The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระราชประวัติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช(ฉบับปรับปรุง)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ประสาร ธาราพรรค์, 2021-12-22 08:41:13

พระราชประวัติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช(ฉบับปรับปรุง)

พระราชประวัติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช(ฉบับปรับปรุง)

พระราชประวตั ิ สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช

ผเู้ รยี บเรยี งนายประสาร ธาราพรรค์

พระเจา้ ตาก ธ เกง่ กาจ ขวัญใจราษฎร์ ทรงกู้ชาติ พน้ พม่า น่าสรรเสรญิ ทรงสร้าง
เมือง กรงุ ธน ใหเ้ จรญิ ทรงกล้าเกิน คากล่าวใด ไร้เทียมทันพระ
ราชสมภพ วนั ที่ 17 เดอื นเมษา เปน็ เดือนห้า วนั อาทติ ย์ จิตสขุ สนั ต์
ปสี องพนั สองรอ้ ยเจ็ด สิบเจ็ดน้ัน พระทรงธรรม ก่อกาเนดิ เพ่อื ปวงไทย
นามเดิมสิน ลกู ขุนพฒั นางนกเอี้ยง ขนุ นางเลยี้ ง ฟมู ฟัก จนยง่ิ ใหญ่
เป็นทหาร ฝากฝมี ือ กลา้ เกรยี งไกร ท้ายสุดได้ เปน็ พระยา วชริ ปราการ
คร้นั ถึงปี สองพัน สามรอ้ ยเกา้ ไทยสุดเศรา้ ทกุ ข์เภทภัย แผ่ไพศาล
ทัพพมา่ กรีฑา มารกุ ราน หวงั ประหาร เขน่ ฆ่าไทย ใหม้ ลาย
สมเด็จพระเจา้ เอกทศั ทรงครองราชย์ เหล่าทวยราษฎร์ ทหารไทย ใจเหอื ดหาย
มปี ญั หา ในการศกึ อย่างมากมาย ถึงแตกพา่ ย มอญพมา่ รมุ ราวี
พระเจ้าตาก อยู่กรุงศรี จาตีฝ่า รวมคนกลา้ สูพ้ ม่า จาถอยหนี
วันที่สาม มกรา จากธานี รวมคนดี มีฝีมอื กูช้ าตไิ ทย

วันท่ี 7 เมษา สดุ วปิ โยค ไทยเศร้าโศก กรุงศรีแตก แหลกมอดไหม้ปี
สองพนั สามร้อยสิบ ทกุ ขท์ ั่วไทย กรุงสญู ไป หมดสิ้นไทย ไร้พกั พิ
พระเจา้ ตาก จากกรุงศรี ไพร่พลพรอ้ ม ตา่ งยินยอม มอบกายใจ ให้ทุกสิง่
เดินทพั ผ่าน นครนายก รกชัฏย่งิ ไมห่ ยดุ น่ิง มงุ่ ทัพไป ปราจนี บุรี
ผา่ นนาเกลือ พัทยา สตั หบี ทรงเร่งรีบ สรู่ ะยอง ผอ่ นผนั หนี
ถงึ ระยอง กรมการเมอื ง จกั ต่อตี มเี หตุที่ จกั นาพา ฆา่ กันตาย
ยึดระยอง ประกาศตน ขึ้นเปน็ เจา้ มผี ู้เขา้ รว่ มกู้ชาติ ราษฎรห์ ลากหลาย
เดินทพั สู่ จนั ทบรุ ี ใช่งา่ ยดาย ทรงม่งุ หมาย ยดึ เมอื งจนั ท์ นั้นแนน่ อน
มีขนุ ราม หมน่ื ซ่อง จ้องกอ่ เหตุ ร่วมวางเลศ เจา้ เมอื งจันท์ คิดสั่งสอน
หวงั กาจัด พระเจา้ ตาก อยา่ งยอกยอ้ น หวังตัดตอน กาลงั ทัพ จบั ภูมี
พระเจ้าตาก ทรงรูเ้ ลศ เหตรุ า้ ยนั้น พระองคพ์ ลนั วางกลทัพ สมศักด์ิศรี
ทบุ หมอ้ ขา้ ว หากนิ ใหม่ ในบรุ ี ทกุ ชวี ี ตา่ งมงุ่ หมาย ต้องได้เมอื ง
จันท์เสยี เมือง สบิ ส่ี มิถุนา ธ มุ่งหา กลการทพั อยา่ งตอ่ เนือ่ ง
เมืองจนั ทด์ ี มีดินแดน แสนรุ่งเรือง ชว่ ยประเทือง ไท้ไร้ทกุ ข์ สขุ อรุ า
ตจี ันท์ได้ ธ ม่งุ หมาย ตีตราดต่อ ตราดร่วมขอ กู้ชาตดิ ว้ ย ช่วยหนกั หนา
ตะวนั ออก ทกุ หัวเมอื ง รวมประชา ตา่ งร่วมมา กู้ชาติไทย ใหก้ ลบั คืน
พระเจา้ ตาก เตรยี มการศึก เพ่ือกูช้ าติ รวมเหล่าราษฎร์ ท้ังจีนไทย ไร้ขดั ขนื
ทรงหวงั ใช้ ฐานเมอื งจนั ท์ มั่นยง่ั ยนื ล้วนราบรื่น เตรียมเรือไว้ ให้พร้อมเพรียง
เตรียมเรอื รบ ประมาณ ร้อยลาเศษ ธ ทรงเดช ฝมี อื ดี มีช่อื เสียง
คนอาสา มาสมทบ รบคเู่ คยี ง ไมม่ เี กี่ยง เพยี งก้ชู าติ ราษฎร์ร่วมใจ
มีทหาร หา้ พันเศษ พร้อมการรบ ทกุ สง่ิ ครบ เตรยี มเดนิ ทัพ ไม่หวัน่ ไหว
ออกจากจนั ท์ เดอื นตลุ า ธ คลาไคล ปีกนุ ได้ หมายโมงยาม ตามฤกษ์ดี
เดือนสิบสอง ตีกรุงธน ปราบทองอนิ เส้ียนหนามสิ้น ลอ่ งนาวา ยงั กรุงศรี
ตพี ม่า แตกพ่ายไป ไรร้ าวี ตัวสุก้ี แม่ทัพใหญ่ ถงึ วายชนม์
ธ ทรงกู้ เอกราช ชาตคิ นื ได้ กู้ชาติไทย คนื กลบั ใหม่ ได้อีกหน
วนั ที่ 6 พฤศจิกา ช่นื กมล พ้นทกุ ข์ทน กลบั เป็นไทย ในเจด็ เดือน
พระเจา้ ตาก มงุ่ หมายมั่น สรา้ งชาติใหม่ ทุ่มกายใจ รวมชาติไทย ไม่คลายเคล่ือนสร้าง
ชาติไทย เพอ่ื คนไทย มิลมื เลือน จติ ใจเตือน กตญั ุญตุ า ใหต้ ราตรึง

28 ธนั วา ปราบดาภิเษก ข้นึ ครองราชย์ ธ หมายมาด รวมชาติไทย ให้เป็นหนึ่งวางแผน

งาน การศกึ อย่างลึกซ้งึ รวมคนซ่ึง คิดก้ไู ทย ใหเ้ ปรมปรดี ์ิ

เจ้าพมิ าย ชมุ นมุ แรก ทรงตไี ด้ รายต่อไป ตเี ขมร เจ้านครศรี

ตีพษิ ณโุ ลก ตเี จ้าฝาง ทรงราวี ศึกทม่ี ี ชยั เกรกิ ก้อง เปน็ ตานาน

รบพม่า ท่ีบางแก้ว ราชบุรี พระภมู ี ปราบมอญม่าน อย่างห้าวหาญ

ชนะศึก ไทยรวมใจ ร่วมรอนราญ สมคั รสมาน รวมชาติไทย ให้ร่มเย็น

ศึกสุดทา้ ย ศึกพม่า อะแซหวุน่ ก้ี ผลไม่มี แพ้ชนะ ไร้ทกุ ขเ์ ขญ็

ศกึ สงบ อีกหลายปี ไรล้ าเคญ็ ธ ทรงเปน็ ศนู ย์รวมไทย ไรต้ รอมตรม

ทรงสร้างเมือง กรุงธนบรุ ี ใหร้ ุง่ โรจน์ ธ ทรงโปรด สร้างเมอื งใหม่ ไทยสขุ สม

คา้ ขายจนี เสรมิ ศาสนา ไทยอุดม ทรงนิยม วฒั นธรรม นาจติ ใจ

การปกครอง ทรงแกไ้ ข กฎหมายใหม่ เศรษฐกจิ ไทย เจริญไกล อยา่ งไดผ้ ล

คมนาคม ขดุ คลองใหม่ เพ่อื ปวงชน สร้างถนน สะดวกไป ไทยสราญ

อาณาเขต อาณาจกั ร ธนบรุ ี พื้นที่มี กว้างขวางใหม่ ใหญไ่ พศาล

ทรงรบทพั จับศกึ อย่างยาวนาน สรา้ งผลงาน แผก่ าจาย ขจรไกล

ในช่วงทา้ ย ปลายชีวติ พระเจา้ ตาก แปลกอย่างมาก เปน็ เร่อื งยาก สรปุ ได้

สวรรคต ทกี่ รุงธน หรอื ทีใ่ ด เพราะอะไร ตอบไม่ได้ มาเนน่ิ นาน

กบฏพระยาสรรค์ สาเหตนุ า ส้ินชวี า เจา้ พระยา มหากษตั รยิ ์ศกึ ส่งั ประหาร

อ้างองค์ตาก วปิ ลาส เป็นเหตกุ ารณ์ ท่กี ล่าวขาน ประวัติศาสตร์ไทย ใหจ้ ดจา

6 เมษา 2325 วันสน้ิ พระชนม์ ไทยหมองหมน่ ทกุ ขท์ วั่ ไทย น่าใจหาย

มีเร่อื งราว ตดิ ตามมา สุดเลวร้าย ชพี วางวาย ต้องลม้ ตาย หลายพระองค์

บางกระแส ทรงหนีภัย ไปนครศรี ไปบวชที่ วดั เขาขุนพนม ดังประสงค์

มีหลักฐาน อีกมากมาย ทีแ่ มน่ ตรง แต่ยังคง ถกเถียงกนั ไม่ม่ันใจ

พระเจ้าตาก กอู้ ิสรภาพ ทรงสร้างชาติ ประวัตศิ าสตร์ จารกึ ไว้ ยคุ สมยั

พระเกียรตคิ ุณ ทรงเลอื่ งลอื ท่วั ถ่นิ ไทย ทุกหัวใจ เทิดคณุ ไท้ ไวน้ ิรนั ดร์

……………………………………………………………………

ประสาร ธาราพรรค์ รอ้ ยกรอง

พระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

พระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มีการถกเถียงจากอดีตถึง
ปัจจบุ นั ท้งั ยงั หาขอ้ สรปุ ไมไ่ ด้ โดยเฉพาะในช่วงประวตั ศิ าสตรป์ ลายรัชสมยั พระเจา้
กรุงธนบุรี ท่ีมีการบันทึกไว้บางเร่ืองบางเหตุการณ์ไม่กระจ่าง ยังหาข้อยุติไม่ได้
จนถงึ ทกุ วันน้ี

ผู้เขียนเป็นผู้หน่ึงซ่ึงสนใจในประวัติศาสตร์ยุคกรุงธนบุรีรัชสมัยสมเด็จพระ
เจ้าตากสินมหาราชเป็นอย่างยิ่ง สนใจและศึกษาถึงปัญหาท่ีข้องใจเคลือบแคลง
ที่สุด คือ ในช่วงปลายรัชกาลพระองค์เสียสติฟั่นเฟือนจนถึงแก่ “สัญญาวิปลาส”
จ น เ ป็ น ภั ย ต่ อ พ ร ะ พุ ท ธ ศ า ส น า แ ล ะ ไ ม่ อ า จ ป ก ค ร อ ง บ้ า น เ มื อ ง ร ว ม ทั้ ง อ า ณ า
ประชาราษฎร์ให้เกิดความสงบร่มเย็นจนทรงถูกสาเร็จโทษ เป็นจริงหรือไม่ ! และ
วาระสดุ ทา้ ยแห่งพระชนม์ชีพพระองค์วันสิ้นพระชนม์เม่ือไรหายังข้อยุติไม่ได้ อาทิ
พระราชพงศาวดารกล่าวว่าพระองค์ส้ินพระชนม์ตรงกับวันที่ 6 เมษายน 2325
จดหมายเหตุโหรกล่าวว่าพระองค์สิ้นพระชนม์วันที่ 10 เมษายน 2325 จดหมาย
เหตุของบาทหลวงฝรั่งเศสกล่าวว่าพระองค์สิ้นพระชนม์วันที่ 7 เมษายน 2325
และสถานท่ีทพ่ี ระองคส์ ิน้ พระชนมท์ ี่ไหนแน่ อาทิ ทีธ่ นบรุ ี หรือ ทน่ี ครศรีธรรมราช
หรือที่เพชรบุรี บทความเรื่องนี้ได้รวบรวมความคิดอย่างหลากหลายในปัญหา

ดังกล่าวข้างต้น เพื่อให้ผู้อ่านที่สนใจร่วมกันคิดวิเคราะห์ว่าคาตอบใดน่าเช่ือถือ
มากทส่ี ุด

การรวบรวมเรยี บเรยี งพระราชประวตั ิพระเจ้าตากสินมหาราชข้าพเจ้าใช้
เวลารวบรวมเนื้อหา ใช้เวลาในการเรียบเรียงเนิ่นนานหลายปี โดยหวังว่าจะก่อ
ประโยชน์ใช้เป็นแหล่งสืบค้นหลักฐานเกี่ยวพันเก่ียวเน่ืองกับประวัติศาสตร์ในสมัย
กรุงธนบรุ ีได้อีกแนวทางหน่ึง

พระราชประวัติของพระเจ้าตากฯ เน้ือหาจะนาเสนอต้ังแต่ประสูติเร่ิม
รัชการจนถึงพระราชประวัติปลายรัชสมัยท่ีมีปัญหาคือสวรรคตเม่ือไร อย่างไร ซึ่ง
จะนาแนวคิดอย่างหลากหลายมาเสนอผู้อ่านให้วิเคราะห์เสาะหาความจริงซ่ึงคง
แล้วแต่ผ้อู ่านจะสรปุ ความคดิ เอาเองในปลายพระราชประวตั ขิ องพระองค์

ศาลพระเจา้ ตาก ทีว่ ดั ลมุ่ จงั หวดั ระยอง

สมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราชทรงพระราชสมภพ
สมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราช ทรงพระราชสมภพ ณ วนั อาทติ ย์ขนึ้ สบิ ห้า

ค่าเดือนห้า ปีขาล ฉ้อศก จุลศักราช 1096 เวลาประมาณ 11.00 น. ณ กรุงศรี
อยุธยา ตรงกับวันอาทิตย์ท่ี 17 เดือนเมษายน พุทธศักราช 2277 พระบรมราช
ลัคนาสถติ ราศกี รกฎ เสวยฤกษ์ท่ี 8 ประกอบดว้ ยราชาแห่งฤกษ์

ดวงพระราชสมภพ สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มพี ระนามเดิมวา่ “สนิ ” ชื่อภาษาจีนว่า “เจ้ิง
เจา”(ภาษาแต้จิว๋ ) หรือ “เจ้ิงก๋ัวอิง”(ภาษาจีนกลาง) บิดาเป็นชาวมณฑลกวางตุ้ง
ช่ือ”ไหฮอง” หรือ ”แต้หยง”(ภาษาแต้จ๋ิว)หรือ”เจิ้งหยง”(ภาษาจีนกลาง)มี
ภูมิลาเนาเดิมอยู่ท่หี มู่บา้ นหวั ฟู่ อาเภอเฉิงไห่ มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจนี ชาวบ้าน
หวั ฟูต่ ัง้ สมญานามพระบิดาของพระองค์ว่า “ต๋านักเลง” ต่อมาได้อพยพมาอยุธยา
ประกอบอาชีพพ่อคา้ และรบั ราชการเป็นนายอากรบอ่ นเบีย้ มบี รรดาศกั ดเ์ิ ปน็ ทร่ี จู้ กั
กนั ในนาม “ขนุ พฒั นน์ ายอากรบอ่ นเบี้ย”

คณุ หญงิ จานงศรี รตั นนิ (หาญเจนลกั ษณ์

ในหนังสือ “ดุจนาวากลางมหาสมุทร” ของคุณหญิงจานงศรี รัตนิน (หาญ
เจนลักษณ์) มกี ารระบุไวช้ ัดเจนว่า บดิ าของสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ นน้ั แซแ่ ต้ ช่ือวา่
แต้ย้ง (เจ้ิงหยง) เป็นชาวแต้จิ๋วท่ีถือกาเนิดในอาเภอเท่งไฮ่ ในหมู่บ้านที่อยู่ไม่ไกล
จากโจ่ยโคย่ มากนัก แต้ย้งและชาวเท่งไฮ่หลายคน ได้หนีความยากจนในบ้านเกิด
ของตนเองดว้ ยการลงเรอื สาเภารอนแรมมาสยามประเทศในสมัยอยธุ ยาตอนปลาย
ปัจจุบันที่เมืองแห่งน้ีมีสุสานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชตั้งอยู่ ซึ่งก็ช่วยยืนยัน
ความเป็นเชอ้ื จนี ของพระเจ้ากรุงธนบุรีไดอ้ กี ทางหนึง่

กล่าวได้ว่า ในส่วนของเนื้อหาที่กล่าวถึงบิดาของสมเด็จพระเจ้าตากสินที่
กล่าวว่า “จีนมีชื่อไหยฮองเป็นขุนพัฒน์นายอากร บ่อนเบี้ย” นั้นมีนักวิชาการ
จานวนมากที่มขี อ้ คิดเห็นโตแ้ ยง้ ไปในลักษณะทีว่ ่า ช่ือ “ไหยฮอง” น้ันไม่น่าจะเป็น
ชื่อเรียกจริงๆ หากแต่น่าจะเป็นชื่อที่เรียกซ้อนกับถิ่นกาเนิดของจีนผู้นี้มากกว่า
กลา่ วคือเรียกกนั ว่า “จนี ไหยฮอง” ไปจนเพ้ยี นไปเป็น “นายไหยฮอง” ในทส่ี ุด การ
เป็นนายอากรบ่อนเบี้ยของพระราชบิดาของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีน้ีก็มีความ

น่าสนใจอยู่ไม่น้อย หากว่าจีนไหยฮองคนน้ีเดินทางเข้ามากรุงศรีอยุธยาเพ่ือหนี
ความแร้นแค้นอดอยากยากจน น่ันย่อมหมายความว่าเป็นบุคคลที่ถือว่าเป็นผู้มี
ต้นทนุ ทางชีวติ ตา่ ในสมัยกรุงศรอี ยุธยาชาวต่างชาตโิ ดยเฉพาะชาวจนี ทเ่ี ดนิ ทางเขา้
มาในกรุงศรีอยุธยาส่วนมากมาทางานรับจ้างหรือใช้แรงงานเป็นหลัก หากว่าจีน
ไหยฮองผนู้ ้ีมคี วามก้าวหน้าในชวี ิตจนสามารถเปน็ ถงึ ขนุ พฒั น์ นายอากรบอ่ นเบย้ี ได้
ในช่วงเวลาไมน่ านหรอื เพยี งชว่ั คนเดยี ว ย่อมต้องมอี ะไรทีแ่ ปลก

สสุ านพระเจา้ ตากท่เี มืองเถง่ ไห่
ในขณะท่นี กั ประวัตศิ าสตร์อีกหลายคนพยายามสบื คน้ ถงึ พระราชประวตั ขิ อง
พระองคใ์ นเชิงลึก ซงึ่ โดยท่ัวไปกล่าวไว้ว่า พระยาตากคนน้ีมีเช้ือสายจีน บิดาเป็น
ชาวจีนชอื่ นาย “ไหยฮอง” แต่ชื่อของบดิ านีน้ า่ สนใจว่าชอ่ื ไหยฮองไม่น่าจะเปน็ ชอื่
จริงเหตุเพราะชื่อว่าไหยฮองกลับมาเป็นชื่อของอาเภอเล็กๆ อาเภอหน่ึงในจังหวัด
แต้จิ๋ว ซ่ึงออกสาเนียงแต่จิ๋วว่า “ไฮ้ฮง” หรือจีนกลางว่า “ไห่เฟิง” เป็นอาเภอ
ลา่ งสดุ และเล็กทสี่ ุดของซวั เถาและทาให้เชื่อกันต่อมาว่าพระราชบิดาของพระองค์

คงเกิดท่นี ี่ ซ่งึ ในช่วงเวลาน้ันอาจเป็นแผ่นดินท่ีแร้นแค้นอย่างใดอย่างหน่ึงจนทาให้
พระราชบิดาของพระองคต์ อ้ งเดนิ ทางมายงั กรุงศรีอยุธยา

คณุ พระสารสาสนพ์ ลขันธ์
อยา่ งไรก็ตามมนี กั ประวัติศาสตร์บางคนอย่างเช่น คุณพระสารสาสน์พลขันธ์
ซึ่งแต่งหนังสือภาษาอังกฤษเล่มหนึ่งช่ือ “My Country Thailand” เม่ือปี พ.ศ.
2485 ได้พยายามปฏิเสธความมีเชื้อสายจีนของพระเจ้าตากสิน โดยกล่าวว่าพระ
เจ้าตากสินน้ันเป็นไทยแท้ไม่มีเลือดจีนปนเลย ซ่ึงก็เป็นอีกแง่มุ มหน่ึงทาง
ประวัตศิ าสตรท์ ่นี ่าสนใจ

อนสุ รณส์ ถานแมน่ กเอยี้ ง วดั ในกลาง เพชรบรุ ี

ส่วนมารดาที่ช่ือว่า นางนกเอ้ียงน้ันเห็นจะเป็นคนสยามชาวบ้านแหลม
เพชรบุรีกล่าวได้ว่าได้ว่านางเป็นผู้มีบุญวาสนามากเพราะมีชีวิตอยู่จนถึงบุตรชาย
(นายสิน) ได้ใช้ความสามารถกอบกู้เอกราชและขึ้นครองราชย์สมบัติเป็น
พระมหากษัตริย์อยู่ถึง 8 ปี นางได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นกรมพระเทพามาตย์ ซึ่ง
ปรากฏชัดอยู่ในพระราชพงศาวดารแล้ว นางนกเอ้ียงหรือกรมพระเทพามาตย์น้ี
สิ้นพระชนมเ์ มอ่ื พ.ศ. 2317 ภายหลงั สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ ทรงครองราชย์ได้ 7 ปี
(พระองคท์ รงโปรดใหส้ ร้างวดั ในกลางขึ้นเพ่ือถวายเป็นพระราชกุศลให้แก่พระราช
มารดา (แม่นกเอ้ยี ง) วัดในกลางเป็นสถานท่ที ่ีสาคัญทางประวัตศิ าสตร์อกี แห่งหนึ่ง
ท่ีแสดงถึงความรักของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่มีต่อพระราชมารดาของ
พระองค์ท่าน )

พระวรกายของพระเจา้ ตากสนิ น้ัน ไดส้ ดั ส่วนเปน็ ส่ีเหลยี่ มดุจดง่ั พทุ ธลกั ษณะ

ของพระพุทธเจา้ คือ วัดต้ังแต่ปลายเท้าถึงสะดือได้ส่วนเท่ากับวัดจากปลายสะดือ

ถึงผมตกหน้าผาก และได้สัดส่วนเท่ากับวัดจากราวนมถึงปลายน้ิวมือข้างซ้ายกับ

ขา้ งขวา สะดอื เป็นหลุมลึกพอจุหมากสงทงั้ เปลอื กไดส้ องลกู ซง่ึ ผดิ จากสามญั ชนคน
ทง้ั หลาย

เมื่อเวลาพระองค์ประสูติมีฟ้าผ่าลงกลางเสาเรือน และต่อมาเมื่อคลอดได้
สามวันก็เกิดเหตุอัศจรรย์ข้ึนอีกคร้ัง เมื่อพบว่ามีงูเหลือมขนาดใหญ่ตัวหน่ึงเข้าไป
นอนขดอย่ใู ตก้ ระดง้ รอบกายที่เด็กชายสินนอนอยู่ กล่าวกันว่าตามธรรมเนียมของ
จีนน้ันหากเกิดเหตุดังกล่าวถือว่าเป็นเร่ืองไม่ดี จาเป็นต้องนาเด็กนั้นไปฝังเสียท้ัง
เปน็ แต่นั่นเปน็ ธรรมเนยี มของชาวจนี แม้วา่ บดิ าเป็นชาวจนี แต่วิธีการดังกล่าวก็ไม่
สามารถกระทาได้ท่ีกรุงศรีอยุธยา หากยังคงเชื่อเรื่องโชคลางดังกล่าวอาจทาได้
อยา่ งมาก เพียงแต่นาเด็กนั้นไปท้ิงเสียในที่เงียบๆ น่าสังเกตว่าเรื่องท่ีมีงูเหลือมมา
ขดรอบเด็กโดยไม่ทาร้ายแตอ่ ยา่ งใดเป็นเร่ืองแปลก พอดีเชา้ วนั นัน้ เจ้าพระยาจักรี
ออกมาใส่บาตรพระสงฆ์แล้วทราบเร่ือง ด้วยความสงสารจึงได้ออกปากขอเด็กคน
น้ันมาเล้ยี งไว้เองในฐานะบุตรบญุ ธรรม ความจริงหากพระยาจักรรี บั ทราบขา่ วเรอื่ ง
ท่ีจะนาเด็กคนน้ีไปทิ้งหรือทาการอย่างใดอย่างหนึ่งกับเด็ก ก็น่าจะทราบถึงเหตุ
และผลความจาเป็นท่ีจะต้องกระทาดังกล่าวด้วยแล้วไยจึงรับเด็กคนนี้ไว้ อาจเป็น

ด้วยความสงสาร เม่ือพระยาจักรีรับบุตรของจีนผู้นี้ไว้เป็นบุตรบุญธรรมแล้วตัว
เจา้ พระยาจักรเี องกลบั เจริญรุ่งเรืองด้วยลาภและทรัพย์สมบัติเป็นอันมากและด้วย
เหตุดังกล่าวข้างต้นพระยาจักรีจึงตั้งชื่อบุตรบุญธรรมของตนว่า “สิน” ซึ่ง
หมายความถึงทรัพยส์ ินเงินทองทไ่ี ดม้ าพร้อมกับบุตรบุญธรรมและเป็นสิ่งมงคลกับ
ตวั เองด้วย

วดั โกษาวาส หรอื วดั เชงิ ทา่ อยธุ ยา
คร้ันเม่ือเด็กชายสินอายุได้ 9 ปี พระยาจักรีได้นาไปฝากไว้กับพระอาจารย์
ทองดี มหาเถร ที่วัดโกษาวาสหรือวัดคลัง ในกรุงศรีอยุธยา อันเป็นประเพณี
บ้านเมืองสมัยน้ัน เพื่อใหไ้ ด้รบั การศึกษาศิลปะวทิ ยาการตา่ งๆ กล่าวกนั วา่ เดก็ ชาย
สินได้เรยี นทง้ั หนงั สือขอมและหนงั สือไทยจากพระอาจารยท์ องดจี นเจนจบแลว้ จงึ
เรียนคัมภรี ์พระไตรปิฎก ซงึ่ ถอื เป็นวิทยาการช้ันสงู
ช่วงเวลานั้นบ้านเมืองไม่ได้อุดมสมบูรณ์ดังอดีต รายได้ส่วนใหญ่มาจากการ
พนนั แมก้ ระทง่ั จนี ไหยฮองบดิ าตวั จรงิ ของเด็กชายสนิ กเ็ ปน็ นายอากรบอ่ นเบ้ยี ทา

ให้เดก็ ชายสนิ นั้นช่ืนชอบการเล่นการพนันไปด้วยร้ายแรงถึงข้ันที่เด็กชายสินตั้งตัว
เป็นเจ้ามอื บอ่ นถวั่ ในวัดเสยี เอง

เรื่องนรี้ ถู้ ึงพระอาจารย์ทองดีจึงได้ลงโทษเด็กชายสินด้วยการมัดมือคร่อมไว้
กับบันไดท่าน้าของวัดเพื่อเป็นการส่ังสอนและประจานความผิด จากน้ันพระ
อาจารยท์ องดีก็ไปสวดมนต์ในโบสถ์จนถึงพลบคา่ จึงเลิกประกอบกับเป็นชว่ งเวลาที่
น้าขน้ึ พอดี เม่อื พระอาจารยน์ ึกขน้ึ ไดก้ ต็ กใจรีบชวนพระลูกวดั ไปทที่ า่ นา้ เพราะเชอื่
ว่าอย่างไรเสียเด็กชายสินน้ันก็คงจะตายเสียแล้ว แต่เมื่อไปถึงบันไดท่าน้า กลับไม่
พบเด็กชายสินแตอ่ ย่างใด ทกุ คนต่างช่วยกนั คน้ หา ทว่ากลบั พบเดก็ ชายสนิ นน้ั นอน
อยู่ท่ีริมตลิ่ง บันไดท่าน้าน้ันจะถอนขึ้นมาด้วยวิธีการใดก็ตาม แต่อภินิหารบรรพ
บุรุษก็กล่าวไว้ว่า บันไดน้ันถอนหลุดขึ้นมาด้วย “อานาจบุญญาธิการ” ที่เด็กชาย
สินจะไดเ้ ป็นพระเจ้าแผ่นดินตอ่ ไป

พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัวบรมโกศ

ภายหลงั จากท่เี ดก็ ชายสนิ น้ันได้เขา้ พธิ ีโกนจกุ ตามประเพณี ในขณะทท่ี าพธิ ี
มงคลตดั จกุ อยนู่ ้นั ไดม้ ผี งึ้ หลวงมาจบั เพดานเบญจาทร่ี ดน้าและจบั อยถู่ งึ 7 วนั จงึ
บินไปโดยทศิ านทุ ิศเปน็ ศุภนมิ ติ ทปี่ ระหลาด แล้วพระยาจกั รกี ไ็ ดน้ าเดก็ ชายสนิ นน้ั

ไปถวายตวั เปน็ มหาดเลก็ ในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัวบรมโกศคกู่ บั หลวงนาย
ศกั ด์ิ บตุ รของเจา้ พระยาจกั รเี อง

ศาลสมเด็จพระเจา้ ตากสนิ ทว่ี ดั โกษาวาส
สมเดจ็ พระเจ้าตากสินบวชที่วัดโกษาวาส อยุธยา

เมื่อพระชนมายยุ ่ีสิบเอด็ ปีไดผ้ นวชบวชเป็นพระภกิ ษุ ณ วัดโกษาวาส พร้อม
กบั นายทองด้วง(พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลก) บุตรชายของพระอกั ษร
สุนทรศาสตร์ เสมียนตรากรมมหาดไทย ซึ่งในช่วงที่พระองค์ผนวชพร้อมกับนาย
ทองด้วง(รัชกาลท่หี น่งึ ) มเี กร็ดประวัติศาสตร์เลา่ ขานสบื กันมาคอื ขณะที่พระภิกษุ
ทั้ง 2 องค์ออกบิณฑบาตพร้อมกัน ได้มีซินแส หมอดูคนจีนทานายทายทักตาม
หลักนรลักษณ์ว่า “ทั้งสองพระองค์จะได้ข้ึนครองราชย์เป็นกษัตริย์” พระองค์ได้

บวชเพียงสามพรรษาก็ได้ลาออกจากการผนวชมารับราชการตามเดิมในตาแหน่ง
มหาดเล็กรายงาน

สมเดจ็ พระท่นี ง่ั สรุ ยิ ามรนิ ทร์ หรอื สมเดจ็ พระเจา้ เอกทศั
คร้ันถึงรัชกาลสมเด็จพระที่น่ังสุริยามรินทร์ หรือ สมเด็จพระเจ้าเอกทัศ ซ่ึง
พระองค์ไม่ทรงพระปรีชาสามารถในการบริหารราชการแผ่นดินและการสงคราม
เน่ืองจากคราใดเกิดศึกสงครามสมเด็จพระเจ้าเอกทัศจะต้องไปทูลเชิญให้สมเด็จ
พระเจ้าอุทุมพรทรงลาผนวชกลับมาบัญชาการศึก เม่ือบ้านเมืองผ่านพ้นวิกฤต
เสร็จศึกพระเจ้าเอกทัศก็ขอพระราชอานาจคืนทาให้สมเด็จพระเจ้าอุทุมพรต้อง
เสดจ็ ไปทรงผนวช พระเจ้าเอกทัศทรงโปรดใหพ้ ระเจ้าตากเล่ือนยศถาบรรดาศักดิ์
ข้ึนเป็น “หลวงยกกระบตั ร” ไปรับราชการประจาทเี่ มอื งตากและเม่อื เจ้าเมืองตาก
เดิมได้ถึงแก่กรรมลง พระองค์ก็ได้เล่ือนขึ้นเป็นพระยาตากแทน และด้วย
ความสามารถในการรบของพระองค์ทาให้ได้รับตาแหน่ง พระยาวชิรปราการ

ไทยเสียเอกราชแก่พม่า

มังมหานรธา
ในปีพุทธศักราช 2307 พระเจ้ามังระ แห่งราชวงศ์คองบอง มีพระราชบัญชา
ใหม้ งั มหานรธาและเนเมยี วสีหบดจี ดั เตรยี มกองทพั เพอ่ื จะยกมาตกี รงุ ศรอี ยธุ ยาโดย
ตหี ัวเมอื งสาคญั ของกรุงศรีอยุธยาเพื่อตัดกาลังเสริมท่ีจะเข้ามาช่วยอยุธยาโดย มัง
มหานรธาแมท่ ัพใหญ่ ตีเมืองทวาย ชุมพร เพชรบุรี ราชบุรี และ กาญจนบุรี และ
เนเมียวสีหบดตี ีได้หวั เมอื งเหนืออาณาจกั รล้านนาลา้ นชา้ งเชยี งใหม่ ลาปาง สวรรค
โลก สโุ ขทัย ตาก กาแพงเพชร พิษณโุ ลก และนครสวรรค์ ซงึ่ สมเด็จพระเจา้ เอกทัศ
ไม่ได้เตรียมรับศึกจึงไม่ได้ส่งกองทัพไปช่วยหัวเมืองต่าง ๆ จึงถูกพม่าตีได้โดยง่าย
เนอ่ื งจากการวา่ งเวน้ ศึกมานานของไทยทาให้การทหารและการป้องกันประเทศไม่
เข้มแข็ง ทั้งยังเกิดความขัดแย้งทางการเมืองในหมู่พระราชวงศ์ ประการสาคัญที่
ไทยพ่ายแพ้กบั พมา่ คอื พมา่ เปล่ียนยทุ ธวธิ ีการสงครามกับไทยใหม่ จากเดิมกรีฑา
ทพั ทาสงครามกับกรุงศรีอยธุ ยารู้แพช้ นะโดยตรง โดยพมา่ เดนิ ทพั เขา้ ทางดา่ นเจดยี ์

สามองค์เพียงทางเดียว แต่ในคราน้ีพระเจ้ามังระดาเนินการศึกอย่างลึกซึ้ง ตีหัว
เมืองตา่ งๆ ของไทยไม่ใหม้ าชว่ ยเหลอื กรุงศรอี ยุธยาได้ ทั้งเตรยี มการทจี่ ะลอ้ มกรุง
ศรีอยุธยาเป็นเวลานานไม่รีบร้อน เตรียมการรับปัญหาฤดูน้าหลากที่จะสร้าง
ปญั หาการศึกในทุกครั้งท่ีกรีฑาทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา โดยเตรียมเสบียงและพ้ืนที่
พ้นน้าไว้อย่างพร้อมเพรียง มุ่งหมายเพียงตีกรุงศรอยุธยาให้แตกในคราคร้ังนี้ ใน
เดือนตุลาคม พุทธศักราช 2509 มังมหานรธาแม่ทัพใหญ่พม่าป่วยและถึงแก่กรรม
ลง การศกึ ของพม่าทงั้ มวลจงึ ตกอยใู่ นการบัญชาการรบของเนเมยี วสีหบดี ชาวกรงุ
ศรีอยุธยาจงึ ถกู ลอ้ มไว้ภายในพระนคร

อยธุ ยาเสยี เอกราชแก่พมา่
จากการที่พม่าลอ้ มกรุงศรีอยุธยาเปน็ เวลานานประมาณ 1 ปี 2 เดือน คร้นั
ถึงวันอังคาร เดือน 5 ขึ้น 9 ค่า ปีกุน จุลศักราช 1129 ตรงกับวันที่ 7 เมษายน
พุทธศักราช 2310 เพลาค่า 8 นาฬิกา (2 ทุ่ม) กรุงศรีอยุธยาเสียกับพม่า เนเมีย
วสีหบดใี ชเ้ วลาในการเก็บของมคี า่ จากอยธุ ยาและรวบรวมเชลยทจ่ี บั ไดอ้ ยปู่ ระมาณ
สิบวันก็ยกทัพกลับพม่า ได้มอบหมายให้ สุกี้นายกอง คุมพลสามพันคน ตั้งทัพท่ี

ค่ายโพธ์ิ และใหน้ ายทองอนิ คนไทยที่สวามิภักดิพ์ มา่ รวบรวมผู้คนตั้งค่ายท่ีบริเวณ
เมอื งธนบุรี

วิหารพระมงคลบพติ ร
เมื่อกรุงศรอี ยุธยาแตกสมเด็จพระเจ้าเอกทัศได้หนีไปซ่อนตัวที่บ้านจิกริมวัด
สงั ฆาวาสรงทรงอดอาหารอย่ปู ระมาณสิบกว่าวันกเ็ สด็จสวรรคต สุกี้นายกองได้อัน
เชิญพระบรมศพมาฝังไว้ที่โคกพระเมรุตรงหน้าพระวิหารพระมงคลบพิตร ส่วน
สมเดจ็ พระเจา้ อุทมุ พรทที่ รงผนวชไดถ้ กู คุมไว้ที่ค่ายโพธ์ิสามต้นและต่อมาได้ถูกคุม
ตัวไปกรุงองั วะพรอ้ มบรรดาเจ้านายขุนนางและประชาชนจานวนมาก

พระเจา้ ตากตฝี า่ วงลอ้ มกองทพั พมา่ ออกจากกรงุ ศรอี ยธุ ยา

พระเจา้ ตากตฝี ่าวงลอ้ มของพมา่ เตรยี มการกเู้ อกราช

ก่อนท่ีกรุงศรีอยุธยาแตก พระยาวชิรปราการหรือพระเจ้าตากเกิดการ
ท้อแท้ในการศึกสงครามกับพม่าในศึกคราครั้งน้ี เพราะพระเจ้าเอกทัศหาได้สนใจ
ในผลแหง่ การศึกสงครามไม่ อาทกิ อ่ นยิงปนื ใหญเ่ พ่ือทาลายกาลงั ข้าศึกทกุ ครัง้ ตอ้ ง
ได้รับพระราชานญุ าตจากพระเจ้าบรมโกศเสยี กอ่ น เพือ่ ให้พระสนมนางในไม่ตกใจ
เอาสาลีอุดหูได้ทัน จากการกระทาอันไม่ควรอย่างหลากหลายในการศึกของพระ
เจา้ อยู่หัวบรมโกศส่งผลใหบ้ รรดาแมท่ ัพนายกองหมดกาลงั ใจในการศกึ โดยเฉพาะ
พระเจ้าตากเหน็ วา่ กรงุ ศรีอยธุ ยาคงไมส่ ามารถรกั ษาเอกราชไวไ้ ด้แน่นอนดังน้ัน ใน
วันเสาร์ เดือนย่ี ข้ึน 9 ค่า ปีจอ อัฐศก จุลศักราช 1128 ตรงกับคืนวันที่ 3
มกราคม พุทธศักราช 2309 พระเจ้าตากในขณะพระชนมายุ 32 พรรษา ได้
รวบรวมพล 500 คน ทีค่ ่ายทหารวดั พชิ ัย ตฝี า่ วงลอ้ มพมา่ ออกจากกรุงศรีอยธุ ยาไป

ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งหน้าไปทางตะวันออก เหตุที่มาทางด้านตะวันออก
เพราะเป็นเขตท่ีปลอดจากการถกู คกุ คามของพม่าผู้คนยังทามาหากินอยา่ งปกตสิ ุข

เสน้ ทางเดนิ ทพั ของพระเจา้ ตากหลงั ออกจากอยธุ ยา
พระเจา้ ตากไดน้ ากาลงั พลฝา่ ดา่ นทพั พม่าจากอยธุ ยา เดนิ ทพั ไปเมอื ง
นครนายก เมอื งปราจีนบรุ ี และพม่าไดต้ ามมาตอ่ ตีหลายครง้ั โดยครงั้ แรกพมา่
ตามมาทนั ท่บี า้ นโพธส์ิ งั หารแตถ่ กู กองกาลงั พระเจา้ ตากตแี ตกกลับไป ครง้ั ทสี่ องที่
บ้านพรานนก การศกึ ครง้ั นดี้ ว้ ยความกลา้ หาญของพระองคแ์ ละการตดั สนิ ใจในการ
ศกึ อยา่ งเยย่ี มยอดทาใหไ้ ดช้ ยั ชนะจากพม่า ทาให้คนไทยทไี่ ดร้ ับขา่ วสารมคี วาม
ยนิ ดแี ละเขา้ สวามภิ กั ดริ์ ว่ มการกเู้ อกราชกบั พระเจา้ ตากมากยงิ่ ขน้ึ

ศาลเจา้ แม่โพธสิ์ าวหาญ ศรมี หาโพธ์ิ ปราจนี บรุ ี

ครง้ั ทส่ี ามพมา่ ตามมาทนั ทด่ี งศรมี หาโพธ์ิ เขตเมอื งปราจีนบรุ ี ซึง่ ไดต้ านาน
หญงิ กลา้ ขนึ้ ณ ทแี่ หง่ นี้ โดยมหี ญิงสาวชาวบา้ นศรมี หาโพธิ์ ไดอ้ าสาระดมชาวบา้ น
มาชว่ ยพระเจา้ ตากสรู้ บกบั พมา่ จนตวั ตายในทร่ี บ บริเวณนนั้ จงึ ไดร้ บั การเรยี กขาน
ว่า “บา้ นโพสาวหาญ” หรอื “บา้ นโพสงั หาร” ตราบจนปจั จุบนั นี้ ถงึ แมท้ หารของ
พระเจา้ ตากมจี านวนนอ้ ยกวา่ มากแตด่ ว้ ยพระปรชี าสามารถของพระองคท์ าให้
ไดร้ บั ชยั ชนะในทสี่ ดุ นับแตน่ นั้ มาพมา่ กไ็ มไ่ ดต้ ามราวพี ระเจา้ ตากอกี ตอ่ ไป จาก
เมอื งปราจนี บรุ ี ผา่ นฉะเชงิ เทรา แลว้ วกลงใตเ้ ดนิ ทางมาตามฝง่ั ทะเลอา่ วไทยทาง
ทศิ ตะวนั ออก ผา่ นเมอื งปลาสรอ้ ย(ชลบรุ )ี บา้ นนาเกลอื บางละมุง และพกั ทพั ท่ี
ชายหาดรมิ ทะเล ซง่ึ สถานทน่ี น้ั ไดร้ บั การเรยี กขานวา่ “ทพั พระยา” ซง่ึ สนั นิษฐาน
วา่ คอื ท่ี “พทั ยา” นนั่ เอง พระองคไ์ ดเ้ ดนิ ทพั เรอื่ ยมาถงึ เมอื งระยอง ขนุ รามหมน่ื
ซ่องไดต้ งั้ ตวั เปน็ ใหญท่ เ่ี มอื งระยอง กรมการเมอื งระยองคดิ จบั ตัวพระเจา้ ตากแต่

พระองค์รเู้ ทา่ ทนั เสยี กอ่ นจงึ ใชก้ ลอุบายเอาชนะขนุ รามหมน่ื ซอ่ งตเี มอื งระยองได้
พวกบรวิ ารจงึ เรยี กพระองคว์ า่ “เจา้ ตาก” ตงั้ แตน่ นั้ มา

สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ ตเี มอื งจนั ทบรุ ี
ในวันเสารท์ ี่ 14 มถิ ุนายน พ.ศ.2310 ถงึ เวลา19.00 น.พระเจา้ ตากจงึ ไดส้ งั่
ให้ทหารไทยและจนี ลอบเขา้ เมืองจนั ท์ไปอยตู่ ามสถานทที่ ไ่ี ดว้ างแผนไวแ้ ลว้ ใหค้ อย
ฟังสัญญาณเข้าตีเมืองพร้อมกัน จึงให้โห่ขึ้นให้พวกอ่ืนรู้ เม่ือเวลา 03.00 น. เจ้า
ตากก็ข้ึนคอช้างพังคีรีบัญชร ทั้งให้ทหารทุบหม้อข้าวหม้อแกงท้ิงโดยตั้งม่ันในชัย
ชนะที่จะไปหาข้าวปลาอาหารม้ือเช้ากินเอาในเมืองจันท์ เมื่อทัพพร้อมเจ้าตากสั่ง
ใหย้ งิ ปนื สญั ญาณพรอ้ มกับบอกพวกทหารเขา้ ตเี มอื งจนั ทพ์ รอ้ มกนั สว่ นพระเจา้ ตาก
กไ็ สช้างเขา้ พังประตเู มืองจนทาใหบ้ านประตูเมืองพังลง ทหารเจ้าตากจึงกรูกันเข้า
เมืองได้ พวกชาวเมืองต่างพากันละทิ้งหน้าที่หนีไป ส่วนพระยาจันทบุรีก็พา
ครอบครัวลงเรือหนีไปยังเมืองบันทายมาศ พระเจ้าตากตีเมืองจันทบุรีได้ เม่ือวัน
อาทิตย์ เดือน 7 แรม 3 ค่า จุลศักราช 1129 ปีกุน นพศก เพลา 3 ยามเศษ ตรง

กับวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2310 เวลาประมาณ 03.00 น. หลังจากเสียกรุงศรี
อยุธยาแล้ว 2 เดือน

หลังจากนั้น พระเจ้าตากได้เคลื่อนทัพไปยังเมืองตราด พวกกรมการและ
ราษฎรเกิดความเกรงกลัวต่างพากันมาอ่อนน้อมโดยดี ท่ีปากน้าเมืองตราดมีเรือ
สาเภาจีนมาทอดท่นุ อยหู่ ลายลา เจา้ ตากได้เรยี กนายเรือมาพบ แต่พวกจีนนายเรือ
ขัดขืนต่อสู้ เจ้าตากจึงนากองเรือไปล้อมสาเภาจีนเหล่าน้ัน ได้ทาการต่อสู้กันอยู่
ประมาณคร่งึ วนั เจ้าตากก็ยดึ สาเภาจีนไว้ได้หมด ได้ทรัพย์สินสิ่งของมาเป็นจานวน
มาก จีนเจียม ผู้เป็นใหญ่ในประชาคมคนจีน ได้ยอมสวามิภักด์ิ และนาลูกสาวมา
ถวายให้คนหนง่ึ หวั เมืองตะวันออกจงึ ตกเป็นของพระเจา้ ตากทงั้ หมด

พระเจา้ ตากกเู้ อกราชชาติไทย

พระเจา้ ตากกรฑี าทพั เรอื จากจนั ทบรุ ตี กี รงุ ธนบุรี
พระเจา้ ตาก กเู้ อกราช ชาตคิ นื ได้
กชู้ าตไิ ทย คนื กลบั ใหม่ ไดอ้ กี หน

ยดึ อยธุ ยา จากพมา่ ชนื่ กมล
พน้ ทกุ ขท์ น กลบั เปน็ ไทย ในเจด็ เดอื น
พระเจา้ ตาก มงุ่ หมายมาด สรา้ งชาตใิ หม่
ทมุ่ กายใจ รวมชาตไิ ทย ไมค่ ลายเคลื่อน
สร้างชาติไทย เพื่อคนไทย มิลมื เลือน
จิตใจเตอื น กตญั ญุตา ท่ัวถิ่นไทย
อยธุ ยา ถูกผลาญเผา เหลือแต่ซาก
ยากลาบาก ฟน้ื ฟูใหม่ เกนิ แกไ้ ข
หาเมืองใหม่ สร้างเมืองใหม่ ทเี่ กรกิ ไกร
ทรงหวงั ให้ ชาติพน้ ภัย ไรท้ ุกข์ตรม
4 ตุลา สถาปนา กรุงธนบุรี
นฤบดี ทรงหวงั ให้ ไทยสุขสม
ค้าขายจนี เสริมศาสนา น่าชื่นชม
ไทยรื่นรมย์ ทรัพยอ์ ดุ ม ทวั่ ธาษตรี
การปกครอง ทรงแก้ไข กฎหมายใหม่
เศรษฐกจิ ไทย เจรญิ ไกล มากศกั ด์ิศรี
คมนาคม ขดุ คลองใหม่ สขุ เปรมปรีด์ิ
สรา้ งชวี ี สะดวกสบาย ไทยสราญ
อาณาเขต อาณาจักร ธนบุรี
พืน้ ทีม่ ี กวา้ งขวางใหม่ ใหญไ่ พศาล
ทรงรบทัพ จบั ศึก อย่างยาวนาน
สร้างผลงาน สรา้ งชาตไิ ทย ให้มัน่ คง
.....................................................

ประสาร ธาราพรรค์ เรยี บเรยี ง

ครน้ั ส้ินฤดฝู นปลายเดอื นตุลาคม พุทธศักราช 2310 พระเจา้ ตาก พรอ้ มไพร่

พลประมาณ 5,000 คน เดินทางโดยเรือรบที่ต่อไว้จานวน 100 ลา ออกจากเมือง

จันทบุรีถงึ ปากน้าเจา้ พระยาในเดอื น 12 ข้นึ บกทีป่ ้อมวชิ ัยประสทิ ธ์ ตไี ด้เมอื งธนบรุ ี

และสามารถจับตวั นายทองอินไดแ้ ล้วนาไปประหารชีวติ

พระเจา้ ตาก เตรยี มการศกึ เพอ่ื กชู้ าติ
รวมเหลา่ ราษฎร์ ทง้ั จนี ไทย ไรข้ ดั ขนื
ทรงหวงั ใช้ ฐานเมอื งจันท์ มน่ั ยงั่ ยนื
ล้วนราบรนื่ เตรยี มเรอื ไว้ กชู้ าตไิ ทย
มีทหาร หา้ พนั เศษ พรอ้ มการรบ
ทกุ สงิ่ ครบ เตรยี มเดนิ ทพั ไมห่ ว่นั ไหว
ออกจากจนั ท์ เดอื นตลุ า ธ คลาไคล
ปกี นุ ได้ หมายโมงยาม ตามฤกษด์ ี
เดอื นสบิ สอง ตกี รงุ ธน ปราบทองอนิ
เสย้ี นหนามสนิ้ ลอ่ งนาวา ยงั กรงุ ศรี
ตพี มา่ แตกพา่ ยไป ไรร้ าวี
ตวั สกุ ี้ แมท่ พั ใหญ่ ถงึ วายชนม์
ธ ทรงกู้ เอกราช ชาตคิ นื ได้
กชู้ าตไิ ทย คนื กลับใหม่ ไดอ้ กี หน
วันท่ี 6 พฤศจกิ า ชน่ื กมล
พน้ ทกุ ขท์ น กลบั เป็นไทย ในเจด็ เดอื น
พระเจา้ ตาก มงุ่ หมายม่นั สรา้ งชาตใิ หม่
ทมุ่ กายใจ รวมชาตไิ ทย ไมค่ ลายเคลอื่ น
สรา้ งชาตไิ ทย เพอ่ื คนไทย มลิ มื เลอื น
จติ ใจเตอื น กตญั ญตุ า ทวั่ ถน่ิ ไทย

พระเจา้ ตากยกพลตคี า่ ยคา่ ยโพธส์ิ ามตน้ ของพมา่

พระเจ้าตากได้ยกพลไปอยุธยาตีค่ายโพธ์ิสามต้นของพม่าแตก สุกี้นายกอง
ตายในท่ีรบ ตรงกับวันศุกร์ เดือน 12 ขึ้น 15 ค่า ปีกุน นพศก จ.ศ. 1129 หรือ
วันท่ี 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2310 กรุงศรีอยุธยาได้กลับมาเป็นของไทยอีกครั้ง นับ
จากวันท่ี 7 เมษายน 2310 ซ่ึงกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าเป็นระยะเวลาไม่ถึงปี
(ประมาณ 7 เดือน)

ภาพจติ รกรรมภายในตาหนกั เกง๋ พระราชวงั เดมิ
สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ ทาการรบคา่ ยโพธสิ์ ามตน้

อยธุ ยาหลงั เสยี กรงุ แกพ่ มา่

หลังจากการกู้เอกราชสาเร็จพระเจ้าตากทรงมีบัญชาให้ขุดพระบรมศพ
สมเด็จพระเจ้าเอกทศั เพ่อื ทาพระราชพธิ ีถวายพระเพลิงตามสมควรแกบ่ า้ นเมืองใน
ขณะนั้น และเม่ือทรงสารวจตรวจตราอยุธยาแล้วก็ทรงเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาถูก
พม่าทาลายเสียหายยับเยิน บ้านเมืองชารุดทรุดโทรม กาลังผู้คนของพระองค์ไม่
เพยี งพอในการบรู ณะกรุงศรอี ยธุ ยาใหก้ ลบั มาดังเดมิ อีกทงั้ กรุงศรีอยุธยาเป็นเมือง
ท่ีข้าศึกสามารถยกทัพมาตีได้ท้ังทางบกและทางน้า เร่ืองเล่าบางตานานกล่าวว่า
พระเจา้ ตากทรงใช้จิตวทิ ยา โดยเล่าว่าทรงพระสุบินว่าพระเจ้าแผ่นดินองค์ก่อน ๆ
ของกรงุ ศรีอยุธยาทรงมาขบั ไล่พระองคไ์ ม่ใหม้ าอาศัยประทับที่อยุธยา เม่ือกรุงศรี
อยุธยาไม่สมควรเป็นราชธานีจงึ ทรงตัดสินพระทยั เลือกกรุงธนบุรเี ปน็ ราชธานีแทน
เพราะกรุงธนบุรีมีขนาดเล็กอยู่ใกล้ปากน้ามีลาน้าลึกใกล้ทะเล หากกองทัพของ
ข้าศึกยกมาตีกรุงธนบุรีมีไพร่พลเกินกว่าพระองค์จะสู้ศึกได้ก็อาจยกทัพหนีไปทาง
เรือต้ังม่ันในหัวเมืองอื่นต่อไป และประโยชน์ของกรุงธนบุรีท่ีตั้งติดปากน้าคือ

สะดวกในการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศประการสาคัญกาลังทัพของพระองค์
เพยี งพอในการรกั ษาเมอื งไว้ได้ ท้งั ไม่หา่ ง จากกรุงศรีอยธุ ยามากนัก
พระเจา้ ตากปราบดาภิเษกขึน้ ครองราชย์

พระเจา้ ตากปราบดาภิเษก
8 ธนั วา วนั สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช
วนั รฐั ราษฎร์ นอ้ มระลกึ พระทรงศรี
วนั คลา้ ยวนั ปราบดาภเิ ษก องคภ์ ูมี
กรงุ ธนบรุ ี ทรงสรา้ งไว้ ไทยรงุ่ เรอื ง
ทรงวางแผน สรา้ งเมอื งใหม่ ใหก้ า้ วหนา้
ทรงพัฒนา กรงุ ธนบรุ ี อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง

ดว้ ยเหตผุ ล ทางยทุ ธศาสตร์ และการเมอื ง
ทรงลอื เลอ่ื ง ฟนื้ เศรษฐกจิ ไทย ให้มนั่ คง
พระองค์คอื วรี บรุ ุษ ผยู้ งิ่ ใหญ่
หัวใจไทย ยกองคไ์ ท้ สดุ สงู สง่
พระกรุณาธคิ ณุ อนั ประเสรฐิ ชาตธิ ารง
ไทยยนื ยง ทรงอจั ฉรยิ ะ การปกครอง
ทรงครองราชย์ 15 ปี มแี ตศ่ กึ
ทรงลา้ ลกึ การสงคราม ไทยผยอง
ทรงขยาย อาณาเขต มนั่ หมายปอง
ทรงปกปอ้ ง ไทยคงชาติ มาชา้ นาน
ทรงกอบกู้ เอกราช พน้ ภยั พมา่
ทรงแกลว้ กลา้ เดด็ เดย่ี ว สดุ กลา้ หาญ
ปราบ ๔ ชมุ นมุ รบพมา่ เขมร ทรงเชยี่ วชาญ
ธ ทรงงาน ฟนื้ ฟชู าติ คุณานนั ต์
พระกรณยี กจิ ตามแบบอย่าง พระมหากษตั รยิ ์
ทรงสรา้ งรฐั พัฒนป์ วงชน ไทยสขุ สันต์
ปวงชาวไทย นอ้ มราลกึ ตรกึ นริ นั ดร์
ตา่ งยดึ ม่ัน เทดิ องคไ์ ท้ ในใจตน

..........................................................

นอ้ มราลกึ ในพระมหากรุณาธคิ ณุ
สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช
ข้าพระพทุ ธเจา้ นายประสาร ธาราพรรค์ ผปู้ ระพนั ธ์

พระเจ้าตากได้ตั้งกรุงธนบุรีเป็นราชธานีและประกอบพิธีปราบดาภิเษกเป็น
กษัตริย์ ในวันอังคาร แรม 4 ค่า เดอื นอ้าย ปีกนุ จลุ ศักราช 1129 ตรงกับวันท่ี 28
ธันวาคม พุทธศักราช 2310 ขณะมีพระชนม์ได้ 33 พรรษา ทรงพระนามว่า
“สมเด็จพระบรมราชาท่ี 4” หรือ “สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี” ประชาชนทั่วไป
เรยี กพระนามวา่ “สมเด็จพระเจ้าตากสนิ ” หรอื พระเจา้ ตากสิน” ชาวจนี เรียกท่าน
ว่า “แตอ้ ว๊ ง” แปลวา่ ”พระเจ้าแผน่ ดนิ ตระกูลแต้”
พระอัครมเหสี พระมเหสี เจ้าจอมมารดา และเจ้าจอม ในสมเด็จพระเจ้าตากสิน
มหาราชมรี ายพระนามดังน้ี
พระอคั รมเหสี สมเดจ็ พระอคั รมเหษี กรมหลวงบาทบรจิ า (สอน)

กรมบรจิ าภกั ดสี ดุ ารกั ษ์

พระมเหสี กรมบรจิ าภกั ดศี รสี ดุ ารกั ษ์ (พระนามเดมิ วา่ เจา้ หญงิ ฉิม พระธดิ าใน
พระเจา้ นครศรธี รรมราช)

เจา้ จอมมารดาและเจา้ จอม

- เจา้ จอมมารดาฉมิ ใหญ่ (สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศ์เธอ เจา้ ฟา้ ฉมิ ใหญ่ พระราช
ธดิ าในพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช)
- เจา้ จอมมารดาเจา้ หญงิ ปราง (พระธดิ าในพระเจา้
นครศรธี รรมราช)
- เจา้ จอมมารดาเจา้ หญงิ จวน (พระธดิ าในพระเจา้
นครศรีธรรมราช)
- เจา้ จอมมารดาอาพัน (ธดิ าของอปุ ราชจนั ทร์แหง่ เมอื ง
นครศรีธรรมราช)
- เจา้ จอมมารดาทิม (ธดิ าของทา้ วทรงกนั ดารทองมอญ)
- เจา้ จอมมารดาเงนิ
- เจา้ จอมหมอ่ มเจา้ บษุ บา (พระธดิ าในกรมหมน่ื จติ รสนุ ทร)
- เจา้ จอมหมอ่ มเจา้ อุบล (พระธดิ าในกรมหมน่ื เทพพพิ ธิ )
- เจา้ จอมพระองคเ์ จา้ ปทุม (พระราชธดิ าในสมเดจ็ พระเจา้
อทุ ุมพร)
- เจา้ จอมหมอ่ มเจา้ ฉมิ (พระธดิ าในเจา้ ฟา้ จดี )
-

พระราชโอรส 21 พระองค์ พระราชธดิ า 9 พระองค์ รวมทง้ั สนิ้ 30 พระองค์
ในสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชมรี ายพระนาม ดงั น้ี

- สมเดจ็ พระมหาอปุ ราช เจา้ ฟา้ กรมขุนอินทรพทิ กั ษ์ (จยุ้ )
ประสตู ใิ นสมเดจ็ พระอคั รมเหสี กรมหลวงบาทบรจิ า

- สมเดจ็ เจา้ ฟา้ ชายนอ้ ย ประสตู ิในสมเดจ็ พระอคั รมเหสี กรม
หลวงบาทบรจิ ารกิ า

- สมเดจ็ เจา้ ฟ้าชายทศั พงศ์ ประสตู ใิ นกรมบรจิ าภกั ดศี รสี ดุ า
รกั ษ์ (เจา้ หญงิ ฉมิ )

- สมเดจ็ เจา้ ฟา้ ชายนเรนทร ราชกมุ าร ประสตู ใิ นกรมบริจาภกั ดี
ศรสี ดุ ารกั ษ์

- สมเดจ็ เจา้ ฟ้าชายทศั ไภย ประสตู ิในกรมบรจิ าภกั ดศี รสี ดุ ารกั ษ์
- สมเดจ็ เจา้ ฟา้ ชายสพุ นั ธวุ งศ์ กรมขนุ กษตั รานชุ ติ (หรอื เจา้ ฟา้

อภยั ธเิ บศภ์ หรอื เจา้ ฟา้ เหมน็ ) ประสตู ใิ นสมเดจ็ พระเจา้ บรม
วงศเ์ ธอ เจา้ ฟา้ ฉมิ ใหญ่
- สมเดจ็ เจา้ ฟา้ หญงิ ปญั จปาปี ประสตู ใิ นกรมบรจิ าภกั ดศี รสี ดุ า
รกั ษ์
- สมเดจ็ เจา้ ฟ้าชายศลิ า (ไมท่ ราบนามพระมารดา)
- สมเดจ็ เจา้ ฟ้าหญงิ โกมล (ไมท่ ราบนามพระมารดา)
- สมเดจ็ เจา้ ฟ้าหญงิ บุปผา (ไมท่ ราบนามพระมารดา)
- สมเดจ็ เจา้ ฟ้าชายสงิ หรา (ไมท่ ราบนามพระมารดา)
- สมเดจ็ เจา้ ฟ้าชายเลก็ (แผน่ ดนิ ไหว) ประสตู ใิ นสมเดจ็ พระอคั ร
มเหสีเอกกรมหลวงบาทบรจิ ารกิ า(สอน)
- พระองคเ์ จา้ หญงิ สาลวี รรณ ประสตู ใิ นเจา้ จอมมารดาอาพนั
- พระองค์เจา้ ชายอรนกิ า ประสตู ใิ นเจา้ จอมมารดาอาพนั จนั ท
โรจวงศ์
- พระองค์เจา้ ชายอมั พวนั ประสตู ใิ นเจา้ จอมมารดาทมิ ธดิ าใน
ทา้ วทรงกนั ดารทองมอญ
- พระองคเ์ จา้ หญงิ ประไพพกั ตร์ ประสตู ใิ นเจา้ จอมมารดาเงนิ
- พระองคเ์ จา้ หญงิ สุมาลี (ไมท่ ราบนามพระมารดา)
- พระองค์เจา้ ชายธารง (ไมท่ ราบนามพระมารดา)

- พระองคเ์ จา้ ชายละมงั่ (ไมท่ ราบนามพระมารดา)
- พระองค์เจา้ หญงิ จามจุรี (ไมท่ ราบนามพระมารดา)
- พระองค์เจา้ หญงิ สงั วาลย์ (ไมท่ ราบนามพระมารดา)
- พระองค์เจา้ ชายคนั ธวงศ์ (ไมท่ ราบนามพระมารดา)
- พระองค์เจา้ ชายเมฆนิ ทร์ (ไมท่ ราบนามพระมารดา)
- พระองค์เจา้ อสิ นิ ธร (ไมท่ ราบนามพระมารดา)
- พระองคเ์ จา้ ชายบัว (ไมท่ ราบนามพระมารดา)
- พระองค์เจา้ ชาย (ไมป่ รากฏพระนาม ไมท่ ราบนามพระมารดา)
- พระองค์เจา้ ชายหนแู ดง พระองค์เจา้ ชายหนแู ดง ทรงประสตู ิใน

เจา้ จอมมารดาอาพัน จนั ทโรจน์วงศ์ ธดิ าเจา้ อุปราชจนั ทรเ์ มอื ง
นครศรีธรรมราช
- พระองคเ์ จา้ หญงิ สดุ ชาตรี (ไมท่ ราบนามพระมารดา)
- พระองคเ์ จา้ นอ้ ย เจา้ พระยานครศรธี รรมราช(นอ้ ย ณ
นคร) ประสตู ใิ นเจ้าจอมมารดาเจา้ หญงิ ปราง พระธดิ าของพระ
เจา้ นครศรีธรรมราช (หน)ู (พระขนษิ ฐาในกรมบรจิ าภกั ดศี รสี ดุ า
รกั ษ)์
- พระองค์เจา้ ทองอนิ เจ้าพระยานครราชสมี า(ทองอนิ ท์ ณ ราช
สมี า) ประสตู ใิ นเจา้ จอมมารดาเจา้ หญงิ จวน พระธดิ าของพระ
เจา้ นครศรธี รรมราช (หน)ู

หลังจากปราบดาภิเษกและสถาปนากรุงธนบุรีแล้ว สมเด็จพระเจ้าตากสิน
ทรงตั้งข้าราชการออกไปรวบรวมผู้คนต้ังบ้านเมืองไว้เป็นกาลังสาหรับเตรียมการ
สงคราม รวม 11 หัวเมือง ได้แก่ อยุธยา ลพบุรี อ่างทอง ฉะเชิงเทรา ระยอง
จันทบุรี ตราด นครชยั ศรี สมุทรสงคราม ราชบุรี และเพชรบรุ ี

ทหารเอกพระเจ้าตาก

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระองคม์ คี วามสาคัญทช่ี าวไทยไมม่ วี นั ลมื ใน
พระคุณงามความดีท่ีทรงกอบกู้เอกราช เร่ิมแต่ในวันท่ี 3 มกราคม พ.ศ.2309 ซึ่ง
ตรงกับวันเสาร์ ขน้ึ 4 ค่า เดอื นยี่ จลุ ศกั ราช 1128 ปีจอ อัฐศก พระยาวชิรปราการ
(ยศในขณะนน้ั ) เห็นวา่ กรุงศรอี ยธุ ยาคงต้องเสยี ทแี กพ่ มา่ จงึ ตดั สนิ ใจรวบรวมทหาร
กล้าราว 500 คน ตีฝ่าวงล้อมทหารพม่า โดยตั้งใจว่าจะกลับมากู้กรุงศรีอยุธยา
กลบั คนื ใหไ้ ด้โดยเรว็ ทรงเข้ายึดเมืองจันทบุรี เริ่มสะสมเสบียงอาหาร อาวุธ กาลัง
ทหาร เพื่อเข้าทาการกอบกู้กรุงศรีอยุธยา กรุงศรีอยุธยาแตกเมื่อวันอังคาร ข้ึน 9
ค่า เดือน 8 ปีกุน นพศก จุลศักราช 1129 ตรงกับ พ.ศ.2310 และสมเด็จพระเจ้า
ตากสิน สามารถกู้กลับคนื มาได้ เมื่อวนั ศกุ ร์ ข้ึน 15 คา่ เดอื น 12 จุลศกั ราช 1129
ปกี นุ นพศก ซง่ึ ตรงกบั วันที่ 6 พฤศจกิ ายน พ.ศ.2310 รวมใชเ้ วลารวบรวมผูค้ นจน
เปน็ ทพั ใหญ่กลับมากชู้ าติดว้ ยระยะเวลาเพียง 7 เดือนเท่านัน้

ในการกอบกู้เอกราชของสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช พระองคท์ รงมที หาร
เอกคู่พระทัย อยู่ 5 ท่าน คือ หลวงราชเสน่หา (กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิง
หนาท) , เจ้าพระยาจักรี (หมุด),หลวงพิชัยอาสา (พระยาพิชัยดาบหัก) , พระยา
เชยี งเงนิ , หลวงพรหมเสนา (เจ้าพระยานครสวรรค์)
หลวงราชเสนห่ า (กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท)

หลวงราชเสนห่ า (กรมพระราชวงั บวรมหาสรุ สงิ หนาท)
สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท หรือ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิง
หนาท พระนามเดิม บุญมา เป็นพระราชอนุชาร่วมพระราชชนกชนนีกับ
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 มีพระนามเดิมว่า
"บุญมา" ตอ่ มาได้ทรงรับราชการในรชั กาลสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ วั สุริยามรินทร์ (พระ
เจ้าเอกทัศ) ตาแหน่ง นายสุจินดาหุ้มแพร (ได้รู้จักกับพระยาตากมาก่อน เมื่อคร้ัน
รับราชการอยู่น้ัน) เมื่อ พ.ศ.2310 กรุงศรีอยุธยาใกล้จะเสียกรุงแก่พม่า นายสุ
จินดากับเพื่อน ๆ ได้ลอบหนีออกจากเมือง ได้มาอาศัยอยู่กับพ่ีสาวท่ีบางกอก (คง
จะเมือ่ กรงุ แตกแลว้ หรอื ใกล้จะแตกแล้ว) และได้ขา่ วเกี่ยวกับพระยาตากไปต้ังตัวที่

จันทบูร มีกาลังมากจะยกทัพมาตีอยุธยาคืน นายสุดจินดาหุ้มแพรได้ฝากภรรยา
และทรัพย์สมบัติไว้กับพ่ีสาว แล้วพาพรรคพวกบางคนเดินทางไปจันทบูรทางบก
โดยผ่านบางปลาสรอ้ ย พระเจา้ ตากได้รับนายบญุ มาเขา้ ไวเ้ ปน็ พรรคพวก

สมเดจ็ พระบวรราชเจา้ มหาสรุ สงิ หนาท
ดว้ ยความสามารถสว่ นตวั ของนายบุญมาเดน่ มาก จนทาใหไ้ ด้รับความไว้วาง
พระทัยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และไปสมัครรับราชการอยู่กับสมเด็จพระเจ้าตากสิน
มหาราช ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระมหามนตรี เจ้ากรมพระตารวจในขวา พระ
เกียรติคุณแห่งสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถาน
มงคลน้ันนับว่าเป็นท่ีเลื่องลือไปทั่วท้ังสิบทิศ พระองค์ได้ทรงร่วมศึกสงครามขับไล่
อริราชศตั รูปกป้องพระราชอาณาจักรตลอดพระชนมชีพของพระองค์ ไดเ้ สดจ็ ไปใน
การพระราชสงครามท้ังทางบก และทางเรือ ในรัชกาลสมเดจ็ พระเจา้ กรงุ ธนบุรี ถึง
16 ครัง้ และในรัชกาลพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ต่อมาอีก
หลายครั้ง

หลวงนายศกั ด(์ิ เจ้าพระยาจกั รีหมดุ )

หลวงนายศกั ด(ิ์ เจ้าพระยาจกั รีหมดุ )
หลวงนายศักด์ิ(เจ้าพระยาจักรีหมุด) เป็นทหารเอกคนสาคัญคนหน่ึงของ
สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเป็นเจ้าพระยาจักรีคนแรกในแผ่นดินกรุงธนบุรี คน
ท้ังหลายมักเรียกกันว่า "เจ้าพระยาจักรีแขก" เดิมช่ือนายหมุดมีช่ือเต็มว่า “มะหะ
หมดุ ”เกดิ เมอ่ื พ.ศ. 2270 ในสมัยกรุงศรอี ยธุ ยา เปน็ บุตรของขนุ ลักษมณา (บุญยัง)
มารดาคอื หมอ่ มดาว เปน็ หลานป่ขู องพระยาราชบังสัน (ฮะซัน) บุตร สุลต่านสุลัย
เป็นบิดาของพระยายมราชเกษตราธิบดี หมัดหรือจุ้ย และพระยาราชวังสัน
(หวัง) มาน ท่านเป็นลูกหลานผู้สืบสกุลของดะโต๊ะโมกอล แขกมุสลิมนิกายสุหน่ี
พน้ื เพเดมิ มาจากเปอรเ์ ซยี มาตัง้ รกรากท่เี มอื งสาเลห์ ประเทศอินโดนีเซีย ก่อนหนี
ฝรั่งลา่ อาณานิคมมาอยหู่ ัวเขาแดง ใกลอ้ าเภอสทิงพระ เมอื งสงขลา
ก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาไม่นาน ท่านได้รับพระบรมราชโองการให้เดินทางไป
เกบ็ เงนิ คา่ ส่วยสาอากรทีห่ ัวเมอื งชายทะเลภาคตะวนั ออก หลวงนายศกั ดไิ์ ดเ้ กบ็ เงนิ
จากพระยาจันทบุรีได้เงิน 300 ชั่ง เมื่อได้รับข่าวกรุงแตกจึงเอาเงินไปฝังไว้ท่ีวัด
จันทร์ ตกค่าจึงวางแผนให้พรรคพวกชาวจีนมาโห่ร้องทาทีปล้นแล้วบอกพระยา

จันทบุรีว่า โจรปล้นเงินไปหมด พระยาจันทบุรีไม่เช่ือส่ังให้จับหลวงนายศักดิ์
ประจวบกบั พระยาตากซ่ึงต้ังตนเป็น เจ้าตาก ยกกองทัพถึงจนั ทบุรี หลวงนายศักดิ์
จงึ หนอี อกไปสมทบเพราะเจ้าตากเคยทาราชการภายใตบ้ ังคบั บัญชาของตนจึงรู้จัก
คุ้นเคยกันมาก่อน หลวงนายศักด์ิได้มอบจีนพรรคพวกให้ 500 คน กับเงินส่วยสา
อากร 300 ชัง่ ทเ่ี กบ็ ไว้นน้ั รว่ มกันกบั เจา้ ตากตเี มอื งจันทบุรแี ตก

กองเรอื รบพระเจา้ ตาก
เจ้าตากใชเ้ งินทห่ี ลวงนายศักดมิ์ อบให้จานวน 300 ช่งั เปน็ เงินทนุ จัดสรา้ งเรือ
รบข้ึนท่ีจันทบุรี ประกอบกับหลวงนายศักดิ์เป็นผู้มีความรู้ความชานาญในการ
เดินเรอื และตอ่ เรอื จงึ ทาให้สามารถสร้างเรอื ประมาณรอ้ ยลา
กองทัพของเจ้าตากสามารถตีเมืองธนบุรีซ่ึงพม่ามอบให้นายทองอินปกครอง
ดแู ล เม่ือยดึ เมอื งได้แล้วก็ยกกองทพั ไปตีค่ายโพธิส์ ามตน้ ของพม่าซ่ึงต้ังอยู่ที่กรุงศรี
อยุธยากองทัพได้รับชยั ชนะโดยสามารถฆา่ สกุ ี้แม่ทัพของพมา่ ตายในสนามรบทาให้
กรุงศรอี ยุธยากลบั คนื สอู่ สิ รภาพภายในระยะเวลาเพยี ง 7 เดือนหลงั จากเสียกรงุ ศรี
อยธุ ยาซึง่ หนึ่งในบรรดาผกู้ อบก้อู สิ รภาพก็คอื หลวงนายศกั ดิ์

สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จขึ้นครองราชย์และสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราช
ธานีแห่งใหม่ในปี พ.ศ. 2311 โปรดเกล้าฯ หลวงนายศักด์ิเป็นอัครมหาเสนาบดีมี
บรรดาศกั ดเ์ิ ปน็ เจ้าพระยาจกั รศี รีองครักษ์ ดารงตาแหน่ง สมุหนายก ซ่ึงมีอานาจ
หน้าที่ปกครองดูแลหัวเมืองตั้งแต่เหนือสุดของประเทศจดดินแดนภาคกลางของ
ประเทศ นับเป็นเจ้าพระยาจักรีคนแรกในแผ่นดินกรุงธนบุรี คนท้ังหลายมักเรียก
กันว่า "เจ้าพระจักรแี ขก"

ปี พ.ศ. 2312 สมเดจ็ พระเจา้ กรงุ ธนบรุ โี ปรดเกลา้ ฯใหเ้ จ้าพระยาจักรีฯเป็นแม่
ทัพยกทัพไปปราบชุมนุมนครศรีธรรมราช ซึ่งถือว่าเป็นชุมนุมท่ีเข้มแข็งและมี
ความสามารถสูง การปราบก๊กพระเจ้านครศรีธรรมราชซึ่งต้ังตัวเป็นอิสระหลังกรุง
แตก เจ้าพระยาจกั รี (หมดุ ) ก็เปน็ แมท่ พั ใหญค่ ุมกาลงั ไปปราบ แม้บทความระบุว่า
ไม่สาเร็จ เน่ืองจากหมู่ทหารแตกสามัคคีต้องถอยทัพ เมื่อกองทัพของสมเด็จพระ
เ จ้ า ก รุ ง ธ น บุ รี ม า ถึ ง น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช ก็ ส า ม า ร ถ ตี ก อ ง ทั พ ซ่ึ ง รั ก ษ า เ มื อ ง
นครศรีธรรมราชได้ พระองค์ทรงมีบัญชาให้เจ้าพระยาจักรีออกติดตามหาตัวเจ้า
เมืองนครศรีธรรมราช(หนู) ซึง่ ท่านกส็ ามารถติดตามนาตัวมาถวายไดเ้ ปน็ ผลสาเรจ็

เมื่อทาศึกกับเขมรก็รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นแม่ทัพเรือ ฯลฯ และเนื่องจาก
ความดีความชอบในการกู้เอกราช หลวงนายศักดิ์ (หมุด) จึงได้รับโปรดเกล้าฯ ให้
เป็นพระยายมราชที่แม่ทัพเรือ เวลาต่อมาได้เป็นเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ ดารง
ตาแหน่งสมุหนายกคนแรกของกรุงธนบุรี

เจา้ พระยาจักรี (หมดุ หรอื แขก) ถึงอสญั กรรมเม่ือ พ.ศ. 2317 โดยในวนั ฝงั ศพ
ของทา่ นที่สสุ านมสั ยดิ ต้นสน สมเด็จพระเจ้ากรงุ ธนบุรเี สดจ็ ดว้ ยพระองคเ์ องมารว่ ม
ในพิธีฝังศพ ทรงปลูกต้นลั่นทมและโปรดเกล้าฯพระราชทานท่ีดินเพิ่มเติมให้แก่
มัสยิดตน้ สนเพอื่ ขยายขอบเขตของสสุ าน หรือ กโุ บร์

หลวงพิชยั อาสา (พระยาพชิ ัยดาบหัก)

หลวงพชิ ยั อาสา (พระยาพชิ ยั ดาบหกั )
พระยาพิชัยดาบหัก ขุนนางในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย มีชื่อเสียงอย่าง
ย่ิงในชน้ั เชิงการตอ่ สู้ ท้ังมือเปล่าแบบมวยไทย และอาวุธแบบกระบี่ กระบอง เดิม
ช่ือ จ้อย เกิดที่บ้าน ห้วยคา อาเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๒๘๔ ใน
สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ศึกษาอยู่กับท่านพระครูวัดมหาธาตุหรือวัดใหญ่ เมือง
พชิ ยั ภายหลงั จอ้ ยไดเ้ ปล่ยี นชือ่ ใหมเ่ ป็นทองดี หรอื ทองดฟี นั ขาว มคี วามสามารถ
ท้ังทางเชิงมวยและเชิงดาบจากน้ันได้เข้ารับราชการกับสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี
ต้งั แตค่ ร้ังดารงตาแหน่งเปน็ พระยาตาก ตอ่ มานายทองดไี ดร้ บั แตง่ ตง้ั เปน็ องครกั ษม์ ี
บรรดาศักดิ์เป็น "หลวงพิชัยอาสา" เม่ือรับราชการมีความดีความชอบจึงได้รับ
แต่งต้ังเป็น เจ้าหม่ืนไวยวรนาถ พระยาสีหราชเดโช และพระยาพิชัย ผู้สาเร็จ
ราชการครองเมืองพิชัย ซ่ึงรับพระราชทานเครื่องยศเสมอเจ้าพระยาสุรสีห์
ตามลาดับ ภายหลังข้าศึกยกทัพมาตีเมืองพิชัย 2 คร้ัง ในการรบครั้งท่ี 2 พระยา

พิชัยถือดาบสองมือออกต่อสู้จนดาบหักไปข้างหน่ึง และรักษาเมืองไว้ได้ ดังนั้น
จงึ ไดรั ับสมญานามว่า "พระยาพชิ ยั ดาบหัก"

พระยาพชิ ยั ดาบหัก ไดส้ ร้างวีรกรรมอันควรเปน็ เยย่ี งอยา่ ง อันควรแกก่ ารยก
ย่องสรรเสริญให้สืบทอดมาถึงปัจจุบันได้แก่ ความซื่อสัตย์สุจริต ความกตัญญู
กตเวที ความเด็ดเดี่ยวเฉียบขาดกล้าหาญ รวมถึงความรักชาติ ต้องการให้ชาติ
เจริญรงุ่ เรอื งม่ันคงตอ่ ไป

พระยาเชยี งเงนิ
พระยาเชยี งเงนิ

พระยาเชียงเงิน หรือพระยาท้ายน้า เดิมเป็นเจ้าเมืองเชียงเงิน หัวเมืองช้ัน
จัตวาข้ึนกับเมืองระแหง (ในพระราชพงศาวดารกล่าวชัดเจนซ่ึงแย้งกับบาง
แหล่งข้อมูลว่า หลวงพรหมเสนามีเช้ือสายจีน) เข้ามาสวามิภักดิ์กับพระยาตาก
และร่วมรบตั้งแต่คร้ังตีฝ่าทัพพม่าออกมาจนถึงจันทบุรี พระเชียงเงินไม่มีช่ือเสียง
ในด้านการทัพเป็นพิเศษ และออกจะอ่อนแอในบางคร้ังด้วยซ้า จนเกือบจะถูก
ประหารชีวิตไปแล้ว แต่ก็เป็นข้าราชบริพารท่ีสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรง

พระเมตตาเป็นพิเศษ และเป็นเจ้าเมืองคนหน่ึงที่โปรดปรานให้มาเฝ้าเพ่ือทรงส่ัง
สอน "วิธีการ" ต่อสู้กับข้าศึก หลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่า ในคราวท่ี
ทรงต่อสกู้ ับอรริ าชศตั รูที่เมืองระยองนัน้ ไดม้ บี นั ทึกว่า "พระยาเชยี งเงิน" เป็น "พระ
ยาทา้ ยน้า" คร้ันเม่ือปราบปรามกก๊ ต่างๆ ทางเมอื งเหนือได้ราบคาบแล้ว ทรงมพี ระ
กรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้พระยาท้ายน้ารั้งเมืองสุโขทัย ท่านเป็นทหารหาญคน
สนิทท่ีไดร้ ับความไว้วางพระราชหฤทยั ย่ิง

หลวงพรหมเสนา
หลวงพรหมเสนา (เจ้าพระยานครสวรรค์)

หลวงพรหมเสนา เกิดเมอ่ื วันอังคาร เดือน 6 ปีมะโรง พุทธศักราช 2279 ณ
บ้านเชียงของ (ปจั จุบนั คอื บา้ นเชียงทอง) จ.ตาก บิดาท่านสืบเชื้อสายมาจากเมือง
เชียงของ หลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มารดาท่านเป็น
ญาติใกล้ชิดกับพระเชียงเงิน (ธงชัย) ท่านได้ไปเติบโตที่ฝ่ังลาว และได้กลับมาเป็น

เจ้าคมุ้ เชยี งทอง ท่านจึงมอี ีกนามหนึ่งวา่ "เจ้าฟ้าเชยี งทอง" และคมุ้ ของทา่ นอยบู่ าน
เนินเขาเต้ียๆ ริมฝ่ังแม่น้าปิง (ปัจจุบันคือวัดเชียงทอง จ.ตาก) จากน้ันท่านได้
ติดตามสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมาเป็นทหารเอกคู่พระทัย อาทิ พระเชียงเงิน
(ธงชยั ) หลวงพิชัยอาสา (จอ้ ย) หลวงราชเสน่หา

ตอ่ มาได้เลื่อนบรรดาศกั ด์เิ ปน็ พระพรมเสนา,พระยาอนุรักษภ์ ูธร และพระยา
นครสวรรค์ ตามลาดับ ท่านได้รับความไว้วางใจเป็นพิเศษจากสมเด็จพระเจ้ากรุง
ธนบุรีคนหน่งึ จนได้รับพระราชอาญาสิทธ์ิให้ลงโทษผู้ย่อหย่อน ในการศึกได้ถึงตัด
ศีรษะ ในคราวศึกบางแกว้ กอ่ นทพ่ี ระยานครสวรรค์จะไปช่วยหนุนพระยาธิเบศบดี
น้นั ได้เขา้ เฝา้ สมเด็จพระ เจ้ากรงุ ธนบรุ ีพระองคไ์ ดท้ รงมอบดาบอาญาสทิ ธใิ์ หล้ งโทษ
ตดั ศรษี ะทหารผยู่ อ่ หย่อนในการศึกไดแ้ ละให้พรแกพ่ ระยานครสวรรคแ์ ละทหาร วา่
"ชะยะตุภวัง สัพพะศัตรูวินาสสันติ" อันเป็นท่ีมาของคาถาบูชาสมเด็จพระเจ้ากรุง
ธนบรุ ใี นปัจจุบันคอื "ชะยะตภุ ะวัง สพั พะศตั รูวินาสสนั ติ"

การศกึ สงครามในสมัยสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช

ปี พทุ ธศักราช 2310 พระเจา้ อังวะเมื่อทราบขา่ วศึกท่ีสมเด็จพระเจ้าตากสนิ
ตคี า่ ยโพธิ์สามต้น ได้มี พระราชบัญชาให้ “แมงก้ีมารญ่า” เจ้าเมืองทวาย กรีฑา
ทพั เข้ามาสังเกตการณ์ แต่ถูกทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินตีแตกที่ “บางกุ้ง” ซ่ึง
อยูร่ ะหวา่ งเขตแดนเมอื งสมุทรสงครามและราชบรุ ี

ปี พุทธศักราช 2311 สมเด็จพระเจ้าตากสินนาทัพเรือไปตี “ชุมนุมเจ้า
พิษณุโลก” แต่ทรงได้รับบาดเจ็บในการศึกโดยถูกยิงที่พระชงฆ์ (แข้ง) จึงต้องถอย
ทัพกลบั มากรุงธนบุรี และเมอื่ รักษาพระองค์หายดแี ลว้ ไดม้ พี ระราชบญั ชาใหพ้ ระ
มหามนตรี(บุญมา)และ พระราชวรนิ ทร์ (ทองด้วง) เป็นแม่ทัพยกไปตี “ชุมนุมเจ้าพิ
มาย” ท่ีเมืองนครราชสีมา (โคราช) และสามารถตีชุมนุมเจ้าพิมายและจับตัว
“กรมหมื่นเทพพพิ ิธ” หัวหน้าชมุ นมุ เจา้ พิมายได้ และสมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ รับส่งั
ให้นาตัวไปประหารชีวิตเพราะแสดงกิริยากระด้างกระเดื่อง การศึกคร้ังน้ีกองทัพ
ไทยยังตีได้เมืองเสียมราฐอีกด้วย จากการชนะศึกคร้ังนี้สมเด็จพระเจ้าตากสินได้
ปูนบาเหน็จแม่ทัพที่มีความสามารถ คือ พระมหามนตรี(บุญมา) ได้เล่ือน

บรรดาศักด์เิ ป็นพระยาอนุชิตราชา พระราชวรินทร์(ทองด้วง) ได้เลื่อนบรรดาศักด์ิ
เปน็ พระยาอภยั รณฤทธิ์ พระพิชยั ไดเ้ ลอ่ื นเปน็ พระยาพิชัย

ปี พุทธศกั ราช 2312 สมเดจ็ พระเจ้าตากสินมีบัญชาให้ พระยาอภัยรณฤทธ์
(ทองด้วง) กับพระยาอนุชิตราชา (บุญมา)เป็นแม่ทัพไปตีเขมร และตีได้เมืองพระ
ตะบองและเสียมราฐ และปลายปี พุทธศักราช 2312 สมเด็จพระเจ้าตากสินทรง
นาทพั ทัง้ ทางบกและทางเรือไปตี “ชุมนุมเจา้ นครศรธี รรมราช” ไดส้ าเร็จ เจา้ เมอื ง
นครศรีธรรมราชอ่อนนอ้ มแต่โดยดี จึงทรงรับตวั ไว้ทาราชการในกรุงธนบรุ ี

พระยาอภยั รณฤทธ(ิ์ ทองด้วง) รชั กาลท่ี 1
ปี พุทธศักราช 2313 เดือนเมษายน สมเด็จพระเจ้าตากสินโปรดเกล้าฯให้
พระยาอนุชิตราชา(บุญมา)เล่ือนข้นึ เป็นพระยายมราชแทนคนเกา่ ทถี่ งึ แกก่ รรม โดย
ให้กรีฑาทัพไปกับพระยาอภัยรณฤทธ์ิ(ทองด้วง)ผู้พี่ ยกทัพไปปราบชุมนุมเจ้าพระ
ฝาง ส่วนสมเด็จพระเจ้าตากสินเสด็จเป็นทัพหลวง ในคร้ังน้ีสามารถตีเมือง
พิษณุโลกและตีชุมนุมเจ้าฝางได้สาเร็จ แต่เจ้าพระฝางหนีรอดไปได้ เมื่อกลับถึง
ธนบรุ ี พระองค์ไดป้ นู บาเหนจ็ ความดีความชอบให้แม่ทัพทั้งสองโดยแต่งต้ังพระยา
ยมราช(บุญมา) ได้เลื่อนเป็นระยาสุรสีห์(พระยาสุรสีห์พิษณุวาธิราช)เป็นเจ้าเมือง
พิษณุโลก ส่วนพระยารณฤทธ์ิ(ทองด้วง) ผู้พ่ีได้เล่ือนข้ึนเป็นพระยายมราชแทน
และได้เล่อื นเปน็ เจ้าพระยาจกั รีในเวลาตอ่ มา

ปี พุทธศักราช 2316 กองทัพพม่าลงมาตีเมืองพิชัยเป็นครั้ง ที่ 2 กาเนิด
วีรกรรมของ พระยาพิชัยเจ้าเมือง ต่อสู้กับพม่าจนดาบท่ีใช้ในการรบหัก ท่านจึง
ได้รบั สมญาว่า “พระยาพิชัยดาบหัก”

พระยาพิชัยดาบหักได้สร้างมรดกอันควรแก่การยกย่องสรรเสริญให้สืบทอด
มาถึงปัจจุบันได้แก่ ความซ่ือสัตย์สุจริต ความกตัญญูกตเวที ความเด็ดเด่ียวเฉียบ
ขาดกลา้ หาญ รวมถึงความรักชาติ ต้องการให้ชาติเจรญิ รงุ่ เรืองมัน่ คงตอ่ ไป

การศกึ กบั พมา่ ทบ่ี างแกว้ ราชบรุ ี

ในปี พ.ศ.2317 พระเจ้าตากสินทาศึกสงครามกับพม่า ท่ีบางแก้ว เมือง
ราชบรุ ี ซงึ่ การศกึ คร้ังนีก้ องทพั พระเจา้ ตากสามารถลอ้ มจับเชลยศึกพม่าได้จานวน
มาก ยังผลให้คนไทยมีขวัญกล้าแข็ง หายหวาดหวั่นเกรงกลัวพม่าได้โดยเด็ดขาด
นบั เป็นสงครามท่สี ามารถบารงุ ขวัญของคนไทยไดส้ าคญั ยิง่ ครง้ั หนงึ่

อะแซหวนุ่ กข้ี อดตู วั เจา้ พระยาจกั รี
ในปี พ.ศ. 2318 เกิดสงครามท่ีสาคัญท่ีสุดในสมัยกรุงธนบุรี คือศึกอะแซห
วนุ่ กต้ี ีหัวเมอื งฝ่ายเหนอื เป็นศึกใหญ่ที่สุด โดยพม่ากรีฑาพลถึง 35,000 คน ส่วน
กองทัพไทยมีกาลังพลเพียง 20,000 คน โดยทั้งสองฝ่ายได้ทาการศึกกันที่เมือง
พิษณโุ ลก โดยฝ่ายไทยมีแมท่ ัพคอื เจ้าพระยาจกั รี และ เจ้าพระยาสุรสหี ์ คอยรักษา
เมืองพิษณุโลก อะแซหวุ่นกี้ผู้นาทัพพม่าเข้าโจมตีหัวเมืองฝ่ายเหนือหลายคร้ัง แต่
ยังตีไมส่ าเรจ็ ทาให้อะแซหวุน่ กชี้ อบใจประทับใจในฝีมอื การรบของเจ้าพระยาจักรี
แม่ทัพไทยจนตอ้ ง “ขอดตู วั ” ซึง่ เหตุการณ์อะแซหวุ่นกี้ขอดูตัวเจ้าพระยาจักรี เร่ิม
ปรากฏครง้ั แรกในพระราชพงศาวดาร ฉบบั สมเด็จพระพนรัตน์ และเหตุการณ์ครั้ง

นี้ก็ได้ถูกเล่าขานมาจนถึงปัจจุบัน ดังนี้ “คร้ันรุ่งขึ้นเจ้าพระยาจักรีข่ีม้าก้ันสัปทน
ยกพลทหารออกไปยืนม้าให้อแซหวุ่นกี้ดูตัว อแซหวุ่นกี้ถามว่า อายุเท่าใด บอกไป
วา่ อายุได้สามสบิ เศษ จงึ ถามถงึ อายุอแซหวุน่ กบี้ า้ ง ล่ามบอกวา่ อายุไดเ้ จด็ สบิ สองปี
แล้วอแซหวุ่นกี้พิจารณาดูรูปดูลักษณะเจ้าพระยาจักรี แล้วสรรเสริญว่า รูปก็งาม
ฝีมือก็เข้มแข็ง สู้รบเราผู้เป็นผู้เฒ่าได้ จงอุตส่าห์รักษาตัวไว้ภายหน้าจะได้เป็น
กษัตรยิ ์เป็นแท้ แลว้ ให้เอาเคร่ืองม้าทองสารับหน่ึงกับสักหลาดพับหน่ึง ดินสอแก้ว
สองก้อน น้ามันดินสองหม้อมาให้เจา้ พระยาจกั รี…”

เม่ือพระเจ้าตากทราบข่าวศึกได้ยกทัพไปช่วย แต่เนื่องจากทัพไทยมีไพร่พล
นอ้ ยกวา่ ตอ่ มาพิษณุโลกจึงเสียแก่พม่า กองทัพไทยจึงแตกพ่ายและล่าถอยลงมา
ตั้งมั่นทีเ่ มืองพิจิตร ต่อมาเกิดเหตุทางพม่ากรุงอังวะเปล่ียนรัชกาลใหม่ทาให้อะแซ
หวุ่นก้ีต้องกรีฑาทัพกลับพม่า และกองทัพไทยถือโอกาสตามตีทัพพม่าในคราล่า
ถอยจนสุดเขตแดน สงครามครัง้ นก้ี ินเวลานานถงึ 10 เดือน การสรู้ บได้เร่ิมต้นมา
ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2318 มาสิ้นสุดลงจนกลางปี พ.ศ. 2319 นักประวัติศาสตร์
ถือว่าต่างฝ่ายต่างเสมอกัน ไม่มีใครเอาชนะกันได้ถึง แม้ว่าในที่สุดพม่าจะเข้ายึด
เมืองพษิ ณุโลกได้ กไ็ ดแ้ ตเ่ มอื งเปลา่ ไมส่ ามารถหาเสบยี งอาหารมาเล้ยี งกองทพั ได้

ไม่สามารถทาลายกองทัพไทยได้สาเร็จ จนในท่ีสุดก็ต้องถอยไปอย่างกะทันหัน
ทันที และด้วยความบอบช้าอย่างสาหัส ไพร่พลต้องอดอยากเจ็บป่วยล้มตาย
ระส่าระสายกันไปตลอดทาง ส่วนกองทัพพม่าที่ตกค้างอยู่ในเมืองไทย เพราะไม่
สามารถรอถอยกลับไปพร้อมกันได้น้ัน ก็ถูกกองทัพไทยบดขย้ีเสียจนแหลกลาญ
ยับเยินตง้ั แตน่ ้ันมา พมา่ กไ็ มไ่ ดย้ กทพั ใหญ่มาตีไทยอกี เปน็ เวลานานถงึ 10 ปี
สรปุ การศกึ สงครามไทยกับพมา่ ในรัชสมยั สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช

รชั สมัยกรงุ ธนบุรีจากปี พ.ศ. 2310 – พ.ศ. 2319 ไทยกับพม่า ได้ทาสงครามกัน
ถึง 10 ครง้ั ดังนี้

ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2310 รบกับพมา่ ท่คี ่ายโพธิ์สามต้น
ครง้ั ที่ 2 พ.ศ. 2310 รบพม่าท่บี างกงุ้ เขตเมอื งสมทุ รสงคราม
คร้งั ท่ี 3 พ.ศ. 2313 กองทัพพม่าจากเมืองเชยี งใหม่ลงมาตเี มอื งสวรรคโลก


Click to View FlipBook Version