44
จดุ เดน่ จดุ ทีค่ วรพฒั นา
- ประชุมผู้ปกครองนกั เรียนท่ีมปี ัญหำเก่ียวกบั 0 ร มส อยำ่ งต่อเน่ือง
เพอ่ื ใหผ้ ้ปู กครองรบั ทรำบขอ้ มลู และรว่ มกนั แกป้ ญั หำ ส่งผลให้
นักเรียนมคี วำมกระตอื รือร้นในกำรเรยี น และปญั หำ 0 ร มส. ลด
นอ้ ยลง
- ผู้ปกครองนักเรยี น ชมุ ชน ชมรมศษิ ยเ์ กำ่ สมำคมผปู้ กครองและครู
โรงเรียนลำดวนพิทยำคม ให้ควำมรว่ มมอื ย่ำงดีในกำรระดมทรัพยำกร
เพ่ือพฒั นำคุณภำพกำรศึกษำของโรงเรยี นต่อไป
แผนการจัดการพัฒนาคุณภาพเพือ่ ยกระดับคุณภาพมาตรฐานให้สูงขึ้น
1. สนบั สนุน ให้ครแู ละบุคลกำกร ไดพ้ ฒั นำตนเองอย่ำงต่อเนื่อง
2. จดั หำ วัสดุ อุปกรณ์ และส่ือเทคโนโลยใี นกำรปฏิบตั งิ ำนและกำรจัดกำรเรยี นกำรสอนให้พร้อมใชง้ ำน
และมคี วำมทนั สมัย
3. พฒั นำแหล่งเรียนรูใ้ นโรงเรยี นใหม้ ีควำมหลำกหลำย และจัดบรรยำกำศแหลง่ เรียนรู้ให้พร้อมสำหรับ
นกั เรยี นได้เข้ำไปเรยี นรู้ และมคี วำมน่ำอยู่ น่ำดู น่ำเรยี น และมคี วำมปลอดภัย
4. สำนสมั พันธ์ ชมุ ชน ผูป้ กครอง ชมรมศษิ ย์เก่ำ สมำคมผู้ปกครองและครูโรงเรยี นลำดวนพิทยำคม และผู้
มีสว่ นเกี่ยวขอ้ งทุกภำคส่วน ให้มีสว่ นรว่ มกำรในพัฒนำโรงเรียนอยำ่ งต่อเน่อื ง
มาตรฐานท่ี 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนท่ีเน้นผเู้ รยี นเปน็ สาคญั
3.1 ระดบั คณุ ภาพ ดเี ลิศ
3.2 วิธีการพัฒนา/กระบวนการ ขอ้ มลู หลักฐาน เอกสารเชิงประจกั ษ์ ท่ีสนับสนุนผลการประเมิน
ตนเอง
3.2.1 วิธกี ารพฒั นา/กระบวนการ
จดั กจิ กรรมกำรเรียนรู้ตำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตัวช้ีวดั ของหลกั สตู รสถำนศึกษำที่
เนน้ ให้ผ้เู รียนได้เรยี นรู้ โดยผำ่ นกระบวนกำรคิดและปฏบิ ตั จิ รงิ ครูทุกคนจัดทำกำหนดกำรสอนทุกรำยวชิ ำ มแี ผนกำร
จดั กำรเรยี นรู้อย่ำงน้อย 1 วิชำ ที่สำมำรถนำไปจดั กิจกรรมไดจ้ รงิ มีรปู แบบกำรจัดกำรเรียนรู้โดยคำนงึ ถงึ ควำมสำมำรถ
และควำมแตกต่ำงระหวำ่ งบุคคลของนักเรียน ส่งผลผ้เู รยี นได้รบั กำรฝกึ ทักษะแสดงออก แสดงควำมคดิ เหน็ สรปุ องค์
ควำมรู้ นำเสนอผลงำน และสำมำรถนำไปประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ได้ ครมู ีกำรใช้สอ่ื เทคโนโลยีสำรสนเทศ และแหลง่
เรียนรู้รวมทัง้ ภมู ิปญั ญำท้องถ่ินมำใชใ้ นกำรจัดกำรเรยี นรู้ โดยสรำ้ งโอกำสใหผ้ เู้ รยี นได้แสวงหำควำมรดู้ ้วยตนเองจำก
สือ่ ที่หลำกหลำย ทุกหอ้ งเรยี นมีกำรจดั มุมสอื่ สำรสนเทศ เพือ่ เปน็ แหล่งเรยี นรู้ให้กบั นักเรียนได้ศกึ ษำคน้ ควำ้ เพ่ิมเติม
เชน่ หนังสอื เรียน คู่มือ บัตรคำ บตั รภำพ ภำพจำลอง อปุ กรณแ์ ละเคร่ืองมือทำงวทิ ยำศำสตร์ อปุ กรณ์และเครื่องมือ
ทำงกำรเกษตร อตุ สำหกรรม และคหกรรม และมีทะเบียนส่อื มสี อ่ื เทคโนโลยที ่สี ง่ เสริมและสนับสนุนกำรจัดกิจกรรม
กำรเรียนกำรสอนของครผู สู้ อน เชน่ โปรเจคเตอร์ โทรทัศน์ เครอื่ งขยำยเสียง ไมโครโฟน มีวิทยำกรมำให้ควำมรู้และ
สอนดนตรีไทย วิทยำกรท้องถิ่น และปรำชญ์ชำวบำ้ นมำให้ควำมร้เู กี่ยวกับขอ้ มูล ประโยชนข์ องพรรณไม้ และสมุนไพร
45
ในสวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรยี นรวมทั้ง ใหค้ วำมรูเ้ ก่ยี วกับประเพณีและวัฒนธรรมในทอ้ งถนิ่ เก่ียวกบั พิธกี รรมในท้องถิ่น
กำรจัดทำบำยศรถี ำด บำยศรีต้น กำรทำขนมดอกบัว ขำ้ วตม้ ดำ่ ง ขำ้ วตม้ มัด และอปุ กรณป์ ระกอบบำยศรตี ำ่ งๆ ทำ
ให้นกั เรียนมคี วำมรคู้ วำมเขำ้ ใจ ในประโยชน์ของพรรณไม้ มคี วำมรูเ้ ก่ียวกับประเพณี วัฒนธรรมทอ้ งถิน่ ทส่ี บื ถอดมำ
ยำวนำนจำกบรรพบรุ ษุ มจี ติ สำนกึ ในกำรอนุรกั ษ์ทรัพยำกร และสืบทอดประเพณใี นท้องถิ่นต่อไป ครมู ีจดั กำรเรยี นรู้
แบบออนไลนไ์ ด้ เพื่อให้สอดคลอ้ งกบั สภำวะกำรแผร่ ะบำดของไวรัสโคโรนำ 19 ส่งผลใหบ้ คุ ลำกรทำงกำรศึกษำของ
โรงเรียนทุกคนห่ำงไกลจำกไวรสั โคโรนำ 19 จดั กจิ กรรม 1 นักเรยี น 1 อำชพี ให้นักเรยี นเลอื กเรียนตำมควำมถนัด
และควำมสนใจ เพอ่ื ใหเ้ กิดทักษะและสำมรถนำไปใช้ในกำรประกอบอำชีพในอนำคตได้ ครูจัดทำรำยงำนวิจยั ในชนั้
เรยี นเพือ่ พัฒนำกำรเรยี นกำรสอนอยำ่ งน้อยภำคเรียนละ 1 เรอื่ ง ครูผสู้ อนมีกำรบรหิ ำรจัดกำรชั้นเรียน โดยเนน้ กำรมี
ปฏสิ ัมพันธเ์ ชงิ บวก ไมม่ ีเดก็ คนใดถูกทอดทง้ิ ไว้ข้ำงหลงั ใหเ้ ด็กรกั ครู ครูรกั เด็ก และเด็กรักเด็ก เด็กรกั ท่ีจะเรียนรู้
สำมำรถเรียนร้รู ่วมกันอย่ำงมีควำมสุข ครผู ู้สอนมีกำรตรวจสอบและประเมินผูเ้ รียนอยำ่ งเปน็ ระบบ สอดคล้องกบั
แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้ และตรงตำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตัวช้ีวดั ผลกำรเรยี นรู้ และจดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ เชน่ จัดให้
มีกำรประเมินและวัดผลผ้เู รยี นก่อนเรยี น ระหวำ่ งเรียน และหลงั เรียนอยู่เปน็ ระยะสมำ่ เสมอ นอกจำกเพ่อื ตรวจสอบ
พัฒนำกำรของผู้เรยี น และตัดสนิ ผลกำรเรยี นแลว้ ครูผสู้ อนยงั สำมำรถนำผลสรุปทไ่ี ด้รบั ไปใชใ้ นกำรปรับปรงุ แกไ้ ข
และพัฒนำกระบวนกำรเรยี นกำรสอนตนเองให้ดีย่ิงขนึ้ ครูและผมู้ ีส่วนเกย่ี วข้องร่วมกันแลกเปล่ยี นควำมรแู้ ละ
ประสบกำรณ์รวมทั้งให้ขอ้ มลู ป้อนกลับเพอ่ื นำไปใช้ในกำรปรับปรุงและพัฒนำกำรจดั กำรเรยี นรู้ โดยกำรแลกเปลย่ี น
เรียนรู้ในประชมุ ประจำเดือนของครู กำรประชมุ หวั หน้ำฝ่ำย ประชุมหัวหนำ้ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ และประชุมกลมุ่
สำระกำรเรยี นรู้
3.2.2 ข้อมลู หลักฐาน เอกสารเชงิ ประจักษ์ ที่สนับสนนุ ผลการประเมินตนเอง ในแตล่ ะประเดน็
พิจารณา 5 ประเด็น
- หลกั สตู รสถำนศกึ ษำท่ีสอดคลอ้ งกับหลกั แกนกลำงกำรศึกษำขัน้ พ้นื ฐำน พ.ศ. 2551 และฉบับ
ปรบั ปรงุ แก้ไข พ.ศ. 2560
- กำหนดกำรสอน
- แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้
- รำยงำนผลกำรปฏิบตั ิกำรสอน
- แบบรำยงำนกำรวิเครำะห์นักเรยี นรำยบุคล
- รำยงำนผลกำรปฏิบัตงิ ำนของครู
- รำยงำนวิจยั ในชนั้ เรยี น
- รำยงำนผลกำรอบรม/ประชมุ /สัมมนำ
- ทะเบียนคมุ ส่ือต่ำงๆ
- ปพ.5
- รำยงำนกำรเยี่ยมบำ้ นนักเรียน
- โครงกำรหอ้ งเรยี นคุณภำพ
- บันทกึ กำรประชมุ ต่ำงๆ
46
3. จดุ เด่น จุดที่ควรพัฒนา แผนการพัฒนาคุณภาพเพอ่ื ยกระดับคณุ ภาพมาตรฐานให้สงู ข้ึน
จุดเด่น จุดทค่ี วรพฒั นา
- ครมู คี วำมต้ังใจ มุ่งมนั่ ในกำรพัฒนำกำรเรยี นกำร - ครจู ัดกระบวนกำรเรียนกำรสอน สรำ้ งส่ือ ใช้ส่ือ
สอน โดยจดั กจิ กรรมใหน้ ักเรียนไดเ้ รียนรู้ ทเ่ี นน้ ทักษะ ออนไลน์ให้หลำกหลำยมำกย่ิงขน้ึ ไป
กระบวนกำร คิด ได้ปฏบิ ัตจิ ริง มีกำรใหว้ ิธกี ำรและ - ครูให้ข้อมูลย้อนกลับแก่นักเรียนทนั ทเี พ่ือใหน้ ักเรยี น
แหลง่ เรยี นรทู้ ี่ หลำกหลำย ใช้ส่อื กำรสอนที่ ได้แก้ไขและพฒั นำตนเองตอ่ ไป
หลำกหลำย สง่ เสรมิ ใหน้ กั เรยี นแสวงหำควำมรู้จำกส่ือ
เทคโนโลยี ด้วยตนเองอยำ่ งต่อเน่ือง นักเรยี นมสี ่วน
รว่ มในกำรจัด บรรยำกำศ สภำพแวดล้อมท่ีเออ้ื ต่อ
กำรเรยี นรู้
- มีวทิ ยำกรทอ้ งถิ่น/ปรำชญ์ชำวบำ้ น ท่ีมำให้ควำมรู้
นกั เรยี นอย่ำงต่อเน่ือง
- มีวัสดอุ ปุ กรณ์ ส่อื เทคโนโลยี ในทกุ หอ้ งเรยี นทีเ่ อื้อ
สำหรับกำรจดั กจิ กรรมกำรเรียนกำรสอน
4.ครมู กี ำรเย่ียมบ้ำนนกั เรยี น 100 เปอรเ์ ซ็นต์ ร้จู กั
นกั เรียนรำยบุคคล มีปฏิสมั พันธท์ ดี่ ีกับนกั เรยี นและ
ผปู้ กครอง มีกำรประสำนงำนระหว่ำงครูและ
ผ้ปู กครองอย่ำงต่อเน่ือง
แผนการจดั การพฒั นาคณุ ภาพเพอ่ื ยกระดับคุณภาพมาตรฐานให้สงู ขนึ้
1. พัฒนำครูและบุคลำกรทำงกำรอยำ่ งต่อเน่อื งและสม่ำเสมอ โดยเฉพำะด้ำนกำรใช้สื่อเทคโนโลยี กำรใช้ส่อื
ดจิ ทิ ลั กำรจัดทำส่ือออนไลน์ ทกั ษะกำรสื่อสำรด้ำนภำษำอังกฤษ และทักษะที่สำคัญอน่ื ๆ ในศตวรรษที่ 21 เพ่ือ
พฒั นำกำรเรียนกำรสอนให้มีประสทิ ธภิ ำพมำกยง่ิ ขนึ้
2. พัฒนำแหลง่ เรยี นในห้องเรยี นและนอกหอ้ งเรียนให้มคี วำมหลำกหลำย
3. จดั บรรยำกำศใหห้ ้องเรียนใหม้ ีควำมนำ่ อยู่ นำ่ ดู น่ำเรียน และมีควำมปลอดภัยอยู่เสมอ
47
สรปุ คุณภาพมาตรฐานการศกึ ษาของสถานศึกษา โดยรวม (ทัง้ 3 มำตรฐำน)
สรุปคุณภาพมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา โดยรวม (ทั้ง 3 มาตรฐาน)
1. ระดบั คณุ ภาพ ดีเลิศ
2. วธิ กี ารพฒั นา/กระบวนการ ข้อมูล หลกั ฐาน เอกสารเชิงประจกั ษ์ ที่สนบั สนุนผลการประเมนิ ตนเอง
2.1 วิธกี ารพัฒนา/กระบวนการ
โรงเรยี นลำดวนพิทยำคมได้มีกำรดำเนนิ กำรปรับปรงุ พฒั นำหลกั สูตรสถำนศึกษำใหส้ อดคล้องกับ
สภำพบริบทของโรงเรยี น ผู้เรยี นและชุมชน โดยโครงสร้ำงหลักสูตรมีรำยวชิ ำเพมิ่ เติม วชิ ำเลือก กิจกรรมส่งเสรมิ
อำชพี 1 นกั เรยี น 1 อำชพี และกิจกรรมพฒั นำผ้เู รยี นท่ีหลำกหลำย ใหผ้ ู้เรียนเลือกไดเ้ รียนตำมควำมสนใจสอดคล้อง
กับหลกั สตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำข้นั พืน้ ฐำน พุทธศักรำช 2551 (ปรบั ปรุง 2560) ทเ่ี นน้ กำรศึกษำ
เพอ่ื กำรมีงำนทำตำมทักษะกำรเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี 21 มีกระบวนกำรประเมนิ และพัฒนำผเู้ รยี นดว้ ยวธิ กี ำรท่ี
หลำกหลำย สง่ เสริมใหค้ รูจดั กำรเรยี นรู้ใหเ้ ปน็ ไปตำมศักยภำพของผเู้ รยี น เน้นใหน้ ักเรยี นได้คิดวเิ ครำะห์ และลงมอื
ปฏบิ ัตจิ ริง โดยใชก้ ระบวนกำรกลมุ่ กระบวนกำรคิดวเิ ครำะห์ ลงมือปฏบิ ัติกจิ กรรมเอง ส่งเสริมให้ครจู ัดกำรเรยี นกำร
สอนโดยบรู ณำกำรสำระกำรเรยี นรงู้ ำนสวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรยี น โรงเรียนเศรษฐกจิ พอเพยี ง โรงเรียนวิถพี ทุ ธ เป็น
ต้น มีกำรจดั ทำโครงกำรของ 8 กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ เพ่ือส่งเสริมกำรเรียนรขู้ องนักเรยี นให้นกั เรยี นเรยี นรู้ผำ่ นกำรจดั
กจิ กรรมทั้งในห้องเรยี นและนอกห้องเรยี น เชน่ กจิ กรรมส่งเสรมิ รกั กำรอ่ำน กจิ กรรมสัปดำหห์ ้องสมุด กจิ กรรมสอน
เสรมิ นกั เรียนอำ่ นไม่ออกเขียนไม่ได้ กจิ กรรมแขง่ ขันโซดูกุ กจิ กรรมแข่งขันตอบปญั หำคณติ ศำสตร์ กจิ กรรมแขง่ ขนั
เอแมท กิจกรรมโครงงำนวิทยำศำสตร์ กจิ กรรมโครงงำนคณิตศำสตร์ กจิ กรรมโครงงำนอำชีพ กจิ กรรมคำ่ ยวิชำกำร
“ STEAM CAMP” กิจกรรมคำ่ ยวิทย์สำนศปิ ล์ โครงกำรค่ำย ENGLISH CAMP กจิ กรรมวนั คริสต์มำส โครงกำรยก
ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรยี น ท่ีเชิญวิทยำกรจำกภำยนอกมำติวให้กับนักเรียนชน้ั มัธยมศึกษำปีท่ี 3 และนกั เรยี นชน้ั
มัธยมศกึ ษำปที ่ี 6 เพอื่ เสริมประสบกำรณ์และเปล่ียนบรรยำกำศเกี่ยวกับกำรเรียนกำรสอนและเตรียมพรอ้ มสำหรับ
กำรสอบโอเนต็ มีกิจกรรมกำรเรียนรูบ้ ูรณำกำรงำนสวนพฤกษศำสตร์ และจดั กิจกรรมคำ่ ยงำนสวนพฤกษศำสตร์
โรงเรยี นโดยมภี มู ิปัญญำทอ้ งถ่ินมำใหค้ วำมรู้เกี่ยวกับกำรกำรทำขนมเทียน ขำ้ วต้มดำ่ ง กำรทำบำยศรตี น้ และบำยศรี
ถำด ท่ีมีอยู่ในท้องถ่ินและเกยี่ วขอ้ งกับประเพณีวฒั นธรรมท้องถนิ่
โรงเรยี นลำดวนพทิ ยำคมได้ตระหนักถึงสภำพสังคมในปจั จุบันทมี่ ีกำรเปลี่ยนแปลงอยำ่ งต่อเน่ืองซึ่งอำจจะ
ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมต่ำง ๆ ของผู้เรยี นและมีแนวโน้มท่จี ะทำให้ผู้เรยี นมพี ฤตกิ รรมสุ่มเส่ียงทไ่ี มเ่ หมำะสมตำมมำ
ได้ ดงั นนั้ ทำงโรงเรียนลำดวนพทิ ยำคมจงึ ได้มกี ำรจดั กจิ กรรมเพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและค่ำนยิ มเพ่อื ใหผ้ ู้เรยี นมี
พฤติกรรมทเี่ หมำะสมตำมบริบทขององคก์ รและชุมชน เช่น กำรจัดโครงกำรกฬี ำสภี ำยในโรงเรียนเพอ่ื สร้ำงควำม
สำมคั คี กิจกรรมระบบดูแลช่วยเหลือนกั เรียนเพื่อซ่อมเสริมพฤติกรรมที่ไม่เหมำะสม กจิ กรรมเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
โดยใชก้ จิ กรรมลกู เสือ กจิ กรรมวนั สำคัญทำงศำสนำร่วมกบั ชมุ ชน กำรรณรงค์โรงเรยี นปลอดบหุ ร่ี เปน็ ตน้ นอกจำก
พฤติกรรมทต่ี ้องสง่ เสรมิ เพื่อให้ผูเ้ รียนมีลักษณะอนั พึงประสงค์ตำมท่คี ำดหวงั แล้วนน้ั อีกส่ิงหนงึ่ ท่สี ำคัญคือกำรสังคม
ส่งเสรมิ ในกำรเรยี นรู้และอนุรักษว์ ฒั นธรรมท้องถ่ินโดยกำรให้ผูเ้ รยี นเข้ำรว่ มกจิ กรรมในท้องถ่ิน เชน่ กำรนำวฒั นธรรม
ทอ้ งถิ่ นดนตรกี ันตรมึ มำจดั แสดงในงำนพธิ กี ำรตำ่ ง ๆ ของโรงเรียน
48
กำรสง่ เสรมิ ใหน้ ักเรยี นเขำ้ รว่ มประเพณใี นท้องถน่ิ มกี ำรส่งเสรมิ กำรใหค้ วำมรู้ด้ำนอำชีพ เชน่ จัดสอนในรำยวิชำ 1
นักเรียน 1 อำชพี มีกำรเชิญวิทยำกรภำยนอกมำให้ควำมรู้ อีกทั้งยังปลูกฝงั ค่ำนยิ มควำมเปน็ ไทยในกำรบรู ณำกำรใน
รำยวชิ ำหนำ้ ทพ่ี ลเมอื ง นอกจำกน้ีโรงเรยี นลำดวนพิทยำคมยงั เหน็ ถงึ ควำมสำคญั ของสิทธิของผเู้ รยี นเป็นสำคัญใน
สภำวะที่สงั คมมีควำมเปดิ กวำ้ งและหลำกหลำยมำกขึ้นไมว่ ำ่ จะเปน็ กำรยอมรับควำมแตกตำ่ งระหว่ำงบุคคลในดำ้ น
เพศ วัย เชือ้ ชำติ ศำสนำ ภำษำวัฒนธรรมหรอื ประเพณีสงิ่ เหลำ่ นีน้ บั ว่ำเปน็ สิง่ สำคัญเน่อื งจำกผเู้ รียนในฐำนะพลเมือง
โลกจะต้องเข้ำใจบรบิ ทของควำมเปน็ มนุษย์ในปจั จบุ ันโรงเรียนลำดวนพิทยำคมจึงไดส้ ่งเสรมิ กิจกรรมตำ่ ง ๆ ให้
เหมำะสมกบั วยั และพัฒนำกำรของผเู้ รยี น เช่น กำรเปิดเวทีใหน้ กั เรยี นได้แสดงออกผ่ำนกิจกรรมพฒั นำผเู้ รยี น กำร
เรียนร้คู วำมแตกต่ำงของสงั คมผ่ำนกำรบูรณำกำรในวิชำสังคมศึกษำ จดั กจิ กรรมสง่ เสริมสขุ ภำวะทงั้ ทำงกำยและ
จติ ใจให้กบั ผู้เรยี นเน่ืองจำกหำกต้องกำรให้ผู้เรียนมีคุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ของผู้เรยี นจะตอ้ งสง่ เสริมท้ังด้ำน
พฤติกรรม รำ่ งและจติ ใจให้มีควำมเหมำะสมมำกทส่ี ุด ดงั น้ันทำงโรงเรียนจงึ มีกำรจดั กจิ กรรมเพ่อื ให้บรรลเุ ป้ำหมำย
ตำมที่คำดหวัง เช่น กำรจัดกจิ กรรมรำยวชิ ำแนะแนว กำรจัดกจิ กรรมกฬี ำสีภำยใน กำรส่งเสรมิ สขุ ภำพจติ จำกกำร
อบรมคำ่ ยธรรม เพอื่ ให้ผเู้ รยี นเปน็ ผูท้ ่ีมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ยอมรบั และอย่รู ว่ มกันบนควำมแตกต่ำงระหวำ่ งบุคคล
เขำ้ ใจผู้อ่นื ไม่มีควำมขัดแย้งกับผู้อนื่ สำมำรถอยู่ร่วมกนั กับคนอื่นอย่ำงมีควำมสขุ
โรงเรียนลำดวนพิทยำคม มกี ำรประชมุ เพ่ือ ทบทวน และเพ่ือกำหนดเปำ้ หมำย วิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยทุ ธ์ในกำร
จัดทำแผนพัฒนำคุณภำพกำรศกึ ษำและแผนปฏิบตั ิกำรประจำปี ไว้อย่ำงชดั เจน สอดคล้องกับกำรบรบิ ทของ
สถำนศึกษำ ควำมต้องกำรของชมุ ชน ท้องถิ่น และบรหิ ำรจดั กำรคุณภำพของสถำนศึกษำอยำ่ งเปน็ ระบบ โดยแบง่
โครงสรำ้ งกำรบรหิ ำร ออกเป็น 4 ฝำ่ ย ประกอบดว้ ย ฝ่ำยบริหำรงำนทว่ั ไป ฝ่ำยบริหำรงำนงบประมำณ ฝ่ำย
บรหิ ำรงำนวชิ ำกำร และ ฝ่ำยบรหิ ำรงำนบคุ คล มีกำรแบง่ หนำ้ ทีค่ วำมรับผิดชอบอย่ำงชดั เจน บคุ ลำกรและผู้ที่
เกีย่ วข้องทกุ ฝ่ำยมสี ่วนร่วมในกำรวำงแผน ปรับปรุง และพัฒนำ และร่วมรบั ผดิ ชอบต่อผลกำรจดั กำรศึกษำ มกี ำร
ประชมุ ติดตำมงำนในแต่ละฝำ่ ย ประชุมหวั หน้ำฝ่ำย ประชุมหัวหนำ้ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ และประชมุ กลุ่มสำระกำร
เรยี นรู้ มกี ำรนิเทศ ติดตำม อยำ่ งตอ่ เนื่อง เพื่อวิเครำะหส์ ภำพปัญหำและควำมต้องกำร มกี ำรวำงแผนพฒั นำคณุ ภำพ
กำรจัดกำรศกึ ษำโดยนำแผนไปปฏิบตั ิ ติดตำม ตรวจสอบ ประเมนิ ผล และปรับปรุง เพ่ือพัฒนำงำนอยำ่ งตอ่ เนื่อง
เพื่อให้โรงเรยี นสำมำรถพฒั นำไดอ้ ย่ำงมีประสทิ ธภิ ำพ มีกำรระดมทรัพยำกร มกี ำรระดมทรัพยำกร เพื่อกำรพฒั นำ
คณุ ภำพ กำรศกึ ษำจำกผปู้ กครองนกั เรยี น ชุมชน ชมรมศิษยเ์ กำ่ สมำคมผูป้ กครองและครโู รงเรยี นลำดวนพิทยำคม
ได้รบั ควำมรว่ มมือยำ่ งดียิง่ จำกทุกภำคส่วน ส่งเสริม สนับสนนุ ส่งผลใหผ้ ู้เรยี นไดเ้ ลือกเรยี นตำมทต่ี นเองถนัดและ
สนใจ มคี วำมสขุ ในกำรเรยี น ส่งเสริม ให้บคุ ลำกรเข้ำรับกำรอบรมโครงกำรพัฒนำครแู บบครบวงจร ครบทุกคน
นอกจำกน้ียังส่งเสริมและพฒั นำครูให้มคี วำมควำมรู้ในด้ำนกำรเรยี นกำรสอน และงำนท่ีไดร้ ับผิดชอบ นำมำใช้ในกำร
พฒั นำงำนและกำรเรยี นรู้ของผเู้ รียน มกี ำรจดั สภำพแวดลอ้ มทัง้ ภำยในและภำยนอกห้องเรยี น มีกำรประเมนิ
หอ้ งเรยี นคุณภำพ หอ้ งฝำ่ ยคุณภำพ ห้องกลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ และบรเิ วณเขตพ้ืนทรี่ ับผิดชอบ ส่งผลให้ห้องเรยี น น่ำ
อยู่ นำ่ เรยี น และมีควำมปลอดภยั ติดตงั้ ระบบอินเทอร์เน็ตไรส้ ำย ครอบคลมุ ทุกอำคำรเรยี น เพ่ือสนบั สนุนกำร
บริหำรจดั กำรและกำรจัดกำรเรียนรู้ ส่งผลใหก้ ำรบรหิ ำรจัดกำรและกำรจดั กำรเรียนรู้ได้อยำ่ งเหมำะสมและมี
ประสิทธิภำพ ครจู ดั กจิ กรรมกำรเรียนรูต้ ำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตัวช้ีวดั ของหลกั สูตรสถำนศึกษำท่ีเน้นใหผ้ ูเ้ รียนได้
เรียนรู้ โดยผำ่ นกระบวนกำรคิดและปฏิบัติจริง ครูทุกคนจดั ทำกำหนดกำรสอนทุกรำยวิชำ มแี ผนกำรจดั กำรเรียนรู้
49
อย่ำงน้อย 1 วิชำ ท่ีสำมำรถนำไปจดั กจิ กรรมไดจ้ รงิ มรี ปู แบบกำรจดั กำรเรยี นรโู้ ดยคำนึงถึงควำมสำมำรถและควำม
แตกต่ำงระหว่ำงบคุ คลของนักเรียน ส่งผลผู้เรียนได้รับกำรฝกึ ทกั ษะแสดงออก แสดงควำมคิดเหน็ สรุปองค์ควำมรู้
นำเสนอผลงำน และสำมำรถนำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ได้ ครมู ีกำรใชส้ อื่ เทคโนโลยสี ำรสนเทศ และแหล่งเรียนรรู้ วมทั้ง
ภูมิปญั ญำท้องถิ่นมำใชใ้ นกำรจดั กำรเรยี นรู้ โดยสรำ้ งโอกำสให้ผูเ้ รียนไดแ้ สวงหำควำมรู้ดว้ ยตนเองจำกสื่อท่ี
หลำกหลำย ทุกห้องเรยี นมกี ำรจดั มุมสื่อ สำรสนเทศ เพอื่ เป็นแหลง่ เรยี นรใู้ ห้กับนกั เรยี นไดศ้ ึกษำค้นคว้ำเพิ่มเติม เช่น
หนงั สอื เรยี น คู่มือ บัตรคำ บัตรภำพ ภำพจำลอง อปุ กรณ์และเครื่องมือทำงวิทยำศำสตร์ อปุ กรณแ์ ละเคร่ืองมือ
ทำงกำรเกษตร อุตสำหกรรม และคหกรรม และมที ะเบียนสือ่ มสี ่อื เทคโนโลยีทส่ี ง่ เสรมิ และสนับสนนุ กำรจัดกจิ กรรม
กำรเรยี นกำรสอนของครผู สู้ อน เช่น โปรเจคเตอร์ โทรทศั น์ เครอ่ื งขยำยเสยี ง ไมโครโฟน มีวทิ ยำกรมำใหค้ วำมร้แู ละ
สอนดนตรไี ทย วิทยำกรท้องถิ่น และปรำชญ์ชำวบ้ำนมำให้ควำมรเู้ กี่ยวกบั ข้อมูล ประโยชน์ของพรรณไม้ และสมุนไพร
ในสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียนรวมทงั้ ใหค้ วำมรูเ้ กย่ี วกับประเพณแี ละวัฒนธรรมในทอ้ งถิ่นเกี่ยวกับพธิ กี รรมในท้องถิ่น
กำรจัดทำบำยศรีถำด บำยศรตี น้ กำรทำขนมดอกบวั ขำ้ วต้มดำ่ ง ข้ำวต้มมัด และอุปกรณป์ ระกอบบำยศรีตำ่ งๆ ทำ
ให้นกั เรียนมคี วำมรคู้ วำมเข้ำใจ ในประโยชน์ของพรรณไม้ มคี วำมรเู้ กีย่ วกับประเพณี วฒั นธรรมทอ้ งถ่ินทสี่ ืบถอดมำ
ยำวนำนจำกบรรพบุรษุ มีจิตสำนึกในกำรอนรุ กั ษ์ทรัพยำกร และสืบทอดประเพณใี นท้องถิ่นต่อไป ครมู จี ดั กำรเรียนรู้
แบบออนไลนไ์ ด้ เพื่อใหส้ อดคล้องกับสภำวะกำรแผร่ ะบำดของไวรสั โคโรนำ 19 ส่งผลใหบ้ ุคลำกรทำงกำรศึกษำของ
โรงเรียนทกุ คนหำ่ งไกลจำกไวรสั โคโรนำ 19 จัดกจิ กรรม 1 นักเรยี น 1 อำชพี ใหน้ ักเรยี นเลอื กเรียนตำมควำมถนดั
และควำมสนใจ เพื่อใหเ้ กิดทักษะและสำมรถนำไปใช้ในกำรประกอบอำชีพในอนำคตได้ ครจู ดั ทำรำยงำนวจิ ยั ในช้ัน
เรียนเพ่อื พัฒนำกำรเรยี นกำรสอนอย่ำงน้อยภำคเรยี นละ 1 เรอ่ื ง ครูผู้สอนมีกำรบริหำรจัดกำรชน้ั เรยี น โดยเน้นกำรมี
ปฏิสัมพนั ธ์เชิงบวก ไมม่ ีเดก็ คนใดถูกทอดท้ิงไว้ขำ้ งหลัง ใหเ้ ด็กรกั ครู ครรู กั เด็ก และเด็กรักเดก็ เด็กรกั ที่จะเรยี นรู้
สำมำรถเรียนรู้รว่ มกนั อย่ำงมีควำมสุข ครผู ูส้ อนมีกำรตรวจสอบและประเมินผเู้ รยี นอยำ่ งเปน็ ระบบ สอดคลอ้ งกบั
แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้ และตรงตำมมำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ตวั ช้ีวดั ผลกำรเรยี นรู้ และจดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้ เช่น จดั ให้
มกี ำรประเมินและวดั ผลผู้เรยี นก่อนเรยี น ระหวำ่ งเรียน และหลังเรียนอยู่เป็นระยะสม่ำเสมอ นอกจำกเพอ่ื ตรวจสอบ
พฒั นำกำรของผเู้ รียน และตัดสนิ ผลกำรเรยี นแล้ว ครูผสู้ อนยังสำมำรถนำผลสรุปทไี่ ด้รบั ไปใช้ในกำรปรบั ปรงุ แก้ไข
และพัฒนำกระบวนกำรเรยี นกำรสอนตนเองใหด้ ยี ิ่งข้ึน
ครแู ละผ้มู สี ่วนเก่ียวข้องรว่ มกันแลกเปลี่ยนควำมรู้และประสบกำรณ์รวมท้งั ใหข้ ้อมูลปอ้ นกลบั เพื่อนำไปใชใ้ นกำร
ปรบั ปรงุ และพัฒนำกำรจัดกำรเรียนรู้ โดยกำรแลกเปลย่ี นเรียนรูใ้ นประชมุ ประจำเดือนของครู กำรประชุมหัวหน้ำ
ฝำ่ ย ประชมุ หัวหนำ้ กลุม่ สำระกำรเรยี นรู้ และประชุมกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้
2.2 ข้อมูล หลักฐาน เอกสารเชิงประจักษ์ ท่ีสนบั สนนุ ผลการประเมินตนเอง
- ผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรยี น
- ผลกำรประเมินกำรอ่ำน คิดวิเครำะห์ และเขียนส่อื ควำมหมำย
- ผลกำรประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
- ผลกำรประเมนิ สมรรถนะตำมหลักสตู ร
- ผลกำรทดสอบทำงกำรศึกษำ ระดับชำติข้ันพ้นื ฐำน (O-NET)
50
- สมดุ กจิ กรรมสำธำรณประโยชนข์ องนักเรียนทกุ ระดับชน้ั
- โครงกำรพฒั นำกำรเรยี นกำรสอน 8 กล่มุ สำระกำรเรยี นรู้
- โครงกำรพฒั นำงำน 4 ฝำ่ ย
- ทะเบียนภมู ปิ ัญญำท้องถิน่ /ปรำชญ์ชำวบ้ำน
- โครงกำรเข้ำคำ่ ยปรับเปลย่ี นพฤติกรรมโดยใช้กิจกรรมลกู เสือ
- สมุดบนั ทึกกิจกรรมสำธำรณประโยชน์
- โครงกำรอบรมค่ำยคุณธรรม จรยิ ธรรม
- คณุ ภำพกำรจัดกำรศึกษำของสถำนศึกษำ
- แผนปฏิบตั ิกำรประจำปี
- หลกั สตู รสถำนศกึ ษำ
- รำยงำนกำรประชุมประจำเดือน
- รำยงำนกำรอบรมตำ่ งๆ
- รำยงำนกำรประเมินหอ้ งเรียนคุณภำพ
- โครงกำรพฒั นำบุคลำกร
- กำหนดกำรสอน
- แผนกำรจดั กำรเรียนรู้
- รำยงำนผลกำรปฏิบัติกำรสอน
- แบบรำยงำนกำรวเิ ครำะห์นกั เรียนรำยบุคล
- รำยงำนผลกำรปฏิบตั งิ ำนของครู
- รำยงำนวิจยั ในชัน้ เรียน
- รำยงำนผลกำรอบรม/ประชุม/สัมมนำ
- ทะเบียนคุมสือ่ ตำ่ งๆ
- ปพ.5
- รำยงำนกำรเยีย่ มบำ้ นนักเรียน
- โครงกำรห้องเรียนคณุ ภำพ
- บนั ทึกกำรประชุมต่ำงๆ
51
3. จุดเดน่ จุดท่คี วรพัฒนา แผนการพฒั นาคณุ ภาพเพื่อยกระดับคณุ ภาพมาตรฐานให้สูงขน้ึ
จดุ เดน่ จุดท่คี วรพัฒนา
ดา้ นคณุ ภาพของผเู้ รียน ดา้ นคณุ ภาพของผู้เรียน
- สถำนศกึ ษำมีกำรวเิ ครำะห์ผลสมั ฤทธิท์ ำงกำรเรยี น - กำรจดั กจิ กรรมทมี่ งุ่ เน้นยกระดบั ผลสมั ฤทธิ์ อย่ำง
และได้กำหนดเปำ้ หมำยทำงกำรเรียนและคุณภำพ ต่อเนือ่ ง สร้ำงควำมตระหนกั ใหน้ ักเรยี นเปน็ ผู้ ใผเ่ รียน
นักเรียนให้พฒั นำสงู ขึ้น จดั กิจกรรมกำรเรียนกำรสอน ใฝ่รู้
เนน้ กำรปฏิบัติ เนน้ ทักษะในกำรอ่ำน กำรเขียน และ - ใช้เทคโนโลยใี หเ้ กิดประโยชน์ต่อตนเองดำ้ นกำร
กำรคิดคำนวณ ส่งเสริมผเู้ รยี นใหพ้ ฒั นำเตม็ ศักยภำพ พฒั นำกำรเรียนใหม้ ำกยิ่งขึ้น เช่น กำรเรยี นออนไลน์
มกี ำรจัดแหล่งเรียนร้ภู ำยในไดอ้ ย่ำงเหมำะสม มีสื่อ - จัดกจิ กรรมกำรเรียนรู้ให้มีควำมหลำกหลำย มำก
ด้ำนเทคโนโลยที ี่ทนั สมยั ส่งผลให้ผเู้ รียนมี สขุ ภำพ ย่ิงข้ึน เพ่ือสง่ เสริมกำรเรียนรู้ของนักเรียน
กำย สุขภำพจิต ดี กล้ำแสดงออก และสำมำรถอยู่ - ปลกู ฝงั ค่ำนยิ มควำม เปน็ ไทย ใหเ้ ลือกรับวัฒนธรรม
ร่วมกบั ผู้อนื่ อย่ำงมีควำมสขุ นักเรยี น ที่มคี วำมสอดคล้องกับวฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ และวฒั นำ
มีระเบยี บวินยั และเป็นทชี่ ่ืนชมและยอมรบั ของชุมชน ธรรมไทย ในยุคที่สงั คมเกิดกำรเปลย่ี นแปลงหลำย
- สถำนศกึ ษำได้ดำเนนิ โครงกำรแกไ้ ขปัญหำ 0 ร มส ด้ำนอย่ำงรวดเรว็
และ มผ โดยควำมร่วมมือระหว่ำงผบู้ รหิ ำร คณะครู - กำรนำเทคโนโลยีเข้ำมำใชใ้ ห้มำกขนึ้ ตำมยคุ สมยั ยัง
และผู้ปกครอง ส่งผลให้ 0 ร มส และ มผ สะสมลดลง มไี ม่มำกเท่ำที่ควรเนื่องจำกเทคโนโลยีจะช่วยใหก้ ำร
รอ้ ยละ 55.90 และเปน็ ผลให้นักเรยี นชนั้ มัธยมศึกษำ ทำงำนสะดวกรวดเร็วและมีประสทิ ธิภำพมำกข้นึ
ปที ี่ 3 สำเร็จกำรศึกษำร้อยละ 85.00 และนักเรยี นชน้ั - กำรพฒั นำในเร่ืองของกำรปลูกฝังคำ่ นยิ ม คุณธรรม
มธั ยมศึกษำปีท่ี 6 สำเร็จกำรศึกษำร้อยละ 100 จรยิ ธรรมตำ่ ง ๆ ใหท้ นั โลกในปจั จบุ นั ทีม่ ีกำร
- สถำนศึกษำมีกำรรว่ มมอื กบั ชมุ ชนในกำรจดั กิจกรรม เปลย่ี นแปลงไปอยำ่ งรวดเร็ว
ตำ่ ง ๆ เพ่ือสง่ เสรมิ ผ้เู รยี นตำมแนวทำงของโรงเรยี น
ชมุ ชนมีส่วนรว่ มในกำรดำเนนิ กำรวำงแผนรวมถงึ
สนบั สนุนแรงกำยและแรงใจ
- กำรจดั กำรเรียนกำรสอนมีกำรบรู ณำกำรในกำร
ส่งเสรมิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ไม่ว่ำจะเป็นกำร
จัดกำรเรียนในรำยวชิ ำสังคมศึกษำ หนำ้ ที่พลเมือง
พลศึกษำและแนะแนว เป็นตน้ ทำใหม้ กี ำรพฒั นำผล
เรียนสอดคลอ้ งไปกับกำรพฒั นำทัง้ ผลกำรเรียนและ
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
52
จดุ เด่น จดุ ที่ควรพัฒนา
- กจิ กรรมต่ำง ๆ สำมำรถส่งเสรมิ ให้ผเู้ รยี นมคี ณุ ธรรม
จติ อำสำ ผำ่ นกำรจัดทำบนั ทึกสมดุ กิจกรรม
สำธำรณประโยชน์ มีกำรจัดคูปองเขำ้ ร่วมกิจกรรมสำคัญ
ทำงพระพุทธศำสนำ กิจกรรมสวดมนตป์ ระจำสัปดำห์ มี
กำรอบรมนักเรียนทุกสัปดำห์ มีระบบดแู ลชว่ ยเหลอื
นกั เรียนเขม้ แขง็ และคณะกรรมกำรสภำนกั เรยี นมี
ประสิทธิภำพ
ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ ด้านกระบวนการบริหารและการจดั การ
- โรงเรียนลำดวนพิทยำคมจัดกระบวนกำรบรหิ ำรจัดกำร - แหล่งเรียนรูใ้ นโรงเรยี นบำงพืน้ ทยี่ ังต้องได้รบั กำร
อย่ำงเปน็ ระบบ ครอบคลมุ กำรดำเนนิ งำน โรงเรยี น พัฒนำให้มีควำมพร้อมสำหรับกำรเรยี นรขู้ อง
เนน้ กำรมีสว่ นรว่ มจำกทุกฝ่ำย มีกำรกำหนดวิสยั ทัศน์ นกั เรียน
พนั ธกิจ ตอบสนองต่อนโยบำยของหนว่ ยงำนตน้ สงั กดั - สนับสนุน วสั ดุ อปุ กรณ์ และส่ือเทคโนโลยใี นกำร
- พัฒนำครแู ละบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำใหเ้ ป็นบุคคลแห่ง ปฏบิ ตั งิ ำนและกำรจัดกำรเรยี นกำรสอนให้พร้อมใช้
กำรเรยี นรูแ้ ละมีควำมเป็นครูมอื อำชีพ มีกำรนเิ ทศ งำน และมีควำมทนั สมัย
ติดตำมงำนและกำรสอนของครู อยำ่ งต่อเนื่อง สง่ ผลให้
ครมู ีควำมกระตือรือร้นในกำรทำงำนและสำมำรถ
ปฏบิ ัตงิ ำนและจัดกำรเรยี นกำรสอนได้อยำ่ งมี
ประสทิ ธิภำพ
- จดั สภำพแวดล้อมภำยในหอ้ งเรยี น มสี ือ่ เทคโนโลยคี รบ
ทุกห้องเรียนให้มีคณุ ภำพ เพื่อให้ผู้เรยี นเกดิ กำรเรียนรู้
สำมำรถนำไปศกึ ษำต่อ ประกอบอำชีพและดำรงชวี ติ อยู่
ในสงั คมอย่ำงมีควำมสุข
- ประชมุ ผูป้ กครองนกั เรยี นที่มีปญั หำเกย่ี วกับ 0 ร มส
อยำ่ งต่อเนอ่ื ง เพื่อให้ผูป้ กครองรับทรำบข้อมูลและ
ร่วมกันแก้ปญั หำ ส่งผลใหน้ ักเรียนมคี วำมกระตือรอื รน้
ในกำรเรยี น และปัญหำ 0 ร มส. ลดนอ้ ยลง
- ผูป้ กครองนักเรยี น ชุมชน ชมรมศษิ ย์เกำ่ สมำคม
ผูป้ กครองและครโู รงเรียนลำดวนพิทยำคม ให้ควำม
รว่ มมือย่ำงดีในกำรระดมทรพั ยำกรเพื่อพัฒนำคณุ ภำพ
กำรศึกษำของโรงเรียนต่อไป
53
จดุ เด่น จุดท่คี วรพัฒนา
ด้านกระบวนการจัดการเรยี นการสอนที่เน้นผเู้ รียนเปน็ ด้านกระบวนการจดั การเรียนการสอนท่เี นน้
สาคัญ ผู้เรียนเปน็ สาคัญ
- ครูมีควำมตงั้ ใจ มุ่งมัน่ ในกำรพฒั นำกำรเรียนกำรสอน - ครจู ัดกระบวนกำรเรยี นกำรสอน สร้ำงส่ือ ใชส้ อ่ื
โดยจดั กิจกรรมใหน้ ักเรยี นได้เรยี นรู้ ทเ่ี น้นทักษะ ออนไลน์ให้หลำกหลำยมำกยิ่งขึน้ ไป
กระบวนกำร คิด ไดป้ ฏบิ ัตจิ ริง มีกำรให้วธิ กี ำรและแหลง่ - ครูใหข้ อ้ มูลย้อนกลับแกน่ กั เรยี นทนั ทีเพ่ือให้
เรียนรทู้ ่ี หลำกหลำย ใชส้ ่อื กำรสอนท่หี ลำกหลำย นักเรยี นไดแ้ ก้ไขและพัฒนำตนเองต่อไป
ส่งเสริมให้นักเรียนแสวงหำควำมรูจ้ ำกสื่อเทคโนโลยี
ดว้ ยตนเองอย่ำงต่อเนื่อง นักเรยี นมสี ว่ นรว่ มในกำรจัด
บรรยำกำศ สภำพแวดล้อมทีเ่ ออ้ื ต่อกำรเรียนรู้
- มวี ทิ ยำกรท้องถิ่น/ปรำชญ์ชำวบ้ำน ที่มำใหค้ วำมรู้
นกั เรียนอย่ำงต่อเนื่อง
- มีวัสดุอปุ กรณ์ ส่อื เทคโนโลยี ในทกุ ห้องเรียนท่ีเอ้อื
สำหรับกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอน
4.ครมู ีกำรเย่ยี มบำ้ นนกั เรยี น 100 เปอร์เซน็ ต์ รจู้ กั
นกั เรยี นรำยบุคคล มปี ฏิสมั พันธ์ทีด่ ีกับนกั เรยี นและ
ผ้ปู กครอง มีกำรประสำนงำนระหว่ำงครูและผู้ปกครอง
อยำ่ งต่อเน่อื ง
แผนการพฒั นาคุณภาพเพ่ือยกระดบั คณุ ภาพมาตรฐานใหส้ งู ข้นึ
1. พฒั นำให้นกั เรยี นมีทกั ษะในกำรอำ่ น กำรเขียน กำรส่อื สำร และกำรคดิ คำนวณเป็นไปตำมเกณฑ์ทีโ่ รงเรยี น
กำหนดในแตร่ ะดับชนั้
2. พัฒนำให้นกั เรียนมีควำมสำมำรถในกำรคดิ จำแนก แยกแยะ ใคร่ครวญไตร่ตรอง พิจำรณำอยำ่ งรอบคอบ
โดยใช้เหตุผลประกอบกำรตัดสินใจ มีกำรอภิปรำยแลกเปล่ียนควำมคิดเห็น และแก้ปัญหำอยำ่ งมีเหตผุ ล
3. พัฒนำให้นกั เรยี นมีควำมสำมำรถในกำรรวบรวมควำมรู้ไดท้ งั้ ดว้ ยตนเองและกำรทำงำนเป็นทมี เชื่อมโยง
องค์ควำมรู้ และประสบกำรณ์มำใช้ในกำรสร้ำงสรรคส์ งิ่ ใหม่ ๆ
4. พฒั นำให้นกั เรยี น มีควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสอื่ สำรเพื่อพฒั นำตนเอง และ
สังคมในดำ้ นกำรเรียนรู้ กำรสื่อสำร กำรทำงำน อย่ำงสรำ้ งสรรค์ และมีคุณธรรม
5. พฒั นำให้นกั เรียนมีควำมก้ำวหน้ำในผลกำรทดสอบระดบั ชำติ มีควำมรู้ ทกั ษะพ้ืนฐำนในกำรจดั กำร
เจตคตทิ ี่ดีพรอ้ มที่จะศกึ ษำต่อในระดับชน้ั ทส่ี ูงขนึ้ มีพฤติกรรมเป็นผูท้ ี่มีคุณธรรม จริยธรรม เคำรพในกฎกติกำ
6. พัฒนำนักเรยี นปลูกฝังค่ำนยิ มทีถ่ ูกตอ้ งและเหมำะสมกบั บรบิ ทสงั คมในปัจจุบันผ่ำนกำรจัดกำรเรียนกำร
สอนและกำรทำกจิ กรรมสง่ เสริมพฒั นำผู้เรียน
7. พฒั นำโครงกำรตำ่ ง ๆ ทม่ี ุ่งเน้นสง่ เสรมิ พฤติกรรมตำมคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ องผ้เู รยี นรวมถึงพัฒนำ
54
โครงกำรอ่นื ๆ ให้มคี วำมหลำกหลำย
8. พฒั นำนกั เรียนให้มจี ิตสำนึกรักทีด่ ีตอ่ ท้องถิน่ ผำ่ นกำรจัดทำกจิ กรรมกบั ชมุ ชนและท้องถ่ินอยำ่ งต่อเน่ือง
9. สนบั สนนุ ใหค้ รูและบคุ ลกำกร ได้พฒั นำตนเองอย่ำงตอ่ เนอ่ื ง
10. จดั หำ วสั ดุ อุปกรณ์ และสือ่ เทคโนโลยใี นกำรปฏบิ ตั ิงำนและกำรจัดกำรเรียนกำรสอนให้พร้อมใชง้ ำน
และมคี วำมทนั สมัย
11. พัฒนำแหลง่ เรยี นรใู้ นโรงเรยี นใหม้ ีควำมหลำกหลำย และจดั บรรยำกำศแหล่งเรียนรู้ใหพ้ รอ้ มสำหรบั
นกั เรยี นไดเ้ ข้ำไปเรียนรู้ และมีควำมน่ำอยู่ นำ่ ดู น่ำเรียน และมีควำมปลอดภัย
12. สำนสมั พนั ธ์ ชมุ ชน ผู้ปกครอง ชมรมศิษยเ์ ก่ำ สมำคมผู้ปกครองและครโู รงเรียนลำดวนพทิ ยำคม
และผ้มู ีสว่ นเก่ียวข้องทุกภำคส่วน ให้มีสว่ นรว่ มกำรในพัฒนำโรงเรยี นอย่ำงต่อเน่ือง
13. พฒั นำครูและบคุ ลำกรทำงกำรอย่ำงต่อเนื่องและสมำ่ เสมอ โดยเฉพำะด้ำนกำรใช้สื่อเทคโนโลยี
กำรใชส้ ่ือดิจทิ ลั กำรจัดทำสื่อออนไลน์ ทักษะกำรส่ือสำรดำ้ นภำษำองั กฤษ และทักษะทสี่ ำคัญอนื่ ๆ ในศตวรรษที่ 21
เพอ่ื พัฒนำกำรเรียนกำรสอนให้มีประสิทธิภำพมำกยง่ิ ข้ึน
55
ส่วนที่ 3
ผลงานทปี่ ระสบความสาเรจ็ (Best Practice) / กิจกรรมท่โี ดดเด่น
รายงานผลการปฏบิ ัติทด่ี ี (Best practice)
โรงเรียนลาดวนพทิ ยาคม สหวิทยาเขต กระสงั
ชอ่ื ผลงาน สบ่กู ้อนวา่ นจูงนาง
1. หลกั การและแนวคิดสาคัญ
ผลกำรพัฒนำกำรศกึ ษำชำติที่ผำ่ นมำยังไม่เปน็ ท่ีน่ำพงึ พอใจ เน่อื งจำกผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรียนระดบั
กำรศึกษำข้ันพน้ื ฐำนมีคะแนนตำ่ กวำ่ ค่ำเฉล่ียมำก และต่ำกว่ำหลำยประเทศในแถบเอเชีย สว่ นประเดน็ คณุ ธรรม
จรยิ ธรรมของเด็ก และเยำวชนยงั ต้องมีกำรพฒั นำเพ่ิมข้ึน นอกจำกนี้ คณุ ภำพของกำลังแรงงำนอำยุ 15 ปขี ึ้นไปยงั ไม่
ตรงกับควำมต้องกำรของตลำดงำน และผู้เรยี นมธั ยมศึกษำตอนปลำยประเภทอำชวี ศกึ ษำมีสัดส่วนนอ้ ยกวำ่ ประเภท
สำมญั ศกึ ษำทำให้มกี ำรขำดแคลนแรงงำนระดบั กลำง ส่วนแรงงำนที่สำเร็จกำรศึกษำระดับอดุ มศึกษำมีจำนวนเพ่ิมขนึ้
ทกุ ปี แตไ่ มต่ รงกับควำมต้องกำรของตลำดงำน และยงั มีสมรรถนะหรือคุณลักษณะอนื่ ๆ ท่ีไมต่ รงตำมควำมต้องกำร
ของสถำนประกอบกำรทำให้มีผู้ว่ำงงำนอยจู่ ำนวนมำก จึงจำเป็นตอ้ งให้ควำมสำคัญกบั กำรพฒั นำผูเ้ รยี นและกำลัง
แรงงำนทีม่ ีทักษะ และคุณลกั ษณะทพ่ี ร้อมเพื่อตอบสนองต่อควำมต้องกำรของภำคส่วนต่ำง ๆ โดยจะต้องมีกำร
วเิ ครำะห์ควำมต้องกำรกำลังคน เพ่ือวำงเปำ้ หมำยกำรจดั กำรศึกษำ ทั้งเพ่อื กำรผลติ กำลังคนเข้ำสตู่ ลำดงำนและกำร
พฒั นำกำลงั คนเพ่ือยกระดับคุณภำพกำลงั แรงงำนให้สูงขนึ้ (สำนักงำนเลขำธิกำรสภำกำรศกึ ษำ กระทรวงศกึ ษำธิกำร.
2560 : ง - จ)
กำรศกึ ษำ คือ เคร่ืองมือที่สำคัญที่สุดในกำรสรำ้ งศกั ยภำพของชำติ จำกปัญหำทป่ี ระเทศไทยยังไมส่ ำมำรถ
ก้ำวออกจำกกลุ่มประเทศทก่ี ำลงั พฒั นำไปสปู่ ระเทศทม่ี ีกำรพัฒนำแล้วได้ รวมทง้ั ขอ้ มูลจำกกำรประเมินขดี
ควำมสำมำรถด้ำนกำรศกึ ษำของไทยจำกหลำย ๆ องค์กรที่แสดงผลตกตำ่ อยำ่ งมำก และในยคุ ปัจจบุ นั รฐั บำลไทยไดม้ ี
นโยบำยไทยแลนด์ 4.0 ในกำรสร้ำงผู้เรยี นในศตวรรษที่ 21 กำรศกึ ษำไทยจึงต้องพฒั นำควบคู่ไปด้วยกนั กับกำรพฒั นำ
ประเทศ
ตำมแผนกำรศกึ ษำแห่งชำติ พ.ศ. 2560 – 2569 เนน้ ให้ “คนไทยทุกคนไดร้ ับกำรศึกษำและเรยี นรตู้ ลอดชีวิต
อยำ่ งมีคุณภำพ ดำรงชวี ติ อย่ำงเปน็ สขุ สอดคล้องกบั หลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง และกำรเปลีย่ นแปลงของโลก
ศตวรรษที่ 21” (สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำกำรศึกษำ กระทรวงศึกษำธกิ ำร. 2560 : ฉ) และยทุ ธศำสตร์ที่ 3 กำร
พฒั นำศักยภำพคนทุกชว่ งวัย และ
กำรสร้ำงสงั คมแห่งกำรเรียนรู้ มีเปำ้ หมำยใหส้ ถำนศึกษำในระดบั กำรศกึ ษำขั้นพืน้ ฐำน ท่ีจดั กำรศกึ ษำตำมหลักสูตรท่ี
มุง่ พัฒนำผเู้ รียนให้มีคุณลักษณะและทักษะกำรเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 (สำนักงำนเลขำธิกำรสภำกำรศึกษำ
กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร. 2560 : ญ)
56
กำรเรยี นรโู้ ครงงำนบูรณำกำร เป็นกิจกรรมกำรสอนรูปแบบหนง่ึ ทีเ่ ปิดโอกำสให้ผเู้ รยี นได้ศึกษำคน้ ควำ้ และลง
มือปฏบิ ัตดิ ว้ ยตนเองตำมหัวข้อเร่อื งท่ตี นสนใจสงสยั หำคำตอบโดยใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตรจ์ ำกแหล่งควำมรู้
และสรุปควำมรดู้ ว้ ยตนเอง เป็นแนวทำงใหเ้ ด็กกลำยเปน็ ผชู้ อบแสวงหำควำมรู้และเกิดกำรเรยี นร้ตู ลอดชีวิต
ควำมสำเรจ็ ของกำรจัดกระบวนกำรเรียนกำรสอนโดยใช้โครงงำนมำเป็นแนวทำงจัดกำรเรียนรู้ของนักเรียนจึงเปน็ สงิ่ ท่ี
สะทอ้ นให้เหน็ ว่ำ หำกโรงเรียนหรอื ครเู ปิดโอกำสให้นักเรยี นไดเ้ รยี นในสง่ิ ทีต่ นอยำกเรยี น ไดค้ ดิ เอง ทำเองทุกข้ันตอน
แล้ว นักเรียนจะเกดิ ควำมรู้ในเรื่องนน้ั ๆ อย่ำงแตกฉำนสำมำรถนำควำมรดู้ ังกลำ่ วไปประยกุ ต์ใชใ้ นอนำคตและแกไ้ ข
ปัญหำทเี่ กิดขนึ้ ได้
จำกกำรศึกษำระบบนเิ วศ และสรรพคุณของว่ำนจงู นำงซ่ึงเปน็ พืชในท้องถิ่น สำรวจ และวเิ ครำะหข์ ้อมลู กำร
ทำผลติ ภณั ฑต์ ่ำง ๆ ในชีวติ ประจำวนั ได้แก่ สบู่ ในเร่ืองกำรเลือกใช้วสั ดอุ ปุ กรณ์ และวิธีกำรทำท่สี ะอำด ประหยัด
และปลอดภยั ทดลองเปรยี บเทียบและปรบั ปรงุ พัฒนำจนได้ผลติ ภัณฑท์ เี่ หมำะสมและใช้ไดจ้ รงิ จึงเปน็ กำรสนบั สนนุ
กำรนำสำรจำกวัสดุธรรมชำติมำใชป้ ระโยชนอ์ ย่ำงค้มุ ค่ำ รำคำถกู และนำไปสู่กำรเผยแพรส่ ่สู ำธำรณชนได้อยำ่ ง
เหมำะสมคณะผู้จัดทำจึงได้จัดทำสบวู่ ่ำนจงู นำง เพ่ือศึกษำวธิ ีกำรทำสบวู่ ่ำนจูงนำง ฝกึ กำรคำนวณต้นทุน – กำไรจำก
กำรผลิตและจำหน่ำยผลิตภณั ฑ์ อันนำไปสู่กำรประกอบอำชพี นำองค์ควำมรทู้ ี่ไดไ้ ปเผยแพร่สชู่ มุ ชน สำธำรณะชน
และศึกษำควำมพงึ พอใจในกำรใช้สบูว่ ำ่ นจูงนำง
โรงเรียนลำดวนพทิ ยำคม จึงจัดกำรศึกษำตำมหลักสูตรที่มุ่งพัฒนำผเู้ รียนให้มคี ุณลกั ษณะและทักษะกำร
เรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 ให้กับผู้เรยี นตำมเจตนำรมณ์ของแผนกำรศึกษำแหง่ ชำติ พ.ศ. 2560 – 2569 และสอดคล้อง
กับหลักสตู รและบรบิ ทของโรงเรียน โรงเรียนลำดวนพทิ ยำคมจึงพัฒนำนวตั กรรมสบ่กู ้อนวำ่ นจงู นำงของนักเรียนใน
ระดบั ช้ันมัธยมศึกษำปีท่ี 6 ข้ึน ท้ังน้เี น่อื งจำกพชื ผกั สมุนไพรสำมำรถพบเห็นได้ท่วั ไปในโรงเรียนและชมุ ชน อกี ทงั้ ยัง
เป็นกำรเพิ่มมูลค่ำใหว้ ัตถดุ ิบในทอ้ งถน่ิ
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพ่อื พัฒนำผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรียนกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้วทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยใี ห้สงู ขึ้น
2.2 เพ่อื พัฒนำกระบวนกำรคิดและจติ นำกำร ควำมสำมำรถในกำรแก้ปญั หำโดยใชก้ ระบวนกำรทำง
วิทยำศำสตร์
2.3 เพือ่ กำรปลูกฝังใหน้ ักเรียนมเี จตคติท่ดี สี นใจใฝ่รวู้ ทิ ยำศำสตรแ์ ละกลำ้ แสดงออกอย่ำงมัน่ ใจ
2.4 เพ่อื พฒั นำผู้เรยี นใหม้ ีคณุ ลกั ษณะและทักษะกำรเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21 ดว้ ยกำรจดั กำรเรียนรู้แบบ
บรู ณำกำร 8 กลุ่มสำระกำรเรียนรู้
2.5 เพ่ือสง่ เสรมิ ใหน้ ักเรยี นมีควำมคิดสรำ้ งสรรคใ์ นกำรนำวัตถดุ ิบในท้องถิ่น (สมุนไพร) มำพฒั นำเปน็ นวตั กรรม
ในกำรประกอบอำชีพได้
3. เป้าหมายการดาเนินงาน
ดา้ นโอกาสทางการศึกษา
นักเรยี นช้นั มัธยมศึกษำปที ่ี 6/1 ของโรงเรยี นลำดวนพิทยำคม ทีก่ ำลังศกึ ษำในภำคเรยี นที่ 1 ปี
กำรศกึ ษำ 2563 จำนวน 28 คน
57
ดา้ นคุณภาพทางการศกึ ษา
1. นกั เรยี นชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 6/1 โรงเรยี นลำดวนพิทยำคมมีผลสัมฤทธิท์ ำงกำรเรยี นกล่มุ สำระ
กำรเรียนรวู้ ทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยีสงู ข้นึ
2. นักเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 6/1 โรงเรยี นลำดวนพิทยำคมมีกระบวนกำรคดิ และจิตนำกำร
ควำมสำมำรถในกำรแก้ปญั หำโดยใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์
3. นกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษำปีที่ 6/1 โรงเรียนลำดวนพิทยำคมมเี จตคติทด่ี สี นใจใฝร่ ู้วิทยำศำสตร์
และกลำ้ แสดงออกอยำ่ งมั่นใจ
4. นกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษำปีที่ 6/1 โรงเรยี นลำดวนพิทยำคมท่ีได้รับกำรพฒั นำผเู้ รยี นให้มี
คุณลักษณะและทักษะกำรเรียนรูใ้ นศตวรรษที่ 21 ด้วยกำรจัดกำรเรยี นร้แู บบโครงงำน มีพฤติกรรมบ่งช้ีตำมหลกั สตู ร
5. นกั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษำปีท่ี 6/1 โรงเรียนลำดวนพิทยำคมมีควำมคดิ สรำ้ งสรรค์ในกำรนำพชื ผกั
สมนุ ไพรมำพฒั นำเป็นนวัตกรรมสบกู่ ้อนว่ำนจงู นำง เพ่ือกำรประกอบอำชีพได้
4. ขัน้ ตอนการดาเนินงาน (PDCA)
จำกกำรศึกษำกำรทำสบู่วำ่ นจูงนำง ในครั้งนใี้ ช้กระบวนกำร PDCA มีขั้นตอนกำรทำงำน ดังน้ี
4.1 Plan (วางแผน)
ศกึ ษำสภำพปัจจุบนั ปญั หำ รวบรวมขอ้ มลู ยุทธศำสตร์กำรศึกษำชำติ และนโยบำย
กระทรวงศกึ ษำธิกำร มเี ปำ้ หมำยให้สถำนศึกษำในระดับกำรศกึ ษำขัน้ พื้นฐำน ทจี่ ัดกำรศึกษำตำมหลักสตู รทมี่ ุ่งพัฒนำ
ผู้เรยี นให้มคี ณุ ลักษณะและทักษะกำรเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี 21 (สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำกำรศกึ ษำ
กระทรวงศึกษำธิกำร. 2560 : ญ) จำกน้ันไดใ้ ชก้ ระบวนกำรบรหิ ำรแบบมีส่วนรว่ ม ในกำรรว่ มกนั วำงแผนดำเนินงำน
แนวทำงในกำรกำกบั ติดตำม สนับสนุนและประเมนิ ผลกำรดำเนนิ งำน
ตารางที่ 1 แสดงกำหนดกำรดำเนินงำน
กจิ กรรม ระยะเวลาดาเนนิ การ
1. ประชุมวำงแผนดำเนินงำน 10 กรกฎำคม 2563
2. แตง่ ต้งั คณะทำงำน 13 กรกฎำคม 2563
3. กำรออกแบบกจิ กรรมกำรเรียนรู้ “จดั ทำแผนกำร 13-15 กรกฎำคม 2563
จัดกำรเรยี นรแู้ บบโครงงำน” 16- กรกฎำคม – 14 สงิ หำคม 2563
4. ดำเนินงำนตำมแผน
5. นเิ ทศ กำกบั ติดตำม แนะนำช่วยเหลือกำรดำเนินงำน 17- 20 สงิ หำคม 2563
6. สรปุ ผลและรำยงำน นำเสนอและเผยแพรผ่ ลงำน 25 สิงหำคม 2563
58
4.2 Do (ปฏิบัตติ ามแผน)
ดำเนินกำรตำมแผนท่รี ว่ มกนั กำหนดไว้ โดยมกี ิจกรรมท่ีดำเนินกำร ดงั น้ี
กำรนำคณุ ลักษณะและทักษะกำรเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 สูก่ ำรปฏบิ ัติด้วยกำรจดั กำรเรียนรูแ้ บบ
โครงงำน เพื่อใหโ้ รงเรยี นและผู้สอน มีควำมเข้ำใจตรงกันในกำรพัฒนำของผู้สำเรจ็ กำรศึกษำระดบั ช้นั มัธยมศึกษำปที ่ี
6 ด้ำนคณุ ลักษณะและทกั ษะกำรเรยี นร้ใู นศตวรรษที่ 21 โดยกระบวนกำรเรียนกำรสอนแบบโครงงำน เพื่อนำไปสกู่ ำร
เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เรยี นอยำ่ งยงั่ ยืน โรงเรยี นและครผู สู้ อน ควรศกึ ษำรปู แบบกำรพฒั นำคุณลักษณะและ
ทักษะกำรเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 ของนักเรยี นดว้ ยกำรจัดกำรเรียนรูแ้ บบโครงงำน พร้อมทง้ั พฤตกิ รรมบ่งชีต้ ำมบรบิ ท
ของกจิ กรรมและงำนน้ัน ๆ ซึ่งสำมำรถสงั เกตและประเมินพฤติกรรมของผู้เรยี นได้ขณะทท่ี ำกำรสอนหรือปฏิบตั งิ ำน
มอบหมำย และผลงำนของผเู้ รียน โดยมขี ้นั ตอนกำรดำเนินกำร ดังน้ี
ข้ันตอน นาการจัดการเรยี นรแู้ บบโครงงานสู่การปฏิบัติ
ศกึ ษำรปู แบบกำรจัดกำรเรยี นกำรสอนแบบโครงงำน เพ่ือพัฒนำสูผ่ ู้เรียนในศตวรรษที่ 21 สู่ 1
ข้ันตอนท่ี 1 โรงเรียน 1 อำชีพ รวมทัง้ นยิ ำมและพฤติกรรมบ่งชี้ เพื่อพิจำรณำวำ่ รำยกำรใดครอบคลุมและ
สอดคล้องกบั ลักษณะกจิ กรรมหรืองำนที่มอบหมำยแกน่ ักเรยี นเรยี น
จัดทำแผนกำรจดั กำรเรียนรแู้ บบโครงงำน โดยมกี ำรกำหนดสัดสว่ นกำรให้คะแนน วิธกี ำร
ข้นั ตอนท่ี 2 ประเมนิ และเกณฑ์กำรประเมินพฤติกรรมของนักเรยี นในแต่ละรำยกำรสอน หน่วยกำรเรยี นรู้
หรอื กจิ กรรมท่ีจะดำเนินกำร
ขั้นตอนที่ 3 เลือก พัฒนำ หรือสร้ำงเครื่องมือประเมินพฤติกรรมตำมควำมเหมำะสม สอดคล้องกบั ลกั ษณะ
กิจกรรมหรือหนว่ ยกำรเรยี นรู้
ขั้นตอนที่ 4 ดำเนนิ กำรพฒั นำนักเรยี นตำมแนวทำงท่ีกำหนดไวแ้ ละประเมนิ ผลเปน็ ระยะ ๆ อยำ่ งต่อเนอื่ ง
ขั้นตอนท่ี 5 สรุปผลกำรพฒั นำคณุ ลักษณะและทกั ษะกำรเรียนร้ใู นศตวรรษท่ี 21 ของนกั เรยี นดว้ ยกำร
จัดกำรเรียนรูแ้ บบโครงงำน เพ่อื พฒั นำสผู่ ู้เรียนในศตวรรษที่ 21
4.3 Check (ตรวจสอบการปฏบิ ัติตามแผน)
ครผู ูส้ อนรับผิดชอบในกำรประเมนิ ผลกำรดำเนนิ งำนเป็นรำยกิจกรรม มีกำรประเมนิ ผลเป็นระยะ ๆ
เพอ่ื ตรวจสอบควำมก้ำวหนำ้ ระดับของกำรบรรลุผล เพอื่ ใหก้ ำรพัฒนำงำนเปน็ ตำมเงอ่ื นไขและเป้ำหมำยที่
วำงเอำไว้
4.4 Act (ปรับปรุงแก้ไข)
นำผลกำรประเมินมำพัฒนำแผน นำผลกำรประเมินมำวิเครำะห์วำ่ มีจุดเด่น และจุดด้อย หรอื ข้นั ตอนกำร
ปฏบิ ตั งิ ำนใดทคี่ วร ปรบั ปรุงหรอื พฒั นำสง่ิ ท่ีดีอยู่แล้วใหด้ ียิ่งข้ึนไปอกี และสังเครำะห์รูปแบบ กำรดำเนนิ กำรใหม่ที่
เหมำะสม สำหรับกำรดำเนินกำรในครง้ั ต่อไป
59
5. ผลการดาเนินงาน
เมื่อดำเนนิ กำรพัฒนำตำมขน้ั ตอนของ Best Practice แล้ว ตอบรบั วตั ถุประสงค์ของกำรพัฒนำ
คุณลกั ษณะและทกั ษะกำรเรียนรูใ้ นศตวรรษที่ 21 ของนักเรยี นดว้ ยกำรจัดกำรเรียนรู้แบบโครงงำน เพ่ือพัฒนำสู่
ผเู้ รยี นในศตวรรษที่ 21 ดังน้ี
5.1 เมอ่ื ดำเนนิ กจิ กรรมตำมรูปแบบกำรพัฒนำคุณลกั ษณะและทกั ษะกำรเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี 21 ของ
นักเรยี นด้วยกำรจัดกำรเรยี นรแู้ บบโครงงำน เพ่ือพัฒนำสูผ่ เู้ รียนในศตวรรษที่ 21 อยำ่ งเป็นระบบต่อเนื่องตำมขัน้ ตอน
กำรดำเนนิ งำนแลว้ นกั เรียนชั้นมัธยมศึกษำปที ่ี 6 โรงเรยี นลำดวนพทิ ยำคมท่ไี ด้รับกำรพฒั นำคณุ ลักษณะและ
ทกั ษะกำรเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนด้วยกำรจัดกำรเรียนร้แู บบโครงงำน เพื่อพัฒนำสูผ่ ูเ้ รยี นในศตวรรษท่ี
21 ผำ่ นกำรประเมินตำมหลักสตู ร
5.2 นกั เรยี นช้ันมัธยมศกึ ษำปีท่ี 6 โรงเรียนลำดวนพทิ ยำคมมคี วำมคดิ สรำ้ งสรรค์ในกำรนำ
วำ่ นจงู นำงซึง่ เปน็ สมนุ ไพรในท้องถ่ินมำพัฒนำเป็นนวัตกรรมสบกู่ ้อนวำ่ นจูงนำง เพ่ือกำรประกอบอำชีพและ
สำมำรถขยำยผลกำรปฏิบัติส่ชู มุ ชนได้
5.3 โรงเรยี นให้บรกิ ำรทำงดำ้ นกำรสง่ เสริมกำรเรียนรู้ของนักเรียนที่มปี ระสิทธิภำพ ได้รับกำรยอมรบั จำก
ผปู้ กครองและชุมชน
5.4 คณะครมู คี วำมรู้ควำมสำมำรถ มีทักษะในกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรทู้ ห่ี ลำกหลำย และพัฒนำตนเอง
เป็นบุคคลแหง่ กำรเรยี นรู้ เปน็ แบบอยำ่ งที่ดี และคณะครูมคี วำมภำคภมู ิใจในกำรทำงำนและได้รบั กำรยกย่องจำก
ชุมชน
6. ขน้ั ตอนและผลการดาเนนิ การผลิตสบู่ และภาพกจิ กรรมการดาเนนิ งาน
จำกกำรศึกษำกำรทำสบ่วู ำ่ นจูงนำง ในครง้ั น้ี มีผลกำรดำเนินงำน ได้แก่ กำรทำสบู่ กำรคำนวณต้นทนุ -กำไรจำก
กำรผลติ และผลกำรวเิ ครำะห์ขอ้ มูลควำมพึงพอใจต่อผลิตภัณฑส์ บวู่ ่ำนจูงนำง ของนักเรียนชน้ั มธั ยมศึกษำปีที่ 6/1
โรงเรยี นลำดวนพิทยำคม จำนวน 28 คน ดังนี้
6.1 ข้นั ตอนและผลการดาเนนิ การผลติ สบู่
1.1 นำเหง้ำวำ่ นจูงนำงมำลำ้ งให้สะอำดและหน่ั เป็นชิน้ เล็ก ๆ
1.2 บีกเกอร์ท่ี 1 เทน้ำ 50 มล. ลงในบีกเกอร์แล้วใสเ่ หงำ้ ว่ำนจูงนำงทห่ี ั่นแล้ว 10 กรัม ต้มให้เดอื ด
เป็นเวลำ 5 นำที
1.3 ยกลง ตั้งทิ้งไวใ้ หเ้ ย็น แล้วกรองเอำตะกอนออกโดยใช้ผ้ำขำวบำง
1.4 ห่นั สบู่เป็นช้ินบำงๆใส่ลงในบกี เกอร์ท่ี 2 เตมิ กลีเซอรีน 50 กรมั วติ ำมิน E 2 กรัมและน้ำตม้
วำ่ นจงู นำงทีก่ รองแลว้ ในข้อ 3จำกนนั้ นำมำต้มจนหลอมละลำยหมด แลว้ เทใสแ่ ม่พิมพต์ ำมตอ้ งกำร
1.5 ใส่พิมพท์ ง้ิ ไว้ 1-3 ช่วั โมง จนสบแู่ ข็งตัว แกะออกจำกพิมพ์แล้วห่อด้วยฟิลม์ ทันทีเพ่ือป้องกนั
ควำมชืน่
1.6 ผลติ ภณั ฑ์สบู่ว่ำนจูงนำง
60
2. การคานวณต้นทุน – กาไรจากการผลิต
ตารางท่ี 2 แสดงต้นทนุ กำรผลิตสบวู่ ำ่ นจูงนำง นำ้ หนัก 10 กรัม จำนวน 12 ก้อน
ลำดับท่ี รำยกำร รำคำ (บำท)
1 กลีเซอรนี ก้อน 500 กรัม 35
2 กลีเซอรีนเหลว 50 กรัม 5
3 วิตำมนิ อี 5 กรัม 18
4 เหง้ำว่ำนจงู นำง 10 กรัม 5
5 เอทำนอล 95% 50 มิลลลิ ิตร 8
6 ฟิลม์ ถนอมอำหำร 5
7 ค่ำอื่น ๆ เช่น ค่ำไฟ ค่ำหมกึ ปร้นิ เตอร์ 5
ตน้ ทนุ กำรผลิต 81
หมายเหตุ คำนวณต้นทุนตำมปริมำณทใ่ี ชจ้ รงิ โดยเทียบอัตรำส่วนจำกรำคำจรงิ
จำกตำรำง 2 แสดงต้นทนุ กำรผลิตสบวู่ ่ำนจงู นำง น้ำหนกั 10 กรัม จำนวน 12 กอ้ น ใชต้ ้นทุนกำรผลิต
ทง้ั หมด 81 บำท
ผ้จู ัดทำร่วมกนั วเิ ครำะหแ์ ละกำหนดรำคำขำยสบู่ ก้อนละ 15 บำท จำนวน 12 ก้อน
ตารางท่ี 3 แสดงกำไรจำกกำรผลิตและจำหน่ำยสบู่ว่ำนจูงนำง
รำยกำร จำนวนเงิน (บำท) คดิ เปน็ ร้อยละ
จำนวนเงินจำกกำรขำยสบวู่ ำ่ นจงู นำง จำนวน 12 กอ้ น 180 100
คิดเป็น - ตน้ ทนุ กำรผลิตสบู่ว่ำนจงู นำง จำนวน 12 ก้อน 81 45
99 55
- กำไรจำกกำรผลิตและจำหนำ่ ยสบวู่ ำ่ นจงู นำง
จำกตำรำง 3 แสดงกำไรจำกกำรผลติ และจำหนำ่ ยสบ่วู ่ำนจงู นำง น้ำหนัก 10 กรัม จำนวน 12 ก้อน ใช้
ต้นทนุ กำรผลติ ทงั้ หมด 81 บำท เมือ่ ขำยหมดท้ัง 12 ก้อน จะไดเ้ งนิ ทั้งหมด 180 บำท แบง่ เป็นตน้ ทนุ 81 บำท คิด
เป็นร้อยละ 45 และกำไร 99 บำท คดิ เป็นรำ้ ยละ 55 จำกยอดขำยทั้งหมด
61
3. ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู ความพงึ พอใจตอ่ ผลิตภณั ฑ์สบู่วา่ นจงู นาง
ตารางที่ 4 ผลกำรวเิ ครำะห์ควำมพงึ ใจต่อผลติ ภัณฑส์ บวู่ ่ำนจูงนำง
ระดบั ควำมพึงพอใจ
ลำดับ ขอ้ ควำม ค่ำเฉล่ยี ส่วนเบีย่ งเบน แปลผล
มำตรฐำน
1. ควำมพึงพอใจของผลิตภัณฑ์
2. ผลข้ำงเคยี งในกำรใช้งำนของผลิตภณั ฑ์ 4.35 0.63 มำก
3. ประสิทธิภำพในกำรใชง้ ำนของผลติ ภัณฑ์
4. อำยุในกำรเกบ็ รกั ษำของผลิตภณั ฑ์ 4.05 0.72 มำก
ระดบั ควำมพึงพอใจรวม 4.35 0.65 มำก
3.80 0.78 มำก
4.14 0.70 มำก
ผลกำรวเิ ครำะหข์ ้อมลู พบวำ่ ควำมสะดวกในกำรใชง้ ำนของผลิตภณั ฑ์ มคี ่ำเฉลี่ย 4.35 ส่วนเบี่ยงเบน
มำตรฐำน 0.63 ระดับควำมพึงพอใจอยู่ทร่ี ะดบั มำก ผลข้ำงเคยี งในกำรใช้ผลติ ภณั ฑ์ ค่ำเฉลี่ย 4.05 ส่วนเบย่ี งเบน
มำตรฐำน 0.72 ระดับควำมพึงพอใจอยู่ทรี่ ะดบั มำก ประสิทธภิ ำพในกำรใชง้ ำนของผลิตภณั ฑ์ มคี ำ่ เฉลีย่ 4.35 สว่ น
เบยี่ งเบนมำตรฐำน 0.65 ระดับควำมพึงพอใจอยู่ทร่ี ะดับ มำก อำยใุ นกำรเก็บรกั ษำของผลติ ภัณฑ์ มีคำ่ เฉล่ยี 3.80 ส่วน
เบี่ยงเบนมำตรฐำน 0.78 ระดับควำมพงึ พอใจอยทู่ ่ีระดับ มำก สรปุ ได้วำ่ ควำมพึงพอใจต่อผลติ ภัณฑ์สบูว่ ำ่ นจูงนำง มี
คำ่ เฉลย่ี 4.14 ส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน 0.70 ระดบั ควำมพึงพอใจอยู่ทร่ี ะดับ มำก
4. สรปุ ผล
จำกกำรจดั ทำโครงงำนเรื่อง สบู่ว่ำนจงู นำง จดั ทำข้นึ เพอื่ ใหเ้ ห็นคุณคำ่ และควำมสำคญั ของในท้องถนิ่ สิ่งของ
รอบตวั นำมำใช้อยำ่ งคุ้มค่ำ เพื่อกำรเรยี นรู้สรรพคุณของวำ่ นจูงนำง และนำมำใช้ประโยชน์ไดจ้ ริง จำกกำรศึกษำ
ค้นคว้ำ พบวำ่ อตั รำส่วนทเี่ หมำะสมในกำรทำสบู่วำ่ นจูงนำง คือ กลเี ซอรนี ก้อน : กลเี ซอรีนเหลว : วิตำมินอี : สำร
สกัดว่ำนจงู นำงในเอทำนอล คอื 10 : 1 : 0.1 และใชส้ ำรสกัดเหง้ำว่ำนจูงนำงในเอทำนอล 50 มิลลลิ ติ ร ต่อกำรใชก้ ลี
เซอรีนก้อน 500 กรัม จะได้สบกู่ อ้ นที่มคี ุณภำพเหมำะสม ไม่แข็งหรือนมิ่ เกินไป ๆ ไมเ่ ปื่อยง่ำย เกบ็ รักษำง่ำย รกั ษำ
ควำมชุ่มชืน้ ของสภำพผิว และควำมพึงพอใจของผ้ทู ดลองใช้ มคี ่ำเฉลยี่ 4.14 สว่ นเบีย่ งเบนมำตรฐำน 0.70 ระดับ
ควำมพงึ พอใจอยู่ทรี่ ะดบั มำก
จำกกำรคำนวณต้นทนุ และกำไร จำกกำรผลติ และจำหนำ่ ยสบวู่ ่ำนจูงนำง นำ้ หนัก 10 กรมั จำนวน 12
กอ้ น ใชต้ ้นทนุ กำรผลิตทงั้ หมด 81 บำท เม่ือขำยหมดทงั้ 12 กอ้ น จะได้เงินทง้ั หมด 180 บำท แบง่ เป็นตน้ ทุน 81
บำท คิดเปน็ ร้อยละ 45 และกำไร 99 บำท คดิ เปน็ รำ้ ยละ 55 จำกยอดขำยทง้ั หมด
62
6.2 ภาพกิจกรรมการดาเนนิ งาน
1. กิจกรรมสำรวจและเก็บวำ่ นจูงนำง
2. นำเหง้ำวำ่ นจูงนำงมำลำ้ งใหส้ ะอำดและหน่ั เป็นช้ินเลก็ ๆ
63
2. บกี เกอรท์ ี่ 1 เทน้ำ 50 มล. ลงในบกี เกอรแ์ ลว้ ใส่เหง้ำว่ำนจูงนำงทหี่ น่ั แล้ว 10 กรัม ต้มให้เดือดเปน็ เวลำ
5 นำที
4. ยกลง ต้ังทง้ิ ไว้ให้เยน็ แลว้ กรองเอำตะกอนออกโดยใช้ผ้ำขำวบำง
5.ห่นั สบู่เป็นชิ้นบำงๆใสล่ งในบกี เกอรท์ ี่ 2 เติมกลีเซอรนี 50 กรมั วิตำมนิ E 2 กรมั และน้ำตม้ ว่ำนจูงนำง
ที่กรองแลว้ ในขอ้ 3จำกนน้ั นำมำตม้ จนหลอมละลำยหมด แล้วเทใส่แม่พิมพ์ตำมต้องกำร
64
6. ใสพ่ ิมพ์ทิง้ ไว้ 1-3 ชวั่ โมง จนสบู่แข็งตัว แกะออกจำกพมิ พ์แล้วห่อด้วยฟิล์มทันทีเพือ่ ป้องกนั ควำมช่ืน
7. ผลติ ภัณฑ์สบู่ว่ำนจงู นำง
65
เอกสารอา้ งอิง
ปรียำภรณ์ นอ้ ยสงวน. 2559. สบู่. (ออนไลน์). แหลง่ ท่ีมำ : http://artthesis-preeyapon.
blogspot.com/2013/09/1.html [สืบค้น วนั ที่ 20 กรกฏำคม 2563]
วกิ พิ ีเดีย สำรำนกุ รมเสรี. 2562. กลีเซอรอล. (ออนไลน์). แหล่งท่มี ำ : https://th.wikipedia.org/
wiki/กลีเซอรอล [สบื ค้น วนั ท่ี 20 กรกฏำคม 2563]
สมนกึ ภัททิยธนี. (2555). การวดั ผลการศกึ ษา. กำฬสินธ์ุ : ประสำนกำรพิมพ.์
66
ผลการประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษา ปีการศึกษา 2562
สรุปคุณภาพมาตรฐานการศกึ ษาของสถานศกึ ษา โดยรวม (ทง้ั 3 มาตรฐาน)
1. ระดับคณุ ภาพ ดี
2. วิธกี ารพัฒนา/กระบวนการ ข้อมลู หลกั ฐาน เอกสารเชงิ ประจักษ์ ท่ีสนบั สนนุ ผลการประเมินตนเอง
2.1 วธิ ีการพัฒนา/กระบวนการ
โรงเรยี นลำดวนพทิ ยำคมกำหนดเป้ำหมำย วิสยั ทัศน์ พันธกิจ กลยทุ ธ์และแผนปฏบิ ตั กิ ำรประจำปี ไว้
อยำ่ งชดั เจน สอดคล้องกับกำรบริบทของสถำนศึกษำ ควำมตอ้ งกำรของชมุ ชน ทอ้ งถน่ิ และบรหิ ำรจัดกำรคณุ ภำพ
ของสถำนศึกษำอยำ่ งเป็นระบบ โดยแบง่ โครงสรำ้ งกำรบริหำร ออกเปน็ 4 ฝำ่ ย ประกอบดว้ ย
ฝำ่ ยบริหำรงำนทวั่ ไป ฝำ่ ยบริหำรงำนงบประมำณ ฝ่ำยบรหิ ำรงำนวิชำกำร และ ฝำ่ ยบริหำรงำนบคุ คล มีกำรแบง่
หน้ำที่ควำมรบั ผิดชอบอย่ำงชัดเจน บคุ ลำกรและผู้ทเี่ ก่ยี วข้องทุกฝำ่ ยมสี ่วนรว่ มในกำรวำงแผน ปรบั ปรุง และพฒั นำ
และร่วมรับผดิ ชอบต่อผลกำรจัดกำรศกึ ษำ มีกำรประชุมติดตำมงำนในแต่ละฝำ่ ย ประชมุ หัวหนำ้ ฝ่ำย ประชุมหวั หนำ้
กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ และประชุมกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ เพื่อวิเครำะห์สภำพปญั หำและควำมตอ้ งกำร เพ่ือใหโ้ รงเรียน
สำมำรถพฒั นำได้อยำ่ งมีประสิทธิภำพ กำรปรบั ปรุงพัฒนำหลักสูตรสถำนศึกษำใหส้ อดคล้องกับสภำพบรบิ ทของ
โรงเรยี น ผเู้ รยี นและชมุ ชน โดยโครงสรำ้ งหลกั สูตรมรี ำยวชิ ำเพม่ิ เติม วชิ ำเลือก และกจิ กรรมพฒั นำผูเ้ รยี นท่ี
หลำกหลำย ใหผ้ ูเ้ รยี นได้เลอื กเรยี นตำมควำมสนใจสอดคล้องกบั หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพืน้ ฐำน พุทธศักรำช
2551 ทีเ่ นน้ กำรศึกษำเพ่ือกำรมงี ำนทำตำมทักษะกำรเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 มจี ัดกจิ กรรม “ลดเวลำเรยี น เพิม่ เวลำ
รู้” ตำมนโยบำยของกระทรวงศึกษำธิกำร มกี ระบวนกำรประเมินและพฒั นำผ้เู รียนด้วยวิธีกำรทห่ี ลำกหลำย ส่งเสริม
ใหค้ รูจดั กำรเรียนร้ใู หเ้ ป็นไปตำมศกั ยภำพของผู้เรยี น เนน้ ใหน้ กั เรยี นไดค้ ิดวเิ ครำะห์ และลงมอื ปฏิบตั ิจรงิ โดยใช้
กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรคิดวเิ ครำะห์ ลงมือปฏิบัติกิจกรรมเอง ส่งเสริมให้ครูจัดกำรเรียนกำรสอนโดยบรู ณำ
กำรสำระกำรเรยี นรงู้ ำนสวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรยี น โรงเรียนเศรษฐกจิ พอเพยี ง โรงเรียนวิถีพทุ ธ เป็นตน้ มกี ำรจัดทำ
โครงกำรของ 8 กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ เพอ่ื ส่งเสริมกำรเรียนรขู้ องนักเรียนใหน้ ักเรียนเรยี นร้ผู ่ำนกำรจัดกิจกรรมทัง้ ใน
หอ้ งเรียนและนอกหอ้ งเรียน เช่น กจิ กรรมสง่ เสรมิ รกั กำรอ่ำน กจิ กรรมสัปดำห์หอ้ งสมดุ กิจกรรมสอนเสริมนักเรียน
อ่ำนไมอ่ อกเขียนไมไ่ ด้ กจิ กรรมแขง่ ขันซูโดกุ กิจกรรมแข่งขันตอบปัญหำคณติ ศำสตร์ กิจกรรมแข่งขนั เอแมท
กิจกรรมโครงงำนวิทยำศำสตร์ กิจกรรมโครงงำนคณิตศำสตร์ กจิ กรรมโครงงำนอำชีพ กิจกรรมค่ำยวิชำกำร “
STEAM CAMP”กจิ กรรมสัปดำห์วนั วิทยำศำสตร์ กิจกรรมอำเซียน กิจกรรมวันคริสตม์ ำส กำรเรียนรดู้ ว้ ยโครงงำน มี
กำรจัดทำโครงกำรท่สี ่งเสริมใหผ้ ูเ้ รียน มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม เคำรพในกฎกติกำ มคี ่ำนิยมและจิตสำนกึ ทด่ี ี และเปน็
โครงกำรทท่ี ำต่อเน่ือง เช่น โครงกำรโรงเรียนวิถพี ุทธ โครงกำรอบรมคุณธรรม จริยธรรม โครงกำรสวดมนต์ประจำ
สปั ดำห์ โครงกำร to be number one และ โครงกำรกฬี ำสีภำยใน เป็นตน้ นักเรยี นทุกคนเขำ้ รว่ มกจิ กรรมจิต
อำสำและมีสมุดบันทึกกจิ กรรมสำธำรณประโยชน์ จำกกำรทำควำมดี ภำยในโรงเรยี นและที่บ้ำน จัดกิจกรรม
ส่งเสริมอัตลกั ษณ์ของโรงเรียน คือ “ยม้ิ ง่ำย ไหว้สวย” โดยหลงั กจิ กรรมหน้ำเสำธง มีกิจกรรมให้นักเรยี นไหวแ้ ละ
กล่ำวทกั ทำยคุณครู และนกั เรียนรุ่นนอ้ งทำควำมเคำรพนกั เรยี นรนุ่ พ่ี ประจำทุกเช้ำ มกี ำรจดั ตงั้ คณะกรรมกำรสภำ
นกั เรียนที่เข้มแข็ง สภำนกั เรียนมีส่วนรว่ มในกำรจดั กจิ กรรมตำ่ งๆในโรงเรียน และมีจติ อำสำช่วยเหลืองำนชมุ ชน
ร่วมมือกับชุมชนในกำรรณรงคต์ ่อตำ้ นยำเสพตดิ มีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนทีเ่ ขม้ แข็งเป็นระบบ นักเรยี นและ
67
ชมุ ชนร่วมกิจกรรมตำ่ งๆตำมประเพณไี ทย ประจำทุกปกี ำรศกึ ษำ ไดแ้ ก่ ประเพณีแหเ่ ทียนเขำ้ พรรษำ ประเพณลี อย
กระทง ประเพณีแซนโฎนตำ สง่ เสริมให้นักเรียนแตง่ กำยผ้ำไทยในประเพณสี ำคัญต่ำงๆ มีแหลง่ เรียนรู้ภูมปิ ญั ญำ
ท้องถ่นิ ทงั้ ภำยในและภำยนอกเพ่ือให้ผู้เรยี นมีควำมภูมใิ จในทอ้ งถิน่ และควำมเป็นไทย ผเู้ รียนมีกำรรกั ษำสขุ ภำพกำย
สุขภำพจิต มีกำรตรวจสุขภำพประจำปีของนักเรียน จำกโรงพยำบำลสง่ เสริมสุขภำพตำบลลำดวน มกี ำรตรวจหำสำร
เสพตดิ ประจำปี จดั กำรแข่งขันกฬี ำภำยในและเข้ำร่วมกฬี ำสหวทิ ยำเขต เพอ่ื ให้ผเู้ รียนเป็นผู้ท่มี ีคณุ ธรรม จริยธรรม
ยอมรบั และอยรู่ ว่ มกนั บนควำมแตกต่ำงระหวำ่ งบุคคล เขำ้ ใจผ้อู ื่น ไม่มีควำมขัดแย้งกบั ผู้อื่น สำมำรถอยรู่ ่วมกนั กับคน
อ่นื อยำ่ งมคี วำมสุข
โรงเรียนเรยี นลำดวนพทิ ยำคมมกี ำรส่งเสรมิ สนบั สนนุ ให้บุคลำกรเขำ้ รับกำรอบรมโครงกำรพัฒนำครู
แบบครบวงจร ครบทุกคน นอกจำกน้ยี ังสง่ เสรมิ และพัฒนำครูให้มีควำมควำมรู้ในด้ำนกำรเรียนกำรสอน และงำนท่ีได้
รับผดิ ชอบสง่ เสรมิ ใหค้ รูจัดกระบวนกำรเรยี นกำรสอนท่เี นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ จัดกระบวนกำรเรียนรผู้ ำ่ นกระบวนกำร
คิดและปฏบิ ตั ิจริงตำมมำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ตัวชว้ี ดั ของหลักสตู รสถำนศึกษำ มีแผนกำรจัดกำรเรียนรูท้ ี่สำมำรถนำไป
จดั กจิ กรรมได้จริง มีกำรจดั ทำข้อตกลง เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ของแต่ละ่ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ส่งเสรมิ ใหค้ รูและบุคลำกร
ทำงกำรศึกษำ ได้พฒั นำคุณภำพอย่ำงตอ่ เน่ืองสม่ำเสมอ ส่งเสรมิ ให้นักเรยี นไดจ้ ัดกจิ กรรมเพ่ือพัฒนำในกำรเพ่ิมทักษะ
กำรจดั กำรเรียนร้ทู ่ีหลำกหลำย จดั สภำพแวดลอ้ มใหเ้ หมำะสมในกำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นรขู้ องนักเรียน ชมุ ชนมีส่วน
ร่วมในกำรจดั กจิ กรรมต่ำงๆ เพือ่ เพม่ิ ประสิทธิภำพ มีกำรจัดสภำพแวดล้อมท้งั ภำยในและภำยนอกห้องเรียน มีกำร
ประเมนิ ห้องเรยี นคุณภำพ ห้องฝำ่ ยคุณภำพ หอ้ งกลุม่ สำระกำรเรียนรู้ และบริเวณเขตพื้นท่ีรับผิดชอบ ตดิ ตัง้ ระบบ
อินเทอร์เน็ตไรส้ ำย ครอบคลุมทกุ อำคำรเรยี น จัดทำหอ้ งสืบคน้ ข้อมลู ทำงอนิ เทอร์เนต็ เพอ่ื ใช้ในกำรจัดกำรเรียนร้ใู ห้
เกดิ ประสิทธภิ ำพ ให้นำ่ อยู่ น่ำเรยี น และมคี วำมปลอดภัย
68
3. จดุ เดน่ จุดท่ีควรพฒั นาแผนการพัฒนาคุณภาพเพ่อื ยกระดับคณุ ภาพมาตรฐานให้สูงขน้ึ
จุดเด่น จดุ ควรพฒั นา
● ดา้ นคณุ ภาพผู้เรยี น ● ด้านคณุ ภาพผู้เรยี น
1. สถำนศึกษำมีกำรวเิ ครำะห์ผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรียนและ 1. กำรจัดกิจกรรมท่ีมุง่ เน้นยกระดบั ผลสัมฤทธิ์ ยงั
ไดก้ ำหนดเป้ำหมำยทำงกำรเรียนและคุณภำพนกั เรียนให้ ขำดกำรปฏบิ ัติที่ต่อเน่ือง จรงิ จัง ผูเ้ รยี นต้องเร่ง
พฒั นำสูงขนึ้ จัดกิจกรรมกำรเรยี นกำรสอนเน้นกำรปฏิบตั ิ พฒั นำกำรใฝร่ ้ใู ฝเ่ รยี นเพื่อให้คะแนนเฉลย่ี กำร
เนน้ ทกั ษะในกำรอำ่ น กำรเขียน และกำรคิดคำนวณ ทดสอบระดับชำติ(O-NET) สูงกวำ่ ระดับชำติและ
ส่งเสรมิ ผู้เรยี นให้พฒั นำเต็มศักยภำพ มกี ำรจัดแหลง่ ใช้เทคโนโลยใี หเ้ กิดประโยชน์ตอ่ ตนเองด้ำนกำร
เรยี นรูภ้ ำยในได้อยำ่ งเหมำะสม มีสอื่ ด้ำนเทคโนโลยีท่ี พัฒนำกำรเรียนใหม้ ำกยิ่งขึน้ ปลกู ฝงั คำ่ นยิ มควำม
ทันสมยั ส่งผลใหค้ ำ่ เฉล่ยี ผลกำรทดสอบทำงกำรศกึ ษำ เป็นไทย ให้เลือกรบั วัฒนธรรมทม่ี คี วำมสอดคล้อง
ระดบั ชำตขิ ัน้ พน้ื ฐำน (O-NET) ช้ันมธั ยมศกึ ษำปีที่ 3 เพิ่ม กับวัฒนธรรมทอ้ งถ่ินและวัฒนำธรรมไทย
ข้นั 2.99 คดิ เป็นร้อยละ 9.98 และชน้ั มัธยมศกึ ษำปีที่ 6 2. พฒั นำสนำมกีฬำให้ได้มำตรฐำนและมีควำม
เพิม่ ขัน้ 1.60 คดิ เปน็ ร้อยละ 5.78 ผู้เรยี นมี สขุ ภำพกำย ปลอดภยั และมีอุปกรณ์กีฬำอย่ำงเพยี งพอ
สุขภำพจติ ดี กล้ำแสดงออก และสำมำรถอยรู่ ่วมกับผู้อืน่ 3. เพมิ่ ระบบรถรบั ส่งนักเรียนให้ทวั่ ถงึ 100%
อย่ำงมีควำมสุขนักเรียนมีระเบยี บวินยั และเป็นทีช่ ืน่ ชม 4. นำเทคโนโลยแี ละสำรสนเทศมำใชใ้ ห้ผปู้ กครองมี
และยอมรับของชมุ ชน สว่ นรว่ มในระบบดแู ลชว่ ยเหลือนักเรยี น
2. ผู้เรยี นมีคุณธรรม มีจิตอำสำ มีสมดุ กิจกรรม
สำธำรณประโยชน์ทกุ คน มีคูปองเขำ้ รว่ มกิจกรรมสำคญั
ทำงพระพุทธศำสนำ มรี ะบบดูแลชว่ ยเหลือนกั เรียน
เข้มแข็ง และคณะกรรมกำรสภำนกั เรยี นทเี่ ข้มแขง็ มีกำร
จดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ คุณธรรม จริยธรรม อย่ำงตอ่ เน่ืองทุก
ปกี ำรศกึ ษำ ปฏบิ ตั ิตำม อตั ลักษณ์ของโรงเรียน คือ ยิม้
งำ่ ย ไหวส้ วย มกี จิ กรรมให้นักเรียนไหวค้ รู และ ร่นุ น้อง
ไหว้รนุ่ พที่ ุกเชำ้ ให้ควำมสำคัญของกีฬำ โดยจดั กีฬำ
ภำยใน และรว่ มกีฬำระดบั สหวทิ ยำเขต และนักเรยี นได้
เป็นตัวแทนระดบั จงั หวัด
69
3. จดุ เดน่ จุดทีค่ วรพฒั นาแผนการพฒั นาคณุ ภาพเพ่ือยกระดับคุณภาพมาตรฐานให้สูงข้ึน (ต่อ)
จุดเด่น จุดควรพัฒนา
ด้านกระบวนการบรหิ ารและการจดั การ ดา้ นกระบวนการบริหารและการจัดการ
1.โรงเรยี นลำดวนพทิ ยำคมจดั กระบวนกำรบริหำร 1. กำรตอบสนองต่อนโยบำยบำงนโยบำย อำจไมท่ นั
จดั กำรอย่ำงเปน็ ระบบ ครอบคลุม กำรดำเนินงำน กำรณ์ เนือ่ งจำกมีกำรเปลย่ี นแปลงบอ่ ย
โรงเรียน เน้นกำรมสี ว่ นรว่ มจำกทุกฝ่ำย 2. ระบบสญั ญำณอินเทอร์เน็ต บำงพน้ื ทีส่ ัญญำณอ่อน
2.มกี ำรกำหนดวิสัยทัศน์ พนั ธกิจ ตอบสนองตอ่ นโยบำย
ของหนว่ ยงำนต้นสงั กดั
3.พฒั นำครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำใหเ้ ปน็ บุคคล
แห่งกำรเรียนรู้และมีควำมเป็นครูมืออำชพี
4.มีกำรนเิ ทศตดิ ตำมกำรสอนของคุณครู จัด
สภำพแวดล้อมภำยในห้องเรยี น
5. มีสื่อเทคโนโลยคี รบทุกห้องเรียนให้มคี ุณภำพ เพ่ือให้
ผเู้ รยี นเกดิ กำรเรียนรสู้ ำมำรถนำไปศึกษำต่อ ประกอบ
อำชีพและดำรงชวี ติ อยใู่ นสังคมอย่ำงมีควำมสุข
●ดา้ นกระบวนการเรยี นการสอนทเี่ น้นผู้เรยี นเปน็ ดา้ นกระบวนการเรียนการสอนท่เี นน้ ผู้เรยี นเปน็
สาคัญ สาคญั
1. ครจู ดั กิจกรรมกำรเรยี นกำรสอนซอ่ มเสริมที่ 1. นักเรยี นขำดควำมเอำใจใส่ในกำรเรยี นรู้ทำงด้ำน
หลำกหลำย ใชเ้ ทคนิคกำรสอนและแหลง่ เรยี นรู้ที่ วชิ ำกำร
หลำกหลำย ผูเ้ รยี นเกิดทกั ษะทำงด้ำนอำชพี ด้ำนกีฬำ 2. นกั เรียนยงั ขำดกำรตรงต่อเวลำ
2. จัดสภำพแวดล้อมท่ีเอื้อต่อกำรจัดกิจกรรมกำรเรยี น 3. งบประมำณไม่เพียงพอตอ่ กำรจดั กจิ กรรมกำร
กำรสอน เรียนกำรสอน
3. ชุมชนให้ควำมรว่ มมอื สนับสนนุ กิจกรรมต่ำงๆ ของ 4. ขำดบคุ ลำกรตรงตำมวิชำเอก เช่น สงั คมศึกษำ
โรงเรยี น เช่น กำรระดมทนุ ทรัพยำกรในกำรจัดหำ ศำสนำ และวัฒนธรรม ดนตรนี ำฏศิลป์
งบประมำณใช้ในกิจกรรมต่ำงๆ
แผนการจัดการพัฒนาคุณภาพเพือ่ ยกระดับคุณภาพมาตรฐานให้สูงขนึ้
1. พัฒนำให้นักเรียนมีทักษะในกำรอ่ำน กำรเขียน กำรสื่อสำร และกำรคิดคำนวณเป็นไปตำมเกณฑ์ท่ี
โรงเรยี นกำหนดในแต่ระดับชน้ั
2. พัฒนำให้นักเรียน มีควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำรเพ่ือพัฒนำตนเอง และ
สังคมในด้ำนกำรเรยี นรู้ กำรส่อื สำร กำรทำงำน อยำ่ งสร้ำงสรรค์ และมีคุณธรรม
70
3. สร้ำงเครอื ข่ำยควำมรว่ มมือกบั ผ้ปู กครองทุกคนใหม้ ีสว่ นรว่ มกบั ระบบดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น
4. พฒั นำสนำมกีฬำ และจดั หำอปุ กรณ์กีฬำใหเ้ พยี งพอ และพฒั นำนักเรยี นท่ีมคี วำมสำมำรถทำงด้ำนกีฬำ
5. กำหนดเปำ้ หมำย วิสัยทศั นแ์ ละพนั ธกิจได้สอดคลอ้ งกับควำมต้องกำรของผู้เรยี น ชุมชน และทอ้ งถิ่น และ
สนองต่อนโยบำยของหนว่ ยงำนต้นสังกัดทุกฝำ่ ยมีควำมพงึ พอใจต่อกระบวนกำรวำงแผนบริหำรจัดกำรของ
สถำนศกึ ษำ
6. จดั ทำแผนพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำ ระยะ 4 ปี เพ่อื เป็นแผนแม่บทในกำรพัฒนำกำรศึกษำของ
สถำนศึกษำ และจัดทำแผนปฏิบตั กิ ำรประจำปีโดยกำรมีสว่ นร่วมของทุกฝำ่ ย เนน้ กำรพัฒนำผเู้ รียนสู่ควำม เปน็ เลิศ
พฒั นำบุคลำกรสู่ควำมเปน็ มืออำชีพ
7. จดั หำระบบอนิ เทอรเ์ น็ตใหม้ ีคลื่นควำมเร็วสงู ให้ครอบคลุมทุกอำคำรเรยี น
8. พัฒนำส่ือและเทคโนโลยเี พอ่ื ใหเ้ หมำะสมกบั ผู้เรียนแต่ล่ะบุคคล
9. ครูมกี ำรอบรมพฒั นำควำมรู้อย่ำงตอ่ เนื่อง สม่ำเสมอ ใหท้ นั ต่อกำรเปล่ียนแปลงของเหตกุ ำรณ์ใน
ปจั จบุ ัน
10. จดั หำวัสดอุ ุปกรณ์ใหเ้ พียงพอตอ่ กำรจดั กำรเรยี นรใู้ หม้ ปี ระสิทธิภำพตรงตำมเปำ้ หมำย
11. จดั สภำพแวดลอ้ มให้เอ้ือต่อกิจกรรมกำรเรยี นกำรสอน
12. จดั สรรงบประมำณใหเ้ พยี งพอกับควำมตอ้ งกำรของแตล่ ะ่ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้
13. ครูสง่ เสรมิ กจิ กรรมกำรเสรมิ แรงทำงบวกทห่ี ลำกหลำย เช่น กำรให้รำงวัล กำรชมเชย
71
ผลการประเมนิ คณุ ภาพภายนอก รอบ 4
รายงานการประเมนิ คุณภาพภายนอกรอบสี่ (พ.ศ.2559 – 2563)
ระดบั การศึกษาขน้ั พื้นฐาน โรงเรยี นลาดวนพทิ ยาคม
สานักงานรบั รองมาตรฐานและประเมนิ คณุ ภาพการศกึ ษา (องคก์ ารมหาชน)
บทสรปุ สาหรบั ผู้บริหาร
โรงเรียนลำดวนพิทยำคม ต้ังอยู่เลขที่ 123 หมู่ท่ี 11 ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ สังกัด
สำนักงำนเขตพ้ืนท่ีกำรศึกษำมัธยมศึกษำ เขต 32 เปิดสอนตั้งแต่ ช้ันมัธยมศึกษำปีท่ี 1 ถึงมัธยมศึกษำปีที่ 6
คณะผู้ประเมินได้ตรวจเยี่ยมสถำนศึกษำ เม่ือวันที่ 18 ถึง 20 พฤศจิกำยน พ.ศ. 2562 โดยมีผลกำรประเมิน คุณภำพ
ภำยนอกรอบส่ี
สรุปผลการประเมนิ คุณภาพภายนอกรอบสี่ (พ.ศ. 2559 - 2563)
2. ระดับการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน
ดา้ น ระดับคุณภาพ
1 ดำ้ นคณุ ภำพของผเู้ รียน ดีมำก
2 ดำ้ นกระบวนกำรบริหำรและกำรจดั กำร ดมี ำก
3 กระบวนกำรจัดกำรเรยี นกำรสอนทเ่ี น้นผู้เรียนเปน็ สำคญั
คุณภำพดีมำก
จดุ เดน่
ด้านคณุ ภาพของผเู้ รียน
ผู้เรียนมสี ขุ ภำพรำ่ งกำยแข็งแรงสำมำรถเรียนรู้ เข้ำรว่ มกิจกรรตำมหลักสูตรได้อย่ำงมคี วำมสุข รวมถงึ ผ้เู รียน
ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี สืบค้น หำข้อมูลเพื่อกำรศึกษำเรียนรู้ด้วยตนเอง ตลอดท้ังมี คุณลักษณะท่ีดี
สอดคล้องกับทิศทำงของหลักสูตรผลกำรทดสอบทำงกำรศึกษำระดบั ชำติข้ันพ้ืนฐำน (O-NET) มพี ฒั นำกำรดขี ้ึน
ดา้ นกระบวนการบริหารและการจดั การ
โรงเรียนลำดวนพิทยำคมได้สนองพระรำชดำริตำมโรงกำรอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมำจำก พระรำชดำริ
พระกนิษฐำธิรำชเจ้ำกรมสมเดจ็ พระเทพรัตนรำชสุดำสยำมบรมรำชกมุ ำรีเพ่ืออนุรักษ์ ของพนั ธกุ รรมพชื คือ
พืชสมุนไพรว่ำนจูงนำง สถำนศึกษำจัดทำหลักสูตรสวนพฤกษศำสตรแ์ บบ บูรณำกำรกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ทัง้
8 กลุ่ม
72
ดา้ นกระบวนการจัดการเรยี นการสอนทเ่ี นน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั
สถำนศึกษำวำงแผนอัตรำกำลัง และกำหนดตำแหน่ง เสริมสร้ำงประสิทธิภำพในกำรปฏิบัติงำน แบ่งหน้ำท่ี
ควำมรับผิดชอบอย่ำงชัดเจน ทุกฝ่ำยร่วมกันวำงแผน และปรับปรุงพัฒนำ ตลอดทั้งร่วม รับผิดชอบต่อผลกำรจัด
กำรศึกษำ วเิ ครำะหส์ ภำพปญั หำ และควำมต้องกำร ของผเู้ รยี น รวมถงึ พฒั นำ สภำพแวดล้อมให้เหมำะกับกำรจัดกำร
เรียนรู้และให้ผู้เรียนสืบค้นควำมรู้ทำงอินเทอร์เน็ต อีกทั้ง ร่วมกันพัฒนำหลักสูตรสถำนศึกษำท้ังหลักสูตรแกนกลำง
และหลักสูตรท้องถิ่น นอกจำกนี้สถำนศึกษำ ได้ดำเนินงำนโครงกำรระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนกำรดำเนินงำนตำม
โครงกำร No Child Left Behind : NCLB ซ่ึงเปน็ นโยบำยสำนักงำนเขตพื้นท่กี ำรศกึ ษำมธั ยมศกึ ษำ เขต 32
จดุ ทคี่ วรพฒั นา
ด้านคณุ ภาพของผู้เรยี น
กำรส่งเสริมและพฒั นำทกั ษะทำงอำชพี กำรศกึ ษำตอ่ ในอนำคต
ดา้ นกระบวนการบรหิ ารและการจดั การ
กำรพัฒนำงำนวิชำกำรที่เน้นคุณภำพของผู้เรียนทุกกลุ่มเป้ำหมำยสร้ำงหลักสูตรพิเศษ และแผนกำร จัด
กิจกรรมเสริมหลักสตู ร
ด้านกระบวนการจัดการเรยี นการสอนทเี่ น้นผเู้ รยี นเปน็ สาคญั
1.กำรแลกเปล่ยี นเรียนรู้ และใหข้ ้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพฒั นำรวมถึงปรบั ปรุงกำรจดั กำรเรยี นรู้
2.กำรจดั กิจกรรมกำรเรยี นกำรสอนทเี่ ปิดโอกำสให้ผูเ้ รียนทุกคน ได้ฝกึ กำรแสดงออก กำรแสดงควำม คดิ เห็น
สรปุ องคค์ วำมรู้ มีสว่ นรว่ มในกำรดำเนินกำรกจิ กรรม รวมถงึ กำรเรยี นรผู้ ่ำนกระบวนกำรคดิ
ขอ้ เสนอแนะตามนโยบายจากหนว่ ยงานต้นสังกัด หรอื ภาครัฐ
ด้านคุณภาพของผเู้ รียน
สำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำมัธยมศึกษำ เขต 32 ควรมีกำรตั้งประเด็นท่ีพึงมีประโยชน์ต่อกำรพัฒนำ
คุณภำพกำรศึกษำ นำเสนอต่อ สมศ. เพื่อให้ผู้ประเมินคุณภำพภำยนอก นำประเด็นของต้นสังกัดไปดำเนินกำร
ประเมิน นอกเหนือจำกกำรประเมินภำยนอกตำมปกติ และต้นสังกัดควรมีกำรกำกับ ติดตำม ประเมินผล และ ให้
ขอ้ เสนอแนะที่เหมำะสม เปน็ ไปไดไ้ มเ่ กินศักยภำพของสถำนศึกษำท่ีนำไปปฏบิ ัติ เพื่อใหม้ กี ำรปรบั ปรงุ แก้ไข พฒั นำดี
ยิ่งข้นึ ตอ่ ไปส่คู วำมโดดเด่น ไดก้ ำรยอมรับในกลุ่มสหวิทยำเขตกระสัง ในปีกำรศึกษำ 2563
73
ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ
คณะอนุกรรมกำรกำรติดตำมตรวจสอบประเมนิ ผล และนิเทศกำรศึกษำ (อกตปน.)ไดท้ ำกำร ประเมนิ ผลด้ำน
กำรบริหำรวิชำกำรได้คะแนนคณุ ภำพ 4.50 ด้ำนกำรบรหิ ำรงำนบุคคลไดค้ ะแนนคุณภำพ 4.50 ดำ้ นกำร บรหิ ำรงำน
ทวั่ ไป ไดค้ ะแนนคุณภำพ 4.50 ด้ำนบริหำรงบประมำณ ได้คะแนน 4.50 สรปุ ผล กำรประเมนิ ไดค้ ณุ ภำพ ดีเยย่ี ม ณ.
วันท่ี 12 กมุ ภำพนั ธ์พ.ศ.2559 ในรปู แบบคณะกรรมกำร จำนวน 6 คน
ดา้ นกระบวนการจัดการเรียนการสอนทเี่ นน้ ผ้เู รียนเปน็ สาคญั
เน่อื งจำกไม่พบร่องรอยหลักฐำนในกำรประเมินของสำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศกึ ษำมธั ยมศึกษำ เขต 32 ผู้
ประเมนิ คุณภำพภำยนอกจึงไมม่ ปี ระเดน็ ของตน้ สงั กัดในกำรดำเนินงำนของโรงเรยี นลำดวนพทิ ยำคมตำม ประเด็น
ของ สมศ.กำหนดดังนน้ั สำนักงำนเขตพ้นื ท่กี ำรศกึ ษำมัธยมศกึ ษำ เขต 32 ควรมีกำรกำกับติดตำม ประเมินผลกำร
ดำเนินงำนโครงกำรของสถนศึกษำตำมนโยบำยตน้ สังกัด
กำหนดกำรดำเนินกำรปรบั ปรุงตำมข้อเสนอแนะภำยใน 1 ปี
ข้อเสนอแนะ
ดา้ นคณุ ภาพของผเู้ รียน
ผเู้ รียนควรได้รับกำรสง่ เสรมิ และพฒั นำทักษะทำงอำชีพโดยไดเ้ รียนรูล้ กั ษณะต่ำงๆ ของอำชีพ แนวทำงใน
กำรเลือกอำชพี ทีเ่ หมำะสมสูก่ ำรประกอบอำชีพ (Career Preparation) หรือศึกษำต่อ ในสำขำ วิชำชีพท่ตี นถนดั
กำหนดเปำ้ หมำยพฒั นำผเู้ รียนสู่กำรออกแบบรำยวชิ ำเพ่ิมเติม และเปดิ โอกำสให้ผเู้ รียนไดร้ ับ ประสบกำรณ์ ฝึกทักษะ
เตรียมควำมพรอ้ ม และคุณลักษณะท่จี ำเปน็ ของแต่ละอำชีพ เพ่ือใหผ้ ู้เรียนรจู้ ักตนเอง สำมำรถตัดสินใจ วำงแผนเพอ่ื
ศึกษำตอ่ หรอื ออกไปประกอบอำชีพต่อไปในอนำคต และสง่ เสริมควำมรว่ มมือ จำกผู้ปกครองผเู้ รียนเพม่ิ ข้นึ
กำหนดกำรดำเนินกำรปรับปรุงตำมข้อเสนอแนะภำยใน 1 ปี
ด้านกระบวนการบริหารและการจดั การ
สถำนศกึ ษำควรสง่ เสริมสนบั สนนุ ใหผ้ เู้ รียนมคี ณุ ธรรม ทักษะและควำมรทู้ จี่ ำเปน็ บนฐำนคำ่ นยิ มร่วม รวมถึง
ควำมแตกต่ำงทำงดำ้ นเชอ้ื ชำติพนั ธ์ุ ศำสนำ และวัฒนธรรมให้มีผลลพั ธ์ทพ่ี ึงประสงค์ของกำรศกึ ษำตำม มำตรฐำนของ
ชำติ พ.ศ.2561 มีคุณลกั ษณะของคนไทย ยุค 4.0 ผ้เู รยี นรว่ มสรำ้ งนวัตกรรม และมคี วำมเปน็ พลเมอื งโดยรว่ มกัน
สร้ำงหลักสตู รพเิ ศษ และแผนกิจกรรมเสริมหลักสตู ร กำหนดมำตรฐำนกำรเรยี นรู้กำหนด ตวั ชวี้ ัด ถอดบทเรยี น
ออกแบบกำรจดั กำรเรยี นรู้ให้หลำกหลำย ตลอดทง้ั มกี ำรนิเทศ กำกบั ติดตำม และ ประเมนิ ผล ตลอดทงั้ นำผลไป
วิเครำะห์ปรับปรุง พฒั นำอยำ่ งต่อเน่ือง
กำหนดกำรดำเนนิ กำรปรบั ปรุงตำมข้อเสนอแนะภำยใน 2 ปี
74
ดา้ นกระบวนการจดั การเรียนการสอนท่ีเนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั
1. ครทู กุ คนควรจัดกจิ กรรมกำรเรียนกำรสอน โดยใหผ้ ู้เรยี นทกุ คนมกี ำรวิเครำะห์ และไดฝ้ กึ กำร
แสดงออก แสดงควำมคดิ เห็น สรปุ องค์ควำมรู้ เชน่ ใชว้ ธิ สี อนแบบโครงงำน (Project Method) มีกำรวำงแผน ใน
กำรทำงำน หรือแก้ปัญหำอย่ำงเปน็ ระบบ สำมำรถนำไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้
2.ครทู กุ คนควรนำผลจำกกำรประเมนิ มำวิเครำะห์นำไปแก้ปญั หำในกำรจดั กำรเรยี นกำรสอน และ พัฒนำ
ผูเ้ รียน ตอ่ ไป
กำหนดกำรดำเนินกำรปรับปรุงตำมข้อเสนอแนะภำยใน 1 ปี
ขอ้ เสนอแนะเพอ่ื การพฒั นาสูน่ วตั กรรม หรือแบบอยา่ งท่ีดี
ด้านคุณภาพของผู้เรยี น
ผู้เรยี นไดร้ บั กำรพัฒนำ มีควำมนำ่ เช่ือถือผลกำรดำเนนิ งำนบรรลุเป้ำหมำย ด้ำนผลสมั ฤทธท์ิ ำง วิชำกำร และ
ด้ำนคุณลักษณะที่พึงประสงค์ แต่ผูเ้ รียนควรได้รบั กำรพัฒนำกำรใชค้ วำมคดิ สร้ำงสรรค์สู่ มำตรฐำนศตวรรษท่ี 21 โดย
ส่งเสรมิ ใหผ้ ูเ้ รยี นไดเ้ รียนร้ผู ำ่ นกำรทำโครงงำน ชน้ิ งำน มีวจิ ำรณญำณ แกป้ ญั หำ4 เป็น สำหรับกำรใชท้ ักษะ และ
วิธีกำรตำมศักยภำพ และควำมสำมำรถของผเู้ รยี นในกำรเรียนรู้ ตลอดทั้ง ใช้เทคโนโลยี DLTV อินเตอรเ์ นต็ ควำมเร็ว
สูง
ดา้ นกระบวนการบริหารและการจัดการ
สถำนศึกษำ ผ้บู รหิ ำร ครู บุคลำกร คณะกรรมกำรสถำนศกึ ษำ ขน้ั พืน้ ฐำน ปรำชญช์ ำวบำ้ น นกั วชิ ำกำร พืช
สวน ผูเ้ ชยี่ วชำญเฉพำะทำง ร่วมกนั จัดทำแผนพฒั นำงำนอำชีพ สรำ้ งคน สรำ้ งอำชีพ เพิ่ม มลู ค่ำมีกำรถอดบทเรยี น
ผักปลังแดง แต่สถำนศึกษำควรพฒั นำตอ่ ยอดเรื่องข้ำวเกรียบผกั ปลงั แดง และ ออกแบบกำรเรยี นรู้ใหห้ ลำกหลำยมี
กระบวนกำรพฒั นำอย่ำงชดั เจนอยำ่ งเป็นรูปธรรม สร้ำงเพลตฟอร์มดจิ ิทลั เพื่อกำรเรียนรู้ จัดทำ QR CODE เพ่ือกำร
สืบคน้ เผยแพร่แหล่งเรยี นรแู้ ละผ่ำนระบบเวป็ ไซด์ จดทะเบียน ลขิ สทิ ธ์ิ ขอเคร่ืองหมำย อย. ปรับปรุงภมู ทิ ัศน์ สวน
พฤกษศำสตร์ พื้นท่สี ีเขียวให้สถำนศกึ ษำน่ำอยู่ น่ำเรยี น
ดา้ นกระบวนการจัดการเรียนการสอนท่เี นน้ ผเู้ รียนเป็นสาคัญ
กำรจัดกำรเรียนกำรสอนแบบบรู ณำกำรเน้ือหำสำระในกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ทุกกลมุ่ สำระ เขำ้ กบั โครงกำร
อนรุ กั ษ์พันธุกรรมพืชแต่ครูทุกคนควรจัดกจิ กรรมกำรเรยี นร้ทู เ่ี น้นใหผ้ ู้เรยี นสรำ้ งองคค์ วำมรู้ดว้ ย ตนเอง และนำควำมรู้
ที่ได้ไปประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวันเพอื่ พัฒนำคุณภำพกำรจัดกำรศึกษำใหส้ ำมำรถ บรรลผุ ลจนเป็นนวัตกรรมตน้ แบบ
หรือเป็นแบบท่ีดีต่อสถำนศึกษำอ่นื ต่อไป
สรปุ ประเด็นจากหน่วยงานต้นสงั กัด
สำนักงำนเขตพ้นื ที่กำรศึกษำมัธยมศึกษำ เขต 32 ควรมกี ำรตง้ั ประเด็นที่พึงมีประโยชนต์ ่อกำรพฒั นำ
คณุ ภำพกำรศึกษำ นำเสนอต่อ สมศ. เพ่ือให้ผู้ประเมนิ คุณภำพภำยนอก นำประเดน็ ของต้นสงั กดั ไปดำเนนิ กำร
ประเมนิ นอกเหนือจำกกำรประเมนิ ภำยนอกตำมปกติ และตน้ สังกัดควรมีกำรกำกับ ตดิ ตำม ประเมนิ ผล และ ให้
ขอ้ เสนอแนะท่ีเหมำะสม เปน็ ไปได้ไม่เกนิ ศักยภำพของสถำนศกึ ษำทนี่ ำไปปฏบิ ัติ เพื่อให้มีกำรปรับปรุง แกไ้ ข พัฒนำดี
ย่ิงข้นึ ต่อไปสูค่ วำมโดดเดน่ ได้กำรยอมรบั ในกล่มุ สหวิทยำเขตกระสังในปีกำรศึกษำ2563
ตอนท่ี 1 ข้อมูลทั่วไปของสถานศกึ ษา
75
1. ช่อื สถานศกึ ษา โรงเรยี นลำดวนพิทยำคม ต้ังอยู่เลขที่ 123 หม่ทู ่ี 11 ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง จังหวัดบรุ ีรัมย์
รหสั ไปรษณีย์ 31160 หมำยเลขโทรศพั ท์ 044-691979 โทรสำร 044691979
E-mail : [email protected] เวบ็ ไซต์ : ww.Lamduanpit.ac.
2. หนว่ ยงานตน้ สังกัดหรือหนว่ ยงานท่ีกากับดูแลสถานศกึ ษา สำนกั งำนเขตพ้ืนทก่ี ำรศึกษำมธั ยมศึกษำ เขต 32
3. สรุปข้อมูลสาคัญของสถานศึกษา
3.1 จัดช้ันเรยี นตง้ั แตช่ ั้น มธั ยมศึกษำปีท่ี 1 ถึง มัธยมศึกษำปที ี่ 6 3.2 จำนวนผู้เรียนจำแนกตำมระดบั ช้นั ดงั นี้
3.2 จำนวนผ้เู รียนจำแนกตำมระดบั ชัน้ ดังนี้
ระดับชั้นท่เี ปดิ สอน จำนวน จำนวน ผู้เรยี นปกติ (คน) ผู้เรียน ท่ีมีควำม รวม
หอ้ งเรียน ตอ้ งกำร พเิ ศษ (คน)
ชำย หญงิ ชำย หญงิ 68
มัธยมศกึ ษำปที ่ี 1 2 30 38 46
มัธยมศึกษำปที ่ี 2 2 27 19 -- 43
มธั ยมศกึ ษำปที ี่ 3 2 20 23 -- 82
มธั ยมศึกษำปีที่ 4 2 39 43 -- 56
มธั ยมศึกษำปที ่ี 5 2 25 31 -- 56
มธั ยมศกึ ษำปที ี่ 6 2 16 40 -- 351
12 157 194 -- 351
รวม 12 157 194 --
รวมทั้งสน้ิ --
3.3 ข้อมูลบคุ ลากร
: ผบู้ รหิ ำรสถำนศกึ ษำ จำนวน 1 คน
: ครูมธั ยมศึกษำ จำนวน 23 คน
: บคุ ลำกรสำยสนับสนนุ จำนวน 3 คน
สรปุ อัตรำสว่ น
ระดับมธั ยมศึกษำ
: อตั รำส่วนของจำนวนผเู้ รียน : ครู เท่ำกบั 25 : 1
: อัตรำส่วนของจำนวนผเู้ รยี น : หอ้ ง เทำ่ กบั 25 : 1
: มีจำนวนครู ครบชน้ั √ ครบช้ัน
: ภำระงำนสอนของครู โดยเฉลยี่ ชว่ั โมง : สปั ดำห์ เท่ำกับ 25 สปั ดำห์
ตอนท่ี 2 ผลการประเมนิ คณุ ภาพภายนอก ระดับการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน
76
ด้านท่ี 1 คุณภาพของผเู้ รยี น
ผลกำรดำเนินงำน สถำนศกึ ษำมีกำรดำเนนิ งำนจัดทำแผนปฏิบัติกำรประจำปกี ำรศึกษำ 2561 และกำหนดค่ำ
เป้ำหมำย ในกำรพัฒนำคุณภำพผู้เรียน ระดบั ดี ผเู้ รยี นไดร้ ับกำรพฒั นำตำมทักษะกำรเรียนรใู้ นศตวรรษ ท่ี 21 มจี ัด
กจิ กรรม “ลดเวลำเรียน เพิ่มเวลำรู้” บูรณำกำรสำระกำรเรียนร้งู ำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรยี น โรงเรยี น เศรษฐกจิ
พอเพียง โรงเรยี นวถิ ีพุทธ และจดั กิจกรรมสง่ เสริมรกั กำรอ่ำน กิจกรรมสัปดำหห์ ้องสมดุ กจิ กรรม สอนเสรมิ นักเรียน
อำ่ นไม่ออกเขียนไม่ได้ กิจกรรมแขง่ ขนั ตอบปัญหำคณิตศำสตร์ กิจกรรมโครงงำน วิทยำศำสตร์ กจิ กรรมโครงงำน
คณิตศำสตร์ กิจกรรมโครงงำนอำชีพ กิจกรรมค่ำยวิชำกำร “ STEAM CAMP” กิจกรรมสัปดำหว์ ันวิทยำศำสตร์ กำร
เรียนรู้ด้วยโครงงำน มคี วำมเหมำะสมกบั ศักยภำพ ควำมต้องกำรของ ผู้เรียนกระบวนกำรวัด และประเมินผลดำ้ น
คณุ ภำพผ้เู รียนตำมหลกั สูตรใชโ้ ปรแกรม SGS เพอื่ กำรวดั ผล ประเมนิ ผล โปรแกรม Quizizz.com กำรสร้ำงขอ้ สอบ
ผำ่ นระบบออนไลนแ์ ละกำรทดสอบผลกำรเรยี น ระดับชำติ (O-net) ชน้ั มัธยมศกึ ษำตอนตน้ และมัธยมศึกษำตอน
ปลำย ผลสมั ฤทธทิ์ ำงกำรเรียน และ คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงคข์ องผู้เรยี น ระดับคณุ ภำพ ดเี ลิศ สงู กว่ำเปำ้ หมำยท่ี
กำหนด รวมถงึ สถำนศกึ ษำ ดำเนนิ งำนตำมมำตรฐำนด้ำนคุณภำพของผู้เรยี นกำหนดเปำ้ หมำยในกำรพัฒนำ โดย
จดั ทำโครงกำร/กิจกรรม สง่ เสริมที่สอดคล้องกับตวั ชีว้ ัดควำมสำเรจ็ ได้อย่ำงเหมำะสม เปน็ ไปได้ กระบวนกำรวดั และ
ประเมนิ ผลตำม ระเบียบของสถำนศกึ ษำ และหน่วยงำนต้นสงั กดั มีควำมเชอื่ ถือได้ ส่งผลให้กำรพัฒนำคณุ ภำพผู้เรยี น
บรรลุ เป้ำหมำย ที่สถำนศึกษำกำหนด ผเู้ รียนมพี ฒั นำกำรเพม่ิ ขน้ึ
สรุปการประเมินดา้ นที่ 1 คุณภาพของผูเ้ รียน มรี ะดบั คุณภาพดมี าก
จุดเด่น
1. ผู้เรียนสว่ นใหญม่ ีสขุ ภำพรำ่ งกำยแขง็ แรงมสี มรรถภำพทำงกำย และใจท่แี ข็งแรงสำมำรถเรยี นรู้ รว่ ม
กจิ กรรมในช้ันเรยี นตำมหลักสูตรได้อย่ำงมีควำมสุข
2. ผเู้ รยี นมคี วำมสำมำรถกำรใชเ้ ทคโนโลยี สบื คน้ หำขอ้ มูลเพือ่ กำรศึกษำเรียนรูด้ ว้ ยตนเองจำก ห้องสมุด
ห้องปฏบิ ัตกิ ำรคอมพิวเตอร์ กำรเรียนรผู้ ำ่ นระบบ DLTV สวนพฤกษศำสตร์
3. ผเู้ รยี นมีคุณลกั ษณะท่ีดีสอดคลอ้ งกับทศิ ทำงของหลักสูตรรวมถึงผลกำรทดสอบทำงกำรศกึ ษำ ระดบั ชำติ
ขัน้ พน้ื ฐำน (O-NET) มีพฒั นำกำรดีข้นึ เปรยี บเทยี บปกี ำรศึกษำทผี่ ำ่ นมำและปีกำรศกึ ษำปัจจุบัน
จดุ ทคี่ วรพฒั นา
กำรส่งเสริมและพัฒนำทกั ษะทำงอำชีพ กำรศึกษำต่อในอนำคต
77
ข้อเสนอแนะ
ผูเ้ รยี นทุกคนควรได้รบั กำรสง่ เสรมิ และพัฒนำทักษะทำงอำชพี โดยผเู้ รียนได้รับกำรพฒั นำตำมควำม ถนดั
(Career Exploration) ควำมสนใจ ควำมสำมำรถของตนเอง ได้เรยี นรลู้ ักษณะต่ำงๆ ของอำชีพ แนวทำงในกำรเลือก
อำชีพทเี่ หมำะสม สู่กำรประกอบอำชีพ (Career Preparation)หรอื ศึกษำต่อในสำขำวิชำชีพทต่ี น ถนัด อีกท้ังให้
ผเู้ รียนไดร้ บั ประสบกำรณ์ ฝกึ ทกั ษะ และเตรียมควำมพร้อม และคณุ ลักษณะทีจ่ ำเปน็ ของแตล่ ะ อำชีพ เพื่อให้ผู้เรยี น
ร้จู ักตนเอง และสำมำรถตดั สินใจ เพ่ือวำงแผนเพ่ือศึกษำต่อหรือไปประกอบอำชีพต่อไป ตลอดท้ังสง่ เสริมควำมรว่ มมือ
จำกผู้ปกครองผเู้ รียนเพิม่ ขน้ึ โดยสถำนศึกษำเผยแพร่ข้อมลู ขำ่ วสำรกำรพฒั นำ ผู้เรยี นผำ่ นทำงส่ือตำ่ ง ๆเชน่ วิทยุ
ชุมชน กำรตดิ ประกำศกำรให้ขอ้ มลู ผำ่ นเวบ็ ไซตข์ องสถำนศึกษำ ใหม้ สี ว่ น ร่วมในกำรแสดงควำมคิดเหน็ และ
เสนอแนะเพื่อประกอบกำรตัดสินใจของสถำนศึกษำ
กำหนดกำรดำเนินกำรปรับปรุงตำมขอ้ เสนอแนะภำยใน 1 ปี
ข้อเสนอแนะเพือ่ การพฒั นาสู่นวตั กรรม หรือแบบอย่างที่ดี
ผลกำรดำเนินงำนบรรลุเป้ำหมำย ส่งผลใหผ้ ู้เรียนมีพัฒนำกำรด้ำนผลสัมฤทธิท์ ำงวิชำกำร และด้ำน
คณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค์เพ่ิมข้นึ ผเู้ ก่ยี วข้องทกุ ฝำ่ ยมีควำมพงึ พอใจต่อกำรดำเนนิ งำนของสถำนศึกษำที่สง่ ผล ลัพธ์ท่ีพึง
ประสงค์ต่อผู้เรียน แต่ผเู้ รียนทุกคนควรไดร้ ับกำรพัฒนำในกำรใช้ควำมคิดสรำ้ งสรรค์ สู่มำตรฐำน ศตวรรษท่ี 21 โดย
ส่งเสริมไดเ้ รียนรู้ผำ่ นกำรทำโครงงำน ชิน้ งำน มวี ิจำรณญำณ แก้ปญั หำ สำหรบั กำรใช้ ทักษะ และวธิ กี ำรตำมศกั ยภำพ
ควำมสำมำรถของผ้เู รยี นในกำรเรยี นรู้ ตลอดท้งั ใช้ศักยภำพทม่ี ีใหเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสดุ ในกำรใช้ควำมคิดสร้ำงสรรค์
เพอ่ื พฒั นำหรือประดิษฐ์ส่งิ ใหม่ ๆ หรือกระบวนกำรใหม่ โดยเปดิ โอกำสได้เรียนรผู้ ่ำนกำรทำโครงงำน ชิน้ งำน ผลงำน
ผเู้ รยี น ทแ่ี สดงถงึ ควำมรู้ควำมเข้ำใจ สำมำรถเพ่มิ ควำมคดิ สร้ำงสรรค์ มีวิจำรณญำณ แก้ปัญหำเปน็ สำหรบั กำรใช้
ทกั ษะ และวิธีกำรตำมศักยภำพ ควำมสำมำรถของ ผู้เรยี นในกำรเรยี นรู้ ใช้เทคโนโลยี DLTV อินเตอร์เนต็ ควำมเรว็ สงู
สนบั สนนุ เพ่มิ ทักษะกำรเรียนรเู้ พ่อื กำรศกึ ษำ และกำรทำงำนในอนำคตอย่ำงตอ่ เน่ือง
ดา้ นที่ 2 กระบวนการบริหารและการจดั การ
ผลกำรดำเนินงำน โรงเรียนลำดวนพทิ ยำคม กำหนดค่ำเป้ำหมำย วสิ ัยทศั น์ พันธกิจ ท่สี อดคลอ้ งกบั สภำพ
ปัญหำ ควำม ต้องกำรของท้องถิ่นตำมแนวกำรปฏิรูปกำรศึกษำแผนกำรศึกษำแหง่ ชำติมีกำรบริหำรงำนวิชำกำรโดยนำ
ระบบ Smart School มำใช้ในกำรจดั กิจกรรมกระบวนกำรเรียนกำรสอนนำ ICT มำใช้จัดกระบวนกำรเรียนกำรสอน
เปิดโอกำสให้ผู้เรียนทุกคนได้เข้ำถึงสภำพแวดล้อมวิธีกำรเรียนรู้จำกส่ืออิเล็กทรอนิกส์ในทุกช้ันเรียนได้แก่ Smart TV
เครื่องโปรเจ๊กเตอร์กำรศึกษำทำงไกลผ่ำนดำวเทียม DLIT ใช้โปรแกรม SGS เพื่อกำรวัดผล ประเมินผลโปรแกรม
Quizizz.com กำรสร้ำงข้อสอบผ่ำนระบบออนไลน์ ผู้เรียนทุกคนได้ร่วมกิจกรรมกำร เรียนรู้ผ่ำน Smart phone
สถำนศึกษำจดั ทำหลักสูตรแบบบรูรณำกำร 8 กลุ่มสำระกำรเรียนรูโ้ ดยใช้สวน พฤกษศำสตร์ ในโครงกำรพระรำชดำริ
พืชสมุนไพรว่ำนจูงนำง ครูทุกคนได้รับกำรพัฒนำตนเองให้มีควำม เช่ียวชำญทำงวิชำชีพ กำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้
โดยกำรปฏิบัติจริงแบบ Active Learning สะเตม็ ศกึ ษำ (STEM Education) ชมุ ชนแหง่ กำรเรยี นรแู้ บบ PLC รปู แบบ
78
ครบวงจรคปู องครู (Innovation Learning ) บรหิ ำรจัดกำรโดยใช้วงจรคุณภำพ PDCA ใชเ้ ทคนิคกำรระดมสมองหลัก
ควำมร่วมมือทุกภำคส่วนบนพื้นฐำน หลักบริหำรแบบธรรมำภิบำลโปร่งใสตรวจสอบได้และใช้โรงเรียนเป็นฐำนกำร
พฒั นำ ( SBM)
สรุปการประเมินดา้ นที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการมีระดับคณุ ภาพดมี าก
จดุ เดน่
โรงเรียนลำดวนพิทยำคม ได้สนองพระรำชดำริตำมโครงกำรอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมำจำก
พระรำชดำริ พระกนษิ ฐำธิรำชเจ้ำ กรมสมเด็จพระเทพรัตนรำชสุดำสยำมบรมรำชกมุ ำรเี นื่องในงำน สวนพฤกษศำสตร์
เพ่ืออนุรักษ์พันธุกรรมพืช คือ พืชสมุนไพรว่ำนจูงนำงสถำนศึกษำจัดทำหลักสูตรสวน พฤกษศำสตร์แบบบูรณำกำร
กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ท้ัง 8 กล่มุ จึงส่งผลให้สถำนศึกษำได้รับรำงวลั ประเภท กลุ่มเยำวชนรำงวัลลูกโลกสเี ขียวครั้งท่ี 18
จำกสถำบนั ลูกโลกสเี ขยี วแหง่ ประเทศไทย
จุดทีค่ วรพฒั นา
กำรดำเนินงำนพัฒนำงำนวชิ ำกำรทีเ่ น้นคุณภำพของผเู้ รยี น อยำ่ งรอบด้ำนทุกกกล่มุ เป้ำหมำยสร้ำง หลกั สตู ร
พเิ ศษ และแผนกำรจดั กิจกรรมเสริมหลกั สตู ร
ขอ้ เสนอแนะ
สถำนศกึ ษำควรส่งเสริมสนับสนุนใหผ้ ู้เรียนมคี ุณธรรม ทกั ษะและควำมรู้ทจ่ี ำเปน็ ของสถำนศกึ ษำบน ควำม
แตกต่ำงทำงด้ำนเชื้อชำติ ศำสนำ และวัฒนธรรมใหม้ ีผลลพั ธ์ที่พึงประสงค์ของกำรศึกษำตำมมำตรฐำน ของชำติ พ.ศ.
2561 มีคุณลักษณะของคนไทย ยุค 4.0ผู้เรียนเป็นผู้เรียนรู้ร่วมสร้ำงนวัตกรรม และมีควำมเป็น พลเมืองโดย
สถำนศึกษำ ผู้บริหำร ครู บุคลำกร และคณะกรรมกำรสถำนศึกษำข้ันพื้นฐำน นักวิชำกำร ผู้เชี่ยวชำญ และสหวิทยำ
เขตร่วมกันสร้ำงหลักสูตรพิเศษ และแผนกิจกรรมเสริมหลักสูตรกำหนดมำตรฐำนกำร เรียนรู้กำหนดตัวช้ีวัดถอด
บทเรียนออกแบบกำรจัดกำรเรียนรู้ให้หลำกหลำยมีกำรนิเทศกับกำรติดตำมและ ประเมินผลนำผลไปวิเครำะห์
ปรับปรงุ และพัฒนำอย่ำงต่อเนื่อง
กำหนดกำรดำเนนิ กำรปรับปรุงตำมขอ้ เสนอแนะภำยใน 1 ปี
ขอ้ เสนอแนะเพ่อื การพฒั นาสู่นวัตกรรม หรือแบบอย่างท่ีดี
สถำนศึกษำควรพัฒนำต่อยอดเร่ืองกำรทำข้ำวเกรียบผักปลังแดงให้สู่กำรเป็นนวัตกรรมมีควำมโดด เด่น
เฉพำะทำงสู่ระดับชำติและนำนำชำติตำมนโยบำย 1 โรงเรียน 1 อำชีพ โดยสถำนศึกษำ ผู้บริหำร ครู บุคลำกร
คณะกรรมกำรสถำนศึกษำข้ันพ้ืนฐำน ปรำชญ์ชำวบ้ำน นักวิชำกำร พืชสวน ผู้เชี่ยวชำญเฉพำะทำง ร่วมกัน จัดทำ
แผนพัฒนำงำนอำชีพ สร้ำงคน สร้ำงอำชีพ เพิ่มมูลค่ำมีกำรถอดบทเรียนผักปลังแดง ออกแบบกำรเรียนรู้ ให้
หลำกหลำยมีกระบวนกำรพัฒนำอย่ำงชัดเจนอย่ำงเป็นรูปธรรม สร้ำงเพลตฟอร์มดิจิทัลเพ่ือกำรเรียนรู้ จัดทำ QR
79
CODE เพอ่ื กำรสืบคน้ เผยแพร่แหล่งเรยี นรู้และผำ่ นระบบเว็ปไซด์ จดทะเบียนลิขสทิ ธ์ิ ขอ เครือ่ งหมำย อย. ใหอ้ งค์กำร
อำหำรและยำเป็นผู้รับรองแผนปฏบิ ัติรำชกำรประจำปี ท่ีสถำนศึกษำกำหนดมี ควำมสอดคล้องกับบริบทสถำนศึกษำ
ควำมต้องกำรของชุมชน มำตรฐำนกำรศึกษำชำติแผนกำรศึกษำแห่งชำติ นโยบำยรัฐบำลและ ยุทธศำสตร์ประเทศ
ไทย โดยควำมร่วมมือจำกผู้มีส่วนเก่ียวข้องของทุกฝ่ำย สถำนศึกษำใช้ ระบบกำรบริหำรคุณภำพแบบ PDCA
กระบวนกำรวิจยั ใช้โรงเรียนเป็นฐำนในกำรพฒั นำอย่ำงมีประสิทธิภำพท่ี ส่งผลต่อคุณภำพมำตรฐำนกำรศึกษำมีควำม
เชื่อมโยงกับระบบกำรประกันคุณภำพภำยในของสถำนศึกษำ สถำนศึกษำมีกำรดำเนินงำนพัฒนำวิชำกำรที่เน้น
คุณภำพผู้เรียนรอบด้ำนตำมหลักสูตรสถำนศึกษำกำหนดทุก กลุ่มเป้ำหมำย เช่ือมโยงกับชีวิตจริง มีกำรปรับปรุง
พัฒนำหลักสูตร ระเบียบกำรวัดผลประเมินผล งำนวิจัยช้ัน เรียน กำรศึกษำเด็กเป็นรำยบุคคล ระบบกำรแนะแนว
ระบบกำรดูแลช่วยเหลือนักเรียน ระบบกำรนิเทศ ภำยใน สถำนศึกษำส่งเสริมสนับสนุนพัฒนำครู บุคลำกรทำงกำร
ศึกษำให้มีควำมเช่ียวชำญทำงวิชำชีพแบบ 100% ในโครงกำรพัฒนำครู รูปแบบครบวงจรคูปองครู และกระบวนกำร
กำรจัดกำรเรียนรู้ STEM ศึกษำ แบบบูรณำกำร สถำนศึกษำจัดระบบเทคโนโลยีสำรสนเทศเพ่ือสนับสนุนกำรบริหำร
จัดกำรและจัดกำรเรียนรู้ โดยติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อกำรเรียนรู้ของผู้เรียน เรียนได้ทุกที่ทุกเวลำ สถำนศึกษำมี
กำรจัด สภำพแวดล้อม ทำงกำยภำพและสังคมท่ีเอื้อต่อกำรจัดกำรเรียนรู้ทั้งภำยในและภำยนอกอย่ำงมีคุณภำพ จัด
ห้องเรียนคุณภำพ ห้องฝ่ำยคุณภำพ ติดต้ังระบบอินเทอร์เน็ตไร้สำยทุกอำคำรเรียน ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ปรับปรุง
ภูมิทัศน์ สวนพฤกษศำสตร์ พื้นท่ีสีเขียวให้สถำนศึกษำน่ำอยู่ น่ำเรียน จึงส่งผลให้สถำนศึกษำได้รับ รำงวัลลูกโลกสี
เขียวครั้งที่ 18 ปีกำรศึกษำ 2561 จำกสถำบันลูกโลกสีเขียวเร่ือง อนุรักษ์ว่ำนจูงนำงกลุ่ม เยำวชนสวนพฤกษศำสตร์
โรงเรียนลำดวนพทิ ยำคม
สรุปผลการตรวจเยี่ยมสถานศึกษา มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการของสถานศึกษา มี
ความเป็นระบบ เช่ือถอื ไดแ้ ละมีพัฒนาการอย่างตอ่ เนื่อง ได้คุณภาพ ระดบั ดมี าก
ด้านท่ี 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนทเี่ น้นผู้เรยี นเป็นสาคัญ
ผลการดาเนินงาน
ครูจัดกระบวนกำรเรียนรู้ผ่ำนกระบวนกำรคิด และปฏิบัติจริงตำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตัวช้ีวัด มีแผนกำร
จัดกำรเรียนรู้ที่สำมำรถนำไปจัดกิจกรรมได้จริง ครูได้รับกำรพัฒนำเพิ่มทักษะกำรจัดกำรเรียนรู้ ที่หลำกหลำย จัด
สภำพแวดล้อมให้เหมำะสมในกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ของผู้เรียน เปิดโอกำสให้ชุมชนเข้ำ มำมีส่วนร่วมในกำรจัด
กิจกรรมต่ำงๆเพ่ือเพิ่มประสิทธิภำพในด้ำนกำรจัดกำรเรียนกำรสอน ตลอดทั้งโรงเรียนลำดวนวิทยำคม มีกำรแบ่ง
หน้ำที่ควำมรับผิดชอบอย่ำงชัดเจน บุคลำกรและผู้เก่ียวข้องทุกฝ่ำยมีส่วนร่วมในกำร วำงแผน ปรับปรุงพัฒนำ และ
ร่วมรับผิดชอบต่อผลกำรจัดกำรศึกษำ มีกำรติดตำมงำนในแต่ละฝ่ำยประชุม หัวหน้ำฝ่ำย เพื่อวิเครำะห์สภำพปัญหำ
และควำมต้องกำร และพัฒนำสภำพแวดล้อมให้เหมำะกับกำรจัดกำร เรียนรู้ของผู้เรียน ให้ผู้เรียนมีกำรสืบค้นควำมรู้
ทำงอินเทอร์เนต็ ร่วมกันพัฒนำหลักสตู รสถำนศึกษำท้ังหลักสูตร แกนกลำง และหลกั สตู รท้องถ่ิน มกี ิจกรรมกำรเย่ียม
บ้ำนภำคเรียนละ 1 ครั้ง เป็นอย่ำงน้อย และจะติดตำม เย่ียมบ้ำนผู้เรียนท่ีจัดอยู่ในกลุ่มเส่ียง(กลุ่มคลินิกพักใจ)ภำค
เรียนละ 2 – 3 ครั้ง รวมถึงสถำนศึกษำได้ ดำเนินงำนโครงกำร/กิจกรรมเก่ียวกับกำรจัดกำรเรียนกำรสอน อีกทั้ง
สถำนศึกษำนำระบบ SMAT School มำ ใช้ในกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอน และมีกำรจัดกำรเรยี นกำรสอนแบบ
80
บูรณำกำรเน้ือหำสำระในกลุ่มสำระ กำรเรียนรู้ทุกกลุ่มสำระเข้ำกับโครงกำรอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมำจำก
โครงกำรพระรำชดำริ ของ พระเทพรัตนรำชสุดำฯ สยำมบรมรำชกุมำรี(อพ.สธ.) และจัดกิจกรรมกำรแปลรูปจำกว่ำน
จูงนำงให้เป็น ผลิตภัณฑ์ รวมถึงมีกำรวัด ประเมินผลในกำรจัดกำรเรียนกำรสอน โดยใช้แบบทดสอบตรวจผลงำน
สอบถำม สังเกตและ ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยกำรทดสอบทำงอินเทอร์เน็ตตำมโปรแกรม เป็นต้น อีกท้ังวัดและ
ประเมินผล ตำมระบบ SGS โปรแกรม “Quizizz”และระบบ Toshcool และครูได้จัดกิจกรรมกำรเรียนกำร สอนที่
เปิดโอกำสให้ผู้เรียนได้แสดงออก ใช้ควำมคิด สอนโดยใช้ระบบ DLTV และระบบ DLITโดยใช้คำส่ังใน ระบบ
อินเทอร์เน็ตตำมท่ีต้องกำร และจัดให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง และบูรณำกำรสวนพฤกษศำสตร์ (ว่ำน จูงนำง,ผักปัง
แดง) เข้ำกลับกลุ่มสำระต่ำงๆ ซึ่งมีร่องรอยหลักฐำนพอที่จะยนื ยนั เป็นท่ีน่ำเชอ่ื ถือได้ในผลกำร ประเมินตำมมำตรฐำน
และตัวช้ีวดั ของสถำนศึกษำ
กำรดำเนินงำนด้ำนกำรจดั กจิ กรรมกำรเรียนกำรสอนของครูผ้สู อนทำให้เกิดประสทิ ธิผล ดังนี้
1.) ครูมีกำรจัดกำรเรียนรู้ผ่ำนกระบวนกำรคิดและกำรปฏิบัติจริง และสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตได้
บรรลุเป้ำหมำย ร้อยละ 100 ระดบั คณุ ภำพ ดเี ย่ียม
2.) ครูมีกำรใช้ส่ือเทคโนโลยีสำรสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ท่ีเอื้อต่อกำรเรียนรู้บรรลุเป้ำหมำย ร้อยละ 100
ระดับคุณภำพ ดีเยย่ี ม
3.) ครมู ีกำรบรหิ ำรจัดกำรชัน้ เรียนเชิงบวก บรรลุเป้ำหมำยรอ้ ยละ 100ระดบั คุณภำพ ดีเยย่ี ม
4.) ครมู ีกำรตรวจสอบและประเมินผ้เู รียนอย่ำงเป็นระบบ และนำผลมำพัฒนำผู้เรียน จำนวน 38 คน รอ้ ยละ
86.36 ระดบั คุณภำพ ดีมำก
5.) ครูมีกำรแลกเปล่ียนเรียนรู้ และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนำ และปรับปรุงกำรจัดกำรเรียนรู้ จำนวน
41 คนรอ้ ยละ 93.18 ระดบั คณุ ภำพ ดีเย่ียม
กำรดำเนนิ งำนด้ำนกำรจดั กิจกรรมกำรเรยี นกำรสอนของครผู สู้ อนทำให้เกิดประสทิ ธิผล ดงั น้ี
1.) ครูมีกำรจัดกำรเรียนรู้ผ่ำนกระบวนกำรคิดและกำรปฏิบัติจริง และสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตได้
บรรลุเป้ำหมำย ร้อยละ 100 ระดบั คณุ ภำพ ดเี ย่ียม
2.) ครูมีกำรใช้สื่อเทคโนโลยีสำรสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ท่ีเอื้อต่อกำรเรียนรู้บรรลุเป้ำหมำย ร้อยละ 100
ระดับคุณภำพ ดเี ยีย่ ม
3.) ครมู ีกำรบรหิ ำรจดั กำรชน้ั เรยี นเชงิ บวก บรรลุเป้ำหมำย รอ้ ยละ 100ระดับคณุ ภำพ ดีเยีย่ ม
4.) ครูมกี ำรตรวจสอบและประเมนิ ผู้เรียนอย่ำงเป็นระบบ และนำผลมำพฒั นำผเู้ รียน จำนวน 38 คน ร้อยละ
86.36 ระดบั คุณภำพ ดมี ำก
5.) ครูมีกำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพ่ือพัฒนำ และปรับปรุงกำรจัดกำรเรียนรู้ จำนวน
41 คนร้อยละ 93.18 ระดับคณุ ภำพ ดีเยย่ี ม
สรปุ การประเมนิ ด้านที่ 3 การจดั การเรียนการสอนที่เน้นผูเ้ รยี นเปน็ สาคัญ มีระดบั คุณภาพดีมาก
81
จุดเดน่
1. วำงแผนอัตรำกำลัง และกำหนดตำแหน่ง เสริมสร้ำงประสิทธิภำพในกำรปฏิบัติงำน และ ตลอดท้ัง
โรงเรียนลำดวนวทิ ยำ มกี ำรแบ่งหนำ้ ที่ควำมรบั ผดิ ชอบอยำ่ งชัดเจน
2. บุคลำกร และผู้เก่ียวข้องทุกฝ่ำยมีส่วนร่วมในกำรวำงแผน ปรับปรุงพัฒนำ และร่วมรับผิดชอบต่อ ผลกำร
จัดกำรศึกษำ มีกำรติดตำมงำนในแต่ละฝ่ำยประชุมหัวหน้ำฝ่ำย ประชุมหัวหน้ำกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ วิเครำะห์สภำพ
ปญั หำและควำมตอ้ งกำร ครูมีวิจัยในชนั้ เรยี น และยังพฒั นำสภำพแวดลอ้ มให้เหมำะกบั กำร จัดกำรเรียนรูข้ องผู้เรียน
3. สอนโดยใช้ระบบ DLTV และระบบ DLIT กิจกรรมโดยให้ผูเ้ รยี นมีกำรสืบคน้ ควำมรทู้ ำง อินเทอรเ์ น็ต และ
ครผู สู้ อนได้รับกำรประเมินห้องเรยี นคุณภำพ กำรประเมินห้องฝำ่ ยคุณภำพ กำรประเมินกลุ่ม สำระคณุ ภำพ ทกุ ฝำ่ ยที่
เกยี่ วขอ้ งรว่ มกันพฒั นำหลักสตู รสถำนศกึ ษำทง้ั หลักสูตรแกนกลำง และหลักสตู ร ท้องถนิ่
4. โครงกำรระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนกำรดำเนินงำนโครงกำร No Child Left Behind : NCLB) ตำม
นโยบำยสำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำมัธยมศึกษำ เขต 32 และโครงกำรงำนภำคีเครือข่ำย อีกท้ังมีกำร จัดกำรเรียน
กำรสอนแบบบูรณำกำรเนื้อหำสำระในกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ทุกกลุ่มสำระเข้ำกับโครงกำรอนุรักษ์ พันธุกรรมพืชอัน
เนอื่ งมำจำกโครงกำรพระรำชดำริ ของพระเทพรัตนรำชสดุ ำฯ สยำมบรมรำชกมุ ำรี (อพ.สธ.)
จุดท่คี วรพัฒนา
1.กำรแลกเปล่ียนเรียนรู้ และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนำและปรับปรุงกำรจัดกำรเรียนรู้ เพ่ือนำ ผลจำก
กำรจัดกจิ กรรมกำรเรยี นกำรสอนมำวเิ ครำะห์เพ่ือนำไปแกป้ ัญหำในกำรจัดกำรเรยี นกำรสอน
2.กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอนที่เปิดโอกำสให้ผู้เรียนทุกคน มีส่วนร่วมในกำรวิเครำะห์ ได้ฝึก กำร
แสดงออก กำรแสดงควำมคิดเห็น สรุปองค์ควำมรู้ มีส่วนร่วมในกำรดำเนินกำรกิจกรรม รวมถึงกำรเรียนรู้ ผ่ำน
กระบวนกำรคิด
ขอ้ เสนอแนะ
1. ครูทุกคนควรจัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอนที่เปิดโอกำสให้ผู้เรียนทุกคนมีส่วนร่วมในกำรวิเครำะห์ เพื่อ
สร้ำง และได้ฝึกกำรแสดงออก แสดงควำมคิดเห็น สรุปองค์ควำมรู้ เช่น ใช้วิธีสอน แบบโครงงำน (Project Method)
ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีกำรทำงำนอย่ำงมีขั้นตอน มีกำรวำงแผนในกำรทำงำน แก้ปัญหำอย่ำงเป็นระบบ สำมำรถนำไปใช้
ในชวี ติ ประจำวนั ได้
2. ครูทุกคนควรนำผลจำกกำรประเมินมำวิเครำะห์เพื่อนำไปแก้ปัญหำในกำรจัดกำรเรียนกำรสอน และ
พฒั นำผ้เู รยี นตอ่ ไป
กำหนดกำรดำเนินกำรปรบั ปรงุ ตำมข้อเสนอแนะภำยใน 1 ปี
ขอ้ เสนอแนะเพ่อื การพัฒนาสูน่ วัตกรรม หรือแบบอย่างท่ีดี
กำรจัดกำรเรียนกำรสอนแบบบูรณำกำรเน้ือหำสำระในกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ทุกกลุ่มสำระ เข้ำกับ โครงกำร
อนุรกั ษ์พนั ธุกรรมพืชอันเน่ืองมำจำกโครงกำรพระรำชดำริ ของพระเทพรัตนรำชสุดำฯ สยำมบรมรำช กุมำรี (อพ.สธ.)
แต่ครูทุกคนควรกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ท่ีเน้นให้ผู้เรียนสร้ำงองค์ควำมรู้ด้วยตนเอง และนำ ควำมรู้ท่ีได้ไป
ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพ่ือพัฒนำคุณภำพกำรจัดกำรศึกษำให้สำมำรถบรรลุผลจนเป็น นวัตกรรมต้นแบบหรือ
เปน็ แบบท่ีดี ต่อสถำนศกึ ษำอน่ื ตอ่ ไป
82
83
การดาเนนิ งานตามขอ้ เสนอแนะของการประเมินคณุ ภาพภายนอก รอบสี่
ขอ้ เสนอแนะ กำรดำเนินงำน ผลกำรพัฒนำ
ดำ้ นคณุ ภำพผเู้ รียน - ในกล่มุ กำรงำนอำชีพ นักเรียนได้
เลือกเรยี นตำมควำมถนัดทต่ี นเองสนใจ
กำรส่งเสริมและพัฒนำ 1.เพิ่มควำมหลำกหลำยของรำยวชิ ำเพิ่มเตมิ มที ักษะอำชพี ทห่ี ลำกหลำย ที่จะ
สำมำรถนำไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน และ
ทักษะทำงอำชีพ กำรศึกษำ ของกลมุ่ กำรงำนอำชีพ ให้เลือกเรยี นตำม สำมำรถเป็นทำงเลอื กในกำรประกอบ
อำชพี ในอนำคตได้
ต่อในอนำคต ควำมถนดั ไดแ้ ก่
- วชิ ำกำรปลูกไม้ผล ระดบั ช้นั ม.2
- วชิ ำหลักกำรเล้ยี งสัตวเ์ บื้องต้น ระดับชัน้
ม.3
- วชิ ำขนมไทย ระดับชัน้ ม.2
- วิชำดอกไม้ประดิษฐ์ ระดับชน้ั ม.3
- วิชำงำนตดิ ตัง้ ไฟฟำ้ 1 ระดบั ชั้น ม.2
- วิชำงำนช่ำงไมเ้ คร่อื งเรือน ระดบั ชัน้ ม.3
- วิชำกำรขยำยพันธพุ์ ชื ระดับชนั้ ม.4
- วิชำกำรอนุรักษ์ไมเ้ บญจพรรณ ระดับช้ัน
ม.5
- วชิ ำกำรผลติ ข้ำว ระดบั ชน้ั ม.6
- วชิ ำประดษิ ฐ์ของชำรว่ ย ระดับชั้น ม.4
- วชิ ำอำหำรพืน้ เมอื ง ระดับชนั้ ม.5
- วิชำดอกไมป้ ระดษิ ฐ์ ระดับชัน้ ม.6
- วชิ ำงำนเขียนแบบเทคนิค ระดบั ชนั้ ม.4
- วิชำงำนตดิ ตงั้ ไฟฟ้ำ2 ระดับช้ัน ม.6
- วิชำงำนเชอื่ มไฟฟ้ำ ระดับชัน้ ม.6
84
ข้อเสนอแนะ กำรดำเนนิ งำน ผลกำรพัฒนำ
ดำ้ นคุณภำพผู้เรยี น (ต่อ)
กำรส่งเสริมและพัฒนำ 2. จดั ทำหลักสูตรระยะสั้นเพ่ือส่งเสรมิ ทักษะ - นักเรียนมคี วำมสนใจในกำรเลอื ก
ทักษะทำงอำชีพ กำรศึกษำ อำชีพสปั ดำหล์ ะ 2 ชว่ั โมง โดยเปดิ เปน็ เรียนตำมที่ตนเองสนใจ และมีควำมสุข
ต่อในอนำคต กิจกรรมอำชพี ให้เลือกเรียนตำมควำมสนใจ กำรเรียนอำชีพทต่ี นเองเลือกเรยี น และ
ดงั นี้ สำมำรถนำผลติ ภัณฑ์มำจำหน่ำยใน
- กจิ กรรมเลย้ี งปลำดกุ ในบ่อซีเมนต์ โรงเรยี นได้
- ป้ันจิ๋ว
-ข้ำวเกรียบ
- กรรมกำรตดั สนิ ฟุตบอล
- พวงหรดี ดอกไม้จันทน์
- มดั ย้อม มัดใจ
- เลย้ี งหอยเชอรใ่ี นบ่อซีเมนต์
- อำหำรเพ่ือสขุ ภำพ
- เล้ยี งปลำนลิ ในบ่อซเี มนต์
- เสอ้ื มดั ยอ้ ม
- อำหำรจำนเดยี ว
- Paper mache พำรวย
- ขนมรังผ้ึงและขนมนำงเลด็
- ขอ ไข่ คอ เค็ม
- ไวน์ผลไม้ และ สบู่ โลช่นั
- ปลูกมนั , เดอะคำเฟ่ แอนด์ เบเกอรี่
- ข้ำวหมำก
- ข้ำำวเกรยี บ
- พวงกญุ แจ และขนมดอกจอก
- เพำะตน้ กล้ำอำชีพ
- จัดดอกไม้
- ปลูกขำ้ วโพด
- Photography
85
ขอ้ เสนอแนะ กำรดำเนนิ งำน ผลกำรพัฒนำ
ดา้ นกระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
กำรพฒั นำงำนวชิ ำกำรที่ 1.โรงเรยี นลำดวนพทิ ยำคมจัดกำรเรยี นกำร โรงเรยี นมีหลักสูตรสถำนศกึ ษำและ
เนน้ คณุ ภำพของผเู้ รยี นทุก สอน กำรวดั และประเมินผลกำรเรียนรู้ ตำม หลักสูตรทอ้ งถิ่นทีถ่ ูกต้อง เหมำะสม
กลุม่ เปำ้ หมำยสร้ำง หลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพืน้ ฐำน สอดคลอ้ งกบั หลักสตู รแกนกลำง
หลักสตู รพเิ ศษ และ พุทธศกั รำช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน พุทธศักรำช
แผนกำร จดั กจิ กรรมเสรมิ และแนวปฏิบตั กิ ำรวัดและประเมนิ ผลกำร 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง 2560) และ
หลกั สตู ร เรียนรู้ จำกสำนักวชิ ำกำรและมำตรฐำน บริบทของโรงเรียน
กำรศกึ ษำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำ
ขั้นพนื้ ฐำน กระทรวงศึกษำธกิ ำร ผเู้ รียนตอ้ ง
ผ่ำนกำรประเมินตำมมำตรฐำน ตวั ช้วี ดั ของ
หลักสูตร ผ่ำนกจิ กรรมพัฒนำผูเ้ รยี น กจิ กรรม
เพือ่ สังคมและสำธำรณประโยชน์ คณุ ลกั ษณะ
อันพงึ ประสงค์ และกำรอ่ำนคิดวเิ ครำะห์เขยี น
ทงั้ น้โี รงเรยี นได้มีกำรพัฒนำและบรหิ ำรจัดกำร
หลักสตู รโดย แตง่ ตั้งคณะกรรมกำรจดั ทำ
หลกั สูตร คณะกรรมกำรบรหิ ำรหลักสตู ร และ
คณะกรรมกำรเทียบโอนผลกำรเรยี น และกำร
เรยี นซำ้ โดยไดร้ บั ควำมเหน็ ชอบจำก
คณะกรรมกำรสถำนศึกษำ
2.กำรยกระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรียน ในปกี ำรศึกษำ 2563 นักเรียนมี
- กำหนดเปำ้ หมำยผลสัมฤทธ์ิทำงกำรเรียนทัง้ ควำมกระตือรือรน้ และเอำใจใส่
8 กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ เก่ียวกับกำรเรียนมำกข้นึ ผ้ปู กครอง
- จดั กจิ กรรมส่งเสริมวชิ ำกำร ได้แก่ กิจกรรม ใหค้ วำมรว่ มมือกับทำงโรงเรียนเป็น
วันสนุ ทรภู่และวันภำษำไทย กจิ กรรมสปั ดำห์ อย่ำงดี ทำใหน้ ักเรียนมปี ัญหำเรอ่ื ง 0
วทิ ยำศำสตร์ กจิ กรรมวนั คริสต์มำส กจิ กรรม ร มส.
กฬี ำสี กจิ กรรม “STEM Camp” คำ่ ย ลดลง
วิชำกำร “English Camp” โครงกำร
แกป้ ัญหำนักเรียนอำ่ นไม่ออก เขยี นไม่ถกู
โครงกำรเตรยี มควำมพร้อมก่อนสอบ O-NET
กจิ กรรมสปั ดำห์ห้องสมุด กำรแขง่ ขันทกั ษะ
ทำงวชิ ำกำร โครงกำรรักกำรอำ่ น กจิ กรรม
นำเสนอควำมรู้หนำ้ เสำธง เป็นต้น
86
ขอ้ เสนอแนะ กำรดำเนนิ งำน ผลกำรพัฒนำ
ดา้ นกระบวนการบริหารและการจดั การ (ตอ่ )
กำรพัฒนำงำนวชิ ำกำรท่ี - จัดโครงกำรเฝ้ำระวัง ๐ ร มส โดยใหค้ รสู ง่
เน้นคณุ ภำพของผู้เรยี นทุก รำยชอื่ นกั เรยี นท่ีมเี วลำเรยี นไม่ถงึ รอ้ ยละ 80
กลุ่มเปำ้ หมำยสรำ้ ง ก่อนสอบกลำงภำค เพือ่ แจ้งให้นกั เรียนและ
หลักสตู รพเิ ศษ และ ผู้ปกครองรบั ทรำบ ประชมุ
แผนกำร จดั กิจกรรมเสริม ผู้ปกครองนักเรยี นที่มีปัญหำ ๐ ร มส อย่ำง
หลักสูตร สม่ำเสมอ
- จัดทำโครงกำรลำดวนผกู พันจบพรอ้ มกนั
100 % เพ่ือแก้ปัญหำนกั เรยี นจบไมพ่ ร้อมรนุ่
3. ได้นำงำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรยี นมำ - นกั เรียนไดเ้ รยี นรวู้ ธิ ีทำงำนอย่ำง
จัดเปน็ รำยวิชำเพมิ่ เติมในกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ เป็นระบบ มีควำมรูเ้ กยี่ วกบั
วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี ทรัพยำกรในท้องถิน่ และภูมิปัญญำ
ท้องถน่ิ
4. เพิม่ ควำมหลำกหลำยของรำยวิชำเพมิ่ เตมิ - นกั เรียนไดเ้ ลอื กเรยี นตำมควำม
ของกล่มุ กำรงำนอำชีพให้เลือกเรยี นตำมควำม ถนัดทตี่ นเองสนใจ มที ักษะอำชพี ที่
ถนดั หลำกหลำย ทจ่ี ะสำมำรถนำไปใชใ้ น
ชีวติ ประจำวัน และสำมำรถเปน็
ทำงเลอื กในกำรประกอบอำชีพใน
อนำคตได้
5. จัดทำหลักสตู รระยะสนั้ เพ่ือสง่ เสริมทักษะ - นกั เรยี นมีควำมสนใจในกำรเลือก
อำชีพสัปดำหล์ ะ 2 ชัว่ โมงโดยเปดิ เป็นกิจกรรม เรียนตำมทต่ี นเองสนใจ และมี
อำชีพให้เลือกเรยี นตำมควำมสนใจ ควำมสขุ กำรเรียนอำชพี ทต่ี นเอง
เลอื กเรียนและสำมำรถนำจำหนำ่ ย
ผลิตภัณฑใ์ นโรงเรยี นได้
87
ขอ้ เสนอแนะ กำรดำเนินงำน ผลกำรพฒั นำ
ดา้ นกระบวนการจัดการเรียนการสอนท่ีเนน้ ผ้เู รยี นเปน็ สาคญั
1.กำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 1. กำรนเิ ทศภำยในโรงเรียน - ครไู ด้แลกเปล่ียนประสบกำรณใ์ น
และให้ข้อมูลสะท้อนกลับ ไดด้ ำเนินกำรนิเทศภำยในโรงเรยี น โดยจัดทำ กำรจดั กิจกรรมกำรเรียนกำรสอน
เพื่อพัฒนำรวมถึงปรับปรุง โครงกำรนิเทศช้นั เรียน ภำคเรียนละ 1 ครง้ั และกำรแก้ปญั หำในช้นั เรียน ได้
กำรจัดกำรเรียนรู้ โดยมขี ้นั ตอนกำรดำเนนิ งำน ดงั น้ี แลกเปลย่ี นข้อมลู และพฤติกรรมกำร
- ผู้บริหำรชแ้ี จงนโยบำยกำรนเิ ทศช้ันเรียนต่อ เรยี นของนักเรยี นร่วมกนั เพ่ือ
คณะครู วำงแผนในกำรจัดกำรเรียนกำรสอน
- คดั เลือกและแตง่ ตั้งคณะกรรมกำรนิเทศชน้ั ให้มปี ระสิทธภิ ำพยิ่งข้นึ
เรียน - ครมู คี วำมกระตือรือรน้ ในกำร
- ปฏบิ ตั งิ ำนตำมกำรวำงแผนกำรดำเนินงำน พัฒนำกำรเรยี นกำรสอน และพัฒนำ
โดยกำรเยยี่ มชัน้ เรียนของครรู ำยบุคคล ห้องเรียนอยำ่ งต่อเนอ่ื ง
- ติดตำมและประเมนิ ผล - นกั เรยี นมคี วำมกระตือรอื ร้น และ
2. - จดั โครงกำรเฝ้ำระวัง ๐ ร มส โดยใหค้ รูส่ง เอำใจใส่เก่ยี วกับกำรเรียนมำกขน้ึ
รำยชอ่ื นกั เรียนที่มีเวลำเรียนไมถ่ ึงร้อยละ 80 ผูป้ กครองให้ควำมรว่ มมอื กับทำง
ก่อนสอบกลำงภำค เพือ่ แจง้ ให้นกั เรยี นและ โรงเรียนเป็นอยำ่ งดี ทำให้นกั เรียนมี
ผปู้ กครองรับทรำบ ประชุมผู้ปกครองนักเรยี น ปัญหำเรอ่ื ง 0 ร มส.
ที่มปี ญั หำ ๐ ร มส อยำ่ งสมำ่ เสมอ ลดลง
2.กำรจัดกิจกรรมกำรเรียน - จดั กจิ กรรมกำรเรียนกำรสอนโดยเนน้ ผู้เรียนมสี ่วนร่วมและมี
กำรสอนท่ีเปิดโอกำสให้ ใหผ้ ู้เรียนมสี ่วนในกำรเรยี นรู้ ในแบบต่ำง ๆ ปฏิสัมพันธ์กบั กิจกรรมกำรเรียนรู้
ผู้เรียนทุกคน ได้ฝึกกำร อยำ่ งหลำย เชน่ กำรสอนดว้ ยกำรปฎบิ ตั ิ ผำ่ นกำรปฏบิ ัตทิ ี่หลำกหลำยรูปแบบ
แสดงออก กำรแสดงควำม กำรสอนแบบทดลอง กำรใช้กิจกรรมกลุ่ม สง่ ผลให้ผูเ้ รยี นมคี วำมสำมำรถดำ้ น
คิดเห็น สรุปองค์ควำมรู้ มี กำรศกึ ษำค้นคว้ำข้อมูลและนำเสนอเปน็ กำรคดิ กำรแกป้ ัญหำ กำรนำควำมรู้
ส่วนร่วมในกำรดำเนินกำร VDO กำรสอน Communicative ไปประยุกต์ใช้ได้
กิจกรรม รวมถึงกำรเรียนรู้ Language Teaching (CLT) เป็นต้น
ผ่ำนกระบวนกำรคดิ - จดั กจิ กรรมวชิ ำกำร ได้แก่ ค่ำย
“STEM Camp” ค่ำย “English Camp” ได้
สง่ เสรมิ ให้ครจู ัดกิจกรรมกำรเรียนรเู้ พอื่ พฒั นำ
กระบวนกำรคดิ ยกตวั อยำ่ งเชน่
88
ขอ้ เสนอแนะ กำรดำเนินงำน ผลกำรพัฒนำ
ดา้ นกระบวนการจัดการเรียนการสอนท่เี น้นผู้เรียนเปน็ สาคัญ
2.กำรจัดกิจกรรมกำรเรียน - กำรทำโครงงำนคุณธรรม สำหรบั - ผ้เู รียนมคี วำมสำมำรถดำ้ น
กำรสอนท่ีเปิดโอกำสให้ นักเรียนกลุม่ สนใจในระดบั ชั้น ม.ปลำย กำรคดิ กำรแกป้ ัญหำ กำรนำควำมรู้
ผู้เรียนทุกคน ได้ฝึกกำร - กิจกรรมอนุรกั ษว์ ่ำนจงู นำงของกล่มุ ไปประยุกต์ใช้ได้
แสดงออก กำรแสดงควำม เยำวชนชำวสวนพฤกษศำสตร์โรงเรยี น
คิดเห็น สรุปองค์ควำมรู้ มี - โครงงำนวิทยำศำสตร์ ในรำยวชิ ำเคมี
ส่วนร่วมในกำรดำเนินกำร พ้นื ฐำน ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษำปีท่ี 4
กิจกรรม รวมถึงกำรเรียนรู้ - เรยี นรู้กำรใชป้ ระโยชนจ์ ำกพชื ใน
ผ่ำนกระบวนกำรคดิ ทอ้ งถน่ิ เช่น กำรผลติ โลชนั่ วำ่ นจงู นำง นวด
ว่ำนนำง สบูก่ ้อนว่ำนจงู นำง สบูเ่ หลวผกั ปลงั
แดง ข้ำวเกรยี บผักปลงั แดง และคุกกี้ผกั ปลัง
แดง
- ไดส้ ง่ เสริมกำรจดั กำรเรียนร้เู พ่ือฝกึ - นกั เรยี นคดิ อยำ่ งเป็นระบบ
ทักษะกำรคดิ แบบมเี หตผุ ลและเปน็ ขั้นตอน ค้นเจอปัญหำและเงื่อนไข รู้เหตแุ ละ
(Coding) ในทุกกลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ โดย ผล เขำ้ ใจกระบวนกำรทำงำนเพื่อ
มงุ่ เนน้ ให้นกั เรยี นฝึกคดิ อยำ่ งเปน็ ระบบ ค้น แก้ไขปัญหำ และมผี ลกำรเรียนผ่ำน
เจอปญั หำและเง่ือนไข รู้เหตุและผล เข้ำใจ เกณฑ์ ในรำยวชิ ำวทิ ยำศำสตรแ์ ละ
กระบวนกำรทำงำนเพ่อื แก้ไขปัญหำ ซึ่งเปน็ เทคโนโลยี กลุม่ สำระกำรเรยี นรู้
ทักษะสำคัญและจำเป็นสำหรับเดก็ ในศตวรรษ วิทยำศำสตร์
ใหม่ และเปิดสอนในกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้
วิทยำศำสตร์รำยวชิ ำวิทยำศำสตร์และ
เทคโนโลยี ทั้งระดบั ช้นั ม.ต้น และม.ปลำย
89
ภำคผนวก
90
กจิ กรรมปกี ารศกึ ษา 2563
โครงการกจิ กรรมวชิ าการ STEM CAMP ประจาปีการศกึ ษา 2563
91
กจิ กรรมปกี ารศกึ ษา 2563
โครงการกจิ กรรมวชิ าการ STEM CAMP ประจาปีการศกึ ษา 2563
92
กจิ กรรมปกี ารศึกษา 2563
กิจรรม งำนสวนพฤกษศำสตรโ์ รงเรียน
93
กจิ กรรมปกี ารศกึ ษา 2563
กจิ กรรมงำนฐำนทรพั ยำกรท้องถน่ิ