The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เทคนิคการไกล่เกลี่ยแบบอิสลาม
โดย นายไพโรจน์ มินเด็น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by minden family, 2022-08-31 21:34:39

เทคนิคการไกล่เกลี่ยแบบอิสลาม

เทคนิคการไกล่เกลี่ยแบบอิสลาม
โดย นายไพโรจน์ มินเด็น

Keywords: เทคนิคการไกล่เกลี่ยแบบอิสลาม,ไพโรจน์ มินเด็น,ไพโรจน์,มินเด็น

101


i.หลักความไว้วางใจ

ก่อนท9ีจะเร9มิ ดาํ เนินการไกลเ่ กล9ีย ผไู้ กลเ่ กล9ียจะตอ้ งแจง้ ใหค้ ่กู รณีทงัP สองฝ่ ายทราบถึงหลกั
ความไวว้ างใจของคู่กรณีท9ีมีต่อผูไ้ กล่เกล9ียใหไ้ ดร้ บั ทราบและเช9ือม9ันเช่นนัPน ทังP นีเP น9ืองจากหาก
ค่กู รณีทงัP สองฝ่ ายไม่ไวว้ างใจในตวั ของผไู้ กล่เกล9ียแลว้ ผลท9ีตามมาก็คือ ค่กู รณีทงัP สองฝ่ ายจะไม่
เปิดเผยความลบั หรอื ความตอ้ งการท9ีแทจ้ รงิ ซง9ึ อยใู่ ตน้ าPํ ขนึP มา ซง9ึ จะเป็นผลทาํ ใหค้ กู่ รณีทงัP สองฝ่าย
ไมส่ ามารถคน้ หาทางออกรว่ มกนั ท9ีจะทาํ ใหข้ อ้ ขดั แยง้ ยตุ ิลงได้ โดยปกติหลกั ความไวว้ างใจนีคP กู่ รณี
จะตอ้ งมีอยู่ตลอดเวลาท9ีทาํ การไกล่เกล9ีย หากมีช่วงเวลาใดท9ีผูไ้ กล่เกล9ียสังเกตเห็นว่าคู่กรณีมี
ความสงสยั หรือน่าจะไม่ไวว้ างใจการไกล่เกล9ียแลว้ ก็สมควรท9ีจะตอ้ งมีการสอบถามหรือใหย้ ืนยนั
ว่าคู่กรณีทังP สองฝ่ ายยังประสงคท์ 9ีทาํ การไกล่เกล9ียต่อไปหรือไม่ หากตอ้ งการคู่กรณีทังP สองฝ่ าย
จะตอ้ งใหค้ วามรว่ มมือในการเปิดเผยความจรงิ ใหป้ รากฏและช่วยกนั แกไ้ ขโดยการคน้ หาทางออก
รว่ มกนั ตอ่ ไป

คกู่ รณีตอ้ งมีความไวว้ างใจผไู้ กลเ่ กล9ียตลอดเวลา ผไู้ กลเ่ กล9ียตอ้ งไมเ่ ขา้ ขา้ งฝ่ายใดฝ่ายหน9งึ
บางกรณีโต๊ะอีหม่ามท9ีทาํ หนา้ ท9ีไกลเ่ กล9ียหรอื คณะกรรมการอิสลามประจาํ จงั หวดั ไกลเ่ กล9ียผหู้ ญิง
กับผูช้ าย มกั จะใชอ้ าํ นาจในการท9ีจะว่ากล่าวแบบรุนแรงก่อนซ9ึงทาํ ใหค้ ู่กรณีโดยเฉพาะอย่างย9ิง
ฝ่ ายหญิงจะไม่ค่อยไวว้ างใจว่าโต๊ะอีหม่ามจะเขา้ ขา้ งฝ่ ายชายมากกว่า ผลจะทาํ ใหค้ วามไวว้ างใจ
หมดไปและคกู่ รณีไมอ่ ยากเขา้ สกู่ ระบวนการไกลเ่ กล9ีย และท9ีสาํ คญั คือจะตอ้ งไมล่ าํ เอียงหรอื มีอคติ
ตอ่ คกู่ รณี เชน่ สมมตุ วิ า่ เป็นเรอ9ื งยาเสพตดิ อยา่ คดิ วา่ เขาตอ้ งผิดแนน่ อน ทงัP ๆ ท9ียงั ไมร่ ูข้ อ้ เทจ็ จรงิ

j. ความเป็ นธรรม

เป็นท9ีแน่นอนว่าผู้ไกล่เกล9ียตอ้ งให้ความเป็นธรรมทัPงสองฝ่ าย เพราะฉะนัPนเวลาเสนอ
ทางออกตอ้ งไม่ใช่ของคนใดคนหน9ึงแต่ตอ้ งเป็นของทังP สองฝ่ าย อาจจะรว่ มกันหรือไดท้ ังP คู่ หลกั
ภาษาสากลเขาใชค้ าํ ว่า win-win ส่วนการตดั สินคดีไม่มี win-win ไม่มีชนะคนละครง9ึ ส่วนใหญ่จะ
ชนะในแง่ขอ้ กฎหมาย แต่ในความเป็นจริงอาจไม่ชนะก็ได้ นอกจากนีP ผไู้ กล่เกล9ียยงั ตอ้ งใหค้ วาม
เทา่ เทียมกนั ในการแสดงออกตอ่ คกู่ รณีทงัP สองฝ่าย

102


7. หลักการไดร้ ับข้อมูลทเีC ทา่ เทยี มกัน

หลกั การนีสP าํ คญั มากเพราะว่าส่วนหน9ึงจากปัญหาในโลกนีคP ือการไดข้ อ้ มลู ไม่เหมือนกัน
นกั ปรชั ญาอรสิ โตเติลP บอกวา่ มนษุ ยเ์ ป็นสตั วท์ 9ีมีเหตผุ ล สาเหตทุ 9ีทะเลาะกนั มี ^ สาเหตุ คือ (b) ไม่
เขา้ ใจเหตผุ ลของอีกฝ่ายหนง9ึ และ (^) เขา้ ใจแตย่ อมรบั เหตผุ ลของอีกฝ่ายไมไ่ ด้

เพราะฉะนนัP การท9ีไม่เขา้ ใจเหตุผลของอีกฝ่ ายหน9ึงเกิดจากการไม่รูข้ อ้ มลู ของเขาหรือไม่รู้
เหตผุ ลของเขา แตก่ ารไดร้ บั ขอ้ มลู ท9ีเพียงพอจะทาํ ใหเ้ ขาเขา้ ใจกนั ไดแ้ ละยอมรบั กนั ได้ เพราะฉะนนัP
ถา้ ผไู้ กลเ่ กล9ียรูว้ า่ มีปัญหาอยา่ งนีP ก็ตอ้ งขดุ คน้ ปัญหาไปเรอ9ื ยๆ เพ9ือใหร้ ูข้ อ้ มลู ในรายละเอียด สมมตุ ิ
วา่ ถา้ ทกุ คนเขา้ ใจขอ้ มลู ทงัP หมดอย่างเท่าเทียมกนั แลว้ ค่กู รณีอาจจะเขา้ ใจเหตผุ ลอีกฝ่ายหน9ึงและ
ตดั สนิ ใจคลา้ ยๆ กนั ก็ได้

คุณสมบตั ขิ องผู้ไกล่เกลย0ี

1. พดู จาดี สุภาพอ่อนโยน ไม่ก้าวร้าว

นบั ไดว้ ่าเป็นคณุ สมบตั ิพืนP ฐานท9ีจาํ เป็นเพราะหากผูไ้ กล่เกล9ียพูดจากา้ วรา้ ว แข็งกระดา้ ง
หรอื ท9ีเรยี กวา่ ขวานผา่ ซากแลว้ การไกลเ่ กล9ยี เพ9ือคืนดีกนั ยอ่ มอาจลม้ เหลวได้

ในหลกั การอิสลามผูไ้ กล่เกล9ียตอ้ งพูดจาดีอ่อนโยน คาํ ว่า พูดจาอ่อนโยนไม่ไดห้ มายถึง
อ่อนแอ ในซูเราะฮต์ อฮา ตอนท9ีนบีมซู า (อะลยั ฮิสลาม) กบั นบีฮารูน (อะลยั ฮิสลาม) ไปพบฟิ รอนู
ซง9ึ บอกวา่ ตวั เองเป็นพระเจา้ นนัP อลั ลอฮไดท้ รงตรสั วา่

103


‫ﻓَﻘُﻮ َﻻ ﻟَﮫُ ﻗَ ْﻮ ًﻻ ﻟﱠﯿِّﻨًﺎ ﻟﱠﻌَﻠﱠﮫُ ﯾَﺘَﺬَ ﱠﻛ ُﺮ أَ ْو ﯾَ ْﺨ َﺸ ٰﻰ‬

ความว่า “เจา้ ทงัP สองจงใชค้ าํ พูดท9ีอ่อนโยนเพ9ือหวงั ว่าเขา (ฟิ รอนู ) จะไดร้ าํ ลึกไดห้ รือเกรง
กลวั (อลั ลอฮ)”

อายะฮน์ ีบP ง่ ชีวP า่ ใหใ้ ชค้ าํ พดู ท9ีสภุ าพออ่ นโยน

2. ใจเยน็ ไม่ใช้อารมณ์ อดทน อดกลันU

คณุ สมบตั ิลกั ษณะนีเP ป็นส9ิงท9ีขาดเสียมิไดเ้ น9ืองจากการท9ีค่กู รณีทะเลาะกนั นนัP เป็นเพราะมี
การใชอ้ ารมณ์ระหว่างกัน ผูไ้ กล่เกล9ียมีหน้าท9ีควบคุมมิให้คู่กรณีใชอ้ ารมณ์และตอ้ งพยายาม
ช่วยเหลือคกู่ รณีใหส้ ามารถแยกเหตผุ ลออกจากอารมณใ์ หไ้ ด้ ดงั นนัP ผไู้ กลเ่ กล9ียก็ไม่ควรท9ีจะมีการ
ใชอ้ ารมณ์เช่นเดียวกัน หากแต่ตอ้ งมีความสุขุม เยือกเย็น มีความอดทนอดกลนัP ท9ีจะช่วยเหลือ
คกู่ รณีทงัP สองฝ่ายใหล้ ดความรูส้ กึ หรอื ควบคมุ อารมณข์ องตนใหไ้ ด้

ผไู้ กล่เกล9ียตอ้ งใจเย็นในการแกป้ ัญหาเน9ืองจากปัญหาท9ีเกิดขึนP นนัP ใชเ้ วลาสะสมนานมาก
เพราะฉะนนัP เวลาแกต้ อ้ งคอ่ ยๆ แก้ ตอ้ งใจเย็นมากๆ และตอ้ งอดทนอดกลนัP ไมใ่ ชอ้ ารมณโ์ ดยใหย้ ดึ
ต้นแบบจากท่านศาสดา( ศ็อลลัลลอฮฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ) คือ ต้องไม่ใช้อารมณ์ เช่น กรณีท9ี
ทะเลาะกนั อยู่ ผไู้ กลเ่ กล9ยี จะไปรว่ มทะเลาะกบั เขาโดยกลา่ ววา่ ฝ่ายนีผP ิด อยา่ งนีถP กู ไมไ่ ด้

3. มองโลกในแงด่ ี คดิ บวก

ผูไ้ กล่เกล9ียท9ีดีจะตอ้ งไม่มองส9ิงต่างๆ ว่าเป็นปัญหาท9ีแกไ้ ขไม่ไดห้ รือยากท9ีจะแกไ้ ข ทังP นีP
เพราะนอกจากจะขดั กบั หลกั การของอิสลามท9ีมองปัญหาทกุ ปัญหาว่ามีทางออกเสมอและแทจ้ รงิ
ในความยากนนัP มีความง่ายแลว้ ยงั จะเป็นผลทาํ ใหป้ ัญหาท9ีตนมีหนา้ ท9ีแกไ้ ขนนัP มีอปุ สรรคสาํ คญั
คือ ทศั นคติหรือมมุ มองของผูไ้ กล่เกล9ียเอง ซ9ึงจะเป็นผลทาํ ใหไ้ ม่อาจแกไ้ ขปัญหาใหผ้ ูอ้ 9ืนได้ ดว้ ย
เหตนุ ีP ผไู้ กลเ่ กล9ยี จงึ ตอ้ งมีมมุ มองส9งิ ตา่ งๆ ในเชิงบวกเสมอ

ผไู้ กลเ่ กล9ยี ตอ้ งคดิ วา่ อินชาอลั ลอฮ พระองคจ์ ะทรงประทานความสาํ เรจ็ ให้ คดิ อยา่ งนีเP สมอ
แต่ถา้ ยงั คิดไม่ได้ ใหผ้ ไู้ กล่เกล9ียหยดุ หรือพกั ก่อน แลว้ ไปละหมาดขอดอุ าแลว้ กลบั มาใหม่ ใหท้ งัP คู่

104


ไปทาํ อิบาดะเพ9ือใหม้ ีตกั วาก่อนแลว้ อลั ลอฮจะหาทางออกให้ ถา้ ยงั ทาํ ไม่ไดอ้ ีกแสดงว่าอาจมีปม
ปัญหาซอ่ นอยจู่ งึ ทาํ ใหป้ ัญหานีไP มส่ ามารถแกไ้ ขได้

4. ชอบการช่วยเหลอื มคี วามพยายามสูง

ในการแก้ไขปัญหาบางกรณีท9ีมีความยุ่งยากและซับซอ้ นหรือมีการทะเลาะกันมาเป็น
ระยะเวลาหลายปี จาํ ตอ้ งใชค้ วามพยายามอย่างสงู จึงจะเป็นผลสาํ เรจ็ ดว้ ยเหตนุ ีP ผทู้ าํ หนา้ ท9ีไกล่
เกล9ียจงึ ตอ้ งเป็นผทู้ 9ีมีความอตุ สาหะหรอื ความพากเพียรในการชว่ ยเหลือผอู้ 9ืนอยา่ งเตม็ ท9ีและมงุ่ ม9นั
ท9ีจะแกไ้ ขปัญหาท9ีเกิดขนึP ใหส้ าํ เรจ็ ลลุ ว่ งลงได้ หรอื ท9ีเรยี กวา่ มีมญุ าฮะดะฮ์

5. เอาใจเขามาใส่ใจเรา

การท9ีจะช่วยเหลือผหู้ น9งึ ผใู้ ดใหส้ ามารถแกไ้ ขปัญหาใหส้ าํ เรจ็ ไดน้ นัP ผชู้ ่วยเหลือจะตอ้ งทราบ
หรือเขา้ ใจปัญหาของคนอ9ืนไดอ้ ย่างแทจ้ ริง ดงั นันP ส9ิงหน9ึงท9ีจะช่วยทาํ ใหเ้ กิดความเขา้ ใจไดเ้ ป็น
อย่างดีคือ การคิดว่าปัญหาท9ีเกิดขึนP กบั เขาเป็นปัญหาของตนแลว้ ซมึ ซบั ความรูส้ กึ ซมึ ซบั อารมณ์
มาอยู่ท9ีตนและพยายามแกไ้ ขปัญหาดว้ ยความเขา้ ใจดว้ ยความรูส้ ึกท9ีไดซ้ ึมซบั มานนัP อย่างเต็มท9ี
ดว้ ยเหตนุ ีP ผไู้ กล่เกล9ียจึงตอ้ งมีความเขา้ อกเขา้ ใจหรือเห็นอกเห็นใจ เวลาเขาพูดเล่าใหเ้ ราฟัง เรา
ตอ้ งใชเ้ ทคนิคการฟังอย่างตงัP ใจ เช่น การผยกั หนา้ ยิมP การสมั ผสั อย่างนีคP ือภาษากายท9ีทาํ ใหเ้ ขา
เขา้ ใจว่าเราอย่เู คียงขา้ งเขา ไม่ทอดทิงP เขา ส่วนท่านศาสดาจะใชก้ ารสมั ผสั เช่น สมั ผสั โดยจะเอา
มือมาแตะท9ีหวั ใจ ในฮาดีษท9ีทา่ นยิบรลี ไดแ้ ปลงเป็นชายชดุ ขาวแลว้ มาน9งั เอาเขา่ ชนกบั ศาสดาแลว้
เอามือสมั ผสั ท9ีเขา่ ของทา่ นศาสดา น9ีคือลกั ษณะของการเอาใจเขามาใสใ่ จเรา มาน9งั ใกลช้ ิดกนั ทงัP ๆ
ท9ีไมเ่ คยเจอกนั มาก่อน

6. มคี วามน่าเชอืC ถอื ไว้ใจได้

คุณสมบตั ิประการนีมP ีความสาํ คญั เป็นอย่างย9ิงเพราะจะนาํ มาซ9ึงความสาํ เร็จในการไกล่
เกล9ียไดห้ รือไม่ขึนP อยู่กับความไวว้ างใจของคู่กรณีท9ีมีต่อความน่าเช9ือถือของผูไ้ กล่เกล9ีย เหตุผล
เน9ืองจากหากค่กู รณีไม่มีความเช9ือถือหรือไวว้ างใจต่อผไู้ กล่เกล9ียแลว้ ค่กู รณีท9ีทะเลาะหรือขดั แยง้

105


กนั นนัP ยอ่ มไมเ่ ปิดเผยส9ิงท9ีอย่เู บือP งหลงั หรอื ความลบั ท9ีซอ่ นเรน้ อยใู่ นความขดั แยง้ หรอื ท9ีเรยี กในทาง
วิชาการวา่ "ความตอ้ งการท9ีแทจ้ รงิ " ซง9ึ อยใู่ ตน้ าPํ ใหโ้ ผลข่ นึP มาเหนือนาPํ ได้ การแกไ้ ขปัญหาขอ้ ขดั แยง้
ท9ีเกิดขึนP ย่อมไม่มีทางท9ีจะสลายให้หมดสินP ไปได้น9ันเอง หากแต่รอเวลาท9ีจะปะทุขึนP มาใหม่
เน9ืองจากปัญหาท9ีเป็นประเดน็ สาํ คญั ท9ีทาํ ใหเ้ กิดการทะเลาะกนั จรงิ ๆนนัP ยงั ไมไ่ ดร้ บั การแกไ้ ข

7. วางตวั เป็ นกลางเสมอ

ปัญหาท9ีเกิดขึนP ระหว่างการไกล่เกล9ียในพืนP ท9ีสามจงั หวดั ชายแดนภาคใตท้ 9ีสาํ คญั ประการ
หน9ึงก็คือ ผทู้ 9ีทาํ หนา้ ท9ีไกลเ่ กล9ียเป็นบคุ คลท9ีมีสว่ นไดเ้ สียหรอื มีความเก9ียวขอ้ งหรอื แมแ้ ต่เป็นท9ีรูจ้ กั
กบั คกู่ รณีฝ่ายใดฝ่ายหน9งึ เป็นพิเศษยอ่ มจะเป็นผลทาํ ใหเ้ กิดความไมเ่ ป็นกลางหรือบางกรณีอาจจะ
เกิดการลาํ เอียง เขา้ ขา้ งฝ่ ายใดฝ่ ายหน9ึงทาํ ใหก้ ารไกล่เกล9ียมิไดเ้ กิดจากความยตุ ิธรรมหรือความ
เป็นกลางอย่างแทจ้ ริง ผลท9ีไดร้ บั อาจจะไม่สามารถท9ีจะป้องกันปัญหามิใหเ้ กิดขึนP ซาPํ อีกไดใ้ น
อนาคต ดว้ ยเหตนุ ีP สภาพความมีสว่ นไดเ้ สียในฐานะเป็นทายาทหรอื คนท9ีสนิทกบั ค่กู รณีหรอื ความ
เป็นกลางของผทู้ 9ีจะทาํ หนา้ ท9ีไกล่เกล9ียจึงมีความสาํ คญั อย่างย9ิง รวมทงัP การปฏิบตั ิหนา้ ท9ีก็จะตอ้ ง
วางตวั เป็นกลางดว้ ยเช่นกนั โดยการแสดงออกของผไู้ กล่เกล9ียท9ีใหค้ วามสาํ คญั กบั ค่กู รณีทงัP สอง
ฝ่ ายอย่างเท่าเทียมกัน อันจะนาํ มาซ9ึงการยอมรบั และความน่าเช9ือถือของผูท้ าํ หนา้ ท9ีไกล่เกล9ีย
รวมถงึ การยอมรบั ในผลท9ีไดร้ บั จากการไกลเ่ กล9ยี ดว้ ย

8. การรักษาความลับ

โดยหลกั ท9วั ไปของการไกล่เกล9ีย ส9ิงท9ีสาํ คญั ท9ีเป็นองคป์ ระกอบหรือเง9ือนไขท9ีจะตอ้ งมีการ
บอกกล่าวใหค้ ู่กรณีทังP สองฝ่ ายไดร้ บั ทราบในเบือP งตน้ ก่อนว่า ส9ิงท9ีจะดาํ เนินการต่อไปนีP รวมทังP
เนือP หาของการไกล่เกล9ียทงัP หมดจะถูกรกั ษาไวเ้ ป็นความลบั โดยจะไม่เปิดเผยหรือแพรง่ พรายให้
ผูใ้ ดไดร้ บั ทราบ ซ9ึงการรกั ษาความลบั นีจP ะเป็นผลทาํ ใหค้ ู่กรณีเกิดความไวว้ างใจและยินดีท9ีจะ
เปิดเผยทกุ อย่างท9ีอย่ภู ายในออกมาเพ9ือทาํ การไกล่เกล9ียทงัP หมด ถา้ ผไู้ กล่เกล9ียไม่รกั ษาความลบั
คกู่ รณีจะไม่บอกส9ิงท9ีเป็นความลบั ถา้ หากจะแกป้ ัญหาจรงิ ๆ ใหไ้ ด้ ผไู้ กลเ่ กล9ียตอ้ งลว้ งความลบั ให้
หมด เขาตอ้ งยินยอมเปิด เช่น ปากเหม็นหรอื เซ็กสจ์ ดั เพราะฉะนนัP ผไู้ กลเ่ กล9ียตอ้ งพดู ก่อนและพดู

106


เสมอๆ ว่า การไกล่เกล9ียครงัP นีจP ะถูกเก็บไวเ้ ป็นความลบั ไม่เปิดเผยใหใ้ คร เวน้ แต่ผลของการไกล่
เกล9ยี เทา่ นนัP

9. มคี วามชาญฉลาด แก้ไขปัญหาเก่ง

เป็นท9ีแน่นอนอย่างย9ิงว่าผทู้ 9ีทาํ การไกล่เกล9ียจาํ ตอ้ งมีความเฉลียวฉลาดและสามารถแกไ้ ข
ปัญหาสถานการณเ์ ฉพาะหนา้ ไดเ้ ป็นอย่างดีจึงจะทาํ ใหก้ ารไกล่เกล9ียเป็นผลสาํ เรจ็ ทงัP นีเP พราะใน
ขณะท9ีทาํ การไกลเ่ กล9ียนนัP ยอ่ มอาจเกิดปัญหาแทรกซอ้ นขนึP ไดเ้ สมอ หากผทู้ 9ีทาํ หนา้ ท9ีไกลเ่ กล9ียไมม่ ี
วิจารณญาณท9ีจะสามารถแกไ้ ขปัญหาท9ีเผชิญเบือP งหนา้ ไดเ้ ป็นอย่างดีแลว้ ย่อมเป็นผลทาํ ใหก้ าร
ไกล่เกล9ียมีอุปสรรคหรือส9ิงขัดขวางมากย9ิงขึนP อันจะเป็นผลทาํ ใหเ้ ป้าหมายในการไกล่เกล9ียไม่
สามารถสมั ฤทธิŒผลอยา่ งแนน่ อน

เหตผุ ลท9ีตอ้ งกาํ หนดคณุ สมบตั ิของผทู้ 9ีทาํ หนา้ ท9ีไกล่เกล9ียไวอ้ ย่างมากมายเช่นนีเP น9ืองจาก
เม9ือเป้าหมายท9ีตอ้ งการใหเ้ กิดขึนP คือ การคืนดีกันระหว่างคู่กรณีทงัP สองฝ่ าย เพราะฉะนันP ผูไ้ กล่
เกล9ียจงึ ตอ้ งเป็นคนท9ีมีบคุ ลกิ ภาพดี มีจิตวิทยาสงู พรอ้ มทงัP มีวาทศิลป์ ท9ีสามารถเกลียP กลอ่ มหรอื ชกั
จูงใหค้ ู่กรณีท9ีตอ้ งการเลิกกันนันP สามารถกลบั คืนดีกันไดเ้ ช่นเดิมโดยมีความเขา้ ใจซ9ึงกันและกัน
รวมทงัP ยินดีท9ีจะรว่ มกนั แกไ้ ขปัญหาท9ีเกิดขึนP และรว่ มกนั คน้ หามาตรการป้องกนั ท9ีจะไม่ใหป้ ัญหา
กลับคืนมาหรือเพ9ิมขึนP จากเดิม ดว้ ยเหตุนีP ผู้ท9ีทาํ การไกล่เกล9ียจึงตอ้ งมีความชาญฉลาดและ
สามารถชว่ ยเหลอื เพ9ือใหค้ กู่ รณีสามารถแกไ้ ขปัญหาไดส้ าํ เรจ็

ทงัP l ขอ้ นีคP ือคณุ สมบตั ิท9ีจาํ เป็นตอ้ งมีของผไู้ กล่เกล9ีย ซ9ึงไม่ใช่ทกุ คนจะเป็นผไู้ กล่เกล9ียได้
เพราะบางทีอาจมีคณุ สมบตั ิไม่ครบ แต่ไม่ใช่ว่าเฉพาะคนท9ีมีคณุ สมบตั ิทงัP l ขอ้ นีถP ึงจะเป็นผไู้ กล่
เกล9ียได้ คนท9ีมีคณุ สมบตั ิไม่ครบก็สามารถเรยี นรูไ้ ด้ สามารถปรบั ตวั เองไดแ้ ต่ไม่ใช่ว่าทกุ คนจะทาํ
ไดห้ มด

107


คุณสมบตั ภิ ายในของผู้ไกล่เกลย0ี ตามวถิ อี สิ ลาม

1. มคี วามบริสุทธิใu จ อคิ ลาส

ผไู้ กลเ่ กล9ียจะตอ้ งตงัP เจตนาว่าทาํ การไกลเ่ กล9ียเพ9ือหวงั ความโปรดปรานจากอลั ลอฮ ถา้ ทาํ
เพ9ือหวงั ช9ือเสยี งก็อาจจะไมส่ าํ เรจ็ เพราะเป็นการเรม9ิ ตน้ ดว้ ยกบั ส9งิ ผิด สาเหตขุ องปัญหาเกิดขนึP จาก
บุคคลท9ีฝ่ าฝืนขอ้ หา้ มหรือไม่ปฏิบตั ิตามขอ้ ใช้ เพราะฉะนนัP ตอ้ งปราศจากอยุ บุ (หลงตวั เอง) ริยาอ์
(โออ้ วด) ซมุ อะฮ(์ โฆษณาการทาํ ความดีของตวั เอง)

2. มคี วามยุตธิ รรม อะดาละฮ์

ความยุติธรรมคือรากฐานของอิสลามอยู่แลว้ ซ9ึงตรงกับหลกั สากลท9ีบอกว่าตอ้ งใหค้ วาม
เป็นธรรมกับทัPงสองฝ่ าย ยกตัวอย่าง การนิกะฮ์ คนท9ีเป็นวะลียห์ รือพยานในการอะก็อดนิกะฮ์
จาํ เป็นตอ้ งมีความอะดาละฮ์ และหน9ึงในเง9ือนไขของคนท9ีจะมีความอะดาละฮค์ ือตอ้ งไม่ทาํ บาป
ใหญ่หรอื ทาํ บาปเลก็ เป็นประจาํ เชน่ การทิงP ละหมาด เป็นตน้

3. มคี วามอดทน ซอบรั

หลกั สากลในเรอ9ื งความอดทนจะมีเทคนิคคือการฟังอยา่ งตงัP ใจ และ Appreciative Inquiry
หรอื AI คือ กระบวนการท9ีขบั เคล9ือนใหเ้ กิดการถามคาํ ถามในเชิงบวก คน้ หาสาเหตสุ าํ คญั ท9ีทาํ ให้
ระบบดาํ เนินไปอย่างดีท9ีสดุ ยกตวั อย่างเช่น สามีซือP ของฝากราคาแพงชนิดหน9ึงเพ9ือมาใหค้ นใน
ครอบครวั แต่กลบั โดนภรรยาต่อว่าว่าซือP มาทาํ ไมราคาแพง เอาไปซือP อย่างอ9ืนดีกว่า ถา้ ฟังจาก

108


คาํ พดู แลว้ รูส้ กึ วา่ อยา่ งไร สามีทาํ งานกลบั มาเหน9ือยๆ แลว้ เดินทางไปซือP ของ เสียเงินแลว้ เอามาให้
แต่กลบั โดนว่า ถา้ สามีไม่มี appreciative inquiry สามีจะมีความรูส้ ึกในแง่ลบทนั ทีเลยเพราะมนั
เป็นคาํ พดู ท9ีทาํ ใหค้ นซือP เสียกาํ ลงั ใจ แตส่ ามีตอ้ งไมฟ่ ังและตอ้ งสกดั ส9งิ ท9ีภรรยาตอ้ งการ ความดีของ
เขา คณุ ค่าของเขาท9ีเขาพดู ออกมาท9ีไม่ใช่คาํ พดู คาํ ว่า appreciative คือ การมีบญุ คณุ ส่วนคาํ ว่า
inquiry คือการไต่สวน เพราะฉะนนัP ความหมายท9ีสามีควรจะคน้ หา คือ ความประสงคด์ ีกบั สามีท9ี
ไม่อยากใหส้ ามีไปซือP ของและเสียเงินเสียทองมาใหเ้ ขา คราวหนา้ อาจจะไม่ตอ้ งหรอื ใชอ้ ย่างอ9ืนท9ี
ไม่แพงขนาดนีP น9ีคือการตีความหมายแบบ AI ถา้ สามีฟังแลว้ ไม่ใชก้ ระบวนการนีP สามีก็อาจจะ
ประชดประชนั เอาไปใหค้ นอ9ืนซ9งึ ทาํ ไม่ไดต้ ามวตั ถปุ ระสงคท์ 9ีสามีตอ้ งการแต่แรก เพราะฉะนนัP ส9ิงนีP
ตอ้ งใชค้ วามอดทนท9ีจะฟังคาํ พดู ไมด่ ี แตแ่ ปลงเป็นคาํ พดู ท9ีดี

สว่ นในมมุ มองของอิสลามคือ การอดทนนนัP มีอยู่ h รูปแบบ คือ

b. อดทนตอ่ การปฎิบตั ติ าม(ตออตั )ตอ่ อลั ลอฮ

^. อดทนตอ่ การไมท่ าํ ความช9วั

h. อดทนตอ่ บททดสอบตา่ งๆ ท9ีมาประสบ

ถ้าคนท9ีไม่มีความอดทนจากทัPงสามขอ้ ท9ีกล่าวมาเม9ือเจอเหตุการณ์ต่างๆ ก็จะพร9าํ บ่น
ตลอดเวลาและเวลาเป็นผไู้ กล่เกล9ีย ค่กู รณีก็อาจจาํ ภาพเดิมๆ ท9ีเขาเป็นคนไม่อดทนอย่างนีคP วาม
นา่ เช9ือถือก็จะลดลงตามไปดว้ ย

4. ขอความช่วยเหลอื จากอัลลอฮ

คือ ตอ้ งขอดอุ าและละหมาด ส9ิงนีจP าํ เป็นจะตอ้ งมีในวิถีอิสลามซ9งึ จะทาํ ใหเ้ กิดความสาํ เรจ็
เพราะเปา้ หมายคือ ตอ้ ง ทาํ ใหค้ กู่ รณีเป็นคนท9ีตกั วาแลว้ อลั ลอฮจะใหท้ างออก

109


ขันH ตอนการไกล่เกลย0ี ตามหลักสากล

ขนัP ตอนการไกล่เกล9ียนบั เป็นเร9ืองสาํ คญั อย่างย9ิงเน9ืองจากมีเป้าหมายท9ีตอ้ งการใหค้ ่กู รณี
สามารถบรรลคุ วามรว่ มมือกนั ในการแกไ้ ขปัญหาและหาทางออกรว่ มกนั ไดท้ ีละขนัP ทีละตอนซง9ึ เป็น
เหตผุ ลในทางจิตทยา ซง9ึ มีอยดู่ ว้ ยกนั 7 ขนัP ตอน ซง9ึ สามารถจดจาํ ไดง้ า่ ยๆ คือ -เตรยี มการ-วางกฎ -
กาํ หนดประเด็น-เคน้ ความตอ้ งการ-ประสานใจหาทางเลือก-หมดเปลือกเจรจา-จัดทาํ สัญญา
ลกู ผชู้ าย โดยมีรายละเอียดของขนัP ตอนตา่ งๆ ดงั นีคP ือ

0. ขนัP ตอนเตรยี มการก่อนการไกลเ่ กล9ยี
1. ขนัP ตอนการตกลงกตกิ าเบือP งตน้
2. ขนัP ตอนการกาํ หนดประเดน็ ปัญหา
3. ขนัP ตอนการคน้ หาความตอ้ งการท9ีแทจ้ รงิ
4. ขนัP ตอนเสนอทางเลอื ก
5. ขนัP ตอนการเจรจา
6. ขนัP ตอนจดั ทาํ สญั ญา
สาํ หรบั ขนัP ตอนท9ีสาํ คญั ในการไกลเ่ กล9ยี
- การคน้ หาปัญหาท9ีแทจ้ รงิ
- การเสนอทางเลอื กในการแกไ้ ข

110


- การโนม้ นา้ วใหส้ ามารถตกลงกนั ได้
- การจดั ทาํ ขอ้ สญั ญาท9ีปฏิบตั ไิ ดจ้ รงิ
สญั ญาท9ีจดั ทาํ ขนึP นีจP ะตอ้ งไม่ขดั กบั หลกั การศาสนา เช่น สญั ญาจ่ายดอกเบียP สญั ญาเร9อื ง
ตอ้ งหา้ ม สญั ญาในส9ิงท9ีตวั เองไม่มีการครอบครอง มนั จะมีหลกั เกณฑท์ 9ีแตกตา่ งจากการไกลเ่ กล9ีย
ขอ้ กฎหมายคือไมข่ ดั กฎหมายและไมข่ ดั ตอ่ หลกั การศาสนาดว้ ย

ขันU ตอน 0 เตรียมการก่อนไกล่เกลยCี

ปัจจยั ประการหน9ึงท9ีจะส่งผลต่อความสาํ เรจ็ ในการไกล่เกล9ียหรือไม่นนัP ก็คือ การเตรียมตวั
ก่อนการไกล่เกล9ีย เสมือนท9ีนกั มวยก่อนการขึนP ชกไฟตส์ าํ คญั นกั มวยคนนนัP จะตอ้ งมีการฟิ ตซอ้ ม
อย่างหนกั เพ9ือเตรียมตวั ก่อนการขึนP ต่อสบู้ นเวทีจรงิ หากนกั มวยคนใดฟิ ตซอ้ มเป็นอย่างดี การขึนP
ชกก็จะมีความพรอ้ มและไม่มีความหนกั ใจในการชกสกั เท่าไหรน่ กั แต่หากการฟิ ตซอ้ มนอ้ ย เวลา
ขนึP ชกบนเวทีนกั มวยคนนนัP ย่อมจะตอ้ งลาํ บากและหนกั ใจเป็นอย่างย9ิง การไกลเ่ กล9ียก็เช่นกนั หาก
มีการเตรียมตัวก่อนเป็นอย่างดี การไกล่เกล9ียย่อมสามารถประสบความสาํ เร็จไดม้ ากย9ิงขึนP อัน
เน9ืองมาจากผไู้ กลเ่ กล9ียเตรยี มความพรอ้ มท9ีจะรบั สถานการณต์ า่ งๆ ท9ีอาจเกิดขนึP และสามารถแกไ้ ข
ปัญหาไดเ้ ป็นอยา่ งดี ดว้ ยเหตนุ ีP การเตรยี มตวั ก่อนการไกลเ่ กล9ยี จงึ มีความสาํ คญั เป็นอยา่ งย9ิง
ขนัP ตอนนีถP ือว่าสาํ คญั มากในทางสากล แมจ้ ะมองว่าไม่ใช่ขนัP ตอนท9ีหน9ึง ไม่ไดเ้ ก9ียวขอ้ งกบั ค่กู รณี
แต่เก9ียวขอ้ งกับผูไ้ กล่เกล9ียเพราะตอ้ งเตรียมตวั เปรียบเสมือนมวยท9ีซอ้ มรอ้ ยยกแต่ชกแค่สิบยก

111


เพราะฉะนัPนขัPนตอนนีจP ึงตอ้ งเตรียมการเป็นอย่างดี ตอ้ งใชส้ ติปัญญาในการวางแผนทุกอย่าง
ขนัP ตอนและวิธีการในการเตรยี มตวั ก่อนการไกลเ่ กล9ยี สามารถสรุปไดด้ งั นีคP ือ

1. การหาข้อมูลเกยCี วกับคู่กรณีเบอืU งตน้

คือ จะตอ้ งทาํ ความเขา้ ใจวา่ คกู่ รณีเป็นใคร เช่น เป็นสามีภรรยากนั สามีจบการศกึ ษาอะไร
ภรรยาจบอะไร มีความรูศ้ าสนาขนาดไหน ตอ้ งประเมินทังP หมด คู่กรณีมีอีโกส้ ูงไหม ถา้ จบด็อก
เตอรก์ ็อาจจะมีทิฐิสงู แนน่ อน

c. การประเมนิ คู่กรณีทงัU สองฝ่ าย

2.1.ความรู้ ความเขา้ ใจทางศาสนาของคกู่ รณี

คือประเมินว่าความรูค้ วามเขา้ ใจทางศาสนามีขนาดไหน ละหมาดครบไหม จบท9ีไหน
มา และอะมลัP อิบาดะฮท์ าํ ครบถว้ นหรอื ไม่ พยายามปรบั ใหค้ กู่ รณีเขา้ มาในศาสนาใหม้ ากท9ีสดุ คน
มีศาสนาสามารถเขา้ ใจกนั ง่าย ท่านศาสดามฮู าํ หมดั ( ศ็อลลลั ลอฮฮอุ ะลยั ฮิวะสลั ลมั )ไดท้ าํ ไวเ้ ป็น
ตวั อย่าง หลงั จากท9ีท่านฮิจเราะฮจ์ ากมกั กะฮไ์ ปอย่ทู 9ีเมืองยธั ริบก็คือเมืองมาดีนะฮป์ รากฏว่ามี 2
ชนเผา่ คือเผา่ เอาวสแ์ ละคอสรอจญซ์ ง9ึ เป็นชาวอาหรบั พืนP เมืองท9ีทะเลาะกนั มานานหลายรอ้ ยปีและ
ไดฆ้ า่ กนั ตายมาตลอด ทา่ นศาสดาเอาอิสลามมาเผยแพรพ่ อทงัP สองเผา่ ไดเ้ ขา้ รบั อิสลามแลว้ ก็คืนดี
กันดว้ ยอิสลาม ท่านศาสดาไดท้ าํ ใหเ้ ป็นตวั อย่างว่าเม9ือคนเขา้ ใจอิสลามมากขึนP มีอีมานมากขึนP
การไกลเ่ กล9ียการคืนดีก็เกิดขนึP ง่าย เพราะฉะนนัP ถา้ ผไู้ กลเ่ กล9ียประเมินแลว้ วา่ คกู่ รณีมีความรูค้ วาม
เขา้ ใจศาสนานอ้ ย กรณีก็ตอ้ งใหค้ วามเขา้ ใจทางศาสนามากขนึP

2.^ ความเครง่ ครดั ในการปฏิบตั ติ นเป็นผศู้ รทั ธา

2.3 แนวความคดิ ทศั นคตแิ ละอดุ มการณ์

^.i ความมีมนษุ ยส์ มั พนั ธท์ 9ีดี

112


ขอ้ นีกP ็สาํ คัญเพราะถา้ คู่กรณีไม่มีมนุษยส์ มั พันธเ์ ลย เป็นคนท9ีเก็บตัวก็เขา้ ใจยาก
บางทีผไู้ กลเ่ กล9ยี ก็ตอ้ งมีวิธีการจดั การกบั คนเหลา่ นีP

2.5 ลกั ษณะและอปุ นิสยั สว่ นตวั

บางทีเป็นคนพูดเสียงดงั เวลาพูดตอ้ งชีนP ิวP อย่างนีผP ูไ้ กล่เกล9ียตอ้ งมีวิธีการ เช่น ให้
เขาเปล9ียนจากชีนP ิวP ใส่อีกฝ่ ายเป็นการพูดเล่าใหผ้ ูไ้ กล่เกล9ียฟังแทนใหม้ องหนา้ ผูไ้ กล่เกล9ีย น9ีคือ
วิธีการจัดการใหเ้ ขาแสดงลกั ษณะอุปนิสยั กับผูไ้ กล่เกล9ีย ผูไ้ กล่เกล9ียตอ้ งดูดซบั แลว้ เปล9ียนจาก
คาํ พูดท9ีไม่ดีหรือกา้ วรา้ วใหเ้ ป็นคาํ พูดท9ีดี จดั กรอบจากเร9ืองท9ีไม่มีสาระวนไปวนมาใหก้ ลายเป็น
เรอ9ื งท9ีมีเหตผุ ล

2. พจิ ารณาวัตถุแหง่ ข้อพพิ าท

คือ พิจารณาวา่ ขอ้ ขดั แยง้ เป็นเรอ9ื งอะไร เช่น เรอ9ื งวากฟั เรอ9ื งหยา่ เรอ9ื งนาฟาเกาะฮ์ เรอ9ื ง
แบง่ มรดก เรอ9ื งความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งพ9ีนอ้ ง การใหโ้ ดยเสนห่ า หรอื อ9ืนๆ

h. ประเมนิ ความสามารถของผู้ไกล่เกลยCี

คือ ประเมินว่าผไู้ กลเ่ กล9ียมีความชาํ นาญเร9อื งนีหP รอื ไม่ ผไู้ กลเ่ กล9ียจะหาทางออกไดไ้ หม
ถา้ เร9อื งท9ีวากฟั ผไู้ กล่เกล9ียมีความรูด้ า้ นวากฟั ไหม ถา้ วากฟั ไม่ไดจ้ ะสามารถเปล9ียนวตั ถทุ 9ีวากฟั ได้
ไหม ถา้ ผไู้ กลเ่ กล9ียมีความรูก้ ็แปลวา่ มีความสามารถ ถา้ คิดวา่ ไม่ชาํ นาญ ไม่มีความรูใ้ นเร9อื งนีเP ลย
ยกตวั อย่างคดีระหว่างนกั กีฬากบั สมาคมเขาทะเลาะกนั กลา่ วคือ สมาคมไม่เสนอนกั กีฬาคนนีไP ป
แข่งขนั ในการแข่งขนั ในเวทีใหญ่ๆ แลว้ มาฟ้องกนั เร9อื งเรยี กคา่ เสียหาย เร9อื งสปอนเซอร์ เร9อื งคา่ ตวั
ถามวา่ ผไู้ กลเ่ กล9ียมีความรูค้ วามสามารถเร9อื งท9ีเก9ียวกบั อาชีพนีไP หม ถา้ ไม่รูไ้ ม่เขา้ ใจวิธีการกาํ หนด
สปอนเซอร์ การกาํ หนดลขิ สทิ ธิŒหรอื เรอ9ื งสญั ญาบรษิ ัทตา่ งๆ ก็แปลวา่ ผไู้ กลเ่ กล9ียไมม่ ีความสามารถ
แต่ถ้าคิดว่าสามารถหาข้อมูลได้ไม่ยากก็สามารถรับไกล่เกล9ียได้ เพราะฉะนัPนต้องประเมิน
ความสามารถของผไู้ กล่เกล9ียก่อนว่าไกล่เกล9ียไดไ้ หมและมีโอกาสท9ีจะไกล่เกล9ียสาํ เรจ็ หรือไม่ ให้
มองปลายอุโมงคว์ ่าทางออกของเร9ืองนีจP ะออกมาเป็นอย่างไร สมมุติเร9ืองลิขสิทธิŒจะจัดการว9ิง

113


มาราธอนหรือว9ิงการกุศล ท่านรูไ้ หมว่าตอนนีมP ีบริษัทรบั จา้ งจัดการว9ิง (ออแกไนเซอร)์ คนจัด
อาจจะไดเ้ งินไมเ่ ยอะ แตพ่ วกออแกไนเซอรไ์ ดค้ า่ ลขิ สทิ ธิŒเยอะมาก ผจู้ ดั ตอ้ งเขา้ ใจไมเ่ ชน่ นนัP จะเสียรู้
เขา เพราะฉะนันP จะเห็นไดว้ ่าเวลาจะไกล่เกล9ีย ผูไ้ กล่เกล9ียตอ้ งมีความรู้ มีโอกาสสาํ เร็จหรือตอ้ ง
มองเหน็ วา่ จะทาํ อะไรไดบ้ า้ งและตอ้ งดวู า่ ขดั แยง้ กบั เรอ9ื งอะไรบา้ ง

5. การคาดหมายเกยCี วกับสถานการณท์ อีC าจจะเกดิ ขนึU

ผูไ้ กล่เกล9ียตอ้ งพิจารณาก่อนว่าเร9ืองท9ีคู่กรณีขัดแยง้ กันนีจP ะมีผลประโยชน์ เกียรติยศ
ช9ือเสียง คณุ ค่า มาเก9ียวพนั ดว้ ยหรือไม่ ผไู้ กล่เกล9ียจะตอ้ งคาดการณไ์ วก้ ่อนเพราะสมมตุ ิมีเร9ืองนีP
แลว้ จะใช้เทคนิคอย่างไร หรือจะค้นหาทางออกได้อย่างไร ควรจะต้องมีการวางแผนไวก้ ่อน
ลว่ งหนา้

6. การกาํ หนดเป้าประสงคท์ คCี วรจะเป็ น

ผไู้ กลเ่ กล9ียควรมองทางออกว่าจะเป็นอย่างไร ถา้ ไม่ไดอ้ ย่างนีแP ลว้ จะเป็นอย่างไร ควรมี
ไวอ้ ย่างนอ้ ย 3 แผน การไกล่เกล9ียในต่างประเทศผูไ้ กล่เกล9ียจะโทรไปถามซ9ึงไม่จาํ เป็นตอ้ งเรียก
ค่กู รณีมาคยุ เพ9ือจะประเมินว่าทิฐิของค่กู รณีว่ามีสงู ขนาดไหน วตั ถแุ ห่งขอ้ พิพาท เช่น สามีภรรยา
ทะเลาะกนั เร9อื งนาฟาเกาะ เพราะฉะนนัP เปา้ หมายคือเงิน แตเ่ งินอาจจะเป็นแคส่ ว่ นประกอบเพราะ
มนั อาจมีเรอ9ื งอ9ืนท9ีอยใู่ ตน้ าPํ อีกก็ได้ เรอ9ื งเงินอาจเป็นเพียงเรอ9ื งเหนือนาPํ เทา่ นนัP

114


เทคนิคการเตรียมตวั ก่อนการไกล่เกลย0ี

1. การพจิ ารณาว่ามสี ่วนไดเ้ สยี ในเรCืองขัดแย้งนีหU รือไม่

หากพิจารณาแลว้ เห็นวา่ ตนเองมีความเก9ียวขอ้ งในลกั ษณะท9ีเป็นญาติพ9ีนอ้ งกบั คกู่ รณีหรอื
เป็นเพ9ือนใกลช้ ิด หรือในทางตรงกันขา้ มตนเองเป็นอริศัตรูหรือไม่พอใจกับคู่กรณีบางคน ย่อม
แสดงใหเ้ ห็นถึงความไม่เป็นกลาง หากตนยงั ทาํ หนา้ ท9ีผไู้ กลเ่ กล9ียในกรณีดงั กลา่ ว เช่น กรณีสมมตุ ิ
ว่าผู้ไกล่เกล9ียเป็ นญาติกับคู่กรณี หรือรูจ้ ักเขาหรือไปมาหาสู่กัน ผลจะทําให้คู่กรณีอีกฝ่ าย
คลางแคลงใจว่าผู้ไกล่เกล9ียจะเข้าขา้ งหรือไม่ ความไม่เป็นกลาง ความไม่เป็นธรรม ความไม่
ไวว้ างใจ ยงั อาจจะสง่ ผลทาํ ใหค้ กู่ รณีไมย่ อมเปิดเผยความลบั ซง9ึ จะมีผลตอ่ การไกลเ่ กล9ยี ตอ่ ไปได้

2 .การประเมนิ ว่ามคี วามสามารถทจCี ะไกล่เกลยCี ไดส้ าํ เร็จหรือไม่

คือมีประสบการณ์ มีความรูใ้ นเรอ9ื งนนัP หรอื ไม่ ถา้ ไมม่ ีความรูอ้ ยา่ พง9ึ ทาํ แตค่ วรตอ้ งศกึ ษาหา
ความรูก้ ่อน เพราะความรูน้ นัP ตอ้ งมาก่อนการพดู และการกระทาํ ถา้ ผไู้ กลเ่ กล9ียยงั ไม่มีความรู้ ไม่วา่
จะพดู หรอื กระทาํ ก็ทาํ ไม่ได้ เพราะถา้ พดู โดยไม่รูห้ รือทาํ โดยไม่รูก้ ็ไม่มีประโยชนอ์ ะไร ขอ้ พิจารณา
ประการนีมP ิไดห้ มายความว่าผทู้ 9ีทาํ การไกล่เกล9ียเร9ืองใดจะตอ้ งมีความเช9ียวชาญหรือชาํ นาญการ
ในเร9ืองนนัP โดยเฉพาะจึงจะเหมาะสมท9ีจะทาํ การไกล่เกล9ีย แต่ทว่าตรงกนั ขา้ มในบางกรณีผทู้ 9ีทาํ
การไกล่เกล9ียหากเป็นผู้ท9ีมีความรูใ้ นเร9ืองนัPนก็อาจจะมีความคิดหรือความรูส้ ึกท9ีโน้มเอียงไป
ทางดา้ นค่กู รณีท9ีมีความคิดเห็นในเร9อื งนนัP ตรงกบั ผไู้ กลเ่ กล9ียได้ ดงั นนัP ในการทาํ หนา้ ท9ีไกลเ่ กล9ียผู้
ไกล่เกล9ียท9ีดีจะตอ้ งพึงระวงั หรือไม่ยึดติดกบั ความคิดเห็นของตนเองในเร9ืองหน9ึงเร9ืองใดท9ีตนเองรู้

115


มาซ9ึงจะตรงหรือไม่ตรงกบั ค่กู รณีฝ่ ายใดก็ได้ แต่ผไู้ กล่เกล9ียจะตอ้ งยอมรบั ฟังและใหค้ วามสาํ คญั
กบั ความคิดเห็นของคกู่ รณีในทกุ ความเห็นโดยไม่จาํ ตอ้ งพิจารณาวา่ ความคิดเห็นนนัP จะผิดหรอื ถกู
แตป่ ระการใด

3. การคาดการณห์ รือประเมนิ สถานการณล์ ่วงหน้า

โดยท9วั ไปแลว้ มกั มองว่าเป็นเร9อื งยากท9ีจะคาดการณไ์ วล้ ว่ งหนา้ ได้ แต่ในการไกลเ่ กล9ียท9ีดี
และประสบความสาํ เรจ็ ไดน้ นัP ผูไ้ กล่เกล9ียจะตอ้ งสามารถประเมินสถานการณท์ 9ีจะเกิดขึนP ไดก้ ่อน
ล่วงหนา้ ทังP นีโP ดยพิจารณาหรือประเมินจากขอ้ มูลต่างๆเก9ียวกับคู่กรณีเท่าท9ีทราบ ประกอบกับ
ปัจจัยในเร9ืองทัศนคติของคู่กรณีท9ีจะทาํ การไกล่เกล9ียว่ามีลกั ษณะท่าทีเช่นไร มีความเช9ือม9ันใน
ตนเองสงู หรอื ไม่ มีลกั ษณะเป็นคนท9ียอมรบั ความคิดเห็นของคนอ9ืนมากนอ้ ยเพียงใด และทศั นคติ
เก9ียวกับการยอมรบั และม9ันใจว่าการไกล่เกล9ียสามารถช่วยแก้ปัญหาของเขาไดจ้ ริง ส9ิงต่างๆ
เหลา่ นีลP ว้ นเป็นขอ้ มลู สาํ คญั ท9ีจะตอ้ งพงึ มีในการประเมิน หากผไู้ กลเ่ กล9ียยงั ไมส่ ามารถทราบขอ้ มลู
เหลา่ นีกP ็อาจจะทาํ การสอบถามโดยการโทรศพั ทส์ นทนากบั คกู่ รณีทงัP สองฝ่าย หรอื อาจจะไปพบปะ
เพ9ือพดู คยุ แลกเปล9ียนความคิดเห็นกบั ค่กู รณีในเร9ืองดงั กล่าวเพ9ือเป็นขอ้ มลู พืนP ฐานท9ีจะใชใ้ นการ
ประเมินและคาดการณส์ ถานการณล์ ่วงหนา้ ท9ีอาจจะเกิดขึนP ไดอ้ ย่างชดั เจนย9ิงขึนP โดยผไู้ กล่เกล9ีย
ควรจะคาดการณก์ ่อนว่าจะมีอะไรเกิดขนึP ยกตวั อย่างเช่น สามีภรรยาทะเลาะแลว้ หย่ากนั วตั ถขุ อ้
พิพาทคือนาฟาเกาะฮว์ ่าจะจ่ายเดือนละเท่าไหร่ และถา้ มีลกู หลายคนจะแบ่งกนั อย่างไร แน่นอน
สถานการณท์ 9ีจะเกิดขนึP คือตอ้ งมีการถกเถียงกนั ดงั นนัP ผไู้ กลเ่ กล9ียจงึ ตอ้ งควบคมุ เร9อื งการพดู จาให้
ได้ เพราะฉะนนัP ขอ้ กติกาอนั หน9ึงท9ีตอ้ งวางไวค้ ือ การพดู กนั คนละครงัP คนละก9ีนาที หา้ มใชถ้ อ้ ยคาํ
หยาบ และพดู ผา่ นผไู้ กลเ่ กล9ีย น9ีคือวิธีการท9ีผไู้ กลเ่ กล9ียจะจดั การและคาดการณไ์ วล้ ว่ งหนา้ วา่ จะใช้
เทคนิคอะไรในการรบั มือ สมมตุ ิถา้ ค่กู รณีบางฝ่ ายมีการศึกษาสงู ส่วนอีกฝ่ ายหน9ีงไม่มี หรือฝ่ าย
หน9ึงมีความรูศ้ าสนาแต่อีกฝ่ ายหน9ึงไม่มี อย่างนีผP ูไ้ กล่เกล9ียก็ตอ้ งมีวิธีการจัดการใหค้ ู่กรณีไดม้ ี
โอกาสรบั รูอ้ ยา่ งเสมอกนั

116


4. การวางแผนการใช้เทคนิครูปแบบตา่ งๆ

ขนัP ตอนต่อไปก็คือจะตอ้ งมีการวางแผนล่วงหนา้ ว่าสมควรท9ีจะใชเ้ ทคนิครูปแบบใดในการ
ไกล่เกล9ียท9ีจะทาํ ใหไ้ ดผ้ ลสาํ เร็จตามเป้าหมายท9ีวางไว้ ซ9ึงเทคนิคหรือรูปแบบท9ีจะใชน้ ีจP ะตอ้ งมี
ความเหมาะสมและมีความแม่นยาํ สูงในการไกล่เกล9ียใหเ้ ป็นผลสาํ เร็จ ทัPงนีโP ดยจะตอ้ งมีการ
วางแผนลว่ งหนา้ ท9ีจะใชส้ าํ หรบั ค่กู รณีแต่ละฝ่ายใหม้ ีความเหมาะสมดว้ ย ในกรณีท9ีมีการวางแผน
ลว่ งหนา้ ว่าจะใชเ้ ทคนิครูปแบบใดในการไกลเ่ กล9ีย แต่ทว่าในทางปฏิบตั ิจรงิ อาจเกิดปัญหาท9ีไม่ได้
คาดคิดขึนP ได้เสมอ ด้วยเหตุนีP จึงมีความจาํ เป็นท9ีผู้ไกล่เกล9ียจะต้องวางแผนสาํ รองหากเกิด
สถานการณท์ 9ีแผนแรกวางไวไ้ ม่ไดผ้ ลว่าควรปรบั เปล9ียนวิธีการหรือรูปแบบใดในอนั ดบั ต่อไป ไม่
สมควรรอใหส้ ถานการณ์หรือปัญหาเกิดขึนP ก่อนแลว้ จึงคิดหาทางแกไ้ ขปัญหาท9ีเผชิญอยู่เฉพาะ
หนา้ ทงัP นีเP พราะการแกไ้ ขสถานการณเ์ ฉพาะหนา้ อาจจะมีปัญหาอปุ สรรคและไม่ไดผ้ ลเท่าท9ีควร
หากมิไดม้ ีการวางแผนท9ีรอบคอบไวก้ ่อน

ส9ิงต่างๆ ดงั ท9ีไดก้ ล่าวมาแลว้ ขา้ งตน้ ชีใP หเ้ ห็นไดอ้ ย่างชดั เจนว่า การเตรียมตวั ก่อนการไกล่
เกล9ียเป็นส9ิงท9ีมีความสาํ คญั อย่างย9ิงและสง่ ผลทาํ ใหเ้ กิดความสาํ เรจ็ ในการไกลเ่ กล9ียไดเ้ ป็นอย่างดี
ดว้ ยเหตุนีP ขนัP ตอนหรือเทคนิคในการเตรียมตวั ก่อนล่วงหนา้ นีจP ึงเป็นส9ิงท9ีผูไ้ กล่เกล9ียไม่อาจท9ีจะ
มองขา้ มไปได้

117


ขันH ตอนที0 1 การเจรจา/ออกกฎกตกิ าเบอืH งตน้

1. การสร้างบรรยากาศใหเ้ ออืU ตอ่ การไกล่เกลยีC

เช่น การจดั โต๊ะตอ้ งจดั ใหเ้ ป็นวงกลมเพ9ือใหค้ ่กู รณีมองเห็นผูไ้ กล่เกล9ียไดโ้ ดยตรง มีนาPํ ชา
กาแฟมีขนมทาน อาจจะน9ังบนโซฟาก็ได้ แต่ตอ้ งใหเ้ ท่าเทียมกัน ผูไ้ กล่เกล9ียไม่จาํ เป็นตอ้ งใส่สทู
หรอื ผกู เน็คไทคซ์ ง9ึ จะทาํ ใหค้ กู่ รณีรูส้ กึ เกรง็ และทาํ ใหบ้ รรยากาศเครยี ด ไมเ่ ป็นกนั เอง แตค่ วรตอ้ งทาํ
ให้บรรยากาศสบายๆ ผ่อนคลาย เพราะคู่กรณีทัPงสองฝ่ ายทะเลาะกัน ผู้ไกล่เกล9ียควรสรา้ ง
บรรยากาศใหเ้ หมาะสมท9ีจะพดู คยุ กนั ไดเ้ ป็นอย่างดี เวลาถามก็ตอ้ งถามทงัP สองฝ่าย อย่าถามฝ่าย
ใดฝ่ายหน9งึ เช่น ชวนคกู่ รณีฝ่ายหน9งึ คยุ เรอ9ื งใด อยา่ งนีจP ะทาํ ใหอ้ ีกฝ่ายรูส้ กึ วา่ ผไู้ กลเ่ กล9ียไปเขา้ ขา้ ง
อีกฝ่ายหนง9ึ ผไู้ กลเ่ กล9ยี ตอ้ งวางตวั เป็นกลาง คือ ใชถ้ ามคลา้ ยๆกนั

2. การใหข้ ้อมูลสาํ คัญก่อนการไกล่เกลยีC

เช่น การสอบถามค่กู รณีแต่ละฝ่ ายว่ารูจ้ กั และเขา้ ใจเร9อื งการไกล่เกล9ียหรือไม่ เพียงใด ถา้
หากค่กู รณียงั ไม่มีความรูห้ รือยงั ไม่เขา้ ใจมากพอ ผไู้ กล่เกล9ียจะตอ้ งอธิบายใหค้ ่กู รณีฟัง และตอ้ ง
ถามทงัP สองฝ่ายเทา่ เทียมกนั ดว้ ย

3. การตกลงกตกิ าหรือกฎเกณฑท์ จCี ะใช้ในการเจรจาไกล่เกลยCี

อนั ท9ีจรงิ หวั ขอ้ นีผP ไู้ กลเ่ กล9ียจะตอ้ งเตรยี มมาแลว้ ว่าควรจะมีการกาํ หนดกติกาอะไรบา้ ง แต่
จะบอกไม่ได้ ตอ้ งใหค้ ู่กรณีเป็นผูเ้ สนอกติกาเอง ผูไ้ กล่เกล9ียบางคนจะบอกว่า ”ผมกาํ หนดกฎ
กติกาเลยนะ” อย่างนีไP ม่ได้ ในทางไกลเ่ กล9ียตอ้ งใหค้ กู่ รณีกาํ หนดกนั เอง แตผ่ ไู้ กลเ่ กล9ียตอ้ งเป็นคน

118


ตงัP คาํ ถามในการท9ีจะใหค้ กู่ รณีกาํ หนดเองวา่ ถา้ คยุ กนั แลว้ ตา่ งคนตา่ งคยุ ก็จะไม่รูเ้ ร9อื ง ทา่ นคิดเห็น
วา่ เราควรกาํ หนดกฎกติการว่ มกนั ในการพดู คยุ ไหม ถามทงัP สองฝ่าย ถา้ เขาตกลงก็เขาพดู คยุ กนั ใน
เร9อื งกฎกติกาวา่ จะพดู คยุ กนั อย่างไร อาจจะพดู ทีละคน เขาก็บอกทีละครงัP แลว้ ครงัP ละก9ีนาทีดี อนั
นีคP ือตวั อยา่ งในการเจรจาทีละขนัP ทีละตอน

4. เทคนิคการชมเชยกรณีทมCี คี วามร่วมมอื กัน

เทคนิคนีสP าํ คญั มากซ9ึงผูไ้ กล่เกล9ียสมควรใชอ้ ย่างย9ิงเน9ืองจากคู่กรณีทะเลาะกัน แต่พอผู้
ไกล่เกล9ียบอกว่า ในวนั นีP (อัลฮัมดุลิลP ลาฮ)์ เรามีโอกาสไดม้ าคุยกันแลว้ ทังP สองฝ่ ายตกลงกติกา
รว่ มกนั ไดห้ ลายขอ้ คือ 1.พดู กนั คนละครงัP 2. พดู กนั ไมเ่ กินคนละ 5 นาที 3.หา้ มใชถ้ อ้ ยคาํ หยาบ 4.
ใหพ้ ดู ผ่านผไู้ กลเ่ กล9ีย เห็นไหมวา่ เราก็ตกลงกนั ได้ 4 เร9อื งแลว้ (อลั ฮมั ดลุ ิลP ลาฮ)์ มีแนวโนม้ ท9ีเราจะ
ไปส่คู วามสาํ เรจ็ ได้ น9ีแค่เร9อื งกฏเกณฑห์ รอื กติกาเบือP งตน้ เรายงั สามารถคยุ และตกลงกนั ได้ ผไู้ กล่
เกล9ยี ตอ้ งชมเชยคกู่ รณีทงัP สองฝ่ายเพ9ือใหม้ ีกาํ ลงั ใจในการไกลเ่ กล9ยี ในขนัP ตอนตอ่ ไป

5. เทคนิคการทาํ ใหส้ ถานการณก์ ลับเป็ นปกติ

สมมุติคู่กรณีไม่ยอมหรือขดั ขืนในขนัP ตอนการกาํ หนดกติกา เช่น ฝ่ ายหน9ึงเสนอว่าขอพูด
ฝ่ายละ 10 นาที อีกฝ่ายเสนอวา่ 5 นาทีก็พอ ขดั แยง้ กนั ในเร9อื งจาํ นวนนาที แคน่ ีกP ็เรม9ิ แลว้ น9ีขนาด
ยงั ไม่ไดเ้ ขา้ สขู่ อ้ พิพาท สถานการณเ์ ช่นนีผP ไู้ กลเ่ กล9ียตอ้ งใชเ้ ทคนิคการทาํ ใหส้ ถานการณก์ ลบั คืนสู่
ปกติใหไ้ ด้ คือเทคนิคแรกผไู้ กล่เกล9ียตอ้ งสรา้ งสมดลุ ใหอ้ ย่กู 9ึงกลางโดยใหอ้ ีกฝ่ ายเพ9ิมจาํ นวนนาที
และอีกฝ่ายลดลง เทคนิคสองคือ ถามลงรายละเอียดเป็นคาํ ถามปลายเปิด ถามเขาวา่ “ท9ีวา่ เสนอ
10 นาทีนีคP ือเรอ9ื งอะไร ทาํ ไมทา่ นถงึ ตอ้ งใชเ้ วลานานถงึ 10 นาที เลา่ ใหฟ้ ังไดไ้ หม” สมมตุ เิ ขาพดู วา่
มนั มีเร9ืองยาวหลายประเด็น แต่อีกฝ่ ายหน9ึงบอก ไม่เอา เอาแค่ 5 นาทียืนกราน อีกฝ่ ายบอกตอ้ ง
10 นาทีเพราะตอ้ งพดู ยาวบางเร9ืองมนั ยาว ผไู้ กล่เกล9ียตอ้ งพดู ว่า งนัP เราตอ้ งหาแนวทางกลางแลว้
ถา้ ไม่เพ9ิม 5 นาทีหรอื ลด 10 นาที ก็ตอ้ งบอกว่า “ถา้ เช่นนนัP เอาอย่างนีไP ดไ้ หมครบั ปกติพดู 5 นาที
ถา้ มีเร9อื งสาํ คญั จะเพ9ิมใหไ้ ม่เกิน 10 นาที” ขอ้ เสนอเช่นนีจP ะเห็นไดว้ า่ win-win ทงัP คู่ 5 นาทีก็ยงั อยู่
10 นาทีก็ยงั ได้ ถา้ เป็นเร9ืองสาํ คญั แลว้ ผไู้ กล่เกล9ียจะใหอ้ ีกฝ่ ายหน9ึงพดู 10 นาทีเหมือนกนั ตอ้ งให้

119


ทัPงสองฝ่ ายชนะ อันนีPคือ หาจุดกลางร่วมกันไม่ใช่สมดุล น9ีคือเทคนิคในการไกล่เกล9ียเร9ือง
ผลประโยชน์

สมมตุ ิถา้ เถียงกนั หรอื ไม่ยอมหรอื ใชถ้ อ้ ยคาํ หยาบหรอื ด่าอีกฝ่ ายหรอื มีการชีหP นา้ กนั ผไู้ กล่
เกล9ียก็ตอ้ งเตือนวา่ “เม9ือสกั ครูเ่ ราไดต้ กลงกนั แลว้ วา่ มีกติกาสามขอ้ หา้ มใชถ้ อ้ ยคาํ หยาบใชห่ รอื ไม่
แลว้ เวลาพูดใหพ้ ูดมาท9ีผูไ้ กล่เกล9ีย ไม่ไหพ้ ูดใส่อีกฝ่ ายหน9ึงนะ ท่านยังจาํ ไดไ้ หมกติกานี”P น9ีคือ
ตวั อย่างคาํ พดู ท9ีผไู้ กลเ่ กล9ียตอ้ งทาํ ใหเ้ ขากลบั เขา้ สสู่ ถานการณเ์ ดิมวา่ เรายงั อยกู่ บั การไกลเ่ กล9ียอยู่
อย่าพ9ึงไปมีอารมณ์ เพราะฉะนนัP เทคนิคของการไกล่เกล9ียคือ ดึงอารมณ์ แยกขอ้ เท็จจรงิ ออกจาก
อารมณ์ เอาอารมณท์ ิงP ไปแลว้ เอาขอ้ เท็จจรงิ มาพดู กนั วิธีการจะดบั อารมณค์ ือ ตอ้ งใหเ้ ขาพดู ผา่ นผู้
ไกลเ่ กล9ยี เลา่ ใหผ้ ไู้ กลเ่ กล9ยี ฟัง ใชถ้ อ้ ยคาํ สภุ าพ แลว้ ผไู้ กลเ่ กล9ยี คอ่ ยสรุปแลว้ ถามวา่ ใชห่ รอื ไม่

6. เทคนิคกรณีทตCี กลงกันไม่ไดบ้ างประเดน็

สมมุติว่ามีกรณีท9ีตกลงกันไม่ไดใ้ นบางประเด็นแสดงให้เห็นว่า ผู้ไกล่เกล9ียจะตอ้ งลอง
ทดสอบเร9ืองเล็กๆ เสมือนหน9ึงเป็นการไกล่เกล9ียเบือP งตน้ ในขอ้ ท9ีตกลงไม่ได้ ในลกั ษณะของดาร
ประลองกาํ ลงั ของค่กู รณีดวู ่าค่กู รณีจะมีทิฐิสงู ขนาดไหน ถา้ เร9ืองเล็กๆ ยงั มีปัญหา เร9ืองใหญ่ๆ ก็
ยอ่ มจะมีปัญหามากกวา่ นีP ผไู้ กลเ่ กล9ียจะตอ้ งใชเ้ ทคนิคจดั การใหไ้ ด้ สมมตุ ิถา้ หาทางออกไดแ้ ปลวา่
ผูไ้ กล่เกล9ียชนะในสงครามเล็กแลว้ ต่อไปในสงครามใหญ่ผูไ้ กล่เกล9ียก็ย่อมจะสามารถจดั การได้
เพราะรูว้ ิธีการแลว้

7. เทคนิคการพจิ ารณาตนเอง

กล่าวคือ ผูไ้ กล่เกล9ียตอ้ งมองว่าส9ิงท9ีเกิดขึนP หรือท9ีคู่กรณีไม่ยอมร่วมมือกันหรือตกลงกัน
ไม่ไดห้ รือมีปัญหาหรือไม่ทาํ ตามกติกาเป็นเพราะผูไ้ กล่เกล9ียทาํ หนา้ ท9ีไม่ดี มองตวั เองท9ีไม่ดีเป็น
หลกั เพราะฉะนันP ถา้ คู่กรณีไม่ยอมเช9ือฟังผูไ้ กล่เกล9ีย ผูไ้ กล่เกล9ียตอ้ งพูดกับตวั เองว่า คงตอ้ งทาํ
อะไรผิดอย่างแน่นอน ดงั นนัP ผไู้ กล่เกล9ียจะตอ้ งขออภยั โทษต่ออลั ลอฮ (อสั ตฆั ฟิ รุล้ ลอฮ) แลว้ ให้
กลา่ ววา่ “ เดŠียวจะขอเรม9ิ ตน้ ใหมน่ ะ “ เพราะอาจจะมีอะไรผิดพลาด เชน่ อาจจะไมไ่ ดบ้ อกขอ้ ความ

120


หนง9ึ ใหค้ กู่ รณีทราบทงัP สองฝ่าย เพราะฉะนนัP ใหท้ าํ ความเขา้ ใจกนั ใหม่ ใหเ้ รม9ิ ตน้ กนั ใหม่ น9ีก็เป็นการ
วิธีประเมินตนเองแลว้ ก็จะแกไ้ ขปัญหาได้ (อินชาอลั ลอฮ)

เทคนิคการพดู คุยก่อนการไกล่เกลย0ี

ก่อนการเร9มิ ตน้ ไกล่เกล9ีย ควรมีการพดู คยุ เร9ืองราวต่างๆ ท9ีน่าจะสนใจ อาจเป็นเร9ืองท9ีใกล้
ตวั ค่กู รณี หรือเป็นเร9ืองสถานการณป์ ัจจบุ นั ก็ได้ เพ9ือท9ีจะทาํ ใหค้ ่กู รณีรูส้ ึกเป็นกนั เอง ไม่ประหม่า
หรอื ต9ืนเตน้ และพรอ้ มท9ีจะเขา้ รบั การไกลเ่ กล9ีย สาํ หรบั บรรยากาศการไกลเ่ กล9ียนนัP หอ้ งทาํ การไกล่
เกล9ียควรจะเป็นหอ้ งท9ีสบายๆ ไม่เป็นทางการ มกั เป็นโต๊ะกลม สามารถมองเห็นกันไดท้ งัP หมด มี
ความใกลช้ ิด มีบรกิ ารนาPํ หรือเคร9ืองด9ืมมีแบบเป็นกนั เอง สามารถทาํ ตวั ไดต้ ามสบาย ไม่มีพิธีการ
แบบกรณีของการขนึP ศาล

การเรCิมตน้ แบบวถิ อี สิ ลาม

การเร9มิ ตน้ ท9ีจะมีความเป็นสิรมิ งคลหรือมีบารอ่ กตั ตามวิถีอิสลามก็คือ การเร9มิ ตน้ ดว้ ยกบั
พระนามของอลั ลอฮผทู้ รงกรุณาเมตตาปรานีเสมอและการอ่านพระมหาคมั ภีรอ์ ลั กรุ อาน ดว้ ยเหตุ
นีP ก่อนการเรม9ิ ตน้ ไกลเ่ กล9ียในกรณีท9ีคกู่ รณีทงัP สองฝ่ายเป็นมสุ ลิมควรจะใชห้ ลกั การตามวิถีอสิ ลาม
หรอื เรม9ิ ตน้ ดว้ ยกบั การอา่ นอลั ฟาตีฮะฮห์ รอื ซเู ราะฮใ์ ดก็ได้ หลงั จากนนัP จงึ เรม9ิ ตน้ การพดู คยุ

ตวั อย่างการสนทนาเพอืH ปรับทศั นคตคิ ู่กรณี
เชน่ เรอ9ื งการเป็นเพ9ือนกนั

121


- การท9ีคนเราไดพ้ บปะกัน ไดร้ ูจ้ ักกันจนเป็นเพ9ือนกันไม่ใช่เร9ืองบังเอิญ หากแต่เป็นพระ
ประสงคข์ องพระเจา้ ผทู้ รงเมตตาเทา่ นนัP

กล่าวคือ มนษุ ยถ์ กู สรา้ งมาจากวิญญาณซ9งึ ถกู จดั หมวดหม่เู หมือนทหารท9ีถกู จดั หมวดหมู่
เดียวกนั แลว้ เวลาเจอกนั ก็จะรกั กนั เวลาอย่หู มวดหม่ทู 9ีแตกต่างกนั เม9ือเจอกนั ก็ขดั แยง้ กนั การท9ี
เรามาเจอแลว้ เป็นเพ9ือนกันมันไม่ไดเ้ ป็นเหตุบังเอิญ มันเป็นพระประสงคข์ องพระองคอ์ ัลลอฮ
เพราะฉะนัPนเร9ืองนีเP ป็นเร9ืองท9ีสาํ คัญมากและเป็นพระประสงคข์ องอัลลอฮ คู่กรณีจะไดม้ ีความ
เขา้ ใจในเร9อื งนีใP นเร9อื งการกาํ หนดของอลั ลอฮมากขนึP แลว้ เขาจะเขา้ ใจวา่ ควรจะคืนดีกนั คนดีตอ้ ง
อยกู่ บั คนดี คนไมด่ ีก็ตอ้ งอยกู่ บั คนไมด่ ี อยา่ งคนท9ีเลน่ ไพ่ คนท9ีติดยา ลกู เมียเขาก็ไดก้ บั คนติดยาได้
กับคนเล่นไพ่เหมือนกัน ถา้ เราชอบการศึกษา ชอบหาความรู้ เราก็จะไดก้ ับคนหาความรูด้ ว้ ยกัน
มนั เป็นเรอ9ื งธรรมดาเป็นทฤษฎีแรงดงึ ดดู เพราะอลั ลอฮกาํ หนดอยา่ งนนัP จรงิ ๆ

เชน่ เรอ9ื งการเป็นสามีภรรยากนั

• เรอ9ื งการแตง่ งาน

การนิกะฮค์ ือ การผกู พนั คนสองคนท9ีมีความแตกต่างหรือไม่เหมือนกนั ใหร้ วมกนั เป็นหน9ึง
เดียว จงึ ตอ้ งมีความพยายามในการปรบั ปรุงตวั ของแตล่ ะฝ่ายเขา้ หากนั ใหม้ ากท9ีสดุ ทงัP นีเP น9ืองจาก
แตล่ ะคนตา่ งก็มีขอ้ ดีขอ้ ดอ้ ยท9ีแตกตา่ งกนั ในตอนแรกอาจจะไมเ่ ขา้ ใจกนั แตพ่ ออยรู่ ว่ มกนั แลว้ เม9ือ
ตา่ งฝ่ายตา่ งปรบั เขา้ หากนั แลว้ การแตง่ งานก็จะทาํ การหลอ่ หลอมทงัP สองคนใหเ้ ป็นคนคนเดียวกนั
คือ ยอมรบั ขอ้ บกพรอ่ งของอีกฝ่ายหน9งึ และสามารถอยรู่ ว่ มกนั ไดต้ ลอดไป การรกั กนั มิใช่ตอ้ งชอบ
ไปทกุ อย่าง การโกรธกนั ก็เป็นเพียงบางเร9อื ง นอกจากนีแP ลว้ การนิกะฮย์ งั มีผลทาํ ใหศ้ าสนาของคน
นนัP สมบรู ณแ์ ละหวั ใจสงบน9ิงอีกดว้ ย

• เรอ9ื งการหยา่ รา้ งกนั

การตอ้ ล๊ากเป็นเพียงการคลายสมั พนั ธร์ ะหว่างสามีภรรยาใหห้ ่างออกจากกนั แต่มิใช่การ
เลิกจากกนั หรอื หยา่ กนั ตามกฎหมายไทย ทงัP นีเP พราะสามีภรรยาท9ีมีการตอ้ ล๊ากนนัP สามารถกลบั มา

122


คืนดีกนั ไดเ้ สมอ เวน้ แต่กรณีท9ีเป็นการหย่าสามตอ้ ล๊ากเท่านนัP การคลายสมั พนั ธใ์ นลกั ษณะของ
การตอ้ ล๊ากนีเP ป็นผลดีเพราะทาํ ใหส้ ามีภรรยามีโอกาสท9ีจะพินิจพิจารณาขอ้ บกพรอ่ งของตนและ
ปรบั ปรุงเปล9ียนแปลงใหด้ ีขึนP เพ9ือพรอ้ มท9ีจะกลับคืนดีกัน ซ9ึงหากคิดเช่นนีกP ็จะส่งผลทาํ ใหก้ าร
ตอ้ ล๊ากเป็นกลไกท9ีจะช่วยใหส้ ามีภรรยามีความเขา้ ใจกนั ทาํ ใหท้ ราบวา่ มีปัญหาท9ีตอ้ งแกไ้ ขหรอื ถงึ
จุดท9ีจาํ ตอ้ งเปล9ียนแปลงเพ9ือความสมั พันธท์ 9ีดีย9ิงขึนP ในอนาคต และพัฒนาความเขา้ ใจตัวตนท9ี
แทจ้ รงิ ของอีกฝ่ายหน9ึงมากย9ิงขนึP เพ9ือใหม้ ีความรกั ใครท่ 9ีแน่นแฟ้นกนั มากย9ิงขึนP น9นั เอง เช่น ภรรยา
เร9ิมโตเ้ ถียงหรือเร9ิมงอนสามี เพราะฉะนนัP สามีตอ้ งกลบั มาดตู วั เองว่าเราทาํ ไม่ดีหรือป่ าว เราตอ้ ง
ปรบั ปรุงตวั เอง ภรรยาก็ตอ้ งปรบั ปรุงตวั เอง ถึงเวลาท9ีจะตอ้ งพฒั นาจากขอ้ ขดั แยง้ ทาํ ใหเ้ ราตอ้ ง
ปรบั เปล9ียน เพราะวา่ แตล่ ะคนมาจากครอบครวั ท9ีแตกตา่ งกนั แลว้ มาอยรู่ ว่ มกนั มนั ยงั ปรบั ตวั ไม่ได้
เพราะฉะนนัP จงึ ตอ้ งมีการรบั รูธ้ าตแุ ทข้ องอีกฝ่ายมากขนึP แลว้ ปรบั ตวั ใหเ้ หมาะสมตอ่ ไป

เชน่ เรอ9ื งการทะเลาะกนั

ตามหลกั การอิสลามมุสลิมจะตอ้ งคาํ นึงเสมอว่าเวลาส9ิงท9ีเกิดขึนP กับเราคือ การกาํ หนด
ของอัลลอฮเพราะฉะนัPนเราจะโตต้ อบการกาํ หนดของอัลลอฮไดอ้ ย่างไร เราตอ้ งพอใจในส9ิงท9ี
กาํ หนดและเราตอ้ งคิดว่าเราจะทาํ อย่างไรใหด้ ีท9ีสดุ กบั เร9ืองนีP เพราะฉะนนัP เราจะมีเสน้ กลางหนา
มากและมีเวลาในการคิดและมีความพงึ พอใจในการกาํ หนดของอลั ลอฮ คนมาตบหนา้ เรา เราตอ้ ง
ไมต่ บคืน เราตอ้ งคิดวา่ ทาํ ไมเขามาตบเรา ทาํ ไมเขามาดา่ เรา น9ีคืออลั ลอฮกาํ หนดใหเ้ ขา ถา้ อลั ลอฮ
ไม่อนญุ าตเขาก็ไม่สามารถตบได้ ถา้ เราโกรธก็แปลว่าเราโกรธในส9ิงท9ีอลั ลอฮอนมุ ตั ิดว้ ย แต่ท9ีจรงิ
มันเกิด 2 ส่วน เพราะอัลลอฮรงใหเ้ กิดจากการตอบแทนส9ิงท9ีคนกระทาํ แต่เราก็ตอ้ งยอมรบั ใน
สภาพของมัน เพราะฉะนัPนการขัดแยง้ มันจึงใหค้ วามดีตรงท9ีทาํ ใหเ้ รารูว้ ่าปัญหาคืออะไร การ
ขดั แยง้ กนั นนัP ใหค้ ณุ คา่ บางอยา่ ง เพราะทาํ ใหเ้ ราทราบปัญหามนั เรม9ิ เกิดขนึP แลว้ เวลาเราขดั แยง้ กนั
แสดงว่ามันมีปัญหากันแน่ ไม่ใช่เสน้ ตรงแต่มันเป็นวงกลม มันตอ้ งมีทังP สองฝ่ ายท9ีร่วมกันเสมอ
ในทางจิตวิทยากลา่ วว่า ส9ิงเรา้ กบั การตอบสนองมนั จะมีเสน้ กลางหรอื ก9ึงกลางเสมอ แต่เสน้ กลาง
หรอื ก9งึ กลางของแตล่ ะคนไมเ่ ทา่ กนั บางคนบางมากหรอื บางคนแทบไมม่ ีเลย

123


เทคนิคการเขยี น Flipchart

เทคนิคนีเP ป็นของต่างประเทศ ในประเทศไทยและหลักการอิสลามไม่ได้พูดถึงการใช้
Flipchart แต่ท่านศาสดา (ศ็อลลลั ลอฮฮุอะลยั ฮิวะสลั ลมั ) เคยใชก้ ารวาดรูปในการอธิบาย ท่าน
เป็นคนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ แตท่ ่านใชไ้ มว้ าดรูปโดยมีฮะดีษซอเฮียะฮย์ ืนยนั รบั รอง เพราะฉะนนัP
เทคนิคการเขียน Flipchart จงึ นา่ จะไมข่ ดั กบั หลกั การอิสลามในสว่ นของการไกลเ่ กล9ยี แตอ่ ยา่ งใด

เหตุผลท9ีหลักการไกล่เกล9ียสากลนาํ เทคนิคการเขียน Flipchart มาใช้ เน9ืองจากมองว่า
ปัญหาท9ีจะตอ้ งไกล่เกล9ียและคน้ หามีจาํ นวนมาก ถ้าไม่ใชเ้ ทคนิคนีผP ูไ้ กล่เกล9ียก็อาจจะจดจาํ
ประเด็นไม่ไดท้ ัPงหมดและคู่กรณีก็เช่นกันดว้ ย เพราะฉะนัPนถ้าเป็นกรณีท9ีมีปัญหายุ่งยากหรือ
ซบั ซอ้ นการใช้ Flipchart จะช่วยในการกาํ หนดประเด็นปัญหา การคน้ หาความตอ้ งการท9ีแทจ้ ริง
รวมถงึ ทางออกในการแกไ้ ขปัญหารว่ มกนั ไดเ้ ป็นอยา่ งดี

ในการเขียน Flipchart ส่วนใหญ่มกั จะเขียนแบ่งครง9ึ ระหว่างค่กู รณีโดยใชช้ 9ือจรงิ เช่น นาย
ก. กบั นาย ข. แลว้ ตอ้ งเขียนดว้ ยหมกึ คนละสีเพ9ือใหเ้ ห็นความแตกตา่ งท9ีชดั เจน ไลเ่ รยี งปัญหากนั ที
ละขอ้ เพ9ือจะไดร้ ูว้ า่ ปัญหานีเP ป็นของใคร โดยเขียนตงัP แตข่ นัP ตอนท9ี 1 ขนัP ตอนท9ี 2 ขนัP ตอนท9ี 3 จนจบ
เพ9ือทาํ ใหค้ ่กู รณีเห็นตลอดเวลาว่าไดต้ กลงอะไรกนั ไปแลว้ บา้ ง และทาํ ใหร้ บั รูว้ ่าถา้ ค่กู รณีรว่ มมือ
กันในแต่ละขัPนตอน ทัPงสองฝ่ ายก็จะหาข้อตกลงร่วมกันได้อย่างแน่นอน จนกระท9ังเข้าสู่
กระบวนการทาํ สญั ญาในขนัP ตอนสดุ ทา้ ยได้ เพราะฉะนนัP การใชเ้ ทคนิค Flipchart ก็จะช่วยในกรณี
ท9ีคกู่ รณีมีปัญหามากและซบั ซอ้ น หรอื มีปัญหาท9ีอยใู่ ตน้ าPํ มากไดเ้ ป็นอยา่ งดี

124


ขันH ตอนท0ี 2 การกาํ หนดประเดน็ ปัญหา

1. คู่กรณีตอ้ งเป็ นผู้ทกHี าํ หนดประเดน็ ขนึP เอง
วิธีการคือ ใช้คาํ ถามปลายเปิดเพ9ือให้คู่กรณีเล่าเร9ืองราวท9ีเกิดขึนP ให้ผู้ไกล่เกล9ียฟังว่า
ประเดน็ ปัญหาของแตล่ ะฝ่ายคืออะไร สลบั กนั ทีละฝ่าย
2. ใช้เทคนิคการรับฟังอย่างตังP ใจ แลว้ ตามดว้ ยคาํ ถามปลายปิดเพ9ือสรุปประเดน็ ปัญหา
ของแตล่ ะฝ่าย แลว้ จดบนั ทกึ ลงใน Flipchart

เป้าหมายของการรับฟังอย่างตงัP ใจ
2.1 เพ9ือทาํ ความเขา้ ใจวา่ มีอะไรเกิดขนึP กบั คกู่ รณี
ถา้ ค่กู รณีพดู ขอ้ เท็จจริงไม่ตรงกนั ผไู้ กล่เกล9ียจะตอ้ งทาํ อย่างไร เน9ืองจากการไกล่เกล9ีย
ไม่ใช่การตัดสินคดีซ9ึงต้องอาศัยข้อเท็จจริงท9ีเกิดขึนP จริงโดยผู้ตัดสินมีหน้าท9ีต้องสรุปหรือฟัง
ขอ้ เท็จจรงิ ใหไ้ ด้ แตส่ าํ หรบั การไกลเ่ กล9ีย คือการเอาขอ้ เท็จจรงิ ท9ีคกู่ รณีพดู ตรงกนั ถา้ ไม่ตรงกนั อีก
ฝ่ ายก็จะโตเ้ ถียงทันที แต่ถ้าไม่มีการโตเ้ ถียงย่อมแสดงว่าตรงกัน ผู้ไกล่เกล9ียตอ้ งจับประเด็น
ขอ้ เท็จจรงิ ใหไ้ ดว้ า่ อะไรตรงกนั และอะไรยงั ไมต่ รงกนั เพราะฉะนนัP เปา้ หมายคือ ตอ้ งการท9ีจะฟังวา่
เกิดเหตอุ ะไรขนึP กบั คกู่ รณีบา้ ง
2.2 เพ9ือใหค้ กู่ รณีออกมาจากความขดั แยง้

125


เป็ นการดึงคู่กรณีให้ออกมาจากความขัดแย้งแล้วมาพูดคุยกับผู้ไกล่เกล9ียแทน
นอกจากจะทาํ ใหส้ ามารถนาํ ขอ้ เท็จจริงแยกออกมาแลว้ ยงั สามารถทาํ ใหค้ ู่กรณีละทิงP อารมณท์ 9ี
โกรธกบั อีกฝ่ายหนง9ึ ไดด้ ว้ ย

2.3 เพ9ือใหค้ กู่ รณีอีกฝ่ายไดร้ บั ฟังเหตผุ ลความเป็นมาของขอ้ ขดั แยง้

คู่กรณีจะไดม้ ีโอกาสรบั ฟังเหตุผลของอีกฝ่ ายหน9ึงโดยทางออ้ ม ซ9ึงก่อนหนา้ นีเP วลา
ทะเลาะกนั มกั จะไม่ฟังเหตผุ ลซง9ึ กนั และกนั หรอื ฟังเหตผุ ลของอีกฝ่ายเพ9ือมาโตแ้ ยง้ ดงั นนัP ในบาง
กรณีการไดฟ้ ังเหตผุ ลอีกฝ่ายหนง9ึ ก็จะทาํ ใหค้ กู่ รณีดีขนึP และเขา้ ใจกนั มากขนึP

2.4 เพ9ือแยกความรูส้ กึ และอารมณอ์ อกมาจากขอ้ เทจ็ จรงิ

กรณีนีเP ป็นเปา้ ประสงคท์ 9ีสาํ คญั ของการรบั ฟังอย่างตงัP ใจเน9ืองจากเม9ือมีการทะเลาะกนั
มกั จะมีอารมณเ์ ขา้ มาเก9ียวขอ้ งเสมอ ดงั นนัP จงึ จาํ เป็นตอ้ งแยกขอ้ เท็จจรงิ ออกมาจากอารมณใ์ หไ้ ด้
แลว้ นาํ ขอ้ เทจ็ จรงิ เหลา่ นนัP มาคน้ หาความตอ้ งการท9ีแทจ้ รงิ เพ9ือใชแ้ กไ้ ขปัญหาตอ่ ไป

b. การใช้ถอ้ ยคาํ ทหีH ลากหลาย
สมมตุ ิค่กู รณีบอกว่า สามีคนนีขP ีเP กียจสนั หลงั ยาว ช่วงเวลาซุบฮิก็ไม่ต9ืน ผไู้ กล่เกล9ียไม่อาจ
ถ่ายทอดและบันทึกใน Flipchart เช่นนีไP ด้เพราะมันเป็นถ้อยคาํ ท9ีต่อว่ากัน ผู้ไกล่เกล9ียจะต้อง
เปล9ียนคาํ พดู ใหม่เป็น “สรุปแลว้ สามีของนิต9ืนละหมาดซุบฮิสายใช่ไหมครบั ” ถา้ ค่กู รณีบอกใช่ ผู้
ไกลเ่ กล9ยี จงึ บนั ทกึ ถอ้ ยคาํ นีลP งไป

4. ตอ้ งทาํ ใหค้ ู่กรณีเข้าใจว่าผู้ไกล่เกลยHี อยู่กับคู่กรณีตลอดเวลา
5. ตอ้ งเข้าใจคาํ พดู ของคู่กรณีโดยไม่ตอ้ งประเมนิ หรือตดั สนิ

ผู้ไกล่เกล9ียต้องตัPงใจฟังและอย่ารีบรอ้ นท9ีจะตัดสินว่าใครผิดหรือถูก ห้ามผู้ไกล่เกล9ีย
ประเมินวา่ ใครผิดใครถกู

6. ตอ้ งทาํ ใหข้ ้อขัดแย้งอยู่เฉพาะคู่กรณีเทา่ นัPน

126


7. ผู้ไกล่เกลยีH ตอ้ งไม่แสดงออกว่าเป็ นผู้เชยHี วชาญ

8. ผู้ไกล่เกลยีH ตอ้ งหลกี เลยีH งถอ้ ยคาํ ทเีH ป็ นยาพษิ ใหก้ ับคู่กรณี

9. ใหค้ ู่กรณีมHันใจว่าผู้ไกล่เกลยีH มคี วามเป็ นกลางตลอดเวลา

10. ใช้เทคนิคการแยกถามคู่กรณีแตล่ ะฝ่ าย

เทคนิคนีถP ือวา่ เป็นเทคนิคพิเศษเพราะปกติจะตอ้ งใหค้ กู่ รณีเขา้ พรอ้ มกนั ทงัP สองฝ่าย ดงั นนัP
การท9ีจะใชเ้ ทคนิคนีกP ็ต่อเม9ือ – ค่กู รณีทะเลาะกนั อย่รู ุนแรง - ไม่สามารถพดู ต่อหนา้ ได้ หรือมีฝ่ าย
เดียวท9ีมาเพราะอีกฝ่ายยงั มาไมถ่ งึ

และถึงแมจ้ ะตอ้ งแยกกนั พูดก็ตาม แต่เม9ือพูดจบผไู้ กล่เกล9ียจะตอ้ งเอาขอ้ สรุปของฝ่ ายท9ี
แยกกนั พดู มาเลา่ ใหอ้ ีกฝ่ายหน9ึงฟังเหมือนกนั เพราะตอ้ งใหค้ ่กู รณีไดร้ บั รูข้ อ้ มลู ท9ีเท่าเทียมกนั ดว้ ย
และเพ9ือปอ้ งกนั ไม่ใหค้ ่กู รณีคลางแคลงใจหรอื ไม่ไวว้ างใจในตวั ผไู้ กลเ่ กล9ีย เพราะฉะนนัP การพดู ต่อ
หนา้ คกู่ รณีทงัP สองฝ่ายนา่ จะเป็นวิธีท9ีงา่ ยท9ีสดุ

11. เทคนิคการใช้คาํ ถามปลายเปิ ดและคาํ ถามปลายปิ ด

คําถามปลายเปิ ด คือ คาํ ถามท9ีคู่กรณีจะตอบอะไรก็ได้ เช่น ถามว่าใหเ้ ล่าใหฟ้ ังว่าเกิด
อะไรขึนP ช่วยอธิบายว่าเพราะเหตใุ ด ทาํ ไม เป็นคาํ ถามท9ีค่กู รณีจะพดู อะไรก็ไดท้ 9ีอยากจะระบาย
ออกมา หรือคาํ ถามท9ีตอ้ งการไดร้ บั ฟังขอ้ เสนอแนะจากผูต้ อบทงัP สองฝ่ ายโดยไม่ปิดกนัP หรือชีนP าํ
หากแต่ปล่อยใหแ้ สดงความคิดเห็นโดยเสรี วตั ถปุ ระสงคเ์ พ9ือตอ้ งการท9ีจะเปิดประเด็นหรือคน้ หา
ความจริงหรือเพ9ือระดมความคิดเห็นหรือหาทางออกในเร9ืองนัPนใหห้ ลากหลาย เช่น คาํ ถามว่า
"ท่านเห็นว่าควรแกไ้ ขปัญหานีอP ย่างไร" เป็นลกั ษณะของการเปิดโอกาสใหค้ ู่กรณีสามารถเสนอ
ข้อคิดเห็นได้อย่างเต็มท9ี หรือคาํ ถามว่า "ทาํ ไมท่านจึงคิดเช่นนัPน" เพ9ือต้องการค้นหาเหตุผล
เบือP งหลังหรือแรงจูงใจท9ีทาํ ให้มีการคิดเช่นนัPนหรือเสนอขอ้ คิดเห็นอย่างหน9ึงอย่างใดออกมา
ลกั ษณะของคาํ ถามปลายเปิดนีมP ีความเหมาะสมอย่างย9ิงท9ีจะใชใ้ นกรณีท9ีผไู้ กลเ่ กล9ียตอ้ งการท9ีจะ
คน้ หาความตอ้ งการท9ีแทจ้ รงิ จากคกู่ รณีแตล่ ะคน

127


คาํ ถามปลายปิ ด ลกั ษณะของคาํ ถามปลายปิด คือ คาํ ถามท9ีตอ้ งการจะชีนP าํ คาํ ตอบให้
เป็นไปตามท9ีไดก้ าํ หนดแนวทางเอาไว้ โดยไม่ประสงคท์ 9ีจะใหผ้ ตู้ อบเสนอขอ้ คิดเห็นเป็นอย่างอ9ืนได้
จะสามารถตอบไดแ้ ตเ่ พียงวา่ ใช่หรอื ไมใ่ ช่ เทา่ นนัP เช่น คาํ ถามวา่ "ทา่ นเห็นดว้ ยกบั ขอ้ เสนอของอีก
ฝ่ายหน9ึงหรอื ไม่?" ซ9งึ ผตู้ อบจะตอ้ งตอบว่า เห็นดว้ ยหรอื ไม่เห็นดว้ ยเท่านนัP ไม่อาจเสนอขอ้ คิดเห็น
เป็นอยา่ งอ9ืนได้ ผไู้ กลเ่ กล9ียท9ีมีความชาํ นาญหรอื มีประสบการณส์ ามารถใชค้ าํ ถามปลายปิดเหลา่ นีP
ในการชีนP าํ ช่องทางหรือควบคุมคาํ ตอบท9ีตอ้ งการใหไ้ ดต้ ามวตั ถุประสงคท์ 9ีไดว้ างแผนหรือตงัP ใจ
เอาไว้ หรอื ใชส้ าํ หรบั หาขอ้ ยตุ ิหรอื ปิดประเดน็ พดู คยุ เรอ9ื งดงั กลา่ วใหจ้ บสนิP ลงไป มิใหป้ ระเดน็ ยืดยือP
ออกไป เช่น เม9ือค่กู รณีฝ่ ายหน9ึงเล่าว่าภรรยาไม่ละหมาด ไม่คลมุ ฮิญาบ เตือนแลว้ ทาํ โทษแลว้
สดุ ทา้ ยก็เลยตอ้ งหย่า พอค่กู รณีเล่าจบ ผไู้ กล่เกล9ียตอ้ งถามดว้ ยคาํ ถามปลายปิดว่า ” สรุปแลว้ ท9ี
เลา่ ใหฟ้ ังทงัP หมด คือภรรยาของท่านไม่เครง่ ครดั หรอื ไม่ตออตั ตอ่ ท่านใช่ไหมครบั ” ท9ีคกู่ รณีเลา่ มา
ทงัP หมดคือปัญหาปลายเปิด แตพ่ อคกู่ รณีเลา่ จบผไู้ กลเ่ กล9ียตอ้ งใชค้ าํ ถามปลายปิดเพ9ือใหเ้ ขาตอบ
ว่า ใช่หรอื ไม่ใช่ ถา้ เขาบอกไม่ใช่ก็แปลว่าผไู้ กลเ่ กล9ียสรุปผิด กรณีก็ตอ้ งมาทบทวนใหม่แลว้ สรุปให้
เขาฟังอีก แลว้ ใชค้ าํ ถามปลายปิดถามอีก จนกวา่ เขาจะตอบวา่ ใช่ แลว้ เราคอ่ ยจดบนั ทกึ ปัญหานนัP
ลงใน Flipchart เพราะเขายอมรบั วา่ เป็นปัญหาของเขาแลว้ ตอ่ มากลบั มาถามภรรยาอีกวา่ ปัญหา
ของเขาคืออะไร ตามปกติแลว้ ถา้ เขาทะเลาะกนั เขาจะไม่ฟังกนั แต่วา่ เม9ือผไู้ กลเ่ กล9ียจบั มาน9งั ค่กู นั
และเม9ือสามีพดู ใหผ้ ไู้ กลเ่ กล9ียฟัง ภรรยาก็สามารถฟังทางออ้ มได้ ผไู้ กลเ่ กล9ียไม่ตอ้ งสนใจแต่ใชแ้ ค่
หางตาดปู ฏิกิรยิ าเทา่ นนัP ผไู้ กลเ่ กล9ียตอ้ งฟังสามีแบบเอาใจเขามาใสใ่ จเราและสรุปใหไ้ ดแ้ ละบนั ทกึ
ลง Flipchart และหนั มาถามภรรยาวา่ มีปัญหาอะไร ซง9ึ ก็คงเป็นปัญหาเดียวกบั ของสามีซง9ึ เขาตอ้ ง
โตส้ ามีแน่นอน เช่น ท9ีเขาบอกวา่ นิละหมาดไม่ครบ เขาก็ละหมาดไม่ครบเหมือนกนั ถา้ เขาพดู เสียง
ดงั ก็ตอ้ งบอกเขาวา่ ใหพ้ ดู กบั ผไู้ กลเ่ กล9ีย อยา่ ไปพดู กบั อีกฝ่ายหน9งึ และพดู กบั เขาวา่ เวลาเรารกั กนั
พูดเบาๆ ก็ไดย้ ิน แต่เวลาโกรธกนั เราจะตะโกนใส่กนั ขึนP เสียงใส่กนั เพราะเวลาคนรกั กนั หวั ใจมนั
ใกลช้ ิดกัน กระซิบก็ยงั รูเ้ ร9ือง แต่เวลาโกรธกันหวั ใจมนั ห่างกันมาก ตอ้ งตะโกนกัน ขึนP เสียงใส่กัน

128


เหมือนอยู่ห่างกันมาก ทัPงๆท9ีอยู่ใกลก้ ัน เพราะถ้าปล่อยให้เขาพูดเสียงดังเดŠียวอีกฝ่ ายก็จะมี
ปฏิกิริยาตอบโตม้ าอีก ผูไ้ กล่เกล9ียตอ้ งพยายามทาํ ใหค้ ู่กรณีใจเย็นลงๆ เพราะฉะนันP ผูไ้ กล่เกล9ีย
จะตอ้ งใจเย็นๆ และมีวิธีการมีเทคนิคท9ีจะทาํ ใหอ้ ย่กู บั เราและใหเ้ ขาเอาขอ้ เท็จจรงิ ออกมาและทิงP
อารมณอ์ อกไปใหไ้ ด้ เพราะการท9ีทงัP คทู่ ิงP ละหมาดไมไ่ ดเ้ ป็นสาเหตทุ 9ีทาํ ใหถ้ งึ ขนัP หยา่ มนั ตอ้ งมีใตน้ าPํ
มากกวา่ นีP เพราะฉะนนัP ผไู้ กลเ่ กล9ียตอ้ งพิจารณาตวั เองวา่ คกู่ รณียงั ไม่กลา้ บอกความลบั ใหฟ้ ัง ตอ้ ง
พดู ใหเ้ ขาใจเย็นๆ ใหบ้ อกปัญหาท9ีบอกไดม้ าก่อน ปัญหาท9ีบอกไม่ไดอ้ ย่าพ9งึ บอก ค่อยๆถามลงลกึ
ไปเรอ9ื ยๆ

ขอ้ สงั เกต เม9ือใชค้ าํ ถามปลายเปิดจนกระท9งั ไดร้ บั ฟังขอ้ คิดเห็นอยา่ งหลากหลายแลว้ ผไู้ กล่
เกล9ยี ก็จะตอ้ งทาํ การตงัP คาํ ถามปลายปิดเพ9ือท9ีจะหาขอ้ ยตุ ริ ว่ มกนั หรอื ปิดประเดน็ นนัP ใหไ้ ดเ้ สมอ

12. .การจดั ลาํ ดบั ความสาํ คัญของประเดน็

สมมุติว่าไดม้ า 10 ปัญหา ใหค้ ู่กรณีร่วมกันจัดว่าปัญหาไหน 1 2 3 อันไหนพูดก่อนเพ9ือ
คน้ หาความตอ้ งการท9ีแทจ้ ริง นอกจากปัญหาเบือP งหนา้ ทังP 10 ขอ้ แลว้ ผูไ้ กล่เกล9ียยังตอ้ งคน้ หา
เบือP งหลงั นีดP ว้ ยวา่ มีปัญหาอะไรอีกท9ีซมุ่ ซอ่ นอยู่

13. ตอ้ งเปิ ดโอกาสใหค้ ู่กรณีสามารถเพมิH เตมิ ประเดน็ ของตนไดเ้ สมอ

129


เทคนิคในการรับฟังอย่างตงัH ใจ

การรบั ฟังอย่างตงัP ใจถือเป็นวิธีการส9ือสารชนัP ตน้ ท9ีดีและไดผ้ ลอย่างดีเย9ียม ทงัP นีเP น9ืองจาก
การฟังนนัP มีหลายระดบั คือ (b) การฟังในลกั ษณะของการไดย้ ิน ผฟู้ ังในกรณีนีจP ะไม่สนใจส9ิงท9ีผพู้ ดู
ตอ้ งการจะส9ือเลย (^) การรบั ฟัง เป็นการฟังว่าผพู้ ดู ไดพ้ ดู จบหรือยงั หากจบแลว้ ตนจะไดพ้ ดู บา้ ง
การฟังในลกั ษณะนีผP ฟู้ ังมิไดเ้ ก็บใจความสาํ คญั หรอื รายละเอียดของผพู้ ดู มากนกั เพราะประสงคท์ 9ี
จะฟังเพ9ือโตก้ ลบั เท่านนัP (h) การฟังอย่างตงัP ใจ เป็นการฟังท9ีมีลกั ษณะเก็บรายละเอียดทงัP หมดของ
ผูพ้ ูดและพรอ้ มท9ีจะถ่ายทอดต่อไดท้ งัP หมด ผูไ้ กล่เกล9ียจะตอ้ งฝึกฝนใหจ้ นเป็นนิสยั และสามารถ
ใชไ้ ดอ้ ยา่ งอตั โนมตั ิ เทคนิคท9ีตอ้ งนาํ มาใชใ้ นการรบั ฟังอยา่ งตงัP ใจไดแ้ ก่

b. การใชภ้ าษากาย จะเป็นส่วนเสริมสาํ คญั ท9ีจะทาํ ใหก้ ารใชภ้ าษาพูดมีความเขา้ ใจเพ9ิม
มากขึนP ภาษากายหมายถึงการแสดงออกดว้ ยสีหนา้ และท่าทางโดยการมองตาหรือมองใบหนา้
ของผูพ้ ูด การผยกั ศีรษะแสดงถึงความเขา้ ใจหรือการยอมรบั การใชม้ ือผายออกแสดงใหเ้ ห็นถึง
อารมณค์ วามรูส้ กึ ท9ีดีและใหค้ วามสาํ คญั กบั คาํ ตอบ

^. การใชเ้ ทคนิค Paraphasing คือ การถอดความ โดยการใชถ้ อ้ ยคาํ ท9ีหลากหลาย ไม่ซาPํ
กบั ผพู้ ดู แต่สามารถส9ือความหมายไดเ้ ช่นกนั หรอื ดีมากกว่า และหากค่กู รณีเลา่ เร9อื งยาวหรอื วนไป
วนมาผูไ้ กล่เกล9ียก็อาจจะใชเ้ ทคนิค Reframing การสรุปใจความใหช้ ดั เจนย9ิงขึนP ก็ได้ หากค่กู รณี
กลา่ วผิดก็ตอ้ งแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ งและดีขนึP ซ9งึ การกลา่ วตามส9ิงท9ีค่กู รณีเสนอจะเป็นการเนน้ ยาPํ เพ9ือให้
ค่กู รณีอีกฝ่ ายหน9ึงไดร้ บั รูท้ างออ้ มและเขา้ ใจเหตผุ ลท9ีแทจ้ รงิ ของอีกฝ่ ายโดยปรยิ าย อนั เป็นการใช้
วิธีการทางจิตวิทยาแก่คกู่ รณีอีกฝ่ายหนง9ึ

130


h. ตอ้ งพยายามใชค้ าํ พดู หรือการแสดงออกโดยท่าทางเพ9ือทาํ ใหค้ ่กู รณีเขา้ ใจว่าเราอย่กู บั
เขาตลอด เช่น การใชค้ าํ พดู ถามวา่ "คณุ ตอ้ งการจะเสนออย่างนีอP ย่างนนัP ใช่หรอื ไม่" หรอื คาํ ถามวา่
"คณุ เขา้ ใจคาํ ถามนีหP รอื ไม"่

i. ตอ้ งเขา้ ใจคาํ พดู ของคกู่ รณีโดยไม่ตอ้ งประเมินหรอื ตดั สินวา่ ผิดหรอื ถกู แตต่ อ้ งพยายาม
ถ่ายทอดให้อีกฝ่ ายอย่างตรงไปตรงมาแต่ไม่ซาPํ ซากหรือวกวน ท9ีสาํ คัญท9ีสุด ห้ามโตเ้ ถียงหรือ
ขดั แยง้ กบั คกู่ รณีเดด็ ขาด ตอ้ งใหข้ อ้ ขดั แยง้ อยเู่ ฉพาะคกู่ รณีเทา่ นนัP

_. ไม่ควรแสดงออกวา่ เป็นผเู้ ช9ียวชาญในเร9อื งท9ีคกู่ รณีเสนอเพราะจะสง่ ผลทาํ ใหค้ กู่ รณีขาด
ความม9นั ใจและไมก่ ลา้ พดู ในส9งิ ท9ีตอ้ งการทงัP หมด

j. ตอ้ งพยายามหลีกเล9ียงถอ้ ยคาํ ท9ีเป็นยาพิษใหก้ ับค่กู รณี หากฝ่ ายใดพูดใชถ้ อ้ ยคาํ ท9ีไม่
เหมาะสมหรอื ไมส่ ภุ าพ ผไู้ กลเ่ กล9ยี ตอ้ งเตือนและเปล9ยี นถอ้ ยคาํ ใหเ้ หมาะสมย9ิงขนึP

`. ตอ้ งพยายามทาํ ใหค้ ู่กรณีม9ันใจว่าผูไ้ กล่เกล9ียมีความเป็นกลางตลอดเวลา และตอ้ ง
แสดงออกว่าใหโ้ อกาสอย่างเท่าเทียมกันทุกเร9ือง เช่น การหมนุ เวียนผลดั กันพูดเป็นระยะเวลาท9ี
เทา่ กนั ใครเรม9ิ ตน้ ก่อนแลว้ สลบั กนั คนละครงัP เป็นตน้

k. การรบั ฟังส9ิงท9ีอีกฝ่ ายหน9ึงพดู ทกุ ถอ้ ยคาํ พรอ้ มทงัP มีความพยายามท9ีจะเขา้ ใจความรูส้ กึ
หรือส9ิงท9ีต้องการแสดงออกได้ทัPงหมด ในลักษณะของการ Empathy คู่กรณีแต่ละฝ่ าย หรือ
เช่นเดียวกบั การฟังของเด็กท9ีตงัP ใจฟังครูเล่านิทาน โดยเด็กจะฟังทกุ ตวั อกั ษรและจดจาํ ท่าทางได้
ทงัP หมด

ในการรบั ฟังอย่างตังP ใจนัPนจาํ เป็นจะตอ้ งใชภ้ าษากาย ในการรบั รูถ้ ึงความรูส้ ึกของผูพ้ ูด
ตลอดเวลาท9ีรบั ฟัง ซ9ึงในเร9ืองนีทP ่านศาสดา (ศ็อลลลั ลอฮฮุอะลยั ฮิวะสลั ลมั ) ไดใ้ ชภ้ าษากายใน
หลากหลายสถานการณม์ าก เชน่

จากซเู ราะฮบ์ ากอเราะฮ์

131


ُ‫ﺗََو ِْإﺮ ﱠن َﺿاﺎﻟﱠ ِﺬَھﯾﺎ َﻦﻓَأَُﻮوﺗُِّلﻮ َاوا ْْﻟﺟ َِﻜﮭﺘَﺎَﻚ َب َﺷﻟَﯿَْﻄ ْﻌَﺮﻠَ ُﻤا ْﻟﻮ َﻤ َن ْﺴأَِﻧﱠﺠ ِﮫﺪ‬ ً‫ﺗَﻘَﻠﱡ َﺐ َو ْﺟ ِﮭ َﻚ ﻓِﻲ اﻟ ﱠﺴ َﻤﺎ ِء ﻓَﻠَﻨُ َﻮ ِﻟّﯿَﻨﱠ َﻚ ِﻗ ْﺒﻠَﺔ‬ ‫ﻗَ ْﺪ ﻧَ َﺮ ٰى‬
ُ‫َو َﺣ ْﯿ ُﺚ َﻣﺎ ُﻛﻨﺘُ ْﻢ ﻓَ َﻮﻟﱡﻮا ُو ُﺟﻮ َھ ُﻜ ْﻢ َﺷ ْﻄ َﺮه‬ ‫ا ْﻟ َﺤ َﺮا ِم‬
‫ُ ِﺑﻐَﺎﻓِ ٍﻞ َﻋ ﱠﻤﺎ ﯾَ ْﻌ َﻤﻠُﻮ َن‬i‫ا ْﻟ َﺤ ﱡﻖ ِﻣﻦ ﱠر ِﺑّ ِﮭ ْﻢ َو َﻣﺎ ﱠ‬

ความวา่ “แทจ้ รงิ อลั ลอฮไดเ้ ห็นเจา้ แหงนหนา้ มองทอ้ งฟา้ อยบู่ อ่ ยครงัP ดงั นนัP แน่นอนอลั ลอฮ

ก็จะทรงประทานใหท้ ่านไดห้ นั ไปทางกิบละฮท์ 9ีเจา้ พงึ พอใจ ดงั นนัP (อลั ลอฮตรสั กบั ศาสดา)

เจา้ จงหนั ไปยงั มสั ยิดอลั ฮะรอมและถา้ เจา้ อยทู่ 9ีไหนก็ตาม เจา้ ก็จงหนั ไปยงั ท9ีน9ี...”

สาเหตขุ องการลงอายะฮน์ ีกP ็คือการละหมาดถกู ประทานลงมาแลว้ แต่ยงั หนั หนา้ ละหมาด
ไปท9ีมสั ยิดอกั ซอและพวกยิวก็มาเยย้ หยนั ท่านศาสดาก็แสดงออกโดยใชภ้ าษากายในการแหงน
หรือเงยหนา้ ขึนP มองทอ้ งฟ้าอย่เู นืองๆ เพ9ือท9ีจะใหร้ บั ทราบว่าท่านตอ้ งการท9ีจะใหม้ ีการเปล9ียนกิบ
ละฮแ์ ต่เปล9ียนไม่ไดก้ ็จึงเงยหนา้ มองฟ้า จนกระท9งั มีวะฮีตามอายะฮน์ ีใP หเ้ ปล9ียนทิศกิบละฮต์ ามท9ี
ทา่ นประสงค์

และจากฮาดีษท9ีรายงานโดยอิหมา่ มตริ มีซี

‫ﻣﺎ رأﯾ ُﺖ أﺣﺪًا أﻛﺜ َﺮ ﺗﺒ ﱡﺴ ًﻤﺎ ﻣﻦ رﺳﻮ ِل ﷲِ ﺻﻠﱠﻰ ﷲُ ﻋﻠﯿﮫ وﺳﻠﱠﻢ‬

ความว่า “ฉันไม่เคยเห็นคนใดท9ีจะยิมP มากกว่าท่านรอ่ ซูล้ (ศ็อลลลั ลอฮฮอุ ะลยั ฮิวะสลั ลมั )
เลย”

เพราะฉะนนัP จะเห็นไดว้ า่ ภาษากายของทา่ นศาสดาจะเป็นคนท9ีมีการยิมP ทงัP นีเP พราะการยิมP
นนัP เป็นการแสดงออกใหเ้ ห็นว่าคนนนัP เป็นคนท9ีมีจิตใจท9ีดี ดงั นนัP เวลาไกล่เกล9ียผไู้ กล่เกล9ียควรยิมP

ไมใ่ ชท่ าํ หนา้ เครง่ เครยี ดหรอื บงึP ตงึ

และอีกฮาดีษหน9ึงท9ีท่านศาสดาบอกว่า ถา้ มีคนมาหาเราเพ9ือท9ีจะพดู กบั เราแลว้ เขามองซา้ ยทีมอง
ขวาที ความหมายก็คือว่า คาํ พดู ส9ิงนนัP หรือเร9ืองนนัP เราตอ้ งมีอะมานะฮใ์ นการรกั ษาเป็นความลบั
หา้ มเปิดเผย เพราะการท9ีเขามองซา้ ยมองขวาเพราะตอ้ งการท9ีจะแสดงใหเ้ หน็ วา่ เรอ9ื งดงั กลา่ วนนัP ไม่
อยากใหค้ นอ9ืนเหน็ หรอื ไดย้ ิน

132


ขันH ตอนที0 3 ค้นหาสาเหตุของปัญหาหรือความตอ้ งการทแี0 ทจ้ ริง

ขนัP ตอนนีถP ือว่าเป็นขนัP ตอนท9ีสาํ คญั มาก เน9ืองจากเป็นการคน้ หาถึงสาเหตุท9ีแทจ้ ริงของ
ปัญหาท9ีเกิดขึนP โดยถา้ ผูไ้ กล่เกล9ียสามารถหาตน้ เหตุหรือท9ีมาของปัญหาไดก้ ็จะสามารถหาทาง
ออกท9ีแกป้ ัญหาไดต้ รงจดุ น9นั เอง เทคนิคในขนัP ตอนนีมP ีดงั นีP คือ

1. คน้ หาเหตผุ ลท9ีอยเู่ บือP งหลงั หรอื มลู เหตจุ งู ใจ
สมมตุ ิผไู้ กลเ่ กล9ียไดป้ ัญหามา 10 ขอ้ และทงัP 10 ขอ้ นีคP ือปัญหาท9ีอย่เู หนือนาPํ แตผ่ ไู้ กลเ่ กล9ีย
ตอ้ งหาปัญหาท9ีอยใู่ ตน้ าPํ ซง9ึ เป็นสาเหตหุ รอื ตน้ เหตหุ รอื แรงจงู ใจในการทาํ ใหเ้ กิดปัญหา
2. ใชเ้ ทคนิคตงัP คาํ ถามวา่ “ทาํ ไมใหค้ วามสาํ คญั กบั เรอ9ื งนี”P หรอื ถามวา่ “มีอะไรเป็นมลู เหตุ
จงู ใจในเรอ9ื งดงั กลา่ วหรอื ไม”่ หรอื “มีความกงั วลเก9ียวกบั เรอ9ื งใดจงึ ไดท้ าํ เชน่ นนัP ”
3 .ถา้ คกู่ รณีคดิ ไมอ่ อก ใหใ้ ชเ้ ทคนิคการเน9ินเวลา
4. หากมีปัญหาใหพ้ ิจารณาใชเ้ ทคนิคประเมินตวั เอง
5. ใหค้ น้ หาเฉพาะความตอ้ งการ มิใชท่ างเลอื กหรอื ทางออก
j. ใหท้ บทวนก่อนท9ีจะเสนอเพ9ิมเตมิ
ตวั อย่างบทสนทนาของผู้ไกล่เกลยHี ในการค้นหาความตอ้ งการทแHี ทจ้ ริง
ปัญหาทHี 1 สามขี าดละหมาด

133


ผไู้ กลเ่ กล9ยี : เหตผุ ลท9ีสามีทิงP ละหมาดเพราะอะไร ทาํ ไมถงึ ละหมาดไมท่ นั เวลา?
สามี : ทาํ งานหนกั เน9ืองจากเป็นกรรมกรตอ้ งกลบั บา้ นดกึ
(สมมตุ วิ า่ เป็นเหตผุ ลจรงิ แตผ่ ไู้ กลเ่ กล9ยี ไมแ่ นใ่ จ ใหถ้ ามตอ่ ไปวา่ )
ผไู้ กลเ่ กล9ยี : มีเหตผุ ลนีเP หตเุ ดียวใชไ่ หมครบั หรอื มีเหตผุ ลอ9ืนอีก ?
สามี : ทาํ งานหนกั จรงิ ๆ ครบั และบางครงัP ตอ้ งกลบั บา้ นดกึ
(ใหผ้ ไู้ กลเ่ กล9ยี ถามตอ่ วา่ )
ผไู้ กลเ่ กล9ยี : ทาํ ไมถงึ กลบั บา้ นดกึ ตอ้ งทาํ ทงัP วนั เลยหรอื ?
สามี : ทาํ ทงัP วนั เลยครบั เพราะเป็นชา่ งปนู บางครงัP ตอ้ งเทปนู ใหเ้ สรจ็
(ถามเพ9ือหาขอ้ เท็จจริง ผไู้ กล่เกล9ียตอ้ งพยายามเอาอารมณอ์ อกไปแลว้ เอาขอ้ เท็จจริง ใหถ้ ามต่อ
วา่ )
ผไู้ กลเ่ กล9ยี : แลว้ ท9ีทาํ งานอยไู่ หน ?
สามี : อยทู่ 9ีลาดพรา้ ว
ผไู้ กลเ่ กล9ยี : แลว้ บา้ นอยไู่ หน ?
สามี : บา้ นอยแู่ ถวฝ9ังธนบรุ ี
ผไู้ กลเ่ กล9ยี : แลว้ กลบั บา้ นใชเ้ วลาก9ีช9วั โมง ถงึ บา้ นประมาณก9ีโมง?
สามี : สว่ นใหญ่เลิก 5 โมง แต่บางวนั เทปนู ต่อเน9ืองถึง 6 โมง แลว้ น9งั รถกลบั บา้ น 2 ช9วั โมง บางวนั
ก็แวะซือP ของใช้ กวา่ จะถงึ บา้ นก็ 2 ทมุ่ ก็เลยละหมาดมฆั รบิ ไมท่ นั
(สามีไดเ้ ลา่ ขอ้ เท็จจรงิ ถึงเหตผุ ลท9ีละหมาดมฆั รบิ ไม่ทนั เวลาใหผ้ ไู้ กลเ่ กล9ียฟังและภรรยาก็ไดร้ บั ฟัง
ดว้ ย ใหถ้ ามตอ่ เก9ียวกบั การขาดละหมาดซบุ ฮิ)

134

ผไู้ กลเ่ กล9ยี : ปกตเิ ขา้ นอนก9ีทมุ่ ?

สามี : ผมเขา้ นอนเท9ียงคืน

ผไู้ กลเ่ กล9ยี : แลว้ ทาํ ไมเขา้ นอนเท9ียงคืนครบั มีการทาํ อะไรก่อนท9ีจะนอนไหม ?

สามี : ผมก็ดหู นงั ใชเ้ วลา 2 ช9วั โมง แลว้ ก็เลน่ เฟสบ๊คุ เลน่ ไลน์ ดยู ทู ปู จนถงึ เท9ียงคืนแลว้ คอ่ ยนอน

(เม9ือมาถึงจดุ นีผP ไู้ กล่เกล9ียเร9มิ เห็นสาเหตขุ องปัญหาแลว้ อนั นีคP ือการคน้ หาปัญหาท9ีแทจ้ รงิ ท9ี
อยู่ใตน้ าPํ คือ การนอนดึก สมมตุ ิว่าเป็นปัญหาท9ีแทจ้ ริง ผูไ้ กล่เกล9ียอาจจะตงัP เง9ือนไขในการนอน
เง9ือนไขในการเล่นเฟส เพ9ือเป็นการแกไ้ ขปัญหาการต9ืนละหมาดซุบฮิไม่ทนั เวลา ถา้ สามารถแกไ้ ข
ปัญหานีไP ด้ การละหมาดซุบฮิไม่ทนั ก็จะนอ้ ยลง เช่น ตงัP เง9ือนไขใหน้ อนหวั ค9าํ ไม่เกิน 4 ท่มุ ถา้ สามี
แกไ้ ขปัญหานีไP ดก้ ็จะทาํ ใหภ้ รรยายอมรบั ได้ เพราะฉะนนัP การเลิกกนั ก็ไม่จาํ เป็นแลว้ สมมตุ ิมีหลาย
ปัจจยั ในการหยา่ แลว้ การขาดละหมาดเป็นหน9งึ ในปัจจยั ทงัP หมด แตอ่ ยา่ งนอ้ ยๆ ก็สามารถลดลงไป
ไดห้ นง9ึ ปัญหาแลว้ คอ่ ยแกป้ ัญหาอ9ืนตอ่ ไป)

ปัญหาทHี 2 ภรรยาไม่คลุมฮญิ าบ

การถามตรงๆ ว่าทาํ ไมคุณถึงไม่คลุมฮิญาบอาจจะเป็นคาํ ถามท9ีแทงใจคู่กรณีเกินไป
เพราะฉะนนัP ผไู้ กลเ่ กล9ยี ตอ้ งเปล9ยี นคาํ ถามใหม่ เชน่

ผไู้ กลเ่ กล9ยี : นิทาํ งานอะไรครบั ?

(อนั นีเP ป็นคาํ ถามปลายเปิด)

ภรรยา : นิเป็นเลขานกุ าร

ผไู้ กลเ่ กล9ยี : แลว้ ท9ีทาํ งานเป็นออฟฟิศเอกชน หรอื หนว่ ยงานราชการ ?

ภรรยา : เป็นขา้ ราชการ

135


ผไู้ กล่เกล9ีย : แลว้ ท9ีทาํ งานมีคนคลมุ ฮิญาบไหม มีชมรมมสุ ลิมไหม แลว้ เขาคลมุ ฮิญาบกนั หรือไม่
เวลาท9ีสามีใหน้ ิคลมุ ฮิญาบนิรูส้ กึ อยา่ งไร ?

ภรรยา : ถา้ นิจะคลมุ นิคลมุ เอง ไมต่ อ้ งมีคนมาบอก

(ถา้ สมมุติเขาตอบแบบนีแP สดงว่าเขาอีโกส้ ูง แสดงใหเ้ ห็นว่าเป็นเร9ืองค่านิยมหรือคุณค่า
เป็นไปไดว้ า่ สามีอาจจะใชค้ าํ พดู ไม่ดีหรอื รุนแรงในการใหค้ ลมุ ฮิญาบ ผไู้ กลเ่ กล9ียตอ้ งคน้ หาวา่ อะไร
ท9ีเป็นมูลเหตุจูงใจทาํ ให้ภรรยาไม่คลุมฮิญาบ เพราะต้องการเอาชนะสามีหรือไม่ ทัPงๆท9ีเขาก็
อยากจะคลมุ แต่เขาตอ้ งการคลมุ ดว้ ยตวั เองมากกว่า ผูไ้ กล่เกล9ียตอ้ งวิเคราะหป์ ัญหาว่าน่าจะมี
อะไรตดิ ขดั บางทีสามีอาจจะพดู ไมด่ ี อยา่ งนีกP ็อาจจะตอ้ งถามสามี)

ผไู้ กลเ่ กล9ยี : แลว้ เวลาบงั เตือนนิใหค้ ลมุ ฮิญาบบงั บอกอยา่ งไรบา้ งครบั ?

สามี : ก็บอกเขาวา่ หลกั การศาสนาบอกใหค้ ลมุ ฮิญาบนะ เพราะฉะนนัP เวลาออกนอกบา้ นผมก็ตอ้ ง
รบั ผิดในส9งิ ท9ีเขาทาํ บาป ผมคงรบั ผิดไมไ่ หวหรอก

(สมมตุ นิ ิโตต้ อบกลบั มา)

ภรรยา : ไมใ่ ช่ พดู จาไมด่ ีกบั นิเลย เขาบอกหมาก็ไมค่ ลมุ เธอจะเป็นแบบหมาหรอื ?

ถา้ สมมตุ ิเป็นแบบนีแP สดงวา่ คกู่ รณีเรม9ิ เผยทีละนิดแลว้ วา่ มีบางครงัP ท9ีสามีพดู โดยใชอ้ ารมณ์
ทาํ ใหเ้ กิดปัญหา เพราะฉะนัPนหลกั การศาสนาคือการใหอ้ ภัยกันและสามีจะตอ้ งเตาบัตหรือขอ
มะอฟั ภรรยาในส9ิงท9ีเกินเลย แลว้ ภรรยาเขาจะยอมใจอ่อนในการคลมุ ฮิญาบ เพราะฉะนันP ผูไ้ กล่
เกล9ียตอ้ งแกท้ ีละจดุ ถา้ สมมตุ ิว่ายงั คิดคาํ ถามไม่ออกก็ค่อยใชเ้ ทคนิคการเน9ินเวลาออกไปในครงัP
หนา้

เทคนิคมองจากดา้ นบน
นกั จิตวิทยาชาวเยอรมนั บอกวา่ บางทีผไู้ กลเ่ กล9ียมองไมเ่ หน็ ปัญหา การท9ีคกู่ รณีทะเลาะกนั

อยู่ แลว้ เขา้ มาสกู่ ารไกลเ่ กล9ีย แตผ่ ไู้ กลเ่ กล9ียกลบั ไม่สามารถทาํ ใหค้ กู่ รณีรว่ มมือได้ กรณีย่อมแสดง

136


ว่าผไู้ กลเ่ กล9ียตอ้ งออกมาใหไ้ กลกว่านีP ผไู้ กลเ่ กล9ียตอ้ งมองว่ามนั มีปัญหาอะไรมากกว่านีหP รอื เปลา่
หรอื เป็นเพราะตวั ผไู้ กลเ่ กล9ียเอง หรอื เป็นเพราะว่าผไู้ กลเ่ กล9ียยงั ทาํ อะไรไม่ครบ แลว้ จึงค่อยเขา้ ไป
ทาํ การไกล่เกล9ียใหม่ มกั จะมีปัญหาเกิดขึนP ในช่วงของการคน้ หาความตอ้ งการท9ีแทจ้ รงิ การท9ีไม่
ตอบหรือตอบไม่ไดห้ รือคิดไม่ออก เทคนิคนีคP ลา้ ยๆ กับการมองของพ9ีเลียP งท9ีจะดูออกว่านักมวย
ตอ่ ยเป็นอยา่ งไร แตต่ วั นกั มวยเองกลบั ไมร่ ู้

137


ขันH ตอนท0ี 4 ระดมสมองหาทางเลอื ก

ในขันP ตอนนีคP ู่กรณีทัPงสองฝ่ ายจะตอ้ งร่วมมือกันในการพิจารณาหรือระดมสมองในการ
เสนอทางออกท9ีดีท9ีสดุ สาํ หรบั ตนเอง และอาจจะเป็นการเสนอทางออกใหก้ บั คกู่ รณีอีกฝ่ายหนง9ึ ก็ได้
ทงัP นีP โดยมีหลกั เกณฑแ์ ละเง9ือนไข ดงั นีP

1. ใหค้ กู่ รณีเสนอทางเลอื กโดยไมว่ ิจารณ์
2. ทางเลอื กอาจเป็นไปไดห้ รอื ไมไ่ ดก้ ็ได้
3. ใชเ้ ทคนิคการตงัP คาํ ถามรูปแบบตา่ งๆ
4. พยายามใหแ้ ตล่ ะฝ่ายมีทางเลอื กใกลเ้ คียงกนั
5. ใชเ้ ทคนิคการหยดุ พกั เพ9ือใหค้ กู่ รณีทบทวนและเพ9ิมเตมิ ทางเลอื กของตน
ในสว่ นของผไู้ กลเ่ กล9ียก็จะตอ้ งเตรยี มคาํ ถามท9ีจะใชถ้ ามค่กู รณีเพ9ือใหส้ ามารถคิดทางออก
เสนอตอ่ ผไู้ กลเ่ กล9ียได้ เน9ืองจากหากไม่มีการเตรยี มคาํ ถามมาก่อนบางครงัP คกู่ รณีคิดไม่ออก ผไู้ กล่
เกล9ียก็คิดไม่ออกเช่นเดียวกนั จงึ ทาํ ใหไ้ ม่สามารถท9ีจะเสนอทางเลือกไดม้ ากเพียงพอท9ีจะใชใ้ นการ
เจรจาต่อไปได้ รวมทงัP จะตอ้ งใชเ้ ทคนิคในการเน9ินเวลาหรือสลบั ใหค้ ู่กรณีอีกฝ่ ายหน9ึงเสนออีกที
ก่อนก็ได้ ในกรณีท9ีคกู่ รณีสามารถเสนอทางเลือกหรอื ทางออกไดอ้ ย่างรวดเรว็ ผไู้ กลเ่ กล9ียก็อาจตงัP
คาํ ถามใหค้ ู่กรณีฝ่ ายนันP เสนอทางเลือกหลายอย่างก็ได้ โดยไม่จาํ เป็นตอ้ งสลบั ใหค้ ู่กรณีอีกฝ่ าย
หนง9ึ เสนอก่อน

138


เทคนิคการตงัH คาํ ถาม

เทคนิคในการตงัP คาํ ถามรูปแบบตา่ งๆ ผไู้ กลเ่ กล9ียจะตอ้ งนาํ มาใชใ้ นขนัP ตอนนีอP ยา่ งเตม็ ท9ี จงึ
จะสามารถมีทางเลอื กหรอื ทางออกในการแกไ้ ขปัญหาไดม้ ากเพียงพอท9ีจะใชใ้ นขนัP ตอนตอ่ ไป

คาํ ถามแบบตรง
เป็นคาํ ถามท9ีผูถ้ ามตอ้ งการคาํ ตอบในเร9ืองนัPนจริงๆ และผูไ้ กล่เกล9ียเช9ือม9ันว่าคู่กรณีจะ
ตอบอย่างตรงไปตรงมา จึงสามารถตงัP คาํ ถามแบบตรงได้ ดงั นนัP หากผตู้ อบไดต้ อบตรงตามท9ีตงัP
คาํ ถามไปกรณีก็จะไดร้ บั ส9ิงท9ีตอ้ งการตรงตามวตั ถุประสงคข์ องผูถ้ ามโดยไม่มีการออ้ มคอ้ มแต่
อย่างใด แต่หากผูไ้ กล่เกล9ียเกรงว่าคู่กรณีจะไม่ตอบตรงตามคาํ ถามท9ีตัPง ผูไ้ กล่เกล9ียก็อาจจะ
เลือกใชก้ ารตงัP คาํ ถามโดยออ้ มได้ เพ9ือคอ่ ยๆ ตะลอ่ มใหค้ กู่ รณีตอบคาํ ถามตามท9ีตอ้ งการอย่างเป็น
ขนัP เป็นตอน ผลสดุ ทา้ ยตอ้ งไดค้ าํ ตอบตามท9ีผไู้ กลเ่ กล9ยี ตอ้ งการน9นั เอง
คาํ ถามแบบอ้อม
กรณีเป็ นท9ีแน่นอนว่า คําถามแบบอ้อมย่อมไม่ใช่คําถามท9ีถามตรงๆหรือถามแบบ
ตรงไปตรงมา ตอ้ งการอะไรก็ถามเช่นนนัP หากแต่ผูไ้ กล่เกล9ียประเมินแลว้ ว่าค่กู รณีน่าจะไม่ยอม
ตอบคาํ ถามนีหP ากถามแบบตรงๆ หรอื หากผไู้ กลเ่ กล9ียตงัP คาํ ถามเรอ9ื งดงั กลา่ วตรงไปตรงมาก็อาจจะ
ทาํ ใหค้ ู่กรณีเขา้ ใจผิดว่าผูไ้ กล่เกล9ียเขา้ ขา้ งอีกฝ่ ายหน9ึงได้ เช่นตอ้ งการถามว่า "สามีมีกิœกหรือไม่"
คู่กรณีย่อมไม่กลา้ ท9ีจะตอบและคู่กรณีอาจคิดว่าผูไ้ กล่เกล9ียเขา้ ขา้ งอีกฝ่ ายหน9ึงจึงพยายามท9ีจะ

139


คน้ หาส9งิ ท9ีเป็นความลบั ของเขา ดว้ ยเหตนุ ีP การตงัP คาํ ถามแบบออ้ มจงึ สาํ คญั อยา่ งย9ิง ทงัP นีเP น9ืองจาก
ขอ้ มลู ความลบั เหล่านีP ผูไ้ กล่เกล9ียตอ้ งพยายามตงัP คาํ ถามแบบออ้ มเพ9ือใหค้ ่กู รณีตอบมาดว้ ยกบั
ความสมัครใจไม่ไดถ้ ูกบังคับดว้ ยกับการตังP คาํ ถามตรงๆ ซ9ึงจะสามารถตัดปัญหาเร9ืองความไม่
ไวว้ างใจในตวั ผไู้ กล่เกล9ียไดเ้ ป็นอย่างดี ตวั อย่างเช่น ฮะดีษของศาสดาท9ีบอกว่า เม9ือต9ืนนอนแลว้
อย่าเอามือของท่านลงไปในภาชนะเพราะท่านไม่รูว้ ่าเม9ือคืนมือของท่าน “ไปค้างคืนท9ีไหน?”
ถอ้ ยคาํ ดงั กลา่ วมีนยั ยะโดยออ้ มว่า มือของท่านไปจบั ส9ิงใดท9ีอาจทาํ ใหเ้ ปืPอนนะยีสหรอื ไม่ หรอื การ
ตงัP คาํ ถามในกรณีเร9อื งปัญหาการมีกิจกรรมทางเพศของคกู่ รณีหรอื ในเร9อื งท9ีน่าอายของคกู่ รณี เช่น
สามีเป็นคนซาดิสมห์ รือเซ็กจัดหรือไม่ แต่ควรเปล9ียนเป็นแบบถอ้ ยคาํ ออ้ มๆ เช่น ถามสามีว่ามี
อะไรกบั ภรรยาบอ่ ยหรอื ไม่ และมีปัญหาอยา่ งใดหรอื ไม่

คาํ ถามแบบสะทอ้ นกลับ

เป็นเทคนิคในการตังP คาํ ถามท9ีดีมากและไดป้ ระโยชนอ์ ย่างย9ิงในการไกล่เกล9ีย เป็นการ
นาํ เอาหลกั การท9วั ไปท9ีวา่ "ใหเ้ อาใจเขามาใสใ่ จเรา" มาปรบั ใชไ้ ดอ้ ย่างเป็นรูปธรรมและสามารถทาํ
ใหค้ ่กู รณีเขา้ ใจอีกฝ่ ายหน9ึงไดเ้ ป็นอย่างดี เน9ืองจากค่กู รณีท9ีทะเลาะกนั มกั ไม่เขา้ ใจเหตผุ ลหรือไม่
ยอมรบั ฟังขอ้ กล่าวอา้ งของอีกฝ่ ายหน9ึงเน9ืองจากมีอารมณโ์ กรธมาปิดกนัP แต่หากผไู้ กล่เกล9ียไดต้ งัP
คาํ ถามแบบสะทอ้ นกลบั วา่ "หากท่านเป็นอีกบคุ คลหน9งึ หรอื อย่ใู นสถานะเช่นนนัP ท่านจะรูส้ กึ เช่นไร
หรอื จะทาํ อย่างไร" อนั เป็นวิธีการทาํ ใหค้ ่กู รณีเขา้ ใจหรอื เห็นใจอีกฝ่ายหน9ึงโดยท9ีผไู้ กลเ่ กล9ียไม่ตอ้ ง
โนม้ นา้ วหรือเกลียP กล่อมแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี หากผูไ้ กล่เกล9ียตังP คาํ ถามแบบสะทอ้ นกลบั กับ
ค่กู รณีฝ่ ายใดแลว้ ก็สมควรอย่างย9ิงท9ีจะตอ้ งตงัP คาํ ถามเดียวกนั กบั ค่กู รณีอีกฝ่ ายหน9ึง ทงัP นีเP พ9ือให้
เกิดความเป็นธรรมและคู่กรณีมีความไวว้ างใจและเช9ือม9ันในความเป็นกลางของผู้ไกล่เกล9ีย
ตลอดเวลา

คาํ ถามแบบสลับตวั

การตงัP คาํ ถามสลบั ตวั นีมP ีประโยชนอ์ ย่างมากเน9ืองจากนอกจากจะเป็นการใหค้ ่กู รณีฝ่ าย
หน9ึงเขา้ ใจเหตผุ ลของอีกฝ่ ายหน9ึงแลว้ บางครงัP อาจส่งผลนาํ ไปส่กู ารยอมรบั และใหอ้ ภยั กนั ไดเ้ ลย

140


ทีเดียว ตวั อยา่ งเช่น การท9ีสามีไดห้ ยา่ ภรรยาดว้ ยเหตผุ ลท9ีภรรยาไมค่ ลมุ ฮิญาบ โดยปกติภรรยาจะ
เป็นฝ่ ายถูกถามว่าทาํ ไมถึงไม่คลมุ ฮิญาบซ9ึงเป็นตน้ เหตุของปัญหา แต่คาํ ถามสลบั ตวั จะเปล9ียน
จากคาํ ถามท9ีถามภรรยาวา่ ทาํ ไมถึงไม่คลมุ ฮิญาบ แตก่ ลบั ลายเป็นถามวา่ ถา้ สมมตุ ิวา่ ภรรยาเป็น
สามี ภรรยาจะมีวิธีการแกป้ ัญหาอย่างไร ถา้ สามีไม่คลมุ ฮิญาบ ภรรยาจะสามารถเขา้ ใจถึงหวั อก
ของสามีวา่ มีความประสงคท์ 9ีดีตอ่ ภรรยาอยา่ งไร

คาํ ถามสมมุตเิ ป็ นคนอนHื

เป็นเทคนิคการตงัP คาํ ถามอีกรูปแบบหน9ึงซ9ึงสามารถใชไ้ ดผ้ ลดีเช่นกนั ทงัP นีดP ว้ ยกบั เหตผุ ล
ท9ีวา่ มนษุ ยท์ กุ คนเป็นคนมีเหตผุ ล การท9ีฝ่ายหนง9ึ ไมเ่ ขา้ ใจเหตผุ ลอีกฝ่ายหนง9ึ เน9ืองจากตนเองไมไ่ ด้
อยู่ในสถานการณ์เช่นนันP หรือไม่ไดม้ ีหนา้ ท9ีและความรบั ผิดชอบเช่นเดียวกับบุคคลอีกฝ่ ายหน9ึง
ดงั นนัP เม9ือมีการตงัP คาํ ถามสมมตุ ิใหเ้ ป็นคนอ9ืน เช่น เป็นพอ่ หรอื แม่ของภรรยาท9ีถกู สามีบอกหยา่ จะ
มีความรูส้ กึ เช่นไรหรอื จะมีความคิดเช่นไรกบั สามีท9ีทาํ การหย่าโดยไม่มีเหตมุ ีผลหรอื ตามอาํ เภอใจ
ของตนเอง เทคนิคในการตงัP คาํ ถามสมมตุ ิเป็นคนอ9ืนนีผP ูไ้ กล่เกล9ียจะตอ้ งพยายามพิเคราะหด์ ูว่า
ควรสมมตุ ิเป็นบุคคลใดท9ีเหมาะสมเน9ืองจากความสมั พนั ธห์ รือความใกลช้ ิดอนั จะเป็นผลทาํ ใหผ้ ู้
นนัP มีความรูส้ กึ ไดเ้ ช่นเดียวกบั ค่กู รณีท9ีเกิดเหตนุ ีP ซ9งึ ประโยชนท์ 9ีจะไดร้ บั คือการทาํ ใหเ้ กิดความเห็น
อกเห็นใจซ9งึ กนั และกนั ทางออ้ ม ตวั อย่างเช่น การท9ีสามีไดห้ ย่า 3 ฏ่อล๊าก กบั ภรรยาดว้ ยเหตผุ ลท9ี
ภรรยาไม่ละหมาด ใหต้ งัP คาํ ถามโดยสมมตุ ิใหส้ ามีเป็นพ่อของลกู สาวท9ีถกู สามีหย่า 3 ฏ่อล๊าก ดว้ ย
เหตผุ ลท9ีลกู สาวไมล่ ะหมาด ถา้ คณุ มีลกู สาวแลว้ โดนหยา่ เช่นนนัP จะมีความรูส้ กึ เช่นไรบา้ งเพ9ือจะได้
ทราบดว้ ยตวั เองว่าการหย่าดงั กล่าวเป็นการกระทาํ ท9ีมากเกินไปหรือไม่ หรือถึงขนัP ท9ีสามีจาํ ตอ้ ง
หยา่ ถงึ 3 ฏอ่ ลา๊ ก เพ9ือใหข้ าดจากกนั เลยหรอื ไม่

คาํ ถามย้อนอดตี

การตงัP คาํ ถามยอ้ นอดีตนีเP ป็นเทคนิคการตงัP คาํ ถามท9ีไดผ้ ลเป็นอย่างย9ิง ทงัP นีเP พราะค่กู รณีท9ี
ทะเลาะกนั ย่อมไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหน9ึงท9ีถกู ทงัP หมดหรอื ผิดทงัP หมด หากแต่ว่าต่างฝ่ายต่างก็มีถกู และ
มีผิดเชน่ เดียวกนั ดว้ ยเหตนุ ีP การท9ีผไู้ กลเ่ กล9ียตงัP คาํ ถามใหบ้ คุ คลนนัP ยอ้ นอดีตกลบั ไปไดใ้ นขณะเกิด

141


เหตทุ 9ีเป็นจดุ แตกหกั ทา่ นคิดวา่ จะกระทาํ อยา่ งไร หากในตอนนีทP า่ นสามารถยอ้ นเวลาไปไดจ้ รงิ จะ
ทาํ เหมือนเดิมหรอื ไม่ หรอื จะทาํ อย่างไรใหด้ ีมากกวา่ นีP ซง9ึ ในความเป็นจรงิ ไม่มีคนใดท9ีจะยอ้ นอดีต
ได้ แต่การตงัP คาํ ถามยอ้ นอดีตก็จะช่วยใหค้ ่กู รณีแต่ละฝ่ ายไดค้ ิดว่าส9ิงท9ีตนไดท้ าํ ลงไปนนัP เป็นการ
กระทําท9ีดีท9ีสุดหรือไม่ หากมีเวลาท9ีจะคิดมากกว่าเดิมก็อาจจะไม่เป็นเช่นท9ีเกิดขึนP ซ9ึงจาก
ประสบการณท์ 9ีผา่ นมา หากตงัP คาํ ถามใหย้ อ้ นอดีตคกู่ รณีมกั จะไมท่ าํ เช่นเดียวกบั ส9งิ ท9ีไดเ้ คยกระทาํ
ไปเสมอ เน9ืองจากในขณะท9ีกระทาํ นนัP มีเวลาจาํ กดั และมีสถานการณก์ ดดนั อยู่ แตท่ ว่าในขณะนีมP ี
เวลาคดิ มากกวา่ สามารถทบทวนไดว้ า่ ส9งิ ท9ีไดท้ าํ ไปแลว้ มีความเหมาะสมหรอื ไม่ อยา่ งไร

น9ีคือคาํ ถามหน9ึงท9ีทาํ ใหค้ ู่กรณีไดค้ ิดว่าส9ิงท9ีเขาไดท้ าํ ลงไปมันเป็นส9ิงท9ีผิดซ9ึงส่วนมากจะ
ตอบวา่ อยากยอ้ นเวลากลบั ไปและไม่ทาํ ในส9ิงท9ีผิดนนัP เพราะวา่ ในขณะท9ีทาํ นนัP เป็นการตอบสนอง
ของสมองแบบอตั โนมตั ิโดยไม่มีการไตรต่ รองเพราะลกึ ๆ ในใจของทกุ คนลว้ นเป็นคนดี เช่น การท9ี
สามีไดห้ ย่า h ฏ่อล๊ากกบั ภรรยาดว้ ยเหตผุ ลท9ีภรรยาไม่ละหมาด โดยสมมตุ ิใหส้ ามียอ้ นเวลาไดจ้ ะ
หยา่ ภรรยาไหมและจะหยา่ ก9ีฏอ่ ลา๊ ก เป็นตน้

คาํ ถามแบบคาดการณใ์ นอนาคต

เป็นเทคนิคในการตงัP คาํ ถามอีกรูปแบบหน9งึ ซง9ึ มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ9ือท9ีตอ้ งการใหค้ กู่ รณีไดค้ ิด
ว่า หากยังคงขืนทาํ ตามท9ีตัPงใจไวแ้ ต่เดิมย่อมจะทาํ ให้เกิดผลท9ีติดตามมาอย่างมากมาย ใน
ลกั ษณะของตวั โดมิโน่ลม้ แมว้ ่าในตอนแรกจะคิดว่าปัญหาหรือการกระทาํ นีมP ีผลเพียงเล็กนอ้ ย
เท่านนัP แต่ในระยะยาวแลว้ ย่อมเกิดผลกระทบท9ีมากมายเกินกว่าท9ีจะคาดการณไ์ ด้ ดงั นนัP การตงัP
คาํ ถามในลกั ษณะของการคาดการณส์ 9ิงท9ีเกิดขนึP ในอนาคตย่อมจะทาํ ใหค้ กู่ รณีไดค้ ิดทบทวนวา่ ส9ิง
ท9ีกระทาํ ในขณะนีมP ีความเหมาะสมหรอื ไม่ และจะเกิดผลเสียหายตอ่ ไปมากนอ้ ยเพียงใด เช่น หาก
คกู่ รณีเลิกรา้ งกนั ผลท9ีติดตามมาคือลกู ตอ้ งขาดพ่อหรอื แม่ โดยลกู อาจจะตอ้ งไปอย่กู บั อีกฝ่ายหน9งึ
ซ9งึ หากมีการแต่งงานใหม่ก็อาจจะมีปัญหาความสมั พนั ธร์ ะหว่างพ่อแม่เลียP งกบั ลกู เลียP งเกิดขึนP ได้
ซ9งึ หากลกู เป็นผหู้ ญิงปัญหาต่างๆเหลา่ นียP ่อมอาจจะมีความรุนแรงและมากมายซบั ซอ้ นย9ิงขนึP ดว้ ย

142


ซ9ึงจะเห็นไดว้ ่า หากตังP คาํ ถามในลักษณะนีคP ู่กรณีย่อมไดค้ ิดว่าควรจะทาํ อย่างไรในตอนนีเP พ9ือ
ปอ้ งกนั มิใหป้ ัญหาดงั กลา่ วเกิดขนึP อนั จะเป็นการทาํ ใหค้ กู่ รณีลดความทิฐิของตนใหล้ ดนอ้ ยลงได้

คาํ ถามแบบเป็ นผู้วเิ ศษ

เทคนิคในการตัPงคาํ ถามแบบเป็นผู้วิเศษนีไP ด้ผลลัพธ์ท9ีแสนวิเศษสมช9ือจริงๆ รวมทัPง
สามารถสะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงความคิดหรือความรูส้ ึกของคู่กรณีแต่ละฝ่ ายไดเ้ ป็นอย่างดีโดยไม่ตอ้ ง
บอกหรอื เลา่ ออกมาก็ได้ ตวั อย่างการตงัP คาํ ถาม เช่น "หากท่านเป็นผวู้ ิเศษหรอื พระองคอ์ ลั ลอฮทรง
รบั ดอุ าของท่านในทนั ที ท่านจะขอพรหรือดอุ าใหอ้ ีกฝ่ ายหน9ึงเป็นอย่างไรบา้ ง ลองบอกมาสามขอ้
จากประสบการณท์ 9ีผ่านมาคกู่ รณีแตล่ ะฝ่ายมกั จะขอพรหรอื เสกใหอ้ ีกฝ่ายหน9งึ เป็นไปตามท9ีตวั เอง
ตอ้ งการซ9ึงอาจจะมีลกั ษณะท9ีตรงกันขา้ มกับการกระทาํ หรือการแสดงออกของอีกฝ่ ายหน9ึง เช่น
การเสกใหภ้ รยิ าเป็นใบ้ ซง9ึ แสดงใหเ้ ห็นวา่ ท9ีผา่ นมาภรรยาอาจจะเป็นคนท9ีพดู มากและสามีไมพ่ อใจ
ในเร9ืองคาํ พูด ดว้ ยเหตนุ ีP จึงสะทอ้ นดว้ ยกับการขอใหเ้ ป็นใบเ้ พ9ือตอ้ งการใหพ้ ูดนอ้ ยลงน9นั เอง ซ9ึง
ฝ่ ายภรรยาก็จะเขา้ ใจไดอ้ ย่างดีว่าสามีเห็นว่าตนเองเป็นอย่างไรโดยปริยาย อย่างไรก็ดี การตังP
คาํ ถามลกั ษณะนีจP ะตอ้ งกระทาํ ทงัP สองฝ่ ายอย่างเท่าเทียมกนั เพ9ือท9ีจะรกั ษาความเป็นกลางของผู้
ไกลเ่ กล9ยี และใหค้ กู่ รณีมีความไวว้ างใจในตวั ผไู้ กลเ่ กล9ยี ตลอดเวลา

คาํ ถามแบบใหข้ องขวัญ

โดยปกติของมนษุ ยเ์ ม9ือมีคนใหข้ องหรอื ของขวญั คนท9ีใหจ้ ะรูส้ กึ ดีมีความสขุ แต่คนท9ีรบั จะ
รูส้ กึ หนกั เพราะไม่รูจ้ ะตอบแทนอย่างไร การไกลเ่ กล9ียก็เช่นเดียวกนั เม9ือมีฝ่ายหน9ึงใหอ้ ภยั หรอื ยอม
ลดอตั ตาท9ีตวั เองตงัP ไวต้ งัP แต่ตอนแรก ผไู้ กลเ่ กล9ียตอ้ งฉกฉวยโอกาสนีใP นการตงัP คาํ ถามอีกฝ่ายหน9ึง
ว่าเม9ือฝ่ ายนนัP เขาใหค้ ณุ แลว้ คณุ มีอะไรตอบแทนเขาบา้ งหรือไม่ ซ9งึ เป็นเทคนิคในการตงัP คาํ ถามท9ี
ใหผ้ ลดีอย่างไม่น่าเช9ือ แต่ตอ้ งกระทาํ ภายหลงั จากท9ีเร9อื งขอ้ พิพาทหรอื ความขดั แยง้ นนัP ลดนอ้ ยลง
แลว้ ค่กู รณีเร9มิ มีความเขา้ ใจกนั มากขนึP หรอื อาจจะรอเวลาใหค้ ่กู รณีฝ่ายหน9ึงเสนอส9ิงท9ีดีใหก้ บั อีก
ฝ่ายหน9ึง ผไู้ กลเ่ กล9ียจะตอ้ งถือโอกาสในการตงัP คาํ ถามอีกฝ่ายหน9ึงว่าแลว้ จะใหข้ องขวญั ตอบแทน
อีกฝ่ ายหน9ึงอย่างไรบา้ ง เม9ือเขาใหท้ ่านมาเช่นนีแP ลว้ เหตผุ ลท9ีการตงัP คาํ ถามในลกั ษณะนีไP ดผ้ ลดี

143


เน9ืองจากเหตผุ ลท9ีว่า ทกุ คนเป็นคนดี การใหน้ นัP สามารถเปล9ียนแปลงโลกได้ และการใหน้ นัP ทาํ ให้
เกิดความสบายใจและสรา้ งภาระหนักใจนอ้ ยกว่าการไดร้ บั ดงั นันP คนท9ีไดร้ บั ของจากผูอ้ 9ืนย่อม
อยากท9ีจะตอบแทนกลบั เสมอหากมีโอกาส

ตวั อยา่ ง การท9ีพนกั งานในกรมราชทณั ฑไ์ ดถ้ กู คาํ ส9งั ใหต้ อ้ งรบั ผิดในมลู ละเมิดเน9ืองจากการ
ละเลยต่อหนา้ ท9ีในการเก็บรกั ษาเงินและทรพั ยส์ ินของนกั โทษซ9งึ เป็นเงินจาํ นวนหลายแสนบาทซ9งึ
เป็นปัญหาท9ีอย่เู หนือนาPํ แต่เม9ือเขา้ ส่กู ระบวนการการไกล่เกล9ียจึงรูว้ ่ามีปัญหาอีกเร9ืองหน9ึงท9ีเป็น
เร9อื งใตน้ าPํ ท9ีเขาไม่พอใจคือ เร9อื งการถกู ยา้ ยไปอย่ทู 9ีอ9ืนทงัP ๆ ท9ีเขาตงัP ใจจะมาเกษียนราชการท9ีน9ี ใน
ระหวา่ งการไกลเ่ กล9ียปรากฏวา่ นิติกรไดท้ าํ เรอ9ื งยา้ ยเขามาอยทู่ 9ีเดิมทาํ ใหเ้ ขารูส้ กึ ดีมาก ผไู้ กลเ่ กล9ีย
จึงถือโอกาสตงัP คาํ ถามแบบการใหข้ องขวญั ว่า เม9ือเขาไดถ้ กู ยา้ ยกลบั มาอย่ทู 9ีเดิมแลว้ เขาควรท9ีจะ
ใหข้ องขวญั กับนิติกรหรือตอบแทนหน่วยงานอย่างไรหรือไม่ ซ9ึงเขาไดต้ อบว่าจะทาํ การถอนฟ้อง
และยอมชดใชค้ า่ เสยี หายทงัP หมดซง9ึ เป็นการใหข้ องขวญั ท9ีจะสามรถตอบแทนไดเ้ ทา่ นีP

144


ขันH ตอนที0 { การเจรจาตอ่ รอง

ภายหลงั จากท9ีตงัP คาํ ถามและไดท้ างเลือกหรอื ทางออกหลายทางจนคิดว่าเพียงพอท9ีค่กู รณี
สามารถตกลงรว่ มกนั ไดแ้ ลว้ หลงั จากนนัP ใหค้ ่กู รณีท9งั สองฝ่ ายประเมินทางเลือกว่าเห็นดว้ ยกบั อีก
ฝ่ ายหน9ีงหรือไม่ โดยการทาํ เคร9ืองหมายลงใน Flipchart ท9ีไดเ้ ขียนปัญหาไวต้ งัP แต่ตอนตน้ โดยใช้
สญั ลกั ษณเ์ ครอ9ื งหมายบวก หมายถงึ เหน็ ดว้ ย เครอ9ื งหมายลบหมายถงึ ไมเ่ หน็ ดว้ ย วงกลมหมายถงึ
ไม่แน่ใจ หลงั จากนนัP ใหผ้ ไู้ กล่เกล9ียพิจารณาทางเลือกท9ีค่กู รณีไดป้ ระเมินแลว้ หากมีเคร9ืองหมาย
บวกทงัP สองฝ่ายแสดงวา่ ทางเลือกดงั กลา่ วสนองความตอ้ งการของคกู่ รณีทงัP สองฝ่าย ใหผ้ ไู้ กลเ่ กล9ีย
พิจารณาตอ่ ไปวา่ ทางเลือกนนัP สามารถแกป้ ัญหาไดจ้ รงิ ไหมหรอื ตอ้ งมีทางเลือกเพ9ิมขนึP น9ีคือวิธีการ
เจรจาอยา่ งหนง9ึ โดยใช้ Flipchart ซง9ึ เป็นอีกทางเลอื กหนง9ึ ใหค้ กู่ รณีไดม้ องเหน็ ภาพ

เทคนิคการพดู คุยและทาํ ความตกลงร่วมกัน
ภายหลงั ท9ีไดม้ ีการใชเ้ ทคนิคในการตงัP คาํ ถามรูปแบบต่างๆ จนทาํ ใหส้ ามารถหาทางออก
เพ9ือใหค้ ู่กรณีทังP สองฝ่ ายสามารถใชพ้ ิจารณาว่าจะทาํ ความยินยอมร่วมกันในประเด็นปัญหาท9ี
นาํ มาไกลเ่ กล9ยี ไดห้ รอื ไม่ และตอ้ งการทาํ เป็นขอ้ ตกลงรว่ มกนั หรอื ไม่ ซง9ึ หากมีทางออกหรอื ขอ้ เสนอ
จาํ นวนมากย่อมจะเป็นผลทาํ ใหค้ วามสาํ เรจ็ ในการพดู คยุ และทาํ ความตกลงรว่ มกนั ของค่กู รณีมี
มากขึนP ตามไปดว้ ย ผูไ้ กล่เกล9ียจะตอ้ งพยายามดปู ฏิกิริยาของค่กู รณีทงัP สองฝ่ ายว่ามีโอกาสท9ีจะ
โอนอ่อนผ่อนตามหรือยินยอมตามขอ้ เสนอของแต่ละฝ่ ายหรือไม่ หากมีช่วงเวลาใดหรือปฏิกิริยา
ตอบรบั จากค่กู รณีในเร9อื งใด ผไู้ กลเ่ กล9ียจะตอ้ งรบี ฉกฉวยโอกาสนนัP ในการท9ีจะโนม้ นา้ วใหค้ ่กู รณี

145


สามารถตกลงรว่ มกนั ไดใ้ นเร9อื งนนัP ๆ ซง9ึ ความสาํ เรจ็ ในเร9อื งนียP ่อมขนึP อย่กู บั ประสบประการณข์ องผู้
ไกลเ่ กล9ยี ในการมองปัญหาและคอยหาโอกาสท9ีเหมาะสม

ในกรณีท9ีคกู่ รณีฝ่ายใดประเมินทางเลือกโดยใชเ้ ครอ9ื งหมายวงกมลซง9ึ แสดงวา่ ไมแ่ นใ่ จสว่ น
อีกฝ่ายหน9งึ เห็นดว้ ย เช่นนีP ผไู้ กลเ่ กล9ียจะตอ้ งไตถ่ ามคกู่ รณีฝ่ายนนัP วา่ ทาํ ไมถึงไม่แน่ใจ มีอะไรท9ียงั
ติดขัดหรือกังวลอีกหรือไม่ จะให้เปล9ียนแปลงทางออกเช่นไรจึงจะเห็นดว้ ย ถ้าคู่กรณีฝ่ ายนัPน
ยินยอมท9ีจะแกไ้ ขทางออกและอีกฝ่ ายหน9ึงก็เห็นดว้ ย ผลก็จะทาํ ใหส้ ามารถตกลงในทางออกท9ีมี
ปัญหาไมแ่ นใ่ จนนัP ไดใ้ นท9ีสดุ

แต่อย่างไรก็ตาม ความสาํ เร็จในการหาทางออกเพ9ือทาํ ขอ้ ตกลงร่วมกันนียP ่อมขึนP อยู่กับ
หลายปัจจัย ปัจจัยท9ีสาํ คัญท9ีสุดก็คือตัวคู่กรณีทัPงสองฝ่ าย หากคู่กรณีคนใดมีทิฐิสูงไม่ยอม
ลดลาวาศอกหรือยอมผ่อนปรนในเร9ืองหน9ึงเร9ืองใดก็จะมีผลทาํ ใหป้ ัญหาในเร9ืองนนัP ไม่สามารถหา
ขอ้ ตกลงรว่ มกนั ได้ ผไู้ กล่เกล9ียท9ีดีจะตอ้ งคอยสงั เกตว่าค่กู รณีมีลกั ษณะเช่นใด กรณีใดสามารถท9ี
จะทาํ ความตกลงรว่ มกันไดแ้ ละกรณีใดน่าจะไม่สามารถทาํ ได้ ตอ้ งพยายามปรบั เปล9ียนหรือหา
วิธีการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ อยตู่ ลอดเวลา

146


ขันH ตอนที0 | การจดั ทาํ สัญญา

ใหผ้ ูไ้ กล่เกล9ียสรุปผลท9ีตกลงกันไดร้ ะหว่างคู่กรณีว่ามีก9ีขอ้ และใหค้ ู่กรณีพิจารณาว่า
ยอมรบั และยืนยันท9ีสามารถกระทาํ ไดต้ ามผลของขอ้ ตกลงร่วมกันนัPน เม9ือคู่กรณีทัPงสองฝ่ าย
ยินยอมและตกลงรว่ มกนั ไดแ้ ลว้ ผไู้ กล่เกล9ียจะตอ้ งรีบใหค้ ่กู รณีทงัP สองฝ่ ายทาํ ความตกลงรว่ มกนั
ในเร9ืองนันP โดยการตงัP คาํ ถามว่า "ทงัP สองฝ่ ายตอ้ งการใหท้ าํ ขอ้ ตกลงหรือสญั ญารว่ มกันในเร9ืองนีP
เพ9ือใหค้ กู่ รณีทงัP สองฝ่ายสามารถปฏิบตั ิตามขอ้ สญั ญานีภP ายหลงั การไกลเ่ กล9ียเสรจ็ สนิP แลว้ หรอื ไม"่
หรอื "ค่กู รณีทงัP สองฝ่ ายจะม9นั ใจไดอ้ ย่างไรว่าหากภายหลงั การไกล่เกล9ียแลว้ มีฝ่ ายหน9ึงฝ่ ายใดไม่
ยอมปฏิบตั ิตามส9งิ ท9ีไดต้ กลงรว่ มกนั ในวนั นีแP ลว้ จะทาํ เช่นใด?" ทงัP นีเP พ9ือเป็นการกระตนุ้ เตือนคกู่ รณี
ทังP สองฝ่ ายว่ากรณีเช่นนีสP มควรท9ีจะมีการทาํ สญั ญาหรือขอ้ ตกลงร่วมกันเป็นลายลกั ษณ์อกั ษร
แลว้ จัดทาํ สญั ญาลงนามในขณะนันP เพ9ือใหค้ ู่กรณีไม่เปล9ียนใจในภายหลงั โดยรายละเอียดของ
สญั ญาจะตอ้ งไม่ขดั กบั หลกั การศาสนาในเร9อื งนนัP ดว้ ย เช่น มีขอ้ ตกลงเร9อื งดอกเบียP ทรพั ยส์ ินท9ียงั
ไมต่ กลงอยใู่ นกรรมสทิ ธิŒ และตอ้ งไมข่ ดั กบั ขอ้ กฎหมายดว้ ย

เม9ือไดจ้ ดั ทาํ สญั ญาเสร็จแลว้ ต่อไปก็เป็นขนัP ตอนการลงนามซ9ึงจะตอ้ งลงนามโดย h ฝ่ าย
หลักๆ ไดแ้ ก่ ผูไ้ กล่เกล9ียและคู่กรณีทัPงสองฝ่ าย พรอ้ มทัPงพยาน ^ คน ลงนามต่อหนา้ คู่กรณีใน
สญั ญาประนีประนอมนนัP ดว้ ย ทงัP นีเP พ9ือสามารถใชเ้ ป็นหลกั ฐานในกรณีท9ีคกู่ รณีฝ่ายหน9งึ ฝ่ายใดไม่
ปฏิบตั ติ ามสญั ญาและมีการฟอ้ งรอ้ งคดีตอ่ ศาลตอ่ ไป

147


ปัจฌิมสนทนา

เม9ือคกู่ รณีสามารถตกลงรว่ มกนั จนมีสญั ญาประนีประนอมเกิดขนึP ระหวา่ งกนั แลว้ ยอ่ มเป็น
ส9ิงท9ีแสดงใหเ้ ห็นวา่ คกู่ รณีมีความเขา้ ใจซง9ึ กนั และกนั สามารถยอมรบั ความผิดพลาดบกพรอ่ งของ
อีกฝ่ายหน9งึ ไดแ้ ละยินยอมท9ีจะอยรู่ ว่ มกนั อีกครงัP หน9งึ ดว้ ยเหตนุ ีP จงึ มีความจาํ เป็นหรอื สมควรอยา่ ง
ย9ิงท9ีจะตอ้ งใหค้ ู่กรณีสรา้ งความเขา้ ใจท9ีดีต่อกันและใหอ้ ภัยซ9ึงกันและกัน ทัPงนีโP ดยผูไ้ กล่เกล9ีย
จะตอ้ งเป็นคนกลางในการท9ีใหค้ กู่ รณีทงัP สองฝ่ายดาํ เนินการขอมะอฟั ในความผิดพลาดท9ีไดเ้ กิดขนึP
หรอื ตนเองมีสว่ นรว่ มทาํ ใหเ้ กิดขนึP ในอดีต และขอสญั ญาหรอื ตงัP ใจว่าจะไม่กระทาํ เช่นเดิมอีก ทงัP นีP
เพ9ือป้องกนั ไม่ใหป้ ัญหาเดิมยอ้ นหวนกลบั มาสรา้ งความแตกแยกหรือขอ้ ขดั แยง้ ใหเ้ กิดขึนP มาใหม่
รวมทงัP รว่ มกนั การขอดอุ าจากพระองคอ์ ลั ลอฮใหช้ ว่ ยนาํ ทางท9ีเท9ียงตรงกบั คกู่ รณีทงัP สองใหส้ ามารถ
อยรู่ ว่ มกนั และเขา้ ใจกนั มีความอดทน หนกั แนน่ สามารถฟันฝ่าปัญหาอปุ สรรคตา่ งๆ ท9ีอาจเกิดขนึP
ไดต้ ลอดไป รวมทงัP ไดร้ บั ความสาํ เรจ็ ทงัP โลกนีแP ละโลกหนา้ ดว้ ยเทอญ ...อามีน…

148


Click to View FlipBook Version