ศาลชั้นต้นในเขตกร ุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9
ก คำนำ ด้วยสำนักงานศาลยุติธรรมมีพันธกิจสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาระบบงานธุรการ ในการสนับสนุนการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่องในศาลยุติธรรมทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนได้โดยสะดวกรวดเร็ว และเป็นธรรม ซึ่งศาลยุติธรรมได้ เริ่มดำเนินการจัดวางการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่องในศาลยุติธรรม ทั่วประเทศ ตั้งแต่ ปี 2544 เป็นต้นมา1 อนึ่ง สำนักงานศาลยุติธรรมได้จัดทำโปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูล สถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่องโดยให้กลุ่มศาลแพ่งและศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 จัดเก็บข้อมูลและรายงานสถิติคดี ดังกล่าวทางเว็บเบราว์เซอร์ http://10.1.2.9/court_stat_program_oja/ ภายในวันที่10 ของทุกเดือน และ เริ่มรายงานตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป ซึ่งการจัดเก็บข้อมูลและสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดี ครบองค์คณะและต่อเนื่องมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารศาลชั้นต้นทุกระดับในการนำข้อมูลสถิติคดี ไปใช้ในการกำหนดนโยบายในภาพรวมของศาล การประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของบุคลากร ในองค์กร ตลอดจนการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องต่าง ๆ ในศาล และการวิเคราะห์ผลสรุปสถานการณ์คดี และตัดสินใจเพื่อการพัฒนาการบริหารจัดการคดีภายในศาลอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ สำนักส่งเสริมงานตุลาการได้จัดทำรายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดี ครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยนำเสนอผลการดำเนินการบริหารจัดการคดี ที่ผ่านมาในช่วงระยะเวลาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 -กันยายน 2565 ในส่วนที่เกี่ยวกับภาพรวมสถิติคดีที่เข้า สู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) อัตราส่วนผู้พิพากษาและบุคลากรต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ การบริหารจัดการคดี ต้นทาง ผลสัมฤทธิ์ของการบริหารจัดการคดีต้นทาง การบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีต่อเนื่อง ประสิทธิภาพการบริหารจัดการคดีในโครงการเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการ และการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของจำเลยระหว่างการพิจารณาคดีของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่ง ในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ทั้งนี้ สำนักส่งเสริมงานตุลาการหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้บริหารศาลชั้นต้น ในการประเมินสถานการณ์การบริหารจัดการคดีภายในศาลชั้นต้น การวิเคราะห์แก้ไขปัญหาและ การพัฒนาการบริหารจัดการคดีภายในศาลชั้นต้น ตลอดจนการประเมินผลการปฏิบัติราชการของศาลชั้นต้น สำนักส่งเสริมงานตุลาการ 1 สำนักวิชาการศาลยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรม. (2549). คู่มือมาตรฐานนิเทศงานธุรการในระบบพิจารณาคดี ครบองค์คณะและต่อเนื่อง. หน้า 3 และหน้า 5.
ข สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข 1 ภาพรวมสถิติคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) ของศาลชั้นต้นในกรุงเทพมหานคร 1 ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 1.1 สถิติคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร 4 1.2 สถิติคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) ของกลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร 6 1.3 สถิติคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 8 1.4 สถิติคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 13 2 ผู้พิพากษาและบุคลากรในระบบการนั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง 20 2.1 จำนวนผู้พิพากษาของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร 20 กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 2.2 จำนวนบุคลากรของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร 28 กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 2.3 การจัดองค์คณะผู้พิพากษาต่อวันของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร 42 กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 3 การบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง 50 3.1 การบริหารจัดการคดีในวันนัดพิจารณาคดีครั้งแรก 51 3.1.1 การนัดพิจารณาคดีครั้งแรกของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร 52 กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 3.1.2 คดีเสร็จภายในวันฟ้องของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร 59 กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9
ค สารบัญ หน้า 3.2 ผลของการบริหารจัดการคดีในนัดพิจารณาครั้งแรก 64 3.2.1 คดีเสร็จการพิจารณานัดแรกของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร 64 กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 3.2.2 การเลื่อนคดีนัดแรกของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร 74 กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 3.3 การบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีต่อเนื่อง 92 3.3.1 การสืบพยานในคดีสามัญและคดีสามัญพิเศษ 92 ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่ง ในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 3.3.2 การเลื่อนคดีในคดีสามัญและคดีสามัญพิเศษ 101 ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่ง ในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 3.3.3 การพิจารณาคดีแล้วเสร็จในคดีสามัญและคดีสามัญพิเศษ 115 ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่ง ในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 3.4 การกำหนดระยะเวลาการพิจารณาพิพากษาคดี 128 3.4.1 การกำหนดระยะเวลาการพิจารณาพิพากษาคดีในคดีจัดการพิเศษ 129 ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่ง ในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 3.4.2 การกำหนดระยะเวลาการพิจารณาพิพากษาคดีในคดีสามัญ 136 ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่ง ในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9
ง สารบัญ หน้า 3.4.3 การกำหนดระยะเวลาการพิจารณาพิพากษาคดีในคดีสามัญพิเศษ 143 ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่ง ในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 4 ประสิทธิภาพการบริหารจัดการคดีในโครงการเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการ 151 เพื่อเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดีในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 4.1 สถิติคดีในโครงการเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการเพื่อเร่งรัด 151 การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลชั้นต้นที่ไม่สังกัดสำนักงาน อธิบดีผู้พิพากษาภาคและศาลชั้นต้นที่สังกัดสำนักงานอธิบดี ผู้พิพากษาภาค 1- ภาค 9 4.2 ประสิทธิภาพการบริหารจัดการคดีในโครงการเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการ 154 ของศาลชั้นต้นที่ไม่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาคและศาลชั้นต้นที่สังกัด สำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1- ภาค 9 5 การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของจำเลยระหว่างการพิจารณาคดี 158 5.1 การนัดคดีจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณา 159 5.2 จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีในคดีจัดการพิเศษ 162 5.3 จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีในคดีสามัญ 166 5.4 จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีในคดีสามัญพิเศษ 170 6 บทสรุปและข้อเสนอแนะ 175 ภาคผนวก โครงสร้างการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง 179 บรรณานุกรม 181
1 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 1. ภาพรวมสถิติคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) ของศาลชั้นต้นในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ตั้งแต่ตุลาคม 2564 - กันยายน 2565 ศาลชั้นต้นในเขตกรุงเทพมหานคร ศาลแขวง ในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 มีปริมาณคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 1,415,347คดีเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จำนวน 188,986 คดี (ร้อยละ 13.35) นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้คลี่คลายลง แต่การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกที่ 2 และระลอกที่ 3 ยังคงส่งผลกระทบต่อการเดินทางมาศาลของคู่ความ ทำให้เกิดความไม่สะดวกและความไม่ปลอดภัย ในการเดินทางมาศาลของคู่ความ เป็นเหตุให้ศาลมีคำสั่งเลื่อนการพิจารณาคดี ซึ่งมีผลกระทบต่อ การบริหารจัดการคดีของศาลชั้นต้น2 อย่างไรก็ดี ประธานศาลฎีกา (ท่านปิยกุล บุญเพิ่ม) ได้มีนโยบาย ประธานศาลฎีกา ข้อ 2 สร้างหลักประกันการพิจารณาคดีที่ปลอดภัยด้านสุขอนามัย โดยวางระบบ การบริหารจัดการคดีให้สามารถดำเนินการเสร็จภายในมาตรฐานระยะเวลาที่กำหนดภายใต้ข้อจำกัดของ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และส่งเสริมการใช้วิธี พิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกขั้นตอนของการดำเนินคดีสำหรับคู่ความที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยี เพื่อให้การบริหารจัดการคดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ3 ภาพรวมสถิติคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) ของศาลชั้นต้น 2 สำนักประธานศาลฎีกา. (2565). รายงานการดำเนินงานของศาลยุติธรรมต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019. หน้า 21, 24, 128-129. 3 ท่านปิยกุล บุญเพิ่ม. (2564). นโยบายประธานศาลฎีกา หน้า 2. 22,848 1.61% 78,814 5.57% 432,480 30.56% 881,205 62.26% กลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9
2 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จากข้อมูลสถิติคดีข้างต้น ศาลชั้นต้นในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 จำนวนรวม 168 ศาล มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 – 30 กันยายน 2565 จำนวนรวม 1,415,347 คดี ซึ่งประกอบด้วยคดีแพ่ง จำนวน 879,109 คดี และคดีอาญา จำนวน 536,238 คดี ทั้งนี้ กลุ่มศาลที่มีปริมาณคดีเข้าสู่ การพิจารณาคดี(รับใหม่) เรียงจากมากไปหาน้อยตามลำดับ ดังนี้ (1) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 จำนวนรวม 881,205 คดี (ร้อยละ 62.26) (2) ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 จำนวนรวม 432,480 คดี (ร้อยละ 30.56) (3) กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร จำนวนรวม 78,814 คดี (ร้อยละ 5.57) (4) กลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร จำนวนรวม 22,848 คดี (ร้อยละ 1.61) สถิติคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) ของศาลชั้นต้น (จำแนกตามประเภทคดีแพ่ง) 4 จากข้อมูลสถิติคดีข้างต้น ในชั้นรับฟ้อง กลุ่มศาลที่มีปริมาณคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) เรียงจากมากไปหาน้อยตามลำดับ ดังนี้ (1) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 มีคดีแพ่งที่เข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่)จำนวนรวม 524,008 คดี (ร้อยละ 59.46) ซึ่งมีคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุดจำนวน 340,338 คดี (ร้อยละ 64.95) คดีแพ่งทั่วไป จำนวน 164,289 คดี (ร้อยละ 31.35) คดีสาขาแพ่ง จำนวน 19,084 คดี 4 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง) ตารางที่ 1.3 ลักษณะการยื่นฟ้อง ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 หน้า 1 0 50000 100000 150000 200000 250000 300000 350000 0 0 0 0 0 0 28,066 43,692 18 0 3 7,035 29,253 236,942 111 0 6 9,975 164,289 340,338 261 3 33 19,084 กลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9
3 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (ร้อยละ 3.64) คดีกยศ. จำนวน 261 คดี (ร้อยละ 0.05) คดีสิ่งแวดล้อม (แพ่ง) จำนวน 33 คดี (ร้อยละ 0.006) และคดีกรอ. จำนวน 3 คดี (ร้อยละ 0.0006) (2) ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 มีคดีแพ่งที่เข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) จำนวนรวม 276,287 คดี (ร้อยละ 63.88) ซึ่งมีคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 236,942 คดี (ร้อยละ 85.76) คดีแพ่งทั่วไป จำนวน 29,253 คดี (ร้อยละ 10.59) คดีสาขา (แพ่ง) จำนวน 9,975 คดี (ร้อยละ 3.61) คดีกยศ. จำนวน 111 คดี (ร้อยละ 0.04) และคดีสิ่งแวดล้อม (แพ่ง) จำนวน 6 คดี (ร้อยละ0.002) (3) ศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร มีคดีแพ่งที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 78,814 คดี (ร้อยละ 8.97) ซึ่งมีคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 43,692 คดี (ร้อยละ 55.44) คดีแพ่งทั่วไป จำนวน 28,066 คดี (ร้อยละ 35.61) คดีกยศ. จำนวน 18 คดี (ร้อยละ 0.02) คดีสิ่งแวดล้อม (แพ่ง) จำนวน 3 คดี (ร้อยละ 0.004) และคดีสาขาแพ่ง จำนวน 7,035 คดี (ร้อยละ 8.93) สถิติคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) ของศาลชั้นต้น (จำแนกตามประเภทคดีอาญา) 5 จากข้อมูลสถิติคดีข้างต้น ในชั้นรับฟ้อง กลุ่มศาลที่มีปริมาณคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) เรียงจากมากไปหาน้อยตามลำดับ ดังนี้ (1) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) จำนวนรวม 357,197 คดี (ร้อยละ 66.61) ซึ่งมีคดียาเสพติด เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 5 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง) ตารางที่ 1.3 ลักษณะการยื่นฟ้อง ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 หน้า 1 - 50,000 100,000 150,000 200,000 250,000 อาญาทั่วไป ยาเสพติด ค้ามนุษย์ คดีสาขา (อาญา) สิ่งแวดล้อม (อาญา) 16,614 6,022 0 0 130 0 60 0 22 0 100,202 55,886 0 102 3 154,265 200,255 88 1,699 890 กลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9
4 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 200,255 คดี (ร้อยละ 56.06) คดีอาญาทั่วไป จำนวน 154,265 คดี (ร้อยละ 43.19) คดีสาขา (อาญา) จำนวน 1,699 คดี (ร้อยละ 0.48) คดีสิ่งแวดล้อม (อาญา) จำนวน 890 คดี (ร้อยละ 0.25) และ คดีค้ามนุษย์ จำนวน 88 คดี (ร้อยละ 0.02) (2) ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) จำนวนรวม 156,193 คดี (ร้อยละ 29.13) ซึ่งมีคดีอาญาทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 100,202 คดี (ร้อยละ 64.15) คดียาเสพติด จำนวน 55,886 คดี (ร้อยละ 35.78) คดีสาขา (อาญา) จำนวน 102 คดี (ร้อยละ 0.07) และคดีสิ่งแวดล้อม (อาญา) จำนวน 3 คดี (ร้อยละ 0.002) (3) กลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) จำนวนรวม 22,848 คดี (ร้อยละ 4.26) ซึ่งประเภทคดีอาญาที่มีจำนวนคดีน้อยที่สุด ได้แก่ คดีอาญาทั่วไป จำนวน 16,614 คดี (ร้อยละ 72.72) คดียาเสพติด จำนวน 6,022 คดี (ร้อยละ 26.36) และคดีสาขา (อาญา) จำนวน 60 คดี (ร้อยละ 0.26) อย่างไรก็ตาม กลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานครมีประเภทคดีอาญาที่เข้าสู่ การพิจารณาคดีมากที่สุด ได้แก่ คดีค้ามนุษย์ จำนวน 130 คดี (ร้อยละ 0.57) และคดีสิ่งแวดล้อม (อาญา) จำนวน 22 คดี (ร้อยละ 0.09) 1.1 สถิติคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 – 30 กันยายน 2565 ในชั้นรับฟ้อง กลุ่มศาลอาญา ในกรุงเทพมหานคร มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) จำนวนรวม 22,848 คดี โดยจำแนกตาม ประเภทคดี ได้แก่ (1) คดีอาญาทั่วไป จำนวนรวม 16,614 คดี (ร้อยละ 72.72) (2) คดียาเสพติด จำนวนรวม 6,022 คดี (ร้อยละ 26.36) (3) คดีค้ามนุษย์ จำนวนรวม 130 คดี (ร้อยละ 0.57) (4) คดีสาขา (อาญา) จำนวนรวม 60 คดี (ร้อยละ 0.26) (5) คดีสิ่งแวดล้อม (อาญา) จำนวนรวม 22 คดี (ร้อยละ 0.10) ซึ่งศาลอาญามีนบุรีมีปริมาณคดีอาญาทั่วไปมากที่สุด จำนวน 4,987 คดี และมีปริมาณคดียาเสพติดมากที่สุด จำนวน 1,848 คดี ส่วนศาลอาญามีปริมาณคดีค้ามนุษย์มากที่สุด จำนวน 125 คดี และมีปริมาณคดีสาขา (อาญา) มากที่สุด จำนวน 28 คดี และศาลอาญาพระโขนงมีปริมาณคดีสิ่งแวดล้อม (อาญา) มากที่สุด จำนวน 22 คดี อย่างไรก็ตาม ศาลอาญากรุงเทพใต้มีปริมาณคดีอาญาทั่วไปน้อยที่สุด จำนวน 1,193คดีส่วนศาลอาญาตลิ่งชัน มีปริมาณคดียาเสพติดน้อยที่สุด จำนวน 431 คดี นอกจากนี้ ศาลที่ไม่มีคดีค้ามนุษย์ได้แก่ ศาลอาญาพระโขนง และศาลอาญามีนบุรีและศาลที่ไม่มีคดีสิ่งแวดล้อม (อาญา) ได้แก่ ศาลอาญา ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอาญาธนบุรี ศาลอาญาตลิ่งชัน และศาลอาญามีนบุรีจากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่าคดีอาญาทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานครมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 72.72 ในขณะที่ คดียาเสพติดเข้าสู่การพิจารณาคดีของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานครเพียงร้อยละ 26.36
5 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 สถิติคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร (จำแนกตามประเภทคดี) 6 จากข้อมูลสถิติคดีข้างต้น ในชั้นรับฟ้อง กลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร ที่มีคดีอาญา เข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) เรียงจากมากไปหาน้อยตามลำดับ ดังนี้ (1) ศาลอาญามีนบุรีมีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) มากที่สุด จำนวนรวม 6,835 คดี (ร้อยละ 29.92) ซึ่งประเภทคดีอาญาที่มีจำนวนคดีมากที่สุด ได้แก่ คดีอาญาทั่วไป จำนวน 4,987 คดี (ร้อยละ 72.96) และคดียาเสพติด จำนวน 1,848 คดี (ร้อยละ 27.04) (2) ศาลอาญา มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) จำนวนรวม 5,451 คดี (ร้อยละ 23.86) ซึ่งประเภทคดีอาญาที่มีจำนวนคดีมากที่สุด ได้แก่ คดีค้ามนุษย์ จำนวน 125 คดี (ร้อยละ 2.29) และคดีสาขา (อาญา) จำนวน 28 คดี (ร้อยละ 0.51) (3) ศาลอาญาพระโขนง มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) จำนวนรวม 4,077 คดี (ร้อยละ 17.84) ซึ่งประเภทคดีอาญาที่มีจำนวนคดีมากที่สุด ได้แก่ คดีสิ่งแวดล้อม (อาญา) จำนวน 22 คดี (ร้อยละ 0.54) (4) ศาลอาญาตลิ่งชัน มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) จำนวนรวม 2,267คดี (ร้อยละ 9.92) ซึ่งประเภทคดีอาญาที่มีจำนวนคดีน้อยที่สุด ได้แก่คดียาเสพติด จำนวน 431 คดี (ร้อยละ 19.01) 6 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง) ตารางที่ 1.3 ลักษณะการยื่นฟ้อง ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร. หน้า 1. 3,717 1,193 1,313 1,835 3,569 4,987 1,581 835 855 431 472 1,848 125 1 3 1 0 0 28 8 10 0 14 0 0 0 0 0 22 0 - 5 10 15 20 25 30 - 1,000 2,000 3,000 4,000 5,000 6,000 อาญาทั่วไป ยาเสพติด ค้ามนุษย์ คดีสาขา (อาญา) สิ่งแวดล้อม(อาญา)
6 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (5) ศาลอาญาธนบุรี มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) จำนวนรวม 2,181คดี (ร้อยละ 9.55) ซึ่งมีคดีอาญาทั่วไปเข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 1,313 คดี (ร้อยละ 60.20) และคดียาเสพติด จำนวน 855 คดี (ร้อยละ 39.20) (6) ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) น้อยที่สุด จำนวนรวม 2,037 คดี (ร้อยละ 8.92) ซึ่งประเภทคดีอาญาที่มีจำนวนคดีน้อยที่สุด ได้แก่ คดีอาญาทั่วไป จำนวน 1,193 คดี (ร้อยละ 58.57) 1.2 สถิติคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) ของกลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 – 30 กันยายน 2565 ในชั้นยื่นฟ้อง กลุ่มศาลแพ่ง ในกรุงเทพมหานครมีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) จำนวนรวม 78,814 คดี โดยจำแนกตาม ประเภทคดี ได้แก่ (1) คดีแพ่งทั่วไป จำนวนรวม 28,066 คดี (ร้อยละ 35.61) (2) คดีผู้บริโภคทั่วไป จำนวนรวม 43,692 คดี (ร้อยละ 55.44) คดีกยศ. จำนวนรวม 18 คดี (ร้อยละ 0.02) คดีสิ่งแวดล้อม (แพ่ง) จำนวนรวม 3 คดี (ร้อยละ 0.004) และคดีสาขา (แพ่ง) จำนวนรวม 7,035 คดี (ร้อยละ 8.93) ซึ่งศาลแพ่งมี ปริมาณคดีแพ่งทั่วไปมากที่สุด จำนวน 8,808 คดี คดีกยศ. มากที่สุด จำนวน 18 คดี และคดีสิ่งแวดล้อม (แพ่ง) มากที่สุด จำนวน 3 คดี ส่วนศาลแพ่งมีนบุรีมีปริมาณคดีผู้บริโภคทั่วไปมากที่สุด จำนวน 17,477 คดี อย่างไรก็ตาม ศาลแพ่งพระโขนงมีปริมาณคดีแพ่งทั่วไปน้อยที่สุด จำนวน 2,573 คดี ส่วนศาลแพ่งกรุงเทพใต้ มีปริมาณคดีผู้บริโภคทั่วไปน้อยที่สุด จำนวน 1,845 คดี และคดีสาขา (แพ่ง) น้อยที่สุด จำนวน 69 คดี นอกจากนี้ ศาลที่ไม่มีคดีกยศ. และคดีสิ่งแวดล้อม (แพ่ง) ได้แก่ ศาลแพ่งธนบุรี ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลแพ่งตลิ่งชัน ศาลแพ่งพระโขนง และศาลแพ่งมีนบุรีจากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่าคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีของกลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานครมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 55.44 ในขณะที่ คดีแพ่งทั่วไปเข้าสู่การพิจารณาคดีของกลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานครเพียงร้อยละ 35.61 แสดงให้เห็นว่า คดีผู้บริโภคเข้าสู่การพิจารณาคดีของศาลมากกว่าคดีแพ่งประเภทอื่นและมีปริมาณคดีเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากกฎหมายได้บัญญัติขึ้นให้มีระบบวิธีพิจารณาคดีที่เอื้อต่อการใช้สิทธิเรียกร้องของผู้บริโภค เพื่อให้ ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายให้ได้รับการเยียวยาด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรมและประหยัด นอกจากนี้ ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายสามารถยื่นฟ้องคดีได้ที่แผนกคดีผู้บริโภคในศาลชั้นต้นหรือแผนกคดีซื้อขาย ออนไลน์ในศาลแพ่ง หรือยื่นฟ้องที่ระบบ e-Filing ของศาลยุติธรรมด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทาง ในการยื่นคำฟ้อง และเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้สะดวก อันเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค เมื่อมี การยื่นฟ้องคดีผู้บริโภคแล้ว คดีส่วนใหญ่เข้าสู่ระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท หากคู่ความสามารถตกลงกันได้ ทำให้คดีเสร็จการพิจารณาโดยเร็ว ช่วยให้ลดปริมาณคดีในศาล
7 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 สถิติคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) ของกลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร (จำแนกตามประเภทคดี)7 จากข้อมูลสถิติคดีข้างต้น ในชั้นรับฟ้อง กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่ การพิจารณาคดี(รับใหม่) มากที่สุดเรียงตามลำดับ ดังนี้ (1) ศาลแพ่งมีนบุรี มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด จำนวนรวม 25,491 คดี (ร้อยละ 32.34) ซึ่งประเภทคดีแพ่งที่มีจำนวนคดีมากที่สุด ได้แก่ คดีผู้บริโภค จำนวน 17,477 คดี (ร้อยละ 68.56) และคดีสาขาแพ่ง จำนวน 2,792 คดี (ร้อยละ 10.95) (2) ศาลแพ่ง มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 20,887 คดี (ร้อยละ 26.50) ซึ่งประเภทคดีแพ่งที่มีจำนวนคดีมากที่สุด ได้แก่ คดีแพ่งทั่วไป จำนวน 8,808 คดี (ร้อยละ 42.17) คดีกยศ. จำนวน 18 คดี (ร้อยละ 0.09) และคดีสิ่งแวดล้อม (แพ่ง) จำนวน 3 คดี (ร้อยละ 0.01) (3) ศาลแพ่งพระโขนง มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 9,839 คดี (ร้อยละ 12.48) ซึ่งมีคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 5,908 คดี (ร้อยละ 60.05) คดีแพ่งทั่วไป จำนวน 2,573 คดี (ร้อยละ 26.15) และคดีสาขา (แพ่ง) จำนวน 1,358 คดี (ร้อยละ 13.80) (4) ศาลแพ่งตลิ่งชัน มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 8,601 คดี (ร้อยละ 10.91) ซึ่งมีคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 5,035 คดี (ร้อยละ 58.54) คดีแพ่งทั่วไป จำนวน 2,863 คดี (ร้อยละ 33.29) และคดีสาขาแพ่ง จำนวน 703 คดี (ร้อยละ 8.17) 7 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง) ตารางที่ 1.3 ลักษณะการยื่นฟ้อง ของกลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร. หน้า 1. 8,808 10,719 18 0 3 1,339 4,362 2,708 0 0 0 774 4,238 1,845 0 0 0 69 2,863 5,035 0 0 0 703 2,573 5,908 0 0 0 1,358 5,222 17,477 0 0 0 2,792 - 5,000 10,000 15,000 20,000 25,000 30,000 - 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 12,000 แพ่งทั่วไป ผู้บริโภคทั่วไป คดีกยศ. คดีกรอ. สิ่งแวดล้อม (แพ่ง) คดีสาขา(แพ่ง) ศาลแพ่ง ศาลแพ่งธนบุรี ศาลแพ่งกรุงเทพใต้
8 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (5) ศาลแพ่งธนบุรี มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 7,844 คดี (ร้อยละ 9.95) ซึ่งมีคดีแพ่งทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 4,362 คดี (ร้อยละ 55.61) คดีผู้บริโภคทั่วไป จำนวน 2,708 คดี (ร้อยละ 34.52) และคดีสาขา (แพ่ง) จำนวน 774 คดี (ร้อยละ 9.87) (6) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) น้อยที่สุด จำนวนรวม 6,152 คดี (ร้อยละ 7.81) ซึ่งมีคดีแพ่งทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 4,238 คดี (ร้อยละ 68.89) คดีผู้บริโภคทั่วไป จำนวน 1,845 คดี (ร้อยละ 29.99) และคดีสาขา (แพ่ง) จำนวน 69 คดี (ร้อยละ 1.12) 1.3 สถิติคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ตั้งแต่วันที่ 1ตุลาคม 2564 – 30กันยายน 2565 ในชั้นรับฟ้อง ศาลแขวงในสังกัด ภาค 1 - ภาค 9 มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) จำนวนรวม 432,480 คดี ซึ่งมีคดีแพ่ง จำนวนรวม 276,287 คดี (ร้อยละ 63.88) และคดีอาญา จำนวนรวม 156,193 คดี (ร้อยละ 36.12) โดยจำแนกตาม ประเภทคดีแพ่ง ได้แก่ (1) คดีแพ่งทั่วไป จำนวนรวม 29,253 คดี (ร้อยละ 10.59) (2) คดีผู้บริโภคทั่วไป จำนวนรวม 236,942คดี (ร้อยละ 85.76) คดีกยศ. จำนวนรวม 111คดี (ร้อยละ 0.04) คดีสิ่งแวดล้อม (แพ่ง) จำนวนรวม 6 คดี (ร้อยละ 0.002) และคดีสาขา (แพ่ง) จำนวนรวม 9,975 คดี (ร้อยละ 3.61) และ จำแนกตามประเภทคดีอาญา ได้แก่ (1) คดีอาญาทั่วไป จำนวนรวม 100,202 คดี (ร้อยละ 64.15) (2) คดียาเสพติด จำนวนรวม 55,886 คดี (ร้อยละ 35.78) (3) คดีค้ามนุษย์ จำนวนรวม 0คดี (ร้อยละ 0.00) (4) คดีสาขา (อาญา) จำนวนรวม 102 คดี (ร้อยละ 0.07) (5) คดีสิ่งแวดล้อม (อาญา) จำนวนรวม 3 คดี (ร้อยละ 0.002) ซึ่งศาลแขวงในสังกัดภาค 1 มีปริมาณคดีแพ่งทั่วไปมากที่สุด จำนวน 11,829 คดี คดีผู้บริโภคทั่วไปมากที่สุด จำนวน 79,926 คดี คดีกยศ. มากที่สุด จำนวน 50 คดี และคดีสาขา (แพ่ง) มากที่สุด จำนวน 3,488 คดี ส่วนประเภทคดีอาญา ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 มีปริมาณคดีคดีอาญาทั่วไป มากที่สุด จำนวน 31,777 คดี คดียาเสพติดมากที่สุด จำนวน 10,092 คดี คดีสิ่งแวดล้อม (อาญา) มากที่สุด จำนวน 3 คดี และคดีสาขา (อาญา) มากที่สุด จำนวน 57 คดี อย่างไรก็ตาม ศาลแขวงในสังกัดภาค 9 มีปริมาณคดีแพ่งทั่วไปน้อยที่สุด จำนวน 1,127 คดี คดีผู้บริโภคทั่วไปน้อยที่สุด จำนวน 10,882 คดี และ คดีสาขา (แพ่ง) น้อยที่สุด จำนวน 393 คดี ส่วนประเภทคดีอาญา ศาลแขวงในสังกัดภาค 9 มีปริมาณ คดีอาญาทั่วไปน้อยที่สุด จำนวน 2,650 คดี และศาลแขวงในสังกัดภาค 6 มีปริมาณคดียาเสพติดน้อยที่สุด จำนวน 1,969 คดี นอกจากนี้ ศาลที่ไม่มีคดีสิ่งแวดล้อม (อาญา) ได้แก่ ศาลแขวงในสังกัดภาค 2 ศาลแขวงในสังกัดภาค 3 ศาลแขวงในสังกัดภาค 4 ศาลแขวงในสังกัดภาค 5 ศาลแขวงในสังกัดภาค 6 ศาลแขวงในสังกัดภาค 7 ศาลแขวงในสังกัดภาค 8 และศาลแขวงในสังกัดภาค 9 จากข้อมูลสถิติคดีข้างต้น จะเห็นได้ว่า ประเภทคดีแพ่ง คดีผู้บริโภคทั่วไปมีปริมาณคดีสูงเป็นอันดับแรกของปริมาณคดีที่เข้าสู่ การพิจารณาคดีทั้งหมดของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 คิดเป็นร้อยละ 85.76 ในขณะที่ คดีแพ่งทั่วไป มีปริมาณคดีสูงเป็นอันดับสองของปริมาณคดีเข้าสู่การพิจารณาคดีทั้งหมดของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9
9 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพียงร้อยละ 10.59 ส่วนประเภทคดีอาญา คดีอาญาทั่วไปมีปริมาณคดีสูงเป็นอันดับแรกของปริมาณคดี ที่เข้าสู่การพิจารณาคดีทั้งหมดของของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 คิดเป็นร้อยละ 64.15 ในขณะที่คดียาเสพติดมีปริมาณคดีสูงเป็นอันดับสองของปริมาณคดีเข้าสู่การพิจารณาคดีทั้งหมดของ ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 เพียงร้อยละ 35.78 สถิติคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 (จำแนกตามประเภทคดีแพ่ง) 8 จากข้อมูลสถิติคดีข้างต้น ในชั้นรับฟ้อง ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่ การพิจารณาคดี(รับใหม่) จำนวนรวม 276,287 คดี(ร้อยละ 63.88) ซึ่งศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) มากที่สุด เรียงตามลำดับ ดังนี้ (1) ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 มีคดีแพ่งที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด จำนวนรวม 95,293 คดี (ร้อยละ 34.49) ซึ่งประเภทคดีแพ่งที่มีจำนวนคดีมากที่สุด ได้แก่คดีผู้บริโภคทั่วไป จำนวน 79,926 คดี (ร้อยละ 83.87) คดีแพ่งทั่วไป จำนวน 11,829 คดี (ร้อยละ 12.41) คดีสาขา (แพ่ง) จำนวน 3,488 คดี (ร้อยละ 3.66) และคดีกยศ. จำนวน 50 คดี (ร้อยละ 0.05) ทั้งนี้ ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงสมุทรปราการ จำนวน 17,041 คดี 8 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง) ตารางที่ 1.3 ลักษณะการยื่นฟ้อง ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9. หน้า 1. 11,829 4,386 2,031 2,270 2,155 1,153 2,038 2,264 1,127 79,926 26,027 23,875 16,661 20,580 14,120 18,046 26,825 10,882 0 50 0 0 0 36 8 0 0 17 0 0 0 6 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 3,488 871 1,246 814 600 808 748 1,007 393 0 500 1000 1500 2000 2500 3000 3500 4000 - 10,000 20,000 30,000 40,000 50,000 60,000 70,000 80,000 90,000 แพ่งทั่วไป ผู้บริโภคทั่วไป คดีกยศ. สิ่งแวดล้อม(แพ่ง) คดีกรอ. คดีสาขา(แพ่ง)
10 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (ร้อยละ 64.29) ส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 1 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงปทุมวัน จำนวน 634 คดี (ร้อยละ 45.06) (2) ศาลแขวงในสังกัดภาค 2 มีคดีแพ่งที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 31,284 คดี (ร้อยละ 11.32)ซึ่งมีคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 26,027 คดี (ร้อยละ 83.20) ทั้งนี้ ศาลแขวงในสังกัดภาค 2 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงชลบุรี จำนวน 13,934 คดี (ร้อยละ 56.06) ส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 2 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่ การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงระยอง จำนวน 8,116 คดี (ร้อยละ 56.69) (3) ศาลแขวงในสังกัดภาค 8 มีคดีแพ่งที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 30,113 คดี (ร้อยละ 10.90)ซึ่งมีคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 26,825คดี (ร้อยละ 89.08) ทั้งนี้ ศาลแขวงในสังกัดภาค 8 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงภูเก็ต จำนวน 7,819 คดี (ร้อยละ 70.59) ส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 8 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การ พิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงกระบี่ จำนวน 4,441 คดี (ร้อยละ 65.70) (4) ศาลแขวงในสังกัดภาค 3 มีคดีแพ่งที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 27,152 คดี (ร้อยละ 9.83) ซึ่งมีคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 23,875 คดี (ร้อยละ 87.93) ทั้งนี้ ศาลแขวงในสังกัดภาค 3 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ศาลแขวงนครราชสีมา จำนวน 11,511 คดี (ร้อยละ 65.25) ส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 3 ที่มี คดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงสุรินทร์ จำนวน 6,440 คดี (ร้อยละ 69.59) (5) ศาลแขวงในสังกัดภาค 5 มีคดีแพ่งที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด จำนวนรวม 23,349 คดี (ร้อยละ 8.45) ซึ่งมีคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 20,580 คดี (ร้อยละ 88.14) และคดีสิ่งแวดล้อม (แพ่ง) จำนวน 6 คดี (ร้อยละ 0.03) ทั้งนี้ ศาลแขวง ในสังกัดภาค 5 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ศาลแขวงเชียงใหม่ จำนวน 11,077 คดี (ร้อยละ 69.50) ส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 5 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงเวียงป่าเป้า จำนวน 644 คดี (ร้อยละ 55.90) (6) ศาลแขวงในสังกัดภาค 7 มีคดีแพ่งที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด จำนวนรวม 20,832 คดี (ร้อยละ 7.54) ซึ่งมีคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 18,046 คดี (ร้อยละ 86.63) ทั้งนี้ ศาลแขวงในสังกัดภาค 7 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงนครปฐม จำนวน 7,837 คดี (ร้อยละ 57.41) ส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 7 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงสุพรรณบุรี จำนวน 6,443 คดี (ร้อยละ 57.79)
11 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (7) ศาลแขวงในสังกัดภาค 4 มีคดีแพ่งที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด จำนวนรวม 19,781 คดี (ร้อยละ 7.16) ซึ่งมีคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 16,661 คดี (ร้อยละ 84.23) ทั้งนี้ ศาลแขวงในสังกัดภาค 4 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ศาลแขวงอุดรธานีจำนวน 10,659 คดี (ร้อยละ 55.96) ส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 4 ที่มีคดีแพ่ง เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัยจำนวน 1,578 คดี (ร้อยละ 54.89) (8) ศาลแขวงในสังกัดภาค 6 มีคดีแพ่งที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด จำนวนรวม 16,081 คดี (ร้อยละ 5.82) ซึ่งมีคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 14,120 คดี (ร้อยละ 87.81) ทั้งนี้ ศาลแขวงในสังกัดภาค 6 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ศาลแขวงนครสวรรค์จำนวน 8,823 คดี (ร้อยละ 68.05) ส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 6 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงนครไทย จำนวน 814 คดี (ร้อยละ 69.51) (9) ศาลแขวงในสังกัดภาค 9 มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) น้อยที่สุด จำนวนรวม 12,402 คดี (ร้อยละ 4.49) ซึ่งมีคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 10,882 คดี (ร้อยละ 87.74) แต่มีคดีแพ่งทั่วไป (รับใหม่) จำนวนน้อยที่สุดในกลุ่มศาลเดียวกัน จำนวน 1,127 คดี (ร้อยละ 9.09) ทั้งนี้ ศาลแขวงในสังกัดภาค 9 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงสงขลา จำนวน 7,813 คดี (ร้อยละ 62.99) ส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 9 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่ การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ศาลแขวงตรัง จำนวน 4,589 คดี (ร้อยละ 37.00) สถิติคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 (จำแนกตามประเภทคดีอาญา)9 9 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง) ตารางที่ 1.3 ลักษณะการยื่นฟ้อง ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9. หน้า 1. 31,777 16,995 15,610 5,812 6,964 4,775 9,539 6,080 2,650 10,092 5,556 2,874 4,976 6,424 1,969 7,398 9,985 6,612 0 0 0 0 0 0 0 0 0 57 4 15 1 5 0 5 10 5 3 0 0 0 0 0 0 0 0 - 10 20 30 40 50 60 - 5,000 10,000 15,000 20,000 25,000 30,000 35,000 อาญาทั่วไป ยาเสพติด ค้ามนุษย์ คดีสาขา (อาญา) สิ่งแวดล้อม(อาญา)
12 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จากข้อมูลสถิติคดีข้างต้น จะเห็นได้ว่า ในชั้นยื่นฟ้อง ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) จำนวนรวม 156,193 คดี (ร้อยละ 36.12) ซึ่งศาลแขวงในสังกัด ภาค 1 - ภาค 9 มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) มากที่สุด เรียงตามลำดับ ดังนี้ (1) ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด จำนวนรวม 41,929 คดี (ร้อยละ 26.84) ซึ่งประเภทคดีอาญาที่มีจำนวนคดีมากที่สุด ได้แก่คดีอาญาทั่วไป จำนวน 31,777 คดี (ร้อยละ 75.79) คดียาเสพติด จำนวน 10,092 คดี (ร้อยละ 24.07) คดีสาขา (อาญา) จำนวน 57คดี (ร้อยละ 0.14) และคดีสิ่งแวดล้อม (อาญา) จำนวน 3คดี (ร้อยละ 0.007) ทั้งนี้ ศาลแขวงใน สังกัดภาค 1 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงสมุทรปราการ จำนวน 9,466 คดี (ร้อยละ 35.71) ส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 1 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงปทุมวัน จำนวน 773 คดี (ร้อยละ 54.94) (2) ศาลแขวงในสังกัดภาค 2 มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 22,555 คดี (ร้อยละ 14.44) ซึ่งมีคดีอาญาทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 16,995 คดี (ร้อยละ 75.35) ทั้งนี้ ศาลแขวงในสังกัดภาค 2 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงชลบุรีจำนวน 10,923 คดี (ร้อยละ 43.94) ส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 2 ที่มีคดีอาญา เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงพัทยา จำนวน 5,431 คดี (ร้อยละ 37.03) (3) ศาลแขวงในสังกัดภาค 3 มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 18,499 คดี (ร้อยละ 11.84) ซึ่งมีคดีอาญาทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 15,610 คดี (ร้อยละ 84.38) ทั้งนี้ ศาลแขวงในสังกัดภาค 3 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงอุบลราชธานีจำนวน 9,555 คดี (ร้อยละ 50.94) ส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 3 ที่มี คดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงสุรินทร์ จำนวน 2,814 คดี (ร้อยละ 30.41) (4) ศาลแขวงในสังกัดภาค 7 มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 16,942 คดี (ร้อยละ 10.85) ซึ่งมีคดีอาญาทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 9,539 คดี (ร้อยละ 56.30) ทั้งนี้ ศาลแขวงในสังกัดภาค 7 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงราชบุรีจำนวน 6,422 คดี (ร้อยละ 49.50) ส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 7 ที่มีคดีอาญา เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงสุพรรณบุรีจำนวน 4,706 คดี (ร้อยละ 42.21) (5) ศาลแขวงในสังกัดภาค 8 มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 16,075 คดี (ร้อยละ 10.29) ซึ่งมีคดียาเสพติด เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 9,985 คดี(ร้อยละ 62.12) ทั้งนี้ ศาลแขวงในสังกัดภาค 8 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ศาล แขวงนครศรีธรรมราช จำนวน 5,096 คดี (ร้อยละ 41.77) ส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 8 ที่มีคดีอาญาเข้า สู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงกระบี่ จำนวน 2,318 คดี (ร้อยละ 34.30)
13 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (6) ศาลแขวงในสังกัดภาค 5 มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 13,393 คดี (ร้อยละ 8.57) ซึ่งมีคดีอาญาทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 6,964 คดี (ร้อยละ 51.99) ทั้งนี้ ศาลแขวงในสังกัดภาค 5 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงเชียงใหม่จำนวน 4,860 คดี (ร้อยละ 30.50) ส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 5 ที่มีคดีอาญา เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงเวียงป่าเป้า จำนวน 508 คดี (ร้อยละ 44.10) (7) ศาลแขวงในสังกัดภาค 4 มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 10,789 คดี (ร้อยละ 6.91) ซึ่งมีคดีอาญาทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 5,812 คดี (ร้อยละ 53.87) ทั้งนี้ ศาลแขวงในสังกัดภาค 4 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงอุดรธานีจำนวน 8,387 คดี (ร้อยละ 44.04) ส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 4 ที่มีคดีอาญา เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงขอนแก่น จำนวน 1,105 คดี (ร้อยละ 12.78) (8) ศาลแขวงในสังกัดภาค 9 มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 9,267 คดี (ร้อยละ 5.93) ซึ่งมีคดียาเสพติด เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 6,612 คดี (ร้อยละ 71.35) ทั้งนี้ ศาลแขวงในสังกัดภาค 9 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงสงขลา จำนวน 7,045 คดี (ร้อยละ 47.42) ส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 9 ที่มีคดีอาญา เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงตรัง จำนวน 2,222 คดี (ร้อยละ 32.62) (9) ศาลแขวงในสังกัดภาค 6 มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 6,744 คดี (ร้อยละ 4.32) ซึ่งมีคดีอาญาทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 4,775 คดี (ร้อยละ 70.80) ทั้งนี้ ศาลแขวงในสังกัดภาค 6 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงนครสวรรค์จำนวน 4,143 คดี (ร้อยละ 31.95) ส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 6 ที่มี คดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงนครไทย จำนวน 357 คดี (ร้อยละ 30.49) 1.4 สถิติคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 – 30 กันยายน 2565 ในชั้นยื่นฟ้อง ศาลจังหวัดในสังกัด ภาค 1 - ภาค 9 มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) จำนวนรวม 881,205 คดี ซึ่งมีคดีแพ่ง จำนวนรวม 524,008 คดี (ร้อยละ 59.46) และจำนวนคดีอาญารวม 357,197 คดี (ร้อยละ 40.54) โดยจำแนกตาม ประเภทคดี ได้แก่ (1) คดีแพ่งทั่วไป จำนวนรวม 164,289 คดี (ร้อยละ 31.35) (2) คดีผู้บริโภคทั่วไป จำนวนรวม 340,338คดี (ร้อยละ 64.95) คดีกยศ. จำนวนรวม 261คดี (ร้อยละ 0.05) คดีสิ่งแวดล้อม (แพ่ง) จำนวนรวม 33 คดี (ร้อยละ 0.006) และคดีสาขา (แพ่ง) จำนวนรวม 19,084 คดี (ร้อยละ 3.64) และ จำแนกตามประเภทคดีอาญา ได้แก่ (1) คดีอาญาทั่วไป จำนวนรวม 154,265 คดี (ร้อยละ 43.19) (2) คดียาเสพติด จำนวนรวม 200,255คดี (ร้อยละ 56.06) (3) คดีค้ามนุษย์ จำนวนรวม 88คดี (ร้อยละ 0.02) (4) คดีสาขา (อาญา) จำนวนรวม 1,699คดี (ร้อยละ 0.48) (5) คดีสิ่งแวดล้อม (อาญา) จำนวนรวม 890 คดี
14 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (ร้อยละ 0.25) ซึ่งศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 มีปริมาณคดีแพ่งทั่วไปมากที่สุด จำนวน 33,714 คดีและ คดีผู้บริโภคทั่วไปมากที่สุด จำนวน 67,912 คดี ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 มีคดีสาขา (แพ่ง) มากที่สุด จำนวน 4,482 คดี อย่างไรก็ตาม ศาลจังหวัดในสังกัดภาค9 มีปริมาณคดีแพ่งทั่วไปน้อยที่สุด จำนวน 9,971 คดีคดีผู้บริโภคน้อยที่สุด จำนวน 20,131 คดี และคดีสาขา (แพ่ง) น้อยที่สุด จำนวน 1,226 คดี ส่วนประเภทคดีอาญา ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 มีปริมาณคดีอาญาทั่วไปมากที่สุด จำนวน 29,753 คดี และคดียาเสพติดมากที่สุด จำนวน 53,276 คดี ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 2 มีคดีค้ามนุษย์มากที่สุด จำนวน 23 คดี ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 5 มีคดีสาขา (อาญา) มากที่สุด จำนวน 308 คดี และ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 3 มีคดีสิ่งแวดล้อม (อาญา) มากที่สุด จำนวน 495 คดี อย่างไรก็ดี ศาลจังหวัด ในสังกัดภาค 9 มีปริมาณคดีอาญาทั่วไปน้อยที่สุด จำนวน 10,517 คดี และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 2 มี คดียาเสพติดน้อยที่สุด จำนวน 13,668 คดี ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 มีคดีสาขา (อาญา) น้อยที่สุด จำนวน 76 คดี นอกจากนี้ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 9 มีคดีค้ามนุษย์น้อยที่สุด จำนวน 3 คดี และ มีคดีสิ่งแวดล้อม (อาญา) จำนวน 0 คดีจากข้อมูลสถิติคดีข้างต้น จึงเห็นได้ว่าคดีผู้บริโภคทั่วไปมีปริมาณคดี มากที่สุดเป็นอันดับแรกของปริมาณคดีแพ่งที่เข้าสู่การพิจารณาคดีทั้งหมดของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 คิดเป็นร้อยละ 64.95 ในขณะที่คดีแพ่งทั่วไปมีปริมาณคดีสูงเป็นอันดับสองของปริมาณคดีแพ่งที่เข้าสู่ การพิจารณาคดีทั้งหมดของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 เพียงร้อยละ 31.35 ส่วนคดีประเภทอาญา คดียาเสพติดมีปริมาณคดีสูงเป็นอันดับแรกที่เข้าสู่การพิจารณาคดีทั้งหมดของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 คิดเป็นร้อยละ 56.06 ในขณะที่คดีอาญาทั่วไปมีปริมาณคดีสูงเป็นอันดับสองที่เข้าสู่การพิจารณาคดี ทั้งหมดของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 เพียงร้อยละ 43.19
15 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 สถิติคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 (จำแนกตามประเภทคดีแพ่ง) 10 จากข้อมูลสถิติคดีข้างต้น ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณา คดี(รับใหม่) จำนวนรวม 524,008 คดี(ร้อยละ 59.46) ซึ่งศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 มีคดีแพ่ง เข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) เรียงจากมากไปหาน้อยตามลำดับ ดังนี้ (1) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 มีคดีแพ่งที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด จำนวนรวม 103,403 คดี (ร้อยละ 19.73) ซึ่งประเภทคดีแพ่งที่มีจำนวนคดีมากที่สุด ได้แก่คดีผู้บริโภคทั่วไป จำนวน 67,912 คดี (ร้อยละ 65.68) คดีแพ่งทั่วไป จำนวน 33,714 คดี (ร้อยละ 32.60) และคดีกยศ. จำนวน 136 คดี (ร้อยละ 0.13) ทั้งนี้ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 16,693 คดี (ร้อยละ 62.24) ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดมหาสารคาม (สาขาพยัคฆภูมิพิสัย) จำนวน 835 คดี (ร้อยละ 100.00) (2) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 3 มีคดีแพ่งที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 94,781 คดี (ร้อยละ 18.09) ซึ่งมีคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 61,374 คดี (ร้อยละ 64.75) และคดีกรอ. จำนวน 3 คดี (ร้อยละ 0.003) ทั้งนี้ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 3 ที่มีคดีแพ่ง 10 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง) ตารางที่ 1.3 ลักษณะการยื่นฟ้อง ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9. หน้า 1. 20,974 15,690 28,853 33,714 13,554 14,714 15,230 11,589 9,971 39,283 34,611 61,374 67,912 25,353 37,350 29,870 24,454 20,131 0 5 69 136 13 6 14 2 16 0 0 3 0 0 0 0 0 0 2 5 0 5 7 8 1 2 3 2,138 2,346 4,482 1,636 1,870 2,253 1,431 1,702 1,226 0 500 1000 1500 2000 2500 3000 3500 4000 4500 5000 - 10,000 20,000 30,000 40,000 50,000 60,000 70,000 80,000 แพ่งทั่วไป ผู้บริโภคทั่วไป คดีกยศ. คดีกรอ. สิ่งแวดล้อม(แพ่ง) คดีสาขา(แพ่ง)
16 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ศาลจังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 11,674 คดี (ร้อยละ 67.05) ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค3 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดสีคิ้ว (สาขาปากช่อง) จำนวน 2,569 คดี (ร้อยละ 53.16) (3) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 มีคดีแพ่งที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 62,397 คดี (ร้อยละ 11.91) ซึ่งมีคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 39,283 คดี (ร้อยละ 62.96) ทั้งนี้ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดธัญบุรี จำนวน 17,823 คดี (ร้อยละ 72.66) ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่ การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดชัยบาดาล จำนวน 1,798 คดี (ร้อยละ 55.68) (4) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 6 มีคดีแพ่งที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 54,331 คดี (ร้อยละ 10.37) ซึ่งมีคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 37,350 คดี (ร้อยละ 68.75) ทั้งนี้ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 6 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ศาลจังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 7,616 คดี (ร้อยละ 64.08) ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 6 ที่มี คดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดพิษณุโลก (สาขานครไทย) จำนวน 373 คดี (ร้อยละ 100.00) (5) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 2 มีคดีแพ่งที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 52,657 คดี (ร้อยละ 10.05) ซึ่งมีคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 34,611 คดี (ร้อยละ 65.73) ทั้งนี้ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 2 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 9,529 คดี (ร้อยละ 63.26) ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 2 ที่มีคดีแพ่ง เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดตราด จำนวน 2,557 คดี (ร้อยละ 56.66) (6) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 7 มีคดีแพ่งที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 46,546 คดี (ร้อยละ 8.88) ซึ่งมีคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 29,870 คดี (ร้อยละ 64.17) ทั้งนี้ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 7 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ศาลจังหวัดกาญจนบุรีจำนวน 8,771 คดี (ร้อยละ 51.01) ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 7 ที่มี คดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดทองผาภูมิ จำนวน 550 คดี (ร้อยละ 31.48) (7) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 5 มีคดีแพ่งที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 40,797 คดี (ร้อยละ 7.79) ซึ่งมีคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 25,353 คดี (ร้อยละ 62.14) ทั้งนี้ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 5 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 6,287 คดี (ร้อยละ 59.90) ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค5 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่ การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดเชียงราย (สาขาเวียงป่าเป้า) จำนวน 234 คดี (ร้อยละ 100.00)
17 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (8) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 8 มีคดีแพ่งที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 37,749 คดี (ร้อยละ 7.20) ซึ่งมีคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 24,454 คดี (ร้อยละ 64.78) ทั้งนี้ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 8 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดภูเก็ต จำนวน 4,507 คดี (ร้อยละ 70.07) ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 8 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่ การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดตะกั่วป่า จำนวน 1,181 คดี (ร้อยละ 54.63) (9) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 9 มีคดีแพ่งที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 31,347 คดี (ร้อยละ 5.98) ซึ่งมีคดีผู้บริโภคทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 20,131 คดี (ร้อยละ 64.22) ทั้งนี้ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 9 ที่มีคดีแพ่งเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ศาลจังหวัดพัทลุง จำนวน 7,256 คดี (ร้อยละ 64.19) ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 9 ที่มีคดีแพ่ง เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดเบตง จำนวน 275 คดี (ร้อยละ 31.65) สถิติคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 (จำแนกตามประเภทคดีอาญา) 11 จากข้อมูลสถิติคดีข้างต้น ในชั้นยื่นฟ้อง ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ที่มี คดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) จำนวนรวม 357,197 คดี(ร้อยละ 40.54) ซึ่งศาลจังหวัดในสังกัด ภาค 1 - ภาค 9 มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี(รับใหม่) เรียงจากมากไปหาน้อยตามลำดับ ดังนี้ 11 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง)ตารางที่ 1.3ลักษณะการยื่นฟ้อง ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 หน้า 1. 14,051 15,677 23,010 29,753 11,185 18,973 19,740 11,359 10,517 15,706 13,668 25,323 53,276 21,986 15,685 14,474 19,328 20,809 3 23 9 8 18 7 6 11 3 76 222 177 98 308 192 174 207 245 23 131 495 38 76 49 58 20 0 - 100 200 300 400 500 600 - 10,000 20,000 30,000 40,000 50,000 60,000 อาญาทั่วไป ยาเสพติด ค้ามนุษย์ คดีสาขา (อาญา) สิ่งแวดล้อม(อาญา)
18 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (1) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด จำนวนรวม 83,173 คดี (ร้อยละ 23.28) ซึ่งประเภทคดีอาญาที่มีจำนวนคดีมากที่สุด ได้แก่คดียาเสพติด จำนวน 53,276 คดี (ร้อยละ 64.05) และคดีอาญาทั่วไป จำนวน 29,753 คดี (ร้อยละ 35.77) ทั้งนี้ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 10,127 คดี (ร้อยละ 37.76) ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดมหาสารคาม (สาขาพยัคฆภูมิพิสัย) จำนวน 0 คดี (ร้อยละ 0.00) (2) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 3 มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 49,014 คดี (ร้อยละ 13.72) ซึ่งมีคดียาเสพติด เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 25,323 คดี (ร้อยละ 51.66) และมีคดีสิ่งแวดล้อม (อาญา) มากที่สุดในกลุ่มศาลเดียวกัน จำนวน 495 คดี (ร้อยละ 1.01) ทั้งนี้ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 3 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัด ศรีสะเกษ จำนวน 5,737 คดี (ร้อยละ 32.95) ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 3 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่ การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 1,392 คดี (ร้อยละ 29.76) (3) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 6 มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 34,906 คดี (ร้อยละ 9.77) ซึ่งมีคดีอาญาทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 18,973 คดี (ร้อยละ 54.35) ทั้งนี้ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 6 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดแม่สอด จำนวน 4,930 คดี (ร้อยละ 68.90) ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 6 ที่มีคดีอาญา เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดพิษณุโลก (สาขานครไทย) จำนวน 0 คดี (ร้อยละ 0.00) (4) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 7 มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 34,452 คดี (ร้อยละ 9.65) ซึ่งมีคดีอาญาทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 19,740 คดี (ร้อยละ 57.30) ทั้งนี้ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 7 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดกาญจนบุรีจำนวน 8,424 คดี (ร้อยละ 48.99) ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 7 ที่มีคดีอาญา เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดทองผาภูมิ จำนวน 1,197 คดี (ร้อยละ 68.52) (5) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 5 มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 33,573 คดี (ร้อยละ 9.40) ซึ่งมีคดียาเสพติด เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 21,986 คดี (ร้อยละ 65.49) ทั้งนี้ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 5 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 4,209 คดี (ร้อยละ 40.10) ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 5 ที่มี คดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดเชียงราย (สาขาเวียงป่าเป้า) จำนวน 0 คดี (ร้อยละ 0.00)
19 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (6) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 9 มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 31,574คดี (ร้อยละ 8.84)ซึ่งมีคดียาเสพติด เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 20,809คดี (ร้อยละ 65.91) ทั้งนี้ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 9 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดนาทวี จำนวน 5,348 คดี (ร้อยละ 58.90) ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 9 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดเบตง จำนวน 594 คดี (ร้อยละ 68.35) (7) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 8 มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 30,925 คดี (ร้อยละ 8.66) ซึ่งมีคดียาเสพติด เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 19,328 คดี (ร้อยละ 62.50) ทั้งนี้ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 8 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 2,933 คดี (ร้อยละ 47.45) ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 8 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดตะกั่วป่า จำนวน 981 คดี (ร้อยละ 45.37) (8) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 29,859 คดี (ร้อยละ 8.36) ซึ่งมีคดียาเสพติด เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 15,706คดี (ร้อยละ 52.60) ทั้งนี้ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาล จังหวัดธัญบุรีจำนวน 6,707 คดี (ร้อยละ 27.34) ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การ พิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดชัยบาดาล จำนวน 1,431 คดี (ร้อยละ 44.32) (9) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 2 มีคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 29,721 คดี (ร้อยละ 8.32) ซึ่งมีคดีอาญาทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 15,677คดี (ร้อยละ 52.75) ทั้งนี้ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 2 ที่มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) มากที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 5,534 คดี (ร้อยละ 36.74) ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 2 ที่มี คดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดระยอง จำนวน 929คดี (ร้อยละ 14.42)
20 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 2. ผู้พิพากษาและบุคลากรในระบบการนั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ศาลยุติธรรมมีภารกิจหลักในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ซึ่งรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ได้บัญญัติว่า การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีเป็นอำนาจของศาลที่ ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย และผู้พิพากษาย่อมมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตาม รัฐธรรมนูญและกฎหมาย ให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม และปราศจากอคติทั้งปวง ฉะนั้น เพื่อให้ การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรมเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ จึงมีการปรับระบบ การนั่งพิจารณาคดีเป็นการนั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่องอย่างเต็มรูปแบบตามรัฐธรรมนูญ12 นอกจากนี้ แผนยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม พ.ศ. 2565 – 2568 ยุทธศาสตร์ T เชื่อมั่นศรัทธาการอำนวยความ ยุติธรรม (Trusted Justice) โดยกำหนดตัวชี้วัดความเชื่อมั่นของประชาชนว่าจะได้รับการอำนวย ความยุติธรรมที่ถูกต้อง เป็นธรรมจากศาลยุติธรรม ร้อยละ 80 ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพื่อให้ ประชาชนมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในการอำนวยความยุติธรรมของศาลยุติธรรม13 2.1 จำนวนผู้พิพากษาของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 หลักการสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ระบบการนั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ในศาลยุติธรรมมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จได้ กล่าวคือ อัตรากำลังของผู้พิพากษาในศาลชั้นต้น ต้องได้สัดส่วนกับปริมาณคดีในศาลนั้น14 ตามแผนยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม พ.ศ. 2565 – 2568 ยุทธศาสตร์ T เชื่อมั่นศรัทธาการอำนวยความยุติธรรม (Trusted Justice)ได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 1 เสริมสร้างมาตรฐานการพิจารณาพิพากษาคดี โดยกำหนดกรอบอัตรากำลังให้เหมาะสมและสะท้อน ภารกิจและความรับผิดชอบที่แท้จริงของผู้พิพากษาในแต่ละศาลโดยพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้าน นอกเหนือจากปริมาณคดีโดยรวมของศาล ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่ง ในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 – ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 – ภาค 9 จำนวนรวม 168 ศาล มีผู้พิพากษาที่ครองตำแหน่ง จำนวนรวม 2,320 คน แต่มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนทั้งสิ้น 1,415,347 คดี เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จำนวน 188,986 คดี (ร้อยละ 13.35) ในภาพรวม สัดส่วนผู้พิพากษากับปริมาณคดีที่รับใหม่มีอัตราส่วน 610 คดีต่อคนต่อปี จึงเห็นได้ว่า สภาพการณ์ที่มีปริมาณคดีเข้าสู่การพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นเป็นจำนวนมาก โดยมีแนวโน้ม 12 คำแนะนำประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการนั่งพิจารณาคดีต่อเนื่องและครบองค์คณะ พ.ศ. 2544 หน้า 1. 13 แผนยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม พ.ศ. 2565 – 2568 หน้า 17. 14 สำนักงานศาลยุติธรรม. (2558). แนวคิดและหลักการของระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง. หน้า 30.
21 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและปัญหาทางสังคม ในขณะที่อัตรากำลัง ผู้พิพากษายังไม่ได้สัดส่วนกับปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี สำนักคณะกรรมการตุลาการ ได้กำหนดเกณฑ์การจัดอัตรากำลังผู้พิพากษา และกำหนดสัดส่วนปริมาณคดีต่อผู้พิพากษา 1 คน ในศาลชั้นต้น ดังนี้15 (1) กลุ่มศาลอาญาในเขตกรุงเทพมหานคร กำหนดให้องค์คณะผู้พิพากษา 1 คณะ มีผู้พิพากษา จำนวน 3 คน ประกอบด้วยผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ จำนวน 1 คน และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ หรือผู้พิพากษารองหัวหน้าศาลหรือผู้พิพากษา จำนวน 2 คน ทั้งนี้ ได้กำหนดให้มีผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ หรือผู้พิพากษารองหัวหน้าศาลหรือผู้พิพากษา จำนวน 1 คน ต่อปริมาณคดี 200 คดีต่อปี (2) กลุ่มศาลแพ่งในเขตกรุงเทพมหานคร กำหนดให้องค์คณะผู้พิพากษา 1 คณะ มีผู้พิพากษา จำนวน 3 คน ประกอบด้วยผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ จำนวน 1 คน และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ หรือผู้พิพากษารองหัวหน้าศาลหรือผู้พิพากษา จำนวน 2 คน ทั้งนี้ ได้กำหนดให้มีผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ หรือผู้พิพากษารองหัวหน้าศาลหรือผู้พิพากษา จำนวน 1 คน ต่อปริมาณคดี 150 คดีต่อปี (3) ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 กำหนดให้องค์คณะผู้พิพากษา 1 คณะ มีผู้พิพากษา จำนวน 1คน และกำหนดให้มีผู้พิพากษา จำนวน 1 คน ต่อปริมาณคดี 1,000 คดีต่อปี 15 สำนักคณะกรรมการตุลาการ. (2565). ข้อมูลเกี่ยวกับเกณฑ์การจัดอัตรากำลังและเงื่อนไขในการพิจารณา. หน้า 3 และหน้า 5. 0 100 200 300 400 500 600 700 800 900 1000 กลุ่มศาลแพ่งในเขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลอาญาในเขตกรุงเทพมหานคร ศาลจังหวัดที่มีศาลแขวง ศาลจังหวัดที่ไม่มีศาลแขวง ศาลแขวง 3 3 2 2 1 150 200 300 500 1,000 จ านวนคดี/คน/ปี จ านวนผู้พิพากษา/องค์คณะ (คน)
22 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (4) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 (4.1) ศาลจังหวัดที่มีศาลแขวง กำหนดให้องค์คณะผู้พิพากษา 1 คณะ มีผู้พิพากษา อย่างน้อยจำนวน 2 คน และกำหนดให้มีผู้พิพากษา จำนวน 1 คน ต่อปริมาณคดี 300 คดีต่อปี (4.2) ศาลจังหวัดที่ไม่มีศาลแขวงกำหนดให้องค์คณะผู้พิพากษา 1 คณะ มีผู้พิพากษา อย่างน้อยจำนวน 2 คน และกำหนดให้มีผู้พิพากษา จำนวน 1 คน ต่อปริมาณคดี 500 คดีต่อปี (2.1.1) สัดส่วนผู้พิพากษากับปริมาณคดีที่รับใหม่ของกลุ่มศาลอาญาในเขตกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 – 30 กันยายน 2565 กลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร จำนวนรวม 6ศาล มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 22,848 คดี แต่มีผู้พิพากษาที่ครอง ตำแหน่งจำนวนรวม 165 คน ในภาพรวม สัดส่วนผู้พิพากษากับปริมาณคดีที่รับใหม่มีอัตราส่วน 138 คดี ต่อคนต่อปีเมื่อพิจารณาตามเกณฑ์การกำหนดสัดส่วนปริมาณคดีต่อผู้พิพากษา 1 คน ในกลุ่มศาลอาญา ในเขตกรุงเทพมหานครแล้ว จะเห็นได้ว่าผู้พิพากษาต้องรับผิดชอบคดีที่รับใหม่ในอัตราส่วน 138 คดี ต่อคนต่อปีไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 200 คดีต่อคนต่อปี ฉะนั้น จึงวิเคราะห์อัตราส่วนผู้พิพากษาต่อ ปริมาณคดีที่รับใหม่ของกลุ่มศาลอาญาในเขตกรุงเทพมหานคร ดังนี้ อัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ของกลุ่มศาลอาญาในเขตกรุงเทพมหานคร16 จากข้อมูลสถิติข้างต้น กลุ่มศาลอาญาในเขตกรุงเทพมหานครที่มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อ ปริมาณคดีที่รับใหม่ เกินจำนวน 200 คดีต่อคนต่อปี ได้แก่ (1) ศาลอาญามีนบุรี มีอัตราส่วนผู้พิพากษา ต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 402 คดีต่อคนต่อปี เกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2.0 เท่า (2) ศาลอาญาพระโขนง มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 227 คดีต่อคนต่อปีเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จำนวน 1.1 เท่า 16 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง) ตารางที่ 1.3 ลักษณะการยื่นฟ้อง และตารางที่ 1.1 จำนวนบุคลากร ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร หน้า 1 และสำนักคณะกรรมการตุลาการ. (2565). ข้อมูลอัตรากำลังผู้พิพากษาในศาลชั้นต้น 5,451 2,037 2,181 2,267 4,077 6,835 62 34 20 14 18 17 88 60 109 162 227 402 0 100 200 300 400 500 - 2,000 4,000 6,000 8,000 จ านวนคดีที่รับใหม่ทั้งหมด (คดี) จ านวนผู้พิพากษาที่ครองต าแหน่ง (คน) จ านวนคดี/คน/ปี
23 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 หากพิจารณาในภาพรวมแล้ว จะเห็นได้ว่า ศาลอาญามีนบุรีและศาลอาญาพระโขนงมีปริมาณคดี ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและคดีมีความยุ่งยากซับซ้อน แต่มีอัตรากำลังผู้พิพากษาไม่ได้สัดส่วนกับปริมาณคดี ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้มีคดีค้างพิจารณามากขึ้น ดังนั้น เห็นควรเพิ่มอัตรากำลังผู้พิพากษาในศาลอาญามีนบุรี และศาลอาญาพระโขนงให้ได้สัดส่วนกับปริมาณคดีที่รับใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อให้การนั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะ และต่อเนื่องของศาลมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ ส่วนกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานครที่มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ ไม่เกินจำนวน 200 คดีต่อคนต่อปี ได้แก่ ศาลอาญาตลิ่งชัน ศาลอาญาธนบุรี ศาลอาญา และศาลอาญา กรุงเทพใต้ แสดงให้เห็นว่าอัตรากำลังผู้พิพากษาของศาลข้างต้นได้สัดส่วนกับปริมาณคดีที่รับใหม่ (2.1.2) สัดส่วนผู้พิพากษากับปริมาณคดีที่รับใหม่ของกลุ่มศาลแพ่งในเขตกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 – 30 กันยายน 2565 กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร จำนวนรวม 6 ศาล มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 78,814 คดี แต่มีผู้พิพากษาที่ ครองตำแหน่ง จำนวนรวม 241 คน ในภาพรวม สัดส่วนผู้พิพากษากับปริมาณคดีที่รับใหม่มีอัตราส่วน 327 คดีต่อคนต่อปีเมื่อพิจารณาตามเกณฑ์การกำหนดสัดส่วนปริมาณคดีต่อผู้พิพากษา 1 คน ในกลุ่มศาลแพ่ง ในเขตกรุงเทพมหานครแล้ว จะเห็นได้ว่าผู้พิพากษาต้องรับผิดชอบคดีที่รับใหม่ในอัตราส่วน 327 คดี ต่อคนต่อปีเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 150 คดีต่อคนต่อปี ฉะนั้น จึงวิเคราะห์อัตราส่วนผู้พิพากษากับ ปริมาณคดีที่รับใหม่ของกลุ่มศาลแพ่งในเขตกรุงเทพมหานคร ดังนี้ อัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ของกลุ่มศาลแพ่งในเขตกรุงเทพมหานคร17 17 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง) ตารางที่ 1.3 ลักษณะการยื่นฟ้อง และตารางที่ 1.1 จำนวนบุคลากร ของกลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร หน้า 1 และสำนักคณะกรรมการตุลาการ. (2565). ข้อมูลอัตรากำลังผู้พิพากษาในศาลชั้นต้น 20,887 7,844 6,152 8,601 9,839 25,491 79 40 41 26 24 31 264 196 150 331 410 822 0 200 400 600 800 1000 - 5,000 10,000 15,000 20,000 25,000 30,000 จ านวนคดีที่รับใหม่ทั้งหมด (คดี) จ านวนผู้พิพากษาที่ครองต าแหน่ง (คน) จ านวนคดี/คน/ปี
24 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จากข้อมูลสถิติคดีข้างต้น กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานครมีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อ ปริมาณคดีที่รับใหม่ เกินจำนวน 150 คดีต่อคนต่อปี ได้แก่ (1) ศาลแพ่งมีนบุรี มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อ ปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 822 คดีต่อคนต่อปี เกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 5.5 เท่า (2) ศาลแพ่งพระโขนง มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 410 คดีต่อคนต่อปีเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2.7 เท่า (3) ศาลแพ่งตลิ่งชัน มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 331 คดีต่อคนต่อปี เกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2.2 เท่า (4) ศาลแพ่ง มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 264 คดี ต่อคนต่อปี เกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 1.8 เท่า (5) ศาลแพ่งธนบุรี มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 196 คดีต่อคนต่อปี เกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 1.3 เท่า ส่วนศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีอัตราส่วนผู้พิพากษา ต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 150 คดีต่อคนต่อปี ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดไว้หากพิจารณาภาพรวม แล้วจะเห็นได้ว่า กลุ่มศาลแพ่งในเขตกรุงเทพมหานครมีปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่มีอัตรากำลังผู้พิพากษาไม่ได้สัดส่วนกับปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้น กล่าวคือ สภาพงานและปริมาณคดี ในศาลนั้นไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนผู้พิพากษาที่ทำหน้าที่ในศาลนั้น ซี่งเป็นปัญหาสำคัญประการหนึ่ง ที่ทำให้มีคดีค้างพิจารณาจำนวนมาก ดังนั้น เห็นควรเพิ่มอัตรากำลังผู้พิพากษาในศาลดังกล่าวให้ได้ สัดส่วนกับปริมาณคดีที่รับใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อให้การนั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่องของศาล มีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ (2.1.3) สัดส่วนผู้พิพากษากับปริมาณคดีที่รับใหม่ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ตั้งแต่วันที่ 1ตุลาคม 2564 – 30กันยายน 2565ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 จำนวนรวม 39 ศาล มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 432,480 คดี แต่มีผู้พิพากษา ที่ครองตำแหน่ง จำนวนรวม 337 คน ในภาพรวม สัดส่วนผู้พิพากษากับปริมาณคดีที่รับใหม่มีอัตราส่วน 1,283 คดีต่อคนต่อปีเมื่อพิจารณาตามเกณฑ์การกำหนดสัดส่วนปริมาณคดีต่อผู้พิพากษา 1 คน ในศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 แล้ว จะเห็นได้ว่าผู้พิพากษาต้องรับผิดชอบคดีที่รับใหม่ในอัตราส่วน 1,283 คดีต่อคนต่อปี เกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 1,000 คดีต่อคนต่อปี ฉะนั้น จึงวิเคราะห์อัตราส่วน ผู้พิพากษากับปริมาณคดีที่รับใหม่ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ดังนี้
25 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 อัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 918 จากข้อมูลสถิติข้างต้น จะเห็นได้ว่า ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 มีอัตราส่วน ผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ เกินจำนวน 1,000 คดีต่อคนต่อปี เรียงจากมากไปหาน้อยตามลำดับ ดังนี้ (1) ศาลแขวงในสังกัดภาค 2 มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 1,795 คดีต่อคนต่อปีเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 1.8 เท่า (2) ศาลแขวงในสังกัดภาค 7 มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 1,574 คดีต่อคนต่อปีเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 1.6 เท่า (3) ศาลแขวงในสังกัดภาค 3 มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 1,473 คดีต่อคนต่อปีเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 1.5 เท่า (4) ศาลแขวงในสังกัดภาค 9 มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 1,445 คดีต่อคนต่อปีเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 1.4 เท่า (5) ศาลแขวงในสังกัดภาค 8 มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 1,400 คดีต่อคนต่อปีเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 1.4 เท่า (6) ศาลแขวงในสังกัดภาค 4 มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 1,329 คดีต่อคนต่อปีเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 1.3 เท่า 18 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง) ตารางที่ 1.3 ลักษณะการยื่นฟ้อง และตารางที่ 1.1 จำนวนบุคลากร ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 หน้า 1 และสำนักคณะกรรมการตุลาการ. (2565). ข้อมูลอัตรากำลังผู้พิพากษาในศาลชั้นต้น 137,222 53,839 45,651 30,570 36,742 22,825 37,774 46,188 21,669 131 30 31 23 32 18 24 33 15 1,048 1,795 1,473 1,329 1,148 1,268 1,574 1,400 1,445 - 500 1,000 1,500 2,000 - 20,000 40,000 60,000 80,000 100,000 120,000 140,000 160,000 จ านวนคดีที่รับใหม่ทั้งหมด (คดี) จ านวนผู้พิพากษาที่ครองต าแหน่ง (คน) จ านวนคดี/คน/ปี
26 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (5) ศาลแขวงในสังกัดภาค 6 มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 1,268 คดีต่อคนต่อปีเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 1.3 เท่า (6) ศาลแขวงในสังกัดภาค 5 มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 1,148 คดีต่อคนต่อปีเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 1.1 เท่า (7) ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 1,048 คดีต่อคนต่อปีเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 1.0 เท่า หากพิจารณาภาพรวมแล้วจะเห็นได้ว่า ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 มีปริมาณคดี ที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากอย่างต่อเนื่องทุกปี ในขณะที่อัตรากำลังผู้พิพากษายังเท่าเดิม ทำให้อัตรากำลัง ผู้พิพากษาไม่ได้สัดส่วนกับปริมาณคดีในศาลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้พิพากษาต้อง รับผิดชอบสำนวนคดีมากขึ้น อาจส่งผลให้มีปริมาณคดีค้างพิจารณามากขึ้น จึงเห็นควรจัดสรรอัตรากำลัง ผู้พิพากษาในศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 เท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันให้ได้สัดส่วนและเหมาะสมกับ ปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้นในศาลนั้น ฉะนั้น การเพิ่มจำนวนผู้พิพากษาในศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 จึงเป็นด่านแรกของการแก้ไขปัญหาคดีล้นศาลได้ทางหนึ่ง (2.1.4) สัดส่วนผู้พิพากษากับปริมาณคดีที่รับใหม่ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ตั้งแต่วันที่ 1ตุลาคม 2564 – 30กันยายน 2565ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 จำนวนรวม 117 ศาล มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 881,205 คดี แต่มีผู้พิพากษา ที่ครองตำแหน่ง จำนวนรวม 1,577 คน ในภาพรวม สัดส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ มีอัตราส่วน 559 คดีต่อคนต่อปีเมื่อพิจารณาตามเกณฑ์การกำหนดสัดส่วนปริมาณคดีต่อ ผู้พิพากษาในศาลจังหวัดแล้ว จะเห็นได้ว่า กรณีศาลจังหวัดที่มีศาลแขวง ผู้พิพากษา 1 คน ต้องรับผิดชอบ คดีที่รับใหม่ในอัตราส่วน 559 คดีต่อคนต่อปี เกินอัตราส่วนที่กำหนดไว้ 300 คดีต่อคนต่อปี กรณีศาลจังหวัดที่ไม่มีศาลแขวงผู้พิพากษา 1 คน ต้องรับผิดชอบปริมาณคดีที่รับใหม่ในอัตราส่วน 559 คดี ต่อคนต่อปี เกินอัตราส่วนที่กำหนดไว้ 500 คดีต่อคนต่อปีดังนั้น จึงวิเคราะห์อัตราส่วนผู้พิพากษากับ ปริมาณคดีที่รับใหม่ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ดังนี้
27 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 อัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 919 จากข้อมูลสถิติข้างต้น จะเห็นได้ว่า ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 มีอัตราส่วน ผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ เกินจำนวน 300 คดีต่อคนต่อปี เรียงจากมากไปหาน้อยตามลำดับ ดังนี้ (1) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 852คดีต่อคนต่อปีเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2.8 เท่า (2) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 3 มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 633คดีต่อคนต่อปีเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2.1 เท่า (3) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 6 มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 591คดีต่อคนต่อปีเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2.0 เท่า (4) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 9 มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 520คดีต่อคนต่อปีเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 1.7 เท่า (5) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 2 มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 505คดีต่อคนต่อปีเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 1.7 เท่า 19 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง) ตารางที่ 1.3 ลักษณะการยื่นฟ้อง และตารางที่ 1.1 จำนวนบุคลากร ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 หน้า 1 และสำนักคณะกรรมการตุลาการ. (2565). ข้อมูลอัตรากำลังผู้พิพากษาในศาลชั้นต้น 92,256 82,378 143,795 186,576 74,370 89,237 80,998 68,674 62,921 214 163 227 219 150 151 164 168 121 431 505 633 … … 591 494 409 520 - 100 200 300 400 500 600 700 800 900 - 20,000 40,000 60,000 80,000 100,000 120,000 140,000 160,000 180,000 200,000 จ านวนคดีที่รับใหม่ทั้งหมด (คดี) จ านวนผู้พิพากษาที่ครองต าแหน่ง (คน) จ านวนคดี/คน/ปี
28 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (6) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 5 มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 496คดีต่อคนต่อปีเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 1.7 เท่า (7) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 7 มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 494คดีต่อคนต่อปีเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 1.6 เท่า (8) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 431คดีต่อคนต่อปีเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 1.4 เท่า (9) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 8 มีอัตราส่วนผู้พิพากษาต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ จำนวน 409คดีต่อคนต่อปีเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 1.4 เท่า หากพิจารณาภาพรวมแล้วจะเห็นได้ว่า ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 มีปริมาณคดี ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีและมีคดีที่มีความยุ่งยากซับซ้อน ในขณะที่อัตรากำลังผู้พิพากษาของศาลไม่ได้ สัดส่วนกับปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้นในศาล ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้พิพากษาต้องรับผิดชอบสำนวนคดีมากขึ้น จึงเห็นควรจัดสรรอัตรากำลังผู้พิพากษาในศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ให้เหมาะสมและได้สัดส่วน กับปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้นในศาลนั้น ฉะนั้น การเพิ่มจำนวนผู้พิพากษาในศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 จึงเป็นด่านแรกของการแก้ไขปัญหาคดีล้นศาลได้ทางหนึ่ง และทำให้สามารถแก้ไขปัญหาคดีที่ค้าง พิจารณาให้ลุล่วงได้ ตลอดจนทำให้ระบบการนั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่องของศาล มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 2.2 จำนวนบุคลากรของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 การบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่องของศาลชั้นต้น ประกอบด้วยการบริหารคดีในชั้นรับฟ้อง เช่น การจำแนกประเภทคดีตามความยากง่ายและระยะเวลา ในการพิจารณาคดี การเตรียมความพร้อมของสำนวน การจ่ายสำนวน ระบบไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ระบบการประชุมคดี เช่น จัดระบบการสืบพยาน และระบบนัดความโดยศูนย์นัดความ เช่น การนัดคดี การบริหารวันนัด รวมทั้งระบบการเตรียมคดี เช่น การตรวจความพร้อมสำนวน การติดตามพยาน เป็นต้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ธุรการเป็นกำลังสำคัญที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนการบริหารจัดการคดีในระบบการนั่งพิจารณาคดี ครบองค์คณะและต่อเนื่องในศาลชั้นต้นให้บรรลุเป้าหมาย อาจกล่าวได้ว่า หลักการสำคัญประการหนึ่ง ที่ทำให้ระบบการนั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่องในศาลชั้นต้นมีประสิทธิภาพและ ประสบความสำเร็จได้ คือ อัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ธุรการต้องได้สัดส่วนกับปริมาณคดีในศาลนั้น20 ฉะนั้น การบริหารเจ้าหน้าที่ธุรการเป็นภารกิจสำคัญของผู้บริหารศาลยุติธรรมต้องนำทรัพยากรบุคคลของ ศาลมาใช้ให้เกิดคุณค่าสูงสุด และพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ธุรการให้สามารถปฏิบัติงานได้ 20 สำนักงานศาลยุติธรรม. (2558). แนวคิดและหลักการของระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง. หน้า 30.
29 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ หากเจ้าหน้าที่ธุรการได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสม เช่น การจัดการงานคดี การประสานงานด้านต่าง ๆ และการทำงานเชิงรุก จะช่วยสนับสนุนการพิจารณา พิพากษาคดีของศาลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่ง ในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 – ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 – ภาค 9 จำนวนรวม 168 ศาล มีเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความ จำนวนรวม 256 คน และเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัด จำนวนรวม 291 คน แต่มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนทั้งสิ้น 1,415,347 คดี เพิ่มขึ้นจาก ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จำนวน 188,986 คดี (ร้อยละ 13.35) ในภาพรวม สัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความ กับปริมาณคดีที่รับใหม่มีอัตราส่วน 5,529 คดีต่อคนต่อปี รวมทั้งสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับ ปริมาณคดีที่รับใหม่มีอัตราส่วน 4,864 คดีต่อคนต่อปี จะเห็นได้ว่า สภาพการณ์ที่มีปริมาณคดีเข้าสู่ การพิจารณาของศาลชั้นต้นเป็นจำนวนมาก โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามอัตราการเติบโต ทางเศรษฐกิจและปัญหาทางสังคม ในขณะที่อัตรากำลังผู้พิพากษายังไม่ได้สัดส่วนกับปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความและเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดยังต้องรับผิดชอบงาน ตามปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้นทุกปีเช่นเดียวกัน (2.2.1) สัดส่วนบุคลากรกับปริมาณคดีที่รับใหม่ของกลุ่มศาลอาญา ในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 – 30 กันยายน 2565 กลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร จำนวนรวม 6ศาล มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่)จำนวนรวม 22,848 คดี แต่มีเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความ จำนวนรวม 16 คน และเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัด จำนวนรวม 13 คน ในภาพรวม สัดส่วนเจ้าหน้าที่ ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีที่รับใหม่มีอัตราส่วน 1,428 คดีต่อคนต่อปี และสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อน วันนัดต่อปริมาณคดีที่รับใหม่มีอัตราส่วน 1,758 คดีต่อคนต่อปีฉะนั้น จึงวิเคราะห์อัตราส่วนบุคลากรต่อ ปริมาณคดีที่รับใหม่ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร ดังนี้
30 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 อัตราส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร21 จากข้อมูลสถิติข้างต้น เจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความมีหน้าที่กำหนดวันนัดกับคู่ความ สอบถาม ข้อมูลของคู่ความ และลงนัดในสมุดนัดความกลางพร้อมกับบันทึกข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ ตลอดจน ตรวจสอบความพร้อมของสำนวนคดีก่อนถึงวันนัดและจัดเก็บสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะ และต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความในกลุ่มศาลอาญาข้างต้นต้องรับผิดชอบปริมาณคดีจำนวน มาก ในขณะที่เจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความในแต่ละศาลมีจำนวนน้อย เมื่อพิจารณาในภาพรวม ศาลที่มี สัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีที่รับใหม่ เรียงจากมากไปหาน้อยตามลำดับดังนี้ (1) ศาลอาญามีนบุรีมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 3,418 คดี ต่อคนต่อปี (2) ศาลอาญาตลิ่งชันมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 2,267 คดี ต่อคนต่อปี (3) ศาลอาญาพระโขนงมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 1,359 คดีต่อคนต่อปี (4) ศาลอาญาธนบุรีมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 1,091 คดี 21 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง) ตารางที่ 1.1 จำนวนบุคลากร ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร หน้า 1 5,451 2,037 2,181 2,267 4,077 6,835 5 3 2 1 3 2 1,090 679 1,091 2,267 1,359 3,418 - 1,000 2,000 3,000 4,000 5,000 6,000 7,000 8,000 ศาลอาญา ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอาญาธนบุรี ศาลอาญาตลิ่งชัน ศาลอาญาพระโขนง ศาลอาญามีนบุรี จ านวนคดี/คน/ปี เจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความ จ านวนคดีที่รับใหม่ทั้งหมด (คดี)
31 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ต่อคนต่อปี (5) ศาลอาญามีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 1,090 คดีต่อคนต่อปี (6) ศาลอาญากรุงเทพใต้มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 679 คดีต่อคนต่อปี เห็นได้ว่า ศาลอาญามีนบุรีมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีมากที่สุด จำนวน 3,418 คดีต่อคนต่อปี ฉะนั้น เจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความในศาลข้างต้นต้องรับผิดชอบปริมาณคดี จำนวนมาก อาจทำให้การทำงานล่าช้า จึงเห็นควรจัดสรรอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความในศาลเท่าที่มี อยู่ในปัจจุบันให้ได้สัดส่วนและเหมาะสมกับปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้นในศาลนั้น อัตราส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร22 จากข้อมูลสถิติข้างต้น เจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดมีหน้าที่ตรวจสำนวนตามรายงาน เจ้าหน้าที่และตรวจสอบความพร้อมของสำนวน เพื่อแก้ไชเหตุขัดข้องก่อนวันนัด ตลอดจนออกหนังสือ แจ้งยืนยันวันนัดให้คู่ความทราบและแจ้งพยานให้มาศาลตามหมายเรียกพยานในคดีอาญา เพื่อให้ ดำเนินการสืบพยานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดที่นัดไว้ เมื่อพิจารณาภาพรวม ศาลที่มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีที่รับใหม่ เรียงจากมากไปหาน้อยตามลำดับ ดังนี้ 22 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง) ตารางที่ 1.1 จำนวนบุคลากร ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร หน้า 1 5,451 2,037 2,181 2,267 4,077 6,835 5 3 1 1 1 2 1,090 679 2,181 2,267 4,077 3,418 - 1,000 2,000 3,000 4,000 5,000 6,000 7,000 8,000 ศาลอาญา ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอาญาธนบุรี ศาลอาญาตลิ่งชัน ศาลอาญาพระโขนง ศาลอาญามีนบุรี จ านวนคดี/คน/ปี เจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัด จ านวนคดีที่รับใหม่ทั้งหมด (คดี)
32 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (1) ศาลอาญาพระโขนงมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 4,077 คดีต่อคนต่อปี (2) ศาลอาญามีนบุรีมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 3,418 คดีต่อคนต่อปี (3) ศาลอาญาตลิ่งชันมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 2,267 คดีต่อคนต่อปี (4) ศาลอาญาธนบุรีมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 2,181 คดีต่อคนต่อปี (5) ศาลอาญามีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 2,181 คดีต่อ คนต่อปี (6) ศาลอาญากรุงเทพใต้มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 679 คดีต่อคนต่อปี เห็นได้ว่า ศาลอาญาพระโขนงมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดี มากที่สุด จำนวน 4,077 คดีต่อคนต่อปี ฉะนั้น เจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดในศาลข้างต้นต้องรับผิดชอบ ปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้นทุกปี จึงเห็นควรจัดสรรอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดในศาลเท่าที่มีอยู่ ในปัจจุบันให้ได้สัดส่วนและเหมาะสมกับปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้นในศาลนั้น (2.2.2) สัดส่วนบุคลากรกับปริมาณคดีที่รับใหม่ของกลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ในภาพรวม อัตราส่วนบุคลากรกับปริมาณคดีที่รับใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 – 30 กันยายน 2565 กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร จำนวนรวม 6 ศาล มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่)จำนวนรวม 78,814 คดี แต่มีเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความ จำนวนรวม 25คน และเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัด จำนวนรวม 18 คน ในภาพรวม สัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีที่รับใหม่มีอัตราส่วน 3,153 คดี ต่อคนต่อปี และสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีที่รับใหม่มีอัตราส่วน 4,379 คดีต่อคนต่อปี ฉะนั้น จึงวิเคราะห์สัดส่วนบุคลากรกับปริมาณคดีที่รับใหม่ของกลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ดังนี้
33 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 อัตราส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ของกลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร23 จากข้อมูลสถิติข้างต้น ศาลที่มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีที่รับใหม่ เรียงจากมากไปหาน้อยตามลำดับ ดังนี้ (1) ศาลแพ่งมีนบุรีมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 12,746 คดี ต่อคนต่อปี (2) ศาลแพ่งพระโขนงมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 9,839 คดี ต่อคนต่อปี (3) ศาลแพ่งตลิ่งชันมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 8,601 คดี ต่อคนต่อปี (4) ศาลแพ่งมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 6,962 คดีต่อคนต่อปี (5) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 2,051 คดี ต่อคนต่อปี (6) ศาลแพ่งธนบุรีมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 523 คดี ต่อคนต่อปี 23 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง) ตารางที่ 1.1 จำนวนบุคลากร ของกลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร หน้า 1 20,887 7,844 6,152 8,601 9,839 25,491 3 15 3 1 1 2 6,962 523 2,051 8,601 9,839 12,746 - 5,000 10,000 15,000 20,000 25,000 30,000 ศาลแพ่ง ศาลแพ่งธนบุรี ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลแพ่งตลิ่งชัน ศาลแพ่งพระโขนง ศาลแพ่งมีนบุรี จ านวนคดี/คน/ปี เจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความ จ านวนคดีที่รับใหม่ทั้งหมด (คดี)
34 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จะเห็นได้ว่า ศาลแพ่งมีนบุรีมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 12,746 คดีต่อคนต่อปี ฉะนั้น เจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความในศาลแพ่งมีนบุรีต้องรับผิดชอบปริมาณคดีจำนวนมาก อาจทำให้ปริมาณงานล้นมือและทำงานล่าช้า จึงเห็นควรจัดสรรอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความในศาล เท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันให้ได้สัดส่วนและเหมาะสมกับปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้นในศาลนั้น อัตราส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ของกลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร24 จากข้อมูลสถิติข้างต้น ศาลที่มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีที่รับใหม่ เรียงจากมากไปหาน้อยตามลำดับ ดังนี้ (1) ศาลแพ่งมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดความกับปริมาณคดีจำนวน 20,887 คดีต่อคนต่อปี (2) ศาลแพ่งมีนบุรีมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดความกับปริมาณคดีจำนวน 12,746 คดีต่อคนต่อปี (3) ศาลแพ่งพระโขนงมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดความกับปริมาณคดีจำนวน 9,839 คดีต่อคนต่อปี (4) ศาลแพ่งตลิ่งชันมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดความกับปริมาณคดีจำนวน 2,150 คดีต่อคนต่อปี 24 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง) ตารางที่ 1.1 จำนวนบุคลากร ของกลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร หน้า 1 20,887 7,844 6,152 8,601 9,839 25,491 1 5 5 4 1 2 20,887 1,569 1,230 2,150 9,839 12,746 - 5,000 10,000 15,000 20,000 25,000 30,000 ศาลแพ่ง ศาลแพ่งธนบุรี ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลแพ่งตลิ่งชัน ศาลแพ่งพระโขนง ศาลแพ่งมีนบุรี จ านวนคดี/คน/ปี เจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัด จ านวนคดีที่รับใหม่ทั้งหมด (คดี)
35 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (5) ศาลแพ่งธนบุรีมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดความกับปริมาณคดีจำนวน 1,569 คดีต่อคนต่อปี (6) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดความกับปริมาณคดีจำนวน 1,230 คดีต่อคนต่อปี จะเห็นได้ว่า ศาลแพ่งมีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดความกับปริมาณคดีมากที่สุด จำนวน 20,887 คดีต่อคนต่อปีฉะนั้น เจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดในศาลแพ่งต้องรับผิดชอบปริมาณคดี จำนวนมาก จึงเห็นควรจัดสรรอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดในศาลเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันให้ได้ สัดส่วนและเหมาะสมกับปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้นในศาลนั้น (2.2.3) อัตราส่วนบุคลากรกับปริมาณคดีที่รับใหม่ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1- ภาค 9 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 – 30 กันยายน 2565 ศาลแขวงในสังกัดภาค 1- ภาค 9 จำนวนรวม 39 ศาล มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 432,480 คดี แต่มีเจ้าหน้าที่ ศูนย์นัดความ จำนวนรวม 52 คน และเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัด จำนวนรวม 74 คน ในภาพรวม สัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีที่รับใหม่มีอัตราส่วน 8,316 คดีต่อคนต่อปี และสัดส่วน เจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีที่รับใหม่มีอัตราส่วน 5,844 คดีต่อคนต่อปีฉะนั้น จึงวิเคราะห์ อัตราส่วนบุคลากรกับปริมาณคดีที่รับใหม่ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1- ภาค 9 ดังนี้ อัตราส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีที่รับใหม่ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1- ภาค 925 25 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง) ตารางที่ 1.1 จำนวนบุคลากร ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 หน้า 1 137,222 53,839 45,651 30,570 36,742 22,825 37,774 46,188 21,669 14 3 5 7 7 4 3 6 3 9,802 17,946 9,130 4,367 5,249 5,706 12,591 7,698 7,223 - 20,000 40,000 60,000 80,000 100,000 120,000 140,000 160,000 ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 ศาลแขวงในสังกัดภาค 2 ศาลแขวงในสังกัดภาค 3 ศาลแขวงในสังกัดภาค 4 ศาลแขวงในสังกัดภาค 5 ศาลแขวงในสังกัดภาค 6 ศาลแขวงในสังกัดภาค 7 ศาลแขวงในสังกัดภาค 8 ศาลแขวงในสังกัดภาค 9 จ านวนคดี/คน/ปี เจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความ จ านวนคดีที่รับใหม่ทั้งหมด (คดี)
36 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จากข้อมูลสถิติข้างต้น ศาลที่มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีที่รับใหม่ เรียงจากมากไปหาน้อยตามลำดับ ดังนี้ (1) ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 9,802 คดีต่อคนต่อปี (2) ศาลแขวงในสังกัดภาค 2 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 17,946 คดีต่อคนต่อปี (3) ศาลแขวงในสังกัดภาค 3 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 9,130 คดีต่อคนต่อปี (4) ศาลแขวงในสังกัดภาค 4 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 4,367 คดีต่อคนต่อปี (5) ศาลแขวงในสังกัดภาค 5 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 5,249 คดีต่อคนต่อปี (6) ศาลแขวงในสังกัดภาค 6 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 5,706 คดีต่อคนต่อปี (7) ศาลแขวงในสังกัดภาค 7 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 12,591 คดีต่อคนต่อปี (8) ศาลแขวงในสังกัดภาค 8 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 7,698 คดีต่อคนต่อปี (9) ศาลแขวงในสังกัดภาค 9 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 7,223 คดีต่อคนต่อปี จะเห็นได้ว่า ศาลแขวงในสังกัดภาค 2 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดี มากที่สุด จำนวน 17,946 คดีต่อคนต่อปีและศาลแขวงในสังกัดภาค 7 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความ กับปริมาณคดีจำนวน 12,591 คดีต่อคนต่อปีส่วนศาลที่มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณ คดีที่รับใหม่น้อยที่สุด ได้แก่ศาลแขวงในสังกัดภาค 4 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดี จำนวน 4,367 คดีต่อคนต่อปีฉะนั้น จำนวนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ไม่ได้สัดส่วนกับปริมาณคดีที่รับใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ปริมาณงานล้นมือและการทำงานอาจล่าช้า จึงเห็นควรจัดสรรอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความในศาลเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันให้ได้สัดส่วนและ เหมาะสมกับปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้นในศาลนั้น
37 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 อัตราส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1- ภาค 926 จากข้อมูลสถิติข้างต้น ศาลที่มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีที่รับใหม่ เรียงจากมากไปหาน้อยตามลำดับ ดังนี้ (1) ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 5,966 คดีต่อคนต่อปี (2) ศาลแขวงในสังกัดภาค 2 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 4,141 คดีต่อคนต่อปี (3) ศาลแขวงในสังกัดภาค 3 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 15,217 คดีต่อคนต่อปี (4) ศาลแขวงในสังกัดภาค 4 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 4,367 คดีต่อคนต่อปี (5) ศาลแขวงในสังกัดภาค 5 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 4,593 คดีต่อคนต่อปี (6) ศาลแขวงในสังกัดภาค 6 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 5,706 คดีต่อคนต่อปี 26 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง) ตารางที่ 1.1 จำนวนบุคลากร ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 หน้า 1 137,222 53,839 45,651 30,570 36,742 22,825 37,774 46,188 21,669 23 13 3 7 8 4 3 10 3 5,966 4,141 15,217 4,367 4,593 5,706 12,591 4,619 7,223 - 20,000 40,000 60,000 80,000 100,000 120,000 140,000 160,000 ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 ศาลแขวงในสังกัดภาค 2 ศาลแขวงในสังกัดภาค 3 ศาลแขวงในสังกัดภาค 4 ศาลแขวงในสังกัดภาค 5 ศาลแขวงในสังกัดภาค 6 ศาลแขวงในสังกัดภาค 7 ศาลแขวงในสังกัดภาค 8 ศาลแขวงในสังกัดภาค 9 จ านวนคดี/คน/ปี เจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัด จ านวนคดีที่รับใหม่ทั้งหมด (คดี)
38 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (7) ศาลแขวงในสังกัดภาค 7 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 12,591 คดีต่อคนต่อปี (8) ศาลแขวงในสังกัดภาค 8 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 4,619 คดีต่อคนต่อปี (9) ศาลแขวงในสังกัดภาค 9 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 7,223 คดีต่อคนต่อปี จะเห็นได้ว่า ศาลแขวงในสังกัดภาค 3 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดี มากที่สุด จำนวน 15,217 คดีต่อคนต่อปี และศาลแขวงในสังกัดภาค 7 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัด กับปริมาณคดีจำนวน 12,591 คดีต่อคนต่อปี ส่วนศาลที่มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดี น้อยที่สุด ได้แก่ ศาลแขวงในสังกัดภาค 2 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 4,141 คดี ต่อคนต่อปีฉะนั้น จำนวนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดในศาลแขวงไม่ได้สัดส่วนกับปริมาณคดีที่รับใหม่ จึงเห็นควรจัดสรรอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความในศาลเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันให้ได้สัดส่วนและ เหมาะสมกับปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้นในศาลนั้น (2.2.4) สัดส่วนบุคลากรกับปริมาณคดีที่รับใหม่ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1- ภาค 9 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 – 30 กันยายน 2565 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1- ภาค 9 จำนวนรวม 117 ศาล มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 881,205 คดี แต่มีเจ้าหน้าที่ ศูนย์นัดความ จำนวนรวม 163 คน และเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัด จำนวนรวม 186 คน ในภาพรวม สัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีที่รับใหม่มีอัตราส่วน 5,406 คดีต่อคนต่อปี และสัดส่วน เจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีที่รับใหม่มีอัตราส่วน 4,737 คดีต่อคนต่อปีฉะนั้น จึงวิเคราะห์ สัดส่วนบุคลากรกับปริมาณคดีที่รับใหม่ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1- ภาค 9 ดังนี้
39 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 อัตราส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1- ภาค 927 จากข้อมูลสถิติข้างต้น ศาลที่มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีที่รับใหม่ เรียงจากมากไปหาน้อยตามลำดับ ดังนี้ (1) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 7,097 คดีต่อคนต่อปี (2) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 2 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 5,492 คดีต่อคนต่อปี (3) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 3 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 5,752 คดีต่อคนต่อปี (4) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 6,019 คดีต่อคนต่อปี (5) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 5 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 3,541 คดีต่อคนต่อปี 27 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง) ตารางที่ 1.1 จำนวนบุคลากร ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 หน้า 1 92,256 82,378 143,795 186,576 74,370 89,237 80,998 68,674 62,921 13 15 25 31 21 16 15 15 12 7,097 5,492 5,752 6,019 3,541 5,577 5,400 4,578 5,243 - 20,000 40,000 60,000 80,000 100,000 120,000 140,000 160,000 180,000 200,000 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 2 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 3 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 5 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 6 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 7 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 8 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 9 จ านวนคดี/คน/ปี เจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความ จ านวนคดีที่รับใหม่ทั้งหมด (คดี)
40 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (6) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 6 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 5,577 คดีต่อคนต่อปี (7) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 7 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 5,400 คดีต่อคนต่อปี (8) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 8 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 4,578 คดีต่อคนต่อปี (9) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 9 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 5,243 คดีต่อคนต่อปี จะเห็นได้ว่า ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดี มากที่สุด จำนวน 7,097 คดีต่อคนต่อปีและศาลจังหวัดในสังกัดภาค4 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับ ปริมาณคดีจำนวน 6,019 คดีต่อคนต่อปีส่วนศาลที่มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีน้อยที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 5 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความกับปริมาณคดีจำนวน 3,541 คดีต่อคนต่อปี ฉะนั้น จำนวนเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ไม่ได้สัดส่วนกับปริมาณ คดีที่รับใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ปริมาณงานล้นมือและการทำงานอาจล่าช้า จึงเห็นควรจัดสรรอัตรากำลัง เจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความในศาลเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันให้ได้สัดส่วนและเหมาะสมกับปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้น ในศาลนั้น
41 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 อัตราส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดต่อปริมาณคดีที่รับใหม่ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1- ภาค 928 จากข้อมูลสถิติข้างต้น ศาลที่มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีที่รับใหม่ เรียงจากมากไปหาน้อยตามลำดับ ดังนี้ (1) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 5,125 คดีต่อคนต่อปี (2) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 2 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 5,149 คดีต่อคนต่อปี (3) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 3 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 4,229 คดีต่อคนต่อปี (4) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 5,831 คดีต่อคนต่อปี (5) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 5 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 3,380 คดีต่อคนต่อปี 28 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง) ตารางที่ 1.1 จำนวนบุคลากร ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 หน้า 1 92,256 82,378 143,795 186,576 74,370 89,237 80,998 68,674 62,921 18 16 34 32 22 16 16 19 13 5,125 5,149 4,229 5,831 3,380 5,577 5,062 3,614 4,840 - 20,000 40,000 60,000 80,000 100,000 120,000 140,000 160,000 180,000 200,000 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 2 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 3 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 5 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 6 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 7 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 8 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 9 จ านวนคดี/คน/ปี เจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัด จ านวนคดีที่รับใหม่ทั้งหมด (คดี)
42 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (6) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 6 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 5,577 คดีต่อคนต่อปี (7) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 7 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 5,062 คดีต่อคนต่อปี (8) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 8 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 3,614 คดีต่อคนต่อปี (9) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 9 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 4,840 คดีต่อคนต่อปี จะเห็นได้ว่า ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดี จำนวน 5,831 คดีต่อคนต่อปีและ (2) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค6 สัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับ ปริมาณคดีจำนวน 5,577 คดีต่อคนต่อปี ส่วนศาลที่มีสัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีที่ รับใหม่น้อยที่สุด ได้แก่ศาลจังหวัดในสังกัดภาค5 สัดส่วนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดกับปริมาณคดีจำนวน 3,380 คดีต่อคนต่อปีจึงเห็นได้ว่า จำนวนเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดในศาลจังหวัดยังไม่ได้สัดส่วนกับ ปริมาณคดีที่รับใหม่ที่เพิ่มขึ้นทุกปีจึงเห็นควรจัดสรรอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดในศาลจังหวัด เท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันให้ได้สัดส่วนและเหมาะสมกับปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้นในศาลนั้น 2.3 การจัดองค์คณะผู้พิพากษาต่อวันของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่ง ในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 การนั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย29กำหนดให้จัด ผู้พิพากษาขึ้นนั่งสืบพยานครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด โดยจัดองค์คณะผู้พิพากษาให้มีจำนวน ผู้พิพากษาที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับการพิจารณาพิพากษาคดี และผู้พิพากษาที่ได้รับมอบหมายให้เป็น องค์คณะผู้พิพากษาในคดีใด มีหน้าที่ต้องสืบพยานคดีนั้นตั้งแต่เริ่มต้นไปจนกว่าจะเสร็จการพิจารณาและ พิพากษาคดี30 ทั้งนี้ จะมีผู้พิพากษานั่งพิจารณาพิพากษาคดีน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้มิได้ มิฉะนั้น การพิจารณาพิพากษาคดีนั้นเป็นการมิชอบ31 อนึ่ง ศาลยุติธรรมได้เริ่มดำเนินการปรับเปลี่ยนเข้าสู่ระบบ การนั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 โดยผู้บริหารศาลชั้นต้นจัดองค์คณะ 29 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 236 บัญญัติว่า “การนั่งพิจารณาคดีของศาลต้องมี ผู้พิพากษาหรือตุลาการครบองค์คณะ และผู้พิพากษาหรือตุลาการซึ่งมิได้นั่งพิจารณาคดีใด จะทำคำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยคดี นั้นมิได้ เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุจำเป็นอย่างอื่น อันมิอาจก้าวล่วงได้” 30 สำนักวิชาการศาลยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรม. (2549) คู่มือมาตรฐานนิเทศงานธุรการในระบบพิจารณาคดีครบองค์คณะ และต่อเนื่อง. หน้า 3 –8. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 335 (5) บังคับให้ดำเนินการเพื่อให้เป็นไป ตามบทบัญญัติดังกล่าวภายในเวลาไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 11 ตุลาคม 2545 31 มานิตย์ จุมปา. (2547). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540. หน้า 324.
43 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ผู้พิพากษาในศาลตามประเภทต่าง ๆ ได้แก่ องค์คณะพิจารณาคดีต่อเนื่อง องค์คณะพิจารณาคดีจัดการพิเศษ องค์คณะเวรชี้ เวรสั่ง ฝากขัง รับฟ้อง องค์คณะเวรสำรอง และองค์คณะอื่น ๆ เช่น องค์คณะคุ้มครองสิทธิ องค์คณะไกล่เกลี่ย องค์คณะประชุมคดี เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้บริหารศาลชั้นต้นจัดให้มีองค์คณะสำรอง อย่างน้อยวันละ1 องค์คณะ และแต่ละเดือนต้องจัดให้องค์คณะผู้พิพากษาหมุนเวียนเป็นองค์คณะสำรอง ส่วนกรณีที่ศาลใดมีจำนวนองค์คณะผู้พิพากษาน้อยกว่า 5 องค์คณะ ซึ่งไม่สะดวกต่อการจัดองค์คณะ สำรอง ผู้บริหารศาลชั้นต้นอาจจะกำหนดให้องค์คณะเวรชี้ทำหน้าที่องค์คณะสำรองด้วยก็ได้32 เพื่อสร้าง ความเข้มแข็งของระบบองค์คณะและเสริมสร้างประสิทธิภาพในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลให้เป็นไป ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ33 ในภาพรวม จำนวนองค์คณะผู้พิพากษาต่อวัน ตั้งแต่วันที่ 1ตุลาคม 2564 – 30 กันยายน 2565 กลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 – ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 – ภาค 9 จำนวนรวม 168 ศาล ได้จัดองค์คณะผู้พิพากษาต่อวัน ในภาพรวม34 ดังนี้ (1) องค์คณะพิจารณาคดีต่อเนื่อง จำนวนรวม 938 องค์คณะ (2) องค์คณะเวรชี้ เวรสั่ง ฝากขัง รับฟ้อง จำนวนรวม 197 องค์คณะ (3) องค์คณะเวรสำรอง จำนวนรวม 84 องค์คณะ (4) องค์คณะอื่น ๆ จำนวนรวม 145 องค์คณะ ดังนั้น จึงขอวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนองค์คณะผู้พิพากษา ต่อวันในกลุ่มศาลต่าง ๆ ดังนี้ (2.3.1) การจัดองค์คณะผู้พิพากษาต่อวันของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 – 30 กันยายน 2565 กลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร จำนวนรวม 6ศาล มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี (รับใหม่) จำนวนรวม 22,848 คดี และมีผู้พิพากษาที่ครอง ตำแหน่ง จำนวนรวม 165 คน ผู้บริหารศาลชั้นต้นได้จัดองค์คณะผู้พิพากษาต่อวันในศาล ดังนี้ (1) องค์คณะ พิจารณาคดีต่อเนื่อง จำนวนรวม 81 องค์คณะ (2) องค์คณะเวรชี้ เวรสั่ง ฝากขัง รับฟ้อง จำนวนรวม 8 องค์คณะ (3) องค์คณะเวรสำรอง จำนวนรวม 5 องค์คณะ (4) องค์คณะอื่น ๆ จำนวนรวม 9 องค์คณะ35 ดังนั้น จึงวิเคราะห์ จำนวนองค์คณะผู้พิพากษาต่อวันของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร ดังนี้ 32 สำนักงานศาลยุติธรรม. (2558). แนวคิดและหลักการของระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง. หน้า 18 – 20. 33 คำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการนั่งพิจารณาคดีต่อเนื่องและครบองค์คณะ พ.ศ. 2544 หน้า 1. 34 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง) ตารางที่ 1.2จำนวนองค์คณะผู้พิพากษาต่อวัน หน้า 1. 35 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 1 การบริหารจัดการคดีต้นทาง (งานรับฟ้อง) ตารางที่ 1.2จำนวนองค์คณะผู้พิพากษาต่อวัน หน้า 1.