ครงั้ ที่ 4 พ.ศ. 2314 กองทพั กรุงธนบรุ ขี ้นึ ไปตเี มืองเชยี งใหมค่ ร้งั แรก แตต่ ไี ม่
สาเรจ็
ครั้งท่ี 5 พ.ศ. 2315 กองทัพพม่าจากเมอื งเชียงใหมล่ งมาตเี มืองพิชยั คร้ังที่ 1
ครง้ั ท่ี 6พ.ศ. 2316 กองทัพพม่าลงมาตีเมืองพิชัยเป็นครั้ง ท่ี 2 กาเนิด
วรี กรรมของพระยาพชิ ยั เจา้ เมือง จนได้รับสมญาวา่ “พระยาพชิ ัยดาบหัก”
ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2317 กองทัพกรุงธนบุรีขึ้นไปตีเมืองเชียงใหม่ คร้ังท่ี 2 ได้
หวั เมอื งลา้ นนาไทยกลับคืน
ครัง้ ท่ี 8 พ.ศ. 2317 รบพม่าทีบ่ างแก้ว เมืองราชบุรี
ครั้งที่ 9 พ.ศ. 2318 อะแซหวุน่ กี้ตหี วั เมืองเหนอื
ครั้งท่ี 10 พ.ศ. 2319 พมา่ มาตเี มอื งเชียงใหม่คืน แต่ไมส่ าเรจ็
ศึกกบั กมั พูชา นามาซึง่ การเปลี่ยนรชั สมัย
กมั พูชา เป็นเมืองข้ึน ของไทยเรามาต้ังแต่สมัย กรุงศรีอยุธยา ครั้นกรุงศรี
อยุธยาต้องเสียแก่พม่าลงในปี พ.ศ. 2310 กัมพูชาจึงต้ังตัวเป็นอิสระ แต่แล้วพอ
เวลาล่วงมาได้ 2 ปี กัมพูชาก็เกิดจลาจล ด้วยสมเด็จพระนารายณ์ราชา (นักองค์
ตน) กษัตริย์กัมพูชาในเวลาน้ัน เกิดวิวาทกันขึ้นกับพระรามราชา (นักองค์นนท์)
พระมหาอุปราช สมเด็จพระนารายณ์ราชาไปขอกาลังญวนมาช่วยปราบพระราม
ราชาส้ไู มไ่ ด้ จงึ หนีมาพง่ึ ไทย
ในปี พ.ศ. 2312 สมเด็จพระเจ้าตากสิน ทรงเห็นเป็นโอกาสอันดี ที่จะได้
ประเทศกัมพูชาเข้ามาอยู่ในครอบครองของไทยตามเดิม จึงโปรด ให้แจ้งไปยัง
สมเด็จพระนารายณ์ราชาว่า “เด๋ียวน้ีกรุงศรีอยุธยากลับต้ังเป็นปรกติเหมือนแต่
กอ่ นแลว้ ใหก้ รงุ กมั พูชาจดั ส่งต้นไม้เงินต้นไม้ทองกับเครื่องราชบรรณาการเข้ามา
ถวายตามประเพณีดังแต่ก่อน” สมเด็จพระนารายณ์ราชาตอบปฏิเสธ โดยอ้างว่า
สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มิใช่เช้ือพระวงศ์ ของพระมหากษัตริย์ที่ครองกรุงศรี
อยุธยามาแตเ่ ดิม สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีกริ้วมาก จึงโปรดให้ส่งกองทัพออกไปตี
กัมพูชารวม 2 กองทัพด้วยกัน มีพระยาอภัยรณฤทธ์ิ (พระบาทสมเด็จพระพุทธ
ยอดฟ้าฯ) กับพระยาอนุชิตราชา (สมเด็จกรมพระราชวงั บวรมหาสรุ สิงหนาท) เปน็
แม่ทัพยกไปตีเมืองเสียมราฐทัพหน่ึง กับให้พระยาโกษาธิบดี เป็นแม่ทัพยกไปตี
เมืองพระตะบองอีกทัพหนึ่ง แต่การยังมิทันได้ดาเนินไปถึงขั้นตีนครหลวงของ
กัมพูชา กองทัพของพระยาอภยั รณฤทธ์ิกบั พระยาอนุชติ ราชากถ็ อยลงมาเสียก่อน
ด้วยได้มีข่าวลือออกไปว่าสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีสวรรคตเสียแล้วท่ีเมือง
นครศรีธรรมราช ระหว่างเสด็จลงไปปราบชุมนุมเจ้านคร สมเด็จพระเจ้ากรุง
ธนบุรีจงึ โปรดใหเ้ รยี กกองทพั กลบั หมด ระงบั การตกี ัมพูชาไวเ้ สยี ช้นั หนึ่งกอ่ น
คร้ันในปี พ.ศ.2314 ภายหลังที่กองทัพกรุงธนบุรีกลับจากขึ้นไปตีเชียงใหม่
ครั้งแรกแล้ว ก็โปรดให้จัดกองทัพยกออกไปตี ประเทศกัมพูชาอีกคร้ังหนึ่ง มี
เจ้าพระยาจักรี (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ) เป็นแม่ทัพบกยกออกไปทาง
เมอื งปราจีนบุรี พาพระรามราชาไปในกองทัพด้วย สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี
ทรงคุมกองทัพเรือ มีพระยาโกษาธิบดี เป็นแม่ทัพหน้ายกออกไปทางทะเล เข้าตี
เมืองกาแพงโสม เมืองบันทายมาศ และเมืองพนมเปญได้ตามลาดับ ใน
ขณะเดียวกนั กองทัพบกก็ตีไดเ้ มือง พระตะบอง เมืองโพธสิ ตั ว์ เมอื งบรบิ ูรณ์ จนถงึ
ได้เมืองบันทายเพชรราชธานี ครั้งนี้กองทัพไทยจึงได้ประเทศกัมพูชา กลับคืนเข้า
มาอยู่ในอารักขาตามเดิมอีกคร้ังหนึ่ง โดยมีพระรามราชาเป็นเจ้ากรุงกัมพูชาสืบ
แทนตอ่ มา
แผนทปี่ ระเทศไทย รชั สมยั สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ
สว่ นสมเดจ็ พระนารายณร์ าชาเจา้ กรงุ กมั พูชาองคเ์ ดิมน้นั หนเี ขา้ ไปอยใู่ นเขต
ญวน แล้วต่อมาไดก้ ลบั ขอคืนดดี ้วย สมเด็จพระเจา้ กรงุ ธนบุรีจงึ ไดท้ รงตง้ั ใหส้ มเดจ็
พระรามราชา เปน็ กษตั รยิ ์ครองกรงุ กัมพชู า สว่ นสมเด็จพระนารายณร์ าชานน้ั โปรด
ใหเ้ ป็นมหาอปุ โยราช กับให้นกั องคธ์ รรมเจ้านายเขมรที่สาคัญอีกองค์หนึ่งเป็นมหา
อปุ ราช
ต่อมาในตอนปลายรชั กาล คอื เมอื่ ปี พ.ศ. 2323 กมั พชู าเกดิ จลาจลข้นึ มาอีก
ด้วยได้มีคนร้ายลอบฆา่ มหาอุปราชตาย แล้ว ต่อมาไม่ช้า มหาอุปโยราช ก็เป็นโรค
ปัจจุบัน สิ้นชีพลงอีกองค์หน่ึง ความหวาดระแวงระหว่างกันซ่ึงเคยมีอยู่แต่เดิม
มาแล้วน้ันได้ทาให้ บรรดาขุนนางซ่ึงโดยมากเป็นพรรคพวกของมหาอุปโยราช
เข้าใจว่า สมเด็จพระรามราชาเป็นผู้บงการให้ฆ่าเจ้านายท้ังสององค์นั้น จึง คบคิด
กันกอ่ การกบฏขึน้ จับสมเดจ็ พระรามราชาผู้เปน็ กษัตรยิ ถ์ ่วงนา้ เสีย แลว้ อญั เชญิ นกั
องค์เอง โอรสสมเด็จพระนารายณ์ราชาซึ่งมีพระชนมายุเพียง 4 ชันษา ข้ึน
ครองราชย์แทน ต่อมาโดยมีฟ้าทะละหะ (มู) ขุนนางผู้ใหญ่ ผู้มีอิทธิพล ในเมือง
เขมรมากผหู้ น่ึงเป็นผู้สาเร็จราชการ โดยทฟี่ ้าทะละหะ (มู) ผู้นไี้ ดห้ ันไปฝกั ใฝ่อยู่กับ
ญวน ด้วยหวังจะพึ่งอิทธิพลญวนช่วยให้ตนได้เป็นเจ้ากรุงกัมพูชาเสียเองสืบต่อไป
ประกอบกับสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงมีพระราชดาริเห็นว่า นักองค์เองน้ันยัง
เป็นทารกอยู่ ย่อมไม่สามารถจะรักษาตัวให้ตลอดรอดฝ่ังไปได้ และถึงมาตรว่านัก
องคเ์ องจะเอาตัวรอดไปได้ นักองค์เองกเ็ ปน็ โอรสของสมเด็จพระนารายณ์ราชา ซงึ่
ฝักใฝ่กับญวนมาแต่ก่อน ฉะน้ันเมื่อเติบใหญ่ต่อไปก็คงจะหันไปฝักใฝ่อยู่กับญวน
เหมือนบิดาอีกเช่นกัน อันจะทาให้เมืองไทยเราต้องสูญเสียอิทธิพลในกัมพูชาไป
ดังน้ันจะปล่อยทิ้งให้กัมพูชาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นน้ีต่อไปไม่ได้ จึงโปรดให้จัด
แต่งกองทัพมจี านวนพล 20,000 คน ยกออกไปปราบการจลาจลในกัมพูชาอีกครั้ง
หน่ึง โดยมี สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกฯ (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
ฯ) ถอื อาญาสิทธเิ์ ป็นแม่ทัพใหญ่ เจ้าพระยาสรุ สีห์ เปน็ แม่ทพั หน้า และมเี จ้าฟ้ากรม
ขุนอินทรพิทักษ์ ซึ่งเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์ใหญ่ ทรงเป็นกองหนุน
ร่วมเสดจ็ ไปในกองทพั ดว้ ย
ในครงั้ นี้สมเด็จพระเจา้ กรงุ ธนบรุ ีไดท้ รงมี พระราชกระแสรับส่ังไปว่า เม่ือตี
กรุงกัมพชู าได้แลว้ ให้สมเดจ็ เจ้าพระยามหากษัตริยศ์ กึ ฯ จดั การอภิเษกเจ้าฟา้ กรม
ขุนอินทรพิทักษ์ให้เป็นกษัตริย์ ครองกรุงกัมพูชาสืบต่อไป อันจะทาให้ดินแดน
ประเทศกัมพูชาได้ผนวกเข้ามารวมอยู่ในพระราอาณาจักรไทยโดยเด็ดขาด ขจัด
ปญั หายุง่ ยากทางเมอื งเขรมมใิ ห้อุบตั มิ ีขึน้ เปน็ เสย้ี นยอกอกเมอื งไทยเราอกี ตอ่ ไป
เมื่อกองทัพไทยยกออกไปถึงกัมพชู าแล้ว กส็ ามารถตีเมือง บันทายเพรชราช
ธานีได้โดยง่ายดาย เพราะฟ้าทะละหะ (มู) ไม่กล้าสู้รบด้วย ได้แต่ทิ้งเมืองอพยพ
ครอบครัวหนีลงไปอยู่ที่เมืองพนมเปญแล้วร้องขอกาลังกองทัพญวนจากไซ่ง่อนมา
ช่วย ซ่ึงทางญวนก็ได้สนองคาร้องขอนั้นเป็นอันดี โดยได้จัดส่งกาลังข้ึนมาช่วยท่ี
พนมเปญ กองทัพหนา้ ของไทยในบงั คับบัญชาของเจ้าพระยาสุรสีห์ท่ียกตามฟ้าทะ
ละหะ (มู) ไปนั้น พอทราบว่ามีกองทัพญวนข้ึนมาต้ังอยู่ที่พนมเปญ เพื่อเข้า
แทรกแซงเหตุการณ์ในคร้ังนี้ด้วย ก็ต้องหยุดชะงัก แล้วรีบแจ้งเหตุมายังสมเด็จ
พระยามหากษัตริย์ศึกฯ แม่ทัพใหญ่ เพ่ือคอยฟังบัญชาต่อไปเสียก่อน แต่แล้ว
ในตอนนี้เองข่าวจลาจลวุ่นวายทางกรุงธนบุรี ก็ทราบไปถึงกองทัพไทยในกัมพูชา
การจึงตอ้ งยุติลงแตเ่ พียงนน้ั โดยท่กี องทพั ไทยกบั กองทพั ญวนยงั หาไดท้ นั ปะทะกนั
ไม่ สมเด็จพระเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกฯ แม่ทัพใหญ่ก็มีบัญชาให้เลิกทัพ
กลบั มาปราบยุคเขญ็ ในกรุงธนบุรี เสยี ก่อน
แผนการรวมประเทศกัมพูชา ของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี จึงต้องพลัน
หยุดชะงกั ลงแต่เพยี งน้นั พรอ้ มกับสิ้นสมัยกรงุ ธนบรุ ี
ลาดับเหตกุ ารณ์สาคัญในสมัยกรงุ ธนบรุ ี (พ.ศ. 2310 – 2325)
พ.ศ. 2310 พระเจ้าตากกู้ชาติสาเร็จ สร้างราชธานีใหม่ ต้ังกรุงธนบุรีเป็น
ราชธานี เกดิ ศกึ รบพม่าทบี่ างก้งุ เมอื งสมทุ รสงคราม
พ.ศ. 2311 พระเจ้าตากเริ่มปราบชุมนุมเจ้าพระยาพิษณุโลก แต่ไม่สาเร็จ
ปราบชมุ นุมเจ้าพมิ ายได้สาเร็จเป็นชมุ นุมแรก
พ.ศ. 2312 ปราบชุมนุมเจ้านครสาเรจ็ ตเี ขมรครงั้ แรก แต่ไมส่ าเรจ็
พ.ศ. 2313 ปราบชุมนมเจา้ พระฝางสาเร็จ กองทัพกรุงธนบุรีขึ้นไปตีเมือง
เชียงใหม่ครัง้ แรก
พ.ศ. 2314 นายสวน มหาดเล็ก แต่งโคลงยอพระเกยี รติ ตเี มืองเขมรครงั้ ท่ี
2 ตไี ด้หัวเมอื งเขมร พ.ศ. 2315 พมา่ ตเี มอื งพชิ ัยครั้งแรก
พ.ศ. 2316 พม่าตีเมืองพิชัยคร้งั ที่ 2
พ.ศ. 2317 ตีเมืองเชียงใหม่คร้ังท่ี 2 ได้หัวเมืองล้านนารบพม่าท่ีบางแก้ว
ราชบรุ ี
พ.ศ. 2318 โปสพุ ลาและโปมะยงุ ว่ นตเี ชียงใหม่คนื แต่ไมส่ าเรจ็
พ.ศ.2319 พม่าตีเมืองเชียงใหม่ ตีเมืองนางรอง และเมืองนครจาปาศกั ด์ไิ ด้
พ.ศ. 2321 ตีเวียงจันทน์ ได้หัวเมืองลาวท้ังหมดกลับมาข้ึนกับไทยครั้งท่ี
หน่ึง
พ.ศ. 2322 กองทัพไทยกลับจากเวียงจันทน์ ได้พระแก้วมรกตกลับเข้ามา
ด้วย
พ.ศ. 2324 แตง่ ทูตไปทเ่ี มืองจีน สง่ กองทพั ไปปราบจลาจลในเขมร
พ.ศ. 2324 กรงุ ธนบุรีเกดิ จลาจล สมเด็จพระเจา้ กรงุ ธนบรุ ี ถูกสาเร็จโทษ
ปลายรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าตากสิน ทรงเสียสติจริงหรือไม่ อันส่งผลให้หมดยุค
สมยั กรงุ ธนบุรี
ปลายรัชสมัย สมเดจ็ พระเจ้าตากสิน ประวัติศาสตร์จารกึ ไวว้ า่ สมเดจ็ พระเจา้
ตากสินทรงเสียพระสติซ่ึงในเรื่องนี้ ยังเป็นเรื่องสืบค้นถกเถียงมาถึงปัจจุบัน มี
ความคดิ หลากหลายท่ีนามาเสนอแสดงอ้างอิง ซง่ึ หลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์เท่าที่
ค้นพบในปัจจุบัน มดี งั น้ี
กรมหลวงนรนิ ทรเทวี
1. จดหมายเหตุความทรงจาของกรมหลวงนรินทรเทวี แม้ในปัจจุบันจะมี
ปัญหาว่ากรมหลวงนรินทรเทวีเป็นผู้บันทึก จดหมายเหตุความทรงจาฉบับนี้ท้ัง
ฉบับหรือไม่ แตก่ เ็ ช่อื กนั ว่าผูบ้ ันทึกเป็นบคุ คลรว่ มสมัย เปน็ หลักฐานทคี่ วรพิจารณา
ในบันทึกตอนหน่งึ มวี า่ “ดูพระจริตฟ่นั เฟื่องเฝ้า (นับ) แตฆ่ า่ ญวน.....พันสี พันลา ยื่น
ฟอ้ งว่าขุนนางและราษฎรขายขา้ วเปลอื กลงเรือสาเภา ”โยธาบดผี ู้รับทูลฟ้องกราบ
ทลู รับสัง่ ใหเ้ รง่ เงินทขี่ ุนนางขายข้าวเกลือ ให้เฆี่ยนเร่งเอาเงิน เขา้ ท้องพระคลงั รอ้ น
ทกุ เส้นหญ้า สมณาประชาราษฎร์ไม่มีสุขขุคเข็ญเป็นท่ีสุด ในปลายแผ่นดิน เงินใน
คลังหาย 2,000 เหรียญๆละ 1 บาท 3 สลึง 1 เฟื้อง แพรเหลือง 10 ม้วน รับสั่ง
เรียกหาไมไ่ ด้ ชาวคลัง ต้อง (ถูก) เฆย่ี นใส่ไฟย่าง แสนสาหสั ...หลวงประชาชีพ (ถกู )
โจทก์ ฟอ้ งว่าขายขา้ ว รับสั่งให้ตัดศีรษะ (หลวง ประชาชีพ) หว้ิ เข้ามาถวายท่ี เสด็จ
ทอดพระเนตร เหตุกรรมของสัตว์ พ้ืนแผ่นดินร้อน ราษฎรเหมือนผลไม้ เมื่อต้น
แผ่นดนิ เย็นดว้ ยพระบารมีช่มุ พ้ืนช่ืนผล จนมีแกน่ ปลายแผ่นดนิ แสนร้อนรมุ สมุ ราก
โคนโค่นลม้ คมแผน่ ดินด้วยพระบารมแี ต่เพยี งน้นั .......”
พระบรมรปู ของสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ ขณะทรงศลี วดั อนิ ทาราม
2. “ไทยรบพม่า”ของสมเด็จฯ กรมพระยาดารงราชานุภาพ ตอนหน่ึงใน
หนังสือไทยรบพม่ามวี ่า “.........ต้ังแต่เลกิ สงครามคราวอะแซหว่นุ กต้ี ีหัวเมืองเหนือ
แล้ว(2319)พระเจ้ากรุงธนบุรีมักเสด็จไปนั่งกรรมฐานท่ีวัดบางย่ีเรือ (วัดอินทราม)
ซึ่งได้บูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่เนืองๆ แล้วติดพระทัยใน การนั่งกรรมฐานหนัก
ขน้ึ พระอารมณ์ก็จบั ฟ่นั เฟือน เกดิ มีอาการดรุ ้ายขึ้นกว่าแตก่ อ่ น ฤ โดยลาดบั มา.....
มีสญั ญาวปิ ลาสเกดิ สาคัญพระองคว์ ่าเป็น พระโสดาบัน..มรี บั ส่งั ถามพระราชาคณะ
ว่าพระภิกษุสงฆ์อันเป็นปุถุชน จะกราบไหว้คฤหัสถ์ซึ่งเป็นพระโสดาบันจะได้มิได้
ประการใด พระราชาคณะโดยมากพากันกลัวพระอาญาถวายพระพรว่าไหว้ได้ แต่
สมเด็จพระสังฆราช(ศรี) วัดบางหว้าใหญ่ (วัดระฆัง) พระพิมลธรรมวัดโพธาราม
(วัดพระเชตุพน) และพระพุฒาจารย์ วัดบางหว้าน้อย (วัดอมรินทร์) ถือพระวินัย
มน่ั คงไมค่ ร่ันคร้ามต่อพระราชอาญา ถวายพระพรว่าถึงคฤหัสถ์จะเปน็ พระโสดาบนั
เพศก็ยังต่ากว่าพระภิกษุปุถุชน อันทรงผ้ากาส่าวพัสตร์และ จตุปาริสทธิศีล
เพราะฉะนัน้ ทพ่ี ระภกิ ษุจะกราบไหว้คฤหสั ถห์ าควรไม่ พระเจา้ กรงุ ธนบรุ ไี ดท้ รงฟงั ก็
ทรงพระพิโรธ ดารัสว่า พระราชาคณะท้ังปวงก็ยังเห็นว่าไหว้ได้โดยมาก ยังแต่ 3
องค์ก็บังอาจโต้แย้งฝ่าฝืนถวายพระพรให้ผิดพระบาลี จึงมีรับสั่งให้ถอดเสีย จาก
สมณศักด์ิเอาตัวสมเด็จพระสังฆราชกับ พระราชาคณะ 2 องค์ ท่ี ถูกออกนั้น
พระภิกษุประมาณ 500 รูปไปลงพระราชอาญาท่ีวัดหงส์ ให้ตีหลังสมเด็จ
พระสังฆราชกบั พระราชคณะองคล์ ะ 100 ที ฐานะเปรียบองค์ละ 50 ที พระอันดับ
องค์ละ 30 ที แล้วเอาตัวขังไว้ขนอาจมของโสโครกท่ีวัดหงส์ท้ังหมด ต้ังแต่น้ันมา
พระสงฆก์ ็หมอบกราบเหมอื นขา้ ราชการฝา่ ยฆราวาสทั้งปวง.....”
นอกจากเรอื่ งเฆ่ยี นพระแล้ว สมเดจ็ ฯ กรมพระยาดารงราชานภุ าพทรง
กลา่ วตอ่ ไปวา่
สมเดจ็ กรมพระยาดารงฯ
“ครน้ั ต่อมาพระเจ้ากรุงธนบรุ ีมีอาการเกิดระแวงวา่ ข้าราชการพากันลอบลัก
พระราชทรัพย์ให้โบยตีจาลอง และบางทีเอาตัวผู้ต้องหาขึ้นย่างไฟ จะให้รับเป็น
สัตย์ แลว้ พระราชทานรางวัลผู้ที่เป็นโจทก์ก็ฟ้องร้อง ยกเป็นบาเหน็จความชอบใน
ราชการ ก็เลยเปน็ เหตุใหค้ นพาลแกลง้ ใส่ความฟ้องร้อง ยกเป็นบาเหน็จความชอบ
ในราชการ ก็เลยเปน็ เหตุให้คนพาลแกลง้ ใส่ความฟอ้ งผู้อ่ืนชุกชมุ ขนึ้ ทุกที ..... จนมี
พวกหากินในกระบวนเป็นโจทกข์ น้ึ ประมาณ 300 คนเศษ พระเจา้ กรุงธนบุรที รงตง้ั
ตัวสาคัญช่ือพันสี ให้เป็นขุนจิตรจูล พันลาเป็นขุนประมูลทรัพย์เป็นตาแหน่ง
หัวหนา้ พวกโจทก์ พวกโจทก์ถวายฎีการ้องฟ้องผู้อื่น หนักขึ้นกว่าแต่ก่อน พระเจ้า
กรงุ ธนบรุ ที รงวินจิ ฉยั ในเวลาสตฟิ น่ั เฟอื น ก็มิไดพ้ จิ ารณาให้เห็นเทจ็ และจรงิ สักแต่
ว่าโจทก์สาบานได้ถ้าผู้ต้องหาไม่รับเป็นสัตย์โดยดีก็เฆ่ียนขับติดไม้ และ ย่างเพลิง
จนกว่าจะรบั และปรบั โทษ เรยี กเรง่ เอาเงนิ ตามทโี่ จทกก์ ล่าวหา ถ้าไม่มเี งนิ จะเสยี ก็
เฆ่ยี นเร่งไปทุกวันจนกวา่ จะได้ คนทีท่ นพระราชอาญาไมไ่ หวกล็ ม้ ตายเจบ็ ลาบากไป
ตามกัน ที่ถูกลงโทษประหารชีวิตก็มีอยู่เนืองๆ แม้จนบุตรภรรยาญาติพ่ีน้องของ
ขา้ ราชการที่ไปทพั อย่ทู างนี้ก็ถูกโจทก์ฟ้องต้องรับพระราชอาญา โดยมากกล่าวไว้
ในหนังสือพงศาวดารว่าในเวลาน้ันท่ีในบริเวณโรงชาระใน พระราชวังเสียงแต่คน
รอ้ งไห้ และ ครวญครางเซง็ แซไ่ ปทกุ ๆ วัน ชาวพระนครกพ็ าได้ความยากแคน้ เดือน
รอ้ นไปทัว่ กนั ที่อพยพหลบหนี ออกไปอย่ตู ามปา่ ตามดงกม็ เี ป็นอันมาก จนที่ในกรุง
ธนบุรีมบี ้านเรือนรา้ งวา่ งเปล่าอยู่ทกุ แหง่ ทกุ ตาบล.....”
3. พระราชพงศาวดารกรงุ ธนบุรี ฉบับพันจันทนุมาศ ในหลักฐานเล่มนี้ มี
เรื่องสมเด็จพระเจ้าตากสินวิปัสสนาแล้ว มีอาการประหลาด มีเร่ืองทรง
หวาดระแวงคนจะมาขโมยพระราชทรัพย์ แล้วลงเอยด้วยความเดือดร้อนอย่าง
แสนสาหัสของราษฎร เนื้อหาข้อเท็จและสานวนการเขียนเหมือนกับในไทยรบ
พม่า เช่ือว่าสมเด็จฯกรมพระยาดารงราชานุภาพทรงเอาข้อมูลมาจากพระราช
พงศาวดารกรุงธนบุรีฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) เพราะพระราชาพงศาวดารฉบับน้ี
แต่งข้ึนในสมยั รชั กาลที่ 1 โดยขา้ ราชการกรมพระอาลกั ษณ์ของรัชกาลที่ 1 ซ่ึงได้รู้
ได้เห็นเหตกุ ารณใ์ นสมยั นัน้ ในพระราชพงศาวดารฉบบั พระราชหัตถเลขา เล่ม
ที่ 2 ซึ่งเรียบเรียงโดยกรมหลวงวงษาธิราชสนิท ตรวจแก้โดยรัชกาลที่ 4 วิจารณ์
และ อธบิ ายเพม่ิ เติมโดยสมเดจ็ ฯ กรมพระยาดารงราชานภุ าพ เปน็ หลกั ฐานทนี่ ยิ ม
ใชอ้ า้ งองิ กันอย่างกว้างขวา้ ง ซึง่ เนอ้ื หามขี ้อเทจ็ จริงเชน่ เดยี วกับในไทยรบพมา่ และ
พระราชพงศาวดารกรุงธนบรุ ี
กลา่ วโดยสรปุ
เหตุการณ์ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นข้อถกเถียงอย่างมาก และมักถูกมองว่าเป็น
เคร่ืองแสดงถึงพระอาการสติฟ่ันเฟือนมากท่ีสุด นั่นคือ รายละเอียดเร่ืองพระเจ้า
ตากสินทรงตั้งคาถามกับเหล่าพระราชาคณะว่าพระที่ยังเป็นปุถุชนจะกราบไหว้
ฆราวาสท่ีบรรลุโสดาบนั ได้แล้วหรอื ไม่ มเี พียงพระราชพงศาวดารฉบบั หมอบรดั เลย์
และฉบับพระราชหัตถเลขาเท่านั้นท่ีปรากฏเน้ือความน้ี โดยพระราชพงศาวดาร
ฉบับพระราชหตั ถเลขาอธบิ ายมาวา่ เกิดขึน้ เนือ่ งจากพระเจ้าตากสนิ “มีพระสติฟั่น
เฟือนถึงสัญญาวิปลาส สาคัญตัวเองว่าได้โสดาปัตติผล” จึงได้ต้ังคาถามทาให้เกิด
การลงโทษพระราชาคณะ การเพ่ิมเหตุการณ์เร่ืองการต้ังคาถามและการลงโทษ
พระราชาคณะชัน้ ผใู้ หญผ่ ู้ซ่ึงคงความเห็นที่ “ถูกต้อง” น้ี จึงเป็นการเพ่ิมเร่ืองเพ่ือ
เน้นให้เห็นถึงความหลงผิดขององค์พระมหากษัตริย์ที่มากเกินกว่าท่ีผู้คนจะรับได้
“...มหาภยั พิบตั ิบังเกดิ ในพระพทุ ธศาสนาควรจะสงั เวชยงิ่ นกั บรรดาชนทงั้ หลายซง่ึ
เป็นสัมมาทิฐินับถือพระรัตนตรัยนั้น ชวนกันสลดจิตคิดสงสารพระพุทธศาสนา มี
หน้านองไปด้วยนา้ ตา..และเสียงรอ้ งไหร้ ะงมไปทว่ั เมอื ง” ยง่ิ เมอ่ื พระราชพงศาวดาร
ฉบับพระราชหัตถเลขาระบุเหตุการณ์ว่าเกิดข้ึนในปี พ.ศ.2324 หรือ 1 ปี ก่อนจะ
สน้ิ รชั กาล เหมือนจะให้เข้าใจว่าเป็น “ฟางเส้นสุดท้าย” ก่อนท่ีจะเกิดกรณีความ
วุ่นวายโกลาหลตา่ งๆ ในกรุงรวมทงั้ เกิดกบฏพระยาสรรค์ด้วย
ปัญหาการสน้ิ พระชนม์พระเจา้ ตาก ยงั หาขอ้ สรปุ ยงั ไม่ได้ถงึ ปัจจุบนั
พระเจ้าตากกบฏพระยาสรรค์ ต้นเหตุ การเปล่ียนรัชสมัย ทาไมต้องประหาร
พระเจ้าตาก
พระบรมรปู สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ ทรงผนวช ในวหิ ารวดั อนิ ทารามวรวหิ าร
พ.ศ. 2324 เกดิ จลาจลทีก่ รงุ ศรอี ยุธยา สมเด็จพระเจ้าตากสิน ทรงให้พระยา
สรรคข์ ุนนางทพี่ ระองค์ไว้วางพระทัยอย่างมาก ขนึ้ ไประงับการจลาจล ซงึ่ สาเหตมุ า
จากการขุดสมบัตทิ ่ีได้ถกู ฝงั เอาไว้ก่อนเสียกรุง ทั้งนผี้ ทู้ ีจ่ ะไปขดุ ตอ้ งประมลู เสยี เงนิ
ให้กับทางการโดยมีพระยาวิชิตณรงค์เป็นผู้รับผิดชอบในการน้ี ทว่าพระยาวิชิต
ณรงค์และพวกกลับกระทาการโดยมิชอบบังคับรีดไถเงินราษฎรเอาตามอาเภอใจ
จนผู้คนเดือดร้อนไปท่ัวในที่สุดบรรดาผู้ที่ไม่พอใจได้รวมตัวกันก่อกบฎโดยมี ขุน
สระ ขุนแก้ว และนายบุนนาค บ้านแม่ลาเป็นหัวหน้า คุมพรรคพวกเข้าปล้นจวน
พระยาอินทรอภยั ผู้รกั ษากรงุ เก่าและสังหารเสีย สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบรุ ีไดท้ รง
ใหพ้ ระยาสรรค์ไปปราบกบฎน้ีแต่ทว่าพระยาสรรคก์ ็ได้ไปเข้ากับพวกกบฏเสีย โดย
สมเด็จพระเจ้าตากสินไม่ทรงทราบว่า หัวหน้าที่ก่อความวุ่นวายคือ ขุนแก้ว
น้องชายของพระยาสรรค์นั่นเอง เมื่อเป็นเช่นนี้ นอกจากพระยาสรรค์จะไม่ปราบ
พวกก่อความวุ่นวายแลว้ ยังอาศัยช่วงจังหวะทกี่ ลุ่มขนุ นางไม่พอใจพระเจ้าตากสิน
และดาเนินการตอ่ ต้านพระเจ้าองค์ ตดั สินใจรว่ มมือกับพวกกอ่ การจลาจล ยกกาลงั
มาตีกรุงธนบุรี และเข้ายึดอานาจจากสมเด็จพระเจ้าตากสินได้สาเร็จ พร้อมกับ
บังคับให้พระองค์ทรงผนวช และจับพระบรมวงศานุวงศ์มาจองจาไว้ในราชวังแล้ว
ตั้งตนเป็นผู้สาเร็จราชการพร้อมกับประกาศจะถวายราชสมบัติให้สมเด็จพระยาม
หากษัตริย์ศึกปกครองต่อไป ต่อมาพระยาสรรค์เปล่ียนใจคิดจะครองราชย์สมบัติ
เสียเอง จงึ เตรียมกองกาลังไว้ต่อสู้กับสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก ซ่ึงจะกลับจาก
การทาสงครามในเขมรในระหว่างน้ี
พระแทน่ บรรทมสมเดจ็ พระเจา้ ตากสินทวี่ ดั อนิ ทารามวรวหิ าร(วดั ใต)้ ธนบรุ ี
พระยาสรรค์ให้กรมขุนอนุรักษ์สงคราม ยกทัพไปโจมตีค่ายพระยาสุริยอภัย
หลานของสมเด็จพระยามหากษัตรยิ ศ์ กึ ทีย่ กทพั มาจากนครราชศรมี า เพื่อมารักษา
กรงุ ธนบรุ ตี ามคาสง่ั ของสมเด็จพระยามหากษตั ริย์ศึก ทั้งสองฝ่ายไดป้ ะทะกันอย่าง
หนกั กรมขุนอนุรักษ์สงครามเป็นฝ่ายพ่ายแพแ้ ละถกู จบั ได้ พระยาสรรค์คิดวา่ เร่ือง
ที่ตนให้กรมขุนอนุรักษ์สงครามยกทัพไปตีค่ายพระยาสุริยอภัยเป็นความลับ จึง
วางตัวนิ่งเฉยอยู่ในวัง พระยาสุริยอภัยซึ่งรู้ความจริงทั้งหมดจากกรมขุนอนุรักษ์
สงครามเหน็ เชน่ นน้ั จึงไดค้ วบคุมสถานการณใ์ นวงั เอาไว้ แล้วให้สึกสมเด็จพระเจ้า
ตากสินแล้วนาไปจองจาเอาไว้ เพ่ือรอสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึกตัดสินความ
ตอ่ ไป
สมเดจ็ พระยามหากษตั รยิ ศ์ กึ
(พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จุฬาโลก)
ภาพท่ีพระราชวงั บางปะอนิ พระนครศรอี ยธุ ยา สมเด็จเจา้ พระยามหา
กษตั รยิ ศ์ กึ (รชั กาลท1่ี ) กลบั จากราชการทพั เมอื งเขมร
สมเด็จพระยามหากษตั รยิ ์ศึกยกทพั กลับจากเขมรมาถงึ กรงุ ธนบรุ ี เมอ่ื วนั ที่ 6
เมษายน พ.ศ. 2325 เพ่ือแก้ปัญหาบ้านเมือง “...เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกทราบ
ข่าวมีการกบฎเกิดข้ึนในกรุงธนบุรี ได้ข่าวว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินถูกจับและถูก
บงั คับใหผ้ นวชเป็นพระภิกษุ ทา่ นจงึ ให้คนสนทิ ถือหนงั สือไปถึงเจ้าพระยาสุรสีห์ให้
เข้าล้อมกรมขนุ อทิ รพทิ กั ษ์ ราชโอรสของของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีซึ่งต้ังทัพอยู่
ที่เมืองพุธไธเพชร อย่าให้รู้ความ และให้พระยาธรรมาซ่ึงต้ังทัพอยู่ที่เมืองกาแพง
สวายจับกรมขนุ รามภูเบศร์ราชนดั ดาของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีไว้เสีย แล้วท่าน
จงึ เลิกทัพจากเขมร...” น่คี อื ขอ้ ความท่ีบรรยายเหตุการณ์ทเี่ กดิ ขนึ้ ใน “แผน่ ดนิ พระ
เจ้าตาก”
พระบรมสาทสิ ลกั ษณ์สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ
พงศาวดารฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) กล่าวถึงการเดินทางกลับของ
เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก “ว่า ณ วันเสาร์ แรม ๙ ค่า เดือน ๕ เพลา ๒ โมงเช้า
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ ขณะดารงตาแหนง่ เปน็ เจา้ พระยามหากษตั รยิ ศ์ กึ ไดท้ พั
จากเมอื งเสียมราฐ เขมร กลับมาทีก่ รุงธนบุรี ประทับ ณ พลบั พลาหน้าวัดโพธาราม
ฝ่ายข้าทูลละอองฯ ผู้ใหญ่ผู้น้อยพร้อมกันไปเชิญเสด็จลงเรือพระท่ีน่ังกราบ...”ถึง
ตอนน้ี พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหตั ถเลขาเล่าวา่ พระยาสุริยอภัยให้สึกเจ้า
แผ่นดินออก แลว้ พันธนาการด้วยเคร่อื งสงั ขลกิ พนั ธ์
พงศาวดารฉบบั พนั จนั ทนุมาศเขยี นความต่อจากตอนทเ่ี จา้ พระยาจักรี...ขา้ ม
มาพระราชวังสถิต ณ ศาลาลูกขุนว่า “...มีหมู่พฤฒามาตย์เข้าเฝ้าพร้อมกัน จึงมี
พระราชบริหารดารัสปรึกษาว่า เม่ือพระเจ้าแผ่นดินอาสัตย์และสุจริตธรรมเสีย
ประพฤตกิ ารทจุ รติ ฉะนีก้ ็เห็นว่าเปน็ เสยี้ นหนามหลกั ตออนั ใหญอ่ ยใู่ นแผน่ ดนิ จะละ
ไว้มิได้ ขอใหป้ รวิ รรตออกประหารเสยี ...”
ในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา บันทึก เหตุการณ์ว่า
“เจา้ พระยามหากษัตรยิ ศ์ ึกได้ปรกึ ษากับพวกหมู่มขุ อามาตยว์ า่ เมอ่ื พระเจา้ แผน่ ดนิ
เปน็ อาสัตย์อาธรรมดังนี้แลว้ จะคดิ อา่ นประการใด เหลา่ เสนาอามาตยต์ า่ งพรอ้ มใจ
กัน เห็นว่า เป็นเส้ียนหนามหลักตออันใหญ่ในแผ่นดินจะละไว้เสียมิได้ ควรจะให้
สาเร็จโทษเสีย แลเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกกล่าวว่า... “เป็นเจ้าแผ่นดินใช้เรา
เป็นไปกระทาการสงครามได้ความลาบาก กินเหงื่อต่างน้า เราก็อุตสาหะกระทา
การศึกมิได้อาลัยแก่ชีวิต คิดแต่จะทานุบารุงแผ่นดินให้สินเส้ียนหนาม จะให้สมณ
พราหมณแ์ ละไพร่ฟ้าประชากรอยูเ่ ย็นเป็นสุขสนิ้ ด้วยกนั กไ็ ฉนอยภู่ ายหลงั ตวั จงึ นา
บุตรภรรยาเรามาจองจาทาโทษ แล้วโบยตีพระภิกษุสงฆ์ และลงโทษแก่ข้าราชการ
และอาณาประชาราษฎรทุกเสน้ หญา้ ท้งั พระพทุ ธศาสนาก็เส่อื มทรุดเศร้าหมองดุจ
เมืองมิจฉาทฐิ ิ จงึ มีรับส่ังให้เอาตัวไปประหารชวี ิตสาเรจ็ โทษเสีย...”
การประหารชวี ติ ในอดตี ของไทย
เพชฌฆาตกับผู้คุมก็ลากตัวพระเจ้าตากขึ้นแคร่หามไปกับท้ังสังขลิก
พันธนาการ เจ้าตากจึงว่าแก่ผู้คุมเพชฌฆาตว่า ตัวเราส้ินบุญจะถึงท่ีตายอยู่แล้ว
ชว่ ยพาเราไปหาท่านผู้สาเรจ็ ราชการ จะขอเจรจาดว้ ยสักสองสามคา ผ้คู มุ ก็ให้หาม
เข้ามา ณ ศาลาลูกขุน (เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก) ได้ทอดพระเนตรจึงโบกพระ
หัตถ์มิให้นาเข้าเฝ้า ผู้คุมและเพชฌฆาตก็หามออกไปยังนอกพระราชวัง ถึงหน้า
ปอ้ มวชิ ัยประสิทธ์ กป็ ระหารชีวติ ตัดศีรษะถงึ แก่พิราลัย จึงมีรบั ส่ังให้เอาศพไปฝังไว้
ณ วดั บางย่ีเรอื ใต้ และเจา้ ตากขณะเมื่อสน้ิ บุญถงึ ทาลายชพี นน้ั อายไุ ด้สี่สิบแปดปี
“สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงถูกสาเร็จโทษตามคาสั่ง “ประหาร” ในเช้าวัน
เสาร์ เดอื น 5 แรม 9 ค่า ปีขาล จตั วาศก จลุ ศักราช 1144 ตรงกับวนั ท่ี 6 เมษายน
พ.ศ.2325 อยู่ในราชสมบัติ 14 ปี 4 เดือน”เป็นการสาเร็จโทษตามคาส่ัง
“ประหาร” การส้นิ พระชนมข์ องพระองคต์ ามคาสงั่ ประหาร ในครั้งนย้ี ังเป็นการใช้
ดาบตัดพระเศียรเหมือนนักโทษร้ายแรงช้ันสามัญชน
วดั บางยี่เรอื ใต้ หรอื วดั อนิ ทาราม
วัดบางยี่เรือใต้ หรือวัดอินทาราม เป็นวัดโบราณสมัยอยุธยา ภูมิประเทศ
เดมิ มลี ักษณะเป็นป่าสะแกทบึ ฝง่ั ตรงขา้ มเปน็ ทีล่ ุ่มมีหญา้ และกกขน้ึ หนาแนน่ อยใู่ น
น้าตื้น ๆ คล้ายป่าพรุ ถ้ามีเรือล่องมาในลาคลองจะต้องอ้อมคุ้งมองเห็นได้ชัด จึง
เหมาะเป็นชัยภูมิซุ่มยิงได้ดี จึงเรียกว่า บังยิงเรือ ต่อมาเพี้ยนเป็นบางย่ีเรือเดิมชื่อ
วัดบางยี่เรอื นอก สมเด็จพระเจ้าตากสนิ ทรงปฏิสังขรณ์ สถาปนาขนึ้ เปน็ พระอาราม
หลวงชั้นเอกพิเศษ และได้ทรงถวายพระเพลิง พระบรมศพพระราชชนนี ณ วัด
แห่งนี้ ในวันพฤหสั บดี แรม คา่ เดอื น 6 พ.ศ. 2318 ในปี พ.ศ. 2323
พระเจดยี ว์ ดั อนิ ทาราม เป็นสถานทเี่ กบ็ พระบรมอฐั สิ มเดจ็ พระเจ้าตากสนิ
สมเด็จพระเจ้าตากสิน ทรงสั่งให้ สมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก และ
เจ้าพระยาสุรสีห์ยกกองทัพไปตีเขมร และมีรับส่ังให้พระเจ้าลูกยาเธอกรมขุน
อินทรพิทักษ์ซึ่งเป็นพระโอรสองค์ใหญ่ ทรงเป็นอุปราชเป็นทัพหนุน อีกท้ังมีรับสั่ง
เมื่อปราบเขมรได้แล้ว ให้ทาการอภิเษกกรมขุนอินทรพิทักษ์ ข้ึนปกครองเขมร
ในชว่ งน้พี ระองค์มักจะเสด็จออกจากวังมาวิปัสนากรรมฐานประทับในพระอุโบสถ
วัดอินทาราม(บางยี่เรือใต้)อยู่เสมอ และบ่อยครั้งจะประทับแรม ณ วัดแห่งนี้ เมื่อ
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเสด็จสวรรคต ในปี 2325 ได้นาพระศพมาฝังไว้ที่
วัดอนิ ทารามแห่งนี้
เหตุการณ์ หลงั จาก “สมเด็จพระเจ้าตากสินฯ” ส้นิ พระชนม์
ในการเปลย่ี นแผน่ ดินต้องกาจดั เชอ้ื พระวงศแ์ ละเหลา่ ขนุ นางทจี่ งรกั ภกั ดขี อง
พระเจา้ แผ่นดินองคก์ อ่ นให้หมดส้นิ ไม่ใหเ้ ป็นเสีย้ นหนามอีกตอ่ ไป นเี่ ปน็ สัจธรรมที่
ต้องเกิดข้ึนกับผู้ใกล้ชิดกับพระเจ้าตากสินฯ ทุกๆคน ดังที่ปรากฎในพระราช
พงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาได้บันทึกเหตุการณ์ไว้ว่า “ฝ่ายกรมขุนอินทรพิ
ทักษ์และพระยากาแหงสงครามมิทันแจง้ ว่าข้างในพระนครผลดั แผน่ ดนิ ใหม่ จงึ แตง่
หนังสือบอกให้ข้าหลวงถือมากราบทูลใจความว่า เขมรกลับเป็นกบฎเข้าล้อม
กองทพั พระเจ้าลกู เธอไว้ ณ เมืองพุธไธเพชร แต่กองทัพเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก
กับกองทัพเจ้าพระยาสุรสิงห์น้ัน เลิกหนีไป...คร้ันสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ังสอง
พระองค์ไดท้ รงทราบในหนังสือบอก กท็ รงพระสรวล ดารัสว่า อ้ายหูหนวกตาบอด
มิได้รู้การแผน่ ดนิ เปน็ ประการใด กลบั บอกกล่าวโทษกู เขา้ มาถึงกูอกี เล่า ฝ่ายกรม
ขุนอินทรพิทักษ์และพระยากาแหงสงคราม...ตีกองทัพเขมรแหกออกมาได้ รีบยก
ทพั มาถึงเมืองปราจนี ครั้นแจ้งเหตุว่า ผลัดแผ่นดินใหม่แล้ว.............กรมขุนอิทรพิ
ทักษ์และพระยากาแหงสงครามกับคนสนิท 5 คนก็พากันหนีไปอยู่ตาบลเขาน้อย
แห่งหนึ่งใกล้เขาปัตวี และกรมการเมืองปราจีนบอกเข้ามากราบทูลพระกรุณาให้
ทราบ
คร้ัน ณ วันอาทิตย์ เดือน 6 แรม 2 ค่า สมเด็จพระอนุชาธิราชกราบถวาย
บังคมล ยกพลข้ึนไปหกพันเศษถึงเมืองสระบุรี ให้แยกกันไปหลายกองเที่ยวค้นใน
ป่า เข้าล้อมจับกรมขุนอินทรพิทักษ์กับพระยากาแหงสงครามและบ่าว 5 คนได้ที่
เขาน้อยนั้น คุมลงมาถวาย ณ กรุงธนบุรี...บ่าว คนนั้นทรงพระกรุณาตรัสว่า เป็น
คนมกี ตญั ญูไมท่ ิง้ เจ้า โปรดฯ ปล่อยเสียไมเ่ อาโทษ
ครั้น ณ วันเสาร์ เดือน 6 แรม 8 ค่า ทรงพระกรุณาให้ถามกรมขุนอินทรพิ
ทกั ษว์ ่า ถ้ายอมอยู่จะเล้ียง ด้วยหาความผิดมิได้ กรมขุนอินทรพิทักษ์ให้การว่า ไม่
ยอมอยู่ จะขอตายตามบดิ า สมเด็จพระเจา้ อยู่หัวทง้ั สองพระองคจ์ ึงดารสั ใหน้ ายจยุ้
กรมขุนอินทรพิทักษ์และขุนชนะพระยากาแหงสงครามนั้นไปประหารชีวิตเสีย ”
เม่ือสาเร็จโทษกรมขุนอินทรพิทักษ์และพระยากาแหงสงครามแล้ว พระราช
พงศาวดารได้บันทึกเหตุการณ์ต่อจากน้ีไปอีกว่า “ถึงวันจันทร์ เดือน 6 ข้ึน 4 ค่า
เพลา 5 โมงเช้า สมเด็จพระอนุชาธิราชเสด็จเดินทัพมาถึงพระนครข้ึนเฝ้าสมเด็จ
พระเชษฐาธิราช ณ ท้องพระโรง ดารัสปรึกษาราชการแผ่นดินด้วยกันแล้ว เสด็จ
ออกจากที่เฝ้าให้ตารวจไปจับข้าราชการทั้งปวง บรรดาที่มีความผิดขุ่นเคืองกับ
พระองค์มาแตก่ ่อนใหป้ ระหารชวี ติ ท้งั แปดสิบคนเศษ”
เกิดอะไรขึ้นกับกรมขุนอนุรักษ์สงคราม พระยาสวรรค์และขุนนางอื่นๆที่ร่วม
ขบวนการกบฎ?
พระบรมราชานสุ าวรีย์ รัชกาลที่ 1 ท่ี อทุ ยานราชภกั ดิ์
พระยาสรุ ิยอภยั พระเจ้าหลานเธอ ใหต้ ารวจคมุ ตวั กรมขนุ อนรุ กั ษส์ งครามกบั
ขุนนางท่ีมีชื่อซ่ึงเป็นสมัครพรรคพวก 39 คน มีพระยาเพชรพิชัย พระยามหา
อามาตย์ พระยากลางเมือง หลวงราชวรินทร์ หลวงคชศักด์ิ เป็นต้น เข้ามาถวาย
พระที่น่ัง และทราบทูลว่า คนเหล่าท่ีเข้าพวกกรมขุนอนุรักษ์สงครามยกมารบ จึง
ดารัสให้เอาขุนนางทั้ง 39 คนน้ันไปประหารชีวิตเสีย และตัวกรมขุนอนุรักษ์
สงครามน้ันให้เอาไว้ก่อน และให้พิจารณาชาระให้เอาพวกเพื่อนอีก ให้การซักถึง
พระยาสรรค์และหลวงเทพผู้น้องกับเจ้าพระยามหาเสนา พระยารามัญวงศ์จักรี
มอญ พระยาพชิ ิตณรงค์ หลวงพศั ดกี ลาง และคนเหล่านี้คบคดิ กนั ในการไปรบพระ
เจา้ หลานเธอ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดารัสให้เอากรมขุนอนุรักษ์
สงครามและพระยาสรรค์ หลวงเทพผนู้ อ้ งและขนุ นางท้งั สี่ซ่งึ คิดกันนั้น ใหป้ ระหาร
ชีวิตเสีย พอกองทัพพระยาธรรมามาถึง คุมเอาตัวกรมขุนรามภูเบศร์เข้ามาถวาย
จงึ เอาตวั ไปประหารชวี ิตเสียดว้ ยกันในวันนน้ั กบั ทงั้ พวกญาตวิ งศเ์ จา้ ตากสนิ บรรดา
ท่ีเป็นชายนั้นท้ังสิ้น...เจ้าฮั้นซ่ึงเป็นน้าของเจ้าตากสินและเจ้าส่อนหอกลางซึ่งเป็น
กรมหลวงบาทบรจิ าอัครมเหสีกบั ญาตวิ งศ์ท่เี ป็นหญงิ นน้ั ใหจ้ าไว้ท้งั สิ้น”
รวมความแล้ว ในการเปล่ยี นแผน่ ดนิ คร้งั น้ี มีผใู้ กล้ชดิ และบรรดาขุนนางข้าง
สมเด็จพระเจา้ ตากสิน รวมทงั้ ผ้ทู ่เี ป็นเส้ยี นหนามจากการกบฎซ่งึ เป็นชายทั้งส้นิ นั้น
ถูกประหารชีวิตไปคงไม่น้อยกว่า 150 คนในจานวนน้ี มีญาติวงศ์ในพระราชวงศ์
กรงุ ธนบรุ ี ถูกสาเร็จโทษไปเพยี ง 4 พระองคเ์ ท่านัน้ เป็นพระเจ้าลูกเธอในพระอัคร
มเหสี 2 พระองค์ คือ กรมขุนอินทนพิทักษ์กับสมเด็จฯ เจ้าฟ้าน้อย และเป็นพระ
เจา้ หลานเธอ 2 พระองค์ คอื กรมขนุ อนรุ กั ษส์ งครามและกรมขุนรามภูเบศร์ แต่
ยังไม่จบเพียงแค่น้ี และพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขายังได้บันทึก
เหตุการณ์ต่อไปว่า“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวังบวรฯ เสด็จลงมาเฝ้า
กราบทลู วา่ บรรดาบุตรชายน้อยๆของพระเจา้ ตากสิน และขอรบั พระราชทาน เอา
ใสเ่ รือไปล่มนา้ เสียให้ส้ิน คาบุราณกล่าวไว้ ตัดหวายย่าไว้หนามหน่อ ฆ่าพ่ออย่าไว่
ลูก ซึ่งจะเลี้ยงไว้หาประโยชน์ไม่ จะเป็นเสี้ยนหนามไปภายหน้า สมเด็จ
พระพทุ ธเจา้ หลวงทรงอาลยั อย่ใู นเจ้าฟา้ สพุ ันธุวงศ์ (เจ้าฟา้ เหม็น) พระราชนดั ดาจงึ
ดารัสแก่สมเด็จพระอนชุ าธิราชขอชีวิตไวท้ ัง้ สน้ิ ดว้ ยกัน”
กรงุ รตั นโกสนิ ทรใ์ นอดตี
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช
ในพ.ศ.2325 ขุนนาง ข้าราชการ และราษฎรได้พร้อมใจกันทูลเชิญสมเด็จ
เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกเป็นกษัตริย์ เป็นอันส้ินสุดยุคธนบุรีพร้อมกับมีการ
สถาปนาราชวงศ์ใหม่คือ“ราชวงศ์จักรี” สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกได้
ปราบดาภิเษกข้ึนเป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐม
กษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี และให้ย้ายราชธานีมายังฝ่ังตะวันออกของแม่น้า
เจา้ พระยา และในต่อมาได้พระราชทานนามใหมว่ ่า กรงุ รตั นโกสินทร์
เพราะเหตุใด พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้จดั งานพระบรมศพสมเด็จพระเจ้าตากสนิ ฯ หลังประหารผา่ นมา 2 ปี
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลก
ในปี พ.ศ. 2325 หลังเปล่ียนรัชกาล พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬา
โลก มีพระราชกรณยี กจิ อย่กู บั การจดั การศตั รูทางการเมอื ง โดยในวนั ท่ี 7 เมษายน
หลังการปฏิวัติ 1 วัน ก็มีการ “ชาระบัญชี” กลุ่มคนที่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมือง
โดยเฉพาะเจ้านายและขุนนางท่ีหยบิ ดาบข้ึนต่อต้านการปฏิวัติ เช่น พระเจ้าหลาน
เธอ กรมขุนอนุรักษ์สงคราม พระเจ้าหลานเธอ กรมขุนรามภูเบศ กับขุนนางคน
สาคัญอีกเกือบ 40 คน ถูกประหารทั้งหมด ท้ังมีการปูนบาเหน็จ “ข้าหลวงเดิม”
รวมถงึ ผู้ทมี่ บี ทบาทสาคัญในการปฏิวัติ มีการสถาปนาพระราชวงศ์ การแต่งต้ังขุน
นาง พระสงฆ์ และเร่ิมมีพระราชดาริให้ฐาปนา (ก่อสร้าง) พระราชวังแห่งใหม่ขึ้น
ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้าเจ้าพระยา แต่เมื่อเวลาผ่านไปเหตุการณ์ต่างๆ น่าจะ
สงบลง เริ่มเข้าท่ีเข้าทางหมดแล้ว ศัตรูทางการเมืองถูกกาจัดจนสิ้น การแต่งต้ัง
โยกย้ายข้าราชการสาเร็จลงด้วยดี ไม่น่าจะมี “แรงกระเพ่ือม” หรือความกดดัน
ทางการเมืองจากแผ่นดินก่อน ดังน้ันการรอเวลาถึง 2 ปี เพื่อให้ “อนาคต”
พรอ้ มสมบูรณ์ จึงเป็นจงั หวะเวลาท่เี หมาะสมและมเี หตุผลยงิ่ ที่จะปิดฉาก “อดีต”
ใหส้ นิท ไมม่ ขี ้อครหา ไมม่ เี สยี งซบุ ซิบนินทา และไมม่ ี “สงิ่ สาคญั ” ใดในแผ่นดินเก่า
หลงเหลือตดิ คา้ งมาถึงแผ่นดนิ ใหม่อีก ต่อมาในปี พ.ศ.2327 สมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว
รัชกาลท่ี 1 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานพระบรมศพสมเด็จพระเจ้าตาก
สินฯ โดยรับสั่งให้ “ขุดหีบศพ” ข้ึนมา “ฌาปนกิจ” ทรงเลือกท่ีจะทาอย่าง
“สังเขป” โดยไม่มีพิธีรีตอง ซ่ึงได้มีบันทึกในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์
รัชกาลที่ 1 ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ฉบับตัวเขียน) อมรินทร์.2539, น.49
เขยี นไวว้ ่าสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู ัวท้งั สองพระองค์ ดารัสใหข้ ดุ หีบศพเจ้ากรุงธนบุรีขึ้น
ตงั้ ไว้ ณ เมรวุ ดั บางยี่เรอื ใต้ ให้มีการมหรสพและพระราชทานพระสงฆบ์ ังสกุ ลุ เสดจ็
พระราชดาเนินไปพระราชทานเพลิงทัง้ สองพระองค์ ฝา่ ยเจ้าจอมขา้ งในทัง้ วังหลวง
วังหน้าซ่ึงเป็นข้าราชการครั้งแผ่นดินกรุงธนบุรี คิดถึงพระคุณ ชวนกันร้องไห้
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ทรงพระพิโรธดารัสให้ลงพระอาญาโบยหลัง
ท้ังสนิ้ ”
การส้ินพระชนม์ของสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มีการถกเถยี งอยา่ งหลากหลายยงั หาขอ้
ยุตไิ ม่ได้จน ถึงปจั จุบนั ดังนี้
ข้อมลู จากหลวงวจิ ติ รวาทการ
พระเจ้าตากไม่ได้ถูกประหารแต่หนีไปที่นครศรีธรรมราชและไปส้ินพระชนม์ที่
เพชรบุรี โดยไดร้ บั ขอ้ มลู จากพระญาตขิ องพระเจ้าตาก
หลวงวิจติ รวาทการ
ในปี พุทธศักราช 2494 หลวงวิจติ รวาทการไดเ้ ขียนนยิ ายเรือ่ ง “ใครฆา่ พระ
เจ้ากรงุ ธน” โดยอ้างวา่ เรอ่ื งท่เี ขยี นได้รบั แรงบันดาลใจให้ขอ้ มูลจาก “ผี” ที่หอสมดุ
แห่งชาติกระซิบบอกให้ท่านเขียนเหมือนนักเรียนท่ีเขียนตามคาบอก โดยแบ่ง
เน้ือหาออกเป็น 2 ภาค ภาคแรกเรื่องราวความเป็นมาก่อนเกิดการผลัดแผ่นดิน
เปลยี่ นรัชกาล ส่วนภาคท่ี 2 เป็นเรอ่ื งพระเจา้ ตากตัวจริงไม่ได้ถูกประหารแต่ล้ีภัย
ไปนครศรีธรรมราช โดยหลังจากที่พระยาสรรค์ตีกรุงธนบุรีแตกแล้ว นายทหาร
ฝา่ ยพระเจ้าตากก็วางแผนช่วยเหลือ ซึ่งขณะน้ันพระองค์ผนวชอยู่วัดแจ้ง วัดอรุณ
ราชวราราม โดยหาคนมาแทนพระองค์ซึ่งบุคคลผู้นั้น ต้องเหมือนพระเจ้าตาก น้า
เสียงพูดคล้ายคลึง เลียนแบบกิริยาท่าทีได้ดีเหมือน บุคคลผู้ที่มีคุณสมบัติ
ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ คือ หลวงอาสาศึก (บุญคง) ซ่ึงเป็นทหารออกรบเคียงข้าง
พระองคโ์ ดยเสมอมาโดยปลอมตนเป็นพระภกิ ษเุ ขา้ เฝา้ พระเจา้ ตากทวี่ ดั แจง้ และทา
การเปล่ียนตัวให้พระเจ้าตากหลบหนีออกในช่วงชุลมุนศึกกลางเมืองท่ีฝ่ายพระยา
สรรค์โดยมีพระเจ้าหลานเธอกรมขุนอนุรักษ์สงครามเป็นผู้นาต่อสู้กับฝ่ายพระยา
จักรีมีมีพระสุริยอภัยเป็นผู้นา ซึ่งทางฝ่ายพระสุริยอภัยได้ชัยชนะ ได้เข้าไปจับตัว
พระยาตากปลอมในพระอุโบสถวัดแจ้งนาตัวไปจาขังไว้ รอจนกระท่ังพระยาจักรี
เดินทัพมาถึงกรุงธนบุรี ได้มีพระราชโองการให้นาตัวพระเจ้าตาก(ตัวปลอม)ไป
ประหารชวี ติ ทปี่ อ้ มวไิ ชยประสิทธ์ิ
พระบรมรปู สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ ในโบสถน์ อ้ ยหนา้ พระปรางค์
วดั แจง้ วดั อรุณราชวราราม
พระเจ้าตากเมื่อหนีเล็ดลอดออกจากวัดแจ้งได้เสด็จกับทหารคู่ใจไปซ่อน
พระองค์อยู่ท่ีเมืองนครศรีธรรมราชภายใต้การปกป้องดูแลจากเจ้าพัฒน์อุปราช
เมืองนครศรีธรรมราช พระองค์ยังคงอยู่ในสมณเพศประทับอยู่นครศรีธรรมราช
เพียง 2 ปี ได้เสด็จไปเมืองเพชรบุรี และมีข่าวร่ัวไหลในการที่พระเจ้าตากหนีมา
ประทับอยู่ท่ีเพชรบุรี อันนามาสู่ภัยร้ายสู่พระองค์โดยขณะที่ทรงพระเจริญ
วิปัสสนากรรมฐานอยู่ในถ้าเมืองเพชรบุรี ได้มีผู้รอบปลงพระชนม์ตีพระเศียร
เบ้ืองหลงั ลม้ ควา่ ส้ินพระชนม์
ซ่ึงการเขียนนิยายพระเจ้าตากจากผีบอกนี้ หลวงวิจิตรวาทการได้เฉลย
เบ้ืองหลงั ของเรอ่ื งราวจาการที่ ท่านไดร้ บั ข้อมูลพรอ้ มหลกั ฐานจากเชอื้ สายตรงจาก
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซ่ึงเร่ืองการสิ้นพระชนม์ดังกล่าวข้างต้นของ
พระองค์กลายเปน็ ความเชื่อทีแ่ พร่หลายอีกเรือ่ งหนงึ่ มาจนถงึ ปัจจุบัน
นอกจากนั้นยังมคี วามเชื่อในเร่ืองทีพ่ ระเจ้าตากกับรัชกาลท่ี 1 ตกลงกนั ในทางลบั ที่
จะทาให้ไทยไม่ตอ้ งใช้หนี้เมอื งจนี ท่ีพระเจ้าตากูย้ ืมเงนิ มาทาสงครามดังน้ี
รชั กาลท่ี 1
เป็นทร่ี ู้ทว่ั ไปอยแู่ ล้ว วา่ คนจนี ได้ใหส้ มเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรีมหาราช
ทรงยมื ทรัพย์สินเงินทองมาจากเมอื งจนี จานวนมหาศาล เพอ่ื ทรงใชจ้ า่ ยในการสรา้ ง
ชาติไทย ให้ฟ้ืนจากสภาพยับเยินเสียหาย หลังจากทรงกอบกู้อิสรภาพของไทยคืน
มาได้แล้ว ความมุ่งหมายสาคัญของเมืองจีนในการแสดงน้าใจให้ความร่วมมือ
ยง่ิ ใหญค่ ร้ังนนั้ จนี เองตอ้ งรู้ดี และสมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรีมหาราช ผู้ทรง
พระชาติสูงส่งด้วยพระปรีชาญาณย่ิงนักก็ต้องทรงหยั่งรู้เช่นกัน แต่ก็ทรงมั่นพระ
ราชหฤทัยว่าจะทรงสามารถแก้ไขเหตุการณ์ให้เป็นผลดีแก่ประเทศไทยของ
พระองค์ได้ จึงทรงรับความร่วมมือของจีนไว้อย่างเต็มที่ มีผลให้ทรงบูรณะ
สรา้ งสรรคท์ ุกส่ิงทุกอย่างจนไทยกลับคืนสูค่ วามเป็นประเทศเอกราชไดอ้ ยา่ งงดงาม
เต็มความสามารถในขณะนั้น ครั้นปรากฏผลสัมฤทธ์ิประจักษ์ว่า สมเด็จพระเจ้า
ตากสินกรุงธนบุรีมหาราช ทรงพระปรีชาสามารถย่ิงนักในฐานะทรงเป็น
พระมหากษัตริย์ไทย จีนก็สาแดงความจริงใจให้แจ้งชัดต่อพระองค์ ยื่นคาขาดให้
ทรงส่งทรัพยส์ นิ เงินทองทท่ี รงยมื มาใช้คนื ให้หมดสน้ิ ในทนั ทไี มย่ อมใหม้ กี ารผอ่ นผนั
หรือมฉิ ะนนั้ ก็จะถอื เป็นเหตุกาลังบุกไทยเขา้ ทวงหนแ้ี มเ้ ปน็ หนี้ส่วนพระองค์สมเด็จ
พระเจ้าตากสินกรุงธนบุรีมหาราช มิได้ทรงนาชาติเข้าไปเก่ียวข้องให้เป็นหน้ีส่วน
ของไทยด้วยก็ตามน่าจะเป็นไปได้ด้วยว่า ก่อนจะมีการย่ืนคาขาดบีบบังคับให้ทรง
ใช้หน้ีอย่างฉับพลันทนั ที อาจจะมกี ารชักจงู โนม้ นา้ วพระราชหฤทยั ใหท้ รงเหน็ ดเี หน็
งาม ว่าสาหรับพระองค์ท่านนั้นจีนมีความสาคัญยิ่งกว่าไทย จึงควรทรงเห็นกับจีน
ยิง่ กว่าเห็นกับไทยและยกไทยใหข้ นึ้ กบั จีนเสียแต่ทรงมีพระมหากรุณาต่อไทยพ้นที่
จะราพนั ท้งั ยังทรงมพี ระขัตตยิ ะมานะอันลา้ เลิศ ซึง่ เป็นพระมานะของขัตติยะไทย
เหตดุ ้วยทรงเป็นขัตติยะแห่งไทย มิใช่ทรงเป็นขัตติยะแห่งจีนจึงไม่ทรงโอนอ่อนไป
ด้วยจนี แมแ้ ตน่ อ้ ยทรงมพี ระราชหฤทัยเด็ดเด่ียวแน่วแน่มั่นคง ว่าพระองค์ทรงเป็น
พระมหากษัตริยข์ องไทยแล้ว ทรงมหี นา้ ทจ่ี ะตอ้ งปกปอ้ งคุ้มครองไทยใหด้ ารงความ
เปน็ ไทยอยู่ช่วั ฟ้าดินสลาย เหตุผลอน่ื ใดแม้ความตายก็ไมอ่ าจทาลายความเดด็ เดยี่ ว
แห่งนา้ พระราชหฤทยั ได้
ดังนั้นแผนการใชก้ าลงั เขา้ ยดึ ครองไทยของจนี โดยยกการทวงหนเี้ ป็นเหตบุ งั
หน้าจงึ เร่ิมขึน้ ควรเห็นพระราชหฤทัยสมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ กรงุ ธนบรุ มี หาราช
ยิ่งนักไทยยังสะบักสะบอมเพราะสงครามกู้เอกราชที่เพิ่งจบสิ้น จะให้ทาศึกกับจีน
อีกในยามนน้ั ย่อมทรงอัดอัน้ ตันพระราชหฤทยั เปน็ ทสี่ ุด เพราะย่อมทรงตระหนักดี
วา่ จะหาทางทรงนาไทยให้ชนะทัพใหญ่ของจีนไดน้ ั้นไมม่ ี
สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกในขณะนั้น หรือสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
จุฬาโลกมหาราช องคป์ ฐมบรมราชจักรีวงศ์พระองค์เดียวเท่านั้น ท่ีสมเด็จพระเจ้า
ตากสินกรุงธนบุรีมหาราชจะทรงพ่ึงให้เป็นที่พ่ึงของไทยได้อันพระบรมราชกุศโล
บายของสองสมเด็จพระบุรพบรมกษตั รยิ าธิราชเจา้ จอมสยามทที่ รงรว่ มรกั ษาความ
เป็นไทของไทยพระราชทานไว้ยั่งยืนสืบมาจนบัดนี้น้ัน เต็มไปด้วยความเสียสละ
ใหญ่หลวงเกินกวา่ คนทงั้ ปวงจะทาได้ สมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรีมหาราช
ทรงจงพระราชหฤทัยม่ันสละพระชนม์ชพี พระองคเ์ อง
สมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช
สมเด็จพระพุทธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช ทรงพระราชหฤทัยแน่วแน่สละแม้
พระเกียรติศักด์ิพระเกียรติยศปรากฏในประวัติศาสตร์ว่า ทรงมีพระบรมราช
โองการให้ประหารสมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรีมหาราช ผู้พระปิยสหายผู้ทรง
พระคุณยิ่งใหญ่ต่อชาติและต่อพระองค์ แล้วทรงปราบดาภิเษกข้ึนเป็นพระเจ้า
แผ่นดนิ แทน! พระบรมราชกุศโลบายแสนแยบยลลึกซึ้ง เกินกว่าใครทั้งนั้นจะ
ตามทันเขา้ ใจถึง จีนจึงตายใจสนิท แผนที่คิดจะยึดครองไทยพังทลายในพริบตา
ทัพท่ีจะกรีธาเข้าทวงหน้ีทาไม่ได้ เพราะข่าวร้ายลือล่ัน ว่าสมเด็จพระเจ้าตากสิน
กรุงธนบุรีมหาราช ลูกหน้ีใหญ่ของจีนนั้นต้องพระราชอาญาสวรรคตเสียแล้วพระ
เจา้ แผน่ ดนิ พระองค์ใหม่ของไทยทรงเปน็ ไทย และทรงเป็นไทย หาใชล่ ูกหน้ขี องจนี
ไม่ไทยกเ็ ชอ่ื สนิท ประวตั ศิ าสตร์จงึ ผิดมหันต์ เกิดผลให้แม้คนไทยด้วยกนั กเ็ ข้าใจผดิ
สบื ตอ่ มา ภาพพจนท์ ่ีปรากฏตราใจไมเ่ ป็นดังความจรงิ ทคี่ นไทยจกั ภมู ใิ จเหนอื ความ
ภมู ใิ จทัง้ หลายท้ังนัน้ ท่านผู้เฒ่าผู้ทรงพระคุณท่านกลั่นกรองเร่ืองราว ยก
เหตุผลมากลา่ วช้แี จงแสดงให้ไตรต่ รองตาม ด้วยความประณีตจนบนั ดาลใจไทยท่ัว
กัน
นอกจากความเชื่อว่าพระเจ้าตากสละรา ชสมบัติเพราะเป็นหนี้จีน มีนัก
ประวัติศาสตร์ไม่เห็นด้วยกับประวัติศาสตร์ช่วงน้ีมีหลายท่านดังน้ี ผู้แสดงความ
คิดเหน็ คัดคา้ นในเรอ่ื งนี้ดังน้ี
จากหนังสือศลิ ปวัฒนธรรม ฉบบั เดือนพฤษภาคม 2560 ชวนกันติดตามเรอื่ ง
ของ “สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช” กับ “เงินกู้บันลือโลก” ทรงกู้เงิน 60,000
ตาลึงจากเมืองจีน จริงหรือไม่'” โดย เอกชัย โควาวิสารัช นายแพทย์จาก
โรงพยาบาลราชวิถี วิเคราะห์ว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงกู้มาจากเมือง
จีนเพ่ือใช้บูรณะบ้านเมือง แต่เมื่อถึงเวลาต้องใช้หนี้ เงินในท้องพระคลังมีเงินไม่
เพยี งพอ พระองค์จึงออกอุบาย “แกล้งเสยี สติ” แลว้ ยกบ้านเมืองให้เจา้ พระยาจักรี
(ทองด้วง) ไปปกครอง เพื่อหนีความรับผิดชอบเรื่องหนี้สิน หากเจ้าหนี้จะมาท
วงเงินก็สามารถปฏิเสธได้ว่าเป็นเร่ืองของผู้ปกครองแผ่นดินก่อน ไม่เก่ียวข้องกัน
การเปลี่ยนพระเจ้าแผ่นดิน ใช้เป็นเครื่องมือการผลักภาระหน้ีสินไม่ได้ เพราะใน
เอกสารหลกั ฐาน พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ท่ีปราบดาภิเษกข้ึนมา
ยังอา้ งองิ ว่าพระองคเ์ ปน็ “ลูก” ของสมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราช มใิ ชก่ ษตั รยิ ์ใน
ราชวงศ์ใหม่ ท้งั เป็นไปไม่ได้ทจี่ ีนจะใหส้ มเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราชกเู้ งนิ เพราะท่ี
ผ่านมาจีนไม่ยอมรับการข้ึนครองราชย์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แม้จะ
พยายามส่งเคร่ืองราชบรรณาการอยู่หลายต่อหลายครั้ง และสืบเน่ืองจากเหตุผล
ข้างต้น การส่งคณะทูตและเคร่ืองราชบรรณาการจิ้มก้องจีนแต่ละครั้งต้องใช้เงิน
จานวนมาก ซง่ึ บางคร้งั มากกว่า เงิน 60,000 ตาลึงที่อ้างว่ากูจ้ ากจีนด้วยซ้า
ข้อมูลจากภิกษณุ ีวรมยั กบลิ สงิ ห์
พระเจา้ ตากหนีราชภยั มาประทับอยูท่ ่ีนครศรีธรรมราช
ภิกษุณวี รมัย กบิลสิงห์
เรื่องน่าเศร้าในเวลานั้นก็คือ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวพระเจ้าตากสิน
มหาราชทรงร้อนพระทัยด้วยจะต้องหาเงินใชห้ นเ้ี ขา จงึ ให้ขุนนางออกไปเรง่ รัดเก็บ
เงนิ เขา้ ท้องพระคลัง ขุนนางก็ไปรีดนาทาเร้นราษฎรเอาเข้ากระเป๋าของตัวเอง ทา
ให้ราษฎรเดือดร้อนมาก พวกที่ไปขุดค้นของเก่าก็ไม่ซ่ือตรงต่อพระเจ้าอยู่หัว และ
ไปคดโกงราษฎรทาใหร้ าษฎรเดอื ดรอ้ นเป็นอนั มาก
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระเจ้าตากสินมหาราช จึงดารัสให้พระยาสรรค์ขึ้นไป
ณ กรุงเก่า พิจารณาจับตัวพวกขบถเหล่าร้ายให้จงได้พระยาสรรค์กลับเป็นแม่ทัพ
ลงมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงทายอมรับผิดทุกอย่าง ขอแต่บรรพชา ตาม
แผนการทีไดต้ กลงกนั ไวพ้ ระยาสรรคก์ ต็ อ้ งรบี สง่ ขา่ วไปให้เจา้ พระยามหากษตั รยิ ศ์ กึ
ให้ยกกองทัพมา เพ่ือจะรับราชสมบัติตามที่ปรึกษากันไว้ วันท่ีพระพุทธเจ้าอยู่หัว
ทรงบรรพชานั้นเป็นวันอาทิตย์ เดือนส่ี แรม 11 ค่าศักราช 1143 ทรงผนวช ณ
พระอุโบสถวดั แจง้ ภายในพระราชวัง และเสด็จดารงราชอาณาจักรอยใู่ นราชสมบตั ิ
ได้สิบห้าปี (จากพระราชพงศาวดาร หนา้ 182)
น้าใจโลเลของพระยาสรรค์
ถา้ พระยาสรรคท์ างานดว้ ยใจมน่ั คง เรื่องของเรื่องกจ็ ะสงบเพยี งเทา่ น้ี ไมต่ อ้ ง
ประหตั ประหารคนดๆี ใหต้ ายไปอีกหลายคน ซึ่งเปน็ ทนี่ า่ เสยี หาย แตเ่ พราะพระยา
สรรค์เป็นคนโลเลมีจิตใจไม่มั่นคงทาท่าว่าจะรักษาราชสมบัติไว้ให้พระยามหา
กษัตริยศ์ ึก แล้วกลับอยากไดเ้ สียเอง จนถงึ กบั กล้าเอาเงนิ ในท้องพระคลงั ซ่งึ สมเดจ็
พระพุทธเจ้าอยู่หัวพระเจ้าตากสินมหาราช ให้ติดท้องพระคลังไว้ ให้กษัตริย์องค์
ใหม่จะได้มีทุนทานุบารุงบ้านเมืองต่อไป ไม่ยากจนอย่างท่ีท่านเคยประสบมาแล้ว
พระยาสรรค์เกดิ อยากเปน็ ใหญเ่ ป็นโตเอาเงนิ ออกแจกจา่ ยหาซื้อพรรคพวก แล้วให้
ไปรบกับหลานของพระยามหากษัตริย์ศึก พอแพ้ก็หมดท่าท่ีจะต่อสู้ พอพระยา
มหากษัตรยิ ศ์ ึกเข้ามาได้ เรือ่ งกใ็ หญโ่ ตเกินกว่าท่ีคดิ ไว้ ต้องจบั ประหารเสียมากมาย
อนาถใจที่สุด
พระภกิ ษพุ ระเจา้ ตากสนิ
คณุ มั่นผู้กตัญญู
พระยาสุริยภัย กับ พระยาสรรค์ บังคับให้ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ผนวช แล้วเอาเครื่องจองจาใส่ครบมารับโทษถงึ ขน้ั ประหาร แต่เมอ่ื จะประหารจริง
นั้น คุณม่ันผู้มีความกตัญญูกตเวทีต่อองค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ยอม
อทุ ิศชีวิตตายแทนระเจ้าอย่หู ัว คุณม่ันเป็นวีรบรุ ุษโดยแท้
เมอื่ เพชฌฆาตไดป้ ระหารชีวิตคุณมั่น วีรบุรุษแทนพระพุทธเจ้าอยู่หัวสมเด็จ
พระเจ้าตากสินมหาราชแล้ว พระญาติสนิทก็พาพระองค์หลบซ่อนอยู่ในบ้านท่ี
มิดชิดช่ัวเวลาหนึ่ง ส่วนคุณประยงค์ ซึ่งรักพี่ชายเหมือนพ่อก็อุตส่าห์ปลอมตัวเป็น
ชายเดินทางไปหาท่ีเงียบสงบ เพื่อให้พระเชษฐาได้ทรงหลบซ่อนและปฏิบัติธรรม
ตามความประสงคข์ องท่าน
คุณประยงค์กับน้องชายไปถึงนครศรีธรรมราช คนทางทางโน้นก็พาไปดูที่
ทาง ทเี่ ขาขนุ พนม ซงึ่ เป็นทีล่ ับตาคน คงจะพอพักได้สบาย คุณประยงค์ดูแล้วชอบ
ใจ จึงรีบกลับมาธนบุรี จัดจ้างเรือเป็นพาหนะออกเดินทางในเวลากลางคืน มี
ผู้ติดตามเป็นทหารชั้นผู้น้อยไป 3 คน เป็นหญิง 2 คน คือคุณประยงค์คนหน่ึง กับ
ญาติอีกคนหนงึ่
วดั เขาขนุ พนม นครศรีธรรมราช
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงแต่งพระองค์ด้วยเส้ือผ้าเก่าๆแบบพ่อ
ค้าขายข้าวคนทกุ คนก็แต่งตัวอย่างลูกเรือส่งของต่างจังหวัดทาเป็นว่าขายข้าวแล้ว
จะกลับเมือง และเดินทางอย่างเต็มท่ีในเวลากลางคืน รอนแรมมาหลายวันจึงถึง
นครศรีธรรมราช ผู้จงรักภักดี 3-4 คน รอรับเสด็จอยู่ และพาขึ้นบกในตอนที่ผู้คน
หลับแล้ว เมอื่ มาถงึ เขาขนุ พนม ทา่ นสมภารจนี องคห์ นง่ึ กจ็ ัดการบรรพชาอุปสมบท
ให้สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้สาเร็จเป็นองค์พระทันที และคุณประยงค์
พระน้องนางกไ็ ดบ้ รรพชาตามเสดจ็ ดว้ ยในวนั ตอ่ มา
วดั เขาขนุ พนม
ที่เขาขนุ พนมน้นั มีทิวทศั นท์ นี่ ่าอยนู่ ่าชมเปน็ อันมาก ลาหว้ ยนนั้ นา้ ใสเยน็ อาบ
ได้สบายดี แมน้ า้ จะเข้าปากก็ไม่เค็มและซักผ้าได้แสนสะอาด น้าในบ่อใหญ่ภายใน
วัดน้ันจืดสนิท ด่ืมได้อย่างแช่มชื่นใจ เพราะใสเย็น ตลอดทางเป็นป่าแกมสวน มี
ผู้คนน้อย ความสกปรกและกล่ินเหม็นจงึ ไม่มี ทีเ่ ชิงเขาน้นั มพี รรณพฤกษชาตินานา
ชนิดบางชนิดมดี อกหอมเยน็ ช่ืนใจ บางชนิดใบเขยี วชอมุ่ พอเหน็ แลว้ เยน็ นยั นต์ า ตน้
หมาก มะพร้าว ชมพู่ และขนุนมีอยู่ห่างๆกัน และสัตว์ป่าท่ีดุร้ายน้ันไม่มีมาแผ้ว
พานเลย
ถ้าตากฟา้ วดั เขาขนุ พนม
จากการสารวจเขาขุนพนมพบว่า ตามถ้าต่างๆ รอบภูเขา พบ
พระพุทธรูปสมัยดังกล่าวเป็นจานวนมาก หลักฐานบางส่วนหลงเหลืออยู่ใน
พิพิธภัณฑ์ ของวัดเขาขุนพนมสถานท่ีแห่งนี้มีเรื่องราว และร่องรอยความสาคัญ
ทางประวัตศิ าสตร์ โดยเฉพาะความเกีย่ วเนื่องตอ่ ชวี ิตบัน้ ปลายของ สมเดจ็ พระเจ้า
ตากสินมหาราช ท้ังที่เป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุ หรืออย่ใู นรปู มขุ ปาถะเร่อื งเล่า
ต่อๆกันมา วัดเขาขุนพนม เป็นแหล่งศึกษาด้านโบราณคดีและศิลปะและเป็น
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ป่าเขา ท่ีทรงคุณค่าอีกแห่ง ภายในวัดมีอนุสาวรีย์
สมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราช พระตาหนกั ทรงบัลลงั ก์ พระตาหนกั ขาวทรงศีล ถ้า
สมเด็จพระเจ้าตากสิน รอยพระพุทธบาท ถ้าเหวตากฟ้า ถ้าพิศดาร ถ้านางชี
มณฑปพ่อท่านกลาย บ่อน้าศักด์ิสิทธ์ิ สระน้าโบราณ หรือ “สระนางเลือดขาว”
ลกั ษณะส่ีเหล่ียมผนื ผา้ กวา้ งประมาณ 5 เมตร ยาว ประมาณ 10 เมตร อยตู่ ดิ กับ
ประตทู างเข้าวัด ตามตานานกล่าวว่า สระน้า แห่งนี้ไว้สาหรับบาทบริจา นางสนม
กรมใน หรือ ท่ีชาวบา้ นเรียกอีกอย่างหนง่ึ ว่า “แม่ชุดขาว” ซึ่งเป็นหญิงที่ตามเสด็จ
พระเจ้าตากสินใช้ชาระกายกัน และเช่ือว่า “นางเลือดขาว” คือ “หม่อมปราง”
นั้นเอง ท่ีเรียกเช่นนั้น เพราะ มีผิวขาว ด้วยมีเชื้อสายจีนฝ่ายมารดา ต้นน้าถูก
ปลอ่ ยลงมาทางเชิงเขาขุนพนมนนั่ เอง
พระบรมราชานสุ าวรยี ส์ มเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ วดั เขาขนุ พนม
วัดเขาขนุ พนมพร้อมดว้ ยประชาชนผมู้ จี ติ ศรทั ธาตอ่ องคส์ มเดจ็ พระเจา้
ตากสินมหาราชได้ร่วมกันจัดสร้าง พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน
มหาราชไว้ที่วัดเขาขนุ พนมจนแลว้ เสรจ็ และทาพิธีเปิดพร้อมถวายพวงมาลาแดอ่ งค์
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วันท่ี 28 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ซึ่งเป็นวันคล้ายวัน
สถาปนาปราบดาภิเษกขององคท์ า่ นและกาหนดให้ทุกวันท่ี 28 ธันวาคม ของทุกปี
เปน็ วนั ถวายพวงมาลาสักการะองค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทาพิธีสักการะ
ส่ิงศักด์สิ ทิ ธ์ิ พร้อมกบั ทาบุญอุทิศถวายใหอ้ ดีตเจา้ อาวาสของวดั ขุนพนมทผ่ี ่านมา
ท่ีนครศรีธรรมราชมีเพลงร้องเรือท่ีร้องกันต่อเน่ืองมา เชื่อกันว่าน่าจะผูกพัน
เรื่องราวถึงพระเจ้าตาก ซ่ึงมีการแปลตีความเป็นข้อสงสัยจนทุกวันน้ี เน้ือร้องคา
แปลปริศนาเนื้อหามีดงั นี้
ปริศนาเพลงรอ้ งเรือ
ฮาเหอ ว่าแปะ๊ หนวดยาวเราสน้ิ ทกุ ข์ เอาศพใส่โลงดีบกุ คา้ งไวใ้ นดอนดง
ลกู เจา้ จอมหมอ่ มปลดั ถอื ฉตั ร ถอื ธง เอาศพไปคา้ งไว้ในดอนดง
คอ่ ยปลงศพบนเมรใุ หญ่ เหอ
แกป้ ริศนาเพลงรอ้ งเรอื
แปะ๊ หนวดยาว หมายถงึ สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ
โลงดบี กุ หมายถงึ โลงทบ่ี ดุ ว้ ยโลหะดีบกุ -ตะกวั่ (เงนิ ยวง)ซง่ึ มีคณุ สมบตั ทิ ี่
สามารถรกั ษาพระบรมศพ ไดไ้ มม่ กี ลิน่ เชน่ เดยี วกับถา้ ชาของจนี
ทใี่ ชส้ าหรบั ชาใหค้ งคณุ ภาพไดน้ าน
ดอนดง หมายถงึ เขาคุมพนม หรอื เขาขุนพนม ซง่ี ในขณะนนั้ ยงั ไมไ่ ด้
สรา้ งเปน็ วดั ภายหลงั เมอ่ื สรา้ งเปน็ วดั และสรา้ งโบสถม์ หา
อตุ รเพอ่ื เปน็ สถานท่ีประกอบกจิ ทางศาสนาและเกบ็ พระ
บรมศพ ในปี 2330
ลกู หมายถงึ เจา้ นอ้ ย บตุ รหมอ่ มปราง ซง่ึ ตอ่ มา ไดเ้ ปน็ เจา้ เมอื ง
นคร
เจา้ จอมหมอ่ มปลดั หมายถงึ หมอ่ ม และเจา้ จอม ท่ีมไี มน่ อ้ ยกวา่ หนงึ่ ซงึ่ รวมทง้ั
หมอ่ มฉมิ และ หมอ่ มปราง
บตุ รของเจ้าพระยานคร(หน)ู และเปน็ ชายาของสมเดจ็ พระเจา้
ตากสนิ ทง้ั สององค์
ถอื ฉตั ร ถอื ธง ในพระราชพธิ ีเคลอ่ื นหรอื เกบ็ พระบรมศพคอยปลงศพ บนเมรุ
ใหญ่ เหอ คอื คอ่ ยปลงพระบรมศพทเี่ มรุใหญ่ ทสี่ นามหนา้ เมอื ง
ซง่ึ เปน็ วหิ ารพระสงู ในปจั จบุ ันทว่ี า่ “คอย” นนั้ ก็ เพราะคอย
ปลงศพพรอ้ มกบั ศพของเจา้ พระยานคร(หน)ู ซง่ึ สนิ้ ชพี ทก่ี รงุ เทพ
เปน็ ทนี่ ่าสงั เกตวา่ สน้ิ ชพี ในระยะใกลเ้ คยี งกบั สมเดจ็ พระเจา้
ตากสนิ
ทาไมพระเจ้าตากถึงหนีราชภยั มาอยู่นครศรธี รรมราช
วดั ทา่ โพธ์ิ นครศรธี รรมราช ในอดตี
พ.ศ. 2312 พระเจ้าตาก ไดใ้ หแ้ ม่ทัพนาทหารมาตีชุมนุมเจา้ นครศรธี รรมราช
แต่ก็พ่ายแพ้กลับไปถึง 2 คร้ัง ในปีเดียวกันนี้เองพระองค์เสด็จยกทัพมาด้วย
พระองค์เองโดยใหท้ หารเรือเข้าทางปากน้าทา่ ซัก เขา้ สทู่ างเรอื หนา้ วดั ทา่ โพธ์ิ ซงึ่ ใน
ขณะน้ันเป็นวัดท่าโพธิ์เก่า เมื่อถึงท่าน้า ข้ึนประทับช้างทรงเดินทัพเข้าสู้ตัวเมือง
นครศรีธรรมราช เจ้านคร(หนู) ทราบขา่ วหนีไปยงั เมืองปตั ตานี บริเวณท่ีจดั ทับเปน็
บรเิ วณท่าน้าคลองทา่ วงั หนา้ วดั ท่าโพธิ์โดยอดีตเดิมเป็นท่าเรอื ใหญ่ (ทา่ หนอน) ทม่ี ี
คลองกวา้ ง มีเรอื สาเภานาสนิ ค้าเข้ามาคา้ ขายในเมืองนครศรีธรรมราช เข้าใจว่าใน
สมัยนั้น เมืองท่าโพธิ์ยังไม่เป็นถนน เป็นเพียงท่าน้านาสินค้าจากเรือข้ึนสู่ฝั่ง เป็น
ทางเดินแคบๆ ท่ีไม่สะดวกในการเดินทางของกองทัพสมเด็จพระเจ้าตากสิน
มหาราชจึงจาเปน็ ตอ้ งใช้ถนน ซง่ึ เปน็ ด้านตะวนั ตกของทา่ นา้ ทา่ โพธม์ิ คี วามยาวจาก
ท่าน้าถึงปากทางถนนใหญ่ คือ ถนนราชดาเนินในขณะนี้ 400 เมตร ในอดีตเด็กๆ
นกั เรยี นเรียกในบรเิ วณน้ีวา่ ตรอกปา่ หมู ซึ่งอยู่ตรงกนั ข้ามกับถนนป่าโล่งเม่ือมกี าร
ปรบั ปรุงถนนให้สญั จรไปมาไดส้ ะดวกทางเทศบาลได้ให้นามถนนสายนั้นว่า “ถนน
ตากสิน” ด้วยเหตุในอดีตเป็นเส้นทางท่ีสมเด็จพระเจ้าตากสินจัดเดินทัพเข้าสู่
นครศรธี รรมราช
วดั พระมหาธาตวุ รมหาวหิ าร นครศรีธรรมราช ในอดตี
หนา้ บรรณ วหิ ารวดั สระเวยี ง นครศรธี รรมราช
เมื่อสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีกรีฑาทัพเข้าสู่เมืองนครศรีธรรมราช ได้เข้า
นมัสการพระบรมธาตุและได้เข้าประทับ ณ พลับพลาที่ประทับที่ข้าราชบริพาร
จดั สรา้ งถวาย ณ วดั สระเรยี ง พลบั พลาทปี่ ระทับยงั มีหน้าจัว่ ไม้แกะสลักขณะทีเ่ ก็บ
รกั ษาไว้ ณ พิพิธภณั ฑสถานแหง่ ชาติจงั หวดั นครศรีธรรมราชหรือทีเ่ รียกกนั วา่ หนา้
บันเจ้าตาก ขณะที่ประทับอยู่ในนครศรีธรรมราชก็ทรงทราบว่า เจ้านครหนูได้หนี
ไปยงั เมืองปัตตานี ทั้งน้ีเพราะชัยชนะและความย่ิงใหญ่ของสมเด็จพระเจ้าตากสิน
ในเวลานน้ั ทาใหเ้ จา้ พระยานครศรีธรรมราชบังเกิดความหวาดหวั่น เกรงกลัวราช
ภัยเป็นอันมาก จึงได้นาบริวารหนีเตลิดต่อไปยังเมืองปัตตานี อันเป็นหัวเมือง
ประเทศราชของกรุงศรีอยุธยา ซึ่งถือว่าเป็นดินแดนสามนตราชที่อยู่พ้นปัจจันต
ประเทศแหง่ ราชอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา
ภาพเมอื งปตั ตานสี มยั โบราณ
เมอื่ เร่อื งทราบถงึ พระกรรณของสมเด็จพระเจ้าตากสิน ก็ทรงมีพระราชดารสั
สั่งให้พระยาจักรี (หมุด) กับพระยาพิชัยราชา (ทองดี ฟันขาว) นายทหารเอกคู่
พระทัยของสมเด็จพระเจ้าตากสิน เร่งนากองกาลังไปตามจับตัวเจ้าพระยา
นครศรธี รรมราชกับสมัครพรรคพวกเอามาใหจ้ งไดห้ าไมจ่ ะตอ้ งถกู ลงพระราชอาญา
ดังนัน้ ขนุ พลท้ังสองจงึ นากาลงั เดินทัพไปจนถงึ เมอื งปตั ตานี หยดุ ทพั อยทู่ ห่ี นา้ ประตู
เมืองแลว้ เขยี นสาสนแ์ จ้งแก่พระยาปตั ตานีศรสี ุลตา่ น, สุลตา่ นแหง่ เมอื งปัตตานี ให้
จับตัวเจ้าพระยานครสรีธรรมราชกับบริวารส่งมาให้แก่แม่ทัพท้ังสองเสียแต่โดยดี
มิฉะนน้ั จะยกกาลังบุกตะลุยเขา้ ไปในเมืองปตั ตานี จับตัวเจ้าพระยานครฯกับพวก
เสียเอง ฝ่ายพระยาปัตตานีศรีสุลต่าน เกรงภัยจะมาถึงตัว จึงจับเจ้าพระยานครฯ
พรอ้ มดว้ ยบริวารนามาสง่ มอบให้แก่พระยาจักรีและพระยาพชิ ัยราชาแตโ่ ดยดี แลว้
แม่ทัพท้ังสองก็คุมตัวเจ้าพระยานครฯ และบริวารมาถวายแก่สมเด็จพระเจ้าตาก
สินมหาราชซ่ึงได้ทรงสอบสวนซักถามด้วยพระองค์เองอย่างใกล้ชิดเป็นเวลานาน
จนใครๆ พากนั คาดวา่ เจา้ พระยานครศรธี รรมราชคงจะต้องถูกประหารชีวิตอย่าง
แน่ๆแล้วแต่ ต่างก็ผิดความคาดหมายไปตามๆกัน เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินทรง
ตกลงพระทัยมีพระราชวินิจฉัย ไม่ประหารชีวิตเจ้าพระยานครศรีธรรมราชและ
บริวาร โดยทรงให้เหตุผลประกอบพระราชวินิจฉัยของพระองค์ว่า เจ้าพระยา
นครศรีธรรมราชนี้ ในขณะกระทาผิด (คือ ประกาศต้ังตัวเป็นอิสระ) มิได้เป็น
ข้าราชการของพระองค์ (เพราะขณะนั้น พระองค์เองก็กาลังต้ังตัวเป็นอิสระอยู่ที่
เมอื งจันทบุรี) ดังน้ัน การตั้งตัวเป็นอิสระของเจ้าพระยานครฯ จึงมิใช่เป็นกบฏต่อ
พระองค์และการประกาศตั้งตวั เปน็ อสิ ระของเจ้าพระยานครศรีธรรมราชน้นั กเ็ พ่อื
วัตถุประสงค์ที่จะกอบกู้เอกราชของชาติ เช่นเดียวกับท่ีพระองค์ได้กระทามาแล้ว
เหมือนกนั หากแต่เจ้าพระยานครศรธรรมราชไมม่ ีบญุ ญาบารมีมากพอ การกระทา
ของตนจงึ ไดป้ ระสบกับความพ่ายแพ้ไปในท่ีสุดจึงไม่มีอะไรท่ีจะต้องโทษต้องทัณฑ์
เสร็จแล้วดารัสให้นาตัวเจ้าพระยานครศรีธรรมราช กับพระยาพิมลขันธ์เข้าไปรับ
ราชการอยใู่ นกรุงธนบุรี
คณุ ฉมิ ธดิ าเจา้ พระยานครราชสีมา
พระเจา้ ตากสนิ มหาราช
เจ้าพระยานครศรีธรรมราชกับพระยาพิมลขันธ์ เมื่อได้ฟังกระแสพระบรม
ราชวินิจฉัยเช่นน้ัน ก็พร้อมกันกราบลงแทบพระบาทของสมเด็จพระเจ้าตากสิน
มหาราชพร้อมกับถวายสัตย์ปฏิญาณสาบานว่าจักรับใช้สนองพระเดชพระคุณ
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยความจงรักภักดี และด้วยความซ่ือสัตย์สุจริตกตัญญู
กตเวทิตาธรรมจนถึงที่สุด ครั้นแล้ว เจ้าพระยานครศรีธรรมราชจึงได้น้อมเกล้า
ถวายธิดา 2 นางที่เหลืออยู่ คือ คุณฉิม และคุณปราง ให้เป็นพระสนมสนองบาท
ของสมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช เพ่ือความสนิทสนมแน่นแฟ้นสืบไป ดังน้ันเมื่อ
พรเจ้าตากทรงคิดจะหนีราชภัยสถานที่ใดที่ปลอดภัยที่สุดก็คือนครศรีธรรมราช
เพราะเจ้านครก็เปน็ คนของพระองค์ที่ทรงวางกาลังไว้ พระสนมก็มาจากเมืองนคร
ถงึ 2 องค์ หากสมเด็จพระเจ้าตากสนิ เสด็จหนไี ปยงั เมอื งนครศรธี รรมราชไดจ้ รงิ ย่ิง
มีข้อสงสัยว่า หากสมเด็จพระเจ้าตากสินพระองค์จริงไม่ได้ถูกประหาร จะมีการ
ตดิ ตามจากเจ้าพระยามหากษตั ริย์ศึก (ร.1) หรือไม่ ใชว่ ่าจะไม่มีการตดิ ตาม แตท่ าง
ทหารของสมเด็จพระเจ้าตากไดม้ กี ารเตรียมการต้ังรับไว้แต่เน่นิ ๆ แลว้ การเดินทัพ
เพ่อื มาติดตามสมเด็จพระเจ้าตาก ทีน่ ครศรีธรรมราชถอื เป็นเรอื่ งใหญ่ เพราะอยู่ใน
ฐานะเมืองประเทศราช เป็นเมืองใหญ่ มีกองทัพท่ีพร้อมรบได้ทันที นอกจากน้ียัง
สามารถเกณฑ์กาลังจากหัวเมืองในสังกัดได้อีกจานวนมาก มีกองทัพเรือที่เข้มแข็ง
รวมกับทหารท่ีมาพร้อมกับสมเด็จพระเจ้าตากสินอีกจานวนมาก ประกอบกับการ
ติดพันในการจากัด ทายาทของสมเด็จพระเจ้าตากสิน และติดพันกับการรบกับ
เขมร และพม่า ที่มีอยู่อย่างต่อเน่ืองคร้ังที่ใหญ่ท่ีสุดคือ สงคราม 9 ทัพ จึงไม่
สามารถติดตามไดโ้ ดยสะดวก
ตามรอยสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ ทเี่ มืองนครศรีธรรมราช
หลักจากที่สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงขึ้นสาเภาจีนท่ีปากน้าแล้ว เมื่อมาถึง
เมืองนครศรีธรรมราชได้เสด็จมาประทับที่เขาขุนพนมได้อย่างไร มิใช่ เสด็จหนี
อย่างเดยี ว แต่ยังมีการวางแผนต้ังรบั หากถูกตดิ ตาม เม่อื ถึงยงั นครศรธี รรมราช ได้
เสด็จเข้าทางปากน้าปากพูน ลงเรือกาป่ันล่องไป ตามคลอง และหยุดสรงน้าใน
คลอดสายหนง่ึ ซึง่ ปจั จุบันเป็นวัดเรยี กกันว่า “วดั นา้ สรง” ถัดเขา้ มาอีกหนอ่ ย จะมี
การตั้งกองกาลังเป็นหนว่ ยเฝ้าระวังภยั ปัจจุบนั เปน็ วัดชอื่ วา่ “วดั โรงฆ้อง” คือจะมี
การตั้งกลอง ฆ้องขนาดใหญ่ ไว้คอยส่งสัญญาเมื่อมีผู้บุกรุกเข้ามา เพื่อให้ทหาร
หน่วยที่อยู่ลึกเขา้ ไปได้ เตรยี มการตอ่ สูไ้ ดท้ นั ถดั เข้าไปย่งิ ใกล้ “เขาขุนพนม” จะมี
การวางกองกาลัง ไว้เป็นทพั หนา้ ปัจจุบนั คอื “วดั โยธาธรรม” บรเิ วณนีจ้ ะมีการต้งั
กองกาลังหลักไว้มีทหารประจาการอยู่มากที่สุด โดยให้ตั้งเป็นหมู่บ้านมีศูนย์กลาง
อยู่ทบี่ รเิ วณทีต่ ้ังวัดในปัจจุบนั มกี ารผลัดเปล่ยี นเวรยามกันตลอด และบริเวณน้เี อง
ทม่ี ีการพบอาวธุ โบราณมากท่ีสุด เรียกไดว้ ่าพบไดท้ กุ ครวั เรือนในแถบน้ัน
คณุ สมชาย ฝงั่ ชลจติ ร
คุณสมชาย ฝั่งชลจิตร ไว้วิเคราะห์ถึงสาเหตุท่ีสมเด็จพระเจ้าตากสินทรง
เลือกเขาขุนพนมเป็นท่ปี ระทบั ล้ีภัยทางการเมือง มเี หตุสาคญั ดงั ตอ่ ไปนี้