ใบกจิ กรรมท่ี ๒
คาชี้แจง นกั เรียนเขียนผงั ความคดิ เรื่อง คานาม
ใบงานเร่ืองคานาม
ตอนท่ี ๑ ช่วยกนั หาคานามชนิดต่างๆตามท่กี าหนดไวข้ า้ งล่างใส่กระถาง
สุโขทยั ประเทศไทย มาเลเซีย ชาวนา เรือสุพรรณหงส์ ๒๐๐ ปี รัตนโกสินทร์ รชั มงั คลาภิเษก
ฝีพาย ความทุกข์ การนินทา นางทมยนั ตี หมู่นารี นกั เรียน ๓๕ คน คุณพอ่ กลุ่มสหภาพแรงงาน
ความสาเร็จ การบา้ น การเมือง สมเดจ็ ยา่ ความรัก ญีป่ ่ ุน อเมริกา คณะครุศาสตร์จุฬา
สามานยนาม วสิ ามานยนาม
อาการนาม สมุหนาม
ลกั ษณนาม
ตอนท่ี ๒ นกั เรียนบอกลกั ษณนามของคาต่อไปน้ี แห เป็น................................
เช่น พระพทุ ธรูป เป็ น องค์ ถนน เป็น................................
กลว้ ย เป็น................................
พระสงฆ์ เป็น................................ พรม เป็น................................
เปี ยโน เป็น................................ ปื น เป็น................................
เส่ือ เป็น................................ ไข่ เป็น................................
สมุด เป็น................................ ดินสอ เป็น................................
ปากกา เป็น................................ ป่ี หรือ ขลุ่ย เป็น................................
ชา้ ง เป็น................................ เขม็ เป็น................................
โตะ๊ เป็น................................ วงดนตรี เป็น................................
เลื่อย เป็น................................ คนั ธนู เป็น................................
ยกั ษ์ เป็น................................
บษุ บก เป็น................................
ลาน้า เป็น................................
กระท่อม เป็น................................
ตอนท่ี ๓ ใหน้ กั เรียนเตมิ “การ” หรือ “ความ” ลงหนา้ ขอ้ ความ
..............................รัก ..............................สาเร็จ
..............................เล่น ..............................ดี
..............................พากเพียร ..............................เรียน
..............................พยายาม ..............................ทุกข์
..............................รอ้ งเพลง ..............................ทานา
..............................ทาการบา้ น ..............................เอาใจใส่
..........................................
แผนการจดั การเรียนรู้
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๕ ภาคเรียนที่ ๑
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ แผนการสอนท่ี ๑๕ เร่ือง วลีและประโยค
สอนคร้ังท่ี ๑๕ เวลา ๑ ชั่วโมง
๑.มาตรฐานการเรียนรู้
ท.๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพอื่ นาไปใชต้ ดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาเนิน
ชีวติ
ท.๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนส่ือสาร เขียนเรียงความยอ่ ความ และเขยี นเร่ืองราวในรูปแบบต่างๆ
เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานขอ้ มูลการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ
๒.ตัวชี้วดั
ป. ๕/๑ อ่านออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ป.๕/๒ อธิบายความหมายของคาประโยคและขอ้ ความทีเ่ ป็นการบรรยายและการพรรณนา
ป.๕/๒ เขียนสื่อสารโดยใชค้ าไดถ้ ูกตอ้ ง ชดั เจน และเหมาะสม
๓.จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑.นกั เรียนสามารถบอกความหมายของวลีและประโยคได้
๒.นกั เรียนสามารถอ่านและเขียนประโยคและวลีได้
๓.นกั เรียนสามารถเขียนประโยคไดถ้ ูกตอ้ ง
๔.สาระการเรียนรู้
วลีและประโยค
๕.กจิ กรรมการเรียนการสอน
๑.นกั เรียนดูภาพสุนขั แลว้ ถามนกั เรียนวา่ เป็นภาพอะไร มีกี่พยางค์ ครูเขียนคาสุนขั ตวั ใหญ่
แลว้ ถามต่อวา่ ขอ้ ความน้ีถามถึงใคร ทาอะไรหรือเปล่า เป็นประโยคไหม
๒.ครูเขียนคาวา่ หมูกินอาหาร ใหน้ กั เรียนเปรียบเทียบ กบั สุนขั ตวั ใหญ่ วา่ สองขอ้ ความ
แตกตา่ งกนั ตรงไหน
๓.ครูสรุปคาวา่ วลีกบั ประโยค อธิบายถึงขอ้ แตกตา่ ง
๔.นกั เรียนศกึ ษาใบความรูเ้ ร่ืองวลีและประโยค และศกึ ษาจาก DLTV ไกลกงั วล
๕.แบ่งกลุ่มนกั เรียนเป็น ๓ กลุ่ม และใหแ้ ตล่ ะกลุ่มออกมาเขียนวลีบนกระดานดากลมุ่ ละ ๑๐ วลี
๖.ครูและนกั เรียนช่วยกนั ตรวจวลีบนกระดานดา
๗.นกั เรียนอ่านวลีบนกระดานพร้อมกนั
๖.ส่ือการเรียนการสอน
๑.DLTV ไกลกงั วล เร่ืองวลีและประโยค ช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ ๕
๒.ใบความรูเ้ ร่ือง วลีและประโยค
๗.การวัดผลและประเมนิ ผล
๗.๑วิธีวดั
๑.การเขยี นวลี
๒.การอ่านวลี
๗.๒เคร่ืองมือวดั
วลีทเ่ี ขยี นบนกระดาน
๗.๓เกณฑ์การประเมินผล
-
๘.บันทกึ หลงั สอน
..........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน
ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
(นางสาวศุภิณฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน
-
วลแี ละประโยค
วลีหมายถึง คาต้งั แต่สองคาข้ึนไปมาเรียงตอ่ กนั แตย่ งั ไม่ไดใ้ จความสมบูรณ์ครบถว้ น เรียกวา่ วลี
หรือกลุ่มคา
หน้าท่ีของวลี
๑.วลีทาหนา้ ทเ่ี ป็น ประธาน ของประโยค เช่น กระเป๋ าสีดาใบใหญ่วางอยบู่ นโตะ๊ อาหาร
๒.วลีทาหนา้ ท่เี ป็นขยายกริยาของประโยค เช่น เด็กวา่ ยน้าในคลองหลงั บา้ น
๓.วลีทาหนา้ ท่เี ป็นกรรมของประโยค เช่น ฉนั เคยเห็นผหู้ ญิงคนน้นั
๔.วลีทาหนา้ ท่ีเป็นส่วนขยายของประโยค เช่น คุณลุงอ่านหนงั สืออยใู่ นหอ้ งนงั่ เล่น
ประโยค คือ กลุ่มคาท่ีเรียบเรียงข้ึนอยา่ งมีระเบยี บและไดค้ วามสมบรู ณ์ครบถว้ น สามารถส่ือ
ความหมายไดว้ า่ ใครทาอะไร คิดอยา่ งไร รูส้ ึกอยา่ งไร หรือมีสภาพอยา่ งไร
แผนการจดั การเรียนรู้
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๕ ภาคเรียนที่ ๑
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ แผนการสอนที่ ๑๖ เร่ือง ส่วนประกอบของประโยค
สอนคร้ังท่ี ๑๖ เวลา ๑ ชั่วโมง
๑.มาตรฐานการเรียนรู้
ท.๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของ
ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยเป็นสมบตั ิของชาติ
๒.ตัวชี้วัด
ป. ๕/๒ จาแนกส่วนประกอบของประโยค
๓.จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑.นกั เรียนสามารถแต่งประโยคไดถ้ ูกตอ้ ง
๒.นกั เรียนสามารถแยกส่วนประกอบของประโยคไดถ้ ูกตอ้ ง
๔.สาระการเรียนรู้
ส่วนประกอบของประโยค
๕.กิจกรรมการเรียนการสอน
๑.ทบทวนเรื่องพยางค์ คา วลี และประโยคจากทเ่ี รียนมาแลว้
๒.เขยี นขอ้ ความตอ่ ไปน้ีบนกระดานดา
-กระเป๋ าใบใหญ่
-เหตุการณ์ร้ายกาลงั ผา่ นไป
-ขา้ วผดั กระเพา
-แมวชอบจบั หนู
-ดอกไมส้ ีสวย
-ตน้ ไมเ้ ขียวชอุ่ม
๓.นกั เรียนช่วยกนั บอกวา่ ขอ้ ความบนกระดาน ขอ้ ความไหนเป็ นประโยค ขอ้ ความไหนเป็ นวลี
๔.นกั เรียนศกึ ษาใบความรูเ้ ร่ืองส่วนประกอบของประโยค (ภาคผนวก) ครูอธิบายเพม่ิ เตมิ
๕.ครูยกตวั อยา่ งประโยคแลว้ ใหน้ กั เรียนช่วยกนั แยกประโยคบนกระดานดา
๖.นกั เรียนฝึกแตง่ ประโยค ๒ ส่วน และประโยค ๓ ส่วน อยา่ งละ ๓ ประโยค แยก
ส่วนประกอบดว้ ย
๖.ส่ือการเรียนการสอน
๑.DLTV ไกลกงั วล เร่ืองส่วนประกอบของประโยค ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕
๒.ใบความรู้เร่ือง การแยกส่วนประกอบของประโยค
๗.การวัดผลและประเมินผล
๗.๑วธิ ีวดั
๑.การแตง่ ประโยค
๒.การแยกส่วนประกอบ
๗.๒เครื่องมือวดั
๑.แบบประเมินการแตง่ ประโยค
๒.รายละเอียดการประเมินการแต่งประโยค
๗.๓เกณฑ์การประเมนิ ผล
๘.บันทกึ หลังสอน
..........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน
ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
(นางสาวศุภิณฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน
-
ใบความรู้
เรื่อง ส่วนประกอบของประโยค
ประโยค คอื คา หรือคาท่นี ามาเรียงกนั มีความหมายครบถว้ นสมบรู ณ์ สามารถสื่อความหมายได้
วา่ ใคร ทาอะไร คดิ อยา่ งไร รู้สึกอยา่ งไร
ส่วนประกอบของประโยค
ประโยคประกอบดว้ ย ๒ ภาค คือ ภาคประธานและภาคแสดง
๑.ภาคประธาน คือส่วนที่เป็ นผแู้ สดงอาการ หรือส่วนประธาน
๒.ภาคแสดง คือส่วนทแี่ สดงอาการหรือความเป็นไปของประธานหรือส่วนกริยา ส่วนทเ่ี ป็ นกรรม
โครงสร้างของประโยค
ประโยค
ภาคผนวก ประโยค
ประธาน ขยายประธาน กริยา ขยายกริยา กรรม ขยายกรรม
ประโยคแบง่ ออกเป็น ๒ ชนิด ตามกริยาทปี่ ระธานกระทา คือ
๑.ประโยคสองส่วน ประกอบดว้ ยประธาน+กริยา อาจมีขยายประธานหรือขยายกริยาได้ เช่น
นอ้ งรอ้ งไห้
นอ้ ง เป็น ประธาน
รอ้ งไห้ เป็น กริยา
และ ฝนตกหนกั มาก
ฝน เป็น ประธาน
ตก เป็น กริยา
หนกั มาก เป็น ขายกริยา
๒.ประโยคสามส่วน ประกอบดว้ ย ประธาน กริยา และกรรม และอาจมีบทขยายอ่ืนดว้ ย เช่น
คุณแม่กาลงั ลา้ งรถ
คุณแม่ เป็น ประธาน
กาลงั ลา้ ง เป็น กริยา
รถ เป็น กรรม
แผนการจดั การเรียนรู้
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๕ ภาคเรียนท่ี ๑
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ แผนการสอนที่ ๑๗ เรื่อง คาราชาศัพท์
สอนคร้ังที่ ๑๗ เวลา ๑ ช่ัวโมง
๑.มาตรฐานการเรียนรู้
ท.๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของ
ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยเป็นสมบตั ขิ องชาติ
๒.ตัวชี้วดั
ป. ๕/๔ ใชค้ าราชาศพั ท์
๓.จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑.นกั เรียนบอกความหมายของคาราชาศพั ทไ์ ด้
๒.นกั เรียนใชค้ าราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระมหากษตั ริยไ์ ดถ้ ูกตอ้ ง
๔.สาระการเรียนรู้
คาราชาศพั ท์
๕.กิจกรรมการเรียนการสอน
๑.นกั เรียนอ่านข่าวในพระราชสานกั บนกระดาน แลว้ ใหน้ กั เรียนสงั เกตคาทแ่ี ปลกกบั คาอื่น วาคา
พวกน้ีใชก้ บั ใคร เป็ นคาประเภทอะไร มีความหมายวา่ อยา่ งไร
๒.นกั เรียนศกึ ษาคาราชาศพั ทจ์ าก DLTV ไกลกงั วล
๓.นกั เรียนศึกษาคาราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระมหากษตั ริยใ์ นหนงั สือคาราชาศพั ทท์ ่ีครูเตรียมไว้
๔.นกั เรียนเขยี นชื่ออวยั วะตา่ งๆของนกั เรียนเป็นคาราชาศพั ท์ ส่งครู
๖.ส่ือการเรียนการสอน
๑.DLTV ไกลกงั วล ช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ ๕ เรื่องคาราชาศพั ท์
๒.หนงั สือคาราชาศพั ท์
๓.หนงั สือพมิ พ์ (ข่าวในพระราชสานกั )
๗.การวัดผลและประเมินผล
๗.๑วธิ ีวัด
การเขียนช่ืออวยั วะของร่างกายเป็ นคาราชาศพั ท์
๗.๒เครื่องมือวัด
ใบงาน
๗.๓เกณฑ์การประเมนิ ผล
๘.บนั ทกึ หลังสอน
..........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน
ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
(นางสาวศุภณิ ฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน
ใบความรู้
คาราชาศัพท์
คาราชาศพั ท์ แปลตามรูปคา หมายถึง ถอ้ ยคาท่ีใชส้ าหรับพระราชา แต่ตามหลกั ภาษาไทย คา
ราชาศพั ทห์ มายถึง คาทีน่ ามาใชใ้ ห้เหมาะสมกบั บคุ ล
คาราชาศพั ทแ์ บง่ เป็ น ๓ ประเภท ดงั น้ี
๑.คาราชาศพั ทท์ ใ่ี ชส้ าหรบั พระมหากษตั ริยแ์ ละพระบรมวงศานุวงศ์
๒.คาศพั ทท์ ี่ใชก้ บั พระภกิ ษสุ งฆ์
๓.คาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั สุภาพชน
คาราชาศพั ทท์ ่ใี ชก้ บั พระมหากษตั ริย์
๑.คานามราชาศพั ท์ ใชค้ าวา่ พระ พระราช พระบรม พระบรมราช เช่น ใชพ้ ระ พระราชนาหนา้
คาสามญั คาราชาศัพท์
เทา้ พระบาท
ชื่อ พระนาม
ลุง(พข่ี องพอ่ ) พระปิ ตลุ า
ทอ่ี ยู่ พระราชวงั
๒.คากริยาราชาศพั ท์ ใชค้ าวา่ ทรง นาหนา้ คานามและคากริยาสามญั เพอื่ ทาใหเ้ ป็ นคากริยาราชาศพั ท์
เช่น ทรงมา้ ทรงปื น
๓.คาสรรพนามราชาศพั ท์
คาราชาศัพท์ ผู้ใช้(ผู้พูด) ใช้แทน(ผู้ทีเ่ ราพูดด้วย)
พระองค์ บคุ คล(ทว่ั ไป)
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั
ขา้ พระพทุ ธเจา้ บุคคล(ทว่ั ไป) สมเด็จพระนางเจา้
และพระราชวงศช์ ้นั สูง
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั
และพระราชวงศช์ ้นั สูง
ใตฝ้ ่าละอองธุลีพระบาท บคุ คล(ทวั่ ไป) พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั
แผนการจดั การเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๕ ภาคเรียนท่ี ๑
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ แผนการสอนท่ี ๑๘ เรื่อง คาราชาศัพท์ท่ีใช้กับพระสงฆ์
สอนคร้ังท่ี ๑๘ เวลา ๑ ช่ัวโมง
๑.มาตรฐานการเรียนรู้
ท.๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของ
ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยเป็นสมบตั ิของชาติ
๒.ตวั ชี้วดั
ป. ๕/๔ ใชค้ าราชาศพั ท์
๓.จุดประสงค์การเรียนรู้
๑.นกั เรียนสามารถใชค้ าราชาศพั ทท์ ี่ใชก้ บั พระสงฆไ์ ดถ้ ูกตอ้ ง
๒.นกั เรียนสามารถนาคาราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระสงฆไ์ ปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ไดถ้ ูกตอ้ ง
๔.สาระการเรียนรู้
คาราชาศพั ทท์ ใี่ ชก้ บั พระภกิ ษสุ งฆ์
๕.กจิ กรรมการเรียนการสอน
๑.ครูซกั ถามนกั เรียนเกี่ยวกบั คาพดู ท่พี ดู กบั พระสงฆ์ หรือ นกั เรียนดูภาพจากส่ือ DLTV ไกล
กงั วล เรื่องคาราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระสงฆ์ แลว้ ตอบตามภาพทเ่ี ห็น
๒.นกั เรียนศึกษาคาราชาศพั ทท์ ี่ใชก้ บั พระสงฆ์จากหนงั สือคาราชาศพั ทท์ ีเ่ ตรียมไว้
๓.นกั เรียนทาใบงาน
๔.ครูตรวจใบงานพร้อมกนั และอธิบายเพม่ิ เตมิ
๖.สื่อการเรียนการสอน
๑.DLTV ไกลกงั วล ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕ เรื่องคาราชาศพั ท์ ท่ีใชก้ บั พระสงฆ์
๒.หนงั สือราชาศพั ท์
๓.ใบงาน
๗.การวดั ผลและประเมินผล
๗.๑วธิ ีวัด
ใชค้ าราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระสงฆ์
๗.๒เครื่องมือวัด
ใบงาน
๗.๓เกณฑ์การประเมินผล
๘.บันทึกหลงั สอน
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน
ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
(นางสาวศุภิณฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน
ใบงาน
คาท่ีใช้กบั พระสงฆ์
ตอนท่ี ๑ นกั เรียนจบั คู่ คาสามญั ที่มีความหมายตรงกบั คาราชาศพั ทท์ ใ่ี ชก้ บั พระสงฆ์
คาสามญั คาที่ใชก้ บั พระสงฆ์
๑.อาบน้า ประเคน
๒.อาหาร ลิขติ
๓.จดหมาย ฉนั
๔.กิน ภตั ตาหาร
๕.ยกของใหพ้ ระ สรงน้า
ตอนท่ี ๒ จงเตมิ คาทใ่ี ชก้ บั พระสงฆใ์ หถ้ ูกตอ้ ง
๑.เจา้ อาวาส......................................ตอ้ งเขา้ โรงพยาบาลเพอื่ รกั ษาอาการหอบและเจบ็ หนา้ อก
๒.ท่านพทุ ธทาสภกิ ข.ุ ................................................ไปหลายปี แลว้
๓.หลวงพอ่ กาลงั .....................................................เพล
๔.พระสงฆก์ าลงั .................................................ในกฏุ ิ
๕.คุณยายถวาย.......................................ใหแ้ ด่พระสงฆ์
แผนการจดั การเรียนรู้
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๕ ภาคเรียนที่ ๑
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ แผนการสอนท่ี ๑๙ เรื่อง คาสุภาพ
สอนคร้ังท่ี ๑๙ เวลา ๑ ช่ัวโมง
๑.มาตรฐานการเรียนรู้
ท.๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลงั ของ
ภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยเป็นสมบตั ขิ องชาติ
๒.ตวั ชี้วัด
ป. ๕/๔ ใชค้ าราชาศพั ท์
๓.จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑.นกั เรียนสามารถบอกความหมายคาสุภาพไดถ้ ูกตอ้ ง
๒.นกั เรียนใชค้ าสุภาพไดถ้ ูกตอ้ ง
๔.สาระการเรียนรู้
คาสุภาพ
๕.กจิ กรรมการเรียนการสอน
๑.นกั เรียนร้องเพลงคาสุภาพจากสื่อ DLTV ไกลกงั วล เรื่องคาสุภาพ หรือจากเน้ือเพลงใน
ภาคผนวก
๒.ศึกษาคาสุภาพจากเพลงวา่ มีคาอะไรบา้ ง
๓.นกั เรียนศึกษาความหมายของคาวา่ คาสุภาพจากใบความรู้
๔.นกั เรียนศึกษาคาสุภาพจากหนงั สือราชาศพั ทท์ ่ีครูเตรียมไว้
๕.นกั เรียนทาใบงานเรื่องคาสุภาพ
๖.ตรวจใบงานพรอ้ มกนั อธิบายเพมิ่ เตมิ
๖.ส่ือการเรียนการสอน
๑.DLTV ไกลกงั วล ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕ เรื่องคาสุภาพ
๒.หนงั สือราชาศพั ท์
๓.ใบความรู้
๔.ใบงาน
๕.เพลง
๗.การวดั ผลและประเมนิ ผล
๗.๑วธิ ีวดั
การทาใบงานคาศพั ทส์ ุภาพ
๗.๒เคร่ืองมือวัด
ใบงาน
๗.๓เกณฑ์การประเมินผล
-
๘.บันทึกหลังสอน
..........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน
ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
(นางสาวศุภิณฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน
เพลง คาสุภาพ
(ทานองเพลง หนุ่มนาขา้ ว สาวนาเกลือ)
ญ.บา้ นของพมี่ ีปลาๆ ปลาร้าหรือเปล่า
ช.เชยจริงๆนงเยาว์ เด๋ียวน้ีเขาเรียกปลามจั ฉา
ญ.นอ้ งอยากกินขนมจีนจริงนะ
ช.ขนมเสน้ จะ้ เป็นคาสุภาพดงั วา่
ญ.ผกั กระเฉดถว่ั งอกเอาออกไม่ใส่
ช.ผกั รูน้ อนทรามวยั นน่ั ถว่ั เพาะนะจะ้ ขวญั ตา
ญ.ขอแตงโมอีกสกั ลูกเถิดหนา
ช.เขาเรียกวา่ ผลอุลิดนะเธอ
ญ.โน่นแนะดอกทองหลางๆ สวยอยา่ งภาพวาด
ช.เขาเรียกดอกปาริชาติๆ เจา้ อยา่ ไดพ้ ร่าเพอ้
ญ.เม่ือไรจะมาขอๆ ทามอสระเอีย
ช.เรียกภรรยาไม่เสีย เรียกเมียไม่เพราะนะเธอ
ญ.นอ้ งอบั อายพดู อะไรช่างเซ่อ
ช.พจ่ี ะสอนเธอ พดู ไดไ้ ม่ยากเลย
..................................................................
ใบความรู้
เรื่อง คาสุภาพ
คาสุภาพคือ ถอ้ ยคาทไี่ พเราะถกู ตอ้ ง เหมาะสมกบั กาลเทศะ และบคุ คล
ลกั ษณะคาสุภาพ
๑.ไม่เป็นคาหว้ นหรือคากระดา้ ง ฟังดูเหมือนไม่แสดงความเคารพ เช่น พดู คาอุทาน โวย้ หา
เออ หรือคาพดู ส้นั ๆ หว้ น เช่น เปล่า ไม่มี ไม่ใช่ เป็ นตน้
๒.ไม่เป็นคาหยาบ ฟังดูแลว้ ไม่ไพเราะ เช่น มึง กู อา้ ย อี อา้ ยนนั่ อา้ ยน่ี เป็ นตน้
๓.ไม่เป็นคาพดู ทีม่ ีความหมายหยาบ หรือเปรียบเทยี บของหยาบ เช่น ตนี
๔.ไม่เป็นคาผวน สื่อคาทเ่ี มื่อกลบั คาแลว้ ความหมายจะหยาบคาย เช่น แขกต้ี เป็ นตน้
๕.ไม่เป็นคาแสลง เช่น โจ๋ จา๊ บ จ๋อย ซ่าส์
ตวั อยา่ งคาสุภาพ
คาสามญั คาสุภาพ
อีเกง้ นางเกง้
ชา้ งตวั ผู้ พลาย
ชา้ งตวั เมีย พงั
ผกั บงุ้ ผกั ทอดยอด
ใบงาน
เร่ือง คาสุภาพ
คาชี้แจง นกั เรียนเปลี่ยนคาที่ขีดเสน้ ใตเ้ ป็นคาสุภาพใหถ้ ูกตอ้ ง
๑.คุณแม่นาเส่ือทเ่ี ปี ยกออกตากแดด
๒.เธอเป็ นคนข้ ีเกียจไม่ชอบทางาน
๓.แม่ใชใ้ หฉ้ นั ไปซ้ือผกั บงุ้ ท่ีตลาด ๒ กา
๔.ฉนั ชอบกิน ปลาช่อนเผา
๕.คุณแม่ทาขนมกลว้ ยบวชชีอร่อยมาก
๖.มาลีชอบกินแกงสม้ ผกั กระเฉด
๗.จงั หวดั กาแพงเพชรมีกลว้ ยไข่มากมาย
๘.ปลาสลิดใชท้ าปลาเคม็ อร่อยมาก
๙.คุณยายทาขนมข้หี นูไปทาบุญ
๑๐.ดอกสลิดตม้ กินกบั น้าพริก
แผนการจดั การเรียนรู้
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๕ ภาคเรียนท่ี ๑
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ แผนการสอนท่ี ๒๐ เร่ือง คาควบกลา้
สอนคร้ังท่ี ๒๐ เวลา ๑ ช่ัวโมง
๑.มาตรฐานการเรียนรู้
ท.๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคดิ เพอ่ื นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาในการ
ดาเนินชีวติ และมีนิสยั รักการอ่าน
๒.ตวั ชี้วัด
ป. ๕/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ป. ๕/๒ อธิบายความหมายของคาประโยคและขอ้ ความทเี่ ป็นการบรรยายและการพรรณนา
๓.จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑.นกั เรียนสามารถอ่านคาควบกล้าไดถ้ กู ตอ้ ง
๒.นกั เรียนบอกความหมายของคาควบกล้าได้
๔.สาระการเรียนรู้
การอ่านออกเสียงและบอกความหมายของคาควบกล้า
๕.กิจกรรมการเรียนการสอน
๑.ทาแบบทดสอบก่อนเรียน ๑๐ ขอ้
๒.รอ้ งเพลงคาควบกล้า จากแผนภมู ิเพลง (ภาคผนวก)
๓.ทบทวนความรู้เรื่องคาควบกล้า และนกั เรียนศึกษาใบความรู้เรื่องคาควบกล้า
๔.นกั เรียนฝึกอ่านออกเสียงคาควบกล้าจากบญั ชีคา (ภาคผนวก)
๕.แบง่ นกั เรียนออกเป็น ๔ กลุ่ม ใหแ้ ต่ละกล่มุ คิดหาคาควบกล้า ตามหวั ขอ้ ทีก่ าหนดใหม้ ากทส่ี ุด
ใน เวลา ๑๐ นาที โดยจบั ฉลากหวั ขอ้ ดงั น้ี
-คาควบกล้า ร. -คาควบกล้า ล.
-คาควบกล้า ว. -คาควบกล้าไม่แท้
๖.นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมาเขียนคาทคี่ ดิ ไดบ้ นกระดานดา และร่วมกนั ตรวจสอบความ
ถูกตอ้ ง พรอ้ มฝึกอ่านออกเสียงและหาความหมาย
๗.นกั เรียนทาแบบฝึก คาควบกล้า และตรวจพรอ้ มกนั
๘.ทาแบบทดสอบหลงั เรียน ๑๐ ขอ้
๖.สื่อการเรียนการสอน
๑.แผนภูมิเพลง
๒.ใบความรู้
๓.แบบฝึ ก
๔.พจนานุกรม
๕.แบบทดสอบ
๗.การวัดผลและประเมินผล
๗.๑วิธีวัด
๑.ตรวจแบบฝึ กหดั
๒.ตรวจแบบทดสอบ
๗.๒เครื่องมือวดั
๑.แบบฝึ ก
๒.แบบทดสอบ
๗.๓เกณฑ์การประเมินผล
ระดบั ๓ คะแนน ๘-๑๐ = ดี
ระดบั ๒ คะแนน ๕-๗ = พอใช้
ระดบั ๑ คะแนน ๐-๔ = ปรบั ปรุง
๘.บันทกึ หลังสอน
๘.บันทกึ หลงั สอน
..........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน
ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
(นางสาวศุภณิ ฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน
แบบทดสอบก่อนเรียน
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๕
เร่ือง คาควบกลา้
คาชี้แจง ให้ (×) ในช่อง ก, ข, ค, ง ท่ีเป็ นคาตอบท่ถี กู ทสี่ ุดในกระดาษคาตอบ
๑.คาในขอ้ ใดอ่านไดถ้ ูกตอ้ ง
ก.โศกเศรา้ อ่านวา่ โสก-เสา้ ข.พทุ รา อ่านวา่ พดุ -ทรา
ค.นิทรา อ่านวา่ นิด-ทรา ง.ทราบ อ่านวา่ ทาบ
๒.คาในขอ้ ใดอ่านผดิ
ก.ทรุดโทรม อ่านวา่ ซุด-โซม ข.สายสร้อย อ่านวา่ สาย-ซอ้ ย
ค.เศรษฐี อ่านวา่ เสด-ถี จริง อ่านวา่ จงิ
๓.คาควบกล้าในขอ้ ใดเขียนไดถ้ ูกตอ้ ง
ก.กลบเกลอื่ น ข.กลิ่งเกรง
ค.คล้ืนเครง ง.พล้ิมเพลา
๔.คาควบกล้าในขอ้ ใดเขยี นผดิ
ก.โคลงเคลง ข.พดั พราก
ค.พร่าเพรื่อ ง.ตรากตรา
๕. “บา้ นหลงั น้ีเก่า.............................” จากประโยคขา้ งตน้ ควรเตมิ คาควบกล้าขอ้ ใดจงึ จะเหมาะสม
ก.คร่าคล่า ข.คล่าคล่า
ค.คร่าคร่า ง.คล่าคร่า
๖. “รสชาต.ิ ........สีสนั .............” จากขอ้ ความขา้ งตน้ ควรนาคาควบกล้าในขอ้ ใดเติมใหไ้ ดค้ วามหมายถูกตอ้ ง
ก.กลมกลืน,กลมเกลียว ข.กลมกลืน,กลมกล่อม
ค.กลอ้ มแกลม้ ,กลมกลืน ง.กลมกลอ่ ม,กลมกลืน
๗.คาในขอ้ ใดมีความหมายวา่ “เวลาใกลค้ ่า”
ก.พลบค่า ข.พลบคร่า ค.โพลเ้ พล้ ง.โพเ้ พล้
๘.คาในขอ้ ใดเป็ นคาควบกล้าทีต่ ่างจากพวก
ก.เศรษฐี ข.ทรวดทรง
ค.โศกเศร้า ง.นิทรา
๙.คาในขอ้ ใดเป็นคาควบกล้าแทท้ กุ คา
ก.จริงจงั ,ปรบมือ ข.ส่งเสริม,พรอ้ มเพรียง
ค.เปรมปรีด์ ิ,นิทรา ง.หาดทราย,มาตรา
๑๐. “เศรษฐีปรีชาเป็นคนไม่เกียจครา้ น จงึ มีทรัพยส์ ินมาก”จากขอ้ ความขา้ งตน้ มีคาควบกล้าไม่แทก้ ่ีคา
ก. ๑ คา ข. ๒ คา
ค. ๓ คา ง. ๔ คา
ใบความรู้
คาควบกลา้
คาควบกล้า คือ คาท่ีมีพยญั ชนะควบกบั ร ล ว ประสมสระเดียวกนั ออกเสียงควบกล้ากนั
เป็นพยางคเ์ ดียว แบ่งเป็น ๒ ชนิด คอื
๑.คาควบกล้าแท้ คอื พยญั ชนะตวั ใดตวั หน่ึงควบกล้ากบั ตวั ร ล ว ประสมสระเดียวกนั ออก
เสียงควบกล้ากนั เป็นพยางคเ์ ดียวดงั น้ี
ก ข ค ต ป พ ควบกบั ร
เช่น กรอก โกรธกร้ิว ขรุขระ ครอบครัว คร้ืนเครง ตรวจตรา ไตร ปรับปรุง พราน
พร่าเพร่ือ
ก ข ค ป ผ พ ควบกบั ล
เช่น กล่อม ขลุ่ย คลอด คลุกคลี ปลอมแปลง เผลอไผล พลอย
ก ข ค ควบกบั ว
เช่น กวาง เกวียน ขวญั ขวาน ควาย ความ
๒.คาควบกล้าไม่แท้ คอื คาควบทอี่ อกเสียงพยญั ชนะตวั ใดตวั หน่ึงเพยี งตวั เดียว หรือออกเสียง
เป็ นเสียงอื่น
๒.๑คาควบไม่แทท้ ่อี อกเสียงพยญั ชนะตวั หนา้ ดงั น้ี
ซ ศ ส จ ควบกบั ร
เช่น ไซร้ เศร้า สรอ้ ย สรา้ ง จริง ศรทั ธา
๒.๒คาควบไม่แทท้ ่ีออกเสียงพยญั ชนะตวั หนา้ เป็ น ท กบั ร ออกเสียงเป็น ซ
เช่น ทรวง ทราย ทราบ ทรุดโทรม ไทร แทรก พทุ รา
คาทีค่ วรจา
ถา้ ท กบั ร ควบกนั แลว้ ออกเสียงกล้าน้นั เป็ น
อกั ษรควบแท้ เช่น จนั ทรา (จนั -ทรา) นิทรา (นิด-ทรา)
บญั ชีคา
คาควบกลา้
คาควบกล้า ร. เกรียวกราว ขรุขระ ครอบครวั
โกรธกร้ิว ตรวจตรา ตรากตรา ปรบั ปรุง
ครึกคร้ืน พริ้มเพรา จนั ทรา นิทรา
โปรดปราน
กลมเกลียว ขลุ่ย ขลุกขลกั
คาควบกล้า ล. คล่องแคล่ว ปลดเปล้ือง ปลาบปล้ืม
กลบั กลาย เผลอไผล เพลิดเพลิน พลบั พลา
คลุกคลี
เปลี่ยนแปลง แตงกวา กวาดบา้ น แกวง่ ไกว
กวา้ งขวาง ของขวญั ขวกั ไขว่
คาควบกล้า ว. ไขวค่ วา้ เควง้ ควา้ ง
ทองกวาว เสริมสรา้ ง
มือขวา เศรา้ โศก สายสร้อย ทรุดโทรม
ควนั ไฟ จริง ศรทั ธา ตน้ ไทร
ทรวดทรง กองทราย ทราม
คาควบกล้าไม่แท้ ทรวง เสร็จ ทราบ
ไซร้ อินทรีย์ อินทรี
สรรเสริญ
พทุ รา
แทรก
ทรัพย์
แบบฝึ กท่ี ๑ เขยี นคาอ่านจากคาทกี่ าหนด
จดุ ประสงค์ : นกั เรียนสามารถอ่านและเขียนคาควบกล้าไดถ้ ูกตอ้ ง
คาชี้แจง : เขยี นคาอ่านของคาทีข่ ดี เสน้ ใตล้ งในช่องวา่ งทก่ี าหนด
ตวั อย่าง..... ฉนั นง่ั รถไปเที่ยวกรุงเทพมหานคร
อ่านวา่ กรุง-เทบ-มะ-หา-นะ-คอน
๑.หอ้ งน้าสกปรก มีกล่ินเหม็น
อ่านวา่ .....................................................................................................................................................
๒.ฝ่ายคา้ อภิปรายไม่ไวว้ างใจรัฐบาล
อ่านวา่ .....................................................................................................................................................
๓.คนไทยไม่ชอบอ่านหนงั สือจะเป็นคนโง่เขลาในภายหนา้
อ่านวา่ .....................................................................................................................................................
๔.ไก่กบั เป็ดมีรูปร่างคลา้ ยคลึงกนั มาก
อ่านวา่ .....................................................................................................................................................
๕.ครูกวกั มือเรียกนกั เรียน
อ่านวา่ .....................................................................................................................................................
๖.บา้ นเศรษฐีหลงั ใหญ่มาก
อ่านวา่ .....................................................................................................................................................
๗.จงั หวดั ฉะเชิงเทราเป็นจงั หวดั ในภาคตะวนั ออก
อ่านวา่ .....................................................................................................................................................
๘.ฉนั ชอบอ่านนิทานเรื่องเจา้ หญิงนิทรา
อ่านวา่ .....................................................................................................................................................
๙.เขาไปทาบุญกอ่ พระเจดียท์ รายในวดั
อ่านวา่ .....................................................................................................................................................
๑๐.นกอินทรีเป็นนกเหยยี่ วขนาดใหญ่
อ่านวา่ .....................................................................................................................................................
จุดประสงค์ แบบฝึ กที่ ๒ เขยี นคาจากคาอ่าน
คาชี้แจง
ตวั อย่าง : นกั เรียนสามารถเขยี นคาควบกล้าไดถ้ ูกตอ้ ง
๑.กนั -ไกร : เขียนคาควบกล้าจากคาอ่านทกี่ าหนดใหถ้ ูกตอ้ ง
ซาบ เขียนเป็น ทราบ
เขียนเป็น ......................................
๒.เสด-ถี เขียนเป็น ......................................
๓.ซวด-ซง เขียนเป็น ......................................
๔.พดุ -ซา เขียนเป็น ......................................
๕.โสก-เสา้ เขยี นเป็น ......................................
๖.นก-อิน-ซี เขียนเป็น ......................................
๗.ฉะ-เชิง-เซา เขียนเป็น ......................................
๘.นิด-ทรา เขียนเป็น ......................................
๙.สดั -ทา เขียนเป็น ......................................
๑๐.สนั -เสิน เขียนเป็น ......................................
แบบฝึ กที่ ๓ จบั คู่ตามความหมาย
จุดประสงค์ : ๑.นกั เรียนสามารถอ่าน เขียน คาควบกล้าไดถ้ ูกตอ้ ง
๒.นกั เรียนสามารถบอกความหมายของคาควบกล้าไดถ้ ูกตอ้ ง
คาชี้แจง : เลือกอกั ษรทางขวามือเตมิ หนา้ ขอ้ ความทางซา้ ยมือที่มีความสมั พนั ธก์ นั
ฏ ทาใหท้ ราบ กาจดั ทาใหก้ ลวั ก.กราม
๑.ตรงขา้ มกบั ซา้ ย ข.กรุงเทพฯ
๒.เคร่ืองมือสาหรับตดั หรือผา่ ค.ปราสาท
๓.ช่ือปลาน้าจดื ชนิดหน่ึงลาตวั แบนยาว ง.ปรานี
๔.ฟันซ่ีในทข่ี ้ึนหลงั สุด จ.ขวาน
๕.เมืองหลวงของประเทศไทย ฉ.กราวกีฬา
๖.เรือนท่มี ียอดสาหรับเป็นท่ี ช.ขวา
ประทบั ของพระเจา้ แผน่ ดิน
๗.ผรู้ ู้ ผมู้ ีปัญญา ซ.ปราชญ์
๘.เอ็นดู สงสาร ฌ.กราย
๙.ติดแน่น ญ.ตราตรึง
๑๐.เพลงสาหรับรอ้ งปลุกใจ ฎ.ปราบ
ในการแข่งขนั กีฬา
จดุ ประสงค์ : แบบฝึ กท่ี ๔ นาคาควบกลา้ ไปใช้
คาชี้แจง :
๑.นกั เรียนสามารถเขยี นคาควบกล้าไดถ้ ูกตอ้ ง
๒.นกั เรียนสามารถอ่านคาควบกล้าไดถ้ กู ตอ้ ง
เลือกคาควบกล้าท่กี าหนด เติมในช่องวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง
พุทรา ทรวดทรง อนิ ทรี ทรุดโทรม ฉะเชิงเทรา ทราย
เศรษฐี สร้างสรรค์ สรรเสริญ ศรัทธา สร้อย นนทรี
ตวั อย่าง ฉนั มอบ สรอ้ ย เป็ นของขวญั วนั เกิดแก่นอ้ ง
๑.นารีเป็นคนดี มีคนชื่นชอบยกยอ่ ง และ.......................................
๒.ประธานนกั เรียนเป็นคนมีความคิด...................................จงึ มีผลงานใหม่ๆเสมอ
๓.ประชาชนมีความ...................................หลวงพอ่ คูณมาก
๔.ประสงคช์ อบกินปลา...................................ทอด
๕....................................เป็ นผลไมท้ ี่มีรสเปร้ียวๆหวานๆ
๖.นางสาวไทยปี น้ีมี...................................สง่างามมาก
๗.บา้ นของ...................................หลงั เก่าดู...................................มาก
๘.วนั สงกรานตป์ ี น้ีฉนั ไดไ้ ปก่อพระเจดีย.์ ..................................ที่วดั
๙....................................เป็นช่ือของจงั หวดั ในภาคตะวนั ออก
๑๐.โรงเรียนชอบปลูกตน้ ...................................ไวเ้ ป็นร่มเงาสาหรบั นกั เรียน
แผนการจดั การเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๕ ภาคเรียนท่ี ๑
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ แผนการสอนท่ี ๒๑ เรื่อง อกั ษรนาจาให้ดี
สอนคร้ังที่ ๒๑ เวลา ๑ ช่ัวโมง
๑.มาตรฐานการเรียนรู้
ท.๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพอื่ นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาในการ
ดาเนินชีวติ และมีนิสยั รักการอ่าน
๒.ตวั ชี้วัด
ป. ๕/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ป. ๕/๒ อธิบายความหมายของคาประโยคและขอ้ ความทเ่ี ป็นการบรรยายและการพรรณนา
๓.จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑.นกั เรียนสามารถอ่านอกั ษรนาไดถ้ ูกตอ้ ง
๒.นกั เรียนบอกความหมายของคาอกั ษรนาได้
๔.สาระการเรียนรู้
การอ่านและบอกความหมายของอกั ษรนา
๕.กจิ กรรมการเรียนการสอน
๑.ทดสอบก่อนเรียนจากแบบทดสอบ (ภาคผนวก) ๑๐ ขอ้
๒.นกั เรียนรอ้ งเพลงอกั ษรนา (ภาคผนวก) แลว้ ช่วยกนั สรุปเน้ือหาตามเพลง
๓.นกั เรียนศึกษาเรื่องคาท่ีมีอกั ษรนาจากใบความรู้ แลว้ ช่วยกนั สรุป
๔.ฝึกอ่านคาทมี่ ีอกั ษรนาจากบตั รคา
๕.แบ่งนกั เรียนออกเป็น ๔ กลุ่ม ช่วยกนั หาคาท่ีมีอกั ษรนาในหนงั สือภาษาพาที บทที่ ๒ กลุ่มละ
๑๐ คา ออกมาเขียนบนกระดาน
๖.นกั เรียนทาแบบฝึกหดั อกั ษรนา ๔ แบบฝึก
๗.นกั เรียนตรวจแบบฝึกพร้อมกนั
๘.ทาแบบทดสอบหลงั เรียน
๖.ส่ือการเรียนการสอน
๑.แผนภูมิเพลง อกั ษรนา
๒.ใบความรูอ้ กั ษรนา
๓.บญั ชีคา
๔.แบบฝึกอกั ษรนา
๕.พจนานุกรม
๗.การวดั ผลและประเมนิ ผล
๗.๑วธิ ีวัด
๑.ตรวจแบบฝึ กหดั
๒.ตรวจแบบทดสอบ
๗.๒เครื่องมือวัด
๑.แบบฝึ ก
๒.แบบทดสอบ
๗.๓เกณฑ์การประเมินผล
ระดบั ๓ คะแนน ๘-๑๐ = ดี
ระดบั ๒ คะแนน ๕-๗ = พอใช้
ระดบั ๑ คะแนน ๐-๔ = ปรบั ปรุง
๘.บนั ทึกหลงั สอน
..........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน
ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
(นางสาวศุภิณฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน
-
แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน
แบบฝึ กเสริมทกั ษะการเขยี นสะกดคา
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๕
เร่ือง คาทีม่ ีอักษรนา
คาชี้แจง ให้ (x) ในช่อง ก, ข, ค, ง ทเ่ี ป็ นคาตอบที่ถูกทส่ี ุดในกระดาษคาตอบ
๑. คาในขอ้ ใดเป็นอกั ษรนา
ก.คลอง ข.สบาย
ค.ตลาด ง.สบง
๒. “น้าทว่ มนาจมหายหลายขนดั ทางการจดั ขา้ วขนมระดมหนุน
ขณะน้ีขาดเหลือร่วมเจอื จนุ สร้างผลบุญสืบสานขนานนาม”
จากบทกลอนขา้ งตน้ มีคาที่เป็นอกั ษรนาท้งั หมดก่ีคา
ก. ๔ คา ข. ๕ คา ค . ๖ คา ง. ๗ คา
๓.คาในขอ้ ใดอ่านออกเสียงไดถ้ ูกตอ้ ง
ก.ฉมวก อ่านวา่ ฉะ-หมวก ข.จวกั อ่านวา่ จะ-หวกั
ค.สวาท อ่านวา่ สะ-วาด ง.ตลบั อ่านวา่ ตะ-ลบั
๔. “เขาใช.้ .......................วดั ไข”้ ควรเติมคาใดลงในช่องวา่ ง
ก.ปรอท ข.ปลอด ค.ปรอต ง.ปรอธ
๕. “พวกเรากินอาหารกนั อยา่ ง....................”ควรเตมิ คาใดลงในช่องวา่ ง
ก.สบาย ข.เอร็ดอร่อย ค.สนุกสนาน ง.อลกั เอลอ่ื
๖.คาในขอ้ ใดทม่ี ีความหมายวา่ “กระวกี ระวาด, เร็วพลนั , ทนั ที”
ก.เถลไถล ข.ขมีขมนั ค.ถลา ง.ขยกุ ขยกิ
๗.อกั ษรนา “อ นา ย” ไดแ้ ก่คาใดบา้ ง
ก.อยา่ อยู่ อยา่ ง อยาก ข.อยา่ อยู่ อยา่ ง อยาด
ค.อยา่ อยา่ ง อยาก อร่อย ง.อยาก อร่อย อน่ึง อเนก
๘. “ฉะ-หวดั -ฉะ-เหวียน”เขียนเป็นคาไดอ้ ยา่ งไร
ก.ฉะหวดั ฉะเหวยี น ข.ฉหวดั ฉเหวียน ค.ฉวดั เฉวยี น ง.ฉะวดั ฉะเวยี น
๙. “กบจะใชล้ ้ิน.....................กิน.......................”ควรเตมิ คาคูใ่ ดลงในช่องวา่ ง
ก.ตลบ,แมลง ข.ตวดั ,แมลง ค.สลดั ,แมลง ง.ตะหวดั ,แมลง
๑๐.คาวา่ “สนบั สนุน”อ่านอยา่ งไรจงึ จะถูกตอ้ ง
ก.สนบั สนุน อ่านวา่ สะ-หนบั -สนุน ข.สนบั สนุน อ่านวา่ สนบั - สะ- หนุน
ค.สนบั สนุน อ่านวา่ สะ-หนบั -สะ-หนุน ง.สนบั สนุน อ่านวา่ สะ-นบั -สะ-นุน
อกั ษรนา
อกั ษรนา คือ คาท่ีมีพยญั ชนะสองตวั เรียงกนั ใชส้ ระเดียวกนั แบง่ ตามเสียงอ่านดงั น้ี
๑.อ่านออกเสียงรวมกนั สนิทเป็นพยางคเ์ ดียวกนั เมื่อมี ห หรือ อ เป็ นอกั ษรนา ไม่ออกเสียง
สระ
-เม่ือมี ห นา เช่น
หน่ึง หมดั โหม่ง หลาย ฯลฯ
-เม่ือมี อ นา ย มี ๔ คา ไดแ้ ก่
อยา่ อยู่ อยา่ ง อยาก
๒.อ่านออกเสียง ๒ พยางค์ โดยพยญั ชนะตวั แรกเป็นอกั ษรสูง หรืออกั ษรกลาง พยญั ชนะตวั
ท่ีสองเป็นอกั ษรต่าเด่ียว (ง ญ ณ น ม ย ร ล ฬ ว) อกั ษรกลางนา อ่านว่า
แลว้ ประสมสระเดียวกนั ออกเสียงพยญั ชนะตวั แรก
จะออกเสียง อะ ก่ึงเสียง พยญั ชนะตวั หลงั จะออก อร่าม อะ-หร่าม
เสียงเหมือนมี ห นา เช่น จมูก จะ-หมูก
อกั ษรสูงนา อ่านว่า ตลาด ตะ-หลาด
ถนดั ถะ-หนดั
สนาม สะ-หนาม
ฉมวก ฉะ-หมวก
บญั ชีคา
คาทีม่ อี ักษรนา
ชุดที่ ๑ หงอยเหงา หงุดหงิด เหงือกปลา
หงอนไก่ หน่วงเหน่ียว ตวั หนอน หนองน้า
หนวกหู เหนอะหนะ แหนงหน่าย หม่นหมอง
หนุบหนบั หมอกหนา หมกั หมม หมดั หมา
หมวดหมู่
หยอกเยา้ หยกุ หยกิ หยบิ ยนื่
ชุดท่ี ๒ หยมุ หยมิ สึกหรอ หรูหรา
เยย้ หยนั หลอกหลอน หลากหลาย เหลวไหล
ยดื หยนุ่ หวดุ หวดิ โหวกเหวก นกหวดี
หลงใหล แหล่งหลา้ หวา่ นขา้ ว สีเหลือง
ลูกหวา้
เหลื่อมล้า ขมุกขมวั ขมุบขมิบ ถูกเขมือบ
ขยนั เรียน ขยกุ ขยกิ โขยกเขยก
ชุดที่ ๓ โฉมเฉลา ฉลาดเฉลียว ถนอม
ขมีขมนั ผนวก ผยอง ผลิต
ขยะแขยง เศวต สงบเสงี่ยม สนิมสนม
เฉลิมฉลอง
เถลไถล เสน่หา สลากยา สยามรฐั
ฝรง่ั เสวย แสวง สลิด
ตลาด เตลิด โตนด
ชุดท่ี ๔ ปรอท ปลดั อเนก
สนุกสนาน อลกั เอลื่อ แอร่ม อเนจอนาจ
สวา่ งไสว
จวกั
บร่ันดี
อร่อย
อกั ษรนา จาเอาไว้ ภาคผนวก
พยญั ชนะอา้ งวา้ ง
ดู ดู ดู ใหด้ ี เพลง อกั ษรนา
ดู ใหด้ ีคาน้นั เม่ือมารวมกนั ในคาไทยมีหลายอยา่ ง
พะนอ พยาน พะยอม ต่างมาร่วม ใชส้ ระเดียวกนั
มีเสียง อะ พยางคห์ นา้ เสมอไป (ซ้า) ดู ดู ดู ใหด้ ี
อ่านเป็น สองพยางค์
อกั ษรนา จาเอาไว้ สบาย สบง แสดง
ออกตวั อ นน่ั ไซร้
ดู ดู ดู ใหด้ ี ห นน่ั ไงก็นาได้
ดู ใหด้ ีคาใด หน นา อยาก อยู่ อยา่ ไป คอื อ นา ย
หนา หนี หนู จาจงดี ดู ดู ดู ใหด้ ี
อ นา อ่านเพยี ง พยางคเ์ ดียว
ถา้ ห นา อ่านเพยี งพยางคเ์ ดียว (ซ้า)
**********************************
จดุ ประสงค์ : แบบฝึ กท่ี ๑ จบั คู่คากบั คาอ่าน
คาชี้แจง : นกั เรียนสามารถอ่านคาทม่ี ีอกั ษรนาไดถ้ ูกตอ้ ง
ขยา โยงเสน้ จบั คู่คาท่เี ป็นคาอ่านของคาทีก่ าหนดให้
๑.ขมีขมนั ฉะ-หนวน
๒.ฉนวน ขะ-หยา
๓.ตงิด ถะ-เหล-ถะ-ไหล
๔.เถลไถล ขะ-หมี-ขะ-หมนั
๕.สม่าเสมอ ปะ-หรอด
๖.เศวต สะ-หวนั
๗.สวรรค์ ตะ-หงดิ
๘.อร่อย ผะ-หยอง
๙.ปรอท สะ-เหวด
๑๐.ผยอง สะ-หม่า-สะ-เหมอ
อะ-หร่อย
แบบฝึ กที่ ๒ เขยี นคาจากคาอ่าน
จุดประสงค์ : นกั เรียนสามารถอ่านและเขียนคาทม่ี ีอกั ษรนาไดถ้ ูกตอ้ ง
คาชี้แจง
ตัวอย่าง : เขยี นคาที่มีอกั ษรนาจากคาอ่านทก่ี าหนดใหแ้ ลว้ ฝึกอ่าน
ผะ-หยอง เขยี นเป็น ผยอง
๑.อะ-หร่าม เขยี นเป็น.................................
๒.อิด-สะ-ระ เขยี นเป็น.................................
๓.สะ-หวาด เขียนเป็ น.................................
๔.ถะ-หวนั เขียนเป็ น.................................
๕.อะ-เหน็ด-อะ-หนาด เขยี นเป็น.................................
๖.สะ-หวนั เขยี นเป็น.................................
๗.สะ-เหน่ เขยี นเป็น.................................
๘.สะ-เหวย เขียนเป็ น.................................
๙.สะ-หยาม-รัด เขยี นเป็น.................................
๑๐.ขะ-หมี-ขะ-หมนั เขยี นเป็น.................................
แบบฝึ กที่ ๓ อกั ษรนาตามความหมาย
จดุ ประสงค์ : นกั เรียนสามารถบอกความหมายของคาทมี่ ีอกั ษรนาไดถ้ ูกตอ้ ง
คาชี้แจง :
ตวั อย่าง นาพยญั ชนะดา้ นขวามือมาใส่ในช่องวา่ งดา้ นซา้ ยมือหนา้ ความหมายของคาท่มี ี
๑. อกั ษรนาใหถ้ ูกตอ้ ง
๒.
๓. ก มีรสดี ก.อร่อย
๔.
๕. เร่งรีบ ข.ถวาย
๖.
๗. ชื่อปลาน้าจดื ไม่มีเกล็ด ค.ขมีขมนั
๘.
๙. คาทกั ทายหรือพดู ข้ึนเม่ือพบหรือจากกนั ง.ถนดั
๑๐.
ช่ือดอกไมเ้ พลิงชนิดหน่ึง พงุ่ ข้นึ สูง จ.เถล ไถล
ทช่ี ุมชนเพอ่ื ซ้ิอขายของตา่ งๆ ฉ.สวาย
ชานาญ ช.สวรรค์
เทยี่ วแวะเวียน ไม่ตรงไปตรงมา ซ.จรวด
มอบให้ ฌ.สวสั ดี
โลกของเทวดา ญ.อนาถ
สงสาร สลดใจ ฎ.ตลาด
จดุ ประสงค์ : แบบฝึ กที่ ๔ นาคาทม่ี อี กั ษรนาไปใช้
คาชี้แจง :
นกั เรียนสามารถใชค้ าทมี่ ีอกั ษรนาในประโยคไดถ้ ูกตอ้ งและเหมาะสม
นาคาท่ีมีอกั ษรนาทีก่ าหนดให้ เติมในช่องวา่ งของประโยคใหถ้ ูกตอ้ ง
ถล่ม สวงิ เหรียญ โขยกเขยก
ขย้ี ปลาสลิด สวา่ งไสว ฉมวก กอสวะ
จวกั โหวกเหวก ปลาสวาย ขมุกขมวั
เฉลียง เถลไถล สนนั่ ทลาย
ตัวอย่าง... ขย้ี มีความหมายวา่ ใชม้ ือหรือเทา้ บ้ซี ้าใหแ้ หลก
๑.ภาคเหนือฝนตกหนกั ทาใหเ้ กิดดิน......................ทบั บา้ นเรือนเสียหาย
๒.สมชาย ใช.้ ....................แทงปลาในคลอง
๓.เขาเดิน.....................เพราะหกลม้ ขอ้ เทา้ พลิก
๔......................คือ เครื่องใชส้ าหรับตกั แกง หรือกบั ขา้ ว
๕.ในคลองมี.....................เตม็ คลอง เวลาออกดอกจะมีสีม่วงสวยงามมาก
๖.แม่ทอดปลาใบไมร้ บั ประทานกบั แกงสม้ ปลาใบไมค้ ือ.....................
๗.บา้ นทรงไทยสมยั ก่อนจะมี.....................บา้ นไวน้ งั่ พกั ผอ่ น
๘.เขาชกมวยชนะเลิศ ไดร้ บั .....................ทอง
๙.ผชุมนุมตะโกนเสียงดงั .....................
๑๐.ในหมู่บา้ นมีงานบวช จึงเปิ ดไฟ.....................ไปทว่ั หมู่บา้ น
แผนการจดั การเรียนรู้
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๕ ภาคเรียนที่ ๑
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ แผนการสอนที่ ๒๒ เรื่อง สานวนไทย ใช้ให้ถูก
สอนคร้ังที่ ๒๒ เวลา ๑ ชั่วโมง
๑.มาตรฐานการเรียนรู้
ท.๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ขิ องชาติ
๒.ตัวชี้วัด
ป. ๕/๗ ใชส้ านวนไดถ้ ูกตอ้ ง
๓.จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑.นกั เรียนสามารถบอกความหมายของสานวนไทยได้
๒.นกั เรียนสามารถใชส้ านวนไทยไดถ้ ูกตอ้ ง
๔.สาระการเรียนรู้
สานวนไทย
๕.กิจกรรมการเรียนการสอน
๑.นกั เรียนร้องเพลงหมานอ้ ยในรางหญา้ ตามส่ือ DLTV ของไกลกงั วล ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๕
ยอ้ นหลงั เรื่อง สานวนไทยใชใ้ หถ้ ูก
๒.ครูซกั ถามเกี่ยวกบั เรื่องในเพลง เช่น สุนขั ทาถูกไหม สุนขั ตอ้ งตากฝน ใครสงสารบา้ ง
เพราะเหตุใด เพลงน้ีตรงกบั สานวนวา่ อะไร และมีความหมายวา่ อะไร
๓.ครูเขียนคาบนกระดาน แลว้ ใหน้ กั เรียนเรียงคาใหถ้ ูกตอ้ ง เช่น
อ่ึง ปัญญา แค่ หาง ปัญญาแคห่ างอ่ึง
ปลา ฝาก ไว้ กบั แมว ฝากปลาไวก้ บั แมว
๔.ครูใหน้ กั เรียนอ่านขอ้ ความดงั กล่าว แลว้ ถามนกั เรียนวา่ เคยไดย้ นิ ขอ้ ความพวกน้ีไหม เขา
เรียกวา่ อะไร
๕.ครูอธิบายถึงความหมายของสานวนไทย และการนาสานวนไทยไปใช้
๖.นกั เรียนทาแบบฝึกหดั การใชส้ านวนไทย (ภาคผนวก)
๗.นกั เรียนทาการบา้ น โดยไปหาสานวนไทยในหอ้ งสมุด คนละ ๒๐ สานวน พร้อมท้งั หา
ความหมายดว้ ย
๖.สื่อการเรียนการสอน
๑.DLTV ไกลกงั วล ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕ ยอ้ นหลงั เร่ืองสานวนไทยใชไ้ ดถ้ ูกตอ้ ง
๒.หนงั สือสานวนสุภาษติ
๓.เพลงหมานอ้ ยในรางหญา้
๔.ใบความรู้ สานวน
๗.การวดั ผลและประเมินผล
๗.๑วิธีวัด
การทาแบบฝึ ก
๗.๒เคร่ืองมือวัด
แบบฝึ ก
๗.๓เกณฑ์การประเมินผล
-
๘.บนั ทึกหลงั สอน
..........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน
ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
(นางสาวศุภิณฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน
-
เพลง หมาน้อยในรางหญ้า
เชา้ วนั หน่ึงที่หมู่บา้ นริมเขา
มีเจา้ หมานอ้ ยเล่นซุกซนไปมา
แลว้ ไม่นานนกั มนั เร่ิมเหน่ือยอ่อนลา้
จงึ ลม้ ตวั นอนในรางหญา้
ช่างแสนสบาย สบาย สบาย
สบายจงั เลย ตนื่ .....เสียงแม่ววั
ปลุกมนั ใหต้ นื่ ข้นึ มา ตืน่ ตืน่
ต่ืนเถอะ ตื่น ตื่น ต่ืน พวกเราจะกินหญา้ แลว้
เจา้ หมานอ้ ยยงั นอนทาไม่รู้ไม่ช้ี
เสียงอูอ้ ้ีบอกแม่ววั และพม่ี า้ ไปเถอะไป ไปกินทีอ่ ื่นก่อนหนา
รู้ไหมวา่ ตอนน้ีฉนั กาลงั สบาย สบาย สบาย สบาย จริงจริง
แลว้ เยน็ วนั น้นั ฝนก็เร่ิมกระหน่า เจา้ ของรีบปิ ดโรงนา
เจา้ หมานอ้ ยวงิ่ มาทางไหนไม่ทนั จึงตอ้ งนอนหนาวทชี่ ายคาท้งั คืน
พอรุ่งเชา้ แม่ววั และพม่ี า้ เดินออกมาจากโรงนาทุกวนั
เห็นเจา้ หมานอ้ ยเล่นฝนตวั สน่ั ไม่มีใครจะสนใจใยดี
ไม่มี ไม่มีใครจะสนใจใยดี
ใบความรู้
เรื่อง สานวน
สานวน คอื ถอ้ ยคาหรือขอ้ ความท่ีกล่าวสืบต่อมาชา้ นานแลว้ มีความหมายไม่ตรงตามตวั หรือมี
ความหมายอ่ืนแฝงอยู่
แบบฝึ กการใช้สานวนไทย
คาชี้แจง นาสานวนที่กาหนดใหไ้ ปเตมิ ในช่องว่างใหถ้ ูกตอ้ ง เหมาะสมกบั ขอ้ ความ
อมพระมาพดู เป็นปี่ เป็ นขลุ่ย มือไม่พายเอาเทา้ ราน้า
เกลือเป็ นหนอน ขมิ้นกบั ปนู กาแพงมีหูประตมู ีตา
๑.พน่ี อ้ งคูน่ ้ีเจอกนั ทไี รทะเลาะกนั ทุกทีเหมือนกบั .................................................;
๒.พวกเธอไม่ช่วยแลว้ ยงั มาทาใหเ้ สียเวลาอีก อยา่ งน้ีเรียกวา่ .................................................
๓.ความลบั ของพวกเรารู้ไปถึงหูของศตั รูเสมอ ทาใหส้ งสัยวา่ .................................................
๔.อยา่ พดู เสียงดงั ไป เดี๋ยวเขาไดย้ นิ อยา่ ลืมวา่ .................................................
๕.ฉนั ไม่เช่ือคาพดู ของคุณแลว้ ตอ่ ให้ .................................................
๖.เขาสองคน พดู จาเขา้ กนั .................................................ไม่ขดั คอกนั เลย
แผนการจดั การเรียนรู้
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๕ ภาคเรียนท่ี ๑
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ แผนการสอนที่ ๒๓ เร่ืองการเขยี นบรรยายความรู้สึก
สอนคร้ังท่ี ๒๓ เวลา ๑ ชั่วโมง
๑.มาตรฐานการเรียนรู้
ท.๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขยี นเขยี นส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี นเรื่องราว ในรูปแบบ
ตา่ งๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้
๒.ตวั ชี้วัด
ป.๕/๖ เขยี นแสดงความรู้สึกและความคดิ เห็นไดต้ รงตามเจตนา
๓.จุดประสงค์การเรียนรู้
นกั เรียนสามารถเขยี นบรรยายความรูส้ ึกได้
๔.สาระการเรียนรู้
การเขียนบรรยายความรู้สึก
๕.กิจกรรมการเรียนการสอน
๑.นกั เรียนรอ้ งเพลง รอยแผลเป็น (ในภาคผนวก)
๒.ครูถามนกั เรียนวา่ คนท่รี ้องเพลงน้ีเขามีความรู้สึกอยา่ งไร และนกั เรียนมีความรูส้ ึกอยา่ งไร
๓.นกั เรียนศกึ ษาใบความรู้ การเขียนบรรยายความรูส้ ึก (ภาคผนวก) ครูอธิบายเพม่ิ เตมิ
๔.เปิ ด DLTV ไกลกงั วล เร่ืองการเขียนบรรยายความรู้สึก
๕.นกั เรียนฝึกเขียนบรรยายความรูส้ ึกท่ีมีต่อ พอ่ แม่ และดูตวั อยา่ งจาก DLTV เร่ืองการเขียนบรรยาย
ความรู้สึก
๖.นกั เรียนเขียนความรูส้ ึกกบั การอ่านขา่ ว เป็นการบา้ น โดยอ่านขา่ วในหนงั สือพมิ พ์ แลว้ เขียนขา่ ว
ลงสมุด พร้อมท้งั เขยี นบรรยายความรูส้ ึกท่มี ีตอ่ ขา่ วน้นั
๖.สื่อการเรียนการสอน
๑. DLTV ไกลกงั วล ช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ ๕ เรื่องการเขียนบรรยายความรู้สึก
๒. เพลง รอยแผลเป็น
๓. ใบความรู้ การเขียนบรรยายความรูส้ ึก
๗.การวดั ผลและประเมินผล
๗.๑ วิธีวัด
๑. การแสดงความรู้สึกทีม่ ีต่อเพลง
๒. การเขียนบรรยายความรูส้ ึกท่มี ีต่อพอ่ -แม่
๗.๒ เคร่ืองมือวดั
๗.๓ เกณฑ์การประเมินผล
๘.บันทึกหลงั สอน
..........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน
ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
(นางสาวศุภิณฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน
-
รอยแผลเป็ น
บาดแผลคราวน้ี รูด้ ีวา่ หนกั แผลมนั ใหญ่นกั ตอ้ งรกั ษานาน เขายงิ จนซมลม้ ซุน เขาซดั เสียพรุนเลือด
ซ่าน ก็คงไม่นาน แผลมนั กห็ าย แตแ่ ผลเป็ นน้นั ซิมนั ผนึก ฝังลอยอยลู่ ึกใหน้ ึกจนตาย รกั กนั ไม่ทนั ถึงสองปี
รอยร้าวกม็ ีงา่ ยง่าย ไม่เคยเสียดายตามใจเลยหนอ
สุขเถิดจอมขวญั สุขสนั ตส์ ุขขี ไดด้ ีมีหนา้ นอ้ งอยอู่ ยา่ งกาไม่แหงนหนา้ รอ จะจูบแผลเป็นทุกเยน็ ค่า
กลืนความเจบ็ ช้าไวใ้ หพ้ อ ไปดีเถิดหนอโหสิกรรม อยอู่ ยา่ งคนแพใ้ หแ้ ผลเป็ นเพอ่ื น แผลเป็นเสมือนเครื่อง
เตือนความจา นอ้ งจนมอซอขอลา อกี ท้งั ราคาก็ตา่ ขอไปตามกรรมตามวาสนา
ใบความรู้
การเขยี นบรรยายความรู้สึก
ความรู้สึก คอื การรบั รูส้ ิ่งต่างๆผา่ นประสาทสมั ผสั ท้งั หา้ เช่น ความรู้สึกกลวั เกิดจากตามองเห็น
แลว้ ความรูส้ ึกนึกคดิ จิตใตส้ านึกหรือจนิ ตนาการ คาดการณ์ถึงภยั อนั ตรายหือความเจบ็ ปวดที่เกิดข้ึนกบั
ตนเอง
การเขยี นบรรยายความรู้สึก
การเขยี นบรรยายความรูส้ ึก คือการเขียนอธิบายหรือถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของผเู้ ขยี นต่อสิ่งใด
สิ่งหน่ึง หรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หน่ึง ผอู้ ่านจะสามารถรบั รูค้ วามในใจของผเู้ ขียนเพยี งใด ข้นึ อยกู่ บั วา่
ผเู้ ขยี นมีทกั ษะในดา้ นการใชภ้ าษาเขยี นไดด้ ีเพยี งใด
แผนการจดั การเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๕ ภาคเรียนท่ี ๑
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ แผนการสอนที่ ๒๔ เร่ืองตนเป็ นที่พง่ึ แห่งตน
สอนคร้ังที่ ๒๔ เวลา ๑ ช่ัวโมง
๑.มาตรฐานการเรียนรู้
ท.๑.๑. ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพอื่ นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาในการดาเนิน
ชีวติ และมีนิสยั รกั การอ่าน
ท.๕.๑. เขา้ ใจและแสดงความคิด วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยไดอ้ ยา่ งเห็นคุณค่า
๒.ตัวชี้วดั
ป.๕/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ป.๕/๒ อธิบายความหมายของคา ประโยค และขอ้ ความทเี่ ป็นการบรรยายและการพรรณนา
ป.๕/๔ ท่องจาบทอาขยานตามทกี่ าหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคุณคา่ ตามความสนใจ
๓.จุดประสงค์การเรียนรู้
๑.นกั เรียนสามารถอ่านบทรอ้ ยกรอง ตนเป็ นท่พี ่งึ แห่งตน ไดถ้ ูกตอ้ ง
๒.นกั เรียนสามารถอ่านและเขียนคาในบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
๔.สาระการเรียนรู้
บทร้อยกรอง ตนเป็นทพ่ี ่งึ แห่งตน
๕.กจิ กรรมการเรียนการสอน
๑.ครูเขยี นคาบาลี อตั ฺ ตาหิ อตั ฺ ตโน นาโถ ใหน้ กั เรียนอ่าน และอธิบายความหมาย
๒.นกั เรียนอ่านบทร้อยกรอง ตนเป็ นทีพ่ ่งึ แห่งตน ในหนงั สือวรรณคดีลานา บทท่ี ๕ หนา้ ๗๕โดย
อ่านในใจเพอื่ สารวจหาคายาก แลว้ มาเขียนบนกระดานดา
๓.นกั เรียนอ่านคายากบนกระดานดา
๔.นกั เรียนฟัง การอ่านแบบทานองเสนาะ จากเทปเสียง บทอาขยานช้นั ประถมศึกษา
๕.นกั เรียนอ่านตาม และฝึกอา่ น
๖.ครูและนกั เรียนช่วยกนั ถอดคาประพนั ธ์ สรุปบทร้อยกรอง ตนเป็ นที่พ่งึ แห่งตน
๗.นกั เรียนฝึกท่องบทอาขยานเป็นการบา้ น แลว้ ทอ่ งใหค้ รูฟังในชว่ั โมงตอ่ ไป
๖.ส่ือการเรียนการสอน
๑. DLTV ไกลกงั วล ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๕ ยอ้ นหลงั เรื่อง ตนเป็นทพ่ี ่งึ แห่งตน
๒. หนงั สือวรรณคดีลานา
๓. พจนานุกรม
๔. แบบทดสอบ
๕. เทปบนั ทึกเสียง บทอาขยานช้นั ประถมศึกษา
๗.การวัดผลและประเมินผล
๗.๑ วิธีวัด
ทาแบบทดสอบ
๗.๒ เคร่ืองมือวัด
แบบทดสอบ
๗.๓ เกณฑ์การประเมินผล
-
๘.บนั ทึกหลังสอน
..........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
(นางปราณี ชานิธุระการ)
ครูผู้สอน
ความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
(นางสาวศุภณิ ฎา ชูศรี )
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าหิน
-