The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อำเภอสัตหีบ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookchon, 2023-08-07 03:22:21

หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อำเภอสัตหีบ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อำเภอสัตหีบ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

หลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชลบุรี ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563)


ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชลบุรี ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563) หลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ก ค าน า กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2551 เป็นหลักสูตรที่มุ่งจัดการศึกษาเพื่อตอบสนองอุดมการณ์ การ จัดการศึกษาตลอดชีวิตและสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ตามปรัชญา “คิดเป็น”เพื่อสร้าง คุณภาพชีวิตและสังคม โดยให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มผู้เรียน และความเปลี่ยนแปลงของ เศรษฐกิจและสังคมเพื่อสร้างให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีสติปัญญามีศักยภาพในการประกอบอาชีพ ด ารงชีวิตอยู่ในครอบครัว ชุมชน สังคม ได้อย่างมีความสุข ดังนั้น เพื่อให้การน าหลักสูตรไปสู่การจัดการเรียนรู้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ กศน. อ าเภอสัตหีบ จึงได้พัฒนาและจัดท าหลักสูตรสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการศึกษา ที่มีคุณภาพ เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยต่อไป (นางสุรัสวดี เลี้ยงสุพงศ์) ผู้อ านวยการ กศน. อ าเภอสัตหีบ 5 มีนาคม 2563


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ข สารบัญ เรื่อง หน้า ค าน า ก สารบัญ ข หลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตรการศึกษาระบบระดับการศึกษาขันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น บริบทพื้นฐาน 1 ปรัชญา “คิดเป็น” 32 พันธกิจ 32 หลักการ 33 จุดหมาย 33 กลุ่มเป้าหมาย 33 กรอบโครงสร้าง 33 ระดับการศึกษา 33 สาระการเรียนรู้ 33 กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต 34 มาตรฐานการเรียนรู้ 34 เวลาเรียน 34 หน่วยกิต 34 โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 34 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 35 สาระทักษะการเรียนรู้ 37 สาระความรู้พื้นฐาน 50 สาระการประกอบอาชีพ 96 สาระทักษะการด าเนินชีวิต 116 สาระการพัฒนาสังคม 136 แผนการลงทะเบียนเรียน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 165 วิธีการจัดการเรียนรู้ 166 การจัดกระบวนการเรียนรู้ 166 สื่อการเรียนรู้ 168 การเทียบโอน 168 การวัดและประเมินผลการเรียน 168 การจบหลักสูตร 169


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ค สารบัญ (ต่อ) เรื่อง หน้า เอกสารหลักฐานการศึกษา 169 บรรณานุกรม 170 ภาคผนวก 171 คณะผู้จัดท า 181


บริบทพื้นฐาน บริบทพื้นฐานจังหวัดชลบุรี 1. ความเป็นมาของจังหวัดชลบุรี “ทะเลงาม ข้าวหลามอร่อย อ้อยหวาน จักสานดี ประเพณีวิ่งควาย” ชลบุรี หรือที่คนทั่วไปเรียกกันสั้นๆว่า “เมืองชล” เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในทิศตะวันออกของประเทศไทย ริมฝั่งทะเลด้านตะวันออกติดกับอ่าวไทยมีทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลายทั้งชายฝั่งทะเล หมู่เกาะ ป่าเขา พื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งเอื้อต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประมง และผลิตสินค้าแปรรูป โดยเฉพาะแหล่ง ทรัพยากรธรรมชาติที่มีศักยภาพเพื่อการท่องเที่ยว อาทิ ชายหาดที่มีชื่อเสียง และเกาะต่างๆ สามารถดึงดูด นักท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่และประเทศ นอกจากนี้จังหวัดชลบุรียังมี ความส าคัญทางเศรษฐกิจ ทั้งในด้านพาณิชยกรรม และอุตสาหกรรมของประเทศ ศักยภาพและความโดดเด่นใน หลายด้านของจังหวัดชลบุรี จึงกลายเป็นต้นทุนที่ส่งผลให้ชลบุรีกลายเป็น “เพชรน้ าเอกแห่งบูรพาทิศ”ที่พร้อม เปิดประตูเพื่อต้อนรับระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ได้อย่างภาคภูมิ ชลบุรี ตามประวัติเป็นเมืองเก่า อยู่ในราวสมัยทวาราวดีและสมัยขอมนั่น เองเขตจังหวัดชลบุรีมีเมือง ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น3 เมือง ด้วยกัน คือเมืองพญาเร่ในเขตอ าเภอบ่อทอง เมืองพระรถในเขตอ าเภอพนัสนิคม และเมืองศรีพะโล ในเขตอ าเภอเมืองชลบุรี ทั้ง 3 เมืองนี้ มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันโดยเมืองพญาเร่ติดต่อ กับเมืองพระรถโดยคลองหลวงปัจจุบันคลองยังอยู่ และเป็นคลองสายที่ส าคัญ และยาวที่สุดของจังหวัดชลบุรี การท านาในอ าเภอพนัสนิคมและอ าเภอพานทอง อาศัยน้ าจากคลองนี้ ซึ่งมีแควหลายแคว แควใหญ่ที่สุด คือ แควที่เกิดจากทิวเขาป่าแดง ไหลผ่านตลาดอมพนมและ เมืองพระรถติดต่อกับเมืองศรีพะโลทางถนน (ปัจจุบันแนวถนนยังมีอยู่) จากการสันนิษฐานโดยอาศัยหลักฐานทางโบราณสถาน และลักษณะทาง ภูมิศาสตร์ประกอบกันเมืองโบราณทั้งสามเมืองนี้น่าจะเกิดขึ้นก่อนหลังกันไม่นานนักกล่าวคือเมืองพญาเร่ เกิดขึ้นก่อนจากนั้นเมืองพระรถเกิดขึ้นและเมืองศรีพะโล เกิดขึ้นในระยะต่อมา ซึ่งอาณาเขตของเมืองโบราณ ทั้งสามรวมกันเป็นพื้นที่ของจังหวัดชลบุรีในปัจจุบัน 2. ลักษณะทางกายภาพ 2.1 ที่ตั้งและอาณาเขตติดต่อ จังหวัดชลบุรีตั้งอยู่ในภาคตะวันออกของประเทศไทย หรือริมฝั่งทะเลด้านตะวันออกของ อ่าวไทย ประมาณเส้นรุ้งที่ 12 องศา 30 ลิบดา–13 องศา 43 ลิบดาเหนือ และเส้นแวงที่ 100 องศา 45 ลิบดา–101 องศา 45 ลิบดาตะวันออก ระยะทางจากกรุงเทพมหานครตามเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34 (ถนนสาย บางนา - ตราด) รวมระยะทางประมาณ 81 กิโลเมตร และมีเส้นทางหลวงพิเศษ หมายเลข 7 หรือ Motorway (กรุงเทพฯ - ชลบุรี) ระยะทาง 79 กิโลเมตร ซึ่งใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 45 นาที มีพื้นที่ทั้ง จังหวัด 4,363 ตารางกิโลเมตรหรือ 2,726,875 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.85 ของพื้นที่ประเทศไทย (พื้นที่ของ ประเทศไทยประมาณ 513,115 ตารางกิโลเมตรหรือ 320,696,875 ไร่) จังหวัดชลบุรี มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง (รูปที่ 1) ดังนี้ ทิศเหนือ ติดกับ จังหวัดฉะเชิงเทรา ทิศใต้ ติดกับ จังหวัดระยอง ทิศตะวันออก ติดกับ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดระยอง ทิศตะวันตก ติดกับ ชายฝั่งทะเลตะวันออกของอ่าวไทย


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 2 รูปที่ ๑ แผนที่จังหวัดชลบุรี 2.2 ลักษณะภูมิประเทศ จังหวัดชลบุรีมีลักษณะภูมิประเทศเป็น 4 ประเภท ดังนี้ พื้นที่สูงชันและภูเขา อยู่ตอนกลางและด้านตะวันออกของจังหวัด เป็นแนวยาวจากทิศตะวันตกเฉียง เหนือไปยังทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่อ าเภอเมืองชลบุรีบ้านบึง ศรีราชา หนองใหญ่ และบ่อทอง ที่อ าเภอ ศรีราชานั้นเป็นต้นน้ าของอ่างเก็บน้ าบางพระแหล่งน้ าอุปโภคบริโภคหลักแห่งหนึ่งของชลบุรีเขตที่มีความสูง จากระดับน้ าทะเลตั้งแต่ 200 เมตรขึ้นไป จะอยู่ในเขตอ าเภอบ่อทองและอ าเภอหนองใหญ่ ในด้านที่ติดกับ จังหวัดฉะเชิงเทราและจันทบุรี ที่ราบลูกคลื่นและเนินเขา ในเขตอ าเภอบ้านบึง พนัสนิคม หนองใหญ่ศรีราชา บางละมุง สัตหีบ และ บ่อทอง พื้นที่นี้มีลักษณะสูงๆ ต่ าๆ คล้ายลูกระนาด ส่วนที่เป็นที่ราบลุ่มอยู่ตอนบนของจังหวัดใน เขตอ าเภอ พานทอง อ าเภอพนัสนิคมและแนวกึ่งกลางของด้านตะวันตกเป็นพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ าบางปะกง มีล าน้ าคลอง หลวงยาว 130 กิโลเมตร ต้นน้ าอยู่ที่อ าเภอบ่อทองและอ าเภอบ้านบึง ผ่านพนัสนิคม ไปบรรจบเป็น คลอง พานทองไหลลงสู่แม่น้ าบางปะกง


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 3 ที่ราบชายฝั่งทะเล ตั้งแต่ปากแม่น้ าบางปะกงติดกับทะเลอยู่ทางด้านทิศตะวันตกตั้งแต่อ าเภอเมือง ชลบุรีจนถึงอ าเภอสัตหีบซึ่งมีความยาวประมาณ 160 กิโลเมตร เว้าแหว่งคดโค้งสวยงามเกิดเป็นหน้าผาหิน หาดทรายทอดยาว ป่าชายเลน ป่าชายหาดฯลฯ ซึ่งอ่าวหลายแห่งสามารถพัฒนาไปเป็นท่าจอดเรือก าบังคลื่น ลมได้เป็นอย่างดีประกอบด้วยที่ราบตามชายฝั่งทะเลที่มีภูเขาเล็ก ๆ สลับเป็นบางตอน ชายฝั่งทะเลบางแห่งมี ลักษณะเว้าแหว่งและเป็นที่ลุ่มต่ าน้ าทะเล ท่วมถึง มีป่าชายเลนหรือโกงกางขึ้นตั้งแต่ในเขตอ าเภอเมืองชลบุรี ถัดลงไปเป็นอ าเภอศรีราชา อ าเภอบางละมุง และอ าเภอสัตหีบ มีหาดทรายสวยงามหลายแห่งซึ่งได้รับการ พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ส าคัญของจังหวัด ส่วนที่เป็นเกาะอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลออกไปประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ที่เป็นเกาะเล็ก และเกาะใหญ่ประมาณ 46 เกาะ เกาะที่ส าคัญที่สุดคือเกาะสีชัง และมีฐานะเป็นอ าเภอ นอกจากนี้ยังมีเกาะแสมสาร เกาะล้าน เกาะครก เกาะสากและเกาะไผ่ เป็นที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวและพักผ่อน 2.3 ลักษณะภูมิอากาศ โดยทั่วไปฤดูร้อนไม่ร้อนจัด ฤดูหนาวอากาศไม่แห้งแล้งมาก มีฝนตกสลับกับแห้งแล้งระหว่าง ปี 2556–2560 วัดปริมาณน้ าฝนได้ 1,368.82 มิลลิเมตร บริเวณใกล้ภูเขามีฝนตกมากกว่าบริเวณ ใกล้ชายทะเล ลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบมรสุมเมืองร้อน อุณหภูมิต่ าสุดรายปี 22.70 องศาเซลเซียส สูงสุดรายปี 36.10 องศาเซลเซียส เฉลี่ยรายปี 29.03 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ เฉลี่ย 72.98 เปอร์เซ็นต์ 3.ข้อมูลการปกครอง 3.1 การปกครอง จังหวัดชลบุรีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อ าเภอ 92 ต าบล 687 หมู่บ้าน โดยมี อ าเภอต่าง ๆ ดังนี้ อ าเภอเมืองชลบุรี บ้านบึง บางละมุง พานทอง พนัสนิคม ศรีราชา สัตหีบ หนองใหญ่ บ่อทอง เกาะสีชัง และเกาะจันทร์ ในส่วนการปกครองท้องถิ่น ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาล นคร 2 แห่ง เทศบาลเมือง 10 แห่ง เทศบาลต าบล 35 แห่ง และองค์การบริหารส่วนต าบล 50 แห่ง และ รูปแบบการปกครองพิเศษ 1 แห่ง (เมืองพัทยา) หน่วยงานราชการจังหวัดชลบุรี ประกอบด้วย (1) ส่วนราชการส่วนกลาง จ านวน 123 หน่วยงาน (2) ส่วนภูมิภาค จ านวน 33 หน่วยงาน (3) ส่วนท้องถิ่น จ านวน 99 หน่วยงาน 3.2 การใช้ประโยชน์ที่ดิน การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่จังหวัดชลบุรีจ าแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินได้ 9 ประเภท ได้แก่การเกษตร/ ปศุสัตว์ ร้อยละ 56.67 รองลงมา เป็นพื้นที่ป่าไม้/ป่าชายเลน ร้อยละ 11.14 1) ประชากรในเขตเมืองจังหวัดชลบุรีได้แก่ เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ เมืองพัทยา เทศบาล นครแหลมฉบัง เทศบาลเมืองหนองปรือ เทศบาลเมืองบ้านสวน เทศบาลเมืองแสนสุข เทศบาลเมืองอ่างศิลา เทศบาลเมืองชลบุรี เทศบาลเมืองศรีราชา เทศบาลเมืองบ้านบึง เทศบาลเมืองสัตหีบ และเทศบาลเมือง พนัสนิคม ประชากรรวมทั้งสิ้น 671,311 คน และมีจ านวนครัวเรือน 518,529 ครัวเรือน ขนาดของครัวเรือน เฉลี่ย 1.29 คนต่อบ้าน ความหนาแน่น 1,549.51 คนต่อตารางกิโลเมตร 2) ศาสนา จังหวัดชลบุรีมีผู้นับถือ ศาสนาพุทธ จ านวน 1,256,081 คน คิดเป็นร้อยละ 97.78 ศาสนาคริสต์


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 4 จ านวน 7,707 คน คิดเป็นร้อยละ 0.60 ศาสนาอิสลาม จ านวน 20,000 คน คิดเป็นร้อยละ 1.56 และอื่นๆ จ านวน 800 คน คิดเป็นร้อยละ 0.06 4. ข้อมูลเศรษฐกิจ จากสถิติของส านักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผลิตภัณฑ์มวลรวม ปี 2559 จังหวัดชลบุรี มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด 912,498 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6.28 ของผลิตภัณฑ์ มวลรวมประเทศ (14,533,465 ล้านบาท) และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 42.43 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของกลุ่ม จังหวัดภาคตะวันออก 1 (2,150,527 ล้านบาท) โครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรี ขึ้นอยู่กับภาคนอก เกษตรเป็นหลัก ซึ่งมีมูลค่า 895,800 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 98.17 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (1,981,429 ล้านบาท) ส่วนใหญ่มาจากสาขาอุตสาหกรรมมูลค่า 462,242 ล้านบาท และภาคบริการที่ส าคัญ ได้แก่ การขายส่งและการขายปลีกฯ การไฟฟ้า แก๊ส การขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า ที่พักแรม และบริการ ด้านอาหาร การบริหารราชการฯ ส าหรับภาคเกษตร มูลค่า 16,697 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.83 ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด 5. ลักษณะทางสังคม 5.1 การจัดระบบบริการสาธารณสุขของจังหวัดชลบุรี 1) สถานบริการสาธารณสุขสังกัดกระทรวงสาธารณสุข การจัดระบบบริการ จังหวัดชลบุรี มีโรงพยาบาล 12 แห่ง แบ่งเป็นระดับ A 1 แห่ง รพศ.ชลบุรี ระดับ S 1 แห่ง รพท.บางละมุง ระดับ M2 3 แห่ง รพ.พนัสนิคม (ปรับเป็น M1 รอหนังสือยืนยัน)รพ.แหลม ฉบัง, รพ.บ้านบึง ระดับ F1 3 แห่ง รพ.สัตหีบ , รพ.พานทอง , รพ.บ่อทอง ระดับ F2 3 แห่ง รพ.หนองใหญ่ , รพ.เกาะสีชัง , รพ.วัดญาณฯระดับ F3 1 แห่ง รพ.เกาะจันทร์ (ปรับเป็น F2 รอหนังสือยืนยัน) ศูนย์สุขภาพ ชุมชนเขตเมือง 4 แห่ง และรพ.สต. 118 แห่ง 2) สถานบริการภาคเอกชน สถานบริการภาคเอกชนประกอบด้วยโรงพยาบาลเอกชน 14 แห่ง คลินิกแพทย์ 485 แห่ง คลินิก ทันตกรรม 297 แห่ง ร้านขายยาแผนปัจจุบัน 1,043 แห่ง ร้านขายยาแผนโบราณ 73 แห่ง ร้านขายยาบรรจุ เสร็จ 139 แห่ง 5.2) อัตราส่วนบุคลากรทางการแพทย์ จ.ชลบุรี ปี 2558 อัตราส่วนแพทย์ต่อประชากร เท่ากับ 1:4,192 อัตราส่วนพยาบาลต่อประชากร เท่ากับ 1:859 อัตราเตียงต่อพันประชากร เท่ากับ 1 : 22 6. โครงสร้างพื้นฐาน 6.1 ระบบสาธารณูปโภค 1) ประปา ส านักงานการประปาส่วนภูมิภาคในจังหวัดชลบุรี มีทั้งสิ้น จ านวน 7 ส านักงาน ได้แก่ การประปา ส่วนภูมิภาคเขต 1 การประปาส่วนภูมิภาคสาขาชลบุรี การประปาส่วนภูมิภาคสาขาบ้านบึง การประปาส่วน ภูมิภาคสาขาพนัสนิคม การประปาส่วนภูมิภาคสาขาศรีราชา การประปาส่วนภูมิภาค สาขาแหลมฉบัง และ การประปาส่วนภูมิภาคสาขาพัทยา 2) ไฟฟ้า จังหวัดชลบุรีใช้ไฟฟ้า ในปี พ.ศ.2557 มีจ านวนผู้ใช้ไฟฟ้า 612,257 ราย จ าหน่ายกระแสไฟฟ้า


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 5 10,548,631,119.13 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง พ.ศ.2558 มีจ านวนผู้ใช้ไฟฟ้า 648,567 ราย จ าหน่ายกระแสไฟฟ้า รวม 10,983,951,879.24 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง พ.ศ.2559 มีจ านวนผู้ใช้ไฟฟ้า 602,839 ราย จ าหน่ายกระแส ไฟฟ้า รวม 11,696,007,994.2 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.09 การใช้ไฟฟ้าส าหรับที่อยู่อาศัยใน จังหวัดชลบุรี ที่มีมากเนื่องจากความหนาแน่นของประชากรสูง 6.2 สาธารณูปการ การขนส่ง และการเชื่อมโยง (1) การคมนาคมขนส่งทางบก ระบบโครงข่ายถนนเป็นการคมนาคมระบบที่ส าคัญที่สุดของจังหวัดชลบุรีโครงข่ายนี้อยู่ใน รับผิดชอบของกรมทางหลวง จังหวัดชลบุรีมีถนนที่สร้างเสร็จแล้วเป็นระยะทาง 745.497 กิโลเมตร ซึ่งเป็น ทางหลวงแผ่นดิน จ านวน 8 สาย (2) ระบบโครงข่ายรถไฟ จังหวัดชลบุรีมีเส้นทางรถไฟสายตะวันออก เริ่มจากกรุงเทพฯ - จังหวัดฉะเชิงเทรา – จังหวัดชลบุรี (นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง) ไปสิ้นสุดที่ (นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด) จังหวัดระยอง เพื่อรองรับการขนส่ง สินค้าจากท่าเรือน้ าลึกสัตหีบ ท่าเรือน้ าลึกและนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง และขนส่งสินค้าจากท่าเรือน้ าลึก และนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด โดยมีโครงการสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อ 3 สายคือ 2.1) ทางรถไฟสายศรีราชา – แหลมฉบัง เป็นเส้นทางรถไฟที่แยกจากรถไฟสายฉะเชิงเทรา – สัตหีบ ที่บริเวณอ าเภอศรีราชา มุ่งเข้าสู่ท่าเรือน้ าลึกและนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง มีระยะทางยาวทั้งหมด 9.7 กิโลเมตร 2.2) ทางรถไฟสายสัตหีบ – มาบตาพุด เป็นเส้นทางรถไฟที่แยกจากสายฉะเชิงเทรา – สัตหีบ ที่ สถานีเขาชีจรรย์ (ก่อนถึงสถานีรถไฟพลูตาหลวง 4 กิโลเมตร) ผ่านนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และแยกเข้าสู่ ท่าเรือน้ าลึกมาบตาพุด คิดเป็นระยะทางยาวทั้งหมด 24.07 กิโลเมตร 2.3) โครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงสุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา ในเบื้องต้น รฟท. ได้ก าหนดแผน การปฏิบัติงานให้รองรับแผนพัฒนาเขตพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล โดยก าหนดกรอบเวลาตั้งแต่ขั้นตอนการศึกษา การขออนุมัติโครงการ ระยะการก่อสร้าง และระยะเปิด ให้บริการโครงการ รูปที่ 3 แนวเส้นทางโครงการรถไฟความเร็วสูง


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 6 - แนวเส้นทางโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงสุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา มีจุดเริ่มต้นจากสนามบินสุวรรณ ภูมิพาดผ่านพื้นที่ของ 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ระยะทางรวม 165.5 กิโลเมตร โดยแนวเส้นทางส่วนใหญ่อยู่ในเขตทางของการรถไฟแห่งประเทศไทยและมี การปรับแนวเส้นทางบางช่วงให้มีรัศมีความโค้งเพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูง - ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิถึงสนามบิน อู่ตะเภา ประมาณ 1 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวทั่วโลกสามารถเดินทางระหว่างท่าอากาศยานหลักของประเทศเข้าสู่ เมืองและเขตธุรกิจได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ส าคัญในการรองรับเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก EEC - สถานีรถไฟความเร็วสูง ช่วงสุวรรณภูมิ อู่ตะเภา มี 6 สถานี ได้แก่ สถานีสุวรรณภูมิ สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา สถานีอู่ตะเภา (3) การขนส่งทางท่อ การขนส่งทางท่อจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยจากการขนส่ง นอกจากนี้ยังช่วยลด ค่าใช้จ่ายในการขนส่งทางบกและลดปัญหาการจราจรภายในจังหวัดชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียงได้การ ปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยได้ร่วมลงทุนกับโรงกลั่น และบริษัทขายปลีกน้ ามันส าหรับรถยนต์ สร้างระบบขนส่ง ทางท่อขึ้น 2 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการขนส่งทางท่อจากอ าเภอศรีราชาไปที่ช่องนนทรี กรุงเทพฯ โดยวางท่อตามทางรถไฟ 2) โครงการขนส่งน้ ามันทางท่อจากอ าเภอศรีราชาผ่านล าลูกกาและสิ้นสุดที่สระบุรี โครงการนี้ควบคุมระบบขนส่งโดยคอมพิวเตอร์ (4) การขนส่งทางอากาศ จังหวัดชลบุรีมีสนามบิน 2 แห่งคือ 1) สนามฝึกบินบางพระกับสนามบินอู่ตะเภา สนามฝึกบินบางพระตั้งอยู่เขตอ าเภอศรีราชาเป็นสนาม ฝึกซ้อมส าหรับเครื่องบินล าเล็ก ซึ่งไม่ได้เปิดให้บริการขนส่งทางอากาศเพื่อการพาณิชย์ทั่วไป 2) สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา-ระยอง-พัทยา ตั้งอยู่ในพื้นที่ของ 2 จังหวัดคือ เขตอ าเภอสัตหีบจังหวัด ชลบุรี และอ าเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง อยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ อยู่ห่างจากเมืองพัทยาเพียง 45 กิโลเมตร และมีฐานะเป็นสนามบินพาณิชย์ โดยมีสายการบิน Bangkok Airway เปิดบริการรับส่งผู้โดยสารไป เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดภูเก็ต และสายการบิน Air Asia และThai Lion Air เป็นสายการบิน ที่มีเที่ยวบินที่มีทั้งเที่ยวบินภายใน และระหว่างประเทศ (5) การคมนาคมขนส่งทางน้ า จังหวัดชลบุรีมีสภาพภูมิศาสตร์ที่เอื้ออ านวยต่อการขนส่งทางทะเล เนื่องจากด้านตะวันออก ของจังหวัดเป็นชายฝั่งที่มีแนวยาวเป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร โดยบางแห่งเป็นชายหาดที่สวยงาม และบางแห่งเหมาะที่จะเป็นท่าเรือ ท าให้ชายฝั่งทะเลของจังหวัดมีท่าเทียบเรือประมงและท่าเทียบเรือสินค้า ทั้งที่เป็นท่าเทียบเรือของเอกชน และท่าเทียบเรือพาณิชย์ส าหรับขนส่งสินค้าไปต่างประเทศ และขนส่งสินค้า เลียบตามชายฝั่งทะเลตะวันออกเข้าสู่ท่าเรือกรุงเทพฯ โครงการเรือเฟอร์รี่ (Ferry) เส้นทางหัวหิน-พัทยา-บางปู เป็นโครงการที่เกิดขึ้นเพื่อร่นระยะเวลาใน การเดินทางข้ามอ่าวไทย โดยมีบริษัท Royal Passenger Liner เป็นผู้ที่ได้รับสัมปทานเดินเรือ ซึ่งระยะเวลา รวมที่ใช้ในการเดินเรืออยู่ที่ประมาณ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น ในขณะที่ถ้าโดยสารรถยนต์จะใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง เป็นอย่างต่ า ในระยะที่ 1 เรือเฟอร์รี่จะท าการขนส่งแต่เฉพาะผู้โดยสารเท่านั้น โดยเปิดให้บริการเฉพาะเส้นทาง


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 7 พัทยา-หัวหิน ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 30 นาที เบื้องต้นมีเรือบริการ 2 ล า วันละ 2 เที่ยว - ช่วงเช้าจากหัวหิน-พัทยา ตั้งแต่เวลา 08.30-09.40 น. - ช่วงเย็นจากพัทยา-หัวหิน ตั้งแต่เวลา 15.30-16.40 น. เริ่มให้บริการ 1 มกราคม 2560 และขอใช้ท่าเรือของทางราชการก่อน 2 แห่ง คือจอดที่ท่าเรือ แหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา และท่าเรือสะพานปลาที่หัวหิน โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 3 ปัจจุบันการท่าเรือฯ ได้พัฒนาท่าเรือแหลมฉบังขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 แล้วเสร็จ โดยท่าเรือแหลมฉบังขั้น ที่ 1 ประกอบด้วยท่าเทียบเรือชุด A จ านวน 6 ท่า และท่าเทียบเรือชุด B จ านวน 5 ท่า นั้น ได้เปิดให้บริการครบ ทุกท่าแล้ว ส่วนท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 2 ซึ่งประกอบด้วยท่าเทียบเรือชุด C จ านวน 4 ท่า และท่าเทียบเรือชุด D จ านวน 3 ท่า ได้เปิดให้บริการท่าเทียบเรือชุด C ทุกท่าแล้ว คงเหลือแต่ท่าเทียบเรือชุด D เท่านั้นที่อยู่ระหว่าง การก่อสร้างให้แล้วเสร็จและคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2564 โดยเมื่อเปิดให้บริการท่าเทียบเรือ ใน ขั้นที่ 1 และ ขั้นที่ 2 ครบทุกท่าแล้ว ท่าเรือแหลมฉบังจะมีขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้ารวม 11.10 ล้านทีอียูต่อปี และรองรับการการน าเข้าส่งออกสินค้ารถยนต์ได้ 2.0 ล้านคันต่อปี อย่างไรก็ตาม การท่าเรือฯ ได้พิจารณาขีดความสามารถของท่าเรือแหลมฉบังที่มีอยู่ เปรียบเทียบ กับการพยากรณ์ปริมาณตู้สินค้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตตามการขยายตัวของเศรษฐกิจและการค้าของประเทศ การ ท่าเรือฯ จึงได้วางแผนพัฒนาโครงการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 3 เพื่อรองรับการขยายตัวของปริมาณการ ขนส่งสินค้าทางทะเลดังกล่าว โดยจะท าการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือและสิ่งอ านวยความสะดวกอื่นๆ ตลอดจนโครงข่ายและระบบการขนส่งต่อเนื่องที่จ าเป็นต่างๆ ในเขตพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังที่จะเชื่อมต่อกับ ภายนอกให้เพียงพอและพร้อมที่จะรองรับการขยายตัวของปริมาณเรือสินค้าประเภทต่างๆ ให้ทันท่วงทีเพื่อมิให้ ประสบปัญหาความแออัดและเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจส่วนรวมและขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ รัฐบาลได้ให้ความส าคัญกับการขนส่งสินค้าภายในประเทศให้มากขึ้น และได้บรรจุโครงการพัฒนา ท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 3 อยู่ในโครงการส าคัญของ EEC และมีนโยบายให้ท่าเรือแหลมฉบังปรับแบบศูนย์การ ขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ (SRTO) ของ ท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 3 ให้รองรับตู้สินค้าได้สูงสุด 4 ล้านทีอียูต่อปี จาก เดิมที่ออกแบบให้รองรับเพียง 1 ล้านทีอียูต่อปี เพื่อเพิ่มปริมาณสัดส่วนการขนส่งทางรางขึ้นเป็นร้อยละ 30 และเพิ่มระบบการจัดการขนตู้สินค้าแบบอัตโนมัติ (Automation) ดังนั้น ท่าเรือแหลมฉบังจึงต้องท าการศึกษา ทบทวนความเหมาะสม ด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน สิ่งแวดล้อม รวมถึงการออกแบบโครงการท่าเรือ แหลมฉบัง ขั้นที่ 3 เพื่อให้สามารถรองรับการขนส่งตู้สินค้าผ่านท่าได้ 18 ล้านทีอียูต่อปี และรับตู้สินค้าผ่าน ทางรถไฟได้ตามที่ก าหนด รวมถึงให้เพิ่มระบบจัดการขนตู้สินค้าแบบอัตโนมัติ (Automation) ในรูปแบบการ ร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) วัตถุประสงค์และเป้าหมาย เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการค้าของประเทศ และเป็นการสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอีกทางหนึ่ง และเพื่อให้มีท่าเทียบเรือรองรับความต้องการการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ท าให้สามารถ รองรับปริมาณตู้สินค้าที่จะเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าวิสัยสามารถในปัจจุบัน เนื่องจากการก าหนดวิสัยสามารถในการ รองรับปริมาณตู้สินค้าของท่าเทียบเรือต่างๆ ในโครงการท่าเรือแหลมฉบังขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 มีขีดความสามารถ ในการรองรับตู้สินค้ารวมกัน 11.10 ล้านทีอียูต่อปี เมื่อน าตัวเลขคาดการณ์อัตราการขยายตัวปริมาณตู้สินค้า ประมาณ 5 % จะพบว่าท่าเรือแหลมฉบังจ าเป็นต้องเปิดท่าเทียบเรือท่าแรกของโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 3 ในปีงบประมาณ 2568 หรือก่อนหน้าหากปริมาณตู้สินค้าเติบโต ในอัตราสูง และเมื่อการก่อสร้างท่าเรือแหลม ฉบัง ขั้นที่ 3 แล้วเสร็จท่าเรือแหลมฉบังจะมีวิสัยสามารถรองรับตู้สินค้าผ่านท่ารวมกันได้ 18 ล้านทีอียูต่อปี และ รองรับการขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ 6 ล้านทีอียูต่อปีที่มา:ท่าเรือแหลมฉบัง


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 8 7.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สถานการณ์และปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจังหวัดในปัจจุบันและการจัดล าดับ ความส าคัญของปัญหา 7.1 ด้านทรัพยากรธรรมชาติ 1) ทรัพยากรน้ าผิวดิน แหล่งน้ าธรรมชาติบนผิวดินส่วนใหญ่อยู่ทางตอนเหนือของจังหวัด ในเขตอ าเภอพนัสนิคม และอ าเภอ บ่อทอง เช่น คลองเชิด คลองใหญ่ คลองหลวง เป็นต้น ซึ่งได้ไหลไปบรรจบกันเป็นคลองพานทองแล้วไหลไป ทางทิศตะวันตกไปบรรจบกับแม่น้ าบางปะกงในเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา นอกจากนั้นมีคลองบางพระ คลองบาง ละมุง คลองแพร่ง คลองห้วยชากนอกและคลองห้วยใหญ่ เป็นต้น ส าหรับคลองอื่นๆ ได้แก่คลองยายด าคลองบาง หัก คลองบางทิว และคลองบางนาง บริเวณตอนกลางและตอนใต้ของพื้นที่จังหวัดมีทางน้ าต่างๆ เช่น คลองร่ า คลองปลวกแดง และ คลองดอกกราย เป็นต้น ไหลมารวมกันเป็นคลองใหญ่ก่อนที่จะไหลมาทางใต้ลงสู่อ่าวไทยที่อ าเภอเมืองระยอง นอกจากนี้จากอ าเภอเมืองชลบุรีจนถึงอ าเภอสัตหีบ ยังมีทางน้ าสั้น ๆ เล็ก ๆ ไหลลงสู่อ่าวไทย หลายสาย เช่น คลอง บางปลาสร้อย คลองบางละมุง คลองห้วยใหญ่ และคลองบางเสร่ เป็นต้น -แหล่งน้ าธรรมชาติที่ส าคัญ คือ ล าห้วย ล าธาร ล าคลอง 412 สาย ใช้งานได้ในฤดูแล้ง 368 สาย มีหนองบึง 94 แห่ง ใช้ได้ในฤดูแล้ง 48 แห่ง มีน้ าพุ น้ าซับ 1 แห่ง ใช้ได้ในฤดูแล้ง นอกจากนี้ยังมีแหล่งน้ าอื่นอีก 94 แห่ง ใช้งานได้ในฤดูแล้ง 88 แห่ง - แหล่งน้ าที่สร้างขึ้น เนื่องจากจังหวัดชลบุรีไม่มีแม่น้ าขนาดใหญ่ไหลผ่าน จึงต้องมีการสร้าง แหล่งเก็บน้ า เช่น อ่างเก็บน้ าในปี พ.ศ.2558 มี 13 อ่างเก็บน้ า เก็บน้ าได้ประมาณ 294.98 ล้านลูกบาศก์ เมตร อ ่างเก็บน้ าที ่ใหญ ่ที ่สุดคืออ ่างเก็บน้ าบางพระ อ าเภอศรีราชา เก็บน้ าได้ 117 ล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ยังมีโครงการชลประทานขนาดเล็ก อีกประมาณ 49 แห่ง คลองที่ส าคัญของจังหวัด ได้แก่ คลองบางพระ คลองบางละมุง คลองบางเสร่ คลองใหญ่ คลองหลวง และ คลองพานทอง ปริมาณน้ า - ปริมาณน้ าฝนเฉลี่ยในจังหวัด 1,329.70 มม./ปี - ปริมาณน้ าท่า 1,313 ล้าน ลบ.ม. - ปริมาณน้ าที่เก็บกักได้ 294.98 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ชลประทาน และพื้นที่นอกเขตชลประทาน - พื้นที่ชลประทาน 45,690 ไร่ - พื้นที่นอกเขตชลประทาน 1,545,346 ไร่ ความต้องการใช้น้ าในด้านต่าง ๆ - ด้านเกษตร 45.35 ล้าน ลบ.ม. - อุตสาหกรรม 39.20 ล้าน ลบ.ม. - อุปโภค-บริโภค 11.37 ล้าน ลบ.ม. - รักษาระบบนิเวศน์ 11.65 ล้าน ลบ.ม. - อื่น ๆ 14.84 ล้าน ลบ.ม. สภาพปัญหาของทรัพยากรน้ าของจังหวัดชลบุรี ที่มีความต้องการใช้น้ าทั้งอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และเกษตรกรรม ที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี จึงประสบปัญหาต่างๆ ดังนี้ 1. การขาดแคลนน้ าจากการเจริญเติบโตของชุมชนและพื้นที่อุตสาหกรรมที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ท า


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 9 ให้มีความต้องการใช้น้ ามากขึ้นประกอบกับพื้นที่กักเก็บน้ ามีอยู่อย่างจ ากัด 2.คุณภาพแหล่งน้ าเสื่อมโทรมทั้งที่เกิดจากชุมชน สถานประกอบการและเกษตรกรรม ซึ่งระบายน้ าที่ใช้แล้วโดยไม่ผ่านการบ าบัดให้คุณภาพน้ าดีขึ้น จึงท าให้แหล่งน้ าโดยเฉพาะคลองที่ส าคัญเน่า เสียไม่สามารถน าน้ ามาใช้ประโยชน์ได้ 3. ศักยภาพของน้ าใต้ดินมีจ ากัด และมีคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสมต่อการอุปโภคบริโภค 2) ทรัพยากรน้ าใต้ดิน/น้ าบาดาล จังหวัดชลบุรีจะมีลักษณะของหินอุ้มน้ าประเภท Multiple Aquifer คือ จะประกอบไปด้วยกรวด ทราย ทั้งชนิดร่วน (Unconsolidated) และชนิดที่จับกัน (Semi Consolidated) แทรกอยู่ในชั้นดินเหนียว ซึ่งบาง แห่งจะพบว่ามีชั้นกรวดทรายเป็นแผ่นแทรกอยู่ในชั้นดินเหนียว ความหนาของชั้นน้ าอยู่ระหว่าง10 เมตร ถึง 200 เมตร เนื่องจากชั้นน้ ามีลักษณะของดินเหนียวมาก ดังนั้นปริมาณน้ าจืดที่สูบได้จึงมีปริมาณน้อย ซึ่งมีอัตรา การให้น้ าบาดาลได้สูงสุด 10 ลูกบาศก์เมตร คุณภาพน้ าจะเป็นน้ ากร่อย โดยบริเวณที่ท าการศึกษาพบว่ามีปริมาณ น้ าใต้ดินอยู่ในพื้นที่กว้าง มีน้ ามาก และมีคุณภาพดี สภาพน้ าใต้ดิน เมื่อพิจารณาจากแผนที่อุทกธรณีวิทยา ของกรม ทรัพยากรธรณี พบว่าจังหวัดชลบุรี สามารถแบ่งเขตน้ าใต้ดินตามลักษณะของหินอุ้มน้ า Aquifers และการกัก เก็บน้ า ได้ดังนี้ (1) เขตบริเวณที่มีปริมาณน้ ามาก มีพื้นที่กว้างขวาง พบตามที่ราบลุ่มดินดอนสามเหลี่ยม ปากแม่น้ า และชายฝั่งทะเล ความหนาของชั้นหินซึ่งเป็นดินตะกอนล าน้ าประมาณ 30 เมตร ให้น้ าตั้งแต่ 10-100 ลูกบาศก์เมตร /ชั่วโมง แต่น้ าบริเวณใกล้ทะเลจะเค็มกร่อย ได้แก่ ที่ราบลุ่มแม่น้ าบางปะกง (2) เขตบริเวณที่มีปริมาณน้ าน้อย มีพื้นที่กว้างขวาง และพบอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลหรืออยู่ ลึกห่างจากฝั่งทะเลเข้าไป ชั้นหินซึ่งเกิดจากการทับถมบริเวณหุบเขา และหินแกรนิตผุรวมทั้งหินแข็งใกล้เขา ความหนาของหินน้อยกว่า 50 เมตร ให้น้ าระหว่าง 2-10 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง คุณภาพดีพอใช้ นอกจากใกล้ ฝั่งทะเล (3) เขตบริเวณที่มีน้ าปานกลาง มีบริเวณเล็ก ๆ ทางตอนกลางค่อนไปทางใต้ของจังหวัด ชั้น น้ าได้จากรอยแยกหรือโพรงหินปูน ให้น้ าปานกลางระหว่าง 5 - 35 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง คุณภาพดี ปัจจัยด้านความต้องการใช้น้ าในปัจจุบันและในอนาคตพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลักคือ การ ใช้น้ าด้านการเกษตรกรรม ด้านการอุปโภคบริโภค และด้านอุตสาหกรรม เนื่องจากพื้นที่ศึกษาเป็นพื้นที่ที่ได้รับ การส่งเสริมให้เป็นทั้งแหล่งอุตสาหกรรมหนัก และอุตสาหกรรมเบา ท าให้เมืองมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว มี การอพยพของประชากรเพื่อเข้ามาเป็นแรงงานในแหล่งอุตสาหกรรม ท าให้มีความต้องการใช้น้ ามากขึ้น จึง จ าเป็นต้องมีการจัดหาแหล่งกักเก็บน้ าเพิ่มขึ้น 3) ทรัพยากรดิน ลักษณะของดินในพื้นที่จังหวัดชลบุรีประกอบด้วยดินชุดต่างๆ โดยกลุ่มดินในจังหวัดชลบุรีสามารถ แบ่งได้เป็น 5 ชนิด ได้แก่ กลุ่มดินนา กลุ่มดินไร่ กลุ่มดินตื้น กลุ่มดินทราย และพื้นที่ภูเขา รายละเอียด ของชุด ดิน มีดังนี้ (1) กลุ่มดินนา มีอยู่ประมาณร้อยละ 10 ของพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด พบมากที่ อ าเภอพาน ทอง และอ าเภอพนัสนิคม (2) กลุ่มดินไร่ มีอยู่ประมาณร้อยละ50 ของพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด พบมากในทุกอ าเภอ ยกเว้นอ าเภอเมืองชลบุรี (3) กลุ่มดินตื้น มีอยู่ประมาณร้อยละ 5 ของพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด พบมากใน อ าเภอบ่อทอง และอ าเภอหนองใหญ่


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 10 (4) กลุ่มดินทราย มีอยู่ประมาณร้อยละ 20 ของพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด พบมากในบริเวณ ใกล้ชายฝั่งทะเลตะวันออก ตั้งแต่เขตอ าเภอเมืองชลบุรีตอนเหนือลงมาถึงเขตอ าเภอสัตหีบทางตอนใต้ (5) พื้นที่ภูเขา มีอยู่ประมาณร้อยละ 15 ของพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด พบมากที่อ าเภอสัตหีบ และอ าเภอเมืองชลบุรี 4) ทรัพยากรป่าไม้ สภาพป่าไม้โดยทั่วไปของจังหวัดชลบุรี เดิมเป็นป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ ส่วนป่าชายเลนน้ าเค็มมีเป็น ส่วนน้อย ปัจจุบันป่าไม้ถูกท าลายลงเป็นจ านวนมาก และไม้ที่ถูกท าลายมากที่สุด คือ ไม้กระยาเลย ส่วนใหญ่เป็น ไม้ขนาดเล็กถูกน าไปท าหลักเสาเข็ม ในปี 2559 จังหวัดชลบุรีมีเนื้อที่ป่าไม้ 545.58 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 12.10% ของเนื้อที่ทั้งหมดของจังหวัด และมีการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าไม้ในปี 2556 โดยเป็นป่าบกจ านวน 541.50 ตารางกิโลเมตร ป่าชายเลนจ านวน 7.28 ตารางกิโลเมตร มีป่าสงวนแห่งชาติ 9 ป่า ได้แก่ - ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าบางละมุง อยู่ในเขตอ าเภอบางละมุง อ าเภอสัตหีบ มีพื้นที่ประมาณ 103,000 ไร่ อยู่ในเขตต าบลตะเคียนเตี้ย ต าบลเขาไม้แก้ว ต าบลโป่ง และต าบลห้วยใหญ่ อ าเภอบางละมุง และในเขตต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ ปัจจุบันไม่มีสภาพป่าเหลืออยู่ ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2522 ก่อนหน้านี้ได้ประกาศเป็นป่าคุ้มครอง เมื่อปี พ.ศ. 2495 - ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาเขียวอยู่ในเขตอ าเภอศรีราชา อ าเภอบ้านบึง และอ าเภอเมืองชลบุรี มี พื้นที่ประมาณ 56,000 ไร่ ในเขตต าบลบางพระ อ าเภอศรีราชา ต าบลหนองซ้ าซาก ต าบลบึง ต าบลคลองกิ่ว อ าเภอบ้านบึง และต าบลหนองรี ต าบลหนองข้างคอก อ าเภอเมืองชลบุรี มีสภาพป่าสมบูรณ์เกือบทั้งหมด ได้ ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2508 - ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าท่าบุญมี - บ่อทอง อยู่ในเขตอ าเภอพนัสนิคม และอ าเภอบ่อทอง มีพื้นที่ ประมาณ 171,000 ไร่ อยู่ในเขตต าบลท่าบุญมี ต าบลสระสี่เหลี่ยม ต าบลหนองปรือ ต าบลหนองเหียง และต าบล หัวถนน อ าเภอพนัสนิคม และต าบลเกษตรสุวรรณ อ าเภอบ่อทอง มีสภาพป่าที่เสื่อมโทรม เหลือพื้นที่ภูเขา บางส่วนที่ยังมีสภาพป่าเหลืออยู่ ได้ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2508 - ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองตะเคียน อยู่ในเขตอ าเภอบ่อทอง มีพื้นที่ประมาณ 379,000 ไร่ อยู่ในเขต ต าบลบ่อทอง ต าบลพลวงทอง ต าบลเกษตรสุวรรณ ต าบลธาตุทอง และต าบลกวางทอง สภาพป่าเหลืออยู่แต่ พื้นที่บนภูเขา ได้ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2511 - ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแดง - ชุมชนกลาง อยู่ในเขตอ าเภอหนองใหญ่ และอ าเภอบ้านบึง มีพื้นที่ ประมาณ 161,000 ไร่ อยู่ในเขตต าบลคลองกิ่ว อ าเภอบ้านบึง และต าบลคลองพลู ต าบลห้างสูง ต าบลหนอง เสือช้าง ต าบลหนองใหญ่ อ าเภอหนองใหญ่ ได้ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2516 - ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาชมภู่ อยู่ในเขตอ าเภอบ้านบึง และอ าเภอศรีราชา มีพื้นที่ประมาณ 29,000 ไร่ อยู่ในเขตต าบลคลองกิ่ว อ าเภอบ้านบึง และต าบลหนองขาม อ าเภอศรีราชา ได้ประกาศเป็น ป่าสงวน แห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2516 - ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาพุอยู่ในเขตอ าเภอเมืองชลบุรี และอ าเภอศรีราชา มีพื้นที่ประมาณ 5,500 ไร่ อยู่ในเขตต าบลเหมือง อ าเภอเมืองชลบุรี และต าบลบางพระ อ าเภอศรีราชา มีสภาพป่าที่ค่อนข้าง อุดมสมบูรณ์ ได้ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2516 - ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาหินดาด - เขาไผ่ อยู่ในเขต ต าบลหนองอิรุณ อ าเภอบ้านบึง มีพื้นที่ 2,125 ไร่สภาพป่าเหลือเพียงพื้นที่บนภูเขา ได้ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ.2516 - ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเรือแตก อยู่ในเขตอ าเภอบ้านบึง และอ าเภอศรีราชา มีพื้นที่ 1,500 ไร่


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 11 สภาพป่าเหลือเพียงพื้นที่บนภูเขา ได้ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2523 รัฐบาลได้ด าเนินการปฏิรูปที่ดินในเขตป่าเศรษฐกิจเสื่อมสภาพ จ านวน 5 แห่ง เนื้อที่รวม 593,017.36 ไร่ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าครอบครองและประกอบอาชีพ ดังนี้ 1. ป่าบางละมุง อ าเภอบางละมุง อ าเภอสัตหีบ เนื้อที่ 21,922.86 ไร่ 2. ป่าคลองตะเคียน อ าเภอบ่อทอง อ าเภอหนองใหญ่ เนื้อที่ 288,706.25 ไร่ 3. ป่าท่าบุญมี-บ่อทอง อ าเภอบ่อทอง อ าเภอพนัสนิคม เนื้อที่ 152,750 ไร่ 4. ป่าแดง-ชุมนุมกลาง อ าเภอหนองใหญ่ เนื้อที่ 127,856.25 ไร่ 5. ป่าเขาพุ อ าเภอเมืองชลบุรี เนื้อที่ 1,782.00 ไร่ นอกจากนี้ยังก าหนดเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มีจ านวน 2 แห่ง คือ - เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว – เขาชมพู่ อยู่ที่ต าบลหนองรี ต าบลหนองข้างคอก อ าเภอเมือง ชลบุรี และต าบลบางพระ ต าบลหนองขาม อ าเภอศรีราชา และต าบลหนองซ้ าซาก ต าบลคลองกิ่ว อ าเภอบ้าน บึง เนื้อที่ 90,440 ไร่ - เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน มีเนื้อที่ประมาณ 674,352 ไร่ อยู่ในพื้นที่รอยต่อของ 5 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และชลบุรี โดยมีพื้นที่ในเขตจังหวัดชลบุรี 38,375 ไร่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่า มีอยู่ 2 แห่ง คือ - เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ าบางพระ อยู่ในพื้นที่ต าบลบางพระ อ าเภอศรีราชา พื้นที่ 11,600 ไร่ - เขตห้ามสัตว์ป่าเขาชีโอน ต าบลห้วยใหญ่ อ าเภอบางละมุง และต าบลหนองจับเต่า อ าเภอสัตหีบ เนื้อที่ 2,299 ไร่ วนอุทยาน มีจ านวน 1 แห่ง คือ วนอุทยานน้ าตกเขาเจ้าบ่อทอง อยู่ในพื้นที่ต าบลธาตุทอง ต าบล บ่อกวางทอง อ าเภอบ่อทอง ต าบลห้างสูง ต าบลหนองใหญ่ อ าเภอหนองใหญ่ เนื้อที่ 19,473 ไร่ สวนรุกขชาติมีจ านวน 1 แห่ง คือ สวนรุกขชาติหนองตาอยู่ อยู่ในพื้นที่ต าบลสุรศักดิ์ อ าเภอ ศรีราชา เนื้อที่ 483 ไร่ พื้นที่ป่าชายเลน จังหวัดชลบุรีมีพื้นที่ป่าชายเลนตามแผนที่เขตจ าแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินใน พื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2530 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2543 รวม 41,313 ไร่ ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยู่ในเขตพื้นที่อ าเภอเมืองชลบุรี และอ าเภอพานทอง ในการส ารวจจัดท าฐานข้อมูล โดยสถานีพัฒนา ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 5 (ชลบุรี) ในปี พ.ศ. 2554 ได้ส ารวจในพื้นที่ที่ติดชายฝั่งทะเลของจังหวัดชลบุรี และ พื้นที่มีสภาพป่าชายเลนขึ้นอยู่มี 5 อ าเภอ คือ 1. อ าเภอเมืองชลบุรีแผนที่เขตจ าแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลนตามมติ คณะรัฐมนตรี มีพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2530 ประกาศเป็นพื้นที่ป่าชายเลนเขต เศรษฐกิจ คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2543 ให้น าพื้นที่ป่าชายเลนที่จ าแนกออกเป็นเขตการใช้ ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลนตามนัยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2530 พื้นที่งอกชายฝั่งทะเล ที่เกิดขึ้นใหม่ให้กรมป่าไม้กันไว้เป็นพื้นที่อนุรักษ์และฟื้นฟู มารวมเป็นพื้นที่เขตอนุรักษ์ทั้งหมด ซึ่งจากการ ส ารวจจัดท าฐานข้อมูล พบว่าพื้นที่ป่าชายเลนในเขตจ าแนกมีเอกสารสิทธิ์การครอบครองเป็นส่วนมาก คงมี พื้นที่ป่าชายเลนที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เป็นป่าธรรมชาติ และที่ท าการปลูกฟื้นฟู รวมประมาณ 2,500 ไร่ โดยมี แนวโน้มมีพื้นที่ป่าชายเลนเพิ่มขึ้น เนื่องจากในท้องที่อ าเภอเมืองชลบุรี บริเวณชายฝั่งทะเลจะมีการสะสมของ ตะกอนดินจากแม่น้ าบางปะกง ท าให้เกิดดินเลนงอกใหม่เมื่อเวลาเหมาะสมก็จะเกิดป่าชายเลนเพิ่มขึ้น การกัด


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 12 เซาะชายฝั่ง บริเวณที่มีสภาพป่าชายเลนในเขตพื้นที่อ าเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ส ารวจพบบริเวณ หมู่ที่ 6 ต าบลคลองต าหรุ ใกล้ปากแม่น้ าบางปะกง มีการกัดเซาะชายฝั่งระยะทางยาวประมาณ 1 กม.ปัจจุบัน บางพื้นที่ได้รับการแก้ไขป้องกันแล้ว ป่าชายเลนซึ่งอยู่ในบริเวณต าบลบางทราย ต าบลบางปลาสร้อย ต าบลมะขาม หย่ง และต าบลบ้านโขด มีสภาพเป็นป่าชายเลนดินงอกใหม่ 2. อ าเภอศรีราชา พื้นที่ป่าชายเลนของอ าเภอศรีราชา ไม่มีในแผนที่เขตจ าแนกการใช้ประโยชน์ ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี มีพื้นที่ป่าชายเลนซึ่งอยู่นอกเขตจ าแนกตามมติคณะรัฐมนตรี ตามบริเวณชายฝั่งเล็กน้อย และมีพื้นที่ป่าชายเลนเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ อยู่ในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง บริเวณพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง อยู่ในการดูแลของการท่าเรือแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม 3. อ าเภอบางละมุง พื้นที่ป่าชายเลนของอ าเภอบางละมุง ไม่มีในแผนที่เขตจ าแนกการใช้ ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี มีพื้นที่ป่าชายเลนซึ่งอยู่นอกเขตจ าแนกตามมติ คณะรัฐมนตรี ตามบริเวณชายฝั่งเล็กน้อย และมีพื้นที่ป่าชายเลนเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ อยู่ในเขตเมืองพัทยา โดยเป็นคลองขนาดเล็กมีราษฎรตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยบริเวณข้างคลอง การกัดเซาะชายฝั่งส ารวจพบบริเวณ หาดบ้านอ าเภอ ต าบลนาจอมเทียน อ าเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งสภาพพื้นที่เป็นหาดทราย บางส่วนได้มี การป้องกันการกัดเซาะโดยใช้เขื่อน และหินทิ้ง 4. อ าเภอสัตหีบ พื้นที่ป่าชายเลนของอ าเภอสัตหีบไม่มีในแผนที่เขตจ าแนกการใช้ประโยชน์ ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี มีพื้นที่ป่าชายเลนซึ่งอยู่นอกเขตจ าแนกตามมติคณะรัฐมนตรีตาม บริเวณชายฝั่งเล็กน้อย ส่วนในเขตพื้นที่ดูแลของฐานทัพเรือ มีพื้นที่ป่าชายเลนเนื้อที่รวมประมาณ 140 ไร่ 5. อ าเภอพานทอง แผนที่เขตจ าแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลนตามมติ คณะรัฐมนตรีมีพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2530 และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ วันที่ 22 สิงหาคม 2543 ก าหนดพื้นที่บางส่วนของอ าเภอพานทอง เป็นพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งจากการส ารวจจัดท าฐานข้อมูล พบว่าพื้นที่ป่าชายเลนในเขตจ าแนกมีเอกสารสิทธ์การครอบครองเป็นส่วนมาก คงมีพื้นที่ป่าชายเลนขึ้นอยู่ บริเวณริมคลองเท่านั้น 5) ทรัพยากรสัตว์ป่า (1) สัตว์มีกระดูกสันหลัง ก. ปลา (Fishes) จากการส ารวจสัตว์ในกลุ่มนี้พบว่ามีปลา 2 ชนิดที่หายาก ได้แก่ ปลาชิว ควาย ปลาค้อ บริเวณแหล่งน้ าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว - เขาชมภู่ ข. สัตว์สะเทินน้ าสะเทินบก (Amphibians) จาการส ารวจสัตว์ในกลุ่มนี้ พบว่ามีอยู่ 6 ชนิดที่หายาก ได้แก่ กบบัง กบนา กบหงอน ปากแคระป่า อึ่งหลังจุด เขียดงูธรรมดา พบตามแหล่งน้ าตาม ธรรมชาติ/ล าห้วยล าคลอง แหล่งน้ านิ่ง/ขัง ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว - เขาชมภู่ ค. สัตว์เลื้อยคลาน (Reptiles) จากการส ารวจ พบว่ามีอยู่ 25 ชนิดที่หายาก ได้แก่ เต่าหับ จิ้งจกดินลายจุด ตุ๊กแกป่าตะวันออก กิ้งก่าเขาหนามยาว กิ้งก่าเขาเล็ก จิ้งเหลนน้อยหางยาว ตะกวด เหี้ย จิ้งเหลนหางยาว จิ้งเหลนบ้าน งูดินบ้าน งูเหลือม งูเห่า งูเขียวหัวจิ้งจก งูหัวกะโหลก งูสร้อยเหลือง งูหมอก งูสิง งูลายสอใหญ่ งูเขียวดอกหมาก งูลายสาบคอแดง งูเขียวหางไหม้ทองเหลือง งูกะปะ พบตามป่าดงดิบแล้ง ป่า เบญจพรรณ ทุ่งหญ้าและพื้นที่เกษตรกรรม ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว - เขาชมภู่ ง. นก(Birds) จากการส ารวจ พบว่า มีอยู่ 54 ชนิดที่หายาก ได้แก่ นกยางกอกพันธุ์ชวา นกยาง ควาย นกยางเปีย นกยางเขียว นกยางไฟธรรมดา เหยี่ยวขาว เหยี่ยวนกเขาชิครา เหยี่ยวรุ้ง นกคุ่มอกลาย นกอัญชัญ อกเทา นกกวัก นกเขาไฟ นกเขาชวา นกปั้งรอกใหญ่ นกแสก นกเค้าจุด นกเค้ากู่ นกจาบคาคอสีฟ้า นกแก๊ก นกกก นกโพระดกหน้าผากด า นกหัวขวานสี่นิ้งหลังทอง นกหัวขวานป่าไผ่ นกหัวขวานด่างอกลายจุด นกพญาไฟใหญ่


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 13 นกขมิ้นน้อยธรรมดา นกปรอดหัวโขน นกปรอดคอลาย นกปรอดหน้านวล นกปรอดหัวสีเขม่า อีกา นกกินแมลง กระหม่อมแดง นกระวังไพรปากเหลือง นกยอดข้าว หางแพนลายนกกระจิบหญ้าสีเรียบ นกกระจิบหญ้าท้อง เหลือง นกกระจิบธรรมดา นกกระจิบคอด า นกกระจิ๊ดธรรมดา นกพงปากหรา นกกางเขนดง นกอีแพรดแถบอกด า นกจับแมลงจุกด า นกแซวสวรรค์ นกอีเสือหัวด า นกแอ่นพง นกกิ้งโครงคอด า นกเอี้ยงด่าง นกกินปลีคอสีน้ าตาล นกกระจอกบ้าน นกกระจอกตาล นกกระจาบธรรมดา นกกระติ๊ดตะโพกขาว พบตามป่าดิบแล้ง ป่าเบญจ พรรณ ทุ่งหญ้าและพื้นที่เกษตรกรรม ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว - เขาชมภู่ จ. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (Mammals) จากการส ารวจ พบว่า มีอยู่ 6 ชนิดที่หายาก ได้แก่ ค้างคาวมงกุฎเล็ก อีเห็นธรรมดา ชะมดเช็ด พังพอนเล็ก เก้ง หนูบ้าน พบตามทุ่งหญ้าและพื้นที่เกษตรกรรม ใน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว - เขาชมภู่ และมีสัตว์ส าคัญอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ ช้างป่าและกระทิง ในเขตรักษา พันธ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน (2) สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ผีเสื้อกลางวัน (Butterflies) พบว่ามีอยู่ 18 ชนิดที่หายาก ได้แก่ ผีเสื้อเชิงลายมหาเทพ ผีเสื้อหางติ่งชะอ้อน ผีเสื้อหางติ่งนางระเวง ผีเสื้อหางติ่งปารีส ผีเสื้อสะพายฟ้า ผีเสื้อหมอนจ าปีจุดแยก ผีเสื้อ หนอนจ าปีธรรมดา ผีเสื้อถุงทองธรรมดา ผีเสื้อหนอนใบกุ่มเส้นด า ผีเสื้อปลายปีกส้มใหญ่ ผีเสื้อสายัณห์สีตาล ธรรมดา ผีเสื้อลายขี้เยี่ยง ผีเสื้อตาลหางแหลม ผีเสื้อสีอิฐธรรมดา ผีเสื้อแพนชีตาลไหม้ ผีเสื้อแพนชีสีตาล ผีเสื้อปีกไข่เมียเลียน ผีเสื้อหัวแหลมจุดขาว พบตามป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ สังคมไม้รัง ทุ่งหญ้าและพื้นที่ เกษตรกรรม ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว – เขาชมภู่ ที่มา : ส านักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา), 2559 6 ) ความหลากหลายทางชีวภาพ (1) พื้นที่ลุ่มน้ าบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก ตั้งอยู่เขตลุ่มน้ าประธานส าคัญ 2 ลุ่มน้ า ประกอบด้วยลุ่มน้ าบางปะกง แบ่งเป็น 4 ลุ่มน้ าย่อย มีพื้นที่โครงการลุ่มน้ าย่อยในเขตจังหวัดฉะเชิงเทราและ จังหวัดชลบุรี ได้แก่ ลุ่มน้ าสาขาบางปะกง ลุ่มน้ าสาขาคลองท่าลาด และลุ่มน้ าสาขาคลองหลวง ลุ่มน้ าชายฝั่ง ทะเลตะวันออกแบ่งเป็น 12 ลุ่มน้ า มีพื้นที่อยู่ในเขตจังหวัดระยอง และจังหวัดชลบุรี ได้แก่ ลุ่มน้ าสาขาจังหวัด ชลบุรีและลุ่มน้ าสาขาคลองใหญ่ (2) พื้นที่ชุ่มน้ าตามนิยามของอนุสัญญาแรมซาร์หมายถึงพื้นที่ต่ าราบลุ่ม พื้นที่มีน้ าท่วม น้ า ขัง พื้นที่แหล่งน้ าที่เกิดเองตามธรรมชาติ และมนุษย์สร้างขึ้น มีน้ าท่วมถาวรและครั้งคราว ทั้งที่เป็นแหล่งน้ านิ่ง และน้ าไหล น้ าจืดและน้ ากร่อย และน้ าเค็ม รวมไปถึงที่ชายฝั่งทะเลและพื้นที่ของทะเลในบริเวณที่น้ าลดลง ต่ าสุด มีความลึกของระดับน้ าไม่เกิน 6 เมตร (3) พื้นที่ชุ่มน้ าของจังหวัดชลบุรี ได้แก่ ก.พื้นที่ชุ่มน้ าในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ าบางพระ มีพื้นที่ทั้งหมด 18.56 ตาราง กิโลเมตร (11,600 ไร่) ตั้งอยู่หมู่ที่ 4, 5, 6, 7, 8 และ 11 ต าบลบางพระ อ าเภอศรีราชา เป็นพื้นที่ชุ่มน้ าระดับ นานาชาติ ข. พื้นที่ชุ่มน้ าอ่าวไทยจังหวัดชลบุรี มีพื้นที่บางส่วนอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ าอ่าวไทยเป็นพื้นที่ชุ่ม น้ าระดับชาติ ค. พื้นที่ชุ่มน้ าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว – เขาชมภู่ อ าเภอเมืองชลบุรี อ าเภอศรีราชา อ าเภอบ้านบึง พื้นที่ 144.699 ตารางกิโลเมตร (90,436.875ไร่) เป็นพื้นที่ชุ่มน้ าระดับชาติ ง. พื้นที่ชุ่มน้ าและเป็นคลอง/ห้วย/ล าธาร รวมพื้นที่นาข้าว และชายฝั่งทะเล บึง หนองน้ า/


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 14 ที่ลุ่มชื้นแฉะ จ านวน 631 แห่ง พื้นที่ 481.63 ตารางกิโลเมตร (4) เกาะในจังหวัดชลบุรีมีจ านวนทั้งสิ้น 47 เกาะ ตั้งอยู่ใน 7 ต าบล 4 อ าเภอ มีพื้นที่รวม ทั้งหมด 41.667 ตารางกิโลเมตร ขนาดพื้นที่เกาะเรียงตามขนาดใหญ่สุด 3 เกาะ คือ เกาะคราม เกาะสีชัง และ เกาะล้าน เกาะเกือบครึ่งหนึ่งของจังหวัดชลบุรีอยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพเรือ อ่าวสัตหีบเป็นที่ตั้งของฐาน ทัพเรือซึ่งมีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย เกาะที่อยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพเรือ ได้รับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นอย่างดี เช่น เกาะครามเป็นแหล่งวางไข่เต่าทะเล หนึ่งในสอง แหล่งที่อยู่ในอ่าวไทยในแต่ละปีมีเต่าทะเลมาวางไข่จ านวนมาก เกาะขามเป็นเกาะที่ตั้งอุทยานใต้ทะเล อยู่ ภายใต้การดูแลของกองทัพเรือ จังหวัดชลบุรีเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ส าคัญหลายแห่ง ได้แก่เกาะล้าน เกาะสีชัง เกาะขามใหญ่ เกาะค้างคาว และเกาะขาม (5) วนอุทยานในจังหวัดชลบุรีมี 1 แห่ง คือ วนอุทยานน้ าตกเขาเจ้าบ่อทอง อยู่ในท้องที่หมู่ที่ 2 ต าบลธาตุทอง อ าเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองตะเคียน ท้องที่ต าบลบ่อกวางทอง ต าบลธาตุทอง ต าบลบ่อทอง อ าเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี และป่า สงวนแห่งชาติ ป่าแดง-ชุมนุมกลาง ท้องที่ต าบลห้างสูง ต าบลหนองใหญ่ อ าเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี มีเนื้อ ที่ประมาณ 19,473 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยาน เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2540 (6) เขตรักษาพันธุ์สัตว์จ านวน 2 แห่ง ดังนี้ ก. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว - เขาชมภู่ จังหวัดชลบุรี แต่เดิมได้ประกาศเป็น ป่าสงวนแห่งชาติ อยู่ในความควบคุมของส านักงานป่าไม้เขตศรีราชา ต่อมามีการจัดตั้งฝ่ายจัดการสัตว์ป่า กองบ ารุง กรมป่าไม้ขึ้น จึงได้ร่วมมือกับสมาคมต่างๆ อาทิ สมาคมนิยมไพร พิจารณาประกาศให้ป่าเขาเขียว –เขาชมภู่ ซึ่งเป็นผืนป่าสุดท้ายของจังหวัดชลบุรี เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มีพระราชกฤษฎีกาก าหนดที่ดินบริเวณป่าเขาเขียว และเขาชมภู่ ในท้องที่ต าบลหนองรี ต าบลหนองข้างคอก อ าเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ต าบลบางพระ ต าบล หนองขาม อ าเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ต าบลหนองซ้ าซาก ต าบลบ้านบึง ต าบลคลองกิ่ว อ าเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 144.7 ตารางกิโลเมตร (ประมาณ 90,437.5 ไร่) ประกอบด้วยพื้นที่ 3 ส่วน คือ - ป่าสงวนแห่งชาติเขาเขียว ท้องที่ต าบลบางพระ อ าเภอศรีราชา ต าบลหนองซ้ าซาก ต าบล บ้านบึง และต าบลคลองกิ่ว อ าเภอบ้านบึง ต าบลหนองรี ต าบลหนองข้างคอก อ าเภอเมืองชลบุรี เนื้อที่ประมาณ 55,625 ไร่ - ป่าสงวนแห่งชาติเขาชมภู่ ท้องที่ต าบลคลองกิ่ว อ าเภอบ้านบึง และต าบลหนองขาม อ าเภอ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ประมาณ 28,589 ไร่ -ส่วนผนวกป่าเขาพระเจดีย์และป่าเขาคันร่ม ท้องที่ต าบลบางพระ อ าเภอศรีราชา ต าบล หนองขาม อ าเภอศรีราชา ต าบลคลองกิ่ว อ าเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ประมาณ 6,223.5 ไร่ พื้นที่ บางส่วนผนวกอยู่ในพื้นที่ของศูนย์เกษตรกรรมทหารเรือ ข.เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน มีเนื้อที่ 643,150 ไร่ อยู่ในพื้นที่รอยต่อของ 5 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทราสระแก้วระยอง จันทบุรีและชลบุรีโดยมีพื้นที่ในเขตจังหวัดชลบุรี 38,375 ไร่ (7) เขตห้ามล่าสัตว์ป่า จ านวน 2 แห่ง ดังนี้ - เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ าบางพระ เดิมเป็นที่ดินกรรมสิทธิ์ของกรมชลประทาน ซึ่ง ได้เวนคืนจากราษฎรเพื่อสร้างขยายอ่างเก็บน้ าบางพระ เมื่อปี พ.ศ. 2515 ภายหลังจากการสร้างขยายเขื่อน เสร็จในปี พ.ศ. 2518 ได้กักเก็บน้ าเพื่อใช้ประโยชน์ด้านการอุตสาหกรรม และท าประปาเพื่อการบริโภค สามารถเก็บกักน้ าได้ถึง 117 ล้านลูกบาศก์เมตร ระบบนิเวศวิทยาจึงเปลี่ยนแปลงไปตามระดับน้ าที่เพิ่มขึ้น ท า


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 15 ให้มีนกน้ านานาชนิดเข้าไปหากินและอาศัยอยู่บริเวณรอบ ๆ อ่างเก็บน้ าบางพระ เช่น นกเป็ดน้ าต่าง ๆ นกยาง นกพริกฯลฯ และนกที่หากินตามทุ่งหญ้าชายป่าต่าง ๆ เช่น นกกวัก นกคุ่ม นกกระแตแต้แว๊ด นกตะขาบทุ่ง ฯลฯ - เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงมี พระราชด าริให้กรมป่าไม้ด าเนินการปลูกป่าบริเวณรอบพื้นที่เขาชีโอนที่ถูกท าลายให้กลับคืนสู่สภาพเดิม พร้อม ทั้งให้ส่งเสริมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในบริเวณพื้นที่โครงการให้เป็นวนอุทยานรักษาป่าและสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (กรมป่าไม้เดิม) มีเนื้อที่ 2,299 ไร่ 7) ทรัพยากรธรณี ทรัพยากรแร่ เป็นวัตถุดิบพื้นฐานของภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่มีความส าคัญต่อการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศ เป็นสินค้าส่งออกที่ส าคัญของประเทศมาตั้งแต่อดีต จังหวัดชลบุรี พบว่ามีทรัพยากรแร่ ที่ส าคัญ 8 ชนิด ซึ่งกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่ 1. เหล็ก ได้มีการส ารวจพบที่อ าเภอพนัสนิคม 2. แมงกานีส ได้มีการส ารวจพบที่เกาะคราม อ าเภอสัตหีบ 3. ตะกั่วและสังกะสี ได้มีการส ารวจพบที่อ าเภอบ้านบึง อ าเภอบ่อทอง 4. พลวง ได้มีการส ารวจพบที่อ าเภอบ่อทอง 5. ทองค า ได้มีการส ารวจพบที่อ าเภอบ้านบึง อ าเภอบ่อทอง 6. แบไรต์ได้มีการส ารวจพบที่อ าเภอบ่อทอง 7. โดโลไมด์ได้มีการส ารวจพบที่อ าเภอเกาะสีชัง ซึ่งจะพบร่วมกับหินปูนยุคต่าง ๆ 8. หินอุตสาหกรรม ได้แก่ หินปูน หินแกรนิต หินไนส์ และศิลาแลง มีการส ารวจพบบริเวณ อ าเภอสัตหีบ อ าเภอบ่อทอง อ าเภอเมืองชลบุรี แหล่งแร่ในจังหวัดชลบุรี ส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก ได้แก่ เหล็ก พลวง ทองค า แบไรด์ ดีบุก และ แมงกานีส มีปริมาณส ารองน้อยไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนในเชิงพาณิชย์ ยกเว้น แร่พลวง ที่มีการท าเหมืองอยู่ใน พื้นที่อ าเภอบ่อทอง ปัจจุบันการท าเหมืองแร่ที่มีการผลิตอย่างต่อเนื่องมีเพียงเหมืองแร่อุตสาหกรรมเพื่อการ ก่อสร้างเท่านั้น โดยแยกเป็น 2 ชนิด คือ หินปูนและหินแกรนิต อย่างไรก็ตาม แหล่งแร่ส าหรับเป็นวัสดุก่อสร้าง ส่วนใหญ่จะอยู่ในบริเวณภูเขา ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ ดังนั้นจึงมีการบุกรุกและลักลอบเข้าไปท าการระเบิดและย่อยหิน กระทรวงมหาดไทยประกาศพื้นที่เสื่อมสภาพ และมีแหล่งหินที่มีศักยภาพส าหรับใช้ประโยชน์ได้ของจังหวัด ชลบุรี เพื่อใช้เป็นพื้นที่เพื่อระเบิดและย่อยหินได้หลายแห่ง โดยกระทรวงอุตสาหกรรมประกาศก าหนดให้ บริเวณเขาเชิงเทียน เขาพุ อ าเภอเมืองชลบุรี เขาวังปลา อ าเภอสัตหีบ และป่าคลองตะเคียน อ าเภอบ่อทอง เป็น พื้นที่ขออนุญาตประทานบัตรแร่ได้ ขณะนี้มีจ านวน 35 ราย รวมพื้นที่ประมาณ 28,739 ไร่ ปัญหาทรัพยากรธรณี พบว่ามีปัญหาการขุดหน้าดินจากพื้นที่มีกรรมสิทธิ์ครอบครองที่ไม่ ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย จนส่งผลกระทบต่อชุมชนใกล้เคียง ทั้งเรื่องของฝุ่นละอองจากการระเบิดและย่อยหิน ปัญหาการพังทลายของดินจากการขุดหน้าดินบริเวณ อ าเภอสัตหีบ อ าเภอบ่อทอง อ าเภอเมืองชลบุรี เป็นต้น 8) ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จังหวัดชลบุรีมีชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 171.78 กิโลเมตร จึงเป็นที่รวมของทรัพยากรอัน หลากหลาย ทั้งป่าชายเลน หาดทราย ปะการัง ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรชายฝั่งเหล่านี้เป็นปัจจัย เกื้อหนุนต่อกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การอุตสาหกรรม,การประมง,การท่องเที่ยว และการเดินเรือ เป็นต้น จึงท าให้ จังหวัดชลบุรีมีศักยภาพด้านการผลิตทุกด้านทั้งด้านเกษตรและอุตสาหกรรม จึงส่งผลให้ประชาชนมีงานท ามี


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 16 รายได้ และจากการที่รัฐบาลได้ส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกทั้งโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ าลึก นิคมอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพของการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ จึงก่อให้เกิดปัญหา ด้านต่าง ๆ รวมทั้งส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรชายฝั่ง ได้แก่ 1) ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรป่าชายเลน เนื่องจากถูกบุกรุกใช้พื้นที่เพื่อกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ที่อยู่อาศัย สถานที่ราชการ สถานที่พักตากอากาศ จึงส่งผลให้ป่าชายเลนลดลงปัจจุบันมีพื้นที่ป่าชายเลน 4,695 ไร่ 2) การสูญเสียความสวยงามทางทัศนียภาพ การท่องเที่ยวของจังหวัดได้พัฒนาจากเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวระดับท้องถิ่นมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาจากทุกมุมโลกเพื่อพักผ่อน และเมื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดขยายตัวอย่างรวดเร็ว จึงท าให้เกิดโรงแรม ภัตตาคาร ร้านค้า มากขึ้น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวท าให้เกิดการบุกรุกพื้นที่ชายหาดก่อสร้างอาคารที่จะเป็นการท าลาย ทัศนียภาพ 3) การกัดเซาะชายฝั่ง ปัจจุบันชายฝั่งทะเลประสบปัญหาการถูกกัดเซาะในอัตราที่รุนแรงมาก ขึ้น ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ซึ่งมาจากหลายๆ สาเหตุ ทั้งเกิดขึ้นตามธรรมชาติ และการกระท า ของมนุษย์ พื้นที่เสี่ยงภัยต่อการกัดเซาะรุนแรง ได้แก่ พื้นที่ชายฝั่งบริเวณหาดวอนนภา หาดบางพระ และหาด บางเสร่ ระยะทาง 17.6 กิโลเมตร สูญเสียพื้นที่ไปแล้วประมาณ 122 ไร่ และบริเวณ หมู่ที่ 6 ต าบลคลองต าหรุ อ าเภอเมืองชลบุรี ใกล้ปากแม่น้ าบางปะกง มีการกัดเซาะชายฝั่งระยะทางยาวประมาณ 1 กิโลเมตร 7.2) ทรัพยากรด้านการท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรี ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว จ านวน 114 แห่ง แบ่งเป็น แหล่ง ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ จ านวน 29 แห่ง และแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น จ านวน 85 แห่ง โดยสามารถ จ าแนกตามรูปแบบการท่องเที่ยว รายละเอียดโดยสังเขปของแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับของจังหวัดชลบุรี สถานที่ ท่องเที่ยว รายละเอียด ภาพประกอบ ปราสาท สัจธรรม ปราสาทสัจธรรม (Sanctuary of Truth) ปราสาทไม้ แกะสลักที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณอ่าววง พระจันทร์ แหลมราชเวช ต าบลนาเกลือ อ าเภอ บางละมุง จังหวัดชลบุรี ในเนื้อที่ 80 ไร่ เป็นสถาปัตยกรรมไม้ขนาด ใหญ่ที่สุดของโลก เจ้าของความคิดและผู้ด าเนินการ ก่อสร้าง คือ คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ (ผู้ก่อตั้งเมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ) ปราสาทสัจธรรม เริ่มก่อสร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2524 จวบจนปัจจุบันก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ตัว ปราสาทสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ไม่มีโลหะหรือปูนเข้ามาปะปน ยกเว้นส่วนฐานที่เป็นคอนกรีต มีการใช้ระบบเข้าเดือยไม้ แบบไทย หรือใส่สลักไม้ตามภูมิปัญญาโบราณ ตัวปราสาท เป็นทรงจตุรมุข สูง 100 เมตร กว้าง 100 เมตร แกะสลัก ลวดลายอย่างวิจิตรพิสดาร ทั้งภายนอกและภายใน


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 17 สถานที่ ท่องเที่ยว รายละเอียด ภาพประกอบ สวนนง นุช สวนไม้ดอก ไม้ประดับ นานาชนิด สวนกล้วยไม้ สวน กระบองเพชร และสวนพฤกษชาติอื่นๆ มีบริการเรือ ชนิดต่างๆ ให้เช่าพายเล่นในสระ มีสัตว์หลายชนิดเลี้ยงไว้ ให้ชมมีศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรมไทยส าหรับนักท่องเที่ยว จัดแสดงการฟ้อนร าพื้นเมือง ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว (กระบี่กระบอง ฟันดาบ) กีฬาพื้นเมือง และการแสดงของ ช้าง เกาะล้าน เกาะล้าน เป็นเกาะในอ่าวไทย อยู่ในเขตเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่ในแนบขนานกับหาดพัทยา ห่างจาก ชายฝั่งเมืองพัทยาเพียงเจ็ดกิโลเมตร เป็นชายหาดที่ นักท่องเที่ยว ชอบมาเล่นกีฬาทางน้ า เช่น เรือลาก เรือสกี ด าน้ าดูปะการัง เกาะล้านเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้ง ชาวไทยและชาวต่างชาติ อุทยาน หินล้านปี และ ฟาร์ม จระเข้ พัทยา อุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยาก่อตั้งโดย คุณส่วน พนมวัฒนากุล เป็นผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติอย่างมากจึงได้ จัดตั้งอุทยานหินล้านปี เพื่อมุ่งหวังจะอนุรักษ์ธรรมชาติไว้ และได้ใช้เวลาในการสะสมมากกว่า 30ปี นับเป็นสิ่งส าคัญ ทางธรรมชาติที่หาชมได้ยาก และมีอายุเก่าแก่มาก ไม่ว่าจะเป็นไม้ดัดไทยเก่าแก่ ต้นไม้กลายเป็นหินที่มีอายุนับ ล้านปีหรือหินลายรุ้ง จึงได้จัดตั้งอุทยานแห่งนี้ขึ้น เพื่อให้ ลูกหลานคนไทยได้มีโอกาสเรียนรู้ เขา ชีจรรย์ เขาชีจรรย์ถูกสร้างขึ้นมาจากพระราชด าริของสมเด็จพระ ญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาเขาชีจรรย์ ให้เป็นปูชนีย สถานส าคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นพระพุทธรูปประทับ นั่งปางมารวิชัยเลียนแบบ พระพุทธนวราชบพิตรศิลปะ สุโขทัยผสมล้านนา ขนาดความสูง 109เมตรหน้าตักกว้าง 70เมตรฐานบัวหรือ บัวบัลลังค์ สูง 21เมตรรวมความสูง ขององค์พระและบัลลังค์ทั้งสิ้น 130 เมตร เป็นแบบนูนต่ า เมือง จ าลอง พัทยา เมืองจ าลอง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้จ าลองสถานที่ และ สถาปัตยกรรมที่ส าคัญของโลกมารวบรวมไว้ในอัตราส่วน 1 : 25 เพื่อแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชม ก่อตั้งโดยคุณเกษม เกษมเกียรติสกุล ในพื้นที่ 30 ไร่


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 18 แผนพัฒนาจังหวัดชลบุรี 1. บทวิเคราะห์สภาวะแวดล้อม (SWOT Analysis) 1.1 จุดแข็ง (Strengths) 1. เป็นศูนย์รวมที่ตั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศและมีแนวโน้มที่จะเติบโตเป็นศูนย์กลาง อุตสาหกรรมสมัยใหม่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากเป็นหนึ่งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาค ตะวันออก (EEC) และมีอุตสาหกรรมหลักที่ส าคัญและมีศักยภาพพร้อมต่อการพัฒนาอยู่ในพื้นที่ 2. มีโครงข่ายเส้นทางคมนาคมขนส่งที่เชื่อมโยงกันทั้งทางบก ทางน้ า ทางราง และทางอากาศ ซึ่งใน อนาคตสามารถเชื่อมโยงกันแบบไร้รอยต่อ (Seamless Operation) เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันจาก การลดเวลาการเดินทางและประหยัดค่าขนส่ง 3. เป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายประเภท ทั้งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว เชิงประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวกิจกรรมผจญภัย และแหล่งท่องเที่ยวบันเทิง สมัยใหม่ และแม่เหล็กส าคัญคือ “เมืองพัทยา” ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวนานาชาติที่มีชื่อเสียงระดับโลก ในแต่ละ ปีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง 4. มีท่าเรือขนาดใหญ่ ได้แก่ ท่าเรือแหลมฉบังซึ่งเป็นท่าเรือน้ าลึกหลักในการขนส่งสินค้าระหว่าง ประเทศ สามารถรองรับได้ทั้งเรือสินค้าทั่วไปจนถึงเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่พิเศษ (Super Post Panamax) รวมทั้งบริการพื้นฐานต่างๆ ตามมาตรฐานท่าเรือพาณิชย์สากล มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยง พื้นที่อุตสาหกรรมกับท่าเรือน้ าลึกในการขนถ่ายสินค้าได้สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ 5. มีความพร้อมด้านการแพทย์ โดยมีสถานพยาบาลที่ทันสมัย ครบวงจร เพียงพอต่อความต้องการ และสามารถรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวได้ 6. มีสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพ สามารถผลิตบุคลากรที่มีคุณสมบัติได้ตรงกับความต้องการของ ตลาดแรงงาน นอกจากนี้จังหวัดยังได้มีการด าเนินโครงการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานท าเชิงพื้นที่ ซึ่งเป็นความ ร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่มีความเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปการศึกษาภายในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคท้องถิ่น ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว และหน่วยงาน ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยก าหนดเป้าหมายการพัฒนาการศึกษาเพื่อให้ผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้ศึกษาต่อสาย อาชีพมากขึ้น เพื่อผลิตก าลังคนในอนาคตให้เป็นแรงงานที่มีฝีมือเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมและ การท่องเที่ยว ที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ท าให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ รวมถึงเพิ่มค่า ผลิตภัณฑ์มวลรวม จังหวัด (GPP) ให้สูงขึ้น ตลอดจนคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่ประชาชนในจังหวัดชลบุรี 7. มีผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ส าคัญ ได้แก่ ยางพารา มันส าปะหลัง ปาล์มน้ ามัน สับปะรด อ้อย ไก่ เนื้อ ไก่ไข่ และสุกร นอกจากนี้การมีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลยังท าให้เกิดการผลิตในสาขาประมงที่มีบทบาทส าคัญ ต่อระบบเศรษฐกิจของพื้นที่ ได้แก่ การท าประมงน้ าจืด การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ าชายฝั่ง และการท าประมงทะเล 8. เป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และธุรกิจบริการ รวมทั้งมีที่พัก โรงแรมขนาดใหญ่ เหมาะแก่การ จัดประชุมสัมมนาและให้บริการนักท่องเที่ยว 9. มีโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรจ านวนมาก เช่น โรงงานผลิตน้ าตาลทราย โรงงานผลิตสับปะรดกระป๋อง โรงงานผลิตน้ ามันปาล์ม โรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา โรงฆ่าสัตว์เพื่อการ ส่งออก เป็นต้น 1.2 จุดอ่อน (weakness) 1. การขยายตัวของอุตสาหกรรมและการเปลี่ยนจากสังคมเกษตรเป็นสังคมเมืองและอุตสาหกรรม


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 19 ท าให้มีประชากรแฝงและแรงงานต่างด้าวเพิ่มขึ้นในพื้นที่ ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด ปัญหาการบุกรุกท าลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหาคุณภาพชีวิต ปัญหาด้านสาธารณสุข (โรคติดต่อ) รวมถึงปัญหาสุขภาพจิต เช่น ความเครียดจากการท างาน ความรุนแรงในครอบครัวและสังคม ผู้สูงอายุขาดคนดูแลเนื่องจากลูกหลานต้องไปท างาน เป็นต้น 2. การพัฒนาภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่อย่างรวดเร็วและการรวมกลุ่มอุตสาหกรรมในพื้นที่ท าให้ ประสบปัญหาการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและชีวอนามัย เช่น ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งน้ าเสีย มลพิษ ทางอากาศ ขยะมูลฝอย และของเสียอันตราย ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ การขาดแคลนทรัพยากรน้ า และปัญหา ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรม ซึ่งปัญหาต่างๆ เหล่านี้ส่งผลให้เกิดการเรียกร้องจากประชาชนให้มีการ ด าเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ และการมีส่วนร่วมในการรับรู้ของประชาชน 3. ระบบการศึกษา นักเรียนนักศึกษาส่วนใหญ่ยังมีค่านิยมเน้นการศึกษาสายสามัญมากกว่าสายอาชีพ ท าให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะฝีมือเฉพาะด้านส าหรับภาคอุตสาหกรรม และการพัฒนาด้าน ทักษะภาษาเพื่อรองรับการเป็นเขตพัฒนาพิเศษยังไม่เป็นรูปธรรมชัดเจน 4. การบริหารจัดการน้ ายังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ เนื่องจากความต้องการน้ าเพิ่มมากขึ้นจากการ ขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวและบริการ รวมถึงความต้องการน้ าในการอุปโภคบริโภคของ ประชาชน ประกอบการปริมาณน้ าฝนที่ได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการและแหล่งน้ าส าหรับกักเก็บน้ ามีจ ากัดไม่ สามารถรองรับการขยายตัวดังกล่าวได้ ท าให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ า 5. การจัดการผังเมืองเพื่อก าหนดการใช้ประโยชน์ในที่ดินของจังหวัดยังไม่ครอบคลุมและสอดรับกับ การพัฒนาพื้นที่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ส่งผลกระทบไปถึงการส่งเสริมการลงทุน และการวาง แผนการพัฒนาเมืองในอนาคต และอาจส่งผลให้เกิดการร้องเรียนจากประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการ พัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ดังกล่าว 6. เส้นทางการท่องเที่ยวยังไม่สามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทุกพื้นที่เพื่อให้เกิดความหลากหลาย ของแหล่งท่องเที่ยว การกระจายตัวของนักท่องเที่ยว ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพ เป็นการกระจายรายได้ให้กับชุมชนและท้องถิ่น รวมถึงปลูกจิตส านึกให้ประชาชนในชุมชนมีความรู้สึกรักและ หวงแหนทรัพยากรการท่องเที่ยวในท้องถิ่นของตน 1.3 โอกาส (Opportunities) 1. รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งจังหวัดชลบุรีเป็น หนึ่งในพื้นที่ด าเนินการดังกล่าวโดยเป็นศูนย์กลางในการลงทุนด้านอุตสาหกรรมหลักที่ส าคัญของประเทศและ ภูมิภาคอาเซียนที่มีความพร้อมและขีดความสามารถในการแข่งขันสูง ด้วยการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและ ระบบสาธารณูปโภค เพื่อเพิ่มศักยภาพรองรับการลงทุน และการพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจและการอ านวย ความสะดวกต่างๆ ในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีมาตรการเขตเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบ Super Cluster และ Cluster ที่ให้สิทธิพิเศษทางภาษีและผ่อนปรนกฎระเบียบบางประการ เพื่อส่งเสริมให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนใน พื้นที่อีกด้วย 2. จังหวัดชลบุรีเป็นหนึ่งในพื้นที่น าร่องการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดยเฉพาะพื้นที่นิคม อุตสาหกรรมแหลมฉบังและ 7 ชุมชนโดยรอบ ด้วยการติดตั้ง Smart Pole หรือเสาประชารัฐ ซึ่งเป็นเสาที่มี ไฟฟ้าเลี้ยงและเชื่อมต่อกับสายสื่อสาร ติดตั้งกล้องวงจรปิด ใช้ติดตามการจราจรและดูแลเรื่องอาชญากรรม ถือ เป็น Digital Infrastructure ของเมือง เพื่อเป็นการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ด้วย Internet of Things (IOT) นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเมืองพัทยาให้เป็นเมืองอัจฉริยะ โดยการพัฒนาเทคโนโลยีในด้าน Smart Living ด้วยการส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนและ


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 20 การท่องเที่ยวด้วยกล้อง CCTV การบริหารจัดการรถขนส่งเที่ยวเปล่าเพื่อลดความแออัดของรถขนส่งและลด ต้นทุนในการขนส่ง (Smart Port) การพัฒนาระบบร้องเรียน/การติดตามผลการด าเนินงานแก้ไขปัญหาเมือง และการให้ข้อมูลการท่องเที่ยวด้วย Mobile application 3. จังหวัดชลบุรีได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในจังหวัดต้นแบบในการจัดตั้งเมืองกีฬา (Sports City) ซึ่งการเป็นเมืองกีฬานั้นจะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนในจังหวัดหันมาเล่นกีฬาและออกก าลังกายเป็นประจ า การ พัฒนานักกีฬาและบุคลากรกีฬาไปสู่ความเป็นเลิศ จัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ และส่งเสริม อุตสาหกรรมกีฬาในจังหวัดให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมอุตสาหกรรมกีฬาแบบครบวงจร รวมทั้งส่งเสริม กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว (Sports Tourism) ให้เป็นศูนย์กลาง (Hub) ด้านกีฬาของภูมิภาคในการเก็บตัวฝึกซ้อม ส าหรับนักกีฬาชาวต่างชาติซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับจังหวัดอีกด้วย 4. มีระบบขนส่งและโลจิสติกส์ที่หลากหลาย ทั้งระบบขนส่งทางถนน ระบบราง การขนส่งทางน้ า อีกทั้งมีที่ตั้งอยู่ใกล้กับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท าให้มีโอกาสที่จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางการขนส่งและบรรจุ ภัณฑ์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไปในอนาคต ซึ่งนโยบายการส่งเสริมเขตพัฒนาพิเศษภาค ตะวันออก (EEC) ก็มีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการพัฒนาอย่างครอบคลุม สามารถเชื่อมโยง ทั้งในพื้นที่และระหว่างพื้นที่ได้อย่างประสิทธิภาพ อ านวยความสะดวก ลดต้นทุนและเวลาในการขนส่งสินค้า และการเดินทางของนักท่องเที่ยว 5. จังหวัดชลบุรีเป็นแหล่งผลิตสินค้าทางการเกษตรที่ส าคัญ เช่น อ้อย มันส าปะหลัง ยางพารา และ ปาล์มน้ ามัน และมีระบบการขนส่งที่สามารถเชื่อมโยงกับท่าเรือแหลมฉบังได้โดยสะดวก ซึ่งสามารถสร้าง รายได้ให้เป็นจ านวนมาก จังหวัดจึงได้น านโยบายส่งเสริมการเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP : Good Agricultural Practices , Good Animal Practices , Good Aquatic Practices) มาส่งเสริมการผลิตสินค้า ทางการเกษตรของจังหวัด โดยการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อให้ผลผลิตที่มีคุณภาพและมูลค่าเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ความต้องการของตลาด และข้อก าหนดมาตรฐานในเวที AEC และ สามารถแข่งขันได้ทั้งตลาดภายในประเทศและ AEC 1.4 อุปสรรค/ภัยคุกคาม (Threats) 1. ในระยะเวลาที่ผ่านมา การก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในแง่มุมต่างๆ เป็นไปแบบก้าวกระโดด (Big Bang of Technology) อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การเติบโตของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเชิงพาณิชย์ และการเข้าแข่งขันของผู้เล่นในตลาด ล้วนท าให้เทคโนโลยีเข้าสู่ชีวิตประจ าวันของคนทั่วไปได้ง่ายขึ้น ว่องไวขึ้น ในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่ายขึ้น และส่งผลกระทบต่อเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งด้านเศรษฐกิจ วิถีชีวิตและสังคม ไปจนถึงมิติทางกฎหมายและการเมือง เปลี่ยนวิถีชีวิตของเราตั้งแต่วิธีการสื่อสาร การสั่งซื้อสินค้า การเรียกรถ โดยสารสาธารณะ การรักษาผู้ป่วย หรือการใช้หุ่นยนต์แทนแรงงานคนในกระบวนการผลิตอย่างกว้างขวาง ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดังกล่าวจะท าให้อารยธรรมของมนุษย์เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง อีกทั้งยังคาดว่า ปี 2040 จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Singularity’ อันเป็นจุดพลิกประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติเพราะ ปัญญาประดิษฐ์จะเก่งกว่ามนุษย์ดังนั้น ความรู้และการศึกษาคือสิ่งที่จ าเป็นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ดังกล่าว 2. การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากร ปัจจุบันเราก าลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เพราะคนเกิด น้อยลงมากและเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ท าให้คนมีอายุยืนขึ้นในปี 2040 หรืออีก 23 ปีข้างหน้า โลกจะมี สัดส่วนประชากรที่อายุสูงกว่า 60 ปี ถึงร้อยละ 20 เทียบกับเพียงร้อยละ 12 ในปี 2015 สังคมผู้สูงอายุจะเป็น ความท้าทายทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างตลาดแรงงาน โครงสร้างการบริโภคการ ออม ภาระด้านการคลังและรายจ่ายด้านสวัสดิการ ตลอดจนคุณภาพชีวิต


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 21 ของผู้สูงอายุที่ต้องดูแลตัวเองในวัยชรา และที่ส าคัญสังคมผู้สูงอายุจะท าให้บริบททางการเมืองเปลี่ยนแปลงไป ด้วย เนื่องจากฐานเสียงผู้สูงอายุจะส าคัญมากขึ้น และจะเน้นเรื่องการรักษาสิทธิประโยชน์และสวัสดิการของ ตนเองเป็นหลัก ค านึงถึงอนาคตของคนรุ่นต่อไปน้อยลง การด าเนินนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมจะท าได้ ยากขึ้น 3. ค่านิยมทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเกิดจากความก้าวหน้าและรวดเร็วของสื่อเทคโนโลยี การเลียนแบบวัฒนธรรมตะวันตกไม่ว่าจากสื่อโทรทัศน์ ภาพยนตร์ หนังสือ หรืออินเตอร์เน็ตก็ตาม ท าให้ ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี วัฒนธรรมที่ดีงาม และพฤติกรรมของคนในสังคมไทยเปลี่ยนไป เนื่องจากคน ในสังคมไม่สามารถปรับตัวและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้สภาพแวดล้อมในอดีต กับปัจจุบันแตกต่างกันมาก ในปัจจุบันมีสิ่งยั่วยุ สถานบันเทิงเริงรมย์ต่างๆ ศูนย์การค้า ปัญหาสารเสพติด และ ความรุนแรง ซึ่งส่งผลให้วัยรุ่นอาจใช้ชีวิตที่หลงผิด จนอาจก่อให้เกิดเป็นปัญหาอาชญากรรมทางสังคมได้ ท าให้ มีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี ยากจน ไม่มีโอกาสศึกษาต่อ ต้องหาเลี้ยงชีพโดยไม่สุจริต เกิดความฟุ้งเฟ้อเพื่อต้องการให้ ตนเองทัดเทียมกับผู้อื่น และในที่สุดก็เกิดค่านิยมทางเพศที่ผิดๆ เช่น การมีความคิดว่า การขายบริการทางเพศ เป็นสิ่งที่หารายได้ให้แก่ตนเองได้อย่างรวดเร็ว เป็นต้น 4. มาตรการส่งเสริมการลงทุนให้ต่างชาติมากกว่าไทย ไม่ว่าจะเป็นความตกลงด้านการลงทุนระหว่าง ประเทศ (International Investment Agreements: IIAs) ความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการ ลงทุนทวิภาคี (Bilateral Investment Treaty: BIT) มาตรการลดและยกเว้นภาษี มีทั้งภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีธุรกิจเฉพาะ รวมถึงภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ส่วนมาตรการอื่นที่ไม่ใช่ภาษีและ การอ านวยความสะดวกให้กับนักลงทุน เพื่อเป็นการดึงดูดให้นักลงทุน ต่างชาติเข้ามาจัดตั้งไอเอชคิว และไอที ซีในประเทศไทยให้มากขึ้นรวมทั้งรองรับการแข่งขันในการค้าระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นด้วย 5. มาตรการกีดกันที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff Measures: NTMs) เป็นกฎระเบียบข้อบังคับที่รัฐบาล ประเทศต่างๆ ก าหนดขึ้นเพื่อเป็นสร้างอุปสรรคต่อการส่งออกของประเทศคู่ค้า หรือเพื่อกีดกันการน าเข้าที่ไม่ สอดคล้องกับความตกลงระหว่างประเทศ โดยทั่วไปพบว่าประเทศต่างๆ น ามาตรการที่มิใช่ภาษีมาใช้อย่าง เข้มงวดเกินไป จนท าให้ประเทศอื่นมองว่าเป็นมาตรการที่ไม่เป็นธรรม กลายเป็นอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี เกิดขึ้น เช่น การก าหนดคุณภาพที่เกินมาตรฐานสากลหรือการเข้มงวดในการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า และใช้ เวลาในการตรวจสอบนานมากจนอาจท าให้ สินค้าเกิดความเสียหาย ตลอดจนการปฏิบัติด้านพิธีการศุลกากรที่ ไม่เป็นธรรม เช่น การบริหารโควตาภาษี (Tariffs Rate Quotas: TRQs) สวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) มาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการค้า (Trade-Related Environmental Measures) การปิดฉลาก สินค้าตัดแต่งสารพันธุกรรม (Genetically Modified Organisms: GMOs) มาตรฐานแรงงาน (Trade and Laboure Standard) เป็นต้น การใช้มาตรการฝ่ายเดียวและอ้างว่าประเทศคู่ค้าไม่ปฏิบัติตามความตกลงของ WTO อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ประเด็นทรัพย์สินทางปัญญา กฎระเบียบเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบ สินค้าและพิธีการศุลกากร เงื่อนไขการลงทุนและนโยบายการแข่งขัน เป็นต้น 6. การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate change) ไม่ว่าจะเนื่องมาจากความผันแปรตาม ธรรมชาติหรือกิจกรรมของมนุษย์ ล้วนส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจังหวัด เช่น การเพิ่มสูงขึ้นของระดับน้ าทะเลส่งผลต่อการกัดเซาะชายฝั่ง ท าให้สูญเสียพื้นดินชายหาดและแหล่งท่องเที่ยว ทางทะเล รวมถึงระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งซึ่งเป็นแหล่งผลิตสัตว์น้ า ความหลากหลายทางชีวภาพ และ ชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนท้องถิ่น นอกจากนี้อิทธิผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังท าให้เกิดปัญหา การขาดแคลนน้ าในบางพื้นที่ ส่งผลต่อภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม ของประเทศโดยรวมอีกด้วย


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 22 2.เป้าหมายการพัฒนาจังหวัดชลบุรี ระยะ 5 ปี เมืองนวัตกรรม เศรษฐกิจชั้นน าของอาเซียน 3.ตัวชี้วัดความส าเร็จตามเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดชลบุรี ตัวชี้วัด 1.1 มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมสาขาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีเพิ่มขึ้น ตัวชี้วัด 1.2 รายได้จากการท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรีเพิ่มขึ้น ตัวชี้วัด 1.3 มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคเกษตรจังหวัดชลบุรีเพิ่มขึ้น ตัวชี้วัด 1.4 จ านวนโครงการถนนที่ก่อสร้างและบ ารุงรักษาเพิ่มขึ้น ตัวชี้วัด 1.5 สถานพยาบาลได้รับรองคุณภาพ HA เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก ตัวชี้วัด 1.6 เด็กและวัยแรงงานมีความรู้และทักษะเป็นไปตามความต้องการของตลาดแรงงานในเขต พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ตัวชี้วัด 1.7 สัดส่วนของขยะมูลฝอยชุมชนได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง ตัวชี้วัด 1.8 พื้นที่ป่าต้นน้ าเพิ่มขึ้น 4.ประเด็นการพัฒนาจังหวัดชลบุรี จังหวัดชลบุรี มีประเด็นการพัฒนาประกอบไปด้วยทั้งหมด 6 ประเด็นการพัฒนา ดังนี้ ประเด็นการพัฒนาที่ 1 ยกระดับการพัฒนานวัตกรรมอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม ประเด็นการพัฒนาที่ 2 ยกระดับให้เป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติ มีมาตรฐานระดับสากล ประเด็นการพัฒนาที่ 3 สร้างเสริมนวัตกรรมสู่เกษตรปลอดภัย ประเด็นการพัฒนาที่ 4 พัฒนาปรับปรุงด้านผังเมือง โครงสร้างพื้นฐาน ระบบ Logistics เป็นเมือง นวัตกรรมที่น่าอยู่ ประเด็นการพัฒนาที่ 5 พัฒนาคนและชุมชนให้มีคุณภาพและยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ประเด็นการพัฒนาที่ 6 บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกิดความสมดุลอย่างมี ส่วนร่วม ข้อมูลอ าเภอสัตหีบ ประวัติความเป็นมาของอ าเภอสัตหีบ ที่ตั้งอ าเภอสัตหีบที่ว่าการของอ าเภอสัตหีบตั้งอยู่ที่ ถนนเลียบชายทะเล ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัด ชลบุรี รหัสไปรษณีย์ 20180 เมื่อปี พ.ศ.2480 ได้ก่อตั้งเป็นกิ่งอ าเภอ และได้ก่อตั้งขึ้นเป็นอ าเภอเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2496 โดยมี นายอ าเภอคนแรกชื่อ นาย.ชุมพล อุทยานิก สัตหีบเป็นสถานที่สวยงาม ประกอบด้วยภูเขาสูงหลายลูกสลับซับซ้อน อากาศร่มรื่นมีทะเลและอ่าวที่สวยงามเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วไป อาทิเช่น อ่าวดงตาล ( มีต้นตาลขึ้นเป็นทิวแถว ) หาดทรายสวยของหาดนางร า หาดทรายแก้ว หรือเป็นอ่าวเตยงาม หรือในชื่อเดิมว่า " อ่าวตากัน " อันเป็นอ่าวที่สวยงาม สงบเงียบในปัจจุบันเป็นสถานที่ตั้งกองบัญชาการนาวิกโยธิน ซึ่งอ่าวเตยงามแห่งนี้มีเรื่องเล่าขานเก่าแก่ว่า " ตากัน " เป็นผู้ มาตั้งรกรากที่สัตหีบคนแรก อดีตบริเวณชายทะเลตะวันออกแห่งนี้มีโจรสลัดชุกชุมคอยปล้นฆ่าเรือต่างๆที่สัญจร แต่ตา กันเองเป็นผู้มีวิชาอาคมและมีความสามารถไม่เกรงกลัวต่อเหล่าโจรสลัดมาตั้งรกรากอยู่ที่อ่าวไก่เตี้ยในสัตหีบแห่งนี้และ ต่อมาเสด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้เห็นความเหมาะสมของอ าเภอสัตหีบเพื่อปรับปรุงเป็นฐานทัพเรือ และได้ทรง


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 23 รู้จักกับตากัน อีกทั้งยังทรงได้รับเครื่องรางของขลังจากตากันหลายอย่าง ต่อมาทางทหารเรือต้องการพื้นที่ของอ่าวตากัน ทั้งหมดเพื่อท าประโยชน์ของทหารเรือ ตากันจึงต้องมาอยู่บริเวณหลังตลาดสัตหีบถ้าพิเคราะห์ค าว่า" สัตหีบ "หลายท่าน ให้ความเห็นว่า " สัตต " แปลว่า เจ็ด " หีบ "ก็หมายถึงหีบ ก็น่าจะแปลว่า หีบเจ็ดใบ สอดคล้องกับตามประวัติเจ้าแม่ แหลมเทียนว่าได้น าพระราชาลงในหีบเจ็ดใบเพื่อหลบหนียักษ์ ตามต านานที่ได้กล่าวขานไว้ด้วยอีกหลักฐานหนึ่งเขียนไว้ว่า ค าว่า “สัตหีบ” หมายถึงที่ก าบังเจ็ดแห่ง ( สัต -เจ็ด และหีบ –ที่บัง ) อันหมายถึงเกาะต่างๆ กล่าวคือ เกาะพระ , เกาะยอ , เกาะหมู , เกาะเตาหม้อ , เกาะเณร , เกาะหินฉลาม และเกาะเลา ค าขวัญอ าเภอสัตหีบ อนุรักษ์เต่าทะเล เสน่ห์ธรรมชาติ อภิวาทหลวงปู่อี๋ ขาชีจรรย์พระใหญ่ ไหว้กรมหลวงชุมพร ถิ่นขจรราชนาวี สภาพชุมชน (สภาพเศรษฐกิจ สังคม ประเพณี วัฒนธรรม ความร่วมมือของชุมชนที่มีต่อสถานศึกษา) อาณาเขตที่ตั้งสถานศึกษา: ทิศเหนือ ติดต่อกับอ าเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ทิดใต้ ติดกับอ่าวไทย ทิศตะวันออก ติดต่อกับอ าเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และอ าเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ทิศตะวันตก จรดอ่าวไทย สภาพของชุมชนสภาพของชุมชน อ าเภอสัตหีบมีเขตติดต่อกับเมืองพัทยาซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ส าคัญของโลก และสภาพแหล่ง ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของอ าเภอสัตหีบได้ ถูกรักษาไว้เป็นอย่างดีเนื่องจากเป็นเขตหวงห้ามของทหารเรือ ความ กดดันการใช้พื้นที่ค่อนข้างหนาแน่นของเมืองพัทยาท าให้อ าเภอสัตหีบเป็นแหล่งระบายนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่มาพักอาศัยในโรงแรม และที่พักรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิง คุณภาพในพื้นที่หลากหลายที่มีชื่อเสียงของภาคเอกชน ได้แก่ สวนนงนุช วิหารเซียน และสถานที่ของทาง ราชการ เช่น เรือรบหลวงจักรีนฤเบศร์ อ่าวต่าง ๆ ในเขตฐานทัพเรือสัตหีบ หมู่บ้านประมงช่องแสมสาร เป็นต้น รวมทั้งการเดินทางไปสู่แหล่งท่องเที่ยวในพัทยาไม่ไกล นอกจากนี้ทรัพยากรประมงยังอุดมสมบูรณ์กว่าพื้นที่ ใกล้เคียงในภาคตะวันออก จึงท าให้เหมาะสมในการพักอาศัย ส าหรับคนต่างชาติ ลักษณะที่ตั้ง อ าเภอสัตหีบตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดชลบุรี ติดชายฝั่งทะเลด้านทิศตะวันออกของอ่าวไทย อยู่ห่าง จากจังหวัดชลบุรีไปทางทิศตะวันออก ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) ประมาณ 84 กิโลเมตร เนื้อที่ และประชากร อ าเภอสัตหีบ มีเนื้อที่รวมทั้งอ าเภอประมาณ 348,122 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นเนื้อที่ 217,575 ไร่ ประชากรทั้งสิ้น จ านวน 208,117 คน แยกเป็น ชาย 114,144 คนและหญิง 93,505 คน จ านวนครัวเรือน 48,215 ครัวเรือน ลักษณะภูมิประเทศ สภาพพื้นที่ของอ าเภอสัตหีบ เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนล้อมรอบ ไม่มีภูเขาใหญ่ มีภูเขาขนาดกลางและ ขนาดเล็กจ านวนมาก จึงท าให้พื้นที่อ าเภอสัตหีบส่วนใหญ่เป็นเนินสูง และที่ราบลุ่มบริเวณติดต่อกับทะเลจะมี ลักษณะลาดเอียงจากทิศตะวันออกของอ าเภอลงสู่ทิศตะวันตกด้านอ่าวไทย เปอร์เซ็นต์ความลาดเอียง


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 24 ประมาณ 5 – 10 เปอร์เซ็นต์ ลักษณะเช่นนี้ เมื่อฝนตกหนักจะชะล้างพังทลายหน้าดินผ่านลงมาทางตะวันตก ของอ าเภออยู่เสมอ ลักษณะดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทราย ล าน้ าส าคัญไม่มี มีแต่ล าห้วย ล าคลองขนาดเล็ก อ าเภอสัตหีบยังประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ อีกจ านวน 26 เกาะ อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพเรือ เกาะที่ ส าคัญได้แก่ เกาะแสมสาร เกาะแรด เกาะคราม เป็นต้น พื้นที่และการใช้ประโยชน์ พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตทหาร การถือครองที่ดินในอ าเภอสัตหีบ การออกเอกสารสิทธิ์ให้แก่ราษฎร มี รายละเอียด ดังนี้ 1. มีโฉนดที่ดิน จ านวน 26,484 แปลง เนื้อที่ 35,285 ไร่ 2 งาน 29 ตารางวา 2. หนังสือรับรองการท าประโยชน์ (น.ส.3 ก) จ านวน 24,314 แปลง เนื้อที่ 25,193 ไร่ 2 งาน 70 ตารางวา 3. หนังสือรับรองการท าประโยชน์ (น.ส.3) จ านวน 2,162 แปลง เนื้อที่ 21,048 ไร่ 3 งาน 90 ตารางวา 4. หนังสือส าคัญส าหรับที่หลวง (น.ส.ล.) จ านวน 56 แปลง การปกครอง แบ่งเขตการปกครองตาม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 เป็น 5 ต าบล 41 หมู่บ้าน ดังนี้ 1) ต าบลสัตหีบ 9 หมู่บ้าน 2) ต าบลบางเสร่ 11 หมู่บ้าน 3) ต าบลพลูตาหลวง 8 หมู่บ้าน 4) ต าบลนาจอมเทียน 9 หมู่บ้าน 5) ต าบลแสมสาร 4 หมู่บ้าน ด้านการเมืองและการปกครอง อ าเภอสัตหีบเป็นเขตเลือกตั้งที่ 8 มีจ านวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ านวน 1 คน หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจในพื้นที่ ดังนี้ 1. หน่วยงานสังกัดภูมิภาค ดังนี้ 1) ที่ท าการปกครองอ าเภอสัตหีบ 2) ส านักงานพัฒนาชุมชนอ าเภอสัตหีบ 3) ส านักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาอ าเภอสัตหีบ 4) ส านักงานเกษตรอ าเภอสัตหีบ 5) ส านักงานประมงอ าเภอสัตหีบ 6) ส านักงานปศุสัตว์อ าเภอสัตหีบ 7) ศูนย์ประสานงานวัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี อ าเภอสัตหีบ 8) ส านักงานสาธารณสุขอ าเภอสัตหีบ 9) ส านักงานสัสดีอ าเภอสัตหีบ 10) สถานีต ารวจภูธรสัตหีบ 11) สถานีต ารวจภูธรพลูตาหลวง 12) สถานีต ารวจภูธรนาจอมเทียน 13) สถานีต ารวจน้ า 3 กองก ากับการ 3 14) ส านักงานอัยการประจ าศาลจังหวัดพัทยา 15) ท้องถิ่นอ าเภอสัตหีบ


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 25 2. หน่วยงานสังกัดส่วนกลาง 1) ส านักงานสรรพากรพื้นที่สาขาสัตหีบ 2) ส านักงานที่ดินจังหวัด สาขาสัตหีบ 3) ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ 3. หน่วยงานราชการทหารเรือขึ้นตรงกองทัพเรือ 1) ฐานทัพเรือสัตหีบ 2) หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน 3) กองเรือยุทธการ 4) หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง - กรมสรรพาวุธทหารเรือสัตหีบ - กองเรือป้องกันฝั่ง - กองเรือภาคที่ 1 4. หน่วยงานบริหารราชการส่วนท้องถิ่น มีเทศบาล 5 แห่ง คือ 1) เทศบาลเมืองสัตหีบ 2) เทศบาลต าบลบางเสร่ 3) เทศบาลต าบลนาจอมเทียน 4) เทศบาลต าบลเกล็ดแก้ว 5) เทศบาลต าบลสัตหีบ มีองค์การบริหารส่วนต าบล 3 แห่ง ดังนี้ 1) องค์การบริหารส่วนต าบลนาจอมเทียน 2) องค์การบริหารส่วนต าบลแสมสาร 3) องค์การบริหารส่วนต าบลพลูตาหลวง 5. สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอ าเภอสัตหีบ ได้แก่ 1) นาวาโทสุทัศน์ วงศ์ปรีดี 2) นายทวีศักดิ์ นิ่มอนงค์ 3) นายภิญโญ สายนภา 4) นางปราณี แต่งแก้ว ด้านโครงสร้างพื้นฐาน 1. ไฟฟ้า มีหน่วยงาน คือกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัตหีบ (เป็นหน่วยงานของทหารเรือ) 2. ประปา 2.1 การประปาสัตหีบ 1 แห่ง 2.2 การประปาชนบท 1 แห่ง ประปาชนบทบ้านเนินสามัคคี ม.3, 9 ต.บางเสร่ 2.3 การประปาหมู่บ้าน 5 แห่ง 3. โทรศัพท์ มีส านักงานบริการ 2 แห่ง คือ ส านักบริการโทรศัพท์ สัตหีบ และส านักงานบริการ โทรศัพท์บ้านอ าเภอ 4. การคมนาคม 4.1 ทางหลวงแผ่นดิน 4 สาย


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 26 4.2 ทางหลวงชนบท 11 สาย 4.3 ทางหลวงท้องถิ่น 134 สาย 4.4 สถานีรถไฟ พลูตาหลวง 5. การสื่อสารและโทรคมนาคม 5.1 ไปรษณีย์โทรเลข 2 แห่ง 5.2 ไปรษณีย์ฝากส่ง 3 แห่ง 5.3 สถานีวิทยุ 1 แห่ง (สทร. 5 สัตหีบ) 5.4 สถานีวิทยุสื่อสารกรมประมง 1 แห่ง (ต.บางเสร่) 5.5 สถานีวิทยุชุมชน 11 แห่ง 6. แหล่งน้ า สัตหีบเป็นอ าเภอที่ขาดแคลนน้ าจืดมาก จึงต้องอนุรักษ์และสร้างแหล่งเก็บน้ าส ารองไว้ใช้ในยาม ขาดแคลนเสมอมา ดังนี้ 6.1 หนองตะเคียน เนื้อที่ 241 ไร่ หมู่ที่ 2 ต าบลสัตหีบ มีน้ าตลอดปี 6.2 อ่างเก็บน้ าศูนย์ฝึกทหารใหม่ เนื้อที่ 200 ไร่ และ 70 ไร่ หมู่ที่ 5 ต าบลบางเสร่ 6.3 อ่างเก็บน้ าภูติอนันต์ เนื้อที่ 350 ไร่ หมู่ที่ 4 ต าบลพลูตาหลวง มีน้ าตลอดปี 6.4 อ่างเก็บน้ าห้วยตู้ 1 เนื้อที่ 400 ไร่ หมู่ที่ 9 ต าบลบางเสร่ มีน้ าตลอดปี สร้างในโครงการ พระราชด าริ 6.5 อ่างเก็บน้ าห้วยตู้ 2 เนื้อที่ 600 ไร่ หมู่ที่ 11 ต าบลบางเสร่ มีน้ าตลอดปี สร้างในโครงการ พระราชด าริ 6.6 แหล่งน้ าอื่น ๆ เช่น บ่อน้ าผิวดิน ประมาณ 12,500 บ่อ ถังเก็บน้ า 21 แห่ง โอ่งน้ าขนาด ใหญ่ 16,825 ใบ และฝาย 15 แห่ง ด้านเศรษฐกิจ 1. โครงสร้างทางเศรษฐกิจ อ าเภอสัตหีบประชากรส่วนใหญ่ ร้อยละ 60 เป็นครอบครัวทหาร ร้อยละ 40 เป็นพลเรือน การ ประกอบอาชีพได้แก่ รับราชการ ท าการเกษตร (การเพาะปลูก, การประมง) รับจ้างและค้าขาย อ าเภอสัตหีบ มีค่าครองชีพค่อนข้างสูง ประชากรมีรายได้ต่อหัวประมาณ 40,000 บาท/ปี การเกษตร อ าเภอสัตหีบมีพื้นที่ท าการเกษตร 47,275 ไร่ ประชากรประกอบอาชีพทางการเกษตร 2,547 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น ไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับ และพืชผักต่าง ๆ ไม่มีระบบ ชลประทาน อาศัยน้ าฝน สภาพดินเป็นดินร่วนปนทรายไม่ดูดซับน้ า เกษตรกรอาศัยน้ าจากแหล่งน้ าธรรมชาติ และขุดสระน้ าขนาดเล็กไว้ใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพการเกษตร พืชเศรษฐกิจที่ปลูกในพื้นที่ ได้แก่ 1) มันส าปะหลัง 2) สับปะรด 3) ไม้ผล เช่น มะม่วง ขนุน กระท้อน มะพร้าวอ่อน 4) ไม้ดอกไม้ประดับ 5) พืชผักสวนครัว ด้านการตลาด มีตลาดนัดทั่วไป และตลาดนัดเปิดท้ายขายของ จ านวน 12 แห่ง


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 27 การประมง เนื่องจากชาวสัตหีบอยู่ใกล้ชิดทะเลมาตลอด จึงมีผู้ประกอบอาชีพจับสัตว์น้ าเป็นจ านวนมาก มี เรือประมง 650 ล า สะพานปลา 14 แห่ง ครัวเรือนที่ประกอบอาชีพประมงทะเล 800 ครัวเรือน โรงเพาะ และอนุบาลสัตว์น้ า 5 แห่ง การเลี้ยงปลาในบ่อ 55 ครัวเรือน การประมงพื้นบ้านลงลอบปลาหมึก 30 ล า ส่วนการประมงพาณิชย์ มีเรืออวนลากคู่ 82 ล า อวน ลากแผ่นตะเฆ่ 14 ล า อวนล้อมจับ 34 ล า อวนจับปลาหมึก 131 ล า และเครื่องมืออื่น ๆ 359 ล า มีท่าเทียบ เรือประมง หรือสะพานปลาคือ - ท่าเทียบเรือสัตหีบ 2 แห่ง - ท่าเทียบเรือบางเสร่ 4 แห่ง - ท่าเทียบเรือแสมสาร 8 แห่ง ปริมาณสัตว์น้ าทะเลที่ผลิตได้ทั้งหมด 5,940,000 กิโลกรัม มูลค่า 58,650,000 บาท ปริมาณสัตว์น้ าจืดที่ผลิตได้ทั้งหมด 17,200 กิโลกรัม มูลค่า 7,950,000 บาท ด้านปศุสัตว์ - ประชากร เลี้ยง โค กระบือ สุกร เป็ด ไก่ แพะ แกะ การพาณิชย์และการบริการ - มีสถานีบริการน้ ามันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่15 แห่ง - มีธนาคาร 10 แห่ง ด้านอุตสาหกรรม - มีโรงงานที่ได้รับอนุญาตประกอบการ 34 โรงงาน ด้านการท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว อ าเภอสัตหีบมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ได้แก่ ต าบลสัตหีบ 1. วัดหลวงพ่ออี๋ เป็นวัดราษฎร์ประจ าอ าเภอ 2. อนุสาวรีย์สมเด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บริเวณสวนกรมหลวงชุมพรกองทัพเรือ 3. ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ต าบลบางเสร่ 1. หาดบางเสร่ 2. หาดทรายแก้ว 3. สวนสาธารณะ บางเสร่ ต าบลนาจอมเทียน 1. หาดทรายทอง 2. หาดจอมเทียน 3. วิหารเซียน 4. พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ในลักษณะพระพุทธฉายที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อให้เป็น พระพุทธรูปประจ ารัชกาล 9 ชื่อว่า “พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา” 5. สวนนงนุช 6. สวนองุ่นซิลเวอร์เลซ


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 28 ต าบลพลูตาหลวง 1. สนามกอล์ฟพลูตาหลวง 2. สวนอัศวเทวา ต าบลแสมสาร 1. หาดนางร า 2. วิหารหลวงพ่อด า 3. จุดด าน้ าบริเวณชายเขาหลวงพ่อด า 4. หมู่บ้านชาวประมงแสมสาร 5. เรือหลวงจักรีนฤเบศร ท่าเรือจุกเสม็ด 6. หาดยาว ด้านสังคม ศาสนา และวัฒนธรรม 1. ด้านการศึกษา 1) สถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษา จ านวน 2 โรงเรียน 2) สังกัดกรมสามัญศึกษา จ านวน 23 โรงเรียน 3) สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา 3 จ านวน 15 โรงเรียน 4) สังกัดส านักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน จ านวน 13 โรงเรียน 5) ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย 2. ด้านการศาสนา ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ประกอบด้วย - วัด 14 แห่ง - ส านักสงฆ์ศาสนาพุทธ 8 แห่ง - โบสถ์คริสต์ 1 แห่ง - ศาลเจ้า 3 แห่ง 3. ด้านการสาธารณสุข จ านวนสถานพยาบาลของรัฐ ประกอบด้วย 1) โรงพยาบาลชุมชน สังกัดกระทรวงสาธารณสุข จ านวน 1 แห่ง คือ โรงพยาบาลสัตหีบ ก.ม. 10 (ขนาด 60 เตียง) 2) โรงพยาบาลทั่วไป สังกัดกระทรวงกลาโหม จ านวน 2 แห่ง (1) โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ (ขนาด 300 เตียง) (2) โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ (ขนาด 700 เตียง) รวมจ านวน 1,060 เตียง คิดเป็นจ านวนเตียง ต่อ จ านวนประชากร เท่ากับ 1:122 3) มีสถานีอนามัย จ านวน 6 แห่ง 4) จ านวนสถานพยาบาลเอกชน คลินิก จ านวน 26 แห่ง 5) อัตราส่วนระหว่างแพทย์กับประชากร (1) โรงพยาบาลชุมชนสัตหีบ ก.ม. 10 มีแพทย์จ านวน 4 คน (2) โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ มีแพทย์จ านวน 15 คน (3) โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ มีแพทย์จ านวน 115 คน รวมทั้งหมด 134 คน อัตราส่วนจ านวนแพทย์ต่อจ านวนประชากร 1:1,600 คน


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 29 4. ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1. แหล่งน้ าธรรมชาติ สัตหีบมีชายฝั่งทะเลยาว ประมาณ 30 กิโลเมตร และรับผิดชอบชายฝั่ง ทะเลทั้งหมด 390 ตารางกิโลเมตร น้ าเค็มเหล่านี้ คือ แหล่งที่อยู่อาศัยของปลา และเป็นอาชีพของชาวประมง ไม่มีแม่น้ าใหญ่เป็นสายหลักเลย เพราะไม่มีภูเขาขนาดใหญ่พอที่จะเป็นต้นน้ าล าธารได้ มีเพียงล าห้วยล าคลอง ขนาดเล็ก 2. ป่าไม้ อ าเภอสัตหีบมีพื้นที่ป่าไม้ มีเพียงเขตป่าสงวนแห่งชาติ ที่ต าบลพลูตาหลวง จ านวน 930 ไร่ เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันเป็นป่าเสื่อมโทรม 3. ดินและแร่ธาตุ ไม่มีแร่ธาตุส าคัญ 4. ปัญหามลภาวะและสิ่งแวดล้อม อ าเภอสัตหีบ มีปัญหาเกี่ยวกับมลภาวะและสิ่งแวดล้อมบ้าง บริเวณชายทะเล ที่มีการปล่อยน้ าเสียลงสู่ทะเลของโรงงาน และโรงแรมต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณชายทะเล ตลอดจนการประกอบอาชีพประมง ท าให้มีปัญหาเกี่ยวกับสิ่งปฏิกูล น้ าเสีย และพบว่ามีสิ่งปนเปื้อนในน้ าทะเล ที่ไม่เหมาะสมกับการลงเล่นน้ าในทะเล ข้อมูลสถานศึกษา ข้อมูลพื้นฐาน ประวัติ ที่ตั้ง ชื่อสถานศึกษา : ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ อยู่ : 1020/7 หมู่ที่ 1 อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี รหัสไปรษณีย์ 20180 เบอร์โทรศัพท์ : 038-439-076 เบอร์โทรสาร : 038-439-076 E-mail ติดต่อ : [email protected] สังกัด : ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชลบุรี ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ ประวัติความเป็นมาของสถานศึกษา ประวัติสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ ประกาศจัดตั้ง เมื่อวันที่ 4 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2551 ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่อง จัดตั้ง ศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยจังหวัดชลบุรี สถานภาพเป็นสถานศึกษาในราชการส่วนกลาง สังกัดส านักงานการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย กระทรวงศึกษาธิการ อาณาเขตที่ตั้งสถานศึกษา อ าเภอสัตหีบตั้งอยู่ทางทิศใต้ ของจังหวัดชลบุรี ติดชายฝั่งทะเลด้านทิศตะวันออกของอ่าวไทย อยู่ห่างจากจังหวัดชลบุรีไปทางทิศตะวันออก ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) ประมาณ 84 กิโลเมตร สภาพปัจจุบัน 2.1 อ ำนำจและหน้ำที่ของสถำนศึกษำ ตำมประกำศกระทรวงศึกษำธิกำร ลงวันที่ 10 มีนำคม 2551 เรื่อง กำรก ำหนดอ ำนำจ และหน้ำที่ของสถำนศึกษำ ศูนย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอ ำเภอสัตหีบ มีอ ำนำจ และหน้ำที่ ดังนี้ (1) จัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (2) ส่งเสริม สนับสนุน และประสานภาคีเครือข่าย เพื่อการจัดการศึกษานอกระบบและ การศึกษา


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 30 ตามอัธยาศัย (3) ด าเนินการตามนโยบายพิเศษของรัฐบาลและงานเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ (4) จัด ส่งเสริม สนับสนุนและประสานงานการจัดการศึกษาตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด าริ ในพื้นที่ (5) จัด ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น (6) วิจัยและพัฒนาคุณภาพหลักสูตร สื่อ กระบวนการเรียนรู้ และมาตรฐานการศึกษานอกระบบ (7) ด าเนินการเทียบโอนผลการเรียน การเทียบโอนความรู้แลประสบการณ์ (8) ก ากับ ดูแล ตรวจสอบ นิเทศภายใน ติดตามประเมินผลและรายงานผลการด าเนินงานการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (9) พัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (10) ระดมทรัพยากรเพื่อใช้ในการจัดและพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (11) ด าเนินการประกันคุณภาพภายใน ให้สอดคล้องกับระบบ หลักเกณฑ์และวิธีการที่ก าหนด (12) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย โครงสร้างการบริหาร


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 31 ท าเนียบผู้บริหาร ล าดับที่ ชื่อ - สกุล ต าแหน่ง ระยะเวลาที่ด ารงต าแหน่ง 1. นายอนุชา พงษ์เกษม ผู้อ านวยการ 2537 – 2541 2. นางสาวพวงสุวรรณ์ พันธ์มะม่วง ผู้อ านวยการ 2541 – 2548 3. นายปฏิญญา ภู่พุ่ม ผู้อ านวยการ 2548 – 2552 4. นายนิวัติ สุขโพธิ์ ผู้อ านวยการ ก.พ. 2552 – 14 ต.ค. 2552 5. นายภุชงค์ ฉิมพาลี (รก.) ผู้อ านวยการ 15 ต.ค. 2552 – 18 ธ.ค. 2552 6. นายไพรัตน์ เนื่องเกตุ ผู้อ านวยการ 21 ธ.ค. 2552-9 ม.ค.2561 7. นางสุรัสวดี เลี้ยงสุพงศ์ ผู้อ านวยการ 10 ม.ค. 2561-ปัจจุบัน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ชื่อ -สกุล ต าแหน่ง ที่ตั้งกศน.ต าบล นางสุรัสวดี เลี้ยงสุพงศ์ นางสุพัด น าเจริญลาภ นางภัทชา เอี่ยมอาษา นางไพลิน ทรัพย์ประเสริฐ นางสาวธัญชนก สุวรรณค า ผู้อ านวยการ กศน.อ าเภอสัตหีบ ครู ครูอาสาสมัคร กศน. ครูผู้สอนคนพิการ เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล กศน.อ าเภอสัตหีบ ตั้งอยู่เลขที่ 1020/7 หมู่ที่ 1 ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัด ชลบุรี นางสาวสุภาวดี บางโสก นางสาวปารย์พิชชา เจริญศรี นางสาวฐิติมา ณ ล าพูน นางสาวเสาวนีย์ สันติวงษ์ นางสาวนวลจันทร์ นาครักษ์ นางปิยวดี เตชะวงศ์ ครู กศน.ต าบลสัตหีบ ครู กศน.ต าบลสัตหีบ ครู ศรช.ต าบลสัตหีบ ครู ศรช.ต าบลสัตหีบ ครู ศรช.ต าบลสัตหีบ ครู ศรช.ต าบลสัตหีบ อาคารศูนย์การเรียนรู้ เทศบาลต าบล เขตรอุดมศักดิ์ นายวีรากร มณีทรัพย์สุคนธ์ นางสาวจิราพร สีโสด นางสาวกุสุมา เพชรสีนวล ครู กศน.ต าบลนาจอมเทียน ครู กศน.ต าบลนาจอมเทียน ครู ศรช.ต าบลนาจอมเทียน วัดหนองจับเต่า หมู่ที่ 5 ต าบลนาจอมเทียน อ าเภอสัตหีบ นางสาวสุภาภรณ์ นวมมา นางสาวเกษนีย์ เดชรักษา ครู กศน.ต าบลพลูตาหลวง ครู กศน.ต าบลพลูตาหลวง องค์การบริหารส่วน ต าบลพลูตาหลวง นางสุจินดา บุพนิมิตร นางสาวอาธิสา สุขโขเจริญ นางสาวสุธิดา เนาวรัตน์ ครู กศน.ต าบลบางเสร่ ครู ศรช.ต าบลบางเสร่ ครู ศรช.ต าบลบางเสร่ 92 หมู่ที่ 2 ต าบล บางเสร่ อ าเภอบางเสร่ จังหวัดชลบุรี นางสาวประวีณา ดาวมณี นางสาวทัตพิชา นนท์ลือชา ครู กศน.ต าบลแสมสาร ครู ศรช.ต าบลแสมสาร วัดช่องแสมสาร นางสาวศิริทรัพย์ กิตติภิญโญวัฒน์ นางสาวพรทิพย์ พลอยประไพ บรรณารักษ์ บรรณารักษ์(อัตราจ้าง) ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อ าเภอสัตหีบ


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 32 เป้าหมายการจัดการศึกษา 1. ประชาชนผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งประชาชนทั่วไปได้รับโอกาสทาง การศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานการศึกษาต่อเนื่องและการศึกษาตาม อัธยาศัยที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึงพร้อมทั้งสร้างและส่งเสริมให้มีนิสัยรักการอ่านเพื่อการแสวงหา ความรู้ด้วยตนเองเป็นไปตามสภาพปัญหาและความต้องการของแต่ละกลุ่มเป้าหมายสร้างเสริมและปลูกฝัง คุณธรรมจริยธรรมและความเป็นพลเมืองอันน าไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ ชุมชนเพื่อพัฒนาไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจสังคมวัฒนธรรมประวัติศาสตร์และสิ่งแวดล้อม 2. ชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนร่วมจัดส่งเสริมและสนับสนุนการด าเนินงานการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยรวมทั้งการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ของชุมชนตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงและปรัชญาคิดเป็น 3. สถานศึกษาพัฒนาสื่อและเสริมทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการยกระดับคุณภาพในการจัดการ เรียนรู้เพิ่มโอกาสการเรียนรู้ให้กับประชาชนสามารถคิดวิเคราะห์ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ส่งเสริมการสร้าง มูลค่าสินค้า ผ่านศูนย์จ าหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ออนไลน์ กศน. (ONIE Online Commerce Center - OOCC) รวมทั้งแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างเหมาะสม 4. บุคลากรของสถานศึกษาได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงานการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างมีประสิทธิภาพและระบบการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล ปรัชญา “คิดเป็น” ปรัชญา “คิดเป็น” มีแนวคิดภายใต้ความเชื่อที่ว่า “คนเราสามารถพัฒนาการคิด การตัดสินใจ” ให้มี ประสิทธิภาพสูงขึ้นได้ ด้วยการฝึกทักษะ การใช้ข้อมูลที่หลากหลายทั้งด้านตนเอง สังคม สิ่งแวดล้อม และ วิชาการมาวิเคราะห์ เชื่อมโยง สัมพันธ์ สร้างสรรค์ เป็นแนวทาง วิธีการ ส าหรับตนเอง แล้วประเมินตีค่า ตัดสินใจเพื่อตนเอง และชุมชน สังคม ซึ่งเป็นลักษณะของคน “คิดเป็น” วิสัยทัศน์ ภายในปี พ.ศ. 2564 กศน. อ าเภอสัตหีบ การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างมี คุณภาพให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 พันธกิจ เพื่อให้การด าเนินงานจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นไปตามวิสัยทัศน์ และ สอดคล้องกับปรัชญา “คิดเป็น” มีพันธกิจ ดังนี้ 1. จัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับผู้เรียนสามารถชี้น าตนเองในการเรียนรู้ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียงไต้ด้วยการพัฒนาประสิทธิภาพการคิดตัดสินใจ 2. จัดการเรียนเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการคิด ตัดสินใจของผู้เรียนด้วยการพัฒนาทักษะการ แสวงหาความรู้ และการเรียนร่วมกันของคนในชุมชน 3. สนับสนุน ส่งเสริมให้ภาคีเครือข่ายร่วมมือจัดการศึกษานอกระบบ เพื่อตอบสนองความต้องการ พัฒนาการเรียนรู้ของภาคีเครือข่าย ด้วยการใช้องค์ความรู้และปัจจัยด าเนินการของตนเอง ให้สอดคล้องกับ มาตรฐานการเรียนรู้


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 33 4. พัฒนาประสิทธิภาพของสถานศึกษา ให้สามารถจัดการศึกษาได้ตามปรัชญาและวิสัยทัศน์ของ สถานศึกษาด้วยการประกันคุณภาพการศึกษา หลักการ 1. เป็นหลักสูตรที่มี'โครงสร้างยืดหยุ่นด้านสาระการเรียน! เวลาเรียน และการจัดการเรียน โดยเน้น การบูรณาการเนื้อหาให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต ความแตกต่างของบุคคล และชุมชน สังคม 2. ส่งเสริมให้มีการเทียบโอนผลการเรียนจากการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษา ตามอัธยาศัย 3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาและเรียน!อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตโดยตระหนักว่าผู้เรียนมีความส าคัญ สามารถพัฒนาตนเองได้ตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ 4. ส่งเสริมให้ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา จุดมุ่งหมาย หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราชการ 2551 มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนมี คุณธรรม จริยธรรม มีสติปัญญา มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีศักยภาพในการประกอบอาชีพ และการเรียนรู้อย่าง ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นลักษณะอันพึงประสงค์ที่ต้องการ จึงก าหนดจุดหมาย ดังต่อไปนี้ 1. มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข 2. มีความรู้พื้นฐานส าหรับการด ารงชีวิต และการเรียนรู้ต่อเนื่อง 3. มีความสามารถในการประกอบสัมมาอาชีพ ให้สอดคล้องกับความสนใจ ความถนัด และตามทัน ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง 4. มีทักษะการด าเนินชีวิตที่ดี และสามารถจัดการกับชีวิต ชุมชน สังคม ได้อย่างมีความสุข ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 5. มีความเข้าใจประวัติศาสตร์ชาติไทย ภูมิใจในความเป็นไทย โดยเฉพาะภาษา ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี กีฬา ภูมิปัญญาไทย ความเป็นพลเมืองดี ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนา ยึดมั่นในวิถีชีวิต และ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 6. มีจิตส านึกในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 7. เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีทักษะในการแสวงหาความรู้ สามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ และบูรณา การความรู้มาใช้ในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ใช้แรงงาน กลุ่มผู้น าท้องถิ่น กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มเด็กออกกลางคัน กลุ่มทหารกอง ประจ าการ กลุ่มผู้พิการ กรอบโครงสร้าง 1. ระดับการศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 2.สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนประกอบด้วย 5 สาระ ดังนี้


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 34 1. สาระทักษะการเรียนรู้เป็นสาระเกี่ยวกับการเรียนรู้ด้วยตนเอง การใช้แหล่งเรียนรู้ การ จัดการ การคิดเป็น และการวิจัยอย่างง่าย 2. สาระความรู้พื้นฐาน เป็นสาระเกี่ยวกับภาษา และการสื่อสาร คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี 3. สาระการประกอบอาชีพ เป็นสาระเกี่ยวกับการมองเห็นช่องทาง และการตัดสินใจประกอบ อาชีพ ทักษะในอาชีพ การจัดการอาชีพอย่างมีคุณธรรม และการพัฒนาอาชีพให้มั่นคง 4. สาระทักษะการด าเนินชีวิต เป็นสาระเกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สุขภาพอนามัย และความปลอดภัยในการด าเนินชีวิต ศิลปะและสุนทรียภาพ 5. สาระการพัฒนาสังคม เป็นสาระที่เกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี หน้าที่พลเมือง และการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม 3.กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม 4. มาตรฐานการเรียนรู้ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ก าหนดมาตรฐาน การเรียนรู้ ตามสาระการเรียนรู้ทั้ง 5 สาระ ที่เป็นข้อก าหนดคุณภาพของผู้เรียน ดังนี้ 1. มาตรฐานการเรียนรู้นอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นมาตรฐานการเรียนรู้ ในแต่ ละสาระการเรียนรู้ เมื่อผู้เรียนเรียนจบหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 2. มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ เป็นมาตรฐานการเรียนรู้ในแต่ละสาระการเรียนรู้ เมื่อผู้เรียน เรียนจบในแต่ละระดับ ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 5. เวลาเรียน ในแต่ละระดับ ใช้เวลาเรียน 4 ภาคเรียน ยกเว้นกรณีที่มีการเทียบโอนผลการเรียน ทั้งนี้ ผู้เรียน ต้องลงทะเบียนเรียนในสถานศึกษาอย่างน้อย 1 ภาคเรียน 6. หน่วยกิต ใช้เวลาเรียน 40 ชั่วโมง มีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิต 7. โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา สถานศึกษาจัดท าโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา โดยพิจารณาโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา นอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ดังนี้


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 35 โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ที่ สาระการเรียนรู้ จ านวนกิต หมายเหตุ วิชาบังคับ วิชาเลือกบังคับ วิชาเลือกเสรี 1 ทักษะการเรียนรู้ 5 - - 2 ความรู้พื้นฐาน 16 3 - 3 การประกอบอาชีพ 8 - - 4 ทักษะการด าเนินชีวิต 5 - - 5 การพัฒนาสังคม 6 9 5 รวม 40 17 หน่วยกิต 57 หน่วยกิต กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต 200 ชั่วโมง หมายเหตุวิชาเลือกในแต่ละระดับสถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนเรียนรู้จากการท าโครงงาน จ านวนอย่างน้อย 3 หน่วยกิต สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ประกอบด้วยสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ดังนี้ 1. สาระทักษะการเรียนรู้ ประกอบด้วย 5 มาตรฐาน ดังนี้ มาตรฐานที่ 1.1 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง มาตรฐานที่ 1.2 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการใช้แหล่งเรียนรู้ มาตรฐานที่ 1.3 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการจัดการความรู้ มาตรฐานที่ 1.4 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการคิดเป็น มาตรฐานที่ 1.5 มีความ!ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการวิจัยอย่างง่าย 2. สาระความรู้พื้นฐาน ประกอบด้วย 4 มาตรฐาน ดังนี้ มาตรฐานที่ 2.1 มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับภาษาและการสื่อสาร มาตรฐานที่ 2.2 มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3. สาระการประกอบอาชีพ ประกอบด้วย 4 มาตรฐาน ดังนี้ มาตรฐานที่ 3.1 มีความรู้ ความเข้าใจ และเจตคติที่ดีในงานอาชีพ มองเห็นช่องทางและตัดสินใจ ประกอบอาชีพได้ตามความต้องการ และศักยภาพของตนเอง มาตรฐานที่ 3.2 มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะในอาชีพที่ตัดสินใจเลือก มาตรฐานที่ 3.3 มีความรู้ ความเข้าใจ ในการจัดการอาชีพอย่างมีคุณธรรม มาตรฐานที่ 3.4 มีความรู้ ความเข้าใจ ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 36 4. สาระทักษะการด าเนินชีวิต ประกอบด้วย 3 มาตรฐาน ดังนี้ มาตรฐานที่ 4.1 มีความรู้ ความเข้าใจ เจตคติที่ดีเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถ ประยุกต์ใช้ในการด าเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม มาตรฐานที่ 4.2 มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติที่ดีเกี่ยวกับการดูแล ส่งเสริมสุขภาพ อนามัยและความปลอดภัยในการด าเนินชีวิต มาตรฐานที่ 4.3 มีความรู้ ความเข้าใจ และเจตคติที่ดีเกี่ยวกับศิลปะและสุนทรียภาพ 5. สาระการพัฒนาสังคม ประกอบด้วย 4 มาตรฐาน ดังนี้ มาตรฐานที่ 5.1 มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความส าคัญเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง สามารถน ามาปรับใช้ในการด ารงชีวิต มาตรฐานที่ 5.2 มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่า และสืบทอดศาสนา วัฒนธรรมประเพณี เพื่อ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มาตรฐานที่ 5.3 ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย มีจิตสาธารณะเพื่อความสงบสุขของสังคม มาตรฐานที่ 5.4 มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นความส าคัญของหลักการพัฒนา และสามารถพัฒนา ตนเองครอบครัว ชุมชน/สังคม หมายเหตุสาระการเรียนรู้พื้นฐาน มาตรฐานที่ 2.1 มีความรู้ความเข้าใจทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับภาษา และการสื่อสาร ซึ่งภาษาในมาตรฐานนี้หมายถึง ภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 37 สาระทักษะการเรียนรู้ สาระทักษะการเรียนรู้เป็นสาระที่เกี่ยวกับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในด้านการเรียนรู้ ด้วยตนเอง การใช้แหล่งเรียนรู้ การจัดการความรู้การคิดเป็น และการวิจัยอย่างง่าย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ ผู้เรียนสามารถก าหนดเป้าหมาย วางแผนการเรียนรู้ด้วยตนเอง เข้าถึงและเลือกใช้แหล่งเรียนรู้ จัดการความรู้ กระบวนการแก้ปัญหาและตัดสินใจอย่างมีเหตุผล ที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการชี้น าตนเองในการเรียนรู้ได้ ต่อเนื่องตลอดชีวิต สาระทักษะการเรียนรู้ ประกอบด้วย 5 มาตรฐาน ดังนี้ มาตรฐานที่ 1.1 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง มาตรฐานที่ 1.2 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการใช้แหล่งเรียนรู้ มาตรฐานที่ 1.3 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการจัดการความรู้ มาตรฐานที่ 1.4 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการคิดเป็น มาตรฐานที่ 1.5 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการวิจัยอย่างง่าย มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ และผลการเรียนรู้ที่คาดหวังในแต่ละมาตรฐาน มาตรฐานที่ 1.1 มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง มาตรฐาน การเรียนรู้ระดับ สามารถวิเคราะห์ เห็นความส าคัญ และปฏิบัติการแสวงหาความ!จากการอ่าน ทัง และสรุปได้ ถูกต้องตามหลักวิชาการ ผลการเรียนรู้ ที่คาดหวัง 1. สามารถวิเคราะห์ความรู้จาก การอ่าน การฟัง การสังเกต และสรุปได้ถูกต้อง 2. สามารถจัดระบบการแสวงหาความรู้ให้กับตนเอง 3.ปฏิบัติตามขั้นตอนในการแสวงหาความรู้เกี่ยวกับทักษะการอ่าน ทักษะการฟัง และทักษะการจดบันทึก มาตรฐานที่ 1.2 มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการใช้แหล่งเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้ระดับ สามารถจ าแนก จัดล าดับความส าคัญ และเลือกใช้แหล่งเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม ผลการเรียนรู้ ที่คาดหวัง 1. จ าแนกความแตกต่างของแหล่งเรียนรู้และตัดสินใจเลือกใช้แหล่งเรียนรู้ 2. เรียงล าดับความส าคัญของแหล่งเรียนรู้ และจัดท าระบบในการใช้แหล่งเรียนรู้ของตนเอง 3. สามารถปฏิบัติการใช้แหล่งเรียน!ตามขั้นตอนได้อย่างถูกต้อง


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 38 มาตรฐานที่1.3 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการจัดการความรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้ระดับ สามารถจ าแนก ผลที่เกิดขึ้นจากขอบเขตความรู้ ตัดสินคุณค่า ก าหนดแนวทางพัฒนา ผลการเรียนรู้ 1. วิเคราะห์ผลที่เกิดขึ้นของขอบเขตความรู้ตัดสินคุณค่าก าหนดแนวทางพัฒนา ที่คาดหวัง 2. เห็นความสัมพันธ์ของกระบวนการจัดการความรู้กับการน าไปใช้ในการพัฒนาชุมชน 3. ปฏิบัติตามกระบวนการการจัดการความรู้ได้อย่างเป็นระบบ มาตรฐานที่ 1.4 มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการคิดเป็น มาตรฐาน ความสามารถในการศึกษา เลือกสรร จัดเก็บ และการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล การเรียนรู้ระดับ ทั้งสามประการ และการใช้เทคนิคในการ'ฝึกทักษะ การคิดเป็น เพื่อใช้ประกอบ การตัดสินใจ แก้ปัญหา ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายหรือทบทวนปรัชญาคิดเป็นและลักษณะของข้อมูลด้านวิชาการ ตนเอง สังคม ที่คาดหวัง สิ่งแวดล้อม ที่จะน ามาวิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อประกอบการคิด การตัดสินใจ แก้ปัญหา 2. จ าแนก เปรียบเทียบ ตรวจสอบข้อมูลด้านวิชาการ ตนเอง สังคม สิ่งแวดล้อม ที่จัดเก็บ และทักษะในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลทั้งสามด้าน เพื่อประกอบ การตัดสินใจแก้ปัญหา 3. ปฏิบัติตามเทคนิคกระบวนการคิดเป็น ประกอบการตัดสินใจได้อย่างเป็นระบบ มาตรฐานที่ 1.5 มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการวิจัยอย่างง่าย มาตรฐาน การเรียนรู้ระดับ สามารถวิเคราะห์ปัญหา ความจ าเป็น เห็นความสัมพันธ์ของกระบวนการวิจัย กับการน าไปใช้ ในชีวิตและด าเนินการวิจัยทดลองตามขั้นตอน ผลการเรียนรู้ 1. ระบุปัญหา ความจ าเป็น วัตถุประสงค์ และประโยชน์ ที่คาดว่าจะได้รับจาก ที่คาดหวัง การวิจัย และสืบค้นข้อมูลเพื่อท าความกระจ่างในปัญหาการวิจัย รวมทั้ง ก าหนดวิธีการหา ความรู้ ความจริง 2. เห็นความสัมพันธ์ของกระบวนการวิจัยกับการน าไปใช้ในชีวิต 3. ปฏิบัติการศึกษา ทดลอง รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล และสรุปความรู้ ความจริง ตามขั้นตอน ได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 39 สาระทักษะการเรียนรู้ รายวิชาบังคับ มาตรฐานที่ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สาระ รหัสรายวิชา รายวิชาบังคับ หน่วยกิต 1.1-1.5 ทักษะการเรียนรู้ ทร21001 ทักษะการเรียนรู้ 5 รวม 5 สาระทักษะการเรียนรู้ รายวิชาเลือกเสรี มาตรฐานที่ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สาระ รหัสรายวิชา รายวิชาเลือกเสรี หน่วยกิต 1.1-1.5 ทักษะการเรียนรู้ ทร03037 การเรียนรู้ด้วยวิธีโครงงาน 3 รวม 3


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 40 ค าอธิบายรายวิชาบังคับ และรายละเอียดค าอธิบายรายวิชาบังคับ


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 41 ค าอธิบายรายวิชา ทร21001 ทักษะการเรียนรู้ จ านวน 5 หน่วยกิต (จ านวน 200 ชม.) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ 1. สามารถวิเคราะห์ เห็นความส าคัญ และปฏิบัติการแสวงหาความรู้จากการอ่าน ฟัง และสรุปได้ ถูกต้องตามหลักวิชาการ 2. สามารถจ าแนก จัดล าดับความส าคัญ และเลือกใช้แหล่งเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม 3. สามารถจ าแนกผลที่เกิดขึ้นจากขอบเขตความรู้ ตัดสินคุณค่า ก าหนดแนวทางพัฒนา 4. ความสามารถในการศึกษา เลือกสรร จัดเก็บ และการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลทั้งสามประการ และการใช้เทคนิคในการฝึกทักษะ การคิดเป็น เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจแก้ปัญหา 5. สามารถวิเคราะห์ปัญหา ความจ าเป็น เห็นความสัมพันธ์ของกระบวนการวิจัยกับการน าไปใช้ใน ชีวิตและด าเนินการวิจัยทดลองตามขั้นตอน ศึกษาและฝึกทักษะเกี่ยวกับเรื่องดังต่อไปนี้ 1. การเรียนรู้ด้วยตนเอง ทบทวน ความหมาย ความส าคัญ และกระบวนการของการเรียนรู้ด้วยตนเอง ทบทวนทักษะ พื้นฐานทางการศึกษาหาความรู้ ทักษะการแก้ปัญหาและเทคนิคในการเรียนรู้ด้วย ตนเอง ด้านการอ่าน การฟัง การสังเกต การจ า และการจดบันทึกฝึกทักษะการวางแผนการเรียนรู้และการประเมินผลการเรียนรู้ด้วยตนเอง ทักษะพื้นฐานและเทคนิค ในการเรียนรู้ด้วยตนเองในเรื่องการวางแผน การประเมินผลการเรียนรู้ด้วยตนเอง และ การวิเคราะห์วิจารณ์เจตคติ/ปัจจัย ที่ท าให้การเรียนรู้ด้วยตนเองประสบความส าเร็จ การเปิดรับโอกาส การเรียนรู้ การคิด ริเริ่มและเรียนรู้ด้วยตนเอง การสร้างแรงจูงใจ การสร้างวินัยในตนเอง การคิดเชิงบวก ความคิดสร้างสรรค์ การใฝ่รู้ ใฝ่เรียน และความรับผิดชอบ 2. การใช้แหล่งเรียนรู้ ทบทวนความหมาย ความส าคัญของการใช้แหล่งเรียนรู้ประเภทต่าง ๆ ศึกษาแหล่งเรียนรู้หอสมุด แห่งชาติ หอสมุดวิทยาลัย/มหาวิทยาลัย ห้องสมุดเฉพาะ ห้องสมุดโรงเรียน พิพิธภัณฑ์ อุทยานแห่งชาติ แหล่ง เรียนรู้ส าคัญอื่น ๆ ในประเทศศึกษา เรียนรู้ การใช้อินเทอร์เน็ต การเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศที่ต้องการและ สนใจ 3. การจัดการความรู้ ศึกษาความหมาย ความส าคัญ หลักการของการจัดการความรู้ กระบวนการจัดการความรู้ การ รวมกลุ่มเพื่อต่อยอดความรู้ การพัฒนาขอบข่ายความรู้ของกลุ่ม การจัดท าสารสนเทศเผยแพร่ความรู้ฝึกทักษะ กระบวนการจัดการความรู้ด้วยตนเองและด้วยการรวมกลุ่มปฏิบัติโดยการก าหนดเป้าหมายการเรียนรู้ระบุ ความรู้ที่ต้องใช้ การแสวงหาความรู้ สรุปองค์ความรู้ ประยุกต์ใช้ความรู้ แลกเปลี่ยนความรู้การรวมกลุ่ม ปฏิบัติการเพื่อต่อยอดความรู้ การพัฒนาขอบข่ายความรู้ของกลุ่มสรุปองค์ความรู้ของกลุ่ม จัดท าสารสนเทศ องค์ความรู้ในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน 4. การคิดเป็น ทบทวนท าความเข้าใจกับความเชื่อพื้นฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่/การศึกษานอกระบบ และ เชื่อมโยง ไปสู่การเรียนรู้เรื่องความหมายและความส าคัญของการคิดเป็น โดยใช้ข้อมูลอย่างน้อย 3 ประการ คือ ข้อมูล ด้านวิชาการ ตนเอง และสังคม สิ่งแวดล้อม อย่างพอเพียงมาวิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อก าหนด ทางเลือก ในการคิด การตัดสินใจแก้ปัญหาที่เหมาะสมอย่างคนคิดเป็น


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 42 ศึกษาท าความเข้าใจและฝึกทักษะในการพิจารณาข้อมูล ทั้งด้านวิชาการ ตนเอง และสังคม สิ่งแวดล้อม จนสามารถจ าแนกและเปรียบเทียบลักษณะของข้อมูลทั้ง 3 ประการได้จากกรณีที่หลากหลายเพื่อ น าไปใช้ในการเลือกเก็บข้อมูลดังกล่าวมาใช้ประกอบการคิดตัดสินใจอย่างคนคิดเป็นฝึกปฏิบัติการคิด การ ตัดสินใจอย่างเป็นระบบในการแก้ปัญหาอย่างคนคิดเป็นจากกรณีตัวอย่าง 5. การวิจัยอย่างง่าย ทบทวนความหมาย ความส าคัญการวิจัยอย่างง่าย กระบวนการและขั้นตอนของการด าเนินงาน ศึกษา ฝึกทักษะ สถิติง่ายๆ เพื่อการวิจัย เครื่องมือการวิจัย และการเขียนโครงการวิจัยอย่างง่ายๆ การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ 1. การเรียนรู้ด้วยตนเอง ควรจัดในลักษณะของการบูรณาการทักษะต่าง ๆ ไปพร้อมกับการสร้างสถานการณ์ในการเรียนรู้ ที่หลากหลาย ซับซ้อน อย่างสร้างสรรค์ เพื่อ 1) ฝึกให้ผู้เรียนได้ก าหนดเป้าหมาย และวางแผนการเรียนรู้ 2) เพิ่มพูนให้มีทักษะพื้นฐานในการการวางแผน การประเมินผลการเรียนรู้ด้วยตนเอง การวิเคราะห์วิจารณ์ 3) มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ด้วยตนเองที่ท าให้การเรียนรู้ด้วยตนเองประสบผลส าเร็จ และน าความรู้ไปใช้ใน วิถีชีวิตให้เหมาะสมกับตนเอง และชุมชน/สังคม 2. การใช้แหล่งเรียนรู้ ให้ผู้เรียนศึกษาสารสนเทศ จากระดับชุมชนสู่ระดับจังหวัด ประเทศ และโลก การเรียนรู้ การใช้ อินเทอร์เน็ต และแหล่งเรียนรู้ได้สอดคล้องกับความต้องการ ความจ าเป็นในการน าไปใช้ในการแสวงหาข้อมูล เพื่อการเรียนรู้ของตนเอง 3. การจัดการความรู้ ให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าหลักการ และกระบวนการของการจัดการความรู้การฝึกปฏิบัติจริงโดยการ รวมกลุ่มปฏิบัติการ/ชุมชนปฏิบัติการ (Community of Practice = CoP) สรุปองค์ความรู้ของกลุ่ม แลกเปลี่ยน เรียนรู้ระหว่างกลุ่ม ยกระดับความรู้ และจัดท าสารสนเทศเผยแพร่ความรู้ 4. การคิดเป็น ให้ผู้เรียนที่ยังไม่เคยเรียนสาระนี้มาก่อนได้ศึกษาเล่าเรียนและฝึกทักษะการคิด การตัดสินใจใน รายละเอียด เช่นเดียวกับในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ส าหรับผู้เรียนที่ได้เรียนสาระนี้มาก่อนแล้วควรจัดให้ ผู้เรียนได้ทบทวน ท าความเข้าใจกับการเชื่อมโยง ความเชื่อพื้นฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่/การศึกษานอกระบบ มาสู่การ คิดเป็นคล้ายกระบวนการอภิปราย ถกแถลงอย่างกว้างขวาง ให้ผู้เรียนได้ศึกษาท าความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของข้อมูลทางด้านวิชาการ ตนเอง และสังคม สิ่งแวดล้อม จากเอกสาร แหล่งความรู้ ใบความรู้ ฯลฯ และให้มีการฝึกอธิบายและยกตัวอย่าง เพื่อเปรียบเทียบ ให้เห็นความแตกต่างของลักษณะข้อมูลทั้ง 3 ประการ ควรให้มีการท าใบงานในการฝึกปฏิบัติเพื่อเพิ่ม ประสบการณ์ ในการเรียนรู้ลักษณะของข้อมูลทั้ง 3 ด้าน ให้ผู้เรียนมีโอกาสฝึกปฏิบัติในการท าแบบฝึกหัดในใบงาน และการอภิปรายถกแถลงถึงกระบวน การ คิด แก้ปัญหาอย่างการคิดเป็นที่ต้องใช้ข้อมูล และกระบวนการคิด แก้ปัญหาอย่างคนคิดเป็นจากกรณีตัวอย่าง ที่หลากหลายยิ่งขึ้น 5. การวิจัยอย่างง่าย จัดให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า เอกสารที่เกี่ยวข้อง ฝึกทักษะการสังเกตและค้นหาปัญหาที่พบใน ชีวิตประจ าวัน/ในสาระที่เรียน การตั้งค าถาม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อน/ผู้รู้ การคาดเดาค าตอบอย่างมี


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 43 เหตุผล/การตั้งสมมติฐาน การฝึกปฏิบัติการเขียนโครงการวิจัยที่มีความซับซ้อนขึ้น การเก็บรวบรวมข้อมูล การ สร้าง เครื่องมือ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน การน าเสนอข้อมูล การสรุปข้อมูลและเขียนรายงานผล การเผยแพร่ข้อค้นพบ การวัดและประเมินผล 1. การเรียนรู้ด้วยตนเอง ใช้การประเมินจากผลงานของผู้เรียนที่แสดงออกเกี่ยวกับ การก าหนดเป้าหมาย และวางแผน การ เรียนรู้ รวมทักษะพื้นฐานและเทคนิคในการเรียนรู้ต่าง ๆ ตลอดจนปัจจัยที่ท าให้การเรียนรู้ประสบความส าเร็จ 2. การใช้แหล่งเรียนรู้จากการสังเกต ความสนใจ การมีส่วนร่วม และผลงานที่ได้ใช้ประโยชน์จาก แหล่งเรียนรู้ 3. การจัดการความรู้จากการสังเกต ความสนใจ การแสดงความคิดเห็น การมีส่วนร่วม การให้ความ ร่วมมือในกลุ่มปฏิบัติการผลงาน/ชิ้นงานจากการรวมกลุ่มปฏิบัติการใช้วิธีการประเมินแบบมีส่วนร่วมระหว่าง ครูผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้องร่วมกันประเมินตีค่าความสามารถ ความส าเร็จกับเป้าหมายที่วางไว้ และระบุ ข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข ส่วนที่ท าได้ดีแล้วก็พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป 4. การคิดเป็นประเมินจากการอภิปราย การท าแบบฝึกหัด ท าใบงาน และการสังเกตจากการ อภิปราย แถลงการณ์ให้เหตุผลความรอบคอบและละเอียดยิ่งขึ้นความพอเพียง และความเหมาะสมในการ แสวงหาข้อมูลทั้ง 3 ประการ ประกอบการคิด การตัดสินใจ 5. การวิจัยอย่างง่ายจากการสังเกต ความสนใจ การมีส่วนร่วม ความร่วมมือ จากผลงาน/ชิ้นงานที่ มอบหมายให้แกปฏิบัติในระหว่างเรียนและการสอบปลายภาคเรียน


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 44 รายละเอียดค าอธิบายรายวิชา ทร21001 ทักษะการเรียนรู้ จ านวน 5 หน่วยกิต (200 ชม.) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ 1. สามารถวิเคราะห์ เห็นความส าคัญ และปฏิบัติการแสวงหาความรู้จากการอ่าน ฟัง และสรุปได้ ถูกต้องตามหลักวิชาการ 2. สามารถจ าแนก จัดล าดับความส าคัญ และเลือกใช้แหล่งเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม 3. สามารถจ าแนกผลที่เกิดขึ้นจากขอบเขตความรู้ ตัดสินคุณค่า ก าหนดแนวทางพัฒนา 4. ความสามารถในการศึกษา เลือกสรร จัดเก็บ และการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลทั้งสามประการ และการใช้เทคนิคในการฝึกทักษะ การคิดเป็น เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจแก้ปัญหา 5. สามารถวิเคราะห์ปัญหา ความจ าเป็น เห็นความสัมพันธ์ของกระบวนการวิจัยกับการน าไปใช้ใน ชีวิต และด าเนินการวิจัยทดลองตามขั้นตอน ที่ หัวเรื่อง ตัวชี้วัด เนื้อหา จ านวน (ชั่วโมง) 1 การเรียนรู้ 1. บอกความหมาย ตระหนักและ 1. ความหมาย ความส าคัญของ 3 ด้วยตนเอง เห็นความส าคัญของการเรียนรู้ การเรียนรู้ด้วยตนเอง ด้วยตนเอง 2. การก าหนดเป้าหมายและการ 3 2. มีทักษะพื้นฐานทางการศึกษา วางแผนการเรียนรู้ด้วยตนเอง หาความรู้ ทักษะการแก้ปัญหา 3. ทักษะพื้นฐานทางการศึกษา 3 และเทคนิคในการเรียนรู้ หาความรู้ ทักษะการแก้ปัญหา ด้วยตนเอง และเทคนิคในการเรียนรู้ 3. อธิบายปัจจัยที่ท าให้การเรียนรู้ ด้วยตนเอง ด้วยตนเองประสบความส าเร็จ 4. ปัจจัยที่ท าให้การเรียนรู้ 3 4. สามารถวางแผนการเรียนรู้ ด้วยตนเองประสบความส าเร็จ และการประเมินผลการเรียนรู้ 5. การวางแผนการเรียนรู้และ 8 ด้วยตนเองได้ การประเมินผลการเรียนรู้ ด้วยตนเอง 6. การฝึกทักษะวางแผนการเรียนรู้ 20 และการประเมินผลการเรียนรู้ ด้วยตนเอง การวิจารณ์


หลักสูตรสถานศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 45 ที่ หัวเรื่อง ตัวชี้วัด เนื้อหา จ านวน (ชั่วโมง) 2 การใช้ 1. อธิบายความหมาย ความส าคัญ 1. ความหมาย ความส าคัญ 3 แหล่งเรียนรู้ ของการใช้ห้องสมุดอ าเภอ ของการใช้ห้องสมุดอ าเภอ 2. อธิบายการเข้าถึงสารสนเทศ 2. การเข้าถึงสารสนเทศ 3 ของห้องสมุดประชาชน ของห้องสมุดประชาชน 3. อธิบายแหล่งเรียนรู้หอสมุด- 3. แหล่งเรียนรู้หอสมุดแห่งชาติ 14 แห่งชาติ หอสมุดวิทยาลัย/ หอสมุดวิทยาลัย/มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ห้องสมุดเฉพาะ ห้องสมุดเฉพาะ ห้องสมุดห้องสมุดโรงเรียน พิพิธภัณฑ์ โรงเรียน พิพิธภัณฑ์ อุทยานแห่งชาติ แหล่งเรียนรู้ อุทยานแห่งชาติ แหล่งเรียนรู้ ส าคัญอื่น ๆ ในประเทศ ส าคัญอื่น ๆ ในประเทศ 4. อธิบายและปฏิบัติการใช้ 4. การใช้อินเทอร์เน็ต การเข้าถึง 20 อินเทอร์เน็ต และการเข้าถึง ข้อมูลสารสนเทศที่ต้องการ ข้อมูลสารสนเทศที่ต้องการ และสนใจ และสนใจ 3 การจัดการ 1. อธิบายความหมาย ความส าคัญ 1. ความหมาย ความส าคัญ 8 ความรู้ หลักการ กระบวนการจัดการ หลักการ กระบวนการจัดการ ความรู้การรวมกลุ่มเพื่อต่อยอด ความรู้การรวมกลุ่มเพื่อต่อยอด ความรู้การพัฒนาขอบข่าย ความรู้การพัฒนาขอบข่าย ความรู้ของกลุ่ม และการจัดท า ความรู้ของกลุ่ม และการจัดท า สารสนเทศเผยแพร่ความรู้ สารสนเทศเผยแพร่ความรู้ 2. ปฏิบัติการจัดการความรู้ 2. การฝึกทักษะกระบวนการ 20 ในเนื้อหาที่สอดคล้องกับ จัดการความรู้ด้วยตนเอง และ ความต้องการของชุมชน กระบวนการจัดการความรู้ 3. จัดท าสารสนเทศและเผยแพร่ ด้วยการรวมกลุ่มปฏิบัติการ ความรู้ 3. สรุปองค์ความรู้ของกลุ่ม 12 จัดท าสารสนเทศองค์ความรู้ ในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว


Click to View FlipBook Version