The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมสุโขทัย66

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รายงานการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมสุโขทัย66

รายงานการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมสุโขทัย66

รูปแบบการบริหารจัดการศึกษา “ BTC by 5A สู่ 3Q : Quality ” ในการจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนบ้านท่าชุม(ประชาอุทิศวิทยาคาร) ข้อมูลโรงเรียน โรงเรียนบ้านท่าชุม(ประชาอุทิศวิทยาคาร) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 ตั้งอยู่เลขที่ 317 หมู่ที่ 2ตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย รหัสไปรษณีย์ 64150 โทรศัพท์0-5565-9197 E-mail : [email protected] เปิดสอนตั้งแต่ระดับ ชั้นอนุบาล 1 ถึง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รวมทั้งหมด 732 คน มีเขตพื้นที่บริการ 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านท่าชุม หมู่ที่ 2 ชุมชนนครท่าชุม หมู่ที่ 9 และบ้านเด่นรุกขมูล หมู่ที่ 11 ตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย สภาพปัญหาก่อนคิดค้นนวัตกรรม โรงเรียนบ้านท่าชุม(ประชาอุทิศวิทยาคาร) เป็นโรงเรียนประถมศึกษาขนาดกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 จากรายงานผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (Reading Test : RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2565 พบว่า ด้านการอ่านออกมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 94.91ด้านการอ่าน รู้เรื่องมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 85.45 รวมทั้ง 2 สมรรถนะมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 90.18 ซึ่ง สูงกว่าค่าเฉลี่ยของระดับเขตพื้นที่ และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ ในด้านผลการการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (NT) ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 พบว่า ความสามารถด้านภาษาไทยมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 56.51 ความสามารถ ด้านด้านคณิตศาสตร์มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 70.50 และผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2565 พบว่า วิชาภาษาไทย มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 69.24 วิชาภาษาอังกฤษ มีค่าเฉลี่ย ร้อยละ 45.24 วิชาคณิตศาสตร์ มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 40.86 วิชาวิทยาศาสตร์ มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 51.60 จากปัญหาดังกล่าวจะพบว่าแม้โรงเรียนจะมีผลการทดสอบระดับชาติสูงกว่าระดับประเทศ แต่ยังมีผลการ ทดสอบบางวิชาต่ำกว่าร้อยละ 50 ดังนั้นโรงเรียนบ้านท่าชุม(ประชาอุทิศวิทยาคาร) จึงมีความตระหนักที่ต้อง ร่วมกันหาแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนให้ผู้เรียนมีคุณภาพด้านผู้เรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนให้สูงขึ้น นวัตกรรมที่ใช้ในการพัฒนา รูปแบบการบริหารจัดการศึกษา “ BTC by 5A สู่ 3Q : Quality ” ในการจัดการศึกษาเพื่อยกระดับ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน


ขั้นตอนการดำเนินงาน B = Be update with participation การพัฒนาปรับปรุงแบบมีส่วนร่วม หมายถึง การแก้ปัญหาหรือการ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนในโรงเรียนต้องมีส่วน ร่วมในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพ มิใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่งในโรงเรียนต้องพัฒนาทั้งระบบและต้องอาศัยการ มีส่วนร่วมของทุกฝ่าย T = Team Workการทำงานเป็นทีม ได้แก่ ผู้บริหาร ครู บุคลากรทุกฝ่าย ต้องมีการประสานงาน มีบรรยากาศที่ดีของการพึ่งพาซึ่งกันและกัน เปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ป้อนข้อมูล ย้อนกลับ ตลอดจนสื่อสารที่ชัดเจน เพื่อให้ได้ข้อมูลในการตัดสินใจร่วมกันเป็นผลดีในการสร้างความสามัคคี และการ ทำเป็นกลุ่ม ทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความผูกพันและอนาคตของหน่วยงาน ซึ่งผลที่ได้รับจะเป็นผลสำเร็จและความ ภาคภูมิใจของแต่ละคนซึ่งจะนำไปถึงการบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ มีความจริงใจ มุ่งผลสัมฤทธิ์ของ นักเรียนและสถานศึกษาเป็นหลัก ซึ่งทุกคนในองค์กรต้องมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน มีเป้าหมายเดียวกัน C = Co-ordination การประสานความร่วมมือได้แก่ ประสานความร่วมมือจากทุกฝ่าย ชุมชน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทุกฝ่าย ต้องร่วมมือในการวางแผน สนับสนุน พัฒนาคุณภาพ ผู้เรียนเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน A1 = Awarenessการสร้างความตระหนัก ให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรของโรงเรียนให้มีความ ตระหนักในการสร้างคุณภาพผู้เรียนให้เกิดขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครอง ชุมชนที่ส่งบุตรหลานมาเรียนใน โรงเรียน A2 = Analyze หมายถึง การวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา หลักสูตร ประกอบด้วย 1. วิเคราะห์ผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-Net) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผลการการ ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 (NT) และผลการประเมินความสามารถ ด้านการอ่านออกของผู้เรียน (Reading Test : RT)ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ของปีที่ผ่านมา 2. วิเคราะห์สภาพปัญหาในการดำเนินงานทั้ง ด้านผู้บริหาร ด้านครู ด้านนักเรียน และชุมชน 3. วิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าชุม(ประชาอุทิศวิทยาคาร) 4. วิเคราะห์รูปแบบและแนวทางของข้อสอบในปีที่ผ่านมา 5.ครูวิเคราะห์ข้อมูลด้านการเรียนของนักเรียนเป็นรายบุคคล A3 = Action หมายถึง การจัดกิจกรรมเพื่อขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษา ครูผู้สอน 1. ร่วมกันจัดทำแผนยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 2.ออกแบบการจัดการเรียนการสอนที่เน้น Active Learning เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลแห่ง การเรียนรู้ มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 3. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ Active Learning ทุกรายวิชา ใช้สื่อที่หลากหลาย ตลอดจนบันทึกหลังการสอนทุกกิจกรรม เพื่อนำไปพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอนต่อไป


4.สร้างแรงบันดาลใจในการเรียน โดยบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก เสริมแรงให้กับนักเรียนที่มี ความตั้งใจเรียนและร่วมกิจกรรม 5.จัดทำเครื่องมือวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ตามมาตรฐานละตัวบ่งชี้ตามหลักสูตร โดยมี การวัดประเมินผลทั้งก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังหน่วยการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบอย่างหลากหลายสอดคล้องกับ ธรรมชาติวิชาและจุดประสงค์การเรียนรู้ 6. วัดและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เช่น การใช้แบบทดสอบจะกำหนดให้ มีทั้งแบบปรนัย และอัตนัย 7.การวัดประเมินผลอาจเป็นรูปแบบของการเก็บคะแนนนักเรียนอย่างต่อเนื่องเพื่อตรวจสอบผล การจัดการเรียนรู้ว่าผู้เรียนมีคุณภาพหรือบรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่ 8. ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองนักเรียนในการกำกับ ดูแลนักเรียนในด้านการทบทวน และ ภาระงานที่ครูมอบหมาย ตลอดจนการให้ข้อมูลย้อนกลับด้านนักเรียน ผู้บริหารสถานศึกษา 1. สนับสนุนให้จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning 2. อำนวยความสะดวกด้านอุปกรณ์ สื่อ ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน 3. เสริมสร้างบรรยากาศให้เหมาะสมกับการจัดการเรียนรู้ 4. สนับสนุน เสริมสร้างให้กำลังใจทั้งครูและนักเรียนในการมุ่งมั่น ทุ่มเทในการจัดกิจกรรม การ เรียน และร่วมกิจกรรมอย่างตั้งใจ 5. นิเทศติดตามการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนิเทศชั้นเรียน การใช้ กระบวนการ PLC และการสะท้อนผล AAR นักเรียน 1. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอน ได้แสดงความคิดเห็น ได้มีส่วนร่วม ได้ลงมือปฏิบัติ ตลอดจนได้มีส่วนร่วมในการออกแบบการจัดกิจกรรม 2. ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กันในเชิงร่วมมือ 3. ผู้เรียนมีวินัยและความรับผิดชอบร่วมกัน 4. ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองจากการบูรณาการข้อมูลการคิด ทบทวน และการสรุป A4 = Advice หมายถึง การนิเทศ ติดตาม การวัดประเมินผล โรงเรียนบ้านท่าชุม(ประชาอุทิศวิทยาคาร) มีเป้าหมายการดำเนินการนิเทศ ติดตาม เพื่อพัฒนาครู สู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ดังนี้ 1. พัฒนาครูให้มีความสามารถในการวิเคราะห์หลักสูตร และปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้น การจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ตัวชี้วัดชั้นปีของหลักสูตร และจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 2. พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ O-NET และ NT และผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ และสูงขึ้น อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน 3. พัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถตามจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ในด้านการนิเทศ ติดตาม การดำเนินงานการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในการ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ต้องมีการนิเทศติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโรงเรียนบ้านท่าชุม(ประชา


อุทิศวิทยาคาร) ได้จัดแผนการนิเทศภายใน และแต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศภายในตามระดับสายชั้นโดยมี ผู้อำนวยการสถานศึกษา และรองผู้อำนวยการสถานศึกษาร่วมกับหัวหน้าสายชั้นในการนิเทศภายในอย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง ตามปฏิทินการนิเทศภายใน A5 = Award หมายถึง การเสริมพลังบวก การชื่นชม ยินดีในความสำเร็จ การให้กำลังใจในการพัฒนา คุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเผยแพร่ชี้แจงข่าวสารให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบถึงความสำเร็จใน การดำเนินงาน 3Q : Quality หมายถึง คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา Q1 : ผู้เรียนที่มีคุณภาพ (Student quality) 1. ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน 2. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน 3. สมรรถนะสำคัญ 5 ด้าน Q2 : กระบวนการบริหารและการจัดการที่มีคุณภาพ (Quality management) Q3 : กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Quality teacher) ประเด็นปัญหาที่พบ 1.ครูผู้สอนบางกลุ่มสาระการเรียนรู้ยังมีความชำนาญในเทคนิควิธีการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ตนเอง รับผิดชอบในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนยังไม่เพียงพอ 2.ครูผู้สอนบางกลุ่มสาระการเรียนรู้ยังใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบเดิมยังไม่เน้นให้นักเรียนมี ส่วนร่วมในการคิด วางแผนและการนำเสนอยังใช้หนังสือจากสำนักพิมพ์เป็นเครื่องมือในการพัฒนาผู้เรียน 3.โรงเรียนขาดงบประมาณในการพัฒนาสื่อเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน


เอกสารประกอบการน าเสนอนวัตกรรมของสถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษาจังหวัดสุโขทัย ของโรงเรียนบ้านท่าโพธิ์ ต.แม่ส า อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย สังกัด สพป.สท.2 1. ความเป็นมาและสภาพปัญหา การจัดการศึกษามีความจ าเป็นในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีคุณภาพที่พึงประสงค์และ มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา มีทักษะชีวิตและมีความสามารถทาง เทคโนโลยีโรงเรียนเป็น หน่วยบริการ ทางการศึกษาที่ส าคัญในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีศักยภาพ เป็นพลโลก ครูและบุคลากรใน สถานศึกษาต้องมีความสนใจ มีเป้าหมายในหมายการพัฒนาการจัดการศึกษา กระบวนการจัดการเรียนรู้สามารถ น าไปพัฒนาผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ (กระทรวงศึกษาธิการ. 2556: ออนไลน์) เพื่อให้การศึกษาขั้นพื้นฐานของ ประเทศไทย มีคุณภาพมาตรฐานระดับสากล บนพื้นฐานของความเป็นไทย ให้นักเรียนได้รับการพัฒนาศักยภาพ สูงสุด มีความรู้และทักษะที่แข็งแกร่งและ เหมาะสม เป็นพื้นฐานส าคัญในการเรียนรู้ระดับสูงขึ้นไป และการ ด ารงชีวิตในอนาคต ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน จึงก าหนดนโยบายของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีจุดเน้นด้านผู้เรียนนักเรียน ที่ เกี่ยวข้องกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ได้แก่ นักเรียนมีสมรรถนะส าคัญสู่มาตรฐานสากล โดยนักเรียนในระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 และ มัธยมศึกษาปีที่ 6 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) กลุ่มสาระหลัก เพิ่มขึ้นเฉลี่ยไม่น้อยกว่า ร้อยละ 3 ดังนั้นในแต่ละโรงเรียนจึงได้ก าหนดนโยบาย เป้าหมายในการ พัฒนา คือการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และตั้งเป้าหมายการยกระดับสอดคล้องกับเป้าหมายของส านักงาน คณะกรรมการการศึกษาพื้นฐาน ซึ่งถือว่าการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นภารกิจที่ส าคัญที่สุดของ สถานศึกษาเพื่อพัฒนานักเรียนทุกคนที่ได้เข้าเรียน และจบการศึกษาอย่างมีคุณภาพ และมีคุณภาพตามเกณฑ์ เป้าหมาย และมาตรฐานของหลักสูตร ได้พัฒนาเต็มศักยภาพเป็นรายบุคคล โรงเรียนบ้านท่าโพธิ์ เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 ที่ประสบปัญหา ว่ามีผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีผลการทดสอบแห่งชาติขั้นพื้นฐานต่ ากว่าระดับเขตพื้นที่ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ หลายปีอย่างต่อเนื่องกันทุกกลุ่มสาระ จึงต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ ปัญหาคุณภาพผู้เรียน ที่ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนต่ ากว่าเกณฑ์ที่ก าหนด 2. แนวทางการแก้ไขปัญหาและพัฒนา โรงเรียนบ้านท่าโพธิ์ ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 จึงได้ด าเนินการวางแผน ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โดยการพัฒนารูปแบบและแนวทางปฏิบัติใน การยกระดับ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนทุกระดับชั้น ทั้ง 4 กลุ่มสาระหลัก คือ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ยกระดับผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O – NET) ทั้งในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2566 ภายใต้โครงการ IFTE : Innovation For Thai Education นวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาการศึกษา ของส านักงานศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย ส านักงานปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนบ้านท่าโพธิ์จึงได้ค้นหา รูปแบบ วิธีการที่จะสามารถช่วยในการยกระดับ ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน และได้จัดท าเป็นโมเดลขึ้นมาในชื่อ “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่ TPS Model” เพื่อด าเนินการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน และเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนต่อไป


T1 คือ Teachers หมายถึง ครูผู้สอน โดยผู้บริหารสถานศึกษาจัดให้คณะครูได้รับการอบรม เพื่อพัฒนา ตนเอง พัฒนาวิชาชีพ T2 คือ Tecnology หมายถึง ผู้บริหารสถานศึกษามีการสนับสนุนสื่อเทคโนโลยีให้กับคณะครูโรงเรียน บ้านท่าโพธิ์ทุกชั้นเพื่อให้ครูผู้สอนน าไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เช่น สื่ออินเตอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ สื่อออนไลน์ DLTV, DLIT P มาจากค าว่า Process คือ ขั้นตอนในการบริหารเชิงปฏิบัติการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง S1 คือ School หมายถึง โรงเรียนบ้านท่าโพธิ์ให้การสนับสนุนจัดสถานที่ที่เหมาะสมกับการจัดการ เรียนรู้ของผู้เรียน ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในด้านความรู้ S2 คือ Student หมายถึง ผู้เรียนโรงเรียนบ้านท่าโพธิ์ได้รับความรู้อย่างเต็ม ประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับผู้เรียนเป็นรายบุคคล ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้านความรู้และความ พอประมาณ S3 คือ Society หมายถึง ชุมชน คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า ผู้มีส่วนร่วมทุก ภาคส่วนของโรงเรียนบ้านท่าโพธิ์


แผนภาพแสดงสัญลักษณ์ตัว P มาจากค าว่า Process ขั้นตอนในการบริหารเชิงปฏิบัติการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3. ประเด็นปัญหาที่ท าให้การด าเนินนวัตกรรมมีข้อติดขัด 1. ครูผู้สอนย้ายและไม่ได้คืนต าแหน่งครูมาทันทีท าให้โรงเรียนขาดครูผู้สอนที่ตรงเอก แนวทางการแก้ไข จ้างครูอัตราจ้างมาสอนแทนในวิชาเอกที่ครูย้าย 2. งบประมาณไม่เพียงพอต่อการด าเนินกิจกรรมทั้งปี เช่น ขาดงบประมาณในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการ จัดท าสื่อการเรียนการสอน ขาดสื่อให้การถ่ายทอดความรู้ทางเทคโนโลยี เช่น โทรทัศน์ เครื่องพิมพ์เอกสาร แนวทางการแก้ปัญหา ขอสนับสนุนเงินงบประมาณเพิ่มเติม หรือ ขอสนับสนุนสื่อด้านการจัดการเรียนรู้ และสื่อด้านเทคโนโลยี


รายงานการดำเนินงานพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ******************************* ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ชื่อสถานศึกษา โรงเรียนบ้านเมืองเก่า “ศรีอินทราทิตย์” สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 เปิดทำการสอนในระดับชั้น อนุบาล 2 ถึงระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวนนักเรียนทั้งหมด 529 คน ชาย 289 คน หญิง 240 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวนครูทั้งหมด 28 คน ชาย 5 คน หญิง 23 คน จำนวนบุคลากรทางการศึกษาทั้งหมด 13 คน ชาย 6 คน หญิง 7 คน ตอนที่ 2 การติดตามผลที่เกิดกับการดำเนินงานพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 1) ปัญหาก่อนการสร้างนวัตกรรม การเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์ ทำให้สังคมไทยต้องเผชิญกับปัญหาหลายด้านที่เกิดจากปัญหาด้าน จิตใจของคนในสังคมที่เสื่อมลงทั้งทางด้านศีลธรรม วัฒนธรรม การเมือง เศรษฐกิจและสังคมก่อให้เกิดปัญหาที่ สำคัญ โดยเฉพาะปัญหาคอรับชั่น ที่มีสาเหตุมาจากปัญหาด้านคุณธรรมจริยธรรมที่สั่งสมมาโดยไม่รู้ตัวตั้งแต่วัย เยาว์ จึงทำให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการศึกษาได้ให้ความสำคัญ ในการพัฒนาสถานศึกษาให้ เป็นองค์กรคุณธรรม โดยต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้นักเรียนเป็น “คนดี” เพราะถ้านักเรียนเป็นคนดีตั้งแต่เด็ก เขาก็จะ คิดดี ทำดี สร้างประโยชน์ให้สังคมและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยมีพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีกระแสรับสั่งให้จัดการศึกษาโดยต้องมุ่งสร้าง พื้นฐานให้แก่ นักเรียนใน 4 เรื่อง คือ 1. ทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง 2. พื้นฐานชีวิตที่มั่นคงแข็งแรง 3. มีอาชีพ มีงานทำและ 4. เป็นพลเมืองดี สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงกำหนดนโยบายในการป้องกันการทุจริต โดยปลูกฝังให้ นักเรียนดำรงชีวิตสอดคล้องตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสังคมไทยที่มีเสถียรภาพ สามารถพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง รวมทั้งการแก้ปัญหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นของ ประเทศชาติอย่างยั่งยืน โรงเรียนบ้านเมืองเก่า “ศรีอินทราทิตย์” ตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นมรดกโลก เป็นต้นกำเนิดวัฒนธรรมและประเพณีที่สำคัญของท้องถิ่น จังหวัดและระดับประเทศ ได้เล็งเห็นความสำคัญของ ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น จึงเกิดแรงบันดาลใจและความต้องการที่จะสร้างสรรค์ผลงานเพื่อให้เกิดคุณลักษณะดังกล่าว ด้วยการขับเคลื่อน โรงเรียนบ้านเมืองเก่า “ศรีอินทราทิตย์” โดยใช้ SRI-IN MODEL เพื่อปลูกฝังให้นักเรียนเกิด คุณลักษณะ ได้แก่ ทักษะกระบวนการคิด ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย อยู่อย่างพอเพียง และมีจิตสาธารณะ ซึ่งเป็น นวัตกรรมในการดำเนินกิจกรรมพัฒนานักเรียน


2) แนวทางในการดำเนินงาน การดำเนินการ SRI-IN MODEL ตามรูปแบบดังนี้ 2.1 กระบวนการผลิตและออกแบบผลงาน 2.1.1 ศึกษา แนวคิด ทฤษฎี แนวทางการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง 2.1.2 จัดทำร่าง รูปแบบการขับเคลื่อน SRI-IN MODEL ที่มีองค์ประกอบ คือ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) กระบวนการ 4) การวัดประเมินผล และ5) ปัจจัยสนับสนุน 2.1.3 นำร่าง รูปแบบการขับเคลื่อนกิจกรรม SRI-IN MODEL ให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน ตรวจสอบ คุณภาพ ความเป็นไปได้ และความสอดคล้อง 2.1.4 ปรับปรุง แก้ไข ร่างรูปแบบการขับเคลื่อนกิจกรรม SRI-IN MODEL ตามข้อเสนอแนะของ ผู้เชี่ยวชาญ 2.1.5 ประเมินคุณภาพของรูปแบบ เพื่อดูความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นประโยชน์ และความ เป็นไปได้ในการนำไปใช้ของรูปแบบ 2.1.6 นำรูปแบบการขับเคลื่อนกิจกรรม SRI-IN MODEL ไปใช้ในการพัฒนานักเรียน SRI-IN MODEL


2.2 ขั้นตอนการดำเนินงาน โรงเรียนได้ดำเนินการตามรูปแบบการขับเคลื่อน SRI-IN MODEL ดังนี้ S : Sufficiency น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การบริหารจัดการ โดยมุ่งเน้นให้นักเรียนมีความรู้ ทักษะ อาชีพ ทักษะการบริหารจัดการ เรียนรู้ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การลงมือปฏิบัติ ให้นักเรียนเกิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ R : Routine จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณลักษณะ โดยเปิดให้นักเรียนได้มีโอกาสลงมือทำ เพื่อช่วยให้นักเรียนได้ค้นพบความสนใจ และความถนัดของตนเอง ได้มีความรู้และทักษะอาชีพที่ได้จากการเรียนไป ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน กิจกรรมที่ 1 ผู้นำเยาวชนสู่ถนนวัฒนธรรม เป็นกิจกรรมพัฒนานักเรียน โดยดำเนินการในรูปแบบ กิจกรรมชุมนุม Young Guide ในสถานที่จริงผ่านแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นร่วมกับชุมชนเป็นฐาน โดยใช้ทักษะ กระบวนการคิด มีวินัย และความซื่อสัตย์สุจริตต่อยอดวัฒนธรรมของชุมชนนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มี ความตระหนักในการนำความรู้มาใช้ในการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง ซึ่งนักเรียนใช้กระบวนการแบบร่วมมือกันเป็น กลุ่ม (Collaborative learning group) เป็นการจัดการเรียนรู้ที่นักเรียนร่วมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ มีกระบวนการ ร่วมมือกันหมุนเวียนบทบาทหน้าที่กันในกลุ่ม ทุกคนได้มีบทบาทหน้าที่อย่างทั่วถึง มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ได้ พัฒนาทักษะการทำงานรับผิดชอบร่วมกัน ช่วยเหลือและพึ่งพาอาศัยกัน มีทักษะทางสังคมที่ดีขึ้น โดยมีขั้นตอน การดำเนินงาน ดังนี้กระบวนการการจัดกิจกรรมชุมนุม Young Guide โดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA กระบวนการ PLC และกระบวนการเรียนรู้แบบ Active1Learning1โดยให้นักเรียนได้เรียนรู้แบบร่วมมือกันเป็นกลุ่ม (Collaborative learning group) กิจกรรมที่ 2 สร้างสำนึกพลเมืองดี วิถีลูกเสือ ยุวกาชาด เป็นการดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนานักเรียน ซึ่งกิจกรรมนี้ดำเนินการในระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นการดำเนินการตามนโยบาย ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นกิจกรรมที่มุ่งปลูกฝังระเบียบวินัยและกฎเกณฑ์เพื่อการอยู่ ร่วมกันให้รู้จักเสียสละ บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม มีความซื่อสัตย์สุจริต ฝึกทักษะและกระบวนการคิด การใช้ชีวิต อย่างพอเพียงและวิถีชีวิตตามระบบประชาธิปไตย พัฒนานักเรียนทั้งทางกายสติปัญญาจิตใจและศีลธรรมให้เป็น พลเมืองดีช่วยสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสามัคคีทั้งนี้เพื่อความสงบสุขและความมั่นคงของประเทศชาติโดยใช้ วงจรคุณภาพ PDCA ในการดำเนินกิจกรรม กิจกรรมที่ 3 บริษัทสร้างการดี Sri-in coffee (กาแฟดีที่ศรีอินทร์) นักเรียนได้ฝึกประสบการณ์ จัดตั้ง บริษัทและรับผิดชอบในรูปแบบบริษัทตามหน้าที่ที่รับมอบหมาย และได้ฝึกให้ตัวเอง ซึ่งนักเรียนนำความรู้และ ทักษะที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมบริษัทสร้างการดี Sri-in coffee (กาแฟดีที่ศรีอินทร์) ที่ไปใช้ประโยชน์ในการ ปฏิบัติงานหรือใช้ในชีวิตประจำวันได้ นักเรียนได้เรียนรู้การทำงานอย่างเป็นระบบจาการลงมือปฏิบัติ นักเรียน สามารถสืบค้นข้อมูล และนำเสนอผลการดำเนินงานของตนเองได้ และในการทำงานนั้นส่งผลให้นักเรียนเกิด กระบวนการคิดสามารถวางแผนในการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างมีขั้นตอน และเป็นระบบมีความคิดสร้างสรรค์ มี ความรับผิดชอบ มีวินัย เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ซื่อสัตย์สุจริตและเสียสละเพื่อส่วนรวาม รวมทั้งเป็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนตน นักเรียนสามารนำประสบการณ์ที่ได้รับไปเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพในอนาคต ได้ และจากการได้ฝึกฝนตนเองให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ฝึกให้เป็นคนรู้จักคิด มีวินัย มีความรับผิดชอบใน การทำงาน สามารถทำงานเป็นทีมร่วมกับผู้อื่นได้ มีความซื่อสัตย์สุจริต รู้จักการอยู่อย่างพอเพียงและที่สำคัญ


แบ่งปันให้ผู้อื่นทำให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นในชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข และใช้วงจรคุณภาพ PDCA ในการดำเนิน กิจกรรม กิจกรรมที่ 4 ผู้นำเยาวชนไม่ทนต่อการทุจริต โรงเรียนบ้านเมืองเก่า “ศรีอินทราทิตย์” ได้ตระหนักในความสำคัญของการเตรียมการด้านการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตในสถานศึกษา เพื่อวางรากฐานการปลูกจิตสำนึกซึ่งเป็นกลไกในการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตของประเทศชาติ ดังนั้นในกิจกรรมผู้นำเยาวชนไม่ทนต่อการทุจริตกับโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อ อาหารกลางวัน จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ปลูกฝังให้นักเรียนมีจิตสำนึกในการเป็นผู้นำในด้านของการไม่ทุจริตต่างๆ โดยผ่านกระบวนการทำงานที่มีการวางแผน ที่เป็นระบบ ตามขั้นตอนที่มีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ และใช้วงจรคุณภาพ PDCA ในการดำเนินกิจกรรม 3) ประเด็นปัญหา (ทำให้นวัตกรรมไม่สำเร็จ) 3.1 โรงเรียนยังขาดการระดมทรัพยากรหรือขาดการสนับสนุนทรัพยากรเพื่อใช้ในการบริหารจัดการศึกษา ได้อย่างต่อเนื่อง 3.2 ขาดแคลนงบประมาณที่จัดซื้อในเรื่องอุปกรณ์ในการฝึก 3.3 ขาดการสนับสนุนสื่อ เทคโนโลยีที่ทันสมัยให้เพียงพอกับครู ที่จะใช้ในการพัฒนานวัตกรรมทาง การศึกษาของสถานศึกษา เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์เอกสาร วัสดุ กระดาษ ฯลฯ


ข้อมูลโรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม โรงเรียนบ้านไร่พิทยาคมเป็นโรงเรียนประจ าต าบลขนาดกลาง ที่ตั้ง 102 หมู่ 7 ต าบลบ้านไร่ อ าเภอ ศรีส าโรง จังหวัดสุโขทัย รหัสไปรษณีย์ 64120 มีเนื้อที่ 30 ไร่ 2 งาน 12 ตารางวา เขตพื้นที่บริการ 3 ต าบล 16 หมู่บ้าน คือ ต าบลบ้านไร่ ต าบลราวต้นจันทร์และต าบลบ้านซ่าน สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเขต 38 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอนตั้งแต่ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีจ านวนนักเรียน 497 คน มีฝ่ายบริหาร 2 คน ฝ่ายปฏิบัติการสอน 37 คน และฝ่ายสนับสนุนการสอน 5 คน มีจ านวนบุคลากร รวมทั้งสิ้น 42 คน โรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม จัดการศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ( ฉบับปรับปรุง 2560 ) และตามแนวทางโรงเรียนมาตรฐานสากล สภาพปัญหา การบริหารจัดการงานโรงเรียนสู่ความส าเร็จ จากการ SWOT โดยการจัดประชุม(workshop) ผู้มีส่วนได้ส่วน เสีย ประกอบด้วย คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาฯ กรรมการนักเรียน ตัวแทนผู้ปกครอง ตัวแทนศิษย์เก่า เพื่อท าการวิเคราะห์บริบทขององค์กร โดยใช้กระบวนการ (2S4M) วิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน/นอก น า ข้อมูลมาใช้บริหาร ( คน เงิน วัสดุ การจัดการ) ได้ปัญหา น าปัญหามาแก้ไขด้วยกระบวนการอย่างเป็นระบบ สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกโรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม จุดแข็ง (Strengths : S) 1. กรรมการสถานศึกษาให้ความร่วมมือ 2. มีความพร้อมด้านอาคารสถานที่ 3. มีครูเพียงพอตามเกณฑ์ กคศ. 4. ศิษย์เก่าและชุมชนร่วมบริจาคเงิน 5. มีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย จุดอ่อน (Weaknesses : W) 1. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ า 2. นักเรียนมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ 3. ครูขาดความรู้ ความเข้าใจในระบบงาน 4. ครูขาดความสามัคคี ไม่ท างานเป็นทีม 5. ผู้บริหารไม่รับฟังความคิดเห็นของครู 6. ครูส่วนใหญ่ไม่มีส่วนร่วมในการท างาน 7. ผู้บริหารไม่สร้างทีมงาน


โอกาส (Opportunities : O) 1. มีการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี 2. ประชาชนผูกพันและรักถิ่นฐานบ้านเกิด 3. ผู้ปกครองร่วมมือกับการจัดการศึกษา 4. การติดต่อสื่อสารท าได้ง่าย และรวดเร็ว 5. อปท.สนับสนุนงบประมาณ อุปสรรค (Threats : T) 1. ในชุมชนหมู่บ้านมีการเล่นการพนัน 2. ในการจัดงานบุญหรืองานมงคลต่างๆ มีการดื่ม สุรากันมาก 3. ผู้ปกครองทอดทิ้งบุตรหลานให้ญาติดูแล 4. ผู้ปกครองมีรายได้น้อยฐานะยากจน 5. ปัญหาหน้าฝนน้ าท่วม หน้าแล้งขาดน้ า ผลการ SWOT Analysize สภาพแวดล้อมของโรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม อยู่ในสภาพสุนัขจนตรอก กล่าวคือ สภาพแวดล้อมภายใน เป็นจุดอ่อน และสภาพแวดล้อมภายนอกเป็นอุปสรรค จึงมีข้อจ ากัดในการพัฒนา โรงเรียนให้มีประสิทธิภาพ สภาพแวดล้อมภายในเป็นจุดอ่อน หมายถึง ด้านบริการและผลผลิตของโรงเรียน ไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ ด้านผู้เรียน นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ า นักเรียนมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ หนีเรียน ชู้สาว สูบบุหรี่ ดื่มสุรา เที่ยวกลางคืน ทะเลาะวิวาท มาโรงเรียนสาย ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ - การขับเคลื่อนงานในโรงเรียนยังไม่เป็นระบบ ใช้รูปแบบการบริหาร แบบเก่า ไม่กระจายงาน ฟังความคิดเห็นครู การนิเทศ ติดตามและประเมินผล ไม่ต่อเนื่อง งบประมาณ สื่อวัสดุอุปกรณ์ไม่เพียงพอต่อความต้องการของครูและนักเรียน ด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ -ครูและบุคลากรขาดความสามัคคี ไม่ท างานเป็น ทีม การจัดการเรียนการสอนไม่หลากหลาย ไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ แนวทางการด าเนินการนวัตกรรม ผลการประชุม(workshop) ได้ข้อสรุป 3 ปัญหาดังกล่าว มีความสอดคล้องตรงกับมาตรฐานการ ประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ของ ศธ. ทั้ง 3 ด้าน คือด้านผู้เรียน ด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็น ส าคัญ ด้านการบริหารและการจัดการ สอดคล้องกับพรบ.การศึกษา 2542 มาตรา 47 ให้มีระบบการประกัน คุณภาพการศึกษา มาตรา 48 สถานศึกษารายงานผลการประกันคุณภาพภายในต่อหน่วยงานต้นสังกัด สิ้นปี การศึกษา ปัญหาดังกล่าว เป็นจุดอ่อน จ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องด าเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน


โรงเรียนจึงได้คิดค้นพัฒนานวัตกรรม “สร้างรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม ด้วยกลยุทธ์ SPOETSarD Model ในการประกันคุณภาพภายโรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม วิถีใหม่วิถีคุณภาพ 7 กลยุทธ์ ซึ่งมีขั้นตอนการด าเนินงาน แปลตามศัพท์ภาษาอังกฤษ ดังนี้ 1. (S : Standard) การก าหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา 2. (P : Plan) การจัดท าแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา 3. (O:Operation) การด าเนินการตามแผนพัฒนาการจัดการศึกษา 4. (E : Evaluation) การประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษา 5. (T :Tracking) การติดตามผลการด าเนินการ 6. (Sar : Self assessment report) การจัดท ารายงานผลการประเมินตนเอง 7. (D : Development)การพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง กลยุทธ์การบริหารงานโรงเรียนสู่ความส าเร็จ ในการท างานแบบมีส่วนร่วม ประกอบด้วยกระบวนการ 7 ขั้นตอน ดังนี้ 1. การวิเคราะห์ SWOT Analysis และ TOWS Matrix 2. ก าหนดมาตรฐานการศึกษาโรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม โดยการแต่งตั้งคณะกรรมการก าหนดมาตรฐานของ โรงเรียน ได้กลยุทธ์ STAR Model ที่สอดคล้องกับงานประกันคุณภาพภายใน ทั้ง 3 ด้าน 1. ด้านคุณภาพผู้เรียน 2. ด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง 3. ด้านการบริหารและการจัดการ SPOETSarD Model 1 2 3 6 4 7 S:Standard P:Plan O:Operation E:Evaluation Sar:Selh assessment Report D:Development Tracking 5 “ S P O E T S a r D M o d e l” T:Tracking


4. ที่ประชุมเสนอเพิ่มเติมอีกหนึ่งด้าน ด้านที่ 4 ด้านผลลัพธ์ที่โดดเด่น เพื่อให้ครอบคลุมโรงเรียนคุณภาพวิถี ใหม่ วิถีคุณภาพ แปลตามศัพท์ภาษาอังกฤษ STAR Model ดังนี้ DR. FIPSE 1 2 3 6 4 7 Desire Resource Feedback Innovation Participate Supervision Evaluate Participate 5 “DR. FIPSE MODEL” 5. สร้างนวัตกรรมการบริหารสถานศึกษาตามจุดเน้น โดยใช้ SARA to GOOD Model ที่สอดคล้องกับ สพฐ. วิถึใหม่วิถีคุณภาพ S Safe สร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา (การจัดท าแผนเผชิญเหตุ) A A-Chance สร้างโอกาส /ลดความเหลื่อมล้ า (โครงการตามน้องกลับมาเรียน, แนะแนว,เยี่ยมบ้าน, เหลื่อมล้ า) R Resouvceful มีคุณภาพ (กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน,กระบวนการจัดการเรียนรู้) A Accomplish เกิดประสิทธิผล มีประสิทธิภาพ (นิเทศติดตาม ประเมินผล รายงาน) เพื่อ G Goodness เป็นคนดี O Outstanding เป็นคนเก่ง O Outgoing มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ D Decent อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ก าหนดมาตรฐาน บ.พ. “STAR Model ” S-Student คุณภาพผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 T-Teaching กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ A-Administrative ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ R-Resuit ด้านผลลัพธ์ที่โดดเด่น


6 ด าเนินโครงการ Best Practice โรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม 7. โครงการเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียน ด้วยกิจกรรม “BANRAI Model” จากการน ากลยุทธ์ SPOETSarD Model มาใช้ขับเคลื่อนงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม ส่งผลให้เกิดความส าเร็จ บรรลุตามมาตรฐานการศึกษา STAR Model ทั้ง 4 ด้าน ดังนี้ 1. ด้านคุณภาพของผู้เรียน มีสมรรถนะส าคัญสู่มาตรฐานสากล 1. ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับ 3 ขึ้นไป ร้อยละ 71.31 2. ผู้เรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะอาชีพ ทักษะการใช้เทคโนโลยี และทักษะการสื่อสารอย่าง สร้างสรรค์อย่างน้อย 2 ภาษา สูงขึ้นร้อยละ 80 3. ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ บรรลุตามมาตรฐานสถานศึกษา มีคุณธรรม จริยธรรม และ ค่านิยมที่ดีตามจุดเน้นของสถานศึกษา 2.ด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง 1.ครูสามารถออกแบบจัดการเรียนรู้สอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษาผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติ จริงในชีวิตประจ าวัน 2. ครูสามารถจัดประสบการณ์ด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย โดยใช้สื่อ เทคโนโลยี แหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัย 3. ครูด าเนินการวัดและประเมินผลผู้เรียนอย่างเป็นระบบ มีความสามารถในการบริหารจัดการชั้นเรียน เชิงบวก มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และน าข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนาตนเอง พัฒนาผู้เรียนสู่มาตรฐานสากล 3.ด้านการบริหารและการจัดการ 1. โรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม ก าหนดมาตรฐานสถานศึกษา สอดคล้องตรงกับวิสัยทัศน์ นโยบาย สภาพ และบริบทของโรงเรียน 2. โรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม มีระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพ ในการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา มีการจัดการเรียนการสอนวิชาการผสานวิชาชีพ ตรงตามเป้าประสงค์หลักสูตร พ.ศ. 2551 ปรับปรุง 2560 ทุก กลุ่มเป้าหมาย 3. มีกระบวนการพัฒนาครูเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่องค์กรวิชาชีพอย่างเป็นระบบ 100 % 4. มีการจัดสภาพแวดล้อมภายใน สะอาด ร่ม รื่น สวยงาม น่าอยู่ น่าเรียน มีการน าเทคโนโลยี สารสนเทศมาใช้ในระบบการบริหาร 4.ด้านผลลัพธ์ที่โดดเด่น 1. โรงเรียนมีนวัตกรรม การบริหารแบบมีส่วนร่วม ด้วยกลยุทธ์ SPOETSarD Model ในการประกัน คุณภาพภายใน ที่โดดเด่น ประสบความส าเร็จ และเป็นแบบอย่างได้ 2. โรงเรียน มีผลการปฏิบัติงาน ผู้บริหาร ครู นักเรียน ได้รับรางวัลและเป็นที่ยอมรับในวงวิชาการ ระดับเขตพื้นที่ ระดับภาค และระดับชาติ


ประเด็นปัญหาที่นวัตกรรมไม่ส าเร็จ ถึงแม้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในภาพรวมของโรงเรียนบ้านไร่พิทยาคมจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ โรงเรียนก าหนด แต่ยังคงมีนักเรียนบางส่วนที่ยังคงมีผลการเรียนที่มีปัญหาทั้งงผลสัมฤทธิ์ต่ า รวมถึงปัญหาผล การเรียน 0 ร มผ. ซึ่งโรงเรียนคิดว่ายังคงเป็นปัญหาที่โรงเรียนต้องหาทางในการพัฒนาต่อไป รวมถึงการ พัฒนาคุณลักษณะลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมเพื่อการเป็นพลเมือง และพลโลกที่ดีใน อนาคต แนวทางการแก้ไขปัญหา โรงเรียนจะจัดท าโครงการครูสามเส้า คือ ครูผู้สอน ครูพ่อแม่ และครูชุมชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมใน การจัดการเรียนการสอน และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งทางวิชาการและวิชาชีพ (PLC) ของเครือข่ายระหว่าง วิชาชีพและชุมชน ทั้งการวัดและประเมินผล การจัดการเรียนการสอน รวมถึงการพัฒนาผู้เรียนให้มี คุณลักษณะลักษณะที่ชุมชนต้องการ


นวัตกรรมการศึกษาของสถานศึกษานำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จังหวัดสุโขทัย Sale Model สร้างอาชีพเพื่ออนาคตที่สดใส โรงเรียนบ้านวังน้ำขาว 1. ที่มาและความสำคัญของนวัตกรรม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 กำหนดแนวทางการจัดการศึกษา โดยยึดหลักว่าผู้เรียน ทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการ ศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติ โดยจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับ ความสนใจ และความถนัดของผู้เรียน คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกัน แก้ปัญหา และเรียนรู้จาก ประสบการณ์จริง รวมถึงในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมและเทคโนโลยีก่อให้เกิดทั้งผลดี และผลเสียต่อการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน ทำให้เกิดความยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิถีการ ดำเนินชีวิตให้สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข (กระทรวงศึกษาธิการ, 2542) โรงเรียนบ้านวังน้ำขาว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 เป็นโรงเรียน ขยายโอกาสทางการศึกษาเปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นปฐมวัยถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นักเรียนส่วนใหญ่ ของโรงเรียนบ้านวังน้ำขาวมีฐานะยากจนและมีแนวโน้มออกกลางคัน นักเรียนต้องช่วยเหลือผู้ปกครองทำงาน หาเลี้ยงครอบครัว บางกรณีบิดามารดาเสียชีวิตหรือไปทำงานนอกพื้นที่ นักเรียนต้องอาศัยอยู่กับปู่ ย่า ตา ยาย ซึ่งมีอายุมาก และมีรายได้น้อย บางคนมาจากครอบครัวที่หย่าร้าง เมื่อวิเคราะห์ปัญหาพบว่า รายได้ของ


ครอบครัวเป็นปัจจัยสำคัญในการมาเรียนของนักเรียน ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้กับผู้เรียนที่เป็นนักเรียนด้อยโอกาส และส่งเสริมให้นักเรียนมีรายได้ ระหว่างเรียน เพื่อให้ได้รับการศึกษาจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้พัฒนาความรู้และฝึกทักษะที่จำเป็นต่อการ ประกอบอาชีพที่ตรงตามความถนัด และศักยภาพของนักเรียน โดยมีการฝึกทักษะเฉพาะด้านสำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาต่อ และที่สำคัญเป็นการปลูกฝังค่านิยมและเจตคติที่ดีต่อ อาชีพที่หลากหลายให้เกิดแก่นักเรียน ซึ่งโรงเรียนบ้านวังน้ำขาวมีความพร้อมในด้านแหล่งเรียนรู้ วิทยากรที่มี ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในชุมชน และกระบวนการจัดการเรียนการสอน จึงควรส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้ ควบคู่กับการฝึกประกอบอาชีพ ซึ่งถือเป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ สามารถสร้างผลิตภัณฑ์และผลผลิต ให้บริการบนฐานเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าของสินค้า เพื่อส่งเสริมอาชีพสำหรับเด็กด้อย โอกาสในโรงเรียน จึงได้พัฒนาการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบ Sale Model ขึ้น เพื่อเป็นการขับเคลื่อน การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียน เป็นการพัฒนาความรู้และฝึกทักษะที่จำเป็นต่อการ ประกอบอาชีพที่ตรงตามความถนัดความต้องการ และศักยภาพของนักเรียนโรงเรียนบ้านวังน้ำขาว 2. แนวทางการดำเนินงาน การจัดการเรียนรู้รูปแบบ Sale Model การดำเนินงานตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้ Sale Model เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียน 2.1 สำรวจนักเรียนยากจน และนักเรียนที่มีแนวโน้มออกกลางคัน โดยโรงเรียนร่วมกับชุมชน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดการประชุมพร้อมสรุปปัญหา พบว่านักเรียนที่จบการศึกษาระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ส่วนใหญ่ศึกษาต่อสายอาชีพ หรือบางรายไม่ได้รับการศึกษาต่อ 2.2 สำรวจอาชีพ และแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น ทำการสำรวจข้อมูลบริบท ของชุมชนในด้านผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่นรวมถึงแหล่งเรียนรู้ที่อยู่ใกล้เคียงกับ บริเวณโรงเรียน โดยจัดทำโครงการเพื่อขอความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและวิทยากรในชุมชน 2.3 พัฒนาบุคลากรด้านการสอนวิชาชีพ ส่งเสริมให้บุคลากรเข้ารับการอบรมเพื่อให้มีความรู้เพิ่มเติม ในด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมอาชีพในโรงเรียน 2.4 พัฒนาหลักสูตรและจัดทำรายวิชาชุมนุมเพื่อบูรณาการการจัดการเรียนรู้สู่การส่งเสริมทักษะ อาชีพ โดยจัดทำเป็นกิจกรรมต่างๆ ตามระดับชั้นตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2.5 นิเทศติดตามและประเมินผล


แนวทางการดำเนินงาน การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพ ( Sale Model ) สร้างอาชีพเพื่ออนาคตที่สดใส โรงเรียนบ้านวังน้ำขาว ปัญหา แนวโน้มนักเรียนออกกลางคัน ปีการศึกษา 2565 เด็กด้อยโอกาส นักเรียนชั้น ม.3 ปีการศึกษา 2565 ไม่ศึกษาต่อบางคน ความต้องการของชุมชน Sale Model การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพ S = Survey (สำรวจความต้องการของนักเรียน) A = Analyze (วิเคราะห์หลักสูตรสู่การนำไปใช้จัดการเรียนการสอน) L = Learning by doing (การเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ) E = Evaluation (การประเมินผลการเรียนรู้) - หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังน้ำขาว - แหล่งเรียนรู้ในชุมชน -แหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน -ชุมชน -ภูมิปัญญาท้องถิ่น -วิทยากรเฉพาะด้าน การนิเทศติดตาม นักเรียนมีคุณภาพ มีแนวทางในการศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพ สรุป / รายงาน ผล


ปัญหาและอุปสรรคระหว่างการดำเนินงาน ปัญหาระหว่างการดำเนินงานการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพ ( Sale Model ) พบว่า ครูผู้สอนขาดทักษะเฉพาะด้านในการส่งเสริมทักษะอาชีพ และขาดปัจจัยสนับสนุนด้านงบประมาณในการจัด กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ขาดการประชาสัมพันธ์การขาย และสถานที่ส่งจำหน่ายสินค้ายังน้อย บางครั้งสินค้า จำหน่ายไม่หมด ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 1. การบูรณาการข้อมูลสถานการณ์ความยากจนของครัวเรือน 2. ความต้องการงบประมาณและทรัพยากร 3. การแก้ปัญหาความยากจนและการอบรมดูแลของผู้ปกครอง


นวัตกรรม ปัญหาและแนวทางแก้ไข ของสถานศึกษาน าร่อง โรงเรียนบ้านสามพวง (สามัคคีพิทยา) 1. ข้อมูลทั่วไปของโรงเรียน โรงเรียนบ้านสามพวง (สามัคคีพิทยา) ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๔ กันยายน ๒๔๖๔ หมู่ที่ ๔ ต าบลสามพวง อ าเภอ คีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย นายอ าเภอเป็นผู้จัดตั้งขึ้นด ารงอยู่ได้ด้วยงบประมาณแผ่นดินจัดการการเรียนการสอนตั้งแต่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑- ๔ โดยอาศัยศาลาการเปรียญของวัดสามพวง เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๐๖ จึงย้ายจากศาลาการเปรียญวัดสามพวง มาเรียนที่อาคารเรียนใหม่ เมื่อ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๐๖ และขอเปลี่ยนชื่อโรงเรียนให้ตรงกับสภาพความเป็นจริง “โรงเรียนบ้านสามพวง” วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๐๘ เพื่อความเหมาะสมสอดคล้องชื่อหมู่บ้านเป็นขวัญก าลังใจแก่ประชาชนและผู้มี ส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคารเรียน จึงขอขนานนามโรงเรียนไปยังกรมสามัญศึกษา และในวันที่๗ มีนาคม ๒๕๐๘ กรมสามัญศึกษาได้อนุญาตให้ขนานนามโรงเรียนนี้ว่า “โรงเรียนบ้านสามพวง(สามัคคีพิทยา)” ปัจจุบันปีการศึกษา ๒๕๖๖ เปิดสอน ๓ ระดับ คือระดับปฐมวัย ระดับประถมศึกษา และระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น จ านวน ๑๑ ชั้นเรียนมีข้าราชการครู ๑๔ คน ครูอัตราจ้าง ๒ คน ครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ ๑ คน รวมมีบุคลากรทั้งสิ้น ๑๗ คน มีนักเรียนจ านวน ๑๕๗ คน - ที่ตั้งตั้งอยู่หมู่ที่ ๔ ต าบลสามพวง อ าเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ๖๔๑๖๐ ระยะทางจาก อ าเภอคีรีมาศ ถึงโรงเรียน ๓ กิโลเมตร จาก จังหวัดสุโขทัย ถึงโรงเรียน ๒๓ กิโลเมตร - ขนาดพื้นที่ โรงเรียนมีพื้นที่ทั้งสิ้น ๙ ไร่ ๙๐ ตารางวา โดยแบ่งออกเป็น ๒ แปลง ดังนี้ แปลงที่ตั้งอาคารเรียนมีทั้งสิ้น ๙ ไร่ ๙๐ ตารางวา แปลงที่เป็นสถานที่ปลูกไม้สัก ๒ ไร่ - งาน - ตารางวา - ช่องทางการติดต่อ เบอร์โทร๐๕๕ ๙๔๕ ๖๔๑ - E-Mail :[email protected] - Website : http://data.bopp-obec.info/web/index.php?School_ID=1064620115 - วิสัยทัศน์ : VISION โรงเรียนบ้านสามพวง (สามัคคีพิทยา) จัดการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาของชาติส่งเสริมความรู้ทาง วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี เน้นทักษะงานอาชีพ ปลูกฝังความมีคุณธรรม พัฒนาครูสู่มาตรฐาน วิชาชีพ มุ่งเน้นการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมตามหลักธรรมาภิบาล โดยโรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ของเศรษฐกิจ พอเพียง - พันธกิจ: MISSION 1. ส่งเสริมการจัดการศึกษาทุกระดับให้มีคุณภาพเป็นไปตามหลักสูตรสถานศึกษา 2. ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรม คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 3. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นครูมืออาชีพ 4. พัฒนาและส่งเสริมการผลิตใช้สื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีทางการศึกษา 5. พัฒนาระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพของทุกภาคส่วนตามหลักธรรมาภิบาล


- อัตลักษณ์ของโรงเรียน “ยิ้มง่าย ไหว้สวย” - เอกลักษณ์ของโรงเรียน “ดนตรีไทย” ๒. ปัญหาที่ท านวัตกรรม โรงเรียนบ้านสามพวง (สามัคคีพิทยา) ได้เข้าร่วมสถานศึกษาน าร่อง พื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษาจังหวัด สุโขทัย โรงเรียนได้ด าเนินการก าหนดแนวทางในการจัดท านวัตกรรมทางการศึกษาของโรงเรียน โดยน าข้อมูลจาก ผลการวิเคราะห์ศักยภาพสถานศึกษา ด้วยเทคนิค SWOT Analysis ของโรงเรียนบ้านสามพวง (สามัคคีพิทยา) พบว่าปัจจุบันโรงเรียนมีปัจจัยจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่เป็นโอกาส คือ ชุมชนมีความเข้มแข็งให้ความร่วมมือ และประสานงานกับโรงเรียนอย่างเต็มที่ อุปสรรค คือ สภาพปัญหาทางเศรษฐกิจ การประกอบอาชีพและฐานะ ความเป็นอยู่ของคนในชุมชนมีความเหลื่อมล้ า ส่งผลต่อสภาวะครอบครัว เช่น ผู้ปกครองต้องไปท างานต่างถิ่นให้ เด็กอาศัยอยู่กับ ปู่ย่า ตายาย เป็นต้น ส่วนปัจจัยสภาพแวดล้อมภายในที่เป็นจุดแข็ง คือ โรงเรียนมีครูครบชั้น อาคารสถานที่มีความพร้อม มีแหล่งเรียนรู้ที่เป็นสื่อเทคโนโลยี มีเอกลักษณ์ของโรงเรียนที่เด่นชัดคือ ดนตรีไทย และจุดอ่อน คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ปัญหาด้านการอ่าน การเขียน เนื่องด้วยเด็กไม่มี สมาธิและมีความสนใจกับสิ่งเร้าอื่น ๆ มากกว่าการเรียนรู้ภายในโรงเรียน เป็นต้น ดังนั้นทางโรงเรียนจึงได้น าผลวิเคราะห์ศักยภาพสถานศึกษา ด้วยเทคนิค SWOT Analysis มาสรุปความ ต้องการจ าเป็นในการแก้ปัญหาและพัฒนาผู้เรียนในด้านพฤติกรรมของผู้เรียน ให้เกิดสมาธิและมีความสนใจต่อ การเรียน อันเป็นพื้นฐานส าคัญ โดยการน าอัตลักษณ์ของโรงเรียน คือ ดนตรีไทย มาพัฒนาต่อยอดส่งผลต่อการ พัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งนวัตกรรม คือ “พลังอัศจรรย์ สร้างสรรค์คนด้วยดนตรี” เป้าหมายสิ่งที่คาดหวัง ท าให้ ผู้เรียนทุกคนให้มี 3H คือ Head (ความรู้ ความคิด) Heart (คุณธรรม) Hand (ทักษะ) ให้เด็กรู้จักการกรอง ความคิด อารมณ์ สู่การกระท า น าสู่การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ซึ่งทางโรงเรียนได้ปรับกระบวนการจัดการเรียนการ สอนน ากิจกรรมการเรียนการสอนดนตรีไทย และดนตรีสากลเพิ่มเติมเข้าไปในชั่วโมงลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ให้ นักเรียนทุกคนได้เข้าร่วมกิจกรรม


๓. แนวทางการท านวัตกรรม ประชุมวางแผนการด าเนินงาน การคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา โดยใช้ 4P MODEL ในการบริหารจัดการนวัตกรรมทางการศึกษาของโรงเรียนด้วยกรบะวนการ PDCA นิเทศ ก ำกับ ติดตำม คุณภำพผู้เรียน Heart คุณธรรม Head ควำมรู้ ควำมคิด Hand ทักษะ สรุป รำยงำนผล ปรับปรุง พัฒนำ พัฒนำนวัตกรรมอย่ำงต่อเนื่อง เผยแพร่ ประชำสัมพันธ์ และขยำยผลสู่สำธำรณชน ไม่มีปัญหา ปฏิบัติตามแผน 1. แต่งตั้งผู้รับผิดชอบและคณะท างานในระดับสถานศึกษา 2. ปรับโครงสร้างรายวิชา เพิ่มเป็นหน่วยการเรียนรู้เข้าไปในหลักสูตรสถานศึกษา ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง ใช้เวลาในชั่วโมงลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ และกิจกรรมชุมนุม 3. จัดท าหน่วยการเรียนรู้แผนการการจัดการเรียนรู้ และจัดการเรียนรู้ตามแผน 4. ผู้เรียนทุกคนได้เรียนรู้ฝึกฝนการเล่นเครื่องดนตรี เพื่อให้เกิด 3H 5. วัดและประเมินผล มีปัญหา มนุษย์ที่สมบูรณ์


จากโมเดลนวัตกรรมทางการศึกษา โรงเรียนบ้านสามพวง (สามัคคีพิทยา) โดยใช้ 4P MODEL ในการ บริหารจัดการนวัตกรรมทางการศึกษาของโรงเรียน ด้วยกระบวนการ PDCA ดังนี้ P1 : Participation หมายถึง การบริหารแบบมีส่วนร่วมให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ได้ เข้ามาร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมวางแผน ร่วมแก้ปัญหา ร่วมพัฒนา และร่วมด าเนินงาน P2 : Problem หมายถึง การพิจารณาปัญหา เรื่องที่ต้องการแก้ปัญหาหรือเรื่องที่ต้องการแก้ปัญหา ร่วมกัน P3 : Project หมายถึง โครงการ แผนหรือเค้าโครงตามที่ก าหนดไว้ท าให้เกิดกระบวนการท างานที่ ประกอบไปด้วยกิจกรรมที่หลากหลายและเหมาะสมกับช่วงวัยของผู้เรียนการสร้างความรู้ ความเข้าใจในการ ขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการศึกษาของโรงเรียนบ้านสามพวง (สามัคคีพิทยา) รวมกันวิเคราะห์สภาพปัญหา และหา แนวทางในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ P4 : Processing หมายถึง การด าเนินการ ซึ่งประกอบด้วย 1. Actirity กิจกรรม 2. Product ผลที่เกิดขึ้น 3. Output ผลผลิตจากกระบวนการการด าเนินกิจกรรมนั้นๆ 4. Out come ผลลัพธ์ ความส าเร็จของโครงการ วิธีการด าเนินงานให้บรรลุผล ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน (PDCA) ดังนี้ -- ขั้นตอนที่ 1 การวางแผน (Plan) ขั้นตอนที่ 2 ปฏิบัติตามแผน (Do) ขั้นตอนที่ 3 การติดตามตรวจสอบ (Check) ขั้นตอนที่ 4 การปรับปรุง พัฒนา (Action)


วิธีการด าเนินงานการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการศึกษาของโรงเรียนบ้านสามพวง (สามัคคีพิทยา) ให้ส าเร็จบรรลุผล ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน (PDCA) ดังนี้ 1. ขั้นการวางแผน (Plan) ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางศึกษา ผู้ที่เกี่ยวข้อง ประชุมปรึกษาหารือเพื่อ เตรียมการโดยศึกษาข้อมูลสารสนเทศ ประมวลสภาพปัญหาและความต้องการในพัฒนา เพื่อการจัดเตรียมคน เตรียมงบประมาณ เตรียมวัสดุอุปกรณ์ แนวทางการบริหารจัดการ 4P โมเดล ตามกระบวนการ 2. ขั้นปฏิบัติตามแผน (Do) ก าหนดผู้รับผิดชอบกิจกรรม “นวัตกรรมพลังอัศจรรย์ สร้างสรรค์คนด้วยดนตรี” ด าเนินงานตามแผน เน้นการมีส่วนร่วมในการด าเนินงาน โดยผู้บริหารเป็นผู้ให้ค าปรึกษา อ านวยความสะดวก ส่งเสริมให้ขวัญก าลังใจ ในการด าเนินงาน 3. ขั้นการติดตามตรวจสอบ (Check) ผู้บริหารมีการนิเทศ ก ากับ ติดตาม ขับเคลื่อนการด าเนินงานตาม “นวัตกรรมพลังอัศจรรย์ สร้างสรรค์ คนด้วยดนตรี” เป็นระยะแบบกัลยาณมิตร ให้ข้อเสนอแนะ และสร้างขวัญก าลังใจในการปฏิบัติงาน 4. ขั้นการปรับปรุง พัฒนา (Action) ผู้บริหารร่วมสรุปผลการด าเนินงานการขับเคลื่อน “นวัตกรรมพลังอัศจรรย์ สร้างสรรค์คนด้วยดนตรี” น าผลการประเมินมาปรับปรุง เมื่อสิ้นสุดผลการนิเทศในแต่ละครั้ง เพื่อให้ทราบปัจจัยสู่ความส าเร็จและอุปสรรคที่ ส่งผลให้ไม่ประสบผลส าเร็จ น าข้อมูลมาพัฒนาให้นวัตกกรรมให้บรรลุเป้าหมาย เป้าหมายความส าเร็จ เป้าหมาย (Goal) ความคาดหวังที่ให้เกิดกับผู้เรียน คือ ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ปลูกฝังให้ผู้เรียนเกิด 3H คือ Head (ความรู้ ความคิด) Heart (คุณธรรม) Hand (ทักษะ) ๔. ประเด็นปัญหา - เครื่องดนตรีไทย และเครื่องดนตรีสากล มีความช ารุด ต้องซ่อมแซมแก้ไขบ่อยครั้ง - เครื่องดนตรีมีจ านวนน้อย ไม่เพียงกับจ านวนนักเรียนที่เข้ามาเรียนในแต่ละครั้ง ๕. แนวทางแก้ไข - ขออนุมัติจัดสรรเครื่องดนตรีไทยและเครื่องดนตรีสากล


1. วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียนอนุบาลมัชฌิมา พบปัญหา 2 ด้านที่ส าคัญและเป็นปัญหาทั้งระบบการศึกษาไทย คือ 1.1 ปัญหาด้านวิชาการ โรงเรียนอนุบาลมัชฌิมาจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช 2560 อาศัย ตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับ 2) พ.ศ. 2545 จัดการศึกษาปฐมวัยที่ต้องพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปี ให้มีพัฒนาการ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาที่เหมาะสมกับวัย ตามความสามารถและความ แตกต่างระหว่างบุคคลอย่างเป็นองค์รวม เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น และ สร้างรากฐานชีวิตให้พัฒนาเด็กปฐมวัยไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ และมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ จากสภาพปัญหาการจัดการเรียนการสอนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันพบว่าเด็กยังถูกสอนให้ท่องจ า เป็นนกแก้วนกขุนทอง มุ่งเร่งรัดพัฒนาด้านสติปัญญามากกว่าด้านอารมณ์ จิตใจ (EQ) ขาดการ พัฒนาด้านสังคมและด้านร่างกายไปด้วย บังคับให้อ่านออก เขียนได้ตั้งแต่ระดับอนุบาล การจัดการ เรียนการสอนที่เป็นอยู่บ่มเพาะให้เด็กเป็น Passive Learner เกือบทั้งวันเด็กอยู่แต่ในห้องเรียน ไม่ได้ ฝึกคิด วิเคราะห์แก้ปัญหาอย่างเต็มที่เนื่องจากเรียนรู้แต่กับโจทย์ส าเร็จรูป เมื่อไม่มีทักษะจากการ ปฏิบัติ เด็กจึงไม่สามารถค้นหาตัวเองเจอ เด็กยังขาดSelf Esteemเพราะการสอนชี้ที่ผิด มีการให้ ดาว ให้คะแนน ลดคุณค่าในตัวเด็กนอกจากนั้นเด็กยังขาดความอ่อนโยนเพราะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับ ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่เด็กอยู่ อีกปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นคือครูเป็นการสอนแบบเดิมคือการสอนให้เชื่อให้ท่องจ า สอนแบบ บรรยาย และป้อนค าถามปลายปิด มีค าถามแค่ถูก-ผิด ใช่-ไม่ใช่ เป็นค าสั่งและมุ่งเน้นความส าเร็จที่ ผลลัพธ์เช่น ชิ้นงาน คะแนนสอบ การน าเสนองาน แต่ไม่ได้ดูทักษะที่เกิดระหว่างการเรียนรู้ของเด็ก และไม่ได้ดูที่พัฒนาการของเด็กในแต่ละคน จากจุดเริ่มต้น ระหว่างทาง จนถึงปลายทาง แนวทางในการด าเนินการแก้ปัญหาด้านวิชาการของโรงเรียนอนุบาลมัชฌิมา จากสภาพความเป็นจริงที่เป็นปัญหา ทั้งหมดนี้ท าให้เด็กขาดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ขาดทักษะ ชีวิตและ Soft Skillsที่จ าเป็นในอนาคต ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยที่มุ่งเน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง และการพัฒนาทั้ง 4 ด้าน โรงเรียนอนุบาลมัชฌิมาตระหนักถึงการแก้ปัญหาดังกล่าวและเห็นว่าควรแก้ไขทั้งระบบของ โรงเรียน จึงได้หานวัตกรรมที่สามารถเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ นั่นหมายถึงการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่การ บริหาร การพัฒนาครูและโครงสร้างหลักสูตรของโรงเรียน ที่ยังคงอิงเป้าหมายของหลักสูตร การศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 อยู่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตัวเด็กที่เป็นไปตามพัฒนาการทั้ง 4 ด้านและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตลอดจนบรรลุเป้าหมายของโรงเรียนคือมีทักษะชีวิต


2 มีSelf ต่างๆ มี EF(Executive Functions) เป็นนักเรียนที่มีความสุข ตามโมเดลการบริหารงาน วิชาการโรงเรียนอนุบาลมัชฌิมาดังนี้ นวัตกรรมที่โรงเรียนอนุบาลมัชฌิมาได้ใช้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปีการศึกษา 2561 น ามาจาก โรงเรียนต้นแบบคือโรงเรียนล าปลายมาศพัฒนา จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นโรงเรียนต้นแบบที่มี School Node มากกว่า 400 โรงเรียน รายละเอียดของวัตกรรมทั้ง 4 มีดังนี้ 1. นวัตกรรมจิตศึกษา พัฒนาปัญญาภายใน เป็นเสมือนกล้องที่เอามาส่องเข้าไปข้างในตัวเอง ท าให้ผู้เรียนไปถึงปัญญาภายใน ได้แก่ การมีสมาธิจดจ่อเพื่อก ากับความเพียรให้ส าเร็จ การมีสติ ช านาญเพื่อรู้เท่าทันอารมณ์ การเคารพคุณค่าตัวเองและคนอื่นเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างภราดรภาพ การมีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น ตามกรอบแนวคิดข้างล่าง ซึ่งนวัตกรรมจิตศึกษาเป็นนวัตกรรมที่ใช้ตลอดทั้งวันตั้งแต่การสร้างสนามพลัง การใช้จิตวิทยา เชิงบวกและการจัดกิจกรรมจิตศึกษาในห้องเรียน นั้นหมายถึงทั้งผู้บริหาร ครู นักเรียน และ ผู้ปกครอง เป็นผู้ใช้ ผู้ฝึกนวัตกรรมนี้ร่วมกันเพื่อเกิดวัฒนธรรมองค์กร หรือวิถีที่เข้มแข็ง เป็นการ เรียนรู้แบบซึมซับในบริบทภายในโรงเรียน 2. นวัตกรรมPBL (Problem Based Learning) พัฒนาปัญญาภายนอก เป็นเสมือนกล้องที่ เอาไว้ส่องให้เห็นโดยรอบ เป็นการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ที่จะท าให้ผู้เรียนถึง


3 ปัญญาภายนอกได้ เป็นการเรียนรู้แบบองค์รวม ลงมือปฏิบัติจริงน าไปสู่สมรรถนะที่น าความรู้ ไปใช้ได้จริง PBL (Problem Based Learning) เป็นบูรณาการศาสตร์ที่เรียนแบบองค์รวม โดยบูรณาการ วิชาสังคมตั้งแต่ระบบนิเวศ การเมือง ศาสนา ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และศิลปะเข้าด้วยกัน เป็นการเรียนรู้แบบองค์รวมตามปรัชญาการศึกษาปฐมวัย ว่าด้วยการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีอย่างเป็นองค์รวมให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อต่อยอดการศึกษาขั้นพื้นฐานต่อไป นวัตกรรม PBL มีกระบวนการสอนที่ชัดเจนเพื่อให้ครู recheck ตัวเองว่าเด็กเข้าใจในระหว่าง ทางการเรียนรู้หรือไม่ ตามภาพโมเดลข้างล่างนี้ 3. นวัตกรรมการเรียนภาษาผ่านวรรณกรรมซึ่งวรรณกรรมของระดับปฐมวัยคือนิทาน วรรณกรรมและนิทาน คือเครื่องมือหนึ่งที่จะท าให้เราเข้าใจเด็ก และเด็กได้ขยายขอบเขตของ ภาษา มองโลกอย่างที่ควรเป็น เข้าใจปรากฏการณ์ ผู้คน สังคมทุกมุมโลก วรรณกรรมและนิทาน คือเรื่องราวที่สนุกท าให้เด็กเกิดการเชื่อมโยงต่อการเรียนรู้องค์ย่อย และบ่มเพาะการรักการอ่าน โดยนวัตกรรมมีจุดประสงค์หลักคือเอการคิดขั้นสูง จะเห็นได้ว่าทั้งนวัตกรรมPBL และนวัตกรรมการเรียนภาษาไทยผ่านวรรณกรรมนั้น เป็นการ ปรับโครงสร้างหลักสูตรภายในสถานศึกษา เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนเป็นแบบ Active


4 Learning ที่เป็นการสอนแบบเชิงรุก เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริง ได้ริเริ่มวางแผน แก้ปัญหาร่วมกับครู เด็กได้ฝึกคิด วิเคราะห์ผ่านการ Reflection อย่างสม่ าเสมอ ครูเป็นครูโค้ชและเอื้ออ านวยความ สะดวกในการด าเนินกิจกรรมและร่วมเรียนรู้กับเด็ก ตั้งค าถามปลายเปิดที่ทรงพลังท าให้เด็กเกิดแรง บันดาลใจในการเรียนรู้ และหาค าตอบ PBL หน่วยการเรียนรู้ขยะไม่น่าแขยง ภาษาไทยผ่านวรรณกรรม 4. นวัตกรรมPLC (Professional Learning Community) เป็นนวัตกรรมส าหรับองค์กร เพื่อมุ่งการพัฒนาครูและพัฒนาองค์กรทั้งระบบ มีเป้าหมายพัฒนาครูและผู้บริหารให้เป็นครูโค้ช เป็นครูผู้เอื้ออ านวยและสนับสนุนการ เรียนรู้นั้นให้เกิดขึ้นตาม Output และ Outcomeที่ครูตั้งเป้าหมายไว้ในแผนการสอนในแต่ละชั่วโมง


5 จนสิ้นสุดของ Quarter (1 Quarter มี10สัปดาห์) โดยคุณลักษณะของครูโค้ชคือ ต้องใช้จิตวิทยา เชิงบวก สร้างสัมพันธภาพแนวราบ เป็นครูนักออกแบบหน่วยการเรียนรู้และกิจกรรมการเรียนรู้ ครู จะใช้ค าถามปลายเปิด อดทนรอคอยค าตอบของนักเรียน มีการแบ่งกลุ่มย่อยในการเรียนรู้และร่วม เรียนรู้ไปกับเด็ก เป้าหมายส าคัญของ PLC คือ การสร้างการเรียนรู้ของครูร่วมกันเพื่อให้ทุกคนได้ยกระดับ ความรู้ ความเข้าใจในสิ่งที่จะสอน มีทักษะการจัดการเรียนการสอนและมีจิตวิญญาณของความเป็น ครู มีองค์ประกอบสองส่วนที่ส าคัญคือ 1) การสร้างความเป็นชุมชนที่เป็นสนามพลังบวกให้เกิดขึ้นใน องค์กร 2) การจัดให้มีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่หลากหลายระหว่างกันและกัน PLCวิถรอนุบาล มัชฌิมามีขอบข่ายเรื่องในการshare & learn คือ 1) Lesson Study 2) Case Study และ 3) System Study


6 1.2 ปัญหาด้านบริหารองค์กร จากปรากฏการณ์ที่การศึกษาในปัจจุบันก าลังเผชิญอยู่คือการสอนแบบ Passive Learning ครู สอนแบบบรรยาย สอนตามแบบเรียน สอนให้ท่องจ า ขาดการลงมือปฏิบัติที่จะได้มาซึ่งทักษะต่างๆ ทั้งทักษะชีวิตและ Soft Skills การวัดผลประเมินผลโดยใช้เครื่องมือไม่หลากหลาย การจัดการเรียน การสอนมุ่งเน้นที่ความรู้ มากกว่าทักษะต่างๆที่จ าเป็นต่อโลกอนาคต ต่อการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วของ เทคโนโลยี จากการวิเคราะห์Iceberg Modelจะเห็นได้ว่าโรงเรียนมีจุดคานงัดคือการสอนแบบบูรณาการ ด้วยนวัตกรรมPBL และนวัตกรรมภาษาผ่านวรรณกรรม ซึ่งเป็นนวัตกรรมสร้างปัญญาภายนอกที่เป็น Active Learning มีกระบวนการสอนผ่านการคิดวิเคราะห์แก้ไขปัญหาจากการลงมือปฏิบัติท าให้ครู ต้องออกแบบการสอนเชิงรุก สร้างแรงบันดาลใจเพื่อให้เด็กได้น าความรู้ และทักษะไปใช้ได้จริงใน ชีวิตประจ าวันผ่านการลงมือท า มีนวัตกรรมจิตศึกษาซึ่งเป็นนวัตกรรมสร้างปัญญาภายในท าให้เด็ก เกิดสมาธิจดจ่อ สามารถตัดสินใจเชิงจริยธรรม และน าตนเองไม่ให้เดือนร้อนผู้อื่น มีความเห็นอกเห็น ใจผู้อื่น และมีนวัตกรรมPLC เป็นนวัตกรรมพัฒนาครู เพื่อให้ครูเป็นครูโค้ชและเป็นครูนักเรียนรู้ แนวทางในการด าเนินการแก้ปัญหาด้านการบริหารองค์กรของโรงเรียนอนุบาลมัชฌิมา โรงเรียนอนุบาลมัชฌิมาจึงเล็งเห็นความส าคัญในการเปลี่ยนแปลงการบริหารทั้งระบบเป็น Whole School Transforming ตั้งแต่หลักการบริหาร การพัฒนาครู และผลสัมฤทธิ์ของเด็ก จึงได้ ท า Matchima Whole School Transforming Model ดังนี้


7 Matchima Whole School Transforming Model การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบท าให้ครูเปลี่ยนพฤติกรรมการสอน จากการสอนแบบบรรยาย สอน แบบสั่งให้ท า เป็นการเรียนรู้ร่วมกันสร้างนักเรียนและครูให้เป็น Active Learning ครูมีหน้าที่เป็น “ครูโค้ช” ใช้การตั้งค าถามปลายเปิด เพื่อให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์และผลลัพธ์เป็นไปตามเป้าหมาย ของโรงเรียน คือ 1.บ่มเพาะ Self Esteem และพัฒนาทักษะสมอง EF 2.สร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน อย่างมีความสุข 3.เตรียมความพร้อม ทักษะศตวรรษที่ 21 เพื่อเป็นประชากรที่มีคุณภาพท่ามกลาง การเปลี่ยนแปลงของสังคมและโลกอย่างรวดเร็ว โรงเรียนติดขัดในเรื่องไหน อุปสรรคที่เจอ จะแก้ไขอย่างไร จากที่โรงเรียนใช้นวัตกรรมทั้ง4 ในการแก้ปัญหาเชิงระบบเป็นระยะเวลาเกือบ 5 ปี พบว่า นักเรียน ครู และผู้บริหารเกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายในตนอง คือ mindset และ ความเชื่อว่าเด็กทุกคน จะเป็น Active Learner อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงการสอนให้เป็น Active Learning ที่มีการลงมือท า มีการ วางแผน คิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา สะท้อนความคิดตลอดเวลาในทุกวิชา และมีกระบวนการสอนที่ชัดเจน และการที่จะท าให้ครูเกิดทัศนคติที่ดีต่อการออกแบบการเรียนการสอนที่เป็น Active Learning ได้ ครูต้อง ถูกเปลี่ยนจากภายในก่อน โดยการใช้นวัตกรรมจิตศึกษา ใช้จิตวิทยาเชิงบวก และสร้างสนามพลังบวก ทุก วันจนเป็นวิถี โดยมี PLC เป็นวงพัฒนาครู และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน


8 ข้อติดขัด และอุปสรรคในการใช้นวัตกรรม คือ 1. การเปลี่ยนแปลงแบบแผนพฤติกรรม และmindsetของครูเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning การใช้ค าถามปลายเปิด การออกแบบกิจกรรมเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตรงกับ KSA ที่ครูตั้งไว้ และการใช้จิตวิทยาเชิงบวกจนเป็นวิถี เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและความสม่ าเสมอ ผลลัพธ์ของนักเรียนที่มาจากการเปลี่ยนแปลงของครูไม่สามารถวัดได้แบบรูปธรรม ท าให้การมา ประเมินต้องเป็นแบบเชิงประจักษ์ และใช้เวลาในการประเมิน 2. มีความคาดหวังทางวิชาการแบบผิดๆตั้งแต่ระดับอนุบาล ขาดความเข้าใจในการเรียนรู้แบบ Learn To Play หรือ Learning By Doing หรือ Active Learning ที่ครุต้องเอาองค์ความรู้ออก จากต าราผ่านการลงมือปฏิบัติ ผ่านกระบวนการวางแผน ริเริ่ม คิด วิเคราะห์ ยังคงมีความเชื่อใน การเรียนแบบท่องจ ามาตอบและเชื่อในการวัดผลแบบความเข้าใจเรื่องการสอบ การให้คะแนน 3. การเลี้ยงดูของผู้ปกครองที่บ้านไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับโรงเรียน ยังไม่เข้าใจในการใช้ จิตวิทยาเชิงบวก และวินัยเชิงบวก ยังแยกแยะวินัยเชิงบวกกับการตามใจไม่ออก และท าไม่ สม่ าเสมอ ไม่เป็นวิถีจึงท าให้เกิดผลลัพธ์จากการใช้นวัตกรรมค่อนข้างใช้เวลา ทางโรงเรียนจึง ก าลังจัดท าโครงการห้องเรียนพ่อ-แม่ เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจในนวัตกรรม และกระบวนการที่ โรงเรียนใช้โดยจัดให้มีการพบปะในห้องเรียนพ่อ-แม่ถี่ขึ้นจากเทอมละครั้งเป็นเดือนละครั้งใน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 นี้


แบบสรุปผลการใช้นวัตกรรมทางการศึกษา ชื่อเรื่อง : การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนศรีนคร ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 1. ข้อมูลโรงเรียน ชื่อ โรงเรียนศรีนคร สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย สถานที่ตั้ง 414 หมู่ 3 ตำบลศรีนคร อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย 64180 โทรศัพท์ 055 - 652988 โทรสาร 055 - 652988 2. ความเป็นมาสภาพปัญหา ในปีการศึกษา ๒๕๖๔ โรงเรียนศรีนครได้นำผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (O-NET) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ในปีการศึกษา ๒๕๖๓ มาวิเคราะห์ พบว่ารายวิชาที่มีต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ย ระดับประเทศ คือ วิชาสังคมศึกษา มาตรฐาน ส.๒.6๒ หน้าที่พลเมือง และมาตรฐาน ส๕.๒ ภูมิศาสตร์ วิชา วิทยาศาสตร์ มาตรฐาน ว๒.๑ วิทยาศาสตร์กายภาพ และวิซาภาษาไทย มาตรฐาน ท๔.๑ หลักการใช้ภาษา ซึ่งมีสาเหตุมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ยังเป็นการบรรยายผู้เรียนไม่มีโอกาสในการคิดไตร่ตรองความรู้ กิจกรรมการเรียนรู้เน้นการจดจำความรู้มากกว่าที่จะวิเคราะห์ปัญหาเพื่อหาคำตอบเอง จึงแก้ปัญหาด้วยการนำ กิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Acive Learning) มาใช้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการการดำเนินการ พบว่า คะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O -NET) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียน ศรีนคร ปีการศึกษา ๒๕๖๔ ในรายวิชาสังคมศึกษา มาตรฐาน ส0.๒ หน้าที่พลเมือง และมาตรฐาน ส๕.๒ ภูมิศาสตร์ รายวิชาวิทยาศาสตร์ มาตรฐาน ว๒.๑ วิทยาศาสตร์กายภาพ และรายวิชาภาษาไทย มาตรฐาน ท๔. ๑ หลักการใช้ภาษา มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ และคะแนนเฉลี่ยในรายวิชาสังคมศึกษา มาตรฐาน ส๒.6 หน้าที่พลเมือง และมาตรฐาน ส๕.๒ ภูมิศาสตร์ รายวิชาวิทยาศาสตร์ มาตรฐาน ว๒.๑วิทยาศาสตร์ กายภาพ และรายวิชาภาษาไทย มาตรฐาน ท๔.๑ หลักการใช้ภาษา มีคะแนนเฉลี่ยสูงขึ้น โรงเรียนศรีนครจึงนำกระบวนการที่ประสบความสำเร็จมาใช้ในปีการศึกษา ๒๕๖๕ โดยนำการจัดการ เรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) มาใช้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และผลการทดสอบระดับชาติขั้น พื้นฐาน (O -NET) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ในรายวิชาคณิตศาสตร์ รายวิชาวิทยาศาสตร์ รายวิชา ภาษาไทย สังคมศึกษา และรายวิชาภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาของผู้เรียนให้สูงขึ้น ๓. การดำเนินงาน กระบวนการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน สถานศึกษามีกระบวนการพัฒนาผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย มีการวิเคราะห์ข้อมูลผลการสอบ โอเน็ตมาใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ครูจัดการเรียนรู้ให้เป็นไปตามศักยภาพของผู้เรียน และเป็นไปตาม มาตรฐานและตัวชี้วัดของหลักสูตร มีการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่เหมาะสมกับ ผู้เรียน โดยมีการจัดการเรียนรู้ทั้งรูปแบบการศึกษาคันคว้าด้วยตนเอง การสืบคัน กิจกรรมการทดลอง การใช้ การจัดการผ่านสื่อออนไลน์ การใช้ Application ห้องเรียน I-Classroom ส่งเสริมให้นักเรียนพัฒนาทักษะ กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ คิดสร้างสรรค์ ทำงานอย่างมีระบบระเบียบแผน เกิดการเชื่อมโยงความรู้ สามารถวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี เกิดทักษะ


กระบวนการทางวิทยาศาสตร์อันเป็นทักษะสำคัญในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ที่สามารถประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ การระดมสมอง การใช้ปัญหาเป็นฐาน การใช้คำถาม การให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงแบบ ร่วมมือ กันเรียนรู้ แบบใช้กระบวนการคิด เน้นเรื่องทักษะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ของผู้เรียน มุ่งพัฒนาให้ ผู้เรียนทุกคนมีทักษะการศึกษาค้นคว้าและสืบคันความรู้ด้วยตนเอง กระบวนการแก้ปัญหากระบวนการ วิทยาศาสตร์ กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน กิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ วิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล การส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนตาม ความสามารถพิเศษรายบุคคล (พหุปัญญา) การสร้างการบวนการเรียนรู้ที่ หลากหลาย เน้นการวัดผลประเมินผลตามสภาพจริง เน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้อย่างสนุก มีความสุขและได้รับความรู้ คิดเป็นทำเป็น แก้ปัญหาเป็น ตามแนวทางแบบ Active Learning เหมาะสมกับความสามารถของผู้เรียนแต่ละ บุคคล รายวิชาสังคมมีการจัดกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้ แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based Learning: PBL) การจัดการเรียนรู้แบบค้นพบ (Discovery Method) และวิธีสอนแบบแก้ปัญหา (Problem Solving Method) รายวิชาภาษาไทย ใช้การจัดการเรียนรู้ แบบใช้คำถาม (Questioning Method) รายวิชาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ด้วยวิธีการสอนแบบสืบ เสาะหาความรู้ (Inquiry Method: 5E) มีขั้นตอนในการจัดการเรียนรู้ ชั้นที่ 1 สร้างความสนใจ (Engage) ชั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaboration) ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) รายวิชาภาษาอังกฤษ กิจกรรมการเรียนรู้ ประกอบด้วย ขั้นที่ 1 Warm up ชั้นที่ 2 Presentation ขั้นที่ 3 Practice ขั้นที่ 4 Production ทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผล การทดทอบระดับชาติ (O-Net) สูงขึ้น การทำให้เกิดการปฏิบัติอย่างจริงจัง (Focus on Action) โรงเรียนมีการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ด้วยกิจกรรมการดำเนินงานตามวงจรการบริหารงาน คุณภาพ (PDCA) ขั้นที่ 1 กำหนดค่าเป้าหมาย ครูออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ขั้นที่ 2 ครูจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning มุ่งพัฒนาคุณภาพตาม มาตรฐาน สถานศึกษา ขั้นที่ 3 นิเทศ กำกับ ติดตามผล ให้คำแนะนำในการปฏิบัติ สอบถามความต้องการและ ประเมิน ขั้นที่ 4 นำเสนอปัญหาข้อเสนอแนะและนำไปปรับปรุงหรือพัฒนาต่อไป 4. ผลลัพธ์ ตาราง 4.1 แสดงร้อยละของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2565 ที่มีเกรดเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนแต่ละรายวิชาในระดับ 3 ขึ้นไป ระดับชั้น จำนวนนักเรียน ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี สังคมศึกษาฯ ภาษาต่างประเทศ ร้อยละ ม.6 68 88.10 72.93 71.40 64.39 47.99 68.96 ค่าเป้าหมาย 2565 70 50 60 70 60 62


4.1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนศรีนคร ปีการศึกษา 2565 ในรายวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย สูงกว่าค่าเป้าหมายการประกันคุณภาพที่โรงเรียนกำหนด ส่วน ในรายวิชา สังคมศึกษา และภาษาอังกฤษ มีผลสัมฤทธิ์ต่ำกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนด ตาราง 4.2 แสดงผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2565 ที่ รายวิชา 2564 2565 โรงเรียน ระดับเขต พื้นที่ ระดับสังกัด ระดับประเทศ +/- เทียบกับ ระดับประเทศ ภาษาไทย (01) 51.29 45.89 45.79 44.09 สูงกว่า คณิตศาสตร์ (02) 22.98 21.35 22.39 21.61 สูงกว่า วิทยาศาสตร์ (05) 29.22 28.21 28.78 28.08 สูงกว่า สังคมศึกษา (02) 35.10 32.93 33.62 33.00 สูงกว่า ภาษาไทย (03) 23.45 21.50 23.59 23.44 สูงกว่าเขตพื้นที่/ประเทศ เฉลี่ย 32.41 29.98 30.83 30.04 สูงกว่า 4.2) ผลการยกระดับผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนศรีนคร ปีการศึกษา 2565 ในรายวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย สังคม ศึกษา และภาษาอังกฤษ มีผลสัมฤทธิ์สูงกว่าระดับประเทศ 5. ปัญหาที่พบ 5.1) รายวิชาสังคมศึกษาที่มีค่าผลสัมฤทธิ์ต่ำกว่าเป้าหมายโรงเรียน เนื่องจากการวัดและประเมินผล ของครูผู้สอน ขาดการส่งเสริมในเรื่องกระบวนการคิดวิเคราะห์ 5.2) รายวิชาภาษาต่างประเทศมีค่าผลสัมฤทธิ์ต่ำกว่าเป้าหมายโรงเรียน เนื่องจากครูผู้สอนขาดการ วิเคราะห์ศักยภาพของนักเรียนเป็นรายบุคคล และนักเรียนขาดนิสัยรักการอ่าน ไม่เห็นความสำคัญของ ภาษาต่างประเทศ


กิจกรรมพัฒนาผู.เรียนการส3งเสริมทักษะอาชีพ โรงเรียนศรีมหาโพธิ์(ประชาสรรคB) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 บริบทสถานศึกษา โรงเรียนศรีมหาโพธิ์(ประชาสรรค7) ตั้งอยู>หมู> 1 ตำบลบCานหลุม อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 ปQจจุบันเปRดสอน 3 ระดับ ไดCแก> ระดับปฐมวัย ระดับประถมศึกษา และ ระดับมัธยมศึกษาตอนตCน ปQจจุบันมีนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 233 คน มีครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งสิ้น 14 คน โรงเรียน มีระยะทางห>างจากตัวเมืองประมาณ 9 กิโลเมตร คนในชุมชนส>วนใหญ>ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และรับจCางทั่วไป นักเรียนอยู>อาศัยกับผูCปกครอง ซึ่งส>วนใหญ> เป_นผูCสูงอายุ เนื่องจากบิดา มารดาตCองไปทำงานต>างถิ่น และสภาพเศรษฐกิจและความเป_นอยู>อยู>ในระดับพอใชC สภาพปPญหา ที่มาของนวัตกรรม เนื่องด(วยสภาพความเป2นอยู4 และวิถีชีวิตในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม และรับจ(างทั่วไปของ ผู(ปกครอง ทำให(นักเรียนได(รับการดูแลเอาใจใส4ได(ไม4ดีเท4าที่ควร ส4วนใหญ4ปLญหาที่พบในชุมชนที่ส4งผลกระทบกับ นักเรียนโดยตรง เช4น ปLญหาความยากจน ปLญหาครอบครัว เป2นต(น ซึ่งปLญหาเหล4านี้ส4งผลให(นักเรียนขาดแรง บันดาลใจในการตั้งใจศึกษาเล4าเรียน ความมุ4งมั่นในการนำความรู(ไปศึกษาต4อหรือการประกอบอาชีพมีค4อนข(างต่ำ เพราะขาดสิ่งแวดล(อมหรือแหล4งเรียนรู(ที่ดี เกิดการชักจูง ถูกยั่วยุด(วยสื่อเทคโนโลยี สื่อบุคคลต4างๆ ทำให(เกิด สภาวการณUถดถอยทางการศึกษา กอปรกับที่ตั้งของชุมชนไม4ได(ห4างไกลชุมชนเมืองมากนัก ทำให(นักเรียนที่มีความพร(อม เดินทางเข(าไป ศึกษาในเมืองเป2นส4วนใหญ4 นอกจากนั้น ความหลากหลายของอาชีพในชุมชนมีน(อย นักเรียนจึงไม4เห็นความสำคัญ ในการศึกษาเล4าเรียน ด(วยสภาพปLญหาในชุมชนดังกล4าว ทำให(เกิดแนวคิดที่จะนำนวัตกรรม โดยใช(กระบวนการดำเนินงาน เพื่อให(นักเรียนค(นหาความถนัดของตนเอง ฝXกฝนและเรียนรู(จนเกิดความชำนาญ โดยนักเรียนทุกคนได(ลงมือปฏิบัติ ในทุกๆขั้นตอนการดำเนินงาน และเป2นกระบวนการการขับเคลื่อนทั้งสถานศึกษา เริ่มตั้งแต4ระดับปฐมวัย จนถึง ระดับมัธยมศึกษาตอนต(น โดยผู(บริหาร คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนทุกคนมีส4วนร4วมในการ ดำเนินงาน เพื่อมุ4งมั่นพัฒนาให(นักเรียนเกิดทักษะอาชีพ สร(างทางเลือกหรือแนวทางในการประกอบอาชีพที่สุจริต และส4งเสริมให(เกิดองคUความรู(ในชุมชน


ประเด็นปPญหาเชิงนโยบาย ด.านบุคลาการ 1. ขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู(ความเชี่ยวชาญในด(านทักษะอาชีพ 2. ภาระงานของครูและบุคลการทางการศึกษามีมาก อาจส4งผลต4อคุณภาพการดำเนินงาน ด.านงบประมาณ 1. การจัดสรรงบประมาณมีไม4เพียงพอต4อการพัฒนา 2. ขาดงบประมาณในการลงทุน ทำให(การดำเนินงานไม4มีความต4อเนื่อง ด.านอื่นๆ 1. นโยบาย การกำหนดกรอบหลักสูตรยังไม4ชัดเจน รวมทั้งจุดเน(น หรือผลลัพธUที่ต(องการตามแผน ระยะ 3 ปaการศึกษา เพื่อให(สถานศึกษานำไปวิเคราะหU และวางแผนการดำเนินงานต4อไป แนวทางแก.ไขปPญหา ด.านบุคลาการ 1. การส4งเสริมสนับสนุนบุคลากรที่มีความรู(ความเชี่ยวชาญในด(านทักษะอาชีพ 2. วางแผนเวลาให(มีความยืดหยุ4น เนื่องด(วยภาระงานของครูและบุคลการทางการศึกษามีมาก อาจ ส4งผลต4อคุณภาพการดำเนินงาน


ด.านงบประมาณ 1. จัดสรรงบประมาณให(สถานศึกษานำร4องได(นำไปใช(ในการบริหารจัดการ 2. จัดสรรงบประมาณในการลงทุนให(สถานศึกษา เพื่อให(การดำเนินงานมีความต4อเนื่องตามแผน ระยะ 3 ปa ด.านอื่นๆ 1. กำหนดนโยบาย กรอบหลักสูตรของสถานศึกษานำร4องให(มีความชัดเจน รวมทั้งจุดเน(น หรือ ผลลัพธUที่ต(องการตามแผนระยะ 3 ปaการศึกษา เพื่อให(สถานศึกษานำไปวิเคราะหU และวางแผน การดำเนินงานต4อไป


ที่มาและสภาพปัญหาการด าเนินงานโรงเรียนนวัตกรรมทางการศึกษา โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม จากผลการศึกษาการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนสุโขทัยวิทยาคมในปีการศึกษา 2565-2566 พบว่า แม้ว่าผลที่เกิดกับผู้เรียนด้านคุณภาพผู้เรียน ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รวมอัตราการจบและการเข้า ศึกษาต่อในสถาบันที่อุดมศึกษาและสายอาชีพมีปริมาณมาก อยู่ในเกณฑ์ที่สูงขึ้นตามล าดับแล้ว แต่การ ด าเนินการจัดการศึกษาระหว่างปีการศึกษาทั้ง 2 ปี โรงเรียนยังพบปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างยิ่ง กล่าวคือ นักเรียนยังรู้จักตนเองอย่างคลุมเครือ นักเรียนขาดโปรแกรมการเรียนที่ตอบสนองความต้องการ ที่แท้จริง และในด้านอุปสรรคที่เกิดโดยตรงต่อระบบการบริหารจัดการศึกษาของโรงเรียน คือ การด าเนินการ เปิดห้องเรียนและโปรแกรมพิเศษต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรียนยังติดเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ ของ ส.พ.ฐ.ทั้งด้านกระบวนการขอเปิดห้องเรียนพิเศษ การรับนักเรียนเข้าเรียน และการระดมทรัพยากร เพื่อการศึกษา โดยในปีการศึกษา 2567 โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม มีแผนด าเนินการที่จะขอด าเนินการใน 3 เรื่อง ดังนี้ 1. ขอเปิดห้องเรียนพิเศษ อาศัยอ านาจของโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา ให้โรงเรียนสามารถเสนอขอ เปิดการจัดการเรียนการสอนห้องเรียนพิเศษ โดยในภาคเรียนที่ 2/2566 โรงเรียนจะท าการประเมินผล การเรียนรู้ของผู้เรียน พร้อมทั้งแสดงรายละเอียดของโปรแกรมการเรียนและค่าใช้จ่ายในการด าเนินการ อย่างละเอียด โดยให้โรงเรียนสามารถเรียกเก็บค่าลงทะเบียนได้ตามความจ าเป็นเหมาะสมและเปิดเรียนได้ ในปีการศึกษา 2567 เป็นต้นไป ซึ่งห้องเรียนที่ขอเปิด ประกอบด้วย 1. ห้องเรียนเตรียมแพทย์ 2. ห้องเรียนเตรียมนักวิทยาศาสตร์&วิศวกร 3. ห้องเรียนเตรียมนักปกครอง&นักการทูต 4. ห้องเรียนนักกฏหมาย 5. ห้องเรียนเตรียมครู 6. ห้องเรียนเตรียมทหาร-ต ารวจ 7. ห้องเรียนเตรียมนวัตกรคอมพิวเตอร์และหุ่นยนต์ 8. ห้องเรียนนักภาษา 9. ห้องเรียนเตรียมมัณฑนากร 10.ห้องเรียนอื่นๆ ตามความพร้อม 2. การคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนนับจากปีการศึกษา 2567 เป็นต้นไป โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคมขอใช้ระบบ การสอบคัดเลือกเข้าเรียน 100 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่ยึดเกณฑ์การรับนักเรียนนอกเขต-ในเขต ตามประกาศของ ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ส.พ.ฐ.) 3. การสอบคัดเลือกนักเรียนในโครงการเพชรอินทนิลซึ่งด าเนินการโดยโรงเรียนสุโขทัยวิทยาคมนับจาก ปีการศึกษา 2567 เป็นต้นไป โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคมขออนุญาตรับนักเรียนเข้าเรียนในโปรแกรมพิเศษต่างๆ โดยไม่ต้องสอบเข้าเรียนในรอบพิเศษและรอบปกติตามประกาศของส านักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (ส.พ.ฐ.) ดังนี้


3.1 ขออนุญาตรับนักเรียนโปรแกรมวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ ที่สอบผ่านเกณฑ์การคัดเลือก 72 คน แรก เข้าเรียนในห้องเรียนพิเศษ วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ (GP) และเมื่อมีผู้สละสิทธิ์โรงเรียนสามารถเรียก ล าดับถัดไปเติมเต็มให้ครบตามจ านวนผู้สละสิทธิ์ 3.2 ขออนุญาตรับนักเรียนโปรแกรมภาษาต่างประเทศ ที่สอบผ่านเกณฑ์การคัดเลือก 30 คนแรก เข้าเรียนในห้องเรียนพิเศษ ภาษาต่างประเทศ (E) และเมื่อมีผู้สละสิทธิ์โรงเรียนสามารถเรียกล าดับถัดไป เติมเต็มตามจ านวนผู้สละสิทธิ์ 3.3 ขออนุญาตรับนักเรียนโปรแกรมภาษาต่างประเทศ ที่สอบผ่านเกณฑ์การคัดเลือก 25 คนแรก เข้าเรียนในห้องเรียนพิเศษ พหุภาษา (MEP) เมื่อมีผู้สละสิทธิ์โรงเรียนสามารถเรียกล าดับถัดไปเติมเต็ม ตามจ านวนผู้สละสิทธิ์ โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบและ เป็นรูปธรรมแล้ว จะท าให้เกิดผลดีต่อผู้เรียน กล่าวคือ นักเรียนจะรู้จักตัวตนของตัวนักเรียนเองอย่างแท้จริง นักเรียนจะได้เรียนรู้อย่างมีความสุข นักเรียนได้เรียนตรงตามศักยภาพและความสามารถของตนเอง และผลที่ เกิดกับโรงเรียน คือ โรงเรียนจะมีโปรแกรมการเรียนพิเศษซึ่งเป็นนวัตกรรมขับเคลื่อนคุณภาพผู้เรียนได้อย่างดี และมีประสิทธิภาพ โรงเรียนจะมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการศึกษา เป็นผู้น าและเป็นแบบอย่าง ด้านการจัดการศึกษา ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณภาพ มีสมรรถนะตรงตามทักษะใน ศตวรรษที่ 21 สามารถเข้าศึกษาต่อหรือด าเนินชีวิตได้อย่างตรงตามความสามารถความต้องการหลังจากจบ การศึกษาขั้นพื้นฐาน


แนวทางการด าเนินงานสถานศึกษาน าร่องพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษาจังหวัดสุโขทัย โรงเรียนบ้านหนองแหน อ าเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต ๒ -------------------------------------- ๑. ปัญหาและความเป็นมาของนวัตกรรม ส ำหรับควำมเป็นมำของนวัตกรรม ผู้รำยงำนได้ศึกษำ ค้นคว้ำ และวิเครำะห์จำกเอกสำรงำนวิชำกำร ต่ำง ๆ ที่มีควำมเกี่ยวข้องเชื่อมโยงและมีควำมสอดคล้องกับนโยบำยและจุดเน้นของส ำนักงำนคณะกรรมกำร กำรศึกษำขั้นพื้นฐำน และส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุโขทัย เขต ๒ เพื่อน ำมำเป็นแนวทำงใน กำรพัฒนำนวัตกรรม ประกอบด้วยประเด็นต่ำง ๆ ดังนี้ ๑. กำรบริหำรเชิงกลยุทธ์๒. ทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งแต่ละประเด็น มีรำยละเอียดที่ส ำคัญพอสังเขป ดังนี้ ๑. กำรบริหำรเชิงกลยุทธ์ กำรบริหำรเชิงกลยุทธ์ได้เป็นหัวใจส ำคัญต่อควำมส ำเร็จของกำรบริหำรในปัจจุบัน เนื่องจำกองค์กร ต่ำงๆต้องเผชิญกับกำรเปลี่ยนแปลง ทั้งทำงสภำพแวดล้อมภำยนอกและสภำพแวดล้อมภำยในองค์กร ส่งผลให้ ผู้บริหำรองค์กร จะต้องมีวิธีกำรบริหำรงำนที่ปรับตัวเปลี่ยนแปลงให้ทันต่อสถำนกำรณ์ดังกล่ำว ท ำให้กำร ด ำเนินงำนขององค์กรบรรลุเป้ำหมำยที่ได้ก ำหนดไว้ นักวิชำกำร ได้กล่ำวถึงควำมส ำคัญ ของกำรบริหำรเชิงกล ยุทธ์ ดังนี้ สุพำนี สฤษฎ์วำนิช กล่ำวถึงควำมส ำคัญของกำรบริหำรเชิงกลยุทธ์ ว่ำ ๑) ช่วยให้ผู้บริหำรได้มีกำร ตื่นตัวต่อกำรเปลี่ยนแปลง เห็นโอกำสใหม่ๆ และข้อจ ำกัด ที่อำจเกิดขึ้น ท ำให้องค์กำรสำมำรถปรับตัวให้เข้ำ กับกำรเปลี่ยนแปลงของสภำพแวดล้อมได้ดีกว่ำคู่แข่งขัน สำมำรถใช้ประโยชน์จำกโอกำสต่ำงๆที่เปิดให้ และใช้ จุดแข็งขององค์กำร ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ท ำให้องค์กำรสำมำรถอยู่รอดและเผชิญกับกำรเปลี่ยนแปลง ตลอดจนปรับตัวให้เข้ำกับกำรเปลี่ยนแปลงต่ำง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ ๒) ช่วยให้องค์กำรมีทิศทำงในกำรด ำเนินงำนที่ ชัดเจน เห็นแนวทำงที่องค์กำรจะต้องปฏิบัติ ท ำให้องค์กำรแข็งแกร่ง ประสบควำมส ำเร็จ โดยมุ่งไปสู่ วัตถุประสงค์เดียวกันและเจริญเติบโตต่อไป ๓) เปิดโอกำสให้ผู้บริหำรในระดับต่ำง ๆ มีส่วนร่วมในกำรบริหำร ท ำให้ได้พัฒนำควำมคิด และช่วยลดกำรต่อต้ำนกำรเปลี่ยนแปลง ที่อำจเกิดขึ้นได้ ๔) ช่วยให้องค์กำรสำมำรถ คำดกำรณ์ปัญหำต่ำง ๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยผู้บริหำร มีกำรท ำงำนในลักษณะ Proactive ท ำให้องค์กำรสำมำรถ ปรับตัวได้ดีกว่ำคู่แข่ง และ ๕) ช่วยให้ผู้บริหำรสำมำรถยกระดับผลกำรปฏิบัติงำนขึ้นมำได้ ท ำให้องค์กำร สำมำรถบรรลุ ทั้งประสิทธิภำพ (Efficiency) คือ กำรมีต้นทุนในกำรค ำเนินงำนที่ต่ ำกว่ำ และมีประสิทธิผล (Effectiveness) คือ บริหำรงำนบรรลุผลตำมวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ถ้ำได้มีกำรบริหำรกลยุทธ์ ที่ถูกต้อง เหมำะสม ทั้งในช่วงของกำรก ำหนดกลยุทธ์ กำรน ำแผนไปปฏิบัติ และควบคุมติดตำมผล" แนวคิดดังกล่ำวสอด กล้องกับ สมยศ นำวีกำร ที่กล่ำวถึงควำมส ำคัญของกำรบริหำรเชิงกลยุทธ์ว่ำ ๑) กำรบริหำรเชิงกลยุทธ์ จะช่วยให้หน่วยงำนขององค์กรมุ่งไปสู่วัตถุประสงค์อย่ำงเดียวกัน ถ้ำปรำศจำกแนวทำงที่ก ำหนดโดย กำรบริหำรเชิงกลยุทธ์แล้ว หน่วยงำนขององค์กรมักจะโน้มเอียง ไปสู่ทิศทำงที่แตกต่ำงกัน ๒) กำรบริหำร เชิงกลยุทธ์บังคับให้ผู้บริหำรต้องมีประสิทธิภำพ และตระหนักถึงสภำพแวดล้อมของพวกเขำมำกขึ้น กำร บริหำรเชิงกลยุทธ์จะปลูกฝังนิสัย กำรใช้ควำมคิดและกำรมองอนำคตแก่ผู้บริหำร ๓) กำรบริหำรเชิงกลยุทธ์ไม่ เพียงแต่สนับสนุน


๒. ทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑ ทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑ (๒๑st Century skills) ประกอบด้วย ๓ กลุ่มทักษะ คือ ทักษะกำร เรียนรู้และนวัตกรรม (learning and innovation skills) ทักษะสำรสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี (information, media andtechnology skills) และทักษะชีวิตและกำรท ำงำน (life and career skills) ๑. ทักษะกำรเรียนรู้และนวัตกรรม (learning and innovation skills) คือ แสดงถึงกำรเตรียม นักเรียนให้มีควำมพร้อมในกำรท ำงำน และด ำเนินชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ แตกต่ำงจำกอดีต โดยเฉพำะจะต้องใช้ ทักษะกำรคิดสร้ำงสรรค์ กำรคิดอย่ำงมีวิจำรญำณ กำรสื่อสำร กำรร่วมมือในกำรท ำงำน ส ำหรับกำรใช้ชีวิตที่ ซับซ้อนเพิ่มขึ้น และสิ่งแวดล้อมในกำรท ำงำนในโลกปัจจุบันโดยทักษะที่จ ำเป็นได้แก่ ๑.๑ กำรสร้ำงสรรค์นวัตกรรม (creativity and innovation) กำรที่นักเรียนมีกำรคิดอย่ำง สร้ำงสรรค์สำมำรถท ำงำนอย่ำงสร้ำงสรรค์ร่วมกับผู้อื่นได้ และเกิดนวัตกรรมที่ประสบควำมส ำเร็จ ประกอบด้วย ๑.๑.๑ กำรคิดสร้ำงสรรค์ (think creatively) เป็นกำรใช้ควำมคิดที่อิสระในกำรออกแบบ เทคนิค, สร้ำงควำมคิดที่ใหม่และคุ้มค่ำ, วำงแผนอย่ำงละเอียด ปรับ วิเครำะห์ และประเมินควำมคิดในกำร ปรับปรุงและควำมพยำยำมในกำรสร้ำงสรรค์ ๑.๑.๒ ท ำงำนร่วมกับผู้อื่นอย่ำงสร้ำงสรรค์ (work creatively with others) สร้ำงควำมคิดใหม่ เกี่ยวกับกำรพัฒนำจัดกำร และติดต่อสื่อสำรอย่ำงมีประสิทธิภำพ, เปิดและตอบสนองเทคนิคใหม่ๆที่ หลำกหลำยน ำมำซึ่งพัฒนำกำรท ำงำน, แสดงควำมคิดริเริ่มสร้ำงสรรค์ในงำนและเข้ำใจข้อจ ำกัดโลกในควำม เป็นจริงสู่กำรรับรองควำมคิดใหม่, เข้ำใจถึงควำมล้มเหลว เปิดโอกำสในกำรเรียนรู้ สร้ำงสรรค์และนวัตกรรม ระยะยำว ๑.๒ กำรคิดวิเครำะห์และกำรแก้ปัญหำ (critical thinking and problem solving) ควำมสำมำรถ ของแต่ละบุคคลที่ให้เหตุผลอย่ำงมีประสิทธิภำพ, สำมำรถถำมค ำถำมที่แหลมคมและแปก้ปัญหำได้, วิเครำะห์ และประเมินทำงเลือกที่ชัดเจนของทรรศนะ และสะท้อนกำรวิเครำะห์ในกำรตัดสินและกระบวนกำร ประกอบด้วย ๑.๒.๑ ควำมมีเหตุมีผล (reason effectively) สำมำรถใช้เหตุผลที่หลำกหลำยอย่ำงเหมำะสม กับสถำนกำรณ์ ๑.๒.๒ กำรคิดอย่ำงเป็นระบบ (use systems thinking) คือกำรวิเครำะห์ควำมสัมพันธ์ของแต่ ละส่วนต่ำงๆที่มีผลต่อภำพรวมและมีผลกระทบต่อกำรให้ผลลัพธ์หรือผลผลิตทั้งหมดในระบบที่ซับซ้อน ๑.๒.๓ กำรพิจำรณำและตัดสินใจ (make judgments and decisions) คือกำรวิเครำะห์ อย่ำงมีประสิทธิภำพและประเมินหลักฐำน กำรโต้ถียง อ้ำงสิทธิ และควำมเชื่อ, กำรวิเครำะห์และประเมินหลัก ของ จำกกำรศึกษำเอกสำร หลักกำร และแนวคิด ดังกล่ำวข้ำงต้น ผู้รำยงำนจึงได้พัฒนำนวัตกรรม เพื่อ น ำไปพัฒนำทักษะที่จ ำเป็นให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้ำนหนองแหน สังกัดส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ ประถมศึกษำสุโขทัย เขต ๒ ได้อย่ำงมีทิศทำงและสอดคล้องกับนโยบำยจุดเน้นของหน่วยงำนต้นสังกัดได้อย่ำง มีประสิทธิภำพต่อไป


๒. รูปแบบนวัตกรรม ๓. แนวทางการด าเนินงาน กำรด ำเนินกำรพัฒนำนวัตกรรม ผู้รำยงำนได้น ำแนวทำงกำรบริหำรงำนอย่ำงมีคุณภำพ หรือวงจร คุณภำพ(PDCA) ซึ่งนงลักษณ์ ใจฉลำด (๒๕๕๖:๒๖-๘๒) กล่ำวถึงวงจรคุณภำพ PDCA ว่ำเป็นกำรบริหำรงำนที่ มีประสิทธิภำพและมีประสิทธิผล ซึ่งประกอบด้วย ๔ ขั้นตอน โดยมีกำรด ำเนินกำรตำมกิจกรรมที่ออกแบบไว้ และมีกำรปรับปรุง ตลอดจนมีกำรพัฒนำอย่ำงต่อเนื่อง ดังนี้ ขั้นที่ ๑ กำรวำงแผน (Planning) เป็นกำรก ำหนดเป้ำหมำย วัตถุประสงค์ในกำรด ำเนินงำน วิธีกำร และขั้นตอนที่จ ำเป็น เพื่อให้กำร ด ำเนินงำนบรรลุเป้ำหมำยเป็นไปตำมนโยบำย จุดเน้นของหน่วยงำนต้นสังกัด โดยเกิดจำกควำมร่วมมือของ คณะครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ และคณะกรรมกำรสถำนศึกษำขั้นพื้นฐำนโรงเรียนบ้ำนหนองแหน ขั้นที่ ๒ กำรด ำเนินงำน (Doing) เป็นกำรปฏิบัติงำนร่วมกันให้เป็นไปตำมแผนที่ได้ก ำหนดไว้ ซึ่งก่อนที่ผู้รับผิดชอบโครงกำรและ คณะท ำงำนตำมค ำสั่งที่ได้รับมอบหมำยจะปฏิบัติงำนใดๆ จ ำเป็นต้องศึกษำข้อมูลของงำนที่จะลงมือปฏิบัติให้ ชัดเจนตลอดจนมีกำรส ำรวจข้อมูลในกำรด ำเนินงำนในด้ำนต่ำง ๆ เช่น บุคลำกรที่จะร่วมกิจกรรม งบประมำณ มีเพียงพอหรือไม่ วัสดุอุปกรณ์ที่จ ำเป็นต้องใช้ และต้องมีกำรติดต่อประสำนงำนกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง และใน กำรปฏิบัติงำนจะต้องด ำเนินกำรไปตำมแผน วิธีกำร และขั้นตอนที่ได้ก ำหนดไว้ และจะต้องเก็บรวบรวม บันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกำรปฏิบัติงำนไว้ด้วย เพื่อใช้เป็นข้อมูลในกำรด ำเนินงำนในขั้นตอนต่อไป ขั้นที่ ๓ กำรติดตำมประเมิน ตรวจสอบ (checking) เป็นขั้นตอนเพื่อประเมินผลว่ำกำรปฏิบัติงำนเป็นไปตำมแผนหรือไม่ มีปัญหำเกิดขึ้นในระหว่ำง


กำรปฏิบัติงำนหรือไม่ ซึ่งกำรติดตำมกำรตรวจสอบและกำรประเมินปัญหำเป็นสิ่งส ำคัญที่ต้องด ำเนินกำรควบคู่ ไปกับกำรปฏิบัติงำนตำมโครงกำร เพื่อจะได้ทรำบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในกำรปรับปรุงคุณภำพของกำร ด ำเนินงำนต่อไป ขั้นที่ ๔ กำรปรับปรุง พัฒนำ (Acting) เป็นขั้นตอนของกำรแก้ไขปัญหำที่เกิดขึ้นหลังจำกได้ท ำกำรตรวจสอบแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด ปัญหำซ้ ำขึ้นอีก กำรปรับปรุงจะน ำไปสู่กำรก ำหนดมำตรฐำนของวิธีกำรท ำงำนที่ต่ำงจำกเดิม และเมื่อมีกำร ด ำเนินงำนตำมวงจร PDCA ในรอบใหม่ ข้อมูลที่ได้จำกกำรปรับปรุงจะช่วยให้ขั้นตอนของกำรวำงแผนในรอบ ต่อไปมีควำมสมบูรณ์และมีคุณภำพมำกยิ่งขึ้น ซึ่งในกำรด ำเนินกำรพัฒนำนวัตกรรม รูปแบบกำรบริหำรเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อกำรพัฒนำทักษะที่ จ ำเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ ของนักเรียนโรงเรียนบ้ำนหนองแหน ด้วย D-S-P Model ” ผู้รำยงำนได้ก ำหนดแนว ทำงกำรด ำเนินกำรโดยยึดหลักกระบวนกำร PDCA เพื่อให้เกิดกำรปรับปรุงและพัฒนำอย่ำงต่อเนื่อง ดังนี้ ๔. ประเด็นปัญหาที่ติดขัด ๑. งบประมำณในกำรด ำเนินงำนตำมโครงกำรเพียงพอ จนท ำให้บำงโครงกำรมีกำรด ำเนินงำนไม่ ครบกระบวนกำร ๒. ขำดครูหรือบุคลำกรที่มีควำมช ำนำญเฉพำะทำง เช่น งำนเกษตร งำนประดิษฐ์ เป็นต้น ๓. ภำระงำนอื่นๆ ของครูมีจ ำนวนมำก บำงครั้งอำจไม่มีเวลำในกำรด ำเนินกิจกรรมตำมปฏิทินที่วำง ไว้


แบบรายงานผลการพัฒนานวัตกรรมสำหรับโรงเรียน โครงการหนึ่งโรงเรียนหนึ่งนวัตกรรม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี งบประมาณ 2566 โรงเรียนอนุบาลกงไกรลาศ อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 .................................................................... 1. ชื่อโครงการ ปัจจัยสู่ความสำเร็จของโรงเรียนอนุบาลกงไกรลาศ(บ้านกร่าง2465) 2. ชื่อนวัตกรรม KKL Model 3. โรงเรียนอนุบาลกงไกรลาศ(บ้านกร่าง24651) อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย หมายเลขโทรศัพท์ 0 5569 1254 E-mail : [email protected] โรงเรียนอนุบาลกงไกรลาศ (บ้านกร่าง2465) ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านกร่าง อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย รหัสไปรษณีย์ 64170 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เปิดทำการสอนตั้งแต่ระดับ ปฐมวัย ถึง ระดับประถมศึกษาปีที่ 6 วิสัยทัศน์โรงเรียน โรงเรียนอนุบาลกงไกรลาศ(บ้านกร่าง2465) พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา มีความรู้คู่คุณธรรม สร้างเสริมทักษะทางอาชีพร่วมกับชุมชนบนพื้นฐานความเป็นไทย พันธกิจ 1. ยกระดับคุณภาพการศึกษาของนักเรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของ สพฐ. 2. สนับสนุนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษาอย่างเป็นระบบมีการบริหารงานแบบธรรมาภิบาล เน้นให้บุคลากร ชุมชน มีส่วนร่วมในการบริหาร 3. ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและดำรงวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง 4. มีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอนและการบริการ เป้าประสงค์ 1. นักเรียนได้รับบริการทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษา 2. โรงเรียนมีหลักสูตรสถานศึกษาที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน 3. นักเรียนมีความสามารถในการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 4. บุคลากรได้รับการพัฒนาสู่มาตรฐานวิชาชีพ 5. โรงเรียนมีภูมิทัศน์สวยงามและแหล่งเรียนรู้ตามหลักศาสตร์พระราชาอย่างหลากหลาย 6. โรงเรียนได้รับความร่วมมือจากชุมชนในการจัดการศึกษา คุณธรรมอัตลักษณ์ของโรงเรียน : มีวินัยรับผิดชอบ สุจริต จิตอาสา 4. ผู้รับผิดชอบ นายสุบิน สีขาว ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกงไกรลาศ(บ้านกร่าง2465)


5. ที่มาของปัญหา ความต้องการ จากนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 –2565 และนโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 ประจำปีงบประมาณ 2565 นโยบายที่ 1 ส่งเสริมและพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการ จุดเน้นที่ 2 ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมการบริหาร “1 โรงเรียน 1 นวัตกรรมการบริหารงาน” กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ ตัวชี้วัดที่ 2 ร้อยละ 100 ของโรงเรียน มีการส่งเสริมการสร้างหรือประยุกต์ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีรูปแบบในการบริหาร และการจัดการศึกษา ตัวชี้วัดที่ 3 ร้อยละ 80 ของโรงเรียนมี การส่งเสริมการสร้างหรือประยุกต์ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีรูปแบบใน การบริหารและการจัดการศึกษา ระดับคุณภาพดีขึ้นไป ดังนั้นโรงเรียนอนุบาลกงไกรลาศ(บ้านกร่าง2465) จึงดำเนินโครงการพัฒนาประสิทธิภาพ ประสิทธิผลทางการบริหารจัดการด้านการศึกษา โดยดำเนินการวิเคราะห์บริบท สภาพปัญหา ตลอดจนผลการ จัดการศึกษาในปีงบประมาณที่ผ่านมา โดยอาศัยการศึกษาข้อมูลสารสนเทศ ข้อมูลการนิเทศติดตาม ประเมินผลการจัดการศึกษาและจัดประชุมระดมความคิดเห็นจากคณะกรรมการบริหาร 5 ภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย โรงเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ชุมชน และองค์กรศาสนา เพื่อวางแผนร่วมกัน กำหนดเป้าหมาย ปรับวิสัยทัศน์ กำหนดพันธกิจ กลยุทธ์ในการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดย ฝ่ายบริหารมีนโยบาย สนับสนุน งบประมาณ สถานที่ และการประสานงานต่าง ๆ ที่เป็นการเอื้อประโยชน์ ให้กับคณะครูในการดำเนินการตามโครงการที่ส่งเสริมสนับสนุนคุณภาพผู้เรียน นอกจากนี้ผู้บริหารจัดให้มีการอบรมเพื่อพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาอยู่เป็นประจำ ทั้งด้าน สายการสอน การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน และส่งเสริมให้มีความรับผิดชอบ ด้านงานพิเศษ สนับสนุน ส่งเสริมให้ครูและผู้เรียนได้รับรางวัลที่เกิดจากความรู้ความสามารถของครูและผู้เรียน ทั้งระดับ สหวิทยาเขต เขตพื้นที่ จังหวัด ภูมิภาค และประเทศ มีการปรับปรุงแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการพัฒนา และนโยบายการปฏิรูปการศึกษา โดยมีคำสั่ง แต่งตั้งหัวหน้ากลุ่มบริหารงาน เพื่อใหทุกฝ่ายสามารถปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพตรงกับหน้าที่ความ รับผิดชอบอีกทั้งจัดหาทรัพยากร งบประมาณ มอบหมายงานให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการพัฒนาตามแผนงาน/ โครงการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งอาศัยการนิเทศ กำกับ ติดตามประเมินผลงานและสรุปผล การดำเนินงานโดยมีการสำรวจความพึงพอใจ ผลการบริหารจัดการศึกษาของสถานศึกษา โดยผู้มีส่วน เกี่ยวข้องซึ่งสถานศึกษา มีการประสานงานเพื่อให้เกิดความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ในชุมชนในสถานศึกษา ได้สร้างภาคีเครือข่ายผู้ปกครอง ชุมชน ภาคส่วนราชการ ประกอบด้วย ผู้เรียนผู้ปกครอง ชุมชนและ คณะกรรมการบริหารโรงเรียนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการบริหารจัดการศึกษา โดยการ บริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม จนประสบผลสำเร็จในการระดมสรรพกำลัง การระดมสมองจนเกิดผลสัมฤทธิ์ ทางด้านคุณภาพของสถานศึกษา 6. วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนอนุบาลกงไกรลาศ(บ้านกร่าง2465) 7. เป้าหมาย ผู้บริหาร คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เครือข่าย ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และคณะกรรมการบริหารของโรงเรียนอนุบาลกงไกรลาศ(บ้านกร่าง2465) มีส่วนร่วมใน การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนอนุบาลกงไกรลาศ(บ้านกร่าง2465)


8. นวัตกรรม


Click to View FlipBook Version