The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปรายงาน การศึกษา ดูงานต่างประเทศ - 03

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by weenaprapa.c, 2022-09-27 13:30:52

สรุปรายงาน การศึกษา ดูงานต่างประเทศ - 03

สรุปรายงาน การศึกษา ดูงานต่างประเทศ - 03

สรุปรายงานการศึกษาดงู านตา่ งประเทศ

โครงการพฒั นาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖2 ณ
ประเทศนวิ ซีแลนด์ (AFS EDUCATOR PROGRAM – NEW ZEALAND)

จดั ทำโดย
นางสาววณี ประภา เชิงเชาว์ ตำแหนง่ ครชู ำนาญการ

โรงเรียนวัฒโนทยั พายพั จงั หวัดเชียงใหม่
สำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 34

โครงการพัฒนาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซแี ลนด์



บทคดั ย่อ

สรุปผลการเข้ารว่ มโครงการพฒั นาอาสาสมัครเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาอังกฤษ
พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซแี ลนด์ (AFS EDUCATOR PROGRAM – NEW ZEALAND)

ระหว่างวนั ที่ ๑๙ ตุลาคม - ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

โครงการพฒั นาอาสาสมัครเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้
ผู้เข้าร่วมโครงการได้รบั ประสบการณต์ รงจากการเขา้ รว่ มโครงการด้านภาษาและวฒั นธรรม การจัดการเรยี น
การสอนในประเทศนิวซแี ลนด์ การทำงานร่วมกบั ครตู า่ งชาตดิ า้ นการวางแผนและการสอน

การเข้าร่วมโครงการครัง้ นี้ ได้สรุปผลการศกึ ษาดูงานออกเปน็ 3 ประเด็น คือ 1) การจดั ระบบ
การศึกษา 2) การจัดการเรยี นการสอน และ 3) การวดั และประเมนิ ผล โดยมีรายละเอียดดงั นี้

1. การจัดระบบการศึกษาแบ่งเป็น 4 ระดับคือ
- โรงเรยี นประถมตน้ (Primary School) อายุ 5 – 10 ปี
- โรงเรียนประถมปลาย (Intermediate School) อายุ 11 – 13 ปี
- โรงเรียนมัธยม (Secondary School / College) โดยแบ่งเปน็ 2 ชว่ งชั้นคือ
ชัน้ มธั ยมศึกษาตอนตน้ เรียกวา่ Year 8 – 9 อายุ 13 – 15 ปี
ชน้ั มัธยมศึกษาตอนปลาย เรยี กวา่ Level 1 – 3 อายุ 16 – 18 ปี
- อดุ มศึกษา / มหาวิทยาลยั อายุ 18 – 20 ปี (เรยี น 3 ปี)

2. ด้านการจัดการเรยี นการสอนโรงเรียนในประเทศนิวซีแลนด์จัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียน
เป็นสำคัญ มุง่ เน้นให้ผเู้ รยี นเรยี นรู้ตามความถนดั ของตนเอง โดยผเู้ รยี นสามารถเลือกวชิ าท่ตี นตอ้ งการจะเรียน
ได้ตง้ั แตร่ ะดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลายโดยเปดิ โอกาสให้ผู้เรยี นได้ลงพื้นที่เพือ่ ฝึกปฏบิ ัติในสถานท่ีจริงเพ่ือค้นหา
ความชอบของตนเอง โดยจัดการเรียนการสอนตามแนวคิด Student centered, Project Based Learning,
Experiential Leaning และการจัดการเรยี นการสอนแบบ Coding สง่ เสรมิ การเรียนรู้ภาษาและวฒั นธรรมถนิ่

3. การวัดและประเมนิ ผล ในระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย นักเรียนตอ้ งสอบวัดระดบั ทกุ ปี เพ่อื ให้ผ่าน
ระดับ Level 1 – 3 นักเรียนต้องผ่านการสอบวัดระดับโดยใช้ข้อสอบเดียวกันทั้งประเทศ เพื่อควบคุม
มาตรฐานการศึกษา โดยหนว่ ยงานกลางของรฐั ท่ีมชี ่อื วา่ NZQA - New Zealand Qualifications Authority
และเมือ่ สำเรจ็ การศกึ ษาจะไดร้ บั วฒุ ิ NCEA เพ่อื ใช้ศึกษาต่อในระดบั มหาวิทยาลัยโดยไมจ่ ำเปน็ ต้องสอบแขง่ ขนั

ประโยชนท์ ี่ได้รบั ทไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาดงู านครง้ั นี้ คอื ไดศ้ กึ ษาเรียนร้ทู างด้านภาษาและวัฒนธรรมของ
นิวซีแลนด์อย่างลึกซึ้ง ด้านภาษาและวัฒนธรรม การจัดการเรียนการสอนในประเทศนิวซีแลนด์ การทำงาน
ร่วมกับครูต่างชาติด้านการวางแผนและการสอน ซึ่งส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอนในวิชาภาษาอังกฤษ
กล่าวคือ สามารถนำกระบวนการจัดการเรียนการสอนนั้นกลับมาประยุกตใ์ ชใ้ นการจัดการเรียนการสอนวชิ า
ภาษาอังกฤษในชั้นเรียน อีกทั้งขยายผลประสบการณ์ที่ได้จากการไปศึกษาดูงานครั้งนี้ จะช่วยแรงจูงใจให้
นักเรยี นสนใจท่ีจะอยากเรียนวชิ าภาษาองั กฤษ และสร้างแรงบันดาลใจใหน้ กั เรียนอยากที่จะเดนิ ทางไปศึกษา
ต่อยังตา่ งประเทศตอ่ ไป

นางสาววีณประภา เชิงเชาว์
ผจู้ ัดทำ

โครงการพฒั นาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซแี ลนด์



สารบัญ

บทคดั ย่อ หน้า
สารบัญ

ส่วนท่ี 1 ข้อมลู ทั่วไป ข
ส่วนที่ 2 ข้อมลู ท่ไี ดร้ บั จากการศึกษาดงู าน และไปปฏบิ ตั ิงาน 1
2
ตอนท่ี 1 ประเทศนิวซีแลนด์ 3
7
ตอนที่ 2 กรงุ เวลลิงตนั 8
การเดนิ ทางสเู่ วลลิงตนั 9
วถิ คี นเวลลิงตนั
12
ตอนที่ 3 การจดั การศึกษา 13
01 – โครงสรา้ งการศกึ ษาในนิวซีแลนด์ 15
02 – โรงเรยี นประถมตน้ :Lyall Bay Primary School 17
17
03 – โรงเรียนประถมปลาย:Evans Bay Intermediate School 19
- ขอ้ มลู โรงเรยี น 21
- การจัดการเรียนการสอน วชิ าพน้ื ฐาน 24
28
- การจดั การเรยี นการสอนวชิ าเพิ่มเติม 31
04 – โรงเรยี นมธั ยม:Rongoti College Secondary School 33
05 – วชิ าภาคบังคบั :Compulsory subject 37
41
06 – วิชาเลือกเสรี:Elective 44
07 – วิธกี ารสอน: Teaching Method 46
08 – ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น: Production Stage 49
51
09 – การเรียนรเู้ ชิงประสบการณ์: Experiential Learning 51
10– การศึกษาโคด้ ด้งิ : Coding Learning 53
11–ห้องเรยี นแบบเปิด: Open Classroom 55
58
12– การประชมุ นกั เรยี นประจำสปั ดาห:์ School Assembly 60
ตอนท่ี 4 วิถีชุมชนสู่การเรยี นรู้ 61
64
เมารี: Maori 67

ซามวั : Samoa
แหล่งเรียนรูภ้ ายในชมุ ชน:Learning Resource
สว่ นท่ี 3 การเปรยี บเทยี บการศกึ ษาไทยกับนิวซีแลนด์ เพ่อื ประยกุ ตใ์ ช้

ภาคผนวก
เกียรตบิ ัตร
สอื่ การสอนท่นี ำไปเผยแพรว่ ฒั นธรรม

เอกสารประกอบรายงานการศึกษาดงู าน

โครงการพฒั นาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซแี ลนด์



สรุปรายงานการศกึ ษาดูงานต่างประเทศ
โครงการพฒั นาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาอังกฤษ
พ.ศ. ๒๕๖๒ ณประเทศนิวซแี ลนด์ (AFS EDUCATOR PROGRAM – NEW ZEALAND)

ระหว่างวนั ที่ 19 ตุลาคม - 9 พฤศจิกายน๒๕๖๒
...............................................

ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป

๑.๑ ชื่อ นางสาววีณประภา สกุล เชิงเชาว์

Name Miss Weenaprapa Surname Cherngchow

วัน/เดือน/ปเี กดิ 12 มนี าคม ๒๕29 อายุ 33 ปี

วฒุ ิการศกึ ษา

ปรญิ ญาตรี ศษ.บ(ภาษาองั กฤษ) มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่

ปี พ.ศ.ที่สำเรจ็ การศึกษา ๒๕๕2

ปริญญาโท ศษ.ม (เทคโนโลยแี ละส่อื สารการศึกษา) มหาวิทยาลัยสุโขทยั ธรรมาธิราช

ปี พ.ศ.ทสี่ ำเรจ็ การศึกษา ๒๕58

๑.๒ ตำแหน่งปัจจบุ ัน ครชู ำนาญการ

สถานท่ที ำงาน โรงเรยี นวฒั โนทยั พายัพ
ตงั้ อยู่
เลขท2่ี 2 ถนน บญุ เรืองฤทธิ์ ตำบลหายยา อำเภอเมือง
50100
จงั หวัดเชียงใหม่ รหสั ไปรษณยี ์

โทรศัพท์ 053 - 277151

โทรสาร 053 - 277452
สังกัด สำนักงานเขตพ้นื การศกึ ษามธั ยมศกึ ษาเขต ๓4

หนา้ ท่ีความรับผิดชอบ ๑.ครผู สู้ อนภาษาอังกฤษระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4
2. รองหวั หน้ากลมุ่ สาระภาษาตา่ งประเทศท่ี 1 (ภาษาอังกฤษ)
3. หวั หนา้ งานวิเทศสัมพันธ์

4. หัวหน้างานโครงการเอเอฟเอสโรงเรียนวัฒโนทัยพายพั
5. งานบคุ ลากร (การสรรหาและจดั จ้าง)
6. งานประชาสมั พนั ธโ์ รงเรยี น

๑.๓ ชื่อเร่อื ง / หลักสูตร

โครงการพฒั นาอาสาสมคั รเอเอฟเอสด้านการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๑ณประเทศนวิ ซแี ลนด์

( AFS EDUCATOR PROGRAM – NEW ZEALAND)เพอื่

 ศึกษา  ฝกึ อบรม  ดงู าน

 ประชุม / สัมมนา  ปฏบิ ตั ิงานวิจยั  ไปปฏิบัตงิ านในองคก์ ารระหว่างประเทศ

แหลง่ ผู้ใหท้ ุน มลู นิธกิ ารศึกษาและวฒั นธรรมสัมพันธไ์ ทย-นานาชาติ (เอเอฟเอส ประเทศไทย)

ประเทศท่ไี ป ประเทศนวิ ซีแลนด์

โครงการพัฒนาอาสาสมัครเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซีแลนด์



ระยะเวลาการเขา้ รว่ มโครงการ ๓ สัปดาหร์ ะหว่างวนั ท่ี 19 ตลุ าคม – 9 พฤศจิกายน ๒๕๖๑
(ไม่รวมวนั เดนิ ทาง)

ภายใต้โครงการพัฒนาอาสาสมัครเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖2 ณ ประเทศ
นิวซีแลนด์ (AFS EDUCATOR PROGRAM – NEW ZEALAND) ของมูลนิธิการศึกษาและวัฒนธรรมสัมพันธ์
ไทย-นานาชาติ (เอเอฟเอส ประเทศไทย)
วฒุ บิ ัตรทไี่ ด้รับ

๑. เกยี รติบตั รครผู ูเ้ ขา้ รว่ มโครงการ AFS Intercultural Educator Program in NEW
ZEALAND จากมลู นิธกิ ารศกึ ษาและวัฒนธรรมสมั พนั ธ์ไทย – นานาชาติ (เอเอฟเอสประเทศไทย)

๒. เกยี รตบิ ัตรผูผ้ ่านการอบรมหลักสตู ร Global Competence Certificate

ส่วนท่ี 2 ขอ้ มูลท่ีไดร้ บั จากการศกึ ษาดูงาน และไปปฏิบตั ิงาน
วตั ถุประสงค์ของการศึกษาดูงาน

1. เพอ่ื ใหผ้ ูเ้ ขา้ ร่วมโครงการไดร้ ับประสบการณต์ รงจากการเข้าร่วมโครงการเชน่
- ศกึ ษาเรียนร้ทู างดา้ นภาษาและวฒั นธรรมของนวิ ซีแลนด์อยา่ งลกึ ซง้ึ
- ทำงานร่วมกับครนู ิวซีแลนด์ในระดบั ช้ันตา่ ง ๆ ในโรงเรยี น
- สงั เกตการณ์และเรยี นรเู้ ก่ยี วกบั การสอน ในประเทศนิวซแี ลนด์
- ไดท้ ำการสอนและ/หรือเป็นผู้ช่วยสอนในชว่ั โมงการสอนภาษา

2. เพ่ือใหค้ รูไทยมโี อกาสพบปะพดู คุยแลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ กับครผู ู้สอนในช้นั เรยี น
ชาวตา่ งชาติซึง่ นอกจากจะได้แนวคดิ ท่จี ะเป็นประโยชนใ์ นดา้ นการศกึ ษาแล้วยงั นบั วา่ เปน็ การ
เสรมิ สร้างความเข้าใจและความสัมพันธอ์ นั ดีระหวา่ งทงั้ 2 ชาติ

โครงการพฒั นาอาสาสมัครเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซแี ลนด์



ตอนท่ี ๑ : ประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand)

นิวซีแลนด์ (อังกฤษ: New Zealand; เมารี: Aotearoaหมายถึง
"ดินแดนแห่งเมฆยาวสีขาว" หรือ NiuTirenio ซึ่งเป็นการทับศัพท์จาก
ภาษาองั กฤษ) เปน็ ประเทศทป่ี ระกอบด้วยเกาะใหญ่ 2 เกาะ รวมถึงเกาะเล็ก
ๆ จำนวนหนงึ่ ในมหาสมุทรแปซิฟกิ ตอนตะวนั ตกเฉยี งใต้ - นวิ ซีแลนด์มีเมือง
หลวงชื่อเวลลิงตัน

นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ห่างไกลจากประเทศอื่น ๆ มากที่สุด ประเทศที่อยู่ใกล้ที่สุดคือประเทศ
ออสเตรเลีย ซึ่งต้ังอยูท่ างตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะใหญ่ 2,000 กิโลเมตร โดยที่มี ทะเลแทสมนั กั้นกลาง
ดินแดนเดยี วทอ่ี ยู่ทางใตค้ อื ทวีปแอนตารก์ ตกิ า และทางเหนอื คอื นิวแคลิโดเนยี ฟิจิ และตองงา

ประเทศนิวซีแลนด์แบ่งออกเป็น 2 เกาะหลัก และ
เกาะเลก็ ๆ อีกหลายเกาะต้งั อยกู่ ลางกระแสน้ำแบ่งซกี
โลกเหนือและซีกโลกใต้ ทางเหนือและทางใต้ของ
เกาะถูกแบ่งโดยช่องแคบคุกซึ่งมีความกว้าง 20
กิโลเมตร และเป็นจุดที่แคบที่สุดของเกาะ ปริมาณ
พื้นที่ของประเทศคือ 268,680 ตารางกิโลเมตร
( 103,738 ตารางไมล์ ) มีขนาดเล็กกว่าประเทศ
อิตาลีและประเทศญีป่ ่นุ เลก็ น้อย และเล็กกว่าสหราช
อาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ เกาะที่มี
ขนาดเล็กกว่าที่มีผู้คนอาศัยอยู่และมีความสำคัญ
ประกอบไปด้วยเกาะ Stewart Island/Rakiura;
เ ก า ะ Waiheke, เ ก า ะ Great Barrier แ ล ะเกาะ
Chatham

ประเทศนิวซีแลนด์มแี หลง่ น้ำครอบคลุมทั่วประเทศและเป็นประเทศอนั ดับ 7 ของโลกท่มี พี ื้นทีท่ างน้ำ
ซ่ึงมีความสำคญั ทางด้านเศรษฐกิจครอบคลมุ ถงึ 4 ลา้ นตารางกิโลเมตร ( 1.5 ลา้ นตารางไมล์ ) มากกวา่ ขนาด
พ้ืนทด่ี นิ ถงึ 15 เท่า จุดทสี่ งู ทส่ี ุดของประเทศนิวซีแลนดค์ อื ภเู ขา Aoraki/Mount Cook ซึง่ มคี วามสูง 3754
เมตร ( 12,320 ฟตุ ) มจี ุดทส่ี งู ทีส่ ุด 18 แหง่ ทมี่ ีความสูงเกิน 3,000 เมตร ( 10,000 ฟตุ ) อยูท่ างใต้ของ
เกาะ ทางเหนอื ของเกาะมพี ้นื ทท่ี ีเ่ ปน็ ภูเขาน้อยกวา่ ทางใต้ แตเ่ ป็นที่รกู้ ันว่าภูเขาเหลา่ นน้ั เปน็ ภเู ขาไฟ ภูเขาทส่ี งู
ทีส่ ดุ ของเกาะทางเหนือคือภูเขา Mount Ruapehu ( 2,797 เมตร / 9,177 ฟุต ) และเป็นภเู ขาไฟทย่ี ังประ
ทอุ ยู่ มพี ืน้ ทหี่ ลายแหง่ ที่สวยงามน่าต่ืนตาตนื่ ใจ

โครงการพฒั นาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซแี ลนด์



นิวซีแลนด์ได้กลายเป็นอาณานิคมของอังกฤษด้วย
สนธิสัญญาไวตางี (Treaty of Waitangi) เมื่อปี พ.ศ.

2383 ซึ่งได้สญั ญาไว้ว่าจะใหส้ ิทธิในการเปน็ ผู้นำชนเผา่
อย่างเตม็ รูปแบบ "complete chieftainship"
(tinorangatiratanga) แก่ชาวเมารีพื้นเมือง ในปัจจุบัน

ความหมายท่แี นน่ อนของสนธิสัญญาน้ยี งั คงเป็นข้อพิพาท
และยังคงเปน็ เรื่องท่ีก่อให้เกดิ การแบง่ แยกและความไม่พอใจกนั อยู่เนื่องจากมีการแปลสนธสิ ญั ญาทัง้ สองฉบับ
ไม่ตรงกัน โดยในฉบับภาษาอังกฤษมีใจความว่าสหราชอาณาจักรจะปกครองประเทศและประชาชนของ

ประเทศ ในขณะท่ใี นฉบับภาษาเมารีมีใจความวา่ สหราชอาณาจักรจะเป็นฝ่ายสนับสนุนการปกครองของผนู้ ำท่ี
ชาวเมารีพึงใจใหป้ กครอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2383 นิวซีแลนด์ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นประเทศอิสระท่ใี ช้
ระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ และอยู่ภายใต้สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2แห่งสหราช

อาณาจักร ซึ่งเป็นราชินีพระองค์เดียวกับที่ทรงปกครองประเทศอื่นในเครือจักรภพแห่งอังกฤษ เช่น
ออสเตรเลีย ฟิจิ ฯลฯ นิวซีแลนด์รับผิดชอบการต่างประเทศของหมู่เกาะคุกและนอี ูเอ ซึ่งเป็นพื้นทีป่ กครอง
ตนเองพิเศษโดยมรี ฐั บาลราชอาณาจกั รนิวซแี ลนด์เป็นผ้ชู ีแ้ นะและปกครองโตเกเลาเป็นเมอื งข้นึ

Local Time เวลาท้องถ่นิ

นิวซแี ลนด์ตง้ั อยใู่ กล้เส้นแบ่งเวลาสากล (International Date Line) โดยเร็วกว่ามาตรฐาน กรนี ิช 12
ชั่วโมง และเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง ในช่วง Daylight Saving Time (ตุลาคม–มีนาคม) จะปรับเวลาให้
เรว็ ข้นึ 1 ชวั่ โมงทำใหเ้ วลา เรว็ กว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง

สภาพภมู ิอากาศ

ประเทศนิวซีแลนด์มีลักษณะภูมิอากาศแบบอบอุ่นชื้นเนื่องจากรับอิทธิพลของลมประจำคือลม
ตะวันตกเฉียงเหนือที่นำความชื้นจากทะเลเข้ามาทำให้ฝนตกอย่างสม่ำเสมอตลอดท้ั งปีโดยเฉพาะบริเวณ
ชายฝง่ั ด้านตะวนั ตกของเกาะใต้ซ่งึ เปน็ ด้านทรี่ ับลม

ประกอบดว้ ย 4 ฤดูกาลได้แก่ฤดูร้อนธันวาคม[6] - กุมภาพันธ์ฤดูใบไม้ร่วงมีนาคม– พฤษภาคมฤดู
หนาวมิถนุ ายน– สงิ หาคมฤดใู บไม้ผลิกันยายน– พฤศจกิ ายนเนื่องจากต้ังอยใู่ นโซนอากาศอบอุ่นทำให้มีอากาศ
อบอนุ่ ชุ่มชนื้ ตลอดปฤี ดรู ้อนอากาศค่อนข้างเย็นฤดหู นาวไมห่ นาวจัดมากมฝี นตกตลอดปีซงึ่ ไดร้ ับอทิ ธิพลจาก -

ลมประจำที่พัดผ่านคือลมฝ่ายตะวันตก - กระแสน้ำอุ่นออสเตรเลยี ตะวันออกอากาศแตกต่างกันดังนี้ - เกาะ
เหนือมีอากาศอบอุ่นชื้นทัว่ เกาะ - เกาะใต้ชายฝ่ังตะวนั ตกฝนชกุ กว่าชายฝ่ังตะวันออก – เกาะใต้ช่วงฤดูใบไม้
รว่ งยา่ งเข้าสู่ฤดูหนาวจะมีหิมะปกคลมุ อยู่ทว่ั และมมี ากที่ Mt. Cook

ฤดกู าล สญั ลกั ษณ์ ชว่ งเดือน เกาะเหนอื เกาะใต้

ฤดรู ้อน ธนั วาคม - กมุ ภาพนั ธ์ ๑๖°C – ๒๕°C ๑๓°C – ๒๒°C

ฤดูใบไมร้ ่วง มีนาคม – พฤษภาคม ๑๓°C – ๑๙°C ๗°C – ๑๗°C

ฤดูหนาว มิถุนายน – สงิ หาคม ๘°C – ๑๓°C ๒°C – ๑๐°C

ฤดูใบไม้ผลิ กนั ยายน – พฤศจกิ ายน ๑๑°C – ๑๗°C ๗°C – ๑๗°C

โครงการพฒั นาอาสาสมัครเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซแี ลนด์



การกำเนดิ ของนิวซแี ลนด์

นวิ ซีแลนด์ ถอื กำเนิดขนึ้ มาเมื่อ 60 ล้านปกี อ่ น หา่ งจากการกำเนดิ ประเทศต่าง ๆ ในโลกดั้งเดิมเมื่อ
กว่า 200 ล้านปีก่อน ดินแดนของนิวซีแลนด์และทวีปอื่น ๆ ของโลกได้รวมตัวกันเป็นแผ่นดินใหญ่ในช่ือ
กอนด์วานา กอ่ นที่เมอ่ื 83 ล้านปีก่อน ไดแ้ ยกตวั ออกจากกนั เป็นทวีปต่าง ๆ ในสว่ นของนวิ ซีแลนด์ได้แยกตัว
ออกมาเป็นผืนแผ่นดินทีเ่ ป็นทวีปที่เรียกว่า ซีแลนเดีย มีขนาดเท่าประเทศอนิ เดยี ในปจั จุบัน ต่อมาเมื่อ 60
ล้านปกี ่อน ซีแลนเดียได้จมลงใต้ทะเลเช่นเดียวกับทวีปแอตแลนติส จนกระท่ังเมื่อ 24 ล้านปีก่อน เกิดความ
เปลี่ยนแปลงทางเปลือกโลกใต้พิภพผลักดันให้แผ่นดินค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากน้ำอย่างช้า ๆ จนเป็นประเทศ
นวิ ซแี ลนดอ์ ย่างในปจั จบุ ัน

ปจั จบุ ัน ภาพถา่ ยจากดาวเทยี มเผยใหเ้ หน็ สว่ นของซแี ลนเดยี ทจ่ี มลงใต้ทะเลลึกกวา่ 5,000 ฟตุ แตย่ งั
มีความเชื่อว่าซีแลนเดยี ไม่ได้จมน้ำทั้งหมด เพราะมหี ลกั ฐานทางโบราณคดพี บวา่ บางส่วนของซแี ลนเดียไม่ได้
จมน้ำท้ังหมดและในปจั จุบันนวิ ซแี ลนด์มีความสงู จากระดับนำ้ ทะเลเพยี งรอ้ ยละ 7 เทา่ นั้น

ปัจจบุ นั นวิ ซแี ลนด์อยหู่ า่ งจากออสเตรเลยี ทางตอนใต้ราว 1,000 ไมล์ แต่ทว่าความหลากหลายทาง
ชีวภาพมีความแตกต่างจากออสเตรเลยี โดยส้ินเชงิ ทัง้ นเี้ กดิ จากววิ ฒั นาการของสิง่ มีชีวิตต่าง ๆ ทีเ่ ดินทางมาสู่
นิวซีแลนด์ ตั้งแต่ครั้งยังเป็นทวีปซแี ลนเดีย จนกระทั่งเมื่อราว 700 ปีก่อน มนุษย์กลุ่มแรกก็เดินทางมาถงึ
นวิ ซแี ลนดค์ อื ชาวชาวเมารี อันเป็นชนพ้ืนเมอื งของนวิ ซแี ลนดใ์ นปจั จุบัน

Religion ศาสนา

ประชากรส่วนใหญ่นบั ถอื ศาสนาคริสต์ (นิกายโปรแตสแตนส์) สำหรบั ศาสนาอ่นื เชน่ ยิว อสิ ลาม ฮนิ ดู
พทุ ธ จะมศี าสนสถานสำหรบั บชู าและประกอบ พธิ ีทางศาสนาของ ตนเองซ่งึ สามารถเห็นได้ตามเมืองใหญ่ ๆ

Culture and Language ภาษาและวฒั นธรรม

นิวซแี ลนดเ์ ปน็ ประเทศที่มีลกั ษณะทางสงั คม และวฒั นธรรมท่ีหลากหลายซึ่งเป็นผลมาจากการอพยพ
เขา้ มาของประชากรท่ัวโลก

ชาวเมารี หรือชนพื้นเมืองเมารี (Maori) เป็นชนกลุ่มแรกที่เดินทางเข้ามายังนิวซีแลนด์ และเป็น
ชาวพื้นเมืองดั้งเดิมของประเทศนิวซีแลนด์ หรือที่เรียกกันในภาษาเมารีว่า “ตางาตา เฟนูอา
(TangataWhenua)” ปจั จุบนั ประชากรเมารมี ีอยูป่ ระมาณ ร้อยละ ๑๕ ของประชากรท้งั หมด ซ่งึ อาศัยอยู่ทาง
เกาะเหนอื

โครงการพัฒนาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซีแลนด์



ในชว่ ง ๒ ทศวรรษทีผ่ า่ นมา นวิ ซีแลนดไ์ ด้เล็งเหน็ ถึงความสำคัญของภาษาและวัฒนธรรมของชนเผ่า
เมารจี ึงไดม้ ีการอนุรักษ์เพ่ือเปน็ สญั ญาลกั ษณ์ประจำชาติ โดยอยบู่ นพน้ื ฐานของวัฒนธรรมรว่ ม ตามสนธิสญั ญา
Waitangi ทีท่ ำขนึ้ ในปี ๑๘๔๐

ภาษาเมารี เป็นภาษาทใ่ี ช้พดู กนั ทว่ั ไป สว่ นใหญ่ไดร้ ับอารยธรรมองั กฤษแทบท้งั ส้นิ การแต่งกายจะดู
คล้ายชาวอังกฤษทางตอนเหนือ มีภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักและภาษาประจำชาติ แต่ก็ยังพบว่าชาว
นิวซีแลนดย์ งั มีการใชภ้ าษาเมารเี ป็นภาษาทางการอยดู่ งั นน้ั ผ้มู าเยือนจึงจะไดย้ นิ คำทักทายจากสถานทรี่ าชการ
รายการโทรทศั น์ หรอื สถานวี ทิ ยุ รวมถึงสถานที่สำคญั หรือสถานที่ทอ่ งเทย่ี วเปน็ ภาษาเมารีอยโู่ ดยท่ัวไป

การเมอื งการปกครอง

นิวซีแลนด์มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาและราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
ประมุขแห่งรัฐคือสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่2และมีGovernor General เป็นผู้สำเร็จราชการแทน
พระองคใ์ นนิวซแี ลนด์

รัฐธรรมนญู ของนวิ ซีแลนด์เปน็ กฎหมายทไ่ี ม่มกี ารบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรคอื ไมม่ กี ฎหมายฉบับใด
ฉบับหน่ึงที่บัญญัติถึงระบบการเมืองการปกครองแต่จะมีกฎหมายอื่น ๆ หลายฉบับมาประกอบกันเช่น
Constitution ACT 1986 ซ่งึ เปน็ พระราชบัญญตั ทิ ่ีได้รวบรวมเอาหลักกฎหมายรฐั ธรรมนญู ทก่ี ระจัดกระจาย
อยูม่ าบัญญัตไิ ว้ด้วยพระราชบญั ญัตเิ ลอื กตัง้ เปน็ ต้นแต่พระราชบัญญตั เิ หล่าน้ไี มม่ ีบทบญั ญัติ

ปัจจุบันการปกครองของรัฐบาล
นิวซีแลนด์ปกครองภายใต้ระบบรัฐสภาเวสต์มินส
เตอร์ (ระบบเวสต์มินสเตอร์) ซึ่งเป็นระบบที่ให้
อำนาจตุลาการส่วนหนึ่งของฝ่ายตุลาการแก่ฝ่าย
ปกครองและใช้ระบบMMP (Mixed Member
Proportion) ซึ่งเป็นระบบที่ให้สิทธิผู้เข้าเลือกต้งั
เลือกพรรคและผู้นำของแตล่ ะพรรคในการเลือกตง้ั
รัฐบาลซึ่งในอดีตเคยมีการใช้ระบบที่เรียกว่าFPP
(First Past-the-Post) หรือระบบที่ผู้มาใช้สิทธิมี
เพียง1เสยี งในการเลือกตั้งรัฐบาลแต่ละครงั้ เท่านั้น
ซึ่งเป็นระบบเดียวกันกับระบบปัจจุบันในประเทศไทยระบบนี้ใช้จนถึงปีพ.ศ. 2537 และมีที่น่ังในรัฐสภา
จำนวน120 ที่นั่ง (+1 ประธานสภา) ปัจจุบันนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศนิวซีแลนด์คือเจซินดาอาร์เดิร์น
หัวหน้าพรรคเลเบอร์

ปัจจุบันมีพรรคการเมืองทั้งหมด 7 พรรคGreen Party, Labour Party - พรรคฝ่ายค้าน, Mana
Party, Māori Party - พรรคเมารีที่สมาชิกจะต้องเป็นลูกหลานของชนเผ่าเมารีเท่านั้น, National Party -
พรรครฐั บาล, New Zealand First และUnited Future

โครงการพฒั นาอาสาสมัครเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซแี ลนด์



ตอนที่ ๒ :กรุงเวลลิงตนั (Wellington)

เวลลิงตัน (อังกฤษ: Wellington) เป็นเมืองหลวงของประเทศนิวซีแลนด์ เป็นที่รู้จักกันในชื่อของ
"เวลลิงตัน เมืองแห่งสายลม" เนื่องจากเป็นภูมิภาคท่ีมีสายลมพัดผ่านมากที่สดุ ของนิวซีแลนดต์ ั้งอย่ปู ลายสดุ
ของเกาะเหนือ ระหว่างช่องแคบคุกกับ Rimutaka Range ชื่อของเมืองหลวงแหง่ นี้มาจากช่ือทีต่ ั้งเป็นเกยี รติ
แด่ อารเ์ ธอร์เวลเลสลีย์ (Arthur Wellesley)

กรุงเวลลิงตันมีประชากรทั้งสิ้น 430,000 คน นับเป็น
เมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 รองจากเมืองโอ๊คแลนด์
เวลลิงตันเป็นที่ตั้งของรัฐสภา สถานทูต และกงสุลต่าง ๆ เป็น
ศนู ย์กลางของศิลปวฒั นธรรมและความมีชวี ิตชวี า ในเมืองจะเต็มไป
ด้วยรา้ นอาหารรสเลิศ ร้านกาแฟ และกิจกรรมยามค่ำคนื นอกจาก
การเป็นเมืองหลวงแล้ว เวลลิงตันยังมีความสำคัญ คือเป็นเมืองทา่
ขนาดใหญ่ที่ใช้สัญจรผ่านไปสู่เกาะใต้ ตามแนวเขาลาดชันชายฝัง่
จะเห็นสิ่งปลูกสร้างไมส้ ไตล์วิคตอเรยี ขึ้นอยู่เป็นทิวแถว อุณหภูมิ
อบอนุ่ กำลงั ดีระหว่าง 9-13 องศาเซลเซยี สในหน้าหนาว สว่ นหน้า
ร้อนประมาณ 17-22 องศาเซลเซียส

โครงการพฒั นาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซีแลนด์



การเดนิ ทางสู่กรุงเวลลงิ ตัน

10.40 - 12.05 เดินทางจากเชียงใหม่ – สวุ รรณภูมิ
18.55 - 11.45 สุวรรณภมู ิ – สนามบินโอค๊ แลนด์
15.00 - 16.05 สนามบินโอ๊คแลนด์ – สนามบนิ เวลลิงตนั
17.30 – สนามบินเวลลงิ ตัน - ถงึ ทพี่ ัก

Welcome to 104 Yule st.Kilbirnie, Wellington

ระยะเวลาในการเดนิ ทางจากประเทศไทย เพอ่ื ไปยัง
ประเทศนวิ ซีแลนด์ ใช้เวลาบินสั้นท่ีสุด คือ 11.20 ช.ม. ใน
การเดินทางไป และ 12.30 ช.ม. ในการเดินทางกลับ
ระยะทางรวม 9,580 กิโลเมตรรวมระยะเวลาเดินทางอยู่ท่ี
ประมาณ 13 ชวั่ โมง ไมน่ ับรวมรอเคร่อื งบิน

ในการเดินทางครงั้ น้ี มคี ณะร่วมเดนิ ทาง
ทั้งหมดมี 11 คน ซึ่งกระจายไปตามที่ต่าง ๆ
โดยแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ จำนวน2 กลุ่ม คือ
อาศัยอยู่ที่เมืองโอ๊คแลนด์ จำนวน 4 คนและ
เมืองเวลลิงตัน จำนวน 5 คน ส่วนอีก 2 คน
พกั อาศัยอยูท่ ี่เมืองฮามิลตัน และ เมืองโอโปตกิ ิ

โดยกลุ่มคณะศกึ ษาดงู าน มรี ายชอ่ื ดังต่อไปน้ี
1. จฑุ ามาศ ศริพนั ธุ์ Papatoetoe, Auckland
2. นางจรรยา บญุ เนรมิต Orewa College, Auckland
3. สภุ าภรณ์ ศรจี นั ทร์ Orewa College, Auckland
4. กรรณกิ าร์ พันธภบิ าล Avondale Primary School, Auckland
5. ทรงศลิ ป์ อนิ กกผึง้ Wainnuiomata,Wellington
6. ทิพวลั ย์ บงั ษร Discovery school Whitby, Wellington
7. วณี ประภา เชิงเชาว์ Rongotai College, Wellington
8. อสั วานี มาทวี Bellevue primary school, Wellington
9. รัชพล มาลาศลิ ป์ Rongotai College, Wellington
10. เพ็ญสริ ิ นอ้ ยสวสั ด์ิ Hamilton
11. ภทั รภรชนะผล Bay of Plenty, Opotiki

โครงการพัฒนาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซแี ลนด์



วิถีชวี ิตคนเวลลงิ ตัน

“สิ่งก่อสร้าง ผสมผสานความร่วมสมัยและ
ความทนั สมยั ” การสรา้ งเมอื งของ กรุงเวลลิงตันเป็น
เมืองบนหุบเขา โดยราคาท่ดี นิ บนเขาริมหาด จะมีราคา
สูงกวา่ พื้นราบ สิ่งปลูกสรา้ งบา้ นพักอาศัยมักสร้างเปน็
อาคารชั้นเดยี ว หรือ ไมเ่ กนิ 2 ช้นั เนือ่ งจาก ตวั เกาะ มี
ความเสี่ยงด้านภัยธรรมชาติ คือ แผ่นดินไหว และ
สึนามิ จึงไม่นิยมสร้างตึกสงู ด้วยเหตุนีก้ ารสร้างตกึ สูง
จึงจับกลุ่มกันอยู่ใจกลางตัวเมือง ซึ่งเป็นแหล่งการค้า
ห้างสรรพสินค้า อาคารธุรกิจ สำนักงานสำคัญ
โรงพยาบาล และ มหาวทิ ยาลัย

“ตำรวจ พ่ึงพาได้” โดยมีคำกล่าววา่ หากโจรเขา้ บ้านเรา ห้ามทำรา้ ยโจร ให้โทรแจง้ ตำรวจมาจัดการ
มิเช่นน้ันเจ้าบ้านผิดฐานทำร้ายร่างกาย อีกทั้งกฎหมายการขบั ขี่ที่นี่เข้มงวดมาก ขณะขับรถ ผู้โดยสารทกุ คน

รวมทั้งคนขับต้องคาดเข็มขัดทั้งข้างหนา้ และข้างหลัง หากตำรวจพบเห็นว่าไม่คาดเข็มขัด คนไม่คาดเข็มขัด
นิรภัยต้องเสียเงินค่าปรับ จะถูกตักเตือนหักคะแนนการขับขี่ โดยหักคะแนนความประพฤติ ครั้งละ15
คะแนน หากโดนครบ 3 ครง้ั กโ็ ดนยึดใบขบั ขี่ การขับข่ภี ายในตวั เมอื ง กำหนดอตั ราความเร็วไม่เกดิ 50 km/h

ขับข้ามเมืองไม่เกิน 100 km/hหากขับเกิน จะมีเสียงเตือนจากในรถ และ มีจดหมายแจ้งการกระทำผิดกฎ
จารจรส่งถงึ บ้าน ซง่ึ เมื่อได้รับแล้ว ต้องรบี จ่ายทนั ที เพราะคา่ ปรบั ขึ้นเป็นรายวนั

โครงการพัฒนาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซแี ลนด์

๑๐

“การคมนาคมขนส่งที่เป็นระบบ” ระบบขนส่งมวลชนในกรุงเวลลิงตัน มีจุดเริ่มต้น 2 จุดคือ
สนามบนิ และ สถานรี ถไฟ โดยรถประจำทางทกุ สาย จะเร่มิ ตน้ ท่สี ถานรี ถไฟ หากต้องการเดินทางต่อภายในตวั
เมือง สามารถเดนิ ทางได้โดย รถเมล์ประจำทาง แท็กซี่ อูเบอร์ สกูเตอร์หรือ พาหนะสว่ นตวั ได้แก่ จักรยาน
จกั รยานยนต์ และ รถยนต์ส่วนตัว การขบั รถยนต์

"ขนส่งมวลชน เชื่อถือได้ ตรงเวลา" ในทุกป้ายรถเมล์ จะมกี ารแจง้ เวลาทีร่ ถจะมาถึง หรือ ทุกๆ กี่
นาที อีกทั้งผู้โดยสารสามารถดาวน์โหลด แอพลิเคชัน เพื่อตรวจสอบตารางเดินรถ และ เวลาเข้าเทียบท่าได้
แบบ Real timeเนอ่ื งจากรถในกรงุ เวลลิงตนั มไี ม่มาก จึงทำให้สามารถคำนวณเวลาได้ค่อนข้างแม่นยำ อาจมี
คลาดเคลื่อนเลก็ น้อยในชั่วโมงเร่งดว่ น การชำระค่าโดยสารรถประจำทาง ใช้บัตรโดยสารเรยี ก snapperไว้
แตะตอนขนึ้ และ ลงบสั ซ่งึ สามารถตรวจสอบ และ เติมเงินดว้ ยตนเองไดผ้ า่ นทางจุดเตมิ เงนิ รา้ นคา้ หรือ ทาง
บัตรเครดติ และ หากใครไม่มีบัตร จะจ่ายกะคนขับก็ไดแ้ ตร่ าคาจะสูงกว่า หากตอ้ งการจะลงปา้ ยไหน ผู้โดยสาร
สามารถกดกร่ิงแจง้ กอ่ นถึงป้ายได้จากทุกทีน่ ั่งบนรถ แล้วก็จะมีคำวา่ "Stopping" ขึ้น แสดงว่า จอดป้ายหน้า
และ อย่าลืมพูดคำวา่ “ขอบคุณ” เม่อื ลงรถทกุ คร้งั และกลา่ ว “สวสั ดี” เมอื่ ขึ้นรถทุกครัง้ เช่นกนั

โครงการพัฒนาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซีแลนด์

๑๑

"นโยบายการรักษาสิ่งแวดล้อม” ลดการใช้พลาสติกโดยใช้ Shopping Bag ร้านค้าทุกที่ในประเทศ
นิวซีแลนด์พยายามลดการใช้ถงุ พลาสติก โดยจะไม่มีการแจกถุงพลาสติกในซุปเปอร์มาร์เกตหากเปน็ ร้านคา้
ย่อย จะใช้ถุงกระดาษ หรือ ให้กล่องกระดาษแทน ด้วยเหตุนี้เมื่อต้องออกไปซื้อของ ทุกคนจะมี shopping
bag ของตนเองมาเพื่อใส่สินค้าที่จะซื้อและมีถุงขายอยู่ทั่วทุกท่ีด้วยเหตุน้ีในการแยกขยะ จึงแบ่งเป็น 2
ประเภท คือ ขยะทั่วไป และ ขยะรีไซเคิล เช่น ขวดแก้ว ขวดพลาสติก แต่ถ้าจุดสำคัญ จะมีหลายถัง หลายสี
แล้วแต่ประเภทขยะ

"วัฒนธรรมคงอยู่ในทุกที่ มีทุกแหง่ "สัญลักษณ์ โครุ "Koru" แปลตรงตัวคอื ยอดอ่อนของต้นเฟิรน์ ท่ี
ม้วนเป็นสญั ลักษณ์ ของชาวเมารี สื่อถึงการเร่ิมต้นชีวิตใหม่ การเจรญิ เติบโต ความแข็งแกร่ง และ ความสงบ
สุขโครุ มีมากกวา่ 1 รปู ทรง แตท่ รง มคี วามหมายเฉพาะตัวคนที่นี่ แกะใส่หินสเี ขียว ทำเคร่อื งประดับ สรอ้ ยไว้
ห้อยคอแกะสลักไม้ เสาบ้าน ประตูทางเข้า และ อาคารสำคัญต่าง ๆ แม้กระทั่ง ฝาท่อทุกฝา ก็มีลวดลาย
ประดบั จะเห็นได้วา่ "ถงึ แม้ประเทศจะพัฒนาไปไกล แต่ก็ไมท่ ้งิ รากเหง้าของตน"

โครงการพฒั นาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซแี ลนด์

๑๒

ตอนที่ 3 การจัดการศึกษา

ประเทศนวิ ซีแลนดม์ รี ะบบการศึกษาทมี่ ีคณุ ภาพ และเปน็ ทย่ี อมรบั ในระดับแนวหน้าของโลกทัดเทยี ม
กับประเทศในยุโรป และอเมริกา แมแ่ บบการศึกษาของทน่ี คี่ ือระบบการศึกษาแบบอังกฤษ การศึกษานัน้ ถือว่า
เปน็ เร่ืองท่สี ำคญั อย่างย่ิง ประเทศชาติจะพัฒนาได้กข็ ึน้ อยู่กับคุณภาพของประชากร ดงั นั้นหากประชากรไม่มี
คุณภาพประเทศก็ไม่พัฒนา ทำให้รัฐบาลของประเทศนิวซีแลนด์ให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก
โดยการปฏวิ ตั กิ ารศกึ ษาในประเทศใหม่ทั้งหมด

ความจรงิ ประเทศนวิ ซีแลนดไ์ ด้เร่ิมเรื่องนี้กอ่ นประเทศอังกฤษ คือเริม่ ในปี ค.ศ. 1989 (อังกฤษเร่ิมปี
1992) อันเนื่องจากการ " ปฏิวัติการศึกษา " ของนิวซีแลนด์ ที่ใช้คำว่าปฏิวัติก็เพราะการจัดการศกึ ษาของ
ประเทศนิวซีแลนด์แต่ก่อนนี้คล้าย ๆ กับประเทศไทยในปัจจุบัน คือมีหน่วยงานบริหารส่วนกลางอยู่ท่ี
กระทรวง มีหน่วยงานในภูมิภาคหรือจังหวัดและโรงเรียน ซึ่งเป็นระบบการบริหารแบบรวมอำนาจเข้าสู่
ส่วนกลาง (Centralization) ที่ได้ก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ เช่น ความล่าช้าในการปฏิบัติงาน การใช้
งบประมาณจำนวนมากไป เพื่อการบรหิ ารในสว่ นกลางไมใ่ ช่เพือ่ การเรียนการสอน โรงเรยี นไมม่ อี ิสระในการ
บริหาร ประชาชนในทอ้ งถิน่ ขาดโอกาสในการเข้ามามีสว่ นรวมในการจัดการศึกษา เป็นต้น

ในปี ค.ศ. 1988 ประเทศนิวซีแลนด์ได้ประกาศยกเลิกการบริหารการศึกษาโดยส่วนกลาง มอบ
อำนาจในการบรหิ ารโรงเรยี นพรอ้ มกบั จัดสรรเงินอุดหนุนตรงไปใหก้ บั คณะกรรมการบริหารโรงเรยี น (Board
of Trustees) ซึ่งเท่ากับเป็นการกระจายอำนาจจากกระทรวงศึกษาธิการ ไปสู่โรงเรียนโดยตรง การปฏิวัติ
การศึกษาไดก้ ่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงท้ังในด้านนโยบาย การบริหาร หลักสูตร การเรยี นการสอน และการ
ตดิ ตามประเมินผล

การกำหนดนโยบาย

รัฐบาลกำหนดนโยบายทางการศกึ ษา ซึง่ เรียกวา่ แนวทางแหง่ ชาตวิ า่ ด้วยการศึกษา (National
Education Guidelines) ขึน้ กระทรวงศกึ ษาธิการนำนโยบายดังกลา่ วมากำหนดเป็นกรอบหลกั สตู รแหง่ ชาติ
(National Education Framework) แลว้ สง่ ให้โรงเรียนนำไปปฏบิ ัตใิ นการจดั การศกึ ษาตอ่ ไป
แนวทางแหง่ ชาตวิ ่าด้วยการศึกษา ซ่งึ ประกาศใช้เมอ่ื วนั ท่ี 29 กันยายน ค.ศ. 1989 มเี น้ือหาสาระดังน้ี

1.นกั เรยี นทกุ คนตอ้ งไดร้ บั การศกึ ษาท่ีได้มาตรฐานสงู สดุ
2. ทกุ คนต้องมคี วามเทา่ เทียมกนั ในโอกาสทางการศกึ ษา
3.ทุกคนไดพ้ ฒั นาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะ เพือ่ ความสามารถในการแขง่ ขันกบั สงั คมโลก
4.เดก็ ทุคนต้องได้รบั การดแู ลเอาใจใส่อย่างดี ต้งั แตพ่ ้ืนฐานในครอบครวั
5.ทกุ คนต้องไดร้ บั การศกึ ษาที่กว้างขวาง ครอบคลมุ ทกุ สาขาวิชา
6. มีวตั ถปุ ระสงค์การเรียนรู้ที่ชัดเจน
7.เดก็ ทม่ี คี วามต้องการพเิ ศษตอ้ งได้รบั การดูแล และสนบั สนุนที่เหมาะสม
8.ตอ้ งมแี หลง่ วชิ าการ และการเตรียมการที่ดี
9.สง่ เสรมิ และสนบั สนุนการมสี ว่ นรว่ มของชนเผ่าเมารี
10.มีความนบั ถือชาติ เผา่ พันธุ์ และวัฒนธรรมของชาวนิวซีแลนด์

โครงการพัฒนาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซแี ลนด์

๑๓

๐๑ : โครงสร้างการศกึ ษาในนวิ ซีแลนด์

ประเทศนิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศเป็นอย่างดีว่ามีการศึกษาที่มี
คุณภาพ ทั้งยังมีสภาพแวดล้อมทางด้านการศึกษาที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียน นักศึกษาจากต่างชาติ โดย
สถาบนั การศกึ ษาในนวิ ซีแลนด์เกือบทั้งหมด จะมีแผนกทีค่ อยดูแลนักศึกษาตา่ งชาติ (International Student
Office) โดยมีเจ้าหนา้ ที่คอยให้ความช่วยเหลือนกั ศึกษาต่างชาติตลอดเวลาท่ศี กึ ษาอยู่ในนิวซีแลนด์ เจ้าหน้าท่ี
จะให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การสมัครเข้าเรียน การจัดหาที่พัก ตลอดจนการคอยให้คำแนะนำและความ
ช่วยเหลอื ด้านอ่นื ๆ ระหวา่ งการศกึ ษา

โครงสร้างระบบการศึกษาของนิวซีแลนด์จะเริ่มที่ระดับประถมศึกษา (Primary) ตั้งแต่ year 1-8
(อายุ 5-12 ปี) ต่อเนื่องมาถึงระดับมัธยมศึกษา (Secondary) ตั้งแต่ year 9-13 (อายุ 13-19 ปี) ซึ่งจะมี
การเปดิ สอนวชิ าท่ีหลากหลาย โดยแต่ละโรงเรียนสามารถจัดวัตถุประสงคข์ องหลักสูตรการสอนได้เอง โดยยึด
จากโครงสร้างหลักของกระทรวงศึกษาธิการ ระบบการเรียนการสอนในโรงเรียนมัธยมเกือบทุกแห่งของ
นิวซีแลนด์จะสอดคล้องกนั ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติในการเข้ารับการศึกษา หลักสูตรการสอน มาตรฐานของ
การศึกษา ตลอดจนสาขาวิชาตา่ ง ๆ ทอ่ี อกแบบมาเพ่อื ใหม้ ั่นใจได้ว่านักเรียนบรรลุวัตถปุ ระสงค์การเรยี นร้ตู าม
มาตรฐานของ National Certificate of Educational Achievement ทั้งนี้ระบบการเรียนของที่นี่ยัง
สอดคล้องและสามารถปรับใช้กบั ระบบการเรียนในระดบั มัธยมในประเทศอ่นื ๆ อกี ดว้ ย

โรงเรียนมัธยมในนิวซีแลนดเ์ กอื บทั้งหมดเปน็ โรงเรียนของรัฐ และได้รับการสนบั สนุนด้านงบประมาณ
จากรัฐบาล ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนสหศึกษา มีเพียงประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เป็นโรงเรียนหญิงลว้ น
หรือ ชายล้วน โดยสว่ นใหญ่นักเรยี นต่างชาติท่มี าเรียนในนิวซีแลนด์ จะมาเรียนในระดบั มธั ยมปลายในช้ันปีท่ี
11-13 (อายุ15-19ปี) เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่ประเทศ
นิวซแี ลนด์ หรือประเทศอ่ืน ๆ ทีใ่ ช้ภาษาองั กฤษ

วฒุ ิการศกึ ษาของประเทศนวิ ซีแลนด์ เปน็ ท่ยี อมรบั อย่างกว้างขวางในหลายๆภูมิภาคทั่วโลก สามารถ
ดูรายละเอียดการเปรียบเทียบระบบการศึกษาของนิวซแี ลนด์และประเทศต่าง ๆ ได้ โดยมีรายละเอียดดังน้ี
ภายหลังจากทน่ี ักเรยี นจบระดบั Year12 หรอื 13 แลว้ สามารถเขา้ เรยี นตอ่ ใน ระดบั อุดมศึกษา

- ระดับประกาศนยี บัตร (Certificate) ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน - 2 ปี ข้ึนอย่กู ับคณะและสาขา
- ระดับอนุปรญิ ญา (Diploma) ใช้เวลาประมาณ 1 - 3 ปี ข้นึ อยู่กับคณะและสาขา
- ระดับปรญิ ญาตรี (Bachelor degree) ใช้เวลาประมาณ 3 - 5 ปี ขึ้นอยกู่ บั คณะและสาขา
สำหรับการเข้าศกึ ษาต่อในระดบั อดุ มศกึ ษาในประเทศนิวซแี ลนด์นน้ั นกั ศกึ ษาตอ้ งมีความสามารถใน
การใช้ภาษาอังกฤษค่อนข้างดี ทั้งยังต้องมีผลการเรียนในระดับที่สถาบันต้องการ โดยการศึกษาต่อใน
ระดับอุดมศึกษาในประเทศนิวซีแลนด์นั้น จะสามารถแบ่งแยกได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ การศึกษาต่อใน
มหาวทิ ยาลยั และ การศึกษาตอ่ ในสถาบนั เทคโนโลยีและโพลเี ทคนคิ

โครงการพฒั นาอาสาสมัครเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซีแลนด์

๑๔

การศึกษาในระดบั ทสี่ ูงกว่าปรญิ ญาตรี สถาบันการศกึ ษาจะมีการสอนเนอื้ หาทางวชิ าการและทฤษฎี
อยา่ งลึกซง้ึ ในสาขาท่ีนักศึกษาเลือกเรยี น โดย:

ระดบั ปรญิ ญาโท ใช้เวลาประมาณ 1 - 2 ปี ขนึ้ อย่กู บั คณะและสาขา
ระดับปรญิ ญาเอก ใชเ้ วลาประมาณ 3 - 5 ปี ขึน้ อยู่กับคณะและสาขา
หมายเหตุ: หากนักศึกษาสมัครเข้าเรียนต่อไม่ตรงกับสาขาที่เรียนมาตอนปริญญาตรี หรือ ขาดคุณสมบัติ
บางอย่างตามที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนด อาจจะต้องเรียนหลักสูตร Graduate Certificate / Graduate
Diploma / Postgraduate Certificate หรือ Postgraduate Diploma ก่อนเข้าเรียนระดับปริญญาโท
หรอื เอก

โครงการพฒั นาอาสาสมัครเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซีแลนด์

๑๕

02 - โรงเรียนประถมตน้ : Lyall Bay Primary School

โรงเรียนประถมตอนต้นLyall Bay
School โรงเรียนเดก็ เล็ก รับเด็กนักเรียนตัง้ แต่
อายุ 5 - 10 ขวบ (Year 1 - 6) ซึ่งช่วงเวลาท่ี
ไปนั้น เป็นช่วงพักเที่ยงของนักเรียนพอดีในช่วง
พักเทยี่ ง นักเรียนจะรวมตวั กนั ที่ สนามกลางแจง้
โดยห้ามไม่ให้นักเรียนอยู่ในชั้นเรียน ส่วน
นักเรียนจะจับกลุ่มทำกิจกรรมอะไรก็ได้ตาม
ความสนใจ เน่ืองจากเดก็ วยั น้มี พี ลงั งานมาก จึง
ต้องมีเวลาให้ทำกจิ กรรมที่ได้เผาผลาญพลังงาน
และใช้ร่างกายแต่หากนักเรียนไม่ต้องการออก
กำลังกาย ก็สามารถอ่านหนังสืออยู่ข้างสนาม
หรือทำงานที่คา้ งหนา้ ห้องเรียน โดยมีครยู ืนดูอยู่
รอบ ๆ คอยดแู ลความปลอดภยั

ภายในโรงเรียนจะไมเ่ ห็นเด็กนกั เรียนถือมือถือ หรือ อุปกรณ์เทคโนโลยีโดยครูที่นีบ่ อกว่า ทีวีมือถอื
อยบู่ า้ นก็ใชม้ ามากแลว้ ท่ีโรงเรยี น จะเป็นที่ ทเี่ ดก็ จะได้มโี อกาส "เล่น"จึงเหน็ ไดว้ า่ ในระดับประถมศึกษาตอนน้ี
การให้ประสบการณแ์ กน่ ักเรียนท่ีดีท่สี ดุ ความผา่ นกจิ กรรมทีไ่ ดป้ ระสบการณ์ตรง หรอื การเลน่ ซึ่งการจดั การ
เรยี นการสอนรปู แบบนีถ้ อื เปน็ การเรยี นรตู้ ามแนวทาง "Play and Learn"ซึ่งกระบวนการนท้ี ำใหน้ ักเรยี นมีเจต
คติทด่ี ตี ่อการเรียนรสู้ งิ่ ใหมๆ่ อกี ดว้ ย

การจัดการเรียนการสอน แยกตาม อายุของ
นักเรียน ดังนั้นเมื่อเวลาถามนักเรียนว่าเรียนห้อง
ไหน จะไม่ถามว่าอยู่ชั้นไหน แต่จะถามว่า อายุ
เท่าไหร่ในแต่ละระดับชั้น จะจัดการเรียนการสอน
แตกต่างกันเด็ก อายุ 5 ขวบ หอ้ งจะเต็มไปดว้ ยของ
เลน่ มีการด์ จบั คเู่ ส้อื ผ้า จับคคู่ นกบั ชุดฝึกทักษะการ
สงั เกต บรู ณาการความเปน็ เหตุเปน็ ผล

โครงการพัฒนาอาสาสมัครเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซีแลนด์

๑๖

การเรียนการอา่ นเขยี น ใชก้ าร Drill คอื การฝึก
ซ้ำรูปประโยคพร้อมการให้จังหวะเพื่อฝึกจำ patterns
หรือ รูปแบบของประโยคในการสอนตัวอักษร ไม่มีการ
สอนสะกดคำ แต่ สอนโดยใหจ้ ำสัญลกั ษณ์ไดเ้ องว่าคำนี้
เขียนแบบนี้ หลักการสอนสะกดคำ เลยเปน็ ในลักษณะ
เริ่มจาก meaning - pronounce - word spellคอื ให้
เด็กรู้จกั สิง่ ท่ีพูด ผา่ นภาพ ออกเสยี งถูก แลว้ ค่อยเรียนรู้
ว่าคำนี้ อา่ นวา่ อย่างไร คราวหนา้ เดก็ ก็จะสามารถเขยี น
ไดจ้ ากการจำ

การฝกึ เขยี น ถกู ปลูกฝงั ตั้งแต่ 5 ขวบโดยการ ใหบ้ รรยาย
ภาพ สิ่งท่ีได้ทำ สิ่งที่ได้พบเจอเริ่มจากคำง่ายๆ และเร่มิ ซับซ้อน
ขึ้นเรื่อย ๆ ตามระดับชั้นเมื่อโตขึ้น เด็กจะสามารถสื่อความ
พร้อมอธิบายสิ่งที่ตนต้องการจำนำเสนอได้อย่างชัดเจนซึ่งเปน็
การฝึกให้เด็กรู้จักสังเกตสิ่งรอบตัวและ ฝึกการ reflection
สะท้อนคดิ และสรปุ ส่งิ ท่ีไดเ้ รยี นรู้
การบูรณาการจติ สำนึกตอ่ สง่ิ รอบตวั เกิดข้ึนตลอดเวลาผ่านกจิ กรรมในช้นั เรยี น ไมว่ า่ จะเปน็ การสรา้ ง
ผลงานเกี่ยวกับผลกระทบของพลาสติก ที่เกิดกับคน สัตว์ และ ธรรมชาติ การตระหนักรู้ถึง สิ่งมีชีวิต ที่อยู่
ภายในโรงเรียนผ่าน กิจกรรม ฝนดินสอดักรอยเท้าสัตวใ์ นสว่ นของวชิ าการ เช่นคณิตศาสตร์ เด็กจะเริ่มเรียน
การบวกลบ ตอนอายุ 9 -10 ขวบ

โครงการพฒั นาอาสาสมัครเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซีแลนด์

๑๗

03 - โรงเรียนประถมปลาย : Evans Bay Intermediate School

Evans Bay Intermediate School เป็นโรงเรียนประถม ตอนปลาย รบั นกั เรียนอายุ 10 - 13 ปี
เป็นโรงเรียน สหศกึ ษา ปจั จุบันมนี ักเรียน ประมาณ 442 คน โดยแบ่งเป็น เมารี 17% อาเซียน 13% และ
แปซิฟกิ 11% ทีเ่ หลอื อกี 49% เป็นชาวนวิ ซแี ลนดเ์ ช้ือสายยโุ รป

นกั เรยี นชายส่วนใหญ่ทีน่ ่ี จะไปต่อมธั ยมท่ี Rongotai ในขณะที่ นักเรยี นหญงิ จะไปตอ่ Wellington
East Girl's College โดยในปีนี้ Rongotai รบั นักเรยี นชายจากโรงเรียนน้ถี ึง 70 คน ซง่ึ ถึงได้ว่าเป็นโรงเรียน
เครอื ข่าย คูพ่ ี่นอ้ งกัน

.อตั ลกั ษณ์ของโรงเรยี นนมี้ ี 3 ข้อ คือ respect, whanaungatanga, and success
respect - คอื ให้ความเคารพต่อตนเอง ผู้อื่น และ ส่ิงแวดลอ้ ม
whanaungatanga - ความรว่ มมอื สามคั คี เหน็ ใจ เท่าเทียม ชว่ ยเหลอื ซึ่งกนั และกนั ในกลุ่ม
Success - คือ ความภาคภมู ิใจ ความมุ่งมัน่ ทำสง่ิ นั้นให้ดีทส่ี ดุ
โรงเรียนประถมแหง่ น้ี จะพบภาษาเมารีอยทู่ กุ ท่ี เพอื่ ยำ้ เตอื นว่าเราเปน็ ใคร มาจากไหน สร้างความ

ภาคภูมใิ จในความความเป็นท้องถิ่น ดว้ ยเหตุน้ี หากเปรียบเทยี บกบั ประเทศอเมริกา ประเทศนิวซแี ลนดจ์ ะมี
การเหยียดเชื้อชาติน้อยมาก เพราะทกุ ทป่ี ลกู ฝงั ในเรือ่ งของความเทา่ เทียมและช่วยเหลอื กนั

โครงการพัฒนาอาสาสมัครเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซีแลนด์

๑๘

การจดั การเรยี นการสอนแบง่ เปน็ 2 ชว่ งชัน้ คือ Year 7 และ Year 8 โดยแบ่งเป็น 15 หอ้ งเรียน ใน
แต่ละ ระดับชั้น เฉลี่ยห้องละไม่เกิน 30 คน เริ่มเรียน เวลา 8.45 ถึง 15.00 แบ่งเป็น 2 คาบ ในช่วงเช้า
และ 1 คาบ ในช่วงบ่าย ช่วงละ 1.30 น. โดยจะเรยี กคาบเรยี นแต่ละคาบวา่ บลอ็ ก (Block)

การจัดการเรยี นการสอนภายในชั้นเรียน ไม่เหมือนกัน จากท่ีเคยกล่าวมาแล้วข้างต้น ว่าการศึกษา
นิวซีแลนด์ จัดการศึกษาโดยสง่ เสริมความสามารถของแตล่ ะบุคคล ดว้ ยเหตนุ ี้ ห้องเรียนหอ้ งหนงึ่ นักเรียนอาจ
ทำกจิ กรรมท่แี ตกต่างกันแตอ่ ยู่ภายใต้หัวขอ้ เดียวกัน

คณุ สมบตั ิครปู ระถมของนิวซแี ลนด์

1. ครตู ้องมีคณุ สมบัติ multi task คือ สามารถสอนหลายเนอื้ หาไดใ้ นเวลาเดยี วกัน เพราะนกั เรียน
แต่ละคนมีพฒั นาการเรยี นร้ทู ่ีตา่ งกัน ในหนึ่งห้อง อาจตอ้ งจดั กจิ กรรมถงึ 3 กจิ กรรมในเวลาเดยี วกนั จงึ
จำเป็นตอ้ งมีแผนการสอนสำหรับผเู้ รียนทห่ี ลากหลาย ระบขุ นั้ ตอนในการสอนแตล่ ะแบบได้อยา่ งชดั เจน

2. ครูต้องเป็นคนช่างสังเกต เมือ่ นกั เรยี นมปี ญั หา ครจู ะสามารถเรียกนักเรยี นใหม้ าคุยเปน็ การ
ส่วนตวั เพื่อร่วมกันหาทางไกลเ่ กลยี่ แก้ไขปญั หา หรอื หาทางออก อย่างรวดเร็ว

3. ครตู อ้ งเปน็ คนใจเยน็ และ มเี หตผุ ล การพดู กบั เด็กเลก็ จำเป็นตอ้ งใช้ความอดทนในการอธิบาย
และ ให้เหตผุ ลแก่นักเรยี น ไม่ว่าจะในการสั่งและอธิบายงาน หรือ การวา่ กลา่ วตกั เตือน เม่อื นกั เรยี นทำ
พฤติกรรมทไ่ี มเ่ หมาะสม และเลอื กใช้คำพูดทที่ ส่ี ุภาพ แตเ่ ดด็ ขาด

4. ครูตอ้ งเป็นตวั อย่าง ในการปลูกฝังมารยาท คุณธรรมและ จริยธรรมทด่ี ี
ดว้ ยเหตุนี้ นกั เรยี นที่นจี่ งึ เปน็ เดก็ ทมี่ มี ารยาท มวี นิ ัย เคารพผูใ้ หญ่ และตง้ั ใจทำงานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
ใหส้ ำเรจ็ ลลุ ว่ ง ตามท่อี ตั ลกั ษณข์ องโรงเรยี นไดก้ ำหนดไว้

โครงการพฒั นาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซแี ลนด์

๑๙

การจดั การเรยี นการสอน วชิ าพนื้ ฐาน

วิชาพื้นฐานประกอบด้วย numeracy, literacy, and social studies คือ คณิต อังกฤษ สงั คม
คณติ คอื หลักการคิดคำนาณเบ้ืองตน้ ทง้ั หมด ภาษาองั กฤษ ก็คือ ทกั ษะการอา่ น และ เขยี น ภาษาองั กฤษ ซง่ึ
เป็นภาษาแม่ และ สังคมศึกษา เรยี นรู้เกย่ี วกับ สังคม ส่ิงแวดลอ้ ม

ส่วนวิชาเพิ่มเติม หรือ วิชาเสริมสร้างทักษะ ประกอบด้วย art, music*, science*, hospitality,
and design technology (*คาบดนตรี กับวิทยาศาสตร์ แบง่ กันสัปดาห์ละ 2 คาบ)

ในวิชาที่ต้องทำแบบฝึกหัด เช่น คณิตศาสตร์ ครูจะทำแบบฝึกหัดไว้ หลากหลาย แต่แบ่งออกเป็น 3
ระดบั คอื งา่ ย ปานกลาง และ ยาก นักเรียนสามารถเลือกทำแบบฝกึ หดั อันไหนกไ็ ดต้ ามความถนัดของตนเอง
หากไม่เข้าใจสามารถปรึกษาครูผู้สอน หรือ เพื่อนในกลุ่มได้ โดยการเรียนระดับประถมนี้ จะมีการทดสอบ
ภายในการอ่าน-เขียนภาษาอังกฤษเพื่อติดตามพัฒนาการ แต่ไม่มีการสอบเก็บคะแนนในวิชาคณิตศาสตร์

จากการได้มีโอการเข้าไปศึกษาการจัดการ
เรียนการสอนในชั้นเรียน Year 7 ห้อง 15 พบว่า
ครูผู้สอน และ นักเรียนใช้เทคโนโลยีในการจัดการ
เรียนการสอนอย่างแพร่หลาย ทั้งในการจัดกิจกรรม
ร่วมกันภายในห้อง และ การเรียนรู้ด้วยตนเองผ่าน
การทำแบบฝึกหัดและการสืบค้น ล้วนแต่ใช้
คอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ตแทบทั้งสิ้น โดยบน
โต๊ะนักเรยี นทุกคน จะมีคอมพิวเตอรเ์ ป็นของตัวเอง
หากคนไหนไมม่ ี จะมีคอมพวิ เตอร์สำรองไวใ้ หย้ มื ใช้

ในวชิ าคณติ ศาสตร์ ครูทำกิจกรรม คณติ คิดเร็วผ่าน Kahootครสู ั่งงานผา่ น Google Classroom โดย
การให้แบบฝึกหัดท่ีหลากหลาย นักเรยี นสามารถเลอื กทำได้ด้วยตนเองตามศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นแบบฝกึ หดั
ออนไลน์ เกมการคำนวณ สร้างชิ้นงานตามใบงาน หรือแม้กระทั่ง ใช้เครื่องคิดเลข ครูติดตามงานได้ผ่าน
ทางการส่งงานใน Google Classroom ในขณะเดียวกัน นักเรียนก็สามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้ ผ่านการ
สืบค้นออนไลน์ และ ลงิ ค์สรปุ ความรทู้ ี่ครโู พสไว้ให้ ซ่ึงนกั เรยี นมีอิสระในการเลือกท่จี ะเรยี นรู้เรอ่ื งไหนก็ได้ และ
ที่ไหนก็ได้ ตามความชอบและความสบายใจของตน ซ่งึ จะมีทัง้ นัง่ บนโตะ๊ ริมหน้าตา่ ง นั่งใต้โต๊ะ หรือ นอนคว่ำ
ทำแบบฝึกหัดอยู่กลางหอ้ ง

โครงการพัฒนาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซแี ลนด์

๒๐

วิชา Spelling หรือการสะกดคำ ครูจะให้คำศัพท์
ยากแก่นักเรียน 10 คำ นักเรียนจะต้องหาความหมายหรือ
นิยามคำศัพท์ และเขียนเรื่องราวโดยใช้คำศัพท์แล้ว
เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างไรในขณะที่เราห้ามนักเรียน
ใช้ Google Translate นักเรียนที่นี่ หานิยามศัพท์ ผ่าน
google translate

แลว้ “ทำไมถึงใช้ได้”เพราะหวั ใจของภาษาคือ การนำคำไปใส่ใหถ้ กู ท่ี และตรงความหมาย ไม่ใชแ่ ค่รู้
ความหมายแลว้ จบ ดงั น้นั google translate จงึ เปน็ แค่ "คมู่ อื " ท่ชี ว่ ยใหน้ ักเรียน เขา้ ใจใน "เครอ่ื งมอื " ที่ตนมี

ก่อนจะนำไปใชใ้ ห้ถกู ตอ้ ง ซึ่งตา่ งกับเดก็ ไทย ทเ่ี ห็น google translate เป็น "เครื่องมือ" ในการทำงานส่ง

“เทคโนโลยกี ับศลิ ปะ”
วชิ าการอ่าน อา่ นอย่างไรใช้เทคโนโลยี การอา่ นย่อมต้องมีการสรุปความ เมื่ออา่ นหนังสือท่ีครูให้เลอื ก
จบตามเปา้ หมาย นักเรยี นต้องสรุปองความรูปท่ีได้ โดยนำเสนอในรปู แบบตา่ ง ๆ

"Destination World Task" เป็นกิจกรรม การ
อ่านสรุปความ ซึ่งครูอัพโหลดไฟล์แนวทางการสรุป
องค์ความรู้ให้ไว้ในไดร์ฟ ว่านักเรียนสามารถสรุปองค์
ความรู้ที่ได้จากการอ่าน ผ่านวิธีไหนได้บ้าง และเมื่อ
นักเรียนเลือกวิธีได้แล้ว ต้องการสร้างสรุปการอ่าน
ของตนเพอ่ื ส่งครใู นท้ายคาบเรียน

นักเรยี นแต่ละคนมแี นวทางในการสรุปองค์
ความรู้ที่ได้หลากหลายรูปแบบ บางคนสรุปข้อมูล
ผ่านโปรแกรมออนไลน์เพื่อสร้างครอสเวิร์ดบ้างเปิด
ยูทูป เพื่อศึกษาวิธีการวาดภาพที่ตนเองอยากวาด
บ้างเปิดรปู ผ่านหน้าจอคอม แล้วเอากระดาษทบั จอ
ลอกลายที่ต้องการ บางคนสรุปองค์ความรู้และพับ
ออกมาเปน็ ลูกเต๋า เม่ือส่งงานครูแล้ว ครจู ะประเมนิ
ราคาของผลงาน ว่าเท่าไหร่ และ นักเรียนจะสะสม
ราคานั้นในสมุดเล่มเล็ก เหมอื นการเก็บเงินเพื่อไปเที่ยวรอบโลก และหากนักเรียนทำได้ดีเกินกว่ามาตรฐาน
หรือ มีความคิดสร้างสรรค์นอกกรอบที่ครูกำหนด ครูก็จะนำผลงานมาชื่นชมและให้กำลังใจหน้าชั้นเรียน

โครงการพัฒนาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซแี ลนด์

๒๑

จะเห็นได้ว่า การเรียนรู้ในปัจจุบันนั้น ขาดเทคโนโลยีไม่ได้ แต่เลือกที่จะใช้ หรือ ไม่ใช้ได้ เด็กในยคุ
ดิจิตอลเอจ สามารถใช้เทคโนโลยใี หเ้ กดิ ประโยชน์ และชว่ ยส่งเสรมิ การเรียนรขู้ องตนได้ เพยี งแคเ่ ราต้องสอน
ให้เขาใช้ให้เป็น ฝึกให้เขารู้จักหาข้อมูล และใช้อย่างถูกวิธี ถึงแม้ว่านักเรียนทุกคนใช้ คอมพิวเตอร์ในการ
เรียนรู้ และทำกิจกรรม แต่การใช้โทรศัพท์มอื ถอื ยังถกู ควบคมุ นกั เรียนทกุ คนท่ีพกโทรศัพท์มอื ถอื มาโรงเรียน
จะต้องนำโทรศัพท์ของตนไปเก็บไว้ในลอ็ กเกอร์ ตลอดทง้ั วัน โดยมคี รูประจำช้ันเปน็ ผ้ถู ือกุญแจ ลอ็ กเกอร์ หาก
มีเหตจุ ำเป็นตอ้ งใช้โทรศัพท์ กส็ ามารถมาขอกุญแจเพ่อื เปิดลอ็ กเกอรไ์ ด้

ด้วยเหตุนี้ การควบคุมชั้นเรียน โดยให้นักเรียนจดจ่ออยู่กับกิจกรรมในห้อง หรือ งานที่ได้รับ
มอบหมาย ถอื เปน็ สง่ิ ท่ีครผู ้สู อนตอ้ งให้ความสำคัญ และ จัดการบริหารจัดการชนั้ เรยี นใหไ้ ด้ สามารถติดตาม
งานได้ ไม่ใช่เพียงแค่ส่งั งาน ท้งิ ไว้ และ ไมส่ นใจว่านกั เรียนจะทำหรอื ไม่

การจัดการเรยี นการสอน วชิ าเพ่ิมเติม

ในวิชาเพิ่มเติม หรือ วิชาเสริมสร้างทักษะ ซึ่งประกอบด้วย art, music*, science*, hospitality,
and design technology (*คาบดนตรี กับวิทยาศาสตร์ แบ่งกันสัปดาหล์ ะ 2 คาบ) นั้น มีการจดั การเรียน
การสอนภาคเรยี นละ 1 รายวชิ า วนไป 4 ภาคเรยี นใน 1 ปกี ารศึกษา โดยแต่ละวชิ า มีระยะเวลาในการสอน
1 Block ต่อสัปดาห์ สิ่งที่น่าสนใจคือ นักเรียนที่มาลงเรียน ไม่ใช่นักเรียนจากห้องเดียวกันทั้งหมด แต่เป็น
นกั เรยี น คละช้นั รว่ มเรยี นด้วย และ เปน็ การกระจายกนั เรียน คอื ไม่ใช่นกั เรียนทง้ั ห้องจะได้เรียนด้วยกัน

โครงการพัฒนาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซีแลนด์

๒๒

กรณศี กึ ษา : การจัดการเรยี นการสอน ในวิชา Design Technology
การจดั การเรียนการสอนโดยใช้ปญั หาเป็นฐาน (Problem Based Learning)

"The Product is not important as long as they know the Process"
วชิ าการออกแบบ พื้นฐานงานชา่ ง งานสถาปัตยกรรม งานดไี ซน์ ทุกคนมกั คดิ ว่า งานท่ีดีคอื งานทเี่ น้ยี บ
แต่เปล่าเลย ครผู สู้ อนงานช่างฝมี ือซงึ่ มปี ระสบการณ์การสอนวชิ าเพิ่มเติมทกุ รายวชิ ามากวา่ 20 ปี กลา่ ววา่
“ผลงาน (product) มนั เปน็ เพยี งแค่ 5% ของงานทัง้ หมดทน่ี กั เรียนทำมาสง่ กระบวนการ (process) ทง้ั หมด
ต่างหากทสี่ ำคัญ นักเรียนต้องรวู้ ่า สง่ิ ท่ตี นทำนน้ั คอื อะไร ต้องใชอ้ ะไรบ้างในการทำ มกี ระบวนการทำยงั ไง ใช้
ระยะเวลาในการทำมากแค่ไหน ดังนั้น กระบวนการสำคญั ทสี่ ุด”

“คณุ ครูคะ เวลาเราตรวจงานเดก็ เราตรวจงานเดก็ จากอะไร หากนกั เรียน สามารถทำตามข้ันตอนได้
ถกู ต้องทกุ ข้ันตอน แตผ่ ลงานออกมาไมส่ วย นักเรียนสมควรไดค้ ะแนนเทา่ ไหร่”

ผลงาน หน่ึงชิ้น 95% เปน็ เรอ่ื งของกระบวน การทำงานใหถ้ กู ตอ้ งตามขั้นตอน วิธีการสร้างช้นิ งาน
ผลงานมนั คือ 5% ของงานทงั้ หมด หากผลงานไมเ่ ป็นท่นี า่ พอใจ จะสรปุ ว่านักเรียนคนน้นั "โง"่ ไดร้ ึเปล่า

ลองเปรียบเทียบกบั วิชาคณิตศาสตร์ หากนักเรียนแตกสมการได้ถูกต้องตามขั้นตอน แต่บวกเลขข้ัน
สดุ ท้ายผดิ ทำใหไ้ ดค้ ำตอบทไ่ี ม่ถูกต้อง นักเรียนสมควรได้ 0 คะแนนในขอ้ นนั้ จรงิ เหรอ ครูสรุปว่านักเรียนคนนี้
โง่ ใชห่ รือไม่ แนน่ อน วา่ ไม่ ...

จงึ ไม่นา่ แปลกใจ ทใ่ี นปัจจบุ นั ขอ้ สอบนยิ มให้นกั เรยี น เขียนแสดงวธิ ีทำ (อตั นัย) ก็เพอื่ แสดงศักยภาพ
และความเข้าใจของนักเรียน ในวิชานั้น ๆ คำตอบต้องมีที่มา หากนักเรียนสามารถอธิบายได้ถูกต้อง ตาม
หลกั การ เหตผุ ลยอมรบั ได้ นักเรยี นกส็ มควรไดค้ ะแนน

โครงการพัฒนาอาสาสมัครเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซแี ลนด์

๒๓

"วชิ าเดยี วกนั ชิ้นงานไม่จำเป็นต้องเหมอื นกัน"
การสอนงานชา่ ง ไม่ใช่ส่งั ใหท้ กุ คน ทำเก้าอม้ี าคนละตัว แตค่ รจู ะสอนโดยการ ใหป้ ระเดน็ ปัญหา
จากน้ัน นกั เรยี นคิด หาวธิ แี ก้ปญั หา และ สร้างผลงานออกมา ดังน้ัน ถึงแมจ้ ะเรยี นวิชาเดยี วกนั แต่ผลงานไม่
จำเป็นตอ้ งเหมอื นกนั อยา่ ลืมว่า กวา่ จะไปถึงจดุ น้ัน นักเรยี นต้องรู้ พนื้ ฐาน กระบวนการสร้างชนิ้ งานทัง้ หมด
ก่อน Process ต้องแม่น Product จงึ สามารถออกมาได้

ครผู ู้ทำหนา้ ท่วี างพนื้ ฐาน จะเดินดูนกั เรยี น และคอยชว่ ยเหลอื สนบั สนุน ใหค้ วามรู้ สาธิต เม่ือนักเรียน
ตอ้ งการ ไมม่ กี ารน่ังเล่นมอื ถือ รอนักเรยี นเอางานมาส่ง ดงั นน้ั ครูจะเห็นพฒั นาการของนกั เรียนแตล่ ะคน วา่ คน
ไหน มีศักยภาพมากนอ้ ยเพยี งใด ผลงานท่ีออกมาจะอยใู่ นระดับไหน ด้วยเหตุนี้ การประเมนิ คณุ ภาพของผูเ้ รยี น
จึงสามารถวัดได้ง่าย เพราะครูอยกู่ บั นกั เรียนตลอดเวลา

การประเมนิ ผลการเรยี นร้ขู องประถม จึงอยู่ในรูปแบบของ formative assessment คือ ประเมินตาม
สภาพจรงิ ผา่ นการสงั เกต มากกวา่ รปู แบบของ Summative assessment คอื ประเมินผลผ่านการสอบวดั
ความรเู้ กบ็ คะแนนทา้ ยบทเรียน ในวิชาอนื่ ๆ เช่น art music hospitality และ science จะเปน็ ในลกั ษณะ
ใกลเ้ คียงกัน คอื การลงมอื ปฏบิ ัตเิ พื่อฝกึ ทักษะใหค้ ลอ่ งแคล่วและรกู้ ระบวนการการทำงาน เพอ่ื ไปตอ่ ยอดใน
การศึกษาระดบั สงู ตอ่ ไป

โครงการพัฒนาอาสาสมัครเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซแี ลนด์

๒๔

04 - โรงเรยี นมธั ยม : Rongoti College Secondary School

Rongotai College อ่านว่า รองโกะไท คอลเลจแปลว่า เสียง
แหง่ ท้องทะเล (Sound by the Sea) เปน็ โรงเรียนมธั ยมชาย ท่ีถือว่ามี
พ้ืนที่มากท่สี ุด (3 สนามหญ้า) เปดิ สอนครัง้ แรกเมอ่ื ปี 1926 ปจั จุบนั มี
อายุ93 ปี มีนักเรียน ประมาณ 700 คนโดยมีเช้ือสาย เมารี 20%
ชนพื้นเมืองแปซิฟิก 16% และ ชาวนิวซีแลนด์ เชื้อสายยุโรป 41%
รบั นักเรียนตั้งแต่อายุ 13 -17 ปี (Year 9-13)

การบริหารงานประกอบดว้ ย ผอู้ ำนวยการและรองผอู้ ำนวยการ
เช่นเดียวกับประเทศไทย แต่คำว่าหัวหน้า ไม่ใช้คำว่า Head of
Department แต่จะใช้คำว่า Deans เช่น Year 9 Dean = หัวหน้า
ระดบั ม.3

คณะกรรมการนักเรยี น ที่น่จี ะใช้ Prefect (พรเี ฟค) ไม่ใช้คำว่า Student Council เหมอื นในประเทศ
ไทย โดยคณะกรรมการนักเรียนจะใส่สทู และ ติดเหรยี ญรางวลั เปน็ สัญลกั ษณ์

เนื่องจากโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนชายล้วนจึงมีสนาม และ สถานที่ออกกำลังกายมากมายมีสนาม
ฟุตบอลไวเ้ ล่นรักบ้ี 3 สนามสนามบาสเกตบอลขนาดมาตรฐานชาติมสี ระว่ายน้ำ สนามเทนนิส แบตมนิ ตัน ไป
จนถึงห้องฟิตเนส ลู่วิ่ง ดรัมเบลกีฬาที่สร้างชือ่ ให้ประเทศคอื กีฬารกั บี้ทีม All Blacks คือทีมรกั บี้ประจำชาติ
ของนิวซีแลนดท์ ่ีครองแชมป์โลกสองสมยั ล่าสดุ ซ่ึงนักเรยี นจากที่น่ีก็ได้คัดไปเปน็ ตวั นกั กีฬาหลายคน ด้วยเหตุนี้
ท่ีน่จี ึงสง่ เสริมเร่อื งกีฬามาก

โครงการพัฒนาอาสาสมัครเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซแี ลนด์

๒๕

โรงเรียนในประเทศนิวซีแลนด์ยังบังคับใส่ยูนิ
ฟอร์ม ยกเว้น Wellington College เป็นโรงเรียนเดยี ว
ทไ่ี ม่มยี ูนฟิ อรม์ ซึ่งชุดของท่นี จี่ ะมี 2 แบบ คอื แบบ หน้า
ร้อนกับหน้าหนาว ชุดยูนิฟอร์มประกอบด้วย เสื้อกัน
หนาวแบบเสื้อกั๊ก มีทั้งแบบแขนสั้น และ แขนยาว
นักเรียนสามารถเลือกใส่แบบไหนก็ได้ (80 ดอลลาห์)
ผ้าพันคอ (30 ดอลลาห์) ความแตกต่างของชุดฤดูร้อน
กับฤดูหนาวคือ ถ้าใส่เสื้อเชิ้ตขาวแขนยาว-สแล็คขายาว
ต้องผูกไทด์แต่ถ้าใส่ชุดฤดูรอ้ น ที่เป็นเสือ้ เชิต้ เทาแขนส้ัน
และ กางเกงขาสัน้ ต้องใส่ ถุงเท้าของโรงเรียน ดึงขึ้นจน
สดุ เครอื่ งแบบทงั้ คู่ สวมครู่ องเท้าหนังขดั มนั

การจดั การเรียนการสอน ใชร้ ปู แบบการศกึ ษาองั กฤษมีการแข่งกันสะสมแต้มเพอื่ รางวลั มีสปี ระจำ
บ้าน โดยท่นี แี่ บง่ เป็น4 สี คอื

RENNER สแี ดง
HERON สหี ้า
LOCK สเี ขยี ว
MACKAY สเี หลอื ง
อาคารเรียนของท่ีนีม่ อี าคารเรียนหลักเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยม มีพื้นที่โล่งตรงกลาง สูง 2 ชั้นโดยช้นั
ท่ี 1 เรยี ก ช้ัน A สว่ นชัน้ ท่ี 2 เรียก ช้ัน B เมอื่ เปรียบกบั หอ้ งเรียนในประเทศไทย อาคาร 1 ช้ัน 1 ห้อง 1 จะ
เรียก Room 111 แต่ถ้าเป็นที่ประเทศนิวซีแลนด์ซึ่งมีอาคารเดียว จะเรียกห้องเรียนนั้นว่า Room A1
ในส่วนของอาคารย่อย ใช้ในการสอนวิชาเพิ่มเติม หรือ ใช้ในการปฏิบัติงาน เช่น วิชาช่างไม้ โรงพละศึกษา
หอ้ งดนตรี อาคารสอนวิชาเมารี ห้องเด็กพิเศษ และ โรงอาหาร เปน็ ต้น

โครงการพัฒนาอาสาสมัครเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซีแลนด์

๒๖

ครูที่นี่ จะมีห้องเป็นของตัวเอง ส่วนนักเรยี นจะเดินเรียนดังนั้นจึงง่ายต่อการจัดบรรยากาศการสอน
และเตรยี มการสอนกรงิ่ บอกเวลาเสยี งดังเหมอื นสญั ญาณไฟไหมโ้ ดยพอหมดเวลา นักเรยี นตอ้ งรบี ยา้ ยที่เรยี นไม่
ยงั ห้องเรียนถดั ไป แต่มกี ารพักระหว่างคาบเรียนประมาณ 15 - 25 นาที เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นเดนิ ทาง และ ครูได้
พัก แต่อย่างไรก็ตามครูท่ีนีต่ รงเวลาและรักษาเวลามากทุกห้องเรยี นมนี าฬิกาแปะไว้ เห็นชัดเจน เพื่อควบคุม
เวลาในการจัดการเรียนการสอน และหากใกลห้ มดเวลา นักเรยี นจะเตอื นครูเพ่ือไม่ให้ครสู อนเกนิ เวลา

คาบเรยี นที่น่ี ในแต่ละวนั เร่มิ ไมพ่ ร้อมกัน โดย วันจันทร์
อังคาร และ พฤหัส คาบเรียนเริ่ม 8.55 - 15.25 น.ในวันพุธ
คาบเรียนเริ่ม 9.15 - 10.10 น.และ ในวันศุกร์ คาบเรียนเริ่ม
8.55 - 15.25 น.แต่มีคาบเข้าหอประชุม 1 ชั่วโมงก่อนพัก
เที่ยงในหนึ่งวัน นักเรียนจะได้เรียนเพียง5 คาบ คือ เช้า 3 คาบ
บ่าย 2 คาบ โดยเรยี นวิชาละ 3 ครั้งต่อสัปดาห์โดยใช้เวลาคาบ
ละ 55 นาที พักกินข้าว 12.30 -13.25 น. ไม่มีการเข้าแถว
หนา้ เสาธง แตม่ ีการเชค็ ช่อื ในคาบแรก ซงึ่ การเช็คช่อื ของครู เช็ค
ผ่านระบบออนไลน์ ข้อมลู จงึ เป็นปจั จุบนั และ สง่ ขอ้ ความถงึ ครทู ี่
ปรึกษาและผู้ปกครองทันที เมื่อนกั เรียนขาดเรียน ในทุกวันจะมี
คาบจริยธรรม 15 นาที (form time) ยกเว้นวันพุธไม่มีคาบ
จริยธรรมทำใหเ้ รม่ิ เรยี นสายกว่าวนั อน่ื ๆ และเม่อื ต้องเปลย่ี นหอ้ ง
เดก็ ทน่ี ่จี ะยืนรอหนา้ หอ้ งไม่ยอมเข้าห้องกอ่ นทค่ี รจู ะเปิดประตูให้
หรือ เรียกเข้าห้องหากจะไปเข้าห้องน้ำ หรือดื่มน้ำ ก็จะขอ
อนุญาตก่อนก่อนตอบมีการยกมือ และรอครูเรยี กช่ือถงึ ตอบได้

ระเบียบการเข้า-ออกโรงเรียนของที่นี่ ครูไม่มีเซ็นเข้า
โรงเรียน มแี ต่เซน็ ออกคอื ถ้าจะออกไปทำธุระและกลับเข้ามา
ทำงานต่อ ก็จะไปที่สำนักงานหน้าโรงเรียนเพื่อเขียนชื่อออก
โรงเรียนและเขียนแจ้งว่าจะกลับเข้ามาเมื่อไหร่แต่ถ้าออกไป
แล้วไม่กลับมาอีกก็ลงชื่อแล้วขีดเส้นยาว ไปเลย เพื่อแสดงให้
เหน็ ว่าจะไม่กลบั เขา้ มาอีก

การลากจิ ลว่ งหนา้ ต้องมคี รสู อนแทนซงึ่ ครูทสี่ อนแทน จะ
เป็นครูพิเศษรายชั่วโมง โดยเข้าทุกรายวิชา และ ควบคุม
ห้องเรียน แจกงานตามที่ครูประจำวิชาฝากงานไว้ โดย
ตารางสอนแทนน้ี จะถกู ออกโดย ฝ่ายวิชาการของโรงเรียนและ
เอามาติดไว้ห้องประชุมรวมให้ครูทุกคนทั้งโรงเรียนทราบว่า
วันน้คี าบน้ี คนน้สี อนแทนใคร

โครงการพัฒนาอาสาสมัครเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซแี ลนด์

๒๗

โรงเรียนนี้ถือได้ว่าเป็นแม่ข่ายโรงเรียนแลกเปลี่ยนนักเรียนต่างชาติ 4 โรงเรียน คือ Lyall Bay
Primary School, Evans Bay Intermediate School, Wellington East Girl School แ ล ะ Rongoti
College โดยมี Mr. Kevin Carter เป็นผู้บริหารโรงเรียนและ คณะทำงานเกี่ยวกับนักเรียนแลกเปลี่ยน คือ
Ms. Verginia Willson (หัวหน้า) และ น้องเต้ย (Tammy) โดยโรงเรียน Rongoti รับเด็กต่างชาติ จาก 6
ประเทศ รวม 20 คนเป็นเดก็ จาก ไทย ฮอ่ งกง ญ่ีปนุ่ เกาหลี เยอรมัน และ ฝรั่งเศส

การศึกษาในประเทศนวิ ซีแลนด์ จะมีโรงเรยี น 2 ประเภทคือ โรงเรียนประจำ และ โรงเรียนไปกลบั
หากนกั เรยี นเลือกทจี่ ะเรยี นในโรงเรยี นแบบ ไป-กลบั จำเป็นตอ้ งหาบ้านพักอาศัยที่มีผ้ปู กครองดแู ล เนือ่ งจาก
นักเรียนยังไม่บรรลุนิติภาวะ ผู้ประสานงานท่ีนีจ่ ะเป็นคนหา Home Stay ให้ดังนั้น ในกระบวนการหาท่พี กั
จำเป็นต้องมีคา่ ใชจ้ า่ ยเพอื่ ดำเนนิ การ และ คา่ ท่อี ย่อู าศยั โดยคดิ เป็น week คือ วคี ละ 280 ดอลล่านวิ ซีแลนด์

เนื่องจากระบบการศึกษานิวซีแลนด์บังคับให้นักเรียน เรียนถึง Year 10 นักเรียนใน Year 9 และ
Year 10 จงึ มจี ำนวนมาก ประมาณ 25 - 30 คน ต่อวชิ า ในขณะชั้นปีที่สูงขนึ้ และเม่ือเรียนแยกสาย จำนวน
นกั เรียนในแต่ละวชิ าจะนอ้ ยลงเพราะต่างคนตา่ งเลอื กลงทะเบียนเองตามความถนัดของตนแตจ่ ำนวนจะไม่เกนิ
25 คน (ในบางวิชามีเพียง 2-3 คน)

นักเรยี นท่นี ่ี ถอื ว่า สภุ าพ เรยี บรอ้ ย (ในหอ้ งเรียน) ยกมอื ตอบคำถาม เรยี กครู มิส มิสเตอร์ ท่ีสำคัญ
ตง้ั นักเรยี นใจฟงั ครู คุยกนั ตอนครูสอนน้อยมาก หากมนี กั เรยี นคนใดพดู มากก็จะโดนเพอื่ นด่าให้เงยี บ นักเรียน
ท่ีนม่ี นี ำ้ ใจ สุภาพ เปดิ ประตูให้ ย้ิม ทักทาย ขอบคณุ ถือว่าทนี่ สี่ อนใหเ้ ดก็ ผชู้ ายเปน็ สุภาพบรุ ษุ ที่ดีทีเดียว

โครงการพฒั นาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซแี ลนด์

๒๘

05 – วิชาภาคบงั คบั : Compulsory subject

การศึกษาวชิ าบงั คับ

Year 9 และ Year 10 เป็นการศึกษาที่นักเรียนจะเรียนวิชาตามหลักสูตรบังคับ ซึ่งได้แก่ วิชา
ภาษาอังกฤษ สังคมศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และพลศึกษา รวมทัง้ วชิ าเลอื ก ซึง่ ไดแ้ ก่ ศิลปะ ภาษา
เทคโนโลยี เศรษฐศาสตร์

Year 11 นักเรียนจะเริ่มเลือกเรียนวิชาเฉพาะตามความถนัดของตนแต่ยังต้องเรียนวิชาหลัก คือ
คณิตศาสตร์ ภาษาองั กฤษ และวิทยาศาสตร์ รวมทง้ั วชิ าเลือกซึ่งไดแ้ ก่ ศลิ ปะ พาณิชยศาสตร์ เทคโนโลยีและ
ภาษา เมื่อนักเรียนเรียนจบ Year 11 จะต้องสอบข้อสอบกลางที่เรียกว่า NCEA Level 1 ซึ่งจัดโดย
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร เพ่อื เขา้ เรยี นต่อใน Year 12

Year 12 นักเรียนต้องเรียนวิชาภาษาอังกฤษและเลือกวิชาอื่น ๆ อีก 4 หรือ 5 วิชา ซึ่งได้แก่
คณิตศาสตร์ ศิลปศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เป็นวิชาที่มุ่งจะไปเรียนสาขาใด ๆ ในระดับอดุ มศกึ ษา
เมอื่ นกั เรยี นเรยี นจบ Year 12 กจ็ ะตอ้ งสอบข้อสอบกลางอกี ครง้ั ทเี่ รยี กว่า NCEA Level 2 เพือ่ เข้าเรียนต่อ
ใน Year 13

Year 13 การศึกษาระดับนี้เป็นเหมือนชั้นเตรียมมหาวิทยาลัย ไม่มีวิชาบังคับนักเรียนจะเลือกวิชา
4 – 6 วิชา ซึ่งเปน็ วิชาท่ีเกี่ยวข้องกบั สาขาวิชาที่จะเรียนในระดับอุดมศกึ ษาเมือ่ นัก เรียนเรียนจบ Year 13
นักเรียนจะต้องสอบข้อสอบกลางครั้งสุดท้าย ที่เรียกว่า NCEA Level 3 และหากสอบผ่านก็ถือว่าสำเร็จ
การศึกษาโดยสมบูรณ์ หากสอบไม่ผา่ นในวชิ าใดวชิ าหน่งึ จะมีโอกาสสอบแกไ้ ด้ 1 ครัง้ หรือ เรียนเสรมิ เพอื่ เกบ็
หนว่ ยกิตใหค้ รบ

การรับรองคุณวุฒิ 3 ระดับข้างต้น ถือเป็นขั้นตอนแรกของทั้งหมด 8 ระดับตามแผนงานรับรอง
คุณวุฒิแห่งชาติ (National Qualifications Framework) โดยการรับรองคุณวุฒิดังกล่าวเรียกว่า
“ประกาศนียบัตรแห่งชาติ” (The National Certificate) เพราะยึดมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศโดยการ
ควบคุมดูแลของหน่วยงานรับรองคุณวุฒิของนิวซีแลนด์ หรือ New Zealand Qualifications Authority
(NZQA)

โครงการพัฒนาอาสาสมัครเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซแี ลนด์

๒๙

กรณศี กึ ษา :การจดั การเรยี นการสอนในวชิ าภาษาอังกฤษ

ถ้าเปรียบวิชาอังกฤษ ไม่ต่างกับวิชาภาษาไทย
นักเรียนทุกคนมีพื้นฐานการฟังพูดอ่านเขียนอยู่แล้ว
แตแ่ นน่ อน คำไทย บางคำ คนไทยก็ยงั สะกดไมถ่ ูกไมต่ ่าง
อะไรกับนักเรียนที่นี่ ที่ยังต้องมีการฝึกสะกดคำต้นคาบ
เรยี นทุกคาบ

แลว้ คำเหลา่ นนั้ มาจากไหน? ทางโรงเรียนจะมหี นงั สือ
แบบฝึกหัดคำศัพท์ท่ีมักสะกดผิดซ่ึงหนังสือนี้ จัดทำโดยการทำ
วิจัยกับนักศึกษามหาวิทยาลัยหาคำที่นักศึกษามักสะกดผิด และ
จัดทำเป็นหนงั สอื เรียนท้ังหมด 8 เล่ม ไว้ใหโ้ รงเรยี นแต่ละโรงได้
ใช้

ภาพรวมการศึกษา ของที่นี่ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ผ่านการผลิตชิ้นงาน ผลงาน การออกแบบ
ดีไซน์แม้บางครั้งจะทำแค่ในสมุด แต่ต้องสามารถให้เหตุผลและอธิบายผลงานของตนได้ในการสอน
ภาษาอังกฤษ จึงเน้น ทักษาการนำภาษาไปใช้ผ่านการอ่าน สรุปความ ทำผลงาน/ทำชิ้นงาน/สร้างเรื่องราว

Language for Communication เมื่อคุณรู้จักภาษา คุณต้องใช้ภาษาเพื่อสื่อสารและสื่อความได้
การสอนจึงมกี ารจัดการเรยี นรู้แบบ “Project Based Learning”

"ท่ีนี่ เราจะใหน้ ักเรียน "ทำงานรว่ มกัน" ไมใ่ ชแ่ ค่กับกลมุ่ เพอื่ น แต่ต้องสามารถทำงานรว่ มกบั ทกุ คนได้
ช่วยเหลอื กซ่งึ กนั และ คิดแก้ปญั หารว่ มกัน เพราะนน่ั เปน็ ทกั ษะทจี่ ำเปน็ สำหรับพวกเขาเมอ่ื จบออกไป"

- ครผู ้สู อนวชิ าภาษาองั กฤษกล่าว -

โครงการพฒั นาอาสาสมัครเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซีแลนด์

๓๐

กรณศี ึกษา :การจดั การเรียนการสอนในวิชาสงั คม

"วชิ าสังคมกวา้ งใหญไ่ พศาล ไมม่ ถี ูก ไมม่ ผี ิด แลว้ แตค่ ุณจะคดิ แต่คณุ ตอ้ งมบี ทความ หรือ หลกั ฐานมา
สนับสนนุ ความคิดคุณ และเรยี บเรียงความคดิ ของคุณให้สื่อความออกมาใหไ้ ดอ้ ย่างเหมาะสม"

- ครผู ู้สอนวชิ าสงั คมกลา่ ว –

แนวทางการสอนสังคม ไม่ใช่สอนแค่เพื่อให้จดจำ
เรื่องราวท่ีเกิดขึ้นในอดีต แต่ ต้องลงลึกไปถงึ การวิเคราะห์ หา
ผลดีผลเสีย ผลที่เกิด ผลกระทบ การคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดใน
อนาคต ไปจนถึง แนวทางในการป้องกัน หรือ แก้ไขสิ่งที่จะ
เกิดข้ึน

ในวิชานี้ จะเน้นการแลกเปลยี่ นความคิดอยา่ งเปิดกวา้ งแตต่ ้องเสนอความคดิ อยา่ งสมเหตุสมผลไม่ใช่
การตะโกนตอบคำตอบไรส้ าระโดยไม่ศึกษาหาความรู้ สง่ ผลใหเ้ สียเวลาในการทำกจิ กรรม จนทำให้นกั เรยี นคน
อ่ืนเสียโอกาสในการซกั ถาม

การยกมือเพื่อตอบแต่ละครั้งจึงหมายถึงความ
มั่นใจในคำตอบท่ีเรามีและเชื่อมั่นว่าคำตอบของตนน้นั จะ
เป็นที่ยอมรบั ดังนั้นเมื่อครูเห็นด้วยกบั คำตอบ เขาจะรูส้ กึ
ภาคภูมิใจในขณะทหี่ ากคำตอบของตนไมซ่ ำ้ นกั เรยี นจะยก
มือรอจนกวา่ จะถึงควิ ตน ถงึ แม้วา่ ตอบไปแลว้ ผิด ก็จะไม่มี
การต่อวา่ หรอื ซำ้ เติมเพ่อื น
เม่ือนักเรียนคนหน่ึงตอบ ทกุ คนจะเงียบฟงั เพราะตอ้ งดวู ่าคำตอบจะซำ้ กันไหมและเห็นดว้ ยกบั คำตอบ
น้ันหรือไมห่ ากไมเ่ ห็นดว้ ย จะมกี ารค้าน แต่จะค้านด้วยเหตผุ ล
จะเหน็ ได้ว่าการตอบคำถามในหอ้ งเรียนเป็นหนึ่งในการปลูกฝังมารยาททางสงั คมคือ“การให้เกยี รต”ิ
ให้เกียรติครู โดยการหาคำตอบอย่างตง้ั ใจ เพอื่ ตอบคำถาม
ให้เกียรตเิ พ่ือน โดยการฟังคำตอบทีเ่ พื่อนพยายามหามา
ให้เกียรตติ นเอง โดยการเปน็ คนท่รี จู้ ักมารยาทในการฟงั และการแสดงความคิดเห็น
ครูทุกคนมีเป้าหมายในการสอนให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต่างกันแต่ ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นกับนักเรียน
จะเป็นเหมือนข้ันบนั ได ค่อยๆตอ่ ข้ึนไปทีละข้ัน เพื่อส่งเสริมให้นักเรียน ก้าวขึ้นไปเปน็ คนทีม่ ี "ทักษะชีวิต**"
จนสามารถดำรงชีวติ และทำงานในยุคปัจจบุ ันใหป้ ระสบความสำเรจ็ ได้

** ทกั ษะชีวติ ตามแนวคิดของการศึกษาในศตวรรษท่ี 21ทส่ี ำคญั ประกอบดว้ ย
- ความยดื หยุ่นและการปรบั ตัว
- การรเิ รมิ่ สร้างสรรค์และเป็นตัวของตัวเอง
- ทกั ษะสงั คมและสงั คมขา้ มวฒั นธรรม
- การเปน็ ผ้สู รา้ งหรอื ผู้ผลิต (Productivity)
- ความรบั ผดิ ชอบเชื่อถอื ได้ (Accountability)
- ภาวะผู้นำและความรบั ผิดชอบ (Responsibility)

โครงการพฒั นาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซีแลนด์

๓๑

06 – วชิ าเลอื ก : Elective

เนื่องจาก นักเรียนแต่ละคน มีความถนัด ความชอบ และความสนใจที่ต่างกัน ดังที่กล่าวมาแล้วว่า
นักเรียนตั้งแต่ Year 11 ขึ้นไป ต้องเรียนให้ผ่านวิชาระดับพื้นฐานซึ่งจะอยู่ในระบบ National Certificate
Education Academic (NECA) ใน NCEA-Level 1 ประกอบด้วย วิชาภาษาอังกฤษ วิชาคณิตศาสตร์ วิชา
วิทยาศาสตร์และ วิชาอื่น ๆ นักเรียนจะต้องเรียนวิชาทั้งหมดประมาณ 6 วิชาในโรงเรียน Rongoti College
เปิดวิชาเลือกเสรีให้นักเรียนได้เลือกลง ได้แก่ภาษาต่าง ๆ เช่น สเปน จีน ญี่ปุ่น ละติน ซาโมน และ เมาลี,
ศิลปะ,ดนตรี, งานออกแบบ ดีไซน์, งานชา่ ง, งานเหลก็ , กฬี า, คอมพวิ เตอร์ เทคโนโลยี, พาณิช บัญชี, เกษตร,
การทำอาหาร, และ การลงพื้นทีฝ่ กึ งาน

จะเห็นไดว้ า่ วชิ าของประเทศนวิ ซแี ลนด์จะไม่ต่างกับของไทยแต่สงิ่ ที่แตกต่างคอื "เลอื กแลว้ ต้องเรียน
จนจบหลักสูตร" แต่ถ้าไม่ชอบ ก็สามารถเปลี่ยนสายและเก็บหน่วยกิตใหม่ได้เมือ่ จบ ก็จะได้ ประกาศนยี บตั ร
รับรองคุณวุฒิอีกทั้ง ใน Year 12 และ Year 13 จะมีการส่งนักเรียนออกไปฝกึ งานตามสถานที่ต่าง ๆ เพอื่
เพิ่มประสบการณ์และหากนักเรียนสนใจทจี่ ะทำงานพิเศษตอ่ ทนี่ ัน้ เลยโดยทางโรงเรียนสามารถออกใบอนญุ าต
ทำงานได้หากเจ้าของกิจการยินดีจ้าง ซึ่งเดก็ ฝึกงานที่มีประสบการณ์แลว้ จะสามารถเข้าทำงานได้งา่ ยกวา่ คน
ใหม่ทไี่ รป้ ระสบการณ์

โครงการพัฒนาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซแี ลนด์

๓๒

ถึงแม้นักเรียนจะเลือกตามความสนใจ แต่ความรู้ทุกอย่าง นักเรียนได้มีโอกาสนำลงสู่อาชีพไดท้ ำให้
นักเรียนเห็นแนวทางในการประกอบอาชีพและสามารถประยุกต์ใช้ต่อยอดอาชีพของตนได้ยกตัวอย่าง
Hospitality ภายใต้วชิ าคหกรรมกจ็ ะแบ่งแยกย่อยเป็น เอกการทำกาแฟเอกขนมอบเอกทำอาหารและ อ่ืน ๆ
ซึ่งเม่ือเรียนจบ นักเรยี นเอกกาแฟ กจ็ ะได้ไปทำงานพเิ ศษทรี่ ้านกาแฟ เพือ่ หาประสบการณ์

จุดอ่อนของไทยคอื .. สอน แต่ไม่ลงสู่การปฏิบัตินกั เรียนจึงไม่เคยเห็นค่าของสิ่งที่เรียน“เรียนเพื่อรู้
ไม่ใชเ่ รียนเพื่อนำไปใช้” ในขณะที่ นักเรยี นที่นิวซีแลนด์ มีความรู้ ทักษะ และ ประสบการณ์ ถึงขั้นสามารถ
สอน ใหค้ วามรู้ ในแขนงวชิ าของตนเอง แกผ่ ้อู ่ืนได้

ศ.นพ. วิจารณ์ พานิช (2555: 16-21) ได้กล่าวถึงทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ไว้ว่า
สาระวิชาก็มีความสำคญั แต่ไม่เพียงพอสำหรบั การเรยี นรเู้ พ่ือมีชีวิตในโลกยุคศตวรรษที่ ๒๑ ปัจจุบันการเรยี นรู้
สาระวิชา (content หรือ subject matter) ควรเป็นการเรียนจากการคน้ คว้าเองของศิษย์ โดยครูช่วยสร้าง
ประสบการณ์แก่เดก็

วันน้ี การสอนในปัจจบุ นั อยู่ในจุดไหนนโยบายการศึกษา สอดคล้องกับบริบทสงั คม สามารถนำสู่การ
ปฏิบัตไิ ด้หรอื ยังบทบาทหนา้ ทีข่ องครู โรงเรยี น สังคม และชมุ ชน ส่งเสรมิ การเรยี นรู้ของนกั เรียนได้ อยา่ งเป็น
ระบบ ครบวงจรแล้วหรือยังการจัดการเรยี นรู้ในเน้ือหาเชิงสหวิทยาการ ที่พยายามส่งเสริมกันนั้น ต่างจากที่
เคยสอนมาตรงไหนและสุดทา้ ย เดก็ ไทยพรอ้ มหรือยัง ทจ่ี ะพัฒนาตนเองใหท้ นั โลก

ในขณะท่เี ด็กนวิ ซแี ลนด์ อายุ 15 ขวบ สามารถเลือกอนาคตของตนเองไดแ้ ลว้
“นักเรียนไทยตง้ั เปา้ หมายของตัวเองรึยงั วา่ ต้องการอะไร”

โครงการพฒั นาอาสาสมัครเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซแี ลนด์

๓๓

07 – วธิ กี ารสอน : Teaching Method

ขน้ั ตอนการจดั การเรยี นการสอน ในแตล่ ะวิชามคี วามคลา้ ยคลงึ กันโดยรปู แบบการสอนจะใช้รูปแบบ
การสอนแบบผูใ้ หญ่ครจู ะเขียน Learning Outcome บนกระดานวา่ วนั น้ี เราจะทำอะไรกนั บา้ งซ่งึ ปกติ จะมี
ประมาณ 3 กิจกรรม ใน 1 ชั่วโมงมีขั้นตอนการสอน 5 ขั้นตอนหลักคือ Warmer, Review, Lead-in,
Present, Practice, และ Wrap –up

ข้นั ท่ี 1 Warmer
เป็นกจิ กรรมสน้ั ๆ เพอ่ื เตรยี มความพรอ้ มผ้เู รียน เกย่ี วกับเรือ่ งท่กี ำลังจะเรยี น อาจมีการทบทวนความรู้

เดิม ผา่ นเกม กิจกรรม เช่น เขยี นศัพท์ ตอบคำถาม ทายปญั หา และใหน้ ักเรยี น แย่งกนั ตอบ
กิจกรรมในขั้นนี้ จะเป็นการกระตุ้นให้นักเรยี น สนใจกับการเรียนการสอน และ โฟกัสไปยังเรื่องที่

กำลงั จะเรยี น สร้างความต่นื ตวั กอ่ นเร่มิ กิจกรรมการเรียนการสอนและใช้เวลาไม่นาน ไมค่ วรเกนิ 5 - 10 นาที
หัวข้อหรือกิจกรรมท่ีจัด อาจเกีย่ วหรือไมเ่ กี่ยวข้องกับบทเรียนก็ได้ แต่ต้องน่าสนใจเพียงพอให้นกั เรียนอยาก
รว่ มกจิ กรรม

ขั้นที่ 2 Review / Lead-in
สำหรับการจดั การเรียนการสอนที่มีเนื้อหาต่อเน่ืองจาก การจัดกิจกรรมคาบก่อนหน้า ครูจะทำการ

ตรวจการบ้าน นักเรียน เพื่อทบทวนความจำ ในสิ่งที่เรียนมา ผ่านการให้นักเรียนออกมาเขียนคำตอบบน
กระดาน หรือ ซกั ถามสิ่งท่ไี ด้ไปทำมาหากเป็นการเริม่ ต้นบทใหม่ จะมีการถามคำถามเพ่ือเช่ือมโยงไปสู่เร่ืองท่ี
กำลังจะเรียน เชน่ กนั

กจิ กรรมในขัน้ นี้ จะมี หรอื ไม่มกี ไ็ ด้ บางคร้งั สามารถ ผสมผสานกบั กจิ กรรข้นั ท่ี 1(warmer) ไปเลยก็
ได้ เพ่ือกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนคิดถงึ สิง่ ท่ีกำลังจะเรียนใชเ้ วลา ประมาณ 7 - 10 นาทคี รจู ะเป็นผู้ควบคุมชั้นเรียน
และ นกั เรยี นเปน็ ผตู้ อบคำถาม

ขั้นท่ี 3 Presentation
ข้นั การนำเสนอความรใู้ หม่ ผ่านการทำกิจกรรมท่ีหลากหลาย เช่น การฉายวดี โิ อ การสอนคำศัพท์ใหม่

การสอนประโยคทจ่ี ำเป็น พร้อมตัวอย่างการใช้ผา่ นการ"ฟัง"เพ่อื ให้นกั เรยี นทำความเข้าใจ องค์ความร้ใู หมท่ ี่ได้
กจิ กรรมในขัน้ นี้ จะเป็นการให้ความรทู จ่ี ำเป็นเพ่อื นเตรยี มผ้เู รียนใหพ้ รอ้ มในการทำกิจกรรมถัดไปใน

ขนั้ นใี้ ช้เวลาไม่เกนิ 10 นาที ในการนำเสนอเนอ้ื หาและการทำกิจกรรม เพื่อใหเ้ ข้าใจหลักการเทา่ น้ัน

โครงการพฒั นาอาสาสมัครเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซแี ลนด์

๓๔

ข้นั ที่ 4 Practice
ข้ันน้ีเปน็ ขนั้ ประยกุ ตเ์ อาความรทู้ ่ไี ดเ้ รียนมาไปปรับใชใ้ นสถานการณ์ หรอื บรบิ ทต่าง ๆ ผา่ นกิจกรรม

ท่ตี อ้ งลงมอื ปฏบิ ตั ิ ทงั้ แบบเด่ยี ว และ แบบกลุม่ เช่น การเขียนเรียงความ วเิ คราะหเ์ น้อื หา สรา้ งสตอรเ่ี ปน็ ของ
ตนเอง และ การสร้างชน้ิ งานตา่ ง ๆ

กิจกรรมในขั้นนี้ จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนเหน็ คุณคา่ ของสิ่งที่ตนเรียน สามารถนำสิ่งที่เรียนมาปรับใช้ได้
เป็นการฝึกทักษะให้ผู้เรียนใชซ้ ้ำ ๆ จนเกิดความชำนาญเป็นขัน้ ที่กินระยะเวลานานทีส่ ุด นานกว่าทุกข้นั ตอน
คือ ประมาณ 25 - 30 นาที หรือ จนหมดคาบเพื่อเปิดโอกาสให้นกั เรียนได้นำความรู้ที่ได้ไปใช้ให้มากท่สี ุด
และเพอื่ สร้างผลงานทีด่ ที ีส่ ุด
ขั้นท่ี 5 Wrap-up

เปน็ ขัน้ การสรุปองคค์ วามร้ทู ี่ได้เรียน และผ่านการทำกจิ กรรมอาจมีการถามเพอื่ ตรวจสอบความเข้าใจ
เนื้อหาและหลักการของบทเรียน (CCQ) หรือ สรุปความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ พร้อมกันทั้งชั้นเรียนก็ได้
ใช้เวลาเพียง 5-7 นาทีเท่านั้น เพื่อสรุปองค์ความรู้แต่โดยปกติครูไม่ค่อยทำ เพราะเวลาหมดเสียก่อน จน
กลายเป็นเร่งสง่ั การบา้ นเพ่อื ส่งคาบหนา้ แทน

บทบาทหน้าท่ีของครผู ูส้ อน

1. Guideคอื แนะนำการทำกจิ กรรม ใหแ้ นวทางในการทำกจิ กรรม ใหค้ วามรทู้ จ่ี ำเปน็ ให้เพยี งพอ
ในการทำกจิ กรรมแนะนำกระบวนการดำเนินกิจกรรมแกน่ กั เรียน

2. Facilitator คือ เป็นคณุ อำนวย คอยอำนวยความสะดวกในการจัดกจิ กรรมเตรียมจดั หาสอ่ื การ
สอน และอปุ กรณ์ท่จี ำเป็นในการจัดกจิ กรรมเพอื่ ใหก้ จิ กรรมดำเนินไปด้วยความราบรื่นตามทีไ่ ด้วางแผนไว้

3. Monitorคอื เปน็ ผูด้ แู ล ตอบคำถาม ชแี้ นะ ติดตามผลงาน เดินดคู วามคืบหนา้ งานในแต่ละกลมุ่
แต่ละกิจกรรม และผลักดันใหน้ ักเรียนจดจ่ออยกู่ บั ชน้ิ งานของตน และใหผ้ ลสะทอ้ นในกิจกรรมนัน้ ๆ

4. Time Keeper คือ เป็นผ้คู วบคุมเวลาในการจัดกิจกรรมให้ดำเนนิ ไปให้ครบถว้ นตามกระบวน
การท่ีกำหนด

โครงการพัฒนาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซีแลนด์

๓๕

รปู แบบการจดั การเรยี นการสอน

การจัดการเรียนการสอน เน้นให้นักเรียนวิเคราะห์เสนอความคิดเห็น และแสดงผลงานผ่านการ
ออกแบบเพือ่ ใหผ้ เู้ รียนฝึกคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และ สร้างสรรคต์ ามหลักการคดิ ขั้นสงู ของ บลมู (Bloom's
Taxonomy)และ การจัดการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Student Centered) ลดเวลาครู (TTT*)
เพ่ิมเวลานกั เรยี น (STT**) โดยคิดเป็น 70 : 30 คือ นกั เรียนพูด 7 สว่ น ครพู ดู 3 สว่ น

* Teacher Talk Time
** Student Talk Time

การจัดการช้ันเรยี น(Classroom management)

การจดั การเรยี นการสอนในห้องยงั คงเปน็ settler มากกว่า stirrerคือ จัดการสอนโดยให้นักเรียนอยู่
กับทเ่ี ปน็ สว่ นใหญใ่ นบางคลาส นักเรยี นน่ังอยกู่ บั ทที่ ั้งคาบในขณะทบี่ างวชิ า นกั เรียนสามารถลุกเดินไปมาได้แต่
ไม่ใช่กิจกรรมที่ครูส่ังให้ลุก เพียงแค่อยากไปหาเพ่ือนเอง ข้อดีของการนั่งอยู่กับที่ (settler) คือ คุมชั้นเรียน
ง่าย ไมว่ นุ่ วาย ข้อเสยี คือ น่าเบอื่ นักเรยี นไมต่ น่ื ตวั ดว้ ยเหตนุ ้ีการจดั การสอนจงึ ควรสลับกบั การจดั กจิ กรรมท่ี
มกี ารเคลอื่ นไหว (stirrer) บา้ ง เพอ่ื กระตนุ้ ใหผ้ ้เู รยี นเกดิ การตนื่ ตัวในการเรยี นรู้

“ไม่แขง่ ขนั ไมเ่ ปรยี บเทยี บ ชีวติ มคี วามสขุ ”
กิจกรรมเน้น whole class check แบบ เสนอตัวตอบคำถาม เป็นหลักการตรวจคำตอบใช้วิธี
ตรวจสอบผลงานของตนเอง (self-check) เพื่อใหร้ ู้ข้อผดิ พลาดของตัวเองไมค่ อ่ ยมกี าร แลกกับเพ่ือนตรวจงาน
(peer check) และไม่มีการแข่งขันด้านความรู้ในระดับมัธยมเนื่องจากการจัดการเรียนการสอนที่นี่ ยึดหลัก
ท่ีว่า “นกั เรียนทุกคนมีความแตกตา่ ง และ เรยี นรู้ช้าเรว็ ตามศักยภาพของตน”

โครงการพัฒนาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซีแลนด์

๓๖

กรณศี ึกษา : สรปุ การสอนในวิชา ภาษาสเปน

1. Warmer: เขยี นศัพทส์ เปน
ครูใหค้ ำศพั ทภ์ าษาองั กฤษ เป็นช่ือวิชา ใหน้ กั เรยี นออกมา
เขียน ภาษาสเปน 5 คำ

2. Review: ตรวจการบา้ น
โดยถามสุ่มรายคน เพื่อตอบคำศพั ท์วชิ าภาษาสเปน มา
คนละ 1 วชิ า และ แก้ไขคำผดิ ใหถ้ กู ต้อง

3. Present: หลกั การใช้ ar - amos
- ให้ความร้เู กี่ยวกับภาษาสเปน กอ่ นฟงั คลปิ เสียง
- ให้ guiding question เพอ่ื ตอบคำถามจากแบบฝกึ หดั
- นกั เรียนฟังคลิปเสยี ง (ครัง้ ท่ี 1)
- ครอู ธบิ าย ภาษาทใ่ี ชซ้ ำ้ ในคลิป เพ่อื เปน็ คำใบ้
- นกั เรียนฟงั คลิปเสียง (ครง้ั ที่ 2)
- ฟงั คลปิ เสยี งอกี รอบ และตรวจคำตอบพรอ้ มกัน

4. Practice: ตอบจดหมาย Pen Pals
- ใหค้ วามรู้เก่ยี วกับ คำศพั ทจ์ ำเป็น
- แจกจดหมายของนกั เรียนจากสเปน ใหค้ นละฉบบั
(Authentic Materials)
- นกั เรยี นอา่ นและแปลความในจดหมาย (ช่วยกันได)้
- ครู monitor นักเรียนรอบหอ้ ง เพ่อื ชว่ ยแปลวามหมาย
- นักเรียนสามารถใชโ้ ทรศพั ท์เปดิ คำศพั ท์หาความหมาย
ได้

5. Wrap-up: สรปุ ความ - สัง่ งาน
- สรปุ หัวขอ้ ครา่ วๆ ตามจดหมาย
- ให้นักเรียน เขยี นจดหมายตอบกลับเพอื่ นจากสเปน
- สง่ จดหมายในคาบถัดไป

โครงการพัฒนาอาสาสมัครเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซีแลนด์

๓๗

08 - ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน : Production Stage
"Production Stage ปลายทางแหง่ การเรยี นร"ู้

การจัดการเรียนการสอนที่นี่มี 4 ภาคเรียน จะสิ้นสุด การเรียนการสอน เทอม 4 ต้น ธันวาคม
แต่ในYear 11 -13 จะเรียนถึงส้ินเดือนตุลาคมเท่านั้นหลังจากนั้นจะเป็นการเตรยี มตัวสอบวัดระดับ NCEA
ดว้ ยเหตนุ ้ี ในสปั ดาห์สดุ ท้ายของการเรยี นการสอน งานทกุ อย่างจงึ ต้องสง่ ใหค้ รบเพ่อื รับ credit ของวชิ านั้น ๆ

งานชน้ิ สุดท้าย เพือ่ สรุปผลการเรียนรกู้ ารสอบ เปน็ การสอบปฏิบตั ิ เป็นรายบุคคล ภาคปฏิบัติโดยครู
จะใหห้ ัวขอ้ การสอบ และนำมาสง่ ครู ถา่ ยรปู เก็บหลักฐาน และ ครตู รวจสอบคณุ ภาพผลงาน ให้ข้อเสนอแนะ
เพื่อปรับปรุงแก้ไขต่อไปและหากเป็นวิชาทางด้านศิลปะและการออกแบบ การถ่ายภาพ แฟชั่ นดีไซน์ ของ
นักเรียน Year 11 – Year 13 จะตอ้ งทำบอรด์ ผลงานส่ง โดย Year 11 ทำ 1 บอร์ด Year 12 ทำ 2 บอรด์
และ Year 13 ทำ 3 บอร์ด ผลงานที่อาจารย์คัดเลือก จะนำไปตั้งยังห้องประชุมใหญ่ เพื่อทำนิทรรศการ
นำเสนอผลงานนกั เรียนประจำปี

โครงการพฒั นาอาสาสมัครเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซีแลนด์

๓๘

จะเห็นได้ว่า การสอบภาคปฏิบัตินั้นครูจะต้อง
ประเมินตามสภาพจริงและให้ผลย้อนกลับในทันทีเพื่อให้
นักเรียนรูจ้ ุดอ่านของงานท่ตี นได้ทำ และ มาตรฐานงานที่ควร
จะเปน็ ผลการเรียนรู้ทีค่ าดหวงั คือเกบ็ เครดติ ใหค้ รบ ไม่ใช่ได้
เกรด Excellent ซึง่ ใน 1 ปกี ารศกึ ษานักเรยี นตอ้ งเก็บเครดติ
ใหไ้ ด้ไม่ต่ำกวา่ 80 เครดิต

ใน 1 ปีการศึกษา นักเรียนสามารถลงทะเบียนเรียนได้
5 - 6 วชิ า โดยแต่ละวชิ าให้เครดติ ไม่เทา่ กันขึ้นอยู่กบั ภาระงาน
หากนักเรียนส่งงานไม่ครบสามารถทำงานพิเศษที่เพื่อเพิ่ม
เครดิตได้หรือ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเก็บงานให้ครบเพื่อให้ได้
เครดติ ตามเปา้

"การเปรยี บเทียบน้อย แข่งขันกบั ใจตวั เอง"
การวัดประเมินผลเปน็ แบบ อิงเกณฑ์ คือใครทำผลงานออกมาผา่ น ในระดับไหนกจ็ ะมีผลให้ไม่มีการ
จดั อันดบั แตถ่ ้าตอ้ งการทุนการศึกษามหาลยั นักเรียนจะต้องทำ Excellent Endorsement ได้ใหต้ ามจำนวน
ที่กำหนดในวิชานั้น ๆ ที่ตอ้ งการจะขอทนุ อกี ทงั้ การวดั ผลที่นี่ ไม่มเี กรดเฉล่ีย ไม่มี GPA ดังนัน้ จงึ ตดั สนิ กันเป็น
รายวิชา ว่า วิชาไหนที่นักเรียนถนัดหรือทำได้ดี ด้วยเหตุนี้ การเปรียบเทียบจึงมีน้อย ถ้าอยากผ่าน ก็ต้อง
รบั ผิดชอบตวั เองถ้าอยากไดท้ ุน กต็ ้องตั้งใจ

จากทีเ่ คยกลา่ วมาแลว้ บ้างเร่อื ง วฒุ ิ NCEA หรือช่ือเตม็ ๆ ว่า National Certificate of Educational
Achievement เป็นคุณวุฒิสำหรับนักเรียนมัธยมที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรระดบั ใดระดบั
หน่ึง ใน 3 ระดับ คอื Level 1, Level 2 และ Level 3 จากโรงเรยี นมัธยมในนิวซีแลนด์ซึง่ วุฒนิ ้ีเป็นคุณวฒุ ทิ ่ี
ได้รับการยอมรับทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ ผ่านการตรวจสอบ คัดกรองและกำกบั มาตรฐานอย่าง
เข้มข้นโดยหน่วยงานกลางของรัฐที่มีชื่อว่า NZQA - New Zealand Qualifications Authority ซึ่งมี
สำนกั งานอยูท่ ก่ี รุงเวลลิงตนั เมอื งหลวงของประเทศนิวซแี ลนด์

โครงการพฒั นาอาสาสมัครเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซแี ลนด์

๓๙

"เทา่ กันทุกโรงเรยี น เทา่ เทยี มทุกมหาวทิ ยาลัย"
นักเรียนนานาชาติที่สำเร็จหลักสูตรมัธยมปลายและได้รับประกาศนียบัตร NCEA สามารถใช้
ประกาศนยี บัตร NCEA เพ่ือศึกษาต่อทั้งในประเทศนวิ ซแี ลนด์ และเนอ่ื งจาก นักเรยี นใช้ข้อสอบเดยี วกนั ในการ
วัดระดับ เมื่อเข้ามหาวทิ ยาลัย จงึ ไม่ต้องสอบอกี นักเรียนสามารถยนื่ ใบสมคั รเพือ่ เขา้ เรียนตอ่ ยงั มหาวิทยาลยั ก็
ไดใ้ นประเทศนวิ ซแี ลนด์

"ยืดหยุ่นตามสภาพและศกั ยภาพเด็กแตล่ ะคน"

โดยปกตนิ กั เรยี นจะได้รบั ประกาศนียบตั ร NCEA Level 1 เมอ่ื เรยี นสำเร็จ Year 11, Level 2 เมอ่ื
เรียนสำเรจ็ Year 12 และ Level 3 เมอื่ เรยี นสำเรจ็ Year 13เนือ้ หาและการจัดการทนี่ ่ี ไดร้ บั การปรบั ให้
สอดคล้องกบั สถานการณแ์ ละโลกยุคใหม่ มกี รอบการวัดผลทช่ี ัดเจนแต่ยดื หยุน่ และสามารถกำหนดใหเ้ ป็น
สว่ นตัวไดต้ ามความสามารถและความสนใจของนักเรียนแตล่ ะคน

นักเรยี นคนหน่งึ ๆอาจเรยี นวชิ าหน่ึงวิชาใดในเลเวลหน่ึงและเรียนอีกวิชาหนึง่ ในอกี เลเวลหนึ่งกไ็ ด้ หาก
ผู้สอนเห็นว่านักเรยี นมศี ักยภาพในวชิ าน้นั เกินกวา่ เลเวลหลกั ทต่ี นเองสงั กดั ดว้ ยเหตนุ ี้ ในคลาสเรียน จะพบ
นักเรยี นทอี่ ยู่ Year ต่างกนั แต่น่งั เรียนและทำกจิ กรรมในวิชาเดียวกนั

"เรยี นแบบบุฟเฟ่ห์ เหมือนเลน่ เกมผา่ นดา่ น"

ในแต่ละปี นักเรียนสามารถเลือกเรียนวิชาต่าง ๆ จำนวนกว่า 40 วิชา ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าโรงเรียนท่ี
นักเรยี นเรยี นอย่นู น้ั เปดิ สอนวชิ าอะไรบ้าง เมือ่ เลือกวชิ าเรยี น จึงตอ้ งเลือกที่ตอบโจทยข์ องตน ทัง้ เพือ่ การเรียน
ตอ่ และการประกอบอาชพี ในอนาคต

ในแต่ละวิชา นกั เรยี นจะไดร้ ับการทดสอบหรือประเมินสองลักษณะ คอื ประเมนิ ผลภายใน (Internal
Assessment) ตามที่แต่ละโรงเรียนจะกำหนดและให้คะแนน และ การประเมินผลภายนอก (External
Assessment) ซึ่งเป็นการสอบปลายปีที่ออกข้อสอบและตรวจข้อสอบโดย NZQA โดยผลการเรียนแบ่ง
ออกเปน็ 5 แบบ คอื N ไม่ผ่าน (Not Achieved) A ผา่ น (Achieved) M ผ่านด้วยคะแนนดี (Merit)
และ E ผ่านดว้ ยคะแนนดเี ย่ียม (Excellence)

M-Merit และ E-Excellence เป็นเกรดพิเศษ (Endorsement) ที่แสดงให้เห็นว่าระบบ
NCEA จดจำและยกย่องผู้ที่มีผลการเรียนดกี วา่ เกณฑ์มาตรฐาน นักเรียนที่ได้ M หรือ E เกินกว่า 14 เครดิต
จากวิชาใดวิชาหนึ่งจะได้รับประกาศบัตรพิเศษที่เรียกว่า Endorsement Certificate นอกเหนือจาก
ประกาศนยี บตั ร NCEA Certificate ประจำเลเวล ซึ่งจะไดอ้ ยู่แล้วเมอ่ื เก็บเครดิตได้ครบตามจำนวนขนั้ ต่ำทที่ าง
NZQA กำหนด

โครงการพัฒนาอาสาสมัครเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซแี ลนด์

๔๐

ข้อดีของการเรียนแบบเก็บเครดติ คอื ทำให้ท้ังนกั เรียนและผู้สอนรู้ว่า นักเรยี นออ่ นเรื่องไหนและเก่ง
เรอื่ งไหนในวชิ าน้นั ๆ เพราะเป็นการเรยี นแบบแบ่งวิชาออกเป็นหัวขอ้ ย่อย หลายๆหมวด ทำใหม้ ีงานหลายๆ
อย่างใหน้ ักเรยี นทำในวิชานน้ั งานบางงานนักเรียนทำได้ กไ็ ดเ้ ครดติ หากทำไมไ่ ด้ ก็ไม่ได้ เครดิตในชิ้นงานน้ัน
และการได้คะแนน "ไมผ่ า่ น" ในหน่วยการเรียนใดหน่วยการเรียนหน่ึง ก็ไม่ไดท้ ำให้นกั เรียน "สอบตก" วิชานั้น
แต่นักเรียนยังสามารถไดเ้ กรด "ผ่าน" โดยการเก็บงานจากหนว่ ยการเรยี นอ่ืนในวชิ าเดียวกนั ส่ิงที่จะเกดิ ขึ้นกแ็ ค่
นักเรยี นเก็บเครดิตได้ "น้อยกวา่ " ที่ควรจะเป็นเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม NZQA กำหนดเกณฑ์การได้ NCEA Certificate ค่อนข้างเข้มงวด ยกตัวอย่างเช่น
นกั เรียนท่เี รยี นในYear 11 ถ้าต้องการจะได้ NCEA Certificate Level 1 จะตอ้ งสอบและเกบ็ เครดิตใหไ้ ดเ้ กนิ
กวา่ 80 เครดติ จากจำนวนเครดิตที่เรยี นท้ังหมด 120-130 เครดิต ในจำนวนน้จี ะตอ้ งเปน็ เครดติ ท่ี "เก่ยี วกบั
การนับ" (numeracy) 10 เครดติ และ "เก่ยี วกบั ภาษา" (literacy)10 เครดติ เป็นอยา่ งนอ้ ย จงึ จะมสี ทิ ธ์ไิ ด้รบั
ประกาศนยี บตั รเลเวล 1“แลว้ คณุ ภาพโรงเรียน วดั จากตรงไหน?”

การประกนั คณุ ภาพการศึกษา

ประเทศนิวซีแลนด์ มีนโยบายการประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา (accountability) โดยได้จัดตั้ง องค์กร
อิสระตรวจสอบคุณภาพการศึกษา คือ Education Review Office (ERO) มีบทบาทในการตรวจเยี่ยม
โรงเรียนทุกแห่งอย่างน้อย 2 ปี ต่อ 1 ครั้ง ซึ่งหาก ERO พบว่าโรงเรียนใดยังไม่เข้าเกณฑ์คุณภาพ ERO จะ
กลับไปตรวจสอบซ้ำ เพื่อดูการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในระยะเวลา 6 เดือน หากโรงเรียนยังไม่สามารถผา่ น
เกณฑ์คุณภาพได้ ERO จะเสนอแนะแนวทางแก้ไขปรับปรุงหรืออาจจะรายงานต่อกระทรวงศึกษาธิการและ
สาธารณชน หรืออาจถงึ ข้นั ปิดโรงเรยี น

นิวซีแลนด์ไม่เชือ่ ในระบบ "ห้ามซ้ำชั้น" หรือ "ห้ามตก" ดังนั้นแต่ละปีจะมนี ักเรียนจำนวนหนึง่ ท่ี "ไม่
จบ" และ "ไมไ่ ดป้ ระกาศนียบัตร" และฉะนั้นการท่ีนกั เรียน "ผา่ นแบบไดร้ ับประกาศนยี บตั ร" จึงนำมาซ่ึงตัวเลข
NCEA Pass Rate ทีแ่ ข่งขันกนั ในแต่ละโรงเรยี น วา่ โรงเรียนไหนจะผา่ นเยอะกวา่ โรงเรียนที่มอี ตั รา Pass rate
สูงกว่า ก็จะได้รับการยอมรับว่ามีวิชาการแข็งกว่าโรงเรียนที่มีอัตรา Pass rate น้อยกว่า โดยเกณฑ์ของ
National อยู่ที่ประมาณ 83% นอกจากนน้ั การเปรยี บเทยี บยังนิยมเปรียบเทียบกนั ในระหว่างโรงเรียนท่ีมีค่า
เดไซล์เทา่ กัน (มีต้นทนุ การดำเนนิ การพอๆกนั และมี demographic นักเรียนท่ใี กลเ้ คยี งกนั )

“หา้ มซำ้ ชั้น หา้ มตกทำไง ... ไปลงทะเบียนเรยี นเสรมิ อีกซกั ปี"
แหลง่ อา้ งองิ : https://www.smart-nz.com/15894064/หลักสตู ร-ncea

โครงการพฒั นาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซีแลนด์

๔๑

09 - การเรยี นรู้เชงิ ประสบการณ์ : Experiential Learning

วิชาวิทยาศาสตร์ เป็นวิชาท่ีเหมาะสมอย่างยิง่ ในการจัดการเรียนการสอน โดยใช้แนวทางการเรยี นรู้
เชงิ ประสบการณ์ เพราะจะส่งเสรมิ ใหผ้ ้เู รียนเกดิ การเรยี นรู้จากกิจกรรมหรอื การปฏบิ ตั ซิ ่งึ เป็นประสบการณ์ที่
เป็นรูปธรรมเพื่อนำไปสู่ความรู้ความเข้าใจเชิงนามธรรมโดยผ่านการสะท้อนประสบการณ์ การคิดวิเคราะห์
การสรุปเป็นหลักการ ความคิดรวบยอด และการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง

ลกั ษณะสำคัญของการเรียนรเู้ ชงิ ประสบการณ์

1. เป็นการเรยี นรู้ทผ่ี า่ นประสบการณ์เชงิ ประจกั ษจ์ ากกจิ กรรม หรอื การปฏบิ ัตขิ องผเู้ รียน
2. ทำให้เกดิ การเรยี นรู้ใหมๆ่ ทท่ี ้าทายอยา่ งตอ่ เนอื่ ง และเปน็ การเรยี นรทู้ เี่ กิดจากบทบาทการมสี ว่ น
ร่วมของผเู้ รยี น
3. มปี ฏิสัมพันธ์ระหว่างผเู้ รยี นดว้ ยกันเอง และระหว่างผเู้ รียนกับผสู้ อน
4. ปฏสิ มั พันธ์ทม่ี ที ำใหเ้ กดิ การขยายตวั ของเครอื ข่ายความรทู้ ี่ทกุ คนมอี ยอู่ อกไปอย่างกว้างขวาง
5. อาศัยกจิ กรรมการสอ่ื สารทกุ รปู แบบ เชน่ การพูด การเขยี น การวาดรปู การแสดงบทบาทสมมุติ
การนำเสนอดว้ ยสื่อตา่ ง ๆ ฯลฯ ซงึ่ เออ้ื อำนวยใหเ้ กิดการแลกเปลี่ยน การวเิ คราะห์ และสงั เคราะห์การเรยี นรู้

วงจรการเรียนรูเ้ ชิงประสบการณ์ (Experiential Learning Cycles)

แมบ้ างคนจะชอบ/ถนัด หรอื มีบางองคป์ ระกอบมากกวา่ เชน่ ไม่ชอบหรือไม่กล้าแสดงความคิดเห็น
หรือไม่นำประสบการณ์จากการปฏิบัติมารว่ มอภิปราย ผู้เรียนจะขาดการมีทักษะในองค์ประกอบอื่น ฉะน้ัน
ผู้เรยี นควรไดร้ ับการกระตนุ้ ส่งเสริมใหม้ ี่ทกั ษะการเรยี นร้คู รบทุกด้าน และควรมีพัฒนาการ การเรียนรู้ให้ครบ
ทง้ั วงจร หรือทั้ง 4 องค์ประกอบ ดงั นี้

๑. ประสบการณ์รูปธรรม (Concrete Experience) เป็นขั้นที่ผเู้ รยี นจะไดร้ บั ประสบการณจ์ ากการ
ลงมือปฏิบตั ิกิจกรรมทีผ่ ู้สอนกำหนดไว้ กิจกรรมอาจเป็นการทดลอง การอ่าน การดูวิดิทัศน์ การฟงั เร่ืองราว
การพูดคุยสนทนา การทำงานกลุ่ม เกม บทบาทสมมุติ สถานการณ์จำลอง และการนำเสนอผลการปฏิบัติ
เง่อื นไขสำคัญคอื ผู้เรยี นมีบทบาทหลักในการทำกจิ กรรม (Do, Act)

โครงการพัฒนาอาสาสมัครเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซีแลนด์

๔๒

๒. การสะท้อนประสบการณ์จากกิจกรรม และอภิปราย (Reflective Observation and
Discussion) หรือ Reflect เปน็ ขัน้ ท่ีผู้เรียนแสดงความคดิ เหน็ และความรู้สกึ ของตนเองจากประสบการณ์ใน
การปฏิบตั ิกิจกรรมและแลกเปลี่ยนกับสมาชิกในกลุ่ม ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ถึงความคิด ความรู้สกึ ของคนอื่นที่
แตกต่างหลากหลาย ซงึ่ จะช่วยให้เกดิ การเรียนรู้ทกี่ ว้างขวางขน้ึ และผลของการสะท้อนความคิดเหน็ หรือการ
อภปิ รายจะทำให้ได้แนวคดิ หรอื ข้อสรุปทม่ี ีน้ำหนักมากย่งิ ขน้ึ นอกจากนผี้ เู้ รียนจะรสู้ กึ วา่ ตัวเองได้มีสว่ นรว่ มใน
ฐานะสมาชิกคนหนงึ่ มคี วามสำคญั ที่มีคนฟังเรื่องราวของตนเอง และไดม้ โี อกาสรบั ร้เู ร่อื งของคนอ่นื ซึ่งจะทำ
ให้มคี วามร้เู พิ่มขึ้น ทำให้สมั พันธภาพในกล่มุ ผู้เรียนเปน็ ไปดว้ ยดี องคป์ ระกอบนี้ จะชว่ ยทำให้ผู้เรียนได้พัฒนา
ทั้งดา้ นความรู้ และเจตคติในเร่ืองที่อภปิ ราย

๓. การสรุปความคิดรวบยอด หลักการ องค์ความรู้ (Abstract Conceptualization) เป็นขัน้ ท่ี
ผู้เรียนร่วมกันสรุปข้อมูล ความคิดเห็น ที่ได้จากการสะท้อนความคดิ เห็น และอภิปรายในขั้นที่ 2 ในขั้นนี้ครู
อาจใช้คำถามกระตุ้นผูเ้ รยี นให้ช่วยกนั สรปุ ขอ้ คดิ เหน็ กรณที ีก่ ิจกรรมนน้ั เปน็ เร่ืองของขอ้ มลู ความรใู้ หม่ ครูอาจ
เสริมขอ้ มูล ข้อเทจ็ จริงในประเด็นน้นั ๆเพิ่มเติม (Adding) โดยการอธิบาย บอกกลา่ ว การให้อ่านเอกสาร การ
ดวู ดี ิทัศน์ ฯลฯ เพอ่ื เติมเต็มประสบการณ์ใหม่ ใหผ้ เู้ รียนสามารถสรปุ เป็นหลักการ ความคดิ รวบยอด หรือองค์
ความรู้ใหม่ได้ แล้วอาจให้ผู้เรียนสรุปโดยการเขียนบันทึกสรุปผลการเรียนรู้ การเขียนแผนภาพมโนทัศน์
(Mind Mapping) การเสนอแผนภาพ แผนภูมิโดยใช้ Graphic Organizers การสรุปเป็นกรอบงาน
(Framework) ตวั แบบ หรือแบบจำลองความคดิ (Model)

๔. การทดลอง/ประยุกตใ์ ช้ความรู้ (Active Experimentation / application) ในขั้นนี้ ผู้เรียน
จะต้องนำความคดิ รวบยอด องคค์ วามรู้ หรอื ขอ้ สรปุ ที่ได้จากข้นั ตอนท่ี 3 ไปทดลอง ประยุกต์ใช้ กจิ กรรมการ
เรียนการสอนสว่ นมากมักจะขาดองคป์ ระกอบการทดลอง/ประยุกต์ใช้แนวคิด ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนสำคัญท่ี
ผู้สอนจะได้เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รู้จักการประยุกต์ใช้ความรู้ และนำไปใช้ได้จริง กิจกรรมที่เกี่ยวกับการ
ประยุกต์ใช้ความรู้ เช่น การทำโครงงาน การจัดกิจกรรมเผยแพร่ข้อมูลความรู้ การจัดกิจกรรมรณรงค์
(Campaign) ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ จำเป็นต้องจัดกิจกรรมให้ครบวงจรทั้ง 4
องค์ประกอบ เพราะองค์ประกอบทั้ง 4 มคี วามสัมพันธ์เกยี่ วขอ้ ง อยา่ งเล่ือนไหล ต่อเนือ่ ง สง่ ผลถงึ กัน

โครงการพัฒนาอาสาสมัครเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซแี ลนด์

๔๓

โครงการพัฒนาอาสาสมัครเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซแี ลนด์

๔๔

10 - การศกึ ษาโค้ดด้ิง : Coding Learning
การศึกษาโค้ดด้ิง : ตอน "Life Long Learning"

การจดั การเรยี นการสอนวิชาคอมพิวเตอร์ สำหรบั นักเรยี น เกรด 9 หรือ นักเรียนอายุ 14-15 ปีใน
คาบนี้ จะได้เห็นบรรยากาศของนักเรียนนั่งหน้าคอมบางคนถือรถถังลุกเดนิ ไปเดนิ มา แล้วก็กลับไปใหมน่ ่นั
เพราะนักเรียน กำลัง อยู่ในชั่วโมงเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ และกำลังทดลองตั้งโปรแกรมเพื่อสั่งงานหุ่นยนต์

ในการเขียนโปรแกรมสั่งการให้หุ่นยนต์ทำตามที่สั่งในวิชานี้ จะมีด่านทั้ งหมด 6 ด่าน
หรือ กค็ ือ ภาระงาน6 ช้นิ ทีน่ ักเรียนตอ้ งทำส่ง โดยงานแต่ละช้นิ จะมีระดับความยากง่ายของงานไมเ่ ท่ากัน

โดยเร่ิมตั้งแต่ให้รถหยุดหน้าเส้นขาวการขับรถตามเส้นทางที่กำหนดการเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางการส่งั
หุน่ ยนตข์ ยบั แขนขึน้ ลงการเคลอ่ื นจากชอ่ งหนง่ึ ไปอกี ช่องหนงึ่ และขั้นท่ยี ากที่สุดคอื การบังคับรถใหเ้ คลื่อน เร่ง
หรือหยุดเมื่อเห็นสัญญาณไฟจารจร :ซึ่งนักเรียนตอ้ งผ่านทั้ง 6 ภารกิจให้ได้ภายในภาคเรียนนี้โดยคนที่ทำ
เสรจ็ กอ่ น สามารถทำอย่างอืน่ ได้ในขณะทีค่ นท่ยี ังไมผ่ ่าน ก็ปรับปรุงงานของตนเองต่อไป

โครงการพัฒนาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซแี ลนด์

๔๕

Coding คอื อะไร?

ในขณะที่ประเทศไทยกำลงั สนับสนุนให้มีการจัดการเรียนการสอนแบบ Coding เรามาทำความรู้จกั
กนั ว่า Coding คืออะไร ?

Coding คือการเขียน code สั่งคอมพิวเตอร์ให้ทำตามคำสั่งที่ต้องการ เหมือนเป็นการสื่อสารกับ
คอมพิวเตอร์แต่เปลี่ยนจากภาษาคนเป็นภาษาคอมพิวเตอร์เปรียบไปก็เหมื อนเวลาเราอยากจะคุยกับ
ชาวตา่ งชาตเิ ราก็ต้องเรยี นรูท้ ่ีจะพูดภาษาองั กฤษหรอื ภาษากลางอ่นื ๆ หรือก็คอื ภาษาอีกภาษาหน่ึง ที่ใช้เพื่อ
การสื่อสารกบั คอมพวิ เตอร์น่นั เอง

ซ่งึ ในสมยั น้ี มีโปรแกรมสำเร็จรปู มากมายไวใ้ หเ้ ดก็ ใช้เรียนการเขียนโปรแกรมคำส่ังโดยไม่จำเป็นต้อง
มาพมิ พร์ หสั โคด้ ตง้ั ตน้ เช่น c:/ a herf= เหมือนในสมัยก่อน ซึง่ โปรแกรมสำเร็จรปู เหล่านีท้ ำใหก้ ารเรียนรงู้ ่าย
ขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากเพยี งแค่ต้องมีพื้นฐานความรู้ภาษาอังกฤษ อยู่ในระดับดีเพื่อทำความเข้าใจภาษาที่ใช้ใน
การส่งั การ

จดุ มงุ่ หมายของการเรียน coding คอื อะไร?

"Coding ไมไ่ ดเ้ รียนเพอื่ รูจ้ ักโค้ด แตเ่ รอื นเพ่อื นำโค้ดไปใช้"
การจัดการเรียนการสอนโดยการนำตนเอง ( self-directed
learning) คือ การเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง เป็นพื้นฐานของ
การเรียนรู้ตลอดชีวิต เรื่อเราจ้องการจะทำ เมื่อเราสนใจ เมื่อเรา
อยากรู้ เราจะเริ่มหาวิธีเพ่ือจะทำให้สิ่งนั้นสำเร็จ และนั่นแหละคือ
"การเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง"

ครูผู้สอนมหี น้าที่ challenge หรือ สร้างความท้าทายสร้าง
ประเด็นปัญหา สร้างภารกิจ ด่านต่าง ๆให้นักเรียนพยายามหา
หนทางแก้ปัญหา หรือ หาวิธีทำให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงให้ได้โดยมี
จุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหา problem-solving ซึ่ง
เป็นทักษะที่จะเป็นของนักเรยี นในศตวรรษท่ี 21 โดยนักเรียนต้อง
พยายามคิด หาวิธี ลองผิดลองถูก จนกว่าจะค้นพบและการค้นพบ
ด้วยตัวเอง และด้วยกระบวนการเหล่านี้จะทำให้นักเรียนเข้าใจใน
กระบวนการ หลักการ และ วิธีการ เพื่อไปสู่เป้าหมายได้มากกว่า
เพยี งแค่การเรยี นรผู้ า่ นการอ่านและการฟงั (Passive Learning)

ซึ่งการสอนแบบนี้สอดคล้องกับการเรยี นรู้แบบ Active Learning ที่นกั เรยี นจะเรียนรู้ไดด้ ีผ่านการลง
มอื ทำ วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ และ สร้างสรรคผ์ ลงาน หรือที่เรียกกันว่า "Learning by Doing" กว่านักเรียน
จะสามารถสงั่ การหุ่นยนตใ์ หท้ ำตามเงื่อนไขทีต่ อ้ งการได้ จะตอ้ งผ่านการลองผิดลองถกู นบั สบิ ๆ คร้งั บางครั้ง
ผิดพลาดจนตอ้ งกลบั ไปเรมิ่ ตน้ ใหม่ จนสดุ ทา้ ยกส็ ามารถสงั่ หุ่นยนต์ให้ปฏิบตั ิตาม ภารกจิ ท่ีกำหนดไดจ้ นสำเรจ็
และนน่ั แหละ คอื ผลของการเรยี นรูด้ ้วยตนเองท่ีแท้จริง

โครงการพฒั นาอาสาสมัครเอเอฟเอส ด้านการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซแี ลนด์

๔๖

11 - หอ้ งเรยี นแบบเปดิ : Open Classroom

Wellington East Girl's Collegeเ ป็ น
โรงเรียนหญิงล้วนประจำจังหวัด ซึ่งเปิดสอนมา
ตั้งแต่ปี 1925 อีกทั้งยังเป็นโรงเรียนชั้นนำ ท่ี
สามารถผลิตนักเรียนทีม่ ีคณุ ภาพออกมามากมาย
โรงเรียนตั้งอยู่บนเขา วิตอเรีย เหนืออุโมงค์ทาง
ลอดเป็นโรงเรียนที่ผสมผสานระหว่างการศึกษา
แบบเก่า และ แบบใหม่ทท่ี นั สมัย
โรงเรียน Wellington East Girl's College มี
นักเรียนประมาณ 1000 คน และ ครู 90 คนโรงเรยี น
เป็นศูนย์กลางในการรับนักเรียนแลกเปลี่ยน ผู้หญิง
จากหลากหลายประเทศโดยจัดการเรียนการสอน ใน
10 รายวิชาหลัก ได้แก่ภาษาอังกฤษ คณิตและสถิติ
วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สุขศึกษาและ
พละศึกษาซึ่งนักเรียนสามารถเลือกเรียนกีฬาได้กว่า
33 ชนิด รวมถึง การว่ายน้ำ เพื่อที่นี่มีสระน้ำขนาด
มาตรฐานอีกทั้งในวิชา ศิลปะจะประกอบไปด้วย การ
วาดเขยี น ดนตรี การแสดงและจินตลีลา การออกแบบ
แฟชั่นวิชาการทำอาหาร การออกแบบสถาปตั ยกรรม
คอมพิวเตอร์ และ เทคโนโลยีดิจิตอลนักเรยี นสามารถ
เลือกเรียนภาษาตา่ งประเทศต่าง ๆ ได้แก่ จีน ฝรั่งเศส
ซาโมน และ เมารี รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมการเรียน
บรู ณาการ เพื่อเตรยี มความพร้อมทางวิชาชีพ ดว้ ย
จุดเด่นของการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนนี้คือ "ห้องเรียนแบบเปิด"ห้องเรียนแบบเปิด คือ
ห้องเรียนที่สามารถปรับพื้นที่ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างอิสระไม่จำกัดอยู่เสียงแค่ในห้องเรีย น
นักเรียนสามารถ นั่งเป็นกลุม่ และเรียนรู้ร่วมกนั ได้ทกุ ที่ไม่ว่าจะเป็นลานอเนกประสงค์ หรือ ลานโล่งระเบียง
ทางเดนิ

โครงการพัฒนาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนิวซีแลนด์

๔๗

ในโรงเรียนนี้ จะจัดให้มี open classroom อยู่ 2 - 3 ชั้นเรียนต่อ 1 จุด โดยมี partition ก้ัน
ระหวา่ งห้อง ซ่ึงสามารถปรับขนาด และ รูปแบบของห้องได้ในแตล่ ะหอ้ ง จะมี จอโทรทศั น์ เพ่ือใช้ในการสอน
และ กระดานล้อเล่ือนเพือ่ อธิบายครูแต่ละคนจะมี โน้ตบคุ๊ ของตนเองไวใ้ หใ้ นการนำเสนอสอ่ื การเรยี นการสอน

การจัดการเรียนการสอนที่นี่มุ่งเน้นให้นักเรียนมี
อิสระในการเรียนโดยไม่จำกันอยูใ่ นกรอบ เพื่อให้นักเรียนได้
ค้นหาตวั เอง และสามารถเปน็ ตัวของตนเองในทนี่ ี่จงึ ทำให้เกิด
ระบบการดแู ลชว่ ยเหลือผ้เู รยี นที่สามารถให้คำปรกึ ษาได้ทงั้ ใน
ดา้ นสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจิต โดยสว่ นของศนู ย์ใหค้ ำปรกึ ษา
จะถูกแยกออกมาอย่างเป็นสัดส่วนและมีครูแนะแนวที่เป็น
นักจิตวิทยา คอยให้คำปรกึ ษา ด้านการเรยี นและความเครียด
รวมถงึ สภาพจติ ใจอืน่ ๆ

อีกทั้งยังมีบริเวณสงบ เพื่อให้นักเรียนที่รู้สึกไม่
พร้อมที่จะเรียน มานั่งเพื่อสงบสติอารมณ์ หรือ นั่งพัก
จนกวา่ จะพร้อมในการเรยี นโดยถอื เป็นพน้ื ทสี่ ่วนตัว หรือไล่
ให้กลับไปเรียน และ หากนักเรียนรู้สึกเจ็บป่วยไม่สบาย ก็
จะมีพยาบาลมาประจำที่โรงเรียนเพื่อตรวจอาการเพ่ือ
พจิ ารณาให้นอนพกั หรือ ส่งตวั เขา้ โรงพยาบาล

โครงการพฒั นาอาสาสมคั รเอเอฟเอส ดา้ นการสอนภาษาองั กฤษ พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ประเทศนวิ ซีแลนด์


Click to View FlipBook Version