The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวบรวมองค์ความรู้รายบุคคลของเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by BytThk, 2021-07-22 04:07:09

การจัดการความรู้ (KM) พช.นนทบุรี ปี 2564

รวบรวมองค์ความรู้รายบุคคลของเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

ชอ่ื เรอ่ื ง : การคดั เลอื กข้าราชการ ลกู จา้ งประจา และพนกั งานราชการดีเด่น กรมการพฒั นาชมุ ชน
เจา้ ของเรื่อง : นางสาวยวุ นา ฤกษเ์ ฉลมิ พจน์
ตาแหน่ง : นกั จัดการงานท่วั ไปปฏบิ ตั ิการ
สังกัด : สานักงานพัฒนาชมุ ชนจงั หวัดนนทบุรี

ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ หมวด ๔ ให้ส่วนราชการมีหน้าที่
ดาเนินการการเพิ่มพูนประสิทธิภาพและเสริมสร้างแรงจูงใจให้แก่ข้าราชการพลเรือนสามัญ เพื่อให้ข้าราชการ
มีคุณภาพ คุณธรรม จริยธรรม คุณภาพชีวิต มีขวัญและกาลังใจในการปฏิบัติราชการ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์
ตอ่ ภารกจิ ของรฐั และสนับสนุนให้ประพฤตติ นอย่ใู นจรรยา และระเบียบวนิ ัย และปฏบิ ัติราชการอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
และเกดิ ผลสัมฤทธ์ิต่อภารกิจของรัฐ

กรมการพัฒนาชุมชน จึงได้กาหนดแนวทางการคัดเลือกข้าราชการ ลูกจ้างประจา
และพนักงานราชการ กรมการพัฒนาชุมชน ประจาปี พ.ศ. 2564 เพ่ือส่งเสริมให้ข้าราชการ ลูกจ้างประจา
และพนักงานราชการของกรมการพัฒนาชุมชน มกี ารประพฤตติ นอยูใ่ นจรรยา ระเบียบวนิ ัย และปฏิบตั ิราชการ
อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสมั ฤทธ์ิต่อภารกิจของรัฐ และเพ่ือให้รางวัลเชิดชเู กียรติและประกาศเกียรติคณุ
ข้าราชการ ลูกจ้างประจา และพนักงานราชการดีเด่น โดยกาหนดรางวัลขา้ ราชการ ลูกจ้างประจา และ
พนกั งานราชการดเี ด่น กรมการพฒั นาชุมชน ประจาปี พ.ศ. 2564 จานวน 104 รางวัล

1. รูปแบบ กระบวนการ หรือลาดับขน้ั ตอน
1.1 ประชาสัมพันธ์การคัดเลือกข้าราชการ ลูกจ้างประจา และพนักงานราชการ ในสังกัด

สานกั งานพฒั นาชมุ ชนอาเภอและจงั หวัด จังหวดั นนทบรุ ี ใหท้ ราบโดยท่วั กัน
1.2 ดาเนินการคัดเลือกข้าราชการ ลูกจ้างประจา และพนักงานราชการในสังกัดสานักงาน

พัฒนาชมุ ชนอาเภอและจงั หวัด จงั หวดั นนทบรุ ี ทกุ ประเภท ตามแนวทางการคัดเลือกข้าราชการ ลูกจา้ งประจา
และพนักงานราชการดเี ด่น กรมการพัฒนาชมุ ชน ประจาปี พ.ศ. 2564 ท่ีกรมการพฒั นาชมุ ชน ดงั น้ี

1.2.1 คัดเลอื กผู้มีคุณสมบัติ
1.2.1 คุณสมบัติทวั่ ไป

1) ตอ้ งไม่เป็นผ้ถู กู ลงโทษทางวินัย ยกเว้นโทษภาคทณั ฑ์

2) ไม่อยู่ระหว่างถกู ดาเนินการทางวินัย

3) ต้องปฏิบัติงานในตาแหน่งและหน่วยงาน ท่ีเข้ารับการพิจารณาคัดเลือก

เป็นระยะเวลา อย่างนอ้ ย 1 ปี (นบั ถงึ วนั ที่กรมการพฒั นาชุมชนกาหนดสน้ิ สุดส่งผลงาน)

4) ไม่เป็นผู้เคยได้รับรางวัลข้าราชการ ลูกจ้างประจา และพนักงานราชการ

ดเี ดน่ ของกรมการพฒั นาชมุ ชน ในประเภทท่สี มัครเข้ารบั การคดั เลือกมาก่อนตลอดระยะเวลารบั ราชการ

1.2.2 คณุ สมบัติของผ้เู ข้ารับการคัดเลือกจาแนกตามประเภทรางวลั ของข้าราชการ
ลูกจ้างประจา และพนกั งานราชการ ในสังกดั สานกั งานพฒั นาชุมชนอาเภอและจงั หวัด จงั หวดั นนทบุรี ดงั นี้

/ท่.ี ..

-2-

ท่ี ประเภท คณุ สมบัติ
1 ประเภทบรหิ าร จานวน 1 รางวัล
ขา้ ราชการผ้ดู ารงตาแหนง่ ปัจจบุ นั ประเภทอานวยการระดับสูง ได้แก่
2 ประเภทผอู้ านวยการ พฒั นาการจงั หวดั
กลุม่ งาน
จานวน 1 รางวลั
ขา้ ราชการผู้ดารงตาแหน่งปจั จุบนั ประเภทวิชาการ ระดบั ชานาญการพิเศษ
และชานาญการ ได้แก่ ผู้อานวยการกล่มุ งาน

3 ประเภทพัฒนาการอาเภอ จานวน 1 รางวัล
ข้าราชการผดู้ ารงตาแหนง่ ปจั จบุ ัน ประเภทวชิ าการ ระดับชานาญการพเิ ศษ
และชานาญการ ได้แก่ พัฒนาการอาเภอ

4 ประเภทวชิ าการ จานวน 1 รางวลั
ขา้ ราชการผูด้ ารงตาแหน่งปัจจุบัน ประเภทวชิ าการ ระดับชานาญการ
และปฏิบัตกิ าร ซง่ึ ปฏบิ ตั ิงาน ณ สานกั งานพฒั นาชุมชนจังหวัด ได้แก่
นกั วชิ าการพฒั นาชมุ ชน และนักจดั การงานทวั่ ไป

5 ประเภทพัฒนากร จานวน 1 รางวัล
ขวัญใจชุมชน ขา้ ราชการผดู้ ารงตาแหน่งปัจจุบนั ประเภทวิชาการ ระดับชานาญการ
และปฏิบัติการ และประเภททั่วไป ระดับชานาญงาน และปฏิบัติงาน
6 ประเภทสนับสนุน ซง่ึ ปฏบิ ัตงิ าน ณ สานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอ ได้แก่ นักวิชาการ
พัฒนาชมุ ชน และเจ้าพนักงานพฒั นาชุมชน (พัฒนากร)

จานวน 1 รางวลั
ข้าราชการผูด้ ารงตาแหน่งปัจจุบัน ประเภทท่ัวไป ระดับชานาญงาน
และปฏิบัติงาน ได้แก่ เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี เจ้าพนักงานธุรการ

7 ประเภทลกู จา้ งประจา จานวน 1 รางวัล
ลูกจา้ งประจา ผู้ดารงตาแหน่งปัจจบุ ัน

8 ประเภทซอื่ สัตยส์ ุจรติ จานวน 1 รางวัล
ข้าราชการ ลกู จา้ งประจา และพนักงานราชการ ผูด้ ารงตาแหนง่ ปจั จุบัน
ทุกประเภท

9 ประเภทพนกั งานราชการ จานวน 1 รางวัล
พนักงานราชการ ผดู้ ารงตาแหนง่ ปัจจบุ นั และพนักงานกองทุนสานกั งาน
กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี

/1.2.1 หลักเกณฑ์...

-3-
1.2.2 คัดเลอื กผูม้ คี ุณสมบัติ

ประเมินคุณลักษณะและผลการปฏิบัติงาน 5 ด้าน 100 คะแนน โดยพิจารณา
ให้คา่ คะแนนจาก 2 ส่วน ได้แก่

1.2.2.1 ส่วนที่ 1 คะแนน 40 คะแนน ได้แก่ ผลการประเมินการปฏิบัติราชการ
4 รอบการประเมินย้อนหลัง (ผลการประเมินที่นาไปใช้เลื่อนเงินเดือน) และผลงานดีเด่น เช่น ผลงานเก่ียวกับ
หน้าที่ความรับผดิ ชอบ สามารถเป็นประโยชนต์ ่อราชการและสงั คมและเป็นตัวอย่างแก่บุคคลท่ัวไปได้ เกิดจาก
ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และการปฏิบัติตนด้วยความเสียสละ วิริยะ และอุตสาหะ รวมถึงการส่งเสริมค่านิยม
องค์การของกรมการพัฒนาชุมชน

ซ่ึงสาหรับข้าราชการดีเด่น ประเภทซ่ือสัตย์สุจริต ด้านผลงานดีเด่น
ตามแนวทางของสานักงาน ป.ป.ช. ท่ีแสดงออกถึง ความต้ังมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตอย่างม่ันคง ยืนหยัดต่อสู้
ปกป้องเพื่อความซื่อสัตย์สุจริต พากเพียรมุ่งมั่นให้เกิดความซื่อสัตย์สุจริต และองค์ประกอบอื่นๆ ที่สนับสนุน
วา่ ความเหมาะสม ควรแกก่ ารยกย่อง

1.2.2.2 ส่วนท่ี 2 คะแนน 60 คะแนน ไดแ้ ก่ การประพฤติปฏบิ ตั ิตน ประกอบด้วย

1) การครองตน เช่น การพึ่งตนเอง ขยันหมั่นเพียร รักษาระเบียบวินัย
และเคารพกฎหมาย จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และการดาเนินชีวิตตามหลักของปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพยี ง

2) การครองคน เชน่ ประสานความสมั พันธ์ สร้างความเข้าใจอันดี และ
ให้บริการด้วยความเสมอภาคกับผู้บังคับบัญชา เพ่ือนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา และผู้มาติดต่อขอรับบริการ
ร่วมงานเป็นทีมงานให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลแก่เพื่อนร่วมงานตลอดจนสามารถสร้างการยอมรับของตนให้
เกดิ ข้ึนภายในกลมุ่ /ทมี งาน และเสริมสรา้ งความสามัคคีท้ังในและนอกหน่วยงาน

3) การครองงาน เช่น มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ มีพากเพียร ม่ันหา
ความรู้ ความสามารถ และคานงึ ถึงประโยชนข์ องส่วนรวมและประชาชนเป็นสาคญั

1.2.3 ขนั้ ตอนและวธิ กี ารคดั เลอื ก
1.2.3.1 ประเภทบรหิ าร กรมการพฒั นาชุมชน เป็นผดู้ าเนินการคดั เลือก
1.2.3.2 ประเภทผอู้ านวยการกลุ่มงาน พฒั นาการอาเภอ นกั วชิ าการ พัฒนากร

ขวัญใจชุมชน สนับสนุน ลูกจ้างประจา ซื่อสัตย์สุจริต และพนักงานราชการ ทางสานักงานพัฒนาชุมชน
จงั หวัดนนทบุรี ดาเนนิ การคัดเลอื ก ดังนี้

1) จัดทาคาส่ังจังหวัดนนทบุรี เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือก
ข้าราชการ ลกู จ้างประจา และพนกั งานราชการ สงั กดั สานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอและจงั หวัด จงั หวัดนนทบุรี
ประกอบด้วย พัฒนาการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานกรรมการ ผู้อานวยการกลุ่มงานและพัฒนาการอาเภอ
เป็นกรรมการ ผู้อานวยการกลุ่มงานประสานฯ เป็นกรรมการและเลขานุการ และเจ้าหน้าท่ีผู้รับผิดชอบงาน
การเจ้าหน้าท่ี เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ เพ่ือพิจารณาคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติและผลการปฏิบัติงาน
ดเี ดน่ ทุกประเภทเพ่อื เปน็ ตัวแทนของจงั หวัดนนทบรุ ี ประเภทละ 1 ราย

2) จัดทาหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการ
ลูกจา้ งประจา และพนกั งานราชการ สังกัดสานกั งานพัฒนาชุมชนอาเภอและจังหวัด จังหวัดนนทบรุ ี

3) ดาเนินการคดั เลือกข้าราชการ ลูกจา้ งประจา และพนกั งานราชการ
ตามแนวทางการคัดเลือกฯ พิจารณาคุณสมบัติพร้อมให้คะแนนการพิจารณา คัดเลือกให้เหลือประเภทละ
1 คน พรอ้ มจดั ทารายงานการประชุมดงั กลา่ ว

/3) แจ้งผูท้ ไ่ี ดร้ ับ...

-4-

3) จัดทาประกาศนียบัตรเกียรติคุณข้าราชการ ลูกจ้างประจา
และพนักงานราชการดีเด่น กรมการพัฒนาชุมชน ประจาปี พ.ศ. 2564 (ระดับหน่วยงาน) และส่งสาเนาประกาศ
ดังกล่าว พร้อมแบบสรปุ รายชื่อผเู้ ขา้ รับการคดั เลือกฯ ใหก้ รมการพฒั นาชุมชน

4) แจ้งผู้ท่ีได้รับการคัดเลือกฯ ในแต่ละประเภท จัดทาประวัติ
และผลงานดีเด่น ตามแบบที่กรมการพัฒนาชุมชนกาหนด โดยจัดส่งเอกสารผลงานให้กรมการพัฒนาชุมชน
เพอื่ เสนอคณะกรรมการคัดเลือกฯ ระดบั กรมฯ พจิ ารณาตอ่ ไป

2. เทคนิคในการปฏิบตั งิ าน
2.1 สานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี ได้เชิญพัฒนาการจังหวัด ผู้อานวยการกลุ่มงาน

ทุกกลุ่มงาน พัฒนาการอาเภอทุกอาเภอ และเจ้าหน้าท่ีผู้รับผิดชอบงานการเจ้าหน้าที่ ร่วมเป็นคณะกรรมการ
คัดเลือกข้าราชการ ลูกจ้างประจา และพนักงานราชการ สังกัดสานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอและจังหวัด
จังหวดั นนทบรุ ี โดยใช้มติทป่ี ระชุมในการคัดเลือกฯ อยา่ งเปิดเผยและเป็นธรรม

2.2 การเสนอชื่อผู้เข้ารับการคัดเลือกฯ สานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี ปฏิบัติ
ตามแนวทางการคัดเลือกฯ ที่กรมการพัฒนาชุมชน กาหนดอย่างเคร่งครัด โดยคัดเลือกฯ ตามแต่ละประเภท
อย่างเด่นชัด เช่น ผลการประเมินที่ผ่านมา ผลงานท่ีปฏิบัติได้จริงและมีประสิทธิภาพเป็นท่ีประจักษ์และได้รับ
การยอมรับของผู้บังคับบัญชา ผู้นาองค์กรต่างๆ ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ การประพฤติตนส่งเสริมการ
ปฏิบตั ิงานทง้ั ส่วนตัวและสว่ นรวมไดด้ ี รวมถึงการใหค้ วามรว่ มมือในการปฏบิ ตั งิ านอน่ื ๆ ท่ไี ดร้ ับมอบหมาย

2.3 เมื่อประชุมคณะกรรมการ คัดเลือกข้าราชการ ลูกจ้างประจา และพนักงานราชการ
สังกัดสานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอและจังหวัด จังหวัดนนทบุรี เสร็จแล้ว สานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี
ได้รีบจัดทารายงานการประชุม พร้อมจัดทาประกาศนียบัตรเกียรติคุณส่งกรมการพัฒนาชุมชน และหนังสือแจ้ง
ผูท้ ไ่ี ด้รบั การคดั เลือกฯ จดั ทาประวตั ิและผลงาน ในครัง้ เดียวกัน เพ่อื ดาเนินการให้รวดเร็วยง่ิ ขนึ้

3. ปัญหาท่ีพบและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
ปัญหาท่ีพบ : ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกฯ ในแต่ละประเภท เม่ือทราบว่าได้รับการคัดเลือกแล้ว

ไมม่ ีความพร้อมท่จี ะทาผลงานเพ่ือเข้ารบั การคดั เลือกฯ
แนวทางการแก้ไขปัญหา :
1) สอบถามถึงปญั หาถึงความไมพ่ ร้อมทจี่ ะทาผลงานเพื่อเข้ารับการคัดเลือกฯ
2) ให้การส่งเสริมและสนับสนุนถึงข้อมูลที่ต้องการ สร้างการรับรู้ข่าวสาร และสร้างความรู้

ความเขา้ ใจในการพิจารณาคดั เลือกฯ แกผ่ ทู้ ไ่ี ด้รับการคดั เลอื กฯ

4. ประโยชนข์ ององค์ความรู้
4.1 ส่งเสริมและสนับสนุนถึงข้อมูลท่ีต้องการ สร้างการรับรู้ข่าวสาร และสร้างความรู้

ความเขา้ ใจในการพิจารณาคัดเลือกฯ แกผ่ ูท้ ี่ไดร้ ับการคัดเลือกฯ ไดอ้ ย่างตรงประเดน็
4.2 ส่งเสริมให้ข้าราชการ ลูกจ้างประจา พนักงานราชการ ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มแี รงจงู ใจในการปฏิบัตงิ าน สรา้ งขวญั กาลงั ใจ ใหค้ วามสาคญั และพรอ้ มเข้ารับการคดั เลือกฯ ทกุ คน

*************************************************

แบบบันทกึ ความรูร้ ายบุคคล

ชอ่ื ความรู้ การบรหิ ารพสั ดุ (การตรวจสอบพัสดปุ ระจาปีและการจาหนา่ ยพัสดุ)

เจ้าของความรู้ นางสาวปารติ า โมลี

ตาแหน่ง/สังกัด เจ้าพนกั งานธรุ การปฏบิ ตั ิงาน กลมุ่ งานประสานและสนับสนุน
การบริหารงานพัฒนาชมุ ชน สานกั งานพัฒนาชุมชนจงั หวดั นนทบุรี

แก้ปญั หาเกยี่ วกบั การตรวจสอบพัสดุประจาและการจาหน่ายพสั ดุครภุ ัณฑ์

การบริหารพสั ดุ (การตรวจสอบพสั ดุประจาปีและการจาหนา่ ยพสั ด)ุ
1. การตรวจสอบพัสดุประจาปี

1.1 ภายในเดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปีงบประมาณของทุกปี ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ หรือ
หัวหน้าหน่วยพัสดุ แต่งตั้งผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบพัสดุซึ่งมิใช่เป็นเจ้าหน้าที่ตามความจาเป็น เพ่ือ
ตรวจสอบการรับจ่ายพสั ดุในงวด 1 ปที ผี่ า่ นมา และตรวจนบั พัสดปุ ระเภททคี่ งเหลืออยู่เพยี งวันสน้ิ งวดน้ัน

ในการตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง ให้เริ่มดาเนินการตรวจสอบพัสดุในวันเปิดทาการวันแรกของ
ปีงบประมาณเป็นต้นไป ว่าการรับจ่ายถูกต้องหรือไม่ พัสดุคงเหลือมีตัวอยู่ตรงตามบัญชีหรือทะเบียน
หรือไม่มีพัสดุใดชารุด เส่ือมคุณภาพ หรือสูญไปเพราะเหตุใด หรือพัสดุใดไม่จาเป็นต้องใช้ในหน่วยงานของรัฐ
ตอ่ ไป แล้วให้เสนอรายงานผลการตรวจสอบดงั กล่าวต่อผแู้ ต่งต้ังภายใน 30 วนั ทาการ นับแต่วันเริม่ ดาเนนิ การ
ตรวจสอบพสั ดุนั้น

เมอ่ื แต่งต้ังไดร้ บั รายงานจากผู้รบั ผดิ ชอบในการตรวจสอบพัสดแุ ลว้ ให้เสนอหัวหนา้ หนว่ ยงาน
ของรฐั 1 ชุด และสง่ สาเนารายงานไปยังสานักงานการตรวจเงินแผน่ ดนิ 1 ชุด พรอ้ มทง้ั ส่งสาเนารายงานไปยัง
หนว่ ยงานตน้ สงั กัด (ถ้าม)ี 1 ชุด ด้วย

1.2 เม่ือผู้แต่งต้ังได้รับรายงานจากผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบพัสดุตามข้อ 213 และ
ปรากฏว่ามีพัสดุชารุด เสื่อมสภาพ หรือสูญไป หรือไม่จาเป็นต้องใช้ในหน่วยงานของรัฐต่อไป ก็ให้แต่งตั้ง
คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงขึ้นคณะหน่ึง โดยให้นาความในข้อ 26 และข้อ 27 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
เว้นแต่กรณีที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เป็นการเส่ือมสภาพเนื่องมาจากการใช้งานตามปกติ หรือสูญไปตาม
ธรรมชาติ ให้หวั หนว่ ยงานของรัฐพจิ ารณาสั่งการใหด้ าเนินการจาหนา่ ยตอ่ ไปได้

ถา้ ผลการพจิ ารณาปรากฏว่า จะต้องหาตวั ผรู้ บั ผดิ ดว้ ย ใหห้ วั หน้าหน่วยงานของรฐั ดาเนินการ
ตามกฎหมายและระเบยี บท่เี กี่ยวข้องของทางราชการ หรอื ของหนว่ ยงานของรัฐนนั้ ตอ่ ไป

/ 2. การจาหนา่ ย...

-2–

2. การจาหนา่ ยพสั ดุ
2.1 หลังจากการตรวจสอบแล้ว พัสดุใดหมดความจาเป็นหรือหากใช้ในหน่วยงานของ

รัฐต่อไปจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก ให้เจ้าหน้าที่เสนอรายงานต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ เพื่อพิจารณา
ส่ังให้ดาเนินการตามวิธีการอยา่ งหนงึ่ อย่างใด ดงั ต่อไปน้ี

(1) ขาย ให้ดาเนินการโดยวิธีทอดตลาดก่อน แต่ถ้าขายโดยวธิ ีทอดตลาดแล้วไม่ได้ผลดี
ให้นาวิธที ก่ี าหนดเก่ยี วกับการซอื้ มาใชโ้ ดยอนุโลม เวน้ แตก่ รณี ดังต่อไปนี้

(ก) การขายพสั ดุครั้งหน่งึ ซ่ึงมีราคาซ้ือหรือไดม้ ารวมกันไมเ่ กนิ 500,000 บาท จะขายโดยวิธี
เฉพาะเจาะจง โดยการเจรจาตกลงราคากันโดยไมต่ ้องทอดตลาดกอ่ นกไ็ ด้

(ข) การขายใหแ้ ก่หน่วยงานของรฐั หรอื องค์การสถานสาธารณกศุ ล ตามมาตรา 47 (7) แห่ง
ประมวลรัษฎากร ใหข้ ายโดยวธิ เี ฉพาะเจาะจง โดยการเจรจาตกลงราคากนั

(ค) การขายอปุ กรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์ เช่น โทรศพั ท์เคลอ่ื นท่ี แทบ็ เลต็ ใหแ้ กเ่ จา้ หน้าทข่ี องรัฐมอบให้ไว้
ใช้งานในหนา้ ที่ เมอ่ื บคุ คลดงั กลา่ วพน้ จากหนา้ ท่ี หรืออุปกรณ์ดังกลา่ วพน้ ระยะเวลาการใช้งานแล้ว ใหข้ ายใหแ้ กบ่ คุ คล
ดังกลา่ วโดยวธิ เี ฉพาะเจาะจง โดยการเจรจาตกลงราคากนั

การขายโดยวธิ ีทอดตลาดให้ถอื ปฏบิ ตั ิตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ โดยให้ผู้ทีไ่ ด้รบั
มอบหมายทาการประเมินราคาทรัพยส์ ินก่อนการประกาศขายทอดตลาด กรณีท่ีเปน็ พัสดุทมี่ ีการจาหนา่ ยเปน็
การทวั่ ไปใหพ้ จิ ารณาราคาท่ซี ื้อขายกนั ตามปกติในท้องตลาด หรือราคาทอ้ งถิ่นของสภาพปจั จบุ ันของพสั ดุน้ัน
ณ เวลาท่ีจะทาการขาย และควรมีการเปรียบเทยี บราคาตามความเหมาะสม กรณที เ่ี ป็นพัสดุทีไ่ มม่ กี ารจาหนา่ ย
ทวั่ ไป ใหพ้ จิ ารณาราคาตามลกั ษณะ ประเภท ชนดิ ของพัสดุ และอายกุ ารใช้งาน รวมทงั้ สภาพและสถานท่ีต้ัง
ของพสั ดุดว้ ย ท้ังนี้ ใหเ้ สนอหวั หน้าหน่วยงานของรฐั พจิ ารณาให้ความเห็นชอบราคาประเมินดงั กล่าว โดยคานงึ
ถงึ ประโยชน์ของหนว่ ยงานของรัฐด้วยหน่วยงานของรัฐจะจ้างผู้ประกอบการทใี่ หบ้ ริการขายทอดตลาดเปน็
ผู้ดาเนินการกไ็ ด้

(2) แลกเปลยี่ น ใหด้ าเนนิ การตามวิธีการแลกเปล่ยี นที่กาหนดไว้ในระเบยี บนี้
(3) โอน ให้โอนแก่หนว่ ยงานของรัฐ หรือองค์การสถานสาธารณกุศล
ตามมาตรา 47 (7) แหง่ ประมวลรัษฎากร ทงั้ น้ี ใหม้ หี ลักฐานการส่งมอบไว้ต่อกันด้วย
(4) แปรสภาพหรอื ทาลาย ตามหลกั เกณฑ์และวิธีการทีห่ น่วยงานของรฐั กาหนด
การดาเนนิ การตามวรรคหน่งึ โดยปกตใิ หแ้ ล้วเสร็จภายใน 60 วัน นบั ถดั จากวันที่
หวั หน้าหน่วยงานของรฐั สั่งการ
2.2 เงินท่ีได้จากการจาหน่ายพัสดุ ให้ถอื ปฏิบัติตามวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายที่
เกยี่ วขอ้ งทางการเงินของหนว่ ยงานของรฐั น้ัน หรือข้อตกลงในส่วนที่ใช้เงนิ กู้หรอื เงนิ ช่วยเหลอื แล้วแต่กรณี

การจาหน่ายเปน็ สญู
2.3 ในกรณที ี่พัสดุสูญไปโดยไม่ปรากฏตวั ผรู้ ับผดิ หรอื มตี ัวผรู้ ับผิดแตไ่ มส่ ามารถชดใชไ้ ด้

หรือมตี ัวพสั ดุอยู่แต่ไม่สมควรดาเนนิ การตามข้อ 2.1 ใหจ้ าหนา่ ยพสั ดนุ น้ั เปน็ สญู ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(1) ถ้าพสั ดุนั้นมีราคาซื้อ หรือได้มารวมกนั ไม่เกิน 1,000,000 บาท ให้หัวหน้าหน่วย

งานของรฐั เป็นผู้พิจารณาอนุมตั ิ

/ (2) ถ้าพัสด.ุ ..

-3–

(2) ถา้ พัสดนุ ั้นมีราคาซ้ือ หรือได้มารวมกนั เกนิ 1,000,000 บาท ใหด้ าเนนิ การดังน้ี
(ก) ราชการสว่ นกลาง และราชการส่วนภูมภิ าค ใหอ้ ยใู่ นอานาจของกระทรวง

การคลงั เป็นผู้อนมุ ตั ิ
(ข) ราชการส่วนท้องถน่ิ ใหอ้ ยใู่ นอานาจของผู้วา่ ราชการจังหวดั ผวู้ ่าราชการ

กรงุ เทพมหานครหรือนายกเมืองพัทยา แล้วแตก่ รณี เปน็ ผอู้ นมุ ตั ิ
(ค) หนว่ ยงานของรฐั อนื่ ผู้ใดจะเปน็ ผู้มอี านาจอนุมัติใหเ้ ปน็ ไปตามทีห่ น่วยงานของรัฐ

น้ันกาหนดรัฐวิสาหกิจใดมีความจาเป็นจะกาหนดวงเงินการจาหน่ายพัสดุเป็นสูญตามวรรคหนงึ่ แตกต่างไปจาก
ที่กาหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้เสนอต่อคณะกรรมการวินิจฉัยเพ่ือขอความเห็นชอบ และเมื่อได้รับความเห็นชอบ
แลว้ ใหร้ ายงานสานกั งานการตรวจเงนิ แผน่ ดินทราบด้วย

3. การลงจ่ายออกจากบัญชีหรอื ทะเบยี น
3.1 เม่ือได้ดาเนินการตามข้อ 2.1 และข้อ 2.3 แล้ว ให้เจา้ หน้าที่ลงจา่ ยพัสดุนัน้ ออกจาก

บัญชีหรอื ทะเบียนทันที แลว้ แจง้ ใหส้ านกั งานการตรวจเงินแผ่นดนิ ทราบภายใน 30 วัน นบั แต่วันลงจา่ ยพัสดุ
นน้ั สาหรับพสั ดทุ ต่ี อ้ งจดทะเบยี นตามกฎหมาย ให้แจง้ นายทะเบยี นภายในระยะเวลาท่ีกฎหมายกาหนดด้วย

3.2 ในกรณที พ่ี สั ดขุ องหน่วยงานของรัฐเกิดชารุด เสื่อมสภาพ หรือสูญไป หรือไมจ่ าเป็นต้อง
ใช้ในราชการตอ่ ไป ก่อนมกี ารตรวจสอบตามข้อ 1.1 และไดด้ าเนนิ การตามกฎหมายวา่ ด้วยความรบั ผิดทาง
ละเมดิ ของเจ้าหน้าที่ หรือระเบยี บนโ้ี ดยอนโุ ลม แล้วแต่กรณีเสร็จส้ินแลว้ ถา้ ไมม่ รี ะเบยี บอน่ื ใดกาหนดไว้เปน็
การเฉพะ ให้ดาเนนิ การตามข้อ 2.1ขอ้ 2.2 และขอ้ 3.1 โดยอนโุ ลม

ชื่อเร่อื ง : การประหยดั พลังงานภายในองค์กร
เจา้ ของเรื่อง : นางสาวธรินดา แรกบตุ ร
ตาแหน่ง : เจ้าพนักงานธรุ การปฏิบัติงาน
สังกัด : สานกั งานพฒั นาชุมชนจังหวดั นนทบุรี

สานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี เล็งเห็นถึงความสาคัญของการประหยัดพลังงาน
ภายในองค์กร และลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ดังน้ัน เพ่ือเป็นการช่วยลดสภาวะโลกร้อน ลดปัญหา
ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และลดค่าใช้จ่ายของทางราชการ รวมท้ังเป็นการสร้างความปลอดภัยและป้องกัน
การเกิดอุบัติเหตุท่ีอาจจะเกิดข้ึนได้ จึงได้กาหนดมาตรการและแนวทางประหยัดพลังงาน ของสานักงาน
พฒั นาชมุ ชนจงั หวดั นนทบรุ ีดงั นี้

1. รปู แบบ กระบวนการ หรือลาดับข้นั ตอน
ส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรในสังกัดสานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ร่วมประหยัดพลังงาน

ตามมาตรการประหยัดพลงั งาน

2. เทคนคิ ในการปฏบิ ัติงาน
2.1 แต่งต้ังคณะทางานกาหนดมาตรการและกากับดูแลการประหยัดพลังงาน

และคณะทางานขับเคล่ือนการประหยัดพลงั งาน ของสานักงานพัฒนาชมุ ชนจังหวดั นนทบรุ ี
2.2 กาหนดและพิจารณามาตรการประหยัดพลังงานของสานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี

ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพอื่ ใหเ้ กดิ ความประหยดั และคุ้มคา่ มากทส่ี ุด

3. ปัญหาทีพ่ บและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
ปญั หาทพี่ บ : ไมไ่ ด้ทาการประชาสัมพันธ์เรื่องมาตรการประหยัดพลงั งาน
แนวทางการแก้ไขปญั หา
2.1 เผยแพร่และประชาสัมพันธ์มาตรการประหยัดพลังงาน สานักงานพัฒนาชุมชน

จังหวัดนนทบุรี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่บุคลากรในสังกัดสานักงาน
พัฒนาชมุ ชนจังหวดั และสานกั งานพัฒนาชุมชนอาเภอ

2.2 สนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะทางานขับเคลื่อนการประหยัดพลังงานฯ และ
บุคลากร ในสงั กดั สานักงานพัฒนาชมุ ชนจังหวดั ใหเ้ ป็นไปอยา่ งมีประสิทธภิ าพและประสทิ ธผิ ล

4. ประโยชนข์ ององค์ความรู้
การพฒั นาตนเอง
มีการจัดลาดบั กระบวนการทางาน สามารถนาไปปรับใช้กับด้านอนื่ ได้
*************************************************

KM
สาํ นักงานพัฒนาชุมชน

อําเภอเมืองนนทบุรี

แบบบนั ทึกองคค์ วามรหู้ น่วยงาน
สานักงานพฒั นาชุมชนอาเภอเมอื งนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

1. ชื่อองคค์ วามรู้ การบริหารงานให้สอดคลอ้ งกับวิถีชวี ติ แบบปกติวิถีใหม่ (New Normal)

2. ช่ือเจ้าของโครงการ นางสาวจิรารัตน์ ถึงสุข นักจัดการงานทั่วไปชานาญการ รักษาราชการแทน
พฒั นาการอาเภอเมืองนนทบุรี

3. องค์ความรู้ทบี่ ่งชี้ เสริมสร้างองค์กรใหม้ ีขีดสมรรถนะสงู

4. ทีม่ าและความสาคัญในการจัดการความรู้
ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ท่ีเกิดข้ึนท่ัวโลกตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2563

ส่งผลกระทบต่อประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยอย่างกว้างขวางและรุนแรง มีการสูญเสียด้านสุขภาพ
การสูญเสียด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างมาก ส่งผลให้ประชาชนจานวนมากได้รับผลกระทบต่อการดารงชีวติ
พื้นฐาน แมว้ ่าท่ีผ่านมาประเทศไทยจะประสบความสาเร็จในการควบคุมป้องกนั โรคได้อย่างดี เปน็ ที่ชืน่ ชมของ
นานาชาติ อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยยังมีผู้ป่วยโควิด 19 จานวนมากท่ัวโลก จึงมีการระบาดตามอีกเป็นระลอก
มาตรการการป้องกันตนเองของมนุษย์จึงเกิดข้ึน โดยการปรับเปล่ียนพฤติกรรมการดารงชีวิตเพื่อให้ปลอดภัย
จากการตดิ เชื้อ มกี ารปรับเปลี่ยนแนวคิด และปรับเปล่ยี นพฤติกรรมจนไปสคู่ วามปกติใหม่ หรอื New Normal
โดยการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ จนเกิดความคุ้นเคยก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตปกติของผู้คนในสังคม
ดังนั้น สานักงานพัฒนาชมุ ชนอาเภอจงึ ปรบั เปลย่ี นวธิ ีการปฏิบัติใหส้ อดคล้องกบั วิถีชวี ิตแบบปกติวิถใี หม่ (New
Normal) เพอื่ ให้เกิดความปลอดภัยแกต่ วั เจ้าหน้าท่ี และกลุม่ องค์กร ชุมชนท่ีเป็นเปา้ หมายการดาเนนิ งาน

5. รูปแบบ /กระบวนการ /ลาดับขน้ั ตอน
ลาดบั ข้นั ตอนการดาเนนิ งานตามวงจรบรหิ าร PDCA ดงั นี้
วางแผนการดาเนนิ งาน (Plan)
- ประชุมทีมงานเพ่ือกาหนดรูปแบบ ตง้ั คา่ เป้าหมายในการปฏบิ ตั ิงาน
- จัดทาแผนปฏิบัตงิ าน
ขั้นดาเนนิ การ (Do)
- วิเคราะห์กระบวนงานของสานักงานพัฒนาชุมชน สามารถนาเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยในการทางาน

มากขึน้ โดยไมก่ ระทบกบั คุณภาพของงาน
- ติดตามข้อมูลข่าวสาร และมาตรการท่ีภาครัฐกาหนดออกมาเพ่ือรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาด

ของไวรสั โคโรนา่ 2019 เชน่ มาตการการปอ้ งกนั ตนเอง การเว้นระยะห่างทางสงั คม การทางานท่ีบา้ น (Work
from Home) การโหลดแอพพลิเคช่ันท่ีเกี่ยวขอ้ ง เชน่ Zoom Google Meet

- ให้ความรู้ความเข้าใจปรับทัศนคติและพัฒนาบุคลากรเพ่ือรองรับการเปลี่ยนแปลง โดยการเพ่ิม
ทักษะใหม่ด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแก่บุคลากรในสานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอ เพื่อรองรับการปฏิบัติงานของ
สานักงานพฒั นาชุมชนอาเภอภายใต้วิถีชวี ิตแบบปกตวิ ถิ ีใหม่ (New Normal)

- ปรับปรุงอุปกรณ์ เครอื่ งมอื ในดจิ ิทลั ทีใ่ ช้ในการสือ่ สารและการปฏบิ ตั งิ านให้มีความพร้อม
- ใช้โปรแกรมท่ีเหมาะสมในการทางานผ่านระบบเทคโนโลยีดิจิทัล ให้สามารถส่ือสารได้ตลอดเวลา
แบบ Online Real Time สาหรบั กรณที ่จี ะต้องมกี ารให้บุคลากรทางานท่ีบ้าน (Work from home)
- จัดเกบ็ ข้อมลู ในรูปแบบดิจิทัลและนาเข้าสู่ระบบออนไลน์ เพอ่ื ให้สามารถค้นหาได้สะดวกจากทุกสถานที่
เพิ่มประสทิ ธิภาพการทางาน ลดระยะเวลาการทางานได้
- พัฒนาศักยภาพกลุ่ม องค์กร และเครือข่าย ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้การปฏิบัติงานของ
เจ้าหนา้ ทพ่ี ฒั นาชมุ ชนบรรลผุ ล

ตรวจสอบ (Check)
- ประเมินผลการดาเนินงานเป็นระยะ และนาผลการประเมินมาปรับรูปแบบ วิธีการดาเนินงานให้เหมาะสม
กบั เจา้ หนา้ ที่ทุกคนของสานกั งานพัฒนาชุมชนอาเภอ
ปรบั ปรุงการดาเนนิ งาน (Act)
- ทบทวนแผนการปฏิบัติ ปรับปรุงแก้ไขแผนการปฏิบัติงานท่ีไม่สามารถดาเนินการให้มีความเหมาะสม
สอดคล้องกับสถานการณ์ และแมน่ ยาตอ่ เป้าหมายทกี่ าหนดไว้

6.มีเทคนคิ ในการปฏิบัติงาน
- ใช้กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี เน่ืองจากเจ้าหน้าที่แต่ละคนมีความรู้

ความสามารถด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแตกต่างกันออกไป การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการถ่ายทอดความรู้
ให้แก่กันและกันจึงทาให้เกิดบรรยากาศท่ีดีในการทางาน ทุกคนได้มีความรู้สึกภาคภูมิใจในความสามารถของ
ตนเอง

- กระตุ้นการมีจิตสาธารณะที่จะช่วยเหลืองานผู้อื่น เนื่องจากมีการสลับสับเปลี่ยนกันเข้าทางาน
ในสานกั งาน ทกุ คนทางานแทนกันได้ เพ่อื นาพาสานักงานพฒั นาชุมชขนอาเภอให้บรรลุเป้าหมายในการทางาน

7.ปัญหาทพี่ บและแนวทางแกไ้ ข
- แอพพลิเคชั่นและสัญญาณอินเทอร์เน็ตท่ีไม่เสถียร ทาให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติงาน สามารถแก้ไข

ได้โดยการปรับเปล่ียนวิธีการปฏิบัติงานไปเป็นการลงพื้นที่เพื่อไปพบกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งดาเนินการเป็นคร้ังคราว
และอยู่ภายใต้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม

- อุปกรณ์ เคร่ืองมือการทางานผ่านแอพพลิเคช่ัน และต้องใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ต ซ่ึงทาให้เกิด
ค่าใช้จ่ายเพิ่มข้ึน แก้ไขได้โดยการใช้เครื่อง Smart Phone ของสานักงาน และการซ่อมบารุง/ปรับปรุงเครื่อง
คอมพวิ เตอรแ์ ละสัญญาณ Wifi ใหส้ ามารถใชง้ านได้ดขี ้ึน

8. ประโยชน์ขององค์ความรู้
- เจ้าหนา้ ทพ่ี ัฒนาชมุ ชนมีความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยดี จิ ทิ ัลมากขน้ึ
- สานกั งานพัฒนาชมุ ชนอาเภอมปี ระสทิ ธภิ าพในการปฏบิ ัตงิ านใหบ้ รรลุเปา้ หมาย

……………………………………………………………………………

แบบบนั ทึกองค์ความร้รู ายบุคคล

1. ชื่อองคค์ วามรู้ พฒั นากรมือใหม่ กับ กระบวนการจัดซ้อื จัดจ้างดว้ ยวธิ อี ิเลก็ ทรอนิกส์ (e-GP)

2. ชอ่ื เจา้ ขององคค์ วามรู้ นายทนิ กฤต เทียมปฐม นักวิชาการพฒั นาชมุ ชนปฏิบตั ิการ
สานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอเมอื งนนทบุรี จังหวดั นนทบุรี

3. องค์ความรู้ทบ่ี ง่ ช้ี การเบิกจ่าย/องคค์ วามรู้

4. ท่มี าและความสาคัญในการจัดทาองค์ความรู้
การประกาศใช้พระราชบัญญัติการจดั ซ้ือจดั จ้างและการบรหิ ารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มีหลักการ

ตามพระราชบัญญตั กิ ารจัดซ้อื จัดจา้ งและการบรหิ ารพสั ดุ ของหน่วยงานของรัฐตอ้ งก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
แกห่ น่วยงานของรัฐและต้องสอดคลอ้ งกบั หลักการดังต่อไปน้ี คือ 1.คุ้มค่า 2.โปร่งใส 3.มีประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผล 4.ตรวจสอบได้ ทั้งยังมีมาตรการซ่ึงจะทาให้เกิดความโปร่งใสในการดาเนินการจัดซื้อจัดจ้าง
ภาครฐั อนั จะเปน็ การสร้างความเชอื่ มัน่ ให้กบั สาธารณชนและก่อให้เกิดผลดีกับการจัดซ้ือจัดจ้างภาครัฐ เช่น
การจัดซื้อจัดจ้างดว้ ยวธิ ีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งการนากระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้ นอกจาก
จะมวี ัตถปุ ระสงค์เพ่ือลดความผิดพลาดในการทางานให้แก่เจ้าหนา้ ที่ และช่วยลดต้นทุนท่ีจะเกิดขึ้นในภาครัฐ
และภาคเอกชนแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการลดการพบปะกันระหว่างผู้เสนอราคาด้วยกัน หรือการพบปะกัน
ระหว่างผู้เสนอราคากับเจา้ หนา้ ท่ีของรฐั ซงึ่ อาจทาใหเ้ กดิ ความสุ่มเสยี่ งในการสมยอมกันในการเสนอราคา

5. รปู แบบ กระบวนการลาดบั ขัน้ ตอน
๕.๑ รูปแบบการเรยี นรู้

5.1.1 การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง
- ศึกษาจากเอกสาร

ศึกษาระเบียบ กฎหมาย ที่เก่ียวข้อง และการใช้งาน
ระบบ e-GP ตามคู่มือการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ที่
จัดทาโดย สานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี ซึ่งมีรายละเอียด
เกีย่ วกับ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
พ.ศ.2560 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง
และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ก ฎกระทรวงตาม
พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ก า ร จั ด ซ้ื อ จั ด จ้ า ง แ ล ะ ก า ร บ ริ ห า ร พั ส ดุ ภ า ค รั ฐ
พ.ศ. 2560 คูม่ อื การใชง้ านระบบฉบบั ย่อ ข้ันตอนเพ่มิ แผน การจัดซ้ือ
จัดจ้าง คู่มือการใช้งานระบบ e-GP (กรณีจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธี
เฉพาะเจาะจง) หนงั สอื แนวทางอื่นๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง

/5.1.2 การเรียนรู.้ ..

-2–
- ศึกษาจากทางเว็บไซต์และ Social Media
ศกึ ษากฎ/ระเบยี บ/มติ ครม./หนงั สอื เวยี น เพิ่มเติมจากทางเวบ็ ไซต์กรมบัญชีกลาง
http://www.gprocurement.go.th/ และศึกษาวิธีการใช้งานระบบ e-GP จากส่ือทาง Social Media
เชน่ Youtube

5.1.2 การเรียนรู้จากผู้บงั คับบญั ชา และเพอื่ นรว่ มงาน
1) เรยี นรจู้ ากผู้บงั คบั บัญชา เพอื่ นรว่ มงาน เกย่ี วกับวิธีการใช้งานระบบ e-GP
2) หากมีข้อสงสัย ดาเนินการสอบถามจากผู้บังคับบัญชา เพ่ือนร่วมงาน หรือ
เจา้ หนา้ ที่การเงนิ จังหวดั ทนั ที
3) เรยี นรู้เพ่มิ เตมิ จากผู้ประกอบการทีท่ าการจดั ซ้ือจัดจ้างด้วย
5.1.3 การเรยี นรูจ้ ากการปฏิบัตงิ านจรงิ
การเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง จะก่อให้เกิดความรู้และประสบการณ์ท่ีเป็น
ประโยชน์ เรียนรู้จากปัญหา การปฏิบัติงานในพ้ืนที่บางคร้ังมักจะประสบปัญหาต่าง ๆ ที่จะต้องดาเนินการแก้ไข
ปัญหาเฉพาะหน้า เพ่ือให้สามารถดาเนินงานต่อไปได้ จะทาให้ได้เรียนรู้แนวทางการแก้ไขปัญหา และ
แนวทางการดาเนนิ งานในอนาคต
5.2 กระบวนการการเรยี นรู้ มีข้ันตอนดงั ตอ่ ไปนี้
1) วเิ คราะห์และการกาหนดความต้องการในการเรียนรู้ หรือเร่ืองใดบ้างที่สนใจที่
จะเรยี นรู้ หรือพจิ ารณาปจั จัยเง่อื นไข ข้อจากดั ต่างๆ ท่ีเก่ยี วขอ้ ง
2) กาหนดจุดมุ่งหมายในการเรียนรู้ การกาหนดจุดมุ่งหมายไว้ชัดเจนจะช่วยให้
ผ้เู รียนมเี ปา้ หมายและทศิ ทางในการเรียนรู้ชัดเจนข้นึ
3) กาหนดแหล่งวิทยาการเพ่ือการเรียนรู้ แหล่งวิทยาการอาจเป็นบุคคล ผู้รู้
หอ้ งสมดุ ศนู ยก์ ารเรยี นต่างๆ ตลอดจนศกึ ษาค้นคว้าทางสือ่ เทคโนโลยตี ่างๆ
4) เลือกวิธีการเรียนและกิจกรรมการเรียนรู้ อาจใช้วิธีการสัมภาษณ์ผู้รู้ ผู้ชานาญ
เขา้ ไปฝกึ ปฏิบตั ิ เข้าร่วมกิจกรรม เขา้ รับการอบรม
5) รวบรวมข้อมูล/วเิ คราะหส์ รา้ งองค์ความรู้ ต้องทาการจดบันทึกอย่างเป็นระบบ
และละเอียด จากน้ันก็นามาจัดหมวดหมู่ เขียนให้กระชับ ชัดเจน อาจวิเคราะห์หรือสังเคราะห์ข้อมูล หรือ
สรา้ งข้อสรุปในองคค์ วามรนู้ ั้น
6) ประเมินผลการเรียนรู้ ควรพิจารณาทบทวนว่า สามารถบรรลุเป้าหมายการ
เรยี นรตู้ ามทก่ี าหนดไวห้ รอื ไม่ มากน้อยเพยี งใด

/6. มีเทคนคิ ...

-3-

6. มีเทคนิคในการปฏบิ ตั ิงาน
๖.๑ ขยัน กระตือรือร้น พยายามเรยี นรู้งานใหมๆ่ หรือสิง่ ใหมๆ่ อยา่ งต้ังใจ และ

กระตอื รอื ร้นท่จี ะทาสง่ิ ต่างๆ
๖.๒ เรียนรู้ ซักถาม เพ่ือทาความเข้าใจ ควรเปดิ รับและเรียนรู้ โดยเรียนรู้ด้วยตนเองก่อน

แต่ถา้ ยงั ไมส่ ามารถแกไ้ ขปัญหาได้ ควรสอบถามจากผู้มีประสบการณ์ และควรเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของ
ผอู้ นื่ แลว้ ทาความเขา้ ใจ เพ่อื นาไปสู่การแกไ้ ขปัญหา

๖.๓ มองโลกในแง่ดี คิดบวก ใช้ระยะเวลาในการศึกษาลักษณะนิสัยของผู้อื่น อย่าเพิ่ง
ตัดสนิ ว่าใครไมด่ ี ให้มองโลกในแง่ดี และคดิ บวกไวท้ าใหก้ ารดาเนินงานเป็นไปด้วยความราบรืน่

๖.4 ตรงตอ่ เวลา การตรงตอ่ เวลาเปน็ เร่ืองสาคัญและมีความจาเปน็ อยา่ งสงู
6.5 มารยาท มีกิริยาที่อ่อนน้อมถ่อมตน พร้อมที่จะรับฟังและเรียนรู้จากผู้บังคับบัญชา
และเพอ่ื นร่วมงาน
6.6 วางตัวให้ดี ประพฤตดิ ี ทงั้ การแต่งกายพอเหมาะ ทาความรู้จกั กบั คนรอบขา้ ง และให้
ความชว่ ยเหลือ
๖.๗ นาเทคโนโลยีมาปรบั ใช้ในการดาเนินงาน เพื่อให้สามารถดาเนินงานได้รวดเร็ว หรือ
เกดิ ประสิทธิภาพมากขน้ึ
7. ปัญหาทีพ่ บและแนวทางการแก้ไขปญั หา
ปญั หาท่พี บ
1.) ระบบ e-GP มีความไม่เสถียรต่อการทางาน เกิดความล่าช้าของระบบ หากวันใด
กรมบญั ชกี ลางไดทาการปรับปรงุ ระบบ จะไมสามารถเขา้ ใช้งานระบบ e-GP ได
2. การบันทึกผิดพลาดและไม่ถูกต้อง เน่ืองจากแต่หน่วยงานมีแนวทางการบันทึกไม่
เหมอื นกัน
แนวทางการแก้ไขปัญหา
1) ควรมกี ารปรบั ปรุงระบบ e-GP ใหม้ คี วามเสถียร พร้อมในการทางาน และหากปรับปรุง
ระบบควรปรับปรงุ นอกเวลาราชการ
2) ควรมีการอบรมกับเจ้าหนา้ ที่ท่ีปฏบิ ัติงานด้านการเงิน เพื่อให้มีแนวทางปฏิบัติไปในทาง
เดียวกัน
3) ต้องศึกษาหาความรู้ และทบทวนความรู้เดิมที่มีอยู่ในทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
ไปอยูต่ ลอดเวลา
8. ประโยชน์ขององค์ความรู้
1) มรี ูปแบบการงาน ทาให้การปฏบิ ัติงานทป่ี ระสิทธิภาพ มีความรวดเรว็ ถกู ต้อง
2) เพอ่ื ใหม้ ีแนวทางในการเรยี นรู้ และใหส้ ามารถเรียนรูง้ านไดร้ วดเรว็ ขึน้
3) มีรปู แบบการทางานให้พัฒนากรบรรจุใหมส่ ามารถนาไปปรับใชไ้ ด้

**********************************

การจดั การความรู(KnowledgeManagement : KM)
เรื่อง เครื่องมือวเิ คราะหชมุ ชนแบบมสี วนรว ม ของบทบาทนักพฒั นา

กับการทำงานรว มกับชมุ ชน

แบบบันทึกองคความรรู ายบุคคล

1. ชอ่ื องคค วามรู เคร่ืองมอื วเิ คราะหชุมชนแบบมีสว นรว ม ของบทบาทนกั พฒั นา
กบั การทำงานรว มกบั ชุมชน
2. ชื่อเจา ของความรู นางสาวไอยลดาวัลย ศรผี าย นกั วชิ าการพัฒนาชมุ ชนปฏิบตั กิ าร
3. หมวดองคความรูท ่บี ง ช้ี

หมวดที่ 4 เสรมิ สรา งองคกรใหม ขี ดี สมรรถนะสูง
4. ที่มาและความสำคัญในการจดั ทำองคความรู (อธิบายโดยละเอียด) (คะแนนเต็ม 20 คะแนน)

อำเภอเมืองนนทบุรี จงั หวดั นนทบรุ ี เปน จงั หวัดทอ่ี ยใู นเขตปริมณฑล มปี ระชากรอาศยั อยูมากในพ้ืนที่
มีความเปน ชมุ ชนในทุกพืน้ ที่ ทำใหการเขามามีสวนรวมของคนในชมุ ชนคอ นขา งยาก และไดขอมลู ท่ีอาจจะไม
ครอบคลุม รวมทัง้ ความสัมพนั ธข องผปู ฏิบัตงิ าน กับผูนำชมุ ชน และประชาชนในพ้นื ทยี่ ังขาดความเขาใจรวมกัน
การพัฒนาในดานตา ง ๆ จงึ อาจจะมีความไมตอ เน่อื ง เพราะไมทราบปญ หาในชุมชนอยางแทจรงิ

การศึกษาวิเคราะหชุมชน จงึ เปน เร่อื งทีส่ ำคัญในการทจี่ ะเขา ถึงปญหาและความตอ งการของชมุ ชน เพื่อให
เกิดการพัฒนาอยางมสี วนรวมในการจะดำเนินการตา งๆ ซ่งึ การศึกษาชมุ ชน คือ กระบวนการในการเขาไปศึกษา
เรยี นรู ทาํ ความเขาใจเรอื่ งราวของชมุ ชน เพือ่ ใหมคี วามรูว ามเขาใจเกย่ี วกับอดตี สถานการณปจจุบัน ปจจัย
สภาพแวดลอ มใน ชมุ ชน การทําความรจู กั ชุมชนกอนท่ีจะลงมอื ทํางานถอื เปน หวั ใจสาํ คัญและมีผลตอ ความสาํ เร็จ
ของ การพัฒนาชมุ ชน เพราะนอกจากจะทําใหส ามารถกําหนดเปาหมาย และทศิ ทางการพัฒนาไดอยาง ตรงความ
ตอ งการและสอดคลอ งกับสภาพความเปนจรงิ ของชุมชนแลว การเขา ใจชุมชนอยางลึกซ้งึ จะทําใหดํ าเนินง าน
รว มกับชุมชนไดงา ย ราบรืน่ และไดรบั ความรว มมอื จากทกุ ฝา ย
5. รปู แบบ กระบวนการลำดับขั้นตอน

5.1 ศึกษาสภาพปญหา และความตองการของชุมชน ถาหากปญหาและความตองการมีหลายอยาง
ในขณะเดียวกันจะตองเรียงลําดบั ความสำคัญของปญหาและความตองการ ซึ่งจะตองสํารวจและจัดลาํ ดับ
ความสําคญั ของปญหาและความตองการตางๆ ตามความตองการของประชาชนในชมุ ชน

5.2 ศกึ ษาสาเหตขุ องปญ หา เปนการคน หาเหตทุ ่ที ําใหเ กิดปญ หา จําเปน ตองอาศยั ขอ มลู ตางๆเปนพ้ืนฐ าน
ประกอบการวเิ คราะห ซง่ึ วิธกี ารหาสาเหตุของปญ หาและความตองการในชุมชนนั้นมหี ลายวธิ ีไดแก การสังเกต
การศกึ ษาประวัตศิ าสตรภ ูมิหลังของชุมชน การสอบถาม การสัมภาษณก ารสาํ รวจเปนตน

5.3 ศกึ ษาความสามารถในการแกไ ขปญ หา หากศึกษาความสามารถ หรอื ระดับภูมปิ ญ ญา ความสามารถของ
ชมุ ชนในการแกไขปญ หาตา งๆ มคี วามจาํ เปน เปน อยา งมากเปนเรอื่ งของทรพั ยากรในชมุ ชน และการมีสวนรว มของ
ประชาชนในการแกไขปญ หามากนอยอยางไร แมจ ะมที รพั ยากรเพียงพอ แตประชาชนไมมคี วามพรอ มที่จะแกไข
ปญ หา ก็จะไมส ามารถดําเนนิ การได

5.4 ศึกษาลทู างในการแกไ ขปญหา มีการวางแผนการดําเนินการตางๆ เพื่อหาทางในการแกไ ขป ญหาและ
ความตองการของชุมชน
6. มีเทคนิคในการปฏิบัติงาน

เคร่อื งมอื ในการวเิ คราะหชุมชน 6 ประเภท
6.1 แผนท่ีเดนิ ดนิ

‘แผนทีเ่ ดินดนิ ’ น้นั แตกตางจากแผนท่ธี รรมดาๆ ซ่งึ ในสมยั นีก้ ็ใชแ อพลเิ คชัน่ อยา ง Google Maps ได
แตแผนที่เดนิ ดินนน้ั มีความพิเศษกวาแผนทธ่ี รรมดาๆ เพราะเปน แผนภูมิสังคม (Geo-social mapping) ท่ผี เู ขียน
แผนทแี่ บบน้นี น้ั จะตอ งเขยี นทั้งแผนท่ที ีบ่ อกตำแหนง สถานทต่ี า งๆ และตอ งเขยี นแผนทที่ างสงั คมอยูในน้ันดวย
ซ่งึ แผนท่แี บบนเี้ หมาะมากกับการเปนกา วแรกของการศึกษาชุมชน เพราะมันทำใหเ ห็นภาพรวมของชุมชนน้ันๆ
อยางครบถวน ไดข อมูลจำนวนมากในเวลาสั้นๆ จากการไปสงั เกตดว ยตัวเอง ทำใหไดเหน็ กลุมเปาหมายที่จะ
ทำงานดวยอยางหลากหลายและสามารถสรางความคุนเคยกบั พวกเขาใหเ กิดขน้ึ ไดเราสามารถใชแผ นท่ีเดินดิน
ในการเรียนรวู า เขาเล้ยี งวัวตรงไหน เขาปลูกอะไรในหนา แลง ใครทเี่ ปนคนทม่ี ีความรูในเรอ่ื งกฎหมายหรอื เร่ืองอน่ื ๆ
ในชมุ ชนนั้น หรอื ท าใหไ ดร ูวา ชวี ิตของคนในชุมชนน้ันๆแตล ะคนมีปญหาอะไร มจี ดุ มุง หมายยังไง สัมพันธ
กับคนอ่ืนๆยังไงบาง จุดหลักของการเขียนแผนท่เี ดินทีค่ ือทำให ‘รูจ กั ผูคน’ ในชมุ ชน ไมใชเพ่อื รูจ ักสถานท่ี ซ่งึ ทำให
ไดขอ มูลมาวิเคราะหสาเหตุของปญหาชมุ ชน ลกั ษณะตา งๆของปญ หานน้ั ๆดว ย

6.2 Time line
Time line จะเปนการชกั ชวนใหชวยกันดปู ระวัติศาสตรต้ังแตก ารกอตัง้ ของชมุ ชนมาจนถึงปจ จบุ ัน

วาชุมชนปรับตัวในสถานการณตางๆ อยา งไร? และชวนมองวา ชุมชนมศี กั ยภาพในการปรับตวั ตลอดเวลา เพยี งแต
ไมร ูตัววามศี กั ยภาพตรงนน้ั รวมไปถงึ มเี รือ่ งการวเิ คราะหค วามสมั พันธผมู สี วนไดสวนเสยี ในการทำงานประเด็น
ตา งๆ สรปุ คือ เครอื่ งมือเหลา นใ้ี ชในการทำงานเพื่อสรางความสัมพันธ แตคนทำก็ตอ งเช่อื มน่ั ในศักยภาพและ
ความรูของชาวบา นดว ยจึงจะใชไดผลจริง เสนแบงเวลา หรือ Time line: จุดเร่ิมตนมักเริม่ ปท่ีกอ ตั้งชุมชน
จะพบวา เวลาการกอ ตัง้ ชุมชนกบั เหตกุ ารณใ นประเทศสว นใหญก็จะสอดคลองกันกับการพฒั นา เชน ชวงเวลา
การเขา มาของถนน-โรงเรยี น หรือ รถมอเตอรไ ซดที่เริม่ เขามาในชุมชน เปนตน ดังตวั อยางชมุ ชนในพน้ื ท่โี ครงการ
หลวงท่มี ักจะพบวา โรงเรียนจะเขา มาชว งหลงั จากท่ีมีโครงการหลวงเขามาตง้ั ในพ้นื ทโี่ ดยครทู ี่ข้ึนมาสอนก็มกั จะนำ
รถมอเตอรไซดมาใชง าน หลังจากนนั้ คนในชมุ ชนกเ็ ร่ิมใชมอเตอรไ ซดก นั กลา วคือ ครทู ีเ่ ขา มาสอนในพน้ื ท่ีมกั จะนำ
วถิ ีทเ่ี ปนอยูเขา มาดวย

6.3 Mind map
แผนทค่ี วามคดิ (Mind Map) คอื การถายทอดความคิด หรอื ขอ มลู ตาง ๆ ทมี่ ีอยูในสมองลงกระด าษ

โดยการใชภ าพ สี เสน และการโยงใย แทนการจดยอ แบบเดมิ ท่เี ปน บรรทัด ๆ เรียงจากบนลง ลา ง ขณะเดยี วกัน
กระบวนการทำผังความคดิ ชว ยเปนสือ่ นำขอ มูลจากภายนอก เชน หนงั สือ คำบรรยาย การประชุม สง เขา สมอง
ใหเก็บรกั ษาไวไ ดดกี วาเดมิ และยงั ชว ยใหเกิดความคดิ สรา งสรรคไ ดง า ย เนื่องจากเห็นเปน ภาพรวม และเปดโอกาส
ใหส มองใหเ ชื่อมโยงตอขอมูลหรอื ความคิดตา ง ๆ เขาหากนั ไดง า ยกวา โดยสรุปคอื “ใชแ สดงการเช่อื มโยงขอมูล
เก่ยี วกับเรือ่ งใดเร่ืองหนง่ึ ระหวา งความคดิ หลัก ความคิดรอง และความคิดยอยที่เก่ียวของสัมพนั ธก ัน” แผนที่

ความคิด ยังมชี ่ือเรยี กชื่อหนึ่งวา “ผังมโนภาพ” ซง่ึ ถกู ใชเปน แนวคดิ ไรร ูปแบบตายตวั เพ่อื ใชใ นการเรียนรกู ารระดม
สมองการจดจำขอมูลการจนิ ตนาการและการแกปญ หา

6.4 SWOT
เน่ืองจากในปจจุบนั การทำงานในหมบู านจะเนนกระบวนการเรยี นรูท่เี กดิ ขึ้นในชมุ ชน หากชมุ ชนใดไม

สามารถวเิ คราะหต ัวของชมุ ชนไดก ไ็ มสามารถของบประมาณ หรอื จัดทำแผนงานโครงการทส่ี นับสนุนการพัฒนา
ชุมชนไดอ ยา งเปนกระบวนการ เพราะการบริหารเชิงกลยทุ ธเ ปน ส่ิงสำคญั และจำเปนสำหรับชมุ ชน เพราะชุมชน
ใชก ลยทุ ธใ นการทำงานเพอื่ บรรลวุ ตั ถุประสงคของตน โดยกลยุทธข องแตละชมุ ชนจะถูกกำหนดตามธรรมชาติและ
ลักษณะขององคกรนั้น ๆ ทง้ั น้ีชมุ ชนจะกำหนดกลยทุ ธไดน้ันตอ งรสู ถานภาพหรอื สภาวะของชมุ ชนของตนเสยี กอน
นอกจากนี้ยังตองมกี ระบวนการกำหนดกลยทุ ธที่เหมาะสมสำหรับตนเอง วธิ ีการและเทคนคิ ในการวิเคราะหสภาวะ
ของชมุ ชนและกระบวนการกำหนดกลยุทธมีหลายวธิ ีดว ยกัน หน่งึ ในวิธกี ารเหลา น้ี คอื กระบวนการวิเค ราะห
SWOT ซ่งึ เปน วธิ กี ารทร่ี ูจ ักและใชก นั อยางแพรหลาย

ข้ันตอนแรก คือ การใหความรแู กคณะกรรมการหมบู าน คณะกรรมการชมุ ชน กลมุ องคกร เครือขาย
ตางๆ ในการใชเ ทคนคิ SWOT ในการวิเคราะหชุมชน SWOT เปน คำยอ มาจากคำวา Strengths, Weaknesses,
Opportunities, and Threats โดย

Strengths คอื จุดแขง็ หมายถงึ ความสามารถและสถานการณภายในชมุ ชนที่เปน บวก ซึ่งชุมชนนำมาใช
เปน ประโยชนในการทำงานเพือ่ บรรลวุ ตั ถุประสงค หรือหมายถึง การดำเนินงานภายในท่ีชุมชนทำไดดี

Weaknesses คือ จดุ ออน หมายถึง สถานการณภายในองคก รทเ่ี ปน ลบและดอยความสามารถ ซง่ึ ชมุ ชน
ไมส ามารถนำมาใชเปนประโยชนใ นการทำงานเพ่ือบรรลวุ ัตถุประสงค หรือหมายถงึ การดำเนินงานภายในท่ชี ุมชน
ทำไดไมดี

Opportunities คือ โอกาส หมายถึง ปจจัยและสถานการณภายนอกทเี่ อื้ออำนวยใหก ารท ำงานของ
ชมุ ชนบรรลวุ ัตถุประสงค หรือหมายถงึ สภาพแวดลอ มภายนอกท่ีเปน ประโยชนตอการดำเนนิ การของชุมชน

Threats คอื อปุ สรรค หมายถงึ ปจ จยั และสถานการณภายนอกท่ขี ดั ขวางการทำงานของชุมชน ไมให
บรรลวุ ัตถปุ ระสงค หรอื หมายถงึ สภาพแวดลอ มภายนอกท่ีเปน ปญหาตอชุมชน

บางครง้ั การจำแนกโอกาสและอุปสรรคเปนสิ่งทีท่ ำไดยาก เพราะทง้ั สองสง่ิ นี้สามารถเปล่ีย นแปลงไป
ซึ่งการเปลย่ี นแปลงอาจทำใหส ถานการณที่เคยเปนโอกาสกลบั กลายเปนอุปสรรคได และในทางกลบั กนั อปุ สรรค
อาจกลบั กลายเปนโอกาสไดเ ชน กัน ดวยเหตนุ ี้ชมุ ชนมีความจำเปน อยางย่งิ ทจี่ ะตองปรับเปล่ียนกลยุทธของตนให
ทนั ตอการเปล่ียนแปลงของสถานการณแวดลอ ม

6.5 AAR เทคนิคการทบทวนผลการปฏบิ ตั งิ าน (AFTER ACTION REVIEW)
เปนเครื่องมอื ถอดบทเรยี น หรอื องคค วามรู เปน การรวบรวมบทเรยี นท่ีไดจ ากการปฏิบตั ิ บางคนเรยี กวา

เครอ่ื งมอื วเิ คราะหหลงั ปฏบิ ัติ การทบทวนหลงั ปฏิบตั งิ าน การทบทวนหลงั ทำกิจกรรม เปนตน การทำ AAR น้ัน
สามารถดำเนินการไดไ มว าการปฏิบัตนิ น้ั ๆ จะประสบผลสำเร็จหรอื ลมเหลว เพราะการทำ AAR มีเปาหมายที่จะ
เพ่ิมประสทิ ธิภาพของการปฏบิ ัตนิ ้ันๆ เพอ่ื ใหส ามารถทำไดด ขี ึ้นในครั้งตอ ไป การทำ AAR จะอยูในสวนหน่ึง
ของวงจรแหง การวางแผนการเตรียมความพรอม การปฏิบัติ และการทบทวน จะเห็นไดวามสี วนคลายกับวงจร
ที่คุนเคย นั่นคือวงจร PDCA (Plan, Do, Check, Act) โดย AAR จะเปนการทบทวนวธิ ีการทำงานทั้งดาน
ความสำเรจ็ และปญ หาทีเ่ กดิ ขน้ึ ท้งั นี้ ไมใชเ พือ่ คน หาคนทท่ี ำผิดพลาดไมใ ชการกลา วโทษใคร แตเปน การทบทวน

เพอ่ื แลกเปลยี่ นประสบการณการทำงานเพ่อื แกปญ หาทีเ่ กิดขึ้นและเพื่อไมใหเ กิดปญ หานขี้ ้ึนอกี ในขณะเดียวกัน
กค็ งไวซ่ึงวิธีการทีด่ อี ยแู ลว

6.6 การวิเคราะหร ากสาเหตุ (Root Cause Analysis)
คือ “การวิเคราะหหาปจจัยทีเ่ ปนตน เหตุที่แทจริง (Root Cause) ซึ่งกอใหเกิดผลกระทบหรอื

ปรากฏการณทีไ่ มพ งึ ประสงคข ึ้น (Effect) ดว ยวิธกี ารอยา งเปน ระบบและเปนขั้นตอน โดยไมเกิดสภาพการณ
ตกหลนและซ้ำซอน และไมจินตนาการเอง” ดังนั้น Root Cause Analysis เปรียบเสมือนการมองเห็น
“ผลกระทบ” และ “สาเหต”ุ ในบางประเด็น แตยงั ไมด ว นสรุปทันทีวาเกิดจากสาเหตใุ ด แตพยายามคนหา
ขอ เทจ็ จริงทถ่ี ูกตองและสอดคลองเพือ่ คนหาวา “สาเหตทุ ่แี ทจรงิ คืออะไร” ปญหาตา ง ๆ ของชมุ ชนในปจจุบัน
มีความซับซอนมากข้ึน ซ่งึ ทักษะการวเิ คราะหปญ หาดว ย Root Cause Analysis เปน พื้นฐานสำคญั สำหรับการ
แกป ญ หา เพื่อใหไดวธิ ีการทีต่ รงประเด็นตอ ปญหาที่เกิดขน้ึ การพัฒนาทักษะดงั กลาวสง ผลใหก ารแกปญหาเปนไป
อยางมีหลักเกณฑ มีความเปนระบบ มขี ัน้ ตอนและมเี หตผุ ลเชงิ วิทยาศาสตร จึงนบั วา การพฒั นาทักษะดังกลาว
เปน “การปองกันการแกป ญหาแบบไมสมเหตุผล” ทเ่ี กิดจากการนึกคิดเองของผปู ฏิบตั งิ านไปดว ยในตวั
7. ปญหาท่พี บและแนวทางการแกไ ขปญหา (อธบิ ายโดยละเอยี ด) (คะแนนเต็ม 10 คะแนน)

ปญหา 7.1 การสังเกต การสังเกตนั้นเปนการศึกษาชุมชนเบ้ืองตนโดยตรงของชมุ ชน ดวยการบันทึก
สภาวการณท เี่ ปน จริงตามเหตุการณท ีเ่ กดิ ขึ้นในขณะน้ัน ปญหาทีเ่ กดิ ขึ้นจากการสงั เกตจงึ เปนการที่ไมสามารถ
จะควบคมุ ขอมลู ใหไ ดตามความตองการได โดยผูท่สี ังเกตจะตอ งพยายามรบั รูข อมูลขา วสารอยตู ลอดระยะเวลา
ทสี่ งั เกต โดยบางคร้งั ก็อาจจะทำใหใชเ วลานานเกนิ ความจำเปน กวา จะไดขอมูลท่ตี อ งการ

แนวทางการแกป ญหา 7.1 ผูท ่ศี ึกษาใชว ธิ ีการสังเกตนัน้ จงึ ตองมกี ารตื่นตวั ตลอดเวลามกี ารเตรียมเค รื่องมือ
หรืออุปกรณ เชน กลองถายรูป สมุดจดบันทึก อนื่ ๆ เพือ่ ใชในการชวยสงั เกต และสามารถเก็บขอ มูลที่มาอยาง
กะทนั หนั ไดอยางรวดเร็วทสี่ ุดในการเกบ็ ขอมูลชมุ ชนน่ันเอง

ปญหา 7.2 การสัมภาษณ การสมั ภาษณน ้ันเปน กระบวนการส่ือสารระหวา งบุคคลดวยการพบปะกันโดยตรง
ทำใหสามารถไดข อ มลู โดยตรงมากท่สี ุด แตป ญ หาท่เี กิดข้ึนจากการสัมภาษณน้ันก็คือ เรอ่ื งเวลาวางจากผู ให
สัมภาษณนน้ั บางคนซ่ึงเปน ผูทตี่ องทำงานหนัก เวลาวางกไ็ มคอยจะมี และบางคนก็จะอยูทใี่ ดทห่ี นงึ่ อยางไมเ ปน เวลา

แนวทางการแกป ญหา 7.2 ตองอาศยั ผูที่สามารถใหส ัมภาษณแทนไดไ ปกอน แลวถาอยากรูขอ มลู มากกวาน้ัน
จงึ คอยหาเวลาสมั ภาษณผูใหส มั ภาษณใหมใ นวนั หลงั

ปญ หา 7.3 การใชแบบสอบถาม ในการใชแ บบสอบถามน้ัน กเ็ ปน วธิ ีหนง่ึ ที่งา ยตอการเกบ็ ขอ มลู แตปญหาที่
ไดรบั นน้ั กค็ ือการท่ีผูต อบแบบสอบถามน้ันไมมีการศกึ ษาก็จะทำใหผ ตู อบไมส ามารถอา นออกเขยี นได

แนวทางการแกป ญหา 7.3 แจกแบบสอบถามใหเ ฉพาะแกผทู ่ีอานออกเขยี นได สวนผทู ่ไี มส ามารถอานออก
เขียนไดก็อาจจะตองใชวิธีการโดยการใหผูที่แจกแบบสอบถามอานใหคนตอบแบบสอบถามฟง แลวจงึ ตอบ
แบบสอบถามตามทผี่ ูตอบแบบสอบถามตอบกลับมา

ปญหา 7.4 การศึกษาจากเอกสาร ในการศกึ ษาจากเอกสารนนั้ เปน วธิ ีหนง่ึ ทง่ี า ยมากตอการศกึ ษา โดยจะศกึ ษา
จากเอกสารตา งๆทหี่ นวยงานราชการไดศ ึกษาไวแลว หรือ หนงั สอื ท่ีถกู เขยี นไว และงานวิจัยตา งๆทีถ่ กู เขียนขึ้นมา
กไ็ ด ปญหาทไ่ี ดร ับบอยๆจากการศกึ ษาจากเอกสารนั้นก็จะเกดิ จากการไดรับขอมลู ทีเ่ กาไปแลว หรอื ขอมูลที่ไม
ถกู ตอ ง

แนวทางการแกป ญหา 7.4 ตอ งนำเอกสารที่ศกึ ษามาถามผูรอู กี ครงั้ เพ่อื ยนื ยนั ความถกู ตอ งของขอ มลู ท่ีศึกษามา
ขอ มลู นัน้ จึงจะสามารถนำไปใชไ ดอยางถกู ตองตอ ไป

ปญหา 7.5 การสนทนากลมุ เปน การนำผรู ใู นเรอื่ งตางๆมาพดู คุยกนั เพ่ือจะไดนำขอมลู มากล่ันกรองใหไดข อ มูล
ท่ถี กู ตองสมบรู ณที่สดุ การใชว ิธสี นทนากลมุ นจี้ ึงเปนวิธที ีด่ มี ากเพราะไดขอมูลทส่ี ามารถนำไปใชไดดที สี่ ดุ แตป ญหา
ทพี่ บจากการสนทนากลมุ นัน้ ก็คือ การทจ่ี ะรวมผรู ูมาอยูในเวลาเดียวกนั ไดน้ันเปน เร่ืองยากเพราะวาแตละคนมเี วลา
ไมต รงกันเน่อื งจากอาชีพของแตละคนไมเ หมือนกัน

แนวทางการแกป ญ หา 7.5 ตอ งอาศยั การประชุมเพ่อื หาวนั นดั ใหตรงกนั มากทส่ี ดุ หรืออาจจะตองแบง วันนัด
เพ่ือแยกเปนกลมุ ยอยลงไป ซงึ่ กม็ ีประโยชนใ นดา นการวเิ คราะหข อมลู ในเฉพาะเจาะจงลึกลงไปอีก ซ่ึงก็เปน ขอดี
ของการสนทนากลุมและเปน ประโยชนต อ การทำขอมูล

ผลสำเร็จ
ชมุ ชนมสี ว นรวมในการดำเนนิ งานพัฒนาชุมชน รว มคิด รว มทำ รว มพฒั นา รวมแกป ญ หา และเปน เจาของ

รวมกนั
8. ประโยชนขององคความรู (อธบิ ายโดยละเอยี ด) (คะแนนเต็ม 15 คะแนน)

ทำใหไ ดเ รยี นรสู ภาพแวดลอม ศกั ยภาพ ปญ หา และความตองการของชุมชน เพอ่ื นำไปสูการพฒั นาชุมชนให
ตรงกับปญ หาและเปน ความตองการแทจรงิ ของชมุ ชน เปน แนวทางในการพิจารณาแกไขปญหาแตละป ญหา
ตามขีดความสามารถของชมุ ชน ทำใหท ราบวา ปญหาใดแกไ ขไดงา ย ปญ หาใดเกไ ขไดยาก สามารถเลือกดำเนนิ การ
ได และยงั สรา งความสัมพนั ธท ดี่ รี ะหวา งผูป ฏบิ ตั งิ านกบั ผนู ำชุมชนและประชาชน

แบบบนั ทกึ องคค์ วามรูร้ ายบคุ คล

1. ชอื่ องคค์ วามรู้ สร้างแรงจูงใจดว้ ยเกษตรอนิ ทร์ ไมม่ จี น

2. ชื่อเจา้ ของความรู้ นางสาวบณุ ยวรี ์ เลิศศรธี นติ ตา

3. หมวดองค์ความรทู้ ่บี ง่ ชี้

หมวดท่ี การพัฒนาศูนย์เรียนรู้ คนมนี ้ายา

4. ที่มาและความสาคญั ในการจัดทาองค์ความรู้ (อธบิ ายโดยละเอยี ด) (คะแนนเต็ม 20 คะแนน)

ต้าบลบางกร่าง อ้าเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ยังคงมีพื้นท่ีสวนผลไม้อยู่เป็นจ้านวนมาก ผลไม้เศรษฐกิจ เช่น
ทเุ รยี น มังคดุ มะม่วงยายกล้่า กะท้อนห่อบางกร่าง ปัจจุบันประสบปัญหาน้าเค็มมานานหลายปี เกษตรกรจึงต้องใช้
น้าประปามารดผลผลิตในสวนผลไม้ บ้านเห็ดโคนน้อยเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้มาเรียนรู้การสร้างอาชีพและรายได้
ดว้ ยการเพาะสอนเหด็ โคนนอ้ ยสา้ หรบั ผู้ทีส่ นใจ ต่อมาไดร้ ับการพฒั นาจากส้านักงานพัฒนาชุมชนอ้าเภอเมืองนนทบุรี
จงั หวดั นนทบรุ ี โครงการพฒั นาหม่บู ้านเศรษฐกิจพอเพยี ง “โคก หนอง นา โมเดล” ประจ้าปีงบประมาณ 2564 แต่
เนื่องด้วยพ้ืนท่ีมีความสมบูรณ์อยู่แล้วจึง คืนงบประมาณด้านการขุดบ่อ แต่ในพื้นท่ีประสบปัญหาน้าเค็ม จึงท้าให้
พืชผักผลไมไ้ ม่สมบรู ณ์เทา่ ทคี่ วร จึงหนั มาแกป้ ญั หาดว้ ยการท้าจุลินทรีย์ ต่างๆ ไว้ใช้ในพื้นท่ี เช่น จุลินทรีย์สังเคราะห์
แสง จุลนิ ทรีย์หนอ่ กล้วย จลุ นิ ทรยี ์ข้ัวเหนยี ว ปุย๋ ยเู รียนา้ ไว้ใช้ในพน้ื ที
5.รูปแบบ กระบวนการลาดบั ขัน้ ตอน

1) ประชาสัมพนั ธ์ทกุ คร้ังทมี่ ีโอกาส เชน่ ท่ีประชมุ พบปะกัน แจกคู่มือการทา้
2) ประชาสัมพันธผ์ า่ นช่องทาง Face book
3) ประชาสมั พันธผ์ ่าน You tube
6. มเี ทคนิคในการปฏบิ ัตงิ าน

คร้ังแรกที่ประชาสัมพันธ์ท้าจุลินทรีย์ประชาชนในพ้ืนท่ีไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าที่ควร เพราะคิดว่าขั้นตอน
การทา้ จุลินทรียน์ ัน้ ยุง่ ยาก วัสดุอุปกรณก์ ห็ ายาก และอาจไม่ได้ผลเหมอื นใชส้ ารเคมี จึงเริ่มท้าแจกเพื่อให้ประชาชนใน
พน้ื ท่ีและชาวสวนได้ลองใช้ และแจกต้นวอเตอรเ์ ครสควบคู่ได้วย พร้อมทั้งคู่มือในการท้าจุลินทรีย์ และประชาชนเริ่ม
ให้ความสนใจและฝกึ ทา้ เองที่บา้ น ตอ่ มาได้มีนกั ศึกษาให้ความสนใจมาเรยี นรู้เพ่มิ เติม คร้ังแรกไมเ่ คยคดิ ท้าเป็นคู่มือแต่
มีป้า ลุง ที่ท้าสวนเคยบอกว่า มาสอนท้าแบบน้ีเด๋ียวก็ลืม ท้าไมไม่ท้าเป็นเล่มคู่มือมาแจก การทีท้า เป็นคู่มือเพราะ
สะดวกสา้ หรบั ผู้สูงอายทุ ใี่ ช้อนิ เตอร์เนต็ ไม่เปน็ เหมือนคนรุ่นใหม่

7.ปญั หาท่ีพบและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา (อธบิ ายโดยละเอียด) (คะแนนเตม็ 10 คะแนน)

ปัญหา
- ครง้ั แรกประชาชนไม่คอ่ ยให้ความสนใจคิดว่าการทา้ เกษตรอินทรยี ใ์ ห้ผลผลิตช้า

แนวทางการแก้ไขปัญหา
- ทา้ จุลินทรยี ์แจกฟรี ให้ลองใช้ก่อน (ขาดทุนคือก้าไร) หลักการทรงงาน ของพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หวั รัชกาลที่ 9

ผลส้าเร็จ
- ประชาชนให้ความสนใจ การท้าจนุ ทรีย์ ไวใ้ ช้ และเปน็ การอนุรักษ์สงิ่ แวดลอ้ มอกี ทางหนึง่

8. ประโยชน์ขององคค์ วามรู้ (อธบิ ายโดยละเอยี ด) (คะแนนเตม็ 15 คะแนน)

- การท้าเกษตรอนิ ทรีย์ เป็นการสร้างความสมดุลระบบนเิ วศ ของดนิ น้า อากาศ สง่ิ มีชวี ิตต่างๆ แนวคิดพื้นฐาน

ของเกษตรอนิ ทรีย์ คอื การทา้ เกษตรแบบองค์รวม ซึ่งแตกตา่ งจากการท้าเกษตรแบบเดมิ ท่มี ่งุ เน้นผลผลติ โดย

ไมส่ นใจสิง่ แวดล้อม





แบบบันทกึ องค์ความรู้รายบคุ คล
1.ชื่อองค์ความรู้ การใชส้ ่อื อินเตอรเ์ นต็ ในการศกึ ษาค้นหาข้อมลู
2.ชอื่ เจา้ ขององคค์ วามรู้ นาย วชั รพงศ์ เกษา
3.หมวดองค์ความรู้ทบี่ งช้ี

-หมวดท่ี 2 การพฒั นาศูนยเ์ รยี นรู้
4.ทมี่ าและความสาคญั ในการจดั ทาองคค์ วามรู้ (อธบิ ายโดยละเอียดคะแนนเต็ม 20 คะแนน)

เน่อื งจากอาเภอเมอื งนนทบรุ ี เป็นเมืองทีม่ ีความเจริญมากซึ่งเป็นจังหวัดที่ติดกับจังหวัดกรุงเทพฯทาให้การใช้ส่ือ
อินเตอร์มีความสาคัญเป็นอย่างยิ่งในการดารงค์ชีวิตประจาวัน สื่ออินเตอร์เน็ตสามารถอานวยความสะดวกในการเข้าถึง
แหลง่ ขอ้ มูลไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ และมีประสิทธภิ าพ ทั้งในเรอื่ งของเนอื้ หาขอ้ มลู ที่ครบถว้ น ซึ่งทาให้การใช้ส่ืออินเตอร์ในการศึกษา
คน้ หาข้อมลู จงึ มีความจาเปน็ ตอ่ ชาวอาเภอเมอื งนนทบรุ เี ปน็ อยา่ งมาก
5.รปู แบบกระบวนการลาดับขั้นตอน

-การต้ังประเด็นคาถาม/สมมตฐิ าน
-การสบื คน้ ข้อมูลการเรียนรู้จากแหลง่ สารสนเทศ
-การสรปุ องคค์ วามรู้
-การสอ่ื สารและการนาเสนออยา่ งมีประสิทธภิ าพ
-การบรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
6.มเี ทคนิคในการปฏบิ ตั ิงาน

ประชาสมั พันธ์พร้อมกับการอธิบายให้ความรูค้ วามเขา้ ใจบอกถึงความสาคญในการใชส้ อ่ื อินเตอรเ์ น็ตในการศกึ ษา
ขอ้ มูลวา่ มคี วามจาเป็นต่อการดารงคช์ วี ิตประจาวันมากน้อยเพียงใด
7.ปญั หาทพี่ บและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา (อธบิ ายโดยละเอยี ด) (คะแนนเต็ม 10 คะแนน)
ปญั หา

-ประชาชนขาดความรู้ความเขา้ ใจในการใชส้ อ่ื อนิ เตอร์เน็ตในการศกึ ษาข้อมูลอยา่ งถูกวิธี

แนวทางการแก้ไข
-ใหค้ วามร้คู วามเข้าใจแก่ประชาชนในการใช้ส่ืออนิ เตอร์เน็ต ในการศกึ ษาข้อมลู อยา่ งถูกต้องถูกวิธีและตรงประเดน็

8 ประโยชน์ขององค์ความรู้ (อธิบายโดยละเอียด) (คะแนนเตม็ 15 คะแนน)

ประชาชนสามารถใช้สอ่ื อนิ เตอรเ์ น็ตในการศกึ ษาและเข้าถงึ แหล่งข้อมูลสารสนเทศไดอ้ ยา่ งคลอ่ งแคร่วและมปี ระสทิ ธิภาพ
มากยิ่งข้ึน ส่งผลทาใหป้ ระชาชนทุกคนสามารถศึกษาและคน้ ควา้ หาข้อมูลท่ถี ูกต้องและรวดเร็วได้ด้วตัวเอง โดยผา่ นการใช้
สื่ออนิ เตอรเ์ นต็ ในการศกึ ษาข้อมลู เพิ่มมากยิ่งขน้ึ

KM
สาํ นักงานพัฒนาชุมชน

อําเภอบางกรวย

แบบบันทึกองค์ความรู้รายบุคคล
1. ช่ือองค์ความรู้ การพัฒนาทีมงาน สานกั งานพฒั นาชมุ ชนอาเภอ

2. ชอื่ เจ้าของความรู้ นางสาวสรุ าพร ดวงเนตร
ตาแหนง่ รกั ษาราชการแทนพัฒนาการอาเภอบางกรวย สังกดั สานักงานพัฒนา

ชุมชนอาเภอบางกรวย

3. ทีม่ าและความสาคัญในการจดั ทาองคค์ วามรู้
ที่มา
การทางานเป็นทีม หมายถึง การร่วมกันทางานของสมาชิกท่ีมากกว่า 1 คน โดยท่ีสมาชิกทุกคนน้ัน

จะต้องมีเป้าหมาย เดียวกันจะทาอะไรแล้วทุกคนต้องยอมรับร่วมกัน มีการวางแผนการทางานร่วมกัน การทางาน
เป็นทีมมีความสาคัญในทุกองค์กร การทางานเป็นทีมเป็นส่ิงจาเป็นสาหรับการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ของการบริหารงานการทางานเป็นทีม มบี ทบาทสาคญั ทจ่ี ะนาไปสู่ความสาเรจ็ ของงานทีต่ ้องอาศัยความร่วมมือ
ของกลมุ่ สมาชิกเปน็ อยา่ งดี

ความสาคัญในการจัดทาองคค์ วามรู้
การปฏิบัติงานพัฒนาชุมชน มีความจาเป็นต้องมีการสร้างทีมงานที่เข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพ
เนื่องจากการเปล่ียนแปลงของพัฒนาการอาเภอ และการโยกย้ายของบุคลากรในสังกัด การทางานเป็นทีม ที่มี
ประสิทธิภาพจะส่งผล ให้งานมีการเติบโตและพัฒนาก้าวหน้า โดยทีมงานจะช่วยสร้างระบบทางานที่ดี มีประสิทธภิ าพ
ให้เกิดท่ัวท้ังองค์กร โดยทุกคนในทีมจะต้องทุ่มความคิด ทุ่มแรงกาย เพ่ืองาน เพื่อความสาเร็จของงาน องค์กร
สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยความรวดเร็ว และเกิดประสิทธิผล เพื่อพัฒนาศักยภาพให้สามารถสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่
ทั้งในด้านวิชาการ การเงิน และการบริการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถปฏิบัติงาน ได้สาเร็จตามภารกิจ
และทันต่อสถานการณ์ ท่ีเปล่ียนแปลงตลอดเวลา และเป็นไปตามนโยบายของผู้บรหิ าร โดยนาปัจจัยเกี่ยวข้อง
ที่สาคัญ ได้แก่ องค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ท่ีเปล่ียนแปลงไป ขั้นตอนระยะเวลาการปฏิบัติงาน การควบคุม
ค่าใช้จ่าย และปัจจัยเร่ืองประสิทธิภาพและประสิทธิผล มาประกอบการออกแบบ กระบวนงานท่ีสร้างคุณค่า
เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและปรับปรุงกระบวนการอย่างต่อเนื่อง และเพ่ือให้สอดคล้องกับ
ยทุ ธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน พ.ศ. 2560 – 2564 ยุทธศาสตร์ท่ี 5 เสริมสร้างองคก์ รให้มีขดี สมรรถนะสูง

4. กระบวนการลาดับข้นั ตอน
การสร้างพลังการพัฒนาทีมงานของสานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอ สู่การเป็นทีมงานที่สามารถ

ดาเนนิ การไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพประสิทธิผล ได้กาหนดแนวทางการขับเคล่ือนการพฒั นาทมี งาน และ
กาหนดการใช้เคร่อื งมือทางการบริหาร และมีแนวทางการดาเนินงาน ดงั น้ี

1) ขั้นเตรยี มการ
1.1 จัดทาคาสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนผู้ประสานงานตาบล และมอบหมายงานในหน้าที่

ความรับผิดชอบของสานักงานพฒั นาชุมชนอาเภอ
1.2 จัดประชมุ เจ้าหน้าท่ีพัฒนาชมุ ชน
1.3 ร่วมวิเคราะห์ ทรัพยากรและความสามารถภายในองค์กร
1.4 รว่ มกาหนดแผนปฏบิ ตั ิการ
1.5 มอบหมายภารกจิ ตามคาส่ัง และแผนปฏบิ ตั ิการ

2) ขนั้ ดาเนินการ
2.1 การพฒั นาทกั ษะบคุ ลากร การสอนแนะงาน
2.2 การสรา้ งขวัญกาลงั ใจบคุ ลากร
2.3 การพัฒนาด้านสุขภาพบุคลากร
2.4 การพัฒนาด้านคุณธรรม จริยธรรม ของบุคลากร
2.5 การสร้างบรรยากาศในการทางานเป็นทีม


Click to View FlipBook Version