การสนับสนุนทางนโยบาย กลไกบูรณาการทางนโยบาย ผลสัมสัฤทธิ์ การเรียรีนรู้ เ ป้ า ห ม า ย การพัฒพันาพื้นพื้ที่ ทุนทุทางสังสัคม แ ล ะ เศรษฐกิจ และการระดมทรัพรัยากรการศึกษา กา ร ขับเคลื่อน พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 2 5 6 6 จั ง ห วั ด สุ โ ข ทั ย สำ นักงานศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย สำ นักนังานปลัดกระทรวงศึกษาธิกธิาร กระทรวงศึกษาธิกธิาร Sukhothai Educational Innovation
ค ำน ำ เอกสารรายงานผลการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสุโขทัยฉบับนี้ จัดท าขึ้นโดยมี วัตถุประสงค์ เพื่อน าเสนอผลการขับเคลื่อนการด าเนินงานโครงการพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสุโขทัย เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้อง และผู้สนใจได้รับทราบผลการด าเนินงานพื้นที่นวัตกรรมจังหวัดสุโขทัย สร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวนโยบาย ทิศทาง และเป้าหมายของการด าเนินงานตามพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา พ.ศ. 2562 รวมทั้งเป็นแนวทางการขับเคลื่อนโครงการพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสุโขทัย ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย ขอขอบคุณคณะผู้บริหาร และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัด การศึกษา คณะกรรมการ และคณะท างานในกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนสถาบันวิจัย แห่งประเทศไทย (TDRI) มูลนิธิสยามกัมมาจล สถาบันการศึกษา คณะบุคคล ฯลฯ ที่มีส่วนร่วมด าเนินงาน และสนับสนุนงบประมาณเพื่อให้การด าเนินโครงการพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสุโขทัย บรรลุเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ที่ก าหนดไว้ ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย ตุลาคม 2566
สารบัญ หน้า ค าน า บทน า 1 บทวิเคราะห์ 3 แนวทางการด าเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 5 สภาพปัญหา ความต้องการจ าเป็น และข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ของสถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสุโขทัย 15 ภาคผนวก 30 แผนปฏิบัติงานการขับเคลื่อนการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 – 2569 31 แผนปฏิบัติงานการขับเคลื่อนของคณะอนุกรรมการสร้างและพัฒนากลไก ในการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖7 – 2569 35 แผนการจัดท าฐานข้อมูลการพัฒนาสถานศึกษาน าร่องเพื่อลดความเหลื่อมล้ าในการศึกษา และกระจายอ านาจให้หน่วยงานทางการศึกษาและสถานศึกษาน าร่องในพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ - ๒๕๖๙ 36 รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาของโรงเรียนน าร่อง 39 รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศวิทยาคาร) รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนบ้านท่าโพธิ์ รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนบ้านเมืองเก่า “ศรีอินทราทิตย์” รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนบ้านวังน้ าขาว รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนบ้านสามพวง (สามัคคีวิทยา) รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนอนุบาลมัชฌิมา รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนศรีนคร รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนศรีมหาโพธิ์(ประชาสรรค์) รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม
รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนบ้านหนองแหน (อ าเภอศรีนคร) รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนอนุบาลกงไกรลาศ (บ้านกร่าง 2465) รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนอนุบาลศรีสัชนาลัย (บ้านหาดสูง) รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนอนุบาลศรีส าโรง รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนอนุบาลสวรรคโลก (คุ้งวารีวิทยา)
1 บทน ำ พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 ได้ถูกก าหนดขึ้น โดยมีเป้าหมายให้เกิดพื้นที่ ส าหรับการปฏิรูปการบริหารและการจัดการศึกษาที่ส่งเสริมให้เกิด แนวคิด วิธีการ กระบวนการ สื่อการเรียน ก า รสอนห รือก า รบ ริห า รก า รศึกษ าใน รูปแบบใหม่ที่น าไปสู่ก า รเพิ่มคุณภ าพและป ร ะสิทธิภ าพ ในการจัดการศึกษาจนสามารถลดความเหลื่อมล้ าของการศึกษา ในพื้นที่จากการมีส่วนร่วมของภาครัฐ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมจัดการศึกษาให้เกิดต้นแบบของพื้นที่ที่มีนวัตกรรม ทางการศึกษาที่สามารถน าไปใช้ในพื้นที่อื่นได้ ปัจจุบันคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาได้น าเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อมีมติเห็นชอบ ให้เกิดการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจากเดิมมีจ านวน 8 จังหวัดน าร่อง คือ จังหวัดศรีสะเกษ เชียงใหม่ ระยอง กาญจนบุรี นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสตูล ได้ขยายผลเพิ่มเติมไปยัง 11 จังหวัด ประกอบด้วยจังหวัด สุโขทัย แม่ฮ่องสอน กระบี่ ตราด สระแก้ว กรุงเทพมหานคร จันทบุรี ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี และ อุบลราชธานี เนื่องจากได้รับการพิจารณาถึงศักยภาพและความพร้อมส าหรับคิดค้นและพัฒนานวัตกรรม การศึกษาที่ส่งผลต่อการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียน รวมทั้งการเป็นต้นแบบ เพื่อด าเนินการให้มีการขยายผลไปใช้ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานอื่น ให้เกิดการลดความเหลื่อมล้ าทางการศึกษา และการกระจายอ านาจความเป็นอิสระให้กับสถานศึกษา โดยได้รับการสนับสนุนการบูรณาการจากทุกภาคส่วน เป็นส าคัญ ในการนี้ “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” จึงเป็นพื้นที่พิเศษตามที่กฎหมายก าหนดขึ้น เพื่อสร้างกลไก การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมจัดการศึกษา เพื่อให้การศึกษาเป็นเครื่องมือของการพัฒนาคน ไปสู่การพัฒนาชุมชน สังคมและประเทศตามบริบทการพัฒนาของพื้นที่ที่มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี คือ ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และเชื่อมโยง จากการ “พัฒนาคนเป็นศูนย์กลาง” ไปสู่การพัฒนาด้านต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายของการด าเนินการที่ขยาย จากพื้นที่น าร่องให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ และมีความสอดคล้องกับการพัฒนาของแต่ละภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านที่เป็นเงื่อนไขต่อความส าเร็จของการขยายผลพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา กลับพบว่าผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้ก่อให้เกิดวงจรชีวิตที่สร้างความเหลื่อมล้ าทางสังคม ท าให้ประชากรบางส่วนได้เข้าสู่วงจรของความ “โง่ จน เจ็บ” ที่มีผลท าให้ประชากรบางส่วนเป็นผู้ยากจน และมีรายได้น้อยจนไม่สามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพและระบบสาธารณสุขที่ดี ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐาน ที่จ าเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรส่งผลท าให้ต้องประสบปัญหาและความยากล าบาก จากการด ารงชีพ และมีผลกระทบต่อสภาพการเรียนรู้ที่ขาดความพร้อมของผู้เรียน ซึ่งมีความสัมพันธ์ ต่อการเรียนรู้ที่จะน าไปสู่การสร้างผู้เรียนให้เป็น “นวัตกร” เพื่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ตามเป้าหมายของนโยบาย ที่ก าหนดไว้ นอกจากนี้ระบบการศึกษายังมีสภาพปัญหาอีกหลายด้าน อาทิ คุณภาพของการศึกษา คุณภาพครู ความขาดแคลนงบประมาณสนับสนุนการบริหารสถานศึกษา และโครงสร้างระบบการศึกษา ที่สะท้อนให้เห็นถึง สภาพความไม่พร้อมของการบ ริหารสถานศึกษาจากก ารยุบเลิกโ รงเรียนขน าดเล็กประกอบกับ สภาพของครอบครัวที่ยากจนในปัจจุบันยังมีผลต่ออัตราการเรียนต่อของผู้เรียนที่ส่งผลต่อการออก กลางคัน ซึ่งมีข้อมูลพบว่ายังมีเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษาเฉลี่ยถึง ร้อยละ 20 จากสถิติการเข้าเรียน ในระดับประถมศึกษาที่สูง ถึงร้อยละ 88.3 ลดลงในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เหลือร้อยละ 68.2 (ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2561) เป็นเด็กด้อยโอกาสที่อยู่ในประเทศไทย มีจ านวน 3.7 ล้านคน โดยอยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่าง 1 จ านวน 471,924 คน และในจังหวัดสุโขทัย 7,356 คน
2 ข้อจ ากัดเพียงที่กล่าวมา จึงท าให้เห็นได้ว่าการสร้างพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษาอาจไม่สามารถ ใช้เพียงกลไกของระบบการศึกษาที่ยังมีสภาพของข้อจ ากัดอยู่เพียงด้านเดียว แต่ต้องได้รับการสนับสนุน ความร่วมมือ จากด้านอื่น ๆ ที่ประสานสอดคล้องเป็นกลไกหนุนเสริมให้เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการใช้ ทรัพยากรจากพื้นที่โดยน าจุดแข็งทางด้านต่าง ๆ อาทิ นโยบาย วิชาการ ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และทรัพยากร ที่เป็นจุดแข็งของทุนทางสังคมและเศรษฐกิจในจังหวัดเข้ามาสร้างการมีส่วนร่วมสนับสนุนการสร้างพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษาให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ก าหนดของนโยบายจากการพัฒนาคนโดยใช้การศึกษา เป็นเครื่องมือที่ตอบสนองต่อการพัฒนาตามบริบทพื้นที่ จังหวัดสุโขทัยมีความได้เปรียบเชิงพื้นที่ ซึ่งพบว่าเป็นพื้นที่ที่มีความสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติ บนฐานความพร้อมทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาและการท่องเที่ยว จนกระทั่งองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้ประกาศผล การคัดเลือกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ (Creative Cities Network) ประจ าปี 2562 ให้จังหวัดสุโขทัย ได้รับคัดเลือกให้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ ส าข าหัตถก ร รมและศิลปะพื้นบ้ าน ( Crafts and Folk Art) โดยเป็น 1 ใน 66 เมือง จ ากทั่ วโลก ในความได้เปรียบของทุนทางวัฒนธรรมจนเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก จึงสมควรที่จะเป็นโอกาสทางการศึกษา ที่ผูกโยงเข้าด้วยกันกับการพัฒนาองค์ความรู้ของผู้เรียนจากการศึกษาให้ได้รับการยกระดับคุณภาพชีวิตที่มีอยู่ ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย จึงศึกษาวิเคราะห์ สภาพปัญหาและความต้องการจ าเป็นเพื่อพัฒนา นวัตกรรมการศึกษา ของสถานศึกษาน าร่อง โดยจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพจากสถานศึกษาน าร่อง จ านวน ๒๕ แห่ง และศึกษานิเทศก์ของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่พร้อมทั้งนักวิชาการที่เข้าร่วม สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อสร้างข้อเสนอเชิงนโยบายและการก าหนดทิศทาง การบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา
3 บทวิเครำะห์ ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย ด าเนินการจัดเก็บข้อมูลการวิเคราะห์สภาพการจัดการศึกษา ของสถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสุโขทัย เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2565 ณ ห้องประชุม โรงเรียนบ้านเมืองเก่า “ศรีอินทราทิตย์” ต าบลเมืองเก่า อ าเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัยโดยมีผลการสรุป ข้อมูลตามประเด็นดังต่อไปนี้ ๑. สภำพปัญหำของสถำนศึกษำน ำร่อง 1.1 การบริหารงานบุคคล 1.1.1 ขาดแคลนบุคลากรด้านการสอนและบุคลากรสายสนับสนุนที่เพียงพอ เนื่องจากหลักเกณฑ์ การปฏิบัติด้านการจัดสรรอัตราก าลังทดแทนการเกษียณอายุราชการก าหนดอัตราจากนักเรียนที่มีอยู่ หากสถานศึกษาที่มีจ านวนนักเรียนไม่ถึงเกณฑ์ที่ก าหนดจะไม่ได้รับจัดสรรอัตราก าลัง 1.1.2 ปัญหาภาระงานนอกเหนือการสอนที่มีจ านวนมากท่ามกลางความขาดแคลนบุคลากร ที่เพียงพอ ท าให้ขาดขวัญและก าลังใจและกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเอง ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของงาน ด้านการศึกษาที่ยังไม่ได้คุณภาพตามที่ก าหนด 1.2 การบริหารงบประมาณ 1.2.1 การจัดสรรงบประมาณไม่เพียงพอ ต่อการพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษาพร้อมทั้ง การลดลงของอัตราการเข้าเรียนต่อท าให้มีผลต่องบประมาณที่เพียงพอกับการพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษา 1.2.2 การจัดซื้อจัดจ้างวัสดุ อุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและได้รับการจัดสรร งบประมาณไม่เพียงพอ ตลอดจนขาดความรู้ ความช านาญด้านการจัดซื้อ จัดหาวัสดุตามระเบียบราชการ จึงท าให้สถานศึกษาด าเนินการจัดหาสื่อเทคโนโลยีได้ไม่สอดคล้องกับความต้องการของสถานศึกษา 1.3 การจัดการสถานศึกษา 1.3.1 นโยบายการศึกษามีจ านวนมากและปรับเปลี่ยนอยู่เป็นประจ า โดยไม่ค านึงถึง ความแตกต่างของศักยภาพและความแตกต่างด้านบริบทสถานศึกษา ซึ่งส่งผลต่อภาระงานนอกเหนือการสอน ของครู 1.3.2 ประสบปัญหาจากการโยกย้ายของครูและผู้บริหารเป็นประจ ารวมถึงขาดอิสระในการพัฒนา การศึกษาเนื่องจากถูกก ากับติดตามนโยบายและติดตามข้อมูลเป็นประจ า 1.3.3 ขาดการกระจายการมอบหมายงานนอกเหนือหน้าที่การสอนท าให้ผู้ที่มีความสามารถ ถูกมอบหมายงานเป็นประจ า ซึ่งส่งผลต่อภาระงานที่นอกเหนือการสอนมากเกินไป 1.4 การบริหารทรัพยากรการศึกษา 1.4.1 วัสดุ อุปกรณ์ไม่เพียงพอส าหรับการจัดการเรียนการสอนให้กับผู้เรียน ในสถานศึกษา หรือมีแต่อยู่ในสภาพที่ต้องซ่อมบ ารุงเป็นประจ า ซึ่งครูผู้สอนได้แก้ปัญหาโดยการน าเงินส่วนตัวมาเป็นค่าใช้จ่าย ในการซื้อวัสดุ อุปกรณ์ด้านเทคโนโลยี หรือ ซ่อมบ ารุงรักษา เพื่อใช้ในการสอนให้กับผู้เรียน 1.4.2 ขาดอุปกรณ์ทางเทคโนโลยี เพื่อจัดท าสื่อการเรียนรู้ หรือ กิจกรรมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน จึงไม่สามารถรองรับนโยบายการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ในปัจจุบัน 1.4.3 การจัดสรรสื่อการเรียนรู้ ไม่สอดคล้องกับความต้องการของสถานศึกษา 1.5 ด้านการจัดการศึกษา 1.5.1 ครูขาดความเข้าหลักสูตรและการจัดท าการสอนตามตัวชี้วัด และการสนับสนุนการพัฒนา อย่างต่อเนื่อง
4 1.5.2 ผลกระทบจากการเกิดโรคระบาดท าให้เกิดสภาวะการเรียนรู้ถดถอย (learning loss) ท าให้ครูผู้สอนต้องด าเนินการสอนเสริมให้กับผู้เรียนเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานและตัวชี้วัดที่ก าหนด 1.5.3 ระเบียบหลักเกณฑ์ด้านการเทียบโอนหน่วยกิต ยังขาดความชัดเจนระหว่าง ขั้นพื้นฐานกับ อาชีวศึกษา ท าให้ผู้เรียนที่ตัดสินใจเข้ารับการศึกษาต่อกับอาชีวศึกษาแล้วมีความจ าเป็นที่จะต้องกลับเข้ารับ การศึกษาขั้นพื้นฐานไม่สามารถเทียบโอนหน่วยกิตการศึกษาได้ 1.5.4 ครูขาดการพัฒนาทักษะและความเข้าใจหลักสูตร จึงมีผลท าให้การจัดการศึกษาไม่เป็นไป ตามมาตรฐานที่ก าหนด โดยยังคงยึดครูเป็นศูนย์กลางและไม่ได้จัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) จนท าให้ ผู้เรียนไม่สามารถคิดวิเคราะห์และมีสมรรถนะตามต้องการ 1.5.5 การนิเทศ ติดตามการจัดการศึกษาขาดความต่อเนื่อง เนื่องจากการประสานงาน ด้านนโยบายร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัดและภาระงานที่มีนอกเหนือการสอนท าให้ขาดความต่อเนื่องในการนิเทศ การศึกษาของผู้บริหารและศึกษานิเทศก์ ๒. ควำมต้องกำรจ ำเป็นส ำหรับพัฒนำนวัตกรรมกำรศึกษำ ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย ได้ด าเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนานวัตกรรม การศึกษาของสถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสุโขทัย ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ณ ห้องประชุมโรงแรมสุโขทัยเทรเชอร์ รีสอร์ท แอนด์ สปา โดยมีผลการสรุปข้อมูลตามประเด็นประกอบด้วย 2.1 ถอดบทเรียนการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาของสถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จังหวัดสุโขทัย 2.2 วิเคราะห์ สภาพปัญหาและความต้องการจ าเป็นเพื่อพัฒนานวัตกรรมการศึกษาของสถานศึกษา น าร่อง 2.3 วิเคราะห์แนวทางการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาของสถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จังหวัดสุโขทัย โดยได้จัดเก็บข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูลรายประเด็นของแต่ละกลุ่ม 3. ข้อเสนอเชิงนโยบำย 1. สนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาของครูผู้สอน ผู้บริหาร สถานศึกษาและศึกษานิเทศก์อย่างต่อเนื่อง 2. สนับสนุนการพัฒนาแผนบูรณาการเพื่อพัฒนานวัตกรรมการศึกษาในภาพรวมของจังหวัด และถือปฏิบัติการพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาเป็นหลัก 3. สนับสนุนการระดมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการศึกษา และบุคลากรสายสนับสนุนรวมทั้ง บุคลากรที่มีความสามารถเฉพาะทางที่สอดคล้องกับการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา 4. ยกเว้นระเบียบ การจัดซื้อจัดจ้าง สื่อการเรียนการสอน โดยให้สถานศึกษาเสนอขอ ความเห็นชอบผ่านคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ เพื่อให้การจัดซื้อสื่อสอดคล้องกับการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา 5. ลดทอนหรือปรับลดนโยบายที่ไม่สอดคล้องกับการศึกษาหรือเป็นภาระงานนอกเหนือ การสอนให้กับสถานศึกษา 6. ยกเว้นข้อระเบียบส าหรับการพัฒนาหลักสูตร การประกันคุณภาพภายใน การวัดและ ประเมินผล การเทียบโอนหน่วยกิตให้กับสถานศึกษา เพื่อให้เกิดการพัฒนาการศึกษาร่วมกันระหว่างสถานศึกษา ของอาชีวศึกษา ศูนย์การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัย หรือสถานศึกษาอื่นตามความต้องการ ของสถานศึกษา
5 แนวทำงกำรด ำเนินงำนเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตำมมำตรำ 5 แห่งพระรำชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมกำรศึกษำ พ.ศ. 2562 1 คิดค้นและพัฒนำนวัตกรรมกำรศึกษำและกำรเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทำงกำรศึกษำ ของผู้เรียน รวมทั้งเพื่อด ำเนินกำรให้มีกำรขยำยผลไปใช้ในสถำนศึกษำขั้นพื้นฐำนอื่น จังหวัดสุโขทัยได้ด าเนินการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ เพื่อยกระดับ ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียน โดยการสร้างกลไกการบูรณาการเชิงนโยบายที่เกิดจากการมีส่วนร่วม ของทุกภาคส่วนระหว่าง “สมัชชาการศึกษา” กับ “คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด” เพื่อสนับสนุนการให้เกิด การพัฒนานวัตกรรมการศึกษาให้กับสถานศึกษาและลดความเหลื่อมล้ าทางสังคมที่ส่งผลต่อโอกาสางการศึกษา ซึ่งมีผลมาจากการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา สนับสนุนงบประมาณ ให้จังหวัดสุโขทัยด าเนินการโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคจังหวัดสุโขทัย จึงท าให้เกิดการ บูรณาการขับเคลื่อนนโยบายด้านการสนับสนุนการศึกษาจากสมัชชาการศึกษาจังหวัดที่ประสานสอดคล้องกับ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดและน าไปสู่การแปรนโยบายลงไปสู่การปฏิบัติของสถานศึกษาได้รับ การสนับสนุนจากทุกภาคส่วนและสอดคล้องกับบริบททางการศึกษาของพื้นที่ เนื่องจากลักษณะการท างาน ของสมัชชาการศึกษาจังหวัดมีกลไกการบูรณาการเชิงพื้นที่ทั้งระดับจังหวัด อ าเภอ และชุมชน ซึ่งมีองค์ประกอบ ส าคัญของคณะกรรมการที่เกิดจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ นอกจากนี้ ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัยยังได้พัฒนาการศึกษาด้วยกระบวนการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้เกิดระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนเพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ โดยน าทุนทางสังคมของชุมชน น ามาสร้างหลักสูตรฐานสมรรถนะชุมชนบรรจุอยู่ในการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย จึงมีผลท าให้เกิดการสร้างโอกาสและการเข้าถึงการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตทุกช่วงวัย ซึ่งได้รับการสนับสนุน งบประมาณโครงการวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) จึงท าให้การ ขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาร่วมกับหน่วยงานการศึกษาในพื้นที่เกิดนวัตกรรมการเรียนรู้ เพื่อยกระดับ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและมีการประสานการบูรณาการระหว่างกลไก ทางนโยบายการพัฒนากับกลไกนโยบายทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัด เป็นเครื่องมือและทิศทางการบูรณาการจัดการศึกษาในภาพรวมของจังหวัด ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาทรัพยากร มนุษย์โดยใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคนไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังที่กล่าวมานี้ การคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ ทางการศึกษาของผู้เรียน รวมทั้งเพื่อด าเนินการให้มีการขยายผลไปใช้ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานอื่น จึงมีประเด็น การขับเคลื่อนการพัฒนาให้เกิดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ๒ ประเด็นดังต่อไปนี้ ๑) นวัตกรรมเชิงระบบ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจได้สร้างผลกระทบต่อโอกาสและการเข้าถึงการศึกษา อย่างเท่าเทียมกันของเด็กด้อยโอกาสทางสังคนในปัจจุบัน ที่มีมาจากสภาพปัญหาของความไม่พร้อมซึ่งผลต่อ การเรียนรู้และพัฒนาการตามช่วงวัยหลายด้าน อาทิ ปัญหาครอบครัว ปัญหาความยากจน ปัญหาด้านสุขภาพ สภาพปัญหาเหล่านี้ ซึ่งมีสภาพปัญหาที่อยู่นอกเหนือขอบเขตอ านาจหน้าที่ของกรอบนโยบายการศึกษาที่มีผลต่อ โอกาสและการเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียมกันของเด็กและเยาวชน ซึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ทางสังคมและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น จังหวัดสุโขทัย จึงได้พัฒนากลไกการบูรณาการทางนโยบายเพื่อสร้างระบบนโยบายด้านการมีส่วนร่วม สนับสนุนการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ โดยมีการท างานตั้งแต่ระดับจังหวัด อ าเภอและชุมชนสมัชชาการศึกษาจังหวัด สมัชชาการศึกษา อ าเภอ และสมัชชาการศึกษาต าบล ซึ่งได้ถูกจัดตั้ง
6 ไว้แล้วครอบคลุมทั้งจังหวัด จ านวน ๙ อ าเภอ ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานคณะกรรมการระดับจังหวัด ที่ก่อให้เกิดการแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนเชิงระบบ ให้เกิดความพร้อมและพัฒนาการ ตามช่วงวัยจากการพัฒนา คุณภาพชีวิต เพื่อสร้างความเท่าเทียมกันทางสังคมและลดผลกระทบที่เกิดจากสภาพ ปัญหาดังที่ กล่าวมาของผู้เรียน โดยมีการสอดประสานการบูรณาการร่วมกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด บนหลักการของการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน เพื่อสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนในสังคม จากการสนับสนุนงบ ประมาณด าเนินการโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาของกองทุนเพื่อความเสมอ ภาคทางการศึกษาขับเคลื่อนการบูรณาการท างานในภาพรวมของจังหวัดเป็นระยะเวลา ๒ ปี ตั้งแต่ปี 2562 - 2563 โดยมีแนวทางการด าเนินงาน ซึ่งเป็นนวัตกรรมการบริหารจัดการขับเคลื่อนระบบสนับสนุน ทางสังคมให้กับสถานศึกษา ซึ่งมีทิศทางการจัดการศึกษาส าหรับเด็กด้อยโอกาส โดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเป็นเครื่องมือในการบูรณาการการท างาน ดังภาพที่น าเสนอต่อไปนี้ กล่าวโดยสรุปได้ว่า การด าเนินการพัฒนานวัตกรรมเชิงระบบจังหวัดสุโขทัยได้จัดท าการพัฒนา นวัตกรรมทางนโยบายที่เข้ามาสนับสนุนนวัตกรรมทางการศึกษา เพื่อสร้างความพร้อมให้กับผู้เรียนและ ที่เกิดจากการบริหารการศึกษาและการจัดการศึกษาที่มีความสอดคล้องด้านการมีส่วนร่วมและรองรับการพัฒนา ทุนทางมนุษย์ไปสู่ทุนทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศด้วยการด าเนินการเชื่อมต่อกลไกการบูรณาการ เชิงระบบ ดังต่อไปนี้ ๑.เชื่อมต่อระบบนโยบายการบริหารราชการส่วนภูมิภาค โดยใช้ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 เป็นแนวทางการด าเนินการบูรณาการการพัฒนาจังหวัดเป็นไปในทิศทางของจังหวัด ซึ่งได้ด าเนินการจัดตั้ง สมัชชาการศึกษาจังหวัด อ าเภอ และต าบล เพื่อรองรับการมีส่วนร่วมเข้ามาสนับสนุนการบริหารการศึกษาและ การจัดการศึกษา โดยมีส านักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นศูนย์ประสานการบูรณาการขับเคลื่อนมิติการพัฒนา โดยใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือเพื่อเสนอความเห็นให้กับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ๒. เชื่อมต่อระบบสังคมระดับชุมชนกับระบบการศึกษาของสถานศึกษาในพื้นที่จากการสร้างระบบ สนับสนุนทางสังคม ซึ่งด าเนินการโดยสมัชชาการศึกษาอ าเภอและโครงข่ายคุ้มครองทางสังคมระดับชุมชน ซึ่งด าเนินการโดยสมัชชาการศึกษาต าบลเข้ามามีส่วนสนับสนุนการจัดการศึกษาด้านการสนับสนุนโอกาส และการเข้าถึงการศึกษาของเด็กและเยาวชนในชุมชนให้ได้รับโอกาสเข้าสู่การศึกษาได้อย่างเท่าเทียมกันในสังคม ภำพแสดงกลไกกำรบูรณำกำรทำงนโยบำย
7 ๓. เชื่อมต่อระบบการศึกษาระดับชุมชนกับระบบสังคมในชุมชน โดยการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ บนฐานชุมชน เพื่อใช้การศึกษาเป็นศูนย์กลางการพัฒนาจากการยกระดับคุณภาพชีวิต โดยมีหลักสูตรฐาน สมรรถนะที่บรรจุอยู่ในการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยในชุมชน มีผลท าให้ เกิดความสัมพันธ์ที่ดีของคนในชุมชน และเป็นการเตรียมก าลังคนให้มีขีดความสามารถรองรับผลกระทบ ที่เกิดจากความเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ๒) นวัตกรรมกำรเรียนรู้ ๒.๑) ระบบนิเวศกำรเรียนรู้บนฐำนชุมชน จังหวัดสุโขทัย โดยส านักงานศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัยได้รับโอกาสจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้าน การพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ได้คัดเลือกให้ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัยได้รับการสนับสนุน ทุนวิจัย โครงการวิจัย “การพัฒนาต้นแบบพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยกลไกการบูรณาการทางนโยบาย เพื่อสร้าง ระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที ่จังหวัดสุโขทัย” จึงมีผล ท าให้จังหวัดสุโขทัยได้ด าเนินการวิจัยและพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานช ุมชน ที ่เกิดจาก การบูรณาการระหว ่างหน ่วยงานทางการศึกษากับชุมชนในพื้นที ่น าร่อง ด าเนินการจัดท าหลักสูตรฐาน สมรรถนะช ุมชน ซึ ่งมีหลักสูตรที ่เกิดจากการคัดเลือกท ุนทางสังคมและเศรษฐกิจของช ุมชนที ่มี ความได้เปรียบเชิงพื้นที่น ามาสร้างหลักสูตรเพื่อการพัฒนาสมรรถนะของคนในชุมชนตั้งแต่ระดับ ปฐมวัย จนถึงระดับอุดมศึกษาพร้อมทั้งน าหลักสูตรฐานสมรรถนะชุมชนบรรจุอยู ่ในหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง และหลักสูตรอัธยาศัย ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอ เพื่อให้เกิดระบบ นิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน ที ่สามารถสร้างโอกาสและการเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกช ่วงวัย ที ่มีความสอดคล้องกับการจัดการศึกษา เพื ่อการมีงานท าของคนในชุมชน โดยมีการเก็บข้อมูลผล การเรียนรู้ของผู้เรียนแต ่ละระดับเข้าสู ่ระบบสะสมหน ่วยกิตการศึกษา ( Credit Bank) ซึ ่งถูกพัฒนา เป็นระบบสารสนเทศออนไลน์ให้ผู้เรียนสามารถเทียบโอนหน่วยกิตข้ามระบบการศึกษาหรือสถานศึกษา ได้โดยมีกระบวนการด าเนินการวิจัยดังภาพต่อไปนี้
8 ๒.๒) นวัตกรรมทำงกำรศึกษำเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน จังหวัดสุโขทัย โดยส านักงานศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัยได้ด าเนินการพัฒนานวัตกรรม ทางการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อสร้างให้เกิด นวัตกรรมและการปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ด้านการบริหารจัดการศึกษาด้านการจัดการเรียนรู้ และด้าน การนิเทศการศึกษาระดับจังหวัดผ่านโครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรมการศึกษา เพื่อพัฒนาการศึกษาจังหวัดสุโขทัย โดยมีผู้จัดส่งนวัตกรรม ดังต่อไปนี้ นวัตกรรมกำรบริหำรจัดกำร 1. “Dubble LS Model” โดยโรงเรียนลิไทพิทยาคม ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย 2. “SMART Model” โดย นายธนวัฒน์ พุดจาด ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านลานกระบือ ส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 3. “การบริหารจัดการสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนบ้านตลิ่งชัน โดยใช้นวัตกรรม การบริหาร TLC SMART Model” ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โรงเรียนบ้านตลิ่งชัน ส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 4. การพัฒนารูปแบบ W.N.K. “พ่อขุนราม Model” โรงเรียนบ้านวังน้ าขาว ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 5. “FAMILY Model” โดย นายส าราญ จงอยู่เย็น ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านท่าโพธิ์ ส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 6. “6 เส้นทางสู่เป้าหมาย สร้างคนดี มีพื้นฐานความพอเพียง และทักษะอาชีพ บนมาตรฐานการศึกษา ขั้นพื้นฐานสู่สากล” โดยนายไพบูลย์ พวงเงิน ผู้อ านวยการโรงเรียนทุ่งเสลี่ยมชนูปถัมภ์ ส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย 7. รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของครูด้วยทักษะการเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยโรงเรียนอนุบาลศรีส าโรง ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 นวัตกรรมกำรจัดกำรเรียนรู้ 1. “หลักสูตรท้องถิ่นอิงประวัติศาตร์” โดยโรงเรียนลิไทพิทยาคม ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สุโขทัย 2. “การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยผ่านการจัดการเรียนรู้แบบ STEM Education & Active Learning” โดย โรงเรียนบ้านลานกระบือ ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 3. การขับเคลื่อนการฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ โดยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก “Active Learning โดยใช้แหล่งเรียนรู้เป็นฐาน ด้วยนวัตกรรม TCL SMART Model” โรงเรียนบ้านตลิ่งชัน ส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 4. การพัฒนาการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้รูปแบบ “Anuban – SW Model" โรงเรียนอนุบาลสวรรคโลก (คุ้งวารีวิทยา) ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 5. การพัฒนารูปแบบ P.K.R. “พ่อขุนราม Model” โรงเรียนบ้านวังน้ าขาว ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 6. “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่ TPS Model” โดย โรงเรียนบ้านท่าโพธิ์ ส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 7. การใช้กิจกรรมส่งเสริมการอ่านหนังสือพระราชนิพนธ์ เพื่อส่งเสริมการอ่านที่ยั่งยืนของนักเรียน โดยส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1
9 8. การจัดกิจกรรมเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) โดย โรงเรียนศรีนคร ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาสุโขทัย นวัตกรรมกำรนิเทศกำรศึกษำ 1. กระบวนการนิเทศ ในรูปแบบ PEA2R2L Model โดย โรงเรียนบ้านท่าโพธิ์ ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 2. “Mirror Model (ภาพสะท้อนสู่ความส าเร็จ)” โดย นางสาวกุสุมา รอบุญ โรงเรียนบ้านลานกระบือ ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 3. “SMILE MODEL” โดย โรงเรียนบ้านสันติสุข ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 4. รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา TCL Model โรงเรียนบ้านตลิ่งชัน ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 5. การพัฒนาการวัดผลและประเมินผลด้วยกระบวนการ “CRIC Model” โรงเรียนอนุบาลสวรรคโลก (คุ้งวารีวิทยา) ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 แนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) 1. น วัตก ร รมก า รปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ด้ านก า รนิเทศก า รศึกษ า จ าน วน 1 คน ได้แก่ นางสาวกุสุมา รอบุญ โรงเรียนบ้านลานกระบือ ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 ชื่อนวัตกรรม “Mirror Model (ภาพสะท้อนสู่ความส าเร็จ)” 2. นวัตกรรมการปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ด้านการบริหารจัดการศึกษา จ านวน 1 คน ได้แก่ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่ TPS โมเดล โดยนายส าราญ จงอยู่เย็น ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านท่าโพธิ์ ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 3. นวัตกรรมการปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ด้านการจัดการเรียนรู้ จ านวน 1 โรงเรียน ได้แก่ การจัดกิจกรรมเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) โดย โรงเรียนศรีนคร ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สุโขทัย 2 ลดควำมเหลื่อมล้ ำในกำรศึกษำ จากที่กล่าวมา ในประเด็นด้านการลดความเหลื่อมล้ าทางการศึกษาจังหวัดสุโขทัยได้สร้างกลไก การบูรณาการที่เกิดจากการมีส่วนร่วมสนับสนุนการจัดการศึกษาและคุณภาพการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างโอกาสและความเท่าเทียมทางการศึกษาขับเคลื่อนเป้าหมายการด าเนินการ ๓ ประเด็นดังต่อไปนี้ ๑) การสร้างโอกาสทางการศึกษา จากการบูรณาการทางนโยบายเพื่อก่อให้เกิดการบูรณาการ ทางงบประมาณร่วมกันในด้านการส่งเสริมสวัสดิการทางสังคมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีจากหลาย หน่วยงานราชการในพื้นที่ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบภารกิจด้านสังคมโดยตรงจากหลายหน่วยงาน อาทิ ส านักงาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด นอกจากนั้น ยัง ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยในพื้นที่ ภาคประชาสังคมและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุน การจัดการศึกษา จึงท าให้การขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก และคล่องตัว ยิ่งขึ้น ๒) การสร้างเครือข่ายอาสาสมัครทางการศึกษา โดยการประสานความร่วมมือกับอาสาสมัครพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมีเครือข่ายอาสาสมัครเข้าสนับสนุนภารกิจงานของส านักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ระดับจังหวัด อ าเภอ ต าบลและหมู่บ้าน จึงท าให้ผลจากการเข้ามามีส่วนร่วม ของอาสาสมัครเครือข่ายอาสาสมัครการศึกษาของคนในชุมชน มีผลท าให้เด็กได้รับสิทธิและสวัสดิการทางสังคม ซึ่งเป็นภารกิจของหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบเพิ่มยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดโครงข่ายคุ้มครองทางสังคม ที่เข้ามาสนับสนุนการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษาในพื้นที่ชุมชนจากการน าเครือข่ายชุมชน
10 เข้ามามีส่วนร่วมกับสถานศึกษาในพื้นที่ และการด าเนินการพัฒนาทักษะเครือข่ายของอาสาสมัครพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ให้มีทักษะด้านการจัดการเรียนรู้ให้กับเด็กปฐมวัยในพื้นที่ชุมชน เพื่อลดภาระ ของผู้ปกครองที่อยู่ในฐานะยากจนและไม่มีพื้นฐานด้านการดูแลเด็กปฐมวัยให้ได้รับการเติมเต็มการพัฒนา การเรียนรู้ให้เท่าเทียมกับผู้อื่น สิ่งส าคัญของการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครทางการศึกษาชุมชนยังมีผล ต่อการขยายพื้นที่การเรียนรู้ในชุมชนร่วมกันระหว่างเครือข่ายชุมชนกับเด็กและเยาวชนในพื้นที่เพิ่มยิ่งขึ้น จากการเข้ามามีส่วนร่วมปฏิบัติงานและสนับสนุนการท างานร่วมกันในลักษณะของเครือข่ายอาสาสมัคร การศึกษาที่มีผลต่อการขยายพื้นที่แหล่งเรียนรู้ในชุมชนไปพร้อมกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงท าให้ปัญหา ความเหลื่อมล้ าทางการศึกษาในพื้นที่ชุมชนลดลง ประเด็นส าคัญอีกด้าน ที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาระบบ นิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน ยังท าให้โอกาสและการเข้าถึงการศึกษาส าหรับเด็กและเยาวชนในพื้นที่สามารถ เข้าสู่การศึกษาตลอดชีวิตได้จากแหล่งเรียนรู้และทุนทางสังคมในพื้นที่ของชุมชน และยังสร้างโอกาส จากการได้รับสวัสดิการทางสังคมจากการประสานสอดคล้องกันระหว่างโครงข่ายคุ้มครองทางสังคมระดับชุมชน กับระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษาเพื่อให้เกิดความร่วมมือขับเคลื่อนการช่วยเหลือระหว่างชุมชน กับสถานศึกษา ให้เด็กและเยาวชนได้รับสวัสดิการสังคมและการดูแลช่วยเหลือจากเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ ผลสรุปที่เกิดขึ้นจากการประสานสอดคล้องร่วมกันดังที่กล่าวมา จึงมีผลดีต่อการช่วยเหลือเด็กที่ได้รับ ความเหลื่อมล้ าที่ได้รับผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจให้ลดลง จากการช่วยเหลือจากเครือข่ายชุมชน อย่างรอบด้าน เนื่องจากการประสานการท างานระหว่างอาสาสมัครชุมชนกับครูในพื้นที่ มีผลต่อการแจ้งขอรับ สวัสดิการสังคมไปยังหน่วยงานที่มีภารกิจด้านสวัสดิการสังคมหลายหน่วยงาน อาทิ การช่วยเหลือจากสมาชิก อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ชุมชน ท าให้ได้รับการสนับสนุนด้านคุณภาพชีวิตที่เท่าเทียมกัน จากความร่วมมือในพื้นที่ของชุมชนที่เกิดจาก “บ้าน วัด รัฐ โรงเรียน” ๓) ด้านคุณภาพการศึกษาที่เท่าเทียม เกิดจากการบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรม ทางการศึกษา ซึ่งมีสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสมัครใจเข้าร่วมเป็นสถานศึกษาต้นแบบนวัตกรรมทางการศึกษา อย่างต่อเนื่อง ท าให้ลดสภาพปัญหาของความแตกต่างของคุณภาพการศึกษาระหว่างสถานศึกษาในเขตพื้นที่ เมืองกับสถานศึกษาในเขตพื้นที่ชนบททีมีสภาพความพร้อมของการบริหารสถานศึกษาที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ สถานศึกษายังมีสถานศึกษาที่อยู่ในก ากับ ควบคุม ดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสมัครใจให้ความร่วมมือ เข้าร่วมน าเสนอแนวทางการพัฒนารูปแบบและผลการใช้รูปแบบการพัฒนานวัตกรรมจึงท าให้เกิดการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้พร้อมทั้งขยายผลไปยังสถานศึกษาอื่น ส่งผลต่อการกระจายวิธีการและรูปแบบการจัด การศึกษาที่เป็นนวัตกรรมไปยังสถานศึกษาอื่นเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จากเหตุที่กล่าวมานี้ จึงเป็นประเด็นส าคัญ ของการสร้างคุณภาพการศึกษาที่เท่าเทียมและทั่วถึงให้กับสถานศึกษาในพื้นที่ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง หน่วยงานทางการศึกษาและสถานศึกษาในพื้นที่โดยมีกลไกบูรณาการทางนโยบายให้การสนับสนุนและประสาน สอดคล้อง ซึ่งมีผลต่อการลดปัญหาความเหลื่อมล้ าทางการศึกษา และขยายผลการพัฒนานวัตกรรมให้สอดคล้อง กับบริบทสถานศึกษาที่เข้าร่วมด าเนินการอย่างต่อเนื่อง ๔) การด าเนินโครงการวิจัย “การพัฒนาต้นแบบพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยกลไกการบูรณาการ ทางนโยบาย เพื ่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาส และผู้ยากจนในพื้นที่ จังหวัดสุโขทัย” ได้ด าเนินการพัฒนาระบบการถ่ายโอนหน่วยกิตการศึกษา (Credit bank) ให้กับนักเรียนที่เข้า รับการศึกษาในหลักสูตรฐานสมรรถนะของชุมชนให้กับสถานศึกษาน าร่อง พบว่าการด าเนินการดังกล่าวมีผล ท าให้นักเรียนที่เป็นเด็กด้อยโอกาสหรือผู้ยากจนสามารถน าหน่วยกิตการศึกษาไปเทียบโอนรายวิชากับระบบ การศึกษาอื่นที่ได้รับการพัฒนาหลักสูตรจากประเด็นทุนทางสังคมหรือ เศรษฐกิจในพื้นที่ชุมชน ท าให้ลด ความสูญเปล่าทางการศึกษาที่สามารถเก็บรักษาผลการเรียนรู้ในลักษณะของหน่วยกิตการศึกษาไปขอรับ การเข้าเรียนต่อในระบบการศึกษาอื่น อาทิ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอ หรือ
11 สถาบันอาชีวศึกษาในพื้นที่ จึงท าให้มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เข้ามาสนับสนุนการลดปัญหาความเหลื่อมล้ า ด้านการศึกษาระหว่างเด็กด้อยโอกาสกับเด็กที่อยู่ในฐานะปกติทางสังคมได้ 3 กระจำยอ ำนำจและให้อิสระแก่หน่วยงำนทำงกำรศึกษำและสถำนศึกษำน ำร่องในพื้นที่นวัตกรรม กำรศึกษำเพื่อเพิ่มควำมคล่องตัวในกำรบริหำรและกำรจัดกำรศึกษำให้มีคุณภำพและประสิทธิภำพยิ่งขึ้น การกระจายอ านาจการจัดการศึกษาให้กับสถานศึกษาน าร่อง จังหวัดสุโขทัยได้ด าเนินการ โดยให้อิสระการออกแบบการเรียนรู้และการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาที่มีความสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ของสถานศึกษาและชุมชน โดยการสนับสนุนจากหน่วยงานการศึกษา หน่วยงานด้านวิชาการ เป็นผู้สนับสนุน และเอื้ออ านวยให้เกิดความคล่องตัวและสอดคล้องตามหลักวิชาการ และมีระบบการติดตามประเมินผล จากเครือข่ายศึกษานิเทศก์ที่สนับสนุนการนิเทศแบบกัลยาณมิตรและการนิเทศโดยกระบวนการวิจัย (Research Base Supervision) ซึ่งเปิดโอกาสให้ครู ผู้บริหารสถานศึกษา เครือข่ายจัดการศึกษา ตลอดจนนักวิชาการ จากทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมให้ข้อคิดเห็นและออกแบบการจัดการศึกษาภายในสถานศึกษาอย่างเป็นอิสระ ซึ่งปรากฏผลให้เห็นได้จากการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้และการเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนของเครือข่ายชุมชน ที่ท าให้เกิดนวัตกรรมเชิงระบบในสังคมระดับชุมชนที่มีความเชื่อมต่อกับกลไกบูรณาการเชิงนโยบาย ของหน่วยงานรัฐระดับจังหวัดจนสามารถพัฒนาให้เกิดเป็นระบ บนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน และการขับเคลื่อนนวัตกรรมการศึกษาต่าง ๆ ในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง 4 สร้ำงและพัฒนำกลไกในกำรจัดกำรศึกษำร่วมกันระหว่ำงภำครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภำคเอกชน และภำคประชำสังคมในพื้นที่นวัตกรรมกำรศึกษำ การด าเนินการจัดตั้งสมัชชาการศึกษาจังหวัด เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมสนับสนุนการจัดการศึกษา ที่มีองค์ประกอบส าคัญของการมีส่วนร่วมและการขับเคลื่อนการท างานเป็นคณะบุคคลระหว่างหน่วยงานรัฐ ภาควิชาการ หน่วยงานทางการศึกษา ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน จากการใช้ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้ลงนามค าสั่งแต่งตั้งให้เกิดกลไก การบูรณาการมีส่วนร่วมและสนับสนุนการศึกษาให้กับสถานศึกษาทุกระดับในพื้นที่ มีผลท าให้เกิดการประสาน สอดคล้องกันระหว่างกลไกที่เกิดจากอ านาจรัฐ กลไกการจัดการศึกษา และกลไกการสนับสนุน จากภาคประชาสังคมและผู้ประกอบการ ซึ่งมีผลปรากฏให้เห็นได้จากการท างานเชิงพื้นที่หลายด้าน อาทิ การสร้างหลักสูตรฐานสมรรถนะชุมชนที่มีส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โดยใช้การศึกษา เป็นเครื่องมือ ในการพัฒนาและยกระดับทักษะ ความรู้และเจตคติของคนในชุมชนที่ได้รับการสนับสนุน จากทุกภาคส่วน การสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน ตลอดจนการสร้างโครงข่ายคุ้มครองทางสังคม ที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาหรือการขับเคลื่อนโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ของจังหวัด 5.แนวทำงกำรประสำนควำมร่วมมือระหว่ำงภำครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภำคเอกชนและ ภำคประชำสังคมที่เกี่ยวข้อง แนวทางการประสานความร่วมมือ เพื่อสนับสนุนการศึกษาและขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ จังหวัดสุโขทัยได้ด าเนินการตามแนวทางดังต่อไปนี้ ๑) ระดับนโยบำยจังหวัด ๑.1) ด าเนินการขับเคลื่อนการบริหารการศึกษา และการจัดการศึกษา ผ่านการประชุม เพื่อเสนอขอ ความเห็นชอบกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เพื่อให้เกิดฉันทามติและความร่วมมือกับหน่วยงานทางการ ศึกษาที่มีผลต่อการบริหารการศึกษาและการจัดการศึกษาที่เป็นไปอย่างมีความสอดคล้อง และ มีประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ
12 1.2) ด าเนินการขับเคลื่อนการสนับสนุนการศึกษาผ่านการประชุมเพื่อเสนอขอความเห็นชอบ จากสมัชชาการศึกษาจังหวัด เพื่อเปิดโอกาสและสร้างการมีส่วนร่วมสนับสนุนการจัดการศึกษาโดยสามารถ ให้การสนับสนุนให้กับสถานศึกษาทั้งภาควิชาการ สื่อและเทคโนโลยีด้านการจัดการศึกษา ตามความต้องการ จ าเป็นของสถานศึกษาในพื้นที่ 1.3) การประสานและสนับสนุนด าเนินการน าเข้าวาระการประชุม เพื่อขอรับการสนับสนุน จากหน่วยงานรัฐในพื้นที่ในคราวการประชุมขับเคลื่อนงานด้านสวัสดิการสังคมหรือด้านสาธารณสุขให้กับเด็ก และเยาวชนที่อยู่ในสถานศึกษาที่ได้ด าเนินการขับเคลื่อนผ่านคณะกรรมการระดับจังหวัด อาทิ การประชุม กองทุนคุ้มครองเด็ก การประชุมร่วมกับสภาเด็กและเยาวชน การประชุมคณะกรรมการคุ้มครองยาเสพติด เป็นต้น 2) ระดับปฏิบัติกำร ๒.๑) ด าเนินการประสานผ่านกระบวนการนิเทศการศึกษาแบบมีส่วนร่วมและการประสานติดตาม นโยบาย เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาร่วมกับหน่วยงานทางการศึกษา โดยมีกลไกการขับเคลื่อนนโยบาย ผ่านคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดและแผนพัฒนาการศึกษาของจังหวัด ๒.๒) ด าเนินการประสานผ่านโครงการ/แผนงาน ด้านการพัฒนาการศึกษาที่ก าหนดกิจกรรม ด้านการมีส่วนร่วมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาหลายด้าน อาทิ การพัฒนาเด็กปฐมวัย การพัฒนาหลักสูตร การพัฒนากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและกิจการนักเรียน จากการขับเคลื่อนการบูรณาการในภาพร่วมของจังหวัด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเป็นอย่างดี ในการขับเคลื่อนการประสานสอดคล้องและบูรณาการพัฒนาการศึกษาร่วมกัน 2.๓) ด าเนินการประสานผ่านการวิจัยและพัฒนา เพื่อคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา ซึ่งได้รับการสนับสนุนงานวิชาการจากมหาวิทยาลัยและงบประมาณจากกองทุนหลายหน่วยงาน อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฎก าแพงเพชร มหาวิทยาลัยนเรศวร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุน คุ้มครองเด็ก 6.ผลกำรรับฟังควำมคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง และกำรวิเครำะห์ควำมพร้อมในกำรจัดตั้งพื้นที่ นวัตกรรมกำรศึกษำอย่ำงรอบด้ำน การรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัยได้ด าเนินการน าเข้าหารือ ประเด็นการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษาผ่านคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการพัฒนา การศึกษาและคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ตลอดจนสมัชชาการศึกษาจังหวัด โดยน าเสนอข้อมูลในลักษณะ ของการวิจัยและพัฒนาจากการด าเนินการโครงการวิจัย “การพัฒนาต้นแบบพื้นที ่นวัตกรรมการศึกษา โดยกลไกการบูรณาการทางนโยบาย เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาส และผู้ยากจนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย” และรายงานให้ทราบเป็นประจ าทุกระยะ จึงท าให้การด าเนินการ วิเคราะห์ความพร้อมในการจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเป็นไปอย่างรอบด้าน ซึ่งมีผลสรุปการวิเคราะห์ข้อมูล ที่ท าให้พบว่า จังหวัดสุโขทัยมีความพร้อมส าหรับการพัฒนาเป็นพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษาจากการด าเนินการ ขับเคลื่อนการบูรณาการพัฒนาการศึกษาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในพื้นที่ 7.รำยชื่อหน่วยงำน องค์กร หรือคณะบุคคลที่มีควำมเข้ำใจในเป้ำหมำยและหลักกำรส ำคัญ ของกำรเป็นพื้นที่นวัตกรรมกำรศึกษำ ที่ท ำหน้ำที่ให้ค ำปรึกษำ ชี้แนะและเป็นพี่เลี้ยงด้ำนวิชำกำรและ กำรขับเคลื่อน รวมทั้งสำมำรถประสำนควำมร่วมมือและท ำงำนร่วมกับหน่วยงำนทำงกำรศึกษำในจังหวัดได้ จากการด าเนินการโครงการวิจัย “การพัฒนาต้นแบบพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยกลไกการบูรณา การทางนโยบาย เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่ จังหวัดสุโขทัย” จังหวัดสุโขทัยได้ประสานการด าเนินการกับบุคคล คณะบุคคลและองค์กรที่มีความเข้าใจ ในเป้าหมายและหลักการของการเป็นพื้นที ่นวัตกรรมการศึกษา โดยเป็นผู้เข้ามามีส ่วนร ่วมและให้
13 ค าแนะน าส าหรับงานวิจัยแลพัฒนาดังที ่กล ่าวมาข้างต้น จึงท าให้จังหวัดส ุโขทัยมีภาคีเครือข ่าย ของผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาส าหรับชี้แนะและเป็นพี่เลี้ยงด้านวิชาการส าหรับขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษาได้เป็นอย่างดี ดังต่อไปนี้ รำยชื่อ หน่วยงำน 1. รศ.ดร. ภาณุวัฒน์ ภักดีวงศ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 2. รศ.ดร. สุนี บุญพิทักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฎก าแพงเพชร 3. ผศ.ดร. ทักษ์ อุดมรัตน์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ๔. ผศ.ดร.เอื้อมพร หลินเจริญ มหาวิทยาลัยนเรศวร ๕. ดร.ณัชชารีย์ โรจน์บุณยฤทธิ์ ส านักงาน กศน. ๖. ดร.สิกิดญารัตน์ โสธรพิทักษ์กุล นักวิจัยอิสระ ๗. ดร.ศรีโสภา มีเจริญ นักวิจัยอิสระ ๘. ดร.ปรีชา ตั้งสุขขีย์ศิริ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุโขทัย 9. ผศ.ชูวิทย์ กมุทธภิไชย มหาวิทยาลัยราชภัฎก าแพงเพชร ๑๐. ดร.เฉลิมชัย พันธ์เลิศ ผู้อ านวยการสถาบันสังคมศึกษา สพฐ. 11. ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ์ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) 8. แผนพัฒนำพื้นที่นวัตกรรมกำรศึกษำ ระยะ 3 ปี ที่แสดงให้เห็นถึงกลไกกำรขับเคลื่อน ในกำรยกระดับผลสัมฤทธิ์ทำงกำรศึกษำอย่ำงต่อเนื่อง อย่ำงน้อยต้องมีเป้ำหมำยกำรด ำเนินงำนที่ชัดเจน และวัดผลได้ จังหวัดสุโขทัยได้ด าเนินการพัฒนาการศึกษาบนหลักการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for all) เพื่อสร้างระบบการนิเวศเรียนรู้บนฐานชุมชนที่ส่งผลต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยน าหลักของ การพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDG) เป็นกรอบแนวทางการด าเนินการสร้างหลักประกันทางการศึกษา เพื่อให้ทุกคน มีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม รวมถึงการสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Ensure inclusive and equitable quality education and promote lifelong learning opportunities for all) โดยการบูรณาการการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนเข้ามาสนับสนุนการศึกษา จากการจัดท าแผนพัฒนา การศึกษาส าหรับสร้างพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา ๓ ปี เพื่อก าหนดทิศทางการประสานสอดคล้องร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานรัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน นักวิชาการ ร่วมสนับสนุนการพัฒนาทุกมิติด้านการศึกษา ของจังหวัด โดยมีหลักการด าเนินการดังต่อไปนี้ 1. เป้าหมาย จังหวัดสุโขทัยเป็นพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา เพื่อสร้างระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม 2. กลไก จังหวัดสุโขทัยด าเนินการจัดท าแผนพัฒนาการศึกษาเพื่อเป็นเครื่องมือก าหนดทิศทาง การบูรณาการจัดการศึกษาและพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษาโดยมีกลไกการบูรณาการการท างาน ดังต่อไปนี้
14 แผนภำพแสดงกลไกกำรบูรณำกำรนโยบำยทำงกำรศึกษำ โดยใช้แผนพัฒนำพื้นที่นวัตกรรมทำงกำรศึกษำ ๓. วิธีการ ๑) จัดท าการวิเคราะห์นโยบายการศึกษา เพื่อก าหนดทิศทางการบูรณาการโดยการมีส่วนร่วม ของหน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่ ให้ความเห็นและจัดท าแผนพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา และน าเสนอต่อคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดให้ความเห็นชอบและก าหนดเป็นนโยบายการศึกษาของจังหวัด ๒) วิเคราะห์สภาพปัญหา และความต้องการส าหรับพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา เพื่อให้ สอดคล้องกับการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ของสถานศึกษาในการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา เพื่อยกผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของผู้เรียนทุกระดับ ๓) ประสานการสนับสนุนจากสมัชชาการศึกษาจังหวัด เพื่อสนับสนุนงานด้านวิชาการ งบประมาณ และทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่ เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการจัดการศึกษา ๔) ติดตามประเมินผลนโยบายการจัดการศึกษา และสร้างข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อปรับปรุง ทิศทางการจัดการศึกษาและแผนพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 4. ตัวชี้วัดแผนพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ๓ ปี ๑) ร้อยละของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ทันสมัย และสอดคล้องกับ ทักษะที่จ าเป็นในศตวรรษ ที่ 21 และเหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละช่วงวัย ๒) ร้อยละของหลักสูตรฐานสมรรถนะที่สอดคล้องกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และการจัดท าแผน การด าเนินงาน เพื่อผลักดันให้มีการเชื่อมโยงระหว่างวุฒิการศึกษาและมาตรฐานอาชีพ ๓) ร้อยละการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นพหุปัญญาของผู้เรียนตามศักยภาพ และสร้างทักษะพื้นฐาน ที่เชื่อมโยงสู่การสร้างอาชีพและมีงานท า ๔) ร้อยละการส่งเสริมการออกแบบการเรียนรู้เพื่อฝึกทักษะการคิดแบบมีเหตุผลเป็นขั้นตอน และ เพิ่มระดับด้วยการเรียนการสอนวิชาภาษาคอมพิวเตอร์(Coding) อย่างต่อเนื่อง ๕) ส่งเสริมการพัฒนาระบบประเมินผลการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับผลลัพธ์มาตรฐานการศึกษา ของชาติ นโยบำยกำรศึกษำ สมัชชำกำรศึกษำ แผนพัฒนำกำรศึกษำ คณะกรรมกำรศึกษำธิกำรจังหวัด การมีส่วนร่วมสนับสนุน การบูรณาการระดับจังหวัด หน่วยงำนทำงกำรศึกษำ เครือข่ำยชุมชนความต้องการชุมชน ชุมชน โอกำส ทำงกำรศึกษำ คุณภำพ กำรศึกษำ กำรพัฒนำวัตกรรม กำรศึกษำ กำรพัฒนำครูและ บุคลำกร ทำงกำรศึกษำ ผลสัมฤทธิ์ ทำงกำรศึกษำ การติดตามนโยบาย
15 สภำพปัญหำ ควำมต้องกำรจ ำเป็น และข้อเสนอเชิงนโยบำยเพื่อพัฒนำนวัตกรรมกำรศึกษำ ของสถำนศึกษำน ำร่องจังหวัดสุโขทัย ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย ด าเนินการลงพื้นที่เก็บข้อมูลสภาพปัญหา ความต้องการจ าเป็น และข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อพัฒนานวัตกรรมการศึกษาของสถานศึกษาน าร่องจังหวัดสุโขทัย ทั้ง ๒๕ แห่ง ระหว่างวันที่ 13 - 17 กรกฎาคม 2566 โดยใช้แบบเก็บข้อมูลจัดท าข้อเสนอเชิงนโยบายการขับเคลื่อน การส่งเสริม สนับสนุน ตามผลสรุปความต้องการจ าเป็นในการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาให้กับสถานศึกษา น าร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสุโขทัย เพื่อเสนอต่อคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรม การศึกษาจังหวัดสุโขทัย ทั้ง 3 คณะ ซึ่งการเก็บข้อมูลครั้งนี้ใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดท าแนวทาง การขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาให้กับสถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสุโขทัย โดยแบ่งเนื้อหาและประเด็นการเก็บข้อมูลออกเป็น 3 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐาน ตอนที่ 2 แบบสอบถามสภาพปัญหาและความต้องการ ตอนที่ 3 ข้อค้นพบอื่น ๆ และข้อเสนอเชิงนโยบาย ผลกำรศึกษำ วิเครำะห์สภำพปัญหำและควำมต้องกำร ข้อค้นพบอื่น ๆ และข้อเสนอเชิงนโยบำย ผลการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลสภาพปัญหาและความต้องการ ข้อค้นพบอื่น ๆ และข้อเสนอ เชิงนโยบายดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐำน ตำรำงที่ 1 แสดงรายชื่อสถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสุโขทัย สังกัด และที่ตั้ง รวม 25 แห่ง มีดังนี้ ที่ ชื่อสถำนศึกษำน ำร่อง สังกัด ที่ตั้ง 1 โรงเรียนลิไทพิทยาคม สพม.สุโขทัย ม.3 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย 2 โรงเรียนศรีนคร สพม.สุโขทัย 414 ม.3 ต.ศรีนคร อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย 3 โรงเรียนทุ่งเสลี่ยมชนูปถัมภ์ สพม.สุโขทัย 219 ม.1 ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย 4 โรงเรียนบ้านสวนวิทยาคม สพม.สุโขทัย 85 ม.2 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.สุโขทัย 5 โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม สพม.สุโขทัย 2/3 ม.5 ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.สุโขทัย 6 โรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม สพม.สุโขทัย 102 ม.7 ต.บ้านไร่ อ.ศรีส าโรง จ.สุโขทัย 7 โรงเรียนวัดคูหาสุวรรณ (วันครู 2504) สพป.สท.1 ม.11 ชุมชนคูหาสุวรรณ ต.ธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย 8 โรงเรียนบ้านตลิ่งชัน สพป.สท.1 90 ม.8 ต.ตลิ่งชัน อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย 9 โรงเรียนบ้านลานกระบือ สพป.สท.1 511 ม.4 ต.ตลิ่งชัน อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย 10 โรงเรียนวัดคุ้งยาง สพป.สท.1 ม.4 ต.ไกรนอก อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย 11 โรงเรียนบ้านสามพวง (สามัคคีวิทยา) สพป.สท.1 21 ม.4 ต.สามพวง อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย 12 โรงเรียนบ้านวังน้ าขาว สพป.สท.1 121 ม.2 ต.วังน้ าขาว อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย 13 โรงเรียนบ้านวังขวัญ สพป.สท.1 ม.14 ต.ไกรใน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย 14 โรงเรียนบ้านเมืองเก่า "ศรีอินทราทิตย์" สพป.สท.1 ม.3 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย
16 ที่ ชื่อสถำนศึกษำน ำร่อง สังกัด ที่ตั้ง 15 โรงเรียนเชิงคีรี (สุวิชานวรวุฒิ) สพป.สท.1 130 ม.3 ต.ลานหอย อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย 16 โรงเรียนศรีมหาโพธิ์ (ประชาสรรค์) สพป.สท.1 ม.1 ต.บ้านหลุม อ.เมือง จ.สุโขทัย 17 โรงเรียนอนุบาลกงไกรลาศ (บ้านกร่าง 2465) สพป.สท.1 ม.2 ต.บ้านกร่าง อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย 18 โรงเรียนบ้านขอนซุง สพป.สท.2 ม.4 ต.เมืองบางขลัง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย 19 โรงเรียนบ้านสันติสุข สพป.สท.2 10/2 ม.2 ต.นาขุนไกร อ.ศรีส าโรง จ.สุโขทัย 20 โรงเรียนบ้านหนองแหน (อ าเภอศรีนคร) สพป.สท.2 173 ม.7 ต.นครเดิฐ อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย 21 โรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศวิทยาคาร) สพป.สท.2 317 ม.2 ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย 22 โรงเรียนอนุบาลสวรรคโลก (คุ้งวารีวิทยา) สพป.สท.2 199 ม.2 ต.ย่านยาว อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย 23 โรงเรียนอนุบาลศรีส าโรง สพป.สท.2 106 ม.2 ต.สามเรือน อ.ศรีส าโรง จ.สุโขทัย 24 โรงเรียนบ้านท่าโพธิ์ สพป.สท.2 ม.3 ต.แม่ส า อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย 25 โรงเรียนอนุบาลศรีสัชนาลัย (บ้านหาดสูง) สพป.สท.2 444 ม.3 ต.หาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย สถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสุโขทัย รวมทั้งสิ้น 25 แห่ง เมื่อแยกตามสังกัด (1) สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย จ านวน 6 แห่ง (2) สังกัดส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 จ านวน 11 แห่ง และ (3) สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 จ านวน 8 แห่ง ตำรำงที่ 2 แสดงช่องทางการติดต่อสถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสุโขทัย จ านวน 25 แห่ง มีรายละเอียดดังนี้ ที่ ชื่อสถำนศึกษำน ำร่อง โทรศัพท์/ โทรสำร เว็บไซต์ อีเมล 1 โรงเรียนลิไทพิทยาคม 055697219 www.lt.ac.th [email protected] 2 โรงเรียนศรีนคร 055652988 www.snk.ac.th [email protected] 3 โรงเรียนทุ่งเสลี่ยมชนูปถัมภ์ 055659217 www.tsl.ac.th academic.tsl. [email protected] 4 โรงเรียนบ้านสวนวิทยาคม 055699403 bswst.ac.th/mainpage - 5 โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม 055611786 www.suw.ac.th [email protected] 6 โรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม 055685011 www.banraipit.ac.th [email protected] 7 โรงเรียนวัดคูหาสุวรรณ (วันครู 2504) 055611675 www.watkhuhasuwan. ac.th Khuhasuwan2504 @gmail.com 8 โรงเรียนบ้านตลิ่งชัน - - Bantalingchanschool [email protected] 9 โรงเรียนบ้านลานกระบือ 0817278891 www.lankrabue.ac.th [email protected]
17 10 โรงเรียนวัดคุ้งยาง 0635539264 - watkungyang1school @gmail.com 11 โรงเรียนบ้านสามพวง (สามัคคีวิทยา) 055945641 data.boppobec.info/web/home.php?school schoolsampaung @gmail.com 12 โรงเรียนบ้านวังน้ าขาว - - - 13 โรงเรียนบ้านวังขวัญ - - - 14 โรงเรียนบ้านเมืองเก่า "ศรีอินทราทิตย์" 055697369 - [email protected] 15 โรงเรียนเชิงคีรี (สุวิชานวรวุฒิ) - - - 16 โรงเรียนศรีมหาโพธิ์ (ประชาสรรค์) 055944845 Facebook.com/ Profile.phpMid= 100063648627281 [email protected] 17 โรงเรียนอนุบาล กงไกรลาศ (บ้านกร่าง 2465) 055691254 - - 18 โรงเรียนบ้านขอนซุง - - - 19 โรงเรียนบ้านสันติสุข 0889068794 - santisukschool555@ gmail.com 20 โรงเรียนบ้านหนองแหน (อ าเภอศรีนคร) - Facebook.com/ bannongnaeschool [email protected] 21 โรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศวิทยาคาร) 055659197 site.google.com/ pracharth.ac.th [email protected] 22 โรงเรียนอนุบาล สวรรคโลก(คุ้งวารีวิทยา) 0918380808 site.google.com/ pracharth.ac.th/ 1064620330 [email protected] 23 โรงเรียนอนุบาลศรีส าโรง 055681531 absth.com [email protected] 24 โรงเรียนบ้านท่าโพธิ์ - site.google.com/ pracharth.ac.th/ 1064620226 1064620226 @pracharth.ac.th 25 โรงเรียนอนุบาล ศรีสัชนาลัย (บ้านหาดสูง) 055673126 data.bopp-obec.info anubansisat2565 @gmail.com
18 ตำรำงที่ 3 แสดงข้อมูลและจ านวนผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนในสถานศึกษา น าร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสุโขทัย จ านวน 25 แห่ง มีรายละเอียดดังนี้ ที่ ชื่อสถำนศึกษำน ำร่อง ชื่อผู้บริหำรสถำนศึกษำ จ ำนวนผู้บริหำร สถำนศึกษำ ครู และบุคลำกร ทำงกำรศึกษำ (คน) จ ำนวน นักเรียน (คน) 1 โรงเรียนลิไทพิทยาคม นายเกียรติศักดิ์ วจีศิริ 23 321 2 โรงเรียนศรีนคร นายอนุชิต กมล 40 759 3 โรงเรียนทุ่งเสลี่ยมชนูปถัมภ์ นายไพบูลย์ พวงเงิน 99 1,728 4 โรงเรียนบ้านสวนวิทยาคม นายสังวาลย์ พลอยด า 21 244 5 โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม นายมนตรี คงเจริญ 166 2,576 6 โรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม นายสรายุทธ เกษรพรม 28 497 7 โรงเรียนวัดคูหาสุวรรณ (วันครู 2504) นายสุภัค พวงขจร 51 696 8 โรงเรียนบ้านตลิ่งชัน นายทองทศ ศรีนรา 26 343 9 โรงเรียนบ้านลานกระบือ นายธนวัฒน์ พุดจาด 29 437 10 โรงเรียนวัดคุ้งยาง นายอลงกรณ์ หงษ์ผ้วย 19 121 11 โรงเรียนบ้านสามพวง (สามัคคีวิทยา) นายอภิรักษ์ สาบุ่ง 18 157 12 โรงเรียนบ้านวังน้ าขาว นายศิวากร แก้วมี 17 169 13 โรงเรียนบ้านวังขวัญ นายบรรดิษฐ์ ม่วงอ่อง 13 128 14 โรงเรียนบ้านเมืองเก่า "ศรีอินทราทิตย์" นางอุไรวรรณ โพธิ์นาค 43 532 15 โรงเรียนเชิงคีรี (สุวิชานวรวุฒิ) นางสาวภิญญาภัทร์ รอดสิน 12 128 16 โรงเรียนศรีมหาโพธิ์ (ประชาสรรค์) นางสาวฆัสรา ส าคัญ 21 233 17 โรงเรียนอนุบาลกงไกรลาศ (บ้านกร่าง 2465) นายสุบิน สีขาว 10 69 18 โรงเรียนบ้านขอนซุง นางสาวจิดาภา ศุภชญานันท์ 16 134 19 โรงเรียนบ้านสันติสุข นายเอกพันธ์ สารีบุตร 14 128 20 โรงเรียนบ้านหนองแหน (อ าเภอศรีนคร) นางศุภมาลี มากมี 21 251 21 โรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศวิทยาคาร) นางทองเพียร อ่องบางน้อย 41 731 22 โรงเรียนอนุบาลสวรรคโลก (คุ้งวารีวิทยา) นายสุวิทยา พรมอ่อน 19 166 23 โรงเรียนอนุบาลศรีส าโรง นางอ าไพ นงค์เยาว์ 50 948 24 โรงเรียนบ้านท่าโพธิ์ นายส าราญ จงอยู่เย็น 20 127 25 โรงเรียนอนุบาลศรีสัชนาลัย (บ้านหาดสูง) นายสันติภาพ อุดมมงคล 33 802
19 ตำรำงที่ 4 แสดงขนาดโรงเรียน และเปิดสอนระดับชั้น ในสถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จังหวัดสุโขทัย จ านวน 25 แห่ง มีรายละเอียดดังนี้ ที่ ชื่อสถำนศึกษำน ำร่อง ขนำด โรงเรียน เปิดสอนระดับชั้น ปฐมวัย ประถมศึกษำ มัธยมศึกษำ ตอนต้น มัธยมศึกษำ ตอนปลำย 1 โรงเรียนลิไทพิทยาคม กลาง - - / / 2 โรงเรียนศรีนคร กลาง - - / / 3 โรงเรียนทุ่งเสลี่ยมชนูปถัมภ์ ใหญ่ - - / / 4 โรงเรียนบ้านสวนวิทยาคม เล็ก - - / / 5 โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม ใหญ่พิเศษ - - / / 6 โรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม กลาง - - / / 7 โรงเรียนวัดคูหาสุวรรณ (วันครู 2504) กลาง / / - - 8 โรงเรียนบ้านตลิ่งชัน กลาง / / / - 9 โรงเรียนบ้านลานกระบือ กลาง / / / - 10 โรงเรียนวัดคุ้งยาง กลาง / / - - 11 โรงเรียนบ้านสามพวง (สามัคคีวิทยา) เล็ก / / / - 12 โรงเรียนบ้านวังน้ าขาว เล็ก / / / - 13 โรงเรียนบ้านวังขวัญ เล็ก / / - - 14 โรงเรียนบ้านเมืองเก่า "ศรีอินทราทิตย์" กลาง / / / - 15 โรงเรียนเชิงคีรี (สุวิชานวรวุฒิ) กลาง / / - - 16 โรงเรียนศรีมหาโพธิ์ (ประชาสรรค์) เล็ก / / / - 17 โรงเรียนอนุบาลกงไกรลาศ (บ้านกร่าง 2465) เล็ก / / - - 18 โรงเรียนบ้านขอนซุง เล็ก / / - - 19 โรงเรียนบ้านสันติสุข เล็ก / / - - 20 โรงเรียนบ้านหนองแหน (อ าเภอศรีนคร) เล็ก / / / - 21 โรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศวิทยาคาร) กลาง / / - - 22 โรงเรียนอนุบาลสวรรคโลก (คุ้งวารีวิทยา) เล็ก / / / - 23 โรงเรียนอนุบาลศรีส าโรง กลาง / / - - 24 โรงเรียนบ้านท่าโพธิ์ เล็ก / / / - 25 โรงเรียนอนุบาลศรีสัชนาลัย (บ้านหาดสูง) กลาง / / - -
20 ตอนที่ 2 สภำพปัญหำและควำมต้องกำรจ ำเป็นเพื่อแก้ปัญหำของสถำนศึกษำน ำร่องพื้นที่นวัตกรรม กำรศึกษำจังหวัดสุโขทัย สภำพปัญหำของสถำนศึกษำน ำร่อง ผลการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลสภาพปัญหาและความต้องการจ าเป็นของสถานศึกษาน าร่องพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสุโขทัย จ านวน 25 แห่ง สรุปได้ดังนี้ 1. กำรบริหำรงำนบุคคล 1.1 ขาดแคลนบุคลากรด้านการสอนและบุคลากรสายสนับสนุนที่เพียงพอ เนื่องจาก หลักเกณฑ์การปฏิบัติด้านการจัดสรรอัตราก าลังทดแทนการเกษียณอายุราชการก าหนดอัตราจากนักเรียนที่มีอยู่ หากสถานศึกษาที่มีจ านวนนักเรียนไม่ถึงเกณฑ์ที่ก าหนดจะไม่ได้รับจัดสรรอัตราก าลัง มีการโยกย้ายผู้บริหาร สถานศึกษาและครูไม่สอดคล้องกับการแต่งตั้งให้เข้ารับต าแหน่งแทนต าแหน่งที่ว่างลงไม่เป็นปัจจุบันท าให้เกิด สูญญากาศทางการศึกษา จ านวน 18 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 72 1.2 ปัญหาภาระงานนอกเหนือการสอนที่มีจ านวนมากท่ามกลางความขาดแคลนบุคลากร ที่เพียงพอท าให้ขาดขวัญและก าลังใจและกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเอง ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของงาน ด้านการศึกษาที่ยังไม่ได้คุณภาพตามที่ก าหนด จ านวน 18 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 72 1.3 บุคลากรครูที่มีอยู่ในสถานศึกษาที่เป็นกลุ่มเป้าหมายการอบรมพัฒนามีโควตาจ านวน จ ากัด การส่งเสริมและสนับสนุนพัฒนาศักยภาพบุคลากรครูด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ด้านการจัดการเรียนรู้ ฯลฯ ไม่ต่อเนื่อง ท าให้ครูขาดความรู้ด้านการจัดซื้อจัดจ้าง และครูไม่ได้รับการส่งเสริม ให้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น จ านวน 9 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 36 ควำมต้องกำรจ ำเป็นเพื่อแก้ปัญหำ สรุปผลการเก็บข้อมูลความต้องการจ าเป็นของสถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัด สุโขทัย จ านวน 25 แห่ง สรุปดังนี้ 1.จัดสรรอัตราก าลังทางด้านบุคลากรสายสนับสนุน ที่มีทักษะความช านาญเฉพาะด้าน อาทิ จัดสรร บุคลากรที่มีความรู้ ความช านาญด้านการจัดซื้อจัดจ้าง จัดหาวัสดุ ตามระเบียบราชการ ธุรการ นักการภารโรง ครูพี่เลี้ยงเด็กนักเรียนพิเศษ ช่างไฟฟ้า เจ้าหน้าที่ดูแลด้านคอมพิวเตอร์และระบบอินเตอร์เน็ต ฯลฯ ให้แก่สถานศึกษาน าร่องและสอดคล้องตามความต้องการของสถานศึกษาอย่างแท้จริง มาปฏิบัติภาระงาน นอกเหนือจากการสอนของครู ให้เพียงพอ ลดภาระงานนอกเหนือการสอนที่มีจ านวนมากของครูผู้สอน 2. จัดสรรอัตราก าลังครูผู้สอนให้ครบ และตรงตามสาขาวิชาเอก และจัดสรรอัตราก าลังคืน ให้สถานศึกษากรณีที่ครูเกษียณอายุราชการ ย้าย ตาย ฯลฯ ให้ทันการณ์กับการเปิดภาคเรียนที่ 2 ของปี การศึกษานั้น ๆ เพื่อวางแผนการสอน การก าหนดวิชาสอนให้กับครูทุกท่านได้อย่างถูกต้องเหมาะสมทุกคน จัดสรรงบประมาณในการจัดจ้างครูให้ตรงกับความจ าเป็นและความสามารถเฉพาะด้าน โดยเฉพาะการจัดจ้างครู ชาวต่างชาติ 3. การปรับหลักเกณฑ์อัตราก าลังครูให้เหมาะสมส าหรับสถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรม ปรับเปลี่ยนการคิดค านวณอัตราก าลังครูผู้สอน (ใหม่) ต่อจ านวนนักเรียนต่อห้อง เพื่อทดแทนอัตราเดิมให้คงอยู่ โดยให้ความเป็นอิสระในความเป็นนิติบุคคลในการบริหารงานบุคคลอย่างแท้จริง อาทิ ให้อิสระสถานศึกษา น าร่องด าเนินการสรรหาอัตราทดแทนต าแหน่งที่ว่างในการคืนอัตราก าลังได้ตามเกณฑ์ที่เหมาะสมสอดคล้อง ตามบริบท (ไม่ควรลดลงกว่าเกณฑ์เดิม) เมื่อเทียบอัตรากับจ านวนชั้นเรียนและจ านวนนักเรียน ปรับปรุง การก าหนดต าแหน่งบุคลากรต าแหน่งครูอัตราจ้างที่มีอยู่ให้มีความมั่นคงทางอาชีพครู
21 4. เสริมสร้างประสิทธิภาพในการท างานของครู และบุคลากรสายสนับสนุน อาทิ ส่งเสริมการเข้ารับ ฝึกปฏิบัติการ การอบรม ศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาวิชาชีพ จัดกิจกรรมที่เพิ่มอุดมการณ์ความเป็นครูเพื่อศักยภาพ ในการท างานของครู อบรมพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และการใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ ฯลฯ 5. เพิ่มการสร้างขวัญและก าลังใจในการปฏิบัติงานเนื่องจากเป็นโรงเรียนขนาดเล็กเม็ดเงิน ในการพิจารณาเงินเดือนน้อย ปรับฐานเงินเดือนให้ข้าราชการครู 6. จัดสรรงบประมาณในการสนับสนุนพัฒนาด้านการบริหารงานบุคคล และพัฒนาองค์ความรู้ ในการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา มีบุคลากรสายสนับสนุนเฉพาะทางมาช่วยในการพัฒนานวัตกรรม การศึกษาของสถานศึกษาน าร่อง มีการส่งเสริมให้ครูได้รับการพัฒนาตนเองอย่างสม่ าเสมอและต่อเนื่อง 7. ก าหนดนโยบายจากหน่วยเหนือลดน้อยลง ลดภาระงานครู ลดกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอน เช่น การประเมินต่าง ๆ บรรจุ โยกย้าย และสรรหาอัตราทดแทนทันทีเพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างหรือสูญญากาศ ทางการศึกษา ลดความซ้ าซ้อนทางด้านข้อมูล โดยประสานงาน บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน การศึกษา สพป. หรือ สพม. กับ ศธจ. 8. กระจายอ านาจในการบริหารงานภายในสถานศึกษา อาทิ หัวหน้าฝ่ายไม่ควรควบงานสองต าแหน่ง เพราะท าให้การบริหารล้าช้า ขาดประสิทธิภาพ ควรเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งในการเป็นหัวหน้าฝ่าย หรือหัวหน้า ระดับเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง 2. กำรบริหำรงบประมำณ 2.1 การจัดสรรงบประมาณมีจ านวนจ ากัดไม่เพียงพอต่อการพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษา พร้อมทั้งการลดลงของอัตราการเข้าเรียนต่อท าให้มีผลต่องบประมาณที่เพียงพอกับการพัฒนาการศึกษา ของสถานศึกษา ความล่าช้าในการจัดสรรงบประมาณ ท าให้กิจกรรมไม่เป็นไปตามก าหนดเวลาตามแผนงาน จ านวน 19 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 76 2.2 การจัดซื้อจัดจ้างวัสดุ อุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก และได้รับการจัดสรร งบประมาณไม่เพียงพอ ตลอดจนขาดความรู้ ความช านาญด้านการจัดซื้อ จัดหาวัสดุตามระเบียบราชการ การซื้อ คอมพิวเตอร์ต้องขออนุญาตและใช้สเปคจากส่วนกลาง (ICT) ซึ่งท าให้เกิดความล่าช้า ไม่ทันต่อการใช้งาน และสเปคของส่วนกลางราคาแพงกว่าการด าเนินการซื้อกับหน่วยงานเอกชนท าให้โรงเรียนต้องซื้อในราคาแพง แต่ได้ของคุณภาพต่ ากว่าตลาดทั่วไป จึงท าให้สถานศึกษาด าเนินการจัดหาสื่อและอุปกรณ์เทคโนโลยี ได้ไม่สอดคล้องกับความต้องการของสถานศึกษาจ านวน 18 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 72 2.3 ด้านอาคารสถานที่ขาดการดูแล ขาดการซ่อมแซมทะนุบ ารุงรักษาให้มีสภาพพร้อมใช้งาน สภาพไม่พร้อมใช้งานที่สะดวก สะอาด และไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน งบประมาณที่พัฒนา ด้านเทคโนโลยี กล่าวคือ ห้องคอมพิวเตอร์ระบบอินเทอร์เน็ตให้มีความเสถียร ใช้งานได้อย่างคล่องตัว งบประมาณในการซ่อมแซมวัสดุอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพราะเมื่อคอมมีปัญหา จะใช้เงินที่ค่อนข้างสูง ในการซ่อมแซม คอมพิวเตอร์ที่ช ารุด และยังไม่ได้รับการดูแลซ่อมให้ใช้งานได้ คอมพิวเตอร์ไม่เพียงพอ ต่อการใช้งานของนักเรียน จ านวน 5 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 20 ควำมต้องกำรจ ำเป็นเพื่อแก้ปัญหำ สรุปผลการเก็บข้อมูลความต้องการจ าเป็นของสถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัด สุโขทัย จ านวน 25 แห่ง สรุปดังนี้ 1. สนับสนุนจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอต่อการพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษาน าร่อง โดยจัดสรร งบประมาณตามความต้องการจ าเป็นตามบริบทสถานศึกษา
22 1.1 งบประมาณสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ให้เพียงพอต่อการพัฒนา การจัดการการศึกษาให้กับผู้เรียนและการพัฒนาระบบงานของโรงเรียน 1.2 งบประมาณด้านการจัดการเรียนการสอนให้เท่าเทียมกับโรงเรียนในกลุ่มโรงเรียนคุณภาพ พิเศษ 1.3 งบประมาณสนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย 1.4 งบประมาณสนับสนุนการจัดสรรบุคลากรเฉพาะด้าน (การเงิน จัดซื้อจัดจ้าง พัสดุ) 1.5 งบประมาณสาธารณูปโภค (ไฟฟ้า น้ าประปา ฯลฯ) จัดสรรให้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันเกณฑ์ การค านวณอัตราค่าใช้จ่ายสูงขึ้น 1.6 งบประมาณสนับสนุนการดูแลปรับปรุง อาคารสถานที่ต่าง ๆ เช่น สนามเด็กเล่น ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการซ่อมแซมวัสดุ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เทคโนโลยี และเช่าสัญญาณอินเทอร์เน็ต มาให้สถานศึกษาโดยตรง เพื่อความคล่องตัวในการบริการจัดการและด าเนินการระบบสัญญาณเครือข่าย อินเทอร์เน็ต ฯลฯ 1.7 งบประมาณในการสนับสนุนการด าเนินโครงการส่งเสริมความสามารถพิเศษเฉพาะทาง ด้านต่าง ๆ ของผู้เรียนตามความต้องการจ าเป็นตามบริบทสถานศึกษา 2. ลดขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง จัดระบบให้ง่ายต่อการใช้งาน ปรับลดระเบียบแนวทางการจัดซื้อจัดจ้าง วัสดุอุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีที่มีขั้นตอนยุ่งยาก ซับซ้อนให้กับสถานศึกษาน าร่อง ให้โอกาสในการจัดซื้อ จัดหาวัสดุอุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีตามความต้องการที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่โรงเรียนจะน ามาใช้ ในการปฏิบัติงานและการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียน 3. ปลดล็อค ระเบียบการบริจาค เปิดโอกาสและลดขั้นตอนการจัดเก็บเงินระดมทรัพย์เพื่อพัฒนา คุณภาพนักเรียนในโครงการส่งเสริมคุณภาพผู้เรียน (ห้องเรียนพิเศษ) 4. เปลี่ยนแปลง เกณฑ์แนวทางการจัดสรรงบประมาณค่าอาหารกลางวัน จ านวนนักเรียนเพิ่มขึ้น แต่เงินค่าอาหารรายหัวลดลง ซึ่งไม่เป็นธรรมส าหรับโรงเรียนขนาดกลาง 5. จัดสรรงบประมาณให้ทันเวลาด าเนินกิจกรรมเป็นไปตามก าหนดเวลาตามแผนงาน 3. กำรจัดกำรสถำนศึกษำ 3.1 นโยบายด้านการศึกษามีจ านวนมาก ไม่มีความชัดเจน และมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา ส่งผลต่อการประสานงานของแต่ละฝ่ายในงานด าเนินการท าให้เกิดความล่าช้าและผิดพลาดโดยไม่ค านึง ถึงความแตกต่างของศักยภาพ และความแตกต่างด้านบริบทของสถานศึกษา ส่งผลต่อภาระงานนอกเหนือ การสอนของครู จ านวน 21 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 84 3.2 ประสบปัญหาจากการโยกย้ายของครูและผู้บริหารเป็นประจ ารวมถึงขาดอิสระ ในการพัฒนาการศึกษาเนื่องจากถูกก ากับติดตามนโยบายและติดตามข้อมูลเป็นประจ า จ านวน 14 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 56 3.3 ขาดการกระจายการมอบหมายงานนอกเหนือหน้าที่การสอนท าให้ผู้ที่มีความสามารถ ถูกมอบหมายงานเป็นประจ า ซึ่งส่งผลต่อภาระงานที่นอกเหนือการสอนมากเกินไป จ านวน 15 แห่ง คิดเป็น ร้อยละ 60 3.4 กิจกรรมอื่น ๆ ภายนอก ที่นอกเหนือจากการบริหารการจัดการศึกษาในสถานศึกษา มากเกินไป มีการติดตามนโยบายข้อมูลมากเกินไป มีผลต่อเวลาสอนของครูควรมีวิธีการติดตามงานที่ไม่ส่งผล ต่อการใช้เวลาสอนนักเรียนท าให้การบริหารจัดการภายในสถานศึกษามีคุณภาพลดลง การประกวดจากต้นสังกัด บางครั้งมากเกินไป ท าให้ครูหรือโรงเรียนต้องจัดส่ง เกิดเป็นภาระงานที่มากขึ้น จ านวน 2 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 8
23 ควำมต้องกำรจ ำเป็นเพื่อแก้ปัญหำ สรุปผลการเก็บข้อมูลความต้องการจ าเป็นของสถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัด สุโขทัย จ านวน 25 แห่ง สรุปดังนี้ 1. นโยบายหรือภาระงานต้องชัดเจน ควรก าหนดเป้าหมาย กรอบเวลา และมีทิศทางอย่างชัดเจน และ มีการกระจายอ านาจในการบริหารงานที่ชัดเจน ปรับลดนโยบายที่มีผลต่อการจัดการเรียนการสอน ปรับลด นโยบายฯ ให้มีความเสถียรเชิงวิชาการ ด้านนโยบายที่มีระยะเวลาในการพัฒนางานตามแผนงานระยะ ๓ ปี การศึกษา ควรมีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน และควรชี้แจงจุดเน้น ผลลัพธ์ที่ต้องการและแนวทางก่อนเปิด ปีการศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาน าไปใช้วิเคราะห์ จัดท าแผนปฏิบัติการก่อนเริ่มปีการศึกษา 2. สถานศึกษาได้มีสิทธิในการก าหนดนโยบายการบริหารงานขึ้นเองอย่างชัดเจนเพื่อการบริหาร ในบริบทที่ชัดเจนที่สอดคล้องกับนโยบายได้ดีที่สุด ให้สิทธิ์โรงเรียนพื้นที่นวัตกรรม เลือก/ไม่เลือก เข้าร่วม/ไม่เข้า ร่วม กิจกรรม/โครงการ หากกิจกรรมนั้น ๆ ไม่ส่งผลให้เกิดการพัฒนาและไม่สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน มีความเป็นเอกภาพ แต่คงความหลากหลายในการบริหารงานตามบริบทและความต้องการของชุมชน 3. ผู้บริหารมีอิสระในการพัฒนาการสถานศึกษา มีการก ากับติดตามที่มั่นคงชัดเจน ไม่ปรับเปลี่ยนบ่อย 4. ก าหนดคุณสมบัติการคัดเลือกการจัดสรรต าแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาที่จะบรรจุแต่งตั้ง หรือโยกย้ายในการปฏิบัติหน้าที่ให้ชัดเจนและเหมาะสมกับบริบทและการพัฒนาสถานศึกษาน าร่องพื้นที่ นวัตกรรม 5. นิเทศ ก ากับ ติดตามนโยบายหรือข้อมูลต่างๆ ในลักษณะบูรณาการ โดยปรับลดนโยบายต่าง ๆ ให้น้อยลงและลดการท างานที่ซ้ าซ้อน 6. ลดการรายงานข้อมูลที่ซ้ าซ้อน ลดจ านวนโครงการและกิจกรรมที่โรงเรียนจ าเป็นต้องเข้าร่วม ลดนโยบายการศึกษามีจ านวนมากที่มาจากหน่วยงานระดับสูง (สพป. สพม. สพฐ. ศธจ. กระทรวงศึกษาธิการ) 4. กำรบริหำรทรัพยำกรกำรศึกษำ 4.1 วัสดุ อุปกรณ์ไม่เพียงพอส าหรับการจัดการเรียนการสอนให้กับผู้เรียน ในสถานศึกษา หรือ มีแต่อยู่ในสภาพเก่า ช ารุด ทรุดโทรม ไม่ทันสมัย ต้องซ่อมบ ารุงเป็นประจ า ซึ่งครูผู้สอนได้แก้ปัญหาโดยการน า เงินส่วนตัวมาเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อวัสดุ อุปกรณ์ด้านเทคโนโลยี หรือ ซ่อมบ ารุงรักษา เพื่อใช้ในการสอนให้กับ ผู้เรียน จ านวน 21 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 84 4.2 ขาดอุปกรณ์ทางเทคโนโลยี สื่อการเรียนรู้ หรือ กิจกรรมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน ระบบ ICT และระบบสัญญาณของภาครัฐที่ได้รับจัดสรรไม่มีคุณภาพ จึงไม่สามารถรองรับนโยบายการพัฒนา ผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน วัสดุ อุปกรณ์เทคโนโลยี ที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ ช ารุด ล้าสมัย ขาดการบ ารุงรักษา ไม่สามารถใช้งานได้ครบทุกห้องเรียน จ านวน 18 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 72 4.3 การจัดสรรสื่อการเรียนรู้ ไม่สอดคล้องกับความต้องการของสถานศึกษา จ านวน 14 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 56 4.4 อาคาร และโรงฝึกงาน ไม่เพียงพอ ขาดห้องปฏิบัติการทางคอมพิวเตอร์ ขาดอุปกรณ์ ทดลองทางวิทยาศาสตร์จ านวน 3 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 12
24 ควำมต้องกำรจ ำเป็นเพื่อแก้ปัญหำ สรุปผลการเก็บข้อมูลความต้องการจ าเป็นของสถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัด สุโขทัย จ านวน 25 แห่ง สรุปดังนี้ 1. จัดสรรวัสดุอุปกรณ์ทางสื่อเทคโนโลยีให้เพียงพอและทันสมัย รวมทั้งจัดสรรสื่อเทคโนโลยีและ สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงอย่างทั่วถึง เพียงพอส าหรับการจัดการเรียนการสอนให้กับผู้เรียน ในสถานศึกษา หรือมีแต่อยู่ในสภาพที่ต้องซ่อมบ ารุงเป็นประจ าได้ 2. จัดสรรงบประมาณส าหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อวัสดุ อุปกรณ์ด้านเทคโนโลยี หรือ ซ่อม บ ารุงรักษาเพื่อใช้ในการสอนให้กับผู้เรียน และเพื่อจัดท าสื่อการเรียนรู้ หรือ กิจกรรมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน รองรับนโยบายการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน 3. ให้อิสระในกระบวนการการจัดหาทรัพยากร เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการและตรงกับ ความต้องการที่จะพัฒนานวัตกรรมของสถานศึกษา เพื่อให้สามารถน ามาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ให้เกิดประโยชน์กับผู้เรียนได้มากที่สุด บริหารจัดการ จัดซื้อจัดจ้าง และซ่อมบ ารุงรักษาได้เอง ลดขั้นตอน หลักเกณฑ์ในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ หรือแก้ไขระเบียบการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ ซึ่งท าให้เกิดวิธีการแก้ปัญหาในการจัดซื้อที่ไม่ถูกต้อง 4. จัดสรรเจ้าหน้าที่เฉพาะทางในการดูแล ซ่อมบ ารุง วัสดุ อุปกรณ์ เทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ ที่ช ารุด 5. ให้บริการระบบ ICT และระบบสัญญาณ ของภาครัฐที่มีคุณภาพและราคาไม่สูงเกินไป 6. หน่วยงานต้นสังกัดสนับสนุนและขับเคลื่อนสถานศึกษาน าร่องอย่างจริงจัง ให้มีความพร้อมด้านสื่อ เทคโนโลยีและบุคลากรในการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม 5. ด้ำนกำรจัดกำรศึกษำ 5.1 ครูขาดความเข้าใจหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดท าการสอนตามตัวชี้วัด และ ขาดการสนับสนุนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ขาดครูด้านเทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนและนวัตกรรม ด้านเทคโนโลยี จ านวน 10 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 40 5.2 ผลกระทบจากการเกิดโรคระบาดท าให้เกิดสภาวะการเรียนรู้ถดถอย (learning loss) ท าให้ครูผู้สอนต้องด าเนินการสอนเสริมให้กับผู้เรียนเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานและตัวชี้วัดที่ก าหนด จ านวน 17 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 68 5.3 ระเบียบ หลักเกณฑ์ เงื่อนไขของทางราชการในการด าเนินการ มีความยุ่งยากเนื่องจาก ติดขัดต่อระเบียบที่ซับซ้อน ไม่เอื้อต่อการบริหารจัดการของสถานศึกษา อาทิ ด้านการเทียบโอนหน่วยกิต ยังขาดความชัดเจนระหว่าง ขั้นพื้นฐานกับอาชีวศึกษา ท าให้ผู้เรียนที่ตัดสินใจเข้ารับการศึกษาต่อกับอาชีวศึกษา แล้วมีความจ าเป็นที่จะต้องกลับเข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่สามารถเทียบโอนหน่วยกิตการศึกษา ได้ขาดห้องเรียนที่เป็นโปรแกรมส่งเสริมความเป็นเลิศของนักเรียน และขาดงบประมาณสนับสนุนในการเปิด ห้องเรียนพิเศษส าหรับส่งเสริมความเป็นเลิศที่ตรงตามความถนัดและความต้องการของผู้เรียน รวมทั้งการเก็บ เงินบ ารุงการศึกษาส าหรับนักเรียนห้องเรียนพิเศษ จ านวน 9 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 36 5.4 ครูขาดการพัฒนาทักษะและความเข้าใจหลักสูตร ครูขาดทักษะที่เหมาะสมกับการจัดการ เรียนการสอน การพัฒนานวัตกรรม และครูขาดวินัย ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็กนักเรียน ขาดวิธีคิด ในสิ่งใหม่ ๆ จึงมีผลท าให้การจัดการศึกษาไม่เป็นไปตามาตรฐานที่ก าหนด โดยยังคงยึดครูเป็นศูนย์กลาง และไม่ได้จัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) จนท าให้ผู้เรียนไม่สามารถคิดวิเคราะห์และมีสมรรถนะ ตามต้องการ จ านวน 12 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 48
25 5.5 การนิเทศ ติดตามการจัดการศึกษาขาดความต่อเนื่อง เนื่องจากการประสานงาน ด้านนโยบายร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัดและภาระงานที่มีนอกเหนือการสอนท าให้ขาดความต่อเนื่องในการนิเทศ การศึกษาของผู้บริหารและศึกษานิเทศก์ หน่วยงานต้นสังกัดมีการนิเทศ ติดตามและประเมินผลน้อยครั้งกว่า ที่ควรจะเป็น รวมทั้งขาดความเข้าใจในการด าเนินงานของสถานศึกษา การประสานส่งเสริมระหว่างโรงเรียน กับทางต้นสังกัดมีน้อยท าให้ขาดการประชาสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายระหว่างโรงเรียนในสังกัดไม่มากเท่าที่ควร จ านวน 16 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 64 5.6 นักเรียนขาดทักษะการอยู่ร่วมกัน ทักษะในการแก้ปัญหา ทักษะการด ารงชีวิต นักเรียน ไม่มีเป้าหมายในชีวิตอย่างชัดเจน นักเรียนขาดวินัย อาจจะเนื่องจากนโยบายหลายอย่างจากเบื้องบน ท าให้ครู ที่ก ากับติดตามเรื่องวินัยของนักเรียนไม่กล้าที่จะตัดสินในการปฏิบัติท าให้นักเรียนขาดวินัย จ านวน 3 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 12 ควำมต้องกำรจ ำเป็นเพื่อแก้ปัญหำ สรุปผลการเก็บข้อมูลความต้องการจ าเป็นของสถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัด สุโขทัย จ านวน 25 แห่ง สรุปดังนี้ 1. อบรมให้ความรู้แก่ครูเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและ การจัดการเรียนการสอนตามตัวชี้วัด และการสนับสนุนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พัฒนาครูเพื่อถ่ายทอดวิธีสอน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้สนับสนุนสื่อการสอนที่ครูสามารถน าไปใช้จัดการเรียนรู้ พัฒนาองค์ความรู้ด้านพัฒนา หลักสูตรพัฒนาทักษะการจัดการเรียนเชิงรุก ส่งเสริมพัฒนาขีดความสามารถของครูให้มีสมรรถนะที่สอดคล้อง และเหมาะสมต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม อย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง 2. การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ควรมีอิสระในการพัฒนาแก่สถานศึกษานั้น ๆ รวมไปถึงการวัดและ ประเมินผลการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายและเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา มีความเป็นอิสระทางวิชาการ ด้านหลักสูตร สามารถปรับ ประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสถานศึกษาและบริบทชุมชน รวมทั้งตลาดแรงงานในอนาคต 3. ปลดล็อค ปรับระเบียบ หลักเกณฑ์การเทียบโอนหน่วยกิตให้มีความชัดเจนระหว่างการศึกษา ขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษาด้านการเทียบโอนหน่วยกิต ซึ่งจะท าให้ผู้เรียนที่สามารถตัดสินใจเข้ารับการศึกษาต่อ กับอาชีวศึกษาและรวมไปถึงรายที่มีความจ าเป็นที่จะต้องกลับเข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐานสามารถเทียบโอน หน่วยกิตการศึกษาได้ 4. พัฒนาการนิเทศภายในโรงเรียน มีการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษามีความต่อเนื่อง มีเครื่องมือ และปฏิทินนิเทศที่ชัดเจน และไม่กระทบต่อภาระงานสอนของครูผู้สอน มีการวางแผนนิเทศที่มุ่งเน้น การนิเทศเชิงวิชาการมากขึ้นร่วมกันระหว่างศึกษานิเทศก์ต้นสังกัด กับสถานศึกษา โดยเริ่มตั้งแต่ การวางเป้าหมาย ลงสู่การปฏิบัติ และร่วมกันนิเทศ ติดตามโดยมีการบูรณาการกิจกรรมให้ตอบสนอง ได้หลายนโยบาย เพื่อลดภาระงานที่ซ้ าซ้อน 5. ลดความซ้ าซ้อนด้านนโยบายจากหน่วยงานต่าง ๆ และลดภาระงานที่มีนอกเหนือการสอนให้กับครู ให้ครูมีเวลาในการออกแบบจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และลดภาระงานที่มีนอกเหนือการสอนให้กับครู ให้ครูมีเวลาในการออกแบบจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและจัดท าสื่อการสอนที่มีประสิทธิภาพที่สามารถ น ามาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้เพิ่มสูงขึ้น ปรับระเบียบ การวัดและประเมินผลทางการศึกษาให้เหมาะสมกับผู้เรียนในสถานการณ์ปัจจุบัน 6. ต้นสังกัดสนับสนุนการพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง สร้างภาคีเครือข่าย เพื่อถ่ายทอดวิธีสอน แลกเปลี่ยน เรียนรู้ต้องการได้รับความช่วยเหลือด้านงานวิชาการ สนับสนุนพี่เลี้ยงจากหน่วยงานมหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม ฯลฯ เพื่อพัฒนาศักยภาพครูผู้สอน
26 7. มีคลังสื่อการเรียนรู้ที่ครูสามารถน ามาใช้สอนหรือประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ วัดและ ประเมินผลทางการศึกษาให้เหมาะสมกับผู้เรียนในสถานการณ์ปัจจุบัน 8. พัฒนาสมรรถนะในการใช้ทักษะชีวิตของผู้เรียน และพัฒนานวัตกรรมด้านทักษะอาชีพ การท าความร่วมมือ (MOU) กับ สถาบันอาชีวศึกษา อาทิ จากวิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยสารพัดช่าง วิทยาลัย การอาชีพ เพื่อจัดการเรียนการสอนทวิศึกษาตามความสนใจของผู้เรียน 9. จัดเวทีที่ได้มาตรฐานสากลเป็นที่ยอมรับในวงวิชาการส าหรับแสดงผลงานและนวัตกรรมการสอน ให้กับครูเพื่อคัดเลือกผลงานตีพิมพ์ลงวารสาร 10. เปิดโอกาสให้สถานศึกษาสามารถเปิดห้องเรียนที่เป็นโปรแกรมส่งเสริมความเป็นเลิศของนักเรียน (ห้องเรียนพิเศษ) และสนับสนุนงบประมาณในการด าเนินการรวมทั้งเปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถเก็บเงินบ ารุง การศึกษาได้ตามความจ าเป็น 11. ส่งเสริม พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีวิธีการคิดสิ่งใหม่ ๆ ลงมือปฏิบัติจริงในเรื่อง ของก า รเ รียน รู้เชิง รุก (Active Learning) โดยป ระส านขอค ว ามร่วมมือจ ากผู้ที่มีค ว ามเชี่ยวช าญ เช่น ศึกษานิเทศก์มาเป็นพี่เลี้ยงร่วมกับกระบวนการนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษาแบบคู่ขนาน อย่างต่อเนื่อง ให้เห็นผลการปฏิบัติเชิงประจักษ์ 12. ส่งเสริมการประสานงานจากหน่วยงานภายนอก เช่น เอกชน ปราชญ์ชาวบ้าน หรือผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เข้ามาสนับสนุน ส่งเสริมด้านการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาเพื่อยกระดับ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เจตคติที่ดีในการเรียนและการด าเนินชีวิต รวมทั้งทักษะอาชีพให้เกิดขึ้นกับตัวผู้เรียน ต้องการวิทยากรมาอบรม พัฒนาครูในด้านการพัฒนาหลักสูตร วิเคราะห์ตัวชี้วัด และระเบียบการประเมินผล การเทียบโอนหน่วยกิตในกรณีต่าง ๆ 13. จัดกิจกรรมและให้เวลานักเรียนได้ค้นคว้าด้วยตนเองนอกหลักสูตร 14. ยกเลิกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การบริหารจัดการเวลาเรียนภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2559 เนื่องจากมีการปรับเวลาเรียน วิชา ภาษาอังกฤษ เป็น 200 ชั่วโมง ท าให้ต้องมีการปรับลดเวลาในวิชาที่เกี่ยวข้องกับการฝึกทักษะในด้านอื่น ๆ ของผู้เรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 3
27 ตอนที่ 3 ข้อค้นพบอื่น ๆ และข้อเสนอเชิงนโยบำย ข้อค้นพบอื่น ๆ จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลครั้งนี้ พบว่ามีข้อค้นพบอื่น ๆ ของสถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรม การศึกษาจังหวัดสุโขทัย หลายรายการดังนี้ ด้ำนกำรบริหำร 1. ส่วนใหญ่ผู้บริหารและครูในสถานศึกษาน าร่องฯ มีค าถามที่ต้องการค าตอบต้องการเจาะลึกว่า 1.1 สถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรม จะต้องท าอะไรบ้าง 1.2 มีกรอบแนวคิดในการด าเนินการและระยะเวลา (Timeline) ในขับเคลื่อนหรือไม่ อย่างไร 1.3 ท าแล้วโรงเรียน จะได้อะไรบ้าง 1.4 ครู จะต้องเป็นอย่างไร 1.5 นักเรียน จะต้องเป็นอย่างไร 1.6 โรงเรียน จะต้องรับการประเมินเมื่อไร มีรูปแบบการประเมินอย่างไร ประเมินโดยใคร ฯลฯ 2. สถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสุโขทัย หลายแห่งมีนวัตกรรมการศึกษา ได้แก่ 2.1 โรงเรียนทุ่งเสลี่ยมชนูปถัมภ์ มีรูปแบบการบริหารจัดการ "7 เส้นทางสู่เป้าหมาย" 2.2 โรงเรียนวัดคูหาสุวรรณ (วันครู2504) จัดให้มีโครงการส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านกีฬา (ห้องเรียนกีฬา ป.4 - ป.6) โดยการบริหารจัดการตามรูปแบบ SPORTS KH Model 2.3 โรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศวิทยาคาร) มีนวัตกรรม " BTC by 5A สู่ 3Q Quality" 2.4 โรงเรียนบ้านวังน้ าขาว มีนวัตกรรม “รูปแบบการบริหารโรงเรียนบ้านวังน้ าขาวภายใต้W.N.K.” 3. สถานศึกษาที่มีห้องเรียนพิเศษส าหรับจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนได้เรียนตรงตามความถนัด จะช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณภาพและบรรลุเป้าหมายของการศึกษาอย่างมีคุณภาพ 4. สถานศึกษาที่มีระบบ ICT ที่ดีและมีคุณภาพจะช่วยพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและบุคลากรได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ด้ำนกำรจัดกำรเรียนกำรสอน 1. โรงเรียนบางแห่ง ไม่มีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายในชุมชน 2. โรงเรียนหลายแห่งมีบริบทเหมาะสมในการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมด้านทักษะอาชีพ ให้แก่ ผู้เรียนด้วยสภาพแวดล้อมชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขายและเกษตรกรรม 3. ครูได้รับมอบหมายปฏิบัติหน้าที่อื่นนอกเหนือจากการสอนมากเกินไป (ควรมีนโยบาย คืนครู ให้นักเรียน) 4. ครูมีเวลามากพอส าหรับจัดการเรียนการสอนอย่างเต็มที่จะส่งผลดีต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน รอบด้าน 5. ครูมีความรู้ความเข้าใจด้านหลักสูตรและการสอน รวมทั้งจิตวิทยาการเรียนรู้ที่ดีจะช่วยให้ การจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
28 ด้ำนผู้เรียน 1. นักเรียนค่อนข้างขาดแคลนด้านทุนทรัพย์จึงขาดโอกาสทางการเรียนรู้ในหลายด้าน เช่น อุปกรณ์ การเรียนเทคโนโลยีที่ใช้เรียน รวมถึงประสบการณ์การเปิดโลกกว้าง 2. นักเรียนค่อนข้างมีปัญหาทางบ้าน ระบบดูแลช่วยเหลือจึงเป็นสิ่งส าคัญที่ช่วยนักเรียนกลุ่มเสี่ยง ให้สามารถเรียนในระบบได้ซึ่งครูจะต้องท าหน้าที่เป็นที่ปรึกษาที่ดีให้กับนักเรียน ข้อเสนอเชิงนโยบำย จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลครั้งนี้ มีข้อเสนอเชิงนโยบายของสถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จังหวัดสุโขทัย ดังนี้ 1. ควรให้สิทธิ์โรงเรียนพื้นที่นวัตกรรม สามารถจัดท ารูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา รวมถึงจัดท า ระเบียบการวัดผลและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ตามค่าเป้าหมายของโรงเรียนซึ่งสอดคล้องกับบริบทของ โรงเรียน 2. ควรส่งเสริมสนับสนุนด้านต่าง ๆ ให้เหมือนโรงเรียนคุณภาพประจ าต าบล และโรงเรียนคุณภาพ พิเศษนโยบายของ สพฐ.ทั้ง 4 ด้านเป็นนโยบายที่ดีต่อนักเรียน และโรงเรียนควรพัฒนานักเรียน ให้อ่านออก เขียนได้และฝึกทักษะอาชีพในชุมชน เช่น ด้านศิลปะดนตรี นาฎศิลป์ การท าเครื่อง สังคโลกเครื่องปั้นดินเผา และวัฒนธรรมประเพณี 3. ควรเน้นการค้นเป้าหมายในตนเองของนักเรียน ส่งเสริมด้านทักษะอาชีพ การมีงานท า และ การศึกษาต่อ 4. ควรเร่งรัดการทดแทนอัตราก าลังของครูกรณีโยกย้าย เพื่อให้มีบุคลากรเพียงพอในการจัดการศึกษา 5. ควรส่งเสริมการพัฒนาครูให้มีความพร้อมทั้งด้านวิชาการ รวมถึงการให้ค าปรึกษาแก่นักเรียน ควรมีนโยบายพัฒนาครูให้มีความรู้ความเข้าใจด้านหลักสูตรและการสอน รวมทั้งจิตวิทยา การเรียนรู้ อย่างต่อเนื่อง และควรพัฒนาครูและบุคลากรด้านการศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวินัยและ จรรยาบรรณวิชาชีพครู 6. ควรมีนโยบายสนับสนุนด้านสื่อเทคโนโลยีให้เพียงพอ และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย 7. ควรจัดท าแนวทางการขับเคลื่อนของสถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรมจังหวัดสุโขทัย (โรงเรียนจะต้องท าอะไร มีแนวทางด าเนินการอย่างไร จะต้องพัฒนาอะไรบ้าง ฯลฯ) 8. ต้องการให้มีความต่อเนื่องของนโยบาย มีการติดตามผลและพัฒนาต่อเนื่อง มีการเผยแพร่และ สามารถน าไปพัฒนาเพื่อต่อยอดได้ 9. ควรจัดสรรอัตราครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ครบทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้และตรงตามสาขา วิชาเอก เพื่อสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ าทางการศึกษา 10. ควรบรรจุแต่งตั้งบุคลากรฝ่ายส่งเสริมการศึกษาให้กับโรงเรียนอย่างเพียงพอ 11. ควรมีนโยบายให้สถานศึกษาที่มีความพร้อมสามารถเปิดห้องเรียนพิเศษส าหรับจัดการเรียน การสอนให้กับนักเรียนโดยสนับสนุนงบประมาณและลดข้อจ ากัดด้านการเก็บเงินบ ารุงการศึกษา 12. ควรมีนโยบายปรับปรุงระบบ ICT ที่ดีและมีคุณภาพให้กับสถานศึกษา 13. ควรเปิดโอกาสให้โรงเรียนได้รับอัตราการบรรจุครูที่มีวิชาเอกเฉพาะทาง เช่น สาขาดาราศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และครูพละศึกษาในโครงการห้องเรียนกีฬา ตามความต้องการจ าเป็น 14. ควรเปิดโอกาสให้โรงเรียนเรียกเก็บเงินระดมทรัพย์ส าหรับนักเรียนทั่วไป และเงินบ ารุงการศึกษา ส าหรับนักเรียนในโครงการห้องเรียนพิเศษจากผู้ปกครองเพื่อจัดการเรียนรู้ได้อย่างอิสระ อย่างเป็นระบบ มีความโปร่งใสอยู่ภายใต้การตรวจสอบโดยองค์กรอิสระ
29 15. ควรเปิดโอกาสให้โรงเรียนคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ได้อย่างอิสระ เป็นระบบ มีความโปร่งใสอยู่ภายใต้การตรวจสอบโดยองค์กรอิสระ 16. ควรเปิดโอกาสให้โรงเรียนเปิดแผนการเรียนพิเศษได้อย่างอิสระและเป็นระบบ ตามความสนใจ และความถนัดของนักเรียนที่โรงเรียนต้องการพัฒนา 17. ควรมีการจัดท าแผนแม่บทด้านการส่งเสริมด้านการพัฒนากีฬาทุกระดับ (ตั้งแต่ปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ฯลฯ) ในระดับจังหวัด เพื่อน านักเรียนที่มีความสามารถในแต่ละชนิดกีฬา เข้ามาร่วมกับโรงเรียนที่จัดโครงการส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านกีฬาเพื่อบูรณาการ และต่อยอดความส าเร็จ ในการสร้างชื่อเสียงจากการแข่งกีฬารายการต่าง ๆ ในระดับชาติ รวมทั้งควรส่งเสริมสนับสนุนงบประมาณ เพิ่มเติมในการน านักเรียนเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงด้านกีฬาระดับประเทศ 18. ควรปรับเกณฑ์การคิดค านวณอัตราก าลังครูผู้สอนและบุคลากรสายสนับสนุน 19. ควรส่งเสริม สนับสนุน และสร้างองค์ความรู้ในเรื่องของสถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา ให้กับผู้บริหาร ครู และบุคลากรในสถานศึกษา เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจตรงกัน และสามารถ ด าเนินงานขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมให้เกิดประสิทธิภาพ บรรลุผล *******************************************************
30 ภำคผนวก 1. แผนปฏิบัติงานการขับเคลื่อนการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้เพื่อยกระดับ ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 - 2569 2. แผนปฏิบัติงานการขับเคลื่อนของคณะอนุกรรมการสร้างและพัฒนากลไกในการจัดการศึกษา ร่วมกันระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖7 – 2569 3. แผนการจัดท าฐานข้อมูลการพัฒนาสถานศึกน าร่องเพื่อลดความเหลื่อมล้ าในการศึกษาและกระจาย อ านาจให้หน่วยงานทางการศึกษาและ สถานศึกษาน าร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ - ๒๕๖๙ 4. รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศวิทยาคาร) 5. รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนบ้านท่าโพธิ์ 6. รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนบ้านเมืองเก่า “ศรีอินทราทิตย์” 7. รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนบ้านวังน้ าขาว 8. รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนบ้านสามพวง (สามัคคีวิทยา) 9. รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนอนุบาลมัชฌิมา 10.รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนศรีนคร 11.รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนศรีมหาโพธิ์(ประชาสรรค์) 12.รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม 13.รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนบ้านหนองแหน 14.รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนอนุบาลกงไกรลาศ (บ้านกร่าง 2465) 15.รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนอนุบาลศรีสัชนาลัย (บ้านหาดสูง) 16.รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนอนุบาลศรีส าโรง 17.รูปแบบนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนอนุบาลสวรรคโลก (คุ้งวารีวิทยา)
แผนปฏิบัติงานการขับเคลื่อนการคิดค้นแเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของประเด็นยุทธศาสตร์ การขับเคลื่อนการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการศึกษาและการเ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 - 2569 กลยุทธ์ วิธีการ หรือ แนวทางในการปฏิบัติ ตัวชี้วัด 1. ส่งเสริมการ พัฒนามาตรฐาน การศึกษาเป็นเลิศ (มาตรา 20 (7)) 1. มีการด าเนินงานที่ ส่งเสริมและพัฒนาระบบ ประกันคุณภาพภายในของ สถานศึกษา ตามกฎ กระทรวงฯ พ.ศ. 2561 2. มีการสร้างหรือพัฒนา รูปแบบการพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษา เพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศ ของสถานศึกษา 1. ร้อยละของสถานศึกษา ที่สามารถด าเนินการได้ ตามระบบประกันคุณภาพ ภายในในระดับดีขึ้นไป 2. ร้อยละของสถานศึกษา มีรูปแบบการพัฒนา คุณภาพและมาตรฐาน การศึกษา เพื่อส่งเสริม ความเป็นเลิศ ร้ร้2. ส่งเสริมและ สนับสนุนการสร้าง และพัฒนา นวัตกรรมการศึกษา (มาตรา 5 และ มาตรา 20(3) (5) (6) (9) (10)) 1. ส่งเสริมสถานศึกษาการ จัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 1. ร้อยละของสถานศึกษา ที่มีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และมี การวัดและประเมินผลเพื่อ พัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน ด้วยวิธีการ ที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เป็น รายบุคคล ร้
31 ละพัฒนานวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ งผู้เรียน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 - 2569 เรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียน ค่าเป้าหมาย เครื่องมือ หน่วยงาน / บุคคลที่เป็น ผู้รับผิดชอบ 2567 2568 2569 ร้อยละ 90 ร้อยละ 65 ร้อยละ 95 ร้อยละ 70 ร้อยละ 100 ร้อยละ 75 1. แบบติดตามการด าเนินงาน ตามระบบการประกันคุณภาพ ภายในของสถานศึกษา ตามกฎ กระทรวงฯ พ.ศ.2561 2. แบบติดตามรูปแบบการ พัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน การศึกษา เพื่อส่งเสริมความ เป็นเลิศ ศธจ.สท. สพม.สท. สพป.สท.1 สพป.สท.2 ท้องถิ่น ร้อยละ 50 ร้อยละ 55 ร้อยละ 60 1. แบบติดตามการการจัดการ เรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ศธจ.สท. สพม.สท. สพป.สท.1 สพป.สท.2 ท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิ
กลยุทธ์ วิธีการ หรือ แนวทางในการปฏิบัติ ตัวชี้วัด 2. มีการผลิตสื่อการสอน/ แหล่งเรียนรู้ และสร้าง เครื่องมือการวัดและ ประเมินผล 3. มีการพัฒนารูปแบบ/ สร้างนวัตกรรม ทางการศึกษาโดยใช้ กระบวนการวิจัยและพัฒนา 2. ร้อยละของสถานศึกษา ที่มีนวัตกรรมทาง การศึกษาที่ส่งผลต่อการ ยกระดับคุณภาพ การศึกษาโดยใช้ กระบวนการ วิจัยและ พัฒนา 3. ร้อยละของสถานศึกษา ที่มีการน านวัตกรรม ทางการศึกษาไปขยายผล ยังสถานศึกษาอื่น ร้ร้3. ส่งเสริม สนับสนุนความเป็น เลิศเพื่อยกระดับ ผลสัมฤทธิ์ทางการ ศึกษาของผู้เรียน (มาตรา 5 และ มาตรา 20(4)) 1. พัฒนา/ปรับปรุง หลักสูตรสถานศึกษาอย่าง เป็นระบบ ตามบริบทของ สถานศึกษา 2. มีกิจกรรม/โครงการ ส่งเสริมสนับสนุนความเป็น เลิศของผู้เรียน 1. ร้อยละของสถานศึกษา ที่มีการพัฒนาหลักสูตร สถานศึกษาอย่างเป็น ระบบ 2. ร้อยละของสถานศึกษา ที่มีกิจกรรม/โครงการ ส่งเสริมสนับสนุนความ เป็นเลิศของผู้เรียน 3.ร้อยละของผู้เรียนที่มี ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ร้ร้ร้
32 ค่าเป้าหมาย เครื่องมือ หน่วยงาน / บุคคลที่เป็น ผู้รับผิดชอบ 2567 2568 2569 ร้อยละ 70 ร้อยละ 60 ร้อยละ 75 ร้อยละ 65 ร้อยละ 80 ร้อยละ 70 2. แบบติดตามการสร้างและ พัฒนานวัตกรรมการศึกษา ของสถานศึกษา ร้อยละ 80 ร้อยละ 80 ร้อยละ 50 ร้อยละ 85 ร้อยละ 80 ร้อยละ 55 ร้อยละ 90 ร้อยละ 80 ร้อยละ 60 1. แบบติดตามการส่งเสริม สนับสนุนความเป็นเลิศเพื่อ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการ ศึกษาของผู้เรียน (สมรรถนะ พื้นฐาน) ศธจ.สท. สพม.สท. สพป.สท.1 สพป.สท.2 ท้องถิ่น
กลยุทธ์ วิธีการ หรือ แนวทางในการปฏิบัติ ตัวชี้วัด 4. ส่งเสริมการ สื่อสารกับสาธารณะ เพื่อสร้างการับรู้ และบูรณาการ การขับเคลื่อน ร่วมกัน (มาตรา 20(2)(12)) 1. สื่อสารกับสาธารณโดย การประชาสัมพันธ์กิจกรรม ของสถานศึกษา เพื่อสร้าง การรับรู้และบูรณาการการ ขับเคลื่อนร่วมกันแบบ องคาพยพ 1. ร้อยละของสถานศึกษา ที่มีการสื่อสารการรับรู้/ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรม กับเครือข่ายและผู้ที่ เกี่ยวข้อง ร้5. ส่งเสริมและ ผลักดันให้ สถานศึกษามีกลไก การขับเคลื่อนพื้นที่ นวัตกรรมทาง การศึกษา (มาตรา 20 (1)(2) (7)(9)) 1. ประชาพิจารณ์ผู้มีส่วน เกี่ยวข้องในการผลักดันให้ สถานศึกษาสู่กลไกการ ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรม เพื่อเป็นข้อเสนอเชิง นโยบาย 2. จัดเวทีสมัชชาเครือข่าย ความร่วมมือเพื่อชี้น า ทิศทางการศึกษาของ จังหวัดที่สอดคล้องกับ ความต้องการของพื้นที่ 1. ร้อยละของสถานศึกษา ที่มีข้อมูลสารสนเทศในการ เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายสู่ กลไกการขับเคลื่อนพื้นที่ นวัตกรรม ร้6. ส่งเสริมการ จัดการความรู้ ร่วมกับแบบภาคี เครือข่าย (มาตรา 20(8)(9)) 1. จัดเวทีแลกเปลี่ยนการ เรียนรู้/สัมมนาวิชาการ/ ถอดบทเรียนร่วมกับภาคี เครือข่าย (ชุมชน/ หน่วยงาน/องค์กร/ บุคคลภายนอก) 1. ร้อยละของสถานศึกษา ที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับ ชุมชน/หน่วยงาน/องค์กร/ บุคคลภายนอกในการ บริหารจัดการ ร้
33 ค่าเป้าหมาย เครื่องมือ หน่วยงาน / บุคคลที่เป็น ผู้รับผิดชอบ 2567 2568 2569 ร้อยละ 80 ร้อยละ 85 ร้อยละ 90 1. แบบรายงานการสื่อสารกับ สาธารณะเพื่อสร้างการับรู้ และ บูรณาการการขับเคลื่อน ร่วมกัน ศธจ.สท. สพม.สท. สพป.สท.1 สพป.สท.2 ท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิ ร้อยละ 60 ร้อยละ 65 ร้อยละ 70 1. แบบนิเทศติตามการมีส่วน ร่วมของผู้เกี่ยวข้องในการ ผลักดันสถานศึกษาสู่กลไก การขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรม ศธจ.สท. สพม.สท. สพป.สท.1 สพป.สท.2 ท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิ ร้อยละ 70 ร้อยละ 75 ร้อยละ 80 1. แบบติดตามการมีส่วน ร่วมกับภาคีเครือข่ายในการ บริหารจัดการ ศธจ.สท. สพม.สท. สพป.สท.1 สพป.สท.2 ท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิ
กลยุทธ์ วิธีการ หรือ แนวทางในการปฏิบัติ ตัวชี้วัด 2. ติดตามสมรรถนะหลัก ผู้เรียนร่วมกับภาคีเครือข่าย 2. ร้อยละของสถานศึกษา ที่ได้รับการติดตาม สมรรถนะหลักผู้เรียน ร่วมกับภาคีเครือข่าย ร้
34 ค่าเป้าหมาย เครื่องมือ หน่วยงาน / บุคคลที่เป็น ผู้รับผิดชอบ 2567 2568 2569 ร้อยละ 80 ร้อยละ 85 ร้อยละ 90 2. แบบนิเทศติตามสมรรถนะ หลักผู้เรียน
แผนปฏิบัติงานการขับเคลื่อนของคณะอนุกรรมการสร้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมใประเด็นยุทธศาสตร์ การสร้างและพัฒนากลไกในการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างภาค ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖7 – 256กลยุทธ์ วิธีการ หรือ แนวทางในการปฏิบัติ ตัวชี้วัด 1 สร้างและพัฒนา กลไกการจัด การศึกษาในพื้นที่ นวัตกรรม โครงการพัฒนารูปแบบ กลไกการจัดการศึกษาของ เครือข่ายในพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา มาตรา 5 และ มาตรา 20 (2) - จัดท าเป็นชุมชนแห่งการ เรียนรู้ตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึง ใหญ่ภายในพื้นที่นวัตกรรม จังหวัดสุโขทัย มีกลไกการจัดการศึกษา ของเครือข่ายในพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษา ที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อน พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ร้2 สร้างเครือข่าย การจัดการศึกษา แบบมีส่วนร่วม ระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชา สังคมในพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษา โครงการสร้างการรับรู้และ การประชาสัมพันธ์ เชิงสร้างสรรค์ มาตรา 20 (12) มีเครือข่ายการจัด การศึกษาแบบมีส่วนร่วม ระหว่างภาครัฐ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาค ประชาสังคมในพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษา ร้
35 งและพัฒนากลไกในการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างภาครัฐ ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖7 - 2569 ครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม 69 ค่าเป้าหมาย เครื่องมือ หน่วยงาน / บุคคลที่เป็น ผู้รับผิดชอบ 2567 2568 2569 ร้อยละ 75 ร้อยละ 80 ร้อยละ 85 แบบติดตามรูปแบบการพัฒนา กลไกการจัดการศึกษาของ เครือข่ายในพื้นที่นวัตกรรม การศึกษาที่ส่งผลต่อการ ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา ศธจ.สท. สพม.สท. สพป.สท.1 สพป.สท.2 ท้องถิ่น ร้อยละ 70 ร้อยละ 75 ร้อยละ 80 แบบติดตามการสร้างเครือข่าย การจัดการศึกษาแบบมีส่วน ร่วมระหว่างภาครัฐ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชา สังคมในพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา ศธจ.สท. สพม.สท. สพป.สท.1 สพป.สท.2 ท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิ
แผนการจัดท าฐานข้อมูลการพัฒนาสถานศึกน าร่องเพื่อลดความเหลืสถานศึกษาน าร่องในพื นที่นวัตกรรมการประเด็นยุทธศาสตร์การลดความเหลื่อมล ้าในการศึ สถานศึกษาน้าร่องในพื นที่นวัตกลยุทธ์ วิธีการ หรือ แนวทางในการปฏิบัติ ตัวชี วัด ๑. พัฒนาระบบ ข้อมูลสารสนเทศ ด้านบุคลากร ด้านภาระงาน และ ความต้องการ ของสถานศึกษา ในการเพิ่มโอกาส และความเสมอภาค ทางการศึกษา ที่ส่งผลต่อคุณภาพ การศึกษา 1. มีการวิเคราะห์สภาพปัญหา ความขาดแคลนบุคลากรด้านการ สอนและบุคลากรสายสนับสนุน ที่เพียงพอเพื่อจัดท้าข้อเสนอ เชิงนโยบายให้กับคณะกรรมการ ขับเคลื่อนพื นที่นวัตกรรม การศึกษาจังหวัดสุโขทัย ๒. มีการวิเคราะห์ปัญหาภาระ งานนอกเหนือการสอนและแนว ทางการเสริมขวัญและก้าลังใจ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพการศึกษา เพื่อจัดท้าข้อเสนอเชิงนโยบาย ให้กับคณะกรรมการขับเคลื่อน พื นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัด สุโขทัย 1.มีข้อเสนอ เชิงนโยบายด้านความ ขาดแคลนบุคลากร ด้านการสอน ๒.มีข้อเสนอ เชิงนโยบายด้านปัญหา ภาระงานนอกเหนือ การสอนและแนว ทางการเสริมขวัญ และก้าลังใจ ๓.มีข้อเสนอ เชิงนโยบายด้านการลด ปริมาณงานที่เกิดจาก ความหลากหลาย ให้กับคณะกรรมการ ขับเคลื่อนพื นที่ นวัตกรรมการศึกษา จังหวัดสุโขทัย
36 ลื่อมล าในการศึกษาและกระจายอ านาจให้หน่วยงานทางการศึกษาและ รศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗-๒๕๖๙ กษาและกระจายอ้านาจให้หน่วยงานทางการศึกษาและ กรรมการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ค่าเป้าหมาย เครื่องมือ หน่วยงาน / บุคคลที่เป็น ผู้รับผิดชอบ 2567 2568 2569 ร้อยละ 90 ร้อยละ 95 ร้อยละ 100 แบบติดตามการด้าเนินงาน ของสถานศึกษาตามวิธีการ ด้าเนินงาน ศธจ.สท. สพม.สท สพป.สท.1 สพป.สท.2 ท้องถิ่น
กลยุทธ์ วิธีการ หรือ แนวทางในการปฏิบัติ ตัวชี วัด 3. มีการวิเคราะห์แนวทางการ ลดปริมาณงานที่เกิดจากความ หลากหลายของนโยบาย การศึกษาที่มีจ้านวนมากและ ปรับเปลี่ยนอยู่เป็นประจ้า โดยไม่สอดคล้องกับความ แตกต่างของศักยภาพและความ แตกต่างด้านบริบทสถานศึกษา ซึ่งส่งผลต่อภาระงานนอกเหนือ การสอนของครู 4. มีการวิเคราะห์ความต้องการ ของสถานศึกษาเพื่อให้เกิดอิสระ ต่อการจัดสรรบุคลากรให้เป็นไป ตามความต้องการและความขาด แคลนบุคลากรของสถานศึกษา ๕. จัดท้าระบบฐานข้อมูลการ พัฒนาสถานศึกษาน้าร่องรวมทั ง การศึกษา วิจัยและ วิเคราะห์ แนวทางการจัดการศึกษา ของสถานศึกษาน้าร่องในพื นที่ นวัตกรรมการศึกษา
37 ค่าเป้าหมาย เครื่องมือ หน่วยงาน / บุคคลที่เป็น ผู้รับผิดชอบ 2567 2568 2569
กลยุทธ์ วิธีการ หรือ แนวทางในการปฏิบัติ ตัวชี วัด 2. ส่งเสริมการจัด การศึกษาที่มี คุณภาพ โดยความ ร่วมกับภาคี เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 1. บูรณาการสนับสนุนทาง วิชาการ เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะ ในการจัดการเรียนรู้ให้กับ สถานศึกษาที่สอดคล้องกับ มาตรฐานการศึกษา 2. ประสานการบูรณาการ กับภาคีเครือข่ายเพื่อ สนับสนุนการใช้สื่อและ เทคโนโลยีเพื่อจัดการศึกษา ให้กับสถานศึกษา ร้อยละของโรงเรียนที่ได้รับ การสนับสนุนทางวิชาการ ของการจัดการศึกษาที่มี คุณภาพ โดยความร่วมมือ กับภาคีเครือข่าย ที่เกี่ยวข้อง ร้๓. เพิ่มโอกาสและ ลดความเหลื่อมล ้า ทางการศึกษา 1. สร้างทางเลือก ที่หลากหลายให้กับผู้เรียน เพื่อเพิ่มโอกาสและลดความ เหลื่อมล ้าทางการศึกษา ให้กับผู้เรียน ร้อยละของผู้เรียนได้รับ โอกาสและลดความเหลื่อม ล ้าทางการศึกษา ร้
38 ค่าเป้าหมาย เครื่องมือ หน่วยงาน / บุคคลที่เป็น ผู้รับผิดชอบ 2567 2568 2569 ร้อยละ 80 ร้อยละ 85 ร้อยละ 90 แบบติดตามการด้าเนินงาน ของสถานศึกษา ศธจ.สท. สพม.สท. สพป.สท.1 สพป.สท.2 ท้องถิ่น ร้อยละ 90 ร้อยละ 95 ร้อยละ 100 แบบติดตามการด้าเนินงานของ สถานศึกษาในการเพิ่มโอกาส ทางการศึกษาให้กับผู้เรียนทุก รูปแบบ ศธจ. สพม.สท. สพป.สท.1 สพป.สท.2 ท้องถิ่น