ตารางธาตุ จัดเรียงธาตุตามแนวนอน โดยเรียงลำดับตามเลขอะตอม
ทีเ่ พิม่ ขน้ึ จากซา้ ยไปขวา
การจัดเรียงธาตใุ นตารางธาตุ
ธาตุตามแนวนอน เรยี กวา่ “คาบ” มที ั้งหมด 7 คาบ
ธาตตุ ามแนวต้ัง เรียกว่า “หม”ู่ มีทง้ั หมด 18 แถว
ธาตุกล่มุ A หรือธาตเุ รพรเี ซนเททีฟ
ธาตกุ ลมุ่ B หรอื ธาตแุ ทรนซชิ นั
เรียบเรยี งโดย อ.นสิ ติ วศิ รตุ ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พ่เี ล้ยี ง)
ตารางธาตุ
การจัดเรยี งธาตุในตารางธาตุ
ธาตุกลุ่ม A หรอื ธาตเุ รพรเี ซนเททีฟ
เรียบเรียงโดย อ.นสิ ิตวศิ รุต ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พี่เล้ยี ง)
ตารางธาตุ จัดเรียงธาตุตามแนวนอน โดยเรียงลำดับตามเลขอะตอม
ทเ่ี พม่ิ ข้นึ จากซา้ ยไปขวา
การจัดเรียงธาตใุ นตารางธาตุ
ธาตตุ ามแนวนอน เรยี กว่า “คาบ” มีทง้ั หมด 7 คาบ
โลหะแอลคาไล (Alkali metal) ธาตตุ ามแนวต้ัง เรียกวา่ “หม”ู่ มที งั้ หมด 18 แถว
ธาตแุ ชลโคเจน (Chalcogen)
โลหะแอลคาไลน์เอริ ท์ (Alkaline earth)
ธาตแุ ฮโลเจน (Halogen)
แกส๊ เฉือ่ ยหรือแก๊สมีตระกูล (Inert gas)
เรียบเรยี งโดย อ.นสิ ิตวิศรตุ ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มีมารีย์ (อ.พี่เล้ยี ง)
ตารางธาตุ ธาตุกลุ่ม B หรือธาตุแทรนซิชัน คือธาตุหมู่ IB ถึง VIIIB
โดยเริม่ จากหมู่ IIIB ถึง IIB โดยธาตุ 2 แถวล่างที่แยกมาเรียกว่า
การจัดเรยี งธาตใุ นตารางธาตุ “ธาตุแทรนซิชนั ช้นั ใน”
ธาตกุ ลมุ่ B หรอื ธาตแุ ทรนซิชัน
เรยี บเรยี งโดย อ.นิสติ วศิ รตุ ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พ่เี ลี้ยง)
ตารางธาตุ คำถามชวนคิด
การจดั เรยี งธาตุในตารางธาตุ ธาตอุ อกซเิ จน (O) อยูห่ มู่ใด คาบใด
เรยี บเรยี งโดย อ.นิสติ วศิ รตุ ประเสริฐธรรมา O8 คำตอบ
หมู$ 6A คาบ 2
oxygen
16.00
ธาตโุ ซเดียม (Na) อยู่หมู่ใด คาบใด
N11a คำตอบ
หม$ู 1A คาบ 3
sodium
23.00
ธาตุเจอร์เมเนยี ม (Ge) อยู่หม่ใู ด คาบใด
Ge32 คำตอบ
หมู$ 4A คาบ 4
germanium
72.63
และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มีมารีย์ (อ.พ่เี ล้ยี ง)
ตารางธาตุ H1 ธาตุไฮโดรเจน (H) มสี มบตั บิ างอยา่ ง
คล้ายธาตุหมู่ 1A เช่น มีเวเลนซ์
การจัดเรยี งธาตุในตารางธาตุ hydrogen
1.01
ธาตอุ โลหะ ธาตกุ ึ่งโลหะ อิเล็กตรอนเท่ากับ 1 และมีสมบัติบางอย่าง
คล้ายธาตุหมู่ 7A เช่น มีสถานะเป็นแก๊ส ไม่นำ
ไฟฟา้ จงึ แยกไวต้ า่ งหาก ไม่จดั อยใู่ นหมใู่ ด
ธาตอุ โลหะ ธาตกุ ่ึงโลหะ (Metalloid)
ธาตโุ ลหะ
ธาตุโลหะ และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มีมารีย์ (อ.พเ่ี ลยี้ ง)
เรียบเรยี งโดย อ.นสิ ติ วศิ รตุ ประเสรฐิ ธรรมา
ตารางธาตุ
การจดั เรยี งธาตใุ นตารางธาตุ ตารางธาตุในปัจจุบัน มีธาตุบรรจุครบแล้วทั้ง 7 คาบ
โดยสหภาพเคมีบริสุทธิ์และเคมีประยุกต์ระหว่างประเทศ
(IUPAC) ไดต้ กลงบรรจุธาตทุ ี่ค้นพบใหม่อีก 4 ธาตุ
เข้าไปในตารางธาตุ
N11h3 นิฮงเนียม (nihonium) มีสัญลักษณ์
เป็น Nh โดยธาตุชนิดนี้ถูกค้นพบท่ี M115c มอสโคเวียม (moscovium) มีสัญลักษณ์
nihonium เป็น Mc โดยตั้งชื่อตามเมืองมอสโก
286.00 ประเทศญี่ป่นุ moscovium
1T1s7 เทนนิสซีน (tennessine) มีสัญลักษณ์ 290.00 ประเทศรสั เซีย
เป็น Ts โดยตั้งชื่อตามชื่อของรัฐ
tennessine O118g โอกาเนสสัน (oganesson) มสี ัญลักษณ์
294.00 เทนเนสซี ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็น Og โดยตั้งชื่อตามนักวิทยาศาสตร์
oganesson
294.00 ชาวรสั เซีย
เรียบเรียงโดย อ.นิสติ วศิ รุต ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พีเ่ ลี้ยง)
ตารางธาตุ
https://ptaตbาlรeา.cงoธาmต/อุ ?เิlลan็กgท=รeอnน#กิ Pสr์operties
เรียบเรยี งโดย อ.นสิ ติ วิศรุต ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พี่เล้ยี ง)
เรียบเรยี งโดย อ.นิสติ วิศรตุ ประเสริฐธรรมา สมบัติของธาตุ
และการใชป้ ระโยชน์
ว31101 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ 1
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ ปทมุ วัน
และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มีมารีย์ (อ.พี่เล้ยี ง)
สมบตั ขิ องธาตแุ ละการใชป้ ระโยชน์ ธาตุแต่ละชนิดในตารางธาตุจะมีทั้งสมบัติที่
เหมือนกันและสมบัติที่แตกต่างกัน จึงทำให้นำธาตุแต่ละ
ชนิดและสมบตั ิของธาตุ ชนดิ นำไปใช้ประโยชนไ์ ดแ้ ตกต่างกัน
นักวิทยาศาสตร์ใช้สมบัติของธาตุในการจัด
หมวดหมู่ของธาตุออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ ธาตุ ความเหนยี ว ความหนาแน่น
โลหะ, ธาตอุ โลหะ และธาตกุ งึ่ โลหะ
สถานะ การนำไฟฟ้า จุดเดือดและจุดหลอมเหลว
ความมนั วาว และความรอ้ น การเกิดเสียงเมือ่ เคาะ
เรยี บเรียงโดย อ.นิสิตวิศรตุ ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พเี่ ล้ยี ง)
สมบัตขิ องธาตแุ ละการใชป้ ระโยชน์ สถานะ ชนิดและสมบตั ิของธาตุ
ความมันวาว โลหะ อโลหะ กงึ่ โลหะ
โลหะ อโลหะ กึง่ โลหะ ของแข็ง ของแขง็ ของแขง็
ยกเวน้ ปรอท (Hg) ของเหลว และแก๊ส
ผิวมนั วาว ผิวไม่เปน็ มนั วาว บางชนดิ ผิวเปน็ มนั วาว
บางชนิดผิวไมเ่ ปน็ มันวาว
ความเหนยี ว
การนำไฟฟา้ และความรอ้ น โลหะ อโลหะ กึง่ โลหะ
โลหะ อโลหะ กงึ่ โลหะ เหนยี ว ดงึ ยดื เปราะ ดงึ ยืด เปราะ
ออกเปน็ เสน้ ได้ ออกเปน็ เสน้ ไม่ได้
นำไฟฟา้ และ ไมน่ ำไฟฟ้าและ สว่ นใหญเ่ ป็นสารกง่ึ ตัวนำ คอื
ความร้อนได้ดี ความรอ้ น นำไฟฟา้ ไดด้ ีเมอ่ื อุณหภูมสิ งู ขนึ้
เรียบเรยี งโดย อ.นสิ ิตวศิ รุต ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พเี่ ล้ยี ง)
สมบัติของธาตแุ ละการใช้ประโยชน์ ความหนาแน่น ชนิดและสมบัตขิ องธาตุ
จุดเดอื ดและจดุ หลอมเหลว โลหะ อโลหะ กึง่ โลหะ
โลหะ อโลหะ ก่ึงโลหะ ส่วนมากความ ความหนาแนน่ ต่ำ บางชนิดความหนาแนน่ สูง
หนาแนน่ สูง บางชนิดความหนาแน่นต่ำ
ส่วนมากสงู สว่ นมากตำ่ บางชนดิ มีจดุ เดือดตำ่
ยกเว้นปรอท บางชนดิ มีจุดเดอื ดสงู การเกดิ เสียงเม่ือเคาะ
โลหะ อโลหะ กงึ่ โลหะ
เสียงดงั ไมม่ ีเสยี งดัง ไมม่ เี สียงดัง
กังวาน กงั วาน กงั วาน
เรียบเรยี งโดย อ.นิสิตวิศรุต ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พ่เี ลย้ี ง)
แนวโนม้ เกี่ยวกับสมบตั ติ ่าง ๆ ของธาตุ ขนาดอะตอมหรอื รัศมีอะตอม
แนวโน้มตามหมู่
สรปุ แนวโนม้ ขนาดอะตอมของธาตใุ นตารางธาตุ
แนวโน้มเพิ่มขึ้นจากบนลงล่าง เนื่องจากเลขอะตอมเพิ่มขึ้นจำนวน
เรียบเรยี งโดย อ.นิสิตวศิ รตุ ประเสรฐิ ธรรมา โปรตอนในนิวเคลียสและจำนวนระดับพลังงานที่มีอิเล็กตรอนเพิ่มขึ้น
ด้วย อิเล็กตรอนที่อยู่ชั้นในจึงเป็นคล้ายฉากกั้นแรงดึงดูดระหว่าง
โปรตอนในนิวเคลียสกับเวเลนซ์อิเล็กตรอน ทำให้แรงดึงดูดต่อเวเลนซ์
อิเลก็ ตรอนมีนอ้ ย
แนวโน้มตามคาบ
แนวโน้มลดลงจากซ้ายไปขวา เนื่องจากธาตุในคาบเดียวกันมี
เวเลนซ์อิเล็กตรอนอยู่ในระดับพลังงานเดียวกัน แต่มีจำนวนโปรตอนใน
นิวเคลียสแตกต่างกัน ธาตุที่มีจำนวนโปรตอนมากจะดึงดูดเวเลนซ์
อิเล็กตรอนด้วยแรงที่มากกว่าธาตุที่มีจำนวนโปรตอนน้อย เวเลนซ์
อเิ ลก็ ตรอนจงึ เขา้ ใกลน้ ิวเคลียสได้มากกวา่
และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมมี ารีย์ (อ.พีเ่ ลี้ยง)
แนวโน้มเกี่ยวกับสมบตั ติ ่าง ๆ ของธาตุ ขนาดอะตอมหรือรัศมอี ะตอม
คำถามชวนคิด
มีธาตทุ ้งั หมด 6 ธาตดุ งั น้ี
เรียงลำดบั ขนาดอะตอมของธาตุจากขนาดใหญ่ไปขนาดเล็ก
คำตอบ
สรุปแนวโน้มขนาดอะตอมของธาตใุ นตารางธาตุ และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พีเ่ ลี้ยง)
เรียบเรียงโดย อ.นิสติ วิศรตุ ประเสริฐธรรมา
แนวโน้มเกี่ยวกับสมบตั ติ ่าง ๆ ของธาตุ ขนาดอะตอมหรือรัศมอี ะตอม
คำถามชวนคิด
มีธาตทุ ้งั หมด 8 ธาตดุ งั น้ี
เรียงลำดบั ขนาดอะตอมของธาตุจากขนาดใหญ่ไปขนาดเล็ก
คำตอบ
สรุปแนวโน้มขนาดอะตอมของธาตใุ นตารางธาตุ และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พีเ่ ลี้ยง)
เรียบเรียงโดย อ.นิสติ วิศรตุ ประเสริฐธรรมา
แนวโนม้ เก่ียวกับสมบัติตา่ ง ๆ ของธาตุ ไอออนบวก ขนาดไอออนหรือรัศมีไอออน
คำถามชวนคิด เกิดจากธาตุโลหะจ่ายอิเล็กตรอน ทำให้มีขนาดเล็กลง
และถา้ เป็นประจุบวกมากข้ึน ขนาดของไอออนกจ็ ะย่ิงเลก็ ลง
เรียงลำดบั รศั มีไอออนของ
3Li+, 11Na+ และ 19K+ ไอออนลบ
เกิดจากธาตุอโลหะรับอิเล็กตรอน ทำให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
คำตอบ 19K+ > 11Na+ > 3Li+ และถา้ เป็นประจลุ บมากข้ึน ขนาดของไอออนจะย่งิ ใหญ่ขึน้
คำถามชวนคดิ
และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มีมารีย์ (อ.พี่เลี้ยง)
เรยี งลำดับรศั มีไอออนของ
9F-, 17Cl- และ 35Br-
คำตอบ 35Br- > 17Cl- > 9F-
เรยี บเรียงโดย อ.นสิ ิตวศิ รตุ ประเสริฐธรรมา
แนวโน้มเกยี่ วกบั สมบตั ติ ่าง ๆ ของธาตุ ความเป็นโลหะและอโลหะ
แนวโน้มตามหมู่
สรปุ แนวโน้มความเป็นโลหะและอโลหะของธาตุ ความเปน็ โลหะจะเพิม่ ขนึ้ จากบนลงล่าง
ความเปน็ อโลหะจะลดลงจากบนลงล่าง
เรียบเรียงโดย อ.นิสิตวิศรุต ประเสริฐธรรมา แนวโนม้ ตามคาบ
ความเป็นโลหะจะลดลงจากซ้ายไปขวา
ความเปน็ อโลหะจะเพิ่มขึน้ จากซ้ายไปขวา
และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มีมารีย์ (อ.พีเ่ ล้ยี ง)
แนวโนม้ เกย่ี วกบั สมบตั ติ า่ ง ๆ ของธาตุ ความเปน็ โลหะและอโลหะ
คำถามชวนคิด
มีธาตุท้งั หมด 5 ธาตุดงั น้ี
จงเรียงลำดบั ความเปน็ โลหะของธาตจุ ากมากไปน้อย
คำตอบ
สรปุ แนวโน้มความเปน็ โลหะและอโลหะของธาตุ และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมมี ารีย์ (อ.พี่เล้ยี ง)
เรยี บเรยี งโดย อ.นิสิตวศิ รตุ ประเสรฐิ ธรรมา
แนวโนม้ เกย่ี วกบั สมบตั ติ า่ ง ๆ ของธาตุ ความเปน็ โลหะและอโลหะ
คำถามชวนคิด
มีธาตทุ ง้ั หมด 5 ธาตุดงั น้ี
จงเรียงลำดับความเปน็ อโลหะของธาตุจากมากไปนอ้ ย
คำตอบ
สรปุ แนวโน้มความเปน็ โลหะและอโลหะของธาตุ และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พีเ่ ล้ยี ง)
เรยี บเรยี งโดย อ.นิสิตวศิ รตุ ประเสรฐิ ธรรมา
แนวโนม้ เกย่ี วกบั สมบตั ติ า่ ง ๆ ของธาตุ ความเปน็ โลหะและอโลหะ
คำถามชวนคิด
มธี าตทุ ัง้ หมด 6 ธาตุดังน้ี
จงเรยี งลำดับความเปน็ โลหะของธาตุจากมากไปน้อย
คำตอบ
สรปุ แนวโน้มความเปน็ โลหะและอโลหะของธาตุ และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พี่เล้ยี ง)
เรยี บเรยี งโดย อ.นิสิตวศิ รตุ ประเสรฐิ ธรรมา
แนวโนม้ เกย่ี วกบั สมบตั ติ า่ ง ๆ ของธาตุ ความเปน็ โลหะและอโลหะ
คำถามชวนคิด
มีธาตทุ ง้ั หมด 6 ธาตุดงั น้ี
จงเรียงลำดับความเปน็ อโลหะของธาตุจากมากไปนอ้ ย
คำตอบ
สรปุ แนวโน้มความเปน็ โลหะและอโลหะของธาตุ และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พีเ่ ล้ยี ง)
เรยี บเรยี งโดย อ.นิสิตวศิ รตุ ประเสรฐิ ธรรมา
สมบตั ขิ องธาตแุ ละการใช้ประโยชน์ สว่ นใหญ่มสี นี ำ้ เงนิ ยกเว้น ซีเซยี ม (Cs) มสี ที องเจอื ปน
เปน็ โลหะเนื้ออ่อน มีความหนาแนน่ ต่ำ
จากแนวโน้มสมบัติของธาตุในตารางธาตุ ทำ มีความว่องไวในการเกิดปฏิกิริยาเคมีสูง เกิดปฏิกิริยาเคมี
ใหท้ ราบว่าธาตใุ นหมเู่ ดยี วกันจะมสี มบัติทใ่ี กล้เคยี งกนั กบั ธาตหุ มู่ 7A ไดด้ ี และเกดิ ปฏกิ ริ ิยารุนแรงกับน้ำ
ธาตุหมู่ 1A หรือโลหะแอลคาไลน์ (Alkali metal) มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 1 ตัว ทำให้สูญเสียอิเล็กตรอนได้
ง่าย ดงั น้นั จงึ มีความเป็นโลหะสงู
เรียบเรยี งโดย อ.นสิ ติ วิศรุต ประเสรฐิ ธรรมา ในธรรมชาตมิ กั พบอยใู่ นรูปสารประกอบ
และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มีมารีย์ (อ.พี่เลย้ี ง)
สมบัตขิ องธาตุและการใชป้ ระโยชน์ ธาตุหมู่ 2A หรือโลหะแอลคาไลนเ์ อริ ท์
ธาตุหมู่ 7A หรือธาตุแฮโลเจน
เปน็ อโลหะท่ีมคี วามว่องไวตอ่ การเกิดปฏิกิรยิ าเคมสี ูง สว่ นใหญม่ ีสเี งนิ
ในธรรมชาติมักพบธาตหุ มู่ในลกั ษณะโมเลกลุ คู่
เมื่อรวมตวั กับไฮโดรเจน (H) จะมีสมบตั ิเป็นกรด เป็นโลหะเนื้ออ่อน แต่มีความแข็งและความหนาแน่น
มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 7 ตัว ทำให้รับอิเล็กตรอนจากธาตุอื่น ๆ มากกวา่ ธาตหุ มู่ 1A
ได้ดี ดงั นัน้ จงึ มีความเป็นอโลหะสงู เกิดปฏิกิริยาเคมีกับน้ำและธาตุหมู่ 7A ได้ดี แต่ปฏิกิริยามี
ความรนุ แรงน้อยกวา่ ธาตุหมู่ 1A
เรยี บเรียงโดย อ.นิสิตวิศรตุ ประเสรฐิ ธรรมา มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 2 ตัว ทำให้สูญเสียอิเล็กตรอนได้
ง่าย ดงั น้นั จึงมีความเปน็ โลหะท่ดี ี
และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มีมารีย์ (อ.พี่เลี้ยง)
สมบัตขิ องธาตแุ ละการใช้ประโยชน์ ธาตแุ ทรนซิชนั (Transition elements)
ธาตหุ มู่ 8A หรือแก๊สเฉอ่ื ย
มสี ถานะเป็นแกส๊ ไมม่ สี ี ไม่มกี ลน่ิ ละลายน้ำได้เลก็ นอ้ ย ทอ่ี ุณหภูมิหอ้ งมสี ถานะเป็นของแขง็ ยกเวน้ ปรอท (Hg)
มีความวอ่ งไวในการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมตี ำ่ มีความเป็นโลหะน้อยกวา่ โลหะหมู่ 1A และ 2A
มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 8 ตัว จึงยากต่อการสูญเสียหรือรับ
อเิ ลก็ ตรอนเพิม่ มีจุดเดือด จุดหลอมเหลว และความหนาแน่นสูง และ
นำไฟฟ้าได้
เรยี บเรยี งโดย อ.นิสติ วศิ รุต ประเสรฐิ ธรรมา สามารถเกิดสารประกอบได้หลายชนิด รวมทั้ง
สารประกอบเชงิ ซอ้ นท่มี สี เี ฉพาะตวั
และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมมี ารีย์ (อ.พเี่ ล้ียง)
เรียบเรียงโดย อ.นสิ ติ วศิ รตุ ประเสริฐธรรมา การเกิดพันธะเคมี
และพนั ธะไอออนิก
ว31101 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ 1
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4
กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โรงเรยี นสาธติ มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ ปทมุ วัน
และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มีมารีย์ (อ.พีเ่ ลย้ี ง)
พันธะเคมี อะตอมของธาตุหรือสารประกอบ ส่วนใหญ่ไม่
สามารถอยู่เป็นอะตอมอิสระได้ ยกเว้นธาตุในหมู่ VIIIA
การเกดิ พันธะเคมี (หมู่ 18) หรือที่เรียกว่า แก๊สมีสกุล เนื่องจากไม่มีความ
เสถยี ร
อะตอมของธาตุหรือสารประกอบ จะต้องมี
การรวมตัวกันเพื่อจัดอิเล็กตรอนให้เสถียร ทำให้ พนั ธะเคมี
เกิดแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอมขึ้น จนอะตอม
สามารถรวมตัวกันเป็นโมเลกุลและเรียกแรงยึด แรงยึดเหนี่ยวที่อยู่ระหว่างอะตอมกับอะตอมภายใน
เหนี่ยวระหว่างอะตอมที่เกิดขึ้นว่า พันธะเคมี โมเลกุล ซึ่งเป็นแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอมที่ทำให้เกิด
(Chemical bond) โมเลกุล โดยการสร้างพันธะเคมีของอะตอมเกิดขึ้น เนื่องจาก
อะตอมต้องการปรับตัวให้มีอิเล็กตรอนวงนอกสุด หรือ
เวเลนซ์อิเล็กตรอนครบ 8 ซงึ่ เปน็ ไปตามกฎออกเตต
เรยี บเรยี งโดย อ.นิสิตวิศรตุ ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มีมารีย์ (อ.พเ่ี ล้ยี ง)
พันธะเคมี กฎออกเตต กล่าวว่า กฎออกเตต (Octet rule)
การเกดิ พนั ธะเคมี อะตอมของธาตุต่าง ๆ ที่มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนไม่ครบ 8 มี
แนวโน้มที่จะปรับตัวให้มีความเสถียรมากขึ้น โดยรวมตัว
สัญลกั ษณแ( บบจุดของลิวอิส กันเองหรือรวมตัวกับอะตอมของธาตุอื่นในสัดส่วนที่ทำให้แต่
(Lewis dot symbol) ละอะตอมมเี วเลนซอ์ ิเล็กตรอนเทา่ กบั 8
แสดงจำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนรอบ ยกเว้นไฮโดรเจนเมื่อเกิดเป็นสารประกอบจะมีเวเลนซ์
สัญลักษณ์ของธาตุ โดยเขียนจุดเดี่ยวทั้ง 4 อเิ ลก็ ตรอนเทา่ กับ 2 เหมือนฮเี ลียม
ด้านรอบสัญลักษณ์ของธาตุก่อน แล้วจึงเติม
จุดให้เป็นคู่
ยกเว้นธาตุฮเี ลยี มท่มี ี 2 เวเลนซอ์ เิ ลก็ ตรอน
จะเขียนเปน็ จุดคูอ่ ยดู่ ้านเดยี วกัน
เรยี บเรยี งโดย อ.นสิ ิตวศิ รตุ ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมมี ารีย์ (อ.พ่เี ลี้ยง)
พันธะเคมี ตัวอย่างเชน่
การเกิดพนั ธะเคมี soN1d1aium มเี วเลนซอ์ เิ ล็กตรอนเท่ากบั 1
สามารถเขียนสัญลักษณแ์ บบจดุ
สัญลักษณแ( บบจุดของลิวอสิ 22.99
(Lewis dot symbol) ของลิวอิสได้ Na
แสดงจำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนรอบ chC1lo7lrine มเี วเลนซอ์ เิ ล็กตรอนเท่ากบั ……………
สัญลักษณ์ของธาตุ โดยเขียนจุดเดี่ยวทั้ง 4 สามารถเขยี นสญั ลกั ษณแ์ บบจุด
ด้านรอบสัญลักษณ์ของธาตุก่อน แล้วจึงเติม 35.45 ของลิวอสิ ได้ …………………
จดุ ให้เป็นคู่
คำถามชวนคิด
ยกเวน้ ธาตฮุ ีเลียมท่ีมี 2 เวเลนซอ์ ิเลก็ ตรอน
จะเขียนเปน็ จดุ คู่อยดู่ า้ นเดยี วกัน เขียนสญั ลักษณ์แบบจดุ ของลวิ อิสของธาตตุ อ่ ไปนี้
เรียบเรียงโดย อ.นสิ ติ วศิ รตุ ประเสริฐธรรมา caC6rbon oxO8ygen caC2lc0aium
12.01 16.00 40.08
และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มีมารีย์ (อ.พเ่ี ล้ยี ง)
พันธะไอออนิก พนั ธะไอออนิกเกิดจาก การเกดิ พนั ธะไอออนกิ
พนั ธะไอออนิก โลหะรวมตัวกับอโลหะ แล้วโลหะให้อิเล็กตรอน
แก่อโลหะ เพื่อให้แต่ละอะตอมมีเวเลนซ์อิเล็กตรอน
พันธะเคมี มีทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ ครบ 8 หรือเป็นไปตามกฎออกเตต อะตอมของโลหะ
1. พันธะไอออนิก 2. พันธะโคเวเลนต์ และ ก็จะกลายเป็นไอออนบวก ส่วนอะตอมของอโลหะ
3. พันธะโลหะ กลายเป็นไอออนลบ ไอออนทั้งสองมีประจุไฟฟ้า
ต่างกัน จึงเกิดแรงดึงดูดทางไฟฟ้ายึดเหนี่ยวอะตอมทั้ง
พนั ธะไอออนิก (Ionic bonding) สองเขา้ ด้วยกัน
คือ พันธะที่เกิดจากแรงดึงดูดทางไฟฟ้า
ระหว่างไอออนบวก (Cation) และไอออนลบ
(Anion)
เรียบเรยี งโดย อ.นิสติ วิศรุต ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พ่เี ล้ยี ง)
พันธะไอออนิก
“การเกดิ พันธะไอออนกิ ของสารประกอบโซเดียมคลอไรด”์
https://contrib.pbslearningmedia.org/WGBH/arct15/SimBucket/Simulations/chemthink-ionicbonding/content/index.html
เรียบเรียงโดย อ.นสิ ิตวิศรุต ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พี่เล้ยี ง)
พันธะไอออนิก คำถามชวนคิด
พันธะไอออนิก อธบิ ายการเกิดพันธะไอออนิกของสารประกอบ LiF
สรุปแผนภาพการเกดิ พนั ธะไอออนิกของโซเดียมคลอไรด์
เรียบเรียงโดย อ.นิสิตวศิ รตุ ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมมี ารีย์ (อ.พี่เล้ยี ง)
พันธะไอออนิก
การเขียนสตู รสารประกอบไอออนิก หลกั การเขยี นสูตรสารประกอบไอออนกิ
1) เขียนไอออนบวกของโลหะไว้ข้างหน้า
ตวั อยา่ งเชน่ soN1d1aium กบั oxO8ygen ตามด้วยไอออนลบของอโลหะ
2) ไอออนบวกและไอออนลบจะรวมกนั ใน
22.99 16.00 อตั ราสว่ นที่ทำใหผ้ ลรวมของประจุเป็นศูนย์
3) ถ้ากลุ่มไอออนบวกหรือกลุ่มไอออน
โซเดียมกบั ออกซิเจน สามารถเขยี น ลบมีมากกว่า 1 กลุ่มให้ใส่วงเล็บ ( ) และใส่
สตู รสารประกอบไอออนกิ ได้ ดังนี้ จำนวนกลุ่มไวท้ ีม่ ุมขวาลา่ ง
Na+ O2- และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พี่เล้ยี ง)
สตู รที่ได้ คอื Na2O
12
เรียบเรียงโดย อ.นิสิตวศิ รตุ ประเสรฐิ ธรรมา
พันธะไอออนิก ตวั อย่างช่อื ไอออนบวกและไอออนลบ
ของธาตแุ ละที่เปน็ กลมุ่ อะตอม
การเขียนสตู รสารประกอบไอออนิก
ตัวอย่างชอื่ ไอออนบวกและไอออนลบของธาตุ
ไอออนบวก ไอออนลบ
Li+ ลเิ ทียมไอออน (Lithium ion) H- ไฮไดรด์ ไอออน (Hydride ion)
Mg+ แมกนเี ซยี มไอออน (Magnesium ion) Br- โบรไมด์ไอออน (Bromide ion)
Al3+ อะลมู ิเนยี มไอออน (Aluminum ion) O2- ออกไซด์ไอออน (Oxide ion)
Fe3+ ไอร์ออน (III) ไอออน หรือ Iron (III) ion N3- ไนไทรด์ไอออน (Nitride ion)
Fe2+ ไอร์ออร (II) ไอออน หรอื Iron (II) ion P3- ฟอสไฟดไ์ อออน (Phosphide ion)
เรียบเรียงโดย อ.นิสติ วศิ รุต ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มีมารีย์ (อ.พี่เล้ยี ง)
พันธะไอออนิก
การเขยี นสตู รสารประกอบไอออนิก ตวั อยา่ งช่ือไอออนบวกและไอออนลบของธาตแุ ละทเี่ ป็นกลุ่มอะตอม
ตัวอย่างชอื่ ไอออนบวกและไอออนลบทเี่ ปน็ กลมุ่ อะตอม
ตวั อยา่ งช่ือไอออนบวกและไอออนลบท่ีเป็นกลุ่มอะตอม ไอออน ช่อื ไอออน
ไอออน ชอ่ื ไอออน S2O32- ไทโอซัลเฟตไอออน (Thiosulfate ion)
NH4+ แอมโมเนยี มไอออน (Ammonium ion) HPO4- ไ ฮ โ ด ร เ จ น ฟ อ ส เ ฟ ต ไ อ อ อ น ( Hydrogen
OH- ไฮดรอกไซด์ไอออน (Hydroxide ion)
phosphate ion)
CN- ไซยาไนด์ไอออน (Cyanide ion) H2PO4- ไดไฮโดรเจนฟอสเฟตไอออน (Dihydrogen
NO2- ไนไทรต์ไอออน (Nitrite ion) PO43- phosphate ion)
NO3- ไนเตรตไอออน (Nitrate ion) ClO- ฟอสเฟตไอออน (Phosphate ion)
HCO3- ไ ฮ โ ด ร เจ น ค า ร ์ บ อ เ น ต ไ อ อ อ น ( Hydrogen ClO2- ไฮโปคลอไรต์ไอออน (Hypochlorite ion)
ClO3- คลอไรตไ์ อออน (Chlorite ion)
carbonate ion) ClO4- คลอเรตไอออน (Chlorate ion)
CO3- คารบ์ อเนตไอออน (Carbonate ion) MnO4- เปอร์คลอเรตไอออน (Perchlorate ion)
HSO4- ไฮโดรเจนซลั เฟตไอออน (Hydrogen sulfate ion) เปอร์แมงกาเนตไอออน (Permanganate ion)
SO42- ซลั เฟตไอออน (Sulfate ion)
เรียบเรยี งโดย อ.นสิ ติ วิศรตุ ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พเ่ี ลย้ี ง)
พันธะไอออนิก ตัวอยา่ งการเขียนสตู รสารประกอบไอออนกิ
การเขียนสตู รสารประกอบไอออนิก Na+ O2-
คำถามชวนคิด
สูตรทไ่ี ด้ คอื Na2O
เขียนสูตรสารประกอบไอออนิกต่อไปนี้
1) แมกนเี ซียมกบั คลอรีน 4) ลเิ ทียมกับออกซิเจน 12
คำตอบ คำตอบ
2) อะลูมิเนียมกับซลั เฟต 5) แคลเซียมกับฟลอู อรีน
คำตอบ คำตอบ
3) แอมโมเนียมกับคลอรีน 6) เหล็ก (III) กบั ไฮดรอกไซด์
คำตอบ คำตอบ
เรียบเรียงโดย อ.นิสติ วศิ รตุ ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พเี่ ล้ยี ง)
พันธะไอออนิก
การอ่านชอื่ สารประกอบไอออนิก เลขออกซเิ ดชัน เลขท่แี สดงประจทุ างไฟฟ้า
หลกั การคิดเลขออกซิเดชัน
หลักการอ่านชือ่ สารประกอบไอออนกิ 1. ธาตุท่มี ีเลขออกซเิ ดชนั คงท่ี ได้แก่
1) กรณีที่โลหะมีเลขออกซิเดชันค่าเดียว
ให้อ่านชื่อโลหะก่อนแล้วตามด้วยชื่ออโลหะ - หมู่ IA, IIA และ IIIA มีเลขออกซิเดชันคงที่
โดยเปลย่ี นเสยี งพยางคท์ า้ ยเป็น ไ-ด์ (-ide) เป็น +1, +2 และ +3 ตามลำดับ
- ธาตุ F มเี ลขออกซิเดชนั เป็น -1 เสมอ
ตวั อย่างเช่น โลหะ คอื …………………….….. - โลหะทรานซิชันที่มีเลขออกซิเดชันคงที่
สารNปaรCะกl อบ อโลหะ คอื ……………….……… ไดแ้ ก่ Ag, Zn, Sc มเี ลขออกซเิ ดชันเป็น +1,
+2 และ +3 ตามลำดบั
ดงั นั้น อ่านวา่ …………………………… 2. ธาตุไฮโดรเจน (H) ในกรณีที่เป็นพันธะไอ
ออนกิ จะมคี ่าเปน็ -1
เรียบเรยี งโดย อ.นิสติ วศิ รุต ประเสรฐิ ธรรมา
และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมมี ารีย์ (อ.พ่เี ล้ยี ง)
พันธะไอออนิก
การอา่ นชอื่ สารประกอบไอออนิก คำถามชวนคดิ
อ่านชอื่ สารประกอบไอออนิกต่อไปนี้
หลักการอา่ นชื่อสารประกอบไอออนกิ สารประกอบ Na2O สารประกอบ Li2O
คำตอบ
2) กรณีที่โลหะมีเลขออกซิเดชันได้หลายค่า ให้อ่าน คำตอบ
ชื่อโลหะนำหน้า และระบุค่าประจุบวกหรือเลข
ออกซิเดชันของโลหะเป็นตัวเลขโรมันในวงเล็บท้ายชื่อ สารประกอบ MgCl2 สารประกอบ CaF2
โลหะ คำตอบ คำตอบ
ตัวอยา่ งเชน่ สารประกอบ Al2(SO4)3 สารประกอบ Fe(OH)3
สารประกอบ คำตอบ คำตอบ
โลหะ คอื …………………………………..
CuSO4 สารประกอบ NH4Cl
อโลหะ คือ …………………………………
ดงั น้ัน อ่านวา่ …………………………………… คำตอบ
เรียบเรียงโดย อ.นสิ ิตวศิ รุต ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พีเ่ ลยี้ ง)
พันธะไอออนิก ตารางแสดงจำนวนนบั ในภาษากรีก
การอา่ นชื่อสารประกอบไอออนิก จำนวน ภาษากรีก จำนวน ภาษากรีก
ในกรณที ส่ี ารประกอบไอออนกิ ทมี่ ผี ลกึ นำ้ อยู่ 1 มอนอ- (mono-) 6 เฮกซะ- (hexa-)
ให้เรียกผลึกน้ำว่า “ไฮเดรต” และจำนวนผลึกน้ำ 2 ได- (di-) 7 เฮปตะ- (hepta-)
3 ไตร- (tri-) 8 ออกตะ- (octa-)
ให้บอกด้วยจำนวนนับในภาษากรกี
ตวั อยา่ งเชน่ 4 เตตระ- (tetra-) 9 โนนะ- (nona-)
CuSO4.5H2O อ่านว่า ………………………………………………….. 5 เพนตะ- (penta-) 10 เดคะ- (deca-)
Na2CO3.10H2O อ่านว่า ………………………………………………..…
เรียบเรียงโดย อ.นิสิตวิศรุต ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พี่เล้ียง)
พันธะไอออนิก
สารประกอบไอออนกิ สูตรของสารประกอบไอออนกิ ทก่ี ล่าวมาแลว้ ขา้ งต้น เปน็ สูตรเอมพิรคิ ัล
สูตรเอมพริ คิ ลั สตู รที่แสดงอตั ราสว่ นอย่างตำ่ ของ สมบตั ิของสารประกอบไอออนกิ
จำนวนไอออนทีร่ วมตัวกนั เป็นสารประกอบไอออนิก 1) มีจุดหลอมเหลวและจดุ เดือดสูง
2) ในภาวะปกติเป็นของแข็งจะไม่นำไฟฟ้า แต่เมื่อ
บอกจำนวนธาตทุ เ่ี ปน็ บอกอัตราส่วนอยา่ งต่ำของจำนวน หลอมเหลวหรืออยู่ในรูปของสารละลายจะ
องค์ประกอบในโมเลกุล อะตอมของธาตทุ ี่เปน็ องค์ประกอบ สามารถนำไฟฟา้ ได้
3) มสี ถานะของแข็งที่อุณหภมู หิ อ้ ง แตเ่ ปราะ
สตู รโมเลกุล สตู รอย่างง่าย แตกหักงา่ ย
สตู รโครงสรา้ ง สูตรเคมี และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พเี่ ล้ยี ง)
บอกจำนวนธาตุท่เี ป็นองคป์ ระกอบในโมเลกลุ
และรายละเอียดเกย่ี วกบั การสรา้ งพันธะ
เรยี บเรยี งโดย อ.นสิ ติ วิศรุต ประเสรฐิ ธรรมา
เรียบเรียงโดย อ.นิสติ วศิ รุต ประเสริฐธรรมา พนั ธะโคเวเลนต์
ว31101 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ 1
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 4
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
โรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ ปทมุ วัน
และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พ่เี ลยี้ ง)
ภาพนี้คืออะไร NaCl
จากภาพเป็นสารประกอบประเภทใด และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมมี ารีย์ (อ.พี่เล้ยี ง)
และมชี ่อื ว่าอะไร
โซเดยี มคลอไรด์
(สารประกอบไอออนิก)
เรยี บเรยี งโดย อ.นิสติ วิศรตุ ประเสรฐิ ธรรมา
ภาพน้ีคืออะไร CuSO4
จากภาพเป็นสารประกอบประเภทใด และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พ่เี ล้ยี ง)
และมีชือ่ ว่าอะไร
คอปเปอร์ (II) ซลั เฟต
(สารประกอบไอออนิก)
เรยี บเรียงโดย อ.นสิ ิตวศิ รุต ประเสริฐธรรมา
ภาพน้ีคืออะไร KMnO4
จากภาพเป็นสารประกอบประเภทใด และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มีมารีย์ (อ.พ่เี ล้ยี ง)
และมีช่อื ว่าอะไร
โพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนส
(สารประกอบไอออนิก)
เรียบเรียงโดย อ.นิสติ วิศรตุ ประเสรฐิ ธรรมา
ภาพนี้คืออะไร NH4Cl
จากภาพเปน็ สารประกอบประเภทใด และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พี่เล้ยี ง)
และมชี ื่อว่าอะไร
แอมโมเนยี มคลอไรด์
(สารประกอบไอออนิก)
เรยี บเรียงโดย อ.นิสติ วศิ รตุ ประเสรฐิ ธรรมา
ภาพนี้คืออะไร H2O
จากภาพเป็นสารประกอบประเภทใด และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พ่เี ล้ยี ง)
และมชี ือ่ วา่ อะไร
น้ำ หรอื
(สารประกอบโคเวเลนต์)
เรยี บเรยี งโดย อ.นสิ ิตวิศรุต ประเสรฐิ ธรรมา
พันธะโคเวเลนต์
พันธะโคเวเลนต์ พันธะโคเวเลนต์ คือ พันธะที่เกิดจากอะตอมของธาตุ
อโลหะมารวมกัน โดยการใช้เวเลนซอ์ ิเล็กตรอนร่วมกัน ซึ่งอาจจะ
3 ใช้รว่ มกันเพยี ง 1 คู่ หรือมากกวา่ 1 คูก่ ไ็ ด้
HH
+ อเิ ลก็ ตรอนคู่โดดเด่ยี ว
พลังงาน ัศกย1 (kJ/mol) 1
0 HH
H OH
HH 2 ระยะหา= งระหว=าง อเิ ล็กตรอนคูร่ ว่ มพันธะ
- นวิ เคลยี ส (pm) พันธะโคเวเลนต์ของน้ำ (H2O)
และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พเี่ ล้ยี ง)
74 (pm)
ตวั อยา่ งการเกดิ พนั ธะของแกส๊ ไฮโดรเจน (H2)
เรียบเรยี งโดย อ.นิสิตวิศรุต ประเสริฐธรรมา
พันธะโคเวเลนต์ พันธะโคเวเลนต์ สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ตามจำนวน
อิเลก็ ตรอนทนี่ ำมาใช้รว่ มกนั
ชนิดของพันธะโคเวเลนต์
พันธะเดี่ยว (Single bond) เกิดจากอะตอมคู่ที่เข้ามาร่วม FF OCO
สรา้ งพนั ธะต่อกนั มีการใช้อิเลก็ ตรอนร่วมกัน 1 คู่
พันธะคู่ (Double bond) เกิดจากอะตอมคู่ที่เข้ามาร่วม พันธะเดีย่ ว พนั ธะคู่
สรา้ งพนั ธะตอ่ กันมกี ารใช้อเิ ล็กตรอนร่วมกัน 2 คู่
พันธะสาม (Triple bond) เกิดจากอะตอมคู่ที่เข้ามาร่วม H CN
สรา้ งพันธะต่อกนั มกี ารใชอ้ เิ ล็กตรอนร่วมกนั 3 คู่
พันธะสาม
เรียบเรียงโดย อ.นสิ ิตวิศรุต ประเสริฐธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พี่เลี้ยง)
พันธะโคเวเลนต์ สตู รโครงสร้างแบบเสน้ หลกั การเขียน
ใช ้ เ ส ้ น 1 เ ส ้ น ( −) แ ท น
การเขยี นสตู รสารประกอบโคเวเลนต์
อิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะ 1 คู่ สำหรับ
ตวั อยา่ งสูตรโครงสรา้ งของโมเลกุลโคเวเลนต์ โมเลกุลที่มีพันธะคู่หรือพันธะสาม จะใช้
เรียบเรียงโดย อ.นิสติ วศิ รตุ ประเสรฐิ ธรรมา เส้น 2 เส้น (=) และ 3 เส้น (≡) แทน
อิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะ 2 คู่ และ 3 คู่
ตามลำดับ สำหรับอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว
อาจจะเขยี นแสดงไวห้ รอื ไม่ก็ได้
และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มมี ารีย์ (อ.พีเ่ ลย้ี ง)
พันธะโคเวเลนต์ สตู รโครงสรา้ งแบบจดุ หลักการเขยี น
การเขียนสตู รสารประกอบโคเวเลนต์ 1) คิดจำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนทั้งหมดของ
สารประกอบ
สารประกอบ H2O 2) ใช้จุด ( ) แทนเวเลนซ์อเิ ลก็ ตรอน และขีด (−)
จำนวนเวเลนซอ์ เิ ล็กตรอนทง้ั หมด = 1(2) + 6 = 8 แทนพันธะซ่ึงมีคา่ เทา่ กบั 2 อเิ ล็กตรอน
สามารถเขยี นสตู รโครงสรา้ งแบบจดุ ได้ 3) เริม่ ใส่จดุ ( ) ท่อี ะตอมลอ้ มรอบกอ่ นให้ครบ 8
4) ถ้าหากยังไมค่ รบ ใส่จดุ ทอ่ี ะตอมกลางจนครบ
สารประกอบ CS2 5) ตรวจสอบดแู ตล่ ะอะตอมมอี ิเล็กตรอนครบ 8
จำนวนเวเลนซอ์ ิเล็กตรอนทง้ั หมด = 4 + 6(2) = 16
สามารถเขยี นสตู รโครงสร้างแบบจุดได้ เขยี นสตู รโครงสร้างแบบจดุ ของ
สารประกอบตอ่ ไปนี้
เรยี บเรยี งโดย อ.นิสติ วศิ รุต ประเสรฐิ ธรรมา
CCl4, CO2, NH3, Cl2O และ HCN
และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รัศมีมารีย์ (อ.พเี่ ลี้ยง)
พันธะโคเวเลนต์
การอ่านช่ือสารประกอบโคเวเลนต์ กรณที ่ี 2 สารโคเวเลนต์ประกอบด้วยธาตหุ ลายชนดิ
กรณีท่ี 1 สารโคเวเลนต์ประกอบดว้ ยธาตชุ นิดเดียว ให้อ่านชื่อของธาตุที่อยู่ข้างหน้าก่อน แล้วตามด้วยชื่อ
ของธาตุที่อยู่ด้านหลัง โดยเปลี่ยนเสียงพยางค์ท้ายของธาตุเป็น
ให้เรียกชื่อตามชื่อธาตุ โดยส่วนมากโมเลกุลแบบนี้ ไ-ด์ (-de)
จะอยู่ในสถานะแก๊สที่อุณหภูมิห้อง จึงนิยมระบุสถานะด้วย
เพื่อให้ทราบว่าเป็นการกล่าวถึงโมเลกุลไม่ใช่อะตอมของ ระบุจำนวนอะตอมของธาตุ (ตัวเลขที่ห้อยไว้หลังธาตุ)
ธาตุนน้ั ตวั อยา่ งเชน่ ไวห้ น้าช่ือธาตุ โดยใชช้ ่ือเลขในภาษากรกี
ตารางแสดงจำนวนนบั ในภาษากรกี
OO Cl Cl จำนวน ภาษากรกี จำนวน ภาษากรกี
1 มอนอ- (mono-) 6 เฮกซะ- (hexa-)
O2 อา่ นว่า แกส๊ ออกซิเจน Cl2 อา่ นว่า แกส๊ คลอรีน 2 7 เฮปตะ- (hepta-)
3 ได- (di-) 8 ออกตะ- (octa-)
4 ไตร- (tri-) 9 โนนะ- (nona-)
5 เตตระ- (tetra-) 10 เดคะ- (deca-)
เพนตะ- (penta-)
เรียบเรียงโดย อ.นสิ ิตวิศรุต ประเสรฐิ ธรรมา และ ผศ.ดร.คณาภรณ์ รศั มีมารีย์ (อ.พีเ่ ลย้ี ง)