The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรปฐมวัย67

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by hathaichanok, 2024-06-22 08:13:24

หลักสูตรปฐมวัย67

หลักสูตรปฐมวัย67

121 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 ภาคผนวก ข้อมูลรายละเอียดขององค์ความรู้ในชุมชน ท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น รายงานการประเมินหลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช 2564-2566 คณะกรรมการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2564 คณะกรรมการบริหารหลักสูตร ประกาศใช้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านดงซ่อม


122 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 ข้อมูลรายละเอียดขององค์ความรู้ในชุมชน ท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น 1. อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ประวัติความเป็นมา จังหวัดกำแพงเพชร เป็นที่ตั้งของเมืองเก่าที่ปรากฏหลักฐานอยู่ในประวัติศาสตร์ไทยไม่น้อยกว่า 700 ปี เคยเป็นเมืองเก่าที่นับว่ามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยทวารวดี เป็นที่ตั้งของ เมืองโบราณหลายเมือง เช่น เมืองชากังราว นครชุม ไตรตรึงษ์ เทพนคร และ เมืองคณฑี นอกจากนี้เมือง กำแพงเพชรยังเป็นเมืองที่สองที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ครองเมือง มีบรรดา ศักดิ์เป็น " พระยาวชิร ปราการ" ต่อมาในปี พ.ศ. 2459 ได้เปลี่ยนเมืองกำแพงเพชรเป็นจังหวัดกำแพง เพชร ตามประวัติศาสตร์ กล่าวว่า กำแพงเพชรเป็นเมืองหน้าด่านของสุโขทัยมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง เดิม เรียกชื่อว่า "เมืองชากังราว" และมีเมืองบริวารรายล้อมอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ไตรตรึงษ์ เทพนคร ฯลฯ การที่ กำแพงเพชรเป็นเมืองหน้าด่านรับศึกสงครามในอดีตอยู่เสมอ จึงเป็นเมืองยุทธ ศาสตร์มีหลักฐานที่แสดงให้เห็น ว่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย เช่น กำแพงเมือง คู เมือง ป้อมปราการ วัดโบราณ มีหลักฐานให้สันนิษฐานว่าเดิมเคยเป็นที่ตั้งของเมือง 2 เมือง สมเด็จกรมพระยา ดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายไว้ว่าเมืองหนึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตก มีพระมหาธาตุอยู่ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นเมืองเดิมที่ เรียกชื่อว่า “ชากังราว” พระเจ้าเลอไท กษัตริย์องค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์สุโขทัย เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 1890 ต่อมามีการสร้างอีกเมืองหนึ่งทางฝั่งตะวันตกเช่นกัน เมืองนี้ปรากฏชื่อในจารึกของพระมหาธรรมราชา ลิไท กษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์สุโขทัยได้สร้างเมืองใหม่ขึ้นว่า เมืองนครชุม เป็นเมืองที่มีวัดวาอารามใหญ่โต หลายวัด เป็นฝีมือสร้างครั้งสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีอยู่หลายวัด ต่อมาเกิดเกาะขึ้นตรงกลางหน้าเมืองนคร ชุม สายน้ำเปลี่ยนทางเดินไปทางทิศตะวันตก ทำให้เมืองนครชุมเป็นเมืองดอน จึงได้ย้ายมาสร้างเมืองใหม่ทาง ฝั่งตะวันออกตรงข้ามกัน เมืองที่สร้างใหม่นี้มีป้อมกำแพงมั่นคงแข็งแรงไว้ต่อสู้ข้าศึก มีลำน้ำทั้งเก่าและใหม่เป็น คูเมือง คงเห็นว่าเป็นเขื่อนขันธ์ที่มั่นคง จึงให้ชื่อว่า เมืองกำแพงเพชร ครั้นเมื่ออำนาจของกรุงสุโขทัยเริ่มเสื่อมลง พระเจ้าอู่ทองสามารถตั้งกรุงศรีอยุธยาขึ้นเป็นเมืองเอกทาง ใต้ได้ และ พอถึงสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1(พลั่ว) รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงศรี อยุธยา พระองค์สามารถยกทัพมาตีกรุงสุโขทัยได้ จากสงครามนี้ทำให้เขตปกครองของสุโขทัยถูกแบ่ง ออกเป็น 2 อาณาเขตคือเมืองชากังราว (กำแพงเพชร) ระแหง (ตาก) และพระบาง (นครสวรรค์) เมืองทางฝั่ง แม่น้ำปิงถูกแบ่งเป็นเขตหนึ่ง และเมืองสุโขทัย สองแคว สวรรคโลก พิจิตร เมืองทางฝั่งแม่น้ำยมและน่านอีก เขตหนึ่ง ทั้งสองเขตมีเมืองราชธานีปกครองเมืองเล็กในย่านของตน สำหรับทางแม่น้ำปิงนั้นได้รวมเมืองชากัง ราว และเมืองนครชุม ยกเป็นราชธานีปกครองเมืองทางลุ่มแม่น้ำปิงในย่านนี้ โดยโปรดฯ ให้พระยายุธิษฐิระ ราชบุตรบุญธรรมเป็นผู้ครองเมือง ส่วนทางด้านลุ่มแม่น้ำยมและน่าน ให้เมืองพิษณุโลกเป็นราชธานี มีพระเจ้า ไสยลือไท หรือพระมหาธรรมราชาที่ 3 เป็นผู้ครองเมือง และในสมัยที่ยังมีการทำสงครามกับพม่านั้น กำแพงเพชรมีบทบาทในการทำสงครามหลายครั้ง เป็นที่ตั้งในการการทำสงครามต่อสู้กับพม่า ทั้งตั้งรับ ที่พัก พล ที่เตรียมเสบียงอาหาร บางครั้งพม่ามีกำลังมากก็ต้องอพยพผู้คนลงมาอยู่ที่อยุธยา เคยถูกพม่ายึดเป็นที่มั่น หลายครั้ง และถูกทำลายเสียหายอยู่เสมอ เป็นเมืองที่พระเจ้าตากสินดำรงพระยศครั้งสุดท้ายก่อนจะเสด็จขึ้น เสวยราชย์ ณ กรุงธนบุรี เป็นพระยาวชิรปราการผู้สำเร็จราชการเมือง ปัจจุบันจังหวัดกำแพงเพชร เป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง เพราะ มี โบราณสถานเก่าแก่ซึ่งก่อสร้างด้วยศิลาแลงหลายแห่งรวมอยู่ใน "อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร" เป็น แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดกำแพงเพชร ได้รับการประกาศเป็น “มรดกโลก” ร่วมกับอุทยาน ประวัติศาสตร์สุโขทัยและอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่ง


123 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 สหประชาชาติ (UNESCO) ภายใต้ชื่อว่า "เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร" (Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns) เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ที่ตั้ง : อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร 62000 ตามทางหลวงหมายเลข 101 ถึงหลัก กม.ที่ 360 เลี้ยวซ้ายเข้าอุทยานฯ เปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้า ชมทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. หรือสอบถาม รายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 055-711921, 055-712528 รายละเอียด และ อัตราค่าธรรมเนียมต่าง ๆ : อัตราค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ชาวไทย 20 บาท : ชาวต่างประเทศ 100 บาท อัตราค่ายานพาหนะ รถจักรยานสองล้อ คันละ 10 บาท/คัน รถจักรยานยนต์คันละ 20 บาท/คัน รถจักรยานสามล้อ คันละ 20 บาท/คัน รถจักรยานยนต์สามล้อ คันละ 30 บาท/คัน รถยนต์ทุกชนิด คันละ 50 บาท/คัน 2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร ประวัติความเป็นมา พิพิธภัณสถานแห่งชาติกำแพงเพชร เริ่มสร้างเมื่อปี 2510 ตามนโยบายของกรมศิลปากร สำหรับ จังหวัดที่มีการดำเนินการขุดแต่งบูรณะโบราณสถาน และได้พบศิลปวัตถุจำนวนมาก ซึ่งได้ทำพิธีเปิดเป็น ทางการเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2514 โดย ฯพณฯ นายสุกิจ นิมมานเหมินทร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการขณะนั้น เพื่อใช้จัดแสดงพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดกำแพงเพชร ตั้งแต่สมัยก่อน ประวัติศาสตร์ของจังหวัดกำแพงเพชร ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์เรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ทั้งเรื่อง ของสภาพภูมิศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ ชุมชนดั้งเดิม ความสำคัญของเมืองโบราณต่างๆ ในแต่ละสมัย รวมถึงวิถีชีวิต กลุ่มชนเผ่า วัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา และผลงานทางศิลปะด้วย มาที่นี่ต้องดู! เทวรูปพระ อิศวรสำริด ศิลปะแบบอยุธยา โดยที่ฐานมีจาริกอักษรไทย แบบสุโขทัย รวมถึงเทวรูป พระนารายณ์ และเทวส ตรีสำริด ศิลปะแบบสุโขทัย เดิมประดิษฐานคู่กับพระอิศวรที่ศาลพระอิศวร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร ตั้งอยู่ระหว่างโรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคมกับ พิพิธภัณฑสถานจังหวัดกำแพงเพชร เฉลิมพระเกียรติถนนปิ่นดำริห์ฝั่งตรงข้ามกับวัดพระธาตุตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร กรมศิลปากรจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานประจำแหล่งประวัติศาสตร์โบราณคดี เพื่อเก็บรวบรวม สงวนรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุศิลปวัตถุที่ได้จากการสำรวจ ขุดค้นแหล่งโบราณคดีและ จากการขุดแต่ง บูรณะโบราณสถาน ภายในเขตจังหวัดกำแพงเพชร เพื่ออนุรักษ์และเผยแพร่ความรู้ทาง วิชาการโบราณคดีประวัติศาตร์และศิลปกรรมของท้องที่จังหวัดกำแพงเพชร เป็นหลัก เป็นที่แสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุสมัยต่าง ๆ อาทิเช่น ศิลปทวารวดีศิลปลพบุรีและศิลป รัตนโกสินทร์โบราณวัตถุส่วนมากเป็นลวดลายปูนปั้นและลวดลายดินเผา เศียรพระพุทธรูป เครื่องสังคโลก ปูน ปั้นรูปยักษ์เทวดา และมนุษย์ซึ่งใช้ประดับฐานเจดีย์หรือติดตั้งวิหาร นอกจากนั้นยังมีเทวรูปพระอิศวรสัมฤทธิ์ ที่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ถูกลอบตัดเศียรและพระหัตถ์เมื่อ พ.ศ. 2429 และได้ซ่อมแซมให้คืนดีในภายหลัง


124 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร เริ่มสร้างเมื่อพุทธศักราช 2510 และทำพิธีเปิดเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 มีนาคม พุทธศักราช 2514 โดย ฯพณฯ นายสุกิจ นิมมานเหมินทร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขณะนั้น วันและเวลาทำการ พุธ – อาทิตย์ยกเว้นวันจันทร์วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์เวลา 09:00 - 16:00 ค่าเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ100 บาท 3. วัดพระบรมธาตุ ความสำคัญของแหล่งศิลปกรรม พระบรมธาตุนครชุมมหาเจดีย์ทรงสูงใหญ่ สวยงามไปด้วยสถาปัตยกรรมและสีทองอร่ามทั้งองค์ เสมือนดั่งเจดีย์ ชเวดากองในเมืองพม่า เป็นพระบรมธาตุเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จำนวน 9 องค์ เมื่อ ได้เข้าไปนมัสการและบูชาแล้ว ดังได้พบกับพระพุทธเจ้าด้วยตนเอง เป็นพระบรมธาตุเจดีย์ที่อยู่คู่เมือง กำแพงเพชรมาตั้งแต่สมัยเป็นเมืองนครชุมกินเวลายาวนานมากกว่า 600 ปี และยังคงยั่งยืนสืบต่อกันมาเป็น องค์มหาเจดีย์แห่งศรัทธา จวบจนปัจจุบันวัดพระบรมธาตุนครชุมเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เป็น วัดเก่าแก่อยู่คู่เมืองกำแพงเพชรมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภายในมีศาสนสถานที่สำคัญหลายอย่าง เช่น พระ บรมธาตุเจดีย์ภายในบรรจุพระสารีริกธาตุ 9 องค์,ต้นศรีมหาโพธิ์ขนาดใหญ่ที่พระยาลิไททรงปลูกไว้,พระ อุโบสถหลังเก่า,พระวิหาร,วิหารพระนอน,ศาลาเรือนไทย นอกจากนี้ยังมีศาลาการเปรียญที่ใช้เป็นศูนย์ วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน เพื่อให้เป็นแหล่งความรู้แก่ชุมชน อีกด้วย พระบรมธาตุนครชุมเป็นวัดที่สร้างขึ้นมาพร้อมกับเมืองนครชุมเป็นวัดประจำเมืองเหมือนกับวัดพระ แก้วประจำเมืองกำแพงเพชรและวัดพระบรมธาตุ จาก จารึกนครชุมเดิมภายในวัดมีเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์(ทรง ดอกบัว)สามองค์ตั้ง อยู่บนฐานเดียวกัน สันนิษฐานว่าสร้างโดยกษัตริย์ในสมัยกรุงสุโขทัย คือพระมหาธรรม ราชาลิไทหรือพระยาลิไท สร้างขึ้นในปี 1900 เพื่ออุทิศถวาย พ่อขุนศรีอินทราทิตย์องค์หนึ่ง พ่อขุน รามคำแหงองค์หนึ่ง และพระเจดีย์ประจำรัชกาลองค์อีก 1 องค์ และได้นำพระบรมสารีริกธาตุ 9 องค์ สถาปนาไว้ในพระเจดีย์องค์กลาง และพระองค์ได้เสด็จมาพระมหาธาตุเจดีย์เป็นประจำทุกปี ซึ่งในสมัยสุโขทัย นั้นวัดพระบรมธาตุนครชุมมีความเจริญ มากเพราะเป็นวัดพระอารามหลวงประจำเมือง วัดพระบรมธาตุเจริญรุ่งเรืองมากกว่า 200 ปี จนกระทั่งเมืองนครชุมถึงภาวะล่มสลายตามกฎแห่ง อนิจจัง เพราะแม่น้ำปิงกัดเซาะแนวกำแพงเมืองนครชุมพังพินาศความเจริญทางพุทธจักรและ อาณาจักรได้สูญ สิ้นไปจากเมืองนครชุม เมืองฝั่งตรงข้ามทางทิศตะวันออก คือ เมืองกำแพงเพชร ได้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาแทนที่ วัดพระบรมธาตุร้างมากว่า 300 ปี จนกระทั่งถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์วัดพระบรมธาตุมีหลักฐานที่ชัดเจนอีก ครั้ง จากหนังสือพระราชนิพนธ์เสด็จประพาสต้นครั้งที่ 2 เมื่อเดือนสิงหาคม 2449 ณ เมืองกำแพงเพชร ความว่า...ในพ.ศ.2329 สม เด็จพุฒาจารย์ (โต) แห่งวัดระฆังโฆษิตาราม ได้เสด็จมาเยี่ยมญาติที่เมือง กำแพงเพชร พักที่วัดเสด็จได้อ่านจารึกนครชุมที่ประดิษฐาน ณ อุโบสถวัดเสด็จ ตำบลเมือง อำเภอเมือง กำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ได้ทราบว่ามีเจดีย์โบราณบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อยู่ริมน้ำปิง ฝั่งตะวันตก ตรงข้ามเมืองเก่าสามองค์ ได้ให้เจ้าเมืองกำแพงเพชรพระยารามณรงค์สงคราม (น้อย) ได้ป่าวร้อง ให้ประชาชน แผ้วถางพบเจดีย์ตามจารึกและปฏิสังขรณ์ขึ้นในปี พ.ศ.2414 (ซงพอ หรือพระยาตะก่า) พ่อค้าไม้ชาว กะเหรี่ยงมีให้ศรัทธาจะบูรณะปฏิสังขรณ์ พระเจดีย์วัดพระบรมธาตุนครชุม พระยากำแพงเพชร เจ้าเมืองได้ทำ หนังสือขออนุญาตลงมาที่กรุงเทพฯ ทางกรุงเทพฯจึงตอบอนุโมทนาและอนุญาตให้ซ่อมแซมได้


125 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 4. วัดท่าพุทรา โรงเรียนบ้านดงซ่อมตั้งอยู่ทางด้านขวาของวัด ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านท่าพุทรา หมู่ที่ 9 ตำบลโกสัมพี อำเภอโกสัมพีนคร จังหวัดกำแพงเพชร 5. อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า ข้อมูลทั่วไป อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่ อำเภอคลองลาน กิ่งอำเภอโกสัมพีนคร จังหวัด กำแพงเพชร และกิ่งอำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก ประกอบด้วยป่าที่สมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำลำธารของแม่น้ำปิง มี สัตว์ป่า นานาชนิด ตลอดจนจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตก ถ้ำ หน้าผา โป่งแก๊สธรรมชาติ เป็นต้น มีเนื้อที่ประมาณ 466,875 ไร่ หรือ 747 ตารางกิโลเมตร ประวัติความเป็นมา: ด้วย ฯพณฯ พันโทสนั่น ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ไปตรวจ ราชการในท้องที่จังหวัดกำแพงเพชร เกี่ยวกับการบุกรุกทำลายป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองวังเจ้า และ ป่าคลองสวนหมาก ท้องที่อำเภอคลองลาน และอำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2531 ได้บันทึกสั่งการให้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ดังกล่าวเพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมการ ป้องกันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ จังหวัดกำแพงเพชร ได้ประชุมเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2531 มีมติ เห็นสมควรกำหนดบริเวณป่าดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสภาพธรรมชาติ ให้อยู่คงเดิม กองอุทยานแห่งชาติได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ กษ 0713/1499 ลงวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2531 เสนอกรมป่าไม้มีคำสั่งที่ 1914/2531 ลงวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2531 ให้นายวิฑูรย์ อุรัชโนประกร นักวิชาการป่าไม้ 4 สำรวจจัดตั้งป่าบริเวณดังกล่าวและพื้นที่ใกล้เคียงในท้องที่จังหวัดตากเป็นอุทยานแห่งชาติ ผลการสำรวจตามหนังสืออุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้าที่ กษ 0713(วจ)/11 ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 รายงานว่าพื้นที่ป่าคลองวังเจ้า ป่าคลองสวนหมาก จังหวัดกำแพงเพชร ได้ประกาศเป็นป่าสงวน แห่งชาติตามกฎกระทรวงฉบับที่ 488 (พ.ศ. 2515) ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 89 ตอนที่ 175 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 และป่าประดาง-วังเจ้า อำเภอเมืองตาก ได้ประกาศเป็นป่าสงวน แห่งชาติตามกฎกระทรวงฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2507) ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 81 ตอนที่ 116 ลง วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2507 มีสภาพภูมิประเทศเป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงาม เหมาะสมจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าประดาง และป่าวังก์เจ้า ในท้องที่ตำบลเชียงทอง อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก และป่าคลองวังเจ้า และป่าคลองสวนหมาก ในท้องที่ตำบลโกสัมพี อำเภอเมือง กำแพงเพชร และตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 107 ตอนที่ 158 ลงวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2533 เป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 63 ของประเทศ 6. บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง ตั้งอยู่ที่บ้านลานหิน ตำบลลานดอกไม้อำเภอเมือง ห่างจากตัวเมือง กำแพงเพชรประมาณ 22 กิโลเมตร สภาพเดิมบ่อน้ำพุร้อนพระร่วงเป็นทุ่งนา มีน้ำร้อนผุดขึ้นมา ชาวบ้าน บริเวณใกล้เคียงได้นำน้ำไปใช้อุปโภคและบริโภคในฤดูแล้งเป็นประจำทุกปี ในปีพ.ศ. 2541องค์การบริหาร


126 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 ส่วนจังหวัดกำแพงเพชรได้มีแนวคิดที่จะพัฒนาบ่อน้ำพุร้อนพระร่วงแห่งนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด กำแพงเพชร ตามตำนานกล่าวว่า บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง แต่เดิมบริเวณบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ มีลักษณะเป็นลุ่มน้ำขัง มี ป่าโปร่งล้อมรอบสลับด้วยเนินเตี้ยๆ พื้นดินบางแห่งมีหินโผล่ขึ้นเป็นกลุ่มน้อยใหญ่สลับกันตำนานเล่าว่าครั้ง สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีสมเด็จพระร่วงเจ้าได้เสด็จประพาสป่าล่าสัตว์มาถึงบริเวณบ่อน้ำพุร้อนแห่งนีวัน หนึ่งพระองค์ทรงเห็นไก่ป่าตัวหนึ่งมีลักษณะสวยงามและมีเสียงขันไพเราะมาก จึงทรงให้นายพรานที่ตาม เสด็จ ต่อไก่ป่าตัวนั้นและได้ไก่ป่าสมพระราชประสงค์ โดยมีไก่ป่าตัวอื่นๆ ติดไปด้วยเป็นจำนวนมาก ในวันนั้น พระองค์และนายพรานล่าสัตว์อื่นไม่ได้เลย จึงทรงให้ทหารนำไก่ป่าตัวอื่นๆไปปรุงอาหารสำหรับเสวย แต่ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นป่า ไม่มีบ้านเรือนราษฎร จึงไม่มีไฟใช้ทำอาหาร พระองค์จึงทรงสาปน้ำที่อยู่ใน บึงบริเวณใกล้ๆ ให้เป็นน้ำร้อน บึงดังกล่าวจึงเรียกว่า“บึงพระร่วงสาป” ต่อมาภายหลังเรียกสั้นลงว่า “บึง สาป” และเป็นที่โจษขานกันว่าน้ำในบึงสาปนี้สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บ เช่น โรคปวดเมื่อยตาม ร่างกาย โรคผิวหนังได้ จึงมีประชาชนในท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียงพากันไปอาบ ดื่ม กิน และบางรายนำ น้ำกลับไปเพื่อเป็นสิริมงคล องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร ได้นำตัวอย่างน้ำแร่ร้อนที่บ่อน้ำพุร้อนพระร่วงแห่งนี้ให้กับ หน่วยงานในสังกัดสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร ทำการตรวจวิเคราะห์ผลปรากฏว่าไม่มีสารปนเปื้อนและไม่ มีเชื้อโรคที่เป็นอันตราย อีกทั้งไม่มีกลิ่นกำมะถัน อุณหภูมิของน้ำร้อนอยู่ระหว่าง 45-60 องศาเซลเซียส ใช้ อาบ แช่ตัวได้และที่สำคัญดื่มได้อย่างปลอดภัย แร่ธาตุที่มีอยู่ในน้ำแร่ประกอบด้วย แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม ฟลูออไรด์โซเดียม ไบคาร์บอเนต ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คลอไรด์ซัลเฟต และไนเตรต ประโยชน์ของการอาบน้ำแร่ ด้วยอุณหภูมิของน้ำแร่ร้อนอยู่ที่ 45 – 60 องศาเซลเซียส ซึ่งอุณหภูมิ ของความร้อนดังกล่าวมีความสอดคล้องกับการรักษาทางการแพทย์ ที่เรียกว่า “ธาราบำบัด”โดยอาศัย หลักการที่ว่า การใช้น้ำที่มีอุณหภูมิสูงในระดับที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตมีผลต่อการผ่อน คลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ เป็นผลให้รู้สึกสบายตัวยิ่งขึ้น เมื่อร่างกายรู้สึกสบายความตึงเครียดน้อยลง ย่อมมีผลต่อสภาพจิตใจ ถือเป็นการลดความเครียดได้อีกวิธีหนึ่ง 7. ศูนย์วิทยาศาสตร์กำแพงเพชร(เกาะเสือ) ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เกาะเสือ ตั้งอยู่ที่ ม.5 บ.โกสัมพี ต.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร จ. กำแพงเพชร เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ สื่อการเรียนรู้ด้านต่างๆ เกี่ยวกับ เทคโนโลยี ภายในอาคารศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เกาะเสือ มีเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการด้านศึกษา เช่น ห้อง ฉายมัลติมีเดีย 3 มิติ ฉายภาพยนตร์เกี่ยวกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในรูปแบบสามมิติ, ห้องท้องฟ้าจำลอง เสมือนการจำลองท้องฟ้าในยามค่ำคืน ให้ความรู้เกี่ยวกับ ดวงดา ,เอกภพ และกลุ่มดาวต่างๆ , ห้องเทคโนโลยี สารสนเทศ IT อำนวยความสะดวกในการศึกษา ค้นหาข้อมูลข่าวสารผ่านระบบการเชื่อมต่อทางเครือข่าย อินเตอร์เน็ต, นิทรรศการวิทยาศาสตร์ ฝึกให้รู้จักสังเกต ค้นคว้า คิด วิเคราะห์ แก้ปัญหาผ่านกระบวนการ ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองจากอุปกรณ์ต่างๆ ที่ทางศูนย์วิทยาศาสตร์จัดเตรียมไว้ให้ทั้งด้านคณิตศาสตร์ นอกเหนือจากสถานที่ ที่ให้ความรู้ด้านการศึกษาแล้ว ภูมิทัศน์ภายนอกอาการศูนย์วิทยาศาสตร์ฯ นับเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ทุกคนสามารถใช้เป็นสถานพักผ่อนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะติดริมฝั่งแม่น้ำปิง ทำ ให้ภูมิทัศน์สวยงามห้อมล้อมด้วยธรรมชาติที่ร่มรื่น ประกอบกับมีสภาพอากาศที่ดี มีลมพัดตลอดเวลา องค์การ บริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร จึงได้ดำเนินการปรับภูมิทัศน์โดยรอบ โดยการจัดแต่งสวนในสไตล์ต่าง จัดให้ มีลานจอด camping car พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ลานกางเต็นท์ บ้านพักรับรอง อาคารจัดประชุม


127 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 และลานจอดรถจำนวนมาก ซึ่งล่าสุดได้มีการปลูกต้นทานตะวันโดยรอบ เพื่อให้เป็นจุดถ่ายภาพที่สวยงามของ นักท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้ดอกทางตะวันกำลังเริ่มเบ่งบาน และคาดว่าจะเบ่งบานเต็มที่ครบทุกต้นในอีกไม่เกิน 2 สัปดาห์ จะทำให้สีเหลืองอร่ามของดอกทานตะวัน สามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัด และต่างจังหวัด เดินทางมาบันทึกภาพความประทับใจเก็บไว้เป็นที่ระลึก หากผู้ใดสนใจการให้บริการด้านต่าง ๆ ของศูนย์วิทยาศาสตร์เกาะเสือ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล ให้บริการต่าง ๆ ได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (เกาะเสือ) 055-029752 หรือ 095- 6150527 ในวันและเวลาราชการ ตรวจสอบตารางผู้เข้าชมได้ที่ www.kpppao.go.th ติดต่อจองล่วงหน้าได้ที่ 08-9706-6550 8. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านท่าพุทรา รพ.สต.บ้านท่าพุทรา ตำบลโกสัมพี รหัส 07262 ตั้งอยู่ทางด้านขวาของโรงเรียนบ้านดงซ่อม ที่อยู่ หมู่ที่ ๙ ตำบลโกสัมพี อำเภอโกสัมพีนคร จังหวัดกำแพงเพชร ที่ตั้ง จ.กำแพงเพชร อ.อำเภอโกสัมพีนคร ต.โกสัมพี หมู่ 9 โทร. 0864413207 อีเมล์[email protected] 9. สวนกล้วย อ้อย ข้าว ผักของเกษตรในตำบลโกสัมพีนคร ประชากรในเขตพื้นที่บริการของโรงเรียนบ้านดงซ่อมส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรประกอบด้วย สวนกล้วย สวนอ้อย นาข้าว และผักสวนครัว


128 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 รายงานแบบประเมินหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 (ฉบับปรับปรุง 2564-2566) โรงเรียนบ้านดงซ่อม ตอนที่ 1 สภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบประเมิน คำชี้แจง โปรดใส่เครื่องหมาย ✓ลงในช่องว่าง ( ) ตามความเป็นจริงของท่าน ( ) ครูผู้สอน ( ) คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการ/คณะกรรมการวิชาการ ( ) คณะกรรมการสถานศึกษา/คณะกรรมการบริหารสถานศึกษา ( ) ผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษาปฐมวัย ( ) ศึกษานิเทศก์ ตอนที่ 2 การประเมินด้านบริบท (Context Evaluation : C) คำชี้แจง โปรดอ่านแบบสอบถามแล้วทำเครื่องหมาย ✓ลงในช่องขวามือของแต่ละข้อความตามความ คิดเห็นของท่าน 5 หมายถึง ระดับความเหมาะสมมากที่สุด 4 หมายถึง ระดับความเหมาะสมมาก 3 หมายถึง ระดับความเหมาะสมปานกลาง 2 หมายถึง ระดับความเหมาะสมน้อย 1 หมายถึง ระดับความเหมาะสมน้อยที่สุด การประเมินด้านบริบท ความคิดเห็นที่มีต่อปรัชญา วิสัยทัศน์ ข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียน ปรัชญา วิสัยทัศน์ และจุดมุ่งหมาย ระดับความเหมาะสม 5 4 3 2 1 1.ปรัชญาของหลักสูตร 1.1 แสดงถึงแนวการจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กวัย 3-6 ปี 1.2 แสดงถึงจุดมุ่งหมายในการพัฒนาเด็กสอดคล้องกับหลักสูตร แกนกลาง 2.วิสัยทัศน์ 2.1 แสดงภาพของสถานศึกษาที่น่าพึงพอใจในอนาคตอย่างชัดเจน 2.2 แสดงเอกลักษณ์ของสถานศึกษา 2.3 มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของบุคลากรทั้งในสถานศึกษาและชุมชน 2.4 มีกรอบระยะเวลาชัดเจนและมีความเป็นไปได้ในการปฏิบัติ 3.ข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียน


129 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 ตอนที่ 3 การประเมินด้านตัวป้อน/ปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation : I) การประเมินด้านตัวป้อน ความคิดเห็นที่มีต่อภารกิจ หลักการ จุดหมาย เป้าหมายและมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ โครงสร้างหลักสูตร การจัดเวลาเรียน สาระการเรียนรู้ งบประมาณ ครูและบุคลากร ปรัชญา วิสัยทัศน์ และจุดมุ่งหมาย ระดับความเหมาะสม 5 4 3 2 1 1.ภารกิจ 1.1 ออกแบบหลักสูตรสถานศึกษา และสาระการเรียนรู้บนพื้นฐานของ ทฤษฏีพัฒนาการ แนวคิดทางการศึกษาปฐมวัย หลักการเลี้ยงดู และ กระบวนการทำงานของสมองด้านการคิดและการจัดการ 1.2 ปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาให้มีความทันสมัยตามความก้าวหน้า ในศาสตร์การศึกษาปฐมวัย 1.3 จัดทำแผนการจัดประสบการณ์ และจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ 1.4 จัดระบบการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียน การดูแลให้ความ ช่วยเหลือ จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร และการสร้างรอยเชื่อมต่อระหว่าง การศึกษาปฐมวัยกับประถมศึกษาปีที่ 1 1.5 จัดระบบสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ที่สะท้อนการจัดเตรียมสิ่งสนับสนุน กรเรียนรู้ที่จำเป็นต่อกระบวนการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้และจัด สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับวัย และมีการพักผ่อน เพียงพอ 1.6 จัดระบบการคัดเลือกครู การส่งเสริมและพัฒนาครู บุคลากร พ่อแม่ ผู้ปกครองเพื่อให้สามารถจัดการศึกษาได้ตามปรัชญา วิสัยทัศน์ มาตรฐาน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึงประสงค์ 1.7 จัดระบบประเมินพัฒนาการ ผลลัพธ์การเรียนรู้เพื่อนำผลไป ปรับปรุงและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย 1.8 ประสานความร่วมมือในการพัฒนาเด็กระหว่างสถานศึกษากับพ่อ แม่ ครอบครัว ชุมชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย 1.9 จัดระบบการประเมินหลักสูตร และพัฒนาประสิทธิภาพของ หลักสูตรสถานศึกษาให้สามารถจัดการศึกษาได้ตามปรัชญา วิสัยทัศน์ มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึงประสงค์เพื่อ ส่งผลต่อระบบการประกันคุณภาพการศึกษา 1.10 การจัดทำโครงการ/งบประมาณสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ที่การจัดสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการเรียนรู้ และกิจกรรมเสริม หลักสูตร 2.หลักการของหลักสูตรมีความชัดเจนสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง 3.จุดหมายของหลักสูตรมีความชัดเจนสอดคล้องหลักสูตรแกนกลาง 4.เป้าหมายมีความชัดเจนครอบคลุมมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์


130 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 ปรัชญา วิสัยทัศน์ และจุดมุ่งหมาย ระดับความเหมาะสม 5 4 3 2 1 5.มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ ชัดเจน สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง 6.โครงสร้างหลักสูตรชัดเจน สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง 7.การจัดเวลาเรียนตลอดปีและเวลาของกิจกรรมประจำวัน 8.สาระการเรียนรู้ 8.1 ประสบการณ์สำคัญครอบคลุมพัฒนาการ 4 ด้าน 8.2 สาระที่ควรเรียนรู้เหมาะสมกับพัฒนาการสอดคล้องกับหลักสูตร แกนกลางและสาระในท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น 8.2.1 การกำหนดเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก 8.2.2 การกำหนดเรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่รอบตัวเด็ก 8.2.3 การกำหนดเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัวเด็ก 8.2.4 การกำหนดเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก 9.จำนวนงบประมาณสนับสนุน 10.จำนวนครู และบุคลากร ตอนที่ 4 การประเมินด้านกระบวนการ (Process Evaluation : P) คำชี้แจง โปรดอ่านแบบสอบถามแล้วทำเครื่องหมาย ✓ลงในช่องขวามือของแต่ละข้อความตามความเป็นจริง 5 หมายถึง ระดับความเหมาะสมมากที่สุด 4 หมายถึง ระดับความเหมาะสมมาก 3 หมายถึง ระดับความเหมาะสมปานกลาง 2 หมายถึง ระดับความเหมาะสมน้อย 1 หมายถึง ระดับความเหมาะสมน้อยที่สุด การประเมินระดับความเหมาะสมของการจัดประสบการณ์ การจัดกิจกรรมประจำวัน การสร้างบรรยากาศการ เรียนรู้ สื่อ ของเล่นตามมุม และแหล่งเรียนรู้ เรื่องที่พิจารณา ระดับความเหมาะสม 5 4 3 2 1 1.การจัดประสบการณ์ 1.1 หลักการจัดประสบการณ์แสดงการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย ความ แตกต่างระหว่างบุคคล กระบวนการเรียนรู้ การประเมินพัฒนาการ การ สนับสนุนของพ่อแม่ผู้ปกครอง 1.2 แนวทางการจัดประสบการณ์ 1.2.1 การกำหนดทฤษฏี แนวคิด 1.2.2 การกำหนดลักษณะการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย และนวัตกรรม 1.2.3 การจัดการสอนแบบบูรณาการ 1.2.4 ในระหว่างทำกิจกรรมบทบาทผู้เรียน บทบาทครู


131 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 เรื่องที่พิจารณา ระดับความเหมาะสม 5 4 3 2 1 1.2.5 การจัดการเรียนรู้จากการปฏิสัมพันธ์กับบุคคล 1.2.6 จัดการเรียนรู้จากการปฏิสัมพันธ์กับสื่อ แหล่งเรียนรู้ 1.2.7 จัดการส่งเสริมลักษณะนิสัย ทักษะชีวิตตามแนวหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง คุณธรรม วินัย 1.2.8 จัดการวางแผนการเรียนรู้ และการเรียนรู้ในสถานการณ์จริง 1.2.9 ดำเนินการตามแนวทางเก็บข้อมูลเพื่อการประเมินพัฒนาการ การวิจัยในชั้นเรียน 1.2.10 เปิดโอกาสพ่อแม่ ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และการ ประเมินพัฒนาการ 1.3 การจัดกิจกรรมประจำวัน 1.3.1 มีการจัดกิจกรรมพัฒนาเด็กทั้ง 4 ด้าน 1.3.2 มีการกำหนดรายละเอียดของแต่ละกิจกรรมไว้ชัดเจน สามารถ มาปฏิบัติได้ 1.3.3 มีการกำหนดตารางกิจกรรมประจำวันชัดเจน 1.3.4 จัดกิจกรรมโดยมุ่งเน้นการส่งเสริมความรู้ เจตคติที่ดี เกิดความ ภาคภูมิใจในท้องถิ่น 2.การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ 2.1 จัดบรรยากาศด้านจิตภาพ 2.2 จัดบรรยากาศด้านกายภาพ 2.2.1 จัดพื้นที่อำนวยความสะดวกให้เด็กและครู 2.2.2 จัดพื้นที่สำหรับกิจกรรมการเคลื่อนไหว 2.2.3 จัดพื้นที่มุมการเล่น/มุมประสบการณ์ 2.2.4 จัดพื้นที่สนามสำหรับเด็กปฐมวัย 3.สื่อเพื่อการเรียนรู้ที่เป็นของจริง สื่อธรรมชาติ สื่อสะท้อนวัฒนธรรม 4.การจัดสื่อ อุปกรณ์ในมุมการเล่น 5.แหล่งเรียนรู้ 5.1 การจัดแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน 5.2 การจัดแหล่งเรียนรู้นอกโรงเรียน


132 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 คำชี้แจง โปรดอ่านแบบสอบถามแล้วทำเครื่องหมาย ✓ลงในช่องขวามือของแต่ละข้อความตามความเป็นจริง 5 หมายถึง ระดับความพึงพอใจมากที่สุด 4 หมายถึง ระดับความพึงพอใจมาก 3 หมายถึง ระดับความพึงพอใจปานกลาง 2 หมายถึง ระดับความพึงพอใจน้อย 1 หมายถึง ระดับความพึงพอใจน้อยที่สุด การประเมินความสะดวกในการใช้อุปกรณ์หรือบริการต่างๆของครูผู้สอนและเด็กปฐมวัย ความสะดวกในการใช้อุปกรณ์หรือบริการต่างๆ ระดับความพึงพอใจ 5 4 3 2 1 1. การพิมพ์ 2. การถ่ายเอกสาร 3. การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ 4. การใช้ห้องเรียน 5. การใช้อุปกรณ์เครื่องเล่นเพื่อการเรียนรู้ในท้องถิ่น 6. การใช้อุปกรณ์เครื่องเล่นสนาม 7. การจัดบริการห้องพยาบาล 8. การจัดห้องนอน การประเมินความสะดวกในการใช้อุปกรณ์หรือบริการต่างๆของเด็กปฐมวัย สิ่งอำนวยความสะดวก ระดับความพึงพอใจ 5 4 3 2 1 1. มีเครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนการสอนอย่างเพียงพอ 2. มีเครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนการสอนอย่างเหมาะสม 3. มีหนังสือ เอกสารและสิ่งอื่นๆ สำหรับค้นคว้าอย่างเพียงพอ 4. มีบริการส่งเสริมการศึกษาค้นคว้าของเด็กปฐมวัยอย่างมีคุณภาพ 5. ห้องเรียนมีสภาพและบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนการสอน 6. มีความสะดวกในการใช้บริการเกี่ยวกับจดหมาย 7. มีห้องน้ำที่สะอาดถูกสุขอนามัย 8. มีห้องน้ำเพียงพอ


133 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 คำชี้แจง โปรดอ่านแบบสอบถามแล้วทำเครื่องหมาย ✓ลงในช่องขวามือของแต่ละข้อความตามความเป็นจริง 5 หมายถึง ระดับความเหมาะสมมากที่สุด 4 หมายถึง ระดับความเหมาะสมมาก 3 หมายถึง ระดับความเหมาะสมปานกลาง 2 หมายถึง ระดับความเหมาะสมน้อย 1 หมายถึง ระดับความเหมาะสมน้อยที่สุด การประเมินระดับความเหมาะสมของการประเมินพัฒนาการเด็ก เรื่องที่พิจารณา ระดับความเหมาะสม 5 4 3 2 1 1. ระบบการประเมินพัฒนาการ 2. ประเมินพัฒนาการเด็กครบทุกด้าน ตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ ตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึงประสงค์ 3. ประเมินพัฒนาการเด็กเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดปี 4. ประเมินพัฒนาการตามสภาพจริง จากกิจกรรมประจำวันด้วยเครื่องมือ และวิธีการที่หลากหลาย 5. สรุปผลการประเมิน จัดทำข้อมูลและนำผลการประเมินไปใช้พัฒนาเด็ก ตอนที่ 5 การประเมินด้านผลลัพธ์ (Product Evaluation : P) ตอบสำหรับคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการ หรือคณะกรรมการวิชาการ คำชี้แจง โปรดอ่านแบบสอบถามแล้วทำเครื่องหมาย ✓ลงในช่องขวามือของแต่ละข้อความตามความเป็นจริง 5 หมายถึง ระดับคุณภาพดีมาก 4 หมายถึง ระดับคุณภาพดี 3 หมายถึง ระดับคุณภาพพอใช้ 2 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง 1 หมายถึง ระดับคุณภาพต้องปรับปรุงเร่งด่วน การประเมินระดับคุณภาพตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ของเด็กปฐมวัยที่สำเร็จการศึกษา(อ.3) เรื่องที่พิจารณา ระดับคุณภาพของเด็กปฐมวัย 5 4 3 2 1 1. เด็กปฐมวัยมีร่างกายเจริญเติบโคตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี 2. เด็กปฐมวัยมีกล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง ใช้ได้อย่าง คล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กัน 3. เด็กปฐมวัยมีสุขภาพจิตดีและมีความสุข 4. เด็กปฐมวัยชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี การเคลื่อนไหว และ รักการออกกำลังกาย 5. เด็กปฐมวัยมีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม 6. เด็กปฐมวัยมีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง 7. เด็กปฐมวัยรักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย


134 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 เรื่องที่พิจารณา ระดับคุณภาพของเด็กปฐมวัย 5 4 3 2 1 8. เด็กปฐมวัยอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ ดีของสังคมไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข 9. เด็กปฐมวัยใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย 10. เด็กปฐมวัยมีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ 11. เด็กปฐมวัยมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ 12. เด็กปฐมวัยมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมีความสามารถในการ แสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย การประเมินเชิงปริมาณตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็กปฐมวัยที่สำเร็จการศึกษา(อ.3) เรื่องที่พิจารณา ร้อยละของเด็กที่ผ่าน 1. เด็กปฐมวัยมีร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี 97.50 2. เด็กปฐมวัยมีกล้ามเนื้อใหญ่ และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง ใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว และประสานสัมพันธ์กัน 97.50 3. เด็กปฐมวัยมีสุขภาพจิตดีและมีความสุข 86.25 4. เด็กปฐมวัยชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรีการเคลื่อนไหว และรักการ ออกกำลังกาย 95.83 5. เด็กปฐมวัยมีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม 88.13 6. เด็กปฐมวัยมีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 100 7. เด็กปฐมวัยรักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย 100 8. เด็กปฐมวัยอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิดที่ดีของ สังคมไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 93.33 9. เด็กปฐมวัยใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย 95.38 10. เด็กปฐมวัยมีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ 97.50 11. เด็กปฐมวัยมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ 96.25 12. เด็กปฐมวัยมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมีความสามารถในการแสวงหา ความรู้ได้เหมาะสมกับวัย 96.25 ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา รายการตัวบ่งชี้: ระดับการศึกษาปฐมวัย ระดับคุณภาพ ตัวบ่งชี้ที่ 1 เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกายสมวัย 92.21 ตัวบ่งชี้ที่ 2 เด็กมีพัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจสมวัย 85.54 ตัวบ่งชี้ที่ 3 เด็กมีพัฒนาการด้านสังคมสมวัย 94.27 ตัวบ่งชี้ที่ 4 เด็กมีพัฒนาการด้านสติปัญญาสมวัย 72.62 ตัวบ่งชี้ที่ 5 เด็กมีความพร้อมศึกษาต่อในชั้นต่อไป 100


135 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 คำชี้แจง โปรดอ่านแบบสอบถามแล้วทำเครื่องหมาย ✓ลงในช่องขวามือของแต่ละข้อความตามความเป็นจริง 5 หมายถึง ระดับความพึงพอใจมากที่สุด 4 หมายถึง ระดับความพึงพอใจมาก 3 หมายถึง ระดับความพึงพอใจปานกลาง 2 หมายถึง ระดับความพึงพอใจน้อย 1 หมายถึง ระดับความพึงพอใจน้อยที่สุด การประเมินระดับความพึงพอใจต่อการบริหารจัดการหลักสูตร เรื่องที่พิจารณา ระดับความพึงพอใจ 5 4 3 2 1 1. ศึกษาทำความเข้าใจหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย และมีวิสัยทัศน์ด้านการ จัดการศึกษาปฐมวัย ✓ 2. สร้างความตระหนักแก่ครู บุคลากรโดยการประชุมชี้แจงความสำคัญและ ความจำเป็นที่ต้องร่วมมือกันบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา ✓ 3. แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการโรงเรียน ✓ 4. จัดทำโครงการ งบประมาณเพื่อปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา ✓ 5. แต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา ✓ 6. ประเมินผลการใช้หลักสูตรสถานศึกษาเดิม ✓ 7. ระดมความคิดเห็น การวิเคราะห์ สภาพ/ปัญหา ข้อมูลพื้นฐาน ✓ 8. ออกแบบหลักสูตรสถานศึกษากับคณะกรรมการจัดทำร่างหลักสูตร สถานศึกษา ✓ 9. นำร่างหลักสูตรสถานศึกษาเสนอต่อคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและ งานวิชาการโรงเรียนเพื่อให้ข้อเสนอแนะ และปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ ✓ 10. ขออนุมัติต่อกรรมการสถานศึกษา และประกาศการใช้หลักสูตร สถานศึกษา ✓ 11. จัดทำข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้ ✓ 12. การรับและพัฒนาครู ✓ 13. จัดทำโครงการ/งบประมาณสนับสนุนการจัดสภาพแวดล้อมตลอดจนสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ และกิจกรรมเสริมหลักสูตร ✓ 14. นิเทศ กำกับ ติดตามการใช้หลักสูตร ✓ 15. นิเทศ กำกับ ติดตามการประเมินผลการเรียนรู้ และประเมินพัฒนาการ เด็ก ✓ 16. กำกับติดตามให้มีการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา และนำผลการ ประเมินไปใช้ปรับปรุงหลักสูตร ✓ 17. กำกับ ติดตามให้มีการประเมินการนำหลักสูตรไปใช้เมื่อครบรอบปีที่ 3 ✓ สภาพปัญหาที่เกิดขึ้น นักเรียนไม่ได้รับการเรียน Computer เนื่องจากตรารางเรียนห้อง Computer ไม่มีคาบเรียนที่ตรงกับ ตารางกิจกรรมปฐมวัย


136 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 คำสั่งโรงเรียนบ้านดงซ่อม ที่ 47/2567 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช ๒๕๖7 ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ตามที่โรงเรียนบ้านดงซ่อม ได้จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษา ปฐมวัย พุทธศักราช 2560 และใช้หลักสูตรดังกล่าวตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖4 ในระดับชั้นปฐมวัยปีที่ 2 - ระดับชั้น ปฐมวัยปีที่ 3 พ.ศ. ๒๕๖6 ถึง พ.ศ.2566 โรงเรียนเห็นสมควรให้มีการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย เพื่อให้มีความเหมาะสมกับบริบทและวิสัยทัศน์ ของสถานศึกษา โรงเรียนจึงแต่งตั้งคณะกรรมการการพัฒนา หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช ๒๕๖7 ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ดังต่อไปนี้ คณะกรรมการอํานวยการ 1. นายจิรายุ เถาว์โท ผู้อำนวยการ ประธานกรรมการ 2. นางสาวหทัยชนก เงินบำรุง รองผู้อำนวยการ รองประธานกรรมการ 3. นางอารีวรรณ เครือกิจ ครูชํานาญการ กรรมการ 4. นางสาวณัฐพร อึ้งภาภรณ์ ครูชํานาญการพิเศษ กรรมการ 5. นายวีรภัทร ช่วงชาญ ครูผู้ช่วย กรรมการ 6. นางสาวอัญชลี คงเมือง ครูชํานาญการพิเศษ กรรมการและ เลขานุการ หน้าที่ ให้คำปรึกษา แนะนํา ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช ๒๕๖7 ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 คณะกรรมการดําเนินงาน 1. นางสาวหทัยชนก เงินบำรุง รองผู้อำนวยการ ประธานกรรมการ 2. นางอารีวรรณ เครือกิจ ครูชํานาญการ กรรมการ 3. นางสาวณัฐพร อึ้งภาภรณ์ ครูชํานาญการพิเศษ กรรมการ 4. นางสาวทิพวรรณ ถุงอินทร์ ครู กรรมการ 5. นางสาววารินทร์ ภูมิโคกรัก ครูผู้ช่วย กรรมการ


137 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 6. นางสาววรินท์นภันต์ ทุ่งสิบสี่ ครูผู้ช่วย กรรมการ 7. นางสาวปาริฉัตร เกตุจีน ครูผู้ช่วย กรรมการ 8. นายวีรภัทร ช่วงชาญ ครูผู้ช่วย กรรมการ 9. นายธนาธิป โพธิ ครูผู้ช่วย กรรมการ 10. นางสาวพรทิพย์ ปั้นเกี้ยว ครูผู้ช่วย กรรมการ 11. นางสาวสุนันทา ปัญญาใส ครูผู้ช่วย กรรมการ 12. นางสาวหนึ่งฤทัย หงษ์ยิ้ม ครูอัตราจ้าง กรรมการ 13. นายชนาธิป คำฟั่น ครูอัตราจ้าง กรรมการ 14.นางสาวอัญชลี คงเมือง ครูชํานาญการพิเศษ กรรมการ 15.นางสาวสุภารัตน์ ช่วงบัญญัติ ครูชํานาญการพิเศษ กรรมการและเลขานุการ หน้าที่ 1. วางแผนดำเนินการ ประสานงาน อํานวยความสะดวก ติดตาม ประเมินผล การดําเนินงานให้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ๒. ประชุมครูเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ๓. ประสานกับทุกฝ่ายเพื่อให้งานดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นปฐมวัยปีที่ 2 1. นางสาวสุภารัตน์ ช่วงบัญญัติ ประธานกรรมการ คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นปฐมวัยปีที่ 3 1. นางสาววารินทร์ ภูมิโคกรัก ประธานกรรมการ หน้าที่ ๑. ประชุมครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อปรับและพัฒนาหลักสูตร สำหรับใช้ใน ปีการศึกษา ๒๕๖7 ๒. ประชุมวางแผนจัดทำสภาพที่พึงประสงค์ สาระที่ควรเรียนรู้ประสบการณ์สำคัญ หน่วยการจัด กิจกรรมเสริมประสบการณ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้และสภาพที่ พึงประสงค์ ๓. จัดพิมพ์เอกสารหลักสูตรปฐมวัย ตามรูปแบบที่โรงเรียนกำหนด แล้วนําส่งกลุ่มบริหารวิชาการ ภายในเวลาที่กำหนด คณะกรรมการจัดทำเอกสารหลักสูตรสถานศึกษาฉบับปรับปรุง 1. นางสาวสุภารัตน์ ช่วงบัญญัติ ประธานกรรมการ 2. นางสาววารินทร์ ภูมิโคกรัก กรรมการ หน้าที่ ๑. รวบรวมข้อมูลและเอกสาร ๒. กำหนดผลการเรียนรู้ที่คาดหวังบนพื้นฐานพัฒนาการตามวัยสอดคล้องกับการส่งเสริมให้เด็กมี สภาพที่พึงประสงค์ตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์และตัวบ่งชี้ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย


138 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 พุทธศักราช 2560 ๓. นําเอกสารหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยที่จัดทำเรียบร้อยแล้ว เสนอต่อคณะกรรมสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับการแต่งตั้ง ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมายอย่างเต็มกําลังความสามารถ เพื่อให้บังเกิด ผลดีต่อโรงเรียนและราชการสืบไป สั่ง ณ วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖7 (นายจิรายุ เถาว์โท) ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านดงซ่อม


139 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 คำสั่งโรงเรียนบ้านดงซ่อม ที่ 51 / ๒๕67 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2567 .............................................................................................................. กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ. 1223/2560 ให้ใช้หลักสูตรการศึกษา ปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นต้นไป ซึ่งการจัดการศึกษาปฐมวัยของโรงเรียน ต้อง พัฒนาเด็กตั้งแต่ 4 – 6 ปี ให้มีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาที่เหมาะสมกับวัย ความสามารถ และความแตกต่างระหว่างบุคคล เป็นการเตรียมความพร้อมที่จะเรียนรู้และสร้างรากฐานชีวิต ให้พัฒนาเด็กปฐมวัยไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในความเป็นชาติ และมีความ รับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 54 และอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่ง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2545 เพื่อให้การบริหารหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2567 โรงเรียนบ้านดงซ่อม เป็นไปด้วย ความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ จึงแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2567 โรงเรียนบ้านดงซ่อม ดังนี้ 1. นายจิรายุ เถาว์โท ผู้อำนวยการโรงเรียน ประธานกรรมการ 2. นางสาวหทัยชนก เงินบำรุง รองผู้อำนวยการโรงเรียน รองประธานกรรมการ 3. นางอารีวรรณ เครือกิจ ครูโรงเรียนบ้านดงซ่อม กรรมการ 4. นางสาวอัญชลี คงเมือง ครูโรงเรียนบ้านดงซ่อม กรรมการ 5. นายวีรภัทร ช่วงชาญ ครูโรงเรียนบ้านดงซ่อม กรรมการ 6. นางสาววรินท์นภันต์ ทุ่งสิบสี่ ครูโรงเรียนบ้านดงซ่อม กรรมการ 7. นางสาววารินทร์ ภูมิโคกรัก ครูโรงเรียนบ้านดงซ่อม กรรมการ 8. นางสาวสุภารัตน์ ช่วงบัญญัติ ครูโรงเรียนบ้านดงซ่อม กรรมการและเลขานุการ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2567 สั่ง ณ วันที่ 27 มีนาคม 2567 (นายจิรายุ เถาว์โท) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดงซ่อม


140 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 ประกาศคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านดงซ่อม เรื่อง อนุญาตให้ใช้เอกสารหลักสูตรหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2567 .............................................................................................................. ตามที่คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2567 โรงเรียนบ้านดงซ่อม ให้เหมาะสมกับการพัฒนาเด็กตั้งแต่ 4 – 6 ปี ให้มีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ที่เหมาะสมกับวัย ความสามารถ และความแตกต่างระหว่างบุคคล เป็นการเตรียมความพร้อมที่จะเรียนรู้และ สร้างรากฐานชีวิต ให้พัฒนาเด็กปฐมวัยไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในความเป็นชาติ และมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 54 และอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่ง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2545 กระทรวงศึกษาธิการให้ใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 แทนหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2567 โรงเรียนบ้าน ดงซ่อมจัดทำขึ้นได้เหมาะสมกับเด็กและสภาพท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและ พัฒนาการตามวัยของเด็กแต่ละคนให้เต็มตามศักยภาพ สร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็น มนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาตินั้น คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านดงซ่อม พิจารณาแล้ว อนุญาตให้ใช้เอกสาร หลักสูตรนี้ในโรงเรียนได้ ประกาศ ณ วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 (นายสุนทร ยาดี) (นายจิรายุ เถาว์โท) ประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดงซ่อม โรงเรียนบ้านดงซ่อม


141 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 ตารางวิเคราะห์สาระที่ควรเรียนรู้ เด็กอายุ 4-5 ปี (อนุบาล 2 และ 3) จุดประสงค์ สื่อ ระยะเวลาเรียน 1. เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก 1.1 เด็กควรรู้จักชื่อ นามสกุล รูปร่าง หน้าตา รู้จัก อวัยวะต่างๆ 1.2 การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ 1.3 วิธีระวังรักษาร่างกายให้สะอาดและมี สุขภาพ อนามัยที่ดี 1.4 การระมัดระวังความปลอดภัยของ ตนเอง 1.5 การสะท้อนการรับรู้อารมณ์และ ความรู้สึกของ ตนเองและผู้อื่น 1.6 การแสดงออกทางอารมณ์และ ความรู้สึกอย่าง เหมาะสม 1.7 การเคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่น - การรู้จักแสดงความคิดเห็นของตนเอง – การกำกับตนเอง 1.8 วิธีระวังรักษาร่างกายให้สะอาด 1.9 การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน 1.10 การให้ความร่วมมือในการปฏิบัติ กิจกรรมต่าง ๆ 1.11 การสะท้อนความรู้สึกของตนเองและ ผู้อื่น 1.12 การปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่นับ ถือ 1.13 การระมัดระวังความปลอดภัยของ ตนเองจากผู้อื่น และภัยใกล้ตัว 1.14 การปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัย 1. หน่วยปฐมนิเทศ(EF) 2. หน่วยตัวเรา(EF) 3. หน่วยอาหารดีมีประโยชน์ (EF) 4. หนูทำได้(EF) 5. หน่วยร่างกายของหนู 6. ของเล่นของใช้ 7. หน่วย อาหารดีมีประโยชน์ 8. หน่วยอร่อยผัก ผล ไม้ 9. หน่วย ปลอดภัยปลอดภัยไว้ ก่อน 10. หน่วยของเล่นของใช้ 11. หน่วย วันเด็ก วันครู 12. หน่วย ค่านิยมไทย 13. หน่วยรักเมืองไทย 14. หน่วย วันชาติ 15. หน่วย เทคโนโลยีและการ สื่อสาร 16. หน่วย เศรษฐกิจพอเพียง 1-2 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 2. เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่ แวดล้อมเด็ก 2.1รู้จัก และรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคล ต่าง ๆ ที่เด็กต้องเกี่ยวข้องหรือมีโอกาส ใกล้ชิดและมีปฏิสัมพันธ์ใน ชีวิตประจำวัน 2.2รู้จัก และรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ ครอบครัว สถานศึกษา สถานที่สำคัญซึ่ง เป็นแหล่งวัฒนธรรมในชุมชน 1. โรงเรียนของเรา(EF) 2. ครอบครัวมีสุข(EF) 3. วันแม่แห่งชาติ 4. วันชาติ 5. วันเด็กวันครู 6. หน่วยวันปีใหม่ 7. อาชีพในฝัน 8. หน่วย ต้นไม้ที่รัก 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์


142 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 จุดประสงค์ สื่อ ระยะเวลาเรียน 2.3 การมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน 2.4 การเรียนรู้เกี่ยวกับบุคคลต่างๆ ที่เด็ก ต้อง เกี่ยวข้องหรือใกล้ชิดและมี ปฏิสัมพันธ์ใน ชีวิตประจำวัน 2.5 การมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน 2.6 เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน และบุคคลต่างๆ สถานที่สำคัญ วันสำคัญ อาชีพ ของคน ในชุมชน ศาสนา แหล่งวัฒนาธรรมใน ชุมชน สัญลักษณ์สำคัญของชาติไทย และการ ปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่น และความเป็นไทย หรือแหล่งเรียนรู้จาก ภูมิปัญญาท้องถิ่นอื่นๆ 9. หน่วย หิน ดิน ทราย 10. หน่วย ชุมชนของเรา 11. หน่วยรักเมืองไทย 12. หน่วย ค่านิยมไทย 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 3. ธรรมชาติรอบตัว 3.1 การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ของ มนุษย์สัตว์ พืช ตลอดจนการรู้จัก เกี่ยวกับดิน น้ำ ท้องฟ้า สภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ แรง และพลังงานใน ชีวิตประจำวันที่แวดล้อมเด็ก 3.2การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการรักษา สาธารณสมบัต 1. หน่วย แรงและพลังงานใน ชีวิตประจำวัน 2. หน่วย กลางวันกลางคืน 3. หน่วย ฤดูหนาว 4. หน่วย ฝน 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 4. สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก 4.1 การเลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆที่ใช้ อยู่ใน ชีวิตประจำวัน 4.2 การรู้จักชื่อ ลักษณะ สี ผิวสัมผัส ขนาด รูปร่าง รูปทรง ปริมาตร น้ำหนัก จำนวน ส่วนประกอบสิ่งของเครื่องใช้ ยานพาหนะ 4.3 สัญลักษณ์สำคัญของชาติไทย 4.4 เทคโนโลยี และการสื่อสารต่างๆ ที่ใช้ อยู่ในชีวิตประจำวัน 4.5 การรู้จักชื่อ ลักษณะ สี ผิวสัมผัส ขนาด รูปร่าง รูปทรง ปริมาตร น้ำหนัก จำนวน ส่วนประกอบ 1. หน่วย ของเล่น – ของใช้ 2. หน่วย หิน ดิน ทราย 3. หน่วย ต้นไม้ที่รัก 4. หน่วย สัตว์น่ารัก 5. หน่วย สนุกกับตัวเลข 6. หน่วยรักการอ่าน 7. หน่วย คมนาคม 8. หน่วย รูปร่าง รูปทรง 9. หน่วย ปริมาตร น้ำหนัก 10. ไข่ ไข่ ไข่(STEM) 11. หน่วย แรงและพลังงานใน ชีวิตประจำวัน 12. หน่วยเสียงรอบตัว 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์


143 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 จุดประสงค์ สื่อ ระยะเวลาเรียน 4.6 การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ของ สิ่งต่างๆ รอบตัว 4.7 การใช้งาน และการเลือกใช้สิ่งของ เครื่องใช้ 4.8 การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ของ สิ่งต่างๆ รอบตัว 4.9 การใช้งาน และการเลือกใช้สิ่งของ เครื่องใช้ ใน ชีวิตประจำวันอย่าง ประหยัด ปลอดภัย 4.10 เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับชื่อ ลักษณะ สี ผิวสัมผัส ขนาด รูปร่าง รูปทรง ปริมาตร น้ำหนัก จำนวน ส่วนประกอบ การ เปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ของสิ่ง ต่างๆรอบตัว เวลา เงิน ประโยชน์ 4.11การใช้ภาษาเพื่อสื่อความหมายใน ชีวิตประจำวัน 4.12ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้หนังสือ และ ตัวหนังสือ 4.13การปฏิบัติตนตามแนวทางหลัก ปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง 4.14 การทำงานศิลปะที่ใช้วัสดุหรือ สิ่งของที่ ใช้แล้วมาใช้ซ้ำหรือแปรรูปแล้ว นำ กลับมาใช้ใหม่ 13. หน่วย ลอยกระทง 14. หน่วยโลกสวยด้วยสีสัน 15. หน่วยข้าว 16. หน่วย เทคโนโลยีและการ สื่อสาร 5. ภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดกำแพงเพชร 5.1สถานที่สำคัญ 5.2ประเพณีวัฒนธรรม 5.3ของดีเมืองกำแพง 5.4คำขวัญประจำจังหวัดกำแพงเพชร 1. สารทไทยกล้วยไข่เมือง กำแพง 1 สัปดาห์ 6. ภูมิปัญญาท้องถิ่นอำเภอโกสัมพีนคร 6.1สถานที่สำคัญ 6.2ประเพณีวัฒนธรรม 6.3คำขวัญประจำอำเภอโกสัมพีนคร 1. ของดีเมืองโกสัมพีนคร 2. ศูนย์เกษตรเพื่อการเรียนรู้สู่ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง,เศรษฐกิจพอเพียง 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์


144 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 กำหนดการสอนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนบ้านดงซ่อม ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 สัปดาห์ หน่วย สัปดาห์ หน่วย 1 ปฐมนิเทศ 22 รู้รอบ ปลอดภัย 2 ปฐมนิเทศ 23 ลอยกระทง 3 โรงเรียนของเรา 24 กลางวัน กลางคืน 4 ร่างกายของหนู 25 ค่านิยมไทย 5 หนูทำได้ 26 วันชาติ 6 ครอบครัวมีสุข 27 เศรษฐกิจพอเพียง 7 อาหารดีมีประโยชน์ 28 อร่อยผัก ผล ไม้ 8 ฝน 29 เทคโนโลยีและการสื่อสาร 9 ข้าว 30 วันปีใหม่ 10 ปลอดภัยไว้ก่อน 31 สนุกกับตัวเลข 11 วันแม่ 32 รูปร่าง รูปทรง 12 รักเมืองไทย 33 วันเด็ก วันครู 13 ของเล่นของใช้ 34 โลกสวยด้วยสีสัน 14 ชุมชนของเรา 35 ฤดูหนาว 15 ต้นไม้ที่รัก 36 แรงและพลังงานในชีวิตประจำวัน 16 ดิน หิน ทราย 37 เสียงรอบตัว 17 สัตว์น่ารัก 38 รักการอ่าน 18 สารทไทยกล้วยไข่เมืองกำแพง 39 ปริมาตร และน้ำหนัก 19 การคมนาคม 40 อาชีพในฝัน 20 ไข่ ไข่ ไข่(STEM) 41 ประเมินพัฒนาการ 21 ประเมินพัฒนาการ 42 สรุปประเมินพัฒนาการ


145 หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านดงซ่อม พุทธศักราช 2567 กำหนดการสอนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนบ้านดงซ่อม ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 สัปดาห์ หน่วย สัปดาห์ หน่วย 1 ปฐมนิเทศ 22 รู้รอบ ปลอดภัย 2 โรงเรียนของเรา 23 ลอยกระทง 3 ร่างกายของหนู 24 กลางวัน กลางคืน 4 หนูทำได้ 25 ค่านิยมไทย 5 ครอบครัวมีสุข 26 วันชาติ 6 อาหารดีมีประโยชน์ 27 เศรษฐกิจพอเพียง 7 ฝน 28 อร่อยผัก ผล ไม้ 8 ข้าว 29 เทคโนโลยีและการสื่อสาร 9 ปลอดภัยไว้ก่อน 30 วันปีใหม่ 10 วันแม่ 31 สนุกกับตัวเลข 11 รักเมืองไทย 32 รูปร่าง รูปทรง 12 ของเล่นของใช้ 33 วันเด็ก วันครู 13 ชุมชนของเรา 34 โลกสวยด้วยสีสัน 14 ต้นไม้ที่รัก 35 ฤดูหนาว 15 ดิน หิน ทราย 36 แรงและพลังงานในชีวิตประจำวัน 16 สัตว์น่ารัก 37 เสียงรอบตัว 17 สารทไทยกล้วยไข่เมืองกำแพง 38 รักการอ่าน 18 การคมนาคม 39 ปริมาตร และน้ำหนัก 19 สีสวยสดใส 40 อาชีพในฝัน 20 ไข่ ไข่ ไข่(STEM) 41 ประเมินพัฒนาการ 21 ประเมินพัฒนาการ 42 สรุปประเมินพัฒนาการ


Click to View FlipBook Version