1
2
3
สารบญั
หนา้
คาํ นาํ …………………….…………………….…………………….………&
1. จุดเร/ิมตน้ ของความพยายาม…………………….………………………..9
2. มุมมองเกย/ี วกับสาเหตุของปัญหาความขัดแย้ง…………………………D
- ระดบั หรอื ความรุนแรงของความขดั แยง้ …………………….……………..EE
- เนือ9 หาความขดั แยง้ …………………….…………………………………..E&
- ความขดั แยง้ ท<ีแฝงเรน้ …………………….………………………………..EF
3. สาเหตุของความขัดแย้งในแงเ่ นือK หา…………………….………………LM
- กรณีความขดั แยง้ ทางดา้ นขอ้ มลู …………………….……………………LE
- กรณีความขดั แยง้ ทางผลประโยชน…์ ………………….…………………..LN
- กรณีความขดั แยง้ ทางดา้ นความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกนั ………………………L&
- กรณีขดั แยง้ ทางดา้ นโครงสรา้ ง…………………….………………………LO
- กรณีความขดั แยง้ ทางคณุ คา่ หรอื คา่ นิยม…………………….……………LD
4. ทฤษฎคี วามตอ้ งการของมนุษย…์ ………………….…………………….NL
5. ข้อความคดิ เกย/ี วกับสาเหตุของข้อขัดแย้งในทศั นะของอสิ ลาม………N&
6. ลักษณะพเิ ศษของชะรีอะฮ…์ ………………….………………………….^L
- กฎหมายชะรอี ะฮเ์ ป็นเจตจาํ นงของพระเจา้ …………………….………….^N
- มีความสมบรู ณแ์ ละมีความเป็นธรรม…………………….………………..^N
- ชะรอี ะฮม์ ีสถานะเป็นกฎหมายสากลท9ีแทจ้ รงิ ………………………………..^N
- ถกู ประทานเพ<ือประโยชนข์ องมวลมนษุ ยท์ งั9 ผอง…………………………..^N
- เป็นกฎเกณฑใ์ นเชิงปอ้ งกนั ปัญหา…………………….…………………..^^
7. ปัญหาในการใช้กฎหมายชะรีอะฮ…์ ………………….…………………&M
- มสุ ลมิ จาํ นวนไมม่ ีความรูใ้ นสารตั ถะ…………………….………………..&M
4
- การไมเ่ ขา้ ใจในเปา้ หมายหรอื เจตนารมณท์ <ีแทจ้ รงิ ……………………….&M
- การบดิ เบือนหลกั คาํ สอนของอิสลามเพ<ือนาํ ไปใชใ้ นทางท<ีไมถ่ กู ตอ้ ง…….&E
- การนาํ ไปใชอ้ ยา่ งไมค่ รบถว้ นทงั9 ระบบ…………………….………………&E
- ปัญหาเก<ียวกบั การนาํ ไปปรบั ใชแ้ ละการตอ่ ยอด………………………….&L
8. ข้อความคดิ เกยี/ วกับการแก้ปัญหาความขัดแย้งในทศั นะของอสิ ลาม..&&
9. วธิ ีการแก้ไขปัญหาหรือความขัดแย้งตามหลักการอสิ ลาม……………&O
10. รูปแบบการแก้ไขปัญหาตามวถิ อี สิ ลาม………………………………..FM
ในแตล่ ะระดบั ของความขัดแย้ง
- การพดู ดีและน<ิงเฉย……………………………………………………….FE
- การขอโทษ – การใหอ้ ภยั …………………………………………………F&
- การตอบโตด้ ว้ ยกบั ส<งิ ท<ีดีกวา่ ……………………………………………..FD
- การปรกึ ษาหารอื รว่ มกนั ………………………………………………….9N
- การปลกี ตวั ออกหรอื ฮิจญเ์ ราะฮ…์ ……………………………………….99
- การไกลเ่ กล<ยี ประนีประนอม………………………………………………OM
- อนญุ าโตตลุ าการ………………………………………………………….O^
- กระบวนการศาล…………………………………………………………..O9
- อาํ นาจผปู้ กครองสงู สดุ …………………………………………………….OD
- การตอ่ สหู้ รอื ทาํ สงคราม……………………………………………………DM
11.เทคนิคการนาํ วธิ ีการไกล่เกลย/ี มาใช้แก้ไขปัญหาครอบครัวมุสลมิ ….DL
- มมุ มองของอิสลามเก<ียวกบั การแกไ้ ขปัญหา…………………………..DN
- เปา้ หมายท<ีพงึ ประสงคใ์ นการไกลเ่ กล<ยี …………………………………..D&
12.หลักการพนืK ฐานของการไกล่เกลย/ี ……………………………………..D9
- หลกั ความสมคั รใจ………………………………………………………..D9
- หลกั การรบั ผิดชอบของคกู่ รณีในการหาทางออก…………………………D9
- หลกั การคาํ นงึ ถงึ อนาคตมากกวา่ อดีต………………………………….DO
5
- หลกั การเปิดกวา้ งของผลลพั ธ…์ ………………………………………..DO
- หลกั ความไวว้ างใจ……………………………………………………..EMM
- ความเป็นธรรม………………………………………………………….EMM
- หลกั การไดร้ บั ขอ้ มลู ท1ีเทา่ เทียมกนั ……………………………………!"!
13.คุณสมบตั ขิ องผู้ไกล่เกลย/ี ……………………………………………..EME
14.คุณสมบตั ภิ ายในของผู้ไกล่เกลย/ี ตามวถิ อี สิ ลาม……………………EMF
15.ขันK ตอนการไกล่เกลย/ี ทางหลักสากล…………………………………EMO
- ขันK ตอน 0 เตรยี มการก่อนไกลเ่ กล<ยี …………………………………..EMD
- ขันK ตอนท/ี 1 เจรจาเบือ9 งตน้ /ออกกฎกตกิ า…………………………….EEF
• เทคนิคการพดู คยุ ก่อนการไกลเ่ กล<ยี ……………………………….EED
• การเรม<ิ ตน้ แบบวิถีอิสลาม………………………………………….EED
• เทคนิคการเขียน Flipchart…………………………………………122
- ขันK ตอนที/ 2 การกาํ หนดประเดน็ ปัญหา……………………………..ELN
• เทคนิคการใชค้ าํ ถามปลายเปิดและคาํ ถามปลายปิด.……………..EL&
• เทคนิคในการรบั ฟังอยา่ งตงั9 ใจ……………………………………..ELO
- ขันK ตอนท/ี 3 คน้ หาสาเหตขุ องปัญหาหรอื ความตอ้ งการท<ีแทจ้ รงิ ……ENE
• เทคนิคมองจากดา้ นบน…………………………………………….EN^
- ขันK ตอนท/ี 4 ระดมสมองหาทางเลอื ก……………………………….ENF
• เทคนิคการตงั9 คาํ ถามรูปแบบตา่ งๆ…………………………………EN9
- ขันK ตอนท/ี 5 การเจรจาตอ่ รอง…………………………………………E^N
- ขันK ตอนท/ี 6 จดั ทาํ สญั ญา…………………………………………….E^&
16.ปัจฌิมสนทนา……………………………………………………………E^F
6
ِﺑ ْﺳ ِم اﻟﻠﱠـ ِﮫ اﻟ ﱠر ْﺣ َﻣ ٰـ ِن اﻟ ﱠر ِﺣﯾ ِم
คาํ นาํ
ُﮫُأَِﺑﺎ ْْﺷﻟ َُﮭﮭددَُ أَٰى ْن6َﮫُاﻟﱠَ ِوذأَ ْيﺷ َﮭ َھدُأدََا ﱠﻧَنﺎ ُِﻟﻣ َﮭَﺣذَ ّاﻣـ َدواً َﻣﺎ َﻋ ْﺑﻛُـﻧﱠدﺎُهُِﻟﻧََوْﮭ َﺗَر ِدﺳـَيوﻟَﻟُ ْـوﮫﻻأَأَْر ْن َﺳ ََھلدَاَرﻧَﺎﺳُاو ﱠﻟ6ِ ِﻟَ ﱠـ ُ َر ِّب ا ْﻟﻌَﺎﻟَ ِﻣﯾ َن ا ْﻟ َﺣ ْﻣد6ِ ِ ﱠ ُا ْﻟ َﺣ ْﻣد
ِإﻻّ ﷲُ َو ْﺣدَهُ ﻻ َﺷرﯾـ َك َﻻ ِإﻟَـﮫ
َو ِدﯾ ِن ا ْﻟ َﺣ ِّق ِﻟﯾُ ْظ ِﮭ َرهُ َﻋﻠَﻰ اﻟ ِدّﯾ ِن ﻛُ ِﻠّ ِﮫ َوﻟَ ْو َﻛ ِرهَ ا ْﻟ ُﻣ ْﺷ ِرﻛُو َن اﻟﻠﱠ ُﮭ ﱠم َﺻ ِّل َﻋﻠَﻰ ﻧَ ِﺑ ِﯾّﻧَﺎ ُﻣ َﺣ ﱠﻣد
ُاﻟدَا ِﻋ ْﻲ ِإﻟَﻰ اﻟ َﺣ ِّق َو َﻋﻠَﻰ آ ِﻟ ِﮫ َوأَ ْﺻ َﺣﺎ ِﺑ ِﮫ َواﻟﺗﱠﺎ ِﺑ ِﻌ ْﯾ َن َو َﻣ ْن ﺗَ ِﺑﻌَ ُﮭ ْم ِﺑﺈِ ْﺣ َﺳﺎ ٍن ِإﻟ َﻰ ﯾَ ْو ِم اﻟ ِدّ ْﯾ ِن أَ ﱠﻣﺎ ﺑَ ْﻌد
ِﻣ َن اﻟ ﱠﺷ ْﯾ َطﺎ ِن اﻟ ﱠر ِﺟﯾ ِم ﯾَﺎ أَﯾﱡ َﮭﺎ اﻟﱠ ِذﯾ َن آ َﻣﻧُوا اﺗﱠﻘُواYِ ﻓَﻘَ ْد ﻗَﺎ َل ﷲُ ﺗَﻌَﺎﻟَﻰ ِﻓﻰ اﻟﻘُ ْرآ ِن اﻟ َﻛ ِر ْﯾم أَﻋُوذُ ِﺑﺎ
َو َ َوراﺳُْﺣﻠُوﻟَْلﮫُ ﻓَﻘَ ْد،ي6َ َ ۗو◌ﯾَ َِّﺳو َْﻣر ِْﻟن ﯾُﻲ ِطأَ ْﻣِﻊ ِار ﱠ، ْﻋ ََرﻣﺎﻟَ ِّبﻛُاْم َْﺷو َﯾَر ْﻐ ِْحﻔ ِْﻟر ﻟَﻲﻛُ ْم َﺻذُ ْدﻧُ ِورﺑَﻛُي ْم٠َقﯾُ ِﷲ ْﺻ ِاﻠﻟ ْﺢﻌَ ﻟَ ِظﻛُْﯾ ْۗممأ،َ َز َﻓَو ْﻗُووًﻟزُاوا َﻋﻗَ ِْظوﯾًﻻًﻣ ۗﺎ َﺳ ِد َﯾﺻدًدَا6َ اﻓَﺎ ﱠ
آ ِﻣ ْﯾن ﯾَﺎ َر ﱠب اﻟﻌَﺎﻟَ ِﻣ ْﯾ َن٠ ﯾَ ْﻔﻘَ ُﮭوا ﻗَ ْو ِﻟﻲ،ﻋُ ْﻘدَةً ِّﻣن ِﻟّ َﺳﺎ ِﻧﻲ
ขอความสุขความสนั ติ ความเมตตาปรานี ความสิริมงคลจากเอกองคอ์ ลั ลอฮ (ซ.บ.) ได้
โปรดประสบแด่ผอู้ ่านหนงั สือเล่มนีทP กุ ท่าน อลั ฮมั ดลุ ิลP ลา ขอขอบคณุ อลั ลอฮท9ีพระองคท์ รงโปรด
ประทานใหข้ า้ พเจา้ ไดม้ ีสขุ ภาพท9ีดีและมีความสามารถในการเขียนหนงั สือเล่มนีจP นกระท9งั สาํ เรจ็
ไดด้ งั ท9ีตงัP เจตนาไว้ มลู เหตทุ 9ีถือเป็นแรงบนั ดาลใจใหข้ า้ พเจา้ ไดจ้ ดั ทาํ หนงั สือเลม่ นีขP นึP สืบเน9ืองจาก
การท9ีขา้ พเจา้ ไดร้ บั เชิญให้เป็นวิทยากรในหลักสูตร ผูไ้ กล่เกล9ียประนีประนอมขอ้ ขัดแยง้ ของ
คณะกรรมการอิสลามประจาํ กรุงเทพมหานคร โดยวตั ถปุ ระสงคข์ องการอบรมในหลกั สตู รดงั กลา่ ว
เพ9ือตอ้ งการท9ีจะใหผ้ เู้ ขา้ อบรมสามารถทาํ การไกลเ่ กล9ียประนีประนอมขอ้ พิพาทเก9ียวกบั ครอบครวั
และมรดกอิสลามไดเ้ ป็นผลสาํ เรจ็ มากย9ิงขึนP ขา้ พเจา้ รูส้ ึกเป็นเกียรติอย่างย9ิงท9ีไดม้ ีส่วนรว่ มทาํ ให้
ค่พู ิพาทท9ีขดั แยง้ กนั เกิดความรกั ความเขา้ ใจซ9ึงกนั และกนั เกิดความสามคั คีปรองดองในระหว่าง
ครอบครวั มสุ ลิม อนั จะนาํ มาซ9งึ ความสงบสขุ และการมีสขุ ภาวะท9ีดีของคนภายในครอบครวั และ
ก่อใหเ้ กิดความสงบสุขขึนP ในสังคมมุสลิมโดยรวม ภายหลังการอบรมในหลักสูตรดังกล่าวแลว้
ขา้ พเจ้าเห็นว่าสมควรท9ีจะตอ้ งจัดทาํ เป็นหนังสือหรือคู่มือสักเล่มหน9ึงเพ9ือใช้ในการไกล่เกล9ีย
7
ประนีประนอมขอ้ พิพาทเก9ียวกบั ครอบครวั มรดก ท9ีอาจจะเกิดขึนP ไดไ้ ม่ว่าจะในสงั คมระดบั ชมุ ชน
หรือมัสยิดหรือแมแ้ ต่ภายในครอบครวั ก็ตาม เน9ืองจากปัญหาขอ้ ขัดแยง้ ดังกล่าวอาจเกิดขึนP ได้
เสมอ ขา้ พเจา้ และคณะกรรมการอิสลามประจาํ จงั หวดั คงไม่สามารถท9ีจะเขา้ ไปดาํ เนินการไกล่
เกล9ียไดท้ ุกเร9ืองเน9ืองจากมีขอ้ จาํ กัดในดา้ นต่างๆ ดว้ ยเหตุนีP การจัดทาํ คู่มือการไกล่เกล9ียย่อม
สามารถใชเ้ ป็นเคร9อื งมือในการใหค้ วามรูค้ วามเขา้ ใจกบั บรรดาผนู้ าํ ชมุ ชน โต๊ะอิหม่าม หรอื แมแ้ ต่
ผนู้ าํ ครอบครวั รวมทงัP ผทู้ 9ีสนใจไดศ้ ึกษาหาความรู้ ตลอดจนค่กู รณีท9ีพิพาทกนั ก็สามารถทาํ ความ
เขา้ ใจในเร9ืองท9ีขัดแยง้ อนั จะนาํ ไปสู่การคืนดี การเขา้ ใจกันและยุติขอ้ ขัดแยง้ เหล่านัPนไดใ้ นท9ีสุด
จากเหตผุ ลดงั กล่าวคู่มือเล่มนีจP ึงไดจ้ ดั ทาํ ขึนP โดยใชภ้ าษาท9ีเรียบง่ายเพ9ือใหบ้ ุคคลท9วั ไปสามารถ
เขา้ ใจไดโ้ ดยง่าย อย่างไรก็ตาม หนงั สือเลม่ นีจP ะไม่สามารถจดั ทาํ ใหเ้ ป็นผลสาํ เรจ็ ไดห้ ากปราศจาก
ความช่วยเหลือของผูท้ 9ีเก9ียวขอ้ งทุกคนไม่ว่าจะเป็น คุณสุริยนตร์ โสตถิทัต คุณสมัย เจริญช่าง
คุณนรุต มินเด็น และท9ีสาํ คัญท9ีสุดคือ บิดามารดาของขา้ พเจา้ ท9ีมีส่วนผลักดันและส่งเสริมให้
ขา้ พเจา้ ไดม้ ีความรูท้ งัP ทางดา้ นศาสนาและสามญั จนสามารถศึกษาหาความรูใ้ นเร9ืองนีแP ละเขียน
หนงั สอื เลม่ นีไP ดเ้ ป็นผลสาํ เรจ็ อลั ฮมั ดลุ ลิP ลาฮ์
ขา้ พเจา้ ในฐานะผเู้ ขียนหวงั เป็นอย่างย9ิงว่าหนงั สือเล่มนีนP ่าจะเป็นประโยชนแ์ ก่สงั คมท9ีจะ
ทาํ ใหข้ อ้ พิพาทหรอื ความขดั แยง้ ของบคุ คลท9ีอยใู่ นครอบครวั เดียวกนั เป็นพ9ีนอ้ งกนั เป็นสามีภรรยา
กัน หรือแมแ้ ต่บุคคลท9ีมีความเก9ียวพันกัน สามารถคืนดีหรือระงบั ขอ้ ขัดแยง้ ท9ีเกิดขึนP ไดห้ ากได้
ดาํ เนินการตามเนือP หาท9ีหนงั สอื เลม่ นีไP ดอ้ ธิบายไว้
นาย ไพโรจน์ มินเดน็
ตลุ าการศาลปกครองสงู สดุ
8
จุดเร0ิมตน้ ของความพยายาม
ในการผนวกสองศาสตรเ์ ข้าดว้ ยกัน
สืบเน9ืองจากการท9ีขา้ พเจา้ ไดม้ ีโอกาสไดไ้ ปศกึ ษาดงู านการไกล่เกล9ียคดีปกครองท9ีประเทศ
สหพันธ์สาธารณรฐั เยอรมนี ในช่วงปี พ.ศ. ^__` หลังจากนัPน ข้าพเจ้าถูกคาํ ส9ังย้ายให้ไปรบั
ราชการท9ีจงั หวดั สงขลาในตาํ แหน่งรองอธิบดีศาลปกครองสงขลาและทาํ หนา้ ท9ีเป็นผไู้ กลเ่ กล9ียตาม
โครงการนาํ ร่องของศาลปกครองสงขลา ในขณะเดียวกัน ดร. มะรอนิง สะแลมิง ไดท้ าํ งานวิจัย
ใหก้ ับกระทรวงยุติธรรม เร9ือง การไกล่เกล9ียตามหลกั การอิสลาม และเชิญขา้ พเจา้ เป็นวิทยากร
บรรยายเร9อื งการไกลเ่ กล9ียในโครงงานวิจยั ดงั กลา่ วจงึ ไดแ้ ลกเปล9ียนความรูก้ บั อาจารยม์ ะรอนิง ใน
งานวิจัยของท่านซ9ึงอาจารยม์ ะรอนิงไดจ้ ัดทาํ เนือP หาในแง่ของศาสนาหรือเน้นใหค้ วามสาํ คัญ
เก9ียวกบั หลกั การศาสนาอิสลามคอ่ นขา้ งมาก โดยในแงข่ องหลกั การไกลเ่ กล9ียแบบสากลจะแยกกนั
คนละส่วนโดยไม่มีการผนวกเขา้ ดว้ ยกัน จึงมีผลทาํ ใหเ้ นือP หาสาระกับเทคนิคของการไกล่เกล9ีย
บางสว่ นไม่เป็นเนือP เดียวกนั จากสาเหตดุ งั กลา่ วนีP จงึ เป็นแรงจงู ใจใหข้ า้ พเจา้ ไดจ้ ดั ทาํ คมู่ ือนีขP นึP มา
โดยมีเป้าหมายเพ9ือตอ้ งการท9ีจะนาํ ความรูใ้ นการไกล่เกล9ียคดีปกครองตามหลักสากล รวมถึง
ทกั ษะในการปฏิบตั ิงานไกลเ่ กล9ียคดีปกครองท9ีศาลปกครองสงขลากบั งานวิจยั ในเร9อื งเก9ียวกบั การ
ไกล่เกล9ียตามหลักการอิสลามมาผนวกเข้าด้วยกัน ดังนัPน บทความหรือคู่มือนีPจึงเป็นความ
พยายามท9ีจะเอาองคค์ วามรูข้ องทงัP สองศาสตร์ คือ (b) หลกั การไกลเ่ กล9ียแบบสากล และ (^) การ
ไกลเ่ กล9ียในวิถีอิสลาม นาํ มาผนวกเขา้ ดว้ ยกนั จนเกิดเป็นเทคนิคในการไกลเ่ กล9ียในวิถีอิสลาม อนั
9
จะเป็นการผสมผสานเทคนิคของทังP สองศาสตรใ์ นส่วนท9ีมีความเหมือนกันและแตกต่างกันเขา้
ดว้ ยกัน ซ9ึงตรงนีจP ึงถือว่าเป็นความพยายามในลกั ษณะท9ีเป็น ﻣﺟﻣﻊ اﻟﺑﺣرﯾنมัญมะอุล้ บะฮฺ
รอยนฺ (ขอยืมคาํ ของ ดร.สรุ นิ ท์ พิศสวุ รรณ มาใช)้ ว่าเป็นเหมือนท9ีบรรจบของสองสายนาPํ หรือสอง
ทะเลน9นั เอง การท9ีขา้ พเจา้ ไดน้ าํ เอาเนือP หาและเทคนิคของการไกลเ่ กล9ียในคดีปกครองซ9งึ ขา้ พเจา้
ได้เข้ารับการอบรมมาจากประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีมาผนวกเข้ากับเนืPอหาตาม
บทบญั ญัติในเร9อื งการไกลเ่ กล9ียตามหลกั การอิสลาม กรณีย่อมอาจมีขอ้ ผิดพลาดบกพรอ่ งอย่างมิ
อาจหลีกเล9ียงได้ ดว้ ยเหตนุ ีP ขา้ พเจา้ จึงขอนอ้ มรบั คาํ แนะนาํ การชีแP นะและแมแ้ ต่คาํ วิจารณจ์ ากผู้
ซ9ึงมีความรูค้ วามเขา้ ใจอย่างลึกซึงP ในศาสตรท์ งัP สอง อย่างไรก็ตาม ในการจดั ทาํ ค่มู ือนีขP า้ พเจา้ มี
ความม่งุ ม9นั ท9ีจะพยายามนาํ เสนอเนือP หาสาระของแต่ละศาสตรม์ าอธิบายและทาํ การเปรยี บเทียบ
ในรายละเอียดของทงัP สองศาสตรใ์ หเ้ กิดความเขา้ ใจท9ีงา่ ยแก่ผอู้ า่ นมากท9ีสดุ ตอ่ ไป
10
มุมมองเกย0ี วกับสาเหตุของปัญหาความขัดแย้ง
และวธิ ีการระงบั ข้อขัดแย้งทเ0ี กดิ ขนึH
ดงั ท9ีไดก้ ล่าวมาแลว้ ขา้ งตน้ ว่าทงัP สองศาสตรน์ นัP มีความเหมือนกนั ในแง่ของเป้าหมายหรือ
วตั ถปุ ระสงค์ แตท่ วา่ มีความแตกตา่ งกนั ในเนือP หา รูปแบบ และวิธีการ ดว้ ยเหตนุ ีP ขา้ พเจา้ จงึ ขอเรม9ิ
ดว้ ยการนาํ เสนอหลกั การท9วั ไปของการไกลเ่ กล9ียในแบบสากล โดยเฉพาะอย่างย9ิงในเร9อื งเก9ียวกบั
มมุ มองเก9ียวกบั ปัญหาความขดั แยง้ และวิธีการระงบั ความขดั แยง้ ในแบบสากลว่ามีวิธีคิดอย่างไร
และตามหลกั การของอิสลามมีมมุ มองในปัญหาดงั กลา่ วอยา่ งไร หลงั จากนนัP ขา้ พเจา้ จะนาํ เนือP หา
ของทงัP สองศาสตรม์ าผนวกเขา้ ดว้ ยกนั ตอ่ ไป
สาํ หรบั มมุ มองตามหลกั สากลวา่ ปัญหาความขดั แยง้ เกิดขนึP ไดอ้ ย่างไร และจะระงบั ปัญหา
และความขดั แยง้ นันP ไดอ้ ย่างไร นักจิตวิทยามองว่า ”ปัญหาความขดั แยง้ หรือขอ้ พิพาทเป็นเร9ือง
สามญั ธรรมดาท9ีเกิดขนึP ไดเ้ สมอ” ไมม่ ีใครไมเ่ คยมีขอ้ ขดั แยง้ สามีภรรยา หรอื บคุ คลท9ีย9ิงอยใู่ กลช้ ิด
กันมากเท่าใดก็ย9ิงขัดแยง้ กันมากเท่านัPน บางทีแมแ้ ต่ตัวเราเองยังขัดแยง้ กับความคิดในตัวเอง
ดงั นนัP ปัญหาความขดั แยง้ จึงเกิดขึนP ไดเ้ สมอ ตงัP แต่เร9ืองเล็กนอ้ ยจนกระท9งั เร9ืองใหญ่โตเพราะมนั
เป็นเร9อื งปกติของมนษุ ย์ แต่ส9ิงท9ีสาํ คญั ก็คือ เราควรจะรูถ้ ึงลกั ษณะการเกิดของมนั หรอื รูส้ าเหตใุ น
การเกิดปัญหาความขดั แยง้ ลกั ษณะการก่อตวั ของความขดั แยง้ จากจุดเล็กๆ ก่อตวั ขึนP จนเป็น
เร9ืองใหญ่โตระดับโลก นักวิชาการบางท่านบอกว่าเปรียบเสมือนทะเลท9ีบ้าคล9ังท9ีก่อตัวจาก
จุดเร9ิมตน้ ท9ีเล็กนอ้ ยเพียงบางคาํ พูด เม9ืออีกฝ่ ายหน9ึงไดร้ บั ฟังและมีการแสดงอารมณ์หรือคาํ พูด
โตต้ อบในทนั ที ทาํ ใหม้ ีการพดู โตเ้ ถียงกนั ไปมาเพ9ิมขนึP โดยการโตต้ อบมีลกั ษณะท9ีเป็นวงกลม ไมไ่ ด้
11
เกิดจากฝ่ ายเดียวแต่ทว่ามักจะมี ^ ฝ่ ายเสมอ กล่าวคือ ไม่ไดเ้ ป็นการพูดฝ่ ายเดียวในลักษณะ
เสน้ ตรง แตม่ นั มีลกั ษณะท9ีมีการโตต้ อบกนั เป็นวงกลม
พดู ง่ายๆ คือ เม9ือฝ่ายหน9ึงเร9มิ ตน้ ก่อนแลว้ อีกฝ่ายหน9ึงตอบกลบั มา ถา้ ไม่ตอบหรอื ไม่แสดง
ปฏิกิรยิ าอย่างใดออกมาปัญหาก็จะจบ แตเ่ ม9ือมีการโตต้ อบกนั ไปมาเป็นวงกลมจนกระท9งั ใหญ่ขนึP
เร9อื ยๆ เสมือนเป็นพายหุ มนุ ต่อมาก็มกั เรม9ิ มีการหาพรรคพวกอนั มีลกั ษณะเป็นการก่อตวั และเพ9ิม
ระดบั ความรุนแรงมากขนึP กลายเป็นพายหุ มนุ ท9ีไมร่ ูว้ า่ จะจบสนิP เม9ือใด
12
ระดบั หรือความรุนแรงของความขัดแย้ง
นกั วิชาการไดว้ ิเคราะหเ์ ก9ียวกบั ระดบั หรอื ความรุนแรงของความขดั แยง้ วา่ เรม9ิ ตงัP แต่
(b) เกิดความตงึ เครยี ดระหวา่ งกนั (^) มีการโตเ้ ถียงระหวา่ งกนั (h) มีการกระทาํ ท9ีกระทบกระท9งั กนั
(i) มีการหาแนวรว่ มจากบคุ คลอ9ืน (_) มีการกระทาํ ท9ีแสดงใหเ้ สียหนา้ (j) มีการคกุ คาม (`) มีการ
ทาํ รา้ ยกนั (k) มีการทาํ ลายลา้ ง (l) ถงึ ขนัP ไรส้ ตหิ รอื บา้ เลอื ด
สาํ หรบั ความขดั แยง้ ตงัP แต่ระดบั b-h เป็นระดบั ท9ีไม่รุนแรงยงั สามารถท9ีจะเจรจาไกล่เกล9ีย
กันได้ โดยในระดับ b เป็นลักษณะของการเก็บกดอยู่ภายในยังไม่แสดงอาการออกมา แต่หาก
13
สงั เกตอย่างจรงิ จงั ก็จะเห็นถึงความไม่พอใจหรอื ปฏิกิรยิ าท9ีอย่ภู ายใน กาํ ลงั ครุกรุน่ อย่เู สมือนภเู ขา
ไฟท9ีพรอ้ มจะปะทุไดท้ ุกเม9ือ เพียงแต่รอเวลาสะสมเชือP ไฟท9ีเพ9ิมขึนP จนถึงจุดระเบิด ช่วงเวลานีP
นบั เป็นโอกาสทองสาํ หรบั ค่กู รณีท9ีจะระงบั หรือดบั ไฟท9ีระออุ ยู่ภายในใหม้ อดลงไดโ้ ดยไม่ยากนกั
แต่ทว่าสว่ นใหญ่มกั ไม่ไดใ้ ชโ้ อกาสทองนีP อนั เน9ืองมาจากมิไดม้ ีการสงั เกตเห็นอากปั กิรยิ าดงั กลา่ ว
จนเป็นผลทาํ ใหค้ วามขดั แยง้ เล9ือนระดบั ขนึP เป็นขนัP ท9ี ^ คือมีการโตเ้ ถียงกนั เกิดขนึP ทงัP นีโP ดยอาจจะ
มีการพูดจาโตเ้ ถียงเพ9ือเอาชนะกัน เร9ิมจากถ้อยคาํ ท9ียังไม่ค่อยรุนแรงนัก แต่ภายหลังท9ีมีการ
โตต้ อบกนั ไปมาหลายรอบ ถอ้ ยคาํ ท9ีใชก้ ็ย9ิงเพ9ิมความรุนแรงมากขนึP เร9อื ยๆ และพรอ้ มท9ีจะยกระดบั
ความขดั แยง้ ใหไ้ ปสรู่ ะดบั h คือ มีการกระทบกระท9งั กนั โดยการแสดงออกแทนคาํ พดู ในลกั ษณะท9ี
ชีใP หเ้ ห็นถึงความไม่พอใจ เช่น การจงใจปิดประตใู หม้ ีเสียงดงั การเดินในลกั ษณะลงสน้ เทา้ และ
อาจถึงกับมีการทาํ ลายขา้ วของต่างๆ ท9ีขวางหนา้ หรืออาจมีการกระทบกระท9ังกันโดยคาํ พูดท9ี
ปราศจากการเห็นอกเห็นใจกนั อีกต่อไป อาจมีการใชถ้ อ้ ยคาํ ท9ีแสลงหตู ่างๆ อาจจะมีการกา้ วรา้ ว
ขึนP โดยใชถ้ ้อยคาํ ท9ีไม่สุภาพหรือด่าว่ากัน เป็นตน้ แต่อย่างไรก็ตาม ความขัดแยง้ ในระดับ b-h
คกู่ รณียงั คงสามารถไกลเ่ กล9ยี ใหค้ ืนดีกนั ไดโ้ ดยไมย่ ากนกั
ระดบั i มีการหาแนวรว่ มจากบคุ คลอ9ืน กล่าวคือ เร9มิ มีบคุ คลท9ี h เขา้ มาเก9ียวขอ้ งดว้ ย ซ9งึ
อาจจะเป็นลกู หรอื อาจจะเป็นพ9ีนอ้ งหรอื เพ9ือนฝงู ตวั อยา่ งเช่น ขอ้ ขดั แยง้ เรอ9ื งการแบง่ มรดกของพอ่
แม่ หรอื ภายหลงั จากพอ่ แม่ตาย ไม่มีการพดู คยุ ปรกึ ษากนั ในระหวา่ งพ9ีนอ้ งใหช้ ดั เจน หรอื อาจจะมี
การพูดคุยกันแต่ตกลงกันยังไม่ได้ จึงมีการรวมตัวกันอย่างลับๆ หรือปรึกษากับเพ9ือนฝูงหรือ
ทนายความ กรณีนีเP ป็นความขดั แยง้ ในระดบั ท9ี i แลว้ เราอาจจะไม่ไดส้ งั เกตความไม่พอใจของพ9ี
นอ้ งท9ีแสดงออกมา จนมีการนาํ เร9ืองดังกล่าวไปพูดคุยกับบุคคลท9ีสามเพ9ือหาแนวร่วม ซ9ึงหาก
ปล่อยใหส้ ถานการณเ์ ป็นอย่เู ช่นนีนP านๆ ก็จะทาํ ใหค้ วามขดั แยง้ ทวีความรุนแรงหนกั ขึนP การระงบั
ขอ้ พิพาทในระดบั นีเP รม9ิ จะยากขนึP เพราะเวลาไกลเ่ กล9ียตอ้ งไกลเ่ กล9ียหมดทกุ ฝ่ายไม่ใชเ่ ฉพาะพ9ีนอ้ ง
ท9ีขดั แยง้ กนั เทา่ นนัP ตวั อย่างกรณีท9ีมีสามีภรรยาเขา้ มาเก9ียวขอ้ งดว้ ย เวลาพดู คยุ เร9อื งดงั กลา่ ว สามี
ภรรยาทงัP ค่มู กั จะปรกึ ษากนั ดงั นนัP เวลาไกล่เกล9ียสามีภรรยาตอ้ งมาทงัP คู่ อย่างไรเสียก็หนีไม่พน้
14
สมมตุ ิภรรยามาไกล่เกล9ียแค่คนเดียวเสรจ็ แลว้ ภรรยาก็ตอ้ งกลบั มาปรกึ ษาสามี ฉะนนัP โดยสภาพ
ตอ้ งเอาสามีภรรยามาใหห้ มดและเวลาไกล่เกล9ียก็ตอ้ งมีคนมากขึนP แมแ้ ต่การไกล่เกล9ียอิหม่าม
ประจาํ มสั ยิด แต่ก่อนท9ีอิหม่ามจะตดั สินใจก็ตอ้ งนาํ เร9ืองเขา้ ส่กู ารประชุมของกรรมการก่อน ตอ้ ง
เชิญคอเต็บ บิลาลมาด้วยและอาจต้องเชิญคนท9ีเก9ียวข้องเข้าด้วยเพ9ือให้ได้ข้อยุติทัPงหมด
เพราะฉะนันP แมว้ ่าจะเป็นเร9ืองมรดกของสามีในระหว่างพ9ีนอ้ งก็ตาม แต่ผูท้ 9ีมีอาํ นาจตดั สินใจท9ี
แทจ้ รงิ คือ ภรรยา เม9ือมีการพดู คยุ หรอื ปรกึ ษาหารอื กบั ภรรยาแลว้ ยอ่ มตอ้ งเชิญภรรยาเขา้ รว่ มดว้ ย
อยา่ งหลกี เล9ยี งไมไ่ ด้ น9ีคือมีแนวรว่ มซง9ึ มนั ยากขนึP วนุ่ วายขนึP แตย่ งั คงสามารถไกลเ่ กล9ยี ได้
ระดับ _ เร9ิมมีการกระทาํ เพ9ือใหอ้ ีกฝ่ ายเสียหนา้ เช่น มีการพูดเปรยๆ ด่าว่าออกมาลอยๆ
หรอื ประกาศไมโครโฟน ใหธ้ ารกาํ นลั หรอื ประชาชนไดร้ บั รู้ คาํ พดู หรอื การกระทาํ ในระดบั นีอP าจจะมี
การโกหกหรอื กลา่ วหาใสค่ วามอีกฝ่ายหน9งึ ดว้ ย กรณีเช่นนีเP รม9ิ จะรุนแรงมากขนึP เพราะฉะนนัP ผไู้ กล่
เกล9ียตอ้ งดวู า่ ระดบั ความขดั แยง้ มนั เป็นระดบั ไหนและผไู้ กลเ่ กล9ียควรใชว้ ิธีการใดในการแกไ้ ขและ
ใชเ้ ทคนิคอยา่ งไร
ระดบั j คุกคาม ยงั ไม่ถึงขนัP ทาํ รา้ ยรา่ งกาย แต่เร9ิมจะกระทบกระท9งั ในแง่ของคาํ พูดและ
การกระทาํ บางอยา่ ง แตไ่ มถ่ งึ ขนัP ทาํ รา้ ยรา่ งกาย เชน่ มีการขม่ ขดู่ ว้ ยกบั คาํ พดู หรอื การแสดงทา่ ทา
ระดบั ` คือ มีการทาํ รา้ ยกัน ลงไมล้ งมือ กรณีเช่นนีหP ากเป็นขอ้ ขดั แยง้ ปกติตามหลกั ของ
สากลจะถือว่าไกล่เกล9ียในระดบั นียP ากขึนP เน9ืองจากเป็นเร9ืองอาญา เป็นเร9ืองท9ีจะตอ้ งถูกฟ้องรอ้ ง
ดาํ เนินคดีกัน เช่น มีการชกต่อย ทาํ รา้ ย ต่อสูก้ ัน มันจึงเป็นขอ้ ขดั แยง้ ท9ีลึก มิใช่เพียงแต่คาํ พูดท9ี
กระทบต่อจิตใจเท่านนัP หากแต่มีการกระทบถึงรา่ งกาย ท9ีอาจจะตอ้ งมีการเยียวยากนั ดว้ ย ในบาง
กรณีถือวา่ ยากในการแกป้ ัญหาหรอื ไกลเ่ กล9ียใหค้ ืนดีกนั แตส่ าํ หรบั หลกั การอิสลามถือวา่ ระดบั นีP
มีการกระทาํ ละเมิดเกิดขนึP แลว้ คงไมส่ ามารถทาํ การไกลเ่ กล9ยี ระหวา่ งผทู้ 9ีละเมิดกบั ผทู้ 9ีถกู ละเมิดได้
แตต่ อ้ งใชม้ าตรการจดั การตามหลกั อิสลามก่อน กลา่ วคือ จะตอ้ งทาํ การปรามใหผ้ ทู้ 9ีกระทาํ ละเมิด
กลบั เขา้ ส่หู ลกั การของอิสลามโดยการยอมรบั ว่ากระทาํ ผิดก่อน ถา้ ไม่ปรามใหเ้ ขา้ ส่หู ลกั การก็จะ
ไกล่เกล9ียไม่ได้ เพราะหากอีกฝ่ ายหน9ึงยงั ฝ่ าฝืนหลกั การอิสลามอยู่ หรอื ยงั ไม่มีอีมาน กล่าวคือ ยงั
15
ไม่ยอมรบั ในส9ิงท9ีตวั เองกระทาํ ละเมิดตอ่ คนอ9ืน เช่น ทาํ รา้ ยรา่ งกาย ชก เอามีดฟัน เอาปืนยิง หรอื
ไปทาํ ซีนา ทาํ ส9ิงท9ีไม่ถกู ตอ้ ง สมมตุ ิว่าล่วงเกินไป ก็ตอ้ งมีการขอมะอฟั และขอเตาบตั ก่อนจึงจะมี
การไกลเ่ กล9ยี ไมส่ ามารถไกลเ่ กล9ยี ระหวา่ งส9งิ ท9ีดีกบั ส9งิ ท9ีช9วั ใหค้ ืนดีกนั ได้
ระดบั k มีการทาํ ลายลา้ ง เร9มิ มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกนั และม่งุ ประสงคท์ 9ีจะทาํ รา้ ยกนั ใน
ลกั ษณะท9ีเป็นศตั รู
ระดับ l ไรส้ ติ บ้าเลือด ระดับนีP นับว่าเป็นระดับท9ีรุนแรงมากท9ีสุดหรืออาจถึงขัPนกระทาํ
สงครามระหวา่ งกนั
ผลของการไกลเ่ กล9ียในระดบั ` ระดบั k ระดบั l ยอ่ มไมอ่ าจท9ีจะชนะ-ชนะทงัP คไู่ ดเ้ พราะวา่ มี
การสญู เสียกนั แลว้ สว่ นระดบั b ระดบั ^ ระดบั h จะชนะ-ชนะทงัP คไู่ ด้ เน9ืองจากยงั ไม่สญู เสียอะไร
มาก เป็นแค่คาํ พูดกระทบกระท9งั กนั แต่ระดบั i ระดบั _ ระดบั j เร9ิมมีได-้ มีเสีย เพราะฉะนนัP จะ
เห็นไดว้ ่ากรณีนีจP ะตอ้ งมีการเยียวยากนั เพราะมนั มีแนวรว่ ม มีการทาํ ใหเ้ สียหนา้ มีการคกุ คามกนั
ก็ตอ้ งมีการเยียวยากนั แตร่ ะดบั ` ระดบั k ระดบั l ตอ้ งเยียวยากนั มากขนึP และมีหลายฝ่ายซง9ึ ยาก
แตว่ า่ ทาํ ได้ อินชาอลั ลอฮ
16
เนือH หาของความขัดแย้ง
ขอ้ พิจารณาในการไกลเ่ กล9ียไมใ่ ช่ดแู ตเ่ ฉพาะระดบั ของความรุนแรงของความขดั แยง้ เทา่ นนัP
หากแตต่ อ้ งพิจารณาถึงเนือP หาของเร9อื งท9ีขดั แยง้ ดว้ ยเพราะเป็นเร9อื งท9ีสาํ คญั มาก เน9ืองจากถา้ เร9อื ง
ท9ีขดั แยง้ เก9ียวขอ้ งกับหลกั การศาสนา เช่น ขอ้ ขดั แยง้ ทางดา้ นความคิดระหว่างซุนนี-ชีอะฮ์ หรือ
เป็นขอ้ ขดั แยง้ เก9ียวกบั ความคิดเห็นในทางการเมือง เนือP หาของความขดั แยง้ ดงั กลา่ วยอ่ มไกลเ่ กล9ีย
ไดย้ ากมาก ถามว่าสามารถไกล่เกล9ียไดไ้ หม ขอตอบว่าได้ อินชาอลั ลอฮ แต่ตอ้ งใชเ้ ทคนิคในการ
ไกล่เกล9ียขัPนสูงและใช้ความพยายามอย่างมาก โดยจะต้องค้นหาส9ิงท9ีเป็นเจตนารมณ์หรือ
เป้าหมายร่วมกันให้ได้ว่ามีเร9ืองอะไรบ้าง หลังจากนัPน ต้องมีการประเมินด้วยว่าเป็นเร9ืองท9ีมี
ลกั ษณะพิเศษเฉพาะหรือไม่ จะมีปัญหาในรายละเอียดอะไรบา้ ง มองใหถ้ ึงปลายขอบฟ้าว่าจะ
สามารถมีทางออกรว่ มกนั ไดห้ รอื ไม่ เร9ืองนีผP ไู้ กล่เกล9ียมีประสบการณห์ รือไม่ ถนดั ไหม เช่น เร9ือง
เก9ียวกบั ท9ีดินวะกฟั เร9ืองการแบ่งมรดก เร9ืองอาํ นาจของกรรมการอิสลามประจาํ จงั หวดั กรรมการ
อิสลามมสั ยิด ถา้ คดิ วา่ มีความเช9ียวชาญ มีความพรอ้ ม และพิจารณาแลว้ วา่ นา่ จะมีเนือP หาท9ีลงเอย
กนั ได้ หรอื คกู่ รณีสามารถยอมรบั กนั ได้ กรณีนีกP ็สามารถไกลเ่ กล9ยี ได้
17
ความขัดแย้งทแี0 ฝงเร้น
(Latent conflict)
ลกั ษณะความขดั แยง้ เช่นนีP ถือว่าเป็นส9ิงท9ีสาํ คญั มากเน9ืองจากเป็นส9ิงท9ีซ่อนเรน้ อย่ภู ายใน
ลกั ษณะคลา้ ยคลงึ กบั ภเู ขานาPํ แข็งซ9ึงลอยอย่เู หนือนาPํ b/k ส่วนอีก `/k จะจมอย่ใู ตน้ าPํ น9ีคือความ
ขดั แยง้ ท9ีแฝงเรน้ ปกติจะเห็นแต่เฉพาะขอ้ ขดั แยง้ เหนือนาPํ เท่านนัP เวลาคนทะเลาะกนั เขา้ มาท9ีศาล
ทะเลาะกันเร9ืองค่าเลียP งดู ทะเลาะกันเร9ืองมรดก แต่ท9ีจริงแลว้ ไม่ใช่เร9ืองมรดกอย่างเดียว เพราะ
มรดกหรอื นะฟะเกาะฮ์ ผลประโยชนเ์ หลา่ นีเP ป็นเร9อื งท9ีปรากฏชดั หรอื อยเู่ หนือนาPํ แตท่ วา่ ยงั มีเร9อื งท9ี
อย่ใู ตน้ าPํ อีกมากถึง ` ใน k ส่วน ซ9งึ ไม่ไดน้ าํ มาฟ้องคดีดว้ ย ทงัP นีเP น9ืองจากเวลาท9ีคนทะเลาะกนั มกั
เรม9ิ จากจดุ เลก็ ๆแลว้ ก็พฒั นาตอ่ ยอดไปเรอ9ื ยๆ แตส่ 9งิ ท9ีนาํ มาฟอ้ งเป็นขอ้ พิพาทมนั คือปลายเหตทุ 9ีอยู่
18
เหนือนาPํ เท่านนัP ไม่ไดเ้ อาขอ้ พิพาทมาบอกทงัP หมด เพราะคนท9ีทะเลาะกนั มกั จะเอาจดุ ดีจดุ ถกู ของ
ตวั เองมาฟ้อง แต่จดุ เสียจดุ ดอ้ ยไม่เอามาแต่จะเก็บไว้ น9ีคือส9ิงท9ีอย่เู หนือนาPํ และส9ิงท9ีอย่ใู ตน้ าPํ ซ9ึง
อาจเห็นแค่บางส่วน เวลาไกล่เกล9ียก็จาํ ตอ้ งไกล่เกล9ียส9ิงท9ีอย่ใู ตน้ าPํ นีดP ว้ ย น9ีคือการไกล่เกล9ีย อนั นีP
มองเหน็ ภาพของการไกลเ่ กล9ยี ประนีประนอมท9ีชดั เจน ตา่ งกบั การตดั สนิ คดี เพราะการตดั สนิ คดีจะ
ตัดสินใหใ้ ครผิดใครถูกในประเด็นท9ีอยู่เหนือนาPํ คือ ขอ้ พิพาทส9ิงท9ีเห็นประจักษ์เท่านัPน แต่เม9ือ
ตดั สินเสรจ็ หากถามว่าค่กู รณีจะคืนดีกนั ไหม ขา้ พเจา้ ตอบไดเ้ ลยเพราะทาํ หนา้ ท9ีตดั สินคดีท9ีศาล
ปกครองมาเป็นเวลา ^o ปี ขา้ พเจา้ ไม่เคยเห็นว่าค่กู รณีท9ีมาศาลเพ9ือฟังคาํ พิพากษา เม9ืออ่านคาํ
พิพากษาเสรจ็ คกู่ รณีกอดคอกนั แลว้ กลา่ ววา่ “ ผมขอยอมรบั วา่ ผมผิด ขอโทษดว้ ยนะ” ไมม่ ี ไมเ่ คย
ปรากฏว่าค่กู รณีเขา้ ใจคาํ พิพากษาท9ีตดั สินแลว้ ยอมรบั ว่าตวั เองผิดตามท9ีศาลตดั สิน แต่หากเป็น
การไกล่เกล9ียท9ีขา้ พเจา้ ไดด้ าํ เนินการจะมีการขอมะอฟั กนั มีการขอโทษกนั พอหลงั จากไกล่เกล9ีย
เสร็จ ต่างฝ่ ายต่างบอกว่า “ ผมขอโทษในส9ิงท9ีไดท้ าํ ลงไปแลว้ ขอมะอัฟดว้ ยนะ ” น9ีคือความ
แตกตา่ งเพราะผไู้ กลเ่ กล9ียไดข้ จดั ขอ้ ขดั แยง้ ท9ีอยใู่ ตน้ าPํ ทงัP หมด สว่ นการพิพากษานนัP ไมส่ ามารถขจดั
ขอ้ ขดั แยง้ ไดท้ งัP หมด การตดั สนิ จงึ ไมจ่ บ กรณีจงึ จาํ ตอ้ งมีศาลอทุ ธรณ หรอื ศาลฎีกา แมว้ า่ จบท9ีศาล
ฎีกาแลว้ ยังมีการถวายฎีกาไดอ้ ีก มีช่องทางไหนทาํ ไดท้ าํ หมด รอ้ งเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิ
มนษุ ยชนหรอื ศนู ยด์ าํ รงธรรม เพราะเหตทุ 9ีไม่ยอมรบั จึงไม่จบสกั ที ดว้ ยเหตนุ ีกP ารตดั สินจึงต่างจาก
การไกลเ่ กล9ยี ประนีประนอม
วิธีการท9ีจะทาํ ใหค้ ู่กรณีพอใจและยอมรบั ไดต้ อ้ งทาํ ใหค้ วามขัดแยง้ ท9ีแฝงเรน้ ท9ีอยู่ใตน้ าPํ
ขา้ งลา่ งขนึP มาเหนือนาPํ ใหห้ มด น9ีคือส9งิ ท9ีเป็นความพยายามของผไู้ กลเ่ กล9ียท9ีจะตอ้ งทาํ ใหไ้ ด้ เทคนิค
หน9ึงท9ีสาํ คัญก็คือ การท9ีตอ้ งรกั ษาความลับของคู่กรณีและทาํ ให้เกิดความม9ันใจ คู่กรณีจึงจะ
เปิดเผยความลบั ออกมา ถา้ ผูไ้ กล่เกล9ียไม่รกั ษาความลบั คู่กรณีก็จะไม่ไวว้ างใจหรือไม่บอกว่า
ทะเลาะกนั เร9อื งอะไร สามีภรรยามีเร9อื งมากมายมหาศาล บางทีพดู ไม่ได้ บางทีผหู้ ญิงไม่ชอบคนท9ี
มีกล9ินตัวแรง ผูช้ ายเป็นคนท9ีกล9ินตัวเหม็นมาก หรือบางทีสามีเป็นคนท9ีเซ็กสจ์ ัด ซ9ึงภรรยาบอก
ไม่ได้ คือเวลาฟ้องคดีไม่มีแน่เร9ืองนีP ท9ีเลิกกนั หรือหย่ากนั เพราะสาเหตทุ 9ีแทจ้ ริง มนั บอกไม่ได้ แต่
19
เวลาทาํ การไกลเ่ กล9ียนนัP สามารถคน้ หาปัญหาท9ีแทจ้ รงิ ได้ แลว้ จะรูว้ า่ ควรจะแกอ้ ยา่ งไรกบั เร9อื งนีP น9ี
คือส9ิงท9ีเป็นตัวอย่างใหเ้ ห็น เพราะฉะนัPนใตน้ าPํ คือความขัดแยง้ ท9ีแฝงเรน้ ซ9ึงตอ้ งพยายามคน้ หา
ออกมาให้ได้ ซ9ึงอาจจะเป็นความต้องการ อารมณ์ ความรูส้ ึก ความสัมพันธ์ คุณค่า ส9ิงท9ีอยู่
เบือP งหลงั ทงัP หมด ซง9ึ เป็นความยากและการตดั สนิ คดีไมส่ ามารถท9ีจะแกไ้ ขปัญหาเหลา่ นีไP ด้
อีกภาพหน9ึงท9ีแสดงใหเ้ ห็นถึงการแกป้ ัญหาไดอ้ ย่างชดั เจนก็คือ ภาพของเสน้ ดา้ ยท9ีพนั กนั
เป็นปมท9ีย่งุ เหยิง การใชว้ ิธีการพิพากษาหรอื ตดั สินเพียงแค่ว่าใครถกู ใครผิด มนั ไม่ไดช้ ่วยแกป้ มท9ี
เกิดในเสน้ ดา้ ยได้ แต่สาํ หรบั การไกล่เกล9ียจะตอ้ งดึงเอาปลายทงัP สองดา้ นออกมาใหไ้ ดก้ ่อนแลว้
คอ่ ยๆ แกท้ ีละปมทีละปมจนกระท9งั หมดเสน้ ดา้ ย เพ9ือใหม้ ีสภาพเป็นเสน้ ตรงแยกจากกนั ไดท้ งัP หมด
เพราะฉะนนัP จึงตอ้ งหยิบยกประเด็นปัญหาท9ีขดั แยง้ กนั ทงัP หมดออกมาใหแ้ ก้ ถึงจะเขา้ ใจกนั บาง
กรณีอาจตอ้ งใชเ้ วลาหลายครงัP เพ9ือพดู ในเร9ืองปัญหาใหจ้ บ เน9ืองจากมีปัญหาเยอะมากเพราะคน
อย่ดู ว้ ยกนั ไม่ใช่ปีเดียว หากแต่อย่ดู ว้ ยกนั เป็นเวลาหลายปี สามีภรรยาอย่กู นั ก9ีปีจนมาหย่ากนั และ
เลิกกนั ดว้ ยเร9ืองนะฟะเกาะฮ์ บางทีมีปัญหาเร9ืองภรรยาเล่นไลนต์ อนกลางคืนแลว้ ไปแชทกบั ชาย
คนอ9ืน สามีรูจ้ งึ หย่าเพราะภรรยาเลน่ ไลน์ ตอนแรกก็งงมาก เพราะมนั เป็นปลายเหตุ แต่ท9ีทะเลาะ
กันมันอยู่ใตน้ าPํ เยอะแยะมากมาย ผูไ้ กล่เกล9ียตอ้ งคน้ หาใหไ้ ด้ ดังนัPน บางครงัP มันเป็นส9ิงท9ีผูไ้ กล่
20
เกล9ียจะตอ้ งใชค้ วามพยายาม การท9ีจะใหค้ ่กู รณีเปิดเผยหลกั ประการสาํ คญั ก็คือ การตอ้ งรกั ษา
ความลบั ตอ้ งใหเ้ กิดความไวว้ างใจในการไกลเ่ กล9ีย ตอ้ งใชเ้ ทคนิคอย่างมาก เพราะฉะนนัP สามารถ
กลา่ วไดว้ า่ การตดั สนิ คดีนนัP งา่ ยกวา่ การไกลเ่ กล9ียมาก หรอื อีกนยั หน9งึ คือ การไกลเ่ กล9ียท9ีถกู ตอ้ งนนัP
ยากกว่าการตดั สินคดีมาก การช่วยเหลือคนเป็นการสรา้ งกุศลผลบุญท9ีแทจ้ ริงเพราะท่านศาสดา
บอกวา่ การขดั แยง้ มนั ก็เหมือนใบมีดโกน เพราะฉะนนัP การไกลเ่ กล9ียมนั จะมีผลทาํ ใหค้ กู่ รณีคืนดีกนั
ซ9ึงเป็นส9ิงท9ีประเสริฐมากตามหลกั การของอิสลาม ซ9ึงในหวั ขอ้ ต่อไปจะมีการหยิบยกบทบญั ญัติ
ของอลั กรุ อานและอลั ฮาดีษในเร9อื งดงั กลา่ วมานาํ เสนอวา่ การทาํ ใหค้ นคืนดีกนั นนัP เป็นส9ิงท9ีย9ิงใหญ่
มาก
21
สาเหตุของความขัดแย้งในแงเ่ นือH หา
ในหัวขอ้ นีP Christopher Moore ท่านไดร้ วบรวมความขัดแยง้ ท9ีเกิดขึนP จริงๆ และแบ่ง
ออกเป็น _ ประเภท ดงั นีP
1 – Data conflict คือ ขดั แยง้ ในทางขอ้ มลู
2 - Interest conflict คือ ขดั แยง้ ในผลประโยชน์
3 - Relationship conflict คือ ขดั แยง้ ในความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกนั
4 - Structural conflict คือ ขดั แยง้ ในทางโครงสรา้ ง หนว่ ยงาน ระบบ ระเบียบ วิธีการ ขนัP ตอน
5 - Value conflict คือ ขดั แยง้ ในทางคณุ คา่ อนั นีสP าํ คญั ท9ีสดุ
22
ท9ีขีดเสน้ สีแดงตอ้ งการจะชีใP หเ้ ห็นวา่ สว่ นท9ีเหนือเสน้ สีแดงคือแกไ้ ขไดง้ ่าย สว่ นท9ีอย่ใู ตเ้ สน้ สีแดงคือ
แกไ้ ขยาก จะเห็นไดว้ ่า ถา้ ขดั แยง้ กนั ในเร9ืองเนือP หาขอ้ มลู กบั เร9ืองผลประโยชนก์ ็สามารถไกล่เกล9ีย
ไดง้ ่าย สว่ นความขดั แยง้ ในเร9อื งท9ีเก9ียวกบั ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกนั นนัP บางกรณีสามารถไกลเ่ กล9ีย
ไดง้ ่าย แตบ่ างกรณีก็ไกลเ่ กล9ียไดย้ าก สว่ นความขดั แยง้ ในเร9อื งท9ีเก9ียวกบั คณุ คา่ หรอื โครงสรา้ งเป็น
เร9อื งท9ีแกไ้ ขยากเพราะมนั อาจจะเกิดจากหน่วยงาน กฎหมาย ระเบียบ หรอื เกิดจากคณุ ค่าของคน
การใหเ้ กียรติ เกียรติยศช9ือเสียงของคน ความขดั แยง้ ในเร9อื งนีจP งึ แกไ้ ขยาก แตก่ ็มีเทคนิคท9ีจะทาํ ให้
ดีขนึP ได้
กรณีความขัดแย้งทางดา้ นข้อมูล
ความขดั แยง้ ในเรอ9ื งท9ีเก9ียวกบั ขอ้ มลู นีอP าจจะเน9ืองมาจาก
b. การไมม่ ีหรอื ขาดขอ้ มลู ขา่ วสาร
^. ความเขา้ ใจผิดในขอ้ มลู
h. การส9อื สารความหมายไมต่ รงกนั
i. การตีความขอ้ มลู แตกตา่ งกนั
กรณีขดั แยง้ ในเร9ืองนีเP ร9ิมมีปัญหามากขึนP เช่น ไดร้ บั ขอ้ มลู คนละดา้ น รบั ขอ้ มลู ข่าวสารไม่
เหมือนกนั เถียงกนั วา่ วะกฟั หรอื ไมว่ ะกฟั วะกฟั เทา่ ไหร่ ตรงไหน หรอื เรอ9ื งการแบง่ มรดกก็มีขอ้ มลู ท9ี
แตกตา่ งกนั พ่อแม่ไดม้ ีการส9งั เสียไวห้ รอื ไม่ จาํ นวนเท่าไหร่ มีพยานรูเ้ ห็นหรอื ไม่ อย่างไร สว่ นใหญ่
23
จะเป็นเร9อื งขอ้ มลู แตกตา่ งกนั พอผไู้ กลเ่ กล9ียเอาเร9อื งขอ้ มลู ท9ีแตกตา่ งกนั มาเทียบกนั ทกุ อย่างแทบ
จะดีขึนP เพราะว่าเดิม ผทู้ 9ีขดั แยง้ กนั นนัP ไม่ไดฟ้ ังเหตผุ ลของอีกฝ่ ายหน9ึง จึงเกิดการทะเลาะกนั ขึนP
ในทางหลกั การสากล อรสิ โตเติลไดก้ ลา่ ววา่ มนษุ ยเ์ ป็นสตั วส์ งั คม มนษุ ยเ์ ป็นสตั วท์ 9ีมีเหตผุ ล ถา้ ไป
ดคู วามหมายในพจนานกุ รมก็จะมีลกั ษณะเช่นเดียวกนั คือ มนษุ ยเ์ ป็นสตั วท์ 9ีประเสรฐิ มนษุ ยเ์ ป็น
สตั วท์ 9ีมีเหตผุ ล เพราะฉะนนัP มนษุ ยจ์ ะยอมรบั กนั ไดถ้ า้ หากอีกฝ่ ายมีเหตผุ ล กรณีท9ีทะเลาะกนั มนั
เกิดจาก ^ สาเหตุ อริสโตเติล ไดบ้ อกไว้ b) เกิดจากการท9ีไม่เขา้ ใจเหตุผลของอีกฝ่ ายหน9ึง และ
^) เขา้ ใจเหตผุ ล แตย่ อมรบั ในเหตผุ ลนนัP ไมไ่ ดห้ รอื ไมย่ อมรบั
หากแก้ ^ สาเหตุนีไP ด้ คือให้อีกฝ่ ายหน9ึงไดเ้ ขา้ ใจเหตุผลอีกฝ่ ายหน9ึงหรือให้อีกฝ่ ายหน9ึง
ยอมรบั เหตผุ ลอีกฝ่ ายหน9ึงไดค้ วามขดั แยง้ ก็จะจบ ขอ้ พิพาทก็จบลงไปดว้ ย เพราะฉะนนัP ถา้ มีการ
ขดั แยง้ กนั ในเร9ืองขอ้ มลู เม9ือผไู้ กล่เกล9ียใหข้ อ้ มลู ท9ีครบถว้ นทงัP ^ ฝ่ าย อีกฝ่ ายหน9ึงจะพอใจขึนP มา
ทนั ที จะเขา้ ใจเหตผุ ลของอีกฝ่ายหนง9ึ แลว้ ถา้ ยอมรบั ไดข้ อ้ ขดั แยง้ ก็อาจจะจบไดท้ นั ที
ในสว่ นของความเขา้ ใจผิดในขอ้ มลู หรอื การส9ือสารไม่ตรงกนั กรณีนีมP ีมากพอสมควร แต่
กรณีท9ี i ความขดั แยง้ ในเรอ9ื งของการตีความไมเ่ หมือนกนั เชน่ เรอ9ื งท9ีเก9ียวขอ้ งกบั ศาสนาท9ีมกั จะมี
ปัญหาเร9ืองตีความท9ีไม่ตรงกนั และขดั แยง้ กนั เยอะแยะมากมาย และไม่เคยมีใครมาพูดคยุ กนั ว่า
สมควรท9ีจะตอ้ งมีหลกั การในการตีความอย่างไร เดŠียวจะพดู ต่อไปเร9อื งชะรอี ะฮอ์ ิสลามียะฮใ์ นช่วง
ท9ี ^ เพราะฉะนนัP ในมมุ มองของขา้ พเจา้ เร9อื งของขอ้ มลู สามารถไกลเ่ กล9ียไดง้ ่าย แตผ่ ไู้ กลเ่ กล9ียตอ้ ง
มีเทคนิคในการคน้ หาขอ้ เท็จจรงิ ใหไ้ ด้ ตอ้ งใชเ้ ทคนิคในการตงัP คาํ ถามปลายเปิดปลายปิด คาํ ถาม
ต่างๆ ซ9งึ เทคนิคในการตงัP คาํ ถามจะไดอ้ ธิบายต่อไป โดยเฉพาะอย่างย9ิงในส่วนท9ี เป็นเทคนิคของ
ทา่ นศาสดามฮู าํ หมดั ( ศอ็ ลลลั ลอฮฮอุ ะลยั ฮิวะสลั ลมั )
24
กรณีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
ความขดั แยง้ ในเรอ9ื งนีมP ีตวั อยา่ งท9ีสามารถเหน็ ไดโ้ ดยท9วั ไป คือ
b - การแยง่ ชิงทรพั ยากร
^ - ความตอ้ งการในทรพั ยส์ นิ
h – ผลประโยชนใ์ นทางรูปแบบและวิธีการ
i - ความตอ้ งการทางอารมณ์ ความหว่ งใย ความกงั วล
ตัวอย่างว่ามีทรพั ยส์ ินอยู่เพียงชินP เดียว เช่น มีเงินมรดกอยู่ b ลา้ นบาท มีพ9ีน้องสองคน คนพ9ี
ตอ้ งการ k แสนบาท คนนอ้ งตอ้ งการ ` แสนบาท แต่ทรพั ยส์ ินมีเพียงแค่ b ลา้ นบาท มีปัญหากนั
แน่นอน เพราะมนั ไม่ลงตวั กนั จะทาํ อย่างไรใหล้ งตวั อนั นีไP ม่ยาก แตต่ อ้ งพยายามเกล9ียกลอ่ ม เช่น
พูดว่า “ ท9ีพ9ีตอ้ งการ k แสนบาทนัPน สามารถลดไดแ้ ค่ไหน ” สมมุติเขาตอบว่า ` แสนบาท ก็
กลบั มาถามนอ้ งวา่ ลดไดเ้ ท่าไหร่ นอ้ งบอก j แสนบาท กรณีเช่นนีกP ็ยงั ไม่ลงตวั อีกเพราะทรพั ยม์ ีแค่
หน9ึงลา้ นบาท ก็ใหม้ าคยุ กนั อีกรอบหน9ึง พ9ีลดไดเ้ ท่าไหร่ สมมตุ ิพ9ีบอกว่าลดเหลือ ` แสน ก็ใหถ้ าม
นอ้ งต่อไปว่า “ พ9ีเขาลดใหอ้ ีกหน9ึงแสนบาทแลว้ นะ “ นอ้ งตอบว่า “ ถา้ เช่นนนัP ขอแค่ j แสนบาท “
ก็ตอ้ งเกล9ียกล่อมไปเร9ือยๆ จนสามารถรวมกนั แลว้ ไม่เกินหน9ึงลา้ น แต่บางครงัP ก็ไม่ง่าย ไม่อาจหา
จดุ รว่ มกนั อยา่ งนีไP ด้ กรณีอาจจะถอยหลงั มาแตห่ า่ งกนั ไมอ่ ยใู่ นจดุ เดียวกนั สมมตุ ิพดู กนั หลายรอบ
พ9ีก็จบท9ี j แสนบาท นอ้ งจบท9ี _ แสนบาท รวมกนั แลว้ b ลา้ น b แสนบาท เพราะฉะนนัP จะตอ้ งหา
25
ผลประโยชนอ์ 9ืนมาเสริมอีก b แสนบาทในส่วนท9ีขาดไป อาจจะเสริมจากฝ่ ายน้องหรืออาจจะ
ลดหย่อนจากฝ่ายพ9ี แลว้ เสรมิ ผลประโยชนท์ งัP สองฝ่ายเท่าๆกนั เช่น มีรายไดจ้ ากส9ิงอ9ืนอีก แลว้ เอา
มาเสริมให้ฝ่ ายใดฝ่ ายหน9ึงหรือทัPงสองฝ่ ายเท่าๆกัน น9ีคือวิธีการแก้ปัญหาขอ้ ขัดแย้งทางด้าน
ผลประโยชน์ ซ9งึ มนั สามารถหาไดถ้ า้ มีพืนP ท9ีอ9ืนใหท้ าํ ได้ เพราะฉะนนัP ผไู้ กล่เกล9ียตอ้ งหาขอ้ เท็จจรงิ
เก9ียวกบั ผลประโยชนอ์ 9ืนๆ ผไู้ กล่เกล9ียจะหาเฉพาะเงินหน9ึงลา้ นไม่ไดแ้ น่นอนจะตอ้ งหาช่องทางอ9ืน
ใหไ้ ดม้ นั ก็จะสามารถแกไ้ ขปัญหาเร9ืองนีไP ด้ แต่ถา้ มีเร9ืองอารมณเ์ ขา้ มาผูไ้ กล่เกล9ียก็ตอ้ งมีเทคนิค
พิเศษซง9ึ จะไดส้ อนตอ่ ไป มีคนมาถามวา่ ถา้ เวลาไกลเ่ กล9ยี ขอ้ เทจ็ จรงิ ไมต่ รงกนั จะทาํ อยา่ งไรเพราะผู้
ไกล่เกล9ียไม่ไดต้ ดั สินคดี ฝ่ ายหน9ึงพูดอย่างหน9ึง อีกฝ่ ายหน9ึงพูดอีกอย่างหน9ึง ผไู้ กล่เกล9ียไม่รูห้ รอ
กว่าอะไรจรงิ แต่เวลาพดู แลว้ ยอมรบั กนั ทงัP สองฝ่ายย่อมถือว่ามีขอ้ เท็จจรงิ ท9ีเห็นตรงกนั ทงัP สองฝ่าย
เช่น ถา้ ภรรยาเรยี กรอ้ งคา่ เลียP งดู (นะฟะเกาะฮ)์ เป็นจาํ นวนเงิน ^ หม9ืนบาทตอ่ เดือน สามีกลา่ ววา่
สามารถใหไ้ ด้ _ พนั บาทตอ่ เดือน สามีบอกเหตผุ ลวา่ มีเงินเดือน ^ หม9ืนกวา่ แตใ่ ชจ้ ่ายสว่ นตวั โน่น
น9ีน9นั ปัจจบุ นั เหลือตอ่ เดือน _ พนั บาทเท่านนัP ใหภ้ รรยาไดเ้ ท่านีแP หละ่ กรณีเช่นนีจP ะทาํ อย่างไรดี ผู้
ไกล่เกล9ียก็ตอ้ งใชเ้ ทคนิคการตงัP คาํ ถาม ถามฝ่ ายภรรยาว่าเหตผุ ลท9ีตอ้ งเรยี กรอ้ งค่าเลียP งดเู ป็นเงิน
^ หม9ืนบาทนันP ประกอบดว้ ยค่าอะไรบา้ ง บางทีมันมีความรูส้ ึกเขา้ มาเหมือนการฟ้องคดีท9ีศาล
เรียกค่าเสียหาย bo ลา้ นบาท ถามว่าประกอบดว้ ยค่าอะไรบา้ ง ก็ตอบไม่ไดเ้ พราะเรียกเพ9ือความ
สะใจ ว่าเสียหายช9ือเสียง bo ลา้ นบาท มนั เป็นความรูส้ กึ ทงัP นนัP เห็นไดช้ ดั เจนว่าความขดั แยง้ มนั มี
อารมณ์ ความห่วงใย ความกงั วลหลายๆ เร9ือง พอถามสามีว่าท9ีใหค้ ่าเลียP งดู (นะฟะเกาะฮ)์ _ พนั
บาท ประกอบดว้ ยค่าอะไรบา้ ง ลองคิดดู ปรากฏว่าสามีตอบไม่ไดเ้ พราะจาํ นวนเงินท9ีใหน้ นัP อาจมี
เหตผุ ลเพียงแคอ่ ยากจะให้ พอถามภรรยาวา่ คา่ นาPํ คา่ ไฟเท่าไหร่ ภรรยาตอบวา่ เดือนละ ^ พนั บาท
แลว้ เงินท9ีใหล้ กู ไปโรงเรยี นวนั ละเท่าไหร่ เดือนละเท่าไหร่ ค่าอาหารเท่าไหร่ ค่ารถรบั สง่ ลกู พอแจก
แจงรายละเอียด การท9ีสามีให้ _ พนั บาทคงจะไม่เพียงพอแลว้ และจะมีความรูส้ กึ ไม่เป็นธรรม น9ีคือ
การใชเ้ ทคนิคในการตงัP คาํ ถามเพ9ือจดั การอารมณค์ วามรูส้ กึ ออกไป แต่เอาความเป็นจรงิ มาพดู กนั
มีคนตงัP คาํ ถามวา่ แลว้ ถา้ เกิดไม่ตรงกนั สมมตุ ิภรรยาเรยี กรอ้ ง ^ หม9ืนบาท แตภ่ รรยาลดลงเหลือ b
หม9ืน _ พันบาท ส่วนสามีเพ9ิมขึนP ไดแ้ ค่ b หม9ืน ขอ้ เรียกรอ้ งยังไม่ตรงกันอีก จะทาํ อย่างไรเพราะ
26
ภรรยาจาํ เป็นตอ้ งใชเ้ งิน b หม9ืน _ พันบาทจริงๆ แต่สามีใหไ้ ดแ้ ค่ b หม9ืนบาท แลว้ ท9ีเหลือจะทาํ
อยา่ งไร ยงั ไม่ลงเอยกนั อีก _ พนั บาท เพราะฉะนนัP ผไู้ กลเ่ กล9ียอาจตอ้ งใชผ้ ลประโยชนอ์ 9ืน เช่น สามี
อาจไปรบั ส่งลกู เองโดยไม่ตอ้ งเสียค่ารถในการส่งลกู ก็ได้ อย่างนีมP นั ก็สามารถมาจนุ เจืออีก _ พนั
บาทท9ีภรรยาขาดไปได้ น9ีคือวิธีการท9ีจะไกล่เกล9ียในแง่ของผลประโยชนอ์ 9ืนๆ ใหม้ นั ยตุ ิลงตวั กนั ได้
โดยการใชเ้ ทคนิคการตงัP คาํ ถามเพ9ือคน้ หาความจรงิ ใหไ้ ดก้ ่อน หลงั จากนนัP หาทางแก้ หาทางออก
รว่ มกนั ท9ีทกุ คนยอมรบั และสามารถปฏิบตั ไิ ดจ้ รงิ อนั นีเP ป็นตวั อยา่ ง
ความขัดแย้งทางดา้ นความสัมพนั ธร์ ะหว่างกัน
ความขัดแยง้ ในกรณีนีมP ีทัPงท9ีไกล่เกล9ียไดง้ ่ายกับไกล่เกล9ียไดย้ าก ขึนP อยู่กับลักษณะของ
ความสมั พนั ธ์ เช่น การมีทิฐิท9ียดึ ม9นั ถือม9นั ในเร9อื งความเช9ือ ความศรทั ธา หรอื ความคิดเห็นในเร9อื ง
ตา่ งๆ ตวั อยา่ งของความขดั แยง้ ในดา้ นความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกนั ไดแ้ ก่
b - ความแตกตา่ งทางบคุ ลกิ ภาพ
^ - มีพฤตกิ รรมในทางลบ
h - มีมมุ มองหรอื ความเหน็ ไมต่ รงกนั
i - มีปัญหาดา้ นการส9อื สารระหวา่ งกนั
ความขัดแยง้ ในกรณีการส9ือสารระหว่างกัน การมีบุคลิกภาพท9ีแตกต่างกัน หรือมีพฤติกรรมไม่
เหมือนกัน กรณีเช่นนีไP กล่เกล9ียได้ง่าย ส่วนปัญหา ความขัดแย้งใน เร9ืองมุมมองอันนีจP ะยาก
พฤติกรรมในทางลบถา้ ยอมรบั กนั ไดห้ รอื มีอีหมา่ นก็สามารถไกลเ่ กล9ียไดง้ า่ ยขนึP บคุ ลิกภาพของแต่
27
ละคนแน่นอนว่าจะตอ้ งแตกต่างกันอยู่แลว้ ในการไกล่เกล9ีย ผลท9ีไดร้ บั คือ ต่างฝ่ ายต่างตอ้ ง
ปรบั ตวั ซง9ึ กนั และกนั น9นั เอง
การขดั แยง้ กนั ในเร9ืองความสมั พนั ธร์ ะหว่างสามีภรรยาย่อมมีอย่เู ป็นปกติ ไม่มีค่สู ามีภรรยา
ใดท9ีไม่เคยขดั แยง้ กนั เวลาทะเลาะกนั มกั จะมีการจดุ ชนวนเกิดขนึP สว่ นใหญ่มกั เป็นฝ่ายชาย แลว้
ตอ่ มาก็มีการโตเ้ ถียงกนั เป็นวงกลมจากคาํ พดู วา่ กลา่ วเลก็ นอ้ ย เรม9ิ ท9ีจะแรงขนึP ๆ ภรรยามกั จะหยิบ
ยกทกุ เร9อื งท9ีไม่ดีของสามีออกมาแมว้ า่ จะเป็นเร9อื งก9ีปีมาแลว้ ก็ไม่มีการขาดอายคุ วาม การทะเลาะ
กนั สามีสามารถบอกไดไ้ หมว่า เร9ืองนีขP าดอายคุ วามแลว้ bo ปี ก9ีปียกมาไดห้ มด แลว้ จาํ แม่นดว้ ย
ผหู้ ญิงมกั จาํ แม่น ผชู้ ายมกั ไม่ไดจ้ าํ น9ีคือความตา่ งดา้ นบคุ ลิกภาพ ผชู้ ายจะจาํ ไม่ไดว้ า่ ตวั เองทาํ ไม่
ดี แต่ผหู้ ญิงจาํ แม่นเร9ืองการทาํ ไม่ดีของคนอ9ืน ถึงมีเร9ืองนินทามาก พอมาเจอกนั ก็น9งั นินทากนั น9ี
คือปัญหา เดŠียวจะพูดเร9ืองหลักการศาสนา ศาสนาอิสลามได้กล่าวถึงเร9ืองนีไP วอ้ ย่างมากซ9ึง
สามารถนาํ เอามาใชไ้ ดแ้ ละสามารถแกป้ ัญหาเร9อื งเหล่านีไP ดเ้ ป็นอย่างดี เพราะฉะนนัP จึงเห็นไดว้ ่า
ความสัมพันธม์ ีทัPงท9ีแกง้ ่ายและแกย้ าก แกย้ ากคืออะไร อารมณ์ เกียรติยศช9ือเสียง หรือคุณค่า
ความเป็นสามี บางทีมนั ตอ้ งใหเ้ กียรติกันดว้ ย สามีอาจจะมีตาํ แหน่งหนา้ ท9ีการงานพอสมควร มี
เพ9ือนฝงู มีลกู นอ้ งหรือผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาจาํ นวนมาก การใหเ้ กียรติกนั จึงเป็นเร9ืองท9ีมีความสาํ คญั
สาํ หรบั สามี อีกกรณีหน9ึงท9ีเป็นเร9ืองสากลท9ีจะพูดก็คือ การท9ีสามีมีภรรยาคนท9ีสองเหมือนการ
ไม่ใหเ้ กียรติกันในแง่ของสากล การท9ีสามีไปมีเมียนอ้ ยหรือไปทาํ ไม่ดีในเชิงชูส้ าว ภรรยาจะมี
ความรูส้ ึกไม่ดีทนั ที เพราะกรณีนีเP หมือนจะเป็นศกั ดิŒศรีของผูห้ ญิงท9ีว่าสามีจะตอ้ งไม่มีภรรยาอ9ืน
สามีจะตอ้ งไมน่ อกใจภรรยา สว่ นในหลกั การอิสลามหากเป็นคนท9ีมีศาสนาจะไมม่ ีปัญหา ถา้ หากมี
ความเป็นธรรมก็สามารถทาํ ได้ ขา้ พเจา้ เคยไกล่เกล9ียกรณีท9ีสามีมีภรรยาคนท9ีสอง ซ9ึงภรรยานันP
ยืนยันว่าไม่ยอมรบั การมีภรรยาคนท9ีสองของสามี ขา้ พเจา้ จึงตอ้ งการจะเปล9ียนจุดยืนให้เป็น
ผลประโยชนว์ ่า เพราะอะไรจึงไม่ตอ้ งการใหส้ ามีมีภรรยาคนท9ีสอง ส9ิงใดเป็นมูลเหตุจุงใจของ
ความคิดเช่นนนัP แต่ภรรยาคนแรกตงัP ธงมาก่อนว่าไม่ใหม้ ีสองคน ยืนยนั ว่าไม่เอาอย่างนีP ขอใหเ้ ลิก
อย่างเดียวกบั ภรรยาอีกคน ถา้ หากมีการตงัP ธงอย่างนีแP สดงว่ายงั ไม่ยอมรบั วตั ถปุ ระสงคข์ องการ
28
ไกล่เกล9ีย เพราะหลกั การไกล่เกล9ียคือตอ้ งเปิดกวา้ งเร9ืองผลลพั ท์ คู่กรณีตอ้ งเขา้ ใจการไกล่เกล9ีย
ไม่ใช่ยืนอยู่ในจุดของตัวเองเท่านัPน คุณต้องยอมรบั เร9ืองการเปิดกวา้ งในแง่ของผลลัพท์ด้วย
กลา่ วคือ กรณีอาจจะไดข้ อ้ ยตุ ิรว่ มกนั เป็นอย่างอ9ืน ยกตวั อย่าง สามีภรรยาท9ีทะเลาะกนั จะมีความ
เขา้ ใจท9ีห่างกันในระดับหน9ึงดังนัPน จึงตอ้ งร่วมกันถอยหลงั ใหเ้ ขา้ มาใกลก้ ันท9ีสุดเท่าท9ีจะใกลไ้ ด้
หลงั จากนนัP ทงัP สองฝ่ ายจึงเดินไปดว้ ยกนั น9ีคือเป้าหมายของการไกล่เกล9ีย ไม่จาํ เป็นตอ้ งมาส่จู ดุ
เดียวกนั เป็นไปไม่ไดท้ 9ีทกุ ฝ่ายจะมาสจู่ ดุ เดียวกนั แต่ทงัP ค่ชู ่วยกนั ถอยหลงั มาใหม้ ากท9ีสดุ เท่าท9ีจะ
เป็นไปได้ หลงั จากนนัP เดินไปดว้ ยกนั ใหค้ รอบครวั อย่ไู ด้ น9ีคือหลกั การและเป้าหมายของการไกล่
เกล9ีย สว่ นวิธีการนนัP ผไู้ กลเ่ กล9ียจะตอ้ งใหค้ วามรูแ้ ก่ภรรยาวา่ หลกั การศาสนาวา่ อย่างไร ตอ้ งทาํ ให้
ภรรยาเปล9ียนจดุ ยืนของเขาใหเ้ ป็นผลประโยชนใ์ หไ้ ด้ โดยใหเ้ ขา้ ใจหลกั การศาสนาอิสลามวา่ ผชู้ าย
สามารถมีภรรยาได้ i คน เป็นหลกั การท9ีถูกตอ้ งก่อน เม9ือยอมรบั ไดแ้ ลว้ จึงจะสามารถไกล่เกล9ีย
ต่อไปได้ บางทีผูไ้ กล่เกล9ียก็ตอ้ งทาํ การขอดุอาดว้ ย ตอ้ งละหมาดขอความช่วยเหลือ ใหค้ ู่กรณี
ละหมาดขอดอุ าเพ9ือ ใหอ้ ลั ลอฮนาํ ทาง บางทีเวลาสองฝ่ายทะเลาะกนั รุนแรงมาก การท9ีจะมาระงบั
ใหส้ งบทันทีย่อมเป็นไปไม่ได้ ผูไ้ กล่เกล9ียตอ้ งใชเ้ คนิคการเน9ินเวลาออกไป เพราะตอนนีอP าจมี
อารมณไ์ ม่ดีพอ ขอนดั คราวหนา้ ต่อไป เล9ือนเวลาออกไป เพ9ือทาํ ใหใ้ จเย็นลง และใหค้ วามรูด้ า้ น
ศาสนาแก่คู่กรณี อย่างนีกP ็เป็นเทคนิคอีกอนั หน9ึงเพราะท่านศาสดามูฮาํ หมัด ( ศ็อลลลั ลอฮฮุอะ
ลยั ฮิวะสลั ลมั ) ไดเ้ น9ินเวลาออกไปเรอ9ื งท9ีผหู้ ญิงทอ้ งทาํ ซินามา ทา่ ศาสดาก็บอกใหไ้ ปคลอดลกู ก่อน
น9ีเป็นอีกเทคนิคหนง9ึ ท9ีเป็นแบบฉบบั ของทา่ นศาสดาท9ีผไู้ กลเ่ กล9ยี ควรนาํ มาใชอ้ ยา่ งย9ิง
29
กรณีขัดแย้งทางดา้ นโครงสร้าง
ความขัดแย้งในกรณีนีนP ับเป็นส9ิงท9ีสามารถไกล่เกล9ียได้ไม่ง่ายนักเน9ืองจากอาจจะต้องไป
เก9ียวขอ้ งกับอาํ นาจหน้าท9ีการปฎิบัติของหน่วยงานท9ีเก9ียวขอ้ งหรือเก9ียวขอ้ งกับกฎหมายและ
ระเบียบซง9ึ อาจจะเกินความสามารถของคกู่ รณีท9ีจะปฏิบตั ิตามสญั ญา ประนีประนอมยอมความท9ี
เกิดจากการไกลเ่ กล9ยี ได้ ตวั อยา่ งของความขดั แยง้ ทางดา้ นโครงสรา้ งไดแ้ ก่
b - การแยง่ ชิงเก9ียวกบั อาํ นาจหนา้ ท9ี
^ - ปัญหาเก9ียวกบั ความไมย่ ตุ ธิ รรม ความไมเ่ สมอภาค
ความไมเ่ ทา่ เทียมกนั หรอื การเลอื กปฏิบตั ิ
h - ปัญหาเก9ียวขอ้ งกบั กฎหมายหรอื ระเบียบ
i – ปัญหาเก9ียวกบั ระบบหรอื หนว่ ยงานอ9ืน
ยกตวั อยา่ งเช่น มีคดีหน9งึ ท9ีไกลเ่ กล9ียแลว้ คกู่ รณีอา้ งวา่ ตอ้ งใหเ้ ขาไดร้ บั โฉนดท9ีดินดว้ ย ซง9ึ มนั
เป็นส9ิงท9ีเกินกวา่ ความสามารถของผไู้ กลเ่ กล9ีย ผไู้ กลเ่ กล9ียมีหนา้ ท9ีไกลเ่ กล9ียคกู่ รณีท9ีทะเลาะกนั แต่
คกู่ รณีอีกฝ่ายตอ้ งการใหห้ น่วยงานออกโฉนดท9ีดินใหด้ ว้ ย ซง9ึ เกินความสามารถของผไู้ กลเ่ กล9ียและ
เป็นไปไม่ไดเ้ พราะเร9ืองนีตP อ้ งไปย9ืนคาํ ขอต่อเจา้ หนา้ ท9ีท9ีเก9ียวขอ้ งกับท9ีดิน ผูไ้ กล่เกล9ียทาํ ไดอ้ ย่าง
เดียวคือ เม9ือการออกโฉนดเป็นเร9ืองของสาํ นักงานท9ีดิน เพราะฉะนัPนจะตอ้ งไกล่เกล9ียเพ9ือหา
ขอ้ ตกลงรว่ มกนั โดยใหค้ กู่ รณีฝ่ายหน9งึ ลงลายมือช9ือยินยอมเพ9ือใหอ้ ีกฝ่ายหน9งึ นาํ ไปใชใ้ นการย9ืนคาํ
30
ขอออกโฉนดท9ีดินต่อไป ผไู้ กล่เกล9ียไม่จาํ ตอ้ งหาขอ้ ยตุ ิ แต่ทาํ แนวทางขอ้ ตกลงเพ9ือนาํ ไปใชต้ ่อไป
คือตกลงกนั ว่าค่กู รณีทงัP สองฝ่ ายยินยอมรว่ มกนั แลว้ ย9ืนต่อสาํ นกั งานท9ีดินภายในก9ีวนั นบั จากวนั ท9ี
ไกล่เกล9ียสาํ เรจ็ อย่างนีกP ็น่าจะพอใจว่าทงัP สองฝ่ ายมีเจตนาท9ีจะไปหกั โอนท9ีดินใหแ้ ก่กนั จรงิ ส่วน
ผลจะโอนไดห้ รอื ไม่ไดก้ ็เป็นเร9อื งของสาํ นกั งานท9ีดิน สาํ หรบั เร9อื งการขอจดทะเบียนมสั ยิดและการ
ขอความเห็นชอบในการจัดตัPงก็เป็นเร9ืองท9ีกรรมการอิสลามประจาํ จังหวัดจะตอ้ งไปพิจารณา
เชน่ เดียวกนั
กรณีความขัดแย้งทางคุณค่าหรือค่านิยม
ความขดั แยง้ ในกรณีนีเP ป็นเร9อื งท9ีเก9ียวขอ้ งกบั ความเช9ือ ความศรทั ธา ความคิดเห็นสว่ นตวั
ของคกู่ รณี ซง9ึ ถือวา่ เป็นเรอ9ื งยากท9ีจะไกลเ่ กล9ยี ไดส้ าํ เรจ็ ตวั อยา่ งไดแ้ ก่ความขดั แยง้ ท9ีเก9ียวขอ้ งกบั
b – ลทั ธิความเช9ือหรอื ปรชั ญาท9ีแตกตา่ งกนั
^ - การมีมาตรฐานในการประเมินพฤตกิ รรมท9ีแตกตา่ งกนั
h - พืนP ฐานประวตั ศิ าสตร์ วฒั นธรรมหรอื ประเพณีท9ีแตกตา่ งกนั
i - วตั ถปุ ระสงค์ สมมตุ ฐิ าน ความคาดหวงั ในคณุ คา่ ท9ีแตกตา่ งกนั
อย่างไรก็ตาม แมว้ ่าจะเป็นเร9ืองท9ียากมากแต่ว่าหากใชค้ วามพยายามสงู และใชเ้ ทคนิคขนัP
สงู ก็สามารถไกล่เกล9ียใหส้ าํ เรจ็ ได้ ในเนือP หาทงัP _ เร9ืองนีP เร9ืองคณุ ค่าและค่านิยมน่าจะยากท9ีสดุ
ตามความเห็นของขา้ พเจา้ รองลงมาก็คือเร9อื งโครงสรา้ ง เพราฉะนนัP เวลาผไู้ กลเ่ กล9ียจะไกลเ่ กล9ียก็
31
ตอ้ งดูว่าเร9ืองนีมP ันจะมีเร9ืองอะไรท9ีเก9ียวขอ้ งบา้ งและขดั แยง้ กันในเนือP หาอะไรบา้ งใน _ ประเภท
ตอ้ งจาํ แนกใหไ้ ดแ้ ละตอ้ งคน้ หาใหไ้ ดจ้ งึ จะสามารถวางแผนการไกลเ่ กล9ยี ตอ่ ไปได้
ข้าพเจ้าจะขอยกตัวอย่างเร9ืองเจ้าอาวาสกับผอ.โรงเรียนท9ีจังหวัดสงขลา ในประเด็นท9ี
เก9ียวขอ้ งกบั ท9ีธรณีสงฆข์ องวดั แหง่ นีมP ีหลายแปลง เจา้ อาวาสจงึ อนญุ าตใหโ้ รงเรยี นสามญั มาตงัP ใน
ท9ีธรณีสงฆไ์ ด้ เม9ือสรา้ งโรงเรยี นเสรจ็ ผอ.โรงเรยี นก็เปล9ียนคนไปเรอ9ื ยๆ ตอ่ มา ผอ.ตอ้ งการจะสรา้ ง
สนามบาสก็ไปขุดดินในบริเวณท9ีวัดไปถมแลว้ สรา้ งสนามบาสเพ9ือประโยชนข์ องโรงเรียน เจา้
อาวาสไม่พอใจ บอกว่าขดุ ดินในท9ีดินของวดั โดยท9ีทางวดั ยงั ไม่ไดอ้ นญุ าต กรณีนีจP ะทาํ อย่างไรดี
เพราะไม่ไดข้ ออนญุ าตจรงิ เงินงบประมาณในเร9อื งนีกP ็ไม่มีเพียงพอ เจา้ อาวาสไม่พอใจจึงประสงค์
ท9ีจะฟ้องคดีเพ9ือเรียกรอ้ งค่าเสียหายเป็นจาํ นวนเงิน h แสนบาท เป็นค่าดินท9ีถมและค่าไม่ไดร้ บั
อนญุ าต ค่กู รณีเสนอขอเขา้ ส่กู ารไกล่เกล9ียโดยทงัP ผอ.คนใหม่และเจา้ อาวาสก็มาไกล่เกล9ีย กรณี
จาํ ตอ้ งวิเคราะหว์ า่ ภาพภายนอกเป็นเร9อื งผลประโยชนใ์ ช่ไหม แคเ่ งิน h แสนบาท แตท่ 9ีจรงิ แลว้ น9นั
คือเหนือนาPํ ส่วนใตน้ าPํ น่าจะมีอะไรเยอะมาก เน9ืองจากโรงเรียนกบั วดั อย่รู ว่ มกนั เป็นเวลาหลายปี
แลว้ ย่อมจะมีเร9อื งท9ีกระทบกระท9งั กนั อย่างหลีกเล9ียงไม่ไดแ้ น่นอน ผลปรากฏว่ามีจรงิ ใตน้ าPํ เยอะ
มาก คือพดู งา่ ยๆวา่ เจา้ อาวาสเขา้ กบั ชมุ ชนไมไ่ ด้ มีปัญหากบั ชมุ ชน มีปัญหากบั ผปู้ กครองนกั เรยี น
มีปัญหากบั คนในชมุ ชนนนัP ไมม่ าวดั ไมม่ าบิณฑบาต ไมม่ าจดั งาน แตไ่ ปท9ีวดั อ9ืน แสดงใหเ้ ห็นวา่ มี
เร9อื งคณุ คา่ เขา้ มาแลว้ พอถึงวนั วิสาขบชู า วนั มาฆบชู า ไม่มาเวียนเทียน ไม่มาทาํ บญุ ท9ีวดั นีP แตไ่ ป
ทาํ บุญวดั อ9ืนหมด กรณีเช่นนีP สงั คมจะอย่รู ว่ มกนั ไดอ้ ย่างไร น9ีคือเร9ืองคณุ ค่าของเจา้ อาวาสและ
การไดร้ บั การยอมรบั ในสงั คม เพราะฉะนนัP ไม่ใช่เร9อื งผลประโยชนอ์ ย่างเดียวผลประโยชนย์ งั หาขอ้
ยตุ ิได้ ผลปรากฏวา่ สามารถไกลเ่ กล9ียเรอ9ื งนีไP ดส้ าํ เรจ็ โดยท9ีผอ.คนนีเP ป็นผอ.ใหม่ ผอ.บอกวา่ ” ยินดี
ครบั แตไ่ ม่มีเงินตอ้ งตงัP งบประมาณในภายหลงั ” แตผ่ อ.ก็เกรงวา่ จะถกู ตงัP กรรมการสอบสวนใหร้ บั
ผิดทางละเมิดดว้ ย คือจะเอาเงินหลวงมาจ่ายคา่ ดินไดอ้ ย่างไร แลว้ ทาํ ไมไม่ขออนญุ าต แตก่ ็ยินดีท9ี
จะช่วยทุกอย่าง พอหยิบยกประเด็นว่าโรงเรียนนีมP ีคณะกรรมการพืนP ฐานการศึกษาของโรงเรียน
ไหม ผอ.ตอบวา่ “ มีครบั ” แลว้ มีใครเป็นคณะกรรมการบา้ ง ผอ.ก็เสนอวา่ จะเอาเจา้ อาวาสมาเป็น
32
คณะกรรมการท่านหน9ึง ท่านเจา้ อาวาสตอบว่า “อาตมาไม่เอา อาตมาไม่ตอ้ งการ” อย่างนีผP ไู้ กล่
เกล9ียตอ้ งทาํ หนา้ ท9ีแลว้ ทงัP ท9ีมีขอ้ เสนอท9ีดีและน่าจะตกลงกนั ไดแ้ ลว้ แตค่ กู่ รณียงั คงปฏิเสธ ก็คือวา่
เม9ือเจา้ อาวาสไดเ้ ป็นกรรมการสถานศกึ ษาแลว้ ก็สามารถเสนอเร9ืองเก9ียวกบั ศาสนาใหส้ อนเด็กได้
เสนอวิธีการรว่ มกนั ระหว่างวดั กบั โรงเรยี น ระหว่างชมุ ชนกบั วดั สามารถทาํ ไดท้ งัP หมด ต่อมาท่าน
เจา้ อาวาสก็เรม9ิ เปล9ียนใจ ท่านพดู วา่ “ อาตมาไม่ไดอ้ ยากไดต้ าํ แหน่งนะ “ แปลวา่ เรม9ิ ลดแลว้ พอ
เจา้ อาวาสพูดอย่างนีกP ็คือ ลดอารมณ์ ลดคณุ ค่าลง แต่ในท9ีสดุ ก็ตกลงกันได้ และหลงั จากนนัP ก็มี
ขอ้ ตกลงอีกอนั หน9ึงก็คือ เวลาโรงเรียนจะจดั งานวนั วิสาขบชู าหรือวนั สาํ คญั ต่างๆทางศาสนาก็ให้
มาจดั รว่ มกบั วดั นีP โดยใหก้ รรมการและผปู้ กครองนกั เรยี นมีสว่ นรว่ มในการจดั งานทงัP หมดซง9ึ จะเขา้
มารว่ มกบั วดั ทางออ้ ม พดู ง่ายๆ ว่าเป็นลกั ษณะของป่ าลอ้ มเมือง คือไม่ตอ้ งใหเ้ จา้ อาวาสไปเชิญ
แตโ่ รงเรยี นเป็นตวั กลางท9ีจะประสานระหวา่ งผปู้ กครองและคนในชมุ ชนมาทาํ งานรว่ มกบั วดั สรุปก็
ตกลงกนั ได้ เจา้ อาวาสบอกวา่ เรอ9ื งเงินเอาไวท้ ีหลงั ก็ได้ เห็นหรอื ไมว่ า่ บางทีผไู้ กลเ่ กล9ียแกป้ ัญหาจดุ
หน9งึ ยกยอ่ งใหเ้ กียรติ ปัญหาอ9ืนก็เป็นปัญหาลาํ ดบั รอง จบไปโดยไมย่ ากเพราะเม9ือโรงเรยี นจดั งาน
รว่ มกับวดั แลว้ มีรายไดก้ ็เอาเงินส่วนท9ีกาํ ไรมาคืนวดั ครบ h แสนบาทเม9ือไหรก่ ็จบแค่นันP น9ีก็เป็น
ช่องทางหน9ึงในการเยียวยาท9ีไม่ตอ้ งใชเ้ งินงบประมาน เพราะฉะนนัP เร9ืองคณุ ค่าก็สามารถทาํ การ
ไกลเ่ กล9ยี ได้ แตต่ อ้ งรูช้ อ่ ง ตอ้ งรูป้ ัญหาท9ีแทจ้ รงิ ใหไ้ ดแ้ ละแกใ้ หถ้ กู จดุ ถา้ แกไ้ มถ่ กู จดุ เรอ9ื งก็จะไมจ่ บ
33
ทฤษฎคี วามตอ้ งการของมนุษย์
(Maslow theory)
หลกั การของ Maslow ก็คือวา่ เขาไดศ้ กึ ษาวิจยั เพ9ือคน้ หาความตอ้ งการของมนษุ ยท์ งัP หมดวา่
มีอะไรบา้ ง หากแบ่งเป็นหมวดหมู่แลว้ มีก9ีระดับ ซ9ึงสามารถสรุปไดว้ ่า มีทังP หมด _ ระดับ ตังP แต่
ระดบั ต9าํ สดุ จนถงึ สงู สดุ คือ
ระดบั ท9ี b คือ ความตอ้ งการทางดา้ นรา่ งกาย หรอื ปัจจยั ส9ี เช่น เงิน ทอง การเลียP งดู เป็นความ
ตอ้ งการขนัP พืนP ฐานมาก อนั นีหP าไดไ้ มย่ ากเทา่ ไหร่ และหากมีขอ้ ขดั แยง้ ก็สามารถเยียวยาไดง้ า่ ย
ระดบั ท9ี ^ คือ ความม9นั คง ปลอดภยั ทงัP ในเร9อื งการงาน การเงิน การใชช้ ีวิต การมีสขุ ภาพท9ีดี
เป็นความตอ้ งการขนัP ท9ีสงู ขนึP ไปจากปัจจยั ส9ี และหากค่กู รณีมีความพอใจท9ีตอ้ งการจะหาทางออก
ในระดบั ท9ี ^ หมายถงึ ตอ้ งการความม9นั คง ตวั อยา่ งเช่น ถา้ สามีมีภรรยาคนท9ี ^ แลว้ ภรรยาคนท9ี b
34
เขาจะม9ันคงไดอ้ ย่างไร จะไดน้ ะฟะเกาะฮจ์ ากสามีเท่าเดิมโดยไม่บกพร่องหรือไม่ กรณีเช่นนีกP ็
จะตอ้ งมีการทาํ ตามสญั ญา การไกล่เกล9ียจะตอ้ งมีทางออกใหภ้ รรยาเกิดความม9ันคงตรงนีดP ว้ ย
อาจจะตอ้ งตงัP เง9ือนไขใหส้ ามีตอ้ งกระทาํ ว่าอย่างนีอP ย่างนนัP เพ9ือใหเ้ กิดความม9นั คงในครอบครวั ใน
เรอ9ื งดงั กลา่ ว น9ีคือความตอ้ งการขนัP ท9ี ^ ซง9ึ ผไู้ กลเ่ กล9ยี ตอ้ งหาใหห้ าทางออกตรงนีใP หไ้ ด้
ระดบั ท9ี h คือ ความยอมรบั ในสงั คม บางคนมีความตอ้ งการสงู ถึงระดบั h ตอ้ งมีการยอมรบั ใน
สงั คม ถา้ ไม่มีการใหเ้ กียรติกนั อย่างเช่นกรณีของเจา้ อาวาสท9ีขา้ พเจา้ ไดย้ กตวั อย่างไปแลว้ ถา้ เจา้
อาวาสไม่ไดเ้ ป็นกรรมการสถานศึกษาขนัP พืนP ฐานหรือไม่ไดจ้ ดั การใหโ้ รงเรียนมีส่วนรว่ มกบั วดั ใน
การจัดงาน เจา้ อาวาสก็จะไม่ไดร้ บั การยอมรบั ในสังคม น9ีคือความพอใจของมนุษยห์ รือความ
ตอ้ งการของมนษุ ยใ์ นระดบั ท9ี h
ระดบั ท9ี i คือ เรอ9ื งเก9ียวกบั คณุ คา่ เกียรติยศ อนั นีสP าํ คญั มากโดยเฉพาะอยา่ งย9ิงคนท9ีมีตาํ แหน่ง
สงู ๆ คนท9ีมีช9ือเสียง ตวั อย่างเช่นเป็นผวู้ ะกฟั ท9ีดินใหม้ สั ยิดเป็นจาํ นวนหลายแปลง แตค่ นท9ีเป็นสปั
บุรุษหรือคณะกรรมการบริหารมัสยิดไม่ใหเ้ กียรติผูว้ ะกัฟเลย กรณีย่อมมีปัญหาอย่างแน่นอน
เพราะเกียรตยิ ศของคนบางคนยอ่ มถือวา่ เป็นส9งิ สาํ คญั มาก
บางทีเร9ืองของเกียรติยศอาจเกิดจากการไม่ใหเ้ กียรติกันในคาํ พูด หรือมีการกล่าวรา้ ย แลว้
บานปลายออกไปอย่างท9ีบอกมนั จะเป็นพายุท9ีใหญ่ขึนP มนั ก็จะบานปลายไปเร9ือยๆ เพราะฉะนันP
การใหเ้ กียรตินอกจากจะเป็นการลดอีโก้ (Ego) ของคนแลว้ ยงั สามารถทาํ ใหเ้ กิดการยอมรบั อีก
ดว้ ย บางทีเร9ืองเกียรติยศนีP แค่เพียงขอโทษหรือขอมะอฟั ก็สามารถจบเร9ืองไดท้ นั ที เพราะฉะนันP
เกียรติยศไม่ใช่ว่าจะแกไ้ ม่ได้ แต่ผูไ้ กล่เกล9ียจะตอ้ งรูว้ ่าความตอ้ งการเขาถึงระดบั นีหP รือไม่ ความ
ตอ้ งการเพียงระดับท9ี b หรือแค่ปัจจัยส9ีก็เพียงพอ หรือความตอ้ งการถึงในระดับท9ี ^ เร9ืองความ
ม9นั คงในการเงิน ในครอบครวั ในชีวิต หรอื ในสขุ ภาพ หรอื มีความตอ้ งการในระดบั ท9ี h การยอมรบั
ในสงั คม หรือตอ้ งการเกียรติยศในระดบั ท9ี i ซ9ึงผไู้ กล่เกล9ียจะตอ้ งคน้ หาใหไ้ ดจ้ ึงจะสามารถแกไ้ ข
ปัญหาโดยการหาทางออกท9ีเขาพอใจได้
35
ระดบั ท9ี _ คือ คณุ ค่าของชีวิต อนั นีเP ป็นความพึงพอใจส่วนตวั ท9ีสงู มากท9ีสดุ เช่น เร9ืองเก9ียวกบั
ความเช9ือ ความศรทั ธา ความคิดเห็นส่วนตวั โดยเฉพาะอย่างย9ิงในเร9ืองศาสนาหรือความคิดเห็น
ทางการเมือง หากจะทาํ การโนม้ นา้ วความคิดในเร9ืองศาสนา ลทั ธิ เป็นอะไรท9ียากมากหรือบาง
กรณีอาจทาํ ไม่ไดเ้ ลย การท9ีจะสามารถไกลเ่ กล9ียความตอ้ งการในระดบั นีใP หส้ าํ เรจ็ จะตอ้ งทาํ ใหเ้ ขา
ยอมรบั ดว้ ยตัวของเขาเอง ตัวอย่างวิธีการและเทคนิคท9ีจะทาํ ใหเ้ ขายอมรบั เช่น ปัญหาความ
ขดั แยง้ ระหว่างมสุ ลิมคณะใหม่กบั คณะเก่า จะเห็นไดว้ ่าเป็นปัญหาเร9ืองคณุ ค่า ความเช9ือ อย่างนีP
ตอ้ งใหม้ ีการยอมรบั กันเอง โดยตอ้ งคน้ หาขอ้ มูลหรือคาํ ฟัตวาในเร9ืองนัPนว่าเป็นอย่างไร แต่ละ
ความเห็นมีเป้าหมายอย่างไร และทงัP สองความเห็นสามารถกระทาํ ไดห้ รือไม่ เพราะเหตุใด ทงัP นีP
เพ9ือทาํ ใหเ้ กิดความเขา้ ใจ แลว้ ใหค้ ่กู รณียอมรบั กนั เอง อีกประการหน9ึงตอ้ งพิจารณาดกู ารยอมรบั
ของบุคคลนัPนว่าเป็นคนท9ีมีความคิดเปิดกวา้ งหรือไม่ อย่างไร เน9ืองจากเวลาทาํ การไกล่เกล9ีย
จะตอ้ งเอาขอ้ พิจารณานีมP าประเมินสถานการณ์แลว้ จึงเลือกใชว้ ิธีการหรือเทคนิคใดท9ีจะทาํ ให้
คกู่ รณียอมรบั ไดต้ งัP แตร่ ะดบั ต9าํ ไปถงึ ระดบั สงู
36
ข้อความคดิ เกย0ี วกับสาเหตุของข้อขัดแย้ง
ในทศั นะของอสิ ลาม
ในหัวข้อท9ีผ่านมา ได้อธิบายถึงหลักการสากลในมุมมองเก9ียวกับสาเหตุของข้อขัดแย้ง
ลกั ษณะการขดั แยง้ ความตอ้ งการของแต่ละบุคคล รวมทงัP วิธีการเยียวยาหรือแกไ้ ขปัญหาความ
ตอ้ งการดงั กล่าวมาแลว้ ดงั นนัP ในหวั ขอ้ นีจP ะนาํ เสนอและเปรยี บเทียบขอ้ ความคิดเก9ียวกบั สาเหตุ
ของขอ้ ขดั แยง้ ในทศั นะของอิสลามวา่ เกิดขนึP ไดอ้ ย่างไร มีแนวทางในการแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้
ดังกล่าวอย่างไรบา้ ง และวิธีการใชม้ าตรการในแต่ละอย่างใหเ้ หมาะสมในแต่ละสถานการณ์ท9ี
เกิดขนึP ดว้ ย
นักวิชาการศาสนาไดอ้ ธิบายถึงสาเหตุของความขดั แยง้ ว่าเกิดขึนP จากสาเหตุ ^ ประการ
ดว้ ยกนั คือ
b เกิดจากการฝ่ าฝืนหรือไม่ปฏิบตั ิตามกฎเกณฑข์ องพระเจา้ ทงัP นีมP ีบทบญั ญัติท9ีกล่าวถึง
เรอ9ื งนีไP วใ้ นพระมหาคมั ภีรอ์ ลั กรุ อาน ในซเู ราะฮ์ อซั อชั ชรู อ อายะฮท์ 9ี ho
َو َﻣﺎ أَ َﺻﺎﺑَ ُﻜ ْﻢ ِﻣ ْﻦ ُﻣ ِﺼﯿﺒَ ٍﺔ ﻓَ ِﺒ َﻤﺎ َﻛ َﺴﺒَ ْﺖ أَ ْﯾ ِﺪﯾ ُﻜ ْﻢ َوﯾَ ْﻌﻔُﻮ َﻋ ْﻦ َﻛ ِﺜﯿ ٍﺮ
ความว่า “และเคราะหก์ รรมอันใดท9ีประสบแก่พวกเจา้ ก็เน9ืองดว้ ยนาPํ มือของพวกเจา้ ได้
ขวนขวาย และพระองคท์ รงอภยั (ความผิด) มากตอ่ มากแลว้ ”
37
จากบทบญั ญตั ิขา้ งตน้ นีอP ลุ ามาอไ์ ดอ้ ธิบายวา่ ส9ิงท9ีเกิดขนึP ในโลกนีลP ว้ นแลว้ แตเ่ กิดจากพระ
ประสงคข์ องอลั ลอฮท9ีไดท้ รงกาํ หนดใหเ้ กิดขึนP เพ9ือตอบแทนส9ิงท9ีมนุษยไ์ ดก้ ระทาํ ก็คือ หลกั การ
กาํ หนดสภาวะการณข์ องอลั ลอฮ( )اﻟﻘﺿﻲ واﻟﻘدرท9ีเราศรทั ธากนั อย่แู ลว้ เป็นรูก่ ่นอีมานท9ีเช9ือว่า
ทกุ อย่างเกิดมาจากอลั ลอฮ อลั ลอฮไดท้ รงกาํ หนดแลว้ เป็นตกั ดีรของพระองค์ แต่พระองคก์ าํ หนด
เพ9ือตอบแทนส9ิงท9ีเราขวนขวายหรือกระทาํ ทงัP ส9ิงท9ีดีและส9ิงท9ีไม่ดี เน9ืองจากมนษุ ยน์ นัP มีอาํ นาจใน
การตดั สินใจกระทาํ ส9ิงต่างๆ พระองคจ์ ึงทรงกาํ หนดเพ9ือตอบแทนส9ิงท9ีมนษุ ยต์ ดั สินใจน9นั เอง และ
เป็นท9ีแน่นอนวา่ มนษุ ยซ์ ง9ึ เป็นลกู หลานท่านนบีอาดาํ (อะลยั ฮิสสลาม) มกั จะมีการกระทาํ ผิดเสมอ
ดงั ปรากฏในพระวจนะของทา่ นศาสดามฮู าํ หมดั (ศอ็ ลลลั ลอฮฮอุ ะลยั ฮิวะสลั ลมั ) ท9ีวา่
و َﺧ ْﯿ ُﺮ ا ْﻟ َﺨ ﱠﻄﺎ ِﺋﯿ َﻦ اﻟﺘﱠ ﱠﻮاﺑُﻮ َن،ُﻛ ﱡﻞ ﺑَ ِﻨﻲ آدَ َم َﺧ ﱠﻄﺎ ٌء
ความวา่ “ลกู หลานอาดมั ทกุ คนย่อมทาํ ความผิด แตค่ นท9ีดีท9ีสดุ ในหม่ผู ทู้ าํ ผิดคือคนท9ีเตาบตั ” จาก
พระวจนะดงั กล่าวนอกจากจะชีใP หเ้ ห็นว่า มนษุ ยท์ กุ คนลว้ นแลว้ แต่กระทาํ ผิดไดท้ งัP นนัP แต่เม9ือทาํ
ผิดแลว้ ย่อมสมควรอย่างย9ิงท9ีจะสาํ นึกผิด หรือท9ีเรียกว่าเตาบตั ขอ้ ความคิดดงั กล่าวคือหลกั การ
สาํ คญั ท9ีนาํ มาใชเ้ ป็นเทคนิคในการไกล่เกล9ียไดอ้ ย่างดี เพราะถา้ เราสามารถท9ีจะไกล่เกล9ียแลว้ หา
ความเขา้ ใจรว่ มกันไดว้ ่าฝ่ ายหน9ึงกระทาํ ผิด แลว้ เขายอมรบั ใหเ้ ขาเตาบตั พอเขาเตาบตั แลว้ อีก
ฝ่ ายหน9ึงจะดีขึนP เพราะฉะนัPนส9ิงท9ีเกิดเป็ นข้อขัดแย้งขึนP ระหว่างบุคคล หรือภายในองค์กร
นักวิชาการหรืออุละมาอบ์ อกว่าเกิดจากมีการฝ่ าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักการศาสนาหรือไม่
ปฏิบตั ิตามชะรอี ะฮ์ ดว้ ยเหตนุ ีP ส9ิงท9ีเกิดขนึP หรอื ขอ้ ขดั แยง้ ท9ีเกิดขนึP ดงั กลา่ วจงึ ถือเป็นผลมาจากการ
กระทาํ ของมนษุ ยน์ 9นั เอง
^. เป็นพระประสงคข์ องอลั ลอฮท9ีทรงจะทดสอบบ่าวของพระองค์ ทงัP นีโP ดยมีบทบญั ญัติท9ีกล่าวถึง
เรอ9ื งนีไP วใ้ นพระมหาคมั ภีรอ์ ลั กรุ อาน ในซเู ราะฮ์ อลั ฟรุ กอน อายะฮท์ 9ี ^o
َو َﺟﻌَ ْﻠﻨَﺎ ﺑَ ْﻌ َﻀ ُﻜ ْﻢ ِﻟﺒَ ْﻌ ٍﺾ ﻓِﺘْﻨَﺔً أَﺗَ ْﺼ ِﺒ ُﺮو َن َو َﻛﺎ َن َرﺑﱡ َﻚ ﺑَ ِﺼﯿ ًﺮا
38
ความวา่ “และเราไดท้ าํ ใหบ้ างคนในหม่พู วกเจา้ เป็นการทดสอบแก่อีกบางคน เพ9ือดวู า่ พวก
เจา้ จะอดทนไหม และพระเจา้ ของเจา้ นนัP ทรงเหน็ ทกุ อยา่ ง”
จากบทบญั ญตั ิดงั กลา่ วอลั ลอฮทรงบอกใหท้ ราบวา่ พระองคจ์ ะทรงบนั ดาลใหม้ นษุ ยบ์ างคนมาเป็น
บททดสอบกบั อีกบางคน เพราะฉะนนัP จะเห็นไดว้ า่ ส9ิงท9ีเป็นความขดั แยง้ ท9ีเกิดขนึP นนัP ในมมุ มองของ
อิสลาม มนั คือขอ้ ทดสอบของอลั ลอฮท9ีประสงคจ์ ะใหเ้ ราตอ้ งช่วยกนั แกไ้ ขปัญหา ช่วยกนั พฒั นา
สงั คมใหด้ ีขึนP กล่าวคือ เม9ือเวลาคนมีปัญหาเกิดขึนP มา มีขอ้ พิพาทเกิดขึนP มีความขดั แยง้ เกิดขึนP
เน9ืองจากมีการฝ่ าฝืนขอ้ หา้ มหรือไม่ปฏิบัติตามขอ้ ใชข้ องพระเจา้ เพ9ือเป็นการทดสอบระหว่าง
มนษุ ยด์ ว้ ยกนั เพราะฉะนนัP การท9ีเราไดช้ ่วยเหลือ เราไดเ้ ป็นผไู้ กลเ่ กล9ีย เราทาํ ใหส้ งั คมดีขนึP เท่ากบั
วา่ เราไดท้ าํ ขอ้ ทดสอบท9ีอลั ลอฮไดม้ อบใหเ้ รา ดงั นนัP การไกลเ่ กล9ียเพ9ือแกไ้ ขขอ้ ขดั แยง้ ท9ีเกิดขนึP หรอื
ใหค้ นท9ีทะเลาะคืนดีกนั จงึ เป็นอะมานะฮท์ 9ีย9ิงใหญ่มาก
นอกจากนีP ขา้ พเจา้ ยงั ไดพ้ ยายามรวบรวมบทบญั ญัติของอิสลามท9ีเก9ียวขอ้ งกบั มมุ มองใน
เร9ืองปัญหาความขดั แยง้ เกิดขึนP เพราะอลั ลอฮไดท้ รงประทานใหเ้ กิดความแตกต่างระหว่างมนษุ ย์
ดว้ ยกนั เชน่ ในซเู ราะฮ์ อลั ฟาตริ อายะฮท์ 9ี h^ ไดบ้ ญั ญตั ไิ วว้ า่
ﺛُ ﱠﻢ أَ ْو َرﺛْﻨَﺎ ا ْﻟ ِﻜﺘَﺎ َب اﻟﱠ ِﺬﯾ َﻦ ا ْﺻ َﻄﻔَ ْﯿﻨَﺎ ِﻣ ْﻦ ِﻋﺒَﺎ ِدﻧَﺎ ﻓَ ِﻤ ْﻨ ُﮭ ْﻢ َظﺎ ِﻟ ٌﻢ ِﻟﻨَ ْﻔ ِﺴ ِﮫ َو ِﻣ ْﻨ ُﮭ ْﻢ ُﻣ ْﻘﺘَ ِﺼﺪٌ َو ِﻣ ْﻨ ُﮭ ْﻢ
ِ ذَ ِﻟ َﻚ ُھ َﻮ ا ْﻟﻔَ ْﻀ ُﻞ ا ْﻟ َﻜ ِﺒﯿ ُﺮiَﺳﺎ ِﺑ ٌﻖ ِﺑﺎ ْﻟ َﺨ ْﯿ َﺮا ِت ِﺑﺈِ ْذ ِن ﱠ
ความว่า “และอัลลอฮได้ให้คัมภีรเ์ ป็นมรดกสืบทอดมาแก่บรรดาผู้ท9ีเรา (อัลลอฮ) ได้
คดั เลือกแลว้ จากปวงบ่าวของเรา บางคนในหม่พู วกเขาเป็นผอู้ ธรรมแก่ตวั ของเขาเอง และ
บางคนในหม่พู วกเขาเป็นผเู้ ดินสายกลางและบางคนในหม่พู วกเขาเป็นแนวหนา้ ในการทาํ
ความดีดว้ ยอนมุ ตั ขิ องอลั ลอฮน9นั คือความโปรดปรานอนั ใหญ่หลวง”
จากความหมายของอายะฮด์ งั กลา่ วจะเห็นวา่ อลั ลอฮทรงสรา้ งใหม้ นษุ ยแ์ ตล่ ะคนไม่เหมือนกนั หรอื
แตกต่างกนั เพ9ือท9ีตอ้ งการจะทดสอบและคดั เลือกปวงบ่าวของพระองค์ และพระองคท์ รงประทาน
39
คมั ภีรแ์ ก่ปวงบา่ วท9ีทาํ ความดีเพ9ือใชเ้ ป็นแนวทางในการใชช้ ีวิตอยใู่ นโลกนีP ดว้ ยเหตนุ ีP จงึ ทาํ ใหเ้ หลา่
มนษุ ยน์ นัP มีการแตกตา่ งหรอื ขดั แยง้ กนั เกิดขนึP โดยพระประสงคข์ องพระองคน์ 9นั เอง
ท9ีกล่าวมานีเP ป็นมุมมองของอิสลาม ท9ีจริงในศาสนาพุทธก็มี มุมมองท9ีแตกต่างออกไป
กล่าวคือ ศาสนาพทุ ธจะมองว่าความไม่ดีนนัP เกิดจากกิเลส มองว่าเป็นส9ิงท9ีเกิดจากมนษุ ยท์ งัP หมด
ซง9ึ ตรงกนั ขา้ มกบั หลกั การของศาสนาอิสลามท9ีมองวา่ เป็นส9ิงท9ีอลั ลอฮกาํ หนดมาแลว้ อลั ลอฮตอบ
แทนส9ิงท9ีมนุษยก์ ระทาํ หรือฝ่ าฝืน เพราะฉะนันP วิธีการแกไ้ ขก็คือการตอ้ งกลบั ไปสู่อิสลามน9ันเอง
กลบั ไปสชู่ ะรอี ะฮ์ อยา่ ฝ่าฝืนขอ้ หา้ มและอยา่ ละเลยขอ้ ใชแ้ มแ้ ตเ่ ร9อื งเลก็ นอ้ ยก็ตาม เช่น กรณีท9ีสามี
กับภรรยา ลูกกับพ่อแม่ ท9ีมีปัญหาความไม่เขา้ ใจกันหรือส9ือสารกันไม่ดี หรือมีความบกพร่อง
ทางดา้ นศาสนา เร9อื งการมีอีมานของลกู เรากบั ตวั เราเอง อลั ลอฮทรงทดสอบเราทงัP หมด ท9ีลกู ไม่ดี
ท9ีลกู ไมเ่ ช9ือฟังเรา พอพดู บอกวา่ บน่ คือเขาส9ือสารกบั เราไมเ่ หมือนกนั เดก็ วยั รุน่ ดเู ฟสบ๊คุ ดไู ลน์ ฟัง
มือถือมากกว่าพ่อแม่ พอเราพูดก็บอกว่าเราบ่นอีกแลว้ แต่ท9ีจริงแลว้ ไม่ใช่ เด็กจะไม่ส9ือสารแบบ
ยาวๆ แตเ่ ขาจะชอบพดู แบบสนัP ๆ ตา่ งหาก เพราะฉะนนัP ปัญหาท9ีเกิดขนึP เพราะมีการทาํ ผิดโดยมีใคร
คนใดคนหน9ึงหรอื ทงัP สองคนกระทาํ เช่น การทิงP ละหมาด การไม่เช9ือฟังไม่ปฏิบตั ิตาม การพดู จาไม่
ดี การไมม่ ีอีหมา่ นท9ีเขม้ แข็ง ไมม่ ีความรู้ มนั ก็เป็นสาเหตหุ รอื ชนวนทาํ ใหเ้ กิดการขดั แยง้ กนั ตอ่ ไปใน
อนาคต วิธีการแกไ้ ขคือการกลบั ไปสหู่ ลกั การอิสลามอย่างแทจ้ รงิ เพราะอิสลามคือการยอมจาํ นน
ในหลกั การของอิสลามซง9ึ ในอลั กรุ อานในหลายซูเราะฮไ์ ดก้ ลา่ วไว้ เช่น ซูเราะฮ์ อลั บากอเราะฮ์ อา
ยะท9ี ^ok
ﯾَﺎ أَﯾﱡ َﮭﺎ اﻟﱠ ِﺬﯾ َﻦ آ َﻣﻨُﻮا ا ْد ُﺧﻠُﻮا ﻓِﻲ اﻟ ِّﺴ ْﻠ ِﻢ َﻛﺎﻓﱠﺔً َو َﻻ ﺗَﺘﱠﺒِﻌُﻮا ُﺧ ُﻄ َﻮا ِت اﻟ ﱠﺸ ْﯿ َﻄﺎ ِن
إِﻧﱠﮫُ ﻟَ ُﻜ ْﻢ َﻋﺪُ ﱞو ﱡﻣ ِﺒﯿ ٌﻦ
ความว่า “โอบ้ รรดาผศู้ รทั ธาทงัP หลายจงเขา้ อย่ใู นความสนั ติโดยท9วั ทงัP หมด และจงอย่าทาํ
ตามบรรดากา้ วเดนิ ของชยั ตอน แทจ้ รงิ มนั คือศตั รูท9ีชดั แจง้ ของพวกเจา้ ”
40
จากบทบัญญัติขา้ งตน้ ถือเป็นคาํ ส9ังใชใ้ ห้ผู้ศรทั ธาจงเขา้ สู่หลักการของศาสนาอิสลาม
ทงัP หมด ไม่ใช่บางส่วน เพราะฉะนนัP การท9ีรบั บางส่วน ไม่รบั บางส่วน มนั ทาํ ใหเ้ กิดฟิ ตนะฮเ์ กิดเป็น
จดุ ชนวนเล็กๆ แลว้ บานปลายไปเร9ือยๆ ลกู เราทาํ ผิดเราไม่เตือน มนั ก็ทาํ ใหล้ กู เราเขา้ ใจว่าอย่างนีP
ถูกต้องแล้ว จนบานปลายไปเร9ือยๆ บางครงัP เราตีลูกเพราะอารมณ์ไม่ได้ตีเพราะปฏิบัติตาม
หลกั การศาสนา เราตีเพราะความโกรธ แต่หากมีการบอกกล่าวว่า “ ท9ีป๋ าตีเพราะลกู ทาํ ผิด ลกู ไม่
ละหมาด นบีบอกใหต้ ีลกู นะ ป๋ าไม่ไดอ้ ยากตีหรอก แต่นบีส9งั ใหต้ ี ป๋ าจึงตอ้ งตีลกู “ ลกู ก็จะจาํ ไดว้ ่า
ถกู ตีเพราะทิงP ละหมาด และเป็นคาํ ส9งั ของนบี แต่หากเราตีเพราะอารมณโ์ มโห ลกู ละหมาดล่าชา้
หรือละเลยทิงP ละหมาดบ่อยมาก สมมตุ ิละหมาดไดเ้ ฉพาะเวลามฆั รบิ ลกู จะจาํ ไดว้ ่าป๋ าไม่ชอบให้
ทิงP ละหมาด แต่ถา้ ป๋ าไม่อย่ไู ม่เป็นไรทิงP ได้ เห็นไหม เพราะเราสอนผิด เราใชอ้ ารมณข์ องเราและส9งั
สอนลกู ใหก้ ลวั เราแต่ไม่ไดใ้ หก้ ลวั อลั ลอฮ แต่ถา้ เราสอนใหก้ ลวั อลั ลอฮใหป้ ฏิบตั ิตามแมเ้ ราไม่อยู่
เราไม่เห็นหรือเราตายไปแลว้ ลูกก็ยังตอ้ งทาํ เพราะอัลลอฮยังคงอยู่ คาํ ส9ังยังอยู่ น9ีก็เป็นส9ิงท9ีมี
นกั วิชาการหลายท่านท9ีอธิบายอายะฮน์ ีวP ่า ตอ้ งเอาอิสลามมาใชท้ งัP หมด ไม่ใช่บางส่วน และการท9ี
เราบกพรอ่ งบางส่วนมนั ทาํ ใหเ้ กิดผล ในอายะฮน์ ีไP ดก้ ล่าวต่อไปว่า และจงอย่าทาํ ตามบรรดากา้ ว
เดินของชยั ตอนเพราะถา้ เราไมท่ าํ ตามหลกั การอิสลามทงัP หมดก็คือเอาทางของชยั ตอนมาใชน้ 9นั เอง
มนั ตรงขา้ มกนั เพราะฉะนนัP จะเห็นไดว้ า่ ถา้ เราไม่ยดึ ตามหลกั การก็จะกลายเป็นวา่ เราทาํ ตามทาง
ของชัยตอน ซ9ึงมันก็จะทําให้เกิดปัญหาหรือฟิ ตนะฮ์ตามมา มุสลิมก็คือผู้ท9ียอมจํานนต่อ
บทบญั ญตั ทิ งัP หมด อนั นีสP าํ คญั มากเพราะในอายะฮอ์ ลั กรุ อานในซเู ราะฮ์ อนั นิสาอ์ ไดก้ ลา่ ววา่
ﻓَ َﻼ َو َر ِﺑّ َﻚ َﻻ ﯾُ ْﺆ ِﻣﻨُﻮ َن َﺣﺘﱠ ٰﻰ ﯾُ َﺤ ِّﻜ ُﻤﻮ َك ﻓِﯿ َﻤﺎ َﺷ َﺠ َﺮ ﺑَ ْﯿﻨَ ُﮭ ْﻢ ﺛُ ﱠﻢ َﻻ ﯾَ ِﺠﺪُوا ِﻓﻲ أَﻧﻔُ ِﺴ ِﮭ ْﻢ َﺣ َﺮ ًﺟﺎ ِّﻣ ﱠﻤﺎ
ﻗَ َﻀ ْﯿ َﺖ َوﯾُ َﺴ ِﻠّ ُﻤﻮا ﺗَ ْﺴ ِﻠﯿ ًﻤﺎ
ความว่า “มิใช่เช่นนัPนหรอก ขา้ ขอสาบานดว้ ยพระเจ้าของเจ้าว่า เขาเหล่านัPนจะยังไม่ศรทั ธา
จนกว่าพวกเขาจะใหเ้ จา้ ตดั สินในส9ิงท9ีขดั แยง้ กนั ระหว่างพวกเขาแลว้ พวกเขาไม่พบความคบั ขอ้ ง
ใจใดๆ ในจิตใจของพวกเขาจากส9ิงท9ีเจา้ ไดต้ ดั สินไปแลว้ และพวกเขายอมจาํ นนโดยจรงิ ใจ” คาํ วา่
จะไม่มีความอดึ อดั หลงั จากตดั สินไปแลว้ น9ีคือการยอมจาํ นนท9ีแทจ้ รงิ ซ9งึ หากยงั คงมีความอดึ อดั
41
อยู่ในบางเร9ือง เช่น กรณีท9ีสามีมีภรรยาหลายคน ฝ่ ายภรรยาคนแรกมีความรูส้ ึกว่าไม่อยากใหม้ ี
ภรรยาคนท9ีสอง น9ีคือความอึดอัดท9ีมีความรูส้ ึกว่ามันไม่ใช่ แสดงว่าเราไม่ไดเ้ ขา้ สู่อิสลามเต็ม
รูปแบบ เราจะมีความรูส้ กึ วา่ การใชห้ ลกั การชะรอี ะฮย์ งั มีขอ้ คบั ขอ้ งใจ ซง9ึ ขา้ พเจา้ อยากจะเตือนวา่
มุสลิมคือผู้ท9ียอมจาํ นนต่อส9ิงท9ีพระเจ้ากาํ หนดให้ต้องปฏิบัติทัPงหมด การยอมจาํ นนเป็นการ
แสดงออกใหเ้ ห็นว่าอัลลอฮเป็นท9ีพ9ึงเสมอ เพราะอัลลอฮไม่ตอ้ งพ9ึงพาเรา เราต่างหากท9ีพ9ึงพา
อัลลอฮ เพราะทุกวันนีเP ราก็ได้มาจากพระองค์ทัPงนัPน และอิสลามคือ Way of life หรือวิถีชีวิต
แนวทางในการใชช้ ีวิตของมนษุ ยใ์ นโลกนีP ปัญหาในทางปฏิบตั ิก็คือเราเอาวิถีชีวิตในระบอบอิสลาม
มาใชจ้ ริงๆ หรือไม่ ถา้ เราศรทั ธาว่าเราตอ้ งกลบั ไปพบกับพระองคใ์ นวนั อาคิเราะฮ์ การท9ีนาํ อัล
อิสลามมาใชใ้ นชีวิตก็ยอ่ มถือเป็นทางรอดของเราทงัP สองโลก ไมใ่ ชเ่ ฉพาะโลกนีเP ทา่ นนัP
เม9ือไดอ้ ธิบายมาถึงเร9อื งหลกั การของอิสลามโดยเฉพาะอย่างย9ิง เร9อื งชะรอี ะฮ์ ก็คงไม่อาจจะ
กา้ วขา้ มไปโดยไม่กล่าวถึงรายละเอียดของขอ้ ความคิดเบือP งตน้ และลักษณะพิเศษเฉพาะของ
กฎหมายชะรีอะฮ์ รวมทงัP ปัญหาในการนาํ มาปฏิบตั ิหรือบงั คบั ใชใ้ นปัจจบุ นั ไม่ได้ เพราะนอกจาก
จะเป็นผลทาํ ใหเ้ นือP หาในเร9ืองดงั กล่าวไม่กระจ่างหรือไม่ครบถว้ นแลว้ ส9ิงเหล่านีกP ็นบั เป็นปัญหาท9ี
เกิดขนึP จรงิ ในสงั คมมสุ ลมิ ท9ีรอวนั เวลาในการแกไ้ ขตอ่ ไป
นอกจากนีP เร9อื งไกลเ่ กล9ียตามวิถีอิสลามซง9ึ ถือวา่ เป็นเรอ9ื งใหม่ การท9ีจะผนวกเขา้ กบั การไกล่
เกล9ียแบบสากลเป็นส9ิงท9ีเขา้ กันไดย้ ากเน9ืองจากมีมุมมองและเป้าหมายในบางเร9ืองแตกต่างกัน
เม9ือกล่าวถึงเร9ืองชะรีอะฮค์ นท9ัวไปอาจจะเขา้ ใจว่าชะรีอะฮก์ ็คือ เร9ืองการโบย การตัดมือ การ
ประหารชีวิต การขวา้ งดว้ ยหิน จะมองแต่เฉพาะท9ีเป็นภาคอาญาและการลงโทษ ซ9งึ ท9ีจรงิ แลว้ เป็น
เพียงส่วนเดียวไม่ใช่ภาพทงัP หมด การกล่าวถึงรายละเอียดของขอ้ ความคิดเบือP งตน้ และลกั ษณะ
พิเศษเฉพาะของกฎหมายชะรอี ะฮย์ อ่ มจะทาํ ใหเ้ กิดความเขา้ ใจท9ีถกู ตอ้ งมากย9ิงขนึP ดว้ ย
42
ข้อความคดิ เบอืH งตน้ เกย0ี วกับหลักการอสิ ลาม
และกฎหมายชะรีอะฮ์
เม9ือพูดถึงคาํ ว่า"อิสลาม"ทุกคนคงเขา้ ใจและทราบถึงความหมายไดเ้ ป็นอย่างดี เพราะ
นอกจากจะหมายถึงสนั ติแลว้ ประการท9ีสาํ คญั ยังหมายถึง การนอ้ มนาํ สยบ ยอมรบั หรือยอม
จาํ นนอย่างสินP เชิงดว้ ย เพราะฉะนัPนมุสลิมจึงหมายถึงบุคคลผูท้ 9ียอมจาํ นนต่อพระผูเ้ ป็นเจา้ ใน
ฐานะท9ีเป็นบ่าวของพระองค์ กล่าวคือ นอกจากจะเป็นผูเ้ คารพสกั การะต่อพระองคอ์ ลั ลอฮองค์
เดียวแลว้ ยังหมายความรวมถึงผู้ท9ียอมจาํ นนหรือปฏิบัติตามในส9ิงท9ีพระองคไ์ ด้ทรงกาํ หนด
กฎเกณฑห์ รือแนวทางท9ีเรียกว่า "ชะรีอะฮ"์ ดว้ ย มุสลิมจึงเป็นบุคคลท9ียอมรบั ในความมีอยู่ของ
พระผเู้ ป็นเจา้ และยอมรบั วา่ พระผเู้ ป็นเจา้ เป็นท9ีพง9ึ เสมอ รวมทงัP เช9ือม9นั ศรทั ธาวา่ การปฏิบตั ิตามชะ
รีอะฮห์ รือกฎเกณฑท์ 9ีพระองคท์ รงกาํ หนดในฐานะท9ีเป็นวิถีแห่งชีวิต (Way of Life) แลว้ หนทางนีP
ยงั นาํ ไปสคู่ วามสาํ เรจ็ ทงัP โลกนีแP ละโลกหนา้ อีกดว้ ย หรอื อาจกลา่ วอีกนยั หน9งึ ไดว้ า่ อิสลามคือ "ทาง
รอดทงัP สองโลก" ของมสุ ลมิ ทกุ คน
ดว้ ยเหตผุ ลขา้ งตน้ ชะรอี ะฮจ์ งึ เป็นกฎเกณฑข์ องพระผเู้ ป็นเจา้ ท9ีไดท้ รงกาํ หนดขนึP เพ9ือมนษุ ย์
สาํ หรบั ใชใ้ นการปฏิบตั ิตนเองและปฏิบตั ิระหวา่ งกนั ทงัP ในระดบั ครอบครวั สงั คมและระดบั โลก ชะ
รีอะฮจ์ ึงเป็นเสมือนบรรทัดฐานของสังคมท9ีจะส่งผลทาํ ใหเ้ กิดความสงบสุข ความดีงาม ความ
ถกู ตอ้ งตามมาตรฐานของพระผเู้ ป็นเจา้ ผทู้ รงสรา้ งทกุ ส9ิงซ9งึ เป็นส9ิงท9ีม9งั คงถาวรและย9งั ยืนตลอดไป
ทงัP นีเP น9ืองจากในการศรทั ธาของมสุ ลิมแลว้ ย่อมไม่มีผูใ้ ดท9ีจะทรงรอบรูย้ 9ิงไปกว่าพระองคอ์ ลั ลอฮ
และไม่มีผูใ้ ดท9ีจะสามารถวางกฎเกณฑท์ 9ีเหมาะสมสาํ หรบั มนุษยไ์ ดด้ ียกเวน้ พระองคเ์ ท่านันP ชะ
รีอะฮจ์ ึงเป็นทังP กฎเกณฑแ์ ละทางออกสาํ หรบั ใชใ้ นการแกไ้ ขปัญหาของมนุษยท์ ังP หมดไม่เฉพาะ
เพียงมสุ ลิมเท่านนัP แตส่ ามารถใชส้ าํ หรบั มนษุ ยไ์ ดท้ งัP โลกในฐานะท9ีเป็นความโปรดปรานของพระผู้
43
เป็นเจา้ ท9ีทรงมีต่อมวลมนษุ ยท์ งัP หมด ประการท9ีสาํ คญั ท9ีสดุ แนวทางหรอื กฎเกณฑข์ องพระองคค์ ือ
สจั ธรรม ไม่มีการบิดเบือนไม่มีการเปล9ียนแปลงและสามารถใชไ้ ดต้ ลอดกาลจวบจนวนั สินP โลก ดงั
พระดาํ รสั ของพระองคท์ 9ีไดท้ รงตรสั ไวใ้ นพระมหาคมั ภีรอ์ ลั กรุ อาน ซูเราะฮอ์ ลั ฟาติร อายะฮ์ ท9ี 43
ความวา่
ۗ ِ ﺗَ ْﺤ ِﻮﯾ ًﻼiِ ﺗَ ْﺒ ِﺪﯾ ًﻼ ۖ َوﻟَﻦ ﺗَ ِﺠﺪَ ِﻟ ُﺴﻨﱠ ِﺖ ﱠiﻓَﻠَﻦ ﺗَ ِﺠﺪَ ِﻟ ُﺴﻨﱠ ِﺖ ﱠ
ความวา่ “ดงั นนัP เจา้ จะไมพ่ บการเปล9ียนแปลงในแนวทางของอลั ลอฮฺ และเจา้ จะไมพ่ บการ
บดิ เบือนในแนวทางของอลั ลอฮฺแตป่ ระการใด”
จากบทบญั ญัติดงั กล่าวย่อมเป็นส9ิงยืนยนั ถึงความม9นั คง ความถกู ตอ้ ง ความเป็นสจั ธรรม
ของชะรีอะฮ์ ในอนั ท9ีจะยงั ผลใหเ้ กิดความม9นั ใจในการศรทั ธาและการปฏิบตั ิตามอย่างปราศจาก
ขอ้ สงสยั หรอื ความเคลอื บแคลงใดๆ ทงัP สนิP ไดเ้ ป็นอยา่ งดี
ลักษณะพเิ ศษของชะรีอะฮ์
มมุ มองของมวลมสุ ลิมท9ีมีตอ่ กฎหมายชะรอี ะฮ์ นอกจากจะเป็นเจตจาํ นงของพระผเู้ ป็นเจา้
ท9ีมีความเป็นธรรม มีความถูกตอ้ ง มีความครบถว้ นสมบูรณท์ 9ีทรงประทานใหแ้ ก่มนุษยชาติแลว้
ชะรอี ะฮย์ งั คงมีนยั เป็นกฎหมายแหง่ สากลท9ีใชบ้ งั คบั ไดท้ กุ สถานท9ีและทกุ กาลเวลา ทงัP นีเP พราะการ
ใชบ้ ังคับกฎเกณฑ์ดังกล่าวมิไดเ้ ป็นไปเพ9ือพระผูส้ รา้ งแต่อย่างใด หากแต่จะเป็นผลทาํ ใหเ้ กิด
ประโยชนต์ ่อมนุษยโ์ ดยแท้ ไม่ว่ามนุษยจ์ ะรูถ้ ึงเหตุผลท9ีแท้จริงหรือไม่ก็ตาม อีกทัPงบทบัญญัติ
ดงั กล่าวยงั มีลกั ษณะเป็นกฎเกณฑท์ 9ีมีไวเ้ พ9ือป้องกนั และแกไ้ ขปัญหาท9ีจะเกิดขึนP ต่อไปในอนาคต
อีกดว้ ย ซ9ึงเหตผุ ลและสจั ธรรมต่างๆ เหล่านีพP ระองคจ์ ะทรงทยอยเปิดเผยใหม้ นุษยไ์ ดร้ ูใ้ นเวลาท9ี
เหมาะสม ดงั ท9ีพระองคไ์ ดท้ รงบญั ญตั ไิ วใ้ นพระมหาคมั ภีรอ์ ลั กรุ อานซเู ราะฮฟ์ ซุ ซลิ ตั อายะฮท์ 9ี 53
ۗ َﺳﻨُ ِﺮﯾ ِﮭ ْﻢ آﯾَﺎﺗِﻨَﺎ ﻓِﻲ ا ْﻵﻓَﺎ ِق َو ِﻓﻲ أَﻧﻔُ ِﺴ ِﮭ ْﻢ َﺣﺘﱠ ٰﻰ ﯾَﺘَﺒَﯿﱠ َﻦ ﻟَ ُﮭ ْﻢ أَﻧﱠﮫُ ا ْﻟ َﺤ ﱡﻖ
ۗ ٌأَ َوﻟَ ْﻢ ﯾَ ْﻜ ِﻒ ِﺑ َﺮ ِﺑّ َﻚ أَﻧﱠﮫُ َﻋﻠَ ٰﻰ ُﻛ ِّﻞ َﺷ ْﻲ ٍء َﺷ ِﮭﯿﺪ
44
ความว่า “เราจะใหพ้ วกเขาไดเ้ ห็นสญั ญาณทงัP หลายของเราในขอบเขตอนั ไกลโพน้ และใน
ตวั ของพวกเขาเอง จนกระท9งั จะเป็นประจกั ษแ์ ก่พวกเขาวา่ อลั กรุ อานนนัP เป็นความจรงิ ยงั
ไมพ่ อเพียงอีกหรอื ท9ีพระเจา้ ของเจา้ นนัP ทรงเป็นพยานตอ่ ทกุ ส9งิ ”
1. กฎหมายชะรีอะฮเ์ ป็ นเจตจาํ นงของพระเจา้
โดยปกติแลว้ กฎหมายย่อมเกิดจากเจตนาหรือความตอ้ งการของมนุษย์ กฎหมายจึงเป็น
ผลผลิตของเจตจาํ นงของมนษุ ย์ สว่ นกฎหมายชะรอี ะฮน์ นัP มิไดเ้ กิดจากมนษุ ย์ หากแตเ่ กิดจากการ
ประทานโองการหรือลงวะฮีมาส่ทู ่านศาสดามฮู าํ หมดั (ศ็อลลลั ลอฮฮุอะลยั ฮิวะสลั ลมั ) ท9ีอ่านไม่
ออกและเขียนหนงั สือไมไ่ ด้ และมีการรวบรวมเป็นคมั ภีรอ์ ลั กรุ อาน ดว้ ยเหตนุ ีP กฎหมายชะรอี ะฮจ์ งึ
เป็นเจตจาํ นงของพระเจา้ ไมใ่ ชข่ องมนษุ ย์ เพ9ือใชอ้ ยใู่ นโลกนีเP ป็น Way of life อยา่ งแทจ้ รงิ
2. มคี วามสมบรู ณแ์ ละมคี วามเป็ นธรรม
มสุ ลิมทกุ คนตอ้ งยอมรบั หรอื ยอมจาํ นนว่ากฎหมายชะรอี ะฮน์ นัP ตอ้ งมีความสมบรู ณ์ และมี
ความเป็ นธรรม ไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะถ้าเราปฏิเสธจะทําให้มุสลิมตกศาสนาทันที
กฎหมายชะรีอะฮ์ คือ กฎเกณฑท์ 9ีอัลลอฮไดท้ รงประทานเพ9ือเป็นความโปรดปรานใหก้ ับมนุษย์
ไม่ใช่เป็นการกดข9ีหรือเป็นกฎเกณฑ์ท9ีไม่เป็นธรรม ชะรีอะฮไ์ ม่เหมือนกับกฎหมายของมนุษย์
กฎหมายมนุษยม์ ีการเปล9ียนแปลงแกไ้ ขอยู่ตลอดเวลา การออกกฎหมายบางคนก็มีส่วนไดเ้ สีย
และท9ีสาํ คญั มนษุ ยย์ ่อมมีความบกพรอ่ ง แตอ่ ลั ลอฮนนัP ทรงสมบรู ณแ์ บบ ดงั นนัP พระองคก์ ็ย่อมตอ้ ง
ออกกฎเกณฑท์ 9ีสมบรู ณแ์ บบทกุ อยา่ งใหแ้ ก่มนษุ ย์ เพียงแตม่ นษุ ยจ์ ะรูห้ รอื ไมเ่ ทา่ นนัP เอง เราจงึ ตอ้ ง
มาศึกษากันในรายละเอียดและทาํ ความเขา้ ใจใหม้ ากกว่า อย่าไดป้ ฏิเสธชะรีอะฮ์ เพราะน9ีคือ
กฎหมายของพระผเู้ ป็นเจา้ ท9ีทรงกาํ หนดใหม้ นษุ ยต์ อ้ งปฏิบตั ติ าม
3. ชะรีอะฮม์ สี ถานะเป็ นกฎหมายสากลทแีH ทจ้ ริง
มีนกั วิชาการศาสนาท่านหน9ึงไดก้ ล่าวไวว้ ่า "เม9ือใดก็ตามท9ีระบอบการปกครองท9ีมนษุ ยไ์ ด้
คิดคน้ ขึนP เกิดความเส9ือมลง เม9ือนนัP มนษุ ยจ์ ะหวนกลบั มาคิดถึงกฎหมายของพระผเู้ ป็นเจา้ เสมอ"
45
ดว้ ยเหตนุ ีP ความคิดท9ีจะนาํ กฎหมายชะรอี ะฮก์ ลบั มาใชจ้ งึ เกิดขนึP กบั มนษุ ยใ์ นทกุ หนทกุ แห่งและใน
ทกุ ยคุ ทกุ สมยั ทงัP นีP ดว้ ยเหตผุ ลพืนP ฐานท9ีวา่ เม9ือมนษุ ยเ์ ช9ือวา่ มีพระเจา้ ผทู้ รงอาํ นาจ ผทู้ รงรอบรูย้ 9ิง
ผูท้ รงเมตตาต่อมนุษย์ การกาํ หนดกฎเกณฑข์ องพระองคย์ ่อมดีเลิศและสมบูรณ์กว่ามนุษยท์ 9ีมี
ความบกพรอ่ งในความรู้ อีกทงัP ยงั มีสว่ นไดเ้ สียในการออกกฎหมายแตล่ ะเรอ9ื งดว้ ย ดงั นนัP หลกั การ
ของชะรอี ะฮจ์ ึงมีความสมบรู ณ์ ถกู ตอ้ ง และครบถว้ นในทกุ มิติ รวมทงัP ใชต้ งัP แต่อดีตจนถึงปัจจบุ นั
และรบั ประกนั วา่ อนาคตก็ตอ้ งใชก้ นั อยตู่ ลอดไป ไมม่ ีวนั ท9ีจะเปล9ยี นแปลง เพราะฉะนนัP จะเหน็ ไดว้ า่
หลกั ชะรอี ะฮเ์ ป็นหลกั กฎหมายสากล มสุ ลมิ จงึ สมควรภมู ิใจเป็นอยา่ งย9ิงวา่ ไดศ้ กึ ษากฎหมายสากล
และใชก้ ฎหมายท9ีไมม่ ีการเปล9ยี นแปลงตลอดไป
4. ชะรีอะฮถ์ กู ประทานเพอHื ประโยชนข์ องมวลมนุษยท์ งัP ผอง
ตรงนีมP นุษยค์ งตอ้ งต่อยอดหรือถอดบทเรียนและพิสจู น์ ถึงความเป็นประโยชนต์ ่อมนุษย์
เน9ืองจากอลั ลอฮเป็นท9ีพง9ึ เสมอ เราตอ้ งพง9ึ พาอลั ลอฮ พระองคไ์ มท่ รงพง9ึ พาเรา เพราะฉะนนัP อลั ลอฮ
ทรงออกกฎเกณฑม์ ามิไดต้ อ้ งการประโยชนจ์ ากเรา แต่เราต่างหากท9ีเป็นผไู้ ดร้ บั ประโยชนจ์ ากชะ
รอี ะฮ์ ไม่มีบทบญั ญตั ิขอ้ ใชห้ รอื ขอ้ หา้ มอนั ใดท9ีไม่เป็นประโยชนต์ อ่ มนษุ ย์ ตรงนีคP ือความทา้ ทายวา่
เป็นประโยชนต์ ่อมนุษยท์ ัPงหมดจริงหรือไม่ เพียงแต่มนุษยไ์ ม่รูห้ รือไม่เขา้ ใจในความมหัศจรรย์
ของอลั กรุ อานท9ีไม่สามารถปฏิเสธได้ (Miracle of the Quran unchallengeable) ความมหศั จรรย์
ของอัลกุรอานและซุนนะฮม์ ีมากมาย เช่น เร9ืองการรกั ษาโรคแบบอิสลามซ9ึงมีลักษณะในเชิง
ป้องกนั เน9ืองจากส9ิงท9ีอลั ลอฮกาํ หนดไม่ว่าจะเป็นขอ้ หา้ มหรอื ขอ้ ใช้ ลว้ นแลว้ แต่มีลกั ษณะเป็นเชิง
ปอ้ งกนั น9ีคือลกั ษณะพิเศษของชะรอี ะฮ์
เร9อื งแรก การละหมาดและการอาบนาPํ ละหมาด แมแ้ ต่การกระดิกนิวP การชีนP ิวP ในละหมาด
การยนั นิวP เทา้ บทบญั ญตั ิขอ้ หา้ มเรารูแ้ น่เพราะเรายอมรบั หา้ มกินหมู หา้ มกินเลือด หา้ มกินสตั วท์ 9ี
ตายแลว้ หา้ มโนน่ หา้ มน9ี เหน็ แลว้ วา่ เป็นประโยชนต์ อ่ มนษุ ย์ ไมม่ ีใครปฏิเสธเพราะเราเรยี นรูด้ ว้ ยกบั
ตวั เราเอง เห็นชดั เจนว่ามีประโยชนต์ อ่ มนษุ ยจ์ งึ มีขอ้ หา้ มไม่ใหเ้ ราไปเก9ียวขอ้ งในเชิงปอ้ งกนั แตข่ อ้
ใชใ้ หก้ ระทาํ นนัP ไมค่ อ่ ยมีคนรู้ ตรงกนั ขา้ มกบั การปฏิบตั ิ การปฏิบตั ิตามขอ้ ใชน้ นัP มกั จะทาํ กนั แตข่ อ้
46
หา้ มมกั ละทิงP ไม่ได้ เช่น ละหมาดไดแ้ ต่เลิกสบู บหุ ร9ไี ม่ได้ ตรงนีP อลุ ามะออ์ ธิบายว่า เพราะมนั มีแรง
ขบั เคล9ือนท9ีแตกต่างกนั ท่านอิบนกุ อยยิม (รอ่ ฮิมะฮลุ้ ลอฮ) ท่านเขียนหนงั สือเร9ือง ﺗَ ْﺰ ِﻛﯿﱠﺔٌ اﻟﻨﱡﻔُ ْﻮس
ขอ้ ใชข้ อ้ หา้ มมันมีความแตกต่างกันในแง่ของแรงผลกั ดัน เร9ืองท9ีว่าขอ้ หา้ มเราเห็นไดช้ ัดว่าเป็น
ประโยชนต์ อ่ มนษุ ย์ แตข่ อ้ ใชเ้ รากลบั มองไม่คอ่ ยเห็น จะขอยกตวั อย่างเร9อื งการถือศีลอดเราจะเห็น
ไดช้ ดั เจนว่าพวกเราไดร้ บั ประโยชนจ์ ากการถือศีลอดในทางออ้ ม การถือศีลอดจึงเป็นประโยชนใ์ น
เชิงปอ้ งกนั การส9งั ใชใ้ หต้ อ้ งอาบนาPํ ละหมาด ทาํ ไมเวลาละหมาดจะตอ้ งอาบนาPํ ละหมาดดว้ ย แลว้
นาPํ ละหมาดดีอย่างไรกบั มนษุ ย์ มีคนเขียนหนงั สือเป็นเล่มๆ ว่าการอาบนาPํ ละหมาดนนัP มนั คือการ
ปรบั สมดุล เน9ืองจากทุกวนั นีมP นุษยอ์ ยู่ในสภาวะซ9ึงมีมลพิษมากมาย ตอนนีเP ราเห็นแลว้ PM^._
ไวรสั โควิด bl ไวรสั ชนิดตา่ งๆ ท9ีเกิดขนึP เชือP โรคไมว่ า่ จะเป็นแบคทีเรยี หรอื ไวรสั หรอื แมแ้ ตเ่ ชือP ราอยู่
ในอากาศทงัP หมด การท9ีเราเดินไปสมั ผสั แมแ้ ต่แสงแดดยงั เป็นอนั ตรายไดห้ รือแมแ้ ต่ความหนาว
เย็นของลกู เห็บหรอื หิมะก็กดั ได้ เพราะฉะนนัP จะเห็นไดว้ า่ เม9ือเราเผชิญกบั ส9ิงท9ีเป็นมลพิษ รา่ งกาย
เราจะเปล9ียนแปลงตามมลพิษท9ีเกิดขึนP การอาบนาPํ ละหมาดคือการปรบั สมดลุ เน9ืองจากมีทงัP เชือP
โรคทงัP สารเคมี ทงัP รงั สีท9ีลอ้ มรอบตวั เราท9ีเราเดินอย่บู นโลกทกุ วนั นีP แสงอลุ ตรา้ ไวโอเลตบี ท9ีมาจาก
ดวงอาทิตยท์ 9ีชนัP โอโซนไม่สามารถจะกรองไดแ้ ลว้ มนั จึงสอ่ งมาท9ีโลก มนั ทาํ ใหเ้ กิดโรคผิวหนงั โรค
ตอ้ กระจก โรคต่างๆ ท9ีเกิดขึนP มากมาย การท9ีเราสมั ผสั มนั ทาํ ใหร้ า่ งกายเราเสียสมดลุ โดยท9ีเราไม่
รูต้ วั และเชือP โรคเหลา่ นีกP ็วนเวียนอยใู่ นตวั เรา การอาบนาPํ ละหมาดวนั ละ _ เวลา ทาํ ใหช้ าํ ระลา้ งเชือP
โรค มลพิษ สารเคมีออกไปจากรา่ งกาย รวมทงัP สามารถปรบั สมดลุ ใหร้ า่ งกายกลบั คืนส่สู ภาพปกติ
ได้ การอาบนาPํ วนั ละ _ เวลาก็เหมือนกบั การมีสายนาPํ อย่ใู ตบ้ า้ นแลว้ เราอาบมนั วนั ละ _ ครงัP แลว้
เราจะเหลือบาปอะไร น9ีคือฮาดีษของท่านศาสดาท9ีไดพ้ ดู ไว้ ฉนั ใดฉนั นนัP ท9ีอลุ ามะฮอ์ ธิบายใหเ้ ห็น
ว่า การอาบนาPํ ละหมาดนัPนสาํ คญั ย9ิง เราคงตอ้ งใหค้ วามสาํ คญั กับการอาบละหมาด ทาํ ไมการ
อาบนาPํ ละหมาดจึงตอ้ งมีการถู มีการสางนิวP มีการถู มือขวา มือซา้ ย และมีการกล่าว บิสมิลP ลา
ลา้ ง h ครงัP ทาํ ไมตอ้ งทาํ อย่างนนัP ทาํ ไมแบบฉบบั จึงเป็นอย่างนนัP นกั วิทยาศาสตรอ์ ธิบายว่าการท9ี
ใชฝ้ ่ ามือถูหลงั มือ h ครงัP เพราะฝ่ ามือเป็นส9ิงท9ีเชือP โรคเขา้ ไดย้ าก แต่เชือP โรคจะเขา้ ทางผิวหนงั ได้
ง่ายกว่า เพราะฉะนนัP ส9ิงท9ีกาํ หนดแมแ้ ต่การใชน้ ิวP กอ้ ยสางซอกนิวP ก็มีประโยชนต์ ่อมนุษยท์ งัP หมด
47
เพียงแต่มนุษยไ์ ม่รูเ้ ท่านันP เอง อุลามะออ์ ธิบายว่า ละหมาดนันP มีความสะอาด แลว้ ทาํ ไมถึงตอ้ ง
อาบนาPํ ละหมาด อลุ ามะออ์ ธิบายโดยการเทนาPํ ใสแ่ กว้ นาPํ นีสP ะอาดไหม เวลาเทใสไ่ ปในแกว้ แลว้ ดู
นาPํ ในแกว้ สะอาดไหม ถา้ แกว้ สกปรก เราก็จะไมก่ ลา้ กินนาPํ ในแกว้ ทงัP ๆ ท9ีนาPํ สะอาดแตแ่ กว้ สกปรก อุ
ลามะออ์ ธิบายวา่ เหมือนกนั คือในขณะท9ีละหมาดมีความสะอาดเหมือนกบั นาPํ แตแ่ กว้ ท9ีใสก่ ็เหมือน
ตัวเราท9ีไม่อาบนPําละหมาดเม9ือเอานPําท9ีสะอาดไปเทในแก้วท9ีไม่สะอาด ก็จะดูว่าไม่สะอาด
เพราะฉะนัPนก็ตอ้ งสะอาดทัPงสองส่วนคือทัPงตัวละหมาดและการอาบนาPํ ละหมาดตอ้ งครบถว้ น
สมบูรณ์ ไม่ใช่อาบแบบลวกๆ ก็ย่อมจะไม่ไดเ้ จตนารมณข์ องชะรีอะฮ์ ท่านศาสดาบอกว่า ความ
หายนะจะประสบกบั ผทู้ 9ีลา้ งสน้ เทา้ ไม่เกลียP ง เพราะฉะนนัP จึงตอ้ งพิถีพิถนั ในการอาบนาPํ ละหมาด
อยา่ งถกู ตอ้ ง ทาํ ไมตอ้ งลา้ งมือก่อน มีเหตผุ ลท9ีเก9ียวขอ้ งวา่ ทาํ ไมตอ้ งลา้ งมือก่อน ตอนนีเP รารูเ้ หตผุ ล
แลว้ ว่าเม9ือมีโรคโควิดระบาดเราตอ้ งลา้ งมือ ลา้ งมือก่อนทกุ อย่างน9ีคือการเรยี งลาํ ดบั ท9ีชะรอี ะฮอ์ ิส
ลามียะฮไ์ ดก้ าํ หนดไวซ้ ง9ึ มนั เป็นความจรงิ และมีเหตมุ ีผลเสมอ
สาํ หรบั การละหมาดท9ีกล่าวว่าการละหมาดนันP สามารถยบั ยงัP ความช9วั ได้ َِإ ﱠن اﻟ ﱠﺼ َﻼة
ﺗَ ْﻨ َﮭ ٰﻰ َﻋ ِﻦ ا ْﻟﻔَ ْﺤ َﺸﺎ ِء َوا ْﻟ ُﻤﻨ َﻜ ِﺮแตท่ วา่ คนละหมาดแลว้ ยงั ทาํ ความช9วั อีก บางคนก็อธิบายวา่ แสดง
ว่าเราละหมาดยงั ไม่ดีพอจึงยงั ไม่มีภมู ิคนุ้ กนั ท9ียบั ยงัP จากการทาํ ความช9วั ได้ แต่อย่างไรก็ตาม การ
ละหมาดนัPนไม่ไดเ้ ป็นประโยชนต์ ่ออัลลอฮ หากแต่เป็นประโยชนต์ ่อมนุษยท์ 9ีถูกส9งั ใชใ้ หก้ ระทาํ
เดิมอลั ลอฮทรงกาํ หนดใหล้ ะหมาด _o เวลา เพราะเราเกิดมาเพ9ือการอิบาดะฮต์ อ่ พระองค์ แตท่ า่ น
ศาสดาไปต่อรองไดจ้ นเหลือ _ เวลา เพ9ือมนษุ ย์ เพราะมนั จะเป็นประโยชนต์ ่อมนษุ ย์ การท9ีบ่าวจะ
ละหมาดหรอื ไม่ละหมาด ไม่ไดท้ าํ ใหอ้ ลั ลอฮสงู สง่ ขนึP หรอื ตกต9าํ แตอ่ ย่างใด บา่ วตา่ งหากท9ีจะสงู สง่
หรือจะเป็นบ่าวท9ียอมจาํ นนอย่างแทจ้ ริงหรือไม่ขึนP อย่กู บั การละหมาด ถา้ คณุ ไม่ละหมาดหรือทิงP
ละหมาดซกั เวลาหน9ึงจะรูท้ นั ทีว่าคณุ ไม่ไดเ้ ป็นบ่าวท9ียอมจาํ นนทงัP หมดเพราะยงั ละทิงP ส9ิงท9ีเป็นขอ้
ใช้ คณุ ยงั ไม่เช9ือฟังท9ีจะปฏิบตั ิตามจรงิ คณุ ยงั ไม่ยอมจาํ นน มนั ไม่ไดห้ มายถึงอลั ลอฮตกต9าํ ลง แต่
คุณต่างหากท9ีจะมีปัญหามากขึนP มีบาปมากขึนP ท9ีขา้ พเจา้ บอกไวว้ ่า ขอ้ ขัดแยง้ หรือขอ้ พิพาทท9ี
48
เกิดขึนP นันP เกิดจากการฝ่ าฝืนหรือไม่ปฏิบตั ิตามส9ิงท9ีอลั ลอฮทรงส9งั ใชห้ รือส9งั หา้ ม มนั เป็นจุดหน9ึง
หรอื สาเหตหุ นง9ึ ท9ีทาํ ใหล้ กู ไมเ่ ช9ือฟังพอ่ แม่ ภรรยาไมต่ ออตั ตอ่ สามี หรอื พ9ีนอ้ งทะเลาะกนั
แมแ้ ต่การยนั นิวP เทา้ ยงั มีประโยชนต์ ่อมนุษย์ แต่มนุษยไ์ ม่เคยรูเ้ พราะมนุษยไ์ ม่เคยคน้ หา
สจั จะธรรมในเรอ9ื งนีP การยนั นิวP ตอนส›ุ ดู เป็นการทาํ ใหอ้ วยั วะทงัP ` สมั ผสั พืนP ครบถว้ น แลว้ เวลาน9งั
ตะฮียะฮก์ ็ตอ้ งยนั นิวP เทา้ ขวา เวลาเรายนั เทา้ ตอนสุ›ูดจะทาํ ใหเ้ ราหายใจสะดวก ปกติเราจะใช้
ปอดเพียงบางส่วน ยกเวน้ ขณะท9ีสูดลมหายใจยาวๆ ตอ้ งหายใจอึดยาวๆ ถึงจะใชป้ อดทังP หมด
เวลาเรารูกœวั ะสว่ นขาและหลงั จะทาํ มมุ lo องศา ทาํ ใหป้ อดสว่ นกลางจะตกลงมาเสมอกนั หมด เรา
จะใชป้ อดส่วนกลางหายใจตอนรูกœวั ะ แต่เวลาเราส›ุ ูดลงไป ส่วนขาและหลงั จะทาํ มมุ i_ องศา
จากกน้ จนไปถึงพืนP เวลาหนา้ ผากส่วนท9ีสูงท9ีสุดไปท9ีต9าํ ท9ีสุดคือ i_ องศา ซ9ึงจะทาํ ใหป้ อดส่วน
ล่างสดุ ไดล้ งไปขา้ งล่างแลว้ เราไดห้ ายใจโดยใชป้ อดส่วนนนัP แต่เราไม่ค่อยไดป้ ระโยชนเ์ พราะเรา
ส›ุ ดู กนั เรว็ มาก ส่วนท่านศาสดาจะส›ุ ดู นานมาก มีการขอดอุ าหรือมีการซิกรุล้ ลอฮ แต่เราส›ุ ดู
เหมือนไก่จิกขา้ ว จงึ ไมไ่ ดภ้ าคผล และไมร่ ูว้ า่ ชะรอี ะฮน์ นัP เป็นประโยชนต์ อ่ มนษุ ย์
เร9ืองท9ีสอง การถือศีลอดคงไม่ตอ้ งกล่าวมากเพราะเป็นท9ีทราบดีว่าภาคผลของการถือศีล
อดมีมากทัPงในแง่สภาพร่างกาย สรีระ ในทางการแพทย์ ในเชิงการป้องกันโรค ตัPงแต่โบราณ
นกั ปราชญเ์ มธีชาวตะวนั ตก มีการถือศีลอดกนั มานานแลว้ แมแ้ ต่สตั วห์ รือพืช ตวั อย่างเช่น ตน้ ไม้
จะมีวงปี จะมีหนา้ แลง้ หนา้ ฝน วงปีจะรูว้ า่ นาPํ ท่วมไม่ท่วมนาPํ นอ้ ยไม่นอ้ ย ตดั ตน้ ไมเ้ สรจ็ จะรูว้ า่ วงปี
จะเป็นอย่างไร มีฤดกู าลต่างๆ ท9ีอลั ลอฮกาํ หนดฤดกู าลต่างๆ ท9ีหมนุ เวียนไปก็คือมนั เป็นช่วงของ
การหยดุ พกั และช่วงของการเจริญเติบโตเหมือนกบั การท9ีถือศีลอดมนั ก็เป็นวงเวียนชีวิตในปีหน9ึง
สตั วเ์ องก็มีการจาํ ศีลเพ9ือท9ีจะพฒั นาตวั เองใชร้ า่ งกายตา่ งๆ ปราชญช์ าวตะวนั ตกเวลาเขาไม่สบาย
เป็นแผลเขาก็จะใชว้ ิธีการอดอาหาร อดนาPํ เพราะเขาดแู บบอย่างจากสตั ว์ สตั วเ์ วลาถกู กดั หรอื เกิด
บาดแผล มนั จะนอนน9ิงๆ ไม่ทาํ อะไร เพ9ือใหแ้ ผลนนัP หายเรว็ เขาก็จะใชว้ ิธีนีP ปราชญเ์ วลาคิดมสั อา
ละฮไ์ ม่ออก คิดขอ้ ปัญหาใดไม่ออก เขาก็จะใชว้ ิธีการถือศีลอด อดอาหารเพ9ือจะน9งั คิดแลว้ ก็จะคิด
ออก เวลาเราไม่ไดก้ ินอาหาร ไม่ไดก้ ินนาPํ จะทาํ ใหส้ มองปลอดโปรง่ มีเสน้ เลือดสบู ฉีดไปเลียP งสมอง
49
ไดด้ ีขึนP เพราะฉะนัPนตามหลักการแพทยเ์ วลาเรามีบาดแผลหรือมีเชือP โรคเขา้ มาท9ีร่างกายเรา
รา่ งกายเราจะมีแอนตีบP อดีทP 9ีเป็นเม็ดเลือดขาวจะมาป้องกนั เชือP โรคและมาทาํ การรกั ษาบาดแผล
เพราะฉะนัPนเม9ือเราไปกินอาหารหรือขยับเขยือP นร่างกาย อาหารในเสน้ เลือดจะถูกไปใชใ้ นการ
ขบั เคล9ือนรา่ งกายกลา้ มเนือP ดงั นนัP จงึ ไมไ่ ดม้ ารกั ษาแผล การอยนู่ 9ิง การอดอาหาร การอดนาPํ จะทาํ
ใหแ้ ผลหายเรว็ นอกจากนีหP ากรา่ งกายอยใู่ นภาวะท9ีไมม่ ีอาหาร ไมม่ ีนาPํ เพียงพอพดู งา่ ยๆ วา่ ไม่เป็น
ปกติรา่ งกายจะปรบั อตั โนมตั ิวา่ อย่ใู นภาวะวิกฤตแลว้ เม็ดเลือดขาวก็จะออกมาเยอะกวา่ ปกติเพ9ือ
ออกมาต่อสู้กับเชือP โรคท9ีอาจเข้ามาในร่างกายเราในภาวะท9ีขาดแคลนนีPได้ น9ีเป็นธรรมชาติ
ท9ีอลั ลอฮทรงสรา้ ง
เร9ืองท9ีสาม การนอนตะแคงขวาเป็นประโยชนต์ ่อมนุษยเ์ พราะหวั ใจอยู่ดา้ นซา้ ยและการ
นอนเป็นท่าท9ีสาํ รวมไม่ใช่ท่าท9ีย9ิงใหญ่ แต่ถา้ คนเป็นกรดไหลยอ้ นเขาบอกว่าใหน้ อนตะแคงซา้ ย
เพราะกระเพาะอาหารจะได้อยู่ด้านล่างสุด แต่เร9ิมต้นให้ตะแคงขวาก่อนซ9ึงเป็นประโยชน์ต่อ
สขุ ภาพของมนษุ ย์
เร9อื งท9ีส9ี การคลมุ ฮิญาบอลุ ามะออ์ ธิบายวา่ เหมือนกบั ไขม่ กุ ท9ีถกู ปกปอ้ งดว้ ยกบั เปลือกของ
หอยมกุ เวลาเราไปซือP สม้ ท9ีตลาดเขาจะแกะเปลือกสม้ เพ9ือโชวใ์ หเ้ ห็นว่ามีสีสม้ สด น่ารบั ประทาน
เราอยากกินเพราะสม้ ท9ีเขาโชวส์ วยมาก แตเ่ วลาซือP สม้ ถา้ เขาหยิบสม้ ท9ีโชวเ์ ราจะเอาไหม คงไม่เอา
แต่จะเอาส้มท9ียังไม่แกะเปลือกออก ฉันใดฉันนัPน การคลุมฮิญาบคือการปกป้องมุสลีมะฮ์
เหมือนกบั เปลือกหอยท9ีคมุ้ ครองไข่มกุ ใหม้ ีความบริสทุ ธิŒ ไข่มกุ อย่ใู นเมือกและสรา้ งขึนP มามีความ
บริสุทธิŒมากเพราะถา้ มีส9ิงท9ีเป็นมลทินเขา้ ไปได้ จะทาํ ใหไ้ ข่มุกไม่ขาวหรือจะมีความเป็นมลทิน
เกิดขึนP การท9ีอลั ลอฮทรงกาํ หนดใหม้ สุ ลีมะฮต์ อ้ งคลมุ ฮิญาบนนัP ไม่ไดเ้ พ9ืออลั ลอฮแต่เพ9ือมสุ ลีมะฮ์
เอง เพราะการเปิดเผยตวั มนั ไม่ไดห้ มายถึงความเจรญิ หรอื การพฒั นา อลุ ามะออ์ ธิบายบอกวา่ ถา้
คุณเอาความเจริญหรือการพัฒนาขึนP อยู่กับการใส่หรือไม่ใส่ผา้ อาภรณ์ ถา้ งนัP สตั วท์ ังP หลายก็คง
เจรญิ กวา่ มนษุ ยเ์ พราะมนั ไมไ่ ดใ้ สอ่ ะไรเลย น9ีเป็นตวั อยา่ งใหเ้ ห็นวา่ ชะรอี ะฮเ์ ป็นประโยชนต์ อ่ มนษุ ย์
ทงัP ท9ีเป็นขอ้ หา้ มและขอ้ ใช้ เพียงแตว่ า่ มนษุ ยจ์ ะรูห้ รอื ไมเ่ ทา่ นนัP เอง
50
5. ชะรีอะฮเ์ ป็ นกฎเกณฑใ์ นเชงิ ป้องกันปัญหามากกว่าการแก้ไข
ลักษณะพิเศษนีชP ีใP ห้เห็นได้ชัดเจนว่ากฎเกณฑ์ท9ีพระผู้เป็นเจ้าได้ทรงกาํ หนดนัPนย่อม
ประเสรฐิ หรือดีย9ิงกว่ากฎเกณฑท์ 9ีมนษุ ยส์ รา้ งขึนP อย่างเทียบกนั ไม่ได้ ทงัP นีเP น9ืองจากคณุ สมบตั ิของ
พระองคท์ 9ีทรงรอบรูย้ 9ิงน9นั เอง กฎเกณฑท์ 9ีพระองคไ์ ดท้ รงประทานมาส่วนใหญ่จึงเป็นกฎเกณฑใ์ น
เชิงปอ้ งกนั ปัญหาไม่ใหเ้ กิดขนึP ดงั จะเห็นไดจ้ ากการบญั ญตั ิในเร9อื งการทาํ ซินาหรอื การผิดประเวณี
ซง9ึ บญั ญตั อิ ยใู่ นซเู ราะหอ์ ลั อิสรออฺ อายะฮท์ 9ี h^ อลั ลอฮ (ซบุ ฮานะฮวู ะตะอาลา) ไดท้ รงตรสั วา่
ۗ َو َﻻ ﺗَ ۡﻘ َﺮﺑُﻮاْ ٱﻟ ِّﺰﻧَ ٰۖٓﻰ ِإﻧﱠ ۥﮫُ َﻛﺎ َن ٰﻓَ ِﺤ َﺸﺔ َو َﺳﺎٓ َء َﺳ ِﺒﯿﻼ
ความวา่ “และพวกเจา้ อยา่ เขา้ ใกลก้ ารผิดประเวณี แทจ้ รงิ มนั เป็นการลามกและเป็น
หนทางอนั ช9วั ชา้ ”
พระดาํ รสั ของพระองคด์ งั กล่าวแสดงใหเ้ ห็นว่าไม่ใช่พระองคจ์ ะทรงหา้ มการทาํ ซินาเท่านนัP
หากแตพ่ ระองคท์ รงหา้ มการเขา้ ใกลก้ ารทาํ ซินาดว้ ย ซง9ึ จะเห็นไดว้ า่ ขอ้ หา้ มดงั กลา่ วมีวตั ถปุ ระสงค์
เพ9ือป้องกนั ปัญหาไม่ใหเ้ กิดขึนP นอกจากนีแP ลว้ ยงั มีขอ้ กาํ หนดในเร9อื งต่างๆ ซ9งึ บญั ญัติออกมาโดย
สอดคลอ้ งและส่งผลทาํ ใหข้ อ้ กาํ หนดในเร9ืองซินานันP สามารถปฏิบตั ิไดอ้ ย่างเป็นผลสมั ฤทธิŒ เช่น
การใหผ้ ชู้ ายลดสายตาการมองใหต้ 9าํ ลง การหา้ มมองสตรเี ป็นครงัP ท9ีสอง การคลมุ ฮิญาบ การหา้ ม
ออกนอกบา้ นของสตรโี ดยไมม่ ีมะหร์ อมหรอื ใสเ่ ครอ9ื งหอม เป็นตน้
ในปัจจบุ นั มีการวิพากษ์วิจารณก์ ฎเกณฑข์ องชะรีอะฮโ์ ดยเฉพาะอย่างย9ิงในเร9ืองการคลมุ
ฮิญาบวา่ มีลกั ษณะเป็นการละเมิดสทิ ธิมนษุ ยชนของบรรดาสตรที งัP หลาย และเป็นการกดข9ีทางเพศ
รวมทงัP แสดงใหเ้ ห็นถึงความลา้ หลงั ของกฎหมายชะรอี ะฮ์ ซง9ึ ในประเด็นนีนP บั ไดว้ ่าเป็นความเขา้ ใจ
ท9ีคลาดเคล9ือนต่อวตั ถปุ ระสงคห์ รอื เป้าหมายของชะรอี ะฮอ์ ย่างใหญ่หลวง ทงัP นีเP น9ืองจากการคลมุ
ฮิญาบมิใชส่ 9งิ ท9ีแสดงถงึ ความกดข9ีสตรเี พศ หากแตเ่ ป็นอาภรณท์ 9ีปกปอ้ งนางจากความช9วั รา้ ยตา่ งๆ
การคลุมร่างกายอย่างมิดชิดมิไดห้ มายถึงความลา้ หลังหรือไรเ้ กียรติศักดิŒศรี หากแต่เป็นการ
ยกระดบั นางใหต้ ่างจากทาสท9ีพยายามเปิดเผยใหผ้ คู้ นท9วั ไปไดม้ องเห็นเรือนรา่ งของนางทงัP หมด