พระราชจรยิ าภรณ์ (สงิ หไ์ ชย สริ ิวณโฺ ณ) วดั พระเชตุพน • 97
หลวงพ่ีสงิ ห์ไชยที่ผมรู้จัก…
๑๒ ปใี นโรงเรยี นกรงุ เทพครสิ เตยี นฯ บวกกบั
อกี ๔ ปที ่ี ABAC ท�ำ ใหช้ วี ติ ในวยั เรยี นของผมมโี อกาส
เขา้ โบสถค์ รสิ ตฯ์ มากกวา่ เขา้ วดั พทุ ธฯ แมต้ วั ผมเอง
จะนับถือศาสนาพุทธฯ ตามครอบครัวแต่กำ�เนิด
แตค่ วามรดู้ า้ นพทุ ธศาสนา กเ็ ปน็ เพยี งแตท่ ไี่ ดเ้ รยี นรู้
จากวชิ าศลี ธรรม (ซงึ่ เปน็ วชิ าภาคบงั คบั ในโรงเรยี น
สมัยน้ัน) หลังจากจบปริญญาตรี ก็ออกมาทำ�งาน
ธุรกิจส่วนตัวของท่ีบ้าน ใช้ชีวิตทำ�งานและสว่ นตวั
แบบชายโสด สบายๆ หา้ วๆ คอ่ นขา้ งไรจ้ ดุ มงุ่ หมายในชวี ติ กค็ งจะเปน็ เพราะความ
ไม่สันทัดและความไม่ค่อยชอบในวิชาชีพธุรกิจท่ีเรียนจบมาและทำ�งานอยู่ใน
ตอนนนั้
วนั หนง่ึ … ในชว่ งเวลาทกี่ �ำ ลงั คน้ หาตวั ตนของตวั เอง กไ็ ดม้ โี อกาสรจู้ กั กบั
หลวงพส่ี งิ หไ์ ชยทก่ี ฏุ ิ น.๕ วดั โพธฯ์ิ จากเพอ่ื นๆ ทจ่ี บมาจาก ABAC ดว้ ยกนั ดว้ ย
ความประทบั ใจแรกพบ ในจรยิ วตั รอนั งดงาม และความมจี ติ วทิ ยาสงู ในการพดู คยุ
กบั พวกเราหนมุ่ หา้ วๆ ในสมยั นน้ั ท�ำ ใหผ้ มไดเ้ รม่ิ แวะเวยี นมากราบหลวงพที่ ี่ น.๕
บอ่ ยขน้ึ ยง่ิ ยามใดทม่ี ปี ญั หาสว่ นตวั กไ็ ดท้ า่ นทเี่ มตตาชแ้ี นะ ทง้ั ทางตรงและทาง
ออ้ ม เปรยี บเสมอื นพช่ี ายคนหนง่ึ ทยี่ นิ ดรี บั ฟงั ปญั หาของเรา อยา่ งเตม็ อกเตม็ ใจ
และไมเ่ หนด็ เหนอ่ื ย นเ่ี อง … ทเ่ี ปน็ เหตโุ นม้ นา้ วจติ ใจผม ใหน้ �ำ ไปสกู่ ารขอบวชพระ
ในตอนน้นั ท่านก็ยังกรุณาจัดเตรียมงานบวชให้ทุกอย่าง และยังให้พักอย่กู ับท่าน
ท่ี น.๕ …. คงจะเพราะความเห็นการณ์ไกลของท่าน เห็นว่าหน่มุ ห้าวๆ อย่างผม
ต้องใช้ยาแรง ท่านก็เลยมีเมตตาพาผมไปฝากเรียนกับพระครูบาพรหมฯ ท่ี
98 • ๕๐ ปี ในเชตวัน
วดั พระพทุ ธบาทตากผา้ จ.ล�ำ พนู ใกลบ้ า้ นเกดิ ของทา่ น แมจ้ ะเปน็ ชว่ งระยะเวลา
สนั้ ๆ แตก่ ท็ �ำ ใหผ้ มไดเ้ ขา้ ใจถงึ พนื้ ฐานของการเจรญิ ภาวนาสมาธิ นบั เปน็ ชว่ งเวลา
ที่ดมี ากๆ และเปน็ ประสบการณ์อันลํา้ คา่ ของชวี ิต
หลังจากลาสิกขาบทได้ไม่นาน โชคชะตาก็นำ�พาให้ผมต้องมาใช้ชีวิตและ
มีครอบครัวท่ีสหรัฐอเมริกาอย่างไม่คาดคิด ผมตัดสินใจกลับเข้าศึกษาต่อคณะ
วศิ วกรรมตามความชอบและความถนดั สว่ นตวั หลงั จบการศกึ ษากย็ งั ไดม้ โี อกาส
มาทำ�งานที่ Bell Laboratories ซ่ึงเป็นสถาบันด้านการสื่อสารโทรคมนาคม
ระดบั โลก ทเ่ี ปน็ ความฝนั ของเดก็ จบวศิ วฯ ในยคุ นน้ั (ปจั จบุ นั ควบรวมเปน็ สว่ นหนง่ึ
ของบริษัท Nokia แต่ผมได้ลาออกเกษียณมาก่อนหน้านั้น) หน้าท่ีการงานและ
ชีวิตครอบครัวก็ได้เจริญมาตามลำ�ดับ ท้ังหมดท้ังมวลก็ด้วยคำ�ส่ังสอน และการ
ปฏบิ ตั ติ วั ของทา่ น ทผี่ มไดเ้ คยสมั ผสั มาดว้ ยตวั เอง และยดึ ถอื ปฏบิ ตั มิ าโดยตลอด
ไมว่ า่ จะเปน็ เรอ่ื งของความวริ ยิ ะอตุ สาหะ การยนิ ดเี รยี นรใู้ นสง่ิ ใหมๆ่ ความใจเยน็
และวาทศลิ ปใ์ นการพดู โนม้ นา้ ว โดยเฉพาะเรอ่ื งของระเบยี บวนิ ยั และความละเอยี ด
ประณตี สงั เกตไดว้ า่ หากมงี านใดทที่ า่ นเปน็ แมง่ าน ทา่ นจะใสใ่ จในรายละเอยี ดทกุ
กระบวนการ และท�ำ ใหไ้ ดด้ ถี งึ ทส่ี ดุ …. ทา่ นมกั จะสอนพวกเราเสมอๆ วา่ จะท�ำ
งานใดๆ ตอ้ งใสใ่ จและท�ำ ใหด้ ที ส่ี ดุ … ผมเองกไ็ ดป้ รบั ใชส้ ง่ิ เหลา่ นท้ี เ่ี รยี นรมู้ าจาก
ท่าน กับท้ังชีวิตการทำ�งาน ส่วนตัว และงานสังคม (ได้มีโอกาสรับใช้ชุมชนไทย
ในย่านชิคาโก ด้วยการเป็นรองนายกสมาคมไทย ๒ สมัย ๔ ปี และเป็นคณะ
กรรมการบริหารวัดธัมมาราม ๑ สมยั ๓ ป)ี
เมื่อพูดถึงความเมตตาของท่าน ก็อดที่จะนึกถึงบางเร่ืองไม่ได้ … จำ�ได้ว่า
เมื่อตอนที่ผมมาใช้ชีวิตที่สหรัฐอเมริกาใหม่ๆ ต้องสู้ท้ังเร่ืองการเรียน การทำ�งาน
และชวี ติ ครอบครวั (เพง่ิ มลี กู ชาย ๑ คน และลกู สาว ๒ คน และตอ้ งเลย้ี งลกู กนั เอง)
ท�ำ ใหไ้ มม่ โี อกาสไดก้ ลบั ไปเยยี่ มเยยี นเมอื งไทยในชว่ งเวลา ๗-๘ ปแี รก การตดิ ตอ่
สื่อสารก็ไม่สะดวกอย่างสมัยนี้ หลวงพ่ีก็ยังเป็นห่วงลูกศิษย์ทั้งหลายในสหรัฐฯ
พระราชจริยาภรณ์ (สิงหไ์ ชย สิริวณโฺ ณ) วัดพระเชตุพน • 99
กจ็ ะคอยถามไถส่ ารทกุ ขส์ ขุ ดบิ จากเพอ่ื นๆ ทไ่ี ดม้ โี อกาสกลบั ไปกราบทา่ นทเ่ี มอื งไทย
ทา่ นเองกย็ งั มเี มตตา บนิ มาเยย่ี มดว้ ยตวั เองถงึ ชคิ าโก ๑ ครง้ั และทล่ี อสแอนเจลสิ
๑ ครง้ั … ดว้ ยเมตตาจติ และความเหน็ คณุ คา่ ของการศกึ ษาของทา่ น ผมจงึ ไมแ่ ปลกใจ
วา่ เหตใุ ดทา่ นถงึ มลี กู ศษิ ยล์ กู หาในหลากหลายวชิ าชพี ไมว่ า่ จะเปน็ แพทย์ วศิ วกร
สถาปนิก ทหาร ต�ำ รวจ ข้าราชการพลเรอื น นักธรุ กจิ ฯลฯ
ผมเองไมค่ อ่ ยจะไดม้ โี อกาสกลบั ไปกราบเยย่ี มทา่ นดว้ ยตวั เองบอ่ ยนกั เพราะ
ดว้ ยภาระหนา้ ทก่ี ารงาน เวลา และความหา่ งไกล แตก่ พ็ อทราบขา่ วคราวของทา่ น
เปน็ ระยะๆ จากเพอ่ื นๆ ทไ่ี ดม้ โี อกาสไปกราบเยย่ี มทา่ น ไดท้ ราบขา่ วความเจรญิ
กา้ วหนา้ ในกจิ กรรมสงฆข์ องทา่ น จากพระปลดั สงิ หไ์ ชยจนมาเปน็ พระราชจรยิ า-
ภรณใ์ นปจั จุบนั …. แตส่ �ำ หรับในใจผมแลว้ ทา่ นกย็ งั เปน็ หลวงพ่สี งิ หไ์ ชยผู้เปยี่ ม
ไปดว้ ยเมตตาจิต และจรยิ วตั รอันงดงามท่ีผมรู้จกั เมอ่ื ๔๐ กวา่ ปที ี่แล้วเสมอมา
เนอ่ื งในโอกาสวนั ครบรอบคลา้ ยวนั เกดิ ของหลวงพใ่ี นปนี ้ี ผมขอกราบนมสั การ
อวยพรทา่ น ขออาราธนาคณุ พระศรีรตั นตรัย และส่งิ ศกั ดส์ิ ิทธท์ิ ง้ั หลายในสากลโลก
ไดโ้ ปรดดลบนั ดาลใหห้ ลวงพมี่ สี ขุ ภาพแขง็ แรง อยเู่ ปน็ มงิ่ ขวญั ก�ำ ลงั ใจ และแบบ
อยา่ งที่ดี แก่ลูกศษิ ยท์ ัง้ หลายท้งั ปวงด้วยเทอญ.
ลาวคล เลศิ บรู พา (แก้ว)
(Retired) Senior Technical Engineer
International Technical Support Business Unit
Alcatel-Lucent, USA based
๑๕ มกราคม ๒๕๖๓
100 • ๕๐ ปี ในเชตวนั
เด็กนอกกฏุ ิ
ผมเป็นเด็กวัดท่ีไม่ได้อาศัยอยู่ในกุฏิ หลวงพี่
(ทา่ นเจา้ คณุ พระราชจรยิ าภรณ)์ แตแ่ อบมาขอความ
อนุเคราะห์จากหลวงพ่ีบ่อยๆ แฟ็บ, สบู่ ยาสีฟัน
หมด ก็เลียบๆ เคียงๆ มาขอหลวงพี่ บีบๆ นวดๆ
ให้หลวงพี่เป็นการตอบแทน
โดยเฉพาะเวลาธนาณัติจากทางบ้านไม่มา
ตามนดั กจ็ ะท�ำ หนา้ จอ่ ยๆ ไปขอยมื หลวงพอ่ี ยบู่ อ่ ยๆ
จนได้ฉายาว่า “ไอเ้ อี้ยม ๓๐๐”
กราบขอบพระคุณหลวงพ่ีที่เมตตามาตลอด “มีวันนี้ เพราะหลวงพ่ีให้...
แทๆ้ ”
กิตตพิ งษ์ บญุ สรรค์ (เอีย้ ม)
Managing Director
บริษทั อี-เทค เอ็นจีเนยี ริ่ง จำ�กดั
พระราชจริยาภรณ์ (สงิ หไ์ ชย สิริวณโฺ ณ) วดั พระเชตพุ น • 101
สารบญั
ค�ำ น�ำ ๗๗
วัดสร้างคน ๗๙
หลวงพส่ี งิ หไ์ ชยพระผสู้ ร้าง ๘๒
หลวงพี่สิงห์ไชย - ความทรงจำ�และความประทบั ใจท่ไี มล่ มื เลือน ๘๕
ความทรงจ�ำ ถ่ินคนดที ่ี...น.๕ ๙๐
เดก็ ท่เี ดนิ ตามหลวงพ ี่ ๙๓
หลวงพ่ผี เู้ ป็นท่รี กั ยิง่ ของเดก็ เตรยี ม ม.๘๓๑ (เตรยี มอุดม) ๙๔
หลวงพีส่ งิ ห์ไชยทผี่ มรจู้ กั …….. ๙๗
ย้อนเร่ืองเกา่ เลา่ ความหลงั ๕๐ ปี ในเชตวัน ๑๐๓
เม่ือขา้ พเจา้ เขา้ ไปในอาศรม ๑๑๖
แนะน�ำ สุภาพบุรุษ เอ.ซ.ี ๑๑๘
ขอ้ ควรคดิ ส�ำ หรับสมาชกิ ศ.บ.ล. ๑๒๑
ถอ้ ยแถลง ๑๒๓
มุมทีม่ อง ๑๒๕
บันทึกจากขา่ ว ๑๒๗
การสถาปนาสมเด็จพระสงั ฆราชในรชั สมยั รชั กาลที่ ๘ และรชั กาลท่ี ๙ ๑๒๙
หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวนั ๑๓๕
ดว้ ยคารวะ ๑๓๗
จากสนามไชยถงึ สนามหลวง นักการเมืองตอ้ งคณุ สมัคร ๑๔๐
ปูชนียบุคคล ๑๔๒
ความในใจ ๑๔๔
102 • ๕๐ ปี ในเชตวนั ๑๕๐
๑๕๓
จดหมายฉบับแรกจากอเมรกิ า ๑๕๗
สมเกียรติทรี่ ัก ๑๖๐
ละเมอ ๑๖๕
วา่ จะไมแ่ ล้วนา ๓๓๘
ประวตั ิ - บนั ทกึ ของพระราชจรยิ าภรณ ์
ลขิ ิตท้ายเล่ม
พระราชจรยิ าภรณ์ (สงิ หไ์ ชย สริ วิ ณโฺ ณ) วดั พระเชตพุ น • 103
ยอ้ นเรอื่ งเก่า เลา่ ความหลงั
๕๐ ปี ในเชตวัน
พ.ศ. ๒๕๑๒ ข้าพเจ้ามาจากจังหวัดล�ำพูน เพื่อมาศึกษาต่อที่กรุงเทพ
มหานคร ซึ่งขณะนั้น เป็นพระภิกษุ พรรษา ๑ ติดต่อวัดอยู่ในกรุงเทพไม่ได้
จงึ ไปอยทู่ ว่ี ดั ไรข่ งิ จงั หวดั นครปฐม โดยการแนะน�ำของคณุ วริ ตั น์ อนุ นาทรวรางกรู
ป.ธ.๙ ซ่ึงท่านเป็นคนคลองจินดา อ�ำเภอสามพราน อยู่วัดไร่ขิง ๑ พรรษา
เปน็ การไปฝกึ พดู ภาษาภาคกลางไปในตวั ดว้ ย เพราะอยลู่ �ำพนู พดู แตภ่ าษา “ยอง”
ภาษาเหนอื ภาษาภาคกลางไม่คอ่ ยไดพ้ ูด ดว้ ยเหตนุ ี้ บางสิ่งบางอย่าง กย็ งั ไมเ่ ข้าใจ
ความหมายของส่ิงนั้นๆ เช่น มีอยู่คร้ังหนึ่ง ได้มีโอกาสร่วมฉันอาหารเพลกับ
พระราชปญั ญาภรณ์ เจา้ อาวาสวดั ไรข่ งิ (พระอบุ าลคี ณปู มาจารย)์ มแี กงหมู ทา่ นใช้
ชอ้ นเข่ียไปมา แล้วถามข้าพเจ้าว่า น่ีเป็นเนื้อหรือเปล่า ข้าพเจ้าตอบว่าใช่ ท่าน
ก็ตักฉัน พอฉันเข้าไป ท่านอุทานออกมาว่า เออ หมูนี่หว่า ? ข้าพเจ้าตกใจ อ้าว !
เราผดิ หรอื น่ี ขา้ พเจา้ กว็ า่ ขา้ พเจา้ ไมผ่ ดิ เมอ่ื มาทราบทหี ลงั ถงึ รวู้ า่ ทางภาคกลาง
เน้ือหมายถึงเนื้อวัว หมูก็หมู ไก่ก็ไก่ แต่ทางภาคเหนือ เนื้อ หมายถึง จ้ีน เช่น
จน้ี หมู จนี้ ววั จนี้ ไก่ เปน็ ตน้ เมอ่ื ขา้ พเจา้ เหน็ วา่ เปน็ จนี้ หมู เมอ่ื ทา่ นถามวา่ เปน็
เนอื้ หรอื เปลา่ ขา้ พเจา้ จงึ ตอบวา่ ใช่ เชน่ เดยี วกบั “ทองค�ำ” ทางภาคกลางเรยี ก
เฉพาะตวั แรกวา่ ทอง แตท่ างบา้ นขา้ พเจา้ เรยี กเฉพาะตวั หลงั วา่ ค�ำ เมอ่ื ขา้ พเจา้
เหน็ วตั ถมุ งคลหลวงพอ่ วดั ไรข่ งิ ซงึ่ เลยี่ มทองอยใู่ นตกู้ ระจก พระทวี่ ดั ถามขา้ พเจา้
วา่ อนั ไหนสวย ขา้ พเจา้ ตอบวา่ พระกรอบค�ำนส่ี วย พระทถี่ ามพดู วา่ อะไรกนั น่ี
ข้าพเจ้าตอบว่า นี่ไง พระใส่กรอบค�ำ ท่านก็หัวเราะและแซวข้าพเจ้าว่า พระ
กรอบค�ำๆ
104 • ๕๐ ปี ในเชตวัน
๑๕ พฤษภาคม ๒๕๑๓ ได้เข้ามาขออยู่ที่วัดพระเชตุพน โดยพระมหา
ทองอนิ ทร์ อนิ ทฺ วโี ร ซงึ่ เปน็ คนบา้ นเดยี วกนั ในจงั หวดั ล�ำพนู พาขา้ พเจา้ ไปขออนญุ าต
พระราชโมลี (พระธรรมราชานวุ ตั ร หรอื หลวงเตยี่ ) ซง่ึ ขณะนน้ั ทา่ นก�ำลงั ยนื หม่ ผา้
เพื่อจะไปส่งพระศรีศากยวงศ์ ไปเป็นเจ้าอาวาสที่วัดชิโนรสาราม เมื่อพระมหา
ทองอนิ ทร์ กราบเรยี นทา่ นวา่ ขออนญุ าตน�ำพระมาอยดู่ ว้ ย ๑ รปู ทา่ นกพ็ ยกั หนา้
ตอบวา่ เออๆ (หมายความวา่ รบั ) จากนนั้ ทา่ นเดนิ ออกประตไู ป ไดพ้ บทา่ นไมเ่ กนิ
๒ นาที เมอื่ ขา้ พเจา้ มาอยวู่ ดั พระเชตพุ น กไ็ ดป้ ฏบิ ตั ศิ าสนกจิ ตามปกตขิ องทางวดั
ท�ำวัตรเช้า-เย็น-เรียนหนังสือ เม่ือเข้าพรรษา ทางวัดได้มีการท�ำวัตรเช้ามืดเพิ่ม
อีก ๑ วาระ คือ ตี ๔ ตีระฆัง ตี ๕ ท�ำวัตร ท�ำท่ีต�ำหนักวาสุกรี เมื่อเสร็จจาก
ท�ำวตั ร พระนวกะจะตอ้ งอยตู่ อ่ เพอ่ื นง่ั สมาธิ และฟงั โอวาทจากเจา้ ประคณุ สมเดจ็ ฯ
เจ้าอาวาส ส่วนพระที่มีพรรษา หลังจากปลงอาบัติเสร็จ ก็กลับกุฏิได้ ข้าพเจ้า
กไ็ ดไ้ ปท�ำวตั รเชา้ มดื เมอื่ เสรจ็ จากปลงอาบตั ิ ขา้ พเจา้ กจ็ ะกลบั กฏุ ิ หลวงเตยี่ เหน็ วา่
เปน็ หนา้ แปลก จงึ เรยี กขา้ พเจา้ เขา้ ไปหา ทงั้ ตะโกนทง้ั ดวุ า่ ทา่ นๆ มาน่ี อยนู่ งั่
สมาธิก่อน ข้าพเจ้าตอบว่า เป็นพระเก่า มิใช่พระใหม่ ท่านเลยถามว่า อ้าว ?
มาอยู่เมื่อไหร่ ไม่เห็นรู้เร่ือง ถ้าอย่างน้ัน ต้องมาสอบเข้าวัดนะ จากนั้นข้าพเจ้า
กลวั ทา่ น หลบอยไู่ มใ่ หท้ า่ นเหน็ อกี เลย ค�ำวา่ หลบอยู่ กอ็ ยแู่ บบลบั ๆ ยงิ่ ขาดเพอื่ น
ขาดรนุ่ เพราะพระภกิ ษสุ ามเณรทม่ี าจากจงั หวดั ล�ำพนู สว่ นมากมาจากส�ำนกั เรยี น
วดั พระธาตหุ รภิ ญุ ชยั และส�ำนกั เรยี นวดั พระพทุ ธบาทตากผา้ เทา่ นน้ั ดงั นน้ั พระ
ภิกษุสามเณรเหล่านั้น จึงมีเพ่ือนมีรุ่นให้ความช่วยเหลือซ่ึงกันและกันได้ แต่
ขา้ พเจา้ มาจากวดั บา้ นทเ่ี กดิ และไมม่ สี �ำนกั เรยี น จงึ ไมม่ เี พอ่ื นไมม่ รี นุ่ อยเู่ ดยี วดาย
ขาดความชว่ ยเหลอื อยแู่ บบล�ำบาก สมยั นน้ั นอนตอ้ งกางมงุ้ หงุ ขา้ วใชเ้ ตาถา่ น
น�้ำประปาก็ไม่ค่อยจะไหล อาศัยเวลากลางคืนค่อยรองรับเก็บไว้ อาบน�้ำ ใช้น�้ำ
บ่อข้างกุฏิ น.๑๕ ยังจ�ำได้ติดตาว่า บางครั้ง เม่ือไปอาบน�้ำ โอกาสดีจะมีศิษย์
พระอบุ าลคี ณุ ปู มาจารย์ ครงั้ ด�ำรงสมณศกั ดิ์ ท่ี พระธรรมเสนานี เจา้ อาวาส เอา
สบู่ ยาสีฟัน แปลงสีฟัน โยนออกจากหน้าต่างส่งให้ ข้าพเจ้า ก็เงยหน้า ยื่นมือ
พระราชจรยิ าภรณ์ (สงิ หไ์ ชย สิริวณโฺ ณ) วัดพระเชตุพน • 105
สองข้างประคองสอบรับ จนเวลาผ่านไป ๒ ปี ถึงปี ๒๕๑๕ พระมหาทองอินทร์
มรณภาพ ตอ้ งเปน็ ขา่ วทพี่ ระทง้ั วดั ตอ้ งรกู้ นั และถามไถก่ นั วา่ กฏุ นิ น้ั ใครจะอยตู่ อ่
ถึงได้ทราบกันในวันน้ันว่า มีข้าพเจ้าอยู่ ถ้าจะว่าไป พระภิกษุสามเณรในวัดเพิ่ง
จะรจู้ กั ขา้ พเจา้ ในขณะนนั้ เอง เมอ่ื เปน็ ทรี่ จู้ กั แลว้ ขา้ พเจา้ กไ็ ดไ้ ปชว่ ยงานวดั งานแรก
ทเ่ี ขา้ ไปท�ำ กค็ อื ปน่ั เครอ่ื งโรเนยี ว น�ำขยะเศษกระดาษขา้ งโตะ๊ โรเนยี วไปทง้ิ ตม้
นำ้� ร้อน ชงน�้ำชา กวาดลา้ งเชด็ ถู ในส�ำนกั งานเลขานุการสมเดจ็ พระสังฆราช
พูดถึงการชงน้�ำชา ขอเล่าต่ออีกนิด เมื่อมีการประชุมมหาเถรสมาคม
อนกุ รรมการมหาเถรสมาคม ข้าพเจ้าจะดแู ลเรื่องน�้ำปานะ ถวายคณะกรรมการ
มหาเถรสมาคม การประชมุ มหาเถรสมาคมในสมยั นน้ั กรรมการมหาเถรสมาคม
จะมาประชมุ พรอ้ มกนั เพราะรถจากกรมการศาสนาไปคอยรบั และสง่ มใิ ชว่ ดั ละคนั
รถคันเดียวแต่คอยรับตามวัดท่ีมีกรรมการมหาเถรสมาคม ดังน้ัน กรรมการ
มหาเถรสมาคมจึงได้นั่งรถมาพร้อมกัน มีบ้างเป็นบางรูป ที่น�ำรถมาเอง เช่น
พระวสิ ทุ ธาธบิ ดี วดั ไตรมติ ร เวลาทา่ นมา ทา่ นจะพาสามเณรตามมาดว้ ย สามเณร
ที่ตามมา มีผิวขาว ลักษณะดี เมื่อพระวิสุทธาธิบดี เข้าประชุม สามเณรรูปน้ัน
ไม่รู้จะไปไหน จึงมานั่งเล่นอยู่กับข้าพเจ้า ท�ำให้เกิดความคุ้นเคยและสนิทสนม
กนั มาก ครนั้ สามเณรรปู นน้ั อปุ สมบท ขา้ พเจา้ กไ็ ดไ้ ปรว่ มอนโุ มทนาในการอปุ สมบท
เมอ่ื เจอกนั ทไ่ี หน ทา่ นมกั จะเรยี กขา้ พเจา้ วา่ “นมั เบอรว์ นั ” หมายถงึ รจู้ กั ขา้ พเจา้
เปน็ รปู แรกในวดั พระเชตพุ น และสามเณรรปู นนั้ ปจั จบุ นั กค็ อื “เจา้ ประคณุ สมเดจ็
พระมหารัชมงคลมุน”ี สมเดจ็ ธงชยั วดั ไตรมิตรนนั่ เอง
๒๐ กันยายน ๒๕๑๖ เจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช เข้าโรงพยาบาล
กไ็ ปเขา้ เวรปฏบิ ตั อิ ยทู่ โ่ี รงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์ ตกึ จงกลนี เวรขา้ พเจา้ คอื วนั อาทติ ย์
เวลา ๐๘.๐๐-๑๒.๐๐ น. ก็เป็นท่ีรู้กันว่า วันอาทิตย์ ญาติโยมท�ำบุญกันเยอะ
พระจะต้องไปฉลองศรัทธาญาติโยม พระท่ีว่างงานมีน้อย แต่ข้าพเจ้าไม่มีงาน
ไม่มีกิจนิมนต์ จงึ ถกู ส่งไปอยเู่ วรในวันอาทิตย์
106 • ๕๐ ปี ในเชตวัน
๗ ธันวาคม ๒๕๑๖ เจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช สิ้นพระชนม์ น�ำ
พระศพมาตั้งบ�ำเพ็ญกุศลที่หอประชุมสงฆ์ ทางวัดก็ได้จัดเวรปฏิบัติพระศพอีก
แตค่ ราวนขี้ า้ พเจา้ ถกู จดั อยเู่ วรวนั จนั ทร์ เพราะวนั อาทติ ย์ ญาตโิ ยมมาบ�ำเพญ็ กศุ ล
พระศพกนั เยอะ ถา้ มกี ารบ�ำเพญ็ กศุ ลเกดิ ขน้ึ พระเจา้ ของเวรจะตอ้ งเปน็ สว่ นหนงึ่
ในพระพธิ ี ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ทใี่ นกาลครง้ั นน้ั ไดร้ บั ค�ำชมจากผใู้ หญว่ า่ ขา้ พเจา้
ท�ำงานดี บรรดาใน ๗ วนั เวรวนั จนั ทร์ สะอาดและเรยี บรอ้ ยทส่ี ดุ ในโอกาสเดยี วกนั
กท็ �ำใหข้ า้ พเจา้ ไดร้ จู้ กั ญาตโิ ยม และพระมหาเถระเปน็ จ�ำนวนมาก ในจ�ำนวนนท้ี จี่ ะ
ตอ้ งพดู ถงึ กค็ อื เจา้ ประคณุ สมเดจ็ พระพฒุ าจารย์ (เกยี่ ว อปุ เสโณ) วดั สระเกศ
ซ่ึงต่างก็ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน เพิ่งจะได้รู้จักในคราวน้ันเอง และท่านก็ให้ความ
เมตตาตอ่ ข้าพเจ้ามาตลอดจนกระท่ังท่านมรณภาพ
๒๓ เมษายน ๒๕๑๗ เป็นวันพระราชทานเพลิงศพเจ้าประคุณสมเด็จ
พระสงั ฆราช (ปนุ่ ปณุ ณฺ สริ )ิ หลงั จากเสรจ็ งาน หลวงเตยี่ ใหค้ นมาตามใหข้ า้ พเจา้
ไปพบ ข้าพเจ้ารู้สึกกังวลและหนักใจว่า เราท�ำอะไรผิดหรือเปล่า ท�ำท่าจะไม่
อยากไป กเ็ ลยตดั สนิ ใจ ไหนๆ กไ็ หนๆ กเ็ ขา้ ไปพบทา่ น ผลการพบกลบั เปน็ คนละ
เรื่องท่ีเราคิดไว้ ท่านได้ยกย่องชมเชยข้าพเจ้าว่าท�ำงานดี ต่อจากนี้ไปให้ไปอยู่
รบั ใชท้ า่ น ถา้ ไมม่ อี ะไรกใ็ หไ้ ปเอาทที่ า่ น และทา่ นกม็ อบตาลปตั รงานหลวงพอ่ เงนิ
วดั ดอนยายหอมไวใ้ ชง้ าน ๑ เลม่ พรอ้ มเสนอใหเ้ งนิ ไวใ้ ชเ้ ดอื นละ ๖๐ บาท (หก
สิบบาทถว้ น) เดอื นแรกเริ่ม พฤษภาคม ๒๕๑๗
๒๔ กนั ยายน ๒๕๑๗ อาจารยโ์ รงเรยี นประเทอื งวทิ ย์ มาขอหวย เนอ่ื งจาก
เมอ่ื ตน้ เดอื นกนั ยายน ขา้ พเจา้ ไดน้ �ำนกั เรยี นโรงเรยี นแหง่ นเ้ี ทย่ี วชมวดั พระเชตพุ น
ได้อธิบายประวัติความเป็นมาของวัดและเดินพาชมพระอุโบสถ พระวิหาร
พระระเบยี ง พระมหาเจดยี ์ พระนอน แผน่ ศลิ าจารกึ ฤาษดี ดั ตน เปน็ ตน้ เสรจ็
จากเขตพุทธาวาสก็พานักเรียนเข้ามาชมในเขตสังฆาวาส พาชมต�ำหนักวาสุกรี
ไดอ้ ธบิ ายพระประวตั ขิ องสมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระปรมานชุ ติ ชโิ นรส และ
ได้ย้�ำว่า สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส ท่านเป็นสมเด็จ
พระราชจรยิ าภรณ์ (สิงห์ไชย สิรวิ ณโฺ ณ) วดั พระเชตุพน • 107
พระสังฆราชพระองค์ท่ี ๗ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงเป็นท่ีน่าสังเกตุว่าวัด
พระเชตุพนมีสมเด็จพระสังฆราชมาแล้ว ๒ พระองค์ คือ สมเด็จพระสังฆราช
องคท์ ี่ ๗ และ องคท์ ี่ ๑๗ ถา้ อยา่ งนนั้ ใครไมเ่ คยมาวดั พระเชตพุ น งวดนล้ี องเอา
๗ ไว้สักตัวนะ นักเรียนก็เฮฮากันใหญ่ พร้อมกับถามว่า ได้เลขตัวหนึ่งแล้ว
อกี ตวั หนงึ่ อะไรพระอาจารย์ ขา้ พเจา้ ตอบไปวา่ ไมท่ ราบไมบ่ อก นกั เรยี นคนหนง่ึ
ได้ถามขึ้นว่า พระอาจารย์อยู่กุฏิอะไร ข้าพเจ้าตอบว่า อยู่ น.๕ นักเรียนก็ฮา
กนั ใหญ่ พรอ้ มกบั พดู วา่ “ไดแ้ ลว้ ๗๕, ๗๕” ตอ่ มาผลปรากฏวา่ ลอตเตอรใ่ี นงวดนนั้
ขา้ งบนออก ๗๕ ขา้ งลา่ งออก ๗๖ คดิ วา่ คงมคี นถกู จงึ เปน็ เหตทุ อี่ ยๆู่ กม็ ผี ชู้ าย
รปู รา่ งสนั ทดั มาหาขา้ พเจา้ ทก่ี ฏุ ิ แสดงความสนทิ สนมคลา้ ยกบั คนุ้ เคยกนั มากอ่ น
ข้าพเจ้ารู้สึกเขินๆ จะทักถามว่าเป็นใครก็กลัวเขาจะน้อยใจว่าท�ำไมจ�ำเขาไม่ได้
กเ็ ลยท�ำตวั คยุ สบายๆ พอไดจ้ งั หวะเขากท็ กั ออกมาวา่ “งวดนอี้ อกอะไร” ขา้ พเจา้
ตกใจอุทานออกมาว่า “อะไรกัน” เขายิ้มแล้วตอบว่าเขาเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่
โรงเรียนสตรีประเทืองวิทย์ เมื่อคร้ังที่แล้วทางโรงเรียนได้น�ำนักเรียนมาชมวัด
ทา่ นไดใ้ หห้ วยไป ครแู ละนกั เรยี นถกู กนั เยอะเลย อา้ ว ! อยา่ งนน้ั เหรอ ! ขา้ พเจา้ ถาม
อาจารย์ตอบ จริงๆครับ ข้าพเจ้าเลยบอกว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ ฉันไม่รู้ไม่เคย
ใหห้ วย อาจารยท์ า่ นนน้ั กไ็ มย่ อม คะยน้ั คะยอใหบ้ อกอยนู่ นั้ แหละ โธ่ นกึ สงสาร
อาจารย์ เปน็ กรรมของเราแทๆ้
๒๖ กรกฎาคม ๒๕๑๘ ได้ติดตามหลวงเตี่ยไปเป็นเจ้าภาพสวดพระ
อภิธรรมศพ ที่วัดคุณหญิงส้มจีน จังหวัดปทุมธานี ตอนกลับได้นั่งรถตู้กับคณะ
รวม ๙ รปู /คน แตห่ ลวงเตย่ี มาอกี คนั ตา่ งหาก เมอื่ รถวง่ิ มาถงึ สแ่ี ยกมหาวทิ ยาลยั
เกษตรศาสตร์ จะเลย้ี วขวาไปจงั หวดั นนทบรุ ี เพอ่ื ไปสง่ คนทนี่ งั่ มาดว้ ย มรี ถซง่ึ วงิ่
มาทางตรง ชนรถตู้ท่ีข้าพเจ้านั่งมา ท�ำให้รถเหวี่ยงหมุนตัวกลับ ผู้ท่ีนั่งมาด้วย
กระเด็นออกจากรถ ๖ รูป/คน ค้างอยู่ในรถอีก ๓ รูป ที่ตกจากรถ ๖ รูป/คน
ตายคาท่ี ๓ คน บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ๓ รูป ใน ๓ รูปน้ี มีข้าพเจ้าหนึ่งรูป
รักษาตัวท่ีโรงพยาบาลเปาโล เหตุเกิดเวลาประมาณ ๒๒.๐๐ น. ข้าพเจ้าสลบ
108 • ๕๐ ปี ในเชตวัน
ฟันหัก ๒ ซี่ หน้าแตกเย็บ ๘ เข็ม รู้สึกตัววันท่ี ๒๗ กรกฎาคม เวลาประมาณ
๑๔.๐๐ น. ไดร้ บั การชว่ ยเหลอื จากวดั พระเชตพุ น เปน็ จ�ำนวนเงนิ ๓,๒๙๖ บาท
(สามพนั สองรอ้ ยเกา้ สบิ หกบาทถว้ น) ซงึ่ เปน็ ครงั้ แรกทท่ี างวดั ไดใ้ หค้ วามชว่ ยเหลอื
แก่พระภกิ ษุสามเณรอาพาธ นอกจากนีก้ ไ็ ดร้ ับจากพุทธสมาคมแหง่ ประเทศไทย
๖๐๐ บาท (หกรอ้ ยบาทถว้ น) จากเหตดุ งั กลา่ ว ท�ำใหต้ กเปน็ ขา่ วในหนา้ หนงั สอื พมิ พ์
หลายฉบบั ท�ำใหค้ ณะสงฆแ์ ละญาตโิ ยมไดร้ จู้ กั ขา้ พเจา้ เพม่ิ ขน้ึ กอ่ นนนั้ คนยงั รจู้ กั นอ้ ย
มพี ระมหาเถระทไี่ ปเยยี่ ม จ�ำเปน็ ตอ้ งเอยนามกค็ อื สมเดจ็ พระธรี ญาณมนุ ี (สนธิ )
วดั ปทมุ คงคา ครง้ั ด�ำรงสมณศกั ดทิ์ ี่ พระธรรมวโรดม สมเดจ็ พระพฒุ าจารย์ (เกยี่ ว)
วัดสระเกศ คร้ังด�ำรงสมณศกั ด์ทิ ่ี พระพรหมคณุ าภรณ์
๕ ตุลาคม ๒๕๑๙ เจ้าฟ้าชายเสด็จมายังหอประชุมสงฆ์ น.๑๖ วัด
พระเชตุพน เป็นการส่วนพระองค์ ในวันนั้นข้าพเจ้าก�ำลังท�ำความสะอาดอยู่ที่
หอประชุมสงฆ์ ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น จึงรีบไปรับ ปรากฏว่าเป็นเสียงจาก
เจ้าหน้าท่ีส�ำนักราชวัง แจ้งว่าอีกสักครู่เจ้าฟ้าชายจะเสด็จไปท่ีวัดโพธ์ิ จะมีใคร
รบั เสดจ็ ไหม ในวนั นน้ั หลวงเตยี่ (พระธรรมราชานวุ ตั ร ขณะด�ำรงต�ำแหนง่ สมณศกั ด์ิ
ท่ี พระเทพโสภณ) ไม่อยู่ ไปจังหวัดนครปฐม ข้าพเจ้าจึงนึกได้ในขณะนั้นเพียง
ท่านเจ้าคุณ พระอมรสุธี จึงได้ตอบไปว่า พระอมรสุธี น.๑๘ ในขณะเดียวกัน
ข้าพเจ้าได้โทรศัพท์ทางไกลไปหาหลวงเต่ียที่จังหวัดนครปฐม ซ่ึงในสมัยน้ันการ
โทรศัพท์ไม่ได้สะดวกเหมือนปัจจุบัน การโทรต้องโทรผ่านศูนย์ เม่ือแจ้งไปแล้ว
ต้องวางสายรอไว้จนกว่าศูนย์จะโทรกลับมา กว่าทางศูนย์จะโทรกลับมาต้องรอ
เวลาประมาณ ๑๐ นาที ในชว่ งเวลาที่รอนน้ั ขา้ พเจ้าได้ไปเรียนพระอมรสธุ ี ให้
ไปรับเสด็จเจ้าฟ้าชาย ด้วยความเคยชินและเป็นธรรมเนียมของวัดพระเชตุพน
พระอมรสุธีจึงได้ไปรอรับเสด็จอยู่ท่ีประตูเสด็จหน้าวัด เม่ือเจ้าฟ้าชายท่าน
เสด็จมาถึงก็เสด็จไปท่ี น.๑๘ พระอมรสุธีไม่อยู่เพราะไปรอรับเสด็จที่หน้าวัด
เจา้ ฟา้ ชายจงึ เสดจ็ มาทหี่ อประชมุ สงฆ์ น.๑๖ ขา้ พเจา้ ไมร่ จู้ ะท�ำอยา่ งไร ในขณะนนั้
จวี รกไ็ มไ่ ดห้ ม่ จงึ หลบอยู่ บงั เอญิ ในขณะนน้ั พระเทพวรมนุ ี (ฟงุ้ ปณุ ณฺ โก) ต.๓๔
พระราชจรยิ าภรณ์ (สิงหไ์ ชย สิรวิ ณฺโณ) วัดพระเชตพุ น • 109
ก�ำลังจะไปท�ำวัตรเย็นได้เดินมาถึงศาลาเหลือง ทราบว่าฟ้าชายเสด็จมาท่ีหอ
ประชุมสงฆ์ น.๑๖ ท่านจึงไปรับเสด็จ แล้วน�ำเสด็จไปยังเขตพุทธาวาส ในการ
เสด็จกลับเจ้าฟ้าชายเข้าประทับรถพระที่น่ัง รถหลวงเตี่ยก็ขับเข้ามาถึงปากซอย
ถนนเชตุพน พอรถพระที่นั่งเคล่ือนออก รถหลวงเตี่ยก็เข้ามาจอดแทนที่ทันที
เรยี กว่า เส้นยาแดงผา่ แปด
๒๓ มกราคม ๒๕๒๒ หลวงเตย่ี ไดเ้ ดนิ ทางไปปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ี เปน็ ประธานสงฆ์
วดั ไทยลอสแองเจลสิ สหรฐั อเมรกิ า ทา่ นกม็ อบหมายใหข้ า้ พเจา้ ปกครองดแู ลพระ
ภิกษุสามเณรและศิษย์วัด ในคณะ น.๑๖ น.๑๗ ทั้งหมด พร้อมกับติดต่อ
ประสานงานเกย่ี วกบั บคุ คล วสั ดุ สงิ่ ของ ทจ่ี ะตอ้ งน�ำไปยงั วดั ไทยลอสแองเจลสิ
๑๐ ตลุ าคม ๒๕๒๗ นงั่ เครอื่ งบนิ เฮลคิ อปเตอรจ์ ากวดั ลาดปลาเคา้ จงั หวดั
นครปฐม มาลงทส่ี นามเปา้ เพยี งรปู เดยี ว เนอื่ งจากปนี น้ั พลเอก อาทติ ย์ ก�ำลงั เอก
เป็นเจ้าภาพทอดกฐินที่วัดลาดปลาเค้า จังหวัดนครปฐม ทหารจึงน�ำ ฮ. บินไป
ส�ำรวจเสน้ ทางและดสู ถานที่ บงั เอญิ ตอนนนั้ หลวงเตยี่ กไ็ ดพ้ าขา้ พเจา้ ไปดสู ถานที่
เชน่ เดยี วกนั ดว้ ยความคกึ ขา้ พเจา้ จงึ ขออาศยั นง่ั ฮ. กลบั กรงุ เทพ ทหารจงึ น�ำสง่
ลงที่สนามเป้า เมื่อ ฮ. ลงจอดก็มีทหารภาคพ้ืนเข้ามารับท่ี ฮ. แล้วพาเข้าไปท่ี
หอ้ งรบั รอง น�ำนำ้� ปานะมาถวาย พรอ้ มเอย่ ปากถามวา่ ทา่ นมรี ถมารบั ไหม ขา้ พเจา้
รสู้ กึ ทง้ั เขนิ ทง้ั อาย จงึ โมไ้ ปวา่ คนรถไมว่ า่ ง เดย๋ี วอาตมาจะนงั่ แทก็ ซกี่ ลบั เอง โธเ่ อย๋
ทีแรกกน็ กึ วา่ เราเปน็ เสือ ที่แทก้ ็เปน็ แมว นีห่ วา่ ...?
พ.ศ. ๒๕๓๒ หลวงเตยี่ ทา่ นกลบั มาจ�ำพรรษาทเ่ี มอื งไทย และไดร้ บั พระบญั ชา
แตง่ ตง้ั เปน็ เจา้ คณะภาค ๓ ทา่ นกไ็ ดแ้ ตง่ ตง้ั ขา้ พเจา้ เปน็ เลขานกุ าร เจา้ คณะภาค ๓
แบบล็อกถล่ม เพราะไม่มใี ครคิดว่า จะเป็นขา้ พเจา้ ความจริงก่อนแตง่ ตง้ั ท่าน
ได้พดู กบั ข้าพเจา้ แล้ว ข้าพเจ้าได้ปฏเิ สธไม่รบั ทา่ นกบ็ อกวา่ ให้แกรับเปน็ ไปกอ่ น
อีกหน่อยค่อยลาออก ข้าพเจ้าจึงรับ เม่ือเป็นได้ ๒ ปี ข้าพเจ้าขอลาออก ท่าน
บอกว่า ให้อยู่ต่อไปอีกหน่อย ตอนนี้พระมหาสุรินทร์ คนยังรู้จักกันน้อย แม้แต่
110 • ๕๐ ปี ในเชตวนั
พระมหาสรุ นิ ทรเ์ อง กบ็ อกขา้ พเจา้ วา่ หลวงพอี่ ยา่ พงึ่ ออก ถา้ หลวงพอี่ อกตอนน้ี
เขาจะวา่ หลวงพถ่ี กู ปลด ใหอ้ ยตู่ อ่ ไปอกี ๒ ปี ครบเทอม ๔ ปี คอ่ ยลาออก เมอ่ื ครบ
๔ ปี คิดว่า คงได้ออกแน่คราวน้ี แต่ที่ไหนได้ พระมหาสุรินทร์ ลาสิกขาหนีเรา
ไปอยา่ งนนั้ แหละ ขา้ พเจา้ จงึ ตอ้ งท�ำหนา้ ทเ่ี ลขานกุ ารเจา้ คณะภาค ๓ ตอ่ มา จน
กระทั่งหลวงเตี่ยมรณภาพ
การทข่ี า้ พเจา้ ไดเ้ ปน็ เลขาหลวงเตยี่ ท�ำใหข้ า้ พเจา้ มคี ณุ คา่ มากขน้ึ เปน็ ทท่ี ง่ึ
ของคณะสงฆ์ท่ีได้รู้จัก เพราะหลวงเตี่ยเป็นคนฉลาด มีความสามารถสูง เป็นที่
รจู้ กั ของบคุ คลโดยทว่ั ไป ทงั้ ภายในประเทศและตา่ งประเทศ เมอื่ รวู้ า่ ขา้ พเจา้ เปน็
เลขา บางทา่ นถึงผงะ อทุ านออกมาวา่ ท่านหรือเปน็ เลขา?
ทางด้านงานของวัดที่พอจะเป็นหลักมีดังน้ี ในสมัยเจ้าประคุณสมเด็จ
พระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ) ช่วยงานในกองเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช
พรพิเศษท่ีได้รับ คือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๒-๒๒๒๘๘๘๒ ที่ข้าพเจ้าใช้อยู่
ทกุ วนั นี้ เปน็ หมายเลขโทรศพั ทป์ ระจ�ำพระองคท์ า่ น สมยั พระอบุ าลี คณุ ปู มาจารย์
(กมล กมโล) ได้ท�ำหน้าที่เป็นพระวิทยากรน�ำนักเรียน นิสิต นักศึกษา ชมวัด
พรพิเศษที่ได้รับ คือ ท่านได้มอบใบตราตั้ง แต่งตั้งให้ข้าพเจ้าเป็นครูสอนพระ
ปริยัติธรรม ประจ�ำส�ำนักเรียนวัดพระเชตุพน เพื่อใช้สิทธิ์ไปสมัครสอบวิชาครู
สมัยพระวิสุทธาธิบดี (สง่า ปภสสฺ โร) ท่านมอบหมายใหเ้ ป็นกรรมการจัดตง้ั ทุน
สงเคราะหน์ กั เรยี นตามมตมิ หาเถรสมาคม ซง่ึ เพง่ิ จะออกใชใ้ นสมยั นน้ั พรพเิ ศษ
ทไี่ ดร้ บั คอื เมอ่ื คราวทข่ี า้ พเจา้ ไดส้ รา้ งกฏุ ิ ตอนเยน็ ๆ ทา่ นจะนงั่ รถเขน็ มาดเู ปน็
ประจ�ำ ทา่ นไดป้ รารภกบั คนใกลช้ ดิ วา่ เจา้ ของกฏุ มิ นั บหุ รกี่ ไ็ มส่ บู นำ�้ ชากไ็ มก่ นิ
เมอื่ เราไปจงึ ไมไ่ ดก้ นิ อะไรกบั มนั เลย กนิ ยากจรงิ ๆองคน์ ้ี และมคี รงั้ หนง่ึ มคี นมา
ขอบวช แต่อยากได้สมเด็จมาเป็นพระอุปัชฌาย์ ข้าพเจ้าจึงไปกราบเรียนท่าน
ทา่ นพดู วา่ วดั โพธ์ิ ไมเ่ คยมี เมอ่ื บวชวดั โพธก์ิ ต็ อ้ งเอาอปุ ชั ฌายว์ ดั โพธ์ิ ถา้ อยากได้
สมเด็จเป็นพระอุปัชฌาย์ ก็ไปบวชวัดท่ีมีสมเด็จ เม่ือบวชแล้วมาอยู่กับแกก็ได้
คุยกันไปคุยกันมาอยู่สักพัก ท่านก็สรุปว่า “จะเอาอย่างไงแก ถ้าตามใจโยม
พระราชจรยิ าภรณ์ (สิงหไ์ ชย สิริวณฺโณ) วดั พระเชตุพน • 111
ก็หนักใจข้า ถ้าตามใจข้าก็ล�ำบากใจแก” พูดเสร็จท่านก็เอนตัวลงนอน สมัย
พระธรรมปญั ญาบดี (ถาวร ตสิ สฺ านกุ โร) อาจจะมงี านมากกวา่ รปู อน่ื เพราะอายุ
พรรษาของขา้ พเจา้ อยใู่ นชว่ งวยั ท�ำงาน งานชนิ้ แรก ในขณะทที่ า่ นยงั ด�ำรงต�ำแหนง่
ผรู้ กั ษาการแทนเจา้ อาวาส ทา่ นกม็ อบหมายให้ พระราชสทิ ธวิ มิ ล (พระธรรมวมิ ล-
มนุ )ี เปน็ ประธานงานตกั บาตรขา้ วสาร งานเทศนม์ หาชาติ งานบวชเนกขมั มจารี
และพระราชสิทธวิ มิ ล กแ็ ตง่ ตั้งขา้ พเจา้ เปน็ เลขานกุ าร ดงั นั้น งานทกุ อยา่ งอยู่ท่ี
ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้กระท�ำมาจนวัดได้ออกประกาศใช้ระเบียบวัดพระเชตุพนว่า
ด้วยการบริหาร ซ่ึงข้าพเจ้าเป็นผู้ยกร่างเอง งานในส่วนน้ี ข้าพเจ้าจึงได้ยุติลง
มอบหมายใหฝ้ า่ ยงานทมี่ สี ว่ นรบั ผดิ ชอบไปด�ำเนนิ การตามระเบยี บวดั พระเชตพุ น
วา่ ดว้ ยการบริหาร
พ.ศ.๒๕๔๐ เมอ่ื การบรหิ ารงานในส�ำนกั งานวดั มปี ญั หา ขา้ พเจา้ ไดร้ บั มอบหมาย
ให้เป็นผู้เจรจา ด�ำเนินการแก้ไขปัญหา ข้าพเจ้าก็ได้ด�ำเนินการทุกอย่างก็เป็นไป
ด้วยดี มคี วามเรยี บร้อยโดยไมม่ ีอปุ สรรคใดๆท้ังส้ิน
พ.ศ.๒๕๔๒ ทางวัดต้องการรักษาความสะอาด อยากจะย้ายพ่อค้าแม่ค้า
ซง่ึ น�ำสน้ิ คา้ มาขาย ออกจากพน้ื ทว่ี ดั ในเขตสงั ฆาวาส ซงึ่ พอ่ คา้ แมค่ า้ เหลา่ นค้ี า้ ขาย
มานานก่อนที่ข้าพเจ้าจะมาอยู่วัดพระเชตุพนด้วยซ้�ำไป โดยที่ทางวัดมอบหมาย
ใหข้ า้ พเจา้ เปน็ ผดู้ �ำเนนิ การ ซงึ่ เปน็ งานทหี่ นกั ตามธรรมดาทว่ั ไปกเ็ ปน็ ทร่ี กู้ นั อยแู่ ลว้
การย้ายคนออกจากพ้ืนท่ีเป็นสิ่งที่ยาก จะมีการต่อต้านทุกที่ไป ยิ่งอยู่มานาน
ยิ่งออกยาก แต่ด้วยบุญญาธิการของอดีตพระมหากษัตริย์ และอดีตเจ้าอาวาส
วดั พระเชตพุ น จงึ ดลบนั ดาลใหก้ ารแกไ้ ขเปน็ ไปโดยงา่ ย เพยี งขา้ พเจา้ เรยี กพอ่ คา้
แมค่ า้ ทกุ คนมาประชมุ ทกี่ ฏุ ิ ขา้ พเจา้ ไดป้ รารภถงึ เหตุ ความจ�ำเปน็ ความตอ้ งการ
และหลายๆอยา่ งทงั้ ทม่ี มี าในอดตี และทจี่ ะเปน็ ไปในอนาคต ทกุ คนเขา้ ใจยม้ิ แยม้
แจ่มใสเบิกบาน และชมข้าพเจ้าว่าดีต่อพวกเขาจริงๆ หลังเลิกประชุมเสร็จ วัน
ตอ่ มา ตา่ งกพ็ ากนั เกบ็ ของออกจากวดั เกบ็ ของใสร่ ถเสรจ็ จะออกไปจากวดั มา
กราบลาขา้ พเจ้าทกุ ราย รสู้ ึกสบายใจจรงิ ๆ
112 • ๕๐ ปี ในเชตวัน
พ.ศ.๒๕๔๓ มหาเถรสมาคม ได้มีมติยกพระครูปลัดกลางฐานานุกรมใน
พระอฐั สิ มเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระปรมานชุ ติ ชโิ นรส ขนึ้ เปน็ พระราชาคณะ
ในนาม พระสมุหวรคณิสสรสิทธิการ พิศาลวรกิจโกศล โสภณศีลาจารนิวิฐ
พิพิธมหาคณาธิบดี ตรีปิฎกธรรมรักขิต เป็นพระราชาคณะปลัดกลางรูปแรก
แหง่ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์ พรอ้ มกบั ไดแ้ ตง่ ตง้ั ใหข้ า้ พเจา้ ด�ำรงต�ำแหนง่ นเี้ ปน็ กรณพี เิ ศษ
นบั เปน็ เกยี รตปิ ระวตั จิ ะตอ้ งจารกึ เอาไว้ และท�ำใหว้ ดั พระเชตพุ น มพี ระราชาคณะ
ประจ�ำพระอารามเพมิ่ อกี หนง่ึ ต�ำแหนง่ โดยทข่ี า้ พเจา้ มสี ว่ นในการครง้ั นนั้ ในขณะ
เดียวกัน จึงเป็นที่กล่าวขานไปทั่วสังฆมณฑล เพราะต�ำแหน่งนี้ไม่เคยมีมาก่อน
ยง่ิ ไปกวา่ นนั้ บางทา่ นกพ็ ดู เปน็ เชงิ ปรศิ นาวา่ เปรยี ญกไ็ มม่ ี แถมเจา้ นาย (หมายถงึ
หลวงเตย่ี ) กไ็ มไ่ ดเ้ ปน็ เจา้ อาวาส แตม่ นั ไดว้ ะ ! บางครงั้ ขา้ พเจา้ ถกู ถามวา่ ทา่ น
เป็นคนที่ไหน ข้าพเจ้าตอบว่า “ล�ำพูน” ท�ำให้ผู้ถามถึงกับงง และส่งเสียงออก
มาว่า ฮะ? เป็นคนเหนือเหรอ ? ผมไม่นึกว่า ท่านจะเป็นคนเหนือ คิดว่าเป็น
คนภาคกลาง ถ้าท่าน (หมายถึงข้าพเจ้า) อยู่วัดเบญจมบพิตรหรือวัดปากน้�ำ
ผมไม่ติดใจ แต่นี่ท่านอยู่วัดโพธ์ิ ! ส่วนมากจะเป็นคนภาคกลาง ท่ีได้เป็นพระ
ราชาคณะ !
พ.ศ.๒๕๔๕ ทา่ นเจา้ อาวาสมอี ายมุ าก อยากจะแบง่ เบาภาระ จงึ ออกระเบยี บ
การบรหิ ารวดั ใหผ้ ชู้ ว่ ยเจา้ อาวาสพระสงั ฆาธกิ ารไดร้ บั งานในสว่ นนน้ั ๆไปด�ำเนนิ
การ โดยมอบหมายให้ข้าพเจ้าเป็นประธานด�ำเนินการยกร่างระเบียบวัดข้ึนมา
ซง่ึ ทางวดั ไมเ่ คยมมี ากอ่ น ขา้ พเจา้ ไดส้ นองงานทา่ นจนไดใ้ ชร้ ะเบยี บวดั พระเชตพุ น
ว่าด้วยการบริหารวดั พระเชตุพน พ.ศ.๒๕๔๕ ใชม้ าจนกระทัง่ ทา่ นมรณภาพ (ปี
๒๕๕๗) พรพเิ ศษทไ่ี ดร้ บั คอื มอี ยวู่ นั หนงึ่ ทา่ นเรยี กใหไ้ ปพบ ทา่ นพดู กบั ขา้ พเจา้
วา่ เหน็ ทา่ นพระครู (หมายถงึ ขา้ พเจา้ ) ท�ำงานในต�ำแหนง่ เลขานกุ ารเจา้ คณะเหนอื
ได้ดีมาก จึงอยากจะขอตัวท่านพระครู มาช่วยงานในส่วนของวัดบ้าง เม่ือมีงาน
กิจกรรมพิเศษ เห็นเจ้าหน้าท่ีเอาหนังสือค�ำสั่งมาให้เซ็นไม่เห็นมีชื่อท่านพระครู
จงึ ไดถ้ ามเจา้ หนา้ ท่ี เขาบอกวา่ ทา่ นพระครเู ปน็ เลขานกุ ารเจา้ คณะภาค งานทา่ นเยอะ
พระราชจริยาภรณ์ (สิงหไ์ ชย สริ วิ ณฺโณ) วัดพระเชตพุ น • 113
มนั อยา่ งไงกนั แน่ ! สมยั พระธรรมรตั นากร (สนี วล ปญญฺ าวชโิ ร) เจา้ อาวาสรปู
ปจั จบุ นั (๒๕๖๓) ทา่ นมอบหมายใหเ้ ปน็ ประธานกรรมการสอบพระภกิ ษสุ ามเณร
เข้าสงั กัดวดั เป็นประธานพิจารณาทนุ การศกึ ษา มูลนิธิ “ทนุ พระพุทธยอดฟา้ ”
ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ และเป็นเจา้ คณะปกครองคณะกลาง
ขอวกกลับถึงหลวงเต่ีย ที่ให้ข้าพเจ้าไปช่วยงานท่าน ข้าพเจ้าก็ได้ไปช่วย
จริงๆ เป็นทั้งเลขาส่วนตัว เลขางานคณะสงฆ์ ได้รู้จักท้ังญาติโยมและคณะสงฆ์
เป็นจ�ำนวนมาก ในส่วนน้ีขอกล่าวเฉพาะญาติโยมเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ตาม
พ.ร.บ.สงฆ์ ปี ๒๕๐๕ มาตรา ๓๗(๔) ใหค้ วามสะดวกตามสมควรในการบ�ำเพญ็
กุศล หอประชุมสงฆ์ หลังจากเสร็จงานพระราชทานเพลิงพระศพ เจ้าประคุณ
สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ) หลวงเตี่ยก็จัดให้เป็นที่บ�ำเพ็ญกุศลของ
ญาติโยม น่ีเป็นจุดเริ่มต้นหอประชุมสงฆ์ใช้เป็นสถานที่บ�ำเพ็ญกุศลมาจนถึง
ทุกวันน้ี ก่อนน้ัน ถ้าจะมีญาติโยมมาบ�ำเพ็ญกุศลหลวงเต่ียก็ส่ังให้ข้าพเจ้าจัด
สถานที่ เริ่มต้นต้ังแต่ท�ำความสะอาดพรม การท�ำความสะอาดก็ล�ำบาก เพราะ
เครื่องดูดฝุ่นยังไม่มี ใช้ไม้กวาดทางมะพร้าว จัดดอกไม้ ขนโต๊ะเก้าอ้ี มาจากตึก
กวี อาหารสงั่ มาจากภตั ตาคารนามชยั เยอื้ งศาลเจา้ พอ่ เสอื เมอื่ เสรจ็ งานเดก็ วดั
ก็ทานอาหารที่เหลือจากเจ้าภาพ ทานเสร็จก็ช่วยข้าพเจ้าขนโต๊ะเก้าอ้ี ส่งคืน
ตกึ กวี ท�ำอยา่ งนเ้ี ปน็ ประจ�ำ ท�ำใหข้ า้ พเจา้ นกึ สงสารเดก็ ท�ำงานหนกั อาหารกไ็ ด้
ทานส่วนท่ีเหลือจากเจ้าภาพเมื่อนึกได้เช่นนั้น พอถึงวันเกิดข้าพเจ้าจึงส่ังอาหาร
จากภัตตาคารนามชัยมาเล้ียงเด็กๆ ตอนเย็นๆ พวกเด็กๆ ก็ชอบใจได้ทานของ
ใหม่ๆ ที่ไม่ได้เหลือจากใคร ท�ำแบบน้ีเป็นประจ�ำทุกปี ตอนแรกๆ มีแต่เด็กวัด
ต่อมาก็มีเด็กนักเรียนที่ข้าพเจ้าได้พาชมวัดมาผสมเข้า นี่เป็นจุดเร่ิมต้นท่ีได้จัด
งานวันท่ี ๑๑ กุมภาพันธ์
๑๑-๑๘ สงิ หาคม ๒๕๑๙ ขณะนน้ั ศาสตราจารย์ นายแพทยส์ รณ บญุ ใบ
ชัยพฤกษ์ พิชัย นริพทะพันธุ์ ประพัฒน์ ชูศักด์ิพรจ�ำรัส ยังเป็นเด็กนักเรียน
เรียนอยู่ที่โรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก มาบวชเณร เมื่อสึกออกไป ก็มาเยี่ยมอยู่
114 • ๕๐ ปี ในเชตวนั
บ่อยๆ พอถึงวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐ ข้าพเจ้าได้โทรแจ้งว่า หลังเลิกเรียน
แลว้ ใหม้ าทว่ี ดั ทง้ั สามกไ็ ดม้ า เมอ่ื มาแลว้ จงึ ไดร้ วู้ า่ เปน็ วนั คลา้ ยวนั เกดิ ขา้ พเจา้
จึงได้โทรฯแจ้งไปทางบ้าน ทางบ้าน คือ คุณรณชัย คุณสุวรรณี นริพทะพันธุ์
เม่ือทราบ จึงได้น�ำแจกันดอกไม้มาถวายข้าพเจ้า พร้อมกับรับลูกกลับบ้านด้วย
นับเป็นผู้ใหญ่ชุดแรกท่ีมางาน รวมความแล้วก็คือ เริ่มแต่เด็กวัด เด็กนักเรียน
และเด็กบ้าน ส่วนผู้ใหญ่ท่ีมีมาก็คือ คุณรณชัย คุณสุวรรณี นริพทะพันธุ์ เป็น
เจา้ แรก และมาเปน็ ประจ�ำ จนกระทงั่ ทกุ วนั น้ี ปจั จบุ นั มใิ ชง่ านเลย้ี งเดก็ เหมอื นกอ่ น
เปน็ งานผใู้ หญ่ กเ็ พราะเดก็ ทพ่ี ดู ถงึ ในตอนนน้ั ปจั จบุ นั กเ็ ปน็ ผใู้ หญก่ นั แลว้ แมแ้ ต่
ขา้ พเจา้ กแ็ กแ่ ลว้ เชน่ กนั ดงั นนั้ ญาตโิ ยมทมี่ ากนั ทกุ ปี กม็ มี าจากเดก็ วดั เกา่ เดก็
นกั เรียนทเี่ คยพาชมวดั เดก็ บา้ นท่เี คยมาบวชเณรมาบวชพระ ทส่ี ึกออกไป และ
ญาติโยมทีค่ นุ้ เคยรู้จกั มาต้ังแต่สมยั หลวงเตี่ย ถงึ แมจ้ ะมีคนใหม่ๆมาบ้าง บางคน
ก็ไม่รู้จักหลวงเตี่ยก็จริง แต่เมื่อสืบดูลึกๆ แล้วก็มาจากหลวงเต่ียนั่นเอง คือรู้จัก
กนั ตอ่ ๆมา กลมุ่ ใหญก่ จ็ ะมาจากสายคณุ แดง (พชิ ยั นรพิ ทะพนั ธ)์ุ ตระกลู ดง้ั เดมิ
เชน่ รจุ ริ วงศ์ กลุ ละวณชิ ย์ กรี ตกิ ร ตงั้ ตรงจติ ร เจยี มอดุ ม เตม็ บญุ เกยี รติ ธรรม
สุรยิ ะ วรรณวิทยาภา ตติยกวี สถิตสุขสมบูรณ์ และคุนผลนิ เป็นตน้
ทางด้านพระสงฆ์เดิมทีก็มีแต่เฉพาะพระในวัดพระเชตุพน นานวันเข้าก็มี
วัดอ่ืนมาผสมบ้าง เดิมทีแรกก็สายวัดไร่ขิง ต่อๆ มาก็มีหลายวัด ส่วนมากก็เป็น
พระท่มี ีความคุ้นเคยสนิทสนม เคารพนบั ถอื กันทงั้ นน้ั
รวมความสิ่งทไี่ ดท้ �ำและจ�ำไม่ลืมในวัดพระเชตพุ น
๑. เป็นเลขานุการในพระธรรมราชานุวตั ร (กมล โกวโิ ท) หรอื หลวงเตยี่
๒. ด�ำเนนิ การจดั การแกไ้ ขข้อขัดข้องในส�ำนกั งานวัดพระเชตพุ น
๓. ด�ำเนนิ การใหพ้ อ่ ค้าแมค่ ้า ยา้ ยออกจากเขตสงั ฆาวาสวดั พระเชตุพน
๔. เปน็ ประธานยกรา่ งระเบยี บวดั พระเชตพุ นวา่ ดว้ ยการบรหิ ารวดั พระเชตพุ น
พ.ศ.๒๕๔๕
พระราชจรยิ าภรณ์ (สิงหไ์ ชย สริ วิ ณโฺ ณ) วัดพระเชตพุ น • 115
๕. จดั หนงั สอื ท�ำวตั รสวดมนต์ ใหพ้ ระภกิ ษ-ุ สามเณร ใชใ้ นการท�ำวตั รสวด
มนต์ เวลาเชา้ -เยน็
๖. ได้เปน็ พระราชาคณะปลัดกลางรูปแรกแหง่ กรุงรัตนโกสนิ ทร์
๗. ได้รับความเมตตาท่ีให้การสนับสนุนจากบุคคลเป็นจ�ำนวนมาก แต่จะ
ขออนุญาตกล่าวถึงเพียง ๓ ท่านคือ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว
อปุ เสโณ) วดั สระเกศ พระธรรมราชานวุ ตั ร (กมล โกวโิ ท) หลวงเตยี่ วดั พระเชตพุ น
และพลโทจุล อดิเรก อดีตผู้ท�ำหน้าท่ีประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ และไวยาวัจกร
วดั พระเชตุพน
116 • ๕๐ ปี ในเชตวนั
เมือ่ ข้าพเจ้าเขา้ ไปในอาศรม
๕๘๒/๘ เปน็ เครอ่ื งหมายบอกเหตทุ สี่ ถาน ซง่ึ ขา้ พเจา้ จะตอ้ งเขา้ ไป ประตปู ดิ
ติดกุญแจ ด้านในแสดงให้ทราบได้ว่าจะต้องมีเจ้าหน้าท่ีอยู่ข้างใน ด้านซ้ายมือ
มสี ายสญั ญาณใหเ้ รยี กหนงึ่ สาย ดา้ นขวามอื มสี ายสญั ญาณใหเ้ รยี กสองสาย ดว้ ย
ความไมเ่ คยไป ขา้ พเจา้ จงึ ไมร่ วู้ า่ จะเรยี กสายไหน แตอ่ นั เตวาสกิ ในส�ำนกั แหง่ นนั้
ผู้ซ่ึงพาข้าพเจ้าไปเอง ได้กดสัญญาณเรียกด้านขวามือสายใกล้สุด อ๊อด...อ๊อด...
โวย๊ ...โวย๊ ...ออ๊ ด...โวย๊ ...เปน็ เสยี งสญั ญาณดงั ขนึ้ สลบั กบั เสยี งเจา้ หนา้ ทตี่ อบรบั ขา้ งใน...
ค๊อกแค๊ก...ประตูเปิดอ้า เจ้าหน้าที่ก็โผล่หน้าออกมาพร้อมกับเปล่งวาจา “เฮ้ย
เด๋ียวอัดเสียหรอก” น้ีเป็นค�ำเชื้อเชิญอันแสนจะไพเราะของเจ้าหน้าที่ในส�ำนัก
แหง่ นนั้ ตอนแรกขา้ พเจา้ กไ็ มท่ ราบวา่ เปน็ ค�ำเชอื้ เชญิ แตเ่ มอื่ มองดลู กั ษณะทา่ ทาง
ของเจา้ หนา้ ท่ี ทสี่ ง่ สายตาลงขา้ งลา่ งนดิ ๆ กม้ ศรี ษะลงหนอ่ ย และขยบั ตวั ถอยหลงั
เขา้ ไปขา้ งใน ขา้ พเจา้ เหน็ วา่ เปน็ ลกั ษณะการเชอื้ เชญิ และแลว้ ขา้ พเจา้ จงึ ไดก้ า้ ว
เข้าไปข้างใน สิ่งแรกท่ีสะดุดใจ ด้านขวามือคือรองเท้า มีเจ้าหน้าท่ีอยู่คนเดียว
แต่รองเท้ามีร่วมสิบคู่ ถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ อาจารย์และอันเตวาสิกอยู่พร้อม
รองเทา้ จะไมม่ ถี งึ รอ้ ยเชยี วหรอื ? แนน่ อนยอ่ มมี คดิ แลว้ กเ็ หน็ งานท�ำ วนั หลงั จะ
ไดส้ ง่ เดก็ ไปนงั่ คอยรบั ขดั รองเทา้ คดิ คลู่ ะหนงึ่ บาทคงจะไมอ่ ดอยากเปน็ แน่ ดา้ น
ซ้ายมือเป็นแผนผังแสดงสถิติจ�ำนวนอันเตวาสิกผู้ไปปฏิบัติธรรมประจ�ำวัน ก่อน
จะก้าวลึกเข้าไปกว่านั้น ข้าพเจ้าก็ได้พูดขึ้นว่า “หยุดก่อนนะ ห้ามขึ้นข้างบน”
นี้เป็นค�ำกล่าวขอบคุณของอาคันตุกะผู้ไปเยือน ฟังแล้วอาจจะไม่ไพเราะนัก แต่
มนั กเ็ ปน็ ค�ำพดู ทไ่ี พเราะทส่ี ดุ ทจ่ี ะตอ้ งใชก้ บั สถานทแี่ หง่ นนั้ ขา้ พเจา้ ไดเ้ ดนิ เขา้ ไป
พรอ้ มกบั เจา้ หนา้ ทแี่ ละอนั เตวาสกิ ในส�ำนกั แหง่ นน้ั ขา้ พเจา้ มองซา้ ยมองขวา มอง
ลงล่าง มองขึ้นบน ขณะเดียวกันจิตของข้าพเจ้าก็ว่างและเหม่อลอยไปกับ
พระราชจริยาภรณ์ (สิงห์ไชย สริ ิวณโฺ ณ) วดั พระเชตพุ น • 117
บรรยากาศในที่นั้น ด่ังท่ีไม่เคยมีมาก่อน นัตถิ สันติปะรัง สุขัง สุขอื่นยิ่งกว่า
ความสงบไม่มี ข้าพเจ้ารู้สึกว่ามีความสุขทางใจมาก ที่มีโอกาสได้สัมผัสกับสิ่งที่
เปน็ เองตามธรรมชาตเิ หลา่ นนั้ สมแลว้ ทเี่ ปน็ แหลง่ ปฏบิ ตั ธิ รรม คอื ผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรม
ท้ังหลาย จะต้องอยู่ในที่สงบ อาจารย์บางท่านถึงได้เข้าไปปฏิบัติในป่าบางแห่ง
ท่ีเห็นว่าเหมาะสม บางท่านยิ่งไปกว่านั้นได้เข้าไปปฏิบัติในถ�้ำก็ยังมี แต่อาจารย์
เจา้ ส�ำนักแห่งนี้ ถงึ แม้ท่านจะต้งั ส�ำนักอยู่กลางกรงุ กต็ ามแต่ แตท่ ่านกท็ �ำอาศรม
ของทา่ นให้เปน็ ปา่ ได้เกง่ จรงิ ๆ
เราดกู ารเปน็ อยกู่ พ็ อจะรไู้ ดว้ า่ ทา่ นทอี่ ยู่ ณ ทนี่ น้ั ลว้ นแลว้ แตเ่ ปน็ ผทู้ รงศลี
ตดั แลว้ ซง่ึ กเิ ลสทง้ั หลาย ไมม่ คี วามรกั สวยรกั งาม ไมม่ คี วามยดึ มน่ั ถอื มนั่ ไมม่ ตี วั
ไม่มีตน ไม่มีเราไม่มีเขา ทุกอย่างเห็นเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สิ่งต่างๆ
ทอี่ ยภู่ ายใน ณ ทนี่ น้ั ดแู ลว้ กไ็ มผ่ ดิ แปลกไปจากหนิ งอกหนิ ยอ้ ย เครอื เถาทเ่ี ปน็ เอง
ตามธรรมชาติท่ีเกิดขึ้นในถ้�ำของผู้ทรงศีล ยิ่งไปกว่านี้ก็ยังมีธารน�้ำไหลหยด
มแี อง่ นำ้� เปน็ แหง่ ๆ ท�ำใหเ้ กดิ ความรม่ รนื่ เยอื กเยน็ เตม็ ไปดว้ ยรสพระธรรม ชนื่ ฉำ่�
ไปทว่ั หทยั สว่างไสวไปทุกดวงจติ คดิ แล้วกป็ ลงเสียเถอะแมจ่ �ำเนยี ร...
จะเป็นเพราะอาจารย์เจ้าส�ำนักแห่งนั้นท่านมีญาณวิเศษหรืออย่างไร
ไมท่ ราบได้ อยๆู่ ทา่ นกโ็ ผลเ่ ขา้ ไปในส�ำนกั กอ่ นก�ำหนด ท�ำเอาขา้ พเจา้ ตกใจแทบ
ขาดดน้ิ แตใ่ นเมอื่ ทา่ นไปถงึ แลว้ ทา่ นกม็ นี ำ�้ ใจอนั เตม็ ไปดว้ ยเมตตา ทง้ั ๆ ทไ่ี มถ่ งึ
ก�ำหนดปฏิบัติธรรม ทั้งๆ ที่ข้าพเจ้าไม่ได้ร้องขอ ท่านก็ได้ถือเอาไม้ตะบองวิเศษ
มาบรรเลงเพ่งญาณแห่งกสิน เพื่อให้ข้าพเจ้าได้เห็นเป็นไตเติ้ลแห่งการที่ข้าพเจ้า
ไปเยอื น ถงึ ก�ำหนดแหง่ เวลา ขา้ พเจา้ กล็ ากลบั ทงั้ อาจารย์ อนั เตวาสกิ และเจา้ หนา้ ที่
ต่างก็มาส่งข้าพเจ้า พอรถเคลื่อนออก อาจารย์เจ้าส�ำนักก็ส่งเตะให้อันเตวาสิก
หน่ึงทีเปน็ การสวัสดีตอนกลบั ...
“ใจยา”
๗ ก.พ. ๒๐
118 • ๕๐ ปี ในเชตวัน
แนะนำ�สุภาพบุรษุ เอ.ซ.ี
จากหนงั สอื อโุ ฆษ ปี ๑๙๗๖-๑๙๗๗ ไดก้ ลา่ วไว้ สภุ าพบรุ ษุ A.C. คอื เดก็
ที่เรียนอยู่ในโรงเรียนอัสสัมชัญ ชีวิตเด็ก A.C. จะแตกต่างจากเด็กโรงเรียนอ่ืน
เพราะมีประสบการณ์มากกว่าโรงเรียนอ่ืน ข้อเด่นของเด็ก A.C. ก็คือมักจะมี
ความสามารถเฉพาะตวั และเปน็ ผนู้ �ำเขาอยเู่ สมอๆ แมแ้ ตก่ ฬี าเดก็ อสั สมั ชญั กเ็ คย
มีชื่อเสียงในประวัติการณ์กีฬาของชาติมาแล้ว เหตุน้ีเด็ก A.C. จึงได้รับค�ำชม
ท่วี า่ เด็ก A.C. เรียนดีกฬี าเลศิ
จากค�ำนยิ ามดงั กลา่ ว ขา้ พเจา้ ไดเ้ ฝา้ มองโดยเฉพาะกค็ อื ผใู้ หค้ �ำกลา่ วนนั้ เอง
เขาผู้น้ันชื่อนายสมชาย บุญใบชัยพฤกษ์ มีนิคเนมว่าไห่ ไห่เป็นเด็กหนุ่มหุ่นดี
มฐี านะ เรยี นเกง่ กริ ยิ าสภุ าพ นมุ่ นวลลกึ ซงึ้ ละเอยี ดออ่ น มคี วามเสยี สละซอื่ สตั ย์
เป็นนักท�ำงานมีอุดมคติและมากมายดว้ ยอารมณข์ นั คอื หลายอยา่ งในกายตวั ที่
ทา่ นอาจจะไมเ่ คยพบในบรุ ษุ อนื่ มากอ่ น ถงึ แมว้ า่ เขาจะเปน็ เดก็ A.C. ทมี่ ฐี านะดี
แตเ่ ขากไ็ มเ่ คยมคี วามรงั เกยี จในต�ำแหนง่ ฐานะของคนอนื่ ไหค่ บกบั บคุ คลไดท้ กุ คน
ไมว่ า่ บคุ คลเหลา่ นน้ั จะอยใู่ นฐานะไหน จะดหี รอื ล�ำบากอยา่ งไร ไหไ่ มถ่ อื ไหถ่ อื วา่
ถ้าหากเราเป็นผู้มีคุณธรรม มีทัศนคติและอุดมการณ์ไปในทางเดียวกัน ความ
สัมพันธ์กย็ ่อมจะเกิดขึน้
ไหเ่ ปน็ เดก็ ขยนั ไมว่ า่ จะเปน็ ดา้ นการงาน การเรยี น และเลน่ ไหจ่ ะตอ้ งท�ำ
หน้าท่ีเหล่าน้ันให้ดีท่ีสุด การงานไห่ท�ำทุกอย่าง เวลาอยู่บ้านช่วยท�ำงานท่ีบ้าน
อยู่โรงเรียนช่วยท�ำงานของโรงเรียน เวลาไปวัดก็ช่วยท�ำงานท่ีวัด งานกวาดล้าง
เช็ด ถู ไห่ไม่เคยดูดาย นอกจากท�ำเอง เวลาเรียนไห่จะไปเรียนต้ังแต่เช้าทุกวัน
และสนใจในการเรียนดี พยายามท�ำความเข้าใจในส่ิงท่ีตนเองไม่ค่อยเข้าใจ
พระราชจริยาภรณ์ (สิงหไ์ ชย สิริวณฺโณ) วัดพระเชตพุ น • 119
ใหเ้ ขา้ ใจ และท�ำความเขา้ ใจในสง่ิ ทต่ี นเองไดเ้ ขา้ ใจแลว้ ใหแ้ นน่ แฟน้ ขน้ึ โดยเฉพาะ
เวลาใกล้สอบไห่จะพยายามทบทวน และท�ำความเข้าใจในส่ิงท่ีตนได้เรียนมา
ทุกวิชา ถ้ามีวิชาใดท่ีไห่ไม่ค่อยจะเข้าใจ ก็มักจะไปถามรุ่นพี่ท่ีเก่งกว่า ถ้าวิชาใด
ที่ไห่เข้าใจได้ดี ไห่ก็จะแนะผู้ที่มีความรู้น้อยกว่าให้เขาได้รับความเข้าใจ ไห่จะ
พยายามดูหนังสือให้มากที่สุด แม้แต่ตอนทานข้าวไห่ก็จะไม่ท้ิงหนังสือ มือซ้าย
จบั หนงั สอื มอื ขวาตอ้ งถอื ชอ้ น นเี่ ปน็ วธิ ที ไ่ี หจ่ ะตอ้ งท�ำ ดว้ ยความพยายามของไห่
จึงท�ำให้ไห่สอบไล่ (ม.ศ.๕) ได้เป็นที่หนึ่งของโรงเรียนอัสสัมชัญ ปีการศึกษา
๑๙๗๖ จากความส�ำเร็จของไห่ ยังความปลาบปลื้มปีติยินดีมาให้แก่อาจารย์
ญาติมิตร และผู้ใกล้ชิดทุกคน แต่ไห่เองดูเหมือนจะไม่ค่อยดีใจในความส�ำเร็จ
อันน้ัน ไห่ถือว่าถ้าความส�ำเร็จของไห่มีอยู่คู่กับความไม่ส�ำเร็จของผู้อ่ืน เราก็
ไม่ควรจะดีใจ ก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไห่มีความประสงค์จะเข้าเรียนในคณะ
แพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ไห่ได้พยายามดูหนังสืออีกคร้ังหน่ึง แต่
คร้ังน้ีไห่คิดเพียงแต่ว่าจะขอสอบเพื่อให้ได้เข้าไปเรียนในคณะที่ตนเองต้องการ
เทา่ นน้ั ไหไ่ มต่ อ้ งการทจ่ี ะไดค้ ะแนนมาเปน็ อนั ดบั หนงึ่ ดว้ ยนำ้� ใจอนั ไหลลกึ ทเ่ี กดิ
ขึ้นในความรสู้ กึ ของไห่ ไหจ่ ึงไดเ้ ทยี่ วแนะน�ำถา่ ยทอดความรทู้ ีต่ นมอี ย่ใู หก้ บั ผู้อน่ื
ยงั ความซาบซงึ้ ใหก้ บั ผไู้ ดร้ บั และพบเหน็ เปน็ อยา่ งยง่ิ พอวนั ประกาศผลเอน็ ทรานซ์
ชอ่ื ของไหก่ ต็ ดิ อยบู่ นบอรด์ ตามดว้ ยรหสั อกั ษร จฬ.๑ คอื คณะแพทยศาสตร์ จฬุ า-
ลงกรณมหาวทิ ยาลยั ตามความตอ้ งการ ดา้ นกฬี าไหเ่ ปน็ นกั กฬี าของโรงเรยี น เวลา
ไปลงแข่งหรือฝกึ ซอ้ ม ไห่จะต้องไปทุกคร้งั ไม่เคยขาด และไหย่ ังท�ำหน้าทใี่ นดา้ น
กีฬาไดด้ ีอีกด้วย
ทางด้านพระศาสนา ไห่ศรัทธาในความดีท่ีเกิดจากการปฏิบัติ ถึงแม้ว่า
ครอบครวั ทางบา้ นไหจ่ ะนบั ถอื พระพทุ ธศาสนา แตโ่ รงเรยี นทไี่ หไ่ ปเรยี นเปน็ ศาสนา
ครสิ ต์นกิ ายโรมนั คาทอลิก ไห่ก็ไมเ่ คยคิดทีจ่ ะแบง่ แยกไห่ถือวา่ ค�ำสอนใดที่น�ำมา
ปฏบิ ตั ิได้แลว้ เกิดผลดีแกต่ นและคนอืน่ ค�ำสอนนน้ั เปน็ ศาสนาของไห่ ไหเ่ ปน็ นกั
วิทยาศาสตร์ แต่ทางไสยศาสตร์ไห่ก็ไม่ได้ปฏิเสธและก็ไม่ได้รับรอง ดังจะเห็นได้
120 • ๕๐ ปี ในเชตวนั
ก่อนสอบพ่ีสาวไห่ไปดูหมอ หมอบอกว่าไห่เป็นคนดวงไม่ดี ในระยะนั้นไห่ต้อง
บ�ำเพญ็ ตนเพอื่ ใหพ้ น้ จากเคราะหน์ น้ั โดยวธิ คี อื ใหไ้ หถ่ อื ศลี กนิ เจเปน็ เวลาหนง่ึ วนั
โดยในวันปฏิบัติน้ันหลังจากเที่ยงไปแล้วไม่ต้องกลืนน�้ำลาย แต่ไห่ก็ต้องท�ำความ
ส�ำคัญในเหตุการณ์จะเป็นจริงหรือไม่ ไม่ได้อยู่ในใจท่ีไห่จะคิด ไห่คิดเพียงแต่ว่า
ถ้าหากไม่ปฏิบัติ ความล�ำบากใจจะเกิดแก่พ่ี ถ้าปฏิบัติความสบายใจจะเกิดแก่พี่
ไห่จึงเลือกเอาข้อปฏิบัติมาปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสบายใจแก่พี่ ด้านความรักไห่
บอกว่ามีคือ รักพ่อ รักแม่ รักพ่ี รักน้อง และญาติมิตร ตลอดถึงผู้ท่ีคุ้นเคย
ทุกคน ถ้าถามถึงแฟน ไห่บอกว่าไม่มี มีแต่คนท่ีรู้จักกันและเข้าใจกันได้ดีท่ีสุด
มีอยู่เพียงสองคน และไห่ก็ชอบพกแบงค์อังกฤษติดกระเป๋าไปเดินชมดอกมะลิ
ยา่ นปากคลองตลาดเสมอๆ อนาคตหากเปน็ ไปไดค้ อื พระภกิ ษแุ พทยผ์ อู้ �ำนวยการ
โรงพยาบาลสงฆ์ หรอื ไม่ก็หมอประจ�ำต�ำบลในถนิ่ ทรุ กันดาร
ตามคติโบราณ คบคนพาล พาลไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล
ถา้ ทา่ นอยากรจู้ กั กบั บคุ คลผนู้ ี้ ใหห้ มนุ ไปที่ ๒๕๑๔๔๒๑ (เฉพาะกลางคนื ) หาก
หมนุ แล้วไม่ตดิ คณุ อย่าคดิ ในทางปัญหา น้ันเปน็ เพียงธรรมดา เพราะเวลาเขามี
ขาประจ�ำอยู่ แตผ่ ลแหง่ การส�ำเรจ็ กเ็ กดิ จากเหตแุ หง่ การพยายาม ใหค้ ณุ พยายาม
หมุนอยู่บ่อยๆ เผ่ือรายการอ่ืนตกวิน คุณก็จะได้พูดกับเขา และเมื่อน้ันคุณก็จะ
ได้เป็นบคุ คลส�ำคัญทเี่ ขาจะมใี หก้ ับคุณ
-ใจยา-
๒๐ ก.ค. ๒๐
พระราชจรยิ าภรณ์ (สงิ ห์ไชย สิริวณฺโณ) วดั พระเชตพุ น • 121
ข้อควรคิดส�ำ หรับสมาชกิ ศ.บ.ล.
คณะนักศึกษาบรรพชิตล�ำพูน (ศ.บ.ล.) ที่ก่อต้ังขึ้นมาได้ก็อาศัยในความ
เพยี รพยายาม ความเสยี สละเดด็ เดยี่ ว แขง็ กลา้ สามคั คี จากบรรดารนุ่ พที่ จ่ี ากไป
เราทา่ นทง้ั หลายทไี่ ดเ้ ปน็ สมาชกิ กนั อยนู่ ี้ หาไดม้ สี ว่ นรว่ มในการกอ่ ตงั้ ในครง้ั นน้ั ไม่
เราเพียงแต่ได้มาเป็นผู้อาศัยในความดีท่ีรุ่นพ่ีได้มีไว้ให้ นับว่าพวกเราต่างก็เป็นผู้
โชคดที ไี่ ดม้ าเปน็ นอ้ งมพี ที่ ด่ี ี ฉะนน้ั เราทา่ นกค็ วรจะชว่ ยกนั รกั ษาในความดอี นั นไี้ ว้
ให้มั่นคงและวิวัฒนาสืบต่อไป เพื่อเป็นการตอบสนองตามเจตนารมณ์ของรุ่นพ่ี
ซ่ึงนอกจากเราจะได้รับค�ำว่า เป็นผู้มีความกตัญญูกตเวทีแล้ว ยังเป็นการแสดง
ให้เหน็ ถึงความสามัคคีท่พี วกเราได้มอี ยู่อีกดว้ ย
ท่านทั้งหลายเคยสังเกตสัญลักษณ์ท่ีใช้เป็นตรารูปคณะของเราหรือไม่
รปู ตราคณะของเราเปน็ รปู พระธาตหุ รภิ ญุ ชยั รปู สณั ฐานในการทรงตวั ของพระธาตุ
มีอยู่อย่างไร รูปคณะของเราก็มีการทรงตัวอยู่เช่นน้ัน รูปพระธาตุประกอบด้วย
ฐานคอื ตัวพระธาตุ สว่ นต่อข้นึ ไปเปน็ องค์ระฆงั (หม้อคว�ำ่ ) ปลายสุดเป็นฉัตรซง่ึ
เปน็ ยอดของพระธาตุ รปู คณะของเรากป็ ระกอบดว้ ยสมาชกิ -กรรมการ-ประธาน
สมาชกิ เปรยี บเสมอื นฐานของพระธาตุ คณะกรรมการเปรยี บเสมอื นสว่ นของพระธาตุ
ทเ่ี รยี กว่าองคร์ ะฆงั ประธานกค็ อื ตวั ฉตั รทีเ่ ป็นยอดของพระธาตุ จากการทรงตัว
ของพระธาตุมีอยู่เช่นน้ัน หากมีพระอาทิตย์ขึ้นหรือฝนตก ยอดพระธาตุจะต้อง
ไดร้ บั แสงพระอาทติ ยห์ รอื นำ้� ฝนกอ่ นฐาน แลว้ จงึ คอ่ ยๆ แผม่ ายงั ฐานฉนั ใด ความ
สรรเสริญนินทาจะมีมาต่อหมู่คณะเรา ก็อาจจะมีท่ีประธานก่อนแล้วจึงค่อยแผ่
กว้างมายังมวลสมาชิก แต่นั้นเป็นเพียงแต่เหตุภายนอกท่ีมากระทบเรา ซ่ึงจะมี
ไดเ้ ปน็ บางครงั้ บางโอกาส หรอื อาจจะไมม่ เี ลยกไ็ ด้ หาเปน็ สงิ่ ทเ่ี ราควรค�ำนงึ หรอื
ยดึ ถอื ไม่ ขอ้ ส�ำคญั ทส่ี ดุ เราตอ้ งพงึ่ เราเอง ยดึ มน่ั อยใู่ นกลมุ่ ของเรา ถา้ เราไมช่ ว่ ย
122 • ๕๐ ปี ในเชตวัน
เราเอง ไมม่ คี วามรว่ มมอื กนั ไมใ่ หค้ วามชว่ ยเหลอื ซง่ึ กนั และกนั หมคู่ ณะของเรา
กจ็ ะอยไู่ มไ่ ด้ เชน่ เดยี วกบั พระธาตทุ เ่ี ปน็ ตรารปู คณะของเรา การทรงตวั ของพระธาตุ
มอี ยไู่ ดก้ เ็ พราะความประสานในตวั วตั ถุ ถา้ วตั ถไุ มม่ คี วามประสาน เชน่ ฐานขา้ งใด
ขา้ งหนง่ึ เกิดการช�ำรุดแตกหัก พระธาตกุ อ็ าจจะล้มลงได้
จากการเปรยี บเทยี บ อาจเหน็ ไดว้ า่ พนื้ ฐานแหง่ การรองรบั ในสว่ นบนของ
พระธาตุเพื่อให้ส่วนน้ันได้มีความตั้งม่ันและเที่ยงตรงก็คือฐาน พื้นฐานแห่งการ
รองรบั ในสว่ นบรหิ ารของคณะกลมุ่ เราเพอื่ ใหผ้ บู้ รหิ ารไดม้ คี วามมน่ั คงและซอื่ ตรง
กค็ อื สมาชกิ เพราะฉะนน้ั ความมนั่ คงในสว่ นบนของพระธาตมุ อี ยทู่ ฐี่ าน ความมนั่ คง
ของผบู้ รหิ ารก็อย่ทู ี่มวลสมาชกิ
“พระปลัดสิงหไ์ ชย สิรวิ ณโฺ ณ”
๓๑ ส.ค.
พระราชจริยาภรณ์ (สงิ หไ์ ชย สริ ิวณโฺ ณ) วดั พระเชตพุ น • 123
ถอ้ ยแถลง
คณะนักศึกษาบรรพชิตล�ำพูน (ศ.บ.ล.) ได้ก่อตั้งข้ึนมาเป็นเวลา ๑๔ ปี
ถ้าเปรียบด้วยบุคคลก็ก�ำลังอยู่ในวัยเรียน และยังเป็นเด็กเกินไปที่จะรับใช้อยู่ใน
วงสังคมให้ดีเท่าท่ีควรได้ แต่ถึงกระน้ันก็ตาม ศ.บ.ล. ก็พร้อมที่จะอุทิศตนเพื่อ
ประโยชน์แห่งสังคมน้ันตามก�ำลังความสามารถที่ตนมีอยู่ ศ.บ.ล. ถือว่าส่ิงใดท่ี
ศ.บ.ล. ไดก้ ระท�ำไป ยงั พอเปน็ ประโยชนใ์ หแ้ กผ่ อู้ น่ื ไดบ้ า้ ง สงิ่ นนั้ เปน็ ความภมู ใิ จ
ของพวกเรา ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีค่ามาก แต่ก็ยังดีกว่าท่ีไม่มีโอกาสได้กระท�ำเอา
เสียเลย
จากการท�ำหนังสือในครั้งน้ีก็เช่นกัน ทั้งที่รู้อยู่ว่าเนื้อหาและรูปเล่มยังไม่มี
ความสมบูรณพ์ อ แต่ ศ.บ.ล. ก็พอใจในผลงานเทา่ ท่ีมี และหนงั สือเล่นนีน้ บั เปน็
เลม่ แรกท่ี ศ.บ.ล. ไดจ้ ดั ท�ำขน้ึ ทงั้ นเี้ พอ่ื ตอ้ งการเผยแพรผ่ ลงานและสง่ เสรมิ ความ
คิดริเร่ิมสร้างสรรค์ สนับสนุนงานในด้านการศึกษาและค้นคว้าของกลุ่มคณะให้
เป็นทป่ี ระจักษ์ตอ่ สาธารณชนโดยทั่วไป
เวลาในการจดั ท�ำหนงั สอื มไี มม่ าก ประกอบกบั มอี ปุ สรรคอยหู่ ลายดา้ น ทงั้
คณะกรรมการสว่ นใหญก่ อ็ ยใู่ นระหวา่ งก�ำลงั สอบ ความจ�ำเปน็ ทจี่ ะตอ้ งใหห้ นงั สอื
ไดอ้ อกตามก�ำหนด จงึ ท�ำใหบ้ ทความและรปู เลม่ มนี อ้ ยและเลก็ ไปตามการณ์ ดงั ท่ี
เราได้ท�ำส�ำเร็จมาเราถือว่าเป็นการกระท�ำท่ีดีที่สุดแล้วส�ำหรับเรา แต่ก็อาจจะมี
ขอ้ บกพรอ่ งอยมู่ ากมาย สงิ่ ทเ่ี ราหวงั จากทา่ นผอู้ า่ นกค็ อื “อภยั ” จะดว้ ยประการใด
ก็ตาม เราขอนอ้ มรับไวด้ ว้ ยความยินดี
ท้ายนี้ ส่ิงท่ีเราได้รับเป็นที่ประทับใจเรายิ่ง นั้นก็คือน�้ำใจในศรัทธาจาก
บรรดา เจ้าของ ผู้จัดการ บริษัทและห้างร้าน ท่ีได้ช่วยบริจาคจตุปัจจัยเป็นทุน
124 • ๕๐ ปี ในเชตวัน
ในการจดั พมิ พค์ รง้ั นี้ โดยเฉพาะคณุ ประเสรฐิ ภตู มิ หาตมะ แหง่ เอราวณั การพมิ พ์
ซ่ึงท่านก็มิได้คิดราคา เราจึงขออนุโมทนาและขอขอบคุณทุกท่านท่ีได้กล่าวมา
และขอใหท้ ุกทา่ นจงประสพสขุ และโชคดโี ดยทว่ั กนั
พระปลดั สงิ หไ์ ชย สริ วิ ณโฺ ณ
สาราณียกร
๑๒ ก.ย. ๒๐
พระราชจริยาภรณ์ (สงิ ห์ไชย สริ ิวณฺโณ) วดั พระเชตุพน • 125
มมุ ทมี่ อง
จังหวัดลพบุรี เป็นจังหวัดใหญ่ มี ๙ อ�ำเภอ, ๙๗ ต�ำบล และ ๖๒๖ วัด
มีพระสงฆ์ท่ีด�ำรงต�ำแหน่งเป็นพระสังฆาธิการ จ�ำนวน ๘๒๒ รูป แต่ละปีจะมี
พระสังฆาธิการที่เจ้าคณะผู้ปกครองตามล�ำดับชั้น ได้พิจารณาด�ำเนินการขอ
พระราชทานสมณศกั ดเ์ิ ปน็ จ�ำนวนมาก ขา้ พเจา้ เปน็ เลขานกุ ารเจา้ คณะภาค จงึ มี
ส่วนได้รับทราบในระดับภาค ได้พบเห็นการปฏิบัติงานตามรายงานในส่วนของ
อ�ำเภอเมืองลพบุรีแล้ว รู้สึกสบายใจ เพราะงานในส่วนของอ�ำเภอเมืองลพบุรี
ท�ำได้เรียบร้อยดี เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ระเบียบ แบบแผน ที่ทางคณะสงฆ์
ไดก้ �ำหนดไว้ จึงขอยกย่องและชมเชย
การขอพระราชทานสมณศักดิ์ ปีหน่ึงมีเพียงคร้ังเดียว อ�ำเภอเมืองลพบุรี
มีเขตปกครองท่ีมีพระสงฆ์อยู่จ�ำนวนมาก เท่าท่ีผ่านมายังไม่เคยปรากฏว่า พระ
สังฆาธิการในเขตอ�ำเภอเมืองลพบุรีได้รับพระราชทานสมณศักด์ิเป็น พระครู-
สัญญาบัตรท้ังแต่งตั้งใหม่และเล่ือนในคราวเดียวกันเกินกว่า ๕ รูป แต่แล้วในปี
พ.ศ.๒๕๓๙ พระสังฆาธิการในอ�ำเภอเมืองลพบุรี ได้รับพระราชทานแต่งต้ังและ
เลอ่ื นสมณศกั ดใิ์ นระดบั พระครสู ญั ญาบตั ร ถงึ ๗ รปู จงึ นบั เปน็ เกยี รตปิ ระวตั ทิ ี่
จะตอ้ งจารกึ เอาไว้ ทงั้ นี้ กเ็ ปน็ ผลงานสว่ นหนง่ึ ของพระครสู ตุ วราภรณ์ เลขานกุ าร
เจา้ คณะอ�ำเภอเมอื งลพบุรนี ัน้ เอง
พระครสู ตุ วราภรณ์ เปน็ พระนกั ท�ำงานอยา่ งแทจ้ รงิ ทา่ นไดศ้ กึ ษาสอบถาม
แล้วน�ำมาปฏิบัติ อีกทั้งยังติดตามงานท่ีได้ท�ำไปหากทราบว่าส่วนไหนบกพร่อง
กจ็ ะด�ำเนนิ การแกไ้ ข สว่ นไหนทด่ี อี ยแู่ ลว้ กไ็ ดพ้ ยายามท�ำใหด้ ยี งิ่ ๆ ขนึ้ ไป จงึ เปน็
ทไี่ ว้วางใจของผู้บังคับบญั ชา และสร้างความอบอ่นุ ใจ ใหแ้ กผ่ ู้อย่ใู นเขตปกครอง
126 • ๕๐ ปี ในเชตวัน
การที่ พระครูสุตวราภรณ์ ได้รับพระราชทานสมณศักด์ิในครั้งน้ี จึงเป็นการ
สมควรและเหมาะสมยิ่งนกั
ขออานภุ าพแหง่ ความดที ง้ั หลายทัง้ ปวงที่ไดช้ ว่ ยกนั บ�ำเพ็ญมา จงเป็นพลัง
ส่งเสริมให้พระครูสุตวราภรณ์ มีความสุขความเจริญ ม่ันคงในพระพุทธศาสนา
เจรญิ ด้วยสมณศกั ดิย์ ง่ิ ๆ ขึ้นไปเทอญฯ
พระครูวมิ ลจริยาภรณ์
เลขานกุ ารเจ้าคณะภาค ๓
น.๒ วดั พระเชตุพนวมิ ลมงั คลาราม
๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑
พระราชจริยาภรณ์ (สิงหไ์ ชย สริ วิ ณฺโณ) วดั พระเชตุพน • 127
บันทกึ จากข่าว
๑. ข่าวจากหนังสือพิมพ์อาทิตย์ ฉบับวันศุกร์ ท่ี ๒๒ มีนาคม ๒๕๔๕
หนา้ ๙ ไดล้ งพมิ พว์ า่ ๘ ม.ิ ย. ๙๔ สมเดจ็ พระพทุ ธโฆษาจารย์ (เจรญิ ) วดั เทพศริ นิ ทร์
สังฆนายกได้ถึงแก่มรณภาพ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
วดั บวรนเิ วศ ไดม้ พี ระบญั ชาแตง่ ตงั้ พระสาสนโสภณ (จวน) วดั มกฏุ ฯ เปน็ สงั ฆนายก
ท�ำให้พระสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ๔๗ รูป ไม่เห็นด้วย จึงท�ำหนังสือคัดค้านลงวันท่ี
๑๕ ม.ิ ย. ๙๔ เสนอใหแ้ ตง่ ตงั้ สมเดจ็ พระวนั รตั (ปลด) วดั เบญจมบพติ ร เปน็ สงั ฆนายก
แทน การเคลอ่ื นไหวครง้ั นัน้ มดี ุเดอื ด.... วา่ กนั ว่าถงึ ขัน้ หวา่ นลอ้ ม แถมบังคับอกี
ทงั้ มกี ารดา่ วา่ กนั อยา่ งเจบ็ แสบ ใหพ้ ระพมิ ลธรรม (อาจ) วดั มหาธาตุ รว่ มเซน็ ชอื่ ดว้ ย
ในที่สุดพระสาสนโสภณ ก็ยอมลาออกและมีการแต่งต้ังสมเด็จพระวันรัต
ข้ึนแทนตามค�ำร้องขอ....ก่อนจะมีการแต่งต้ังนั้น สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ องค์
สกลมหาสงั ฆปรนิ ายก ทรงมพี ระบญั ชาใหอ้ าราธนาพระเถระผใู้ หญ่ ๒ นกิ าย มา
ประชมุ ....ผลของการประชมุ ในวนั ที่ ๑๒ กรกฎาคม นนั้ เรยี กวา่ “ขอ้ ตกลงต�ำหนกั เพชร
๒๔๙๔”
(วัดเบญจมบพิตร เปน็ สมเด็จ วัดมกุฏฯ เปน็ รองสมเด็จ)
๒. ในหนงั สอื เหตผุ ลการคดั คา้ นรา่ ง พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ฉบบั มหาเถรสมาคม
หนา้ ๗-๘ ของนายทองกอ้ น ทองสมทุ ร ไดเ้ ขยี นไวว้ า่ เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๕๐๖ ต�ำแหนง่
สมเดจ็ พระสงั ฆราชวา่ ง ไดม้ กี ารเสนอนามสมเดจ็ พระราชาคณะรปู เดยี ว คอื สมเดจ็
พระมหาวีรวงศ์ (จวน) วัดมกุฏกษัตริย์ โดยละเลยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
(อย)ู่ วดั สระเกศ ทม่ี อี ายพุ รรษาสงู กวา่ นยั วา่ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ มี
พระราชกระแสรบั สงั่ วา่ สมเดจ็ วดั สระเกศไปไหน จงึ ตอ้ งกลบั มาทบทวนใหม่ น�ำ
เสนอขึ้นไปสองรูป ก็ยังก�ำหนดให้สมเด็จวัดมกุฏฯ เป็นอันดับหนึ่งเหมือนเดิม
128 • ๕๐ ปี ในเชตวนั
จากนั้นก็มีพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จวัดสระเกศได้รับ
พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณสถาปนาเป็น สมเด็จพระสังฆราช (เสฐียรพงษ์
วรรณปก, รนื่ รม รมเยศ, หนงั สอื พมิ พม์ ตชิ นรายวนั ๒ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๔๔, หนา้
๑๕)
(สมเด็จวัดสระเกศ เป็นสมเด็จปี ๒๔๙๖ สมเด็จวัดมกุฏฯ เป็นสมเด็จ
ปี ๒๔๙๙)
๓. เม่อื ปี พ.ศ.๒๕๑๕ ไดท้ รงสถาปนาสมเด็จเพ่ิมอกี ๒ รปู คือ
๑. พระสาสนโสภณ (เจรญิ ) วดั บวรนเิ วศ เปน็ สมเดจ็ พระญาณสงั วร
๒. พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ธีร์) วัดจักรวรรดิ เป็นสมเด็จพระธีร-
ญาณมุนี
วา่ กนั วา่ เหตใุ ดสมเดจ็ พระญาณสงั วรจงึ ไดเ้ ขา้ รบั กอ่ นสมเดจ็ พระธรี ญาณมนุ ี
ทงั้ น้ี เนอ่ื งจากวา่ สมเดจ็ พระญาณสงั วร เปน็ พระสาสนโสภณ ปี ๒๕๐๔ สมเดจ็
พระธีรญาณมุนี เป็นพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ปี ๒๕๐๖ เม่ือย้อนไปดู ปี พ.ศ.
๒๕๐๔ ย่ิงเห็นได้ชัด ดังน้ี
๑. พระธรรมวโรดม (ปนุ่ ) วัดพระเชตุพน เปน็ สมเด็จพระวนั รัต
๒. พระธรรมไตรโลกาจารย์ (วน) วดั อรุณ เปน็ พระธรรมปญั ญาบดี
๓. พระธรรมปฎิ ก (พมิ พ์) วัดพระศรีมหาธาตุ เป็น พระพรหมมุนี
๔. พระธรรมวราภรณ์ (เจรญิ ) วัดบวรนิเวศ เป็น พระสาสนโสภณ
๕. พระธรรมรตั นากร (ทรัพย์) วัดสังเวช เป็น พระธรรมวโรดม
หมายเหตุ หมายเลข ๒ เปน็ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ปี ๒๕๐๖
หมายเลข ๓ เปน็ สมเดจ็ พระมหาวรี วงศ์ ปี ๒๕๐๘
หมายเลข ๔ และ ๕ เปน็ สมเดจ็ พระญาณสงั วร และสมเดจ็ พระวนั รตั
ปี ๒๕๑๕
พระสมุหวรคณิสสรสิทธกิ าร
๑๔ เมษายน ๒๕๔๕
พระราชจริยาภรณ์ (สงิ หไ์ ชย สิริวณโฺ ณ) วดั พระเชตุพน • 129
การสถาปนาสมเดจ็ พระสังฆราช
ในรัชสมยั รัชกาลท่ี ๘ และรชั กาลท่ี ๙
❖ สมเดจ็ พระสังฆราช องค์ท่ี ๑๒ ❖
(พ.ศ. ๒๔๘๒ - ๒๔๘๗)
วันท่ี ๑๙ กนั ยายน ๒๔๘๒ (บางแหง่ วา่ ๑๕ พฤศจิกายน) ทรงสถาปนา
สมเด็จพระวันรัต (แพ) วัดสุทัศน์ เป็น สมเด็จพระสังฆราช (เป็นสมเด็จ ฯ
ปี ๒๔๗๒)
ในขณะน้ันมี
• สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ (ชื่น นพวงศ์) วัดบวรนิเวศ (เป็นสมเด็จ ฯ
ปี ๒๔๗๑)
• สมเดจ็ พระพทุ ธโฆษาจารย์ (เจรญิ ) วดั เทพศริ นิ ทร์ (เปน็ สมเดจ็ ฯ ปี ๒๔๗๑)
• สมเดจ็ พระพฒุ าจารย์ (เข้ม) วัดพระเชตพุ น (เป็นสมเด็จ ฯ ปี ๒๔๗๒)
• ทรงตั้งสมเดจ็ พระมหาวีรวงศ์ (อ้วน) วัดบรมนวิ าส ในปีนี้
• ทรงต้งั สมเด็จพระวันรัต (เฮง) วดั มหาธาตุ ในปนี ี้
ตามประวตั สิ มเดจ็ พระวนั รตั (แพ) วดั สทุ ศั น์ เปน็ พระพรหมมนุ ี ปี ๒๔๕๕
เปน็ สมเดจ็ พระพฒุ าจารย์ ปี ๒๔๖๖ เปน็ สมเดจ็ พระวนั รตั ปี ๒๔๗๒ (ในสมยั นนั้
ถือกันว่า ต�ำแหน่ง สมเด็จพระวันรัต เป็นต�ำแหน่งรองจากสมเด็จพระสังฆราช
คอื สงู สดุ ในบรรดา ต�ำแหนง่ สมเดจ็ แมเ้ ปน็ สมเดจ็ อยแู่ ลว้ กจ็ ะตอ้ งขนึ้ เปน็ สมเดจ็
พระวันรตั ก่อนที่จะเปน็ สมเดจ็ พระสังฆราช)
130 • ๕๐ ปี ในเชตวัน
สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ (ช่ืน นพวงศ์) วัดบวรนิเวศ เป็น พระญาณวรา-
ภรณ์ (รองสมเดจ็ ) ปี ๒๔๖๔ เปน็ สมเดจ็ พระวชริ ญาณวงศ์ ปี ๒๔๗๑ กอ่ นเปน็
สมเดจ็ เมอ่ื ปี ๒๔๕๑ ครง้ั ด�ำรงสมณศกั ดท์ิ ่ี พระญาณวราภรณ์ เสมอขนั้ เทพ ได้
ถวายพระพรลาออกจากต�ำแหน่งพระราชาคณะเพ่ือจะลาสิกขา แต่ยังร้ังรออยู่
จงึ ไมไ่ ดล้ าสกิ ขา กาลตอ่ มา เมอ่ื ปี ๒๔๕๔ รชั กาลที่ ๖ โปรดตงั้ กลบั คนื ใหด้ �ำรง
ต�ำแหนง่ พระราชาคณะเช่นเดิม
สมเดจ็ พระพทุ ธโฆษาจารย์ (เจรญิ ) วดั เทพศริ นิ ทร์ เปน็ พระสาสนโสภณ
ปี ๒๔๖๔ เป็น สมเด็จพระพทุ ธโฆษาจารย์ ปี ๒๔๗๑
สมเดจ็ พระสงั ฆราช (แพ) สิ้นพระชนม์ วนั ที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๔๘๗
❖ สมเด็จพระสังฆราช องคท์ ี่ ๑๓ ❖
(พ.ศ. ๒๔๘๘ - ๒๕๐๑)
ปี พ.ศ. ๒๔๘๘ ทรงสถาปนาสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ (ชื่น นพวงศ์)
วดั บวรนเิ วศ เปน็ สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจ้า (เปน็ สมเด็จ ฯ ปี ๒๔๗๑)
ในขณะนนั้ มี
• สมเดจ็ พระพทุ ธโฆษาจารย์ (เจรญิ ) วดั เทพศริ นิ ทร์ (เปน็ สมเดจ็ ฯ ปี ๒๔๗๑)
• สมเดจ็ พระมหาวีรวงศ์ (อว้ น) วัดบรมนวิ าส (เป็นสมเด็จ ฯ ปี ๒๔๘๒)
• สมเดจ็ พระวนั รตั วา่ ง ทรงตง้ั สมเดจ็ พระวนั รตั (เผอ่ื น) วดั พระเชตพุ นในปนี ้ี
• สมเดจ็ พระพฒุ าจารย์ วา่ ง ทรงตง้ั สมเดจ็ พระพฒุ าจารย์ (นวม) วดั อนงคาราม
ในปีนี้
• สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจา้ (ชนื่ นพวงศ)์ สน้ิ พระชนม์ วนั ที่ ๑๐ พฤศจกิ ายน
๒๕๐๑
พระราชจริยาภรณ์ (สงิ หไ์ ชย สริ วิ ณฺโณ) วัดพระเชตพุ น • 131
❖ สมเดจ็ พระสังฆราช องค์ท่ี ๑๔ ❖
(พ.ศ. ๒๕๐๓ - ๒๕๐๕)
วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๐๓ ทรงสถาปนาสมเด็จพระวันรัต (ปลด)
วัดเบญจมบพิตร เปน็ สมเด็จพระสงั ฆราช (เปน็ สมเดจ็ ฯ ปี ๒๔๙๐)
ในขณะนน้ั มี
• สมเดจ็ พระพทุ ธโฆษาจารย์ (อย)ู่ วดั สระเกศ (เปน็ สมเดจ็ ฯ ปี ๒๔๙๖)
• สมเด็จพระมหาวรี วงศ์ (จวน) วดั มกฏุ (เป็นสมเด็จ ฯ ปี ๒๔๙๙)
• สมเด็จพระพฒุ าจารย์ (โสม) วัดสุทัศน์ (เป็นสมเด็จ ฯ ปี ๒๕๐๐)
• สมเดจ็ พระสังฆราช (ปลด) สิน้ พระชนม์ วันที่ ๑๗ มถิ นุ ายน ๒๕๐๕
❖ สมเด็จพระสังฆราช องค์ท่ี ๑๕ ❖
(พ.ศ. ๒๕๐๖ - ๒๕๐๘)
วนั ที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๐๖ ทรงสถาปนาสมเดจ็ พระพทุ ธโฆษาจารย์ (อย)ู่
วดั สระเกศ เป็น สมเดจ็ พระสังฆราช (เป็นสมเดจ็ ฯ ปี ๒๔๙๖)
ในขณะน้นั มี
• สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (จวน) วัดมกฏุ (เป็นสมเด็จ ฯ ปี ๒๔๙๙)
• สมเด็จพระวนั รตั (ปุน่ ) วดั พระเชตุพน (เป็นสมเดจ็ ฯ ปี ๒๕๐๔)
• ทรงตง้ั สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (วาสน)์ วดั ราชบพิธ ในปีนี้
• สมเด็จพระพุฒาจารย์ ว่าง ทรงต้ังสมเด็จพระพุฒาจารย์ (วน) วัดอรุณ
ในปนี ้ี
• สมเด็จพระสังฆราช (อย)ู่ สิ้นพระชนม์ วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๐๘
132 • ๕๐ ปี ในเชตวัน
❖ สมเดจ็ พระสงั ฆราช องค์ที่ ๑๖ ❖
(พ.ศ. ๒๕๐๘ - ๒๕๑๔)
วนั ท่ี ๒๖ พฤศจกิ ายน ๒๕๐๘ ทรงสถาปนาสมเดจ็ พระมหาวรี วงศ์ (จวน)
วดั มกฎุ เป็น สมเดจ็ พระสังฆราช (เป็นสมเดจ็ ฯ ปี ๒๔๙๙)
ในขณะนั้นมี
• สมเด็จพระวนั รัต (ปุ่น) วัดพระเชตพุ น (เปน็ สมเดจ็ ฯ ปี ๒๕๐๔)
• สมเดจ็ พระพทุ ธโฆษาจารย์ (วาสน)์ วดั ราชบพธิ (เปน็ สมเดจ็ ฯ ปี ๒๕๐๖)
• สมเด็จพระพฒุ าจารย์ (วน) วดั อรณุ (เป็นสมเด็จ ฯ ปี ๒๕๐๖)
• ทรงตั้งสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พมิ พ)์ วัดพระศรีมหาธาตใุ นปีน้ี
• สมเดจ็ พระสงั ฆราช (จวน) สิ้นพระชนม์ วนั ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๑๔
❖ สมเด็จพระสงั ฆราช องค์ที่ ๑๗ ❖
(พ.ศ. ๒๕๑๕ - ๒๕๑๖)
วนั ท่ี ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๑๕ ทรงสถาปนาสมเดจ็ พระวนั รตั (ปนุ่ ) วดั พระ-
เชตพุ น เป็น สมเดจ็ พระสงั ฆราช (เปน็ สมเดจ็ ฯ ปี ๒๕๐๔)
ในขณะนั้นมี
• สมเดจ็ พระพทุ ธโฆษาจารย์ (วาสน)์ วดั ราชบพธิ (เปน็ สมเดจ็ ฯ ปี ๒๕๐๖)
• สมเด็จพระพฒุ าจารย์ (วน) วัดอรุณ (เปน็ สมเดจ็ ฯ ปี ๒๕๐๖)
• สมเดจ็ พระมหาวรี วงศ์ (พมิ พ)์ วดั พระศรมี หาธาตุ (เปน็ สมเดจ็ ฯ ปี ๒๕๐๘)
• ทรงต้งั สมเด็จพระวันรัต (ทรัพย)์ วัดสังเวชในปนี ้ี
• ทรงตั้งสมเดจ็ พระญาณสงั วร (เจรญิ ) วัดบวรนเิ วศในปนี ี้
• ทรงตั้งสมเด็จพระธีรญาณมุนี (ธีร)์ วดั จกั รวรรดิในปนี ้ี
• สมเด็จพระวันรัต (ปุ่น) ส้นิ พระชนม์ วนั ท่ี ๗ ธนั วาคม ๒๕๑๖
พระราชจรยิ าภรณ์ (สงิ ห์ไชย สริ ิวณโฺ ณ) วัดพระเชตพุ น • 133
❖ สมเด็จพระสงั ฆราช องคท์ ี่ ๑๘ ❖
(พ.ศ. ๒๕๑๗ - ๒๕๓๑)
วันท่ี ๒๒ มิถุนายน ๒๕๑๗ ทรงสถาปนาสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
(วาสน)์ วัดราชบพิธ เป็น สมเด็จพระสังฆราช (เปน็ สมเด็จ ฯ ปี ๒๕๐๖)
ในขณะนั้นมี
• สมเด็จพระพุฒาจารย์ (วน) วดั อรณุ (เป็นสมเด็จ ฯ ปี ๒๕๐๖)
• สมเดจ็ พระมหาวรี วงศ์ (พมิ พ)์ วดั พระศรมี หาธาตุ (เปน็ สมเดจ็ ฯ ปี ๒๕๐๘)
• สมเดจ็ พระวันรตั (ทรพั ย)์ วดั สังเวช (เปน็ สมเด็จ ฯ ปี ๒๕๑๕)
• สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ) วดั บวรนเิ วศ (เปน็ สมเด็จ ฯ ปี ๒๕๑๕)
• สมเด็จพระธรี ญาณมุนี (ธีร)์ วดั จกั รวรรดิ (เป็นสมเดจ็ ฯ ปี ๒๕๑๕)
• สมเด็จพระสงั ฆราช (วาสน์) สิ้นพระชนม์ วนั ท่ี ๒๗ สิงหาคม ๒๕๓๑
❖ สมเด็จพระสงั ฆราช องค์ที่ ๑๙ ❖
(พ.ศ. ๒๕๓๒ - ปจั จุบนั )
วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๓๒ ทรงสถาปนาสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ)
วดั บวรนเิ วศ เป็น สมเดจ็ พระสงั ฆราช (เปน็ สมเด็จ ฯ ปี ๒๕๑๕)
ในขณะนัน้ มี
• สมเดจ็ พระพทุ ธโฆษาจารย์ (ฟน้ื ) วดั สามพระยา (เปน็ สมเดจ็ ฯ ปี ๒๕๑๘)
• สมเดจ็ พระมหาวรี วงศ์ (วนิ ) วดั ราชผาตกิ าราม (เปน็ สมเดจ็ ฯ ปี ๒๕๑๘)
• สมเด็จพระวนั รตั (จับ) วดั โสมนสั (เป็นสมเดจ็ ฯ ปี ๒๕๒๐)
• สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ) วัดมหาธาตุ (เป็นสมเด็จ ฯ ปี ๒๕๒๘)
• สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สนิธ) วดั ปทุมคงคา (เป็นสมเด็จ ฯ ปี ๒๕๒๘)
• ทรงต้งั สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ) วัดราชบพิธในปีนี้
134 • ๕๐ ปี ในเชตวนั
• ทรงตั้งสมเดจ็ พระพุทธชินวงศ์ (สุวรรณ) วดั เบญจมบพติ รในปีน้ี
• ทรงตั้งสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (สนัน่ ) วดั นรนาถสนุ ทรกิ ารามในปีน้ี
พระสมหุ วรคณสิ สรสิทธิการ
เมษายน ๒๕๔๕
พระราชจริยาภรณ์ (สิงหไ์ ชย สริ ิวณฺโณ) วัดพระเชตพุ น • 135
หลวงพ่อจรัญ วดั อมั พวัน
วัดเป็นท่ีอยู่ของพระสงฆ์ พระสงฆ์ได้อาศัยวัดเป็นที่พักอาศัย ปฏิบัติ
ศาสนกิจ ขณะเดียวกันวัดเกิดข้ึนได้ก็เพราะพระสงฆ์ พระสงฆ์เป็นผู้สร้างวัด
ดังน้นั วดั กบั พระสงฆจ์ งึ มีความส�ำคัญและผูกพันกนั มาเปน็ เวลาชา้ นาน
วดั อมั พวนั อ�ำเภอพรหมบรุ ี จงั หวดั สงิ หบ์ รุ ี ไดส้ รา้ งขนึ้ เมอื่ ปี พ.ศ. ๒๑๗๕
พระธรรมสิงหบุราจารย์ หรือหลวงพ่อจรัญ ติ ธมฺโม ได้เข้าบรรพชาอุปสมบท
เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๔๙๑ และเปน็ เจา้ อาวาสเมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ หลวงพ่อได้ท�ำหน้าที่
ในต�ำแหนง่ เจา้ อาวาสมาเปน็ อยา่ งดี ไดส้ รา้ งศาสนวตั ถเุ ปน็ จ�ำนวนมาก พฒั นาวดั
ใหส้ ะอาด สวยงาม รม่ รนื่ เยอื กเยน็ เปน็ ทเ่ี จรญิ ตาเบกิ บานใจแกผ่ พู้ บเหน็ หลวงพอ่
ไดอ้ บรมสงั่ สอนประชาชน ใหป้ ฏบิ ตั ธิ รรม แนะน�ำใหบ้ �ำเพญ็ ทาน รกั ษาศลี และ
เจรญิ ภาวนา หลวงพอ่ สอนใหเ้ ปน็ ผเู้ สยี สละ เพอ่ื ความสขุ แกผ่ อู้ น่ื ใหล้ ะความชว่ั
โดยไมใ่ หเ้ บยี ดเบยี น ท�ำลายผอู้ น่ื ใหไ้ ดร้ บั ความล�ำบาก พยายามท�ำใจใหส้ งบ มี
จติ ตงั้ มน่ั พจิ ารณาใหร้ ถู้ งึ ความเปน็ จรงิ ดว้ ยเหตแุ ละผล เนน้ การไหวพ้ ระ สวดมนต์
เจรญิ กรรมฐาน และใหเ้ ชอ่ื เรอื่ งกฎแหง่ กรรม เมอ่ื มงี านบญุ ณ แหง่ ใด ไดพ้ บเหน็
ญาติโยมเปล่งเสียงอาราธนาศีล อาราธนาพระปริต และสวดมนต์ตามพระสงฆ์
เม่ือถามดูทุกคนจะตอบว่าเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน เม่ือถามย�้ำ ถึง
ความเป็นมา ทุกคนก็จะตอบว่า เม่ือก่อนๆ การด�ำรงชีวิตมีอุปสรรคและปัญหา
เมื่อได้ไปปฏิบัติธรรมท่ีหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี การด�ำรงชีวิต
ก็ดีขึ้น ท้ังทางครอบครัวและหน้าที่การงาน จึงพากันไปปฏิบัติเป็นประจ�ำ และ
มผี คู้ นไปปฏบิ ตั เิ พม่ิ มากขน้ึ เรอ่ื ยๆ จนบางครง้ั ทางวดั ไมม่ สี ถานทพ่ี อจะรองรบั ได้
ต้องจดั แบง่ เปน็ รอบ เปน็ รุ่น
136 • ๕๐ ปี ในเชตวัน
วัดคงสถานภาพต้ังอยู่ได้นาน ไม่มีอายุกาล ส่วนพระสงฆ์มีอายุตามกาล
อยไู่ ดไ้ มน่ าน ดงั นน้ั วดั จงึ เปน็ ทร่ี จู้ กั กนั ดี วา่ วดั นนั้ วดั น้ี แตเ่ มอ่ื ถามถงึ เจา้ อาวาส
แทบจะไม่มีใครรู้จัก พอมีบ้างก็เป็นส่วนน้อย แต่ถ้าพูดถึงวัดอัมพวัน จังหวัด
สิงห์บุรี ทุกคนจะรู้จักดีว่า หลวงพ่อจรัญเป็นเจ้าอาวาส เหตุใดจึงเป็นเช่นน้ัน
ชว่ ยกันพจิ ารณาคน้ คว้าหาค�ำตอบเอาเอง
พระธรรมสิงหบุราจารย์หรือหลวงพ่อจรัญ ิตธมฺโม ได้มรณภาพไปตาม
กาล ขา้ พเจา้ จงึ มคี วามเชอื่ อยา่ งมนั่ ใจวา่ หลวงพอ่ จะตอ้ งไปสสู่ คุ ตทิ ด่ี ี เพราะเปน็
พระปฏิบัติดี ด้วยคุณงามความดีของหลวงพ่อ ช่ือเสียงของหลวงพ่อ จะไม่หาย
ไปจากโลกนี้ จะยังคงอยคู่ กู่ บั วัดอัมพวนั ตลอดไป
พระราชจรยิ าภรณ์
ผชู้ ว่ ยเจา้ อาวาสวัดพระเชตุพน
อดตี เลขานุการเจ้าคณะภาค ๓
๘ มีนาคม ๒๕๕๙
พระราชจริยาภรณ์ (สิงหไ์ ชย สิริวณฺโณ) วัดพระเชตุพน • 137
ดว้ ยคารวะ
การบริหารงานคณะสงฆ์ ในส่วนภูมิภาคได้แบ่งการปกครองออกเป็น
ภาค จงั หวดั อ�ำเภอ ต�ำบล และวดั วดั หนองเงอื กไดส้ รา้ งขน้ึ เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๓๗๑
ในอดตี ทผ่ี า่ นมาการบรหิ ารอยใู่ นระดบั วดั ทไี่ ดย้ กระดบั ขนึ้ เปน็ ต�ำบล และอ�ำเภอ
มีในสมัยท่ี ท่านพระอาจารย์พระครูโพธิโสภณ (ศรีวัย โพธิวํโส) เป็นเจ้าอาวาส
นเี้ อง
ท่านพระอาจารย์พระครูโพธิโสภณ เป็นผู้ริเร่ิมบุกเบิกในการพัฒนาให้
เจริญขึ้นหรือจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ยกระดับการบริหาร จากยุคเก่า เข้าสู่
ยุคใหม่ พูดถึงยุคเก่า การเป็นอยู่ อยู่ในวงจ�ำกัด อาหารการฉันก็ยังล�ำบาก
เพราะมีสามเณรมากรูป ก่อนโน้นการศึกษาภาคบังคับมีเพียงประถมปีท่ี ๔
เดก็ ผชู้ ายเมอ่ื จบ ป. ๔ มฐี านะยากจนกจ็ ะพากนั มาบวชเปน็ สามเณรอยทู่ วี่ ดั เพอื่
ศกึ ษาพระปรยิ ตั ธิ รรม อกี ทงั้ ฝกึ หดั ดา้ นวชิ าชพี เชน่ ท�ำไมแ้ กะสลกั และไมก้ วาด
พร้อมทั้งปลูกผักสวนครัวไปด้วย การเป็นอยู่อยู่รวมกันเป็นกฏิหมู่ใหญ่ ประตู
เขา้ - ออก มที างเดยี ว คอื หนา้ หอ้ งเจา้ อาวาส การเขา้ - ออก จะตอ้ งกม้ หนา้
น้อมตัวลงเพ่ือท�ำความเคารพเจ้าอาวาส บางครั้งใครรู้ตัวว่าได้กระท�ำความผิด
ก็ไม่อยากจะเดินผ่าน แตก่ จ็ ะตอ้ งเดินผ่าน เพราะมปี ระตเู ดียว ก่อนจะผา่ นต้อง
ทอ่ ง นโม ฯ ๓ จบ แลว้ รบี เดนิ กม้ หนา้ เดนิ ใหเ้ รว็ บางครง้ั เดนิ ไปชนตู้ ชนประตู
ก็มี คร้ันเม่ืออายุถึงวัยลาสิกขา ก็จะต้องน�ำขัน (พาน) ดอกไม้ธูปเทียน ไปลา
เจ้าอาวาส ก่อนจะเข้าไปลากต็ อ้ งแอบมองดเู จา้ อาวาสอยหู่ ลายตลบ สว่ นมากจะ
ท�ำตอนพลบค่�ำ หลังท�ำวัตรเย็น บรรยากาศมืดสลัวๆ พอได้จังหวะก็จะค่อยๆ
คลานเข้าไป โชคดีก็ได้ โชคร้ายก็ขันพัง ด้วยเหตุน้ีแหละ ผู้เขียนกลัวถูกขันพัง
138 • ๕๐ ปี ในเชตวัน
จึงไม่กล้า เลยอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ ด้านสุขอนามัยยังล้าหลัง แปรงฟันใช้ขุย
มะพร้าว ยาสีฟันใช้ถ่านไม้สัก อาบน�้ำใช้นกแก้ว ซักผ้าใช้ซันไลต์ถู สระผมใช้
ใบตองออ่ น ยาระบายใชน้ ำ�้ มะเกลอื เมอื่ หอ้ งสขุ ามจี �ำกดั หากจ�ำเปน็ กต็ อ้ งขอเขา้
พร้อมกัน ไม่มีช่องนั่งถ่ายก็งัดไม้พ้ืนกระดานออก ให้มีช่องได้ถ่าย เม่ือเกิดโรค
ผิวหนังผื่นคันก็ใช้ใบดอกดาวเรือง พูดถึงเรื่องอาหารการฉัน จะให้พระฉันก่อน
สามเณรฉันทีหลัง ระหว่างที่พระก�ำลังฉันอยู่ บรรดาสามเณรจะเดินวนเวียนอยู่
รอบๆ พอได้ยินเสียงพระปิดฝาบาตร ก็จะรีบวิ่งกรู เข้าไปแย่งข้าวกัน บางคร้ัง
ศรี ษะชนกนั จนบวมกม็ ี รปู ไหนมกี �ำลงั ดกี ไ็ ดม้ าก ก�ำลงั นอ้ ยกไ็ ดน้ อ้ ย สว่ นขา้ พเจา้
ไดไ้ มม่ าก พอประทงั ชวี ติ ไปได้ หากเปน็ วนั ส�ำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา ยง่ิ ไมอ่ ยาก
จะพดู ถงึ เรอื่ ง สม้ โอ แตงโม หอ่ หมก (หอ่ นง่ึ ) ใหไ้ ปถามคนรนุ่ เกา่ ๆ เอาเองกแ็ ลว้ กนั
ปัจจุบันกาลเข้าสู่ยุคใหม่ ทุกๆ อย่างก็ดีข้ึน เรื่องท่ีเล่ามาไม่มีปรากฏให้
เห็น ท้ังนี้ ก็ด้วยบุญบารมีของท่านพระอาจารย์พระครูโพธิโสภณ ท่ีได้ปรับปรุง
พัฒนาข้ึนมา การเป็นอยู่ อยู่อย่างมีระเบียบ อาหารการฉันก็อุดมสมบูรณ์
ศาสนสถาน ศาสนวัตถุ จัดเป็นหมวดเป็นหมู่ ดูสวยงาม ด้านขนบธรรมเนียม
ประเพณี ส่วนท่ีดีก็คงไว้ ส่วนท่ีควรปรับปรุง ท่านก็ได้ปรับปรุงแก้ไข ท่านพระ
อาจารยเ์ ปน็ นกั บรหิ าร ท่ี มองการณไ์ กล ใชค้ นเปน็ ดว้ ยเหตดุ งั กลา่ วทา่ นจงึ ได้
รบั ความไวว้ างใจจากทางคณะสงฆ์ ใหด้ �ำรงต�ำแหนง่ ทส่ี งู ขน้ึ ไดเ้ ปน็ เจา้ คณะต�ำบล
รองเจา้ คณะอ�ำเภอ และเปน็ เจา้ คณะอ�ำเภอตามล�ำดบั อกี ทงั้ ไดร้ บั พระราชทาน
สมณศกั ดเิ์ ปน็ พระครสู ญั ญาบตั รรปู แรกของวดั จงึ นบั เปน็ เกยี รตปิ ระวตั ิ ทจ่ี ะตอ้ ง
จารกึ เอาไว้ หนา้ ทใ่ี นต�ำแหนง่ เจา้ คณะ ทา่ นกท็ �ำหนา้ ทไ่ี ดเ้ ปน็ อยา่ งดี มกี ารประชมุ
พระสังฆาธิการเป็นคร้ังคราว ออกตรวจเย่ียมคณะสงฆ์ในเขตปกครอง แก้ไข
ปัญหาข้อขัดข้องในการบริหารงานของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ให้การศึกษาแก่พระ
ภกิ ษสุ ามเณร แนะน�ำประชาชนในการบ�ำเพญ็ กศุ ล โดยใหบ้ �ำเพญ็ ทาน รกั ษาศลี
และเจริญภาวนา จึงท�ำให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา คนรู้จัก ให้ความเคารพนับถือ
พระราชจรยิ าภรณ์ (สงิ หไ์ ชย สริ วิ ณฺโณ) วดั พระเชตพุ น • 139
และยกยอ่ งเปน็ ปชู นยี บคุ คล จะเหน็ ไดเ้ มอ่ื ทางวดั หนองเงอื กมงี านในสว่ นใด ผคู้ น
จะหล่ังไหลไปร่วมงานเป็นจ�ำนวนมาก เป็นการบง่ บอกให้รู้ ว่า เป็นผู้มบี ารมี
ทา่ นพระอาจารยพ์ ระครูโพธิโสภณเปน็ พระมหาเถระ ผู้เจรญิ อย่ใู นพรหม-
วิหารอัปปมัญญาธรรม ได้บ�ำเพ็ญภาระกิจเพ่ือประเทศชาติและพระศาสนา
ด้วยดีเสมอมา โดยหาประมาณมิได้ โดยไม่ได้ค�ำนึงถึงความเหนื่อยยาก ล�ำบาก
และภยันตรายใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้ง เป็นผู้มีน้�ำใจ เอ้ือเฟื้อ เผ่ือแผ่ ต่อพุทธบริษัท
และบคุ คลโดยทวั่ ไป จงึ เปน็ ทเี่ คารพรกั ยงั ความสนทิ สนม ใหเ้ กดิ มขี นึ้ ตอ่ ผพู้ บเหน็
เปน็ ยิง่ นกั
ในวาระสุดท้ายน้ี ขอต้ังจิตอธิษฐาน ขออ�ำนาจบุญกุศลที่ได้ร่วมกัน
บ�ำเพญ็ มา ตงั้ แตต่ น้ จนวาระสดุ ทา้ ย จงบงั เกดิ แก่ ดวงวญิ ญาณของพระอาจารย์
พระครโู พธโิ สภณ ในสคุ ติ สัมปรายภพ สมเจตนาปรารภจงทุกประการ
พระราชจริยาภรณ์
ผชู้ ่วยเจา้ อาวาสวัดพระเชตพุ น
๒๒ มนี าคม ๒๕๕๙
140 • ๕๐ ปี ในเชตวัน
จากสนามไชยถงึ สนามหลวง
นักการเมืองต้องคุณสมัคร
การปราศรัยหาเสียงของนักการเมือง คงไม่มีคร้ังใดที่จะยิ่งใหญ่และผู้คน
ล้นหลามเท่ากับการปราศรัยหาเสียงของพรรคการเมือง ชื่อพรรคประชากรไทย
ซง่ึ มคี ณุ สมคั ร สนุ ทรเวช เปน็ หวั หนา้ พรรค เมอ่ื พ.ศ.๒๕๒๒ นบั เปน็ ประวตั ศิ าสตร์
ของนกั การเมอื งไทย ทก่ี ารปราศรยั หาเสยี งมปี ระชาชนใหค้ วามสนใจ และไปฟงั
กนั มาก นอกจากนนั้ ยงั ไดบ้ นั ทกึ เสยี งการปราศรยั ออกจ�ำหนา่ ยตามสแี่ ยกไฟแดง
และชมุ ชนต่างๆ การปราศรัยเริ่มต้นทส่ี นามไชย (๙ ม.ี ค. ๒๒ จากนัน้ ตระเวนไป
ยังสถานที่ต่างๆ และไปส้ินสุดที่สนามหลวง (๒๐ เม.ย. ๒๒) ผลการเลือกตั้ง
ปรากฏว่า พรรคประชากรไทยชนะได้ ส.ส. ๒๙ คน จากจ�ำนวน ๓๒ คน นับ
เป็นปรากฏการณท์ ีไ่ มค่ วรลมื
ฯพณฯ สมคั ร สุนทรเวช อดตี นายกรัฐมนตรี เปน็ นักการเมอื งท่พี ระเดช-
พระคุณพระธรรมราชานุวัตร (กมล โกวิโท) หรือหลวงเต่ีย วัดพระเชตุพน ให้
ความชื่นชอบเป็นอย่างมาก ความจริงแล้วบรรดาพระสงฆ์ทั้งปวง ต่างก็มีความ
ช่ืนชมกันท้ังน้ัน ที่พูดถึงหลวงเต่ียก็เพราะว่าข้าพเจ้าอยู่ใกล้ชิดกับท่าน และ
อกี รปู หนง่ึ ทค่ี วรจะกลา่ วถงึ นนั้ กค็ อื พระศลี าจารพพิ ฒั น์ (แจม่ ธวุ าโภ) ทง้ั สอง
รูปนี้ ในสมยั โน้นทา่ นใช้ตาลปตั ร พรรคประชากรไทย
ท่านสมัคร สุนทรเวช เป็นนักการเมืองท่ีไม่เหมือนใคร เพราะเรามักจะ
ได้ยินคนพูดกันว่า นักการเมืองก็เหมือนๆ กันน้ันแหละ แต่นี้ไม่ใช่ คุณสมัคร
เป็นนักการเมืองที่มีจุดเด่นเฉพาะตัว ทั้งรูปร่างลักษณะก็เหมาะสมที่จะยืน
เคียงคู่กับผู้น�ำนานาประเทศได้ดี ไม่ด้อยไปกว่าอารยประเทศ ความคิดอ่านเป็น
พระราชจรยิ าภรณ์ (สงิ ห์ไชย สิรวิ ณฺโณ) วดั พระเชตพุ น • 141
คนมเี หตมุ ผี ลเปน็ คนมองการณไ์ กล หากจะมองยอ้ นไปเมอื่ ๓๐ - ๔๐ ปี ลว่ งแลว้
ในเขตกรุงเทพมหานคร การคมนาคมไม่สะดวก ด้านสาธารณูปโภคก็ยังขัดสน
เช่น น�้ำประปาไม่ค่อยจะไหล กลางวันอาศัยไม่ ค่อยจะได้ ต้องรอกลางคืนพอ
อาศัยได้บ้าง คุณสมัครเห็นถึงความล�ำบากในการใช้น�้ำของคนกรุงเทพฯ จึงหา
ทางแก้ไข ได้แสดงวิสัยทัศน์ทางโทรทัศน์กล่าวถึงวิธีแก้ไข มีใจความว่า จะขุด
อโุ มงคส์ ง่ น้�ำทางใต้ดินขนาดใหญ่ อกี ไม่นานคนกรุงเทพฯ จะไดใ้ ชน้ ำ้� อย่างท่วั ถึง
เมือ่ ถงึ เวลานนั้ ถา้ ใครเปดิ กอ๊ กนำ�้ น้ำ� จะไหลแรง หากเอาหลงั มอื ไปรอง จะเจบ็
หลังมือ นี้เป็นวาทะท่ีจับใจมาก ปัจจุบันก็เป็นจริงดังที่ท่านพูด ด้านโทรศัพท์
ก็เช่นเดียวกัน เมื่อก่อนโน้น ถ้าใครต้องการอยากจะมีโทรศัพท์ไว้ใช้ จะต้องท�ำ
เรื่องย่ืนเสนอขอไปยังหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง กว่าจะได้โทรศัพท์ จะต้องใช้เวลา
นานเปน็ เวลาหลายเดอื นหรอื เปน็ ปกี ม็ ี ปจั จบุ นั ใชไ้ ดอ้ ยา่ งสะดวก ถา้ ใครตอ้ งการ
อยากจะมีโทรศัพท์ ไว้ใช้ ไปท่ีร้านค้า มีเงินจ่ายก็ใช้ได้แล้ว ท้ังน้ี ก็เป็นผลงาน
ของคุณสมัคร ทางด่วนพิเศษ ถนนวงแหวนรอบนอก รอบในใยแมงมุม คงจะ
ไม่มใี ครท่ีจะปฏิเสธหากจะพูดวา่ เปน็ ผลงานของคณุ สมคั ร
ท่านสมัครเป็นนักการเมืองท่ีกล้าพูด กล้าท�ำ และก็ท�ำจริง เป็นนักต่อสู้
ทางการเมืองท่ียืนยง มองการณ์ไกล บริหารจัดการดี มีมนุษยสัมพันธ์เป็นเลิศ
เปน็ ทนี่ า่ เสยี ดายทท่ี า่ นจากไป และกเ็ ปน็ ทนี่ า่ เสยี ดาย ทที่ า่ นด�ำรงต�ำแหนง่ นายก
รัฐมนตรีด้วยเวลาอันส้ัน เมื่อครั้งที่ท่านได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งต้ังเป็นนายก
รัฐมนตรี ท�ำให้ข้าพเจ้าหวนนึกถึงหลวงเต่ีย และเจ้าคุณแจ่มเป็นอย่างมาก
หากท่านท้ังสองรูปยังอยู่ คงจะดีใจไม่น้อย แต่จะอย่างไรก็ตามข้าพเจ้าก็ยังเชื่อ
อย่างมน่ั ใจวา่ ทงั้ สามท่านคงได้พบกนั แลว้ บนสรวงสวรรค์
พระราชจรยิ าภรณ์
ผชู้ ่วยเจา้ อาวาสวดั พระเชตุพน
๑๔ พฤศจกิ ายน ๒๕๕๓
142 • ๕๐ ปี ในเชตวัน
ปูชนียบุคคล
บุคคลท่ีควรยกย่อง การบูชาบุคคลผู้ควรยกย่องนี่เอง ช่ือว่าบุคคลท่ีควร
บูชา หรือบุคคลที่ควรแก่การบูชา เม่ือพูดรวมก็คือคนดีน่ันเอง เป็นบุคคลท่ีควร
บูชา คนดีนั้นจะดีเฉพาะหรือ ดีสิ้นทั้งหมด ก็เป็นบุคคลผู้ควรบูชา เช่น พ่อแม่
เป็นปูชนียบุคคลของบุตร-ธิดา ครูอาจารย์ เป็นปูชนียบุคคลของศิษยานุศิษย์
หวั หนา้ ผบู้ รหิ ารในต�ำแหนง่ ทส่ี งู เปน็ ปชู นยี บคุ คล ของผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา พระมหา-
กษตั รยิ ์ เปน็ ปชู นยี บคุ คลของมวลพสกนกิ ร พระพทุ ธเจา้ เปน็ ปชู นยี บคุ คล ของ
พุทธบรษิ ัท เปน็ ต้น
คุณวีระพันธุ์ ทีปสุวรรณ เป็นผู้มีคุณสมบัติควรได้รับการยกย่อง ท่านได้
ท�ำหน้าที่ ผู้เป็นบิดา ให้การเล้ียงดูลูก อบรมส่ังสอนลูก ส่งเสริมให้ได้รับการ
ศกึ ษา สนบั สนนุ ใหป้ ระกอบอาชพี ทดี่ ี มฐี านะมน่ั คง หนา้ ทผี่ บู้ รหิ าร ทา่ นไดใ้ ห้
ความเมตตา กรณุ า มทุ ติ า และอเุ บกขา ตอ่ ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา มอี ธั ยาศยั ดี ไมต่ ระหนี่
ไมแ่ ขง็ กระดา้ ง ไมล่ �ำเอยี ง และตง้ั ใจระงบั ทกุ ขบ์ �ำรงุ สขุ แกผ่ ใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา หนา้ ที่
พทุ ธศาสนกิ ชน ทา่ นไดใ้ หท้ านบ�ำเพญ็ บญุ เจรญิ ภาวนา น�ำพาบตุ รชายใหไ้ ดร้ บั
การอปุ สมบท และไหวพ้ ระ สวดมนต์ เปน็ ประจ�ำ ดงั ทไี่ ดเ้ หน็ เชน่ วนั ไมป่ รากฏ
(ไม่แน่นอน) แต่เวลาพระอาทิตย์ใกล้อัสดงคต มักจะพบ คุณวีระพันธุ์ เดินถือ
พวงมาลัย พร้อมกับหนังสือสวดมนต์ ไปไหว้พระสวดมนต์ ในพระอุโบสถ พระ
วหิ ารทศิ และพระระเบยี งรอบพระอโุ บสถ วดั พระเชตพุ น เปน็ ประจ�ำ และเดนิ
กระท�ำ ตามล�ำพังแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีผู้ติดตาม ทั้งๆ ที่ท่านเป็นผู้บริหาร ใน
ต�ำแหนง่ ใหญห่ ลายบรษิ ทั เคยสนทนากนั ทา่ นกบ็ อกวา่ ใครจะมองท่านอย่างไร
กต็ าม แต่ท่านชอบไหว้พระ สวดมนต์ เม่อื ท�ำแลว้ ท่านได้พลัง
พระราชจรยิ าภรณ์ (สิงหไ์ ชย สิริวณโฺ ณ) วัดพระเชตุพน • 143
คณุ วรี ะพนั ธ์ุ ทปี สวุ รรณ เปน็ นกั บรหิ ารทเ่ี ปย่ี มลน้ ดว้ ยคณุ ธรรมจรยิ ธรรม
ด�ำรงชวี ติ อยา่ งเรยี บงา่ ย เปน็ สภุ าพบรุ ษุ ออ่ นนอ้ มถอ่ มตน เปน็ คนใจดี มเี มตตา
กรณุ า ต่อบคุ คลอน่ื จงึ เปน็ ท่เี คารพรัก ยังความสนทิ สนมต่อผู้พบเห็นเป็นยง่ิ นกั
จงึ มคี วามหวงั อยา่ งมนั่ ใจวา่ การจากไปของคณุ วรี ะพนั ธใ์ุ นครงั้ นี้ และดว้ ย
ผลบุญท่ี คุณวีระพันธุ์ ได้กระท�ำมา คงจะเป็นพลังหนุนน�ำส่งดวงวิญญาณของ
ทา่ น ใหไ้ ปส่สู ุคติสมั ปรายภพ พบแตค่ วามสงบสุข ตลอดนริ นั ดร์กาล
พระราชจริยาภรณ์
ผ้ชู ่วยเจา้ อาวาสวัดพระเชตพุ น
๑ กันยายน ๒๕๖๒
144 • ๕๐ ปี ในเชตวัน
ความในใจ
ขอเจริญพร ท่านหัวหน้าหมวดการศึกษาผู้รักษาการแทนครูใหญ่คณะครู
ทา่ นผูม้ เี กยี รติ และผูป้ กครอง และขออ�ำนวยพรนกั เรียนทกุ ๆ คน
อาตมภาพรสู้ กึ ปลม้ื ปตี ยิ นิ ดเี ปน็ ลน้ พน้ ทไ่ี ดม้ โี อกาสมารว่ มงานแจกวฒุ บิ ตั ร
ของโรงเรียนและมอบทุนการศึกษาประจ�ำปีในวันนี้ และขอแสดงความดีใจต่อ
ผสู้ �ำเร็จการศกึ ษาท่ีได้รับใบประกาศนยี บตั รทกุ คน ณ โอกาสนี้ด้วย
งานแจกวุฒิบัตรของโรงเรียนได้เร่ิมมีมาเมื่อใดนั้น อาตมาก็ไม่ทราบได้
เพราะไมเ่ คยไดม้ ารว่ ม ครงั้ นจี้ งึ นบั เปน็ ปแี รกทอ่ี าตมาไดม้ ารว่ ม ในเมอื่ ไดม้ าเหน็
แล้วก็รู้สึกซึ้งใจมาก ซึ่งเป็นงานท่ีไม่เคยได้เห็นมาก่อน เพราะก่อนๆ ตอนสมัย
ท่ีเคยเรียนอยู่ก็ไม่เคยได้รับอย่างน้ี นี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเจริญในการ
สรา้ งสรรค์ทางการศกึ ษาของผู้บรหิ ารในส่วนทอ้ งถิน่ นี้ จงึ เปน็ ที่นา่ ยนิ ดียง่ิ
วันน้ี นอกจากจะมีการแจกใบประกาศนียบัตรประจ�ำปีแล้ว ก็ยังได้มีการ
มอบทนุ การศกึ ษาเพม่ิ อกี งานหนง่ึ ดว้ ย พดู ถงึ ทนุ การศกึ ษา ซงึ่ กย็ งั ไมเ่ คยมใี หม้ ากอ่ น
ปีน้ีเป็นปีแรกท่ีเราได้เร่ิมจัดขึ้น และมีความตั้งใจไว้ว่าจะมีให้ทุกปี ปีละ ๑ ทุน
ทนุ ละ ๕๐๐ บาท โดยถอื เอาวนั ท่ี ๒๓ เมษายนเปน็ วนั มอบและผทู้ ไี่ ดร้ บั จะตอ้ ง
รบั ตดิ ตอ่ กนั ไปจนครบ ๓ ปี (คอื เรยี นถงึ ม.๓) ตอ่ หนง่ึ คน ทางคณะครผู คู้ ดั เลอื ก
ตวั บคุ คล โดยยดึ หลกั ผทู้ เ่ี รยี นดแี ตย่ ากจนเปน็ เบอื้ งตน้ ฉะนนั้ จงึ ขอใหน้ กั เรยี นที่
เป็นน้องๆ ทั้งหลายจงพยายามประพฤติปฏิบัติไปตามค�ำสั่งสอนของครูอาจารย์
ต้ังใจศึกษาค้นคว้าหาความรู้ เพ่ืออนาคตของตนเองหากฐานะทางบ้านของเรา
ไมด่ เี รากย็ งั มโี อกาสทจี่ ะเรยี นตอ่ ได้ โดยไดร้ บั ทนุ การศกึ ษาประจ�ำปขี องโรงเรยี น
ในสว่ นน้ี
พระราชจรยิ าภรณ์ (สิงห์ไชย สริ ิวณฺโณ) วัดพระเชตุพน • 145
พดู ถงึ ทนุ การศกึ ษาอาจจะมผี สู้ งสยั อยมู่ ากวา่ เกดิ ขนึ้ มาไดอ้ ยา่ งไร ใครเปน็
คนคิด ถ้าอย่างนั้นจึงอยากจะขอถือโอกาสพูดให้เป็นที่เข้าใจเสียเลย ทุนการ
ศกึ ษานไี้ ดเ้ กดิ ขนึ้ ตามความรสู้ กึ นกึ คดิ ในหนา้ ทขี่ องขา้ พเจา้ ทเ่ี หน็ วา่ ควรจะกระท�ำ
ทั้งน้ีก็เนื่องจากตนเองก่อนนั้นเคยได้รับความล�ำบากมาอย่างไรและมีความ
ตอ้ งการอะไร ปจั จบุ นั ตนเองอยใู่ นฐานะทคี่ วรจะกระท�ำอะไรไดบ้ า้ ง นเี้ ปน็ สาเหตุ
แหง่ การท่ไี ดจ้ ัดตง้ั ทุนการศกึ ษาขนึ้ มา
พูดถึงตนเองท่ีว่าเคยล�ำบากมาน้ันล�ำบากอย่างไร ซ่ึงบางท่านอาจจะเป็น
ผู้มาอยู่ท่ีน่ีใหม่หรือไม่ก็เป็นเด็กที่โตข้ึนมาทีหลัง จึงอาจจะยังไม่รู้จักข้าพเจ้าได้ดี
เท่าที่ควร ถ้าอย่างน้ันจึงอยากจะขออนุญาตเล่าประวัติความเป็นมาของตนเอง
เพอ่ื ใหเ้ ป็นที่เขา้ ใจพอสงั เขป
ข้าพเจ้าเป็นเด็กก�ำพร้าพ่อมาตั้งแต่ตอนอายุได้ ๒ ขวบ ฐานะทางบ้าน
ก็ยากจน พออายุเข้าสู่วัยเรียนก็ได้มาเรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียนแห่งนี้ ผลของ
การเรยี นกพ็ อไปไดไ้ มถ่ งึ กบั วา่ เกง่ หรอื แย่ แคป่ านกลาง เทา่ ทจ่ี �ำไดต้ อนสอบ ป.๑
ขน้ึ ป.๒ ไดท้ ห่ี นง่ึ ของโรงเรยี น และตอนสอบ ป.๓ ขนึ้ ป.๔ ไดท้ สี่ าม สว่ นฐานะ
ทางบ้านน้ันจัดอยู่ในข้ันที่ว่าล�ำบากมากทีเดียว ตามหลักฐานท่ีพอจะอ้างอิงได้
ก็คือ แต่ละปีท่ีทางราชการได้ส่งเสื้อผ้ามาแจกให้แก่เด็กอนาถาประจ�ำโรงเรียน
หากจ�ำไม่ผิดดูเหมือนว่าจะให้โรงเรียนละสองคน แต่ในจ�ำนวนหนึ่งในสองน้ัน
จะต้องเป็นข้าพเจ้าหน่ึงคนทุกปี น้ีก็เป็นการแสดงให้เห็นแล้วว่าเราเป็นเด็ก
อนาถาของโรงเรียน และเรากไ็ มม่ โี อกาสทจี่ ะได้เรียนต่อเพราะไม่มีทุน
พดู ถงึ ความล�ำบากมใิ ชม่ เี ฉพาะตอนเปน็ เดก็ โตขน้ึ อายไุ ด้ ๒๐ กวา่ กย็ งั เคย
ไดน้ งั่ รอ้ งไหเ้ พราะความล�ำบากนน้ั เลย แมแ้ ตป่ จั จบุ นั กย็ งั มใิ ชว่ า่ สบาย เทา่ ทที่ �ำไป
ในวันน้ีก็คือท�ำตามหน้าท่ีของสงฆ์ที่ควรจะกระท�ำตามโอกาสอันควร ที่ได้พูดไว้
วา่ อายไุ ด้ ๒๐ กวา่ ยงั เคยนงั่ รอ้ งไหน้ น้ั กค็ อื ตอนทขี่ า้ พเจา้ จะเขา้ ไปอยใู่ นกรงุ เทพฯ
ใหม่ๆ ข้าพเจ้าไม่มีเงินหรอก มีอยู่เพียง ๔๐ บาท ทางบ้านได้ถามเหมือนกันว่า
146 • ๕๐ ปี ในเชตวนั
มีเงินพอไหม เราก็ตอบว่าพอ เพราะไม่อยากไปรบกวนทางบ้านรู้ว่าทางบ้านจน
แตก่ ารไปในครง้ั นน้ั ขา้ พเจา้ ไดอ้ าศยั รถผา้ ปา่ เขา้ ไป โดยรถคนั นนั้ จะออกจากทพ่ี กั
ในวดั แหง่ หนงึ่ ในจงั หวดั เชยี งใหมป่ ระมาณตี ๕ เหตนุ น้ั เราจงึ ตอ้ งไปคา้ งคนื ทวี่ ดั นน้ั
หน่ึงคืน คืนน้ันพอเวลาผ่านไปใกล้จะสว่างผู้คนก็เร่ิมต่ืนขึ้นมาแล้วเตรียมตัวจัด
ข้าวของขึ้นรถกัน ด้วยการที่เราเป็นผูม้ ีใจไม่เคยไปเบียดเบียนใครเป็นพื้นฐาน
ประกอบกบั ความไมแ่ นใ่ จในทนี่ งั่ จะวา่ ง เราจงึ ไมก่ ลา้ ทจี่ ะขน้ึ ไปนงั่ อยบู่ นรถกอ่ น
ใครเพราะไมท่ ราบอกี วา่ จะเปน็ ทน่ี ง่ั ของใครกนั บา้ ง เราจงึ ไดแ้ ตย่ นื มองอยขู่ า้ งๆ รถ
ในใจก็คิดไว้ว่าถ้ามีที่น่ังตรงไหนว่างและผู้จัดรถได้เรียกให้เราข้ึนไปนั่งเราจึงค่อย
ขน้ึ ไปนง่ั แตแ่ ลว้ กส็ นิ้ ความหวงั เนอ่ื งจากวา่ ไมป่ รากฏมผี ใู้ ดมาเรยี กเราใหข้ นึ้ รถเลย
พอไดเ้ วลารถกอ็ อกจากวดั ไปทงิ้ ความอาลยั ใหก้ บั เราอยคู่ นเดยี ว ขา้ พเจา้ จงึ ไดไ้ ป
นั่งอยู่เชิงบันไดหน้าพระวิหารในวัดแห่งน้ัน ด้วยความมืดสลัวแห่งบรรยากาศ
บคุ คลผขู้ าดทพ่ี ง่ึ ถงึ กบั หลง่ั นำ้� ตาออกมาในขณะนนั้ ... พอเวลาผา่ นไปไมน่ านนกั
ความมหัศจรรย์ก็ได้บังเกิดขึ้นโดยรถคันนั้นได้ย้อนกลับเข้าไปในวัดอีกคร้ังหน่ึง
เนอ่ื งจากผโู้ ดยสารไดล้ มื ของมคี า่ เอาไว้ เราถงึ จะไดเ้ ขา้ กรงุ เทพฯ ไปในยามนนั้ เอง
แตค่ วามสบายใจหาไดห้ มดไปไม่ พอไปถงึ กรงุ เทพฯ แลว้ เราตอ้ งตอ่ รถไปทวี่ ดั ไรข่ งิ
อ.สามพราน จ.นครปฐมอกี เพราะตอนแรกขา้ พเจา้ ไดไ้ ปอยทู่ น่ี นั้ กอ่ น การไปในครงั้ นน้ั
ก็มีผู้ไปส่งด้วยกันสามท่าน ด้วยการที่เราไม่อยากจะให้เป็นที่ล�ำบากของคนอ่ืน
เราจึงออกค่ารถให้กับผู้ไปส่งทุกท่าน พอไปถึงวัดต้องจัดหาน�้ำมาเล้ียงตลอดทั้ง
สง่ คา่ รถกลบั กรงุ เทพฯ เสรจ็ แลว้ วนั นนั้ เวลานนั้ ซงึ่ กเ็ ปน็ วนั และเวลาแรกทข่ี า้ พเจา้
ได้ไปอยู่ ขา้ พเจ้ามเี งนิ เหลืออยูเ่ พียง ๒ บาท ยงั จ�ำได้จนกระทงั่ ทุกวันนี้
ความทกุ ขร์ ะทมขมขน่ื ของชวี ติ ไมจ่ �ำเปน็ ตอ้ งขวนขวายแสวงหามาเพมิ่
ใหก้ บั ตนอกี นก่ี เ็ ปน็ ขนาดทเ่ี ตม็ กลนื อยแู่ ลว้ ทกุ ชวี ติ จะตอ้ งรว่ งโรยดว้ ยความ
เจบ็ ชำ้� ทรมานดว้ ยความผดิ หวงั จงึ มนิ า่ ทจี่ ะเรง่ เวลาแหง่ การนนั้ มาใหก้ บั ตนอกี
อุปสรรคเป็นหลักแห่งการต่อสู้ แล้วชีวิตเราก็ต้องเศร้าไปอีกครา โดยในกาล
ตอ่ มาอกี คราวหนง่ึ ขา้ พเจา้ ไดไ้ ปเรยี นหนงั สอื มองขอ้ ความบนกระดานไมค่ อ่ ยจะเหน็