The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนประวัติ ม.1 เทอม 2 เล่มส่ง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jane.nisarat1997, 2022-11-22 10:51:23

แผนประวัติ ม.1 เทอม 2 เล่มส่ง

แผนประวัติ ม.1 เทอม 2 เล่มส่ง

145

กลุ่มผูเ้ ชี่ยวชาญ 2
ใบความร้เู รื่อง พอ่ ขนุ รามคาแหง

ประวัตแิ ละผลงานบคุ คลสาคญั สมยั สโุ ขทยั
พอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราช

พอ่ ขุนรามคําแหงมหาราชเป็นพระราชโอรสของพ่อขุนศรอี ินทรา
ทิตย์ ทรงพระปรชี า สามารถและกลา้ หาญในการศกึ สงคราม ดงั ปรากฏว่า
ก่อนข้ึนครองราชย์พระองค์เคยเสด็จไป ราชการสงครามกับพระราชบิดา
เพื่อทําสงครามปกป้องราชอาณาเขตและได้ทรงทํายุทธหัตถีกับ ขุนสาม
ชนเจา้ เมอื งฉอดจนได้รบั ชยั ชนะในทสี่ ุด

พ่อขุนรามคําแหงมหาราชทรงประกอบพระกรณียกิจอั นเป็น
คุณประโยชนต์ ่ออาณาจกั ร ไดแ้ ก่

(1) ทรงทําสงครามขยายอาณาเขตออกไปอย่าง กว้างขวาง ทํา
ให้อาณาจักรสโุ ขทยั มีความม่ันคงเป็นปกึ แผน่ มอี าณาเขตใหญโ่ ตกว้างขวางมากที่สุดในสมัยสุโขทยั

(2) ทรงโปรดให้สร้างพระแท่นศิลาข้ึน เรียกว่า “พระแท่นมนังศิลาบาตร” ตั้งไว้กลางดงตาล เพื่อให้
พระภกิ ษุสงฆ์แสดงธรรมในวนั พระและทรงใชป้ ระทับ วา่ ราชการและอบรมสงั่ สอนอาณาประชาราษฎร์ในวันธรรมดา

(3) ทรงโปรดให้แขวนกระดิ่งไว้ท่ีประตูพระราชวัง เพ่ือให้ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนมาร้องเรียน
ขอความเปน็ ธรรมจากพระองค์

(4) ทรงโปรดให้สร้างทํานบกักเก็บน้ําท่ีเรียกว่า “สรีดภงส์” ขึ้นในเมืองสุโขทัยและบริเวณใกล้เคียง
โดยอาศัยแนวคันดินที่เรียกว่า “ถนนพระร่วง” ทําให้ราษฎร มีน้ําใช้เพาะปลูกในยามขาดแคลนนํ้าและใช้
อุปโภคบรโิ ภค

(5) ทรงสง่ เสรมิ การค้าขายด้วยการไม่เกบ็ ภาษีผา่ นด่าน ทีเ่ รียกวา่ “จกอบ” จากบรรดาพ่อค้าที่เข้ามา
ค้าขายในสุโขทัย ทําให้การคา้ ขายขยายออกไปอย่างกว้างขวาง

(6) ทรงประดิษฐ์อักษรไทย เรียกว่า “ลายสือไทย” ขึ้น โดยได้มีวิวัฒนาการมาเป็น อักษรไทยในยุค
ปจั จบุ นั นับเปน็ มรดกทางวัฒนธรรมทสี่ าํ คัญของชาติ

(7) ทรงเลื่อมใสและส่งเสริมพระพุทธศาสนา นิกายเถรวาท ลัทธิลังกา วงศ์ (ผ่านเมือง
นครศรธี รรมราช) เป็นการวางรากฐานความมั่นคงในอาณาจักรและเผยแผไ่ ปยงั หวั เมืองตา่ งๆ

(8) ทรงโปรดใหจ้ ารึกเร่ืองราวท่ีเกิดขึน้ ในสมัยของพระองค์ในศลิ าจารึกสโุ ขทัย หลักที่ 1 ทําใหค้ นไทย
รุ่นหลังไดร้ บั ทราบเร่อื งราวความเปน็ มาของสุโขทัย

(9) ทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ เช่น จีน มอญ ทําให้สุโขทัยเจริญก้าวหน้า ทางการค้ากับ
ตา่ งประเทศ

146

กลมุ่ ผูเ้ ชี่ยวชาญ 3
ใบความรเู้ รื่อง พระมหาธรรมราชาท่ี 1 (พระยาลไิ ทย)

ประวตั ิและผลงานบคุ คลสาคัญสมัยสโุ ขทยั
พระมหาธรรมราชาท่ี 1 (พระยาลไิ ทย)

พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พระยาลไิ ทยเปน็ พระราชโอรสของพระยาเลอไทย พระองค์ ทรงเคยปกครอง
เมืองศรีสัชนาลัยในฐานะเมืองลูกหลวงมาก่อนท่ีจะเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ พระองค์ ทรงประกอบพระกรณีย
กจิ ที่สาํ คญั คอื

(1) ทรงรวบรวมอาณาจักรสุโขทัยข้ึนใหม่อีกคร้ัง ภายหลังสมัยพ่อขุนรามคําแหง ท่ีหัวเมืองต่างๆ ต่าง
แยกตวั ออกเปน็ อสิ ระ โดยมีพื้นทค่ี รอบคลมุ เมืองระหวา่ งแม่นาํ้ ปงิ แม่น้ํานา่ น และแควป่าสกั มเี ชียงทอง (ตาก)
กําแพงเพชร พระบาง (นครสวรรค์) ปากยม (พิจิตร) สองแคว-สระหลวง (พิษณุโลก) ข้ึนไปถึงกลุ่มเมืองราด
เมอื งสะคา้ เมืองลมบาจาย

(2) ทรงเช่ียวชาญด้านพระไตรปิฎกใน พระพุทธศาสนา ได้ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือ เร่ือง ไตรภูมิ
พระร่วงหรือไตรภูมิกถา ซ่ึงเป็นวรรณกรรม ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาและถือว่าเป็นวรรณคดี เร่ืองแรก
ของไทย

(3) ทรงเผยแพร่แนวพระราชดําริทางการเมือง ของไทยสมัยสุโขทัยท่ีเรียกว่า “ธรรมราชา” ซ่ึง
พระมหากษัตริย์ผู้ปกครองแผ่นดินจะต้องประพฤติตน ตามทศพิธราชธรรม ดังปรากฏในหนังสือไตรภูมิพระ
รว่ ง ทพี่ ระองคท์ รงพระราชนิพนธ์

147

กลุ่มผู้เชย่ี วชาญ 4
ใบความร้เู ร่ือง ราชวงศพ์ ระร่วง

ราชวงศพ์ ระร่วง

พระรว่ ง เปน็ พระนามท่ีใช้เรียกกษัตริย์ของอาณาจักรสุโขทยั มไิ ดเ้ ฉพาะเจาะจงวา่ หมายถึงผู้ใด แตเ่ ป็น

ท่ียอมรับกันว่า พระร่วงองค์สําคัญได้แก่ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ผู้แยกตัวเป็นอิสระจากขอม พ่อขุนรามคําแหง

มหาราช ผู้โปรดให้สรา้ ง ลายสอื ไท ข้นึ เมอ่ื ปี พ.ศ. 1826 และ พระร่วงลิไท ผแู้ ตง่ "เตภูมิกถา หรอื ไตรภมู ิพระ

ร่วง" ข้ึน การจัดลําดบั สุโขทยั นัน้ มีการจัดลําดบั แตกต่างกนั ดงั นี้

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดํารงราชานภุ าพ ได้ทรงจัดลาํ ดับไวด้ งั นี้

สมยั ท่ีเปน็ อสิ ระ

1. พระเจ้าศรีอนิ ทราทิตย์ 2. พระเจ้าบานเมือง 3. พระเจ้ารามคาํ แหง

4. พระเจา้ เลอไท 5. พระเจ้าลิไท (มหาธรรมราชาที่ 1)

สมัยขึน้ แก่กรุงศรอี ยุธยา

6. พระมหาธรรมราชาท่ี 2 7. พระมหาธรรมราชาท่ี 3 8. พระมหาธรรมราชาท่ี 4

148

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 18

กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม รหสั วิชา ส21104

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เรือ่ ง พฒั นาการทางประวตั ิศาสตรข์ องไทยในสมยั สุโขทัย เวลา 20 ช่ัวโมง

เรื่อง การเสอื่ มอานาจของอาณาจักรสโุ ขทยั เวลา 1 ชัว่ โมง

ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 สอนโดย นางสาวนิษารตั น์ เรอื งสมศรี

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชว้ี ัด

ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจและธํารง

ความเปน็ ไทย

ส 4.3 ม. 1/2 วเิ คราะหพ์ ฒั นาการของอาณาจักรสุโขทัยในด้านต่าง ๆ

สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
ปัจจัยของความเส่ือมของอาณาจักรสุโขทัยเกิดจากความอ่อนแอทางด้านการทหาร ซ่ึงเกิดจากการ

แย่งชิงอํานาจภายในระหว่างเช้อื พระวงศ์ของสุโขทัยจนเกิดความแตกแยกทําใหอ้ าณาจักรที่เข้มแข็งกว่าขยาย
อํานาจเข้ามาแทรกแซงได้สําเร็จ และอาณาจักรอยุธยาก็ขยายอํานาจทางการเมืองครองกรุงสุโขทัยได้เป็น
ผลสาํ เรจ็ นอกจากน้ียังมีปจั จยั ทางดา้ นการคา้ กับต่างประเทศเริม่ ตกต่าํ ทําใหอ้ าํ นาจทางเศรษฐกจิ หมดไป

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) นกั เรียนอธิบายถงึ ความเสื่อมอาํ นาจของอาณาจกั รสุโขทัยได้ (K)
2) นกั เรียนสรปุ เรื่องราวเกย่ี วกบั ความเสื่อมอํานาจของอาณาจักรสโุ ขทยั เป็นแผนผงั ความคดิ ได้ (P)
3) นกั เรยี นตระหนักถึงสาเหตทุ ที่ ําให้อาณาจักรสโุ ขทยั เสื่อมอํานาจได้ (A)

สาระการเรยี นรู้
1) การล่มสลายของอาณาจักรสโุ ขทัย
2) ปัจจยั ของความเส่ือมและการสูญเสยี อํานาจของสุโขทยั

สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
1) ความสามารถในการคิด
(1) ทกั ษะการทําให้กระจ่าง
(2) ทักษะการนําความรู้ไปใช้
2) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ

149

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1) มีวินยั
2) ใฝ่เรียนรู้
3) มุ่งมั่นในการทํางาน
4) รกั ความเปน็ ไทย

กจิ กรรมการเรยี นรู้
วิธีสอนโดยเนน้ กระบวนการ : สบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
ขัน้ ที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ
1) ครูนําภาพอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มาให้นักเรียนดู แล้วให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ภาพและ

ตอบคาํ ถามตอ่ ไปนี้
- นักเรียนรู้จักประวัติความเป็นมาของโบราณสถานเหล่านี้หรือไม่ และโบราณสถานเหล่าน้ีมี

ความสาํ คัญอยา่ งไร
- นักเรยี นคดิ ว่า หากโบราณสถานเหล่านีไ้ มเ่ ส่อื มสลายไปตามกาลเวลาจะเกิดผลดอี ยา่ งไรบา้ ง

2) ครคู อยกระตนุ้ ใหน้ ักเรียนทกุ คนมีสว่ นรว่ มในการตอบคําถาม
3) ครูสร้างความตระหนักในเรื่องความสามัคคีกลมเกลียว ให้นักเรียนเห็นความสําคัญของความ
สามคั คีหมู่คณะ การเสยี สละของบรรพบรุ ษุ
ขนั้ ท่ี 2 สารวจคน้ หา
1) นักเรียนจับคู่กันตามความเหมาะสม แล้วให้แต่ละคู่ร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง ปัจจัยความเส่ือม
อํานาจของอาณาจักรสุโขทยั จากหนังสือเรยี นหรอื คน้ คว้าเพ่ิมเตมิ จากอินเทอรเ์ นต็
2) นักเรยี นแต่ละคู่นําความรู้ทไ่ี ดม้ าวิเคราะห์ประเดน็ สําคัญ พรอ้ มกับบนั ทกึ ความรู้ที่ได้จากการศึกษา
ลงในแบบบันทกึ การอา่ น
3) นักเรียนตอบคําถามกระตุ้นความคิด นักเรียนคิดว่า อะไรเป็นสาเหตุหลักที่นําไปสู่ความเส่ือม
อํานาจของอาณาจกั รสโุ ขทัย
แนวคาํ ตอบ ความอ่อนแอทางดา้ นการทหาร การแยง่ ชงิ อาํ นาจภายในระหวา่ งเช้ือพระวงศ์ การคา้ กับ
ตา่ งประเทศตกตํ่า อาณาจักรอยธุ ยาท่ีอยูท่ างตอนใต้มคี วามเขม้ แขง็ ทางด้านการทหารเพ่ิมข้ึน เปน็ ตน้
ขนั้ ที่ 3 อธบิ ายความรู้
1) นักเรยี นแตล่ ะคผู่ ลัดกันอธิบายความรู้ท่ีไดจ้ ากการศึกษา ผลัดกันซักถามขอ้ สงสัยและอธิบายจนทุก
คนมีความเข้าใจชัดเจนตรงกัน
2) ครูอธิบายความรู้เกี่ยวกับสาเหตุและปัจจัยท่ีนําไปสู่ความเส่ือมอํานาจของอาณาจักรสุโขทัย ให้
นกั เรยี นฟงั เพม่ิ เติม เพื่อให้นกั เรียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจชดั เจนมากย่ิงขึ้น
3) นักเรียนตอบคําถามกระตุ้นความคิด นักเรียนคิดว่า ถ้ากษัตริย์สุโขทัยทุกพระองค์มีความเข้มแข็ง
และเก่งกลา้ เช่นพอ่ ขุนรามคาํ แหงมหาราช อาณาจกั รสโุ ขทยั จะเส่อื มอํานาจหรือไม่ อธบิ ายเหตุผล

150

(พจิ ารณาตามคําตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดลุ ยพนิ จิ ของครผู ้สู อน)
ขัน้ ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ
1) นักเรียนแต่ละคนทําใบงานสรุปความรู้ เร่ือง ปัจจัยของความเสื่อมและการสูญเสียอํานาจของ
สุโขทยั
ขน้ั ท่ี 5 ตรวจสอบผล
1) นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานําเสนอผลงานใบงานสรุปความรู้ เรื่อง ปัจจัยของความเส่อื ม
และการสญู เสียอํานาจของสโุ ขทยั ครูและเพ่ือนกล่มุ อ่นื รว่ มกันตรวจสอบความถูกต้องและให้ข้อเสนอแนะ
2) ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรปุ ความรู้เก่ียวกับพฒั นาการในด้านต่างๆ ของอาณาจักรสโุ ขทยั ที่เรียนมา
ทง้ั หมด และความเส่ือมอํานาจของอาณาจักรสุโขทยั
3) นักเรียนตอบคําถามกระตุ้นความคิดว่า ความเส่ือมอํานาจของอาณาจักรสุโขทัยส่งผลอย่างไรต่อ
ประวตั ศิ าสตรไ์ ทยในยุคตอ่ มา
แนวคําตอบ แหลง่ เรยี นรูอ้ ทุ ยานประวตั ิศาสตรส์ ุโขทยั บทเรียนการเสื่อมอาํ นาจบ้านเมืองเสยี หาย
ขน้ั สรปุ
1) นกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ปัจจัยของความเส่ือมและการสูญเสยี อํานาจของสุโขทยั
2) นักเรียนตอบคําถามชวนคิด หน้า 74 ในหนังสือรายวิชาพ้ืนฐาน ประวัติศาสตร์ 1 ของบริษัท
สาํ นกั พมิ พ์เอมพนั ธ์ จาํ กดั
ขัน้ ประเมนิ
1) ครปู ระเมนิ ผลโดยสงั เกตจากการตอบคาํ ถาม การมีส่วนรว่ มในชนั้ เรยี น
2) ครูเฉลยและตรวจสอบผลการทําใบงานสรุปความรู้ เรื่อง ปัจจัยของความเส่ือมและการสูญเสีย
อํานาจของสุโขทยั

การวดั และประเมนิ ผล เครอ่ื งมอื วธิ ีวัด เกณฑก์ ารประเมนิ
จุดประสงค์การเรยี นรู้ แบบประเมนิ ใบงาน
1) นกั เรยี นอธิบายถงึ ตรวจคําถามชวนคิด ผ่านเกณฑ์การประเมินท่ี
ความเส่อื มอํานาจของ แบบประเมินผลงาน
อาณาจักรสุโขทัยได้ (K) (สมดุ เล่มเลก็ ) หน้า 74 ในหนงั สือฝึก ระดบั คุณภาพปานกลาง
2) นักเรียนสรุปเรือ่ งราว
เกี่ยวกับความเส่ือม ประสบการณ์ ขนึ้ ไป
อํานาจของอาณาจักร
สุโขทัยเป็นแผนผัง ประเมินผลงาน (สมดุ เล่ม ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ท่ี
ความคิดได้ (P)
เลก็ ) ระดับคุณภาพปานกลาง

ขน้ึ ไป

151

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ เคร่ืองมือ วิธีวัด เกณฑ์การประเมนิ
3) นักเรยี นตระหนกั ถึง แบบประเมินการตอบ ประเมนิ การตอบคําถาม ผา่ นเกณฑ์การประเมินที่
สาเหตทุ ี่ทาํ ให้อาณาจักร คาํ ถามในช้ันเรยี น ในชน้ั เรยี น ระดับคะแนนผ่าน (2)
สโุ ขทยั เสื่อมอาํ นาจได้ ขึ้นไป
(A) แบบประเมนิ สมรรถนะ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
4) สมรรถนะสาํ คญั ของ สาํ คัญ การทาํ งานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์การประเมินท่ี
ผูเ้ รยี น ระดบั คะแนนผา่ น (2)
- แบบประเมิน - สงั เกตความมวี นิ ัย ขึ้นไป
5) คุณลักษณะอันพงึ คณุ ลกั ษณะอันพึง ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งม่นั ใน ผา่ นเกณฑ์การประเมินที่
ประสงค์ ประสงค์ การทํางาน ระดับคะแนนผา่ น (2)
ข้ึนไป

สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
สือ่ การเรยี นรู้
1) หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานวิชาประวัติศาสตร์ 1 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของ บริษัท สํานักพิมพ์

เอมพันธ์ จํากดั
2) หนังสือเสริมฝึกประสบการณ์ วิชาประวัติศาสตร์ 1 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของบริษัท สํานักพิมพ์

เอมพนั ธ์ จํากัด

3) ส่อื การสอน Power Point หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของไทยในสมยั สุโขทัย
แหลง่ การเรยี นรู้

1) ห้องสมุด
2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ

กจิ กรรมเสนอแนะ
1) แนะนาํ นักเรยี นศึกษาเพม่ิ เติมจากเว็บไซต์ต่าง ๆ
2) นกั เรยี นท่ีเรยี นยงั ไม่เขา้ ใจใหท้ บทวนเนือ้ หาสาระเพมิ่ เตมิ เวลาว่างจากเอกสารประกอบการเรยี น

และบทเรียนออนไลน์ DLIT

152

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศึกษา หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
.............................................................................................................................. ................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงช่ือ.............................................ผสู้ อน
(นายสมดุลย์ โฉมหาญ)

ผูอ้ าํ นวยการโรงเรยี นบ้านดุงวิทยา
วนั ที่...........เดอื น............................พ.ศ............

153

บันทึกหลังการจดั การเรียนรู้
1. ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………
2. ปญั หาและอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……
3. ขอ้ เสนอแนะและแนวทางการแก้ปญั หา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…

ลงชือ่ .............................................ผสู้ อน
(นางสาวนิษารตั น์ เรอื งสมศรี)
ตําแหน่ง ครผู ชู้ ่วย

วันท.ี่ ..........เดอื น............................พ.ศ............

154

เร่ือง ปจั จัยของความเสอ่ื มและการสญู เสยี อานาจของสุโขทยั

คาช้แี จง : ให้นกั เรยี นสรุปปัจจัยของความเส่ือมและการสญู เสยี อํานาจของสุโขทยั เป็นแผนผงั ความคิดลงใน
ใบงาน

155

เร่ือง ปจั จัยของความเสอ่ื มและการสญู เสยี อานาจของสุโขทยั

คาช้แี จง : ให้นกั เรยี นสรุปปัจจัยของความเส่ือมและการสญู เสยี อํานาจของสุโขทยั เป็นแผนผงั ความคิดลงใน
ใบงาน

156

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 19

กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม แรหัสวชิ า ส21104

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เรอ่ื ง พัฒนาการทางประวัตศิ าสตรข์ องไทยในสมยั สโุ ขทัย เวลา 20 ชั่วโมง

เร่อื ง การลม่ สลายของอาณาจกั รสุโขทยั เวลา 1 ชัว่ โมง

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 สอนโดย นางสาวนษิ ารตั น์ เรืองสมศรี

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วดั

ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจและธํารง

ความเปน็ ไทย

ส 4.3 ม. 1/2 วิเคราะห์พัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัยในดา้ นต่าง ๆ

สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การล่มสลายของอาณาจักรสุโขทัยเกิดจากความอ่อนแอทางด้านการทหาร ซ่ึงเกิดจากการแย่งชิง

อํานาจภายในระหวา่ งเชื้อพระวงศ์ของสุโขทัยจนเกิดความแตกแยกทําให้อาณาจักรที่เข้มแข็งกวา่ ขยายอํานาจ
เข้ามาแทรกแซงได้สําเร็จ และอาณาจักรอยุธยาก็ขยายอํานาจทางการเมืองครองกรุงสุโขทัยได้เป็นผลสําเร็จ
พราะสุโขทัยเสื่อมอํานาจในการครอบครองดนิ แดนต่างๆ ที่เป็นเมืองท่า ค้าขาย ประกอบกับอาณาจักรอยธุ ยา
มีความเข้มแข็งทางด้านการทหารเพิ่มขึ้น ทําให้กรุงศรีอยุธยากลายเป็นศูนย์กลางอํานาจทางการเมืองการ
ปกครองของชนชาตไิ ทย

สุโขทัยคงความเป็นอาณาจักรไทยอยู่นานประมาณ 200 ปี ได้สร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรม
ตลอดจน ขนบธรรมเนียมประเพณที เ่ี ป็นเอกลักษณ์ซึง่ ไดส้ บื ทอดตอ่ มายังคนไทยรุ่นหลังจวบจนปัจจบุ นั

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) นักเรียนอธบิ ายถึงการ ล่มสลายของอาณาจักรสุโขทยั ได้ (K)
2) นักเรียนเขยี นสรุปเร่ืองราวเกี่ยวกับการลม่ สลายของอาณาจักรสุโขทัยเป็นแผนผังความคิดได้ (P)
3) นักเรียนตระหนกั ถงึ สาเหตทุ ที่ ําให้อาณาจกั รสุโขทยั ล่มสลายได้ (A)

สาระการเรยี นรู้
1) การล่มสลายของอาณาจักรสุโขทยั

สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
1) ความสามารถในการคดิ

(1) ทักษะการทําให้กระจา่ ง

157

(2) ทักษะการนาํ ความรู้ไปใช้
2) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1) มีวินัย
2) ใฝเ่ รียนรู้
3) มุ่งมนั่ ในการทํางาน
4) รักความเปน็ ไทย

แนวทางบูรณาการการเรียนรู้
1) กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ฟงั พูด อา่ น เขยี นเก่ียวกบั ประวัตแิ ละผลงานของบคุ คลสาํ คัญสมัย

สุโขทัย
2) กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี การสืบค้นขอ้ มลู จากอินเทอรเ์ นต็ เร่ือง ประวัติ

และผลงานของบคุ คลสาํ คญั สมยั สโุ ขทยั

กจิ กรรมการเรยี นรู้
วธิ ีสอนโดยเนน้ กระบวนการ : สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
ข้ันท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ
1) ครถู ามทบทวนความรเู ดมิ ว่าปจั จัยใดบ้างทที่ ําใหอ้ าณาจกั รสโุ ขทัยเสื่อมอํานาจ
แนวคําตอบ การเส่อื มอาํ นาจกองกําลงั ทหาร การแยง่ ชิงราชสมบตั ิ
ขัน้ ที่ 2 สารวจค้นหา
1) ครูให้นักเรียนดูวีดิทัศน์ จุดจบเมืองสุโขทัย แล้วให้นักเรียนจับใจความสําคัญว่า อาณาจักรสุโขทัย

เส่อื มออํานาจได้อยา่ งไร ลงในใบงานสรุปความรู้ เรือ่ ง การเสอ่ื มอาํ นาจของอาณาจักรสโุ ขทยั
2) ครูแจกใบงานสรปุ ความรู้ เรอื่ ง การเสื่อมอาํ นาจของอาณาจักรสโุ ขทัย
3) นักเรียนตอบคําถามกระตุ้นความคิด นักเรียนคิดว่า เพราะเหตุใดหลังสมัยพ่อขุนรามคําแหง

มหาราชอาณาจกั รสุโขทัยจงึ เส่อื มอํานาจลง
แนวคําตอบ หัวเมืองต่าง ๆ แยกตัวเป็นอิสระ มีการแย่งชิงราชสมบัติและเกิดการจลาจล อยุธยา

สถาปนา พ.ศ.1893 ทาํ ใหข้ ยายอํานาจมาสุโขทยั การคา้ กับตา่ งประเทศเร่มิ ตกตาํ่
ขนั้ ท่ี 3 อธบิ ายความรู้
1) ครเู ปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนอธบิ ายความรู้ที่ไดจ้ ากการศกึ ษา ผลดั กนั ซักถามข้อสงสัยและอธบิ ายจน

ทุกคนมีความเข้าใจชดั เจนตรงกนั
2) ครูอธิบายความรู้เกี่ยวกับการเส่ือมอํานาจของอาณาจักรสุโขทัย ให้นักเรียนฟังเพิ่มเติม เพ่ือให้

นกั เรยี นมีความรคู้ วามเขา้ ใจชดั เจนมากยงิ่ ข้นึ

158

3) นักเรียนตอบคําถามกระตุ้นความคิด นักเรียนคิดว่า เหตุใดการรักษาบ้านเมืองโดยการนําราชบุตร
หรือราชธดิ าอภเิ ษกสมรสกันจึงเป็นท่นี ยิ ม แนวคาํ ตอบ เพื่อเกดิ ความมั่นคงในราชอาณาจักร

ขั้นที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ
1) นักเรียนแต่ละคนทําใบงานสรุปความรู้ เร่ือง การเส่ือมอํานาจของอาณาจักรสุโขทัย ครูเปิดโอกาส
ให้นกั เรียนซกั ถามข้อสงสัย
2) นักเรียนตอบคําถามกระตุ้นความคิด เหตุใดราชวงศ์สุโขทัยจึงได้เป็นกษัตริย์ในสมัยอยุธยา
แนวคําตอบ เพราะ สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถเป็เชอ้ื สายราชวงศ์สุโขทยั
ขัน้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล
1) ตรวจใบงานการเสอ่ื มอาํ นาจอาณาจักรสโุ ขทยั
2) นกั เรียนทาํ แบบทดสอบหลังเรยี นหน่วยที่ 3
ขน้ั สรุป
1) นักเรียนร่วมกันสรุปปัจจัยของความเส่ือมและการสูญเสียอํานาจของสุโขทัย แนวการสรุป ปัจจัยท่ีทํา
ให้อาณาจักรสุโขทัยเส่ือมอํานาจ ได้แก่ การเส่ือมอํานาจกองกําลังทหาร การแย่งชิงราชสมบัติ หัวเมือง ต่าง ๆ
แยกตวั เป็นอสิ ระ อยธุ ยาสถาปนา พ.ศ.1893 ทําใหข้ ยายอํานาจมาสโุ ขทัย การคา้ กับตา่ งประเทศเร่ิมตกตาํ่
ขนั้ ประเมนิ
1) ครปู ระเมินผลโดยสังเกตจากการตอบคาํ ถาม การมีสว่ นรว่ มในช้ันเรียน
2) นักเรียนตอบคําถามชวนคิดหน้า 76 ในหนังสือฝึกประสบการณ์ประวัตศิ าสตร์ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปี
ท่ี 1 แบบทดสอบหลงั เรียนหนว่ ยท่ี 3

การวดั และประเมนิ ผล เครอื่ งมอื วธิ วี ัด เกณฑ์การประเมนิ
จุดประสงค์การเรียนรู้ ผา่ นเกณฑ์การประเมินท่ี
-แบบประเมินใบงาน -ตรวจใบงาน(คาํ ถาม ระดับคุณภาพปานกลาง
1) นักเรยี นอธิบายถงึ การ ข้ึนไป
ล่มสลายของอาณาจักร (คาํ ถามบวนคิด) ชวนคิด)
สโุ ขทยั ได้ (K) ผ่านเกณฑ์การประเมินที่
-แบบประเมนิ การตอบ -ประเมินการตอบ ระดับคุณภาพปานกลาง
2) นกั เรยี นเขียนสรปุ ขึ้นไป
เรอื่ งราวเก่ยี วกบั การลม่ คําถาม คําถาม
สลายของอาณาจักร
สโุ ขทยั ได(้ P) แบบประเมนิ ใบงาน -ตรวจใบงาน
3) นกั เรยี นตระหนกั ถึง
สาเหตทุ ี่ทาํ ให้อาณาจักร แบบประเมินการตอบ ประเมินการตอบคาํ ถาม ผ่านเกณฑ์การประเมินท่ี
สุโขทัย ล่มสลายได้ (A)
คาํ ถามในช้นั เรียน ในชนั้ เรียน ระดับคะแนนผา่ น (2)

ขึน้ ไป

159

จุดประสงค์การเรยี นรู้ เคร่อื งมอื วิธีวัด เกณฑก์ ารประเมิน
4) สมรรถนะสาํ คญั ของ
ผูเ้ รียน แบบประเมนิ สมรรถนะ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ที่
5) คณุ ลักษณะอันพงึ
ประสงค์ สาํ คัญ การทํางานรายบุคคล ระดับคะแนนผ่าน (2) ข้ึนไป

- แบบประเมนิ - สงั เกตความมวี นิ ัย ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ที่

คุณลกั ษณะอันพงึ ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มน่ั ใน ระดบั คะแนนผ่าน (2)

ประสงค์ การทาํ งาน ขึ้นไป

สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้
ส่อื การเรียนรู้
1) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิชาประวัติศาสตร์ 1 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของ บริษัท สํานักพิมพ์

เอมพนั ธ์ จาํ กดั
2) หนังสือเสริมฝึกประสบการณ์ วิชาประวัติศาสตร์ 1 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของบริษัท สํานักพิมพ์

เอมพนั ธ์ จํากัด

3) สื่อการสอน Power Point หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 พฒั นาการทางประวตั ิศาสตร์ของไทยในสมยั สโุ ขทัย
4) ใบงานสรปุ ความรู้เร่ือง การเสอ่ื มอํานาจของอาณาจกั รสุโขทัย
แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องสมดุ
2) แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ
3) https://www.youtube.com/watch?v=8vNmaSA8eCc&t=2s

กจิ กรรมเสนอแนะ
1) แนะนํานักเรียนศึกษาเพ่มิ เตมิ จากเวบ็ ไซตต์ ่าง ๆ
2) นกั เรยี นทเี่ รียนยงั ไม่เข้าใจใหท้ บทวนเนื้อหาสาระเพมิ่ เติมเวลาว่างจากเอกสารประกอบการเรียน

และบทเรยี นออนไลน์ DLIT

ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษา หรอื ผู้ท่ีไดร้ ับมอบหมาย
.............................................................................................................................. ................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงชื่อ.............................................ผสู้ อน
(นายสมดลุ ย์ โฉมหาญ)

ผ้อู ํานวยการโรงเรยี นบา้ นดงุ วทิ ยา
วันท่.ี ..........เดอื น............................พ.ศ............

160

บันทึกหลังการจดั การเรียนรู้
1. ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………
2. ปญั หาและอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……
3. ขอ้ เสนอแนะและแนวทางการแก้ปญั หา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…

ลงชือ่ .............................................ผสู้ อน
(นางสาวนิษารตั น์ เรอื งสมศรี)
ตําแหน่ง ครผู ชู้ ่วย

วันท.ี่ ..........เดอื น............................พ.ศ............

161

เร่อื ง การเสอ่ื มอํานาจของอาณาจกั รสุโขทยั

คาชแ้ี จง : ใหน้ กั เรยี นสรปุ เหตกุ ารณก์ ารเสอ่ื มอาํ นาจของอาณาจักรสุโขทัยจนอาณาจกั รสโุ ขทัย
ลม่ สลายลงในใบงาน

162

ใบงานสรุปความรู้ เฉลย
เรื่อง การเสื่อมอานาจของอาณาจักรสุโขทัย
คาช้ีแจง : ให้นักเรียนสรุปเหตุการณ์การเสื่อมอานาจของอาณาจักรสุโขทัยจนอาณาจักรสุโขทัย
ล่มสลายลงในใบงาน
(แนวคาํ ตอบ)
หลงั สมัยพอ่ ขนุ รามคาํ แหง สุโขทยั เริม่ ออ่ นแอลง เมืองต่างๆ เรมิ่ แยกตัวเปน็ อิสระ ต่อมาในปลายสมยั ของพระ
ยาง่ัวนําถุม มีการแย่งชิงอํานาจทางการเมืองเกิดการจลาจลแย่งราชสมบัติกันเอง ทําให้พระยาลิไทยซ่ึงเป็นอุปราช
ครองเมืองศรีสัชนาลัยต้องยกทัพมาปราบจลาจลและปราบดาภิเษกข้ึนครองราชสมบัติเป็นพระมหาธรรมราชาท่ี 1
(พระยาลิไทย พ.ศ. 1890-1911) พระองค์ทรงพยายามท่ีจะรวบรวมอาณาจักรสุโขทัยให้เป็นปึกแผ่นโดยทรงยกทัพ
ปราบปรามเมืองต่างๆ ให้รวมเข้ามาอยู่ภายใต้ราชอํานาจของอาณาจักรสุโขทัยอีกคร้ังหน่ึง อาณาจักรสุโขทัยในสมัย
ของพระมหาธรรมราชาที่ 1 ครอบคลุมเมอื งต่างๆ ทต่ี งั้ อยู่ในบริเวณลมุ่ แมน่ าํ้ ปิง นา่ น และปา่ สกั

ในสมัยนี้อยุธยาได้สถาปนาอาณาจักรข้ึนใน พ.ศ. 1893 และเร่ิมขยายอํานาจมาถึงเขตแดนของสุโขทัย ทํา
ให้พระมหาธรรมราชาที่ 1 ต้องเสด็จไปประทับที่เมืองสองแคว (พิษณุโลก) เพ่ือป้องกันการรุกรานจากอาณาจักร
อยุธยา จนสิ้นสมัยของพระองค์ใน พ.ศ. 1921 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพ่องัว่ หรือขนุ หลวงพะง่ัว)
ของอยุธยาได้ยกทัพมาตีเมืองชากังราว (กําแพงเพชร) ของสุโขทัยได้ พระมหาธรรมราชาท่ี 2ต้องเสด็จออกถวาย
บังคม ทําให้สุโขทัยตกเป็นเมืองข้ึนของอยุธยาต่อมาราว 10 ปี จึงได้แข็งเมืองเป็นอิสระได้อีกในช่วงเวลาหนึ่ง แต่
ภายหลงั กไ็ ด้ตกเป็นเมืองข้ึนของอยธุ ยาอีก

ปลายสมัยสุโขทัยเกิดปัญหาการแย่งชิงราชสมบัติหลายคร้ัง หลังสมัยของพระมหาธรรมราชา
ท่ี 3 (ไสยลือไทย พ.ศ. 1942-1962) เกิดการแย่งชิงราชสมบัติระหว่างพระยาบาลเมืองกับพระยาราม พระราชโอรสของ
พระมหาธรรมราชาที่ 2 ทําให้สมเด็จพระนครอินทราธิราชแห่งอยุธยายกทัพขึ้นมาถึงเมืองพระบาง (นครสวรรค์) เพื่อ
ระงับข้อพพิ าทดังกลา่ ว ทาํ ใหพ้ ระยาบาลเมอื งกบั พระยารามต้องออกมาถวายบงั คม สมเดจ็ พระนครอนิ ทราธิราชโปรดให้
พระยารามไปครองเมอื งสุโขทัย สว่ นพระยาบาลเมอื งครองเมืองพษิ ณุโลกทรงพระนามวา่ พระมหาธรรมราชาท่ี 4

นอกจากนี้ยังได้ขอพระราชธิดาของพระมหาธรรมราชาที่ 2 ให้เป็นชายาของเจ้าสามพระยาซ่ึงเป็นโอรสของ
พระองค์ในสมัยน้ีสุโขทัยถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ เมืองพิษณุโลก เมืองสุโขทัย เมืองเชลียง(หรือเมืองสวรรคโลก)
และเมืองกําแพงเพชร แตล่ ะเมอื งตา่ งปกครองเป็นอสิ ระไมข่ ึ้นต่อกัน แตเ่ ป็นเมอื งขึน้ ของอาณาจักรอยธุ ยา

เมื่อพระมหาธรรมราชาที่ 4 สิ้นพระชนม์เม่ือ พ.ศ. 1981 พระยายุทธิษเฐียรพระโอรสของ
พระมหาธรรมราชาท่ี 4 ได้ครองเมืองพิษณุโลกสืบต่อมา โดยทางอยุธยามิได้สถาปนาให้เป็น
“พระมหาธรรมราชา” พระยายุทธิษเฐียรจึงเป็นขบถนําไพร่พลไปข้ึนกับล้านนา สันนิษฐานว่าทางอยุธยาได้ให้พระ
มหาเทวีพระราชธิดาของพระมหาธรรมราชาที่ 2 ซึ่งเป็นพระราชชนนีของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ขึ้นไปครอง
พิษณุโลกอย่รู ะยะหน่งึ จนสนิ้ พระชนม์ หลงั จากน้นั สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถพระมหากษัตริย์ของอาณาจกั รอยุธยา
จึงได้เสด็จขึ้นมาครองเมืองพิษณุโลก อาณาจักรสุโขทัยจึงถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาอย่าง
แทจ้ รงิ ใน พ.ศ. 2006

163

คาถามชวนคิด (หนงั สอื ฝกึ ประสบการณ์ หนา้ 76)
คาชี้แจง : ตอนท่ี 9 ใหน้ ักเรยี นตอบคําถามต่อไปน้ใี ห้ถูกต้อง
1. เพราะเหตุใดหลงั สมัยพ่อขุนรามคาํ แหงมหาราช อาณาจักรสโุ ขทัยจึงเส่อื มอํานาจ

2. เหตุใดการรักษาบ้านเมืองโดยการนาํ ราชบุตรหรือราชธดิ าอภเิ ษกสมรสกนั จงึ เปน็ ทนี่ ิยมของทกุ อาณาจักร
3. เหตุใดราชวงศ์สุโขทัยจึงได้เปน็ กษัตรยิ ใ์ นสมัยอยธุ ยา

164

คาถามชวนคิด (หนงั สือฝึกประสบการณ์ หนา้ 76) เฉลย
คาชี้แจง : ตอนที่ 9 ให้นักเรียนตอบคาํ ถามต่อไปน้ีให้ถูกตอ้ ง
1. เพราะเหตใุ ดหลังสมยั พ่อขุนรามคาํ แหงมหาราช อาณาจักรสุโขทยั จึงเส่ือมอํานาจ
หลงั สมัยพอ่ ขนุ รามคําแหงมหาราช อาณาจักรสุโขทยั เล่อื มอาํ นาจลงเพราะ
1. หัวเมอื งต่าง ๆ แยกตวั กนั เป็นอสิ ระ
2. มีการแย่งชงิ ราชสมบตั แิ ละเกิดการจลาจล
3. อยุธยาได้สถาปนาอาณาจักรใน พ.ศ. 1893 และขยายอํานาจเขา้ มาในเขตแดนสุโขทัย
4. การค้ากับต่างประเทศเริ่มตกตาํ่ ลง

2. เหตุใดการรักษาบ้านเมืองโดยการนาํ ราชบตุ รหรือราชธิดาอภเิ ษกสมรสกนั จงึ เปน็ ท่นี ิยมของทุกอาณาจกั ร
เพือ่ ให้เกดิ ความมน่ั คงในราชอาณาจักร เช่น สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงมีพระราชชนนี เป็นพระราชธดิ า
ของพระมหาธรรมราชาท่ี ดงั น้นั อาณาจักรสุโขทยั กบั อาณาจกั รอยุธยาจึงเสมือนเป็นบา้ นเมืองเดียวกนั มคี วาม
ม่ันคง และไม่รุกรานกัน

3. เหตุใดราชวงศ์สุโขทยั จึงได้เปน็ กษตั ริยใ์ นสมัยอยธุ ยา
ราชวงศส์ ุโขทัยเป็นกษัตรยิ ์ในสมัยอยุธยา เพราะสมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถแหง่ อยุธยา เป็นเช้อื สาย
พระราชวงศ์ของสโุ ขทัย

165

166

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 20

กลมุ่ สาระการเรียนร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม รหสั วชิ า ส21104

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 3 เรอ่ื ง พัฒนาการทางประวัตศิ าสตร์ของไทยในสมัยสุโขทัย เวลา 1 ชั่วโมง

เรื่อง - เวลา 1 ชวั่ โมง

ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 สอนโดย นางสาวนิษารัตน์ เรอื งสมศรี

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สอบปลายภาค

167

บรรณานุกรม

กระทรวงศึกษาธิการ. ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกงกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและ
วัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช
2551. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพช์ มุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จาํ กดั , 2560.

ณรงค์ พ่วงพิศ และคณะ. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ประวัติศาสตร์ ม.1. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์
อจท. จํากัด, 2564.

ประสิทธิ์ เอ้อื ตระกลู วิทย์. หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน ประวัติศาสตร์ 1 ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 1. กรงุ เทพฯ
: สาํ นกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ จํากัด, 2563.

สชุ าดา วราหพนั ธ.์ หนังสอื ฝึกประสบการณ์ประวัติศาสตร์ 1 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1. กรงุ เทพฯ : สํานกั พิมพ์
เอมพนั ธ์ จํากัด, 2564.

168

ภาคผนวก ก

แบบทดสอบ

169

แบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3

คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนเลอื กคาํ ตอบท่ีถกู ต้องทสี่ ุดเพียงขอ้ เดียว

1. หลกั ฐานใดทชี่ ่วยยนื ยันวา่ สุโขทัยมีความเจรญิ 5. ลักษณะการคา้ ขายของอาณาจกั รสโุ ขทยั ตรง

มาก่อนหนา้ ทจ่ี ะไดส้ ถาปนาเป็นราชธานี กับข้อใด

ก. ศาสนสถานศลิ ปะขอม ก. ราษฎรคา้ ขายสินค้าได้บางชนดิ

ข. เรื่องราวจากเอกสารจนี ข. ราษฎรคา้ ขายได้อย่างเสรี

ค. ข้อความทปี่ รากฏในศลิ าจารึก ค. รฐั คา้ ขายแข่งกับราษฎร

ง. พระราชพงศาวดารกรงุ สุโขทัย ง. รัฐเปน็ ผผู้ ูกขาดการคา้

2. การสถาปนากรุงสโุ ขทยั เกิดจากวิธีใด 6.ตลาดนัดจตุจกั รในปจั จุบันหากเทยี บกับสมยั

ก. กลุ่มคนไทยอพยพลงมาตั้งถนิ่ ฐานบา้ นเมือง สุโขทยั จะหมายถึงสิง่ ใด

ข. ขอมรบชนะชมุ ชนทอี่ ยู่มาก่อนแลว้ ต้ังกรุง ก. ตระพงั ข. สรดี ภงส์

สโุ ขทยั ขึน้ ค. เตาทุเรยี ง ง. ตลาดปสาน

ค. กลุ่มคนไทยรวมตัวต้ังตนเป็นอิสระ ไม่ยอม 7. แนวทางการสรา้ งความสงบสุขของสงั คมสโุ ขทยั

อยใู่ ต้อาํ นาจขอม จากหลักฐานทปี่ รากฏนิยมใช้วธิ ีการใด

ง. อาณาจักรขอมไดใ้ ห้อิสรภาพโดยมอบผคู้ น ก. อบรมคนใหม้ ศี ีลธรรม

และทรัพยส์ ินมาสรา้ งบ้านเมือง ข. ออกกฎหมายท่ีเข้มงวด

3. การปกครองแบบพ่อปกครองลูก ส่งผลดตี ่อ ค. ให้รางวลั แก่ผ้ทู าํ ความดี

อาณาจักรสุโขทัยอย่างไร ง. ลงโทษผ้ฝู า่ ฝนื

ก. ชาวตา่ งชาติเข้ามาติดต่อค้าขายมากข้ึน 8. สโุ ขทยั ได้รบั อิทธิพลการนับถือพระพุทธศาสนา

ข. การละเมดิ กฎหมายลดน้อยลง นกิ าย เถรวาทลัทธลิ งั กาวงศ์มาจากแหง่ ใด

ค. กษตั รยิ ์กับราษฎรใกลช้ ิดกนั ก. ศรลี ังกา ข. ทวารวดี

ง. ทาํ ให้ขนุ นางมีอํานาจมาก ค. หริภุญชยั ง. นครศรธี รรมราช

4. รูปแบบการปกครองสมัยสโุ ขทยั มลี ักษณะ 9. ข้อใดเป็นลักษณะความสมั พนั ธ์ระหว่างสุโขทัย

อย่างไร กบั ลังกา

ก. แบง่ พืน้ ท่ีเปน็ มณฑล ก. ลังกาสง่ เคร่ืองราชบรรณาการ

ข. สง่ ขา้ หลวงไปปกครอง ข. ลังกาถา่ ยทอดพระพทุ ธศาสนาให้สโุ ขทัย

ค. รวมอํานาจไวท้ ีร่ าชธานี ค. สโุ ขทัยถา่ ยทอดพระพทุ ธศาสนาใหล้ ังกา

ง. กระจายอํานาจสู่ท้องถนิ่ ง. สุโขทัยแผข่ ยายอํานาจเข้าครอบครองลังกา

170

10. การมีสมั พันธไมตรีอันดีกับล้านนาสง่ ผลตอ่ 14. ภูมิปญั ญาของชาวสุโขทยั ในข้อมูลใดท่ีเก่ียวกบั
สโุ ขทัยอยา่ งไร การผลติ เครอ่ื งมอื เคร่อื งใช้
ก. ไดก้ าํ ลังชว่ ยยามเกิดสงคราม ก. ตระพงั
ข. เป็นแหลง่ วตั ถดุ บิ ไว้ผลิตสินค้า ข. เครอ่ื งสงั คโลก
ค. ปลอดภัยจากการถูกตีทางเหนอื ค. พระพุทธรปู
ง. สามารถเผยแพรว่ ฒั นธรรมได้อย่างเสรี ง. อาวธุ ที่ทาํ ดว้ ยสาํ รดิ

11. พระมหากษัตริย์ของสุโขทยั พระองคใ์ ดที่ทรงนํา 15. ปจั จยั สําคัญทที่ ําใหส้ โุ ขทัยเส่ือมและตกเปน็
พระพุทธศาสนามาเป็นเครื่องมอื ในการสร้าง สว่ นหนง่ึ ของอยธุ ยามีหลายประการ ยกเว้นขอ้
สัมพันธไมตรีกบั อาณาจักรต่างๆ ใด
ก. พ่อขนุ ศรีอนิ ทราทติ ย์ ก. ความอ่อนแอทางทหาร
ข. พ่อขุนรามคําแหงมหาราช ข. เกบ็ ภาษีอากรได้นอ้ ย
ค. พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย) ค. การค้าซบเซาเพราะอยู่ไกลทะเล
ง. พระมหาธรรมราชาท่ี 4 (บรมปาล) ง. การแย่งชิงอํานาจในหมู่ราชวงศ์พระรว่ ง

12.ข้อใดเป็นภูมิปัญญาสมัยสุโขทัยทเี่ กยี่ วข้องกับ
ชลประทาน
ก. สรดี ภงส์
ข. เตาทุเรียง
ค. ลายสือไทย
ง. เครื่องสังคโลก

13. มรดกทางวฒั นธรรมทสี่ าํ คญั ที่คนปัจจบุ นั ไดร้ ับ
จากสมยั พ่อขุนรามคําแหงมหาราช คือส่ิงใด
ก. ลายสือไทย
ข. เมืองฉอด
ค. พระพุทธรปู สมัยสโุ ขทัย
ง. การปกครองแบบปิตลุ าธปิ ไตย

171

แบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3

คาชีแ้ จง ให้นักเรยี นเลือกคําตอบท่ีถูกต้องท่สี ุดเพยี งข้อเดยี ว

1. ตลาดนัดจตุจักรในปัจจุบันหากเทียบกับสมัย 6. แนวทางการสรา้ งความสงบสุขของสงั คมสโุ ขทัย

สุโขทัยจะหมายถึงส่ิงใด จากหลักฐานท่ปี รากฏนยิ มใช้วธิ กี ารใด

ก. ตลาดปสาน ข. เตาทุเรียง ก. ลงโทษผู้ฝ่าฝืนอย่างรุนแรง

ค. สรีดภงส์ ง. ตระพัง ข. อบรมคนให้มีศีลธรรม

2. รูปแบบการปกครองสมัยสุโขทัยมีลักษณะ ค. ออกกฎหมายที่เข้มงวด

อยา่ งไร ง. ให้รางวัลแก่ผู้ทําความดี

ก. ส่งข้าหลวงไปปกครอง 7.ข้อใดเปน็ ลกั ษณะความสมั พนั ธร์ ะหว่างสุโขทยั กับ

ข. รวมอํานาจไว้ที่ราชธานี ลงั กา

ค. กระจายอํานาจสู่ท้องถ่ิน ก. สุโขทยั แผ่ขยายอํานาจเข้าครอบครองลงั กา

ง. แบ่งพ้ืนท่ีเป็นมณฑล ข. ลงั กาถา่ ยทอดพระพทุ ธศาสนาใหส้ ุโขทยั

3. ลักษณะการค้าขายของอาณาจักรสุโขทัย ค. สโุ ขทัยถา่ ยทอดพระพุทธศาสนาใหล้ งั กา

ตรงกับข้อใด ง. ลงั กาสง่ เครื่องราชบรรณาการ

ก. รัฐเป็นผู้ผูกขาดการค้า 8. มรดกทางวัฒนธรรมท่ีสําคัญที่คนปจั จบุ นั ไดร้ บั

ข. รัฐค้าขายแข่งกับราษฎร จากสมยั พ่อขนุ รามคําแหงมหาราช คอื ส่ิงใด

ค. ราษฎรค้าขายได้อย่างเสรี ก. การปกครองแบบปติ ลุ าธิปไตย

ง. ราษฎรค้าขายสินค้าได้บางชนิด ข. พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย

4. ข้อใดเป็นภูมิปัญญาสมัยสุโขทัยท่ีเกี่ยวข้อง ค. ลายสอื ไทย

กับชลประทาน ง. เมืองฉอด

ก. เคร่ืองสังคโลก ข. ลายสือไทย 9. พระมหากษัตริยข์ องสุโขทยั พระองค์ใดท่ีทรงนาํ

ค. เตาทุเรียง ง. สรีดภงส์ พระพุทธศาสนามาเป็นเครื่องมือในการสร้าง

5. การมีสัมพันธไมตรีอันดีกับล้านนาส่งผลต่อ สมั พันธไมตรีกบั อาณาจักรตา่ งๆ

สุโขทัยอย่างไร ก. พระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล)

ก. สามารถเผยแพร่วัฒนธรรมได้อย่างเสรี ข. พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย)

ข. ปลอดภัยจากการถูกตีทางเหนือ ค. พ่อขนุ รามคําแหงมหาราช

ค. เป็นแหล่งวัตถุดิบไว้ผลิตสินค้า ง. พ่อขุนศรีอนิ ทราทติ ย์

ง. ได้กําลังช่วยยามเกิดสงคราม 10. สุโขทยั ไดร้ บั อิทธิพลการนบั ถือพระพุทธศาสนา

นกิ าย เถรวาทลัทธลิ งั กาวงศ์มาจากแหง่ ใด

ก. นครศรธี รรมราช

ข. ทวารวดี

ค. หริภุญชยั

ง. ศรลี งั กา

172

11. ปจั จยั สาํ คัญท่ีทําใหส้ ุโขทัยเส่ือมและตกเปน็ สว่ น 14. การปกครองแบบพ่อปกครองลูกสง่ ผลดีต่อ
หน่ึงของอยุธยามหี ลายประการ ยกเวน้ ข้อใด สโุ ขทัยอย่างไร
ก. เกบ็ ภาษีอากรไดน้ อ้ ย ก. ทําให้ขนุ นางมีอํานาจมาก
ข. ความอ่อนแอทางทหาร ข. การละเมิดกฎหมายน้อยลง
ค. การค้าซบเซาเพราะอยูไ่ กลทะเล ค. กษัตรยิ ก์ ับราษฎรใกล้ชดิ กัน
ง. การแย่งชิงอํานาจในหมู่ราชวงศพ์ ระร่วง ง. ชาวตา่ งชาติเขา้ มาตดิ ต่อค้าขายมากข้นึ

12. ภมู ปิ ัญญาของชาวสุโขทยั ในข้อมูลใดท่ีเก่ียวกบั 15. หลักฐานใดที่ชว่ ยยืนยนั ว่าสโุ ขทัยมีความเจรญิ
การผลติ เคร่ืองมือเครื่องใช้ มาก่อนที่จะไดส้ ถาปนาเป็นราชธานี
ก. อาวธุ ทที่ ําด้วยสาํ ริด ข. พระพทุ ธรูป ก. พระราชพงศาวดารกรงุ สโุ ขทัย
ค. เครอ่ื งสังคโลก ง. ตระพงั ข. ข้อความท่ีปรากฏในศิลาจารึก
ค. เรื่องราวจากเอกสารจีน
13. การสถาปนากรุงสุโขทยั เกิดจากวิธีใด ง. ศาสนสถานศิลปะขอม
ก. อาณาจักรขอมได้ให้อิสรภาพโดยมอบผู้คน
และทรัพยส์ ินมาสรา้ งบา้ นเมือง
ข. กลมุ่ คนไทยรวมตวั ตง้ั ตนเป็นอสิ ระ ไม่ยอม
อยใู่ ต้อํานาจขอม
ค. ขอมรบชนะชมุ ชนทอ่ี ยู่มาก่อนแลว้ ตั้งกรงุ
สุโขทัยขึน้
ง. กลมุ่ คนไทยอพยพลงมาตั้งถ่นิ ฐานบา้ นเมือง

173

ภาคผนวก ข

- แบบประเมินใบงาน/ผลงาน
- แบบสังเกตความสนใจของผู้เรียน
- แบบประเมนิ การนําเสนอ
- แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
- แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
- แบบประเมินการตอบคําถามในชัน้ เรยี น
- แบบประเมนิ สมรรถนะสําคญั
- แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
- แบบประเมินแผนผังความคิด
- แบบประเมินการตรวจแบบฝึกหดั
- แบบประเมินการสรปุ ความคดิ รวบยอด

174

แบบประเมินผลงาน

ชอื่ -นามสกุล ..................................................................................................................... เลขที่..............
รายวิชา..........................................รหสั วิชา..............................................ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี...............

คาชี้แจง ให้ครทู ําเคร่ืองหมาย 3 ลงในชอ่ งระดับคะแนนตามเกณฑก์ ารประเมนิ

ประเด็นการประเมิน ระดับคะแนน หมายเหตุ
5 4 32 1

1. รูปแบบของชนิ้ งาน

2. ความถูกตอ้ งของข้อมูล เนอื้ หาสาระ

3. ความตรงต่อเวลา

คะแนนรวม

ลงชื่อ……………………………….ผู้ประเมนิ
(………………………….……)
…………/…………/….…….

เกณฑก์ ารตดั สนิ ระดบั คุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ

13 – 15 ดีมาก

10 – 12 ดี

7 – 9 ปานกลาง

4 – 6 พอใช้

1 – 3 ควรปรบั ปรงุ

175

เกณฑก์ ารประเมนิ ของแบบประเมินใบงาน

ประเดน็ เกณฑ์การให้คะแนน / ระดบั คุณภาพ

การ 5 4 3 2 1
ประเมิน

1. รปู แบบ รปู แบบของงาน รูปแบบของงาน รปู แบบของงาน รูปแบบของงาน รูปแบบของงาน

ของ ถูกต้องตาม ถกู ต้องตาม ถูกต้องตาม ถูกต้องตาม ไม่ถูกตอ้ งตาม

ช้ินงาน กาํ หนด มีความ กาํ หนด มีความ กาํ หนดมคี วาม กําหนด กําหนด

เปน็ ระเบียบ เปน็ ระเบยี บ เป็นระเบยี บ บางส่วน

เรียบร้อย เรยี บรอ้ ย แสดง เรียบร้อย

ตกแต่งอย่าง ถงึ ความคิด

สวยงาม แสดง รเิ รมิ่ สร้างสรรค์

ถึงความคิด

รเิ ร่ิมสร้างสรรค์

2. ความ เน้อื หาสาระ เนอื้ หาสาระ เนื้อหาสาระ เน้อื หาสาระ เนือ้ หาสาระ

ถูกต้อง ถูกต้อง ถกู ต้อง ส่วนมากถูกต้อง ถกู ต้องเพียง ไม่ถูกตอ้ ง

ของขอ้ มลู ครบถว้ น ครบถ้วน บางสว่ น

เน้ือหา ละเอียดชัดเจน ละเอียดชัดเจน

สาระ และมกี าร

สืบค้นขอ้ มูล

เพิ่มเติม

นอกเหนือจาก

บทเรียน

3. ความ ส่งงานภายใน สง่ งานช้ากว่า ส่งงานชา้ กวา่ ส่งงานช้ากวา่ สง่ งานชา้ กวา่

ตรงตอ่ ระยะเวลาท่ี กาํ หนด 1 วนั กาํ หนด 2 วนั กาํ หนด 3 วัน กําหนดเกิน 3

เวลา กาํ หนด วนั ขึน้ ไป

เกณฑก์ ารตดั สนิ ระดับคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

13 – 15 ดีมาก

10 – 12 ดี

7 – 9 ปานกลาง

4 – 6 พอใช้

1 – 3 ควรปรับปรุง

176

แบบสังเกตความสนใจของผู้เรียน

คาส่ัง ใหส้ ังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนตามพฤตกิ รรมที่กาํ หนด

คาช้ีแจง สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนแล้วเติมเครื่องหมาย ลงในช่องระดบั คะแนนใหต้ รงกบั ความเป็นจริง

ชื่อ-นามสกุล............................................................................................................................ . เลขที่................

พฤติกรรมบ่งช้ี มคี วามใสใ่ จตอ่ การศกึ ษาค้นคว้า การทาํ งาน การใฝ่ร้หู รอื การแสวงหาความรู้ มีการรว่ มแสดง

ความคิดเห็น

พฤติกรรมบ่งช้ี ดเี ย่ียม (3) ระดับคะแนน
ดี (2) ผา่ น (1) ไมผ่ ่าน (0)

มคี วามใส่ใจต่อการศกึ ษาคน้ คว้า

การทํางาน การใฝ่รูห้ รือการแสวงหา

ความรู้ มกี ารร่วมแสดงความคดิ เหน็

เกณฑ์การประเมนิ ระดบั คะแนน

พฤตกิ รรมบ่งช้ี ดเี ยยี่ ม (3) ดี (2) ผา่ น (1) ไมผ่ า่ น (0)

มีความใส่ใจต่อการศึกษาค้นควา้ มคี วามใส่ใจต่อ มคี วามใส่ใจ มีความใสใ่ จ ขาดความ
การทาํ งาน การใฝร่ หู้ รอื การแสวงหา
ความรู้ มีการร่วมแสดงความคิดเห็น การศกึ ษา ต่อการศึกษา ต่อการศึกษา ใส่ใจต่อ

ค้นคว้า การ คน้ คว้าการ ค้นควา้ การศึกษา

ทาํ งาน ทาํ งาน การทํางาน ค้นคว้า

การใฝ่รู้หรอื การใฝร่ ้หู รอื การใฝร่ หู้ รอื การทาํ งาน

การแสวงหา การแสวงหา การแสวงหา การใฝ่รหู้ รือ

ความรู้ มกี าร ความรู้ มกี าร ความรู้ การแสวงหา

ร่วมแสดงความ รว่ มแสดง ความรู้

คดิ เห็นต่างๆ ความคิดเห็น

อยา่ งสมํ่าเสมอ ตา่ งๆ บางครัง้

177

แบบประเมนิ การนาเสนอ
ประเมินโดยครู และนักเรยี น

กลุ่มท.่ี ..............เร่ือง............................................................................................................................. ...
รายวชิ า....................................................รหัสวชิ า....................................ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี.................

คาชีแ้ จง ใหค้ รูผสู้ อนทําเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคะแนนตามเกณฑ์การประเมนิ

ประเดน็ การประเมนิ 5 ระดบั คะแนน 1 รวม หมายเหตุ
432

1. ความเหมาะสมของบทบาทการนําเสนอ

2. ความถกู ตอ้ งของข้อมูล เน้ือหาสาระ

3. วิธกี ารนําเสนอ

4. ระยะเวลาในการนาํ เสนอ

คะแนนรวม

เกณฑ์การตดั สนิ ระดับคุณภาพ ลงชอื่ …………………………..…….ผู้ประเมนิ
คะแนนระหวา่ ง 17 – 20 คะแนน (………………………….……)
คะแนนระหวา่ ง 13 – 16 คะแนน …………/…………/………..
คะแนนระหวา่ ง 9 – 12 คะแนน
คะแนนระหวา่ ง 5 – 8 คะแนน หมายถึง ดมี าก
คะแนนระหวา่ ง 1 – 4 คะแนน หมายถึง ดี
หมายถงึ ปานกลาง
หมายถึง พอใช้
หมายถงึ ควรปรับปรุง

178

เกณฑ์การประเมินแบบประเมินการนาเสนอ (สาหรบั ครูผู้สอนและนักเรยี น)

ประเด็น เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั คณุ ภาพ

การประเมนิ 5 4 32 1

1. ความ แสดงสมบทบาท แสดงสมบทบาท มคี วามพรอ้ ม ขาดความ ไมม่ คี วามพร้อม

เหมาะสม สมาชกิ ทุกคน สมาชกิ ทกุ คน ในการนาํ เสนอ พรอ้ มในการ ในการนาํ เสนอ

ของบทบาท ในกล่มุ มสี ่วนร่วมใน ในกล่มุ มีสว่ นร่วมใน แต่บางชว่ งของ นาํ เสนอ บาง แสดงไมส่ มบทบาท

การนาํ เสนอ การนําเสนอ การนาํ เสนอ การแสดงยังไม่ ชว่ งของ และไม่มคี วามม่นั ใจ

มคี วามพรอ้ ม มีความพรอ้ ม สมบทบาท การแสดงยังไม่ ในการนาํ เสนอ

ในการนาํ เสนอ ในการนําเสนอ ขาด สมาชิกบางคน สมบทบาท

มีความน่าสนใจ ความมั่นใจในการ ไม่มสี ่วนร่วม ขาดความม่นั ใจ

ในการนาํ เสนอ และ นาํ เสนอและ และขาดความ ในการนาํ เสนอ

พดู ออกเสียง ยังพดู ออกเสียง มนั่ ใจในการ และพดู ออก

ชัดเจน ไมช่ ัดเจน นาํ เสนอ เสยี งไมช่ ดั เจน

2. ความถกู ต้อง อธบิ ายเน้อื หาสาระ อธิบายเน้ือหาสาระ อธิบายเนอ้ื หา อธบิ ายเนือ้ หา อธบิ ายเน้อื หาสาระ

ของข้อมูล ไดถ้ กู ต้องครบถว้ น ได้ถูกต้องครบถ้วน สาระส่วนมาก สาระไดถ้ กู ต้อง ได้เพียงเล็กนอ้ ย

เนอ้ื หาสาระ ละเอียดชัดเจน และชัดเจน ไดถ้ กู ต้อง เพียงบางส่วน ไมค่ รบถว้ น

3. วธิ ีการ มวี ธิ กี ารนําเสนอ มวี ธิ กี ารนาํ เสนอ วิธีการ วิธีการนาํ เสนอ มวี ิธีการนําเสนอ

นําเสนอ อย่างเหมาะสม อย่างเหมาะสมและ นาํ เสนอ โดยสว่ นมาก ทไี่ ม่เหมาะสม

ดงึ ดูดความสนใจ แสดงถึงความคิด ในบางช่วงไม่มี ไมเ่ หมาะสม

แสดงถงึ ความคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์ ความ

ริเรม่ิ สรา้ งสรรค์ เหมาะสม

4. ระยะเวลา ใช้ระยะเวลาในการ ใช้ระยะเวลาในการ ใชร้ ะยะเวลา ใช้ระยะเวลาใน ใช้ระยะเวลา

ในการ นาํ เสนอตรงตาม นาํ เสนอเกนิ กําหนด 3 ในการ การนําเสนอเกิน ในการนาํ เสนอ

นําเสนอ ท่ีกาํ หนด นาที นาํ เสนอเกนิ กาํ หนด 7 นาที เกินกาํ หนดมากกว่า

กาํ หนด 7 นาที

5 นาที

เกณฑ์การตดั สนิ ระดับคณุ ภาพ หมายถงึ ดมี าก
คะแนนระหวา่ ง 17 – 20 คะแนน หมายถึง ดี
คะแนนระหวา่ ง 13 – 16 คะแนน หมายถงึ ปานกลาง
คะแนนระหวา่ ง 9 – 12 คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนนระหวา่ ง 5 – 8 คะแนน หมายถึง ควรปรับปรงุ
คะแนนระหวา่ ง 1 – 4 คะแนน

179

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล

พฤตกิ รรม

ทางาน

ลาดับ ชื่อ-สกุล ความ การแสดง การตอบ การรบั ฟัง ตามที่ รวม
ที่ สนใจ ความ คาถาม ความ ไดร้ ับ
คิดเห็น คิดเห็น มอบหมา



1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20

ลงชื่อ……………………………….ผูส้ งั เกต
(………………………….……)
…………/…………/………..

เกณฑก์ ารตดั สินระดับคณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

17 – 20 ดีมาก

13 – 16 ดี

9 – 12 ปานกลาง

5 – 8 พอใช้

1 – 4 ควรปรับปรุง

180

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกล่มุ

กลมุ่ ท่.ี ................ ชัน้ ..................
คาสงั่ ใหป้ ระธานกลมุ่ สังเกตพฤติกรรมสมาชกิ ในกลุ่มตามพฤติกรรมทกี่ ําหนด
คาชี้แจง ใหป้ ระธานกลมุ่ ประเมนิ และใสเ่ ครื่องหมาย  ลงในช่องท่ีตรงกับพฤติกรรมของสมาชกิ ในกล่มุ

พฤตกิ รรม

ลาดั ช่อื -สกุล ความ การแสดง การรับฟัง ความ การมีส่วน รวม
บที่ สมาชิกกลุ่ม ร่วมมอื ความ ความ ตงั้ ใจใน ร่วมในการ
คิดเหน็ คิดเห็น อภิปราย
กนั การ
ทางาน

1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20

ลงชื่อ……………………………….ผู้สังเกต
(………………………….……)
…………/…………/………..

เกณฑ์การตัดสินระดบั คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ

17 – 20 ดมี าก

13 – 16 ดี

9 – 12 ปานกลาง

5 – 8 พอใช้

1 – 4 ควรปรบั ปรุง

181

แบบประเมินการตอบคาถามในช้นั เรยี น

คาช้แี จง ทาํ เครื่องหมาย ✓ ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบตั ิดังน้ี

ระดบั 3 หมายถึง แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ มาก

ระดบั 2 หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เห็นปานกลาง

ระดบั 1 หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมให้เห็นนอ้ ย

พฤติกรรม สนใจและ ตอบคําถาม ตอบคาํ ถาม รวม การ หมาย
ต้งั ใจฟงั ได้ตรง อยา่ ง คะแนน ประเมินผล เหตุ
ลาํ ดับ คาํ ถาม ประเด็น
ที่ ระดบั คะแนน สมํา่ เสมอ

ชอ่ื -สกลุ 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ผ่าน ไม่
ผ่าน

เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั คุณภาพ ระดับคุณภาพ
ดมี าก
ชว่ งคะแนน ดี
9 พอใช้
ปรบั ปรงุ
7–8
5–6
ตํา่ กวา่ 5

สรปุ ผลการประเมิน ผา่ น
ระดับคุณภาพ พอใช้ขน้ึ ไป ไมผ่ า่ น
ปรบั ปรุง

182

แบบประเมนิ สมรรถนะสาคัญ

ชื่อ........................................................นามสกุล.............................................ชั้น......... .............เลขท่ี................

คาช้ีแจง : ให้ผูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน และขีด ลงในช่องทตี่ รงกับความเป็นจรงิ

ระดับคุณภาพ

สมรรถนะ รายการประเมิน ดี ดี ผ่าน ไมผ่ ่าน
ด้าน เย่ียม (2) (1) (0)

(3)

1. 1.1 มีความสามารถในการรับ-ส่งสาร

ความสามารถ 1.2 มคี วามสามารถในการถ่ายทอดความคดิ

ในการสือ่ สาร ความรคู้ วามเข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอยา่ ง

เหมาะสม

1.3 เจรจาตอ่ รองเพ่ือขจดั และลดปัญหาความ

ขดั แย้งตา่ ง ๆ ได้

1.4 เลือกรบั และไมร่ ับข้อมลู ขา่ วสารดว้ ยเหตุผล

และถูกต้อง

1.5 ใช้วธิ ีการสอ่ื สารท่ีเหมาะสม มีประสทิ ธิภาพ

โดยคาํ นงึ ท่ผี ลกระทบต่อตนเองและสังคม

สรุปผลการประเมิน

2. 2.1 มคี วามสามารถในการคดิ วเิ คราะห์

ความสามารถ สงั เคราะห์

ในการคดิ 2.2 มีความสามารถในการคดิ อย่างสร้างสรรค์

2.3 สามารถคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ และคดิ เป็น

ระบบ

2.4 มคี วามสามารถในการสร้างองค์ความรู้หรือ

สารสนเทศ

2.5 ตัดสนิ ใจแก้ปญั หาเกี่ยวกับตนเองและสังคม

ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

สรุปผลการประเมิน

183

สมรรถนะ รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
ดา้ น ดมี าก ดี ผา่ น ไมผ่ า่ น
(3) (2) (1) (0)

3. 3.1 สามารถแก้ปญั หาและอุปสรรคตา่ ง ๆ ที่

ความสามารถ เผชญิ ได้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม

ใน 3.2 ใชเ้ หตุผลและคณุ ธรรมในการแก้ปัญหา

การแก้ปัญหา 3.3 เขา้ ใจความสัมพันธ์และการเปลยี่ นแปลงของ

เหตุการณต์ า่ งๆ ในสงั คม

3.4 แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรมู้ าใช้ในการ

ปอ้ งกันและแกไ้ ขปญั หา

3.5 สามารถตัดสินใจได้เหมาะสมโดยคํานึงถงึ

ผลกระทบท่ีเกิดข้ึน

สรปุ ผลการประเมิน

4. 4.1 เรยี นรดู้ ้วยตนเองได้เหมาะสมตามวยั

ความสามารถ 4.2 สามารถทาํ งานกลมุ่ รว่ มกับผอู้ ืน่ ได้

ในการใช้ 4.3 นําความรทู้ ไี่ ด้ไปใช้ประโยชนใ์ น

ทักษะชวี ิต ชีวิตประจําวนั

4.4 จดั การปัญหาและความขดั แย้งได้เหมาะสม

4.5 หลกี เล่ียงพฤติกรรมไม่พงึ ประสงค์ทีส่ ่งผล

กระทบต่อตนเอง

สรปุ ผลการประเมนิ

5. 5.1 เลอื กและใช้เทคโนโลยไี ดเ้ หมาะสมตามวัย

ความสามารถ 5.2 มที ักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี

ในการใช้ 5.3 สามารถนําเทคโนโลยไี ปใชพ้ ัฒนาตนเอง

เทคโนโลยี 5.4 ใชเ้ ทคโนโลยใี นการแกป้ ัญหาอยา่ ง

สร้างสรรค์

5.5 มคี ุณธรรม จริยธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยี

สรุปผลการประเมนิ

184

เกณฑก์ ารให้คะแนนระดบั คณุ ภาพ

ดเี ยยี่ ม หมายถงึ พฤตกิ รรมที่ปฏิบตั ิน้ันชดั เจนและสมํา่ เสมอ ให้ระดบั 3 คะแนน

ดี หมายถึง พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ินั้นชดั เจนและบอ่ ยครั้ง ใหร้ ะดับ 2 คะแนน

ผา่ น หมายถึง พฤติกรรมท่ีปฏิบัติบางครงั้ ให้ระดับ 1 คะแนน

ไมผ่ า่ น หมายถงึ ไม่เคยปฏิบัติพฤติกรรมนั้นเลย ให้ระดบั 0 คะแนน

เกณฑก์ ารสรปุ ผลการประเมิน คะแนนรวม 13-15 คะแนน
ดเี ยี่ยม หมายถึง คะแนนรวม 9-12 คะแนน
ดี หมายถงึ คะแนนรวม 1-8 คะแนน
ผ่าน หมายถงึ คะแนนรวม 0 คะแนน
ไม่ผ่าน หมายถงึ

185

แบบประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

คาช้ีแจง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งท่ี

ตรงกับระดบั คะแนน

คุณลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงค์ดา้ น 321

1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติ

กษัตริย์ 1.2 เขา้ รว่ มกจิ กรรมท่สี ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็น

ประโยชน์ตอ่ โรงเรยี น

1.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนับถอื ปฏิบตั ติ ามหลักศาสนา

1.4 เข้าร่วมกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบันพระมหากษตั ริยต์ ามที่โรงเรยี น

จัดขน้ึ

2. ซือ่ สตั ย์ สจุ ริต 2.1 ใหข้ ้อมูลทถ่ี กู ตอ้ งและเปน็ จริง

2.2 ปฏบิ ตั ิในสิ่งทถี่ ูกตอ้ ง

3. มีวนิ ัย รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คบั

3.2 มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจาํ วนั

4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 รูจ้ ักใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนาํ ไปปฏิบัตไิ ด้

4.2 ศึกษาค้นคว้าความรู้จากส่ือและเทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ ง

สมาํ่ เสมอ

5. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ และสงิ่ ของของตนเองและส่วนรวมอยา่ งประหยัด

5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และร้คู ณุ ค่า

5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมีการเกบ็ ออมเงิน

6. มุง่ มนั่ ในการทํางาน 6.1 มคี วามตง้ั ใจและพยายามในการทํางานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย

6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแทต้ ่ออปุ สรรคเพอ่ื ให้งานสาํ เรจ็

7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มจี ิตสาํ นึกในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย

7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏบิ ตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย

8. มจี ติ สาธารณะ 8.1 อาสาทํางาน ชว่ ยคดิ ช่วยทํากจิ กรรมเพือ่ สว่ นรวม

8.2 เขา้ ร่วมกจิ กรรม เพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
................./.................../.............

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
พฤติกรรมที่ปฏบิ ัติชัดเจนและสมํ่าเสมอ ให้ 2 คะแนน 91-108 ดีมาก
พฤติกรรมทปี่ ฏิบัติชดั เจนและบ่อยคร้งั ให้ 1 คะแนน 73-90 ดี
พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั บิ างคร้ัง

54-72 พอใช้

ตา่ํ กวา่ 54 ปรบั ปรุง

186

แบบประเมินแผนผังความคิด
เรอ่ื ง....................................................................

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่.ี ..........

ประเด็นการประเมนิ / คะแนน

เลข สรปุ รวม ระดับ สรปุ ผล
ที่ คะแนน คุณภาพ
ชอ่ื -สกุล / กลุ่ม ความ เชือ่ มโยงสร้างสรรค์
รู้

4 4 4 12 ผ มผ

เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั คุณภาพ ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมนิ
ชว่ งคะแนน ................./................./...............
11 – 12
8 – 10 ระดับคณุ ภาพ
6–7 ดีมาก
ตํ่ากวา่ 6 ดี
พอใช้
สรุปผลการประเมิน ปรับปรงุ
ระดบั คุณภาพ พอใช้ขนึ้ ไป ผ่าน
ปรับปรงุ ไม่ผ่าน

187

เกณฑ์การประเมนิ ระดบั คุณภาพ

รายการประเมิน ดมี าก (4) ระดับคุณภาพ / ระดบั คะแนน ปรับปรงุ (1)
สามารถสรุป ดี (3) พอใช้ (2) สรุปความรู้
1. สรุปความรู้ ความรู้ได้ ไม่ถูกต้อง
ไดถ้ ูกตอ้ ง ครบถว้ น สามารถสรปุ สรปุ ความรู้
ครบถ้วน ตรงประเดน็ และ ความรู้ได้ครบถ้วน ไม่ครบถว้ น สามารถเช่ือมโยง
ตรงประเดน็ ถูกต้องทุกหวั ข้อ ตรงประเด็น และ ทุกประเด็น ความรไู้ ด้ แต่ไม่
สามารถเช่ือมโยง มีความถูกตอ้ ง เป็นไปตามลําดับ
2. การเช่ือมโยง ความรูไ้ ด้ถกู ต้อง เปน็ สว่ นใหญ่ ความสมั พนั ธ์
ความรไู้ ด้ ตามลาํ ดับ สามารถเชอื่ มโยง สามารถเชอ่ื มโยง
ถกู ต้อง ความสมั พนั ธ์ ความรูไ้ ด้ และ ความรูแ้ ละลําดบั สามารถเขียน
ตามลําดับขน้ั ลาํ ดบั ความสมั พันธไ์ ด้ แผนที่ความคดิ ได้
ความสัมพนั ธ์ สามารถเขียน ความสมั พนั ธ์ได้ บา้ ง แต่ขาดรปู แบบ
แผนทค่ี วามคดิ ได้ ค่อนข้างครบ และความสวยงาม
3. มีความคดิ ในรปู แบบที่ สามารถเขียนแผน สามารถเขียน
สร้างสรรค์ ถูกต้องและ ท่คี วามคิดได้ แผนทค่ี วามคิดได้
ในการเขยี น สวยงาม ถูกต้องและมี และมขี ้อบกพร่อง
แผนที่ ข้อบกพร่องเพยี ง เปน็ บางส่วน
ความคดิ เล็กนอ้ ย

188

แบบประเมนิ การตรวจแบบฝึกหดั (หนงั สือเสริมฝึกประสบการณ)์
แบบประเมนิ ใบงาน/ผลงาน

ชอ่ื -นามสกุล ..................................................................................................................... เลขที่..............
รายวิชา..........................................รหสั วชิ า..............................................ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี...............

คาชแ้ี จง ให้ครทู ําเครื่องหมาย 3 ลงในช่องระดับคะแนนตามเกณฑก์ ารประเมิน

ประเดน็ การประเมนิ ระดับคะแนน หมายเหตุ
5 4 32 1

1. รูปแบบของชิ้นงาน

2. ความถกู ต้องของข้อมลู เนอื้ หาสาระ

3. ความตรงต่อเวลา

คะแนนรวม

ลงชือ่ ……………………………….ผปู้ ระเมนิ
(………………………….……)
…………/…………/….…….

เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ

13 – 15 ดมี าก

10 – 12 ดี

7 – 9 ปานกลาง

4 – 6 พอใช้

1 – 3 ควรปรบั ปรุง

189

เกณฑก์ ารประเมินแบบฝกึ หัด (หนงั สือเสรมิ ฝึกประสบการณ์)

ประเดน็ เกณฑก์ ารให้คะแนน / ระดับคณุ ภาพ

การ 5 4 3 2 1
ประเมิน

1. รปู แบบ รูปแบบของงาน รปู แบบของงาน รูปแบบของงาน รปู แบบของงาน รปู แบบของงาน

ของ ถกู ต้องตาม ถูกต้องตาม ถูกต้องตาม ถกู ต้องตาม ไมถ่ ูกตอ้ งตาม

ช้นิ งาน กาํ หนด มคี วาม กําหนด มคี วาม กาํ หนดมคี วาม กําหนด กําหนด

เป็นระเบยี บ เป็นระเบียบ เปน็ ระเบียบ บางสว่ น

เรียบร้อย เรียบรอ้ ย แสดง เรียบร้อย

ตกแต่งอยา่ ง ถงึ ความคิด

สวยงาม แสดง ริเริ่มสรา้ งสรรค์

ถึงความคดิ

ริเริ่มสร้างสรรค์

2. ความ เนื้อหาสาระ เน้ือหาสาระ เนอ้ื หาสาระ เน้อื หาสาระ เน้อื หาสาระ

ถูกต้อง ถูกต้อง ถกู ต้อง ส่วนมากถกู ต้อง ถูกต้องเพียง ไมถ่ ูกต้อง

ของขอ้ มลู ครบถ้วน ครบถว้ น บางส่วน

เนอ้ื หา ละเอยี ดชัดเจน ละเอยี ดชัดเจน

สาระ และมีการ

สืบค้นขอ้ มลู

เพิม่ เติม

นอกเหนือจาก

บทเรยี น

3. ความ ส่งงานภายใน สง่ งานช้ากวา่ สง่ งานช้ากวา่ สง่ งานชา้ กวา่ สง่ งานชา้ กว่า

ตรงต่อ ระยะเวลาท่ี กาํ หนด 1 วัน กาํ หนด 2 วัน กาํ หนด 3 วัน กาํ หนดเกนิ 3

เวลา กาํ หนด วันข้นึ ไป

เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดบั คุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ

13 – 15 ดมี าก

10 – 12 ดี

7 – 9 ปานกลาง

4 – 6 พอใช้

1 – 3 ควรปรบั ปรงุ

190

แบบประเมนิ การสรปุ ความคิดรวบยอด

เร่อื ง ...................................................................................

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี...........

ประเด็นการประเมนิ / คะแนน

เล ชอ่ื -สกุล / กลุ่ม การ ลายมื การ รวม ระดับ สรุปผล
ขที่ จับ อ สะกด คะแนน คุณภาพ
ใจควา คา


4 4 4 12 ผ มผ

เกณฑ์การประเมินระดบั คณุ ภาพ ลงชอ่ื ...................................................ผ้ปู ระเมิน
ชว่ งคะแนน ................./................./...............
11 – 12
8 – 10 ระดบั คณุ ภาพ
6–7 ดมี าก
ตาํ่ กวา่ 6 ดี
พอใช้
สรุปผลการประเมิน ปรับปรงุ
ระดบั คุณภาพ พอใช้ขน้ึ ไป ผ่าน
ปรับปรุง ไมผ่ า่ น

191

รายการ ระดบั คณุ ภาพ / ระดบั คะแนน
ประเมิน
1. การจบั ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)
ใจความ สาํ คญั จับใจความสําคัญ
ของเรื่องที่อ่าน/ ของเรื่องที่อา่ น/ จบั ใจความสาํ คญั จับใจความสาํ คญั จับใจความสาํ คญั
ฟัง ฟังได้ตรงประเดน็
มเี ฉพาะข้อความ ของเร่ืองที่อ่าน/ ของเรื่องท่ีอ่าน/ ของเรื่องท่ีอ่าน/
2. ลายมอื และ หลัก
ความสะอาด ฟังได้มีข้อความ ฟงั ได้แต่ไม่ ฟังไม่ถูกตอ้ ง
เรียบร้อยของ ลายมือสวย เขยี น
ผลงาน เปน็ ระเบียบ มี หลกั และมี ครบถว้ นมี ไมไ่ ด้ประเด็น
ชอ่ งไฟพองาม
3. การเขียน อา่ นเขา้ ใจง่าย ข้อความรอง ข้อความรอง สาํ คญั
สะกดคํา ผลงานสะอาด
เรยี บร้อย ไม่มี ปะปนบา้ ง ปะปนมาก ของข้อความหลัก
รอ่ งรอยลบ
ขดู ขดี ฆ่า เลก็ น้อย

เขยี นสะกด ลายมอื ค่อนข้าง ลายมอื ค่อนขา้ ง ลายมือไมส่ วย
การนั ต์ได้ถกู ต้อง
ตามพจนานุกรม สวย เขียนเป็น สวย เขียนยงั ไม่ เขียนหวดั ไมเ่ ป็น

ระเบียบ เป็นระเบียบ มี ระเบยี บ ไมเ่ วน้

มชี อ่ งไฟพองาม ช่องไฟพอใชไ้ ด้ ช่องไฟ ลายมือ

อ่านเขา้ ใจง่าย อา่ นพอเข้าใจ อ่านยากผลงานไม่

ผลงานสะอาด มี ผลงานไม่สะอาด มี สะอาด

รอ่ งรอยลบ รอ่ งรอยลบ ขดู ขีด มรี ่องรอยลบ ขดู

เล็กนอ้ ย 1-2 แหง่ ฆา่ 3-4 แหง่ ขดี ฆา่ มากกวา่ 5

แห่ง

เขียนสะกด เขียนสะกด เขยี นสะกด

การนั ต์ได้ถูกต้อง การนั ตไ์ มถ่ กู ต้อง การนั ต์ไม่ถูกตอ้ ง

เปน็ ส่วนใหญ่ มี มผี ิด 2-3 คาํ มีผดิ เกิน 3 คํา

ผดิ 1-2 คํา

192


Click to View FlipBook Version