The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวบรวมองค์ความรู้รายบุคคลของเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by BytThk, 2021-07-22 04:07:09

การจัดการความรู้ (KM) พช.นนทบุรี ปี 2564

รวบรวมองค์ความรู้รายบุคคลของเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

/3) ขน้ั หลังดาเนินการ…

3) ขัน้ หลังดาเนนิ การ
3.1 สรุปผลการดาเนินงาน
3.2 เชดิ ชูเกยี รติ
3.3 ถอดบทเรียนการดาเนินงาน
3.4 เผยแพร่ผลการดาเนนิ งาน
3.5 ถา่ ยทอดผลการดาเนินงานใหผ้ ู้ท่ีเกี่ยวข้อง

5. เทคนิคในการปฏิบตั ิงาน
หัวใจสาคัญของการทางานระบบทีม ควรมีเป้าหมายเดียวกัน มุ่งมั่น ร่วมแรงร่วมใจบรรลุเป้าหมาย

ให้ได้ ควรมีระบบการทางานที่ชดั เจน ทุกคนรหู้ น้าท่ี ปฏบิ ตั ิภารกิจใหด้ ีท่ีสดุ สามัคคี ให้ความร่วมมอื ช่วยเหลือ
เก้ือกูล ผลักดันกันและกัน ชื่นชมความสาเร็จร่วมกัน ร่วมภาคภูมิใจด้วยกัน ในการน้ี ได้นาเทคนิค A B C D E
F S & P เข้ามาในการดาเนินการพัฒนาทีมงาน และได้นาเทคนิค PDCA มาประยุกต์ใช้ เพื่อนาการวางแผน
ลดความสบั สนในการทางาน ลดการใชท้ รพั ยากรมากหรือน้อยเกินความพอดี ลดความสญู เสยี ในรูปแบบต่าง ๆ
การทางานทมี่ ีการตรวจสอบเป็นระยะ ทาให้การปฏบิ ตั งิ านมคี วามรอบคอบมากย่ิงขึ้น และแก้ไขปญั หาได้อย่าง
ตรงจุดและรวดเร็ว การตรวจสอบท่ีนาไปสู่การแก้ไขปรับปรุง ทาให้ปัญหาไม่เกิดซ้า หรือลดความรุนแรง
ของปญั หา การนาวงจร PDCA ไปใช้อย่างมีประสิทธภิ าพในการทางาน คอื

Plan : หวั หนา้ งานกาหนดแผนงานร่วมกบั พนกั งานทุกระดบั
Do : เจา้ หนา้ ทน่ี าไปปฏบิ ัตติ ามแผนงานโดยไดร้ บั ความชว่ ยเหลอื จากหวั หน้างาน
Check : ตรวจสอบเพื่อค้นหาปัญหาข้างเคยี งและวิธแี กไ้ ขท่ีเหมาะสมที่สดุ
Act : กาหนดวธิ แี ก้ไขเปน็ มาตรฐานเพ่อื ให้เจ้าหนา้ ทนี่ าไปปฏิบัติไดส้ ะดวก

พัฒนาทกั ษะ หัวหนา้ ทีม สมาชิกทีม ทีมดี
สร้างขวัญกาลงั ใจ มีความสุข
สุขภาพ อนามัย การสอนงาน
สภาพแวดล้อม Tame
คุณธรรม จรยิ ธรรม - การให้ความรู้ Work
- การให้วิธกี ารปฏิบัติงาน
- กระตุ้นให้คดิ ด้วยตนเอง
- การให้คาปรกึ ษา

6. ประโยชนอ์ งค์ความรู้
องค์กรท่ีดีนั้นย่อมไม่หยุดพัฒนา และหากระบบการทางานท่ีดีทาให้องค์กรสาเร็จแล้ว เจ้าหน้าท่ี

ในองค์กรทุกคนย่อมอยากที่จะพัฒนาตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อท่ีจะให้บรรลุผลสาเร็จต่อไป น่ันทาให้องค์กร
จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เจ้าหน้าท่ีทุกคนมุ่งม่ันท่ีจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ องค์กรก็จะเติบโตไปเรื่อยๆ
อย่างยอดเยี่ยม และก่อเกิดประโยชน์ คือ สร้างกาลังใจในการทางานให้กับสมาชิกตลอดจนสานักงานพัฒนา
ชุมชน สร้างความม่ันคงในอาชีพ สร้างระบบการทางานท่ีดี สร้างความสัมพันธ์ท่ีดีของการทางานและสมาชิก
ในทมี และให้องคก์ รและบุคลากรเกิดการพัฒนาตลอดเวลา



แบบบนั ทึกองคค์ วามรูร้ ายบุคคล

1. ช่ือองค์ความรู้ การขบั เคลอื่ นการดาเนนิ งานกองทนุ พัฒนาบทบาทสตรี

2. ชอ่ื เจา้ ของความรู้ นางสาวพิชญาภา มากสุวรรณ
ตาแหน่ง นกั วิชาการพฒั นาชุมชนชานาญการ สานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอบางกรวย

3. ทีม่ าและความสาคัญในการจดั ทาองคค์ วามรู้

กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเป็นนโยบายของรัฐบาล ที่กาหนดจัดตั้งขึ้นต้ังแต่ปี ๒๕๕๕ เพื่อ เป็นแหล่ง
เงินทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่าในการสร้างโอกาสให้สตรีเข้าถึงแหล่งเงินทุนสาหรับการลงทุนเพ่ือพัฒนาอาชีพ
สร้างงาน สร้างรายได้ หรือเสริมสร้างความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจให้แก่สตรีและองค์กรของสตรี โดยเปิด
โอกาสให้สตรีที่มีอายุต้ังแต่ 15 ปีข้ึนไปสามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และสามารถ
ยื่นโครงการเพ่ือขอกู้เงินไปประกอบอาชีพในอัตราดอกเบ้ียต่าโดยการรวมกลุ่มกันต้ังแต่ 3 คนข้ึนไป เพ่ือ
ส่งเสริมบทบาทและพัฒนาศักยภาพและเครือข่ายสตรีในการเฝ้าระวังดูแลและแก้ไขปัญหาของสตรี ส่งเสริม
และพัฒนาคุณภาพชีวิตของสตรี นาไปสู่การสร้างสวัสดิภาพ การสนับสนุนการจัดกิจกรรมในการพัฒนา
บทบาทสตรีการสร้างภาวะผู้นา การพัฒนาองค์ความรู้ เพ่ือเสริมสร้างความเข้มแข็งทางด้านสังคมให้แก่สตรี
และองค์กรสตรี รวมถึงการสนบั สนุนโครงการอืน่ ๆทีเ่ ปน็ การแกไ้ ขปญั หาและพัฒนาสตรี

จากการติดตามการดาเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีท่ีผ่านมา อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี
ตั้งแต่ปี 2556 ถึงปัจจุบัน มีสมาชิกยื่นขอกู้เงินกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีประเภทเงินทุนหมุนเวียน จานวน
164 โครงการ พบว่ามีสมาชิกบางส่วนชาระเงินไม่เป็นไปตามห้วงเวลาที่กาหนด และมีหน้ีค้างชาระหลาย
โครงการ ประกอบดว้ ยสาเหตหุ ลายประการ เชน่ ลูกหน้ีประสบกับปญั หาขาดทนุ จากการประกอบการ สมาชิก
ในกลุ่มแยกย้ายไปอยู่ต่างพ้ืนที่ สมาชิกในกลุ่มเกิดความขัดแย้งกัน คณะกรรมการในระดับตาบลทุจริต ซ่ึง
ปัญหาดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายตามมา จาเป็นต้องหาวิธีการแก้ไขและป้องกันที่ดีเพ่ือให้การบริหาร
จดั การหน้เี ป็นไปตามระเบียบทถี่ กู ตอ้ ง และสมาชิกกองทนุ พัฒนาบทบาทสตรีไดร้ ับประโยชนส์ งู สดุ

4. กลยทุ ธ์ วธิ กี าร เครื่องมอื ในการขบั เคลอื่ น
1. ผนู้ าชมุ ชน คณะทางานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตาบล
2. ข้อมลู สมาชกิ กองทุนพฒั นาบทบาทสตรี จากระบบ SARA
3. การประชุม และตดิ ตามการประเมนิ ผลการดาเนนิ งานอย่างต่อเน่ือง

5. กระบวนการลาดับข้นั ตอน
1. ศึกษารายละเอียด แนวทางการดาเนินงานจากคู่มือ ระเบียบ หนังสือสั่งการ พร้อมกับ
กระจายกลุ่มเปา้ หมายให้กับพฒั นากรประจาตาบล

-2-

2. รวบรวมและตรวจสอบข้อมูลทะเบียนลูกหนี้ท้ังหมดในระบบ SARA เพ่ือให้ข้อมูลเป็น
ปจั จุบัน

3. แยกลกู หนอ้ี อกตามสภาพปญั หาทีเ่ กดิ ขึ้น เพือ่ ดาเนินการตามกระบวนการที่เหมาะสม
4. รายงานข้อมูลลูกหนี้เข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและติดตามการดาเนินงาน
กองทนุ พฒั นาบทบาทสตรอี าเภอ
5. จัดทาแผนการขับเคลื่อนการดาเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีร่วมกับคณะทางาน
ขับเคล่อื นกองทุนพฒั นาบทบาทสตรีระดบั ตาบลเพ่ือติดตามและให้การสนบั สนนุ ผกู้ ยู้ มื เงนิ
6. ประชุมสร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่องการรับสภาพหนี้ ปรับโครงสร้างหน้ี และการปลดหน้ี
รายบุคคล รวมถึงกฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ งให้กบั คณะทางานทกุ คณะ
7. ลงพื้นท่ีติดตามร่วมกับคณะทางานขับเคล่ือนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตาบล และ
พฒั นาการผูร้ บั ผดิ ชอบประจาตาบล พร้อมด้วยเจา้ หนา้ ที่จากสานักงานกองทนุ พัฒนาบทบาทสตรีจังหวัด
8. สร้างความเข้าใจท่ีถูกต้องเก่ียวกับการชาระหน้ีคงค้างให้กับสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาท
สตรี
9. สรุปรายงานผลการดาเนนิ งานเขา้ ทปี่ ระชุมเพอ่ื ดาเนินการตามกระบวนการ

6. ปัญหาท่ีพบและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
1. สมาชิกผู้กู้เงินกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ไม่สามารถติดต่อได้ แก้ไขโดยการติดต่อกับผ้นู า

ชุมชน เพ่ือใหไ้ ดข้ ้อมูลท่อี ยู่ปจั จุบนั และขอประสานขอข้อมูลจากฝา่ ยทะเบยี นกรมการปกครอง
2. สมาชิกไมช่ าระเงินตามกาหนดเวลา แก้ไขโดยการมีหนังสือแจ้งเตือน และลงไปติดตามใน

พ้ืนท่ี
3. คณะกรรมการชุดเดิมมีการทุจริตแก้ไขโดยการ ดาเนินการโดยการรวบรวมเอกสารท่ี

เก่ียวข้อง แจ้งสานักงานเลขานุการคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัดเพ่ือ
ดาเนนิ การในส่วนทีเ่ กยี่ วขอ้ ง

7. เทคนคิ ในการปฏบิ ตั งิ าน
1. ศึกษาข้อมูล และสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นของแต่ละโครงการ เนื่องจากโครงการแต่

ละโครงการมีปญั หาไม่เหมือนกนั จาเปน็ ต้องสอบถามและรวบรวมข้อมลู จากหลายแหล่งขอ้ มูล
2. ลงพ้ืนท่ีติดตามร่วมกับผู้นาชุมชน และคณะทางานขับเคล่ือนกองทุนพัฒนาบทบาท

สตรีตาบล และสบื หาข้อมูลจากผู้ทเี่ กีย่ วขอ้ งทัง้ หมด
3. การติดตามโครงการเป็นระยะเพื่อสมาชิกผู้กู้เงินกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเกิดความ

เชือ่ มนั่ ในการทางานของเจา้ หนา้ ที่
4. แจง้ ขอ้ มลู ข่าวสารเกย่ี วกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีให้สมาชิกกองทุนพฒั นาบทบาท

สตรที ราบเป็นระยะ เพอื่ เปน็ การรกั ษาสทิ ธิประโยชน์ให้แกส่ มาชกิ

-3-

8. ประโยชน์ขององค์ความรู้
1. สามารถใช้เป็นแนวทางในการดาเนินการติดตามหน้ีกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในพื้นที่
ได้อย่างเปน็ ระบบ
2. คณะทางานขับเคล่ือนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตาบลสามารถถ่ายทอดความรู้ในการ
เขียนโครงการให้กบั สมาชิกไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
3. สมาชกิ กองทนุ พฒั นาบทบาทสตรที ราบความเคล่อื นไหวการชาระเงินของกลุ่ม
4. เกดิ องคค์ วามรใู้ นการลดหนีเ้ พ่มิ เปน็ บทเรยี นให้กับองค์กรสตรไี ด้นาไปใชป้ ระโยชน์
******************************************************************************

แบบบนั ทกึ องค์ความรู้รายบุคคล

1.ชื่อองค์ความรู้ การขบั เคล่ือนกจิ กรรมหมบู่ ้านเศรษฐกจิ พอเพียงสู่ความย่ังยืน

2.ช่อื เจ้าขององค์ความรู้ นายสมานชยั นัดดา เจ้าพนักงานพฒั นาชุมชนชานาญงาน

สานกั งานพัฒนาชมุ ชนอาเภอบางกรวย

3.ท่ีมาและความสาคัญในการจัดทาองคค์ วามรู้

ตามทก่ี รมการพฒั นาชุมชน ได้น้อมนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง มาปรบั ใชใ้ นการสง่ เสริมการดาเนิน
ชวี ิต ทั้งในระดับบุคคล ระดบั ครอบครวั และระดบั หม่บู ้าน ท่วั ประเทศ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ และสนับสนุนหมูบ่ า้ นท่มี ี
ความพร้อมพัฒนาเป็นหมบู่ ้านเศรษฐกิจพอเพยี งต้นแบบ ตงั้ แต่ปี ๒๕๕๒ โดยมีหลกั การให้หมูบ่ า้ นและชุมชนสามารถ
บริหารจดั การตนเองตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ให้เปน็ หมบู่ า้ น“อยู่เย็น เป็นสุข” ตามยทุ ธศาสตรข์ อง
กรมการพฒั นาชมุ ชน เมื่อดาเนินการแลว้ เป็นหมู่บ้านและชมุ ชน ๓ ไม่ ๒ มี (ไม่มียาเสพตดิ ไม่มีคนยากจน ไม่มีหนี้
นอกระบบ มสี วสั ดิการชุมชน และ มกี ารบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยใช้ดว้ ยเกณฑป์ ระเมนิ
๖ ด้าน ๑๒ ตัวชวี้ ดั ตัวชี้วดั การประเมนิ หมู่บ้านเศรษฐกจิ พอเพยี ง ของกระทรวงมหาดไทย 4 ดา้ น 23 ตัวชว้ี ดั ดชั นี
ชีว้ ดั ความ “อยู่เย็น เป็นสขุ ” หรอื ความสขุ มวลรวมของหมู่ บา้ น/ชมุ ชน (Gross Village Happiness : GVH )
6 องคป์ ระกอบ 22 ตวั ช้ีวดั เป็นเครอ่ื งมอื ในการพัฒนาขบั เคลอ่ื นหมูบ่ ้านเศรษฐกิจพอเพียง
4. กลยุทธ์ วิธีการ เครอื่ งมือในการขับเคลอื น

เครื่องมือในการขับเคล่ือนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพยี ง
๑) แผนชุมชนเปน็ เครอ่ื งมือของชมุ ชนในการบริหารจัดการชุมชน และแกไ้ ขปัญหาชมุ ชน
๒) เกณฑป์ ระเมนิ ๖ ดา้ น ๑๒ ตัวชวี้ ัด
๓) ตวั ช้วี ดั การประเมินหม่บู ้านเศรษฐกจิ พอเพียง ของกระทรวงมหาดไทย 4 ดา้ น 23 ตัวชี้วดั
๔) ช้ีวัดความ “อยู่เย็น เป็นสุข” หรือ ความสุขมวลรวมของหมู่บ้าน/ชุมชน (Gross Village

Happiness : GVH )
กลไกการขับเคลอื่ น
ใช้ศนู ย์อานวยการปฏิบัติการขจดั ความยากจนและพฒั นาชนบทตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) เป็น

ศนู ยก์ ลางดาเนินงานโดยมคี ณะกรรมการอานวยการขบั เคลื่อนปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งเปน็ องค์กรขบั เคล่อื นในแต่
ละระดบั ดงั น้ี

ระดบั จงั หวดั : คณะกรรมการขบั เคลอ่ื นหมู่บา้ นเศรษฐกิจพอเพยี งจังหวัด โดยมผี ้วู า่ ราชการจงั หวดั เป็น
ประธานอานวยการ หวั หนา้ ส่วนราชการตา่ ง ๆ ระดบั จังหวัดเปน็ คณะทางาน และมีพฒั นาการจงั หวัดเป็นคณะทางาน
และเลขานุการ

ระดับอาเภอ : คณะกรรมการขบั เคลอื่ นหมบู่ า้ นเศรษฐกจิ พอเพียงอาเภอ โดยมนี ายอาเภอเป็นประธาน
อานวยการ หวั หน้าส่วนราชการต่าง ๆ ระดบั อาเภอเปน็ คณะทางาน และมีพฒั นาการอาเภอเปน็ คณะทางานและ
เลขานกุ าร

ระดับตาบล : คณะกรรมการขับเคลื่อนหม่บู า้ นเศรษฐกจิ พอเพียงตาบล และ ชดุ ปฏบิ ตั ิการขบั เคลอ่ื นหมูบ่ ้าน
เศรษฐกจิ พอเพยี งตาบล โดยมีปลัดอาเภอผปู้ ระสานงานตาบลเป็นหวั หนา้ คณะทางาน ข้าราชการของสว่ นราชการ
ตา่ งๆ ที่ได้รับมอบหมายระดบั ตาบล กานัน ผู้ใหญบ่ า้ น ในพ้ืนท่ี เปน็ คณะทางาน และมีพัฒนากรผูป้ ระสานงานตาบล
เป็นคณะทางานและเลขานุการ

ระดบั หมู่บา้ น : คณะกรรมการขบั เคล่ือนหมบู่ ้านเศรษฐกจิ พอเพียงหม่บู ้าน และ แกนนาการขับเคลื่อน
หมูบ่ ้านเศรษฐกิจพอเพียงหมู่บา้ น โดยมีผใู้ หญ่บ้านเปน็ หัวหน้าคณะทางาน กรรมการหมบู่ า้ น ผู้นา อช. ส.อบต. สตรี
หวั หน้าคมุ้ ประธานกองทนุ หม่บู ้าน และมี อช. เป็นคณะทางานและเลขานุการ
5. กระบวนการลาดบั ข้ันตอน

เพอ่ื ให้การพัฒนาหมบู่ า้ นและชมุ ชนสามารถบรหิ ารจดั การตนเองตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ให้
เป็นหม่บู า้ น “อยเู่ ยน็ เปน็ สุข” โดยในปี 2562 กรมการพฒั นาชุมชนมีแนวทางในการสง่ เสริมหมบู่ ้านเศรษฐกิจ
พอเพียงที่ผ่านการเป็นหมู่บ้านสัมมาชีพชุมชนต้องได้รบั การขับเคล่ือนเปน็ หมบู่ ้านเศรษฐกจิ พอเพียง มีแนวทาง
ขน้ั ตอนการดาเนินงาน ดังนี้

ข้ันตอนที่ ๑ ตรวจสอบขอ้ มลู การเปน็ หมบู่ า้ นสมั มาชพี ชมุ ชนและการเป็นหมบู่ ้านเศรษฐกจิ พอเพียงในพน้ื ที่
รับผดิ ชอบ และ

ขน้ั ตอนท่ี ๒ จัดประชมุ เชิงปฏบิ ัติการเจ้าหนา้ ท่/ี ภาคเี ครือข่ายเพื่อปรับทัศนคติและสร้างความรู้ ความเข้าใจ
การดาเนินงานหมบู่ ้านเศรษฐกจิ พอเพียงทกุ ระดบั สร้างวทิ ยากรกระบวนการ

ขั้นตอนที่ ๓ ดาเนนิ การจดั เวทีประชาคมหมบู่ ้านเปา้ หมายทผี่ า่ นการเป็นหมู่บา้ นสัมมาชีพชุมชนแลว้ และยัง
ไม่ได้รบั การพัฒนาเปน็ หมู่บา้ นเศรษฐกิจพอเพียง เพอื่ คัดเลือกแกนนาชมุ ชมท่ีมีความพร้อม มภี าวะผนู้ า พรอ้ มเรยี นรู้
และคัดเลือกครวั เรือนเปา้ หมายหรือครวั เรอื นตน้ แบบพร้อมท่ีจะรับการฝึกอบรม เรยี นรู้หลักปรชั ญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง น้อมนาหลักหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจาวัน

ขน้ั ตอนท่ี ๔ ดาเนินการฝึกอบรมแกแ่ กนนาชมุ ชม ใหค้ วามรู้แกครวั เรือนเป้าหมายหมายในการนอ้ มนาหลกั
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้ในการพฒั นาหมู่บ้านและนาครวั เรอื นเป้าหมายศึกษาดูงาน

ข้นั ตอนท่ี 5 นาครัวเรอื นเปา้ หมายศกึ ษาดงู าน ณ ศูนยเ์ รียนรู้ชมุ ชนตน้ แบบ หรือหมบู่ า้ นเศรษฐกจิ พอเพียง
ต้นแบบท่ีมผี ลการดาเนินงานประสบความสาเร็จ

ขน้ั ตอนท่ี ๕ ประเมนิ ความสขุ มวลรวม (Gross Village Happiness : GVH ) ของหมู่บา้ น และพฒั นา
ครวั เรอื นตน้ แบบด้วยตวั ชีว้ ดั ๖ x ๒4 ตัวช้วี ดั ๔ ด้าน 23 ตวั ช้วี ดั และสรุปผลเพือ่ ค้นหาแนวทางแก้ไข

ข้นั ตอนที่ ๖ สง่ เสรมิ อาชีพให้แก่ครัวเรอื นเป้าหมาย โดยเป็นการสาธิตฝกึ อาชีพ เพ่ือใหค้ รัวเรอื นเป้าหมาย
นาไปตอ่ ยอดเปน็ อาชพี เสริมในครัวเรือน
6. ปัญหาท่ีพบและแนวทางแก้ไขปัญหา

-หมู่บา้ นท่ีผา่ นการเป็นหมูบ่ ้านสมั มาชพี ชมุ ชน/หมบู่ า้ นเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ บางหมู่บ้านยังไมม่ ีความ

พรอ้ มในการเป็นหมบู่ ้านเศรษฐกิจพอเพยี ง

-ผนู้ าในหมูบ่ า้ นหรือครวั เรือนเป้าหมาย ไมเ่ ขา้ ใจการดาเนนิ งานพฒั นาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแทจ้ รงิ

กลัวการประกวดหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพยี ง

-ครัวเรอื นในหม่บู า้ นมีการเปล่ียนแปลงจากหมู่บา้ นดัง่ เดมิ กลายเปน้ หมบู่ า้ นจดั สรร คอนโดทาให้คนไม่มีเวลา

สถานท่ีจะเขา้ ร่วมโครงการ

7.ประโยชนข์ ององคค์ วามรู้

1.เปน็ แนวทางหรือกระบวนให้กับการดาเนินงานขับเคล่ือนขยายผลกิจกรรมหม่บู ้านเศรษฐกจิ พอเพยี ง

2.หมบู่ า้ นไดร้ บั การพัฒนา สามารถขบั เคลือ่ นกิจกรรมตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้

3.ครวั เรอื นเปา้ หมายทีเ่ ปน็ ครัวเรือนพัฒนา มแี นวทางในการนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปใช้ได้

อย่างจริงจงั

8.เทคนิคการปฏบิ ตั งิ าน
1.สรา้ งความรู้ความเข้าใจกับผ้นู าหมบู่ า้ นเป้าหมาย ครัวเรือนเปา้ หมาย ในการสง่ เสริมหมบู่ ้านน้นั ๆ เป็น

หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง โดยการอธิบายข้ันตอนกระบวนการทางานให้เข้าใจถงึ รายละเอียดอยา่ งชัดเจน ว่าเป้นแล้ว
จะมีผลประโยชน์อะไรเกิดข้นึ ในอนาคตกบั ครัวเรือนทีเ่ ข้าร่วม เพ่ือให้ผนู้ าหมู่บา้ นม่ันใจและสามารถคดั เลือกครัวเรอื น
เปา้ หมายเข้ารว่ มโครงการได้ โดยใช้การเขา้ ถึงผนู้ าในทุกระดับ ทัง้ ผใู้ หญ่บ้าน ผชู้ ว่ ยผ้ใู หญบ่ า้ น สมาชิก อบต. ผนู้ าสตรี
และเยาวชนไดเ้ ข้าใจโดยยึดหลักการพฒั นาตามแนวพระราชดารคิ อื เข้าใจ เข้าถึง พฒั นา

ศาสตร์ "เข้าใจเข้าถึงพฒั นา หลักการทรงงานของพระองค์ทา่ นเวลาเสด็จไปยังสถานที่ตา่ ง ๆ โดยมี
หลักการทรงงานแบบ "เข้าใจ เขา้ ถึง และพัฒนา" กลา่ วคือเวลาพระองค์ท่านจะพระราชทานความชว่ ยเหลอื ใน
เร่อื งต่าง ๆ พระองค์จะทรงศึกษาเพ่อื ให้ เข้าใจวา่ จะใหค้ วามช่วยเหลอื ในเรอ่ื งอะไรไดบ้ ้างและความเดือดร้อน
ของประชาชนเปน็ อยา่ งไรและเมื่อได้ข้อมูล แลว้ พระองค์ท่านทรงใช้วธิ เี ขา้ ถงึ โดยการเสด็จไปยังพ้ืนทนี่ ้นั เพื่อ
พบกบั ประชาชนผู้ได้รับความเดือดรอ้ น

การเขา้ ใจ คอื การสร้างให้เกดิ ความเขา้ ใจในข้อมูล พ้นื ฐานด้วยการศกึ ษาข้อมูลทุกมติ ขิ องชมุ ชน
คน้ หา รากของปญั หา และรวบรวมขอ้ มูลศกั ยภาพของชมุ ชน องคค์ วามรขู้ องชุมชน องค์กร เครอื ข่ายใน
หมบู่ ้านหรือ ชุมชนทีจ่ ะเขา้ ไปด าเนินการ

การเขา้ ถึง คือ เป็นเรือ่ งการส่ือสารและสร้างการมีส่วนรว่ ม โดยม่งุ สอ่ื สารสร้างความเข้าใจและความ
ม่ันใจ กับชุมชน รว่ มกันวเิ คราะหป์ ญั หาและความต้องการของชุมชน และให้ชมุ ชนมีส่วนรว่ มในกระบวนการ
คิด วิเคราะห์ และการพัฒนามากที่สุด

การพัฒนา คอื เปน็ เร่ืองของการเรยี นรูเ้ พื่อพัฒนา ศักยภาพชมุ ชน สร้างทีมพเี่ ลย้ี งการออกแบบ
หลักสตู ร และเมนูการพัฒนา การศกึ ษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนร้แู ละฝกึ ปฏบิ ัตขิ องชมุ ชน รวมท้ังการให้ทีม พี่
เลย้ี งให้ คาแนะนาในชุมชนและตดิ ตามสนับสนุ

2.การให้ความร้กู ารดาเนนิ ชวี ิตเศรษฐกิจพอเพียงแบบเข้าใจงา่ ย โดยการยกตัวอย่างวถิ ีชีวติ ของชาวบา้ นที่
ดารงอย่เู ปน็ ประจาทุกวนั แล้วสอดแทรกแนวคิด หลกั การ แนวทางโดยใชภ้ าษาง่ายๆทีส่ ามารถเข้าใจงา่ ยขนึ้ และ
พยายามหลกี เลีย่ งคาศัพท์ที่เปน้ ภาษาอังกฤษ ภาษาวิชาการ

3.ให้ความสาคญั กับทง้ั แกนนาหมบู่ ้าน และครัวเรือนเป้าหมาย ในการตัดสินใจดาเนินกิจกรรม เชน่
การศกึ ษาดูงาน (ให้เลือกสถานทีเ่ อง โดยจะมกี รอบกาหนดให)้ การสง่ เสรมิ สนบั สนนุ อาชีพ ให้ครัวเรือนเป้าหมาย
เสนออาชีพทางเลือกท่ีต้องการเองตามความถนัดและมวี ัตถุดิบในพนื้ ท่ีเอง และใหค้ าแนะนาการดาเนินกิจกรรม หรือ
กิจกรรมสง่ เสรมิ การตง้ั กลุ่มอาชีพเพ่ือสร้างรากฐานที่ม่นั คงให้กบั หมูบ่ า้ นต่อไป

แบบบันทกึ องค์ความร้รู ายบคุ คล

1. ช่ือองค์ความรู้ บทบาทเจา้ หน้าท่พี ฒั นาชุมชนในการขับเคลอ่ื น

หมู่บา้ นต้นแบบการจดั การสารสนเทศเพ่ือการพฒั นาคุณภาพชีวติ

2. ช่อื เจา้ ของความรู้ นายภาวัต คงกลอ่ มเจรญิ

สงั กัด นักวชิ าการพฒั นาชุมชนปฏิบตั ิการ สานักงานพฒั นาชมุ ชนอาเภอบางกรวย

3. ทีม่ าและความสาคญั ในการจดั ทาองคค์ วามรู้

กรมการพฒั นาชุมชน กาหนดให้การดาเนินการหมบู่ ้านตน้ แบบการจดั การสารสนเทศเพื่อการพฒั นา
คณุ ภาพชีวิต เป็นตวั ช้วี ดั ตามแผนยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน พ.ศ.๒๕๕๕-๒๕64 โดยกาหนดเปา้ หมาย
การดาเนนิ งานสะสม อาเภอละ ๑ หมบู่ ้านตอ่ ปีงบประมาณ และในปี ๒๕๕๙ จะมหี มูบา้ นต้นแบบการจดั การ
สารสนเทศเพื่อการพฒั นาคุณภาพชีวติ จานวน 3,588 หมบู่ า้ น โดยบรู ณาการร่วมกนั กับการจดั ทารายงาน
การพฒั นาหมู่บา้ น(VDR) และรายงานการพัฒนาตาบล(TDR)

หลักการเหตุผล การพัฒนาหมู่บ้านโดยมียุทธศาสตรแ์ ละทิศทางการพฒั นาอย่างมีเป้าหมาย สามารถ
ขับเคล่ือนตามบรบิ ทของชมุ ชนโดยการใช้ระบบสารสนเทศชมุ ชน (Community Informatics -CI) ซึง่ เป็น
ศาสตร์ท่นี าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการศกึ ษาเพื่อพฒั นาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
ภายในชุมชนเป็นระบบสารสนเทศที่มุ่งสรา้ งความเข็มแขง็ ใหก้ ับชมุ ชน ให้ประชาชนสามารถบริหารจัดการ
ตนเอง แก้ไขปญั หาในชีวิตประจาวนั มคี ุณภาพชีวติ ทดี่ ีข้ึน ลดชอ่ งวา่ งทางสังคม บรหิ ารจัดการสงิ่ แวดลอ้ มให้
น่าอยู่ และสนบั สนนุ ให้มีการพฒั นาที่ย่ังยนื เพอื่ ให้ทุกคนในชมุ ชนสามารถเข้าถึงสารสนเทศได้อยา่ งทั่วถงึ โดย
นาสารสนเทศจากข้อมูล จปฐ. ข้อมลู กชช.๒ค. และแผนชุมชน เพื่อเป็นต้นแบบการขับเคลื่อนการพัฒนา
หมบู่ า้ นสู่หมู่บา้ นแห่งการเรยี นรู้ ก้าวทนั ข้อมูลขา่ วสารและนาสารสนเทศมาใชป้ ระโยชนใ์ นการดาเนินชวี ิต

4. กระบวนการลาดบั ข้ันตอน
(1) สร้างความเขา้ ใจรว่ มกัน
(2) แลกเปลยี่ นเรียนรรู้ ่วมกนั
(3) กาหนดความต้องการร่วมกนั
(4) ร่วมกันจดั ทาสารสนเทศ
(5) เผยแพร่และบารุงรกั ษา

5. เทคนิคในการปฏิบัติงาน
เป็นการดาเนินงานโดยมิมีงบประมาณในการขับเคลื่อนกระบวนการ บทบาทหน้าที่ของ

เจ้าหน้าที่พฒั นาชมุ ชนอาเภอ จึงเป็นการสร้างกระบวนการมีส่วนรว่ มของหน่วยงานภาคี ในการสนบั สนุน
การดาเนินงาน และกระบวนการสร้างความสาคัญให้บังเกิดแก่ข้อมูลสารสนเทศชุมชน หมู่บ้านตระหนัก
ในปัญหาท่ีสะท้อนจากข้อมูลชุมชน จากเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนในเวทีสร้างความเข้าใจร่วมกัน หากไม่
สามารถทาให้หมู่บ้านเข้าใจในวัตถุประสงค์ของการพัฒนาหมู่บ้าน พัฒนาตนเองให้มีคุณภาพชีวิตท่ีดโี ดย
มีข้อมูลชุมชนเป็นเข็มทิศ กาหนดทิศทางการแก้ปัญหาของตนเอง ของชุมชน เป็นเบื้องต้นแล้วการ
ขบั เคลอื่ นกระบวนการอืน่ ๆ จึงเป็นเร่ืองท่ียากในการดาเนินงาน

ดังน้ันเคร่ืองมือที่เป็นตัวกาหนดทิศทางการทางาน พร้อมการนาเสนอปัญหาจากข้อมูล
สารสนเทศชุมชน สู่หมู่บ้านและชุมชนได้เป็นอย่างดีโดยไม่ใช้งบประมาณ คือ การสร้างเพจ เฟสบุ๊ค จาก
การดาเนินงานท่ีผ่านมาเราเข้าใจว่า เพจ เฟสบุ๊ค เป็นเพียงเคร่ืองมือในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เพียง
อย่างเดียว แต่หากสามารถจัดทาเพจ เฟสบุ๊ค เพื่อเป็นเครื่องมือกาหนดทิศทางในการทางาน (สามารถ
บูรณาการ การประชาสัมพันธ์ การนาเสนอข้อมูลชุมชน การนาเสนอกระบวนงาน การกาหนดแนว
ทางการดาเนินงาน และรายงานผลการดาเนนิ งานตามกระบวนการในเวลาเดยี วกัน) โดยกาหนดประเด็น
เผยแพร่และกาหนดการดาเนินการประจาเดือน ดงั นี้

๑) ข้อมูลทั่วไปของหมบู่ ้าน ประกอบด้วย
๑.๑) บรบิ ทของหมูบ่ า้ น
๑.๒) ประวัตหิ มู่บ้าน
๑.๓) ประชากร
๑.๔) สภาพเศรษฐกจิ
๑.๕) สภาพสังคม
๑.๖) ประเพณแี ละวัฒนธรรม
๑.๗) กลุ่มองค์กร

๒) ทศิ ทางการพฒั นาหมูบ่ า้ น
๒.๑) คาขวญั วสิ ัยทัศน์ พนั ธกิจ เป็นต้น
๒.๒) กระบวนงานในการขบั เคล่อื นฯ

๓) ขอ้ มลู ชุมชน (ขอ้ มลู เพื่อการตดั สินใจ)
๓.๑) ขอ้ มลู จปฐ.
๓.๒) ข้อมูล กชช.๒ค.

๓.๓) ขอ้ มลู ความตอ้ งการของชมุ ชน
๓.๔) ปัญหาของชุมชน

๔) แผนงานและโครงการ
๔.๑) กระบวนการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ชุมชน

๔.๒) แผนชมุ ชน
๔.๓) การวิเคราะหแ์ ผนงาน/โครงการ อยา่ งมคี วามสัมพันธก์ บั ขอ้ มลู ชมุ ชน
๕) องค์ความรู้
๕.๑) องคค์ วามรู้ท่ชี ุมชนต้องการ
๕.๒) องคค์ วามรทู่ ่มี ใี นชมุ ชน
๖) การนาสารสนเทศไปใชป้ ระโยชน์
๖.๑) ดา้ นการอนรุ กั ษส์ ิง่ แวดลอ้ ม
๖.๒) ด้านการพฒั นาอาชีพ
๖.๓) ด้านประเพณีและวัฒนาธรรม
๖.๔) ดา้ นศาสนา
๖.๕) ด้านการดูแลรักษาสขุ ภาพ
๖.๖) ดา้ นการศึกษา
๖.๗) ดา้ นอน่ื ๆ ตามบรบิ ทของหมู่บา้ นเปา้ หมายดาเนนิ การ
ขน้ั ตอนที่ ๑ ศึกษารูปแบบกระบวนการและเคร่ืองมือการทางาน
ขั้นตอนที่ ๒ ประชุมชีแ้ จงสรา้ งความเข้าใจ
ขนั้ ตอนท่ี ๓ จัดต้ังคณะทางานในระดบั อาเภอ/ตาบล/หมู่บ้าน
ขน้ั ตอนที่ ๔ กาหนดกรอบในการขับเคลื่อนงาน สนบั สนนุ พนื้ ที่ เคร่ืองมือและงบประมาณ
ขน้ั ตอนที่ ๕ นาข้อมลู บริบทชุมชน ความต้องการ องค์ความรู้ เผยแพรบ่ นเว็บไซต์
ขั้นตอนที่ ๖ รว่ มกับคณะทางานในระดับตา่ งๆ ในการขับเคลื่อน การจัดเก็บขอ้ มูล การจัดเวทวี ิเคราะห์
ขอ้ มูลชุมชน (SWOT)
ขัน้ ตอนที่ ๗ แก้ไขปัญหาพัฒนาคุณภาพชวี ิต - หาความรู้ ทง้ั แบบออนไลนแ์ ละออฟไลน์ ทสี่ นองความ
ต้องการของชุมชน - ลงมอื แก้ไขปัญหา โดยมีโครงการ/กจิ กรรมดาเนินงานอยา่ งน้อย
หมบู่ า้ นละ ๑ เรอ่ื ง - กาหนดรปู แบบและช่องทางในการเผยแพรเ่ พมิ่ เติมโดยมีเพจ
เฟสบุ๊ค เปน็ ชอ่ งทางเผยแพร่หลัก
ขั้นตอนท่ี ๘ สรุปบทเรียนประจาปี (ถอดบทเรียน,VDR,TDR) - ถ่ายทอด - ปรับปรุง - ขยายผล – ศูนย์
เรยี นรู (ศนู ย์สารสนเทศชมุ ชน ขน้ั ตอนท่ี ๙ ยกยอ่ งเชิดชเู กยี รติ

6. ประโยชนข์ ององคค์ วามรู้
ใช้เปน็ แนวทางการบริหารจดั การ หมบู่ า้ นตน้ แบบการจัดการสารสนเทศเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ใน

อาเภอของตนเองได้

******************************************************************************

KM
สาํ นักงานพัฒนาชุมชน

อําเภอบางบัวทอง

แบบบันทกึ องคค์ วามรูร้ ายบคุ คล

1. ชื่อองค์ความรู้ การพัฒนาหมบู่ ้านเศรษฐกจิ พอเพียง
2. ชอ่ื เจ้าของความรู้ นางนสุ รา ธรรมฤาชุ พฒั นาการอาเภอบางบัวทอง

สานกั งานพัฒนาชุมชนอาเภอบางบวั ทอง จงั หวัดนนทบรุ ี
3. องคค์ วามรู้ท่ีบง่ ชี้ เทคนิคการพัฒนาหม่บู า้ นเศรษฐกิจพอเพยี ง
4. ที่มีและความสาคญั ในการจัดทาองค์ความรู้

การพัฒนาหม่บู ้านเศรษฐกิจพอเพยี ง เปน็ การพัฒนาคน พัฒนาหมูบ่ ้านหรือชุมชนใหม้ ีวถิ ีชวี ิต
เศรษฐกจิ พอเพยี งและเป็นสงั คมท่ีอยเู่ ยน็ เปน็ สุข ด้วยการนอ้ มนาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ เดช บรมนาถบพติ ร มาเปน็ แนวในการดารงอยแู่ ละ
ปฏบิ ัตติ นของคนในทุกระดบั ตั้งแต่ ครอบครวั ชุมชน สงั คม โดยดาเนินการตามแนวทางสายกลาง
มีความพอประมาณ มีเหตผุ ล และมีภูมิคุ้มกัน และประกอบด้วยเงอ่ื นไข ความรู้ คคู่ ุณธรรม เพื่อนาไปสู่
เปา้ หมายเศรษฐกจิ สังคม ส่ิงแวดล้อม และวฒั นธรรมเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความสมดุล มน่ั คง ยัง่ ยนื ตอ่ ไป

5. รปู แบบ กระบวนการลาดบั ขน้ั ตอน
5.1 การประชมุ เชิงปฏบิ ตั กิ ารสร้างความร้คู วามเขา้ ใจ
จงั หวัดจดั อบรมสรา้ งความรู้ความเข้าใจการพฒั นาหมู่บา้ นเศรษฐกจิ พอเพียงด้วยการประชุมเชงิ

ปฏบิ ัติการเจา้ หนา้ ที่พัฒนาชุมชนระดับอาเภอทร่ี ับผดิ ชอบงานพฒั นาหม่บู ้านเศรษฐกิจพอเพยี ง
5.2 การพฒั นาแกนนา
มีการวางแผนเตรยี มความพร้อม โดยจดั เวทหี มูบ่ า้ นเป้าหมายเพื่อคัดเลือกแกนนาหมบู่ ้าน เพ่ืออบรม

พัฒนาทักษะแกนนา มอบภารกจิ และสร้างเครือขา่ ย
5.3 การพัฒนาครวั เรือน
มีการวางแผนเตรยี มความพร้อม โดยจัดเวทคี ัดเลือกครอบครวั พฒั นา จานวน 30 ครวั เรอื น อบรมให้

ความรคู้ วามเข้าใจยอมรบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ศกึ ษาดูงานประสบการณ์การพฒั นาวิถชี ีวติ
เศรษฐกจิ พอเพียงจากแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ นาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปประยกุ ตใ์ ช้ใน
ชีวิตประจาวนั

5.4 การพฒั นาวิถชี วี ิตเศรษฐกจิ พอเพยี ง
มีการวางแผนเตรยี มความพร้อม โดยศึกษาเรยี นรู้ตนเอง ประเมินสภาพหมบู่ ้านและประเมินความสขุ

มวลรวม GVH ครงั้ ที่ 1 จดั ทาแผนพฒั นาชวี ติ จัดทาแผนพัฒนาชมุ ชน สนบั สนุนการดาเนินกจิ กรรมตามแผน
จดั เวทจี ัดการความรู้

5.5 การพัฒนาอาชีพ
มีการวางแผน เตรียมความพร้อม โดยจดั เวทคี น้ หาปราชญช์ ุมชน พัฒนาปราชญ์ มีการสาธติ กจิ กรรม

การดารงชวี ติ ตามแนววิถชี วี ิตเศรษฐกิจพอเพยี ง เพื่อสร้างทักษะการดารงชวี ติ
5.6 การพัฒนาศนู ย์เรียนรู้
มีการสง่ เสริมพฒั นาศูนยเ์ รียนรู้ชมุ ชน
5.7 ประเมินสภาพหมบู่ า้ น และประเมินความสขุ มวลรวม GVH คร้ังที่ 2
โดยเจา้ หนา้ ทอ่ี าเภอรว่ มกบั คณะกรรมการหมู่บ้าน คณะทางานระดับตาบลจัดเวทปี ระเมนิ เพ่ือ

ตรวจสอบสภาพของหมูบ่ า้ นตามเกณฑป์ ระเมินหมู่บา้ นเศรษฐกิจพอเพยี งต้นแบบของกระทรวงมหาดไทย

-2-
(4 ดา้ น 23 ตัวชวี้ ดั ) และประเมินความสุขมวลรวม (GVH) 6 ด้าน 22 ตัวชวี้ ัด และปรอทความสุข
กล่มุ เปา้ หมายทเี่ ขา้ ร่วมประเมิน ไดแ้ ก่ครอบครวั พฒั นา จานวน 30 ครอบครัว

5.8 ประเมินมาตรฐานการพฒั นาชุมชน
เจา้ หน้าทีพ่ ฒั นาชุมชนอาเภอ ประชาสัมพันธ์ ให้ผู้นาชมุ ชน กลุ่มองค์กร เครือข่ายชมุ ชนและชมุ ชนได้

เขา้ ใจเบื้องตน้ ในระบบมาตรฐานการพัฒนาชมุ ชน กระตุ้นใหเ้ หน็ ประโยชน์เพื่อสมัครเข้ารับการรบั รอง และ
ดาเนินการตามแนวทางท่ีกาหนด
5.9 การตดิ ตามและประเมินผล

จะมีการตดิ ตามและประเมินผล โดยผู้เกยี่ วข้อง เช่น เจ้าหน้าทีก่ รมฯ ผูต้ รวจราชการ เจ้าหน้าที่ระดบั
จังหวัด ตลอดจนเจ้าหน้าท่ีระดับอาเภอ

6. มีเทคนิคในการปฏบิ ตั งิ าน
1. ยึดหลักความมีศกั ดศ์ิ รี เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ใชศ้ กั ยภาพที่มอี ยูใ่ ห้มากที่สุด มคี วามเชื่อมน่ั ว่า

ประชาชนน้นั มศี ักยภาพทีจ่ ะใช้ความรูค้ วามสามารถท่จี ะปรับปรงุ พฒั นาตวั เองได้ จงึ ต้องใหโ้ อกาสในการคดิ
วางแผนเพ่ือแก้ปัญหาชมุ ชนด้วยตวั เอง โดยมีพัฒนากรเปน็ ผกู้ ระตนุ้ แนะนาและสง่ เสริม

2. ยึดหลักการพง่ึ ตวั เองของประชาชน ต้องสนบั สนุนใหป้ ระชาชนสามารถท่ีพงึ่ ตัวเองได้โดยใช้พลัง
ชมุ ชนเพอ่ื พัฒนาชุมชน

3. ยดึ หลกั การมสี ว่ นรว่ มของประชาชน โดยให้ร่วมคดิ รว่ มตดั สินใจ ร่วมรบั ผลประโยชน์ และยดึ หลัก
ประชาธปิ ไตย

4 ก่อนดาเนนิ งาน ต้องมีการรวบรวมข้อมลู ตา่ งๆ ท่เี กยี่ วข้อง และร่วมกันวเิ คราะห์ปญั หาตา่ งๆ มกี าร
วางแผนเพื่อดาเนนิ การตามโครงการเปน็ ข้ันตอน โดยให้ประชาชนร่วมคดิ ร่วมตดั สนิ ใจและกาหนดโครงการ
เปน็ การนาเอาปัญหาท่ีประชาชนตระหนักและยอมรับว่าเป็นปญั หาของชุมชนมารว่ มกนั หาสาเหตุ หาแนวทาง
แกไ้ ขและจัดลาดบั ความสาคัญของปัญหา เปน็ ผู้ตดั สนิ ใจที่แกไ้ ขปญั หาภายใต้ขดี ความสามารถ และมกี าร
แสวงหาการชว่ ยเหลือจากบคุ คลอ่นื ไมว่ า่ จะภาครัฐ หรอื ภาคเอกชน ฯลฯ

7. ปญั หาท่พี บและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
ปัญหาทพ่ี บ
การพัฒนาหมบู่ า้ นเศรษฐกจิ พอเพยี งในเขตเมอื ง กลุ่มเปา้ หมายไม่ค่อยมเี วลาในการร่วมกจิ กรรมได้

เตม็ ที่เนื่องจากในสภาวะปจั จบุ ัน คนในครัวเรอื นจะมีอาชพี ของตนเองทจี่ ะต้องทาเพื่อหารายได้ใหค้ รวั เรือน จงึ
ทาให้ไม่ค่อยมเี วลาท่จี ะมารว่ มกิจกรรม และผู้เขา้ รว่ มกจิ กรรมส่วนใหญจ่ ะเป็นผสู้ ูงอายุ ส่วนคนในวยั ทางานจะ
มีอาชพี ประจาท่จี ะต้องทา

แนวทางแก้ไข
จะต้องทากจิ กรรมในวันหยุดเสาร์ หรืออาทติ ย์ ซึ่งจะทาให้ผู้เขา้ ร่วมโครงการสามารถมเี วลาในการ

รว่ มกจิ กรรมได้เตม็ ที่

8 .ประโยชน์ขององคค์ วามรู้
1. ครัวเรือนพฒั นาและประชาชนในหมู่บ้าน มกี ารปรับแนวคิดในการดาเนนิ ชวี ิตโดยนอ้ มนาหลัก

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปใช้ในชวี ิตประจาวันมากขึน้
2. ครวั เรือนพัฒนาและประชาชนในหมบู่ ้านให้ความร่วมมอื ในการทากิจกรรมตา่ งๆ ในหมูบ่ ้าน ด้วยการ

มสี ว่ นรว่ มมากข้นึ ชว่ ยเหลือซ่ึงกนั และกัน เอื้ออารตี ่อกนั และยดึ หลกั ประชาธิปไตย

-3-

3. ครวั เรอื นพฒั นาสามารถจัดทาแผนชวี ติ ครัวเรอื น จากการวเิ คราะห์ข้อมลู ของครัวเรือน และหมบู่ า้ น
สามารถวางแผนการพัฒนาเพ่ือแก้ไขปัญหาจากผลการจัดทาแผนชีวติ ของครวั เรือนพัฒนา แผนชุมชน
ผลการประเมนิ หมู่บา้ นเศรษฐกจิ พอเพยี งต้นแบบ ของกระทรวงมหาดไทย (4 ดา้ น 23 ตัวชี้วัด) และผลการ
ประเมนิ “ความอยู่เยน็ เป็นสุข” หรือความสุขมวลรวมของหมบู่ ้าน

4. การทางานเป็นทีม โดยการใช้หลักการมสี ่วนร่วม ในทกุ ระดบั ภาคส่วนทงั้ จากภาครัฐ องค์กรภาค
ประชาชนเพ่ือให้การขับเคลอ่ื นหมู่บา้ นเศรษฐกิจพอเพียงประสบความสาเรจ็ และพึ่งตนเองได้ และมีการบรู ณา
การทางานรว่ มกบั ผนู้ าชมุ ชน ส่วนราชการท้องถนิ่ ทอ้ งที่ ตลอดจนภาคเอกชน ฯลฯ คนในชุมชนร่วมคิด รว่ ม
ทา ร่วมรับผลประโยชน์

5. ผนู้ าชมุ ชนมศี กั ยภาพมีภาวะผูน้ าสูง มีความเสยี สละ มกี ารบรหิ ารจัดการหมู่บา้ นที่ดี มีความ
เข้มแข็ง

............................................

แบบบันทึกองค์ความรู้รายบุคคล

1. ช่ือองค์ความรู้ การขบั เคล่ือนสัมมาชีพชมุ ชนสู่การสร้างอาชพี ท่ยี ่ังยนื

2. ชอ่ื เจา้ ของความรู้ นางพชั รินทร์ อ่องบางน้อย

ตาแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชมุ ชนชานาญการ

สังกัด สานกั งานพัฒนาชมุ ชนอาเภอบางบัวทอง โทร. 08-๓๐๐๕-๗๘๐๑

3. องคค์ วามรู้ท่ีบ่งชี้ กจิ กรรมตามแผนการปฏิบตั งิ านและแผนการใชจ้ า่ ยงบประมาณกรมการ
พัฒนาชุมชน ประจาปี 2564

4. ท่ีมาและความสาคัญในการจัดทาองค์ความรู้

จากการกาหนดนโยบายของรฐั บาล ที่มุ่งเนน้ ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก คือ “รายได”้ ทต่ี ้อง
ทาให้ชุมชนมีรายได้เพ่ิมข้ึน โดยการสร้างอาชีพ จึงเป็นที่มาของ “สัมมาชีพชุมชน” ซึ่งกาหนดแผนการสร้าง
สัมมาชีพชุมชนบนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงท่ีมีเป้าหมาย คือ ประชาชนได้รับการพัฒนาอาชีพและมี
รายได้ โดยให้ชาวบ้านสอนชาวบ้านในส่ิงที่เขาอยากทา ฝึกปฏิบัติจริงให้สามารถนาไปเป็นอาชีพ และต่อยอด
สู่การรวมกลุ่มจัดต้ังเป็นกลุ่มอาชีพท่ีมีความเข้มแข็ง ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากในเรื่อง “รายได้ครัวเรือน
เพือ่ ใหป้ ระชาชนสามารถพ่ึงพาตนเองได้อยา่ งย่ังยนื ”

สัมมาชีพ หมายถึง อาชีพที่ไมเบียดเบียนตนเองไมเบียดเบียนผู้อื่น ไมเบียดเบียนส่ิงแวดล้อม
และมีรายไดมากกว่ารายจ่าย เป็นความพยายามท่ีจะปรับจากการทามาหากินมาเป็นทามาค้าขาย โดยไมได
หวังผลกาไรสูงสุดเป็นตัวตั้งหรือเป็นเป้าหมายสุดท้าย และต้องคานึงถึงความเป็นธรรมทางสังคม กล่าวคือ
ความสขุ ของตนและคนทางาน รวมถงึ ประโยชนของผบู้ รโิ ภค และผ้รู บั บรกิ ารเป็นหลัก

กรมการพัฒนาชุมชน ได้กาหนดให้การพัฒนาอาชีพครัวเรือน เป็น ๑ ใน ๓ ปัจจัยขับเคลื่อน
วาระกรมการพัฒนาชุมชน ปี ๒๕๖๐ (CDD Agenda 2017) มุ่งผลให้ “เศรษฐกิจครัวเรือนมีความม่ันคง
ประชาชน ใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนอย่างมีความสุข” และดาเนินการภายใต้ “โครงการสร้างสัมมาชีพชุมชนตาม
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพ่ือยกระดับเศรษฐกิจฐานราก คือ “รายได”ทาให้ ประชาชนในชุมชนมี
รายไดเพิ่มข้ึน มีความม่ันคงและย่ังยืน สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขด้วยการสร้างอาชีพ ผ่านกระบวนการ
“สร้างสัมมาชีพชุมชน” ภายใต้แนวคิด “ชาวบ้านสอน ชาวบ้าน” สอนอาชีพที่เขาต้องการอยากทา
ประกอบการนอมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทาง ซ่ึงกระบวนการ “สร้างสัมมาชีพ
ชุมชน” เริ่มต้นด้วยการพัฒนาทักษะ การถ่ายทอดองค์ความรูให้กับปราชญ์ชุมชนด้านอาชีพ จากนั้นกลับไป
สร้างทีมและจัดการฝึกอบรมอาชีพให้กับครัวเรือนที่ต้องการฝึกอาชีพในหมูบ้านเป้าหมาย ตลอดจนติดตาม
สนับสนุนอย่างต่อเน่ือง เพ่ือให้ครัวเรือนท่ีเข้ารับการฝึกอาชีพมีความรูและปฏิบัติอาชีพไดจริง จนพัฒนาเป็น
อาชีพทสี่ ร้างรายไดให้กับครัวเรือนไดอย่างมัน่ คง

5. รปู แบบ กระบวนการลาดบั ขั้นตอน
ใช้กระบวนการ “ชาวบ้านสอนชาวบ้าน” และยึดหลักการทรงงาน “ระเบิดจากข้างใน” และ

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือให้ชาวบ้านสอนชาวบ้านกันเองในสิ่งท่ีเขาอยากรู้ ในสิ่งที่เขาต้องการและ
อยากจะทา ลงมือปฏิบตั ิเอง โดยยึดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งเปน็ แนวทางปฏิบัติ

2

5.1 ศกึ ษาแนวทางการดาเนนิ กจิ กรรมตามยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน ปงบประมาณ
พ.ศ. 2564

5.2 กาหนดรูปแบบและจัดทาแผนปฏิบัติการการดาเนินกจิ กรรมสร้างและพัฒนาสัมมาชีพ
ชมุ ชนในระดับหมูบ้านเพอ่ื ให้บรรลุวตั ถุประสงค์และเป้าหมายท่ีกรมฯ กาหนด

5.3 ดาเนินกิจกรรม สร้างและพัฒนาสัมมาชีพชุมชนในระดับหมูบ้าน ในรูปแบบการ
ฝึกอบรม ระยะเวลา 1 วัน โดยให้ทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชน จานวน 5 คน ทาหน้าที่เป็นแกนหลักในการ
จัดกระบวนการเรียนรู โดยมีทีมสนับสนุนการขับเคล่ือนสัมมาชีพชุมชนในพ้ืนท่ี และหน่วยงานภาคีพัฒนาท่ี
เกย่ี วขอ้ งเขา้ รว่ มกจิ กรรมและสนบั สนนุ ในส่วนที่เก่ียวข้อง รายละเอยี ด ดงั น้ี

ภาคเชา้ ภาควชิ าการ : เสริมสร้างความรูความเขา้ ใจเก่ยี วกบั ประเด็นการเรียนรู ดังนี้
1) ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและนิอมนาสูการปฏิบัติเน้นให้ครัวเรือนเป้าหมาย
น้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระดับพ้นื ฐาน ไปปฏิบตั ิอย่างเป็นรปู ธรรมและต่อเนอ่ื ง
2) แนวทางการสร้างสมั มาชีพชุมชนตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
3) วิเคราะห์อาชีพท่ีครัวเรือนเป้าหมายคัดเลือก (ปัจจัยความสาเร็จในการประกอบ
อาชีพ/โอกาสทางการตลาด) เพ่ือให้ครัวเรือนเป้าหมายเหน็ แนวโน้มผลสาเร็จของการประกอบอาชีพนั้น ๆ ได
อย่างชัดเจน
4) ความรู เก่ียวกับอาชีพท่ีครัวเรือนเป้าหมายคัดเลือก ประกอบด้วย 1).
ความสาคัญ/ความจาเป็น/ความเป็นมา 2.) วิธีการ/ขั้นตอน/กระบวนการในการประกอบอาชีพ 3.) คุณภาพ
มาตรฐาน 4.) ตลาด/ชองทางการตลาด 5.) การพัฒนาต่อยอดขยายผล และอ่ืน ๆ ที่จาเป็น เพ่ือให้การ
ประกอบอาชพี ดงั กล่าวม่ันคงและยง่ั ยนื
5) แสดงวธิ กี ารประกอบอาชีพให้ดูเป็นตัวอย่าง เพื่อใหผ้ ู้เข้ารับการฝึกอบรมเกิดการ
เรียนรูจากการสังเกต การฟัง การกระทาหรือการแสดงดังกล่าว โดยดาเนินการ ณ บ้านวิทยากรสัมมาชีพ
ชุมชนหรือปราชญ์ชุมชนด้านอาชีพ ศูนย์เรียนรูและขับเคล่ือนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์การเรียนรู
ด้านอาชีพ หรือสถานที่ท่ีเหมาะสมทอี่ ยู่ในชมุ ชนหรอื ใกล้เคียง
ภาคบ่าย ภาคปฏิบัติ: ดาเนินการฝึกปฏิบัติอาชีพให้ครัวเรือนเป้าหมาย ณ สถานท่ีท่ี
ครัวเรือนที่เข้ารับฝกอบรมอาชีพจัดเตรียมไว โดยทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชน และทีมสนับสนุนการขับเคลื่อน
สัมมาชีพชมุ ชนในพืน้ ทีต่ ิดตามเป็นพเ่ี ลี้ยงในการฝึกปฏิบัติ
6) กากับ ติดตามให้ทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชนระดับหมูบ้านและทีมสนับสนุนการ
ขับเคลื่อนสัมมาชีพชุมชนในพ้ืนท่ี ติดตามสนับสนุนการประกอบอาชพี ของครวั เรือนเป้าหมายท่ีผ่านการอบรม
อาชีพ เพื่อส่งเสรมิ ให้ครวั เรือนฯ ประกอบอาชีพท่ไี ดฝึกปฏิบัติอยา่ งจริงจงั และตอ่ เนื่อง
7) สนับสนุนให้สถาบันหรือกองทุนชุมชนจัดระบบบริหารการจัดการเงินทุนชุมชน
เพื่อสนบั สนนุ ส่งเสริมการประกอบอาชีพและช่องทางการตลาด แกครวั เรือนสัมมาชีพชุมชนหรือกลุ่มสัมมาชีพ
ชุมชนเพ่ือให้สามารถประกอบอาชพี และสร้างรายได ไดอยา่ งตอ่ เน่ือง
8) สนับสนุน ส่งเสริมให้ครัวเรือนเป้าหมายที่ผ่านการฝึกอบรมท่ีประกอบอาชีพ
เดียวกันหรือประเภทเดียวกัน และประกอบอาชีพอย่างต่อเน่ืองไดมีการรวมกลุ่ม และสนับสนุนการจัดตั้งและ
พัฒนาเป็นกลุ่มอาชีพ ตามหลัก 5 ก หรือตามแนวทางการสร้างกลุ่มสัมมาชีพชุมชนสูการเป็นผู้ประกอบการ
ชมุ ชน (Community Entrepreneur : CE) ทกี่ รมการพัฒนาชุมชนกาหนด โดยพิจารณาดาเนินการตามความ
พรอมของแตล่ ะกล่มุ และเตรียมความพรอมเข้าส่รู ะบบการลงทะเบียนเป็นผู้ผลติ ผู้ประกอบการ OTOP ต่อไป

3

9) บนั ทึกขอ้ มลู ครวั เรอื นเป้าหมายในระบบรายงานของกรมการพัฒนาชมุ ชน (ออนไลน์)
10) บันทึกผลการดาเนินงานในระบบบริหารงบประมาณและบริหารกิจกรรม/
โครงการ (Budget and Project Management: BPM)
11) สรุปและรายงานผลการดาเนินงานส่งให้จังหวัด (สานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด
ติดตาม ตรวจสอบ การบันทึกข้อมูลครัวเรือนสัมมาชีพชุมชนในระบบรายงานของกรมการพัฒนาชุมชน
(ออนไลน์) ของอาเภอให้มคี วามสมบูรณ์ ถูกตอ้ ง ครบถว้ น)

6. เทคนคิ ในการปฏิบัติงาน
6.1 เทคนิคการส่งเสริมการขับเคล่ือนสัมมาชีพชุมชนสู่การสร้างอาชีพที่ยั่งยืน สามารถ

สรา้ งรายได้ และกระจายรายไดใ้ นระดบั ครัวเรือนเพิม่ ขน้ึ
6.2 เทคนิคการสง่ เสรมิ การประกอบอาชีพทสี่ ุจริต และไม่หวงั ผลกาไรสงู สดุ
6.3 ความหม่ันศึกษาหาความรู้ และความเอาใจใส่ในทุกองค์ประกอบ ที่จาเป็นในการ

ขับเคลื่อนโครงการนามาซ่งึ ผลสาเรจ็ ของโครงการ
6.4 การให้ความสาคัญกับทุกกระบวนงานต้ังแต่เริ่มต้น-สิ้นสุด เป็นปัจจัยแห่งความสาเร็จ

ของโครงการ
6.5 การนาข้อมูลท่ีมีในชุมชนมาเป็นฐานในการวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาของ

คนในชมุ ชน โดยคนในชมุ ชนเปน็ แกนนา เปน็ ปัจจยั แหง่ ความสาเร็จในการแก้ไขปัญหาของชมุ ชน
6.6 การน้อมนาหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไปประยุกต์ใช้ในทุกระดับ เพ่ือให้เกิด

ความสมดุล มัง่ คงั่ และยั่งยืน
6.7 การพัฒนาเชิงพื้นท่ีด้วยการสร้างกระบวนการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจในสาเหตุ

ของปัญหาเพ่ือหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันในพ้ืนท่ีโดยเน้นให้มีการ “ระเบิดจากข้างใน” โดยใช้พ้ืนที่
เป็นตวั ตั้ง

6.8 การนาข้อมูลท่ีได้จากการจัดทาเก็บข้อมูล เช่น ข้อมูล จปฐ. กชช.2ค บัญชีครัวเรือน
มาใช้ในการวิเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหาอ่นื ๆในชมุ ชนได้ และชุมชนสามารถชว่ ยเหลอื ตนเองได้ โดยไมห่ วังพึ่งการ
สนับสนนุ งบประมาณจากภาคราชการเพยี งอย่างเดียว

7. ปญั หาทพี่ บและแนวทางการแก้ไขปัญหา
7.1 ปญั หาทพ่ี บและข้อจากัด
1) ตลาดรองรับในการจาหน่ายผลติ ภัณฑ์หลงั จากพฒั นาเป็นสมั มาชพี ชุมชน
7.2 แนวทางแก้ไขปัญหา
1) ทาการส่งเสริมช่องทางการตลาด โดยเฉพาะการตลาดออนไลน์ เพื่อให้มีช่องทาง

ในการจาหน่ายสนิ คา้ ได้มากข้ึน
7.3 ปัจจยั ความสาเรจ็ /จดุ แขง็ /โอกาส
1) ประชาชนในพื้นที่อาเภอให้ความสนใจในการเข้าร่วมการขับเคล่ือนสัมมาชีพ

ชุมชนสู่การสร้างอาชพี ท่ียั่งยนื เปน็ จานวนมาก
2) มีปราชญ์ชมุ ชนท่มี คี วามรคู้ วามสามารถด้านการประกอบอาชพี ท่ีหลากหลาย

4

8. ประโยชน์ขององคค์ วามรู้ (ประโยชนท์ ีห่ มูบ่ า้ น/ชุมชนไดร้ บั )
8.1 สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับผู้คนในชุมชน เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากฐาน

กระจายรายไดส้ ่คู รวั เรอื นอย่างทั่วถงึ
8.2 เกดิ กระบวนการพัฒนาการประกอบอาชีพ ทาใหส้ ามารถเพิ่มทกั ษะดา้ นอาชพี
8.3 พฒั นาองคค์ วามรู้ดา้ นการตลาดออนไลน์
8.4 ชมุ ชนสามารถพ่งึ พาตนเองได้
8.5 คนในชมุ ชนสามารถประกอบอาชพี ท่สี จุ รติ ไมเ่ บียดเบยี นผอู้ น่ื

********************************************

แบบบันทกึ องค์ความรรู้ ายบคุ คล
1. ชอ่ื องค์ความรู้ การบรหิ ารจดั การหนี้ผ่านกลไกการขับเคล่ือนของคณะทางานขับเคล่ือนกองทนุ พฒั นาบทบาทสตรี

ตาบล/เทศบาล

2. ช่ือเจา้ ของความรู้ นางสาวกนกพร สทุ ธิพนั ธ์ ตาแหนง่ นักวิชาการพฒั นาชุมชนปฏิบัติการ
สานกั งานพฒั นาชุมชนอาเภอบางบวั ทอง จังหวัดนนทบรุ ี

3. องค์ความรทู้ ีบ่ ง่ ช้ี เทคนิคการบรหิ ารจดั การหนีก้ องทุนพัฒนาบทบาทสตรี

4. ทม่ี าและความสาคญั ในการจดั ทาองค์ความรู้
กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนดอกเบ้ียต่า ในการสร้างโอกาสให้สตรีเข้าถึงแหล่ง

เงินทุนสาหรับการลงทุนเพ่ือพัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ หรือเสริมสร้างความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจ
ให้แก่สตรีและองค์กรของสตรี เป็นแหล่งเงินทุนเพื่อการส่งเสริมบทบาทและพัฒนาศักยภาพสตรีและเครือข่ายสตรี
ในการเฝ้าระวังดูแลและแก้ไขปัญหาของสตรี การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของสตรี นาไปสู่การสร้าง
สวสั ดภิ าพ หรอื สวัสดกิ ารเพื่อคุ้มครองและพทิ ักษส์ ิทธิของสตรีและผู้ด้อยโอกาสอ่ืน ๆ ในสงั คม และเป็นแหลง่ เงินทุน
เพือ่ การส่งเสริม สนับสนนุ การจัดกิจกรรมในการพฒั นาบทบาทสตรี การสรา้ งภาวะผู้นา การพัฒนาองค์ความรู้ เพ่ือ
เสริมสร้างความเข้มแข็งทางด้านสังคมให้แกส่ ตรีและองคก์ รของสตรี

โดยอาเภอบางบัวทอง มีสตรีให้ความสนใจสมัครสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและรวมกลุ่มเสนอ
โครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ประเภทเงินทุนหมุนเวียน และประเภทเงินอุดหนุน จานวน 73
โครงการ ซ่ึงมีโครงการท่ีขอรับการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนแล้วมีปัญหาด้านการบริหารจัดการหนี้ ไม่มาติดต่อ
และไม่ส่งเงินคืนหลายโครงการ ซึ่งทาให้ต้องอาศัยความร่วมมือจากกลไกการขับเคล่ือนของคณะทางานขับเคลื่อน
กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตาบล/เทศบาล มาช่วยให้การบรหิ ารจัดการหนี้มีประสิทธภิ าพ และสามารถลดหน้ไี ด้ จึง
ทาให้มีความจาเป็นต้องจดั ทาองคค์ วามรู้ในการบริหารจดั การหนี้กองทนุ พัฒนาบทบาทสตรีข้นึ

5. รปู แบบ กระบวนการลาดับขน้ั ตอน
1. รวบรวมข้อมูลของลูกหน้กี องทุนพัฒนาบทบาทสตรีทุกโครงการ และจัดกลุ่มของลูกหนี้เป็น 2 กลุ่ม คือ

กลุ่มลูกหน้ีกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีที่ส่งตรงเวลาไม่มีปัญหา และกลุ่มลูกหนี้ที่มีปัญหาการชาระเงินและขาดการ
ตดิ ตอ่

2. ประสานคณะทางานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีของตาบล/เทศบาลท่ีมีปัญหา เพ่ือติดตามลง
พ้ืนที่ตรวจสอบโครงการท่ีมีปัญหาการชาระเงินและขาดการติดต่อ โดยคณะทางานฯ เหล่าน้ีจะประสานกับองค์กร
ภาคเครือข่ายของตนเอง เช่น ผู้นาชุมชน กานัน ผู้ใหญ่บ้าน สตรี และอสม. ในการสอดส่องว่ากลุ่มสตรที ่ีมีปัญหายัง
อยใู่ นพนื้ ทหี่ รอื ย้ายทอ่ี ยู่หรือไม่

3. ใหก้ ลุ่มลูกหนีท้ ี่มปี ญั หาการชาระเงินและขาดการติดตอ่ ซึ่งคณะทางานฯ สามารถตดิ ตอ่ ไดแ้ ลว้ ใหเ้ ขา้ มา
รับสภาพหนแี้ ละปรับโครงการสรา้ งหน้กี ับอาเภอ เพอ่ื ให้กลุ่มเข้ามาสรู่ ะบบอยา่ งถกู ต้อง

-2-

6. มเี ทคนิคในการปฏบิ ตั ิงาน
เทคนิคคือ การทางานประสานกับคณะทางานขับเคล่ือนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตาบล/เทศบาล เพราะ

คณะทางานฯ เป็นบุคคลท่ีอยู่ในพื้นท่ีซ่ึงจะทราบข้อมูลของกลุ่มลูกหนี้ โดยคณะทางานฯ ก็จะมีภาคเครือข่าย เช่น
อาสาสมัครผู้ประสานงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแต่ละหมู่ ทีม อสม. และกานัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการให้ข้อมูล ว่า
ปัจจุบันกลุ่มกู้ที่มีปัญหายังอาศัยอยู่ในพ้ืนที่หรือย้ายไปอยู่ท่ีใด หรือถ้าหากทางจังหวัดหรืออาเภอจะลงพื้นท่ีเพื่อ
ติดตามก็จะได้ทีมงานจากคณะทางานฯ ของตาบลและเทศบาลในการช่วยเหลือเจ้าหน้าท่ี ทาให้สามารถติดตาม
ลูกหนก้ี ลบั เขา้ มาสูร่ ะบบ และสามารถลดหน้ีได้

7. ปญั หาที่พบและแนวทางแก้ไขปญั หา
- ปัญหาที่พบ เดิมไม่สามารถตามตัวกลุ่มลูกหน้ีกองทุนเก่า ปี 2555 – 2559 ได้ เนื่องจากย้ายที่อยู่ เปล่ียน
หมายเลขโทรศัพท์ ตดิ ตามไม่ได้
- แนวทางแก้ไข ประสานคณะทางานขับเคล่ือนฯ ท้ังชุดเก่าและชุดปัจจุบันในการติดตามกลุ่มลูกหนี้ท่ีมีปัญหาการ
ชาระเงินและขาดการตดิ ต่อ ในการชว่ ยประสานและตดิ ตามให้ลูกหนีเ้ ข้าสรู่ ะบบ

8. ประโยชนข์ ององค์ความรู้
- สามารถเปน็ แนวทางในการตดิ ตามหนี้ให้กบั อาเภอ กลมุ่ องคก์ รอื่นๆ ได้
- ลูกหนที้ ีม่ ปี ัญหาการชาระเงนิ และขาดการติดต่อ สามารถกลับมาเขา้ สู่ระบบได้

***********************************************

แบบบนั ทึกองค์ความรู้รายบุคคล

1. ชอื่ องคค์ วามรู้ เทคนิคการสรา้ ง Brand otop ให้ประสบความสาเรจ็

2. ชื่อเจ้าของความรู้ นางสาวภัทราวรรณ สชุ ยอด ตาแหนง่ นกั วชิ าการพัฒนาชมุ ชนปฏบิ ัตกิ าร

3. องค์ความร้ทู ี่บง่ ช้ี

ภารกิจนโยบายสาคัญ : การพฒั นาเศรษฐกิจฐานราก
4. ทม่ี าและความสาคญั ในการจัดทาองค์ความรู้

สถานการณ์ผลิตภัณฑ์ชุมชนจากข้อมูลกรมการพัฒนาชุมชน พบว่า สินค้าในโครงการหนึ่งตาบลหน่ึง
ผลิตภัณฑ์ หรือ โอทอป (OTOP) ในปี 2561 มยี อดจาหน่ายสงู ถงึ 1.9 แสนล้านบาท อย่างไรกต็ าม เมือ่ ดูข้อมูล
เชิงลกึ จะพบว่า ผลติ ภณั ฑ์ OTOP ท่มี กี วา่ 20,000 กวา่ ราย กลบั มีสนิ ค้ามากกว่า 40% ของผลติ ภัณฑ์ OTOP
ท้ังหมดท่ียังไม่สามารถก้าวสู่ความเป็นมาตรฐานสากลหรือแข่งขันในตลาดโลกได้ หรือหากเปรียบเทียบยอด
จาหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP กับผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ(จีดีพี) ในปี 2561 ก็จะคิดเป็นเพียง 1.2%
เทา่ นน้ั ซ่ึงถือวา่ ยงั น้อยมาก ดังนัน้ หากผลกั ดนั ผลิตภณั ฑ์ OTOP ไทยให้ถูกชอ่ งทางก็จะสามารถเพิ่มรายได้ให้กับ
ประเทศไทยได้อีกหลายเท่าตัว (บญุ ยงิ่ คงอาชาภัทร,2562)

5. รปู แบบ กระบวนการลาดบั ข้ันตอน

1. การพฒั นาคุณภาพผลิตภัณฑ์
2. การพฒั นาบรรจภุ ณั ฑใ์ ห้เหมาะสมกบั ผลติ ภณั ฑ์
3. การพฒั นารูปแบบของผลิตภณั ฑใ์ ห้เหมาะสมกับกลมุ่ เป้าหมาย
4. การสรา้ งมูลคา่ เพ่ิมใหก้ ับผลติ ภณั ฑ์
5. การสร้างสรรค์ผลติ ภัณฑ์ใหม่ โดยการนาภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ มาประยุกตร์ ่วมกบั เทคโนโลยสี มยั ใหมม่ า
ใช้ในกระบวนการผลิต
6. การพัฒนาลกั ษณะของผลิตภณั ฑ์ เชน่ สี กลนิ่ รส เนือ้ สัมผสั เปน็ ตน้

6. เทคนคิ ในการปฏิบตั ิงาน

1. เอกลักษณ์ (Identity) คือ ลกั ษณะเฉพาะท่ีไม่มีใครเหมือน ทาใหเ้ ปน็ จุดเด่น เปน็ ที่รจู้ กั และจดจาได้
ท่ีบ่งชีส้ นิ คา้ ท้องถน่ิ น้ันๆ

2. ภูมิปัญญาท้องถ่ิน (Wisdom) องค์ความรู้ ความสามารถ ทักษะ ความเชื่อ วัฒนธรรม การใช้ชีวิต
และประสบการณ์ของคนในท้องถ่ินที่สั่งสมมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น จนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกลุ่มชน หรือ
ชนชาติ หรือคนทอ้ งถ่ินนน้ั ๆ

3. ความคิดสรา้ งสรรค์ (Creativity) การพฒั นา ดดั แปลง ปรบั ปรุงผลิตภณั ฑใ์ ห้ทันสมัย มปี ระสิทธิภาพ
ประสทิ ธผิ ล และสร้างมลู คา่ เพมิ่ ใหักับแบรนด์ – สินคา้ ไทย

7. ปญั หาท่พี บและแนวทางการแก้ไขปญั หา
จดุ อ่อนสาคญั 3 ดา้ นหลัก คอื
1. “การตลาด” สินค้าไม่มีเอกลักษณ์ท่ีโดดเด่น คือ สินค้ามีลักษณะใกล้เคียงกันไม่มีความแตกต่าง

บรรณจุภัณฑ์ หีบหอ่ ไมส่ วยงามและทนั สมัย
2. “ตัง้ ราคาไมส่ อดคล้องกบั ต้นทุนของสินคา้ ” ทาให้ประสบปญั หาทางการเงนิ จนเกิดภาวะขาดทุน
3. “ขาดช่องทางการจาหน่าย” ส่งผลให้ผู้บริโภคไม่สามารถเข้าถึงสินค้าและไม่มีการทาการ

ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางตา่ งๆ ทาใหผ้ บู้ ริโภคไมร่ จู้ กั แบรนดแ์ ละสินคา้
แนวทางการแกไ้ ขปญั หา
1. มองหาภมู ปิ ญั ญาในการต่อยอด (Roots of wisdom)
มองหาโอกาสและภูมปิ ัญญาต่อยอด พฒั นาใหเ้ ปน็ สนิ ค้าท่ีมีเอกลักษณ์ มีความโดดเดน่ สะทอ้ น

ถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิต รวมถึงความเป็นอยู่ของสังคมไทย เพ่ือสร้างเอกลักษณ์ให้สินค้ามีความแตกต่างจากสินค้า
ทัว่ ไปทม่ี ขี ายตามท้องตลาด

2.คุณภาพไทยมาตรฐานโลก (Product Quality)
ในปัจจุบันมีการแข่งขันทางธุรกิจสูง เร่ืองของคุณภาพจึงถือเป็นสิ่งสาคัญท่ีทาให้ผู้บริโภคใช้ใน

การตัดสินใจซ้ือสินค้าหรือบริการ ทาให้ผู้ผลิตต้องใส่ใจในกระบวนการและวางมาตราฐานของสินค้าของตนให้
เปน็ ท่ียอมรับโดยทัว่ กัน

3.โดดเด่นดว้ ยความแตกต่าง (Product Differentiation)
การสร้างสรรค์สินค้าให้มีความแตกต่างโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นการใส่นวัตกรรม

การใสแ่ นวคดิ และความคิดสร้างสรรคตา่ งๆเข้าไปในสนิ คา้ ตลอดจนการพัฒนาบรรจภุ ัณฑ์ใหม้ ีความแตกต่างจาก
ท้องตลอด

4.สรา้ งเรือ่ งให้จดจา (Brand Storytelling)
การที่แบรนดส์ ร้างเรอ่ื งเล่าถือเป็นจดุ เชื่อมโยงระหวา่ งแบรนด์กบั ผบู้ รโิ ภคผา่ นสินค้าหรือบริการ

ตลอดจนการตกแต่งร้าน บรรจุภัณฑ์ หรือแม้กระท่ังเรื่องราวเบื้องหลังเกี่ยวกับขั้นตอนการผลิต ล้วนส่งผลให้
ผบู้ ริโภคเกดิ ความเชื่อมน่ั การจดจา และการมสี ่วนร่วมระหว่างแบรนด์และผบู้ รโิ ภค

5. พลังแห่งการบอกตอ่ (Advocacy)
เป็นสิ่งที่ทุกแบรนด์ต้องการและต้องทาให้ได้ คือ เม่ือแบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคได้ผ่านการส่ือสาร

ครบท้ัง 4 เรื่องท่ีผ่านมา แบรนด์ที่มีเรื่องราวโดนใจผู้บริโภค ผู้บริโภคจะทาหน้าท่ีบอกต่อเรื่องราวดี ๆ ของ
แบรนดใ์ หผ้ ู้บริโภครายอน่ื ๆ ต่อกันไปในวงกว้าง ซึ่งบางทีสามารถช่วยใหจ้ ากแบรนดท์ ่ีไม่เป็นท่รี ูจ้ ัก สามารถเป็น
ทีร่ จู้ ักจนขยายเป็นวงการในระดบั ประเทศได้

๘. ประโยชนข์ ององค์ความรู้

1. สร้างรายได้และเพ่ิมโอกาสทางการค้าให้กับประชาชนในท้องถิ่น ทาให้เศรษฐกิจฐานรากม่ันคง ชม
ชุนสามารถเพิ่งตนเองได้

2. ส่งเสริมสนบั สนนุ ผลิตภัณฑ์ OTOP ใหเ้ ปน็ ท่ีรู้จักมากข้นึ ในช่องทางตลาด Online
3. สามารถเพิ่มช่องทางการตลาดและการขายสินค้าออนไลน์ท่ีน่าเช่ือถือระดับประเทศ และนานาชาติ
ใหก้ ับผลิตภณั ฑ์ OTOP
4. ยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP ให้สามารถเข้าถึงได้ในตลาดวงกว้าง ตอบโจทย์กระแสบริโภคในยุค 4.0
ทาให้ยอดจาหนา่ ยเพิม่ ขน้ึ สง่ ผลต่อผลิตภณั ฑม์ วลรวมในประเทศ (GDP) เพม่ิ สงู ขน้ึ

องค ความรู ท่ี บ งช้ี เทคนิคการสราง 
BRAND OTOP
ภารกิจนโยบายสําคัญ : การพัฒนา ใหประสบความสาํ เร็จ
เศรษฐกจิ ฐานราก
แ บ บ บั น ทึ ก อ ง ค ค ว า ม รู ร า ย บุ ค ค ล
ที่ มาและความสําคั ญในการ น า ง ส า ว ภั ท ร า ว ร ร ณ สุ ข ย อ ด
จั ดการองค ความรู นั ก วิ ช า ก า ร พั ฒ น า ชุ ม ช น ป ฏิ บั ติ ก า ร
สั ง กั ด สํา นั ก ง า น พั ฒ น า ชุ ม ช น อํา เ ภ อ บ า ง บั ว ท อ ง
สถานการณ์ผลติ ภณั ฑ์ชุมชนจากข้อมูลกรม
การพัฒนาชมุ ชน พบว่า สนิ ค้าในโครงการหนงึ แนวทางการแก ไขป ญหา
ตาํ บลหนึงผลติ ภณั ฑ์ หรือ โอทอป (OTOP)
ในป 2561 มียอดจาํ หน่ายสงู ถงึ 1.9 แสนลา้ น 1. มองหาภูมิปญญาในการต่อยอด (Roots of wisdom)
บาท อย่างไรกต็ าม เมือดูขอ้ มูลเชงิ ลึกจะพบว่า มองหาโอกาสและภูมิปญญาต่อยอด พั ฒนาให้เปนสินค้าทีมีเอกลักษณ์ มีความ
สนิ ค้าโอทอปทมี กี วา่ 20,000 กวา่ ราย กลบั มี
สินค้ามากกว่า 40% ของผลิตภณั ฑ์ OTOP โดดเด่น สะท้อนถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิต รวมถึงความเปนอยู่ของสังคมไทย เพื อ
ทงั หมดทียงั ไม่สามารถกา้ วสู่ความเปนมาตรฐาน สร้างเอกลักษณ์ให้สินค้ามีความแตกต่างจากสินค้าทัวไปทีมีขายตามท้องตลาด
สากลหรอื แขง่ ขนั ในตลาดโลกได้ หรือหากเปรียบ 2.คุณภาพไทยมาตรฐานโลก (Product Quality)
เทียบยอดจาํ หน่ายผลิตภณั ฑ์ OTOP กับ
ผลติ ภัณฑ์มวลรวมของประเทศ(จีดีพี) ในป2561 ในปจจุบันมีการแข่งขันทางธุรกิจสูง เรืองของคุณภาพจึงถือเปนสิง
กจ็ ะคดิ เปนเพียง 1.2% เท่านนั ซงึ ถอื ว่ายังนอ้ ย สําคัญทีทาํ ให้ผู้บริโภคใช้ในการตัดสินใจซือสินค้าหรือบริการ ทาํ ให้ผู้ผลิตต้อง
มาก ดงั นนั หากผลกั ดันสินค้าโอทอปไทยใหถ้ กู ใส่ใจในกระบวนการและวางมาตราฐานของสินค้าของตนให้เปนทียอมรับโดย
ช่องทางกจ็ ะสามารถเพิมรายได้ให้กับประเทศไทย ทัวกัน
ได้อกี หลายเท่าตวั (บุญยิง คงอาชาภทั ร,2562) 3.โดดเด่นด้วยความแตกต่าง (Product Differentiation)

ป ญหาที่ พบ การสร้างสรรค์สินค้าให้มีความแตกต่างโดดเด่นเปนเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเปนการ
ใส่นวัตกรรม การใส่แนวคิดและความคิดสร้างสรรคต่างๆเข้าไปในสินค้า ตลอดจน
จุดออ่ นสําคญั 3 ด้านหลัก คือ การพั ฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความแตกต่างจากท้องตลอด
1. “การตลาด” สนิ คา้ ไมม่ ีเอกลักษณท์ โี ดดเดน่ คือ 4.สร้างเรืองให้จดจํา (Brand Storytelling)
สนิ ค้ามลี กั ษณะใกล้เคยี งกันไม่มคี วามแตกตา่ ง
บรรณจุภัณฑ์ หีบหอ่ ไม่สวยงามและทนั สมัย การทีแบรนด์สร้างเรืองเล่าถือเปนจุดเชือมโยงระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคผ่าน
2. “ตงั ราคาไมส่ อดคล้องกบั ตน้ ทุนของสินค้า” ทาํ ให้ สินค้าหรือบริการ ตลอดจนการตกแต่งร้าน บรรจุภัณฑ์ หรือแม้กระทังเรืองราวเบือง
ประสบปญหาทางการเงนิ จนเกิดภาวะขาดทุน หลังเกียวกับขันตอนการผลิต ล้วนส่งผลให้ผู้บริโภคเกิดความเชือมัน การจดจํา และ
3. “ขาดชอ่ งทางการจาํ หนา่ ย” สง่ ผลให้ผูบ้ รโิ ภคไม่ การมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค
สามารถเขา้ ถึงสนิ ค้าและไม่มีการทําการประชาสมั พันธ์ 5. พลังแห่งการบอกต่อ (Advocacy)
ผา่ นชอ่ งทางตา่ งๆ ทาํ ให้ผู้บริโภคไมร่ ูจ้ กั แบรนด์และ
สนิ คา้ เปนสิงทีทุกแบรนด์ต้องการและต้องทาํ ให้ได้ คือ เมือแบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคได้
ผ่านการสือสารครบทัง 4 เรืองทีผ่านมา แบรนด์ทีมีเรืองราวโดนใจผู้บริโภค ผู้บริโภค
จะทําหน้าทีบอกต่อเรืองราวดี ๆ ของแบรนด์ให้ผู้บริโภครายอืน ๆ ต่อกันไปในวง
กว้าง ซึงบางทีสามารถช่วยให้จากแบรนด์ทีไม่เปนทีรู้จัก สามารถเปนทีรู้จักจนขยาย
เปนวงการในระดับประเทศได้

ประโยชน ขององค ความรู

1. สร้างรายได้และเพิ มโอกาสทางการค้าให้กับประชาชนในท้องถิน ทาํ ให้
เศรษฐกิจฐานรากมันคง ชมชุนสามารถเพิ งตนเองได้

2. ส่งเสริมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ OTOP ให้เปนทีรู้จักมากขึนในช่องทาง
ตลาด Online

3. สามารถเพิ มช่องทางการตลาดและการขายสินค้าออนไลน์ทีน่าเชือถือ
ระดับประเทศ และนานาชาติให้กับผลิตภัณฑ์ OTOP

4. ยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP ให้สามารถเข้าถึงได้ในตลาดวงกว้าง ตอบ
โจทย์กระแสบริโภคในยุค 4.0 ทาํ ให้ยอดจําหน่ายเพิ มขึน ส่งผลต่อ
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เพิ มสูงขึน

เทคนิ คสร างแบรนด ท องถิ่ นให ยั่ งยื น

1. เอกลักษณ์ (Identity) คือ ลักษณะเฉพาะทีไม่มีใครเหมือน ทําให้
เปนจุดเด่น เปนที่รู้จัก และจดจาํ ได้ ทีบ่งชีสินค้าท้องถินนันๆ
2. ภูมิปญญาท้องถิน (Wisdom) องค์ความรู้ ความสามารถ ทักษะ
ความเชือ วัฒนธรรม การใช้ชีวิต และประสบการณ์ของคนในท้องถิน
ทีสังสมมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น จนเปนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกลุ่ม
ชน หรือชนชาติ หรือคนท้องถินนันๆ
3. ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) การพั ฒนา ดัดแปลง
ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ – ประสิทธิผล และ
สร้างมูลค่าเพิ มใหักับแบรนด์ – สินค้าไทย

ชื่อองคค์ วามรู้ การดาเนนิ งานโครงการแก้ไขปญั หาความยากจน (กข.คจ.)
เจ้าของความรู้ นางสาวอุมาพรรณ ทรงววิ ัฒน์
ตาแหนง่ /สงั กัด นกั วิชาการพฒั นาชุมชนปฏบิ ตั กิ าร สานักงานพฒั นาชมุ ชนอาเภอบางบัวทอง
องคค์ วามรทู้ ่บี ง่ ชี้ เสรมิ สรา้ งทุนชุมชนให้มีธรรมาภิบาล

ที่มาและความสาคญั ในการจดั ทาองค์ความรู้

โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) เป็นทุนชุมชน ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนเงินทุนเพ่ือประกอบ

อาชีพหรือขยายกิจการอาชีพของตนเพื่อเพิ่มรายได้ให้พ้นจากการตกเกณฑ์ความจาเป็นพ้ืนฐาน และพัฒนา

คุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นแก่ครัวเรือนเป้าหมายในระดับหมู่บ้านๆละ 280,000 บาท โดยไม่มีดอกเบี้ย แล้วมอบ

อานาจและหน้าที่ความรับผิดชอบให้คณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ประจาหมู่บ้าน จานวนเจ็ดคนแต่ไม่เกิน

เกา้ คนเปน็ ผบู้ ริหารจัดการ โดยมวี าระคราวละ ๔ ปี โดยบริหารจัดการเงนิ ทุน ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย

วา่ ด้วยการบริหารและการใช้จา่ ยเงนิ โครงการแก้ไขปญั หาความยากจน พ.ศ. 2536 และแกไ้ ขเพิ่มเติม ฉบับท่ี

2 พ.ศ. 2539 และได้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบดังกล่าว ในปัจจุบันใช้ฉบับ พ.ศ. 2553 โดยให้

เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนเป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุนตรวจสอบ และติดตามการดาเนินงานโครงการ กข.คจ. ให้มี

ประสิทธิภาพ

รปู แบบ กระบวนการลาดับขัน้ ตอน

1. กาหนดหม่บู ้านเปา้ หมาย โดยใชข้ อ้ มลู กชช.2 ค และข้อมลู จปฐ.
2. กาหนดครัวเรือนเป้าหมาย โดยใช้ข้อมูล จปฐ. โดยคณะกรรมการกองทุน กข.คจ.ประจา
หมบู่ ้าน คัดเลือกและจัดลาดับครวั เรอื นของหม่บู า้ นเปา้ หมาย จดั ทาบญั ชที ะเบียนครัวเรอื นยากจนเป้าหมาย
3. จดั ตงั้ “คณะกรรมการกองทนุ กข.คจ. ประจาหมู่บา้ น” ท่ีมาจากผนู้ า และตัวแทนองคก์ รประชาชน
ในหมบู่ ้าน จานวน 7 - 9 คน โดยกระบวนการประชาคม เพือ่ ทาหนา้ ที่บรหิ ารจดั การเงินทุนของหมบู่ ้าน
4. จัดฝึกอบรมเตรียมความพร้อมผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ องค์กรประชาชนผู้รับผิดชอบบริหารจัดการ และ
ครัวเรือนเป้าหมายในระดบั หมบู่ ้าน ระยะเวลา 3 วัน
5. สนับสนุนเงินทุนหมู่บ้านละ 280,000 บาท โดยการโอนเข้าบัญชีเงินฝากของคณะกรรมการ
กองทนุ กข.คจ. ประจาหมบู่ า้ น
6. ครัวเรือนเป้าหมายเสนอโครงการขอยืมเงินตามประเภทอาชีพท่ีกาหนดในโครงการ ต่อ
คณะกรรมการกองทนุ กข.คจ. ประจาหมู่บ้าน
7. คณะกรรมการกองทุนฯ อนุมัติเงินยืม โดยผ่านการตรวจสอบความเป็นไปได้ของโครงการ และ
ความเห็นชอบจาก คปต. (ปัจจุบันมีเฉพาะพัฒนากร) แล้วจึงทาสัญญายืมเงินตามแบบแนบท้ายระเบียบและ
รายงานผลใหอ้ าเภอทราบ แล้วโอนเงินเข้าบญั ชีให้ครัวเรอื นเบิกไปลงทุนประกอบอาชีพ
8. ใชค้ นื เงินยมื ตามกาหนดในสญั ญา (ระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี)
9. เจา้ หน้าทพี่ ฒั นาชมุ ชนทกุ ระดับเป็นผ้สู ่งเสรมิ สนบั สนุน และตดิ ตามชว่ ยเหลอื

/มีเทคนคิ ...

-2-

มีเทคนคิ ในการปฏิบัติงาน
๑. การสร้างความสัมพันธ์ภาพที่ดีระหว่างทีมตรวจสุขภาพทางการเงินโครงการ กข.คจ.

คณะกรรมการกองทุนโครงการ กข.คจ. และครัวเรอื นเปา้ หมาย
๒. ยึดระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารการจ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน

(กข.คจ.) พ.ศ ๒๕๕๓ ในการทางาน
3. การประสานการทางานระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในตาบล กับคณะกรรมการกองทุน มี

ความสาคัญเป็นอย่างมาก การประสานงานที่ดี มีความจริงใจ จะทาให้งานนั้น ๆ ประสบผลสาเร็จ หรืออย่าง
น้อยก็เป็นการสร้างความสมั พนั ธอ์ นั ดรี ะหวา่ งหนว่ ยงาน และผ้นู าชุมชน

4. การติดตามใหค้ าปรึกษาแนะนาแก่คณะกรรมการกองทุนโครงการ กข.คจ. และครัวเรือนเปา้ หมาย
อย่างต่อเนื่องและเป็นกันเอง เพื่อเป็นการสร้างขวัญกาลังใจแก่คณะกรรมการกองทุนโครงการ กข.คจ. ในการ
บริหารโครงการอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ

ปัญหาทพี่ บและแนวทางแก้ไข
เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (Covid–19) ระลอกใหม่

ส่งผลให้ครัวเรือนเป้าหมายบางส่วนได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา บางครัวเรือนรายได้ไม่พอ
ร า ย จ่ า ย
ทาใหไ้ ดร้ ับความเดือดร้อนในการสง่ ใชค้ นื เงนิ ยมื ไดต้ ามกาหนดสญั ญา กรมการพฒั นาชมุ ชนจงึ ได้ออกมาตรการ
ผ่อนผันการชาระหนี้ โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี สาหรับครัวเรือนที่ยืม
เงินโครงการ กข.คจ. มกี าหนดชาระคืนเงนิ ยมื ระหว่างเดือน มกราคม - ธนั วาคม 2564 โดยให้คณะกรรมการ
กข.คจ. หมู่บ้าน พิจารณาผ่อนผันตามความเหมาะสมเป็นรายกรณี เพ่ือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและ
ชว่ ยเหลือครวั เรอื นเป้าหมายทีย่ ืมเงินโครงการแกไ้ ขปญั หาความยากจน (กข.คจ.)

ประโยชน์ขององคค์ วามรู้
กองทุนชุมชนได้รับการตรวจสุขภาพทางการเงิน และมีแผน หรือแนวทางในการพัฒนากองทุนท่ีมี

ประสทิ ธภิ าพ

KM
สาํ นักงานพัฒนาชุมชน

อําเภอบางใหญ่

แบบบนั ทึกองค์ความรรู้ ายบุคคล

1. ช่ือองค์ความรู้
การบริหารจัดการตลาดประชารัฐคนไทยย้ิมได้

2. เจ้าของความรู้
นายอาพรชัย วชิ ิตพรชัย พัฒนาการอาเภอบางใหญ่

3. สว่ นราชการ
สานกั งานพัฒนาชมุ ชนอาเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบรุ ี

4. องค์ความรู้ทบ่ี ง่ ชี้
 หมวดที่ 1 สรา้ งสรรค์ชมุ ชนพ่ึงตนเองได้
 หมวดท่ี 2 สง่ เสรมิ เศรษฐกจิ ฐานรากให้ขยายตวั อย่างสมดลุ
 หมวดที่ 3 เสรมิ สร้างทนุ ชมุ ชนให้มธี รรมาภิบาล
 หมวดที่ 4 เสรมิ สร้างองคก์ รใหม้ ีขีดสมรรถนะสูง

5. ทม่ี าและความสาคัญในการจัดทาองคค์ วามรู้

อาเภอบางใหญ่ ได้ดาเนินการตลาดประชารัฐคนไทยยิ้มได้ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560
จานวน 2 แหง่ คอื ตลาดประชารฐั คนไทยยิ้มไดอ้ าเภอบางใหญ่ ตง้ั อยูบ่ รเิ วณหนา้ ท่ีว่าการอาเภอบางใหญ่ และ
ตลาดประชารฐั วดั ตน้ เชือก ตงั้ อยู่หมู่ที่ 4 ตาบลบา้ นใหม่ (ปัจจุบันตลาดยังดาเนินการอยู่ แต่ยกเลิกใช้ช่ือตลาด
ประชารฐั )

ในปี 2564 จังหวัดนนทบุรี อนุมัติจัดสรรงบประมาณกิจกรรมตามแผนการปฏิบัติงานและ
แผนการใช้จ่ายงบประมาณ ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ให้อาเภอบางใหญ่ ดาเนินโครงการตลาดนัด
คนไทยยิ้มได้ โดยให้ดาเนินการในตลาดนัดคนไทยยิ้มได้ที่กรมการพัฒนาชุมชนรับผิดชอบ และตลาดขยายผล
ในชุมชนท่องเท่ียว OTOP นวัตวิถี หรือหมู่บ้าน OTOP เพ่ือการท่องเท่ียว (OVC) หรือหมู่บ้านที่มีศักยภาพ
ด้านการท่องเท่ียวของอาเภอๆ ละ 1 แห่ง และดาเนินการให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสท่ี 3 เมื่อได้ศึกษาแนว
ทางการดาเนินกิจกรรม ข้ันตอนแรก คือ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการคณะกรรมการบริหารตลาด ผู้บริหารจัดการ
ตลาด (CMO) เจ้าหน้าทพ่ี ฒั นาชุมชน รวมถึงเครือข่ายภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อทบทวน/ประเมินผลการดาเนินงาน
ตลาด ท่ีผ่านมาและกาหนดแผนการดาเนินงานส่งเสริมการตลาดในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพ่ือจัดทา
แผนขับเคลื่อนตลาดนัดคนไทยย้ิมได้ และตลาดขยายผล ปี 2564 ปัญหาก็คือ จะจัดประชุมคณะกรรมการ
บริหารตลาด แล้วใครบ้างล่ะเป็นกรรมการ สอบถามเจ้าหน้าท่ีพัฒนาชุมชนอาเภอที่รับผิดชอบรู้เพียงว่า
พัฒนาการอาเภอเป็นผู้บริหารจัดการตลาด (CMO) ไม่มีคณะกรรมการ ค้นแฟ้มเอกสาร ก็ไม่เห็นคาส่ัง
สอบถามเจา้ หน้าท่ีพฒั นาชมุ ชนจังหวัดทีร่ บั ผิดชอบ ค้นหาเอกสารคาสัง่ แลว้ มีเพยี งคาสงั่ แต่งต้งั ผู้บริหารจัดการ
ตลาด (CMO) ระดับอาเภอ ทางเดียวเท่าน้ันท่ีจะบริหารงบประมาณให้โครงการตลาดนัดคนไทยย้ิมได้
ขบั เคลื่อนตอ่ ไปได้ คือแตง่ ตงั้ คณะกรรมการบริหารตลาดประชารัฐคนไทยย้มิ ได้ อาเภอบางใหญ่

-2-

6. รปู แบบ กระบวนการ ลาดบั ข้ันตอน
1. ร่วมกับทีมงานสานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอ เลือกผู้นา กลุ่มองค์กร หรือบุคคลที่มีความรู้

ความสามารถ มีความชานาญประสบการณ์ในการบริหารจัดการตลาด การขาย การบริหารเงินทุน
การประชาสมั พันธ์ การพฒั นาสินคา้ ผลติ ภัณฑ์ ตวั แทนผู้ประกอบการ เปน็ คณะกรรมการบรหิ ารตลาด

2. บนั ทกึ เสนอนายอาเภอพจิ ารณาแตง่ ต้ังคณะกรรมการบริหารตลาดประชารัฐคนไทยย้มิ ได้
3. จดั ประชมุ คณะกรรมการบริหารตลาดประชารัฐ
4. ทบทวน ประเมินผลการดาเนนิ งานตลาดทผ่ี ่านมา
5. จดั ทาแผนการขบั เคลื่อนตลาดประชารฐั
6. ขบั เคลอ่ื นตลาดประชารฐั ตามแผน
7. จดั เกบ็ รายไดจ้ ากการจาหนา่ ยทางระบบออนไลน์
8. สารวจความพงึ พอใจ ข้อเสนอแนะ ของลกู คา้ ทางระบบออนไลน์
9. ประชาสมั พนั ธ์ตลาดทางส่ือออนไลน์ และออฟไลน์
10. รายงานผลการดาเนินงาน เสนอใหผ้ บู้ ังคับบัญชา ตามลาดับ

7. เทคนิคในการปฏิบตั งิ าน
1. การสื่อสารติดต่อประสานงานที่ชัดเจน ครอบคลุม ตรงประเด็น และเข้าใจในแนวทาง

เดียวกนั
2. ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงออก การแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระ และยอมรับ

ซง่ึ กนั และกนั
3. ถือปฏบิ ตั ติ ามแนวทางการดาเนนิ งาน และประโยชน์ของสว่ นรว่ มเป็นหลกั

8. ปญั หาทพ่ี บและแนวทางการแก้ไขปัญหา
สถานการณ์และมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรน่า 2019 ทาให้

คณะกรรมการบางคนไม่เข้าร่วมประชุม การแก้ไขปัญหา คือ จัดประชุมใน 2 รูปแบบ ในคราวเดียวกัน นั่นคือ
กรรมการท่ีเขา้ ประชมุ ไดน้ ่ังประชมุ รว่ มกนั อกี ส่วนใหเ้ ขา้ รว่ มทาง Online

9. ประโยชน์ขององค์ความรู้
-ตลาดประชารัฐมกี ารพฒั นาอย่างเปน็ ระบบ มรี ปู แบบการบรหิ ารตลาดท่ชี ัดเจนตามบริบทของพื้นท่ี
-เกดิ การบูรณาการทางานรว่ มกนั กบั ภาคเี ครอื ข่าย
-สามารถนาไปปรบั หรือประยกุ ตใ์ ช้เพื่อเปน็ แนวทางในการขบั เคลื่อนตลาดประชารัฐคนไทยยิม้ ได้

************************

แบบบนั ทึกองคค์ วามร้รู ายบุคคล

ชอื่ องคค์ วามรู้ การเรียนรแู้ ละการดาเนินการทา โคก หนอง นา ในพน้ื ท่อี าเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบรุ ี
ชือ่ เจ้าของความรู้ นางศรัณรัตน์ เหง่ียมสมบตั ิ
องคค์ วามรู้ท่บี ่งช้ี พฒั นาพ้ืนท่ี โคก หนอง นา โมเดล และเสรมิ สร้างแหลง่ การเรียนรู้
ที่มาและความสาคัญในการจดั ทาองคค์ วามรู้

การรวบรวมข้อมูลในการจัดทาองค์ความรู้เก่ียวกับการปรับปรุงพ้ืนท่ีเป็นแปรงการเรียนรู้จากการ
ประยุกต์ตามศาสตร์พระราชาโคกหนองนาโมเดลโดยมีแนวคิดองค์ความรู้เป็นแหล่งเ รียนรู้ให้กับประชาชน
ทัว่ ไปและเปน็ แนวทางหน่งึ ในการปรับปรุงเปลย่ี นแปลงพ้ืนท่ีทีไ่ ม่ไดท้ าประโยชน์และมีความแห้งแล้งให้กลับมา
มคี วามช่มุ ชนื้ และสามารถทาการเกษตรได้โดยรวบรวมความรจู้ ัก ๒ ประเภทดงั น้ี

๑. ความรู้ที่ฝังอยู่ในใจคน ซึ่งเป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ในการทาเกษตรและการเข้าร่วมการ
อบรมโครงการโคกหนองนาโมเดลเพอ่ื นามาถ่ายทอดและลงปฏบิ ตั จิ รงิ ในพ้นื ท่ี
๒. ความรทู้ ่ีชดั แจ้ง รวบรวมความรู้จากเอกสารวิชาการทเ่ี ก่ียวข้องในการจดั การบริหารพ้ืนท่ที ่ี
เหมาะสมกับพน้ื ท่กี ารเกษตรทผ่ี สมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่ใหเ้ ขา้ กบั ภูมิปัญญาของพน้ื บา้ นอย่าง
สอดคลอ้ งกับบรบิ ทในพ้ืนทน่ี ้ันๆโดยมีมนษุ ยเ์ ป็นส่วนสง่ เสริมใหม้ ันสาเร็จเรว็ ข้นึ อย่างเปน็ ระบบโคก
หนองนาโมเดลโดยมีองคป์ ระกอบดังต่อไปนี้
๑. โคก : พ้ืนท่ีสูงดินท่ีขุดจากทาหนองน้าให้นามาทาโคก บนโคกปลูกป่าไม้ ๓ อย่างประโยชน์ ๔ อย่างตาม
แนวทางพระราชดาริ ปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงหมู เล้ียงไก่ เล้ียงปลา ทาให้พอ อยู่พอกิน พอใช้ พอร่มเย็น
ปลุกทอ่ี ย่อู าศัยใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาพภมู ปิ ระเทศและภมู ิอากาศ
๒. หนอง : เปน็ หนองน้าหรือแหลง่ น้าขดุ เพอ่ื กักเกบ็ น้าไว้ใชใ้ นยามหนา้ แลง้ หรือจาเป็นและเป็นทรี่ บั นา้ ยามที่
น้าทว่ มหรอื ทเี่ รียกวา่ หลุมขนมครกขุดคลองไส้ไก่หรือคลองระบายน้ารอบพนื้ ท่ีเพ่ือกระจายน้าเพม่ิ ความชุ่มช้ืน
ทาฝายทดนา้ เพอ่ื กกั เก็บนา้ ไว้ใช้ในพื้นทแ่ี ละไว้ใช้ในยามหน้าแลง้
๓. นา : พ้ืนที่นานั้นให้ปลูกข้าวอินทรีย์พ้ืนบ้านยกคันนาให้มีความสูงและกว้างเพ่ือใช้เป็นที่รับน้ายามน้าท่วม
ปลูกพชื อาหารตามคนั นา
กระบวนการจดั ทา
การทาโคกหนองนาโมเดลมาประยุกต์ใช้ในพนื้ ทข่ี องตาบลบางแมน่ างหม่ทู ี่ ๑๐ เริ่มดาเนินการตามขั้นตอนดังนี้
ข้ันตอนท่ี ๑ ออกแบบพื้นที่เป็นการกาหนดแบบและขอบเขตในการดาเนินการซ่ึงการออกแบบน้ันเป็นการ
ออกแบบคานึงถงึ ความเหมาะสมของพื้นท่ี
เทคนิคในการปฏบิ ตั งิ าน
๑. มีการจัดลาดบั ความสาคัญของภารกิจงานทีจ่ ะลงมอื ปฏิบตั ิจรงิ
๒. วางแผนและกรอบผังของงานกอ่ นลงมอื ปฏบิ ัติ
๓. สอ่ื สารประสานงานกบั เจา้ ของพ้ืนที่
๔. เรยี นรแู้ ละปรบั ปรุงแนวทางอปุ สรรคทพี่ บเจอ

ปญั หาทพ่ี บและแนวทางการแกไ้ ข
พื้นที่ท่ีจะจัดทาการขุดสระมีบ่ออยู่ในพื้นท่ีจึงทาให้ยากต่อการขุด โดยมีแนวทางในการแก้ไขคือคุย

วางแผนแนวทางการแก้ไขในการขุดกับช่างขุดและคานวณหน้าดินและปริมาตรของบินของดินและโครงสร้าง
ของพืน้ ท่ที ี่จะทาการขดุ สระและการขุดคลองไสไ้ กใ่ นพื้นที่

ประโยชนข์ ององคค์ วามรู้
๑. ทาให้มพี ื้นที่มคี วามอดุ มสมบูรณม์ ากขึ้น
๒. ทาให้พ้ืนท่ีเป็นสัดสว่ นและเป็นระเบยี บ
๓. ทาให้เป็นศูนยก์ ารเรยี นร้แู ก่ผู้มคี วามสนใจของโครงการโคกหนองนาโมเดล
๔. ทาให้มีพืชผักสวนครัวบริโภคและลดค่าใช้จ่ายในการดารงชีพทั้งน้ีสามารถนาไปขายเพ่ือกระจายรายได้ใน
ครัวเรอื น

แบบบันทกึ องคค วามรูร ายบุคคล

ชอ่ื องคค วามรู การพฒั นาผลติ ภณั ฑ OTOP ระดับ ๑-๓ ดาว สู OTOP ระดบั ๔-๕ ดาว

ช่ือเจา ของความรู นางสาวพชั รภรณ เพ่ิมกวา เกา

องคความรูทบ่ี ง ช้ี องคความรูหมวดเทคนิคการสง เสรมิ เศรษฐกจิ ฐานรากและประชารฐั

ทม่ี าและความสาํ คญั ในการจัดทําองคความรู

โครงการหนึ่งตําบล หนึ่งผลิตภัณฑ ( ONE TAMBON ONE PRODUCT : OTOP ) เปนหน่ึงใน
นโยบายสําคัญเรงดวนของรัฐบาล ท่ีแถลงตอรัฐบาลไทย มีเปาหมายมุงเนนใหแตละชุมชนไดนําภูมิปญญา
ทองถิ่นมาใชในการพัฒนาสินคา โดยภาครัฐ พรอมที่จะเขาชวยเหลือในดานความรูสมัยใหม และการบริหาร
จัดการ เพ่ือเช่ือมโยงสินคาจากชุมชน สูตลาดทั้งในและตางประเทศ ดวยระบบรานคาเครือขาย
และอินเตอรเน็ต และเพ่ือสงเสริมสนับสนุนกระบวนการพัฒนาทองถ่ิน สรางชุมชนที่เขมแข็ง พึ่งตนเองได
ใหประชาชนมีสวนรวมในการสรางงานสรางรายไดดวยการนําทรัพยากร ภูมิปญญาในทองถ่ิน มาพัฒนาเปน
ผลิตภัณฑและบริการท่ีมีคุณภาพ มีจุดเดนและมีมูลคาเพ่ิม เปนที่ตองการของตลาดทั้งใน และตางประเทศ
สอดคลอ งกับวฒั นธรรม และวิถชี ีวิตทองถิน่

จากผลการดําเนินงานขับเคล่ือนยุทธศาสตรการดําเนินโครงการหน่ึงตําบล หนึ่งผลิตภัณฑ(OTOP)
ที่ผานมามีผลการดําเนนิ งานท่เี ปนรูปธรรม สามารถสรางงาน สรางรายไดยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ในทองถน่ิ ไดเ ปน อยางดี แตใ นขณะเดียวกันก็ยังประสบปญหาโดยเฉพาะผลิตภัณฑ OTOP ระดับ 1-3 ดาวยัง
มีขอจํากัดในเรื่องของรูปแบบผลิตภัณฑ บรรจุภัณฑ ยังไมสวยงามโดดเดน ยังไมเหมาะสมกับความตองการ
ของตลาด ผูผลิต ผูประกอบการ OTOP ยังขาดองคความรูในดานการบริหารจัดการ การพัฒนาผลิตภัณฑ
บรรจภุ ณั ฑ การคัดสรรสดุ ยอดหนง่ึ ตําบล หนง่ึ ผลติ ภณั ฑไทย ป พ.ศ.2562 นนั้ ผปู ระกอบการ OTOP อําเภอ
บางใหญ มีผลิตภัณฑในระดับ 1-3 ดาว จํานวน 18 ผลิตภัณฑ ซ่ึงผลิตภัณฑเหลานั้นสามารถท่ีจะพัฒนา
ตนเองได จึงมีความตองการท่ีจะชวยเสนอแนะวิธีการท่ีจะพัฒนาผลิตภัณฑ OTOP ในระดับ ๑-๓ ดาว
สู OTOP ระดับ ๔-๕ ดาว ซึง่ จะเปน การนาํ ไปสกู ารสรางผลติ ภณั ฑท ่ีดี สรา งรายไดทม่ี ากขนึ้

รูปแบบ กระบวนการลาํ ดบั ขน้ั ตอน

1.ศึกษาดูคะแนนในแตละหัวขอที่ผลิตภัณฑนั้นไดจากการคัดสรรสุดยอดหน่ึงตําบล หน่ึงผลิตภัณฑ
ไทย ป พ.ศ.2562 วามีขอบกพรองในจุดไหนบาง และมีขอเสนอแนะจากคณะกรรมการคัดสรรฯ ในระดับ
จงั หวัดอยางไรบาง

2.ประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรูรวมกันระหวางกลุมผูผลิต ผูประกอบการ OTOP ท่ีมีผลการคัดสรร
สุดยอดหนึ่งตาํ บล หนึ่งผลิตภัณฑไทย ป พ.ศ.2562 ระดับ 4-๕ ดาว เพ่ือหาขอเสนอแนะในการนําไปพัฒนา
กลมุ ผผู ลิต ผปู ระกอบการ OTOP ทมี่ ผี ลติ ภัณฑระดับ ๑-๓ ดาว

3.พัฒนาผลิตภัณฑระดับ 1-3 ดาว ในดานตางๆ โดยใหคําเสนอแนะ และสงเขารวมอบรมใน
โครงการตางๆ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑอยางตอเนื่อง เตรียมตัวในการคัดสรรหน่ึงตําบล หนึ่งผลิตภัณฑไทย
ในครงั้ ตอ ไป

เทคนคิ ในการปฏบิ ตั ิงาน

ใชหลักพี่สอนนอง คือให ผูประกอบการ OTOP ท่ีมีผลการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตําบล หน่ึงผลิตภัณฑ
ไทย ป พ.ศ.2562 ระดับ 4-๕ ดาว ชวยเสนอแนะแนวทาง ผูประกอบการ OTOP ท่ีมีผลิตภัณฑระดับ ๑-๓
ดาว ซ่ึงจะเปนการชี้แนะแนวทางท่ีดี เน่ืองจากเปนผูมีประสบการณโดยตรง ผานการประสบความสําเร็จ
มาแลว

ปญ หาทพี่ บและแนวทางแกไขปญ หา

ผูผลิต ผูประกอบการ OTOP บางคนยังยึดติดกับรูปแบบผลิตภัณฑในแบบเดิมๆไมยอมพัฒนาหรือ
เปลย่ี นแปลง แนวทางแกไขคอื พยายามพูดคุยใหผูป ระกอบการมีความรู ความเขาใจเขาใจ เห็นถึงความสําคัญ
และผลประโยชนท จี่ ะไดรบั จากการมีผลติ ภัณฑระดบั 4-5 ดาว

ประโยชนขององคค วามรู

1.เปน เทคนคิ และแนวทางการทํางาน การพฒั นาคน ท้งั เจาหนา ที่พฒั นาชุมชนและผปู ระกอบการท่มี ี

2.สง เสริมใหกลุม ผูผลติ OTOP ไดม ีโอกาสในการพฒั นาศักยภาพตนเอง

3.สง เสริมใหกลุมผูผ ลติ OTOP พฒั นาคณุ ภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ

4.สินคา OTOP ไดร บั การยอมรบั มากขนึ้ มีชอ งทางการตลาดเพมิ่ ข้ึน

ในวนั ท่ีเราตอ งหางไกล จัดการประกวดออนไลนอ ยางไรใหมอื อาชพี

How to Manage An Online Contest in The Age of COVID-19

- บรรณวิชญ สมบญุ
สาํ นกั งานพัฒนาชุมชนอําเภอบางใหญ

ชอ่ื องคค วามรู: แบบบนั ทึกองคความรรู ายบุคคล

ช่อื เจาของความรู: ในวนั ทเ่ี ราตอ งหางไกล จัดการประกวดออนไลนอ ยางไรใหมอื อาชีพ
องคความรูท่ีบงชี้: How to Manage An Online Contest in The Age of COVID-19
นายบรรณวิชญ สมบญุ นักวชิ าการพัฒนาชมุ ชนปฏบิ ตั กิ าร
เทคนคิ การเสริมสรางองคกรใหมีสมรรถนะสูง (เปนบุคคลทันสมยั พัฒนาองคกร)

ทม่ี าและความสาํ คญั ในการจดั การองคค วามรู

กรมการพัฒนาชุมชน เปนองคกรสําคัญท่ีขับเคล่ือนความกาวหนาท้ังมวลในประเทศไทย
จากหนวยการพัฒนาระดับจุลภาคสูการพัฒนาในระดับมหภาคภายใตหลักการของการพัฒนาอยางย่ังยืน
(sustainable development) โดยจุดเริ่มตนของการพัฒนาในระดับจุลภาคนี้มีสวนเกี่ยวของกับ
การพัฒนาชุมชนในรูปแบบของการสรางขวัญกําลังใจและการเชิดชูเกียรติผูมีผลงานดีเดนผานการประกวด
ในประเภทตาง ๆ เชน การประกวดหมูบานเศรษฐกิจพอเพียง การประกวดกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเดน
และการประกวดคนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีดีเดน เปนตน

การประกวดเปนการจดั งานประเภทหนึ่งท่ีตองรวบรวมคนจาํ นวนมากกวา ๒ คนขึน้ ไป ทวาประชาชน
ในประเทศไทยยังคงตองดํารงชีวิตภายใตความปกติรูปแบบใหม (New Normal) เนื่องจาก สภาวการณ
การแพรระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ยังคงสงผลกระทบตอการใชชีวิต
และการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะงานหรือกิจกรรมที่จําเปนตองมีผูเขารวมเปนจํานวนมากอยางงานประกวด
ดงั น้นั การจัดการประกวดออนไลน จึงเปนหน่ึงทางเลือกที่สามารถขับเคล่ือนงานพัฒนาชุมชนใหดําเนินตอไป
ไดทา มกลางยคุ สมยั แหง การเปลยี่ นแปลงคร้ังย่งิ ใหญในประวตั ศิ าสตร

การจัดการประกวดออนไลน เปนกระบวนการทํางานที่เหมาะสมเปนอยางมากในยุคของสภาวการณ
การแพรร ะบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ และยังเปนอีกหนึ่งวิธีการปฏิบัติงานท่ีเปนไปตามแนวทาง
ของมาตรการการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ถึงแมวาการจัดการประกวดออนไลนจะสามารถ
นํามาใชไ ดจรงิ ในงานพัฒนาชุมชน แตกระบวนการทํางานนี้มีความแตกตางจากการจัดการประกวดแบบท่ัวไป
(face-to-face) เพราะตองใชทักษะการจัดการเทคโนโลยีและสารสนเทศท่ีเหมาะสมและถูกตอง
ตามสถานการณที่เกิดข้ึนอยางฉับพลันและมีระเบียบแบบแผน ท้ังนี้ การจัดการประกวดออนไลนอาจทําให
ผูจัดการโครงการตองเจอกับปญหาตาง ๆ โดยเฉพาะปญหาในเรื่องของเทคโนโลยีและสัญญาณอินเทอรเน็ต
ดังน้ัน การจัดการประกวดออนไลน จึงควรมีการศึกษาและวางแผนอยางละเอียดรอบคอบ เพ่ือใหการจัดการ
ประกวดในครั้งนัน้ เกดิ ประสทิ ธภิ าพและประสิทธิผลสงู สุด

รูปแบบ กระบวนการลาํ ดบั ขั้นตอน

ขั้นตอนเตรยี มการ

๑. วางแผนและกลยทุ ธในการจดั การประกวดออนไลน

๑.๑) วางแผนการจดั ลําดับกจิ กรรม

การวางแผนการจัดลําดับกิจกรรม เปนเคร่ืองมือข้ันปฐมภูมิที่สําคัญเปนอยางมากในการจัดการ
ประกวดออนไลน เพราะการจัดลําดบั กจิ กรรมอยางเหมาะสมจะทําใหก ิจกรรมมกี ารดําเนินงานอยางเปนระบบ
และมีลําดับข้ันตอนท่ีชัดเจน ซึ่งการวางแผนการจัดลําดับกิจกรรมอาจทําออกมาในรูปแบบของกําหนดการ
หรือตารางกิจกรรม โดยคํานึงถึงกิจกรรมหลักท่ีควรมีในการจัดการประกวดออนไลนเปนลําดับแรก
และจัดทํารายการกิจกรรมเพื่อนํามาจัดเรียงออกมาเปนตารางกิจกรรม ซ่ึงตารางกิจกรรมที่ดี
ควรมกี ารระบรุ ะยะเวลาอยา งชดั เจน

ตัวอยาง

ตารางกจิ กรรมการจัดประกวดออนไลน
โครงการ “การคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเดน ประจําป ๒๕๖๔”

เวลา รายละเอยี ดกิจกรรม

08.30 น. การเตรียมความพรอมกอ นการจดั ประกวดออนไลน

08.45 น. - 09.00 น. พิธีเปดโครงการ “การคัดสรรกิจกรรมพฒั นาชมุ ชนดเี ดน ประจําป ๒๕๖๔”

09.00 น. – 09.30 น. การประกวดผนู าํ อาสาพัฒนาชมุ ชนประเภทชาย

09.30 น. – 10.00 น. การประกวดผูนําอาสาพัฒนาชมุ ชนประเภทหญิง

10.00 น. – 10.30 น. การประกวดผูน ําอาสาพัฒนาชมุ ชนประเภทหมูบานเศรษฐกจิ พอเพียง

10.30 น. – 11.00 น. การประกวดกลุม/องคกรแกนหลกั ในการพฒั นาหมบู าน

**เวลาและกจิ กรรมอาจมกี ารเปลย่ี นแปลงตามความเหมาะสม

สําหรับการจัดกิจกรรมการประกวดออนไลนภายใตโครงการการคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเดน
ท่ีเคยจัดข้ึนจริงนั้น สํานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดไดมีการระบุระยะเวลาการจัดการประกวดรายอําเภอตาม
ความเหมาะสม และระบุกิจกรรมท่ีจําเปนในการจัดการประกวดแบบพอสังเขปไวกอนหนา ทวามิไดระบุ
รายละเอียดเวลาอยางชัดเจนวาแตละกิจกรรมตองใชระยะเวลานานเทาใด ซ่ึงในสวนน้ีเปนโจทยสําคัญ
ทส่ี าํ นกั งานพฒั นาชุมชนอาํ เภอตอ งเตรียมความพรอมดว ยกระบวนการถดั ไป น่ันคือ การเตรียมสคริปตสําหรับ
ผดู าํ เนินรายการ เพอ่ื ประสานงานกบั สาํ นักงานพัฒนาชมุ ชนจงั หวดั ในลาํ ดับถัดไป

๑.๒) เตรียมสคริปตสาํ หรบั ผูดาํ เนินรายการตามลาํ ดับกจิ กรรมที่จัดเตรียมไว
การจัดเตรียมสคริปตสําหรับผูดําเนินรายการ เปนกระบวนการท่ีจะทําใหการจัดกิจกรรมมีระเบียบ
แบบแผนท่ีชัดเจนยิ่งขน้ึ เพราะการมสี คริปตสาํ หรบั ผูด ําเนินรายการจะเปน องคประกอบสําคัญท่ีทําใหกิจกรรม
มีความเปนระเบียบแบบแผน และทําใหลําดับกิจกรรมไมสลับลําดับกัน เน่ืองจาก มีผูดําเนินรายการ
ควบคุมตลอดระยะเวลาการดาํ เนินงานในขนั้ ตอนของการจัดการประกวดออนไลนจ ริง
สําหรับขั้นตอนการเขียนสคริปต ตองคํานึงถึงกิจกรรมในลําดับตาง ๆ ท่ีจะเกิดข้ึนภายในการจัดงาน
รวมไปถึงภาษาที่ใชในการพูดจริงทามกลางการจัดการประกวด กลาวคือ การรูจักเลือกใชภาษาท่ีเหมาะสม
ในการจัดงานนั้น เชน งานท่ีมีความเปนทางการระดับจังหวัดและมีประธานในพิธีเปนผูทรงคุณวุฒิหรือมี
ตําแหนงทางราชการ ควรมีพิธีเปด กลาวการตอนรับเพ่ือแสดงความเคารพนับถือ และใชภาษาท่ีเปนทางการ
ในระยะเวลากิจกรรมนั้น โดยในบรบิ ทของการจดั การประกวดออนไลนนน้ั ภาษาเปนสง่ิ ที่สําคญั เปน อยา งมาก

ตวั อยา ง รปู แบบสครปิ ตส ําหรบั การกลาวตอ นรบั และพิธีเปด

สวสั ดคี รับ/คะ
กระผม/ดิฉนั ................................................................... ครับ/คะ
(กรณีไมใชพิธกี รเด่ยี ว ใหกลาวแนะนําตนเองทีละคน)
กระผม/ดิฉนั /พวกเราไดรบั เกียรตเิ ปนพิธีกรในการประกวดของสาํ นักงาน.........................................................
โครงการ............................................................................................................................. ครบั /คะ

(ลําดบั ถดั ไปเปน การกลา วตอ นรบั และเขา สูพิธีการเปด งาน)
เรียน ทา นประธาน................................. , ..........................................
และผูเขา รว มการประกวดทุกทาน ในนามของ....................................สํานักงาน..............................................
ขอตอนรบั ทุกทา นเขา สูการประกวด ...............................................................................................................

(เชญิ ผูมเี กียรติกลาวตอนรับ)
ลําดับถดั ไปขอเชญิ .................................................................. กลา วตอนรับ .....(ผเู ขา รวมงานทั้งหมด).............

(ตอดวยการเลา รายละเอียดพอสงั เขปของการจัดการประกวด)
การประกวดของสํานักงาน………………(รายละเอียดกิจกรรมแบบพอสงั เขป)............................

๑.๓) จัดเตรยี มรายการวสั ดุ อุปกรณ และเทคโนโลยีทใ่ี ชใ นการจัดกจิ กรรม

การจัดเตรียมรายการวัสดุ อุปกรณ และเทคโนโลยีที่ใชในการจัดกิจกรรม เปนอีกหน่ึงกระบวนการ
สําคัญท่ีชวยสนับสนุนใหการจัดกิจกรรมหรือการจัดการประกวดออนไลนคร้ังนั้นเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ไมวากิจกรรมใดก็ตาม การเตรียมพรอมในดานวัสดุ อุปกรณ และเทคโนโลยี เปนส่ิงที่จําเปนอยางมาก
เพราะถาขาดส่ิงใดส่ิงหน่ึงไป อาจะทําใหการจัดกิจกรรมครั้งน้ันดําเนินตอไปอยางไมล่ืนไหลหรืออาจถึง
ขัน้ วกิ ฤตทต่ี อ งยตุ กิ ารจดั กิจกรรมนนั้

สําหรับการจัดเตรียมรายการวัสดุ อุปกรณ และเทคโนโลยีท่ีใชในการจัดกิจกรรมในลําดับแรก
ผูจัดเตรียมงานควรมีรายการวัสดุ อุปกรณ และเทคโนโลยีที่จําเปนอยูในมือ โดยอาจตรวจสอบสิ่งที่จําเปน
จากลําดับกิจกรรมท่ีจัดเตรียมไววาในแตละกิจกรรมตองใชอุปกรณใดบาง และทบทวนอยางละเอียด
ในทุกกิจกรรมพรอมจัดทํารายการของท่ีตองใช (Check-List) หลังจากน้ันจึงจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ
และเทคโนโลยตี าง ๆ

ตัวอยา ง เช็กลสิ ตอ ยา งงายสาํ หรบั การจัดการประกวดออนไลน

วัสดุ อุปกรณ เทคโนโลยี

ทวั่ ไป อเิ ล็กทรอนกิ ส  แอปพลิเคชนั Google Meet

 Green Screen  ไมโครโฟนแบบ USB  รหัสผานและลิงกสําหรับการเขา

 โตะ ยาวสาํ หรบั จัดวางอปุ กรณ  ลาํ โพงเช่อื มตอคอมพิวเตอร หอง

๒ โตะ  โนตบุกสําหรับพิธกี ร  วิดโี อที่ตอ งใชในการแชรหนาจอ

 เกาอรี้ องรบั ผเู ขารวมการ  โนตบกุ สาํ หรบั ผเู ขาประกวด  ไฟลเอกสารประกวดท่ีตองใชใน

ประกวดท่ีแพรภ าพสดจากฝาย  โนตบุกสํารองกรณีมีแขกผูมี การแชรห นา จอ

สาํ นักงานพฒั นาชมุ ชนอําเภอ เกียรติเขารวมการประกวดจาก  Virtual Background

จํานวน ๑๕ ตวั ฝายสาํ นกั งานพฒั นาชมุ ชนอําเภอ

 เทปสาํ หรับทําสญั ลกั ษณในการ  ปลก๊ั สามตา 3 อัน

เวนระยะหา ง (social distancing)

ตามมาตรการ COVID-19

๒. แบงหนาทีใ่ หชดั เจน

การแบงหนาท่ีใหชัดเจน เปนอีกกระบวนการหนึ่งท่ีทําใหข้ันตอนการปฏิบัติงานแตละข้ันตอน
เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด นอกจากน้ีการแบงหนาที่อยางชัดเจนจะทําใหการปฏิบัติงานไมเกิด
ความซํ้าซอน มีระเบียบแบบแผน และปองกันความสับสนในระหวางการดําเนินกิจกรรม สําหรับการจัดการ
ประกวดออนไลน อาจแบงออกเปน ๔ ฝาย ดงั นี้

- ฝายโสตทศั นปู กรณ มีหนาท่ี ในการดแู ลเกีย่ วกับสอื่ อุปกรณ อิเล็กทรอนกิ ส เทคโนโลยี รวมไป
ถึงการตรวจสอบสัญญาณอินเทอรเน็ต

- ฝายประสานงาน มหี นา ท่ี ในการประสานงานระหวา งสวนงานทีเ่ กี่ยวของในการดาํ เนินกิจกรรม
เชน การประสานงานกับสาํ นกั งานพัฒนาชุมชนจงั หวดั กอนการดาํ เนินกิจกรรม รวมไปถึงการ
ดูแลภาพรวมและปญหาที่เกิดขนึ้ ระหวางจดั กจิ กรรม

- ฝายจัดเตรยี มสถานท่ี มีหนา ท่ี จัดเตรียมสถานทร่ี องรบั สําหรับผเู ขา รว มประกวดตามมาตรการ
ควบการแพรระบาดของโรคติดเช้อื ไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)

- ฝายดําเนนิ รายการ มหี นา ที่ดําเนนิ รายการตามลําดับกิจกรรมท่กี าํ หนดหรือการทําหนาที่เปน
พธิ กี รดาํ เนินรายการตามสคริปตท ่วี างรูปแบบกิจกรรมไว

๓. ประสานงานกบั หนว ยงานทีเ่ กี่ยวของ

การประสานงานกับหนวยงานเกี่ยวของ เปนกระบวนการที่สําคัญอีกกระบวนการหน่ึง
เพราะกระบวนการนี้จะทําใหผูจัดกิจกรรมรูขอมูลของการจัดกิจกรรมอยางละเอียดและดําเนินการไดถูกตอง
ตามหลักเกณฑท ี่กาํ หนดไว โดยการประสานงานควรถามรายละเอยี ดกจิ กรรมอยางละเอียดถี่ถวนและครบถวน
ท่สี ุด พรอ มท้งั ทําความเขาใจในลาํ ดับกิจกรรมของกันและกันใหชัดเจน

ข้นั ตอนดําเนนิ การ

๔. ทบทวนแผนทจ่ี ัดเตรยี มไวแ ละทดสอบระบบออนไลน

กอนการดาํ เนนิ การจดั กจิ กรรมการประกวดออนไลน ควรมีการทบทวนแผนท่จี ัดเตรียมไว เพ่อื ซกั ซอ
ความเขาใจใหเกิดความชัดเจน และปอ งกนั การสับสนระหวา งการทาํ งาน นอกจากน้ี การจดั การประกวด
ออนไลน ควรมกี ารทดสอบระบบออนไลนก อนเรม่ิ จดั กจิ กรรม โดยทดสอบใน ๓ เรื่องหลักไดแก เทคโนโลยี
อปุ กรณทใ่ี ช และระบบแอปพลเิ คชนั ในการจดั การประกวดออนไลน

๕. มสี ตใิ นการทํางาน

การตงั้ “สต”ิ กอน “สตารต ” เปนสิง่ สําคัญในการปฏบิ ัติงาน ทกุ ครั้งที่เรามสี ติ เราก็สามารถจดั การ
ปญ หาเฉพาะหนาไดอ ยางมปี ระสทิ ธิภาพ โดยวิธกี ารตัง้ สตกิ อนการทาํ งาน คือ การนึกทบทวนถงึ ภารกิจหรอื
บทบาทหนา ที่ของตนเองอีกครงั้ วาตอ งเตรียมทาํ อะไรบา งและตอ งทําในระยะเวลาใด เพื่อใหการดําเนนิ การจดั
กจิ กรรมเปนไปดว ยความราบรนื่

๖. ดาํ เนินการตามแผน

เมอื่ ถึงเวลาการจัดกิจกรรมการประกวดออนไลน ใหเรม่ิ ดําเนนิ การตามแผนท่ีเตรียมการไว พรอ มกับ
การสงั เกตการณปญหาเฉพาะหนาทอ่ี าจเกิดข้นึ ในการจดั กิจกรรม และดําเนินการแกไ ขทันทตี ามภาระหนา ที่ท่ี
ไดแบงไวต งั้ แตขนั้ ตอนการเตรียมการ

ขน้ั ตอนหลงั ดาํ เนินการ

๗. จัดเกบ็ อปุ กรณต ามหมวดหมูอยา งเหมาะสม

ผูจัดกิจกรรมควรมีการจัดเก็บอุปกรณตามหมวดหมูอยางเหมาะสมหลังจากเสร็จส้ินการจัดกิจกรรม
เพื่อเปนการรักษาสภาพวัสดุ อุปกรณใหคงทน และมีประสิทธิภาพในการใชงานไดนานยิ่งข้ึน นอกจากน้ี
ผูจัดกิจกรรมควรจัดเก็บอุปกรณในสถานที่ที่จัดเตรียมไวตามหมวดหมูจําเพาะ เพ่ือสะดวกและเอื้ออํานวยตอ
การนําอปุ กรณมาใชงานในคร้งั ถดั ไป

๘. ถอดบทเรียนปญ หาท่ีพบและแนวทางแกไขปญหา

หลังจากดาํ เนนิ การจดั กิจกรรม คณะทาํ งานควรมีการถอดบทเรียนเกยี่ วกบั ปญหาท่ีพบและแนว
ทางแกไขปญหา เพ่ือนาํ ไปใชเปน แนวทางในการจดั เตรียมการจดั การประกวดออนไลนคร้ังตอไป

๙. กลา วชืน่ ชมและใหก ําลังใจผรู ว มปฏิบัติงาน

การกลา วช่ืนชมและใหกาํ ลังใจผรู ว มปฏิบตั ิงาน เปนขน้ั ตอนที่ดใี นการสรางขวัญกําลงั ใจใหกบั
คณะทาํ งาน เปนการสรางมนุษยสมั พันธอ ันดีแกคณะทํางาน

เทคนิคในการปฏบิ ตั ิงาน
๑) การนําคา นยิ มองคก รของกรมการพัฒนาชมุ ชนมาปรับใชในกจิ กรรม ไดแก
- A = Appreciation : ชื่นชม
ผูจัดเตรียมกิจกรรมนํามาคานิยมองคกรในเรื่องของ “การช่ืนชม” มาปรับใชกับขั้นตอนการ

กลาวช่ืนชมคณะทํางานท่ีปฏิบัติงานออกมาไดดีและมีประสิทธิภาพสูงสุด พรอมท้ังใหกําลังใจกันและกัน
ในการปฏบิ ัตงิ าน เพ่อื สรางสงั คมการทาํ งานแหง ความสขุ (Happy Workplace)

- B = Bravery : กลา หาญ
ผูจัดกิจกรรมมีจิตใจแหงความกลาหาญในการแกไขปญหาเฉพาะหนาที่อาจเกิดข้ึน และกลา

ที่จะตัดสินใจเลอื กแนวทางการแกไ ขปญ หาไดอยางฉับพลัน และมปี ระสทิ ธผิ ลในการจัดการประกวดออนไลน
- C = Creativity : สรา งสรรค
ผูจัดเตรียมกิจกรรมควรใสความคิดสรางสรรคลงไปในการจัดการประกวดออนไลน เพ่ือเพ่ิม

ความนาสนใจในการประกวดออนไลน และยังเปนการสงเสริมความคิดสรางสรรคที่ทันสมัย ทันโลก ทัน
เหตุการณในองคกร เชน การทําภาพพ้ืนหลังท่ีสอดคลองกับรายละเอียดการจัดการประกวดออนไลน
ในแอปพลิเคชนั (Virtual Background)

- D = Discovery : ใฝรู
ผูจัดกิจกรรมมีความใฝรูและศึกษารายละเอียดของเทคโนโลยีที่ใชในการจัดกิจกรรม เชน

การศึกษาการใชงานของแอปพลิเคชัน Google Meet รวมไปถึงการศึกษาลูกเลนและฟงกชันท่ีนาสนใจใน
เทคโนโลยชี นิดตา ง ๆ

- E = Empathy : เขา ใจ
ผูจัดกิจกรรมมีความเขาใจในความรูสึกของผูรวมงาน ใหกําลังใจกันและกัน

เมื่อเกดิ ขอผดิ พลาดและรว มกนั แกไขปญ หาเฉพาะหนา
- F = Facilitation : เอ้ืออํานวย
ผูจัดกิจกรรมชวยเหลือ เอื้ออํานวยกันและกัน และหาแนวทางการแกไขเม่ือเกิดปญหา

หรอื อปุ สรรคเฉพาะหนา
- S = Simplify : ทําใหง ายขึ้น ทําใหเ ขาใจงาย ทําใหช ัดเจน
ผูจัดกิจกรรมมีการแบงภาระหนาท่ีและบทบาทการทํางานอยางชัดเจน ทําใหการปฏิบัติงาน

ดาํ เนินกิจกรรมตอไปไดต ามลําดับกิจกรรมที่วางแผนไว
- P = Practical : สามารถปฏิบตั ไิ ด เหมาะสม มีประโยชน ตามความเปน จรงิ
ผูจัดกจิ กรรมวางแผนการทํางานโดยกําหนดแผนหลักและแผนสํารอง ซ่งึ สามารถนํามาปฏิบัติ

ไดจ รงิ ในการจดั การประกวดออนไลน

๒) เทคนิคการเลือกใชแอปพลเิ คชันสําหรับการจัดการประกวดออนไลน

ปจจุบัน แอปพลิเคชันสําหรับการจัดงานออนไลนมีใหเลือกอยูหลายรูปแบบ เชน Zoom,
Google Meet, Webex เปนตน ซึ่งการจัดการประกวดออนไลนควรมีการวางแผนอยางรัดกุมและเลือกแอป
พลเิ คชนั ทเี่ หมาะสมในการจัดการประกวดออนไลน ซึ่งแตละแอปพลิเคชัน มีคุณสมบัติและขอจํากัดท่ีแตกตาง
กนั เชน แอปพลิเคชนั Zoom แบบ Free Version จะมีการจํากัดเวลาการใชภายในระยะเวลา ๔๐ นาที

ปญหาที่พบและแนวทางแกไขปญ หา

๑) ความเสถียรภาพของสัญญาณอินเทอรเน็ตอาจมีความลาชาผิดปกติในบางคร้ัง ซ่ึงมีผลตอการ
จัดการประกวดออนไลนในเรื่องของการแชรส่ือตาง ๆ บนหนาจอ (Share Screen) เชน วิดีโอเกิดการกระตุก
ไมล ืน่ ไหลเทา ทค่ี วรจะเปน เนอ่ื งจาก สัญญาณอนิ เทอรเ น็ตขดั ขอ งเลก็ นอย
- แนวทางการแกไขปญหา: เขาลิงกของส่ือที่จัดเตรียมไวอีกคร้ังดวยฟงกชันการ ‘refresh (F5)’ และ
ประสานงานกับฝายสํานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเกี่ยวกับปญหาท่ีเกิดขึ้นทันที และดําเนินการในลําดับถัดไป
ทนั ที กรณที คี่ ลิปวดิ โี อใกลจบลงหรือเปน สว นของภาพฉายการขอบคุณรายชื่อท่ีเก่ียวของ (End Credit)

๒) ขอจํากัดของแอปพลิเคชนั สาํ หรับการจดั งานออนไลน เชน ขอจาํ กัดดานการเปด สื่อประเภทวดิ โี อ
ท่ีอาจมีความลาชา (delay) กวา สอื่ ตน ฉบบั เลก็ นอย รวมไปถึงปญหาเสยี งในวิดโี อดังไมเพียงพอหรือไมมีเสียง
- แนวทางการแกไขปญหา: พยายามตรวจสอบการเชื่อมตอสัญญาณอินเทอรเน็ตและความเร็วอินเทอรเน็ต
กอนการประกวด พรอมท้ังตรวจสอบฟงกชันการแชรเสียงในแอปพลิเคชันกอนกดแชรหนาจอ พรอมท้ัง
ประสานงานกับอกี ฝายและจดั สง สอ่ื วิดโี อดงั กลาวเพ่ือเตรียมสาํ รองไวก รณเี กิดเหตุฉุกเฉนิ

๓) วสั ดุ อปุ กรณ และเทคโนโลยที ีย่ ังมไี มเ พียงพอตอ การจดั การประกวดออนไลน
- แนวทางการแกไขปญหา: มีการวางแผนในการยืมวัสดุ อุปกรณจากหนวยงานใกลเคียงที่มีอุปกรณพรอม
และประยุกตใ ชอุปกรณท ่มี ีอยูใ หเ กิดประสิทธิภาพสูงสุด

๔) ผูเ ขา รวมงานฝา ยสํานักงานพัฒนาชมุ ชนอําเภอมีจํานวนที่ไมแนนอนในวนั จัดกิจกรรมจรงิ

ประโยชนข ององคค วามรู

สามารถนําไปประยุกตใชกับการจัดงานประเภท Online Event ไดทุกรูปแบบ และเอ้ืออํานวยตอผู
จัดกิจกรรม/โครงการภายใตขอจํากัดของสภาวการณการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
(COVID-19)



1. ชอื่ องค์ความรู้ การพัฒนาเครือขา่ ยการขบั เคล่ือนการดาเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดนิ ให้เข้มแข็ง
2. ชอ่ื เจ้าขององค์ความรู้ นายประดติ ร์ ปอ้ งแดง

นักวิชาการพัฒนาชมุ ชนชานาญการ สานักงานพัฒนาชมุ ชนอาเภอปากเกรด็
3. หมวดองค์ความรู้ทบี่ ่งชี้ เทคนิคการเสรมิ สรา้ งองค์กรให้มีสมรรถนะสงู
4. ที่มาและเปา้ หมายของการจดั การความรู้

ท่ีมา : ปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้นในสังคมไทยถือเป็นภัยท่ีร้ายแรงที่ทาลายความม่ันคงของสังคมทุกภาค
ส่วน และได้มีการแพร่ระบาดอยา่ งต่อเนื่องเป็นวงกว้างท้ังในระดับสงั คม ชุมชน ครอบครัว และปัจเจกบุคคล และ
เกี่ยวพันกับปัญหาของสังคมอื่นๆ ตามมา เช่น การสูญเสียบุคลากร รวมถึงสูญเสียงบประมาณเพื่อใช้ใน
กระบวนการฟื้นฟูที่รัฐต้องเป็นภาระดูแล โดยรัฐบาลกาหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขและป้องกัน
ปัญหายาเสพตดิ ถอื เป็น“วาระแหง่ ชาติ” ท่ตี อ้ งดาเนนิ การอย่างเร่งดว่ นและมกี ารบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
รวมท้ังดาเนินการป้องกันกลุ่มเสีย่ งและประชาชนท่ัวไปไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วยการรวมพลังทุกภาค
ส่วน เป็นพลังแผ่นดินในการต่อสกู้ ับยาเสพติด ซึ่งรัฐบาลมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างหลากหลายทัง้
ในด้านการป้องกันและปราบปรามปัญหายาเสพติดที่เกิดข้ึน โดยการดาเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดต้อง
สามารถดาเนนิ การได้อย่างนา่ เช่ือถือ และตอ้ งสร้างการมสี ว่ นรว่ ม ทั้งจากหนว่ ยงานทีเ่ กี่ยวข้องและภาคประชาชน
ซ่ึงกองทุนแม่ของแผ่นดินเป็นโครงการแก้ไขปญั หายาเสพติดท่ีได้เริ่มดาเนินการมาตั้งแต่ปี 2547 เพ่ือแกไ้ ขปัญหา
ยาเสพติดในระดับพื้นท่ี โดยอาศัยแนวคิดการมีส่วนรว่ มของประชาชนเป็นปัจจัยหลัก กล่าวคือ คนในชุมชนต้องมี
บทบาทสาคัญในการแก้ไขปัญหาของตนเอง โดยมีหน่วยราชการท่ีเก่ียวข้องให้การสนับสนุน และกองทุนแม่ของ
แผน่ ดินยังได้ส่งเสรมิ ใหเ้ กิดการมีส่วนรว่ มทีช่ ่วยสร้างกระบวนการชมุ ชนเขม้ แข็งได้อยา่ งต่อเนื่อง และเปน็ รปู ธรรม

เป้าหมายของการจัดการความรู้ : หาแนวทางเพ่ือช่วยให้การบูรณาการภารกิจ งบประมาณ และ
ศักยภาพของบุคลากรจากทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยให้การดาเนินงานท่ีประสบความสาเร็จอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ
5. วิธีการ/ขน้ั ตอนการจดั การองคค์ วามรู้

5.1 ข้นั เตรยี มการ : เตรียมเชือ่ มประสานภารกิจ
5.2 ขน้ั ขบั เคล่ือนการดาเนินงาน : ขบั เคลื่อนงานอย่างตอ่ เนอ่ื งและเปน็ ระบบ
5.3 การบรหิ ารผลงานเชิงรกุ : สรปุ ผลการดาเนนิ งาน ประชาสมั พันธ์ผลสาเร็จ
6. ผลลพั ธ์ทไ่ี ด้จากการจดั การความรู้
6.1 เทคนิคและแนวทางในการทางาน

การขับเคล่ือนการดาเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินทุกระดับจาเป็นจะต้องมีศักยภาพในการ
ประสานงานรอบด้าน และเชือ่ มโยงภารกจิ ตัง้ แตต่ น้ ทาง กลางทาง จนไปถงึ ปลายทางอยา่ งเปน็ ระบบ โดยเช่อื มโยง
ตั้งแต่บคุ คล ครัวเรอื น ชุมชน เครอื ข่าย และหมู่บ้าน ใหเ้ กิดความร่วมมือในแนวทางเดยี วกนั เพอ่ื ช่วยสนบั สนุนการ
ป้องกันปัญหายาเสพติดในด้านต่างๆ โดยใช้เทคนิค การบริหารงานเชิงระบบ, การบูรณาการภารกิจ,
การเชอ่ื มโยงเครือข่ายการทางาน, การพัฒนาทีมงาน, การมสี ว่ นร่วม ซ่ึงมกี ระบวนการดาเนินงาน ดังน้ี

6.1.1 เตรยี มเช่อื มประสานภารกิจ
1) จัดทาฐานข้อมูลกองทุนแม่ของแผ่นดินในระดับพื้นที่ รวมถึงองค์กรเครือข่ายอื่นๆ โดย

มีการประสานเตรียมความพร้อมของกองทุนแม่ของแผ่นดินในการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายกองทุนแม่ของ
แผ่นดนิ

2) ส่ือสารเพ่ือสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวิธกี าร และเป้าหมายในการดาเนินงานแก่กองทุน
แม่ของแผ่นดิน เพื่อสร้างความเข้าใจในแนวทางการทางานในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้เกิดการยอมรับ
เป้าหมายในการทางาน รวมถึงมกี ารกาหนดแผนการดาเนนิ งานรว่ มกัน

3) จัดทาแผนปฏิบัติการเพ่ือเตรียมความพร้อมในการบูรณาการภารกิจร่วมกัน รวมถึงมี
การนาเทคโนโลยีสมัยใหม่เพอ่ื ชว่ ยให้การทางานง่ายข้นึ และเกดิ ความรวดเร็ว

6.1.2 ขบั เคลอ่ื นงานอย่างตอ่ เนอ่ื งและเป็นระบบ
1) ประชมุ ทมี งานเพือ่ ลงไปหารือการพัฒนาต่อยอดกจิ กรรมเพื่อสร้างเครอื ขา่ ยของกองทุน

แมข่ องแผน่ ดิน
2) ขับเคลอ่ื นกิจกรรมการพฒั นาเครือขา่ ยกองทุนแม่ของแผ่นดินใหเ้ ข้มแข็งใน 2 ลกั ษณะ

คือ
2.1) การป้องกันปัญหายาเสพติดในชุมชนร่วมกับส่วนราชการ เช่น ตารวจ ปกครอง

พัฒนาชมุ ชน และสาธารณสขุ เปน็ ต้น กจิ กรรมที่ดาเนินการ ได้แก่
2.1.1) การตรวจสุขภาพกองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อเป็นแบบอย่างท่ีดีในการ

ดาเนนิ งานของกองทนุ แมข่ องแผ่นดิน
2.1.2) การสร้างอุดมการณ์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยใช้

สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นแกนหลักในการยึดเหน่ียวจิตใจผู้นาชุมชน ประชาชน และส่วนราชการต่างๆ ในพื้นท่ี
ให้มีความมงุ่ มั่นในการรวมพลัง เพือ่ สรา้ งความเข้มแข็งของชุมชน

2.1.3) การศึกษาดูงานและแลกเปล่ียนประสบการณ์การดาเนินงานกองทุนแม่
ของแผ่นดนิ ที่ประสบผลสาเรจ็

2.1.4) กิจกรรมทอดผ้าป่ากองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อระดมทุนในการดาเนิน
กิจกรรมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ช่วยให้ประชาชนท่ัวไปเห็นถึงความสาคัญของกองทุนแม่ของแผ่นดิน
และสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิก

2.1.5) กิจกรรมให้กาลังใจแก่คนทาดี โดยการจัดประชุมประชาคมจะมีการยก
ย่องชนื่ ชมบคุ คล กลมุ่ องคก์ ร และเครือข่ายทรี่ ่วมกจิ กรรมเพอ่ื ชุมชนโดยไมห่ วังผลประโยชนต์ อบแทน

2.2) การสรา้ งและขยายเครือข่ายความร่วมมือกบั สว่ นราชการและชุมชนขา้ งเคยี งเพื่อ
เสรมิ สรา้ งความเข้มแขง็ ของกองทนุ แมข่ องแผน่ ดนิ ในการแก้ไขปัญหายาเสพตดิ โดยกิจกรรมทด่ี าเนินการ ไดแ้ ก่

2.2.1) เช่ือมโยงการดาเนินงานของกองทุนแม่ของแผ่นดินเข้ากับกิจกรรมของ
ชมรม TO BE NUMBER ONE ทม่ี อี ยูใ่ นแต่ละชุมชน เพอ่ื เปน็ การสร้างคนรุ่นใหม่ทมี่ ีอุดมการณ์ เขา้ มารว่ มป้องกัน
การแพรร่ ะบาดของยาเสพติด และแก้ไขปัญหายาเสพตดิ ตามแนวทางของกองทุนแม่ของแผ่นดนิ

2.2.2) กิจกรรมกีฬาต้านยาเสพติดเพ่ือลดช่องว่างระหว่างเด็ก และเยาวชนกับ
ผู้ใหญใ่ นชมุ ชน

2.2.3) กจิ กรรมเสรมิ สร้างความรู้ความเขา้ ใจเกยี่ วกับแนวทางการดาเนนิ งานของ
กองทนุ แมข่ องแผน่ ดนิ ใหแ้ ก่ครวั เรือนในชุมชน

2.2.4) กิจกรรมท่ีมุ่งเน้นการให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนในโรงเรียน เพ่ือใช้
ปอ้ งกนั ตัวและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของยาเสพตดิ สโู่ รงเรียน

2.2.5) สนบั สนุนให้มีการสร้างเครือขา่ ยความรว่ มมือในการปฏบิ ัติงานกองทุนแม่
ของแผน่ ดินในการปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามยาเสพตดิ โดยขยายความรว่ มมือจากกล่มุ ตา่ งๆ ภายในชมุ ชน
เชน่ กล่มุ อาสาสมัคร กลุ่มเยาวชน กลมุ่ มอเตอรไ์ ซค์รบั จ้าง เปน็ ต้น

3) สรุปถอดบทเรียนกองทุนแม่ของแผ่นดินท่ีประสบผลสาเร็จเพ่ือนามาใช้เป็นต้นแบบใน
การพัฒนาความเขม้ แข็งของชุมชน

6.1.3 การบรหิ ารผลงานเชิงรุก
1) ลงพ้ืนท่ีติดตามผลการดาเนินการเพ่ือช่วยเหลือให้กาลังใจ และช่วยตัดสินใจในการ

แกไ้ ขปญั หาท่ีเกิดขน้ึ
2) สรปุ ผลการดาเนนิ งานฉบับผบู้ ริหาร และนาเสนอตอ่ ผู้บังคับบัญชาทราบตามลาดับ
3) ประชาสัมพนั ธผ์ ลสาเร็จของการพัฒนาเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดนิ ใหเ้ ข้มแข็ง และ

ผลกระทบเชิงบวกท่ีเกิดข้ึนต่อชมุ ชนเพ่ือเผยแพร่สู่ส่สู าธารณะอย่างต่อเนอ่ื ง ซ่ึงจะช่วยเสริมสร้างภาพลกั ษณ์ความ
เป็นมืออาชพี ในการทางาน

6.2 ปัจจยั แหง่ ความสาเรจ็
6.2.1 ชุมชนมีการสร้างอุดมการณ์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยใช้สถาบัน

พระมหากษัตริย์เป็นแกนหลักในการยึดเหน่ียวจิตใจผู้นาชุมชน ประชาชน และส่วนราชการต่างๆ ในพ้ืนท่ีให้มี
ความมงุ่ มนั่ ในการรวมพลัง เพ่อื สรา้ งความเข้มแขง็ ของชมุ ชน

6.2.2 ส่วนราชการมีการสร้างความรู้ ความเข้าใจให้แก่ครัวเรือนเป้าหมาย และเครือข่ายท่ี
เก่ียวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้เกิดการมีส่วนร่วมของ
ประชาชนอย่างแท้จริง

6.2.3 ความเข้มแข็งของเครือข่ายทุกภาคส่วน ในด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดใน
ชมุ ชน โดยมีการบรู ณาการกิจกรรมร่วมกนั ในแต่ละดา้ น

6.3 ผลลัพธ์จากการแกไ้ ขปญั หาและพัฒนาเรือ่ งนน้ั
ผลลพั ธ์ :
1) เกิดการพัฒนาต่อยอดผลการดาเนินงานของกองทุนแม่ของแผ่นดินใน ซึ่งจะช่วยให้เกิดการ

ขยายผลในการปอ้ งกันปญั หายาเสพติดในชมุ ชนร่วมกับส่วนราชการอ่นื ๆ ในอนาคต
2) กองทุนแม่ของแผ่นดินมีเครือข่ายการป้องกันปัญหายาเสพติดเพ่ิมขึ้นจากเดิม รวมถึงมี

แผนปฏิบัตกิ ารท่ีมปี ระสิทธิภาพในการดาเนนิ งาน
ตัวชวี้ ัดความสาเร็จ :
- เชิงปริมาณ
1) กองทนุ แมข่ องแผ่นดนิ มีเครือข่ายการป้องกันปัญหายาเสพตดิ เพม่ิ ข้นึ จากเดมิ
2) กองทนุ แมข่ องแผน่ ดินมีแผนการป้องกนั ปญั หายาเสพตดิ ท่ีมปี ระสทิ ธิภาพในการดาเนนิ งาน
- เชิงคุณภาพ
1) ชุมชนมคี วามเขม้ แขง็ ในการปอ้ งกันปญั หายาเสพติด
2) ชุมชนมแี นวทางในการปอ้ งกนั ปัญหายาเสพติดในระยะยาว



การจัดการความรู้แนวทางกลุ่มสตรีสู่ OTOP ท่ยี งั่ ยืน

........................................................

นางสาวภาชนิ ี คามา
นักวิชาการพฒั นาชุมชนปฏิบัติการ

สพอ.ปากเกร็ด จังหวดั นนทบุรี

สังคมไทยในปัจจุบันมีปัญหาเร่ืองความเหล่ือมล้าเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะกับผู้หญิง เด็ก และคนชรา
กลุ่มค้าเหล่านี้มักถูกเอาเปรียบ ถูกดูถูกและไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ การเร่ิมต้นของกลุ่มอาชีพสตรีเกิดจาก
การรวมตัวของกลุ่มสตรีในพ้ืนที่ อ้าเภอปากเกร็ด รวมตัวกันขึ้นเพื่อประกอบอาชีพเป็นการเพ่ิมรายได้ของตน และ
สามารถถ่ายทอดอาชีพให้แก่คนท่ีสนใจ แต่กลุ่มสตรีบางกลุ่มยังคงขาดต้นทุนในการน้าประกอบอาชีพท้าให้การ
รวมกลุ่มเกิดปัญหา จนกระท่ังมีการมอบทุนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เป็นทุนช่วยเหลือสตรีที่ขาดต้นทุนในการ
ประกอบอาชีพ เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่้า จึงได้มีการรวมกลุ่มเพ่ือกู้เงินกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีของ
จงั หวดั นนทบุรี มาใช้ในการประกอบอาชพี โดยวัตถุประสงคข์ องการรวมกลุ่มนั้น

1. เพ่อื หาแหลง่ เงินทนุ หมนุ เวียนดอกเบี้ยต้า่ ทา้ ให้มเี งินในการลงทนุ
2. เพื่อนา้ เงนิ มาสร้างรายได้และส่งเสริมอาชพี สตรแี ละครอบครอบ
3. เพ่ือเกิดความสามคั คี ความขยันขันแข็ง รว่ มมอื ร่วมใจในการทา้ งาน

เมื่อกลุ่มสตรีเงินทุน ประกอบอาชีพได้ มีความพร้อม มีความเข้มแข็งและสามัคคีกันดี ในฐานะ
เจ้าหน้าท่ีผู้รับผิดชอบงานสตรี จึงพยายามสนับสนุนต่อยอดให้กลุ่มได้มีช่องทางการตลาด การพัฒนารูปแบบ
ผลิตภัณฑ์ และการเพมิ่ มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ โดยการให้ความรู้ เชน่ การประชุม การฝึกอบรม การสง่ ไปศกึ ษาดู
งาน และการจัดท้าแผนธุรกิจ ในการนี้ได้แนะน้าให้กลุ่มมีการข้ึนทะเบียนผลิตภัณฑ์เป็นสินค้า หนึ่งต้าบล หน่ึง
ผลติ ภณั ฑ์ มีการแนะน้าให้มีการดา้ เนนิ การบริหารจัดการกลมุ่ เป็นรูปแบบและขั้นตอน ดงั น้ี

1. จัดให้มีการประชุมกลุ่ม เพ่ือจัดท้าระเบียบและแบง่ การท้างานตามหน้าและความถนัดของแต่
ละคน รวมถึงการประชุมประจ้าเดือนเพ่ือท้าความเข้าใจในการด้าเนินที่ตรงกัน รับทราบปัญหาอุปสรรคของกลุ่ม
ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม้ ีประสิทธิและประสทิ ธผิ ลมากขึน้

2. จัดหาวัสด/ุ อปุ กรณ/์ ชอ่ งทางการตลาด
3. บนั ทึกรายรับ รายจ่าย และจดั สรรรายได้ ให้กบั สมาชิก
4. ปิดงบดลุ และน้าส่งคืนเงนิ กู้ยมื คืนกองทนุ พฒั นาบทบาทสตรีจงั หวดั นนทบุรี

ขมุ ความรู้
1. แนวทางการบรหิ ารจดั การภายในกลมุ่ สตรที ่ีมีความตงั้ ใจจริงในการประกอบอาชีพ
2. การมสี ่วนร่วมและความสามคั คีของทกุ คนภายในกลุ่มท้าใหม้ กี ารแกไ้ ขปญั หาอปุ สรรค และการ

พัฒนาท่ีดีขน้ึ
3. ความเข้มแข็งของกลุม่ ท้าใหไ้ ดร้ บั การช่วยเหลือสนับสนุนจากหนว่ ยภาครัฐ และชมุ ชนเปน็ อย่างดี

แก่นความรู้
การน้าเงินกองทนุ พัฒนาบทบาทสตรไี ปใช้อยา่ งถกู วตั ถุประสงค์ มกี ารด้าเนินงานที่ต่อยอดตลอดจนมีการ

บรหิ ารจดั การทดี่ ี ท้าให้กลมุ่ เป็นท่ยี อมรบั ของบคุ คลทว่ั ไป

*************************************

KM
สาํ นักงานพัฒนาชุมชน

อําเภอไทรน้อย

แบบบนั ทึกองคค์ วามรูร้ ายบคุ คล
******************

1. ชื่อองค์ความรู้ เทคนคิ การขับเคล่ือนการดาเนินงานตามโครงการพัฒนาพืน้ ทีต่ น้ แบบการพฒั นาคณุ ภาพ
ชวี ิตตามหลักทฤษฎใี หมป่ ระยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กจิ กรรมที่ ๒ พฒั นาพืน้ ที่
ครัวเรอื นต้นแบบการพัฒนาคณุ ภาพชีวติ (Household Lab model for quality of
life : HLM) ระดับครัวเรือน

2. ชอื่ เจ้าของความรู้ นางสาวบุตรตรา ใจพันธ์ นกั วชิ าการพัฒนาชมุ ชานาญการ รกั ษาราชการแทน
พฒั นาการอาเภอไทรน้อย

3. หมวดองค์ความรู้ท่ีบง่ ช้ี
หมวดท่ี 1 สรา้ งสรรคช์ ุมชนพ่ึงตนเองได้
หมวดที่ 2 ส่งเสรมิ เศรษฐกจิ ฐานรากใหข้ ยายตัวอย่างสมดุล
หมวดท่ี 3 เสรมิ สร้างทนุ ชุมชนให้มีธรรมาภบิ าล
หมวดท่ี 4 เสรมิ สร้างองคก์ รให้มขี ีดสมรรถนะสูง

4. ทม่ี าและความสาคใั นนการจัดทาองคค์ วามรู้
โครงการพัฒนาพ้ืนที่ต้นแบบการพฒั นาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา

โมเดล” เป็นโครงการที่กรมการพัฒนาชุมชนกาหนดให้ดาเนินการเป็นครั้งแรกในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
เป็นงานท่ีบุคลากรกรมการพัฒนาชุมชนในระดับพ้ืนท่ีส่วนใหญ่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการทางานด้านนี้
มาก่อน อาจกล่าวได้ว่าเป็นงานที่ไม่ถนัด หรือไม่มีความชานาญ โดยเฉพาะอย่างย่ิงเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับ
การขุดปรับแปลงท่ีดิน (งานก่อสร้างชลประทาน) ปัญหาหลัก คือ กรมการพัฒนาชุมชนไม่มบี ุคลากรด้านช่าง
ในการขับเคล่ือนงานทจ่ี าเป็น เช่น การเขียนแบบ การกาหนดราคากลาง รวมถงึ การควบคุมงานและตรวจรับ
ประกอบกับพัฒนาการผู้ทาหน้าที่งานจัดซื้อจัดจ้างก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์งานก่อสร้างชลประทาน ดังน้ัน
จึงควรมีการจัดทาเป็นองค์ความรู้ที่จะนาเสนอข้ันตอน กระบวนการ รวมถึงเทคนิคเพ่ือใช้ขับเคล่ือนภารกิจ
“โคก หนอง นา โมเดล” ให้สามารถประสบความสาเรจ็ ได้

5. รูปแบบ กระบวนการลาดับขั้นตอน
ในการจัดทาองค์ความรู้ในครั้งนี้เป็นการถอดบทเรียนจากการปฏิบัติการขับเคล่ือน โครงการพัฒนา

พื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กิจกรรมที่ ๒
พฒั นาพ้ืนที่ครัวเรือนต้นแบบการพฒั นาคุณภาพชีวติ (Household Lab model for quality of life : HLM)
ระดับครัวเรือน ซ่ึงเป็นงบประมาณตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมท่ีได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค
ติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) หรอื ท่ีเรียกวา่ “งบเงินกู้” โดยอาเภอไทรน้อยได้รับจดั สรร จานวน 1 จุด
ดาเนนิ การในพ้นื ทแี่ ปลง นายสนิ ชยั ทองมั่ง หมู่ท่ี ๖ ตาบลราษฎร์นิยม อาเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี พื้นที่
3 ไร่ งบประมาณ 104,000 บาท ปรมิ าณดินขุด 4,000 ลบ.ม. โดยมีขน้ั ตอนและกระบวนการ ดังนี้

5.1 การเตรยี มการ
5.1.1 จัดทาแผนปฏบิ ัติการขบั เคลอื่ นโครงการฯ
5.1.2 ศกึ ษาคู่มอื แนวทางการดาเนินงานโครงการฯ รวมถึงแบบมาตรฐานทจ่ี ะดาเนนิ การ
5.1.3 ประสานขอความรว่ มมือองคก์ ารบริหารสว่ นตาบล/เทศบาล ในการสนับสนุนบุคลากร

รว่ มขับเคลอ่ื นโครงการฯ
5.1.๔ วางแผนการจัดซอื้ จัดจา้ งตามโครงการฯ จัดหาผู้รับจ้าง
/ 5.๑.๕ ลงพื้นท่.ี ..


Click to View FlipBook Version