The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิธีปฏิบัติงาน(WORK INSTRUCTION)การพยาบาลส่วนกลาง (WI-NUR01)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by putthakra.jaigad, 2021-10-08 07:36:33

วิธีปฏิบัติงาน(WORK INSTRUCTION)การพยาบาลส่วนกลาง (WI-NUR01)

วิธีปฏิบัติงาน(WORK INSTRUCTION)การพยาบาลส่วนกลาง (WI-NUR01)

วธิ ีปฏบิ ัตงิ าน

(WORK INSTRUCTION)
การพยาบาลสว่ นกลาง (WI-NUR01)

ฝา่ ยการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล

คณะแพทยศาสตร์วชริ พยาบาล มหาวทิ ยาลัยนวมินทราธริ าช

วธิ ปี ฏบิ ัติงานฉบบั น้ี เปน็ กรรมสิทธข์ิ อง
ฝา่ ยการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล
คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธริ าช
หา้ มคัดลอกหรอื เผยแพร่ โดยไมไ่ ด้รับอนญุ าต

คณะแพทยศาสตร์วชริ พยาบาล มหาวทิ ยาลยั นวมินทราธิราช

681 ถนนสามเสน แขวงวชิรพยาบาล เขตดสุ ติ กรุงเทพฯ 10300 โทรศัพท์ 02-2244-3000 โทรสาร 0-2241-4388

ทะเบียนหมายเลขเอกสารวธิ ีปฏิบัตงิ าน การพยาบาลส่วนกลาง (WI-NUR01)

ลาดับ หมายเลขเอกสาร ชอ่ื เอกสาร แกไ้ ขครง้ั ท่ี วนั ทอ่ี นุมตั ิ
1 WI-NUR01-001 การวดั ความดนั โลหติ 02
2 WI-NUR01-002 การวัดความดนั ในหลอดเลอื ดดาส่วนกลาง 02
3 WI-NUR01-003 การให้ออกซเิ จน 02
4 WI-NUR01-004 การดูดเสมหะทางท่อช่วยหายใจ 02
5 WI-NUR01-005 การใสส่ ายทางจมกู ในผ้ใู หญ่ 02
6 WI-NUR01-006 การดูแลผปู้ ่วยท่ใี ส่สายทางจมูกสกู่ ระเพาะอาหารและต่อ 02
ระบายกับเครอื่ งดูดของเสยี
7 WI-NUR01-007 การลา้ งกระเพาะอาหาร 02
8 WI-NUR01-008 การเจาะหลงั 02
9 WI-NUR01-009 การเจาะไขกระดูก 02
10 WI-NUR01-010 การเจาะปอด 02
11 WI-NUR01-011 การเจาะท้อง 02
12 WI-NUR01-012 การดแู ลผปู้ ว่ ยใสท่ อ่ ระบายต่อลงขวดสญุ ญากาศ 02
13 WI-NUR01-013 การดแู ลผปู้ ว่ ยใส่และถอดท่อระบายทรวงอก 02
14 WI-NUR01-014 การดแู ลผปู้ ่วยทใ่ี สส่ ายสวนปสั สาวะ 02
15 WI-NUR01-015 การดแู ลผ้ปู ่วยใสส่ ายสวนปสั สาวะผ่านทางผนงั หนา้ ท้อง 02
16 WI-NUR01-016 การแช่ก้น 02
17 WI-NUR01-017 การเตรยี มผปู้ ว่ ยก่อนผา่ ตัด 02
18 WI-NUR01-018 การเตรยี มผิวหนงั ก่อนผา่ ตดั 02
19 WI-NUR01-019 การส่งผู้ปว่ ยไปห้องผ่าตัด 02
20 WI-NUR01-020 การรบั ผู้ป่วยกลงั ผ่าตัดจากห้องพักฟน้ื 02
21 WI-NUR01-021 การดแู ลแผลและการตดั ไหม 02
22 WI-NUR01-022 การผกู ยึดผู้ป่วย 03
23 WI-NUR01-023 การจัดรถพยาบาลฉุกเฉนิ ในหอผ้ปู ่วย 02

วธิ ปี ฏิบตั ิงาน หนา้ : 1/5

เรอื่ ง : การวัดความดนั โลหิต รหัสเอกสาร:
WI-NUR01-001
ชอ่ื หน่วยงาน : ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ทบทวนคร้งั ท่ี : 02
คณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล วันที่ทบทวน : กันยายน 2564

ผู้จัดทำ : คณะกรรมการปรับปรงุ วธิ ีปฏิบตั ิการพยาบาลส่วนกลาง วันทอ่ี นุมัติ : 20 กันยายน 2564
ฝา่ ยการพยาบาล
ผู้อนุมัติ :
หัวหน้าฝา่ ยการพยาบาล

1. วตั ถปุ ระสงค์
1.1 เพ่อื ให้ผปู้ ว่ ยไดร้ ับการตรวจวัดความดนั โลหติ อยา่ งถูกวิธีและไดค้ ่าความดันโลหิตที่ถูกต้อง
1.2 เพ่อื ใชป้ ระกอบการวนิ จิ ฉัยและวางแผนการรักษาพยาบาล

2. ขอบเขต / กลุม่ เปา้ หมาย
ผปู้ ่วยอายุ >18 ปี

3. คำจำกดั ความ
ค่าความดันโลหิต (Blood Pressure) คือค่าท่ีแสดงความดันของโลหิตในร่างกายมี 2 ค่า คือค่าบน

(systolic blood pressure: SBP) หมายถึง ค่าความดันที่อยู่ในหลอดเลือดแดงขณะท่ีกล้ามเนื้อหัวใจบีบตัว
และค่าล่าง (diastolic blood pressure: DBP) หมายถึง ค่าความดันในหลอดเลือดแดงขณะกล้ามเนื้อหัวใจ
คลายตวั ลง มหี น่วยวัดเป็นมิลลเิ มตรปรอท

4. ผู้รับผิดชอบ
พยาบาลวชิ าชพี / พยาบาลเทคนคิ / เจ้าหน้าที่พยาบาล

5. อุปกรณแ์ ละเครื่องใช้
5.1 เคร่อื งวัดความดนั โลหิตแบบปรอท (Mercury sphygmomanometer)
5.2 เครื่องวัดความดันโลหิตแบบดจิ ิตอล (Automatic Blood Pressure Monitor)
5.3 หูฟัง (stethoscope)

วธิ ปี ฏบิ ัตงิ าน หน้า : 2/5

เรือ่ ง : การวดั ความดันโลหติ รหัสเอกสาร:
WI-NUR01-001
ทบทวนคร้งั ท่ี : 02

6. วธิ ีการดำเนินงาน ลำดับขนั้ ตอน
ภาพประกอบ
6.1 การเตรยี มเครื่องมอื เลือกขนาดของ arm cuff
ปุ่มกระดูก acromion (หัวไหล่) ให้เหมาะสมกบั แขนของผ้ปู ว่ ย โดยเลอื กขนาด
เส้นรอบวงแขนจากค่าความยาวของตน้ แขน
ต้ังแตป่ ุม่ กระดูก acromion (หวั ไหล่) ถึงปุ่ม
กระดูก olecranon (ขอ้ ศอก) ดังนี้

ปุ่มกระดูก olecranon (ขอ้ ศอก) ค่าความยาว ขนาด Cuff size
arm cuff
22 to 26 12X22 Small adult
arm
27 to 34 16X30
35 to 44 16X36 Adult arm
Large adult
45 to 52 16X42
arm
Adult thigh

หรอื ใหส้ ว่ นท่เี ป็นถุงลม cuff pressure
ครอบคลุมรอบวงแขนของผู้ป่วย โดยมคี วาม
กวา้ งรอ้ ยละ 40 และความยาวรอ้ ยละ 80 ของ
เสน้ รอบวงแขนจากคา่ ความยาวของตน้ แขน
ตั้งแตป่ มุ่ กระดูก acromion (หวั ไหล่) ถึงปุ่ม
กระดูก olecranon (ข้อศอก)

6.2 การเตรียมผู้ป่วย ก่อนและระหว่างการวัดความ
ดันโลหิต

6.2.1 วดั ความดนั โลหิตในทา่ นั่ง
- นง่ั พกั บนเก้าอีเ้ ป็นเวลา 5 นาที หลงั พงิ พนัก
เกา้ อี้ เท้า 2 ขา้ งวางราบกับพื้น
- ห้ามน่ังไขว่ห้าง ไม่พูดคุยท้ังก่อนหน้าและ
ขณะวัดความดันโลหติ
- วางแขนขา้ งที่จะทำการวัดบนโตะ๊ โดยให้
บรเิ วณทจ่ี ะพัน arm cuff อยู่ในระดบั
เดยี วกบั หัวใจ

วธิ ปี ฏบิ ัติงาน หนา้ : 3/5

เรอื่ ง : การวดั ความดนั โลหิต รหสั เอกสาร:
WI-NUR01-001
6. วธิ ีการดำเนนิ งาน (ตอ่ ) ทบทวนครงั้ ที่ : 02
ภาพประกอบ
ลำดบั ข้นั ตอน

6.2.2 วัดความดันโลหติ ในท่านอน
- ให้ผู้ปว่ ยนอนหงาย วางแขนขนานกบั ลำตัว
ตามสบายและหงายฝ่ามอื ขึน้

6.3 พนั arm cuff ทีต่ ้นแขนเหนือข้อพบั แขน 2-3
ซม. ใหก้ งึ่ กลางของถุงลมวางอยบู่ นหลอด
เลอื ดแดง brachial

6.4 กรณีใช้เคร่ืองวัดความดันโลหิตแบบดิจิตอล
(Automatic Blood Pressure Monitor)

6.4.1 หันหน้าปทั มท์ ี่อ่านใหอ้ ยใู่ นระดับเดยี วกับ
สายตา ไมค่ วรวางไกลเกนิ 3 ฟตุ (กรณีใช้
เครอ่ื งวดั ความดนั โลหิตแบบดิจติ อล
mobile)

6.4.2 กดปุ่ม START/STOP บนเครื่องวัดความดัน
รอจนตวั เลขหยุดลงแลว้ จึงอา่ นคา่

6.5 ประเมนิ ผู้ป่วย จำแนกความรุนแรงของโรค
ความดนั โลหิตสูง เพอื่ รายงานแพทย์

วธิ ปี ฏิบตั งิ าน หน้า : 4/5

เรอื่ ง : การวัดความดันโลหิต รหสั เอกสาร:
WI-NUR01-001
ทบทวนครงั้ ท่ี : 02

6. วธิ ีการดำเนินงาน (ตอ่ ) ลำดบั ขั้นตอน
ภาพประกอบ
6.6 ประเมนิ ผู้ปว่ ยซ้ำ พร้อมรายงานหวั หนา้ ทมี
และแพทย์กรณีพบ
6.6.1 ภาวะ hypotension/ shock ได้แก่

SBP ลดลงจาก baseline >40 mmHg
SBP <90 mmHg
MAP <65 mmHg
6.6.2 ภาวะ hypertension ในคนท่วั ไป ได้แก่
SBP >180 mmHg
DBP >110 mmHg
6.6.3 ภาวะ hypertension ในคนท้อง ได้แก่
SBP >140 mmHg mild hypertension
DBP >90 mmHg mild hypertension
SBP >160 mmHg severe hypertension
DBP >110 mmHg severe hypertension

แขนส่วนปลาย 6.7 กรณไี มส่ ามารถวดั ความดันที่ตน้ แขน บริเวณ
brachial artery ใหว้ ดั ทแี่ ขนสว่ นปลาย ตน้
ขา ขาส่วนปลาย หรอื ข้อเทา้ โดยรายงาน
แพทยต์ ามค่าควบคมุ ท่แี พทย์กำหนดใน
แผนการรกั ษา

ขาส่วนปลาย ขอ้ เทา้ หมายเหตุ ค่า systolic blood pressure ทว่ี ัดได้
จากตำแหน่งต่างๆ มีค่าคาดประมาณสูงกวา่
คา่ ความดนั ทต่ี ้นแขน ดังนี้

วธิ ปี ฏบิ ัตงิ าน หน้า : 5/5

เรอื่ ง : การวดั ความดันโลหิต รหัสเอกสาร:
WI-NUR01-001
ทบทวนครัง้ ท่ี : 02

7. เอกสารอ้างอิง
สมาคมความดนั โลหิตสงู แหง่ ประเทศไทย. (2562). แนวทางการรกั ษาโรคความดันโลหิตสูง ในเวชปฏิบตั ทิ ว่ั ไป

พ.ศ. 2562 (พมิ พค์ รงั้ ที่ 1 ed.). กรุงเทพฯ: สมาคมความดันโลหิตสูงแหง่ ประเทศไทย.
สุมาลี โพธิท์ อง, แน่งน้อย สมเจรญิ และอภสิ รา จงั พานชิ . (2557). การพยาบาลพ้ืนฐาน เล่ม 1. กรงุ เทพฯ:

บพธิ การพิมพ์.
Anast, N., et al. (2016). "The impact of blood pressure cuff location on the accuracy of

noninvasive blood pressure measurements in obese patients: an observational study."
Can J Anaesth,63(3): 298-306.
ElFarra, J., et al. (2016). "Management of Hypertensive Crisis for the
Obstetrician/Gynecologist." Obstetrics and Gynecology Clinics of North America,43(4):
623-637.
Frese, E. M., Fick, A., & Sadowsky, H. S. (2011). Blood Pressure Measurement Guidelines for
Physical Therapists. Cardiopulmonary Physical Therapy Journal, 22(2), 5–12.
Li, W. Y., et al. (2013). "Discrepancy of blood pressure between the brachial artery and radial
artery." World J Emerg Med ,4(4): 294-297.
Moore, C., et al. (2008). "Comparison of blood pressure measured at the arm, ankle and calf."
Anaesthesia,63(12): 1327-1331.
Ogedegbe, G. and T. Pickering (2010). "Principles and Techniques of Blood Pressure
Measurement." Cardiology Clinics,28(4): 571-586.
Stergiou, G. S., Palatini, P., Parati, G., O'Brien, E., Januszewicz, A., Lurbe, E., Persu, A., Mancia,
G., Kreutz, R., & European Society of Hypertension Council and the European Society
of Hypertension Working Group on Blood Pressure Monitoring and Cardiovascular
Variability (2021). 2021 European Society of Hypertension practice guidelines for office
and out-of-office blood pressure measurement. Journal of hypertension, 39(7), 1293–
1302. https://doi.org/10.1097/HJH.0000000000002843
Waal-Manning, H. J., & Paulin, J. M. (1987). Effects of arm position and support on blood-
pressure readings. Journal of clinical hypertension, 3(4), 624–630.
Williams, J. S., et al. (2009). "Blood-Pressure Measurement." New England Journal of
Medicine,360(5): e6.

1. วตั ถปุ ระสงค์
1.1 เพอ่ื ประเมนิ ภาวะขาดน้ำ/นำ้ เกนิ ในรา่ งกาย
1.2 เพ่ือประเมินการทำงานของหวั ใจ

2. ขอบเขต / กลมุ่ เปา้ หมาย
ผูป้ ่วยทกุ รายทไี่ ด้รบั การวัดความดันในหลอดเลอื ดดำส่วนกลาง

3. คำจำกัดความ
การวัดความดันในหลอดเลือดดำส่วนกลาง (Central Venous Pressure: CVP) หมายถึงการวัด ความดัน

จากสายสวนท่วี างอยใู่ นหลอดเลือดดำใหญ่ (Superior Vena Cava) กอ่ นท่ีจะเข้าสู่หัวใจหอ้ งบนขวา (Right atrium)

4. หนา้ ที่ความรบั ผิดชอบ
พยาบาลวชิ าชพี

5. อุปกรณแ์ ละเครอ่ื งใช้ (การวัด CVP แบบ manual) อุปกรณ์
ภาพประกอบ 5.1 Three-way stopcock 1 อนั
5.2 Extension tube ยาว 36 นิ้ว 2 เส้น
5.3 สำลีชบุ 70% Alcohol
5.4 ไมบ้ รรทัดยาว 18 น้วิ 2 อนั
5.5 Set IV.
5.6 0.9% NSS 500 ml 1 ขวด
5.7 ถุงมือ 1 คู่

วิธปี ฏิบัติงาน หนา้ : 2/9

เรื่อง : วดั ความดันในหลอดเลือดดำสว่ นกลาง รหสั เอกสาร:
WI-NUR01-002
ทบทวนครงั้ ท่ี : 02

6. วธิ ีการดำเนินงาน (การวัด CVP แบบ manual)

ภาพประกอบ ลำดบั ขัน้ ตอน
6.1 ล้างมือ เตรยี มของไปทเ่ี ตียงผปู้ ่วย
บอกผู้ป่วยให้ทราบและเซ็นใบยินยอมการทำ
หัตถการ

6.2 จดั ให้ผู้ป่วยนอนหงายราบ (ยกเวน้ ในรายท่ี
ห้ามนอนราบ)

6.3 ตอ่ อุปกรณ์ 0.9%NSS 500 ml, Set IV,
three-way stopcockและ extension tube 2
สาย
6.4 หมุน Three-way stopcock ใหป้ ดิ ดา้ น
Extension tube ไล่อากาศให้เรยี บรอ้ ย แขวน
ไว้ทเ่ี สาน้ำเกลือ

วิธปี ฏิบัติงาน หนา้ : 3/9

เรือ่ ง : วดั ความดันในหลอดเลอื ดดำส่วนกลาง รหสั เอกสาร:
WI-NUR01-002
ทบทวนครง้ั ท่ี : 02

6. วธิ กี ารดำเนนิ งาน (การวดั CVP แบบ manual) (ตอ่ )

ภาพประกอบ ลำดับขัน้ ตอน
6.5 หาตำแหนง่ Phlebostatic axis เพอ่ื เป็น zero
pointซง่ึ อยตู่ รงกบั ระดบั หัวใจห้องบนขวา โดยเป็น
จุดตัดของเสน้ ทลี่ ากผา่ น 4 th intercostal space
ตดั กบั mid antero posterior line และทำ
เคร่ืองหมายเอาไว้

6.6 scrub the hub โ ด ย น ำ ส ำ ลี Alcohol 70 %
หมุนรอบข้อต่อสาย distal ก่อนเปิดสาย central
line (สายสเี หลือง) อยา่ งน้อย 15 วินาที

6.7 นำสาย distal ของ central line (สายสีเหลือง)
ต่อเข้ากบั ชุดน้ำเกลอื ในขอ้ 6.3,6.4 แล้ว
หมนุ Three way stopcock โดยปดิ ด้านผู้ป่วย
6.8 เปิดจุก extension tubeและเปิดน้ำเกลือเข้าไป
ในสาย ประมาณ 30-35 เซนตเิ มตร

วิธปี ฏิบตั งิ าน หนา้ : 4/9

เร่อื ง : วัดความดันในหลอดเลอื ดดำส่วนกลาง รหสั เอกสาร:
WI-NUR01-002
ทบทวนครงั้ ที่ : 02

6. วิธกี ารดำเนินงาน (การวัด CVP แบบ manual) (ตอ่ )

ภาพประกอบ ลำดบั ขน้ั ตอน
6.9 นำ extension tube ทเี่ ปิดน้ำเกลือเขา้ ไปมา
ทาบกับไม้บรรทัด จัดให้อยู่ในแนวตั้งฉากกับตัว
ผู้ป่วย โดยให้ปลายด้านล่างของ extension
tube ตง้ั อยรู่ ะดับศนู ยข์ องไมบ้ รรทัดและจดั ใหอ้ ยู่
ในระดับเดียวกับเครื่องหมายที่ทำไว้ในข้อ 6.5
จากนั้นหมุน Three-way stopcock ให้ปิดด้าน
สารนำ้ แลว้ เปิดจุก extension tube
6.10 สังเกตน้ำใน extension tube จะค่อยๆ
ลดลงจนระดับน้ำคงท่ีและอ่านค่าในขณะสิ้นสุด
การหายใจออก จะเท่ากับแรงดันของหัวใจห้อง
บนขวา

6.10 เมื่ออ่านเสร็จหมุน three-way stopcock
ให้ปิดด้าน extension tube เปิดสารน้ำเข้าสู่
หลอดเลือดดำตามอัตราที่กำหนดตามแผนการ
รักษา scrub the hub ปลายสาย extension
tube และจุกยาง ด้วยสำลีชุบ 70% Alcohol
แลว้ ปดิ จุกยางใหเ้ รียบร้อย
6.11 บันทึกค่าความดันในหลอดเลือดดำ
ส่วนกลางท่ีวดั ได้ โดยคา่ ปกติ 8-12 cmH2O

วิธปี ฏิบัตงิ าน หนา้ : 5/9

เร่ือง : วดั ความดนั ในหลอดเลือดดำส่วนกลาง รหัสเอกสาร:
WI-NUR01-002
ทบทวนครงั้ ที่ : 02

หมายเหตุ

• การหาตำแหนง่ Phlebostatic axis เพื่อเป็น zero point ทำได้โดยการหาจุดตดั ของเส้นทีล่ ากผ่าน 4 th

intercostal space ตัดกับ mid antero posterior line (ใช้ไม้บรรทัดวัดความยาวของ antero posterior line

และตำแหนง่ กึ่งกลางคือ mid antero posterior line )

• สารน้ำท่ีให้สำหรับการวัด CVP.นี้ต้องไม่ใช่ยา Inotropic drug, vasopressor , sedative drug, TPN ,
Insulin หรือ Heparin

7. อปุ กรณแ์ ละเครอ่ื งใช้ (การวดั CVP แบบ monitoring) อปุ กรณ์
ภาพประกอบ 7.1 Pressure transducer
7.2 สายเคเบ้ลิ สำหรับต่อเขา้ กับ monitor
7.3 0.9% NSS 500 ml
7.4 สำลชี บุ 70% Alcohol
7.5 Pressure bag
7.6 พลาสเตอรเ์ หนียว หรือ Holder
7.7 ถุงมอื 1 คู่
7.8 ไมว้ ดั ระดบั นำ้
7.9 ไม้บรรทดั 18 นว้ิ 2 อนั

วธิ ปี ฏบิ ัตงิ าน หนา้ : 6/9

เรอื่ ง : การวดั ความดนั ในหลอดเลอื ดดำส่วนกลาง รหสั เอกสาร:
WI-NUR01-002
8. วธิ ีการดำเนนิ งาน (การวัด CVP แบบ monitoring) ทบทวนครั้งที่ : 02

ภาพประกอบ ลำดบั ขัน้ ตอน
8.1 ล้างมือ เตรียมของไปทเี่ ตยี งผปู้ ว่ ย
แจง้ ผู้ป่วย/ญาตใิ หท้ ราบและเซ็นใบยินยอม
การทำหตั ถการ

8.2 จัดใหผ้ ู้ปว่ ยนอนหงายราบ (ยกเวน้ ใน
รายทห่ี า้ มนอนราบ)

8.3 ต่อ Pressure transducer กบั 0.9%
NSS 500 ml และ Pressure bag จากน้ัน
ไล่สายไมใ่ หม้ ฟี องอากาศ บีบ Pressure bag
ให้ได้ pressure ที่ 300 mmHg แลว้ แขวน
ไวท้ ี่เสาน้ำเกลอื
8.4 Scrub the hub ข้อต่อสาย distal ของ
สาย central line (สายสเี หลอื ง) ด้วยสำลี
ชบุ 70% Alcohol อยา่ งน้อย 15 วนิ าที ตอ่
เขา้ กบั สาย Extension ของ Pressure
transducer

วิธีปฏิบัตงิ าน หนา้ : 7/9

เร่อื ง : การวัดความดันในหลอดเลือดดำสว่ นกลาง รหสั เอกสาร:
WI-NUR01-002
ทบทวนครัง้ ที่ : 02

8. วธิ กี ารดำเนนิ งาน (การวดั CVP แบบ monitoring) (ตอ่ )

ภาพประกอบ ลำดับขน้ั ตอน

8.5 หาตำแหนง่ Phlebostatic axis เพอื่ เปน็ zero

pointซง่ึ อยตู่ รงกบั ระดบั หัวใจห้องบนขวา โดยเป็น

จุดตัดของเส้นท่ีลากผ่าน 4 th intercostal space

ตดั กบั mid antero posterior line และทำ

เครื่องหมายเอาไว้

8.6 ใชไ้ ม้วัดระดบั น้ำ วดั ทาบจากตำแหน่ง
Phlebostatic axis ทที่ ำไว้ในขอ้ 6.5 ปลายอกี ข้าง
หนึ่งตรงกบั ตำแหน่ง three-way stopcock ของ
Pressure transducer

8.7 ตำแหน่งหยดน้ำบนไม้วัดระดับน้ำอยู่ตรงกลาง
จากนั้นยึด Pressure transducer ด้วยพลาสเตอร์
เหนียว หรอื ใช้ Holder แทนกไ็ ดเ้ ชน่ กนั

วิธีปฏบิ ัติงาน หนา้ : 8/9

เรอื่ ง : การวัดความดันในหลอดเลือดดำสว่ นกลาง รหสั เอกสาร:
WI-NUR01-002
ทบทวนครั้งที่ : 02

8. วธิ ีการดำเนนิ งาน (การวดั CVP แบบ monitoring) (ตอ่ )

ภาพประกอบ ลำดบั ข้นั ตอน

8.8 ต่อสายเคเบิ้ลจาก Pressure transducer เข้า

เคร่ือง EKG monitor ขา้ งเตยี ง

8.9 ปรบั ต้ัง label เปน็ CVP.

8.10 ปรบั ต้งั scale เป็น optimum

8.11 ห ม ุ น three-way stopcock ข อ ง Pressure
transducer ให้ปิดด้านผู้ป่วย ตั้ง zero CVP. เมื่อค่า
CVP เท่ากับศูนย์ (0) หมุน three way stopcockของ
Pressure transducer ให้ปิดด้าน air เปิดด้านผู้ป่วย
ค่าท่ีแสดงทีห่ นา้ จอ monitor คอื CVP.

วธิ ีปฏบิ ตั ิงาน หนา้ : 9/9

เรอ่ื ง : การวดั ความดันในหลอดเลือดดำส่วนกลาง รหัสเอกสาร:
WI-NUR01-002
8. วิธีการดำเนินงาน (การวัด CVP แบบ monitoring) (ตอ่ ) ทบทวนคร้ังท่ี : 02

ภาพประกอบ ลำดับขนั้ ตอน
8.12 บันทึกค่าความดันในหลอดเลือดดำ
สว่ นกลางทว่ี ัดได้ ในบันทกึ ทางการพยาบาล

หมายเหตุ การหาตำแหน่ง Phlebostatic axis เพ่ือเป็น zero point ทำไดโ้ ดยการหาจดุ ตัดของเส้นที่ลาก
ผ่าน 4 th intercostal space ตัดกับ mid antero posterior line (ใช้ไม้บรรทัดวัดความยาวของ antero
posterior line และตำแหนง่ ก่งึ กลางคือ mid antero posterior line )

7. เอกสารอ้างองิ
วทิ ยา ศรดี ามา. (2547). หัตถการทางการแพทยท์ างดา้ นอายุรศาสตร์ โครงการตำราจุฬาอายุรศาสตร.์

กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตรจ์ ฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.
เอกรนิ ทร์ ภูมพิ เิ ชฐ. (2553). เวชบำบัดวิกฤตพนื้ ฐาน ภาควิชาอายุรศาสตร์. กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์

ศริ ริ าชพยาบาล.
สมาคมเวชบำบดั วิกฤตแหง่ ประเทศไทย (2552). Critical Care Towards Optimal Perfect. กรุงเทพฯ:

บยี อนด์ เอน็ เทอร์ไพรซ์.
Paolella, L. P., Dorfman, G. S., Cronan, J. J., & Hasan, F. M. (1988). Topographic location of the left

atrium by computed tomography: reducing pulmonary artery catheter calibration
error. Critical care medicine, 16(11), 1154–1156. https://doi.org/10.1097/00003246-
198811000-00014

1. วตั ถปุ ระสงค์
เพือ่ ให้ผปู้ ว่ ยไดร้ ับออกซิเจนอย่างถกู ตอ้ งและเพียงพอ

2. ขอบเขต / กลุม่ เปา้ หมาย
ผู้ปว่ ยกลมุ่ ผู้ใหญ่ท่ีได้รบั คำสง่ั การรกั ษาให้ออกซเิ จนประเภท nasal cannula หรือ nonrebreather mask

3. คำจำกัดความ
การให้ออกซิเจน หมายถึง การใหอ้ อกซิเจนแก่ผู้ป่วยตามแผนการรักษา หรอื เม่อื มขี ้อบ่งช้ี ดังน้ี
1. Critical illnesses เช่น shock, major trauma, status epilepticus และ carbon
monoxide poisoning
2. ภาวะ hypoxemia ได้แก่ ค่า SpO2 <94% ในผู้ป่วยท่ัวไป หรือ SpO2<88% ในผู้ป่วยท่ีได้รับ
การวนิ ิจฉัย hypercapnic respiratory failure

4. ผูร้ บั ผดิ ชอบ
พยาบาลวิชาชีพ / พยาบาลเทคนิค / ผู้ชว่ ยพยาบาล

5. อุปกรณแ์ ละเครือ่ งใช้
5.1 ชดุ สายออกซเิ จน
5.1.1 nasal cannula
5.1.2 nonrebreather mask
5.2 กระบอกออกซิเจน humidifier และ sterile water
5.3 อปุ กรณต์ อ่ กบั หรอื แหล่งจา่ ยออกซเิ จน
5.3.1 oxygen flowmeter และ pipeline adapter กรณีต่อออกซิเจนจาก pipeline
5.3.2 ถังออกซิเจน กรณเี คลอ่ื นยา้ ย

วิธีปฏิบตั งิ าน หนา้ : 2/4
เรอ่ื ง : การให้ออกซิเจน
รหสั เอกสาร:
WI-NUR01-003
ทบทวนครัง้ ที่ : 02

6. วธิ ีการดำเนนิ งาน ลำดบั ข้ันตอน
ภาพประกอบ 6.1 ตรวจสอบความพรอ้ มของอุปกรณแ์ ละการทำงาน

ของอปุ กรณ์ เชน่ flow rate ของกา๊ ซออกซิเจน,
ปรมิ าณกา๊ ซทเี่ หลอื ในถงั compressed gas
cylinders หรอื liquid oxygen system ทัง้ ถังทใ่ี ช้
งานและถงั สำรองทกุ เวร
6.2 อธิบายใหผ้ ปู้ ่วยเขา้ ใจถึงวัตถปุ ระสงคแ์ ละความ
จำเปน็ ในการใหอ้ อกซิเจน

6.3 ลา้ งมือใหส้ ะอาด

6.4 เตรยี มกระบอกออกซิเจน humidifier โดยมีระดบั
sterile water ท่ีระดับต่ำกว่า maximum line 10
mm หรอื ½ นว้ิ และตรวจสอบระดับ sterile water
อยา่ งน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยดแู ลไมใ่ หต้ ำ่ กวา่ ระดบั
minimum line

6.5 สวมใส่ชุดสายออกซเิ จน nasal cannula ด้วย
oxygen flow 2-6 L/min หรือ nonrebreather
mask ดว้ ย oxygen flow 10-15 L/min ตาม
แผนการรกั ษา พร้อมปอ้ งกนั และตรวจสอบ
pressure injury บริเวณตำแหน่งสัมผัสสายและ
หน้ากากทกุ เวร

วิธีปฏิบตั งิ าน หนา้ : 3/4
เรือ่ ง : การให้ออกซิเจน
รหัสเอกสาร:
WI-NUR01-003
ทบทวนครั้งที่ : 02

6. วิธีการดำเนินงาน (ตอ่ ) ลำดับขนั้ ตอน
ภาพประกอบ 6.6 ตอ่ oxygen flowmeter และ pipeline adapter

ต่อกบั กระบอกออกซเิ จน humidifier และชดุ สาย
ออกซิเจน nasal cannula หรือ nonrebreather
mask พรอ้ มตรวจสอบ leakage ระหวา่ ง
flowmeter, humidifier และ oxygen delivery
device และทดสอบการไหลของออกซิเจน
6.7 ประเมินผปู้ ว่ ยซ้ำ พร้อมรายงานหวั หน้าทีมและ
แพทย์กรณพี บ
- ค่า SpO2<94% ในผู้ป่วยทวั่ ไป / SpO2<88% ใน

ผู้ปว่ ยท่ไี ดร้ บั การวินจิ ฉัย hypercapnic
respiratory failure
- ค่า SpO2 ไมค่ งที่ขึ้นลง >3%
- อาการไม่คงท่ี เช่น เหนือ่ ย เจบ็ หน้าอก เหง่ือออก
ตวั เย็น ความรสู้ ึกตวั เปลีย่ น
6.8 กรณีเคลอื่ นยา้ ยเตรยี มถังออกซเิ จนทมี่ ีปริมาณ
ออกซิเจนให้เพียงพอ โดยประมาณเวลาเดนิ ทางไป
กลบั บวกเพมิ่ อกี 30 นาที แลว้ ดเู ปรียบเทียบสกี บั
ปรมิ าณก๊าซในถัง (PSI; pound-force per square
inch) ท่ีเหมาะสม

6.9 หลักการควบคมุ การตดิ เช้ือ humidifier
equipment

6.9.1 เปลีย่ น sterile water ทกุ 8 ชวั่ โมง
6.9.2 ลา้ งกระบอกออกซิเจน humidifier ทุก 24 ชวั่ โมง

โดยแยกการทำความสะอาด ดังน้ี
- กระบอกออกซิเจนท่ีสามารถปรับได้ทง้ั ในรปู แบบ
ของ jet และ bubble ให้ทำความสะอาดด้วยสบู่
ลา้ งน้ำ ตากใหแ้ ห้ง แลว้ จงึ นำไปส่งอบแก๊ส

วิธีปฏิบตั งิ าน หนา้ : 3/4
เรื่อง : การให้ออกซิเจน
รหัสเอกสาร:
WI-NUR01-003
ทบทวนครงั้ ที่ : 02

6. วิธีการดำเนินงาน (ตอ่ ) ลำดบั ขนั้ ตอน
ภาพประกอบ - กระบอกออกซิเจนท่ีไม่สามารถปรับได้(ใช้ได้เฉพาะ
รูปแบบของ bubble เท่านั้น) ให้ทำความสะอาดด้วยสบู่
ล้างนำ้ และตากใหแ้ ห้งก่อนนำมาใชใ้ หม่

7. เอกสารอา้ งองิ
Driscoll, B. R., et al. (2017). British Thoracic Society Guideline for oxygen use in adults in

healthcare and emergency settings. BMJ Open Respiratory Research, 4( 1) ,
http://dx.doi.org/10.1136/thoraxjnl-2016-209729.
Knight, P. H., Maheshwari, N., Hussain, J., Scholl, M., Hughes, M., Papadimos, T. J., Guo, W. A.,
Cipolla, J., Stawicki, S. P., & Latchana, N. (2015). Complications during intrahospital
transport of critically ill patients: Focus on risk identification and
prevention. International journal of critical illness and injury science, 5(4), 256–264.
https://doi.org/10.4103/2229-5151.170840
World Health, O. and F. United Nations Children's ( 2019) . WHO-UNICEF technical
specifications and guidance for oxygen therapy devices. Geneva, World Health
Organization.

1. วตั ถปุ ระสงค์
1.1 เพื่อให้ผูป้ ว่ ยไดร้ ับออกซเิ จนอย่างเพียงพอ
1.2 เพื่อเปิดทางเดนิ หายใจและระบายเสมหะ

2. ขอบเขต / กลุม่ เป้าหมาย
ผู้ปว่ ยท่ใี สท่ อ่ ช่วยหายใจ / ทอ่ หลอดลมคอทกุ ราย

3. คำจำกดั ความ
การดูดเสมหะ หมายถึง การใชส้ ายยางปราศจากเช้ือดดู เสมหะผ่านเขา้ ทางทอ่ ช่วยหายใจ เพ่อื นำ

เสมหะออกจากทางเดนิ หายใจ เพอ่ื ชว่ ยให้ทางเดินหายใจโลง่ และควรดดู เสมหะเมื่อมีขอ้ บง่ ช้ี ได้แก่ ผปู้ ว่ ย
หายใจมเี สยี งเสมหะครืดคราด หายใจหอบ หายใจลำบาก ใช้แรงในการหายใจมากขึน้ ผปู้ ่วยไอบ่อยมีเสยี ง
เสมหะ ดูดกอ่ นใหอ้ าหารทางสายยาง ดูดเพือ่ ตอ้ งการเกบ็ ส่ิงส่งตรวจทางห้องปฏิบตั กิ าร หรอื ก่อนถอดท่อชว่ ย
หายใจ

4. ผรู้ ับผดิ ชอบ
พยาบาลวชิ าชีพ / พยาบาลเทคนิค / เจา้ หนา้ ทพ่ี ยาบาล

5. อุปกรณ์และเครอ่ื งใช้ (open suction)
5.1 สายดูดเสมหะปลอดเชื้อ ตามขนาดทเ่ี หมาะกับผู้ปว่ ย

อายุ ขนาดของสายดดู เสมหะ(เบอร)์
แรกเกิด –18 เดือน 6 – 8 Fr.
18 – 24 เดอื น 8 – 10 Fr.
2 – 4 ปี 10 – 12 Fr.
7 – 10 ปี 12 – 14 Fr.
ผูใ้ หญ่ 12 – 16 Fr.

วธิ ีปฏบิ ัติงาน หนา้ : 2/9

เรอื่ ง : การดดู เสมหะทางท่อชว่ ยหายใจ รหสั เอกสาร:
WI-NUR01-004
ทบทวนคร้ังที่ : 02

5. อปุ กรณแ์ ละเครื่องใช้ (open suction) (ตอ่ ) อุปกรณ์
ภาพประกอบ 5.2 ชุดเครื่องดูดเสมหะ Mobile suction
หรือ Wall suction (Receptacle vacgard
ภาชนะสำหรบั ใสน่ ้ำสะอาด และ connecting tube)
ล้างสาย suction 5.3 ภาชนะใส่น้ำสะอาดสำหรับล้างสายดูด
เสมหะทีใ่ ชแ้ ลว้

5.4 ถุงมือปราศจากเชื้อสำหรับผู้ดูดเสมหะ
และถุงมอื สะอาดสำหรับผู้ชว่ ยดดู เสมหะ
5.5 สำลชี ปุ 70% alcohol

5.6 self-inflating bag with reservoir bag
ต่อกับออกซเิ จน pipeline

วธิ ีปฏิบัตงิ าน หนา้ : 3/9

เร่ือง : การดดู เสมหะทางท่อชว่ ยหายใจ รหัสเอกสาร:
WI-NUR01-004
6. วธิ ีการดำเนนิ งาน (open suction) ทบทวนครัง้ ท่ี : 02

ภาพประกอบ ลำดับขั้นตอน
6.1 ประเมนิ อาการของผู้ป่วยวา่ มขี อ้ บ่งชีใ้ นการดดู
เสมหะทีจ่ ะดูดเสมหะ แจง้ ผู้ปว่ ยและญาติใหท้ ราบ
6.2 จัดผู้ปว่ ยให้อย่ใู นท่าท่ีเหมาะสมกบั สภาพผ้ปู ่วย
6.3 ผดู้ ดู เสมหะล้างมือ และใส่mask ใหเ้ รยี บร้อย
6.4 ผูช้ ่วยดูดเสมหะลา้ งมอื ใส่ mask และสวมถงุ มือ
สะอาด

6.5 ให้ออกซเิ จน 100% แก่ผู้ปว่ ยก่อนดดู เสมหะ
- ผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจชนิดที่มีปุ่มปรับออกซิเจน
ให้ปรับปุ่มไปที่ออกซิเจน 100% suction ก่อนการ
suction ประมาณ 2- 3 นาที

- ผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจชนิดที่ไม่มีปุ่มปรับ
ออกซิเจน 100% suction หรอื ใช้ออกซเิ จน T- piece/
collar mask ให้ปลดข้อต่อเครื่องช่วยหายใจ ถือหรือ
วางไว้ในตำแหน่งส่วนปลายข้อต่อไม่ให้contamination
ผู้ช่วยดูดเสมหะใช้สำลีชุบ 70% alcohol เช็ดรอบท่อ
ช่วยหายใจแล้วให้ออกซิเจน 100% ทางself-inflating
bag บบี ใหผ้ ู้ปว่ ยนาน 2-3 นาที

วิธปี ฏบิ ตั ิงาน หนา้ : 4/9

เรื่อง : การดดู เสมหะทางท่อช่วยหายใจ รหสั เอกสาร:
WI-NUR01-004
ทบทวนครงั้ ท่ี : 02

6. วิธีการดำเนนิ งาน (open suction) (ต่อ)

ภาพประกอบ ลำดบั ข้ันตอน
6.1 เปิดเครื่องดูดเสมหะ ปรับแรงดันที่เหมาะสมคือใน
เดก็ ทารก ใช้แรงดดู ชว่ ง 60 – 80 มลิ ลิเมตรปรอท
ในเดก็ ใชแ้ รงดูดชว่ ง 80 – 120 มิลลิเมตรปรอท
ในผใู้ หญ่ ใช้แรงดูดชว่ ง 120-150 มลิ ลิเมตรปรอท
6.2 ผู้ดูดเสมหะสวมถุงมือปราศจากเชื้อ ต่อสายดูด
เสมหะกบั สาย connecting tube

6.3 ใสส่ ายดดู เสมหะเข้าไปทางท่อหลอดลมคอ / ทอ่
ชว่ ยหายใจ ด้วยความนุ่มนวล จนรูส้ กึ มแี รงต้าน แล้วดงึ
สายดดู เสมหะขนึ้ มา 1 เซนตเิ มตร เพื่อปอ้ งกนั การดดู
เยอื่ บหุ ลอดลมคอ แล้วจงึ เร่มิ ทำ pressure control
โดยหมนุ สายดดู เสมหะไปรอบๆทอ่ พรอ้ มดงึ สายดูด
เสมหะออกมาใชเ้ วลา 10- 15 วนิ าทใี นผ้ใู หญ่และเดก็ โต
ใชเ้ วลา 10 วินาทใี นเด็กเล็ก และใชเ้ วลา 5 วนิ าทใี น
ทารกแรกเกดิ หลังจากนนั้ ดงึ สายดดู เสมหะออกมา
พร้อมสังเกตลักษณะสี และจำนวนของเสมหะ การ
หายใจ ความอม่ิ ตัวของออกซิเจนในเลอื ดปลายนิว้ และ
คลืน่ ไฟฟ้าหัวใจ
6.4 ระหว่างและหลงั การดูดเสมหะแตล่ ะครัง้ ผูช้ ่วยดดู
เสมหะเช็ดข้อต่อเครอ่ื งช่วยหายใจและปลายทอ่ ช่วย
หายใจด้วยสำลีชุบ 70% alcohol แลว้ ถือหรอื วางไว้
ระวงั contamination และให้ hyperinflation
ออกซิเจน 100% ประมาณ2- 3 นาที ทำเช่นเดยี วกัน
กบั การใหอ้ อกซเิ จน 100% แก่ผปู้ ่วยก่อนดดู เสมหะ

วธิ ปี ฏบิ ัตงิ าน หนา้ : 5/9

เรื่อง : การดดู เสมหะทางทอ่ ชว่ ยหายใจ รหัสเอกสาร:
WI-NUR01-004
ทบทวนครัง้ ที่ : 02

6. วิธีการดำเนนิ งาน (open suction) (ตอ่ )

ภาพประกอบ ลำดับข้ันตอน
6.5 เมอ่ื ดูดเสมหะเสร็จแลว้ ผู้ชว่ ยดดู เสมหะใชส้ ำลชี บุ
70% alcohol เช็ดบริเวณรอบท่อชว่ ยหายใจ แลว้ ตอ่
เขา้ กบั เคร่ืองชว่ ยหายใจ
6.12 ลา้ งสายดูดเสมหะด้วยน้ำสะอาดในภาชนะท่ี
เตรียมไว้ล้างสาย
6.13 เก็บอุปกรณใ์ ห้เรยี บร้อย และล้างมอื

7. อปุ กรณ์และเครือ่ งใช้ (closed suction) อปุ กรณ์
7.1 ชดุ เครื่องดูดเสมหะ Mobile suction หรือ
ภาพประกอบ Wall suction (Receptacle vacgard และ
connecting tube)
ภาชนะสำหรับใสน่ ำ้ สะอาด 7.2 ภาชนะใส่น้ำสะอาดสำหรับล้างสายดูด
ลา้ งสาย suction เสมหะท่ีใช้แลว้

วิธีปฏบิ ตั งิ าน หนา้ : 6/9

เรอื่ ง : การดดู เสมหะทางท่อชว่ ยหายใจ รหสั เอกสาร:
WI-NUR01-004
ทบทวนครัง้ ท่ี : 02

7. อุปกรณ์และเครือ่ งใช้ (closed suction) (ตอ่ ) อุปกรณ์
ภาพประกอบ 7.3 ชดุ สายดูดเสมหะแบบปดิ
7.4 set IV
7.5 sterile water 100 ml 1 ขวด
7.6 สำลีชบุ 70% alcohol

8. วิธีการดำเนนิ งาน (closed suction) ลำดับข้ันตอน
ภาพประกอบ 8.1 ประเมนิ อาการของผปู้ ว่ ยวา่ มขี อ้ บง่ ช้ใี นการดูด
เสมหะทจี่ ะดดู เสมหะ แจง้ ผปู้ ว่ ยและญาติใหท้ ราบ
8.2 จัดผปู้ ่วยให้อยูใ่ นทา่ ที่เหมาะสมกบั สภาพผปู้ ว่ ย
8.3 ผดู้ ดู เสมหะล้างมอื ใสm่ ask และสวมถงุ มอื
สะอาด

วิธปี ฏบิ ตั ิงาน หนา้ : 7/9

เรื่อง : การดดู เสมหะทางท่อช่วยหายใจ รหัสเอกสาร:
WI-NUR01-004
ทบทวนครัง้ ที่ : 02

8. วธิ ีการดำเนนิ งาน (closed suction) (ตอ่ ) ลำดับข้ันตอน
ภาพประกอบ 8.4 ต่อชุดดูดเสมหะแบบปิดเข้ากับท่อช่วยหายใจ
ของผู้ป่วยและขอ้ ตอ่ เคร่ืองช่วยหายใจ
แขวนไวท้ ่ีเสานำ้ เกลอื 8.5 ต่อ Set IV กับขวด sterile water แขวนไว้ท่ี
หัวเตยี งผปู้ ่วย เสาน้ำเกลือหัวเตียงผู้ป่วย ปลายสายต่อเข้ากับสาย
Normal saline Proximal (สายสีดำ) สำหรบั ลา้ งสาย suction เม่อื
suction เสรจ็ แล้ว
ขอ้ ต่อเคร่ืองชว่ ยหายใจ ส่วนสาย Distal (สายสีเขียว) สำหรับใส่น้ำเกลือ
normal saline กรณีต้องการละลายเสมหะ หรือ
เสมหะเหนียว

8.6 ให้ออกซิเจน 100% แก่ผู้ป่วยก่อนดูดเสมหะ
โดยกดปุ่มออกซิเจน 100% suction ก่อนการ
suction ประมาณ 2- 3 นาที

Connecting tube 8.7 เปิดเครื่องดูดเสมหะ ปรับแรงดูดประมาณ
120-150 มลิ ลเิ มตรปรอท
8.8 เปิดจุกสาย suction เช็ดด้วยสำลีชุบ 70%
alcohol แ ล ะ ต่อส ายดูดเสมหะกับสายต่อ
connecting tube

วธิ ปี ฏบิ ัติงาน หนา้ : 8/9

เรื่อง : การดูดเสมหะทางท่อชว่ ยหายใจ รหสั เอกสาร:
WI-NUR01-004
ทบทวนคร้งั ที่ : 02

8. วธิ ีการดำเนนิ งาน (closed suction) (ตอ่ ) ลำดับขัน้ ตอน
ภาพประกอบ 8.9 ใส่สายดูดเสมหะเข้าไปทางท่อหลอดลมคอ / ท่อ
ช่วยหายใจด้วยความนุ่มนวล จนรูส้ กึ มแี รงตา้ น แล้วดงึ
สายดูดเสมหะขึ้นมา 1 เซนติเมตร เพื่อป้องกันการดูด
เยื่อบุหลอดลมคอ แล้วจึงเริ่มทำ pressure control
พร้อมดึงสายดูดเสมหะออกมาใช้เวลา 10- 15 วินาที
พร้อมสังเกตลักษณะสี และจำนวนของเสมหะ การ
หายใจ ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดปลายนิ้ว
และคลนื่ ไฟฟ้าหัวใจ

8.10 ระหว่างการดูดเสมหะแตล่ ะคร้งั และหลงั การดูด
เสมหะ ให้ hyperinflation โดยการกดออกซเิ จน
100% suction และกด Manual inspiration เป็น
จังหวะการหายใจ จนผปู้ ว่ ยหายเหนอ่ื ย

8.11 เมอื่ ดูดเสมหะเสรจ็ แลว้ ลา้ งสายดดู เสมหะโดย
การเปดิ clamp สาย sterile water และกด
pressure control ไวต้ ลอดการลา้ งสาย ระวังนำ้ ลา้ ง
สายไหลเข้าไปในท่อชว่ ยหายใจของผู้ป่วย

วธิ ปี ฏิบตั งิ าน หนา้ : 9/9

เรื่อง : การดูดเสมหะทางทอ่ ชว่ ยหายใจ รหสั เอกสาร:
WI-NUR01-004
ทบทวนคร้งั ท่ี : 02

8. วิธีการดำเนินงาน (closed suction) (ตอ่ )

ภาพประกอบ ลำดับขั้นตอน
8.12 ปดิ clamp สาย sterile water ปลดสาย
suction กบั สาย connecting tube แลว้ ดูดนำ้ ล้าง
สาย connecting tube ให้สะอาดอกี คร้งั
8.13 เชด็ จกุ สาย suction ด้วยสำลีชบุ 70%
alcohol แล้วปิดจุกใหเ้ รยี บร้อย
8.14 เกบ็ อุปกรณใ์ ห้เรียบรอ้ ย และล้างมอื

7. เอกสารอา้ งอิง
ทนนั ชัย บุญบรู พงศ์, ธนิต วีรงั คบตุ ร และประสาทนีย์จนั ทร. (2551). การบำบดั ระบบหายใจในเวชปฏิบัติ.

กรุงเทพฯ: บียอนด์ เอน็ เทอรไ์ พรซ์.
ทนนั ชัย บุญบูรพงศ์,(2561). การบำบดั ระบบหายใจในเวชปฏบิ ัต.ิ กรุงเทพฯ: บจก.ปญั ญมติ รการพมิ พ.์
สุปาณี เสนาดิสัย, และมณี อาภานันทกิ ลุ . (2552). คู่มอื ปฏิบตั กิ ารพยาบาล. กรุงเทพฯ: จดุ ทองการพิมพ.์
Doyle, G. R., McCutcheon, J. A. (2015). Clinical procedures for safer patient care. BCcampus.

Retrieved from/https://opentextbc.ca/clinicalskills/
Eckman, M., & et al. (2015).Nursing Procedures. (7thed). Pennsylvania: Lippincott William &

Wilkins.
Elsaman, Suad. (2017). Effect of Application of Endotracheal Suction Guidelines on

Cardiorespiratory Parameters of Mechanically Ventilated Patients. IOSR Journal of
Nursing and Health Science. 06. 41-48. 10.9790/1959-0601014148.
Jaypee Brothers Medical Pubishers.(2011). Textbook of Nursing Foundations. New Delhi:
Rajkamal Electric Press.
Potter, P. A., Perry, A. G., Stockert, P. A., & Hall, A. M. (2013).Fundamentals of Nursing. (8th ed).
Missouri : Mosby Elsevier.

1. วัตถปุ ระสงค์
1. เพอื่ ให้อาหาร ยา และนำ้ ในผูป้ ่วยทีไ่ ม่สามารถรับประทานทางปากได้
2. เพอ่ื ลา้ งสารพษิ ออกจากกระเพราะอาหาร
3. เพื่อระบายแก๊สและสารคัดหลัง่ จากกระเพาะอาหาร

2. ขอบเขต / กลมุ่ เป้าหมาย
ผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่ไดร้ ับการใส่สายทางจมกู ทกุ ราย

3. คำจำกดั ความ
การใสส่ ายทางจมกู หมายถงึ การใส่สาย nasogastric tube ชนิดพลาสตกิ หรือยางเขา้ ทางจมกู ผา่ น

ทางลำคอหลอดอาหารจนถึงกระเพาะอาหาร

4. หน้าที่ความรับผิดชอบ
พยาบาลวิชาชีพ

5. อปุ กรณแ์ ละเคร่ืองใช้ อปุ กรณ์
ภาพประกอบ 5.1 สาย nasogastric tube
ผ้ชู ายใช้ No. 16 – 18 FR
ผู้หญงิ ใช้ No. 14 – 16 FR
5.2 พลาสเตอรส์ ำหรบั ติด nasogastric tube
5.3 หูฟัง (stethoscope)
5.4 Set Feed
5.5 K – Y jelly
5.6 Gauze
5.7 ถุงมือ disposable
5.8 ไมพ้ นั สำลชี ุบนำ้ สะอาด

วิธปี ฏบิ ตั งิ าน หนา้ : 2/4
เรื่อง : การใส่สายทางจมกู ในผู้ใหญ่
รหัสเอกสาร:
WI-NUR01-005
ทบทวนคร้ังท่ี : 02

6. วธิ ีการดำเนนิ งาน ลำดับขัน้ ตอน
ภาพประกอบ 6.1 อธิบายใหผ้ ปู้ ว่ ยเขา้ ใจถงึ วตั ถุประสงคแ์ ละ
วธิ กี ารใส่ แนะนำให้หายใจทางปากขณะใส่สายทาง
จมูกและให้ผปู้ ว่ ยชว่ ยกลืน
6.2 จัดทา่ ผู้ปว่ ยในทา่ น่งั หรอื นอนศีรษะสงู (high
fowler’s position) ระดบั 45 องศา
6.3 ทำทางเดนิ หายใจให้โล่ง

6.4 ลา้ งมือ, สวมถงุ มอื disposable

6.5 ตรวจสอบรูจมูก ผนังก้ันรูจมูกและการผ่านของ
ลมหายใจ
6.6 วดั ความยาวของสาย nasogastric tube ตาม
หลักการวัด NEX

วิธีปฏิบตั งิ าน หนา้ : 3/4
เร่อื ง : การใสส่ ายทางจมูกในผู้ใหญ่
รหสั เอกสาร:
WI-NUR01-005
ทบทวนคร้งั ท่ี : 02

6. วธิ ีการดำเนินงาน (ตอ่ ) ลำดับขั้นตอน
ภาพประกอบ

6.7 หล่อล่ืนปลายสายดว้ ย K – Y jelly ยาวประมาณ
3 – 4 น้ิว

6.8 ให้ผู้ป่วยแหงนศรี ษะข้นึ เลก็ นอ้ ย ใสส่ ายทางจมูกตาม
แนวโค้งของโพรงจมกู เม่อื สายผา่ นถึงคอให้ผ้ปู ว่ ยกม้
ศรี ษะลงและบอกใหผ้ ปู้ ว่ ยกลืนสาย เลอื่ นสายเขา้ ชา้ ๆ
ตามจงั หวะการกลืน หลีกเล่ียงการดนั สายเข้าไปแรงๆ ใช้
วิธีคอ่ ยๆ หมุนสาย

6.9 ทดสอบตำแหน่งสาย
6.9.1 ใช้ syringe feed ดดู นำ้ ย่อยจากกระเพาะอาหาร
จะไดน้ ้ำยอ่ ยออกมา ถ้าดูดไมอ่ อกอาจมกี ารพบั งอของ
สายหรอื ใส่ไมล่ กึ พอ ตอ้ งเล่อื นหรือขยบั สาย

6.9.2 ใช้ syringe feed ดนั ลมประมาณ 10 มิลลลิ ิตร
ฟงั บรเิ วณลิ้นปี่ค่อนไปทางซ้าย (ตำแหน่งกระเพาะ
อาหาร) จะได้ยนิ เสยี งลมผ่าน (เสียงฟี๊ดๆ) จากนั้นดูดเอา
ลมออก

วธิ ปี ฏบิ ัตงิ าน หนา้ : 4/4
เรื่อง : การใสส่ ายทางจมกู ในผู้ใหญ่
รหัสเอกสาร:
WI-NUR01-005
ทบทวนครัง้ ที่ : 02

6. วิธีการดำเนินงาน (ตอ่ ) ลำดับขัน้ ตอน
ภาพประกอบ

6.10 ตดิ สายให้อยูก่ ับที่ ยกปลายสายให้สูงขึน้

7. เอกสารอ้างอิง
สมั พันธ์ สันทนาคณติ . (2555). คมู่ อื การปฏบิ ัติการพยาบาลพน้ื ฐาน 1 . กรุงเทพฯ: คณะพยาบาลศาสตร์

เก้ือการณุ ย์มหาวทิ ยาลัยนวมินทราธิราช.
สปุ าณี เสนาดสิ ยั และวรรณภา ประไพพานชิ . (2551). การพยาบาลฟ้ืนฐาน แนวคิดและการปฏบิ ัติ.

(พิมพ์คร้ังท่ี 12). กรงุ เทพฯ: จดุ ทองการพมิ พ.์
สุปาณี เสนาดิสัย และมณี อาภานันทิกลุ . (2552). คู่มอื ปฏบิ ตั กิ ารพยาบาล. กรงุ เทพฯ: จุดทองการพิมพ.์
Doyle, G. R., McCutcheon, J. A. (2015). Clinical procedures for safer patient care. BCcampus.

Retrieved from/https://opentextbc.ca/clinicalskills/
Eckman, M., & et al. (2015). Nursing Procedures. (7thed). Pennsylvania: Lippincott William & Wilkins.

Potter, P. A., Perry, A. G., Stockert, P. A., & Hall, A. M. (2013). Fundamentals of Nursing.
NPSA (2011) Patient Safety Alert NPSA/2011/PSA002: Reducing the harm caused by misplaced

nasogastric feeding tubes in adults, children and infants.
(8thed). St. Louis. Missouri: Mosby Elsevier.

1. วตั ถุประสงค์
1.1 เพอื่ ลดแรงดันในกระเพาะอาหาร
1.2 เพือ่ ระบายก๊าซ สิ่งท่คี า้ งอยหู่ รือนำ้ คดั หล่งั ออกจากกระเพาะอาหาร
1.3 เพือ่ ลดความไม่สขุ สบายของผ้ปู ว่ ย

2. ขอบเขต / กล่มุ เปา้ หมาย
ผู้ป่วยทุกรายที่ใส่สายทางจมูกสู่กระเพาะอาหาร (nasogastric tube : NG tune) และต่อกับ

เครอ่ื งดดู ของเสยี ทงั้ ระบบดดู เปน็ ชว่ งๆ และดดู อย่างต่อเน่ือง

3. คำจำกัดความ
การใสส่ ายทางจมูกลงสกู่ ระเพาะอาหารต่อกบั เครอื่ งดดู ของเสีย หมายถึง การใส่สาย nasogastric

tube ชนิดพลาสติกหรือยางเข้าทางจมูกผ่านทางลำคอหลอดอาหารจนถึงกระเพาะอาหาร และต่อกับ
เคร่อื งดูดของเสยี เพอ่ื ดูดก๊าซหรอื สารคัดหล่งั ในกระเพาะอาหาร

4. ผรู้ ับผดิ ชอบ
พยาบาลวชิ าชพี / พยาบาลเทคนคิ / เจา้ หน้าท่พี ยาบาล

5. อปุ กรณ์และเครือ่ งใช้ ลำดับขนั้ ตอน
ภาพประกอบ 5.1 Receptal vacgard หรอื CRD Liner
Suction ขนาด 1.5 lit
5.2 Receptal tube
5.3 Conister Suction หรือ CRD Outer
Suction
5.4 Vacuum regulator

วธิ ปี ฏิบตั ิงาน หนา้ : 2/4

เรื่อง : การดแู ลผู้ป่วยท่ใี สส่ ายทางจมูกส่กู ระเพาะอาหาร รหสั เอกสาร:
ตอ่ กบั เครือ่ งดูดของเสยี WI-NUR01-006
ทบทวนครั้งท่ี : 02

6. วธิ ีการดำเนนิ งาน ลำดับขั้นตอน
ภาพประกอบ 6.1 ประเมินสภาพผู้ป่วย ลักษณะและปริมาณสารคดั
หลง่ั อาการท้องอืด และการทำงานของลำไส้
6.2 ตรวจดูตำแหน่งของสาย (ยกเว้นรายที่รับการ
ผ่าตัดเกี่ยวกับหลอดอาหาร กระเพาะอาหารและ
ลำไส้เล็กส่วนต้น ห้ามเล่ือนออกหรอื ดันเข้า)

6.3 ตรวจและปรับพลาสเตอร์ที่สายให้ตรึงแน่น
ระหว่างสายและผิวหนัง ถ้าสกปรกเปลี่ยนบริเวณท่ี
ติดพลาสเตอร์ เพื่อป้องกันการระคายเคืองและกดทับ
ท่ีผิวหนังและเยอ่ื บุ

6.4 ตรวจสภาพการทำงานของ Vacuum regulator
ปรับใหท้ ำงานตรงตามวัตถปุ ระสงค์และสอดคล้องกบั
แผนการรกั ษา

วิธปี ฏบิ ัติงาน หนา้ : 3/4

เร่ือง : การดแู ลผู้ปว่ ยท่ีใส่สายทางจมูกส่กู ระเพาะอาหาร รหสั เอกสาร:
ต่อกบั เครอื่ งดูดของเสีย WI-NUR01-006
ทบทวนคร้งั ท่ี : 02

ภาพประกอบ ลำดบั ขน้ั ตอน

6.5 ทดสอบการทำงาน โดยจุ่มสายทีต่ ่อกับ Vacuum
regulator ลงในน้ำ ถา้ พบวา่ น้ำไม่ถูกดูดลงขวดรองรบั
แสดงว่าอาจมีการอดุ ตันของสาย ให้ใช้ syringe irrigate
ดันอากาศเข้าไปประมาณ 20 – 50 มิลลิลิตร ตรวจดูการ
ปดิ ของฝาขวดและขอ้ ตอ่ ซ่ึงต้องไมม่ ีรรู ่ัว ทดสอบอกี คร้ัง
ถา้ น้ำถกู ดดู ลงขวดตามปกตแิ ลว้ ใหต้ อ่ สาย nasogastric
tube จากผ้ปู ว่ ยลงเครอื่ งและสงั เกตการไหลของสารคดั
หล่ัง

6.6 ปรบั ค่าระดบั ความดันใหส้ อดคล้องกับแผนการรักษา
และสภาพผู้ป่วย เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดออกง่ายควร
ปรบั คา่ ความดนั ตำ่ / ปานกลาง

6.7 บันทกึ ปรมิ าณน้ำเข้า– ออกรวมถึงสารคดั หล่งั ทกุ 8
ชัว่ โมงหรอื ตามแผนการรกั ษาในแบบบันทกึ
6.8 เทสารคดั หลง่ั ในขวดทิ้งและทำความสะอาดอยา่ ง
น้อยทกุ 8 ช่วั โมง (กรณใี ชแ้ บบ Congo suction)

วธิ ีปฏบิ ัตงิ าน หนา้ : 4/4

เรอ่ื ง : การดแู ลผปู้ ่วยท่ีใส่สายทางจมกู สูก่ ระเพาะอาหาร รหสั เอกสาร:
ต่อกบั เครื่องดูดของเสีย WI-NUR01-006
ทบทวนครง้ั ท่ี : 02

7. เอกสารอา้ งอิง
สมั พนั ธ์ สนั ทนาคณิต. (2555). คมู่ อื การปฏบิ ตั กิ ารพยาบาลพืน้ ฐาน 1. กรุงเทพฯ: คณะพยาบาลศาสตร์

เกื้อการุณย์มหาวิทยาลัยนวมินทราธริ าช.
สุปาณี เสนาดิสัย, และมณี อาภานันทกิ ุล. (2552). คู่มือปฏิบัติการพยาบาล. กรุงเทพฯ: จุดทองการพิมพ์.
Doyle, G. R., McCutcheon, J. A. (2015). Clinical procedures for safer patient care. BCcampus.

https://opentextbc.ca/clinicalskills/
Eckman, M., & et al. (2015).Nursing Procedures. (7thed). Pennsylvania: Lippincott

William & Wilkins.
Potter, P. A., Perry, A. G., Stockert, P. A., & Hall, A. M. (2013). Fundamentals of Nursing.

(8thedi). St. Louis. Missouri : Mosby Elsevier.

1. วัตถุประสงค์
1.1 เพือ่ ล้างกระเพาะอาหารในผู้ปว่ ยท่ีมีการกลนื /รบั ประทานยาเกนิ ขนาดหรอื สารพิษ
1.2 เพอื่ ใชป้ ระกอบการวินจิ ฉัยและการประเมินความรุนแรงภาวะเลอื ดออกในทางเดินอาหารสว่ นต้น

2. ขอบเขต / กลมุ่ เป้าหมาย
2.1 ผูป้ ว่ ยทีม่ ีประวตั ิหรอื สงสัยวา่ มกี ารกลนื / รับประทานยาหรือสารพษิ ทีไ่ ม่ใช่กรดหรอื ดา่ งเขม้ ข้น
2.2 ผูป้ ่วยทส่ี งสยั ว่ามภี าวะเลอื ดออกในทางเดนิ อาหารส่วนตน้

3. คำจำกัดความ
การล้างกระเพาะอาหาร หมายถึง การใส่น้ำ/สารละลายเข้าไปทางสายยางที่ใส่เข้าถึงกระเพาะอาหาร

แล้วปลอ่ ยนำ้ /สารละลายน้นั ออก

4.หน้าท่ีความรบั ผดิ ชอบ
พยาบาลวิชาชีพ / พยาบาลเทคนิค

5.อุปกรณ์และเครื่องใช้ อุปกรณ์
ภาพประกอบ

5.1 ชดุ ลา้ งกระเพาะอาหาร หรอื ชดุ ใหอ้ าหาร
5.2 0.9% NSS for Irrigate
5.3 ชามรปู ไตหรือภาชนะสำหรับใสน่ ำ้ ภายหลงั ใช้
ลา้ งกระเพาะอาหาร
5.4 ถงุ มือ Disposable

วิธีปฏบิ ัตงิ าน หนา้ : 2/4

เร่อื ง : การล้างกระเพาะอาหาร รหัสเอกสาร:
WI-NUR01-007
ทบทวนครงั้ ท่ี : 02

6.วธิ ีการดำเนนิ งาน ลำดับขนั้ ตอน
ภาพประกอบ 6.1 แจ้งให้ผู้ปว่ ย/ญาตทิ ราบถึงวธิ แี ละประโยชนข์ องการ
ล้างกระเพาะอาหาร
6.2 จัดให้ผูป้ ว่ ยนอนตะแคงซ้ายโดยให้ระดับศีรษะสูง 10-
20 องศา

6.3 ลา้ งมือ สวมถุงมือ Disposable ตรวจสอบตำแหนง่
ปลายสายยางทใี่ ส่เขา้ ไปถงึ กระเพาะอาหารโดยใช้ syringe
feed ดูดนำ้ ย่อยหรอื สิ่งตกคา้ งจากกระเพาะอาหาร ถ้าดดู
ไมอ่ อกอาจมีการพับงอของสายหรือใส่ไม่ลึกพอ ตอ้ งเลอื่ น
หรือขยบั สาย

6.4 ใช้กระบอกดูดสิ่งคั่งค้างในกระเพาะอาหาร (gastric
content) พร้อมสังเกตลกั ษณะสแี ละจำนวน

6.4.1 ในรายที่ได้รับสารพิษ ให้เก็บสิ่งตกค้างใน
กระเพาะอาหารส่งตรวจตามแผนการรักษา

6.4.2 ในรายที่มีภาวะเลอื ดออกในทางเดินอาหารส่วน
ตน้ ให้รายงานแพทยท์ ันที
6.5 ดดู เอาสิ่งตกค้างและสารคดั หลังในกระเพาะอาหาร
ออกใหห้ มดใสใ่ นชามรูปไตหรือภาชะท่ีเตรียมมาส่งตรวจ

วิธปี ฏบิ ตั ิงาน หนา้ : 3/4

เร่อื ง : การลา้ งกระเพาะอาหาร รหสั เอกสาร:
WI-NUR01-007
ทบทวนครัง้ ท่ี : 02

6.วธิ ีการดำเนนิ งาน (ตอ่ )

ภาพประกอบ ลำดบั ข้ันตอน

6.6 เท 0.9% NSS for Irrigate ใสเ่ หยือก ใช้ Syringe ดดู
ประมาณ 30 – 50 มิลลิลิตรต่อเข้าสายทางจมูก ยกสูงให้
น้ำไหลช้าๆตามแรงดึงดูดของโลก (ไม่ใช้วิธีดันน้ำยาเข้า
ไป) ปริมาณรวมของการใส่สารละลายหรือน้ำในแต่ละครั้ง
ในผู้ใหญ่ ควรประมาณ 150 –200 มิลลลิ ิตร ไม่ควรเกิน 500
มิลลิลิตรหรือตามแผนการรักษา และเด็กประมาณ 10
มลิ ลลิ ิตรตอ่ น้ำหนกั ตวั 1 กิโลกรัม

6.7 ดดู ส่ิงตกคา้ งออกชา้ ๆ จนหมดและประเมนิ ปรมิ าณน้ำ
ที่ใส่เข้าและไหลออกในแต่ละครั้งให้สมดุลกัน จึงใส่น้ำยา
ลงไปล้างใหม่ จนกว่าน้ำทอ่ี อกมาสะอาด

6.8 บันทึกลักษณะน้ำที่ไหลออกจากกระเพาะอาหารและ
ปรมิ าณน้ำทีใ่ ชใ้ นการลา้ งกระเพาะอาหารทง้ั หมด
6.9 ดูแลความสะอาดในช่องปากหลังเสร็จสิ้นการล้าง
กระเพาะอาหาร

วธิ ีปฏบิ ัติงาน หนา้ : 4/4

เรื่อง : การลา้ งกระเพาะอาหาร รหสั เอกสาร:
WI-NUR01-007
ทบทวนคร้งั ที่ : 02

7. เอกสารอ้างองิ
กติ ตศิ ักด์ิ แสนประเสริฐ. (2558). การรักษาภาวะพิษโดยทวั่ ไป. ศูนยพ์ ษิ วทิ ยารามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์

โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลยั มหดิ ล. กรุงเทพมหานคร.
สัมพันธ์ สนั ทนาคณิต. (2555). คู่มอื การปฏิบตั ิการพยาบาลพื้นฐาน 1. กรงุ เทพฯ: คณะพยาบาลศาสตร์เก้อื การุณย์

มหาวทิ ยาลยั นวมินทราธริ าช.
สปุ าณี เสนาดิสยั และวรรณภา ประไพพานิช. (2551). การพยาบาลพนื้ ฐาน แนวคดิ และการปฏิบตั .ิ

(พิมพ์ครัง้ ที่ 12). กรงุ เทพฯ: จดุ ทองการพิมพ.์
สุปาณี เสนาดสิ ัย และมณี อาภานนั ทกิ ลุ . (2552). ค่มู ือปฏิบัติการพยาบาล. กรุงเทพฯ: จดุ ทองการพิมพ.์
Chiew, A. L., Gluud, C., Brok, J., & Buckley, N. A. (2018). Interventions for paracetamol

(acetaminophen) overdose. The Cochrane database of systematic reviews, 2(2),
CD003328. https://doi.org/10.1002/14651858.CD003328.pub3
Eckman, M., & et al. (2015). Nursing Procedures. (7thed). Pennsylvania: Lippincott William &
Wilkins.
Potter, P. A., Perry, A. G., Stockert, P. A., & Hall, A. M. (2013). Fundamentals of Nursing. (8thed).
St. Louis. Missouri : Mosby Elsevier.
Wilkins, T., & et al. (2012).Diagnosis and management of upper Gastrointestinal bleeding.
Am Fam Physician. 85,469-476.

1. วตั ถุประสงค์
1.1 เพื่อใหผ้ ูป้ ว่ ยมีความพรอ้ มและไดร้ ับการเจาะหลังรวดเร็วและถูกวธิ ี
1.2 เพอื่ ให้ผู้ป่วยหลังเจาะหลังได้รบั การดูแลถกู ต้องปลอดภยั จากภาวะแทรกซอ้ น

2. ขอบเขต / กล่มุ เป้าหมาย
ผ้ปู ว่ ยท่ีไดร้ ับการเจาะหลงั ทกุ ราย

3. คำจำกัดความ
การเจาะหลัง (Lumbar puncture / spinal /puncture) คือการใช้เข็มกลวง ซึ่งมี stylet ประกอบเป็น

แกนกลางแทงเข้าไปในช่องระหว่างกระดูกสันหลัง Lumbar (ในช่องระหว่าง L3 กับ L4 หรือ L4 กับ L5 ) จนถึงข้ัน
subarachnoid ซงึ่ มนี ้ำไขสันหลังอยอู่ อกมาเพ่ือการวนิ จิ ฉัย / วัดความดนั ของนำ้ ไขสนั หลัง

4. ผรู้ ับผิดชอบ

พยาบาลวชิ าชีพ / พยาบาลเทคนคิ / เจ้าหน้าที่พยาบาล

5. อุปกรณแ์ ละเครือ่ งใช้

ภาพประกอบ อุปกรณ์

5.1 ชุดเจาะหลัง และชุดหลอดแก้ววัดระดับน้ำไขสัน

หลงั พรอ้ ม three-way stopcock

5.2 Spinal needleปลอดเชือ้ เบอร2์ 0,21และ 22

5.3 ขวดsterileเก็บspecimenสง่ ตรวจ(อุปกรณ์อย่ใู น

ชดุ เจาะหลงั )

5.4 ถงุ มือ sterile,ชดุ sterile

5.5 Xylocaine 1–2 %

5.6 Syringe 10 ml และ needle No.18,24

5.7 Gauze sterile 1-2 หอ่

5.8 Cotton sterile 1-2 หอ่

5.9 2% chlorhexidine

5.10 ชามรปู ไต

5.11 แผน่ ปิดแผลเอนกประสงค์ และกรรไกร

วธิ ีปฏบิ ตั ิงาน หนา้ : 2/3

เร่อื ง : การเจาะหลงั รหัสเอกสาร:
WI-NUR01-008
6. วธิ ีการดำเนนิ งาน ทบทวนคร้ังที่ : 02
ภาพประกอบ
ลำดับขั้นตอน
6.1 ล้างมือ เตรยี มของไปทเี่ ตยี งผู้ปว่ ย
บอกผู้ป่วยให้ทราบและเซ็นใบยินยอมการ
ทำหัตถการ

6.2 บอกให้ผู้ป่วยทราบให้ข้อมูลและเซ็นใบ
ยินยอมการตรวจ
6.3 ให้ผู้ป่วยถ่ายปัสสาวะก่อน เพราะต้อง
นอนนานอยา่ งน้อย 6 ชัว่ โมง
6.4 วดั สญั ญาณชพี ก่อนทำหัตถการ
6.5 จัดท่าผู้ป่วยนอนตะแคงให้หลังชิดขอบ
เตียงด้านใดด้านหนึ่ง งอเข่า หรือให้ผู้ป่วย
ประสานมือไว้ใต้เข่า ก้มศีรษะจนคางจรด
เขา่ (ถา้ ทำได้)
6.6 ปิดตาและเปิดเสื้อเฉพาะตำแหนง่ ที่เจาะ

6.7 หลังแพทยท์ ำหัตถการเสรจ็ ปดิ แผลด้วย
gauze และแผน่ ปดิ แผลอเนกประสงค์
6.8 บันทึกลักษณะสี จำนวนของ CSF,
open pressure, closed pressure แ ล ะ
อาการของผู้ป่วยลงในใบบันทึกทางการ
พยาบาล
6.9 ทำความสะอาดและจัดเกบ็ อุปกรณ์

วธิ ปี ฏิบัตงิ าน หนา้ : 3/3

เรื่อง : การเจาะหลัง รหสั เอกสาร:
WI-NUR01-008
ภาพประกอบ ทบทวนคร้งั ที่ : 02

ลำดบั ขนั้ ตอน
6.10 ส่งสิ่งส่งตรวจไปยังห้องปฏิบัติการ

ตามแผนการรกั ษา
6.11 จัดท่าผู้ป่วยนอนราบ หนุนหมอนต่ำ

6-8 ช่วั โมง พลกิ ตะแคงตวั ซ้าย ขวาได้

6.12 วัดสญั ญาณชีพและ Neuro sign ประเมินอาการเปลีย่ นแปลงทกุ 15 นาที 4 คร้งั ทกุ 30 นาที 2 คร้ัง
และทกุ 1 ชว่ั โมง จนกว่าสัญญาณชพี จะปกติ

6.13 ตรวจดบู ริเวณที่เจาะหากพบวา่ มกี ารซมึ ร่วั ของน้ำไขสันหลงั ให้ปดิ ตำแหนง่ ท่เี จาะให้แน่น
6.14 สังเกตอาการผดิ ปกติ เช่น ปวดศรี ษะมาก ระดับความรสู้ ึกตวั เปลี่ยน Neuro sign เปลีย่ นแปลง ปวด

หลัง / มีอาการขาชา ถา้ พบอาการให้รายงานแพทย์ทราบ

7. เอกสารอา้ งองิ
กัมมันต์ พันธุมจินดา. (2557). Lumbar Punctureใน วิทยา ศรีดามา. หัตถการทางการแพทย์ทางด้าน

อายรุ ศาสตร์. (พมิ พค์ รัง้ ท่ี 2). กรุงเทพฯ: ยูนิตี้ พับลเิ คชนั่ .
สปุ าณี เสนาดิสัย และวรรณภา ประไพพานชิ . (2551). การพยาบาลพนื้ ฐานและแนวคิดการปฏิบตั .ิ

(พมิ พค์ ร้งั ที่ 12). กรงุ เทพฯ: จดุ ทองการพิมพ.์
สุปาณี เสนาดิสยั และมณี อาภานันทกิ ุล. (2552). คูม่ อื ปฏบิ ัติการพยาบาล. กรุงเทพฯ: จดุ ทองการพิมพ.์
Nath, S., Koziarz, A., Badhiwala, J. H., Alhazzani, W., Jaeschke, R., Sharma, S., Banfield, L.,

Shoamanesh, A., Singh, S., Nassiri, F., Oczkowski, W., Belley-Côté, E., Truant, R., Reddy, K.,
Meade, M. O., Farrokhyar, F., Bala, M. M., Alshamsi, F., Krag, M., Etxeandia-Ikobaltzeta, I., …
Almenawer, S. A. (2018). Atraumatic versus conventional lumbar puncture needles: a
systematic review and meta-analysis. Lancet (London, England), 391(10126), 1197–1204.
https://doi.org/10.1016/S0140-6736(17)32451-0
Costerus, J. M., Brouwer, M. C., & van de Beek, D. (2018). Technological advances and changing
indications for lumbar puncture in neurological disorders. The Lancet. Neurology, 17(3),
268–278. https://doi.org/10.1016/S1474-4422(18)30033-4

1. วัตถปุ ระสงค์
1.1 เพอ่ื ใหผ้ ปู้ ่วยมคี วามพร้อมและไดร้ บั การเจาะไขกระดูกรวดเรว็ และถกู วิธี
1.2 เพื่อใหผ้ ูป้ ว่ ยหลงั เจาะไขกระดกู ได้รับการดูแลถูกต้องปลอดภยั จากภาวะแทรกซอ้ น

2. ขอบเขต / กลมุ่ เปา้ หมาย
ผู้ป่วยทไี่ ดรบั การเจาะไขกระดูก

3. คำจำกัดความ
การเจาะไขกระดูก (bone marrow aspiration หรือ bone marrow biopsy) คือการดูดหรือเจาะเอา

เซลล์จากไขกระดกู (bone marrow) ออกมาเพ่ือวินจิ ฉัยโรค

4. ผ้รู ับผดิ ชอบ
พยาบาลวิชาชีพ/ พยาบาลเทคนิค / เจา้ หน้าทพี่ ยาบาล

5.อปุ กรณ์และเคร่ืองใช้ อุปกรณ์
ภาพประกอบ 5.1 ชุดเจาะไขกระดกู
5.2 slide 10 แผน่
5.3 ขวดน้ำยา สำหรบั ใสช่ ิ้นเนือ้ bone marrow
1 ใบ (หรอื ตามจำนวนชนดิ ของการส่งตรวจ)
5.4 ถงุ มอื sterile, ชุด sterile
5.5 Gauze sterile, Cotton sterile
5.6 Xylocaine 1–2 %
5.7 Syringe 10 ml และ needle No. 18,24
5.7 2% chlorhexidine, สำลชี ุบ 70% alcohol
5.8 ชามรูปไต
5.9 แผ่นปดิ แผลเอนกประสงค์ (Neofix), กรรไกร

วธิ ปี ฏบิ ตั งิ าน หนา้ : 2/3

เร่ือง : การเจาะไขกระดกู รหัสเอกสาร:
WI-NUR01-009
ทบทวนครงั้ ท่ี : 02

6. วิธีการดำเนินงาน

ภาพประกอบ ลำดับขั้นตอน
6.1 ล้างมือและเตรียมของใช้ไปที่เตียงผู้ป่วย แจ้ง
ขอ้ มูลใหผ้ ู้ป่วย / ญาติทราบและใหเ้ ซ็นใบยินยอม

6.2 จัดทา่ ผ้ปู ่วยใหเ้ หมาะสม ตามแผนการรักษา
6.2.1 เจาะกระดูกหน้าอก (sternum) ให้ผู้ป่วยนอน
หงายใช้หมอนหนนุ ใตห้ วั ไหลท่ ้ังสองขา้ ง

6.2.2 เจาะกระดูกสะโพกด้านหน้า (anterior iliac
crest) หรือเจาะกระดูกสะโพกด้านหลัง (posterior
iliac crest) ให้ผู้ป่วยนอนคว่ำมือทั้งสองข้างหนุน
ศรี ษะ หรอื นอนตะแคงดา้ นทต่ี อ้ งการเจาะขึ้น

6.3 หลังจากแพทย์เจาะเสร็จให้ปิดแผลด้วย Gauze
sterile และแผ่นปดิ แผลเอนกประสงค์ (Neofix)

วธิ ีปฏิบตั งิ าน หนา้ : 3/3

เรือ่ ง : การเจาะไขกระดกู รหัสเอกสาร:
WI-NUR01-009
ทบทวนครง้ั ท่ี : 02

6.4 ส่งสิ่งส่งตรวจไปยงั ห้องปฏิบตั กิ ารตามแผนการรกั ษา
6.5 จัดเก็บและทำความสะอาดอุปกรณ์
6.6 จัดทา่ ใหผ้ ูป้ ่วยนอนทบั แผลทเี่ จาะนาน 30 นาที ถึง 1 ช่วั โมง
6.7 วัดสญั ญาณชพี และประเมนิ อาการเปล่ียนแปลงโดยวดั ทันที 1 ครัง้ และอกี 1 ช่ัวโมง 1 ครง้ั
ถา้ ไมเ่ ปลย่ี นแปลงวดั ทกุ 4 ชวั่ โมงตามปกติ
6.8 ดแู ลความสขุ สบายทัว่ ไป หากผู้ป่วยปวดแผลมาก ดแู ลให้ยาแก้ปวดตามแผนการรกั ษา
6.9 สังเกตอาการ เลือดออกจากแผลทเ่ี จาะ ถา้ พบมีเลือดออกรายงานแพทย์
6.10 หลังเจาะไขกระดกู 8 ชวั่ โมง ตดิ ตามเปดิ ดูรอยท่เี จาะถา้ ไม่มเี ลือดออก นำผ้าปดิ แผลออก
6.11 บนั ทกึ อาการผู้ปว่ ยหลังเจาะไขกระดกู ในบันทกึ ทางการพยาบาล

7. เอกสารอา้ งอิง
สปุ าณี เสนาดิสัย และวรรณภา ประไพพานชิ . (2551). การพยาบาลพืน้ ฐานและแนวคิดการปฏิบัติ. (พิมพค์ ร้ังท่ี 12).

กรุงเทพฯ: จดุ ทองการพมิ พ.์
สุปาณี เสนาดิสัย และมณี อาภานนั ทิกุล. (2552). คมู่ อื ปฏิบตั กิ ารพยาบาล. กรุงเทพฯ: จุดทองการพมิ พ์.
Tyagi, R., Singh, A., Garg, B., & Sood, N. (2018). Beware of Bone Marrow: Incidental Detection and

Primary Diagnosis of Solid Tumours in Bone Marrow Aspiration and Biopsies; A Study of 22
Cases. Iranian journal of pathology, 13 (1), 78–84.

1. วตั ถุประสงค์
1.1 เพือ่ ให้ผปู้ ่วยมีความพร้อมและได้รับการเจาะปอดรวดเรว็ และถกู วิธี
1.2 เพือ่ ให้ผปู้ ่วยหลังเจาะปอดทกุ รายได้รับการดแู ลอยา่ งถกู ตอ้ งปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อน

2. ขอบเขต / กลุ่มเปา้ หมาย
ผู้ป่วยทไ่ี ด้รับการเจาะปอดทุกราย

3. คำจำกดั ความ
การเจาะปอด (thoracentesis) หมายถึง การแทงเข็มเข้าไปใน ช่องเยื่อหุ้มปอด เพื่อดูดของเหลวหรือ

อากาศออก ตำแหน่งที่ใช้เจาะขึ้นอยู่กับสิ่งที่ต้องการดูดออก ถ้า เป็นอากาศจะเจาะบริเวณทรวงอกด้านหน้า
ส่วนบน ระหว่างกระดูกซี่โครงที่ 2 และ 3 ถ้าเป็นของเหลว เจาะบริเวณทรวงอกด้านหลัง ส่วนล่างต่ำกว่าระดับ
ของของเหลวซ่งึ อาจอยรู่ ะหว่างกระดกู ซีโ่ ครงท่ี 6 และ 7 หรอื 7 และ 8

การเจาะปอดน้ีมีวตั ถุประสงค์เพือ่
1. การวินจิ ฉยั โรค เช่น ตดั ชิน้ เนอื้ ปอดส่งตรวจหาเชอ้ื โรค ส่วนประกอบทางเคมีและ เซลลม์ ะเร็ง เปน็ ต้น
2. การรักษา เชน่ ลดแรงดนั ในเยอ่ื หุม้ ปอด ให้ยาเข้าในชอ่ งเย่อื หุม้ ปอด ลดอาการปวด เป็นตน้
3. ระบายของเหลวออกจากชอ่ งเยอื่ หมุ้ ปอด เพื่อลดอาการอดึ อัดแนน่ หน้าอก หายใจลำบาก
4. ระบายลมหรือเลอื ดซ่งึ เกิดจากภาวะมลี มในช่องเย่ือหุม้ ปอด (pneumothorax)

4. ผรู้ ับผดิ ชอบ
พยาบาลวิชาชีพ/ พยาบาลเทคนคิ / เจ้าหนา้ ทพ่ี ยาบาล

วิธีปฏิบตั ิงาน หนา้ : 2/4

เร่อื ง : การเจาะปอด รหัสเอกสาร:
WI-NUR01-010
ทบทวนคร้ังท่ี : 02

5.อปุ กรณแ์ ละเครื่องใช้ อุปกรณ์
ภาพประกอบ 5.1 ชดุ เจาะปอดธรรมดา, ชดุ sterile
5.2 Xylocaine 1-2 %
5.3 ขวด sterile ขนาด 10 - 20 ml (จำนวนขวด
พจิ ารณาตามชนิดของการส่งตรวจ)
5.4 ขวด sterileขนาด1,000 ml จำนวน 1-5 ใบ
5.5 ถงุ มือ sterile
5.6 2% chlorhexidine, สำลีชุบ 70% alcohol
5.7 Syringe 10,20 ml และ needle No.18,24
5.8 IV catheter No.20
5.9 Extension tube ยาว 42 นว้ิ และThree way
stopcock
5.10 Gauze sterile 1- 2 หอ่
5.11 Cotton sterile 1-2 หอ่
5.12 ชามรปู ไต
5.13 แผ่นปิดแผลเอนกประสงค์ และกรรไกร

วิธีปฏิบัตงิ าน หนา้ : 3/4

เรื่อง : การเจาะปอด รหสั เอกสาร:
WI-NUR01-010
ทบทวนคร้งั ท่ี : 02

6. วธิ ีการดำเนนิ งาน ลำดบั ขั้นตอน
ภาพประกอบ 6.1 ล้างมือและเตรยี มของไปที่เตียงผู้ป่วย
6.2 แจ้งให้ผู้ป่วยทราบให้ข้อมูลและเซ็นใบ
ยนิ ยอมการทำหัตถการ
6.3 เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างไว้ข้างเตียงผู้ป่วย
และรอส่งอุปกรณ์ให้แพทย์แบบ sterile
technique
6.4 วดั สญั ญาณชพี ก่อนทำหตั ถการ

6.5 จัดท่าผู้ป่วยในท่านอนยกศีรษะสูง 30
องศา แขนทั้งสองข้างยกขึ้นเหนือศีรษะ หรือ
ท่านั่งก้มศีรษะแขนทั้งสองข้างยกขึ้นวางกับ
over bed

6.6 ปิดตาด้วยผ้าและเปิดเสื้อเฉพาะตำแหน่ง
ทเ่ี จาะ


Click to View FlipBook Version