หลักสตู รแนะแนว
โรงเรียนพรรณธุมรีวิทยา
หลักสตู รกิจกรรมแนะแนว โรงเรยี นพรรณธมุ รวี ิทยา
เสนอ
ผศ.ดร. ชตุ มิ า สรุ เศรษฐ
จดั ทําโดย
กัญญาภรณ รุงเรอื งวาณิช 6144704227
ญดาธปิ ไชยเทพ 6144710027
ชาคริต โหลแกว 6143533027
นภัทร ชางขนุน 6143571927
กฤษณนนท วิจิตรวงศ 6143503227
กณวรรธน เรืองเพง็ 6144701327
กัลยรัตน บุตรนาํ้ เพช็ ร 6144705927
ศริ ฎา โยธาสขุ 6143641127
รายงานน้ีเปนสวนหนง่ึ ของรายวชิ า 2759379
การวเิ คราะหหลกั สูตรและสาระการเรียนรกู ิจกรรมแนะแนว ปการศึกษา 2564
คณะครุศาสตร จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลัย
คํานาํ
หลักสูตรกิจกรรมแนะแนว เปนหลักสตู รท่ีมจี ุดมงุ หมายเพอื่ ใหนักเรียนเปนผใู ฝเรยี นรู
มีทักษะกระบวนการคดิ แกปญหาในการดําเนินชวี ติ สามารถใชเทคโนโลยีเพอื่ แสวงหาความรใู หตนเองได
มีคุณธรรมจริยธรรม เปนเลศิ ทางวชิ าการ ระดบั มาตรฐานสากลบนพ้ืนฐานความเปนไทย รกั ษเกยี รติและ
ศักดิ์ศรีของตน มศี กั ยภาพสรางสรรคและเปนพลโลกทดี่ ี สามารถดํารงชวี ติ อยใู นสังคมไดอยางมน่ั คงและมีความ
สุขรวมไปถงึ พัฒนาคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในทางที่ถูกตองจนเปนคนดขี องสังคมไทยและสงั คมโลก รักความเปน
ธรรมและความเทาเทียม สามารถอยูรวมกบั ผูอ่นื ในสงั คมไดอยางปกติสขุ และไมสรางความเดอื ดรอนใหแก
สังคม ประกอบกบั มงุ พัฒนาหรือสนบั สนนุ ทกั ษะในดานตาง ๆ ทน่ี ักเรียนสนใจจนสามารถคนพบความตองการ
ของตัวนักเรียนเอง
กลุมผจู ัดทาํ หลักสตู รกจิ กรรมแนะแนว ไดจัดทําหลกั สตู รน้ขี ึ้นเปนสวนหนง่ึ ในรายวชิ า 2759379
การวเิ คราะหหลักสตู รและสาระการเรียนรกู ิจกรรมแนะแนว ปการศึกษา 2564 ทางผูจัดทําหวงั วาหลักสูตร
กจิ กรรมแนะแนวฉบับนี้ จะเปนประโยชนอยางยง่ิ ตอการนาํ ไปประยกุ ตใชในการจดั การเรยี นรตู ามวตั ถุประสงค
ของการศกึ ษาและสอดคลองกบั หลกั สตู รการศึกษาไดอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ
กลุมผูจดั ทาํ หลักสตู รกิจกรรมแนะแนว
สารบญั
บรบิ ทโรงเรยี น 1
ขอ้ มูลทัวไป 2
วิสยั ทัศน์ 6
พนั ธกิจ 6
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ 9
เปาหมาย 11
จุดเน้นในการพฒั นาผู้เรยี น 11
SWOT Analysis 12
สารบญั
บทนํา 13
ความหมาย 14
หลักการ ขอบขา่ ย และวัตถปุ ระสงค์แนะแนว 15
โครงสรา้ งหลักสตู ร 18
19
กรอบการจัดกิจกรรมแนะแนว 24
จุดเน้นของแต่ละระดับชัน
สารบญั
โครงสรา้ งกิจกรรม 25
โครงสรา้ งกิจกรรมแนะแนวระดับชนั มัธยมศึกษาปที 1
โครงสรา้ งกิจกรรมแนะแนวระดับชนั มัธยมศึกษาปที 2
โครงสรา้ งกิจกรรมแนะแนวระดับชนั มัธยมศึกษาปที 3
โครงสรา้ งกิจกรรมแนะแนวระดับชนั มัธยมศึกษาปที 4
โครงสรา้ งกิจกรรมแนะแนวระดับชนั มัธยมศึกษาปที 5
โครงสรา้ งกิจกรรมแนะแนวระดับชนั มัธยมศึกษาปที 6
สารบญั
การประเมนิ ผล 104
105
แนวทางการประเมินผลกิจกรรมแนะแนว 107
108
เกณฑ์การประเมินกิจกรรม 108
เกณฑ์การตัดสนิ ผลการเรยี น 109
แนวทางแก้ไขกรณไี มผ่ า่ นกิจกรรม 110
รายการอ้างอิง
ภาคผนวก
บริบทโรงเรยี น
ขอมลู ทัว่ ไป
วิสยั ทศั น
พันธกจิ
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
เปาหมาย
จุดเนนในการพฒั นาผูเรยี น
วิเคราะหสภาพแวดลอม โรงเรยี นพรรณธมุ รวี ิทยา
(SWOT Analysis)
1
โรงเรยี นพรรณธุมรวี ิทยา
ช่อื โรงเรยี น พรรณธมุ รวี ทิ ยา
อกั ษรยอ พ.ว.
ตราประจาํ โรงเรียน
ดอกไมประจําโรงเรยี น ดอกสพุ รรณิการ
สปี ระจาํ โรงเรียน แสด-ขาว
- สแี สด หมายถงึ สีของดวงอาทิตยที่แผรังสอี อกไปเปรยี บเสมือนสตปิ ญญาอนั เฉียบแหลม
ทแ่ี ผขยายเพ่อื ความกาวหนาของชีวิต
- สีขาว หมายถึง สแี หงความบรสิ ทุ ธ์ิ เปรียบเสมือนการสรางคณุ งามความดตี อโลกมนษุ ย
อัตลกั ษณ รกั สถาบนั การศกึ ษา มีเกียรตแิ ละศกั ด์ิศรขี องชาว พ.ว.
คําขวัญ
วิชาการเดน ใฝเรยี นรู
เชิดชคู ุณธรรม นาํ เทคโนโลยี
2
บรบิ ทโรงเรยี น
โรงเรียนพรรณธมุ รวี ทิ ยาเปนโรงเรยี นขนาดใหญ
จัดการเรียนการสอนในระดับมัธยมศกึ ษาปที่ 1-6
ระดับชัน้ ละ 8 หอง หองละ 30 คน จํานวนผเู รยี นท้งั สน้ิ 1,440 คน
ประกอบดวยครแู ละบุคลากรทั้งสิน้ รวม 112 คน
ผูอาํ นวยการโรงเรียน 1 คน
รองผอู ํานวยการโรงเรยี น 3 คน และนกั การภารโรง 10 คน
3
ด้านภูมิศาสตร์
โรงเรียนพรรณธุมรีวิทยาตั้งอยูใจกลางอําเภอเมอื ง
จังหวัดสุพรรณบุรี พื้นทีส่ วนใหญเปนทีร่ าบลุมและบางสวนเปนที่ราบสูง
พื้นที่ของจังหวัดสวนใหญเหมาะสําหรับการทํานา
มแี มนํา้ ลําคลอง หนอง บึงอยทู ั่วไป
มแี มน้าํ ทาจนี หรอื แมนา้ํ สุพรรณบุรีเปนแมนํา้ สายสาํ คัญทีไ่ หลผาน
จากเหนือสดุ ถึงใตสดุ สภาพอากาศโดยทัว่ ไปมีลักษณะรอนชื้น
ด้านเศรษฐกิจ
พื้นท่ีสวนใหญของจังหวดั คอนขางอุดมสมบรู ณ มีแหลงน้าํ ชลประทานเหมาะแกการเกษตร
ทาํ นา ปลูกพืชไร และดวยพ้ืนทข่ี องจังหวัดลอมรอบไปดวยภเู ขา
จงึ เหมาะแกการเล้ียงปศสุ ตั ว ฟารมเพาะเลยี้ ง
อีกทั้งงานอตุ สาหกรรมเปนรายไดสําคัญของจังหวัด
รวมถึงรายไดอกี สวนมาจากการคาปลีกและคาสง
ซ่ึงบริเวณโรงเรยี นลอมรอบดวยชุมชน สวนสาธารณะ หางสรรพสินคา
สถานท่ีทองเท่ียวสาํ คญั ของจงั หวัด และต้งั อยไู มไกลจากสถานศกึ ษาอื่น ๆ มากนัก
จึงสงผลใหในละแวกโรงเรียนมีนักทองเที่ยวท้งั ในประเทศและตางประเทศ
พอคา แมคา และผเู รียนจากสถานศึกษาใกลเคียง
4
ด้านสงั คมและวัฒนธรรม
ประชากรสวนใหญมเี ชื้อสายไทย แตมปี ระชากรเชือ้ สายอนื่ ปะปนอยบู าง
เชน ชาวไทยเชือ้ สายจีน ชาวไทยเชอ้ื สายลาว กะเหรีย่ ง ละวา เขมร มอญ และญวน
จงึ สงผลใหมีวัฒนธรรมประเพณที หี่ ลากหลายที่เปนเอกลักษณ
เชน ประเพณีตักบาตรกลางน้าํ ประเพณที ง้ิ กระจาด
ประเพณกี าํ ฟาประชากรสวนใหญ
พดู ภาษาไทยกลางและมลี ักษณะเดนของสาํ เนยี งพดู นับถือศาสนาพุทธ
ด้านอืน ๆ
ผูเรียนของโรงเรียนพรรณธมุ รีวิทยามคี วามสามารถ ความถนัด
และความสนใจที่หลากหลาย ทง้ั ในดานวชิ าการ ดนตรี กีฬา ศลิ ปะ และเทคโนโลยี
รวมถึงผปู กครองของผเู รยี นสวนใหญคอนขางมฐี านะและความพรอมในการสนับสนุนนกั เรยี นและโรงเรยี น
แตในกรณผี ูเรยี นที่ขาดโอกาสทางการศกึ ษา
โรงเรียนมสี วนของทุนการศกึ ษาใหผูเรยี น
ขอจาํ กัดของโรงเรียน คอื โรงเรียนตัง้ อยูละแวกชุมชน จงึ ทาํ ใหในชวงเวลาเรงรบี
มักจะมีการสญั จรท่ตี ิดขดั และเดนิ ทางลําบาก
5
วิสยั ทัศน์
มีคณุ ธรรมจริยธรรม เปนเลศิ ทางวชิ าการ ระดับมาตรฐานสากลบนพ้นื ฐานความเปนไทย
รกั ษเกียรตแิ ละศักด์ศิ รขี องตน มศี กั ยภาพสรางสรรคและเปนพลโลกท่ดี ี
พนั ธกิจ
รวมมือสงเสริมและผลักดันใหทุกภาคสวนมีสวนรวมจัดการศึกษา
1 และพัฒนาความเปนเลิศของผูเรียน
พัฒนาหลักสูตรและการสอนเทียบเคียงมาตรฐานสากล
2 เพ่ือใหผูเรียนมีศักยภาพเปนพลโลก
พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการดวยระบบคุณภาพ (Quality System Management)
3 ท่ีสงผลตอผูเรียนตามมาตรฐานสากลและสอดคลองกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก
เสริมสรางความเขมแข็งในการเปนองคกรแหงการเรียนรู
4 และเปนผูนาํ ทางวิชาการทันตอการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก
5 รวมมือสงเสริมอนุรักษ ภาษา ศิลปะ และวัฒนธรรมไทย
6
โรงเรยี นมุง่ พฒั นานักเรยี นให้เกิดสมรรถนะสาํ คัญ 5 ประการ ดังนี
ความสามารถในการสอื สาร
เปนความสามารถในการรับและสงสาร มวี ัฒนธรรมในการใชภาษาถายทอดความคดิ
ความรูความเขาใจ ความรสู ึก และทศั นะของตนเองเพ่ือแลกเปลย่ี นขอมูลขาวสาร
และประสบการณอันเปนประโยชนตอการพฒั นาตนเองและสงั คม
รวมทัง้ การเจรจาตอรองเพือ่ ขจดั และลดปญหาความขดั แยงตาง ๆ
การเลือกรบั หรือไมรับขอมูลขาวสารดวยหลกั เหตผุ ลและความถกู ตอง
ตลอดจนการเลอื กใชวธิ กี ารสือ่ สารทม่ี ีประสทิ ธิภาพโดยคาํ นงึ ผลกระทบท่ีมตี อตนเองและสงั คม
ความสามารถในการคิด
เปนความสามารถในการคดิ วเิ คราะห การคดิ สังเคราะห การคดิ อยางสรางสรรค
การคิดอยางมีวจิ ารณญาณ และการคิดเปนระบบ
เพือ่ นาํ ไปสกู ารสรางองคความรูหรอื สารสนเทศ
เพ่อื การตดั สินใจเกยี่ วกับตนเองและสังคมไดอยางเหมาะสม
ความสามารถในการแก้ปญหา
เปนความสามารถในการแกปญหาและอปุ สรรคตาง ๆ ทเี่ ผชิญไดอยางถูกตองเหมาะสม
บนพ้นื ฐานของหลักเหตผุ ล คณุ ธรรม และขอมูลสารสนเทศ เขาใจความสัมพันธและการเปล่ียนแปลง
ของเหตกุ ารณตาง ๆ แสวงหาความรู
ประยกุ ตความรูมาใชในการปองกันและแกไขปญหาและมีการตัดสินใจ
ท่ีมปี ระสิทธิภาพโดยคาํ นึงถงึ ผลกระทบท่ีเกิดขึ้นตอตนเอง สงั คมและสง่ิ แวดลอม
7
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
เปนความสามารถในการนาํ กระบวนการตาง ๆ ไปใชในการดําเนนิ ชีวิตประจําวัน
การเรียนรูดวยตนเอง การเรียนรูอยางตอเนอ่ื ง การทํางาน และการอยูรวมกนั ในสงั คม
ดวยการสรางเสริมความสมั พนั ธอันดรี ะหวางบุคคล
การจดั การปญหาและความขดั แยงตาง ๆ อยางเหมาะสม
การปรบั ตัวใหทนั กบั การเปลี่ยนแปลงของสงั คมและสภาพแวดลอม
และการรจู กั หลกี เลยี่ งพฤตกิ รรมไมพึงประสงคท่สี งผลกระทบตอตนเองและผอู นื่
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
เปนความสามารถในการเลือกใชเทคโนโลยดี านตาง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
เพอ่ื การพฒั นาตนเองและสงั คม ในดานการเรยี นรู การสือ่ สาร การทํางาน
การแกปญหาอยางสรางสรรค ไดถกู ตองเหมาะสม และมีคุณธรรม
8
คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ
อั น พึ ง ป ร ะ ส ง ค
1. รกั ชาติ ศาสน กษัตริย
รักชาติ ศาสน กษตั รยิ หมายถงึ คณุ ลกั ษณะที่แสดงออกถงึ การเปนพลเมืองดีของชาตธิ าํ รงไว
ซ่งึ ความเปนชาติไทย ศรทั ธา ยดึ ม่ันในศาสนา และเคารพเทิดทูนสถาบนั พระมหากษัตรยิ ผทู ร่ี กั ชาติ ศาสน กษตั ริย
คอื ผูทม่ี ลี กั ษณะขง้ี แสดงออกถงึ การเปนพลเมืองดขี องชาติ มีความสามคั คีปรองดอง ภูมิใจ เชิดชูความเปนชาตไิ ทย
ปฏบิ ัติตนตามหลักศาสนาที่ตนนับถอื และแสดงความจงรกั ภักดตี อสถาบันพระมหากษตั ริย
2. ซ่ือสตั ยสุจริต
ซอื่ สตั ยสุจริต หมายถงึ คณุ ลกั ษณะท่แี สดงออกถงึ การยดึ มน่ั ในความถกู ตอง ประพฤติตรงตาม
ความเปนจรงิ ตอตนเองและผูอนื่ ทงั้ ทางกาย วาจา ใจ ผูที่มคี วามซื่อสตั ยสจุ ริต คอื ผทู ปี่ ระพฤติตรงตาม
ความเปนจริงท้งั ทางกาย วาจา ใจ และยึดหลักความจริง ความถกู ตองในการดาํ เนินชีวติ
มคี วามละอายและเกรงกลัวตอการกระทาํ ผิด
3. มีวนิ ยั
มวี นิ ยั หมายถงึ คุณลักษณะทแ่ี สดงออกถงึ การยึดมั่นในขอตกลง กฎเกณฑ และระเบียบขอบังคบั
ของครอบครวั โรงเรยี น และสงั คม ผมู ีวินัย คือ ผทู ่ปี ฏิบตั ติ นตามขอตกลงกฎเกณฑ และระเบยี บ
ขอบังคับของครอบครวั โรงเรยี นและสังคมเปนปกติวิสัย ไมละเมิดสทิ ธิของผอู ่ืน
4. ใฝเรียนรู
ใฝเรยี นรู หมายถงึ คุณลกั ษณะท่ีแสดงออกถึงความตง้ั ใจ เพียรพยายามในการเรียน
แสวงหาความรูจากแหลงเรียนรทู ้ังภายในและภายนอกโรงเรยี น ผทู ีใ่ ฝเรียนรู คอื ผทู ่ีมลี ักษณะแสดงออกถงึ ความตง้ั ใจ
เพยี รพยายามในการเรยี นและเขารวมกิจกรรมการเรยี นรู แสวงหาความรจู ากแหลงเรียนรทู ง้ั ภายใน
และภายนอกโรงเรยี นอยางสม่าํ เสมอ ดวยการเลือกใชสอ่ื อยางเหมาะสม บันทกึ ความรู วเิ คราะห
สรปุ เปนองคความรู แลกเปล่ียนเรียนรู ถายทอดเผยแพร และนําไปใชในชีวิตประจําวนั ได
9
คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ
อั น พึ ง ป ร ะ ส ง ค
5. อยูอยางพอเพยี ง
อยูอยางพอเพียง หมายถึง คณุ ลกั ษณะทีแ่ สดงออกถงึ การดําเนินชวี ิตอยางพอประมาณมีเหตุผล รอบคอบ มีคุณธรรม
มภี ูมิคุมกนั ในตวั ท่ีดี และปรบั ตัวเพอ่ื อยูในสังคมไดอยางมคี วามสขุ ผทู ี่อยอู ยางพอเพียง คอื ผทู ดี่ าํ เนนิ ชีวิตอยางมีเหตุผล
รอบคอบ ระมัดระวงั อยรู วมกับผูอื่นดวยความรับผดิ ชอบ ไมเบยี ดเบียนผอู นื่ เหน็ คณุ คาของทรัพยากรตาง ๆ มกี ารวางแผน
ปองกนั ความเส่ยี ง และพรอมรบั การเปล่ียนแปลง
6. มุงม่นั ในการทํางาน
มุงม่นั ในการทาํ งาน หมายถงึ คุณลกั ษณะท่ีแสดงออกถึงความต้ังใจ และรับผดิ ชอบในการทําหนาทก่ี ารงานดวยความ
เพียรพยายาม อดทน เพือ่ ใหงานสําเร็จตามเปาหมาย ผทู ี่มุงม่นั ในการทํางาน คือ ผทู ม่ี ลี กั ษณะซึ่งแสดงออกถึงความตั้งใจ
ปฏิบัติหนาทที่ ี่ไดรบั มอบหมายดวยความเพียรพยายาม ทมุ เทกาํ ลงั กาย กําลังใจ ในการปฏิบตั ิกจิ กรรมตาง ๆ ใหสําเรจ็ ลลุ วง
ตามเปาหมายที่กําหนดดวยความรบั ผดิ ชอบ และมีความภาคภมู ใิ จในผลงาน
7. รกั ความเปนไทย
รักความเปนไทย หมายถึง คุณลกั ษณะทแี่ สดงออกถึงความภาคภูมใิ จ เห็นคณุ คา รวมอนุรักษสบื ทอดภมู ิปญญาไทย
ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรม ใชภาษาไทยในการสือ่ สารไดอยางถกู ตองและเหมาะสมผูที่รกั ความเปนไทย
คือ ผูที่มีความภาคภูมิใจ เหน็ คณุ คา ช่ืนชม มสี วนรวมในการอนรุ ักษ สืบทอด เผยแพรภูมปิ ญญาไทย ขนบธรรมเนยี มประเพณี
ศิลปะและวฒั นธรรมไทย มีความกตัญ ูกตเวที ใชภาษาไทยในการส่อื สารอยางถกู ตองเหมาะสม
8. มจี ิตสาธารณะ
มจี ติ สาธารณะ หมายถงึ คุณลกั ษณะที่แสดงออกถึงการมสี วนรวมในกจิ กรรมหรอื สถานการณ
ทกี่ อใหเกดิ ประโยชนแกผอู นื่ ชมุ ชน และสงั คม ดวยความเตม็ ใจ กระตอื รอื รน โดยไมหวังผลตอบแทน
ผทู ี่มีจิตสาธารณะ คอื ผูท่มี ลี กั ษณะเปนผใู หและชวยเหลอื ผอู น่ื แบงปนความสขุ สวนตนเพ่ือทาํ ประโยชน
แกสวนรวม เขาใจ เหน็ ใจผทู ่ีมีความเดอื ดรอน อาสาชวยเหลือสังคม อนรุ กั ษส่ิงแวดลอมดวยแรงกาย สติปญญาลงมือปฏบิ ตั ิ
เพ่ือแกปญหา หรือรวมสรางสรรคส่งิ ทดี่ งี ามใหเกิดในชุมชน โดยไมหวังสง่ิ ตอบแทน
9.รักษชมุ ชนุ
รกั ษชมุ ชน หมายถงึ คณุ ลักษณะทแี่ สดงถึงความภาคภูมิใจในชุมชนของตนเอง เหน็ คุณคาของการมีสวนรวมของโรงเรยี น
กับชมุ ชน ทีม่ คี วามหลากหลายของวัฒนธรรมของจังหวัดสุพรรณบรุ ี ใหคนในชมุ ชนอยูรวมกันอยางมีความสขุ นาํ ความรูทีไ่ ด
เลาเรียน กลับไปพฒั นาใหชุมชนมคี วามยง่ั ยนื สืบทอดประเพณวี ฒั นธรรมของชุมชนใหอยยู าวนาน และสอดคลองตามยคุ สมยั
10
เปาหมาย
เปนสถานศึกษาที่ตั้งข้ึนเพ่ือยกระดับความรูความสามารถของผูเรียนใหสามารถดาํ รงชีวิตอยูในสังคมไดอยาง
ม่ันคงและมีความสุข รวมไปถึงพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมในทางท่ีถูกตองจนเปนคนดีของสังคมไทยและสังคมโลก
รักความเปนธรรมและความเทาเทียม สามารถอยูรวมกับผูอื่นในสังคมไดอยางปกติสุขและไมสรางความเดือดรอนให
แกสังคม ประกอบกับมุงพัฒนาหรือสนับสนุนทักษะในดานตาง ๆ ที่นักเรียนสนใจ จนสามารถคนพบความตองการ
ของตัวนักเรียนเอง
จุดเนน้ ในการพฒั นาผเู้ รยี น
พฒั นาผเู รียนใหรูรอบ รคู รบ
มีทกั ษะการคดิ ขัน้ สูงและทกั ษะชีวติ
และเปนพลเมอื งทด่ี ขี องสงั คมโลก
11
วิเคราะห์สภาพแวดล้อม โรงเรยี นพรรณธุมรวี ิทยา (SWOT Analysis)
STRENGTH WEAKNESS
ผูเรียนมคี วามโดดเดน ทัง้ ในดานวิชาการ จํานวนนักเรียนเฉลี่ยตอหองมจี าํ นวนมาก
ดนตรี กีฬา ศลิ ปะ และเทคโนโลยี ประชากรมีการโยกยายถ่นิ ทาํ ใหผูเรียนจาก
บคุ ลากรครมู ีความพรอมในการปฏิบตั ิหนาท่ตี าง ๆ ครอบครัวตองยายตามทําใหการเรียน ไมตอเนื่อง
มคี วามรคู วามสามารถเฉพาะดาน/สาขาวชิ า บคุ ลาการมงี านพิเศษนอกเหนือ จากงานสอนมาก
Sโรงเรียนตัง้ อยใู นพนื้ ทที่ สี่ ะดวกตอการเดินทางและ Wเกนิ ไปทําใหไมสามารถปฏิบัติหนาที่การสอนไดเต็ม
ตามศักยภาพ
มีส่งิ อาํ นวยความสะดวกตาง ๆ
มหี ลกั สตู รสากลระดับชาตแิ ละระดับทองถิน่
ผบู รหิ ารมีความรู ความสามารถในการวางแผนและ
บรหิ ารงานอยางเปนระบบ มีการประสานงานกบั
หนวยงานอ่ืนในการพฒั นาโรงเรยี น
ตลอดจนการจัดระบบดแู ลชวยเหลอื นกั เรยี น
OPPORTUNITY THREAT
ชุมชนรวมอนุรักษวัฒนธรรมประเพณีในทองถ่ิน โรงเรยี นตง้ั อยูใกลชมุ ชนแออดั ทําใหมพี ้นื โรงเรียนที่
สงผลแกนักเรยี นมีแบบอยางท่ีดี คอนขางจํากดั ภายนอกโรงเรยี น
ชุมชนใหการสนับสนนุ ชวยเหลือ โรงเรยี นมขี นาดใหญ บุคลากรหลายฝาย
Oโรงเรยี นทุกดานดวยดี Tจึงใชเวลาในการขับเคลือ่ นใหเกิดประสทิ ธภิ าพ
อยูใกลแหลงเรยี นรู ไดแก พิพิธภณั ฑลูกหลานพันธุ
มังกร พพิ ิธภัณฑสถานแหงชาตสิ พุ รรณบุรี นโยบายของรัฐบาลท่เี ปล่ยี นแปลงตลอดเวลา ทําให
หอคอยบรรหาร-แจมใส การดําเนนิ งานตองปรับเปลยี่ นขาดความตอเนอื่ ง
และศูนยเรียนรวู ถิ ชี วี ติ และจิตวญิ ญาณชาวนาไทย
12
บทนํา
ความหมาย
หลกั การ ขอบขาย และวตั ถปุ ระสงคแนะแนว
คณุ ภาพผูเรียน
13
บทนาํ
14
หลักการ ขอบขา่ ย และวัตถปุ ระสงค์แนะแนว
หลกั การแนะแนว
เปนกิจกรรมที่จดั ใหสอดคลองกบั สภาพปญหา ความตองการ ความสนใจ ธรรมชาติของผเู รยี นและวิสยั ทศั น
ของสถานศึกษาที่ตอบสนองจดุ มุงหมายของหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ใหครอบคลุมท้งั ดาน การศึกษา อาชพี สวนตวั และสังคม เนนผเู รียนเปนสําคญั
ผเู รยี นมสี วนรวมในการปฏิบตั ิกจิ กรรม จนเกิดการเรยี นรูและ เกดิ ทักษะชีวติ
โดยมีครผู ูรับผดิ ชอบจดั กิจกรรมและประสานความรวมมอื กับครู หรอื ผมู สี วนเกี่ยวของ
ขอบขายแนะแนว
ขอบขายการจัดกิจกรรมแนะแนวมีองคประกอบ 3 ดาน ดังน้ี
1. ดานการศกึ ษา ใหผเู รยี นไดพัฒนาตนเองในดานการเรยี นอยางเตม็ ตามศักยภาพ รูจักแสวงหา
และใชขอมลู ประกอบการวางแผนการเรียน หรอื การศึกษาตอไดอยางมีระสทิ ธิภาพ มนี สิ ัยใฝรู
ใฝเรียน มีวิธกี ารเรยี นรู และสามารถวางแผน การเรยี น หรอื การศกึ ษาตอไดอยางเหมาะสม
2. ดานอาชีพ ใหผูเรยี นไดรูจกั ตนเองในทกุ ดาน รูและเขาใจโลกของงานอาชพี ท่มี คี วามหลากหลาย
มเี จตคตทิ ี่ดตี ออาชพี สจุ ริต มีการเตรยี มตวั สูอาเซยี น สามารถวางแผนเพอื่ ประกอบอาชีพตาม
ทต่ี นเองมีความถนัดและสนใจ
3. ดานสวนตัวและสังคม ใหผูเรียนรจู ักและเขาใจตนเอง รักและเห็นคณุ คาของตนเองและผูอนื่
มีวุฒภิ าวะทางอารมณ มีเจตคตทิ ่ดี ตี อการมชี ีวติ ที่ดี มีคุณภาพ มีทกั ษะชีวติ
สามารถปรบั ตวั และดํารงชีวติ อยใู นสงั คมไดอยางมีความสขุ
วัตถปุ ระสงคแนะแนว
1.เพือ่ ใหผเู รยี นเกิดการเรยี นรู รจู ัก เขาใจ รักและเห็นคุณคาในตนเองและผอู น่ื
2.เพือ่ ใหผเู รียนเกิดการเรยี นรู สามารถวางแผนการเรยี น อาชพี รวมทงั้ การดาํ เนนิ ชวี ติ และสงั คม
3.เพ่ือใหผเู รียนเกิดการเรยี นรสู ามารถปรบั ตัวไดอยางเหมาะสม และอยรู วมกับผูอน่ื ไดอยางมีความสขุ
15
คณุ ภาพผเู้ รยี น
มาตรฐานที่ 1 ผเู รยี นรูจกั เขาใจ รักและเหน็ คุณคาในตนเองและผูอืน่
ตวั บงช้ที ี่ 1.1 ผูเรียนรจู กั เขาใจ รักและเหน็ คุณคาในตนเอง และพัฒนาตนเองอยางตอเน่ือง
คาํ อธิบาย
ผเู รยี นบอกขอมูลหรือเร่ืองราวของตนเองได มองเหน็ คณุ ลกั ษณะของตน
ยอมรับความจริง เชือ่ วาตนมีความสําคญั ภูมิใจในสิ่งที่ตนเองเปน และสามารถพัฒนาตนเองได
หลกั ฐานประกอบการพจิ ารณาคณุ ลักษณะผเู รียน
- ผลการสาํ รวจตนเอง
- ชิ้นงาน
- ผลบันทกึ การสังเกต
- บันทึกเขารวมกิจกรรม
ตัวบงช้ีท่ี 1.2 ผูเรยี นรจู ัก เขาใจ รักและเห็นคณุ คาผอู น่ื และปฏบิ ัติตนตอผอู ่นื อยางเหมาะสม
คาํ อธิบาย
ผูเรียนสามารถระบบุ คุ คลเกีย่ วของ ความสัมพนั ธกบั ผูอ่นื เห็นความแตกตางของแตละบุคคล ยอมรับความหลากหลาย
ตระหนักในความสําคัญของผูอน่ื แสดงออกและมีปฏสิ ัมพนั ธกับผูอ่ืนอยางยอมรบั และเห็นคุณคา
หลักฐานประกอบการพิจารณาคณุ ลกั ษณะผเู รยี น
- ผลการสํารวจตนเอง
- ชิ้นงาน
- ผลบันทกึ การสังเกต
- บันทกึ เขารวมกจิ กรรม
16
มาตรฐานที่ 2 ผเู รียนสามารถวางแผนชีวติ ดานการศึกษา ดานอาชพี และดานสวนตวั และสังคม
ตวั บงชี้ท่ี 2.1 ผเู รียนสามารถศึกษา วิเคราะห ตัดสนิ ใจ แกปญหาและวางแผนดานการศึกษา
คาํ อธิบาย
ผูเรียนสามารถศกึ ษาขอมลู ดานการเรยี น เชน หลักสูตร การวัดประเมนิ ผล คุณคาการเรยี น คณุ คารายวชิ า
ทกั ษะและวิธีการเรียนตามรายวิชา วิเคราะหคณุ ลกั ษณธดานการเรียนของตน จุดแขง็ และจดุ ออนในการเรยี น
ตามความเปนจรงิ และนําผลมาวิเคราะหประกอบการตดั สนิ ใจ วางแผน พัฒนา และปรับปรุงตนเอง
หลักฐานประกอบการพจิ ารณาคณุ ลกั ษณะผเู รียน
- ผลการสาํ รวจตนเองดานความสามารถ ความถนดั และความสนใจในการศกึ ษา
- ผลวเิ คราะหจดุ ออน/จุดแข็งของตนในการศึกษาตามจริง
- ช้นิ งาน
- บนั ทกึ เขารวมกิจกรรม
ตวั บงชท้ี ี่ 2.2 ผูเรียนสามารถวเิ คราะห ตดั สนิ ใจ แกปญหาและวางแผนดานอาชพี
คําอธบิ าย
ผเู รยี นสามารถศกึ ษาขอมลู ดานอาชพี เชน หลักสตู รของคณะหรอื สาขาทเี่ กย่ี วของในแตละอาชีพ ขอมูลอาชีพ
ทศิ ทางของตลาดแรงงาน คานยิ มตออาชพี คณุ ลกั ษณะของผูประกอบอาชพี เตรยี มความพรอมสอู าชีพ เจตคตทิ ด่ี ีตออาชีพ
คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในอาชพี นาํ ผลมาวิเคราะหประกอบการตัดสนิ ใจ วางแผนพัฒนา และปรับปรงุ ตนเองเพ่ือเขาสอู าชีพในตองการ
หลกั ฐานประกอบการพจิ ารณาคณุ ลกั ษณะผูเรียน
- ผลการสํารวจตนเองดานความสามารถ ความถนัดความสนใจดานอาชพี เจตคติท่ีดีตออาชีพ คุณธรรมและจรยิ ธรรมในอาชพี
- ผลการวิเคราะหคุณลกั ษณะของตนเองในการเลือกอาชีพ
- ช้ินงาน
- บนั ทึกเขารวมกจิ กรรม
ตัวบงชท้ี ี่ 2.3 ผูเรียนสามารถวิเคราะห ตดั สินใจ แกปญหาและวางแผนดานสวนตัวและสงั คม
คาํ อธบิ าย
ผเู รยี นสามารถศกึ ษาขอมูลดานสวนตัวและสังคม เชน ดานบคุ ลกิ ภาพ การปรบั ตวั การพัฒนาเชาวนอารมณ (EQ) เชาวนปญญา (IQ)
และความสามารถในการเผชิญปญหา (AQ) รวมถงึ ทกั ษะการดาํ เนินชีวติ วเิ คราะหบคุ ลกิ ภาพของตนตามความเปนจริง
และนําผลวิเคราะหมาปรบั ปรุงตนเองดานสวนตวั และสังคม
หลักฐานประกอบการพจิ ารณาคณุ ลกั ษณะผูเรียน
- ผลการสํารวจตนเองดานสวนตวั และสังคม
- ผลการวิเคราะหจุดเดน และจุดท่ีควรพัฒนาตนเองในดานสวนตัวและสังคม
- ชิ้นงาน
- บนั ทึกเขารวมกิจกรรม
17
โครงสรางหลกั สตู ร
กรอบการจดั กจิ กรรมแนะแนว
18
จุดเนน้ ของแต่ละระดับชนั
24
โครงสรางกิจกรรม
โครงสรางกจิ กรรมแนะแนวระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 1
โครงสรางกิจกรรมแนะแนวระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 2
โครงสรางกจิ กรรมแนะแนวระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 3
โครงสรางกจิ กรรมแนะแนวระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 4
โครงสรางกิจกรรมแนะแนวระดับชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 5
โครงสรางกิจกรรมแนะแนวระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 6
25
โครงสรา& งกิจกรรม
ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปท2 ่ี 1 ภาคการศกึ ษาตน:
วนั ขอบขFาย (จำนวนคาบ)
สปั ดาห( เดอื น ช่อื เรอ่ื ง จดุ ประสงคช( ัน้ ป. สาระสำคญั จดุ ประสงคก( ารเรยี นรู> การวดั และ การ อาชีพ สFวนตัว
ป. ประเมนิ ผล ศกึ ษา และ
สังคม
1 20 ปฐมนเิ ทศกิจกรรมแนะแนว - -- -
พฤษภาคม
2565
2 27 พ.ว. 1.1.2 รัก นกั เรียนโรงเรียนพรรณธุมรวี ิทยา 1. บอกประวัติความเปน` มา - กิจกรรม 1 - -
ในช้นั เรียน
พฤษภาคม ศึกษา และภูมใิ จใน มีอัตลักษณทQ สี่ ำคญั ของโรงเรียนได\ (K) - ใบงาน
- การ
2565 สถาบนั การศึกษา คอื รกั สถาบนั การศึกษา 2. บอกส่ิงทภ่ี าคภมู ใิ นการเข\ามาเรยี นใน สังเกต
พฤติกรรม
(A) มเี กยี รตแิ ละศักดศ์ิ รีของชาว พ.ว. โรงเรียนพรรณธุมารไี ด\ (P)
นน่ั หมายถงึ การรกั และภูมใิ จ 3. รักและภูมใิ จในสถาบนั การศกึ ษา (A)
ในสถาบนั ซงึ่ ต\องปลกู ฝง^
ใหแ\ ก_นักเรยี นใหมท_ ุกคน
3
วนั เฉลมิ พระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจา\ ฯ พระบรมราชนิ ี 3 มิถนุ ายน 2565
วัน ขอบขFาย (จำนวนคาบ)
เดือน
สปั ดาห( ช่อื เรอ่ื ง จุดประสงคช( ัน้ ป. สาระสำคญั จุดประสงคก( ารเรียนรู> การวัดและ การ อาชพี สวF นตวั
4 ป. ประเมินผล ศึกษา
และ
5 10 สังคม
มถิ ุนายน
2565 Touch 3.1.1. บอกความ วัยรนุ_ อย_ใู นชว_ งอายุ 13 ปr วยั นี้จะมี 1. บอกความเปลี่ยนแปลงทางดา\ นรา_ งกาย - กจิ กรรมใน - - 1
17 my เปลย่ี นแปลง การเปล่ียนแปลงทางดา\ นร_างกาย ของตนเองได\ (K) ชั้นเรยี น
มถิ นุ ายน 2. บอกวิธีการรับมอื ตอ_ การเปล่ยี นแปลง - ใบงาน
2565 body ทางดา\ นรา_ งกายของ โดยเฉพาะลักษณะของเพศอย_าง
ทางด\านร_างกายได\ (K) -การสงั เกต
ตนเองได\ (K) เด_นชัด 3. วางแผนการรับมอื ตอ_ การเปล่ียนแปลง พฤติกรรม
ทางดา\ นรา_ งกายได\ (P)
3.2.1. รู\วธิ กี าร
4. เหน็ ถงึ ความสำคัญของการรบั มือตอ_ การ
รบั มือต_อการ เปลี่ยนแปลงทางดา\ นร_างกาย A)
เปล่ียนแปลง
ทางด\านร_างกาย (K)
Touch 3.1.2. บอกความ วยั ร_ุนจะมกี ารเปลยี่ นแปลงทางด\าน 1. บอกความเปลย่ี นแปลงทางดา\ นความคดิ - กิจกรรมใน - - 1
อารมณแQ ละจิตใจของตนเองได\ (K)
my เปลี่ยนแปลง ความคิด อารมณQและจติ ใจอย_าง ช้ันเรียน
heart ทางดา\ นความคิด รวดเรว็ มาก ค_อนขา\ งหลงตัวเอง เพ\อ 2. บอกวธิ กี ารรบั มอื ต_อการเปลีย่ นแปลง - ใบงาน
ทางด\านความคดิ อารมณQและจิตใจได\ (K)
อารมณแQ ละจิตใจ ฝน^ ตอ\ งการความเป`นอสิ ระ อยากร\ู - การสังเกต
อยากทดลองส่ิงแปลกใหม_ รกั ง_าย 3. วางแผนการรบั มือตอ_ การเปล่ยี นแปลง พฤติกรรม
ของตนเองได\ (K) ทางด\านความคดิ อารมณQและจิตใจได\ (P)
โกรธง_าย ใจรอ\ น มักจะเชอ่ื ฟ^งกลุ_ม
เพื่อนมากกวา_ พ_อแมข_ องตนเอง และ 4. เห็นถงึ ความสำคัญของการรบั มือต_อการ
เร่มิ สนใจในเพศตรงข\าม เปล่ียนแปลงทางด\านความคิด อารมณQและ
จิตใจ (A)
วนั ขอบขFาย (จำนวนคาบ)
เดอื น
สปั ดาห( ช่ือเรื่อง จดุ ประสงคช( นั้ ป. สาระสำคญั จดุ ประสงค(การเรยี นร>ู การวดั และ การ อาชีพ สวF นตวั
6 ป. ประเมนิ ผล ศึกษา
และ
24 สงั คม
มถิ ุนายน
2565 สอื่ 2.3.1 ร\จู กั ส่ือและ ส่อื คอื การตดิ ตอ_ ถงึ กัน และ 1. บอกความหมายของสื่อและเทคโนโลยีได\ - กจิ กรรมใน - 1 -
(K)
รอบตัว เทคโนโลยที ี่ เทคโนโลยี คอื การนำเอาความรู\ ช้นั เรียน
เรา หลากหลาย (K) ทางดา\ นวิทยาศาสตรมQ าพฒั นาเป`น 2. ร\จู กั สอ่ื และเทคโนโลยีท่ีหลากหลาย (K) - ใบงาน
องคQความรใู\ หม_ เพ่อื นำมาประยุกตQใช\ 3. เลอื กใชส\ อ่ื และเทคโนโลยีใหเ\ กดิ ประโยชนQ - การสงั เกต
ใหเ\ กิดประโยชนQ โดยปจ^ จบุ นั เรา (P) พฤติกรรม
สามารถพบเหน็ ส่อื และเทคโนโลยไี ด\
4. เห็นถงึ ความสำคัญของการใชส\ ่อื และ
หลากหลายอย_างมาก
เทคโนโลยี (A)
7 1 อาชีพ 2.1.1 เขา\ ใจความ อาชพี หมายถงึ การทำกิจกรรม การ 1. บอกความแตกตา_ งของอาชพี แต_ละอาชีพได\ - กิจกรรมใน - 1 -
กรกฎาคม รอบตัว แตกตา_ งของแตล_ ะ ทำงาน การประกอบการท่ไี ม_เปน` โทษ (K) ชั้นเรียน
2565 อาชพี (K) แก_สังคม และมีรายไดต\ อบแทน โดย 2. เปรียบเทียบความแตกตา_ งของอาชพี ได\ (P) - ใบงาน
อาศัยแรงงาน ความร\ู ทกั ษะ อุปกรณQ - การสงั เกต
3. มีความกระตอื รือร\นในการทำกจิ กรรม (A) พฤติกรรม
เครอื่ งมอื วิธีการ แตกตา_ งกนั ไป
วนั ขอบขาF ย (จำนวนคาบ)
สปั ดาห( เดอื น ช่อื เร่ือง จุดประสงค(ช้นั ป.
สาระสำคญั จุดประสงค(การเรยี นร>ู การวัดและ การ อาชีพ สวF นตวั
ป. ประเมนิ ผล ศกึ ษา
และ
สังคม
8 8 การศกึ ษา 1.1.1 เขา\ ใจถงึ การศึกษา คือ การสรา\ งคนให\มีความร\ู 1. บอกความหมายของการศึกษาได\ (K) - กิจกรรมใน - 1 -
กรกฎาคม สำคญั ความหมายและ ความสามารถมที ักษะพ้นื ฐานทจ่ี ำเป`น 2. บอกความสำคัญของการศกึ ษา (K) ชัน้ เรยี น
2565 ไฉน ความสำคัญของ มีลกั ษณะนิสยั จติ ใจทด่ี ีงาม มคี วาม 3. เห็นถึงความสำคัญของการศึกษา (A) - ใบงาน
การศึกษา (K) พรอ\ มทจ่ี ะต_อสเู\ พ่ือตนเองและสังคม มี - การสงั เกต
พฤติกรรม
ความพรอ\ มท่ีจะ ประกอบการงาน
อาชพี ได\ การศึกษาชว_ ยใหค\ นเจรญิ
งอกงาม ท้ังทางป^ญญา จติ ใจรา_ งกาย
และสังคม การศกึ ษาจึงเปน` ความ
จำเปน` ของชวี ติ อกี ประการหนง่ึ
9 สัปดาหสQ อบกลางภาค 15 กรกฎาคม 2565
10 22 ยอด 1.2.1 รจ'ู กั วิธกี าร การนำความรเ'ู กย่ี วกบั การศึกษา มา 1. บอกวิธีการสืบคน' ขอ' มลู เกย่ี วกับการศกึ ษา - กจิ กรรมใน 1 - -
กรกฎาคม นักสืบจิว๋ สืบค'นข'อมูลเกย่ี วกับ ประยกุ ตใL ช'ในการศกึ ษาหาความรู' ไดแ' กD (K) ชนั้ เรียน
2565 การศกึ ษา(K) การสบื ค'นข'อมลู ทางอนิ เทอรเL น็ต โดย 2. บอกแหลงD ข'อมูลทางการศกึ ษาท่ีหลากหลาย - ใบงาน
การใช'งานอินเทอรเL น็ต หนังสอื และอื่น 3. สบื ค'นข'อมลู เก่ียวกับการศึกษา (P) - การสงั เกต
1.2.2 รู'จัก ๆ 4. มคี วามกระตอื รือรน' ในการทำกิจกรรม (A)
แหลDงข'อมูลทางการ พฤติกรรม
ศกึ ษาที่หลากหลาย
(K)
วัน ขอบขFาย (จำนวนคาบ)
สปั ดาห( เดอื น ชอ่ื เรือ่ ง จุดประสงคช( น้ั ป.
สาระสำคญั จดุ ประสงค(การเรยี นร>ู การวัดและ การ อาชพี สFวนตวั
ป. ประเมนิ ผล ศกึ ษา
และ
สังคม
11 29 รู@จักไหม 2.2.1 ร@ูจกั อาชพี ในปNจจบุ นั อาชพี ได@มีการเพ่มิ ขึ้น 1. บอกอาชพี ที่เกดิ ใหมไS ด@ (K) - กิจกรรม - 1 -
กรกฎาคม จะC ท่หี ลากหลาย (K) อยSางมากมาย โดยเฉพาะอาชีพท่ี 2. บอกได@วาS อาชพี ที่หลากหลายนนั้ มี ในชั้นเรยี น
2565 อาชพี นี้ ทำงานเก่ียวกบั ส่ือสังคมออนไลนY ลกั ษณะอยSางไร (K) - ใบงาน
- การ
ท่ีกำลงั มาแรงและรายได@ดี แตยS งั 3. เหน็ ถงึ ความสำคัญของทุกอาชพี (A) สังเกต
ไมSคอS ยเปน[ ที่รจ@ู กั ในวงกว@าง พฤตกิ รรม
12 5 -- -
สงิ หาคม
2565 กิจกรรมรณรงคY ปbองกัน ตSอตา@ น และแก@ไขปNญหายาเสพติดในสถานศกึ ษา
: มีการบรรยายใหค@ วามร@ูเกย่ี วกบั โทษของสารเสพติดตาS ง ๆ และสSงเสรมิ ให@นกั เรยี นใช@เวลาวาS งใหเ@ กดิ ประโยชนY
เพอื่ ใหห@ Sางไกลจากยาเสพตดิ และเพอ่ื คณุ ภาพชวี ติ ทดี่ ตี อS ไปในอนาคต
13 วันหยุด 12 สงิ หาคม 2565
วนั ขอบขFาย (จำนวนคาบ)
สปั ดาห( เดอื น ช่ือเร่ือง จดุ ประสงคช( นั้ ป.
สาระสำคัญ จุดประสงค(การเรยี นร>ู การวดั และ การ อาชีพ สFวนตวั
ป. ประเมินผล ศึกษา
และ
สังคม
14 19 อาชพี น้ี 2.4.2 ร@ูจกั ความ ความถนดั คอื ศกั ยภาพเฉพาะดา4 น 1. ความถนดั ของตนเองทสี่ อดคลอ@ งกับ - กิจกรรม 1 - -
สงิ หาคม แหละ ถนัดของตนเองที่ ของบุคคลที่ทำให4การฝBกฝนหรอื การ อาชพี (K)
2565 ใชเS ลย สอดคลอ@ งกับ เรยี นรเู4 ปEนไปได4เตม็ ตาม ในช้นั เรยี น
2. เลอื กอาชีพทีส่ อดคล@องกับตนเอง (P) - ใบงาน
อาชพี (K) ความสามารถของบุคคลน้ันและเปEน 3. มีความกระตือรือรน@ ในการทำ - การ
ความสามารถทางการร4ูคดิ ใด ๆ ที่
อาจทำนายความสามารถท่เี รียนรใู4 น กิจกรรม (A) สังเกต
พฤตกิ รรม
ความสำเร็จท่เี ปEนไปไดใ4 นอนาคต
ซ่ึงเชอ่ื มโยงกบั อาชีพได4
15 26 โลกของ 3.4.1. ตระหนัก การอยูSรSวมกนั ในสังคมอยSางมี 1. บอกถึงความสำคัญของการอยSู - กจิ กรรม - - 1
สิงหาคม เรา ฉัน ถงึ ความสำคัญ ความสุขนน้ั สมาชิกในสังคมจะต4อง รSวมกับผู@อ่นื (K) ในชั้นเรยี น
มคี วามสมั พันธเU กีย่ วขอ4 งกันในดา4 น 2. เห็นถงึ ความสำคญั ของการอยูSรวS มกบั - ใบงาน
2565 และเธอ ของการอยูS
รSวมกับผอ@ู ่ืน (A) ตาS งๆ เชSนการพ่งึ พาอาศัยให4ความ ผู@อืน่ (A) - การ
ชวS ยเหลือกัน มีความสามคั คีและ สังเกต
รวS มมอื กนั พฒั นาสงั คมใหS4 พฤตกิ รรม
เจรญิ กา4 วหนา4 สังคมกจ็ ะนSาอยูS
สมาชิกในสังคมกม็ ีความสงบสุข
วนั ขอบขFาย (จำนวนคาบ)
สปั ดาห( เดือน ชอื่ เรอื่ ง จดุ ประสงค(ชน้ั ป.
สาระสำคัญ จดุ ประสงคก( ารเรียนร>ู การวดั และ การ อาชพี สFวนตวั
ป. ประเมินผล ศกึ ษา
และ
สงั คม
16 2 Know 3.5.1. เขา@ ใจ ความเขา@ อกเขา@ ใจเป[นมิติดา@ น 1. บอกความคิดและพฤติกรรมตนเองได@ - กิจกรรม - - 2
กันยายน Me ความคดิ และ อารมณแY ละสงั คมทเี่ ป[นพนื้ ฐาน (K) ในชัน้ เรียน
2565 Know พฤตกิ รรมตนเอง ของปฏิสัมพันธYและความสมั พันธY 2. บอกความคดิ และพฤตกิ รรมของผอ@ู น่ื - ใบงาน
You ได@ (K) 3.5.2. ของมนษุ ยเY ปน[ ความสามารถใน ได@ (K) - การ
17 9 ร@เู ขารู@ รSวมรับรู@ การรับร@ตู อS ความร@สู ึก การคิด การ 3. เข@าใจความคิดและพฤตกิ รรมของ สงั เกต
กนั ยายน เรา มชี ัย ความรู@สึกของ กระทำและเขา@ ใจผอู@ ่ืนด@วยความ ตนเองได@ (P) พฤติกรรม
2565 ไปกวSา ผอู@ นื่ (A) สอดคลอ@ ง กลมกลืน พ้ืนฐานของ 4. เข@าใจความคิดและพฤตกิ รรมของ
ครึง่ ความเข@าอกเขา@ ใจเปน[ สิ่งทเี่ ออ้ื ผอู@ ืน่ ได@ (P)
โดยธรรมชาติจากสมองของ 2. รวS มรบั รู@ความรู@สึกของผอ@ู ื่น (A)
มนุษยY เพื่อสงS เสริมใหม@ นุษยY
เกอื้ กลู ซง่ึ กันและกัน และเช่ือวSา
เป[นสิ่งที่สร@างและพฒั นาได@
18 สัปดาหYสอบปลายภาค 16 กันยายน 2565
รวมจำนวนคาบ 34 5
รวมจำนวนคาบ (รอ@ ยละ) 25 33.33 41.67
ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาป2ท่ี 1 ภาคการศกึ ษาปลาย
วัน ขอบขา$ ย (จำนวนคาบ)
สัปดาห( เดือน ชื่อเรอ่ื ง จดุ ประสงค(ชั้นป.
สาระสำคัญ จุดประสงค(การเรียนร>ู การวัดและ การ สว$ นตวั
ป. ประเมนิ ผล ศึกษา อาชพี และ
สังคม
1 4 สพุ รรณ 2.2.1 รู\จักอาชีพที่ การรจ\ู กั และการสำรวจอาชพี ท่ีเกดิ ข้นึ 1. รูจ\ กั และสามารถอธบิ ายลักษณะ -การเข4าช้นั เรียน - 1-
พฤศจกิ ายน Market หลากหลาย (K) ใกลต\ วั และเกิดขน้ึ ภายในจงั หวัด บทบาทหนา\ ท่ขี องอาชพี ในทอ\ งถ่ิน (K) -การสง: งานที่ได4รบั
2565 place มอบหมายและสมุด
สพุ รรณบุรี เช_น อาชีพของผูป\ กครอง 2. ตระหนกั ถงึ ความสำคญั ของอาชีพ กิจกรรมแนะแนว
-การตอบคำถามและ
อาชีพทสี่ นใจ อาชพี ที่มาแรงในจงั หวดั ในท\องถ่ิน (A) การมีสว: นรว: มในชั้น
สพุ รรณบรุ ี เพอ่ื เรียนรลู\ ักษณะและ
บทบาทของอาชีพเหลา_ นน้ั เรียน
2 11 What’s up 3.1.1. บอกความ ในช_วงวยั รุ_นตอนต\นเป`นช_วงแห_งการ 1. อธิบายการเปลี่ยนแปลงทางด\าน -การเขา4 ชั้นเรียน - -1
พฤศจิกายน TEENAGES! เปลี่ยนแปลง เจรญิ เตบิ โตและมีการเปลีย่ นแปลง ร_างกายในวัยร_ุนตอนตน\ ได\ (K) -การสง: งานที่ไดร4 ับ
2565 ทางด\านร_างกายของ ทางดา\ นรา_ งกาย เชน_ สดั ส_วนของ 2. เชอื่ มโยงการเปลี่ยนแปลงทางดา\ น มอบหมายและสมุด
ตนเองได\ (K) รา_ งกาย ส_วนสูง ซง่ึ เกิดจากการ รางกายของตนเองกับการ กิจกรรมแนะแนว
-การตอบคำถามและ
เปลี่ยนแปลงของฮอรQโมน เปลยี่ นแปลงดา\ นรา_ งกายในวัยรุน_ การมีสว: นรว: มในชัน้
ตอนต\นได\ (K) เรยี น
3. รบั มือกับความเปลี่ยนแปลงใน
ร_างกายของตนเองได\ (P)
วนั ขอบข$าย (จำนวนคาบ)
สปั ดาห( เดอื น ชอ่ื เร่ือง จดุ ประสงคช( ้นั ป.
สาระสำคัญ จุดประสงค(การเรยี นร>ู การวัดและ การ ส$วนตวั
ป. ประเมินผล ศกึ ษา อาชพี และ
สงั คม
3 18 ไหวไหม 3.1.2. บอกความ ในชว_ งวัยรน_ุ ตอนตน\ เป`นชว_ งแหง_ การ 1. อธิบายการเปลีย่ นแปลงทางดา\ น -การเข\าชั้นเรียน - -1
พฤศจกิ ายน วยั รน_ุ !
เปลย่ี นแปลง เจรญิ เตบิ โตและมกี ารเปลยี่ นแปลง ความคดิ อารมณQ และจิตใจในวัยรุ_น -การส_งงานที่ได\รบั
2565 ทางด\านความคดิ ทางดา\ นรา_ งกายและดา\ นจิตใจ ซ่ึง ตอนต\นได\ (K)
มอบหมายและ
อารมณแQ ละจิตใจ ส_งผลทำให\เป`นวัยทมี่ ีอารมณQ 2. บอกการเปลยี่ นแปลงทางดา\ น สมุดกจิ กรรมแนะ
ของตนเองได\ (K) แปรปรวน ทางด\านความคิด อารมณQ และจิตใจ แนว
ของตนเองได\ (K) -การตอบคำถาม
3. รับมอื กบั ความเปล่ียนแปลงในด\าน และการมีสว_ นร_วม
ความคิด อารมณQ และจติ ใจของ ในชนั้ เรยี น
ตนเองได\ (P)
4 25 การเรียนก็มี 1.3.1 ทราบวธิ ี รปู แบบการเรียนร\ู (Learning style) 1. บอกลกั ษณะของการเรียนแต_ละ -การเขา\ ช้ันเรยี น 1 --
พฤศจกิ ายน หลายแบบ การเรียนรู\ จึงเป`นลักษณะของการคิด และ รปู แบบได\ (K) -การสง_ งานทีไ่ ด\รับ
2565 เหมือนกันนะ ในรปู แบบต_าง ๆ (K) ลกั ษณะของการเรียนทีบ่ ุคคลหนง่ึ ๆ ใช\ 2. เลอื กรปู แบบการเรยี นรูท\ เ่ี หมาะกบั มอบหมายและ
หรอื ทำเป`นประจำ หรอื วธิ ีการทบ่ี คุ คล ตนเองได\ (P) สมดุ กิจกรรมแนะ
ใชค\ วามสามารถ ของตนทมี่ อี ยูใ_ นการ 3. ตระหนักความสำคัญของการเรยี น แนว
คดิ และการเรยี นรู\ ดว\ ยลกั ษณะใด แตล_ ะรูปแบบ (A) -การตอบคำถาม
ลกั ษณะหนงึ่ มากกวา_ อกี ลกั ษณะหนง่ึ และการมีสว_ นรว_ ม
หรอื ลักษณะอน่ื ๆ ทีต่ นมีอยู_ ในชน้ั เรยี น
วนั ขอบข$าย (จำนวนคาบ)
เดือน ช่อื เรื่อง จุดประสงค(ชัน้ ป.
สปั ดาห( สาระสำคญั จดุ ประสงค(การเรยี นร>ู การวัดและ การ สว$ นตัว
ป. ประเมนิ ผล ศกึ ษา อาชีพ และ
5
สังคม
6
7 2 แบบไหนท่ี 1.3.2 ทราบแนวทาง การรบั รูถ\ งึ ส่งิ ทตี่ นสามารถทำไดด\ ีและ 1. ระบุวิชาท่เี รยี นไดด\ แี ละวิชาท่ีมี -การเขา\ ช้นั เรียน 1 --
ธนั วาคม เหมาะกับฉัน การเรยี นร\ทู ีต่ นเอง วิชาทที่ ำใหต\ นเองมีความสขุ ในกาเรยี น ความสุขในการเรยี น (K)
2565 -การสง_ งานที่ไดร\ ับ
ถนดั (K) จะช_วยใหผ\ ูเ\ รียนร\ูจักและเขา\ ใจตนเอง 2. .ให\เหตุผลของการเลอื กวชิ าทีเ่ รียน มอบหมายและ
มากข้นึ สามารถพฒั นาความสามารถ ได\ดี และวชิ าท่ีมคี วามสขุ ในการเรียน สมดุ กิจกรรมแนะ
และการเรยี นของตนเองได\อยา_ งมี ได\ (K) แนว
ประสิทธภิ าพ 3. เสนอแนวทางในการพัฒนา -การตอบคำถาม
ความสามารถของตนเอง (P) และการมสี _วนรว_ ม
ในช้ันเรยี น
วนั รัฐธรรมนญู 9 ธันวาคม 2565
16 Me in the 3.5.1. เขา\ ใจ การร\ูจักความคดิ พฤตกิ รรมทต่ี น 1. จำแนกความคดิ พฤติกรรมของตน -การเข\าชั้นเรยี น - -1
ธันวาคม mirror ความคดิ และ แสดงออก และสาเหตขุ องความคดิ เปน` ดา\ นบวกและด\านลบได\ (K) -การสง_ งานที่ได\รบั
2565 พฤติกรรมตนเองได\ และพฤติกรรมนัน้ จะทำใหผ\ \เู รียน
2. ระบสุ าเหตขุ องความคดิ และ มอบหมายและ
(K) เข\าใจตนเอง และสามารถจดั การ พฤติกรรมท้ังดา\ นบวกและด\านลบได\ สมดุ กจิ กรรมแนะ
ความคดิ แลว\ แสดงออกเป`นพฤตกิ รรม (K) แนว
ไดอ\ ย_างเหมาะสม 3. แสดงออกทางด\านพฤตกิ รรมได\ -การตอบคำถาม
เหมาะสมกับสถานการณQ (P) และการมสี _วนร_วม
ในช้ันเรียน
วนั ขอบข$าย (จำนวนคาบ)
สปั ดาห( เดือน ชอื่ เรอื่ ง จุดประสงค(ช้นั ป.
สาระสำคญั จดุ ประสงค(การเรียนร>ู การวดั และ การ สว$ นตัว
ป. ประเมนิ ผล ศึกษา อาชพี และ
สงั คม
8 สัปดาหYสอบกลางภาค 23 ธนั วาคม 2565
9 วันหยุดสน้ิ ปx 30 ธันวาคม 2565
10 6 อยSใู ห@เปน[ 1.4.1 เข@ารSวม ในการเรียนจำเปน[ ต@องมกี าร 1. บอกวิธีการเข@ารวS มกิจกรรม -การเขา@ ชน้ั เรยี น 1
-การสงS งานท่ี
มกราคม กิจกรรมกบั ผู@อื่น ปฏิสัมพนั ธกY บั บคุ คลอื่น โดย กับผูอ@ ื่นอยาS งเหมาะสม (K) ไดร@ บั มอบหมาย
2566 ได@ (P) จะตอ@ งมกี ารทำงานทำกิจกรรม 2. เข@ารวS มกิจกรรมกบั ผู@อ่ืนได@ และสมุด
รวS มกนั ไมSวาS จะเปน[ การทำ อยาS งเหมาะสม (P) กจิ กรรมแนะ
แนว
กจิ กรรมเดย่ี วหรอื งานกลSมุ ดงั น้ัน 3. เห็นความสำคญั ของการเขา@ -การตอบคำถาม
นักเรียนจะต@องมกี ารปรบั ตวั และ รวS มกจิ กรรมกับผอ@ู ่นื (A) และการมสี Sวน
มีความรับผดิ ชอบในการทำงาน รวS มในช้นั เรยี น
รวS มกบั ผอ@ู น่ื
วนั ขอบขา$ ย (จำนวนคาบ)
เดอื น ชอ่ื เรอ่ื ง
สปั ดาห( จุดประสงคช( ้ันป. สาระสำคัญ จุดประสงค(การเรียนรู> การวัดและ การ สว$ นตัว
11 ป. ประเมินผล ศึกษา อาชีพ และ
12 13 ปรบั ทลี ะ สงั คม
มกราคม นดิ จติ
2566 แจม_ ใส 1.4.2 ตระหนกั ถงึ การเรียนในระดบั ชั้นมธั ยมนนั้ มีระดบั 1. บอกวิธกี ารปรบั ตัวด\านการเรยี นได\ -การเข\าช้ันเรยี น 1
ความสำคัญในการ ความยากท่ีเพม่ิ มากขนึ้ ทำให\นกั เรียน (K) -การส_งงานที่ได\รับ
20 อาชพี มา
มกราคม แรงแซง ปรบั ตัวดา\ นการ จะตอ\ งปรับตวั กับการเรียน การทำงาน 2. ปรับตวั ด\านการเรียนไดอ\ ย_างได\ มอบหมายและ
2566 ทางโคง\ เรยี น (A) และการทำกิจกรรม ซึง่ นกั เรียนจะตอ\ ง อย_างเหมาะสม (P) สมุดกจิ กรรม
วิเคราะหQการเรยี นทีเ่ ปลยี่ นแปลงไป 3. ตระหนกั ถึงความสำคญั ของการ แนะแนว
สิ่งที่สามารถปรับตวั ได\และทยี่ งั ปรบั ตัว เปรยี บตวั ในดา\ นการเรยี น (A) -การตอบคำถาม
ไมไ_ ด\ พร\อมทัง้ เสนอแนวทางแกไ\ ข และการมีสว_ นร_วม
เพือ่ พัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษา ในชั้นเรียน
2.2.2 ร\เู ทา_ ทนั อาชพี การทำความร\ูจกั กับตลาดแรงงานและ 1. บอกความหมายของตลาดแรงงาน -การเข\าชน้ั เรยี น 1
ใหมท_ ่เี กดิ ขน้ึ ในยุค การศึกษาแนวโนม\ ความต\องการของ ได\ (K) -การส_งงานที่ไดร\ ับ
ป^จจุบัน (K) ตลาดแรงงานเปน` องคQประกอบท่จี ะ 2. วิเคราะหแQ นวโนม\ ความตอ\ งการ มอบหมายและ
ชว_ ยให\ผู\เรียนมคี วามพรอ\ มในการ ของตลาดแรงงานได\ (K) สมุดกจิ กรรมแนะ
ตดั สินใจเลือกอาชีพที่ตนเองสนใจและ 3. ทำ Venn’s diagram เปรียบเทยี บ แนว
วางแผนไปสเ_ู ปåาหมายได\ ระหวา_ งตนเองกบั บุคคลทจ่ี ะเปน` ท่ี -การตอบคำถาม
ต\องการในตลาดแรงงาน (P) และการมีสว_ นรว_ ม
4. เห็นความสำคญั ของตลาดแรงงาน ในช้ันเรยี น
(A)
วัน ขอบขา$ ย (จำนวนคาบ)
สปั ดาห( เดือน ชอื่ เร่ือง จดุ ประสงค(ชั้นป.
สาระสำคญั จดุ ประสงคก( ารเรยี นรู> การวดั และ การ สว$ นตวั
ป. ประเมนิ ผล ศึกษา อาชีพ และ
สังคม
13 27 MBTI บอก 2.4.1 รจ\ู กั MBTI หรอื Myers-Briggs Type 1. เช่อื มโยงผลลพั ธจQ ากแบบทดสอบ -การเข4าชั้นเรียน 1
มกราคม ฉันท!ี -การส:งงานทีไ่ ด4รบั
บคุ ลกิ ภาพของ Indicator คือแบบทดสอบบคุ ลิกทภ่ี าพ บุคลกิ ภาพ อาชีพท่ีสอดคลอ\ ง และ มอบหมายและสมดุ
2566 เพอ่ื เปIนแนวทางในการหาคนใหNเหมาะ อาชพี ทตี่ นเองสนใจได\ (K) กจิ กรรมแนะแนว
ตนเองทสี่ อดคลอ\ ง -การตอบคำถามและ
กับอาชีพ (K) กบั อาชีพ ซึง่ จะทำการแบงW มนุษยZออกเปนI 2. สามารถทำแบบทดสอบบุคลิกภาพ การมสี :วนรว: มในชน้ั
16 แบบดNวยกนั ในแบบทดสอบจะมีชดุ เรยี น
คำถามใหNตอบและ ผลลพั ธZที่ไดจN ะ MBTI ได\ (P)
ประมวลออกมาเปนI ตวั อักษร 4 ตวั จาก
ทั้งหมด 8 ตัว ซึ่งจะระบุประเภท 3. มีความตง้ั ใจในการทำแบบทดสอบ
บคุ ลิกภาพ MBTI (A)
บุคลกิ ภาพของผูทN ดสอบ และอาชีพที่
สอดคลอN งกบั บุคลิกภาพนัน้
14 3 My duty 3.3.1. ร\ูบทบาทและ บุคคลในสังคมมีบทบาทหนาN ท่แี ตกตWาง 1. อธบิ ายบทบาทและหนา\ ทขี่ อง -การเขา4 ชนั้ เรยี น 1
กุมภาพันธe -การสง: งานที่ไดร4 บั
หน\าท่ขี องตนเอง (K) กัน บางคนอาจมีหลายบทบาท ในฐานะ ตนเองในฐานะต_าง ๆ ไดอ\ ย_าง
2566 นกั เรียน นกั เรียนควรมีความรบั ผดิ ชอบ เหมาะสม (K) มอบหมายและสมุด
กิจกรรมแนะแนว
ตั้งใจเลาW เรยี น ในฐานะของลูก ควรมี 2. ปฏบิ ตั ิตามบทบาทและหนา\ ที่ของ -การตอบคำถามและ
ความกตญั iูและเชื่อฟkงพอW แมW ในฐานะ การมสี :วนรว: มในชนั้
ของเพื่อน ควรมีความซ่อื สัตยZและจรงิ ใจ ตวั ละครในสถานการณทQ ีก่ ำหนดได\ เรยี น
ทุกคนควรปฏบิ ัติตามหนNาท่ีของตนเพือ่ ใหN
อยูWรวW มกนั ในสงั คมไดอN ยWางมคี วามสุข (P)
3. บอกความสำคญั ของการปฏิบตั ิ
ตามบทบาทและหน\าทไี ด\ (A)
วนั ขอบขา$ ย (จำนวนคาบ)
เดือน ช่ือเร่ือง จดุ ประสงค(ชั้นป.
สปั ดาห( สาระสำคัญ จุดประสงค(การเรียนรู> การวัดและ การ ส$วนตัว
15 ป. ประเมินผล ศึกษา อาชีพ และ
16 สังคม
10 มากกว_า 3.5.2. ร_วมรบั รู\ Sympathy คอื ความร\ูสึกเหน็ อกเหน็ 1. บอกความแตกตา_ งของความร\ูสกึ -การเข\าชนั้ เรยี น 1
กมุ ภาพันธe เข\าใจ ความรส\ู กึ ของผูอ\ ื่น ใจผอ\ู นื่ ทง้ั ความรส\ู ึกเศรา\ เสยี ใจ เหน็
เห็นอกเห็นใจผูอ\ ื่นกับรว_ มรับรู\ -การส_งงานทไ่ี ด\รบั
2566 (A) ใจ เมื่อเห็นคนอื่นตอ\ งเผชิญกับ
เหตกุ ารณไQ มด_ ี Empathy คอื ความร\สู กึ ของผอู\ ืน่ ได\ (K) มอบหมายและ
ความสามารถในการเอาตัวเองเข\าไป
2. แสดงออกถงึ การร_วมรับร\คู วามรู\สึก สมดุ กิจกรรมแนะ
อยใ_ู นความร\สู ึก หรอื สถานการณคQ น
อนื่ เผชิญ ทำให\เขา\ ใจเหตุผล และ ของผูอ\ ่ืนผา_ นสถานการณทQ ่ีกำหนดได\ แนว
ความรู\สึกจากมุมมองของคนคนนัน้ (P) -การตอบคำถาม
จรงิ ๆ
3. ตระหนักถึงความสำคญั ของการ และการมสี ว_ นรว_ ม
รว_ มรบั รค\ู วามร\สู ึกของผู\อน่ื (A) ในชัน้ เรยี น
17 กระจก 2.5.1 เลือกอาชีพที่ บคุ ลิกภาพของคนจะสะท\อนผา_ นการ 1. วิเคราะหบQ ุคลิกภาพทส่ี ำคญั ของ -การเขา\ ชั้นเรียน - -1
กุมภาพนั ธe ตนเองสนใจ (P)
วิเศษจง เลือกอาชีพของบุคคลนั้น โดยเหตผุ ล อาชีพทตี่ นเองงสนใจได\ (K) -การสง_ งานทไ่ี ด\รับ
2566 บอกฉันที ในการเลอื กอาชพี เกิดจากการ 2. เปรียบเทยี บบุคลกิ ภาพของตนเอง มอบหมายและ
ฉันควรทำ ผสมผสานความคิดตอ_ ตวั เอง และ กบั บุคลกิ ภาพที่สำคญั ของอาชพี ที่ สมดุ กจิ กรรมแนะ
อาชีพ ความเข\าใจตอ_ อาชพี ท่ีเลอื ก นัน่ คือ ตนเองงสนใจได\ (K) แนว
อะไร? คนท่เี ลอื กอาชพี ไดส\ อดคล\องกับ 3. นำเสนอแนวทางในการพัฒนา -การตอบคำถาม
บุคลิกภาพของตนเองมากท่ีสดุ จะมี ตนเองไปส_อู าชพี ท่ีสนใจ (P) และการมสี ว_ นรว_ ม
ความพึงพอใจในอาชีพและสง_ ผลให\ ในชัน้ เรียน
ประสบความสำเรจ็ ในอาชีพน้นั ๆ ได\
วัน ขอบข$าย (จำนวนคาบ)
เดือน
สปั ดาห( ชื่อเรอื่ ง จดุ ประสงค(ชัน้ ป. สาระสำคญั จุดประสงค(การเรยี นรู> การวดั และ การ ส$วนตัว
17 ป. ประเมนิ ผล ศึกษา อาชพี และ
ป^ญหา 3.6.1. ร\ูและเข\าใจ
24 มไี ว\แก\ กระบวนการ สงั คม
กุมภาพันธe แก\ปญ^ หาอย_างเป`น
ระบบ (K) การแกป\ ญ^ หาอย_างมกี ระบวนการและ 1. บอกกระบวนการในการแกป\ ญ^ หา -การเข\าชั้นเรยี น
2566 มีลำดบั ข้ันตอนท่เี หมาะสมจะทำให\ อยา_ งเหมาะสมและเป`นระบบ -การสง_ งานที่ไดร\ บั
บุคคลสามารถแก\ป^ญหาทเ่ี กิดข้ึนได\ 2. เลอื กวธิ ีในการแกป\ ญ^ หาได\ มอบหมายและ
อยา_ งมีประสิทธิภาพ และสอดคล\อง สอดคล\องกบั สถานการณQจรงิ สมดุ กิจกรรมแนะ
กบั สถานการณQความเปน` จรงิ ผทู\ ม่ี ี 3. ตระหนกั ถึงความสำคัญของกรบวน แนว
ทักษะในการแกไ\ ขป^ญหาอย_างมี การแก\ป^ญหาอย_างเปน` ระบบ -การตอบคำถาม
ประสทิ ธภิ าพจะเหน็ ทางออกของ และการมีส_วนร_วม
ป^ญหาตา_ ง ๆ ได\อยา_ งรวดเร็ว ในชนั้ เรียน
18 สปั ดาหสQ อบปลายภาค 3 มีนาคม 2566
รวมจำนวนคาบ 4 46
รวมจำนวนคาบ (ร@อยละ) 28.57 28.57 42.86
ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาป.ที่ 2 ภาคการศึกษาตน>
วนั ขอบขา$ ย (จำนวนคาบ)
เดือน
สัปดาหB ปE ชือ่ เรื่อง จุดประสงคBชั้นปE สาระสำคญั จดุ ประสงคกB ารเรียนรูK การวัดและ ส$วนตวั
ประเมนิ ผล อาชพี และ
การ
ศึกษา สังคม
1 18 My mood 3.2.1. รจู\ กั อารมณQ เปIนธรรมชาติของอารมณทZ ี่ยWอมมีทั้งอารมณดZ ี 1. บอกสภาวะอารมณขZ องตนเองไดN (K) -สงั เกตการปฏิบัติ - - 1
ด\านบวกและด\าน และอารมณไZ มWดี การสำรวจสภาพของ 2. บอกผลกระทบของการกระทำทเี่ กดิ จาก กจิ กรรม
พฤษภาคม -การเข4าชน้ั เรยี น
2565 ลบที่เกิดข้ึนกับ อารมณทZ ่ีเกิดข้นึ กับตัวเองจะชWวยใหNรูวN Wา โดย อารมณดZ าN นลบไดN (K)
ปกติเราเปIนคนทม่ี อี ารมณดZ าN นใดมากกวาW ถาN 3. จำแนกอารมณZดNานบวกและดาN นลบไดN (K) -การตรวจใบงาน
ตนเอง (K) มอี ารมณZไมดW ีมากกวาW จะไดเN รยี นรูกN ารจดั การ 3.วางแผนการจดั การกับอารมณดZ าN นลบได(N P) กจิ กรรมMy
กบั อารมณZของตนและการรNูผลกระทบของ 4. มเี จตคตทิ ี่ดีตอW การจัดการกบั อารมณดZ าN นลบ mood
อารมณZดาN นลบ ท่มี ีตอW การดำเนินชีวติ (A)
จะชWวยใหN ผเNู รียนเขNาใจและเห็นความสำคญั
ของการจดั การกับ อารมณZตลอดจน มี
แนวทางในการ จัดการกับอารมณZดาN นลบ
อยWาง เหมาะสม
2 25 ฉนั กม็ ี Self- 3.3.3. ผเ\ู รยี นเหน็ Self-Esteem คอื ความรสูN ึกทบ่ี ุคคลมีตWอ 1. บอกความสามารถของตนเองในการปฏบิ ตั ิ - สังเกตการปฏบิ ตั ิ - - 1
พฤษภาคม Esteem นะ คุณค_าในบทบาท ตนเองในทางทดี่ ี มีความเคารพและยอมรับ หนาN ท่ไี ดN (K) กจิ กรรม
2565 หน\าทข่ี องตนเอง ตนเองวาW มีความสำคัญ มีความสามารถและ 2. สามารถเขียนวธิ ีการสราN งเสริม -การเข4าช้นั เรยี น
(A) ใชNความสามารถทม่ี ีอยกWู ระทำส่ิงตาW ง ๆ ใหN Self-Esteem ไดN (P)
-การตรวจใบงาน
ประสบความสำเรจ็ ไดNตามเป~าหมาย ยอมรบั 3.เหน็ ความสำคัญของการมี Self-Esteem (A) กิจกรรม ฉนั กม็ ี
นับถือตนเอง มคี วามเชื่อมน่ั ในตนเองเคารพ Self-Esteem นะ
ในตนและผNอู ่ืน และมีชวี ติ อยWูอยWางมีเป~าหมาย
วัน ขอบข$าย (จำนวนคาบ)
เดอื น
สปั ดาหB ปE ชือ่ เร่อื ง จุดประสงคชB ้นั ปE สาระสำคญั จุดประสงคBการเรียนรKู การวัดและ ส$วนตัว
ประเมินผล อาชพี และ
การ
ศึกษา สงั คม
31 การเรยี นของ 1.3.1. บอกจดุ เด_น ผลการเรยี นเป`นสงิ่ สะท\อนพฤตกิ รรมและ 1. จำแนกระดบั ผลการเรยี นของรายวชิ าต_าง -สงั เกตการปฏบิ ตั ิ 2--
ฉันเปนi เช:นไร และจดุ ท่ีตอ\ ง ความสามารถทางการเรียน ดังนั้นการ ๆ ทเ่ี รียนในชั้น ม.1 ว_ารายวชิ าใดเรยี นได\ดี
มถิ ุนายน พัฒนาของตนเอง ค\นพบจุดเดน_ และจดุ ท่ตี \องพัฒนาตนเอง และไมด_ ี (K) กิจกรรม
ดา\ นการเรยี น (K)
2565 ทางการเรยี น และเรยี นร\วู ิธกี าร 2.บอกสาเหตุของผลการเรียนท่ดี แี ละไมด_ ีได\ -การเขา4 ชน้ั เรียน
1.3.2 บอกวธิ ีการ พฒั นาการเรยี นใหม\ ีประสิทธภิ าพ จะช_วย (K) -การตรวจใบงาน
พฒั นาการเรียนให\
มีประสิทธิภาพ ใหผ\ ู\เรียนสามารถวางแผนพัฒนาตนเอง 3. เขยี นวิธกี ารปรบั ปรุงผลการเรียนตามท่ี กิจกรรมการเรยี น
และแหลง_ เรียนรทู\ ี่ ด\านการเรยี นใหป\ ระสบความสำเร็จ ปฏิบัตไิ ด\ (P)
เกยี่ วขอ\ ง (K) ของฉันเปiนเชน: ไร
1.3.3 วางแผน 4.เหน็ ความสำคัญในการพัฒนาจุดแข็งและ
48 พฒั นาตนเองดา\ น จดุ ออ_ นของตนเอง (A)
การเรียน และ
มถิ นุ ายน แกไ\ ขป^ญหา
อปุ สรรคในการ
2565 เรียน (P)