The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จัดพิมพ์เนื่องในพิธีพระราชทานเพลิงศพ
พระครูอนุรักษ์ชัยธรรม
อดีตเจ้าอาวาสวัดบริบูรณ์ รองเจ้าคณะอาเภอเมืองชัยภูมิ
ที่ปรึกษาเจ้าคณะอาเภอเมืองชัยภูมิ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nirandorn.ler, 2022-11-29 08:23:28

สุคันธชาครานุสรณ์

จัดพิมพ์เนื่องในพิธีพระราชทานเพลิงศพ
พระครูอนุรักษ์ชัยธรรม
อดีตเจ้าอาวาสวัดบริบูรณ์ รองเจ้าคณะอาเภอเมืองชัยภูมิ
ที่ปรึกษาเจ้าคณะอาเภอเมืองชัยภูมิ

Keywords: พระครูอนุรักษ์ชัยธรรม

สุคันธชาครานสุ รณ์ 121

ธรรมะ กบั การทางาน

เมื่อได้อ่านหนังสือของท่านเจ้าคุณพระราชธรรมวาที (ชัยวัฒน์ ธมฺมวฑฺฒโน)
วัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร ซ่ึงจดั พิมพ์โดยธรรมสภา แล้วทาใหไ้ ดค้ วามรู้ทงั้ ทางโลก
และทางธรรม ได้ความเพลิดเพลิน ไม่รู้สึกเบ่ือเมื่อเวลาอ่าน สามารถนาคาสอนท่าน
ไปใชใ้ นชีวิตที่เป็นอยู่ในปัจจบุ ันได้เป็นอยา่ งดี ท่านเจ้าคุณได้สอนเป็นธรรมะเกี่ยวกับ
การทางานตามหัวข้อขา้ งล่างไว้ ดังนี้

*** รูห้ นา้ ที่ ปฏบิ ตั หิ น้าที่ จะมศี กั ด์ิศรีทงั้ ทางโลกทางธรรม
*** งาน.....คือ......หน้าที่

หนา้ ท่กี ็คือสง่ิ ทตี่ อ้ งปฏบิ ตั ิ จะต้องทากันเป็นประจา
หน้าทม่ี อี ยสู่ องอยา่ ง คอื หนา้ ท่ีทีเ่ ปน็ เองโดยธรรมชาติ
กับ...หน้าทท่ี เี่ ปน็ โดยได้รบั มอบหมายแตง่ ตั้ง
*** หนา้ ทที่ ่ีเปน็ เองโดยธรรมชาติ
ไม่ตอ้ งมใี ครมามอบหมาย ไมต่ ้องมใี ครมาแตง่ ต้งั
เชน่ เป็นพอ่ เปน็ แม่ เป็นลูก...เป็นเองโดยธรรมชาติ
*** อีกหน้าทหี่ นึ่งคือ หนา้ ที่ที่เป็นโดยไดร้ ับมอบหมาย แต่งตงั้
อนั นเี้ ป็นหน้าท่ีที่มีกรอบกว้างกวา่ หน้าท่ีท่ีเปน็ โดยธรรมชาติ
*** ขอ้ แรกเปน็ เร่อื งของครอบครัว
ขอ้ หลงั ..เปน็ เรื่องของสงั คม ประเทศชาติ
จึงกว้างขวางและยง่ิ ใหญก่ วา่ กันหลายเทา่
*** ทา่ นท้งั หลายควรภูมิใจวา่ ตนเป็นบุคคลคุณภาพ
เพราะไดร้ ับมอบหมายใหม้ ีหนา้ ที่
ควรตระหนกั วา่ เหนอ่ื ยเพราะหนา้ ที่
ดีกวา่ เสยี ใจเพราะไมม่ หี นา้ ที่ที่จะทา
*** มหี นา้ ที่ ร้หู นา้ ที่ ปฏิบตั หิ น้าที่
จะมศี กั ดิศ์ รที ัง้ ทางโลกทางธรรม
มหี น้าท่ี ไม่รหู้ นา้ ท่ี ไมป่ ฏิบัติหนา้ ท่ี
จะเสยี ศกั ด์ิศรีท้งั ทางโลกและทางธรรม
*** เพราะฉะนัน้ ...
พึงภมู ิใจเพราะมีหนา้ ท่ี มีงานก็มีเงิน มีเงินก็มกี นิ มีกนิ กม็ เี กยี รติ
ไมม่ งี าน....ไม่มีเงนิ ....ไม่มีกนิ ....ไม่มีเกียรติ
นอกจากไมม่ ีเกยี รติ ซ้ายงั จะถูกรงั เกียจเสยี อกี ดว้ ย
*** คนทมี่ ีหน้าที่อยู่ที่ไหนกเ็ ด่นเปน็ สงา่ แต่ถา้ ไมม่ ีหน้าที่ ไมม่ กี ารงาน
ไม่องอาจในการออกสังคม สีหนา้ ไม่สดใส ใจไม่เป็นสขุ


122 สุคันธชาครานสุ รณ์

*** เพราะฉะนน้ั บางทา่ นบอกว่าเราเกิดมาเพือ่ ใช้กรรม
แตท่ า่ นพระราชธรรมวาที บอกกบั ทุกคนว่า เราเกิดมาเพ่อื พัฒนากรรม
อดีตเราไม่รู้ แต่ปัจจุบันเราจะต้องทาให้ดีท่ีสุด พัฒนาทุกด้านให้ดีท่ีสุด
ในปจั จบุ ัน แล้วจะมีผลไพศาลต่ออนาคต

*** ทา่ นจงึ สอนว่า....
เกิดเปน็ คน อยา่ ใหจ้ นความดี
เกดิ มาทั้งที ต้องสรา้ งดีใหต้ ดิ ตน
แลว้ จะไม่ เป็นคนรกโลก

*** การสรา้ งดใี หต้ ดิ ตนน้ันถือหลกั ว่า....
อยอู่ ยา่ ให้อบั ดับอยา่ ให้อาย ตายอย่าใหอ้ ด

*** อยู่อย่าใหอ้ บั คือ อยา่ ใหอ้ บั จน อยา่ ใหอ้ บั อาย
อย่าใหอ้ บั เฉา อยา่ ให้อปั ยศ อยา่ ให้อับปาง

*** อย่าให้อบั จน ขน้ึ ชอื่ วา่ จนแลว้ ไม่ดที ัง้ นนั้ ...
ไมว่ ่าจะจนแตม้ จนตรอก จนมุม จนทรัพย์ จนปญั ญา
เพราะจนแต้มไม่มที างเดิน จนตรอกไมม่ ที างไป
จนใจไม่มที างคดิ จนมุมไม่มที างหนี จน Money ไม่มีเงนิ ใช้

*** อย่าใหอ้ บั อาย ทาอะไรก็ได้ ทีไ่ มท่ าใหต้ ัวเอง
วงศ์ตระกูล ญาติมติ ร และสถาบันต้องเสยี หาย
เพราะพฤติกรรมหรือนา้ มือเรา

*** อยา่ ใหอ้ บั เฉา
ทาอะไรก็ไดท้ ไี่ มไ่ รเ้ กยี รติ ไมห่ มดศักด์ศิ รี
ทาแล้วมคี นยกย่องนับถือเชิดชบู ชู าในทกุ กาลสมยั

*** อย่าใหอ้ ปั ยศ คอื อยา่ ใหเหมดเกียรติ หมดดี
*** อย่าใหอ้ ับปาง อย่าทาชวี ิตให้ลม่ จม

อย่าทาหน่วยงานให้พนิ าศ อยา่ ทาครอบครวั ให้แตกแยก
*** อย่าให้อบั อาย อยู่กบั เพอื่ นก็อย่าใหอ้ ายเพอื่ น

อยู่กบั พ่ีกอ็ ย่าให้อายพ่ี อยู่กับน้องก็อย่าใหอ้ ายนอ้ ง
อยกู่ บั ชาวบ้านกอ็ ยา่ ใหอ้ ายชาวบ้าน
อยใู่ นราชการกอ็ ย่าให้สถาบันตอ้ งเสียหาย
เรยี กวา่ แหงนหน้าไมอ่ ายฟา้ ก้มหนา้ ไม่อายดนิ
*** ความอายเกิดขึ้นจากบุคคลนั้น ๆ ทาอะไรแบบไร้คณุ ธรรม
คุณธรรมทจ่ี ะทาใหเ้ ราไมอ่ ับอาย ต้องดาเนินชีวิตอยใู่ นทิศทางธรรม
คือ ซ่อื สัตย์สจุ รติ เปน็ นิจขยัน ประหยดั ให้มนั่ หันหลังทางอบาย


สคุ นั ธชาครานุสรณ์ 123

*** ซือ่ สตั ย์สุจริต ภาษติ โบราณบอกว่า ซื่อกนิ ไมห่ มด คตกนิ ไมน่ าน
แต่เดียวนก้ี พ็ ึงระวังไว้ มคี นชอบเอาไปแผลงใหม่ว่า...
ซอื่ กนิ ไม่หมด คตกินไม่นาน
แตถ่ า้ กนิ ของราชการ กินได้นาน ไมม่ ีวนั หมด...
อนั นเ้ี ปน็ พวกไม่มหี ัวคิด แตเ่ ป็นพวกหวั คดทรยศต่อประเทศชาติ
*** เปน็ นิจขยัน ทาอะไร ทาดว้ ยใจสู้
ไม่ท้อแท้ ไม่ทอ้ ถอย ไมฝ่ ่อ หรอื ห่อเห่ียว
เปน็ พวกหนกั เอาเบาสู้ ไม่หลบไม่เล่ยี ง ไมเ่ บย่ี งไมบ่ ่าย
ไม่ทาตวั เป็นลกู ตายัง...หลานอาเด๋ยี ว = (ยงั ..เดี๋ยวกอ่ น)
*** ประหยัดให้มั่น ดาเนินชีวิตในทางท่ีจะกอบกู้ฐานะเศรษกิจของตัวและ
ครอบครัวให้อย่รู อด
ใครกต็ ามฐานะรา่ รวย แตท่ าเปน็ จน...คนเชน่ นจ้ี ะไม่มีวนั จน
ฐานะยากจน แต่ทาตนเป็นคนร่ารวย...จะไมม่ วี นั รวย
*** หันหลังทางอบาย...
ชีวติ จะสดใส อยูไ่ หนก็ไม่ตกตา่ ต้องหนั หลงั ทางอบาย
คาว่า อบาย แปลว่าทางหายนะ ทางแหง่ ความเส่อื ม
คนในสงั คมทุกวันนีเ้ สื่อมเพราะอะไ ร... เพราะบา้ ๔ บา้
บา้ กามารมณ์ บ้านยิ มของมึนเมา
บา้ เขา้ บอ่ นการพนนั บา้ ติดพนั มิตรช่ัว
*** บา้ กามารมณ์ คือหลงในรปู เสียง กลิ่น รส สัมผสั
ชวนให้อนิ ทรีย์ คือ ตา หู จมกู ล้ิน กาย ใจ เคลิบเคลิม้
คนเราที่ขัดสน ยากจน สว่ นใหญ่เพราะหลงใหลใน ๓ ก.
หลวงพอ่ พทุ ธทาสบอก ๓ ก. นส่ี าคัญ คอื กนิ กาม เกยี รติ
เพราะฉะน้นั ... ทา่ นทง้ั หลายจะต้องระวังสงั วรไว้ให้ดี
*** บา้ นยิ มของมนึ เมา...
เสพสุราเมรยั บหุ ร่ี ยาบ้า ยาอี ยาเค ยาเลฟิ ฯลฯ
*** บ้าเขา้ บ่อนการพนนั แหล่งอบายละลายทรัพย์
*** บ้าตดิ พนั มิตรชัว่ คบหากบั บาปมติ ร ชักนาไปในทางทผ่ี ดิ
*** สดุ ทา้ ย... ตายอย่าให้อด...
คาว่าอดในที่นีห้ มายถงึ อดอยาก อดสู อดสวรรค์
อดอยาก ตายแล้วไม่มีคนทาบุญให้ เปน็ ผอี นาถาไร้ญาตขิ าดมติ ร
อดสู ทาความช่ัวไวม้ าก ตายแล้วตอ้ งปกปดิ แอบเผาแอบฝงั
หรอื ไม่ก็ตายท้งั เป็น ใครร้เู ห็นก็หดหู่ใจ


124 สคุ นั ธชาครานสุ รณ์

อดสวรรค์ เพราะขาดทนุ หนนุ เนื่อง
ทุนอะไรท่ีทาใหไ้ ปถงึ สวรรค์ ถึงนพิ พาน
อยดู่ มี สี ุขท้ังในโลกน้แี ละโลกหนา้ กค็ ือบุญกุศล
*** ทนุ มีอยู่ ๒ ทนุ ...
ทนุ แรก บญุ กศุ ลคุณงามความดีท่ที าไว้ดว้ ยตัวเราเอง เรียกวา่ ตน้ ทนุ
อยา่ งทีส่ อง สิ้นชพี วายชนม์ไปแลว้ คนทีอ่ ยู่ภายหลงั ยังระลึกนึกถงึ
ทาบญุ กรวดนา้ อทุ ิศไปใหอ้ กี อย่างนี้เรียกว่า สมทบทุน
ใครก็ตามมีท้ังตน้ ทุนและสมทบทนุ ...

อยู่ก็มีคนรกั จากก็มคี นอาลัย
อยกู่ ส็ บาย ไปกส็ ดวก
อยไู่ ม่ลาบาก จากไม่ลาเคญ็
บันเทงิ เรงิ ใจ ทัง้ ในโลกน้แี ละโลกหน้า
*** ผูต้ ้นทนุ และสมทบทุน เพราะเป็นคนไมป่ ระมาท
คือ ไมเ่ มาสงั ขาร ไมเ่ ป็นมารสงั คม ไม่สง่ั สมความชั่ว
ไมเ่ กลือกกล้ัวอบาย ตายแล้วไปสคุ ติ เรยี กว่า ตายแลว้ ไมอ่ ด
แต่ถ้าเป็นคนเมาสังขาร...นึกว่าเราไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย ไม่ทาทุน
ของตนไว้ ...เป็นพวกเมาสงั ขาร แถมเปน็ มารสังคม...
ใครเขาจะทาดีกค็ อยสกัดขัดขวาง ส่ังสมบม่ ความชว่ั เอาไว้
โลภ โกรธ หลง เกลือกกลวั้ อบาย ชีวติ กม็ แี ต่ตกตา่ ตายแลว้ ไปทุคติ
*** มีตัวอย่างที่ประเสริฐจะฝากท่านทง้ั หลายเปน็ สูตรสาเร็จสตู รการปฏิบัติ
ธรรมและปฏิบัติงานเพื่อความงอกงามในชีวิต ให้ยึด ๒ องค์ จา ๙ คา
แล้วก็ทา ๕ คุณ
*** ยึด ๒ องค์ ในฐานะที่เป็นคนไทย ให้ยึดองค์พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวเป็นแบบอย่าง ถ้าเป็นชาวพุทธ... ใหยึดองค์สมเด็จ
พระบรมศาสดาสมั มาสมั พุทธเจ้าเปน็ แบบอย่าง
*** จา ๙ คา ทอ่ งคาถาศักสิทธ์ไิ ว้ เป็นคาถาพระมหาชนก
ชีวิตจะกา้ วหนา้ ให้ทอ่ งคาถา ๙ คา
ถา้ ชวี ิตมีปญั หา ใหท้ ่องคาถา ๙ คา
คาถามีวา่ วิรเิ ยน ทกุ ฺขมจเฺ จติ รวม ๙ คา
แปลว่า บุคคลจะพน้ ทกุ ขไ์ ด้เพราะความเพยี ร แปลก็ ๙ คา
วายเมเถว ปรุ โิ ส ยาว อตฺถสสฺ นปิ ปฺ ทา
เกิดเปน็ คนต้องพยายามรา่ ไป จนกว่าจะไดใ้ นส่ิงที่ปรารถนา
ล้มเพราะก้าวไปขา้ งหน้า ดกี ว่ายืนเตะ๊ ทา่ อยู่กบั ท่ี


สุคนั ธชาครานุสรณ์ 125

ชีวติ ไมส่ ิ้นมันต้องดนิ้ กนั ต่อไป มชี ีวติ แล้วไมด่ ิน้ เท่ากบั รอวนั สิ้นใจ
อย่าลมื ว่า อดตี ไม่ขยัน ปัจจุบันไมข่ วนขวาย ไมต่ ้องทานายอนาคต
*** และทา ๕ คุณ
คาว่า คุณ แปลวา่ ประโยชน์ แปลว่า ความดี เรม่ิ ตน้ แต่....
คุณวฒุ ิ ความรูส้ ตปิ ญั ญาตอ้ งแสวงหาก่อน
คณุ สมบัติ กริ ยิ ามารยาท สมบตั ผิ ดู้ ี ตอ้ งมใี นตน
คุณประโยชน์ ทาอะไรต้องไม่ไร้แก่นสารเปน็ ประโยชนต์ นประโยชนท์ ่าน
คุณภาพ ทาแลว้ ใช้ได้ ไม่ลม้ เหลว
คณุ ธรรม ตอ้ งมหี ลกั ธรรมเป็นหลักนาใจในการประกอบหน้าที่
แล้วจะก่อเกิดเป็นคณุ งามความดี
*** คนเรานั้น ทาอะไร เป็นอะไก็ตามจะมีอนาคตสดใส ก้าวหน้า จะต้องมี
องค์ประกอบ คือ
๑. มคี วามรู้ ทา่ นบอกวา่ นกไม่มขี น คนไมม่ คี วามรู้ ขึน้ สู่ทสี่ งู ไม่ได้
๒ . มีความสามารถ ท าอะไรเป็น กับ เขาบ้าง อะไรจะบอกถึง
ความสามารถ คอื หนา้ ท่ี ถา้ ไม่มหี น้าท่ี...กไ็ ม่มีโอกาสแสดงความสามารถ
๓. มีโอกาส บางท่านบางคนมีฝีมือดี แต่โอกาสมันปิด... โอกาสไม่เปิด
เขา้ ตาราว่า มวยดี แตไ่ ม่มเี วทชี ก
๔. มผี ้สู นบั สนุน หมายถึง มีผ้หู ลกั ผู้ใหญใ่ ห้โอกาส
๕. มบี ุญกศุ ลได้ทาไว้ ได้สง่ั สมอบรมบารมมี าแต่ปเุ รชาติ

“คณุ คา่ แห่งชีวิต” คืออะไร?

ชีวิตคนเรา…หากขาดอาหารอยู่ได้ประมาณ 12 วัน ขาดน้าอยู่ได้ไม่เกิน 7
วัน ถ้าขาดอากาศอยู่ได้ไม่เกิน 2 นาที แต่ถ้าขาดความดี แม้อยู่ร้อยปี ก็ไม่มี
ความหมาย

ข้อคิดการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า จากพระราชธรรมวาที วัดประยุรวงศาวาสวร
วิหาร ในหัวข้อธรรมะบรรยายเร่ือง “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะ…” ในโครงการ
เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ จัดโดยบมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น
ในประเทศไทย

คนบาเพ็ญประโยชน์แม้อยู่วันเดยี วกม็ ีค่ากวา่ คนท่ีอยู่เป็นรอ้ ยปีแต่ไม่ทาอะไร
คนท่ีจะอยู่ในสังคมต้องอยู่อย่างมีความหมาย อยู่อย่างมีคุณค่า ใช้ชีวิตให้เป็น
ประโยชน์ เกิดมาย่ิงรู้จักแบ่งปันประโยชน์ส่วนตนให้ส่วนรวมมากเท่าใด คุณค่าของ
ชีวิตก็จะย่งิ มีมากเท่านั้น ส่ิงเหล่านี้เรียกว่า “อยู่ให้คนรัก จากให้มีคนอาลัย” แต่ถ้า
ไม่เป็นไปตามน้ี จะอยู่หรือไปก็ไม่มีใครสนใจ ตรงกันข้ามคือ อยู่แล้วทาให้หนักใจ


126 สคุ นั ธชาครานสุ รณ์

จากไปอาจจะทาให้คนโล่งอก ดังนั้น เราทุกคนต้องเข้าใจสัจธรรมชีวิตซึ่งมีเพียงแค่
3 ช่วงวยั เท่านัน้ คอื

ปฐมวยั หรือวยั เริ่มต้นท่ีจะเรยี นรู้ เรามกั จะมแี รง มเี วลา แตไ่ ม่มีเงนิ
มัชฌิมวัย ซึ่งเป็นวัยกลางคนท่ีส่วนใหญ่จะเร่ิมทางานเก็บหอมรอมริบ
ช่วงเวลานี้จะมีเงนิ มีแรง แต่ไม่มีเวลา
ปจั ฉมิ วยั บั้นปลายชวี ติ กลับมีเวลา มีเงนิ แต่ไม่มีแรง
ด้วยเหตุน้ี ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน จึงได้ตรัสเตือน
พทุ ธศาสนิกชนว่า “อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ แปลวา่ ท่านท้ังหลาย จงทาความไม่
ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด” เพราะชีวิตคนเราอายุจะส้ันหรือยืนยาว ใครเล่าจะรู้ โรคา
อาจโจมจู่เมื่อใดใครจะรู้ได้ อีกเวลาท่ีจิตปริตจากกาย จะนอนตายมิหมายรู้ ทุกผู้แล
เพราะไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร เหตุน้ี เราทุกท่าน ทุกคนควรเพียรพยายาม
ใช้ชีวิตด้วยสติปัญญา รู้เท่าทันความเป็นไปของชีวิตเป็นอนิจจัง อย่าพลาดจาก
ประโยชน์ อยา่ พลาดจากการทาดี

การใชห้ ลักธรรมกับวิถพี อเพยี ง

๑. ยอมรับเร่ืองบุญทากรรมแต่ง บางคนไม่ยอมรับเป็นความคิดท่ีผิด
นาไปสู่การทุจริตและฉ้อฉล ต้องเข้าใจเรื่องบุญทากรรมแต่งเสียก่อน “กรรมลิขิต
ชีวิตของตน ยากดีมีจนสุดแต่วิถี กฎแห่งกรรมคือทาดีได้ดี ทาชั่วก็มีแต่รับผลเลว
ทราม” ใครทามาจากชาติที่แล้วจิตเราส่ังสมความดีชั่ว บุคคลหว่านพืชเช่นใดย่อม
ได้ผลเช่นน้ัน ทากรรมดีก็ต้องได้รบั ผลดี ทากรรมช่ัวก็ได้รับผลชั่ว แต่แปลกตรงที่คน
ทากรรมชั่วไม่ยอมรับผลกรรมชั่วที่ทา ต้องตีความให้ถูกต้อง คนทากรรมช่ัวทา
อย่างไรให้เขายอมรับผลของการทากรรมชั่ว ไม่ใช่เอากระบวนการต่าง ๆ มาแก้
กรรมชั่ว (อย่างภิกษุบางรูปที่อ้างว่าตัดกรรมได้อย่างนั้นผิด) ต้องสอนให้คนยอมรับ
กรรมช่ัว

๒. เมื่อทากรรมดีแล้วได้ดีอะไร ต้องรู้ผลจากกรรมดีด้วย ปลายเหตุบอก
ต้นสาย เม่ือเราได้รับปลายเหตุท่ีดีต้องสาวไปหาต้นสายว่าเหตุท่ีดีอันนี้ได้รับจาก
อะไร ถ้ารู้ส่ิงน้ันแล้วก็จะได้ทากรรมดีต่อๆ กันไปเช่น พ่อแม่รวยมาเพราะ
“ขยัน อดทน ประหยัด ซ่ือสัตย์ พัฒนาฝีมือ” น่ีเป็นผลมาจากกรรมดี ๕
กระบวนการ ถ้าจะต่อยอดก็ต้อง “ขยัน อดทน ประหยัด ซ่ือสัตย์ พัฒนาฝีมือ”
ต่อยอดไป ถ้ากรรมช่ัวอย่าทา นรกเรียกเป็นขุม คุกเรียกเป็นแดน สมัยก่อนเรียก
“จับตัวไปที่ขุมขัง” เดี๋ยวน้ีเป็น “คุมขัง” แม้แต่เด็กก็ยังเอาน้าร้อนไปสาดหน้าเขา
บอกว่าพ่อใหญ่ พอเรื่องถึงพ่อบอกว่าเด็กทะเลาะกันปรับสัก ๕๐๐ บาทก็จบ มันไม่
จบหรอกเพราะเขาเป็นผู้เสียหาย แต่แทนท่ีจะสอนให้ลูกว่าการระงับดับโทสะ


สคุ นั ธชาครานสุ รณ์ 127

อยู่ในสงั คมต้องควบคมุ โทสะจรติ ให้อยู่และเมอ่ื ผิดตอ้ งขอโทษ และถา้ เขาขอโทษต้อง
รู้จักให้อภัย แต่ไม่มีอย่างน้ัน ย่ิงรู้ว่าพ่อแม่พวกมากใหญ่มากก็ยิ่งลาพองมาก
ก็ย่ิงก่อความราคาญมากในสังคมจะเป็นแบบนั้น เวลาที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์ ขอให้
ยอมรับผลกรรมทเ่ี ราทา ดูกรรมดกี รรมชว่ั

คนมีอายุยืน เพราะไม่ชอบปลงชีวิตสัตว์ ใครมีอายุยืนไหว้ได้เป็นคนใจไม่
ร้ายชาตนิ ี้จึงมอี ายยุ ืนยาว จะจนหรือมีเปน็ อกี เรอ่ื งหนึง่ อายสุ ั้นแสดงว่าชาติท่ีแล้วฆ่า
สตั ว์ใหญ่ไปเยอะๆ รวมท้ังมนุษย์ท่ีเป็นคนดี มีบุญ มีบารมี ไปฆ่าเขาทาไม มาถึงชาติ
นี้ยังลืมตามองดูโลกไม่ถึง ๒๔ ช่ัวโมงตาย อย่างลูกของดารานางแบบคู่หนึ่ง เพราะ
หมอไม่เก่งร่างกายสุขภาพไม่ดีก็ไม่ใช่ ก็คนจนบางคนทาไมเกิดมาดี นี่ประคบประ
หงมกแ็ ลว้ เพราะชาตทิ ี่แล้วทาไว้เยอะชาตินี้ก็เป็นแบบนี้ ส่วนจะมาเกิดในทอ้ งนี้ดว้ ย
เหตุผลอะไร แสดงว่ามีกรรมร่วมกันอยู่ ต้องยอมรับในสิ่งเหล่าน้ีอย่าตีโพยตีพาย
แสดงว่ากรรมมาเกณฑ์กับนายเวรมาตามทวงคืน และถ้าฆ่าเขาโดยละเมียดละมัย
สงู สุดเวลารับกรรม ก็จะหาเหตุผลไม่เจอละเอียดขนาดน้ัน พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้
เราไปทากรรมไวด้ ีหรอื เลว ก็เปน็ ผูร้ ับมรดกกรรม “คนมอี ายุยนื ยงเพราะไมป่ ลงชวี ิต
สัตว์” มาชาตินี้เราไม่รู้ว่าเคยปลงอะไรไว้ ปล่อยปลาปลอ่ ยไปเถอะหน้าคลองหาปลา
มาปล่อยเขา้ เถอะ เล็กนักกไ็ มไ่ ด้น้าแรง ดูด้วยว่าจะปลอ่ ยปลาอะไร เต่าอย่าไปปลอ่ ย
เพราะไม่มีตลิ่งตะกายอย่าปล่อยมันไปตาย ปล่อยวัวปล่อยควายเขาไม่เล้ียงดูเป็น
โรคภัยไขเ้ จบ็ ตายก็จะกลายเปน็ บาป ทาบุญอยา่ ชุ่ย

คนร่ารวยทรัพย์สมบัติเพราะชอบบาเพ็ญทาน คนที่ร่ารวยสมบัติเพราะชอบ
บาเพ็ญทาน จนเพราะไม่ยอมบาเพ็ญทาน คนมีอายุยืนแต่จนเพราะไม่ฆ่าสัตว์แต่ไม่
คอ่ ยบาเพ็ญทาน คนมียศถาบรรดาศักด์ิเพราะชาติท่ีแล้วไม่ขอี้ ิจฉา ยินดีสง่ เสรมิ ผู้อื่น
อย่าไปน้อยใจ อย่าไปอิจฉา เกิดมาสวยมาหล่อเพราะชาติท่ีแล้วไม่ข้ีโกรธ ปฏิบัติต่อ
พ่อแม่ดี ทาบุญมากน้อยให้ดีใจย้ิมแย้มเข้าไว้อย่าหงุดหงิดหน้าน่ิวค้ิวขมวดเกิดชาติ
หน้าจะได้หล่อ รวยแล้วหน้าตาไม่ดีก็แย่ ดูอย่างในหลวงใครก็อยากถ่ายรูป บางคน
รวยจริงแตใ่ ครไม่อยากถ่ายรปู คนไม่รวยแต่ดนั สวยกแ็ สดงว่าเคยทาบุญด้วยความยิ้ม
แย้มแจ่มใสตัวบุญจะดึง เดี๋ยวเป็นนางงามจักรวาล เด๋ียวจะรวยขึ้น คนไม่มีโรคภัย
เพราะไม่ทรมานสัตว์เกิดมาจะไม่ง่อยเปล้ียเสียขาหรือไม่มีอุบัติเหตุ ที่เกิดอุบัติเหตุ
อย่านึกว่าประมาท ถ้าเกิดมาพิการแสดงว่ากรรมตามทัน กรรมจะให้ผลถ้าไม่ตนเอง
กล็ ูกหรืออีกหน่อยเกิดอุบัติเหตจุ ะตายก็ไม่ตายต้องทนทรมาน ฉะนั้น ชาติน้ีเราไม่รู้ก็
ควรหมนั่ สรา้ งบญุ ไวอ้ ย่างเช่นบริจาคเงินสรา้ งโรงพยาบาล ซอื้ อุปกรณด์ า้ นการแพทย์
คนชื่อเสยี งไมว่ บิ ัตเิ พราะรกั ษาศีล


128 สคุ นั ธชาครานุสรณ์

ในโลกใบนี้ กฎหมายก็อีกแบบแต่กระบวนการศีลที่ทาให้ชื่อเสียงวิบัติ
อย่างเช่น การผิดศีล ย่ิงได้ส่ิงต่างๆ จากปาณาติบาต อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร
การพูดโกหกมดเท็จ การดื่มสุราเมรัยประกอบธรุ กจิ ในด้านนี้ก็ต้องชื่อเสียงวิบัติ ส่วน
เราท่ีไม่วิบัติเพราะเป็นคนรักษาศีลจึงทามาหากินกับกฎหมาย ลึกๆ เป็นผู้รักษาศีล
ทั้งนั้น แต่รักษาศีลก็ต้องมีองค์ประกอบอ่ืนๆ เช่น อายุยืน อย่างอาตมาชาติที่แล้ว
อาจชอบรักษาศีลแต่ไม่ชอบบาเพ็ญทาน มาชาติน้ีได้เป็นพระแต่จน ปัจจัยถึงมือก็
ต้องมีคนมาขอแสดงว่าเราจะได้บุญแล้ว ชาติหน้าจะได้ดีรักษาศีลช่ือเสียงจะได้ดี
ทาบุญก็ต้องหน้าตาดีแก้เคล็ดของเราไป น่ีเป็นเร่ืองจริง คนไม่ถูกติฉินเพราะไม่ใส่
ร้ายป้ายสีผ้อู ่ืน ชาตนิ ี้ไม่ถูกคดีความอนั เกดิ มาจากการใส่ร้าย เพราะชาติทแ่ี ลว้ ไม่เคย
ใส่ร้ายป้ายสีคนดี คนมีบารมี พระพุทธเจ้าท่านสอนเมื่อเรื่องราวจบแต่ละเร่ืองท่าน
บอกถึงกรรม คนมีบริวารดาษด่ืนเพราะมีเมตตามีผู้คนห้อมล้อม การกรวดน้าเป็น
เครื่องบ่งบอกทาให้เรามีพันธมิตรทั่วจักรวาล เป็นศาสนาเดียวในโลกที่ผูกมิตรกับผี
ท่านไม่เสียชีวิตแต่เล็กเพราะผีบ้านผีเรือนคือพ่อแม่ท่าน ไม่ตายเพราะเทวดา
คุ้มครอง กัลยาณมิตรเพราะเราเลือกมาจากชาติที่แล้ วก็ติดตัวมาในชาตินี้
“คนปราณี ผีรกั ษา เทวดาคุ้มครอง”

คนมีปญั ญาเพราะชอบฟัง ฟงั เทศนฟ์ งั ธรรม ใครฟงั มากกไ็ ด้ปัญญามากฟังสิ่ง
ไร้สาระก็ปัญญาน้อย บันเทิงมากปัญญาก็น้อย นี่คือให้เรารู้จักบุญทากรรมแต่ง
“มีอะไรน้อยกว่าเขาอย่าเศร้าสร้อย ได้อะไรน้อยกว่าอย่าเศร้าหมอง เห็นเขาได้
เขามีอย่างที่ปอง เราก็ต้องศึกษาอย่าน้อยใจ บางอย่างได้เพราะบุญหนุนนาส่ง
บางอย่างได้ตามประสงค์คนส่งให้” อย่างเช่นส่งเสริมคนยิ่งมีตาแหน่งใหญ่โตก็ยิ่ง
ต้องส่งเสรมิ เข้าไว้

สังคหวัตถุธรรมมีความจาเป็น ๑) ทานคือการให้ ๒) ปิยวาจา พูดจากันดีๆ
๓) อรรถจริยา มีงานอะไรไปร่วมกันไม่น้าเงินก็น้าแรง ๔) สมานัตตตา วางตนให้
เหมาะสม “บางอย่างไดเ้ ทวดาฟ้าอวยชัย” พ่อแม่จากอดีตชาติที่แล้วเราทาดตี ่อท่าน
ท่านก็ดูแลลูกอย่างเราข้ามภพข้ามชาติ ทุกวันนี้ที่ท่านทาอะไรต่างๆ สาเร็จอยู่รอด
ปลอดภยั มาจากบุญและเทวดาช่วย (ท่ีเขาไม่ให้เหน็ เพราะนรกเห็นแลว้ บ้าเทวดาเห็น
แล้วคล่ัง) ต้องแข่งขันทางด้านปัญญาแล้วปัญญาจะช่วยเรา ถ้าข้ีเกียจอ่าน ข้ีเกียจ
ศกึ ษา ขีเ้ กียจฟังแลว้ จะโทษใคร


สุคนั ธชาครานสุ รณ์ 129

การใชห้ ลกั ธรรมในการแก้ไขปญั หาชีวติ

พระพุทธเจ้าตรัสว่า “การได้พบสมณะพระสงฆ์เป็นมงคลแก่ชีวิต ”
ในขณะเดียวกันญาติโยมได้ฟังธรรมก็เป็นมงคล พระได้แสดงธรรมก็เป็นมงคล คาว่า
“มงคล” แปลว่า เหตุแห่งความเจริญรุ่งเรอื งก้าวหนา้ ความสดใสในชีวิต

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเร่ืองความยากเอาไว้ ๔ ประการ ความยากของ
บคุ คลทั่วไปก็คอื

๑. การที่จะไดเ้ กิดมาเปน็ มนษุ ยน์ ีก้ เ็ ปน็ ของยาก
๒. เกิดมาแล้วการทจี่ ะมอี ายุยง่ิ ยนื ยาวนานก็เปน็ ของยาก
๓. การท่ีพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์จะได้อุบัติขึ้นมาในโลกนี้ก็เป็นของยาก
ท่ีว่าการที่จะได้เกิดมาเป็นมนุษย์เป็นของยาก ก็เพราะว่าคนเราถ้าไม่มีบุญเป็นทุน
หนุนชีวิตหรือมีบุญน้อย บุญไม่พอ ก็คงได้อัตภาพเป็นอย่างอื่น เช่น ไปเกิดเป็นสัตว์
อื่น สัตว์นรก สัตว์เดรัจฉานในภาวะอย่างอื่น แต่ที่ได้เกิดเป็นคนก็เพราะมีบุญ
นอกจากนั้นเกิดมาแล้วจะเห็นได้ว่าบางคนอายุสั้นพลันตาย บางคนนั้นเพียงแต่จะ
เกิดเขาก็กาจัดซะแล้ว หรอื บางคนพอเกดิ มาเขาไม่ต้องการเขาก็กาจดั อีก บางคนเกิด
มาแล้วลมื ตาดูโลกได้ไม่เทา่ ไหรก่ ต็ อ้ งจากไป เพราะฉะน้นั คนที่มีอายุย่ิงยืนยาวนานก็
ถอื วา่ เปน็ ผูม้ ีบุญ
การที่เราทุกท่านทุกคนเกิดมาได้พบได้ทันศาสนาของสมเด็จพระสัมมาสัม
พุทธเจ้าน้ีก็มีบุญ แม้เราไม่ทันจะได้เฝ้าพระองค์เพราะพระองค์ได้เสด็จดับขันธ์
ปรินิพพานไปนานแล้ว แต่เราก็ยังโชคดีท่ีได้เกิดมาทันศาสนาของพระองค์
“พระนิพพานกาลไกลไปลับแล้ว ประทีปแก้วพระยังแจ้งส่องแสงจ้า ไม่เสื่อมสิ้น
สูญนามตามเวลา ยังคงคู่พระศาสนาอยู่ถาวร” เรายังได้รับไออุ่นแห่งพระธรรมคา
สอนของพระองค์ พระธรรมวินัย ไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปัญญา ยังมีให้เราท้ังหลายได้
สดับได้ศึกษาได้ปฏิบัติกันอยู่ถึงทุกวันน้ี และการท่ีเราจะได้ฟังเทศน์ฟังธรรมปกติก็
เป็นของยาก เช่น ยากเพราะไม่มีผูท้ ่ีจะแสดง บางท่ีมีผูแ้ สดงแต่ไม่มีผู้สดับ บางคร้ังมี
ท้ังผูแ้ สดงมีทง้ั ผสู้ ดับแต่ไมม่ ีสถานท่ที ่ีจะจดั ให้มีการแสดงธรรมนัน้ ๆ หรือมีสถานท่แี ต่
เราไม่มีโอกาสและไมม่ ีเวลาจะด้วยเร่อื งอะไรก็ตาม
เมื่อสมัยก่อนอาตมาเดินทางไปประกาศพระศาสนาในต่างประเทศในกลุ่ม
ของชาวไทยท่ีปรากฏอยู่ไม่วา่ ในยุโรปหรือวา่ อเมรกิ า ไปแลว้ มหี ลายท่านพอเห็นพระ
และได้มากราบแล้วก็ร้องไห้ ถามว่า “โยมเป็นอะไร ทาไมถึงร้องไห้” เขาบอกว่า
“ต้ืนตันใจมันปลื้มใจ โยมจากเมืองไทยมา ๒๕ ปีแล้ว ๓๐ ปีก็มี ๒๐ กว่าปีก็มี ยังไม่
เคยได้พบพระเลย ไม่เคยได้ฟังเทศน์เลย วันน้ีได้พบพระได้ฟังเทศน์ก็ปล้ืมใจดีใจ”
สมัยก่อนน้ีพระศาสนาของเรายังไม่แพร่หลายวัดวาอารามในต่างประเทศก็ยังไม่ค่อย
ปรากฏ พระที่จะไปต่างประเทศก็ไปลาบาก เพราะฉะนั้นความยากทุกอย่างหายไป


130 สคุ ันธชาครานุสรณ์

สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทาเรื่องยากเป็นเรือ่ งงา่ ยในทางพระศาสนาของเรา
เรียกว่า เพราะเรามีบุญ ถ้ามีบุญแล้วทุกอย่างสาเร็จหมด อาตมาเคยพูดเรอื่ งชีวิตถูก
เนรมติ ด้วยบุญ

เร่ืองนี้พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้อีกว่า ชีวิตของคนเราน้ีเนื่องด้วยบุญทั้งนั้น
จะขน้ึ จะลงจะสูงจะตา่ บญุ เก่ยี วขอ้ งทงั้ นั้น บญุ จงึ เปน็ ห้นุ สว่ นสาคัญของชีวิต บญุ เป็น
ทุนหนุนชีวิตถ้าเป็นบุญแล้วทุกอย่างสาเร็จหมด พระพุทธเจ้าจึงตรัสเอาไว้อีกว่า
บุญน้ีเป็นยอดของทรัพย์ ทรัพย์สินอย่างอื่นแก้วแหวนเงินทองเพชรนิลจินดาเสื้อผ้า
อาภรณ์ท่ีเรามียังไม่ใช่ยอดของทรัพย์ เพราะหายได้ถูกจี้ปล้นขโมยเอาไปได้ แต่ว่า
บุญน้ีเป็นยอดของทรัพย์ ใครก็เอาไปไม่ได้ “แม้โจรจะหวังมาปล้นบุญญา ก็ไม่ได้
ดัง่ ใจคิด ด้วยเป็นสิทธิ์วาสนา ใครสั่งสมอบรมมา พระท่านว่าเป็นปัจจตั ตัง” ของ
ใครของมันแบ่งปันกันไม่ได้ ถึงคนรักใคร่จะมาขอแบ่งบ้าง กไ็ ม่สาเร็จตามเจตนาเป็น
ปัจจัตตังเฉพาะตัว ใครทาใครได้ เหมือนอาหารใครรับประทานคนน้ันก็อิ่ม บุญเป็น
ยอดของทรัพย์ บุญเป็นแกว้ เนรมติ บันดาลทกุ สง่ิ ทุกอย่างให้แก่เราได้

พระพุทธเจ้าตรัสเอาไวว้ ่า เทพยดาและมนุษยท์ ้ังหลายปรารถนาผลอันใด
ผลอันนน้ั สาเร็จได้ดว้ ยบุญ ถ้ามีบุญแลว้ ปรารถนาอะไรก็สาเร็จหมด “ยามบุญมากา
ไก่กลายเป็นหงส์ ยามบญุ ลงหงส์สาเป็นกาไก่ ยามบุญมาวาสนาช่วย ทีป่ ่วยก็หาย
ทีห่ น่ายกร็ ัก แตถ่ ้าบุญไม่มาวาสนาไม่ช่วย ทป่ี ่วยก็หนกั ทรี่ ัก ก็หน่าย” เวลามีบุญ
แล้วอะไรมันก็ดูดีไปหมด ยามมีบุญใครๆ ก็จะว่ิงเข้ามาเป็นข้าให้พ่ึงพระเดชพระ
กรณุ าไดใ้ ช้สอย เฝ้าป้อยอสอพลอพลอยทุกเช้าค่า แต่พอยามเราเพล่ียงพล้าหมดบุญ
หมดวาสนา ผู้คนท้ังหลายก็จะพากันกระหน่าซ้าซ้อม ดังราชหงส์ปีกหักตกปลัก
หนอง พวกกาแกก็จะแซ่ซ้องเข้าสาวไส้ รวมความว่ามีบุญเขายก ต่าตกเขาหยาม
ดังกวีนิรนามท่านหน่ึงได้ประพันธ์เปรียบเทียบเอาไว้น่าคิด เมื่อม่ังมีมากมายมิตร
หมายมอง เม่ือมัวหมองมิตรมองอย่างหมูหมา เม่ือไม่มีหมดมิตรมุ่งมองมา
เมอ่ื มอดมว้ ยแม้หมูหมาไม่มามอง เห็นไดว้ ่ายามมบี ุญกับยามไม่มบี ุญนั้นตา่ งกนั โดย
ส้นิ เชงิ บุญจึงเป็นหุ้นส่วนสาคัญของชีวิต บุญเป็นกัลยาณมิตร บุญที่บุคคลไดก้ ระทา
ไว้ด้วยตนเองจักเป็นกัลยาณมิตรตามติดไปส่งเสริมสนับสนุนให้ได้อยู่สุขเย็นใจถึงใน
โลกหน้า ไม่ใชเ่ ฉพาะในโลกนเ้ี ทา่ นนั้ ไมใ่ ช่แต่ปจั จุบนั แตถ่ ึงอนาคตดว้ ย

บุญน้ีเปรียบเสมือนเงาท่ีเฝ้าติดตามเราไปในทุกที่ทุกสถาน บุญเป็นเงาเฝ้า
ตามติด บุญเป็นมิตรในทุกที่ คอยช่วยเหลือเอ้ืออารี ห่างราคีปลอดโพยภัย
บุญพทิ ักษ์บุญรกั ษา บุญนาพาพบสขุ ใส แมช้ ีพลบั ดบั ลว่ งไป บญุ ส่งใหถ้ งึ สขุ าวดี

บุญเป็นทุนหนุนชีวิต หนุนให้ยามอยู่ก็มีคนรัก หนุนให้ยามจากก็มีคน
อาลัย หนุนให้ยามอยู่มีผู้อุปฐาก หนุนให้ยามพลัดพรากมีผู้อุปถัมภ์ หนุนให้ยาม
อยมู่ ผี ู้เล้ยี งกาย หนนุ ให้ยามตายมีผเู้ ลย้ี งวิญญาณ


สคุ ันธชาครานสุ รณ์ 131

เหล่าน้ีคือบญุ ทงั้ นั้น แล้วทุนท่ีสาคัญนั้นมี ๒ ทุนด้วยกัน ทนุ แรกบุญกุศลคุณ
งามความดีท่ีเราท่านทั้งหลายทาไว้ด้วยตัวของเราเอง อย่าลืมวา่ อะไรท่เี ราทาดว้ ยตัว
ของเราเองเขาเรียกว่า “ตน้ ทุน” อะไรที่คนอ่ืนทาให้แม้แตต่ ายเขากรวดน้าอทุ ิศไปให้
น่ันเขาเรยี กวา่ “สมทบทนุ ”

ใครก็ตามมีท้ังต้นทุนและสมทบทุนก็จะอยู่สบาย ไปสะดวก อยู่ไม่ลาบาก
จากไม่ลาเค็ญ อยู่มีคนรัก จากมีคนอาลัย อยู่มีผู้อุปฐาก จากมีผู้อุปถัมภ์ ช่วยให้มอง
ข้างหนา้ กม็ ีหวงั ช่วยให้มองข้างหลังกม็ ีสขุ แต่ถา้ ไม่มีทนุ มองข้างหน้ากห็ มดหวัง มอง
ข้างหลังมีแต่ทุกข์ คนมีทุนหนุนชีวิตแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสว่า “บันเทิงเริงใจท้ังใน
โลกน้ีและก็ในโลกหน้า” ทุนท้ังสองน้ีต้นทุนสาคัญท่ีสุดสาคัญกว่าสมทบทุน เพราะ
ต้นทุนเราทาด้วยตัวของเราเอง เมื่อมีต้นทุนแล้วแม้ใครไม่สมทบทุนให้ก็ไม่เป็นไร
แต่ถ้าเราไม่มีต้นทุน รอให้คนอ่ืนสมทบทุนเกิดใครเขาไม่สมทบให้จะทาอย่างไร
เหมือนเรามีเงินในกระเป๋าเรามีต้นทุนจะเดินทางไปไหนจะทานอะไรไปได้ทุกเมื่อ
หรือเรามีข้าวปลานาน้าอยู่ในครัวของเรา หิวเมื่อไหร่เราจะทานก็ได้ แต่ถ้ารอว่าถึง
เวลาแล้วเขาเอามาสง่ ถ้าเขาไม่มาก็อด

เพราะฉะน้ัน ต้นทุนจึงสาคัญท่ีสุด ทาไว้แล้วสบายใจ จะไปรอจนตายแล้ว
ให้ลูกหลานกรวดน้าไปให้เอง ถ้าคิดอย่างนี้เรียกว่าประมาท หากว่าเขาลืมคุณแล้ว
โยมจะเฝ้าคอยใคร แต่ถ้าลูกหลานดีทุกอย่างก็ดีด้วย แต่ถ้าเรามีต้นทุนของเรา
ลูกหลานจะเป็นอย่างไรก็ไม่เป็นไร อยู่สุขและเย็นใจท้ังในโลกนี้และก็ในโลกหน้า
รวมความว่าชวี ติ เก่ยี วเนื่องดว้ ยบญุ ท้ังนั้น บญุ แล้วทเี่ ราไดเ้ กิดมาเป็นคน บุญแลว้ ทไ่ี ด้
รักษาตนมาจนอายุยืนยาว บุญแล้วที่ได้เกิดมาทันศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
บุญแล้วที่ได้สดับพระธรรมเทศนา และเฉพาะชาวไทยเรา บุญแล้วท่ีได้เกิดมาเป็น
ไพรฟ่ า้ ในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู วั จึงนบั ว่าเป็นความโชคดี

บุญอันยิ่งใหญ่ ก็กาลังเกิด คือ บุญ ฟังเข้าทางหู บุญ ดูเข้าทางตา
บุญภาวนาเข้าทางลมหายใจ บุญกราบ บุญไหว้เข้าทางฝ่ามือ เราได้ไหว้พระ
กราบพระก็เป็นบุญเป็นมงคล บุญนั้นสาคัญที่เราทุกท่านทุกคนจะต้องมี ต้องรู้ ต้อง
บาเพญ็ เป็นบุญพเิ ศษเรียกวา่ ชวี ิตดีต้องมี ๓ บุญ

๑. บุญคุณ
๒. บญุ กศุ ล
๓. บญุ บารมี
บุญคุณต้องสรา้ งให้มใี นตน บุญกุศลตอ้ งเพ่มิ พูนใหท้ วี บญุ บารมตี ้องหมั่น
บาเพ็ญ บุญคุณต้องมีในตน ต้องเป็นคนรู้คุณคน คนไม่รู้คุณคนไม่รู้ส่ิงมีคุณ ผู้น้ัน
เป็นคนตกอับ ยิ่งเปน็ ผเู้ นรคณุ ผู้มีคุณ ยงิ่ เสยี ผเู้ สียคนไปใหญ่ ท่านสุนทรภู่ บรมครกู วี


132 สุคนั ธชาครานุสรณ์

ได้ประพันธ์เอาไว้น่าคิด “ทรลักษณ์อักตัญญุตาเขา เทพเจ้าก็จะแช่งทุกแห่งหน
ให้ทุกขร์ ้อนงอนหงอ่ ทรพล พระเวทมนตเ์ ส่อื มคลายทาลายยศ”

ไม่มีความก้าวหน้าแต่คนที่กตัญญูรู้คุณโบราณเรียกว่า ตกน้าไม่ไหลตกไฟไม่
ไหม้ คือชีวิตไม่ตกต่า อาจจะมีบางช่วงตกต่าแต่ก็จะมีคนฉุดดึงคอยประคองให้พ้น
จากความตกต่านั้นๆ อานิสงส์กตัญญูท่านจึงบอกว่า ปืนยิงไม่ออก หอกแทงไม่เข้า
เทพเจ้ารักษา พระราชาก็โปรดปราน

กตัญญูร้คู ณุ ทา่ นสาคญั นัก
นีเ้ ปน็ หลกั คนดมี ีครบถ้วน
ตอบแทนท่านใหง้ ามตามสมควร
คนดีล้วนใจม่นั กตัญญู ฯ
ถามว่าอะไรที่คนเราจะต้องกตัญญู
๑. ถ่ินทีเ่ คยอยู่
๒. อูท่ ่เี คยนอน
๓. หมอนท่ีเคยหนนุ
๔. พระคณุ ที่เคยพ่งึ
กตัญญู คือ ระลึกหรือนึกรู้ความดีที่บุคคลนั้นๆ มีแก่ตน เริ่มต้นต้ังแต่พ่อแม่
ครอู าจารย์ นกึ อยา่ งไรจึงจะเป็นกตญั ญู ไดแ้ ก่
๑. คนจะเป็นกตัญญูต้องนึกให้ได้ ๔ ช้ัน นึกถึงความรักความเมตตาท่ีท่าน
เคยมีอยู่ สมมุติว่าเป็นพ่อแม่ปู่ย่าตายายรวมถึงผู้อ่ืนด้วย นึกถึงความรักความเมตตา
ที่ท่านเคยมี นึกถึงคุณความดีที่ท่านได้เคยกระทา นึกถึงคุณธรรมท่ีท่านได้เคย
บาเพ็ญ นึกถึงความร่มเย็นที่ท่านได้ประทานให้แก่เรา นึกได้อย่างนี้เป็นกตัญญู
เพราะฉะน้ันคนท่ีมีกตัญญูแล้วจะลบหลู่ใครไม่เป็น มีแต่ยกย่องเชิดชูบูชาคาราวะให้
เกียรตซิ ่งึ กนั และกัน
๒. บุญกุศลต้องเพ่ิมพูนทวี เพราะเป็นทุนหนุนชีวิตดังกล่าว เช่น ทาน ศีล
ภาวนา ท่ที า่ นเคยบาเพญ็ กนั อยู่เปน็ ประจาแล้ว
๓. บุญบารมีต้องหม่ันบาเพ็ญ คือ ทาต่อเนื่อง ที่เราเกิดมาดี อยู่ดี และจะไป
ดี น้ีเป็นผลของบุญบารมีท่ีเราได้สร้างสมไวแ้ ต่อดีตเป็นทุนหนุนปัจจุบัน เราเกิดมาดี
ก็เพราะมีบุญ เราอยู่ดีกเ็ พราะเราทาชีวิตใหม้ คี ุณ แล้วเราจะจากไปดกี ็เพราะเรามที ุน
เกิดเป็นคนต้องสร้างตนให้มีดี เกิดมาท้ังทีต้องสร้างดีให้ติดตน แล้วจะเป็นบุคคล
คุณภาพ ที่ยามอยู่ก็จะมีคนรัก ยามจากก็จะมีคนอาลัย คนไม่มีบุญไม่มีคุณภาพ อยู่
เขาหนักใจ จากไปเขาโลง่ อก แสดงว่าไม่มีค่าไม่มคี วามหมายในสายตาของชาวโลก


สุคนั ธชาครานสุ รณ์ 133

จึงสรุปว่า บุญต้องรีบทา กุศลกรรมต้องรีบสร้าง ขณะน้ีเป็นระยะโอกาส
ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ชาวไทยชาวพุทธเราก็นิยมบาเพ็ญบุญบาเพ็ญบารมีเป็น
พิเศษกว่าปกติ บางท่านถึงประกาศงด เลิก ละส่ิงท่ีไม่ดีไม่งามตลอดไตรมาส คือ ๓
เดือน บางท่านหยุดเฉพาะในเทศกาลเข้าพรรษา แต่พอออกพรรษาทบต้นทบดอก
อันน้ี ก็ไม่ไหว เขามีโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาบางคนก็งดจริง แต่พอออกพรรษา
เมาหัวราน้าอีก อย่างน้ีก็ไม่ไหว ถ้าลด ละ เลิกได้เด็ดขาด มงคลแก่ชีวิตก็จะเกิดข้ึน
เป็นอันมาก อาตมาพูดว่าเข้าพรรษาเป็นโอกาสที่พระท่านหยุดจาริกท่ัวไป
เวลาออกพรรษาท่านจะไปที่ไหนท่านก็ไปสะดวกทุกประการ แต่ว่าหน้าฝนสมัย
โบราณไม่ใช่สมัยปัจจุบันอันน้ีมันเป็นผลต่อเน่ือง สมัยโบราณเดินทางด้วยเท้า
อาชพี ของชาวบา้ นแต่กอ่ นมแี ตเ่ กษตรกรรม ไปไหนมาไหนกไ็ มส่ ะดวก

เพราะฉะนั้น พระท่านจึงหยุดจารกิ อยู่กับที่ เรียกวา่ อยู่จาพรรษาตลอดหน้า
ฝน เราก็เอาเคล็ดที่พระท่านหยุดจาริกมาปฏิบัติให้เกิดผลดีงาม แต่ต้องทาความ
เข้าใจว่า มีบางท่านบางคนคิดว่าเข้าพรรษาน้ีพระไปไหนไม่ได้จะต้องอยู่กับที่ ๓
เดือน พอไปเจอพระพบพระในท่ีต่างๆ เลยมีปฏิกิริยาแปลกๆ อาตมาก็เคยพบเคย
เจอ อันน้ีในฐานะชาวพุทธเราต้องรู้ต้องเข้าใจ ไม่ใช่ว่าไปไหนไม่ได้เลย ไปได้แต่ไม่
เกิน ๗ วัน ต้องกลับมา แล้วถ้ามีธุระค่อยไปต่อได้อีกไม่เกิน ๗ วัน ถ้าเกิน ๗ วัน
เขาเรียกวา่ พรรษาขาด การท่ีพระไปได้ ๗ วัน คือเม่ือมกี ิจจาเปน็

กรณีไหนบ้างที่พระท่านจะต้องจาริกไปไม่ว่าในประเทศ ต่างประเทศ
ต่างจงั หวดั

๑. พอ่ แมญ่ าตพิ นี่ ้องเจ็บไขไ้ ดป้ ว่ ยต้องไปเยยี วยาดูแลรักษาไปได้
๒. วัดทเี่ ก่ียวขอ้ งเกิดไฟไหม้หรอื วา่ เกดิ ภยั อย่างใดอยา่ งหนง่ึ ต้องรบี ไปดแู ล
๓. ประชาชนในท้องถ่ินที่เก่ียวข้องในท่ีนั้นๆ เกิดการแตกแยกแตกสามัคคี
ตอ้ งรีบไปสมานฉันท์ เขานิมนต์ไปฉลองศรัทธา เช่น ไปแสดงธรรม ไปบรรยายธรรม
ไปเทศนห์ รือไปทาพิธตี ่างๆนัน้ ก็ไปได้ ไปทเ่ี ปน็ กจิ จะลกั ษณะ ไมใ่ ชไ่ ปเรอ่ื ยเป่อื ย
คนฉลาดก็ถือเอาคาว่าหยุดของพระหยุดจาริกเอามาใช้กับการปฏิบัติใน
ชวี ิตประจาวัน เข้าพรรษาพัฒนาชีวิตเราจะใช้สูตรอะไรให้เป็นมงคลแก่ชีวติ เรียกว่า
สตู ร “หยุด ๕ อย่า ๔ ยอดดีตอ้ งมี ๖” ถ้าไม่อยากกินน้าใบบัวบก ให้กระดกเป็น ๖
๕ ๔ ยอด คือ สังคมประเทศชาติทุกวันน้ีเกิดปัญหาเดือดร้อนกันไปทั่ว เพราะเรา
ไม่หยุด และถ้าสังคมประเทศชาติจะเกิดสนั ติสขุ สันตภิ าพเราตอ้ งหยุด ท่านทั้งหลาย
ฟงั แล้วกใ็ คร่ครวญ

๑. หยดุ โจมตีและบฑี า
๒. หยดุ ละเมดิ กฎกตกิ า
๓. หยดุ อจิ ฉาริษยา


134 สคุ นั ธชาครานุสรณ์

๔. หยดุ อคติ
๕. หยดุ มานะทฐิ ิตอ่ กนั และกัน
หยดุ ทั้ง ๕ อย่างน้ีได้ โลกและสังคมจะเป็นสวรรค์ สานักงานฯ ของเราก็เป็น
วิมาน หยุดโจมตีและบีฑาทุกวันน้ีมันเกิดปัญหาเพราะโจมตีกันทุกวันบีฑากันอยู่ทุก
วัน คนไทยก็แปลกเวลาไม่มีข้าศึกศัตรูก็หันมารบกันเอง ไม่รู้จะตีกับใครก็ซ้อมไว้ตี
กันเองทั้งในกรุงและต่างจังหวัดสารพัดกันไปหมด ไม่ได้จดจาที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖
ไดท้ รงเตอื นไว้

“อนั ชาติใดไร้รกั สมคั รสมาน
จะทาการส่ิงใดย่อมไร้ผล
แมน้ ชาติยอ่ ยยับอบั จน
บุคคลจะสขุ อยอู่ ย่างไร”
ทุกวันน้ีก็เพราะคนยังเป็นจิ้งหรีดอยู่ ให้เขามาปั่นหัว บางคนก็ถูกปั่นหัว
ผู้ใหญ่บางคนก็ถูกเป่าหู เพราะฉะน้ันหัวกับหูต้องระมัดระวัง เป็นเด็กอย่าให้ใครเขา
มาป่ันหัว เป็นผู้ใหญ่อย่าให้ใครเขาเป่าหู ต้องมีความหนักแน่นเป็นตัวของตัวเอง
ไมใ่ ชใ่ ครเขาจะเป่าแล้วเราก็ปลิว แบ่งพวกทาให้เสียรกั แบ่งพรรคทาให้เสยี สามัคคี
แบ่งทั้งพวก แบ่งทั้งพรรค เสียท้ังรัก เสียท้ังความสามัคคี ไม่แบ่งพวกไม่เสียรัก
ไม่แบ่งพรรคไม่เสียสามัคคี ถ้ารวมพวกรวมพรรคจะได้ทั้งความรักและความ
สามคั คี หยุดโจมตแี ละบีฑา
พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ในโอวาทปาติโมกต้ังแต่วันเพ็ญกลางเดือน ๓
มาฆบูชา อย่าไปว่ากัน อย่าไปทุบตีกัน แต่เราไม่เช่ือ เราไม่ใส่ใจ เราไม่สนใจเพราะ
เราไปตกอยู่ภายใต้อานาจของกิเลสเราให้กิเลสเป็นใหญ่ เราต้องมาคุยกันว่าบ้านเรา
ปกครองแบบประชาธิปไตย จริงๆ มีอยู่ ๓ หลกั คอื อตั ตาธิปไตย เอาตวั เองเป็นใหญ่
โลกาธิปไตย คือฟังเสียงส่วนใหญ่ที่จะทาให้ทุกอย่างมันลงตัว ธรรมาธิปไตย คือ
เอาความถูกต้องเป็นหลัก โลกจึงจะอยู่ได้ อาจจะไม่ถูกใจคนบางคนแต่ถ้าเอาแต่
ถูกใจแตไ่ ม่ถกู ตอ้ งบ้านเมอื งอยูไ่ ม่ได้ เพราะฉะน้ันธรรมาธปิ ไตยเท่านน้ั จงึ จะทาให้ทุก
อย่างยุติ เด๋ียวน้ีบางคนก็ใช้แต่อัตตาธิปไตย เอากิเลสตัวเองเป็นใหญ่ บางคนก็กิเล
สาธิปไตย เอากิเลสเป็นใหญ่ โลภ โกรธ หลงบันดาล บางพวกชิวหาธิปไตย ล้ินเป็น
ใหญ่ปลุกระดมเข้า บางพวกก็ใช้เท้าเป็นใหญ่เขาเรียกบาทาธิปไตย คือเดินขบวน
น่ีคือปัญหา หยุดโจมตีและบีฑาได้ปัญหาจะหมดไป หยุดละเมิดกฎกติกา กฎ
ระเบียบ วินัย กฎหมายจนกระทั่งถึงรัฐธรรมนูญที่เรียกต่างกันไป จริงๆ แล้วคือศีล
นั่นเอง ให้ทุกคนมีศีลแล้วทุกอย่างจะไม่เป็นไร แต่ทุกวันนี้ถือว่าใครปฏิบัติตามกฎ
กติกาแล้วเชย ใครแหกคอกแหกกติกาได้เป็นฮีโร่ บ้านเมืองจึงระส่าระสาย ต้องหัด
เป็นคนมีวินัยฝึกตนให้มีวินัยฝึกใจให้มีธรรมะ หยุดอิจฉาริษยาพออิจฉาเขาก็บอกตา


สคุ นั ธชาครานุสรณ์ 135

รอ้ น อยากร้วู า่ ใครอิจฉาดูตาก็รู้ ตารอ้ นมีประกายไฟพวยพุ่ง พวกอจิ ฉารษิ ยาเหน็ ใคร
ดีเกินหน้าไม่ได้ กินไม่ได้นอนไม่หลับต้องหาทางปัดหรือเข่ียให้ตกให้ได้ ความริษยา
ยังโลกาให้พนิ าศ

ทุกคนต้องมีไมตรีจิต มีมุทิตาจิต หัดยินดีต่อคนท่ีเขาทาดี แล้วทาอย่างไรเรา
จะได้ดีก้าวหน้ากับเขาบ้าง ก็ต้องทาอย่างท่ีคนอื่นเขาทา ไม่ใช่คอยปัดแข้งปัดขา
หยุดอคติหยุดลาเอียงหยุดเป็นคนเสียศูนย์ “อคติ”แปลว่า เอียง เข้าข้าง คนเราจะ
เอียงใน ๔ เร่ือง เอียงเพราะชอบเรียกว่า ฉันทาคติ เอียงเพราะชังเรียกว่า โทสาคติ
เอียงเพราะกลัวอานาจวาสนาบารมีอิทธิพลของเขาเรียกว่า พยาคติ เอียงเพราะโง่
เขลาเบาปัญญาหลงผิดไม่รู้เท่าทันเรียกว่า โมหาคติ มีอคติเม่ือใดความเป็นธรรม
ความยตุ ธิ รรมกเ็ สียไป

สรุปว่าเอียงเพราะรักก็โฉด เอียงเพราะโกรธก็ชั่ว เอียงเพราะหลงก็มั่ว เอียง
เพราะกลัวก็หม่นไหม้ คาว่า “อคติ” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแปลว่า
ไปไม่ได้ อะ เป็นศัพทป์ ฏิเสธแปลวา่ ไม่ คติ แปลว่าไป อคติ แปลวา่ ไปไม่ได้ คือจะทา
อะไรให้ถูกต้องดีงามก็ไปไม่ได้ถ้ามีอคติ หยุดมานะทิฐิต่อกันและกัน โดยเฉพาะยอม
แพ้ต่อสิ่งที่จะนาไปสู่ความไม่ดีไม่งาม การเอาชนะคะคานซ่ึงกันและกันในทางท่ีไม่
ถูกต้องดีงาม เรามาแพ้กันเถอะโดยเฉพาะแพ้แล้วเพ่ือให้สังคมดีขึ้น ยอมท่ีตัวเรา
หยุดที่ตวั เราเอง ไม่เอาความแขง็ กระด้าง ความเห็นที่แตกต่างกันมาทะเลาะวิวาทซึ่ง
กันและกัน จะสมานฉันท์ไม่ได้ถ้าไม่หยุดมานะทิฐิต่อกันและกัน เพราะฉะนั้น
โลก สังคม หน่วยงาน แม้แต่ระดับเล็กคือครอบครัว ในบ้านในเมืองของเราจะมีสุข
ถ้าเราหยุดโจมตีและบีฑา หยุดละเมิดกฎกติกา หยุดอิจฉาริษยา หยุดอคติ หยุด
มานะทิฐิต่อกนั และกัน

ประการต่อมา อย่า ๔ เราควรอย่าจากอะไร
๑. อยา่ อายทาดี ๒. อยา่ มีปมดอ้ ย
๓. อย่าคอยวาสนา ๔. อย่าบ้าอบายมุข จะทาใหช้ วี ิตเราดีขน้ึ

อย่าอายทาดีคนท้ังหลายมักใช้ธรรมะผิดเรื่องดีๆ มักจะอาย เร่ืองฉิบหาย
มักจะกล้า อันนี้ใช้ธรรมะไม่ถูก พระพุทธเจ้าสอนให้มีหิริ โอตตัปปะ ให้ละอายช่ัว
กลัวบาป ถ้าไม่ใช่เร่ืองช่ัวเรื่องบาปอย่าไปอายต้องกล้า เรียกว่าวิสารทะ อย่าอายทา
ดี เรื่องใดที่เป็นของดีส่ิงดีทาไป อย่ามีปมด้อยอย่ามีความรู้สึกว่าเราต่าต้อยน้อยหน้า
สู้ใครไม่ได้ปล่อยให้ผู้วิเศษเขาทากันไปเรามันกระจอกชน อย่าไปคิดดูถูกตัวเอง
คนเรามีด้วยกันคนละ ๒ ปม ปมเด่นกับปมด้อย เอาปมเด่นปมดีมาอวดมาโชว์กัน
อย่าเอาปมดอ้ ยออกมาโชวแ์ ละรวู้ ่าใครมปี มด้อยก็อย่าไปเขย่ี อย่าไปสะกดิ เพราะบาง
คนก็รับได้บางคนก็รับไม่ได้ เอาแต่เรื่องดีๆ มาว่ากันเรื่องเด่นๆ มาโชว์กัน อย่าคอย
วาสนา อย่ารอให้เทวดาอุดหนนุ อยา่ รอใหบ้ ุญหล่นทบั ต้องทาเด๋ยี วน้ี


136 113366 สุคันธชสสาคคุุ รนัันาธธนชชสุาารคคณรราา์ นนสุุสรรณณ์์
อหโบทนคเนใสหอุณ่ัา้้าวมยนียกเ้ ขงง่าาวคโาคทึ้นตย้นบอือสนันใ้อคชก้ าหหคอนบทโหเในในเอคนทบโหกงวใพวั่ าสสอหหออิ้รคุณรณุร็ม้าา่ั่ั้า้าววยมมยานนีสีีรยยกกบเ้้เีบนิู้จขขงโงแงงมรี่่าาาาววคคะทโโอทาาคคททัก้ึ้ึจนนคี้ตตาตตยยว้นนบบออพืืี่ออดสสตนนทรยะัันนอืั่่กเาใ้ใ้ออคคชช้กก้ าาุทรีหหงหหอตกกรทวมททงงววใใพพ่ั่วั าาออาทแธู้เิิว้้รรคครรสิรร็็ัมมปาาุ.ีีสสขตหมรรบเบตา่ีีาบบนนิิู้จู้จโโแแัยมมรรีี จเปะะทท้อมออทมททห่บักักจจค้คี้ีตตตตาาขววเอ้าพพงีี่่ดดะือสัตตจันททรรมยยะะาืืออัั่่่่กกเเาาตทะทุุทรรีีนนงงยออจงตตรรทืททอววงมมรไาาาาททเแแธธุู้่ัู้รเเเววพกนสสิิัสันปปีุรุ..รขขตตทหวหมมเเตตาาา่่อาันยยััื่อไทุเทเจจเกลปป้้ออัมมนชททมมวอหห่่บบยขขงเเออ้้าาธันี่าจงงะะืืว้ออแจสสทััจัันน่จงามมาาออตตบเททะะ่าะตนนะนนีียยผจจงงรีะททืืพอองงรรรอไไาาเเมท่าวุุ่ัั่รรเเลกพพกดนนใััสสนนเีีิษรรรรอททววากห่มาาาออััดันน่วื่ืออไไทุทุาเเททกกเัลลยััถนนชช็พววตื่อออ้ทขยยนรใงงธธัันน่ีี่าาจจ้าช้วว้แแจจททห้อมา่่อจจงงาารากบบเเท่่าาั่ะะตตะะวสผผเารรีีะะ้งโพพพ็ไเรรดออุอกมมกรกท่ท่งวาา่ัมวงลลดดใใเเิษิษรออ๋ียาามดกกหห่่ามมาากอเาา่ลไััดด่ววาาุ่งเเัททัรวยยดถถเา็็พพตตาื่่ืออย้้ททขขนนันวรรใใาสเนก้้า้าชชสหห้้่ออมมบาาออรรบาากก้ีไตี ยทท้ีไ็ทัั่่งมววสเสปาเเา้้งงีีโโพพรเ็ไไ็เมาด้อดดมุุออกกรกกรกก้มั่งงอ่ัมีงงจคเปรรเใ่ืงอียย๋๋ี ัมนมมดดากากออัเเงท่่ไลลไสชหุุ่่งงรรรววนดดหเเื่าาอพาายยััีนน่ัเนววเอยาาสสรเเนนกกด้้สสหรใ่ว่าาบบรบบี้ี้ไบไทือตตสีี ยยดีีไไ้้็็ทท๋ายงงมมะเเ้อปปนรรมมาาหคีดดุ้้ออขมมเวต้้ีออีจจมบคค้เาเปใปเเใ่ใ่ืืองงออ้ากััมนมนภ้ััองงหททสสชชกาหหรร็มนบนนป่อหห่ืื่ออพพงีีงา้ั่่ันเเนท็ตอเเอยยรรลดดผนหหรรีรโคใใววพรร้อบบททืืเออาสสนดด้ีอบ๋๋ีีาายยู้ะะรมน้ออ้นนเงหหคคีีุุเขข้นเเียววดทตตทีมมบบขเก้ท้าาปปใใออ้้าากกสภกภี๋ย้้ออหหาาากก็เาาาั็็ถญมมนนบบปปปี่่ออวยงวทเงงางงา้้ททท็็ตต้ราลลใ่าผผนนีีรรโโ็นคคนชญพพัน้้ออันเเาาีมยจนนช้้ีีออบบูู้้รรมมนนี้คี วเเทงงกกัทวเเา้้า้ทนนีียยดดททททีีขขเเิกนกททตปปแีว็เคีสสกกท๋ี๋ียยาาปโาาาาร็็เเอขาา่ััถถญญตือปปีบีววยยงงววททเเู้ทดเทท็นทวย้้รราา่รสวใใ่่าา็็นนนนรชชญญััีนนาใัั่นานกีี.มมยยาจจอชชัคีายห้ีี้คคีีงคววแททกกาคกกััททววเาา้้าณททซโทิิน้นดตทตอบรแแีีวว็็ืเเลอคคีี ีททนปปโโรรกน๋ียออขขยร่่าาบาตตกืืทออบบูู้้ทททดดเเ็็ั็นบนททวววยยาพวด่่รรสสววารรีีนาทกาทใใาา่่ากก..าาอีออััคคทยีีาายหหงงสงคคร็แแไเททาาคคกเเณณ์ซซัสโโปนมจททู้้ดดชนททออรบบรืืลลออททไีีนนิิต็นน่ทมกกน่ั๋ีี๋ยยววยายรรบบาากกทท..ทท้ี็็ััีบบววาาพวพวดดาานนกททกททาาาาออีี ยททยสสงงรร็็ไไเเททททกก์์ สััสปปนนมมจจูู้้นชชนททททไไิิิิตต็็นนนน่่ททมมั่่ัววววาา....้้ีีีี

ไเคใคบทมควนทศ่ใราผสหกมรดิไญาวมุป”ลิปเคบคใไเบคใคไ่่เใ๖สอททเมมคคกรหววนนททขังยศศ่่ิตใใิรรนาาา้ญใผผคสสู่ตหหกกมมวนพผรรดิิดมไไญญิป่าาเววมมทู้บุุปปรกง””กลลิปิปล่่ร่่เเนใใ่ีนัสส๖๖อองิน็จเเกกรราษหหขขคี้ัังงี้ยยหะผสิติติินนหา้้าญญใใคคับูู่่ตตอมกู้บววนนพพผผยมมรรบยปิิป่่เเาไ็ังททููุ้้ดบบรรกกงงกกมยู่ไัญลลครรนน่ี่ีนนัังงิิดนน็็จจ่เถ๕าาษษับกคคชี้ี้ี้ี้หห้ะะผผสสึงหหใดิาาัับบบาอออมมกกูู้้หบบยยข๖ัญบบยยยาา็ไไ็ไ้ตัังงุุดดึ้นมมมยยูู่่ไไ่ััาญญคคัดไชดด่เ่เ่ถถร๕๕มจัับบกกส๔ชชา้้หิษึึงง่าใใดิดิินบบาาคออหหไไยยยขข๖๖กวััมญญือยยไไ้้าตตอดุึ้้ึนนวันมม่่่ราาลััดดดไไชชา่ ิษ่่ทรรมมู๕จจกดสส๔๔าาหหิิษษ“ี่พ่่ยาานวิิีตนนคคไไไไไยยยยอยาย่าฤ้อ้อมกกววมมืืออลาาเออดดุุยตว้้วงงัั่นนบ่่รรลลูกดดมา่า่ิกา่ไไาิิษษททื้อููไ๕๕กกมมนดดีรเม““ี่ี่งพพ๖ยยบ๔นน่่ววีีตตร้อไไ่บยออาา่่าาฤฤื้อม้้ออ้้ออมมงคกนลลเเยยตตงงงงงว่่วบบือสยไููกกบมมอิิกก่าา่า่า่มไ้้ืืออธไไู่งอนนีีนมรรดเเมมร่ตยงง๖๖บบ๔๔งรร้้ออ่ชรด่่บบยย่ากคไอื้อ้ืมมงงมนคคอมกกีตนนยยยนงงะืืออเยสสยยช่ไไ่อ้อบบอชบทมมไไธธู่ทู่่งงออนงงนั่วมมดด้ือรร่ีน่่ตตยยี่คงงเม่่ชชรรดดงบท่่าากกาหคคไไนลีมมนนออมมตีตี้อืายยนนร๖ช่าะะเเยยาต่ช่ชื่่งอออ้ออ้ชชบบงั่วททพูู่่ลททัวนนไงงงงั่ั่ววื้้ืออี่่ีนนไมัฒา่่ี่ีคคเเมมหดมงงบบททงาาหห่ปนนนลลีีรี่ชขมม้อืือ้าารร๖๖กไือชช่่าาาั่ววาาตตืืมงงออปงงชไั่ั่ววอาพพลลััววไไ่ขมีว้งอยไไมมััฒฒ่าา่ หหว่ปิตทดดมมงู่ทงง่่ปปานนใรรคีีกา่่ชชขข่ีตนงกกไไืือองาาน่ัั่ววปววัมมวทชใปปชไไออาาผ้อทคข่ข่มมา่วีีว้้งงออยยิดงรงางวว่่ปปิิตตททงงูู่่ททาาใใคคกกาาีี่่ตตนนงงงงนนปปััววททชชใใผผ้้ออททคคาา่่ววิิดดงงรรงงาางง

ใคบแแวค่าสนกางรปด่ ไใ่กคดงนนาวร้ บี้ไสรา่วใแคบแวบแคแวใม้เาิ่งบเคคญ่่าากสสนน่กกใาารทงรงงชรริปปดดดา่่กไไี่ทดิหใใ่่กกคค่ปใดดงงมนนนน็จีมหาาาววรรา้้ บบา้้ีีไไสสะรีคนร้โา่่าณววมมเ้้เเตาาิิ่่องงดบบปเเ้วอญญกก่่ใใรรททางงัวกี ขรราชช็ยนิิดดาาหกกเที่่ีทดดาหิหิ มึ้น่่ปปอใใคมม็็จจรสสีีมมหหาาาาดงาานือาาสะะ่ิงรรีีคคนนแแ้้โโณณกี เเศอทตตออิ่งดดหปปล้้ววลออาทาาีลยวััว่ีกกเีี ขขาาหหะ้้็็ยยนนวหรลหหเเ่ี่เาาามม้ึ้ึบนนใออลลลกฝคคลวเรรสสสสชดดหรงงงงจวก็จงนนืืออึกสส่ิ่ิงง้แแเแแใเหิกกคีีมิ็น็ะตจขศศวออททหฝิ่ิ่งงหหลลลลาาาาากะจแททลาีีลลยยี่่ีเเญนหหหหระะ้้ช้้กาาววหหรรลลิเนกกา่่า่ี่ีเเาางขบบมมมใใลกลลล่หใลลกกฝฝลลววรกใเเใ่กาชช้าหหหรรนงงงงวจจวกก็็จจหางงลกึกึนบินม้้ เเใเใเหิิห่าคคบมมิิ็็นน็ะะ็ตตเ้สจจง้ขขววเหหฝฝอกาาปเปยาาาาาากกไะะ่ิงจจแแทลลาายเญญปนนัหนรรชชกกทศน็็ิิกเเนนกกนกกาาาาา่่างงขขมมวมกก่หห่ใใ่ีเารรกกใในงคใใ่่กกปาาอล้้าาหห้ นนววาะหหาาลลไนนบบิิ้ันนนนมมยวรรา่่ากบบกเ้เ้สสงง้้ เเออเเ่ะกกาาาาปปเคปปยยิไไน่ิิ่งงอสททยยเเปปลทััโหหนนททศศนน็็ิด็็กกนนงมเยเจลา่า่่า่าอราววมมที่่ีเเาาดอนนงงคคะปปมออชมลลาง้้บาาะะ้าไไก้ั้ันนีจหนนยยนขีววรรรรกกทจุกกญเทดะเเเเ่่ะะ้ัมาาอด์คคะิินนาออสสขพาพลลชททโโค่ือเไไิิดดงงมมเเปยยเจจลเลดีเ่ม้ออมอารรดิรไาททขดดออะะมมชชรมมลไต่าาีงงงถะบบา้า้าปกกพเีี๒จจภหหี่นนยีขีขดิึงพไททจจุุรญญเเททดดะะปกา้้ัันมมออดด์์ดดูาะะุาาทเเขขพพาาพพยชชินใสคค่ืื่ออเเพินรจไไไไดปปหธดดีเ่ี่เใมม้้มมออาาื่อ้ินใดิดิรรไไาขขรนี เน้รรโลลไไ่ตต่ีีงงถถกงะะจาาาอปปพพเเ๒๒ภภ่ีี่สยยดิิดึึงงเพพไไรร้ะาคกหปปกก่ิงาานนดดดูดูาาตุุใททือเเเเาทยย็นิินนใใสสจพพนินิรรจจดดรสหหธธใใ่ีเ่ื่ืออ้นิน้ิแใใจกาาัสรรนนลีีสเเนน้้โโกกงงาะจจาาออวใ่ิงสสรเเ่กห้้กะะาาทคคกกหหเ่่ิิงงเินตติใใ้นกืืพออ่ีพดาาทท็็นนจจเรริดสสแีนิรจ่่ีีเเปแแจจกกััสสลลสสมาต้อากก็าานะะววใใะิ่่ิงงา่รยบรร่่กกหหกกเททชเณเเหนเเปาิินนิิ้้นนกกพพ่วพี่ี่พดด็ั่นปน็นาเเงิิดดแแีีนนิิรรจจปปมมาาตต้้ออาา็็นนะะาา่่รรยยบบเเชชเเณณหหนนปปาา่่วว็็ัั่่นนปปนน็็นนาางง


สุคันธชาครานุสรณ์ 137

หลงอยากมที รัพยส์ นิ จะโกงกนิ เงินทอง
หลงกาม จะเดนิ สคู่ วามเมามัว
หลงคบคนชัว่ จะพาตัวให้มัวหมอง
หลงลมื ตน จะทาให้คนเมินไม่อยากมอง
จงไตร่ตรอง ตดั ความหลงลงบ้างเกลอ
คาว่า เกลอคือเตือนตัวเอง คนอ่ืนเตือนก็เกลียดเขา หลงคาชม ลมจะพอง
ภายใน คือ ชมมาก เพราะคนท่ีชมต้องมีประโยชน์ถ้าไม่มีประโยชน์จะอัดลมทาไม
ลกู โป่งไมม่ แี ก่นลมกพ็ องภายใน อย่างท่ีพระพทุ ธเจา้ ทา่ นสอน นิวาตะ หมายความว่า
ให้เอาลมที่เข้าทางหูเราออกบ้าง คืออย่าไปหลงคาชม ถ้าเขาชมเราก็จะติดสรรเสริญ
ตอนหลังมีคนติก็ยิ่งไม่ชอบและทาให้ช้า ทั้งท่ีส่ิงที่ติคือส่ิงท่ีเป็นโทษต่อเรา ให้เรามี
Public hearing คือฟงั ประชาพิจารณ์บ้างไมใ่ ชเ่ อาแตค่ าชม
หลงเขากราบไหว้จนกระท่ังเท้าจะไม่ติดดิน ในทศพิธราชธรรม มีคากล่าวว่า
มัททวธรรม คือความอ่อนน้อมถ่อมตน แต่จะมีใครก่ีคนที่ติดดินมีแต่คนไม่ติดดิน
เพราะ ๑. ไม่กล้าน่ังกับดินแบบพระเจ้าอยู่หัว ๒. ไม่กล้ามาลงดินท้ังๆ ที่เกิดมาเป็น
คนบ้านนอก มาจากช่างรับเหมาก่อสร้างแต่พอมาเป็นใหญ่เป็นโตแล้วนั่งไม่เป็น
เราอย่าไปนกึ วา่ เราวิเศษ อย่างเร่ืองหลวงพ่อคูณ มีเด็กหลงป่าอยู่หนึ่งคนที่ออกมาได้
บอกว่าที่รอดมาได้เพราะอธิษฐานถึงหลวงพ่อคูณให้หลวงพ่อช่วยให้รอด แสดงว่า
หลวงพ่อศักด์ิสิทธ์ิ แต่ท่านปฏิเสธ “กูไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์อะไรดอก คนมันไม่ตายวันหนึ่ง
มันก็ออกมาได้เอง” แทนที่จะฉวยโอกาสน้ี แล้ววันหนึ่งก็ออกมาก็จริงของท่าน
อ า ต ม า เห็ น ห ล ว งพ่ อ คู ณ เป็ น พ ร ะ ที่ ส า ย ต า ไ ม่ มี แ ว ว คื อ เห มื อ น กั บ ต า ไม่ มี แ ว ว
หมายความว่า ช่องกิเลสหายไป รัก โลภ หลงหายไปจากตาท่านแล้ว ตาไม่ได้
แสดงผลอะไรแล้วเหมือนเวลาจะตายตาจะไม่แสดงผล ตาปิดการรับรู้ แสดงว่าไม่
เห็นกิเลส เป็นฆราวาสต้องทางานอย่าถือยศถือศักด์ิ ส่ิงท่ีอันตรายท่ีสุดคือการหลง
การกราบไหว้ เท้าจะไม่ตดิ ดนิ คอื ลมื ตัวเอง
หลงใหญ่ หลงยศ จะกดข่ีเขาไปสิ้น ใหญ่กับยศไม่ใช่มีไว้ข่มคนอ่ืน แต่มี
เพราะคนอ่ืนยกย่องเรา ฝ่ายท่ีสูงกว่าก็ดึงเราข้ึนไป ฝ่ายลูกน้องก็ยกย่องเราข้ึนมาแต่
อย่าไปหลงกดขี่คนโน้นคนน้ี อย่าแสดงอานาจบาทใหญ่ เพราะฉะน้ันคนเรามีอะไรก็
พูดกันดีๆ ไม่ต้องไปเสียงดังใส่กัน การท่ีเราหลงใหญ่หลงยศไปกดข่ีเขาแล้วเขาจะ
ยอมให้เรากดข่เี หรอ คนเรามคี วามอดทนจากดั
หลงอยากมีทรัพย์สิน จะโกงกินเงินทอง อย่าไปมีเลยรวยมากก็เศร้ามาก
เราต้องประหยัดอย่าไปสนใจอะไรท่ีไม่ได้สร้างด้วยมือของเรา อะไรที่รู้ว่าได้มาจาก
ไหนแล้วจะไม่มีความสขุ


138 สุคันธชาครานุสรณ์

หลงกาม จะเดินสู่ความเมามัว ถ้าเป็นผู้ชายหลงกามารมณ์กเ็ มามัว แตค่ าว่า
กามไมไ่ ด้หมายความถึงเรือ่ งเพศสัมพันธอ์ ย่างเดยี ว มกี ิเลสกามกับวตั ถกุ าม วัตถกุ าม
คือ เรายึดติดกับภาพสวยๆ ซ่ึงความจริงเราไม่ควรไปเมามัวกับส่ิงไม่มีจิตวิญญาณ
และส่ิงท่ีพร้อมให้เรามาเป็นเจ้าของ เพราะมันไม่มีจิตใจ หลงคบคนชั่ว จะพาตัวให้
มัวหมอง คบใครต้องระวังให้ดี อย่าไปคบคนชั่วดดู ้วยว่าใครมาตีสนิทชิดเช้ือ ย่ิงมีคดี
เขา้ มาใหพ้ จิ ารณาตคี วามกต็ อ้ งระวงั คน
หลงลืมตน จะทาให้คนเมินไม่อยากมอง คนลืมตัวเหมือนววั ลืมตีน คือวัวจะ
กลับบา้ นไม่ถูกสักตัวเพราะยิง่ มันเดินไปมวี วั เป็นรอ้ ยๆพันๆตัว เวลามันเดินมันไม่เคย
มองรอยตีนของมันว่ามีรูปร่างอย่างไร มันมองแต่ข้างหน้าตะบึงตะบอนไปหาหญ้า
เขียวข้างหน้า หมดเวลามันเลยกลับบ้านไม่ได้ คนเราก็เหมือนกันมาจากบ้านไหน
อย่าลืมกลับไปช่วยบ้านเกิดเราก่อน วันว่าง ๆ กลับไปทาบุญท่ีวัดบ้านเกิด เรายังมี
พ่อมีแม่อยู่ เพราะถ้าเราหลงลืมตน จะทาให้คนเมินไม่อยากมอง จงไตร่ตรอง
ตัดความหลงลงบ้างเกลอ คือ เตอื นใจตัวเองเวลาทาอะไรก็แล้วแต่ท่ีเป็นกเิ ลส มนั จะ
ให้ผลร้ายทั้งน้ัน หลง ๗ อย่างก็ให้ผลร้าย ๗ อย่าง แล้วจะเหลือความเป็นคนให้เรา
ดาเนินชวี ติ อยูห่ รือเปลา่
เพราะฉะนนั้ จงระวัง ดังน้ี
ระวังปาก พวกทีอ่ ยากอวดรู้
ระวังหู อย่าจู่เช่ือคนงา่ ย
ระวงั เลห่ ก์ ล คนทจ่ี อ้ งทาลาย
ระวังคนรอบกาย จะหมายลอบกัดกิน
ระวงั อารมณ์ จงหดั ขม่ โทสะ
ระวงั ขาดตบะ จะละเมิดสตั ยศ์ ีล
ระวงั ใจ อยา่ ให้เป้อื นมลทนิ
ระวังสน้ิ หิรโิ อตตปั ปะจะวอดวาย
อยูท่ ีไ่ หนจะทาอะไรตอ้ งระวัง ดังนี้
ระวังปาก พวกท่ีอยากอวดรู้ ระวังใครที่ชอบอวดรู้มาคุยเร่ืองคนโน้นคนน้ีก็
อยา่ ไปย่งุ ถ้าชอบฟังแสดงว่าสันดานเดียวกนั คบคนเชน่ ไรก็เป็นคนเชน่ นั้น “ฝนตกข้ี
หมูไหล คนจัญไรก็ไปรวมกัน” คนจัญไร คือ ชอบพูดเรื่องชาวบ้านกับฟังเรื่องของ
ชาวบา้ นแล้วพูดต่อ เราควรพูดเร่อื งทท่ี าให้เราอารมณแ์ จ่มใส
ระวังหู อย่าจู่เชื่อคนง่าย “ปากไม่ใช่ของกู แต่หูก็ไม่ใช่ของมึง ถ้าปากมึง
อวดรู้ หูกูจะไมผ่ ึ่ง” พระพทุ ธเจ้าจงึ ได้สอนกาลามสตู ร ๑๐ ประการไว้


สคุ ันธชาครานสุ รณ์ 139

ระวงั เล่ห์กล คนที่จ้องทาลาย “ระวงั คนหนา้ เนื้อใจเสอื นน้ั เหลือคบ ข้างนอก
กลบหวานไว้ข้างในขม มะนาวเปร้ียวยังไม่รสเท่ากลคน เร็วคารมเหล่ียงลด
ตลบตะแลง” เช่นเดยี วกับตัวอยา่ งจากเร่ือง พระอภัยมณี ตอนท่ีพระฤาษีมาช่วยสุด
สาครที่ถูกชีเปลือยผลักตกเหว “แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้าเหลือ
กาหนด ถึงเถาวัลย์พันเก่ียวที่เล้ียวลด ก็ไม่คดเหมือนหน่ึงในน้าใจคน” ชีวิตเราน้ัน
อย่าไปไว้ใจใครที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ใช่ให้มองคนในแง่ร้ายแต่จงระวังใจไว้สัก
คร่ึงหน่ึง “หนทางคดรถระวังไม่พลั้งพลาด ลวดลายคดงามวิลาศเพราะศาสน
ศิลป์ ไม้เล้ือยคดเรายังได้อาศัยกิน คดในหินคดในสัตว์สมบัติงาม” คือ ในหินมี
โคตรเพชร ในหัวสัตว์หรือในขอ้ สตั วถ์ ้าผ่าไปเจอมันเป็นหินแสดงว่าเป็นของศักด์ิสิทธิ์
“แต่ใจคนคดเคี้ยวสุดเลี้ยวลด ไม่งามงดด่ังกล่าวมาน่าคร่ันขาม แฝงไว้ด้วยเหล่ียม
ร้ายลวดลายคราม ใครมอบความไว้วางใจบรรลัยเอย” บางคนดูเหมือนซื่อ ๆ แต่เรา
กเ็ สยี ท่าเขา

ระวังคนรอบกาย จะหมายลอบกัดกิน แม้แต่คนรอบ ๆ กายเราก็ต้องระวัง
อยา่ งเชน่ อินทิรา คานที โดนบอดี้การ์ดใกล้ตวั ยิงเสยี ชีวิต

ระวังอารมณ์ จงหัดข่มโทสะ เด็กๆอย่ามีอารมณ์ไปปะทะกับผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ก็
อย่ามีโทสะไปตวาดดเุ ด็กฉะนน้ั อยู่กับใครกแ็ ลว้ แตต่ อ้ งประสานกันระวงั การปะทะ

ระวังขาดตบะ จะละเมิดสัตย์ศีล ถ้าเป็นเด็กๆ จะทาผิดละเมิดสัตย์ศีลให้
คิดถึงหน้าพ่อหน้าแม่เอาไว้บ้าง หน้าพ่อแม่ก็จะกลายเป็นตบะไม่ให้ลูกทาชั่ว ถ้าจะ
ทาอะไรที่ไม่ดีให้นึกถึงชีวิตที่ผ่านมาถึงวันนี้ว่าคุ้มไหม นึกถึงคนท่ีช่วยเรามาก็จะ
กลายเปน็ ตบะ เป็นตบะทจี่ ะไมใ่ ห้เราทาในสิ่งนั้น

ระวังใจ อย่าให้เปื้อนมลทิน เห็นใครพลาดพลั้งอย่าไปทาอย่างเขา ถ้าเรา
พลาดพลง้ั บ้างเรากจ็ ะเป็นอย่างนน้ั ฉะนัน้ ควรหลีกหนมี ลทนิ ให้ไกล

ระวังส้ิน หิริโอตตัปปะจะวอดวาย ให้อายช่ัวกลัวบาป หิริโอตตัปปะเป็น
ตาเทวดา ถ้าสิ้นสองอย่างนี้ ก็จะไม่มีศีลและสัตย์ ท่ีเราเป็นคนดีอยู่ได้ เพราะเรามีศีล
มีสตั ย์ มีตาเทวดา คือหิรโิ อตตปั ปะคอยจบั จอ้ งอยู่

“คาวา่ แม่”

“คาวา่ แม่ แคฟ่ งั ยงั สดุ ซึ้ง
สุดราพึงถึงคากล่าวสาวคาเขยี น
แมน้ จะมหี ลกั สูตรใดให้ไดเ้ รยี น
หาคาเขยี นเปรยี บคาแมแ่ ท้ไมม่ ี”


140 สคุ นั ธชาครานุสรณ์

เจริญสุขทา่ นสาธุชนทุกๆ ท่าน อาตมาขอแสดงความช่นื ชมอนุโมทนา ยนิ ดี
ตอ่ ท่านท้งั หลายทีไ่ ด้จัดให้มกี ารแสดงธรรมและสดบั ธรรมเปน็ ประจาในทุกเดือน

โบราณท่านบอกว่า “การฟังธรรมเหมือนสร้างถ้าให้แก่ใจ ฟังๆ ไปเกิด
ความรู้สุสสูสัง” เพราะใจเราเปรียบเหมือนเสือ ธรรมะเปรียบเหมือนถ้าคอยกาบัง
หูเราฟัง ใจเราคิด จิตจะได้สบาย การเสริมธรรมแปลว่าเสริมความดี เสริมปัญญา
แปลว่าเสริมความรู้ ความรู้กับความดีเป็นของคู่กันขาดอย่างใดอย่างหน่ึงไม่ได้ ทาง
สังคมเรยี ก “คณุ วุฒกิ ับคณุ ธรรม”

คุณวุฒิคือความรู้ คุณธรรมคือความดีเป็นของคู่กัน อย่างที่พูดกันว่าความรู้คู่
คุณธรรมหรือคุณธรรมนาความรู้ “คุณวุฒิคุณธรรมสาคัญนัก วุฒิเป็นหลักธรรม
เป็นแหล่งแต่งศักดิศ์ รี คุณวุฒิสุดล้าแต่คณุ ธรรมไมด่ ี กเ็ อาดีไปไมร่ อดตลอดชนม์”
ท่านท้ังหลายคงเคยได้ยินคาว่า “ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด” บางคนความรู้ท่วม
ตัวแต่หัวยังเอาไม่รอด น่ันแสดงว่าคนเราทุกคนโดยธรรมชาติมีความรู้ด้วยกันทุกคน
จะรู้มากรู้น้อยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แปลว่ามีความรู้ ถ้าไม่มีความดีคอยกากับก็อาจจะ
เอาความรู้น้ันไปใช้ในทางผิดพลาดเสียหายเป็นอันตรายต่อโลกต่อสังคม จะเห็นได้
ชัดเจนว่าผู้ที่สร้างปัญหาให้แก่โลกแก่สังคมมากที่สุด อันตรายท่ีสุด มีอุบายเล่ห์
เหลี่ยม ไมใ่ ช่คนโง่แต่เป็นคนท่ีมีความรู้ ย่ิงรูม้ ากเทา่ ไหร่ก็มีอุบายมากเท่านั้น ถ้าหาก
ว่าคนท่ีมีความรู้มากๆ น้ันมีความดีคอยกากับประคับประคองก็จะช่วยอานวยผล
อานวยประโยชนใ์ ห้เกิดแก่โลกแกส่ ังคมอย่างยง่ิ ใหญ่ไพศาล

ขอชื่นชมอนุโมทนาทุกท่าน ท่ีสานักงานได้จัดให้มีการฟังธรรมเป็นประจา
ในทุกเดือน ทุกท่านเป็นผู้มีความรู้อยู่แล้ว แต่ทุกท่านยังปรารถนาความดีมา
สนบั สนุนให้ชีวิตมคี า่ มีความหมาย

มีคาพูดสั้นๆ อยู่สองคาท่ีลึกซ้ึงกินใจและมีอานุภาพมาก คาหนึ่งคือคาว่า
“แม่” คาหน่ึงคือคาว่า “พ่อ” ในภาษาบาลีเอาคาว่า “แม่” นาหน้า เช่น เวลาพระ
เจริญพุทธมนต์จะมีคาว่า “มาตาปิตุอุปัฏฐานัง” (การบารุงมารดาบิดา) แต่ถ้าพูด
ภาษาไทยเรานิยมพ่อแม่ จะคาไหนนาหน้าก็ตามแต่คาทั้งสองนี้มีค่ามีความหมาย
มาก คาวา่ แม่ แปลไดส้ ามอยา่ ง

๑. แม่ แปลวา่ ผู้เป็นใหญ่
๒. แม่ แปลวา่ ผูม้ ีใจอันเสมอกไ็ ด้
๓. แม่ แปลว่า ผู้บันดาลก็ได้ ก็คือเป็นผู้สร้าง หมายถึง เป็นผู้สร้าง
โลก สร้างลูก บนั ดาลใหเ้ ราท่านทงั้ หลายได้เกิดมา
“แม่” แปลว่าผเู้ ปน็ ใหญ่ คือ อะไรใหญ่ๆ ในโลกนี้จะเอาคาวา่ แมน่ าหนา้ ไม่
นิยมเอาคาว่าพ่อนาหน้า อาจมีบ้างนิดหน่อย เช่น เป็นใหญ่ในเหล็กเรียกแม่เหล็ก
เป็นใหญ่ในตลาดเรียกแม่ค้า เป็นใหญ่ในกองเรียกแม่กอง (แม่กองธรรม, แม่กอง


สุคนั ธชาครานสุ รณ์ 141

บาลี) เป็นใหญ่ในทัพเรียกแม่ทัพ เป็นใหญ่ในเรือนเรียกแม่เรือนหรือแม่ศรีเรือน
เป็นใหญ่ในบ้านเรียกแม่บ้าน เป็นใหญ่ในครัวเรียกแม่ครัว ตกลงคาว่า “แม่”
เป็นใหญ่ คือ เปน็ ใหญต่ อ่ ชวี ิตจติ ใจของลกู คกู่ บั พ่อ

แม่แปลว่าผู้มีใจอันเสมอก็ได้ คือ มีความรักลูกเสมอต้นเสมอปลาย ลอง
นึกดูว่าในโลกน้ีมีคนที่เรารักและรักเรามาก แต่ว่ารักของใครๆ เป็นอนิจจังเอาแน่
ไม่ได้ วันนี้รักพรุ่งนี้อาจจะชังก็ได้ วันนี้ชมพร่งุ น้ีอาจแช่งก็ได้ แม้แต่ความรักของสามี
ภรรยาก็เอาแน่ไม่ได้ ขณะท่ีเป็นเพราะพันธะทางกฎหมายบังคับ ต่อเมื่อใดขัดใจกัน
หย่าขาดจากกันความเป็นสามีภรรยาก็หมดไป แต่ว่าความรักของแม่ท่ีมีต่อลูกซ้ือ
ไม่ได้ขายไมข่ าด เพราะด้วยสายรก สายเลอื ด สายรกั

“รกั อะไรหรือจะแท้เทา่ แมร่ ัก
ผูกสมัครสายเลอื ดมิเหือดหาย
รักอ่นื ยังประจกั ษว์ า่ รักกลาย
จืดจางงา่ ยไมจ่ ีรงั ดั่งมารดา
ตัง้ แต่เลก็ อปุ ถมั ภ์คา้ ชูลูก
ให้เปน็ สขุ ถนอมนกั เล้ียงรักษา
ยามกนิ ทา่ นกป็ ้อนโภชนา
ยามนิทรากล่อมเหใ่ ส่เปลไกว
ยามเจ็บไขย้ ากเยน็ แม่เปน็ ทุกข์
ลกู มสี ุขแมจ่ งึ ปลม้ื ลืมทกุ ขไ์ ด้
รักลกู แสนแหนหวงดง่ั ดวงใจ
ถงึ ตีด่ากเ็ พื่อใหล้ ูกไดด้ ี”
คนอื่นตอี าจจะตีให้ตายกไ็ ด้ แตแ่ ม่ตกี ็เพอื่ ใหจ้ ายา้ ความคดิ เพอ่ื มิใหผ้ ดิ ซา้ แล้ว
ซา้ อีก ถงึ ตดี ่ากเ็ พอ่ื ให้ลูกไดด้ ี
“เฝา้ อบรมจรรยามารยาท
ไม่ประมาทกลวั ลกู รักจกั เสียศรี
ให้เล่าเรยี นวิชาหาความดี
สดุ ท่จี ะกล่าวสรรพรรณนา
จะเปรียบเทยี บส่งิ ใดยอ่ มไมไ่ ด้
พระคุณแม่นน้ั ไซร้มากหนกั หนา
ยามแม่อยอู่ ่นุ ใจลูกทุกเวลา
ไดเ้ หน็ หนา้ แสนชน่ื ระรน่ื ใจ”


142 สคุ ันธชาครานุสรณ์

รักแท้ไม่แปรผันคือความรักของแม่ รักอ่ืนไม่แน่ โบราณท่านกล่าวไว้ว่า
“สามวันจากคู่รักเป็นอื่น” ท่านคงเคยเห็นคู่รักที่ไปหย่าขาดจากกัน แล้วท่านเคย
เห็นมีแม่คนไหนจูงแขนลูกไปหย่าขาดกันบ้าง ปากก็อย่างน้ัน “แม่” จะว่าไปแล้ว
ปากกับใจไม่ตรงกัน พูดเพียงเพื่อแสดงความน้อยเน้ือต่าใจเวลาลูกดื้อไม่เช่ือฟัง
สาเหตุที่ปากกับใจไม่ตรงกันเพราะบางทีลูกด้ือ ไปเท่ียวเตร่ บางทีก็ห้ามไม่ให้ไป
ถ้าไปขอให้ผีหกั คอ ขอใหเ้ สอื กิน ปากว่าแตใ่ จตรงกันข้าม พอลูกไปแล้วมาขอพรพระ
อยา่ ใหล้ ูกเปน็ อะไร ให้เทวดาปกปักรักษาอยา่ มีภัย
ความรักท่ีเป็นความรักแท้ไม่แปรผันคอื ความรักของแม่ พ่อ เป็นรักที่ยิ่งใหญ่
ในโลกน้ีจะดูว่าใครมีคุณแก่เรามากที่สุดให้ดูท่ี ๑) ความรัก ๒) เสียสละ และ ๓)
ความห่วงใย ว่าในโลกน้ีใครรักและเสียสละให้เราเท่าแม่บ้าง ใครห่วงใยเรามาก
เท่ากับแม่บ้าง แม้เลือดในทรวงยังรองให้ดื่มได้นั่นคือน้านม ความห่วงใยใครจะ
ห่วงใยมากเทา่ กับแม่ ยามลกู เจ็บไขไ้ ดป้ ว่ ยคนทีเ่ จ็บป่วยย่งิ กวา่ ลกู ก็คือแม่ “
เมอ่ื เจ้าไขไ้ รส้ ขุ แมก่ ท็ ุกขอ์ าทร
อดตาหลับขับตานอน เฝ้าพยาบาลรักษา
ยามมดหมอร้องขอค่ายา ก็ดนิ้ รนไขว่ควา้
จนหน้าแดงหน้าดา”
นี่คือแม่ ไปไหนมาถ้าลูกยังเล็กกลับมาไม่เจอหน้าก็หน้าตื่นอกเต้นต้อง
ติดตาม เหมือนกับพระนางมัทรีเข้าป่าหาผลไม้กลับมาแล้วไม่เจอกัณหาชาลี เซซัง
ตามหาลูก ในกัณฑ์กุมารย่ิงแสดงให้เห็นความรักความห่วงใยที่แม่มีต่อลูก เช่น
พระนางมัทรีท่ีมีต่อชาลีกัณหา และหากลูกหายไปไหนห่างไกลจากสายตาปรากฏว่า
ความห่วงนั้นจะทวีคูณย่ิงข้ึน เช่น ลูกจะไปอยู่ต่างจังหวัดไปต่างประเทศก็ยิ่งห่วง
หนัก เวลาจะกนิ จะนอนก็ออ้ นวอนขอพรคุณพระคุณเจ้าใหต้ ิดตามปกปักรักษา นี่คือ
ความรักความห่วงใยความเสยี สละทที่ ่านให้
หากท่านทั้งหลายเคยได้ฟังปริศนาธรรมของคนโบราณ มีบทหน่ึงที่น่าคิด
“ใครเอ่ยอุ้มไม่หนัก เหน่ือยไม่พัก รักไม่ลวง ห่วงไม่เลือก เบิกไม่คิด ผิดไม่แค้น
ตายแทนเราได้” คนน้ันก็คือแม่ อุ้มไม่หนักคืออุ้มท้อง เหน่ือยไม่พักคือทางานหลังสู้
ฟ้าหน้าสู้ดินก็เพื่อลูก รักไม่ลวงคือไม่หาผลประโยชน์ ไม่ลวงให้เสียประโยชน์เสียใจ
ห่วงไม่เลือกคือต้ังแต่เกิดจนตายจากกัน เบิกไม่คิดคือเบิกเงินได้ตลอดไม่เหมือน
ธนาคารพาณิชย์ที่ต้องเป็นเวลาและต้องมีเงินฝากก่อน แบมือขอเม่ือไหร่ได้เม่ือนั้น
และไมค่ ิดวา่ เบกิ ไปแล้วเท่าไหร่และไมห่ มายทจ่ี ะเอาคืน ผิดไม่แคน้ คือแมม่ แี ตอ่ ภยั ให้
ลูกสถานเดียว ไม่โกรธ ไม่ถือโทษ ตายแทนเราได้ คนที่ยอมตายแทนได้ต้องมีจิตใจ
ของคนพิเศษและบคุ คลทีว่ ่านัน้ คอื “แม่”


สคุ นั ธชาครานสุ รณ์ 143

พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ว่า มารดาเป็นมิตรในเรือน เป็นมิตรในบ้าน เป็น
อาจารย์ประจาชีวิต เป็นพรหมลิขิตชีวิตของลูก ท่านโสณนันทบัณฑิตบรมโพธิสัตว์
คืออดตี ชาติของพระพุทธเจา้ ไดแ้ สดงถงึ บทบาทสาคญั ของบุพการีวา่

พอ่ แมเ่ ปน็ พรหมจตรุ พักตรพ์ ิทกั ษล์ กู
ทา่ นสอนใหร้ ู้ผิดร้ถู ูกเป็นครใู หญ่
พ่อแมเ่ ปน็ พระอรหันตท์ องคาผอ่ งอาไพ
พอ่ แม่เป็นผใู้ ห้ ให้ ให้ ใครมิปาน
แสดงว่า พ่อแม่ให้มากๆ ชนิดว่าไม่มีใครในโลกนี้ท่ีจะให้เท่า ให้สารพัดอย่าง
เปน็ ทิศเบ้ืองหน้า เป็นบุคคลหาได้ยากเป็นบุพการีและเปน็ ปูชนียบุคคล เป็นทิศเบื้อง
หน้าคือเกิดก่อนนาหน้าเรามาก่อน เป็นบุคคลหาได้ยาก ใครก็ตามขาดพ่อเหมือนถ่อ
หัก ขาดแม่เหมือนแพแตก แสดงถึงความสาคัญของท่านจะหาใครมาทดแทนก็ไม่ได้
ถึงหาได้ก็ไม่ได้ชื่อว่าพ่อที่ให้เกิดแม่ท่ีให้เกิด เป็นพ่ออย่างอื่นแม่อย่างอื่นไป บุพการี
เป็นผู้ทาดีแก่เราก่อนใครอื่นท้ังหมด คนอ่ืนเขาจะทาดีให้แก่เรา ก็ต่อเมื่อทาดี
แก่เขาก่อน แตพ่ ่อแม่ทาดตี ั้งแตร่ ู้วา่ ลูกมาปฏิสนธอิ ยู่ในครรภ์ ไมร่ ู้ดว้ ยซ้าว่าลกู จะเกิด
เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เป็นคนร้ายหรือคนดี จะเป็นเศรษฐีหรือยาจก เป็นวนิพกหรือ
ราชา จะกตญั ญหู รอื อกตญั ญู ท่านไม่รูแ้ ต่ก็ทาดีใหแ้ ล้ว
ท่านจึงเป็นปูชนียบุคคลแปลว่าบุคคลที่สมควรแก่การยกย่องเชิดชูบูชา
เพราะพอ่ แมม่ ีบทบาทสาคญั ตอ่ เราท่านท้งั หลาย สรุปได้ใน ๕ ส.
๑. เป็นผสู้ ร้างสรรค์
๒. เปน็ ผสู้ ่ังสอน
๓. เป็นผสู้ ่งเสรมิ
๔. เปน็ ผสู้ ่งเสยี
จงึ ทาให้เราท่านทงั้ หลายไดป้ ระสบพบกับ ส. ท่ี ๕ ส่องแสง
เพราะถ้าท่านไม่สร้างสรรค์ สงั่ สอน สง่ เสรมิ ส่งเสยี เราจะสอ่ งแสงไดอ้ ยา่ งไร
พระคุณทา่ นจึงสดุ จะพรรณนา
“อนั พระคณุ พอ่ แมม่ ีแกบ่ ตุ ร
จะเปรียบดุจสง่ิ ใดก็ไม่สม
สุดจะสรรพรรณนาดว้ ยคารม
เอกอุดมเหลือตราคุณานนั ต์”
จะเอาทอ้ งฟา้ มาเป็นกระดาษ
เอานา้ ในมหาสมุทรเป็นหมกึ วาด
เอามาจดจารจารึกบนั ทึก
พระคณุ ท่านนนั้ เปน็ อนั ไม่พอ”


144 สุคันธชาครานสุ รณ์

วา่ บรรยายมานี้ คือแม่แห่งชีวิตหรือแม่บังเกิดเกล้า เราทุกท่านทุกคนที่อยู่
ดมี ีสุขทุกวันน้ีเรามไิ ด้มเี พยี งแมเ่ ดยี ว มใิ ช่มีแตแ่ ม่แห่งชีวิต เรายงั มีแมแ่ หง่ ธรรมชาติที่
เราต้องอาศยั เชน่ แม่นา้ ท่ีเราได้อาศัยดื่มกนิ บริโภคใชส้ อย แม่ธรณีทีอ่ ยอู่ าศัยรองรับ
แม่โพสพข้าวที่เราบริโภค เราทุกท่านทุกคนอาศัยแม่ท้ังน้ันเกื้อกูลหนุนชีวิตเราและ
เรากม็ ีแมแ่ หง่ ชาตทิ ีม่ พี ระคุณต่อชาวไทยทงั้ ชาติ

“แม่แห่งชาติ” คือสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเรายังมี
“แม่ฟ้าหลวง” คือ สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี แม่ฟ้าหลวงของปวงชน
ชาวไทยซง่ึ เป็นแมฟ่ า้ ท่ลี าลบั ไปแลว้ คนไทยโชคดีคนชาติอ่นื มสี องแม่ คอื แม่แห่งชีวิต
กับแม่แห่งธรรมชาติ แต่เราชาวไทยมีได้ถงึ ส่ีแม่ คอื ยังมีแม่แห่งชาติและแม่ฟ้าหลวง
ทที่ รงเสยี สละสขุ สว่ นพระองคเ์ พ่ือพระราชทานเป็นสขุ แกพ่ สกนิกรถว้ นหนา้

รักลูกอย่างไร ไม่ใหเ้ สยี น้าตา

ยกตัวอยา่ งเรอ่ื งจรงิ ครั้งพุทธกาล
ในกรงุ สาวัตถี ชายคนหนึง่ สูญเสียบุตรชายวัยหนมุ่ เขาโศกเศรา้ ครา่ ครวญไม่

เปน็ อนั ทางาน วันหนึง่ พระสัมมาสัมพุทธเจา้ ตรวจดูสัตว์โลกในยามเชา้ มืดว่า ใครคือ
ผู้ที่พระองค์ควรจะเสด็จไปโปรด แล้วชายผู้นกี้ ็ปรากฏในข่ายพระญาณ พระองค์ทรง
เสด็จไปโปรดชายผู้สูญเสียบุตร ตรัสถามว่า "ดูก่อนพราหมณ์ เธอเป็นอะไรหรือ"
ชายผู้สูญเสียตอบว่า "ข้าพระองค์เสียชีวิตพระเจ้าข้ ข้าพระองค์เสียใจมาก" พระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าจึงเล่าชาดกเป็นเรื่องราวในอดีตชาติของพระองค์ สมัยเป็นพระ
โพธิสตั วบ์ าเพ็ญบารมใี ห้ชายผสู้ ญู เสียบตุ รชายฟงั

ณ กรุงพาราณสีมีครอบครัวพราหมณ์ครอบครัวหน่ึง อาศัยอยู่ด้วยกัน 6 คน
คือพราหมณ์พ่อ พราหมณีซึ่งเป็นแม่พราหมณ์พระโพธิสตั ว์ ภรรยาของพระโพธิสัตว์
นอ้ งสาวและนางทาสี ทั้ง 6 คนเป็นครอบครัวบัณฑิตและนักปราชญ์ ต่างสอนกันให้
หมั่นเจริญมรณานุสติอยู่เสมอ วันหน่ึง พราหมณ์พ่อกับพราหมณ์พระโพธิสัตว์ลูก
ชาย ออกไปทาไร่ทานา หักล้างถามพงแล้วจุดไฟเผากอไม้ ปรากฏว่า มีงูเห่าเลื้อย
ออกมากัดพราหมณ์พระโพธิสัตว์เสียชีวิต แต่พราหมณ์พระโพธิสัตว์สร้างบุญไว้มาก
พอตายไปก็เกดิ เป็นเทา้ สกั กะคือพระอินทรซ์ งึ่ เป็นเจา้ สวรรค์ชน้ั ดาวดงึ ส์

ฝ่ายพราหมณ์พ่อเห็นลูกโดนงูกัดตายก็ไม่เสียใจจัดแจงฝากคนที่อยู่ใกล้ๆไป
บอกข่าวให้ที่บ้านรู้ว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว ให้ทุกคนรีบนุ่งขาวห่มขาว มาช่วยกันจัด
งานศพ พอท่ีบ้านไดร้ ับข่าว ทุกคนจึงรีบเปลยี่ นชดุ ขาวตามธรรมเนียมพราหมณ์ แล้ว
มาประชุมพร้อมหน้ากัน หาฟืนมาเผาศพลูกชาย แต่ละคนสงบน่ิงไม่ตีอกชกหัวไม่ตี
โพยตีพายไม่แสดงอาการเสียใจอะไรเลย ระหวา่ งน้ันพราหมณ์พระโพธิสตั ว์ลูกชายท่ี
เสียชีวิตแล้วไปเกิดเป็นท้าวสักกะก็ตรวจดูว่าด้วยบุญใดตนเองจึงได้มาเกิดเป็นท้าว


สคุ ันธชาครานสุ รณ์ 145

สักกะ เคยมีบุพกรรมอย่างไรก็เห็นทั้งหมด แล้วจึงได้เห็นว่าพราหมณ์พ่อของตนเอง
ในอดีตชาติ รวมท้ังมารดาและหมู่ญาติกาลงั ประชมุ ชาระรา่ งตนเองอยู่ จงึ ต้งั ใจจะไป
โปรดหมญู่ าติ

ทา้ วสักกะแปลงกายลงมาบนโลกมนุษย์ เดินไปบอกกับพราหมณพ์ ่อว่า พวก
ท่านกาลังเผาเนื้ออยู่ ข้าพเจ้ากาลังหิวขอปันเน้ือมากินได้หรือไม่ พราหมณ์พ่อตอบ
ว่า นี่ไม่ใช่เน้ือนะท่าน ข้าพเจ้ากาลังเผาศพมนุษย์อยู่ ท้าวสักกะท่ีแปลงกายมาเป็น
มนุษยจ์ ึงถามพราหมณ์พ่อต่อไปว่า มนุษย์คนนี้เป็นศัตรูของพวกท่านหรือ ทาไมพวก
ท่านถึงเผาศพของเขาด้วยอาการสงบน่ิงเช่นน้ี พราหมณ์พ่อจึงตอบว่า ศพนี้เป็น
บุตรชายสุดท่ีรักของข้าพเจ้า เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของข้าพเจ้า จริงๆ เขาเป็นคนดี
มาก ช่วยเหลือการงานครอบครัวอย่างขันแข็ง มีคุณต่อทุกๆคนอย่างมาก เผอิญว่า
เขาถูกงูกดั เสยี ชวี ติ

ท้าวสักกะจึงถามต่อไปว่า ถ้าศพน้ีเป็นลูกของท่านซ่ึงมีคุณมาก แล้วทาไม
ท่านถึงไม่เสียใจเลย พราหมณ์พ่อจึงตอบว่าบุตรของเราละสรีระอันคร่าคร่าของตน
ไปเหมือนงูลอกคราบ เมื่อสรีระร่างกายใช้สอยไม่ได้ก็ละไปแล้ว ร่างกายท่ีเราอาศัย
อยู่ เม่ือคร่าคร่าไปแล้ว มันใช้ไม่ได้แล้ว ไม่ว่าจะเพราะความแก่ก็ตาม เพราะป่วยก็
ตาม ถูกงูกัดพิษร้ายซ่านเข้าไปจนกระท่ังร่างกายทนไม่ได้ก็ต้องละสังขารร่างนี้ไป
เหมือนงูลอกคราบ บุตรของเราเม่ือญาติเผาอยู่ ย่อมไม่รู้ถึงความร่าไรของพวกญาติ
ได้ คนตายแล้ว ก็ไปที่อื่นแล้ว เรามาทาพิธีศพ เขาก็ไม่รู้เรื่องด้วย เราจะมาเศร้าโศก
เสยี ใจอย่างไร เขาก็ไมไ่ ดเ้ สียใจด้วย ไม่เกิดประโยชนอ์ ะไรเลย

เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่เศร้าโศกถึงเขา คติอันใดของเขาที่มีอยู่ เขาก็ได้
ไปสคู่ ติอันนั้นแลว้ พูดง่ายๆว่าเขาทาบญุ ทากรรมใดไว้ จะมากน้อยเพียงใด จะต้องไป
เกิดในภพภูมิไหน เขาก็ไปที่น่ันแล้ว ดังน้ัน ข้าพเจ้าจึงไม่เศร้าโศกเสียใจ หลังจาก
พราหมณ์พ่อพูดจบ ท้าวสักกะจึงไปถามพราหมณ์แม่ด้วยคาถามเดียวกัน
นางพราหมณีตอบท้าวสักกะจาแลงว่า บุตรของดิฉัน ดิฉันไม่ไดเ้ ชิญมา กม็ าแล้วจาก
ปรโลก ดิฉันไม่ได้อนุญาตให้ไป เขาก็ไปแล้วจากมนุษย์โลก เขามาอย่างไรเขาก็ไป
อย่างน้ัน ทาไมจะต้องไปร่าไรในการไปจากโลกนี้ของเขาด้วย บุตรของดิฉันเม่ือพวก
ญาตเิ ผาอยู่ เขาย่อมไม่รสู้ ึกถึงความร่าไรของหมญู่ าติ เพราะฉะน้ัน ดิฉันจึงไม่รอ้ งไห้
ถึงบุตรนัน้ คติอนั ใดของเขามอี ยูเ่ ขาไดไ้ ปสู่คตอิ นั นน้ั แลว้

พราหมณีคิดเหมือนพราหมณ์พอ่ แตใ่ ห้เหตุผลต่างไปว่า ลูกตอนจะมาตนเอง
ก็ไม่ได้เลือกว่าจะเชญิ คนไหนมาเขาก็มาเอง ถึงคราวจะไปไมใได้อนุญาต เขาก็ไปของ
เขาเอง เขาไปตามบญุ ตามกรรมท่ีสร้างไว้ หลังจากนนั้ พราหมณ์แมพ่ ูดจบ ทา้ วสักกะ
จึงไปถามน้องสาวด้วยคาถามเดียวกัน น้องสาวตอบว่า ถ้าดิฉันร้องไห้เสียใจไปเอง
ตนเองก็ซูบผอมไปเอง ผลอะไรจะพึงมีแก่ดิฉันในการร้องไห้น้ัน ไม่ได้เกิดประโยชน์


146 สคุ ันธชาครานสุ รณ์

อะไรกับตนเองเลย ความไม่สบายใจจะพึงมีแก่ญาติและมิตรสหายทั้งหลายโดยยิ่ง
นอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้ว หมู่ญาติมิตรสหายก็จะต้องคอยกังวลสุขภาพดิฉัน
ด้วย พ่ีชายของดิฉันอันญาติเผาอยู่ ย่อมไม่รู้สึกถึงความร่าไรของญาติท้ังหลาย
เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงไม่ร้องไห้ถึงพี่ชายของดิฉัน คติอันใดของเขามีอยู่ เขาได้ไปสู่คติ
อนั นั้นแล้ว บญุ บาปทาไวข้ นาดไหนตอ้ งไปส่คู ติไหน กไ็ ปสคู่ ตินัน้ แล้ว

หลังจากน้องสาวพูดจบ ท้าวสกั กะจาแลงจึงไปถามภรรยาของเขาด้วยคาถาม
เดียวกัน ภรรยาของเขาตอบวา่ ผู้ใดเศรา้ โศกถงึ คนล่วงลับไปแล้ว ผนู้ น้ั เปรียบเหมือน
ทารกร้องไห้ถึงพระจันทร์อันลอยอยู่ในอากาศ เด็กเล็กๆเห็นพระจันทร์ลอยอยู่ใน
อากาศ ร้องไห้ อยากได้ไปก็เหนื่อยเปล่า เพราะฉะนั้นสามีของดิฉันน้ัน อันญาติเผา
อยู่ ยอ่ มไมร่ ู้สกึ ถึงความร่าไรของหมญู่ าติ ดงั น้นั ดิฉันจงึ ไม่ร้องไห้ถงึ เขา คติอนั ใดของ
เขามอี ยู่ เขาก็ได้ไปสูค่ ตนิ ั้นแล้ว

หลังจากภรรยาของเขาพูดจบ ท้าวสักกะจาแลงจึงไปถามนายทาสีด้วย
คาถามเดียวกันอีก นางทาสีตอบว่า หม้อน้าอันแตกแล้ว พึงประสานให้ติดอีกไม่ได้
ฉันใด ผู้ใดเศร้าโศกถึงผู้ล่วงลับไปแล้ว ผู้นั้นเปรียบเหมือนกันฉันนั้น นายของดิฉัน
อันพวกญาติเผาอยู่ ย่อมไม่รู้สึกถึงความร่าไรของญาติทั้งหลาย เพราะฉะน้ันดิฉันจึง
ไมร่ ้องไห้ถึงท่าน คตอิ ันใดของทา่ นมีอย่ทู ่านไดไ้ ปสคู่ ตอิ ันน้นั แลว้

พอทา้ วสักกะไดฟ้ ังอย่างนี้กส็ บายใจ จิตดิ่งน่ิงแล้วบรรลุธรรมในทสี่ ุด ใครท่ีมี
เร่ืองเศรา้ โศกให้จดจาเร่ืองนไี้ ว้เปน็ ข้อคิดเราเศร้าโศกไปก็เหน่ือยเปลา่ ร่างกายซบู ซีด
ไปจนบางทีถึงข้ันป่วยไข้ และเป็นเหมือนเด็กทารกท่ีร้องไห้ จะเอาพระจันทร์ ที่อยู่
บนฟ้านั้น ไม่ได้เกิดประโยชน์เลย คนตายไปแล้วเขาไม่ได้รู้เร่ืองด้วย เขาสร้างบุญ
สรา้ งกรรมไว้เท่าใด เขากไ็ ปสู่คตอิ ันนัน้ แล้ว เรามวั แตเ่ ศร้าเสียใจไม่เกิดประโยชนใ์ ดๆ
เลย แทนทจี่ ะเสียใจเอาเวลามาสร้างบญุ ดกี ว่า

คนท่ัวไปเวลาเกิดความสูญเสียไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่จะมีปฏิกิริยา
ทแี่ บ่งได้เป็น 4 ขน้ั ดงั น้ี

ขน้ั ที่ 1 ปฏเิ สธไมย่ อมรบั ความจริง
ข้ันที่ 2 โกรธตนเองบา้ ง โกรธคนอ่ืนบ้าง
ข้นั ที่ 3 เศรา้ โศกเสียใจและน้อยใจว่า ทาไมต้องเปน็ เราท่สี ญู เสีย
ข้นั ท่ี 4 ยอมรับความจรงิ
ทั้งขบวนการ 4 ขั้นตอนใหญ่ๆ น้ี บางคนใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปี แต่บางคน
ฉลาดใช้เวลาแค่ 1 - 2 นาที ก็ปรับใจยอมรับความจริงได้แล้ว แล้วมองไปในแง่ท่ีว่า
เราควรทาอยา่ งไรต่อไป คนฉลาดต้องทาใหช้ ่วงเวลาทง้ั 4 ขั้น เป็นกระบวนการท่ีส้ัน
ท่ีสุด ยอมรับความจริงให้ได้รวดเร็วที่สุด และควรทาในส่ิงที่ควรทา คือทาบุญอุทิศ
ส่วนกุศลให้ผเู้ สียชวี ิต แล้วตัง้ ใจสวดมนต์ น่ังสมาธิ ฟงั เทศน์ ฟงั ธรรมใหเ้ ตม็ ที่


สคุ ันธชาครานสุ รณ์ 147

“นิสัยดี นสิ ยั เสยี Disruption ได้หรอื ไม่?”

โดย ศ.ดร.อุทสิ ศริ วิ รรณ

ผมสนใจค้นคว้าวิเคราะห์วิจัยมานาน พบความจริงว่า นิสัยดี หรือนิสัยเสีย
เราสามารถ disrupt ปรับแก้ ปรับเปลี่ยน ปรับปรุงได้ โดยเฉพาะการนาเอาคาสอน
ในพระไตรปฎิ กมาปรับใช้

ตาราฝร่งั ดีๆ ก็มีมาก
ตาราจีน เช่นกัน
ตาราญปี่ ุน่ กม็ ีมาก
ตาราไทยๆ ยง่ิ มีมาก
โดยพืน้ ฐาน คนไทยรนุ่ เก่าๆ นสิ ยั ดี คนรุน่ ใหม่ๆ ถ้าเตบิ โตมาในระบบ ผา่ นการฝกึ ฝน
ฝึกอบรม ฝกึ หดั กจ็ ะ “นสิ ยั ด”ี
ศีล ๒๒๗ ขอ้ ทภี่ ิกษสุ มาทาน
มีเสขยิ วตั ร รวมอยูด่ ้วย
กฎท้งั หลาย ครอบคลุม

• การสนทนาพดู คยุ กัน
• การรับประทานอาหาร
• การวางตวั ในสงั คม
มีผล disrupt ทาให้เป็นคนนิสยั ดี
วิธวี ิจยั โดยสังเกต คนที่นิสัยดี
จะดีครบ ๓ มิตคิ อื
• คยุ ดี คุยเป็น
• กนิ ดี กินเปน็
• และวางตวั ดี วางตวั เปน็
สรุป คนนสิ ัยดี สะทอ้ นไดจ้ าก ๓ ปจั จัยข้างตน้ คอื
• คุยดี - กนิ ดี - วางตวั ดี

คนท่พี ดู จาดี กนั เอง คุยสนุก
กนิ อาหารร่วมโตะ๊ ก็ไม่อึดอดั
วางตวั ดี มรี ะยะหา่ ง
มี space ไมต่ ตี ัวเสมอ


148 สุคันธชาครานุสรณ์

ไม่ลามปาม ไม่หวั ลา้ นเกนิ ครู
รู้จกั เกรงใจ ระมัดระวงั ถ้อยคา
ทักทาย ใหเ้ กยี รติ
ใครก็แล้วแต่ที่
• คุยสนุก
• กนิ อาหารร่วมวงกค็ รกึ คร้ืน
• เจอกนั กค็ รน้ื เครง
คือคนที่ “นสิ ยั ดี”
เราเจอคนทน่ี สิ ยั ดี
เรากอ็ ยากเจอซา้
กลับกนั เราเจอคนนิสยั ไมด่ ี นิสัยเสยี
• คุยแลว้ อดึ อัด เจอครัง้ เดยี ว ไมอ่ ยากเจออีก
• กินอาหารร่วมวงแลว้ รสู้ ึกอดึ อดั
• เจอกนั กร็ สู้ ึกไมส่ บายใจ ไมอ่ ยากพบ ไมอ่ ยากเจอไม่อยากเห็น
เจอคนทห่ี นา้ งอ คอหกั เหมอื นปลาทแู ม่กลอง
ถามคา ตอบยอกย้อน ย้อนแยง้ ยว่ั ยวน
กวนประสาท ระยะหลงั ในโพสต์
เอาแค่ผลเชงิ ประจกั ษ์ คนทน่ี สิ ัยดี
• นา่ รัก
• น่าคบหา
• นา่ เชอื่ ถอื
๓ คุณสมบัตขิ า้ งต้น มีทม่ี าจาก “นสิ ัยดี”
ตวั อยา่ ง “นสิ ัยท่ดี ี” ในการพดู คุย
• ไมค่ ยุ โวโอ้อวด
• ไมย่ กตนขม่ ท่าน
• มีมารยาทเวลาคุย
• ไมต่ าหนิคนอน่ื
• เป็นผู้ฟงั ทดี่ ี
• ไมแ่ สดงอาการที่คสู่ นทนาจับทางได้วา่ รังเกยี จ
• ไมค่ ยุ แล้ว อึดอดั ถามคา ตอบคา หรอื ถามแล้วไม่ตอบ
• ไม่งอน


สคุ นั ธชาครานุสรณ์ 149

• ไม่แซวเล่นแบบไรม้ ารยาท
• รูต้ วั ว่าผิดกก็ ล้าพดู คาวา่ “ขอโทษ”
• รูว้ ่าใครดตี อ่ ตวั กก็ ลา้ พูดคาว่า “ขอบคณุ ”
• ไมล่ ะลาบละล้วงเร่ืองสว่ นตวั ยกเว้นคสู่ นทนาเล่าเอง
• ไมต่ าหนิใคร
• ไม่ดถู กู คน
• วพิ ากษ์วิจารณ์วเิ คราะหเ์ ชิงสร้างสรรค์
• ไมด่ า่ กราด
• ไม่เอาความทกุ ข์โยนใส่คู่สนทนา
• พดู ปลอบโยน
• พดู ถอ้ ยคาใหก้ าลังใจ
• พดู เรือ่ งราวสร้างแรงบนั ดาลใจ
• พูดเรื่องราวที่ฟังแลว้ สนกุ สนาน
• พดู เร่ืองราวที่ฟังแล้ว ต่ืนเตน้
• พูดเร่อื งราวท่ฟี งั แล้ว มชี วี ติ ชวี า
• พดู เรอื่ งราวทฟี่ ังแล้ว อยากฟังซา้
• พูดเรือ่ งราวที่ฟงั แล้ว ได้อัพเดต ทันสมัย
• พดู เร่อื งราวทฟ่ี ังแลว้ ไดค้ ิด ฉุกคิด
• พูดเรอ่ื งราวที่ฟังแล้ว จะไมผ่ ิด พลาด พลั้งเผลอ

คิดผิด พูดผดิ ทาผิด ซ้าซาก
• พูดเรื่องราวที่ฟังแลว้ คนฟงั ประทับใจ
• พดู เรอ่ื งท่ที กุ คนอยากไดย้ นิ
• เจอกันกร็ ีบทักทาย คนท่ีรจู้ ัก ทกุ ครัง้
• รกั ษาระยะห่าง มี space เกรงอกเกรงใจ
• ใช้สรรพนาม ถ้อยคา ใหเ้ กียรติ คนที่คยุ ดว้ ย
เชน่ คุณหมอ อาจารย์ ท่าน หลวงพอ่ หลวงปู่
พระอาจารย์ บอส คุณ… แต่ละวงการ ตามท่สี มควร
• ไมพ่ ดู แซง
• ไม่พดู คาดเดา เดาใจ
• ไม่อ้าง ไม่แอบอ้าง ไมอ่ วดอ้าง
• ไมต่ ่อหนา้ พูดจาดี แต่นนิ ทาลบั หลงั


150 สุคนั ธชาครานสุ รณ์

• ไม่โมโห
• ไม่หนา้ หงกิ งอ
• ฝกึ ส่องกระจกใบหนา้ ยม้ิ แย้ม ย้มิ กร่ิม
• ให้ความสาคัญกบั คนท่คี ุยดว้ ย ไม่เลอื กปฏิบัติ
• ไมด่ ว่ นสรุป พิพากษา คน ที่เราคยุ ด้วย
• ไม่ยดั เยียดปรกั ปราคน
• ไมใ่ สร่ า้ ยใคร
• ไม่อคติ
• ไม่เอาทุกขไ์ ปโยนใส่คนอ่ืน
• ไมก่ ร่าง
• ใชถ้ ้อยคาฟังแลว้ สุภาพ น่มุ นวล อ่อนน้อม
• ห าจุด เด่ น คู่ ส น ท น าแ ล้ วช ม เช ย ย ก ย่อ งให้ เกี ยรติ

ตามความจริง
• ยอมคล้อยตามคนพูด ให้พูดจนจบกระบวนความ ค่อยยก
เหตุผลย้อนแย้ง แต่ไม่ยัว่ ยวนกวนอารมณ์
• อย่าเอาแตบ่ น่
• อย่าตาหนิตเิ ตยี น
• ฝกึ ปรับน้าเสยี งเวลาพูดให้นุ่มนวล
• อารมณค์ งที่ ไมแ่ ปรปรวน รวนเร
• ไม่ยกยอตนเอง ไม่ชมตนเอง
• ไม่โตเ้ ถยี ง ไมข่ ดั แย้ง ความเชอ่ื ใคร
• พดู ใหเ้ กยี รติ ยกย่อง พ่อแม่

ผู้ท่คี สู่ นทนานบั ถือ
• ไม่คุยการเมอื ง การศาสนา ทแี่ ตกตา่ ง
คุยถงึ ในเชงิ วิพากษ์วจิ ารณ์เพือ่ เรยี นรู้เท่านัน้

ไมส่ รุป พรรคใด ศาสนาใด ดีกว่ากนั
• อย่าพูดแช่งตัวเอง ว่าเคราะห์ร้าย ซวยอาภัพ อับโชค

ไมม่ ี ไม่รวย
• ไม่พดู ชวนคนวิวาทะ ทะเลาะ กนิ แหนงแคลงใจกัน
• ไม่สอดรู้สอดเหน็


สคุ นั ธชาครานุสรณ์ 151

• ไม่ ข อ วั น เดื อ น ปี เกิ ด เพื่ อ ดู ด ว ง ท า น าย ท าย ทั ก
ยกเวน้ อยากเรียนรู้

• ไม่ทกั ทายในปมดอ้ ยของอีกฝ่าย เช่น อว้ น แก่ ฯลฯ
• รู้ว่าอะไรควรพูดถึงอะไรไม่ควรพูด ถ้าไม่รู้จริง ก็ไม่พูด
เช่น สถาบนั
• พูดถ้อยคาทีไ่ พเราะ นา่ ฟงั ก่อนลาจากกัน
• ไมพ่ ูดจาทานองจับผิด คดิ ลบ คิดรา้ ย
• ร้สู กึ ดีๆ ต่อคู่สนทนา ทัง้ กาย วาจา และใจ
• ไมค่ ยุ เพื่อเอาเป็นสะพานไปอ้างหาผลประโยชน์
• ไม่แบบว่าได้ประโยชน์คุย ไม่สมประโยชน์ ไม่รู้จักเจอหน้า
กไ็ ม่ทกั ทาย
• มีประโยชน์ หรอื ไรป้ ระโยชน์ กค็ ยุ ปกติ
• ไม่เสแสร้ง ตรงไปตรงไปตรงมา
• ถงึ ทีส่ ดุ แล้ว จงให้อภัย แผ่เมตตา อโหสกิ รรม

---------------------


152 สคุ นั ธชาครานุสรณ์

ประวตั ิโดยสงั เขป

พระราชธรรมวาที

(ชัยวฒั น์ ธมมฺ วฑฒฺ โน)

(น.ธ.เอก, พธ.ด.กิตตมิ ศกั ดิ์ (ธรรมนเิ ทศ), ศศ.ด. กติ ติมศักดิ์ (ภาษาไทย))
ผชู้ ่วยเจ้าอาวาสวดั ประยุรวงศาวาสวรวหิ าร

คณะอนุกรรมการและคณะวทิ ยากรฝึกอบรมพระนักเทศน์แม่แบบตามมติมหาเถรสมาคม
วิทยากรอบรมพระนกั เผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาของคณะสงฆ์ ท้ังส่วนกลางและสว่ นภมู ภิ าค

วิทยากรอบรมพระนวกะของคณะสงฆ์กรุงเทพมหานคร

ชาติภมู ิ

พระราชธรรมวาที มีนามเดิมว่า ชัยวัฒน์ เรือนจันทึก เกิดวันเสาร์ที่ ๑ มีนาคม
พ.ศ. ๒๕๐๑ ณ บ้านเลขที่ ๓๖ หมู่ที่ ๑ ตาบลจันทึก อาเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา บิดานาย
สงิ ห์ เรือนจนั ทึก มารดานางบวั นา เรอื นจันทกึ

บรรพชาและอปุ สมบท

บรรพชา เม่ือวันจันทร์ ที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๔ ณ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร มี พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน ป.ธ.๕) อดีตเจ้าอาวาสวัดประยุร
วงศาวาสวรวหิ าร ครง้ั ดารงสมณศักดิท์ ่ี พระราชปญั ญาสธุ ี เป็นพระอุปชั ฌาย์

อุปสมบท เม่ือวันอาทิตย์ ที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ ณ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร มี พระพุทธวรญาณ (มงคล วิโรจโน ป.ธ.๕) อดีตเจ้าคณะภาค ๑๕,
อดีตเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เป็นพระอุปัชฌาย์ ,
พระครูพิศาลธรรมโกศล (สุพจน์ กญฺจนิโก) หลวงตาแพรเยื่อไม้ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร


สุคนั ธชาครานุสรณ์ 153

เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เป็นพระกรรมวาจาจารย์, พระศรีวิสุทธิดิลก (เร่ง อุณฺสิริ ป.ธ.๙)
วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เขตธนบรุ ี กรุงเทพมหานคร เปน็ พระอนสุ าวนาจารย์

งานประกาศพระศาสนา

เผยแผ่ธรรมท้ังในรูปปากคน (เทศนา ปาฐกถา บรรยาย อภิปราย) และในรูปปากกา
(ประพันธ์) เขียนบทความธรรมะ ออกเผยแพร่ ในนิตยสารต่าง ๆ ปัจจุบันมีผลงานการประพันธ์
มากกว่า ๒๐๐ ชุด จัดพิมพ์เผยแพร่โดยสานักพิมพ์ต่าง ๆ ประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ เล่ม เล่มแรกชื่อ
“สขุ ใจเมื่อใฝธ่ รรม” ลม่ ทีไ่ ดร้ ับความนิยมมากทส่ี ุด เชน่

- รวมบทพระธรรมเทศนาและปาฐกถากณั ฑพ์ เิ ศษ
- ทิศทางชีวติ
- กวพี จน์รสธรรม
- มาดี - ไปดี
- เทศนาวาไรต้ี
- พระคณุ พอ่ - พระคุณแม่
- กะเทาะเปลอื กเวสสนั ดร
- แกน่ มหาชาติ
- เพชรในคมั ภรี ์
- รวมปาฐกถาธรรมยอดฮติ
- นิทานสนุกปลุกใจ
- นิทานธรรมบันเทิง
- ทศพิธสามคั คีธรรม
- ชาตพิ ้นภัยเพราะในหลวง
- ลลี าวาทธี รรม
- ทางแหง่ ความดี
- เทดิ ทูนพระคุณแม่


154 สคุ นั ธชาครานสุ รณ์

- ทาอย่างไรคนไทยจะรักกัน
ฯลฯ

งานถวายพระธรรมเทศนา

พ.ศ. ๒๕๓๘ ถงึ ปจั จุบัน ได้รับพระมหากรณุ าธิคุณโปรด ฯ ใหเ้ ป็นองค์ถวายพระธรรมเทศนา แด่
- พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว ฯ
- สมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ

ได้รบั อาราธนาใหเ้ ป็นองค์ถวายพระธรรมเทศนาแด่
- สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกมุ าร
- สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกุมารี
- สมเดจ็ พระเจา้ ลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกมุ ารี
- พระเจา้ วรวงศ์เธอ พระองค์เจา้ โสมสวลี พระวรราชาธินดั ดามาตุ
- พระเจ้าหลานเธอ พระองคเ์ จา้ พชั รกติ ิยาภา
ฯลฯ ในพระราชพิธีตา่ ง ๆ เปน็ ลาดบั มา

งานประกาศพระศาสนาภายในประเทศ-ตา่ งประเทศ

พ.ศ. ๒๕๒๕ ถึงปัจจุบนั
- แสดงพระธรรมเทศนา ปาฐกถาธรรม บรรยายธรรม ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์

กระจายเสยี งแหง่ ประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์
และสถานีวิทยอุ น่ื ๆ ตามวาระ

- แสดงธรรมทางสถานีโทรทัศน์ชอ่ งต่าง ๆ ตามวาระและโอกาสพิเศษ
- แสดงพระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา รายการ “ธรรมรส–ธรรมรัฐ”
ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ กรมประชาสัมพนั ธ์
- บรรยายธรรมและเทศนามหาชาติ ตามสถาบันการศกึ ษาต่าง ๆ เป็นประจาและตาม
วาระ เช่น


สุคันธชาครานสุ รณ์ 155

๑. มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย
๒. จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลยั
๓. มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
๔. มหาวทิ ยาลัยมหิดล
๕. มหาวทิ ยาลัยสุโขทยั ธรรมาธิราช
๖. มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์
๗. มหาวิทยาลยั หอการคา้ ไทย
๘. มหาวิทยาลยั ขอนแก่น
๙. มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ
๑๐. มหาวิทยาลยั ราชภฏั สวนดุสติ
๑๑. มหาวิทยาลยั ราชภฏั สวนสุนันทา ฯลฯ
- แสดงธรรมท้ังแบบธรรมวัตร ปุจฉา-วิสัชนา และมหาชาติ ตามหน่วยราชการ
สถาบันการศึกษา องค์กร สมาคม โรงแรม บริษัท และพระอารามต่าง ๆ ท้ังในกรุงเทพ และ
ต่างจังหวดั
- บรรยายธรรมและเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก โปรดพุทธบริษัทชาวไทย ท้ังใน
ประเทศและต่างประเทศ ทั้งภาคพ้ืนยุโรป อเมริกา สแกนดิเนเวีย เอเชีย และตะวันออกกลาง อาทิ
ประเทศสหรัฐอเมริกา สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สหพันธรัฐสวิสเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก สวีเดน
องั กฤษ สก๊อตแลนด์ เนเธอร์แลนด์ เบลเย่ยี ม นอร์เวย์ การ์ตา้ โอมาน จนี ฯลฯ

บทประพนั ธ์เน่อื งด้วยมหาชาติ

พ.ศ. ๒๕๓๕ ประพนั ธ์และจดั พิมพห์ นงั สอื เร่อื ง “เพชรในชาดก”
พ.ศ. ๒๕๓๖ ประพนั ธแ์ ละจัดพมิ พห์ นงั สือ เร่ือง “กะเทาะเปลอื กเวสสันดร”
พ.ศ. ๒๕๔๓ ประพนั ธแ์ ละจัดพิมพ์หนงั สอื เร่ือง “แกน่ มหาชาติ”
พ.ศ. ๒๕๕๑ ประพันธแ์ ละจดั พมิ พ์หนงั สอื เรื่อง “เพชรในคัมภีร์”
พ.ศ. ๒๕๕๔ ประพันธแ์ ละจดั พิมพ์หนังสอื เรอื่ ง “คุณค่ามหาชาติ”


156 สุคนั ธชาครานสุ รณ์

เกยี รตคิ ุณทไี่ ดร้ ับ

ได้รับถวายปริญ ญ าพุทธศาสตรดุษฎีบัณ ฑิ ตกิตติมศักด์ิ สาขาวิชาธรรมนิเทศ
จากมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ได้รับถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวชิ าภาษาไทย จากมหาวิทยาลัย
ราชภัฏสวนดุสิต

พ.ศ. ๒๕๔๓ ได้รับถวายปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาธรรมนิเทศ
จากมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย

พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้รับพระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักรทองคา ผู้บาเพ็ญคุณประโยชน์ต่อ
พระพุทธศาสนา สาขาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาภายในประเทศ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกมุ ารี

พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้รับเกียรติบัตรประกาศเกียรติคุณ ผู้บาเพ็ญคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา
ด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา จากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆ
ปริณายก

พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้รับยกย่องจากส่ือมวลชน (หนังสือพิมพ์ข่าวสด) ว่าเป็น “๑ ใน ๑๐ สุดยอด
พระนกั เทศน์ ปี ๒๐๐๐”

พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้รับถวายรางวัลพิเศษ ในฐานะ พระผู้มีผลงานดีเด่นด้านเทศนา และ
“พระนักเทศน์ผู้ใช้ภาษาไทยไดด้ ีเยย่ี ม” จากหมอ่ มเจ้ากรณิกา จิตรพงศ์ พระธดิ าในสมเด็จเจ้าฟ้ากรม
พระยานริศรานุวัดติวงศ์ องค์ประธานกรรมการ มูลนิธิสมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
ณ พระตาหนักปลายเนนิ วังคลองเตย เม่อื วนั ที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๔

พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้รับยกย่องว่าเป็นนักเทศนา “สาลิกาล้ินธรรม” จาก“ประสก” นักเขียน
อาวุโสแห่งหนังสือพิมพ์สยามรัฐ คอลัมน์ “ข้างวัด” หน้า ๒๑ ฉบับวันพุธที่ ๒๘ กุมภาพันธ์
พ.ศ. ๒๕๔๔


สุคันธชาครานสุ รณ์ 157

พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้รับยกย่องให้เป็น ๑ ใน ๙ พระดีที่ชาวพุทธควรศึกษา จากองค์กรทาง
พระพุทธศาสนา (เปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรม
ราชชนนี)

พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้รับเกียรติคุณบัตร พระวิทยากรกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา
จากโรงเรียนราชินี

พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้รับยกย่องว่าเป็น “๑ ใน ๓ พระนักเทศน์แห่งปี ๒๕๔๕” จากส่ือมวลชน
(หนังสือพมิ พ์คม ชดั ลกึ )

พ.ศ. ๒๕๔๕ ไดร้ ับเกียรตคิ ณุ บัตร ครูผ้ทู รงภูมปิ ัญญา ด้านเทศนามหาชาติ จากโรงเรียนศึกษา
นารี

พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้รับเกียรติคุณบัตร พระผู้ส่งเสริมภาษาและวัฒนธรรมไทย จากโรงเรียนสตรี
วัดระฆงั ฯ

พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้รับเกียรติคุณบัตร พระผู้สนับสนุนโรงเรียนวิถีพุทธ และอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย
จากโรงเรยี นวดั อ่างแก้ว

พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้รับเกียรติคุณบัตร พระผู้ทรงภูมิปัญญา ด้านเทศนาสั่งสอนนักเรียน
จากโรงเรียนวดั อ่างแกว้

พ.ศ. ๒๕๔๘ ไดร้ บั เกียรตคิ ณุ บตั ร ครูผทู้ รงภมู ปิ ญั ญา จากโรงเรยี นสันตริ าษฎร์วิทยาลัย
พ.ศ. ๒๕๔๙ ได้รับเกียรติคุณบัตร พระผู้ทรงภูมิปัญญา ด้านเทศนามหาชาติ จากโรงเรียน
สตรวี ดั ระฆังฯ
พ.ศ. ๒๕๔๙ ได้รับเกียรติคุณบัตร พระผู้ทรงภูมิปัญญา ทางพระพุทธศาสนา จากสานักงาน
คณะกรรมการอุดมศึกษา มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์
พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้รับเกียรติคุณบัตร พระผู้ทรงภูมิปัญญา ด้านเทศนามหาชาติ จากโรงเรยี นสตรี
วิทยา
พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้รับเกียรติคุณบัตร พระผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านเทศนามหาชาติ จากโรงเรียน
พระโขนงพทิ ยาลัย


158 สุคันธชาครานสุ รณ์

พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้รับเกียรติคุณบัตร พระผู้มีอุปการคุณ ในการดาเนินงานด้านกิจกรรม
จากโรงเรยี นมธั ยมวัดสิงห์

พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้รับเกียรติคุณบัตร พระผู้ทรงภูมิปัญญา ทางพระพุทธศาสนา จาก
มหาวิทยาลยั สุโขทัยธรรมาธริ าช

พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้รับเกียรติคุณบัตร พระผู้ทรงภูมิปัญญา ด้านเทศนามหาชาติ จาก
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้รับเกียรติคุณบัตร ครูผู้ทรงภูมิปัญญา ด้านเทศนามหาชาติ จากมหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสนิ ทร์

พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้รับถวายรางวัล “พุทธคุณูปการ” และ โล่รางวัลรชูเกียรติคุณ ผู้บาเพ็ญ
คุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา จากคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม
สภาผู้แทนราษฎร ถวายโดย ฯพณฯ พล.ต.สน่นั ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี

พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้รับเกียรติคุณบัตรและยกย่อง “พระผู้มีพุทธคุณูปการ” จากสานักงาน
คณะกรรมการการอุดมศึกษา ในฐานะพระผู้ทรงภูมปิ ญั ญาดา้ นเทศนามหาชาติ ในงานเทศน์มหาชาติ–
ดนตรีไทย อุดมศึกษาเฉลิมพระเกียรติ “เทศน์มหาชาติ ฉลองราชย์หกสิบปี พระราชพิธีบรม
ราชาภเิ ษก” ณ หอประชมุ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์

พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้รับเกียรติคุณบัตร ในฐานะพระผู้เมตตาเทศนามหาชาติ และอุปถัมภ์ในการ
สร้างพระประธานประจาคณ ะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จากคณ ะวิ ทยาศาสตร์
มหาวิทยาลยั มหิดล

พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้รับถวายเกียรติคุณบัตร พระผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทศนามหาชาติ เน่ืองในโอกาส
เทศมหาชาติเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตรราชสุดา
สิริโสภาพัณณวดี ณ สถาบัน สันติราษฎร์บริหารธุรกิจ ในพระอุถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้า
เพชรรัตรราชสดุ า สริ ิโสภ

พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้รับเกียรติคุณบัตร “ผู้ทาคุณประโยชน์ในฐานะพระวิทยากร” จากคณะทันต
แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหดิ ล


สคุ นั ธชาครานุสรณ์ 159

พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้รับเกียรติคุณบัตร เป็นครูผู้ทรงภูมิปัญญาของโรงเรียนสตรีวิทยา ในโอกาส
เทศนม์ หาชาติเฉลมิ พระเกียรติ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู ัว ๖๐ ปี พระราชพธิ ีบรมราชาภิเษก

พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้รับเกยี รตบิ ัตร “ผใู้ ห้การสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา” ในงาน
ราลกึ วันมหาสงั ฆประชาปีติ จากศูนยพ์ ิทักษพ์ ระพทุ ธศาสนาแห่งประเทศไทย

พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้รับเกียรติคุณบัตร ผู้มีพุทธคุณูปการ ยกย่องจากสานักงานคณะกรรมการ
การอุดมศึกษา ในฐานะพระผู้ทรงภูมิปัญญาด้านเทศนามหาชาติ ในฐานะองค์แสดงธรรมในงานเทศน์
มหาชาติ–ดนตรีไทย อุดมศึกษาเฉลิมพระเกียรติ “เทศน์มหาชาติ ๘๔ พรรษา มหาราชภูมิพล”
ณ หอประชุมมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์

พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้รับเกียรติคุณบัตร “ผู้ทาคุณประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยในฐานะพระวิทยากร”
คณะทนั ตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหดิ ล จาก สมเด็จพระบรมโอรสาธริ าช สยามมกุฏราชกุมาร

พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้รับพระราชทานโล่รางวัล “ชาวพุทธตัวอย่าง” โครงการ “หนึ่งใจ....ให้
ธรรมะ” จากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานมูลนิธิมิราเคิล
ออฟไลฟ์ ณ มณฑลพิธี พทุ ธมณฑล จ.นครปฐม

สมณศกั ดิ์

พ.ศ. ๒๕๒๔ ได้รับแต่งตั้งเป็น “พระปลัด” ฐานานุกรมใน พระครูนิเทศธรรมรส เจ้าคณะ
อาเภอปากช่อง จงั หวัดนครราชสมี า

พ.ศ. ๒๕๓๒ ได้รับแต่งตั้งเป็น “พ ระค รูป ลั ด ” ฐานานุกรม ใน พระพุทธวรญาณ
(ขณะดารงสมณศกั ด์ทิ ี่ พระเทพประสทิ ธคิ ุณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดประยรุ วงศาวาส เจ้าคณะภาค ๑๕

๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ เป็น พระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง
ช้นั โท (ผจล.ชท.) ราชทินนามท่ี “พระครูวิวธิ ธรรมโกศล”

๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักด์ิเป็นพระราชาคณะช้ันสามัญ
ในราชทนิ นามท่ี “พระพิจิตรธรรมพาที”

๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้รับพระราชทานเล่ือนสมณศักด์ิเป็นพระราชาคณะชั้นราช
ในราชทินนามท่ี “พระราชธรรมวาที กวีสุนทรกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม
คามวาสี”


160 สคุ นั ธชาครานสุ รณ์

กาหนดการ
พธิ พี ระราชทานเพลิงศพ

พระครอู นุรกั ษช์ ัยธรรม

อดีตเจา้ อาวาสวดั บรบิ รู ณ์ ท่ีปรึกษาเจ้าคณะอาเภอเมืองชยั ภูมิ
ณ เมรชุ วั่ คราว วดั บรบิ ูรณ์

ชุมชนข้เี หล็กใหญ่ ตาบลในเมอื ง อาเภอเมอื งชยั ภมู ิ จงั หวัดชยั ภมู ิ
วนั ที่ ๓๐ พฤศจิกายน - ๔ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖๕

วันพธุ ที่ ๓๐ เดอื น พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕ (ขน้ึ ๗ คา่ เดือน ๑)

เวลา ๐๙.๐๐ น. เชิญหีบศพออกตั้งบาเพญ็ กุศล ณ ศาลาการเปรยี ญวัดบริบรู ณ์
ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานหบี เชิงชายประกอบศพ

เวลา ๑๐.๐๐ น. พระสงฆ์สมณศักด์ิ ๑๐ รูป สวดพระพทุ ธมนต์ (ธัมมนิยามสตู ร)
เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแดพ่ ระภิกษสุ ามเณร
เวลา ๑๘.๐๐ น. พระสงฆจ์ ตุรวรรค สวดพระอภิธรรม

วนั พฤหัสบดที ี่ ๑ เดือน ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (ข้นึ ๘ ค่า เดอื น ๑)

เวลา ๐๗.๐๐ น. ทาบุญตักบาตร สวดถวายพรพระ
เวลา ๑๐.๐๐ น. พระสงฆ์สมณศกั ด์ิ ๑๐ รปู สวดพระพุทธมนต์ (อาทิตตปรยิ ายสตู ร)
เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสามเณร


สุคนั ธชาครานุสรณ์ 161

เวลา ๑๒.๐๐น. พธิ ีอาราธนาและเชิญหีบศพเวียนเมรุ แล้วเชิญต้งั บนจติ กาธาน
เวลา ๑๘.๐๐ น. พระครูจันทโพธานุวตั ร เจ้าคณะอาเภอจตั ุรัส แสดงพระธรรมเทศนา
เวลา ๑๙.๐๐ น. พระสงฆจ์ ตุรวรรค (วดั ชัยสามหมอ) สวดพระอภิธรรม

วนั ศุกรท์ ่ี ๒ เดอื น ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (ขึน้ ๙ คา่ เดอื น ๑)

เวลา ๐๗.๐๐ น. ทาบญุ ตักบาตร สวดถวายพรพระ
เวลา ๑๐.๐๐ น. พระสงฆส์ มณศักด์ิ ๑๐ รปู สวดพระพทุ ธมนต์ (อนัตตลักขณสตู ร)
เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษสุ ามเณร
เวลา ๑๘.๐๐ น. พระศรีธีรพงศ์ เลขานุการเจ้าคณะภาค ๑๑ แสดงพระธรรมเทศนา
เวลา ๑๙.๐๐ น. พระสงฆจ์ ตุรวรรค (วดั ทรงศิลา) สวดพระอภิธรรม

วันเสารท์ ่ี ๓ เดอื น ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (ขนึ้ ๑๐ ค่า เดอื น ๑)

เวลา ๐๗.๐๐ น. ทาบญุ ตักบาตร สวดถวายพรพระ
เวลา ๑๐.๐๐ น. พระสงฆ์สมณศักด์ิ ๒๐ รูป สวดพระพุทธมนต์ (ธัมมนยิ ามสูตร)
เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสามเณร
เวลา ๑๒.๓๐ น. พระสงฆส์ วดมาติกาบังสุกุล
เวลา ๑๓.๐๐ น. พระธรรมเจดยี ์ เจ้าคณะภาค ๑๑ วัดทองนพคุณ แสดงพระธรรมเทศนา

พระสงฆส์ มณศกั ด์ิ ๓๐ รปู สวดศราทธพรตคาถา (สวดรับเทศน์)
พระสงฆส์ มณศักด์ิ ๙๗ รูป พิจารณาผ้าไตรบังสกุ ุล
เวลา ๑๖.๐๐ น. พระราชทานเพลงิ

วนั อาทติ ยท์ ่ี ๔ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (ขน้ึ ๑๑ ค่า เดอื น ๑)

เวลา ๐๗.๐๐ น. ทาบุญตักบาตร สวดถวายพรพระ
เวลา ๐๙.๐๐ น. พิธีสามหาบเก็บอัฐิ บาเพ็ญกุศลทักษิณานุประทาน
เวลา ๑๐.๐๐ น. พระสงฆส์ มณศักดิ์ ๑๐ รปู เจริญพระพุทธมนต์ฉลองอฏั ฐิ
เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษสุ ามเณร เป็นเสร็จพิธี


162 สคุ นั ธชาครานสุ รณ์

คำส่ังเจำ้ คณะจังหวัดชยั ภูมิ
ท่ี ๑๖ / ๒๕๖๕

เร่ือง แต่งต้ังคณะกรรมกำรจัดงำนพธิ พี ระรำชทำนเพลิงศพ
พระครูอนุรักษช์ ยั ธรรม (สคุ นธ์ ชำคโร)

อดีตเจำ้ อำวำสวัดบริบรู ณ์ ที่ปรึกษำเจ้ำคณะอำเภอเมอื งชัยภูมิ

ด้วย พระครูอนุรักษ์ชัยธรรม อดีตเจ้าอาวาสวัดบริบูรณ์ ท่ีปรึกษาเจ้าคณะ
อาเภอเมืองชัยภูมิ ได้ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันท่ี 5 ตุลาคม 2565 คณะสงฆ์และชาว
ชุมชนขี้เหล็กใหญ่ ได้เกบ็ สรรี ะสังขารไว้ 50 วนั ตามเจตนาผูม้ รณภาพ มีการบาเพ็ญกุศล
ทุกวนั ธมั มสั สวนะ และจะจัดพธิ พี ระราชทานเพลิง ในวันท่ี 3 ธนั วาคม 2565

เพื่อให้การจัดงานพิธีพระราชทานเพลิงศพพระครูอนุรักษ์ชัยธรรม เป็นไปด้วย
ความเรียบร้อย ดีงาม และบรรลุวัตถุประสงค์ จึงแต่งตั้งคณะกรรมการจัดงานพิธี
พระราชทานเพลิง ดงั ตอ่ ไปน้ี

๑. คณะกรรมกำรอำนวยกำร ฝำ่ ยบรรพชิต
พระราชชัยสทิ ธสิ นุ ทร เจา้ คณะจงั หวัดชยั ภูมิ ประธานกรรมการ
พระศรสี ัจญาณมนุ ี รองเจ้าคณะจงั หวัดชัยภมู ิ รองประธานกรรมการ
พระปริยตั กิ จิ วธิ าน เจ้าคณะอาเภอเมอื งชัยภมู ิ รองประธานกรรมการ
พระครอู นกุ ลู ภัทกรกิจิจ เจ้าคณะตาบลในเมือง เขต ๒ กรรมการ
พระมหาโยธนิ โยธโิ ก เลขานกุ ารเจ้าคณะจังหวดั ชยั ภูมิ กรรมการและเลขานกุ าร

๒. คณะกรรมกำรอำนวยกำร ฝ่ำยคฤหัสถ์
๒.๑ นายอุไร หลา่ สกุล ประธานกรรมการ
๒.๒ นายสทุ ธิ เหล่าฤทธ์ิ รองประธานกรรมการ


สคุ นั ธชาครานุสรณ์ 163

๒.๓ พ.อ.อ.ชาญณรงค์ ผดงุ พล รองประธานกรรมการ
๒.๔ นายชยั วัฒน์ ตง้ั พงษ์ กรรมการ
๒.๕ นายสมบัติ มลี กั ษณะสม กรรมการ
๒.๖ พ.ต.สาเรจ็ สมตั ถะ กรรมการ
๒.๗ นางกรมรี เวยี งสงค์ กรรมการ
๒.๘ ร.ต.ต.บุญธรรม ชสู กลุ กรรมการ
๒.๙ นายเพยี ร สวงโท กรรมการ
๒.๑๐ นายประยงคย์ ทุ ธ คุ้มไพร กรรมการ
๒.๑๑ นายพิพฒั น์ พง่ึ ภูมิ กรรมการ
๒.๑๒ นายวิชยั ศิลปะกจิ โกศล กรรมการ
๒.๑๓ นางจติ ลดา มณปี ระดิษฐ์ กรรมการ
๒.๑๔ นางสุมณฑา สาราญพิศ กรรมการ
๒.๑๕ นางรชั ฎาภรณ์ ชสู กลุ กรรมการ
๒.๑๖ นางกรมรี เวยี งสงค์ ประธานชมุ ชนข้เี หลก็ ใหญ่ กรรมการและเลขานกุ าร
๒.๑๗ กรรมการชมุ ชนทุกท่าน กรรมการและผูช้ ว่ ยเลขานุการ
๒.๑๘ นายสมคิด บุญมาก กรรมการและผู้ช่วยเลขานกุ าร
มีหน้าที่กากับ ดูแล ปรับปรุง แก้ไข สั่งการ ให้คาแนะนาให้คาปรึกษา
ข้อเสนอแนะการดาเนินงานแก่คณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ถกู ตอ้ งเหมาะสม

๓. คณะกรรมการฝา่ ยการเงินและบญั ชี
๓.1 นางกรมรี เวยี งสงค์ ประธานกรรมการ
๓.2 นางอุไร ดเิ รกศรี รองประธานกรรมการ
๓.3 น.ส.อรวรรณ ตง้ั ภมู ิ รองประธานกรรมการ
๓.4 นายสมคิด บุญมาก รองประธานกรรมการ
๓.๕ นางวรนุช ดิเรกศรี กรรมการ
๓.๖ นางปณุ ยารตั น์ กองนอก กรรมการ
๓.๗ นางสมพิศ ต้งั สกุล กรรมการ
๓.๘ นางยทุ ธารตั น์ สวงโท กรรมการ
๓.๙ นางประคอง ปองชัยภมู ิ กรรมการ
๓.๑๐ นางเพ็ญนภา รักสกลุ พวิ ฒั น์ กรรมการและเลขานกุ าร
๓.1๑ ร.ต.ต.ฐากูร บบุ ผา กรรมการและผ้ชู ว่ ยเลขานุการ
มีหนา้ ทใี่ นการจัดทาบัญชรี ายรบั - รายจา่ ย จัดทาบญั ชี ผู้บรจิ าคปจั จยั ผ้บู รจิ าค
ผา้ ไตรจีวร กากบั ดแู ลการใช้จา่ ยใหเ้ ปน็ ไปด้วยความเรียบรอ้ ยและเกดิ ประโยชนส์ ูงสดุ


164 สคุ ันธชาครานสุ รณ์

๔. คณะกรรมการฝา่ ยสถานทแี่ ละอานวยความสะดวกยานพาหนะ
๔.1 นายทองขนั วรพล ประธานกรรมการ
๔.2 นายวรวุฒิ จอดนอก รองประธานกรรมการ
๔.3 นายประสทิ ธ์ิ บุญมาก รองประธานกรรมการ
๔.4 นายทองสาย โลมะบตุ ร กรรมการ
๔.5 นายสมคดิ บญุ มาก กรรมการ
๔.6 นายจรัล ต้งั สกลุ กรรมการ
๔.7 นายโปย ต้นื ชัยภูมิ กรรมการ
๔.8 นายสมยั นาไพบูลย์ กรรมการ
๔.9 นายประมขุ คอ่ ยประเสริฐ กรรมการ
๔.10 นายวรี ะวฒุ ิ ดโี นนอด กรรมการ
๔.11 นายชาญวิทย์ ตัง้ เพยี ร กรรมการ
๔.12 ร.ต.สุนนั ท์ รกั ถาวร กรรมการ
๔.13 นายสุนันต์ ครองเกษม กรรมการ
๔.14 นายทองใบ สุขปาน กรรมการ
๔.15 นายสกุล ตัง้ พงษ์ กรรมการ
๔.16 นายชานาญ ดาหา กรรมการ
๔.17 นายจรูญ ถนอมเชอ้ื กรรมการ
๔.18 นายสุนทร นามสมบูรณ์ กรรมการ
๔.19 นายประสิทธ์ิ มวี ชิ า กรรมการและเลขานกุ าร
๔.20 จติ อาสาชาวชมุ ชนขีเ้ หล็กใหญ่ทกุ ท่าน กรรมการและผชู้ ่วยเลขานกุ าร
มีหน้าที่ในการตกแต่งอาคารสถานที่ จัดหาโต๊ะ เก้าอ้ี เต็นท์ ชุดรับแขก พิจาร
จัดหาสถานที่จอดรถ จัดรถรับส่งผู้มาร่วมงาน จัดเจ้าหน้าที่อานวยความสะดวกในการ
จอดรถ จัดหาไฟฟ้าส่องสว่างในบริเวณงาน และประสานงานกับเจ้าหน้าท่ีเทศกิจ
เทศบาลเมอื งชัยภมู ิ

๕. คณะกรรมการฝา่ ยปฏคิ ม ประธานกรรมการ
๕.1 นางสุภาพร เหล่าฤทธิ์
๕.2 นางพินทอง ตงั้ สกลุ รองประธานกรรมการ
๕.3 นางมะลิวรรณ ดเิ รกโภค รองประธานกรรมการ
๕.4 นางสายสวรรค์ ตั้งสกลุ กรรมการ
๕.5 นางไพรวัลย์ ตั้งวงษ์ กรรมการ
๕.6 นางเกษร ตอพล กรรมการ
๕.7 นางสายัญ วงษาเนาว์ กรรมการ
๕.8 นางสุภาพร ตาเมือง กรรมการ


สคุ นั ธชาครานุสรณ์ 165

๕.9 นางดอกไม้ ต้งั เพยี ร กรรมการ
๕.10 นางพรศรี ขาชัยภูมิ กรรมการ
๕.11 นางสุชาดา วงศค์ าสิงห์ กรรมการ
๕.12 นางภมรรตั น์ ต้งั พงษ์ กรรมการ
๕.13 น.ส.ยภุ า มนต์ชยั ภูมิ กรรมการ
๕.14 นางวิชดุ า ศรีศกั ดา กรรมการ
๕.15 นางจนิ ตนา หลา้ แก้ว กรรมการ
๕.16 น.ส.กานดา กาฬปักษ์ กรรมการ
๕.17 น.ส.กลั ยาณี จุลบท กรรมการ
๕.18 นางนภท์ษร สฤษดิ์ไชย กรรมการ
๕.19 นางบุบผา เคน้ ชยั ภูมิ กรรมการ
๕.20 นางพรทพิ ย์ วรามติ ร กรรมการ
๕.21 นางประนอม ลีดี กรรมการ
๕.22 นางนารรี ตั น์ ดีโนนอด กรรมการ
๕.23 นางภทั ราภรณ์ ฐานสิ โร กรรมการ
๕.24 นางนิภา บญุ เพ็ง กรรมการ
๕.25 นางสรุ ินทร์ กองโคตร กรรมการ
๕.26 นางอรสา พลลนุ กรรมการ
๕.27 น.ส.ประคอง สลดิ ชยั กรรมการ
๕.28 นางกาญจนี ขวาเนาว์ กรรมการ
๕.29 น.ส.อุทยั ดิเรกชยั กรรมการ
๕.30 นางสุดารตั น์ ต้ังพงษ์ กรรมการ
๕.31 นางไพฑูรย์ หลา่ สกุล กรรมการ
๕.32 นางนงค์ ทพิ ย์รักษ์ กรรมการ
๕.33 เจา้ หน้าที่ อสม.ชุมชนข้ีเหลก็ ใหญ่ทุกทา่ น กรรมการและเลขานุการ
๕.34 จติ อาสาชาวชุมชนขเี้ หลก็ ใหญท่ กุ ทา่ น กรรมการ/ผู้ชว่ ยเลขานุการ
มีหน้าที่ในการประสานงานการจดั ตง้ั โรงอาหาร โรงทาน จดั หาอาหารน้าด่มื และ
อานวยความสะดวกแก่แขกเหรือ่ และพระภิกษุสามเณร ท่ีเดินทางมารว่ มในพิธี

๖. คณะกรรมการฝ่ายจดั ทาหนังสอื อนสุ รณ์ ประธานกรรมการ
๖.1 พระมหาโยธิน โยธิโก รองประธานกรรมการ
๖.2 พ.ต.อ.อรชุน รักสกุลพิวัฒน์ รองประธานกรรมการ
๖.3 ร.ต.ท.ฐากรู บุปผา กรรมการ
๖.4 นางรัตนาภรณ์ ศกั ยโรจน์กลุ กรรมการ
๖.6 นางบษุ บา บุปผา


166 สคุ ันธชาครานุสรณ์

๖.7 นายบญุ ช่วย กองนอก กรรมการ
๖.8 นางพรรตั น์ ศรวเิ ศษ กรรมการ
๖.9 น.ส.นิตยา พันธุ์ตานสุ รณ์ กรรมการ
๖.10 พระมาหาศตพร ญาณวชริ เมธี กรรมการและเลขานุการ
๖.๑๑ นายสมคดิ บุญมาก กรรมการและผู้ชว่ ยเลขานกุ าร
๖.11 นางนนั ทวรรณ เหล่าฤทธิ์ กรรมการและผ้ชู ว่ ยเลขานกุ าร
มีหน้าท่ีในการเก็บรวบรวมภาพถ่าย ประวัติ ผลงาน กจิ กรรมของพระครอู นุรักษ์
ชยั ธรรม เพือ่ จดั ทาหนังสืออนสุ รณแ์ ละจดั หาของทรี่ ะลึกสาหรับแจกจา่ ยผู้มารว่ มพธิ ี

๗. คณะกรรมการฝา่ ยประชาสมั พนั ธ์
๗.1 นางกรมรี เวียงสงค์ ประธานกรรมการ
๗.2 นายมนตรี สวงโท รองประธานกรรมการ
๗.3 นายศลิ ปช์ ัย เหลาภา รองประธานกรรมการ
๗.4 นายสมยศ พงษ์พันธส์ุ งา่ กรรมการ
๗.5 นางนันทวรรณ เหลา่ ฤทธ์ิ กรรมการ
๗.6 นางวรนุช ดิเรกศรี กรรมการ
๗.7 นายอนชุ า วงศ์คาสงิ ห์ กรรมการและเลขานุการ
๗.8 น.ส.ธนวันต์ บญุ มาก กรรมการและผู้ชว่ ยเลขานุการ
มีหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์ แจ้งข้อมูลข่าวสาร และจัดหาพิธีกรเพ่ือมาทา
หน้าทใี่ นงานพธิ ีพระราชทานเพลิงศพ

๘. คณะกรรมการฝา่ ยประสานงานท่ัวไป ประธานกรรมการ
๘.1 นางสปุ ราณี ชคู ล้าย
๘.2 นายชิษชัย เหลา่ ฤทธ์ิ รองประธานกรรมการ
๘.3 นายอนุชา วงศ์คาสิงห์ รองประธานกรรมการ
๘.4 นายวิสุทธิ์ สวงโท กรรมการ
๘.5 นายธงชยั ตั้งเพยี ร กรรมการ
๘.6 นายปกาศิต ตงั้ พงษ์ กรรมการ
๘.7 นายพนั ธธ์ุ ัช ศรีหาพล กรรมการ
๘.8 นางเอ้ืออารีย์ ฤทธ์ิสาเรจ็ กรรมการ
๘.9 นางพรสวรรค์ กมลเพชร กรรมการ
๘.10 นางสุมิตรา จินดามาตย์ กรรมการ
๘.11 นางประภาพรรณ สวงโท กรรมการ
๘.12 นางจิราภรณ์ เงนิ จัตรุ สั กรรมการและเลขานุการ
๘.13 นางเพยี งเพญ็ เดชพร กรรมการและผูช้ ว่ ยเลขานกุ าร


สคุ ันธชาครานุสรณ์ 167

มีหนา้ ท่ีในการประสานการปฏิบัตงิ านกบั คณะกรรมการทุกๆ ฝ่าย และช่วยเหลือ
การปฏบิ ตั ิงานตามท่คี ณะกรรมการฝ่ายตา่ ง ๆ ขอความรว่ มมือ

ทั้งน้ี ขอให้คณะกรรมการท่ีได้รับการแต่งต้ัง ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มสติกาลัง
ความสามารถ เพื่อชื่อเสียง เกียรติยศ และศักด์ิศรีของคณะสงฆ์ อุบาสกอุบาสิกาวัด
บรบิ รู ณ์ ศิษยานุศษิ ย์ และชุมชนข้ีเหล็กใหญ่

ทั้งน้ี ตงั้ แต่บดั นเ้ี ปน็ ตน้ ไป

สง่ั ณ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

(พระราชชัยสทิ ธิสนุ ทร)
เจา้ คณะจังหวดั ชยั ภมู ิ


Click to View FlipBook Version