คุ ณธรรมที่ ควรถื อเป็นแบบอย่ าง
01 02 03
ทรงเป็นพระบิดาที่ดีของบุตร ทรงเป็นผู้มั่นคงในพระรัตนตรัย ทรงเป็นผู้นำที่ดี
หนว ยท่ี 3
หลักธรรมทาง
พระพทุ ธศาสนา
อา งอิงเนื้อหาจากหนังสอื เรียนพระพทุ ธศาสนา ม.2
สาํ นักพมิ พอ ักษรเจริญทศั น
หลกั ธรรมคาํ สอนเปนสง่ิ สาํ คญั ของแตละศาสนา
หรอื อาจกลาวไดว าหากปราศจากหลักธรรมคาํ
สอนแลว กเ็ ปรยี บเสมอื นไมมศี าสนา
ดังนัน้ การศกึ ษาหลักธรรมของพระพุทธเจาจงึ
ถือเปน ส่งิ สาํ คัญของพุทธศาสนิกชนทกุ คน เพ่ือทจี่ ะ
ไดนาํ หลกั ธรรมมาเปนแนวทางในการดาํ เนนิ ชีวติ ได
อยา งถูกตอง
พระรัตนตรยั
พระรัตนตรัย
แกว สามประการอนั ประเสริฐสดุ
ของพุทธศาสนิกชน
พระพทุ ธ
ผซู ง่ึ เปนศาสดาของพุทธศาสนา
ผตู รสั รธู รรมดว ยพระองคเ อง
พระรตั นตรยั
แกว สามประการอันประเสรฐิ สดุ
ของพทุ ธศาสนกิ ชน
พระธรรม
พระธรรมวนิ ัยอันเปนคาํ สั่ง
สอนของพระพุทธเจา
พระรตั นตรยั
แกวสามประการอันประเสริฐสุด
ของพทุ ธศาสนกิ ชน
พระสงฆ
ผูเผยแผค าํ สอนของ
พระพุทธเจา
ธรรมคณุ 6
คณุ ของพระธรรม ,
ลักษณะของพระธรรม
มี 6 อยาง
๑. สวากขาโต ภควตาธมั โม ๒. สนั ทฏิ ฐิโก
พระธรรม เปน คาํ สอนอัน พระธรรมนผ้ี ูปฏบิ ตั ติ ามจะ
พระผูมพี ระภาคเจา ตรสั ไว เห็นไดด ว ยตนเอง
ดีแลว เปน ความจรงิ แท เปน
หลักครองชวี ิตอนั ประเสริฐ
๓. อกาลโิ ก ๔. เอหิปส สโิ ก
ไมเ นอื่ งดว ยกาลเวลา ไมขน้ึ ควรเรียกใหม าดู คอื พระ
อยกู บั เวลา ปฏิบตั ติ ามได ธรรมเปน คาํ สอนทค่ี วรจะเชิญ
พรอ มบริบรู ณเ มื่อใดกเ็ หน็ ผล ใหใคร ๆ มาพสิ จู น เพราะ
เมอื่ น้ัน เปนของทจี่ รงิ ตลอดเวลา
๕. โอปนยโิ ก ๖. ปจจัตตงั เวทิตพั โพ วิญูหิ
การรพู ระธรรมน้ัน เปนของ
ควรนอ มเขามา คือ เปน ส่งิ ท่ี เฉพาะตนท่ีปฏิบัตติ ามเทา นั้น
ควรนอ มเขาไวใ นใจ เพอื่ ทําแทนกนั ไมไดแบงปน กนั ไม
ยึดถือเปน หลกั ปฏิบตั ิในชีวิต ได ตองรดู ว ยตนเอง
จะไดบ รรลุถึงความหลุดพน
อรยิ สจั 4
ทกุ ขคกวาายมแไมลสะใบจาย สมุทัยสาเหตใุ หเกิดทุกข นิโรธ มรรคหนทางดับทกุ ข
คหวมาดมทดกุ บั ขท กุ ข/
ทกุ ข ทกุ ข (ธรรมทค่ี วรร)ู คือ ความจริงวา ดว ยความ
ทุกข ความไมสบายกาย ไมส บายใจ ความทุกขน้ัน
ความไมส บาย เกิดขน้ึ กบั ใครก็ได หลักธรรมทีค่ วรรูเกย่ี วกบั การ
กายและใจ เกิดทกุ ข คอื ขันธ 5
ความเจบ็ ปวยทางรางกาย
เปนสาเหตหุ นึ่งที่ทําใหเกิดทกุ ข
รูป
สว นทเี่ ปน รา งกาย รวมถึง
พฤติกรรมทั้งหมดทางรา งกาย
ขนั ธ์ 5
องคป ระกอบ
ของชวี ติ มี ๕
ประการดงั น้ี
การรอ งเพลง การเดนิ แบบ การแสดงละคร
เวทนา
ความรสู ึกทเี่ กิดขนึ้ มี 3 อยาง คอื
สขุ เวทนา ทุกขเวทนา อเุ บกขาเวทนา
ขันธ์ 5
องคป ระกอบ
ของชวี ติ มี ๕
ประการดังนี้
ขนั ธ์ 5 สัญญา
องคประกอบ การกาํ หนดหมายรูส ิ่งใดส่ิงหนึ่ง (การจําสิ่งนนั้ ได)
ของชวี ิตมี ๕ เชน รปู รส กลิ่น เสยี ง และอารมณ เปนตน
ประการดงั นี้
หวดั ดี
เบลล์
ขนั ธ์ 5 สงั ขาร
องคประกอบ ส่งิ ปรงุ แตงจิตเปน ผลรวมของการรบั รู ผา นวิญญาณ เวทนา
ของชีวติ มี ๕ และสญั ญา กอใหเ กดิ การกระทําตอสิง่ น้นั ทง้ั ดแี ละชั่ว
ประการดงั นี้
ตวั อยางเหตุการณ
เบลล เห็นโทรศัพท IPhone 12
pro Max ท่อี ยากไดม านาน จงึ ได
หยิบขึ้นมาดูแลว จายเงนิ เพ่อื ซอ้ื
สังขาร คอื หยบิ โทรศัพท
ขนึ้ มาดแู ลว จา ยเงนิ เพือ่ ซอ้ื
โทรศพั ทเ คร่ืองนั้น
วญิ ญาณ
การรบั รผู านประสาทสัมผสั ทั้ง 5 และใจ
ขนั ธ์ 5 โสตวญิ ญาณ จกั ขุวิญญาณ
ชวิ หาวญิ ญาณ ฆานวิญญาณ
องคประกอบ
ของชวี ติ มี ๕ กายวญิ ญาณ มโนวญิ ญาณ
ประการดงั นี้
อายตนะ
จดุ เชอ่ื มตอ ระหวางขนั ธ ๕ กับส่ิงที่อยภู ายนอกตวั เรา
อายตนะจดั เปน องคป ระกอบของวิญญาณ คอื การรบั รู
แบงเปน อายตนะภายในและอายตนะภายนอก
อายตนะภายใน
การ "รบั ร"ู ผา นประสาทสมั ผัส
ทัง้ 5 และใจ
ตา : เห็นรปู ตา ง ๆ ได
หู : รบั ฟงเสยี งได
จมกู : รบั กลิน่ ได
ล้นิ : ล้มิ รสได
กาย : สมั ผสั ได
ใจ : หมายถึง จติ
ม้อื นี้ อายตนะภายนอก
ใครจา ย
สิ่งที่ "ถกู รับร"ู ผานประสาทสมั ผสั
ท้ัง 5 และใจ
รปู : สง่ิ ที่เหน็ ดว ยตา
เสียง : สิง่ ทไ่ี ดย นิ ดว ยหู
กลน่ิ : ส่ิงท่ไี ดก ลน่ิ ดว ยจมกู
รส : ส่ิงทีล่ มิ้ รสดว ยลิ้น
สัมผัส : สิ่งทถ่ี ูกตองกาย
อารมณ : เร่ืองทคี่ ดิ ขน้ึ ดว ยใจ
สาเสหมตุใทุหเัยกิดทกุ ข สมทุ ยั (ธรรมท่ีควรละ) คือ ความจริงวา ดวย
เหตุเกดิ แหงทุกข เพราะความทุกขท เ่ี กิดขึน้ นั้น
ตองมีสาเหตุ ไมไ ดมขี น้ึ ลอย ๆ ในท่นี จี้ ะพดู ถึง
หลกั ธรรมทค่ี วรละ 3 อยาง เพ่อื ไมใ หเ กิดทกุ ข
ไดแก หลกั กรรม (สมบตั ิ 4 วบิ ตั ิ 4) อกุศล
กรรมบถ 10 และอบายมุข 6
หรือกฎแหง กรรม เปน คาํ สอนท่ีสาํ คัญของพระพทุ ธ
ศาสนา ผลของกรรมมที ้ังผลชัน้ ในและผลช้ันนอก
สิ่งสนบั สนนุ ใหกรรมดีใหผ ล เรียกวา สมบตั ิ
สิ่งสนบั สนุนใหก รรมช่วั ใหผล เรียกวา วบิ ัติ
หลกั กรรม
(สมบตั ิ 4 วบิ ัติ 4)
คติสมบัติ สมบัติ 4
เกิดในภพ หรือ ประเทศทเ่ี จรญิ
อปุ ธสิ มบัติ
เกดิ มามีรา งกายทสี่ งางาม แขง็ แรง
กาลสมบัติ
เกดิ ในสมัยบานเมืองสงบสุข
ปโยคสมบตั ิ
ประกอบกจิ การงานที่ถูกตอ ง
คตวิ บิ ัติ วบิ ัติ 4
เกดิ ในภพ หรือ ประเทศที่ไมเจรญิ
อุปธิวิบัติ
เกิดมามรี า งกายพกิ ลพกิ าร ไมส งา งาม
กาลวิบัติ
เกดิ ในสมัยบานเมอื งมที ุกขเข็ญ
ปโยคสมบตั ิ
ประกอบกิจการงานท่ผี ิด
ทางแหง อกุศลกรรม หรือทางแหง ความช่วั หรืออาจ
หมายถงึ กรรมชั่วอันเปนทางไปสู ความเสอ่ื ม
ความทกุ ขก็ได กรรมชวั่ นแ้ี บงไดเ ปน 3 ทางใหญ ๆ
ไดแก
อกศุ ลกรรมบถ กรรมชวั กรรมชวั กรรมชัว
10 ทางกาย ทางวาจา ทางใจ
ปาณาติบาต การขโมยของผูอนื่ กรรมช่ัว
คอื การปลงชีวิต การถือเอาของที่เขาไมให ทางกาย
การทาํ ใหส ตั วโ ลก อทินนาทาน
ถึงแกค วามตาย
กาเมสุมจิ ฉาจาร
การประพฤติผดิ ในกาม
การละเมดิ คคู รอง
ปส ุณวาจา ผรุสวาจา
คอื พูดสอเสียด คือ พูดคาํ หยาบ
มสุ าวาท กรรมชวั่
คอื การพูดเท็จ ทางวาจา
สัมผัปปลาปะ
คือ พดู เพอ เจอ
ชฌา คอื คดิ เพง เ าบาท คอื คดิ รา ยผู ผดิ จากคลองธรร
สักวันจะ
จะขโมยโทรศัพท ทาํ ดีไมไ ดหรอก
มายังไง ตองเอาคนื !!! จะทําไปทําไม
ขเงอ ขดไกายอ ็งล มิ
า ่ืนอ
ม
นห็ เ อคื ฐิ ฏทิ าฉจ
ยพ
ภิ อ
กรรมชั่ว
ทางใจ
อบายมุข 6 คอื ทางแหงความเส่อื ม มี 6 ประการ ดงั นี้
ติดสุราและของมึนเมา ชอบเท่ยี วกลางคืน
ทาํ ใหเสยี ทรัพย เปนการไมรักตวั
ทาํ ใหเกดิ การทะเลาะวิวาท เปนการไมร ักษาทรัพยส มบตั ิ
เปน บอ เกดิ แหง โรค เปน ที่ระแวงสงสยั ของผูอ ่ืน
ทําใหเสียเกยี รตยิ ศและชือ่ เสียง เปน เปา ใหเ ขาใสความ
ทาํ ใหไ มร ูจกั อาย เปน ท่ีมาของความเดอื ดรอนนานาชนดิ
บ่นั ทอนสติปญ ญา
ชอบเท่ยี วดกู ารละเลน ติดการพนนั
ถาเที่ยวมากเกินไป ทาํ ใหไมเปนอนั ทาํ เมือ่ ชนะยอมกอ เวร เม่อื เลน ไดยอมมี
มาหากนิ เสยี ทง้ั เวลา เสยี ท้งั เงิน ทาํ ให คนอยากแกม ือเรยี กรองใหเลน อีก
คนอ่ืนเช่อื ถือนอ ยลง ทําใหถกู มองวา เม่อื แพย อ มเสยี ดายทรัพย
เปนคนไมเ อาการเอางาน ไมมีใครอยากไดเ ปน คคู รอง
คบคนชวั่ เปน มติ ร เกียจครานการงาน
คนเราเมื่ออยูใกลชิดกบั ใคร ก็มีโอกาสที่ การงานคง่ั คาง ไมสําเรจ็
จะมพี ฤติกรรมเชนเดยี วกับเขา เชน ครอบครัวยากจน ลูกเมยี อดอยาก
เพราะการท่ไี มทาํ งาน
ตดิ การพนนั เจาชู ไมมใี ครรบั ทาํ งาน ไมมงี านทาํ
ติดสุรายาเสพตดิ นกั หลอกลวง
คณุ ประโยชนข องการละเวน อบายมุข
ทยีสเมไ
กมหมไ
ื่น ูอผงอข
อกะรป
ยอถม ื่อส เมไา
รัพยไปโดยเปลาป ที่ มต็ เดมุนในสิ่งที่หาสารบหนาที่การงานไ
ชวี ติ ไมต กต่ํา ครแ ละเปน ทไ่ี วใ จ มบรู ณ สตปิ ญ ญ
สยมั านาลพมี
ด ไม ไะ
ใกรั ที่ นป เ
น ชยโะร
คหวมานดมทโิ ดรุกับขธท กุ ข/
นโิ รธ (ธรรมทค่ี วรบรรลุ) ความจรงิ วาดว ยความ
ดับทุกข เมอื่ ความทุกขเ กดิ จากสาเหตุ ถาเราดบั
สาเหตนุ นั้ เสยี ความทุกขน้นั ยอ มดบั ไปดว ย ดงั พุทธ
ดาํ รัสวา “เม่ือสิง่ น้ีไมม ี สิ่งน้ันกไ็ มมี เพราะส่งิ นดี้ บั
ส่ิงนั้นก็ดบั ” ณ ท่นี ีจ้ ะพดู ถงึ หลกั ธรรมบางขอ ท่ีเรา
ควรบรรลุเพอ่ื เปน ทางดับทกุ ขต ามหลกั อริยสจั 4
คือ ความสุขทางวัตถุ การเสพสามิสสุขเปนธรรมดา
ของคนทั่วไป พระพุทธศาสนาสอนเร่อื ง “คิหสิ ุข” คอื
ความสขุ ของชาวบาน ไดแ ก
สามิสสุข
อัตถิสุข ความสขุ ท่ีเกิดจาก
โภคสขุ การมีทรัพย
อนณสุข
อนวัชชสุข ความสุขทเี่ กดิ จาก
การใชจายทรพั ย
ความสขุ ที่เกิดจาก
การไมม ีหนสี้ ิน
ความสุขทีเ่ กิดจาก
การประพฤติในสง่ิ ทส่ี ุจริต
คือ ความสุขท่ไี มองิ วัตถภุ ายนอก หรือ ความสขุ
ทางใจ มตี ั้งแตข้ันตา่ํ สดุ ไปถึงขัน้ สงู สดุ คือ นิพพาน
ความสขุ ทางใจในระดบั ชาวบาน เชน การไดรบั
ความอบอนุ จากครอบครัว ไมม ศี ตั รู ข้ันสงู เชน
การมจี ิตใจสงบ ไมคิดรา ยใคร สูงขน้ึ ไปอีก เชน
เกดิ ความอมิ่ ใจเมื่อไดเ สียสละ
นริ ามสิ สขุ
ความสุขทางใจ ทําไดโดยเรม่ิ ตนดวย
การปฏิบัตติ าม "ศีล 5 และธรรม 5"
ชว ยใหจิตใจสงบไมฟุงซา น
มรรค (ธรรมที่ควรเจรญิ ) คือ ความจริงวา ดว ย หนมทรารงดคบั ทกุ ข
ทางแหง ความดบั ทกุ ข ถาใครปฏิบัติตามก็จะลด
ความทุกขห รือปญ หาได
มชั ฌิมาปฏปิ ทา บพุ พนมิ ิต แปลวา
คือ ส่งิ ท่เี ปน เครือ่ งหมาย
หรือสิง่ บอกลวงหนา
ทางสายกลาง
บุพพนิมติ ของ
มัชฌิมาปฏปิ ทา
กอนจะเกิดปญ ญาขน้ึ นนั้ มปี จ จยั 2 อยางเปน เครื่องชวย
คอื กลั ยาณมิตร และโยนิโสมนสกิ าร
กลั ยาณมิตร
(ปจจยั ภายนอก)
เปนผชู วยแนะนาํ ใหเราเกิดความคดิ เหน็
ทถี่ กู ตอง (สมั มาทฐิ )ิ การมีกัลยาณมติ ร
เปนจดุ เรม่ิ ตนของการพัฒนาปญญาท่จี ะ
ทาํ ใหเราเหน็ สจั ธรรม
ครุ ภาวนีโย
มคี วามนา เคารพ มีความนายกยอง
ปโ ย คณุ สมบตั ิของ วัตตา
กลั ยาณมิตร
มคี วามเปนกันเอง รูจกั ชี้แจงใหเขา ใจ
โน จฏั ฐาเน นิโยชะเย คัมภรี ัญจะ กะถงั กตั ตา
ไมชักจูงกันไปทางเส่ือมเสยี แถลงเร่อื งล้าํ ลกึ ได
วจนักขโม
อดทนทีจ่ ะรบั ฟง
โยนิโสมนสกิ าร
(ปจ จัยภายใน)
การใชค วามคิดถูกวิธี รูจ กั คิด รูจกั วิเคราะห
บางทเี รียกวา “การทาํ ใจโดยอุบายอนั แยบคาย”
โยนิโสมนสกิ ารเปน อาหารหลอ เลยี้ งสติ มิใหค ดิ
ไปในทางทีผ่ ิด
คือ ทางท่นี ําไปสคู วามเจริญกา วหนาของเยาวชน
มี 6 ประการ ดังน้ี
ดรณุ ธรรม รัก(ษอาโสรคุขภยาะ)พดี มีระเบียบวินัย ไ ดเห็นแ(พบุทบธอายนาุวงัตจาิ)กคนดี
(ศีล)
6
ต้ังใจเรียน ทําส(่ิงธทรี่ถรมูกาตนอุวงัตดิ)ีงาม มีความขยันหม่ันเพียร
(สุตะ) (วิริยะ)
คอื ธรรมท่ีเปน เหตุทําใหตระกลู มงั่ คั่งม่ันคงตัง้ อยู
ไดน าน ทําใหต ระกลู ดํารงอยูดวย ความสงบสขุ
เรียบรอย และมีฐานะอันม่นั คง
กุลจริ ัฏ เมื่อเคร่อื งอปุ โภค ซอ มแซมสิง่ ของท่ีเกา
ฐิติธรรม บริโภคหายหรอื หมด และชํารดุ เสียหาย
ไปตอ งรจู ักจดั หามาไว
4
ประมาณตนใน ตงั้ ผมู ีศลี ธรรมเปน
การอปุ โภคบริโภค พอ บา นแมเรอื น
กศุ ล คือ ทางแหงการกระทําของผูฉลาดหรอื คนดี
กรรมบถ เพือ่ กอ ใหเ กิดความดแี ละความถกู ตอ ง แบง ออก
เปน 3 หมวด
10
1. ความประพฤตดิ ีทางกาย
เวนจากการฆา สัตว
เวนจากการขโมย
เวนจากการประพฤติผดิ ในกาม
2. ความประพฤติดที างวาจา เร่อื งแค่น้ี
ให้อภัยได้
เวนจากการพดู เท็จ
เวนจากการพูดสอเสียด 3. ความประพฤตดิ ีทางใจ
เวนจากการพดู คาํ หยาบคาย ไมโ ลภอยากไดของผอู ื่น
เวน จากการพูดเพอ เจอ
ไมคิดพยาบาท
มคี วามเห็นชอบ
หมายถงึ ที่ตัง้ ของสติ - สติ คอื ความไมเ ผลอ ไมเ ลินเลอ
ไมเลอ่ื นลอย สติเปนตัวคอยเตอื นใหเ รายบั ยง้ั ตนเอง ไมให
หลงเพลนิ ไปในทางท่ผี ดิ
สิ่งที่ตรงกันขามกบั สติ คอื ความประมาท
สติปฏฐาน พจิ ารณาเห็น พิจารณาเห็น
ภายในกาย เวทนาในเวทนา
4
พิจารณาเหน็ พิจารณาเห็น
ในจติ ธรรมในธรรม
คอื สง่ิ ทท่ี าํ ใหเกิดความดีงาม เปนธรรมทีน่ าํ มาซ่งึ ความสขุ
ในท่นี ้จี ะกลา วถึง 3 ขอ ดังนี้
มงคล ประพฤตธิ รรม เวน ความช่ัว เวนจาก
การดืม่ น้ําเมา
38