แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 รหัสวิชา ว15101 รายวิชา วิทยาการค านวณ ระดับชั้นประถมศึกษาที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง การทำงานของคอมพิวเตอร์ เวลา 1 ชั่วโมง ……………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………… มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การ ทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.5/2 ออกแบบ และเขียนโปรแกรมที่มีการใช้เหตุผลเชิงตรรกะอย่างง่าย ตรวจหา ข้อผิดพลาดและแก้ไข 1. อธิบายเกี่ยวกับการทำงานของคอมพิวเตอร์ (K) 2. สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์การทำงานของคอมพิวเตอร์ แล้วจัดทำใน PowerPoint (P) 3. มีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ (A) การทำงานของคอมพิวเตอร์จะรับข้อมูลเข้ามา จากนั้นประมวลผลแล้วส่งข้อมูลออกไป โดยการรับข้อมูล จะรับผ่านทางหน่วยรับเข้า เช่น แป้นพิมพ์ เมาส์ แล้วมาประมวลผลด้วยหน่วยประมวลผลกลางหรือซีพียู แล้วส่งข้อมูลออกมาทางหน่วยส่งออก เช่น จอภาพ เครื่องพิมพ์ เสียง จุดประสงค ์ การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้
1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน การทำงานของคอมพิวเตอร์ หากเปรียบเทียบกับการทำงานของร่างกายเราจะเปรียบได้กับอวัยวะใดบ้าง 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการทำงานของคอมพิวเตอร์ โดยเขียนบันทึกคำตอบ ของนักเรียนเป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน ดังตัวอย่าง ล าโพง จอภาพ CPU ข้ันสังเกต รวบรวมข้อมูล(Gathering) สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน คุณลกัษณะอนัพงึประสงค ์ ค าถามส าคัญ การจัดกจิกรรมการเรียนรู้ การท างานของคอมพิวเตอร์ หน่วยรับเข้า หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยส่งออก เมาส์ แป้นพิมพ์ เครื่องพิมพ์
2. นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของคอมพิวเตอร์ จากแหล่งการเรียนรู้ ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น การสอบถามจากครูหรือผู้ปกครอง และห้องสมุด 3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน จากนั้นแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์การทำงานของคอมพิวเตอร์ ในการบวกเลข โดยเขียนบันทึกคำตอบของนักเรียนเป็นภาพความคิดบนกระดาน ดังตัวอย่าง 4. นักเรียนร่วมกันสังเกต แล้ววิเคราะห์บัตรภาพและบัตรคำเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงาน ของคอมพิวเตอร์แล้วจับคู่ให้สัมพันธ์กัน ดังตัวอย่าง ข้ันคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) 10 20 น าค่า 10 มาบวกกับ 20 แล้วเก็บผลลัพธ์ แสดงค่าผลลัพธ์ คือ 30 เริ่มตน้ รับค่า 10 เข้ามา รับค่า 20 เข้ามา น าค่า 10 มาบวกกับ 20 แสดงผลบวกออกทางจอภาพ จบ
ชื่ออุปกรณ์แป้นพิมพ์ หน้าที่อุปกรณ์ รับข้อความเข้าไปให้ซีพียูประมวลผล ชื่ออุปกรณ์ซีพียู หน้าที่อุปกรณ์ ประมวลผลข้อมูลที่รับเข้า ชื่ออุปกรณ์จอภาพ หน้าที่อุปกรณ์ แสดงภาพและข้อความ
5. นักเรียนร่วมสังเกตและวิเคราะห์ภาพคอมพิวเตอร์บนกระดานว่ามีส่วนใดคล้ายการทำงาน ของมนุษย์ โดยเขียนบันทึกคำตอบของนักเรียนบนกระดาน ดังตัวอย่าง 6. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์และเปรียบเทียบอุปกรณ์การทำงานของคอมพิวเตอร์ที่คล้ายกับอวัยวะ ของมนุษย์ โดยเขียนบันทึกคำตอบของนักเรียนเป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน ดังตัวอย่าง • หน่วยนำเข้า แป้นพิมพ์ ท าหน้าที่คล้ายกับอวัยวะใดของมนุษย์ (ตัวอย่างค าตอบ ตา หู จมูก ผิวหนัง) จอภาพ ท าหน้าที่คล้ายกับอวัยวะใดของมนุษย์ (ตัวอย่างค าตอบ ปาก มือ) หน่วยประมวลผลกลางหรือซีพยีู ท าหน้าที่คล้ายกับอวัยวะใดของมนุษย์ (ตัวอย่างค าตอบ สมอง) แป้นพิมพ์ เมาส์ ไมโครโฟน กล้อง เครื่องสแกนเนอร์ เป็ นการรับข้อมูล เข้ามาเพื่อประมวลผล อุปกรณ์ของคอมพวิเตอร์ ความเหมือน อวัยวะของมนุษย์ ตา หูจมูกผิวหนงัลิ้น
• หน่วยประมวลผลกลาง • หน่วยส่งออก 7. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการทำงานของคอมพิวเตอร์ ดังนี้ การทำงานของคอมพิวเตอร์จะมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการควบคุมการทำงานที่คล้ายกับอวัยวะ ของมนุษย์ ซึ่งประกอบไปด้วยหน่วยรับเข้า หน่วยประมวลผลกลาง และหน่วยส่งออก เช่น หน่วยรับเข้า คือ หน่วยประมวลผลกลาง สามารถคิดค านวณ การตัดสินใจ วิเคราะห์ได้ อุปกรณ์ของคอมพวิเตอร์ ความเหมือน อวัยวะของมนุษย์ สมอง จอคอมพิวเตอร์ ล าโพง เครื่องพิมพ์ โพรเจกเตอร์ แสดงให้เห็น ในรูปแบบเสียง ข้อความ ภาพ สัญลักษณ์ อุปกรณ์ของคอมพวิเตอร์อวัยวะของมนุษย์ ปาก มือ ความเหมือน
แป้นพิมพ์ เมาส์ หน่วยประมวลผลกลาง คือ ซีพียู และหน่วยส่งออก คือ จอภาพ 8. นักเรียนจับคู่หรือแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสมของจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยให้มีนักเรียน 1 คนที่มีประสบการณ์ในการใช้งานคอมพิวเตอร์ จากนั้นแต่ละกลุ่มร่วมกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ การทำงานของคอมพิวเตอร์ แล้วนำไปจัดทำใส่ PowerPoint 9. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ การทำงานของคอมพิวเตอร์จะรับข้อมูลเข้ามา จากนั้นประมวลผลแล้วส่งข้อมูลออกไป โดยการรับ ข้อมูลจะรับผ่านทางหน่วยรับเข้า เช่น แป้นพิมพ์ เมาส์ แล้วมาประมวลผลด้วยหน่วยประมวลผลกลาง หรือซีพียู แล้วส่งข้อมูลออกมาทางหน่วยส่งออก เช่น จอภาพ เครื่องพิมพ์ เสียง 10. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอ โดยใช้โปรแกรมนำเสนอเกี่ยวกับอุปกรณ์การทำงาน ของคอมพิวเตอร์ ของกลุ่มตนเองหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน 11. นักเรียนร่วมกันอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยตอบคำถาม ดังนี้ • การทำงานของคอมพิวเตอร์ หากเปรียบเทียบกับการทำงานของร่างกายเราจะเปรียบเทียบได้ กับอวัยวะใดบ้าง (ตัวอย่างคำตอบ ซีพียู เปรียบกับสมอง แป้นพิมพ์ เปรียบกับจมูก ตา หู และผิวหนัง) 12. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงาน ที่มีแบบแผน 13. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge) ขั้นสื่อสารและน าเสนอ(Applying the Communication Skill) ข้ันประเมินเพื่อเพมิ่คุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ(Self-Regulating) กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกัษะศตวรรษที่21 ดา้นการสื่อสาร กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกัษะศตวรรษที่21 ดา้นการร่วมมือท างานเป็ นทีม ความรอบรู้ในสารสนเทศ ความรอบรู้ในเทคโนโลยีสารสนเทศ
• นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) 2. ภาพและบัตรคำอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงานของคอมพิวเตอร์ 3. ภาพคอมพิวเตอร์ 4. ห้องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 5. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน 1. ประเมินความรู้ เรื่อง การทำงานของคอมพิวเตอร์ (K) ด้วยแบบทดสอบ 2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมิน ส ื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ การประเมินการเรียนรู้
แบบประเมินกระบวนการท างานกลุ่ม รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 กระบวนการ ท างานกลุ่ม มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน และมีการชี้แจงเป้าหมาย การทำงาน มีการปฏิบัติงานร่วมกัน อย่างร่วมมือร่วมใจ พร้อมกับการประเมินเป็น ระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจนและ ปฏิบัติงานร่วมกัน แต่ไม่มีการประเมิน เป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท เฉพาะหัวหน้า ไม่มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจน ปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ครบทุกคน ไม่มีการกำหนด บทบาทสมาชิก และไม่มีการชี้แจง เป้าหมาย สมาชิก ต่างคนต่างทำงาน แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
ลงชื่อ ( ) ตำแหน่ง ผลการจัดการเรียนการสอน ปัญหา/อุปสรรค แนวทางแก้ไข ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย บันทึกหลังการสอน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 รหัสวิชา ว15101 รายวิชา วิทยาการค านวณ ระดับชั้นประถมศึกษาที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง การออกแบบอัลกอริทึม เวลา 1 ชั่วโมง ……………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………… มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.5/2 ออกแบบ และเขียนโปรแกรมที่มีการใช้เหตุผลเชิงตรรกะอย่างง่าย ตรวจหา ข้อผิดพลาดและแก้ไข 1. อธิบายเกี่ยวกับการออกแบบอัลกอริทึม (K) 2. วิเคราะห์อัลกอริทึมเกี่ยวกับการประมวลผลการสอบ (P) 3. เห็นความสำคัญของการออกแบบอัลกอริทึม (A) คอมพิวเตอร์จะทำงานตามคำสั่งหรืออัลกอริทึมที่กำหนดการให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง อย่างถูกต้องนั้น ต้องออกแบบอัลกอริทึมให้สมบูรณ์ โดยตรวจสอบเงื่อนไขให้ครอบคลุมทุกกรณี แล้วจึงพัฒนาเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ถ้าทำงานผิดพลาดหรือมีส่วนใดที่ทำงานไม่สมบูรณ์ เราสามารถปรับปรุงอัลกอริทึมได้ แล้วจึงแก้ไขโปรแกรมต่อไป จุดประสงค ์ การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระการเรียนร ู้
1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน อัลกอริทึมมีความสำคัญอย่างไรกับการออกแบบการทำงานของการเขียนโปรแกรม 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการทำกิจกรรมในวันหยุดของตนเอง จากนั้นเขียนลงในกระดาษ หรือสมุด ดังตัวอย่าง 2. นักเรียนจับคู่กับเพื่อน แล้วสังเกตการทำกิจกรรมในวันหยุดของเพื่อน และของตนเองว่า มีกิจกรรมใดบ้างที่เหมือนกัน และมีกิจกรรมใดบ้างที่แตกต่างกัน 3. นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบอัลกอริทึม จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น การสอบถามจากครูหรือผู้ปกครอง และห้องสมุด 4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน จากนั้นวิเคราะห์บัตรคำเกี่ยวกับขั้นตอนการปลูกต้นไม้ บนกระดาน แล้วลำดับบัตรคำตามขั้นตอนเป็นอัลกอริทึม ดังตัวอย่าง ข้ันสังเกต รวบรวมข้อมูล(Gathering) ข้ันคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน คุณลกัษณะอนัพงึประสงค ์ ค าถามส าคัญ การจัดกจิกรรมการเรียนรู้ 1. ตื่นนอน 2. ออกก าลังกาย 3. อาบน้า 4. แต่งตัว 5. รับประทานอาหารเช้า 6. ท างานบ้าน 7. ท าการบ้าน
รดน้า ตน้ ไม้ ขุดดินบริเวณที่ต้องการปลูก แกะถุงพลาสติกเพาะช า ออกจากต้นไม้ วางต้นไม้ลงไปในหลุมดินที่ขุดไว้ พร้อมกับไม้หลักเพื่อไม่ให้ต้นไม้ล้ม ถมดินลงไปในหลุมรอบ ๆ บริเวณ ต้นไม้ที่ปลูก จบ เริ่มตน้ เริ่มตน้ รดน้า ตน้ ไม้ ขุดดินบริเวณที่ต้องการปลูก แกะถุงพลาสติกเพาะช า ออกจากต้นไม้ วางต้นไม้ลงไปในหลุมดินที่ขุดไว้ พร้อมกับไม้หลักเพื่อไม่ให้ต้นไม้ล้ม ถมดินลงไปในหลุมรอบ ๆ บริเวณ ต้นไม้ที่ปลูก จบ
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์บัตรคำเกี่ยวกับหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ จากนั้นลำดับบัตรคำตามขั้นตอนเป็นอัลกอริทึม ดังตัวอย่าง หน่วยส่งออก หน่วยรับเข้า หน่วยประมวลผลกลาง เริ่มตน้จบ เริ่มตน้ หน่วยรับเข้า หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยส่งออก จบ
6. นักเรียนร่วมกันอ่านและวิเคราะห์สถานการณ์เกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมบนกระดาน แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • ถ้านักเรียนเป็นพอลล่า นักเรียนจะมีวิธีการออกแบบอัลกอริทึมในการเขียนโปรแกรมอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ข้อความเกี่ยวกับการประมวลผลคะแนนสอบบนกระดาน จากนั้นออกแบบอัลกอริทึมการประมวลผลคะแนนสอบ ดังตัวอย่าง เริ่มตน้ 1. รับค่าคะแนนมาเก็บใน x 2. ถ้า x > 50 ผลสอบผ่าน 3. ถ้า x < 50 ผลสอบไม่ผ่าน 4. แสดงผลสอบ จบ พอลล่าต้องการเขียนโปรแกรม แล้วให้ตัวละครเคลื่อนที่ 100 ก้าว แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะออกแบบ อัลกอริทึมในการเขียนโปรแกรมอย่างไร คลิกเมาส์ เดิน 100 ก้าว จบ เริ่มตน้ )
8. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอกเกี่ยวกับการออกแบบอัลกอริทึม ดังนี้ การเริ่มเขียนโปรแกรมต้องออกแบบการทำงานของโปรแกรมขึ้นมาก่อนหรือเรียกว่า การออกแบบอัลกอริทึม ทำได้โดยสร้างลำดับของคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งโดยให้ ครอบคลุมทุกกรณี แล้วจึงพัฒนาเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่น การออกแบบอัลกอริทึมการประมวลผล การสอบและการออกแบบอัลกอริทึมควรเขียนการทำงานหลัก ๆ ออกมาก่อน สำหรับการทำงานย่อย ๆ อาจแทรกเข้าไปภายหลังได้ เริ่มตน้ x > 50 ผลสอบผ่าน ผลสอบไม่ผ่าน แสดงผลสอบ จบ จริง ไม่จริง รับคะแนน x
9. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์อัลกอริทึมการประมวลผลคะแนนสอบ แล้วบันทึกคำตอบลง ในชิ้นงานที่ 4 เรื่อง การวิเคราะห์การทำงานของอัลกอริทึม โดยมีอัลกอริทึม ดังนี้ 10. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ คอมพิวเตอร์จะทำงานตามคำสั่งหรืออัลกอริทึมที่กำหนดการให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างใดอย่าง หนึ่งอย่างถูกต้องนั้น ต้องออกแบบอัลกอริทึมให้สมบูรณ์ โดยตรวจสอบเงื่อนไขให้ครอบคลุมทุกกรณี แล้วจึง พัฒนาเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ถ้าทำงานผิดพลาดหรือมีส่วนใดที่ทำงานไม่สมบูรณ์ เราสามารถปรับปรุง อัลกอริทึมได้ แล้วจึงแก้ไขโปรแกรมต่อไป ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge) กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกัษะศตวรรษที่21 ดา้นการร่วมมือท างานเป็ นทีม ความรอบรู้ในสารสนเทศ เริ่มตน้ รับคะแนน x x > 50 ผลสอบผ่าน ผลสอบไม่ผ่าน แสดงผลสอบ จบ จริง ไม่จริง เริ่มตน้ 1. รับค่าคะแนนมาเก็บใน x 2. ถ้า x > 50 ผลสอบผ่าน 3. ถ้า x < 50 ผลสอบไม่ผ่าน 4. แสดงผลสอบ จบ
11. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอการวิเคราะห์อัลกอริทึมการประมวลผลคะแนนสอบของกลุ่ม ตนเองหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อาจใช้โปรแกรมนำเสนอในการนำเสนอเพื่อให้เห็นข้อมูล ได้ชัดเจน และน่าสนใจ 12. นักเรียนร่วมกันอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยตอบคำถาม ดังนี้ • อัลกอริทึมมีความสำคัญอย่างไรกับการออกแบบการทำงานของการเขียนโปรแกรม (ตัวอย่างคำตอบ ช่วยกำหนดให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งได้อย่างถูกต้อง และหาก โปรแกรมทำงานผิดพลาด สามารถปรับปรุงอัลกอริทึมและพัฒนาแก้ไขโปรแกรมต่อได้ อีกทั้งยังช่วยให้ การทำงานต่าง ๆ เป็นลำดับขั้นตอน และเห็นภาพรวมของงานทั้งหมด) 13. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงาน ที่มีแบบแผน 14. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป ขั้นสื่อสารและน าเสนอ(Applying the Communication Skill) ข้ันประเมินเพื่อเพมิ่คุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating) กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกัษะศตวรรษที่21 ดา้นการสื่อสาร
1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) 2. บัตรคำขั้นตอนการปลูกต้นไม้ 3. บัตรคำการทำงานของคอมพิวเตอร์ 4. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน 1. ประเมินความรู้ เรื่อง การออกแบบอัลกอริทึม (K) ด้วยแบบทดสอบ 2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินชิ้นงาน เรื่อง การวิเคราะห์การทำงานของอัลกอริทึม (P) ด้วยแบบประเมิน 4. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมิน ส ื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ การประเมินการเรียนรู้
แบบประเมินกระบวนการท างานกลุ่ม แบบประเมินชิ้นงานที่ 4 เรื่อง การวิเคราะห์การท างานของอัลกอริทึม รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 กระบวนการ ท างานกลุ่ม มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน และมีการชี้แจงเป้าหมาย การทำงาน มีการปฏิบัติงานร่วมกัน อย่างร่วมมือร่วมใจ พร้อมกับการประเมินเป็น ระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจนและ ปฏิบัติงานร่วมกัน แต่ไม่มีการประเมิน เป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท เฉพาะหัวหน้า ไม่มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจน ปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ครบทุกคน ไม่มีการกำหนด บทบาทสมาชิก และไม่มีการชี้แจง เป้าหมาย สมาชิก ต่างคนต่างทำงาน รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 การวิเคราะห์ การท างานของ อัลกอริทึม การประมวลผล การสอบ วิเคราะห์การทำงาน ของอัลกอริทึม เป็นขั้นตอน อย่างละเอียด ผลการวิเคราะห์ ถูกต้องทุกข้อ อธิบายหรือเสนอแนะ แนวทางในการปรับปรุง แก้ไขอัลกอริทึมได้อย่าง ฉะฉาน ถูกต้อง และสมเหตุสมผล วิเคราะห์การทำงาน ของอัลกอริทึม เป็นขั้นตอน อย่างละเอียด ผลการวิเคราะห์ ผิดไม่เกิน 2 ข้อ อธิบายหรือเสนอแนะ แนวทางในการปรับปรุง แก้ไขอัลกอริทึมได้ดี และถูกต้อง วิเคราะห์การทำงาน ของอัลกอริทึม เป็นขั้นตอน ผลการวิเคราะห์ ผิดมากกว่า 2 ข้อ แต่ไม่เกิน 4 ข้อ อธิบายหรือเสนอแนะ แนวทางในการ ปรับปรุงแก้ไข อัลกอริทึมได้ พอสมควร วิเคราะห์การทำงาน ของอัลกอริทึม เป็นขั้นตอน ผลการวิเคราะห์ ผิดเกิน 4 ข้อ อธิบายหรือ เสนอแนะแนวทาง ในการปรับปรุงแก้ไข อัลกอริทึมได้ แต่ยังไม่ชัดเจน แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
ลงชื่อ ( ) ตำแหน่ง ผลการจัดการเรียนการสอน ปัญหา/อุปสรรค แนวทางแก้ไข ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย บันทึกหลังการสอน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 รหัสวิชา ว15101 รายวิชา วิทยาการค านวณ ระดับชั้นประถมศึกษาที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เวลา 1 ชั่วโมง ……………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………… มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.5/2 ออกแบบ และเขียนโปรแกรมที่มีการใช้เหตุผลเชิงตรรกะอย่างง่าย ตรวจหา ข้อผิดพลาดและแก้ไข 1. อธิบายเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (K) 2. ฝึกเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยใช้ https://code.org (P) 3. มีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ (A) การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นการสร้างลำดับของคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ ตามที่ต้องการ โดยทั่วไปการเขียนโปรแกรมจะต้องออกแบบอัลกอริทึมขึ้นมาก่อน แล้วนำมาเขียนเป็น คำสั่งคอมพิวเตอร์ โดยอัลกอริทึมจะต้องมีการตรวจสอบเงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณี จุดประสงค ์ การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระการเรียนร ู้
1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน นักเรียนจะเขียนโปรแกรมอย่างไรไม่ให้เกิดความผิดพลาด หรือถ้าเกิดก็มีความผิดพลาดน้อยที่สุด 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับสื่อที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยเขียนคำตอบ ของนักเรียนเป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน ดังตัวอย่าง 2. นักเรียนร่วมกันสังเกตภาพเกี่ยวกับสื่อที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม แล้วตอบคำถาม ดังนี้ ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล(Gathering) สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน คุณลกัษณะอนัพงึประสงค ์ ค าถามส าคัญ การจัดกจิกรรมการเรียนรู้ โปรแกรม Scratch สื่อ ที่ใช้เขียนโปรแกรม อย่างง่าย www.code.org เขียนบนเว็บไซต์หรือออนไลน์ เขียนบนเว็บไซต์หรือออนไลน์ เขียนโดยใชโ้ปรแกรมติดต้งัหรือออฟไลน์
• จากภาพเป็นสื่อที่ใช้ทำอะไร (ตัวอย่างคำตอบ ใช้สำหรับฝึกเขียนโปรแกรมอย่างง่าย) • จากภาพนักเรียนคิดว่าเป็นสื่อที่ใช้เขียนโปรแกรมแบบออนไลน์หรือออฟไลน์ (ตัวอย่างคำตอบ แบบออนไลน์) • โปรแกรมนี้มีชื่อว่าอะไร (ตัวอย่างคำตอบ code.org) • นักเรียนสามารถเข้าไปฝึกเขียนโปรแกรมโดยใช้ code.org ได้อย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ เข้าไปที่เว็บไซต์ https://code.org) 3. นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จากแหล่ง การเรียนรู้ต่าง ๆ ที่หลากหลาย เช่น การสอบถามจากครูหรือผู้ปกครอง และห้องสมุด 4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน จากนั้นแต่ละกลุ่มร่วมกันสังเกตและวิเคราะห์ภาพเกี่ยวกับผึ้ง เดินทางไปรับน้ำหวาน และภาพบัตรคำสั่ง แล้วเลือกบัตรคำสั่งไปใส่ในช่องตาราง โดยเขียนบันทึกคำตอบของ นักเรียนบนกระดาน ดังตัวอย่าง 4.1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 ข้ันคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering)
4.2 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 5. นักเรียนร่วมกันสังเกตและวิเคราะห์บัตรภาพบล็อกคำสั่งของการเขียนโปรแกรมบนกระดาน แล้ว จัดลำดับบล็อกคำสั่ง เพื่อให้ผึ้งเดินทางไปรับน้ำหวาน ดังตัวอย่าง
6. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ดังนี้ ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นการสร้างลำดับคำสั่งของการทำงาน ซึ่งให้คอมพิวเตอร์ ทำงานอย่างเป็นระบบ และมีแบบแผน โดยก่อนการเขียนโปรแกรมจะต้องมีการวางแผนจัดลำดับขั้นตอนต่าง ๆ หรือการออกแบบอัลกอริทึม สำหรับการเขียนคำสั่งให้โปรแกรมทำงานสามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งสามารถฝึกเขียนโปรแกรมโดยใช้ซอฟต์แวร์ออนไลน์ เช่น www.code.org 1 2 3 4 5
7. นักเรียนจับคู่หรือแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสมของจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยให้มีนักเรียน 1 คนที่มีประสบการณ์ในการใช้งานคอมพิวเตอร์ จากนั้นแต่ละกลุ่มฝึกเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จากเว็บไซต์ https://code.org ในหัวข้อที่ 7 เรื่องผึ้ง เงื่อนไข แล้วบันทึกผลการเขียนโปรแกรมลงในชิ้นงาน ที่ 5 เรื่อง พาผึ้งไปรับน้ำหวาน โดยปฏิบัติตามขั้นตอน ดังนี้ 7.1 นักเรียนเปิดเว็บไซต์ https://code.org 7.2 เลือกหมวดนักเรียน แล้วเลือกคอร์ส 3 ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge)
7.3 เลือกหัวข้อที่ 7 เรื่อง ผึ้ง : เงื่อนไข แล้วคลิกเมาส์เลือกบทเรียนลำดับ 1 7.4 ขั้นตอนของบทเรียนนี้จะเป็นการฝึกคิดอัลกอริทึมสำหรับการเขียนโปรแกรมแบบมีเงื่อนไข เพื่อให้ผึ้งเดินไปรับน้ำหวาน ดังภาพ
จากภาพจะพบว่าผึ้งจะต้องเดินทางไปรับน้ำหวาน โดยเดินไปข้างหน้า 3 ครั้ง และตำแหน่งของดอกไม้ นั้นมีเมฆบังอยู่ ทำให้ไม่รู้ว่าเป็นน้ำหวานจริงหรือไม่ ดังนั้นในการออกแบบอัลกอริทึมจะต้องให้ผึ้งเดินไปถึงจุด ที่กำหนด แล้วตรวจสอบว่าถ้าน้ำหวานยังอยู่ที่ดอกไม้ ให้ผึ้งเก็บน้ำหวาน 7.5 จากอัลกอริทึมสามารถเขียนโปรแกรมได้ ดังนี้
7.6 จากโปรแกรมที่เขียนขึ้น เมื่อผึ้งเดินทางไปถึงดอกไม้ ผึ้งจะตรวจสอบว่าตำแหน่งนั้น มีน้ำหวานอยู่หรือไม่ ถ้ามีผึ้งจะเก็บน้ำหวาน เมื่อเขียนโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว คลิกเมาส์ที่ปุ่ม จะพบว่าโปรแกรมทำงานตามขั้นตอนได้อย่างถูกต้อง และแสดงข้อความแสดงความยินดี ดังภาพ 7.7 ถ้าคลิกเมาส์ที่คำสั่ง จะพบว่าหน้าจอจะแสดงรหัสคำสั่งที่ใช้ควบคุม การทำงานของผึ้ง ซึ่งเป็นคำสั่งสำหรับการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาสูงที่เป็นภาษาใกล้เคียงกับภาษามนุษย์ ดัง ภาพ 8. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกัษะศตวรรษที่21 ดาน้ การคิดแก้ปัญหา การร่วมมือท างานเป็ นทีม ความรอบรู้ในสารสนเทศ ความรอบรู้ในเทคโนโลยีสารสนเทศ
การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นการสร้างลำดับของคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เพื่อให้ได้ ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ โดยทั่วไปการเขียนโปรแกรมจะต้องออกแบบอัลกอริทึมขึ้นมาก่อน แล้วนำมาเขียนเป็น คำสั่งคอมพิวเตอร์ โดยอัลกอริทึมจะต้องมีการตรวจสอบเงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณี 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการเขียนโปรแกรมพาผึ้งไปรับน้ำหวานของกลุ่มตนเอง หน้า ชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน 10. นักเรียนร่วมกันอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยตอบคำถาม ดังนี้ • นักเรียนจะเขียนโปรแกรมอย่างไรไม่ให้เกิดความผิดพลาด หรือถ้าเกิดก็มีความผิดพลาด น้อยที่สุด (ตัวอย่างคำตอบ ออกแบบอัลกอริทึมให้มีการครอบคลุมการทำงานของโปรแกรมในทุกกรณี) 11. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงาน ที่มีแบบแผน 12. นักเรียนนำความรู้ไปแนะนำให้กับรุ่นน้องหรือเพื่อนในการเขียนโปรแกรมให้ถูกวิธีและใช้งานได้ ถูกต้อง เพื่อนำไปสร้างสรรค์ผลงานต่อไป 13. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร ขั้นสื่อสารและน าเสนอ(Applying the Communication Skill) ข้ันประเมินเพื่อเพมิ่คุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ(Self-Regulating) กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกัษะศตวรรษที่21 ดา้นการสื่อสาร จากน้นัแลกเปลี่ยนตรวจสอบข้นัตอนการทา งานทุกข้นัตอนวา่จะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมใหม้ากข้ึนกวา่เดิมในข้นัตอนใดบา้ง สา หรับการทา งานในคร้ังต่อไป
1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) 2. หน้าเว็บไซต์ www.code.org 3. ภาพผึ้งเดินทางไปรับน้ำหวาน และภาพบัตรคำสั่ง 4. ภาพบล็อกคำสั่งการเขียนโปรแกรม 5. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน 1. ประเมินความรู้ เรื่อง การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (K) ด้วยแบบทดสอบ 2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินชิ้นงาน เรื่อง พาผึ้งไปรับน้ำหวาน (P) ด้วยแบบประเมิน 4. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมิน ส ื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ การประเมินการเรียนรู้
แบบประเมินกระบวนการท างานกลุ่ม แบบประเมินชิ้นงานที่ 5 เรื่อง พาผึ้งไปรับน ้าหวาน รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 กระบวนการ ท างานกลุ่ม มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน และมีการชี้แจงเป้าหมาย การทำงาน มีการปฏิบัติงานร่วมกัน อย่างร่วมมือร่วมใจ พร้อมกับการประเมินเป็น ระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจนและ ปฏิบัติงานร่วมกัน แต่ไม่มีการประเมิน เป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท เฉพาะหัวหน้า ไม่มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจน ปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ครบทุกคน ไม่มีการกำหนด บทบาทสมาชิก และไม่มีการชี้แจง เป้าหมาย สมาชิก ต่างคนต่างทำงาน รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 การฝึกเขียน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ จากเว็บไซต์ https://code.org เรื่องผึ้ง สามารถเข้าสู่เว็บไซต์ การเขียนโปรแกรมได้ด้วย ตนเองได้เป็นอย่างดี ใช้ งานบล็อกคำสั่ง ในการเขียนโปรแกรม ได้คล่องแคล่ว และถูกต้อง มีการเรียบเรียง ขั้นตอนการทำงาน อย่างเหมาะสม เขียนโปรแกรมได้อย่าง ถูกต้องตามคำสั่ง ของการเขียนโปรแกรม นำเสนอผลงาน ได้น่าสนใจ และตอบคำถามได้ดี และถูกต้องทุกข้อ สามารถเข้าสู่เว็บไซต์ การเขียนโปรแกรมได้ ใช้งานบล็อกคำสั่ง ในการเขียนโปรแกรมได้ ดี และถูกต้อง มีการเรียบเรียง ขั้นตอนการทำงาน อย่างเหมาะสม เขียนโปรแกรมได้ แต่เกิดปัญหาในการ เขียนโปรแกรม แต่สามารถแก้ปัญหาได้ ด้วยตนเอง นำเสนอผลงาน ได้น่าสนใจ และตอบคำถามได้ดีและ ถูกต้องทุกข้อ สามารถเข้าสู่เว็บไซต์ การเขียนโปรแกรมได้ ใช้งานบล็อกคำสั่ง ในการเขียนโปรแกรมได้ พอสมควร มีการเรียบเรียง ขั้นตอนการทำงาน เขียนโปรแกรมได้ แต่ต้องให้เพื่อน คอยแนะนำ นำเสนอผลงาน ได้น่าสนใจพอสมควร ตอบคำถามได้ แต่ในบางข้อก็ยัง ไม่ถูกต้องและชัดเจน สามารถเข้าสู่เว็บไซต์ การเขียนโปรแกรมได้ ใช้งานบล็อกคำสั่ง ในการเขียนโปรแกรมได้ ยังไม่ดีเท่าที่ควร มีการเรียบเรียง ขั้นตอนการทำงาน แต่มีบางส่วน ที่ยังไม่ถูกต้อง เขียนโปรแกรมได้ แต่ต้องให้เพื่อน คอยแนะนำอยู่ตลอดเวลา การนำเสนอผลงาน ไม่น่าสนใจ ตอบคำถามได้ในบางข้อ ตอบผิดมากกว่า 1 ข้อ แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
ลงชื่อ ( ) ตำแหน่ง ผลการจัดการเรียนการสอน ปัญหา/อุปสรรค แนวทางแก้ไข ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย บันทึกหลังการสอน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 รหัสวิชา ว15101 รายวิชา วิทยาการค านวณ ระดับชั้นประถมศึกษาที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง การตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรม เวลา 1 ชั่วโมง ……………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………… มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.5/2 ออกแบบ และเขียนโปรแกรมที่มีการใช้เหตุผลเชิงตรรกะอย่างง่าย ตรวจหา ข้อผิดพลาดและแก้ไข 1. อธิบายเกี่ยวกับการตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรม (K) 2. วิเคราะห์ตรวจสอบความผิดพลาดของโปรแกรม และแก้ไขข้อผิดพลาด (P) 3. มีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ (A) สำหรับปัญหาที่มีความซับซ้อนมากขึ้น การเขียนโปรแกรมอาจมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ การตรวจสอบ ข้อผิดพลาดอาจทำได้โดยทดลองตรวจสอบการทำงานของโปรแกรมทีละขั้นตอน หรือทีละคำสั่ง เมื่อพบจุดที่ทำงานไม่ถูกต้องให้ทำการแก้ไขจนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง จุดประสงค ์ การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระการเรียนร ู้ สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน ถ้านักเรียนเขียนโปรแกรมแล้วเกิดปัญหาโปรแกรมไม่ทำงานตามที่เราเขียน นักเรียนจะมีวิธีการ ตรวจสอบความผิดพลาดของโปรแกรมอย่างไร 1. นักเรียนร่วมกันสังเกตภาพเกี่ยวกับการตรวจเช็กสภาพรถยนต์บนกระดาน จากนั้นตอบคำถาม ดังนี้ • จากภาพนักเรียนคิดว่าผู้ชายในภาพเขากำลังทำอะไร (ตัวอย่างคำตอบ ตรวจเช็กสภาพของรถยนต์) • ทำไมจึงต้องตรวจเช็กสภาพรถยนต์ (ตัวอย่างคำตอบ เพื่อหาจุดบกพร่อง แล้วซ่อมแซม หรือแก้ไขให้รถยนต์มีสภาพการใช้งาน เต็มสมรรถภาพ) • ในชีวิตประจำวันนอกจากการตรวจเช็กสภาพของรถยนต์เพื่อหาข้อบกพร่อง แล้วบำรุงรักษานั้น นักเรียนเคยเห็นหรือรู้จักอะไรบ้าง ข้ันสังเกต รวบรวมข้อมูล(Gathering) คุณลกัษณะอนัพงึประสงค ์ ค าถามส าคัญ การจัดกจิกรรมการเรียนรู้
(ตัวอย่างคำตอบ โทรศัพท์เคลื่อนที่ คอมพิวเตอร์ รถจักรยานยนต์ โทรทัศน์ ตู้เย็น) 2. นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรมจากแหล่งการ เรียนรู้ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น การสอบถามจากครูหรือผู้ปกครอง และห้องสมุด 3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน จากนั้นร่วมกันวิเคราะห์และอภิปรายแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวอย่างการตรวจสอบข้อผิดพลาดของการเขียนโปรแกรมให้ผึ้งเดินไปเก็บน้ำหวาน บนกระดาน ดังนี้ การเขียนโปรแกรมให้ผึ้งเดินไปเก็บน้ำหวาน จะต้องให้ผึ้งเดินไปข้างหน้า 2 ครั้ง แล้วเลี้ยวขวา จากนั้นเดินไปข้างหน้าอีก 2 ครั้ง พร้อมทั้งตรวจสอบว่าตำแหน่งนั้นเป็นน้ำหวานหรือไม่ ถ้าใช่ให้เก็บน้ำหวาน ดังภาพ ถ้าโปรแกรมที่เขียนขึ้นทำงานไม่ถูกต้อง อาจตรวจสอบการทำงานของโปรแกรม โดยให้ผึ้งทำงานที ละคำสั่ง โดยคลิกเมาส์ที่ปุ่ม ดังภาพ นักเรียนพิจารณาทีละคำสั่งจนจบโปรแกรม หากพบตำแหน่งที่ผิดพลาดให้เขียนโปรแกรมใหม่ ซึ่ง ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering)
ในกรณีนี้พบว่าในการทำซ้ำ 2 ครั้งสุดท้าย ผึ้งไม่ได้เดินไปข้างหน้า ดังนั้นจะต้องแก้ไขโดยนำบล็อกคำสั่ง มาไว้ภายในบล็อกคำสั่งทำซ้ำนั่นเอง 4. นักเรียนร่วมกันสังเกตและวิเคราะห์ภาพการเขียนโปรแกรมให้ผึ้งเดินไปเก็บน้ำหวาน แล้วเติม ข้อความการทำงานในบล็อกคำสั่งให้ถูกต้อง ดังตัวอย่าง 5. นักเรียนร่วมกันสังเกตและวิเคราะห์ภาพเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมให้ผึ้งเดินทางไปรับน้ำหวาน แล้ว ✓
ทำการตรวจสอบความผิดพลาดของโปรแกรม ถ้าคำสั่งใดถูกให้เติมเครื่องหมาย และถ้าคำสั่งใดผิด ให้เติมเครื่องหมาย ลงใน และแก้ไขคำสั่งให้ถูกต้องลงในช่องแก้ไข โดยเขียนบันทึกคำตอบ ของนักเรียนบนกระดาน ดังตัวอย่าง 6. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรม ดังนี้ การเขียนโปรแกรมอาจมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ เมื่อเกิดความผิดพลาดจึงต้องมีการตรวจสอบ ข้อผิดพลาดของโปรแกรม เพื่อทำการแก้ไขให้ถูกต้อง โดยจะกระทำไปทีละขั้นตอนหรือทีละคำสั่ง ทั้งนี้ การตรวจสอบหาข้อผิดพลาดของโปรแกรมต้องใช้ประสบการณ์ แต่เราอาจฝึกสิ่งเหล่านี้ได้โดยการช่วยหา ข้อผิดพลาดของโปรแกรมของผู้อื่น ซึ่งจะเป็นการพัฒนาทักษะในการหาสาเหตุของปัญหาได้ดียิ่งขึ้น 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มวิเคราะห์ภาพเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมให้ผึ้งเดินทางไปรับน้ำหวาน ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge) (ทา ซ้า 2คร้ัง) (หันขวา ) (ทา ซ้า 2คร้ัง) แก้ไข
แล้วทำการตรวจสอบหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม จากนั้นถ้าคำสั่งใดถูกต้องให้เติมเครื่องหมาย และถ้าคำสั่งใดผิดให้เติมเครื่องหมาย ลงใน และแก้ไขคำสั่งให้ถูกต้องลงในช่องแก้ไข โดยเขียนบันทึกคำตอบลงในแบบบันทึก ดังตัวอย่าง แบบบันทึกการตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรม บล็อกค าสั่งการท างานของโปรแกรม การแก้ไขข้อผิดพลาด
8. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ สำหรับปัญหาที่มีความซับซ้อนมากขึ้น การเขียนโปรแกรมอาจมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ การตรวจสอบข้อผิดพลาดอาจทำได้โดยทดลองตรวจสอบการทำงานของโปรแกรมทีละขั้นตอน หรือ ทีละคำสั่ง เมื่อพบจุดที่ทำงานไม่ถูกต้องให้ทำการแก้ไขจนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรมของกลุ่มตนเองหน้า ชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อาจใช้โปรแกรมนำเสนอในการนำเสนอ เพื่อให้เห็นข้อมูลได้ชัดเจน และ น่าสนใจ 10. นักเรียนร่วมกันอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยตอบคำถาม ดังนี้ • ถ้านักเรียนเขียนโปรแกรมแล้วเกิดปัญหาโปรแกรมไม่ทำงานตามที่เราเขียน นักเรียนจะมี วิธีการตรวจสอบความผิดพลาดของโปรแกรมอย่างไร ขั้นสื่อสารและน าเสนอ(Applying the Communication Skill) กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกัษะศตวรรษที่21 ดา้นการสื่อสาร กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกัษะศตวรรษที่21 ดา้นการคิดแก้ปัญหา การร่วมมือท างานเป็ นทีม ความรอบรู้ในสารสนเทศ (ทา ซ้า 8คร้ัง) (หันขวา ) (ทา ซ้า 6คร้ัง) 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8.
(ตัวอย่างคำตอบ ทดลองตรวจสอบการทำงานของโปรแกรมทีละขั้นตอน หรือทีละคำสั่ง เมื่อพบ จุดที่ทำงานไม่ถูกต้องก็ทำการแก้ไขจนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง) 11. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงาน ที่มีแบบแผน 12. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) 2. ภาพช่างกำลังซ่อมรถยนต์ 3. ภาพตัวอย่างการตรวจสอบความผิดพลาดของโปรแกรม ผึ้งเดินไปเก็บน้ำหวาน 4. ภาพโปรแกรมและบล็อกคำสั่งผึ้งเดินไปเก็บน้ำหวาน 5. ภาพโปรแกรมและบล็อกคำสั่งการตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรมผึ้งเดินไปเก็บน้ำหวาน 6. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน 1. ประเมินความรู้ เรื่อง การตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรม (K) ด้วยแบบทดสอบ 2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน ส ื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ การประเมินการเรียนรู้ ข้ันประเมินเพื่อเพมิ่คุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ(Self-Regulating)
3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมิน แบบประเมินกระบวนการท างานกลุ่ม รายการการ ประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 กระบวนการ ท างานกลุ่ม มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน และมีการชี้แจง เป้าหมาย การทำงาน มีการปฏิบัติงาน ร่วมกัน อย่างร่วมมือร่วมใจ พร้อมกับการประเมิน เป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจนและ ปฏิบัติงานร่วมกัน แต่ไม่มีการประเมิน เป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท เฉพาะหัวหน้า ไม่มีการชี้แจง เป้าหมาย อย่างชัดเจน ปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ครบทุกคน ไม่มีการกำหนด บทบาทสมาชิก และไม่มีการชี้แจง เป้าหมาย สมาชิก ต่างคนต่างทำงาน แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
ลงชื่อ ( ) ตำแหน่ง ผลการจัดการเรียนการสอน ปัญหา/อุปสรรค แนวทางแก้ไข ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย บันทึกหลังการสอน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 รหัสวิชา ว15101 รายวิชา วิทยาการค านวณ ระดับชั้นประถมศึกษาที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง การเขียนโปรแกรมด้วย Scratch เวลา 1 ชั่วโมง ……………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………… มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.5/2 ออกแบบ และเขียนโปรแกรมที่มีการใช้เหตุผลเชิงตรรกะอย่างง่าย ตรวจหา ข้อผิดพลาดและแก้ไข 1. อธิบายเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมด้วย Scratch (K) 2. วิเคราะห์โปรแกรม การเขียนโปรแกรม และการออกแบบอัลกอริทึมในการเขียนโปรแกรม Scratch (P) 3. มีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ (A) การเขียนโปรแกรมเบื้องต้นมีเครื่องมือสำหรับเขียนโปรแกรมมากมาย โปรแกรมสแครช (Scratch) เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่นำมาฝึกเขียนโปรแกรมได้ง่าย โดยการออกแบบอัลกอริทึมแล้วนำบล็อกคำสั่ง ที่เกี่ยวข้องมาวางเพื่อให้โปรแกรมทำงาน จุดประสงค ์ การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้
1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน การใช้งานโปรแกรม Scratch มีกี่รูปแบบ อะไรบ้าง 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม Scratch โดยตอบคำถาม ดังนี้ • โปรแกรม Scratch คืออะไร (ตัวอย่างคำตอบ เป็นซอฟต์แวร์หรือเครื่องมือหนึ่งที่นำมาเขียนโปรแกรมโดยการออกแบบ อัลกอริทึม แล้วนำบล็อกคำสั่งที่เกี่ยวข้องมาวาง เพื่อให้โปรแกรมทำงานตามที่เราต้องการ) 2. นักเรียนร่วมกันสังเกตภาพการเข้าใช้งานโปรแกรม Scratch บนกระดาน แล้วตอบคำถาม ดังนี้ ข้ันสังเกต รวบรวมข้อมูล(Gathering) สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน คุณลกัษณะอนัพงึประสงค ์ ค าถามส าคัญ การจัดกจิกรรมการเรียนรู้
• จากภาพเป็นการเข้าใช้งานโปรแกรม Scratch อย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ 1. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม Start 2. เลือกโฟลเดอร์ Scratch 3. เลือกที่ไอคอน โปรแกรม Scratch) • นอกจากวิธีการเข้าใช้งานโปรแกรม Scratch วิธีนี้แล้วมีวิธีการเข้าใช้งานอื่นอีกหรือไม่อย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ดับเบิลคลิกเมาส์เลือกที่ไอคอนโปรแกรม Scratch ได้จากหน้าจอเดสก์ท็อป ได้เลย และสามารถเข้าใช้งานแบบออนไลน์ได้ที่ https://scratch.mit.edu) 3. นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมด้วย Scratch จากแหล่ง การเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น การสอบถามจากครูหรือผู้ปกครอง และห้องสมุด 4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน จากนั้นร่วมกันสังเกตและวิเคราะห์หน้าต่าง โปรแกรม Scratch ว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้าง โดยเขียนบันทึกคำตอบของนักเรียน ดังตัวอย่าง ข้ันคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) 10. พ้ืนที่การแสดงผลการ ท างานของโปรแกรมที่มี ขนาดที่เปลี่ยนแปลง 9. แถบเมนูแสดงข้อมูลสคริปต์ คอสตูม และเสียงของตัวละคร หรือเวที 1. แถบเมนูเครื่องมือ 2. แถบเครื่องมือเวที 7. เวที 3. ข้อมูลของตัวละครที่ถูกเลือก 4.กลุ่มบล็อกคา สั่ง 5. บล็อกในกลุ่มที่เลือก 8. รายการตัวละครและเวทีที่ใช้ในโพรเจกต์ปัจจุบัน 6. พ้ืนที่ทา งาน
5. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับกลุ่มบล็อกคำสั่งในโปรแกรม Scratch โดยเขียนบันทึกคำตอบ ของนักเรียนเป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน ดังตัวอย่าง กลุ่มบลอ็กค าสั่งใน โปรแกรม Scratch การเคลื่อนไหว เช่น เคลื่อนที่ไปข้างหน้า หมุนไปทางซ้ายหรือขวา การควบคุม เช่น การวนซ้า การตรวจสอบเงื่อนไข การแสดง เช่น พูด คิด เปลี่ยนขนาด การรับรู้ เช่น สัมผัสกับขอบ คลิกเมาส์ จับเวลา การแสดงเสียง เช่น เล่นเสียงสัตว์ กลอง โน้ต ปากกา เช่น ยกปากกาข้ึน ต้งัค่าสีปากกา ตัวด าเนินการ เช่น บวก และ หรือ ตัวแปร เช่น สร้างค่าตัวแปร
6. นักเรียนร่วมกันสังเกตและวิเคราะห์ภาพเกี่ยวกับกลุ่มบล็อกคำสั่งการเคลื่อนที่ของตัวละคร และเวทีบนกระดาน แล้วตอบคำถาม ดังนี้ ภาพที่ 1 บล็อกคำสั่งการเคลื่อนที่ของตัวละคร ภาพที่ 2 เวที บล็อกการเคลื่อนไหวสำหรับตัวละคร ไม่มีบล็อกการเคลื่อนไหวสำหรับเวที • ภาพด้านซ้ายมือและขวามือต่างกันอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ภาพซ้ายมือจะมีบล็อกคำสั่งการเคลื่อนไหวสำหรับตัวละคร ส่วนภาพด้านขวามือจะไม่มีบล็อกคำสั่งการเคลื่อนไหวสำหรับเวที) • เพราะเหตุใดภาพด้านซ้ายมือจึงมีบล็อกคำสั่งการเคลื่อนไหวของตัวละคร และภาพด้านขวามือจึงไม่มี (ตัวอย่างคำตอบ ภาพด้านซ้ายมือเป็นกลุ่มของบล็อกคำสั่งจึงมีบล็อกคำสั่งการควบคุมตัวละครต่าง ๆ และภาพด้านขวามือเป็นเวทีจึงไม่มีบล็อกคำสั่งการควบคุมการเคลื่อนที่ของตัวละคร เนื่องจากเวทีเคลื่อนที่ ไม่ได้)
7. นักเรียนร่วมกันสังเกตและวิเคราะห์ภาพเกี่ยวกับการบอกตำแหน่งของตัวละครบนกระดาน จากนั้นตอบคำถาม ดังนี้ • เหตุใดตัวละครจึงอยู่ตรงกลางเวที (ตัวอย่างคำตอบ การบอกตำแหน่งใด ๆ บนเวทีจะบอกโดยการใช้ค่า (x, y) ซึ่งเมื่อค่า x เท่ากับ 0 และค่า y เท่ากับ 0 จะทำให้ตัวละครอยู่ตรงกลางเวที)