The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

e-book วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 (เคมี)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Wisarut Praserttamma, 2022-09-22 08:21:33

e-book วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 (เคมี)

e-book วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 (เคมี)

เรยี บเรียงโดย อ.นิสติ วศิ รตุ ประเสรฐิ ธรรมา โครงสรา้ งอะตอม

ว31101 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ 1
ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 4

กลุม่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
โรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทมุ วนั

และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พเี่ ลี้ยง)

คำถามชวนคดิ อนภุ าคทีเ่ ล็กท่ีสุดของสสาร

อะตอม คอื อะไร ?

ดิโมคริตุส นักปราชญาชาวกรีก กล่าวว่า “เมื่อนำสสารมา
แบ่งย่อยลงไปเรื่อย ๆ จะได้อนุภาคที่มีขนาดเล็กมากและไม่สามารถ
แบ่งย่อยออกไปไดอ้ ีก โดยเรียกอนภุ าคน้วี ่า อะตอม”

“วิวัฒนาการของแบบจำลองอะตอม”

เรียบเรยี งโดย อ.นสิ ติ วศิ รุต ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พี่เล้ยี ง)

แบบจำลองอะตอมของดอลตนั นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษคนแรกที่เสนอแนวคิดเกี่ยวกับ
แนวคิดของดอลตนั อะตอม เพื่อใช้อธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสารก่อนและ
หลังทำปฏิกิริยา รวมทั้งอัตราส่วนโดยมวลของธาตุที่รวมกันเป็น
สารประกอบ

ธาตุแต่ละชนิดประกอบด้วยอนุภาคที่เล็กที่สุด เรียกว่า “อะตอม” ซึ่ง
อะตอมไม่สามารถแยกออกได้อีก และไม่สามารถถูกสร้างขึ้น หรือทำลายได้ใน
ระหว่างเกิดปฏิกิริยาเคมี

อะตอมของธาตุชนิดเดียวกันมีมวลและสมบัติต่าง ๆ เหมือนกัน ส่วน
อะตอมของธาตตุ ่างชนดิ กันจะมมี วลและสมบัตแิ ตกตา่ งกนั

เรียบเรียงโดย อ.นิสติ วิศรตุ ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมมี ารีย์ (อ.พีเ่ ลี้ยง)

แบบจำลองอะตอมของดอลตนั นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษคนแรกที่เสนอแนวคิดเกี่ยวกับ
แนวคดิ ของดอลตัน อะตอม เพื่อใช้อธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสารก่อนและ
หลังทำปฏิกิริยา รวมทั้งอัตราส่วนโดยมวลของธาตุที่รวมกันเป็น
สารประกอบ

สารประกอบเกิดจากอะตอมของธาตุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป มารวมตัวกัน
ด้วยพันธะเคมี โดยมีอัตราส่วนของจำนวนอะตอมเป็นเลขลงตัวอย่างต่ำ และ
อะตอมของธาตุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป อาจรวมตัวเกิดเป็นสารประกอบด้วย
อัตราสว่ นมากกวา่ 1 แบบ ซ่ึงทำให้เกิดสารประกอบไดม้ ากกวา่ 1 ชนิด

คำถามชวนคดิ และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พีเ่ ล้ยี ง)

แนวคดิ แบบจำลองอะตอมของดอลตันเป็นจรงิ
ทั้งหมดหรอื ไม่

เรียบเรยี งโดย อ.นิสติ วิศรุต ประเสริฐธรรมา

แบบจำลองอะตอมของดอลตนั ลักษณะแบบจำลองอะตอมของดอลตนั

“อะตอมมีลักษณะเป็นทรงกลม ตนั ไมส่ ามารถแบ่งแยกได้อีก”

เรียบเรียงโดย อ.นิสิตวิศรุต ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มีมารีย์ (อ.พี่เล้ยี ง)

แบบจำลองอะตอมของทอมสนั นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ได้ทำการทดลองศึกษา
สมบัติของรังสีแคโทด โดยรังสีแคโทด คือ รังสีที่หลุด
ออกมาจากขั้วลบของหลอดสุญญากาศเมื่อต่อขั้วทั้งสองเข้า
กับแหลง่ กำเนดิ ความต่างศกั ย์

หลอดรังสีแคโทด

เรยี บเรียงโดย อ.นสิ ติ วิศรตุ ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พ่เี ล้ยี ง)

แบบจำลองอะตอมของทอมสัน นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ได้ทำการทดลองศึกษา
สมบัติของรังสีแคโทด โดยรังสีแคโทด คือ รังสีที่หลุด
การทดลองของทอมสัน ออกมาจากขั้วลบของหลอดสุญญากาศเมื่อต่อขั้วทั้งสองเข้า
กับแหลง่ กำเนดิ ความต่างศักย์
เรยี บเรยี งโดย อ.นสิ ิตวศิ รตุ ประเสริฐธรรมา
รังสีแคโทดเบี่ยงเบนเข้าหา
ขั้วบวกของสนามไฟฟ้า และเบี่ยงเบน
เข้าหาขั้วเหนือในสนามแม่เหล็ก ทอม
สันจึงสรุปได้ว่า อนุภาครังสีแคโทดมี
ประจุเป็นประจุลบ และเรียกอนุภาค
ดังกลา่ วว่า “อเิ ล็กตรอน”

และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พีเ่ ล้ยี ง)

แบบจำลองอะตอมของทอมสัน ดัดแปลงหลอดรังสีแคโทดจากการทดลองของ
ทอมสัน โดยการเจาะรูเพิ่มที่ขั้วแคโทด และเพิ่มฉากเรือง
การทดลองของออยเกน แสงท่ีดา้ นหลังขว้ั แคโทด

เรียบเรยี งโดย อ.นิสติ วิศรุต ประเสรฐิ ธรรมา ค้นพบรังสีแอโนด
(Anode ray) หรือ รังสีแคแนล
(Canal ray) ซึ่งมีสมบัติเบี่ยงเบน
ในสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้า
ตรงข้ามกับรังสีแคโทด สรุปได้ว่า
อนุภาคนี้มีประจุไฟฟ้าบวก เรียกว่า
“โปรตอน”

และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พ่เี ล้ยี ง)

แบบจำลองอะตอมของทอมสนั ลักษณะแบบจำลองอะตอมของทอมสัน

สิ่งทคี่ ้นพบในแบบจำลอง : โปรตอนและอเิ ลก็ ตรอน

“อะตอมมลี ักษณะเปน็ ทรงกลม มีอนภุ าคโปรตอนซึง่ มีประจุบวกและ
อเิ ลก็ ตรอนซ่งึ มปี ระจลุ บกระจายอยทู่ ัว่ ไปอยา่ งสมำ่ เสมอ”

เรยี บเรยี งโดย อ.นสิ ิตวศิ รุต ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มีมารีย์ (อ.พ่เี ลี้ยง)

แบบจำลองอะตอมของรัทเทอรฟ์ อรด์ ทำการทดลองยิงอนุภาคแอลฟาไปยังแผ่นทองคำ
บางมาก ซึ่งมีฉากเรืองแสงที่ฉาบด้วยซิงค์ซัลไฟด์ (ZnS)
การทดลองของรัทเทอรฟ์ อรด์ โค้งเปน็ วงลอ้ มรอบแผน่ ทองคำ

อนภุ าคแอลฟาส่วนมาก
เคลอื่ นทเี่ ป็นเส้นตรงทะลุผา่ นแผ่นทองคำ

เรยี บเรียงโดย อ.นิสติ วศิ รตุ ประเสรฐิ ธรรมา อนุภาคแอลฟาส่วนนอ้ ย
เคลื่อนที่เบี่ยงเบนเป็นมุมกว้างออก
จากแนวเสน้ เดิม

อนภุ าคแอลฟาจำนวนน้อยมาก
สะท้อนกลับมากระทบฉากบริเวณ
ด้านหนา้

และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พเี่ ล้ยี ง)

แบบจำลองอะตอมของรทั เทอรฟ์ อรด์ การคน้ พบนิวตรอน

จากแนวคิดของรัทเทอร์ฟอร์ด เสนอว่า “มวลส่วนใหญ่
ของอะตอมควรจะเป็นมวลของโปรตอนในนิวเคลียส”
แต่ต่อมามีการค้นพบว่า “มวลอะตอมของธาตุมักจะมี
รัทเทอร์ฟอร์ดจึงได้เสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า คา่ เปน็ 2 เทา่ ของมวลของโปรตอน”
“น่าจะมีอนุภาคที่มีมวลใกล้เคียงกับโปรตอน แต่
ไมม่ ีประจไุ ฟฟ้ารวมอย่ใู นนิวเคลียสดว้ ย”
การทดลองของแชดวกิ

เซอร์ เจมส์ แชดวิก ทำการทดลองยิงอนุภาคแอลฟาไปยัง
แผ่นโลหะเบริลเลียม (Be) ปรากฏว่า ได้อนุภาคใหม่ที่มีมวล
ใกล้เคียงกับโปรตอนและเป็นกลางทางไฟฟ้า เรียกอนุภาคนี้
ว่า “นิวตรอน”

เรยี บเรียงโดย อ.นสิ ติ วศิ รตุ ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มีมารีย์ (อ.พเ่ี ล้ียง)

แบบจำลองอะตอมของรัทเทอรฟ์ อร์ด ลกั ษณะแบบจำลองอะตอมของรทั เทอรฟ์ อรด์

สิง่ ท่คี น้ พบในแบบจำลอง : นิวเคลยี สประกอบดว้ ยโปรตอน
และนิวตรอน

“อะตอมมลี กั ษณะเปน็ ทรงกลม ประกอบดว้ ยนวิ เคลียสทมี่ ปี ระจบุ วกอยู่
ตรงกลางอะตอม โดยมอี ิเลก็ ตรอนทมี่ ปี ระจุลบว่งิ อยู่รอบ ๆ นวิ เคลียส”

เรยี บเรยี งโดย อ.นสิ ติ วิศรตุ ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พี่เลี้ยง)

แบบจำลองอะตอมของโบร์ พัฒนามาจากการค้นพบสีของเส้น
สเปกตรัมของไฮโดรเจน

การเกดิ สเปกตรัม สภาวะกระตนุ้ -
(exited state)
สภาวะกระตุ้น
(exited state)

พลงั งาน พลงั งาน
และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พ่เี ลี้ยง)
สภาวะพนื้ - สภาวะพื้น
(ground state) (ground state)

พลังงานที่คายออกมาอยู่ในรูปสเปกตรัม โดยการเปลี่ยน
ระดับพลังงานของอิเล็กตรอน อาจเปลี่ยนไปยังระดับ
พลังงานทีอ่ ยู่ติดกนั หรอื ข้ามระดบั ก็ได้

เรียบเรยี งโดย อ.นิสติ วิศรุต ประเสรฐิ ธรรมา

แบบจำลองอะตอมของโบร์ พัฒนามาจากการค้นพบสีของเส้น
สเปกตรมั ของไฮโดรเจน

การเกิดสเปกตรมั ผลต่างของพลังงานระหว่างระดับพลังงานต่ำจะมากกว่า
ผลตา่ งของระดบั พลังงานสงู

จากข้อมูลเรื่องสเปกตรัม ทำให้นีลส์ โบร์
เสนอแบบจำลองใหม่ ดังนี้

∆H1 > ∆H2 > ∆H3 และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พ่เี ลี้ยง)

เรียบเรียงโดย อ.นิสติ วิศรุต ประเสริฐธรรมา

แบบจำลองอะตอมของโบร์ ลกั ษณะแบบจำลองอะตอมของโบร์

สิง่ ที่ค้นพบในแบบจำลอง : ระดบั ชนั้ พลังงานของอเิ ลก็ ตรอน

“อะตอมมลี ักษณะเป็นทรงกลม ประกอบด้วยนวิ เคลียสอยู่กลางอะตอม
โดยมอี เิ ล็กตรอนเคลอ่ื นทอ่ี ยู่โดยรอบอะตอมเปน็ ระดับช้นั พลงั งาน”

เรยี บเรยี งโดย อ.นิสิตวศิ รุต ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมมี ารีย์ (อ.พี่เลี้ยง)

แบบจำลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก แบบจำลองอะตอมของโบร์ ใช้อธิบายเกี่ยวกับเส้น
สเปกตรัมของธาตุไฮโดรเจน (H) ได้ดี แต่ไม่สามารถ
มีการศึกษาเพิ่มเติมทางกลศาสตร์ควอนตัม แล้ว อธบิ อายธเิบสา้นยสเสเป้นกสตเปรัมกขตอรัมงอขะอตงอมะตทอีม่ มหี ทลม่ีาหียอลิเาลย็กอติเลรอ็กนตรไดอ้นได้
สร้างสมการสำหรับใช้คำนวณโอกาสที่จะพบ
อิเลก็ ตรอนในระดบั พลังงานตา่ ง ๆ อิเล็กตรอนมีสมบัติเป็นทั้ง
อนุภาค และคลืน่

แบบจำลองอะตอมกลมุ่ หมอก

อะตอมประกอบด้วยกลุ่มหมอกของอิเล็กตรอนรอบนิวเคลียส มี
ลักษณะเป็นทรงกลม บริเวณกลุ่มหมอกทึบแสดงว่ามีโอกาสที่จะพบ
อเิ ล็กตรอนมาก และบรเิ วณทก่ี ลมุ่ หมอกจางมีโอกาสทีจ่ ะพบอิเล็กตรอนนอ้ ย

เรียบเรยี งโดย อ.นสิ ติ วิศรุต ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พ่เี ล้ียง)

แบบจำลองอะตอมแบบกลุม่ หมอก ลักษณะแบบจำลองอะตอมแบบกลมุ่ หมอก

ส่งิ ทีค่ ้นพบในแบบจำลอง : ความหนาแน่นของอเิ ล็กตรอน
และโอกาสหรือความเป็นไปได้ในการพบอิเล็กตรอน

“อะตอมมลี กั ษณะเป็นทรงกลม ประกอบด้วยนิวเคลยี สอย่กู ลางอะตอม
และอิเลก็ ตรอนเคลอื่ นทอี่ ยู่รอบ ๆ นวิ เคลยี ส ไมม่ ีทศิ ทางท่แี นน่ อน”

เรียบเรียงโดย อ.นสิ ิตวศิ รุต ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พี่เล้ยี ง)

สรุปแบบจำลองอะตอม

เรยี บเรยี งโดย อ.นิสติ วิศรตุ ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พ่เี ล้ยี ง)

องคป์ ระกอบของอะตอม จากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ที่กล่าวมาแล้ว
ทำให้ทราบว่า อะตอมประกอบด้วยอนุภาคโปรตอน และ
แสดงอนุภาคมูลฐานของอะตอม นิวตรอนรวมกันอยู่ภายในนิวเคลียส และมีอนุภาค
เรยี บเรยี งโดย อ.นิสิตวศิ รตุ ประเสริฐธรรมา อิเล็กตรอนเคล่อื นทอ่ี ย่รู อบ ๆ

ตารางแสดงการเปรยี บเทยี บความแตกต่างของอนภุ าคมูลฐานของอะตอม

อนุภาค สัญลกั ษณ์ ชนิดประจุ มวล (g) มวล
เปรียบเทยี บ
อิเล็กตรอน e- -1 9.109 x 10-28
โปรตอน p+ +1 1.673 x 10-24 1
นวิ ตรอน n 0 1.675 x 10-24 1,836
1,839

และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมมี ารีย์ (อ.พ่เี ลย้ี ง)

สัญลักษณน์ ิวเคลยี ร์ สัญลักษณ์นิวเคลียร์ (Nuclear symbol) เป็น
สัญลักษณ์ที่แสดงชนิดของธาตุ เลขมวล และเลขอะตอมของ
AZX ธาตุ

Masเลsขnมuวmลber เลขมวล (mass number)
เป็นตัวเลขที่แสดงผลรวมของ
สญั ลกั ษณ์ของธาตุ
โปรตอนและนวิ ตรอน
เลขอะตอม (atomic number)

เปน็ ตัวเลขท่แี สดงจำนวนโปรตอน

atoเmลขicอะnตuอmม ber สัญลักษณ์นวิ เคลียร์ของธาตุออกซิเจน คือ 186O
จำนวนโปรตอน = 8 จำนวนอิเล็กตรอน = 8
เรียบเรยี งโดย อ.นิสติ วศิ รุต ประเสริฐธรรมา จำนวนนิวตรอน = 8

และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พเี่ ล้ยี ง)

โมเลกลุ อนุภาคที่เล็กที่สุดของธาตุหรือสารประกอบที่อยู่ได้อย่างอิสระและยังคงแสดงสมบัติธาตุหรือ

สารประกอบนน้ั ๆ เกิดจากอะตอมอย่างนอ้ ย 2 อะตอมมารวมกนั และจัดเรยี งตัวอย่างแน่นอน

ตวั อยา่ งเชน่ นำ้ (H2O) โมเลกลุ อะตอมเด่ยี ว (monoatomic molecule)
แกส๊ ไฮโดรเจน (H2) แกส๊ เฉ่อื ยหรือแกส๊ มีสกลุ ไดแ้ ก่ ฮเี ลยี ม (He), นอี อน

(Ne), อารก์ อน (Ar) เปน็ ตน้

เป็นธาตบุ รสิ ุทธิ์ทปี่ ระกอบเป็นโมเลกุล เปน็ โมเลกลุ ของสารประกอบ โมเลกุลอะตอมคู่ (diatomic molecule)
เรียบเรียงโดย อ.นสิ ติ วศิ รตุ ประเสริฐธรรมา 2 อะตอม ได้แก่ ไฮโดรเจน (H2), ออกซิเจน (O2),

ฟลอู อรีน (F2), ไฮโดรเจนคลอไรด์ (HCl)
โมเลกุลหลายอะตอม (polyatomic molecule)

มากกว่า 2 อะตอม ขึ้นไป ได้แก่ กำมะถัน (S8),
แอมโมเนยี (NH3), นำ้ (H2O)

และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมมี ารีย์ (อ.พเี่ ล้ียง)

ไอออน (ion) ไอออนบวก (Cation) เกิดจากอะตอมของธาตุ
โลหะเสียอิเล็กตรอน โดยจะมีจำนวนประจุเท่ากับ
ธาตุทม่ี จี ำนวนอิเลก็ ตรอนกบั จำนวนโปรตอนไมเ่ ทา่ กัน จำนวนอิเลก็ ตรอนทีเ่ สียไป

ตวั อยา่ งเชน่ โซเดียม (Na) p+ = 11 โซเดียมไอออน (Na+) 1213 Na+ p+ = 11
23 n = 12 สัญลกั ษณ์นิวเคลียร์ n = 12
สญั ลักษณ์นวิ เคลียร์ 11 Na e- = 11 e- = 10

++++++ โปรตอน ++++++
โปรตอน + + + + + +++++

อเิ ลก็ ตรอน ------ อเิ ลก็ ตรอน ------
----- ----

เรยี บเรียงโดย อ.นิสติ วิศรตุ ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พ่ีเล้ยี ง)

ไอออน (ion) ไอออนลบ (Anion) เกิดจากอะตอมของธาตุ
อโลหะรับอิเล็กตรอน โดยจะมีจำนวนประจุเท่ากับ
ธาตทุ ีม่ ีจำนวนอเิ ลก็ ตรอนกับจำนวนโปรตอนไม่เท่ากัน จำนวนอเิ ล็กตรอนทร่ี บั มา

ตวั อย่างเช่น คลอรนี (Cl) p+ = 17 คลอไรดไ์ อออน (Cl-) 35 Cl- p+ = 17
สญั ลักษณน์ วิ เคลียร์ 1375Cl n = 18 สญั ลักษณน์ ิวเคลยี ร์ 17 n = 18
e- = 17 e- = 18

โปรตอน +++++++ ++ โปรตอน +++++++ ++
+++++++ + +++++++ +

อเิ ลก็ ตรอน - - - - - - - - - อิเลก็ ตรอน - - - - - - - - -
- - - - - - - - - - - - - - - - -

เรยี บเรียงโดย อ.นสิ ติ วิศรตุ ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มีมารีย์ (อ.พเ่ี ลย้ี ง)

ไอออน (ion) คำถามชวนคิด

ไคธอาืออตอุอ12ะน37ลบAมู วlเิ3กน+ขียอจมงงธหาาตอุอนะุภลาูมคิเมนูลียฐมจามำนีสนขัญวอนงลไโักอปษอรณอตนอ์นบนิววเค=กลข1ียอ3รง์
จำนวนอเิ ลก็ ตรอน = 11
คำถามชวนคิด 1361P2- จำนวนนวิ ตรอน = 14
ไอออนลบของธาตุฟอสฟอรสั มีสัญลกั ษณ์นิวเคลียร์ คือ
จงหาอนภุ าคมูลฐานของไอออนลบของธาตุฟอสฟอรสั

จำนวนโปรตอน = 16
จำนวนอิเล็กตรอน = 18
จำนวนนิวตรอน = 15

เรยี บเรยี งโดย อ.นิสติ วิศรุต ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พี่เล้ยี ง)

ไอโซโทป (Isotope) คือ อะตอมของธาตุชนิด
เดียวกันที่มีจำนวนโปรตอนเท่ากัน แต่มีจำนวนนิวตรอน
ไอโซโทป ไอโซโทน และไอโซบาร์ ต่างกนั

ไอโซโทน (Isotone) คือ ธาตุต่างชนิดกันที่มี ตัวอย&างเช&น ธาตุไฮโดรเจน (H) มี 3 ไอโซโทป คือ
จำนวนโปรตอนต่างกัน แต่มีจำนวนนิวตรอน โปรเทียม, ดวิ เทอเรียม และทรเิ ทียม
เทา่ กนั ตัวอยา่ งเชน่
11H 21H 31H
164C กับ 175N ไอโซบาร์ (Isobar) คือ ธาตุต่างชนิดกันที่มีเลข

ตวั อย่างประโยชนข์ องไอโซโทปกมั มนั ตรังสี มวลเท่ากัน แต่มีจำนวนโปรตอนและนิวตรอนต่างกัน
14C บอกอายวุ ัตถุโบราณ ตวั อยา่ งเช่น
24Na ตรวจการไหลเวยี นเลอื ด 1480Ar กบั 40 K
19

131 I ตรวจความผดิ ปกตขิ องต่อมไทรอยด์

เรยี บเรียงโดย อ.นสิ ิตวศิ รตุ ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พ่เี ลี้ยง)

การจัดเรียงอิเล็กตรอน จากแนวคิดแบบจำลองอะตอมของโบร์
การจัดเรยี งอิเลก็ ตรอนในระดับพลังงานหลกั อะตอมประกอบด้วยโปรตอนและนิวตรอนรวมกันใน
นิวเคลียส โดยมีอิเล็กตรอนเคลื่อนที่อยู่รอบ ๆ และอยู่
ในระดบั พลงั งานตา่ งกนั

จำนวนอิเล็กตรอนในแต/ละระดบั พลงั งานมีค/าเท/ากับ 2n2
เมือ่ n แทนระดบั พลังงาน
1 มจี ำนวนอเิ ล็กตรอนเท่ากับ 2(1)2 = 2

2 มีจำนวนอเิ ล็กตรอนเท่ากับ 2(2)2 = 8

3 มจี ำนวนอเิ ล็กตรอนเท่ากับ 2(3)2 = 18

4 มีจำนวนอิเล็กตรอนเทา่ กบั 2(4)2 = 32

เรียบเรยี งโดย อ.นสิ ิตวิศรตุ ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พีเ่ ลี้ยง)

หลกั การจดั เรยี งอิเล็กตรอนในระดบั พลงั งานหลัก
- เรมิ่ บรรจุจากระดับชนั้ พลังงานทีต่ ่ำทส่ี ดุ (n = 1) ก่อนเสมอ
การจัดเรยี งอิเล็กตรอน - บรรจุตามลำดบั ชน้ั ของระดบั พลงั งานโดยหา้ มขา้ มชั้น

การจดั เรยี งอิเล็กตรอนในระดบั พลังงานหลัก - เวเลนซ์อิเลก็ ตรอน หรอื อเิ ลก็ ตรอนวงนอกสุดหา้ มเกิน 8

คำถามชวนคดิ n = 4 32
n = 3 18
จดั เรียงอิเลก็ ตรอนในระดับพลังงานหลกั ของธาตุต่อไปนี้ n=2 8
n=1 2
L3i จำนวนอิเล็กตรอนของลิเทยี ม = 3
จดั เรยี งอิเลก็ ตรอนในระดับพลังงานหลกั ไดเ7 ปน9 และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พเ่ี ลยี้ ง)
lithium
2 1 เวเลนซอ์ เิ ล็กตรอน = 1
6.94

n=1 n=2

เรยี บเรยี งโดย อ.นสิ ิตวิศรุต ประเสรฐิ ธรรมา

หลักการจัดเรยี งอิเลก็ ตรอนในระดับพลงั งานหลัก
- เรม่ิ บรรจุจากระดบั ช้ันพลงั งานที่ต่ำทส่ี ุด (n = 1) ก่อนเสมอ
การจัดเรยี งอิเลก็ ตรอน - บรรจุตามลำดบั ช้นั ของระดับพลงั งานโดยห้ามข้ามชั้น

การจดั เรยี งอิเลก็ ตรอนในระดบั พลงั งานหลกั - เวเลนซ์อเิ ล็กตรอน หรอื อเิ ลก็ ตรอนวงนอกสดุ ห้ามเกิน 8

คำถามชวนคดิ n = 4 32
n = 3 18
จัดเรยี งอิเล็กตรอนในระดับพลงั งานหลักของธาตุต่อไปนี้ n=2 8
n=1 2
N7 จำนวนอิเล็กตรอนของไนโตรเจน = 7
จัดเรียงอเิ ลก็ ตรอนในระดบั พลังงานหลกั ไดเ้ ปน็ และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พเ่ี ลยี้ ง)
nitrogen
2 5 เวเลนซอ์ ิเลก็ ตรอน = 5
14.01

n=1 n=2

เรยี บเรียงโดย อ.นสิ ิตวศิ รุต ประเสรฐิ ธรรมา

หลกั การจดั เรียงอเิ ล็กตรอนในระดบั พลงั งานหลกั
- เริม่ บรรจุจากระดับชนั้ พลงั งานทีต่ ่ำทสี่ ุด (n = 1) ก่อนเสมอ
การจัดเรียงอเิ ลก็ ตรอน - บรรจุตามลำดบั ชั้นของระดับพลังงานโดยหา้ มข้ามชน้ั

การจดั เรียงอิเลก็ ตรอนในระดบั พลงั งานหลกั - เวเลนซ์อเิ ลก็ ตรอน หรอื อิเลก็ ตรอนวงนอกสุดหา้ มเกนิ 8

คำถามชวนคิด n = 4 32
n = 3 18
จัดเรยี งอิเล็กตรอนในระดบั พลงั งานหลักของธาตุตอ่ ไปน้ี n=2 8
n=1 2
N11a 1K9 C20a G32e R37b 5I3

sodium potassium calcium germanium rubidium iodine

22.99 39.10 40.08 72.63 85.47 126.90

เรยี บเรียงโดย อ.นสิ ติ วิศรุต ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พ่ีเลี้ยง)

หลักการจดั เรยี งอเิ ลก็ ตรอนในระดับพลังงานหลกั
- เร่ิมบรรจจุ ากระดบั ช้ันพลงั งานท่ีตำ่ ท่สี ดุ (n = 1) ก่อนเสมอ
การจดั เรยี งอิเลก็ ตรอน - บรรจุตามลำดบั ชนั้ ของระดบั พลงั งานโดยหา้ มขา้ มชน้ั

การจดั เรยี งอเิ ลก็ ตรอนในระดบั พลงั งานหลัก - เวเลนซ์อเิ ลก็ ตรอน หรืออเิ ลก็ ตรอนวงนอกสุดหา้ มเกนิ 8

คำถามชวนคิด n = 4 32
n = 3 18
จดั เรยี งอเิ ล็กตรอนในระดับพลงั งานหลักของธาตุต่อไปนี้ n=2 8
n=1 2
N11a จำนวนอิเล็กตรอนของโซเดยี ม = 11
จัดเรยี งอเิ ล็กตรอนในระดบั พลงั งานหลักได้เป็น และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พี่เลยี้ ง)
sodium
22.99
2 8 1 เวเลนซอ์ ิเลก็ ตรอน = 1
n=1 n=2 n=3

เรยี บเรียงโดย อ.นสิ ิตวศิ รตุ ประเสริฐธรรมา

หลักการจดั เรียงอิเลก็ ตรอนในระดับพลงั งานหลกั
- เรม่ิ บรรจจุ ากระดบั ชน้ั พลงั งานทต่ี ่ำทส่ี ุด (n = 1) กอ่ นเสมอ
การจัดเรยี งอิเลก็ ตรอน - บรรจุตามลำดับชนั้ ของระดับพลังงานโดยห้ามข้ามชั้น

การจัดเรียงอเิ ลก็ ตรอนในระดับพลังงานหลกั - เวเลนซ์อเิ ลก็ ตรอน หรอื อิเลก็ ตรอนวงนอกสดุ ห้ามเกิน 8

คำถามชวนคิด n = 4 32
n = 3 18
จัดเรียงอเิ ลก็ ตรอนในระดับพลังงานหลักของธาตตุ อ่ ไปน้ี n=2 8
n=1 2
1K9 จำนวนอิเลก็ ตรอนของโพแทสเซียม = 19
จดั เรียงอเิ ล็กตรอนในระดับพลงั งานหลกั ไดเ้ ป็น
potassium
2 8 8 1 เวเลนซอ์ ิเล็กตรอน = 1
39.10 n=1 n=2 n=3 n=4

เรยี บเรียงโดย อ.นสิ ิตวิศรุต ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมมี ารีย์ (อ.พีเ่ ลยี้ ง)

หลกั การจัดเรยี งอเิ ลก็ ตรอนในระดับพลงั งานหลกั
- เร่มิ บรรจุจากระดับชั้นพลงั งานท่ตี ำ่ ที่สุด (n = 1) กอ่ นเสมอ
การจัดเรียงอิเล็กตรอน - บรรจุตามลำดบั ช้นั ของระดับพลังงานโดยหา้ มข้ามชน้ั

การจัดเรยี งอเิ ล็กตรอนในระดับพลังงานหลกั - เวเลนซ์อิเล็กตรอน หรอื อิเลก็ ตรอนวงนอกสุดห้ามเกิน 8

คำถามชวนคดิ n = 4 32

จดั เรียงอเิ ลก็ ตรอนในระดบั พลังงานหลักของธาตตุ ่อไปน้ี n = 3 18

C20a จำนวนอิเล็กตรอนของแคลเซียม = 20 n=2 8
จัดเรยี งอเิ ล็กตรอนในระดับพลังงานหลักไดเ้ ปน็
calcium
40.08 2 8 8 2 เวเลนซอ์ ิเลก็ ตรอน = 2 n = 1 2
n=1 n=2 n=3 n=4

เรยี บเรียงโดย อ.นสิ ติ วิศรตุ ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พเี่ ลยี้ ง)

หลักการจัดเรียงอิเลก็ ตรอนในระดับพลงั งานหลัก
- เริม่ บรรจุจากระดับช้ันพลงั งานทตี่ ำ่ ทส่ี ดุ (n = 1) กอ่ นเสมอ
การจัดเรียงอเิ ลก็ ตรอน - บรรจุตามลำดับชั้นของระดับพลังงานโดยหา้ มข้ามช้นั

การจดั เรยี งอเิ ลก็ ตรอนในระดับพลงั งานหลกั - เวเลนซ์อเิ ล็กตรอน หรืออเิ ล็กตรอนวงนอกสุดหา้ มเกิน 8

คำถามชวนคิด n = 4 32
n = 3 18
จดั เรียงอเิ ล็กตรอนในระดับพลงั งานหลักของธาตุต่อไปนี้ n=2 8
n=1 2
G32e จำนวนอเิ ลก็ ตรอนของเจอรเ์ มเนียม = 32
จดั เรียงอิเลก็ ตรอนในระดบั พลังงานหลักไดเ้ ป็น
germanium
2 8 18 4
72.63 n=1 n=2 n=3 n=4

เวเลนซอ์ ิเลก็ ตรอน = 4

เรียบเรียงโดย อ.นสิ ติ วศิ รตุ ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พีเ่ ลยี้ ง)

หลักการจดั เรียงอิเลก็ ตรอนในระดับพลงั งานหลกั
- เร่มิ บรรจจุ ากระดบั ช้ันพลงั งานท่ีตำ่ ทีส่ ุด (n = 1) กอ่ นเสมอ
การจดั เรยี งอเิ ลก็ ตรอน - บรรจุตามลำดับช้นั ของระดบั พลังงานโดยห้ามข้ามชั้น

การจัดเรียงอเิ ล็กตรอนในระดบั พลังงานหลกั - เวเลนซ์อิเลก็ ตรอน หรอื อิเล็กตรอนวงนอกสดุ ห้ามเกิน 8

คำถามชวนคิด n = 4 32

จัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลงั งานหลกั ของธาตุต่อไปน้ี n = 3 18

R37b จำนวนอิเล็กตรอนของรบู ิเดยี ม = 37 n=2 8
จัดเรียงอเิ ล็กตรอนในระดับพลงั งานหลักไดเ้ ป็น
rubidium
85.47 2 8 18 8 1 เวเลนซอ์ ิเล็กตรอน = 1 n = 1 2
n=1 n=2 n=3 n=4 n=5

เรียบเรียงโดย อ.นิสิตวศิ รตุ ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมมี ารีย์ (อ.พีเ่ ลยี้ ง)

หลกั การจัดเรียงอเิ ล็กตรอนในระดับพลงั งานหลกั
- เร่ิมบรรจจุ ากระดับชั้นพลงั งานท่ีตำ่ ทีส่ ดุ (n = 1) กอ่ นเสมอ
การจัดเรียงอเิ ล็กตรอน - บรรจุตามลำดับช้นั ของระดบั พลังงานโดยหา้ มข้ามชน้ั

การจัดเรยี งอเิ ลก็ ตรอนในระดบั พลงั งานหลกั - เวเลนซ์อเิ ล็กตรอน หรอื อิเล็กตรอนวงนอกสุดห้ามเกิน 8

คำถามชวนคิด n = 4 32

จัดเรียงอเิ ลก็ ตรอนในระดบั พลงั งานหลักของธาตตุ ่อไปน้ี n = 3 18

5I3 จำนวนอิเล็กตรอนของไอโอดีน = 57 n=2 8
จัดเรียงอิเลก็ ตรอนในระดบั พลังงานหลักไดเ้ ป็น
iodine
126.90 2
8 18 18 7 เวเลนซอ์ เิ ลก็ ตรอน = 7 n = 1 2

n=1 n=2 n=3 n=4 n=5

เรยี บเรียงโดย อ.นิสติ วศิ รตุ ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พเี่ ลยี้ ง)

หลักการจดั เรยี งอเิ ล็กตรอนในระดบั พลังงานหลัก
- เรม่ิ บรรจุจากระดับชัน้ พลังงานทีต่ ำ่ ทส่ี ดุ (n = 1) ก่อนเสมอ
การจัดเรียงอเิ ลก็ ตรอน - บรรจุตามลำดับช้นั ของระดับพลงั งานโดยหา้ มข้ามชน้ั

การจัดเรียงอเิ ลก็ ตรอนในระดับพลงั งานหลกั - เวเลนซ์อิเล็กตรอน หรืออเิ ลก็ ตรอนวงนอกสุดหา้ มเกิน 8

คำถามชวนคิด n = 4 32
n = 3 18
จดั เรยี งอิเล็กตรอนในระดับพลงั งานหลักของไอออนตอ่ ไปนี้ n=2 8
n=1 2
คลอ1ไร7ดC์ไlอ- ออน จำนวนอิเลก็ ตรอนของคลอไรดไ์ อออน = 18
จดั เรียงอเิ ล็กตรอนในระดบั พลังงานหลกั ไดเ้ ป็น และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พี่เลยี้ ง)

2 8 8 เวเลนซอ์ ิเลก็ ตรอน = 8
n=1 n=2 n=3

เรยี บเรียงโดย อ.นิสติ วศิ รตุ ประเสริฐธรรมา

หลกั การจัดเรียงอิเลก็ ตรอนในระดับพลงั งานหลกั
- เริม่ บรรจุจากระดับช้ันพลงั งานทต่ี ำ่ ทส่ี ดุ (n = 1) ก่อนเสมอ
การจัดเรยี งอเิ ล็กตรอน - บรรจุตามลำดับช้นั ของระดบั พลงั งานโดยห้ามข้ามช้นั

การจดั เรยี งอเิ ล็กตรอนในระดบั พลังงานหลกั - เวเลนซ์อิเลก็ ตรอน หรืออิเล็กตรอนวงนอกสดุ ห้ามเกนิ 8

คำถามชวนคิด n = 4 32
n = 3 18
จดั เรียงอเิ ล็กตรอนในระดับพลังงานหลักของไอออนต่อไปน้ี n=2 8
n=1 2
โซเด1ีย1มNไaอ+ออน จำนวนอเิ ลก็ ตรอนของโซเดียมไอออน = 10
จัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลงั งานหลักไดเ้ ป็น และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมมี ารีย์ (อ.พีเ่ ลยี้ ง)

2 8 เวเลนซอ์ ิเลก็ ตรอน = 8
n=1 n=2

เรียบเรยี งโดย อ.นสิ ิตวศิ รตุ ประเสรฐิ ธรรมา

การจัดเรียงอิเลก็ ตรอน การจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงาน
หลักสามารถบอกหมู่บอกคาบของธาตุได้
การจดั เรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลกั
- จำนวนเวเลนซอ์ ิเล็กตรอน = หมู่
- จำนวนระดับชัน้ พลงั งาน = คาบ

คำถามชวนคดิ L3i 2 1 เวเลนซอ์ เิ ล็กตรอน

บอกหมแู่ ละคาบของธาตุต่อไปน้ี lithium
6.94 n = 1 n = 2
“หมู่ 1 คาบ 2”
N11a 1K9 C20a
N7 2 5 เวเลนซอ์ เิ ล็กตรอน
sodium potassium calcium
nitrogen
22.99 39.10 40.08

G32e R37b 5I3 14.01 n = 1 n = 2

germanium rubidium iodine “หมู่ 5 คาบ 2”

72.63 85.47 126.90

เรียบเรียงโดย อ.นิสติ วศิ รุต ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมมี ารีย์ (อ.พเี่ ล้ยี ง)

ตาขราองงธกาาตรุแสลระ้าวงตวิ าฒั รนางาธกาาตรุ

ว31101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4

เรยี บเรยี งโดย อ.นิสติ วิศรุต ประเสริฐธรรมา กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รฒ ปทุมวนั

และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พี่เลี้ยง)

ลองสังเกต

เรียบเรียงโดย อ.นิสติ วศิ รตุ ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมมี ารีย์ (อ.พ่เี ลี้ยง)

ลองสังเกต

เรียบเรียงโดย อ.นิสติ วศิ รตุ ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมมี ารีย์ (อ.พ่เี ลี้ยง)

ตารางธาตุ ตารางธาตุ (Periodic table) คือ ตารางที่แสดง
สัญลักษณ์และสมบัติของธาตุ มีการจัดหมวดหมู่ของธาตุ
ตารางธาตุ (Periodic table) อย่างมีระบบ เพื่อสะดวกในการจดจำและง่ายต่อ
การศึกษา
ในช่วงแรกนักวิทยาศาสตร์แบ่งธาตุ
ออกเป็นหมวดหมู่โดยอาศัยสมบัติของธาตุ
เชน่ สมบัตคิ วามเป็นโลหะ – อโลหะ เปน็ ตน้

ต่อมาเมื่อค้นพบมวลอะตอมของธาตุ
จึงได้มวลอะตอมในการจัดเรียง และใน
ปจั จุบันจดั เรยี งโดยใชเ้ ลขอะตอม

เรียบเรยี งโดย อ.นสิ ิตวศิ รุต ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมมี ารีย์ (อ.พ่ีเล้ยี ง)

ตารางธาตุ “ววิ ัฒนาการของการสรา้ งตารางธาตุ”

ตารางธาตุ (Periodic table)

เรยี บเรยี งโดย อ.นสิ ิตวิศรุต ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พี่เล้ยี ง)

ตารางธาตุ แนวคิดของ โยฮนั น์ โวลฟ์ กงั เดอเบอไรเนอร์

ววิ ัฒนาการของการสร้างตารางธาตุ “กฎชุดสาม”
เมื่อเรียงธาตุที่มีสมบัติคล้ายคลึงกันตามมวลอะตอม
คำถามชวนคดิ จากน้อยไปมาหามาก มวลอะตอมของธาตุที่อยู่ตรงกลางจะ
เป็นค่าเฉลย่ี ของมวลอะตอมของธาตตุ วั บนและตัวล่าง
มีธาตุทง้ั หมด 3 ธาตดุ งั น้ี

Li Na K

6.90 23.00 39.10

สามารถจัดเรียงธาตุตามแนวคิดของโยฮันน์ โวล์ฟกัง
เดอเบอไรเนอรไ์ ด้อย่างไร

คำตอบ Li Na K มวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุ Li Johann Wolfgang
และธาตุ K เทา่ กบั 23.00 Dobereiner
6.90 23.00 39.10

เรียบเรยี งโดย อ.นสิ ติ วิศรุต ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พเี่ ลย้ี ง)

ตารางธาตุ แนวคิดของ โยฮนั น์ โวลฟ์ กัง เดอเบอไรเนอร์

วิวฒั นาการของการสร้างตารางธาตุ “กฎชดุ สาม”
เมื่อเรียงธาตุที่มีสมบัติคล้ายคลึงกันตามมวลอะตอม
คำถามชวนคดิ จากน้อยไปมาหามาก มวลอะตอมของธาตุที่อยู่ตรงกลางจะ
เป็นค่าเฉล่ยี ของมวลอะตอมของธาตตุ ัวบนและตวั ลา่ ง
มีธาตทุ งั้ หมด 3 ธาตดุ งั นี้

Ca Sr Ba

40.08 87.62 137.33

สามารถจัดเรียงธาตุตามแนวคิดของโยฮันน์ โวล์ฟกัง
เดอเบอไรเนอรไ์ ดอ้ ยา่ งไร

คำตอบ Ca Sr Ba มวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุ
40.08 87.62 137.33 Ca และธาตุ Ba เทา่ กบั 88.00
Johann Wolfgang
Dobereiner

เรียบเรียงโดย อ.นิสติ วศิ รุต ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มีมารีย์ (อ.พเี่ ลย้ี ง)

ตารางธาตุ แนวคดิ ของโยฮนั น์ โวล์ฟกัง เดอเบอไรเนอร์

วิวัฒนาการของการสรา้ งตารางธาตุ “กฎชุดสาม”
เมื่อเรียงธาตุที่มีสมบัติคล้ายคลึงกันตามมวลอะตอม
คำถามชวนคิด จากน้อยไปมาหามาก มวลอะตอมของธาตุที่อยู่ตรงกลางจะ
เป็นคา่ เฉล่ยี ของมวลอะตอมของธาตุตวั บนและตัวล่าง
มธี าตุทงั้ หมด 3 ธาตุดงั นี้

O S Se

16.00 32.06 78.97

สามารถจัดเรียงธาตุตามแนวคิดของโยฮันน์ โวล์ฟกัง
เดอเบอไรเนอรไ์ ด้อยา่ งไร

คำตอบ O S Se มวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุ O Johann Wolfgang
และธาตุ Se เท่ากบั 47.49 Dobereiner
16.00 32.06 78.97

เรียบเรียงโดย อ.นสิ ิตวิศรุต ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมมี ารีย์ (อ.พเี่ ลยี้ ง)

ตารางธาตุ แนวคดิ ของจอหน$ นวิ แลนด$

ววิ ัฒนาการของการสรา้ งตารางธาตุ “กฎออกเตต”
ถ้าเรียงธาตุตามมวลอะตอมจากน้อยไปมาก จะพบว่า
คำถามชวนคดิ ธาตุที่ 8 จะมีสมบัติเหมือนกับธาตุที่ 1 เสมอ” ไม่รวมธาตุ
ไฮโดรเจน (H) และธาตฮุ ีเลยี ม (He)
มธี าตุทัง้ หมด 16 ธาตุดงั น้ี

สามารถจัดเรียงธาตตุ ามแนวคิดของจอห์น นิวแลนด์ได้อย่างไร John Newlands

เรียบเรยี งโดย อ.นสิ ติ วิศรุต ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มีมารีย์ (อ.พเ่ี ลย้ี ง)

ตารางธาตุ แนวคดิ ของจอห$น นวิ แลนด$

วิวัฒนาการของการสร้างตารางธาตุ “กฎออกเตต”
คำถามชวนคดิ ถ้าเรียงธาตุตามมวลอะตอมจากน้อยไปมาก จะพบว่า
ธาตุที่ 8 จะมีสมบัติเหมือนกับธาตุที่ 1 เสมอ” ไม่รวมธาตุ
จากคำถามชวนคดิ สามารถจดั เรยี งได้ ไฮโดรเจน (H) และธาตฮุ เี ลยี ม (He)

คำตอบ ดังนี้

1

8

สามารถจัดเรียงธาตุตามแนวคิดของจอห8น John Newlands
นิวแลนดไ8 ด<ถึงธาตุแคลเซียม (Ca) เทา? นน้ั

เรียบเรยี งโดย อ.นสิ ติ วิศรุต ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มีมารีย์ (อ.พ่เี ล้ียง)

ตารางธาตุ แนวคิดของดิมิทรี อวิ าโนวิช เมเดเลเอฟ
“กฎพริ อิ อดิก”
ววิ ัฒนาการของการสร้างตารางธาตุ
เมื่อนำธาตุมาจัดเรียงลำดับตามมวลอะตอมท่ี
การจัดเรยี งธาตตุ ามแนวคิดของเมเดเลเอฟ เพิ่มขึ้น จะได้กลุ่มของธาตุที่มีสมบัติทางเคมีและ
สมบัตทิ างกายภาพเป็นชว่ ง ๆ
เรียบเรียงโดย อ.นิสติ วิศรตุ ประเสรฐิ ธรรมา
นอกจากนี้ยัง
สามารถทำนายสมบัติ
ของธาตุที่ยังไม่มีการ
ค้นพบไดอ้ กี ด้วย

Dimitri Mandeleev

และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมมี ารีย์ (อ.พเ่ี ล้ยี ง)

ตารางธาตุ แนวคิดของเฮนรี โมสลยี ์

ววิ ฒั นาการของการสรา้ งตารางธาตุ “จดั เรยี งธาตตุ ามเลขอะตอม”
เสนอให้จัดเรียงธาตุตามเลขอะตอม เนื่องจากสมบัติ
แนวคิดของนักวทิ ยาศาสตรร์ ุ่นใหม่ ต่าง ๆ ของธาตุมีความสัมพันธ์กับโปรตอนในนิวเคลียสหรือ
ตำแหน่งของธาตุในตารางธาตุไม่น่าจะขึ้นอยู่ เลขอะตอมมากกว่ามวลอะตอม ซึ่งเป็นตารางธาตุที่ใช้กันอยู่
กับมวลอะตอมของธาตุแต่น่าจะขึ้นอยู่กับสมบัติอื่น ในปัจจบุ นั
ทีม่ ีความสมั พันธ์กบั มวลอะตอม
เลขอะตอม

ตัวอย่างการจัดเรยี งธาตุตามแนวคิดของเฮนรี โมสลยี ์ Henry Moseley

เรียบเรียงโดย อ.นสิ ิตวศิ รตุ ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมมี ารีย์ (อ.พ่เี ล้ยี ง)


Click to View FlipBook Version