143 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 แต่ไม่เกิน 3 ปีจำนวนรวม 552 คดี (ร้อยละ 1.60) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 3 ปี แต่ไม่เกิน 4 ปี จำนวนรวม 12 คดี (ร้อยละ .0.03) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 4 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปีจำนวนรวม 1 คดี (ร้อยละ .0.003) และคดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 5 ปี จำนวนรวม 1 คดี (ร้อยละ .0.003) จะเห็นได้ว่า ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 มีคดีสามัญที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จมากที่สุด จำนวนรวม 13,150 คดี (ร้อยละ 38.03) ได้แก่คดีที่พิจารณาพิพากษาไม่เกิน 1 เดือน จำนวน 8,918 คดี คดีที่พิจารณาพิพากษา เกิน 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 1,004 คดี คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 1,825 คดี และคดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 4 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปีจำนวนรวม 1คดีส่วนศาลจังหวัด ในสังกัดภาค 2 มีคดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 5 ปี จำนวนรวม 1 คดีอย่างไรก็ตาม ศาลที่ไม่มีคดี พิจารณาพิพากษาเกิน 4 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปีและคดีพิจารณาพิพากษาเกิน 5 ปีได้แก่ ศาลจังหวัด ในสังกัดภาค 3 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 5 - ภาค 9 ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 ไม่มีคดีที่ พิจารณาพิพากษาเกิน 3 ปี แต่ไม่เกิน 4 ปีคดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 4 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปีและ คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 5 ปีจึงสรุปได้ว่า ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 มีคดีสามัญที่พิจารณาพิพากษา แล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 508 คดีศาลจังหวัดในสังกัดภาค 2 มีคดีสามัญที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จ เกิน 1 ปี จำนวน 758 คดีศาลจังหวัดในสังกัดภาค 3 มีคดีสามัญที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 975 คดีศาลจังหวัดในสังกัดภาค4 มีคดีสามัญที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 413 คดีศาลจังหวัดในสังกัดภาค 5 มีคดีสามัญที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 630 คดี ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 6 มีคดีสามัญที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 672 คดีศาลจังหวัด ในสังกัดภาค 7 มีคดีสามัญที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 1,308 คดีศาลจังหวัดในสังกัด ภาค 8 มีคดีสามัญที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 928 คดี ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 9 มีคดีสามัญที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 873 คดี 3.4.3 การกำหนดระยะเวลาการพิจารณาพิพากษาคดีในคดีสามัญพิเศษของกลุ่มศาลอาญา ในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ในระบบการพิจารณาคดีต่อเนื่อง ศาลยุติธรรมได้กำหนดระยะเวลาการพิจารณาพิพากษาคดี ในคดีสามัญพิเศษ (คดีแพ่ง) ให้ศาลพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จภายใน 12 เดือนนับแต่วันรับฟ้อง แต่หากเป็น คดีเร่งรัด เช่น คดีฟ้องขับไล่ หรือคดีที่อยู่ในอำนาจศาลแขวง ควรพิจารณาพิพากษาคดีให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือนนับแต่วันรับฟ้อง และกำหนดระยะเวลาการพิจารณาพิพากษาคดีในคดีสามัญพิเศษ (คดีอาญา) ให้ศาลพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จภายใน 12 เดือนนับแต่วันรับฟ้อง แต่คดีที่อยู่ในอำนาจศาลแขวง
144 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ควรพิจารณาพิพากษาคดีให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือนนับแต่วันรับฟ้อง นอกจากนี้ คดีที่จำเลยคนใดคนหนึ่ง ต้องขังระหว่างพิจารณา ให้พิจารณาพิพากษาให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน นับแต่วันออกหมายขังระหว่างพิจารณา128 ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการกำหนดระยะเวลาการพิจารณา พิพากษาคดีของศาลยุติธรรม พ.ศ. 2566 ข้อ 5 (2) บัญญัติว่า การกำหนดระยะเวลาในการพิจารณา พิพากษาคดีในศาลชั้นต้น คดีสามัญพิเศษ ศาลจะพิจารณาพิพากษาคดีให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับแต่วันรับฟ้อง ทั้งนี้ บรรดาคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ก่อนวันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับ ศาลจะพิจารณาพิพากษาคดีให้แล้ว เสร็จภายในระยะเวลาตามข้อ 5 นับแต่วันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับตามลักษณะและประเภทคดี ภาพรวมสถิติคดีที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จ (คดีสามัญพิเศษ) ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 จากข้อมูลสถิติคดี ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 – กันยายน 2565 ในคดีสามัญพิเศษ กลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 จำนวน 168 ศาล ได้พิจารณาพิพากษาคดีแล้วเสร็จ จำนวนรวม 773 คดี (คดีค้างพิจารณาและคดีรับใหม่) ซึ่งกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานครได้พิจารณา พิพากษาคดีแล้วเสร็จ จำนวนรวม 1 คดี (ร้อยละ 0.13) ส่วนกลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานครได้ พิจารณาพิพากษาคดีแล้วเสร็จ จำนวนรวม 124 คดี (ร้อยละ 16.04) นอกจากนี้ ศาลแขวงในสังกัด 128 คณะอนุกรรมการส่งเสริมระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานคดี แนวคิดและ หลักการของระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง (สำนักงานศาลยุติธรรม : กรุงเทพมหานคร) 2558 หน้า 4. 1 0.13% 124 16.04% 399 51.62% 249 32.21% กลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9
145 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ภาค 1 - ภาค 9 ได้พิจารณาพิพากษาคดีแล้วเสร็จ จำนวนรวม 399 คดี (ร้อยละ 51.62) และศาลจังหวัด ในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ได้พิจารณาพิพากษาคดีแล้วเสร็จ จำนวนรวม 249 คดี (ร้อยละ 32.21) สถิติคดีที่มีระยะเวลาในการพิจารณาพิพากษาคดี(คดีสามัญพิเศษ) ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร129 จากสถิติคดีข้างต้น ในชั้นพิจารณาพิพากษาคดี กลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานครได้ พิจารณาพิพากษาคดีสามัญพิเศษแล้วเสร็จ (นับตั้งแต่วันรับฟ้องจนถึงวันที่ศาลมีคำพิพากษา) ในเดือนนั้น ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 - กันยายน 2565 จำนวนรวม 1 คดี โดยจำแนกคดีตามระยะเวลา ในการพิจารณาพิพากษาคดี ดังนี้ คดีที่พิจารณาพิพากษาไม่เกิน 1 เดือน จำนวนรวม 1 คดี (ร้อยละ 100.00) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน จำนวนรวม 0 คดี (ร้อยละ 0.00) คดีที่พิจารณา พิพากษาเกิน 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน จำนวนรวม 0 คดี (ร้อยละ 0.00) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 6 เดือน แต่ไม่เกิน 1 ปีจำนวนรวม 0 คดี (ร้อยละ 0.00) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี จำนวนรวม 0 คดี (ร้อยละ 0.00) คดีที่พิจารณาพิพากษา เกิน 2 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปีจำนวนรวม 0 คดี (ร้อยละ 0.00) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 3 ปี แต่ไม่เกิน 4 ปีจำนวนรวม 0 คดี (ร้อยละ 0.00) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 4 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปีจำนวนรวม 0 คดี(ร้อยละ 0.00) และคดีที่พิจารณา 129 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 7 ตารางที่ 7.3ระยะเวลาในการพิจารณาพิพากษาคดี (คดีสามัญพิเศษ) ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร หน้า 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0% 10% 20% 30% 40% 50% 60% 70% 80% 90% 100% ไม่เกิน 1 เดือน เกิน 1 เดือน ไม่เกิน 3 เดือน เกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน เกิน 6 เดือน ไม่เกิน 1 ปี เกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปี เกิน 2 ปี ไม่เกิน 3 ปี เกิน 3 ปี ไม่เกิน 4 ปี เกิน 4 ปี ไม่เกิน 5 ปี เกิน 5 ปี ศาลอาญา ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอาญาธนบุรี ศาลอาญาตลิ่งชัน ศาลอาญาพระโขนง ศาลอาญามีนบุรี
146 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 พิพากษาเกิน 5 ปี จำนวน 0 คดี (ร้อยละ 0.00) จะเห็นได้ว่าศาลอาญาพระโขนงเพียงศาลเดียวที่มี คดีพิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จไม่เกิน 1 เดือน มากที่สุด จำนวนรวม 1 คดี (ร้อยละ 100.00) ในทางกลับกัน ศาลอาญา ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอาญาธนบุรี ศาลอาญาตลิ่งชัน และศาลอาญามีนบุรี ไม่มีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กล่าวสรุปได้ว่า ศาลอาญา ศาลอาญากรุงเทพใต้ศาลอาญาธนบุรีศาลอาญาตลิ่งชัน ศาลอาญาพระโขนง และศาลอาญามีนบุรีไม่มี คดีสามัญพิเศษที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี แต่อย่างใด สถิติคดีที่มีระยะเวลาในการพิจารณาพิพากษาคดี(คดีสามัญพิเศษ) ของกลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร130 จากสถิติคดีข้างต้น ในชั้นพิจารณาพิพากษาคดี กลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานครได้ พิจารณาพิพากษาคดีสามัญพิเศษแล้วเสร็จ (นับตั้งแต่วันรับฟ้องจนถึงวันที่ศาลมีคำพิพากษา) ในเดือนนั้น ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 - กันยายน 2565 จำนวนรวม 124 คดี โดยจำแนกคดีตามระยะเวลา ในการพิจารณาพิพากษาคดี ดังนี้ คดีที่พิจารณาพิพากษาไม่เกิน 1 เดือน จำนวนรวม 0 คดี (ร้อยละ 0.00) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน จำนวนรวม 6 คดี (ร้อยละ 4.84) คดีที่พิจารณา 130 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 7 ตารางที่ 7.3ระยะเวลาในการพิจารณาพิพากษาคดี (คดีสามัญพิเศษ) ของกลุ่มศาลแพ่งในกรุงเทพมหานคร หน้า 1 0 4 6 12 38 10 4 0 0 74 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 2 4 10 7 3 0 3 1 30 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 4 8 8 0 0 0 0 20 0% 10% 20% 30% 40% 50% 60% 70% 80% 90% 100% ไม่เกิน 1 เดือน เกิน 1 เดือน ไม่เกิน 3 เดือน เกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน เกิน 6 เดือน ไม่เกิน 1 ปี เกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปี เกิน 2 ปี ไม่เกิน 3 ปี เกิน 3 ปี ไม่เกิน 4 ปี เกิน 4 ปี ไม่เกิน 5 ปี เกิน 5 ปี รวม ศาลแพ่ง ศาลแพ่งธนบุรี ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลแพ่งตลิ่งชัน ศาลแพ่งพระโขนง ศาลแพ่งมีนบุรี
147 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 พิพากษาเกิน 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน จำนวนรวม 14 คดี (ร้อยละ 11.29) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 6 เดือน แต่ไม่เกิน 1 ปีจำนวนรวม 30 คดี (ร้อยละ 24.19) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี จำนวนรวม 53 คดี (ร้อยละ 42.74) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 2 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปีจำนวนรวม 13 คดี (ร้อยละ 10.48) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 3 ปี แต่ไม่เกิน 4 ปีจำนวนรวม 4 คดี (ร้อยละ 3.23) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 4 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปีจำนวนรวม 3 คดี (ร้อยละ 2.42) และคดีที่พิจารณา พิพากษาเกิน 5 ปี จำนวน 1 คดี (ร้อยละ 0.81) จะเห็นได้ว่า ศาลแพ่งเพียงศาลเดียวที่มีคดีสามัญพิเศษ พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จมากที่สุด จำนวน 74 คดี ได้แก่ คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 4 คดี คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 6 คดี คดีที่ พิจารณาพิพากษาเกิน 6 เดือน แต่ไม่เกิน 1 ปีจำนวน 12 คดี คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปีจำนวน 38 คดี คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 2 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปีจำนวน 10 คดี และคดีที่พิจารณา พิพากษาเกิน 3 ปี แต่ไม่เกิน 4 ปีจำนวนรวม 4 คดีส่วนศาลแพ่งกรุงเทพใต้เพียงศาลเดียวที่มีคดีพิจารณา พิพากษาเกิน 4 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปีจำนวนรวม 3 คดี และคดีพิจารณาพิพากษาเกิน 5 ปี จำนวน 1 คดี ในทางกลับกัน ศาลแพ่งธนบุรี ศาลแพ่งตลิ่งชัน และศาลแพ่งพระโขนงไม่มีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณา พิพากษาแล้วเสร็จตั้งแต่ไม่เกิน 1 เดือน ถึงเกิน 5 ปี จึงสรุปได้ว่า ศาลแพ่งมีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณา พิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 52 คดีศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณาพิพากษาแล้ว เสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 14คดีและศาลแพ่งมีนบุรีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 8 คดี อย่างไรก็ตาม ศาลแพ่งธนบุรี ศาลแพ่งตลิ่งชันและศาลแพ่งพระโขนงไม่มีคดีสามัญพิเศษ ที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี สถิติคดีที่มีระยะเวลาในการพิจารณาพิพากษาคดี(คดีสามัญพิเศษ) ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9131 131 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 7 ตารางที่ 7.3ระยะเวลาในการพิจารณาพิพากษาคดี (คดีสามัญพิเศษ) ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 – ภาค 9 หน้า 1 118 228 3 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 2 6 4 11 2 0 0 0 0 0 0 0 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 6 2 0 0 0 0 0 0 5 11 0 0 0 0 0% 10% 20% 30% 40% 50% 60% 70% 80% 90% 100% ไม่เกิน 1 เดือน เกิน 1 เดือน ไม่เกิน 3 เดือน เกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน เกิน 6 เดือน ไม่เกิน 1 ปี เกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปี เกิน 2 ปี ไม่เกิน 3 ปี เกิน 3 ปี ไม่เกิน 4 ปี เกิน 4 ปี ไม่เกิน 5 ปี เกิน 5 ปี ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 ศาลแขวงในสังกัดภาค 2 ศาลแขวงในสังกัดภาค 3 ศาลแขวงในสังกัดภาค 4 ศาลแขวงในสังกัดภาค 5 ศาลแขวงในสังกัดภาค 6 ศาลแขวงในสังกัดภาค 7 ศาลแขวงในสังกัดภาค 8 ศาลแขวงในสังกัดภาค 9
148 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จากสถิติคดีข้างต้น ในชั้นพิจารณาพิพากษาคดี ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ได้ พิจารณาพิพากษาคดีสามัญพิเศษแล้วเสร็จ (นับตั้งแต่วันรับฟ้องจนถึงวันที่ศาลมีคำพิพากษา) ในเดือนนั้น ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 - กันยายน 2565 จำนวนรวม 399 คดี โดยจำแนกคดีตามระยะเวลา ในการพิจารณาพิพากษาคดี ดังนี้ คดีที่พิจารณาพิพากษาไม่เกิน 1 เดือน จำนวนรวม 120 คดี (ร้อยละ 30.08) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน จำนวนรวม 234 คดี (ร้อยละ 58.65) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน จำนวนรวม 7 คดี (ร้อยละ 1.75) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 6 เดือน แต่ไม่เกิน 1 ปีจำนวนรวม 22 คดี (ร้อยละ 5.51) คดีที่พิจารณา พิพากษาเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปีจำนวนรวม 16 คดี (ร้อยละ 4.01) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 2 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปีจำนวนรวม 0 คดี (ร้อยละ 0.00) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 3 ปี แต่ไม่เกิน 4 ปี จำนวนรวม 0 คดี (ร้อยละ 0.00) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 4 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปีจำนวนรวม 0 คดี (ร้อยละ 0.00) และคดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 5 ปี จำนวน 0 คดี (ร้อยละ 0.00) จะเห็นได้ว่า ศาลแขวง ในสังกัดภาค 1 มีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จมากที่สุด จำนวน 349 คดี(ร้อยละ 87.47) ได้แก่ คดีที่พิจารณาพิพากษาไม่เกิน 1 เดือน จำนวน 118 คดี และคดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 228 คดี ส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 5 มีคดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน มากที่สุด จำนวน 4 คดี และคดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 6 เดือน แต่ไม่เกิน 1 ปี มากที่สุด จำนวน 11 คดีนอกจากนี้ ศาลแขวงในสังกัดภาค 9 มีคดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปีมากที่สุด จำนวน 11 คดี อย่างไรก็ตาม ศาลแขวงในสังกัดภาค 2 - ภาค 4 และศาลแขวง ในสังกัดภาค 7 ไม่มีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จตั้งแต่ไม่เกิน 1 เดือน ถึง เกิน 5 ปี จึงสรุปได้ว่า ศาลแขวงในสังกัดภาค 5 มีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปีจำนวน 2คดี ศาลแขวงในสังกัดภาค 6 มีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 1 คดีศาลแขวง ในสังกัดภาค 8 มีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 2 คดี ศาลแขวงในสังกัด ภาค 9 มีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 11 คดีอย่างไรก็ตาม ศาลแขวง ในสังกัดภาค 1 ศาลแขวงในสังกัดภาค 2 ศาลแขวงในสังกัดภาค 3 ศาลแขวงในสังกัดภาค 4 และ ศาลแขวงในสังกัดภาค 7 ไม่มีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี
149 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 สถิติคดีที่มีระยะเวลาในการพิจารณาพิพากษาคดี(คดีสามัญพิเศษ) ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9132 จากสถิติคดีข้างต้น ในชั้นพิจารณาพิพากษาคดี ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ได้พิจารณาพิพากษาคดีสามัญพิเศษแล้วเสร็จ (นับตั้งแต่วันรับฟ้องจนถึงวันที่ศาลมีคำพิพากษา) ในเดือนนั้น ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 - กันยายน 2565 จำนวนรวม 249 คดี โดยจำแนกคดีตามระยะเวลา ในการพิจารณาพิพากษาคดี ดังนี้ คดีที่พิจารณาพิพากษาไม่เกิน 1 เดือน จำนวนรวม 4 คดี (ร้อยละ 1.61) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน จำนวนรวม 22 คดี (ร้อยละ 8.84) คดีที่พิจารณา พิพากษาเกิน 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน จำนวนรวม 17 คดี (ร้อยละ 6.83) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 6 เดือน แต่ไม่เกิน 1 ปีจำนวนรวม 94 คดี (ร้อยละ 37.75) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี จำนวนรวม 103 คดี (ร้อยละ 41.37) คดีที่พิจารณาพิพากษา เกิน 2 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปีจำนวนรวม 9 คดี (ร้อยละ 3.61) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 3 ปี แต่ไม่เกิน 4 ปีจำนวนรวม 0 คดี (ร้อยละ 0.00) คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 4 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปีจำนวนรวม 0 คดี (ร้อยละ 0.00) และคดีที่พิจารณา พิพากษาเกิน 5 ปี จำนวน 0 คดี (ร้อยละ 0.00) จะเห็นได้ว่า ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 มีคดีสามัญพิเศษ 132 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 7 ตารางที่ 7.3ระยะเวลาในการพิจารณาพิพากษาคดี (คดีสามัญพิเศษ) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 – ภาค 9 หน้า 1. 4 14 7 34 12 3 0 0 0 0 0 0 15 18 2 0 0 0 0 0 5 1 20 0 0 0 0 0 0 0 0 3 2 0 0 0 0 0 0 0 2 0 0 0 0 0 0 1 7 9 0 0 0 0 0 1 1 1 11 0 0 0 0 0 0 1 6 1 0 0 0 0 0 7 2 30 27 2 0 0 0 0% 10% 20% 30% 40% 50% 60% 70% 80% 90% 100% ไม่เกิน 1 เดือน เกิน 1 เดือน ไม่เกิน 3 เดือน เกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน เกิน 6 เดือน ไม่เกิน 1 ปี เกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปี เกิน 2 ปี ไม่เกิน 3 ปี เกิน 3 ปี ไม่เกิน 4 ปี เกิน 4 ปี ไม่เกิน 5 ปี เกิน 5 ปี ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 2 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 3 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 5 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 6 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 7 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 8 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 9
150 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จมากที่สุด จำนวน 74 คดี (ร้อยละ 29.72) ได้แก่ คดีที่พิจารณาพิพากษา ไม่เกิน 1 เดือน จำนวน 4 คดี คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 14 คดี คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 7 คดี คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 6 เดือน แต่ไม่เกิน 1 ปีจำนวน 34 คดี และคดีที่พิจารณาพิพากษา เกิน 2 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปีจำนวน 3 คดี ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 9 มีคดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปีมากที่สุด จำนวน 27 คดี อย่างไรก็ตาม ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 5 เป็นศาลที่มีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จน้อยที่สุด จำนวน 2 คดี (ร้อยละ 0.80) ได้แก่ คดีที่พิจารณาพิพากษาเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปีจำนวน 2 คดี จึงสรุปได้ว่า ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 มีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 15 คดีศาลจังหวัดในสังกัดภาค 2 มีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 20 คดี ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 3 มีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 20 คดี ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 มีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 5 คดี ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 5 มีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 2 คดี ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 6 มีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 9 คดี ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 7 มีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 11 คดี ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 8 มีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 1 คดี ศาลจังหวัดในสังกัดภาค9 มีคดีสามัญพิเศษที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จเกิน 1 ปี จำนวน 29 คดี
151 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 4. ประสิทธิภาพการบริหารจัดการคดีในโครงการเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการเพื่อเร่งรัด การพิจารณาพิพากษาคดีในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 กำหนดให้รัฐพึงจัดระบบการ บริหารงานในกระบวนการยุติธรรมทุกด้านให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และให้ประชาชน เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก รวดเร็ว และไม่เสียค่าใช้จ่ายสูงเกินสมควร และตามแผน ยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม พ.ศ. 2565 – 2568 ได้กำหนดให้การพิจารราพิพากษาคดีเป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรมและปราศจากอคติทั้งปวง ศาลยุติธรรมเป็นองค์กรที่มีพันธกิจในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ ประชาชนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว และมีหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีทั้งปวงให้เสร็จโดยเร็ว ถูกต้องและเป็นธรรม อันเป็นหัวใจสำคัญของการอำนวยความยุติธรรม แต่สถานการณ์ของประเทศมีความ เปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง ในสังคมเพิ่มขึ้นและมีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ปริมาณคดีที่เข้าสู่การพิจารณาในศาลยุติธรรมเพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็ว ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019 : COVID-19) ในทุกภูมิภาคในประเทศไทย ทำให้คู่ความและประชาชนไม่ สะดวกเดินทางมาศาลเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาคดีในเวลาราชการ ซึ่งเป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการ พิจารณาพิพากษาคดี ศาลยุติธรรมจึงดำเนินการพิจารณาคดีโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับคู่ความที่มี ความพร้อม หรือมีการเลื่อนนัดพิจารณาคดีเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าว ทำให้ ศาลยุติธรรมพิจารณาคดีล่าช้าและมีคดีค้างพิจารณาจำนวนมาก ฉะนั้น การเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการ เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหาการพิจารณาคดีที่ล่าช้าและเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดีให้แล้วเสร็จถายใน ระยะเวลาตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดเพื่อให้คู่ความและประชาชนได้รับการพิจารณาพิพากษาคดีจากศาล ยุติธรรมได้อย่างมีประสิทธิผลและรวดเร็ว และเพื่ออำนวยความสะดวกแก่คู่ความและประชาชน 4.1 สถิติคดีในโครงการเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการเพื่อเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดี ของศาลชั้นต้นที่ไม่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาคและศาลชั้นต้นที่สังกัด สำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1- ภาค 9 ตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการจ่ายเงินค่าตอบแทน การปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ พ.ศ. 2545 แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 6/1 กำหนดว่า ในกรณที่มีเหตุผลความ จำเป็นพิเศษที่ต้องมีการเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดีโดยการเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการให้สำนักงาน ศาลยุติธรรมจัดทำเป็นโครงการเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการเพื่อเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดีหรือ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรมจึงได้จัดทำโครงการเปิดทำการศาลนอกเวลา ราชการเพื่อเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดีหรือเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2565 สำหรับศาลชั้นต้น กรณีคดีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
152 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019 : COVID-19) โดยกำหนดหลักเกณฑ์ให้ ศาลชั้นต้นทั่วประเทศที่มีคดีซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 ได้แก่ ศาลชั้นต้นที่ไม่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค และศาลชั้นต้นที่สังกัด สำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค สามารถเข้าร่วมโครงการได้และกำหนดประเภทคดีที่สามารถรับจัดสรร งบประมาณโครงการดังกล่าว ได้แก่ คดีที่เลื่อนการพิจารณาคดีจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นสำคัญอันดับแรก ดังนี้ (1) ประเภทคดีจัดการพิเศษ (1.1) คดีแพ่ง ได้แก่ คดีมโนสาเร่ คดีไม่มีข้อยุ่งยาก คดีผู้บริโภค คดีที่ไม่มีข้อพิพาท และคดีที่ศาลอาจมีคำสั่งให้โจทก์ส่งพยานหลักฐานแทนการสืบพยานหรือสืบพยานหลักฐานโจทก์ไปฝ่ายเดียว หรือคดีร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก (1.2) คดีอาญา ได้แก่ คดีนัดไต่สวนมูลฟ้อง และคดีที่จำเลยให้การรับสารภาพหรือคดี ที่สืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพ (2) ประเภทคดีที่นัดพิจารณาคดีต่อเนื่องในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและ ต่อเนื่อง ทั้งนี้ ศาลชั้นต้นได้ดำเนินการเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการเพื่อเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดี หรือเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน นอกเวลาราชการในวันทำการปกติ ตั้งแต่เวลา 16.30 – 20.30 น. และนอกเวลาราชการในวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีศาลชั้นต้นที่ไม่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาคและ ศาลชั้นต้นที่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1- ภาค 9 ได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว และเปิดทำการ ศาลนอกเวลาราชการเพื่อเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดี ซึ่งมีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดีทั้งสิ้น จำนวน 149,560 คดีและมีคดีที่พิจารณาแล้วเสร็จ จำนวนรวม 129,928 คดี (คิดเป็นร้อยละ 86.87) 149,560 53.51% 129,928 86.87% จ านวนคดีที่เข้าสู่การพิจารณาคดี จ านวนคดีที่พิจารณาแล้วเสร็จ
153 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 สถิติคดีในโครงการเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการเพื่อเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดีของ ศาลชั้นต้นที่ไม่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาคและ ศาลชั้นต้นที่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1- ภาค 9 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565133 จากสถิติคดีข้างต้น จะเห็นได้ว่า ศาลชั้นต้นในสังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1 มีปริมาณคดีเข้าสู่การพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 27,160 คดี และมีคดีที่พิจารณาแล้วเสร็จมากที่สุด จำนวน 24,241 คดี (คิดเป็นร้อยละ 89.25) ส่วนศาลชั้นต้นในสังกัดสำนักงานอธิบดีภาค 7 มีคดีเข้าสู่ การพิจารณาคดี จำนวน 9,615 คดี และมีคดีที่พิจารณาแล้วเสร็จ จำนวน 8,603 คดี (คิดเป็นร้อยละ 89.47) อย่างไรก็ตาม ศาลชั้นต้นในสังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 มีคดีเข้าสู่การพิจารณาคดี น้อยที่สุด จำนวน 6,370 คดี และมีคดีที่พิจารณาแล้วเสร็จน้อยที่สุด จำนวน 5,664 คดี (ร้อยละ 88.92) 133 สำนักส่งเสริมงานตุลาการ. (2565, 30 กันยายน). สรุปปริมาณคดีโครงการเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการเพื่อเร่งรัดการ พิจารณาพิพากษาคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565. เอกสารในโครงการเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการเพื่อเร่งรัด การพิจารณาพิพากษาคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565. เอกสารไม่ตีพิมพ์, หน้า 1. 11,793 27,160 16,903 22,028 21,969 6,370 12,805 9,615 9,023 11,894 9,546 24,241 14,816 19,201 19,398 5,664 10,744 8,603 7,620 10,095 80.95 89.25 87.65 87.17 88.30 88.92 83.90 89.47 84.45 84.87 76.00 78.00 80.00 82.00 84.00 86.00 88.00 90.00 92.00 - 5,000 10,000 15,000 20,000 25,000 30,000 จ านวนคดีที่เข้าสู่การพิจารณา จ านวนคดีที่พิจารณาแล้วเสร็จ ร้อยละของคดีที่พิจารณาเสร็จ
154 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ส่วนศาลชั้นต้นในสังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาคมีสัดส่วนของคดีที่พิจารณาแล้วเสร็จน้อยที่สุด ร้อยละ 80.95 (จำนวน 9,546 คดี) 4.2 ประสิทธิภาพการบริหารจัดการคดีในโครงการเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการของ ศาลชั้นต้นที่ไม่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาคและศาลชั้นต้นที่สังกัด สำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1- ภาค 9 ตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการจ่ายเงินค่าตอบแทนการ ปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ พ.ศ. 2545 แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 6/1 สำนักงานศาลยุติธรรมได้ดำเนินการโครงการ เปิดทำการศาลนอกเวลาราชการ เพื่อเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดี หรือเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ ประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และจัดสรรเงินงบประมาณให้แก่ศาลชั้นต้นที่ไม่สังกัด สำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาคและศาลชั้นต้นที่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1- ภาค 9 ที่ได้เข้า ร่วมโครงการดังกล่าวและเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการเพื่อเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดี สำหรับ การเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการให้แก่ผู้ปฏิบัติงานนอกเวลาราชการในศาล ชั้นต้นที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ข้าราชการตุลาการหรือดะโต๊ะยุติธรรมตามจำนวนองค์คณะที่นั่งพิจารณาคดี และข้าราชการศาลยุติธรรม ลูกจ้างและพนักงานราชการศาลยุติธรรมที่ปฏิบัติงานหน้าบัลลังก์และ ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยให้เบิกจ่ายเงินตามระยะเวลาที่ปฏิบัติงานจริง (คิดเป็นรายชั่วโมง) แก่ผู้ปฏิบัติงานนอกเวลาราชการที่ได้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับคดีที่นัดพิจารณาคดีในวันเปิดทำการศาล นอกเวลาราชการในวันนั้น ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 สำนักงานศาลยุติธรรมได้จัดสรรเงินงบประมาณ เป็นเงินจำนวน 144,023,912 บาท ให้แก่ศาลชั้นต้นที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว โดยมีปริมาณคดีที่เข้าสู่การพิจารณา จำนวนรวม 149,560 คดี และมีคดีที่พิจารณาแล้วเสร็จ จำนวนรวม 129,928 คดี ซึ่งศาลชั้นต้นได้ เบิกจ่ายเงิน จำนวนรวม 118,356,850 บาท เท่ากับว่าศาลชั้นต้นได้ใช้จ่ายเงินงบประมาณเป็นสัดส่วน ร้อยละ 82.18และมีปริมาณคดีที่พิจารณาแล้วเสร็จในสัดส่วนร้อยละ 86.87ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การเปิดทำการ ศาลนอกเวลาราชการช่วยเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดีให้เสร็จภายในกรอบระยะเวลามาตรฐาน เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคดีในศาลชั้นต้นนั้น
155 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 การเบิกจ่ายเงินงบประมาณตามโครงการเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการ เพื่อเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลชั้นต้นที่ไม่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค และศาลชั้นต้นที่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1- ภาค 9 ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณโครงการฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565134 จากข้อมูลสถิติข้างต้น จะเห็นได้ว่า ศาลชั้นต้นที่ไม่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค ได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณมากที่สุด เป็นเงินจำนวน 32,462,650 บาท และได้เบิกจ่ายเงิน ค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวน 16,410,750 บาท เท่ากับว่าศาลชั้นต้นไม่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค ได้เบิกจ่ายเงินจริงร้อยละ 50.55 (น้อยที่สุด) และได้พิจารณาคดีแล้วเสร็จ จำนวนรวม 9,546 คดี คิดเป็น สัดส่วนร้อยละ 80.95 ส่วนศาลชั้นต้นที่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ได้รับการจัดสรรเงิน งบประมาณมากที่สุด เป็นเงิน จำนวน 18,649,800 บาท และได้เบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนมากที่สุด เป็น 134 สำนักส่งเสริมงานตุลาการ. (2565, 30 กันยายน). ข้อมูลการเบิกจ่ายงบประมาณตามโครงการเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการ เพื่อเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565. เอกสารในโครงการเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการเพื่อ เร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565. เอกสารไม่ตีพิมพ์, หน้า 2. 0 5,000,000 10,000,000 15,000,000 20,000,000 25,000,000 30,000,000 35,000,000 ศาลชัน้ตน้ที ่ไม่สงักดัภาค ศาลชัน้ตน้ในสงักดัภาค 1 ศาลชัน้ตน้ในสงักดัภาค 2 ศาลชัน้ตน้ในสงักดัภาค 3 ศาลชัน้ตน้ในสงักดัภาค 4 ศาลชัน้ตน้ในสงักดัภาค 5 ศาลชัน้ตน้ในสงักดัภาค 6 ศาลชัน้ตน้ในสงักดัภาค 7 ศาลชัน้ตน้ในสงักดัภาค 8 ศาลชัน้ตน้ในสงักดัภาค 9 32,462,650 17,718,150 18,649,800 15,778,400 13,314,162 6,364,200 10,068,350 8,956,650 8,516,900 12,194,650 16,410,750 15,125,150 17,200,550 15,421,100 12,724,400 5,214,450 9,332,950 7,487,100 8,036,900 11,403,500 จ านวนเงินที่ศาลในสังกัดส านักศาลยุติธรรมประจ าภาคเบิกจ่ายจริง (บาท) จ านวนเงินทั้งหมดที่ส านักศาลยุติธรรมประจ าภาคจัดสรรให้แก่ศาลในสังกัด (บาท)
156 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เงินจำนวน 17,200,550 บาท แสดงว่าศาลชั้นต้นที่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ได้เบิกจ่าย เงินจริงร้อยละ 92.23 และได้พิจารณาคดีแล้วเสร็จ จำนวนรวม 14,816 คดี คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 87.65 นอกจากนี้ ศาลชั้นต้นที่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 3 ได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณ เป็นเงิน จำนวน 15,778,400 บาท และได้เบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนมากที่สุด เป็นเงินจำนวน 15,421,100 บาท เท่ากับว่าศาลชั้นต้นที่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 3ได้เบิกจ่ายเงินจริงร้อยละ 97.74 (มากที่สุด) และได้พิจารณาคดีแล้วเสร็จ จำนวนรวม 19,201 คดี คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 87.17 อย่างไรก็ดี ศาลชั้นต้น ที่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 ได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณน้อยที่สุด เป็นเงินจำนวน 6,364,200 บาท และได้เบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนน้อยที่สุด เป็นเงินจำนวน 5,214,450 บาท แสดงว่า ศาลชั้นต้นที่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 2 ได้เบิกจ่ายเงินจริงร้อยละ 81.93และได้พิจารณาคดี แล้วเสร็จ จำนวนรวม 5,664 คดี คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 88.92 การเบิกจ่ายเงินงบประมาณตามโครงการเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการ และปริมาณคดีที่พิจารณาแล้วเสร็จ135 135 สำนักส่งเสริมงานตุลาการ. (2565, 30 กันยายน). ข้อมูลการเบิกจ่ายงบประมาณตามโครงการเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการ เพื่อเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565. เอกสารในโครงการเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการเพื่อ เร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565. เอกสารไม่ตีพิมพ์, หน้า 2. 9,546 24,241 14,816 19,201 19,398 5,664 10,744 8,603 7,620 10,095 16,410,750 15,125,150 17,200,550 15,421,100 12,724,400 5,214,450 9,332,950 7,487,100 8,036,900 11,403,500 1,719.12 623.95 1,160.94 803.14 655.96 920.63 868.67 870.29 1,054.71 1,129.62 - 200.00 400.00 600.00 800.00 1,000.00 1,200.00 1,400.00 1,600.00 1,800.00 2,000.00 - 2,000,000 4,000,000 6,000,000 8,000,000 10,000,000 12,000,000 14,000,000 16,000,000 18,000,000 20,000,000 จ านวนคดีที่พิจารณาแล้วเสร็จ จ านวนเงินที่ศาลในสังกัดส านักศาลยุติธรรมประจ าภาคเบิกจ่ายจริง (บาท) สัดส่วนของจ านวนเงินที่จ่ายต่อคดี
157 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จากข้อมูลข้างต้น ศาลชั้นต้นที่ไม่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาคและศาลชั้นต้น ที่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1- ภาค 9 ได้เข้าร่วมโครงการและเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยได้รับได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณ เป็นเงินจำนวน 144,023,912 บาท และได้เบิกจ่ายเงิน จำนวนรวม 118,356,850 บาท คิดเป็นร้อยละ 82.18 จะเห็นได้ว่า ในภาพรวม ศาลชั้นต้นที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมดได้จ่ายเงินค่าตอบแทน เป็นเงินรวม 118,356,850 บาท ทำให้ คดีพิจารณาแล้วเสร็จ จำนวนรวม 129,928 คดี ซึ่งมีอัตราส่วนการจ่ายเงินค่าตอบแทนต่อ 1 คดี เท่ากับ 910.94 บาทต่อคดี ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของอัตราส่วนการจ่ายเงินค่าตอบแทนต่อ 1 คดี อยู่ที่ 980.70 บาท ต่อคดี ส่วนศาลชั้นต้นที่ไม่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาคมีอัตราส่วนการจ่ายเงินค่าตอบแทนต่อ 1 คดี มากที่สุด เท่ากับ 1,719.12 บาทต่อคดี ในทางกลับกัน ศาลชั้นต้นที่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1 มีอัตราส่วนการจ่ายเงินค่าตอบแทนต่อ 1 คดี น้อยที่สุด เท่ากับ 623.95 บาทต่อคดี
158 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 5 การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของจำเลยระหว่างการพิจารณาคดี รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 27 บัญญัติว่าบุคคลย่อมเสมอกัน ในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน และมาตรา 29 วรรคสอง บัญญัติว่า ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษา อันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้ กรณีที่ศาลสั่งขังจำเลยไว้ระหว่างไต่สวนมูลฟ้องหรือระหว่างพิจารณาคดี ศาลจะสั่งขังนานเท่าใดก็ได้ จนกว่าศาลจะสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวหรือจำเลยถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุก โดยศาลจะออกหมายปล่อย หรือหมายจำคุกแทน ฉะนั้น ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีถือเป็นบุคคลที่บริสุทธิ์และยังไม่เป็นผู้กระทำความผิด จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลว่าเป็นผู้กระทำความผิด136 นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 29 วรรค 3 บัญญัติว่าการควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหาหรือจำเลยให้กระทำได้เพียง เท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันมิให้มีการหลบหนี ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 8 (1) บัญญัติให้จำเลยมีสิทธิได้รับการพิจารณาคดีด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่องและเป็นธรรม และประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173/1 บัญญัติให้ศาลพิจารณาคดีด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่องและเป็นธรรม ซึ่งหลักการพิจารณาคดีอาญาด้วยความรวดเร็ว ถือได้ว่าเป็นหลักการสำคัญที่บัญญัติขึ้น เพื่อให้ความคุ้มครอง จำเลยไม่ให้ถูกดำเนินคดีเกินความจำเป็นในเรื่องของระยะเวลา และมิให้คุมขังจำเลยนานเกินความจำเป็น ดังนั้น การพิจารณาคดีด้วยความรวดเร็วถือเป็นหลักประกันสิทธิและเสรีภาพของจำเลยในคดีอาญาตาม รัฐธรรมนูญและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยให้ความคุ้มครองจำเลยมิให้ถูกควบคุมตัวไว้เป็น ระยะเวลานาน ให้โอกาสในการต่อสู้คดี และจำเลยได้มีเวลาตระเตรียมและรวบรวมพยานหลักฐานต่อสู้คดี หากมีการพิสูจน์ได้ว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ ก็จะได้รับการปล่อยตัวกลับคืนสู่สังคมโดยเร็ว และเป็นการคืน ความยุติธรรมให้แก่จำเลยโดยเร็ว อีกทั้งเป็นการคุ้มครองความสามารถในการต่อสู้คดีของจำเลยอีกทางหนึ่ง เพราะหากจำเลยถูกควบคุมตัวไว้เป็นเวลานานย่อมเป็นการขัดขวางโอกาสในการตระเตรียมหรือรวบรวม พยานหลักฐานในการต่อสู้คดีของจำเลย137 136 พิมพร รุ่งทิฆัมพรชัย. (2558). การขังระหว่างพิจารณาคดี : ศึกษาสิทธิของผู้ต้องขังเกี่ยวกับสถานที่คุมขังในระหว่าง พิจารณาคดี (วิทยานิพนธ์ปริญญานิติศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์) หน้า 18 - 19. 137 อวิภารัตน์ นิยมไทย. (2556, พฤศจิกายน -ธันวาคม). หลักการพิจารณาคดีอาญาด้วยความรวดเร็ว.จุลนิติหน้า 143 –144และ หน้า 147-148.
159 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 5.1 การนัดคดีจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณา ในระบบการพิจารณาคดีต่อเนื่อง ในคดีอาญา จำเลยให้การต่อสู้คดีหรือให้การปฏิเสธ ซึ่งต้องสืบพยานหลักฐานต่อไป ให้ศาลสืบพยานอย่างต่อเนื่องติดต่อกันไปจนกว่าจะเสร็จการพิจารณา138 นอกจากนี้ การกำหนดนัดสืบพยานคดี ให้ศาลคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของจำเลยในคดีอาญา โดยให้พิจารณา กำหนดนัดสืบพยานคดีอาญาก่อนคดีแพ่งเท่าที่พึงกระทำได้และให้นัดสืบพยานคดีที่จำเลยต้องขังระหว่าง พิจารณาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีที่มีอัตราโทษเล็กน้อย139 ทั้งนี้ ศาลควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษที่จะ จัดให้คดีประเภทนี้ได้รับการพิจารณาโดยเร็วเท่าที่พึงกระทำได้ เพื่อมิให้สิทธิของจำเลยในคดีอาญา ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวและต้องขังอยู่ในระหว่างรอการพิจารณาต้องถูกกระทบกระเทือน เกินสมควร140 ฉะนั้น กรณีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณา ศาลนัดสืบพยานนานเกินกว่า 6 เดือน นับแต่วันออกหมายขังระหว่างพิจารณา ย่อมส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของจำเลย ระยะเวลานัดคดีจำเลยต้องขังในคดีสามัญและคดีสามัญพิเศษ ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร141 138 ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยแนวปฏิบัติในการนั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง พ.ศ. 2545 ข้อ 6 139 ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยแนวปฏิบัติในการนั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง พ.ศ. 2545 ข้อ 9 140 คำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการนั่งพิจารณาคดีต่อเนื่องและครบองค์คณะ พ.ศ. 2544 หน้า 2. 141 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 5 ตารางที่ 5.2 ระยะเวลานัดคดีจำเลยต้องขังในคดีสามัญและสามัญพิเศษ (งานศูนย์นัดความ). ของกลุ่มศาลอาญา ในกรุงเทพมหานคร หน้า 1. 0 100 200 300 400 500 600 700 ศำลอำญำ ศำลอำญำกรุงเทพใต้ ศำลอำญำธนบุรี ศำลอำญำตลิ่งชัน ศำลอำญำพระโขนง ศำลอำญำมีนบุรี 1 0 0 0 7 614 35 6 21 23 12 3 592 29 33 39 32 115 เกิน 6 เดือน เกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน ไม่เกิน 3 เดือน
160 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จากสถิติคดีข้างต้น ในชั้นพิจารณา กลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานครมีคดีสามัญและ คดีสามัญพิเศษที่มีนัดคดีจำเลยต้องขัง (นับจากวันออกหมายขังจนถึงวันนัดสืบพยานครั้งสุดท้าย)ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2564 -กันยายน 2565 จำนวนรวม 1,562 คดี ประกอบด้วยคดีที่มีนัดคดีจำเลยต้องขังไม่เกิน 3 เดือน จำนวนรวม 622 คดี (ร้อยละ 39.82) คดีที่มีนัดคดีจำเลยต้องขังเกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน จำนวนรวม 100 คดี (ร้อยละ 6.40) และคดีที่มีนัดคดีจำเลยต้องขังเกิน 6 เดือน จำนวนรวม 840 คดี (ร้อยละ 53.78) ซึ่งศาลอาญามีนบุรีมีคดีที่มีนัดคดีจำเลยต้องขังไม่เกิน 3 เดือน มากที่สุด จำนวน 614 คดี (ร้อยละ 83.88) ส่วนศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอาญาธนบุรี และศาลอาญาตลิ่งชันไม่มีคดีที่มีนัดจำเลยต้องขังไม่เกิน 3 เดือน และศาลอาญามีคดีที่มีนัดจำเลยต้องขังเกิน 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน มากที่สุด จำนวน 35 คดี แต่มีคดีที่มี นัดจำเลยต้องขังเกิน 6 เดือน มากที่สุด จำนวน 592 คดี (ร้อยละ 94.27) แสดงว่า ในคดีที่จำเลยต้องขัง ระหว่างพิจารณา ศาลอาญานัดสืบพยานนานเกินกว่า 6 เดือนนับแต่วันออกหมายขังระหว่างพิจารณา จำนวน 592 คดี ย่อมส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของจำเลย นอกจากนี้ ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคดีที่มี นัดจำเลยต้องขังเกิน 6 เดือน น้อยที่สุด จำนวน 29 คดี (ร้อยละ 82.86) ระยะเวลานัดคดีจำเลยต้องขังในคดีสามัญและคดีสามัญพิเศษของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9142 142 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 5 ตารางที่ 5.2 ระยะเวลานัดคดีจำเลยต้องขังในคดีสามัญและสามัญพิเศษ (งานศูนย์นัดความ). ของศาลแขวงในสังกัด ภาค 1 - ภาค 9 หน้า 1. 0 5 10 15 20 25 ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 ศาลแขวงในสังกัดภาค 2 ศาลแขวงในสังกัดภาค 3 ศาลแขวงในสังกัดภาค 4 ศาลแขวงในสังกัดภาค 5 ศาลแขวงในสังกัดภาค 6 ศาลแขวงในสังกัดภาค 7 ศาลแขวงในสังกัดภาค 8 ศาลแขวงในสังกัดภาค 9 1 0 1 0 0 0 1 0 0 7 12 0 0 1 0 5 9 0 24 1 2 0 2 1 2 2 1 เกิน 6 เดือน เกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน ไม่เกิน 3 เดือน
161 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จากสถิติคดีข้างต้น ในชั้นพิจารณา ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 มีคดีสามัญและ คดีสามัญพิเศษที่มีนัดคดีจำเลยต้องขัง (นับจากวันออกหมายขังจนถึงวันนัดสุดท้าย)ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 - กันยายน 2565 จำนวนรวม 72 คดี ประกอบด้วยคดีที่มีนัดคดีจำเลยต้องขังไม่เกิน 3 เดือน จำนวนรวม 3 คดี (ร้อยละ 4.17) คดีที่มีนัดคดีจำเลยต้องขังเกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน จำนวนรวม 34 คดี (ร้อยละ 47.22) และคดีที่มีนัดคดีจำเลยต้องขังเกิน 6 เดือน จำนวนรวม 35 คดี (ร้อยละ 48.61) ซึ่งศาลแขวงในสังกัดภาค 1 ศาลแขวงในสังกัดภาค 3 และศาลแขวงในสังกัดภาค 7 มีคดีที่มีนัดคดีจำเลยต้องขังไม่เกิน 3 เดือน มากที่สุด จำนวน 1 คดีส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 2 ศาลแขวงในสังกัดภาค 4 – ภาค 6 และศาลแขวงในสังกัด ภาค 8 - ภาค 9 ไม่มีคดีที่มีนัดคดีจำเลยต้องขังไม่เกิน 3 เดือน นอกจากนี้ ศาลแขวงในสังกัดภาค 2 มีคดีที่มี นัดคดีจำเลยต้องขังเกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน มากที่สุด จำนวน 12 คดี ส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 1 มีคดีที่มีนัดคดีจำเลยต้องขังเกิน6 เดือน มากที่สุด จำนวน 24 คดี (ร้อยละ 75.00) จึงได้เห็นว่าคดีอาญาที่จำเลย ต้องขังระหว่างพิจารณา ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 ได้นัดสืบพยานนานเกินกว่า 6 เดือน นับแต่วันออกหมายขัง ระหว่างพิจารณา ย่อมส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของจำเลย อย่างไรก็ดี ศาลแขวงในสังกัดภาค 4 ไม่มี คดีที่มีนัดคดีจำเลยต้องขังแต่อย่างใด แสดงให้เห็นว่าศาลแขวงในสังกัดภาค 4 มีระบบการจัดการวันนัด สืบพยานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่มีคดีนัดจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาแต่อย่างใด ระยะเวลานัดคดีจำเลยต้องขังในคดีสามัญและคดีสามัญพิเศษ ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9143 143 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 5 ตารางที่ 5.2 ระยะเวลานัดคดีจำเลยต้องขังในคดีสามัญและสามัญพิเศษ (งานศูนย์นัดความ). ของศาลจังหวัดในสังกัด ภาค 1 - ภาค 9 หน้า 1. 0 50 100 150 200 250 300 350 400 450 500 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 2 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 3 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 5 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 6 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 7 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 8 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 9 14 8 42 13 45 12 10 24 10 137 108 196 172 177 211 157 224 303 267 284 208 256 217 203 140 500 422 เกิน 6 เดือน เกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน ไม่เกิน 3 เดือน
162 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จากสถิติคดีข้างต้น ในชั้นพิจารณา ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 มีคดีสามัญและ คดีสามัญพิเศษที่มีนัดคดีจำเลยต้องขัง (นับจากวันออกหมายขังจนถึงวันนัดสุดท้าย)ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 -กันยายน 2565 จำนวนรวม 4,360 คดี ประกอบด้วยคดีที่มีนัดคดีจำเลยต้องขังไม่เกิน 3 เดือน จำนวนรวม 178 คดี (ร้อยละ 4.08) คดีที่มีนัดคดีจำเลยต้องขังเกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน จำนวนรวม 1,685 คดี (ร้อยละ 38.65) และคดีที่มีนัดคดีจำเลยต้องขังเกิน 6 เดือน จำนวนรวม 2,497 คดี (ร้อยละ 57.27) ซึ่งจะเห็นได้ว่า ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 5 มีคดีที่มีนัดคดีจำเลยต้องขังไม่เกิน 3 เดือน มากที่สุด จำนวน 45 คดี ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 2 มีคดีที่มีนัดคดีจำเลยต้องขังไม่เกิน 3 เดือน น้อยที่สุด จำนวน 8 คดี นอกจากนี้ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 9 มีคดีที่มีนัดคดีจำเลยต้องขังเกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน มากที่สุด จำนวน 303 คดี อย่างไรก็ตาม ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 8 มีคดีที่มีนัดคดีจำเลยต้องขังเกิน 6 เดือน มากที่สุด จำนวน 500 คดี (ร้อยละ 66.84) ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 7 มีคดีที่มีนัดคดีจำเลยต้องขังเกิน 6 เดือน น้อยที่สุด จำนวน 140 คดี (ร้อยละ 45.60) เห็นได้ว่าศาลจังหวัดในสังกัดภาค7 และภาค 8 นัดสืบพยาน นานเกินกว่า 6 เดือน นับแต่วันออกหมายขังระหว่างพิจารณา ในคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณา ย่อมส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของจำเลย 5.2 จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีในคดีจัดการพิเศษ ในระบบการพิจารณาคดีต่อเนื่อง คดีจัดการพิเศษ หมายถึงคดีที่ไม่มีความยุ่งยากซับซ้อน และมีแนวโน้มที่จะพิจารณาให้เสร็จได้ภายในนัดเดียวหรือในวันหนึ่งสามารถพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จได้ หลายคดี หรือสามารถส่งเอกสารแทนการสืบพยานได้ ในคดีอาญา ได้แก่ คดีที่จำเลยให้การรับสารภาพ หรือต้องสืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพ คดีไต่สวนมูลฟ้อง คดีสาขา เช่น ร้องขอคืนของกลาง ผู้ขอประกันขอลดค่าปรับ เป็นต้น และคดีสืบพยานประเด็น144 ในคดีจัดการพิเศษ คดีอาญา ให้ศาล พิจารณาพิพากษาคดีให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือนนับแต่วันรับฟ้อง145 ดังนั้น ในคดีอาญา กรณีที่จำเลย คนใดคนหนึ่งต้องขังระหว่างพิจารณา ศาลจะพิจารณาพิพากษาคดีให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน นับแต่วัน ออกหมายขังระหว่างพิจารณา ในทางกลับกัน ในคดีอาญา ศาลไม่อาจพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จได้ภายใน ระยะเวลารวดเร็ว ทำให้จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาเป็นเวลานาน ย่อมส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของจำเลย 144 คณะอนุกรรมการส่งเสริมระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานคดี. (2558). แนวคิดและหลักการของระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง. หน้า 2. 145 เรื่องเดียวกัน. หน้า 4.
163 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ระยะเวลาจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีในคดีจัดการพิเศษ ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร146 จากสถิติคดีข้างต้น ในระหว่างพิจารณาคดี กลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานครมี คดีจัดการพิเศษที่มีจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี (นับตั้งแต่วันออกหมายขังระหว่างพิจารณาคดี จนถึงวันที่ศาลมีคำพิพากษา) ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 - กันยายน 2565 จำนวนรวม 4,331 คดี ได้แก่ คดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีไม่เกิน 3 เดือน จำนวนรวม 3,385 คดี (ร้อยละ 78.16) คดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 3 เดือนไม่เกิน 6 เดือน จำนวนรวม 333 คดี (ร้อยละ 7.69) คดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 6 เดือนไม่เกิน 1 ปีจำนวนรวม 428 คดี (ร้อยละ 9.88) คดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปีจำนวนรวม 176 คดี (ร้อยละ 4.06) และ คดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 2 ปี ขึ้นไป จำนวนรวม 9 คดี (ร้อยละ 0.21) ซึ่งจะเห็นได้ว่า ศาลอาญาตลิ่งชันไม่มีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีแต่อย่างใด แต่ศาลอาญามีนบุรีมีคดีที่จำเลย ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีไม่เกิน 3 เดือน มากที่สุด จำนวน 1,148 คดี (ร้อยละ 79.67) ส่วนศาลอาญา กรุงเทพใต้มีเฉพาะคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 598 คดี (ร้อยละ 100.00) นอกจากนี้ ศาลอาญามีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 3 เดือนไม่เกิน 6 เดือน มากที่สุด จำนวน 105 คดี และมีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 6 เดือนไม่เกิน 1 ปีมากที่สุด จำนวน 142 คดี รวมทั้งมีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 2 ปี ขึ้นไป มากที่สุด จำนวน 5 คดี (ร้อยละ 0.95) 146 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 8 ตารางที่ 8.1 ระยะเวลาเวลาจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี.ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร หน้า 1. - 200 400 600 800 1,000 1,200 236 598 891 0 512 1,148 105 0 62 0 67 99 142 0 118 0 36 132 40 0 74 0 3 59 5 0 1 0 0 3 ไม่เกิน 3 เดือน เกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน เกิน 6 เดือน ไม่เกิน 1 ปี เกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปี เกิน 2 ปีขึน้ไป
164 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ส่วนศาลอาญาธนบุรีมีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปีมากที่สุด จำนวน 74 คดี แสดงให้เห็นว่า ศาลอาญามีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาเกินกว่า 6 เดือน จำนวน 187 คดี และ ศาลอาญาธนบุรีมีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาเกินกว่า 6 เดือน จำนวน 193 คดี ย่อมส่งผลกระทบต่อ สิทธิเสรีภาพของจำเลย ระยะเวลาจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีในคดีจัดการพิเศษ ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9147 จากสถิติคดีข้างต้น ในระหว่างพิจารณาคดีศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 มี คดีจัดการพิเศษที่มีจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี (นับตั้งแต่วันออกหมายขังระหว่างพิจารณาคดี จนถึงวันที่ศาลมีคำพิพากษา) ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 - กันยายน 2565 จำนวนรวม 3,336 คดี ได้แก่ คดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีไม่เกิน 3 เดือน จำนวนรวม 2,923 คดี (ร้อยละ 87.62) คดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 3 เดือนไม่เกิน 6 เดือน จำนวนรวม 220 คดี (ร้อยละ 6.59) คดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 6 เดือนไม่เกิน 1 ปีจำนวนรวม 127 คดี (ร้อยละ 3.81) คดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปีจำนวนรวม 49 คดี (ร้อยละ 1.47) และ 147 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 8 ตารางที่ 8.1 ระยะเวลาเวลาจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี.ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 หน้า 1. 208 95 136 6 220 1,498 254 467 39 69 11 15 1 16 46 9 52 1 41 1 13 0 6 57 4 3 2 16 0 3 0 0 25 2 0 3 15 0 0 0 0 1 1 0 0 0 5 10 15 20 25 30 0 200 400 600 800 1000 1200 1400 1600 ไม่เกิน 3 เดือน เกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน เกิน 6 เดือน ไม่เกิน 1 ปี เกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปี เกิน 2 ปีขึน้ไป
165 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 คดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 2 ปี ขึ้นไป จำนวนรวม 17 คดี (ร้อยละ 0.51) ซึ่งจะเห็นได้ว่า ศาลแขวงในสังกัดภาค 6 มีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวนรวม 1,627 คดี ได้แก่ มีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 1,498 คดี คดีที่จำเลยต้องขังระหว่าง พิจารณาคดีเกิน 6 เดือนไม่เกิน 1 ปีจำนวน 57 คดี และคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปีจำนวน 25 คดี แต่ศาลแขวงในสังกัดภาค 4 มีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี น้อยที่สุด จำนวนรวม 7 คดี ได้แก่ คดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 6 คดี และคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 3 เดือนไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 1 คดี แต่ไม่มีคดีที่จำเลย ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 6 เดือนจนถึง 2 ปี ขึ้นไป แสดงให้เห็นว่า ในคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณา ศาลแขวงในสังกัดภาค 4 ได้พิจารณาคดีแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน นับแต่วันออกหมายขังระหว่างพิจารณา อย่างไรก็ตาม ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 มีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 3 เดือนไม่เกิน 6 เดือน มากที่สุด จำนวน 69 คดี และมีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 2 ปี ขึ้นไป มากที่สุด จำนวน 15 คดี (ร้อยละ 4.30) นอกจากนี้ ยังมีศาลที่มีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 2 ปี ขึ้นไป ได้แก่ ศาลแขวงในสังกัดภาค 6 จำนวน 1 คดี และศาลแขวงในสังกัดภาค 7 จำนวน 1 คดี ระยะเวลาจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีในคดีจัดการพิเศษ ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9148 148 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 8 ตารางที่ 8.1 ระยะเวลาเวลาจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี.ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 หน้า 1. 948 1,889 1,194 1,040 497 287 724 512 915 1,158 506 645 491 400 142 446 445 315 423 92 280 40 116 13 104 103 45 9,453 2,943 7,284 8,334 7,889 5,100 6,872 4,669 4,194 23 1 136 0 4 3 - 3 3 0 1,000 2,000 3,000 4,000 5,000 6,000 7,000 8,000 9,000 10,000 เกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน เกิน 6 เดือน ไม่เกิน 1 ปี เกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปี ไม่เกิน 3 เดือน เกิน 2 ปีขึน้ไป
166 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จากสถิติคดีข้างต้น ในระหว่างพิจารณาคดีศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 มี คดีจัดการพิเศษที่มีจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี (นับตั้งแต่วันออกหมายขังระหว่างพิจารณาคดี จนถึงวันที่ศาลมีคำพิพากษา) ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 - กันยายน 2565 จำนวนรวม 70,681 คดี ได้แก่ คดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีไม่เกิน 3 เดือน จำนวนรวม 56,738 คดี (ร้อยละ 80.27) คดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 3 เดือนไม่เกิน 6 เดือน จำนวนรวม 7,597 คดี (ร้อยละ 10.75) คดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 6 เดือนไม่เกิน 1 ปีจำนวนรวม 4,957 คดี (ร้อยละ 7.01) คดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปีจำนวนรวม 1,216 คดี (ร้อยละ 1.72) และ คดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 2 ปี ขึ้นไป จำนวนรวม 173 คดี (ร้อยละ 0.24) ซึ่งจะเห็นได้ว่า ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 มีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวนรวม 11,762 คดี ได้แก่ มีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 9,453 คดีและคดีที่จำเลยต้องขัง ระหว่างพิจารณาคดีเกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปีจำนวน 423 คดี ส่วนศาลที่ไม่มีคดีจำเลยต้องขังระหว่าง พิจารณาคดีเกิน 2 ปี ขึ้นไป ได้แก่ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 9 ในทางกลับกัน ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 3 มีคดีจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 2 ปี ขึ้นไป มากที่สุด จำนวน 136 คดี นอกจากนี้ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 2 มีคดีจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี เกิน 3 เดือนไม่เกิน 6 เดือน มากที่สุด จำนวน 1,889 คดี และมีคดีจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี เกิน 6 เดือนไม่เกิน 1 ปีมากที่สุด จำนวน 1,158 คดี 5.3 จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีในคดีสามัญ ในระบบการพิจารณาคดีต่อเนื่อง คดีสามัญ หมายถึงคดีซึ่งต้องสืบพยานหลักฐานของ คู่ความต่อไปและไม่สามารถนั่งพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว คดีที่ศาลสูงย้อนสำนวน ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานและพิพากษาคดีใหม่ คดีอาญาจำเลยถอนคำให้การรับสารภาพเป็นให้การปฏิเสธ149 ในคดีสามัญ คดีอาญา ศาลควรพิจารณาคให้แล้วเสร็จภายใน 12 เดือนนับแต่วันรับฟ้อง ส่วนคดีที่อยู่ ในอำนาจของศาลแขวง ศาลควรพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน นับแต่วันรับฟ้อง อย่างไรก็ตาม ในคดีอาญา จำเลยคนใดคนหนึ่งต้องขังระหว่างพิจารณา ให้ศาลพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน นับแต่วันออกหมายขังระหว่างพิจารณา จะเห็นได้ว่า หากศาลไม่อาจพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จได้ภายใน 6 เดือน ทำให้จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาเป็นเวลานาน ย่อมส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของจำเลย 149 คณะอนุกรรมการส่งเสริมระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานคดี. (2558). แนวคิดและหลักการของระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง. หน้า 3.
167 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ระยะเวลาจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีในคดีสามัญ ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร150 จากสถิติคดีข้างต้น ในระหว่างพิจารณาคดี กลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานครมี คดีสามัญที่มีจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี (นับตั้งแต่วันออกหมายขังระหว่างพิจารณาคดีจนถึงวันที่ ศาลมีคำพิพากษา) ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 - กันยายน 2565 จำนวนรวม 1,057 คดี ได้แก่ คดีที่จำเลย ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีไม่เกิน 3 เดือน จำนวนรวม 431 คดี (ร้อยละ 40.78) คดีที่จำเลยต้องขัง ระหว่างพิจารณาคดีเกิน 3 เดือนไม่เกิน 6 เดือน จำนวนรวม 81 คดี (ร้อยละ 7.66) คดีที่จำเลยต้องขัง ระหว่างพิจารณาคดีเกิน 6 เดือนไม่เกิน 1 ปีจำนวนรวม 232 คดี (ร้อยละ 21.95) คดีที่จำเลยต้องขัง ระหว่างพิจารณาคดีเกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปีจำนวนรวม 236 คดี (ร้อยละ 22.33) และคดีที่จำเลยต้องขัง ระหว่างพิจารณาคดีเกิน 2 ปี ขึ้นไป จำนวนรวม 77 คดี (ร้อยละ 7.28) ซึ่งจะเห็นได้ว่า ศาลอาญาตลิ่งชัน มีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวนรวม 564 คดี ได้แก่ คดีที่จำเลยต้องขังระหว่าง พิจารณาคดีไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 412 คดี และคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 58 คดี และศาลอาญามีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 6 เดือน ไม่เกิน 1 ปีมากที่สุด จำนวน 147 คดี และคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปี มากที่สุด จำนวน 199 คดี รวมทั้งคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 2 ปี ขึ้นไป มากที่สุด จำนวน 62 คดี อย่างไรก็ตาม ศาลอาญากรุงเทพใต้และศาลอาญาธนบุรีไม่มีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่าง 150 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 8 ตารางที่ 8.1 ระยะเวลาเวลาจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี.ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร หน้า 1. 0 100 200 300 400 500 1 0 0 412 3 8 15 0 0 58 13 2 147 0 0 59 25 1 199 0 0 21 16 0 62 0 0 14 0 1 ไม่เกิน 3 เดือน เกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน เกิน 6 เดือน ไม่เกิน 1 ปี เกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปี เกิน 2 ปีขึน้ไป
168 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 พิจารณาคดีแต่อย่างใด นอกจากนี้ ศาลอาญาพระโขนงไม่มีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี เกิน 2 ปี ขึ้นไป ระยะเวลาจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีในคดีสามัญ ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9151 จากสถิติคดีข้างต้น ในระหว่างพิจารณาคดีศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 มี คดีสามัญที่มีจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี (นับตั้งแต่วันออกหมายขังระหว่างพิจารณาคดี จนถึงวันที่ ศาลมีคำพิพากษา) ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 - กันยายน 2565 จำนวนรวม 588 คดี ได้แก่ คดีที่จำเลย ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีไม่เกิน 3 เดือน จำนวนรวม 513 คดี (ร้อยละ 87.24) คดีที่จำเลยต้องขัง ระหว่างพิจารณาคดีเกิน 3 เดือนไม่เกิน 6 เดือน จำนวนรวม 39 คดี (ร้อยละ 6.63) คดีที่จำเลยต้องขัง ระหว่างพิจารณาคดีเกิน 6 เดือนไม่เกิน 1 ปีจำนวนรวม 34 คดี (ร้อยละ 5.78) คดีที่จำเลยต้องขัง ระหว่างพิจารณาคดีเกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปีจำนวนรวม 1 คดี (ร้อยละ 0.17) และคดีที่จำเลยต้องขัง ระหว่างพิจารณาคดีเกิน 2 ปี ขึ้นไป จำนวนรวม 1 คดี (ร้อยละ 0.17) ซึ่งจะเห็นได้ว่า ศาลแขวงในสังกัด ภาค 9 มีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวน 532 คดี ได้แก่ ได้แก่ คดีที่จำเลยต้อง ขังระหว่างพิจารณาคดีไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 500 คดี และคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 151 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 8 ตารางที่ 8.1 ระยะเวลาเวลาจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี.ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 หน้า 1. 4 0 0 0 2 0 7 0 500 1 3 0 0 7 0 2 1 25 15 0 0 0 11 0 0 0 0 0 0 0 1 1 0 0 7 0 0 100 200 300 400 500 600 ไม่เกิน 3 เดือน เกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน เกิน 6 เดือน ไม่เกิน 1 ปี เกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปี เกิน 2 ปีขึน้ไป
169 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 3 เดือนไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 25 คดี ส่วนศาลแขวงในสังกัดภาค 1 มีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่าง พิจารณาคดีเกิน 6 เดือนไม่เกิน 1 ปีจำนวน 15 คดี นอกจากนี้ ยังมีศาลที่มีคดีจำเลยต้องขังระหว่าง พิจารณาคดีเกิน 2 ปี ขึ้นไป เพียงศาลเดียว ได้แก่ ศาลแขวงในสังกัดภาค 7 จำนวน 1 คดี อย่างไรก็ตาม ศาลที่ไม่มีคดีจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณ ได้แก่ ศาลแขวงในสังกัดภาค 3 และศาลแขวงในสังกัดภาค 4 ส่วนศาลที่ไม่มีคดีจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี และเกิน 2 ปี ขึ้นไป ได้แก่ ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 6 และศาลแขวงในสังกัดภาค 8 - ภาค 9 ระยะเวลาจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีในคดีสามัญของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9152 จากสถิติคดีข้างต้น ในระหว่างพิจารณาคดีศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 มี คดีสามัญที่มีจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี (นับตั้งแต่วันออกหมายขังระหว่างพิจารณาคดี จนถึงวันที่ ศาลมีคำพิพากษา) ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 - กันยายน 2565 จำนวนรวม 4,464 คดี ได้แก่ คดีที่จำเลย ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีไม่เกิน 3 เดือน จำนวนรวม 1,317 คดี (ร้อยละ 29.50) คดีที่จำเลยต้องขัง ระหว่างพิจารณาคดีเกิน 3 เดือนไม่เกิน 6 เดือน จำนวนรวม 934 คดี (ร้อยละ 20.92) คดีที่จำเลยต้องขัง ระหว่างพิจารณาคดีเกิน 6 เดือนไม่เกิน 1 ปีจำนวนรวม 1,574 คดี (ร้อยละ 35.26) คดีที่จำเลยต้องขัง ระหว่างพิจารณาคดีเกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปีจำนวนรวม 592 คดี (ร้อยละ 13.26) และคดีที่จำเลยต้องขัง ระหว่างพิจารณาคดีเกิน 2 ปีขึ้นไป จำนวนรวม 47 คดี (ร้อยละ 1.05) ซึ่งจะเห็นได้ว่า ศาลจังหวัด 152 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 8 ตารางที่ 8.1 ระยะเวลาเวลาจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี.ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 หน้า 1. 353 7 599 243 20 22 28 9 36 100 50 215 183 41 106 68 68 103 122 95 212 159 51 129 248 259 299 15 18 66 43 23 10 210 96 111 1 0 4 20 0 0 17 1 4 0 50 100 150 200 250 0 100 200 300 400 500 600 700 ไม่เกิน 3 เดือน เกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน เกิน 6 เดือน ไม่เกิน 1 ปี เกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปี เกิน 2 ปีขึน้ไป
170 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ในสังกัดภาค 3 มีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวนรวม 1,096 คดี ได้แก่ คดีที่ จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 599 คดี และคดีที่จำเลยต้องขังระหว่าง พิจารณาคดีเกิน 3 เดือนไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 215 คดี ส่วนศาลที่มีคดีจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี เกิน 6 เดือนไม่เกิน 1 ปีมากที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 9 จำนวน 299 คดี และศาลที่มีคดี จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปีมากที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค7 จำนวน 210 คดี นอกจากนี้ ศาลที่มีคดีจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 2 ปีขึ้นไป มากที่สุด ได้แก่ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 จำนวน 20 คดี อย่างไรก็ตาม ศาลที่ไม่มีคดีจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณา เกิน 2 ปีขึ้นไป ได้แก่ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 2 ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 5 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 6 5.4 จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีในคดีสามัญพิเศษ ในระบบการพิจารณาคดีต่อเนื่อง คดีสามัญพิเศษ หมายถึงคดีสามัญที่มีความยุ่งยาก ซับซ้อน ไม่สามารถนัดสืบพยานต่อเนื่องกันไปจนเสร็จ จำเป็นต้องกำหนดวันนัดสืบพยานต่อเนื่องเป็นช่วง ช่วงละ 2 ถึง 4 เช่น คดีที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก มีการกระทำความผิดหลายกรรม ต้องใช้พยานหลักฐาน จำนวนมาก คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ เป็นต้น153 ในคดีสามัญพิเศษ คดีอาญา ศาลควรพิจารณาคดี ให้แล้วเสร็จภายใน 12 เดือนนับแต่วันรับฟ้อง ส่วนคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลแขวง ศาลควรพิจารณาคดีให้ แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน นับแต่วันรับฟ้อง อย่างไรก็ตาม ในคดีอาญา จำเลยคนใดคนหนึ่งต้องขังระหว่าง พิจารณา ให้ศาลพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือนนับแต่วันออกหมายขังระหว่างพิจารณา จะเห็นได้ว่า หากศาลไม่อาจพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จได้ภายใน 6 เดือน ทำให้จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาเป็น เวลานาน ย่อมส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของจำเลย 153 คณะอนุกรรมการส่งเสริมระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานคดี. (2558). แนวคิดและหลักการของระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง. หน้า 3.
171 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ระยะเวลาจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีในคดีสามัญพิเศษ ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร154 จากสถิติคดีข้างต้น ในระหว่างพิจารณาคดี กลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานครมี คดีสามัญพิเศษที่มีจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี (นับตั้งแต่วันออกหมายขังระหว่างพิจารณาคดี จนถึงวันที่ศาลมีคำพิพากษา) ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 - กันยายน 2565 จำนวนรวม 68 คดี จะเห็นได้ว่า ศาลอาญามีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี มากที่สุด จำนวนรวม 68 คดี ได้แก่ คดีที่จำเลยต้องขัง ระหว่างพิจารณาคดีไม่เกิน 3 เดือน จำนวนรวม 0 คดี (ร้อยละ 0.00) คดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณา คดีเกิน 3 เดือนไม่เกิน 6 เดือน จำนวนรวม 4 คดี (ร้อยละ 5.88) คดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี เกิน 6 เดือนไม่เกิน 1 ปีจำนวนรวม 23 คดี (ร้อยละ 33.82) คดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี เกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปีจำนวนรวม 32 คดี (ร้อยละ 47.06) และคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี เกิน 2 ปี ขึ้นไป จำนวนรวม 9 คดี (ร้อยละ 13.24) ในทางกลับกัน ศาลที่ไม่มีคดีจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณา ได้แก่ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอาญาธนบุรีศาลอาญาตลิ่งชัน ศาลอาญาพระโขนง และศาลอาญามีนบุรี 154 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 8 ตารางที่ 8.1 ระยะเวลาเวลาจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี.ของกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร หน้า 1. 0 5 10 15 20 25 30 35 0 0 0 0 0 0 4 0 0 0 0 0 23 0 0 0 0 0 32 0 0 0 0 0 9 0 0 0 0 0 ไม่เกิน 3 เดือน เกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน เกิน 6 เดือน ไม่เกิน 1 ปี เกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปี เกิน 2 ปีขึน้ไป
172 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ระยะเวลาจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีในคดีสามัญพิเศษ ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9155 จากสถิติคดีข้างต้น ในระหว่างพิจารณาคดี ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 มี คดีสามัญพิเศษที่มีจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี (นับตั้งแต่วันออกหมายขังระหว่างพิจารณาคดี จนถึงวันที่ศาลมีคำพิพากษา) ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 - กันยายน 2565 จำนวนรวม 19 คดี จะเห็นได้ว่า ศาลแขวงในสังกัดภาค7 มีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี มากที่สุด จำนวนรวม 19 คดี ได้แก่ คดีที่ จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีไม่เกิน 3 เดือน จำนวนรวม 18 คดี (ร้อยละ 94.74) และคดีที่จำเลย ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 3 เดือนไม่เกิน 6 เดือน จำนวนรวม 1 คดี (ร้อยละ 5.26) แสดงให้เห็นว่า ศาลแขวงในสังกัดภาค 7 ได้พิจารณาคดีเสร็จภายใน 6 เดือนนับแต่วันออกหมายขังระหว่างพิจารณา ในคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณา ในทางกลับกัน ศาลที่ไม่มีคดีจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี ได้แก่ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 – ภาค 6 และศาลแขวงในสังกัดภาค 8 - ภาค 9 155 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 8 ตารางที่ 8.1 ระยะเวลาเวลาจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี.ของศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 หน้า 1. 0 2 4 6 8 10 12 14 16 18 0 0 0 0 0 0 18 0 0 0 0 0 0 0 0 1 000 000 000 000 000 000 000 0000 0000 ไม่เกิน 3 เดือน เกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน เกิน 6 เดือน ไม่เกิน 1 ปี เกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปี เกิน 2 ปีขึน้ไป
173 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ระยะเวลาจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีในคดีสามัญพิเศษ ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9156 จากสถิติคดีข้างต้น ในระหว่างพิจารณาคดี ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 มี คดีสามัญพิเศษที่มีจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี (นับตั้งแต่วันออกหมายขังระหว่างพิจารณาคดี จนถึงวันที่ศาลมีคำพิพากษา) ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 - กันยายน 2565 จำนวนรวม 155 คดี ได้แก่ คดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีไม่เกิน 3 เดือน จำนวนรวม 79 คดี (ร้อยละ 50.97) คดีที่จำเลย ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 3 เดือนไม่เกิน 6 เดือน จำนวนรวม 6 คดี (ร้อยละ 3.87) คดีที่จำเลยต้อง ขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 6 เดือนไม่เกิน 1 ปีจำนวนรวม 33 คดี (ร้อยละ 21.29) คดีที่จำเลยต้องขัง ระหว่างพิจารณาคดีเกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปีจำนวนรวม 36 คดี (ร้อยละ 23.23) และคดีที่จำเลยต้องขัง ระหว่างพิจารณาคดีเกิน 2 ปี ขึ้นไป จำนวนรวม 1 คดี (ร้อยละ 0.65 ) ซึ่งจะเห็นได้ว่า ศาลจังหวัด ในสังกัดภาค 3 มีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีมากที่สุด จำนวนรวม 67 คดี ได้แก่ คดีที่จำเลย ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 46 คดี ส่วนศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 มีคดีที่จำเลย ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 3 เดือนไม่เกิน 6 เดือน มากที่สุด จำนวน 4 คดี ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 7 156 สำนักงานศาลยุติธรรม. โปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง แบบฟอร์ม 8 ตารางที่ 8.1 ระยะเวลาเวลาจำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดี.ของศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 หน้า 1. 1 0 46 0 0 0 3 29 0 4 0 1 1 0 0 0 0 0 5 0 6 0 0 1 11 0 10 0 0 14 0 0 2 6 0 14 0 0 0 0 0 0 0 0 1 0 2 4 6 8 10 12 14 16 0 5 10 15 20 25 30 35 40 45 50 ไม่เกิน 3 เดือน เกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน เกิน 6 เดือน ไม่เกิน 1 ปี เกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปี เกิน 2 ปีขึน้ไป
174 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 6 เดือนไม่เกิน 1 ปีมากที่สุด จำนวน 11 คดี และศาลจังหวัด ในสังกัดภาค 9 มีคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปีมากที่สุด จำนวน 14 คดี และคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 2 ปีมากที่สุด จำนวน 1 คดี อย่างไรก็ตาม ศาลที่ไม่มีคดี จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีได้แก่ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 5 นอกจากนี้ ศาลที่ไม่มีคดีจำเลย ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 2 ปี ขึ้นไป ได้แก่ ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 8 ส่วนศาลจังหวัด ในสังกัดภาค 4 มีเฉพาะคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเกิน 3 เดือนไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 1 คดี แสดงให้เห็นว่า ในคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณา ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 4 ได้พิจารณาคดีเสร็จ ภายใน 6 เดือนนับแต่วันออกหมายขังระหว่างพิจารณา ทำให้จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาไม่นานเกินควร
175 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 6. บทสรุปและข้อเสนอแนะ ในปัจจุบัน แนวโน้มคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้นในเขตกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 เพิ่มขึ้นทุกปีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีปริมาณคดีเข้าสู่การพิจารณาเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จำนวน 188,986 คดี คิดเป็นร้อยละ 13.35 ทำให้มีปริมาณคดีค้างการพิจารณาอยู่จำนวนมากในศาลชั้นต้นบางศาล ดังนั้น การบริหารจัดการคดีที่ค้างพิจารณาในศาลชั้นต้นให้เสร็จโดยเร็ว จึงมีความสำคัญต่อประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับอรรถคดีซึ่งควรได้รับการพิจารณาพิพากษาคดีด้วยความรวดเร็ว ถูกต้องและเป็นธรรม ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ประเทศไทยมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ระยะที่ 2 และระยะที่ 3157 ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดี ครบองค์คณะและต่อเนื่องของกลุ่มศาลอาญาในเขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่งในเขตกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ทำให้ศาลชั้นต้นดังกล่าว มีความจำเป็นต้องเลื่อนคดีเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของบุคลากรภายในศาลและประชาชนที่มาใช้บริการ โดยมีการเลื่อนคดีจัดการพิเศษนัดแรกของกลุ่มศาลอาญาในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 848 คดี (ร้อยละ 0.45) กลุ่มศาลแพ่งในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 15,033 คดี (ร้อยละ 7.98) ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 จำนวน 66,236 คดี (ร้อยละ 35.14) และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 จำนวน 106,369 คดี (ร้อยละ 56.43) และมีการเลื่อนคดีสามัญและคดีสามัญพิเศษของกลุ่มศาลอาญาในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,035 คดี (ร้อยละ 9.47) กลุ่มศาลแพ่งในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,750 คดี (ร้อยละ 16.01) ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 จำนวน 1,173 คดี (ร้อยละ 10.73)และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 จำนวน 6,971 คดี (ร้อยละ 63.78) เห็นได้ว่าศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 มีการเลื่อนคดีจัดการพิเศษ คดีสามัญและคดีสามัญพิเศษในอัตราส่วนสูง เป็นเหตุให้การพิจารณาคดีใช้ระยะเวลานานเกินควร อาจส่งผลกระทบต่อความยุติธรรมและสิทธิและเสรีภาพของคู่ความและประชาชน ดังนั้น เพื่อให้ การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลชั้นต้นดังกล่าวแล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา สำนักงานศาลยุติธรรม จึงได้ส่งเสริมให้มีการนำระบบพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้บังคับ เพื่อลดการเดินทางมาศาลและป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID –19) และได้จัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการ เปิดทำการศาลนอกเวลาราชการเพื่อเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลชั้นต้นที่ไม่สังกัดสำนักงานอธิบดี ผู้พิพากษาภาคและศาลชั้นต้นที่สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1 - ภาค 9 เป็นเงินจำนวน 144,023,912 บาท เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและเร่งรัดการพิจารณาคดีที่เลื่อนมาจาก สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID –19) เป็นจำนวนมากให้แล้วเสร็จ 157 สำนักประธานศาลฎีกา. (2565). รายงานการดำเนินงานของศาลยุติธรรมต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019. หน้า 37, 45
176 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยมีคดีที่เข้าร่วมโครงการและเข้าสู่การพิจารณาคดีจำนวนรวม 149,560 คดี และมีคดีที่พิจารณาแล้วเสร็จ จำนวนรวม 129,928 คดี คิดเป็นร้อยละ 86.87 อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ของศาลชั้นต้น จำนวน 168 ศาล ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีคดีที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จ ดังนี้ กลุ่มศาล คดีจัดการพิเศษที่ พิจารณาพิพากษา แล้วเสร็จ คดีสามัญที่ พิจารณาพิพากษา แล้วเสร็จ คดีสามัญพิเศษที่ พิจารณาพิพากษา แล้วเสร็จ กลุ่มศาลอาญาในเขตกรุงเทพมหานคร 14,809 คดี (10.9%) 9,748 คดี (12.61%) 1 คดี (0.13%) กลุ่มศาลแพ่งในเขตกรุงเทพมหานคร 59,514 คดี (4.37%) 26,106 คดี (33.77%) 124 คดี (16.04%) ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 449,483 คดี (32.98%) 6,884 คดี (8.90%) 399 คดี (51.62%) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 838,985 คดี (61.56%) 34,577 คดี (44.72%) 249 คดี (32.21%) นอกจากนี้ กลุ่มศาลอาญาในเขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่งในเขตกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ได้พิจารณาพิพากษาคดี จัดการพิเศา คดีสามัญ และคดีสามัญพิเศษภายในกำหนดระยะเวลา ดังนี้ กลุ่มศาล คดีจัดการพิเศษ (กำหนดระยะ ภายใน 6 เดือน) คดีสามัญ (กำหนดระยะ ภายใน 1 ปี) คดีสามัญพิเศษ (กำหนดระยะ ภายใน 1 ปี) กลุ่มศาลอาญาในเขตกรุงเทพมหานคร 11,402 คดี (76.99%) 7,656 คดี (78.54%) 1 คดี (100.00%) กลุ่มศาลแพ่งในเขตกรุงเทพมหานคร 41,420 คดี (69.60%) 21,228 คดี (81.31%) 50 คดี (40.32%) ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 385,499 คดี (85.76%) 5,573 คดี (80.96%) 383 คดี (95.99%) ศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 736,959 คดี (87.84%) 27,512 คดี (79.57%) 137 คดี (55.02%)
177 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จากข้อมูลข้างต้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในภาพรวม กลุ่มศาลอาญาในเขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มศาลแพ่งในเขตกรุงเทพมหานคร ศาลแขวงในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ได้พิจารณาพิพากษาคดีจัดการพิเศษ คดีสามัญ และคดีสามัญพิเศษแล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลา มาตรฐานที่กำหนดไว้6 เดือน และ 1 ปี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 เพื่อบรรลุผลและเป้าหมายที่กำหนดไว้ ตามแผนยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม พ.ศ. 2565 – 2568 ยุทธศาสตร์ T เชื่อมั่นศรัทธาการอำนวยความยุติธรรม (Trusted Justice) ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 เสริมสร้างมาตรฐานการพิจารณาพิพากษาคดี โดยกำหนด เป้าหมายให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม และปราศจากอคติทั้งปวง และ กำหนดตัวชี้วัด 1.2 ศาลพิจารณาพิพากษาคดีแล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 75 ภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 อย่างไรก็ตาม กลุ่มศาลแพ่งในเขตกรุงเทพมหานคร ได้พิจารณาพิพากษาคดีจัดการพิเศษและคดีสามัญพิเศษแล้วเสร็จภายในกรอบระยะมาตรฐานที่กำหนดไว้ น้อยกว่าร้อยละ 75 และศาลจังหวัดในสังกัดภาค 1 - ภาค 9 ได้พิจารณาพิพากษาคดีสามัญพิเศษ แล้วเสร็จภายในกรอบระยะมาตรฐานที่กำหนดไว้1 ปี น้อยกว่าร้อยละ 75 เนื่องจากศาลนั้นมีคดีที่มี ความยุ่งยากซับซ้อนจำนวนมาก และอัตรากำลังผู้พิพากษาไม่ได้สัดส่วนกับปริมาณคดีที่รับใหม่ จากข้อมูลข้างต้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดี ครบองค์คณะและต่อเนื่องในศาลชั้นต้นยังไม่บรรลุผลเที่ควร จึงเห็นควรกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาและ พัฒนาระบบการพิจารณาคดีต่อเนื่องของศาลชั้นต้นให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนี้ 1. การบริหารจัดการอัตรากำลังผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นให้เหมาะสมและได้สัดส่วนกับ ปริมาณคดีที่รับใหม่และคดีที่ค้างพิจารณาในแต่ละศาล โดยกำหนดกรอบอัตรากำลังให้เหมาะสมและ สะท้อนภารกิจและความรับผิดชอบที่แท้จริงของผู้พิพากษาในแต่ละศาลโดยพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ อย่างรอบด้าน 2. ศูนย์นัดความควบคุมดูแลและบันทึกวันนัดคดีในห้องพิจารณาและวันนัดคดีผ่าน ศูนย์นัดความไว้ในสมุดนัดความกลางให้เป็นไปตามระบบอย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ เช่น การนัด พิจารณาคดีติดต่อกัน โดยไม่มีการนัดคดีซ้ำซ้อนเกินกว่าหนึ่งครั้ง 3. ศูนย์ประสานงานพยานออกหนังสือแจ้งยืนยันวันนัดให้คู่ความทราบ และติดตามผล การส่งหมายเรียกพยาน ตลอดจนแจ้งเตือนพยานและติดตามพยานให้มาศาลตามหมายเรียกพยาน เพื่อตรวจสอบการมีอยู่และความพร้อมของพยานก่อนวันนัด เพื่อให้ศาลดำเนินการสืบพยานได้แล้วเสร็จ ภายในกำหนดที่นัดไว้ โดยไม่มีเหตุต้องเลื่อนคดี ซึ่งทำให้การพิจารณาพิพากษาคดีแล้วเสร็จภายในกรอบ ระยะเวลามาตรฐานที่กำหนดไว้ในแต่ละประเภทคดี (Time Standard) ส่งผลให้มีคดีค้างอยู่ระหว่าง การพิจารณาของศาลน้อยลง
178 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 4. ต้องมีระบบก่อนวันนัดที่เข้มแข็ง คือ มีการตรวจความพร้อมของสำนวนทุกขั้นตอน มีการประสานงานและติดตามพยานอย่างมีประสิทธิภาพ และมีการนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ในการสนับสนุนการพิจารณาพิพากษาคดี 5. จัดให้มีการพิจารณาคดีนอกเวลาราชการทั้งนอกเวลาทำการปกติและในวันหยุดราชการ โดยการใช้วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทำให้คดีเสร็จการพิจารณาได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้มี คดีค้างพิจารณาน้อยลง 6. ส่งเสริมให้มีการนำระบบการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง การไกล่เกลี่ยออนไลน์ การไกล่เกลี่ย ก่อนวันนัด และการไกล่เกลี่ยหลังวันนัดในทุกศาล ซึ่งทำให้มีปริมาณคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลน้อยลง 7. ควรบริหารจัดการอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ธุรการศาล เช่น เจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความ เจ้าหน้าที่ศูนย์หน้าบัลลังก์ และเจ้าหน้าที่ระบบก่อนวันนัดในศาลชั้นต้นให้มีความเหมาะสมและ ได้สัดส่วนกับปริมาณคดีที่รับใหม่ในแต่ละศาล เนื่องจากในปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ธุรการศาลต้องรับผิดชอบ งานคดีที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากทุกปี และงานด้านอื่น ๆ ในศาลด้วย
179 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ภาคผนวก โครงสร้างการบริหารจัดการคดี ในระบบการพิจารณาคดี ครบองค์คณะและต่อเนื่อง
180 โครงสร้างการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง 1 1 โครงการพัฒนาระบบการนั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง สำนักวิชาการศาลยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรม. (2549). คู่มือมาตรฐานนิเทศงานธุรการในระบบพิจารณาคดีครบองค์ คณะและต่อเนื่อง. หน้า 11. การบริหารคดี ในชั้นรับฟ้อง ระบบ ไกล่เกลี่ย ระบบประชุมคดี ระบบนัดความ โดยศูนย์นัดความ การเตรียมคดี การจำแนกประเภทคดี ตามความยากง่ายและ ระยะเวลาในการพิจารณา การแจ้งแนวปฏิบัติคดีแพ่ง คดีอาญา คำสั่งศาลใน การประชุมคดี การตรวจความพร้อม ของสำนวน การจ่ายสำนวนคดี จัดการพิเศษ การเสริมสร้าง และพัฒนาระบบ ประชุมเจ้าหน้าที่ ประชุมผู้พิพากษา ประชุมร่วมบุคคลภายนอก การเก็บสถิติเพื่อการวิเคราะห์ ติดตามประเมินผล การจัดเก็บข้อมูลทั่วไป การจัดเก็บข้อมูลเฉพาะ การจัดเก็บข้อมูล เปรียบเทียบ กระบวน การเสริม การประกันตัว การสืบพยานล่วงหน้า การส่งประเด็น การแนะนำพยาน คดีแพ่ง การออกหนังสือ เชิญชวนคู่ความเข้า ระบบไกล่เกลี่ย คดีอาญา การออกหนังสือแจ้ง สิทธิและเชิญชวนผู้เสียหาย มาศาล การไกล่เกลี่ยโดย ศูนย์ไกล่เกลี่ยในคดีแพ่ง และผู้ประนอมข้อพิพาท ในคดีอาญา คดีแพ่ง (นัดชี้สองสถาน) สอบข้อเท็จจริงที่รับกันได้ กำหนดประเด็น กำหนดพยานเท่าที่จำเป็น คดีอาญา (นัดพร้อม/ ตรวจพยานหลักฐาน) สอบข้อเท็จจริงที่รับกันได้ กำหนดพยานเท่าที่จำเป็น คำสั่งศาลในการเตรียมคดี นัดติดต่อกัน ไม่เกินเกณฑ์กลาง คดีสามัญพิเศษ การจ่ายสำนวนคดี สามัญและสามัญ พิเศษ การส่งหมายเรียก พยานหลักฐาน การตรวจความพร้อม สำนวน การเตือนคู่ความและพยาน
181 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 บรรณานุกรม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยแนวปฏิบัติในการนั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะ และต่อเนื่อง พ.ศ. 2545 คำแนะนำประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการนั่งพิจารณาคดีต่อเนื่องและครบองค์คณะ พ.ศ. 2544 นโยบายประธานศาลฎีกา (ท่านปิยกุล บุญเพิ่ม) พ.ศ 2564 แผนยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม พ.ศ. 2565 – 2568 สำนักประธานศาลฎีกา. (2565). รายงานการดำเนินงานของศาลยุติธรรมต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติด เชื้อไวรัสโคโรนา 2019. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร : บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน). คณะอนุกรรมการส่งเสริมระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานคดี. (2558). แนวคิดและหลักการของระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม. สำนักวิชาการศาลยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรม. (2549). คู่มือมาตรฐานนิเทศงานธุรการในระบบ พิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร : บริษัท เซเว่น พริ้นติ้ง กรุ๊ป จำกัด. มานิตย์ จุมปา. (2547). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์นิติธรรม. พิมพร รุ่งทิฆัมพรชัย. (2558). การขังระหว่างพิจารณาคดี : ศึกษาสิทธิของผู้ต้องขังเกี่ยวกับสถานที่คุมขัง ในระหว่างพิจารณาคดี. (วิทยานิพนธ์ปริญญานิติศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์). พิมล สุวรรณกระจ่าง. (2552). ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการนั่งพิจารณาคดีต่อเนื่องและครบองค์คณะของ ศาลจังหวัดนาทวี. (สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย). อวิภารัตน์ นิยมไทย. (2556, พฤศจิกายน - ธันวาคม). หลักการพิจารณาคดีอาญาด้วยความรวดเร็ว. จุลนิติ, หน้า 143 –144และหน้า 147-148. ส่วนสนับสนุนการพิจารณาคดี. (2565, 30 กันยายน). สรุปปริมาณคดีโครงการเปิดทำการศาลนอกเวลา ราชการเพื่อเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565. เอกสารในโครงการ เปิดทำการศาลนอกเวลาราชการเพื่อเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565. เอกสารไม่ตีพิมพ์, สำนักส่งเสริมงานตุลาการ.
182 รายงานการบริหารจัดการคดีในระบบการพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 บรรณานุกรม (ต่อ) ส่วนสนับสนุนการพิจารณาคดี. (2565, 30 กันยายน). ข้อมูลการเบิกจ่ายงบประมาณตามโครงการ เปิดทำการศาลนอกเวลาราชการเพื่อเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565. เอกสารในโครงการเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการเพื่อเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565. เอกสารไม่ตีพิมพ์, สำนักส่งเสริมงานตุลาการ. สำนักคณะกรรมการตุลาการ. (2565, 1 ตุลาคม). ข้อมูลเกี่ยวกับเกณฑ์การจัดอัตรากำลังและเงื่อนไข ในการพิจารณา. เอกสารไม่ตีพิมพ์, สำนักคณะกรรมการตุลาการ.
พิมพ์ครั้งที่ 1 : กันยายน 2566 จัดท าโดย : นายเผ่าพันธ์ ชอบน ้าตาล รองเลขาธิการส านักงานศาลยุติธรรม ที่ปรึกษา นางสาวมิ่งพร มิ่งภัทรสิริ นิติกรช านาญการพิเศษ คณะท างาน นางสาวพัชรินทร์ อินเถิง เจ้าพนักงานคดีปฏิบัติการ คณะท างาน