คำนำ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านดงซ่อม ฉบับนี้ จัดทำขึ้นตามกฎกระทรวง การประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ข้อ 3 ระบุให้สถานศึกษาจัดส่งรายงานผลการประเมินตนเองให้แก่หน่วยงานต้นสังกัดหรือ หน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษาเป็นประจำทุกปีเพื่อรายงานผลการดำเนินงานตามมาตรฐานการศึกษา ของสถานศึกษา และนำเสนอรายงานต่อคณะกรรมการสถานศึกษา หน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องเปิดเผยต่อสาธารณชน รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษาจะเป็นฐานข้อมูลในการ พัฒนาสถานศึกษา และรองรับการประเมินคุณภาพภายนอก โดยสำนักงานรับรองมาตรฐานการศึกษาและ ประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ต่อไป ขอขอบคุณคณะครู นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการจัดทำรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษาปี การศึกษา 2566 ฉบับนี้ คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารรายงานฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการ นำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนบ้านดงซ่อม ในปีการศึกษา 2567 ต่อไป ( นายจิรายุ เถาว์โท ) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดงซ่อม 15 พฤษภาคม 2567
สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ส่วนที่ 1 บทสรุปสำหรับผู้บริหาร 1 ส่วนที่ 2 ข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษา - ข้อมูลทั่วไป 5 - ข้อมูลครูและบุคลากร 5 - ข้อมูลนักเรียน 7 - ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2566 8 - ข้อมูลผลการทดสอบระดับชาติ 15 - ข้อมูลงบประมาณ 20 - ผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา ตามนโยบายและจุดเน้น ประจำปีการศึกษา 2566 20 - ผลการประเมินคุณภาพภายนอกครั้งล่าสุด 23 ส่วนที่ 3 ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา 29 ผลการประเมินตนเองระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 29 - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน 29 - มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ 58 - มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 92 ส่วนที่ 4 สรุปผล แนวทางการพัฒนา และความต้องการการช่วยเหลือ 103 - ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 103 ส่วนที่ 5 ภาคผนวก 108 มาตรฐานและค่าเป้าหมายของสถานศึกษา 110 คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำรายงานการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา 126 รางวัล ความสำเร็จ สถานศึกษา/ผู้บริหาร/ครู/นักเรียน 129 หนังสือให้ความเห็นชอบรายงานการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา 140
๑ ส่วนที่ 1 บทสรุปสำหรับผู้บริหาร ชื่อเรื่อง : รายงานประจำปีของสถานศึกษาปีการศึกษา 2566 ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียน : บ้านดงซ่อม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 ข้อมูลพื้นฐาน : โรงเรียนบ้านดงซ่อม มีจำนวนนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 157 คน ครูผู้สอนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 17 คน จัดการศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 และระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 ผลการประเมินตนเองในภาพรวม 3 มาตรฐาน : ยอดเยี่ยม มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน 1. มีผลการประเมิน ระดับ ดีเลิศ 2. หลักฐานสนับสนุน ได้แก่ 2.1 โครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วยกิจกรรมก่อนเรียนอ่าน คล่องเขียนคล่อง , กิจกรรมการอ่านคล่องเขียนคล่อง คิดคำนวณ , กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาทักษะ การเขียน , กิจกรรมพัฒนาทักษะการคิดคำนวณ , กิจกรรมวัดผลประเมิณผล , กิจกรรมพัฒนา นักเรียนสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ , ส่งเสริมการสนทนภาษาอังกฤษ และส่งเสริมพัฒนาทักษะ การคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น 2.2 โครงการส่งเสริมพัฒนาวิจัยและนวัตกรรมการบริหารจัดการและพัฒนาการจัดการ เรียนรู้ โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย จัดทำวิจัยและนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ และการบริหาร จัดการ และจัดทำแผนจัดการเรียนรู้และแบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะตามสมรรถนะ 2.3 โครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้การใช้สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ และสร้าง ความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรมส่งเสริมการใช้สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ และกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยในสถานศึกษาจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ 2.4 โครงการส่งเสริมคุณธรรม สพฐ. โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรมต้นกล้าความ ดีศรีดงซ่อม , นิทรรศการองค์กรคุณธรรม , อบรมเยาวชนคุณธรรม , กิจกรรมส่งเสริมดำเนินการ ตามอัตลักษณ์ 29 ประการสู่การเป็นโรงเรียนวิถีพุทธ , กิจกรรมเตรียมความพร้อมก่อนสอบธรรม ศึกษา , กิจกรรมโครงงานคุณธรรม , มูลนิธิยุวพัฒน์ , กิจกรรมอบรมคุณธรรม จริยธรรม , สวดมนต์ไหว้พระวันศุกร์สุดสัปดาห์ , กิจกรรมจิตอาสา , กิจกรรมปลูกฝังค่านิยม 12 ประการ และกิจกรรมวันสำคัญทางศาสนา 2.5 โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้การสหกรณ์ในโรงเรียน โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วยกิจกรรมสหกรณ์ร้านค้า , กิจกรรมสหกรณ์ออมทรัพย์, กิจกรรมสหกรณ์การเกษตร กิจกรรมสหกรณ์บริการ ,จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้การสหกรณ์และการศึกษาดูงาน 2.6 โครงการประชาธิปไตยในโรงเรียน โดยมีกิจกรรม การดำเนินงานสภานักเรียน การเลือกตั้งสภานักเรียน และประชาธิปไตยเขตพื้นที่ 3. แผนพัฒนาเพื่อให้ได้มาตรฐานที่สูงขึ้น ได้แก่ ๓.1 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญตามแบบ Active learning มีรายวิชาเพิ่มเติม กิจกรรมชุมนุม เพื่อให้ผู้เรียนได้เลือกเรียนตามความถนัดและความสนใจ
๒ มีกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยเน้น กิจกรรมลูกเสือ-ยุวกาชาด เพื่อเสริมสร้างวินัยและคุณลักษณะ 12 ประการ โดยผ่านกระบวนการคิด และปฏิบัติจริงตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดของ หลักสูตรสถานศึกษาและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการ ดำรงชีวิต ใช้กระบวนการ STEM ศึกษา สร้างกิจกรรมการเรียนการสอนร่วมกัน (Integration) ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีการตรวจสอบ และประเมินผู้เรียน อย่างเป็นระบบและนำผลมาพัฒนาผู้เรียน มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก โดยการทำวิจัย ปฏิบัติการในชั้นเรียน และนำผลที่ได้ไปแก้ปัญหาจริง มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูล สะท้อนกลับเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ โดยจัดกิจกรรมเปิดโลกวิชาการ 8 กลุ่ม สาระการเรียนรู้ (Open House) ซึ่งครูและนักเรียนได้จัดนิทรรศการแสดงผลงานเพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้กับสถานศึกษาอื่น ๓.2 ส่งเสริมนักเรียนให้มีทักษะในการอ่าน ฟัง ดู พูด เขียน และตั้งคำถามเพื่อค้นคว้า หาความรู้เพิ่มเติม เรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่ม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อการเรียนรู้ระหว่างกัน และกัน ใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้และนำเสนอผลงาน มีความรู้สึกที่ดีต่ออาชีพสุจริต และหา ความรู้เกี่ยวกับอาชีพที่ตนเองสนใจ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ ทำงานอย่างมีความสุข พัฒนางาน และ ภูมิใจในผลงานของตนเอง วางแผนการทำงานและดำเนินการจนสำเร็จ ๓.๓ ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบ มีความซื่อสัตย์ รู้จักประหยัด รู้จักอดทน มีความ เมตตากรุณา และมีน้ำใจ ๓.๔ ส่งเสริมให้ครูผู้สอนจัดกิจกรรมให้เด็กได้สืบค้น สำรวจ และตั้งคำถามเพื่อสร้างความ เข้าใจเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว โดยให้ผู้สอนมีหน้าที่ให้คำแนะนำ ชี้แนะ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ๓.๕ ส่งเสริมให้ครูผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการวางแผน พัฒนาในการ จัดการเรียนการสอน นำภูมิปัญญาชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในห้องเรียน มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ 1. มีผลการประเมิน ระดับ ยอดเยี่ยม 2. หลักฐานสนับสนุน ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ OBEC AWARDS และชนะเลิศนวัตกรรมต่างๆ , ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและศูนย์งานเกษตรฯ 3. แผนพัฒนาเพื่อให้ได้มาตรฐานที่สูงขึ้น ได้แก่ ๓.๑ จัดทำโครงการหรือกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบรรลุตามเป้าหมายวิสัยทัศน์ ปรัชญา และจุดเน้นของสถานศึกษา มีกิจกรรมพิเศษเพื่อตอบสนองนโยบาย จุดเน้นตามแนวทางการ ปฏิรูปการศึกษา และมีผลการดำเนินงานบรรลุตามเป้าหมาย ๓.๒ ส่งเสริมกิจกรรมที่เน้นสุนทรีทางอารมณ์ และนำภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามาจัดทำเป็น หลักสูตรสถานศึกษาเพิ่มมากขึ้น ส่งเสริมแผนประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ประชาชน ผู้ปกครองได้รับ ข้อมูลข่าวสารระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ให้หลากหลายรูปแบบ เพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วมในการ บริหารและการจัดการให้มากขึ้น
๓ มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 1. มีผลการประเมิน ระดับ ยอดเยี่ยม 2. หลักฐานสนับสนุน ได้แก่ 2.1 รางวัลชนะเลิศนวัตกรรม , ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ ผลการทดสอบระดับชาติ 2.2 ครูทุกคนจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่เน้นกระบวนการเรียนรู้ โดยร่วมกัน วิเคราะห์หลักสูตร จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดของหลักสูตร สถานศึกษา โดยจัดกระบวนการ เรียนรู้ที่หลากหลาย 2.3 ครูร้อยละ 100 สามารถผลิตและใช้สื่อการสอนที่สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ นอกจากนี้ ครูของโรงเรียนทุกคนจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จาก แหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา 2.4 ครูทุกคนมีการบริหารจัดการชั้นเรียนที่เป็นระบบ จัดทำเอกสาร ในชั้นเรียนอย่าง ถูกต้องและครบถ้วน มีการวิเคราะห์ข้อมูลนักเรียนรายบุคคล และนำผลการไปออกแบบการ จัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความสามารถ ความต้องการและสภาพบริบทของนักเรียน มีการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนอย่างเป็นระบบ 2.5 ครูทุกคนมีการออกแบบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ แบ่งสัดส่วนของประเมินผลก่อนกลางภาค กลางภาค และปลายภาค ครูใช้เครื่องมือวัด และประเมินผลที่เหมาะสมกับการประเมิน และให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียน เพื่อให้นักเรียนจัดทำ แฟ้มสะสมงาน มีการแจ้งผลการประเมินให้ผู้ปกครองทราบ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ 2.6 ครูทุกคนรวมกลุ่มชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในกลุ่ม สาระการเรียนรู้ที่รับผิดชอบ พัฒนาสื่อ/นวัตกรรมและแนวทางการแก้ปัญหา นอกจากนี้ครูทุกคนได้รับการพัฒนาความรู้ที่ตรง กับความต้องการของตนเองและโรงเรียน และนำความรู้ที่ได้รับมาใช้ในการพัฒนาการจัดการ เรียนการสอนต่อไป 3. แผนพัฒนาเพื่อให้ได้มาตรฐานที่สูงขึ้น ได้แก่ ๓.1 พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชนและท้องถิ่น มีกิจกรรม ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ที่หลากหลาย ตรงตามความต้องการของผู้เรียน รวมทั้งครูผู้สอนมีความ ตั้งใจ มุ่งมั่นในการเรียนการสอน โดยจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการคิด การปฏิบัติจริง มีวิธีการและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ซึ่งนักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อม ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ครูมีความตั้งใจ มุ่งมั่นในการพัฒนาการสอน โดยจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ เรียนรู้ โดยการคิดได้ปฏิบัติจริง มีการให้วิธีการ และแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย นักเรียนมีส่วนร่วม ในการจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ครูมีการใช้สื่อ และเทคโนโลยีที่เหมาะสม กับนักเรียน มีการนำชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ และการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ๓.๒ พัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรองและมีวิสัยทัศน์ ตลอดจนพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้และทักษะ ที่จำเป็นตามหลักสูตร โดยต้องมีโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
๔ โรงเรียนมีกิจกรรมประชาธิปไตยที่มีคุณภาพ ควรสนับสนุนส่งเสริมให้มีความชัดเจนเข้มแข็ง อย่างเป็นระบบต่อเนื่อง และให้สภานักเรียนมีบทบาทในการดำเนินกิจการภายในโรงเรียนมากขึ้น ๓.๓ ส่งเสริมและพัฒนาครูให้มีความรู้ความสามารถในการใช้สื่อเทคโนโลยี และเน้น การวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพและเน้นผู้เรียน เป็นสำคัญอย่างแท้จริง โดยต้องมีโครงการพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้น ผู้เรียนมีการคิด และจัดกิจกรรมให้ครูดำเนินงานและจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบเพื่อให้ง่ายต่อ การส่งต่อและจัดระบบข้อมูลสารสนเทศ ๓.๔ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีชั้นสูง โดยเฉพาะด้าน IT นวัตกรรมใหม่ๆ การสืบค้นข้อมูล ความรู้ใหม่ๆ ที่พัฒนาไปมากแล้ว เพื่อให้ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ๓.๕ กำกับดูแลวินัยของนักเรียน การแต่งกาย การเข้าเรียน การตรงต่อเวลาให้มากขึ้น ๓.๖ การจัดการเรียนการสอนของครูควรมีการกำกับ ตรวจสอบ และประเมินคุณภาพ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนที่ส่งผลให้คุณภาพการศึกษามุ่งสู่ความเป็นเลิศ ในอนาคต
๕ ส่วนที่ 2 ข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษา 1. ข้อมูลทั่วไปของสถานศึกษา ชื่อสถานศึกษา: โรงเรียนบ้านดงซ่อม ชื่อผู้บริหารสถานศึกษา : นายจิรายุ เถาว์โท ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดงซ่อม โทร. 081-038-1383 นางสาวหทัยชนก เงินบำรุง ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดงซ่อม โทร. 083-977-8843 ที่อยู่สถานศึกษา : เลขที่ 72/1 หมู่ที่ 9 ถนนวังเจ้า - โละโคะ ตำบลโกสัมพีอำเภอโกสัมพีนคร จังหวัดกำแพงเพชร รหัสไปรษณีย์ 62000 สังกัด : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 โทรศัพท์ : โทรสาร : 055-760-026 E-mail : [email protected] Website : www.dongsomschool.com Facebook : โรงเรียนบ้านดงซ่อม เปิดสอน : เปิดสอนระดับชั้นอนุบาล 2 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 1.1 การบริหารจัดการ 1) วิสัยทัศน์ โรงเรียนมีมาตรฐาน วิชาการก้าวหน้า รักษาสิ่งแวดล้อม เพียบพร้อมคุณธรรม เลิศล้ำความสุนทรีย์ ชุมชนมีส่วนร่วมคิด ดำเนินชีวิตตามวิถีพอเพียง 2) พันธกิจ 2.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการศึกษาให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน 2.2 พัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เป็นคนดีมีคุณธรรม รักษาสิ่งแวดล้อม มีสุขนิสัยที่ดี มีสุนทรียด้านศิลปะ ดนตรีมีความเป็นอยู่อย่างพอเพียง 3) อัตลักษณ์ คุณธรรม พอเพียง เลี้ยงชีพ และดนตรี 4) เอกลักษณ์ โรงเรียนน่าอยู่ เชิดชูปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1.2 ข้อมูลบุคลากรของสถานศึกษา 1) จำนวนบุคลากรของสถานศึกษา บุคลากร จำนวน ระดับปฐมวัย ระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ผู้บริหาร 2 ข้าราชการครู 2 10 พนักงานราชการ - - ครูอัตราจ้าง - 2
๖ บุคลากร จำนวน ระดับปฐมวัย ระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน เจ้าหน้าที่อื่นๆ 3 รวมทั้งหมด 2 17 อัตราส่วน ครูต่อ เด็ก/ผู้เรียน 1 : 17 1 : 15 อัตราส่วนห้อง ต่อ เด็ก/ผู้เรียน 1 : 17 1 : 15 จำนวนครูครบชั้น ครบชั้น ไม่ครบชั้น ในระดับ ชั้น..................... ครบชั้น ไม่ครบชั้น ในระดับ ชั้น..................... 2) วุฒิการศึกษาสูงสุดของบุคลากร บุคลากร ต่ำกว่า ปริญญาตรี ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก รวมทั้งหมด จำนวน 1 13 4 1 19 3) สาขาวิชาที่จบการศึกษาและภาระงานสอน สาขาวิชา จำนวน (คน) ภาระงานสอนเฉลี่ยของครู 1 คน ในแต่ละสาขาวิชา (ชม./สัปดาห์) 1. บริหารการศึกษา 2 - 2. ประถมศึกษา - - 3. ภาษาไทย 2 25 4. คณิตศาสตร์ 2 25 5. วิทยาศาสตร์ 2 25 6. ภาษาอังกฤษ 2 25 7. สังคมศึกษา 1 25 8. ปฐมวัย 2 35 9. ศิลปะ 1 25 10. พละศึกษา 1 25 11. คอมพิวเตอร์ 1 25 รวม 16 25 *หมายเหตุ : ครูผู้สอนที่จบปริญญาโทสายบริหารการศึกษา ให้เลือกสาขาที่จบในระดับปริญญาตรี
๗ 1.3 ข้อมูลนักเรียน จำนวนนักเรียน ปีการศึกษา 2566 รวม 157 คน ระดับชั้นเรียน จำนวนห้อง เพศ รวม เฉลี่ยต่อห้อง ชาย หญิง ป.1 1 6 11 17 17 ป.2 1 5 10 15 15 ป.3 1 14 5 19 19 ป.4 1 9 8 17 17 ป.5 1 10 8 18 18 ป.6 1 11 9 20 20 รวมระดับประถมศึกษา 6 55 51 106 17 ม.1 1 7 8 15 15 ม.2 1 3 11 14 14 ม.3 1 7 15 22 22 รวมระดับมัธยมศึกษา 3 17 34 51 17 รวมทั้งหมด 9 72 85 157 17 ***หมายเหตุ : ข้อมูล ณ วันที่ 29 มีนาคม 2567 1.4 ร้อยละของผู้สำเร็จการศึกษา 1) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สำเร็จการศึกษาจำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 100 2) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สำเร็จการศึกษาจำนวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 100 1.5 จำนวนวันที่สถานศึกษาจัดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2566 ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1) ระดับประถมศึกษา จำนวน 203 วันเรียน 2) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 203 วันเรียน
๘ 1.6 ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2566 1) ร้อยละของนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาพื้นฐานแต่ละรายวิชาในระดับ 3 ขึ้นไป ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2566 ระดับชั้น รายวิชา (พื้นฐาน) ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ฯ สังคมศึกษาฯ ประวัติศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สุขศึกษาฯ ศิลปะ การงานอาชีพ ป.1 9 8 7 11 12 11 13 9 11 ป.2 8 7 10 9 9 11 14 11 5 ป.3 15 10 10 17 14 10 14 10 14 ป.4 10 7 9 11 8 9 11 9 8 ป.5 11 6 8 15 18 8 13 13 10 ป.6 10 8 13 16 11 9 17 15 19 เฉลี่ยร้อยละ 59.43 43.40 53.77 74.53 67.92 54.72 77.36 63.21 63.21 2) ร้อยละของนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาพื้นฐานแต่ละรายวิชาในระดับ 3 ขึ้นไป ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ระดับชั้น รายวิชา (พื้นฐาน) ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ฯ สังคมศึกษาฯ ประวัติศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สุขศึกษาฯ ศิลปะ การงานอาชีพ ม.1 13 6 13 13 14 5 12 15 13 ม.2 17 5 9 17 16 5 16 12 17 ม.3 17 8 10 14 15 7 15 17 17 เฉลี่ยร้อยละ 87.04 35.19 59.26 81.48 83.33 31.48 79.63 81.48 87.04
๙ 3) ร้อยละของนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาพื้นฐานแต่ละรายวิชาในระดับ 3 ขึ้นไป ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ระดับชั้น รายวิชา (พื้นฐาน) ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ฯ สังคมศึกษาฯ ประวัติศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สุขศึกษาฯ ศิลปะ การงานอาชีพ ม.1 6 6 6 12 7 3 9 9 15 ม.2 8 5 8 11 8 6 8 14 13 ม.3 10 8 14 18 20 6 17 17 15 เฉลี่ยร้อยละ 47.06 37.25 54.90 80.39 68.63 29.41 66.67 78.43 84.31 4) ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (Local Assessment System : LAS) ปีการศึกษา 2566 ระดับชั้น/ ประเภทการ ประเมิน จำนวน นักเรียน ปกติที่ เข้าสอบ ผลการประเมินแยกตามระดับคุณภาพ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง จำนวน (คน) คิดเป็น ร้อยละ จำนวน (คน) คิดเป็น ร้อยละ จำนวน (คน) คิดเป็น ร้อยละ จำนวน (คน) คิดเป็น ร้อยละ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 การอ่านออก 16 5 31.25 4 25.00 2 12.50 5 31.25 การเขียนได้ 16 0 0.00 1 6.25 6 37.50 9 56.25 การคิดเลขเป็น 16 1 6.25 2 12.50 4 25.00 9 56.25 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 การอ่านออก 15 10 66.67 1 6.67 0 0.00 4 26.67 การเขียนได้ 15 1 6.67 10 66.67 1 6.67 3 20.00 การคิดเลขเป็น 15 3 20.00 9 60.00 2 13.33 1 6.67 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 การอ่านออก 18 6 33.33 9 50.00 3 16.67 0 0.00 การเขียนได้ 18 5 27.78 5 27.78 5 27.78 3 16.67 การคิดเลขเป็น 18 4 22.22 8 44.44 2 11.11 4 22.22
๑๐ ระดับชั้น/ ประเภทการ ประเมิน จำนวน นักเรียน ปกติที่ เข้าสอบ ผลการประเมินแยกตามระดับคุณภาพ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง จำนวน (คน) คิดเป็น ร้อยละ จำนวน (คน) คิดเป็น ร้อยละ จำนวน (คน) คิดเป็น ร้อยละ จำนวน (คน) คิดเป็น ร้อยละ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 การอ่านคล่อง 17 6 35.29 7 41.18 4 23.53 0 0.00 การเขียนคล่อง 17 8 47.06 3 17.65 6 35.29 0 0.00 การคิดเลขคล่อง 17 7 41.18 6 35.29 4 23.53 0 0.00 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 การอ่านคล่อง 18 14 77.78 0 0.00 1 5.56 3 16.67 การเขียนคล่อง 18 8 44.44 5 27.78 2 11.11 3 16.67 การคิดเลขคล่อง 18 2 11.11 7 38.89 3 16.67 6 33.33 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 การอ่านคล่อง 21 0 0.00 16 76.19 3 14.29 2 9.52 การเขียนคล่อง 21 0 0.00 15 71.43 4 19.05 2 9.52 การคิดเลขคล่อง 21 1 4.76 15 71.43 2 9.52 3 14.29 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 การคิดเป็น 15 10 66.67 5 33.33 0 0.00 0 0.00 การทำเป็น 15 14 93.33 1 6.67 0 0.00 0 0.00 การแก้ปัญหาเป็น 15 6 40.00 8 53.33 1 6.67 0 0.00 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 การคิดเป็น 14 0 0.00 12 85.71 2 14.29 0 0.00 การทำเป็น 14 3 21.43 7 50.00 4 28.57 0 0.00 การแก้ปัญหาเป็น 14 4 28.57 8 57.14 2 14.29 0 0.00 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 การคิดเป็น 20 12 60.00 8 40.00 0 0.00 0 0.00 การทำเป็น 20 16 80.00 1 5.00 2 10.00 1 5.00 การแก้ปัญหาเป็น 20 0 0.00 5 25.00 14 70.00 1 5.00
๑๑ 5) ร้อยละของนักเรียนที่มีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ในระดับดีขึ้นไป ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2566 ระดับชั้น จำนวน นักเรียน ผลการประเมิน (คน) ระดับดี ขึ้นไป (คน) ร้อยละ ไม่ผ่าน ผ่าน ดี ดีเยี่ยม ป.1 17 0 0 17 0 17 100 ป.2 15 0 2 13 0 13 86.67 ป.3 19 0 6 3 10 13 68.42 ป.4 17 0 4 10 3 13 76.47 ป.5 18 0 0 7 11 18 100 ป.6 20 0 0 2 18 20 100 รวม 106 0 12 52 42 94 88.68 6) ร้อยละของนักเรียนที่มีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ในระดับดีขึ้นไป ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ระดับชั้น จำนวน นักเรียน ผลการประเมิน (คน) ระดับดี ขึ้นไป (คน) ร้อยละ ไม่ผ่าน ผ่าน ดี ดีเยี่ยม ม.1 15 0 2 1 12 13 86.67 ม.2 17 0 0 9 8 17 100 ม.3 22 0 0 9 13 22 100 รวม 54 0 2 19 33 52 96.30 7) ร้อยละของนักเรียนที่มีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ในระดับดีขึ้นไป ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ระดับชั้น จำนวน นักเรียน ผลการประเมิน (คน) ระดับดี ขึ้นไป (คน) ร้อยละ ไม่ผ่าน ผ่าน ดี ดีเยี่ยม ม.1 15 0 3 2 10 12 80.00 ม.2 14 0 0 10 4 14 100 ม.3 22 0 0 10 12 22 100 รวม 51 0 3 22 26 48 94.12
๑๒ 8) ร้อยละของนักเรียนที่มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับดีขึ้นไป ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2566 คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน จำนวน นักเรียน ผลการประเมิน (คน) ระดับดี ขึ้นไป (คน) ร้อยละ ไม่ผ่าน ผ่าน ดี ดีเยี่ยม 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 106 0 0 17 89 106 100 2) ซื่อสัตย์สุจริต 106 0 0 35 71 106 100 3) มีวินัย 106 0 1 44 61 105 99.06 4) ใฝ่เรียนรู้ 106 0 7 40 59 99 93.40 5) อยู่อย่างพอเพียง 106 0 0 34 72 106 100 6) มุ่งมั่นในการ ทำงาน 106 0 1 35 70 105 99.06 7) รักความเป็นไทย 106 0 0 17 89 106 100 8) มีจิตสาธารณะ 106 0 0 31 75 106 100 รวม 848 0 9 253 586 839 98.94 9) ร้อยละของนักเรียนที่มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับดีขึ้นไป ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน จำนวน นักเรียน ผลการประเมิน (คน) ระดับดี ขึ้นไป (คน) ร้อยละ ไม่ผ่าน ผ่าน ดี ดีเยี่ยม 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 54 0 0 0 54 54 100 2) ซื่อสัตย์สุจริต 54 0 0 0 54 54 100 3) มีวินัย 54 0 0 11 43 54 100 4) ใฝ่เรียนรู้ 54 0 0 17 37 54 100 5) อยู่อย่างพอเพียง 54 0 0 17 37 54 100 6) มุ่งมั่นในการ ทำงาน 54 0 0 17 37 54 100 7) รักความเป็นไทย 54 0 0 1 53 54 100 8) มีจิตสาธารณะ 54 0 0 8 46 54 100 รวม 432 0 0 71 361 432 100
๑๓ 10) ร้อยละของนักเรียนที่มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับดีขึ้นไป ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน จำนวน นักเรียน ผลการประเมิน (คน) ระดับดี ขึ้นไป (คน) ร้อยละ ไม่ผ่าน ผ่าน ดี ดีเยี่ยม 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 51 0 0 0 51 51 100 2) ซื่อสัตย์สุจริต 51 0 0 1 50 51 100 3) มีวินัย 51 0 0 14 37 51 100 4) ใฝ่เรียนรู้ 51 0 0 13 38 51 100 5) อยู่อย่างพอเพียง 51 0 0 0 51 51 100 6) มุ่งมั่นในการ ทำงาน 51 0 0 15 36 51 100 7) รักความเป็นไทย 51 0 0 0 51 51 100 8) มีจิตสาธารณะ 51 0 0 0 51 51 100 รวม 408 0 0 43 365 408 100 11) ร้อยละของนักเรียนที่มีผลการประเมินสมรรถนะสำคัญตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 ปีการศึกษา 2566 ในระดับ ผ่านขึ้นไป สมรรถนะสำคัญ ผลการประเมิน ระดับผ่าน ขึ้นไป ร้อยละ ไม่ผ่าน ผ่าน ดี ดีเยี่ยม 1. ความสามารถ ในการสื่อสาร 0 17 32 57 106 100 2. ความสามารถ ในการคิด 0 21 35 50 106 100 3. ความสามารถ ในการแก้ปัญหา 0 21 35 50 106 100 4. ความสามารถในการใช้ ทักษะชีวิต 0 10 20 76 106 100 5. ความสามารถในการใช้ เทคโนโลยี 0 5 15 86 106 100 รวม 0 74 137 319 530 100
๑๔ จากการประเมินสมรรถนะตามหลักสูตรสถานศึกษา พบว่า นักเรียนมีผลการประเมินสมรรถนะ สำคัญตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 ปีการศึกษา 2566 ในระดับผ่านขึ้นไป ร้อยละ 100 ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของสถานศึกษาที่ กำหนดไว้ 12) ร้อยละของนักเรียนที่มีผลการประเมินสมรรถนะสำคัญตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ของผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ในระดับผ่านขึ้นไป สมรรถนะสำคัญ ผลการประเมิน ระดับผ่าน ขึ้นไป ร้อยละ ไม่ผ่าน ผ่าน ดี ดีเยี่ยม 1. ความสามารถ ในการสื่อสาร 0 3 23 28 54 100 2. ความสามารถ ในการคิด 0 10 20 24 54 100 3. ความสามารถ ในการแก้ปัญหา 0 12 20 22 54 100 4. ความสามารถในการใช้ ทักษะชีวิต 0 3 25 26 54 100 5. ความสามารถในการใช้ เทคโนโลยี 0 3 17 34 54 100 รวม 0 31 105 134 270 100 12) ร้อยละของนักเรียนที่มีผลการประเมินสมรรถนะสำคัญตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ของผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ในระดับผ่านขึ้นไป สมรรถนะสำคัญ ผลการประเมิน ระดับผ่าน ขึ้นไป ร้อยละ ไม่ผ่าน ผ่าน ดี ดีเยี่ยม 1. ความสามารถ ในการสื่อสาร 0 3 20 28 51 100 2. ความสามารถ ในการคิด 0 8 18 25 51 100 3. ความสามารถ ในการแก้ปัญหา 0 8 18 25 51 100 4. ความสามารถในการใช้ ทักษะชีวิต 0 10 20 21 51 100
๑๕ สมรรถนะสำคัญ ผลการประเมิน ระดับผ่าน ขึ้นไป ร้อยละ ไม่ผ่าน ผ่าน ดี ดีเยี่ยม 5. ความสามารถในการใช้ เทคโนโลยี 0 3 15 33 51 100 รวม 0 32 91 132 255 100 1.7 ข้อมูลผลการทดสอบระดับชาติ 1) ข้อมูลผลการทดสอบความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (Reading Test : RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 1.1) ข้อมูลผลการทดสอบความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (Reading Test : RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 สมรรถนะ คะแนนเฉลี่ยร้อยละ ระดับโรงเรียน ระดับเขตพื้นที่ ระดับ สพฐ. ระดับประเทศ การอ่านออกเสียง 44.00 82.51 79.61 79.93 การอ่านรู้เรื่อง 57.60 78.63 77.94 78.06 เฉลี่ย 2 สมรรถนะ 50.80 80.58 78.78 79.00 1.2) การเปรียบเทียบผลการทดสอบความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (Reading Test : RT) ปีการศึกษา 2565- 2566 และเปรียบเทียบกับเป้าหมายของโรงเรียน สมรรถนะ ปีการศึกษา 2565 ปีการศึกษา 2566 ผลต่าง ระหว่างปี การศึกษา เป้าหมายปี การศึกษา 2566 ผลต่างระหว่าง เป้าหมาย การอ่านออกเสียง 50.57 44.00 - 6.57 52.09 -8.04 การอ่านรู้เรื่อง 78.85 57.60 - 21.25 81.22 -23.62 เฉลี่ย 2 สมรรถนะ 64.71 50.80 - 13.91 66.67 -15.83
๑๖ 1.3) ข้อมูลพัฒนาการผลการทดสอบความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (Reading Test : RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2563 - 2566 สมรรถนะ ปีการศึกษา 2563 ปีการศึกษา 2564 ปีการศึกษา 2565 ปีการศึกษา 2566 ค่าเป้าหมาย ค่าเฉลี่ยร้อยละ ค่าเป้าหมาย ค่าเฉลี่ยร้อยละ ค่าเป้าหมาย ค่าเฉลี่ยร้อยละ ค่าเป้าหมาย ค่าเฉลี่ยร้อยละ การอ่านออกเสียง 87.21 83.53 87.21 80.00 87.21 50.57 52.09 44.00 การอ่านรู้เรื่อง 83.85 79.23 83.85 82.40 83.85 78.85 81.22 57.60 เฉลี่ย 2 สมรรถนะ 85.53 81.38 85.53 81.20 85.53 64.71 66.67 50.80 2) ข้อมูลผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (National Test : NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 2.1) ข้อมูลผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (National Test : NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2566 ความสามารถ คะแนนเฉลี่ยร้อยละ ระดับโรงเรียน ระดับเขตพื้นที่ ระดับ สพฐ. ระดับประเทศ ความสามารถด้านภาษาไทย 42.32 54.44 61.38 62.58 ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ 25.92 44.20 51.91 52.97 เฉลี่ย 2 ด้าน 34.12 49.32 56.65 57.78 2.2) การเปรียบเทียบผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (National Test : NT) ปีการศึกษา 2565- 2566 และเปรียบเทียบกับเป้าหมายของโรงเรียน ความสามารถ ปีการศึกษา 2565 ปีการศึกษา 2566 ผลต่าง ระหว่างปี การศึกษา เป้าหมายปี การศึกษา 2566 ผลต่างระหว่าง เป้าหมาย ความสามารถ ด้านภาษาไทย 77.00 42.32 -34.68 79.31 -36.99 ความสามารถ ด้านคณิตศาสตร์ 71.16 25.92 -45.24 73.29 -47.37 เฉลี่ย 2 ด้าน 74.08 34.12 -39.96 79.31 -36.99
๑๗ 2.1) ข้อมูลพัฒนาการผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (National Test : NT) ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2563 - 2566 ความสามารถ ปีการศึกษา 2563 ปีการศึกษา 2564 ปีการศึกษา 2565 ปีการศึกษา 2566 ค่าเป้าหมาย ค่าเฉลี่ยร้อยละ ค่าเป้าหมาย ค่าเฉลี่ยร้อยละ ค่าเป้าหมาย ค่าเฉลี่ยร้อยละ ค่าเป้าหมาย ค่าเฉลี่ยร้อยละ ความสามารถด้าน ภาษาไทย 52.59 65.86 68.61 71.16 68.86 71.16 79.31 42.32 ความสามารถด้าน คณิตศาสตร์ 53.40 65.26 73.69 77 76.69 77.00 73.29 25.92 เฉลี่ย 2 ด้าน 53.00 65.56 71.15 74.08 72.78 74.08 76.30 34.12 3) ข้อมูลผลการทดสอบระดับชาติO-NET 3.1) ข้อมูลผลการทดสอบระดับชาติ O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2566 รายวิชา คะแนนเฉลี่ยร้อยละ ระดับโรงเรียน ระดับเขตพื้นที่ ระดับ สพฐ. ระดับประเทศ ภาษาไทย 52.89 56.33 56.20 57.30 ภาษาอังกฤษ 27.68 34.14 33.65 37.32 คณิตศาสตร์ 28.32 30.75 28.70 29.96 วิทยาศาสตร์ 31.96 40.16 39.69 40.75 เฉลี่ย 4 วิชา 35.21 40.35 39.56 41.33 3.2) การเปรียบเทียบผลการทดสอบระดับชาติ O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2565- 2566 และเปรียบเทียบกับเป้าหมายของโรงเรียน ความสามารถ ปีการศึกษา 2565 ปีการศึกษา 2566 ผลต่าง ระหว่างปี การศึกษา เป้าหมายปี การศึกษา 2566 ผลต่างระหว่าง เป้าหมาย ภาษาไทย 60.72 52.89 -7.83 62.54 -9.65 ภาษาอังกฤษ 38.67 27.68 -10.99 39.83 -12.15 คณิตศาสตร์ 37.92 28.32 -9.6 39.06 -10.74 วิทยาศาสตร์ 41.56 31.96 -9.6 42.80 -10.84 เฉลี่ย 4 วิชา 44.72 35.21 -9.51 46.06 -10.85
๑๘ 3.3) ข้อมูลพัฒนาการผลการทดสอบระดับชาติ O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2563 - 2566 วิชา ปีการศึกษา 2563 ปีการศึกษา 2564 ปีการศึกษา 2565 ปีการศึกษา 2566 ค่าเป้าหมาย ค่าเฉลี่ยร้อยละ ค่าเป้าหมาย ค่าเฉลี่ยร้อยละ ค่าเป้าหมาย ค่าเฉลี่ยร้อยละ ค่าเป้าหมาย ค่าเฉลี่ยร้อยละ ภาษาไทย - - 50.9 57.9 60.9 60.72 62.54 52.89 ภาษาอังกฤษ - - 38 40.28 43.28 37.92 39.83 27.68 คณิตศาสตร์ - - 37.92 35 37.92 41.56 39.06 28.32 วิทยาศาสตร์ - - 36.96 46.88 49.88 38.67 42.80 31.96 เฉลี่ย 4 วิชา - - 37.61 45.02 48.00 44.72 46.06 35.21 3.4) ข้อมูลผลการทดสอบระดับชาติ O-NET ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2566 รายวิชา คะแนนเฉลี่ยร้อยละ ระดับโรงเรียน ระดับเขตพื้นที่ ระดับ สพฐ. ระดับประเทศ ภาษาไทย 51.74 47.42 51.62 50.73 ภาษาอังกฤษ 27.92 27.03 31.42 31.76 คณิตศาสตร์ 19.32 20.62 25.62 25.38 วิทยาศาสตร์ 27.35 27.86 30.08 29.93 เฉลี่ย 4 วิชา 31.58 30.73 34.69 34.45 3.5) การเปรียบเทียบผลการทดสอบระดับชาติ O-NET ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 - 2566 และเปรียบเทียบกับเป้าหมายของโรงเรียน ความสามารถ ปีการศึกษา 2565 ปีการศึกษา 2566 ผลต่าง ระหว่างปี การศึกษา เป้าหมายปี การศึกษา 2566 ผลต่างระหว่าง เป้าหมาย ภาษาไทย 71.87 51.74 -20.13 74.02 -22.28 ภาษาอังกฤษ 31.88 27.92 -3.96 32.84 -4.92 คณิตศาสตร์ 19.50 19.32 -0.18 20.09 -0.77 วิทยาศาสตร์ 32.60 27.35 -5.25 33.58 -6.23 เฉลี่ย 4 วิชา 38.96 31.58 -7.38 40.13 -8.55
๑๙ 3.6) ข้อมูลพัฒนาการผลการทดสอบระดับชาติ O-NET ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2563 - 2566 วิชา ปีการศึกษา 2563 ปีการศึกษา 2564 ปีการศึกษา 2565 ปีการศึกษา 2566 ค่าเป้าหมาย ค่าเฉลี่ยร้อยละ ค่าเป้าหมาย ค่าเฉลี่ยร้อยละ ค่าเป้าหมาย ค่าเฉลี่ยร้อยละ ค่าเป้าหมาย ค่าเฉลี่ยร้อยละ ภาษาไทย - - 57.25 55.61 57.25 71.87 74.02 51.74 ภาษาอังกฤษ - - 29.33 23.75 29.33 31.88 32.84 27.92 คณิตศาสตร์ - - 36.67 24.67 36.67 19.50 20.09 19.32 วิทยาศาสตร์ - - 28.67 26.04 29.04 32.60 33.58 27.35 เฉลี่ย 4 วิชา - - 37.98 32.52 38.07 38.96 40.13 31.58 1.8 ข้อมูลอาคารสถานที่ 1) ข้อมูลสิ่งก่อสร้าง ประเภท จำนวน หมายเหตุ อาคารเรียน สปช.105/26 2 - อาคารเรียน สปช.105/29 2 - อาคารอเนกประสงค์ สปช.205/26 1 - ส้วม สปช.601/26 5 - บ้านพักครู 1 - อาคารศูนย์วิชาชีพเกษตรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงแบบสร้างเอง 1 - อาคารศิลปะแบบสร้างเอง 1 - โรงอาหาร 260 ที่นั่ง 1 - 2) ข้อมูลจำนวนห้องเรียน ประเภท จำนวน หมายเหตุ ห้องเรียนปฐมวัย 2 - ห้องเรียนประถมศึกษา 6 - ห้องเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น 3 - ห้องปฏิบัติการ 4 - ห้องพยาบาล 1 - อื่น ๆ โปรดระบุ........... - ห้องประชุมช่อชัยพฤกษ์ 1 -
๒๐ ประเภท จำนวน หมายเหตุ - ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติ - ห้องดนตรี - ห้องคอมพิวเตอร์ - ห้องสุขศึกษา 1 1 1 1 1.9 ข้อมูลงบประมาณ 1) เงินงบประมาณตามแผนปฏิบัติการประจำปี638,286 บาท 2) เงินนอกงบประมาณ 930,471บาท - เงินบริจาค 27,320 บาท - เงินที่ได้รับการอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 655,600 บาท 1.10 สรุปการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาตามนโยบายและจุดเน้นเพื่อ การขับเคลื่อนการจัดการศึกษาสู่การปฏิบัติ ปีการศึกษา 2566 นโยบาย/จุดเน้น/ประเด็นพิจารณา น้ำหนัก คะแนน (ก) ระดับ คุณภาพ (ข) คะแนน ที่ได้ (กxข) คำอธิบาย ระดับ คุณภาพ นโยบายที่ 1 ส่งเสริมการสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา จุดเน้นที่ 1 ส่งเสริมความปลอดภัยในสถานศึกษาจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ประเด็นพิจารณา : ส่งเสริมความปลอดภัยใน สถานศึกษาจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ 1 5 5 ดีเด่น นโยบายที่ 2 สร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จุดเน้นที่ 2 ส่งเสริมการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ประเด็นพิจารณา : การดำเนินงานระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการ ศึกษา 2 5 10 ดีเด่น จุดเน้นที่ 3 ส่งเสริมและพัฒนาเด็กด้อยโอกาส/เด็กพิการเรียนรวม/เด็กที่มีความสามารถพิเศษ ประเด็นพิจารณา : การส่งเสริมและพัฒนาเด็ก ด้อยโอกาส / เด็กพิการเรียนรวม/เด็กที่มี ความสามารถพิเศษ 1 5 5 ดีเด่น นโยบายที่ 3 ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาและเสริมสร้างนักเรียนให้เป็นคนดีของครอบครัวและ สังคม จุดเน้นที่ 4 ส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตรบูรณาการ “การศึกษาปลอดภัยและมีคุณภาพ” และการจัดการ เรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ประเด็นการพิจารณาที่ 1 : การพัฒนาหลักสูตร บูรณาการ “การศึกษาปลอดภัยและมีคุณภาพ” 1 5 5 ดีเด่น
๒๑ นโยบาย/จุดเน้น/ประเด็นพิจารณา น้ำหนัก คะแนน (ก) ระดับ คุณภาพ (ข) คะแนน ที่ได้ (กxข) คำอธิบาย ระดับ คุณภาพ ประเด็นการพิจารณาที่ 2 : การจัดประสบการณ์ที่ เน้นเด็กเป็นสำคัญและการจัดการเรียนรู้ที่เน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญ / แนวทางการวัดและประเมินผล การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และมาตรฐานการ เรียนรู้และตัวชี้วัดฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) 2 5 10 ดีเด่น จุดเน้นที่ 5 พัฒนาคุณภาพและทักษะวิชาการของนักเรียน ประเด็นการพิจารณาที่ 1 : นักเรียนระดับ ปฐมวัย มีทักษะสร้างงานศิลปะสร้างสรรค์ได้แก่ ปั้นดินน้ำมัน ภาพฉีก ตัด ปะ และจัดการเรียนรู้ บูรณาการโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย 1 5 5 ดีเด่น ประเด็นการพิจารณาที่ 2 : นักเรียนระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1-3 มีทักษะอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น การสร้างประโยคและเขียนเรื่องจาก ภาพ 1 5 5 ดีเด่น ประเด็นการพิจารณาที่ 3 : นักเรียนระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4-6 มีทักษะการอ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขคล่อง การเขียนเรียงความด้วย ลายมือที่สวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยและจัดทำ หนังสือเล่มเล็ก 1 5 5 ดีเด่น ประเด็นการพิจารณาที่ 4 : นักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1-3 คิดเห็น ทำเป็น แก้ปัญหา เป็น สร้างแรงบันดาลใจ และจัดทำโครงงาน เช่น STEM Education หรือโครงงานรายวิชาอื่น ๆ 1 5 5 ดีเด่น ประเด็นการพิจารณาที่ 5 : ส่งเสริมให้ สถานศึกษานำผลการทดสอบระดับชาติ RT/NT/O-NET และการประเมินระดับเขตพื้นที่ การศึกษา (Local Assessment System : LAS) มาวางแผนยกระดับคุณภาพผู้เรียน 1 5 5 ดีเด่น ประเด็นการพิจารณาที่ 6 : ส่งเสริมสนับสนุนการ เรียนการสอนและกิจกรรมเสริมทักษะการสื่อสาร ด้วยภาษาอังกฤษ โดยใช้ Classroom Language และบทพูด Speaking about yourself 1 5 5 ดีเด่น
๒๒ นโยบาย/จุดเน้น/ประเด็นพิจารณา น้ำหนัก คะแนน (ก) ระดับ คุณภาพ (ข) คะแนน ที่ได้ (กxข) คำอธิบาย ระดับ คุณภาพ จุดเน้นที่ 6 เสริมสร้างนักเรียนให้เป็นคนดีของครอบครัวและสังคม ด้วยกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด และกิจกรรมบูรณาการที่หลากหลาย ประเด็นการพิจารณา : เสริมสร้างนักเรียนให้ เป็นคนดีของครอบครัวและสังคม ด้วยกิจกรรม ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด และกิจกรรม เรียนรู้บูรณาการที่หลากหลาย 2 5 10 ดีเด่น นโยบายที่ 4 ส่งเสริมการบริหารจัดการสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ จุดเน้นที่ 7 ส่งเสริมการบริหารและการจัดการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล ประเด็นการพิจารณา : การบริหารจัดการศึกษา ตามหลักธรรมาภิบาล 1 5 5 ดีเด่น จุดเน้นที่ 8 ส่งเสริมการดำเนินงานระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ประเด็นการพิจารณา : การดำเนินงานระบบ ประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาที่มี ประสิทธิภาพ 2 5 10 ดีเด่น จุดเน้นที่ 9 ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ การใช้สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย ประเด็นการพิจารณา : การพัฒนานวัตกรรมการ บริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ การใช้สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย 2 5 10 ดีเด่น จุดเน้นที่ 10 ส่งเสริมการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา ประเด็นการพิจารณา : การส่งเสริมการพัฒนา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการ ศึกษา 1 5 5 ดีเด่น รวมคะแนน 21 105 สรุปผลการประเมิน 5 ดีเด่น
๒๓ 1.11 ผลการประเมินคุณภาพภายนอกครั้งล่าสุด รอบการประเมินภายใต้สถานการณ์ COVID-19 (ประเมิน SAR) โรงเรียนบ้านดงซ่อม ได้รับการประเมินภายนอก ภายใต้สถานการณ์ Covid-19 โดยการประเมิน จากรายงานผลการประเมินตนเอง (Self Assessment Report : SAR) จาก สมศ. สรุปผลเมื่อ วันที่ 11 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2565
๒๔
๒๕
๒๖
๒๗
๒๘
๒๙ ส่วนที่ 3 ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา ผลการประเมินมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานการศึกษา ค่าเป้าหมาย (ตามประกาศ โรงเรียน) ผลการประเมิน ตนเองปี การศึกษา 2566 ความสอดคล้องของผล การประเมินกับค่า เป้าหมาย (ต่ำกว่าเป้าหมาย/เป็นไปตาม เป้าหมาย/สูงกว่าค่าเป้าหมาย) มาตรฐานที่ 1 : คุณภาพของ ผู้เรียน ดีเลิศ ดีเลิศ เป็นไปตามเป้าหมาย มาตรฐานที่ 2 : กระบวนการ บริหารและการจัดการ ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าค่าเป้าหมาย มาตรฐานที่ 3 : กระบวนการ จัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียน เป็นสำคัญ ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าค่าเป้าหมาย สรุปผลการประเมิน ภาพรวมของสถานศึกษา ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าค่าเป้าหมาย การประเมินตนเองตามมาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของโรงเรียนบ้านดงซ่อม เป็นการประเมินเชิงประจักษ์บนฐานข้อมูลสารสนเทศที่เกิดจากการติดตาม ตรวจสอบ และประเมิน คุณภาพอย่างเป็นระบบ แบบเน้นการมีส่วนร่วม โดยจะได้นำเสนอผลการประเมินแต่ละมาตรฐานการศึกษา และหลักฐานสนับสนุนผลการประเมินตนเองทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพด้วยข้อมูลสารสนเทศและ โครงการ กิจกรรมตามแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องแต่ละมาตรฐานการศึกษาเพื่อแสดงถึง ระดับคุณภาพ กระบวนการทำงานและผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการศึกษาของโรงเรียนบ้านดงซ่อมให้ มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาอย่างเป็นระบบทั้งองค์รวม มีรายละเอียดดังนี้ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน ระดับคุณภาพ : ดีเลิศ (ยอดเยี่ยม/ ดีเลิศ / ดี/ ปานกลาง / กำลังพัฒนา) 1. กระบวนการดำเนินงาน 1.1 ขั้นวางแผนการดำเนินงาน 1) ประชุมเพื่อทบทวนผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ของผู้เรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) และผลการดำเนินงานตามโครงการ/กิจกรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพ ของผู้เรียนในรอบปการศึกษาที่ผ่านมา
๓๐ 2) กำหนดโครงการ/กิจกรรม ค่าเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน รูปแบบการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนที่บูรณาการการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงคและกำหนดผู้รับผิดชอบ 3) กำหนดปฏิทินการดำเนินกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) โดยการรวมตัว รวมใจ รวมพลัง ร่วมมือกันของครูในโรงเรียน เพื่อพัฒนาคุณภาพ ผู้เรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียนเป็นไปตามที่กำหนด 1.2 ขั้นดำเนินการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน 1) มีขั้นดำเนินการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน ดังนี้ 1.1) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ 1.1.1) ครูผู้สอนจัดการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่เตรียมไว้โดยเน้น ให้ครูทำหน้าที่ Coach ใช้การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ในรายวิชาภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์โดยในรายวิชาภาษาไทย การพัฒนาความสามารถด้านการอ่าน การเขียน การสื่อสาร ใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain based Learning : BBL) ใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนผ่านวรรณกรรม รายวิชาคณิตศาสตร์ใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ ร่วมมือหรือเพื่อนคู่คิด (Think Pair Share) นอกจากนี้ยังมีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคการคิด แก้ปัญหาของโพลยา (Polya’s Problem) ในการพัฒนาความสามารถด้านการคิดคำนวณ 1.1.2) จัดทำโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย 1) กิจกรรมการอ่านคลอง เขียนคลอง และคิดคำนวณ 2) กิจกรรมพัฒนานักเรียนสู่ความเป็นเลิศ - กิจกรรมซ่อมเสริมวิชาภาษาไทย วิชาคณิตศาสตร์ และวิชาภาษาอังกฤษ - กิจกรรมการฝึกคิดเลขเร็ว - กิจกรรมพัฒนาทักษะการสื่อสารด้วยบทสนทนาภาษาอังกฤษ 3) กิจกรรมก่อนเรียนอ่านเขียนคล่อง 1.1.3) โรงเรียนได้พัฒนาหลักสูตรบูรณาการการศึกษาปลอดภัยและมีคุณภาพ สาระการเรียนรู้วิถีชีวิตในครอบครัว ชุมชนและท้องถิ่น และนำมาจัดการเรียนรู้ในโรงเรียน เพื่อให้นักเรียน มีพัฒนาการตามวัย อ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น สร้างแรงบันดาลใจในการ ดำรงชีวิต มีระเบียบ วินัย ความรับผิดชอบ มีจิตอาสา และกตัญญูผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย ศึกษาค้นคว้าข้อมูล สารสนเทศ ความรู้ ภูมิปัญญาจากสื่อ และแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย แล้วนำไปสู่ การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ สรุปและสร้างเป็นความรู้ของตนเอง สร้างผลงานของนักเรียนที่เป็นรูปธรรม 1.2) มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น และแก้ปัญหา 1.2.1) ครูผู้สอนจัดการเรียนการสอนรูปแบบการจัดการเรียนการสอนหน่วยบูรณา การ ที่ใช้การเรียนรู้ที่ผู้เรียนมีส่วนร่วม (Active Learning) ตั้งแต่การคิด ริเริ่มและลงมือทำ โดยเน้นให้ ผู้เรียนมองปัญหาที่เกิดขึ้นรอบตัว ตั้งคำถามจากปัญหานั้นและค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเอง ผู้เรียนจะ สามารถ พัฒนาทักษะ เช่น การอ่าน การเขียน การนำเสนอ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ทักษะในการคิด วิเคราะห์และประกอบอาชีพ ความเข้าใจทางคณิตศาสตร์และการทำงานเป็นทีม เป็นต้น ผู้เรียนจะได้ตั้ง คำถาม และแก้ปัญหาในเรื่องที่ตัวเองสนใจหรือเรื่องที่เกี่ยวของกับชุมชนของตัวเอง เพื่อฝึกทักษะ
๓๑ กระบวนการคิด และแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้เด็ก ๆ เพราะเด็กจะ กล้าพูดและแสดงออกในสิ่งที่ตัวเองคิดจากข้อมูลที่ค้นคว้ามาด้วยตัวเองและแลกเปลี่ยนกับเพื่อน ๆ 1.2.2) ครูจัดกิจกรรม PLC เพื่อพัฒนาหรือแก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอน หน่วยบูรณาการ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การใช้นวัตกรรม เพื่อสร้างการเรียนรูร่วมกัน เช่น ถอดบทเรียน, แลกเปลี่ยนเรียนรู้, AAR, Share and Learn และ Lesson Study 1.2.3) จัดทำโครงการศูนย์งานเกษตรเพื่อการเรียนรู้สู่หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย 1) พัฒนาแผนการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการสู่หลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง 2) กิจกรรมพัฒนาศูนย์งานเกษตรเพื่อการเรียนรู้ จัดทำโครงการห้องสมุดโรงเรียน โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย 1) กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน 2) กิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการคิดวิเคราะห์ 1.3) มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม 1.3.1) โรงเรียนบ้านดงซ่อมได้กำหนดวิสัยทัศน์ในการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมี ทักษะ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 จึงได้มีกระบวนการพัฒนาคุณภาพนักเรียนด้วยกระบวนการและวิธีการ ที่หลากหลายเพื่อมุ่งเน้นใหนักเรียนมีองค์ความรู้มากขึ้น มีศักยภาพในการเรียนรู้มีทักษะในการแสวงหา ความรู้ด้วยตนเอง สามารถวิเคราะห์กลั่นกรองข้อมูลที่ได้รับเพื่อนำมาปรับใช้ในการพัฒนาตนเอง สังคม และประเทศชาติได้ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยใช้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และแก้ปัญหา ได้สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ ทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมและสนับสนุนการค้นคว้าองค์ความรู้หรือวิธีการใหม่ๆของนักเรียนตาม ความถนัดและความสนใจ เช่น โครงงาน/สิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อ ประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรม เพื่อให้เกิดนวัตกรรมที่นำไปใช้ในการแก้ปัญหาหรือพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับการดำรงชีวิตในโลกยุคปัจจุบันและก้าวสู่การเป็นพลโลกที่ดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1.3.2) จัดทำโครงการกิจกรรมตามความสนใจของนักเรียน โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย สุนทรียภาพทางดนตรีและศิลปะ ,กิจกรรมชุมนุม และกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ 1.4) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1.4.1) ครูผู้สอนจัดการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่เตรียมไว้โดยการ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้ามาช่วยในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้นักเรียนได้สืบค้น ข้อมูลการเรียนรู้จากอินเทอร์เน็ต จัดทำข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับบุคลากรการศึกษา ข้อมูลสารสนเทศ เกี่ยวกับนักเรียนสามารถนำมาใช้ประโยชนได้อย่างกว้างขวาง 1.4.2) จัดทำโครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้การใช้สื่อ เทคโนโลยี และแหล่ง เรียนรู้ และสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา ประกอบด้วย กิจกรรมส่งเสริมการใช้สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ กิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยในสถานศึกษาจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ
๓๒ 1.5) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา 1.5.1) ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อสงเสริมศักยภาพและธรรมชาติ ผู้เรียน เสริมสร้างสมรรถนะที่สำคัญตามหลักสูตร ส่งเสริมและพัฒนาการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ตลอดจนดำเนินการตามโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้แก่นักเรียนอย่างหลากหลาย และเข้มข้น 1.5.2) จัดทำโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรม ส่งเสริมการอ่านคล่องและเขียนคล่องและคิดคำนวณ,แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และส่งเสริมการวิเคราะห์และคิดอย่างมีวิจารณญาณ,กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน และส่งเสริมการจัด กิจกรรมประกวดแข่งขันในโอกาสต่าง ๆ,กิจกรรมห้องสมุดโรงเรียน,การพัฒนาคุณภาพ การศึกษานักเรียนที่ มีปัญหาทางการเรียนรู้,ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 1.6) มีความรูทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ 1.6.1) สถานศึกษาส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะในการทำงาน มีการวางแผนอย่างเป็น ระบบ รักการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ทำงานให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และ เป้าหมายที่กำหนดได้เป็นอย่างดีและมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต โดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในระดับ จังหวัด ระดับเขตพื้นที่และระดับชาติ 1.6.2) จัดทำโครงการปลูกฝังคุณธรรมนำความรู้น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงสู่การปฏิบัติ,โครงการศูนย์งานเกษตรเพื่อการเรียนรู้สู่หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง,โครงการ DONGSOM Model โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรมส่งเสริมทักษะอาชีพ ,กิจกรรมศูนย์งานเกษตร แบบพอเพียงเลี้ยงชีพได้,กิจกรรมชุมนุม และกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ 2) มีขั้นดำเนินการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ดังนี้ 2.1) การมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษากำหนด 2.1.1) โรงเรียนบ้านดงซ่อม ได้กำหนดอัตลักษณ์โรงเรียน ได้แก่คุณธรรม พอเพียง เลี้ยงชีพ และดนตรีโดยพัฒนาผู้เรียนผ่านกิจกรรมชุมนุมและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 2.1.2) ครูจัดกิจกรรม PLC เพื่อพัฒนาหรือแก้ปัญหาการเรียนรูของนักเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การใช้นวัตกรรม เพื่อสร้างการเรียนรูร่วมกัน เช่น ถอดบทเรียน, แลกเปลี่ยนเรียนรู้, AAR, Share and Learn และ Lesson Study 2.1.3) จัดทำโครงการจัดการเรียนการสอนรูปแบบบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นโครงการที่พัฒนาส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์สถานศึกษาได้จัดให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้ฝึก ปฏิบัติตามคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ คือ ความขยัน การประหยัดอดออม การมีวินัยในตนเอง ความ สุภาพ การรักษาความสะอาด ความสามัคคีการมีน้ำใจ ความกตัญญูโดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรม ส่งเสริมการประหยัด สถานศึกษาได้ส่งเสริมให้นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาทุกคนได้ออมเงินทุกวัน โดยนำเงินมาฝากไว้ธนาคารโรงเรียนโดยมีครูและนักเรียนที่ทำหน้าที่รับผิดชอบ นักเรียนถอนเงินใช้ เวลาจำเป็น เช่น ซื้ออุปกรณ์การเรียน มีนักเรียนให้ความสนใจเป็นอย่างดี, กิจกรรมสมุดบันทึกความดี สถานศึกษาได้จัดทำสมุดบันทึกทำความดีส่งเสริมให้นักเรียนทุกคน เพื่อให้นักเรียนได้สร้างความตระหนักที่ จะทำความดีมีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง, กิจกรรม สมาทานศีล และแผ่เมตตา สถานศึกษาจัดให้นักเรียน ทุกคนทุกระดับชั้นได้ฝึกสมาทานศีลทุกเช้าหน้าเสาธง และอมรมให้ความรู้การปฏิบัติตามหลักศีล ๕
๓๓ ประการ เพื่อเสริมสร้างวินัยในตนเอง ผลการดำเนินงานทำให้นักเรียนสามารถสมาทานศีลและแผ่เมตตาได้ ทุกคน มีจิตใจอ่อนโยน รณรงค์ให้นักเรียนห่างไกลยาเสพติด ประสานงานเฝ้าระวังกับผู้ปกครองผู้นำท้องถิ่น จัดประกวดบทความภาพวาดเกี่ยวกับการต่อต้านยาเสพติด, กิจกรรมโครงงานโรงเรียน สะอาด ห้องเรียน สะอาด สถานศึกษาได้จัดให้มีการเลือกตั้งสภานักเรียน เพื่อดำเนินการในกิจกรรมต่าง ๆ ได้แบ่งกลุ่ม รับผิดชอบงานในแต่ละวัน เช่น การดูความสะอาดบริเวณโรงเรียน การทำความสะอาดห้องเรียน การทำ ความสะอาดห้องปฏิบัติการและอาคารประกอบ การดูแลทำความสะอาดห้องน้ำห้องส้วม การดูแลต้นไม้ ภายในโรงเรียน มีการตรวจงานและสรุปผลการทำงานเป็นกลุ่ม จัดประชุมสภานักเรียนเพื่อแก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้น ทำให้นักเรียนได้รับผิดชอบงานที่มอบหมายจนสำเร็จ มีน้ำใจและรักสามัคคีทำงานเป็นหมู่คณะได้, กิจกรรมในวันสำคัญต่าง ๆ กิจกรรมวันพ่อ กิจกรรมวันแม่ กิจกรรมวันไหว้ครูได้ส่งเสริมให้นักเรียนได้ แสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ คณะครูได้พานักเรียนช่วงชั้นที่ 2-3 ไปบำเพ็ญประโยชนที่วัดหรือชุมชน เพื่อให้นักเรียนเกิดความรักในชุมชนทองถิ่นของตน เกิดความรักความเมตตา กรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความรับผิดชอบ ความมีระเบียบวินัย เป็นการปฏิบัติตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา, กิจกรรมสวดมนตไหว้พระสุดสัปดาห์ ได้พานักเรียนไปสวดมนต์ไหว้พระสุดสัปดาห์ทุกบ่ายวันศุกร์ ให้นักเรียนได้ฝึกสมาธิเจริญภาวนา ทำให้นักเรียนได้มีสติและเรียนรู้ศาสนพิธีทางศาสนา, กิจกรรมวิถีชีวิต ประชาธิปไตยในโรงเรียน สถานศึกษาได้จัดให้มีการเลือกตั้งสภานักเรียน โดยเลือกประธานสภานักเรียน และคณะกรรมการ เพื่อดำเนินการในกิจกรรมต่าง ๆ ได้แบ่งกลุ่มรับผิดชอบงานในแต่ละวัน เช่น การดูความ สะอาดบริเวณโรงเรียน การทำความสะอาดห้องเรียน การทำความสะอาดห้องปฏิบัติการและอาคาร ประกอบ และทำความสะอาดห้องน้ำห้องส้วม การดูแลต้นไม้ภายในโรงเรียน มีการประชุมสภานักเรียน เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้นักเรียนได้รับผิดชอบงานที่มอบหมาย เกิดความมีน้ำใจและรักการทำงาน สามารถทำงานเป็นหมูคณะได้ 2.2) ความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย 2.2.1) โรงเรียนบ้านดงซ่อมได้ดำเนินการให้นักเรียนให้มีความรู้ความเข้าใจ สร้าง ผลงานจากการเข้าร่วมกิจกรรมทางด้านศิลปะ/ดนตรี/นาฏศิลป์แสดงออกด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ไทยที่ตนเองภาคภูมิใจในท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม ด้วยวิธีการที่หลากหลายและเป็นไปตามสภาพของ นักเรียน ให้นักเรียนได้เรียนรู้เนื้อหาประวัติความเป็นมาของความเป็นไทยต่าง ๆในรายวิชาศิลปะ อาศัย รูปแบบ กระบวนการคิด และสร้างผลงานตามภาระงานในแต่ละระดับชั้น โดยลงมือปฏิบัติจริงและให้ นักเรียนฝึกทักษะผู้นำ จัดทำผลงานที่สื่อให้เห็นถึงความเป็นไทย และความภาคภูมิใจในท้องถิ่นด้านศิลปะ/ ดนตรี/นาฏศิลป์ด้วยตนเอง 2.2.2) จัดทำโครงการสุนทรียภาพทางด้านศิลปะ/ดนตรี โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรมสุนทรียภาพและความสามารถทางด้านดนตรีและศิลปะ, กิจกรรมชุมนุมศิลปะ ผู้เรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมศิลปะตามความสนใจ การวาดภาพระบายสีการออกแบบ การเป่าสี การทับสีการหยดสีการพิมพ์ภาพ การปั้นดินน้ำมัน ดินเหนียว การพับกระดาษ การฉีกปะ การตัดปะ การประดิษฐ์เศษวัสดุการสร้างสรรค์ผลงานของเด็ก การแสดงผลงานและแสดงความคิดเห็น, กิจกรรม ชุมนุมดนตรี-นาฏศิลป์ได้จัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวพื้นฐานตามธรรมชาติของเด็ก การเคลื่อนไหวตาม บทเพลง การฝึกท่าฟ้อนรำนาฏศิลป์ตามจังหวะเพลง การขับร้องเพลงไทยลูกทุ่ง การเคลื่อนไหว เชิงสร้างสรรค์การแสดงท่าทางตามคำบรรยายเรื่องราว การปฏิบัติตามคำสั่งและข้อตกลง การเคลื่อนไหว หรือทำท่าทางตามสัญญาณ หรือคำสั่งตามที่ได้ตกลง การจัดการเรียนการสอนสิ่งแวดล้อมศึกษาในวิชา
๓๔ วิทยาศาสตร์สถานศึกษาได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้กับนักเรียน ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ด้วยการให้นักเรียนทำกิจกรรมเกี่ยวกับการสำรวจสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์และ พัฒนาสิ่งแวดล้อม เช่น กิจกรรมสำรวจพืชสมุนไพรในท้องถิ่น กิจกรรมการเรียนรู้จากสื่ออินเทอร์เน็ตเกี่ยว สิ่งแวดล้อม สภาวะโลกร้อน, การจัดการเรียนการสอนสิ่งแวดล้อมศึกษาในวิชาสังคมศึกษา สถานศึกษา ได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบบูรณาการให้กับนักเรียนตั้งแต่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ด้วยการจัดกิจกรรมให้นักเรียนรู้จักรักษา ดูแล อนุรักษ์และพัฒนาสาธารณะสมบัติ และสิ่งแวดล้อม เช่น นำนักเรียนไปร่วมพัฒนาวัด ชุมชน ในวันสำคัญต่าง ๆ โครงการทัศนศึกษานอก สถานที่ ได้พานักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 เดินทางไปทัศนศึกษานอกสถานที่ในตัวจังหวัดของตนเอง เช่น อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร และศูนย์วิทยาศาสตร์กำแพงเพชร และต่างจังหวัดสำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 ทำให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงและรู้ค่าของมรดกด้านวัฒนธรรมประเพณี ชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนต่าง ๆ 2.3) การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย 2.3.1) โรงเรียนบ้านดงซ่อมดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนานักเรียน ให้สามารถปรับตัวเพื่อการอยูร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย ให้มีคุณภาพตรงตามคุณลักษณะ อันพึงประสงค์และมีทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยใช้กระบวนการพัฒนาที่หลากหลาย เช่น การใช้ กระบวนการ การเรียนรู้เซิงประจักษ์การจำลองสังคมโดยให้ผู้เรียนเรียนรู้การช่วยเหลือตนเองและเรียนรู้ การอยู่ร่วมกันจากกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การคิดแก้ปัญหาจากกิจกรรมโครงงานเชิงบูรณาการ การยอมรับ เสียงข้างมากตามวิถีประชาธิปไตยจากการปลูกฝังความเป็นประชาธิปไตย ผ่านการเลือกตั้งประธาน นักเรียนนักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ยอมรับเหตุผลความคิดเห็นของผู้อื่น มีความเป็นพลเมืองดี มีจิตสาธารณะและสามารถอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างมีความสุข และสามารถปรับตัว ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นอย่าง เหมาะสม โดยคำนึงถึงสิทธิหน้าที่ของตนเองและผู้อื่น 2.3.2) จัดทำโครงการประชาธิปไตยโดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรม ประชาธิปไตยในโรงเรียน สถานศึกษาได้จัดให้มีการเลือกตั้งสภานักเรียน โดยเลือกประธานสภานักเรียน และคณะกรรมการ เพื่อดำเนินการในกิจกรรมต่าง ๆ ได้แบ่งกลุ่มรับผิดชอบงานในแต่ละวัน เช่น การดูความ สะอาดบริเวณโรงเรียน การทำความสะอาดห้องเรียน การทำความสะอาดห้องปฏิบัติการและอาคาร ประกอบ การดูแลทำความสะอาดห้องน้ำห้องส้วม การดูแลต้นไม้ภายในโรงเรียน มีการประชุมสภานักเรียน เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้นักเรียนได้รับผิดชอบงานที่มอบหมาย เกิดความมีน้ำใจและรักการทำงาน สามารถทำงานเป็นหมู่คณะ 2.4) สุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคม 2.๔.1) โรงเรียนบ้านดงซ่อมมีการดำเนินการส่งเสริมให้ผู้เรียนสร้างเสริมสุขภาวะ ทางร่างกาย อารมณ์และจิตใจ โดยใช้กิจกรรมที่หลากหลายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็น การจัดกิจกรรม ตรวจสุขภาพประจำปี การจัดกิจกรรมการแข่งขันทางด้านกีฬา มีสถานที่ที่เอื้ออำนวยต่อการออกกำลังกาย มีอุปกรณ์กีฬาให้ยืมเพื่อใช้ในการออกกำลังกาย ตลอดจนมีกิจกรรมที่พัฒนาทางด้านจิตสังคม โดยใช้การฝึก สมาธิและการอบรมด้านจิตใจในการเข้าแถวตอนเช้าทุกวัน เพื่อพัฒนาจิตใจสังคมของนักเรียนให้แจ่มใส สามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับบุคคลในสังคมได้รวมทั้งยังส่งเสริมกิจกรรมดนตรีและนันทนาการตามความ สนใจของผู้เรียน และได้มีการวัด ประเมินผล สมรรถภาพทางกายในทุกระดับชั้น โดยมีการวัดสมรรถภาพ ทางกาย ด้านดัชนีมวลกาย ความอ่อนตัว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความคล่องแคล่วว่องไว และด้าน
๓๕ ความอดทนต่อระบบไหลเวียนเลือด รวมถึงการให้นักเรียนทำแบบประเมิน SDQ แบบประเมินตนเอง ด้าน จิตใจและอารมณ์โดยเลือกใช้แบบประเมินดัชนีความสุขของคนไทย ฉบับสั้น (15 ข้อ) ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณะสุข มีการสอดแทรก คุณธรรมจริยธรรมในการจัดการเรียนรู้และกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กิจกรรมวัดเอดส์โลก กิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติด กิจกรรมวันสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อพัฒนาสุขภาพของตนเองอย่างสม่ำเสมอ เช่น เข้าร่วมกิจกรรมการตรวจสุขภาพทุกปีกิจกรรมการ แข่งขันกีฬา การฝึกซ้อมเพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางกาย กิจกรรมดนตรีกิจกรรมนันทนาการอย่าง หลากหลาย เช่น กิจกรรมด้านดนตรีกิจกรรมทางสังคม การทำบุญตักบาตร เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว เป็นกิจกรรมที่พัฒนาสมรรถภาพทางกาย อารมณ์ และจิตใจของผู้เรียนตามความสนใจและเหมาะสมกับวัย ทำใหผู้เรียนมีสุข ภาวะทางร่างกาย อารมณ์และจิตใจที่เหมาะสมกับวัย 2.๔.2) จัดทำโครงการสุนทรียภาพด้านดนตรี, โครงการส่งเสริมสุขภาพ โดยมี กิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรมสุนทรียภาพและความสามารถทางด้านดนตรี, กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ของนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน 1.3 การนิเทศ ติดตาม ตรวจสอบและการประเมินผล 1.3.1 นิเทศแบบเผชิญหนา ณ สถานศึกษา หรือ สพป.กำแพงเพชร เขต ๑ หรือจุดนัดหมาย 1) แบบรายกลุ่ม โดยจัดประชุมผู้บริหารและคณะครูชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับ การดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาอิงกฎกระทรวงฯ พ.ศ.2561 การประเมินคุณภาพการศึกษาตาม มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาแนวใหม่ แนวทางการจัดทำรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ตลอดจน แนวทางการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่เพื่อสร้างความตระหนักร่วมกัน 2) แบบรายบุคคล โดยแลกเปลี่ยนเรียนรูกับผู้บริหาร/ ครูผู้รับผิดชอบงานประกัน คุณภาพภายในสถานศึกษาเป็นรายบุคคลในประเด็นแนวปฏิบัติต่างๆ 1.3.2 นิเทศทางไกล 1) ผ่านเครือข่าย network : e-mail / line กลุ่ม/เดี่ยว / facebook ฯลฯ 2) ผ่านระบบการสื่อสารพื้นฐาน : โทรศัพท์โทรสาร ฯลฯ 1.3.3 จัดทำสื่อ เช่น เอกสาร ppt ข้อมูลสารสนเทศ ฯลฯ เพื่อให้องค์ความรู้ข้อเสนอแนะ และแนะนำแนวทางการพัฒนานวัตกรรมการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาใหเป็นแบบอย่างที่ดี 1.3.4 เยี่ยมชั้นเรียน ศูนย์สารสนเทศ ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดระบบขอมูลสารสนเทศ และการเก็บเอกสาร หลักฐาน ร่องรอยการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับการจัดระบบประกันคุณภาพภายใน สถานศึกษา และมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา 1.3.5 สะท้อนผลการนิเทศให้ผู้บริหารและคณะครูรับทราบ ให้ข้อเสนอแนะและร่วมวาง แผนการพัฒนา/ปรับปรุง นวัตกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาให้เป็นแบบอย่างที่ดี 1.3.6 สรุปรายงานผลการนิเทศให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ/ให้ข้อเสนอแนะ/ให้ความคิดเห็น 1.4 การพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง 1.4.1 วางระบบการทำงานที่ใช้หลักการร่วมมือร่วมพลังเพื่อสร้างวัฒนธรรมการใช้ข้อมูล 1.4.2 พัฒนาความรู้ความสามารถด้านการประเมินให้กับครู 1.4.4 จัดทำข้อมูลภาพรวมทั่วไปของผู้เรียน 1.4.5 วิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพผู้เรียนอย่างลึกซึ้ง 1.4.6 ตรวจสอบการจัดการเรียนการสอนของครู
๓๖ 1.4.7 พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้หรือแผนปฏิบัติงานของครู 1.4.8 วางแผนเพื่อประเมินความก้าวหน้าในการเรียนของผู้เรียน 1.4.9 ปฏิบัติและการประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ 2. ผลการดำเนินงาน 2.1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน 1) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ 1.1) ตารางแสดงผลการประเมินการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ ระดับสถานศึกษา ประเด็นพิจารณา ค่าเป้าหมาย ผลการประเมิน การอ่าน ข้อ 1 สามารถใช้ กระบวนการอ่าน สร้างความรู้และ ความคิดได้ ร้อยละ 70 ของนักเรียนที่ มีผลการประเมิน ความสามารถในการอ่าน เพื่อสร้างความรู้และ ความคิดเพื่อนำไปใช้ ตัดสินใจ ในระดับดีขึ้นไป ร้อยละ 87.54 ของ นักเรียนที่มีผลการประเมิน ความสามารถในการอ่าน เพื่อสร้างความรู้และ ความคิดเพื่อนำไปใช้ ตัดสินใจ ในระดับดีขึ้นไป ข้อ 2 สามารถอ่าน จับใจความสำคัญได้ ร้อยละ 70 ของนักเรียนที่ มีผลการประเมินการอ่าน จับใจความสำคัญ ในระดับ ดี ขึ้นไป ร้อยละ 88.68 ของ นักเรียนที่มีผลการประเมิน การอ่านจับใจความสำคัญ ในระดับดีขึ้นไป การเขียน สามารถเขียนแสดง ความคิดเห็นได้ ร้อยละ 70 ของนักเรียนที่ มีผลการประเมิน ความสามารถด้านการ เขียนแสดงความคิดเห็น ระดับดีขึ้นไป ร้อยละ 75.45 ของ นักเรียนที่มีผลการประเมิน ความสามารถด้านการ เขียนแสดงความคิดเห็น ระดับดีขึ้นไป การสื่อสาร ความสามารถในการ สื่อสาร ร้อยละ 70 ของนักเรียนที่ มีผลการประเมิน สมรรถนะสำคัญ ด้าน ความสามารถในการสื่อสาร ของผู้เรียนในระดับดีขึ้นไป ร้อยละ 86.25 ของ นักเรียนที่มีผลการประเมิน สมรรถนะสำคัญ ด้าน ความสามารถในการ สื่อสารของผู้เรียนในระดับ ดีขึ้นไป การคิดคำนวณ กลุ่มสาระฯ คณิตศาสตร์ ร้อยละ 70 ของนักเรียนที่ มีผลการเรียนรายวิชา คณิตศาสตร์ 3.0 ขึ้นไป ร้อยละ 40.38 ของ นักเรียนที่มีผลการเรียน รายวิชาคณิตศาสตร์ 3.0 ขึ้นไป
๓๗ 1.2) ตารางแสดงจำนวนนักเรียนที่มีระดับผลการเรียนในระดับต่าง ๆ รายวิชา จำนวนนักเรียนที่มีระดับผลการเรียนต่าง ๆ 0 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 ภาษาไทย 0 22 20 11 24 31 32 68 ภาษาอังกฤษ 7 38 20 36 15 32 18 40 คณิตศาสตร์ 5 39 25 25 30 22 19 43 1.3) ตารางแสดงค่าร้อยละของผลการเรียนเทียบกับค่าเป้าหมาย รายวิชา จำนวนนักเรียน ร้อยละ ต่ำกว่าค่าเป้าหมาย สูงกว่าค่าเป้าหมาย ต่ำกว่าค่าเป้าหมาย สูงกว่าค่า เป้าหมาย ภาษาไทย 77 131 37.02 62.98 ภาษาอังกฤษ 116 90 55.77 43.27 คณิตศาสตร์ 124 84 59.62 40.38 เฉลี่ย 48.88 1.4 ผลการดำเนินกิจกรรม/โครงการ เพื่อพัฒนาการความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ มีการดำเนินการจำนวน 5 โครงการ โดยมีผลการดำเนินโครงการ ดังนี้ โครงการ ขั้นตอนกิจกรรม ผลการดำเนินโครงการ โครงการยกระดับ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1) กิจกรรมการอ่านคล่อง เขียนคล่อง และคิดคำนวณ ดำเนินกิจกรรมตามหลักการ PDCA โดยมีรายละเอียดดังนี้1) วางแผน (P) ครูผู้รับผิดชอบงาน ประชุมปรึกษา (PLC) ระบุ วิเคราะห์ปัญหา วางแผนการ ดำเนินกิจกรรมและแบ่งนักเรียน ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มอ่านคล่อง เขียนคล่อง และ คิดคำนวณคล่อง 2. กลุ่มอ่านไม่คล่อง เขียนไม่ คล่อง และคิดคำนวณไม่คล่อง 3. กลุ่มอ่านไม่ได้เขียนไม่ได้ และ คิดคำนวณไม่ได้ 2) ลงมือปฏิบัติ (D) ทำตามแผน นำนวัตกรรมและแบบฝึกเพื่อ พัฒนาทักษะด้านการคิดคำนวณ มาใช้กับนักเรียน เชิงปริมาณ นักเรียนชั้นประถมศึกษาและ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 157 คน ได้รับการพัฒนา ความ สามารถในการอ่านคล่อง เขียนคล่อง และคิดคำนวณ เชิงคุณภาพ 1. นักเรียนทุกคนได้รับการพัฒนา ความสามารถในการอ่านคล่อง เขียนคล่อง และคิดคำนวณคล่อง 2. นักเรียนทุกคนมีผลสัมฤทธิ์ ทางการอ่านคล่อง เขียนคล่อง และคิด คำนวณคล่อง
๓๘ โครงการ ขั้นตอนกิจกรรม ผลการดำเนินโครงการ 3) ตรวจสอบ (C) ประเมินผล นักเรียน 4) ปรับปรุงแก้ไขหรือพัฒนา (A) มีเปลี่ยนแปลงและแลกเปลี่ยน เรียนรู้ผลที่เกิดขึ้น 2) กิจกรรมพัฒนานักเรียน สู่ความเป็นเลิศ - กิจกรรมซ่อมเสริม วิชาคณิตศาสตร์ - กิจกรรมการฝึกคิดเลข เร็ว - มีชั่วโมงกิจกรรมซ่อมเสริมวิชา คณิตศาสตร์1 คาบต่อสัปดาห์ ครูมีขั้นตอนกิจกรรมที่หลาก หลายแบบตามบริบทของผู้เรียน ยกตัวอย่างเช่น ให้ผู้เรียนฝึกทำ โจทย์โดยครูผู้สอนใช้เทคนิค Think Pair Share มาใช้ในการ ดำเนินกิจกรรม เป็นต้น - ผู้สอนเตรียมแบบฝึกทักษะคิด เลขเร็ว เกี่ยวกับ การบวก การ ลบ การคูณ และการหาร ตาม ระดับชั้น หรือ ตามความ สามารถของผู้เรียน ให้ฝึกทำ วันละอย่างน้อย 10 ข้อ โดยมี การจับเวลา ครูผู้สอนตรวจสอบ ความถูกต้องและเวลาในการทำ มีการปรับหรือเปลี่ยนแปลงให้ เร็วขึ้น เชิงปริมาณ นักเรียนชั้นประถมศึกษาและ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 157 คน ได้รับการพัฒนา ความสามารถในการคิดคำนวณ เชิงคุณภาพ 1. นักเรียนทุกคนได้รับการพัฒนา ความสามารถในการคิดคำนวณ 2. นักเรียนทุกคนมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนคณิตศาสตร์สูงขึ้น - กิจกรรมพัฒนาทักษะ การเขียน ผู้สอนเตรียมแบบฝึกทักษะการ เขียนเกี่ยวกับการฝึกทักษะการ เขียน การแต่งประโยค เขียนเรื่องจากภาพ และทักษะ การจับใจความ ตามระดับชั้น หรือตามความสามารถของ ผู้เรียน เชิงปริมาณ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1-6 จำนวน 106 คน ได้รับการพัฒนา ทักษะการเขียน เชิงคุณภาพ 1. นักเรียนทุกคนได้รับการพัฒนา ทักษะการเขียน 2. นักเรียนทุกคนมีทักษะในการ เขียนสูงขึ้น
๓๙ โครงการ ขั้นตอนกิจกรรม ผลการดำเนินโครงการ - กิจกรรมพัฒนาทักษะ การคิด ผู้สอนเตรียมแบบฝึกทักษะการ คิดพื้นฐาน สังเกต เปรียบเทียบ แยกแยะ จัดกลุ่ม ใช้เหตุผล เชื่อมโยง และเปรียบเทียบตาม ระดับชั้น หรือตามความสามารถ ของผู้เรียน เชิงปริมาณ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1-6 จำนวน 106 คน ได้รับการพัฒนา ทักษะการคิด เชิงคุณภาพ 1. นักเรียนทุกคนได้รับการพัฒนา ทักษะการคิด 2. นักเรียนทุกคนมีทักษะในการ คิดสูงขึ้น 3) กิจกรรมก่อนเรียนอ่าน เขียนคล่อง ผู้สอนเตรียมแบบฝึกทักษะอ่าน ออกเขียนได้เพื่อพัฒนาทักษะ การอ่าน และการเขียน โดยการ เรียนการสอนใช้เวลา 30 นาที ในช่วงเช้า ก่อนเขาแถวเคารพธง ชาติ เชิงปริมาณ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 17 คน ได้รับการพัฒนา ทักษะการอ่านออกเขียนได้ เชิงคุณภาพ 1. นักเรียนทุกคนได้รับการพัฒนา ความสามารถในการอ่านออกเขียนได้ 2. นักเรียนทุกคนมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิชาภาษาไทยสูงขึ้น ๒. โครงการห้องสมุด 1. ส่งเสริมความสามารถใน การอ่านของนักเรียน 2. ส่งเสริมให้ครูใช้ห้องสมุด เป็นแหล่งเรียนรู้ในการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนโดย เน้นให้นักเรียนได้คนคว้าด้วย ตนเอง และฝึกทักษะให้นักเรียน อ่านคล่องเขียนคล่อง รู้จักตั้ง คำถามเพื่อหาเหตุผล 3. ส่งเสริมให้นักเรียนมีนิสัย รักการอ่านและใช้เวลาว่างให้ เกิดประโยชน์ 4. ส่งเสริมประสบการณ์ และส่งเสริมให้นักเรียนมี ความคิดสร้างสรรค์และนำไป เผยแพร่ต่อในชุมชน เชิงปริมาณ 1.โรงเรียนมีหนังสือประเภทต่างๆ เฉลี่ย 5 เล่ม ต่อ 1 คน 2. นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน อ่านคล่อง เขียนคล่อง รู้จักตั้งคำถาม เพื่อ หาเหตุผล 3. นักเรียนต้องเข้าห้องสมุด ค้นคว้าด้วยตนเอง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ 4. นักเรียนต้องอ่านวารสาร หนังสือพิมพ์เป็นประจำและสามารถ สรุปประเด็น และบันทึกความรู้ที่ได้ จากการอ่านอยู่เสมอ 5. นักเรียนต้องมีโอกาสเข้าถึง แหล่งเรียนรู้ทั้งในและนอกโรงเรียน 6. นักเรียนต้องสามารถค้นคว้าหา ความรู้จากอินเตอร์เน็ตหรือสื่อ เทคโนโลยีต่าง ๆ ได้
๔๐ โครงการ ขั้นตอนกิจกรรม ผลการดำเนินโครงการ เชิงคุณภาพ 1. ร้อยละ 100 ของผู้เรียนมี หนังสืออ่านเฉลี่ย 5 เล่ม/คน 2. ร้อยละ 98.12 ของผู้เรียน สามารถอ่านคล่อง เขียนคล่องและรู้จัก ตั้งคำถามเพื่อหาเหตุผล 3. ร้อยละ 90.15 นักเรียนเข้าใช้ ห้องสมุด จำนวน 3 ครั้ง/สัปดาห์ 4. ร้อยละ 85.34 นักเรียนอ่าน วารสาร หนังสือพิมพ์และหนังสือนอก หลักสูตร พร้อมมีการจดบันทึกความรู้ ที่ได้จากการอ่าน 5. ร้อยละ 85.89 ผู้เรียน สามารถค้นคว้า หาความรู้จาก อินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ 6. ร้อยละ 95.15 ผู้เรียนรู้จักใช้ เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ๓. กิจกรรมตามความสนใจ ของนักเรียน 1. กิจกรรมการเรียนรู้ที่ หลากหลาย และสนองต่อความ ต้องการของนักเรียน 2. พัฒนานักเรียนมุ่งสู่ความ เป็นเลิศทางวิชาการ เชิงปริมาณ 1. บุคลากรจำนวน 17 คน จัด กิจกรรมชุมนุม 2. นักเรียนจำนวน 157 คน เชิงคุณภาพ 1. ครูสามารถจัดการเรียนการ สอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้อย่าง ถูกต้อง ร้อยละ 95.05 2. นักเรียนได้รับการพัฒนาตาม เกณฑ์มาตรฐานการประกันคุณภาพ ภายนอก ร้อยละ 92.17 ๔. โครงการพัฒนาคุณภาพ การศึกษานักเรียนที่มี ปัญหาทางการเรียนรู้ 1. คัดกรองนักเรียนที่มี ปัญหาทางการเรียนรู้ 2. เตรียมความพร้อม นักเรียนที่มีปัญหาทางด้านการ เรียนรู้และนักเรียนทั่วไป เชิงปริมาณ นักเรียนโรงเรียนบ้านดงซ่อมที่มี ปัญหาทางด้านการเรียนรู้ตั้งแต่ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เชิงคุณภาพ นักเรียนโรงเรียนบ้านดงซ่อมที่มี ปัญหาทางด้านการเรียนรู้ได้รับการ
๔๑ โครงการ ขั้นตอนกิจกรรม ผลการดำเนินโครงการ เตรียมความพร้อมและรับบริการด้าน การจัดการศึกษาพิเศษ มีพัฒนาการ เรียนรู้จากสื่อ ๕. การดูแลช่วยเหลือ นักเรียน 1. ส่งเสริมให้ครูที่ปรึกษา บุคลากรในโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน หน่วยงานและองค์กร ภายนอกมีสวนร่วมในการดูแล ช่วยเหลือนักเรียน ๒. ส่งเสริมพัฒนาเต็ม ศักยภาพ เป็นคนที่สมบูรณ์ทั้ง ด้านร่างกาย อารมณ์สังคม และ สติปัญญา เชิงปริมาณ 1. จำนวนครูบุคลากรในโรงเรียน บ้านดงซ่อม จำนวน 17 คน 2. จำนวนนักเรียนโรงเรียน บ้านดงซ่อม จำนวน ๑57 คน เชิงคุณภาพ 1.ร้อยละ 90.78 ของครูและ บุคลากรของโรงเรียนได้ไปเยี่ยมบ้าน นักเรียนที่ตนเองรับผิดชอบ 2. ร้อยละ 99.25 ของนักเรียน ได้รับการเยี่ยมบ้านจากครูประจำชั้น / ครูที่ปรึกษา 2) มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความ คิดเห็น และแก้ปัญหา มีผลการดำเนินงานดังนี้ สถานศึกษาดำเนินการพัฒนาทักษะด้านการคิดวิเคราะห์คิดอย่าง มีวิจารณญาณ อภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปัที่ 1 ถึงชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๓ โดยจัดโครงการ/กิจกรรมที่ส่งเสริมใหนักเรียนทุกคนได้วางแผนการทำงาน สร้างความรู้ ใหม่จากการทำโครงงาน/ผลงาน/ชิ้นงาน ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์และคิดแก้ปัญหา โดยนักเรียนทุกคน เข้าร่วมและมีส่วนร่วมในโครงการ/กิจกรรม ทำใหนักเรียนมีโครงงาน/ผลงาน/ชิ้นงาน ที่เป็นเชิงประจักษ์ ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ผลการดำเนินกิจกรรม/โครงการ เพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ปัญหา มีการดำเนินการจำนวน 1 โครงการ โดยมีผลการดำเนิน โครงการ ดังนี้ โครงการ ขั้นตอนกิจกรรม ผลการดำเนินโครงการ ๑. โครงการยกระดับ ผลสัมฤทธิ์ 1. ส่งเสริมใหครูทำวิจัยใน ชั้นเรียน 2. ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน 3. ส่งเสริมพัฒนาการศึกษา พิเศษ เน้นรูปแบบการเรียนรวม 4. พัฒนาแหล่งเรียนรู้ เชิงปริมาณ 1.จำนวนครู 17 คน 2.นักเรียนจำนวน 157 คน เชิงคุณภาพ 1. ครูสามารถจัดการเรียนการ สอน โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้อย่าง ถูกต้อง ร้อยละ 95.25
๔๒ โครงการ ขั้นตอนกิจกรรม ผลการดำเนินโครงการ 5. พัฒนาระบบประกัน คุณภาพภายใน 6. ส่งเสริมใหนักเรียนเข้า แข่งขันกิจกรรมเพื่อพัฒนา ทักษะต่าง ๆ 2.นักเรียนได้รับการพัฒนามี ผลสัมฤทธิ์เพิ่มขึ้นทุกกลุ่มสาระการ เรียนรู้ 3) มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม มีผลการดำเนินงานดังนี้ นักเรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากการลงมือ ปฏิบัติจริง มีคุณลักษณะใฝ่เรียนรู้มุ่งมั่น ทุ่มเทในการทำงาน และพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง สามารถ วิเคราะห์ข้อมูลและจัดกระทำข้อมูลที่ได้รับอย่างเป็นระบบ มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์คิด สังเคราะห์และคิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยใช้เหตุผลประกอบการ ตัดสินใจได้และมีทักษะในการแก้ปัญหา มีความคิดสร้างสรรค์ในการเรียนรู้จนสามารถพัฒนานวัตกรรมหรือ สร้างองค์ความรูใหม่ได้ด้วยตนเอง เกิดทักษะกระบวนการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต ตลอดจนมี ความสุขในการเรียน หรือพัฒนาผลงานที่ตนเองชอบและมีความถนัดจนสามารถประสบความสำเร็จตาม เป้าหมายของตนเองได้ อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นแรงบันดาลใจให้แก่เพื่อนนักเรียน และรุ่นน้องได้ เป็นอย่างดี ผลการดำเนินกิจกรรม/โครงการ เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนมีความสามารถในการสร้าง นวัตกรรม มีการดำเนินการจำนวน 2 โครงการ โดยมีผลการดำเนินโครงการ ดังนี้ โครงการ ขั้นตอนกิจกรรม ผลการดำเนินโครงการ ๑. กิจกรรมตามความสนใจ ของนักเรียน 1. กิจกรรมชุมนุม 2. กิจกรรมความเป็นเลิศ ทางวิชาการ เชิงปริมาณ 1. บุคลากรจำนวน ๑7 คน จัดกิจกรรมชุมนุม 2. นักเรียนจำนวน 157 คน เชิงคุณภาพ 1. ครูสามารถจัดการเรียนการ สอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้อย่าง ถูกต้อง ร้อยละ 95.05 2. นักเรียนได้รับการพัฒนาตาม เกณฑ์มาตรฐานการประกันคุณภาพ ภายนอก ร้อยละ 92.17 ๒. สุนทรียภาพทางด้าน ศิลปะ/ดนตรี 1. กิจกรรมศิลปะ ๒. กิจกรรมดนตรี เชิงปริมาณ นักเรียนโรงเรียนบ้านดงซ่อม จำนวน 157 คน เข้าร่วมโครงการ เชิงคุณภาพ สถานศึกษามีการจัดการเรียนการ สอนในวิชาศิลปะ ดนตรี อย่างมี
๔๓ โครงการ ขั้นตอนกิจกรรม ผลการดำเนินโครงการ ประสิทธิภาพและเสริมสร้างคุณภาพ ให้กับนักเรียน 4) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีผลการดำเนินงานดังนี้ โรงเรียนบ้านดงซ่อม ได้ดำเนินการพัฒนาความสามารถในการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้เรียน ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 โดยการปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมีการจัดการเรียนรู้ผ่านสื่อเทคโนโลยีส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้เทคโนโลยีในการ ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง บุคลากรมีความสามารถเฉพาะทางที่หลากหลายทั้งด้านการจัดการเรียนรู้และ ด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้มีการจัดทำโครงการเทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อการ บริหารจัดการและการเรียนการสอนโดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย การสำรวจความต้องการและจัดหา เครื่องมือสำหรับสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการ เรียนรู้กำหนดรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมไว้ในโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียน ประเมิน นักเรียนจากทักษะการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ เพื่อสร้างองค์ความรู้และแนวทางในการ ปฏิบัติกิจกรรมด้วยวิธีการที่หลากหลายของผู้เรียน ทักษะการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่าย โดยดูจากวิธีการ ส่งงานหรือการส่งข้อมูลผ่านช่องทางการสื่อสารได้มากกว่า 3 ช่องทาง เช่น ทาง Google drive , Facebook, Line Group ฯลฯ ผู้เรียนมีทักษะการนำเข้าข้อมูล การรวบรวมข้อมูลและเตรียมข้อมูลเพื่อ นำเสนอ การประมวลผลข้อมูล มีการจัดเรียงลำดับคำนวณ ค้นคว้า รวมข้อมูลและสรุปผลได้อย่างชัดเจน และผู้เรียนมีความสามารถในการทำรายงาน ตารางและแผนภูมิและใช้โปรแกรมนำเสนอเป็นขั้นตอน ต่อเนื่องถูกต้องและครบถ้วน สื่อความหมายให้ผู้อื่นเข้าใจตรงประเด็น มีรูปแบบที่แปลกใหม่สะดุดตา น่าสนใจ ผลงานเสร็จมีความถูกต้องและสมบูรณ์สื่อความหมายได้ชัดเจน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ และมีรูปแบบที่สวยงามแปลกตาน่าสนใจ ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น มีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลครบถ้วน ใช้ภาษาได้ถูกต้องเหมาะสม และทำงานสำเร็จตามเวลาที่กำหนดให้ ผลการดำเนินกิจกรรม/โครงการ เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร มีการดำเนินการจำนวน 1 โครงการ โดยมีผลการดำเนินโครงการ ดังนี้ โครงการ ขั้นตอนกิจกรรม ผลการดำเนินโครงการ 1. โครงการส่งเสริมการ จัดการเรียนรู้ การใช้สื่อ เทคโนโลยี แหล่งเรียนรู้ และสร้างความปลอดภัยใน สถานศึกษา 1. กิจกรรมส่งเสริมการใช้ สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ บริหารจัดการและการจัดการ เรียนรู้ 2. กิจกรรมส่งเสริมความ ปลอดภัยในสถานศึกษาจากภัย คุกคามทุกรูปแบบ เชิงปริมาณ 1. ครูโรงเรียนบ้านดงซ่อม จำนวน 17 คน 2. นักเรียนโรงเรียนบ้านดงซ่อม จำนวน 157 คน เชิงคุณภาพ 1. นักเรียน ครู และบุคลากร มี เครื่องมือที่ใช้สนับสนุนสื่อการเรียนรู้
๔๔ โครงการ ขั้นตอนกิจกรรม ผลการดำเนินโครงการ และเทคโนโลยี ที่เพียงพอและต่อเนื่อง ในการจัดการเรียนการสอน 2. นักเรียน ครู บุคลากร และผู้ ที่มาติดต่อราชการ มีความปลอดภัย จากภัยคุกคาม ร้อยละ 96.27 5) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา มีผลการดำเนินงานดังนี้ โรงเรียนบ้านดงซ่อม สนับสนุนให้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้จัด กิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการคิด วิเคราะห์คิดแก้ปัญหา จัดกิจกรรมยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้กับนักเรียนอย่างต่อเนื่องโดยใช้ วิทยากรภายในและภายนอกสถานศึกษา รวมทั้งสอดแทรกคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อใหนักเรียนทุกคน มีความรู้ความเข้าใจและทักษะต่าง ๆ ตามหลักสูตรสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง รวมไปถึง ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตนเองที่มีต่อส่วนรวม ตลอดจนส่งเสริมพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง จัดแหล่ง เรียนรู้อย่างหลากหลายทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา ผลการดำเนินกิจกรรม/โครงการ เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตาม หลักสูตรสถานศึกษา มีการดำเนินการจำนวน 5 โครงการ โดยมีผลการดำเนินโครงการ ดังนี้ โครงการ ขั้นตอนกิจกรรม ผลการดำเนินโครงการ ๑. โครงการยกระดับ ผลสัมฤทธิ์ 1. ส่งเสริมใหครูทำวิจัยในชั้น เรียน 2. ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน 3. ส่งเสริมพัฒนาการศึกษา พิเศษเน้นรูปแบบการเรียนรวม 4.พัฒนาแหล่งเรียนรู้ 5.พัฒนาระบบประกัน คุณภาพภายใน 6. ส่งเสริมใหนักเรียนเข้า แข่งขันกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะ ต่าง ๆ เชิงปริมาณ 1. จำนวนครู 17 คน 2. นักเรียนจำนวน 157 คน เชิงคุณภาพ 1. ครูสามารถจัดการเรียนการ สอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้อย่าง ถูกต้อง ร้อยละ 95.65 2. นักเรียนได้รับการพัฒนามี ผลสัมฤทธิ์เพิ่มขึ้น ทุกกลุ่มสาระการ เรียนรู้ ๒. โครงการห้องสมุด 1. ส่งเสริมความสามารถใน การอ่านของนักเรียน 2. ส่งเสริมให้ครูใช้ห้องสมุด เป็นแหล่งเรียนรู้ในการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนโดย เน้นใหนักเรียนได้ค้นคว้าด้วย ตนเอง และฝึกทักษะให้นักเรียน เชิงปริมาณ 1. โรงเรียนมีหนังสือประเภท ต่างๆ เฉลี่ย 5 เล่ม ต่อ 1 คน 2. นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน อ่านคล่อง เขียนคล่อง รู้จักตั้งคำถาม เพื่อหาเหตุผล
๔๕ โครงการ ขั้นตอนกิจกรรม ผลการดำเนินโครงการ อ่านคล่อง เขียนคล่อง รู้จักตั้ง คำถามเพื่อหาเหตุผล 3. ส่งเสริมใหนักเรียนมีนิสัย รักการอ่านและใช้เวลาว่างให้ เกิดประโยชน์ 4. ส่งเสริมประสบการณ์และ ส่งเสริมให้นักเรียนมีความคิด สร้างสรรค์และนำไปเผยแพร่ต่อ ในชุมชน 3. นักเรียนต้องเข้าห้องสมุด ค้นคว้าด้วยตนเอง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ 4. นักเรียนต้องอ่านวารสาร หนังสือพิมพ์เป็นประจำและสามารถ สรุปประเด็น และบันทึกความรู้ที่ได้ จากการอ่านอยู่เสมอ 5. นักเรียนต้องมีโอกาสเขาถึง แหล่งเรียนรู้ทั้งในและนอกโรงเรียน 6. นักเรียนต้องสามารถค้นคว้าหา ความรู้จากอินเตอร์เน็ตหรือสื่อ เทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ เชิงคุณภาพ 1. ร้อยละ 100 ของผู้เรียนมี หนังสืออ่านเฉลี่ย 5 เล่ม/คน 2. ร้อยละ 98.12 ของผู้เรียน สามารถอ่านคล่อง เขียนคล่องและรู้จัก ตั้งคำถามเพื่อหาเหตุผล 3. ร้อยละ 90.15 นักเรียนเข้าใช้ ห้องสมุด จำนวน 3 ครั้ง/สัปดาห์ 4. ร้อยละ 85.34 นักเรียนอ่าน วารสาร หนังสือพิมพ์และหนังสือนอก หลักสูตร พร้อมมีการจดบันทึกความรู้ ที่ได้จากการอ่าน 5. ร้อยละ 85.89 ผู้เรียนสามารถ ค้นคว้า หาความรู้จากอินเตอร์เน็ตและ เทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ 6. ร้อยละ 95.15 ผู้เรียนรู้จักใช้ เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ 3. โครงการพัฒนาคุณภาพ การศึกษานักเรียนที่มี ปัญหาทางการเรียนรู้ 1. คัดกรองนักเรียนที่มี ปัญหาทางการเรียนรู้ 2. เตรียมความพร้อม นักเรียนที่มีปัญหาทางด้านการ เรียนรู้และนักเรียนทั่วไป เชิงปริมาณ นักเรียนโรงเรียนบ้านดงซ่อมที่มี ปัญหาทางด้านการเรียนรู้ตั้งแต่ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3 เชิงคุณภาพ นักเรียนโรงเรียนบ้านดงซ่อมที่มี ปัญหาทางด้านการเรียนรู้ได้รับการ
๔๖ โครงการ ขั้นตอนกิจกรรม ผลการดำเนินโครงการ เตรียมความพร้อมและรับบริการด้าน การจัดการศึกษาพิเศษ มีพัฒนาการ เรียนรู้จากสื่อ 4. โครงการระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียน 1. ส่งเสริมให้ครูที่ปรึกษา บุคลากรในโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน หน่วยงานและองค์กร ภายนอกมีสวนร่วมในการดูแล ช่วยเหลือนักเรียน ๒. ส่งเสริมพัฒนาเต็ม ศักยภาพ เป็นคนที่สมบูรณ์ทั้ง ด้านร่างกาย อารมณ์สังคม และ สติปัญญา เชิงปริมาณ 1. จำนวนครูบุคลากรในโรงเรียน บ้านดงซ่อม จำนวน 17 คน 2. จำนวนนักเรียนโรงเรียน บ้านดงซ่อม จำนวน ๑57 คน เชิงคุณภาพ 1.ร้อยละ 90.78 ของครูและ บุคลากรของโรงเรียนได้ไปเยี่ยมบ้าน นักเรียนที่ตนเองรับผิดชอบ 2. ร้อยละ 99.25 ของนักเรียน ได้รับการเยี่ยมบ้านจากครูประจำชั้น / ครูที่ปรึกษา 6) มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ มีผลการดำเนินงานดังนี้ โรงเรียนบ้านดงซ่อม ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาให้ นักเรียนทุกคนมีความรู้ทักษะ และเจตคติที่ดีพร้อมที่จะศึกษาต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้น หรือมีวุฒิภาวะทาง อาชีพที่เหมาะสมกับช่วงวัย ตามโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษากำหนดเมื่อนักเรียนจบการศึกษาระดับชั้น มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนกำหนดรูปแบบให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่จะศึกษาต่อได้เลือกกลุ่มการ เรียนตามศักยภาพและความสนใจของนักเรียนอย่างหลากหลาย ในการดำเนินจัดกิจกรรม/ โครงการต่างๆ ของทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การจัดบริการแนะแนว และระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้มีทักษะในการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น มีความสุขในการทำงาน มีเจต คติที่ดีตออาชีพสุจริต นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมเสริมความรู้ด้านการศึกษาอาชีพ เช่น กิจกรรมเปิดโลก วิชาการและงานอาชีพ ซึ่งนักเรียนจะได้รับความรู้แนวทางอาชีพและฝึกประสบการณ์จริงจากแหล่งเรียนรู้ และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อีกทั้งโรงเรียนส่งเสริมให้ผู้เรียนแสวงหาองค์ความรู้ด้วยตนเอง ฝึกกระบวนการ ทำงานร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเผยแพรผลงานสู่สาธารณะผ่านกิจกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงบูรณา การ Project Based Learning (PBL) กิจกรรมธนาคารโรงเรียน กิจกรรมสหกรณ์ศูนย์งานเกษตรฯ และ ได้รับการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) โดยประเมิน จากกระบวนการทำงานและ ผลงาน นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน เช่น การ แข่งขันทักษะวิชาการ จัดนิทรรศการการศึกษาต่อและอาชีพเพื่อให้รู้โลกกว้างทางการศึกษาและอาชีพ ซึ่ง จะเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจ/วางแผนการเรียนและอาชีพ พร้อมทั้งทำแบบสำรวจความสนใจใน อาชีพ วิเคราะห์บุคลิกภาพที่เหมาะสมในการศึกษาต่อและอาชีพ โดยกรมการจัดหางาน นักเรียนทุกคนจึงมี ความพร้อมในการศึกษาต่อการฝึกงานหรือการทำงาน
๔๗ ผลการดำเนินกิจกรรม/โครงการ เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องาน อาชีพ มีการดำเนินการจำนวน 2 โครงการ โดยมีผลการดำเนินโครงการ ดังนี้ โครงการ ขั้นตอนกิจกรรม ผลการดำเนินโครงการ 1. เพิ่มประสิทธิภาพการ จัดการเรียนรู้การสหกรณ์ ในโรงเรียน 1. กิจกรรมสหกรณ์ร้านค้า 2. กิจกรรมสหกรณ์ออมทรัพย์ 3. กิจกรรมสหกรณ์การเกษตร 4. กิจกรรมสหกรณ์บริการ 5. จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ 6. ศึกษาดูงาน เชิงปริมาณ ผลการดำเนินงานเป็นไปตาม วัตถุประสงค์ระดับดีมาก ร้อยละ 94.11 นักเรียนมีความรู้ในการ ดำเนินงานกิจกรรมสหกรณ์เพิ่มมาก ขึ้น ร้อยละ 80 เชิงคุณภาพ ผู้เขาร่วมโครงการมีความพึงพอใจ ในการจัดกิจกรรม 2. ศูนย์งานเกษตรเพื่อการ เรียนรูสู่หลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง 1. กิจกรรมเลี้ยงโค 2. กิจกรรมเลี้ยงไก่พื้นเมือง 3. กิจกรรมการปลูกผักสวนครัว 4. กิจกรรมการปักชำ 5. กิจกรรมเพาะเห็ดนางฟ้า เชิงปริมาณ ผลการดำเนินงานเป็นไปตาม วัตถุประสงค์ระดับดีมาก ร้อยละ 89.70 นักเรียนมีทักษะพื้นฐานใน ด้านงานเกษตร ร้อยละ 88.17 เชิงคุณภาพ นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรมตาม แนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีเจตคติในการประกอบอาชีพ 2.1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน 1) การมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษากำหนด มีผลการดำเนินงานดังนี้ โรงเรียนบ้านดงซ่อม ได้มีการส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียนระดับ ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ ๓ แสดงออกถึงความรักชาติศาสน์ กษัตริย์ความซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ ด้วยการสอดแทรก ในกิจกรรมการเรียนการสอนรายวิชาต่าง ๆ ของทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้โดยจัดทำโครงการ/กิจกรรมที่ ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม เช่น กิจกรรมอบรมทุกวันศุกร์ กิจกรรมเข้าค่ายคุณธรรม กิจกรรมวันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา กิจกรรมแสดงตนเป็นพุทธมามกะ กิจกรรมตักบาตรประจำวันพระ เป็นต้น นอกจากนี้ โรงเรียนกำหนดใหครูทุกคนปลูกฝังให้นักเรียนมีคุณลักษณะและค่านิยมตามที่โรงเรียนกำหนด