The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

https://www.nacc.go.th/article_attach/18575_20190719133145.pdf

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ป้องกันการทุจริต ป.3

https://www.nacc.go.th/article_attach/18575_20190719133145.pdf

แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ สำานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ร่วมกับ สำานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๖๑


แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ สำ นักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ร่วมกับ สำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๖๑


แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ พิมพ์ครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๖๒ จำนวนพิมพ์ ๓๑,๖๐๒ เล่ม ผู้จัดพิมพ์ ส�ำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ร่วมกับ ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พิมพ์ที่ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด สาขา ๔ ๑๔๕ , ๑๔๗ ถ.เลี่ยงเมืองนนทบุรีต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี๑๑๐๐๐ โทร. ๐ ๒๕๒๕ ๔๘๐๗-๙ , ๐ ๒๕๒๕ ๔๘๕๓-๔ โทรสาร ๐ ๒๕๒๕ ๔๘๕๕ E-mail : [email protected] www.co-opthai.com


คำ นำ ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่๓(พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) ได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๑ สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ประกอบด้วย กลยุทธ์ที่ ๑ ปรับฐาน ความคิดทุกช่วงวัยตั้งแต่ปฐมวัยเป็นต้นไปให้สามารถแยกระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวม กลยุทธ์ที่๒ ส่งเสริมให้มีระบบและกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมเพื่อต้านทุจริตกลยุทธ์ที่๓ ประยุกต์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเครื่องมือต้านทุจริตและกลยุทธ์ที่๔ เสริมพลังการมีส่วนร่วม ของชุมชน และบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อต่อต้านการทุจริต จากกลยุทธ์ที่ ๑ คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(คณะกรรมการ ป.ป.ช.) จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จัดทำหลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ด้านการป้องกันการทุจริตซึ่งประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการให้การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขึ้น เพื่อศึกษา วิเคราะห์ และ รวบรวมข้อมูล กำหนดแนวทางและขอบเขตในการจัดทำหลักสูตร ยกร่างและจัดทำเนื้อหาหลักสูตร หรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้รวมทั้งพิจารณาให้ความเห็นเพิ่มเติม กำหนดแผน หรือแนวทางการนำหลักสูตรไปใช้ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย คณะอนุกรรมการจัดทำหลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ด้านการ ป้องกันการทุจริตได้ร่วมกันสร้างชุดหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา : Anti-CorruptionEducation ประกอบด้วย ๕ หลักสูตรดังนี้ ๑. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต) ๒. หลักสูตร อุดมศึกษา (วัยใส ใจสะอาด “Youngster with Good Heart”) ๓. หลักสูตรตามแนวทางรับราชการ กลุ่มทหารและตำรวจ ๔. หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต และ ๕. หลักสูตรโค้ชเพื่อการรู้คิดต้านทุจริต ชุดหลักสูตรดังกล่าวได้ผ่านกระบวนการนำไปทดลองใช้ เพื่อปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สำหรับการใช้ในกลุ่มเป้าหมายต่อไป นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการจัดทำหลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ด้านการป้องกันการทุจริต ยังได้คัดเลือกสื่อการเรียนรู้จากแหล่งต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศรวม ๕๐ ชิ้น เพื่อใช้ในการเรียนรู้ ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เสนอ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๑ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้และให้กระทรวงศึกษาธิการ เร่งดำเนินการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปปรับใช้ในการจัด การเรียนการสอนของสถานศึกษา


รำยวิชำเพิ่มเติมกำรป้องกันกำรทุจริต ส�ำหรับหลักสูตรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน จัดท�ำขึ้น โดยอนุกรรมกำรด้ำนกำรศึกษำ ในคณะอนุกรรมกำรจัดท�ำหลักสูตรหรือชุดกำรเรียนรู้และสื่อประกอบ กำรเรียนรู้ ด้ำนกำรป้องกันกำรทุจริตและกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิด้ำนกำรศึกษำ สำระกำรเรียนรู้ประกอบด้วย (๑) กำรคิดแยกแยะระหว่ำงผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม (๒) ควำมอำยและควำมไม่ทน ต่อกำรทุจริต (๓) STRONG : จิตพอเพียงต้ำนทุจริต (๔) พลเมืองและควำมรับผิดชอบต่อสังคม ต่อเนื่องกัน ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ระดับประถมศึกษำ ระดับมัธยมศึกษำตอนต้น และระดับมัธยมศึกษำตอนปลำย คณะกรรมกำร ป.ป.ช. หวังเป็นอย่ำงยิ่งว่ำ รำยวิชำเพิ่มเติมกำรป้องกันกำรทุจริต ส�ำหรับหลักสูตรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน ในชุดหลักสูตรต้ำนทุจริตศึกษำ (Anti-Corruption Education) จะน�ำเข้ำสู่ระบบกำรศึกษำ เพื่อเป็นกลไกระยะยำวในกำรปลูกฝังวิธีคิดป้องกันกำรทุจริตให้แก่ผู้เรียน อย่ำงเป็นอัตโนมัติ เพื่อร่วมกันสร้ำงประเทศไทยใสสะอำด ไทยทั้งชำติต้ำนทุจริต พลต�ำรวจเอก (วัชรพล ประสำรรำชกิจ) ประธำนกรรมกำร ป.ป.ช. ๓๐ พฤศจิกำยน ๒๕๖๑


สารบัญ หน้า โครงสร้างรายวิชา ๑ หน่วยที่ ๑ การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๓ หน่วยที่ ๒ ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ๗๖ หน่วยที่ ๓ STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต ๘๙ หน่วยที่ ๔ พลเมืองกับความรับผิดชอบต่อสังคม ๑๒๐ ภาคผนวก ๑๕๙ คำสั่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ ๖๔๖/๒๕๖๐ เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ๑๖๐ จัดทำหลักสูตร หรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ด้านการป้องกันการทุจริต รายชื่อคณะทำงานจัดทำหลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ ๑๖๔ ด้านการป้องกันการทุจริต กลุ่มการศึกษาขั้นพื้นฐาน รายชื่อคณะบรรณาธิการกิจหลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ ๑๖๘ ด้านการป้องกันการทุจริต กลุ่มการศึกษาขั้นพื้นฐาน รายชื่อคณะผู้ประสานงานการจัดทำหลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ ๑๗๐ ด้านการป้องกันการทุจริต กลุ่มการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงาน ป.ป.ช.


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 1 โครงสร้างรายวิชา ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ลำ ดับ หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง จำ นวน ชั่วโมง ๑. การคิดแยกแยะระหว่างผล ประโยชน์ส่วนตนและผล ประโยชน์ส่วนรวม ๑. การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผล ประโยชน์ส่วนรวม ๑.๑ การปฏิบัติตนเพื่อประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ ส่วนรวมในหมู่บ้าน ๑.๒ การใช้สถานที่ส่วนรวมในหมู่บ้านเพื่อประโยชน์ ส่วนตนและเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ๒. การเปรียบเทียบผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวมในหมู่บ้าน ๓. การปฏิบัติตนในการใช้ของส่วนรวมในระดับหมู่บ้าน ๔. ระบบคิดฐานสอง ๔.๑ พฤติกรรมระบบคิดฐานสองในระดับหมู่บ้าน ๔.๒ การประยุกต์ใช้ระบบคิดฐานสอง ในระดับหมู่บ้าน ๕. ระบบคิดฐานสิบ ๕.๑ พฤติกรรมระบบคิดฐานสิบ ในระดับหมู่บ้าน ๕.๒ ผลของพฤติกรรมระบบคิดฐานสิบที่ส่งผลในระดับ หมู่บ้าน ๖. การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวม ๖.๑ ความหมายของการขัดกัน หรือขัดแย้งในห้องเรียน โรงเรียน ๖.๒ แยกแยะระหว่างการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วน ตนและประโยชน์ส่วนรวม ๑๖ ๒. ความละอายและความไม่ทนต่อ การทุจริต ๑. ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริตระดับหมู่บ้าน เกี่ยวกับ ๑.๑ การทิ้งขยะไม่เป็นที่ ๑.๒ การปฏิบัติตนตามข้อตกลงของหมู่บ้าน ๒. กิจกรรมที่ปฏิบัติและส่งผลให้เกิดความละอายและ ความไม่ทนต่อการทุจริตระดับหมู่บ้าน ๓. แนวทางการปฏิบัติตนเป็นผู้มีความละอายและไม่ทนต่อ การทุจริต (ระดับหมู่บ้าน) ๖


2 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ลำ ดับ หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง จำ นวน ชั่วโมง ๓. STRONG : จิตพอเพียง ต้านทุจริต STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริตระดับหมู่บ้าน เกี่ยวกับ - ขยะในหมู่บ้าน - การเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน - การท�ำความสะอาดหมู่บ้าน - การใช้ถนนในหมู่บ้าน ๘ ๔. พลเมืองกับความรับผิดชอบ ต่อสังคม ๑. เรื่องการเคารพสิทธิหน้าที่ต่อตนเองและผู้อื่นในหมู่บ้าน ๒. สิทธิที่ได้รับในหมู่บ้าน ๒.๑ ทางสาธารณะ ๒.๒ พื้นที่สาธารณะ ๒.๓ ประชาสัมพันธ์หมู่บ้าน ๒.๔ ไฟสาธารณะหมู่บ้าน ๓. หน้าที่ที่ต้องปฏิบัติต่อหมู่บ้าน ๓.๑ การร่วมกิจกรรมหมู่บ้าน ๓.๒ ให้ความช่วยเหลือ ๓.๓ จิตสาธารณะ ๓.๔ ดูแลรักษา สาธารณะสมบัติของหมู่บ้าน ๔. ความเป็นพลเมือง ๔.๑ ปฏิบัติตามกฎ กติกา ระเบียบ ข้อตกลง วัฒนธรรมในหมู่บ้าน ๔.๒ การต่อต้านการทุจริตในหมู่บ้าน ๑๐ รวม ๔๐


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 3 หน่วยที่ ๑ การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๑ ชื่อหน่วย การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง การปฏิบัติตนเพื่อประโยชน์ส่วนตนและ เวลา ๒ ชั่วโมง ประโยชน์ส่วนรวมในหมู่บ้าน ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวม ๑.๒ สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถบอกวิธีการปฏิบัติตนเพื่อประโยชน์ส่วนตนในหมู่บ้านได้ ๒.๒ นักเรียนสามารถบอกวิธีการปฏิบัติตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมในหมู่บ้านได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ การท�ำความดีต่อตนเอง หมายถึง การประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ดีต่อตนเอง การท�ำความดีต่อผู้อื่น หมายถึง การประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ดีต่อผู้อื่น ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ (สมรรถนะที่เกิด) ๑) ความสามารถในการสื่อสาร ๒) ความสามารถในการคิด ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้


4 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ๑. ระบุค�ำถาม - ครูน�ำภาพเด็กคนหนึ่งก�ำลังช่วยคุณแม่กวาดบ้านและภาพเด็กเก็บขยะบริเวณโรงเรียน มาให้นักเรียนดูแล้วร่วมกันวิเคราะห์ว่าเด็กในภาพท�ำความดีหรือไม่อย่างไร ๒. แสวงหาสารสนเทศ - ครูให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เรื่อง การท�ำความดีต่อตนเองและผู้อื่น - นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔-๕ คน และให้นักเรียนเลือกหัวหน้ากลุ่มและเลขานุการ กลุ่ม พร้อมตั้งชื่อกลุ่ม ๓. สร้างความรู้ - นักเรียนน�ำความรู้ที่ได้จากการศึกษาจากใบความรู้มาอภิปราย สนทนา แลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกันภายในกลุ่ม เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น - ให้นักเรียนร่วมกันสรุปความหมายและแยกแยะการท�ำความดีต่อตนเองและผู้อื่น โดยการท�ำแบบทดสอบ เรื่อง การแยกแยะการท�ำความดีต่อตนเองและผู้อื่น ชั่วโมงที่ ๒ ๔. สื่อสาร ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการท�ำความดีต่อตนเองและต่อผู้อื่นในหมู่บ้าน ของตนเองแล้วส่งตัวแทนกลุ่มออกมาน�ำเสนอหน้าชั้นเรียน โดยครูคอยให้ค�ำแนะน�ำและอธิบายเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ๕. ตอบแทนสังคม น�ำผลงานที่นักเรียนท�ำไปติดที่ป้ายนิเทศเพื่อประชาสัมพันธ์และเป็นการรณรงค์เกี่ยวกับ การท�ำความดี ๔.๒ สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ - ภาพเด็กกวาดบ้าน ภาพเด็กน�ำขยะไปทิ้งในถังขยะ - ใบความรู้เรื่อง การท�ำความดีต่อตนเองและต่อผู้อื่น - แบบทดสอบเรื่อง การแยกแยะการท�ำความดีต่อตนเองและต่อผู้อื่น ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วิธีการประเมิน - การตรวจผลงาน - การทดสอบ


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 5 - การประเมินการน�ำเสนอผลงาน - การประเมินการท�ำงานกลุ่ม - การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์(มีวินัย,ใฝ่เรียนรู้) ๕.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน - แบบประเมินผลงานการแยกแยะการท�ำความดีต่อตนเองและต่อผู้อื่น - แบบทดสอบ - แบบประเมินการน�ำเสนอผลงาน - แบบประเมินการท�ำงานกลุ่ม - แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์(มีวินัย,ใฝ่เรียนรู้) ๕.๓ เกณฑ์การประเมิน - นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป - นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดีขึ้นไป ๖. บันทึกหลังสอน .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..............................................ครูผู้สอน (..................................................) ๗. ภาคผนวก ๗.๑ ภาพเด็กกวาดบ้าน, ภาพเด็กน�ำขยะไปทิ้งในถังขยะ ๗.๒ ใบความรู้เรื่อง การท�ำความดีต่อตนเองและต่อผู้อื่น ๗.๓ แบบเรื่องทดสอบ เรื่อง การแยกแยะการท�ำความดีต่อตนเองและต่อผู้อื่น ๗.๔ เฉลยแบบเรื่องทดสอบ เรื่อง การแยกแยะการท�ำความดีต่อตนเองและต่อผู้อื่น ๗.๕ แบบประเมินผลงานการแยกแยะการท�ำความดีต่อตนเองและต่อผู้อื่น ๗.๖ แบบประเมินการน�ำเสนอผลงาน ๗.๗ แบบประเมินการท�ำงานกลุ่ม ๗.๘ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์(มีวินัย,ใฝ่เรียนรู้)


6 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ภาคผนวก ๗.๑ ภาพเด็กกวาดบ้าน ภาพเด็กนำขยะไปทิ้งในถังขยะ


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 7 ภาคผนวก ๗.๒ ใบความรู้ เรื่อง การท�ำความดีต่อตนเองและต่อผู้อื่น การท�ำความดีคือ การประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ดีซึ่งเกิดจากเจตนาที่ดี การท�ำความดีสามารถปฏิบัติได้ทั้งกาย วาจาและใจ ดังนี้ ทางกาย - ตั้งใจเรียน - ไม่ลักขโมยของผู้อื่น - ปฏิบัติตามค�ำสั่งของพ่อแม่ครูอาจารย์ - เมตตากรุณาต่อสัตว์ ทางวาจา - พูดจาไพเราะ - พูดความจริง - พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ทางใจ - ไม่คิดร้ายต่อผู้อื่น - คิดอภัยผู้ที่ท�ำผิดพลาด - พยายามข่มใจไม่ให้โกรธ


8 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ภาคผนวก ๗.๓ แบบทดสอบ เรื่อง การแยกแยะการทำ ความดีต่อตนเองและต่อผู้อื่น ชื่อ-นามสกุล..................................................................................ชั้น ป.๓/............เลขที่......................... คำชี้แจง ให้นักเรียนท�ำเครื่องหมาย � หน้าข้อที่ถูก และท�ำเครื่องหมาย x หน้าข้อที่ผิด .......... ๑. ผู้ท�ำความดีเกิดความสุขกาย สุขใจ เพราะได้ท�ำในสิ่งที่ถูกต้อง .......... ๒. เมื่อท�ำความดีท�ำให้เกิดความแตกแยกในหมู่คณะ .......... ๓. ช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก .......... ๔. ไม่เบียดเบียนผู้อื่น .......... ๕. เมื่อท�ำความดีจะท�ำให้เกิดความวุ่นวาย .......... ๖. การท�ำความดีควรต้องมีผลตอบแทนบ้าง .......... ๗. แก้วตาชอบแบ่งปันขนมให้เพื่อน ดังนั้นแก้วตาจึงเป็นคนดีและเป็นที่รักของเพื่อนๆ .......... ๘. อ้อแอ้ไม่ให้เพื่อนลอกการบ้าน เพราะฉะนั้น ถือว่าอ้อแอ้เป็นคนไม่ดี .......... ๙. เมธามักจะโกหกคุณครูเรื่องที่เมธาชอบมาโรงเรียนสาย .......... ๑๐. นรีมักจะชวนเพื่อนๆ ไปเก็บขยะหลังอาคารเรียนเสมอ


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 9 ภาคผนวก ๗.๔ เฉลยแบบทดสอบ .................................................. .......... ๑. ผู้ท�ำความดีเกิดความสุขกาย สุขใจ เพราะได้ท�ำในสิ่งที่ถูกต้อง .......... ๒. เมื่อท�ำความดีท�ำให้เกิดความแตกแยกในหมู่คณะ .......... ๓. ช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก .......... ๔. ไม่เบียดเบียนผู้อื่น .......... ๕. เมื่อท�ำความดีจะท�ำให้เกิดความวุ่นวาย .......... ๖. การท�ำความดีควรต้องมีผลตอบแทนบ้าง .......... ๗. แก้วตาชอบแบ่งปันขนมให้เพื่อน ดังนั้นแก้วตาจึงเป็นคนดีและเป็นที่รักของเพื่อนๆ .......... ๘. อ้อแอ้ไม่ให้เพื่อนลอกการบ้าน เพราะฉะนั้น ถือว่าอ้อแอ้เป็นคนไม่ดี .......... ๙. เมธามักจะโกหกคุณครูเรื่องที่เมธาชอบมาโรงเรียนสาย .......... ๑๐. นรีมักจะชวนเพื่อนๆ ไปเก็บขยะหลังอาคารเรียนเสมอ ........................................... � � � � � � � � � �


10 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ภาคผนวก ๗.๕ แบบตรวจผลงานการทำ ใบงาน เรื่อง การแยกแยะการทำ ความดีต่อตนเองและผู้อื่น ลงชื่อ.................................................ผู้ตรวจ (.................................................) ที่ ชื่อ-สกุล บอกผลประโยชน์ส่วนตน และผลประโยชน์ส่วนรวมได้ (จำนวนข้อ) รวมคะแนน ๑๐ คะแนน สรุปผล ผ่าน ไม่ผ่าน


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 11 ภาคผนวก ๗.๖ แบบประเมินการนำ เสนอผลงาน เรื่อง............................................................................................... ลงชื่อ.................................................ผู้ตรวจ (.................................................) เกณฑ์การประเมิน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ที่ ชื่อกลุ่ม รายการประเมิน รวมคะแนน ความ ร่วมมือ ภายในกลุ่ม การร่วม แสดงความ คิดเห็น เสียงดัง ฟังชัด ความมั่นใจ ในตนเอง รูปแบบ การนำ เสนอ ๒ คะแนน ๒ คะแนน ๒ คะแนน ๒ คะแนน ๒ คะแนน ๑๐ คะแนน


12 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ภาคผนวก ๗.๗ แบบประเมินการทำ งานกลุ่ม เรื่อง............................................................................................... ลงชื่อ.................................................ผู้ตรวจ (.................................................) เกณฑ์การประเมิน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ที่ ชื่อกลุ่ม รายการประเมิน รวมคะแนน ความ ร่วมมือ ภายในกลุ่ม การร่วม แสดงความ คิดเห็น เสียงดัง ฟังชัด ความมั่นใจ ในตนเอง รูปแบบ การนำ เสนอ ๒ คะแนน ๒ คะแนน ๒ คะแนน ๒ คะแนน ๒ คะแนน ๑๐ คะแนน


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 13 ภาคผนวก ๗.๘ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ชื่อ-นามสกุล..................................................................................ชั้น ป.๓/............เลขที่......................... คำชี้แจง ให้ครูสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด � ลงในช่อง ที่ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ.................................................ผู้ประเมิน (.................................................) ................/................/............... เกณฑ์การให้คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม�่ำเสมอ ให้๓ คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้๒ คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้๑ คะแนน - พฤติกรรมที่ไม่ได้ปฏิบัติ ให้๐ คะแนน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดีขึ้นไป สรุปผลการประเมิน � ๑๕ - ๑๘ คะแนน เท่ากับ ดีเยี่ยม � ๑๐ - ๑๔ คะแนน เท่ากับ ดี � ๕ - ๙ คะแนน เท่ากับ พอใช้ � ๐ - ๔ คะแนน เท่ากับ ปรับปรุง คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ รายการประเมิน ระดับคะแนน ๓ ๒ ๑ ๐ มีวินัย ๑. เข้าเรียนตรงเวลา ๒. แต่งกายเรียบร้อยเหมาะสมกับกาลเทศะ ๓. ปฏิบัติตามกฎระเบียบของห้อง ใฝ่เรียนรู้ ๔. แสวงหาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ๕. มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ ๖. สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล รวม สรุปผลคะแนน


14 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๑ ชื่อหน่วย การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ชั้นประถมศึกษา ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง การใช้สถานที่ส่วนรวมในหมู่บ้าน เวลา ๒ ชั่วโมง เพื่อประโยชน์ส่วนตนส่วนตนและเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวม ๑.๒ สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถบอกได้ว่าสถานที่ใดเป็นสถานที่ส่วนรวม ๒.๒ นักเรียนสามารถบอกความส�ำคัญของสถานที่ส่วนรวมได้ ๒.๓ นักเรียนสามารถบอกวิธีดูแลรักษาสถานที่ส่วนรวมได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ สถานที่ส่วนรวมคือสถานที่ที่ทุกคนสามารถเข้าไปใช้บริการได้โดยไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดเป็นเจ้าของ แต่เป็นของ ทุกคนที่ร่วมกันสร้างหรือเป็นสถานที่ที่รัฐจัดสร้างให้ การดูแลรักษาสถานที่ส่วนรวม คือ เมื่อมีการใช้แล้วต้องมีการรักษาความสะอาดการไม่ทิ้ง เศษขยะในสถานที่ส่วนรวม การดูแลซ่อมแซมเมื่อได้รับความเสียหาย ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ (สมรรถนะที่เกิด) ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีวินัย ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ๑. ระบุค�ำถาม - นักเรียนดูภาพสถานที่ต ่างๆ (วัด โรงเรียน ศาลาประชาคม ลานออกก�ำลังกาย สนามกีฬา บ้าน ห้องนอน) ให้นักเรียนดูและร่วมกันสนทนา


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 15 - ครูเชื่อมโยงเข้าสู่เนื้อหาโดยใช้ค�ำถาม ดังนี้ ๑. สถานที่ที่นักเรียนเห็นมีอะไรบ้าง ๒. สถานที่เหล่านั้นเป็นสถานที่ส่วนตัวหรือส่วนรวม ๓. นักเรียนมีแยกแยะระหว่างสถานที่ส่วนตนและสถานที่ส่วนรวมได้หรือไม่ ๒. แสวงหาสารสนเทศ - ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน - ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันคิดว่าสถานที่ส่วนรวมในหมู่บ้านของนักเรียนมีสถานที่ อะไรบ้าง ๓. สร้างความรู้ - นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานที่ส่วนรวมของแต่ละกลุ่ม (นักเรียน อาจจะมาจากหลายหมู่บ้าน) โดยให้นักเรียนเขียนลงในการดาษเอ ๔ ที่ครูแจกให้ - ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน�ำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ชั่วโมงที่ ๒ ๔. สื่อสาร - นักเรียนร่วมกันอภิปรายและน�ำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สถานที่ส่วนรวมร่วมกันของ แต่ละหมู่บ้านและบอกถึงความส�ำคัญของสถานที่เหล่านั้นพร้อมทั้งเสนอวิธีการดูแลรักษา - ครูสนทนากับนักเรียนถึงการใช้สถานที่ร่วมกันในหมู่บ้านว่ามีใครครอบครองสถานที่ ส่วนรวมเป็นของตนเองหรือไม่ถ้ามีแสดงว่าบุคคลนั้นเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม นักเรียนต้องไม่ประพฤติแบบนั้น ๕. ตอบแทนสังคม - ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนน�ำเรื่อง การใช้สถานที่ส่วนรวม การดูแลรักษา สถานที่ส่วนรวมไปใช้ในชีวิตประจ�ำวันและควรแนะน�ำให้ผู้อื่นปฏิบัติด้วย ๔.๒ สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ - บัตรภาพ - ใบงาน เรื่อง การแยกแยะความรับผิดชอบต่อตนเองและต่อผู้อื่น ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วิธีการประเมิน - การตรวจผลงานใบงาน เรื่อง การแยกแยะความรับผิดชอบต่อตนเองและต่อผู้อื่น - การประเมินการท�ำงานกลุ่ม - การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์(มีวินัย)


16 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ๕.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน - แบบบันทึกการให้คะแนนการตรวจผลงานใบงาน เรื่อง การแยกแยะความรับผิดชอบ ต่อตนเองและต่อผู้อื่น - แบบประเมินการท�ำงานกลุ่ม - แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์(มีวินัย) ๕.๓ เกณฑ์การประเมิน - นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป - นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดีขึ้นไป ๖. บันทึกหลังสอน .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..............................................ครูผู้สอน (..............................................) ๗. ภาคผนวก ๗.๑ ภาพวัด โรงเรียน ศาลาประชาคม ลานออกก�ำลังกาย สนามกีฬา บ้าน ห้องนอน ๗.๒ ใบงาน เรื่อง การแยกแยะความรับผิดชอบต่อตนเองและต่อผู้อื่น ๗.๓ แบบบันทึกการให้คะแนนการตรวจผลงาน ใบงานเรื่อง การแยกแยะความรับผิดชอบ ต่อตนเองและต่อผู้อื่น ๗.๔ แบบประเมินการท�ำงานกลุ่ม ๗.๕ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์(มีวินัย)


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 17 ภาคผนวก ๗.๑ วัด ศาลาประชาคม โรงเรียน ลานออกกำลังกาย


18 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” สนามกีฬา ห้องนอน บ้าน


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 19 ภาคผนวก ๗.๒ ใบงาน เรื่อง การแยกแยะสถานที่ส่วนตนและสถานที่ส่วนรวม คำชี้แจง ให้นักเรียนวาดภาพสถานที่ส่วนตนและสถานที่ส่วนรวมพร้อมระบายสีให้สวยงาม ชื่อ-นามสกุล..................................................................................ชั้น ป.๓/............เลขที่......................... สถานที่ส่วนตน สถานที่ส่วนรวม


20 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ภาคผนวก ๗.๓ แบบบันทึกการให้คะแนนการตรวจผลงานใบงาน เรื่อง การแยกแยะสถานที่ส่วนตนและสถานที่ส่วนรวม ระดับคุณภาพ เกณฑ์การตัดสิน ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๘-๑๐ คะแนน ไม่ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๐-๗ คะแนน เลขที่ ชื่อ-สกุล คะแนนที่ได้ สรุปผล ผ่าน ไม่ผ่าน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ สรุป เกณฑ์การประเมิน


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 21 ภาคผนวก ๗.๔ แบบประเมินการทำ งานกลุ่ม เรื่อง............................................................................................... ลงชื่อ..............................................ผู้ตรวจ (..............................................) เกณฑ์การประเมิน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ที่ ชื่อกลุ่ม รายการประเมิน รวมคะแนน ความ ร่วมมือ ภายในกลุ่ม การร่วม แสดงความ คิดเห็น เสียงดัง ฟังชัด ความมั่นใจ ในตนเอง รูปแบบ การนำ เสนอ ๒ คะแนน ๒ คะแนน ๒ คะแนน ๒ คะแนน ๒ คะแนน ๑๐ คะแนน


22 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ภาคผนวก ๗.๕ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ชื่อ-นามสกุล..................................................................................ชั้น ป.๓/............เลขที่......................... คำชี้แจง : ให้ครูสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด�ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ.................................................ผู้ประเมิน (.................................................) ................/................/............... เกณฑ์การให้คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม�่ำเสมอ ให้๓ คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้๒ คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้๑ คะแนน - พฤติกรรมที่ไม่ได้ปฏิบัติ ให้๐ คะแนน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดีขึ้นไป สรุปผลการประเมิน � ๘ - ๙ คะแนน เท่ากับ ดีเยี่ยม � ๖ - ๗ คะแนน เท่ากับ ดี � ๔ - ๕ คะแนน เท่ากับ พอใช้ � ๐ - ๓ คะแนน เท่ากับ ปรับปรุง คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ รายการประเมิน ระดับคะแนน ๓ ๒ ๑ ๐ มีวินัย ๑. เข้าเรียนตรงเวลา ๒. แต่งกายเรียบร้อยเหมาะสมกับกาลเทศะ ๓. ปฏิบัติตามกฎระเบียบของห้อง รวม สรุปผลคะแนน


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 23 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๑ ชื่อหน่วย การคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง การเปรียบเทียบผลประโยชน์ส่วนตน เวลา ๒ ชั่วโมง และผลประโยชน์ส่วนรวมในหมู่บ้าน ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวม ๑.๒ สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน และผลประโยชน์ส่วนรวมได้ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ นักเรียนสามารถ ๒.๑. นักเรียนสามารถเปรียบเทียบผลประโยชน์ส่วนตน และผลประโยชน์ส่วนรวมในหมู่บ้านได้ ๒.๒. นักเรียนสามารถสามารถแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน และผลประโยชน์ส่วนรวม ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ผลประโยชน์ส่วนตน หมายถึง การที่บุคคลทั่วไปในสถานะเอกชนหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในสถานะเอกชน ได้ท�ำกิจกรรมหรือได้การกระท�ำต่างๆ เพื่อประโยชน์ส่วนตน ครอบครัว ญาติเพื่อน หรือของกลุ่มในสังคม ที่มีความสัมพันธ์กันในรูปแบบต่างๆ เช่นการประกอบอาชีพ การค้า การลงทุน เพื่อหาประโยชน์ในทางการเงินหรือในทางทรัพย์สินต่างๆ เป็นต้น ผลประโยชน์ส่วนรวม หมายถึงการที่บุคคลใดๆ ในสถานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ผู้ด�ำรง ต�ำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานของรัฐ) ได้กระท�ำการใดๆตามหน้าที่หรือได้ปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการด�ำเนินการในอีกส่วนหนึ่ง ที่แยกออกมาจาก การด�ำเนินการตามหน้าที่ในสถานะของเอกชน การกระท�ำการใดๆของเจ้าหน้าที่ของรัฐจึงมีวัตถุประสงค์ หรือมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม หรือการรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ (สมรรถนะที่เกิด) ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๓.๓ คุณลักษณะที่พึงประสงค์/ค่านิยม ๑. มุ่งมันในการท�ำงาน ๒. มีจิตสาธารณะ


24 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ขั้นตอนที่ ๑ เสนอสิ่งเร้าและระบุคำถามสำคัญ ๑.๑ ครูให้นักเรียนดูวีดิโอเรื่อง “แบ่งปันคือน�้ำใจ” พร้อมตั้งค�ำถาม ดังนี้ - เรื่อง แบ่งปันคือน�้ำใจ กล่าวถึงเรื่องอะไร - นักเรียนคิดว่า เรื่องแบ่งปันคือน�้ำใจ เป็นการแสดงผลประโยชน์ส่วนตนหรือ ผลประโยชน์ส่วนตน อย่างไร ๑.๒ ครูสรุปผลประโยชน์ส่วนตน กับผลประโยชน์ส่วนรวมให้นักเรียนฟัง ขั้นตอนที่ ๒ แสวงหาสารสนเทศและวิเคราะห์ ๒.๑ นักเรียนแบ่งกลุ่มละ ๔-๕ คน ๒.๒ ครูให้นักเรียนแสดงบทบาทสมมุติเกี่ยวกับประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม แล้วออกมาน�ำเสนอหน้าชั้นเรียนใช้เวลากลุ่มละ ๓-๕ นาที ชั่วโมงที่ ๒ ขั้นตอนที่ ๓ อภิปรายและสร้างความรู้ ๓.๑ ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายจากการแสดงบทบาทสมมุติของนักเรียน ๓.๒ สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้รับจากการแสดงบทบาทสมมุติและให้ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวม ๓.๓ ให้นักเรียนท�ำใบงานเรื่องการเปรียบเทียบระหว ่างผลประโยชน์ส ่วนรวมกับ ผลประโยชน์ส่วนตน ขั้นตอนที่ ๔ สื่อสารและสะท้อนความคิด ๔.๑ ครูให้ข้อคิดนักเรียนว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้นั้นเป็นเรื่องดีหรือไม่ จริงหรือไม่จริง และสรุป ความรู้ประเด็นส�ำคัญ ขั้นตอนที่ ๕ ประยุกต์และตอบแทนสังคม ๕.๑ ให้นักเรียนเขียนค�ำขวัญรณรงค์ให้คนท�ำประโยชน์ให้ส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ ส่วนตนติดตามป้ายนิเทศภายในโรงเรียน ๔.๒ สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ ๑. วิดีโอ แบ่งปันคือน�้ำใจ https://www.youtube.com/watch?v=40-cDZ77gzg ๒. ใบงาน เรื่อง ผลประโยชน์ส่วนรวมกับผลประโยชน์ส่วนตน ๓. กระดาษ ๔. สีไม้ ๕. ปากกาเมจิก


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 25 ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วิธีการประเมิน - ประเมินใบงานเรื่องผลประโยชน์ส่วนรวมกับผลประโยชน์ส่วนตน - ประเมินความรู้ความเข้าใจจากการแสดงบทบาทสมมุติ - ประเมินการเขียนค�ำขวัญ - ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์(มุ่งมั่นในการท�ำงาน, มีจิตสาธารณะ) ๕.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน - แบบบันทึกการให้คะแนนใบงาน เรื่องผลประโยชน์ส่วนรวมกับผลประโยชน์ส่วนตน - แบบประเมินการแสดงบทบาทสมมุติ - แบบประเมินการเขียนค�ำขวัญ - แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์(มุ่งมันในการท�ำงาน, มีจิตสาธารณะ) ๕.๓ เกณฑ์การประเมิน - การท�ำใบงาน นักเรียนตอบถูก ๗ ข้อขึ้นไป ถือว่าผ่าน - การแสดงบทบาทสมมติได้คะแนน ๖ คะแนน ถือว่าผ่าน - แบบประเมินการเขียนค�ำขวัญ ได้คะแนน ๗ คะแนนถือว่าผ่าน - แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ได้คะแนนรายข้อระดับ ๒ ขึ้นไปถือว่า ผ่าน - นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดีขึ้นไป ๖. บันทึกหลังสอน .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..............................................ครูผู้สอน (..............................................) ๗. ภาคผนวก ๗.๑ ใบงาน เรื่อง ผลประโยชน์ส่วนรวมกับผลประโยชน์ส่วนตน ๗.๒ แบบบันทึกการให้คะแนนใบงานเรื่อง ผลประโยชน์ส่วนรวมกับผลประโยชน์ส่วนตน ๗.๓ แบบประเมินการน�ำเสนอผลงานกลุ่ม (การแสดงบทบาทสมมติ) ๗.๔ เกณฑ์การให้คะแนนการเขียนค�ำขวัญ/ป้ายเชิญชวน ๗.๕ ใบความรู้เรื่อง ผลประโยชน์ส่วนรวมกับผลประโยชน์ส่วนตน ๗.๖ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์(มุ่งมันในการท�ำงาน, มีจิตสาธารณะ)


26 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ภาคผนวก ๗.๑ ใบงาน เรื่อง ผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ชื่อ-นามสกุล..................................................................................ชั้น ป.๓/............เลขที่......................... คำสั่ง ให้นักเรียนตอบค�ำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องลงในช่องว่างที่ก�ำหนดให้ ๑. ผลประโยชน์ส่วนตน หมายถึง………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………....……………………… ………………………………………………………………………………………………………....……………………… ………………………………………………………………………………………………………....……………………… ๒. ผลประโยชน์ส่วนรวม หมายถึง………………………………………………………………………................. ………………………………………………………………………………………………………....……………………… ………………………………………………………………………………………………………....……………………… ………………………………………………………………………………………………………....……………………… ๓. ให้นักเรียนระบุกิจกรรมที่ผลประโยชน์ส่วนตน ๓ กิจกรรม ๓.๑…………………………………………………………………………………………………………………………… ๓.๒…………………………………………………………………………………………………………………………… ๓.๓…………………………………………………………………………………………………………………………… ๔. ให้นักเรียนระบุกิจกรรมที่ผลประโยชน์ส่วนรวม ๓ กิจกรรม ๔.๑…………………………………………………………………………………………………………………………… ๔.๒…………………………………………………………………………………………………………………………… ๔.๓……………………………………………………………………………………………………………………………


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 27 ภาคผนวก ๗.๒ แบบบันทึกการให้คะแนนใบงาน เรื่อง ผลประโยชน์ส่วนรวมกับผลประโยชน์ส่วนตน ได้คะแนน รวม ๗ คะแนนขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ได้คะแนน ๐-๖ คะแนน ไม่ผ่านเกณฑ์ เลขที่ ชื่อ-สกุล ได้คะแนน ผ่าน ไม่ผ่าน เกณฑ์การผ่านเกณฑ์


28 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ภาคผนวก ๗.๓ แบบประเมินการนำ เสนอผลงานกลุ่ม (การแสดงบทบาทสมมติ) กลุ่มที่.............เรื่อง........................................................................................................... คำชี้แจง ให้นักเรียนประเมิน โดยกาเครื่องหมาย � ลงในช่องระดับคะแนนให้ตรงกับความเป็นจริง มากที่สุด ต้องได้คะแนนรวมตั้งแต่ ๖ ขึ้นไป จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์ เกณฑ์การให้คะแนนการเขียนคำขวัญ/ป้ายเชิญชวน (๑๐ คะแนน) (๑) การสื่อความหมาย ๔ คะแนน (๒) การใช้ภาษา กะทัดรัด ชัดเจน ความไพเราะ ๒ คะแนน (๓) ส�ำนวนภาษาสละสลวย ถูกต้องเหมาะสม ๒ คะแนน (๔) ความคิดสร้างสรรค์ ๒ คะแนน ต้องได้คะแนน ๗ ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์ รายการประเมิน ระดับคะแนน รวม หมายเหตุ๓ ๒ ๑ ๑. ความเหมาะสมของบทบาทการน�ำเสนอ ๒. ความถูกต้องข้อมูล สาระ ความรู้ ๓. ส่วนประกอบอื่นๆ และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คะแนนรวม ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน/ระดับคุณภาพ ๓ ๒ ๑ ๑. ความเหมาะสมของ บทบาทการน�ำเสนอ แสดงบทบาทเหมาะ สม เสียงดังฟังชัด ลีลา ประกอบดีมาก แสดงบทบาทเหมาะสม เสียงดังปานกลาง ลีลา ประกอบดี แสดงบทบาทเหมาะสม เสียงเบา ลีลาประกอบ ค่อนข้างน้อย ๒. ความถูกต้องข้อมูล สาระ ความรู้ เนื้อหาสาระถูกต้อง ครบถ้วน เนื้อหาสาระถูกต้อง เป็นส่วนมาก เนื้อหาสาระถูกต้อง เป็นส่วนน้อย ๓. ส่วนประกอบอื่นๆ และความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ มีการน�ำอุปกรณ์ มาประกอบการน�ำเสนอ ดีมาก มีการน�ำอุปกรณ์มา ประกอบการน�ำเสนอดี มีการน�ำอุปกรณ์มา ประกอบการน�ำเสนอ ค่อนข้างน้อย


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 29 ภาคผนวก ๗.๔ ใบความรู้ เรื่อง ผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์ส่วนตน ผลประโยชน์ส่วนตน หมายถึง บุคคลทั่วไปท�ำกิจกรรมหรือได้การกระท�ำต่างๆเพื่อประโยชน์ส่วนตน ครอบครัว ญาติเพื่อนหรือของกลุ่มในสังคม ที่มีความสัมพันธ์กันในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การแปรงฟัน ตอนพักกลางวัน การส่งงานทันเวลา การเข้าชั้นของนักเรียน การอ่านหนังสือห้องสมุด เป็นต้น ประโยชน์ส่วนรวม ผลประโยชน์ส่วนรวม หมายถึงการที่บุคคลใดๆได้กระท�ำการใดๆตามหน้าที่หรือได้ปฏิบัติหน้าที่ มีวัตถุประสงค์หรือมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม หรือการรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม เช่น การเข้าแถวรับบริการต่าง เข้าห้องน�้ำราดน�้ำให้สะอาดการเก็บขยะบริเวณรอบโรงเรียน การท�ำ ความสะอาดห้องเรียน เป็นต้น


30 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ภาคผนวก ๗.๕ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ชื่อ-นามสกุล..................................................................................ชั้น ป.๓/............เลขที่......................... คำชี้แจง ให้ครูสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด � ลงในช่อง ที่ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ.................................................ผู้ประเมิน (.................................................) ................/................/............... เกณฑ์การให้คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม�่ำเสมอ ให้๓ คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้๒ คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้๑ คะแนน - พฤติกรรมที่ไม่ได้ปฏิบัติ ให้๐ คะแนน นักเรียนผ่านเกณฑ์ประเมินระดับดีขึ้นไป ถือว่าผ่าน สรุปผลการประเมิน � ๑๓ - ๑๕ คะแนน เท่ากับ ดีเยี่ยม � ๑๐ - ๑๒ คะแนน เท่ากับ ดี � ๗ - ๙ คะแนน เท่ากับ พอใช้ � ๐ - ๖ คะแนน เท่ากับ ปรับปรุง คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ รายการประเมิน ระดับคะแนน ๓ ๒ ๑ ๐ มุ่งมั่นในการทำงาน ๑. มีความตั้งใจ และพยายามในการท�ำงานที่ได้รับมอบหมาย ๒. มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานส�ำเร็จ มีจิตสาธารณะ ๓. รู้จักการให้เพื่อส่วนรวม และเพื่อผู้อื่น ๔. แสดงออกถึงการมีน�้ำใจหรือการให้ความช่วยเหลือผู้อื่น ๕. เข้าร่วมกิจกรรมบ�ำเพ็ญตนเพื่อส่วนรวมเมื่อมีโอกาส รวม สรุปผลคะแนน


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 31 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๑ ชื่อหน่วย การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง การปฏิบัติตนในการใช้ของส่วนรวมในระดับหมู่บ้าน เวลา ๒ ชั่วโมง ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวม ๑.๒ สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ นักเรียนสามารถบอกวิธีการปฏิบัติตนในการใช้ของส่วนรวมในหมู่บ้านได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ของใช้ส่วนรวมคือของหรือสถานที่ที่ใช้ร่วมกันไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดเป็นเจ้าของเพียงคนเดียว ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ (สมรรถนะที่เกิด) ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - มีวินัย - รักความเป็นไทย - มีจิตสาธารณะ ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ๑. ระบุค�ำถาม - ครูน�ำภาพวัด ถนน แม่น�้ำ ล�ำคลอง ตู้โทรศัพท์สาธารณะ โดยใช้ค�ำถามดังนี้ - ภาพที่นักเรียนเห็นเป็นสถานที่ที่ส่วนรวมหรือส่วนตัว - ครูกระตุ้นให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการตอบค�ำถาม เพื่อน�ำเข้าสู่บทเรียน - ครูถามนักเรียนถึงความหมายของของใช้ส่วนรวม ของใช้ส่วนรวมคือของหรือสถานที่ ที่ใช้ร่วมกันไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดเป็นเจ้าของเพียงคนเดียว


32 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ๒. แสวงหาสารสนเทศ - ครูให้นักเรียนท�ำแบบทดสอบก่อนเรียน - ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน ๓. สร้างความรู้ - นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันคิดว่าของใช้ส่วนรวมในหมู่บ้านมีอะไรบ้าง - นักเรียนร ่วมกันบอกการปฏิบัติตนในการใช้ของร ่วมกันในหมู ่บ้านและเขียนลงใน กระดาษบรู๊ฟ ชั่วโมงที่ ๒ ๔. สื่อสาร - ตัวแทนกลุ่มออกมาน�ำเสนอผลงานเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของการใช้ของร่วมกัน ในหมู่บ้านที่ถูกต้องและไม่ถูกต้องและเขียนลงในกระดาษบรู๊ฟ - นักเรียนท�ำแบบทดสอบหลังเรียน ๕. ตอบแทนสังคม - นักเรียนน�ำผลงานไปติดป้ายนิเทศประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน ๔.๒ สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ - แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน - ใบงาน เรื่อง การแยกแยะสิทธิหน้าที่ส่วนตนและสิทธิหน้าที่ส่วนรวม ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วิธีการประเมิน - การตรวจแบบทดสอบ - การตรวจผลงานใบงาน - การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์(มีวินัย, รักความเป็นไทย, มีจิตสาธารณะ) ๕.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน - แบบให้คะแนนการตรวจแบบทดสอบ - แบบบันทึกการให้คะแนนการตรวจใบงาน - แบบประเมินการท�ำงานกลุ่ม - แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์(มีวินัย, รักความเป็นไทย, มีจิตสาธารณะ) ๕.๓ เกณฑ์การประเมิน - นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป - นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดับ ดีขึ้นไป


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 33 ๖. บันทึกหลังสอน .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..............................................ครูผู้สอน (..................................................) ๗. ภาคผนวก ๗.๑ แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน ๗.๒ ใบความรู้เรื่องความหมายของบทบาทหน้าที่และสิทธิ ๗.๓ แบบบันทึกการให้คะแนนการตรวจใบงาน ๗.๔ แบบให้คะแนนการตรวจแบบทดสอบ ๗.๕ แบบประเมินการท�ำงานกลุ่ม ๗.๖ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์(มีวินัย, รักความเป็นไทย, มีจิตสาธารณะ)


34 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ภาคผนวก ๗.๑ แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง สิทธิหน้าที่ของตนเองและผู้อื่น ชื่อ-นามสกุล..................................................................................ชั้น ป.๓/............เลขที่......................... คำชี้แจง ให้นักเรียนท�ำเครื่องหมาย � หน้าข้อที่ถูก และท�ำเครื่องหมาย x หน้าข้อที่ผิด .......... ๑. สมชายน�ำอาวุธมาด้วยขณะชุมนุมขับไล่รัฐบาลเป็นการชุมนุมโดยสันติวิธี .......... ๒. สมจิตน�ำอาหารมารับประทานขณะร่วมชุมนุมต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย .......... ๓. ผู้ปกครองสามารถฟ้องร้องผู้บริหารโรงเรียนได้ในกรณีออกระเบียบให้นักเรียน ทุกคนท�ำประกันอุบัติเหตุ .......... ๔. ประชาชนไม่มีสิทธิในการมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาของเจ้าหน้าที่รัฐ เกี่ยวกับ การปฏิบัติราชการด้านการปกครอง .......... ๕. ถ้าประชาชนปฏิบัติตามสิทธิและหน้าที่ตามที่กฎหมายก�ำหนดบ้านเมืองจะมี ความสงบสุข .......... ๖. รัฐบาลสามารถสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ห้ามประชาชนชุมนุมประท้วง .......... ๗. ป๋องแป๋งไปร ่วมงานประเพณีลอยกระทงถือเป็นการการอนุรักษ์และฟื้นฟู จารีตประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่น .......... ๘. ปัจจุบันมีผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือเป็นจ�ำนวนมากท�ำให้โทรศัพท์มีราคาถูกลง เป็นสิทธิเสรีภาพ ในการประกอบอาชีพ .......... ๙. บริษัทรถยนต์จะผลิตรถยนต์ที่ไม่มีคุณภาพก็ได้เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพในการ ประกอบอาชีพ .......... ๑๐. การชุมนุมโดยสันติวิธีคือการชุมนุมที่ปราศจากอาวุธ ...........................................


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 35 เฉลยแบบทดสอบ .................................................. .......... ๑. สมชายน�ำอาวุธมาด้วยขณะชุมนุมขับไล่รัฐบาลเป็นการชุมนุมโดยสันติวิธี .......... ๒. สมจิตน�ำอาหารมารับประทานขณะร่วมชุมนุมต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย .......... ๓. ผู้ปกครองสามารถฟ้องร้องผู้บริหารโรงเรียนได้ในกรณีออกระเบียบให้นักเรียน ทุกคนท�ำประกันอุบัติเหตุ .......... ๔. ประชาชนไม่มีสิทธิในการมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาของเจ้าหน้าที่รัฐ เกี่ยวกับ การปฏิบัติราชการด้านการปกครอง .......... ๕. ถ้าประชาชนปฏิบัติตามสิทธิและหน้าที่ตามที่กฎหมายก�ำหนดบ้านเมืองจะมี ความสงบสุข .......... ๖. รัฐบาลสามารถสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ห้ามประชาชนชุมนุมประท้วง .......... ๗. ป๋องแป๋งไปร ่วมงานประเพณีลอยกระทงถือเป็นการการอนุรักษ์และฟื้นฟู จารีตประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่น .......... ๘. ปัจจุบันมีผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือเป็นจ�ำนวนมากท�ำให้โทรศัพท์มีราคาถูกลง เป็นสิทธิเสรีภาพ ในการประกอบอาชีพ .......... ๙. บริษัทรถยนต์จะผลิตรถยนต์ที่ไม่มีคุณภาพก็ได้เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพในการ ประกอบอาชีพ .......... ๑๐. การชุมนุมโดยสันติวิธีคือการชุมนุมที่ปราศจากอาวุธ ........................................... � � � � � � � � � �


36 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ภาคผนวก ๗.๒ ใบความรู้ เรื่อง ความหมายของบทบาทหน้าที่และสิทธิ บทบาท หมายถึงสิ่งที่บุคคลต้องปฏิบัติเช่น นักเรียนมีบทบาทหน้าที่ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน พ่อแม่มีบทบาทหน้าที่ในการเลี้ยงดูลูกและอบรมสั่งสอน ให้เป็นคนดีนักเรียนมีบทบาทหน้าที่ต่อครอบครัว คือเชื่อฟังค�ำสั่งสอนของ พ่อแม่ เลี้ยงดูพ่อแม่ยามแก่ชรา ช่วยพ่อแม่ท�ำงานบ้าน สิทธิหมายถึง ประโยชน์ที่บุคคลควรจะได้รับตามกฎหมาย เช ่น เด็กที่เกิดมามีสิทธิที่จะมีชื่อและนามสกุล มีสิทธิได้รับความรักความปลอดภัย การดูแลปกป้องจากอันตราย สิทธิที่นักเรียนพึงได้รับ เช่น สิทธิได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีสิทธิ จะได้รับการเลี้ยงดูและปกป้องจากพ่อแม่ มีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น ร่วมกับสมาชิกในครอบครัว


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 37 ภาคผนวก ๗.๓ ใบงาน เรื่อง การปฏิบัติตนในการใช้ของส่วนรวม คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนแผนผังความคิดการปฏิบัติตนในการใช้ของส่วนรวมในหมู่บ้าน ชื่อ-นามสกุล..................................................................................ชั้น ป.๓/............เลขที่......................... การปฏิบัติตน ในการใช้ของส่วนรวม ในหมู่บ้าน


38 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ภาคผนวก ๗.๔ แบบการให้คะแนนการตรวจผลงาน ระดับคุณภาพ เกณฑ์การตัดสิน ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๘-๑๐ คะแนน ไม่ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๐-๗ คะแนน เลขที่ ชื่อ-สกุล คะแนนที่ได้ สรุปผล ผ่าน ไม่ผ่าน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ สรุป เกณฑ์การประเมิน


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 39 ภาคผนวก ๗.๕ แบบบันทึกการให้คะแนนการตรวจใบงาน ระดับคุณภาพ เกณฑ์การตัดสิน ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๘-๑๐ คะแนน ไม่ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๐-๗ คะแนน เลขที่ ชื่อ-สกุล คะแนนที่ได้ สรุปผล ผ่าน ไม่ผ่าน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ สรุป เกณฑ์การประเมิน


40 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ภาคผนวก ๗.๖ แบบประเมินการทำ งานกลุ่ม เรื่อง.................................................................................กลุ่ม............................. ลงชื่อ..............................................ผู้ตรวจ (..............................................) เกณฑ์การประเมิน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ถือว่าผ่าน ที่ ชื่อกลุ่ม รายการประเมิน ความ รวมคะแนน ร่วมมือ การแสดง ความคิด เห็น ความตั้งใจ การรับฟัง ผู้อื่น การร่วม ปรับปรุง ผลงาน ๒ คะแนน ๒ คะแนน ๒ คะแนน ๒ คะแนน ๒ คะแนน ๑๐ คะแนน


ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ 41 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๑ ชื่อหน่วย การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง พฤติกรรมระบบคิดฐานสอง ในระดับหมู่บ้าน เวลา ๒ ชั่วโมง ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๑.๒ สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมได้ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ นักเรียนสามารถ ๒.๑ นักเรียนบอกพฤติกรรมระบบคิดฐานสอง ได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ตัวอย่างพฤติกรรมระบบคิดฐานสอง - ไม่รับของขวัญจากผู้มาติดต่องาน - ไม่ใช้รถหลวงในเรื่องส่วนตัว - ไม่ใช้โทรศัพท์หลวงโทรธุระส่วนตัว - ไม่น�ำอุปกรณ์ไฟฟ้าส่วนตัวมาชาร์จที่ท�ำงาน - ไม่น�ำวัสดุครุภัณฑ์หลวงไปใช้ที่บ้าน ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ (สมรรถนะที่เกิด) ๑. ความสามารถในการสื่อสาร (อ่าน ฟัง พูด เขียน) ๒. ความสามารถในการคิด (จัดกลุ่ม สรุป) ๓.๓ คุณลักษณะที่พึงประสงค์/ค่านิยม มุ่งมั่นในการท�ำงาน


42 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ขั้นตอนที่ ๑ เสนอสิ่งเร้าและระบุคำถามสำคัญ ๑. ครูแจกใบความรู้เรื่องระบบคิดฐานสอง ๒. ครูให้นักเรียนศึกษาและอ่าน ใบความรู้จากนั้นครูซักถามนักเรียน ดังนี้ - จากที่นักเรียนอ่านในใบความรู้นักเรียนมีความเข้าใจอย่างไร - นักเรียนอยากเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนคนอื่นฟังไหม ขั้นตอนที่ ๒ แสวงหาสารสนเทศและวิเคราะห์ ๑. ครูให้นักเรียนนั่งเป็นกลุ่ม ๆ ละ ๓-๔ คน และสนทนาร่วมกันและอภิปรายภายใน กลุ่มว่าเรื่องในใบความรู้เกี่ยวกับอะไร ๒. นักเรียนมีวิธีการให้ความรู้เพื่อนคนอื่นๆ อย่างไร ขั้นตอนที่ ๓ อภิปรายและสร้างความรู้ แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนน�ำเสนอผลงาน อภิปรายร่วมกันว่ามีบุคคลในหมู่บ้านของนักเรียนที่มี พฤติกรรมระบบคิดฐานสอง หรือไม่และสรุปหน้าชั้นเรียนว่าแต่ละกลุ่มเข้าใจเนื้อหาว่าอย่างไร ชั่วโมงที่ ๒ ขั้นตอนที่ ๔ สื่อสารและสะท้อนความคิด ครูและนักเรียนร ่วมกันสรุป เรื่อง การปฏิบัติงานแบบใช้ระบบคิดฐานสอง การที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐระบบการคิดที่สามารถแยกเรื่องต�ำแหน่งหน้าที่กับเรื่องส่วนบุคคลออกจากกันได้อย่าง ชัดเจนว่าสิ่งไหนถูกสิ่งไหนผิดสิ่งไหนท�ำได้สิ่งไหนท�ำไม่ได้สิ่งไหนคือประโยชน์ส่วนตนสิ่งไหนคือประโยชน์ ส่วนรวม ไม่น�ำมาปะปนกัน ไม่น�ำบุคลากรหรือทรัพย์สินของราชการมาใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน ไม่เบียด บังราชการ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมหรือของหน่วยงานเหนือกว่าประโยชน์ของส่วนบุคคล เครือญาติ และพวกพ้อง ไม่แสวงหาประโยชน์จากต�ำแหน่งหน้าที่ราชการ ไม่รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด จากการปฏิบัติหน้าที่ กรณีเกิดการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม ก็จะยึด ประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ให้นักเรียนร ่วมกันท�ำป้ายรณรงค์ ให้ความรู้เรื่องพฤติกรรมระบบคิดฐานสอง ในกระดาษบรู๊ฟ ขั้นตอนที่ ๕ ประยุกต์และตอบแทนสังคม ให้นักเรียนร่วมกันเดินรณรงค์ถือป้ายระบบ คิดฐานสอง ภายในบริเวณโรงเรียนและหมู่บ้าน ๔.๒ สื่อการเรียนรู้/ แหล่งการเรียนรู้ ๑. ใบความรู้เรื่อง ตัวอย่างระบบคิดฐานสอง ๓. ปากกาเคมี ๒. กระดาษบรู๊ฟ ๔. สีไม้


Click to View FlipBook Version