นอกจำกนย้ี งั สง่ เสรมิ และพฒั นำครู
ใหม้ คี วำมควำมร้ใู นดำ้ นกำรเรียนกำรสอน และงำนท่ีไดร้ ับผิดชอบ นำมำใช้ในกำรพฒั นำงำนและกำรเรยี นรขู้ อง
ผู้เรียน มีกำรจดั สภำพแวดลอ้ มทั้งภำยในและภำยนอกห้องเรยี น มกี ำรประเมินหอ้ งเรยี นคุณภำพ ห้องฝำ่ ยคุณภำพ
หอ้ งกลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ และบรเิ วณเขตพืน้ ท่รี ับผดิ ชอบ ส่งผลให้หอ้ งเรยี น นำ่ อยู่ นำ่ เรียน และมีควำมปลอดภยั
ติดตัง้ ระบบอินเทอรเ์ นต็ ไร้สำย ครอบคลุมทกุ อำคำรเรยี น เพือ่ สนับสนนุ กำรบรหิ ำรจดั กำรและกำรจัดกำรเรียนรู้
สง่ ผลใหก้ ำรบรหิ ำรจัดกำรและกำรจัดกำรเรียนรู้ได้อยำ่ งเหมำะสมและมีประสิทธิภำพ ครูจดั กิจกรรมกำรเรียนรู้ตำม
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ตัวช้วี ัดของหลกั สตู รสถำนศึกษำ ครูทุกคนจัดทำกำหนดกำรสอนทุกรำยวชิ ำ มแี ผนกำรจดั กำร
เรยี นรู้อย่ำงนอ้ ย 1 วิชำ ทส่ี ำมำรถนำไปจัดกจิ กรรมไดจ้ ริงมีรูปแบบกำรจดั กำรเรยี นรโู้ ดยคำนึงถงึ ควำมสำมำรถและ
ควำมแตกตำ่ งระหว่ำงบุคคลของนักเรยี น สง่ ผลผู้เรียนได้รับกำรฝึกทักษะแสดงออก แสดงควำมคิดเหน็ สรุปองค์
ควำมรู้ นำเสนอผลงำน และสำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตได้ ครมู ีกำรใช้ส่อื เทคโนโลยีสำรสนเทศ และแหลง่
เรยี นรรู้ วมท้ังภูมิปัญญำท้องถ่ินมำใชใ้ นกำรจัดกำรเรียนรู้ โดยสรำ้ งโอกำสใหผ้ ้เู รียนได้แสวงหำควำมร้ดู ว้ ยตนเองจำก
สอื่ ทีห่ ลำกหลำย มสี ื่อเทคโนโลยีท่สี ่งเสรมิ และสนับสนนุ กำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นกำรสอนของครผู สู้ อน เช่น
โปรเจคเตอร์ โทรทัศน์ เครื่องขยำยเสยี ง ไมโครโฟน มวี ทิ ยำกรมำให้ควำมรแู้ ละสอนดนตรีไทย วทิ ยำกรทอ้ งถิ่น และ
ปรำชญช์ ำวบำ้ นมำใหค้ วำมรู้ในกจิ กรรมงำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรยี น ครูมีจัดกำรเรยี นรู้แบบออนไลน์ได้ เพื่อให้
สอดคลอ้ งกบั สภำวะกำรแผ่ระบำดของไวรัสโคโรนำ 19 สง่ ผลใหบ้ คุ ลำกรทำงกำรศึกษำของโรงเรยี นทุกคนห่ำงไกล
4
จำกไวรัสโคโรนำ 19 จดั กจิ กรรม 1 นักเรียน 1 อำชีพ ใหน้ กั เรยี นเลือกเรยี นตำมควำมถนดั และควำมสนใจ เพ่ือให้
เกิดทกั ษะและสำมรถนำไปใชใ้ นกำรประกอบอำชีพในอนำคตได้ ครจู ัดทำรำยงำนวจิ ยั ในชัน้ เรยี นเพ่ือพฒั นำกำร
เรยี นกำรสอนอยำ่ งน้อยภำคเรยี นละ 1 เรอื่ ง ครผู สู้ อนมีกำรบรหิ ำรจัดกำรช้ันเรยี น โดยเนน้ กำรมปี ฏิสัมพันธ์เชิงบวก
ไมม่ เี ด็กคนใดถูกทอดทง้ิ ไว้ข้ำงหลัง ใหเ้ ดก็ รักครู ครูรักเด็ก และเด็กรักเด็ก เด็กรักที่จะเรียนรู้ สำมำรถเรียนร้รู ว่ มกัน
อย่ำงมีควำมสขุ ครผู สู้ อนมีกำรตรวจสอบและประเมนิ ผ้เู รียนอยำ่ งเป็นระบบ สอดคล้องกบั แผนกำรจัดกำรเรียนรู้
และตรงตำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตัวชวี้ ดั ผลกำรเรียนรู้ และจุดประสงค์กำรเรียนรู้ เป็นระยะสมำ่ เสมอ เพ่ือตรวจสอบ
พฒั นำกำรของผเู้ รยี น และตดั สินผลกำรเรยี นแลว้ นำผลสรปุ ท่ีได้รบั ไปใช้ในกำรปรบั ปรงุ แกไ้ ข และพัฒนำ
กระบวนกำรเรยี นกำรสอนตนเองใหด้ ียิ่งขึน้ ร่วมกนั แลกเปล่ียนควำมรูแ้ ละประสบกำรณ์รวมทงั้ ให้ข้อมลู ป้อนกลับ
เพอ่ื นำไปใชใ้ นกำรปรับปรุงและพฒั นำกำรจดั กำรเรียนรู้ โดยกำรแลกเปล่ียนเรยี นรู้ในประชมุ ประจำเดือนของครู
กำรประชมุ หัวหน้ำฝำ่ ย ประชมุ หัวหนำ้ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ และประชุมกลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้
แผนการพัฒนาคุณภาพเพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานใหส้ ูงขนึ้
1. พฒั นำให้นักเรียนมที กั ษะในกำรอำ่ น กำรเขยี น กำรสื่อสำร และกำรคดิ คำนวณ คดิ จำแนก แยกแยะ
ใครค่ รวญไตร่ตรอง พจิ ำรณำอยำ่ งรอบคอบโดยใช้เหตุผลประกอบกำรตดั สินใจ มีกำรอภปิ รำยแลกเปลย่ี นควำม
คดิ เหน็ และแกป้ ญั หำอย่ำงมเี หตผุ ล กำรรวบรวมควำมรไู้ ด้ทงั้ ด้วยตนเองและกำรทำงำนเปน็ ทมี เชอื่ มโยงองค์
ควำมรู้ และประสบกำรณ์มำใช้ในกำรสรำ้ งสรรค์สิ่งใหม่ ๆ
2. พฒั นำให้นกั เรียน มีควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยสี ำรสนเทศและกำรสื่อสำรเพ่อื พฒั นำตนเอง และ
สังคมในด้ำนกำรเรียนรู้ กำรส่ือสำร กำรทำงำน อยำ่ งสร้ำงสรรค์ และมีคุณธรรม
3. พฒั นำให้นกั เรียนมีผลสัมฤทธ์ทิ ำงกำรเรยี น ผลกำรทดสอบระดบั ชำติ มีควำมรู้ ทกั ษะพื้นฐำนในกำร
จดั กำร เจตคตทิ ่ีดีพร้อมที่จะศึกษำต่อในระดบั ช้นั ทส่ี งู ขน้ึ มีพฤติกรรมเป็นผู้ทีม่ ีคุณธรรม จรยิ ธรรม เคำรพในกฎกตกิ ำ
ปลูกฝังคำ่ นิยมท่ถี กู ต้องและเหมำะสมกับบริบทสังคมในปจั จุบนั ผำ่ นกำรจัดกำรเรยี นกำรสอนและกำรทำกจิ กรรม
สง่ เสรมิ พัฒนำผเู้ รยี น
3. สนับสนุน ให้ครแู ละบคุ ลกำกร ได้พัฒนำตนเองอย่ำงตอ่ เน่อื ง โดยเฉพำะด้ำนกำรใชส้ ื่อเทคโนโลยี
กำรใชส้ ือ่ ดิจิทลั กำรจัดทำสื่อออนไลน์ ทกั ษะกำรสื่อสำรดำ้ นภำษำอังกฤษ และทักษะท่สี ำคญั อืน่ ๆ ในศตวรรษท่ี 21
เพ่ือพัฒนำกำรเรียนกำรสอนใหม้ ปี ระสทิ ธิภำพมำกยิ่งขนึ้
4. จดั หำ วสั ดุ อุปกรณ์ และสอ่ื เทคโนโลยใี นกำรปฏิบตั ิงำนและกำรจัดกำรเรียนกำรสอนให้พร้อมใชง้ ำน
และมีควำมทนั สมัย พัฒนำแหลง่ เรียนรใู้ นโรงเรียนให้มีควำมหลำกหลำย และจัดบรรยำกำศแหล่งเรียนรใู้ ห้พร้อม
สำหรบั กำรเรยี นรู้ มีควำมนำ่ อยู่ นำ่ ดู น่ำเรยี น และมีควำมปลอดภัย
5. สำนสมั พันธ์ ชมุ ชน ผ้ปู กครอง ชมรมศิษย์เก่ำ สมำคมผูป้ กครองและครูโรงเรียนลำดวนพิทยำคม
และผู้มสี ่วนเกยี่ วข้องทุกภำคส่วน ใหม้ ีส่วนรว่ มกำรในพฒั นำโรงเรยี นอย่ำงต่อเน่ือง
ก5
คานา
ตำมประกำศกฎกระทรวง “กำรประกันคุณภำพกำรศึกษำ” พ.ศ. 2561 ใหส้ ถำนศกึ ษำ
แต่ละแห่งจัดให้มีระบบกำรประกันคุณภำพกำรศึกษำภำยในสถำนศึกษำโดยกำรกำหนดมำตรฐำนก ำรศึกษำของ
ส ถ ำ น ศึ ก ษ ำ ใ ห้ เ ป็ น ไ ป ต ำ ม ม ำ ต ร ฐ ำ น ก ำ ร ศึ ก ษ ำ แ ต่ ล ะ ร ะ ดั บ แ ล ะ ป ร ะ เ ภ ท ก ำ ร ศึ ก ษ ำ ที่ รั ฐ ม น ต รี ว่ ำ ก ำ ร
กระทรวงศึกษำธิกำรประกำศกำหนด พร้อมท้ังจัดทำแผนพัฒนำกำรจัดกำรศึกษำของสถำนศึกษำที่มุ่งคุณภำพตำม
มำตรฐำนกำรศึกษำและดำเนินกำรตำมแผนที่กำหนดไว้จัดให้มีกำรประเมินผลและตรวจสอ บคุณภำพกำรศึกษำ
ภำยในสถำนศึกษำ ติดตำมผลกำรดำเนินกำรเพื่อพัฒนำสถำนศึกษำให้มีคุณภำพตำมมำตรฐำนกำรศึกษำ และจัดส่ง
รำยงำนผลกำรประเมินตนเองให้แกห่ น่วยงำนต้นสังกัดหรือหนว่ ยงำนทก่ี ำกบั ดูแลสถำนศึกษำเป็นประจำทกุ ปี
ดังนั้นโรงเรียนลำดวนพิทยำคม จึงได้จัดทำรำยงำนพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำประจำปีของ
สถำนศึกษำ ตำมกฎกระทรวงว่ำด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวธิ ีกำรประกันคณุ ภำพกำรศกึ ษำ พ.ศ. 2561
ขึ้น เพ่ือพัฒนำคุณภำพและมำตรฐำนกำรศึกษำของโรงเรียน เพ่ือนำเสนอต่อหน่วยงำนต้นสังกัด และเปิดเผยต่อ
สำธำรณชน
โรงเรียนลำดวนพทิ ยำคม
สารบญั ข6
บทสรปุ สาหรับผบู้ ริหารสถานศึกษา หน้ำ
สว่ นที่ 1 ขอ้ มลู พน้ื ฐำนของสถำนศึกษำ
1
1.1 ข้อมลู พนื้ ฐำนท่ัวไปของสถำนศึกษำ 2
1.2 ข้อมลู โครงสรำ้ งกำรบริหำรของสถำนศึกษำ 3
1.3 ขอ้ มลู ครูและบุคลำกรของสถำนศึกษำ/วุฒกิ ำรศึกษำ 5
1.4 ข้อมลู นกั เรยี นและผู้สำเร็จกำรศึกษำ 5
1.5 ข้อมูลหลกั สตู รทีจ่ ัดกำรเรยี นกำรสอน 17
1.6 ขอ้ มลู อำคำรสถำนท่ี 18
1.7 ขอ้ มลู กำรใช้แหลง่ เรียนร้ภู ำยในและภำยนอกโรงเรยี น 20
1.8 เปรียบเทียบผลกำรทดสอบทำงกำรศึกษำระดับชำติขน้ั พื้นฐำน (O-NET)
29
ขอ้ มลู ผลสัมฤทธท์ิ ำงกำรเรยี นของนักเรียน ขอ้ มลู ผลสัมฤทธิท์ ำงกำรเรียนแตล่ ะ 29
รำยวชิ ำในระดับ 3 ขน้ึ ไป/อืน่ ๆท่ีเกยี่ วข้อง
1.9 รำงวลั ที่สถำนศึกษำไดร้ บั 42
1.10 กำรดำเนนิ งำนของสถำนศึกษำตำมนโยบำยจำกหนว่ ยงำนต้นสังกัด หรอื ภำครัฐ 44
ส่วนท่ี 2 ผลกำรประเมินตำมมำตรฐำนกำรศกึ ษำของสถำนศกึ ษำ ระดับกำรศึกษำข้นั พื้นฐำน
53
มำตรฐำนท่ี 1 คณุ ภำพของผ้เู รยี น39 55
มำตรฐำนที่ 2 กระบวนกำรบรหิ ำรและกำรจดั กำร
มำตรฐำนที่ 3 กระบวนกำรจดั กำรเรียนกำรสอนที่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคญั 100
สรุปผลกำรประเมนิ ในภำพรวม47
สรุปผล แนวทำงกำรพฒั นำ และควำมต้องกำรชว่ ยเหลือ 101
ส่วนท่ี 3 กำรปฏบิ ัติท่ีเปน็ เลศิ (Best Practices)
ภำคผนวก 102
- ประกำศโรงเรียนลำดวนพทิ ยำคมเร่ือง กำหนดมำตรฐำนกำรศึกษำระดับกำรศึกษำ 107
ขนั้ พ้ืนฐำนของโรงเรียน
- ประกำศโรงเรยี นลำดวนพิทยำคมเร่ือง ใหใ้ ชม้ ำตรฐำนกำรศึกษำ ระดบั กำรศึกษำ 110
ขน้ั พน้ื ฐำนของโรงเรยี นลำดวนพทิ ยำคม เพ่ือกำรประกนั คุณภำพภำยในสถำนศึกษำ
- ประกำศโรงเรยี นลำดวนพิทยำคมเรื่องกำหนดคำ่ เปำ้ หมำยแต่ละมำตรฐำนและตัวบง่ ช้ี
- คำสงั่ โรงเรยี นลำดวนพทิ ยำคม เรือ่ ง แตง่ ต้งั คณะกรรมกำรจัดทำรำยงำนประเมินตนเอง
(SAR) ประจำปีกำรศึกษำ 2563
- ประกำศโรงเรยี นลำดวนพิทยำคม เร่อื ง แต่งตงั้ กรรมกำรประเมนิ คุณภำพภำยใน
สารบัญ (ตอ่ ) ค7
- บันทกึ กำรพิจำรณำใหค้ วำมเหน็ ชอบเอกสำรรำยงำนผลกำรประเมินตนเอง หน้ำ
(Self Assessment Report : SAR) ปกี ำรศึกษำ 2563 111
112
- ปฏิทนิ งานประกันคุณภาพการศึกษาโรงเรียนลาดวนพิทยาคม ปกี ารศึกษา 2563
1
สว่ นท่ี 1
ข้อมลู พน้ื ฐาน
1. ข้อมลู พืน้ ฐานของสถานศึกษา
ที่ตั้งสถานศกึ ษา โรงเรียนลำดวนพทิ ยำคม ท่อี ยู่ 123 หมู่ 11 ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง จังหวดั
บรุ รี ัมย์ สงั กัดเขตพน้ื ท่ีกำรศึกษำมธั ยมศกึ ษำ เขต 32 โทรศพั ท์ 044 – 691979 โทรสำร 044 – 691979
E-mail : [email protected] เวบ็ ไซต์ : www.Lamduanpit.ac.th
แนวทางการจดั การศกึ ษาประกอบด้วย
ปรชั ญาของโรงเรยี น
นตถิ ปญั ญำ สมำอำภำแปลวำ่ แสงสว่ำงเสมอดว้ ยปัญญำไมม่ ี
วิสัยทัศน์
โรงเรียนลำดวนพทิ ยำคม จดั กำรศึกษำให้ผู้เรยี นมีควำมเป็นเลศิ ตำมมำตรฐำนกำรศึกษำ เกดิ ทกั ษะ
ในศตวรรษท่ี 21 บูรณำกำรงำนสวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรยี น น้อมนำหลกั ปรัชญำเศรษฐกิจพอเพยี งสกู่ ำร
ปฏิบตั อิ ย่ำงเป็นรูปธรรม
พันธกิจ
1. ครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำได้รบั กำรพัฒนำอยำ่ งต่อเน่ือง
2. จัดกำรเรียนกำรสอนตำมมำตรฐำนกำรศกึ ษำ เพ่ือใหผ้ ู้เรียนมคี ณุ ภำพ
3. ผ้เู รยี นได้รับกำรจดั กำรเรยี นกำรสอน ได้เรียนรู้จำกกำรลงมอื ปฏิบตั จิ ริง
4. จัดกำรเรยี นกำรสอนโดยเนน้ ทักษะในศตวรรษที่ 21
5. จดั กิจกรรมกำรเรียนรู้งำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน และงำนฐำนทรพั ยำกรท้องถ่นิ
6. จัดกิจกรรมกำรเรียนรตู้ ำมหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง
7. จดั กิจกรรมใหผ้ ้เู รียนไดเ้ รยี นรกู้ ำรประกอบอำชีพอยำ่ งหลำกหลำย
8. จัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ใหผ้ เู้ รียนเกิดกำรเรียนรตู้ ลอดชวี ิต
เอกลักษณ์
ย้ิมง่ำย ไหว้สวย
อตั ลักษณ์ของโรงเรียน
งำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรยี น
2
2. โครงสรา้ งการบรหิ ารของสถานศึกษา (แผนผัง/แผนภาพโครงสร้างการบรหิ าร)
3. ข้อมูลครูและบุคลากรของสถานศึกษา ประกอบด้วย จำนวนบุคลำกร จำแนกตำมตำแหน่ง เพศ วุฒิ/ระดับ
กำรศึกษำ ประสบกำรณ์ในตำแหน่ง จำนวนบุคลำกรแยกตำมกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ จำนวนช่ัวโมงในกำรสอนของครู
เฉลีย่ ต่อคนตอ่ สัปดำห์ จำนวนครทู ี่ได้รบั กำรอบรมพัฒนำ สำขำวชิ ำทข่ี ำดแคลนครู
3.1 จานวนบุคลากร ปีการศกึ ษา 2563
จานวนบุคลากรโรงเรยี นลาดวนพิทยาคม ปีการศกึ ษา 2563 14 15
20
15 10 12
10
5 11 1 1 11 1
0
ชำย หญิง
3
3.2 จานวนบุคลากร จาแนกตามระดบั การศกึ ษาสงู สุด ปกี ารศกึ ษา 2563
วุฒกิ ารศกึ ษาสูงสุด บุคลลกรโรงเรยี นลาดวนพทิ ยาคม ปีการศึกษา 2563
15 9 11 11 13
7
10 33 7
43 2
5 1
11
0
ปริญญำโท ชำย ปรญิ ญำโท หญิง ปริญญำตรี ชำย
ปริญญำตรี หญงิ
ตำ่ กว่ำปริญญำตรี ชำย ต่ำกวำ่ ปรญิ ญำตรี หญงิ
3.3 จานวนบคุ ลากร จาแนกตามวทิ ยฐานะ ปีการศึกษา 2563
จำนวนบุคลำกรโรงเรยี นลำดวนพทิ ยำคม จำแนกตำมวทิ ยฐำนะ ปกี ำรศกึ ษำ 2563
8 7
6
4
6 3
4
2 1 11 1
0
ชาย หญิง ชาย หญงิ ชาย หญงิ
ไม่มีวทิ ยฐานะ ชานาญการ ชานาญการพิเศษ
ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา ครผู ้สู อน
4
1.4 จานวนบคุ ลากร กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ปีการศกึ ษา 2563
จานวนบคุ ลากรโรงเรียนลาดวนพทิ ยาคม แต่ละกล่มุ สาระการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2563
6 5 22 2
5 4
4
3 22
2 11
1 11 1 ชำย
0 หญิง
1.5 จานวนชัว่ โมงในการสอนของครเู ฉล่ียตอ่ คนต่อสปั ดาห์ ปีการศึกษา 2563
ภำระงำนสอนเฉลยี่ ของครู 1 คน ในแต่ละสำขำวิชำ (ชม./สปั ดำห์)
18.00 12.00
11.00 14.14
14.67 16.00
คณิตศำสตร์ 25.00 14.00 ภำษำไทย
ภำษำอังกฤษ วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี กำรงำนอำชีพ
สุขศึกษำและพลศึกษำ สังคมศกึ ษำ
ศิลปศกึ ษำ
5
3.6 จานวนครูทีไ่ ดร้ ับการอบรมพฒั นา ปกี ารศกึ ษา 2563
จำนวนครทู ีไ่ ด้รับกำรอบรมพฒั นำ ปีกำรศึกษำ 2563
250 198
200
150
100 27 31 55
50 27
0
จานวน (คน) จานวน (คร้งั )
2. ข้อมูลนักเรยี นและจานวนผูส้ าเร็จการศึกษา ประกอบด้วย จำนวนนกั เรยี น จำแนกตำมระดับช้นั เรยี น
เพศ จำนวนนักเรียนลักษณะพิเศษจำแนกตำมคุณลักษณะ เช่น ผู้เรียนที่มีควำมพิกำร ผู้เรียนท่ีมีควำมด้อยโอกำส
ผู้เรียนที่มีควำมสำมำรถพิเศษ เป็นต้น และจำนวนผู้สำเร็จกำรศึกษำ จำนวนผู้เรียนในแต่ละระดับช้ันเรียนท่ีผ่ำน/ไม่
ผ่ำน กำรประเมินควำมสำมำรถด้ำนกำรอ่ำน กำรเขียน กำรคิดคำนวณ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ทักษะตำม
หลกั สตู ร มีสุขภำพตำมเกณฑ์
4.1 จานวนนกั เรียน จาแนกตามระดับชนั้ เรยี น เพศ
จานวนนกั เรยี น จาแนกตามระดบั ชน้ั เรยี น เพศ
250
200 194202
150 ชำย
หญิง
100
50 38 36 46 36 15 25 39 43 32 32 24 30
0
ม.1 ม.2 ม.3 ม.4 ม.5 ม.6 รวม
6
4.2 จานวนผู้เรยี นที่มคี วามด้อยโอกาส
จานวนผู้เรยี นยากจนและยากจนพเิ ศษ ปีการศึกษา 2563
100 78
50 38 30 34
10 4 21 9 รวม
0 ม.2 ม.3
ม.1
ยากจน ยากจนพิศษ
4.3 ผเู้ รยี นที่ผา่ นการประเมนิ สมรรถนะ 5 ดา้ น ปกี ารศึกษา 2563
4.3.1 ดา้ นความสามารถในการสอื่ สาร
ระดับชั้น จานวน จานวน/รอ้ ยละของนักเรียนตามระดับคุณภาพ(ความสามารถในการส่อื สาร)
นกั เรยี น ดีเยีย่ ม ดี ผา่ น ไมผ่ ่าน
มัธยมศึกษำปีท1่ี ทั้งหมด
มัธยมศกึ ษำปที 2่ี จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ จานวน รอ้ ยละ
มัธยมศึกษำปที 3่ี 74 19 25.68 33 44.59 14 18.92 8 10.81
มัธยมศกึ ษำปีท4ี่ 82 20 24.39 30 36.59 23 28.05 9 10.98
มัธยมศกึ ษำปีท5่ี 40 18 45.00 20 50.00 0 0.00 2 5.00
มธั ยมศกึ ษำปที 6่ี 82 47 57.32 20 24.39 4 4.88 11 13.41
64 33 51.56 30 46.88 0 0.00 1 1.56
รวม 54 21 38.89 28 51.85 3 5.56 2 3.70
396 158 39.90 161 40.66 44 11.11 33 8.33
7
4.3.2 ด้านความสามารถในการคิด
ระดับช้ัน จานวน จานวน/ร้อยละของนักเรียนตามระดบั คุณภาพ(ความสามารถในดา้ นการคดิ )
นกั เรยี น ดีเย่ียม ดี ผา่ น ไม่ผ่าน
มัธยมศึกษำปที 1ี่ ท้ังหมด
มธั ยมศึกษำปที 2่ี จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ
มธั ยมศึกษำปีท3่ี 74 9 12.16 27 36.49 30 40.54 8 10.81
มธั ยมศกึ ษำปที 4ี่ 82 26 31.71 38 46.34 9 10.98 9 10.98
มัธยมศึกษำปที 5ี่ 40 12 30.00 20 50.00 6 15.00 2 5.00
มธั ยมศึกษำปีท6ี่ 82 34 41.46 23 28.05 14 17.07 11 13.41
64 5 7.81 29 45.31 29 45.31 1 1.56
รวม 54 27 50.00 24 44.44 1 1.85 2 3.70
396 113 28.54 161 40.66 89 22.47 33 8.33
4.3.3 ดา้ นความสามารถในการแก้ปญั หา
จานวน/ร้อยละของนักเรยี นตามระดบั คุณภาพ
ระดับชนั้ จานวน (ความสามารถในดา้ นการแกป้ ัญหา)
มัธยมศึกษำปีท1่ี นักเรยี น ดีเยย่ี ม ดี ผ่าน ไม่ผา่ น
มัธยมศึกษำปีท2่ี
มัธยมศึกษำปีท3ี่ ท้งั หมด จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ จานวน รอ้ ยละ
มัธยมศกึ ษำปที 4่ี
มัธยมศึกษำปีท5ี่ 74 16 21.62 29 39.19 21 28.38 8 10.81
มัธยมศกึ ษำปที 6ี่
82 23 28.05 29 35.37 21 25.61 9 10.98
รวม
40 16 40.00 12 30.00 0 0.00 12 30.00
82 23 28.05 25 30.49 23 28.05 11 13.41
64 22 34.38 26 40.63 15 23.44 1 1.56
54 11 20.37 38 70.37 0 0.00 5 9.26
396 111 28.03 159 40.15 80 20.20 46 11.62
8
4.3.4 ด้านความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
จานวน/รอ้ ยละของนกั เรียนตามระดบั คณุ ภาพ
ระดับชน้ั จานวน ดีเยี่ยม (ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต) ไม่ผ่าน
นักเรยี น ดี ผา่ น
มัธยมศึกษำปที 1ี่
มธั ยมศึกษำปีท2ี่ ทัง้ หมด จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ
มัธยมศึกษำปที 3ี่
มัธยมศกึ ษำปที 4่ี 74 46 62.16 15 20.27 5 6.76 8 10.81
มัธยมศกึ ษำปีท5ี่
มัธยมศกึ ษำปที 6่ี 82 15 18.29 22 26.83 36 43.90 9 10.98
รวม 40 29 72.50 9 22.50 0 0.00 2 5.00
82 54 65.85 12 14.63 5 6.10 11 13.41
64 25 39.06 24 37.50 14 21.88 1 1.56
54 45 83.33 7 12.96 0 0.00 2 3.70
396 214 54.04 89 22.47 60 15.15 33 8.33
4.3.5 ด้านความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
จานวน/รอ้ ยละของนักเรียนตามระดับคณุ ภาพ
ระดบั ช้ัน จานวน (ความสามารถในการใช้เทคโนโลย)ี
มัธยมศกึ ษำปีท1่ี นักเรียน ดเี ยี่ยม ดี ผา่ น ไม่ผ่าน
มธั ยมศึกษำปที 2ี่
มธั ยมศกึ ษำปีท3ี่ ท้ังหมด จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ
มัธยมศกึ ษำปีท4ี่
มธั ยมศึกษำปที 5่ี 74 46 62.16 15 20.27 5 6.76 8 10.81
มธั ยมศึกษำปีท6ี่
82 15 18.29 22 26.83 36 43.90 9 10.98
รวม
40 29 72.50 9 22.50 0 0.00 2 5.00
82 54 65.85 12 14.63 5 6.10 11 13.41
64 25 39.06 24 37.50 14 21.88 1 1.56
54 45 83.33 7 12.96 0 0.00 2 3.70
396 214 54.04 89 22.47 60 15.15 33 8.33
9
4.4 ผลการประเมินกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน ปกี ารศกึ ษา 2563
จานวน จานวน/รอ้ ยละของนกั เรยี นตามระดับคณุ ภาพ
นักเรียน
ระดบั ชัน้ ทงั้ หมด (กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น)
มธั ยมศกึ ษำปที ่ี 1 74 ผ่าน ไมผ่ า่ น
มัธยมศึกษำปีท่ี 2 82
มัธยมศึกษำปที ่ี 3 40 จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ
มัธยมศึกษำปที ี่ 4 82
มัธยมศึกษำปที ี่ 5 64 66 89.19 8 10.81
มธั ยมศึกษำปที ่ี 6 54
396 73 89.02 9 10.98
รวม
38 95.00 2 5.00
71 86.59 11 13.41
63 98.44 1 1.56
52 96.30 2 3.70
363 91.67 33 8.33
4.5 ผลการประเมนิ การอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขยี น ปีการศึกษา 2563
จานวน จานวน/ร้อยละของนักเรยี นตามระดบั คณุ ภาพ
นกั เรียน
ระดบั ชั้น ทั้งหมด ดเี ยย่ี ม (การอ่านคดิ วิเคราะห์ และเขียน) ไมผ่ า่ น
ดี ผ่าน
มัธยมศกึ ษำปที ่ี 1
มธั ยมศึกษำปีที่ 2 จานวน ร้อยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ
มัธยมศึกษำปีท่ี 3
มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 4 74 9 12.16 27 36.49 30 40.54 8 10.81
มัธยมศกึ ษำปที ี่ 5
มัธยมศกึ ษำปที ่ี 6 82 31 37.80 42 51.22 0 0.00 9 10.98
รวม 40 26 65.00 10 25.00 2 5.00 2 5.00
82 34 41.46 23 28.05 14 17.07 11 13.41
64 5 7.81 29 45.31 29 45.31 1 1.56
54 39 72.22 12 22.22 1 1.85 2 3.70
396 144 36.36 143 36.11 76 19.19 33 8.33
10
4.6 ผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ปกี ารศกึ ษา 2563
จานวน/รอ้ ยละของนกั เรียนตามระดบั คณุ ภาพ
จานวน (คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์)
นักเรียน
ระดบั ชั้น ทัง้ หมด ดเี ยย่ี ม ดี ผา่ น ไม่ผา่ น
มัธยมศึกษำปที ี่ 1 74 จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ จานว รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ
มธั ยมศกึ ษำปที ่ี 2 82 น
มัธยมศกึ ษำปีท่ี 3 40
มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 4 82 28 37.84 38 51.35 0 0.00 8 10.81
มธั ยมศึกษำปีที่ 5 64
มัธยมศึกษำปีท่ี 6 54 71 86.59 2 2.44 0 0.00 9 10.98
396
รวม 27 67.50 8 20.00 3 7.50 2 5.00
68 82.93 3 3.66 0 0.00 11 13.41
18 28.13 45 70.31 0 0.00 1 1.56
48 88.89 3 5.56 1 1.85 2 3.70
260 65.66 99 25.00 4 1.01 33 8.33
11
3. ข้อมูลหลักสูตรท่ีจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษา หลักสูตรปกติ และหลักสูตรท่ีเปิดเป็นรำยวิชำ
เพิม่ เตมิ /หลักสูตรพิเศษ/หลักสูตรทำงเลือกตำ่ งๆ
โครงสร้างการเรยี นตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พ.ศ.2551
ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาตอนต้น (ปรับปรงุ พ.ศ. 2563)
โรงเรยี นลาดวนพทิ ยาคม อาเภอกระสงั จงั หวัดบุรีรัมย์
มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2
รหัสวิชำ ชอ่ื วิชำ ชม./ นก ชม./ รหัสวิชำ ชื่อวิชำ ชม./ นก. ชม./
สปั ดำห์ ภำค สัปดำห์ ภำค
440
กลุ่มวชิ ำพนื้ ฐำน 22 11 440 กลุ่มวิชำพ้ืนฐำน 22 11 60
60
ท21101 ภำษำไทย1 3 1.5 60 ท21102 ภำษำไทย2 3 1.5 60
60
ค21101 คณิตศำสตร์1 3 1.5 60 ค21102 คณติ ศำสตร์2 3 1.5 20
20
ว21101 วิทยำศำสตร์1 3 1.5 60 ว21102 วทิ ยำศำสตร์2 3 1.5 20
40
ส21101 สังคมศกึ ษำ1 3 1.5 60 ส21102 สังคมศึกษำ2 3 1.5
40
ส21103 ประวตั ิศำสตร์1 1 0.5 20 ส21104 ประวัติศำสตร์2 1 0.5
60
พ21101 สขุ ศึกษำ1 1 0.5 20 พ21102 สขุ ศกึ ษำ2 1 0.5 100
20
พ21103 พลศกึ ษำ1 1 0.5 20 พ21104 พลศึกษำ2 1 0.5
40
ศ21101 ทศั นศิลป์1 2 1 40 ศ21102 ดนตรีนำฏศิลป์1 21
20
ง21102 กำรงำนอำชพี (งำน 2 1 40 ว21103 วทิ ยำศำสตร์ 21
บ้ำน) เทคโนโลยี1 20
อ21101 ภำษำองั กฤษ1 3 1.5 60 อ21102 ภำษำองั กฤษ2 3 1.5 60
20
กลมุ่ วิชำเพ่ิมเติม 5 2.5 100 กลมุ่ วิชำเพิม่ เติม 5 2.5
20
ท21201 กำรอ่ำน1 1 0.5 20 ท21202 กำรอำ่ น2 1 0.5
10
ว20211 สวนพฤกษศำสตร์ 2 1 40 ว20212 งำนสวน 21
โรงเรยี น1 พฤกษศำสตร์ 10
โรงเรยี น2
600
ส21203 หน้ำทพี่ ลเมือง1 1 0.5 20 ส21204 หนำ้ ท่ีพลเมือง2 1 0.5
อ20201 ภำษำอังกฤษฟงั -พูด 1 0.5 20 อ20202 ภำษำอังกฤษอำ่ น- 1 0.5
เขยี น
กิจกรรมพัฒนำผเู้ รียน 3 60 กจิ กรรมพัฒนำผู้เรยี น 3
แนะแนว 1 20 แนะแนว 1
ลกู เสือ-เนตรนำรี- 1 20 ลูกเสือ-เนตรนำรี-ยวุ 1
ยวุ กำชำด กำชำด
ชุมนมุ 0.75 15 ชุมนมุ 0.5
กจิ กรรมสำธำรณะ 0.25 5 กิจกรรมสำธำรณะ 0.5
ประโยชน์ ประโยชน์
รวมทงั้ สน้ิ 30 14 600 รวมท้งั สน้ิ 30 14
12
มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 2
รหสั วชิ ำ ชือ่ วิชำ ชม./ นก ชม./ รหสั วิชำ ชือ่ วชิ ำ ชม./ นก ชม./
สัปดำห์ ภำค สปั ดำห์ ภำค
กลมุ่ วิชำพ้นื ฐำน 22 11 440 กลมุ่ วิชำพ้ืนฐำน 22 11 440
ท22101 ภำษำไทย3 3 1.5 60 ท22102 ภำษำไทย4 3 1.5 60
ค22101 คณิตศำสตร์3 3 1.5 60 ค22102 คณติ ศำสตร์4 3 1.5 60
ว22101 วทิ ยำศำสตร์3 3 1.5 60 ว22102 วิทยำศำสตร์4 3 1.5 60
ส22101 สงั คมศึกษำ3 3 1.5 60 ส22102 สงั คมศึกษำ4 3 1.5 60
ส22103 ประวัตศิ ำสตร์3 1 0.5 20 ส22104 ประวตั ศิ ำสตร์4 1 0.5 20
พ22101 สุขศึกษำ3 1 0.5 20 พ22102 สขุ ศกึ ษำ4 1 0.5 20
พ22103 พลศกึ ษำ3 1 0.5 20 พ22104 พลศกึ ษำ4 1 0.5 20
ศ22101 ทัศนศิลป์2 2 1 40 ศ22102 ดนตรีนำฏศิลป์2 2 1 40
ง22102 กำรงำนอำชพี (งำนเกษตร) 2 1 40 ง22101 กำรงำนอำชพี (งำน 2 1 40
ประดิษฐ)์
อ22101 ภำษำอังกฤษ3 3 1.5 60 อ22102 ภำษำองั กฤษ4 3 1.5 60
กลุ่มวชิ ำเพม่ิ เติม 5 2.5 100 กลมุ่ วิชำเพ่ิมเติม 5 2.5 100
ส22203 หน้ำทพี่ ลเมือง3 1 0.5 20 ส22204 หนำ้ ทีพ่ ลเมือง4 1 0.5 20
ว20224 กำรนำเสนอขอ้ มูล 1 0.5 20 ว20228 คอมพิวเตอรก์ รำฟิก 1 0.5 20
ง20262 งำนตดิ ตัง้ ไฟฟำ้ 1 2 1 40
ง20253 กำรปลกู ไม้ผล งำนเขียนแบบ
ง20261 เทคนกิ
กำรเลย้ี งปลำดุกใน
ง20243 บ่อลอย 2 1 40
ง20225 ขนมไทย ง20223 ถนอมอำหำร
ภำษำองั กฤษใน
ภำษำองั กฤษ
อ20203 ชีวิตประจำวัน
กจิ กรรมพัฒนำผู้เรยี น 1 0.5 20 อ20204 สร้ำงสรรค์ 1 0.5 20
3 60
3 60 กจิ กรรมพัฒนำผ้เู รียน
แนะแนว 1 20 แนะแนว 1 20
ลกู เสอื -เนตรนำรี- ลูกเสือ-เนตรนำรี-ยุว 1 20
ยวุ กำชำด 1 20 กำชำด
0.75 15
ชมุ นมุ ชมุ นมุ 0.5 10
กจิ กรรมสำธำรณะ 0.25 5 กิจกรรมสำธำรณะ 0.5 10
ประโยชน์ 30 14 600 ประโยชน์
รวมทง้ั สนิ้ รวมทงั้ ส้นิ 30 14 600
13
มธั ยมศึกษำปีที่ 3 ภำคเรยี นที่ 1 มัธยมศกึ ษำปีที่ 3 ภำคเรยี นท่ี 2
รหสั วชิ ำ ชือ่ วชิ ำ ชม./ นก. ชม./ รหัสวิชำ ชอ่ื วิชำ ชม./สัปดำห์ นก. ชม./
สปั ดำห์ ภำค ภำค
กล่มุ วชิ ำพื้นฐำน 22 11 440 กล่มุ วิชำพนื้ ฐำน 22 11 440
ท23101 ภำษำไทย5 3 1.5 60 ท23102 ภำษำไทย6 3 1.5 60
ค23101 คณิตศำสตร์5 3 1.5 60 ค23102 คณิตศำสตร์6 3 1.5 60
ว23101 วทิ ยำศำสตร์5 3 1.5 60 ว23102 วทิ ยำศำสตร์6 3 1.5 60
ส23101 สงั คมศกึ ษำ5 3 1.5 60 ส23102 สงั คมศกึ ษำ6 3 1.5 60
ส23103 ประวตั ศิ ำสตร์5 1 0.5 20 ส23104 ประวัติศำสตร์6 1 0.5 20
พ23101 สขุ ศึกษำ5 1 0.5 20 พ23102 สุขศกึ ษำ6 1 0.5 20
พ23103 พลศกึ ษำ5(วอลเลย)์ 1 0.5 20 พ23104 พลศึกษำ6 1 0.5 20
ศ23101 ทัศนศิลป์3 2 1 40 ศ23102 ดนตรีนำฏศิลป์3 2 1 40
ง23101 กำรงำนอำชพี (งำนช่ำง) 2 1 40
2 1 40 วิทยำศำสตร์
ว23103 เทคโนโลยี2
อ23101 ภำษำอังกฤษ5 3 1.5 60 อ23102 ภำษำองั กฤษ6 3 1.5 60
กลุ่มวชิ ำเพิม่ เติม 5 2.5 100 กลมุ่ วชิ ำเพมิ่ เติม 5 2.5 100
1 0.5 20
สวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน สวนพฤกษศำสตร์
ว20219 3 1 0.5 20 ว20220 โรงเรยี น4
ส23205 หน้ำท่พี ลเมือง5 1 0.5 20 ส23206 หนำ้ ท่ีพลเมอื ง6 1 0.5 20
ว20226 กำรเขียนโปรแกรม
เบอ้ื งตน้ * ว20229 โครงงำนคอมพิวเตอร์*
ง20266 งำนช่ำงไมเ้ คร่อื งเรือน 2 1 40 ง20264 งำนเช่ือมไฟฟ้ำ 2 1 40
ง20241 หลักกำรเล้ียงสัตว์เบอื้ งต้น ง20252 กำรปลูกพืชไร่เศรษฐกิจ
ง20231 ดอกไมป้ ระดิษฐ์ ง20221 อำหำรพน้ื เมือง 1 0.5 20
ภำษำอังกฤษเพอื่ กำร ภำษำอังกฤษเพื่อกำร
อ20205 ทอ่ งเท่ยี ว 1 0.5 20 อ20206 อำชีพ
กิจกรรมพัฒนำผ้เู รยี น 3 0 60 กิจกรรมพัฒนำผูเ้ รียน 3 60
แนะแนว 1 20 แนะแนว 1 20
ลูกเสือ-เนตรนำรี- 1 20
ลกู เสอื -เนตรนำรี- ยวุ กำชำด
ยุวกำชำด 1 20
ชมุ นมุ 0.75 15 ชมุ นมุ 0.5 10
กิจกรรมสำธำรณะ 0.25 5 กิจกรรมสำธำรณะ 0.5 10
ประโยชน์ ประโยชน์
รวมท้งั สนิ้ 30 14 600 รวมทั้งสน้ิ 30 14 600
14
มัธยมศึกษำปีท่ี 4 ภำคเรยี นท่ี 1 มัธยมศึกษำปีท่ี 4 ภำคเรยี นที่ 2
รหสั วชิ ำ ช่ือวชิ ำ ชม./ นก. ชม./ รหัสวิชำ ชอื่ วชิ ำ ชม./ นก ชม./
สปั ดำห์ ภำค สัปดำห์ ภำค
กลมุ่ วิชำพ้ืนฐำน 22 11 440 กลมุ่ วชิ ำพน้ื ฐำน 15 7.5 300
ท31101 ภำษำไทย1 2 1 40 ท31102 ภำษำไทย2 2 1 40
ค31101 คณิตศำสตร์1 2 1 40 ค31102 คณติ ศำสตร์2 2 1 40
ว31101 ฟสิ ิกสพ์ ื้นฐำน 3 1.5 60 ว31104 โลก ดำรำศำสตร์และอวกำศ 2 1 40
ว31102 เคมีพ้ืนฐำน 3 1.5 60 ว31105 วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี1 1 0.5 20
ว31103 ชีววิทยำพื้นฐำน 3 1.5 60
ส31101 สังคมศึกษำ1 2 1 40 ส31102 สงั คมศกึ ษำ2 2 1 40
ส31103 ประวตั ศิ ำสตร์1 2 1 40 ส31104 ประวัติศำสตร์2 2 1 40
พ31101 สขุ ศึกษำและพลศึกษำ1 1 0.5 20 พ31102 สุขศกึ ษำและพลศกึ ษำ2 1 0.5 20
ศ31101 ทศั นศิลป์1 1 0.5 20 ศ31102 ทศั นศิลป์2 1 0.5 20
ง31102 กำรงำนอำชีพ (งำนบำ้ น) 1 0.5 20
อ31101 ภำษำอังกฤษ7 2 1 40 อ31102 ภำษำองั กฤษ8 2 1 40
กลุม่ วชิ ำเพ่ิมเติม
8 4 160 กลมุ่ วิชำเพิ่มเติม 14 7 280
3 1.5 60
ค31201 คณิตศำสตร์เพิม่ เติม1 3 1.5 60 ค31202 คณิตศำสตรเ์ พม่ิ เติม2 3 1.5 60
3 1.5 60
ว30252 นกั พฤกษศำสตรโ์ รงเรียน1 1 0.5 20 ว30201 ฟิสิกส์1
ง30255 กำรขยำยพันธพุ์ ชื ว30221 เคมี 1
ง30261 งำนเขียนแบบเทคนกิ ว30241 ชีววิทยำ 1 3 1.5 60
ง30232 ประดษิ ฐข์ องชำร่วย 2 1 40 ง30244 กำรเล้ยี งสกุ ร 1 40
ว30285 กำรเขียนโปรแกรมเบอื้ งตน้ ง30273 งำนติดตัง้ ไฟฟำ้ 1 2 60
20
อ30201 ภำษำอังกฤษฟงั -พูด 2 1 40 ง30224 อำหำรนำนำชำติ 20
ว30287 โครงงำนคอมพิวเตอร์ 20
เบอ้ื งตน้ 15 640
กิจกรรมพัฒนำผ้เู รียน 3 60 กิจกรรมพฒั นำผเู้ รยี น 3
แนะแนว 1 20 แนะแนว 1
ชุมนมุ 1 20 ชมุ นุม 1
กิจกรรมเพ่อื สงั คมและ 1 20 กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและ 1
สำธำรณะประโยชน์ สำธำรณะประโยชน์
รวมท้ังสิ้น 33 15 660 รวมทงั้ ส้นิ 32
หมำยเหตุ: รำยวชิ ำทม่ี ีวงเลบ็ ปีกกำไว้ หมำยถึง ให้เลือกเรยี นตำมควำมถนัด ดำ้ นเดยี วตลอดชัน้ เรยี น ม.4- ม.6
15
มัธยมศกึ ษำปีท่ี 5 ภำคเรยี นที่ 1 มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 5 ภำคเรียนท่ี 2
รหัสวิชำ ชอื่ วชิ ำ ชม./ นก. ชม./ รหัสวิชำ ช่ือวชิ ำ ชม./ นก. ชม./
สัปดำห์ ภำค สปั ดำห์ ภำค
กลุม่ วชิ ำพนื้ ฐำน 11 5.5 220 กลุ่มวิชำพ้นื ฐำน 11 5.5 220
ท32101 ภำษำไทย3 2 1 40 ท32102 ภำษำไทย4 2 1 40
ค32101 คณิตศำสตร์3 2 1 40 ค32102 คณติ ศำสตร์4 2 1 40
ส32101 สงั คมศกึ ษำ3 2 1 40 ส32102 สังคมศกึ ษำ4 2 1 40
พ32101 สุขศกึ ษำและพลศกึ ษำ3 1 0.5 20 พ32102 สขุ ศึกษำและพลศึกษำ4 1 0.5 20
ศ32101 ดนตร1ี 1 0.5 20 ศ32102 ดนตร2ี 1 0.5 20
ง32102 กำรงำนอำชพี (งำนเกษตร) 1 0.5 20 ง32101 กำรงำนอำชีพ(งำนประดิษฐ์) 1 0.5 20
อ32101 ภำษำองั กฤษ9 2 1 40 อ32102 ภำษำองั กฤษ10 2 1 40
9 360
กลุ่มวชิ ำเพิ่มเติม 18 9 360 กล่มุ วชิ ำเพ่มิ เติม 18 1.5 60
1.5 60
ค32201 คณติ ศำสตร์เพ่ิมเติม3 3 1.5 60 ค32202 คณติ ศำสตรเ์ พ่มิ เติม4 3 1.5 60
1.5 60
ว30202 ฟสิ กิ ส์2 3 1.5 60 ว30203 ฟิสกิ ส์3 3 0.5 20
0.5 20
ว30222 เคมี 2 3 1.5 60 ว30223 เคมี 3 3 0.5 20
ว30242 ชีววทิ ยำ 2 3 1.5 60 ว30243 ชวี วทิ ยำ 3 3 1 40
ว30254 นกั พฤษศำสตรโ์ รงเรียน3 1 0.5 20 ว30255 นักพฤษศำสตร์โรงเรียน4 1 0.5 20
60
ส32203 หน้ำท่พี ลเมอื ง 1 1 0.5 20 ส32204 หนำ้ ท่ีพลเมือง 2 1 20
20
พ30203 วอลเลย์บอล 1 0.5 20 พ30204 บำสเกตบอล 1
ง30253 กำรอนรุ กั ษ์ไมเ้ บญจพรรณ ง30254 พชื แซมในสวนป่ำไม้เบญจ 2 20
พรรณ 15 640
ง30274 งำนติดตง้ั ไฟฟ้ำ2
2 1 40 ง30281 งำนช่ำงไม้เคร่ืองเรอื น
ง30221 อำหำรพน้ื เมือง ง30222 ขนมไทย
ว30283 กำรนำเสนอข้อมูล คอมพิวเตอรก์ รำฟฟกิ และส่ือ
ว30284 ประสม
อ30204 ภำษำอังกฤษในชวี ิตประจำวัน 1 0.5 20 อ30206 ภำษำอังกฤษเพอื่ กำรสอื่ สำร 1
กจิ กรรมพัฒนำผ้เู รียน 3 60 กิจกรรมพัฒนำผู้เรยี น 3
แนะแนว 1 20 แนะแนว 1
ชมุ นมุ 1 20 ชมุ นุม 1
กิจกรรมเพือ่ สงั คมและ 1
กิจกรรมเพ่อื สงั คมและ สำธำรณะประโยชน์
สำธำรณะประโยชน์ 1 20
รวมทง้ั ส้นิ 32 15 640 รวมทั้งสิ้น 32
หมำยเหตุ: รำยวิชำทมี่ ีวงเล็บปีกกำไว้ หมำยถงึ ให้เลอื กเรยี นตำมควำมถนดั ด้ำนเดียวตลอดชนั้ เรียน ม.4- ม.6
16
มัธยมศกึ ษำปีที่ 6 ภำคเรียนท่ี 1 มัธยมศกึ ษำปีที่ 6 ภำคเรียนท่ี 2
รหสั วชิ ำ ชือ่ วิชำ ชม./ นก. ชม./ รหัสวชิ ำ ช่อื วิชำ ชม./ นก. ชม./
สปั ดำห์ ภำค สัปดำห์ ภำค
กลมุ่ วชิ ำพน้ื ฐำน 12 6 240 กลุ่มวชิ ำพ้ืนฐำน 11 5.5 220
ท33101 ภำษำไทย5 2 1 40 ท33102 ภำษำไทย6 2 1 40
ค33101 คณิตศำสตร์5 2 1 40 ค33102 คณติ ศำสตร์6 2 1 40
ส33101 สังคมศึกษำ5 2 1 40 ส33102 สงั คมศกึ ษำ6 2 1 40
พ33101 สขุ ศกึ ษำและพลศึกษำ5 1 0.5 20 พ33102 สขุ ศึกษำและพลศึกษำ6 1 0.5 20
ศ33101 นำฏศิลป1์ 1 0.5 20 ศ33102 นำฏศิลป์2 1 0.5 20
ว33102 วิทยำศำสตรเ์ ทคโนโลยี2 2 1 40 ง33101 กำรงำนอำชพี (งำนช่ำงพื้นฐำน) 1 0.5 20
1 40
อ33101 ภำษำองั กฤษ11 2 1 40 อ33102 ภำษำอังกฤษ12 2 9 360
1.5 60
กลุ่มวิชำเพิม่ เติม 18 9 360 กลุ่มวชิ ำเพ่ิมเติม 18 1.5 60
1.5 60
ค33201 คณิตศำสตรเ์ พิ่มเติม5 3 1.5 60 ค33202 คณิตศำสตร์เพิม่ เติม6 3 1.5 60
0.5 20
ว30204 ฟสิ ิกส์4 3 1.5 60 ว30205 ฟสิ ิกส์5 3 0.5 20
0.5 20
ว30224 เคมี 4 3 1.5 60 ว30225 เคมี 5 3
1 40
ว30244 ชีววิทยำ 4 3 1.5 60 ว30245 ชีววทิ ยำ 5 3
0.5 20
ว30256 นกั พฤษศำสตร์โรงเรยี น5 1 0.5 20 ว30257 นกั พฤษศำสตรโ์ รงเรียน6 1 60
20
ส33203 หน้ำท่พี ลเมอื ง3 1 0.5 20 ส33204 หนำ้ ที่พลเมอื ง4 1 20
พ30205 กจิ กรรมเข้ำจังหวะ 1 0.5 20 พ30206 ลลี ำศ 1 20
ง30251 กำรผลติ ขำ้ ว ง30243 กำรเลีย้ งกระบอื 15 640
ง30275 งำนเช่ือมไฟฟ้ำ1 2 1 40 ง30276 งำนเช่อื มไฟฟ้ำ2 2
ง30231 ดอกไมป้ ระดิษฐ์ ง30223 อำหำรอบ
ว30299 กำรสรำ้ งเวบ็ ไซต์ 1 ว30300 กำรสร้ำงเว็บไซต์ 2
อ30207 ภำษำอังกฤษเพอ่ื กำรทอ่ งเทย่ี ว 1 0.5 20 อ30210 ภำษำอังกฤษเพอ่ื กำรอำ่ น 1
กจิ กรรมพัฒนำผูเ้ รยี น 3 60 กจิ กรรมพัฒนำผู้เรยี น 3
แนะแนว 1 20 แนะแนว 1
ชุมนุม 1 20 ชุมนุม 1
กิจกรรมเพอื่ สังคมและ 1 20 กิจกรรมเพ่ือสังคมและ 1
สำธำรณะประโยชน์ สำธำรณะประโยชน์
รวมท้ังส้ิน 33 15 660 รวมทั้งสิน้ 32
รวมเวลาเรียนตลอด 3 ปี 3880
หมำยเหตุ: รำยวิชำท่มี ีวงเลบ็ ปีกกำไว้ หมำยถึง ใหเ้ ลอื กเรยี นตำมควำมถนัด ดำ้ นเดียวตลอดชน้ั เรียน ม.4- ม.6
17
6. ข้อมูลอาคารสถานท่ี
โรงเรยี นลำดวนพทิ ยำคม มอี ำคำรสถำนที่ ดงั น้ี
รายละเอียด ม/ี ไมม่ ี รายละเอียด
1. อำคำรเรียน มี มอี ำคำรเรยี น จำนวน 4 หลัง
2. ห้องเรียน มี มีห้องเรียนเพียงพอสำหรับกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนกำร
สอน
3. อำคำรอเนกประสงค/์ ห้องประชุม มี มจี ำนวน 1 หลงั สำหรับจดั กิจกรรมตำ่ งๆของโรงเรียน
4. หอ้ งสมุด มี หอ้ งสมดุ มหี ้องสบื ค้นทำงอนิ เตอร์เน็ต มหี นังสือ
หลำกหลำยใหบ้ ริกำรนกั เรียนได้ยืม
5. ห้องพยำบำล มี มีเตียงพยำบำลแยกชำย – หญิง มยี ำและเวชภัณฑ์
สำหรับบริกำรนกั เรียนในเบ้ืองต้น
6. ห้องคอมพวิ เตอร์ มี มคี อมพิวเตอรส์ ำหรับกำรเรยี นกำรสอนและบรกิ ำร
สบื คน้ ข้อมูล
7. ห้องดนตรี ไมม่ ี -
8. สนำมกีฬำ มี มีสนำมฟุตบอล สนำมตะกร้อ สนำมบำสเกตบอล
สนำมวอลเลย์บอล และสนำมเปตอง
9. สื่อกำรเรียนรู้ มี ครูผู้สอนมสี ื่อกำรสอนประเภทต่ำงๆสำหรบั กำรจัด
กจิ กรรมกำรเรียนกำรสอน ได้แก่ ใบควำมรู้ ใบงำน ส่ือ
10. อำคำรโรงฝกึ งำน มลั ตมิ ีเดียร์ สื่อ Power point
มี อำคำรโรงฝกึ งำนสำหรับจัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอน
11. โรงอำหำร คหกรรม และอตุ สำหกรรม
มี โรงอำหำร 260 ทนี่ งั่ สำหรบั นกั เรยี นนัง่ รับประทำน
12. หอ้ งโสตทัศนศึกษำ อำหำร
13. หอ้ งศนู ย์งำนสวนพฤกษศำสตร์ มี สำหรบั จัดกิจกรรมต่ำงๆของโรงเรียน
โรงเรียน มี สำหรบั สืบค้น จดั แสดงนทิ รรศกำร ผลงำนงำนสวน
14. สวนสมนุ ไพร พฤกษศำสตรโ์ รงเรียน
มี ปลกู พชื สมุนไพร เป็นแหลง่ เรียนเกยี่ วกบั สมนุ ไพร
18
7. ข้อมูลการใช้แหล่งเรียนรู้ภายใน/นอกโรงเรียน จำนวนกำรเข้ำใช้ห้องสมุดของผู้เรียนเฉลี่ยต่อปีกำรศึกษำ ภูมิ
ปัญญำทอ้ งถิ่น/ปรำชญ์ชำวบ้ำน
7.1 ข้อมูลแหลง่ เรียนรู้ภายในโรงเรยี น
7.1.1 ห้องสมุด
7.1.2 ห้องปฏบิ ตั ิกำรคอมพิวเตอร์
7.1.3 หอ้ งปฏิบตั กิ ำรวทิ ยำศำสตร์
7.1.4 หอ้ งปฏบิ ตั ิกำรเคมี
7.1.5 หอ้ งปฏบิ ัติกำรฟิสกิ ส์
7.1.6 ห้องปฏิบัติกำรชีววทิ ยำ
7.1.7 หอ้ งปฏิบัตกิ ำรทำงภำษำ
7.1.8 ห้องปฏบิ ตั ิกำรคณิตศำสตร์
7.1.9 ห้องปฏิบัติกำรสังคมศึกษำ
7.1.10 หอ้ งปฏิบัติกำรดนตรี
7.1.11 ห้องปฏบิ ตั ิกำรนำฎศลิ ป์
7.1.12 ห้องปฏิบัติกำรคหกรรม
7.1.13 ห้องปฏบิ ัตกิ ำรอุตสำหกรรม
7.1.14 หอ้ งปฏิบตั ิกำรสุขศกึ ษำและพลศึกษำ
7.1.15 ห้องศนู ย์งำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน
7.1.16 ห้องศนู ย์ภำษำไทย
7.1.17 แปลงเกษตรเศรษฐกจิ พอเพยี ง
7.1.18 สหกรณ์ร้ำนค้ำโรงเรยี น
7.1.19 หอ้ งพยำบำล
7.2 ข้อมูลแหลง่ เรียนรภู้ ายนอกโรงเรียน
7.2.1 โครงกำรส่งเสรมิ ศลิ ปำชีพ อำเภอกระสงั
7.2.2 โครงกำรฟำรม์ ตัวอย่ำงในพระรำชดำริฯ
7.2.3 โรงพยำบำลส่งเสรมิ สุขภำพตำบลลำดวน
7.2.4 โรงพยำบำลสง่ เสรมิ สุขภำพตำบลหนองพลวง
7.2.5 สถำนตี ำรวจภูธรลำดวน
7.2.6 วัดบำ้ นหนองพลวง
7.2.7 วัดบ้ำนกดุ โคลน
7.2.8 วัดบ้ำนลำดวน
8.2.9 วดั ยำง
19
7.3 ภมู ปิ ัญญาท้องถิ่น/ปราชญ์ชาวบา้ น
7.3.1 ทะเบียนภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ /ปราชญ์ชาวบ้าน โรงเรียนลาดวนพทิ ยาคม อาเภอกระสัง จงั หวดั บุรีรัมย์
ที่ ช่ือ – สกลุ ขอ้ มูลภมู ปิ ัญญาท้องถิน่ //ปราชญช์ าวบ้าน
1 นำงสำวสมพร พนิ ิรมั ย์ ทอผำ้ , มัดหม่ี,ทำขนมดอกจอก,ทำขนมนำงเลด็ , ทำขนมรงั ผึ้ง ,
ขนมดอกบวั
2 นำงสำวบุญเยย่ี ม พินิรัมย์ ทอผ้ำไหม , มดั หม่ี , ภูมิปัญญำท้องถน่ิ เก่ยี วกบั สมุนไพร
3 นำยสำร ยืนยง ภมู ิปัญญำท้องถนิ่ เก่ยี วกับสมุนไพร , กำรทำบำยศรีตน้ , บำยศรถี ำด
4 นำยเลข พิลำดรมั ย์ ภมู ปิ ญั ญำท้องถิน่ เก่ยี วกับสมุนไพร , กำรทำบำยศรตี น้ , บำยศรถี ำด
5 นำยกรรชัย กอ่ แก้ว ภูมิปัญญำท้องถนิ่ เกยี่ วกับสมุนไพร
6 นำยประจวบ พะนริ ัมย์ ภูมปิ ัญญำท้องถ่ินเก่ียวกบั สมุนไพร
7 นำงสำวอสิ รยี ์ พะนองรัมย์ ทำขนมดอกจอก , ทำขนมนำงเล็ด, ทำขนมรังผึ้ง
8 นำงเพยี ร กอ่ แกว้ ทำนวดสปี ำก
9 นำงเจียน ยนื ยง ทอผำ้ , มดั หมี่ , ทำข้ำวต้มดำ่ ง, ข้ำวตม้ ใบมะพร้ำว , บำยศรถี ำด
10 นำงสุรนิ ทร์ สอดศรจี ันทร์ ขนมเทียน , ข้ำวตม้ มัด , ข้ำวต้มใบมะพร้ำว
7.3.2 การให้ความรูจ้ ากวิทยากรท้องถิน่
ท่ี ภมู ปิ ัญญาท้องถิน่ / รายละเอียดการเรียนรู้จาก จานวน จานวนคน
ปราชญช์ าวบ้าน ภมู ิปญั ญาท้องถิ่น / ปราชญ์ชาวบา้ น ครัง้
วิทยำกรใหค้ วำมรู้เกยี่ วกับสมุนไพรในสวน 1
1 นำยสำร ยนื ยง พฤกษศำสตรโ์ รงเรยี น
วิทยำกรให้ควำมร้เู กีย่ วกับสมุนไพรในสวน 1
2 นำยเลข พลิ ำดรมั ย์ พฤกษศำสตร์โรงเรยี น
วทิ ยำกรให้ควำมรเู้ กย่ี วกบั กำรทำบำยศรีต้น และ 1
3 นำยสำร ยืนยง กำรทำบำยศรีถำด
วิทยำกรใหค้ วำมรู้เกย่ี วกับกำรทำบำยศรีตน้ และ 1
4 นำยเลข พลิ ำดรมั ย์ กำรทำบำยศรถี ำด
วทิ ยำกรให้ควำมรู้กำรทำขนมดอกบวั 1
5 นำงสำวสมพร พินิรัมย์ วทิ ยำกรให้ควำมรู้กำรทำบำยศรีถำด , กำรข้ำวตม้ 1
6 นำงเจียน ยนื ยง ด่ำง , กำรทำขำ้ วต้มมัด
วิทยำกรใหค้ วำมรู้กำรทำขนมเทยี น , กำรขำ้ วต้ม 1
7 นำงสุรนิ ทร์ สอดศรีจันทร์ ด่ำง , กำรทำขำ้ วตม้ มดั
20
7.4 จานวนการเข้าใชห้ อ้ งสมุดของผูเ้ รยี นเฉลย่ี ตอ่ ปีการศึกษา 2563
จานวนร้อยละนักเรียนท่เี ขา้ ใช้หอ้ งสมดุ เฉลยี่ ตอ่ เดือน ปกี ารศกึ ษา 2563
100
80 78.33 77.38 74.44 69.42 75.97 69.98 70.5 74.28 67.17 71.69
60 46.59
40
20
0
ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. รวม
8. ข้อมลู คา่ เฉลย่ี ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชำติขน้ั พ้นื ฐำน (O-NET) ของผ้เู รียนแตล่ ะระดับ
ช้ัน จำแนกตำมรำยวิชำ และผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนของนักเรียน ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนแต่ละรำยวิชำ
ในระดบั 3 ขนึ้ ไป/อนื่ ๆทเี่ ก่ยี วขอ้ ง
8.1 ค่าเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติขั้นพ้ืนฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2563
8.1.1คะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบทางการศกึ ษา ระดบั ชาติขนั้ พน้ื ฐาน (O-NET) ปีการศกึ ษา 2563
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3
ผลการสอบทางการศึกษาระดบั ชาติขั้นพ้นื ฐาน (O-NET) ปีการศกึ ษา 2563
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3
60.00
45.00
40.00 27.74 28.83
20.00
20.00
0.00
ภำษำไทย คณติ ศำสตร์ วิทยำศำสตร์ ภำษำองั กฤษ
21
แผนภูมแิ สดง การเปรยี บเทียบ คะแนนเฉล่ีย ผลการทดสอบทางการศึกษา
ระดบั ชาติข้นั พื้นฐาน (O-NET) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3
60.00 ภำษำไทย คณิตศำสตร์ วทิ ยำศำสตร์ ภำษำตำ่ งประเทศ รวม
50.00 (อังกฤษ)
40.00 47.95 24.95 32.32 26.74 32.99
30.00 54.63 22.70 29.23 29.40 33.99
20.00 45.00 20.00 27.74 28.83 30.39
10.00
0.00 2561
2561
2562
2563
2562 2563
8.1.2 คะแนนเฉล่ีย ผลการทดสอบทางการศึกษา ระดบั ชาติขั้นพ้ืนฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2563
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 6
ผลการสอบทางการศกึ ษาระดับชาติข้ันพน้ื ฐาน (O-NET) ปีการศกึ ษา 2563
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6
40.00 35.31 32.67
30.00 26.02 22.84
20.00 19.41
10.00
0.00
ภำษำไทย คณิตศำสตร์ วทิ ยำศำสตร์ สงั คมศกุ ษำฯ ภำษำองั กฤษ
22
เปรียบเทยี บ คะแนนเฉลี่ย ผลการทดสอบทางการศึกษา
ระดับชาติข้นั พน้ื ฐาน (O-NET) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6
50.00 ภำษำไทย คณิตศำสตร์ วทิ ยำศำสตร์ ภำษำต่ำงประเท รวม
40.00 ศ (อังกฤษ)
30.00 41.40 22.92 27.11 22.75 28.55
20.00 35.72 18.00 26.00 22.73 25.61
10.00 35.31 19.41 26.02 22.84 25.90
0.00
2561
2561
2562
2563
2562 2563
23
8.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นของนกั เรยี น ปีการศึกษา 2563
ผลสมั ฤทธ์ิทำงกำรเรยี น 8 กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ ปีกำรศกึ ษำ 2563 เฉพำะรำยวชิ ำพน้ื ฐำนทุกระดับชน้ั
( ม.1 – ม.6 ) ระดบั ช้ันละ 2 ภำคเรียน
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2563
ช้นั มัธยมศึกษำปีที่ 1 ภำคเรยี นที่ 1 จำนวน รอ้ ยละ
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ จำนวนนักเรียนท่มี ผี ลกำรเรียนรู้ นร.ท่ไี ด้ นร.ท่ีได้
จำนวนท่ี
เข้ำสอบ 0 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 ระดบั 3 ระดบั 3
ข้ึนไป ขึ้นไป
ภำษำไทย 69 0 2 8 18 12 10 7 12 29 42.03
คณิตศำสตร์ 69 0 36 13 8 3 3 1 5 9 13.04
วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี 69 2 3 18 18 11 5 7 5 17 24.64
สvcงั ค]tมgmศึก8ษFำoฯF]pu 138 3 16 21 31 17 18 11 21 50 36.23
สุขศกึ ษำและพลศึกษำ 138 1 0 0 6 29 16 12 74 102 73.91
ศิลปะ 69 0 0 0 38 16 10 4 1 15 21.74
กำรงำนอำชพี 69 4 4 4 7 4 9 7 30 46 66.67
ภำษำตำ่ งประเทศ 69 0 0 0 4 19 20 10 16 46 66.67
690 10 61 64 130 111 91 59 164 314 45.51
รวม
กลุม่ สำระกำรเรียนรู้ จำนวนท่ี ชั้นมธั ยมศึกษำปีท่ี 1 ภำคเรียนที่ 2 จำนวน รอ้ ยละ
เขำ้ สอบ จำนวนนักเรยี นทม่ี ผี ลกำรเรียนรู้ นร.ทไ่ี ด้ นร.ท่ีได้
ภำษำไทย ระดบั 3 ระดับ 3
คณิตศำสตร์ 0 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 ข้ึนไป ข้นึ ไป
วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี
สงั คมศกึ ษำฯ 66 2 12 10 11 12 7 5 7 19 28.79
สุขศึกษำและพลศึกษำ 9 13.64
ศลิ ปะ 66 7 23 14 6 7 2 2 5 74 56.06
กำรงำนอำชพี 65 49.24
ภำษำต่ำงประเทศ 132 4 16 14 15 9 18 16 4 82 62.12
132 6 12 11 20 18 19 13 30 45 68.18
รวม 132 2 0 0 18 30 15 3 63 0 0.00
รวมท้งั หมด 66 0 0 3 8 10 24 9 14 40 60.61
0 0 0 0 0 0 0 0 02 334 50.61
648 48.00
66 1 0 0 6 19 24 4 1
660 22 63 52 84 105 109 52 21
1350 32 12 116 21 216 200 111 73
44 3
7
24
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563
ชน้ั มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 2 ภำคเรยี นท่ี 1 จำนวน รอ้ ยละ
นร.ท่ีได้
กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน จำนวนนกั เรียนท่มี ผี ลกำรเรียนรู้ นร.ท่ไี ด้ ระดบั 3
ขนึ้ ไป
ท่เี ข้ำ 0 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 ระดับ 3 29.73
สอบ ขน้ึ ไป 10.81
36.49
ภำษำไทย 74 0 16 14 11 11 10 6 6 22 37.16
64.86
คณิตศำสตร์ 74 0 7 13 30 16 3 1 4 8 18.92
100.00
วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี 74 0 8 19 10 10 10 8 9 27 20.27
55 42.03
สvcังค]tมgmศึก8ษFำoฯF]pu 148 0 18 21 27 27 12 22 21
สขุ ศกึ ษำและพลศึกษำ 148 0 0 0 4 48 18 4 74 96
ศิลปะ 74 17 5 3 19 16 12 2 0 14
กำรงำนอำชพี 74 0 0 0 0 0 0 54 20 74
ภำษำต่ำงประเทศ 74 7 15 13 12 12 5 4 6 15
รวม 740 24 69 83 113 140 70 101 140 311
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ จำนวนท่ี ช้ันมธั ยมศึกษำปีที่ 2 ภำคเรยี นท่ี 2 4 จำนวน รอ้ ยละ นร.
เขำ้ สอบ จำนวนนกั เรียนท่ีมผี ลกำรเรยี นรู้ นร.ท่ีได้ ทีไ่ ด้ระดบั
ภำษำไทย ระดบั 3 3 ข้ึนไป
คณิตศำสตร์ 0 1 1.5 2 2.5 3 3.5 ขนึ้ ไป
วิทยำศำสตรแ์ ละ 27.40
สเทงั คคโมนศโึกลษยีำฯ 73 7 16 20 7 3 6 12 2 20 35.62
สุขศกึ ษำและพลศึกษำ 73 5 4 8 21 9 13 8 5 26 31.51
ศิลปะ 73 16 5 7 17 5 13 5 5 23 37.67
กำรงำนอำชพี 146 12 32 17 17 13 20 11 24 55 56.16
ภำษำตำ่ งประเทศ 146 4 1 7 19 33 9 4 69 82 65.75
73 0 11 4 5 5 27 10 11 48 20.55
รวม 73 35 1 7 7 8 6 4 5 15 20.55
รวมทง้ั หมด 73 12 31 1 12 2 8 4 3 15 38.90
730 91 10 71 10 78 102 58 124 284 40.48
1470 11 117 15 251 218 172 159 264 595
5048
25
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ปกี ารศกึ ษา 2563
กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ จำนวนท่ี ชั้นมธั ยมศกึ ษำปที ่ี 3 ภำคเรยี นท่ี 1 จำนวน ร้อยละ นร.
เขำ้ สอบ จำนวนนกั เรยี นทมี่ ผี ลกำรเรยี นรู้ นร.ท่ีได้ ท่ีไดร้ ะดับ
4 ระดับ 3 3 ขึ้นไป
0 1 1.5 2 2.5 3 3.5 ขนึ้ ไป
43.59
ภำษำไทย 39 0 1 5 4 12 9 4 4 17 12.82
5 35.90
คณติ ศำสตร์ 39 1 9 11 6 7 4 0 1 14 60.26
47 100.00
วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี 39 0 2 1 10 12 8 4 2 78 35.90
14 74.36
vสcงั ค]tมgmศกึ 8ษFำoฯF]pu 78 1 4 9 5 12 6 7 34 29 35.90
14 55.90
สุขศึกษำและพลศกึ ษำ 78 0 0 0 0 0 1 8 69 218
ศลิ ปะ 39 0 0 0 12 13 10 3 1
กำรงำนอำชพี 39 1 0 1 4 4 5 7 17
ภำษำต่ำงประเทศ 39 0 0 3 7 15 8 4 2
รวม 390 3 16 30 48 75 51 37 130
กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ ชนั้ มัธยมศึกษำปที ่ี 3 ภำคเรยี นที่ 2 จำนวน ร้อยละ นร.
นร.ทไ่ี ด้ ทไี่ ดร้ ะดับ
จำนวน จำนวนนักเรยี นที่มผี ลกำรเรยี นรู้ 4 ระดบั 3 3 ขน้ึ ไป
ท่เี ข้ำ ข้ึนไป
สอบ 0 1 1.5 2 2.5 3 3.5
ภำษำไทย 38 0 0 2 3 15 10 6 2 18 47.37
คณิตศำสตร์ 38 0 6 3 7 10 9 2 1 12 31.58
วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี 76 0 12 4 7 11 8 9 25 42 55.26
สังคมศึกษำฯ 76 0 4 5 15 10 12 12 18 42 55.26
สขุ ศึกษำและพลศึกษำ 76 0 0 0 2 0 0 1 73 74 97.37
ศิลปะ 38 0 0 0 0 7 11 7 13 31 81.58
กำรงำนอำชพี 0 0000 0 0 0 0 0 0.00
ภำษำตำ่ งประเทศ 38 0 3 4 5 9 6 6 5 17 44.74
รวม 380 0 25 18 39 62 56 43 137 236 62.11
รวมทั้งหมด 770 3 41 48 87 137 107 80 267 454 58.96
26
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 ปกี ารศึกษา 2563
กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ จำนวนที่ ชนั้ มัธยมศึกษำปที ี่ 4 ภำคเรียนที่ 1 จำนวน นร.ท่ี รอ้ ยละ นร.ท่ี
เข้ำสอบ จำนวนนักเรียนทีม่ ผี ลกำรเรยี นรู้ ได้ระดบั 3 ขน้ึ ไดร้ ะดบั 3 ขน้ึ
ภำษำไทย
คณติ ศำสตร์ 73 0 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 ไป ไป
วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี 73 4 3 0 9 11 19 9 19
สvcงั ค]tมgmศึก8ษFำoฯF]pu 205 0 14 8 7 12 18 8 7 47 64.38
สขุ ศึกษำและพลศกึ ษำ 146 9 50 17 29 31 31 13 25 33 45.21
ศลิ ปะ 73 7 17 9 14 17 23 31 28 69 33.66
กำรงำนอำชพี 73 0 0 7 2 1 9 17 37 82 56.16
ภำษำตำ่ งประเทศ 72 9 8 0 6 8 18 11 13 63 86.30
72 4 2 5 4 3 5 4 45 42 57.53
รวม 787 6 10 3 8 8 9 12 16 54 75.00
39 104 49 79 91 132 105 190 37 51.39
427 54.26
ชัน้ มัธยมศึกษำปีท่ี 4 ภำคเรยี นที่ 2 จำนวน รอ้ ยละ นร.
นร.ที่ได้ ท่ีไดร้ ะดับ
กลุม่ สำระกำรเรยี นรู้ จำนวน จำนวนนกั เรยี นทม่ี ผี ลกำรเรยี นรู้ ระดบั 3 3 ขึ้นไป
ท่เี ขำ้ 1 1.5 2 2.5 3 3.5 ข้นึ ไป
สอบ 0 4 67.61
48 50.75
ภำษำไทย 71 0 3 5 6 9 23 13 12 34 80.85
114 40.71
คณิตศำสตร์ 67 3 7 3 13 7 9 10 15 57 66.20
47 70.42
วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี 141 9 5 2 3 8 22 11 81 50 0.00
0 25.35
สังคมศกึ ษำฯ 140 15 11 7 22 28 21 10 26 18 58.23
368 56.03
สุขศึกษำและพลศึกษำ 71 4 1 0 3 16 19 22 6 795
ศิลปะ 71 9 6 2 1 3 17 14 19
กำรงำนอำชพี 0 0000 0 0 0 0
ภำษำตำ่ งประเทศ 71 7 14 8 11 13 8 3 7
รวม 632 47 47 27 59 84 119 83 166
รวมทงั้ หมด 1419 86 15 76 13 175 251 188 356
18
27
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ปีการศึกษา 2563
ชั้นมัธยมศกึ ษำปที ี่ 5 ภำคเรียนท่ี 1 จำนวน ร้อยละ นร.
กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ จำนวนที่ จำนวนนกั เรยี นทีม่ ผี ลกำรเรยี นรู้ นร.ที่ได้ ที่ไดร้ ะดบั
ภำษำไทย ระดับ 3 3 ขึน้ ไป
เขำ้ สอบ 0 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 ขนึ้ ไป
63 0 5 6 16 7 12 9 8 29 46.03
คณติ ศำสตร์ 63 0 22 15 8 6 9 1 2 12 19.05
วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0.00
29 46.03
สvcงั ค]tมgmศึก8ษFำoฯF]pu 63 3 11 2 9 9 14 8 7
สุขศึกษำและพลศกึ ษำ 63 0 0 0 0 0 3 16 44 63 100.00
ศิลปะ 63 0 0 0 0 0 2 19 42 63 100.00
กำรงำนอำชพี 63 0 0 0 0 0 0 0 63 63 100.00
ภำษำตำ่ งประเทศ 60 3 14 5 9 5 14 3 7 24 40.00
รวม 438 6 52 28 42 27 54 56 173 283 64.61
ชั้นมธั ยมศกึ ษำปที ี่ 5 ภำคเรยี นที่ 2 จำนวน รอ้ ยละ นร.
นร.ทไี่ ด้ ท่ีได้ระดบั
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ จำนวน จำนวนนักเรยี นทีม่ ผี ลกำรเรียนรู้ ระดับ 3 3 ขน้ึ ไป
ภำษำไทย ขึ้นไป
ท่เี ข้ำ 0 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 52.38
สอบ 7 33
63 0 0 5 19 6 17 9
คณิตศำสตร์ 63 9 20 14 12 3 1 2 2 5 7.94
วทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0.00
สังคมศึกษำฯ 63 1 9 8 11 16 9 7 2 18 28.57
สุขศกึ ษำและพลศึกษำ 63 0 0 0 0 0 0 6 57 63 100.00
ศลิ ปะ 63 0 0 0 0 0 0 0 63 63 100.00
กำรงำนอำชีพ 62 8 5 8 12 4 6 6 13 25 40.32
ภำษำต่ำงประเทศ 62 0 13 8 10 7 9 4 11 24 38.71
รวม 439 18 47 43 64 36 42 34 155 231 52.62
รวมทง้ั หมด 877 24 99 71 10 63 96 90 328 514 58.61
6
28
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ปกี ารศกึ ษา 2563
กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ จำนวนท่ี ชั้นมัธยมศกึ ษำปีที่ 6 ภำคเรียนที่ 1 จำนวน ร้อยละ นร.
เข้ำสอบ จำนวนนักเรยี นที่มผี ลกำรเรียนรู้ นร.ทไี่ ด้ ทไ่ี ด้ระดบั
4 ระดับ 3 3 ขึ้นไป
0 1 1.5 2 2.5 3 3.5 ขน้ึ ไป
94.23
ภำษำไทย 52 0 0 0 0 3 18 7 24 49 46.15
24 100.00
คณิตศำสตร์ 52 0 5 4 7 12 12 4 8 52 42.31
22 61.54
วทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี 52 0 0 0 0 0 9 8 35 32 71.15
37 0.00
สvcงั ค]tมgmศึก8ษFำoฯF]pu 52 0 8 6 7 9 11 7 4 0 69.23
36 69.23
สขุ ศึกษำและพลศึกษำ 52 0 0 0 0 0 1 15 16 252
ศิลปะ 52 0 0 0 8 7 21 12 4
กำรงำนอำชพี 0 00 0 0 0 0 0 0
ภำษำต่ำงประเทศ 52 0 0 0 7 9 12 10 14
รวม 364 0 13 10 29 40 84 63 105
กล่มุ สำระกำรเรยี นรู้ จำนวนท่ี ชน้ั มัธยมศกึ ษำปีที่ 6 ภำคเรยี นท่ี 2 จำนวน ร้อยละ นร.
เข้ำสอบ จำนวนนกั เรียนทีม่ ผี ลกำรเรยี นรู้ นร.ทไ่ี ด้ ทไ่ี ดร้ ะดับ
ระดบั 3 3 ข้นึ ไป
ภำษำไทย 52 0 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 ข้ึนไป
0 3 6 11 11 11 7 3 40.38
คณติ ศำสตร์ 52 0 1 11 8 5 16 4 7 21 51.92
0000 0 0 0 0 27 0.00
วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี 0 0 6 4 10 10 9 4 9 0 42.31
0 0 0 0 1 0 0 51 22 98.08
สงั คมศึกษำฯ 52 0 0 0 0 6 23 15 8 51 88.46
0 0 0 0 7 7 10 28 46 86.54
สุขศกึ ษำและพลศึกษำ 52 0 0 0 7 13 24 4 4 45 61.54
0 10 21 36 53 90 44 110 32 67.03
ศลิ ปะ 52 0 23 31 65 93 174 10 215 244 68.13
496
กำรงำนอำชพี 52 7
ภำษำตำ่ งประเทศ 52
รวม 364
รวมทั้งหมด 728
29
9. รางวลั ทีส่ ถานศกึ ษาไดร้ บั
ที่ ชอื่ -สกุล ประเภทรางวัล หนว่ ยงานท่จี ัด
สมำคมผู้บริหำรโรงเรยี น
1 นำงสำวอำภำภรณ์ แอ่งสขุ ครูผู้สอน ท่มี ผี ลกำรปฏบิ ตั งิ ำน ประพฤติ มัธยมศกึ ษำจังหวดั บุรรี ัมย์
ปฏบิ ัติตน ตำมมำตรฐำนวิชำชพี และ สมำคมผู้บริหำรโรงเรยี น
มธั ยมศกึ ษำจงั หวดั บรุ รี ัมย์
จรรยำบรรณวิชำชีพครู ดเี ดน่ ปีกำรศึกษำ
สมำคมผูบ้ รหิ ำรโรงเรียน
2563 มัธยมศึกษำจังหวดั บุรีรมั ย์
2 นำงคำสอน เฉลิมรัมย์ ครูผ้สู อน ที่มผี ลกำรปฏบิ ัตงิ ำน ประพฤติ สมำคมผู้บริหำรโรงเรียน
มัธยมศกึ ษำจังหวดั บรุ รี ัมย์
ปฏิบตั ติ น ตำมมำตรฐำนวชิ ำชีพและ
จรรยำบรรณวชิ ำชีพครู ดเี ด่น ปีกำรศกึ ษำ
2563
3 นำงสำววรรษชล พนมรมั ย์ ครผู ู้สอน ทีม่ ผี ลกำรปฏบิ ตั งิ ำน ประพฤติ
ปฏิบตั ติ น ตำมมำตรฐำนวิชำชีพและ
จรรยำบรรณวิชำชพี ครู ดีเด่น ปีกำรศึกษำ
2563
4 นำยสรุ เชษฐ์ มนั่ มี ครูผู้สอน ที่มีผลกำรปฏิบตั ิงำน ประพฤติ
ปฏบิ ัตติ น ตำมมำตรฐำนวิชำชพี และ
จรรยำบรรณวิชำชีพครู ดีเดน่ ปกี ำรศกึ ษำ
2563
10. การดาเนินงานของสถานศกึ ษาตามนโยบายจากหน่วยงานตน้ สังกัด หรอื ภาครัฐ มีโครงกำร
หรือกิจกรรมดงั น้ี คอื
10.1 นโยบาย No Child Left Behind (ไม่มีเด็กคนใด ถูกทอดท้งิ ไวข้ ้างหลัง)
10.1.1 การมอบงานและให้การบ้านนักเรียน
วิธดี าเนนิ การ ผลการดาเนินงาน
- ผ้บู ริหำรประชุมชีแ้ จงมอบนโยบำยให้ครูผ้สู อนทุก คุณครูร้อยละ 95 มอบงำนที่ทำเสรจ็ ในหอ้ งเรียน ยังมี
คนลดกำรบำ้ น โดยมอบงำนต่ำงๆให้สำมำรถทำ บำ้ งทนี่ ำกลับไปทำท่บี ำ้ น แต่จำนวนงำนน้อย โดยให้
เสรจ็ ในชนั้ เรยี น และได้ตดิ ตำมนโยบำยนด้ี ้วยกำร ระยะเวลำทำงำนที่ไมเ่ ป็นกำรเรง่ รดั ผ้เู รยี น
นเิ ทศชนั้ เรยี น สำรวจและสอบถำมกำรมอบ
กำรบ้ำนของครูอยเู่ สมอ จดั กำรเรยี นกำรสอนตำม
แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้ โดยให้กำรบำ้ นนกั เรยี นตรง
ตำมตัวชวี้ ัด และมีปริมำณทเ่ี หมำะสมกับเวลำเรียน
30
วิธดี าเนินการ ผลการดาเนนิ งาน
เนน้ ใหน้ ักเรยี นทำงำนในชน้ั เรียน มคี รเู ป็นที่
ปรกึ ษำ และใหค้ ำแนะนำ นอกจำกนี้ ยงั มีกำร
ส่งเสริมใหน้ กั เรียนศึกษำค้นควำ้ เพ่มิ เติมทบ่ี ้ำนแล้ว
นำมำอภปิ รำย แลกเปลยี่ นเรยี นร้แู ละสรปุ ผล
กำรศกึ ษำค้นควำ้ รว่ มกัน
10.1.2 การสอนซอ่ มเสรมิ ผลการดาเนนิ งาน
ทำใหผ้ ู้เรยี นท่ีมีปัญหำเกีย่ วกับกำรอำ่ นสำมำรถอ่ำนได้
วธิ ดี าเนนิ การ ดีขึ้น และสำมำรถชว่ ยใหผ้ ูเ้ รยี นได้แก้ไขขอ้ บกพร่อง
- ถำ้ จำนวนนักเรยี นไมผ่ ่ำนเกณฑน์ อ้ ยจะสอนซอ่ ม ของตนเอง และเสรมิ ทักษะควำมสำมำรถให้ดีข้ึน
เสรมิ นอกเวลำ ถำ้ เกนิ คร่ึงของหอ้ งเรยี นจะสอนซ้ำ
ในเวลำเรยี น หรอื ทำกิจกรรมซอ่ มเสริม
- มกี ำรคัดกรองนักเรียนที่มปี ัญหำอำ่ น-เขยี น ไม่
คล่อง โดยกำรสอนเสริมจำกครกู ลุม่ สำระกำร
เรยี นรภู้ ำษำไทย และครทู ป่ี รึกษำ
10.1.3 การบริหารจัดการช้นั เรยี น ผลการดาเนนิ งาน
เปน็ ผลทำให้หอ้ งเรียนมีบรรยำกำศเหมำะแก่กำร
วธิ ีดาเนนิ การ เรยี นรู้ ห้องเรยี นนำ่ อยู่ น่ำดู และน่ำเรียน นกั เรยี นมี
- มีกำรจัดห้องเรียนสะอำด สวยงำม สว่ นรว่ มในกำรจัดบรรยำกำศในห้องเรียน
เหมำะแก่กำรเรียนรู้ มีป้ำยนเิ ทศ ผลงำนนักเรยี น
ตำรำงกำรทำเวรประจำวัน บนั ทึกกำรทำเวร
ประจำวัน บนั ทึกกำรเข้ำเรียนประจำวัน ระเบยี บ
กำรใช้หอ้ งเรยี น และมีกำรประเมนิ ห้องเรยี น
คุณภำพตำมมำตรฐำนของสำนกั งำน
คณะกรรมกำรสถำนศึกษำขน้ั พนื้ ฐำนทุกภำคเรยี น
- ครตู ิดตำมใส่ใจกำรเรยี นรขู้ องนักเรียน
อย่ำงท่ัวถึง เมอ่ื พบปญั หำรบี แก้ไขโดยกำรทำวิจัย
ในชั้นเรยี น และมีระบบดูแลชว่ ยเหลือนกั เรียน
เช่น กำรเยยี่ มบำ้ น กำรคัดกรองนกั เรียน เพอ่ื จดั
กลุ่ม ในกำรดูแลชว่ ยเหลือ
ทงั้ ดำ้ นกำรเรียน และพฤตกิ รรม โดยอำศยั ควำม
ร่วมมือกันระหว่ำงครูท่ีปรึกษำ ครผู ู้สอน และ
ผปู้ กครอง
31
10.1.4 การพัฒนาหลกั สตู รทางเลือกของสถานศกึ ษา
วิธดี าเนินการ ผลการดาเนนิ งาน
1. ได้นำงำนสวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรยี นมำจดั เปน็ รำยวิชำ - นักเรยี นได้เรียนรูว้ ิธีทำงำนอย่ำงเปน็
เพิ่มเติมในกลุ่มสำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี ระบบ มคี วำมรู้เกี่ยวกับทรัพยำกรใน
2. เพม่ิ ควำมหลำกหลำยของรำยวิชำเพม่ิ เตมิ ของกลุม่ กำรงำน ท้องถน่ิ และภมู ิปัญญำท้องถ่ิน
อำชีพ ใหเ้ ลือกเรยี นตำมควำมถนดั ได้แก่ - นักเรยี นได้เลือกเรยี นตำมควำมถนัดที่
- วิชำกำรปลกู ไม้ผล ระดบั ชนั้ ม.2 ตนเองสนใจ มที ักษะอำชพี ท่ีหลำกหลำย
- วิชำหลกั กำรเล้ียงสัตว์เบือ้ งต้น ระดบั ช้ัน ม.3 ท่จี ะสำมำรถนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน
- วชิ ำขนมไทย ระดับช้นั ม.2 และสำมำรถเป็นทำงเลือกในกำร
- วชิ ำดอกไมป้ ระดษิ ฐ์ ระดบั ชน้ั ม.3 ประกอบอำชีพในอนำคตได้
- วิชำงำนตดิ ตั้งไฟฟ้ำ1 ระดับชั้น ม.2 - นกั เรียนมีควำมสนใจในกำรเลือกเรยี น
- วิชำงำนชำ่ งไม้เครอ่ื งเรอื น ระดับช้ัน ม.3 ตำมท่ีตนเองสนใจ และมคี วำมสุขกำร
- วชิ ำกำรขยำยพันธุ์พืช ระดับช้ัน ม.4 เรียนอำชีพทตี่ นเองเลือกเรียนและ
- วิชำกำรอนุรักษ์ไม้เบญจพรรณ ระดับช้ัน ม.5 สำมำรถนำจำหน่ำยผลติ ภณั ฑ์ในโรงเรยี น
- วชิ ำกำรผลติ ขำ้ ว ระดบั ชัน้ ม.6 ได้
- วชิ ำประดษิ ฐ์ของชำร่วย ระดบั ชั้น ม.4
- วิชำอำหำรพื้นเมอื ง ระดับช้นั ม.5
- วชิ ำดอกไมป้ ระดษิ ฐ์ ระดับชัน้ ม.6
- วิชำงำนเขยี นแบบเทคนิค ระดบั ชัน้ ม.4
- วิชำงำนตดิ ตงั้ ไฟฟำ้ 2 ระดับช้ัน ม.6
- วิชำงำนเช่อื มไฟฟำ้ ระดับช้ัน ม.6
3. จัดทำหลกั สตู รระยะส้นั เพื่อสง่ เสรมิ ทักษะอำชีพสัปดำห์ละ 2
ชัว่ โมง โดยเปดิ เปน็ กจิ กรรมอำชีพให้เลือกเรยี นตำมควำมสนใจ
ดงั น้ี กิจกรรมเล้ยี งปลำดุกในบอ่ ซเี มนต์ , ป้นั จิว๋ , ขำ้ วเกรยี บ ,
กรรมกำรตดั สินฟุตบอล , พวงหรีดดอกไมจ้ นั ทน์ ,มดั ยอ้ ม มัดใจ
, เล้ียงหอยเชอรี่ในบอ่ ซีเมนต์ , อำหำรเพอ่ื สุขภำพ , เลีย้ งปลำ
นลิ ในบอ่ ซีเมนต์ , เสอื้ มัดย้อม , อำหำรจำนเดียว , Paper
mache พำรวย , ขนมรงั ผงึ้ และขนมนำงเลด็ , ขอ ไข่ คอ เค็ม ,
ไวนผ์ ลไม้ และ สบู่ โลช่นั ,ปลกู มนั , เดอะคำเฟ่ แอนด์ เบเกอร่ี
, ขำ้ วหมำก ,ข้ำวเกรยี บ , พวงกุญแจ และขนมดอกจอก ,
เพำะตน้ กลำ้ อำชพี , จัดดอกไม้ , ปลกู ข้ำวโพด , Photography
32
10.2 การพัฒนาและใช้หลักสูตรสถานศกึ ษา
วิธดี าเนินการ ผลการดาเนนิ งาน
โรงเรียนลำดวนพิทยำคมจัดกำรเรยี นกำรสอน โรงเรยี นมีหลกั สตู รสถำนศึกษำและ
กำรวัดและประเมินผลกำรเรียนรู้ ตำมหลักสตู ร หลักสตู รทอ้ งถ่นิ ทีถ่ ูกต้อง เหมำะสม สอดคล้อง
แกนกลำงกำรศึกษำขน้ั พื้นฐำน พุทธศกั รำช 2551 (ฉบับ กับหลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำขน้ั พืน้ ฐำน
ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) และแนวปฏบิ ัติกำรวัดและ พุทธศักรำช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) และ
ประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้ จำกสำนกั วิชำกำรและมำตรฐำน บริบทของโรงเรยี น
กำรศกึ ษำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้นั พืน้ ฐำน
กระทรวงศึกษำธิกำร ผูเ้ รยี นต้องผำ่ นกำรประเมินตำม
มำตรฐำน ตัวชวี้ ดั ของหลกั สูตร ผ่ำนกจิ กรรมพัฒนำ
ผเู้ รียน กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสำธำรณประโยชน์
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ และกำรอำ่ นคิดวเิ ครำะห์
เขยี น ทั้งนี้โรงเรียนได้มกี ำรพัฒนำและบรหิ ำรจดั กำร
หลักสตู รโดย แต่งตงั้ คณะกรรมกำรจัดทำหลักสูตร
คณะกรรมกำรบริหำรหลักสูตร และคณะกรรมกำรเทียบ
โอนผลกำรเรยี น และกำรเรียนซ้ำ โดยไดร้ บั ควำม
เหน็ ชอบจำกคณะกรรมกำรสถำนศึกษำ
10.3 การอา่ นออกเขยี นได้
วิธดี าเนนิ การ ผลการดาเนินงาน
โรงเรยี นลำดวนพทิ ยำคมได้ส่งเสริมกำรอ่ำนออก เปน็ ผลให้นักเรยี นท่มี ปี ัญหำเกี่ยวกับกำรอำ่ น
เขียนได้ของนักเรียน โดยดำเนนิ งำนตำมโครงกำร และเขยี นสำมำรถอำ่ นและเขียนได้ดีข้ึน ถือเปน็ กำร
แก้ปญั หำนักเรยี นอ่ำนไม่ออก เขียนไม่ถูก ซ่ึงมขี ัน แกไ้ ขข้อบกพรอ่ งของตนเอง และส่งเสรมิ ทักษะ
ตอนกำรดำเนินงำน ดังน้ี ควำมสำมำรถในดำ้ นต่ำง ๆ ใหด้ ขี ้ึน
- ครใู นกลมุ่ สำระกำรเรยี นร้ภู ำษำไทยคัด
กรองนักเรียนท่ีมปี ัญหำเกี่ยวกบั กำรอ่ำนและเขียน
- ครทู ีร่ บั ผดิ ชอบจัดทำเอกสำรทเ่ี ก่ียวกับกำร
สอนซอ่ มเสริมให้กบั นักเรยี นท่ีมปี ญั หำในด้ำนกำร
อำ่ น
- ครูท่ไี ดร้ ับมอบหมำยทำกำรสอนซ่อมเสรมิ
นกั เรียนในช่ัวโมงโฮมรูม
33
10.4 การจัดการเรียนร้เู ชิงรกุ (Active Learring)
วิธีดาเนินการ ผลการดาเนินงาน
- จดั กิจกรรมกำรเรยี นกำรสอนโดยเนน้ ให้ ผ้เู รียนมสี ว่ นรว่ มและมปี ฏิสัมพันธ์กบั กิจกรรม
ผูเ้ รยี นมีส่วนในกำรเรยี นรู้ ในแบบต่ำง ๆ อย่ำง กำรเรียนร้ผู ่ำนกำรปฏิบตั ทิ ี่หลำกหลำยรปู แบบ ส่งผล
หลำย เชน่ กำรสอนด้วยกำรปฎิบัติ กำรสอน ให้ผเู้ รียนมีควำมสำมำรถด้ำนกำรคิด กำรแก้ปัญหำ
แบบทดลอง กำรใชก้ จิ กรรมกลุ่ม กำรศึกษำ กำรนำควำมรู้ไปประยุกตใ์ ชไ้ ด้
คน้ ควำ้ ข้อมูลและนำเสนอเป็น VDO กำรสอน
Communicative Language Teaching (CLT)
เปน็ ต้น
- จัดกิจกรรมวชิ ำกำร ได้แก่ ค่ำย “STEM
Camp” ค่ำย “English Camp”
10.5 การพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาดว้ ยเทคโนโลยกี ารศึกษาทางไกล (DLTV /DLIT)
วธิ ดี าเนินการ ผลการดาเนินงาน
โรงเรียนมีกำรใช้เทคโนโลยีกำรศึกษำทำงไกล ครมู สี ือ่ ท่หี ลำกหลำย และทันสมยั ในกำรจัดกำร
(DLTV /DLIT) ส่งเสรมิ กำรขำดควำมชำนำญ เรยี นกำรสอน ส่งผลใหน้ กั เรยี นใฝ่ร้ใู ฝเ่ รียนมำกขึน้
เฉพำะเรือ่ ง โดย ส่งครูไปอบรมเกยี่ วกับกำร
จดั กำรเรียนรู้ผำ่ นเทคโนโลยสี ำรสนเทศ (DLIT)
เพื่อใหค้ รสู ำมำรถสอนผำ่ นสื่อเทคโนโลยี
สำรสนเทศ (DLIT) ได้
34
10.6 การยกระดับผลสัมฤทธิท์ างการเรียน
วิธดี าเนินการ ผลการดาเนินงาน
- กำหนดเป้ำหมำยผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรียนท้งั 8 กลมุ่ สำระ ในปีกำรศึกษำ 2563 นักเรียนมีควำม
กำรเรยี นรู้ กระตือรอื รน้ และเอำใจใส่เกี่ยวกบั กำรเรียนมำก
- จดั กจิ กรรมส่งเสริมวชิ ำกำร ได้แก่ กจิ กรรมวนั สุนทรภู่และ ขึ้น ผู้ปกครองให้ควำมร่วมมือกับทำงโรงเรียน
วนั ภำษำไทย กิจกรรมสัปดำห์วิทยำศำสตร์ กจิ กรรมวัน เป็นอยำ่ งดี ทำใหน้ กั เรียนมีปัญหำเรอื่ ง 0 ร มส.
ครสิ ต์มำส กิจกรรมกีฬำสี กิจกรรม “STEM Camp” คำ่ ย ลดลง
วชิ ำกำร “English Camp” โครงกำรแกป้ ัญหำนกั เรียน
อ่ำนไม่ออก เขยี นไม่ถกู โครงกำรเตรียมควำมพร้อมกอ่ น
สอบ O-NET กจิ กรรมสปั ดำห์หอ้ งสมุด กำรแขง่ ขนั ทกั ษะ
ทำงวชิ ำกำร โครงกำรรักกำรอำ่ น กจิ กรรมนำเสนอควำมรู้
หนำ้ เสำธง เปน็ ตน้
- จัดโครงกำรเฝำ้ ระวัง ๐ ร มส โดยให้ครูสง่ รำยชือ่ นกั เรียน
ทม่ี ีเวลำเรียนไม่ถงึ รอ้ ยละ 80 ก่อนสอบกลำงภำค เพ่อื แจ้ง
ใหน้ ักเรียนและผู้ปกครองรบั ทรำบ ประชมุ
ผ้ปู กครองนักเรยี นที่มปี ญั หำ ๐ ร มส อยำ่ งสม่ำเสมอ
- จดั ทำโครงกำรลำดวนผูกพันจบพร้อมกนั 100 % เพ่ือ
แกป้ ญั หำนักเรียนจบไม่พร้อมรุ่น
10.7 การประกันคณุ ภาพการศึกษา
วิธีดาเนินการ ผลการดาเนินงาน
โรงเรียนลำดวนพทิ ยำคม กำหนดให้กำรประกนั คณุ ภำพ โรงเรียนลำดวนพิทยำคมได้ดำเนนิ กำร
ภำยใน เป็นสว่ นหนงึ่ ของกระบวนกำรบริหำรกำรศึกษำทต่ี ้อง ประกันคุณภำพภำยในอย่ำงต่อเน่ือง และ
ดำเนินกำรอย่ำงต่อเน่ือง มขี น้ั ตอนกำรดำเนินกำร ดงั น้ี ได้รับกำรประเมนิ คุณภำพภำยนอก โดย
- ทบทวนกำรประกันคุณภำพกำรศึกษำ ให้ทุกคนเข้ำใจ “สำนักงำนรับรองมำตรฐำนและประเมิน
และนำไปปฏบิ ตั ิ คุณภำพกำรศึกษำ (องคก์ ำรมหำชน) รอบท่ี
- ปฏิบตั งิ ำนตำมมำตรฐำนกำรปฏิบตั งิ ำนของสถำนศึกษำ 4 เมื่อวันท่ี 18-20 พฤศจิกำยน 2562
และตำมแผนปฏิบัตริ ำชกำรของสถำนศึกษำ เรียบร้อยแล้ว
- นเิ ทศ กำกับ ตดิ ตำมผลกำรดำเนินงำนตำมมำตรฐำน ผลกำรประเมนิ อย่ใู นระดับคุณภำพ
คณุ ภำพกำรศึกษำทก่ี ำหนดไว้ “ดมี าก”
- จดั ทำรำยงำนประจำปีเสนอต่อหน่วยงำนตน้ สงั กดั
35
10.8 การนเิ ทศภายในโรงเรยี น
วธิ ีดาเนินการ ผลการดาเนนิ งาน
ไดด้ ำเนินกำรนิเทศภำยในโรงเรียน โดยจดั ทำโครงกำรนเิ ทศ ครูมีควำมกระตือรือรน้ ในกำรพฒั นำกำร
ชัน้ เรยี น ภำคเรียนละ 1 คร้งั โดยมีขน้ั ตอนกำรดำเนนิ งำน ดังน้ี เรียนกำรสอน และพฒั นำห้องเรียนอย่ำง
- ผู้บรหิ ำรชแี้ จงนโยบำยกำรนิเทศชนั้ เรยี นตอ่ คณะครู ต่อเน่อื ง
- คดั เลือกและแตง่ ตัง้ คณะกรรมกำรนเิ ทศชั้นเรยี น
- ปฏิบัตงิ ำนตำมกำรวำงแผนกำรดำเนินงำน โดยกำรเย่ียมช้ัน
เรียนของครรู ำยบคุ คล
- ติดตำมและประเมินผล
10.9 การจัดการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ และภาษาพนื้ ถน่ิ (ภาษาแม่) เนน้ เพอ่ื การสื่อสาร
วธิ ีดาเนินการ ผลการดาเนนิ งาน
กำรจดั กิจกรรมกำรเรยี นกำรสอนวชิ ำภำษำอังกฤษ ในปกี ำรศกึ ษำ 2563 ผลสัมฤทธิ์ทำงกำร
นอกจำกจะเปิดสอนในรำยวชิ ำพืน้ ฐำนแลว้ ยังมีกำรเปิดสอน เรยี น และผลกำรทดสอบระดับชำตขิ นั้
รำยวิชำภำษำอังกฤษเพ่มิ เติม ดงั น้ี พ้นื ฐำน (O – NET) วิชำภำษำองั กฤษ ช้ัน
ระดับช้ัน ม.1 มัธยมศึกษำปีท่ี 6 สงู ขนึ้
อ20201 ภำษำอังกฤษฟัง-พูด
อ20202 ภำษำองั กฤษอ่ำน-เขียน
ระดบั ชน้ั ม.2
อ20203 ภำษำองั กฤษในชีวิตประจำวัน
อ20204 ภำษำอังกฤษสร้ำงสรรค์
ระดบั ชั้น ม.3
อ20205 ภำษำอังกฤษเพ่ือกำรท่องเทย่ี ว
อ20206 ภำษำอังกฤษเพ่ือกำรอำชพี
ระดับชั้น ม.4
อ30201 ภำษำองั กฤษฟัง-พดู
ระดบั ชั้น ม.5
อ30204 ภำษำอังกฤษในชวี ิตประจำวัน
อ30206 ภำษำอังกฤษเพ่ือกำรส่ือสำร
ระดบั ชั้น ม.6
อ30207 ภำษำองั กฤษเพ่อื กำรท่องเท่ียว
อ30210 ภำษำองั กฤษเพ่อื กำรอ่ำน
36
10.10 การจัดการเรยี นรู้เพื่อพฒั นา กระบวนการคดิ
วิธดี าเนินการ ผลการดาเนินงาน
ไดส้ ง่ เสรมิ ให้ครจู ัดกิจกรรมกำรเรยี นรู้เพอ่ื พฒั นำกระบวนกำร ผู้เรยี นมีควำมสำมำรถด้ำนกำรคดิ
คดิ ยกตวั อย่ำงเชน่ กำรแกป้ ัญหำ กำรนำควำมรไู้ ปประยุกต์ใช้
ได้
- กำรทำโครงงำนคุณธรรม สำหรับนกั เรียนกลุ่มสนใจใน
ระดับช้ัน ม.ปลำย
- กิจกรรมอนุรักษว์ ่ำนจูงนำงของกลุ่มเยำวชนชำวสวน
พฤกษศำสตรโ์ รงเรียน
- โครงงำนวิทยำศำสตร์ ในรำยวชิ ำเคมีพื้นฐำน ระดับชน้ั
มัธยมศกึ ษำปที ่ี 4
- เรียนรูก้ ำรใชป้ ระโยชน์จำกพืชในท้องถน่ิ เช่น กำรผลติ
โลช่นั ว่ำนจูงนำง นวดว่ำนนำง สบูก่ ้อนว่ำนจงู นำง สบู่เหลว
ผักปลงั แดง ข้ำวเกรยี บผักปลังแดง และคุกกีผ้ ักปลังแดง
10.11 การจัดการเรียนรเู้ พอ่ื ฝึกทักษะ การคดิ แบบมเี หตุผลและเปน็ ข้ันตอน (Coding)
วธิ ดี าเนนิ การ ผลการดาเนนิ งาน
ได้สง่ เสรมิ กำรจดั กำรเรียนรู้เพ่อื ฝกึ ทกั ษะกำรคดิ แบบมี นักเรยี นคิดอย่ำงเปน็ ระบบ ค้นเจอ
เหตผุ ลและเปน็ ข้นั ตอน (Coding) ในทุกกลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ ปัญหำและเงื่อนไข ร้เู หตแุ ละผล เข้ำใจ
โดยมงุ่ เน้นใหน้ กั เรยี นฝึกคดิ อย่ำงเป็นระบบ ค้นเจอปัญหำและ กระบวนกำรทำงำนเพอื่ แก้ไขปญั หำ และ
เงือ่ นไข รูเ้ หตแุ ละผล เขำ้ ใจกระบวนกำรทำงำนเพ่ือแกไ้ ข มผี ลกำรเรียนผ่ำนเกณฑ์ ในรำยวชิ ำ
ปญั หำ ซง่ึ เปน็ ทักษะสำคัญและจำเป็นสำหรับเด็กในศตวรรษ วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี กลมุ่ สำระกำร
ใหม่ และเปิดสอนในกลุ่มสำระกำรเรียนร้วู ทิ ยำศำสตรร์ ำยวิชำ เรียนรวู้ ิทยำศำสตร์
วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ท้ังระดบั ช้นั ม.ต้น และม.ปลำย
10.12 การส่งเสริมการเรียนรู้เพ่อื ยกระดับการประเมนิ สมรรถนะนกั เรียนมาตรฐานสากล
(Programme for international Student Assessment : PISA)
วธิ ีดาเนินการ ผลการดาเนนิ งาน
ไดส้ ง่ เสริมกำรเรยี นรู้เพื่อยกระดบั กำรประเมนิ สมรรถนะ นักเรยี นระดบั ช้นั ม.ตน้ มคี วำมรู้
นักเรยี นมำตรฐำนสำกล (Programme for international เกย่ี วกับกำรสอบ PISA และไดร้ ับกำร
Student Assessment : PISA) ดงั นี้ เตรียมควำมพรอ้ มเพื่อกำรทดสอบดำ้ น
- จดั กำรเรียนร้ผู ่ำนกระบวนกำรคิดและปฏิบัตจิ รงิ และสำมำรถ กำรรบั เร่อื งวทิ ยำศำสตร์ (Scientific
นำไปประยุกต์ใช้ในชีวติ ได้ Literacy) กำรรเู้ รอื่ งคณิตศำสตร์
37
วิธดี าเนินการ ผลการดาเนินงาน
- ใชส้ ือ่ เทคโนโลยีสำรสนเทศและแหล่งเรียนรู้ที่เออ้ื ตอ่ (Mathematical Literacy)
กำรเรยี นรู้
10.12 การส่งเสริมการเรียนรเู้ พื่อยกระดับการประเมนิ สมรรถนะนกั เรยี นมาตรฐานสากล
(Programme for international Student Assessment : PISA) (ต่อ)
วิธดี าเนนิ การ ผลการดาเนินงาน
- มกี ำรบริหำรจดั กำรชน้ั เรยี นเชิงบวก กำรรเู้ รอื่ งกำรอ่ำน (Reading Literacy)
- ตรวจสอบและประเมนิ ผ้เู รยี นอย่ำงเปน็ ระบบและนำ กำรพัฒนำทักษะกำรสอบด้วยคอมพิวเตอร์
ผลมำพัฒนำผู้เรียน (Computer-based Assessment)
- มกี ำรแลกเปล่ียนเรยี นร้แู ละใหข้ อ้ มูลสะท้อนกลับ
เพื่อพฒั นำและปรับปรุงกำรจดั กำรเรยี นรู้
10.13 การจดั การเรียนรสู้ ง่ เสริมวินยั นกั เรียน
วธิ ดี าเนนิ การ ผลการดาเนนิ งาน
มกี ำรจดั กิจกรรมพัฒนำผู้เรยี น เพื่อส่งเสริม นักเรยี นเข้ำรว่ มกิจกรรมพฒั นำผเู้ รียน ได้แก่
กำรมีวนิ ยั ของนกั เรยี น ไดแ้ ก่ กิจกรรมลกู เสือ เนตร กจิ กรรมลกู เสือ เนตรนำรี ยวุ กำชำด และนักศกึ ษำ
นำรี ยวุ กำชำด และนกั ศึกษำวิชำทหำร กจิ กรรม วชิ ำทหำร กิจกรรมชมุ นุม และ กิจกรรมเพ่ือสงั คม
ชุมนมุ และ กิจกรรมเพ่ือสังคมและ และสำธำรณประโยชน์ อยำ่ งตอ่ เนอื่ ง สง่ ผลให้
สำธำรณประโยชน์ นักเรียนมีวินัย และมีจติ อำสำมำกขน้ึ
10.14 การส่งเสริมการเรียนรดู้ ้านส่ิงแวดลอ้ มในโรงเรยี น
วิธดี าเนินการ ผลการดาเนินงาน
1. มกี ำรจดั ตั้งกลุ่มเยำวชนชำวสวนพฤกษศำสตร์ - นักเรียนไดเ้ รยี นรกู้ ระบวนกำรทำงำนอย่ำงเป็น
โรงเรยี น ล.พ. เพอ่ื อนรุ กั ษพ์ ันธุไ์ มใ้ นท้องถ่ิน และมี ระบบ ได้ควำมร้เู กยี่ วกับทรัพยำกรในท้องถ่นิ และ
กำรสอนวชิ ำงำนสวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรยี นเปน็ วิชำ ภูมิปัญญำในท้องถ่ิน
เพ่มิ เติม ในกลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตร์ โดยมี - หอ้ งเรียนและบริเวณโรงเรียนสะอำดเรยี บร้อย นำ่
กำรดำเนินกำรเกีย่ วกับงำนสวนพฤกษศำสตร์ อย่นู ่ำเรยี น
โรงเรียนอยำ่ งตอ่ เนือ่ ง จนไดร้ ับรำงวัลชนะเลิศ - นักเรยี นสำมำรถแยกขยะทงิ้ ลงถงั ได้ถกู ต้อง
รำงวัลลูกโลกสเี ขยี ว และเกียรตบิ ัตรงำนสวน
38
วธิ ดี าเนนิ การ ผลการดาเนินงาน
พฤกษศำสตร์โรงเรียนข้ันที่ 2 โครงกำรอนุรักษ์
พันธุกรรมพชื อนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำริ สมเดจ็
พระเทพรตั นรำชสุดำฯ สยำมบรมรำชกุมำรี (อพ.สธ.)
10.14 การสง่ เสริมการเรียนรดู้ า้ นสิ่งแวดลอ้ มในโรงเรยี น (ตอ่ )
วธิ ีดาเนนิ การ ผลการดาเนนิ งาน
2. ให้นกั เรียนมีสว่ นร่วมในกำรจัดบรรยำกำศห้องเรยี น
และรกั ษำควำมสะอำดของบริเวณโรงเรยี น โดย
- จดั ปำ้ ยนเิ ทศให้ควำมรู้ในวนั สำคญั ท้งั ภำยในและ
ภำยนอกห้องเรียนเก่ยี วกบั สถำบันชำติ ศำสนำ
พระมหำกษัตริย์
- ตดิ สญั ลักษณ์ชำติ ศำสนำ พระมหำกษตั ริย์หนำ้
ช้ันเรียนของทุกห้องเรยี น
- มกี ำรประเมนิ ห้องเรยี นคุณภำพทุกภำคเรียน
- แบ่งเขตพ้ืนที่รับผิดชอบทำควำมสะอำดเปน็ รำย
หอ้ ง
3 . มกี ำรบริหำรจดั กำรขยะในโรงเรียน โดยกำรคดั แยก
ขยะประเภทต่ำงๆทง้ิ ลงถังขยะให้เรยี บร้อย
39
สว่ นที่ 2
ผลการประเมินตามมาตรฐานการศกึ ษาของสถานศกึ ษา ระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน
มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพผ้เู รียน
1. ระดบั คุณภาพ ดี
2. วิธกี ารพัฒนา/กระบวนการ ข้อมลู หลักฐาน เอกสารเชงิ ประจักษ์ ท่ีสนบั สนุนผลการประเมนิ ตนเอง
2.1 วธิ กี ารพัฒนา/กระบวนการ (แสดงให้เห็นถงึ ความนา่ เชอ่ื ถือ เป็นระบบ มีประสทิ ธภิ าพ)
โรงเรยี นลำดวนพทิ ยำคมไดม้ ีกำรดำเนินกำรปรบั ปรุงพัฒนำหลกั สูตรสถำนศึกษำให้สอดคล้องกบั
สภำพบริบทของโรงเรียน ผู้เรียนและชุมชน โดยโครงสร้ำงหลักสูตรมีรำยวิชำเพิ่มเติม วิชำเลือก กิจกรรมส่งเสริม
อำชีพ 1 นักเรียน 1 อำชีพ และกิจกรรมพัฒนำผู้เรียนที่หลำกหลำย ให้ผู้เรียนเลือกได้เรียนตำมควำมสนใจสอดคล้อง
กับหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน พุทธศักรำช 2551 (ปรับปรุง 2560) ที่เน้นกำรศึกษำเพ่ือกำรมีงำนทำ
ตำมทักษะกำรเรยี นร้ใู นศตวรรษท่ี 21 มีกระบวนกำรประเมนิ และพัฒนำผเู้ รยี นดว้ ยวิธกี ำรทหี่ ลำกหลำย ส่งเสริมให้ครู
จัดกำรเรียนรู้ให้เป็นไปตำมศักยภำพของผู้เรียน เน้นให้นักเรียนได้คิดวิเครำะห์ และลงมือปฏิบัติจริง โดยใช้
กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรคิดวิเครำะห์ ลงมือปฏิบัติกิจกรรมเอง ส่งเสริมให้ครูจัดกำรเรียนกำรสอนโดยบูรณำ
กำรสำระกำรเรียนรู้งำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนวิถีพุทธ เป็นต้น มีกำรจัดทำ
โครงกำรของ ๘ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ เพ่ือส่งเสริมกำรเรียนรู้ของนักเรียนให้นักเรียนเรียนรู้ผ่ำนกำรจัดกิจกรรมท้ังใน
ห้องเรียนและนอกห้องเรียน เช่น กิจกรรมส่งเสรมิ รักกำรอ่ำน กิจกรรมสัปดำห์หอ้ งสมุด กิจกรรมสอนเสรมิ นักเรียน
อ่ำนไม่ออกเขียนไม่ได้ กิจกรรมแข่งขันโซดูกุ กิจกรรมแข่งขันตอบปัญหำคณิตศำสตร์ กิจกรรมแข่งขันเอแมท
กิจกรรมโครงงำนวิทยำศำสตร์ กิจกรรมโครงงำนคณิตศำสตร์ กิจกรรมโครงงำนอำชีพ กิจกรรมค่ำยวิชำกำร “
STEAM CAMP” กิจกรรมค่ำยวิทย์สำนศิปล์ โครงกำรค่ำย ENGLISH CAMP กิจกรรมวันคริสต์มำส โครงกำรยก
ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน ท่ีเชิญวิทยำกรจำกภำยนอกมำติวให้กับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษำปีที่ 3 และนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษำปีที่ 6 เพื่อเสริมประสบกำรณ์และเปลี่ยนบรรยำกำศเก่ียวกับกำรเรียนกำรสอนและเตรียมพร้อมสำหรับ
กำรสอบโอเน็ต มีกิจกรรมกำรเรียนรู้บูรณำกำรงำนสวนพฤกษศำสตร์ และจัดกิจกรรมค่ำยงำนสวนพฤกษศำสตร์
โรงเรียนโดยมีภูมิปัญญำท้องถ่ินมำให้ควำมรู้เก่ียวกับกำรกำรทำขนมเทียน ข้ำวต้มด่ำง กำรทำบำยศรีต้น และบำยศรี
ถำด ทม่ี อี ยู่ในท้องถิ่นและเกี่ยวข้องกบั ประเพณีวัฒนธรรมท้องถน่ิ
โรงเรียนลำดวนพิทยำคมได้ตระหนักถึงสภำพสังคมในปัจจุบันท่ีมีกำรเปลี่ยนแปลงอย่ำงต่อเน่ืองซ่ึงอำจจะ
ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมต่ำง ๆ ของผูเ้ รียนและมีแนวโน้มทจี่ ะทำให้ผู้เรียนมีพฤติกรรมสุ่มเสยี่ งที่ไม่เหมำะสมตำมมำ
ได้ ดังน้ันทำงโรงเรียนลำดวนพิทยำคมจึงได้มีกำรจัดกิจกรรมเพ่ือส่งเสริมคุณลักษณะและค่ำนิยมเพ่ือให้ผู้เรียนมี
พฤติกรรมท่ีเหมำะสมตำมบริบทขององค์กรและชุมชน เช่น กำรจัดโครงกำรกีฬำสีภำยในโรงเรียนเพ่ือสร้ำงควำม
สำมัคคี กิจกรรมระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพ่ือซ่อมเสริมพฤติกรรมท่ีไม่เหมำะสม กิจกรรมเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
40
โดยใช้กิจกรรมลูกเสือ กิจกรรมวันสำคัญทำงศำสนำร่วมกับชุมชน กำรรณรงค์โรงเรียนปลอดบุหรี่ เป็นต้น นอกจำก
พฤติกรรมท่ีต้องส่งเสริมเพ่ือให้ผู้เรียนมีลักษณะอันพึงประสงค์ตำมท่ีคำดหวังแล้วน้ันอีกส่ิงหน่ึงท่ีสำคัญคือกำร สังคม
สง่ เสริมในกำรเรยี นรแู้ ละอนุรกั ษว์ ัฒนธรรมท้องถนิ่ โดยกำรใหผ้ ู้เรียนเข้ำร่วมกจิ กรรมในท้องถ่นิ เช่น กำรนำวัฒนธรรม
ท้องถิ่นดนตรีกันตรึมมำจดั แสดงในงำนพิธีกำรต่ำง ๆ ของโรงเรียน กำรส่งเสริมให้นักเรียนเข้ำร่วมประเพณีในท้องถนิ่
มีกำรส่งเสริมกำรให้ควำมรู้ด้ำนอำชีพ เช่น จัดสอนในรำยวิชำ 1 นักเรียน 1 อำชีพ มีกำรเชิญวิทยำกรภำยนอกมำให้
ควำมรู้ อีกทั้งยังปลูกฝังค่ำนิยมควำมเป็นไทยในกำรบูรณำกำรในรำยวิชำหน้ำท่ีพลเมือง นอกจำกน้ีโรงเรียนลำดวน
พทิ ยำคมยงั เหน็ ถงึ ควำมสำคัญของสิทธขิ องผ้เู รยี นเปน็ สำคญั ในสภำวะที่สงั คมมีควำมเปดิ กว้ำงและหลำกหลำยมำกข้ึน
ไม่วำ่ จะเป็นกำรยอมรับควำมแตกต่ำงระหวำ่ งบุคคลในด้ำน เพศ วัย เชอ้ื ชำติ ศำสนำ ภำษำวัฒนธรรมหรือประเพณีสิ่ง
เหล่ำน้ีนับว่ำเป็นส่ิงสำคัญเน่ืองจำกผู้เรียนในฐำนะพลเมืองโลกจะต้องเข้ำใจบริบทของควำมเป็นมนุษย์ในปัจจุบัน
โรงเรียนลำดวนพิทยำคมจึงได้ส่งเสริมกิจกรรมต่ำง ๆ ให้เหมำะสมกับวัยและพัฒนำกำรของผู้เรียน เช่น กำรเปิดเวที
ให้นักเรียนได้แสดงออกผ่ำนกิจกรรมพัฒนำผูเ้ รียน กำรเรียนรู้ควำมแตกต่ำงของสังคมผ่ำนกำรบูรณำกำรในวิชำสังคม
ศึกษำ จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภำวะทั้งทำงกำยและจิตใจให้กับผู้เรียนเนื่องจำกหำกต้องกำรให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะท่ี
พึงประสงคข์ องผู้เรียนจะต้องสง่ เสริมทั้งด้ำนพฤติกรรม รำ่ งและจติ ใจให้มคี วำมเหมำะสมมำกทส่ี ุด ดังนนั้ ทำงโรงเรียน
จงึ มกี ำรจัดกิจกรรมเพ่ือให้บรรลุเป้ำหมำยตำมที่คำดหวัง เช่น กำรจัดกจิ กรรมรำยวิชำแนะแนว กำรจดั กิจกรรมกีฬำสี
ภำยใน กำรส่งเสริมสุขภำพจิตจำกกำรอบรมค่ำยธรรม เพื่อให้ผู้เรียนเป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม ยอมรับและอยู่
ร่วมกันบนความแตกต่างระหว่างบุคคล เข้าใจผู้อ่ืน ไม่มีความขัดแย้งกับผู้อื่น สามารถอยู่ร่วมกันกับคนอ่ืนอย่างมี
ความสขุ
2.2 ข้อมูล หลักฐาน เอกสารเชิงประจักษ์ ทส่ี นบั สนนุ ผลการประเมนิ ตนเอง
- ผลสมั ฤทธทิ์ ำงกำรเรยี น
- ผลกำรประเมินกำรอำ่ น คดิ วิเครำะห์ และเขียนสอ่ื ควำมหมำย
- ผลกำรประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
- ผลกำรประเมนิ สมรรถนะตำมหลักสูตร
- ผลกำรทดสอบทำงกำรศึกษำ ระดับชำติขั้นพืน้ ฐำน (O-NET)
- สมดุ กิจกรรมสำธำรณประโยชน์ของนักเรยี นทุกระดบั ชัน้
- โครงกำรพฒั นำกำรเรยี นกำรสอน ๘ กลุม่ สำระกำรเรียนรู้
- โครงกำรพัฒนำงำน 4 ฝำ่ ย
- ทะเบียนภูมปิ ญั ญำท้องถน่ิ /ปรำชญช์ ำวบ้ำน
- โครงกำรเข้ำค่ำยปรับเปลีย่ นพฤตกิ รรมโดยใช้กจิ กรรมลูกเสอื
- สมุดบันทกึ กจิ กรรมสำธำรณประโยชน์
- โครงกำรอบรมคำ่ ยคุณธรรม จรยิ ธรรม
41
3. จุดเด่น จดุ ทคี่ วรพฒั นา
จุดเดน่ จุดทคี่ วรพฒั นา
- สถำนศกึ ษำมกี ำรวเิ ครำะห์ผลสมั ฤทธท์ิ ำงกำรเรยี นและได้ - กำรจัดกจิ กรรมที่ม่งุ เน้นยกระดับผลสมั ฤทธิ์
กำหนดเป้ำหมำยทำงกำรเรียนและคุณภำพนกั เรยี นให้ อย่ำงต่อเนื่อง สรำ้ งควำมตระหนกั ใหน้ ักเรยี นเป็น
พฒั นำสูงขนึ้ จดั กจิ กรรมกำรเรียนกำรสอนเน้นกำรปฏบิ ตั ิ ผู้ ใผเ่ รียนใฝร่ ู้
เน้นทักษะในกำรอ่ำน กำรเขียน และกำรคิดคำนวณ - ใช้เทคโนโลยีใหเ้ กิดประโยชน์ต่อตนเองด้ำนกำร
ส่งเสรมิ ผู้เรยี นให้พฒั นำเตม็ ศักยภำพ มีกำรจดั แหลง่ เรยี นรู้ พัฒนำกำรเรยี นให้มำกย่ิงขึ้น เชน่ กำรเรยี น
ภำยในไดอ้ ยำ่ งเหมำะสม มสี ่ือดำ้ นเทคโนโลยที ่ที นั สมัย ออนไลน์
ส่งผลใหผ้ ้เู รยี นมี สุขภำพกำย สุขภำพจิต ดี กล้ำแสดงออก - จดั กิจกรรมกำรเรยี นรู้ใหม้ คี วำมหลำกหลำย
และสำมำรถอยู่ร่วมกับผอู้ ่ืนอยำ่ งมคี วำมสุขนักเรยี น มำกยงิ่ ขึน้ เพื่อสง่ เสริมกำรเรียนรขู้ องนักเรยี น
มีระเบยี บวินยั และเปน็ ท่ชี น่ื ชมและยอมรับของชุมชน - ปลกู ฝังคำ่ นิยมควำม เปน็ ไทย ใหเ้ ลือกรบั
- สถำนศึกษำได้ดำเนินโครงกำรแกไ้ ขปญั หำ 0 ร มส และ วัฒนธรรมทม่ี คี วำมสอดคลอ้ งกับวฒั นธรรม
มผ โดยควำมร่วมมือระหวำ่ งผูบ้ ริหำร คณะครู และ ทอ้ งถน่ิ และวัฒนำธรรมไทย ในยุคทส่ี ังคมเกิดกำร
ผู้ปกครอง ส่งผลให้ 0 ร มส และ มผ สะสมลดลงร้อยละ เปลีย่ นแปลงหลำยด้ำนอยำ่ งรวดเร็ว
55.90 และเป็นผลใหน้ ักเรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 3 สำเรจ็ - กำรนำเทคโนโลยเี ขำ้ มำใชใ้ ห้มำกขึ้นตำมยุคสมัย
กำรศึกษำรอ้ ยละ 85.00 และนกั เรยี นชั้นมธั ยมศึกษำปีที่ 6 ยังมไี ม่มำกเท่ำท่ีควรเน่อื งจำกเทคโนโลยจี ะช่วยให้
สำเรจ็ กำรศึกษำร้อยละ 100 กำรทำงำนสะดวกรวดเรว็ และมีประสิทธภิ ำพมำก
- สถำนศึกษำมีกำรร่วมมือกับชุมชนในกำรจัดกิจกรรมต่ำง ข้นึ
ๆ เพ่ือส่งเสริมผูเ้ รียนตำมแนวทำงของโรงเรียน ชุมชนมีสว่ น - กำรพฒั นำในเร่ืองของกำรปลูกฝงั คำ่ นยิ ม
ร่วมในกำรดำเนินกำรวำงแผนรวมถึงสนับสนุนแรงกำยและ คณุ ธรรม จรยิ ธรรมตำ่ ง ๆ ให้ทนั โลกในปจั จุบนั ที่
แรงใจ มีกำรเปลี่ยนแปลงไปอย่ำงรวดเรว็
- กำรจัดกำรเรียนกำรสอนมีกำรบูรณำกำรในกำร
ส่งเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไม่ว่ำจะเป็นกำรจัดกำร
เรียนในรำยวิชำสังคมศึกษำ หน้ำท่ีพลเมือง พลศึกษำและ
แนะแนว เป็นต้น ทำใหม้ ีกำรพัฒนำผลเรยี นสอดคลอ้ งไปกับ
กำรพัฒนำทงั้ ผลกำรเรยี นและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
- กิจกรรมตำ่ ง ๆ สำมำรถส่งเสรมิ ให้ผู้เรยี นมีคุณธรรม
จิตอำสำ ผำ่ นกำรจัดทำบันทึกสมุดกิจกรรม
สำธำรณประโยชน์ มีกำรจัดคูปองเข้ำรว่ มกจิ กรรมสำคัญ
ทำงพระพุทธศำสนำ กจิ กรรมสวดมนต์ประจำสปั ดำห์ มีกำร
อบรมนกั เรยี นทุกสัปดำห์ มีระบบดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรยี น
เข้มแข็ง และคณะกรรมกำรสภำนักเรียนมปี ระสทิ ธิภำพ
42
แผนการจัดการพัฒนาคณุ ภาพเพือ่ ยกระดับคณุ ภาพมาตรฐานใหส้ งู ขนึ้
1. พฒั นำให้นักเรยี นมที กั ษะในกำรอ่ำน กำรเขียน กำรสือ่ สำร และกำรคดิ คำนวณเป็นไปตำมเกณฑ์ทโ่ี รงเรียน
กำหนดในแตร่ ะดบั ชั้น
2. พัฒนำให้นักเรียนมีควำมสำมำรถในกำรคิดจำแนก แยกแยะ ใคร่ครวญไตร่ตรอง พิจำรณำอย่ำงรอบคอบ
โดยใช้เหตุผลประกอบกำรตดั สินใจ มีกำรอภปิ รำยแลกเปลยี่ นควำมคดิ เห็น และแก้ปัญหำอยำ่ งมีเหตุผล
3. พัฒนำให้นักเรียนมีควำมสำมำรถในกำรรวบรวมควำมรู้ได้ท้ังด้วยตนเองและกำรทำงำนเป็นทีม เชื่อมโยง
องค์ควำมรู้ และประสบกำรณม์ ำใช้ในกำรสร้ำงสรรค์สง่ิ ใหม่ ๆ
4. พัฒนำให้นักเรียน มีควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำรเพื่อพัฒนำตนเอง และ
สังคมในดำ้ นกำรเรียนรู้ กำรสอ่ื สำร กำรทำงำน อย่ำงสร้ำงสรรค์ และมีคณุ ธรรม
5. พัฒนำให้นักเรียนมคี วำมก้ำวหน้ำในผลกำรทดสอบระดับชำติ มีควำมรู้ ทักษะพื้นฐำนในกำรจัดกำรเจตคติ
ท่ีดพี รอ้ มทจ่ี ะศึกษำต่อในระดบั ชั้นทีส่ ูงข้ึน มีพฤติกรรมเปน็ ผู้ทีม่ ีคณุ ธรรม จริยธรรม เคำรพในกฎกติกำ
6. พฒั นำนักเรยี นปลกู ฝงั คำ่ นิยมทถ่ี ูกตอ้ งและเหมำะสมกบั บรบิ ทสงั คมในปจั จุบันผ่ำนกำรจัดกำรเรียนกำร
สอนและกำรทำกจิ กรรมสง่ เสรมิ พัฒนำผู้เรียน
7. พฒั นำโครงกำรต่ำง ๆ ทมี่ งุ่ เน้นส่งเสรมิ พฤติกรรมตำมคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ องผูเ้ รียนรวมถึงพฒั นำ
โครงกำรอืน่ ๆ ให้มคี วำมหลำกหลำย
8. พฒั นำนักเรยี นใหม้ ีจติ สำนึกรักทด่ี ีต่อท้องถิ่นผำ่ นกำรจดั ทำกิจกรรมกับชุมชนและท้องถิน่ อย่ำงต่อเนื่อง
มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
1. ระดับคุณภาพ ดเี ลิศ
2. วิธีการพฒั นา/กระบวนการ ข้อมูล หลักฐาน เอกสารเชิงประจกั ษ์ ท่ีสนับสนนุ ผลการประเมินตนเอง
2.1 วธิ กี ารพฒั นา/กระบวนการ (แสดงใหเ้ หน็ ถึงความน่าเชอ่ื ถือ เป็นระบบ มีประสทิ ธิภาพ)
โรงเรียนลำดวนพิทยำคม มีกำรประชุมเพ่ือ ทบทวน และเพื่อกำหนดเปำ้ หมำย วิสัยทศั น์ พนั ธกิจ กลยุทธ์ใน
กำรจดั ทำแผนพฒั นำคุณภำพกำรศกึ ษำและแผนปฏบิ ัติกำรประจำปี ไวอ้ ย่ำงชัดเจน สอดคล้องกบั กำรบริบทของ
สถำนศกึ ษำ ควำมต้องกำรของชุมชน ท้องถน่ิ และบริหำรจัดกำรคุณภำพของสถำนศกึ ษำอย่ำงเป็นระบบ โดยแบง่
โครงสรำ้ งกำรบริหำร ออกเป็น 4 ฝำ่ ย ประกอบดว้ ย ฝำ่ ยบริหำรงำนทั่วไป ฝำ่ ยบริหำรงำนงบประมำณ ฝำ่ ย
บริหำรงำนวิชำกำร และ ฝำ่ ยบริหำรงำนบุคคล มีกำรแบง่ หนำ้ ที่ควำมรบั ผิดชอบอย่ำงชัดเจน บุคลำกรและผ้ทู ี่
เกยี่ วขอ้ งทุกฝำ่ ยมสี ่วนร่วมในกำรวำงแผน ปรบั ปรงุ และพัฒนำ และร่วมรบั ผิดชอบต่อผลกำรจัดกำรศึกษำ มีกำร
ประชมุ ติดตำมงำนในแตล่ ะฝ่ำย ประชมุ หวั หน้ำฝำ่ ย ประชุมหวั หน้ำกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ และประชมุ กลมุ่ สำระกำร
เรยี นรู้ มกี ำรนิเทศ ตดิ ตำม อยำ่ งต่อเนื่อง เพื่อวิเครำะห์สภำพปัญหำและควำมต้องกำร มีกำรวำงแผนพฒั นำคุณภำพ
กำรจัดกำรศกึ ษำโดยนำแผนไปปฏบิ ตั ิ ติดตำม ตรวจสอบ ประเมนิ ผล และปรับปรงุ เพื่อพฒั นำงำนอยำ่ งต่อเนือ่ ง
เพื่อใหโ้ รงเรยี นสำมำรถพฒั นำได้อย่ำงมปี ระสทิ ธภิ ำพ มีกำรระดมทรัพยำกร มีกำรระดมทรัพยำกร เพอ่ื กำรพัฒนำ
43
คณุ ภำพ กำรศึกษำจำกผปู้ กครองนักเรียน ชมุ ชน ชมรมศิษย์เก่ำ สมำคมผปู้ กครองและครโู รงเรียนลำดวนพิทยำคม
ได้รับควำมรว่ มมือยำ่ งดียงิ่ จำกทุกภำคสว่ น สถำนศึกษำมีกำรพฒั นำปรับปรุงหลักสตู ร จดั ทำหลักสตู รท่ตี รงตำมถนัด
และควำมสำมำรถของผู้เรียน สง่ เสรมิ สนับสนุน สง่ ผลให้ผ้เู รยี นได้เลอื กเรียนตำมที่ตนเองถนัดและสนใจ มีควำมสุข
ในกำรเรียน ส่งเสรมิ ใหบ้ คุ ลำกรเขำ้ รับกำรอบรมโครงกำรพัฒนำครแู บบครบวงจร ครบทุกคน นอกจำกนย้ี ังส่งเสรมิ
และพัฒนำครูให้มีควำมควำมร้ใู นด้ำนกำรเรียนกำรสอน และงำนท่ีได้รับผดิ ชอบ นำมำใช้ในกำรพฒั นำงำนและกำร
เรยี นรู้ของผูเ้ รยี น มกี ำรจดั สภำพแวดล้อมท้ังภำยในและภำยนอกห้องเรยี น มีกำรประเมินห้องเรยี นคุณภำพ ห้อง
ฝำ่ ยคณุ ภำพ ห้องกลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ และบริเวณเขตพื้นที่รับผิดชอบ ส่งผลให้ห้องเรยี น น่ำอยู่ นำ่ เรียน และมีควำม
ปลอดภยั ตดิ ต้งั ระบบอนิ เทอร์เน็ตไรส้ ำย ครอบคลุมทุกอำคำรเรยี น เพ่ือสนบั สนุนกำรบรหิ ำรจัดกำรและกำรจดั กำร
เรยี นรู้ ส่งผลให้กำรบริหำรจัดกำรและกำรจดั กำรเรยี นรู้ได้อย่ำงเหมำะสมและมีประสิทธิภำพ
2.2 ข้อมูล หลกั ฐาน เอกสารเชงิ ประจักษท์ ่ีสนับสนนุ ผลการประเมินตนเอง
- แผนพัฒนำคุณภำพกำรจัดกำรศึกษำของสถำนศกึ ษำ
- แผนปฏิบัตกิ ำรประจำปี
- หลกั สูตรสถำนศกึ ษำ
- รำยงำนกำรประชุมประจำเดือน
- รำยงำนกำรอบรมตำ่ งๆ
- รำยงำนกำรประเมินหอ้ งเรยี นคุณภำพ
- โครงกำรพฒั นำบุคลำกร
- สมั ภำษณค์ ณะกรรมกำรสถำนศึกษำ ผ้บู รหิ ำร ครู บุคลำกร ผเู้ รยี น และผู้ปกครอง นกั เรียน
3. จุดเด่น จดุ ทคี่ วรพัฒนา
จุดเดน่ จดุ ท่ีควรพฒั นา
- โรงเรยี นลำดวนพิทยำคมจัดกระบวนกำรบริหำรจดั กำรอย่ำงเปน็ - แหล่งเรยี นรใู้ นโรงเรียนบำงพ้นื ที่ยงั ต้อง
ระบบ ครอบคลุม กำรดำเนินงำน โรงเรยี น เน้นกำรมีส่วนรว่ มจำกทุก ไดร้ บั กำรพฒั นำใหม้ ีควำมพร้อมสำหรบั
ฝำ่ ย มีกำรกำหนดวสิ ัยทัศน์ พันธกิจ ตอบสนองต่อนโยบำยของ กำรเรียนรขู้ องนกั เรยี น
หนว่ ยงำนต้นสงั กดั - สนบั สนุน วสั ดุ อปุ กรณ์ และสือ่
- พัฒนำครแู ละบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำให้เป็นบุคคลแหง่ กำรเรยี นรู้ เทคโนโลยใี นกำรปฏบิ ตั งิ ำนและกำร
และมคี วำมเปน็ ครูมืออำชพี มีกำรนิเทศติดตำมงำนและกำรสอนของ จัดกำรเรยี นกำรสอนให้พร้อมใช้งำน และ
ครู อยำ่ งต่อเน่อื ง ส่งผลใหค้ รูมีควำมกระตือรอื รน้ ในกำรทำงำนและ มีควำมทันสมัย
สำมำรถปฏบิ ัตงิ ำนและจัดกำรเรียนกำรสอนได้อยำ่ งมีประสิทธิภำพ
- จดั สภำพแวดลอ้ มภำยในหอ้ งเรียน มีสอ่ื เทคโนโลยคี รบทุกหอ้ งเรียน
ใหม้ ีคณุ ภำพ เพื่อให้ผูเ้ รียนเกิดกำรเรยี นรสู้ ำมำรถนำไปศึกษำต่อ
ประกอบอำชีพและดำรงชวี ติ อยู่ในสังคมอยำ่ งมีควำมสุข