47
48
49
50
51
52
53
54
55
56
57
58
59
60
61
ศาลาสบายใจ พระปลดั สงิ ห์ไชย อปุ ถมั ภ์
62
63
ศาลาพาพร ในอุปถัมภพ์ ระราชจริยาภรณ์ (สิงหไ์ ชย มูลชพี )
บุตร-ธิดา-หลาน สรา้ งอุทิศใหค้ ุณพ่อพอ-คณุ แม่สมสุข พาพร พ.ศ. 2558
กฏุ พิ ระสมุหวรคณิสสรสิทธิการประชาสรรค์
64
65
66
๏ ทำ�บญุ วนั คลา้ ยวันเกดิ เริ่มต้งั แต่ พ.ศ.๒๕๑๙ ถงึ ปจั จุบนั ๏
67
68
69
70
71
72
73
74
75
76
คำ�น�ำ
หนงั สอื ๕๐ ปี ในเชตวนั เปน็ การบนั ทกึ ชว่ ยจ�ำ ทข่ี า้ พเจา้ ไดก้ ระท�ำ มาตง้ั แต่
เรมิ่ มาอยวู่ ดั พระเชตพุ น เมอื่ พ.ศ. ๒๕๑๓ จนกระทงั่ ถงึ ปี ๒๕๖๓ ครบ ๕๐ ปี มี
ศษิ ยบ์ างคนเสนอความเหน็ วา่ ควรจะพมิ พแ์ จก ทแี รกกน็ กึ วา่ พดู เลน่ นานวนั เขา้
ลูกศิษย์รบเร้าให้ทำ� จึงได้นำ�มาพิมพ์เป็นหนังสือ ตามท่ที ่านได้เห็นอยู่ เน้อื หาสาระ
ในหนงั สอื ไมไ่ ดเ้ นน้ เชงิ วชิ าการอะไร เปน็ เพยี งการบนั ทกึ ชว่ ยจ�ำ บางวนั กส็ น้ั บางวนั
ก็ยาว ในส่วนที่สั้นยอมรับว่า ขอทราบไว้แต่เพียงผู้เดียว ในส่วนท่ียาวมีบางคน
มาขอให้ขยายความเพื่อความเข้าใจ จึงได้ทำ�ตามประสงค์ ส่วนการบันทึกน้ัน
บนั ทกึ ทกุ วนั หากน�ำ มาพมิ พท์ งั้ หมด หนงั สอื คงจะหนามาก จงึ ไดค้ ดั สรรมาเพยี ง
บางสว่ น บางชว่ ง บางตอน ทน่ี า่ สนใจพออา่ นไดบ้ า้ ง บางชว่ ง บางตอนอาจจะไมน่ า่
สนใจ ท้ังน้ี ก็ข้ึนอยู่กับอารมณ์ของจิตใจขณะคัดสรรในช่วงน้ันๆ นอกจากนี้
ยังได้นำ�บทความและจดหมายที่ได้เขียนถึงบุคคลที่มีส่วนเก่ียวข้องในกาลคร้ังน้ัน
มาลงพิมพ์เป็นบางฉบับ ส่วนมากจะเป็นเรื่องในอดีต ๔๐ ปีกว่าล่วงแล้วเป็น
ส่วนมาก อย่างไรก็ตาม ส่วนท่ีได้คัดสรรมา ถือว่าได้คัดเลือกดีที่สุดแล้ว แต่อาจ
จะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง คงได้รับการให้อภัย และขอน้อมรับคำ�ติชมไว้ด้วยความ
ยนิ ดี หวังว่าหนังสอื เลม่ น้ี คงจะเปน็ ประโยชนแ์ ก่ผสู้ นใจตามสมควร
สดุ ทา้ ยน้ี ขอขอบพระคณุ ทา่ นเจา้ คณุ พระเทพปวรเมธี (ประสทิ ธ์ิ พรฺ หมฺ รสํ )ี
วดั ประยรุ วงศาวาสวรวหิ าร ผเู้ ปน็ กลั ยาณมติ ร ถงึ แมท้ า่ นเจา้ คณุ จะมภี ารกจิ มาก
แตม่ นี า้ํ ใจรบั เปน็ บรรณาธกิ ารชว่ ยก�ำ กบั ดแู ลในการด�ำ เนนิ การจดั พมิ พห์ นงั สอื เลม่ น้ี
จนเสรจ็ อยา่ งสมบรู ณ์ และขออนโุ มทนาขอบคณุ เปน็ กรณพี เิ ศษ บรษิ ทั ไทยประกนั -
ชวี ติ จ�ำ กดั (มหาชน) โดย คณุ ไชย ไชยวรรณ กรรมการผจู้ ดั การใหญ่ ทม่ี กี ศุ ลศรทั ธา
78 • ๕๐ ปี ในเชตวัน
ถวายการอปุ ถมั ภเ์ ปน็ เจา้ ภาพในการจดั พมิ พห์ นงั สอื “๕๐ ปี ในเชตวนั ” น้ี ขออ�ำ นาจ
คณุ พระศรรี ตั นตรยั และบญุ กศุ ลทท่ี กุ ทา่ นไดร้ ว่ มกนั บำ�เพ็ญแล้วน้ัน จงมารวมกนั
เปน็ พลวปจั จยั อ�ำ นวยพรใหผ้ มู้ สี ว่ นเกย่ี วขอ้ งทกุ ทา่ นจงประสบแตค่ วามสขุ ความ
เจรญิ และปราศจากทกุ ข์ โศก โรค ภยั อปุ ทั วนั ตรายทง้ั ปวง มคี วามปรารถนาสง่ิ ใด
ทเ่ี ปน็ ไปโดยชอบ ประกอบดว้ ยธรรม ขอใหส้ มความปรารถนา ทกุ ประการเทอญ
(พระราชจริยาภรณ์)
ผู้ชว่ ยเจา้ อาวาสวัดพระเชตพุ น
พระราชจริยาภรณ์ (สิงห์ไชย สิริวณโฺ ณ) วัดพระเชตพุ น • 79
วัดสร้างคน
พล.ต.ต. จตั รุ งค์ เปน็ นายต�ำ รวจทม่ี พี น้ื เพเดมิ
มาจากวดั และพระ ทา่ นเปน็ ลกู ครู จงั หวดั กาญจนบรุ ี
มีความใฝ่สูง อยากเข้ามาเรียนที่กรุงเทพในราว
ปี พ.ศ. ๒๕๑๔ แต่ไม่มีที่พักอาศัย ก็ได้วัดอรุณฯ
เป็นที่พักพิง เข้าเรียนต่อมัธยมปลายและต่อมหา-
วิทยาลัย ด้วยความอุตสาหะก็สอบเข้ารับราชการ
เป็นนายตำ�รวจและไต่เต้าเติบโตจนกระท่ังเป็น
นายพล ปัจจุบันมีความเป็นอยู่ท่ีจัดได้ว่ามีฐานะดี
ไมต่ อ้ งพึ่งพาใคร และเป็นผู้ที่มีนํ้าใจแก่เพ่ือน ช่วยเหลือเก้ือกูลพรรคพวก เป็น
คนเก่ง ท�ำ ความดใี หแ้ กบ่ า้ นเมอื ง ทา่ นพดู เสมอวา่ ทท่ี า่ นไดด้ จี นทกุ วนั นเ้ี พราะเคย
เปน็ เดก็ วดั
เรอ่ื งราวเหลา่ นค้ี งเปน็ ทค่ี นุ้ หู โดยเฉพาะจากคนรนุ่ “Baby Boomer” ดงั เชน่
ผมและท่านนายพล ช่วงนี้มีประชากรเกิดกันมากในโลกรวมทั้งประเทศไทย
จอมพล ป. พบิ ลู ยส์ งคราม สง่ เสรมิ ใหค้ นมลี กู มากเพอ่ื เพม่ิ ประชากรไทย ซง่ึ มไี มถ่ งึ
๑๐ ลา้ นคนในตอนนน้ั มกี ารใหส้ ญั ชาตไิ ทยกบั ชาวตา่ งดา้ วไมว่ า่ จนี แขก ญวน
มอญ ทม่ี าตง้ั รกรากอยใู่ นประเทศไทย ตอ่ มาประเทศไทยเรม่ิ มกี ารจดั การการศกึ ษา
ใหต้ ามมาตรฐานสากล มโี รงเรยี นเกดิ ขน้ึ ใหมห่ ลายแหง่ ทง้ั จากฝง่ั ภาครฐั และภาค
เอกชนทว่ั ประเทศไทย ทง้ั นย้ี งั มี “โรงเรยี นวดั ” ก�ำ เนดิ ขน้ึ มา สอดคลอ้ งกบั บทบาท
ของวัดและพระพุทธศาสนาในฐานะศูนย์กลางชุมชนและจิตใจของคนไทย วัด
และพระพทุ ธศาสนาจงึ มอี ทิ ธพิ ลตอ่ การพฒั นาการศกึ ษาในประเทศไทยเปน็ อยา่ งยง่ิ
80 • ๕๐ ปี ในเชตวนั
ผมเองไม่ได้เป็นเด็กวัดโดยตรง แต่ก็ถือได้ว่าเป็นผู้ท่ีได้รับผลพวงที่ดีจาก
การที่ใช้ชีวิตช่วงหน่ึงในวัด ผมเป็นนักเรียนโรงเรียนคาทอลิกต้ังแต่ประถมถึง
มัธยมปลาย แต่ด้วยครอบครัวเป็นชาวพุทธ ผมก็ได้มีโอกาสได้เรียนรู้และสัมผัส
พระพทุ ธศาสนาผา่ นวดั อยบู่ อ่ ยครง้ั วดั ทค่ี รอบครวั ผมไปเปน็ ประจ�ำ คอื วดั พระเชตพุ น-
วิมลมังคลาราม (วัดโพธ์ิ) ได้มีโอกาสติดตามท่านเจ้าคุณพระธรรมราชานุวัตร
(พระเทพโสภณ หรอื หลวงเตย่ี วดั โพธ)์ิ ไปวดั ตา่ งจงั หวดั ทา่ นหดั ใหร้ จู้ กั ประเพณี
ทางพระพุทธศาสนา หัดสวดมนต์ หัดอาราธนาศีล หัดประเคนภัตตาหารพระ
แต่มามีปฏิสัมพันธ์เป็นเรื่องเป็นราวก็ตอนท่ีเสียคุณพ่อไปเมื่ออยู่มัธยมปลาย ผม
บวชเณรหน้าไฟ โดยมีพระปลัดสิงห์ไชยเป็นพระพี่เลี้ยง เป็นประสบการณ์ที่
ไมเ่ คยลมื เลย จรยิ วตั รอนั งดงามของหลวงพเ่ี ปน็ แบบอยา่ งทดี่ ใี หก้ บั เณรอยา่ งผม
ผมเดนิ ตามทา่ นบณิ ฑบาต ไปท�ำ วตั รเชา้ หดั กวาดเกบ็ ลานวดั และกฎุ ใิ หด้ สู ะอาด
และเรียบร้อย ตอนน้ันเป็นช่วงการสอบกลางเทอม ผมยังต้องปฏิบัติตัวเป็นเณร
ไปสอบที่โรงเรียนอัสสัมชัญ จำ�แม่นว่าหลวงเตี่ยและหลวงพ่ีกระชับบอกว่าให้
สำ�รวมระวงั กริ ิยามารยาทเพราะเป็นเณรห่มผา้ เหลืองในโรงเรยี นครสิ ต์
เมื่อถึงคราวต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นอีกจุดเปลี่ยนจุดหนึ่งในชีวิต
ตอนนน้ั ผมอายุ ๑๗ ปี เรยี นมธั ยมปสี ดุ ทา้ ยทโ่ี รงเรยี นอสั สมั ชญั มคี วามตงั้ ใจมาก
ทจี่ ะสอบเขา้ เรยี นแพทย์ แตก่ ว็ า้ วนุ่ ใจมากเพราะดเู หมอื นจะอา่ นหนงั สอื ไมท่ นั ท่ี
บา้ นมเี พอื่ นทโ่ี รงเรยี นแวะมาอา่ นหนงั สอื เตรยี มสอบอยา่ งไมข่ าดสาย ผมตดั สนิ ใจ
อพยพย้ายไปอยู่กุฏิ น.๕ วัดโพธิ์ ไปเป็นลูกศิษย์วัดและท่านพระปลัดสิงห์ไชย
ในตอนน้ัน อาศัยความสงบของกุฎิและโบสถ์เป็นท่ีพ่ึง เช้าก็ออกไปเป็นลูกศิษย์
เดนิ ตามหลวงพบ่ี ณิ ฑบาต กไ็ ดอ้ าศยั ขา้ ววดั กนิ ระหวา่ งทเี่ ตรยี มสอบ การไปอยวู่ ดั
ครั้งนั้นก็เปิดโลกทัศน์ของผมไปอีกรูปแบบหน่ึง ลูกศิษย์ของหลวงพ่ีล้วนเป็น
คนเก่ง คนฉลาดและมักประสบความสำ�เร็จทั้งในการศึกษาและหน้าที่การงาน
ผมไดม้ โี อกาสพดู คยุ ท�ำ ความรจู้ กั กบั พวกเขาเหลา่ นที้ ไี่ ปมาหาสหู่ ลวงพอี่ ยปู่ ระจ�ำ
โจทย์ไหนท่ีเราแก้ไม่ออกก็มีคนคอยช่วยให้กระจ่าง คนท่ีประทับใจมาตลอดคือ
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ กมั มาล กมุ าร ปาวา ซง่ึ สอนใหผ้ มมองอะไรใหง้ า่ ย
พระราชจริยาภรณ์ (สงิ ห์ไชย สริ วิ ณฺโณ) วัดพระเชตุพน • 81
เข้าไว้ ท่ีกุฏิ น.๕ ผมยังมีเพื่อนอ่านหนังสืออีกหลายคนซ่ึงต่อมาเป็นวิศวกรและ
เปน็ สถาปนิก
ช่วงเวลาท่ีผมไปพ่ึงความสงบในวัดโพธิ์ ผมได้บทเรียนว่าวัดเป็นสถานที่
ท่ีไม่ใช่เฉพาะของพระหรือนักบวชท่ีหาทางหลุดพ้นเท่าน้ัน แต่เป็นสถานที่ท่ีให้
เยาวชนเจรญิ สติ สงบ เรยี นรู้ รว่ มคดิ และสง่ เสรมิ ปญั ญาพรอ้ มกบั การไดเ้ พอ่ื นเพม่ิ
เพอ่ื นทท่ี า้ ทายใหเ้ ราตอ้ งขยนั ขน้ึ มองกวา้ ง และตอ้ งกา้ วใหไ้ กล ผมเปน็ เยาวชนไทย
คนหน่งึ ท่ีไดร้ บั โอกาสเรียนรู้ ได้เหน็ ลกู ศษิ ยอ์ ันหลากหลายที่หลวงพ่ีเกือ้ หนนุ
หลวงพม่ี ปี ระสบการณต์ า่ งจากผม แตย่ งั คงอยใู่ นรปู แบบคลา้ ยกนั ทา่ นเปน็
คนล�ำ พนู บวชเรยี นแตเ่ ลก็ และดว้ ยความตง้ั มน่ั ในการพฒั นาตนเอง และชว่ ยเหลอื
ผู้อ่ืน ท่านก็เข้ามากรุงเทพและจำ�พรรษาที่วัดพระเชตุพน ท่านเป็นคนเงียบสุขุม
ไม่ดุใครโดยตรงแต่จะสอนโดยบอกเปรียบเปรยให้เห็นเอง ทุกวันน้ีผมก็ยังไปมา
หาสู่กับหลวงพ่ีอยู่เนืองๆ หลวงพ่ีเป็นธุระให้เกือบทุกเรื่อง ต้ังแต่ งานศพ งาน
โกนผม งานบวช ทา่ นเมตตามาโปรดทกุ ครงั้ ทบี่ า้ นเรานมิ นต์ เมอื่ มเี รอ่ื งราวทงั้ ดี
และไมด่ ี ทา่ นกเ็ ปน็ ผฟู้ งั ทเ่ี หน็ อกเหน็ ใจ ทา่ นตดิ ตามงานของลกู ศษิ ยล์ กู หาทกุ คน
เรามกั จะถามถงึ คนโนน้ คนนจี้ ากทา่ น พดู งา่ ยๆ ทา่ นเปน็ ศนู ยร์ วมของพวกทเ่ี ปน็
สตั ตบรุ ษุ ทา่ นคอยสง่ เสรมิ คนเกง่ ทเี่ ปน็ คนดี ทา่ นมองวถิ ชี วี ติ ของลกู ศษิ ยท์ สี่ นทิ
ทุกคนได้อย่างถ่องแท้ จากวันน้นั ซ่งึ เป็นปีพุทธศักราช ๒๕๒๐ จนกระท่งั ถึงวันน้ี
จากกฏุ ิ น.๕ ทา่ นไดร้ บั ภารกจิ เพม่ิ เตมิ และไดแ้ ปรเปลย่ี นไปเปน็ กฏุ ิ น.๒ จากหลวงพ่ี
พระปลัดสิงห์ไชยได้รับการโปรดเกล้าพระราชทานพัดยศเป็นพระราชจริยาภรณ์
บรบิ ทของการศกึ ษากไ็ ดแ้ ปรเปลย่ี นไปตามกาลเวลา แตก่ ย็ งั มลี กู ศษิ ยล์ กู หาเชน่ ผม
มาอาศัยร่มเงาของวัดเพ่ือพัฒนาตัวเอง ก็ได้แต่หวังว่าสังคมท่ีมีพระและวัดเป็น
ทางเลือกหนง่ึ ของเยาวชนไทยจะยังอยู่คปู่ ระเทศไทยตอ่ ไป
ศาสตราจารย์ คลนิ กิ นายแพทย์ สรณ บุญใบชยั พฤกษ์
หนว่ ยหวั ใจ ภาควชิ าอายรุ ศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธบิ ดี
๑๐ มกราคม ๒๕๖๓
82 • ๕๐ ปี ในเชตวนั
หลวงพีส่ งิ ห์ไชยพระผสู้ รา้ ง
เป็นที่น่าสนใจว่า วัดเกี่ยวข้องกับสังคมไทย
เป็นเวลายาวนาน บริบทของวัดเป็นศูนย์กลางทาง
สังคม วัฒนธรรม การศึกษา และการแพทย์ และ
ท่ีสำ�คัญ คือ จิตวิญญาณของคนไทย ดังจะเห็นได้
จากการทม่ี โี รงเรยี นวดั หลายแหง่ ผลติ บคุ ลากรชน้ั น�ำ
ของประเทศ นักการเมืองหลายคนเดินถือย่ามตาม
พระบิณฑบาต วัดยังเป็นศูนย์กลางด้านสังคมของ
ชมุ ชน การแพทยแ์ ผนไทยการรกั ษาดว้ ยสมนุ ไพรลว้ นเกดิ ในวดั วดั จงึ เปน็ ศนู ยก์ ลาง
ของสงั คมไทยอย่างแทจ้ ริง
ผมเองได้เรียนในโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ซ่งึ อาจจะไม่ได้เก่ยี วข้องกับ
วัดโดยตรง แต่ในท่ีสุดวัดได้มามีส่วนเก่ียวข้องจนได้ โดยท่ีโรงเรียนสวนกุหลาบฯ
มคี วามมงุ่ มน่ั จะผลติ นกั เรยี นทม่ี คี วามเพยี บพรอ้ ม ทง้ั ดา้ นวชิ าการ สงั คม คณุ ธรรม
จรยิ ธรรม และความเปน็ มนษุ ย์ ทางโรงเรยี นไดน้ มิ นต์ พระจากวดั พระเชตพุ น (วดั โพธ)์ิ
มาเทศนาและสอนวชิ าศลี ธรรม ซงึ่ ขณะนน้ั คอื พระเทพโสภณฯ โดยขณะนน้ั ทา่ น
เทศนาเปน็ ภาษาไทยฟงั ดงู า่ ย เขา้ ใจได้ หลงั จบการเทศนาผมซงึ่ เปน็ คนทไ่ี มค่ อ่ ย
สนใจศาสนาสกั เทา่ ไหร่ กเ็ ดนิ ปรเ่ี ขา้ ไปถามทา่ นวา่ ท�ำ ไมพระตอ้ งสวดหรอื เทศน์
เปน็ ภาษาบาลี “ฟงั ไมร่ เู้ รอ่ื ง” พระเทพโสภณตอบวา่ มนั ท�ำ ใหด้ ขู ลงั ท�ำ ใหเ้ กดิ ศรทั ธา
ผมโตแ้ ย้งในใจว่าฟังไม่รูเ้ ร่ืองแลว้ ตอ้ งฟังทำ�ไมไม่รู้
ในเวลาตอ่ มาไมน่ าน ผมมคี วามตง้ั ใจทจ่ี ะสอบเขา้ แพทยศ์ ริ ริ าชแตด่ ว้ ยความ
ที่ผมเรียนในห้องแล้วไม่ค่อยได้อะไร ผมชอบเรียนด้วยตนเอง อ่านและต้องทำ�
ความเขา้ ใจเอง และการอยทู่ โ่ี รงเรยี นไมม่ สี มาธใิ นการอา่ นหนงั สอื ผมจ�ำ เปน็ ตอ้ งหา
พระราชจริยาภรณ์ (สงิ ห์ไชย สริ ิวณฺโณ) วัดพระเชตุพน • 83
ที่สงบในการอ่านและทำ�ความเข้าใจกับหนังสือ หลังโรงเรียนเข้าตอนเช้า ผมจึง
ตดั สนิ ใจไปหาทส่ี งบๆ อา่ นหนงั สอื ผมกไ็ มท่ ราบวา่ อะไรดลใจผมใหเ้ ดนิ ไปถงึ วดั โพธ์ิ
สถานที่ท่ีท�ำ ใหผ้ มเปล่ยี นวิธคี ดิ และเป็นจดุ เรม่ิ ตน้ ของการเหน็ บางสง่ิ บางอย่าง
ผมเดินเข้าวัดโพธิ์ ผ่านทางประตูด้านกรมการรักษาดินแดนเดินเข้าไป
พยายามหาทส่ี งบๆ เดนิ เขา้ ไปถงึ ตวั โบสถ์ ตวั หมเู่ จดยี ท์ ท่ี �ำ จากกระเบอ้ื ง สดุ ทา้ ย
เดินกลับมาบริเวณกุฏิ น.๑๖ ก็เห็นท่ีว่างบริเวณนี้ไม่มีผู้คน มีสวนไม้ดัด มีอ่าง
เลย้ี งบวั มมี า้ หนิ ทอดยาวและผมกเ็ ลยนง่ั อา่ นหนงั สอื บรเิ วณนน้ั ระหวา่ งการอา่ น
ก็มีความกังวลว่าจะมีใครมาไล่เรา สักประมาณก่อนเพล มีพระภิกษุรูปหน่ึงเดิน
มาทำ�ธุระในห้องของอาคารข้างๆ ท่านเหลียวมองเล็กน้อย แต่ผมก็ยังกลัวอยู่
เพราะมิได้ขออนุญาตใครเลย เวลาน้นั ผมไม่ทราบว่าท่านคือใคร ช่อื อะไร ได้แต่
เรียกท่านว่า “หลวงพ่ี” หลวงพี่ทำ�อย่างน้ีทุกวัน จนวันหน่ึงท่านเดินมาพบและ
กลา่ วกบั ผมวา่ “กลางวนั ไปกนิ ขา้ วทกี่ ฏุ นิ ะ” ผมเองกไ็ ปทานอาหารทกี่ ฏุ ิ ผมพบ
ว่าเป็นโชคของผมท่ีได้พบหลวงพี่ หลวงพี่ให้ผมอ่านหนังสือ ทานอาหาร และ
ผมแบง่ หนา้ ท่ีล้างจานกับเด็กวัด คือ “พ่ีวี” (นายทวี ธรรมปัญญา นกั ออกแบบ
แลนดส์ เคป โครงการเดอะปาลม์ เมอื งดไู บ ประเทศสหรฐั อาหรบั เอมเิ รตส)์ ผม
ได้ดำ�เนินชีวิตอยู่ในวัดโพธ์ิแบบเช้าไปเย็นกลับ ได้ช่วยงานหลวงพี่บ้างและผม
ก็จำ�ชื่อ “หลวงพ่ีสิงห์ไชย” หลวงพี่เป็นคนบ้านหนองเงือก จังหวัดลำ�พูนและ
มีใจเมตตากรุณา มีลูกศิษย์ลูกหาเป็นจำ�นวนมาก เม่ือผมสอบเข้าแพทย์ศิริราช
และเข้าไปกราบหลวงพี่ หลวงพี่ดีใจมากและได้มอบปากกา Parker. ให้ผมเป็น
ของขวญั หลวงพไี่ ดข้ อผมใหม้ าสอนลกู ศษิ ยน์ อ้ งๆ ลกู หลาน ญาตโิ ยม ทม่ี คี วาม
ประสงคจ์ ะเข้ามหาวิทยาลยั นบั เปน็ อานิสงสแ์ รงกล้า ผมตอบตกลงและหลวงพ่ี
ได้เตรียมกระดานดำ� ชอล์ก และแจ้งไปยังลูกศิษย์อ่ืนๆ หลานของญาติโยมซ่ึงมี
คณิต สรณ (ไห่) และพิชิต (หนุ่ย) คณิตเป็นรุ่นน้องสวนกุหลาบฯ ที่ผมแนะนำ�
ให้ไปอ่านหนังสือกับหลวงพี่และมีนักเรียนหญิงโรงเรียนศรีอยุธยา อีก ๓-๔ คน
หลวงพี่ดูแลเด็กๆ ให้ได้รับการเรียนท่ีดี ท้ังอาหารการกิน ขนม นม เนย และ
84 • ๕๐ ปี ในเชตวนั
ในท่ีสุดคณิตสอบได้วิศวกรรมศาสตร์จุฬาฯ และรับราชการเป็นอาจารย์ท่ีคณะ
วิศวะ จุฬาฯ ซ่ึงเชี่ยวชาญด้านพลังงาน นายแพทย์สรณ ซึ่งปัจจุบันเป็นหมอ
โรคหัวใจที่มีช่ือเสียงระดับโลก พิชิต (หนุ่ย) เป็นหมอตาผู้เช่ียวชาญโรงพยาบาล
ราชวถิ ี นกั เรยี นหญงิ โรงเรยี นศรอี ยธุ ยา ผมไมท่ ราบขา่ ว รแู้ ตว่ า่ ประกอบสมั มาอาชพี
เปน็ คนดีของสงั คม น่นั เป็นเพียงงานช้นิ หนงึ่ ที่ผมไดม้ องเห็นและจดจ�ำ ได้
ดว้ ยความเมตตาทห่ี ลวงพใี่ หก้ บั ศษิ ยานศุ ษิ ยท์ งั้ หลาย จนจบการศกึ ษาเปน็
ผู้น�ำ ผู้สร้าง ผู้มีคณุ ธรรม หลวงพจ่ี ึงเปน็ พระนักพัฒนาโดยมไิ ด้ตั้งใจเสมอื นหนง่ึ
ปิดทองหลงั พระให้กับลูกศิษย์ น่านับถือและทำ�เป็นแบบอย่าง
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ กมั มาล กมุ าร ปาวา
รองอธกิ ารบดี ฝา่ ยกจิ การพิเศษ
มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์
พระราชจรยิ าภรณ์ (สิงหไ์ ชย สิริวณฺโณ) วัดพระเชตพุ น • 85
หลวงพ่สี ิงหไ์ ชย
ความทรงจำ�และความประทับใจทไี่ ม่ลมื เลือน
แม้ผมจะไม่ทันยุคสมัยท่ีการศึกษาของไทย
เร่ิมท่ีวัด แต่ท่ีโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยในปี
พ.ศ. ๒๕๑๖ ได้นิมนต์พระสงฆ์ คือพระเทพโสภณฯ
แห่งคณะ น.๑๖ วัดพระเชตุพนฯ มาเป็นอาจารย์
พิเศษ สอนวิชาศีลธรรม การสอนของท่านเจ้าคุณ
เขา้ กบั ยคุ สมยั ไมน่ า่ เบอ่ื เลย ดว้ ยอธั ยาศยั เปน็ กนั เอง
มีลูกล่อลูกชน จัดได้ว่ามีเชิงถกได้กับเด็กวัยรุ่น
หัวก้าวหน้าในช่วงการเมืองเข้มข้นของยุคก่อน ๑๔
ตุลาคม ๒๕๑๖ แบบทันกันทุกเม็ด จึงไม่น่าแปลกเลยท่ีนักเรียนสวนกุหลาบ-
วิทยาลัยในยุคนั้นจะสนิทสนมและให้ความเคารพรักท่านเจ้าคุณพระเทพโสภณ
หรอื ทเ่ี รามกั เรยี กขานทา่ นอยา่ งเปน็ กนั เองวา่ “หลวงเตย่ี ” มากๆ นบั เปน็ จดุ ผกผนั
ท่ีสำ�คัญแม้ผมเองไม่เคยมีความคิดท่ีจะเข้าวัดเข้าวามาแต่เก่าก่อน แต่ด้วยความ
เปน็ ลกู ศษิ ยห์ ลวงเตย่ี เมอ่ื รนุ่ พ่ี มศ.๕ ทส่ี นทิ กนั มากคอื พก่ี มั มาล (รองศาสตราจารย์
นายแพทย์ กมั มาล กมุ าร ปาวา คณบดวี ทิ ยาลยั แพทยศาสตรน์ านาชาตจิ ฬุ าภรณ์
อดตี คณบดคี ณะแพทยศ์ าสตร์ และอดตี รองอธกิ ารบดี มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร)์
ชวนไปดูมุมสงบนั่งอ่านหนังสือกันด้วย ช่วงปี พ.ศ.๒๕๑๗ โรงเรียนสวนกุหลาบ
มกี ารซอ่ มอาคารตกึ ยาว มศ.๕ และ มศ.๒ ซงึ่ เรยี นชว่ งครง่ึ วนั เชา้ จงึ มเี วลาวา่ ง
เยอะ ผมจึงมีความกล้าท่จี ะเดินเข้าวัดโพธ์ิ อย่างน้อยก็ในฐานะลูกศิษย์หลวงเต่ยี
ยา้ ยไปสงิ สถติ ยใ์ นเขตสงั ฆาวาสในรว้ั ของกฏุ ิ น.๑๖ บรเิ วณแถบหอระฆงั ดา้ นหนา้
กุฏิเจริญอักษรฯ (อาคารท่ีประทับของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จ
86 • ๕๐ ปี ในเชตวนั
พระสงั ฆราช (ปนุ่ ปณุ ณฺ สริ มิ หาเถร) สมเดจ็ พระสงั ฆราชองคท์ ี่ ๑๗) ทมี่ โี ตะ๊ เกา้ อี้
วางไว้ในร่มเงาต้นไม้ อันร่มร่ืนและเงียบสงบ ณ ท่ีน้ีผมได้ติดตามพ่ีกัมมาลไปดู
หนงั สอื บอ่ ยขนึ้ และมกั อยนู่ านจนเยน็ กอ่ นไดเ้ วลากลบั บา้ นเสมอๆ และพก่ี มั มาล
ก็ได้แนะนำ�ผมได้รู้จักกับหลวงพ่ีสิงห์ไชย เลขานุการของหลวงเต่ีย ท่ีเมตตาดูแล
ความเป็นอยู่เป็นอย่างดีให้แก่พวกเราด้วยความเมตตามาตลอด ซ่ึงพวกเราก็ได้
เขา้ ชว่ ยเหลอื งานของวดั ดว้ ยความเตม็ ใจอยา่ งประปรายเมอ่ื มกี จิ จ�ำ เปน็ จนสนทิ
สนมและคนุ้ เคยกบั หลวงพด่ี ว้ ยความเคารพรกั มากขน้ึ เปน็ ล�ำ ดบั หากวนั ไหนอา่ น
หนงั สอื กนั เพลนิ จนพลบคาํ่ หลวงพซี่ งึ่ จ�ำ พรรษาอยกู่ ฏุ ิ น.๕ (ในชว่ งเวลานนั้ ) กจ็ ะ
ตามใหไ้ ปทานอาหารคาํ่ รว่ มวงกบั ลกู ศษิ ยข์ องทา่ นคอื พท่ี วี (นายทวี ธรรมปญั ญา
นักออกแบบแลนด์สเคป โครงการเดอะปาล์ม เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับ-
เอมเิ รตส์ ปจั จบุ นั ถงึ แกก่ รรมแลว้ ) และพพ่ี ร (นายอมั พร แสงสกุ ดี อดตี ผอู้ �ำ นวยการ
โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ กฟผ) ที่ น.๕ จนเป็นประจำ�เสมือนเป็นสมาชิกเด็กวัด
ประจำ�กุฏิ น.๕ ทีเดียว ผมมีหน้าท่ีช่วยเก็บสถานท่ีบ้าง ล้างจาน เช็ดจานช้อน
เกบ็ บา้ งตามโอกาส บางคราวทา่ นเหน็ วา่ อาหารอาจไมเ่ พยี งพอกส็ งั่ ใหพ้ ๆ่ี ไปจา่ ย
กบั ขา้ วทตี่ ลาดทา่ เตยี นมาเพม่ิ ตามทอ่ี ยากทานกนั อกี ดว้ ย หากนบั ระยะเวลาจาก
จดุ เรม่ิ ตน้ รจู้ กั หลวงพต่ี ง้ั แตป่ ี พ.ศ.๒๕๑๗ ถงึ ปจั จบุ นั กย็ าวนานกวา่ ๔๕ ปี ปถี ดั มา
เมื่อพี่กัมมาลสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว โรงเรียนกลับมาเรียนเต็มวัน
กิจกรรมนักเรียนมากขึ้นและผมได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่หลักช่วยพ่ีๆ มศ.๔
ในการจัดงานวิทยาศาสตร์สัมพันธ์ ผมจึงมีเวลาแวะไปดูหนังสือที่วัดน้อยลง แต่
กย็ งั ไปเยยี่ มหลวงพป่ี ระปราย จนหลงั เหตกุ ารณ์ ๖ ตลุ าคม ๒๕๑๙ คณะปฏวิ ตั ฯิ
ไม่อนุญาติให้มีกิจกรรมใดๆ ประกอบกับหลวงพ่ีได้มีเมตตาช่วยเป็นธุระเตรียม
อนาคตการเขา้ ศกึ ษาตอ่ มหาวทิ ยาลยั แกล่ กู ศษิ ยใ์ นรนุ่ ราวคราวเดยี วกนั โดยไดใ้ ห้
พก่ี มั มาลมาชว่ ยสอนศษิ ยข์ องทา่ น (มี หมอไห่ ( ศาสตราจารย์ คลนิ กิ นายแพทย์
สรณ บญุ ใบชยั พฤกษ์ อายรุ แพทยโ์ รคหวั ใจ อดตี สมาชกิ สนช) หมอหนยุ่ (นายแพทย์
พระราชจรยิ าภรณ์ (สิงหไ์ ชย สิริวณโฺ ณ) วัดพระเชตุพน • 87
พิชิต นริพทะพันธ์ุ จักษุแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี) เพื่อนนักเรียนอัสสัมชัญ
ท่านอื่นๆ เลก็ รตั น์ และเพ่ือนนักเรียนโรงเรยี นศรีอยธุ ยา) เพื่อแนะแนวและติว
เตรยี มตัวสอบเข้ามหาวทิ ยาลัย ผมจงึ ได้มโี อกาสเขา้ ไปรว่ มเรยี นกบั นกั เรยี นรุน่ พี่
กลุ่มน้ันกับเขาดว้ ย
ด้วยความเคารพรักและความสนิทสนมกับหลวงพ่ี เม่ือพี่ทวีหรือพ่ีพร
ลากลับเยี่ยมภูมิลำ�เนาช่วงปิดเทอม ผมจึงมีโอกาสได้มารับใช้หลวงพ่ีในการร่วม
เดินบิณฑบาตช่วงเช้ามืด ตั้งแต่ตีห้า พร้อมเรียนรู้การเป็นลูกศิษย์วัดที่ต้องเดิน
ตามรับของใส่บาตรจากญาติโยม ซึ่งช่วงเวลานั้นหลวงพี่ต้องเดินรับบาตรในเขต
ทพ่ี กั ขา้ ราชบรพิ ารในพระบรมมหาราชวงั ทา่ ชา้ ง วงั หนา้ กลบั ถงึ วดั กร็ าวหกโมงครง่ึ
ถึงเจ็ดโมงเช้า จากน้ันก็มาทำ�หน้าท่ีเตรียมสำ�รับเพ่ือประเคนถวายภัตตาหารเช้า
แกห่ ลวงพี่ รอจนฉนั เสรจ็ จะเตรยี มเกบ็ ลาส�ำ รบั และรบั ฟงั สวด กรวดนา้ํ เปน็ อนั
เสร็จกิจ ก่อนจะได้อาศัยข้าวก้นบาตรเป็นอาหารเช้า พร้อมคัดแยกอาหารท่ีรับ
บาตรมาเพื่อเตรียมเป็นภัตตาหารเพลสำ�หรับหลวงพ่ี และท่ีเหลือจึงจัดเก็บเป็น
อาหารเยน็ ของลกู ศษิ ยใ์ นกฏุ ิ น.๕ ตอ่ ไป การเดนิ ชว่ งเชา้ นน้ี บั เปน็ โอกาสไดเ้ ขา้ ไป
ในเขตพระราชฐานชน้ั ในและผา่ นวดั พระแกว้ หมปู่ ราสาทราชมณเฑยี ร พระทน่ี งั่
ต่างๆ เห็นสภาพอาคารพักอาศัยที่ปลูกสร้างในยุคต้นสมัยรัตนโกสินทร์อันน่า
ภาคภมู ใิ จ นบั เปน็ ความโชคดที ไี่ ดม้ โี อกาสรว่ มเดนิ บณิ ฑบาตกบั หลวงพใ่ี นหลายๆ
คราวท่ีทา่ นเรียกใช้ในกิจนี้
หลงั จากผมไดเ้ ขา้ ศกึ ษาทคี่ ณะวศิ วกรรมศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั
จงึ หา่ งจากวดั ไปเปน็ ชว่ งๆ แตเ่ มอื่ มโี อกาสไดช้ ว่ ยงานหลวงพใี่ นการแนะแนว ตวิ
สอบเข้ามหาวิทยาลัย แก่ลูกศิษย์รุ่นน้อง ในอีกหลายวาระ บางคราวท่านก็เอา
พวกเราไปเลา่ กลา่ วขานใหก้ �ำ ลงั ใจ จงู ใจ เพอ่ื ใหเ้ ปน็ ตวั อยา่ งแกศ่ ษิ ยร์ นุ่ ตอ่ ๆ มา
รวมทั้งได้มีโอกาสเป็นเด็กวัดจำ�เป็น ติดตามรับใช้ท่านในฐานะลูกศิษย์ อาทิ ไป
ชว่ ยขบั รถ เมอ่ื ทา่ นกลบั ไปเยยี่ มบา้ น เยยี่ มมารดาทบ่ี า้ นหนองเงอื ก จงั หวดั ล�ำ พนู
88 • ๕๐ ปี ในเชตวนั
ไปร่วมกิจนิมนต์ภายนอกวัดเป็นคร้ังคราวเมื่อมีโอกาส และในคราวท่ีมีญาติโยม
มาทำ�บุญท่านก็มีเมตตาสอนผมให้ทำ�หน้าที่ช่วยเหลือกล่าวอาราธนาศีล นำ�สวด
มนตต์ า่ งๆ อาทิ ถวายสงั ฆทาน สวดพระปรติ ฯลฯ ซงึ่ นบั เปน็ ประสบการณก์ าร
สวดมนต์ทางพุทธศาสนาครั้งแรกๆ ที่น่าภาคภูมิใจในชีวิตก็ว่าได้ จนกระท่ังผม
ไดร้ บั ทนุ ใหเ้ ดนิ ทางไปศกึ ษาตอ่ ตา่ งประเทศ และมคี รอบครวั กไ็ ดห้ า่ งเหนิ ไปบา้ ง
แต่เมื่อมีโอกาสก็ได้กลับไปเยี่ยมเยียนท่านตามสมควรโดยเฉพาะวันคล้ายวันเกิด
ทา่ น คือวนั ท่ี ๑๑ กมุ ภาพันธ์ ของทุกปี
ในวาระมหามงคล คือวันที่ ๕ ธันวาคม พศ. ๒๕๔๓ พวกเราปลื้มปิติท่ี
หลวงพ่ีได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะปลัดกลางที่ พระสมุหวรคณิสสร-
สิทธิการ พิศาลวรกิจโกศล โสภณศีลาจารนิวิฐ พิพิธมหาคณาธิบดี ตรีปิฎก
ธรรมรักขิต ในพระอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ผม
ได้มีโอกาสร่วมพิธีรับหลวงพ่ีกลับวัดโพธ์ิ พร้อมร่วมอัญเชิญสัญญาบัตร พัดยศ
ซ่ึงในวันน้นั วัดพระเชตพุ นมหี ลวงพีแ่ ละพระธรรมปัญญาบดี ท่านเจา้ อาวาส (ใน
เวลาน้ัน) ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ ซ่ึงผู้รับหน้าที่เป็นโยมรับท่านเจ้าอาวาส
คอื คณุ เจรญิ สริ วิ ฒั นภกั ดแี ละคณุ หญงิ วรรณา ทา่ นแตง่ กายชดุ ขาวประดบั สาย
สะพายเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณช์ น้ั มหาปรมาภรณช์ า้ งเผอื ก พวกเราไดเ้ ขา้ รว่ มพธิ รี บั
และน่ังอยูในปรัมพิธีเดียวกัน ด้วยความสงสัยว่าเหตุใดหลวงพ่ีซ่ึงมีลูกศิษย์ที่ได้
รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้ันสายสะพายมากมายกลับเลือกท่ีจะใช้
ลูกศิษย์วัดของท่านมีพ่ีหมอกัมมาล หมอไห่ ผม และท่านก็ให้ลูกศิษย์เตรียม
ทหารทเ่ี คยพกั ท่ี น ๕ คอื จบ๊ิ และตกุ๊ จ�ำ นวน ๒ นาย ทแ่ี ตง่ กายเพยี งเครอ่ื งแบบ
ปกติขาวซ่ึงขณะนั้นยังไม่มีใครเลยท่ีได้รับพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์
ช้ันสายสะพายมาเป็นผู้ร่วมขบวนรับท่านในวาระนี้ ผมยังจำ�ไม่ลืมในคำ�เฉลยท่ี
หลวงพกี่ ลา่ วกบั พวกเราวา่ “ฉนั ภมู ใิ จทจ่ี ะใชล้ กู ศษิ ยว์ ดั รนุ่ แรกๆ ของฉนั อยา่ งไร
ในอนาคตพวกเธอทกุ คนกต็ ้องไดร้ บั สายสะพายขน้ั สูงเหมือนกับคนอน่ื ๆ”
พระราชจรยิ าภรณ์ (สิงห์ไชย สิรวิ ณโฺ ณ) วัดพระเชตุพน • 89
ในวาระครบ ๕๐ พรรษา ทห่ี ลวงพส่ี งิ หไ์ ชย หรอื ทา่ นเจา้ คณุ พระราชจรยิ า-
ภรณ์ สนุ ทรกจิ ธาดา มหาคณสิ สร บวรสงั ฆาราม คามวาสี ไดย้ า้ ยมาจ�ำ พรรษาท่ี
วดั พระเชตพุ นฯ ทจี่ ะถงึ นี้ ผมกไ็ ดร้ บั เกยี รตใิ หเ้ ขยี นเลา่ เรอ่ื งความผกู พนั ธใ์ นอดตี
นับว่าผมโชคดีที่มีโอกาสเป็นศิษย์รุ่นแรกๆ ของหลวงพี่ ที่ได้เรียนรู้เรื่องราวทาง
พุทธศาสนาและรับถ่ายทอดความเป็นผู้ให้ ผู้เสียสละ และการประพฤติตนเป็น
ประโยชน์สาธารณะแก่ประเทศชาติ ผมภูมิใจท่ีเป็นส่วนหน่ึงในผลงานปิดทอง
หลังพระของหลวงพ่ี พระนกั พัฒนาทา่ นน้ี
รองศาสตราจารย์ ดร. คณิต วัฒนวเิ ชยี ร
ภาควิชาวิศวกรรมเคร่อื งกล คณะวศิ วกรรมศาสตร์
จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย
90 • ๕๐ ปี ในเชตวัน
ความทรงจำ�ถิ่นคนดีท่ี...น.๕
ตอน....ส่ีทหารเสือ + ๑
ห้วงเวลา ๔๐ ปีแห่งความทรงจำ� ณ กุฏิ น.๕
วดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลารามราชวรมหาวหิ าร (วดั โพธ์ิ
ท่าเตียน) หนุ่มน้อยจากบ้านนอกได้มุ่งหน้าเดินทาง
เข้าส่กู รุงเทพมหานคร ด้วยความใฝ่ฝันท่จี ะไขว่คว้า
หาดาวมาประดบั บา่ และเหมอื นชะตาฟา้ ลขิ ติ ใหช้ วี ติ
ของทั้ง ๕ และท่านพระครู ๑ รูปได้ใช้ชีวิตร่วมกัน
ภายใต้หลงั คากฏุ ิท่ีอบอนุ่ หลังนี้
ปี ๒๕๒๒ เดก็ บา้ นนอกเขา้ กรงุ ตอ้ งเดนิ ทางมาจากตา่ งจงั หวดั หว้ งพฤษภาคม
๒๕๒๒ เพอ่ื มาเรยี นตอ่ โรงเรยี นเตรยี มทหาร รนุ่ ท่ี ๒๒ ในสมยั นน้ั ไมไ่ ดเ้ ปน็ โรงเรยี น
ประจ�ำ การเดนิ ทางตอ้ งตนื่ แตเ่ ชา้ ประมาณตี ๔ ถา้ ไปถงึ โรงเรยี นสายจะตอ้ งโดน
ทำ�โทษจากนักเรียนปกครอง
เวลา ๐๖.๓๐ ถือว่าสาย ต้องมายืนตามระเบียบพักเป็นแถวยาวตามแนว
รว้ั โรงเรยี น ใครมาถงึ ยงั เขา้ ไมไ่ ด้ ประตโู รงเรยี นยงั ไมเ่ ปดิ ตอ้ งยนื แถวยาวกนั เตม็
ไปหมด สำ�หรับนักเรียนเตรียมทหารช้ันปีท่ี ๑ ประตูเปิดถึงจะได้เข้าตามล�ำ ดับ
ทลี ะ ๔ คน เดนิ เตะฉากสงู ไปเรอื่ ยๆ บางครง้ั กโ็ ดนท�ำ โทษ ไปเชา้ อยา่ งไรกวา่ จะ
ได้เข้าไปพักในห้องเรียน (ตอนเรียน) อย่างน้อยๆ ก็เกือบครึ่งช่ัวโมง เป็นเช่นนี้
ทกุ เชา้ ยกเว้นวนั หยดุ เสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขตั ฤกษ์ ตอนเย็นกว่าจะกลบั
ถงึ วดั ประมาณ ๒ ทมุ่ ทกุ วนั การเดนิ ทางส�ำ หรบั นกั เรยี นเตรยี มทหารชน้ั ปที ี่ ๑
(นักเรียนใหม่) ค่อนข้างจะเหนื่อยในการเดินทาง พอข้ึนเทอมท่ี ๒ จิ๊บ (พันเอก
พระราชจรยิ าภรณ์ (สิงห์ไชย สิริวณโฺ ณ) วัดพระเชตพุ น • 91
(พเิ ศษ) เกยี รตศิ กั ด์ิ ประโยชนม์ )ี ไดเ้ รม่ิ สนทิ กบั ตกุ๊ (พนั ต�ำ รวจเอก นวิ ตั ิ มาตะราช)
ไดช้ วนไปอยวู่ ดั โพธดิ์ ว้ ยกนั จงึ ไดม้ าเปน็ ศษิ ย์ น.๕ มหี ลวงพ่ี (พระปลดั สงิ หไ์ ชย)
ท่านเมตตารับไว้เป็นศิษย์ ตอนแรกๆ มีความลำ�บากใจทำ�อะไรไม่ถูกเพราะท่าน
ดนู ง่ิ ๆ หนา้ ขรมึ (วางมาดข.ู่ ...ออิ )ิ ตอ่ มา มเี พอ่ื นมาพกั เปน็ ศษิ ยอ์ กี ๓ คน คอื สทิ ธ์ิ
(พลโท พิสิทธ์ิ สิงหราไชย) ไชยยา (พันเอก ไชยาวุฒิ เจริญพานิช) และ ยอด
(พลตรีสุดยอด พรมแก้ว) คราวน้ีครบ ๕ ครับ เจ้าสำ�นัก น.๕ วางมาตรการ
คมุ เขม้ อย่างเป็นระบบ ตัวอย่างเช่น ทุกคนต้องต่ืนแต่เช้าก่อนตี ๕ เตรียมสบง,
จวี ร, บาตรใหพ้ รอ้ ม เกบ็ ทนี่ อนหลวงพี่ และผลดั กนั เปน็ เวรออกบณิ ฑบาต คนท่ี
อยกู่ ฏุ ใิ หเ้ กบ็ , กวาด, เชด็ , ถู จดั ระเบยี บทกุ จดุ ใหเ้ รยี บรอ้ ย รวมทงั้ ตดั ไมข้ ม่ นาม
ใหจ้ บิ๊ เปน็ หวั หนา้ (เหมอื นทหารเลย) หลวงพจ่ี ะสง่ั การตามสายการบงั คบั บญั ชา
ในการปฏิบัติ ถ้ามีข้อผิดพลาดจ๊ิบเป็นคนแรกต้องโดนเข้าไปรับค�ำ ตำ�หนิ เร่ืองน้ี
โดนบ่อยครับ วันไหนถ้าส่ังการแล้วไม่ผิดพลาดอะไรท่านจะไม่เรียก ถ้ามี “จิ๊บ
เดยี๋ วพบดว้ ย” เพอื่ นอกี ๔ คน เฮตลอด อ.ิ ..อ.ิ .. จ๊บิ โดนอกี แลว้
ห้วงปี ๒๕๒๒-๒๕๒๔ พวกผมท้ัง ๕ คน ได้เป็นศิษย์ของหลวงพ่ีสิงห์ไชย
ทา่ นมเี มตตา ไมว่ า่ ความเปน็ อยู่ อาหารการกนิ ทา่ นดแู ลเปน็ อยา่ งดเี ปน็ หว่ งเสมอ
ไมว่ า่ ทา่ นจะเดนิ ทางไปตา่ งประเทศ หรอื ตา่ งจงั หวดั เปน็ เวลานาน ทา่ นจะสง่ั การ
ไวห้ มด พวกผมคยุ กนั ถา้ ทา่ นเปน็ ทหารทา่ นเปน็ ไดท้ ง้ั ผบู้ งั คบั หนว่ ย, ฝา่ ยเสนาธกิ าร
หรือครูอาจารย์ ท่านจะละเอียดทุกข้ันตอน ท่านสั่งการไว้แล้วถ้าปฏิบัติไม่เน๊ียบ
เปน็ อันเรยี บรอ้ ยครับ
หว้ งเปน็ นกั เรยี นเตรยี มทหาร เทยี บใหก้ บั นกั เรยี นชน้ั ม.ศ.๔ - ม.ศ.๕ (ใน
สมยั นน้ั ) เปน็ วยั รนุ่ คกึ คะนอง มขี อ้ บกพรอ่ งโดนต�ำ หนบิ อ่ ย โดยเฉพาะเรอื่ งไมต่ รง
เวลา รอ้ ยละ ๘๐ ถา้ พวกผมขออนญุ าตไปนนั่ มาน่ี (งานเลยี้ ง) จะกลบั เวลาไหน
ปรากฏวา่ ไมต่ รงเวลา หลวงพท่ี า่ นจะรอครบั จบ๊ิ เปน็ หวั หนา้ จะโดนเรยี กไปต�ำ หนกิ อ่ น
แลว้ คอ่ ยเรยี กรวมพลอกี รอบเพอ่ื อบรมจรยิ ธรรม มอี ยคู่ รง้ั หนง่ึ พวกเราไปตา่ งจงั หวดั
92 • ๕๐ ปี ในเชตวนั
บา้ นตกุ๊ ทโี่ พรงมะเดอ่ื นครปฐม กลบั ไมต่ ามเวลา สมยั กอ่ นการเดนิ ทางโทรศพั ท์
ติดต่อยากไม่สะดวกเหมือนปัจจุบัน ท่านอดทนรอพวกเรากลับจนเวลาล่วงเลย
ไปนานแล้วท่านจึงน่ังรถไปตามถึงที่เลยครับ ถ้าย้อนกลับ พวกผมคงบาปมาก
ท่ีตอ้ งท�ำ ความล�ำ บากให้กับหลวงพ่ีในคร้ังน้ัน
ปี ๒๕๒๔ ตา่ งคนตา่ งแยกยา้ ยไปเรยี น โรงเรยี น จปร. กบั โรงเรยี น นรต.
เวลาออกมาพกั นอกโรงเรยี น ไมค่ อ่ ยตรงกนั ใครวา่ งสะดวกกก็ ลบั มากราบนมสั การ
คอยปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่ีตามอัตภาพ ปี ๒๕๒๙ พวกผมจบการศึกษาไปรับ
ราชการตามหน่วยต่างๆ จ๊ิบไปทำ�งานหน่วยจังหวัดเลย สิทธ์ิไปหน่วยจังหวัด
ประจวบคีรีขันธ์ ตกุ๊ ไปสกลนคร ไชยาไปนครนายก และยอดไปอุดรธานี
หว้ งระยะเวลาทผ่ี า่ นมา ในการออกไปรบั ราชการสว่ นภมู ภิ าคเกอื บ ๓๔ ปี
บ้นั ปลายของชีวิตรับราชการท้งั ๕ คน กลับมารับราชการในหน่วยส่วนกลางอยู่
ใกลๆ้ กับหลวงพี่ (พระราชจริยาภรณ์) กระผมและเพื่อนทุกคนซาบซ้ึงในความ
เมตตากรณุ าของหลวงพเ่ี สมอมา โดยเฉพาะวนั ท่ี ๑๑ กมุ ภาพนั ธ์ ของทกุ ปี กระผม
และเพอ่ื นจะหาโอกาสมากราบนมสั การหลวงพท่ี กุ ปี ดว้ ยความเคารพนบั ถอื เปน็
อย่างยงิ่
พลโทพสิ ทิ ธ์ิ สิงหราไชย
ผทู้ รงคุณวฒุ ิพเิ ศษสำ�นักงานปลดั กระทรวงกลาโหม
พระราชจริยาภรณ์ (สิงหไ์ ชย สิรวิ ณโฺ ณ) วัดพระเชตุพน • 93
เดก็ ทเี่ ดนิ ตามหลวงพี่
วนั นผี้ มโตเปน็ นายต�ำ รวจใหญแ่ ลว้ แตเ่ สน้ ทาง
ชวี ติ ทผ่ี า่ นมาผมไมเ่ คยอายทจ่ี ะบอกวา่ ผมเปน็ เดก็ วดั
เพราะวัดมีแต่ส่ิงดีๆ มีพระท่ีคอยอบรมส่ังสอนเรา
ให้เราเป็นคนดีเขา้ ถึงธรรมะ
ผมอยคู่ นละกฏุ กิ บั หลวงพ่ี ทกุ ครงั้ ทพี่ บหลวงพี่
หลวงพจ่ี ะชวนมากนิ ขา้ วทกี่ ฏุ ทิ า่ น เพอื่ ใหร้ จู้ กั นอ้ งๆ
ลูกศิษย์ท่าน เพ่ือให้พวกเรารู้จักกันไว้และบางคร้ัง
หลวงพ่จี ะถามไถ่ถึงปัญหาการส่งเงินจากทางบ้านมา
หากขาดเหลอื อะไรทา่ นจะชว่ ยเหลอื นา้ํ ใจ ความมเี มตตาของหลวงพผ่ี มไมเ่ คยลมื
จนทกุ วันน้ี
คร้ังหนึ่งหลวงพี่บิณฑบาต วันน้ันไม่มีใครว่าง ผมพบหลวงพ่ีผมเลยอาสา
เดนิ ตามหลวงพไี่ ป ผมใสเ่ สอื้ นกั เรยี นเตรยี มทหาร ในชวี ติ ผมมพี ระองคเ์ ดยี วทผ่ี ม
เดินถือป่ินโตตามและยังจดจำ�ได้ถึงทุกวันน้ี และได้บอกเล่ากับลูกๆ ให้ฟังเสมอ
ขอบคณุ หลวงพคี่ รับท่ีมีความรกั ความเมตตาต่อผมมาตลอดจนถงึ ทกุ วันน้ี
ขอให้หลวงพีม่ ีสขุ ภาพแขง็ แรงครับ
พลตำ�รวจตรี ดำ�รงค์ เพช็ รพงศ์
รองผู้บญั ชาการตำ�รวจภูธรภาค ๖
94 • ๕๐ ปี ในเชตวัน
หลวงพ่ผี ู้เปน็ ทร่ี ักยง่ิ
ของเดก็ เตรียม ม.๘๓๑ (เตรียมอดุ ม)
เร่ืองที่มีคุณค่าอันย่ิงใหญ่สำ�หรับพวกเรา
เกิดข้นึ เม่อื พวกเราได้เร่มิ เข้าศึกษาท่ี ร.ร.เตรียมอุดม
ไดไ้ มน่ าน ทาง ร.ร.จดั ใหม้ ที ศั นศกึ ษาทว่ี ดั พระเชตพุ น
วิมลมังคลาราม (วัดโพธ์ิ) ณ วันน้ันได้มีพระภิกษุ
รูปหน่ึงดูเป่ียมไปด้วยความเมตตา และมีความต้ังใจ
ในการนำ�นักเรียนเตรียม ชมวัดโพธ์ิ น่ีคือครั้งแรก
ท่ีได้พบกับหลวงพ่ีสิงห์ไชย (ท่านเจ้าคุณ ปัจจุบันน้ี)
พวกเรารสู้ กึ ประทบั ใจและไดค้ วามรมู้ ากมายในวนั นน้ั
หลงั จากนน้ั พวกเรากไ็ ดไ้ ปนมสั การทา่ นทว่ี ดั เปน็ การสว่ นตวั จากเดก็ ม.ปลาย
ทห่ี า่ งไกลพทุ ธศาสนา (จะไปวดั ตอ่ เมอื่ พอ่ แมพ่ าไปเทา่ นน้ั เพราะไมร่ วู้ า่ ไปท�ำ ไม)
เม่ือได้มาพบและได้ใกล้ชิดกับหลวงพี่ ท่านได้ชี้นำ�แนวทางพระพุทธศาสนา ให้
เราประทบั ใจและเลอื่ มใสใ่ นวดั , พระภกิ ษ,ุ ประเพณที างพระพทุ ธศาสนา ตลอด
ไปถงึ ความรม่ เยน็ ดา้ นจติ ใจ เมอ่ื เขา้ มาพวกเราไดส้ มั ผสั และชน่ื ชมวดั โพธ์ิ พวกเรา
ได้รับความอบอุ่นจากการได้มาประพฤติปฏิบัติตัวในวัด โดยมีหลวงพ่ีเป็นผู้ดูแล
เอาใจใสอ่ ย่างดี
พวกเรามีความสุขและอบอุ่นในการที่ได้มาหาหลวงพี่และมาที่วัดโพธ์ิ จน
ถงึ ขน้ั มาใชช้ วี ติ ท่ี น.๕ ในวนั เสารแ์ ละวนั อาทติ ย์ เปน็ ประจ�ำ ซง่ึ ท�ำ ใหพ้ วกเราได้
อะไรมากมายทไ่ี มส่ ามารถหาไดจ้ ากทอี่ นื่ หลวงพสี่ อนใหเ้ ราไดท้ �ำ งานท�ำ กจิ กรรม
ต่างๆ ทางประเพณีพระพุทธศาสนา เช่น ตามท่านไปบิณฑบาต, ดูแลสถานที่
พระราชจริยาภรณ์ (สิงห์ไชย สิรวิ ณโฺ ณ) วัดพระเชตุพน • 95
และอปุ กรณต์ า่ งๆ ในวดั รว่ มในงานตา่ งๆ ของหลวงพแ่ี ละของวดั พวกเราประทบั ใจ
มากนับเปน็ การใช้ชีวติ ท่เี ป็นสาระ
นอกจากนี้ ท่านยังให้ประสบการณ์ชีวิตที่เราไม่เคยได้รับมาก่อนน่ันคือ
หลวงพไ่ี ดพ้ าพวกเราไปรว่ มทอดผา้ ปา่ ทว่ี ดั หนองเงอื ก บา้ นหนองเงอื ก อ.ปา่ ซาง
จ.ล�ำ พนู ซง่ึ เปน็ บา้ นเกดิ ของทา่ น เราไดส้ มั ผสั กบั ขนบธรรมเนยี ม วฒั นธรรม ทาง
ภาคเหนอื ซง่ึ มคี วามสวยงาม ออ่ นชอ้ ย และมนี า้ํ ใจไมตรี พวกเราไดร้ ว่ มประเพณี
ตา่ งๆ เชน่ ขนั โตก การฟอ้ น การทอผา้ และไดเ้ ทย่ี ว อ.ปา่ ซาง วดั พระพทุ ธบาท
ตากผ้า ตลอดจนจังหวัดอ่ืนที่ภาคเหนือ ได้สัมผัสกับชุมชนชาวเหนือที่มีเสน่ห์
และมีนํ้าใจงาม พวกเรารู้สึกประทับใจเป็นอันมาก หลวงพ่ีได้ดูแลพวกเราเป็น
อยา่ งดี เสมอื นเป็นลกู หลานของท่าน
ชว่ งเวลาตอ่ จากนน้ั พวกเราไดเ้ ขา้ ศกึ ษาตอ่ ในมหาวทิ ยาลยั เกยี้ ก และเดช
เขา้ เรยี นคณะแพทยร์ ามาธบิ ดี (นายแพทยจ์ งดี พง่ึ วรี ะวฒั น์ นายแพทยผ์ เู้ ชยี่ วชาญ
เฉพาะทางออรโ์ ธปดิ กิ ส์ โรงพยาบาลพษิ ณเุ วช จงั หวดั พษิ ณโุ ลก และนายแพทย์
เดชา วัฒนพงศ์ชาติ นายแพทย์ผู้เช่ียวชาญเฉพาะทางอายุรกรรม โรงพยาบาล
คามลิ เลยี น กรงุ เทพมหานคร) ไก่ เขา้ เรยี นคณะสตั วแพทย์ จฬุ าฯ (นายสตั วแพทย์
อดิศร วงศ์ลิมาสวัสด์ิ ผู้อำ�นวยการโรงพยาบาลสัตว์ลำ�ปาง) เต้ย เข้าเรียนคณะ
วศิ วกรรมศาสตร์ จฬุ าฯ (นายธรรดร วทิ รู ากรู ผอู้ �ำ นวยการบรษิ ทั ออกแบบและ
ก่อสร้าง ประเทศอเมริกา) พวกเราก็ยังมาหาหลวงพ่ีตลอดมา โดยเฉพาะวันท่ี
๑๑ กมุ ภาพนั ธ์ ของทกุ ๆ ปี จนจบการศกึ ษา ตอ้ งไปท�ำ งานตา่ งจงั หวดั ซง่ึ กย็ งั มา
เยย่ี มทา่ นเสมอ เพราะระลึกว่าท่านเป็นเสมือนญาติผู้ใหญ่ของพวกเรา ท่านรัก
และหวงั ดกี บั พวกเราตลอดมา
จนกระทง่ั ลกู ศษิ ยห์ ลวงพ่ี เจรญิ เตบิ โตเปน็ ผใู้ หญเ่ ตม็ ตวั การทเ่ี ราไดแ้ ตง่ งาน
มคี รอบครวั หลวงพก่ี จ็ ะใหศ้ ลี ใหพ้ ร เพอื่ ใหช้ วี ติ ขา้ งหนา้ ของลกู ศษิ ยท์ า่ นราบรนื่
96 • ๕๐ ปี ในเชตวัน
และประสบความสำ�เร็จทุกคน ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลพวกเราเสมือนลูกหลาน
ได้อย่างสมบูรณ์
สง่ิ ดๆี ทเ่ี กดิ ขน้ึ กบั ชวี ติ ของพวกเรามากมาย มาจากพระผใู้ ห้ หลวงพส่ี งิ หไ์ ชย
(ทา่ นเจา้ คณุ พระราชจรยิ าภรณ)์ พวกเราขอนอ้ มคาราวะและจะระลกึ ถงึ คณุ ความดี
ของท่านตลอดไป
นายสตั วแพทยอ์ ดศิ ร วงศล์ มิ าสวัสด์ิ
ผูอ้ �ำ นวยการโรงพยาบาลสัตวล์ ำ�ปาง