The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนรายชั่วโมงภาษาไทย ป.5 ปี 2563 โรงเรียนบ้านท่าหิน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ปราณี ชำนิธุระการ, 2020-05-06 13:37:44

แผนการสอนรายชั่วโมงภาษาไทย ป.5 ปี 2563

แผนการสอนรายชั่วโมงภาษาไทย ป.5 ปี 2563 โรงเรียนบ้านท่าหิน

แผนการจดั การเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๕ โรงเรียนบา้ นทา่ หิน ภาคเรียนท่ี ๑

หน่วยการเรียนรู้ แผนท่ี เร่ืองทีส่ อน หมายเหตุ
1.ตวั เรา 1. ฉนั คือใคร
2. ประวตั ิของฉนั
3. บทร้อยแกว้ ร้อยกรอง
4. มารยาทในการอ่าน และการสร้างนิสยั รักการอ่าน
5. การใชพ้ จนานุกรม
6. การอ่านทานองเสนาะ(สงั ขท์ อง ตอนกาเนิดพรสั งั ข)์
7. การถอดคาประพนั ธ(์ สงั ขท์ อง ตอนกาเนิดพระสงั ข)์
8. การอ่านจบั ใจความสาคญั (สงั ขท์ อง ตอนกาเนิดพระสงั ข)์
9. การเล่านิทาน
10. คาทมี่ ีตวั การนั ต์
11. พยางคแ์ ละคา
12. คานาม
13. วลีและประโยค
14. ส่วนประกอบของประโยค
15. คาราชาศพั ท์
16. คาราชาศพั ทก์ บั พระสงฆ์
17. คาสุภาพ
18. คาควบกล้า
19. อกั ษรนา
20. สานวนไทย
21. การเขียนบรรยายความรูส้ ึก
22. ตนเป็นทพ่ี ่งึ แห่งตน
23. การสรุปเร่ืองและขอ้ คดิ ของเร่ือง
24. การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง

แผนการสอนรายชั่วโมง

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๕ ภาคเรียนที่ ๑

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ แผนการสอนที่ ๑ เร่ือง ฉันคอื ใคร

สอนคร้ังท่ี ๑ เวลา ๑ ช่ัวโมง

๑.มาตรฐานการเรียนรู้

ในกระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพอ่ื นาไปใชต้ ดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาเนินชีวติ และ

มีนิสยั รกั การอ่าน

๒.ตัวชี้วัด

๕.๑อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง

๕.๒อธิบายความหมายของคา ประโยค และขอ้ ความทเ่ี ป็นการบรรยายและการพรรณนา

๓.จดุ ประสงค์การเรียนรู้

๑.นกั เรียนสามารถอ่านออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ ไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจน

๒.นกั เรียนสามารถหาความหมายของคาจากพจนานุกรมได้

๓.นกั เรียนสามารถแตง่ ประโยคไดถ้ ูกตอ้ ง

๔.สาระการเรียนรู้

การอ่านเร่ืองฉนั คือใคร

๕.กจิ กรรมการเรียนการสอน

๑.นกั เรียนแต่ละคนแนะนาตนเองทีละคน

๒.นกั เรียนแต่ละคนอ่านออกเสียงเรื่องฉนั คือใคร ในหนงั สือภาษาพาที ทลี ะคน

๓.แบ่งนกั เรียนเป็นกลุ่มตามความเหมาะสม เพอ่ื คน้ หาความหมายของคาทก่ี าหนดให้ (ภาคผนวก)

๔.อธิบายถึงลกั ษณะของประโยคและวธิ ีการแต่งประโยค

๕.นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มช่วยกนั แตง่ ประโยคจากคาทีก่ าหนดใหต้ ่อไปน้ี ชอลก์ ภารโรง กระดานดา

ทกั ทาย อ้ืออึง

๖.แตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน

๗.ใหน้ กั เรียนนารูปตนเองมาคนละ ๑ รูป เพอื่ เรียนในชว่ั โมงตอ่ ไป

๖.สื่อการเรียนการสอน

หนงั สือภาษาพาที พจนานุกรม

๗.การวดั ผลและประเมนิ ผล

๗.๑วิธีวดั

๑.การอ่านออกเสียงทลี ะคน

๒.การแตง่ ประโยค

๗.๒เคร่ืองมือวดั

๑.แบบบนั ทึกการอ่าน

๒.Rubic การแตง่ ประโยค
๗.๓เกณฑ์การประเมินผล
.............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
๘.บนั ทกึ หลังสอน
.............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน

ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

(นางสาวศุภณิ ฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน

ภาคผนวก

คาท่ีกาหนดให้ในแผนท่ี ๑

บตั รคาประกอบแผนการเรียนรู้

ภาคเรียน กระดานดา

ชอล์ก ภารโรง

วงแตก ทักทาย

ฉงน หูผ่งึ

อสิ ระ กระดาษ

เขิน พึมพา

อื้อองึ อนาคต

ทวปี เอเชียแบบบนั ทกึ คะแนนพฤตกิ รรมการอ่าโลนกมนุษย์

เกณฑ์การให้คะแนน ดีให้ ๒ พอใชใ้ ห้ ๑ ควรปรบั ปรุงให้ 0 ประเสริฐ
จกั รวาล

ดิรัจฉาน วิถีไทย

สนุกสนาน ศิลปิ น

เลขที่ ช่ือ-สกลุ เกณฑ์การประเมนิ

การวาง/จับหนังสือ การผา่ นการประเมินทุกรายการตอ้ งได้ ๑ ข้นึ ไป
มีสมาธิในการอ่าน รายการประเมนิ
การวางตาในการอ่าน
ไม่ชี้ตามตัวอกั ษรที่อ่าน
ไม่ส่ ายหน้าไปมาขณะอ่าน
คะแนนรวม ๑0 คะแนน

สรุป ผ่าน / ไม่ผ่าน

หมายเหตุ

รายละเอยี ดเกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมนิ การแต่งประโยค

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี่ ๕

โรงเรียนบ้านท่าหิน ภาคเรียนที่ ๑ ปี การศึกษา ๒๕๖๓

เกณฑ์การให้คะแนน

ประเด็นการประเมิน ๓ ๒ ๑

๑.เขยี นประโยคได้ เขียนประโยคไดถ้ ูกตอ้ ง เขียนประโยคไดถ้ ูกตอ้ ง เขียนประโยคไม่ถูกตอ้ ง

ถูกตอ้ งตาม ตามส่วนประกอบของ ตามส่วนประกอบของ ตามส่วนประกอบของ

ส่วนประกอบของ ประโยคครบถว้ น ประโยคครบถว้ นเป็น ประโยค

ประโยคครบถว้ น บางส่วน

๒.ความคดิ แปลกใหม่ มีความคดิ ในการแต่ง มีความคิดในการแตง่ ไม่มีความคิดในการแตง่

ไม่ซ้าหรือเลียนแบบ ประโยคแปลกใหม่ไม่ซ้า ประโยคแปลกใหม่ ประโยค เลียนแบบ

หรือเลียนแบบ เลียนแบบบา้ งในบาง ผอู้ ่ืน

ขอ้ ความ

๓.การใชภ้ าษาชดั เจน การใชภ้ าษาชดั เจน การใชภ้ าษาชดั เจน การใชภ้ าษาไม่ชดั เจน

ถูกตอ้ งเหมาะสมกบั ถูกตอ้ งเหมาะสมกบั ถูกตอ้ งเหมาะสมกบั

ประโยค ประโยค ประโยคเป็ นบางส่วน

๔.การเขยี นสะกดคา การเขียนสะกดคา การเขียนสะกดคาผดิ ๑ การเขียนสะกดคาผดิ

ถูกตอ้ งทุกคาในประโยค คาในประโยค ต้งั แต่ ๒ คาข้ึนไป

๕.ความสะอาดสวยงาม ทางานสะอาดสวยงาม สะอาดสวยงามเป็น ทางานไม่สะอาด ไม่

เป็นระเบยี บเรียบร้อย เป็นระเบียบเรียบร้อย ระเบยี บเรียบรอ้ ยเป็น สวยงาม ไม่เป็ น

บางส่วน ระเบียบเรียบรอ้ ย

๒.กรอกขอ้ มลู ผลการประเมินนกั เรียนเป็ นรายบุคคลแตล่ ะรายการในแบบประเมินตาม

ความสามารถในแตล่ ะดา้ น

๓.รวมคะแนนทกุ รายการ จดั ระดบั คุณภาพเป็นรายบคุ คล โดยเขียนเคร่ืองหมาย √ ลงในช่อง

0 , ๑ หรือ ๒ ตามเกณฑต์ ่อไปน้ี

๐-๕ คะแนน ไดร้ ะดบั คุณภาพ ๐ หรือตอ้ งแกไ้ ขปรบั ปรุง

๕-๗ คะแนนไดร้ ะดบั คุณภาพ ๑ หรือพอใช้

๘-๑๐ คะแนนไดร้ ะดบั คุณภาพ ๒ หรือดีถึงดีมาก

๔.เกณฑก์ ารผา่ นจดุ ประสงคน์ กั เรียนตอ้ งไดค้ ุณภาพระดบั ๑ ข้นึ ไป

แผนการสอนรายช่ัวโมง

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๕ ภาคเรียนที่ ๑

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ แผนการสอนท่ี ๒ เรื่อง ประวัติของฉัน

สอนคร้ังที่ ๒ เวลา ๑ ช่ัวโมง

๑.มาตรฐานการเรียนรู้

ท.๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเร่ืองราวในรูปแบบตา่ งๆ

เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ

๒.ตัวชี้วัด

๕/๒ เขียนส่ือสารโดยใชค้ าไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจน และเหมาะสม

๕/๙ มีมารยาทในการเขยี น

๓.จดุ ประสงค์การเรียนรู้

๑.นกั เรียนสามารถเขยี นประวตั ติ นเองไดถ้ ูกตอ้ ง

๒.นกั เรียนมีมารยาทในการเขียน

๔.สาระการเรียนรู้

การเขยี นประวตั ิส่วนตวั

๕.กิจกรรมการเรียนการสอน

ข้นั นา

๑.นกั เรียนรอ้ งเพลง สาวนครชยั ศรี ตามเน้ือเพลงในภาคผนวกหรือใน DLTV ไกลกงั วล

เร่ืองประวตั ิของฉนั

ข้นั สอน

๑.ครูซกั ถามเก่ียวกบั เร่ืองราวในเพลงวา่ นกั เรียนทราบอะไรบา้ ง เช่น

- บรรยายเก่ียวกบั อะไร

- นครชยั ศรีอยจู่ งั หวดั อะไร

๒.นกั เรียนศกึ ษาการเขียนประวตั ขิ องฉนั และข้นั ตอนการเขยี นประวตั ิในใบความรู้

๓.นกั เรียนกรอกแบบประวตั ิของฉนั ตามแบบฟอร์มทค่ี รูแจก

ข้นั สรุป

นกั เรียนอ่านประวตั ิของตนเองตามแบบฟอร์ม

แผนการสอนรายชั่วโมง

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๕ ภาคเรียนที่ ๑

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ แผนการสอนท่ี ๓ เรื่อง ประวตั ิของฉัน

สอนคร้ังท่ี ๓ เวลา ๑ ชั่วโมง

๑.มาตรฐานการเรียนรู้

ท.๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขยี นส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ

เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ

๒.ตัวชี้วัด

๕/๒ เขียนสื่อสารโดยใชค้ าไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจน และเหมาะสม

๕/๙ มีมารยาทในการเขียน

๓.จดุ ประสงค์การเรียนรู้

๑.นกั เรียนสามารถเขียนประวตั ติ นเองไดถ้ ูกตอ้ ง

๒.นกั เรียนมีมารยาทในการเขียน

๔.สาระการเรียนรู้

การเขียนประวตั สิ ่วนตวั

๕.กจิ กรรมการเรียนการสอน

ข้นั นา

นกั เรียนรอ้ งเพลง สาวนครชยั ศรี ตามเน้ือเพลงในภาคผนวกหรือใน DLTV ไกลกงั วล

เร่ืองประวตั ขิ องฉนั

ข้นั สอน

๑.ครูซกั ถามเก่ียวกบั เรื่องราวในเพลงวา่ นกั เรียนทราบอะไรบา้ ง เช่น

- บรรยายเกี่ยวกบั อะไร

- นครชยั ศรีอยจู่ งั หวดั อะไร

๒.นกั เรียนศกึ ษาการเขียนประวตั ขิ องฉนั และข้นั ตอนการเขียนประวตั ิในใบความรู้

๓.นกั เรียนกรอกแบบประวตั ขิ องฉนั ตามแบบฟอร์มท่คี รูแจก

ข้นั สรุป

นกั เรียนอ่านประวตั ิของตนเองตามแบบฟอร์ม

๖.สื่อการเรียนการสอน

๑. DLTV ไกลกงั วล เร่ือง ประวตั ิของฉนั ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๓ เวลา ๐๘.๐๐-๐๙.๓๐ น.

๒.แบบฟอร์มประวตั ขิ องฉนั

๓.เพลง

๔.ใบความรู้ การเขยี นประวตั ิของฉนั

๕.แบบฟอร์มประวตั ขิ องฉนั

๗.การวัดและประเมนิ ผล
๗.๑วธิ ีวัด
การเขยี นประวตั ขิ องฉนั
๗.๒เคร่ืองมือวดั
แบบฟอร์มประวตั ขิ องฉนั

๗.๓เกณฑ์การประเมนิ
ดูจากเกณฑก์ ารประเมินผลภาคปฏบิ ตั กิ ารเขยี นประวตั ขิ องตนเอง

๘.บนั ทกึ หลงั สอน
..........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน

ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

(นางสาวศุภิณฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน

เพลงสาวนครชัยศรี (แมงปอ)

ฉนั ช่ือแมงปอลูกสาวตาชอ อยนู่ ครชยั ศรี บา้ นฉันไม่ร่าไม่รวยเรื่องมา้ เรื่องมวยเร่ืองแชร์กไ็ ม่มี ฉนั
ตื่นแต่ตอนไก่โห่แบกกระบงุ ลูกโตเก็บสม้ โอทองดี มาสิพี่ มาเท่ียวบา้ นฉนั สิพ่ี มาเดินเที่ยวโชวจ์ ะเล้ียง
สม้ โอทองดี

มาชิมสม้ โอหวานๆขา้ วสารขาวๆสาวนครชยั ศรี ขา้ วปลาพอหากินคล่องผกั หญา้ จากคลองเงนิ ทอง
ไม่คอ่ ยมี ค่ามากม้ หนา้ เขา้ บา้ นฟังเขาเล่านิทานนานๆไดเ้ ทย่ี วที มาสิพ่ี มาเทย่ี วบา้ นฉนั สิพี่ มาเดินเทย่ี ว
โชวจ์ ะเล้ียงสม้ โอทองดี

หนา้ ฉนั นานๆเจอแป้งเหง่ือไคลไม่คอ่ ยแหง้ ไกลแปลงไกลหวี ฉนั กลวั พวกคนบางกอกพดู จา
หลอกๆจะใหอ้ อกทวี ี เสียงฉนั เหมือนปี บตกท่อคนบางกอกชีกอยอวา่ ฉนั เสียงดี อยา่ งมาเลยพ่ี ชีกอ
เหลือเกินพ่ี ขืนมาคุยโมจ๊ ะโดนอีโตท้ องดี

ใบความรู้เรื่องการเขยี นประวตั ขิ องฉัน

การเขยี นประวตั ิเป็นการเขียนจากชีวติ จริง เพอื่ ถ่ายทอดประวตั ขิ องบคุ คลในแง่มมุ ต่างๆที่
มีความน่าสนใจใหผ้ อู้ ื่นไดร้ บั รู้ หรือเพอ่ื ใชเ้ ป็นขอ้ มูลอยา่ งใดอยา่ งหน่ึง

ข้นั ตอนการเขยี นประวตั ิ
๑.รวบรวมขอ้ มูลส่วนตวั จากเอกสารต่างๆ เช่น ทะเบยี นบา้ น สูจิบตั ร
๒.อ่านแบบกรอกขอ้ มูลใหเ้ ขา้ ใจ
๓.เขียนประวตั ขิ องตนเองตามความเป็นจริง
๔.เขยี นตวั บรรจงเป็นระเบียบ สะอาด ไม่ขดู ขดี คาท่ีผดิ
๕.ตรวจสอบความถูกตอ้ งและแกไ้ ขใหส้ มบรู ณ์

ใบงานกล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย

เร่ือง ประวตั ขิ องฉัน

คาช้ีแจง ใหน้ กั เรียนเขียนประวตั ิของตนเองตามรูปแบบท่กี าหนด

ประวตั ิของฉนั

ช่ือ............................................นามสกุล...................................................ช่ือเล่น.............................................
วนั เกิด....................................ที่.........................เดือน.....................................พ.ศ............................................
เลขที่ตามบตั รประชาชน....................................................................................................................................
บิดาช่ือ..............................................................อาชีพ....................................โทรศพั ท.์ ....................................
มารดาช่ือ..............................................................อาชีพ....................................โทรศพั ท.์ ................................
ผปู้ กครองชื่อ.....................................................อาชีพ....................................โทรศพั ท.์ ...................................
กรุ๊ปเลือด...................นิสัยส่วนตวั ....................................................................................................................
เพอ่ื นสนิทชื่อ.................................................................................เหตุที่เป็นเพอื่ นสนิท...................................
..........................................................................................................................................................................
งานอดิเรก..........................................................................................................................................................
ความสามารถพเิ ศษ............................................................................................................................................
ความภาคภมู ิใจในชีวติ ………………………………………………………………………………………
บคุ คลทเี่ ป็ นแบบอยา่ ง..............................................................................เพราะ................................................
..........................................................................................................................................................................
อนาคตอยากเป็ น......................................................เพราะ................................................................................
วชิ าทชี่ อบ........................................................เพราะ........................................................................................
คติประจาตวั ......................................................................................................................................................
สีทชี่ อบ.................................. อาหารที่ชอบ................................... ดาราที่ชอบ...............................................
ปัจจบุ นั อยบู่ า้ นเลขที.่ .................ตาบล.......................อาเภอ.................................จงั หวดั .................................

แผนการสอนรายชั่วโมง

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๕ ภาคเรียนท่ี ๑

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ แผนการสอนท่ี ๔ เร่ือง บทร้อยแก้ว บทร้อยกรอง

สอนคร้ังที่ ๔ เวลา ๑ ชั่วโมง

๑.มาตรฐานการเรียนรู้

ท.๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพอื่ นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาในการดาเนิน

ชีวติ และนิสยั รักการอ่าน

๒.ตัวชี้วดั

๕/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง

๕/๒ อธิบายความหมายของคา ประโยค และขอ้ ความท่ีเป็นการบรรยายและการพรรณนา

๓.จุดประสงค์การเรียนรู้

๑.นกั เรียนรู้จกั บทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรอง

๒.นกั เรียนสามารถอ่านบทร้อยแกว้ ไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจน

๓.นกั เรียนสามารถอ่านบทรอ้ ยกรอง(กาพยย์ านี ๑๑) ไดถ้ ูกตอ้ ง

๔.นกั เรียนมีนิสยั รกั การอ่าน

๔.สาระการเรียนรู้

บทร้อยแกว้ บทรอ้ ยกรอง

๕.กจิ กรรมการเรียนการสอน

ข้นั นา

รายงานประวตั สิ ่วนตวั ของฉนั และส่งใบงานจากชว่ั โมงที่แลว้

ข้นั สอน

๑.ครูเล่านิทานเร่ืองนิ้วท้งั หา้ (ภาคผนวก)

๒.อ่านอาขยาน บท วชิ าเหมือนสินคา้ (บทที่ ๓ วรรณคดีลานาหนา้ ๔๕) เป็นทานองเสนาะ

๓.นกั เรียนสงั เกตการใชภ้ าษาและน้าเสียงในการอ่านของครูท้งั ๒ คร้ังเหมือนกนั หรือ

แตกต่างกนั อยา่ งไร นิทานเป็นแบบอะไร อาขยานเป็ นแบบอะไร

๔.ครูอธิบายถึงความแตกตา่ งของบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรอง

๕.นกั เรียนฝึกอ่านบทร้อยกรองเรื่องความเป็ นเธอ(ภาษาพาทีหนา้ ๔) โดยเร่ิมจากการแบง่

วรรค และอ่านแบบทานองเสนาะของกาพยย์ านี ๑๑

๖.นกั เรียนศึกษาเน้ือหาของบทรอ้ ยกรองความเป็ นเธอ และสรุปร่วมกนั

ข้นั สรุป

นกั เรียนสรุปความเป็นไทยในตวั ของนกั เรียนลงในสมุดภาษาไทยส่งครูในชว่ั โมงตอ่ ไป

๖.สื่อการเรียนการสอน

๑.หนงั สือภาษาพาที

๒.หนงั สือวรรณคดีลานา
๓.พจนานุกรม
๔.DLTVวงั ไกลกงั วลเรื่องบทร้อยแกว้ บทรอ้ ยกรอง ป.๕
๗.การวัดและประเมนิ ผล
๗.๑วิธีวดั

การประเมินการอ่าน
๗.๒เครื่องมือวัด

แบบประเมินการอ่าน
๗.๓เกณฑ์การประเมิน

ไดค้ ะแนนระดบั ๒ ข้ึนไปถือวา่ ผา่ น
๘.บนั ทึกหลงั สอน
..........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน

ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

(นางสาวศุภณิ ฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน

แผนการสอนรายช่ัวโมง

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๕ ภาคเรียนที่ ๑

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ แผนการสอนที่ ๕ เร่ือง บทร้อยแก้ว บทร้อยกรอง

สอนคร้ังที่ ๕ เวลา ๑ ช่ัวโมง

๑.มาตรฐานการเรียนรู้

ท.๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพอ่ื นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาในการดาเนิน

ชีวติ และนิสยั รกั การอ่าน

๒.ตวั ชี้วัด

๕/๑ อ่านออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง

๕/๒ อธิบายความหมายของคา ประโยค และขอ้ ความทีเ่ ป็นการบรรยายและการพรรณนา

๓.จุดประสงค์การเรียนรู้

๑.นกั เรียนรู้จกั บทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรอง

๒.นกั เรียนสามารถอ่านบทร้อยแกว้ ไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจน

๓.นกั เรียนสามารถอ่านบทร้อยกรอง(กาพยย์ านี ๑๑) ไดถ้ ูกตอ้ ง

๔.นกั เรียนมีนิสยั รักการอ่าน

๔.สาระการเรียนรู้

บทร้อยแกว้ บทร้อยกรอง

๕.กจิ กรรมการเรียนการสอน

ข้นั นา

รายงานประวตั ิส่วนตวั ของฉนั และส่งใบงานจากชวั่ โมงทแ่ี ลว้

ข้นั สอน

๑.ครูเล่านิทานเร่ืองน้ิวท้งั หา้ (ภาคผนวก)

๒.อ่านอาขยาน บท วชิ าเหมือนสินคา้ (บทที่ ๓ วรรณคดีลานาหนา้ ๔๕) เป็นทานองเสนาะ

๓.นกั เรียนสงั เกตการใชภ้ าษาและน้าเสียงในการอ่านของครูท้งั ๒ คร้งั เหมือนกนั หรือ

แตกต่างกนั อยา่ งไร นิทานเป็นแบบอะไร อาขยานเป็ นแบบอะไร

๔.ครูอธิบายถึงความแตกต่างของบทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรอง

๕.นกั เรียนฝึกอ่านบทร้อยกรองเร่ืองความเป็ นเธอ(ภาษาพาทีหนา้ ๔) โดยเริ่มจากการแบง่

วรรค และอ่านแบบทานองเสนาะของกาพยย์ านี ๑๑

๖.นกั เรียนศกึ ษาเน้ือหาของบทรอ้ ยกรองความเป็ นเธอ และสรุปร่วมกนั

ข้ันสรุป

นกั เรียนสรุปความเป็นไทยในตวั ของนกั เรียนลงในสมุดภาษาไทยส่งครูในชว่ั โมงต่อไป

๖.สื่อการเรียนการสอน

๑.หนงั สือภาษาพาที
๒.หนงั สือวรรณคดีลานา
๓.พจนานุกรม
๔.นิทานนิ้วท้งั หา้
๕.DLTVวงั ไกลกงั วลเร่ืองบทร้อยแกว้ บทร้อยกรอง ป.๕
๗.การวัดและประเมนิ ผล
๗.๑วธิ ีวดั

การประเมินการอ่าน
๗.๒เครื่องมือวดั

แบบประเมินการอ่าน
๗.๓เกณฑ์การประเมนิ

ไดค้ ะแนนระดบั ๒ ข้นึ ไปถอื วา่ ผา่ น
๘.บนั ทึกหลังสอน
..........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน

ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

(นางสาวศุภณิ ฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน

นทิ านเร่ืองนวิ้ ท้งั ห้า

สมยั ก่อนน้ิวท้งั หา้ ยงั ไม่มีชื่อเรียกตามที่เราเรียกกนั ในปัจจบุ นั พระเจา้ คิดวา่ ถา้ ไม่ต้งั ช่ือจะเกิดการ
สบั สนในการเรียก จงึ ไดเ้ รียกนิ้วท้งั หา้ มาประชุมเพอ่ื ต้งั ชื่อ นิ้วแรกเป็ นนิ้วที่ชอบเกเร กลนั่ แกลง้ นิ้วอื่นอยู่
เสมอ ไม่มีใครชอบและไม่มีใครคบหา พระเจา้ เลยเสกให้เป็ นน้ิวทสี่ ้นั ท่สี ุดและให้ชื่อวา่ น้ิวโป้ง และให้
อยใู่ นตาแหน่งท่ีห่างจากเพอื่ นๆเพราะจะไดไ้ ม่เกเรคนอ่ืน น้ิวต่อไปคือนิ้วทีช่ อบสงั่ คนอน่ื ทาโน่นทานี่อยู่
เสมอ จึงต้งั ช่ือใหว้ า่ น้ิวช้ี และวางไวข้ า้ งน้ิวโป้งน้ิวโป้งจะไดเ้ กรงกลวั นิ้วต่อไปเป็ นนิ้วที่รักความยตุ ิธรรม
รกั ความถูกตอ้ ง พระเจา้ เลยให้เป็นนิ้วท่ียาวท่สี ุดและวางไวข้ า้ งนิ้วช้ีเพอื่ ไวเ้ ตือนสตนิ ้ิวช้ี และต้งั ชื่อน้ิวน้ี
วา่ นิ้วกลาง นิ้วตอ่ ไปเป็ นนิ้วแห่งความรกั และคะสญั ญา มีความอ่อนโยน ซ่ือสตั ยก์ บั ความรักและคา
สญั ญา มีนิสยั คลา้ ยผหู้ ญงิ พระเจา้ เลยต้งั ชื่อให้วา่ น้ิวนาง และวางไวข้ า้ งน้ิวกลาง น้ิวต่อไปเป็นนิ้วแห่ง
มิตรภาพ เป็นน้ิวทเ่ี ลก็ ที่สุด พระเจา้ เลยเอาไปวางขา้ งนิ้วนางใหห้ ่างจากน้ิวโป้งที่เกเร ต้งั แต่น้นั มาน้ิวท้งั
หา้ เลยมีชื่อมาจนถึงปัจจุบนั

ความ ูถกต้องชัดเจนใน แบบประเมนิ ผลการอ่านออกเสียง
การเว้กนาจัรง ่อหาวนะวรรค
ความค ่ลตอองนแค ่ลวในบทรอ้ ยกรองและบทร้อยแกว้
การใกช้า ้รนา่อเา ีสนยงได้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕ โรงเรียนบา้ นท่าหิน
เลขท่ี ชื่อ-สกุล
ผลเกหามราปะรสะเม ิมน
หมายเหตุ ๓ ๓ ๓ ๓ ๑๒

หมายเหตุ ๑.เกณฑก์ ารประเมิน ๓ หมายถึง ดี ๒ หมายถึง พอใช้ ๑ หมายถึง ตอ้ งปรบั ปรุง
๒.ผลการประเมินแต่ละคร้ังนกั เรียนตอ้ งไดร้ ะดบั ๒ ข้ึนไปทุกรายการ จึงจะถือวา่ ผา่ น

แผนการสอนรายช่ัวโมง

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๕ ภาคเรียนท่ี ๑

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ แผนการสอนที่ ๖ เร่ือง มารยาทในการอ่านและการสร้างนิสัยรักการอ่าน

สอนคร้ังที่ ๖ เวลา ๑ ชั่วโมง

๑.มาตรฐานการเรียนรู้

ท.๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพอื่ นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาในการดาเนิน

ชีวติ และนิสยั รักการอ่าน

๒.ตัวชี้วดั

๕/๘ มีมารยาทในการอ่าน

๓.จุดประสงค์การเรียนรู้

๑.นกั เรียนสามารถบอกมารยาทในการอ่านได้

๒.นกั เรียนมีมารยาทในการอ่าน

๔.สาระการเรียนรู้

มารยาทในการอ่าน

๕.กิจกรรมการเรียนการสอน

ข้นั นา

ครูสนทนากบั นกั เรียนเกี่ยวกบั ทกั ษะทางภาษาไทย และมารยาทตา่ งๆในชีวติ ประจาวนั

ข้นั สอน

๑.ครูและนกั เรียนร่วมกนั อภิปรายถึงมารยาทในการอ่านและนิสยั รกั การอ่าน ครูสรุป

เพมิ่ เตมิ

๒.ครูใหน้ กั เรียนอ่านนิทานเร่ืองทาไมชา้ งจึงตาเล็กและเสือจงึ มีลาย(ภาคผนวก) ทีละคน

คนละ ๕ บรรทดั และสงั เกตการอ่าน

๓.สนทนากบั นกั เรียนเกี่ยวกบั เรื่องราวในนิทาน และนิทานเร่ืองน้ีสอนใหร้ ูอ้ ะไร

ข้นั สรุป

ใหน้ กั เรียนเขียนแผนทค่ี วามคิด มารยาทในการอ่านและการสร้างนิสยั รักการอ่าน

มารยาทในการอ่านและการสร้างนิสัยรักการอ่าน

มารยาทในการอ่าน การสร้างนิสยั รกั การอ่าน

๖.ส่ือการเรียนการสอน
๑.นิทานเรื่อง ทาไมชา้ งจึงตาเล็กเสือจึงมีลาย
๒.ตวั อยา่ งมารยาทในการอ่าน และการสร้างนิสยั รกั การอ่าน

๗.การวดั และการประเมนิ ผล
๗.๑วธิ ีวดั
ตรวจผลงานการเขียนแผนทีค่ วามคิด มารยาทในการอ่านและการสรา้ งนิสยั รกั การอ่าน
๗.๒เคร่ืองมือวัด
……………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………
๗.๓เกณฑ์การประเมนิ ผล
……………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………..
๘.บนั ทกึ หลงั สอน

...............................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน

ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

(นางสาวศุภณิ ฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน

นทิ านเร่ืองทาไมช้างจงึ ตาเลก็ และเสือจงึ มลี าย

มีเสือหนุ่มตวั หน่ึงดุรา้ ยมากวนั หน่ึงมนั ออกไปหากิน ขณะทม่ี นั สอดส่ายสายตาหาเหยอื่ อยนู่ ้นั มนั
แลเห็นชา้ งตวั หน่ึงกาลงั ยนื อยใู่ ตต้ น้ ไม้ มนั จึงวางแผนที่จะจบั ชา้ งให้ แลว้ เสือก็เดินตรงไปหาชา้ งทนั ที
ฝ่ ายชา้ งเมื่อเห็นเสือเดินตรงมาหามนั เช่นน้นั คร้ันจะวง่ิ หนีกไ็ ม่ทนั จงึ ทาใจดีสูเ้ สือแลว้ พดู กบั เสือไปวา่
“สวสั ดีเจา้ เสือผยู้ ง่ิ ใหญ่ เจา้ จะไปไหนหรือ” “ขา้ กจ็ ะมาจบั เจา้ เป็ นอาหารนะสิ” เสือตอบ “ชา้ ก่อนเจา้ เสือ
รา้ ย เจา้ คงไม่รู้หรอกวา่ ตอนน้ีขา้ ไม่ไดเ้ ป็นอิสระแลว้ ขา้ เป็ นเชลยเขาอย”ู่ ชา้ งพดู “พทุ โธ่เอ๊ย อยา่ มา
หลอกขา้ เสียใหย้ ากเลย เจา้ ตวั ใหญ่ออกอยา่ งน้ีใครจะกลา้ มาจบั เจา้ เป็ นเชลยได้ นอกจากเจา้ ป่ าผยู้ งิ่ ใหญ่”
“น่ีไง เจา้ เห็นไหม ขาของขา้ ถูกล่ามโซ่อยกู่ บั ตน้ ไมน้ ้ี ก็เพราะขา้ เป็นเชลยของปัญญามนุษย”์ ชา้ งพดู
พร้อมยกขาท่ีถูกล่ามโซ่ใหเ้ สือดู เสือพอไดย้ นิ ชา้ งพดู คาวา่ ปัญญากส็ นใจจึงถามชา้ งข้นึ วา่ “อา้ ยตวั ปัญญา
ของมนุษยม์ นั วเิ ศษขนาดไหนเชียว ถา้ ขา้ เจอละกจ็ ะจบั กินเสียให้เขด็ ” “ปัญญาของมนุษยก์ ็อยทู่ ตี่ วั มนุษยซ์ ิ
เจา้ เสือเอ๋ย ถา้ เจา้ อยากเห็นจริงๆละก็ รีบแกโ้ ซ่ที่ผกู ขาขา้ ออกสิ แลว้ ขา้ จะพาเจา้ ไปดู” “ไดเ้ ลย” เสือพดู
แลว้ ตรงไปแกโ้ ซ่ทีผ่ กู ขาชา้ งออก แลว้ ชา้ งก็เดินนาหนา้ เสือมุ่งสู่บา้ นมนุษยท์ นั ที เม่ือถึงบา้ นมนุษยแ์ ลว้
ชา้ งกต็ ะโกนเรียกมนุษยใ์ หอ้ อกมาพบขา้ งนอก ฝ่ ายมนุษยไ์ ม่รูว้ า่ ใครมาเรียกก็ออกมาจากบา้ นโดยที่ไม่ได้
ระวงั ตวั ทนั ใดน้นั เสือซ่ึงรอจงั หวะอยแู่ ลว้ จงึ ตะครุบตวั มนุษยไ์ วใ้ นกรงเลบ็ อยา่ งงา่ ยดาย มนั หวั เราะเยาะ
ดว้ ยเสียงอนั ดงั ทส่ี ามารถเอาชนะมนุษยผ์ พู้ ชิ ิตชา้ งได้ เสือจึงหนั ไปพดู กบั ชา้ งวา่ “เจา้ ชา้ ง ไหนเจา้ วา่
มนุษยม์ ีปัญญาเก่งกลา้ ยงั ไม่ทนั ไดต้ ่อสูเ้ ลยขา้ กจ็ บั มนั ไดแ้ ลว้ และขา้ จะกินมนั เสียเด๋ียวน้ีแหละ” มนุษย์
เมื่อไดย้ นิ เสือพดู อวดตวั เช่นน้นั แลว้ กใ็ ชป้ ัญญาของตนต่อสูก้ บั เสือทนั ที โดยพดู กบั เสือวา่ “ชา้ ก่อนเจา้ เสือ
กินขา้ ตอนน้ีเจา้ กไ็ มม่ ีโอกาสเห็นตวั ปัญญาของขา้ เลย” เสือไดย้ นิ ดงั น้นั ก็หยดุ ชะงกั แลว้ ถามมนุษยไ์ ปวา่
“ไหนล่ะเจา้ ตวั ปัญญาของเจา้ ก่อนตาย เอาออกมาอวดขา้ หน่อยเป็ นไง” “ไดซ้ ิถา้ เจา้ อยากดู แตต่ วั ปัญญา
ของขา้ อยใู่ นบา้ น ถา้ อยากเห็นตอ้ งปล่อยขา้ ไป ขา้ จะไดไ้ ปจูงมนั มาใหด้ ู” ฝ่ายเสืออยากเห็นเจา้ ตวั ปัญญา
เป็นหนกั หนาจึงหลงกลปล่อยมนุษยไ์ ป มนุษยเ์ ม่ือถกู ปล่อยเป็ นอิสระแลว้ กว็ างแผนจดั การกบั เสือโดยพดู ขู่
เสือไปวา่ “ระวงั นะเจา้ เสือเจา้ ตวั ปัญญาของขา้ มนั ตกใจง่าย ถา้ เห็นเจา้ เขา้ มนั จะวงิ่ หนีเขา้ บา้ นไปแลว้ จะ
ไม่ยอมออกมาอีกเดด็ ขาด” “แลว้ จะใหข้ า้ ทาอยา่ งไร” เสือถาม “ไม่ยาก เจา้ กใ็ หข้ า้ จบั มดั ไวก้ บั ตน้ ไมเ้ สีย
ก็สิ้นเรื่อง” มนุษยเ์ สนอความคดิ “ตกลง” เสือตอบ มนุษยจ์ ึงจดั การมดั เสือไวก้ บั ตน้ ไมแ้ ลว้ กเ็ ดินเขา้ บา้ น
ไป แลว้ เดินกลบั มาพรอ้ มกบั หวายในมือ เสือเห็นมนุษยถ์ ือหวายออกมาก็แปลกใจจงึ ถามวา่ “ไหนละตวั
ปัญญาของเจา้ ไม่เห็นจงู ออกมาใหข้ า้ ดูเลย” มนุษยช์ ูหวายข้ึนแลว้ พดู ข้นึ วา่ “น่ีไงล่ะตวั ปัญญาของขา้ ”
“อา้ ยนน่ั มนั หวาย จะเป็นตวั ปัญญาไดอ้ ยา่ งไร” เสือแยง้ “นี่แหละตวั ปัญญาของขา้ อา้ ยเสือหนา้ โง่ จา้
มนั อวดเก่งนกั ขา้ จะสงั่ สอนใหร้ ู้สึกเสียบา้ ง” พอมนุษยพ์ ดู ขาดคาก็หวดเสือดว้ ยหวายจนนบั คร้ังไม่ถว้ น
ฝ่ ายชา้ งทย่ี นื อยใู่ กลๆ้ ไดเ้ ห็นเหตุการณ์ท้งั หมดกห็ วั เราะดว้ ยความชอบใจ เพราะดว้ ยปัญญามนุษย์ มนุษย์
ไม่เพยี งรอดชีวติ มนั เองกร็ อดชีวติ ดว้ ย

ชา้ งหวั เราะใหญ่ หวั เราะเสียจนน้าตาไหลพรากอาบแกม้ ดวงตาของชา้ งเลยเล็กลงๆเหลือเท่าท่ี
เห็นจนทุกวนั น้ี ซ่ึงไม่สมกบั ตวั ของมนั เลยกเ็ พราะหวั เราะมากนนั่ เอง

เสือเดินโซเซไปขอความช่วยเหลือจากสตั วป์ ่ าใหช้ ่วยรกั ษารอยแผลจากการถูกโบยดว้ ยหวาย แต่
ไม่มีสตั วใ์ ดช่วยเหลือมีแต่สมน้าหนา้ เพราะเสือไดร้ ังแกสตั วอ์ ื่นไวน้ น่ั เอง ตวั ของมนั จงึ เป็นแผลเป็น
และกลายมาเป็นลายใหเ้ ห็นมาจนทุกวนั น้ี

ตัวอย่างมารยาทในการอ่าน

๑.หยบิ จบั หรือเปิ ดหนงั สืออยา่ งเบามือเพอื่ รกั ษาสภาพหนงั สือ
๒.นง่ั ตวั ตรงมือจบั หนงั สือบนโตะ๊
๓.ไม่ทาใหห้ นงั สือชารุดเสียหาย เช่น ฉีก หรือ พบั
๔.ไม่นาหนงั สือส่วนรวมมาเป็นของตน
๕.เมื่อมีใครกาลงั เขียนขอ้ ความใดๆอยู่ เราไม่ควรเขา้ ไปอ่านก่อนไดร้ บั อนุญาต
๖.ไม่ควรอ่านจดหมายหรือเอกสารคนอ่ืนก่อนไดร้ บั อนุญาต
๗.ไม่ควรอ่านหนงั สือเวลาทากิจกรรมอ่ืน เพราะจะทาใหไ้ ม่มีสมาธิและหนงั สืออาจจะเลอะเทอะได้
๘ไม่นาหนงั สือท่ผี อู้ ื่นวางไวม้ าอ่านกอ่ นไดร้ บั อนุญาต
๙.ไม่แยง่ หรือดึงหนงั สือที่ผอู้ ่ืนกาลงั อ่านอยมู่ าอ่าน
๑๐.อ่านหนงั สือดว้ ยความต้งั ใจ

ตัวอย่างการสร้างนิสัยรักการอ่าน

๑.อ่านหนงั สือใหส้ ม่าเสมอจนเป็นนิสยั
๒.อ่านหนงั สือตามความชอบและความสนใจจะทาใหเ้ พลิดเพลิน
๓.ใชก้ ารอ่านแสวงหาความรูแ้ ละความเพลิดเพลิน

แผนการจดั การเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๕ ภาคเรียนท่ี ๑

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ แผนการสอนท่ี ๗ เร่ือง การใช้พจนานุกรม

สอนคร้ังท่ี ๗ เวลา ๑ ชั่วโมง

๑.มาตรฐานการเรียนรู้

ท.๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพอื่ นาไปใชใ้ นการตดั สินใจแกป้ ัญหาในการ

ดาเนินชีวติ และมีนิสยั รกั การอ่าน

๒.ตัวชี้วัด

ป. ๕/๖ อ่านงานเขยี นเชิงอธิบาย คาส่งั ขอ้ เสนอแนะและปฏบิ ตั ติ าม

๓.จุดประสงค์การเรียนรู้

นกั เรียนสามารถใชพ้ จนานุกรมไดถ้ ูกตอ้ ง

๔.สาระการเรียนรู้

การใชพ้ จนานุกรม

๕.กจิ กรรมการเรียนการสอน

ข้นั นา

นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน (ภาคผนวก)

ข้นั สอน

๑.ครูแนะนาหนงั สือพจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พร้อมท้งั อธิบาย

ถึงประโยชนข์ องพจนานุกรม เช่น พจนานุกรมบอกชนิดของคา บอกความหมาย บอกทีม่ าของคา

๒.นกั เรียนศึกษาหลกั การใชพ้ จนานุกรม จากสื่อไกลกงั วลภาคเรียนท่ี ๑ ป. ๕ พ.ศ.

๒๕๖๓ เร่ืองการใชพ้ จนานุกรม ออกอากาศวนั ท่ี ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๓

ข้นั สรุป

๑.ครูอธิบายเพม่ิ เติมและทาแบบทดสอบหลงั เรียนแลว้ ตรวจคาตอบพรอ้ มกนั

๒.นกั เรียนทาแบบฝึกหดั ในแบบฝึกทกั ษะภาษา หนา้ ๓

๖.ส่ือการเรียนการสอน

๑.ส่ือ e-learning ของ ไกลกงั วล

๒.แบบทดสอบ

๗.การวดั ผลและประเมนิ ผล

๗.๑วิธีวัด

ทดสอบ

๗.๒เครื่องมือวดั
แบบทดสอบ

๗.๓เกณฑ์การประเมนิ ผล
.............................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
๘.บนั ทกึ หลังสอน
.............................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน

ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

(นางสาวศุภิณฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน

แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน

การใช้พจนานุกรม

๑.ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ ูกตอ้ งเก่ียวกบั ประโยชน์ของพจนานุกรม

ก.บอกความหมายของคา ค.บอกทมี่ าของคา

ข.บอกชนิดของคา ง.ใหม้ ีคาทปี่ ระกอบข้ึนใหม่

๒.ขอ้ ใดเรียงลาดบั พยญั ชนะไดถ้ ูกตอ้ งตามพจนานุกรม

ก. ค ง ผ ห ว ส ค. ณ ผ ฤ ว ส ฬ

ข. จ น ผ ท ม ล ง. ช ด ธ ท ฤ ร

๓.ขอ้ ใดเรียงลาดบั สระตามพจนานุกรมไดถ้ ูกตอ้ ง

ก. –า ีี ีื ีา ค. ีัะ ีา ีี เ–า

ข. เ–าะ เ–า แ–ะ ีัะ ง. เ–ียี ะ เียี เ–ะ เ–

๔.จากคาตอ่ ไปน้ีขอ้ ใดเรียงลาดบั ไดถ้ ูกตอ้ ง

๑. จรรยา ๒. จาปา ๓. จญั ไร

ก.จรรยา จญั ไร จาปา ค.จรรยา จาปา จญั ไร

ข.จาปา จรรยา จญั ไร ง.จาปา จญั ไร จรรยา

๕.ขอ้ ใดกล่าวไม่ถูกตอ้ งตามหลกั การใชพ้ จนานุกรม

ก.คาท่ีไม่มีวรรณยกุ ตม์ าก่อนคาทม่ี ีวรรณยกุ ต์

ข.คาทม่ี ีวรรณยกุ ตเ์ อก ๑ มาก่อนคาที่ไม่มีไต่คู้

ค.เรียงรูป ฤ ฤๅ ไวห้ ลงั ร

ง.เรียงพยญั ชนะมาก่อนสระ

ตอนที่ ๒ จงเรียงคาตอ่ ไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ งตามหลกั พจนานุกรม

นอ้ ยหน่า ทุเรียน กระทอ้ น

กลว้ ยหอม แตงโม ขนุน

แผนการจดั การเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๕ ภาคเรียนที่ ๑

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ แผนการสอนท่ี ๘ เรื่อง สังข์ทองตอนกาเนิดพระสังข์ การอ่านทานองเสนาะ

สอนคร้ังที่ ๘ เวลา ๑ ช่ัวโมง

๑.มาตรฐานการเรียนรู้

ท.๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคิดเพอื่ นาไปใชใ้ นการตดั สินใจแกป้ ัญหาในการ

ดาเนินชีวติ และมีนิสยั รักการอ่าน

๒.ตัวชี้วดั

ป. ๕/๑ อ่านออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง

๓.จดุ ประสงค์การเรียนรู้

๑.นกั เรียนสามารถอ่านออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ ไดถ้ กู ตอ้ ง

๒.นกั เรียนสามารถอ่านบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง

๔.สาระการเรียนรู้

การอ่านบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรอง เร่ือง สงั ขท์ อง ตอน กาเนิดพระสงั ข์

๕.กจิ กรรมการเรียนการสอน

๑.ครูสนทนากบั นกั เรียนเกี่ยวกบั นิทานวรรณคดีทน่ี กั เรียนเคยอ่านหรือเคยดู

๒.ครูซกั ถามนกั เรียนเก่ียวกบั วรรณคดีเร่ืองสงั ขท์ องท่นี กั เรียนเคยดู

๓.นกั เรียนอ่านเร่ืองสงั ขท์ องจากหนงั สือวรรณคดีลานา

๔.นกั เรียนฝึกอ่านบทรอ้ ยกรองเร่ืองสงั ขท์ อง โดยฝึกอ่านแบบแบ่งวรรคตอนใหถ้ ูกก่อนแลว้ ฝึก

อ่านทานองเสนาะตามครู

๕.นกั เรียนแบง่ กลุ่มกนั ฝึกอ่านบทรอ้ ยกรอง

๖.ครูใหน้ กั เรียนอ่านบทรอ้ ยกรองแบบทานองเสนาะทลี ะคน

๗.ครูแนะนาเพมิ่ เติมสาหรับนกั เรียนท่ยี งั ไม่ถูกตอ้ ง

๘.นกั เรียนไปฝึกอ่านบทร้อยกรองเป็นการบา้ นทกุ คน

๖.สื่อการเรียนการสอน

๑.DLTV ไกลกงั วล ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๕

๒.หนงั สือวรรณคดีลานา

๓.พจนานุกรม

๗.การวดั ผลและประเมินผล

๗.๑วธิ ีวัด

การอ่านทานองเสนาะ

๗.๒เคร่ืองมือวัด

-

๗.๓.เกณฑ์การประเมินผล
-

๘.บนั ทกึ หลังสอน
..........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน

ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

(นางสาวศุภิณฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน

แผนการจดั การเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๕ ภาคเรียนที่ ๑

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ แผนการสอนที่ ๙ เร่ือง สังข์ทองตอนกาเนิดพระสังข์ การถอดคาประพันธ์

สอนคร้ังที่ ๙ เวลา ๑ ช่ัวโมง

๑.มาตรฐานการเรียนรู้

ท.๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคุณคา่

๒.ตัวชี้วดั

ป. ๕/๑ สรุปเร่ืองจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมทอ่ี ่านได้

๓.จุดประสงค์การเรียนรู้

นกั เรียนเล่าเร่ืองจากการถอดคาประพนั ธไ์ ด้

๔.สาระการเรียนรู้

การถอดคาประพนั ธ์ เรื่อง สงั ขท์ อง ตอน กาเนิดพระสงั ข์

๕.กจิ กรรมการเรียนการสอน

๑.นกั เรียนอ่านบทรอ้ ยกรองแบบทานองเสนาะพรอ้ มกนั เพอื่ เป็ นการทบทวน ๕ บท

๒.ครูอธิบายถึงวธิ ีการถอดคาประพนั ธจ์ ากใบความรู้ (ภาคผนวก)

๓.ครูและนกั เรียนช่วยกนั ถอดบทรอ้ ยกรองจากทนี่ กั เรียนอ่านพรอ้ มกนั

๔.ครูใหน้ กั เรียนฝึกถอดคาประพนั ธ์ โดยใหน้ กั เรียนอ่านแบบทานองเสนาะแลว้ ถอดคาประพนั ธ์

ครูช่วยแนะนาทีละคน

๕.ครูแบง่ บทร้อยกรองใหน้ กั เรียนคนละ ๒ บท ไม่อ่านและถอดคาประพนั ธเ์ ป็ นการบา้ น

๖.ทบทวนเร่ืองการถอดคาประพนั ธจ์ ากสื่อ DLTV ยอ้ นหลงั ช้นั ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๕

๖.สื่อการเรียนการสอน

๑.DLTV ไกลกงั วล ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕

๒.หนงั สือวรรณคดีลานา

๓.พจนานุกรม

๗.การวัดผลและประเมนิ ผล

๗.๑วธิ ีวดั

การอ่านทานองเสนาะ และถอดคาประพนั ธ์

๗.๒เครื่องมือวัด

บทร้อยกรองเรื่องสงั ขท์ อง ตอนกาเนิดพระสงั ข์

๗.๓เกณฑ์การประเมนิ ผล

๘.บันทกึ หลังสอน
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน

ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

(นางสาวศุภณิ ฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน

ใบความรู้

เรื่อง การถอดคาประพนั ธ์

การถอดคาประพนั ธ์ คอื การถอดความจากรอ้ ยกรองเป็นรอ้ ยแกว้ ซ่ึงตอ้ งอาศยั ความสามารถใน
การอ่านและการเขียนเรียบเรียงขอ้ ความใหส้ ละสลวย

หลักการถอดคาประพนั ธ์
๑.ตอ้ งทาความเขา้ ใจวา่ คาประพนั ธน์ ้นั มาจากเร่ืองอะไร ตอนไหน ใคร ทาอะไร เม่ือใด
๒.อ่านคาประพนั ธน์ ้นั โดยตลอด ทาความเขา้ ใจคาศพั ทต์ ่างๆใหก้ ระจาย
๓.ถอดทกุ คา คาท่ีเป็นคาศพั ท์ แลว้ นาถอ้ ยคามาเรียบเรียงใหม่ใหส้ ละสลวย
๔.ถา้ ใจความยงั ไม่สละสลวยเพมิ่ เติมคาไดบ้ า้ ง แตไ่ ม่ควรขยายความโดยไม่จาเป็ น ควรเรียบเรียงให้
กะทดั รดั หลีกเล่ียงการใชค้ าซ้า
๕.ถา้ มีคาราชาศพั ทก์ ็ตอ้ งเรียบเรียงใจความให้เป็ นร้อยแกว้ และใชค้ าราชาศพั ทใ์ หถ้ ูกตอ้ งดว้ ย

แผนการจดั การเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๕ ภาคเรียนท่ี ๑

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ แผนการสอนท่ี ๑๐ เรื่อง สังข์ทองตอนกาเนิดพระสังข์ การอ่านจับใจความสาคญั

สอนคร้ังที่ ๑๐ เวลา ๑ ช่ัวโมง

๑.มาตรฐานการเรียนรู้

ท.๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคิดเพอื่ นาไปใชใ้ นการตดั สินใจแกป้ ัญหาในการ

ดาเนินชีวติ และมีนิสยั รกั การอ่าน

๒.ตัวชี้วดั

ป. ๕/๔แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คดิ เห็นจากเรื่องทอี่ ่าน

ป. ๕/๕วเิ คราะห์และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เรื่องทอ่ี ่านเพอ่ื นาไปใชใ้ นการดาเนินชีวติ

๓.จุดประสงค์การเรียนรู้

๑.นกั เรียนสามารถจบั ใจความสาคญั ของเรื่องทีอ่ ่านได้

๒.นกั เรียนสามารถแสดงความคดิ เห็นจากเรื่องทีอ่ ่านได้

๔.สาระการเรียนรู้

การอ่านจบั ใจความสาคญั เร่ือง สงั ขท์ อง ตอน กาเนิดพระสงั ข์

๕.กิจกรรมการเรียนการสอน

๑.ทบทวนการอ่านทานองเสนาะบทรอ้ ยกรองพรอ้ มกนั นกั เรียนอ่านบทร้อยกรองและถอดคา

ประพนั ธท์ ไ่ี ดร้ บั มอบหมายทลี ะคน

๒.ครูและนกั เรียนช่วยกนั สรุปเร่ือง สงั ขท์ อง ตอน กาเนิดพระสงั ขอ์ ีกคร้งั

๓.ครูใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเห็นจากเรื่องสงั ขท์ องในดา้ นตวั ละคร ดา้ นเรื่องราว ทีละคน

แลว้ แตค่ รูจะเรียก

๔.นกั เรียนดูรูปจากสื่อ DLTV ไกลกงั วล ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕ เร่ืองสงั ขท์ อง ตอน กาเนิดพระ

สงั ข์ ๓ และช่วยกนั เล่าเร่ืองจากภาพ

๕.นกั เรียนสรุปเร่ืองสงั ขท์ อง ตอนกาเนิดพระสงั ข์ จากใบงาน (ภาคผนวก)

๖.นกั เรียนอ่านเรื่องท่ีสรุปใหค้ รูฟัง

๗.นกั เรียนทาผงั ความคิด เร่ืองสงั ขท์ อง ตอนกาเนิดพระสงั ข์ ตามใบงาน (ภาคผนวก)

๖.ส่ือการเรียนการสอน

๑.DLTV ไกลกงั วล ยอ้ นหลงั ช้นั ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๕ เร่ืองสงั ขท์ อง ตอนกาเนิดพระสงั ข์

๒.หนงั สือวรรณคดีลานา

๓.ใบงานการลาดบั เหตกุ ารณ์ ใบงานผงั ความคิดเรื่องสงั ขท์ อง ตอนกาเนิดพระสงั ข์

๗.การวัดผลและประเมนิ ผล
๗.๑วิธีวดั

๑.การลาดบั เหตกุ ารณ์ของเรื่อง
๒.เขยี นผงั ความคดิ
๗.๒เคร่ืองมือวดั
๑.แบบฝึกการลาดบั เหตกุ ารณ์
๒.ใบงานผงั ความคิด

๗.๓เกณฑ์การประเมนิ ผล
ถอดคาประพันธ์ ได้ ๕ ข้อ ถือว่าผ่าน

๘.บนั ทกึ หลงั สอน
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน

ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

(นางสาวศุภิณฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน

ใบงานท่ี ๑

การลาดับเหตกุ ารณ์
เรื่องสังข์ทอง ตอนกาเนิดพระสังข์

คาช้ีแจง เติมตวั เลขลาดบั เหตกุ ารณ์ต่อไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง
นางจนั ทเ์ ทวถี ูกขบั ออกจากเมืองยศวมิ ลมาอยกู่ บั ตายายได้ ๕ ปี
โหรทานายวา่ พระโอรสในหอยสงั ขจ์ ะนาความวบิ ตั ิล่มจมมาสู่บา้ นเมือง
นางจนั ทเ์ ทวแี สร้งทาเป็นเขา้ ป่ าไปหาฟื นและผกั เหมือนเช่นทกุ วนั
นางจนั ทเ์ ทวปี ระสูตโิ อรสออกมาเป็นหอยสงั ข์
พระสงั ขอ์ อกมาไลไ่ ก่และหุงขา้ วเตรียมสาหรับไวใ้ หพ้ ระมารดา
เทวดาแปลงเป็ นไก่ป่ ามาคุย้ เขี่ยจิกกินขา้ วของนางจนั ทเ์ ทวีจนหกกระจาย
นางจนั ทเ์ ทวใี ชไ้ มท้ บุ หอยสงั ขจ์ นแตก
ตายายช่ืนชมพระสงั ข์

ใบงานท่ี ๒

การเขียนผังความคดิ
คาช้ีแจง ใหน้ กั เรียนเขยี นสรุปเร่ืองสงั ขท์ อง ตอนกาเนิดพระสงั ข์ ตามผงั ความคิดท่กี าหนดให้

ตวั ละคร สถานที่

สังข์ทอง ตอน
กาเนิดพระสังข์

เหตุการณ์

ขอ้ คิด

ผลของเหตุการณ์

แผนการจดั การเรียนรู้

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๕ ภาคเรียนที่ ๑

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ แผนการสอนที่ ๑๑ เร่ือง การเล่านิทาน

สอนคร้ังท่ี ๑๑ เวลา ๑ ช่ัวโมง

๑.มาตรฐานการเรียนรู้

ท.๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณและพดู แสดงความรู้ ความคิด และความรูส้ ึก

ในโอกาสตา่ งๆอยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์

๒.ตัวชี้วดั

ป. ๕/๑ พดู แสดงความรู้ความคดิ เห็นและความรูส้ ึก จากเรื่องทฟี่ ังและดู

๓.จุดประสงค์การเรียนรู้

๑.นกั เรียนบอกการเล่านิทานได้

๒.นกั เรียนสามารถเล่านิทานได้

๔.สาระการเรียนรู้

การเล่านิทาน

๕.กิจกรรมการเรียนการสอน

๑.ครูเล่านิทานใหน้ กั เรียนฟัง ๑ เรื่อง (เรื่องอะไรกไ็ ด)้

๒.ครูใหน้ กั เรียนศึกษาใบความรู้เร่ือง การเล่านิทาน

๓.ครูใหน้ กั เรียนแสดงความคดิ เห็นในการเล่านิทานของครูหลงั จากทีน่ กั เรียนไดศ้ กึ ษาใบความรู้

เร่ืองการเล่านิทาน วา่ ครูเล่าถูกตอ้ งตามหลกั การไหม ควรทาอยา่ งไร

๔.นกั เรียนดูตวั อยา่ งการเล่านิทานจาก DLTV ไกลกงั วล ช้นั ป.๕ เรื่อง การเล่านิทาน

๕.แบ่งนกั เรียนเป็นกลุ่มตามความเหมาะสม แจกนิทานเรื่อง ชาวนากบั งเู ห่าใหน้ กั เรียนฝึกอ่าน

ฝึกเล่า และแสดงทา่ ทางประกอบ

๖.แต่ละกลุ่มออกมาเล่านิทานหนา้ ช้นั เรียนทีละกลุ่ม

๗.ครูและนกั เรียนร่วมกนั อภิปรายในการเล่าของแตล่ ะกลมุ่

๘.ครูใหน้ กั เรียนช่วยกนั สรุปขอ้ คิดของนิทานทเ่ี ล่า

๖.สื่อการเรียนการสอน

๑.DLTV ไกลกงั วล

๒.ใบความรู้การเล่านิทาน

๓.นิทานเรื่อง ชาวนา กบั งูเห่า

๗.การวัดผลและประเมนิ ผล

๗.๑วิธีวัด

การเล่านิทาน

๗.๒เคร่ืองมือวดั
-

๗.๓เกณฑ์การประเมนิ ผล
-

๘.บันทกึ หลงั สอน
-

๘.บันทกึ หลงั สอน
..........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน

ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

(นางสาวศุภิณฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน

ใบความรู้

การเล่านิทาน
๑.นิทานเร่ืองน้นั สนองความตอ้ งการของเดก็ ไดม้ ากนอ้ ยเพยี งใด
๒.เร่ืองท่ีเล่าควรเหมาะสมกบั วยั
๓.เวลาทใ่ี ชใ้ นการเล่าควรจะเหมาะสมกบั ความสนใจของวยั
๔.เน้ือหาจะตอ้ งมีสาระค่านิยม ความคดิ สร้างสรรค์ ส่งเสริมจริยธรรม คุณธรรม
๕.มีเน้ือเร่ืองสนุกสนานชวนคิดตดิ ตาม

การเตรียมตวั ก่อนเล่า
๑.ผเู้ ล่าจะตอ้ งอ่านทบทวนเร่ืองราวทีผ่ เู้ ล่าเลือกมาใหเ้ กิดความคุน้ เคย
๒.ข้นั ตอนการเล่า ผเู้ ล่าจะตอ้ งพจิ ารณาในการนาเสนอการข้ึนตน้ เร่ือง การเล่านิทานต่อเนื่องจนจบ
๓.เตรียมส่ือ วสั ดุ อุปกรณ์ท่ใี ชใ้ นการเล่า
๔.กิจกรรมประกอบการเล่านิทานผเู้ ล่าจะตอ้ งเตรียมใหพ้ รอ้ ม

วิธีการเล่านิทาน
๑.เตรียมตวั ดา้ นเน้ือหาของนิทาน อ่านและทาความเขา้ ใจกบั เร่ืองท่ีจะเล่า
๒.น้าเสียงที่จะเล่าตอ้ งมีน้าเสียงน่าฟัง เวน้ จงั หวะ การเนน้ เสียงใหด้ ูน่าฟัง ไม่ควรใชน้ ้าเสียงราบเรียบ
เกินไป
๓.บคุ ลิกของผเู้ ล่าตอ้ งน่าสนใจ ตอ้ งมีการเคล่ือนไหวใหเ้ หมาะสมกบั เน้ือหา
๔.บรรยากาศในการฟังนิทานตอ้ งไม่วนุ่ วายจนเกินไป อยใู่ นสถานทท่ี ีส่ ามารถสรา้ งสมาธิสาหรบั คนฟังและ
คนเล่าเป็นอยา่ งดี

นทิ านเรื่อง ชาวนากบั งเู ห่า

ณ หมู่บา้ นชนบทเลก็ ๆแห่งหน่ึง ผคู้ นมีอาชีพทานา เด็กๆเมื่อหยดุ เรียนกจ็ ะนาควายมาขีเ่ ล่น ตก
เยน็ ก็นาควายไปอาบน้าแลว้ กล็ งเล่นน้ากนั อยา่ งสนุกสนาน นบั วา่ เป็ นวถิ ีชีวติ ที่มีความสุข

เฒ่าสุข แกเป็นชาวนาคนหน่ึง แกมีชีวิตที่เรียบง่าย กลบั จากทานาแกกจ็ ะอยภู่ ายในบา้ นทานน่ั ทา
นี่อยตู่ ลอดเวลา

ดว้ ยนิสยั โอบออ้ มอารีมีเมตตา เฒ่าสุขจงึ เป็ นทรี่ ักของชาวบา้ นโดยเฉพาะเดก็ ๆมกั จะมาขอขนมกนิ
หรือไม่ก็ใหเ้ ฒ่าสุขเล่านิทานใหฟ้ ังเป็นประจา เฒ่าสุขแกเป็นคนรักสตั วม์ าก บางคร้งั ถา้ พบเห็นเด็กยงิ นก
ตกปลา แกกจ็ ะหา้ มปรามอยเู่ สมอโดยพดู ข้นึ วา่ “ไอห้ นูเอ๊ย สตั วท์ กุ ตวั มนั ก็รกั ชีวติ ของมนั อยา่ ไปทา
รา้ ยมนั เลย” หากเฒ่าสุขไปเจอลูกนกท่ขี าดพอ่ แม่ กจ็ ะนากลบั มาท่ีบา้ นป้อนขา้ ว ป้อนน้า
รักษาพยาบาลจนแขง็ แรงแลว้ กป็ ล่อยไป

เชา้ วนั หน่ึงในฤดูหนาว เฒ่าสุขเดินไปทุ่งนาตามปกติ ขณะทีเ่ ฒ่าสุขเดินเพลินอยนู่ ้นั แกกต็ กใจ
เพราะเบ้ืองหนา้ ของแก มีงเู ห่าตวั หน่ึงนอนสงบนิ่งขวางทางอยู่ เฒ่าสุขไม่แน่ใจวา่ ตายหรือยงั จงึ เอาไม้
เข่ยี ดูจึงรูว้ า่ ยงั ไม่ตาย คิดวา่ งูคงหนาวดว้ ยความสงสารจึงเอ้ือมมือไปอมุ้ งูตวั น้นั ข้ึนมากอดเอาไว้ แลว้ หาท่ี
เหมาะๆนง่ั ลงกอดงูไวบ้ นตกั แลว้ เอามือไปลูบหวั งไู ปมา เมื่องไู ดร้ บั ความอบอุ่นงูก็รูส้ ึกกระปร้ีกระเปร่า
ข้ึนมา สญั ชาตญาณของสตั วร์ ้ายก็บงั เกิดข้นึ มนั จึงฉกกดั เฒ่าสุขทนั ที พษิ รา้ ยในตวั ของเจา้ งูเห่าก็
แพร่กระจายเขา้ ตวั เฒ่าสุขทนั ที เฒ่าสุขกพ็ มึ พาข้นึ วา่ “ขา้ อุตส่าหช์ ่วยเจา้ จนหายหนาว ไม่รู้จกั บญุ คุณ
กลบั ทารา้ ยขา้ ” แลว้ เฒ่าสุขก็ขาดใจตายใตร้ ่มไมน้ น่ั เอง

แผนการจดั การเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๕ ภาคเรียนท่ี ๑

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ แผนการสอนท่ี ๑๒ เร่ือง คาท่ีมตี วั การันต์

สอนคร้ังที่ ๑๒ เวลา ๑ ชั่วโมง

๑.มาตรฐานการเรียนรู้

ท.๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคิดเพอื่ นาไปใชต้ ดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาเนิน

ชีวติ

ท.๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษา การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา

ภมู ิปัญญาของภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ

๒.ตวั ชี้วดั

ป. ๕/๑ อ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรองและบทร้อยแกว้ ไดถ้ ูกตอ้ ง

๓.จุดประสงค์การเรียนรู้

๑.นกั เรียนสามารถหาความหมายของคาทม่ี ีตวั การนั ตไ์ ดถ้ ูกตอ้ ง

๒.นกั เรียนสามารถอ่านคาทีม่ ีตวั การนั ตไ์ ดถ้ ูกตอ้ ง

๔.สาระการเรียนรู้

คาทีม่ ีตวั การนั ต์

๕.กจิ กรรมการเรียนการสอน

๑.ใหน้ กั เรียนสงั เกตคาท่คี รูยกตวั อยา่ งให้ ๒ คา วา่ ต่างกนั ตรงไหน เช่น ลูกจนั กบั วนั จนั ทร์

๒.ครูอธิบายความหมายของคาทีม่ ีตวั การนั ต์ (ภาคผนวก) และใหน้ กั เรียนช่วยกนั คดิ คาทีม่ ีตวั

การันต์ แลว้ มาเขียนบนกระดานดา

๓.นกั เรียนอ่านคาทมี่ ีตวั การันตจ์ ากบตั รคาพรอ้ มจดลงในสมุด

๔.นกั เรียนหาคาทม่ี ีตวั การนั ตจ์ ากบทเรียนท่ี ๑ และ ๒ ในภาษาพาทแี ลว้ ทาลงกระดาษ A4 ส่ง

ครูเป็นการบา้ น

๕.ศกึ ษาคาท่ีมีตวั การันตเ์ พมิ่ เติมจาก DLTV ของไกลกงั วลช้นั ป.๕

๖.ส่ือการเรียนการสอน

๑.DLTV ไกลกงั วล

๒.หนงั สือเรียนภาษาพาที

๓.บตั รคา

๔.ใบความรูเ้ ร่ืองตวั การันต์

๗.การวัดผลและประเมินผล

๗.๑วิธีวัด

การอ่าน

๗.๒เคร่ืองมือวัด
๑.บตั รคา
๒.แบบสงั เกตการอ่าน

๗.๓เกณฑ์การประเมนิ ผล
-

๘.บันทกึ หลงั สอน
..........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน

ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

(นางสาวศุภิณฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน

ใบความรู้

เร่ือง ตัวการันต์
ตวั การันต์ คือ พยญั ชนะท่ีมีไมท้ ณั ฑฆาต (ี์) กากบั อยู่ เวลาอ่านจะไม่ออกเสียงพยญั ชนะตวั
น้นั เช่น อศั จรรย์ อ่านวา่ อดั -สะ-จนั ตวั การันตอ์ าจอยกู่ ลางคา หรือทา้ คากไ็ ด้

สหกรณ์ บัตรคา เสน่ห์
สุขสนั ต์ คาวเิ ศษณ์
กษตั ริย์ คาที่มตี ัวการันต์ ประจกั ษ์
เบญจรงค์ ไดโนเสาร์
มนุษย์ การ์ตนู ฟิ ลม์
ราชสีห์
บรรณารกั ษ์
ไตรรงค์
วารินทร์

แผนการจดั การเรียนรู้

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๕ ภาคเรียนท่ี ๑

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ แผนการสอนท่ี ๑๓ เร่ือง พยางค์และคา

สอนคร้ังท่ี ๑๓ เวลา ๑ ช่ัวโมง

๑.มาตรฐานการเรียนรู้

ท.๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคิดเพอื่ นาไปใชต้ ดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาเนิน

ชีวติ

ท.๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขยี น เขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเร่ืองราวใน

รูปแบบต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ

๒.ตัวชี้วัด

ป. ๕/๑ อ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรองและบทรอ้ ยแกว้ ไดถ้ ูกตอ้ ง

ป.๕/๒ อธิบายความหมายของคา ประโยค และขอ้ ความทีเ่ ป็นการบรรยายและการพรรณนา

ป..๕/๒ เขียนสื่อสารโดยใชค้ าไดถ้ ูกตอ้ ง ชดั เจนและเหมาะสม

๓.จดุ ประสงค์การเรียนรู้

๑.นกั เรียนสามารถอ่านคาไดถ้ กู ตอ้ ง

๒.นกั เรียนสามารถบอกความหมายของคาและพยางคไ์ ด้

๓.นกั เรียนสามารถแยกส่วนประกอบของคาและพยางคไ์ ด้

๔.สาระการเรียนรู้

พยางคแ์ ละคา

๕.กจิ กรรมการเรียนการสอน

๑.ครูเขียนคาวา่ พยางค์ ลงบนกระดานดาใหน้ ักเรียนอ่านพรอ้ มกนั แลว้ ซกั ถามความหมายของ

พยางค์ ครูอธิบายความหมายของพยางคแ์ ละคา ดงั น้ี พยางค์ คอื เสียงท่ีเปล่งออกมาคร้ังหน่ึงๆ จะมี

ความหมายหรือไม่มีความหมายกไ็ ด้ คา คือ เสียงที่เปล่งออกมาแลว้ มีความหมาย จะมีก่ีพยางคก์ ็ได้

๒.ครูใหน้ กั เรียนบอกความแตกต่างระหวา่ งพยางคก์ บั คาวา่ แตกต่างกนั ตรงไหน

๓.นกั เรียนอ่านชื่อตวั เองแลว้ บอกวา่ มีกี่พยางค์ และทาแบบฝึกพฒั นาการเรียนรู้ (ภาคผนวก)

๔.ครูอธิบายส่วนประกอบของพยางค์ และใหน้ ักเรียนฝึกแยกส่วนประกอบของคาและพยางคบ์ น

กระดาน

๕.นกั เรียนตอบคาถามและแยกส่วนประกอบของคาและพยางคจ์ ากใบงาน(ภาคผนวก)

๖.สื่อการเรียนการสอน

๑.DLTV ไกลกงั วล เรื่อง พยางคแ์ ละคา ช้นั ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๕

๒.ใบงาน

๓.ใบความรู้

๗.การวดั ผลและประเมินผล
๗.๑วิธีวัด
นกั เรียนทาแบบฝึกหดั
๗.๒เครื่องมือวดั
แบบฝึ ก
๗.๓เกณฑ์การประเมนิ ผล
-

๘.บันทกึ หลงั สอน
..........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน

ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

(นางสาวศุภณิ ฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน

-

ใบความรู้

พยางค์และคา

พยางค์ คือ เสียงทเี่ ปล่งออกมาคร้งั หน่ึงๆ จะมีความหมายหรือไม่มีความหมายกไ็ ด้
คา คือ เสียงที่เปล่งออกมาแลว้ มีความหมาย จะมีก่ีพยางคก์ ็ได้
ส่วนประกอบของพยางคป์ ระกอบดว้ ย

- เสียงพยญั ชนะตน้
- เสียงสระ
- เสียงวรรณยกุ ต์
บางพยางคอ์ าจมีเสียงพยญั ชนะทา้ ย (ตวั สะกด) ประสมดว้ ย

แบบฝึ กพฒั นาการเรียนรู้

ชื่อ..............................................................................เลขท่ี.......................ช้นั ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๕

ตอนท่ี ๑ แยกพยางค์
คาส่ัง ใหน้ กั เรียนอ่านคาแลว้ แยกคาตอ่ ไปน้ีวา่ มีกี่พยางค์

๑.ชอลก์ มี..................................พยางค์

๒.ภาคเรียน มี..................................พยางค์

๓.กระดานดา มี..................................พยางค์

๔.ภารโรง มี..................................พยางค์

๕.ขวญั มี..................................พยางค์

๖.หลา้ มี..................................พยางค์

๗.วงแตก มี..................................พยางค์

๘.เหตุผล มี..................................พยางค์

๙.ทกั ทาย มี..................................พยางค์

๑๐.ฉงน มี..................................พยางค์

แบบฝึ กพฒั นาการเรียนรู้

ชื่อ..............................................................................เลขท.ี่ ......................ช้นั ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๕

ตอนท่ี ๒ บอกจานวนพยางค์

คาชี้แจง นกั เรียนอ่านประโยคและขอ้ ความ แลว้ บอกจานวนพยางคแ์ ละจานวนคา

ตัวอย่าง สุนขั รอ้ ง ๓ พยางค์ ๒ คา

๑.ครูยม้ิ ทกั ทาย พยางค์ คา

๒.ครูตน้ รับไหวเ้ ด็กๆ พยางค์ คา

๓.ครูตน้ แจกกระดาษขาวใหน้ กั เรียน พยางค์ คา

๔.เรารกั โรงเรียน พยางค์ คา

๕.นกั เรียนจดปากกา พยางค์ คา
๖.หอ้ งเรียนช้นั ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๕ พยางค์ คา

๗.ภารโรงเขา้ มาเปิ ดหอ้ ง พยางค์ คา
๘.ฉนั คอื ชาวนา พยางค์ คา
๙.ฉนั เห็นเด็กหลายคน พยางค์ คา

๑๐.ครูตน้ เก็บกระดาษ พยางค์ คา

ใบงาน

เร่ือง พยางค์และคา

คาชี้แจง นกั เรียนอธิบายความหมายของคาตอ่ ไปน้ี
๑.คาพยางคเ์ ดียวคอื .............................................................................................................................
ยกตวั อยา่ งคา ๓ คา..........................................................................................................................
๒.คาสองพยางคค์ ือ.............................................................................................................................
ยกตวั อยา่ งคา ๓ คา..........................................................................................................................
๓.คาสามพยางคค์ อื .............................................................................................................................
ยกตวั อยา่ งคา ๓ คา..........................................................................................................................

คาชี้แจง นกั เรียนแยกส่วนประกอบของคาต่อไปน้ี เสียงพยัญชนะท้าย เสียงวรรณยกุ ต์
พยางค์-คา เสียงพยญั ชนะต้น เสียงสระ

เดิน
นา้
เรียน
ขา
วง่ิ

แผนการจดั การเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๕ ภาคเรียนท่ี ๑

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ แผนการสอนท่ี ๑๔ เรื่อง คานาม

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑ สอนคร้ังท่ี ๑๔ เวลา ๑ ชั่วโมง

๑.มาตรฐานการเรียนรู้

ท.๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษา การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา

ภูมิปัญญาของภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ

๒.ตัวชี้วัด

ป. ๕/๑ ระบุชนิดและหนา้ ทข่ี องคาในประโยค

๓.จดุ ประสงค์การเรียนรู้

๑.นกั เรียนสามารถบอกความหมายของคานามได้

๒.นกั เรียนสามารถบอกชนิดของคานามได้

๓.นกั เรียนนาคานามไปใชไ้ ดถ้ ูกตอ้ ง

๔.สาระการเรียนรู้

คานาม ชนิดของคา

๕.กจิ กรรมการเรียนการสอน

๑.ครูเขียนคาบนกระดานเช่นคาวา่ โรงเรียน วดั ป่ าเลยไ์ ลย ขนุ แผน ทุเรียน โตะ๊ หนงั สือ

จงั หวดั สุพรรณบุรี นกั เรียนฝึกอ่าน

๒.ครูสนทนากบั นกั เรียนเกี่ยวกบั คาท้งั หมดวา่ เป็นคาชนิดใด

๓.นกั เรียนศึกษาเร่ืองคานามจากใบความรู้ (ภาคผนวก)

๔.ครูซกั ถามความรูเ้ ร่ืองคานาม ครูอธิบายเพม่ิ เติม

๕.แบ่งกลุ่มนกั เรียนเป็น ๕ กลุ่ม ปฏบิ ตั ติ ามใบกิจกรรมที่ ๑

๖.แต่ละกลุ่มนาเสนอผลงานหนา้ ช้นั

๗.นกั เรียนทาใบงานเร่ืองคานาม

๖.ส่ือการเรียนการสอน

๑.DLTV ไกลกงั วล เรื่องคานาม ช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ ๕

๒.ใบความรู้เรื่อง คานาม

๓.ใบกิจกรรมเรื่องคานาม

๔.ใบงานเร่ือง คานาม

๗.การวัดผลและประเมนิ ผล

๗.๑วิธีวดั
๑.การสงั เกตการทางานกลุ่ม
๒.การนาเสนอผลงาน
๓.การทาใบงาน

๗.๒เครื่องมือวดั
๑.แบบสงั เกต
๒.ใบงาน

๗.๓เกณฑ์การประเมนิ ผล
-

๘.บนั ทึกหลังสอน
..........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน

ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

(นางสาวศุภิณฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน

-

ใบความรู้

คานาม

คานามคอื คาทีใ่ ชเ้ รียกชื่อคน สตั ว์ ส่ิงของ และสถานทีต่ า่ งๆ เช่น เดก็ พอ่ แม่ นก ปลา บา้ น

หนงั สือ โรงเรียน ฯลฯ

คานาม แบง่ ได้ ๕ ชนิดคือ

๑.สามานยนาม คือ คานามทใี่ ชเ้ รียกชื่อคน สตั ว์ สิ่งของ เคร่ืองใช้ และสถานที่ โดยทว่ั ๆไป

เช่น นกั เรียน ชา้ ง พดั ลม แม่น้า ภเู ขา ฯลฯ

๒.วสิ ามานยนาม คือ คานามท่ใี ชเ้ รียกชื่อคน สัตว์ ส่ิงของ เครื่องใช้ และสถานทโี่ ดย

เฉพาะเจาะจง เช่น เปรม ติณสูลานนท์ ประเทศอิตาลี จงั หวดั พงั งา โรงพยาบาลตารวจ แม่น้า

เจา้ พระยา

๓.อาการนาม คอื คานามท่ใี ช้ การนาหนา้ คากริยา หรือ ความนาหนา้ คาวเิ ศษณ์ เช่น

เรียน เป็น การเรียน

รัก เป็น ความรัก

ดี เป็น ความดี

งาม เป็น ความงาม

หมายเหตุ คาวา่ “การ” “ความ” ทน่ี าหนา้ คานามจะไม่ใช่อาการนาม แต่จะเป็นสามานยนาม

หรือ วสิ ามานยนาม เช่น การบา้ น การเมือง การปิ โตรเลียม การเคหะแห่งชาติ การพลงั งาน การ

ทอ่ งเที่ยวแห่งประเทศไทย ฯลฯ

๔.ลกั ษณนาม คือ คานามทีแ่ สดงลกั ษณะของคานามขา้ งหนา้ โดยมากมกั จะอยขู่ า้ งหลงั ตวั เลข

หรือมีคาทบี่ อกจานวน ประกอบอยดู่ ว้ ย

เช่น ภกิ ษุ ๙ รูป เกวยี น ๑ เล่ม แมว หลาย ตวั

นก ฝงู หน่ึง ปากกา ๔ ดา้ ม ดินสิ ๖ แทง่

๕.สมุหนาม คอื คานามท่ีใชแ้ สดงช่ือหมวดหมู่ มกั ประกอบหนา้ คานามอ่ืนๆ เช่น คณะ

ตารางเปรียบเทยี บลกั ษณนาม และ สมุหนาม

ลักษณนาม สมุหนาม

กระตา่ ยหลายฝงู ฝงู กระต่าย

หนงั สือ ๖ กอง กองหนงั สือ

ประชาชน ๕ กลุ่ม กลุ่มประชาชน

นกั ร้อง ๔ คณะ คณะนกั รอ้ ง

ชา้ ง ๒ โขลง โขลงชา้ ง

นกฝงู หน่ึง ฝงู นก

แนวคดิ

คานามแบง่ เป็นหลายชนิด คือ สามานยนาม วสิ ามานยนาม
อาการนาม ลกั ษณนาม และสมุหนาม ก่อนใชค้ วรศึกษาลกั ษณะเฉพาะ
แต่ละอยา่ งใหเ้ ขา้ ใจ เพอื่ ไม่ใหส้ บั สน เอกลกั ษณ์อยา่ งหน่ึงของภาษาไทย
คือ การมีลกั ษณนามใหใ้ ช้ เราพงึ ระวงั ใชล้ กั ษณนามใหถ้ ูกดว้ ย

ใบกจิ กรรมท่ี ๑

เรื่องชนิดของคานาม
คาชี้แจง นกั เรียนแบ่งกลุ่มเลือกประธาน รองประธาน เลขานุการ ต้งั ช่ือกลุ่ม ลว้ บอกความหมายพรอ้ ม
ยกตวั อยา่ งของคานามตอ่ ไปน้ี

กลุ่มที่ ๑ คานามทว่ั ไป หรือสามานยนาม
กลุ่มที่ ๒ คานามช้ีเฉพาะ หรือวสิ ามานยนาม
กลุ่มท่ี ๓ คานามบอกหมวดหมู่ หรือสมุหนาม
กลุ่มท่ี ๔ คานามลกั ษณะ หรือลกั ษณนาม
กลุ่มท่ี ๕ คานามบอกอาการ หรืออาการนาม


Click to View FlipBook Version